Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 21223 หน่วยที่ 9-15

21223 หน่วยที่ 9-15

Published by กฤษฎา ศรีสุวรรณ์, 2021-08-31 07:29:05

Description: 21223 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการศึกษาและหลักสูตรสำหรับเด็กปฐมวัย หน่วยที่ 9-15

Search

Read the Text Version

การจดั ประสบการณเ์ พื่อพฒั นาเด็กปฐมวยั ด้านสงั คม 11-27 2. กิจกรรมกลุ่มย่อย เดก็ รว่ มทำ� กจิ กรรมตามตารางเวลาทกี่ ำ� หนดไวใ้ นตารางกจิ กรรม โดยชว่ ย มสธครเู ตรยี มสถานที่บรเิ วณ อปุ กรณ์และเข้าเลน่ ท�ำกจิ กรรมกลุ่มยอ่ ยตามความตอ้ งการ ซง่ึ กิจกรรมกลุ่มย่อย จ�ำแนกออกเปน็ 2 ลกั ษณะ โดยจดั ประสบการณ์ให้กับเดก็ ดงั นี้ 2.1 การเล่นตามมุม เดก็ เลอื กเลน่ มมุ การเลน่ ตามความสนใจ โดยอาจเขา้ ไปเลน่ ตามลำ� พงั หรือชักชวนเพอ่ื นเข้าไปเลน่ หรือขอเข้าไปเล่นร่วมกบั เพือ่ นทเี่ ล่นอย่กู อ่ น การจดั ประสบการณ์เพ่ือพัฒนา มสธ มสธพฤตกิ รรมพ้นื ฐานประจำ� วันในการเล่นตามมมุ มตี วั อยา่ ง ดงั นี้ 2.1.1 การปฏบิ ตั จิ รงิ โดยจดั สภาพแวดลอ้ มในมมุ การเลน่ ตา่ งๆ ทสี่ นบั สนนุ ใหเ้ ดก็ ทำ� สง่ิ ตา่ งๆ ดว้ ยตนเองและประสบความสำ� เรจ็ ในการทำ� ทำ� ใหเ้ กดิ แรงจงู ใจทจ่ี ะทำ� สงิ่ ตา่ งๆ ตอ่ ไปดว้ ยตนเอง วธิ ีการจดั สภาพแวดล้อมดงั กลา่ ว เชน่ การจัดสงิ่ ของ ของเล่นอปุ กรณต์ ่างๆ อยู่ในชนั้ หรือท่เี กบ็ ทีเ่ ด็กมอง เห็น และเลือกหยบิ มาใช้หรอื เล่นและเก็บได้ด้วยตนเอง การติดภาพแสดงการเล่นวธิ ีต่างๆ ฯลฯ 2.1.2 การสาธติ การใช้อปุ กรณ/์ ของเล่นประจำ� มมุ ท่เี ปน็ ของใหมเ่ พ่มิ เตมิ เพอื่ ให้เด็ก รจู้ กั วธิ ใี ชแ้ ละเก็บด้วยตนเอง มสธ2.1.3 การจัดมุมการเล่นเลียนแบบ ซ่ึงเป็นมุมท่ีสนับสนุนการเล่นที่น�ำไปสู่การท�ำ พฤตกิ รรมพนื้ ฐานประจำ� วนั มากกวา่ มมุ อนื่ ๆ โดยจดั ใหม้ อี ปุ กรณข์ องเลน่ ของใช้ เครอ่ื งแตง่ กาย เครอ่ื งเรอื น เลียนแบบการด�ำเนินชีวิตให้เด็กเล่น และมีการเปลี่ยนแปลงมุมเล่นเลียนแบบ เป็นมุมเลียนแบบชีวิตจริง ในแบบอื่นๆ เพอ่ื กระตุน้ ความสนใจของเด็ก และใหไ้ ด้รับประสบการณท์ ่หี ลากหลายจากเดิม เช่น จดั เปน็ มสธ มสธมมุ บา้ น มมุ ครัว มุมคลินิก มมุ ร้านคา้ ฯลฯ 2.1.4 การจดั อปุ กรณข์ องใชข้ องเลน่ เกย่ี วกบั การทำ� พฤตกิ รรมพน้ื ฐานประจำ� วนั เพม่ิ เตมิ ในมมุ การเล่นตา่ งๆ เช่น จัดใหม้ อี ุปกรณก์ ารซกั ลา้ ง และผ้าช้ินเลก็ ๆ ไวเ้ ลน่ เพม่ิ เติมทมี่ ุมน้ำ� วสั ดอุ ุปกรณ์ ล้างมือท�ำความสะอาดไว้บริเวณมุมศิลปะ จัดชุดแต่งกายแบบแฟนซีไว้ที่มุมดนตรีท่ีมีเวทีการแสดง จดั เคร่อื งเลน่ ชนิดอุปกรณ์การติดกระดุมร้อยเชอื กซปิ แบบต่างๆ ไว้ที่มมุ เครอ่ื งเล่นฝึกกล้ามเน้อื เด็ก ฯลฯ 2.2 กิจกรรมกลุ่มย่อยที่ท�ำร่วมกับครู ครจู ดั กจิ กรรมทโี่ ตะ๊ กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ย เพอื่ ใหเ้ ดก็ ได้ รับการจัดประสบการณ์การท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวันกับครูและเพ่ือนคร้ังละ 3-4 คน ดังตัวอย่าง มสธตอ่ ไปนี้ 2.2.1 การฟังนิทานหรือเรื่องราวเกี่ยวกับประโยชน์ของการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐาน ประจ�ำวัน 2.2.2 การทำ� กิจกรรมแบบรว่ มมอื เช่น การรว่ มกนั ทำ� แผน่ ป้ายชกั ชวนใหเ้ ดก็ ๆ ทำ� สง่ิ ต่างๆ ดว้ ยตนเองหรอื ชักชวนการปฏิบัติอยา่ งถกู วิธใี นการท�ำพฤตกิ รรมพน้ื ฐานประจำ� วัน มสธ มสธ2.2.3 การฝึกหัดปฏิบตั กิ รณที บ่ี างคนอาจยงั ท�ำสิ่งตา่ งๆ ไมไ่ ด้ เชน่ การพบั เสอ้ื การ ผกู เชือกรองเท้า วิธีการลา้ งมือให้สะอาด ฯลฯ 3. กิจกรรมกลุ่มใหญ่ ในกิจกรรมกลุ่มใหญ่เด็กจะได้รับการจัดประสบการณ์ไปพร้อมๆ กัน ซ่ึง ครจู ะออกแบบการจดั ประสบการณเ์ พื่อให้เดก็ ไดก้ ระทำ� ซง่ึ สามารถจดั ไดด้ ังน้ี 3.1 การระดมสมอง โดยน�ำปัญหาที่เก่ียวกับการท�ำพฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวันมาเป็น ค�ำถามซง่ึ อาจแสดงปญั หาที่เกิดขึ้นจากข้อมลู ทีค่ รูเก็บไว้ เช่น ภาพถา่ ย ภาพเคลอ่ื นไหว เทปบนั ทึก ฯลฯ มสธใช้ค�ำถามให้เด็กแสดงความคดิ และวธิ แี กป้ ัญหา สรุปเปน็ ข้อปฏบตั ิ ครูบนั ทกึ ขอ้ ตกลงเขยี นบันทกึ ซง่ึ อาจ เป็นภาพวาดถงึ ข้อปฏิบตั ิน้ันๆ ติดแสดงไว้ใหป้ ฏิบัติตาม

11-28 การจดั การศกึ ษาและหลักสูตรส�ำ หรับเดก็ ปฐมวยั 3.2 เล่านิทานประกอบภาพหรือเชิดหุ่น ซ่ึงมีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับความส�ำคัญของการท�ำ มสธพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน การดูแลตนเองให้ปลอดภัย การปฏิบัติตนเพ่ือสุขนิสัยส่วนตัวและสุขนิสัย ส่วนรวม ฯลฯ 3.3 สาธติ และใหฝ้ ึกปฏิบตั เิ ก่ยี วกับการทำ� พฤตกิ รรมพนื้ ฐานประจำ� วันท่ีพบว่าเป็นปญั หา ของเด็กส่วนใหญ่ เช่น การเปลี่ยน/สวมใส่เสื้อผ้า การพับเครื่องนอน การท�ำความสะอาดร่างกาย การ มสธ มสธขาดความระมดั ระวงั เกี่ยวกับความปลอดภัยขณะเลน่ /ท�ำกิจกรรม ฯลฯ 3.4 เล่นบทบาทสมมติ ให้เล่นบทบาทสมมติคนในบทบาทต่างๆ เพื่อให้เข้าใจถึงการท�ำ พฤตกิ รรมพน้ื ฐานประจำ� วนั ทมี่ คี วามสำ� คญั ตอ่ การดำ� เนนิ ชวี ติ การเลน่ สมมตเิ กยี่ วกบั สถานการณท์ เี่ กย่ี วกบั การท�ำพฤติกรรมพนื้ ฐานกับสุขนสิ ยั ส่วนรวม การปฏิบัตติ นเก่ยี วกับกฎความปลอดภัย ฯลฯ 3.5 เล่นเกมแบบร่วมมือในการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน เชน่ เลน่ แตง่ ตัวใหเ้ พือ่ น เล่นเกมท�ำความสะอาดของใช้ เล่นเกมทำ� ความสะอาดรา่ งกาย ฯลฯ มสธ3.6 ร่วมกันท�ำแผ่นป้ายรณรงค์ให้ท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวันในเร่ืองท่ีเด็กยังปฏิบัติ น้อย เช่น การระมดั ระวังความปลอดภยั ในการเล่น/ทำ� งาน การปฏบิ ตั สิ ขุ นสิ ยั ส่วนรวม ฯลฯ 3.7 เชิญวิทยากรมาให้ความรู้เร่ืองความส�ำคัญของการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน เชน่ พยาบาลประจำ� ห้องพยาบาล เจา้ หนา้ ท่อี นามัย รนุ่ พี่ทโี่ ตกว่าที่อยใู่ นสถานศึกษา ผปู้ กครอง ฯลฯ 3.8 พาไปเย่ียมชมห้องเด็กเล็กเพ่ือสังเกตการท�ำพฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวันของเด็ก มสธ มสธเปรียบเทียบกับการท�ำพฤติกรรมของเด็กโต เพื่อเข้าใจถึงความส�ำคัญและความจ�ำเป็นของการท�ำ พฤติกรรมพื้นฐานประจำ� วัน 4. กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง จากการเลน่ กลางแจง้ เด็กๆ จะได้ฝกึ ฝนการทำ� พฤตกิ รรมพ้นื ฐาน ประจ�ำวันโดยเฉพาะพฤติกรรมด้านสุขนิสัยส่วนรวม การเล่นและการออกก�ำลังกาย การระมัดระวังดูแล ความปลอดภยั ของตนเองและผู้อ่นื ดงั ตวั อยา่ งการจดั ประสบการณ์ดังน้ี 4.1 แนะน�ำวิธีเล่นอย่างถูกวิธีและปลอดภัย เปน็ การแนะนำ� เครอื่ งเลน่ ในสนาม วธิ เี ลน่ ตาม มสธที่กำ� หนดเพื่อความปลอดภยั และแนะนำ� วิธเี ลน่ ทรี่ ะมัดระวงั ให้ตนเองปลอดภัย ตลอดจนไมก่ ่อเหตุใหเ้ กิด ความไม่ปลอดภยั ต่อผอู้ น่ื 4.2 แนะน�ำให้เด็กขอความช่วยเหลือเมื่อต้องการ เช่น การขอให้ช่วยเม่อื รู้สกึ ไม่ปลอดภัย หรอื ชว่ ยตัวเองไม่ได้ ขอใหส้ อนให้เล่น ขอให้แกป้ ัญหาท่ีเกิดจากการเล่น ฯลฯ 4.3 จัดให้มีบริเวณน่ังพักหลังการเล่นจนเหนื่อยหรือเป็นท่ีน่ังเพ่ือพักผ่อน ดกู ารเลน่ ของ มสธ มสธเพ่ือนๆ ของเด็กที่เพ่ิงหายป่วยและยังออกก�ำลังมากไม่ได้ ในบริเวณน้ีจัดให้มีเครื่องอ�ำนวยความสะดวก ในการทำ� พฤติกรรมพื้นฐานประจำ� วันให้ไดท้ �ำ เชน่ บรเิ วณทด่ี ืม่ น�้ำ ถังขยะ ฯลฯ 4.4 อ่านหนังสือนิทานในสวน ในวนั ทีอ่ ากาศดี จัดให้นำ� ตหู้ นังสือเคลอื่ นทไ่ี ปอ่านหนังสือ ในสวนโดยครูเปน็ ผ้อู า่ น หรอื เด็กๆ อา่ นเองตามสมคั รใจ หนังสือทนี่ �ำไปอ่านควรเป็นหนงั สือท่เี ดก็ ๆ ชอบ และหนังสือเก่ียวกับการสนับสนุนการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน หนังสือการปฏิบัติสุขนิสัยส่วนรวม มสธหนังสือเก่ียวกับการระมดั ระวงั ความปลอดภยั

การจัดประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเด็กปฐมวัยด้านสังคม 11-29 4.5 เล่นเกมเก่ียวกับการระมัดระวังตัว เช่น เกมเดนิ ตามเส้น เกมไม่ชนกัน เกมหาคูต่ าม มสธเสยี ง ฯลฯ การจัดประสบการณ์จากกิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง นอกจากเด็กๆ จะได้เล่นและออกก�ำลังกาย แลว้ ยงั สามารถพฒั นาทักษะการชว่ ยเหลือตนเองดา้ นการท�ำพฤติกรรมพนื้ ฐานประจำ� วันไดอ้ กี ด้วย มสธ มสธการจัดประสบการณ์ด้านการติดต่อส่ือสารและมนุษยสัมพันธ์ ขณะทอี่ ยใู่ นสถานศกึ ษาปฐมวยั เดก็ จะใชช้ วี ติ ประจำ� วนั รว่ มกบั ผอู้ นื่ ตลอดทง้ั วนั การตดิ ตอ่ สอ่ื สาร จงึ มคี วามสำ� คญั ตอ่ การสอ่ื ใหผ้ อู้ นื่ เขา้ ใจ รบั รถู้ งึ ความตอ้ งการ ความคดิ ความรสู้ กึ ของตวั เดก็ และการรบั สาร ที่ผู้อื่นส่ือ ซ่ึงจะน�ำไปสู่การตอบสนองซึ่งกันและกัน รวมท้ังการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นที่จะท�ำให้เกิด ความเป็นมิตรและการอยู่ร่วมกัน การจัดประสบการณ์และการใช้สื่อเพื่อพัฒนาการติดต่อส่ือสารและ มนษุ ยสมั พนั ธค์ รอบคลมุ เรอ่ื งการใชค้ ำ� พดู เพอ่ื แสดงความตอ้ งการ ความรสู้ กึ ความคดิ ของตน การรบั รถู้ งึ มสธความต้องการ ความรู้สึก ความคิดของผู้อ่ืน การแสดงความเป็นมิตร การสนทนาโต้ตอบกับผู้อ่ืนอย่าง สภุ าพ การเลน่ หรอื ทำ� งานรว่ มกบั ผอู้ น่ื อยา่ งราบรนื่ ซง่ึ สามารถจดั ผา่ นการทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั ในสถานศกึ ษา ดงั ตวั อยา่ งต่อไปนี้ 1. กิจวัตรประจ�ำวัน ในกจิ วตั รประจำ� วนั สามารถจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาการชว่ ยเหลอื ตนเอง มสธ มสธด้านการติดตอ่ สื่อสารและมนษุ ยสมั พนั ธ์ ดงั ตัวอยา่ งต่อไปน้ี 1.1 การแนะนำ� ใหป้ ฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำ� วนั ตามตารางกจิ กรรมประจำ� วนั ทกี่ ำ� หนดโดยรบั รู้ จากสัญญาณต่าง ๆ เช่น การดูจากภาพก�ำหนดการทำ� กิจวัตรประจำ� วนั ในเวลาตา่ งๆ เพอ่ื เตือนใหร้ ู้วา่ จะ ต้องท�ำอะไร เม่ือไร และจะต้องท�ำเช่นไร หรือการรับรู้จากการฟังสัญญาณท่ีส่ือให้เข้าใจถึงช่วงเวลาที่จะ ต้องทำ� บางอยา่ ง เชน่ เสียงกรงิ่ บอกหมดเวลา เสียงระฆงั บอกสญั ญาณเตรยี มตวั รับประทานอาหาร เสียง ดนตรเี บาๆ เตอื นวา่ ใกลถ้ ึงเวลานอน ฯลฯ ภาพก�ำหนดการตามตารางกิจกรรมประจำ� วัน เสียงสญั ญาณ ต่างๆ ดงั ตัวอย่าง เปน็ การสอ่ื สารวิธหี น่ึงทีเ่ ดก็ จะได้รบั รู้และฝกึ การตอบสนองให้ถูกต้องเหมาะสม มสธ1.2 การให้ฟังและปฏิบัติตามขั้นตอน/วิธีการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน เด็กๆ ต้องการค�ำแนะน�ำและการบอกให้รู้วิธีการท�ำสิ่งต่างๆ อย่างเป็นระบบ เป็นข้ันตอนเพ่ือไม่ให้เกิดความ ยงุ่ ยากและทำ� สง่ิ ตา่ งๆ ไดส้ ำ� เรจ็ โดยงา่ ย วธิ กี ารใหเ้ ดก็ ปฏบิ ตั ไิ ดโ้ ดยงา่ ยคอื การบอกใหท้ ำ� ทลี ะขนั้ ตอนหรอื อาจมกี ารทำ� ใหด้ ปู ระกอบและทดลองทำ� ตามจนเขา้ ใจและทำ� ได้ ซง่ึ เปน็ วธิ ที เี่ หมาะสมกวา่ การบอกครง้ั เดยี ว มสธ มสธจบทุกขนั้ ตอนซง่ึ เดก็ บางคนอาจจำ� ไมไ่ ดท้ ้ังหมด 1.3 การสอนโดยตรง เพอ่ื แสดงใหเ้ ดก็ เหน็ วธิ สี อ่ื สารกบั ผอู้ น่ื ทบี่ อกความตอ้ งการ ความชอบ หรอื ไมช่ อบของตน เชน่ เมอ่ื มเี พอ่ื นมาแยง่ ควิ ทตี่ นรอรบั ถาดอาหาร ควรบอกใหเ้ พอ่ื นรวู้ า่ ตนอยใู่ นควิ เพอ่ื น อาจไปตอ่ ควิ แทนทจ่ี ะผลกั เพอื่ นออกไป ฯลฯ การสอนโดยตรงนค้ี วรสอนทนั ทที เี่ กดิ เหตกุ ารณข์ นึ้ จะทำ� ให้ เดก็ เขา้ ใจง่ายและจดจ�ำไดด้ ี 1.4 การเล่น/ท�ำสิ่งต่างๆ ร่วมกัน การท�ำกิจกรรมร่วมกันท�ำให้เด็กมีโอกาสส่ือสารระหว่าง กันได้ แบ่งปนั ประสบการณ์และความคดิ อาจจัดใหเ้ ด็กจับคู่หรือจับกลุ่มกนั ตามสมคั รใจในการร่วมกนั ทำ� มสธพฤติกรรมพื้นฐานประจำ� วนั เดก็ จะไดฝ้ กึ การรบั ฟงั ผูอ้ ื่น

11-30 การจัดการศึกษาและหลกั สูตรสำ�หรับเด็กปฐมวัย 1.5 การสอนใหร้ จู้ กั บอก เมอื่ ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื ในการทำ� พฤตกิ รรมพนื้ ฐานประจำ� วนั มสธบางอยา่ ง เดก็ บางคนอาจตอ้ งการความชว่ ยเหลอื จากผอู้ นื่ บอกใหเ้ ดก็ เขา้ ใจวา่ สามารถขอความชว่ ยเหลอื จากผู้อืน่ ได้ และจากน้นั ใหค้ ่อยๆ ฝึกท่ีจะท�ำด้วยตนเองในโอกาสต่อไป 1.6 การใช้ค�ำถามเพื่อทบทวนความจ�ำ เชน่ การถามถงึ วธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเปน็ มติ ร เมอ่ื เด็กมีปัญหาในการแสดงออก การถามถึงข้อตกลงในการปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย การถามวิธีขอร้องให้ มสธ มสธผู้อน่ื ช่วยเหลือ เปน็ ต้น 2. กิจกรรมกลุ่มย่อย การจัดประสบการณ์การท�ำกิจกรรมกลุ่มย่อย สามารถจัดได้ 2 ลักษณะ คอื การให้เลน่ ตามมมุ และทำ� กจิ กรรมกลุม่ ย่อยร่วมกบั ครู ซ่งึ สามารถจดั ไดด้ ังตัวอย่างต่อไปน้ี 2.1 การเล่นตามมุม จดั ประสบการณ์การตดิ ตอ่ สอื่ สารและมนุษยสัมพันธ์ 2.1.1 แนะน�ำวธิ ีการเขา้ เล่นตามมมุ อธบิ ายวธิ ีเขา้ เลน่ ตามมมุ การปฏบิ ัติตนตามข้อ ตกลงในการเล่น การเล่นโดยชักชวนเพ่ือนหรือวิธีการขอเข้าเล่นร่วมกับผู้อ่ืน การพูดจาสื่อสารกับเพ่ือน มสธระหวา่ งทเี่ ลน่ การเล่นร่วมกันอย่างราบรืน่ การให้พดู คุยบอกเพอื่ นในส่ิงที่ชอบหรอื ไมช่ อบใหเ้ พ่อื นท�ำกับ ตน ทง้ั นก้ี ารอธบิ ายขอ้ แนะนำ� ของครเู ปน็ วธิ หี นงึ่ ทฝ่ี กึ ใหเ้ ดก็ รบั ฟงั ทำ� ความเขา้ ใจสงิ่ ทผี่ อู้ น่ื สอ่ื และตอบสนอง อยา่ งถูกต้อง 2.1.2 จดั มุมการเล่นที่มกี ารสื่อสารภายในกลมุ่ เช่น มุมภาษาทมี่ ีทัง้ การพดู การฟัง การโตต้ อบ มุมเล่นเลียนแบบท่ีเด็กมโี อกาสเจรจาสอ่ื สารกนั มมุ เลน่ เชิดหนุ่ ซงึ่ เดก็ จะไดพ้ ูดและเจรจาผา่ น มสธ มสธหุน่ แบบตา่ งๆ ฯลฯ 2.1.3 จดั ใหม้ ขี องเลน่ ของใชท้ ส่ี นบั สนนุ การสอื่ สารและการสรา้ งความสมั พนั ธภ์ ายในกลมุ่ เพิ่มเติมในมุมการเล่นต่างๆ เช่น จัดให้มีโทรศัพท์จ�ำลอง เครื่องบันทึกเสียง สมุดโน๊ต กระดานบันทึก กระดาษจด ปากกาเขียนแบบต่างๆ ฯลฯ 2.1.4 จัดให้ท�ำกิจกรรมแบบร่วมมือในมุมการเล่น เช่น การประดิษฐ์หน้ากากสวม ศรี ษะจากกล่องกระดาษในมุมศิลปะ หรอื การทดลองเพาะปลูกพืชหลายๆ ชนดิ ในมมุ ธรรมชาติ ฯลฯ มสธ2.2 กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยทรี่ ว่ มกบั ครู ครจู ดั โตะ๊ กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยเพอื่ ใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณ์ การตดิ ต่อสือ่ สารและมนุษยสมั พนั ธร์ ว่ มกับครแู ละเพื่อนคร้งั ละ 3-4 คน ดังน้ี 2.2.1 อา่ นหนงั สอื นทิ านเรอ่ื งราวเกยี่ วกบั การตดิ สอื่ สารและมนษุ ยสมั พนั ธใ์ หฟ้ งั และ สนทนาซกั ถามถึงวธิ ีการปฏบิ ตั ติ นทค่ี วรทำ� และประโยชน์ของการปฏิบัติตน 2.2.2 ฝกึ การสนทนาสอ่ื สารเพอื่ แสดงความคดิ ความรสู้ กึ จากภาพทแี่ สดงสถานการณ์ มสธ มสธต่างๆ 2.2.3 เล่นเจรจาโต้ตอบกบั ครูผ่านหนุ่ มือแบบตา่ งๆ 2.2.4 สนทนาเกี่ยวกับเร่ืองของการแสดงความเป็นมิตรร่วมกัน ระบายสีภาพหรือ วาดภาพคนทแ่ี สดงท่าทางความเป็นมิตรและจัดท�ำเป็นหนังสอื ภาพ 3. กิจกรรมกลุ่มใหญ่ การรวมกลุ่มใหญ่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการน�ำเสนอปัญหาให้ได้คิด รว่ มกนั เพอื่ หาทางออกและแนวปฏบิ ตั ใิ นการสอ่ื สารภายในและการสรา้ งลกั ษณะของการมมี นษุ ยสมั พนั ธ์ มสธท้งั นีอ้ าจจดั ประสบการณด์ ังตัวอยา่ งตอ่ ไปนี้

การจัดประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสงั คม 11-31 3.1 ระดมสมอง เร่ิมโดยน�ำเสนอปัญหาเก่ียวกับการสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์สู่ชั้นเรียน มสธอาจเสนอจากภาพ การบันทึกของครู สถานการณ์ที่เป็นปัญหา ภาพเคล่ือนไหว กรณีตัวอย่าง ฯลฯ ให้ เดก็ คดิ วา่ สง่ิ ทเี่ หน็ เปน็ ปญั หาเพราะอะไร ชว่ ยกนั คดิ วธิ แี กป้ ญั หา ครบู นั ทกึ จดั ทำ� ขอ้ สรปุ เปน็ รปู ภาพแสดง ใหเ้ ด็กดแู ละปฏบิ ตั ิตาม 3.2 เล่านิทาน/อ่านหนังสือ เก่ยี วกบั การรับรคู้ วามรูส้ กึ นกึ คิด ความตอ้ งการของผูอ้ ืน่ การ มสธ มสธพดู จาสภุ าพ การเจรจาสอ่ื สารตอ่ กนั การกลา่ วคำ� ขอบคณุ ขอโทษ เสยี ใจ การกลา่ วแสดงความยนิ ดี ความ ชื่นชมในสถานการณต์ า่ งๆ 3.3 เล่นละคร/บทบาทสมมติ ท่มี ีการเจรจา การสื่อสารระหว่างกนั 3.4 เล่นเชิดหุ่น เพ่อื ฝึกการเจรจา การสือ่ สาร 3.5 สาธิตแสดงวิธีการปฏิบัติตนอย่างสุภาพในสถานการณ์ต่างๆ 3.6 เล่นทายจากอาการ/สีหน้า/ท่าทาง ให้สังเกตภาพใบหน้าท่าทางต่างๆ และทายว่า มสธในภาพส่ือให้เขา้ ใจถึงอะไร 3.7 เลน่ ปรศิ นาคำ� ทายเกย่ี วกบั การสอ่ื สาร เชน่ “อะไรเอย่ อยใู่ กลค้ าง ทกุ คนตา่ งเอาไวพ้ ดู ” 3.8 เล่นละครใบ้ แล้วใหท้ ายค�ำตอบ 4. กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง นอกจากการเลน่ ตามกตกิ าการเลน่ ของเครอื่ งเลน่ ตา่ งๆ แลว้ การ เจรจา การส่ือสารและการมีมนุษยสัมพันธ์ยังเป็นส่วนหน่ึงของการเล่นที่ท�ำให้การเล่นราบรื่น สนุกสนาน มสธ มสธทงั้ น้ีสามารถจัดประสบการณ์ ดังนี้ 4.1 จัดให้มีเคร่ืองเล่นในสนามชนิดที่เล่นร่วมกัน เพอ่ื ใหเ้ ดก็ มปี ฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั เชน่ จัดให้มีเครื่องเล่นชนิดหน่วยรวม ซึ่งเป็นเคร่ืองเล่นขนาดใหญ่รวมเอาเคร่ืองเล่นหลายแบบมาไว้ด้วยกัน เช่น มีโครงไตส่ ะพานเชอื ก สว่ นหอ้ ยโหน บนั ไดขา้ ม กระดานลน่ื หรอื จดั ใหม้ บี า้ นจำ� ลอง ซง่ึ อาจเปน็ บา้ นท่ี มพี นื้ หรอื บ้านต้นไม้ (ทไี่ ม่สงู เกินไป) ระหวา่ งการเล่นเด็กจะให้ฝึกฝนการส่ือสาร การแสดงความคดิ เหน็ และการปฏบิ ัติตนเพือ่ ให้ผู้อืน่ ยอมรับ มสธ4.2 เล่นเกมแบบร่วมมือ เช่น เกมจับคู่แต่งตัว เล่นเกมช่วยกันกรอกน้�ำใส่ขวด เกมป้อน ผลไม้ ฯลฯ 4.3 เล่นสร้างจากวัสดุต่างๆ เชน่ ก่อทราย สรา้ งจากวัสดเุ หลือใช้ มงุ เต๊นท์ สร้างบ้าน ฯลฯ 4.4 เล่นเกมที่ไม่แข่งขันเพื่อแพ้ชนะ 4.5 เล่นละครในเวทีกลางแจ้ง มสธ มสธ4.6 เล่นการละเล่นแบบไทยท่ีมีบทร้องหรือเจรจาโต้ตอบ การจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาการตดิ ตอ่ สอ่ื สารและมนษุ ยสมั พนั ธ์ สามารถจดั ผา่ นการทำ� กจิ วตั ร มสธประจำ� วนั กิจกรรมกลมุ่ ยอ่ ย กจิ กรรมกลุ่มใหญ่ และกิจกรรมการเลน่ กลางแจ้งดงั ตวั อยา่ งทีเ่ สนอมา

11-32 การจัดการศึกษาและหลกั สูตรส�ำ หรับเดก็ ปฐมวัย การจัดประสบการณ์ด้านการรับผิดชอบต่อตนเอง มสธการรบั ผิดชอบตอ่ ตนเองครอบคลมุ เร่อื งการปฏบิ ตั ิตามบทบาทหน้าที่ การควบคุมตนเอง การจัด ระบบการท�ำสิ่งต่างๆ และการระมัดระวังผลการกระท�ำของตนที่มีต่อตนเองและผู้อื่น ทั้งนี้การรับผิดชอบ ตอ่ ตนเองจะเกดิ จากการทเี่ ดก็ ไดม้ กี ารฝกึ ฝนโดยหดั และบอกใหท้ ำ� ในสง่ิ ทคี่ วรทำ� และทำ� ซำ�้ ๆ บอ่ ยๆ เปน็ แบบแผนการปฏิบัติในชวี ติ ประจ�ำวนั จนสามารถทำ� เป็นปกติ ไม่ตอ้ งคอยบอกหรอื เตอื นให้ทำ� เช่น เม่ือ มสธ มสธตนื่ นอนตอนเชา้ เด็กตอ้ งรบั ผดิ ชอบตนเองในการเขา้ ห้องน�้ำ ทำ� ความสะอาดร่างกาย แต่งตัว รบั ประทาน อาหารเชา้ เตรยี มไปโรงเรยี น หรอื หลงั ตนื่ นอนกลางวนั ทสี่ ถานศกึ ษา ใหพ้ บั เกบ็ เครอ่ื งนอน เปลยี่ นชดุ นอน เข้าห้องนำ�้ ลา้ งหนา้ หวผี ม เตรียมรบั ประทานอาหารวา่ งบ่าย ฯลฯ การจัดประสบการณ์จึงจดั ให้เดก็ ได้ ปฏิบัติในกจิ กรรมประจำ� วันทกี่ �ำหนด ดังตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้ 1. กิจวัตรประจ�ำวัน ขณะทเี่ ดก็ ปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำ� วนั จะไดร้ บั ประสบการณก์ ารรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ดังนี้ มสธ1.1 ปฏิบัตกิ จิ วัตรประจำ� วนั ทเ่ี ป็นไปตามกำ� หนดไว้ในตารางกิจกรรมประจ�ำวนั 1.2 ปฏบิ ัตติ ามสญั ญาณในแต่ละชว่ งเวลาท่ีก�ำหนด เชน่ สัญญาณหมดเวลาเล่น สญั ญาณ เตรียมเข้าแถวรับถาดอาหาร ฯลฯ 1.3 ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลงในการปฏบิ ตั ติ นตามทตี่ กลงรว่ มกนั เชน่ การไมว่ งิ่ ทร่ี ะเบยี งหนา้ หอ้ ง การไม่ส่งเสียงรบกวนเพ่ือนในช่วงเวลานอนกลางวัน (หากตนเองไม่หลับให้นั่งท�ำกิจกรรมเงียบๆ เช่น มสธ มสธอ่านหนังสือ ฟงั เทปนทิ านโดยสวมหฟู ัง ฯลฯ) 1.4 ปฏิบัติกิจวัตรต่างๆ ตามแบบแผนที่ก�ำหนดไว้อย่างเป็นระบบ เช่น เม่ือรับประทาน อาหารกลางวันเรยี บรอ้ ยแล้วให้ยกถาดไปเก็บแล้วไปแปรงฟัน ลา้ งหนา้ ล้างมอื เปลี่ยนชุดนอน จดั ทนี่ อน เตรยี มตัวนอนกลางวัน ฯลฯ 1.5 ปฏิบัติกิจวัตรประจ�ำวันอย่างเรียบร้อยระมัดระวังไม่ให้เกิดอันตรายต่อตนเองและผู้อ่ืน โดยแนะน�ำให้เด็กปฏิบัติตามแบบแผนและเตือนโดยใช้ค�ำถามถึงผลที่จะเกิดข้ึน หากเด็กท�ำสิ่งต่างๆ ที่ มสธไมร่ ะมดั ระวงั เชน่ การทำ� นำ้� หกเลอะเทอะขณะลา้ งมอื หรอื แปรงฟนั นอกจากจะสน้ิ เปลอื งไมป่ ระหยดั แลว้ น�้ำท่ีหกเลอะน้ันอาจก่อใหเ้ กดิ ผลต่อผู้อืน่ อยา่ งไร (คนท่ีเหยียบอาจลนื่ หกลม้ ได้) ฯลฯ 2. กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ย การจดั ประสบการณใ์ นกจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยเพอ่ื พฒั นาการรบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ดงั ตวั อย่างต่อไปนี้ 2.1 การเล่นตามมุม มสธ มสธ2.1.1 ให้ปฏิบัติตามข้อตกลงในการเล่นตามมุม และเตือนให้ปฏิบัติหากเด็กละเลย เช่น การเล่นตามเวลาทกี่ �ำหนด การเล่นในแบบของกจิ กรรมในมุมนนั้ ๆ การเก็บของเลน่ เข้าที่เม่ือจะออก จากมมุ เพอื่ ไปเลน่ ทีม่ มุ อ่นื ฯลฯ 2.1.2 สาธติ การเกบ็ ของเลน่ เมอื่ เลน่ เสรจ็ และใหป้ ฏบิ ตั ิ เมอ่ื เลน่ เสรจ็ และเลกิ เลน่ เมอื่ ไดย้ นิ สญั ญาณใหเ้ กบ็ ของเลน่ ใหเ้ รยี บรอ้ ยทกุ มมุ โดยแบง่ หนา้ ทคี่ วามรบั ผดิ ชอบเพอ่ื เตรยี มตวั เขา้ สกู่ จิ กรรม อนื่ ต่อไป การตกลงความรับผดิ ชอบ เชน่ เมื่อได้ยินสัญญาณเลกิ เลน่ ผทู้ เ่ี ล่นในมมุ ใดให้เกบ็ ของเลน่ ทีอ่ ยู่ มสธในมุมนั้นๆ ฯลฯ

การจดั ประสบการณเ์ พื่อพฒั นาเด็กปฐมวยั ดา้ นสงั คม 11-33 2.1.3 สอนโดยตรง เปน็ การสอนใหเ้ ดก็ ปฏบิ ตั คิ วามรบั ผดิ ชอบในขณะทเ่ี ลน่ เชน่ สอน มสธใหป้ ฏบิ ตั ติ ามคำ� สญั ญาทบี่ อกไว้ การเลน่ โดยไมส่ รา้ งความรำ� คาญหรอื กา้ วกา่ ยการเลน่ ของผอู้ นื่ การเลกิ เลน่ เมอื่ หมดเวลาเพอื่ เปลย่ี นกจิ กรรมแมจ้ ะยงั สนกุ ไมอ่ ยากเลกิ การจดั ระบบการเลน่ เชน่ การเลอื กมมุ การเลน่ เข้าไปเลน่ เกบ็ ของเลน่ ก่อนออกจากมุม ฯลฯ 2.1.4 เลน่ แบบรว่ มมอื จดั มมุ การเลน่ ทกี่ ระตนุ้ ใหเ้ กดิ การเลน่ แบบรว่ มมอื ซงึ่ โดยปกติ มสธ มสธการเล่นในมุมการเล่นเด็กจะเล่นด้วยกันตามธรรมชาติและจะพัฒนาการเล่นไปสู่การเล่นแบบร่วมมือที่มี เป้าหมายร่วมกัน เช่น การเล่นท่ีมุมบล็อก เด็กอาจจะเร่ิมต้นจากการเล่นสร้างตามล�ำพัง และเม่ือมีพ้ืนท่ี การเล่นท่ีกวา้ งพออาจมีเดก็ อน่ื มาเล่นขา้ งๆ จากนน้ั เดก็ อาจเลน่ ด้วยกันเพ่ือนำ� งานมาเลน่ ตอ่ กัน และหาก มเี ดก็ หลายๆ คนเลน่ ดว้ ยกนั เดก็ จะมกี ารรวมกลมุ่ กนั ออกแบบการเลน่ สรา้ งอยา่ งมจี ดุ หมาย แบง่ งานและ ช่วยกันท�ำ ฯลฯ 2.2 กิจกรรมกลุ่มย่อยท่ีร่วมกับครู กจิ กรรมกลมุ่ ย่อยทีเ่ ดก็ ได้รับประสบการณ์ท่ีจดั โดยครู มสธมีดังน้ี 2.2.1 อ่านนิทาน/เร่ืองที่แสดงถึงการรับผิดชอบต่อตนเองท่ีมีผลดีต่อตนเองและผู้อ่ืน ใหเ้ ดก็ แสดงความคดิ เห็นและระบุสิง่ ทีเ่ ดก็ ๆ ควรท�ำตามแบบ 2.2.2 ให้ท�ำงานที่รับผิดชอบร่วมกัน เช่น ร่วมกันท�ำภาพตัดต่อท่ีจะต้องรับผิดชอบ ทำ� งานในสว่ นของตนให้เสรจ็ และเม่อื น�ำมารวมกนั แล้วจะไดภ้ าพตัดตอ่ ทสี่ มบรู ณน์ �ำไปเลน่ ได้ มสธ มสธ2.2.3 ให้แสดงความเห็น น�ำภาพที่แสดงถึงปัญหาการไม่รับผิดชอบมาแสดงและให้ ช่วยกันแสดงความเห็นและร่วมกนั บอกวิธแี กป้ ัญหา 3. กิจกรรมกลุ่มใหญ่ การจัดประสบการณ์ในกิจกรรมกลุ่มใหญ่เพื่อพัฒนาการรับผิดชอบ มี ตัวอย่างดงั น้ี 3.1 เลา่ นทิ าน/อา่ นหนงั สอื นทิ านคณุ ธรรมเกย่ี วกบั ความรบั ผดิ ชอบ บทบาทหนา้ ทขี่ องเดก็ บทบาทหนา้ ที่ของการเปน็ เพ่อื น การระมดั ระวังในการกระทำ� ทีส่ ่งผลตอ่ ผ้อู น่ื ทง้ั ดา้ นร่างกายหรือจติ ใจ มสธ3.2 เลน่ บทบาทสมมติ เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจบทบาทหนา้ ทท่ี งั้ ของตนเองและผอู้ น่ื ทอ่ี ยใู่ นสถานการณ์ ตา่ งๆ 3.3 เลน่ หนุ่ เชดิ เกยี่ วกบั การรบั ผดิ ชอบ การปฏบิ ตั ติ ามหนา้ ที่ การระมดั ระวงั ในการปฏบิ ตั ติ น 3.4 เลน่ เกมแบบรว่ มมอื ทแี่ สดงถงึ ความรบั ผดิ ชอบและการอยรู่ ว่ มกนั เชน่ เลน่ เกมตอ่ ภาพ ให้สมบูรณ์ท่ีเด็กแต่ละคนจะได้รับช้ินส่วนภาพคนละส่วน การจะได้ภาพท่ีสมบูรณ์เด็กต้องน�ำภาพของตน มสธ มสธมาตอ่ จนครบ หรอื เลน่ เกมกรอกน�้ำใสข่ วดจากชอ้ น แต่ละคนจะใชช้ อ้ นตกั นำ�้ เดนิ ประคองไปไมใ่ หห้ ก แลว้ น�ำไปกรอกใสข่ วดของกลุ่ม ฯลฯ 3.5 ระดมสมอง ในกรณที ่มี ปี ัญหาเรื่องเก่ยี วกับการไมร่ บั ผิดชอบ นำ� ปญั หานั้นมาถามและ ใหช้ ว่ ยกนั คดิ แกป้ ญั หา เชน่ หอ้ งเรยี นสกปรก ของเลน่ ไมอ่ ยใู่ นทเ่ี กบ็ เดก็ ๆ ไมเ่ กบ็ ของใชส้ ว่ นตวั เขา้ ท่ี ครู ตง้ั คำ� ถามวา่ หากปลอ่ ยหอ้ งเรยี นใหส้ กปรกเดก็ ๆ คดิ วา่ จะเกดิ อะไรขนึ้ และเราจะแกป้ ญั หาอยา่ งไร การพดู คยุ มสธปัญหาทุกเรือ่ งจะต้องมขี ้อสรุปเพื่อน�ำไปสู่การปฏบิ ตั ิ

11-34 การจดั การศึกษาและหลักสตู รสำ�หรบั เด็กปฐมวัย 3.6 เชญิ บคุ คลตา่ งๆ มาพบปะเดก็ พดู คยุ เลา่ ถงึ การปฏบิ ตั ติ นอยา่ งรบั ผดิ ชอบทมี่ ผี ลทง้ั ตอ่ มสธตนเองและผอู้ นื่ และเปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ๆ ไดส้ นทนาซกั ถามบคุ คลทเ่ี ชญิ เชน่ บคุ ลากรทท่ี ำ� หนา้ ทตี่ า่ งๆ ใน สถานศกึ ษา บคุ คลในชมุ ชนทเี่ ดก็ เคยพบเห็น ฯลฯ 3.7 มอบหมายใหท้ ำ� งานแบบรว่ มมอื และรบั ผดิ ชอบ เชน่ การใหท้ ำ� หนงั สอื ภาพ การปฏบิ ตั ติ น อยา่ งรบั ผดิ ชอบในชวี ติ ประจำ� วนั การทำ� แผน่ ปา้ ยรณรงคใ์ หม้ คี วามรบั ผดิ ชอบเพอ่ื ตดิ ในบรเิ วณทเี่ ปน็ ปญั หา มสธ มสธฯลฯ 4. กจิ กรรมการเลน่ กลางแจง้ การทำ� กจิ กรรมกลางแจง้ เพอ่ื ใหไ้ ดร้ บั ประสบการณค์ วามรบั ผดิ ชอบ ต่อตนเอง มีดงั นี้ 4.1 ให้ปฏิบัติในการเล่นกลางแจ้ง นอกจากการเล่นกับเคร่ืองเล่นสนามแล้วยังมีการเล่น แบบอน่ื ๆ ด้วย การเล่นดังกล่าวจะมกี ารเตรยี มและขนอปุ กรณล์ งไปเลน่ ซ่งึ จะบรรทุกในรถเข็นหรอื ใส่ใน กระบะมลี อ้ มอบหมายให้มีกลมุ่ รับผดิ ชอบการเตรียมจดั อุปกรณล์ งสนามและการขนกลับ มสธ4.2 สอนโดยตรง เมอ่ื พบปญั หาการไมร่ บั ผดิ ชอบใหส้ อนทนั ทใี นสถานการณน์ น้ั หรอื บนั ทกึ ไวเ้ พอ่ื นำ� ไปจัดประสบการณใ์ นโอกาสตอ่ ไป 4.3 เล่น/ท�ำงานแบบร่วมมือ ออกแบบการเลน่ /ทำ� งานแบบรว่ มมอื ทใี่ หส้ มาชกิ กลมุ่ มคี วาม รับผิดชอบเพื่อผลส�ำเร็จของกลุ่ม เช่น แบ่งกลุ่มเก็บใบไม้แห้ง เมื่อหมดเวลามาร่วมกันนับว่าได้มากหรือ น้อย ท้ังนี้ไม่เน้นการแข่งขันแพ้ชนะ ให้เด็กได้ฝึกการแบ่งงาน การรับผิดชอบในงาน วิธีการท�ำงานและ มสธ มสธคณุ ภาพของงาน 4.4 ให้เล่นอิสระทเี่ ด็กออกแบบเอง โดยทำ� กจิ กรรมการเลน่ กลางแจง้ ตามทอี่ อกแบบไว้ เชน่ การเลน่ สรา้ งบา้ นจากไมห้ รอื วสั ดเุ หลอื ใช้ ในตอนเยน็ ชว่ งเวลาพบปะกนั กอ่ นกลบั บา้ น ขอใหเ้ ดก็ รายงานผล การทำ� กจิ กรรมกลางแจ้งวา่ เป็นไปตามแผนหรือไม่ ปญั หาคอื อะไร ฯลฯ สรปุ ไดว้ า่ การจดั ประสบการณ์เพือ่ พฒั นาความรับผิดชอบต่อตนเองของเด็กปฐมวยั สามารถจดั โดยการท�ำกิจกรรมประจ�ำวนั เชน่ เดยี วกบั การพัฒนาด้านการช่วยเหลือตนเองในเร่อื งอ่นื ๆ ท่กี ลา่ วมาแลว้ มสธกิจกรรม 11.2.1 จงระบุวิธกี ารจดั ประสบการณ์และสอ่ื ทใี่ ช้พัฒนาเด็กปฐมวยั ดา้ นการช่วยเหลอื ตนเอง มสธ มสธแนวตอบกิจกรรม11.2.1 การจัดประสบการณ์ท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการช่วยเหลือตนเอง ครอบคลุมเรื่องการท�ำ พฤติกรรมพน้ื ฐานประจำ� วัน การติดตอ่ สือ่ สารและมนษุ ยสัมพนั ธ์ การรับผิดชอบเปน็ การจัดประสบการณ์ ในกิจกรรมประจ�ำวันท่ีประกอบด้วย กจิ วัตรประจำ� วัน กิจกรรมกลมุ่ ยอ่ ย กิจกรรมกลุม่ ใหญ่ และกจิ กรรม การเลน่ กลางแจง้ โดยมวี ธิ จี ดั ประสบการณท์ ห่ี ลากหลาย เชน่ การใหป้ ฏบิ ตั จิ รงิ การสาธติ หรอื ทำ� ใหด้ ู การ เลยี นแบบ การฟงั นทิ าน การเลน่ บทบาทสมมติ การเลน่ /ทำ� งานแบบรว่ มมอื การเลน่ เกม การสอนโดยตรง มสธการระดมสมอง การเลน่ ทางภาษา ฯลฯ

การจดั ประสบการณ์เพื่อพัฒนาเดก็ ปฐมวัยดา้ นสังคม 11-35 สอื่ ท่ใี ชป้ ระกอบการจัดประสบการณป์ ระกอบด้วย สือ่ ของจรงิ สอื่ จ�ำลอง สือ่ ประเภทของเล่นและ มสธเคร่ืองเล่น สอื่ ท่ีเปน็ บุคคลและสื่อวธิ ีการ มสธ มสธเรื่องท่ี11.2.2 การจดั ประสบการณแ์ ละสอื่ ทใี่ ชพ้ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการรกั ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย มสธการจัดประสบการณ์และสื่อท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ครอบคลมุ การจดั ประสบการณเ์ กย่ี วกับ 1) การรกั ธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ ม 2) การรกั วฒั นธรรมและความเป็นไทย โดยมีประเด็นดงั น้ี วธิ กี ารจดั ประสบการณแ์ ละสอ่ื ท่ใี ช้ในการพฒั นา มสธ มสธการจดั ประสบการณ์ดา้ นการรักธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล้อม การจดั ประสบการณ์ดา้ นการรกั วฒั นธรรมและความเป็นไทย วิธีการจัดประสบการณ์และส่ือที่ใช้ในการพัฒนา การจัดประสบการณ์และสื่อที่ใช้ในการพัฒนาด้านการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและ ความเปน็ ไทย มวี ธิ กี ารจดั ประสบการณใ์ นกจิ กรรมประจำ� วนั และสอ่ื ทใ่ี ชป้ ระกอบการจดั ประสบการณ์ ดงั นี้ มสธ1. วิธีการจัดประสบการณ์ 1.1 การปฏบิ ตั จิ ริงในชีวิตประจ�ำวนั เชน่ การใช้ทรพั ยากรธรรมชาติ พลังงานต่างๆ อย่าง ประหยัด คุ้มค่า การน�ำทรัพยากรธรรมชาติและวัสดุต่างๆ มาใช้ใหม่ การดูแลรักษาอนุรักษ์ทรัพยากร- ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม การปฏบิ ตั ติ ามวฒั นธรรม ประเพณที ด่ี งี าม การปฏบิ ตั ติ นอยา่ งมวี ฒั นธรรม การ แสดงมารยาทท่ีเหมาะสมในชวี ิตประจ�ำวัน ฯลฯ มสธ มสธ1.2 การทำ� งานแบบรว่ มมอื โดยจดั ใหร้ ว่ มกนั ดแู ลรกั ษาธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มในหอ้ งเรยี น หรอื ในบรเิ วณสถานศึกษา 1.3 การจัดสภาพแวดล้อมในห้องและบริเวณต่างๆ ให้สะอาด สวยงาม แวดล้อมด้วย ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อมท่ีดี เพ่ือใหเ้ ดก็ ซมึ ซับ รบั รู้ และเรยี นร้จู ากตัวอยา่ งสภาพแวดล้อม 1.4 การเลยี นแบบ จดั ใหเ้ ดก็ ไดเ้ หน็ แบบอยา่ งการกระทำ� ทด่ี ใี นการแสดงถงึ การรกั ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย เชน่ ตวั แบบจากครแู ละบคุ ลากรในสถานศกึ ษา ตวั แบบในชมุ ชน มสธสงั คม ตัวแบบจากเหตุการณท์ ่ีเกิดในชีวิตประจ�ำวัน ฯลฯ

11-36 การจดั การศกึ ษาและหลกั สตู รส�ำ หรับเด็กปฐมวัย 1.5 การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทแี่ สดงถงึ การรกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย มสธทีจ่ ดั ขน้ึ ในโอกาสตา่ งๆ ท้งั ในสถานศกึ ษาและในชุมชน 1.6 การฟงั นทิ าน เรอื่ งราวเกย่ี วกบั การรกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย 1.7 การเล่นบทบาทสมมติท่ีท�ำความเข้าใจและรับรู้เกี่ยวกับการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย มสธ มสธ1.8 การเรยี นรู้จากแหลง่ เรียนรทู้ างธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ มและวฒั นธรรมในชมุ ชน 1.9 การระดมสมองเพ่ือแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับการรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและ ความเปน็ ไทย 1.10 การสอนโดยตรง เป็นการสอนเพ่ือปลูกฝังให้เกิดเจตคติที่ดีต่อการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย โดยการอธิบายให้เหตุผลการกระท�ำท่ีเหมาะสมและผลเสียท่ี เกิดขนึ้ จากการกระท�ำนน้ั มสธ1.11 การเลน่ เกม เพือ่ ใหเ้ กดิ การเรยี นรพู้ ร้อมกับความสนุกสนานไม่เบอ่ื หนา่ ย 1.12 การเชญิ วทิ ยากร เชญิ ผรู้ หู้ รอื ผมู้ ปี ระสบการณใ์ นการรกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทยมาพบปะพูดคยุ กบั เด็ก 2. ส่ือที่ใช้ประกอบการจัดประสบการณ์ ส่ือท่ีใช้ประกอบการจัดประสบการณ์ ประกอบด้วยสื่อ ตา่ งๆ ดงั นี้ มสธ มสธ2.1 สื่อของจริง เป็นสื่อที่ใช้ประกอบการปฏิบัติขณะท่ีเด็กปฏิบัติกิจกรรมในการรักษาดูแล ธรรมชาติ ส่งิ แวดล้อม เช่น เคร่อื งมอื การท�ำสวน อุปกรณท์ ำ� ความสะอาด ถังขยะท่ัวไป และถงั ขยะแยก ประเภท ฯลฯ 2.2 สื่อจำ� ลอง เปน็ สอื่ ทีค่ ลา้ ยของจรงิ ท่นี ำ� มาแสดงใหเ้ ดก็ ได้เห็นถงึ การท�ำงาน การทดลอง ใช้ เลียนแบบของจริงในการรักษาดูแลสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม เช่น ลูกโลก แผนท่ี เคร่ืองแต่งกายตาม วัฒนธรรมต่างๆ ฯลฯ มสธ2.3 สอื่ ของเลน่ และเครอื่ งเลน่ เปน็ ของเลน่ และเครอ่ื งเลน่ ทเ่ี ปน็ มติ รกบั ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม แสดงถึงการนำ� มาใชอ้ ย่างคุ้มคา่ และส่อื เครอื่ งเลน่ ทีส่ ะทอ้ นถงึ ความรักวัฒนธรรมและความเป็นไทย 2.4 สอื่ ทเ่ี ปน็ แหลง่ เรยี นรู้ เชน่ แหลง่ เรยี นรตู้ ามธรรมชาติ ประเภทสวนปา่ สวนพฤกษชาติ สวนสมนุ ไพร สวนสตั ว์ แหลง่ เรยี นรทู้ างวฒั นธรรมประเภทพพิ ธิ ภณั ฑพ์ นื้ บา้ น ศนู ยว์ ฒั นธรรม วดั โบราณ สถาน หมู่บ้านชุมชน แหล่งเรียนรู้ท่ีมนุษย์สร้างข้ึน เช่น อาคารวิทยาศาสตร์ หอดูดาว ห้องสมุดชุมชน มสธ มสธศนู ยเ์ ทคโนโลยี หอ้ งสมดุ ของเลน่ สวนสาธารณะ ฯลฯ 2.5 ส่ือวัสดุท่ีใช้ประกอบการท�ำกิจกรรม เช่น สีจากวัสดุธรรมชาติ กระดาษท�ำจากเส้นใย ธรรมชาติ ผ้าฝา้ ย พกู่ ันจากกาบหมาก วสั ดุธรรมชาติทนี่ �ำมาเลน่ ประดษิ ฐต์ า่ งๆ ฯลฯ 2.6 ส่ือบคุ คล เป็นผู้ท่ีมีสว่ นร่วมในการถา่ ยทอดประสบการณ์ ทำ� กจิ กรรมรว่ มกบั เด็ก เช่น ผรู้ ใู้ นทอ้ งถน่ิ ผเู้ ชย่ี วชาญในสาขาตา่ งๆ บคุ คลทางวฒั นธรรม บคุ คลอาชพี ตา่ งๆ ในชมุ ชน นกั บวช บคุ คล มสธตัวอย่าง นักประดิษฐ์พื้นบ้าน ภูมิปญั ญาสาขาตา่ งๆ นกั ประดิษฐข์ องเลน่ พน้ื บา้ น ฯลฯ

การจดั ประสบการณ์เพอ่ื พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม 11-37 2.7 สื่อวิธีการ เป็นวิธกี ารที่น�ำมาถ่ายทอดใหเ้ หมาะสมกับการเรยี นร้ขู องเดก็ เชน่ วิธกี าร มสธปลกู พชื ผกั ทอ้ งถน่ิ วธิ กี ารทำ� วสั ดแุ ปรรปู วธิ กี ารถนอมอาหาร วธิ ปี ฏบิ ตั ติ ามมารยาท วฒั นธรรมไทย วถิ ี การทอผา้ พื้นเมอื ง วธิ ีท�ำของเล่นพนื้ เมอื ง วิธเี ล่นการละเลน่ พ้ืนบา้ น วธิ ที �ำของเล่นจากวสั ดุธรรมชาติของ ชมุ ชน การทศั นศกึ ษา การเรยี นจากแหลง่ เรยี นรทู้ างธรรมชาติ วฒั นธรรม วธิ ปี ฏบิ ตั กิ จิ กรรมประเพณตี า่ งๆ ฯลฯ มสธ มสธวิธีการจัดประสบการณ์และส่ือประกอบการจัดประสบการณ์จะน�ำมาใช้ร่วมกัน เพื่อให้การเรียนรู้ อย่างมปี ระสิทธิภาพเพราะสอ่ื ที่เป็นรปู ธรรมจะชว่ ยให้เดก็ เขา้ ใจส่งิ ทเี่ ป็นนามธรรมไดง้ า่ ยข้ึน การจัดประสบการณ์ด้านการรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจดั ประสบการณด์ า้ นการรกั ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม จดั ผา่ นการทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั ดงั น้ี 1. กจิ วตั รประจำ� วนั การปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำ� วนั ควรเกยี่ วขอ้ งการใชว้ สั ดุ ทรพั ยากรจากธรรมชาติ มสธทง้ั นส้ี ามารถจัดประสบการณ์ใหเ้ ด็กปฏิบัติ เพ่อื เป็นการดูแลรกั ษาธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ้ ม ดงั น้ี 1.1 การให้ปฏิบัติจริงในชีวิตประจ�ำวัน ในเร่ืองท่ีเกี่ยวกับการใช้ทรัพยากร สิ่งของต่างๆ อย่างประหยดั และคุม้ ค่า ดังตวั อยา่ งตอ่ ไปน้ี 1.1.1 การใชน้ ำ�้ อยา่ งประหยดั เชน่ การใชแ้ กว้ /ขนั รองนำ้� เพอื่ ใชใ้ นการลา้ งหนา้ แปรงฟนั มสธ มสธแทนการเปิดจากก๊อก รินน�้ำดื่มแต่พอดื่มไม่เหลือทิ้ง ใช้แก้วน�้ำด่ืมส่วนตัวแทนใช้แก้วชนิดใช้แล้วท้ิง ปดิ กอ๊ กนำ้� ใหส้ นทิ เมอ่ื เลกิ ใช้ นำ้� ทใี่ ชแ้ ลว้ นำ� มาใชต้ อ่ ได้ เชน่ นำ�้ จากอา่ งทเี่ ลน่ ในมมุ นำ�้ หรอื นำ้� จากการลา้ ง ของเลน่ นำ� มารดน้ำ� ต้นไม้ ฯลฯ 1.1.2 การใชไ้ ฟอยา่ งประหยดั เช่น การไมเ่ ปดิ ไฟหรอื เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ทงิ้ ไว้ ปดิ ไฟเม่อื เลกิ ใช้ ขอใหช้ ว่ ยดงึ ปลัก๊ ไฟหลังจากไมใ่ ช้งานเคร่อื งใช้ไฟฟา้ ใชเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟา้ เท่าทจี่ ำ� เปน็ ฯลฯ 1.1.3 การลดการสร้างขยะ เช่น การใช้ภาชนะท่ีใช้ใหม่ได้ ได้แก่ การใช้กระติกน้�ำ ใสน่ ำ้� ดมื่ แทนการใชข้ วดนำ�้ พลาสตกิ ทใี่ ชแ้ ลว้ ทง้ิ ใชภ้ าชนะ เชน่ กลอ่ งแกว้ ตะกรา้ ปน่ิ โต แทนใชถ้ งุ พลาสตกิ มสธหรือกล่องโฟม ฯลฯ 1.2 การสอนโดยตรงขณะท่ีเด็กท�ำกิจวัตรประจ�ำวัน และให้ปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้สิ่งของ อยา่ งทะนถุ นอมเพอ่ื ยดื อายกุ ารใชง้ านใหย้ าวนาน พรอ้ มทง้ั อธบิ ายและใหเ้ หตผุ ลของการปฏบิ ตั ิ ดงั ตวั อยา่ งเชน่ 1.2.1 ใชส้ ง่ิ ของ เครอื่ งใชห้ รอื เลน่ ของเลน่ อยา่ งถกู วธิ ี ทะนถุ นอมเพอ่ื ใหใ้ ชง้ านไดน้ าน มสธ มสธ1.2.2 ใช้สิ่งของจนหมดไม่ฟุ่มเฟือย เช่น การบีบยาสีฟันจนหมดหลอดก่อนน�ำของ ใหม่มาใช้ 1.2.3 ถ้าสิ่งของ ของใช้ ของเล่น เสียหายช�ำรุดเล็กน้อยให้ซ่อมแซม/บอกผู้ใหญ่ให้ ชว่ ยแกไ้ ข ซง่ึ อาจใชไ้ ดใ้ หม่แทนทีจ่ ะทิง้ ทันที 1.3 การสาธิตการเก็บสิ่งของเคร่ืองใช้ในชีวิตประจ�ำวันอย่างถูกวิธี จงึ จะทำ� ใหย้ ดื อายกุ าร ใชง้ าน และเปน็ การรกั ษาความสะอาดของสง่ิ ของนน้ั ๆ เพอื่ การนำ� มาใชใ้ หม่ เชน่ สาธติ การลา้ งแปรงสฟี นั ให้สะอาด สะบัดน�้ำให้แห้ง และแขวนตากในท่ีแขวนแปรงให้แปรงแห้ง ไม่ขึ้นรา สะอาดส�ำหรับการใช้ มสธในคร้ังตอ่ ไป แลว้ ใหเ้ ดก็ ฝกึ ปฏิบตั ิ

11-38 การจดั การศึกษาและหลกั สตู รส�ำ หรับเด็กปฐมวยั 1.4 การอธบิ ายและใหเ้ หตผุ ลเกย่ี วกบั การไมท่ ำ� ลายทรพั ยากร สง่ิ แวดลอ้ มและใหฝ้ กึ ปฏบิ ตั ิ มสธดังตวั อยา่ ง 1.4.1 การตักอาหารแต่พอดีในการรับประทานแต่ละครั้ง ไม่ตักมากจนเหลือท้ิง ไม่ เลอื กรบั ประทานอาหารหรือเขี่ยอาหารท้ิง รบั ประทานอาหารใหห้ มด 1.4.2 การไมส่ รา้ งขยะหรอื ของเหลอื ใชท้ กี่ ลายเปน็ ขยะ หรอื ลดการสรา้ งขยะ เชน่ การ มสธ มสธรบั ประทานผลไมท้ งั้ เปลอื กในผลไมท้ รี่ บั ประทานเปลอื กได้ การใชก้ ระดาษใหห้ มดทง้ั สองหนา้ และนำ� มาใช้ ในแบบอืน่ ๆ เช่น ทำ� ถุง ทำ� งานพบั ฯลฯ 1.4.3 การไม่สร้างมลพิษ/สรา้ งขยะทท่ี ำ� ลายธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อม เชน่ พยายาม ใช้วัสดุจากธรรมชาติให้มากที่สุด การท้ิงขยะในถังคัดแยกขยะ การไม่โยนเศษวัสดุสิ่งต่างๆ ลงในแม่น�้ำ ลำ� คลอง การดูแลรักษาทำ� ความสะอาดบรเิ วณท่เี ลน่ ท่ีอยอู่ าศัยอยเู่ สมอ ฯลฯ 1.5 การร้องเพลงหรือท่องค�ำคล้องจอง เพื่อปฏิบัติตนตามเนื้อร้อง เช่น เพลงแปรงฟัน เพลงรบั ประทานอาหารดีๆ ฯลฯ มสธ2. กิจกรรมกลุ่มย่อย จดั กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยใหเ้ ดก็ เลน่ ตามมมุ และกจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยทคี่ รเู ปน็ ผจู้ ดั ให้เด็กได้รบั ประสบการณก์ ารรกั ธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม ดังน้ี 2.1 กิจกรรมการเล่นตามมุม จัดมมุ การเล่นตามปกติและเพ่ิมเตมิ ให้มบี รรยากาศท่ใี กลช้ ิด ธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ มท่ดี ี จัดมมุ และบรเิ วณให้สวยงาม สะอาด อากาศถา่ ยเทไดด้ ี และจัดประสบการณ์ มสธ มสธใหเ้ ดก็ เกิดความรักในธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม ดงั นี้ 2.1.1 การเลียนแบบ โดยการจัดสภาพแวดล้อมในมุมการเล่นให้มีความใกล้ชิดกับ ธรรมชาติ เชน่ ที่มุมธรรมชาติ มกี ระบะเพาะเมล็ดพืชใหท้ ดลอง มีอา่ งปลาท่เี ลีย้ งไว้ให้เห็นความสัมพันธ์ ของธรรมชาตกิ ับสิ่งแวดลอ้ ม มกี ระถางตน้ ไม้ทั้งไมด้ อกไม้ประดบั เพมิ่ ความสดชืน่ สวยงาม ฯลฯ การจัด มุมการเลน่ ที่สะอาด สวยงาม เดก็ ๆ จะไดแ้ บบอย่างทด่ี ีและเลียนแบบไปใช้ 2.1.2 การใหท้ �ำกิจกรรมทดลอง และเกดิ ความเขา้ ใจในเรอ่ื งความสัมพันธข์ องมนุษย์ มสธกบั ธรรมชาติ และมนษุ ยก์ บั สง่ิ แวดลอ้ ม เชน่ การทดลองเกย่ี วกบั การทำ� งานของพลงั งานแบบตา่ งๆ ในมมุ วทิ ยาศาสตร์ การทดลองการเพาะเมลด็ พชื ในมมุ ธรรมชาติ การทดลองเลน่ กบั นำ้� แบบตา่ งๆ ในมมุ นำ้� การ ทดลองเลน่ กบั สแี ละวสั ดธุ รรมชาตใิ นการย้อมผา้ ทีม่ มุ ศิลปะ ฯลฯ 2.1.3 การกำ� หนดงานใหท้ ำ� แบบรว่ มมอื ในมมุ การเลน่ อาจกำ� หนดงานทเ่ี ดก็ ตอ้ งรว่ มมอื กันท�ำและเมื่อท�ำเสร็จจะได้ผลงานที่เด็กน�ำไปใช้ต่อได้ เช่น ท่ีมุมการเล่นเลียนแบบจัดให้มีแผ่นพับแสดง มสธ มสธขัน้ ตอนการทำ� มงกุฎจากใบขนนุ ผู้เลน่ ตอ้ งมีอยา่ งนอ้ ย 2 คน คนหนึ่งเปน็ แบบอกี คนเป็นผทู้ �ำมงกุฎ ส่วน วัสดุจากธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ใบขนนุ ทางมะพร้าว ฯลฯ 2.1.4 การเพมิ่ เติมสอ่ื วัสดุของเลน่ ในมุมการเล่นต่างๆ ทเ่ี ปน็ วสั ดจุ ากธรรมชาติ เช่น ทีม่ ุมศลิ ปะ จดั ใหม้ สี ีจากธรรมชาติ พกู่ ันประดษิ ฐ์จากตน้ หมาก ใบไม้แห้งต่างๆ และส่ิงของจากธรรมชาติ เพอื่ เลน่ ประดษิ ฐ์ ทม่ี มุ หนงั สอื จดั ใหม้ หี นงั สอื เกยี่ วกบั ธรรมชาตสิ งิ่ แวดลอ้ ม มมุ เลน่ เลยี นแบบจดั ใหม้ อี ปุ กรณ์ การเล่นเกี่ยวกับการรักษาดูแลธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม มุมบล็อกนอกจากไม้บล็อกแบบต่างๆ แล้ว จัด มสธใหม้ วี สั ดตุ กแตง่ ประกอบการเลน่ สรา้ งทอ่ี งิ ธรรมชาติ เชน่ กระถางตน้ ไม้ เครอ่ื งประดบั ตกแตง่ ทที่ ำ� จากวสั ดุ ธรรมชาติ ฯลฯ

การจัดประสบการณเ์ พ่ือพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ด้านสังคม 11-39 2.1.5 การจัดให้มีมมุ อสิ ระ เป็นมุมที่มพี น้ื ทีว่ า่ งให้เด็กเขา้ มาเล่นจากการออกแบบเอง มสธรว่ มกนั จดั ใหม้ วี สั ดจุ ากธรรมชาติ เชน่ กง่ิ ไม้ กอ้ นหนิ ขนนก ใบไมแ้ หง้ แบบตา่ งๆ ฝกั แขง็ ๆ จากพชื แบบ ต่างๆ ฯลฯ ใสแ่ ยกประเภทไวใ้ นกล่องหรอื ลงั มีผืนผา้ ขนาดตา่ งๆ วัสดสุ �ำหรบั เลน่ สร้าง ฯลฯ 2.2 กิจกรรมกลุ่มย่อยที่ร่วมกับครู เดก็ เขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยกบั ครทู โ่ี ตะ๊ กจิ กรรม ดงั นี้ 2.2.1 อา่ นหนงั สอื รว่ มกบั ครู โดยจดั ใหม้ หี นงั สอื เกยี่ วกบั การรกั ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม มสธ มสธ2.2.2 ทดลองการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างคุ้มค่า เช่น ต้นกล้วย ซ่ึงนอกจากจะ รบั ประทานผลแลว้ ยงั นำ� ใบและกาบกลว้ ยมาเปน็ ของใช้ ของเลน่ หลายอยา่ ง หรอื ทางมะพรา้ วทน่ี ำ� มาสาน ทำ� ของใชแ้ ละของเลน่ สำ� หรับเด็ก ฯลฯ 2.2.3 ทำ� งานทกี่ ำ� หนดตามขนั้ ตอนจากคำ� แนะนำ� และคมู่ อื เชน่ การเพาะเมลด็ ถวั่ งอก การท�ำกลว้ ยตาก การท�ำน�้ำหมกั จากเศษผกั ผลไม้ ฯลฯ 2.2.4 ท�ำป้ายรณรงค์ให้รักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากวัสดุธรรมชาติเพื่อน�ำไป มสธตดิ ในสถานท่ตี อ้ งการให้เตอื น 3. กิจกรรมกลุ่มใหญ่ จดั ประสบการณเ์ พอ่ื ใหเ้ กดิ การเรยี นรเู้ รอ่ื งการรกั ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ดังตัวอย่างต่อไปน้ี 3.1 ระดมสมองโดยนำ� ปญั หาเกยี่ วกบั ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มทเี่ กดิ ขนึ้ ใกลต้ วั ใหเ้ ดก็ คดิ หา วิธีป้องกันหรือแก้ไขปัญหา และสรุปเป็นข้อปฏิบัติเพื่อน�ำไปปฏิบัติในชีวิตประจ�ำวัน การน�ำเสนอปัญหา มสธ มสธอาจเป็นการแสดงรูปภาพ ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหวมาให้ดู เช่น ภาพบริเวณสถานศึกษาที่รกไปด้วย เศษขยะ ถงั ใสเ่ ศษอาหารกลางวนั ของสถานศึกษา บริเวณพืน้ รอบๆ หอ้ งน้�ำทม่ี ีน�ำ้ ท่วมขัง ฯลฯ 3.2 ดหู นงั สอื ภาพ ภาพถา่ ย ภาพเคลื่อนไหว วิดีโอ ภาพยนตร์ ฯลฯ ท่ีแสดงให้เหน็ ความ สมั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั ธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม ใหแ้ สดงความคดิ เหน็ เรอื่ งของความสำ� คญั ของธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม ร่วมกันเสนอวิธีท่ีจะดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บันทึกเป็นภาพวาดติดแสดงไว้เพ่ือ ให้ปฏบิ ตั ติ าม มสธ3.3 พาไปทัศนศึกษาแหล่งสวยงามตามธรรมชาติ หรือบริเวณท่ีมีธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมท่ี สวยงาม สะอาด มีการจัดการในการดูแลรักษาอย่างดี ให้บันทึกเร่ืองราวท่ีพบเป็นภาพวาด แล้วน�ำกลับ มาถ่ายทอดความรู้สกึ นกึ คดิ ร่วมกัน 3.4 ชักชวนให้ช่วยกันจัดตกแต่งห้องเรียนด้วยวัสดุธรรมชาติ และจัดสิ่งแวดล้อมให้สะอาด สวยงาม มสธ มสธ3.5 จัดกิจกรรมแบบมีส่วนร่วม โดยให้เด็กร่วมกันคิดโครงการในการดูแลรักษาธรรมชาติ และสิง่ แวดลอ้ ม ใหเ้ ด็กๆ เป็นอาสาสมัครในโครงการ 3.6 จัดรายการให้เด็กร่วมสนุก เช่น รายการสายสืบธรรมชาติ โดยเด็กๆ เป็นนักสืบ ออกไปหาข้อมูลเกี่ยวกบั ปัญหา/สิ่งทเ่ี กดิ ขนึ้ ที่มผี ลกระทบต่อธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม และนำ� เสนอข้อมลู รายงานใหเ้ พื่อนๆ รบั รู้ 3.7 ให้สืบค้นข้อมูล โดยจัดสมมติเป็นนักข่าวธรรมชาติ ตั้งค�ำถามเก่ียวกับธรรมชาติและ มสธสิ่งแวดล้อมไปสมั ภาษณ/์ สอบถามข้อมลู จากบคุ คลต่างๆ ในสถานศึกษาแลว้ นำ� ขอ้ มลู มาจัดท�ำสารนทิ ศั น์

11-40 การจัดการศกึ ษาและหลักสตู รส�ำ หรับเด็กปฐมวยั 3.8 จัดกิจกรรมแบบกลุ่ม โดยเด็กตกลงจัดกลุ่มแต่ละกลุ่มออกไปเก็บวัสดุธรรมชาติท่ีมีใน มสธบรเิ วณสถานศึกษา นำ� มาท�ำเป็นภาพแลว้ นำ� เสนอเป็นเรอื่ งเลา่ เกย่ี วกับสง่ิ ท่ีพบ 3.9 พาไปทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อมในบริเวณหรือท่ีใกล้ เคียง เชน่ ศนู ยท์ �ำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารของสถานศึกษา แปลงเกษตรอนิ ทรยี ์ของเกษตรกร ฯลฯ 3.10 เชิญวิทยากรเก่ียวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาพบปะพูดคุยและท�ำ มสธ มสธกจิ กรรมกบั เดก็ 4. กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง การจัดประสบการณ์/กิจกรรมการเล่นกลางแจ้งเพ่ือให้เด็กได้อยู่ ทา่ มกลางธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มทสี่ มั ผสั ได้ และไดร้ บั ประสบการณต์ รงทไี่ ดเ้ รยี นรเู้ รอ่ื งของความสมั พนั ธ์ ระหว่างมนุษย์กบั ธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม การจดั ประสบการณ์ ได้แก่ 4.1 เลน่ เครอ่ื งเลน่ สนาม ควรจัดเครอ่ื งเลน่ สนามจากวสั ดุธรรมชาตใิ หม้ าก เพราะเดก็ จะได้ คุ้นเคย และรับรูถ้ งึ ความสมั พันธ์ระหวา่ งตนกบั ธรรมชาติ มสธ4.2 จดั ใหเ้ ลน่ กบั เครอื่ งเลน่ ทอ่ี งิ ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม เชน่ เลน่ บา้ นตน้ ไม้ เลน่ สรา้ งจาก วัสดธุ รรมชาติ เลน่ ก่อกองทราย เล่นกบั น�ำ้ เลน่ กบั ดนิ เลน่ กบั โคลน เล่นสรา้ งสวนหยอ่ ม ฯลฯ 4.3 เลน่ /ดแู ลสถานทีต่ า่ งๆ เชน่ สวนผกั สวนสมนุ ไพร ปลกู ไมด้ อกไม้ประดบั ฯลฯ 4.4 ใหเ้ ดก็ จบั กลมุ่ ตามความสมคั รใจ รบั ผดิ ชอบดแู ลบรเิ วณสวนดอกไม้ หรอื บรเิ วณสว่ นใด สว่ นหนงึ่ ของสถานศึกษา เป็นบริเวณเล็กๆ และคอยดแู ลอย่างสมำ่� เสมอ มสธ มสธสรปุ ได้วา่ การจดั ประสบการณ์การรักธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม สามารถจัดใหเ้ ดก็ ไดโ้ ดยการทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั ซงึ่ ประกอบดว้ ยกจิ วตั รประจำ� วนั กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ย กจิ กรรมกลมุ่ ใหญ่ และกจิ กรรมการ เลน่ กลางแจ้งตามตวั อยา่ งที่เสนอมา การจัดประสบการณ์ด้านการรักวัฒนธรรมธรรมและความเป็นไทย การจัดประสบการณ์ท่ีใช้พัฒนาการรักวัฒนธรรมและความเป็นไทย เป็นการจัดประสบการณ์ให้ มสธเด็กปฏิบัติในการทำ� กิจกรรมต่างๆ ในกจิ กรรมประจ�ำวัน ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี 1. กิจวัตรประจ�ำวัน การปฏิบัติตามวัฒนธรรมไทยและความเป็นไทยส�ำหรับเด็กปฐมวัยจะ เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตนอย่างมีมารยาท การแสดงความสุภาพทั้งการใช้ภาษาและกิริยาท่าทาง การ แสดงออกอยา่ งเหมาะสมในสถานการณต์ า่ งๆ และเมอื่ อยใู่ นสถานทตี่ า่ งๆ รวมทงั้ การควบคมุ ตนเองในการ มสธ มสธปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสม ไม่เอาแต่ใจตัวเองและไม่รบกวนผูอ้ ่นื ดงั ตัวอยา่ งการจัดประสบการณ์ต่อไปน้ี 1.1 การให้ปฏิบัติจริงในขณะปฏิบัติกิจวัตรประจ�ำวัน เชน่ 1.1.1 การเขา้ แถวเมอื่ รอการทำ� กจิ กรรมตา่ งๆ เชน่ เขา้ แถวรอรบั ถาดอาหาร เขา้ แถว เพ่ือรอล้างมือที่ก๊อกน้�ำ กรณีที่มีผู้ใช้ก๊อกน้�ำพร้อมๆ กัน การสอนให้เข้าแถวทุกครั้งหากมีการรอใช้/ต้อง การหลายๆ คนพรอ้ มกนั มารยาทของการเข้าแถว คอื ต้องใชส้ ทิ ธิผู้ทมี่ าถงึ ในล�ำดบั แรก/กอ่ น 1.1.2 การปฏิบตั ติ นอยา่ งเหมาะสมเม่ือไดย้ ินเพลงชาตหิ รอื เพลงสรรเสริญพระบารมี 1.2 การสอนโดยตรง กระทำ� ทนั ทที เี่ ดก็ แสดงพฤตกิ รรมทไี่ มเ่ หมาะสม เชน่ การพดู ไมส่ ภุ าพ มสธการแสดงมารยาทท่ีไม่ดี การแสดงกริ ิยากา้ วรา้ วเมือ่ ไมพ่ อใจ ฯลฯ

การจดั ประสบการณเ์ พ่ือพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสังคม 11-41 1.3 การเลยี นแบบ แสดงแบบอยา่ งทดี่ ใี นการใชค้ ำ� กลา่ วแสดงความรสู้ กึ ในสถานการณต์ า่ งๆ มสธเชน่ ขอบคณุ ขอโทษ เสียใจ ขอร้อง ฯลฯ การใหด้ ูแบบอยา่ งการปฏิบตั ิตนอยา่ งเหมาะสมในขณะที่อย่ใู น สถานท่ตี ่างๆ เชน่ ในหอ้ งประชุม ในห้องสมุด ขณะทย่ี นื เคารพธงชาติ ฯลฯ 1.4 การสาธิต แสดงขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสมเมอื่ พบผใู้ หญ่ เมอ่ื ทำ� ความเคารพ นกั บวชหรอื พระ การกราบ การไหว้ การเดินกม้ ตัวเมอื่ ผา่ นผูใ้ หญท่ นี่ ัง่ อยู่ ฯลฯ มสธ มสธ2. กิจกรรมกลุ่มย่อย จัดกิจกรรมกลุ่มย่อยเพ่ือให้เด็กได้เล่นและท�ำงานร่วมกัน เพ่ือพัฒนาการ รกั วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย ดังนี้ 2.1 กิจกรรมการเล่นตามมุม จดั ดังน้ี 2.1.1 จดั มุมการเลน่ เพมิ่ เตมิ จากมมุ การเล่นปกติ เป็นมุมการเลน่ ตามวฒั นธรรมโดย ในมมุ นจี้ ดั ตกแตง่ โดยใชว้ สั ดทุ อ้ งถนิ่ ทแี่ สดงเอกลกั ษณว์ ฒั นธรรมไทย เชน่ ปพู น้ื ดว้ ยเสอ่ื ทที่ อใชใ้ นพนื้ บา้ น อาจเป็นเสื่อกก เสื่อทอจากกระจูด หรือเส่ือไม้ไผ่สาน ท่ีช้ันของเล่นมีวัสดุของเล่นประเภทใช้เล่นร่วมกัน มสธเปน็ เกมกระดานแบบตา่ งๆ เกมหยอดหลมุ และเกมอ่นื ๆ 2.1.2 จดั มมุ การเลน่ ทสี่ นบั สนนุ ใหเ้ กดิ การรบั รถู้ งึ สภาพทางวฒั นธรรมและความเปน็ ไทย เช่น ที่มุมเล่นเลียนแบบจัดให้มีเคร่ืองแต่งกายแบบไทยทั้งชายและหญิง ของใช้ในบ้านที่ท�ำด้วยวัสดุ ท้องถ่ิน เช่น เคร่ืองครัว ภาชนะ เฟอร์นิเจอร์ เคร่ืองเรือน ท่ีมุมบล็อกจัดให้มีของเล่นประเภทสร้างท่ีท�ำ จากวัสดทุ ้องถิ่น มมุ ดนตรีจดั ให้มเี ครื่องดนตรแี บบไทยทเี่ ด็กเลน่ ได้ เชน่ ระนาด กลองยาว ฯลฯ มสธ มสธ2.2 กิจกรรมกลุ่มย่อยท่ีร่วมกับครู เข้ารว่ มกิจกรรมท่ีครจู ัดเพือ่ ให้เกิดการเรยี นรู้ ดังนี้ 2.2.1 อา่ นหนงั สอื รว่ มกนั โดยเลอื กหนงั สอื เกย่ี วกบั การรกั วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย 2.2.2 ประดิษฐ์ของเล่นแบบไทย เช่น พับใบตองแบบต่างๆ สานปลาตะเพียนทาง มะพรา้ ว พับต๊กุ ตาจากผา้ ขนหนู ทำ� ต๊กุ ตาจากลกู ตาลแก่ ฯลฯ 2.2.3 ประกอบอาหารไทยง่ายๆ เช่น ส้มต�ำ ย�ำมะม่วง ขนมบัวลอย ฯลฯ หรือท�ำ อาหารประจำ� เทศกาลตา่ งๆ มสธ2.2.4 ประดิษฐ์ของที่ใช้ในเทศกาลต่างๆ เช่น ท�ำกระทงจากหยวกกล้วยในวันลอย กระทง ท�ำร้ิวธงประดับในงานบุญเข้าพรรษา ท�ำที่รองเทียนจากก้านกล้วยส�ำหรับใช้เวียนเทียนในวัน วสิ าขบชู า ฯลฯ 2.2.5 ร่วมกันท�ำหนังสือภาพ “วฒั นธรรมดที ีบ่ า้ นฉนั ” 3. กิจกรรมกลุ่มใหญ่ จัดประสบการณเ์ พ่ือพฒั นาการรักวัฒนธรรมและความเป็นไทย ดงั นี้ มสธ มสธ3.1 ระดมสมองโดยนำ� ภาพเหตกุ ารณท์ เี่ ปน็ ปญั หาเกย่ี วกบั การรกั วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย ที่พบมาแสดงให้ดู สนทนาว่าเป็นปัญหาอย่างไร และมีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร บันทึกค�ำตอบและร่วมกัน เลอื กวธิ ีทีค่ ิดว่าเหมาะสมสามารถท�ำได้ น�ำมาเปน็ ข้อสรปุ บันทึกเป็นขอ้ ปฏบิ ตั แิ ละใหป้ ฏบิ ัติตาม 3.2 แสดงบทบาทสมมติเกย่ี วกบั การปฏิบัตติ นตามวฒั นธรรมและความเปน็ ไทย เช่น การ ปฏิบัติตนอย่างมีมารยาทเมื่อพบกัน การแสดงในสถานการณ์ต่างๆ เช่น เมื่ออยู่ในวัด เม่ือมีผู้ให้ความ มสธช่วยเหลือ เม่อื พบผู้ต้องการความช่วยเหลือ เมือ่ ทำ� ผิด/ทำ� ให้เกิดผลเสยี ต่อผู้อืน่ ฯลฯ

11-42 การจัดการศกึ ษาและหลักสูตรส�ำ หรบั เดก็ ปฐมวัย 3.3 แสดงตัวแบบที่ดีของการเป็นผู้รักวัฒนธรรมและความเป็นไทยแบบต่างๆ เช่น อ่าน มสธหนังสอื ฟังนทิ าน เล่นหนุ่ เชดิ ขา่ ว/เหตกุ ารณ์ทเี่ กดิ ขนึ้ ฯลฯ 3.4 ท�ำงานแบบร่วมมือ โดยขอความเห็นว่าจะจัดสภาพแวดล้อมในห้องอย่างไรที่แสดงถึง การรกั วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย จากนนั้ เดก็ จบั กลมุ่ กนั แบง่ กนั ทำ� งานเพอ่ื จดั สภาพแวดลอ้ มตามความ เห็นและขอ้ ตกลง มสธ มสธ3.5 ร่วมกิจกรรมงานเกี่ยวกับวัฒนธรรมและความเป็นไทยที่จัดขึ้นในสถานศึกษาหรือใน ชมุ ชน 3.6 อ่านหนงั สือเก่ียวกบั วัฒนธรรมและความเปน็ ไทย 3.7 จัดให้เป็นนักสืบวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยให้เด็กๆ หาข้อมูลเก่ียวกับวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยอาจขอความชว่ ยเหลอื จากผปู้ กครอง และนำ� ข้อมูลมาจัดแสดง 3.8 พาไปเรยี นรจู้ ากแหลง่ เรยี นรู้ดา้ นวฒั นธรรมและความเป็นไทยในชมุ ชน มสธ3.9 ระดมสมองโดยนำ� เสนอปญั หาเกยี่ วกบั วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย และเดก็ รว่ มกนั คดิ แกป้ ัญหา นำ� วิธแี ก้ปัญหาท่ีดไี ปสูก่ ารปฏิบัติ 3.10 เล่นเกมการปฏิบัติตนอย่างมีวัฒนธรรม เช่น “เกมไปลามาไหว้” “เกมกินอยู่อย่าง ไทย” ฯลฯ 3.11 เชิญวิทยากรมาพบปะกับเด็กเพ่ือแสดงวิธีการต่างๆ ท่ีแสดงถึงความเป็นไทย เช่น มสธ มสธการแตง่ กาย การตกแตง่ อาหาร การประดษิ ฐข์ องใช้ ของทีร่ ะลกึ ฯลฯ 4. กจิ กรรมการเล่นเกมกลางแจ้ง จดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาการรกั วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย ดังน้ี 4.1 จัดใหม้ เี ครอ่ื งเลน่ สนามและของเลน่ กลางแจ้งท่ีเป็นแบบไทยๆ เชน่ จัดเครอื่ งเล่นท่ที ำ� จากไม้หรือดดั แปลงจากไมข้ องส่วนทีไ่ ม่ใชแ้ ล้วใหไ้ ดเ้ ล่น จัดใหม้ ีบา้ นทรงไทยสำ� หรับการเล่นบา้ น จดั ให้มี เศษวสั ดทุ ีเ่ ป็นเศษชิ้นส่วนไมเ้ พอื่ นำ� มาเลน่ สร้าง ฯลฯ มสธ4.2 สาธติ การเลน่ แบบไทยและใหเ้ ดก็ ได้ทดลองเล่น 4.3 ให้แสดงออก จากการเล่นแสดงในเวทีกลางแจ้ง เช่น การร้องเพลง การฟ้อนร�ำแบบ ไทย ฯลฯ 4.4 ทำ� กจิ กรรมทสี่ อดคลอ้ งกบั กจิ กรรมทางวฒั นธรรมและความเปน็ ไทยทจ่ี ดั ในชมุ ชนขณะ นนั้ เชน่ เลน่ ลอยกระทง เลน่ น้�ำสงกรานต์ ฯลฯ มสธ มสธการจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการรักวัฒนธรรมและความเป็นไทย สามารถจัด มสธผ่านกิจกรรมประจ�ำวันใหเ้ ด็กไดป้ ฏบิ ตั ิ โดยจดั ใหเ้ ด็กไดก้ ระท�ำอยา่ งสม�่ำเสมอและตอ่ เน่อื ง

การจดั ประสบการณ์เพอ่ื พัฒนาเดก็ ปฐมวัยด้านสงั คม 11-43 มสธกิจกรรม 11.2.2 จงระบุวิธีการจัดประสบการณ์และสื่อท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วฒั นธรรมและความเป็นไทย แนวตอบกิจกรรม 11.2.2 มสธ มสธวธิ กี ารจดั ประสบการณแ์ ละสอื่ ทใี่ ชพ้ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการรกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเป็นไทย มีดงั น้ี วธิ กี ารจดั ประสบการณ์ ไดแ้ ก่ การปฏบิ ตั จิ รงิ ในชวี ติ ประจำ� วนั การทำ� งานแบบรว่ มมอื การซมึ ซบั จากสภาพแวดลอ้ ม การเลยี นแบบ การเขา้ รว่ มกจิ กรรมทจี่ ดั ขน้ึ ในโอกาสตา่ งๆ การฟงั นทิ าน/เรอ่ื งราว การ เลน่ บทบาทสมมติ การเรยี นรจู้ ากแหลง่ เรยี นรู้ การระดมสมองเพอื่ แกป้ ญั หา การสอนโดยตรง การเลน่ เกม การเชิญวิทยากร มสธสอ่ื ประกอบการจดั ประสบการณ์ ไดแ้ ก่ สอ่ื ของจรงิ สอ่ื จำ� ลอง สอ่ื ของเลน่ และเครอื่ งเลน่ สอ่ื ทเ่ี ปน็ แหลง่ เรียนรู้ ส่ือวัสดุท่ีใช้ประกอบการท�ำกิจกรรม สือ่ บคุ คล สอ่ื วิธีการ มสธ มสธเร่ืองท่ี11.2.3 การจัดประสบการณ์และส่ือที่ใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการอยู่ร่วม กับผู้อ่ืน และการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม มสธการจดั ประสบการณแ์ ละสือ่ ทใี่ ชพ้ ฒั นาเด็กปฐมวัยด้านการอยรู่ ่วมกับผอู้ ่ืน และการปฏิบัตติ นเปน็ สมาชกิ ท่ดี ขี องสงั คม ครอบคลุมเรอ่ื งการอย่รู ว่ มกับผอู้ ่ืนประกอบด้วย การเล่นและการท�ำงานร่วมกบั ผ้อู ่ืน การเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่แบ่งปัน การช่วยเหลือผู้อ่ืน การรอคอย การให้ความร่วมมือ ส่วนการปฏิบัติตนเป็น สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คมประกอบดว้ ย การปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ กตกิ า การเหน็ คณุ คา่ ของความแตกตา่ ง มสธ มสธการแก้ไขปญั หาและข้อขัดแยง้ โดยมรี ายละเอยี ดทเี่ กย่ี วขอ้ งดังนี้ วิธีการจดั ประสบการณแ์ ละสื่อท่ใี ชใ้ นการพฒั นา การจดั ประสบการณด์ ้านการอยู่รว่ มกับผูอ้ ืน่ มสธการจัดประสบการณ์ด้านการปฏิบัติตนเปน็ สมาชิกทีด่ ีของสงั คม

11-44 การจดั การศึกษาและหลกั สูตรสำ�หรบั เด็กปฐมวยั วิธีการจัดประสบการณ์และส่ือที่ใช้พัฒนา มสธการจัดประสบการณ์ท่ีใช้พัฒนาการอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม มีลักษณะ คลา้ ยคลงึ กบั การจัดประสบการณท์ างสงั คมดงั ทกี่ ล่าวมาแลว้ และเน้นการทำ� กิจกรรมรว่ มกับผอู้ ่นื เพิม่ ข้นึ ซึ่งสามารถจดั ประสบการณ์และสือ่ ประกอบดังนี้ 1. วิธีการจัดประสบการณ์ มสธ มสธ1.1 การปฏิบัติจริงในชีวิตประจ�ำวัน เดก็ จะได้ฝึกปฏบิ ัติถงึ วิธีการอยรู่ ่วมกบั ผ้อู น่ื และการ เป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม จากการปฏิบัติจริงขณะที่ท�ำงาน เล่น และปฏิบัติภารกิจต่างๆ ท่ีก�ำหนดไว้ใน ตารางกจิ กรรม ในขณะทอ่ี ยรู่ ว่ มกนั จะเรยี นรถู้ งึ การปฏบิ ตั ติ นใหเ้ ปน็ ทยี่ อมรบั ของผอู้ น่ื และวธิ กี ารทจี่ ะทำ� ให้ เกิดความราบร่นื ของกลุ่ม 1.2 การสอนโดยตรง ขณะท่ีเล่น ท�ำงาน หรือท�ำกิจกรรมร่วมกันกับผู้อ่ืน เด็กอาจแสดง พฤตกิ รรมทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ ปญั หาของการอยรู่ ว่ มกนั ผใู้ หญจ่ ะตอ้ งสอนโดยตรงทนั ทใี นขณะทเ่ี กดิ เหตกุ ารณข์ นึ้ มสธโดยอธิบายให้เข้าใจถึงผลการกระท�ำที่เกิดข้ึนซึ่งอาจท�ำให้เกิดความเสียหายต่อผู้อ่ืนได้ การสอนทันทีจะ ท�ำใหเ้ ด็กเขา้ ใจถึงวิธีการปฏบิ ตั ิตนในสถานการณน์ นั้ ๆ ได้งา่ ย 1.3 การเล่นหรือท�ำงานแบบร่วมมือ เมอ่ื เดก็ โตขน้ึ จะพฒั นาการเลน่ จากการเลน่ ตามลำ� พงั ไปสกู่ ารเลน่ กบั ผอู้ นื่ การเลน่ รว่ มกนั เดก็ จะไดฝ้ กึ ฝนวธิ กี ารอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื การปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ใหผ้ อู้ นื่ ยอมรบั และการทำ� ตวั เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ทชี่ น่ื ชอบของเพอื่ น ขณะเดยี วกนั การเลน่ หรอื ทำ� งานแบบรว่ มมอื เดก็ จะไดฝ้ กึ ฝน มสธ มสธการมีเปา้ หมายรว่ มกัน และการเปน็ สว่ นหนึ่งของการท�ำงานใหส้ �ำเรจ็ ตามเปา้ หมายทีก่ �ำหนด 1.4 การฟังนิทาน/เรื่องราวเก่ียวกับการอยู่ร่วมกัน และการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคม การฟงั นทิ านหรอื เรอ่ื งราวดงั กลา่ ว เดก็ จะไดร้ บั รถู้ งึ วธิ กี ารอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งราบรน่ื และนำ� ไปใชใ้ นชวี ติ จรงิ 1.5 การเลียนแบบ ใหเ้ ดก็ ไดพ้ บตวั แบบทดี่ ใี นการอยรู่ ว่ มกนั และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทีด่ ีของสงั คม อาจเปน็ บุคคลทีเ่ ดก็ สัมผัสได้ หรอื จากเรอื่ งราวเหตกุ ารณ์ท่เี กดิ ขึน้ ในสงั คม 1.6 การเล่นบทบาทสมมติ การเล่นบทบาทสมมตเิ ป็นบุคคลในสถานการณ์ตา่ งๆ จะทำ� ให้ มสธเด็กเข้าใจถึงความคิด ความรู้สึกของผู้อ่ืนท่ีได้รับผลจากการกระท�ำของตน ท�ำให้เด็กมีความระมัดระวัง การกระทำ� ของตนมากข้นึ 1.7 การเล่นเกม การเลน่ เกมจะทำ� ใหเ้ ดก็ เขา้ ใจสงิ่ ตา่ งๆ ไดโ้ ดยงา่ ยและสนกุ สนาน ทงั้ นเี้ กม อาจเล่นได้ท้ังเกมในรม่ และเกมกลางแจง้ 1.8 การระดมสมองเพ่ือหาทางแก้ปัญหา การเสนอปัญหาท่ีเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกัน และ มสธ มสธการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมให้เด็กๆ คิดหาวิธีแก้ปัญหาและเลือกวิธีที่ดีน�ำมาเป็นข้อตกลงเพ่ือ นำ� ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ เปน็ วธิ หี นงึ่ ทสี่ อนใหเ้ ดก็ สามารถคดิ ไตรต่ รองหาวธิ แี กป้ ญั หาการอยรู่ ว่ มกนั มากกวา่ การ ใชอ้ ารมณม์ าตัดสนิ ปญั หา 1.9 การมีส่วนร่วม การใหเ้ ดก็ มสี ว่ นรว่ มใหร้ สู้ กึ วา่ เปน็ สว่ นหนง่ึ ของกจิ กรรมจะทำ� ใหเ้ ขา้ ใจ เหตผุ ลตา่ งๆ และยนิ ดที จี่ ะทำ� ตามในสง่ิ ทต่ี นมสี ว่ นรว่ มนน้ั โดยเฉพาะการกำ� หนดกฎเกณฑก์ ตกิ าขอ้ ตกลง มสธตา่ งๆ นอกจากนก้ี ารมสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมตา่ งๆ เดก็ จะเขา้ ใจถงึ เหตผุ ลและสงิ่ ทเ่ี ปน็ นามธรรมไดด้ ขี นึ้

การจัดประสบการณเ์ พื่อพฒั นาเด็กปฐมวัยดา้ นสังคม 11-45 1.10 การเชิญวิทยากร การพบปะวทิ ยากรท่เี กย่ี วขอ้ งกบั การปฏบิ ัติตนเป็นสมาชิกทดี่ ีของ มสธสงั คม จะชว่ ยใหเ้ ขา้ ใจถงึ การอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมทที่ กุ คนมบี ทบาทหนา้ ทใี่ นการปฏบิ ตั เิ พอื่ ใหอ้ ยรู่ ว่ มกนั อยา่ ง มีความสขุ 1.11 การจัดสภาพแวดล้อม ท่ีกระตุ้นเร้าให้เด็กได้เล่นและท�ำงานร่วมกันอย่างมีแบบแผน การจดั สภาพแวดลอ้ มดงั กล่าวเด็กจะไดฝ้ กึ การอยรู่ ว่ มกันโดยมจี ดุ หมายรว่ มกนั มสธ มสธ2. ส่ือท่ีใช้ประกอบการจัดประสบการณ์ 2.1 สื่อของจริง เป็นส่ือประกอบการจัดกิจกรรมที่ท�ำให้เด็กได้เห็นวิธีน�ำมาใช้ในชีวิตจริง ท�ำให้เกิดความเข้าใจได้ง่าย เช่น เคร่ืองมือ เครื่องใช้ของบุคคลอาชีพต่างๆ ท่ีท�ำให้เด็กเห็นว่าเครื่องมือ เหลา่ นนั้ น�ำมาใชแ้ ละเกดิ ประโยชน์อย่างไร 2.2 ส่ือจ�ำลอง เป็นส่ือที่ใช้แทนของจริงเพ่ือให้เด็กใช้หรือเล่นแทนของจริง เช่น เคร่ืองมือ แพทยท์ ่ีเลน่ ในมุมเล่นเลยี นแบบ ฯลฯ มสธ2.3 ส่ือวัสดุอุปกรณ์ ได้แก่ ของเล่น ของใช้ ที่ใช้ประกอบการท�ำกิจวัตรประจ�ำวันและ ประกอบการท�ำกิจกรรมประจ�ำวัน ทั้งนี้สื่อเหล่าน้ันนอกจากจะเป็นสื่อที่มีคุณภาพในการใช้งานแล้ว ควร เปน็ ส่ือทีเ่ ด็กสามารถใช้งานรว่ มกนั ได้ เพือ่ เป็นการสนับสนุนการเล่นและการทำ� งานรว่ มกัน 2.4 ส่ือวิธีการ ได้แก่ วิธีการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมให้เด็กพัฒนาความสามารถในการ ปรบั ตวั ทางสงั คม การสอื่ สารกบั ผอู้ น่ื การรบั รคู้ วามคดิ ความรสู้ กึ ความตอ้ งการของผอู้ นื่ เชน่ การสนทนา มสธ มสธอภิปราย การฟังนิทาน/เรื่องเล่า การเล่นบทบาทสมมติ การเล่นละคร เชิดหุ่น การเข้าร่วมกิจกรรมทาง สงั คมในชมุ ชน การมหี นา้ ทรี่ บั ผดิ ชอบ การทำ� กจิ กรรมแบบรว่ มมอื การรว่ มคดิ แกป้ ญั หา การทศั นศกึ ษา ฯลฯ 2.5 ส่อื บคุ คล ไดแ้ ก่ ผรู้ ู้ ผเู้ ชยี่ วชาญ ภมู ปิ ญั ญา ผทู้ ไ่ี ดร้ บั การยกยอ่ งวา่ เปน็ ผสู้ รา้ งประโยชน์ ให้ชุมชน ผู้ท�ำงานเพ่ือส่วนรวม อาสาสมัคร บุคคลอาชีพต่างๆ นักเรียนรุ่นพี่ท่ีท�ำหน้าท่ีในสถานศึกษา ท่มี าถา่ ยทอดประสบการณใ์ นการเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของสงั คม การจดั ประสบการณ์และสอ่ื ท่ีใช้ประกอบ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ใหเ้ ดก็ เกิดการเรยี นรู้ทางสังคม และ มสธพฒั นาเปน็ ผ้ทู ี่อยูร่ ว่ มกบั ผูอ้ น่ื ได้อยา่ งดีและเป็นสมาชิกทดี่ ขี องสงั คมตอ่ ไป การจัดประสบการณ์ด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การจัดประสบการณ์เพ่อื ใหเ้ ด็กพัฒนาความสามารถด้านการอย่รู ว่ มกับผู้อน่ื จากการทำ� กิจกรรม มสธ มสธประจำ� วัน มีดงั น้ี 1. กิจวัตรประจ�ำวัน การปฏิบัติกิจวัตรประจ�ำวนั ของเด็กปฐมวัย เม่ือปฏบิ ตั ิอย่างเปน็ แบบแผน จะพฒั นาการอยรู่ ว่ มกับผอู้ นื่ จากการจัดประสบการณด์ ังนี้ 1.1 การให้ปฏิบัติจริง ในการปฏิบัติกิจวัตรประจ�ำวันตามแบบแผนท่ีก�ำหนด จะฝึกให้เด็ก เรยี นรวู้ ธิ ปี ฏบิ ตั เิ พอื่ การอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ทง้ั นกี้ ารใหป้ ฏบิ ตั จิ รงิ จะตอ้ งใหเ้ หตผุ ลของวธิ กี ารปฏบิ ตั นิ น้ั ๆ และ คอยดูแลให้เด็กปฏิบัติอย่างสม่�ำเสมอในกิจวัตรประจ�ำวัน การปฏิบัติจริงดังกล่าวจะท�ำให้เด็กคุ้นเคยและ มสธจดจ�ำนำ� ไปใช้ในชีวิตจริง สิ่งที่สามารถฝกึ ให้เดก็ ปฏบิ ัติในการทำ� กจิ วตั รประจ�ำวนั ไดแ้ ก่เร่ืองดงั ตอ่ ไปน้ี

11-46 การจัดการศึกษาและหลกั สูตรสำ�หรับเด็กปฐมวัย 1.1.1 การรู้จักรอคอย การรอคอยสำ� หรบั เดก็ ปฐมวยั เปน็ สงิ่ ทคี่ อ่ นขา้ งยาก เพราะเดก็ มสธมกั ยดึ ตนเองเปน็ ศนู ยก์ ลางและไมเ่ ขา้ ใจวา่ ทำ� ไมตอ้ งรอ การฝกึ การรอคอยเรม่ิ ดว้ ยการใหเ้ หตผุ ล และอธบิ าย ถึงความจำ� เปน็ ว่าเป็นการจัดระบบเมอื่ มผี ้ตู ้องการในส่งิ เดียวกนั หลายคน การรอคอยเป็นการให้ทุกคนได้ รบั ในสง่ิ ทต่ี อ้ งการตามลำ� ดบั การรจู้ กั รอคอยทำ� ใหเ้ ดก็ สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ไดเ้ พราะเปน็ กตกิ าของสงั คม การฝกึ การรจู้ กั รอคอย ไดแ้ ก่ การฝกึ ใหเ้ ขา้ แถวรอคอยในการปฏบิ ตั กิ จิ วตั รพรอ้ มๆ กนั เชน่ เขา้ แถวรอรบั มสธ มสธถาดอาหาร รอคอยเพ่ือให้พร้อมระหว่างรอเปลี่ยนกิจกรรม รอให้ถึงเวลาที่ก�ำหนดไว้ เช่น รอเวลา รับประทานอาหาร รอเวลาทีผ่ ู้ปกครองมารับกลับบ้าน ฯลฯ 1.1.2 การชว่ ยเหลอื ซง่ึ กนั และกนั อธบิ ายถงึ เหตผุ ลวา่ ทำ� ไมจงึ ตอ้ งชว่ ยเหลอื กนั และ จะช่วยเหลือกันตอนไหนบ้าง การช่วยเหลือกันจะท�ำให้ผู้ท่ีให้การช่วยเหลือรู้สึกถึงความสามารถของตน และรวู้ า่ ตนมปี ระโยชนต์ อ่ ผอู้ นื่ สามารถทำ� สงิ่ ดๆี ได้ ขณะเดยี วกนั ผทู้ ไ่ี ดร้ บั ความชว่ ยเหลอื จะรสู้ กึ วา่ ตนเปน็ ผู้ที่ไม่ถูกทอดทิ้ง รู้ถึงคุณค่าของการได้รับความช่วยเหลือ และต้องการจะช่วยเหลือผู้อ่ืนตอบแทน การ มสธชว่ ยเหลอื นนั้ เดก็ จะตอ้ งฝกึ การประเมนิ ตนเองและประเมนิ สถานการณ์ และตอ้ งฝกึ สงั เกตถงึ ความตอ้ งการ ของผู้อ่ืน ตลอดจนวิธีการเข้าไปช่วยเหลือ การช่วยเหลือกันนั้นอาจเริ่มจากการให้เด็กผลัดกันช่วย เช่น ชว่ ยกนั พับผา้ ปูท่นี อน ผลดั กนั หวผี มใหเ้ พ่ือน ผลัดกนั ติดกระดมุ เสื้อ ฯลฯ 1.1.3 การปฏิบัติตามแบบแผนข้อตกลง ในการอยรู่ ว่ มกนั ยอ่ มมแี บบแผนทใ่ี ชป้ ฏบิ ตั ิ เพื่อด�ำเนินชีวิตร่วมกันอย่างราบร่ืน การไม่ปฏิบัติตามแบบแผนของแต่ละคนอาจส่งผลกระทบต่อผู้อ่ืนได้ มสธ มสธเช่น การเล่นแล้วไม่เก็บของเล่นที่ตนเองเล่นไว้ เมื่อมาเล่นในครั้งต่อไปของเล่นอาจสูญหายไปแล้ว หรือ ทำ� ใหผ้ ้อู น่ื ไม่สะดวกในการมาเลน่ ตอ่ ฯลฯ 1.1.4 การขอเข้าร่วมเล่นหรือท�ำงานกับเพ่ือน อธิบายให้เข้าใจว่าการต้องการสิ่งใด จากผู้อื่นต้องบอกให้ผู้อื่นเข้าใจความต้องการของตน และต้องรอให้ได้รับความยินยอมจึงจะท�ำส่ิงที่ตน ตอ้ งการได้ เดก็ ๆ ควรไดร้ บั การฝกึ การขอเขา้ รว่ มเลน่ หรอื ทำ� งานกบั เพอื่ น และรอคำ� ยนิ ยอมเสยี กอ่ น การ ฝกึ ดงั กลา่ วจะชว่ ยป้องกันปญั หาและขอ้ ขดั แยง้ ของการอยูร่ ว่ มกนั ได้ มสธ1.2 การสอนโดยตรง ขณะทเ่ี ดก็ ทำ� กจิ วตั รประจำ� วนั เดก็ ๆ จะเผชญิ กบั การอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ตลอดเวลา และมเี หตุการณ์ตา่ งๆ เกิดข้นึ มากมาย และพบวา่ บางคร้งั อาจมสี ิง่ ทท่ี ำ� ใหเ้ ด็กแสดงพฤตกิ รรม ทางสงั คมทไ่ี มเ่ หมาะสม ผใู้ หญค่ วรเขา้ ไปสอนและอธบิ ายเหตผุ ลใหเ้ ดก็ เขา้ ใจในขณะทเี่ กดิ เหตกุ ารณน์ นั้ ๆ เช่น พบว่าเด็กเข้าไปท�ำลายสิ่งก่อสร้างที่เพื่อนก่อในกระบะทราย จะต้องอธิบายว่าเด็กไม่มีสิทธิในการ เขา้ ไปท�ำลายผลงานของผู้อนื่ และหากมีผู้อ่ืนมาท�ำเชน่ นี้กับตนบ้างจะรูส้ ึกอย่างไร เมื่อสอนแลว้ ตอ้ งฝกึ ให้ มสธ มสธเดก็ รจู้ กั การขอโทษ สว่ นผทู้ ไี่ ดร้ บั ความเสยี หายกต็ อ้ งฝกึ การรบั ฟงั เหตผุ ล และการใหอ้ ภยั เมอ่ื มคี ำ� ขอโทษ ทีเ่ กดิ จากความรู้สึกผิด ฯลฯ 2. กิจกรรมกลุ่มย่อย การใหเ้ ดก็ ทำ� กจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยโดยเลอื กเขา้ เลน่ ตามมมุ ทจี่ ดั ไวใ้ ห้ และรว่ ม มสธทำ� กจิ กรรมทจี่ ดั โดยครู ซึ่งสามารถจัดประสบการณ์ในการอยรู่ ่วมกับผู้อ่ืนได้ ดังน้ี

การจดั ประสบการณเ์ พอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวัยดา้ นสงั คม 11-47 2.1 การเล่นตามมุม มสธ2.1.1 การจัดสภาพแวดล้อมในมุมการเล่นท่ีสนับสนุนให้เด็กเล่นร่วมกัน ทัง้ นก้ี าร เลอื กเลน่ ตามมุมอาจเป็นการเขา้ ไปเลน่ ตามล�ำพงั หรือตา่ งคนตา่ งเล่นในบริเวณเดยี วกัน การจดั บริเวณท่ี กระตุ้นให้เด็กเล่นเป็นกลุ่มจึงจะช่วยพัฒนาการอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ ตัวอย่างการจัดมุมการเล่นท่ีสนับสนุน การอย่รู ว่ มกันมีดังน้ี มสธ มสธ1) จดั บรเิ วณพืน้ ทกี่ ารเลน่ ท่ีกวา้ งขวางเพยี งพอต่อการเล่นเป็นกลมุ่ เช่น จัดปู บริเวณการเล่นด้วยเส่ือหรือพรม เพ่ือเล่นได้คราวละหลายๆ คน แทนการต้ังโต๊ะ/เก้าอ้ีท่ีก�ำหนดจ�ำนวน ผู้เลน่ ไว้ 2) จัดลักษณะการเล่นที่กระตุ้นให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันให้มากขึ้น มีการ สอื่ สารกนั มากขนึ้ และมกี ารรว่ มมอื กนั มากขนึ้ เชน่ จดั เกา้ อ้ี 2 ตวั ทห่ี นา้ โตะ๊ คอมพวิ เตอร์ เพอื่ เลน่ พรอ้ มกนั ได้ 2 คน ท่มี มุ การอ่านมีหนังสอื ภาพขนาดใหญ่ท่อี า่ นรว่ มกนั ได้ ทีม่ มุ หุ่นจัดให้มฉี ากโรงเชดิ หุน่ มือทใี่ หญ่ มสธพอท่จี ะเข้าไปเลน่ เชดิ หนุ่ มือได้ 2-3 คน มเี ส่อื หรอื ปพู รมใหค้ นดไู ด้ 2-4 คน มุมบ้านจัดชดุ เส้ือผ้าขนาด ตา่ งๆ และแบบต่างๆ ให้น�ำมาสวมเล่นเป็นตวั ละครไวห้ ลายคน 3) จัดพ้ืนที่มุมการเลน่ ที่มกี ารเชื่อมตอ่ กันระหว่างมุมท่มี ลี ักษณะเลน่ ร่วมกันได้ เช่น มมุ บล็อกกับมุมของเลน่ สรรคส์ รา้ ง มมุ เล่นเลยี นแบบกบั มุมดนตรี มมุ เชดิ หุ่นกับมมุ ภาษา มุมนำ้� กับ มมุ วทิ ยาศาสตร์ ฯลฯ มุมที่เช่อื มตอ่ กนั ไดน้ ้ที �ำใหเ้ กิดพน้ื ทีก่ ารเลน่ ท่ีกวา้ งขวางข้นึ ของเลน่ ท่ีเพ่ิมขึน้ ทำ� ให้ มสธ มสธวธิ กี ารเลน่ ปรบั เปลย่ี นกวา้ งขวางขน้ึ และมปี ฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั มากขนึ้ รวมทงั้ มขี อบเขตเนอ้ื หาการเลน่ ทีก่ วา้ งขวางจากเดมิ 2.1.2 การมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดมุมการเล่น หรือออกแบบการเล่นในมุมท่เี ดก็ จะได้เลน่ และทำ� งานรว่ มกนั 2.2 กิจกรรมกลุ่มย่อยที่ร่วมกับครู เดก็ เขา้ รว่ มกจิ กรรมกลมุ่ ยอ่ ยกบั ครทู โี่ ตะ๊ กจิ กรรม ดงั น้ี 2.2.1 เล่นเกมการศึกษาแบบร่วมมือ ครูจัดเกมการศึกษาขนาดใหญ่ท่ีเล่นได้ครั้งละ มสธ3-4 คน เมื่อเด็กเข้ามาร่วมกิจกรรมใหเ้ ลน่ แบบรว่ มมือจนเกมเสรจ็ เชน่ ตอ่ ภาพตดั ตอ่ ขนาดใหญ่ เกมตอ่ คำ� กับภาพ ฯลฯ 2.2.2 อ่านนิทาน/เร่ืองราว เกย่ี วกบั การอยรู่ ว่ มกนั อยา่ งราบรน่ื เมอ่ื จบเรอ่ื งตงั้ คำ� ถาม ใหเ้ ด็กตอบหรือแสดงความเหน็ เก่ียวกับการอยู่รว่ มกนั 2.2.3 แต่งนิทาน ให้ร่วมกันแต่งนิทานเร่ืองเก่ียวกับการอยู่ร่วมกันและท�ำภาพ มสธ มสธประกอบ จัดเป็นหนงั สอื นำ� ไปอา่ นให้ฟังในชน้ั เรยี นหรอื ไว้ท่มี มุ หนังสอื 2.2.4 เลน่ ทายปรศิ นาจากภาพ แสดงภาพคนแสดงพฤตกิ รรมตา่ งๆ เชน่ ทำ� หนา้ บดู บงึ้ ท�ำทา่ ก้าวรา้ ว ท�ำทา่ รงั แกสตั ว์ ทำ� ทา่ เข้าไปชว่ ยเดก็ เล็กๆ ฯลฯ ใหบ้ อกว่าคนในภาพแสดงท่าทางอยา่ งไร คนแบบไหนที่เพอื่ นชอบหรอื ไม่ชอบ เดก็ ๆ ควรทำ� ตัวอยา่ งไร ถา้ ต้องการให้คนอ่นื ชอบ เปน็ ต้น 3. กิจกรรมกลุ่มใหญ่ เปน็ เวลาทเี่ ดก็ จะไดร้ บั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ น่ื และเรยี นรถู้ งึ ความเหมอื น และความแตกตา่ งของผอู้ น่ื และการยอมรบั ซงึ่ กนั และกนั ทเ่ี รม่ิ จากการรจู้ กั รบั ฟงั นอกจากนยี้ งั สามารถจดั มสธประสบการณ์ในการอยรู่ ่วมกับผอู้ ื่นผ่านกจิ กรรมกลุ่มใหญ่ ดังน้ี

11-48 การจดั การศกึ ษาและหลักสูตรส�ำ หรบั เด็กปฐมวัย 3.1 การระดมสมอง น�ำเสนอปัญหาท่ีเกิดจากการอยู่ร่วมกันของเด็กมาให้เด็กช่วยกันคิด มสธหาวิธีแก้ปัญหา สรุปวิธีแก้ปัญหาและน�ำข้อสรุปไปสู่การปฏิบัติ โดยผู้ใหญ่คอยดูแลให้เด็กปฏิบัติตามข้อ สัญญา 3.2 การเล่นบทบาทสมมติ ใหเ้ ดก็ เลน่ บทบาทสมมตเิ ปน็ บคุ คลทตี่ อ้ งการความชว่ ยเหลอื ใน สถานการณต์ า่ งๆ และเดก็ เปน็ ผ้ใู หค้ วามชว่ ยเหลือ มสธ มสธ3.3 การท�ำงานแบบร่วมมือ โดยใหเ้ ด็กๆ จบั กลุ่มตามใจชอบ รบั มอบวสั ดุกลุ่มละ 1 กลอ่ ง ใหว้ างแผนประดษิ ฐจ์ ากวสั ดทุ อี่ ยใู่ นกลอ่ ง ใหเ้ วลาปฏบิ ตั ิ เมอื่ หมดเวลาใหน้ ำ� เสนอกระบวนการทำ� งานและ ผลงาน ใหเ้ ดก็ อธบิ ายถงึ การทำ� งานรว่ มกนั แบบรว่ มมอื การเออื้ เฟอ้ื การแบง่ ปนั การชว่ ยเหลอื กนั ภายใน กลุ่มขณะทีท่ �ำงาน 3.4 การอ่านหนังสือนิทาน/เรื่องราว เกย่ี วกบั การเออื้ เฟอ้ื แบง่ ปนั การชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื การ ใหค้ วามรว่ มมอื การรอคอย แลว้ ถามคำ� ถามเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ติ นของตวั ละครวา่ เหมาะสมหรอื ไม่ ถา้ เปน็ เดก็ มสธจะปฏบิ ัติอยา่ งไร ฯลฯ 3.5 การเล่นเกมทเี่ กยี่ วกับการอยูร่ ่วมกนั เชน่ เกมชว่ ยกนั สรรคส์ รา้ ง เกมทำ� ตามคำ� สงั่ เกม รว่ มด้วยชว่ ยกัน เกมคนดีมนี ้�ำใจ หรอื ให้ร่วมกนั คิดเกมและเล่นด้วยกนั 3.6 การมีส่วนร่วม รว่ มกันคดิ วา่ การอยรู่ ่วมกันอย่างราบรนื่ เด็กๆ ควรปฏบิ ตั ติ นอย่างไร จากนั้นให้ร่วมกันท�ำป้ายเตือนใจ และน�ำไปติดแสดงบริเวณที่ต้องการ เช่น ติดป้ายการรอคอยด้วยการ มสธ มสธเขา้ แถวที่บริเวณหอ้ งอาหาร ติดปา้ ยการช่วยเหลือไว้บริเวณทางเดินเข้าประตู ฯลฯ 3.7 การเชิญบุคคลตัวอย่าง ที่เป็นผู้ให้การช่วยเหลือผู้อ่ืนมาพบปะและเล่าประสบการณ์ ในการชว่ ยเหลือ การมีน�้ำใจ การเออ้ื เฟื้อ การแบ่งปนั 4. กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง การเลน่ กลางแจ้ง เดก็ จะได้ฝกึ การเล่นอยา่ งมแี บบแผน การเลน่ รว่ มกบั ผอู้ นื่ การเลน่ อยา่ งอสิ ระ การเลน่ ตามความคดิ สรา้ งสรรคแ์ ละจนิ ตนาการ การจดั ประสบการณเ์ พอื่ พัฒนาการอยู่รว่ มกบั ผู้อน่ื จากกิจกรรมการเลน่ กลางแจ้ง สามารถจัดไดด้ ังตัวอยา่ งต่อไปนี้ มสธ4.1 การปฏิบัติจริง ขณะทีเ่ ล่นสามารถให้เด็กไดป้ ฏบิ ัตจิ ริงเพ่อื การอยู่ร่วมกับผ้อู ื่น ดังนี้ 4.1.1 การฝึกการรอคอย การเล่นกับเคร่ืองเล่นในสนามมีเคร่ืองเล่นบางอย่างท่ีต้อง เรียงล�ำดับการเข้าเล่น เช่น การต่อแถวเพื่อขึ้นเล่นกระดานลื่น การเล่นกับเคร่ืองเล่นที่มีท่ีนั่งจ�ำกัด เช่น ไม้กระดก ตอ้ งสอนใหเ้ ด็กรจู้ กั การรอคอยตามลำ� ดับ เป็นตน้ 4.1.2 การปฏิบัติตามแบบแผน การเล่นเครอื่ งเล่นในสนามบางอย่างมีแบบแผนการ มสธ มสธเลน่ เพอื่ ความปลอดภยั ของผเู้ ลน่ เชน่ กระดานลน่ื ชงิ ชา้ บารโ์ หนตวั แบบตา่ งๆ ผใู้ หญต่ อ้ งคอยดแู ลกำ� กบั ใหเ้ ดก็ ปฏบิ ตั ติ ามแบบแผนการเลน่ เพอื่ ความปลอดภยั ของตนเองและผอู้ นื่ และเปน็ การฝกึ เรอื่ งการมกี ตกิ า มารยาทในการเล่น 4.2 การมสี ว่ นรว่ ม กอ่ นลงเลน่ กลางแจง้ อาจขอใหเ้ ดก็ ๆ รว่ มกนั กำ� หนดวธิ กี ารเลน่ กลางแจง้ เพ่ือความปลอดภยั ในการเล่น และคอยดูแลใหเ้ ดก็ ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง 4.3 การสอนโดยตรง เมอื่ พบวา่ เดก็ มปี ญั หาในการอยรู่ ว่ มกนั ผใู้ หญค่ วรเขา้ ไปแนะนำ� สอน มสธวิธีปฏบิ ัตทิ เี่ หมาะสม

การจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านสังคม 11-49 4.4 การเล่นเกมท่ีมีกติกา อาจเป็นเกมที่เด็กคิดและก�ำหนดกติการ่วมกัน หรือเล่นเกมที่มี มสธกตกิ าอยู่แลว้ เช่น เกมไล่จบั เกมว่ิงเป้ยี ว เกมโพงพาง ฯลฯ เมอ่ื เด็กรว่ มเลน่ ดว้ ยกนั ต้องคอยดแู ลให้เล่น ตามกตกิ า 4.5 การเลน่ สรา้ ง เปน็ การเลน่ กบั วสั ดตุ า่ งๆ ทเ่ี ดก็ เลน่ ดว้ ยกนั ตามทอี่ อกแบบไว้ มกี ารแบง่ ปนั ความคดิ การตกลงใจและการดำ� เนนิ การเพอ่ื ไปสเู่ ปา้ หมาย ระหวา่ งการเลน่ เดก็ ตอ้ งฝกึ การยอมรบั ความคดิ มสธ มสธของเพอื่ น หรอื การพยายามสอ่ื สารเพอ่ื ใหเ้ พอื่ นยอมรบั ความคดิ ของตน และการประนปี ระนอมเพอ่ื ใหบ้ รรลุ เป้าหมาย การเล่นสร้าง เช่น สร้างจากวัสดเุ หลือใช้ สร้างเวทจี ากบลอ็ กกลวง สรา้ งบา้ น สรา้ งเตน็ ท์ สรา้ ง ปราสาททราย ฯลฯ สรุปไดว้ ่า การจดั ประสบการณ์เพอ่ื พัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นการอยู่รว่ มกบั ผู้อ่ืน จึงเป็นการกระตุน้ และสนบั สนนุ ใหเ้ ดก็ ไดเ้ ลน่ และทำ� งานรว่ มกบั ผอู้ น่ื ในโอกาสตา่ งๆ ระหวา่ งนนั้ เดก็ จะเรยี นรวู้ ธิ ปี รบั ตวั เพอ่ื ให้เป็นท่ียอมรบั ของผอู้ นื่ และพฒั นาพฤตกิ รรมสังคมทางบวกของตนเอง มสธการจัดประสบการณ์ด้านการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม การปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คมจะเกดิ จากการทเี่ ดก็ สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ไดแ้ ละเมอ่ื กลมุ่ ใหญ่ขึ้นเด็กจะเรียนรู้ถึงการเป็นสมาชิกของกลุ่มที่มีวิธีปฏิบัติตนเม่ืออยู่ในกลุ่มและขยายสู่การเป็นสมาชิก มสธ มสธของสงั คม เชน่ สมาชกิ ของสถานศกึ ษา สมาชกิ ในชมุ ชน การจดั ประสบการณใ์ นการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ีของสังคม ครอบคลุมเรอื่ งของการปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ กตกิ า การเหน็ คณุ ค่าของความแตก ต่าง การแกไ้ ขปญั หาและขอ้ ขดั แย้ง ซึ่งสามารถจดั ประสบการณไ์ ด้ดงั นี้ 1. กิจวัตรประจ�ำวัน นอกเหนอื จากการปฏบิ ัตติ นตามขอ้ ตกลง แบบแผนการปฏบิ ัตขิ องกจิ วัตร ต่างๆ แลว้ ในกจิ วัตรประจ�ำวนั ทเ่ี ดก็ ต้องเกยี่ วขอ้ งกบั ผู้อืน่ เดก็ จะคอ่ ยๆ เรียนร้กู ารเปน็ ท่ียอมรับ การมี มิตรภาพกับผูอ้ ่นื และการเป็นส่วนหนง่ึ ของกลุ่ม โดยฝกึ ใหเ้ ด็กเรยี นรู้ส่งิ ตา่ งๆ ดงั นี้ 1.1 การปฏิบัติในชีวิตประจ�ำวัน ได้แก่ มสธ1.1.1 การเลน่ และทำ� งานร่วมกันโดยปฏบิ ัติตามข้อตกลงท่กี ำ� หนดไว้ 1.1.2 การขอเข้ารว่ มเลน่ หรือทำ� งานกับผอู้ ่ืน หรอื การขอเป็นสว่ นหน่งึ ของกลมุ่ 1.1.3 การแบง่ ปัน เออ้ื เฟ้ือแก่ผอู้ ่ืน 1.1.4 การรว่ มรับผดิ ชอบช่วยเหลอื งานของกลมุ่ มสธ มสธ1.1.5 การรู้จกั รอคอย ผลัดเปล่ยี นให้ถึงรอบของตนโดยไม่แย่งผู้อืน่ 1.2 การมสี ว่ นรว่ ม เมอื่ มปี ญั หาเกยี่ วกบั การปฏบิ ตั ติ นในกจิ วตั รประจำ� วนั ผใู้ หญเ่ ปดิ โอกาส ให้เดก็ ร่วมคดิ แกป้ ัญหาและรว่ มก�ำหนดกฎกตกิ า เพ่ือนำ� ไปปฏิบตั ใิ นฐานะสมาชิกท่ดี ขี องสังคม เชน่ พบ ปญั หาการทงิ้ ขยะเกลอ่ื นบรเิ วณ ใหเ้ ดก็ รว่ มคดิ แกป้ ญั หาและหาวธิ แี กป้ ญั หาโดยการกำ� หนดกฎเกณฑก์ ตกิ า และช่วยกันดูแลให้ปฏบิ ัติตนตามกติกานั้น 2. กิจกรรมกลุ่มย่อย การจดั ประสบการณ์ในกจิ กรรมกล่มุ ยอ่ ย ซึ่งประกอบดว้ ยการเล่นตามมุม มสธและกจิ กรรมกลุ่มย่อยท่รี ว่ มกบั ครู สามารถจดั ไดด้ ังนี้

11-50 การจัดการศึกษาและหลกั สตู รส�ำ หรบั เด็กปฐมวยั 2.1 การเล่นตามมุม จัดประสบการณก์ ารเล่นตามมมุ ดงั น้ี มสธ2.1.1 การปฏิบัติจริง ทบทวนการเลน่ ตามมมุ กอ่ นการเขา้ เล่นซงึ่ ได้แก่ การทบทวน กตกิ าการเลน่ แบบแผนการเลน่ และการเปล่ยี นกจิ กรรมการเลน่ เมอ่ื ตอ้ งการ 2.1.2 การระดมสมอง กรณีท่ีมีสมาชิกที่มีความแตกต่างกันอยู่ภายในกลุ่ม ให้สอบ ถามเด็กๆ ในกลมุ่ วา่ จะจัดมมุ การเล่นอยา่ งไร เพอื่ ทุกคนจะรว่ มเล่นดว้ ยกันได้ เดก็ ๆ ร่วมกันแสดงความ มสธ มสธคดิ เหน็ สรปุ ข้อคิดเห็นท่ีปฏบิ ัตไิ ด้ แลว้ ลงมือชว่ ยกนั ปฏิบตั ติ ามท่ตี กลงกนั 2.1.3 การท�ำงานแบบร่วมมือ ขอใหเ้ ดก็ อาสาเปน็ ผทู้ ำ� งานรว่ มกนั เปน็ กลมุ่ ในการจดั มุมการเล่นเตรียมมุมการเล่น และเก็บมุมการเล่นเม่ือหมดเวลา โดยรับผิดชอบหน้าท่ีดังกล่าวหมุนเวียน กันไป 2.1.4 การมีส่วนร่วม ในแต่ละสัปดาห์เด็กๆ จะร่วมกันเสนอความเห็นว่าควรจะจัด มุมการเลน่ อะไรบา้ ง จะจดั อยา่ งไร และเสนอการมสี ่วนรว่ ม เช่น การอาสาเป็นผจู้ ัดมมุ การเสนออุปกรณ์ มสธการเลน่ ในมุม ฯลฯ 2.2 กิจกรรมกลุ่มย่อยท่ีร่วมกับครู เดก็ เขา้ ร่วมกจิ กรรมทีโ่ ตะ๊ กิจกรรมร่วมกบั ครู ดงั น้ี 2.2.1 เล่นเกมบอกหน้าท่ี ครนู ำ� ภาพบคุ คลตา่ งๆ ในสงั คมมาใหเ้ ดก็ ๆ บอกหนา้ ทแี่ ละ ประโยชน์ท่สี ังคมได้รบั จากการปฏบิ ตั ิหน้าทนี่ น้ั ๆ 2.2.2 ฟังนิทาน/เรื่องราว เก่ียวกับการปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชิกทดี่ ีของสงั คม การแกไ้ ข มสธ มสธปญั หาและข้อขัดแยง้ โดยใชก้ ารสอ่ื สาร 2.2.3 ท�ำหนังสือภาพ โดยให้เด็กวาดภาพ “โตข้ึนหนูจะเป็นอะไร” และให้อธิบาย ภาพท่วี าดรวบรวมเป็นหนังสือน�ำไปไว้ทีม่ ุมหนงั สือ 2.2.4 ทำ� กจิ กรรมแบบรว่ มมอื ครใู หป้ ระกอบอาหารงา่ ยๆ และใหเ้ ดก็ ๆ แบง่ หนา้ ทก่ี นั จากน้ันให้ทำ� อาหารจนเสร็จและรบั ประทานร่วมกัน 3. กจิ กรรมกลมุ่ ใหญ่ เปน็ การทำ� กจิ กรรมรว่ มกนั ทงั้ กลมุ่ เพอื่ ใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณก์ ารปฏบิ ตั ติ น มสธเพ่อื เปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม โดยสามารถจัดดังน้ี 3.1 เล่นบทบาทสมมติ ให้เล่นแสดงบทบาทในฐานะเป็นสมาชิกของสังคม เช่น การเป็น สมาชิกทดี่ ขี องครอบครัว ของหอ้ งเรยี น ของสถานศึกษา ของชุมชน ฯลฯ 3.2 เชิญวิทยากรมาพบพูดคุยกับเด็ก เกย่ี วกับบทบาท หนา้ ท่ี และการปฏบิ ตั ติ นในฐานะ สมาชกิ ของหน่วย เชน่ เชญิ รนุ่ พ่ีทเ่ี ปน็ ลกู เสอื ยวุ กาชาด เนตรนารี อาสาสมคั รตา่ งๆ ฯลฯ มสธ มสธ3.3 เล่นสมมติเป็นนักข่าวน้อย ส�ำรวจความเห็นโดยการสัมภาษณ์บุคคลต่างๆ ในชุมชน หรอื ภายในสถานศกึ ษาวา่ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คมมกี ารปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไร และรวบรวมเปน็ ภาพวาดตดิ แสดง ในหอ้ ง 3.4 เล่นเกมเก่ียวกับความส�ำคัญของสมาชิกที่ดีของสังคม เช่น เล่นเกมเก้าอี้สี่ขา น�ำ ลงั กระดาษมาต่อขาดว้ ยแกนกระดาษ ทากาวขาให้ตดิ แนน่ สมมติวา่ เปน็ เก้าอ้ีมี 4 ขา ถามเดก็ ว่าถา้ เอา ขาออก 1 ขา เกา้ อ้จี ะเปน็ อยา่ งไร ถ้าสมมติเกา้ อ้เี ป็นสงั คม ขาเปน็ สมาชกิ ของสงั คม ถ้าขาหกั ไปหรือขา มสธไมแ่ ข็งแรง สงั คมกจ็ ะไม่แขง็ แรงเช่นเดียวกนั

การจัดประสบการณเ์ พือ่ พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ด้านสงั คม 11-51 3.5 เล่นระบายสีช่องว่าง นำ� กระดาษวาดลายเสน้ ให้เป็นเสน้ ตัดไปมาเกิดเป็นชอ่ งวา่ ง ให้ มสธเด็กระบายสีลงในช่องคนละช่องจนเต็ม ภาพจะมีสีสันสวยงาม อธิบายเปรียบเทียบว่าภาพที่เด็กระบายสี คนละช่องเหมือนการเป็นสมาชิกของสังคม ถ้าทุกคนต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือสังคมก็จะดี ดังภาพที่ ทกุ คนชว่ ยกันระบายสจี นเกดิ เปน็ ภาพสวยงามในท่สี ุด 3.6 พาไปร่วมกิจกรรมการแสดงถึงการเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคมในชุมชน เช่น พาไป มสธ มสธทำ� บญุ ทวี่ ดั ใกลๆ้ ในวนั สำ� คญั ทางศาสนา หลงั จากนน้ั กลบั มาสรปุ ถงึ วธิ ปี ฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คม ซึ่งได้แก่ การเข้ารว่ มกจิ กรรมท่ีดงี าม การประพฤติตนอย่างมีมารยาทขณะเข้ารว่ มกจิ กรรม 3.7 จดั โครงการ “อาสาสมาชกิ ” โดยจดั โครงการใหเ้ ดก็ ๆ แสดงออกถงึ การเปน็ สมาชกิ ทดี่ ี ของสงั คมภายในสถานศกึ ษา เชน่ “อาสาสมคั รรกั ความสะอาด” ชว่ ยกนั เกบ็ ใบไม้ เศษขยะในบรเิ วณสถาน ศกึ ษา “อาสาดว้ ยใจใหค้ วามชว่ ยเหลอื ” โดยเดก็ ชน้ั อนบุ าลทโ่ี ตกวา่ ลงไปชว่ ยจงู นอ้ งไปสง่ หอ้ งเรยี นในตอนเชา้ เป็นต้น มสธ3.8 ระดมสมองเพื่อแก้ปัญหา ครูและเด็กร่วมกันเสนอปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตนเป็น สมาชิกที่ดีของสังคม ร่วมกันนิยามปัญหา เสนอวิธีแก้ปัญหา เลือกวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสม สรุปวิธีแก้ ปัญหา เขียนสัญญาการปฏิบัติ น�ำวธิ แี ก้ปญั หาไปปฏบิ ตั ิ 4. กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง การจัดประสบการณ์ด้านการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม สามารถจดั ในกิจกรรมการเลน่ กลางแจง้ ดงั น้ี มสธ มสธ4.1 การปฏิบัติจริง ให้เด็กเล่นอย่างเคารพกติกา การเล่นตามแบบแผน การเล่นอย่างมี มารยาท และการเล่นอย่างเอือ้ เฟ้อื มีน้�ำใจตอ่ ผอู้ ืน่ 4.2 การสอนโดยตรง ขณะทีเ่ ลน่ รว่ มกนั หากพบวา่ มีปัญหาดา้ นการปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชิก ทีด่ ีของสังคม ผใู้ หญจ่ ะสอนโดยตรงทันที เชน่ การเตอื นใหป้ ฏบิ ตั ิตามกฎกติกา การสอนโดยใช้คำ� ถามถงึ ผลการกระท�ำของเดก็ ทมี่ ีต่อผู้อนื่ ฯลฯ 4.3 การเลน่ แบบรว่ มมอื เครอื่ งเลน่ สนามชนดิ ทเี่ ลน่ รว่ มกนั ไดค้ รง้ั ละหลายๆ คน เชน่ โครงไต่ มสธบ้านต้นไม้ เครอื่ งเลน่ หนว่ ยรวม (มอี ปุ กรณท์ งั้ สว่ นปนี ไต่ ลอด มุด หอ้ ย โหน โยนตวั ล่นื ไถล แกว่ง นั่ง ฯลฯ) การเล่นเชน่ นีเ้ ด็กจะรบั รูถ้ งึ ความแตกต่างของสมาชิก การชว่ ยเหลอื และการเออื้ เฟ้ือแบ่งปนั 4.4 การจัดสภาพแวดล้อมท่ีสนับสนุนการเล่นของเด็กทั่วไป และเด็กที่มีความแตกต่าง เช่น การจัดใหม้ ที างเข้าสูเ่ คร่อื งเลน่ ของเด็กทใ่ี ชร้ ถเข็น จดั เครอื่ งเล่นให้เด็กทีแ่ ตกต่างสามารถเล่นร่วมกับ เด็กปกติได้ มสธ มสธ4.5 การเล่น/ท�ำงานร่วมกัน จัดให้เด็กมีการเล่นรว่ มกันโดยผา่ นการคิด การออกแบบและ ปฏิบตั ติ ามแบบท่กี �ำหนดไว้ เชน่ เล่นสร้างจากวัสดุเหลอื ใช้ เลน่ สร้างจากทราย เลน่ สร้างบา้ น/กางเตน็ ท์ พกั แรม การท�ำซมุ้ นำ้� ตก ฯลฯ การเลน่ สรา้ งน้เี ดก็ ๆ จะไดป้ ฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งกนั และรบั รูถ้ ึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคล เรียนรู้เรือ่ งการอย่รู ่วมกันในฐานะสมาชิกของสังคม 4.6 การเล่นเกมที่มีกติกา เช่น เกมลิงชิงหลกั เกมโพงพาง เกมเกา้ อด้ี นตรี หรอื เกมที่เด็ก มสธคิดเอง การเลน่ เกมที่มกี ติกาจะฝึกเด็กให้เป็นผ้เู คารพกตกิ า

11-52 การจัดการศึกษาและหลักสตู รส�ำ หรับเดก็ ปฐมวัย สรปุ ไดว้ า่ การจดั ประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาการเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คมทจ่ี ดั ผา่ นกจิ กรรมประจำ� วนั มสธจะมีลักษณะเด่นคือ การให้เด็กปฏิสัมพันธ์เป็นกลุ่มใหญ่ ได้รับรู้ความแตกต่างระหว่างบุคคล และเรียนรู้ การเป็นสมาชิกทีด่ ขี องกลุ่มในการเล่นและท�ำงานรว่ มกนั มสธ มสธกิจกรรม11.2.3 จงระบวุ ธิ กี ารจดั ประสบการณแ์ ละสอ่ื ทใี่ ชพ้ ฒั นาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื และการปฏบิ ตั ติ น เปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสังคม แนวตอบกิจกรรม 11.2.3 การจัดประสบการณ์ท่ีใช้พัฒนาเด็กปฐมวัยด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่นและการปฏิบัติตนเป็นสมาชิก มสธที่ดีของสังคม ครอบคลุมเรื่องการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนคือ การเล่นและการท�ำงานร่วมกับผู้อ่ืน การเอ้ือเฟื้อ แบง่ ปัน การชว่ ยเหลือผ้อู น่ื การรอคอย การใหค้ วามรว่ มมอื สว่ นการปฏบิ ัติตนเปน็ สมาชกิ ทดี่ ีของสังคม ประกอบดว้ ย การปฏบิ ตั ติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ กตกิ า การเหน็ คณุ คา่ ของความแตกตา่ ง การแกไ้ ขปญั หา และข้อขัดแย้ง การจัดประสบการณ์จะจัดขณะที่เด็กท�ำกิจกรรมประจ�ำวัน คือ การท�ำกิจวัตรประจ�ำวัน กิจกรรมกลุ่มย่อย กิจกรรมกลุ่มใหญ่ และกิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง โดยใช้วิธีการจัดประสบการณ์ เช่น มสธ มสธการปฏิบัติจริง การสอนโดยตรง การเลน่ /ทำ� งานแบบรว่ มมอื การฟังนทิ าน/เรือ่ งราว การเลียนแบบ การ เลน่ บทบาทสมมติ การเลน่ เกม การระดมสมอง การมีสว่ นรว่ ม การเชญิ วิทยากร การจัดสภาพแวดล้อมท่ี กระตนุ้ เรา้ ให้เลน่ และท�ำงานร่วมกนั อย่างมีแบบแผน สอื่ ทใี่ ชป้ ระกอบการจดั ประสบการณ์ ประกอบดว้ ย สอ่ื ของจรงิ สอื่ จำ� ลอง สอ่ื วสั ดอุ ปุ กรณ์ สอ่ื วธิ กี าร มสธ มมสสธธ มสธสื่อบุคคล

การจดั ประสบการณ์เพอื่ พฒั นาเด็กปฐมวัยด้านสงั คม 11-53 มสธตอนที่ 11.3 การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านสังคม โปรดอ่านหวั เรอ่ื ง แนวคดิ และวตั ถปุ ระสงค์ของตอนท่ี 11.3 แลว้ จึงศกึ ษารายละเอยี ดต่อไป มสธ มสธหัวเรื่อง 11.3.1 การประเมินพัฒนาการด้านการชว่ ยเหลือตนเอง 11.3.2 การประเมนิ พฒั นาการดา้ นการรกั ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย 11.3.3 การประเมนิ พฒั นาการดา้ นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี อง สังคม มสธแนวคิด 1. ก ารประเมินพัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเอง เป็นการประเมินถึงความสามารถ ในการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน การติดต่อส่ือสารและมนุษยสัมพันธ์ และการ รบั ผดิ ชอบในการดำ� เนนิ ชวี ติ ประจำ� วนั การประเมนิ พฒั นาการดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเอง มสธ มสธมีหลักการประเมินคือ 1) การประเมินโดยใช้วิธีสังเกตจากการปฏิบัติของเด็กในชีวิต ประจ�ำวนั 2) ใชว้ ิธีการประเมนิ แบบไม่เป็นทางการ เพอ่ื ให้ได้ขอ้ มลู ทตี่ รงกับสภาพจริง 3) ก�ำหนดวัตถุประสงค์การประเมินทุกครั้งท่ีชัดเจน 4) ประเมินอย่างสม่�ำเสมอและ ต่อเน่อื ง เพอ่ื แสดงใหเ้ ห็นถึงพัฒนาการของเด็ก 2. การประเมินพัฒนาการด้านการรกั ธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม วัฒนธรรมและความเปน็ ไทย เป็นการประเมินความรู้สึก ความคิดของเด็กที่แสดงออกมาให้เห็นในรูปของการพูด มสธการกระทำ� การแสดงออกถงึ ความรสู้ กึ ทรี่ กั ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความ เป็นไทย โดยมหี ลักการประเมินคือ 1) ใช้วธิ กี ารประเมนิ ทห่ี ลากหลายเพ่ิมเตมิ จากการ สังเกต 2) ให้การประเมินเป็นส่วนหน่ึงของการปฏิบัติงานในหน้าที่ของครูไม่ใช่ เหตุการณ์พิเศษ เพ่ือให้เด็กรู้สึกปกติและแสดงพฤติกรรมที่เป็นธรรมชาติ 3) ก�ำหนด วัตถุประสงค์ของการประเมินแต่ละครั้งให้ชัดเจน 4) จัดเก็บข้อมูลท่ีได้อย่างเป็นระบบ มสธ มสธ มสธและน�ำมาใชป้ ระกอบการประเมิน เพ่อื แสดงถงึ พฒั นาการทตี่ รงกบั ความเปน็ จรงิ

11-54 การจัดการศึกษาและหลกั สตู รสำ�หรบั เดก็ ปฐมวยั มสธ3. การประเมินพัฒนาการด้านการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน และการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของ สังคม มีหลักการคือ 1) ประเมินการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน ขณะที่เด็กท�ำกิจกรรมและ ปฏสิ มั พนั ธก์ บั ผอู้ น่ื ขณะทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั 2) ประเมนิ การเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คม ขณะทเี่ ดก็ ทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั ทก่ี ำ� หนด และการเขา้ รว่ มกจิ กรรมพเิ ศษในโอกาสตา่ งๆ มสธ มสธ3) จากการประเมินหากพบว่าเด็กมีปัญหาในการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนให้รีบแก้ไขช่วยเหลือ เดก็ ทนั ที 4) ควรประเมนิ ดว้ ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลายและประเมนิ หลายครงั้ เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ที่ตรงกับความเป็นจริงมากที่สุด 5) น�ำผลการประเมินพัฒนาการด้านสังคมอื่นๆ มา ประกอบการตดั สนิ ใจ เพ่อื ใหไ้ ด้ผลการประเมินทตี่ รงกับความเปน็ จริง และนำ� ไปสกู่ าร ช่วยเหลือและสนบั สนนุ เดก็ ต่อไป มสธวัตถุประสงค์ เมอ่ื ศึกษาตอนท่ี 11.3 จบแล้ว นักศกึ ษาสามารถ 1. ระบุหลักการประเมินพัฒนาการเดก็ ปฐมวัยดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเองได้ 2. ระบหุ ลกั การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการรกั ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเป็นไทยได้ มสธ มสธ3. ระบุหลักการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการปฏิบัติตน มสธ มมสสธธ มสธเปน็ สมาชกิ ท่ีดีของสังคมได้

การจดั ประสบการณ์เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวยั ดา้ นสังคม 11-55 มสธเร่ืองท่ี 11.3.1 การประเมินพัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเอง มสธ มสธการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการช่วยเหลือตนเอง ครอบคลุมการประเมินการท�ำ พฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวัน การติดต่อสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ การรับผิดชอบ โดยมีเร่ืองที่เก่ียวข้อง ดังนี้ หลักการประเมินพัฒนาการดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเอง การประเมินดา้ นการท�ำพฤตกิ รรมพ้ืนฐานประจำ� วัน การประเมนิ ด้านการติดตอ่ สอื่ สารและมนษุ ยสัมพนั ธ์ การประเมนิ ดา้ นความรับผดิ ชอบ มสธโดยมีรายละเอยี ดดงั ต่อไปน้ี หลักการประเมินพัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเอง การประเมนิ พฒั นาการดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเอง เปน็ การประเมนิ ถงึ ความสามารถในการชว่ ยเหลอื มสธ มสธตนเองขณะด�ำเนินชีวิตประจ�ำวัน การประเมินจึงเป็นการตัดสินใจของผู้ประเมินที่สังเกตถึงความสามารถ ดังกลา่ วของเด็กที่แสดงออกตามสภาพจริงขณะทีท่ �ำกิจกรรมตา่ งๆ โดยมหี ลักการสงั เกต ดังนี้ 1. การประเมนิ ใชว้ ธิ สี งั เกตและบนั ทกึ ขอ้ มลู โดยการสงั เกตจากการปฏบิ ตั ขิ องเดก็ ในชวี ติ ประจำ� วนั ทัง้ การปฏิบตั ติ ามลำ� พัง และการติดตอ่ สมั พนั ธก์ ับผู้อื่น 2. การประเมนิ แบบไม่เป็นทางการ เนื่องจากเป็นการสงั เกตการปฏิบตั ิตนในชวี ิตประจำ� วัน การ ประเมนิ จงึ ใชว้ ธิ กี ารประเมนิ แบบไมเ่ ปน็ ทางการ และประเมนิ ในลกั ษณะของการปฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี ามปกตขิ อง มสธครู ไมต่ อ้ งจดั ใหเ้ ปน็ สถานการณพ์ เิ ศษ ทงั้ นเ้ี พอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทต่ี รงกบั ความเปน็ จรงิ ทสี่ งั เกตจากพฤตกิ รรม ทแี่ สดงออกตามธรรมชาติของเดก็ 3. การกำ� หนดวตั ถปุ ระสงคก์ ารประเมนิ ทช่ี ดั เจน การประเมนิ แตล่ ะครง้ั จะตอ้ งกำ� หนดวตั ถปุ ระสงค์ ทช่ี ดั เจน และอยใู่ นขอบขา่ ยของเรอ่ื งทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การชว่ ยเหลอื ตนเอง เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ตรงกบั สง่ิ ทต่ี อ้ งการ ประเมิน มสธ มสธ4. การประเมนิ อยา่ งสมำ่� เสมอและตอ่ เนอ่ื ง เนอื่ งจากเปน็ การประเมนิ เพอื่ แสดงถงึ พฒั นาการเดก็ จึงต้องประเมินอย่างสม่�ำเสมอและต่อเนื่อง และรวบรวมข้อมูลมาแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านการ ช่วยเหลอื ตนเองของเด็ก หลกั การประเมนิ พฒั นาการดา้ นการชว่ ยเหลอื ตนเองของเดก็ ปฐมวยั จะชว่ ยใหผ้ ปู้ ระเมนิ สามารถ น�ำไปใช้เปน็ แนวทางการประเมินท่ที ำ� ให้ไดข้ ้อมลู ที่ตรงกบั ความจรงิ และน�ำผลไปสู่การพฒั นาสง่ เสริมเดก็ มสธต่อไป

11-56 การจัดการศกึ ษาและหลักสูตรส�ำ หรับเดก็ ปฐมวยั การประเมินด้านการท�ำพฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวัน มสธการประเมินการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวัน ใช้วิธีการสังเกตจากการปฏิบัติของเด็กขณะท�ำ กจิ กรรมประจำ� วนั ในเรอ่ื งการปฏบิ ตั เิ กย่ี วกบั การชว่ ยเหลอื ตนเองในชวี ติ ประจำ� วนั การระมดั ระวงั ดแู ลความ ปลอดภัยของตนเองในการท�ำกิจกรรมต่างๆ การปฏิบัติเกี่ยวกับสุขนิสัยส่วนรวม ทั้งน้ีการประเมินการ ช่วยเหลือตนเองจะน�ำข้อมูลจากการสังเกตบันทึกลงในแบบบันทึกเพ่ือรวบรวมไว้แสดงถึงความก้าวหน้า มสธ มสธและพัฒนาการของเด็ก ส�ำหรับแบบบันทึกข้อมูลที่ใช้สะดวก ได้แก่ แบบส�ำรวจรายการ ซึ่งมีรายการ พฤตกิ รรมในเรอื่ งทตี่ อ้ งการสงั เกตโดยบนั ทกึ จากการสงั เกตและตดั สนิ ใจของครู แบบสำ� รวจรายการนอี้ าจ สงั เกตเด็กแบบรายบคุ คลหรอื รายกลุ่ม ดงั ตวั อยา่ งต่อไปน้ี ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการท�ำพฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวันของเด็กปฐมวัย (แบบรายบุคคล) มสธแบบสังเกตพฤติกรรมการท�ำพฤติกรรมพ้ืนฐานประจ�ำวันของเด็กปฐมวัย (อายุ 3-4 ปี) ค�ำช้ีแจง ใสเ่ ครอื่ งหมาย ✓ ในชอ่ งปรากฏเมอ่ื เดก็ แสดงพฤตกิ รรม และเวน้ วา่ งในชอ่ งไม่ปรากฏ หากเดก็ ไม่แสดงพฤตกิ รรมท่ีต้องการสงั เกตในวนั ท่สี งั เกต มสธ มสธชอ่ื และนามสกลุ ....................................................................... ชัน้ อนบุ าลปีท่.ี ............................... อาย.ุ .................ป.ี ...............เดือน วันที่สังเกต..................................... ชื่อผ้สู งั เกต................................................................................. 1. ใชช้ อ้ นส้อมตักอาหารรับประทานเองล�ำดับท่ีรายการพฤติกรรมปรากฏ ไม่ปรากฏ มสธ2. ดม่ื นมและนำ�้ จากแก้ว 3. แปรงฟนั ได้ 4. ลา้ งมือได้สะอาด 5. ล้างทำ� ความสะอาดร่างกายหลงั การขับถา่ ย 6. สวมรองเทา้ ได้ มสธ มสธ มสธ7. สวมเส้อื และติดกระดมุ เสือ้ ด้านหน้าได้

มสธแบบสังเกตพฤติกรรมการช่วยเหลือตนเองของเด็กปฐมวัย (อายุ 4-5 ปี) (การปฏบิ ัติเกี่ยวกบั สขุ นิสยั สว่ นรวม) การจัดประสบการณ์เพ่ือพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ด้านสงั คม 11-57 ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการท�ำพฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวันด้านสุขนิสัยส่วนรวม (รายบุคคล) มสธ มสธชอ่ื และนามสกุล ....................................................................... ชนั้ อนบุ าลปีท่.ี ............................... อายุ..................ปี................เดอื น วันท่สี งั เกต..................................... ................... หยบิ จบั ของเลน่ ของใช้ดว้ ยตนเองช่อื ผสู้ งั เกต.................................................................. ค�ำช้ีแจง ใส่เครื่องหมาย ✓ หน้ารายพฤติกรรมท่ีเด็กแสดงออก และให้เว้นว่างไว้กรณีท่ีเด็กไม่แสดง พฤติกรรมในวันทสี่ งั เกตมสธ................... ทำ� ความสะอาดของเลน่ /ของใชเ้ มื่อท�ำสกปรก ................... ปิดปาก เมอื่ ไอหรือจาม ................... เก็บของเลน่ /ของใชเ้ มอ่ื เลกิ ใช้ ................... ท�ำความสะอาดโถสว้ มหลังการขับถ่าย ................... พยายามไมท่ �ำน้ำ� เลอะเทอะท่ีพื้นเม่อื ใช้อา่ งล้างมอื มสธ มสธ................... ทิง้ เศษอาหารในถัง/ภาชนะรองรบั ................... ไม่เล่นนอกขอบเขตบริเวณทีก่ ำ� หนด ................... ไม่วางของเล่น/ของใช้กีดขวางทางเดนิ มสธ มมสสธธ มสธ................... ไม่ท�ำในลักษณะท่ีก่อให้เกดิ อนั ตราย

มสธแบบสังเกตพฤติกรรมการท�ำพฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวันของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) (การระมัดระวังดูแลความปลอดภัยของตนเอง) มสธ มสธค�ำช้ีแจง ใสเ่ ครอื่ งหมาย ✓ ในชอ่ งท�ำ เมอ่ื เดก็ แสดงพฤตกิ รรม และเวน้ วา่ งในชอ่ งไม่ท�ำ หากเดก็ ไมแ่ สดง พฤติกรรมในวนั ที่สงั เกต ช้นั อนบุ าล..................................................... วนั เดือนปีทสี่ ังเกต..................................... ชอ่ื ผู้สังเกต.................................................... 11-58 การจัดการศกึ ษาและหลกั สูตรสำ�หรับเด็กปฐมวัย ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการท�ำพฤติกรรมพื้นฐานประจ�ำวัน (แบบรายกลุ่ม) มสธล�ำดับ เล่นเคร่ืองเล่น ไม่ว่ิงแซงเพ่ือน ไม่เล่นในท่ีท่ี ไม่วิ่งบน ท�ำความสะอาด ท่ี ตามกติกา ขณะลงบันได สกปรก/เป็น ระเบียงห้อง ของเล่น/ของใช้ ข้อตกลง อันตราย ส่วนตัว ช่ือ – สกุล ทำ� ไมท่ ำ� ท�ำ ไม่ท�ำ ท�ำ ไมท่ �ำ เม่ือสกปรก 1 ด.ญ.เพียงใจ พึงประสงค์ ✓ ✓ ✓ ทำ� ไมท่ �ำ ท�ำ ไมท่ �ำ มสธ มสธ2 3 ✓✓ 4 5 6 7 8 มสธการประเมินด้านการติดต่อส่ือสารและมนุษยสัมพันธ์ การประเมินการติดต่อส่ือสารและมนุษยสัมพันธ์ เป็นการประเมินท่ีครอบคลุมความสามารถของ เดก็ ในการใชค้ ำ� พดู เพอ่ื แสดงความตอ้ งการ ความรสู้ กึ ความคดิ ของตน การแสดงถงึ การรบั รคู้ วามตอ้ งการ มสธ มสธความรูส้ กึ ความคิดของผอู้ นื่ แสดงถงึ ความเปน็ มติ ร สนทนาโต้ตอบกับผอู้ ่ืนอย่างสุภาพ เล่นหรอื ทำ� งาน ร่วมกบั ผ้อู น่ื อย่างราบรน่ื การประเมนิ มกั นยิ มใชว้ ธิ กี ารสังเกตจากการปฏบิ ัติของเดก็ ขณะท�ำกจิ กรรมตาม มสธลำ� พงั และขณะที่ปฏสิ ัมพนั ธ์กับผอู้ ่ืนแล้วบนั ทึกลงในแบบบันทกึ ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี

การจัดประสบการณเ์ พอ่ื พัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม 11-59 ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการติดต่อส่ือสารและมนุษยสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัย มสธ(แบบรายบุคคล) มสธ มสธช่อื และนามสกลุ ............................................................. ช้ันอนุบาลปีที่................................ แบบสังเกตพฤติกรรมด้านการติดต่อส่ือสารและมนุษยสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัย (อายุ 4-5 ปี) อายุ..................ป.ี ...............เดอื น วันที่สงั เกต..................................... สถานท.ี่ ................................................... ................... บอกความคิด/ความต้องการ/ความรขู้ องตนให้ผูอ้ ่นื รู้ชือ่ ผู้สงั เกต...................................... มสธ................... พูดคยุ ทักทายผู้อืน่ ก่อนค�ำช้ีแจง ใส่เคร่ืองหมาย ✓ หน้ารายพฤติกรรมท่ีเด็กแสดงออก และให้เว้นว่างไว้กรณีท่ีเด็กไม่แสดง พฤติกรรมในวันท่สี งั เกต ................... แสดงการยิ้มแย้มเม่ือเลน่ กบั เพื่อน ................... พูดขอหรือแสดงทา่ ทางเพือ่ ขอเข้ารว่ มเล่นกับผู้อื่น ................... ชกั ชวนคนอ่ืนให้เขา้ มาเล่นด้วย มสธ มสธ................... แสดงการรบั รู้ถงึ ความต้องการ ความคดิ ความร้สู ึกของผอู้ ่นื ................... พูดคยุ กับผ้อู ่ืนอยา่ งเหมาะสม ................... สนใจท่จี ะเขา้ ร่วมกจิ กรรมกับผู้อ่ืน มสธ มมสสธธ มสธ................... เขา้ กับเด็กคนอื่นไดง้ ่าย

มสธแบบสังเกตพฤติกรรมการติดต่อสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) 11-60 การจดั การศกึ ษาและหลักสูตรส�ำ หรบั เด็กปฐมวัย ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการติดต่อสื่อสารและมนุษยสัมพันธ์ (แบบรายกลุ่ม) มสธ มสธชัน้ อนบุ าล..................................................... ช่ือผ้สู งั เกต.................................................... ค�ำชี้แจง ใสเ่ ครอื่ งหมาย ✓ ในชอ่ งท�ำ เมอื่ เดก็ แสดงพฤตกิ รรม และเวน้ วา่ งในชอ่ งไม่ท�ำ หากเดก็ ไมแ่ สดง พฤติกรรมในวันทส่ี ังเกต วันเดือนปีท่สี ังเกต..................................... ล�ำดับ ชื่อ – สกุล ทักทายเมื่อ ช่วยเหลือเม่ือ บอกให้รู้ว่า พูดจาสุภาพ เล่นกับเพื่อน มสธที่ พบผู้อ่ืน เพ่ือนร้องขอ ไม่ชอบส่ิงที่ กับเพ่ือน โดย เพื่อนท�ำกับตน 1 ด.ญ.เพียงใจ พึงประสงค์ ทำ� ไมท่ ำ� ไม่ขัดแย้งกัน 2 ทำ� ไม่ทำ� ท�ำ ไม่ทำ� ทำ� ไม่ทำ� ✓ 3 ✓✓✓ ท�ำ ไมท่ ำ� ✓ มสธ มสธ4 5 6 7 8 มสธการประเมินด้านการรับผิดชอบ การประเมนิ ดา้ นความรบั ผดิ ชอบเดก็ ปฐมวยั เกยี่ วขอ้ งกบั การปฏบิ ตั ติ ามบทบาทหนา้ ที่ การตดั สนิ ใจ ในเรือ่ งความถกู ผดิ ไดอ้ ย่างเหมาะสม การจดั ระบบในการท�ำสิง่ ต่างๆ การรบั ร้ถู ึงผลการกระทำ� ของตนที่มี มสธ มสธตอ่ ตนเองหรือผอู้ ื่น ท้ังน้ีการประเมนิ เกดิ จากการสังเกตพฤตกิ รรมเด็กขณะปฏบิ ัติกิจกรรมประจำ� วนั รวม ท้ังการปฏิบัติตนในบทบาทหน้าท่ีทั้งท่ีได้รับมอบหมายและหน้าที่ท่ีตัดสินใจรับรู้ด้วยตนเอง ทั้งน้ีสามารถ มสธสังเกตและใชก้ ารประเมนิ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

มสธแบบสังเกตพฤติกรรมการรับผิดชอบต่อตนเองและผู้อ่ืน ของเด็กปฐมวัย (อายุ 4-5 ปี) การจัดประสบการณเ์ พ่อื พฒั นาเดก็ ปฐมวัยด้านสังคม 11-61 ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการรับผิดชอบของเด็กปฐมวัย มสธ มสธช่อื และนามสกุล ................................................................. อายุ..................ป.ี ...............เดือน ชือ่ ผสู้ ังเกต.................................................... ชนั้ อนบุ าลปที ่ี................................ วันทสี่ งั เกต..................................... มสธ................... ท�ำกจิ กรรมประจำ� วันตามทีก่ ำ� หนด ................... ปฏบิ ัติกิจกรรมต่างๆ ตามแบบแผนท่ีกำ� หนด ................... ใหค้ วามรว่ มมือในการท�ำกจิ กรรมต่างๆ ................... ปฏิบตั ิหน้าทีท่ ี่ไดร้ บั มอบหมายจนแล้วเสรจ็ ................... ปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา ข้อตกลง มสธ มสธ................... แสดงความระมดั ระวังในการเล่นและท�ำงานร่วมกับผอู้ นื่ ................... แสดงความสภุ าพออ่ นน้อมต่อผู้ใหญ่ ................... กลา่ วคำ� ขอโทษหรือบอกเสียใจเมือ่ ทำ� ใหผ้ ้อู ื่นเจบ็ ................... หยดุ แสดงการกระท�ำท่ีไม่ดี เมอื่ เห็นผู้อืน่ ไมพ่ อใจ ................... แบ่งของเลน่ ใหค้ นอื่นได้เล่นบ้าง ................... ใจดีกับเด็กทเ่ี ลก็ กวา่ มสธ................... อาสาชว่ ยเหลอื ผู้อน่ื ท�ำงาน ................... กล้าบอกเมอ่ื ตนท�ำผดิ พลาด ค�ำช้ีแจง ใสเ่ ครอื่ งหมาย ✓ หนา้ รายพฤตกิ รรมทเ่ี ดก็ แสดงออกเปน็ ประจำ� และเวน้ วา่ งไวก้ รณที เ่ี ดก็ ไมแ่ สดง พฤติกรรมทีก่ �ำหนด การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการช่วยเหลือตนเอง มักใช้วิธีการสังเกตเด็กในขณะที่ท�ำ กิจกรรมต่างๆ และนำ� ขอ้ มูลจากการสงั เกตบันทึกไว้เพ่อื เปน็ หลกั ฐานและนำ� ไปส่กู ารวิเคราะห์ต่อไป การ มสธ มสธบนั ทกึ อาจบนั ทกึ ในแบบสงั เกตทพ่ี ฒั นาขน้ึ จากวตั ถปุ ระสงค์ หรอื มาตรฐานหรอื คณุ ลกั ษณะตามวยั ของเดก็ ในดา้ นการดำ� เนนิ ชวี ติ อาจบนั ทกึ หรอื เกบ็ ขอ้ มลู ในลกั ษณะอนื่ อกี เชน่ การบนั ทกึ ภาพ หรอื ภาพเคลอื่ นไหว มสธการบนั ทกึ เสียง หรือการจดบนั ทกึ ก็ได้

11-62 การจัดการศกึ ษาและหลักสตู รสำ�หรับเดก็ ปฐมวยั มสธกิจกรรม 11.3.1 จงระบุหลกั การประเมนิ พัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเองของเดก็ ปฐมวยั แนวตอบกิจกรรม 11.3.1 การประเมินพัฒนาการด้านการช่วยเหลือตนเองของเด็กปฐมวัย เป็นการประเมินความสามารถ มสธ มสธในการทำ� พฤตกิ รรมพน้ื ฐานประจำ� วนั การตดิ ตอ่ สอื่ สารและมนษุ ยสมั พนั ธ์ และการรบั ผดิ ชอบในการดำ� เนนิ ชีวิตประจำ� วนั โดยมหี ลักการประเมินดงั น้ี 1) ประเมนิ โดยใช้วิธีการสังเกตจากการปฏิบตั ขิ องเด็กในชวี ติ ประจ�ำวัน 2) ใช้วิธีการประเมินแบบไม่เป็นทางการ เพ่ือให้ได้ข้อมูลที่ตรงกับสภาพจริง 3) ก�ำหนด วตั ถปุ ระสงคก์ ารประเมนิ ทกุ ครงั้ อยา่ งชดั เจน และ 4) ประเมนิ อยา่ งสมำ�่ เสมอและตอ่ เนอ่ื งเพอื่ แสดงใหเ้ หน็ ถงึ พฒั นาการของเดก็ มสธเรื่องท่ี 11.3.2 มสธ มสธการประเมินพัฒนาการด้านการรักธรรมชาติส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการรกั ธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย เป็นการประเมินการแสดงออกท่ีเก่ียวกับ 1) การรักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2) การรักวัฒนธรรมและ มสธความเปน็ ไทย ในท่ีนจ้ี ะเสนอประเด็นท่เี กยี่ วข้อง ดังนี้ หลกั การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการรกั ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย การประเมนิ ดา้ นการรักธรรมชาติและสงิ่ แวดล้อม การประเมนิ ดา้ นการรักวฒั นธรรมและความเปน็ ไทย โดยมรี ายละเอียดดังตอ่ ไปนี้ มสธ มสธหลักการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการรักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรมและ ความเป็นไทย การประเมินด้านการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรมและความเป็นไทย เป็นการประเมินท่ี เก่ียวกับความรู้สึก ความคิดของเด็กท่ีแสดงออกมาให้เห็นในรูปการแสดงกิริยาท่าทาง โดยมีหลักการ มสธประเมินดังนี้

การจดั ประสบการณเ์ พ่อื พัฒนาเด็กปฐมวัยดา้ นสงั คม 11-63 1. ใช้วิธีการประเมินท่ีหลากหลายของการกระท�ำ การพูด เนื่องจากเป็นการประเมินความรู้สึก มสธนึกคิดที่แสดงออกทั้งการปฏิบัติ การพูด การแสดงกิริยาท่าทาง หรืออาจไม่แสดงออกต้องใช้ค�ำถาม ดงั น้นั จงึ ต้องใช้วิธกี ารหลากหลายวธิ ี นอกเหนือจากการสงั เกตเพือ่ ใหไ้ ด้ขอ้ มูลตามท่ตี อ้ งการ 2. ให้การประเมนิ เป็นสว่ นหน่ึงของการปฏบิ ตั หิ นา้ ทีข่ องครใู นงานประจำ� วัน ไม่แยกออกมาต่าง หาก เพราะเด็กจะได้เกิดความรู้สึกเป็นปกติไม่ใช่เหตุการณ์พิเศษ เด็กจึงแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ มสธ มสธท�ำใหไ้ ด้ขอ้ มูลท่ีตรงกับความเปน็ จริง 3. กำ� หนดวตั ถปุ ระสงคข์ องสงิ่ ทตี่ อ้ งการประเมนิ ใหช้ ดั เจน หากเปน็ การประเมนิ โดยใชแ้ บบสงั เกต รายการ การก�ำหนดรายพฤติกรรมจะต้องเป็นพฤติกรรมที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน ตรงกับวัตถุประสงค์ที่ ก�ำหนด 4. จดั เกบ็ ขอ้ มลู อยา่ งเปน็ ระบบ เนอื่ งจากเปน็ การประเมนิ ทใี่ ชว้ ธิ กี ารและเครอ่ื งมอื ทห่ี ลากหลาย เพ่ือน�ำขอ้ มูลมาวเิ คราะห์ใหเ้ หน็ ภาพรวมเกย่ี วกบั ลักษณะและความก้าวหน้าของเด็ก มสธหลกั การประเมินการรักธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม วฒั นธรรมและความเปน็ ไทย เปน็ การประเมินถึง ความคิด ความรู้สึกของเด็ก จึงใช้วิธีการและเคร่ืองมือท่ีหลากหลาย ประเมินในชีวิตประจ�ำโดยก�ำหนด วตั ถปุ ระสงค์การประเมินที่ชัดเจน และจดั เก็บขอ้ มูลเพ่อื นำ� ไปวเิ คราะห์ภายหลงั อยา่ งเป็นระบบ มสธ มสธการประเมินด้านการรักธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม การประเมนิ ด้านการรักธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม ประเมนิ ไดจ้ ากการแสดงออกในการดูแลรักษา ธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม และการถนอมใชท้ รพั ยากรจากธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มอยา่ งประหยดั จะประเมนิ ในสถานการณจ์ ากการทำ� กจิ กรรมต่างๆ ดงั น้ี 1. การประเมินในสถานการณ์ปกติ จากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรมประจำ� วนั ของเดก็ ไดแ้ ก่ การสงั เกต พฤตกิ รรมขณะใช้น้ำ� ใชไ้ ฟ การเล่นอย่างถนอมของเล่นของใช้ การรับประทานอาหารโดยไมท่ ิ้งขวา้ งหรือ ทำ� หกเลอะเทอะ การแสดงใหเ้ หน็ ถงึ การเหน็ คณุ คา่ ของสงิ่ ตา่ งๆ การไมท่ ำ� ลายของเลน่ ของใช้ ของสว่ นรวม มสธการทง้ิ ขยะถกู ท่ี การดแู ลบรเิ วณสถานทเ่ี ลน่ ทที่ ำ� งานใหส้ ะอาด สวยงาม การปฏบิ ตั ติ ามขอ้ กำ� หนดเกย่ี วกบั การรกั ษาทรพั ยากรและสง่ิ ตา่ งๆ ในสงิ่ แวดลอ้ ม รวมทงั้ การรจู้ กั บอกหรอื เตอื นผอู้ น่ื ใหด้ แู ลรกั ษาธรรมชาติ มสธ มสธ มสธส่ิงแวดล้อมเป็นตน้

มสธการประเมินพฤติกรรมการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) 11-64 การจดั การศึกษาและหลกั สูตรส�ำ หรับเดก็ ปฐมวัย ตัวอย่างการประเมินการดูแลรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของเด็กปฐมวัยในการปฏิบัติกิจกรรมประจ�ำวัน มสธ มสธอายุ..............ปี..............เดือน ชื่อ-นามสกุล........................................................ ชัน้ อนุบาล............................................................ วันทีส่ งั เกต........................................................... ผสู้ ังเกต............................................................... 1 ไมท่ ำ� ลายธรรมชาติและส่งิ แวดลอ้ ม ล�ำดับ รายการพฤติกรรม ระดับของพฤติกรรม แนวทาง มสธ2 ใชน้ �้ำไฟอย่างประหยดัท่ี การประเมิน 21 0 3 ทง้ิ ขยะในที่ท้งิ 4 เลน่ /ใช้ส่ิงของอย่างทะนุถนอม ระมัดระวัง 2 หมายถงึ ปฏิบตั ิ 5 เตือน/บอกผู้อนื่ ไม่ใหท้ �ำลายสง่ิ แวดลอ้ ม ทกุ ครง้ั 1 หมายถงึ ปฏิบัติ มสธ มสธ6 ชว่ ยท�ำความสะอาดบรเิ วณทเี่ ล่น/ในหอ้ งเรยี น เป็นบางครงั้ 7 เก็บของเลน่ ของใช้หลังจากใชง้ าน 0 หมายถึง ไม่ปฏบิ ตั ิ มสธ2. การประเมินในสถานการณ์จ�ำลอง ในกรณีที่ไม่สามารถประเมินได้จากการปฏิบัติตามปกติ อาจตอ้ งมกี ารจำ� ลองสถานการณข์ น้ึ มา และประเมนิ การแสดงพฤตกิ รรมของเดก็ ทมี่ ตี อ่ สถานการณน์ น้ั เชน่ ปล่อยห้องเรียนให้รก ของเล่นกระจัดกระจายไม่เข้าที่ ขยะเกลื่อนห้อง ให้เด็กเผชิญสถานการณ์นั้นแล้ว ประเมินพฤติกรรมของเด็ก การประเมินอาจใช้แบบประเมินหรือแบบสนทนา สัมภาษณ์ หรือบันทึกด้วย มสธ มสธภาพเคลือ่ นไหว 3. การประเมินจากการเข้าร่วมกิจกรรม ในกรณีท่ีจัดกิจกรรมเพ่ิมเติมนอกเหนือจากกิจกรรมท่ี จัดเป็นประจ�ำในกิจกรรมประจ�ำวันแล้ว การจัดกิจกรรมเพ่ิมเติมในเรื่องท่ีเก่ียวข้องหรือในวันท่ีก�ำหนดให้ เป็นวนั ที่ระลึกในเร่อื งของทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม สามารถนำ� มาประเมนิ พฤตกิ รรมและความ สนใจของเดก็ ได้ เปน็ การประเมนิ จากจำ� นวนครง้ั ทเ่ี ขา้ รว่ มกจิ กรรมในวนั ทมี่ งี านเกยี่ วกบั รกั สงิ่ แวดลอ้ มหรอื มสธการดแู ลทรพั ยากร นอกจากนยี้ งั ประเมนิ จากจำ� นวนครง้ั ในการเขา้ รว่ มกจิ กรรม เชน่ อาสาสมคั รเปน็ ผดู้ แู ล บันทึกเพิ่มเติม.......................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................

การจดั ประสบการณเ์ พ่อื พัฒนาเด็กปฐมวยั ด้านสังคม 11-65 รกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม อาสาสมคั รเขา้ รว่ มกจิ กรรมในโอกาสตา่ งๆ การเขา้ รว่ มกจิ กรรมในงานเกยี่ วกบั ทรพั ยากร มสธและสิ่งแวดล้อมที่จัดภายในสถานศกึ ษา เป็นต้น ตัวอย่างแบบบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมการรักษาธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของเด็กปฐมวัย มสธ มสธแบบบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมการรักษาธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) การเข้าร่วมกิจกรรม มสธ- อาสาสมคั รเปน็ ผทู้ ำ� กจิ กรรม - เข้ารว่ มกจิ กรรมท่ี จัดภายในหอ้ ง มสธ มสธ- เข้ารว่ มกิจกรรมที่ จดั นอกหอ้ งเรียน (ภายในสถานศึกษา) - เลา่ ถงึ กจิ กรรมทีต่ น เขา้ รว่ มในชมุ ชน ชื่อ-นามสกลุ .................................................... ช้นั อนุบาล.............................................................. อายุ..............ปี..............เดือน ชอื่ ผู้สงั เกต............................................................. วันเดือนปีที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมจ�ำนวนครั้ง บันทกึ เพมิ่ เติม.......................................................................................................................................... มสธ.................................................................................................................................................................... การประเมินด้านการรักวัฒนธรรมและความเป็นไทย มสธ มสธการประเมินด้านการรักวัฒนธรรมและความเป็นไทย เป็นการประเมินการปฏิบัติตัวของเด็กใน โอกาสต่างๆ วิธีการท่ีใช้คือ การสังเกตจากการปฏิบัติ การพูด การเข้าร่วมกิจกรรมทางวัฒนธรรม การ เก็บข้อมูลจะบันทึกลงในแบบสังเกต ภาพถ่าย การบันทึกเสียง หรือการบันทึกภาพเคล่ือนไหว ส�ำหรับ มสธแบบสงั เกตอาจใชแ้ บบสงั เกตดังตวั อยา่ งตอ่ ไปนี้

มสธแบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมและความเป็นไทยของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) ชอ่ื -นามสกุล................................................................... ช้ันอนบุ าล.................................................... มสธ มสธอายุ..............ปี..............เดือน ชอ่ื ผู้สังเกต...................................................... 11-66 การจัดการศึกษาและหลักสตู รส�ำ หรับเดก็ ปฐมวยั ตัวอย่างแบบสังเกตพฤติกรรมการปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมและความเป็นไทย 1 ใชว้ าจาสภุ าพกบั ทกุ คนล�ำดับท่ีรายพฤติกรรมวัน เดือน ปีท่ีแสดงพฤติกรรม 2 แสดงความส�ำรวมเมอ่ื อยู่กบั ผ้ใู หญ่ 3 กล่าวขอบคุณ/ไหวแ้ สดงความขอบคณุ เมอื่ ได้รบั มสธสิง่ ของจากผอู้ ่นื หรือได้รับการช่วยเหลือ 4 ขอโทษอย่างจรงิ ใจเมอื่ ทำ� ให้ผอู้ ื่นเสียใจ 5 ยอมรับค�ำอธิบายเมอ่ื ไมไ่ ด้ส่ิงที่ตอ้ งการ 6 ไมพ่ ดู คยุ ขณะอาหารอยใู่ นปาก 7 เช่อื ฟงั และทำ� ตามท่ผี ูใ้ หญต่ ้องการ มสธ มสธ8 แสดงกิรยิ ามารยาททด่ี ขี ณะเข้ารว่ มกจิ กรรม 9 ไม่วิ่งเล่นหรอื ส่งเสียงดังรบกวนผ้อู ่นื 10 สวดมนตไ์ หว้พระก่อนนอน (หรือปฏิบตั ิกจิ ตาม มสธ มมสสธธ มสธค�ำสอนทางศาสนาของตน)

มสธการประเมินการปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมและความเป็นไทยของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) ชอ่ื -นามสกลุ ................................................................... ช้ันอนบุ าล.................................................... มสธ มสธอายุ..............ปี..............เดือน ชอ่ื ผู้สงั เกต.................................................... การจดั ประสบการณเ์ พ่ือพัฒนาเดก็ ปฐมวยั ดา้ นสงั คม 11-67 ตัวอย่างการประเมินการปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมและความเป็นไทย ล�ำดับ1 แสดงความเคารพผู้ใหญเ่ มื่อพบและจากกันรายการพฤติกรรมระดับของพฤติกรรม แนวทาง ท่ี2 เข้าร่วมกจิ กรรมวนั สำ� คัญของชาติ2 1 0 การประเมิน 2 หมายถึง มสธ3 ปฏบิ ัตติ นเป็นเดก็ ดีโดยการปฏบิ ตั ติ ามค�ำสอน ปฏบิ ัตสิ ม่ำ� เสมอ หรอื การเตือนของผ้ใู หญ่ 1 หมายถงึ ปฏบิ ตั ิ 4 ร่วมทำ� บุญตกั บาตรเช้าท่โี รงเรียนประจ�ำทุก เปน็ บางคร้งั 0 หมายถึง สปั ดาห์ ไม่ปฏบิ ัติ มสธ มสธ5 แสดงความยินดีและเตม็ ใจเข้าร่วมกิจกรรม ตามประเพณี/เทศกาลท่โี รงเรียนจัด 6 เลา่ เรื่อง/เหตุการณ์เก่ียวกบั การปฏบิ ตั ิของตน ในประเพณ/ี เทศกาล/วันส�ำคญั 7 แสดงถงึ การน�ำความร้เู ก่ียวกับวฒั นธรรม และ ความเป็นไทยมาปฏิบตั ิในชีวิตประจำ� วนั มสธการประเมินด้านการรักวัฒนธรรมและความเป็นไทย เป็นเร่ืองที่เกี่ยวข้องกับภูมิหลังและ ประสบการณ์เดิมของเด็กค่อนข้างมาก การประเมินจึงต้องระมัดระวังและใช้การประเมินท่ีหลากหลายวิธี ตลอดจนมกี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู ของเดก็ อยา่ งเปน็ ระบบเพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทต่ี รงกบั ความเปน็ จรงิ เพอื่ นำ� มาใชพ้ ฒั นา มสธ มสธ มสธเดก็ ต่อไป

11-68 การจัดการศกึ ษาและหลักสูตรสำ�หรับเด็กปฐมวัย มสธกิจกรรม 11.3.2 จงระบุหลกั การประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวัยด้านการรกั ธรรมชาติ สิง่ แวดลอ้ ม วัฒนธรรม และ ความเปน็ ไทย แนวตอบกิจกรรม 11.3.2 มสธ มสธหลักการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการรักธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อม วัฒนธรรม และความ เปน็ ไทย ประกอบดว้ ย 1) ใชว้ ธิ กี ารประเมนิ ทหี่ ลากหลายเพมิ่ เตมิ จากวธิ กี ารสงั เกต 2) ใหก้ ารประเมนิ เปน็ สว่ นหนงึ่ ของการปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องครู ใหเ้ ดก็ รสู้ กึ วา่ เปน็ เหตกุ ารณป์ กติ และแสดงพฤตกิ รรมตามธรรมชาติ 3) ก�ำหนดวัตถุประสงค์การประเมินทุกคร้ังให้ชัดเจน และ 4) จัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและน�ำข้อมูล มาใชป้ ระกอบการประเมินเพ่อื แสดงถงึ พฒั นาการทตี่ รงกับความเปน็ จริง มสธเร่ืองที่ 11.3.3 มสธ มสธการประเมินพัฒนาการด้านการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนและการปฏิบัติตน เป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม การประเมนิ พฒั นาการดา้ นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทดี่ ขี องสงั คม ครอบคลมุ การประเมนิ เรื่อง 1) การอยูร่ ว่ มกบั ผู้อนื่ ของเด็กปฐมวยั 2) การปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชิกท่ดี ขี องสังคม ซง่ึ มี มสธรายละเอยี ด ดังหัวขอ้ ตอ่ ไปน้ี หลักการประเมนิ พฒั นาการเดก็ ปฐมวยั ดา้ นการอย่รู ว่ มกับผูอ้ น่ื และการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดี ของสงั คม การประเมนิ ด้านการอยู่ร่วมกับผอู้ ่นื การประเมินด้านการปฏิบัตติ นเปน็ สมาชกิ ท่ดี ขี องสังคม มสธ มสธโดยมรี ายละเอยี ดดงั ตอ่ ไปนี้ หลักการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการปฏิบัติตนเป็น สมาชิกท่ีดีของสังคม ในสถานศกึ ษาเดก็ ปฐมวยั เดก็ จะไดท้ ำ� กจิ กรรมตา่ งๆ รว่ มกบั ผอู้ น่ื ทำ� ใหเ้ กดิ การเรยี นรวู้ ธิ กี ารอยู่ ร่วมกับผู้อื่น และจากการปฏิบัติตนตามระบบแบบแผนท่ีก�ำหนด ท�ำให้เด็กเรียนรู้การเป็นสมาชิกท่ีดีของ มสธสงั คม การประเมนิ การอย่รู ่วมกบั ผอู้ ืน่ และการเปน็ สมาชิกที่ดขี องสงั คม มหี ลกั การประเมินท่ีคลา้ ยกบั การ

การจัดประสบการณ์เพ่อื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ด้านสังคม 11-69 ประเมินพัฒนาการด้านสังคมเรื่องอ่ืนๆ ที่กล่าวแล้วในเบ้ืองต้น ในที่น้ีจะเสนอหลักการท่ีเฉพาะประเด็น มสธเพิม่ เติม ดังนี้ 1. ประเมนิ การอย่รู ว่ มกับผอู้ น่ื ขณะเด็กท�ำกิจกรรมและมปี ฏิสมั พนั ธ์กบั ผ้อู ่ืนในขณะทำ� กิจกรรม ประจำ� วัน 2. ประเมินการเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม ขณะท่ีเด็กปฏิบัติกิจกรรมประจ�ำวันท่ีก�ำหนดและการ มสธ มสธเข้ารว่ มกิจกรรมพเิ ศษในโอกาสต่างๆ 3. จากการประเมนิ หากพบวา่ มพี ฤตกิ รรมทเ่ี ปน็ ปญั หาในการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ควรแกป้ ญั หาโดยเรว็ เพอ่ื ชว่ ยเหลือใหเ้ ด็กสามารถอยู่ร่วมกบั ผอู้ ่นื และเปน็ สมาชกิ ทีส่ ังคมยอมรบั 4. ควรมีการประเมินหลายครั้งและใช้วิธีการประเมินหลายอย่างควบคู่กัน เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรง กบั ความเป็นจรงิ ของเดก็ มากที่สุด เน่ืองจากลักษณะพฤตกิ รรมการอย่รู ่วมกบั ผู้อื่นและการเป็นสมาชิกท่ีดี ของสงั คม เปน็ สง่ิ จำ� เปน็ ตอ่ การดำ� เนนิ ชวี ติ ในสงั คมของเดก็ ในอนาคต กรณกี ารประเมนิ และมน่ั ใจถงึ ลกั ษณะ มสธของเดก็ โดยเฉพาะเมื่อพบวา่ มีส่ิงทท่ี �ำให้เดก็ มปี ญั หาจะได้ช่วยเหลอื เดก็ ไดท้ นั ท่วงที 5. น�ำผลการประเมินเร่ืองอื่นๆ มาประกอบการตัดสินใจร่วมกับการประเมินการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เช่น พบว่าเด็กมีปัญหาด้านการช่วยเหลือตนเอง อาจน�ำมาสู่การมีปัญหาการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจ ทำ� ใหเ้ ดก็ เรียกรอ้ งขอความชว่ ยเหลอื จากเพอ่ื นตลอดเวลา ทำ� ใหเ้ พื่อนรูส้ ึกถูกรบกวนและเปน็ ภาระ ทำ� ให้ เกดิ ปัญหาในการอยรู่ ว่ มกบั ผูอ้ ืน่ ได้ มสธ มสธหลกั การประเมนิ ดา้ นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม จะเนน้ ถงึ การ ประเมินขณะที่เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นจากการเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม และหากพบว่าเด็กมีปัญหาใน การอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ควรรบี แกป้ ญั หาโดยเรว็ การประเมนิ จะตอ้ งประเมนิ หลายครง้ั ดว้ ยวธิ กี ารทหี่ ลากหลาย พร้อมทั้งน�ำผลการประเมินด้านอื่นมาประกอบการวิเคราะห์สรุปผล เพื่อให้ได้ข้อมูลตรงกับความเป็นจริง มากท่สี ดุ มสธการประเมินด้านการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน การประเมนิ ดา้ นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื เปน็ การประเมนิ พฤตกิ รรมการปรบั ตวั ทางสงั คม การรจู้ กั ผลดั เปล่ียนและรอคอย การร่วมมือกับกลุ่ม การช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน และความมีน้�ำใจเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่ ซึ่ง ประเมนิ จากการสงั เกตขณะเดก็ เลน่ และทำ� งานรว่ มกบั ผอู้ นื่ และสงั เกตขณะทป่ี ฏบิ ตั กิ จิ กรรมทกี่ ำ� หนดหรอื มสธ มสธมอบหมายให้ การสังเกตจะสังเกตท้ังพฤติกรรมสังคมทางบวก ซ่ึงเป็นพฤติกรรมท่ีช่วยให้เด็กอยู่ร่วมกับ ผอู้ นื่ ไดอ้ ยา่ งราบรน่ื สว่ นการสงั เกตพฤตกิ รรมทข่ี ดั ขวางการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ หรอื การยอมรบั จากเพอื่ น หรอื เรียกวา่ พฤตกิ รรมสังคมทางลบ ให้ค�ำนงึ ถึงสถานการณ์ท่กี อ่ ให้เกิดพฤตกิ รรมนนั้ ๆ ซึ่งอาจเป็นเหตใุ ห้เดก็ แสดงพฤติกรรมสังคมทางลบโดยไม่ได้ตั้งใจ การประเมินซ่ึงเกิดจากการสรุปตัดสินใจลงความเห็นจากครู จึงต้องพิจารณาให้รอบคอบทุกคร้ัง การประเมินพฤติกรรมสังคมทางบวกสามารถประเมินดังตัวอย่าง มสธต่อไปน้ี

มสธแบบบันทึกพฤติกรรมการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) 11-70 การจัดการศกึ ษาและหลักสูตรสำ�หรบั เด็กปฐมวยั ตัวอย่างแบบบันทึกพฤติกรรมการอยู่ร่วมกับผู้อื่นของเด็กปฐมวัย มสธ มสธอายุ..............ปี..............เดอื น ชื่อ-นามสกุล............................................................. ชั้นอนบุ าล......................................................... ช่อื ผู้สังเกต........................................................ 1 ขอเข้าร่วมเลน่ กบั เดก็ อื่นล�ำดับที่รายพฤติกรรมวัน เดือน ปี ท่ีแสดงพฤติกรรม รวมจ�ำนวนคร้ัง 2 แบ่งของเลน่ ของใช้ใหผ้ อู้ น่ื อย่างเต็มใจ 3 ชวนคนอื่นเล่น/ทำ� งานดว้ ย มสธ4 อาสาช่วยเหลอื ผ้อู ืน่ 5 ไม่แสดงกริ ยิ ากา้ วรา้ วเมื่อไมพ่ อใจ 6 ยอมรบั ค�ำอธบิ ายเมือ่ ไม่ไดส้ ิ่งทต่ี อ้ งการ 7 สามารถรอคอยได้ 8 ให้ความรว่ มมือในการทำ� ส่งิ ตา่ งๆ มสธ มสธ9 บอกชอ่ื เพื่อนทต่ี นชอบเล่นดว้ ยได้ 10 รับฟงั คนอนื่ พูด มสธเม่อื สงั เกตพบว่าเดก็ ไม่แสดงพฤตกิ รรมสงั คมทางบวก ซึง่ เปน็ พฤติกรรมที่ช่วยใหเ้ ดก็ อย่รู ่วมกบั ผู้อ่ืนได้อย่างราบร่ืน และเม่ือรอไประยะหนึ่งหรือจัดประสบการณ์ท่ีสนับสนุนการอยู่ร่วมกันของเด็กแล้ว เดก็ ยงั ไมแ่ สดงพฤตกิ รรมในการอยรู่ ว่ มกนั กบั ผอู้ นื่ ใหส้ งั เกตวา่ เดก็ แสดงพฤตกิ รรมสงั คมทางลบทขี่ ดั ขวาง มสธ มสธ มสธการเขา้ กลมุ่ กบั ผอู้ นื่ หรอื ไม่ โดยอาจประเมนิ จากความถพี่ ฤตกิ รรมทข่ี ดั ขวางการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ ดงั ตวั อยา่ ง บนั ทึกเพ่มิ เตมิ .......................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. ....................................................................................................................................................................

มสธแบบประเมินพฤติกรรมการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) ชอ่ื -นามสกลุ ................................................................... ชน้ั อนบุ าล............................................................ มสธ มสธอายุ..............ป.ี .............เดือน ชอื่ ผสู้ งั เกต........................................................... การจดั ประสบการณ์เพอื่ พฒั นาเด็กปฐมวยั ดา้ นสงั คม 11-71 ตัวอย่างแบบประเมินพฤติกรรมการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนของเด็กปฐมวัย 1 ชอบอยตู่ ามล�ำพงั มากกว่าเล่นกับเพอื่ นล�ำดับท่ีรายพฤติกรรมวัน เดือน ปี ท่ีแสดงพฤติกรรม รวมจ�ำนวนคร้ัง 2 เอาแตใ่ จตัวเอง 3 ไมย่ อมรบั ฟงั ผู้อ่ืน มสธ4 หวงของไม่แบง่ ปนั 5 เรยี กรอ้ งจากผอู้ ืน่ เสมอ 6 แยง่ ชงิ หรอื ใช้กำ� ลังเมื่อตอ้ งการของท่ี ผู้อ่ืนเล่นอยู่ มสธ มสธ7 ไม่แบง่ ใหค้ นอื่นเลน่ ครอบครองของเล่น คนเดยี ว 8 ไม่ให้ความรว่ มมอื ในการปฏบิ ัติสิ่งต่างๆ 9 ไมช่ ว่ ยเหลือผ้อู นื่ แม้มกี ารร้องขอ 10 แสดงความก้าวรา้ วเมือ่ ไม่พอใจสิง่ ใด 11 ไม่ยอมรบั การให้รอคอย 12 ไมพ่ ยายามทีจ่ ะช่วยเหลอื ตนเอง มสธ13 เพ่อื นไมย่ อมเล่นดว้ ย 14 แสดงกริ ยิ ากา้ วรา้ วเม่ือไมพ่ อใจ บันทึกเพ่ิมเติม.......................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. มสธ มสธ มสธ.................................................................................................................................................................

11-72 การจัดการศึกษาและหลักสูตรสำ�หรบั เด็กปฐมวยั การประเมินการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม มสธการประเมินการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคม เป็นการประเมินถึงความสามารถของเด็ก ในการปฏิบัติตนในฐานะสมาชิกของสงั คมท่ีมีคุณภาพ ทำ� ให้สังคมนั้นๆ ด�ำเนนิ ไปอย่างราบรืน่ น่าอยแู่ ละ มีความเป็นอยู่ร่วมกันในสังคมที่ดี การประเมินอยู่ในขอบข่ายของการปฏิบัติตนของเด็ก เรื่องความ รบั ผิดชอบ การปฏบิ ัตติ ามกฎ การเหน็ คณุ ค่าของความแตกต่างและการลดการขดั แยง้ โดยใชก้ ารสังเกต มสธ มสธและบันทึกข้อมูลในแบบบันทึกการสงั เกต ดงั ตวั อย่าง ตัวอย่างแบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม แบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมของเด็กปฐมวัย (อายุ 5-6 ปี) มสธชอ่ื -นามสกลุ ................................................................... ชนั้ อนบุ าล............................................................. อาย.ุ .............ปี..............เดอื น ชอื่ ผสู้ งั เกต............................................................ วนั เดอื นปที ปี่ ระเมนิ .............................................. ค�ำช้ีแจง ใส่เคร่อื งหมาย ✓ หนา้ รายการทพ่ี บวา่ เดก็ แสดงสม�ำ่ เสมอ มสธ มสธ............ ชว่ ยเก็บของเล่นเขา้ ท่ีหลังหมดเวลาเล่นแมจ้ ะไมใ่ ช่ของท่ีตนเป็นผู้นำ� มาเลน่ ............ บอกผูใ้ หญ/่ เพื่อน เม่ือทำ� ผดิ หรือทำ� ส่งิ ของชำ� รดุ เสยี หาย ............ รว่ มท�ำงานกบั กลมุ่ จนแล้วเสร็จ ............ เสนอความคดิ เหน็ และอาสาทำ� งานต่างๆ ............ เล่น/ทำ� กิจกรรมดว้ ยความระมดั ระวังไมร่ บกวนผอู้ ่ืน ............ ปฏิบัตติ นตามตารางเวลากิจกรรมต่างๆ เมือ่ ได้ยนิ สญั ญาณ ............ ปฏบิ ตั ติ ามข้อตกลงของกล่มุ มสธ............ แสดงกริ ยิ ามารยาททด่ี ีกบั ทุกคน ............ ใจดีกับเด็กทเี่ ล็กกวา่ หรอื ผ้ทู ่ีแตกตา่ งไปจากตน ............ ไมแ่ สดงกิริยากา้ วร้าวเม่ือถกู ขัดใจหรอื โกรธ ............ ใชก้ ารเจรจาเม่อื มขี อ้ ขัดแยง้ ............ แสดงความประนีประนอมเมื่อเกดิ ปญั หาในกลุม่ มสธ มสธบันทึกเพ่ิมเติม.......................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. มสธ....................................................................................................................................................................

มสธแบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม (อายุ 5-6 ปี) การจดั ประสบการณ์เพือ่ พัฒนาเดก็ ปฐมวัยดา้ นสงั คม 11-73 ตัวอย่างแบบประเมินพฤติกรรมการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม (แบบประเมินรายกลุ่ม) ค�ำชี้แจง ใสเ่ ครอื่ งหมาย ✓ ในชอ่ งท�ำ เมอื่ เดก็ แสดงพฤตกิ รรม และเวน้ วา่ งในชอ่ งไม่ท�ำ หากเดก็ ไมแ่ สดง มสธ มสธพฤติกรรมในวนั ที่สงั เกต มสธล�ำดับท่ี ชัน้ อนบุ าล...................................................... วนั เดือน ปที ส่ี งั เกต.................................................. ชือ่ ผู้สงั เกต..................................................... กิจกรรม.................................................................... ชื่อ สกุล เขา้ รว่ มกจิ กรรม อาสาสมัครท�ำ ร่วมกิจกรรม บอกประโยชน์ ดว้ ยความเตม็ ใจ หน้าท่ีต่าง ๆ ต้ังแต่ต้น ของการเข้าร่วม จนจบ กิจกรรม ในกิจกรรม ท�ำ ไม่ท�ำ ท�ำ ไม่ท�ำ ท�ำ ไม่ท�ำ ท�ำ ไม่ท�ำ มสธ มสธ2 1 ด.ญ.เพียงใจ พึงประสงค์3 มสธ มสธ มสธการประเมนิ ดา้ นการอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ นื่ และการปฏบิ ตั ติ นเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คม จะใชว้ ธิ กี ารสงั เกต การอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนและการปฏิบัติตนในฐานะการเป็นสมาชิกของกลุ่ม ผลจากการประเมินจะน�ำไปเป็น มสธข้อมลู เพอ่ื การจดั ประสบการณ์ทส่ี ง่ เสรมิ และพัฒนาเดก็ ตอ่ ไป

11-74 การจัดการศกึ ษาและหลกั สตู รส�ำ หรับเด็กปฐมวัย มสธกิจกรรม 11.3.3 จงระบุหลักการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมวัยด้านการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืน และการปฏิบัติตนเป็น สมาชิกทด่ี ีของสังคม แนวตอบกิจกรรม 11.3.3 มสธ มสธการประเมินพัฒนาการด้านการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนและการปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม มีหลักการ ดังนี้ 1) ประเมินการอยู่ร่วมกับผู้อ่ืนขณะท่ีเด็กท�ำกิจกรรม และมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อ่ืนขณะท�ำ กจิ กรรมประจำ� วนั 2) ประเมนิ การเปน็ สมาชกิ ทด่ี ขี องสงั คมขณะทเ่ี ดก็ ทำ� กจิ กรรมประจำ� วนั ทก่ี ำ� หนด และ การเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษในโอกาสต่างๆ 3) จากการประเมินหากพบว่าเด็กมีปัญหาในการอยู่ร่วมกับ ผอู้ นื่ ใหร้ บี แกไ้ ขชว่ ยเหลอื เดก็ ทนั ที 4) การประเมนิ ดว้ ยวธิ กี ารทห่ี ลากหลาย และประเมนิ หลายครงั้ เพอ่ื ให้ ไดข้ อ้ มลู ทต่ี รงกบั ความเปน็ จรงิ มากทส่ี ดุ และ 5) นำ� ผลการประเมนิ พฒั นาการดา้ นสงั คมอน่ื ๆ มาประกอบ มสธการตัดสินใจเพ่ือให้ได้ผลการประเมินที่ตรงกับความเป็นจริง และน�ำไปสู่การช่วยเหลือและสนับสนุนเด็ก มมสสธธ มมสสธธ มมสสธธต่อไป

การจัดประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเด็กปฐมวัยดา้ นสงั คม 11-75 มสธบรรณานุกรม กระทรวงศกึ ษาธิการ. (2548). ค่มู ือหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2546. กรงุ เทพฯ: คุรุสภาลาดพร้าว. ขวญั ฟ้า รงั สยิ านนท์. (2551). การจัดประสบการณเ์ พอ่ื พฒั นาเดก็ ปฐมวยั ด้านอนรุ กั ษ์ส่ิงแวดล้อม. ใน ประมวล มสธ มสธสาระชดุ วชิ าการจัดประสบการณส์ �ำหรับเดก็ ปฐมวยั (พิมพ์ครง้ั ที่ 2). หน่วยท่ี 12 (น. 12-1 ถงึ 12-49). นนทบรุ ี: สำ� นกั พิมพม์ หาวทิ ยาลยั สโุ ขทัยธรรมาธริ าช. นงลกั ษณ์ สนิ สบื ผล และละออ ชตุ กิ ร. (2554). การสง่ เสรมิ ใหเ้ ดก็ ชว่ ยตนเองและอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ น่ื ไดด้ .ี ใน เอกสาร การสอนชดุ วชิ าการสร้างเสริมลกั ษณะนสิ ยั ระดับปฐมวัยศึกษา (พมิ พค์ รงั้ ท่ี 10). หนว่ ยท่ี 11 (น. 189- 232). นนทบรุ ี: สำ� นกั พมิ พม์ หาวิทยาลยั สุโขทยั ธรรมาธิราช. โรเบริ ต์ ฟลู กมั . (2540). ธรรมดาทไ่ี มธ่ รรมดา ตำ� รบั นายโรเบริ ต์ ฟลู กมั . (สมพร วรรธนะสาร วารนั นาโด, ผแู้ ปล) (พิมพค์ รงั้ ท่ี 3). กรุงเทพฯ: เรือนแกว้ การพิมพ.์ มสธวนิดา ขาวมงคล เอกแสงศรี. (2546). หลักการสอนทกั ษะชีวติ . กรุงเทพฯ: บรษิ ัทด่านสทุ ธาการพิมพจ์ ำ� กดั . วัฒนา ปุญญฤทธิ.์ (2556). ทกั ษะทางสงั คมของเด็กปฐมวัย. กรุงเทพฯ: มกิ เซียมบุคส์ บริษัทมิวเซียม ครีเอชน่ั จำ� กดั . ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2553). สมรรถนะของเด็กปฐมวัยในการพัฒนาตามวัย 3-5 ปี: แนะแนว มสธ มสธสำ� หรบั พ่อแม่ ผปู้ กครอง (พิมพ์ครง้ั ที่ 2). กรงุ เทพฯ: บรษิ ัทแปลน ฟอร์ คิดส์ จ�ำกัด. Essa, E.L. (2003). Introduction to Early Childhood Education (4th ed.). Canada: Delmar Learning. Fields, M.V. & C. Buesser. (2002). Constructive Guidance and Discipline: Preschool and มสธ มมสสธธ มสธPrimary Education (3rd ed.). New Jersey: Pearson Education, Inc.


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook