Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 21223 หน่วยที่ 9-15

21223 หน่วยที่ 9-15

Published by กฤษฎา ศรีสุวรรณ์, 2021-08-31 07:29:05

Description: 21223 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและหลักสูตรสำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 9-15

Search

Read the Text Version

การจัดประสบการณเ์ พ่อื พัฒนาเด็กปฐมวยั ดา้ นอารมณ-์ จติ ใจ 10-35 ขั้นที่ 4 การลงมือปฏิบัติ เปน็ การนำ� ความรมู้ าใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ คอื ลงมอื กระทำ� ใหส้ อด- มสธคลอ้ งกบั กฎธรรมชาติ โดยลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารสง่ิ ทเ่ี ปน็ เหตุ ใหเ้ หตปุ จั จยั ทง้ั หลายดำ� เนนิ ไปในทางทจ่ี ะกอ่ ผลดี กจิ กรรมประกอบดว้ ย การกระตนุ้ การวางแผนปฏบิ ตั ิ โดยครกู ระตนุ้ ใหเ้ ดก็ มเี จตจำ� นงรว่ มกนั ในการวางแผนปฏิบัติการสิ่งที่เป็นเหตุให้เหตุปัจจัยทั้งหลายด�ำเนินไปในทางที่จะก่อผลดี พร้อมทั้งสร้าง ขอ้ ตกลงรว่ มกนั โดยทำ� งานเปน็ กลมุ่ /รายบคุ คล และการเปดิ โอกาสใหล้ งมอื ปฏบิ ตั ิ โดยใหเ้ ดก็ ลงมอื ปฏบิ ตั ิ มสธ มสธเปน็ กลุม่ /รายบคุ คลตามแผนทก่ี ำ� หนดไว้ พรอ้ มบนั ทกึ ผลการปฏบิ ตั ิ ขั้นที่ 5 การประเมิน เปน็ การใหเ้ ดก็ ทบทวนเหตกุ ารณค์ วามคดิ ความรสู้ กึ และการกระทำ� สิ่งด–ี ไมด่ ี ที่เกดิ ข้ึน แลว้ ตงั้ จิตท่ีจะทำ� ส่ิงหนึ่งสง่ิ ใดท่ีเป็นสิง่ ดีงามให้สำ� เรจ็ ได้ดว้ ยการกระท�ำของเดก็ เอง กิจกรรมประกอบด้วย การวิเคราะห์ผลการปฏิบัติ โดยครูใช้ค�ำถามกระตุ้นให้เด็กทบทวน เหตกุ ารณ์ ความคดิ ความรสู้ กึ และการกระทำ� สงิ่ ด–ี ไมด่ ที เี่ กดิ ขน้ึ ของตนเองและของเพอ่ื น ใหเ้ ดก็ ประเมนิ ตนเองและประเมนิ เพอ่ื น และใหเ้ ดก็ ตง้ั เปา้ หมายในการกระทำ� สงิ่ ดเี ปน็ ระยะๆ ในสมดุ บนั ทกึ ความดี ใหเ้ ดก็ มสธมงุ่ มนั่ ทจ่ี ะทำ� สง่ิ นนั้ ใหไ้ ด้ โดยเดก็ ประเมนิ ตนเอง เพอ่ื นและครปู ระเมนิ เดก็ เปน็ ระยะ ครคู วรแสดงความชน่ื ชม ใหก้ ำ� ลงั ใจ และชกั ชวนใหเ้ ดก็ ตงั้ จติ ปรารถนาทจ่ี ะทำ� สงิ่ ดงี ามใหส้ ำ� เรจ็ ใหไ้ ดด้ ว้ ยการกระทำ� ของตนเองอยา่ ง ตอ่ เนอื่ ง ขอน�ำเสนอตัวอย่างการจดั กจิ กรรมในหนว่ ยการเรยี นรู้ ดงั นี้ มสธ มสธตัวอย่างการจัดกิจกรรมในหน่วยการเรียนรู้ เร่ืองตัวเรา ชั้น อนุบาลปีท่ี 3 จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. บอกชือ่ อวยั วะภายในและภายนอกร่างกายได้ 2. อธบิ ายหน้าท่กี ารท�ำงานของอวัยวะภายในและภายนอกรา่ งกายได้ 3. ฝกึ ใช้ตา หู จมกู ล้นิ กาย อย่างพอดแี ละรู้เท่าทนั 4. ดูแลอวัยวะภายในและภายนอกร่างกายได้ มสธ5. มคี วามสขุ ในการทำ� งานเดี่ยวและกลุม่ 6. ฝึกสตกิ �ำหนดร้ใู นการกระท�ำ 7. มีสมาธิจดจอ่ กับงานทท่ี ำ� 8. มคี วามเพยี รพยายามทำ� งานจนสำ� เร็จ สาระการเรียนรู้ มสธ มสธสาระที่ควรเรียนรู้ 1) ชอ่ื อวัยวะภายในและภายนอกร่างกาย 2) หนา้ ท่ีการทำ� งานของอวัยวะภายในและภายนอกร่างกาย ประสบการณ์ส�ำคัญ ดา้ นสตปิ ัญญา 1) การใช้ภาษา การแสดงความรูส้ ึกด้วยค�ำพดู มสธ2) การอธิบายลกั ษณะความสมั พันธข์ องส่งิ ต่างๆ

10-36 การศกึ ษาและหลกั สตู รสำ� หรับเด็กปฐมวัย ดา้ นสังคม มสธ การแลกเปล่ยี นความคิดเหน็ และเคารพความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื ดา้ นอารมณ-์ จติ ใจ การแสดงออกอยา่ งสนุกสนานกบั เรื่องราว กระบวนการจัดการเรียนรู้ มสธ มสธกระบวนการจัดการเรียนรู้ คุณธรรมจริยธรรม มสธประกอบ ข้ันที่ 1 การจัดปัจจัยสนับสนุนการเรียนรู้ 1) ความรับผดิ ชอบต่อตนเอง 1. ครแู ละเด็กรว่ มกนั จัดบอรด์ “รา่ งกายของเรา” 2. ครูจัดมุม “สิง่ ดที ่ีต้งั ใจจะทำ� ” 2) ความเมตตากรุณา 3. ครทู ักทายเด็กๆ ด้วยใบหนา้ ยิ้มแย้มแจ่มใส และร่วมรอ้ งเพลงกบั 3) การรวู้ ่าอะไรถูก อะไรผิด มสธ มสธเพลงแผเ่มตตา เด็กในเพลง สวัสดี และบอกว่า...น่ารักจัง พร้อมแสดงท่าทาง ข้ันที่ 2 การฝึกการรับรู้ 1. ใหเ้ ด็กยนื เปน็ วงกลม ยิ้มนอ้ ยๆ บนใบหน้า ส�ำรวมกาย วาจา ใจ 1) ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ให้สงบ ฝึกเจริญสติด้วยเพลงด่ังดอกไม้บาน และแผ่เมตตาด้วย 2) ความเมตตากรณุ า 3) การรู้วา่ อะไรถูก อะไรผิด 2. ครเู ลา่ เรอ่ื งประกอบภาพเกยี่ วกบั อวยั วะในตวั เรา และการทำ� หนา้ ท่ี ข้ันท่ี 3 การพัฒนาการคิดตา่ งๆ ของอวยั วะ 1. ครใู ชค้ ำ� ถามกระตนุ้ ใหเ้ ดก็ คดิ ถงึ ผลดแี ละผลเสยี ของการดแู ลและไม่ การรู้ว่าอะไรถกู อะไรผิด ดูแลอวัยวะภายในและภายนอกร่างกาย มสธ 2. ครแู ละเด็กรว่ มกนั อภิปรายและสรุปโดยใช้แผนภาพ ขั้นที่ 4 การลงมือปฏิบัติมสธ มสธข้ันท่ี5 การประเมิน 1. ค รูใช้ค�ำถามกระตุ้นให้เด็กทบทวนการกระท�ำหรือไม่ได้กระท�ำ 1) ความรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง เกีย่ วกับสง่ิ ดีท่ตี ัง้ ใจจะทำ� ใหก้ บั ตนเอง ซ่งึ ประเมินผลการปฏิบัติ 3 2) การรู้วา่ อะไรถูก อะไรผดิ คร้งั ครั้งท่ี 1 ในวนั รุง่ ขน้ึ คร้ังท่ี 2 ในวันท่ี 4 และ คร้งั ท่ี 3 ในวนั แรกของสัปดาห์ต่อไป 2. ใหเ้ ดก็ คดิ สงิ่ ทดี่ ตี งั้ ใจจะทำ� ตอ่ ไป โดยครกู ลา่ วเสรมิ แรงใหเ้ ดก็ ตง้ั ใจ มสธทำ� ตอ่ ไป 1. ใหเ้ ดก็ คดิ สง่ิ ดที ต่ี งั้ ใจจะทำ� ใหก้ บั ตนเอง โดยใหว้ าดภาพลงในสมดุ 1) ความรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง บันทกึ ความดี 2) ความเมตตากรณุ า 2. ลงมอื ปฏิบัตติ ามท่ตี ัง้ ใจไว้ 3) การรวู้ ่าอะไรถูก อะไรผิด

การจัดประสบการณ์เพือ่ พัฒนาเด็กปฐมวยั ดา้ นอารมณ-์ จติ ใจ 10-37 การประเมิน มสธ1. สังเกตจากการแสดงความคิดเหน็ ของเด็ก 2. สังเกตจากการตอบคำ� ถามระหวา่ งการสนทนาของครกู ับเดก็ 3. สงั เกตจากผลงานการวาดภาพของเดก็ มสธ มสธสรุปได้ว่าการจัดประสบการณ์และส่ือที่ใช้ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการมีคุณธรรม จริยธรรม และจติ ใจทีด่ งี าม ให้ความส�ำคัญกบั ครทู ีต่ อ้ งมคี วามเปน็ กลั ยาณมติ รคอื พร้อมจะแนะน�ำ สนบั สนนุ ช่วย เหลอื แสดงความรกั ความเมตตาตอ่ เดก็ อยา่ งจรงิ ใจ และเปน็ แบบอยา่ งทด่ี ใี หก้ บั เดก็ อบรมกลอ่ มเกลาและ ปลกู ฝงั ใหเ้ ดก็ มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง มเี มตตากรณุ าชว่ ยเหลอื เกอื้ กลู ตอ่ กนั โดยใชป้ ญั ญาคดิ พจิ ารณา การกระทำ� ของตน มองเห็นผลดี ผลเสยี ท่อี าจเกดิ ข้นึ และคิดแกป้ ัญหาได้ โดยสามารถจัดกจิ กรรมปฏิบัติ ในชวี ิตประจ�ำวัน และกิจกรรมเสรมิ ประสบการณ์ได้ มสธกิจกรรม 10.2.3 ใหอ้ ธบิ ายและยกตวั อยา่ งการจดั ประสบการณแ์ ละสอื่ ทใ่ี ชใ้ นการจดั กจิ กรรมปฏบิ ตั ใิ นชวี ติ ประจำ� วนั เพอื่ พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการมคี ณุ ธรรม จริยธรรมและจิตใจท่ดี งี าม มสธ มสธแนวตอบกิจกรรม10.2.3 การจดั ประสบการณ์และส่อื ท่ีใชใ้ นการจัดกิจกรรมปฏบิ ตั ใิ นชวี ิตประจ�ำวนั เพ่อื พฒั นาเด็กปฐมวัย ดา้ นการมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจติ ใจทด่ี งี าม สามารถจัดไดใ้ นช่วงกิจกรรมก่อนรบั ประทานอาหาร โดย เดก็ เดนิ เขา้ แถวไปรบั อาหารจากครแู ละพเี่ ลยี้ งเดก็ แลว้ ไปนงั่ ประจำ� ทขี่ องตนเองดว้ ยความสงบ เมอื่ ทกุ คน ไดร้ ับอาหารแลว้ จะมเี ด็กคนหนึง่ ท่เี ป็นผูน้ �ำกลา่ วใหท้ ุกคนประนมมือ แลว้ เร่ิมกลา่ ววา่ มสธ“ขา้ วทกุ จาน อาหารทกุ อยา่ ง อยา่ กนิ ทงิ้ ขวา้ ง เปน็ ของมคี า่ ผคู้ นอดอยาก มมี ากหนกั หนา สงสาร บรรดาเดก็ ตาดำ� ๆ หลงั จากนน้ั ตวั แทนเดก็ กลา่ วนำ� ใหเ้ พอื่ นพดู ตาม อาหารมอ้ื นไ้ี ดแ้ ก…่ ………………” แล้วเด็กทุกคนกล่าวค�ำขอบคุณผู้มีส่วนเก่ียวข้องทุกท่าน “ขอขอบพระคุณชาวนา ท่ีปลูกข้าวให้พวกเรา รับประทาน ขอขอบพระคุณ พ่อครัว แม่ครัวท่ีท�ำอาหารให้พวกเราในม้ือนี้” ครูและพี่เลี้ยงเด็กบอก “รับประทานได้” ทุกคนกล่าวค�ำว่า “ขอบคุณครับ/ค่ะ” ให้เด็กก�ำหนดอิริยาบถขณะกินโดยรู้ตัวขณะตัก มสธ มสธ มสธเคี้ยว และกลืน โดยไมค่ ยุ หรอื เล่นกนั หลังกนิ อาหารเสรจ็ เด็กเกบ็ ภาชนะไปไวท้ ่ีอยา่ งเรียบรอ้ ย

10-38 การศึกษาและหลกั สูตรสำ� หรบั เด็กปฐมวยั มสธตอนที่ 10.3 การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านอารมณ์-จิตใจ โปรดอ่านหัวเรื่อง แนวคิด และวตั ถุประสงค์ของตอนที่ 10.3 แล้วจงึ ศกึ ษารายละเอยี ดตอ่ ไป มสธ มสธหัวเรื่อง 10.3.1 การประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวัยดา้ นการรจู้ กั อารมณต์ นเองและผูอ้ ืน่ 10.3.2 การประเมนิ พฒั นาการเด็กปฐมวยั ดา้ นการจดั ระเบยี บตนเอง 10.3.3 การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวัยด้านการมคี ุณธรรม จริยธรรมและจติ ใจทด่ี ีงาม มสธแนวคิด 1. การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการรจู้ กั อารมณต์ นเองและผอู้ นื่ เปน็ การประเมนิ การรจู้ กั อารมณค์ วามรสู้ กึ ของตนเอง และความแตกตา่ งระหวา่ งอารมณต์ า่ งๆ การรจู้ กั อารมณ์ความรู้สึกของผู้อ่ืน สามารถประเมินได้ท้ังวิธีการสังเกตและบันทึกพฤติกรรม โดยใช้เครื่องมือได้แก่ แบบสังเกตและบันทึกพฤติกรรม ซึ่งมีท้ังแบบบันทึกพฤติกรรม มสธ มสธและแบบสงั เกตพฤตกิ รรมแบบสำ� รวจ และวธิ กี ารสมั ภาษณ์ โดยใชเ้ ครอื่ งมอื ไดแ้ ก่ แบบ สมั ภาษณ์ 2. การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการจดั ระเบยี บตนเอง เปน็ การประเมนิ พฒั นาการ ด้านการยับยั้งชั่งใจ-คิดไตร่ตรอง ด้านความจ�ำเพ่ือใช้งาน ด้านการยืดหยุ่นความคิด ดา้ นการใสใ่ จจดจอ่ ดา้ นการควบคมุ อารมณ์ และดา้ นการตดิ ตามประเมนิ ตวั เอง สามารถ ประเมนิ ไดท้ ง้ั วธิ กี ารสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม โดยใชเ้ ครอื่ งมอื ไดแ้ ก่ แบบสงั เกตและ มสธบันทกึ พฤตกิ รรม ซ่งึ มที ัง้ แบบบันทกึ พฤตกิ รรม และแบบสังเกตแบบมาตรประมาณคา่ และวิธกี ารประเมนิ การปฏิบตั ิงาน โดยใชเ้ ครือ่ งมือได้แก่ แบบประเมินการปฏบิ ตั งิ าน 3. การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจท่ีดีงาม เปน็ การประเมนิ การมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง การมคี วามรกั ความเมตตากรณุ า และ การรวู้ า่ อะไรถกู อะไรผดิ ซง่ึ สามารถประเมนิ ไดด้ ว้ ยวธิ กี ารสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม มสธ มสธโดยใช้เคร่ืองมือได้แก่ แบบสังเกตและบันทึกพฤติกรรม ซึ่งมีท้ังแบบบันทึกพฤติกรรม มสธและแบบสงั เกตแบบมาตรประมาณคา่

การจัดประสบการณ์เพ่อื พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นอารมณ-์ จิตใจ 10-39 มสธวัตถุประสงค์ เม่ือศึกษาตอนท่ี 10.3 จบแลว้ นักศึกษาสามารถ 1. อธิบายวิธีการและยกตัวอย่างเคร่ืองมือท่ีใช้ในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้าน การรจู้ ักอารมณต์ นเองและผอู้ นื่ ได้ มสธ มสธ2. อ ธิบายวิธีการและยกตัวอย่างเคร่ืองมือที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้าน การจดั ระเบยี บตนเองได้ 3. อ ธิบายวิธีการและยกตัวอย่างเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้าน มมสสธธ มมมสสสธธธ มมสสธธการมคี ุณธรรมจรยิ ธรรมและจติ ใจท่ดี ีงามได้

10-40 การศึกษาและหลักสูตรส�ำหรับเด็กปฐมวัย มสธเร่ืองท่ี 10.3.1 การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวัยดา้ นการรู้จักอารมณ์ตนเองและผูอ้ ่ืน มสธ มสธการประเมินด้านการรู้จักอารมณ์ตนเองและผู้อ่ืนของเด็กปฐมวัยในเร่ืองน้ี จะกล่าวถึงขอบข่าย วิธีการประเมิน และเคร่ืองมือท่ีใช้ในการประเมินด้านการรู้จักอารมณ์ของตนเองและผู้อ่ืนของเด็กปฐมวัย ดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี 1. ขอบข่ายของการประเมินด้านการรู้จักอารมณ์ตนเองและผู้อื่นของเด็กปฐมวัย ประกอบดว้ ย การประเมินการรู้จักอารมณ์ความรู้สึกของตนเองและความแตกต่างระหว่างอารมณ์ต่างๆ เช่น การรับรู้ เกี่ยวกับตนเองในเรื่องความคิด ความรู้สึก เข้าใจตนเองว่าตนคิดอะไร รู้สึกอย่างไร ส่ิงใดท่ีตนชอบและ ไม่ชอบ รู้ความสามารถของตน รู้จุดเดน่ จุดด้อยในความเป็นตวั ของตวั เอง การรจู้ กั อารมณ์ความรู้สึกของ มสธผู้อ่ืน เช่น รับรู้เก่ียวกับความคิดและความรู้สึกของผู้อ่ืน แสดงความเอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน ดงั รายละเอียดท่ีกลา่ วไว้ในเร่ืองที่ 10.1.3 2. วธิ กี ารประเมนิ ดา้ นการรจู้ กั อารมณต์ นเองและผอู้ น่ื ของเดก็ ปฐมวยั การประเมนิ การรจู้ กั อารมณ์ ตนเองและผอู้ น่ื ของเดก็ ปฐมวยั สว่ นมากนยิ มใช้ 2 วธิ ี (อรพรรณ บตุ รกตญั ญ,ู 2558, น. 15-22 ถงึ 15-23) มสธ มสธดังน้ี 2.1 การสังเกตและบันทึกพฤติกรรม เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด ไม่ยุ่งยาก ได้ข้อมูลจาก สถานการณ์จริง โดยเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเด็กด้วยการเฝ้าดูและการฟังในสิ่งที่เด็กกำ� ลังท�ำหรือ พูดอยู่ โดยใช้ร่วมกับการจดบันทึก ในส่วนของการบันทึกการสังเกตจะมีส่วนประกอบคือ 1) การบันทึก พฤตกิ รรมเดก็ ในเหตกุ ารณห์ รอื สถานการณท์ เี่ กดิ ขนึ้ จรงิ 2) การบนั ทกึ ความรสู้ กึ และความคดิ เหน็ 3) การ ตคี วาม แปลความ ตลอดจนการสรปุ ถงึ พฤตกิ รรมการเรยี นรขู้ องเดก็ จากขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการสงั เกต วธิ กี าร มสธสงั เกตมีลักษณะดงั ตอ่ ไปนี้ 2.1.1 วธิ กี ารสงั เกตแบบไมเ่ ปน็ ทางการ เปน็ การสงั เกตโดยไมต่ งั้ ใจหรอื ไมม่ โี ครงสรา้ ง ซึ่งหมายถึง ไม่มีการก�ำหนดรายการสังเกตไว้ล่วงหน้า ครูอาจมีกระดาษแผ่นเล็กๆ ติดตัวไว้ตลอดเวลา เพอื่ บนั ทกึ พฤตกิ รรมการแสดงออกทม่ี คี วามหมาย การบนั ทกึ อาจทำ� ไดโ้ ดยยอ่ กอ่ นแลว้ ขยายความสมบรู ณ์ ภายหลงั พ่อแม่ ผ้ปู กครองสามารถท�ำไดโ้ ดยการสงั เกตและท�ำบนั ทกึ ประจ�ำวันของเด็ก ซงึ่ อาจท�ำใหเ้ ห็น มสธ มสธข้อมูลท่ีเป็นจุดอ่อนจุดแข็ง จุดท่ีควรพัฒนาของเด็กและสามารถหาวิธีการสร้างเสริมได้อย่างเหมาะสม วิธีการนี้จะท�ำใหไ้ ดข้ อ้ มูลรายบุคคลที่ชดั เจน 2.1.2 วิธีการสังเกตแบบเป็นทางการ เป็นการสังเกตโดยต้ังใจหรือมีโครงสร้าง โดย ครูก�ำหนดพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับทักษะตามขอบข่ายที่ต้องการสังเกต มีการแบ่งช่วงเวลาสังเกตและ จำ� นวนเดก็ ทสี่ ังเกต วธิ ีการสงั เกต เชน่ สงั เกตคนละ 3-5 นาที เวียนไปเร่ือยๆ 2.2 การสัมภาษณ์ เปน็ อกี วธิ หี นงึ่ ทใ่ี ชเ้ กบ็ ขอ้ มลู พฤตกิ รรมทเ่ี กยี วขอ้ งกบั การรจู้ กั ตนเองและ ผอู้ นื่ ของเดก็ ปฐมวยั เปน็ การพูดคุยสนทนาโดยมีคำ� ถามท่ที ำ� ใหไ้ ด้ข้อมูลเกี่ยวกบั ความคิด ความรู้สึกของ มสธเดก็ วิธกี ารสัมภาษณ์ มลี ักษณะดงั ต่อไปนี้

การจดั ประสบการณ์เพอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวัยดา้ นอารมณ์-จติ ใจ 10-41 2.2.1 การสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ เป็นการพูดคุยกับเด็กแบบไม่เป็นทางการ มสธโดยเป็นการสนทนาเก่ียวกับสิง่ ที่ท�ำ เหตุการณป์ ระจ�ำวนั ความร้สู กึ หลังท�ำกจิ กรรมหรอื สถานการณ์ใดๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การคดิ ความรสู้ กึ ของเดก็ โดยเปน็ การพดู คยุ ระหวา่ งพอ่ แม่ ผปู้ กครองกบั เดก็ หรอื การพดู คุยระหวา่ งครกู ับเดก็ ในหลากหลายสถานการณ์ 2.2.2 การสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ หรือการสัมภาษณ์ที่มีโครงสร้างหรือกึ่ง มสธ มสธโครงสร้างท่ีมีการเตรียมชุดค�ำถามล่วงหน้าตามจุดมุ่งหมายที่ต้องการประเมิน โดยใช้ค�ำถามที่เด็กเข้าใจ ง่ายและจัดล�ำดับค�ำถามข่วยให้การตอบไม่วกวน ขณะสัมภาษณ์ครูควรใช้วาจา ท่าทาง น้ําเสียงท่ีอบอุ่น เป็นกันเอง เพ่ือท�ำให้เด็กเกิดความรู้สึกปลอดภัยอยากพูดแสดงความคิดเห็นหรืออยากเล่า อาจใช้วิธี สัมภาษณท์ างอ้อม คือ สัมภาษณ์จากบุคคลท่ใี กลช้ ิดเด็ก เชน่ พ่อแม่ ผปู้ กครอง 3. เคร่ืองมือที่ใช้ในการประเมินด้านการรู้จักอารมณ์ตนเองและผู้อื่นของเด็กปฐมวัย ในการ ประเมินด้านการรจู้ ักอารมณต์ นเองและผู้อ่ืนของเดก็ ปฐมวยั มสธ3.1 แบบสังเกตและบันทึกพฤติกรรม เปน็ เครอื่ งมอื ทพ่ี อ่ แม่ ผปู้ กครอง และครใู ชป้ ระกอบ การสงั เกตพฤตกิ รรมการรจู้ กั อารมณต์ นเองและผอู้ นื่ ของเดก็ ปฐมวยั ขณะทเ่ี ลน่ หรอื ทำ� กจิ กรรมตา่ งๆ จาก สถานการณจ์ ริงในชั้นเรยี นหรือนอกชั้นเรยี น 3.1.1 แบบบันทึกพฤติกรรม ใช้บันทึกข้อมูลท่ีได้จากการสังเกตพฤติกรรมการรู้จัก อารมณ์ตนเองและผู้อื่นของเด็กปฐมวัยในสถานการณ์ต่างๆ อาจมีการบันทึกภาพหรือเสียงประกอบเพ่ือ มสธ มสธให้ได้ข้อมูลเก่ียวกับพฤติกรรมท่ีเด็กแสดงออกได้สมบูรณ์และชัดเจนข้ึน และเขียนข้อคิดเห็นของผู้สังเกต พร้อมการแปลความจากข้อมูลท่ีได้บันทึกไว้ ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี ตัวอย่างแบบบันทึกพฤติกรรมเด็กปฐมวัย ชอ่ื ............................................................................................................. อายุ................................................. ชือ่ ผสู้ ังเกต.................................................... วัน เดือน ปีทสี่ งั เกต................................... เวลา......................... มสธพฤตกิ รรมทตี่ อ้ งการสงั เกต.................................................................................................................................. สถานท่ี.................................................................................. พฤติกรรมของเด็ก ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... มสธ มสธ.............................................................................................................................................................................. ขอ้ คดิ เห็น ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. การแปลความ ........................................................................................................................................................................... มสธ........................................................................................................................................................................... ..............................................................................................................................................................................

10-42 การศกึ ษาและหลักสตู รส�ำหรบั เดก็ ปฐมวยั 3.1.2 แบบสังเกตแบบส�ำรวจรายการ เปน็ เคร่อื งมอื ทีช่ ่วยใหพ้ ่อแม่ ผู้ปกครอง และ มสธครูได้ข้อมูลว่าเด็กมีพฤติกรรมการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อ่ืนหรือไม่ตามช่วงวัย ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปนี้ ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อ่ืน (เด็กอายุ 3-6ปี) มสธ มสธชอ่ื .......................................................................................... วนั เดอื น ปีท่สี งั เกต................................................................ อาย.ุ ....................................................................................... ชอื่ ผสู้ ังเกต............................................................................... ค�ำชี้แจง ให้สังเกตพฤติกรรมตามรายการและอายุ ถา้ ปรากฏให้ใส่เคร่อื งหมาย ✓ ในชอ่ ง การแสดงออก รายการ อายุและการแสดงออก การแสดงออก แนวทางการประเมิน ปรากฏ ไม่ปรากฏ สังเกตหนา้ ทา่ ทาง ค�ำพูดหรอื การ มสธการรับรู้3-4 ปี แสดงอาการทบี่ อกความรสู้ กึ ความ บอกหรือแสดงความรู้สึกความต้องการและ ต้องการ และอารมณ์ของตนเอง อารมณ์อารมณข์ องตนไดบ้ ้าง เช่น ความรสู้ กึ ชอบ/ไมช่ อบ ของ หิว/ไมห่ วิ ฯลฯ ตนเอง4-5 ปี สงั เกตการแสดงทา่ ทางหรอื คำ� พดู ที่ และการบอกหรือแสดงความรู้สึกความต้องการและ แสดงถงึ ความตอ้ งการและการตอบ อารมณ์ของตนได้สอดคล้องกับสถานการณ์ สนอง มสธ มสธแสดงออก5-6 ปี สังเกตการแสดงท่าทาง สีหน้าท่ี มสธการรบั รู้บอกหรือแสดงความรู้สึกความต้องการและ ตรงกับอารมณ์พืน้ ฐาน อารมณ์ของตนได้สอดคล้องกับสถานการณ์ ความรู้สึกอย่างเหมาะสม สังเกตหนา้ ทา่ ทาง คำ� พดู และการ และ3-4 ปี แสดงออกต่อผู้อื่น เช่น การช่วย อารมณ์สนใจความรู้สึกและอารมณ์ของผู้อื่นด้วยการ เหลอื การแสดงความเหน็ ใจ สงสาร ฟังหรือมอง ปลอบโยน ฯลฯ มสธ มสธของผู้อ่ืน4-5 ปี บอกถงึ ความรสู้ กึ และอารมณข์ องผอู้ น่ื จากการ สงั เกตสหี น้าท่าทาง ที่มา: ปรับจาก กระทรวงศึกษาธิการ. (2539). คู่มือประเมินพัฒนาการเด็กระดับก่อนประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา,5-6 ปีสนทนากับเด็กเพื่อเข้าใจความรู้สึก พูดหรือแสดงความรู้สึกและอารมณ์ร่วมกับ ท่มี ตี อ่ ผู้อ่นื มสธน. 25-26.ผอู้ ืน่ ในสถานการณ์ต่างๆ

การจัดประสบการณ์เพือ่ พัฒนาเด็กปฐมวยั ด้านอารมณ-์ จิตใจ 10-43 3.2 แบบสัมภาษณ์ ใช้ในการสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการ เป็นการพูดคุยกับเด็ก โดย มสธเป็นการสนทนาเกี่ยวกับส่ิงท่ีท�ำ เหตุการณ์ประจ�ำวัน ความรู้สึกหลังท�ำกิจกรรมหรือสถานการณ์ใดๆ ที่ เกี่ยวขอ้ งกบั การคิด ความรู้สกึ ของเด็ก โดยเป็นการพูดคยุ ระหวา่ งพอ่ แม่ ผู้ปกครองกับเด็ก หรือการพดู คุยระหว่างครูกับเด็กในหลากหลายสถานการณ์ โดยครูก�ำหนดสิ่งท่ีต้องการวัด สร้างข้อค�ำถามในการ สมั ภาษณ์ บนั ทกึ คำ� ใหส้ มั ภาษณโ์ ดยละเอยี ด อาจมกี ารบนั ทกึ เสยี งประกอบเพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทส่ี มบรู ณแ์ ละ มสธ มสธชัดเจนขึ้น ดงั ตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี ตัวอย่างแบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อ่ืนของเด็กปฐมวัย ชอื่ .......................................................................................................... อาย.ุ ................................................... ชอ่ื ผสู้ มั ภาษณ.์ ................................................. วนั เดอื น ปที ส่ี มั ภาษณ.์ .................................. เวลา......................... มสธ1. เมื่ออยู่บ้าน หากคุณพ่อคุณแม่บอกให้หนูกินอาหารให้เสร็จก่อนจึงจะอนุญาตให้ไปเล่นได้ หนูจะรู้สึกอย่างไร เพราะอะไรหนจู ึงรู้สกึ แบบนี้ บนั ทึกค�ำตอบ..................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... มสธ มสธ2. ถ้าหนูโดนเพือ่ นแย่งของเลน่ ทห่ี นูก�ำลังเล่นอยู่ หนูจะรู้สึกอย่างไร เพราะอะไรหนูจงึ รสู้ ึกแบบน้ี บันทกึ คำ� ตอบ..................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 3. ถา้ หนูเหน็ เพอ่ื นหกล้ม รอ้ งไหอ้ ยู่ หนจู ะรูส้ กึ อยา่ งไร เพราะอะไรหนูจึงรู้สกึ แบบนี้ บันทึกค�ำตอบ..................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... 4. ถ้าหนเู หน็ เพ่อื นทำ� หนา้ บ้งึ ไมย่ มิ้ ไม่พูดกบั ใครเลย หนูคดิ ว่าเพ่อื นกำ� ลังรสู้ ึกอย่างไร เพราะอะไรเพื่อนจงึ ร้สู กึ มสธแบบนี้ บันทกึ คำ� ตอบ..................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ข้อคิดเหน็ ........................................................................................................................................................................... มสธ มสธ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... การแปลความ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... มสธ...........................................................................................................................................................................

10-44 การศึกษาและหลกั สูตรส�ำหรับเดก็ ปฐมวยั สรปุ ได้วา่ การประเมนิ ด้านการรู้จักอารมณ์ของตนเองและผอู้ ื่นของเดก็ ปฐมวัย เป็นการประเมนิ มสธการรจู้ กั อารมณค์ วามรสู้ กึ ของตนเองและความแตกตา่ งระหวา่ งอารมณต์ า่ งๆ เชน่ การรบั รเู้ กย่ี วกบั อารมณ์ และความรูส้ ึกตนเองวา่ รู้สกึ อยา่ งไร สิง่ ใดทีต่ นชอบและไม่ชอบ การร้จู ักอารมณ์ความรสู้ กึ ของผอู้ ่ืน เช่น การรับรู้เกี่ยวกับความคิดและความรู้สึกของผู้อ่ืน แสดงความเอื้ออาทร เห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน ซ่ึงสามารถ ประเมินได้ 2 วิธี คือ 1) การสังเกตและบันทึกพฤติกรรม โดยใช้เคร่ืองมือได้แก่ แบบสังเกตและบันทึก มสธ มสธพฤติกรรม ซึ่งมีทั้งแบบบันทึกพฤติกรรม และแบบสังเกตพฤติกรรมแบบส�ำรวจ และ 2) การสัมภาษณ์ โดยใช้เคร่ืองมอื ไดแ้ ก่ แบบสมั ภาษณ์ กิจกรรม 10.3.1 ใหอ้ ธบิ ายและยกตวั อยา่ งเครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ การรจู้ กั อารมณข์ องตนเองและผอู้ นื่ ของเดก็ มสธปฐมวยั แนวตอบกิจกรรม 10.3.1 การประเมินด้านการรู้จักอารมณ์ของตนเองและผู้อ่ืนของเด็กปฐมวัย เป็นการประเมินการรู้จัก อารมณ์ความรู้สึกของตนเองและความแตกต่างระหว่างอารมณ์ต่างๆ และการรู้จักอารมณ์ความรู้สึกของ มสธ มสธผู้อ่ืน ซึ่งการประเมินส่วนมากใช้การสังเกตพฤติกรรมเด็กในเหตุการณ์หรือสถานการณ์ท่ีเกิดขึ้นจริง ใช้ มสธ มมสสธธ มสธเครอ่ื งมือได้หลายอยา่ ง เชน่ แบบสังเกตและบันทกึ พฤติกรรม และแบบสมั ภาษณ์

การจัดประสบการณ์เพือ่ พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นอารมณ์-จิตใจ 10-45 มสธเร่ืองท่ี 10.3.2 การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการจัดระเบียบตนเอง มสธ มสธการประเมินด้านการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัย ในเร่ืองนี้จะขอกล่าวถึงขอบข่าย วิธีการ ประเมนิ และเครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ดา้ นการจดั ระเบยี บตนเองของเดก็ ปฐมวยั ดงั รายละเอยี ดตอ่ ไปนี้ 1. ขอบข่ายของการประเมินด้านการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัย ประกอบด้วยการ ประเมินพัฒนาการด้านการยับยั้งชั่งใจ-คิดไตร่ตรอง ด้านความจ�ำเพื่อใช้งาน ด้านการยืดหยุ่นความคิด ดา้ นการใสใ่ จจดจ่อ ดา้ นการควบคมุ อารมณ์ และด้านการตดิ ตามประเมนิ ตวั เอง ดงั รายละเอยี ดทกี่ ล่าวไว้ ในเร่อื งที่ 10.1.3 2. วิธีการประเมินด้านการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัย การประเมินด้านการจัดระเบียบ มสธตนเองของเด็กปฐมวยั สว่ นมากนยิ มใช้ 2 วธิ ี ดังนี้ 2.1 การสังเกตและบันทึกพฤติกรรม เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด ไม่ยุ่งยาก ได้ข้อมูลจาก สถานการณ์จริง ขณะเด็กท�ำกิจกรรมในชีวิตประจ�ำวัน โดยสังเกตว่าขณะท่ีเด็กท�ำกิจกรรมหรือเผชิญ สถานการณ์ที่ท�ำให้เด็กเกิดความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ เด็กมีการจัดระเบียบตนเองอย่างไร การประเมิน มสธ มสธใช้การสงั เกตและจดบันทกึ 2.2 การประเมนิ การปฏบิ ตั งิ าน เปน็ วธิ หี นงึ่ ทเ่ี หมาะสมในการประเมนิ การจดั ระเบยี บตนเอง ของเด็กปฐมวัย ซ่ึงการให้เด็กแสดงออกโดยการปฏิบัติงานจะท�ำให้เห็นถึงทักษะที่เด็กแสดงออกอย่าง แทจ้ รงิ การประเมินจากสถานการณ์ทีก่ �ำหนดหรอื ชิ้นงานทีใ่ หท้ ำ� สะท้อนพฤตกิ รรมทเ่ี ก่ียวข้องกบั การจัด ระเบยี บตนเองของเดก็ ปฐมวยั สามารถเหน็ การแสดงออกของเดก็ และสามารถชว่ ยเหลอื หรอื สรา้ งเสรมิ ให้ เดก็ ได้อยา่ งต่อเนื่องและทันทว่ งที มสธ2.2.1 การประเมินการปฏิบัติอย่างไม่เป็นทางการ เป็นการสังเกตจากสถานการณ์ ประจ�ำวันหรือส่ิงท่ีให้เด็กท�ำประจ�ำวัน ที่มีความเก่ียวข้องและสะท้อนถึงความสามารถท่ีแท้จริงของเด็ก เกี่ยวกับการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัย โดยพ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถสังเกตท่ีบ้าน ครูสามารถ ประเมินได้จากกิจวัตรประจ�ำวันที่ให้เด็กท�ำโดยท่ัวไป ท่ีท�ำให้เห็นการแสดงออกของเด็กในด้านต่างๆ ที่ เกยี่ วขอ้ งกบั ทกั ษะดา้ นการจดั ระเบยี บตนเองทเี่ ดก็ ปฏบิ ตั ไิ ดห้ รอื ไมไ่ ด้ โดยสามารถชว่ ยเหลอื และสรา้ งเสรมิ มสธ มสธทักษะการจดั ระเบียบตนเองใหเ้ ดก็ ได้ทนั ที 2.2.2 การประเมนิ การปฏบิ ัติงานอย่างเปน็ ทางการ เปน็ การใชแ้ บบประเมนิ ทเี่ นน้ การ ปฏบิ ตั จิ รงิ ของเดก็ ทม่ี กี ารวางแผนลว่ งหนา้ โดยเลยี นแบบสภาพจรงิ ในชวี ติ เดก็ ในกรณที ค่ี รใู ชแ้ บบประเมนิ โดยก�ำหนดสถานการณ์หรือปัญหา การปฏิบัติต้องมีความหมายต่อเด็ก และมีความส�ำคัญเพียงพอที่จะ แสดงถงึ ทกั ษะการจดั ระเบยี บตนเองของเดก็ ปฐมวยั ทเี่ ปน็ การแสดงออกถงึ ความสามารถหลากหลายดา้ น หรือทักษะการจัดระเบียบตนเองท่ีแท้จริงของเด็ก มีเกณฑ์การให้คะแนนตามความสมบูรณ์ของการ มสธแสดงออกอย่างชัดเจน เห็นแนวทางในการสร้างเสริมทักษะการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัยอย่าง

10-46 การศกึ ษาและหลักสูตรสำ� หรับเดก็ ปฐมวยั ต่อเน่ือง โดยสามารถบอกความหมายของการแสดงออกของทักษะการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัย มสธได้อยา่ งแท้จรงิ 3. เคร่ืองมือท่ีใช้ในการประเมินด้านการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัย ในการประเมนิ ดา้ น การจัดระเบยี บตนเองของเด็กปฐมวยั สามารถใชเ้ ครือ่ งมอื ได้อยา่ งหลากหลาย ดังน้ ี 3.1 แบบสังเกตและบันทึกพฤติกรรม เปน็ เครอื่ งมอื ทพ่ี อ่ แม่ ผปู้ กครอง และครใู ชป้ ระกอบ มสธ มสธการสังเกตพฤตกิ รรมด้านการจดั ระเบยี บตนเองของเดก็ ปฐมวัย ขณะที่เลน่ หรือทำ� กิจกรรมตา่ งๆ 3.1.1 แบบบันทึกพฤติกรรม ใชบ้ ันทึกเหตกุ ารณ์เฉพาะอย่างโดยบรรยายพฤตกิ รรม เด็กด้านการจดั ระเบียบตนเองในสถานการณ์ตา่ งๆ ผู้บนั ทึกต้องบนั ทึกวนั เดือน ปเี กดิ เด็ก และวัน เดอื น ปีที่ท�ำการบันทึกแตล่ ะครัง้ ดงั ตวั อย่างตอ่ ไปน้ี ตัวอย่างแบบบันทึกพฤติกรรมเด็กปฐมวัย มสธชอ่ื .....................................วัน เดอื น ปีเกดิ ...........................ชน้ั .................. ชอื่ ผู้สงั เกต................................ มสธ มสธวัน เดอื น ปที ่ี วัน เดอื น ปีท่ี วนั เดือน ปที ่ี วัน เดอื น ปที ี่ วัน เดอื น ปที ี่ วนั เดือน ปีที่การยับยั้งช่ังใจ- ความจ�ำเพ่ือ การยืดหยุ่นการใส่ใจการควบคุม การติดตาม คิดไตร่ตรอง ใช้งาน ความคิด จดจ่อ อารมณ์ ประเมินตัวเอง บนั ทกึ พฤตกิ รรม บนั ทกึ พฤตกิ รรม บันทกึ พฤติกรรม บันทกึ พฤติกรรม บนั ทกึ พฤตกิ รรม บันทึกพฤตกิ รรม ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... มสธ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ความคิดเหน็ ความคิดเหน็ ความคิดเห็น ความคดิ เห็น ความคิดเห็น ความคิดเห็น ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... มสธ มสธ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ขอ้ เสนอแนะ ข้อเสนอแนะ ข้อเสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะ ขอ้ เสนอแนะ ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... มสธ......................... ......................... ......................... ......................... ......................... .........................

การจดั ประสบการณเ์ พ่ือพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นอารมณ-์ จิตใจ 10-47 3.1.2 แบบสังเกตแบบมาตรประมาณค่า เปน็ แบบสงั เกตทชี่ ว่ ยใหพ้ อ่ แม่ ผปู้ กครอง มสธและครูประเมินได้ว่าเด็กมีพัฒนาการด้านการยับย้ังช่ังใจ-คิดไตร่ตรอง ด้านความจ�ำเพื่อใช้งาน ด้านการ ยดื หยนุ่ ความคิด ดา้ นการใสใ่ จจดจ่อ ด้านการควบคมุ อารมณ์ และดา้ นการติดตามประเมินตวั เอง ได้มาก นอ้ ยเพียงใด ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี มสธ มสธตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมด้านการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัย มสธท่านเปน็ ครูทส่ี อนเด็กคนนีม้ าแลว้ 3 เดือน ใช่หรอื ไม ่ ชอ่ื .........................................นามสกุล.........................................เพศ ชาย หญิง วนั เดือนปเี กดิ ...........................อายุ...........ป.ี ..........เดือน............วนั ........เลขที่.....................ห้อง...................... โรงเรยี น/ศนู ยพ์ ฒั นาเดก็ ..................................ตำ� บล........................อำ� เภอ.........................จงั หวดั ........................ ครผู ปู้ ระเมนิ ชอื่ .........................................นามสกลุ ....................................วนั ทป่ี ระเมนิ ......................................... มสธ มสธข้อ ใช่ ไม่ใช่ ทา่ นรู้จกั ค้นุ เคยพฤติกรรมของเด็กคนน้เี ปน็ อย่างดี ใช่หรอื ไม่ ใช่ ไม่ใช่ ในระยะ 3 เดอื นที่ผา่ นมาเดก็ มพี ฤตกิ รรมตอ่ ไปน้บี ่อยแคไ่ หน ใหเ้ ลือกตอบข้อที่ตรงกับความเป็นจริงมากทีส่ ดุ พฤติกรรม ไม่ 1-2 1-2 3-4 ทุก เคย คร้ัง/ด. คร้ัง/สป. ครั้ง/สป. วัน มสธ4 ทำ� กจิ กรรมท่ีครูมอบหมายเสร็จในเวลาท่ีก�ำหนด ด้านการยับยั้งชั่งใจ-คิดไตร่ตรอง 1 ตงั้ ใจท�ำกิจกรรมของตัวเอง ไมร่ บกวนผ้อู น่ื 2 เม่อื ขดั แย้งกับเพ่อื น ไมใ่ ช้ก�ำลงั ในการแกป้ ัญหา 3 จดจอ่ กับกจิ กรรมในช้ันเรยี นทคี่ รสู อน มสธ มสธ7 เม่ือต้องการของท่ีเพื่อนก�ำลังเล่นอยู่ รู้จักขออนุญาตหรือรอให้ เพ่อื นเล่นเสร็จกอ่ น5 เข้าควิ รอได้ อดทนรอคอยได้ 6 รู้จกั รอท่จี ะพูด ไมพ่ ูดแทรกในขณะทีผ่ ูอ้ นื่ ก�ำลังพดู 8 หยุดเลน่ เสยี งดังเมือ่ ครเู ตอื น10 เลน่ อยา่ งระวงั รจู้ กั หยดุ เมอื่ เหน็ วา่ การเลน่ แรงขน้ึ จนอาจบาดเจบ็ มสธหรอื เกดิ อันตราย9 จดจอ่ กบั งานที่ท�ำ ไมว่ อกแวก

มสธข้อ 10-48 การศกึ ษาและหลกั สตู รส�ำหรับเดก็ ปฐมวยั ตาราง (ต่อ) ด้านความจ�ำเพื่อใช้งาน พฤติกรรม ไม่ 1-2 1-2 3-4 ทุก มสธ มสธ11 เมอื่ สงั่ งานสองหรอื สามอยา่ ง เดก็ จำ� ไดแ้ ละปฏบิ ตั ติ ามไดถ้ กู ตอ้ งเคย ครั้ง/ด. ครั้ง/สป. ครั้ง/สป. วัน ครบถว้ น 13 เม่ือครูเล่านิทานส้ันๆ ให้ฟังจบไปครู่หน่ึง เด็กสามารถเล่าทวน หรือบอกความคิดรวบยอดเก่ียวกับนิทานนั้นได้ เช่น ตัวละคร มสธฉาก เหตุการณ์ เรื่องราว ฯลฯ 12 สนทนาหัวข้อเดิมได้ต่อเน่ืองหรืออธิบายเรื่องราวได้จนจบ เช่น เลา่ กจิ กรรมท่ีทำ� กับครอบครวั ในวนั หยุดใหค้ รูฟังจนจบ มสธ มสธ16 ปรับตวั เขา้ กับครูใหม่ เพือ่ นใหม่ ได้โดยใช้เวลาไมน่ านนัก ด้านการยืดหยุ่นความคิด 14 เปล่ียนกิจกรรมตามตารางแต่ละช่วงของวนั ไดโ้ ดยไมม่ ีปญั หา 15 ปรบั ตัวเข้ากับสถานทใี่ หม่ได้โดยใชเ้ วลาไมน่ านนัก ด้านการใส่ใจจดจ่อ มสธ19 สนใจตง้ั ใจมีสมาธใิ นการฟงั นทิ านทคี่ รูเล่าจนจบเร่อื ง 17 เมอื่ ถกู เพอื่ นปฏเิ สธทจ่ี ะเลน่ ดว้ ยหรอื ถกู แยง่ ของเลน่ เดก็ สามารถ เปลย่ี นไปเล่นอยา่ งอ่ืนโดยไม่หงดุ หงดิ 18 ท�ำกจิ กรรมต่อไปได้ แม้ส่งิ แวดล้อมจะวุน่ วายจ้อกแจก้ จอแจ ด้านการควบคุมอารมณ์ มสธ มสธ22 เมอื่ เจอปญั หา สงบสตอิ ารมณ์ หาทางแกป้ ญั หาไมเ่ อาแตโ่ วยวาย 20 เมื่อทำ� ส่ิงใดจะให้ความสนใจ ต่ืนตวั และจดจอ่ ในการท�ำส่ิงนน้ั 21 แมม้ ีเพ่ือนมาชวนไปเล่น ก็ยงั มุ่งม่ันจดจอ่ กบั งานทีท่ ำ� จนเสรจ็ 25 ระงับอารมณ์ต่ืนเต้น วิตกกังวลเพื่อท�ำกิจกรรมต่อได้ เช่น เม่ือ มสธทำ� ของหาย เมื่อตอ้ งออกไปพูดหน้าชนั้ ฯลฯ 23 เม่ือโกรธร้จู ักสงบอารมณ์ ระบายอารมณ์โกรธอย่างเหมาะสมไม่ ใช้ความรุนแรง เชน่ ไปเลน่ กฬี า เลน่ ดนตรี วาดภาพ ฯลฯ 24 อารมณม์ ัน่ คงไม่แปรปรวนง่าย

มสธข้อ การจัดประสบการณ์เพ่ือพฒั นาเดก็ ปฐมวัยด้านอารมณ-์ จติ ใจ 10-49 ตาราง (ต่อ) 26 เมอ่ื ผดิ หวงั เสยี ใจ ครปู ลอบโยนใหค้ นื อารมณเ์ ปน็ ปกตไิ ดใ้ นเวลา พฤติกรรม ไม่ 1-2 1-2 3-4 ทุก มสธ มสธไมน่ าน (3 ขวบไม่เกิน 5 นาที 5 ขวบไม่เกิน 10 นาท)ีเคย ครั้ง/ด. คร้ัง/สป. คร้ัง/สป. วัน ด้านการติดตามประเมินตัวเอง 27 บอกความรูส้ กึ ตนเองได้ว่าวันนีห้ รือขณะน้รี สู้ ึกอย่างไร 28 บอกได้วา่ งานทีท่ ำ� ไปแล้วเป็นอยา่ งไร พอใจหรอื ไม่ 29 บอกวธิ ีแกไ้ ขปรับปรุงงานใหด้ ีขน้ึ ได้ มสธท่ีมา: ปรับจาก 1) สุภาวดี หาญเมธี. (2558). แบบสอบถามค้นหาจุดแข็ง/จุดอ่อนในทักษะ EF ของเด็กปฐมวัย (3-6) EF ใน ภมู คิ ุ้มกันชวี ิตและปอ้ งกนั ยาเสพติด. ค่มู ือสำ� หรับครูอนบุ าล. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพพ์ ิมพด์ ี จ�ำกดั . หน้า 64-65. 2) นวลจนั ทร์ จฑุ าภกั ดกี ลุ และคณะ. (2557). แบบประเมนิ พฒั นาการดา้ นการคดิ เชงิ บรหิ าร (EF) ในเดก็ กอ่ นวยั เรยี น. กรงุ เทพฯ: มมสสธธ มมสสธธ มมสสธธสถาบันวิจยั ระบบสาธารณสขุ (สวรส)และมหาวิทยาลัยมหดิ ล.

10-50 การศึกษาและหลักสตู รส�ำหรบั เด็กปฐมวยั 3.2 แบบประเมินการปฏิบัติหรือชิ้นงาน ครูสามารถประเมินการปฏิบัติหรือชิ้นงานอย่าง มสธไม่เป็นทางการ โดยสังเกตจากสถานการณ์ประจ�ำวนั หรือชิน้ งานทีใ่ หเ้ ด็กทำ� โดยท่วั ไป ท่มี คี วามเกีย่ วขอ้ ง และสะท้อนถึงความสามารถที่แท้จริงของเด็กเก่ียวกับการจัดระเบียบตนเองของเด็กปฐมวัย ดังตัวอย่าง ตอ่ ไปนี้ มสธ มสธตัวอย่างแบบประเมินการปฏิบัติงานของเด็กปฐมวัย ชื่อ................................................................ วนั เดือน ปเี กิด.................................ชัน้ ................................ ชอื่ ผ้ปู ระเมิน................................................. วนั เดือน ปที ีป่ ระเมิน.............................................................. บันทึกสถานการณ์ .................................................................................................................................................................... มสธ.................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... มสธ มสธ.................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... สะท้อนการแสดงออกถึงความสามารถในการจัดระเบียบตนเองของเด็กในด้านต่าง ๆ มสธ(ดา้ นการยบั ยง้ั ชงั่ ใจ-คดิ ไตรต่ รอง ดา้ นความจำ� เพอ่ื ใชง้ าน ดา้ นการยดื หยนุ่ ความคดิ ดา้ นการใสใ่ จจดจอ่ ดา้ น การควบคุมอารมณ์ และดา้ นการตดิ ตามประเมินตวั เอง) .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... มสธ มสธ.................................................................................................................................................................... แนวทางการเสริมสร้างและพัฒนาความสามารถในการจัดระเบียบตนเองของเด็ก .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................... มสธ....................................................................................................................................................................

การจัดประสบการณเ์ พือ่ พัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นอารมณ์-จิตใจ 10-51 สรปุ ไดว้ า่ การประเมนิ ดา้ นการจดั ระเบยี บตนเองของเดก็ ปฐมวยั ประเมนิ ครอบคลมุ ดา้ นการยบั ยง้ั มสธช่งั ใจ-คดิ ไตรต่ รอง ความจ�ำเพอ่ื ใชง้ าน การยดื หยุ่นความคิด การใส่ใจจดจอ่ การควบคมุ อารมณ์ และการ ตดิ ตามประเมนิ ตวั เอง ซง่ึ สามารถประเมนิ ได้ 2 วธิ ี คอื 1) การสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม โดยใชเ้ ครอื่ งมอื ไดแ้ ก่ แบบสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม ซง่ึ มที งั้ แบบบนั ทกึ พฤตกิ รรม และแบบสงั เกตแบบมาตรประมาณคา่ และ 2) การประเมนิ การปฏบิ ตั ิงาน โดยใช้เคร่ืองมอื ได้แก่ แบบประเมินการปฏิบตั ิงาน มสธ มสธกิจกรรม10.3.2 ใหอ้ ธบิ ายวธิ กี ารและยกตวั อยา่ งเครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ การจดั ระเบยี บตนเองของเดก็ ปฐมวยั แนวตอบกิจกรรม 10.3.2 มสธการประเมินดา้ นการจดั ระเบียบตนเองของเด็กปฐมวยั เป็นการประเมนิ ดา้ นการยับยง้ั พฤติกรรม ความจำ� เพอ่ื ใชง้ าน การยดื หยนุ่ ความคดิ การใสใ่ จจดจอ่ การควบคมุ อารมณ์ และการตดิ ตามประเมนิ ตวั เอง ซงึ่ การประเมนิ อาจใชว้ ธิ กี ารสังเกตและบันทึกพฤตกิ รรม โดยใชเ้ ครื่องมอื แบบบันทกึ พฤตกิ รรม ใช้บันทกึ มมสสธธ มมสสธธ มมสสธธเหตุการณ์เฉพาะอย่างโดยบรรยายพฤติกรรมเดก็ ดา้ นการจัดระเบยี บตนเองในสถานการณต์ ่างๆ

10-52 การศกึ ษาและหลักสูตรสำ� หรับเดก็ ปฐมวยั มสธเร่ืองท่ี 10.3.3 การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการมีคุณธรรม จริยธรรมและ จิตใจท่ีดีงาม มสธ มสธการประเมินด้านการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจท่ีดีงามของเด็กปฐมวัย ในเรื่องนี้จะกล่าวถึง ขอบขา่ ย วิธีการประเมิน และเครือ่ งมือทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ ดา้ นการมคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและจิตใจท่ีดงี าม ของเดก็ ปฐมวยั ดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี 1. ขอบข่ายของการประเมินด้านการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงามของเด็กปฐมวัย ประกอบดว้ ยการประเมนิ การมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ไดแ้ ก่ รบั ผดิ ชอบตอ่ กจิ วตั รประจำ� วนั ของตนเอง มสธเชน่ ตนื่ นอนตามเวลาดว้ ยตนเองโดยไมต่ อ้ งมกี ารปลกุ อาบนา้ํ ใหส้ ะอาดตามเวลาดว้ ยตนเองโดยไมต่ อ้ งมี การเตอื น แตง่ ตวั ใหเ้ รยี บรอ้ ยหลงั จากอาบนาํ้ รบั ประทานอาหารดว้ ยตนเองโดยไมต่ อ้ งมกี ารปอ้ นและการ ร้องเรียก ไปสถานศึกษาให้ทันเวลาท่ีจะต้องเข้าแถว และรับผิดชอบต่อภารกิจที่ตนเองได้รับมอบหมาย เช่น รดนํ้าต้นไม้ทุกเย็นหลังกลับจากสถานศึกษา เก็บที่นอนให้เรียบร้อยก่อนออกจากห้องนอนตอนเช้า มสธ มสธจดั โตะ๊ อาหารเมอ่ื ถงึ เวลาอาหาร เกบ็ ของเลน่ ใหเ้ ขา้ ทหี่ ลงั จากทเี่ ลน่ เสรจ็ การมคี วามรกั ความเมตตากรณุ า ไดแ้ ก่ เมตตากรณุ าต่อสัตว์ เชน่ แสดงความรกั ตอ่ สัตว์ เล้ยี งสัตว์ ดแู ลสัตว์ ใหอ้ าหารสตั ว์ และไมท่ �ำรา้ ย หรอื รังแกสตั ว์ เมตตากรุณาต่อเพ่อื น เชน่ แสดงความรักต่อเพ่อื น แบง่ อาหารหรอื ขนมให้เพื่อน ใหเ้ พื่อน ยืมสิ่งของ ให้อภัยเพ่ือน และช่วยเหลือเพื่อน และการรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิด ได้แก่ แยกแยะสิ่งดีที่ควรท�ำ เช่น รู้จักการตัดสินใจเร่ืองง่ายๆ และยอมรับผลท่ีเกิดข้ึน พูดแสดงความเห็นเกี่ยวกับการรู้ผิดชอบชั่วดี เลอื กกนิ อาหารทมี่ ปี ระโยชนท์ ง้ั ทช่ี อบและไมช่ อบ กนิ อาหารใหห้ มดจานไมเ่ หลอื ทง้ิ ปดิ กอ๊ กนาํ้ หลงั การใช้ มสธทกุ ครงั้ รจู้ กั การรอคอยและเขา้ แถวตามลำ� ดบั กอ่ นหลงั และแยกแยะสง่ิ ไมด่ ที ไ่ี มค่ วรทำ� เชน่ ไมพ่ ดู ปด ไม่ ท�ำรา้ ยผู้อนื่ และไม่ท�ำให้ผอู้ ืน่ เสยี ใจ ไมห่ ยิบของผู้อื่นมาเปน็ ของตน ไมท่ ้ิงขวา้ งหรือท�ำลายสง่ิ ของ เปน็ ตน้ 2. วิธีการประเมินด้านการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงามของเด็กปฐมวัย การประเมนิ ด้านการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจท่ีดีงามของเด็กปฐมวัย ส่วนมากนิยมใช้วิธีการสังเกตและบันทึก พฤตกิ รรมมากทส่ี ดุ ไมย่ งุ่ ยากไดข้ อ้ มลู จากสถานการณจ์ รงิ ขณะเดก็ ทำ� กจิ กรรมในชวี ติ ประจำ� วนั โดยสงั เกต มสธ มสธวา่ ขณะทเ่ี ดก็ ทำ� กจิ กรรมหรอื เผชญิ สถานการณท์ ที่ ำ� ใหเ้ ดก็ เกดิ ความรสู้ กึ และอารมณต์ า่ งๆ เดก็ มพี ฤตกิ รรม ทแี่ สดงใหเ้ หน็ ถงึ การมคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมและจติ ใจทด่ี งี ามอยา่ งไร การประเมนิ ใชก้ ารสงั เกตและจดบนั ทกึ 3. เครอ่ื งมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ ดา้ นการมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจติ ใจทด่ี งี ามของเดก็ ปฐมวยั เคร่ืองมือทีน่ ิยมใชใ้ นการประเมนิ ด้านการมีคณุ ธรรม จริยธรรมและจติ ใจทีด่ งี ามของเดก็ ปฐมวยั ได้แก่ แบบสังเกตและบันทึกพฤติกรรม เป็นเครื่องมือทีพ่ อ่ แม่ ผปู้ กครอง และครใู ช้ประกอบการ สังเกตพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นถึงการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงามของเด็กปฐมวัย ขณะท่ีเล่น มสธหรือท�ำกจิ กรรมตา่ งๆ โดยอาจเลอื กวิธีแบบบนั ทกึ ต่อไปน้ี

การจัดประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเด็กปฐมวยั ดา้ นอารมณ์-จติ ใจ 10-53 1) แบบบนั ทึกพฤตกิ รรม ใชบ้ นั ทกึ เหตกุ ารณเ์ ฉพาะอยา่ งโดยบรรยายพฤตกิ รรมเดก็ มสธท่ีแสดงให้เห็นถึงการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงามในสถานการณ์ต่างๆ ผู้บันทึก ต้องบันทึกวัน เดือน ปีเกดิ ของเดก็ และวนั เดือน ปที ี่ทำ� การบนั ทกึ แตล่ ะครง้ั ดังตวั อยา่ งต่อไปน้ี ตัวอย่างแบบบันทึกพฤติกรรมเด็กปฐมวัย มสธ มสธชือ่ ......................................................... วัน เดือน ปีเกิด............................................. อาย.ุ ............................. ชื่อผู้สงั เกต............................................. วนั เดือน ปที ่สี ังเกต...................................... เวลา............................. พฤตกิ รรมทต่ี อ้ งการสงั เกต..................................................................................................................................... สถานท.่ี .................................................................................................................................................................. พฤติกรรมของเด็ก ........................................................................................................................................................................... มสธ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ข้อคิดเหน็ มสธ มสธ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... มสธ........................................................................................................................................................................... มสธ มสธ มสธ...........................................................................................................................................................................

10-54 การศกึ ษาและหลกั สูตรส�ำหรับเด็กปฐมวัย 2) แบบสงั เกตแบบมาตรประมาณคา่ เปน็ แบบสงั เกตทชี่ ว่ ยใหพ้ อ่ แม่ ผปู้ กครอง และ มสธครูประเมินได้ว่าเด็กมีความรับผิดชอบต่อตนเอง การมีความรักความเมตตากรุณา และการรู้ว่าอะไรถูก อะไรผิดได้มากน้อยเพยี งใด ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้ มสธ มสธชอื่ ............................................................................... วนั เดอื น ปที ส่ี งั เกต............................................................ ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงามของเด็กปฐมวัย มสธ 2. มคี �ำตอบ 4 ค�ำตอบ ดงั น้ี อายุ.......................................................................... ชอ่ื ผสู้ งั เกต...................................................................... ค�ำช้ีแจง 1. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมนใ้ี ชส้ งั เกตพฤตกิ รรมการมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจติ ใจทดี่ งี ามของเดก็ ปฐมวยั ด้านการมคี วามรับผิดชอบตอ่ ตนเอง การมีความรักความเมตตากรุณา และการรวู้ ่าอะไรถกู อะไรผดิ โดยตอบข้อความท่ีเกี่ยวข้องกับการแสดงออกของเด็กในช่วง 4 เดือนท่ีผ่านมา การตอบตามความ จรงิ จะท�ำให้รูจ้ ักเดก็ และหาแนวทางในการพัฒนาเด็กให้ดยี ่ิงขึน้ มสธ มสธการปฏิบัติ ขอ้ ความตอ่ ไปนเี้ ปน็ การอธบิ ายพฤตกิ รรม ความคดิ ความรสู้ กึ ของเดก็ ในชว่ ง 4 เดอื นทผ่ี า่ นมา โปรด ไม่ปรากฏ หมายถงึ ไม่เคยปรากฏ ได้คะแนน 1 คะแนน บางครัง้ หมายถงึ ท�ำบา้ ง ไม่ทำ� บ้าง นานๆ คร้ัง ได้คะแนน 2 คะแนน บอ่ ยคร้ัง หมายถงึ ท�ำบอ่ ยๆ หรอื เกือบทกุ คร้ัง ได้คะแนน 3 คะแนน เป็นประจำ� หมายถงึ ทำ� ทุกครงั้ เมื่อเกดิ สถานการณ์น้ัน ได้คะแนน 4 คะแนน 1 ทำ� สงิ่ ตา่ งๆ ในกิจวัตรประจ�ำวนั ได้โดยไม่ต้องบอกใส่เครอ่ื งหมาย ✓ ในชอ่ งทตี่ รงกบั ตัวเด็กมากท่สี ดุ ล�ำดับมสธ2 เชือ่ ฟงั และทำ� ตามที่ผู้ใหญแ่ นะนำ�รายการพฤติกรรม ไม่ บาง บ่อย เป็น คะแนน ที่ ปรากฏ ครั้ง คร้ัง ประจ�ำ 3 เล่นของเล่นแล้วเกบ็ เข้าที่เมื่อเลกิ เล่น 4 อดทน รอคอยและเขา้ แถวตามลำ� ดบั กอ่ นหลัง 5 ปฏิบัติตามที่ไดบ้ อกหรอื ตกลงไว้ 6 กนิ อาหารทมี่ ีประโยชนท์ ั้งที่ชอบและไมช่ อบ มสธ มสธ7 ท�ำงานบ้านท่ไี ด้รับมอบหมายจนเสร็จ 8 แสดงความรักความเมตตาตอ่ สตั ว์ 9 เตม็ ใจแบง่ ปนั สิง่ ของใหผ้ ู้อ่นื 10 ใจดีกับเด็กท่ีเลก็ กว่า 11 แสดงความเห็นใจเมือ่ ผูอ้ นื่ ทกุ ข์รอ้ น 12 บอกผูใ้ หญเ่ มอ่ื เหน็ เพอื่ นหรือคนในบ้านไม่สบาย มสธ13 ไม่หยิบของของผอู้ ืน่ มาเปน็ ของตน

มสธล�ำดับ การจดั ประสบการณเ์ พ่อื พัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นอารมณ์-จติ ใจ 10-55 ที่ ตาราง (ตอ่ ) 14 ไม่ท�ำลายส่งิ ของเมือ่ ไม่พอใจ รายการพฤติกรรม ไม่ บาง บ่อย เป็น คะแนน มสธ มสธ15 ใช้สง่ิ ของตา่ งๆ อยา่ งประหยัดไม่ท้งิ ขวา้ งปรากฏคร้ังคร้ังประจ�ำ 16 ไม่เลน่ ของเล่นทีเ่ ปน็ อนั ตราย 17 บอกขอโทษเมื่อท�ำผดิ 18 บอกขอบคณุ เมื่อผู้อนื่ ให้ของ 19 แสดงความรักผู้อน่ื เช่น การปลอบน้อง กอดเพือ่ น 20 อาสาท�ำสิ่งต่างๆ ตามความสามารถของตน 21 กล้าบอกเร่อื งทต่ี นท�ำผิดพลาดให้ผ้ใู หญ่ทราบ มสธ22 กล้าปฏิเสธเม่ือผู้อื่นจะช่วยเหลือเพราะอยากท�ำด้วย ตนเอง 23 เม่อื ไม่ไดข้ องเล่นทอ่ี ยากไดก้ ส็ ามารถเลน่ ของอื่นแทน 24 ยอมรบั ค�ำอธิบายเมื่อไมไ่ ดส้ ่ิงที่ตอ้ งการ 25 บอกหรือเตือนเพอ่ื นเม่ือเห็นทำ� สงิ่ ไมด่ ี มสธ มสธความหมายของคะแนน เด็กวัย 3 ปี ควรไดค้ ะแนนต้ังแต่ 40 คะแนนขึ้นไป* เดก็ วยั 4 ปี ควรได้คะแนนต้ังแต่ 60 คะแนนขน้ึ ไป* เด็กวยั 5 ปี ควรไดค้ ะแนนตง้ั แต่ 80 คะแนนขึ้นไป* * หมายถึง การบ่งบอกว่าเด็กมีพฤติกรรมการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงาม อยู่ในเกณฑ์ท่ีดี ควรส่งเสริมและ มสธรักษาคุณลกั ษณะนี้ใหค้ งไว้ หากได้คะแนนน้อยกวา่ นี้ เด็กควรได้รบั การสร้างเสริมให้ดยี งิ่ ข้นึ และสง่ เสริมจากพอ่ แม่ และครูอยา่ งต่อเนือ่ ง ท่ีมา: ปรบั จาก กระทรวงสาธารณสขุ . (2546). แบบประเมนิ ความฉลาดทางอารมณเ์ ดก็ อายุ 3-5 ป.ี นนทบรุ :ี สำ� นกั พฒั นาสขุ ภาพจติ กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสุข, น. 1-8. มสธ มสธสรุปได้ว่า การประเมินด้านการมีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจท่ีดีงามของเด็กปฐมวัย ประเมิน ครอบคลมุ พฤตกิ รรมการมคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ไดแ้ ก่ รบั ผดิ ชอบตอ่ กจิ วตั รประจำ� วนั ของตนเอง และ รับผดิ ชอบตอ่ ภารกิจที่ไดร้ ับมอบหมาย การมคี วามรกั ความเมตตากรณุ า ได้แก่ เมตตากรณุ าตอ่ สตั วแ์ ละ เพอ่ื น และการรวู้ า่ อะไรถกู อะไรผดิ ไดแ้ ก่ แยกแยะสง่ิ ดที ค่ี วรทำ� และสง่ิ ไมด่ ที ไี่ มค่ วรทำ� ซง่ึ สามารถประเมนิ ไดด้ ว้ ยวธิ กี ารสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ไดแ้ ก่ แบบสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม ซงึ่ มที ง้ั แบบบนั ทึกพฤติกรรม และแบบสงั เกตพฤติกรรมแบบมาตรประมาณค่า ทงั้ นผ้ี ลจากการประเมนิ จะน�ำไป มสธสกู่ ารส่งเสรมิ ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจติ ใจทีด่ งี ามของเด็กปฐมวัยใหด้ ยี ิ่งขึ้นต่อไป

10-56 การศึกษาและหลกั สตู รสำ� หรับเดก็ ปฐมวัย มสธกิจกรรม 10.3.3 ใหอ้ ธบิ ายวธิ กี ารและยกตวั อยา่ งเครอื่ งมอื ทใี่ ชใ้ นการประเมนิ การมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจติ ใจที่ ดีงามของเด็กปฐมวัย แนวตอบกิจกรรม 10.3.3 มสธ มสธการประเมนิ การมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรมและจติ ใจทด่ี งี ามของเดก็ ปฐมวยั เปน็ การประเมนิ พฤตกิ รรม การมคี วามรับผดิ ชอบต่อตนเอง การมคี วามรักความเมตตากรุณา และการรวู้ า่ อะไรถูกอะไรผดิ สามารถ ประเมนิ ไดด้ ว้ ยวธิ กี ารสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื ไดแ้ ก่ แบบสงั เกตและบนั ทกึ พฤตกิ รรม มมสสธธ มมมสสสธธธ มมสสธธซ่งึ มที ้ังแบบบันทกึ พฤตกิ รรม และแบบสังเกตพฤติกรรมแบบมาตรประมาณค่า

การจดั ประสบการณ์เพื่อพฒั นาเดก็ ปฐมวัยดา้ นอารมณ-์ จิตใจ 10-57 มสธบรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2547). คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 (ส�ำหรับเด็กอายุ 3-5 ปี). กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์ครุ สุ ภาลาดพร้าว. มสธ มสธ. (2539). คู่มอื ประเมินพัฒนาการเด็กระดับกอ่ นประถมศกึ ษา. กรงุ เทพฯ: โรงพิมพ์คุรสุ ภาลาดพรา้ ว. กระทรวงสาธารณสุข. (2546). แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์เด็กอายุ 3-5 ปี. นนทบุรี: ส�ำนักพัฒนา สขุ ภาพจติ กรมสขุ ภาพจติ . เกศนิ ี วฒั นสมบตั .ิ (มปท.). กจิ กรรมโครงงาน: Project Approach. ใน ธดิ า พทิ กั ษส์ นิ สขุ (บรรณาธกิ าร). คมู่ อื การพฒั นาทักษะสมอง EF ระดับปฐมวัย. กรงุ เทพฯ: สำ� นักพมิ พ์รกั ลูก. ขวญั ฟ้า รงั สิยานนท์. (2558). การสอ่ื สารท่ไี ดผ้ ล. สบื ค้นจาก http://dusithost.dusit.ac.th/~pre_edu/article/ article1.html มสธจติ ตนิ นั ท์ บญุ สถริ กลุ . (2558). การเรยี นรทู้ างอารมณแ์ ละสงั คมกบั การพฒั นาทกั ษะชวี ติ เดก็ ปฐมวยั . ใน เอกสาร การสอนชดุ วชิ าการพฒั นาทกั ษะชวี ติ สำ� หรบั เดก็ ปฐมวยั หนว่ ยที่ 3 (น. 3-1 ถงึ 3-42). นนทบรุ :ี สำ� นกั พมิ พ์ มหาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช. ธดิ า พทิ กั ษส์ นิ สุข. (มปท.). EF กบั การเลน่ อิสระ. ใน ธดิ า พทิ กั ษ์สนิ สขุ (บรรณาธิการ). คู่มือการพัฒนาทกั ษะ มสธ มสธสมอง EF ระดบั ปฐมวยั . กรุงเทพฯ: สำ� นักพมิ พ์รกั ลูก. นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล และคณะ. (2557). แบบประเมินพัฒนาการด้านการคิดเชิงบริหาร (EF) ในเด็กก่อน วยั เรียน. กรงุ เทพฯ: สถาบันวิจยั ระบบสาธารณสขุ (สวรส) และมหาวทิ ยาลยั มหิดล นวลจันทร์ จุฑาภักดีกุล. (2559). การพัฒนาสมองเชิงบริหาร (EF). ใน เอกสารประกอบการอบรมหลักสูตร “Thinking Child ในยุคดิจิตอล” โครงการพัฒนาผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาระดับปฐมวัย ร่นุ ท่ี 8. วนั ท่ี 3 กรกฎาคม 2559 มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. ปยิ ะนนั ท์ หริ ณั ยช์ โลทร. (2557). พฒั นาการและการเรยี นรทู้ างอารมณ์ จติ ใจของเดก็ ปฐมวยั . ใน เอกสารการสอน มสธชดุ วิชาพัฒนาการและการเรียนร้ขู องเด็กปฐมวัย หนว่ ยท่ี 3 (น. 3-1 ถึง 3-40). นนทบุรี: ส�ำนกั พมิ พ์ มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช. ปยิ ะนนั ท์ หริ ณั ยช์ โลทร และกนั ตวรรณ มสี มสาร. (2558). การปลกู ฝงั และสรา้ งเสรมิ ทกั ษะชวี ติ สำ� หรบั เดก็ ปฐมวยั . ใน เอกสารการสอนชุดวิชาการพัฒนาทักษะชีวิตส�ำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยท่ี 9 (น. 9-1 ถึง 9-49). นนทบุรี: สำ� นกั พิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธริ าช. มสธ มสธพระธรรมปฎิ ก (ป.อ. ปยตุ โฺ ต). (2545). รงุ่ อรณุ ของการศกึ ษา เบกิ ฟา้ แหง่ การพฒั นาทยี่ ง่ั ยนื . กรงุ เทพฯ: สานกั พมิ พ์ สหธรรมกิ . พัชรี ผลโยธิน. (2548). รูปแบบการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย. ใน ประมวลสาระชุดวิชาการจัด ประสบการณ์ส�ำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยท่ี 4 (น. 4-1 ถึง 4-53). นนทบุรี: ส�ำนักพิมพ์มหาวิทยาลัย สุโขทัยธรรมาธิราช. . (2548). การจดั ประสบการณเ์ พือ่ พฒั นาเด็กปฐมวยั ด้านอารมณ์-จติ ใจ. ใน ประมวลสาระชุดวิชาการจดั ประสบการณส์ �ำหรบั เดก็ ปฐมวัย หนว่ ยที่ 11 (น. 11-1 ถงึ 11-53). นนทบรุ :ี สำ� นักพมิ พ์มหาวิทยาลัย มสธสุโขทัยธรรมาธริ าช.

10-58 การศึกษาและหลกั สตู รสำ� หรบั เดก็ ปฐมวัย ภวู ฤทธิ์ ภวู ภิรมย์ขวัญ. (มปท). เลน่ บทบาทสมมติและเล่นละคร. ใน ธิดา พิทกั ษส์ ินสขุ (บรรณาธิการ). คมู่ ือ มสธการพัฒนาทกั ษะสมอง EF ระดบั ปฐมวยั . กรุงเทพฯ: ส�ำนกั พมิ พร์ กั ลกู . ศันสนีย์ ฉัตรคุปต์และคณะ. (2544). การเรียนรู้อย่างมีความสุข : สารเคมีในสมองกับความสุขและการเรียนรู้. กรุงเทพฯ: โฆษติ การพมิ พ์ จำ� กดั . สมเดจ็ พระญาณสังวร. (2522). หลกั พุทธศาสนา. กรุงเทพฯ: มหามกฏุ ราชวทิ ยาลยั . สมุ น อมรววิ ฒั น.์ (2546). วถิ กี ารเรยี นร:ู้ คณุ ลกั ษณะทคี่ าดหวงั ในชว่ งวยั . กรงุ เทพฯ: พรกิ หวานกราฟฟกิ จำ� กดั . มสธ มสธสภุ าวดี หาญเมธี. (2558). EF ภูมิคุ้มกนั ชวี ติ และป้องกันยาเสพติด คมู่ อื สำ� หรับครอู นุบาล. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พ์ พมิ พ์ดี จ�ำกัด. สำ� นกั งานบรหิ ารและพฒั นาองคค์ วามร.ู้ (2558). แนวทางการจดั การเรยี นรตู้ ามหลกั การพฒั นาสมอง สำ� หรบั เดก็ อายุ 3-6 ปี. กรุงเทพฯ: ห้างหนุ้ สว่ นจ�ำกัด ธนาพรนิ้ ติ้ง. อมรากุล อินโอชานนท์. (2555). กิจกรรมเสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์เด็กอายุ 3-11 ปี (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช์ มุ นุมสหกรณ์การเกษตรแหง่ ประเทศไทย จ�ำกัด. มสธอรพรรณ บุตรกตัญญู. (2558). นวัตกรรมการประเมินพฤติกรรมเด็กปฐมวัย. ใน เอกสารการสอนชุดวิชาการ ประเมินและสรา้ งเสริมพฤติกรรมเด็กปฐมวยั หน่วยที่ 14 (น. 14-1 ถึง 14-51). นนทบุร:ี ส�ำนักพิมพ์ มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช. อรุณี หรดาล. (2548). แนวการจัดประสบการณเ์ พือ่ พัฒนาเด็กปฐมวัย. ใน ประมวลสาระชุดวิชาการจัดประสบ- การณส์ �ำหรบั เดก็ ปฐมวัย หนว่ ยที่ 2 (น. 2-1 ถึง 2-43). นนทบรุ ี: สำ� นักพิมพ์มหาวิทยาลยั สุโขทยั - มสธ มสธธรรมาธริ าช. อญั ญมณี บญุ ซือ่ . (2551). เรอ่ื งเล่นไม่ใชเ่ รื่องเลน่ เลน่ . กรงุ เทพฯ: ส�ำนักพิมพ์สาราเด็ก. Elena Bodrova and Deborah J. Leong. (2008). Developing Self-Regulation in Kindergarten. Retrieved from http://www.naeyc.org/files/yc/file/200803/BTJ_Primary_Interest.pdf Shauna Tominey. (2016). How to Help Your Child Develop Executive Function and Self- Regulation Skills. Retrieved from https://www.noodle.com/articles/how-to-help-your- มสธchild-develop-executive-function-and-self-regulation-skills Ida Rose Florez. (2011). Developing Young Children’s Self-Regulation Through Everyday Experiences. Retrieved from https://www.naeyc.org/files/yc/file/201107/Self-Regulation_ Florez.pdf Linda Groves Gillespie and Nancy L. Seibel. (2006). Self-Regulation: A Cornerstone of Early- Childhood Development. Retrieved from http://journal.naeyc.org/btj/200607/Gillespie709 มสธ มสธ มสธBTJ.pdf

มสธ หน่วยที่ 11 การจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์วัฒนา ปุญญฤทธิ์ มมมสสสธธธ มมสสธธ มมมสสสธธธชื่อ วุฒิ มสธต�ำแหน่ง หน่วยที่เขียน ผชู้ ่วยศาสตราจารย์วฒั นา ปญุ ญฤทธิ์ กศ.บ., กศ.ม. (การศกึ ษาปฐมวยั ) มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ข้าราชการบ�ำนาญ มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร หน่วยที่ 11

11-2 การจดั การศกึ ษาและหลักสตู รส�ำ หรบั เดก็ ปฐมวัย มสธแผนการสอนประจ�ำหน่วย ชดุ วิชา การจัดการศกึ ษาและหลกั สตู รส�ำหรับเด็กปฐมวยั มสธ มสธหน่วยที่ 11 การจัดประสบการณเ์ พ่อื พัฒนาเดก็ ปฐมวัยดา้ นสงั คม ตอนที่ 11.1 ความรูพ้ ้ืนฐานเกี่ยวกบั การจัดประสบการณ์เพือ่ พฒั นาเด็กปฐมวยั ด้านสงั คม 11.2 การจดั ประสบการณ์และสอ่ื ทใี่ ชพ้ ัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม มสธ11.3 การประเมนิ พัฒนาการเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม แนวคิด 1. ค วามรพู้ น้ื ฐานเกยี่ วกบั การจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม เปน็ ความรทู้ ช่ี ว่ ย มสธ มสธให้ผู้ท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนาเด็กน�ำไปใช้เพ่ือจัดการให้เด็กได้กระท�ำผ่านกิจกรรมประจ�ำวัน ดว้ ยวธิ กี ารทหี่ ลากหลายใหไ้ ดร้ บั ประสบการณส์ ำ� คญั และเกดิ การเรยี นรทู้ างสงั คม ทงั้ น้ี ความรู้ พืน้ ฐานดงั กลา่ วประกอบด้วย ความสำ� คัญและจดุ มงุ่ หมายของการจัดประสบการณ์ หลักการ และแนวทางการจดั ประสบการณ์ และขอบขา่ ยการจดั ประสบการณ์ 2. การจดั ประสบการณแ์ ละสอื่ ทใ่ี ชพ้ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม เปน็ แนวทางการจดั ประสบการณ์ และสื่อประกอบการจัดประสบการณ์ในขอบข่ายของพัฒนาการด้านสังคม ที่ประกอบด้วย มสธทักษะการช่วยเหลือตนเอง การรกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเปน็ ไทย การ อย่รู ว่ มกบั ผ้อู ื่น และการปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชิกทีด่ ีของสังคม ซงึ่ การจัดประสบการณจ์ ะดำ� เนนิ ผา่ นกจิ กรรมประจำ� วนั ขณะทเ่ี ดก็ อยใู่ นสถานศกึ ษา ซง่ึ ไดแ้ ก่ กจิ วตั รประจำ� วนั กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ย กจิ กรรมกลุม่ ใหญ่ และกิจกรรมการเล่นกลางแจง้ 3. ก ารประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวัยด้านสังคม เปน็ การประเมินพฤติกรรมทกั ษะการช่วยเหลือ มสธ มสธตนเอง การรกั ธรรมชาติ สิง่ แวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย และการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ื่น และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คม ซงึ่ การประเมนิ จะใชว้ ธิ กี ารสงั เกตพฤตกิ รรม เครอ่ื งมอื มสธทใ่ี ชค้ ือแบบสังเกตพฤติกรรมทางสังคม

การจดั ประสบการณเ์ พ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นสังคม 11-3 วัตถุประสงค์ มสธเม่อื ศึกษาหนว่ ยท่ี 11 จบแล้ว นกั ศึกษาสามารถ 1. อธบิ ายความรูพ้ นื้ ฐานเกี่ยวกับการจัดประสบการณเ์ พื่อพฒั นาเด็กปฐมวัยด้านสงั คมได้ 2. อธิบายการจดั ประสบการณแ์ ละสอื่ เพ่ือพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ด้านสังคมได้ 3. อธบิ ายการประเมินพฒั นาการด้านสงั คมของเด็กปฐมวยั ได้ มสธ มสธกิจกรรมระหว่างเรียน 1. ท�ำแบบประเมินผลตนเองกอ่ นเรยี นหนว่ ยท่ี 11 2. ศึกษาเอกสารการสอนตอนท่ี 11.1-11.3 3. ปฏบิ ตั ิกิจกรรมตามที่ได้รบั มอบหมายในเอกสารการสอน 4. ฟงั ซดี เี สียงประจำ� ชดุ วชิ า มสธ5. ชมดวี ดี ปี ระกอบชุดวิชา (ถา้ ม)ี 6. ท�ำแบบประเมินผลตนเองหลงั เรยี นหน่วยที่ 11 ส่ือการสอน มสธ มสธ1. เอกสารการสอน 2. แบบฝกึ ปฏบิ ัติ 3. ซดี ีเสียงประจ�ำชุดวชิ า (ถ้ามี) 4. ดีวดี ปี ระกอบชุดวชิ า (ถา้ ม)ี การประเมินผล มสธ1. ประเมนิ ผลจากแบบประเมินผลตนเองกอ่ นเรยี นและหลังเรยี น 2. ประเมินผลจากกิจกรรมและแนวตอบทา้ ยเรือ่ ง 3. ประเมินผลจากการสอบไลป่ ระจำ� ภาคการศกึ ษา มสธ มสธเมื่ออ่านแผนการสอนแล้ว ขอให้ท�ำแบบประเมินผลตนเองก่อนเรียน มสธหน่วยที่ 11 ในแบบฝึกปฏิบัติ แล้วจึงศึกษาเอกสารการสอนต่อไป

11-4 การจัดการศกึ ษาและหลักสตู รส�ำ หรบั เด็กปฐมวัย มสธตอนที่ 11.1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย ด้านสังคม มสธ มสธโปรดอา่ นหวั เรื่อง แนวคดิ และวัตถปุ ระสงคข์ องตอนที่ 11.1 แลว้ จงึ ศึกษารายละเอยี ดตอ่ ไป หัวเร่ือง 11.1.1 ความสำ� คญั และจดุ มงุ่ หมายของการจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม 11.1.2 หลักการและแนวทางการจัดประสบการณเ์ พือ่ พัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นสังคม 11.1.3 ขอบข่ายการจดั ประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสงั คม มสธแนวคิด 1. ก ารจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม ช่วยให้เด็กได้รับประสบการณ์ สำ� คญั และเกดิ การเรยี นรทู้ างสงั คม อนั จะสง่ ผลตอ่ พฒั นาการดา้ นสงั คมของเดก็ ใหบ้ รรลุ มสธ มสธจดุ มงุ่ หมายของการจัดการศึกษา ส�ำหรบั จุดม่งุ หมายของการจดั ประสบการณ์คอื ใหค้ รู สามารถจดั ประสบการณท์ ่ีสอดคล้องกับวธิ ีการเรยี นร้ทู างสังคมของเดก็ ปฐมวยั และจดั ประสบการณใ์ นขอบขา่ ยของพฒั นาการดา้ นสงั คม ตลอดจนสามารถประเมนิ พฒั นาการ ด้านสังคมของเดก็ ปฐมวยั ได้ 2. การจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยมีหลักการคือ การจัดประสบการณ์ท่ี สอดคลอ้ งตามแนวคดิ ดา้ นการเรยี นรขู้ องนกั จติ วทิ ยากลมุ่ พฤตกิ รรมนยิ ม กลมุ่ วฒุ ภิ าวะ มสธนยิ ม และกลมุ่ สรรคส์ รา้ งนยิ ม โดยเนน้ ใหเ้ ดก็ ไดป้ ฏบิ ตั ิ และไดร้ บั ประสบการณผ์ า่ นการ เลน่ ซงึ่ เปน็ ธรรมชาตขิ องเดก็ จดั ประสบการณจ์ ากการสอนโดยตรงและผา่ นตวั แบบทด่ี ี จัดประสบการณ์พร้อมปัจจัยสนับสนุนท่ีมีจุดหมายในการพัฒนาเด็กขณะปัจจุบันและ เพื่ออนาคต ส�ำหรับแนวทางการจัดประสบการณ์ ประกอบด้วย การจัดประสบการณ์ ผา่ นการทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั และการจดั สภาพแวดลอ้ มทสี่ นบั สนนุ การดำ� เนนิ ชวี ติ รว่ มกนั มสธ มสธ3. ขอบขา่ ยการจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม ครอบคลมุ ขอบขา่ ยดา้ น ทักษะการช่วยเหลือตนเอง ประกอบด้วย การช่วยเหลือตนเอง การติดต่อสื่อสารและ มนุษยสัมพันธ์ การรับผิดขอบต่อตนเอง ขอบข่ายด้านการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย ประกอบด้วย การรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และการรัก วัฒนธรรมและความเป็นไทย ขอบข่ายด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการปฏิบัติตนเป็น สมาชกิ ท่ีดีของสังคม ประกอบดว้ ย การอยูร่ ่วมกบั ผูอ้ นื่ และการปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชิก มสธที่ดขี องสงั คม

การจดั ประสบการณ์เพ่อื พฒั นาเดก็ ปฐมวัยดา้ นสงั คม 11-5 มสธวัตถุประสงค์ เม่ือศึกษาตอนท่ี 11.1 จบแล้ว นักศึกษาสามารถ 1. อธบิ ายความสำ� คญั และจดุ มงุ่ หมายของการจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ น สงั คมได้ มสธ มสธ2. ระบหุ ลกั การและแนวทางการจัดประสบการณเ์ พ่ือพฒั นาเดก็ ปฐมวัยดา้ นสงั คมได้ มมสสธธ มมมสสสธธธ มมสสธธ3. ระบุขอบขา่ ยของการจัดประสบการณเ์พอ่ื พฒั นาเด็กปฐมวยั ดา้ นสงั คมได้

11-6 การจัดการศึกษาและหลักสูตรสำ�หรับเด็กปฐมวัย มสธเร่ืองที่ 11.1.1 ความส�ำคัญ และจุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณ์ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม มสธ มสธ...ผมได้ตระหนกั วา่ สาระความจำ� เป็นในการดำ� เนนิ ชีวติ อยา่ งมคี วามสขุ และมีความหมาย น้ันไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหรือสลับซับซ้อน แต่เป็นส่ิงท่ีผมได้เรียนรู้มาแล้วนานแสนนาน หลักการที่ผม เขียนเป็นสิง่ ที่ผมเรยี นรู้ตงั้ แต่สมัยอยู่โรงเรียนอนุบาล ไม่ใช่จากระดับปริญญาโทหรือเอก เราเรียนรู้ ขณะเลน่ กองทรายตอนเปน็ เดก็ ในชว่ งพกั เรยี นศาสนาวนั อาทติ ย์ สง่ิ ทผ่ี มเรยี นรตู้ อนเปน็ เดก็ อนบุ าลคอื แบง่ ปนั ทุกสงิ่ แก่เพือ่ นๆ อย่าเก็บไว้คนเดียว มสธเล่นอยา่ งยุตธิ รรม ไมเ่ อาเปรียบเพอื่ น ไม่รังแกคนอ่นื โดยเฉพาะผ้ทู อ่ี อ่ นแอกวา่ เก็บสง่ิ ของให้เขา้ ทเ่ี มอื่ ใชเ้ สรจ็ ท�ำความสะอาดสถานท่ใี ห้เรยี บร้อยเมื่อเล่นเสร็จ ไม่แยง่ เอาสิ่งของของคนอืน่ มาเปน็ ของตนเอง มสธ มสธเม่ือทำ� ใหค้ นอื่นเจ็บต้องขอโทษ ล้างมอื กอ่ นรบั ประทานอาหารหรอื ขนม กดชกั โครกทุกคร้ัง เม่อื ท�ำธุระในห้องน้ำ� เสร็จ ขนมคุกกี้ใหมๆ่ และนมเย็นเป็นประโยชนต์ อ่ สุขภาพ มีชีวิตอยู่อย่างสมดุล รู้จักแบ่งเวลา เรียนบ้าง คิดบ้าง วาดรูป ระบายสี ร้องเพลงเต้นร�ำ เลน่ บา้ ง ทำ� งานบ้าง มสธเมือ่ ออกสู่โลกภายนอก จงระวังรถรา จบั มอื กนั ไว้ให้มนั่ และเดินเกาะกลมุ่ ไปด้วยกัน... ทุกส่ิงทุกอย่างที่เราจ�ำเป็นต้องเรียนรู้ เราได้เรียนรู้แล้วตั้งแต่ชั้นอนุบาล ไม่ว่าจะเป็น กฎทองในการดำ� เนนิ ชวี ติ ความรกั สขุ อนามัยข้ันพน้ื ฐาน สง่ิ แวดลอ้ ม การเมือง ความเสมอภาคใน สังคม และชีวิตที่ปกตสิ ุข ทงั้ หมดนี้มีสอนในโรงเรียนอนบุ าลทั้งสนิ้ มสธ มสธ โรเบริ ต์ ฟูลกัม (2540) การจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม เปน็ การจดั การทเี่ กดิ จากการสงั เกต สนบั สนนุ และวางแผนของผู้สอนให้เด็กกระท�ำผ่านการท�ำกิจกรรมประจ�ำวันด้วยวิธีการท่ีหลากหลาย ท�ำให้เด็ก ได้รับประสบการณ์ส�ำคัญ และเกิดการเรียนรู้ทางสังคม ท้ังน้ีกระทรวงศึกษาธิการ (2548, น. 20) ระบุ วา่ การเรยี นรทู้ างสงั คมดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ การปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำ� วนั ของตนเอง การเลน่ และการทำ� งานรว่ มกบั ผอู้ นื่ การวางแผนตัดสินใจเลือกและลงมือปฏิบัติ การมีโอกาสได้รับรู้ความรู้สึก ความสนใจ และความ มสธต้องการของตนเองและผู้อ่ืน การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น แก้ปัญหา ในการเลน่ การปฏบิ ัติตามวฒั นธรรมท้องถิน่ ท่อี ยอู่ าศยั และความเปน็ ไทย

การจัดประสบการณเ์ พอ่ื พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ด้านสงั คม 11-7 การเรียนรู้ทางสังคมดังกล่าว จึงเป็นพื้นฐานของการเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม และนอกจากน้ัน มสธยงั สนบั สนนุ ใหเ้ ปน็ สมาชกิ ทมี่ คี วามสามารถในการสรา้ งสรรคส์ งั คมทมี่ คี ณุ ภาพอกี ดว้ ย การจดั ประสบการณ์ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวยั ด้านสังคมจึงมคี วามสำ� คญั ดงั รายละเอียดทีจ่ ะกลา่ วต่อไป ความส�ำคัญของการจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม มสธ มสธหน้าที่ของสถานศึกษาระดับปฐมวัย คือการส่งเสริมและพัฒนาเด็กให้มีพัฒนาการที่ดีในทุกด้าน มีการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมตามวัย ท้ังน้ีพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กจะได้รับจากการจัดประสบการณ์ท่ี เหมาะสม การจัดประสบการณ์ด้านสังคมจึงมีความส�ำคัญต่อเด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นผู้ได้รับผลจากการจัด ประสบการณ์ ดังนี้ 1. เดก็ ไดร้ บั การพฒั นาทางสงั คมทเี่ หมาะสมกบั วยั และธรรมชาตกิ ารเรยี นรู้ ทำ� ใหไ้ ดร้ บั ประสบ- การณ์ส�ำคัญและเกิดการเรียนรู้ทางสังคม มีพัฒนาการเป็นไปตามจุดหมาย (มาตรฐานคุณลักษณะที่พึง มสธประสงค)์ ของการจดั การศึกษา 2. เดก็ ไดเ้ รยี นรทู้ างสงั คมจากการจดั ประสบการณ์ ทใ่ี หล้ งมอื กระทำ� ในชวี ติ ประจำ� วนั และการเรยี นรู้ จากการเลน่ ทำ� งาน และอยูร่ ่วมกับผ้อู นื่ ในกิจกรรมทง้ั กิจกรรมกลุ่มยอ่ ยและกลุ่มใหญ่ ซ่งึ ประสบการณท์ ่ี ไดร้ บั ชว่ ยให้เด็กเรียนรู้วิธีการอยู่รว่ มกบั ผู้อื่นและการเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คมในชวี ิตจรงิ ต่อไป มสธ มสธ3. เด็กได้เรียนรู้จากการจัดประสบการณ์ท่ีเน้นให้เด็กประสบความส�ำเร็จในการท�ำสิ่งต่างๆ ทง้ั ดว้ ยตนเองและการร่วมมือกับผอู้ นื่ เด็กจะรู้สกึ ว่าการเรียนร้สู ่ิงต่างๆ เป็นเรือ่ งดแี ละก่อให้เกิดความสุข จึง ฝึกใหเ้ ด็กเป็นผรู้ ักการเรยี นรแู้ ละการอยรู่ ่วมกับผู้อนื่ ในบรรยากาศแห่งความสุข 4. เด็กได้รับการพัฒนาทางสังคมท้ังในระยะต้นและระยะยาว การพฒั นาในระยะตน้ เปน็ ผลจาก การจัดประสบการณ์ที่เด็กได้รับ ท�ำให้เป็นผู้มีพัฒนาการด้านสังคมท่ีเหมาะสม ในระยะยาวลักษณะนิสัย ทางสังคมทีด่ ีจะตดิ ตัวเป็นคุณสมบตั ิที่ชว่ ยสนับสนุนให้เด็กเป็นสมาชิกทม่ี คี ุณภาพของสังคมต่อไป 5. เด็กได้รับการป้องกันหรือแก้ไขปัญหาด้านพัฒนาการทางสังคม การไดร้ บั ประสบการณท์ าง มสธสังคมที่เหมาะสมกับเด็กแต่ละคน นอกจากท�ำให้เกิดพัฒนาการตามท่ีควรจะเป็นแล้ว ยังเป็นการป้องกัน ปญั หาทจ่ี ะเกดิ กบั เดก็ ในระยะตน้ ทจี่ ะสง่ ผลกระทบตอ่ เดก็ อยา่ งมากในวยั ตอ่ ไป หรอื กรณที เี่ ปน็ ปญั หา หาก ไดร้ บั การแกไ้ ขจากการจดั ประสบการณไ์ ดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งทใี นระยะปฐมวยั จะแกไ้ ขปญั หาไดง้ า่ ยและใชเ้ วลา รวดเร็วกว่าที่จะปล่อยไปจนเด็กเติบโต ทั้งน้ีการท่ีเด็กเป็นผู้ท่ีมีพัฒนาการทางสังคมท่ีดี นอกจากจะเป็น มสธ มสธประโยชนก์ ับตวั เด็กโดยตรงแล้ว ยงั มีประโยชนต์ ่อสังคมโดยรวมอกี ด้วย 6. เด็กได้รับการปลูกฝังเพื่อการเติบโตเป็นผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม และผู้อนุรักษ์ สงิ่ แวดลอ้ ม ซงึ่ เปน็ มรดกสำ� คญั ของชาติ และจะทำ� หนา้ ทนี่ ถี้ า่ ยทอดใหแ้ กค่ นรนุ่ หลงั สบื ตอ่ ไปอยา่ งตอ่ เนอื่ ง การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยทางสังคม มีความส�ำคัญอย่างย่ิงเพราะช่วยให้เด็กมี พฒั นาการดา้ นสงั คมทเ่ี หมาะกบั วยั เรยี นรกู้ ารอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ และการเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องกลมุ่ และนอกจากน้ี การได้รบั การปลกู ฝังคุณธรรมทางสงั คมตัง้ แต่ระยะต้นของชีวิต จะสง่ ผลให้เด็กเปน็ ผูท้ ีม่ ีลกั ษณะนสิ ัยทาง มสธสงั คมที่ดี เติบโตเปน็ สมาชกิ ที่มคี ุณภาพของสังคมสืบต่อไป

11-8 การจัดการศึกษาและหลกั สตู รสำ�หรบั เด็กปฐมวยั จุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม มสธการจัดประสบการณเ์ พอื่ พัฒนาเดก็ ปฐมวัยด้านสังคม มีจดุ ม่งุ หมายดงั นี้ 1. เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ไดร้ บั การจดั ประสบการณใ์ นการชว่ ยเหลอื ตนเองในการดำ� เนนิ ชวี ติ ของตนเอง และ การด�ำเนินชวี ติ รว่ มกบั ผอู้ ่ืน 2. เพอ่ื ใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณ์ และไดร้ บั การปลกู ฝงั จติ สำ� นกึ ใหเ้ ปน็ ผรู้ กั ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม มสธ มสธวัฒนธรรม และความเปน็ ไทย 3. เพื่อใหเ้ ดก็ ไดร้ ับประสบการณแ์ ละฝึกฝนในการอยู่รว่ มกบั ผอู้ ืน่ และการปฏบิ ัตติ นเป็นสมาชิก ที่ดขี องสงั คม สรุปได้ว่าการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคมมีจุดมุ่งหมายเพ่ือให้เด็กสามารถ ชว่ ยเหลอื ตนเองได้ เปน็ ผทู้ ร่ี กั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย มคี วามสามารถในการ อยรู่ ว่ มกับผ้อู ืน่ และเป็นสมาชกิ ทดี่ ีของสังคม มสธกิจกรรม 11.1.1 จงอธิบายความส�ำคัญและจุดมงุ่ หมายของการจดั ประสบการณเ์ พอื่ พัฒนาเด็กปฐมวยั ด้านสังคม มสธ มสธแนวตอบกิจกรรม11.1.1 ความส�ำคัญของการจัดประสบการณ์เพ่อื พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ด้านสงั คมคือ 1. เด็กไดร้ ับการพัฒนาด้านสังคมท่ีเหมาะกบั วยั 2. เดก็ ได้เรียนรู้ทางสังคม เรยี นรวู้ ิธกี ารอยู่รว่ มกับผอู้ ่นื และการเปน็ สมาชกิ ท่ดี ีของสังคม 3. เดก็ ไดเ้ รยี นรจู้ ากการจดั ประสบการณท์ เี่ นน้ ใหเ้ กดิ ความสำ� เรจ็ ทำ� ใหเ้ รยี นรอู้ ยา่ งมคี วาม สขุ และนำ� ไปสูก่ ารเปน็ ผ้รู ักการเรยี นรู้ มสธ4. เดก็ ไดร้ ับการพัฒนาดา้ นสังคมทง้ั ในระยะตน้ และระยะยาว 5. เดก็ ไดร้ บั การปอ้ งกนั หรอื แกไ้ ขปญั หาพัฒนาการด้านสงั คม 6. เดก็ ได้รับการปลูกฝังให้เป็นผูส้ บื ทอดมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ จุดมุ่งหมายของการจัดประสบการณเ์ พื่อพฒั นาเด็กปฐมวยั ด้านสังคมคอื 1. เพ่อื ให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ มสธ มสธ2. เพื่อให้เด็กได้รับการปลูกฝังจิตส�ำนึกในการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรม และ ความเป็นไทย มสธ3. เพอื่ ใหเ้ ด็กสามารถอยู่รว่ มกบั ผอู้ ืน่ ได้ และเป็นสมาชิกที่ดีของสงั คม

การจดั ประสบการณ์เพ่ือพฒั นาเด็กปฐมวยั ด้านสังคม 11-9 มสธเรื่องที่ 11.1.2 หลักการและแนวทางการจัดประสบการณ์ เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม มสธ มสธการจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คมนน้ั มคี วามมงุ่ หวงั ทจี่ ะใหเ้ ดก็ เกดิ การเรยี นรู้ ทางสงั คม ผลจากการเรียนรูน้ ้ันจะท�ำให้เด็กสามารถดำ� เนินชีวติ ประจ�ำวันไดอ้ ยา่ งราบรื่น เล่นและท�ำงาน อย่างรว่ มมือกับผอู้ น่ื ได้ สามารถสร้างความสมั พันธก์ บั ผอู้ ื่นได้ และรักษาความสมั พันธ์นั้นไว้ได้ สามารถ คิดตัดสินใจในสถานการณ์ทางสังคมโดยค�ำนึงถึงเหตุผลตามความเป็นจริง เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในสังคม ท่ีมีบรรยากาศอบอ่นุ มีมติ รไมตรี เคารพกฎกติกา มีมารยาทและปฏบิ ัตติ นตามวัฒนธรรมที่ดงี าม ซึง่ การ มสธจดั ประสบการณม์ ีหลกั การและแนวทางการจดั ดงั น้ี หลักการจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม การจดั ประสบการณ์เพ่อื พัฒนาเดก็ ปฐมวัยดา้ นสงั คมมหี ลกั การจดั ดงั นี้ มสธ มสธ1. จดั ประสบการณต์ ามแนวคดิ เรอื่ งการเรยี นรขู้ องนกั จติ วทิ ยากลมุ่ ตา่ ง ๆ การจดั ประสบการณ์ ทางสังคม สามารถประยกุ ตใ์ ชแ้ นวคิดของนกั จติ วิทยากลุ่มตา่ งๆ มาเปน็ แนวทางในการจดั ได้ (Fields & Buesser, 2002, p. 23) ดังนี้ 1.1 กลุ่มพฤติกรรมนิยม เชื่อว่าการเรยี นรู้จะเกิดไดด้ จี ากการใหร้ างวลั และลดพฤตกิ รรมที่ ไม่ดโี ดยการท�ำโทษ ซงึ่ การน�ำมาใช้ในปัจจบุ ันคือการใหเ้ ด็กเรียนรูแ้ ละเกิดพฤติกรรมสังคมทางบวก โดย ให้เดก็ ได้รับรางวลั จากการทำ� พฤตกิ รรมท่ีดี เชน่ ความสำ� เร็จ ความภาคภูมใิ จ การได้รบั การชืน่ ชม ส่วน มสธการลดพฤติกรรมสังคมทางลบโดยการแสดงใหเ้ หน็ ว่าพฤติกรรมนน้ั ไมเ่ ปน็ ทย่ี อมรับของผ้อู ื่น 1.2 กลุ่มวุฒิภาวะนิยม เชือ่ วา่ เวลาคือครูทดี่ ที ี่สุด หมายถึงการเรียนรู้จะเกิดไดด้ ีหากเดก็ มี ความพร้อมท้ังทางกาย จิตใจ และอารมณ์ การเรียนรู้ทางสังคมท่ีดีคือการจัดประสบการณ์ที่เหมาะกับ คณุ ลกั ษณะตามวัยท่พี รอ้ มจะเรยี นรูใ้ นเร่อื งนัน้ ๆ 1.3 กลุ่มสรรค์สร้างนิยม เช่ือว่าความรู้เกิดจากการได้รับประสบการณ์และสร้างเป็น มสธ มสธองค์ความรู้ภายใน การเรียนรู้ทางสังคมจึงเกิดจากการที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมท้ังทางกายภาพ และสงั คม เกดิ เป็นความรูท้ างสังคมในทีส่ ุด 2. จัดประสบการณ์โดยเน้นการให้ปฏิบัติจริง เนื่องจากการเรียนรู้ทางสังคมจะเกิดจากการที่ เดก็ ไดร้ บั ประสบการณด์ ว้ ยตนเอง การปฏบิ ตั จิ งึ เปน็ วธิ กี ารเรยี นรทู้ ด่ี ที ส่ี ดุ และการปฏบิ ตั นิ นั้ ควรจะทำ� อยา่ ง สม�่ำเสมอเป็นประจำ� และปฏิบตั เิ ป็นปกตใิ นชวี ิตประจำ� วัน 3. จดั ประสบการณผ์ า่ นการเลน่ ทางสงั คม การเลน่ เปน็ วธิ กี ารเรยี นรขู้ องเดก็ การจดั ประสบการณ์ มสธผ่านการเล่นทางสังคม ซงึ่ เป็นการเล่นตามขน้ั พฒั นาการของเดก็ ท่ีเร่ิมจากการเล่นตามล�ำพงั สู่การเลน่ กับ ผู้อ่ืนและการเล่นข้ันสูงที่สุดคือการเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน จึงควรจัดประสบการณ์ผ่านการเล่น

11-10 การจัดการศึกษาและหลกั สตู รสำ�หรับเด็กปฐมวยั ในรูปของการร่วมมือกัน จะท�ำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ทางสังคม โดยเฉพาะการรู้จักและเข้าใจผู้อ่ืนและการ มสธปรับตวั ทางสงั คม เพอื่ ความราบรน่ื ในการอยูร่ ว่ มกัน และการเปน็ สมาชิกทด่ี ขี องสงั คม 4. จัดประสบการณ์ทางสังคมจากการสอนโดยตรง เป็นการสอนใหเ้ ด็กรู้ว่าสิ่งใดควรท�ำหรือไม่ ควรทำ� ซงึ่ จะตอ้ งทำ� ทนั ทที เี่ ดก็ แสดงพฤตกิ รรมนน้ั ๆ การสอนโดยตรงนม้ี แี นวคดิ ในการสอน คอื สอนเพอ่ื ใหเ้ ดก็ เขา้ ใจถงึ เหตผุ ลของการกระทำ� นนั้ เปน็ การสอนใหร้ จู้ กั คดิ ถงึ เหตผุ ลทางสงั คมตามความเปน็ จรงิ และ มสธ มสธน�ำมาสู่การคดิ การตดั สนิ ใจทางสงั คมอยา่ งถูกต้อง การสอนจะสอนจากสถานการณท์ ี่เป็นปัญหาหรอื จาก การกระทำ� ของเดก็ ทส่ี ง่ ผลกระทบตอ่ ผอู้ นื่ โดยใชว้ ธิ อี ธบิ าย การใชค้ ำ� ถามใหเ้ ดก็ คดิ หาคำ� ตอบอยา่ งมเี หตผุ ล การชแี้ จงใหเ้ ขา้ ใจถงึ ผลการกระทำ� และการแนะแนวใหเ้ ดก็ หาวธิ แี กป้ ญั หาทหี่ ลากหลายเพอื่ ใหไ้ ดท้ างออก ท่ีดีที่สุด 5. จัดประสบการณ์ผ่านตัวแบบท่ีดี เด็กปฐมวัยมีธรรมชาติของการเป็นนักสังเกต และจดจ�ำ ส่ิงท่ีสังเกตไปเป็นพฤติกรรมของตน เด็กจึงชอบเลียนแบบผู้ที่ใกล้ชิดหรือบุคคลท่ีตนชื่นชอบท่ีแสดงออก มสธในสถานการณ์ต่างๆ การจัดประสบการณ์ผ่านตัวแบบที่ดีจึงเป็นวิธีหน่ึงที่จะช่วยพัฒนาพฤติกรรมสังคม ทางบวกให้เด็ก ตัวแบบท่ีเหมาะสมและเป็นตัวอย่างที่ดี ได้แก่ ครู และตัวแบบที่เป็นคนดี มีคุณธรรม ในชีวิตจรงิ ใกล้ตัวเด็กจากนทิ าน เรอื่ งราว เหตกุ ารณใ์ นชวี ิตประจ�ำวนั เปน็ ต้น 6. จดั ประสบการณพ์ รอ้ มปจั จยั สนบั สนนุ ปจั จยั สนบั สนนุ ทใ่ี หก้ ารจดั ประสบการณป์ ระสบความ ส�ำเร็จและผู้เรียนเรียนรู้โดยง่าย ได้แก่ สภาพแวดล้อมที่สะดวกสบายท้ังด้านเน้ือท่ี เครื่องอ�ำนวยความ มสธ มสธสะดวกตา่ งๆ บรรยากาศทอี่ บอนุ่ เปน็ มติ ร สภาพแวดลอ้ มทก่ี ระตนุ้ ใหม้ ปี ฏสิ มั พนั ธท์ ดี่ รี ะหวา่ งเดก็ กบั เพอื่ น กบั กลมุ่ และกับครู และสภาพแวดลอ้ มทสี่ ่งเสริมใหเ้ ป็นผู้รักธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม และวฒั นธรรมไทย 7. จัดประสบการณ์ท่ีมีจุดหมายทั้งในปัจจุบันและเพ่ืออนาคต ซง่ึ หมายถงึ การจดั ประสบการณ์ เพอื่ ให้เดก็ มีพัฒนาการดา้ นสังคมท่ีเหมาะสมตามวัย ขณะเดยี วกนั จากประสบการณท์ จี่ ดั ให้ ควรเป็นสิง่ ที่ ปลกู ฝงั ใหเ้ กดิ การเรยี นรทู้ างสงั คมทส่ี รา้ งขนึ้ ภายในและการเรยี นรทู้ มี่ คี วามคงทนตดิ ตวั ไป และสามารถนำ� มาใช้ได้จริงในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งหมายถึงการท่ีเด็กจะได้รับการปลูกฝังให้เป็นผู้มีคุณธรรมทางสังคม มสธและเติบโตเป็นสมาชิกท่ีมคี ณุ ภาพของสงั คมต่อไป สรปุ ไดว้ า่ หลกั การจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม จงึ เกย่ี วกบั การจดั ประสบการณ์ ตามความเชอื่ ดา้ นการเรยี นรขู้ องเดก็ การจดั ประสบการณโ์ ดยเนน้ การปฏบิ ตั จิ รงิ การจดั ประสบการณผ์ า่ น การเลน่ การสอนโดยตรงเพอ่ื ฝกึ คดิ หาเหตุผล การจัดตัวแบบทดี่ ี การจัดปัจจัยสนับสนนุ และการกำ� หนด เป้าหมายทั้งในปัจจุบันและเพอื่ อนาคต มสธ มสธแนวทางการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม แนวทางการจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม ประกอบดว้ ย การจดั ประสบการณ์ ผา่ นการทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั และการจดั สภาพแวดลอ้ มทสี่ นบั สนนุ การดำ� เนนิ ชวี ติ และการอยรู่ ว่ มกนั ดงั นี้ 1. การจดั ประสบการณผ์ า่ นการทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั การจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสังคม จะจัดผา่ นการทำ� กิจกรรมประจำ� วันซงึ่ เป็นการกำ� หนดตารางเวลาและกจิ กรรมตา่ งๆ ทสี่ มั พันธ์ มสธกนั ใน 1 วนั กจิ กรรมประจำ� วนั ทเ่ี ดก็ ทำ� จะชว่ ยใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณท์ ส่ี ง่ เสรมิ พฒั นาการและการเรยี นรู้

การจดั ประสบการณ์เพือ่ พัฒนาเดก็ ปฐมวัยด้านสงั คม 11-11 ก�ำหนดการของกิจกรรมประจ�ำวันจะท�ำเหมือนกันทุกวัน เสมือนเป็นแบบแผนท่ีก�ำหนดให้เด็กทราบว่า มสธแต่ละวันจะได้ทำ� อะไรบ้าง และกิจกรรมแต่ละอย่างมีระบบแบบแผนอย่างไร ประสบการณ์ที่เด็กได้รับจะ เก่ียวข้องกับการด�ำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการเป็นสมาชิกของสังคม กิจกรรมประจ�ำวันท่ี สนับสนนุ ให้เกิดการเรียนรู้ทางสงั คม ประกอบดว้ ยกจิ วัตรประจำ� วนั กจิ กรรมกลุม่ ยอ่ ย กจิ กรรมกลมุ่ ใหญ่ และกจิ กรรมการเล่นกลางแจ้ง โดยมีรายละเอียดดงั นี้ มสธ มสธ1.1 กิจวัตรประจ�ำวัน เป็นการท�ำกิจกรรมที่ตอบสนองความต้องการในการด�ำรงชีวิตของ เดก็ ในแตล่ ะวนั ไดแ้ ก่ การรบั ประทานอาหาร การขบั ถา่ ย การท�ำความสะอาดรา่ งกาย การแต่งกาย การ เล่นและออกก�ำลังกาย และการพักผ่อนนอนหลับ ขณะเดียวกันเด็กต้องอยู่ร่วมกับเด็กอ่ืนในสถานศึกษา การท�ำกิจวัตรประจ�ำวันจึงเก่ียวข้องกับการช่วยเหลือตนเอง การรับผิดชอบในการท�ำกิจวัตรส่วนตัว การ ปฏบิ ตั กิ จิ วตั รตามกตกิ าอนามยั และการอยรู่ ว่ มกนั ตลอดจนการสอ่ื สารสมั พนั ธก์ บั ผอู้ น่ื กจิ วตั รประจำ� วนั นี้ ควรก�ำหนดเปน็ ตารางเวลาทแ่ี นน่ อน และเหมาะสมกบั ความต้องการของเด็กแต่ละวัย รวมทงั้ ใหเ้ วลานาน มสธเพียงพอท่เี ดก็ จะปฏบิ ัตกิ จิ วตั รได้ส�ำเร็จเรยี บรอ้ ย การปฏิบตั กิ ิจวตั รประจ�ำวันที่มกี ำ� หนดเวลาทีแ่ นน่ อนจะ ฝึกให้เด็กรู้จักช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจ�ำวัน ท�ำให้พ่ึงพาตนเองได้ มีความม่ันใจในความสามารถของ ตน การชว่ ยเหลอื ตนเองไดจ้ ะพฒั นาไปสกู่ ารรจู้ กั ชว่ ยเหลอื ผอู้ นื่ ตอ่ ไป นอกจากนกี้ ารกำ� หนดเวลาทแ่ี นน่ อน จะท�ำให้เด็กสามารถวางแผนได้ว่าจะต้องท�ำอะไรบ้างและจะทำ� อย่างไร เพ่ือให้กิจวัตรน้ันส�ำเร็จด้วยดีและ สร้างความอบอุ่นใจให้เด็กท่ีสามารถคาดได้ว่าจะต้องท�ำอะไรในแต่ละช่วงเวลา นอกจากก�ำหนดเวลาของ มสธ มสธกจิ วตั รตา่ งๆ แลว้ ควรอธบิ ายใหเ้ ดก็ ทราบถงึ แบบแผนของกจิ วตั รนน้ั ๆ ดว้ ย เพอ่ื เดก็ จะไดฝ้ กึ การวางระบบ เชน่ การเข้าห้องนำ้� ล้างท�ำความสะอาดรา่ งกาย ลา้ งโถสว้ ม ออกจากหอ้ งน้ำ� เปดิ ก๊อกลา้ งมอื ฟอกสบู่ล้าง ใหส้ ะอาด แลว้ เชด็ มอื กับผา้ เชด็ มือใหแ้ หง้ เป็นต้น 1.2 กิจกรรมกลุ่มย่อย เด็กปฐมวัยจะเริ่มเล่นกับตนเองและเล่นตามล�ำพัง เมื่ออายุเพิ่มขึ้น และเร่ิมเข้าสู่สังคมนอกบ้าน เด็กจะเริ่มสนใจเด็กวัยเดียวกัน และเมื่อเข้าสู่สถานศึกษา เด็กจะเพิ่มความ สนใจในการทำ� กจิ กรรมรว่ มกบั เดก็ อนื่ การทเ่ี ดก็ เขา้ รว่ มกจิ กรรมกบั เดก็ อนื่ จะทำ� ใหเ้ ดก็ เรยี นรวู้ ธิ กี ารสรา้ ง มสธความสัมพันธ์กับผู้อื่น การปรับตัวเข้ากบั ผอู้ ื่น การรับรคู้ วามคดิ ความรูส้ กึ ของผู้อืน่ ซ่ึงจะนำ� ไปสกู่ ารอยู่ รว่ มกบั ผอู้ นื่ และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม การจดั ประสบการณท์ ส่ี ง่ เสรมิ พฒั นาการดา้ นสงั คม ประการหนง่ึ คอื การจดั โอกาสใหเ้ ดก็ ไดท้ ำ� กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ย ทง้ั การเขา้ กลมุ่ เองตามธรรมชาตทิ เี่ ดก็ จะรวม กลุ่มกัน หรอื เขา้ ไปสูก่ ลมุ่ ทเี่ กดิ ข้นึ อยู่ก่อนแล้ว รวมทงั้ การจัดกิจกรรมที่กระตนุ้ เร้าให้เดก็ เข้าร่วมกจิ กรรม หรอื เลน่ ซงึ่ อาจเปน็ การเลน่ ลำ� พงั และการเลน่ เปน็ กลมุ่ ยอ่ ยประมาณ 3-4 คน การจดั กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยจะ มสธ มสธจดั โดยกำ� หนดเวลาไวใ้ นตารางเวลาทชี่ ดั เจน เพอ่ื เดก็ จะไดเ้ ขา้ สกู่ ารทำ� กจิ กรรมตามเวลา และวางแผนการ ทำ� กจิ กรรมตามทตี่ อ้ งการ ลกั ษณะของการจดั กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ย ออกแบบเปน็ 2 ลกั ษณะคอื กจิ กรรมการ เล่นตามมุม จัดเป็นมุมการเล่นที่ประกอบด้วยพ้ืนท่ีการเล่นและวัสดุของเล่นในมุม การเล่นตามมุมน้ีมี จุดประสงค์เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการอยู่ร่วมกับเพ่ือนผ่านการเล่น และการปฏิบัติตามแบบแผนการเล่น ของแต่ละมมุ มมุ ที่จัดใหเ้ ลอื กเล่นมมี ุมการเลน่ ตา่ งๆ เชน่ มุมบทบาทสมมติ มมุ ดนตรี มมุ บลอ็ ก มุมการ เลน่ สรา้ ง มมุ ภาษา มมุ วทิ ยาศาสตร์ มมุ การเลน่ นำ้� ฯลฯ สว่ นกจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยอกี ลกั ษณะหนง่ึ เปน็ กจิ กรรม มสธกลมุ่ ยอ่ ยทจ่ี ดั โดยครู จดั เปน็ โตะ๊ มเี ดก็ เขา้ ทำ� กจิ กรรมกบั ครคู รงั้ ละ 3-4 คน ทม่ี จี ดุ ประสงคเ์ พอื่ ใหเ้ ดก็ เรยี นรู้

11-12 การจัดการศึกษาและหลักสตู รส�ำ หรบั เด็กปฐมวยั ผ่านกจิ กรรมรว่ มกบั สมาชิกกล่มุ เลก็ ๆ เชน่ การประกอบอาหาร การประดษิ ฐ์ การทำ� กจิ กรรมศิลปะแบบ มสธร่วมมือ การฟังครูอ่านหนังสือนิทาน การท�ำโครงการต่างๆ ฯลฯ เด็กๆ จะหมุนเวียนกันเข้าท�ำกิจกรรม เหลา่ นี้ โดยปฏบิ ตั ิตามแบบแผนข้อก�ำหนดของกจิ กรรมทก่ี ำ� หนดไว้ 1.3 กิจกรรมกลุ่มใหญ่ เป็นก�ำหนดเวลาของการท�ำกิจกรรมร่วมกันของเด็กกลุ่มใหญ่ ใน ชว่ งเวลานเ้ี ดก็ จะฝกึ การควบคมุ ตนเองใหม้ ใี จจดจอ่ ในการตดิ ตามกจิ กรรม และปฏบิ ตั ติ นเพอื่ การเปน็ สมาชกิ มสธ มสธท่ีดี เช่น การให้ความร่วมมือ การรับฟัง การแสดงความเห็น การรอคอย การปฏิบัติตามแบบแผนและ ข้อตกลงของกลุ่ม การนั่งในกิจกรรมกลุ่มใหญ่น้ีจะนั่งเป็นรูปวงกลมหรือครึ่งวงกลม ใช้เวลาไม่นานนัก ส�ำหรับการจัดประสบการณ์ทางสังคมในช่วงเวลานี้ จะเป็นการน�ำเสนอปัญหาหรือสถานการณ์ทางสังคม เพื่อให้เด็กแสดงความคิดเห็น เช่น ปัญหาการปฏิบัติตนท่ีท�ำให้ผู้อ่ืนไม่ได้รับความสะดวก ปัญหาการไม่ ปฏิบัติตามข้อตกลง ปญั หาความขัดแยง้ ปญั หาของการไม่รบั ผิดชอบ ฯลฯ การนำ� เสนอปัญหาอาจเสนอ จากบนั ทกึ ของครทู พ่ี บเหน็ หรอื จากภาพถา่ ย ภาพเคลอื่ นไหว รปู ภาพใหเ้ ดก็ ๆ รว่ มแสดงความคดิ เหน็ เพอ่ื มสธหาทางแก้ปัญหานั้นๆ นอกจากน้ียังเป็นช่วงเวลาที่จะสอนให้เด็กเรียนรู้ถึงการอยู่ร่วมกันในสังคม เรียนรู้ เร่ืองความรูส้ กึ ผดิ ชอบชวั่ ดี จติ ส�ำนกึ ทางสังคม การให้กำ� ลงั ใจ การรว่ มมอื ความเห็นอกเหน็ ใจ ความเป็น นำ�้ หนงึ่ ใจเดยี วกนั นอกจากการสนทนาแสดงความคดิ เหน็ ในการแกป้ ญั หาแลว้ อาจใชว้ ธิ อี นื่ ทน่ี า่ สนใจ และ เด็กๆ มีส่วนร่วมมากข้ึน เช่น การแสดงบทบาทสมมติ การเล่านิทาน การเชิดหุ่น การเล่นละคร ฯลฯ ประเดน็ สำ� คญั ของการจดั กจิ กรรมนคี้ อื หลงั จากการแสดงความเหน็ แลว้ จะตอ้ งไดข้ อ้ สรปุ นำ� มากำ� หนดเปน็ มสธ มสธข้อตกลงเพือ่ ปฏิบัติร่วมกนั 1.4 กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง เป็นกิจกรรมท่ีเด็กได้เล่นอิสระกลางแจ้งซ่ึงมักจัดในตาราง กจิ กรรมทตี่ ่อเนอื่ งจากกิจกรรมในร่มอ่นื ๆ ในการเลน่ กลางแจ้ง เด็กจะไดเ้ ล่นกับเครื่องเล่นสนาม เลน่ ตาม จินตนาการตา่ งๆ เลน่ เกม และเล่นตามจนิ ตนาการต่างๆ อยา่ งอสิ ระ โดยเด็กอาจเลน่ ตามลำ� พงั เลน่ กับ เพ่ือนหรือเล่นเป็นกลุ่ม กิจกรรมการเล่นกลางแจ้งโดยท่ัวไปจะเป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมพัฒนาการทางด้าน ร่างกาย แต่จากการเล่นกลางแจ้งเด็กจะได้รับประสบการณ์ที่ก่อให้เกิดการเรียนรู้ทางสังคม อันมีผลต่อ มสธพัฒนาการด้านสงั คมของเด็กไดด้ ว้ ย เช่น จากการเลน่ เคร่ืองเลน่ สนามประเภทโครงไต่ เด็กจะเรียนร้เู รอื่ ง การเลน่ รว่ มกนั การเลน่ กระดานลน่ื จะฝกึ ใหร้ จู้ กั การเขา้ แถวหรอื รอลำ� ดบั กอ่ นหลงั การเลน่ กระดานหกหรอื เรือโยกจะเรยี นรู้เรื่องการเล่นแบบรว่ มมอื ฯลฯ นอกจากน้ันการเล่นเกมแบบมีกติกา เด็กจะเรียนร้วู ธิ เี ล่น ทเี่ ปน็ ลำ� ดบั ขนั้ และการปฏบิ ตั ติ ามกฎ กตกิ า การเลน่ อสิ ระแบบกลมุ่ เชน่ การเลน่ สรา้ ง การเลน่ ละคร การ เลน่ สมมตติ า่ งๆ จะทำ� ใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณเ์ กย่ี วกบั การเขา้ กลมุ่ การผกู มติ ร การเอาใจเขามาใสใ่ จเรา มสธ มสธฯลฯ นอกจากน้ันการได้เล่นท่ามกลางธรรมชาติ เด็กจะเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคนกับธรรมชาติ และสง่ิ แวดล้อม ซง่ึ เปน็ การเรยี นรู้เก่ยี วกับการอยู่ร่วมกนั อีกเรอื่ งหน่ึง การจัดประสบการณ์ผ่านการท�ำกิจกรรมประจ�ำวัน อาจก�ำหนดเป็นตารางประจ�ำวัน ดังตัวอย่าง มสธตอ่ ไปน้ี

เวลา การจัดประสบการณเ์ พื่อพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสังคม 11-13 07.00 – 09.00 น. กิจกรรม มสธ09.00 – 09.10 09.10 – 09.30 มสธการเขา้ หอ้ งเรียน 09.30 – 09.40 - เตรยี มตวั กอ่ นเร่มิ เข้าเรียน - เลน่ ของเล่นอสิ ระตามโต๊ะกจิ กรรมท่จี ัดให้ มสธ09.40- 10.30 เตรียมตัวเขา้ เรียน 10.30 – 10.40 มสธเปลย่ี นกิจกรรม 10.40 – 11.40 - เกบ็ ของเลน่ ทีน่ ง่ั 11.40 – 11.50 - เขา้ หอ้ งนำ้� ลา้ งมอื กจิ กรรมกลมุ่ ใหญ่ มสธ11.50 – 12.10 - แบ่งปนั เรอื่ งราว/แนะนำ� กิจกรรม สือ่ 12.10 – 12.30 - วางแผนกจิ กรรม/โครงการ 12.30- 14.00 มสธเปลี่ยนกิจกรรม - ของวา่ ง - เขา้ หอ้ งน�้ำ ลา้ งมอื - เตรียมตวั /ของเล่น เลน่ กลางแจง้ เล่นกลางแจง้ มสธเปลีย่ นกิจกรรม - เก็บของเลน่ - ท�ำความสะอาดร่างกาย กิจกรรมกลมุ่ ย่อย - เล่นตามมมุ - ท�ำกิจกรรมกลุ่มย่อย มสธทำ� ความสะอาด - เก็บของเลน่ - ลา้ งมือ ฟงั นทิ าน มสธเตรียมตัวรบั ประทานอาหาร - รับประทานอาหาร - ทำ� ความสะอาดหลังอาหาร พักผ่อน/นอน มสธ - เวลาสงบ

11-14 การจัดการศกึ ษาและหลักสูตรส�ำ หรับเด็กปฐมวยั เวลา กิจกรรมมสธ14.00 – 14.30 ตืน่ นอนมสธ มสธ14.30–15.00 - เกบ็ เคร่ืองนอน - ทำ� ความสะอาดหลังตน่ื นอน15.00 – 15.20 - รับประทานอาหารวา่ ง15.20 – 15.30 เลน่ ในมมุ การเรียนรู้ (เลอื ก เลน่ เกบ็ )มสธ15.30 – 15.40 เกบ็ ของเลน่ ท้งั หมด - ท�ำความสะอาดหอ้ ง - เตรยี มของเล่นส�ำหรบั วันรุ่งขนึ้ สรุปกิจกรรม - แบ่งปนั เรื่องราวความสนกุ /ความสนใจ - เล่าเรอื่ งที่ได้เรียนรู้ - ทำ� ภาพ (สารนทิ ศั น)์ จดั แสดง เตรียมตัวกลบั บา้ น มสธ มสธภาพท่ี 11.1 ตัวอย่างตารางกิจกรรมประจ�ำวัน 1 วัน ที่มา: ป รบั จาก Fields, V.M. & Buesser, C. (2002). Constructive Guidance and Discipline: Preschool and Primary Education (3rd ed.) New Jersey: Pearson Education, Inc. 2. การจัดสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการด�ำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกัน ตลอดจนการเรียนรู้ เรื่องการรกั ธรรมชาตสิ ่ิงแวดล้อม วฒั นธรรมและความเป็นไทย ดังน้ี มสธ2.1 จัดพื้นท่ีห้องให้มีบริเวณของการท�ำกิจกรรมตามล�ำพัง กิจกรรมกลุ่มย่อยและกิจกรรม กลุม่ ใหญ่ 2.2 จัดให้มีสื่อวัสดุอุปกรณ์ของเล่นของใช้ที่มีคุณภาพต่อการใช้งานและมีปริมาณเพียงพอ ต่อจ�ำนวนผใู้ ช้ 2.3 จดั การการจราจรภายในหอ้ งใหส้ ะดวกในการเคลอื่ นทแี่ ละการทำ� กจิ กรรม เพอื่ ลดปญั หา มสธ มสธการกระทบกระทัง่ กนั จากการเคลอ่ื นที่ 2.4 จดั ใหเ้ กดิ บรรยากาศการอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งอบอนุ่ เปน็ มติ ร ตอ้ นรบั ทกุ คน การมขี อ้ ตกลง ในการอยูร่ ่วมกนั และการปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงน้ัน 2.5 จดั สภาพแวดลอ้ มใหส้ ะอาดน่าอยู่ สอดคล้องกบั สภาพทางสงั คม วัฒนธรรม เช่ือมโยง มสธกบั บริบทท้องถิน่ และภมู หิ ลังทางวัฒนธรรมของเดก็ และใกลช้ ดิ ธรรมชาติ

การจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นสังคม 11-15 2.6 ปฏสิ ัมพันธ์ท่ีดรี ะหว่างครกู ับเดก็ ครูที่มปี ฏิสัมพนั ธ์ท่ดี ีกบั เดก็ เด็กจะร้สู ึกอบอุน่ ใจ ไว้ มสธวางใจครู ชน่ื ชมและพร้อมท่ีจะยึดครเู ปน็ แบบอย่าง ครจู งึ เปน็ ตวั แบบทท่ี รงพลงั ของเดก็ ดังน้ัน ครูจึงต้อง พรอ้ มทจี่ ะเปน็ ตวั อยา่ งทดี่ ที างสงั คม และปฏบิ ตั กิ บั เดก็ อยา่ งเหน็ คณุ คา่ ใหเ้ กยี รตแิ ละพรอ้ มทจี่ ะชว่ ยเหลอื เม่ือเด็กต้องการ สรปุ ไดว้ า่ การจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คมมแี นวทางการจดั โดยใหเ้ ดก็ ปฏบิ ตั ิ มสธ มสธผา่ นการทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั ซง่ึ ไดแ้ ก่ การปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำ� วนั การทำ� กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยและกลมุ่ ใหญ่ การเล่นกลางแจง้ และการจดั สภาพแวดล้อมทส่ี นบั สนุนการด�ำเนนิ ชวี ติ และการอยรู่ ว่ มกนั กิจกรรม 11.1.2 จงอธบิ ายหลกั การและแนวทางการจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม มาพอสงั เขป มสธแนวตอบกิจกรรม 11.1.2 1. หลกั การจดั ประสบการณเ์ พื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นสังคม มีดังนี้ 1.1 จัดประสบการณ์ทางสังคมตามแนวคิดการเรียนรู้ของนักจิตวิทยากลุ่มพฤติกรรมนิยม กลมุ่ วุฒิภาวะนิยม และกลุม่ สรรคส์ รา้ งนยิ ม มสธ มสธ1.2 จัดประสบการณ์โดยเนน้ ให้ปฏิบตั ิจริง 1.3 จัดประสบการณผ์ ่านการเลน่ ทางสังคม 1.4 จัดประสบการณจ์ ากการสอนโดยตรง 1.5 จัดประสบการณ์ผ่านตวั แบบท่ดี ี 1.6 จดั ประสบการณพ์ รอ้ มปจั จัยสนบั สนนุ 1.7 จดั ประสบการณท์ ่ีมจี ุดหมายทงั้ ในปัจจุบันและเพื่ออนาคต มสธ2. แนวทางการจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเดก็ ปฐมวัย มีดังนี้ 2.1 จดั ประสบการณผ์ า่ นการทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั ซงึ่ ประกอบดว้ ย การทำ� กจิ วตั รประจำ� วนั กจิ กรรมกลุม่ ย่อย กจิ กรรมกลุ่มใหญ่ และการเล่นกลางแจง้ 2.2 จัดสภาพแวดล้อมท่ีสนับสนุนการด�ำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกัน การรักธรรมชาติ มสธ มสธ มสธสิ่งแวดล้อม วฒั นธรรมและความเป็นไทย

11-16 การจัดการศึกษาและหลักสูตรส�ำ หรบั เดก็ ปฐมวยั มสธเร่ืองท่ี 11.1.3 ขอบข่ายการจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม มสธ มสธการจัดการศกึ ษาส�ำหรบั เด็กปฐมวัย อายุ 3-6 ปี มจี ุดหมายเพอื่ ให้เดก็ มพี ฒั นาการทเี่ หมาะสม กับวัย และบรรลุตามมาตรฐานคณุ ลักษณะทีพ่ ึงประสงคด์ ้านสงั คม ซงึ่ กำ� หนดไว้ 3 ประการคอื ชว่ ยเหลอื ตนเองได้เหมาะสมกับวยั รกั ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย อยู่รว่ มกับผอู้ นื่ ไดอ้ ย่าง มีความสุข และปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คมในระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมขุ ในทน่ี จ้ี งึ กำ� หนดขอบขา่ ยการจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คมตามจดุ หมายดงั กลา่ วเปน็ 3 ดา้ น คอื ขอบขา่ ยดา้ นการช่วยเหลอื ตนเอง มสธขอบขา่ ยดา้ นการรกั ธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วฒั นธรรมและความเป็นไทย ขอบขา่ ยดา้ นการอยู่รว่ มกบั ผูอ้ ืน่ และการปฏบิ ัตติ นเป็นสมาชกิ ท่ดี ีของสังคม โดยมรี ายละเอียดท่เี ก่ยี วข้องดงั นี้ มสธ มสธขอบข่ายด้านการช่วยเหลือตนเอง การช่วยเหลอื ตนเอง หมายถงึ การใชค้ วามสามารถของตนเองในการท�ำส่งิ ตา่ งๆ ใหส้ ำ� เร็จตามท่ี ต้องการ ทั้งนี้ นงลกั ษณ์ สนิ สบื ผล และละออ ชตุ ิกร (2554, น. 192-195) ให้ความเห็นว่า เด็กปฐมวยั มี ความสามารถในการชว่ ยตนเองในขอบเขตจำ� กดั ทงั้ นเี้ นอ่ื งจากวยั และวฒุ ภิ าวะของเดก็ การชว่ ยตนเองจงึ หมายถงึ การทำ� พฤตกิ รรมพนื้ ฐานประจำ� วนั ได้ เชน่ การรบั ประทานอาหาร การนอน การขบั ถา่ ย การแตง่ ตวั การรักษาความสะอาดของร่างกายและเครื่องใช้ การรู้จักระมัดระวังรักษาตนเองให้ปลอดภัยจากการเล่น มสธฯลฯ การช่วยเหลือตนเองจึงเป็นการเรียนรู้การท�ำงานของเด็กในระยะแรก การท่ีเด็กช่วยเหลือตนเองได้ จะทำ� ใหเ้ ด็กมีความเชื่อม่ันในตนเอง เชือ่ ม่นั ว่าตนสามารถควบคมุ และท�ำสง่ิ ต่างๆ ไดด้ ้วยตนเอง ท�ำให้มี ความรสู้ กึ นบั ถอื ตนเอง เปน็ ตวั ของตวั เอง ไมช่ อบพง่ึ พงิ ผอู้ น่ื มคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ กลา้ คดิ กลา้ ตดั สนิ ใจ กลา้ แสดงออก สามารถเผชญิ ปญั หาตา่ งๆ ไดโ้ ดยไมว่ ติ กกงั วล และเมอ่ื ชว่ ยตนเองไดจ้ ะทำ� ใหร้ จู้ กั รบั ผดิ ชอบ ตนเอง ชอบช่วยเหลอื ผู้อื่น และเมื่อไดร้ ับการฝกึ เร่อื งระเบยี บวนิ ัย เดก็ จะเปน็ ผู้เคารพกฎเกณฑ์ สามารถ มสธ มสธบังคับคมุ ตัวเองได้ นอกเหนอื จากการทำ� ส่งิ ต่างๆ ดว้ ยตนเองแลว้ การช่วยเหลือตนเองของเด็กปฐมวยั ยังเก่ยี วข้อง กบั ความสามารถอนื่ ๆ ของเดก็ ทจี่ ะชว่ ยใหก้ ารชว่ ยเหลอื ตนเองประสบความสำ� เรจ็ ไดแ้ ก่ การตดิ ตอ่ สอื่ สาร กบั ผูอ้ ่นื เพื่อแสดงความคิด ความตอ้ งการ และรบั รู้ความคดิ ความต้องการของผอู้ น่ื รวมทง้ั การควบคมุ ตนเองให้สามารถทำ� สงิ่ ต่างๆ ไดจ้ นสำ� เรจ็ ตามตอ้ งการ การชว่ ยเหลือตนเองของเดก็ ปฐมวัยจงึ มขี อบขา่ ย มสธดงั น้ี

การจดั ประสบการณเ์ พื่อพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสังคม 11-17 1. ด้านการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน ประกอบด้วย มสธ1.1 การรบั ประทานอาหาร 1.2 การท�ำความสะอาดร่างกายและเครอื่ งใช้ 1.3 การขบั ถา่ ย 1.4 การเลน่ และออกกำ� ลงั กาย มสธ มสธ1.5 การแต่งกาย 1.6 การพักผอ่ นนอนหลับ 1.7 การระมัดระวงั ดแู ลความปลอดภัยของตนเองในการเลน่ และทำ� กจิ กรรมต่าง ๆ 1.8 การปฏิบัตเิ กีย่ วกับสุขนิสัยส่วนรวม 2. ด้านการติดต่อส่ือสารและมนุษยสัมพันธ์ ประกอบด้วย 2.1 การใชค้ �ำพดู เพือ่ แสดงความตอ้ งการ ความรสู้ กึ และความคดิ ของตน มสธ2.2 การรับรู้ถงึ ความตอ้ งการ ความรู้สกึ และความคดิ ของผอู้ ่นื 2.3 การแสดงความเปน็ มติ ร 2.4 การสนทนาโต้ตอบกับผูอ้ นื่ อยา่ งสุภาพ 2.5 การเล่นหรอื ทำ� งานรว่ มกับผอู้ ่นื อยา่ งราบรื่น 3. ด้านการรับผิดชอบต่อตนเอง ประกอบดว้ ย มสธ มสธ3.1 การปฏบิ ัตติ ามบทบาทหน้าที่ 3.2 การควบคมุ ตนเอง 3.3 การจัดระบบการท�ำส่งิ ต่างๆ 3.4 การระมดั ระวงั ผลการกระทำ� ของตนทมี่ ีตอ่ ตนเองหรือผู้อืน่ สรปุ ไดว้ า่ ขอบขา่ ยดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเองของเดก็ ปฐมวยั ประกอบดว้ ย การทำ� พฤตกิ รรมพนื้ ฐาน ประจำ� วนั การติดต่อสือ่ สารและมนษุ ยสัมพันธ์ และการรับผิดชอบตอ่ ตนเอง มสธขอบข่ายด้านการรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย คนกบั ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มมคี วามสมั พนั ธก์ นั การมธี รรมชาตทิ อี่ ดุ มสมบรู ณม์ สี ง่ิ แวดลอ้ มทด่ี ี ท�ำใหก้ ารด�ำเนินชีวติ ของมนุษย์ดำ� เนินไปอย่างราบร่ืนและมีความสขุ มกี ารสร้างความสมั พันธ์ระหว่างคน มสธ มสธกับธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เกิดเป็นวัฒนธรรมการด�ำเนินชีวิตท่ีสอดคล้องกับธรรมชาติ คนในสังคมจึง อยรู่ ว่ มกนั อยา่ งมวี ฒั นธรรมมคี วามรกั ในหมเู่ หลา่ ถน่ิ ทอ่ี ยอู่ าศยั จนเกดิ เปน็ ความรกั ในชาตขิ องตนทม่ี คี วาม อุดมสมบูรณ์ และอยู่อย่างผาสุกร่วมกัน แต่พบว่าในปัจจุบันธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมถูกท�ำลาย สร้าง ปัญหาต่อชีวิตความเป็นอยู่และปัญหาทางสังคม ปัญหาส่ิงแวดล้อมและธรรมชาติเกิดเน่ืองมาจากการใช้ ทรพั ยากรธรรมชาตอิ ย่างส้นิ เปลอื ง และขาดการอนรุ กั ษด์ ูแลรักษาธรรมชาติ ปัญหาสง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี กิดจาก การกระทำ� ของมนษุ ย์ เช่น ด้านของชั้นบรรยากาศท่ชี น้ั ของโอโซนลดลง ส่งผลตอ่ ระบบนเิ วศด้งั เดิม เกิด ปญั หาภาวะโลกรอ้ น ปัญหามลภาวะจากของเหลอื จากสารสงั เคราะห์ทม่ี นุษย์คดิ ข้นึ มาใช้ ปัญหามลภาวะ มสธในแหล่งน้�ำ ปัญหามลภาวะทางอากาศและเสียง ปัญหามลภาวะจากขยะและสิ่งปฏิกูล ฯลฯ ปัญหา

11-18 การจัดการศึกษาและหลักสตู รสำ�หรบั เดก็ ปฐมวัย ส่ิงแวดล้อมดังกล่าวมีผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ตลอดจนวัฒนธรรมและการด�ำเนินชีวิตของผู้คน มสธปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มจงึ ไมใ่ ชเ่ รอ่ื งไกลตวั แตเ่ ปน็ เรอื่ งจำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งนำ� มาอบรมปลกู ฝงั สรา้ งเสรมิ ใหเ้ กดิ ขน้ึ กบั คนในสงั คม ใหม้ จี ติ สำ� นกึ ในการรกั และดแู ลรกั ษาธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม (วฒั นา ปญุ ญฤทธ,์ิ 2556, น. 15) ท้ังนข้ี วัญฟ้า รังสยิ านนท์ (2551, น. 12) ระบุว่าการปลูกฝังจติ สำ� นึกให้รักธรรมชาติส่ิงแวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย ควรเรมิ่ ตงั้ แตร่ ะยะปฐมวยั เนอื่ งจากเปน็ วยั ทเ่ี หมาะสม และผลของการปลกู ฝงั มสธ มสธจติ สำ� นึกเหล่านด้ี ้วยการฝกึ ฝนอยา่ งตอ่ เนอื่ งสม�ำ่ เสมอ จะท�ำให้เกดิ ลักษณะนิสัยทีด่ ขี องเด็กสืบต่อไป โดย การปลูกฝังในเร่ืองการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม การถนอมใช้ทรัพยากรจากสิ่งแวดล้อมอย่างประหยัด และ การประพฤติปฏิบตั ิตามวัฒนธรรมและประเพณไี ทย จากความเหน็ ดงั กลา่ ว จงึ สรปุ ขอบขา่ ยดา้ นการรกั ธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย ออกเปน็ 2 ดา้ นดงั น้ี 1. การรักธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ประกอบดว้ ย มสธ1.1 การดแู ลรักษาธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม 1.2 การถนอมใชท้ รพั ยากรจากธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มอย่างประหยัด 2. การรักวัฒนธรรมและความเป็นไทย 2.1 การพูดจาสุภาพ กล่าวคำ� ขอบคุณ ขอโทษ 2.2 การมีมารยาทตามวฒั นธรรมไทย มสธ มสธ2.3 การปฏิบัตติ นตามคณุ ธรรมทางสงั คมของไทย 2.4 การปฏบิ ตั ติ นตามประเพณีทอ้ งถนิ่ และประเพณีของชาติ สรปุ ไดว้ า่ ขอบขา่ ยดา้ นการรักธรรมชาติส่งิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย ประกอบด้วย การรกั ธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม และการรกั วฒั นธรรมและความเป็นไทย ขอบข่ายด้านการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนและการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม มสธพัฒนาการทางสังคมแสดงให้เห็นถึงลักษณะและความสามารถตามวัยของเด็กในการสร้างความ สมั พนั ธแ์ ละการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ตลอดจนการเขา้ สกู่ ารเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม ทงั้ นม้ี ผี ใู้ หค้ วามเหน็ เกย่ี วกบั การอย่รู ว่ มกับผูอ้ ื่นไว้ดงั น้ี ประเวศ วะสี (2541, อ้างถึงใน วนิดา ขาวมงคล เอกแสงศร,ี 2546, น. 41-42) ได้กล่าวถงึ การ มสธ มสธพัฒนาทกั ษะการอยรู่ ว่ มกันทเ่ี ป็นการปลกู ฝงั ให้เดก็ เกิดการเรียนรู้ ควรครอบคลมุ ในเรื่องตอ่ ไปนี้ 1. การเคารพศกั ดศิ์ รคี วามเปน็ คนของเพอ่ื นมนษุ ย์ มจี ติ สำ� นกึ ในศกั ดศ์ิ รขี องความเปน็ คนทงั้ ของ ตนเองและผอู้ ืน่ 2. เหน็ คณุ ค่าและมีความรกั ในธรรมชาติ รวมท้งั มีจิตส�ำนกึ ในการอนรุ กั ษ์ธรรมชาติ 3. รักความยุตธิ รรม 4. มจี ติ ส�ำนกึ ของการเหน็ แก่ส่วนรวมหรอื จิตส�ำนึกสาธารณะ มสธ5. ความร่วมมือ ชว่ ยกนั คิดช่วยกันทำ�

การจัดประสบการณเ์ พือ่ พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ด้านสงั คม 11-19 นงลักษณ์ สนิ สบื ผล และ ละออ ชตุ กิ ร (2554, น. 196) อธบิ ายวา่ การอยรู่ ว่ มกับผอู้ ืน่ ส�ำหรบั เดก็ มสธปฐมวัย หมายถึง การท่ีเด็กรู้จักปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนด้วยดี รู้จักเห็นใจผู้อ่ืน ไม่ทะเลาะรังแกกัน รู้จัก ชว่ ยเหลอื ซงึ่ กนั และกนั รจู้ กั การใหแ้ ละการรบั รจู้ กั เออ้ื เฟอ้ื อยา่ งมเี หตผุ ล รจู้ กั เลน่ กบั เพอื่ นไดท้ ง้ั ในบทบาท การชว่ ยเหลอื และการรว่ มมือ นอกจากนย้ี งั มคี วามเหน็ เพมิ่ เตมิ วา่ การอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม มสธ มสธมีความเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสังคมทางบวกที่ท�ำให้เด็กได้รับการยอมรับจากกลุ่ม (ส�ำนักงานเลขาธิการ สภาการศกึ ษา, 2553, น. 42-46 และ Essa, 2003, p. 376) ซ่งึ สรุปเป็นพฤตกิ รรมดงั นี้ 1. พฤติกรรมการปรับตัวทางสังคม เป็นพฤติกรรมท่ีแสดงถึงการเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น และ ปฏบิ ตั ติ อ่ ผอู้ นื่ ในทางบวก ซงึ่ ไดแ้ ก่ พฤตกิ รรมการแสดงความเขา้ ใจบทบาทของผอู้ นื่ การเหน็ อกเหน็ ใจผอู้ น่ื การพยายามแก้ไขปัญหาหรือข้อขัดแย้งอย่างประนีประนอม การไม่เห็นแก่ตัว และการปฏิบัติตามกฎ ระเบยี บ ขอ้ ตกลง มสธ2. พฤติกรรมการเห็นคุณค่าของความแตกต่าง เป็นการแสดงพฤติกรรมที่บอกถึงความเข้าใจ ตนเองและผอู้ นื่ เขา้ ใจและยอมรบั คณุ คา่ และความแตกตา่ งของคนทอี่ ยรู่ ว่ มกนั ทำ� ใหก้ ารอยรู่ ว่ มกนั ดำ� เนนิ ไปอย่างราบรน่ื ในทน่ี จี้ ะกำ� หนดขอบขา่ ยของการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม ดงั นี้ 1. การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ประกอบดว้ ย มสธ มสธ1.1 การเล่นและการท�ำงานรว่ มกบั ผูอ้ นื่ 1.2 การเอ้ือเฟือ้ เผอ่ื แผแ่ บง่ ปนั 1.3 การช่วยเหลอื ผอู้ ่ืน 1.4 การรอคอย 1.5 การใหค้ วามร่วมมือ 2. การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม ประกอบด้วย มสธ2.1 การปฏิบตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ กติกา 2.2 การเห็นคุณคา่ ของความแตกต่าง 2.3 การแกไ้ ขปญั หาและข้อขัดแย้ง สรุปได้ว่า ขอบข่ายของการจดั ประสบการณเ์ พือ่ พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม จ�ำแนกออกเป็น 3 ด้านใหญ่ๆ ด้วยกัน คอื ดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเอง ดา้ นการรักธรรมชาติส่งิ แวดล้อม วัฒนธรรมและความ มสธ มสธเป็นไทย และด้านการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนและการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม เมื่อพิจารณาแล้วจะ พบวา่ ขอบขา่ ยทงั้ 3 ดา้ นมคี วามเกยี่ วขอ้ งกนั ไมแ่ ยกจากกนั อยา่ งเดด็ ขาด ดงั นนั้ การจดั ประสบการณใ์ นขอบขา่ ย มสธหนง่ึ อาจมีผลต่อเนอ่ื งสู่ขอบข่ายอ่ืนได้

11-20 การจัดการศึกษาและหลักสูตรส�ำ หรบั เดก็ ปฐมวยั มสธกิจกรรม 11.1.3 จงระบขุ อบขา่ ยของการจัดประสบการณเ์ พื่อพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ด้านสงั คม แนวตอบกิจกรรม 11.1.3 ขอบขา่ ยของการจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวยั ด้านสังคม มดี งั นี้ มสธ มสธ1. ขอบขา่ ยด้านการช่วยเหลือตนเอง ประกอบด้วย 1.1 การทำ� พฤตกิ รรมพื้นฐานประจำ� วนั 1.2 การติดตอ่ สอื่ สารและมนษุ ยสัมพนั ธ์ 1.3 การรับผิดชอบต่อตนเอง 2. ขอบขา่ ยด้านการรักธรรมชาติ สงิ่ แวดล้อม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย ประกอบดว้ ย 2.1 การรกั ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม มสธ2.2 การรักวัฒนธรรมและความเปน็ ไทย 3. ขอบข่ายด้านการอย่รู ว่ มกับผู้อ่นื และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชิกท่ีดขี องสงั คม ประกอบดว้ ย 3.1 การอยูร่ ่วมกับผู้อื่น มมสสธธ มมสสธธ มมสสธธ3.2 การปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของสังคม

การจดั ประสบการณ์เพอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม 11-21 มสธตอนที่ 11.2 การจัดประสบการณ์และสื่อท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม โปรดอา่ นหวั เร่ือง แนวคดิ และวตั ถุประสงคข์ องตอนท่ี 11.2 แลว้ จึงศกึ ษารายละเอยี ดต่อไป มสธ มสธหัวเรื่อง 11.2.1 ก ารจดั ประสบการณ์และสื่อท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวยั ดา้ นการช่วยเหลือตนเอง 11.2.2 การจัดประสบการณแ์ ละส่อื ท่ใี ชพ้ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั ด้านการรกั ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วฒั นธรรมและความเป็นไทย 11.2.3 การจัดประสบการณ์และส่ือท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการ มสธปฏบิ ัติตนเปน็ สมาชิกทด่ี ขี องสังคม แนวคิด 1. การจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเอง ครอบคลมุ เรอื่ งการ ทำ� พฤตกิ รรมพนื้ ฐานประจำ� วนั การตดิ ตอ่ สอื่ สารและมนษุ ยสมั พนั ธ์ และการรบั ผดิ ชอบ มสธ มสธต่อตนเอง เป็นการจัดประสบการณ์ตามก�ำหนดในตารางกิจกรรมประจ�ำวัน ได้แก่ กิจวัตรประจ�ำวัน กิจกรรมกลุ่มย่อย กิจกรรมกลุ่มใหญ่ และกิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง โดยมวี ธิ กี ารจดั ประสบการณด์ ว้ ยการใหป้ ฏบิ ตั จิ รงิ การสาธติ หรอื ทำ� ใหด้ ู การเลยี นแบบ การฟงั นทิ าน การเลน่ บทบาทสมมติ การเลน่ /ทำ� งานแบบรว่ มมอื การเลน่ เกม การสอน โดยตรง การระดมสมองและการเลน่ ทางภาษา สว่ นสอื่ ทใี่ ชป้ ระกอบการจดั ประสบการณ์ ประกอบด้วย ส่อื ของจริง สือ่ จ�ำลอง สือ่ ประเภทของเลน่ และเครอ่ื งเลน่ สือ่ ทเ่ี ป็นบคุ คล มสธและส่ือวิธกี าร 2. การจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการรกั ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเป็นไทย สามารถจัดประสบการณ์ผ่านการท�ำกิจกรรมประจ�ำวันที่ก�ำหนดไว้ ประกอบด้วย กิจวัตรประจ�ำวัน กิจกรรมกลุ่มย่อย กิจกรรมกลุ่มใหญ่และกิจกรรมการ เลน่ กลางแจง้ โดยมวี ธิ กี ารจดั ประสบการณด์ ว้ ยการใหป้ ฏบิ ตั จิ รงิ การทำ� งานแบบรว่ มมอื มสธ มสธการซึมซับจากสภาพแวดล้อม การเลียนแบบ การเข้าร่วมกิจกรรมท่ีจัดข้ึนในโอกาส ต่างๆ การฟงั นิทาน/เร่ืองราว การเล่นบทบาทสมมติ การเรยี นร้จู ากแหลง่ เรยี นรู้ การ ระดมสมองเพอ่ื แก้ปญั หา การสอนโดยตรง การเลน่ เกม การเชญิ วทิ ยากร สำ� หรับสอื่ ที่ ใชป้ ระกอบการจดั ประสบการณ์ ไดแ้ ก่ สอื่ ของจรงิ สอ่ื จำ� ลอง สอื่ ของเลน่ และเครอ่ื งเลน่ มสธส่ือท่ีเป็นแหลง่ เรยี นรู้ สือ่ วัสดุทใี่ ชป้ ระกอบการทำ� กิจกรรม ส่อื บุคคลและสอื่ วิธกี าร

11-22 การจัดการศึกษาและหลักสูตรสำ�หรบั เด็กปฐมวัย มสธ3. การจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คม ครอบคลมุ เรอ่ื งการอยรู่ วมกบั ผอู้ น่ื ประกอบดว้ ย การเลน่ และการ ท�ำงานร่วมกบั ผอู้ ืน่ การเออื้ เฟอ้ื เผอื่ แผ่แบ่งปนั การชว่ ยเหลอื ผู้อ่นื การรอคอย การให้ ความรว่ มมอื และเรอ่ื งการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คม ประกอบดว้ ย การปฏบิ ตั ิ มสธ มสธตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ กตกิ า การเหน็ คณุ ค่าของความแตกตา่ งและการแก้ไขปัญหา และขอ้ ขดั แยง้ ทงั้ นสี้ ามารถจดั ประสบการณใ์ นกจิ กรรมประจำ� วนั ของเดก็ คอื ในกจิ วตั ร ประจำ� วนั กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ย กจิ กรรมกลมุ่ ใหญ่ กจิ กรรมการเลน่ กลางแจง้ โดยมวี ธิ กี าร จัดประสบการณ์ด้วยการปฏิบัติจริง การสอนโดยตรง การเล่นหรือท�ำงานแบบร่วมมือ การฟังนิทาน/เรื่องราว การเลียนแบบ การเล่นบทบาทสมมติ การเล่นเกม การระดม สมอง การมสี ว่ นรว่ ม การเชญิ วทิ ยากร การจดั สภาพแวดลอ้ มทส่ี นบั สนนุ การอยรู่ ว่ มกนั ส�ำหรับสื่อท่ีใช้ประกอบการจัดประสบการณ์ ประกอบด้วย สื่อของจริง ส่ือจ�ำลอง มสธส่ือวสั ดุอุปกรณ์ สอื่ วิธกี ารและส่ือบุคคล วัตถุประสงค์ เมอ่ื ศึกษาตอนท่ี 11.2 จบแลว้ นักศกึ ษาสามารถ มสธ มสธ1. ระบวุ ิธีการจดั ประสบการณ์และสอ่ื ท่ีใช้พฒั นาเด็กปฐมวยั ดา้ นการช่วยเหลอื ตนเองได้ 2. ระบวุ ธิ กี ารจดั ประสบการณแ์ ละสอื่ ทใ่ี ชพ้ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการรกั ธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเปน็ ไทยได้ 3. ระบุวิธีการจัดประสบการณ์และส่ือท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน และ มสธ มมสสธธ มสธการปฏิบตั ิตนเป็นสมาชิกทด่ี ีของสงั คมได้

การจดั ประสบการณเ์ พื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นสังคม 11-23 มสธความน�ำ การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คมนน้ั บคุ ลกิ ภาพของพอ่ แม่ ผปู้ กครองทอี่ บรมเลยี้ งดเู ดก็ อยา่ งใกลช้ ดิ มีส�ำคัญอย่างยิ่งในการปลูกฝังและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เนื่องจากเด็กเรียนรู้คุณธรรมทางสังคมและการ มสธ มสธประพฤติปฏิบัติทางสังคมจากการเฝ้าดู จดจ�ำพฤติกรรมจากผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดและน�ำไปใช้ในสถานการณ์ ต่างๆ วธิ กี ารสอนทางสงั คมทีผ่ ใู้ หญใ่ ช้ไดแ้ ก่ การท�ำใหด้ เู ป็นแบบอยา่ ง การบอกใหท้ ำ� ในสง่ิ ทีค่ วรท�ำ การ ให้การเสริมแรงชมเชยเมื่อเด็กท�ำดี และงดการให้รางวัลหรือท�ำโทษเม่ือเด็กท�ำไม่ดี นอกจากน้ี การสอน ทางสังคมยังใช้วิธีอธิบายให้เหตุผล การฝึกฝนให้เด็กท�ำอย่างสม่�ำเสมอต่อเน่ือง การให้เด็กมีส่วนร่วม ในการทำ� กจิ กรรมทางสงั คมพรอ้ มกบั ครอบครวั เดก็ จงึ ไดร้ บั การปลกู ฝงั คณุ ธรรมและการเรยี นรทู้ างสงั คม จากครอบครวั ในเบอื้ งตน้ การอบรมเลย้ี งดแู ละพฒั นาทางสงั คมนนั้ ครอบครวั ผปู้ กครองตา่ งมจี ดุ มงุ่ หมาย มสธเพ่อื ให้เด็กสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ลดการพ่งึ พาผู้ใหญ่ มคี วามรับผดิ ชอบควบคุมตนเองได้ สามารถ เล่นและทำ� งานรว่ มกับผ้อู ื่นได้ และสามารถปฏบิ ัตติ นเป็นสมาชกิ ท่ีดีของสงั คมได้ ดังนัน้ เมือ่ เด็กเตบิ โตขึ้น และเขา้ สสู่ ถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั เดก็ จะไดร้ บั การจดั ประสบการณท์ างสงั คมโดยมจี ดุ มงุ่ หมายเชน่ เดยี วกนั หากแต่ลักษณะของการจัดประสบการณ์จะแตกต่างไปจากการอบรมเลี้ยงดูเด็กของครอบครัว โดยเป็น มสธ มสธประสบการณท์ เ่ี ปน็ แบบแผน มกี ตกิ ากฎเกณฑ์ แนวปฏบิ ตั ทิ ต่ี า่ งไป เนอ่ื งจากสถานพฒั นาเดก็ เปน็ สถานท่ี พัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีเด็กเป็นจ�ำนวนมาก และมีแบบแผนของการจัดประสบการณ์ที่ต้องการให้เด็กได้ฝึก ปฏิบัติเพ่ือการอยู่ร่วมกันอย่างมีกติกามารยาท เช่นเดียวกับสังคมท่ีเด็กจะได้เผชิญในอนาคต วิธีการจัด ประสบการณ์ทางสังคมท่ีจะกล่าวถึงในตอนนี้จึงเป็นการจัดประสบการณ์ที่ใช้ภายในสถานพัฒนาเด็ก ซ่ึง พ่อแม่ ผู้ปกครองสามารถน�ำวิธีดังกล่าวไปใช้ในการอบรมเล้ียงดูเด็กในครอบครัวควบคู่กันไปได้ อันจะ ท�ำให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเกิดประโยชน์ต่อเด็กต่อไป มสธ มมสสธธ มสธดังรายละเอยี ดในเรือ่ งที่ 11.2.1-11.2.3 ดังตอ่ ไปนี้

11-24 การจดั การศึกษาและหลกั สูตรสำ�หรับเดก็ ปฐมวยั มสธเรื่องท่ี 11.2.1 การจัดประสบการณ์และสื่อท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวัย ด้านการช่วยเหลือตนเอง มสธ มสธการจดั ประสบการณ์ทใี่ ช้พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการชว่ ยเหลือตนเอง เป็นการจัดประสบการณ์ให้ เด็กท�ำกิจกรรมต่างๆ และการด�ำเนินชีวิตในสถานศึกษาปฐมวัยตามก�ำหนดของกิจกรรมประจ�ำวัน ซึ่งมี ลักษณะของการให้ปฏิบัติ การท�ำให้ดู การให้ทดลองท�ำและจากการช่วยแนะน�ำจากครูด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งนี้การจัดประสบการณ์จะใช้สื่อประกอบเพื่อช่วยให้เด็กเข้าใจเร่ืองต่างๆ ได้ง่ายย่ิงข้ึน ส่ือท่ีใช้ประกอบ การจดั ประสบการณม์ ที ง้ั สอื่ ประเภทวสั ดุ อปุ กรณ์ ของเล่นของใชต้ า่ งๆ สอ่ื ประเภทวิธกี ารท่ชี ่วยใหเ้ ดก็ ได้ มสธเหน็ กระบวนการขนั้ ตอนและสอ่ื ประเภทบคุ คลทเี่ ดก็ ไดป้ ฏสิ มั พนั ธด์ ว้ ย ทำ� ใหเ้ กดิ ความรทู้ างสงั คม การจดั ประสบการณด์ า้ นการช่วยเหลอื ตนเองมีเรือ่ งทเ่ี กีย่ วข้องดังนี้ วธิ ีการจดั ประสบการณ์และส่ือท่ใี ชใ้ นการพัฒนา การจัดประสบการณ์ด้านการทำ� พฤติกรรมพน้ื ฐานประจำ� วนั มสธ มสธการจัดประสบการณ์ด้านการตดิ ตอ่ ส่อื สารและมนุษยสัมพนั ธ์ การจัดประสบการณด์ ้านการรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง วิธีการจัดประสบการณ์และส่ือท่ีใช้ในการพัฒนา การจดั ประสบการณแ์ ละสอ่ื ทใ่ี ชพ้ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเอง เปน็ การจดั ประสบการณ์ เพ่อื ให้เด็กพฒั นาความสามารถในการทำ� ส่ิงต่างๆ ใหส้ ำ� เร็จดว้ ยตนเองอยา่ งราบรืน่ และสอดคลอ้ งกบั การ มสธด�ำเนินชีวิตร่วมกับผู้อ่ืนในสถานศึกษา โดยการจัดประสบการณ์นี้มีการใช้สื่อประกอบเพื่อให้เด็กเกิดการ เรยี นรู้ไดง้ า่ ย ซ่งึ มีรายละเอียดดังนี้ 1. วิธีการจัดประสบการณ์ การชว่ ยเหลอื ตนเองของเดก็ ครอบคลมุ เรอื่ งการทำ� พฤตกิ รรมพน้ื ฐาน ประจำ� วนั การตดิ ตอ่ สอ่ื สารและมนษุ ยสมั พนั ธ์ การรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเองซงึ่ เกดิ จากความสามารถทพ่ี ฒั นาขนึ้ ตามวัยและประสบการณ์ท่ีเด็กได้รับ ท�ำให้เด็กปฏิบัติในส่ิงที่ช่วยให้การด�ำเนินชีวิตประจ�ำวันส่วนตัวของ มสธ มสธเดก็ และการดำ� เนนิ ชวี ติ ประจำ� วนั ไปพรอ้ มๆ กบั ผอู้ น่ื ไดอ้ ยา่ งราบรนื่ วธิ กี ารจดั ประสบการณท์ ใ่ี ชพ้ ฒั นาเดก็ มีดังตอ่ ไปน้ี 1.1 การให้ปฏิบัติจริง เดก็ สว่ นใหญจ่ ะไดฝ้ กึ ปฏบิ ตั ดิ า้ นการชว่ ยเหลอื ตนเองมาจากบา้ นบา้ ง แล้ว เมอื่ เขา้ สู่สถานศึกษา จึงเป็นการฝึกให้ปฏบิ ัติในตารางกิจวตั รประจ�ำวัน โดยให้เดก็ ปฏบิ ัตเิ หมอื นที่มี ประสบการณม์ า หากแตเ่ พมิ่ เตมิ ในเรอ่ื งของแบบแผนการปฏบิ ตั ิ และการอธบิ ายใหเ้ หตผุ ลของการปฏบิ ตั ิ น้นั ๆ เน่ืองจากเมอื่ อยใู่ นสถานศกึ ษามีเด็กอยรู่ วมกันเปน็ จำ� นวนมาก การปฏิบัตอิ ย่างมแี บบแผนจะท�ำให้ มสธมีความสะดวก เป็นระบบ และเกิดความราบรนื่ ในการดำ� เนินชวี ิตร่วมกนั เช่น การปฏิบตั ติ ามตารางเวลา

การจัดประสบการณ์เพ่อื พัฒนาเด็กปฐมวยั ด้านสงั คม 11-25 การเข้าแถวเพอ่ื รอรับถาดอาหาร การรอคอยเพอ่ื นให้พร้อมเพือ่ เปลีย่ นกิจกรรมใหม่ หรือการถอดรองเทา้ มสธแล้ววางไว้ทช่ี ้ันวางรองเท้าหนา้ ห้องเรยี นกอ่ นเขา้ หอ้ งเรียน ฯลฯ 1.2 การสาธิตหรือแสดงให้ดู บางสง่ิ เดก็ อาจจะเคยปฏบิ ตั มิ าแลว้ แตอ่ าจทำ� ไมถ่ กู ตอ้ ง เชน่ การรับประทานอาหารด้วยช้อนส้อม เด็กอาจเคยใช้ช้อนตักอาหารรับประทาน แต่ยังไม่คุ้นเคยกับการใช้ สอ้ มในการรบั ประทานควบคกู่ บั การใชช้ อ้ น ครตู อ้ งแสดงใหด้ แู ละใหท้ ดลองทำ� ตาม หรอื การพบั ผา้ ปทู นี่ อน มสธ มสธใหเ้ รียบรอ้ ยเม่ือเก็บที่นอนหลงั ตืน่ นอน การถอดหรือสวมถุงเท้า เป็นตน้ 1.3 การเลียนแบบ ให้เดก็ สังเกตการปฏบิ ัติจากแบบ เช่น ดแู บบฝกึ ปฏบิ ตั ิจากวิดโี อ ดูจาก ภาพแล้วท�ำตาม เช่น การสวมเสือ้ การระมดั ระวงั ในการเลน่ และทำ� งานตา่ งๆ การล้างมอื การปฏบิ ัตติ น เม่ือไอหรอื จาม ฯลฯ 1.4 การฟงั นทิ าน เรอ่ื งเลา่ เกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นอยา่ งระมดั ระวงั เพอ่ื ใหม้ สี ขุ ภาพพลานามยั การไม่ท�ำส่ิงทีอ่ าจก่อให้เกิดอันตราย หรือผลเสยี ตอ่ ผอู้ ่ืน หรือสว่ นรวม มสธ1.5 การเลน่ บทบาทสมมติ เปน็ การเลน่ เลยี นแบบบทบาทหนา้ ทขี่ องผอู้ น่ื เพอ่ื สรา้ งความรู้ ความเข้าใจ รบั รู้ความรสู้ กึ นึกคดิ ของผู้อ่นื 1.6 การเล่น/ท�ำงานแบบร่วมมือ เป็นการให้เด็กได้เล่นหรือท�ำงานกับเพ่ือนเพื่อให้บรรลุ เป้าหมาย เด็กจะไดฝ้ ึกฝนการชว่ ยเหลอื ตนเองและชว่ ยผอู้ นื่ 1.7 การเล่นเกม เปน็ การฝึกใหป้ ฏิบตั อิ ย่างไมเ่ บอื่ หน่าย เชน่ เล่นเกมแต่งตวั ใหต้ ๊กุ ตา เกม มสธ มสธชว่ ยกนั ท�ำความสะอาดห้องเรียน ฯลฯ 1.8 การสอนโดยตรง เป็นการสอนโดยการอธิบายให้เหตุผลถึงการกระท�ำต่างๆ ในการ ช่วยเหลือตนเอง เชน่ บอกวิธกี ารลา้ งมือทถ่ี กู ต้อง และอธิบายวา่ ท�ำไมจงึ ควรทำ� เช่นนั้น หรอื เดก็ ทไี่ อหรือ จามโดยไม่ปดิ ปาก ควรเตือนให้เด็กรู้วิธีปดิ ปากเมื่อไอหรือจามเพ่อื ปอ้ งกันการแพร่เชอื้ ฯลฯ 1.9 การระดมสมอง เป็นการน�ำเสนอปัญหาเก่ียวกับการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน ทพี่ บมา ให้ชว่ ยค้นคดิ หาวธิ แี ก้ปญั หา และหาข้อสรปุ เพื่อนำ� ไปสกู่ ารปฏิบัติ มสธ1.10 การเล่นทางภาษา เช่น การเล่นปรศิ นาคำ� ทาย การท่องบทรอ้ ยกรอง กลอนหรอื ค�ำ คลอ้ งจอง ฯลฯ 2. สื่อที่ใช้ประกอบการจัดประสบการณ์ สามารถจ�ำแนกได้ดังน้ี 2.1 สื่อของจริง เนอื่ งจากเปน็ การจดั ประสบการณโ์ ดยการปฏบิ ตั จิ รงิ สอ่ื ทใ่ี ชจ้ งึ เปน็ สอ่ื ของ จริงเปน็ สว่ นใหญ่ เชน่ เคร่อื งใช้ในชวี ิตประจำ� วัน ของใชป้ ระกอบการท�ำกจิ กรรมตา่ งๆ ฯลฯ มสธ มสธ2.2 สอื่ จำ� ลอง เปน็ สอื่ ทจ่ี ำ� ลองจากของจรงิ เพอ่ื นำ� มาใชป้ ระกอบการเรยี นรู้ การเลน่ เลยี นแบบ ชีวติ จริง เช่น ของเลน่ ทมี่ ุมบทบาทสมมติ ประเภทเคร่ืองเรือน เครือ่ งใช้ในบ้าน เครื่องแต่งกายต่างๆ ฯลฯ 2.3 สื่อประเภทของเล่นและเครื่องเล่นทั้งในร่ม และกลางแจ้ง 2.4 สื่อประเภทน�ำมาใช้เล่นสร้าง ดัดแปลง ประดิษฐ์ เช่น วสั ดุเหลอื ใช้ กล่องกระดาษ ลัง มสธขวดพลาสติก ผา้ ฯลฯ

11-26 การจดั การศึกษาและหลักสตู รสำ�หรบั เด็กปฐมวัย 2.5 สอื่ ทเี่ ปน็ บคุ คล ซงึ่ เขา้ มามสี ว่ นรว่ มในการทำ� กจิ กรรมกบั เดก็ ทำ� ใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณ์ มสธและเรียนรู้ทางสงั คม เช่น วทิ ยากร ผเู้ ชยี่ วชาญ บุคคลอาชีพต่างๆ ในชุมชน บคุ คลตวั อย่าง ภมู ิปัญญา ท้องถนิ่ ฯลฯ 2.6 สื่อวิธีการ ได้แก่ วิธีการต่างๆ ที่จะน�ำมาใช้ให้เด็กเกิดความรู้ทางสังคมโดยง่าย เช่น การแสดงบทบาทสมมติ เกมการละเล่นตา่ งๆ ฯลฯ มสธ มสธสรุปไดว้ า่ วิธกี ารจดั ประสบการณท์ ี่ใช้ในการพฒั นาด้านการชว่ ยเหลือตนเอง สว่ นใหญจ่ ะเปน็ วิธี ที่ให้เด็กไดส้ งั เกต ลงมอื ปฏบิ ตั ภิ ายใต้คำ� แนะน�ำและการดูแลจากครู โดยมสี อ่ื ประเภทตา่ งๆ ประกอบเพื่อ ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจได้งา่ ยขน้ึ การจัดประสบการณ์ด้านการท�ำพฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวัน การจัดประสบการณ์ในการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวันครอบคลุมเร่ืองการรับประทาน การ มสธท�ำความสะอาดร่างกายและเคร่ืองใช้ การขับถ่าย การเล่นและการออกก�ำลังกาย การพักผ่อนนอนหลับ การระมัดระวังดูแลความปลอดภัยของตนเองและการปฏิบัติเกี่ยวกับสุขนิสัยส่วนรวม จัดให้เด็กได้ท�ำ กจิ กรรมประจำ� วนั โดยเนน้ การใหป้ ฏบิ ตั ดิ ว้ ยตนเอง ฝกึ อยา่ งสมำ�่ เสมอทำ� เปน็ ประจำ� จนสามารถทำ� ไดอ้ ยา่ ง คล่องแคล่ว ซงึ่ มีวิธกี ารจัดประสบการณ์ในกจิ กรรมตา่ งๆ ดังนี้ มสธ มสธ1. กิจวัตรประจ�ำวัน ใหเ้ ดก็ ปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำ� วนั ตามตารางเวลาทกี่ ำ� หนดไวใ้ นตารางกจิ กรรม ประจำ� วนั และปฏบิ ตั ติ ามแบบแผนทกี่ ำ� หนด เชน่ การเตรยี มเขา้ ชนั้ เรยี น เวลารบั ประทานอาหารวา่ ง เวลา เลน่ และออกกำ� ลงั กาย เวลารบั ประทานอาหารกลางวนั เวลาทำ� ความสะอาดรา่ งกายและเปลย่ี นเสอ้ื ผา้ เวลา นอนหลับพักผ่อน ฯลฯ โดยจัดประสบการณด์ งั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี 1.1 การสาธิต ใชก้ ารสาธติ ใหเ้ ดก็ รวู้ ธิ กี ารปฏบิ ตั สิ ง่ิ ตา่ งๆ รวมทงั้ วธิ ใี ชอ้ ปุ กรณต์ า่ งๆ ในการ ท�ำพฤติกรรมพ้นื ฐานประจำ� วันอยา่ งถูกวธิ ีและมีขัน้ ตอนปฏบิ ัตทิ ีง่ า่ ย เปน็ ระบบสะดวก ทำ� ให้เดก็ สามารถ ท�ำส่งิ ตา่ งๆ ได้สำ� เร็จดว้ ยตนเอง เช่น การเขา้ ห้องน�ำ้ การล้างมอื การท�ำความสะอาดรา่ งกาย วิธีการถอด มสธและสวมใสเ่ ส้อื ผ้า วิธรี ับประทานอาหาร ฯลฯ 1.2 การอธิบายประกอบภาพ เพอ่ื ใหเ้ ดก็ เขา้ ใจถงึ วธิ กี ารทำ� สงิ่ ตา่ งๆ พรอ้ มทง้ั ตดิ ภาพแสดง วธิ กี ารไวใ้ ห้เด็กปฏบิ ตั ติ าม เชน่ ขน้ั ตอนการล้างมอื การใชห้ ้องนำ�้ และการทำ� ความสะอาด ฯลฯ 1.3 การแนะน�ำวิธีการเล่น/ท�ำกิจกรรมอย่างปลอดภัย ขณะกอ่ นทำ� กจิ กรรมตา่ งๆ อธบิ าย มสธ มสธวิธีการปฏิบัติตนอย่างระมัดระวัง เช่น การใช้อุปกรณ์ตามวิธีการ การเล่นอย่างถูกวิธี ขณะเล่นต้องคอย ระมัดระวงั ตวั ฯลฯ นอกจากนี้ตอ้ งคอยเตอื นเมอื่ เดก็ ขาดความระมัดระวงั 1.4 การทดลองท�ำกิจกรรมต่างๆ ก่อนปฏิบัติจริง เชน่ ขนั้ ตอนการพับเส้อื ผ้า เครื่องนอน ชุดนอนทส่ี ถานศึกษาให้เด็กทดลองเลน่ กบั ชุดต๊กุ ตาตวั ใหญ่ ถอด สวมใส่ พับเก็บ ฯลฯ เม่ือเด็กปฏิบัติได้ จงึ ค่อยๆ ให้ปฏิบตั ิโดยครคู อยชว่ ยเหลือ แนะนำ� ถา้ เด็กต้องการ 1.5 การเล่นเกมจับคู่ช่วยกันทำ� เปน็ การเลน่ ทเ่ี ดก็ จบั คกู่ นั แลว้ ผลดั กนั ชว่ ยแตง่ ตวั ใหเ้ พอื่ น มสธหรือพบั ผา้ ปทู น่ี อนหรืองานอืน่ ๆ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook