Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

Published by elibraryraja33, 2021-07-30 02:22:25

Description: 64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

Search

Read the Text Version

หนวยการเรียนรูที่ ๗ เรือ่ ง สอ่ื สารผา นประโยค ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ ๗๓๙ ๘. สื่อการเรยี นรู/ แหลง เรียนรู ๑) ส่ือ PowerPoint ประโยคที่เรยี งสลบั ๓ ขอ ๒) สือ่ PowerPoint เรือ่ ง แตงประโยค ๓) ใบความรทู ี่ ๒ เร่ือง ประโยค ๔) ใบงานที่ ๒ เรอื่ ง ฝกแตง ประโยค ๙. การประเมินผลรวบยอด ชิน้ งานหรอื ภาระงาน - ใบงานที่ ๒ เรอ่ื ง ฝกแตงประโยค ประเดน็ การวัดและ วิธีการ เครื่องมอื เกณฑก ารประเมนิ ประเมนิ ผล - การถามตอบ - แบบประเมินการถาม ผา นเกณฑ ความรู - การสงั เกตพฤติกรรม ตอบ การประเมิน - อธบิ ายความหมายของ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม รอยละ ๖๐ ประโยค ทกั ษะและกระบวณการ - การทาํ ใบงานท่ี ๒ - แบบประเมินการทาํ ใบ ผา นเกณฑ - แตง ประโยค เรอ่ื งฝกแตงประโยค งานท่ี ๒ เรอื่ งฝกแตง การประเมนิ ประโยค รอยละ ๖๐ ดา นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม - การสังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผา นเกณฑ - มีมารยาทในการเขยี น การประเมนิ รอ ยละ ๖๐ คุณลักษณะอันพึงประสงค ๑. ใฝเรยี นรู - การสังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑการประเมนิ ๒. มุงมนั่ ในการทาํ งาน ระดับคุณภาพ ผาน สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ๑. ความสามารถใน ๑. การประเมิน ๑. แบบประเมนิ - เกณฑก ารประเมนิ การสอื่ สาร ความสามารถใน ความสามารถใน ระดับคุณภาพ ผาน ๒. ความสามารถในการคิด การสือ่ สาร การสอื่ สาร ๒. การประเมิน ๒. แบบประเมนิ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการคดิ

๗๔๐ คูมอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๑ เกณฑการประเมนิ ผลช้ินงานหรอื ภาระงาน ประเด็น ระดับคณุ ภาพ การประเมนิ ๑. อธบิ าย ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ความหมายของ ประโยค อธบิ ายความหมาย อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย อธบิ ายความหมาย ๒. แตงประโยค ของประโยคไดถูกตอง ของประโยคไดถกู ตอ ง ของประโยคไดถูกตอ ง ของประโยคไมไ ด เปนสวนมาก เปน สว นนอ ย ๓. มารยาท ในการเขยี น แตง ประโยคไดถูกตอง แตง ประโยคไดถ ูกตอง แตง ประโยคไดถ ูกตอง แตง ประโยคไดถูกตอง ๑๖-๒๐ ประโยค ๑๑-๑๕ ประโยค ๖-๑๐ ประโยค นอยกวา ๖ ประโยค เขยี นตัวบรรจง เขยี นตวั บรรจง เขยี นตวั บรรจง อา น เขยี นอานยาก สวยงาม อานงาย สวยงาม อานงา ย งาย มีรอยลบคาํ ผิด มรี อยลบคําผดิ สะอาด เขยี นถูกตอ ง สะอาด เขยี นผดิ เขยี นผิด ๔-๕ คํา และเขียนผดิ มากกวา ทุกคาํ ๒-๓ คาํ ๖ คาํ เกณฑการตดั สิน หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผาน ตัง้ แตระดบั พอใช ขนึ้ ไป

หนวยการเรยี นรูที่ ๗ เรอื่ ง ส่อื สารผา นประโยค ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ ๗๔๑ ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจาํ กดั การใชแ ผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรงุ แกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ......................................................ผสู อน (..........................................................) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะของผบู ริหารหรือผูท่ไี ดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๗๔๒ คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบความรูท่ี ๒ เรื่อง ประโยค หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เร่ือง สอื่ สารผา นประโยค แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๒ เรอื่ ง ฝก แตง ประโยค รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ ประโยค วลี คือ กลมุ คําตั้งแต ๒ คําขน้ึ ไปเรียงกนั อยางเปนระเบยี บ แตไมไ ด ใจความสมบูรณ วลีอาจเปนเพียงภาคประธาน หรือ ภาคแสดง ก็ได เชน เรว็ เหมือนจรวด ใคร ๆ ก็ได แมวสีขาว ประโยค คือ คําหรือกลุมคําตาง ๆ มาเรียบเรียงแลวไดใจความท่ี สมบูรณ สวนประกอบของประโยค ทกุ ประโยคประกอบดวย ๒ สวน ๑. ภาคประธาน คือ ผูกระทําหรือแสดงกริยาอาการตาง ๆ เปน คาํ นาม หรือคําสรรพนาม ๒. ภาคแสดง คือ สวนที่เปนกริยาและกรรม ภาคกริยาเปนคําท่ี แสดงการกระทําและสภาพของคน สตั ว สง่ิ ของ สว นกรรมเปนผูถกู กระทาํ ประโยค ภาคประธาน ภาคแสดง นกั เรียนกระโดด นกั เรยี น กริยา กรรม นักเรยี นกระโดดเชือก นักเรียน คุณแม กระโดด - คณุ แมเยบ็ ผา พ่ีใสกางเกง พี่ กระโดด เชือก เยบ็ ผา ใส กางเกง

หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๗ เรื่อง สอ่ื สารผา นประโยค ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๗๔๓ ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง ฝก แตง ประโยค หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เรอื่ ง ส่อื สารผา นประโยค แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๒ เรอื่ ง ฝก แตง ประโยค รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วิชา ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ คําชี้แจง ใหน กั เรียนแตงประโยคจากคาํ ท่คี รกู าํ หนดให ๑. กระทง ............................................................................................................... ๒. กรณุ า ............................................................................................................... ๓. เขยา ............................................................................................................... ๔. ชรา ............................................................................................................... ๕. เช่ือม ............................................................................................................... ๖. ตะกรอ ............................................................................................................... ๗. เตอื น ............................................................................................................... ๘. ถัก ............................................................................................................... ๙. บะหม่ี ............................................................................................................... ๑๐. รอด ...............................................................................................................

๗๔๔ คูม อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) คําช้แี จง ใหแตง ประโยคจากคําทกี่ าํ หนดให เม่ืออานประโยคแลว มคี วามสขุ พรอมวาดภาพประกอบ ๑. อาสา ........................................................................................................ ๒. ตลี งั กา ........................................................................................................ ๓. เพอ่ื นบาน ........................................................................................................ ๔. เมอื งไทย ....................................................................................................... ชื่อ ....................................... สกลุ .................................. ชน้ั ........... เลขท่ี ............

หนว ยการเรียนรูท ี่ ๗ เร่ือง สื่อสารผา นประโยค ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ ๗๔๕ ๙.๒ แบบประเมินใบงานที่ ๒ เรอ่ื ง ฝกแตงประโยค ประเดน็ ระดับคณุ ภาพ การประเมนิ ๑. ความถกู ตอง ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเน้ือหา แตง ประโยคไดถ ูกตอง แตงประโยคไดถ ูกตอง ๒. ลายมือ ๑๖-๒๐ ประโยค แตง ประโยคไดถูกตอง แตงประโยคไดถูกตอง นอยกวา ๖ ประโยค ตัวบรรจง เขยี นลายมือสวยงาม ๑๑-๑๕ ประโยค ๖-๑๐ ประโยค เขียนลายมือ ไมมีหวั มหี ัว เวนระยะหา ง ไมสมาํ่ เสมอ ๓. ความสะอาด เขยี นลายมอื มหี ัว เขยี นลายมอื มหี ัว ไมเวน ระยะหาง ไมมรี อยลบคาํ ผิด สม่าํ เสมอเปนสว นใหญ ไมค อยสม่ําเสมอ มรี อยลบคําผดิ ๔. ความสวยงาม เวนระยะหางไมเทากัน เวน ระยะหางไมเทากัน มากกวา ๔ จดุ ตกแตง วาดภาพ ไมตกแตง ไมร ะบายสี ระบายสสี วยงาม มีรอยลบคําผิด ๑ จดุ มรี อยลบคาํ ผดิ วาดภาพไมส อดคลอง สอดคลอ งกับประโยค ๒-๓ จดุ กบั ประโยค ทกุ ประโยค ตกแตง วาดภาพ ตกแตง วาดภาพ ระบายสสี วยงาม ระบายสีสวยงาม สอดคลอ งกบั ประโยค สอดคลอ งกบั ประโยค ๓ ประโยค ๒ ประโยค เกณฑการตดั สิน หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๔ คะแนน เกณฑการผาน ตง้ั แตร ะดบั พอใช ข้นึ ไป

๗๔๖ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจดั การเรียนรูที่ ๓ เรื่อง ประโยคบอกเลา หนว ยการเรียนรทู ่ี ๗ เร่ือง ส่ือสารผานประโยค เวลา ๑ ชั่วโมง กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ัด สาระท่ี ๔ หลกั การใชภาษา มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภมู ปิ ญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเ ปนสมบัตขิ องชาติ ตัวช้ีวัด ป ๓/๔ แตง ประโยคงาย ๆ ๒. สาระสําคัญ/ความคิดรวบยอด ประโยคบอกเลา คือ ประโยคท่ีมีเนื้อความบอกเรื่องราว หรืออธิบายวา ประธาน(ใคร) ทําอะไร เปนอยางไร โดยไมตองการคําตอบ มารยาทในการเขียน เปนคุณลักษณะสําคัญของผูใชภาษาไดอยาง สรางสรรค ๓. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) - อธิบายความหมายของประโยคบอกเลา ได ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (P) - แตงประโยคบอกเลาได ๓.๓ ดานคุณลักษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - มมี ารยาทในการเขยี น ๔. สาระการเรยี นรู ๔.๑ ประโยคบอกเลา ๔.๒ มารยาทในการเขยี น ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน ๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเ รียนรู ๖.๒ มุง มัน่ ในการทํางาน ๗. กิจกรรมการเรียนรู

หนว ยการเรียนรูท่ี ๗ เรอ่ื ง สือ่ สารผา นประโยค ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ขอบเขตเนื้อหา/ ข้นั ตอน การจดั กจิ กรรมการเรียนร ลาํ ดบั ที่ จดุ ประสงค การจัด แผนการจัดการเรียนรูที่ การเรียนรู รายวชิ า ภาษาไทย หนว ยการเรียนรทู ่ี ๗ เร การเรยี นรู เวลา กิจกรรมครู ท่ีใช ๑ ขอบเขตเนอื้ หา ขัน้ นาํ ๕ นาที ๑. ครใู หนักเรียนอาสา ๒ คนออก ๑. การอาน และ เรื่องราวทไี่ ดพ บเม่อื ตอนเชา หนา เขียนประโยค ครู : ขออาสาสมัคร ๒ คนออกมา ๒. ประโยคบอกเลา ท่นี ักเรยี นพบหรือเปน เหตุการณท เมอื่ เชาน้ี เปน เรื่องราวดี ๆ และท รูสกึ ดี ๒. ครใู ชค าํ ถามกระตุนความคดิ น ดงั น้ี ครู : จากเร่ืองเลาท้งั ๒ เรื่องที่เพื่อ ไปแลว เปนเรือ่ งเก่ียวกบั อะไร ครู : เรอ่ื งทเ่ี ลาบอกเรอื่ งราวของใ ๓. ครสู รุปการเลา เรือ่ งของนกั เรีย ครู : เรื่องท่เี ลามักเปนการบอกให “ใคร ทําอะไร ที่ไหน อยางไร”

๗๔๗ รู ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ ๓ เรือ่ ง ประโยคบอกเลา ร่อื ง สื่อสารผานประโยค จาํ นวน ๑ ช่ัวโมง แนวการจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรียนรู การประเมิน การเรยี นรู กจิ กรรมนักเรยี น กมาเลา ๑. นักเรียนอาสา ๒ คนออกมาเลา ๑. การ าชนั้ เรียน เรอ่ื งราวทีไ่ ดพบเมื่อตอนเชา สงั เกต าเลา เร่ือง พฤติกรรม ท่นี า สนใจ นักเรยี น ทําใหเรา ๒. การถาม ตอบ นักเรยี น ๒. นกั เรียน ตอบคาํ ถาม ดงั น้ี อนเลา จบ นกั เรียน : ตอบตามเนื้อหาของเรือ่ งท่ีฟง ใคร นกั เรยี น : ตอบตามประสบการณเ ดิม ยน ดังน้ี หร ูว า

๗๔๘ ขอบเขตเนือ้ หา/ ขนั้ ตอน เวลา กจิ กรรมครู ลําดับท่ี จดุ ประสงค การจดั ทีใ่ ช ๑. ครอู ธิบายเรื่อง ประโยคบอกเล การเรียนรู นกั เรยี นอานใบความรทู ่ี ๓ เรื่องป การเรยี นรู บอกเลา ๒. จดุ ประสงค ข้ันสอน ๒๐ นาที ๒. ครูใชบ ตั รภาพประกอบการตัง้ กระตนุ องคความรูนกั เรยี น ดังนี้ การเรียนรู ข้นั ปฏิบัติ ๒๐ นาที ครู : สงั เกตภาพ แลวบอกวาภาพ ๑. อธบิ าย ภาพอะไร (ภาพ ๔ ภาพ) ความหมายของ ครู : คําจากภาพนี้ ใหนาํ ไปแตง เป ประโยคบอกเลา ได บอกเลา ๓. ครแู ละนักเรยี นรวมกบั อภิปรา ๓. ๒. แตง ประโยค ประโยคบอกเลา ท่นี ักเรียนแตงข้นึ บอกเลา ได ๑. ครูชี้แจงการทาํ ใบงานที่ ๓ เรื่อ ๓. มีมารยาท แตง ประโยคบอกเลา พรอ มชแี้ จง ใน และชว ยเหลือนกั เรยี นเปนรายบคุ การเขยี น ระหวางปฏิบตั ิ ๒. ครูสุมนกั เรยี นออกมานําเสนอ หนา ชนั้ เรียน แลว ตรวจสอบความ ในการแตง ประโยค และซกั ถามก รวมทงั้ เรอื่ งมารยาทในการเขียน ครู : ในการเขียนทุกครั้งเราตองม ในการเขยี นอยางไรบา ง

คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจดั การเรยี นรู ส่ือการเรียนรู การประเมิน กจิ กรรมนกั เรียน การเรยี นรู ลา และให ๑. นกั เรียนศึกษาใบความรทู ่ี ๓ เรื่อง ๑. PowerPoint ๓. การ ประโยต ประโยคบอกเลา เร่ืองประโยค สงั เกต งคําถาม บอกเลา พฤติกรรม ๒. นักเรยี นสังเกตภาพท่ีครกู ําหนดใหแลว ๒. ภาพ นกั เรยี น บอกชอ่ื ภาพ และแตงประโยคบอกเลา ๓. ใบความรู ๔. การถาม พนน้ั เปน นกั เรยี น : บอกคาํ จากการดภู าพ ที่ ๓ เรอื่ ง ตอบ ประโยคบอกเลา ปน ประโยค ายเก่ยี วกบั ๓. นกั เรียนรวมกบั อภิปรายเกี่ยวกบั นจากภาพ ประโยคบอกเลาทีน่ ักเรยี นแตงข้ึนจากภาพ อง งเพ่มิ เตมิ ๑. นกั เรยี นทาํ ใบงานท่ี ๓ เรือ่ ง ๔. ใบงานท่ี ๓ ๕. แบบ คคล แตงประโยคบอกเลา เรอื่ ง ประเมนิ แตง ประโยค การแตง อผลงาน บอกเลา ประโยค มถกู ตอง ๒. นักเรยี นเสนอผลงาน แลว รว มกัน บอกเลา การทํางาน ตรวจสอบความถูกตอง และตอบคําถาม เกย่ี วกับมารยาทในการเขียน ดังน้ี มีมารยาท นักเรียน : ตอบจากประสบการณ (แนวคําตอบ : มารยาทในการเขียน เชน

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ เรอ่ื ง สื่อสารผานประโยค ชน้ั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ข้นั ตอน เวลา กิจกรรมครู ลาํ ดบั ท่ี จุดประสงค การจดั ทใี่ ช การเรียนรู การเรียนรู ๔. ขัน้ สรุป ๕ นาที ๑. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปคว การแตงประโยคบอกเลา โดยอภปิ รวมกัน ครสู ุม ใหน กั เรยี นบอกคว การเรยี นในวันนด้ี ว ยประโยคบอก ๒. ครกู ลา วชืน่ ชม พรอ มใหค ําแน การปฏิบัตติ วั และมารยาทการเขยี นักเรียน

๗๔๙ แนวการจดั การเรียนรู สือ่ การเรียนรู การประเมิน การเรยี นรู กจิ กรรมนกั เรียน เขยี นดว ยลายมือบรรจง อา นงาย ๕. PowerPoint ๖. การ เปน ระเบียบ ไมขดู ขีดทิง้ ใชค ําสภุ าพ เรอื่ งประโยค สงั เกต เขียนสิ่งที่เปนความจริง และรับผิดชอบ บอกเลา พฤติกรรม ในสิ่งทีเ่ ขียน) นักเรยี น วามรู เร่ือง ๑. นกั เรยี นรว มสรุปความรเู ร่ืองการแตง ปราย ประโยคบอกเลา และบอกความรสู ึกของ วามรสู กึ ของ การเรียนในวนั น้ีดว ยประโยคบอกเลา กเลา ๑ ประโยค นะนํา ๒. นักเรียนกลาวคําขอบคณุ ครู ยนแก

๗๕๐ คูมือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. ส่อื การเรียนร/ู แหลง เรียนรู ๑) ใบความรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง ประโยคบอกเลา ๒) ส่ือ PowerPoint เรื่อง ประโยคบอกเลา ๓) ภาพ ๔ ภาพ ๔) ใบงานท่ี ๓ เรอ่ื ง ประโยคบอกเลา ๙. การประเมินผลรวบยอด ชิ้นงานหรือภาระงาน - ใบงานท่ี ๓ เร่ือง ประโยคบอกเลา ประเดน็ การวัดและ วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑก ารประเมิน ประเมนิ ผล - การถามตอบ - แบบประเมนิ การถาม ผานเกณฑ ความรู - การสังเกตพฤตกิ รรม ตอบ การประเมิน - อธิบายความหมายของ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๖๐ ประโยคบอกเลา ทกั ษะและกระบวณการ - การทําใบงานที่ ๓ - แบบประเมนิ การทําใบ ผา นเกณฑ - แตงประโยคบอกเลา เรื่องประโยคบอกเลา งานที่ ๓ เรื่องประโยค การประเมนิ บอกเลา รอยละ ๖๐ ดานคุณลกั ษณะ เจตคติ คา นิยม - การสงั เกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผา นเกณฑ - มมี ารยาทในการเขียน การประเมิน รอยละ ๖๐ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค ๑. ใฝเ รียนรู - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม เกณฑการประเมนิ ๒. มงุ มน่ั ในการทาํ งาน ระดับคุณภาพ ผา น สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น ๑. ความสามารถใน ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมิน เกณฑการประเมิน การสอ่ื สาร ความสามารถใน ความสามารถใน ระดับคุณภาพ ผาน ๒. ความสามารถในการคิด การส่ือสาร การส่อื สาร ๒. การประเมิน ๒. แบบประเมิน ความสามารถในการคิด ความสามารถในการคดิ

หนว ยการเรียนรูที่ ๗ เรอ่ื ง ส่อื สารผา นประโยค ชั้นประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๗๕๑ ๙.๑ เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงานหรือภาระงาน ประเดน็ ระดับคณุ ภาพ การประเมนิ ๑. อธิบาย ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ความหมายของ อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย ประโยคบอกเลา ของประโยคบอกเลา อธบิ ายความหมาย อธิบายความหมาย ของประโยคบอกเลา ไดถ ูกตอง ของประโยคบอกเลา ของประโยคบอกเลา ไมได ๒. แตงประโยค ไดถ ูกตองเปน ไดถ ูกตอ งเปน บอกเลา แตงประโยคบอกเลา สว นมาก สวนนอ ย แตง ประโยคบอกเลา ไดถูกตอง ไดถูกตองนอยกวา ๓. มารยาท ๙-๑๐ ประโยค แตง ประโยคบอกเลา แตงประโยคบอกเลา ๔ ประโยค ในการเขียน - เขียนดว ยลายมอื ไดถูกตอ ง ไดถ ูกตอ ง - เขียนดว ยลายมือท่ี บรรจง อา นงาย ๗-๘ ประโยค ๕-๖ ประโยค อา นยาก เปนระเบยี บ - มีรอยขูดขีดลบ - ไมขดู ขีดท้งิ - เขยี นดวยลายมอื - เขยี นดวยลายมอื ท่ี คําผิด - ใชคําสภุ าพ บรรจง อานงาย คอ นขางอา นงา ย - ใชค ําไมเ หมาะสม - เขียนสงิ่ ทีเ่ ปนความ - ไมขดู ขีดทิ้ง - มีขดู ขีดทิ้ง - เขยี นเร่อื งที่ไมเ ปน จริง และรับผดิ ชอบ - ใชคาํ สภุ าพ - ใชค าํ เหมาะสม ความจริง และไม ในส่งิ ที่เขยี น - เขยี นสงิ่ ท่ีเปนความ - เขยี นสง่ิ ที่เปนความ รบั ผิดชอบในส่งิ ที่ จรงิ และรบั ผดิ ชอบ จริงปนกบั เรอื่ งไมจ รงิ เขียน ในสิ่งทีเ่ ขยี น และรบั ผดิ ชอบในสงิ่ ที่ เขยี น เกณฑการตัดสนิ หมายถึง ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผา น ต้งั แตร ะดับ พอใช ขึน้ ไป

๗๕๒ คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บันทึกผลหลังสอน ผลการจัดการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กดั การใชแ ผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอเสนอแนะของผบู รหิ ารหรือผทู ไี่ ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ...................................................... ผูต รวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรยี นรูที่ ๗ เรือ่ ง ส่อื สารผานประโยค ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๗๕๓ ใบความรทู ่ี ๒ เรื่อง ประโยคบอกเลา หนวยการเรยี นรทู ี่ ๗ เร่ือง ส่ือสารผา นประโยค แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๓ เรื่อง ประโยคบอกเลา รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓ ประโยคบอกเลา ประโยคบอกเลา คือ ประโยคท่ีมีประธาน กริยาหรือมีกรรม อยูดวยกัน ประโยคบอกเลาจะบอกใหรูวา ประธานของประโยค(ใคร) ทาํ อะไร เปนอยางไร ตวั อยา งประโยคบอกเลา (ประธาน + กรยิ า + กรรม) ๑. ลกู แกะกลวั หมาปา ๒. ลูกแกะเถยี งหมาปา ๓. หมาปาตะครุบลกู แกะ ๔. ลกู แกะเดนิ ทอ งน้าํ มาแตไกล ๕. หมาปากาํ ลงั กนิ นํา้ ท่เี ตม็ ลําธาร ๖. นํา้ ในลําธารไหลไปยังปลายลําธาร ๗. นา้ํ ในกาเดอื ดพลา น ๘. เดก็ ดขี ยนั เรียนหนงั สอื

๗๕๔ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบงานท่ี ๓ เรื่อง แตงประโยคบอกเลา หนวยการเรยี นรูท่ี ๗ เรอื่ ง สือ่ สารผานประโยค แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๓ เรื่อง ประโยคบอกเลา รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ คําชแ้ี จง ใหน กั เรียนแตง ประโยคบอกเลา จาํ นวน ๑๐ ประโยค ชื่อ ................................ สกุล ................................. ชัน้ ................... เลขท่ี ............

หนว ยการเรียนรูท่ี ๗ เร่อื ง ส่อื สารผา นประโยค ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๗๕๕ ๙.๒ แบบประเมนิ ใบงานที่ ๓ เร่ืองแตงประโยคบอกเลา ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ การประเมนิ ๑. ความถูกตอง ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเนื้อหา แตง ประโยคบอกเลา แตงประโยคบอกเลา ๒. ลายมือ ไดถูกตอง แตง ประโยคบอกเลา แตงประโยคบอกเลา ไดถ ูกตองนอยกวา ตวั บรรจง ๙-๑๐ ประโยค ไดถูกตอง ไดถ ูกตอ ง ๔ ประโยค เขยี นลายมือสวยงาม ๗-๘ ประโยค ๕-๖ ประโยค เขยี นลายมอื ไมมหี วั ๓. ความสะอาด มหี ัว เวนระยะหา ง ไมสมํา่ เสมอ เขียนลายมอื มหี ัว เขยี นลายมอื มีหวั ไมเวนระยะหา ง ไมมีรอยลบคาํ ผิด สมํา่ เสมอเปน ไมคอยสมาํ่ เสมอ สวนใหญ เวน ระยะหา ง มีรอยลบคาํ ผดิ เวนระยะหาง ไมเทากัน มากกวา ๔ จดุ ไมเ ทา กัน มีรอยลบคาํ ผดิ ๑ จุด มรี อยลบคาํ ผิด ๒-๓ จุด เกณฑการตัดสนิ หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผา น ตัง้ แตร ะดับ พอใช ขึ้นไป

๗๕๖ คูม ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี ๔ เรื่อง ประโยคคําถาม หนวยการเรยี นรูท ี่ ๗ เร่ือง สอ่ื สารผา นประโยค เวลา ๑ ชวั่ โมง กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชี้วัด สาระท่ี ๔ หลักการใชภ าษา มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลังของภาษา ภมู ิปญญาทางภาษา และรกั ษาภาษาไทยไวเปนสมบตั ิของชาติ ตวั ช้วี ัด ป ๓/๔ แตงประโยคงาย ๆ ๒. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด ประโยคคําถาม คือ ประโยคท่ีมีใจความซักถามเพ่ือตองการคําตอบ จะมีคําวา ใชหรือไม ใคร อะไร ไหน ที่ไหน ทาํ ไม อยา งไร อยใู นประโยค ๓. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขา ใจ (K) - อธบิ ายความหมายของประโยคคาํ ถามได ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (P) - แตงประโยคคําถามได ๓.๓ ดานคุณลักษณะ เจตคติ คานิยม (A) - มมี ารยาทในการเขียน ๔. สาระการเรียนรู - ประโยคคาํ ถาม ๕. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียน ๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเ รยี นรู ๖.๒ มงุ มั่นในการทํางาน ๗. กจิ กรรมการเรียนรู

หนวยการเรียนรทู ่ี ๗ เร่อื ง สื่อสารผานประโยค ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ การจดั กิจกรรมการเรียนร แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ รายวชิ า ภาษาไทย หนวยการเรยี นรทู ่ี ๗ เร ขอบเขตเนอื้ หา/ ขน้ั ตอน แ ลาํ ดับที่ จดุ ประสงค การจัด เวลา กจิ กรรมครู การเรียนรู ทีใ่ ช การเรยี นรู ๑ ขอบเขตเน้อื หา ขัน้ นํา ๕ นาที ๑. ครูใชคําถามกระตนุ ความคดิ น ดงั นี้ ๑. การอา น เขยี น - เมื่อเชา นักเรียนทานขา วกับอะ ประโยค - ทาํ ไมนกั เรยี นชอบดมื่ นํา้ อัดลม ๒. ประโยคคําถาม - นกั เรียนตองตง้ั ใจเรียนใชห รือไ - นักเรยี นชอบไปเทีย่ วที่ไหน ๒. ครใู ชค าํ ถามกระตนุ ความคิดน ดงั นี้ - นกั เรยี นคดิ วา ประโยคท่ีครูพูด คําตอบหรือไม ๒. จดุ ประสงค ข้นั สอน ๒๐ นาที ๑. ครทู บทวนประโยคบอกเลาแ การเรยี นรู เรือ่ ง ประโยคคาํ ถาม รวมท้ังการ ๑. อธบิ าย ประโยคคาํ ถามจากประโยคบอก ความหมายของ นักเรียนอา นใบความรูท ่ี ๔ เร่ือง ประโยคคาํ ถามได คาํ ถาม

๗๕๗ รู ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ สอ่ื การเรียนรู การประเมิน ๔ เรื่อง ประโยคคําถาม การเรียนรู ร่ือง ส่ือสารผา นประโยค จาํ นวน ๑ ชั่วโมง แนวการจัดการเรยี นรู กจิ กรรมนกั เรียน นักเรียน ๑. นักเรียนตอบคาํ ถามครู โดยมีแนว ๑. การสังเกต ะไร คําตอบ ดังนี้ พฤติกรรม ม - คําตอบหลากหลาย (ใหครูพิจารณา) นกั เรียน - คําตอบหลากหลาย อาจแทรกขอดี ๒. การถาม ไม และขอเสียของการด่ืมนํ้าอัดลมมาก ตอบ นกั เรียน เกนิ ไป (ใหค รพู จิ ารณา) ตองการ - คําตอบหลากหลาย (ใหครูพิจารณา) - คําตอบหลากหลาย (ใหค รพู ิจารณา) ๒. นกั เรียนตอบคาํ ถามครู โดยมีแนว คําตอบ ดงั นี้ - ตอ งการคําตอบ และอธิบาย ๑. นักเรยี นศึกษาใบความรูท ่ี ๔ เร่อื ง ๑. PowerPoint ๑. การสงั เกต รเขียน ประโยคคําถาม เร่อื งประโยค พฤติกรรม กเลา และให คําถาม นกั เรียน งประโยค ๒. ใบความรู ๒. การถาม ท่ี ๔ เร่ือง ตอบ ประโยคคาํ ถาม

๗๕๘ ขอบเขตเนื้อหา/ ขัน้ ตอน เวลา แ ลาํ ดับท่ี จดุ ประสงค การจัด ที่ใช กจิ กรรมครู การเรียนรู การเรียนรู ๒. ครใู ชค ําถามทบทวนความเขา ดงั น้ี ครู : สงั เกตภาพที่ครูกําหนดให แ ภาพนนั้ สามารถแตง เปนประโยค อยา งไร ๓. ๒. แตง ประโยค ข้นั ปฏิบตั ิ ๒๐ นาที ๓. ครูและนักเรียนรวมกนั อภิปร คําถามได ประโยคคําถามทีน่ ักเรยี นแตง ขึ้น ๑. ครชู ี้แจงการทําใบงานที่ ๔ เร ประโยคคาํ ถาม พรอมช้ีแจงเพมิ่ เ ชวยเหลอื นกั เรียนเปน รายบคุ คล ปฏิบัติ ๒. ครสู มุ นกั เรียนออกมานําเสนอ หนา ชนั้ เรยี น แลวตรวจสอบควา ในการแตง ประโยค และซกั ถามก รวมท้งั เรื่องมารยาทในการเขียน ครู : ในการเขยี นทุกคร้งั เราตองม ในการเขยี นอยางไรบา ง

คมู ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจดั การเรียนรู สอ่ื การเรียนรู การประเมิน ๓. ใบงานท่ี ๔ การเรยี นรู กจิ กรรมนักเรยี น เร่อื ง ๓. แบบ แตง ประโยค ประเมิน าใจนักเรียน ๒. นกั เรยี นสงั เกตภาพที่ครกู ําหนดให คาํ ถาม การแตง แลว บอกวา แลว ตอบคาํ ถาม ประโยค คคาํ ถามได นักเรียน : แตง ได เพราะ ประโยคทีม่ ี คาํ ถาม ใจความซกั ถามเพ่ือตอ งการคําตอบ รายเกีย่ วกบั จะมีคาํ วา ใชหรือไม ใคร อะไร ไหน นจากภาพ ที่ไหน ทาํ ไม อยา งไร อยูในประโยค รื่องแตง ๓. นกั เรียนรว มกันอภิปรายเก่ียวกับ เติมและ ประโยคคาํ ถามท่ีแตงขึ้นจากภาพ ลระหวา ง ๑. นกั เรยี นทําใบงานท่ี ๔ เร่อื ง แตงประโยคคําถาม อผลงาน ๒. นกั เรียนเสนอผลงาน แลวรวมกนั ามถูกตอง ตรวจสอบความถูกตอง และตอบ การทาํ งาน คําถาม เกยี่ วกบั มารยาทในการเขยี น น ดงั นี้ มีมารยาท นักเรยี น : ตอบจากประสบการณ (แนวคาํ ตอบ : มารยาทในการเขียน เชน เขยี นดวยลายมอื บรรจง อานงาย เปนระเบียบ ไมข ดู ขีดทิ้ง ใชค ําสุภาพ

หนวยการเรยี นรูที่ ๗ เรือ่ ง สือ่ สารผา นประโยค ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ขนั้ ตอน เวลา แ ลาํ ดบั ที่ จดุ ประสงค การจัด ทีใ่ ช กิจกรรมครู การเรียนรู การเรียนรู ๔. ๓. มีมารยาท ข้ันสรปุ ๕ นาที ๑. ครูใหน ักเรียนตัง้ คําถาม ถามเ ในการเขียน ในหอ งคนใดก็ได ๑ ประโยค แล คนนั้นตอบคําถาม ๒. นักเรียนคนที่ตอบคาํ ถาม เลอื คนใหตอบคําถามของตนเอง วน ๓. ครูกลา วช่นื ชมนกั เรยี น

๗๕๙ แนวการจดั การเรยี นรู สอื่ การเรยี นรู การประเมนิ กจิ กรรมนกั เรียน การเรยี นรู เขยี นส่ิงทเ่ี ปน ความจรงิ และรับผิดชอบ ในสง่ิ ทเ่ี ขียน) เพื่อนที่อยู ๑. นักเรียนตั้งคาํ ถาม ถามเพื่อนที่อยู ๔. PowerPoint ๑. การสงั เกต ลว ใหเ พื่อน ในหองคนใดก็ได ๑ ประโยค แลวให เร่อื งประโยค พฤติกรรม เพือ่ นคนน้ันตอบคําถาม คําถาม นกั เรียน อกเพื่อนหนึง่ ๒. นักเรยี นคนท่ตี อบคาํ ถาม เลือก นไปเรอ่ื ย ๆ เพ่อื นหนึ่งคนใหตอบคาํ ถามของตนเอง วนไปเรือ่ ย ๆ

๗๖๐ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. สื่อการเรียนรู/ แหลง เรยี นรู ๑) ใบความรทู ่ี ๔ เร่อื ง ประโยคคําถาม ๒) ส่ือ PowerPoint เรื่อง ประโยคคาํ ถาม ๓) ภาพ ๔) ใบงานที่ ๔ เรือ่ ง ประโยคคําถาม ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน - ใบงานท่ี ๔ เร่ือง ประโยคคําถาม ประเดน็ การวดั และ วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑก ารประเมิน ประเมินผล - การถามตอบ - แบบประเมนิ การถาม ผานเกณฑ ความรู - การสังเกตพฤติกรรม ตอบ การประเมนิ - อธิบายความหมายของ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม รอ ยละ ๖๐ ประโยคคาํ ถาม ทักษะและกระบวนการ - การทําใบงานท่ี ๔ - แบบประเมนิ การทํา ผานเกณฑ - แตง ประโยคคําถาม เรือ่ งประโยคคําถาม ใบงานท่ี ๔ เรือ่ ง การประเมนิ ประโยคคาํ ถาม รอยละ ๖๐ ดา นคณุ ลักษณะ เจตคติ คานยิ ม - การสังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผา นเกณฑ - มีมารยาทในการเขียน การประเมนิ รอยละ ๖๐ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค ๑. ใฝเ รียนรู - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม เกณฑการประเมิน ๒. มุง มัน่ ในการทาํ งาน ระดบั คุณภาพ ผา น สมรรถนะสําคญั ของผูเ รียน ๑. ความสามารถใน ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมนิ เกณฑการประเมนิ การสอื่ สาร ความสามารถใน ความสามารถใน ระดบั คุณภาพ ผา น ๒. ความสามารถในการคดิ การสื่อสาร การสื่อสาร ๒. การประเมนิ ๒. แบบประเมนิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการคิด

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ เร่ือง สื่อสารผา นประโยค ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ ๗๖๑ ๙.๑ เกณฑก ารประเมนิ ผลชิ้นงานหรอื ภาระงาน ประเดน็ ระดับคณุ ภาพ การประเมนิ ๑. อธบิ าย ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ความหมายของ อธบิ ายความหมาย ประโยคคาํ ถาม ของประโยคคาํ ถาม อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย อธบิ ายความหมาย ๒. แตงประโยค ไดถูกตอง ของประโยคคําถามได ของประโยคคาํ ถามได ของประโยคคาํ ถาม คําถาม แตงประโยคคําถาม ถกู ตองเปนสว นมาก ถูกตองเปนสว นนอ ย ไมได ไดถูกตอง ๓. มารยาท ๙-๑๐ ประโยค แตง ประโยคคําถาม แตง ประโยคคาํ ถาม แตงประโยคคําถาม ในการเขยี น - เขียนดว ยลายมือ ไดถูกตอ ง ไดถูกตอง ไดถ ูกตอ งนอยกวา บรรจง อานงา ย เปน ๗-๘ ประโยค ๕-๖ ประโยค ๔ ประโยค ระเบียบ - ไมขดู ขีดท้ิง - เขียนดว ยลายมอื - เขยี นดว ยลายมอื ที่ - เขียนดวยลายมอื ท่ี - ใชค ําสภุ าพ บรรจง อา นงา ย คอ นขางอานงา ย อา นยาก - เขยี นสิง่ ท่เี ปนความ - ไมข ดู ขีดท้งิ - มขี ูดขีดท้ิง - มีรอยขูดขีดลบ จรงิ และรบั ผดิ ชอบ - ใชคาํ สุภาพ - ใชคาํ เหมาะสม คาํ ผดิ ในสิ่งทีเ่ ขียน - เขียนสง่ิ ทีเ่ ปน ความ - เขยี นส่ิงทเี่ ปน ความ - ใชค ําไมเ หมาะสม จรงิ และรบั ผดิ ชอบ จรงิ ปนกับเรอ่ื งไมจรงิ - เขียนเรอ่ื งท่ีไมเ ปน ในสิง่ ที่เขียน และรบั ผิดชอบในส่ิงท่ี ความจรงิ และไม เขยี น รับผิดชอบในสิ่งท่ี เขียน เกณฑการตดั สิน หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผา น ตั้งแตร ะดบั พอใช ขึน้ ไป

๗๖๒ คูม ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กัดการใชแ ผนการจัดการเรยี นรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรงุ แกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ......................................................ผูสอน (..........................................................) วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเหน็ /ขอเสนอแนะของผูบ ริหารหรือผูทไี่ ดร ับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

หนวยการเรียนรทู ่ี ๗ เรอื่ ง สื่อสารผานประโยค ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓ ๗๖๓ ใบความรูท ี่ ๔ เร่ือง ประโยคคาํ ถาม หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เรอื่ ง สือ่ สารผานประโยค แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๔ เร่อื ง ประโยคคําถาม รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศึกษาปท ่ี ๓ ประโยคคาํ ถาม ประโยคคําถาม คือ ประโยคที่มีใจความซักถามเพื่อตองการคําตอบ จะมคี าํ วา ใชหรอื ไม ใคร อะไร ไหน ทีไ่ หน ทาํ ไม อยางไร อยใู นประโยค ตวั อยาง ประโยคคาํ ถาม บานของมดทาํ จากใบไมใ ชหรอื ไม ใครสรางโรงเรียนวังไกลกงั วล ฯ นักเรียนสามารถปฏิบัตติ นเปน คนดไี ดอ ยา งไรบา ง บา นของนักเรียนอยทู ี่ไหน ทําไมคนและสตั วต องมีบาน ความเพียรพยายามชวยใหเกิดความสําเร็จไดอยา งไร ตัวอยา ง การเขียนประโยคคาํ ถาม จากประโยคบอกเลา ประโยคบอกเลา ประโยคคําถาม ๑. แกวปนจักรยานไปตลาด ๑. แกว ปน จักรยานไปไหน ๒. สมชายคดิ เลขเกง ๒. ใคร คดิ เลขเกง ๓. ฉนั ไมไ ปโรงเรยี นเพราะเปนวันเสาร ๓. ทําไมฉนั ไมไ ปโรงเรยี น ๔. เมอ่ื คนื แมน ําดอกมะลไิ ปบชู าพระ ๔. แมน าํ ดอกมะลไิ ปบชู าพระเมื่อไร

๗๖๔ คูม อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบงานที่ ๔ เรื่อง แตง ประโยคคาํ ถาม หนว ยการเรียนรทู ่ี ๗ เร่อื ง สอื่ สารผา นประโยค แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๔ เรื่อง ประโยคคําถาม รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ คาํ ชี้แจง ใชคําตอไปนี้แตง ประโยคคาํ ถาม ใหเหมาะสม ๑. ใคร .............................................................................................. ๒. ที่ไหน............................................................................................ ๓. ทาํ ไม ............................................................................................ ๔. อยา งไร ........................................................................................ ๕. อะไร ............................................................................................ คําชแ้ี จง แตงประโยคคําถามจากประโยคตอไปนี้ ๑. มานเี ดินไปโรงเรยี นทุกเชา ........................................................................................................... ๒. แกวตา เขียนจดหมายลาครู .......................................................................................................... ๓. ครูขวัญใจสอนนักเรียนราํ ถวายพระพร ........................................................................................................... ๔. สุพรทํางานในตาํ แหนง ผจู ดั การท่ตี ลาดผลไม ........................................................................................................... ๕. เขาไมส บาย เพราะโดนฝน .......................................................................................................... ชอื่ ......................................... สกุล .................................. ชั้น ............ เลขที่ .........

หนวยการเรยี นรูที่ ๗ เรื่อง สือ่ สารผานประโยค ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๗๖๕ เฉลยใบงานที่ ๔ เรื่อง แตง ประโยคคําถาม หนว ยการเรยี นรูที่ ๗ เรื่อง สอื่ สารผา นประโยค แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๔ เร่ือง ประโยคคําถาม รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ คําช้แี จง ใชคาํ ตอไปนแ้ี ตงประโยคคําถาม ใหเหมาะสม ๑. ใคร ใครชอบวาดรปู ? ๒. ท่ีไหน บานของเธออยูท ไี่ หน ? ๓. ทําไม ทําไมถงึ นอนต่ืนสาย ? ๔. อยางไร คุณครคู รบั ผมจะทําอยางไรใหเรยี นเกง ? ๕. อะไร เยน็ นเ้ี ราจะกินอะไร ? คําชแ้ี จง แตงประโยคคาํ ถามจากประโยคตอไปน้ี ๑. มานเี ดนิ ไปโรงเรียนทุกเชา มานเี ดินไปไหนทกุ เชา ๒. แกวตา เขียนจดหมายลาครู ใครเขียนจดหมายลาครู ๓. ครูขวญั ใจสอนนกั เรยี นราํ ถวายพระพร ครขู วญั ใจสอนนกั เรยี นทาํ อะไร ๔. สพุ รทํางานในตําแหนงผูจ ดั การทีต่ ลาดผลไม สุพรทํางานในตาํ แหนง ผูจดั การทีไ่ หน ๕. เขาไมสบาย เพราะโดนฝน ทําไมเขาไมส บาย

๗๖๖ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๒ แบบประเมนิ ใบงานที่ ๔ เรื่องแตงประโยคคาํ ถาม ประเดน็ ระดบั คุณภาพ การประเมนิ ๑. ความถูกตอง ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเน้ือหา ๒. ลายมือ แตง ประโยคคําถามได แตง ประโยคคําถามได แตงประโยคคาํ ถามได แตงประโยคคาํ ถามได ตัวบรรจง ถกู ตอง ๙-๑๐ ถกู ตอง ๗-๘ ประโยค ถูกตอง ๕-๖ ประโยค ถกู ตอง นอ ยกวา ประโยค ๔ ประโยค ๓. ความสะอาด เขยี นลายมือสวยงาม เขียนลายมือ มหี ัว เขียนลายมอื มีหัว เขยี นลายมอื ไมม หี ัว มหี ัว เวนระยะหา ง สมาํ่ เสมอเปน ไมค อยสมาํ่ เสมอ ไมสม่ําเสมอ สว นใหญ เวน ระยะหาง ไมเวนระยะหาง เวนระยะหา ง ไมเ ทากนั ไมเทากนั ไมมีรอยลบคาํ ผดิ มรี อยลบคําผิด ๑ จุด มีรอยลบคาํ ผิด มีรอยลบคาํ ผิด ๒-๓ จุด มากกวา ๔ จดุ เกณฑก ารตัดสิน หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผา น ตง้ั แตระดับ พอใช ขนึ้ ไป

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๗ เร่อื ง สอื่ สารผานประโยค ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๗๖๗ แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๕ เรอ่ื ง ประโยคปฏิเสธ หนว ยการเรียนรทู ี่ ๗ เร่อื ง สือ่ สารผา นประโยค เวลา ๑ ชว่ั โมง กลมุ สาระการเรยี นรูภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตัวชีว้ ดั สาระท่ี ๔ หลักการใชภ าษา มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและ พลงั ของภาษา ภมู ิปญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัตขิ องชาติ ตัวชีว้ ัด ป ๓/๔ แตง ประโยคงา ย ๆ ๒. สาระสําคัญ/ความคดิ รวบยอด ประโยคปฏิเสธ คือ ประโยคท่ีมีใจความไมยอมรับ เปนประโยคท่ีมีเนื้อความตรงขามกับประโยค บอกเลา จะมคี าํ วา ไม มิได ไมไ ด มิใช ไมใ ช อยูในประโยค ๓. จดุ ประสงคการเรียนรู ๓.๑ ดานความรู ความเขาใจ (K) - อธิบายความหมายของประโยคปฏเิ สธได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - แตง ประโยคปฏเิ สธได ๓.๓ ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ คานิยม (A) - มมี ารยาทในการเขยี น ๔. สาระการเรยี นรู - ประโยคปฏิเสธ ๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น ๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเรียนรู ๖.๒ มุง มนั่ ในการทํางาน ๗. กจิ กรรมการเรียนรู

๗๖๘ การจัดกจิ กรรมการเรียนร แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ รายวิชา ภาษาไทย หนวยการเรยี นรทู ่ี ๗ เร ขอบเขตเน้อื หา/ ข้นั ตอน แ ลาํ ดบั ท่ี จดุ ประสงค การจดั เวลา กิจกรรมครู การเรียนรู ท่ีใช การเรยี นรู ๑ ขอบเขตเนื้อหา ขนั้ นํา ๕ นาที ๑. ครใู หน ักเรยี นรวมกันถามคํา โดยครูเปน ผตู อบคําถามโดยมีค ๑. การอาน เขยี น ประโยคปฏิเสธทกุ คําถาม เชน ประโยค - ครไู มไดทานขา วเชา ๒. ประโยคปฏิเสธ - ครูไมไ ดซอื้ ดินสอมา ๒. จุดประสงค ข้ันสอน ๒๐ นาที ๑. ครอู ธบิ ายเรื่อง ประโยคปฏิเ การเรียนรู นกั เรียนอา นใบความรทู ี่ ๕ เร่ือง ๑. อธบิ าย ปฏเิ สธ ความหมายของ ๒. ครูใชภ าพใหน ักเรียนดู แลวต ประโยคปฏเิ สธได กระตุนใหคิดแตง ประโยคปฏิเส ครู : สังเกตภาพที่ครูกําหนดใหแ ภาพนน้ั สามารถแตง เปน ประโย อยางไร ครู : จากภาพใหแตงประโยคปฏ ปากเปลา คนละ ๑ ประโยค

คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) รู ชั้นประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ ส่ือการเรยี นรู การประเมิน ๕ เรือ่ ง ประโยคปฏิเสธ การเรยี นรู รอ่ื ง สื่อสารผานประโยค จาํ นวน ๑ ชั่วโมง แนวการจดั การเรยี นรู กจิ กรรมนักเรียน าถามครู ๑. นกั เรยี นถามคาํ ถามครู โดยมี ๑. การสังเกต คาํ ใน ตัวอยางแนวการถาม ดงั นี้ พฤติกรรม น นกั เรียน ๒.การถามตอบ - วันนค้ี รูทานเชา มาไหม - ครซู อ้ื ดนิ สอมา ๑๐๐ แทง จรงิ หรือไม เสธ และให ๑. นักเรียนศึกษาใบความรทู ี่ ๕ เร่อื ง ๑. PowerPoint ๓. การสงั เกต งประโยค ประโยคปฏเิ สธ เรือ่ งประโยค พฤติกรรม ปฏเิ สธ นกั เรียน ตั้งคาํ ถาม ๒. นกั เรียนสงั เกตภาพที่ครูกําหนดให ๒. ใบความรู ๔. การถามตอบ สธ ดังน้ี แลวตอบคําถาม และแตงประโยค ท่ี ๕ เร่อื ง ปฏิเสธ ประโยคปฏเิ สธ แลว บอกวา นักเรยี น : ภาพนั้นสามารถแตงเปน ยคคําถามได ประโยคคําถามได โดยการนกึ ถึงคําที่ เก่ียวของในภาพ แลวนํามาแตง ฏเิ สธ ประโยคคําถามใชค ําวา ไม ไมใช ในประโยค

หนวยการเรยี นรูท่ี ๗ เรอื่ ง สอ่ื สารผา นประโยค ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ข้นั ตอน เวลา แ ลาํ ดบั ท่ี จุดประสงค การจัด ที่ใช กจิ กรรมครู การเรยี นรู การเรยี นรู ๓. ครูและนกั เรียนรว มกับอภิปร ๓. ๒. แตงประโยค ข้นั ปฏบิ ัติ ๒๐ นาที เกย่ี วกบั ประโยคปฏเิ สธทนี่ ักเรยี ปฏิเสธได จากภาพ ๓. มมี ารยาท ๑. ครูชี้แจงการทาํ ใบงานท่ี ๕ เ ในการเขยี น แตงประโยคปฏเิ สธ พรอ มช้ีแจง และชวยเหลอื นกั เรยี นเปนรายบ ระหวางปฏิบัติ ๒. ครูสุม นกั เรยี นออกมานําเสน หนาช้ันเรียน แลวตรวจสอบคว ในการแตงประโยค และซักถาม รวมทั้งเร่ืองมารยาทในการเขียน ครู : ในการเขยี นทุกครั้งเราตอง ในการเขยี นอยา งไรบาง ๔. ข้ันสรปุ ๕ นาที ๑. ครูใหนักเรียนตัง้ คําถาม ถาม ในหองคนใดก็ได ๑ ประโยค แล คนน้ันตอบปฏิเสธ

๗๖๙ แนวการจดั การเรียนรู ส่ือการเรยี นรู การประเมิน การเรยี นรู กิจกรรมนักเรียน ราย ๓. นกั เรียนรว มกับอภิปรายเกี่ยวกับ ๓. ใบงานที่ ๕ ๕. แบบประเมนิ ยนแตงขึ้น ประโยคปฏิเสธทนี่ กั เรียนแตงขึน้ เรอ่ื ง แตง การแตง ประโยค เรอ่ื ง จากภาพ ประโยคปฏิเสธ ปฏิเสธ งเพ่ิมเติม ๑. นักเรียนทําใบงานท่ี ๕ เรอ่ื ง บุคคล แตงประโยคปฏิเสธ นอผลงาน ๒. นักเรยี นเสนอผลงาน แลวรวมกนั วามถูกตอง ตรวจสอบความถูกตอ ง และตอบ มการทํางาน คําถาม เก่ยี วกบั มารยาทในการเขยี น น ดงั นี้ งมมี ารยาท นักเรียน : ตอบจากประสบการณ (แนวคาํ ตอบ : มารยาทในการเขียน เชน เขียนดวยลายมอื บรรจง อา นงาย เปนระเบียบ ไมข ูดขดี ทงิ้ ใชคําสภุ าพ เขยี นสิ่งทีเ่ ปนความจรงิ และรับผดิ ชอบ ในส่งิ ท่เี ขียน) มเพ่ือนที่อยู ๑. นกั เรียนตั้งคาํ ถาม ถามเพื่อนที่อยู ๔. PowerPoint ๑. การสังเกต ลวใหเพ่ือน ในหองคนใดก็ได ๑ ประโยค แลวให เร่ืองประโยค พฤติกรรม เพอื่ นคนนนั้ ตอบปฏิเสธ ปฏิเสธ นกั เรยี น

๗๗๐ ขอบเขตเน้ือหา/ ขัน้ ตอน เวลา แ ลําดับที่ จดุ ประสงค การจดั ท่ใี ช กิจกรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู ๒. นกั เรยี นคนทตี่ อบคําถาม เล หนงึ่ คนใหตอบคาํ ถามของตนเอ เรื่อย ๆ ๓. ครูกลาวชืน่ ชมนักเรียน

คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจัดการเรียนรู สอื่ การเรียนรู การประเมนิ กจิ กรรมนักเรยี น การเรยี นรู ลือกเพ่อื น ๒. นกั เรยี นคนทต่ี อบคาํ ถาม เลือก อง วนไป เพอ่ื นหนง่ึ คนใหตอบคาํ ถามของตนเอง วนไปเร่อื ย ๆ

หนว ยการเรียนรูท่ี ๗ เรอื่ ง สื่อสารผา นประโยค ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ ๗๗๑ ๘. สอ่ื การเรยี นร/ู แหลง เรียนรู ๑) ใบความรทู ่ี ๕ เรื่อง ประโยคปฏเิ สธ ๒) สือ่ PowerPoint เรอื่ ง ประโยคปฏิเสธ ๓) ใบงานที่ ๕ เรื่อง ประโยคปฏเิ สธ ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชิ้นงานหรอื ภาระงาน - ใบงานที่ ๕ เรือ่ ง ประโยคปฏเิ สธ ประเด็นการวัดและ วธิ ีการ เครื่องมอื เกณฑการประเมนิ ประเมินผล - การถามตอบ - แบบประเมินการถาม ผา นเกณฑ - การสงั เกตพฤตกิ รรม ตอบ การประเมนิ ความรู - การทาํ ใบงานที่ ๕ เรอ่ื ง - แบบสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๖๐ - อธบิ ายความหมายของ ประโยคปฏเิ สธ - แบบประเมินการทาํ ผานเกณฑ ประโยคปฏเิ สธ ใบงานท่ี ๕ เร่อื งประโยค การประเมนิ ทักษะและกระบวณการ - การสงั เกตพฤติกรรม ปฏิเสธ รอ ยละ ๖๐ - แตง ประโยคปฏิเสธ - แบบสงั เกตพฤติกรรม - การสังเกตพฤตกิ รรม ผานเกณฑ ดานคณุ ลักษณะ เจตคติ ๑. การประเมนิ - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การประเมนิ คา นยิ ม ความสามารถใน ๑. แบบประเมนิ รอ ยละ ๖๐ - มมี ารยาทในการเขียน การสอ่ื สาร ความสามารถใน เกณฑการประเมนิ ๒. การประเมนิ การสื่อสาร ระดับคุณภาพ ผาน คุณลักษณะอันพึงประสงค ความสามารถในการคิด ๒. แบบประเมนิ เกณฑการประเมิน ๑. ใฝเ รยี นรู ความสามารถในการคดิ ระดับคุณภาพ ผา น ๒. มุงม่นั ในการทํางาน สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคดิ

๗๗๒ คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๑ เกณฑการประเมนิ ผลชิ้นงานหรือภาระงาน ประเด็น ระดบั คุณภาพ การประเมนิ ๑. อธิบาย ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) ความหมายของ อธบิ ายความหมาย ประโยคปฏิเสธ ของประโยคปฏิเสธ อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย อธิบายความหมาย ไดถูกตอ ง ของประโยคปฏเิ สธ ของประโยคปฏเิ สธ ของประโยคปฏเิ สธ ๒. แตง ประโยค ไดถ ูกตอ งเปน ไดถูกตองเปน ไมได ปฏเิ สธ แตง ประโยคปฏเิ สธ สวนมาก สวนนอย ไดถ ูกตอ ง ๓. มารยาท ๙-๑๐ ประโยค แตง ประโยคปฏิเสธ แตง ประโยคปฏิเสธ แตงประโยคปฏเิ สธ ใน - เขียนดว ยลายมือ ไดถูกตอง ไดถูกตอ ง ไดถ ูกตองนอยกวา การเขียน บรรจง อา นงาย ๗-๘ ประโยค ๕-๖ ประโยค ๔ ประโยค เปนระเบียบ - ไมขดู ขีดทงิ้ - เขยี นดวยลายมือ - เขียนดวยลายมอื ที่ - เขยี นดว ยลายมือที่ - ใชค าํ สภุ าพ บรรจง อา นงา ย คอ นขางอานงา ย อา นยาก - เขียนส่งิ ท่เี ปนความ - ไมข ูดขีดทิง้ - มขี ดู ขดี ท้ิง - มรี อยขดู ขีดลบ จริง และรับผดิ ชอบ - ใชค าํ สภุ าพ - ใชค ําเหมาะสม คําผดิ ในสงิ่ ทเ่ี ขยี น - เขียนสงิ่ ทเี่ ปน ความ - เขยี นส่งิ ที่เปนความ - ใชคําไมเหมาะสม จรงิ และรบั ผิดชอบ จริงปนกับเรอ่ื งไมจรงิ - เขยี นเรื่องที่ไมเ ปน ในสง่ิ ที่เขียน และรบั ผิดชอบในสิ่งที่ ความจรงิ และไม เขียน รับผดิ ชอบในสง่ิ ท่ี เขียน เกณฑก ารตัดสนิ หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผาน ต้งั แตระดับ พอใช ขึน้ ไป

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๗ เร่อื ง ส่อื สารผานประโยค ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๗๗๓ ๑๐. บันทึกผลหลังสอน ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จํากดั การใชแผนการจัดการเรียนรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรงุ แกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ......................................................ผูสอน (..........................................................) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะของผบู รหิ ารหรือผูท ไี่ ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook