หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนดิ คําไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๖๙๗ ๘. สื่อการเรียนร/ู แหลงเรียนรู ๑) ใบความรทู ี่ ๙ เร่ือง สญั ลักษณนา รู ๒) ส่ือ PowerPoint เรอ่ื ง การสรา งสรรคช ิ้นงาน ๓) ปา ยสญั ลักษณ ๔) ใบความรทู ่ี ๙ เร่อื ง เขยี นปายสญั ลักษณในอาคาร ๕) บทอานเรื่อง ความรูนอกหองเรยี น ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชิ้นงานหรือภาระงาน - ใบงานที่ ๙ เร่ือง ปายสัญลกั ษณในอาคาร ประเดน็ การวัดและ วิธกี าร เคร่อื งมือ เกณฑการประเมิน ประเมนิ ผล - การถามตอบ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผานเกณฑ - การสังเกตพฤติกรรม การประเมนิ ความรู - การทําใบงานท่ี ๘ - แบบประเมินการทํา รอ ยละ ๖๐ - อธิบายความหมายปาย เร่ืองปายสญั ลกั ษณ ใบงานที่ ๘ เร่อื งปาย ผานเกณฑ สญั ลักษณ ในอาคาร สญั ลกั ษณในอาคาร การประเมิน - การสงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม รอยละ ๖๐ ทักษะและกระบวนการ - เขยี นความหมายของปาย - การสงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผานเกณฑ สญั ลกั ษณ ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมิน การประเมิน ความสามารถใน ความสามารถใน รอยละ ๖๐ ดานคุณลักษณะ เจตคติ การส่ือสาร การสอ่ื สาร เกณฑการประเมนิ คา นิยม ๒. การประเมนิ ๒. แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ ผาน - มมี ารยาทในการฟง การพูด ความสามารถในการคิด ความสามารถในการคิด เกณฑการประเมิน การอาน และการเขียน ระดบั คุณภาพ ผาน คณุ ลักษณะอันพึงประสงค ๑. ใฝเ รยี นรู ๒. มุงมนั่ ในการทํางาน สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น ๑. ความสามารถใน การส่อื สาร ๒. ความสามารถในการคดิ
๖๙๘ คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๑ เกณฑก ารประเมินผลช้ินงานหรือภาระงาน ประเดน็ ระดบั คุณภาพ การประเมิน ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) อธบิ ายความหมาย อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย ๑. อธบิ าย อธบิ ายความหมาย ปายสัญลกั ษณได ปายสัญลักษณได ปา ยสัญลักษณไมได ความหมายปาย ปา ยสัญลักษณได ถูกตองเปนสว นมาก ถูกตองเปน สวนนอย สัญลกั ษณ ถูกตอง เขียนความหมายของ เขียนความหมายของ เขียนความหมายของ ปายสัญลกั ษณ ๒. เขียนความหมาย เขยี นความหมายของ ปา ยสญั ลกั ษณได ปายสัญลักษณได นอยกวา ๕ คาํ ของปา ยสญั ลักษณ ปา ยสญั ลักษณได ถกู ตอง ๗-๘ คาํ ถูกตอง ๕-๖ คาํ - ไมตง้ั ใจฟง ไมมี ถกู ตอง ๙-๑๐ คํา สมาธิ - ตง้ั ใจฟง มสี มาธิ - ตั้งใจฟง บางเวลา - ไมสบตาผูฟง ขณะพูด ๓. มารยาทใน - ต้งั ใจฟง มสี มาธิ - สบตาผูฟ งขณะพูด - สบตาผูฟงขณะพูด พูดไมต รงประเด็น การฟง การพูด - สบตาผูฟ งขณะพูด พูดตรงทุกประเดน็ พดู ตรงบางประเดน็ - อา นไดบ า งควบกลํ้า การอา น และ พูดตรงทุกประเด็น - อานไดถูกตอง - อานถกู ตองนอย ไมช ัดเจน การเขยี น - อา นถกู ตอง และ ควบกลํา้ ชัดเจน ควบกล้ําไมชดั เจน - เขียนดวยลายมอื คลองแคลว ควบกลํ้า - เขียนดว ยลายมอื - เขยี นดว ยลายมือ คอนขางสวยงาม ชัดเจน สวยงาม สะอาด คอ นขางสวยงาม ไมสะอาด - เขียนดวยลายมอื สวยงามสมํา่ เสมอ ไมส ะอาด สะอาด เกณฑการตัดสิน หมายถึง ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผาน ตั้งแตระดบั พอใช ข้ึนไป
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ เรื่อง ศึกษาชนิดคาํ ไทย ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๖๙๙ ๑๐. บนั ทึกผลหลังสอน ผลการจดั การเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจํากัดการใชแผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรงุ แกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ......................................................ผูสอน (..........................................................) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะของผบู รหิ ารหรือผทู ่ีไดร ับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ...................................................... ผูตรวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............
๗๐๐ คูมอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบความรทู ี่ ๙ เรอ่ื ง สัญลักษณนารู หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ เรื่อง ศกึ ษาชนิดคาํ ไทย แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๙ เรื่อง สัญลกั ษณน า รู รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ สญั ลักษณใ นอาคารนารู ๑. ปายหองนํา้ ชาย-หญงิ ปา ยเครื่องหมาย หองนาํ้ ชาย–หญิง จะมสี ัญลักษณรูปผชู าย แทนหอ งน้ําผชู ายและมสี ญั ลกั ษณร ปู ผูหญงิ แทนหอ งนํา้ หญงิ ๒. ปายบอกทางออก หมายถึง ขวามือมที างออก ซึง่ จะมคี าํ หรือลกู ศรบอกทิศทางในการออก ๓. ปายบอกทางออก หมายถึง ซายมอื มที างออก ซึ่งจะมคี ําหรือลกู ศรบอกทศิ ทางในการออกจาก บริเวณหรือสถานท่นี ั้น ๆ ๔. หา มสูบบุหร่ี หมายถึง ไมส บู บุหร่ใี นบรเิ วณน้ี สถานท่หี า มสบู บหุ ร่ี เชน โรงพยาบาล บนรถ โดยสาร สนามบนิ สถานที่ราชการ โรงเรยี น วดั หางสรรพสินคา ๕. ปา ยบอกทางหนีไฟ หมายถงึ ขวามอื มีทาง หนีไฟซึง่ จะมคี าํ หรอื ลูกศรบอกทิศทางในการออก จากบรเิ วณหรอื สถานทน่ี ้ัน ๆ
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๗๐๑ ๖. ปา ยบอกทางเขา หมายถึง ขางหนาเปน ทางเขา ซ่ึงจะมคี ํา หรอื ลูกศรบอกทศิ ทางในการเขาไป บริเวณหรอื สถานทนี่ ้นั ๆ ๗. ปา ยบอกการข้นึ ลงบนั ได หมายถึง การขนึ้ -ลงตึกหรืออาคาร สถานทนี่ ัน้ ๆ ถาข้นึ -ลง ชัน้ เดียว ควรใชบันได เพอ่ื การประหยัด พลงั งานไฟฟา และอปุ กรณ ๘. ปา ยบอกกรณีเกิดเพลงิ ไหม หมายถงึ สญั ลกั ษณบ อกกรณีเกดิ เพลงิ ไหม ๙. ปา ยหามใชล ิฟต หมายถงึ สญั ลกั ษณหา มใชล ฟิ ต นอกจากน้ี ยังมีเครื่องหมายอีกมากมายในสถานท่ีหรืออาคารตาง ๆ ท่ีมักจะแสดงไวใหนักเรียนหรือคนทั่วไปใหไดสังเกตพบเปนแนวทางใน การปฏิบัติ เพ่ืออํานวยความสะดวกหรือเปนขอควรระมัดระวังเปนเบื้องตน ซ่งึ ควรทําความเขาใจและปฏิบัตใิ หถูกตอง
๗๐๒ คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบงานท่ี ๙ เรื่อง เขียนปายสญั ลักษณในอาคาร หนว ยการเรียนรูท ่ี ๖ เรอื่ ง ศกึ ษาชนดิ คาํ ไทย แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๙ เรื่อง สญั ลกั ษณน ารู รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ คําชแี้ จง ใหน กั เรยี นเขยี นความหมายของปา ยเครอ่ื งหมายใหถ ูกตอ ง ๑. ................................................................................... ๒. ................................................................... ๓. ............................................................................................. ๔. ............................................................................................... ๕. ........................................................................ ๖. .........................................................................
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ เรอ่ื ง ศึกษาชนดิ คําไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๗๐๓ ๗. .......................................... ๘. .......................................................... ๙. ...................................................................................... ๑๐. ............................................................. ชอื่ ......................................... สกุล................................. ช้ัน ................... เลขท่ี ............
๗๐๔ คูม อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) เฉลยใบงานที่ ๘ เรื่อง เขียนปายสัญลักษณใ นอาคาร หนวยการเรยี นรูที่ ๖ เรอ่ื ง ศกึ ษาชนดิ คาํ ไทย แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๙ เรื่อง สัญลกั ษณนารู รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ คาํ ช้แี จง ใหนักเรียนเขียนความหมายของปายเคร่ืองหมายใหถ กู ตอง ๑. แนวคาํ ตอบ ปา ยบอกทางออกดานขวา ๒. แนวคําตอบ ปา ยบอกทางออกดา นซาย ๓. แนวคําตอบ ปายหองนาํ้ ชาย ๔. แนวคาํ ตอบ ปายทางเขา ๕. แนวคําตอบ ปายทางหนไี ฟ ๖. แนวคําตอบ ปายบอกการข้ึน-ลงบนั ได
หนวยการเรียนรูท ี่ ๖ เร่อื ง ศึกษาชนดิ คําไทย ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๗๐๕ ๗. แนวคําตอบ ปายหามใชลฟิ ต ๘. แนวคาํ ตอบ ปา ยหามสูบบุหร่ี ๙. แนวคําตอบ ปา ยหองนาํ้ หญิง ๑๐. แนวคาํ ตอบ ปายกรณเี กิดเพลิงไหม
๗๐๖ คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) บทอา น เร่ือง ความรูนอกหองเรียน หนว ยการเรียนรทู ่ี ๖ เรือ่ ง ศกึ ษาชนดิ คาํ ไทย แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๙ เร่อื ง สญั ลักษณนา รู รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ เรื่อง ความรูนอกหองเรยี น วันน้ีเปนวันหยุด มังกรและกวาง ไมตองไปโรงเรียนท้ังสองคนทําการบานเสร็จ เรียบรอย คุณพอ ไผและคณุ แมน กพามังกรและกวางไปซื้อของทห่ี า งสรรพสนิ คา แหงหนึ่ง มังกรและกวางดีใจมาก เม่ือมาถึงท่ีหาง มังกรเกิดปวดทองอยากจะเขาหองนํ้า ทุกคน มองหาวา หอ งนา้ํ อยูทางไหน คณุ พอ ชีใ้ หทกุ คนดทู างขวามือ “โนน หอ งน้ําชาย หองน้ําหญงิ อยูทางโนนเห็นปายเครื่องหมายสัญลักษณไหม” ทุกคนมองตามพรอมเดินไปจุดนั้น คุณแมพูดวา “แมเขาหองนํ้าหญิงบาง กวางไปเขากับแมไหมลูก” เม่ือทุกคนเสร็จธุระ จากหอ งนาํ้ แลวกพ็ ากนั ไปซือ้ ของตามตอ งการจนครบ และพรอ มทีจ่ ะกลับบา น กวางพูดวา “คุณพอคะทางออกอยูทางซายมือคะ หนูเห็นปายบอกไว” ระหวางทางท่ีทุกคนเดิน ออกมามงั กรมองไปเหน็ ปา ย มงั กรอานวา “ทางหนไี ฟ” และพูดข้นึ วา “น่ีปา ยบอกทาง หนีไฟไปทางขวามือครับ” ทุกคนมองตามที่มังกรพูด พอพูดวา “อานเกงมากลูก” มังกรย้ิม “พอ ๆ แมชอบหางนี้มากนะดูสิเขาติดปายหามสูบบุหร่ีหลายจุดเลยแสดงวา เขาหว งใยสขุ ภาพของคนท่ีใชบ ริการท่ีน”ี่ แมพูดกบั พอ เม่ือถึงรถยนตทุกคนชว ยกนั เกบ็ ของจากรถเข็นใสไวในรถ ทกุ คนขึ้นรถพรอ มท่ีจะ กลับบาน มังกรพูดกับพอวา “คุณพอครับปายบอกวาทางออก และมีลูกศรตรงไป ขางหนา แสดงวาเราตอ งตรงไปกอ นใชไหมครับ” “ใชค รบั เราวิง่ ตามลูกศรทางออกไปก็จะเจอทางออกกลบั บา นเราลกู \" พอ พดู เม่ือรถว่ิงออกจากหางสรรพสินคาสูถนนใหญเพ่ือมุงหนากลับบาน นองกวาง พูดกับพี่มังกรวา“พี่มังกรเมื่อวันพุธคุณครูกันตสอนเรื่องสัญญาณไฟจราจรวาเราตองดู สัญญาณไฟใหเปนวาไฟสีแดงใหรถหยุด ไฟสีเหลืองใหรถเตรียมหยุดหรือเตรียมไป สวนไฟเขียวใหรถไป แลวเราตองปฏิบัติอยางเครงครัดจะทําใหเราขับขี่รถไดอยาง ปลอดภัยนะพี่มังกร” “อยุ ! คณุ แมหนเู ห็นทางมา ลาย ทใ่ี หค นเดินขามถนนอยางท่ีคุณครสู อนมาเลยคะ” กวางพูดกับแม แมย้ิมและพยักหนารับทราบ ทุกคนกลับถึงบานอยางปลอดภัยและมี ความสุขในวนั หยุดน้มี าก
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๖ เร่อื ง ศึกษาชนิดคําไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๗๐๗ ๙.๒ แบบประเมนิ ใบงานที่ ๘ เรือ่ งเขยี นปา ยสญั ลกั ษณใ นอาคาร ประเด็น ระดบั คุณภาพ การประเมนิ ๑. ความถูกตอ ง ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเน้ือหา เขียนความหมายของ เขียนความหมายของ ๒. ลายมอื ปายสัญลกั ษณ เขยี นความหมายของ เขยี นความหมายของ ปา ยสญั ลักษณได ตวั บรรจง ปา ยสัญลักษณได ปา ยสญั ลกั ษณได ถูกตอง ๕-๖ คาํ - ลายมือสวยงาม ถูกตอง ๙-๑๐ คาํ ถกู ตอง ๗-๘ คํา - ลายมอื ไมสวยงาม ๓. ความสะอาด สมํา่ เสมอ - ตัวหนงั สอื ไมมีหวั - ตวั หนังสือมีหวั - ลายมือสวยงามแต - ลายมอื ไมสมํ่าเสมอ อา นยาก อานงาย ไมสมาํ่ เสมอ - ตัวหนงั สอื มีหวั แต - ไมเวน ระยะหา ง - เวน ระยะหาง - ตัวหนังสอื มีหวั ไมสมํา่ เสมอ อานยาก สวยงาม สมา่ํ เสมออานงาย - เวนระยะหางไม มีรอยลบคําผดิ สะอาดเรียบรอย - เวนระยะหา งไม เทา กัน มากกวา ๖ จดุ ไมมีรอยลบคาํ ผดิ สมาํ่ เสมอ มรี อยลบคาํ ผิด มรี อยลบคาํ ผดิ ๑-๒ จดุ ๓-๔ จดุ เกณฑก ารตัดสิน หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผาน ตั้งแตระดบั พอใช ขน้ึ ไป
๗๐๘ คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑๐ เรอื่ ง สญั ลักษณน า รู (ปายจราจรประเภทบงั คับ และปา ยเตอื น) หนว ยการเรียนรูที่ ๖ เรื่อง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย เวลา ๑ ชั่วโมง กลุม สาระการเรียนรูภ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ตวั ชวี้ ัด สาระที่ ๑ การอา น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพ่ือนําไปใชตัดสินใจแกปญหาใน การดําเนินชีวิต และมนี สิ ยั รกั การอา น ตวั ช้วี ดั ป ๓/๗ อานขอ เขียนเชงิ อธิบายและปฏิบตั ิตามคําสงั่ หรือขอแนะนาํ ๒. สาระสาํ คัญ/ความคดิ รวบยอด สัญลักษณ เปนสิ่งท่ีกําหนดนิยามกันขึ้นเพ่ือใหใชหมายความแทนอีกสิ่งหนึ่ง ซ่ึงมีหลายรูปแบบ เชน ปายสญั ลักษณ เครอื่ งหมายสญั ลักษณตาง ๆ เปน ตน ๓. จุดประสงคการเรยี นรู ๓.๑ ดานความรู ความเขา ใจ (K) - อธบิ ายความหมายปายสญั ลกั ษณได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - เขียนปา ยสัญลกั ษณได ๓.๓ ดา นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - มีมารยาทในการฟง การพดู การอา น และการเขยี น ๔. สาระการเรียนรู - ปา ยสญั ลักษณ ๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน ๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเรยี นรู ๖.๒ มงุ มน่ั ในการทํางาน ๗. กิจกรรมการเรยี นรู
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ เร่ือง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑๐ เรือ่ ง สัญลักษณน รายวชิ า ภาษาไทย หนวยการเรียนรูท่ี ๖ เ ลาํ ดับ ขอบเขตเนอื้ หา/ ข้ันตอน เวลา แ ท่ี จดุ ประสงค การจัด ที่ใช กจิ กรรมครู การเรยี นรู การเรยี นรู ๑. ขอบเขตเน้ือหา ขน้ั นํา ๕ นาที ๑. ครใู ชค าํ ถามกระตุนความคดิ น การอา น เขยี นปา ย ดังน้ี จราจรบังคบั และ ครู : ขอนักเรียนอาสาสมัครบอก ปา ยเตือน ในชุมชนที่นกั เรยี นอาศัยอยู พบ อะไรบาง ใหน ักเรยี นออกมาวาด เหลานนั้ ครู : นักเรียนวาทราบความหมา ปา ยตา ง ๆ หรือไม ๒. จดุ ประสงค ขน้ั สอน ๑๕ นาที ๑. ครูอธิบายเร่อื ง ปายจราจรปร การเรียนรู บังคบั และปา ยเตือน และใหนัก ๑. อธบิ าย อา นใบความรทู ี่ ๑๐ เร่ืองปายจร ความหมายปาย ประเภทบงั คับและปา ยเตอื น สัญลกั ษณได ๓. ๒. เขยี นปาย ขนั้ ปฏิบัติ ๑๕ นาที ๑. ครูช้ีแจงการทําใบงานท่ี ๑๐ สัญลักษณได ปายจราจรประเภทบงั คับและปา ๓. มมี ารยาทใน และครูชีแ้ จงเพมิ่ เติมชว ยเหลือน การฟง การพูด เปนรายบุคคลระหวา งปฏบิ ัติ
๗๐๙ รู ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ นา รู (ปา ยจราจรประเภทบังคบั และปายเตอื น) เร่อื ง ศึกษาชนิดคําไทย จํานวน ๑ ชว่ั โมง แนวการจัดการเรียนรู สือ่ การเรยี นรู การประเมนิ การเรยี นรู กจิ กรรมนกั เรียน ๑. การสงั เกต พฤติกรรม นักเรยี น ๑. นกั เรยี นอาสาสมคั รออกมาบอกปา ย นักเรียน กวา ที่พบในชมุ ชนของตนเอง พรอมวาดรูป ๒. การถาม บเจอปา ย ตามท่จี าํ ได ตอบ ดรปู ปา ย นกั เรยี น : ออกมาบอกลกั ษณะปายและ ายของ วาดรูปปายในชุมชนทีอ่ าศยั ตามท่จี าํ ได และจากประสบการณเ ดิม ระเภท ๑. นักเรยี นศึกษาใบความรทู ่ี ๑๐ เรอื่ ง ๑. PowerPoint กเรียน ปา ยจราจรประเภทบังคับ และปายเตือน เร่ืองปา ยจราจร ราจร ประเภทบังคบั และปา ยเตือน เรอื่ ง ๑. นกั เรียนทาํ ใบงานที่ ๑๐ เรื่องปาย ๒. ใบความรู ๓. ประเมนิ ายเตอื น จราจรประเภทบงั คบั และปา ยเตอื น ท่ี ๑๐ เร่ืองปา ย ใบงานท่ี ๑๐ นกั เรยี น จราจรประเภท เร่อื งปาย จราจร
๗๑๐ ลําดับ ขอบเขตเนือ้ หา/ ขั้นตอน เวลา แ ที่ จดุ ประสงค การจัด ทีใ่ ช กจิ กรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู การอาน และ ๒. ครแู ละนักเรียนรวมกันเฉลยใ การเขียน ที่ ๑๐ และตรวจสอบความถูกต ๓. ครแู ละนกั เรียนรวมกนั อภิปร ปายจราจรประเภทบังคับและปา ๔. ข้นั สรุป ๑๕ นาที ๑. ครใู หน ักเรียนสรุปความรู โดย การเรยี นรู ดงั น้ี - ครูชูแผน ปา ยสัญลกั ษณต า ง ๆ - นกั เรยี นยกมือตอบ - กลุมใดตอบถูกมากท่สี ดุ เปน ฝา ๒. ครูกลา วชื่นชมการปฏบิ ัติตัวใ เรยี นของนักเรียน
คูม ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจดั การเรยี นรู สื่อการเรียนรู การประเมนิ การเรียนรู กิจกรรมนกั เรียน บงั คบั และปาย ประเภทบงั คบั เตอื น และปายเตือน ใบงาน ๒. นกั เรียนรว มกันเฉลยใบงานที่ ๑๐ ๓. ใบงานที่ ๑๐ ตอง และตรวจสอบความถูกตอง เรือ่ งปา ยจราจร ๔. การสงั เกต รายเร่ือง ๓. นกั เรยี นรว มกนั อภิปรายเร่ืองปาย ประเภทบังคับ พฤติกรรม ายเตือน จราจรประเภทบงั คบั และปายเตอื น และปายเตือน ๕. การถาม ๔. แผน ปาย ตอบ ยใชเ กม ๑. นักเรยี นสรุปความรู โดยใชเ กม จราจรประเภท ๆ การเรียนรู ดังนี้ บังคับและปาย ายชนะ - ครชู ูแผนปา ยสัญลักษณตา ง ๆ เตอื น ในขณะ - นกั เรียนยกมือตอบ - กลุมใดตอบถูกมากทีส่ ุดเปนฝา ยชนะ ๒. นกั เรยี นกลาวคาํ ขอบคณุ ครู
หนวยการเรียนรูท่ี ๖ เร่ือง ศึกษาชนิดคําไทย ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๗๑๑ ๘. สือ่ การเรยี นร/ู แหลงเรียนรู ๑) ใบความรทู ี่ ๑๐ เรอื่ ง ปายจราจรประเภทบงั คับและปา ยเตือน ๒) ส่อื PowerPoint เรอ่ื ง ปา ยจราจรประเภทบงั คบั และปายเตอื น ๓) ปายสัญลักษณตาง ๆ ๔) ใบงานที่ ๑๐ เรอื่ ง ปายจราจรประเภทบังคบั และปา ยเตือน ๙. การประเมินผลรวบยอด ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน - ใบงานท่ี ๑๐ เร่อื ง ปายจราจรประเภทบังคบั และปายเตือน ประเด็นการวดั และ วธิ ีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมนิ ประเมนิ ผล ๑. การถามตอบ ๒. การสงั เกตพฤติกรรม ๑. แบบประเมินการถาม ผา นเกณฑ ความรู - การทําใบงานท่ี ๑๐ ตอบ การประเมิน - อธบิ ายความหมายปาย เร่ืองปายจราจรประเภท ๒. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๖๐ สญั ลักษณ บงั คบั และปายเตือน ทักษะและกระบวณการ - แบบประเมินการทํา ผา นเกณฑ - เขียนปายสัญลักษณ - การสังเกตพฤติกรรม ใบงานท่ี ๑๐ เรื่องปาย การประเมิน จราจรประเภทบงั คบั รอยละ ๖๐ ดานคุณลกั ษณะ เจตคติ - การสังเกตพฤติกรรม และปา ยเตือน คา นิยม ๑. การประเมิน - มมี ารยาทในการฟง การพูด ความสามารถใน - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผานเกณฑ การอาน และการเขยี น การส่อื สาร การประเมนิ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค ๒. การประเมิน รอ ยละ ๖๐ ๑. ใฝเ รียนรู ความสามารถในการคิด ๒. มุงมน่ั ในการทาํ งาน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑการประเมนิ สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน ระดบั คุณภาพ ผาน ๑. ความสามารถใน การส่ือสาร ๑. แบบประเมิน เกณฑการประเมนิ ๒. ความสามารถในการคิด ความสามารถใน ระดบั คุณภาพ ผา น การสอ่ื สาร ๒. แบบประเมนิ ความสามารถในการคิด
๗๑๒ คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๑ เกณฑการประเมนิ ผลชิ้นงานหรือภาระงาน ประเดน็ ๔ (ดมี าก) ระดับคณุ ภาพ ๑ (ปรับปรุง) การประเมนิ อธิบายความหมาย ๓ (ดี) ๒ (พอใช) อธิบายความหมาย ปายสญั ลกั ษณได อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย ปา ยสัญลกั ษณไมได ๑. อธบิ าย ถูกตอง ปายสัญลักษณได ปา ยสัญลักษณได ความหมายปาย เขียนปายสัญลักษณ ถกู ตองเปนสวนมาก ถูกตองเปนสว นนอย เขยี นปา ยสัญลกั ษณ สัญลกั ษณ ไดถ ูกตอง ๙-๑๐ คํา นอยกวา ๕ คํา ๒. เขยี นปา ย - ตง้ั ใจฟง มีสมาธิ เขยี นปา ยสัญลกั ษณ เขยี นปา ยสัญลักษณ - ไมตั้งใจฟง ไมมี สัญลกั ษณ - สบตาผูฟง ขณะพูด ไดถูกตอ ง ๗-๘ คาํ ไดถ ูกตอง ๕-๖ คํา สมาธิ ๓. มารยาทใน พูดตรงทุกประเด็น - ไมสบตาผูฟงขณะ การฟง การพูด - อา นถูกตอง และ - ตงั้ ใจฟง มีสมาธิ - ตั้งใจฟงบางเวลา พูด การอา น และ คลอ งแคลว ควบกล้ํา - สบตาผฟู ง ขณะพูด - สบตาผูฟงขณะพูด พดู ไมต รงประเด็น การเขียน ชดั เจน พูดตรงทุกประเดน็ พดู ตรงบางประเด็น - อานไดบ างควบกล้ํา - เขียนดว ยลายมอื - อา นไดถูกตอง - อานถกู ตองนอย ไมช ัดเจน สวยงามสม่ําเสมอ ควบกลาํ้ ชัดเจน ควบกลํ้าไมชดั เจน - เขียนดวยลายมอื สะอาด - เขยี นดว ยลายมือ - เขียนดวยลายมอื คอนขางสวยงาม สวยงาม สะอาด คอ นขางสวยงาม ไมส ะอาด ไมส ะอาด เกณฑก ารตดั สนิ หมายถึง ดมี าก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผาน ตัง้ แตระดับ พอใช ข้ึนไป
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๖ เรอื่ ง ศึกษาชนิดคําไทย ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๗๑๓ ๑๐. บันทึกผลหลังสอน ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจาํ กดั การใชแผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรงุ แกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เห็น/ขอเสนอแนะของผบู รหิ ารหรือผูที่ไดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............
๗๑๔ คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบความรทู ี่ ๑๐ เร่อื ง ปา ยจราจรประเภทบังคบั และปายเตอื น หนวยการเรยี นรทู ่ี ๖ เรือ่ ง ศกึ ษาชนดิ คําไทย แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๑๐ เร่อื ง สัญลักษณน า รู (ปายจราจรประเภทบงั คบั และปายเตอื น) รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ปา ยจราจรประเภทบงั คับ ๑. หา มกลับรถไปทางขวา ความหมาย หา มมิใหก ลับรถไป ทางขวาไมวา ดวยวธิ ใี ด ๆ ในเขตทางทต่ี ดิ ตงั้ ปาย ๒. หามกลับรถไปทางซาย ความหมาย หามมใิ หกลับรถไป ทางซา ยไมว า ดวยวิธใี ด ๆ ในเขตทางทีต่ ิดตัง้ ปาย ๓. หา มแซง ความหมาย หามมิใหข ับรถแซงข้นึ หนา รถคันอืน่ ในเขตทางทีต่ ดิ ตง้ั ปา ย ๔. หามรถจักรยานยนต ความหมาย หามรถจกั รยานยนตผ าน เขา ไปในเขตทางที่ติดตัง้ ปาย ๕. หามคน ความหมาย หามคนผานเขาไปในเขตทางที่ติดต้ัง ปา ย
หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ เรื่อง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๗๑๕ ปายจราจรประเภทเตอื น ๑. ทางขามทางรถไฟไมม เี ครอื่ งกน้ั ทาง ความหมาย ทางขางหนามที างรถไฟตดั ผานและมรี ั้วหรอื มเี ครื่อง กีดขวางกนั้ ทาง ๒. ทางขา มทางรถไฟมเี ครื่องก้ันทาง ความหมาย ทางขางหนามที างรถไฟตดั ผา นและมรี ัว้ หรือมเี ครื่อง กดี ขวางกน้ั ทาง กอนทจี่ ะขับรถผา นปายน้ี ใหข บั รถ ใหชาลงและพรอมทจี่ ะหยดุ รถไดเมอื่ มเี สยี งสัญญาณ ของเจา หนา ทด่ี งั ขึน้ ๓. ผิวทางขรขุ ระ ความหมาย ทางขางหนา ขรขุ ระมาก มีหลุมมีบอ หรือเปน สนั ตดิ ตอ กนั ใหข ับรถใหชาลงและ เพม่ิ ความระมัดระวงั ๔. สะพานแคบ ความหมาย ทางขา งหนามสี ะพานแคบ รถเดินหลกี กนั ไมได ใหขบั รถใหช า ลงและระมดั ระวัง อันตรายจากรถท่จี ะสวนมาจากอกี ฝา ยหนง่ึ ของสะพาน ถา มีปายอน่ื ตดิ ตัง้ อยู ก็ใหปฏิบตั ติ ามปายนั้น ๆ ดว ย ๕. ทางลื่น ความหมาย ทางขางหนาลนื่ เมอ่ื ผิวทางเปย ก อาจเกดิ อบุ ัตเิ หตไุ ดงาย ใหข ับรถใหช า ลงใหม าก และ ระมัดระวงั การล่นื ไถล อยา ใชหา มลอโดยแรงและทันที
๗๑๖ คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบงานท่ี ๑๐ เร่ือง ปา ยจราจรประเภทบงั คบั และปา ยเตือน หนว ยการเรียนรทู ี่ ๖ เรือ่ ง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๑๐ เรื่อง สัญลกั ษณนารู รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ คาํ ชแ้ี จง ใหนกั เรียนเขียนแผนที่จากบานมาโรงเรียน โดยใชป ายสญั ลักษณตา ง ๆ ชอื่ ......................................... สกุล................................. ชน้ั ................... เลขที่ ............
หนวยการเรยี นรทู ี่ ๖ เรอื่ ง ศึกษาชนดิ คาํ ไทย ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๗๑๗ ๙.๒ แบบประเมินใบงานท่ี ๑๐ เร่ืองปายจราจรประเภทบงั คับและปายเตือน ประเดน็ ระดับคุณภาพ การประเมนิ ๑. ความถกู ตอ ง ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) ของเน้ือหา เขยี นปายสญั ลักษณไ ด เขียนปา ยสัญลักษณ ๒. ลายมือ ถกู ตอง ๙-๑๐ คาํ เขียนปา ยสญั ลักษณได เขยี นปา ยสัญลักษณได นอ ยกวา ๕ คํา ตวั บรรจง - ลายมอื สวยงาม ถูกตอง ๗-๘ คํา ถกู ตอง ๕-๖ คาํ - ลายมือไมส วยงาม สม่าํ เสมอ - ตัวหนงั สือไมม ีหัว ๓. ความสะอาด - ตวั หนังสือมีหัว - ลายมือสวยงามแตไม - ลายมือไมสม่ําเสมอ อานยาก ๔. ความสวยงาม อา นงาย สมา่ํ เสมอ - ตวั หนังสอื มหี ัวแตไ ม - ไมเ วนระยะหาง - เวนระยะหา ง - ตวั หนงั สอื มหี วั สม่ําเสมอ อานยาก สวยงาม สมา่ํ เสมออา นงาย - เวน ระยะหา งไม มรี อยลบคําผดิ สะอาดเรียบรอย - เวน ระยะหางไม เทา กัน มากกวา ๖ จุด ไมม ีรอยลบคาํ ผดิ สมา่ํ เสมอ วาดภาพไมส อดคลอง วาดภาพสอดคลองกับ กับเรอื่ ง ไมตกแตง เร่อื ง ตกแตง ระบายสี มรี อยลบคาํ ผดิ มรี อยลบคาํ ผดิ ไมระบายสี สวยงาม แปลกใหม ๑-๒ จดุ ๓-๔ จดุ เสร็จสมบรู ณ วาดภาพสอดคลองกับ วาดภาพสอดคลองกับ เรื่อง ตกแตง ระบายสี เรื่องบางสว น ตกแตง สวยงาม เสรจ็ สมบรู ณ ระบายสบี างสว นไม สมบรู ณ เกณฑก ารตดั สิน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถึง ดมี าก คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๑-๔ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง คะแนน เกณฑก ารผา น ต้งั แตระดบั พอใช ขึ้นไป
๗๑๘ คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แบบประเมินตนเอง ชอ่ื : _______________________________________วัน/เดอื น/ป _____________ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๖ เร่อื ง ศกึ ษาชนดิ คําไทย คําช้แี จง ๑. ระบายสลี งใน ของแตละกิจกรรมทน่ี ักเรียนคิดวาทําไดตามระดับการประเมินเหลา นี้ เพอื่ ประเมินการเรยี นรูข องนักเรยี น ปรบั ปรงุ พอใช คอนขางดี ดี ดีมาก กิจกรรม ระดับความสามารถ ๑. เขยี นคําอักษรนําพยางคเ ดียว ๒. อานและเขยี นคําอักษรนาํ สองพยางค ๓. เขยี นคาํ อกั ษรกลางนําตํา่ เดี่ยว ๔. เขียนคาํ อักษรนํา ๕. เขยี นคาํ นาม ๖. เขยี นคาํ สรรพนาม ๗. เขียนคํากรยิ า ๘. เขยี นความหมายของปายสญั ลกั ษณ ๙. เขียนปายสัญลกั ษณ ๒. นบั จาํ นวนดาวจากตารางขางบนเพื่อบนั ทึกผลการเรียนรูของนักเรียน ดงั น้ี จํานวน.............................. จาํ นวน.............................. จํานวน.............................. จํานวน.............................. จํานวน.............................. สรุป : วงกลมรอบผลการเรียนรขู องนักเรยี น โดยนับจากขอท่ไี ดดาวมากที่สดุ ปรบั ปรงุ พอใช ดี คอ นขางดี ดีมาก ๓. กาเครื่องหมาย ลงใน ทน่ี ักเรียนวางแผนจะทําเพ่ือพฒั นาการเรยี นในครั้งตอไป (เลือกได มากกวา ๑ ขอ) อานและเขียนสะกดคาํ มสี มาธใิ นการเรียน ตงั้ ใจทํางานจนเสรจ็ มมี ารยาทในการฟง และการพูด
หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เรอ่ื ง สื่อสารผานประโยค ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๗๑๙ หนวยการเรยี นรทู ่ี ๗ สอื่ สารผา นประโยค
๗๒๐ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ช่ือหนวยการเรียนรู หนวยการเรยี นรทู ่ี ๗ กลมุ สาระการเรยี นรูภ าษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ส่อื สารผานประโยค เวลา ๙ ชว่ั โมง ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓ รายวชิ า ภาษาไทย ภาคเรียนท่ี ๑ ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ช้วี ัด สาระท่ี ๑ การอา น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการดําเนิน ชีวิต และมีนสิ ยั รกั การอา น ตวั ชว้ี ัด ป ๓/๙ มมี ารยาทในการอาน สาระท่ี ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียน เขียนส่ือสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบ ตาง ๆ เขยี นรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศกึ ษาคนควา อยา งมีประสิทธภิ าพ ตัวชวี้ ัด ป ๓/๖ มีมารยาทในการเขยี น สาระที่ ๓ การฟง การดู และการพดู มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู ความคิด ความรูสึก ในโอกาสตา ง ๆ อยางมีวิจารณญาณ และสรางสรรค ตวั ชว้ี ัด ป ๓/๖ มีมารยาทในการฟง การดู และการพดู สาระที่ ๔ หลักการใชภ าษาไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาตขิ องภาษาและหลกั ภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภมู ปิ ญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปน สมบตั ขิ องชาติ ตวั ชีว้ ดั ป ๓/๔ แตงประโยคงาย ๆ ๒. สาระสําคัญและความคดิ รวบยอด ประโยค คือ คําหรือกลุมคําตาง ๆ มาเรียบเรียงแลวไดใจความท่ีสมบูรณ ประโยคทุกประโยค ประกอบดวย ๒ สวน ไดแก ภาคประธาน คือ ผูกระทําหรือแสดงกริยาอาการตาง ๆ เปนคํานามหรือคํา สรรพนาม ภาคแสดง คือสวนที่เปนกริยาและกรรม ซ่ึงประโยคในภาษาไทย ๕ ชนิด ไดแก ประโยคบอกเลา ประโยคคําถาม ประโยคปฏิเสธ ประโยคขอรอง และประโยคคําสั่ง โดยการสรางสรรคช้ินงานเร่ืองประโยค ตาง ๆ เปนการนําความรูที่ไดเรียนรูมาประยุกตใชในการสรางช้ินงาน ที่ใชจินตนาการกับความรูดานหลักการ ใชภาษา ทาํ ใหน กั เรยี นใชภ าษาไทยไดด แี ละถูกตอ ง
หนว ยการเรียนรูท่ี ๗ เรอื่ ง สอื่ สารผานประโยค ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๗๒๑ ๓. สาระการเรียนรู ๓.๑ ความรู ๑) ความหมายของประโยค ๒) ชนิดของประโยค ๓) ความหมายของประโยค ๔) ความหมายของประโยคบอกเลา ๕) ความหมายของประโยคคําถาม ๖) ความหมายของประโยคปฏิเสธ ๗) ความหมายของประโยคขอรอ ง ๘) ความหมายของประโยคคําสง่ั ๙) คําทีแ่ สดงประเภทของประโยคชนดิ ตา ง ๆ ๑๐) วธิ ีการทาํ โมบายประโยค ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ ๑) การจาํ แนกสวนประกอบของประโยค ๒) การแตงประโยค ๓) การแตงประโยคบอกเลา ๔) การแตง ประโยคคําถาม ๕) การแตงประโยคปฏเิ สธ ๖) การแตง ประโยคขอรอ ง ๗) การแตงประโยคคาํ สง่ั ๘) การแตง ประโยคตา ง ๆ ๙) การสรา งชิน้ งานโมบายประโยค ๓.๓ ดานคุณลกั ษณะ/เจตคต/ิ คา นิยม - มารยาทในการเขียน ๔. สมรรถนะสําคัญของผเู รียน ๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๔.๒ ความสามารถในการคดิ ๕. คุณลักษณะอันพึงประสงค ๕.๑ ใฝเ รยี นรู ๕.๒ มงุ มั่นในการทาํ งาน ๖. การประเมนิ ผลรวบยอด ๖.๑ ชิน้ งานหรือภาระงาน ๑) ใบงานท่ี ๑ เรือ่ ง สว นประกอบของประโยค ๒) ใบงานที่ ๒ เรื่อง ฝก แตงประโยค ๓) ใบงานท่ี ๓ เรือ่ ง ประโยคบอกเลา
๗๒๒ คูมือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๔) ใบงานท่ี ๔ เรอื่ ง ประโยคคําถาม ๕) ใบงานที่ ๕ เร่ือง ประโยคปฏิเสธ ๖) ใบงานที่ ๖ เร่ือง ประโยคขอรอง ๗) ใบงานที่ ๗ เรอ่ื ง ประโยคคาํ ส่ัง ๘) ใบงานที่ ๘ เร่อื ง แตงประโยคในชีวติ ประจําวนั ๙) การสรางโมบายประโยค ๖.๒ เกณฑก ารประเมินผลชน้ิ งานหรือภาระงาน ประเดน็ ประเมนิ ระดับคุณภาพ ๑. การจําแนก ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) สวนประกอบของ จาํ แนกสว นประกอบ จาํ แนกสวนประกอบ ประโยคได ของประโยคไดถูกตอ ง จาํ แนกสวนประกอบ จําแนกสว นประกอบ ของประโยคถูกตอ ง ๒. การแตง ทกุ ขอ ของประโยคไดถูกตอง ของประโยคถูกตอ ง ๔๐% ประโยคบอกเลา แตง ประโยคบอกเลา ๘๐% ๖๐% แตงประโยคบอกเลา คาํ ถาม ปฏิเสธ คําถาม ปฏิเสธ คําถาม ปฏิเสธ ขอรอง และคาํ สัง่ ขอรอง และคาํ สั่ง แตงประโยคบอกเลา แตงประโยคบอกเลา ขอรอง และคาํ สั่ง ได ไดถ ูกตอ งทุกขอ คําถาม ปฏเิ สธ คําถาม ปฏิเสธ ไดถูกตอง ๔๐% ๓. การสราง ขอรอง และคําส่งั ขอรอง และคําสงั่ ช้นิ งานโมบาย สรา งชิ้นงานโมบาย ไดถ ูกตอง ๘๐% ไดถ ูกตอ ง ๖๐% สรางชิ้นงานโมบาย ประโยคได ประโยคไดถูกตอง ประโยคไดถกู ตอง ตามหลกั ทุกประการ สรางช้นิ งานโมบาย สรางชิ้นงานโมบาย ๔๐% ประโยคไดถกู ตอง ประโยคไดถูกตอง ๘๐% ๖๐% เกณฑการตดั สนิ การประเมนิ ดีมาก ระดับคุณภาพ ๔ หมายถึง ดี ระดับคุณภาพ ๓ หมายถงึ พอใช ระดบั คุณภาพ ๒ หมายถึง ปรบั ปรุง ระดับคุณภาพ ๑ หมายถึง เกณฑก ารผา น ตงั้ แตระดบั พอใช ขึน้ ไป
หนว ยการเรียนรูท ี่ ๗ เร่อื ง สอื่ สารผานประโยค ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๗๒๓ แผนการจดั การเรยี นรูท ่ี ๑ เร่อื ง สว นประกอบของประโยค หนว ยการเรียนรทู ี่ ๗ เร่ือง สอ่ื สารผา นประโยค เวลา ๑ ช่ัวโมง กลมุ สาระการเรยี นรภู าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ช้วี ดั สาระที่ ๔ หลักการใชภาษา มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภูมปิ ญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ตวั ช้วี ัด ป ๓/๔ แตง ประโยคงาย ๆ ๒. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ประโยค คือ คําหรือกลุมคําตาง ๆ มาเรียบเรียงแลวไดใจความที่สมบูรณ ประโยคทุกประโยค ประกอบดวย ๒ สวน ไดแก ภาคประธาน คือ ผูกระทําหรือแสดงกริยาอาการตาง ๆ เปนคํานามหรือคํา สรรพนาม ภาคแสดง คือสว นที่เปนกริยาและกรรม ภาคกริยาเปนคําท่ีแสดงการกระทําและสภาพของคน สตั ว สงิ่ ของ ซ่งึ เปนประธานของประโยค สวนกรรมคอื ผถู กู กระทํา ๓. จดุ ประสงคการเรยี นรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) ๑) อธิบายความหมายของประโยคได ๒) บอกชนิดของประโยคได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - จําแนกสวนประกอบของประโยคได ๓.๓ ดานคุณลักษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - มมี ารยาทในการเขียน ๔. สาระการเรยี นรู ๔.๑ ประโยค ๔.๒ สว นประกอบของประโยค ๕. สมรรถนะสําคญั ของผเู รียน ๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค ๖.๑ ใฝเรยี นรู ๖.๒ มุงมนั่ ในการทาํ งาน ๗. กจิ กรรมการเรียนรู
๗๒๔ การจดั กจิ กรรมการเรียนร แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๑ เร่ือ รายวชิ า ภาษาไทย หนวยการเรียนรูท่ี ๗ เร ขอบเขตเนอ้ื หา/ ขัน้ ตอน แ ลาํ ดบั ที่ จดุ ประสงค การจดั เวลา กจิ กรรมครู การเรียนรู ท่ใี ช การเรยี นรู ๑ ขอบเขตเนอ้ื หา ขั้นนํา ๕ นาที ๑. ครเู ลา นิทาน เรอื่ งนกอีแจวกับ นกกระยาง ใหน ักเรยี นฟง ๑ เท่ีย ๑. การอาน เขียน กจิ กรรมกระตนุ ความคิดนักเรียน ประโยค นําประโยค ๑ ประโยค จากนิทาน ๒. สวนประกอบ นกอีแจวกบั นกกระยางมาแสดงบ ของประโยค กระดานดํา และต้งั คําถาม ดงั นี้ ครู : ขออาสาสมัครออกมาอานออ ประโยคนี้ ครู : สังเกตประโยคน้ี เปน อยางไร ครู : ใหน กั เรยี นลองเรยี งประโยค ๒. ครถู ามความรเู ดิมนกั เรยี นเก่ยี ประโยค ครู : ประโยคที่เรียงไดน้ีมลี ักษณะ อยา งไร ๓.ครแู จงจดุ ประสงคการเรยี นในช คอื สวนประกอบของประโยค
คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) รู ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ สื่อการเรยี นรู การประเมิน อง สวนประกอบของประโยค การเรียนรู รอ่ื ง สือ่ สารผา นประโยค จํานวน ๑ ช่ัวโมง แนวการจัดการเรียนรู ๑. PowerPoint ๑. การสังเกต ประโยค พฤติกรรม กจิ กรรมนักเรยี น ๑ ประโยค นักเรียน บ ๑. นกั เรียนฟง นทิ าน เร่ืองนกอแี จวกับ จากนิทาน ๒. การถามตอบ ยว แลว ใช นกกระยาง อาสาสมัครออกมาอา น น โดยครู ออกเสียง แลว สงั เกตประโยคท่คี รูแสดง นเรอ่ื ง บนกระดานดํา บน อกเสียง ร นกั เรยี น : ตอบจากประสบการณเดมิ (แนวคาํ ตอบ : ประโยคเขียนไมถกู ตอง คนใี้ หม เขียนสลบั ตําแหนง ) ยวกับ นักเรยี น : เรียงประโยคที่ครูกําหนด ะเปน ๒. นักเรียนตอบคาํ ถามครู โดยมีแนว คําตอบ ดังน้ี ช่ัวโมงนี้ นักเรยี น : ตอบหลายคาํ ตอบ เชน ประโยคบอกเลา , ประโยคคาํ ถาม ฯลฯ หรอื อาจจะตอบไดหรือไมได
หนวยการเรียนรูท่ี ๗ เรอื่ ง สือ่ สารผานประโยค ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ขน้ั ตอน เวลา แ ลาํ ดับที่ จดุ ประสงค การจัด ท่ใี ช กจิ กรรมครู การเรียนรู ๑. ครอู ธบิ ายเรื่อง สว นประกอบข การเรยี นรู ประโยค ๒. จดุ ประสงค ขัน้ สอน ๒๐ นาที ๒. ครูใหน ักเรยี นจบั คทู าํ กจิ กรรม “สวนประกอบ ฉันสาํ คัญไฉน” การเรยี นรู โดยมีวธิ กี ารทาํ กจิ กรรม ดงั น้ี ๑. อธิบาย - นกั เรียนดูประโยคท่ีครูกาํ หนดใ ความหมายของ - นกั เรยี นแยกสวนประกอบของป ประโยคได ๓. ครซู ักถามความเขาใจและทบท ๒. บอกชนดิ ของ สว นประกอบของประโยค ประโยคได ครู : ยกตัวอยางวลี คูละ ๒ วลี ครู : แตง ประโยคปากเปลาคูละ ๒ ประโยค โดยไมซํา้ กนั ๓. ๒. จําแนก ข้ันปฏบิ ตั ิ ๒๐ นาที ๑. ครชู ี้แจงการทาํ ใบงานท่ี ๑ เรื่อ สว นประกอบของ สวนประกอบของประโยค พรอมช ประโยคได เพ่มิ เติมและชวยเหลือนกั เรยี นเป รายบคุ คลระหวางปฏิบัติ ๒. ครูสมุ นักเรียนออกมานําเสนอ หนา ช้นั เรียนและซกั ถามการทาํ งา
๗๒๕ แนวการจดั การเรียนรู ส่อื การเรียนรู การประเมนิ กิจกรรมนักเรียน การเรียนรู ของ ๑. นักเรียนศกึ ษาใบความรทู ี่ ๑ เรอื่ ง ๑. PowerPoint ๓. การสงั เกต ม สวนประกอบของประโยค เร่ือง พฤติกรรม ให ๒. นกั เรียนจับคูท ํากจิ กรรม สว นประกอบ นกั เรยี น ประโยค “สวนประกอบฉนั สําคัญไฉน” ของประโยค ๔. การถามตอบ ทวน โดยมีวิธีการทํากจิ กรรม ดังน้ี ๒. ใบความรู - นักเรยี นดูประโยคที่ครูกําหนดให เรอื่ ง อง - นักเรยี นแยกสว นประกอบของประโยค สวนประกอบ มชแ้ี จง ๓. นกั เรียนรว มแสดงความคิดเห็น ของประโยค ปน รว มกันและตอบคําถาม อผลงาน นกั เรยี น : พดู ปากเปลา วลี เชน าน บา นใหญ กินจมุ าก แมวดาํ นกั เรียน : พดู ประโยคปากเปลา เชน - นักเรยี นเคารพธงชาติ - ปรชี าเรียนภาษาไทย ๑. นกั เรียนทาํ ใบงานที่ ๑ เร่ือง ๓. ใบงานท่ี ๑ ๕. แบบประเมิน สว นประกอบของประโยค เรอ่ื ง การทําใบงาน สว นประกอบ ที่ ๑ เร่อื ง ๒. ตวั แทนนกั เรยี นออกมานาํ เสนอ ของประโยค สว นประกอบ ของประโยค ผลงานหนาชน้ั เรียนและเลา วธิ ที าํ งาน ๖. การนาํ เสนอ
๗๒๖ ขอบเขตเนื้อหา/ ขั้นตอน เวลา แ ลาํ ดบั ที่ จดุ ประสงค การจัด ทใี่ ช กิจกรรมครู การเรียนรู ๑. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรุปคว การเรียนรู สวนประกอบของประโยค โดยอภ ๓ ๓. มีมารยาท ข้ันสรปุ ๕ นาที รวมกนั ๒. ครกู ลา วชืน่ ชม พรอ มใหค ําแน ในการเขียน การปฏบิ ัตติ ัวและมารยาทการเขีย นกั เรียน
คูม ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจดั การเรยี นรู สื่อการเรยี นรู การประเมิน กจิ กรรมนักเรียน การเรียนรู วามรู เรอ่ื ง ๑. นกั เรียนสรปุ ความรูและรวมอภิปราย ๔. PowerPoint ๗. การสงั เกต ภปิ ราย เรือ่ งสว นประกอบของประโยค เร่อื ง พฤติกรรม สวนประกอบ นกั เรยี น นะนาํ ๒. นักเรยี นกลาวคําขอบคณุ ครู ของประโยค ยนแก
หนวยการเรียนรทู ่ี ๗ เรอื่ ง สอื่ สารผา นประโยค ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓ ๗๒๗ ๘. สื่อการเรียนรู/ แหลง เรียนรู ๑) ใบความรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง สวนประกอบของประโยค ๒) สือ่ PowerPoint เรอ่ื ง สวนประกอบของประโยค ๓) ใบงานที่ ๑ เร่ือง สวนประกอบของประโยค ๔) นิทานเรื่อง นกอีแจวกับนกกระยาง ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ช้นิ งานหรือภาระงาน - ใบงานท่ี ๑ เรื่อง สวนประกอบของประโยค ประเด็นการวัดและ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑการประเมิน ประเมินผล ผานเกณฑ ๑. การถามตอบ - แบบสงั เกตพฤติกรรม การประเมิน ความรู ๒. การสงั เกต รอ ยละ ๖๐ ๑. อธิบายความหมายของ พฤติกรรม ผา นเกณฑ ประโยค การประเมิน ๒. บอกชนดิ ของประโยค - การทําใบงานท่ี ๑ -แบบประเมนิ การทาํ ใบ รอยละ ๖๐ ทักษะและกระบวนการ เร่อื ง สวนประกอบ งานที่ ๑ เรื่อง - จําแนกสวนประกอบของ ของประโยค สวนประกอบของ ผานเกณฑ ประโยค ประโยค การประเมิน รอยละ ๖๐ ดานคณุ ลักษณะ เจตคติ - การสงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม เกณฑการประเมนิ คานยิ ม ระดับคุณภาพ ผา น - มมี ารยาทในการเขียน - การสังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม - เกณฑการประเมนิ ระดบั คุณภาพ ผา น คณุ ลักษณะอันพึงประสงค ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมิน ๑. ใฝเ รยี นรู ความสามารถใน ความสามารถใน ๒. มุง มัน่ ในการทาํ งาน การสอื่ สาร การสือ่ สาร สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน ๒. การประเมิน ๒. แบบประเมนิ ๑. ความสามารถใน ความสามารถใน ความสามารถในการคิด การสื่อสาร การคิด ๒. ความสามารถในการคิด
๗๒๘ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๑ เกณฑการประเมนิ ผลช้ินงานหรอื ภาระงาน ประเดน็ ระดับคุณภาพ การประเมนิ ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ๑. อธบิ าย อธบิ ายความหมาย อธบิ ายความหมายของ ความหมายของ ของประโยคได อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย ประโยคไมได ประโยค ถกู ตอง ของประโยคได ของประโยคได ๒. บอกชนิดของ บอกชนิดของประโยค ถกู ตองเปนสว นมาก ถูกตองเปนสว นนอ ย บอกชนดิ ของประโยค ประโยค ไดถ ูกตอง ไดถ ูกตอ งนอยกวา ๓. จาํ แนก จาํ แนกสว นประกอบ บอกชนดิ ของ บอกชนิดของ จาํ แนกสวนประกอบ สวนประกอบของ ของประโยคได ประโยคไดถกู ตอง ประโยคไดถูกตอง ของประโยค ประโยค ๙-๑๐ ขอ นอ ยกวา ๔ ขอ ๔. มารยาท เขยี นตัวบรรจง จาํ แนกสว นประกอบ จําแนกสว นประกอบ เขียนอา นยาก ในการเขียน สวยงาม อานงา ย ของประโยค ของประโยค มีรอยลบคําผิด และ สะอาด เขียนถูกตอ ง ๗-๘ ขอ ๕-๖ ขอ เขียนผิดมากกวา ๖ คาํ ทุกคํา เขียนตัวบรรจง เขยี นตัวบรรจง สวยงาม อานงาย อา นงาย มีรอยลบ สะอาด เขยี นผดิ คําผดิ เขียนผิด ๒-๓ คาํ ๔-๕ คาํ เกณฑก ารตดั สนิ หมายถึง ดมี าก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผา น ต้ังแตร ะดบั พอใช ข้นึ ไป
หนวยการเรียนรทู ี่ ๗ เร่ือง ส่ือสารผา นประโยค ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ ๗๒๙ ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จํากดั การใชแ ผนการจัดการเรียนรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรงุ แกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ......................................................ผูส อน (..........................................................) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เห็น/ขอ เสนอแนะของผบู รหิ ารหรือผทู ีไ่ ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ...................................................... ผูตรวจ (..........................................................) วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............
๗๓๐ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบความรทู ่ี ๑ เรื่อง สว นประกอบของประโยค หนวยการเรยี นรทู ่ี ๗ เร่ือง สอ่ื สารผา นประโยค แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑ เร่อื ง สว นประกอบของประโยค รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ประโยคและสว นประกอบของประโยค วลี คอื กลุมคาํ ตั้งแต ๒ คาํ ข้ึนไปเรยี งกนั อยา งเปนระเบยี บ แตไ มได ใจความสมบูรณ วลีอาจเปนเพียงภาคประธาน หรือ ภาคแสดง ก็ได เชน เรว็ เหมอื นจรวด ใคร ๆ กไ็ ด แมวสีขาว ประโยค คือ คําหรือกลุมคําตาง ๆ มาเรียบเรียงแลวไดใจความที่ สมบรู ณ สวนประกอบของประโยค ทกุ ประโยคประกอบดวย ๒ สว น ๑. ภาคประธาน คือ ผูกระทําหรือแสดงกริยาอาการตาง ๆ เปน คาํ นาม หรอื คําสรรพนาม ๒. ภาคแสดง คือ สวนที่เปนกริยาและกรรม ภาคกริยาเปนคําที่ แสดงการกระทาํ และสภาพของคน สตั ว สิ่งของ สวนกรรมเปน ผูถูกกระทาํ ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง กริยา กรรม นักเรยี นกระโดด นักเรยี น กระโดด - นกั เรียนกระโดดเชือก นักเรียน คุณแมเย็บผา คุณแม กระโดด เชือก พใ่ี สกางเกง พี่ เย็บ ผา ใส กางเกง
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๗ เรือ่ ง สอ่ื สารผานประโยค ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๗๓๑ บทอาน เรอ่ื ง นกอีแจวกบั นกกระยาง หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ เรอ่ื ง สอ่ื สารผานประโยค แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๑ เรือ่ ง สวนประกอบของประโยค รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๓ นกอีแจวกบั นกกระยาง ณ บึงอันกวางใหญแหงหนึ่ง มีนกกระยางแมลูกคูหนึ่งซึ่งหลง ความงามปก ของตนวา ขาวสวยสะอาด แมน กกระยางตามใจลกู ไมใหลูก ทํางานหนกั เพราะกลวั วาจะทําใหปก ของลูกบอบซ้ําและเลอะเทอะดํา สวนแมนกอีแจวจะสอนใหลูกของมันขยันขันแข็งอดทน มีความมานะ พยายามและไมตามใจลูก เมื่อเวลาผานไปลูกนกอีแจวกลายเปนนกที่ เขมแข็ง สวนลูกนกกระยางเปนนกที่ชวยเหลือตัวเองไมไดและออนแอ วันหนึ่งเกิดพายุลมแรงมาก นกอีแจวแมลูกท้ังสองสามารถพากันบิน กลบั ไปทร่ี งั ของมันได สวนลูกกระยางถกู ลมพายพุ ัดจนปกเลอะเทอะดํา และบาดเจ็บ แมนกกระยางคิดวาตอไปนี้มันจะตองสอนลูกของมัน ใหพ ่งึ ตนเองใหไ ด
๗๓๒ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบงานที่ ๑ เร่ือง สว นประกอบของประโยค หนวยการเรียนรูท่ี ๗ เรอื่ ง สือ่ สารผานประโยค แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง สว นประกอบของประโยค รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ คาํ ช้ีแจง ใหน ักเรยี นเขียนจาํ แนกสวนประกอบของประโยคในชอ งวาง ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง กริยา กรรม ๑. นกอีแจวบิน ๒. นกกระยางกินปลา ๓. กระตายหนีเสอื ๔. เขาอา นหนังสอื นิทาน ๕. ครกู นั ตรองเพลง ๖. แกวตานอนหลบั ๗. กานดาสวมเส้ือสีแดง ๘. แมป ลกู ผักบุง ๙. นักเรียนแขง กีฬา ๑๐. ปาแจว ขายยํา ชือ่ .......................................... สกลุ .................................. ช้ัน ........ เลขที่ ............
หนวยการเรยี นรทู ่ี ๗ เรื่อง ส่อื สารผา นประโยค ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๗๓๓ เฉลยใบงานท่ี ๑ เรอื่ ง สว นประกอบของประโยค หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๗ เรอื่ ง ส่อื สารผา นประโยค แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๑ เรอ่ื ง สว นประกอบของประโยค รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ คาํ ช้แี จง ใหนกั เรียนเขยี นจาํ แนกสวนประกอบของประโยคในชอ งวาง ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง กริยา กรรม ๑. นกอีแจวบนิ นกอแี จว บนิ - ๒. นกกระยางกนิ ปลา นกกระยาง ๓. กระตา ยหนีเสอื กระตา ย กิน ปลา ๔. เขาอา นหนงั สือนทิ าน ๕. ครูกนั ตร อ งเพลง เขา หนี เสือ ๖. แกวตานอนหลบั ครกู ันต ๗. กานดาสวมเสือ้ สีแดง แกวตา อา น หนงั สือนทิ าน ๘. แมป ลกู ผกั บงุ กานดา ๙. นักเรยี นแขงกีฬา รอง เพลง ๑๐. ปาแจว ขายยํา แม นักเรยี น นอนหลับ - ปาแจว สวม เสอ้ื สีแดง ปลูก ผักบุง แขง กฬี า ขาย ยํา
๗๓๔ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๒ แบบประเมินใบงานท่ี ๑ เร่ือง สว นประกอบของประโยค ประเดน็ ระดับคุณภาพ การประเมนิ ๑. ความถูกตอ ง ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเน้ือหา จําแนกสว นประกอบ ของประโยคได จําแนกสวนประกอบ จาํ แนกสว นประกอบ จาํ แนกสวนประกอบ ๒.ลายมอื ๙-๑๐ ขอ ของประโยค ของประโยค ของประโยค ตวั บรรจง เขียนลายมอื สวยงาม ๗-๘ ขอ ๕-๖ ขอ นอยกวา ๔ ขอ มหี ัว เวนระยะหาง ๓. ความสะอาด เขียนลายมอื มหี ัว เขยี นลายมอื มหี ัว เขียนลายมือ ไมม หี ัว ไมม รี อยลบคําผิด สม่าํ เสมอเปนสว นใหญ ไมค อยสม่ําเสมอ ไมส มํ่าเสมอ เวน ระยะหา งไมเทากัน เวนระยะหา งไมเทากนั ไมเ วนระยะหา ง มรี อยลบคาํ ผิด ๑ จดุ มีรอยลบคาํ ผดิ มรี อยลบคาํ ผดิ ๒-๓ จุด มากกวา ๔ จดุ เกณฑก ารตดั สิน หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผาน ตัง้ แตระดับ พอใช ข้นึ ไป
หนวยการเรยี นรูที่ ๗ เรือ่ ง ส่อื สารผา นประโยค ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๗๓๕ แผนการจดั การเรียนรูที่ ๒ เรอ่ื ง ฝกแตงประโยค หนว ยการเรียนรูท่ี ๗ เร่อื ง สื่อสารผา นประโยค เวลา ๑ ชั่วโมง กลุมสาระการเรียนรูภ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู/ตวั ชว้ี ัด สาระท่ี ๔ หลักการใชภ าษา มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลงั ของภาษา ภูมปิ ญ ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ ปน สมบตั ิของชาติ ตัวช้ีวดั ป ๓/๔ แตงประโยคงาย ๆ ๒. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ประโยค คือ คําหรือกลุมคําตาง ๆ มาเรียบเรียงแลวไดใจความท่ีสมบูรณ ประโยคทุกประโยค ประกอบดวย ๒ สวน ไดแก ภาคประธาน คือ ผูกระทําหรือแสดงกริยาอาการตาง ๆ เปนคํานามหรือคํา สรรพนาม ภาคแสดง คอื สว นที่เปน กรยิ าและกรรม ภาคกริยาเปน คําที่แสดงการกระทําและสภาพของคน สัตว สงิ่ ของ ซง่ึ เปนประธานของประโยค สวนกรรมคือผถู กู กระทาํ ๓. จุดประสงคก ารเรยี นรู ๓.๑ ดานความรู ความเขา ใจ (K) - อธิบายความหมายของประโยคได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - แตง ประโยคได ๓.๓ ดา นคณุ ลักษณะ เจตคติ คา นยิ ม (A) - มีมารยาทในการเขยี น ๔. สาระการเรียนรู ๔.๑ ประโยค ๔.๒ สว นประกอบของประโยค ๕. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รยี น ๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเ รยี นรู ๖.๒ มงุ มน่ั ในการทาํ งาน ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู
๗๓๖ การจัดกจิ กรรมการเรียนร แผนการจดั การเรียนรทู ่ี รายวิชา ภาษาไทย หนว ยการเรียนรูท่ี ๗ เร ขอบเขตเนื้อหา/ ขัน้ ตอน ลําดบั ที่ จดุ ประสงค การจดั เวลา กิจกรรมครู การเรียนรู ที่ใช การเรยี นรู ๑ ขอบเขตเนอื้ หา ขั้นนํา ๕ นาที ๑. ครแู สดงประโยคท่ีสลบั ภาค และภาคกรยิ า แลวตงั้ คําถามใ ๑. การอาน เขยี น ชว ยครเู รยี งประโยค ดังน้ี ประโยค ครู : จากขอความตอไปน้ี ใหน ๒. สวนประกอบ เรยี งใหมใ หถ ูกตอง ของประโยค ขอที่ ๑ กระรอก/ตน ไม/ ปน ขอท่ี ๒ วาย/ุ เสอ้ื /ใส/สีขาว ขอที่ ๓ เธอ/จะ/ไหม/ไป/เท ครู : อา นออกเสยี งประโยคทั้ง ๒. ครูใชค าํ ถามกระตุนความค ดงั นี้ ครู : นกั เรียนคิดวาประโยคใด ตอ งการคาํ ตอบ ครู : ประโยคตอไปนตี้ อ งการค หรอื ไม อยา งไร “กระรอกปนตนไม” “ วายใุ สเ สื้อสขี าว”
คูม ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) รู ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๒ เรือ่ ง ฝก แตงประโยค รอื่ ง ส่ือสารผานประโยค จาํ นวน ๑ ช่ัวโมง แนวการจดั การเรียนรู สื่อการเรยี นรู การประเมนิ กิจกรรมนักเรียน การเรียนรู คประธาน ๑. นักเรียนสงั เกตประโยค เรียงประโยค ๑. PowerPoint ๑. การ ใหน ักเรยี น และอา นออกเสยี ง ดังน้ี ประโยคทีเ่ รยี ง สังเกต นักเรยี น สลับ ๓ ขอ พฤติกรรม นักเรียน ๒.การถาม น ขอ ที่ ๑ กระรอกปน ตน ไม ตอบ ขอที่ ๒ วายใุ สเส้อื สขี าว ที่ยว/กับ/ฉัน ขอที่ ๓ เธอจะไปเที่ยวกบั ฉันไหม ง ๓ ประโยค คดิ นกั เรียน ๒. ครใู ชค าํ ถามกระตนุ ความคดิ นกั เรียน ดังนี้ ด เมือ่ พูดแลว นักเรียน : เธอจะไปเท่ียวกบั ฉันไหม เปนประโยคคาํ ถาม คําตอบ นักเรยี น : ไมตอ งการคําตอบทง้ั ๒ ประโยค เพราะเปน การบอกเลา
หนว ยการเรียนรูที่ ๗ เรื่อง สอ่ื สารผานประโยค ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ข้นั ตอน เวลา ลาํ ดับท่ี จุดประสงค การจัด ทใี่ ช กจิ กรรมครู การเรยี นรู ๑๕ นาที ๑. ครทู บทวนเร่อื งสวนประกอ การเรยี นรู ข้ันสอน ๒. จดุ ประสงค ประโยค และอธบิ ายเร่ืองการ แลว ใหนักเรียนอานใบความรูท การเรยี นรู ๒. ครซู กั ถามความเขา ใจและท ๑. อธบิ าย การแตง ประโยค ความหมายของ ประโยคได ๒. แตงประโยคได ครู : ครมู บี ัตรคํา ๕ คํา ใหน กั แลว เลอื กคาํ ๒ คํา มาแตงประ ๔. ๓. มมี ารยาท ขน้ั ปฏิบตั ิ ๒ ประโยค โดยไมใหป ระโยคซ ในการเขยี น ๒๕ นาที ๑. ครูชแี้ จงการทําใบงานท่ี ๒ ประโยค พรอมชี้แจงเพ่ิมเติมแ นกั เรยี นเปน รายบคุ คลระหวา ๒. ครสู ุมนกั เรียนออกมานําเส หนา ช้ันเรียน แลว ตรวจสอบค ในการแตง ประโยค และซักถา รวมทงั้ เรื่องมารยาทในการเขีย ครู : ในการเขยี นทุกครัง้ เราตอ ในการเขยี นอยางไรบา ง
๗๓๗ แนวการจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู การประเมิน กจิ กรรมนกั เรียน การเรียนรู อบของ ๑. นักเรยี นศกึ ษาใบความรทู ่ี ๒ เรือ่ ง ๒. PowerPoint ๑. การ รแตงประโยค ประโยค เรอ่ื งแตง สังเกต ที่ ๒ ประโยค พฤติกรรม ทบทวน ๒.นักเรียนจับคแู ลว เลือกคํา ๒ คาํ นกั เรียน มาแตงประโยค ๒ ประโยค โดยประโยค ๒. การถาม ไมซํ้ากัน ตอบ กเรียนจับคู นักเรยี น: พูดประโยคท่แี ตง ใหเพื่อน ๆ ะโยค ฟง ซํ้ากัน ๒ เร่อื ง ฝก แตง ๑. นกั เรียนทาํ ใบงานที่ ๑ เรอื่ ง ฝก แตง ๓. ใบงานที่ ๒ ๓. แบบ และชวยเหลอื ประโยค เรอื่ ง ฝกแตง ประเมิน างปฏิบัติ ประโยค การแตง สนอผลงาน ๒. นกั เรียนเสนอผลงาน แลว รวมกนั ประโยค ความถกู ตอง ตรวจสอบความถูกตอง และตอบคําถาม ๔. การ ามการทํางาน เก่ยี วกับมารยาทในการเขียน ดังน้ี นําเสนอ ยน ผลงาน องมีมารยาท นกั เรยี น : ตอบจากประสบการณ (แนวคําตอบ : มารยาทในการเขียน เชน เขยี นตวั บรรจง สวยงาม อานงาย สะอาด ไมม ีรอยลบขดู ขีด เขียนถูกตอง)
๗๓๘ ขอบเขตเนอื้ หา/ ขนั้ ตอน เวลา กจิ กรรมครู ลาํ ดับท่ี จดุ ประสงค การจดั ที่ใช การเรียนรู การเรียนรู ๔. ขั้นสรุป ๕ นาที ๑. ครูและนกั เรียนรวมกันสรุป การแตง ประโยค โดยอภิปราย ๒. ครูกลา วชืน่ ชม พรอ มใหค ํา การปฏบิ ตั ิตัวและมารยาทการ นักเรยี น
คูมือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจดั การเรียนรู สือ่ การเรียนรู การประเมิน การเรยี นรู กิจกรรมนกั เรยี น ปความรู เรือ่ ง ๑. นักเรยี นรว มสรปุ ความรู เรื่อง ๔. PowerPoint ๕. การ ยรวมกนั สว นประกอบของประโยค โดย เรื่องแตง สงั เกต าแนะนํา การอภปิ รายรวมกนั ประโยค พฤติกรรม ๒.นกั เรยี นกลาวคําขอบคุณครู นักเรียน รเขยี นแก
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 494
Pages: