Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

Published by elibraryraja33, 2021-07-30 02:22:25

Description: 64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

Search

Read the Text Version

๖๕๘ คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๖ เรื่อง คําสรรพนาม หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๖ เร่ือง ศึกษาชนิดคาํ ไทย เวลา ๑ ชั่วโมง กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชีว้ ัด สาระที่ ๔ หลกั การใชภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัติของชาติ ตัวช้ีวัด ป ๓/๒ ระบุชนดิ และหนาทีข่ องคาํ ในประโยค ป. ๓/๔ แตง ประโยคงา ย ๆ ๒. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด คําสรรพนาม เปนคําทใ่ี ชแ ทนคํานาม ทผ่ี ูพดู หรือผูเขียนไดก ลา วแลว หรอื เปน ทเี่ ขา ใจกันระหวางผูพูด ผูฟง และผูท ีก่ ลา วถงึ เพือ่ ไมตองใชค ํานามนนั้ ซ้าํ อกี ๓. จดุ ประสงคการเรยี นรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) ๑) อธบิ ายความหมายของคาํ สรรพนามได ๒) บอกหนา ท่ีของคําสรรพนามได ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (P) - เขยี นคําสรรพนามได ๓.๓ ดานคณุ ลักษณะ เจตคติ คา นยิ ม (A) - มีมารยาทในการฟง การพูด การอา น และการเขยี น ๔. สาระการเรียนรู - คําสรรพนาม ๕. สมรรถนะสําคัญของผูเรยี น ๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ๖.๑ ใฝเ รยี นรู ๖.๒ มงุ มั่นในการทํางาน ๗. กิจกรรมการเรียนรู

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๖ เร่อื ง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ การจดั กิจกรรมการเรียนร แผนการจัดการเรียนรูท รายวชิ า ภาษาไทย หนวยการเรียนรูที่ ๖ เ ลําดับ ขอบเขตเนอื้ หา/ ขั้นตอน เวลา แ ท่ี จดุ ประสงค การจดั ทีใ่ ช กจิ กรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู ๑. ขอบเขตเนื้อหา ข้ันนาํ ๕ นาที ๑. ครทู กั ทายนักเรียน และอานข การอา น เขยี นคํา ส้นั ๆ ใหนักเรยี นฟงและสงั เกตค สรรพนาม คําถาม ดังน้ี ครู : สวัสดคี รบั อนชุ า ชอ่ื อนุชาน ชอื่ เลน ชือ่ กันต กนั ตอ ายุ ๒๗ ปค กันตช อบเรยี นวชิ าภาษาไทย ครู : ครจู ะแสดงขอความท่ีเพ่ิงพ สกั ครบู นกระดาน ครู : นกั เรยี นคิดวาคาํ ที่ครูขดี เส สามารถใชค าํ ใดมาแทนไดบ าง เพราะเหตุใด ๒. จุดประสงค ขน้ั สอน ๒๐ นาที ๑. ครูอธบิ ายเพิ่มเติม เรื่อง คําส การเรยี นรู และใหน ักเรยี นจบั คอู านใบความ ๑. อธิบาย เรอ่ื ง คาํ สรรพนาม ความหมายของคํา ๒. ขณะนกั เรยี นอา นใบความรู ค สรรพนามได และทบทวนเร่ืองมารยาทการอา ๒. บอกหนา ท่ีของ ครู : เวลานกั เรยี นอา นในใจ มีห คาํ สรรพนามได การอา นและมารยาทในการอาน

๖๕๙ รู ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ส่ือการเรยี นรู การประเมิน ท่ี ๖ เรื่อง คําสรรพนาม การเรยี นรู เร่อื ง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย จาํ นวน ๑ ชั่วโมง แนวการจดั การเรียนรู ๑. สอ่ื ๑. การสังเกต PowerPoint พฤติกรรม กิจกรรมนักเรียน ขอ ความสนั้ ๆ นกั เรียน ขอ ความ ๑. นกั เรียนฟง ขอความ และสังเกตคาํ ๒. การถาม คํา โดยตง้ั แลวตอบคาํ ถามครู มีแนวคําตอบ ดังนี้ ตอบ นะครับ ครบั พูดเมื่อ น ใต นกั เรียน : ตอบตามประสบการณเดิม ๒. สื่อ ๓. การสงั เกต (แนวคาํ ตอบ:คําวา“ผม”หรือ “กระผม” PowerPoint พฤติกรรม สรรพนาม เพราะจะไดไ มตองพูดคาํ นามน้ันซ้ําอกี ) เรอ่ื ง คาํ ๔. การถาม มรทู ี่ ๖ ๑. นักเรยี นจบั คูอา นใบความรทู ่ี ๖ เร่ือง สรรพนาม ตอบ ครซู ักถาม คาํ สรรพนาม ๓. ใบความรู านในใจ ที่ ๖ เร่อื งคาํ หลกั ใน ๒. นักเรยี น : ตอบจากประสบการณเ ดิม สรรพนาม นอะไรบาง (แนวคาํ ตอบ : หลักการอา นในใจ ไดแก นง่ั ตวั ตรงตามสบาย ไมเ กร็งตัว จบั หนงั สอื หรอื ใบความรใู นทาท่ี

๖๖๐ ลําดับ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ข้นั ตอน เวลา แ ท่ี จุดประสงค การจดั ทใ่ี ช กิจกรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู ๓. ๓. เขยี นคํา ขั้นปฏิบัติ ๒๐ นาที ๑. ครชู ี้แจงการทาํ กิจกรรมการอ สรรพนามได ขั้นสรุป ๕ นาที ๑) นักเรยี นแตละคนอา นเรอ่ื ๔. มมี ารยาทใน การฟง การพูด จอมเกเร การอา น และ ๒) ขีดเสนใตค าํ สรรพนามท่ีพ การเขยี น ๒. ครูชีแ้ จงการทาํ ใบงานที่ ๖ เร ๔. คําสรรพนาม หลังจากนัน้ ครูช้ีแจ และชว ยเหลอื นกั เรียนเปน รายบ ระหวางปฏบิ ตั ิ ๓. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั เฉลยก คําสรรพนามจากเร่ืองสุนัขจอมเ ใบงานที่ ๖ ๑. ครแู ละนักเรยี นรวมกันสรุปค คาํ สรรพนามในหวั ขอ ตอไปน้ี ครู : ความหมายของคําสรรพนา ครู :ชนดิ ของคาํ สรรพนาม

คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจัดการเรียนรู สื่อการเรียนรู การประเมิน ๔. บทอา น การเรยี นรู กิจกรรมนักเรียน เรื่องสนุ ัข ๕. การสังเกต จอมเกเร พฤติกรรม พรอมอา น ไมทําปากขมบุ ขมิบ ไมใช ๕. ใบงานที่ ๖ ๖. การถาม นว้ิ ชตี้ ามตัวหนงั สือ) เร่ืองเขยี นคาํ ตอบ อา น ดังน้ี ๑. นกั เรยี นทํากิจกรรมอา นเร่ืองสุนขั สรรพนาม อง สนุ ัข จอมเกเรและขีดเสนใตคาํ สรรพนาม ที่พบในเรื่อง พบในเร่ือง รื่องเขยี น ๒. นักเรยี นทาํ ใบงานที่ ๖ เรอื่ งเขียนคาํ จงเพิ่มเตมิ สรรพนาม บคุ คล การขีด ๓. นกั เรยี นรว มเฉลยการขีดคําสรรพนาม เกเร และ จากเรอ่ื งสุนัขจอมเกเร และใบงานท่ี ๖ ความรูเรอื่ ง ๑. นักเรียนรวมกนั สรปุ ความรเู ร่อื ง ๑. PowerPoint ๗. การพูด คาํ สรรพนามในหวั ขอตอไปนี้ เรอื่ งคํา สรุปความรู าม นกั เรยี น :(แนวคําตอบ:คําสรรพนาคือคาํ สรรพนาม ท่ใี ชแ ทนคํานามท้ังท่เี ปนผูพ ูด ผฟู ง และ ผทู กี่ ลา วถึง เพื่อไมต องใชคาํ นามนนั้ ซ้าํ ) นักเรียน : (แนวคาํ ตอบ : ชนดิ คํา สรรพนาม ๑. ใชแ ทนผูพ ูด ๒. ใชแทน ผูฟง ๓. ใชแทนผทู ีถ่ กู กลาวถึง)

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๖ เรื่อง ศึกษาชนิดคาํ ไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ลาํ ดับ ขอบเขตเนอื้ หา/ ขัน้ ตอน เวลา แ ท่ี จดุ ประสงค การจัด ทใี่ ช กิจกรรมครู การเรยี นรู การเรยี นรู ครู :หนา ทขี่ องคําสรรพนาม

๖๖๑ แนวการจดั การเรียนรู สื่อการเรียนรู การประเมนิ กจิ กรรมนกั เรยี น การเรยี นรู นกั เรียน : (แนวคําตอบ : หนา ท่ีของคํา สรรพนาม เปน ประธานของประโยคและ เปน กรรมของประโยค)

๖๖๒ คูม อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. สือ่ การเรียนรู/แหลงเรยี นรู ๑) ใบความรทู ี่ ๖ เรื่อง คําสรรพนาม ๒) ส่อื PowerPoint เรอื่ ง คาํ สรรพนาม ๓) บทอาน เรื่อง สุนัขจอมเกเร ๔) ใบงานท่ี ๖ เร่อื ง เขยี นคาํ สรรพนาม ๙. การประเมินผลรวบยอด ช้นิ งานหรือภาระงาน - ใบงานท่ี ๖ เร่อื ง เขียนคาํ สรรพนาม ประเดน็ การวัดและ วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑการประเมิน ประเมินผล ๑. การถามตอบ - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา นเกณฑ ๒. การสงั เกตพฤติกรรม การประเมิน ความรู - การทาํ ใบงานท่ี ๖ - แบบประเมนิ ใบงานท่ี รอ ยละ ๖๐ ๑. อธิบายความหมายของคาํ เร่ืองเขยี นคําสรรพนาม ๖ เรือ่ งเขียนคําสรรพ ผานเกณฑ สรรพนาม นาม การประเมนิ ๒. บอกหนาท่ีของคําสรรพนาม - การสังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม รอ ยละ ๖๐ ทกั ษะและกระบวณการ - เขยี นคาํ สรรพนาม - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผานเกณฑ ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมนิ การประเมิน ดานคุณลกั ษณะ เจตคติ ความสามารถใน ความสามารถใน รอยละ ๖๐ คานิยม การส่อื สาร การสอ่ื สาร เกณฑการประเมิน - มีมารยาทในการฟง การพูด ๒. การประเมนิ ๒. แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ ผาน การอา น และการเขียน ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการคิด เกณฑการประเมิน ระดับคุณภาพ ผา น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค ๑. ใฝเรียนรู ๒. มงุ มั่นในการทาํ งาน สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๖ เรือ่ ง ศึกษาชนิดคาํ ไทย ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ ๖๖๓ ๙.๑ เกณฑการประเมนิ ผลชิ้นงานหรอื ภาระงาน ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ การประเมิน ๑. อธบิ าย ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) ความหมายของ อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย คําสรรพนาม ของคําสรรพนามได อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย ของคาํ สรรพนาม ๒. บอกหนาท่ีของ ถูกตอง ของคาํ สรรพนามได ของคาํ สรรพนามได ไมไ ด คําสรรพนาม บอกหนาท่ขี องคาํ ถูกตองเปนสวนมาก ถกู ตองเปน สวนนอย บอกหนาท่ขี องคาํ สรรพนามไดถูกตอง สรรพนามไมได ๓. เขียนคํา บอกหนา ที่ของคํา บอกหนา ทีข่ องคํา สรรพนาม เขยี นคาํ สรรพนามได สรรพนามไดถูกตอง สรรพนามไดถกู ตอง เขียนคาํ สรรพนามได ๔. มารยาทใน ถกู ตอง ๙-๑๐ ขอ เปน สวนมาก เปนสวนนอ ย ถูกตองนอยกวา ๔ ขอ การฟง การพดู - ต้งั ใจฟง มสี มาธิ - ไมต ัง้ ใจฟง ไมมี การอาน และ - สบตาผูฟงขณะพูด เขยี นคําสรรพนามได เขียนคาํ สรรพนามได สมาธิ การเขียน พูดตรงทุกประเดน็ ถกู ตอง ๗-๘ ขอ ถูกตอง ๕-๖ ขอ - ไมส บตาผูฟง ขณะ - อา นถูกตอง และ พดู คลอ งแคลว ควบกล้าํ - ต้งั ใจฟง มีสมาธิ - ตัง้ ใจฟง บางเวลา พูดไมตรงประเด็น ชดั เจน - สบตาผฟู งขณะพูด - สบตาผฟู งขณะพูด - อานไดบ า งควบกลาํ้ - เขยี นดวยลายมอื พดู ตรงทุกประเดน็ พดู ตรงบางประเดน็ ไมช ัดเจน สวยงามสมํา่ เสมอ - อานไดถูกตอง - อา นถูกตองนอย - เขียนดวยลายมอื สะอาด ควบกลํ้าชัดเจน ควบกลํา้ ไมช ัดเจน คอนขางสวยงาม - เขยี นดว ยลายมอื - เขียนดว ยลายมือ ไมส ะอาด สวยงาม สะอาด คอ นขางสวยงาม ไมส ะอาด เกณฑก ารตัดสนิ ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถึง ดมี าก คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๑-๔ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง คะแนน เกณฑการผาน ตง้ั แตร ะดับ พอใช ขึ้นไป

๖๖๔ คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บนั ทกึ ผลหลังสอน ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กัดการใชแ ผนการจัดการเรยี นรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ......................................................ผสู อน (..........................................................) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะของผบู ริหารหรือผูท่ไี ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรียนรูท ี่ ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนิดคาํ ไทย ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๓ ๖๖๕ ใบความรูท่ี ๓ เร่ือง คํานาม หนวยการเรียนรทู ี่ ๖ เรอื่ ง ศกึ ษาชนิดคําไทย แผนการจัดการเรียนรูที่ ๕ เร่อื ง คาํ นาม รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ คําสรรพนาม คําสรรพนาม คือ คาํ ท่ีใชแทนคํานามทัง้ ทเ่ี ปนผูพดู ผูฟ ง และผทู ี่กลา วถึง เพอ่ื ไมตองใชค าํ นามนน้ั ซาํ้ อีก ๑. คําสรรพนามใชแทนผูพูด เชน เรา ฉัน ดิฉัน หนู ผม กระผม ขาพเจา อาตมา ๒. คําสรรพนามใชแ ทนผูฟง เชน คุณ เธอ ทาน โยม ๓. คําสรรพนามใชแ ทนผทู ่ถี ูกกลา วถึง เชน เขา มัน ทาน พระองค หนาทข่ี องคาํ สรรพนาม คาํ สรรพนามทําหนาท่ีในประโยคเหมือนกบั คาํ นาม คือ ๑. ทําหนาทเ่ี ปนประธานของประโยค ตวั อยางเชน ฉนั เลีย้ งปลากดั หนไู ปตลาดกบั แมนะคะ มนั ชอบเฝาบา น ๒. ทาํ หนาทเี่ ปนกรรมของประโยค เชน ดนิ สอของฉันหายใครเอามันไป พวกเรานิยมยกยองทา น ผมคดิ ถึงคณุ พอ รักผม

๖๖๖ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) บทอาน เรอื่ ง สนุ ัขจอมเกเร หนว ยการเรียนรูที่ ๖ เร่ือง ศกึ ษาชนดิ คาํ ไทย แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๖ เร่ือง คําสรรพนาม รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ เรอื่ ง สนุ ัขจอมเกเร สุนัขจอมเกเรตัวหนึ่งชอบวิ่งไปกัดชาวบานเวลาเขาเผลอ เจาของ จึงนํากระพรวนมาแขวนคอมันไว เพ่ือใหคนไดยินเวลามันว่ิงเขาไปใกล แตเจาสุนัขคิดวาเขาใหมันเปนของขวัญ มันจึงว่ิงทําเสียงกรุงกริ๊งอวดไป ทั่วตลาด สุนัขชราตัวหนึ่งเห็นมันว่ิงเชนน้ันจึงถามมันวา \"ทําไมเจาถึงว่ิง สั่นกระพรวนไปทั่วเชนนี้ละ\" มันตอบกลับไปวา \"เพ่ือใหทุกคนไดยินเสียง อันไพเราะของมันยังไงละ \" สุนขั ชราหวั เราะในความโงของมนั \"เจาเขา ใจผดิ แลว ละเจาหมานอย ไมมีใครช่ืนชมเจาหรอก คนท่ีไดยินเสียงกระพรวนของเจามีแตจะว่ิงหนี กันทงั้ น้นั เพราะเขากลวั วาเจา จะไปทาํ รา ยเขาตางหาก\" นิทานเรื่องนสี้ อนใหรูวา “คนโงม ักภูมใิ จกบั ช่อื เสยี งในทางทไ่ี มด ขี องตนเอง” ชวนคิด : ใหนักเรียนหาคําสรรพนามที่ใชแทนคํานามในเร่ืองสุนัขจอม เกเร

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๖ เร่ือง ศึกษาชนดิ คําไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๖๖๗ ใบงานท่ี ๖ เรอ่ื ง เขียนคําสรรพนาม หนวยการเรียนรูท ่ี ๖ เรอื่ ง ศกึ ษาชนดิ คําไทย แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๖ เร่ือง คาํ สรรพนาม รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ คําชี้แจง ใหนักเรยี นเขยี นคาํ สรรพนามในประโยคตอไปน้ี ๑. ฉนั คดิ ถึงคณุ มาก ...................................................................................................................... ๒. ผมเลี้ยงแมวไวตวั หน่ึง มนั ฉลาดแสนรมู าก ...................................................................................................................... ๓. ทุกวันนเี้ ธอรไู หมวาเขานยิ มใชโทรศพั ทมือถือกนั ...................................................................................................................... ๔. โยมพรุงน้อี าตมาจะรวมงานบญุ ท่วี ัดพระธาตุดอยสุเทพ ...................................................................................................................... ๕. เจา แตมมันชอบเฝาบา น ...................................................................................................................... ๖. พวกเขาชว ยเหลือผอู นื่ ที่กําลังไดร ับความเดือดรอน ...................................................................................................................... ๗. ผมขออนุญาตครไู ปพักผอ นตางจงั หวดั กับครอบครัว ...................................................................................................................... ๘. วนั หยุดนเ้ี ธอจะมาทาํ รายงานทบี่ า นของฉนั ไหม ...................................................................................................................... ๙. ดฉิ ันจะกลับบา นแลว ทา นตองการอะไรอีกหรือไม ...................................................................................................................... ๑๐. ทุกครงั้ ทม่ี โี อกาสทาํ ดี ขอใหพ วกคณุ จงทําความดเี พอื่ ตนเองและผูอ ่ืน ...................................................................................................................... ช่ือ ......................................... สกุล................................. ชั้น ................... เลขท่ี ............

๖๖๘ คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) เฉลยใบงานท่ี ๖ เร่ือง เขยี นคําสรรพนาม หนวยการเรียนรูท่ี ๖ เรอื่ ง ศกึ ษาชนดิ คําไทย แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๖ เร่ือง คําสรรพนาม รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ คาํ ชีแ้ จง ใหน กั เรยี นเขียนคําสรรพนามในประโยคตอ ไปนี้ ๑. ฉนั คดิ ถึงคณุ มาก คําตอบ ฉัน, คณุ ๒. ผมเลยี้ งแมวไวต วั หน่ึง มนั ฉลาดแสนรมู าก คาํ ตอบ ผม, มัน ๓. ทุกวันนเี้ ธอรไู หมวาเขานิยมใชโทรศพั ทม ือถอื กนั คาํ ตอบ เธอ, เขา ๔. โยมพรุง นอ้ี าตมาจะรว มงานบุญทีว่ ดั พระธาตุดอยสุเทพ คาํ ตอบ โยม, อาตมา ๕. เจา แตมมนั ชอบเฝา บา น คําตอบ มนั ๖. พวกเขาชวยเหลอื ผอู ่ืนทก่ี ําลงั ไดร บั ความเดอื ดรอน คําตอบ พวกเขา ๗. ผมขออนุญาตครไู ปพักผอ นตางจังหวดั กับครอบครวั คําตอบ ผม ๘. วันหยดุ นี้เธอจะมาทาํ รายงานทบี่ านของฉันไหม คําตอบ เธอ, ฉัน ๙. ดฉิ ันจะกลบั บา นแลว ทา นตอ งการอะไรอกี หรือไม คําตอบ ดิฉัน, ทาน ๑๐. ทกุ คร้งั ทมี่ โี อกาสทาํ ดี ขอใหพ วกคุณจงทาํ ความดเี พื่อตนเองและผอู ื่น คําตอบ พวกคณุ

หนวยการเรยี นรูท่ี ๖ เร่ือง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๖๖๙ ๙.๒ แบบประเมนิ การทําใบงานท่ี ๕ เรอื่ งเขยี นตามคําบอก (คาํ สรรพนาม) ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ การประเมิน ๑. ความถูกตอ ง ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) ของเนื้อหา เขยี นคาํ สรรพนามได เขียนคาํ สรรพนามได ๒. ลายมอื ถูกตอง ๙-๑๐ ขอ เขยี นคําสรรพนามได เขียนคาํ สรรพนามได ถกู ตองนอยกวา ๔ ขอ ตวั บรรจง - ลายมอื สวยงาม ถกู ตอง ๗-๘ ขอ ถูกตอง ๕-๖ ขอ - ลายมอื ไมส วยงาม สมํ่าเสมอ - ตวั หนังสือไมม ีหัว ๓. ความสะอาด - ตวั หนังสอื มหี ัว - ลายมือสวยงามแตไม - ลายมอื ไมสมํ่าเสมอ อานยาก ๔. มารยาทใน อา นงาย สมํา่ เสมอ - ตัวหนงั สือมหี ัวแตไม - ไมเ วน ระยะหา ง การฟง การพดู - เวน ระยะหาง - ตัวหนงั สือมหี ัว สม่าํ เสมอ อานยาก การอา น และ สวยงาม สม่าํ เสมออา นงา ย - เวนระยะหา งไม มีรอยลบคาํ ผิด การเขียน สะอาดเรียบรอย - เวนระยะหางไม เทา กนั มากกวา ๖ จดุ ไมม รี อยลบคําผิด สม่ําเสมอ - ไมตงั้ ใจฟง ไมมีสมาธิ - ตงั้ ใจฟง มสี มาธิ - ไมสบตาผูฟ งขณะพูด - สบตาผูฟงขณะพูด มรี อยลบคาํ ผดิ มีรอยลบคําผดิ พดู ไมตรงประเดน็ พูดตรงทุกประเด็น ๑-๒ จุด ๓-๔ จุด - อา นไดบา งควบกลา้ํ - อา นถกู ตอง และ ไมช ดั เจน คลองแคลว ควบกล้าํ - ตัง้ ใจฟง มีสมาธิ - ต้งั ใจฟง บางเวลา - เขียนดว ยลายมอื ชัดเจน - สบตาผฟู ง ขณะพูด - สบตาผูฟ ง ขณะพูด คอ นขางสวยงาม - เขยี นดว ยลายมือ พดู ตรงทุกประเดน็ พดู ตรงบางประเดน็ ไมสะอาด สวยงามสม่าํ เสมอ - อา นไดถ ูกตอง - อานถูกตองนอย สะอาด ควบกลํา้ ชดั เจน ควบกล้ําไมชัดเจน - เขยี นดว ยลายมอื - เขยี นดวยลายมือ สวยงาม สะอาด คอนขางสวยงาม ไมสะอาด เกณฑก ารตดั สิน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๑-๔ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ คะแนน เกณฑการผา น ต้งั แตร ะดับ พอใช ขนึ้ ไป

๖๗๐ คูม อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๗ เรื่อง คํากรยิ า หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนิดคาํ ไทย เวลา ๑ ชั่วโมง กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้วี ดั สาระท่ี ๔ หลักการใชภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบัตขิ องชาติ ตวั ชี้วดั ป. ๓/๒ ระบชุ นิดและหนาท่ีของคาํ ในประโยค ป. ๓/๔ แตง ประโยคงาย ๆ ๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด คํากริยา คือ คําท่ีแสดง หรือบอกอาการกระทํา หรือบอกสภาพอยางใดอยางหนึ่งของ คน สัตว สงิ่ ของ ๓. จุดประสงคก ารเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) ๑) อธิบายความหมายของคํากรยิ าได ๒) บอกหนาทขี่ องคํากรยิ าได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - เขยี นคาํ กรยิ าได ๓.๓ ดานคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา นยิ ม (A) - มมี ารยาทในการฟง การพูด การอาน และการเขียน ๔. สาระการเรียนรู - คํากริยา ๕. สมรรถนะสาํ คัญของผูเรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเรยี นรู ๖.๒ มุงมัน่ ในการทํางาน ๗. กิจกรรมการเรียนรู

หนวยการเรียนรูที่ ๖ เรื่อง ศึกษาชนิดคําไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ การจัดกจิ กรรมการเรยี นร แผนการจัดการเรยี น รายวิชา ภาษาไทย หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๖ เ ลําดับ ขอบเขตเนื้อหา/ ขนั้ ตอน เวลา แ ที่ จดุ ประสงค การจดั ทีใ่ ช กิจกรรมครู การเรียนรู การเรียนรู ๑ ขอบเขตเนอ้ื หา ขนั้ นํา ๑๐ นาที ๑. ครกู ระตนุ นักเรียนโดยใชวิธีก การอา น เขียน กิจกรรม “ไซมอนสง่ั ” โดยมีวธิ ีก คาํ กรยิ า กิจกรรม ดังนี้ ครู : ใหนกั เรียนทําทาทาง อยาง ดงั นี้ - หัวเราะ หมนุ ตวั ชูมอื - รอ งเพลง รองไห กระโดด - กินขา ว ด่ืมนา้ํ ลางจาน ครู : นกั เรยี นคนใดทาํ ทา ทางโดย คาํ วา “ไซมอ นส่ัง” เปนฝา ยแพ ๒. จดุ ประสงค ข้ันสอน ๑๐ นาที ๑. ครูอธิบาย เร่อื งคํากรยิ าและใ การเรียนรู จับคูอา นใบความรทู ่ี ๗ เรอื่ ง คาํ ๑. อธบิ าย ๒. ขณะนกั เรยี นอานใบความรู ค ความหมายของ และทบทวนเร่ืองมารยาทการอา คาํ กริยาได ครู : เวลานักเรียนอา นในใจ มีห ๒. บอกหนา ทข่ี อง การอา นและมารยาทในการอาน คํากรยิ าได

๖๗๑ รู ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๓ สอ่ื การเรยี นรู การประเมิน นรูท ่ี ๗ เรื่อง คาํ กรยิ า การเรยี นรู เรอ่ื ง ศึกษาชนิดคาํ ไทย จาํ นวน ๑ ชั่วโมง แนวการจัดการเรยี นรู ๑. การสังเกต พฤติกรรม กจิ กรรมนกั เรียน นกั เรียน การทํา ๑. นกั เรยี นทุกคนทํากจิ กรรม “ไซมอน ๒. การถาม การทํา ส่งั ” โดยทําทาทางตามคาํ ส่งั ตอบ งตอ เน่ือง ด ยท่ยี งั ไมมี ใหน ักเรยี น ๑. นกั เรียนศึกษาใบความรูที่ ๗ เร่อื ง ๑. PowerPoint ๑. การสงั เกต ากรยิ า คาํ กรยิ า เรอ่ื งคํากริยา พฤติกรรม ครซู กั ถาม ๒. ใบความรู ๒. การถาม านในใจ ท่ี ๗ เรอื่ ง ตอบ หลักใน นกั เรยี น : ตอบจากประสบการณเ ดิม คํากรยิ า นอะไรบา ง (แนวคาํ ตอบ : หลักการอา นในใจ ไดแก นัง่ ตัวตรงตามสบาย ไมเกรง็ ตัว จับหนงั สอื หรือใบความรูในทาท่ี

๖๗๒ ลาํ ดบั ขอบเขตเน้ือหา/ ขัน้ ตอน เวลา แ ที่ จุดประสงค การจดั ท่ีใช กิจกรรมครู การเรยี นรู การเรยี นรู ๓. ๓. เขียนคํากรยิ าได ข้นั ปฏิบัติ ๒๐ นาที ๑. ครูชแี้ จงการทาํ กจิ กรรมการอ ๔. มมี ารยาทใน ๑) นกั เรียนแตละคนอานเรือ่ การฟง การพูด กบั ลูกแกะ การอา น และ ๒) ขีดเสนใตค าํ กรยิ าที่พบใน การเขียน ๒. ครชู ี้แจงการทําใบงานท่ี ๗ เร คํากรยิ า หลังจากนัน้ ครูชแ้ี จงเพ ชวยเหลอื นกั เรยี นเปนรายบคุ คล ปฏิบตั ิ ๓. ครูและนักเรียนรวมกนั เฉลยก คํากริยาจากเร่ือง หมาปา กบั ลูกแ และใบงานที่ ๗ ๔. ขัน้ สรปุ ๑๐ นาที ๑. ครูและนักเรียนรว มกันสรุปค คํากรยิ าในหัวขอตอไปนี้ ครู : ความหมายของคาํ กรยิ า ครู :หนาทข่ี องคาํ กรยิ า

คูมือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจัดการเรยี นรู สื่อการเรยี นรู การประเมิน การเรียนรู กจิ กรรมนกั เรยี น ๓. บทอาน ๑. การสังเกต พรอมอา น ไมทาํ ปากขมุบขมิบ ไมใช เรื่องหมาปา กบั พฤติกรรม นิว้ ช้ีตามตัวหนังสือ) ลกู แกะ ๒. การถาม อา น ดงั น้ี ๑. นกั เรยี นทํากิจกรรม อา นเร่ือง ๔. ใบงานท่ี ๗ ตอบ อง หมาปา หมาปา กับลกู แกะ แลว ขีดเสน ใต เรื่องเขยี น คาํ กรยิ าที่พบในเรื่อง คาํ กรยิ า นเร่ือง ร่ืองเขยี น ๒.นักเรยี นเขียนทาํ ใบงานท่ี ๗ เรื่อง พ่ิมเตมิ และ เขยี นคํากรยิ า ลระหวา ง การขีด ๓. นกั เรยี นรวมกันเฉลยการขีดคาํ กรยิ า ๑. PowerPoint ๑. การสังเกต แกะ จากเรือ่ ง หมาปา กับลูกแกะ และใบงาน เรือ่ งคํากรยิ า พฤติกรรม ความรูเ รอ่ื ง ท่ี ๗ นักเรียน ๑. นักเรยี นรวมกันสรปุ ความรเู รื่อง คาํ กรยิ าในหวั ขอตอไปนี้ นักเรยี น : (แนวคาํ ตอบ: คาํ กรยิ า คอื คาํ ทบ่ี อกอาการกระทาํ หรือบอกสภาพ อยางใดอยางหนึ่งของ คน สัตว ส่งิ ของ) นกั เรียน :(แนวคําตอบ:หนา ที่ของ คํากรยิ าเปนประธานของประโยคและ เปน กรรมของประโยค)

หนวยการเรียนรูท่ี ๖ เรือ่ ง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ลาํ ดับ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ข้นั ตอน เวลา แ ที่ จุดประสงค การจดั ที่ใช กิจกรรมครู การเรียนรู การเรียนรู ๒. ครูกลา วชน่ื ชมการปฏบิ ัติตวั ใ เรียนของนักเรียน ๓. ครูมอบหมายงานในช่วั โมงหน ใหนักเรยี นนําใบงานที่ ๕ เรื่องก คํานาม เพื่อใหนักเรยี นนํามาเลน

๖๗๓ แนวการจัดการเรียนรู สื่อการเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนักเรยี น การเรยี นรู ในขณะ ๒. นกั เรียนกลา วคําขอบคุณครู นา ๓. นักเรยี นจดบนั ทึกนําใบงานที่ ๕ เรื่อง การเขียน การเขยี นคํานาม เพื่อนํามาเลนเกมบงิ โก นเกมบงิ โก

๖๗๔ คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. สื่อการเรียนรู/แหลง เรยี นรู ๑) ใบความรทู ี่ ๗ เรอื่ ง คํากริยา ๒) สื่อ PowerPoint เรอื่ ง คํากริยา ๓) บทอา น เรื่อง หมาปา กบั ลูกแกะ ๔) ใบงานท่ี ๗ เรือ่ ง เขียนคํากริยา ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชนิ้ งานหรือภาระงาน - ใบงานที่ ๗ เรอ่ื ง เขยี นคาํ กริยา ประเด็นการวดั และ วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑก ารประเมิน ประเมินผล ๑. การถามตอบ - แบบสังเกตพฤติกรรม ผานเกณฑ ๒. การสังเกตพฤติกรรม - แบบประเมนิ ใบงาน การประเมนิ ความรู - การทําใบงานที่ ๗ ที่ ๗ เร่ืองเขยี นคํากรยิ า รอ ยละ ๖๐ ๑. อธบิ ายความหมายของ เรอ่ื งเขียนคาํ กริยา - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผา นเกณฑ คาํ กรยิ า - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การประเมนิ ๒. บอกหนาท่ีของคํากรยิ า - การสังเกตพฤตกิ รรม ๑. แบบประเมนิ รอยละ ๖๐ ทกั ษะและกระบวนการ ความสามารถใน - เขยี นคาํ กริยา - การสังเกตพฤติกรรม การส่ือสาร ผานเกณฑ ๑. การประเมนิ ๒. แบบประเมนิ การประเมิน ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ ความสามารถใน ความสามารถในการคดิ รอ ยละ ๖๐ คานยิ ม การส่อื สาร เกณฑการประเมนิ - มีมารยาทในการฟง การพูด ๒. การประเมนิ ระดบั คุณภาพ ผาน การอา น และการเขยี น ความสามารถในการคิด เกณฑการประเมนิ ระดบั คุณภาพ ผาน คุณลกั ษณะอันพึงประสงค ๑. ใฝเรยี นรู ๒. มุง ม่ันในการทาํ งาน สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ๑. ความสามารถใน การสอื่ สาร ๒. ความสามารถในการคดิ

หนวยการเรียนรูท่ี ๖ เร่อื ง ศึกษาชนดิ คําไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๖๗๕ ๙.๑ เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงานหรอื ภาระงาน ประเดน็ ระดับคณุ ภาพ การประเมิน ๑. อธิบาย ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ความหมายของ คาํ กริยา อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย ๒. บอกหนา ทข่ี อง ของคาํ กรยิ าไดถูกตอง ของคําคํากรยิ าได ของคาํ กรยิ าไดถ ูกตอง ของคาํ กริยาไมได คาํ กริยา ถกู ตองเปนสว นมาก เปนสวนนอ ย ๓. เขียนคํากริยา บอกหนาท่ีของ บอกหนาที่ของ บอกหนาท่ีของ บอกหนาท่ขี อง ๔. มารยาทใน คาํ กรยิ าไดถ ูกตอ ง คํากรยิ าไดถูกตอง คาํ กรยิ าไดถ ูกตอ ง คํากรยิ าไมไ ด การฟง การพูด เปน สว นมาก เปน สวนนอย การอา น และ การเขียน เขียนคาํ กริยาได เขยี นคาํ กรยิ าได เขยี นคํากริยาได เขยี นคํากรยิ าได ถกู ตอง ๙-๑๐ ขอ ถูกตอง ๗-๘ ขอ ถูกตอง ๕-๖ ขอ ถูกตองนอยกวา ๔ ขอ - ตั้งใจฟง มีสมาธิ - ตง้ั ใจฟง มีสมาธิ - ต้งั ใจฟง บางเวลา - ไมตงั้ ใจฟง ไมมี - สบตาผฟู ง ขณะพูด - สบตาผูฟงขณะพูด - สบตาผูฟ ง ขณะพูด สมาธิ พดู ตรงทุกประเดน็ พูดตรงทุกประเด็น พูดตรงบางประเด็น - ไมส บตาผูฟงขณะ - อานถกู ตอง และ - อา นไดถูกตอง - อานถูกตองนอย พดู คลอ งแคลว ควบกล้ํา ควบกลํ้าชัดเจน ควบกลา้ํ ไมช ดั เจน พดู ไมต รงประเดน็ ชัดเจน - เขียนดวยลายมอื - เขียนดวยลายมอื - อานไดบางควบกลํา้ - เขยี นดวยลายมือ สวยงาม สะอาด คอนขางสวยงาม ไมช ดั เจน สวยงามสม่าํ เสมอ ไมสะอาด - เขียนดว ยลายมอื สะอาด คอนขางสวยงาม ไมส ะอาด เกณฑก ารตัดสนิ ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๑-๔ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ คะแนน เกณฑการผาน ตงั้ แตร ะดับ พอใช ขึน้ ไป

๖๗๖ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บนั ทกึ ผลหลังสอน ผลการจดั การเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กดั การใชแ ผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ......................................................ผสู อน (..........................................................) วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบ รหิ ารหรือผูท่ีไดร ับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๖ เรื่อง ศึกษาชนิดคาํ ไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๖๗๗ ใบความรูท่ี ๔ เร่ือง คํากริยา หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๖ เรือ่ ง ศกึ ษาชนดิ คําไทย แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๗ เร่ือง คาํ กริยา รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ คาํ กรยิ า คาํ กริยา คือ คําที่บอกอาการกระทาํ หรือบอกสภาพอยางใดอยา งหนง่ึ ของ คน สตั ว ส่งิ ของ เชน วิ่ง ดีใจ วาย หัวเราะ ปลกู รับประทาน ดบั ตวั อยา งประโยค สนุ ัขวิ่งเร็ว ฉันดีใจมาก ขิงวา ยนา้ํ เกง พอหวั เราะเสียงดงั แมปลกู ผักสวนครวั คณุ ครรู บั ประทานอาหารกลางวนั แลว ไฟฟา ในโรงเรียนดบั หมดทกุ ดวงต้ังแตเ ชา หนาทข่ี องคาํ กริยา ๑. ทาํ หนาทเี่ ปน ประธานของประโยค - กินมากทําใหอว น ๒. ทําหนาท่ีเปนกรรมของประโยค - ฉนั ชอบเตน แอโรบิกตอนเชา

๖๗๘ คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) บทอาน เรอื่ ง หมาปากับลกู แกะ หนวยการเรียนรทู ่ี ๖ เร่อื ง ศกึ ษาชนดิ คําไทย แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๗ เร่อื ง คํากรยิ า รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เร่ือง หมาปากบั ลกู แกะ ขณะที่หมาปากําลังกินน้ําอยูที่ตนลําธารแหงหนึ่ง แลเห็นลูกแกะเดินเลน ทองน้ํามาแตไกล หมาปาต้ังใจวาจะจับลูกแกะกิน แตเม่ือจะกินคิดวาตองทําให ลูกแกะเห็นความชอบธรรมของตนเสียกอน เม่ือคิดดังน้ันแลวก็ตรงเขาไปตอวา ลูกแกะวา “เจาน้ีนิสัยไมดี ถือดีอยางไรจึงมากวนนํ้ากินของขาใหขุนเปนตมไป ดังนี้” ลูกแกะตกใจ รองตอบโตไปโดยซื่อวา “ทานจะวาขาพเจากวนนํ้ากิน ของทานใหขุนอยางไรถูก เพราะน้ําในลําธารน้ีไหลจากทานมายังขาพเจา หาได ไหลจากขา พเจาไปหาทานไม” หมาปาแกลงหาความตอไปวา “เอาเถิด ถึงเจาจะไมไดทํานํ้าใหขุนวันนี้ เมอ่ื ปก ลายน้ี เจา ก็ไดต อ วา ขาหนกั หนา” ลกู แกะตัวสน่ั รองตอบไปวา “พุธโธเอย เม่ือปกลายนี้ขาพเจายังไมไดเกิดมาเห็นเดือนเห็นตะวันเลย” หมาปาตอบวา “เอาเถอะนะ ถึงเจาไมไ ดตอ วา ขา พอ ของเจา กต็ อ วา ขา เจา มคี วามผดิ เหมือนกัน จะมามวั ตอลอตอเถียงกันไปทาํ ไม” วา แลว ก็ตะครุบลูกแกะกนิ เปน อาหาร นิทานเรื่องน้ีสอนใหรวู า ผทู ่ีมนี สิ ัยพาลยอ มหาเหตุที่จะพาลผูไมมคี วามผดิ ใหจ งได ชวนคิด : ใหนกั เรยี นหาคํากริยาในเรือ่ งหมาปากบั ลกู แกะ

หนวยการเรียนรูที่ ๖ เร่อื ง ศึกษาชนิดคาํ ไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๖๗๙ ใบงานท่ี ๗ เร่อื ง เขียนคํากรยิ า หนวยการเรยี นรูที่ ๖ เรื่อง ศึกษาชนิดคําไทย แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๗ เร่ือง คาํ กรยิ า รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ คาํ ช้แี จง ใหนักเรียนเลอื กคาํ กริยาตอ ไปนี้เติมลงในชอ งวา งใหถ ูกตอ ง รอ งไห หวั เราะ กวาด ทํา เปด ไหว นอน ว่งิ ปด กระโดด รอง ยิ้ม ๑. เมื่อคนื อา นหนังสอื จนดกึ ทําใหหนแู ดง ตื่นสาย ๒. คุณแม สลัดผักและไกท อด ๓. อ่ึงอางตวั ใหญ ลงในสระน้ํา ๔. ดาํ ไปเก็บวาวทต่ี ก ๕. เธอชวยคณุ แม ใบไมท กุ วัน ๖. ลกู จนั ทรยกมือ พระท่ีหนา วัด ๗. ยายแมน อยางมคี วามสุขเมือ่ ไดร บั ของขวญั ๘. คณุ ปา สงเสยี งดัง เม่ือฟง เร่อื งขาํ ขันจากวิทยุ ๙. ตุกตา เพลงเวลาอาบน้าํ ๑๐. พลอยใส สวติ ชพ ัดลมกอนออกจากบาน ช่อื ......................................... สกลุ ................................. ชั้น ................... เลขที่ ............

๖๘๐ คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) เฉลยใบงานท่ี ๗ เรือ่ ง เขียนคาํ กรยิ า หนวยการเรยี นรทู ่ี ๖ เรือ่ ง ศกึ ษาชนิดคําไทย แผนการจัดการเรียนรูที่ ๗ เร่ือง คํากรยิ า รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ คําชี้แจง ใหน กั เรยี นเลอื กคํากรยิ าตอ ไปนีเ้ ติมลงในชองวางใหถ กู ตอ ง รอ งไห หัวเราะ กวาด ทาํ เปด ไหว นอน วงิ่ ปด กระโดด รอ ง ยิ้ม แนวคําตอบ ๑. เม่อื คืนอา นหนงั สือจนดกึ ทําใหหนแู ดง นอน ตนื่ สาย ๒. คณุ แม ทํา สลดั ผักและไกทอด ๓. อ่งึ อา งตวั ใหญ กระโดด ลงในสระนาํ้ ๔. ดาํ วงิ่ ไปเก็บวา วทีต่ ก ๕. เธอชวยคุณแม กวาด ใบไมทกุ วัน ๖. ลกู จันทรย กมอื ไหว พระทีห่ นา วัด ๗. ยายแมน ยม้ิ อยางมคี วามสขุ เม่ือไดรับของขวญั ๘. คณุ ปา หัวเราะ สงเสียงดงั เมือ่ ฟงเร่ืองขําขนั จากวทิ ยุ ๙. ตกุ ตา รอง เพลงเวลาอาบน้าํ ๑๐. พลอยใส ปด สวิตชพ ัดลมกอนออกจากบาน

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๖ เร่อื ง ศึกษาชนิดคําไทย ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๖๘๑ ๙.๒ แบบประเมนิ การทําใบงานท่ี ๗ เร่ืองเขียนคาํ กริยา ประเด็น ระดบั คณุ ภาพ การประเมิน ๑. ความถกู ตอง ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเนื้อหา เขียนคาํ กริยาได ๒ .ลายมือ ถกู ตอง ๙-๑๐ ขอ เขยี นคาํ กรยิ าได เขยี นคํากริยาได เขียนคาํ กริยาได ตัวบรรจง ถูกตอง ๗-๘ ขอ ถกู ตอง ๕-๖ ขอ ถกู ตองนอยกวา ๔ ขอ - ลายมือสวยงาม ๓. ความสะอาด สม่ําเสมอ - ลายมอื สวยงาม - ลายมอื ไมส ม่ําเสมอ - ลายมือไมส วยงาม - ตัวหนังสือมหี ัว แตไ มสมํ่าเสมอ - ตวั หนังสือมหี ัวแตไ ม - ตวั หนังสอื ไมม ีหัว อา นงาย - ตัวหนังสอื มีหัว สมํา่ เสมอ อานยาก อานยาก - เวนระยะหา ง สมํ่าเสมออา นงาย - เวน ระยะหา งไม - ไมเวน ระยะหา ง สวยงาม - เวน ระยะหางไม เทากัน สะอาดเรยี บรอย สมํ่าเสมอ ไมม ีรอยลบคาํ ผดิ มรี อยลบคาํ ผิด มีรอยลบคาํ ผิด มรี อยลบคําผดิ ๑-๒ จดุ ๓-๔ จุด มากกวา ๖ จุด เกณฑก ารตดั สนิ หมายถึง ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผา น ตงั้ แตระดบั พอใช ขน้ึ ไป

๖๘๒ คูม อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๘ เรอ่ื ง สรางสรรคชนิ้ งาน (คํานาม คาํ สรรพนาม คาํ กรยิ า) หนวยการเรยี นรทู ี่ ๖ เร่อื ง ศึกษาชนิดคําไทย เวลา ๑ ชั่วโมง กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชีว้ ัด สาระที่ ๔ หลักการใชภาษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปล่ียนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ขิ องชาติ ตัวช้วี ดั ป ๓/๒ ระบชุ นิดและหนา ที่ของคาํ ในประโยค ๒. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ชนิดและหนา ท่ีของคําในภาษาไทย มี ๗ ชนิด ไดแ ก คํานาม คาํ สรรพนาม คํากรยิ า คาํ บุพบท คาํ วเิ ศษณ คําสนั ธาน คําอุทาน ผเู รยี นควรรจู ักสังเกต รคู วามหมาย หนาท่ี และประเภทของคาํ ในประโยค ดังนั้น ในการสื่อสารผูเรียนตองใชคําเรียบเรียงเปนประโยค การใชคําไดถูกตองจะเปนประโยชนใน การสรา งสรรคผ ลงานการเขียนและประยกุ ตใชใ นชีวิตรประจําวัน ๓. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ๓.๑ ดานความรู ความเขา ใจ (K) - อธบิ ายความหมายของคํานาม คําสรรพนาม คํากริยาได ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (P) - เขยี นคํา คาํ นาม คําสรรพนาม คํากรยิ าได ๓.๓ ดา นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา นยิ ม (A) - มมี ารยาทในการฟง การพูด การอาน และการเขียน ๔. สาระการเรยี นรู ๔.๑ คํานาม ๔.๒ คาํ สรรพนาม ๔.๓ คํากริยา ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเ รียน ๕.๑ ความสามารถในการสอื่ สาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเ รยี นรู ๖.๒ มุงม่นั ในการทาํ งาน ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๖ เร่อื ง ศึกษาชนิดคําไทย ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๘ เร่ือง สรางสรร รายวชิ า ภาษาไทย หนว ยการเรียนรทู ่ี ๖ เ ลาํ ดบั ขอบเขตเน้ือหา/ ขนั้ ตอน เวลา แน ที่ จดุ ประสงค การจัด ที่ใช กิจกรรมครู การเรียนรู การเรียนรู ๑ ขอบเขตเนือ้ หา ขัน้ นาํ ๗ นาที ๑. ครูใหนักเรียนนาํ ใบงานท่ี ๕ การอา น เขยี น การเขยี นคํานาม เพอ่ื ใหนักเรีย คาํ กรยิ า เกมบิงโก โดยมีวิธกี ารทํากิจกรร ครู : นกั เรียนนาํ ใบงานที่ ๕ มา ใหท กุ คนรว มเลนบิงโก ตามกติก ๑) วางฝาขวดลงบนคาํ นา ๒) คนใดวางฝาขวดในแนว แนวนอน หรือแนวเฉยี ง ครบ ๓ เปนฝายชนะ พรอ มรองคําวา “ ๒. จดุ ประสงค ขนั้ สอน ๑๐ นาที ๑. ครูอธิบายทบทวนเร่ืองคํานา การเรียนรู คําสรรพนาม และคํากริยา ๑. อธบิ าย และใหนกั เรียนจบั คอู านใบควา ความหมายของ เรือ่ ง คํานาม คําสรรพนาม และ คําสรรพนาม และ ๒.ขณะนักเรียนอา นใบความรู ค คาํ กรยิ าได และทบทวนเร่ืองมารยาทการอ ครู : เวลานักเรียนอานในใจ มีห การอา นและมารยาทในการอาน

๖๘๓ รู ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ คช้ินงาน (คํานาม คาํ สรรพนาม คาํ กริยา) เรือ่ ง ศึกษาชนดิ คําไทย จาํ นวน ๑ ชว่ั โมง นวการจัดการเรยี นรู สอื่ การเรยี นรู การประเมิน กิจกรรมนักเรยี น การเรยี นรู ๕ เรื่อง ๑. นกั เรียนทุกคนนําใบงานที่ ๕ ๑. ใบงานที่ ๕ ๑. การสังเกต ยนนํามาเลน เรือ่ งการเขียนคาํ นาม มาเลนเกม เรื่องการเขยี น พฤติกรรม รม ดังนี้ บงิ โก คํานาม นักเรียน าทุกคนแลว ๒.ฝาขวดนา้ํ ๒. การถามตอบ กาตอ ไปน้ี ๑. นักเรียนจับคอู านใบความรทู ่ี ๘ ๓.ชุดคําใน ๓. การสงั เกต ามท่ีครบู อก เร่ือง คํานาม คาํ สรรพนาม และ การเลน เกมบิงโก พฤติกรรม วต้ัง คํากริยา ๑. PowerPoint ๔. การถามตอบ ๓ คํากอน ๒. นักเรยี น : ตอบจาก เรื่องสรา งสรรค “บงิ โก” ประสบการณเดมิ (แนวคําตอบ : ช้ินงาน าม หลกั การอานในใจ ไดแก น่ังตัวตรง ๒. ใบความรทู ่ี ๘ ตามสบาย ไมเกร็งตัว จบั หนังสือ เรอ่ื ง คาํ นาม ามรูท ่ี ๘ หรอื ใบความรูในทาที่พรอมอาน คําสรรพนาม ะคํากรยิ า และคาํ กรยิ า ครซู กั ถาม อานในใจ หลักใน นอะไรบา ง

๖๘๔ ลําดบั ขอบเขตเนอ้ื หา/ ข้ันตอน เวลา แน ที่ จดุ ประสงค การจดั ที่ใช กจิ กรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู ๓. ๒. เขยี นคาํ ขน้ั ปฏบิ ตั ิ ๒๐ นาที ๑. ครชู ้ีแจงการทํากิจกรรม “ก สรรพนาม และ ดอกไมช นดิ ของคําในภาษาไทย คาํ กรยิ าได พรอมบอกวัสดุท่ีใช ดงั น้ี ๓. มีมารยาทใน การฟง การพดู ๑) แบง กลุมนักเรยี นเปน ๔ ก การอา น และ เทา ๆ กนั การเขยี น ๒) ใหนักเรยี นแตล ะคนในกล คิดคํานาม คําสรรพนาม และค ชนิดละ ๑ คาํ ๓) นกั เรียนทกุ คนในกลุมนําค มาติดบนดอกไมประดษิ ฐ ๔) นักเรยี นนาํ กระถางตนไม ตนเองมานําเสนอหนาชนั้ เรยี น ๒. ครแู ละนักเรียนรวมกนั อภิป เก่ยี วกับชนิดของคาํ โดยใชก ระ ชนดิ ของคํา ประกอบการอภิปร

คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) นวการจดั การเรียนรู สือ่ การเรียนรู การประเมิน ๓. วัสดใุ นสราง การเรียนรู กจิ กรรมนักเรยี น กระถางตน ไม ๕. การสราง ชนดิ ของคํา กระถางตนไม กระถาง ไมท ําปากขมบุ ขมิบ ไมใชน้ิวช้ตี าม ชนดิ ของคํา ย” ตวั หนงั สือ) กลุม ๆ ละ ๑. นักเรียนทุกกลมุ ทํากจิ กรรม ลุม “กระถางดอกไมช นิดของคาํ ใน คํากรยิ า ภาษาไทย” แลวนํากระถางตนไม ของกลมุ ตนเองมานําเสนอหนา ชนั้ เรียน คาํ ที่ได มข องกลมุ ปราย ๒. ครแู ละนักเรยี นรว มกันอภปิ ราย ะถางดอกไม เกย่ี วกบั ชนดิ ของคํา ราย

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๖ เรือ่ ง ศึกษาชนิดคาํ ไทย ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ ลาํ ดับ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ขนั้ ตอน เวลา แน ท่ี จดุ ประสงค การจดั ที่ใช กิจกรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู ๔. ข้ันสรุป ๑๓ นาที ๑. ครใู หนักเรียนรวมกนั สรุปคว โดยการทําแผนผงั ความคดิ เร่ือ คําในภาษาไทย บนกระดาน แล นกั เรียนเขียนแผนผังความคดิ ใน ท่ี ๘ ๒. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั อภิป ในหวั ขอ เรื่องชนดิ ของคําในภาษ

๖๘๕ นวการจดั การเรียนรู ส่ือการเรยี นรู การประเมนิ กิจกรรมนกั เรียน การเรยี นรู ๖. การสังเกต วามรู ๑. นักเรยี นสรปุ ความรู โดยการทํา ๔. PowerPoint พฤติกรรม องชนดิ ของ แผนผงั ความคิด เร่ืองชนดิ ของคาํ เรอื่ งสรางสรรค นักเรยี น ละให ในภาษาไทยบนกระดาน ช้นิ งาน ๗. การนาํ เสนอ นใบงาน ๒. นกั เรียนรวมกันอภปิ รายใน ๕. ใบงานท่ี ๘ แผนผงั ความคดิ ปราย หัวขอ เรื่องชนดิ ของคาํ ในภาษาไทย เรือ่ งการเขียน ษาไทย แผนผงั ความคดิ ชนดิ ของคํา ในภาษาไทย

๖๘๖ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. สอ่ื การเรยี นร/ู แหลงเรียนรู ๑) ใบความรทู ่ี ๘ เร่อื ง คํานาม คําสรรพนาม และคํากริยา ๒) PowerPoint เรอื่ ง การสรางสรรคช นิ้ งาน ๓) เกมการเรียนรบู ิงโก เรือ่ ง คาํ นาม ๔) วสั ดุในการสรา งกระถางตนไมช นิดของคํา ๕) ใบงานท่ี ๘ เรือ่ ง การเขียนแผนผงั ความคดิ ชนิดของคําในภาษาไทย ๙. การประเมินผลรวบยอด ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน - การสรา งกระถางดอกไมช นิดของคํา ประเดน็ การวัดและ วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑก ารประเมนิ ประเมินผล - การถามตอบ - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผานเกณฑ - การสงั เกตพฤตกิ รรม การประเมนิ ความรู - การทาํ กระถางดอกไม -แบบประเมินการทาํ รอยละ ๖๐ - อธิบายความหมายของ ชนดิ ของคํา กระถางดอกไมช นิด ผานเกณฑ คาํ สรรพนาม และคาํ กริยา ของคาํ การประเมนิ - การสังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๖๐ ทักษะและกระบวณการ - เขียนคาํ สรรพนาม และ - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา นเกณฑ คาํ กรยิ า ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมิน การประเมนิ ความสามารถใน ความสามารถใน รอ ยละ ๖๐ ดานคุณลักษณะ เจตคติ การสือ่ สาร การสื่อสาร เกณฑการประเมนิ คา นิยม ๒. การประเมนิ ๒. แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ ผา น - มมี ารยาทในการฟง การพูด ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการคิด เกณฑการประเมนิ การอา น และการเขยี น ระดบั คุณภาพ ผา น คุณลักษณะอนั พึงประสงค ๑. ใฝเ รยี นรู ๒. มุง มน่ั ในการทาํ งาน สมรรถนะสาํ คัญของผูเ รียน ๑. ความสามารถใน การส่อื สาร ๒. ความสามารถในการคดิ

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ เร่อื ง ศึกษาชนดิ คําไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๖๘๗ ๙.๑ เกณฑก ารประเมินผลช้ินงานหรือภาระงาน ประเดน็ ระดับคุณภาพ การประเมิน ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) ๑. อธิบาย อธบิ ายความหมาย อธิบายความหมาย ความหมายของ ของคาํ สรรพนาม อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย ของคาํ สรรพนาม คาํ สรรพนาม และคาํ กริยาได ของคําสรรพนาม ของคาํ สรรพนาม และคาํ กรยิ าไมไ ด และคาํ กรยิ า ถกู ตอง และคาํ กริยาได และคํากรยิ าได ๒. เขยี นคาํ เขียนคําสรรพนาม ถกู ตองเปน สว นมาก ถกู ตองเปนสวนนอ ย เขยี นคําสรรพนาม สรรพนาม และ และคาํ กรยิ าได และคาํ กรยิ าไมไ ด คาํ กรยิ า ถูกตอง เขยี นคําสรรพนาม เขียนคําสรรพนาม ๓. มารยาทใน - ตั้งใจฟง มสี มาธิ และคํากริยาได และคาํ กรยิ าได - ไมตง้ั ใจฟง ไมมี การฟง การพดู - สบตาผูฟง ขณะพูด ถูกตองเปนสวนมาก ถูกตองเปนสว นนอ ย สมาธิ การอาน และ พูดตรงทุกประเดน็ - ไมสบตาผูฟงขณะ การเขียน - อา นถูกตอง และ - ตงั้ ใจฟง มสี มาธิ - ตัง้ ใจฟง บางเวลา พูด คลอ งแคลว ควบกล้ํา - สบตาผฟู ง ขณะพูด - สบตาผฟู ง ขณะพูด พดู ไมต รงประเดน็ ชดั เจน พดู ตรงทุกประเดน็ พดู ตรงบางประเด็น - อานไดบ างควบกลาํ้ - เขียนดวยลายมือ - อา นไดถูกตอง - อานถูกตองนอย ไมชดั เจน สวยงามสม่ําเสมอ ควบกล้ําชดั เจน ควบกลาํ้ ไมชัดเจน - เขียนดว ยลายมือ สะอาด - เขยี นดว ยลายมอื - เขยี นดวยลายมอื คอ นขางสวยงาม สวยงาม สะอาด คอนขางสวยงาม ไมส ะอาด ไมส ะอาด - เขียนสรุปความรู ครบประเดน็ ๔๐% ๔. การเขียนสรุป - เขยี นสรปุ ความรู - เขยี นสรุปความรู - เขียนสรปุ ความรู - แผนผงั ความคิด ความรดู ว ยแผนผัง ครบทุกประเดน็ ครบประเด็น ๘๐% ครบประเดน็ ๖๐% ชัดเจน ครบประเดน็ ความคิด - แผนผังความคิด - แผนผงั ความคดิ - แผนผงั ความคิด ๔๐% ชดั เจน ครบทกุ ชดั เจน ครบประเด็น ชัดเจน ครบประเดน็ ประเดน็ ๘๐% ๖๐% เกณฑการตดั สนิ หมายถึง ดีมาก คะแนน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๔ คะแนน เกณฑก ารผา น ตงั้ แตร ะดบั พอใช ขึน้ ไป

๖๘๘ คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กดั การใชแผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอเสนอแนะของผูบ ริหารหรือผทู ีไ่ ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ...................................................... ผูต รวจ (..........................................................) วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรียนรูท ี่ ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนิดคาํ ไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๖๘๙ ใบความรทู ่ี ๘ เรื่อง คํานาม คาํ สรรพนาม และคาํ กรยิ า หนวยการเรยี นรูที่ ๖ เรอื่ ง ศกึ ษาชนดิ คําไทย แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๘ เร่ือง สรา งสรรคช ้นิ งาน (คํานาม คาํ สรรพนาม คํากริยา) รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชั้นประถมศึกษาปท ี่ ๓ คํานาม คาํ นาม คอื คาํ ท่ีใชเรยี ก คน สัตว พืช สิ่งของ และสถานท่ี ตวั อยา ง โรงเรียน ชาวไร แมว นกยงู หนังสือ พระจนั ทร สวนสัตว ธงไตรรงค พระอาทติ ย ดอยสุเทพ นครสวรรค คําท่ใี ชเ รียกคน เชน เด็ก เพอ่ื น ยา ทหาร พอ คา ชาวไร คําท่ใี ชเ รียกสตั ว เชน ชา ง สุนขั เจา มอม นกยงู ปลาทู ผีเสื้อ คําทใ่ี ชเ รียกพชื เชน ตนมะมว ง เงาะโรงเรียน พรกิ มะนาว พริกช้ฟี า คาํ ทใี่ ชเรียกสิ่งของ เชน หนังสือ ลูกฟุตบอล ขา วเหนยี วมูน คอมพวิ เตอร ธงชาติ คําที่ใชเรียกสถานที่ เชน โรงเรียน ดอยสเุ ทพ นครสวรรค สนามหญา สวนสตั วชะอํา คาํ นามแบง เปน ๒ ชนิด คอื คาํ นามช้ีเฉพาะ และคาํ นามไมช ีเ้ ฉพาะ ๑. คํานามไมช้ีเฉพาะ เปนคํานามท่ีใชเรียกช่ือท่ัวไปไมไดชี้เฉพาะเจาะจง เชน โรงเรยี น แมว สถานรี ถไฟ หนงั สอื สวนสตั ว ๒. คาํ นามช้เี ฉพาะ เปน คาํ นามทใี่ ชเรยี กชื่อเฉพาะ คน สตั ว ส่งิ ของ และสถานที่ ซ่ึงมีเพียงหน่ึงเดียว เชน โรงเรียนวังไกลกังวล ในพระบรมราชูปถัมภ เจาแตม สถานี รถไฟหวั หิน หนังสือภาษาไทย สวนสตั วช ะอาํ หนาท่ีของคาํ นาม คาํ นามทาํ หนา ท่ีในประโยค ดังนี้ ๑. ทาํ หนา ท่เี ปน ประธานของประโยค ตวั อยางเชน จานขา วตกแตก นกั เรียนอา นนทิ าน พอลางชอ นสอม เจา แตมชอบกระโดดเชอื ก ๒. ทําหนา ที่เปน กรรมของประโยค สมชัยเตะฟตุ บอล นอ งซักเสอ้ื ชมพเู ลีย้ งสนุ ขั แมวเคลาเคลยี กนั ตธ ดิ า

๖๙๐ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) คาํ สรรพนาม คําสรรพนาม คือ คาํ ท่ใี ชแ ทนคํานามท้ังที่เปนผพู ดู ผฟู ง และผทู ีก่ ลาวถึง เพื่อไมตอง ใชค าํ นามนั้นซํา้ อกี ๑. คําสรรพนามใชแทนผูพูด เชน เรา ฉัน ดิฉัน หนู ผม กระผม ขาพเจา อาตมา ๒. คําสรรพนามใชแทนผูฟง เชน คุณ เธอ ทาน โยม ๓. คาํ สรรพนามใชแทนผทู ถี่ กู กลาวถงึ เชน เขา มัน ทาน พระองค หนา ทขี่ องคาํ สรรพนาม คาํ สรรพนามทําหนาท่ใี นประโยคเหมอื นกับคาํ นาม คือ ๑. ทําหนาที่เปน ประธานของประโยค ตัวอยางเชน ฉนั เล้ียงปลากดั หนไู ปตลาดกับแมน ะคะ มนั ชอบเฝา บาน ๒. ทาํ หนา ท่ีเปนกรรมของประโยค เชน ดนิ สอของฉันหายใครเอามันไป พวกเรานิยมยกยอ งทาน ผมคิดถงึ คุณ พอ รักผม คํากริยา คํากริยา คือ คําที่บอกอาการกระทํา หรือบอกสภาพอยางใดอยางหน่ึงของ คน สัตว ส่งิ ของ เชน วิ่ง ดีใจ วาย หวั เราะ ปลกู รับประทาน ดบั ตวั อยางประโยค สุนัขวิ่งเรว็ ฉนั ดีใจมาก ขงิ วายน้าํ เกง พอ หัวเราะเสียงดัง แมป ลูกผกั สวนครัว คณุ ครูรับประทานอาหารกลางวันแลว ไฟฟา ในโรงเรียนดับหมดทกุ ดวงต้งั แตเ ชา หนา ที่ของคาํ กริยา ๑. ทาํ หนา ทเ่ี ปน ประธานของประโยค - กินมากทําใหอ วน ๒. ทําหนาที่เปนกรรมของประโยค - ฉันชอบเตนแอโรบกิ ตอนเชา

หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนดิ คําไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๖๙๑ ใบงานท่ี ๘ เรอ่ื ง การเขียนแผนผังความคดิ ชนดิ ของคําในภาษาไทย หนวยการเรยี นรูท่ี ๖ เรื่อง ศกึ ษาชนิดคาํ ไทย แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๘ เร่ือง สรา งสรรคช ิ้นงาน (คาํ นาม คาํ สรรพนาม คํากริยา) รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ คําชี้แจง ใหนักเรียนสรุปความรูโดยเขียนแผนผังความคิด เรื่องชนิดของคําใน ภาษาไทย ชอื่ ......................................... สกลุ ................................. ชนั้ ................... เลขที่ ............

๖๙๒ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ตัวอยา งเฉลยใบงานที่ ๘ เรื่อง การเขียนแผนผงั ความคิดชนิดของคําในภาษาไทย หนวยการเรยี นรทู ี่ ๖ เรื่อง ศกึ ษาชนดิ คาํ ไทย แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๘ เร่อื ง สรา งสรรคช ิ้นงาน (คํานาม คําสรรพนาม คาํ กรยิ า) รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ คําช้ีแจง ใหนักเรียนสรุปความรูโดยเขียนแผนผังความคิด เรื่องชนิดของคําใน ภาษาไทย แนวคาํ ตอบ ใหค รผู ูสอนพจิ ารณา สนุ ขั เดก็ ชายอนุชา ดินสอ ผม ทาน เขา ฉนั มัน คําที่ใชเรียกชอ่ื คน สัตว สง่ิ ของ โรงเรยี น คําท่ีใชแทนคาํ นามท่กี ลา วถึงมาแลว สถานท่ี สิง่ มีชีวติ และไมมชี วี ิต เพอ่ื จะไดไมตองกลาวคาํ นามนั้นซาํ้ อกี คํานาม คําสรรพนาม ชนิดของคําใน ภาษาไทย คํากรยิ า คาํ ท่ีใชบ ง บอกถึงการกระทํา รอ ง การปรากฏ หรอื สถานะของส่ิงทกี่ ลาวถงึ วิง่ กระโดด ปด ยิ้ม

หนว ยการเรยี นรูที่ ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนดิ คําไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๖๙๓ ๙.๒ แบบประเมนิ การทาํ กระถางดอกไมชนิดของคาํ ประเด็น ระดับคณุ ภาพ การประเมนิ ๑. ความถกู ตอ ง ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเนื้อหา เขียนคาํ คาํ นาม ๒. ลายมอื คาํ สรรพนาม และ เขียนคํา คํานาม เขียนคํา คาํ นาม เขียนคํา คาํ นาม ตวั บรรจง คํากริยาไดถูกตอ ง คําสรรพนาม และ คาํ สรรพนาม และ คาํ สรรพนาม และ ๓ คาํ คํากรยิ าไดถ ูกตอง คาํ กริยาไดถูกตอง คาํ กริยาไมถูกตอง ๓. ความสะอาด - ลายมอื สวยงาม ๒ คํา ๑ คาํ สม่ําเสมอ - ตัวหนงั สือมหี วั - ลายมอื สวยงาม - ลายมอื ไมส มํ่าเสมอ - ลายมือไมสวยงาม อานงา ย แตไ มส มํ่าเสมอ - ตัวหนังสอื มหี วั แตไม - ตวั หนังสือไมมหี วั - เวน ระยะหา ง - ตัวหนงั สอื มีหัว สม่าํ เสมอ อานยาก อา นยาก สวยงาม สม่าํ เสมออานงาย - เวนระยะหางไม - ไมเ วน ระยะหา ง สะอาดเรียบรอย - เวน ระยะหา งไม เทากนั ไมม รี อยลบคําผดิ สมา่ํ เสมอ มีรอยลบคําผิด มีรอยลบคาํ ผดิ มีรอยลบคาํ ผดิ ๑-๒ จดุ ๓-๔ จดุ มากกวา ๖ จุด เกณฑก ารตัดสิน หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผาน ต้ังแตร ะดับ พอใช ข้นึ ไป

๖๙๔ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๙ เรื่อง สัญลักษณนารู หนว ยการเรียนรทู ี่ ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนิดคําไทย เวลา ๑ ช่ัวโมง กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ตัวชี้วัด สาระที่ ๑ การอา น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพ่ือนําไปใชตัดสินใจแกปญหาใน การดําเนินชวี ิต และมีนสิ ยั รกั การอา น ตวั ช้วี ัด ป ๓/๗ อานขอ เขียนเชิงอธิบายและปฏิบตั ติ ามคาํ สง่ั หรอื ขอแนะนํา ๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด สัญลักษณ เปนสิ่งท่ีกําหนดนิยามกันข้ึนเพ่ือใหใชหมายความแทนอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งมีหลายรูปแบบ เชน ปายสัญลกั ษณ เคร่อื งหมายสัญลักษณตาง ๆ เปน ตน ๓. จดุ ประสงคการเรยี นรู ๓.๑ ดานความรู ความเขา ใจ (K) - อธบิ ายความหมายปายสัญลกั ษณได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - เขียนความหมายของปายสัญลักษณไ ด ๓.๓ ดานคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คา นิยม (A) - มมี ารยาทในการฟง การพดู การอา น และการเขียน ๔. สาระการเรียนรู - ปายสัญลักษณ ๕. สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน ๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเรียนรู ๖.๒ มุงมนั่ ในการทาํ งาน ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

หนวยการเรียนรทู ี่ ๖ เรอื่ ง ศึกษาชนดิ คําไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ การจดั กิจกรรมการเรียนร แผนการจดั การเรยี นรูท รายวิชา ภาษาไทย หนวยการเรยี นรทู ่ี ๖ ลําดบั ขอบเขตเนอ้ื หา/ ขั้นตอน เวลา กจิ กรรมครู ที่ จุดประสงค การจัด ทใ่ี ช การเรยี นรู การเรียนรู ๑. ขอบเขตเนอ้ื หา ขน้ั นาํ ๗ นาที ๑. ครูใชค าํ ถามกระตนุ ความคดิ การอา น เขยี นปา ย ดังนี้ สญั ลักษณ ครู : ขอนักเรียนอาสาสมคั ร ๒ ออกมาบอกการเดนิ ทางจากบา นกั เรียนมาถึงโรงเรียน ครู : ในระหวา งการเดินทาง นกั สงั เกตขางทางไหมเห็นอะไรบาง ครู : นอกจากเหน็ ส่งิ ตา ง ๆ แล ปายอะไรบางไหม เปน ปายแสด ๒. จดุ ประสงค ขัน้ สอน ๒๐ นาที ๑. ครูใหนกั เรยี นแตล ะคนอา นใ การเรียนรู ความรนู อกหองเรียน และตั้งค ๑. อธิบาย การอานเร่ือง ดังนี้ ความหมายปา ย ครู : จากเรือ่ ง เหตุการณข องเร สัญลกั ษณได ครู : ปา ยในหางสรรพสนิ คา มีอ

๖๙๕ รู ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ท่ี ๙ เรื่อง สญั ลกั ษณน ารู เร่ือง ศึกษาชนดิ คําไทย จํานวน ๑ ชว่ั โมง แนวการจดั การเรียนรู สื่อการเรยี นรู การประเมนิ กจิ กรรมนักเรียน การเรียนรู ดนักเรียน ๑. นักเรยี นอาสาสมัคร ๒ คน ออกมา ๑. การสังเกต หนา ชัน้ เรยี น เลา การเดนิ ทางจากบา น พฤติกรรม คน ของนักเรียนมาถึงโรงเรยี น นกั เรียน านของ นักเรยี น : เลาเกยี่ วกบั การเดินทาง ๒. การถาม ตอบ จากบานมาโรงเรียนตามประสบการณ กเรียน ของแตล ะคน ง นกั เรียน : บอกส่ิงที่เห็น รวมทงั้ ปา ย ลว เห็นวา มี ขา งทาง ดงอะไรบาง ในใจเรอื่ ง ๑. นกั เรียนแตล ะคนอานในใจเร่ือง ๑. PowerPoint ๓. การถาม คาํ ถามจาก ความรนู อกหอ งเรยี น และตอบตาม เรอื่ งสรา งสรรค ตอบ ความเขา ใจเรื่อง มีแนวคําตอบดังน้ี ชิ้นงาน ร่อื งเกิดทใี่ ด นกั เรยี น : (แนวคาํ ตอบ :หา งสรรพสินคา) อะไรบาง นักเรยี น : (แนวคาํ ตอบ : แสดงหองนํ้า ชาย หญิง ทางหนไี ฟ หามสบู บุหร่ี และ ทางออก)

๖๙๖ ลาํ ดับ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ขั้นตอน เวลา กิจกรรมครู ท่ี จุดประสงค การจดั ทีใ่ ช การเรียนรู การเรยี นรู ครู : ปายสญั ลักษณ มีประโยชน ๒. ครูอธิบายเร่ืองสัญลกั ษณน า นักเรียนอานใบความรทู ี่ ๙ เร่ือ สัญลักษณน า รู ๓. ๒. เขียน ข้นั ปฏบิ ตั ิ ๑๐ นาที ๑. ครชู แ้ี จงการทาํ ใบงานท่ี ๙ เ ความหมายของ ในอาคาร และครชู ี้แจงเพิ่มเติม ปา ยสัญลกั ษณได นักเรยี นเปน รายบคุ คลระหวางป ๓. มีมารยาทใน ๒. ครแู ละนักเรียนรวมกนั เฉลย การฟง การพดู และตรวจสอบความถูกตอง การอา น และ ๓. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั อภปิ การเขียน ปา ยสัญลักษณน ารู ๔. ข้นั สรุป ๑๓ นาที ๑. ครใู หนักเรียนสรุปความรู โด การเรยี นรู ดังน้ี - ครูชแู ผน ปายสญั ลกั ษณ - นกั เรียนยกมอื ตอบ - กลุม ใดตอบถูกมากทีส่ ดุ เปนฝ ๒. ครกู ลาวชน่ื ชมการปฏบิ ตั ิตัว เรียนของนักเรยี น

คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจัดการเรียนรู สื่อการเรียนรู การประเมนิ การเรยี นรู กจิ กรรมนักเรียน นอ ยางไร นักเรยี น : (แนวคําตอบ : ใชเปนจุด ารูและให สังเกต และปฏิบัติตนใหถูกตอง เพ่ือ อง ความสะดวกสบายและความปลอดภัย ในชวี ิต) ๒. นักเรียนศึกษาใบความรูท่ี ๙ เร่ือง สญั ลักษณนา รู เร่ืองปาย ๑. นกั เรยี นทาํ ใบงานที่ ๙ เร่ืองปา ย ๒. ใบความรู ๔. ประเมิน มชวยเหลือ ในอาคาร ที่ ๙ เรื่อง ใบงานที่ ๙ ปฏบิ ตั ิ สัญลักษณนา รู เรื่องปา ย ยใบงานที่ ๙ ๒. นกั เรียนรวมกนั เฉลยใบงานท่ี ๙ ๓. ใบงานที่ ๙ ในอาคาร เรื่องเขียนปา ย และตรวจสอบความถกู ตอง สญั ลกั ษณ ปรายเร่ือง ๓. นักเรยี นรว มกนั อภปิ รายเรื่องปาย ในอาคาร ๑. สื่อ ๕. การสงั เกต สญั ลกั ษณน า รู PowerPoint พฤติกรรม ดยใชเกม ๑. นกั เรยี นสรุปความรู โดยใชเกม เรอื่ งสรา งสรรค ช้นิ งาน การเรียนรู ๒. แผน ปาย สัญลักษณ ฝายชนะ วในขณะ ๒. นกั เรียนกลาวคาํ ขอบคณุ ครู


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook