Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-08-09-คู่มือครู วิทยาศาสตร์ ป.6

64-08-09-คู่มือครู วิทยาศาสตร์ ป.6

Published by elibraryraja33, 2021-08-09 01:46:16

Description: 64-08-09-คู่มือครู วิทยาศาสตร์ ป.6

Search

Read the Text Version

ชื่อ-สกุล เดอื น ช้นั เลขที่ บ. ๑.๑/ ผ. ๑.๒-๐๑ วันท่ี พ.ศ. ผลการวิเคราะห์สดั ส่วนของอาหารทีร่ บั ประทานอาหาร ทำ� เครอ่ื งหมาย √ ใน ๑ วัน เป็นดังนี้ ใน ให้ถูกต้อง นกั เรียนบันทกึ ผลการวเิ คราะห์ของตนเอง ขา้ ว-แปง้ เหมาะสม มากเกนิ ไป √ นอ้ ยเกนิ ไป ผกั √ เหมาะสม มากเกนิ ไป นอ้ ยเกนิ ไป ผลไม้ เหมาะสม √ มากเกนิ ไป นอ้ ยเกนิ ไป เนอ้ื สตั ว์ เหมาะสม √ มากเกนิ ไป นอ้ ยเกนิ ไป นม เหมาะสม มากเกนิ ไป √ นอ้ ยเกนิ ไป น้�ำมนั นำ�้ ตาล √ เหมาะสม มากเกนิ ไป นอ้ ยเกนิ ไป เกลือ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 9933

ช่ือ-สกุล เดือน ชัน้ เลขท่ี บ. ๑.๑/ ผ. ๑.๒-๐๑ วันท ่ี พ.ศ. ค�ำถามหลังจากทำ� กิจกรรม ๑. การรับประทานอาหารใน ๑ วัน ใหเ้ หมาะสม ต้องคำ� นงึ ถึงส่งิ ใดบา้ ง ควรรับประทานอาหารให้ได้สารอาหารท้ัง ๖ ประเภท ได้ปริมาณพลังงานเพียงพอ กับความต้องการของร่างกาย ได้สัดส่วนตามธงโภชนาการ และต้องค�ำนึงถึง ความปลอดภยั ของอาหารทม่ี ตี ่อสขุ ภาพ ๒. จากการสำ� รวจการรบั ประทานอาหารใน ๑ วนั เราควรรบั ประทานอาหารตามท่ี สำ� รวจไดน้ ้ตี ่อไปหรือไม่ เพราะเหตุใด ค�ำตอบขึ้นอยู่กับผลการเขียนรายการอาหารของนักเรียน เช่น ไม่ควรรับประทานต่อไป เพราะ ถึงแม้จะได้สารอาหารครบทุกประเภทและปลอดภัยต่อสุขภาพ แต่ปริมาณอาหาร ไม่ได้สัดส่วนตามธงโภชนาการ และได้รับปริมาณพลังงานเกินตวามต้องการของร่างกาย ๓. ถา้ ปรมิ าณพลงั งานทไี่ ดร้ บั จากอาหารทรี่ บั ประทานมากกวา่ ปรมิ าณพลงั งานทรี่ า่ งกาย ตอ้ งการใน ๑ วัน จะเกดิ อะไรข้ึนกับร่างกายตนเอง ท�ำให้อ้วน และอาจเกดิ โรคต่าง ๆ ตามมาไดง้ า่ ย ๔. จากกิจกรรมน้ี สรุปไดว้ ่าอย่างไร ในแต่ละวัน ร่างกายควรได้รับสารอาหารท้ัง ๖ ประเภท เพราะสารอาหารแต่ละประเภท มีประโยชน์ต่อร่างกายแตกต่างกัน และต้องได้ปริมาณพลังงานที่เพียงพอกับความต้องการ ของรา่ งกายในแตล่ ะวนั รวมทัง้ ยังต้องได้สัดส่วนตามธงโภชนาการ 9944 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชือ่ -สกลุ เดอื น ช้ัน เลขที่ บ. ๑.๑/ ผ. ๑.๒-๐๑ วันท่ี พ.ศ. ผลการสบื ค้นขอ้ มลู สาเหตุที่ทำ� ให้อาหารไมป่ ลอดภยั ต่อสุขภาพ เช่น การใช้สารเคมีในการเพาะปลูกพืช การใช้ยาปฏิชีวนะเลี้ยงสัตว์ มีส่ิงปนเปื้อน เช่น แมลง แบคทเี รีย พยาธิ เศษดิน หนิ กรวด อาหารเน่าเสีย มีรา ไมล่ ้างวตั ถุดิบหรอื ลา้ งไมส่ ะอาด ก่อนน�ำมาประกอบอาหาร ใช้สารปรุงแต่งอาหาร อาหารหมดอายุ ภาชนะไม่สะอาด เก็บอาหารปะปนกบั สารอื่น ๆ เกบ็ อาหารในที่ที่มอี ณุ หภูมแิ ละความชื้นไม่เหมาะสม ผลกระทบต่อสุขภาพจากการรับประทานอาหารไม่ปลอดภยั ต่อสุขภาพ เช่น ท�ำให้เป็นโรคหรือมีอาการต่าง ๆ เช่น อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ อหิวาตกโรค โรคไวรัสตับอักเสบเอ โรคมะเร็งท่ีเกิดจากราในอาหาร โรคไข้สมองอักเสบ โรคบิด ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 9955

ช่อื -สกลุ เดือน ชนั้ เลขท่ี บ. ๑.๑/ ผ. ๑.๒-๐๑ วันท ่ี พ.ศ. ผลการอภปิ ราย แนวทางในการเลอื กรบั ประทานอาหารทีป่ ลอดภยั ต่อสุขภาพ เลอื กใชผ้ กั เนอ้ื สตั ว์ ทสี่ ด และลา้ งทำ� ความสะอาด ใชผ้ ลติ ภณั ฑท์ ไี่ มห่ มดอายุ รกั ษาความสะอาด ในการประกอบอาหาร รบั ประทานอาหารทป่ี รงุ สกุ ใหม่ ภาชนะทบ่ี รรจอุ าหารควรมฝี าปดิ มดิ ชดิ ผลการวิเคราะห์ อาหารท่ตี นเองรับประทานใน ๑ วัน (มีความปลอดภัย/ไม่ปลอดภยั ) ต่อสุขภาพ นักเรียนตอบตามผลการวิเคราะห์ของตนเอง เช่น ปลอดภัย เพราะรับประทานอาหาร โดยเลอื กวตั ถดุ บิ ทส่ี ะอาด สดใหม่ และประกอบอาหารเองในครอบครวั หรอื ไมป่ ลอดภยั เชน่ พบกรวดในขา้ ว อาหารท่ซี ้ือไม่มฝี าปิดภาชนะทบ่ี รรจุอาหาร มแี มลงเกาะหรือตอม 9966 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชอ่ื -สกลุ เดือน ชัน้ เลขที่ บ. ๑.๑/ ผ. ๑.๒-๐๑ วนั ที ่ พ.ศ. คำ� ถามหลงั จากท�ำกิจกรรม ๑. อาหารทไ่ี มป่ ลอดภัยตอ่ สขุ ภาพเปน็ อยา่ งไร มกี ารใชส้ ารเคมีในการเพาะปลกู พืช การใช้ยาปฏิชีวนะเลี้ยงสตั ว์ มีสงิ่ ปนเปอ้ื นในอาหาร ใช้สารปรงุ แตง่ อาหาร อาหารหมดอายุ ภาชนะไม่สะอาด ๒. อาหารทป่ี ลอดภยั ต่อสขุ ภาพควรเป็นอยา่ งไร อาหารสด สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ ไม่ใช้สารต้องหา้ มปรุงอาหาร ๓. รายการอาหารทจ่ี ดั ทำ� ขน้ึ เหมาะสมกบั เพศและวยั รวมทง้ั ปลอดภยั ตอ่ สขุ ภาพของตนเอง หรือไม่อย่างไร ค�ำตอบอยทู่ ร่ี ายการอาหารทน่ี ักเรียนจดั ทำ� ๔. จากกจิ กรรมน้ี สรุปได้วา่ อย่างไร การรับประทานอาหารใน ๑ วัน ควรรับประทานอาหารท่มี ีสารอาหารทง้ั ๖ ประเภท มปี ริมาณ พลังงานท่ีเพียงพอกับความต้องการของร่างกาย ได้ปริมาณตามสัดส่วนของธงโภชนาการ และตอ้ งคำ� นึงถงึ ความปลอดภยั ของอาหารที่มตี ่อสขุ ภาพอีกด้วย ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 9977

ชื่อ-สกลุ เดือน ชนั้ เลขท่ี บ. ๑.๑/ ผ. ๑.๒-๐๒ วนั ที่ พ.ศ. ใบงาน ๐๒ : แบบฝกึ หดั เรอ่ื งการรบั ประทานอาหารใหเ้ หมาะสมกบั เพศและวยั ศึกษาขอ้ มลู ต่อไปน้ีแลว้ ตอบค�ำถาม เด็กคนหน่ึงต้องได้รับปริมาณพลังงาน ๑,๗๐๐ กิโลแคลอรีต่อวัน ถ้าเด็กคนน้ี รบั ประทานอาหารตามรายการตอ่ ไปนี้ มื้ออาหาร อาหาร สว่ นประกอบในอาหาร อปารหมิ าารณ(พกโิลลงั แงคานลอในร)ี เชา้ ขา้ วผดั หมู ๑ จาน - ข้าว ประมาณ ๒ ทัพพี ๕๖๐ - เนื้อหมู ประมาณ ๔ ชอ้ นกนิ ขา้ ว - ไข่ ๑ ฟอง - ซอสถวั่ เหลอื ง ประมาณ ๑ ชอ้ นชา - น้�ำตาลทราย ประมาณ ๑/๒ ชอ้ นชา - น�้ำมันพชื ๓ ช้อนโต๊ะ - มะเขอื เทศ หอมใหญ่ และตน้ หอมรวมกนั   ประมาณ ๑ ทัพพี กลางวนั กว๋ ยเตย๋ี วเสน้ ใหญ่ - เสน้ กว๋ ยเตีย๋ ว ประมาณ ๒ ทพั พี ๓๘๐ ราดหนา้ กงุ้ ๑ จาน - กงุ้ ประมาณ ๓ ช้อนกินข้าว - คะนา้ ประมาณ ๑/๒ ทัพพี - แครอท ประมาณ ๑/๒ ทัพพี - แป้งขา้ วโพด ประมาณ ๑/๔ ทัพพี - ซอี ๊วิ ขาว ประมาณ ๒ ชอ้ นโต๊ะ - ซอี วิ๊ ด�ำ ประมาณ ๑ ช้อนโต๊ะ - น�้ำมันพืช ๓ ช้อนโตะ๊ - กระเทยี ม พริกไทย และน้�ำตาลเล็กนอ้ ย เยน็ ขา้ วราดหนา้ ไก่ ๑ จาน - ข้าว ประมาณ ๒ ทัพพี ๔๐๐ - ไก่ ประมาณ ๖ ช้อนกนิ ข้าว - น�้ำมนั พืช ๓ ชอ้ นโตะ๊ - น�้ำมนั งา ๑ ชอ้ นโต๊ะ - ซีอว๊ิ ขาว และนำ�้ มนั หอย อย่างละประมาณ ๑ ช้อนโตะ๊ - ซีอิ๊วด�ำ ๑ ช้อนชา - แป้งมัน ประมาณ ๑/๔ ทพั พี - พริกไทยเล็กน้อย 9988 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกลุ เดือน ชั้น เลขที่ บ. ๑.๑/ ผ. ๑.๒-๐๒ วนั ที ่ พ.ศ. ๑. เดก็ ชายคนนีจ้ ะไดพ้ ลังงานจากอาหารเท่าใด และเพียงพอกับความตอ้ งการพลงั งาน ของรา่ งกายหรอื ไม่ อยา่ งไร เด็กชายคนนีไ้ ดร้ ับปรมิ าณพลังงานจากอาหาร ๑,๓๔๐ กโิ ลแคลอรี ซง่ึ น้อยกว่าความตอ้ งการ พลังงานของรา่ งกายอยู่ ๓๖๐ กิโลแคลอรี ๒. ถา้ ไดร้ บั ปรมิ าณพลงั งานจากอาหารไมเ่ พยี งพอ เดก็ ชายคนดงั กลา่ วควรจะเลอื กรบั ประทาน อาหารอะไรเพ่ิมเติมโดยพิจารณาข้อมูลจากตารางตอ่ ไปน้ี เพอื่ ใหไ้ ดพ้ ลงั งานเพยี งพอ กบั ความตอ้ งการของรา่ งกาย เพราะเหตใุ ด อาหาร พลงั งาน (กโิ ลแคลอร)ี สม้ เขยี วหวาน ๑ ผล ๖๐ กลว้ ยหอม ๑ ผล ๑๒๐ ๒๓๐ ขนมปงั สงั ขยา ๑ ชน้ิ ๒๑๐ คกุ้ กเ้ี นย ๒ ชนิ้ ๑๒๐ ชอ็ กโกแลตเยน็ ๑ แกว้ นมปรงุ แตง่ รสหวาน ๑ กลอ่ ง ๒๐๐ นมเยน็ ๑ แกว้ ๑๕๐ มะละกอ ๔ ชน้ิ ๓๐ ควรเลือกรับประทาน ส้มเขียวหวาน ๑ ผล กล้วยหอม ๑ ผล มะละกอ ๔ ชิ้น และนมเย็น ๑ แก้ว ซ่ึงจะได้รับปริมาณอาหารใกล้เคียงตามสัดส่วนในธงโภชนาการ และได้รบั ปรมิ าณพลงั งานจากอาหารเพิม่ ขึ้นอีก ๓๖๐ กิโลแคลอรี ๓. เด็กชายคนน้รี บั ประทานอาหารไดส้ ัดส่วนเหมาะสมตามธงโภชนาการหรือไม่ อยา่ งไร ไมไ่ ดส้ ดั สว่ นเหมาะสมตามธงโภชนาการ เพราะรบั ประทานกลมุ่ ขา้ วและแปง้ ได้ ๖.๕ ทพั พี ซง่ึ น้อยกว่าที่ต้องการ ๑.๕ ทพั พี กลุ่มเนอ้ื สัตวร์ บั ประทานไป ๑๔ ช้อนกินข้าว ซ่งึ เกินไป ๘ ช้อนกินขา้ ว กลุม่ ผกั ตา่ ง ๆ รบั ประทานไป ๑ ทัพพี นอ้ ยไป ๓ ทัพพี และรับประทาน นำ้� มัน เกลือ และน้ำ� ตาลในปริมาณทีม่ าก นอกจากน้ียังไมไ่ ดร้ บั ประทานนมและผลไม้ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 9999

หนว่ ยย่อยท่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร 100 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ หน่วยย่อยท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร จำ� นวนเวลาเรยี น ๕ ช่ัวโมง ชอ่ื หน่วย สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร จำ� นวนแผนการจดั การเรียนรู้ ๑ แผน สาระสำ� คญั ของหน่วย ระบบยอ่ ยอาหารประกอบดว้ ยอวยั วะตา่ ง ๆ ทที่ ำ� หนา้ ทรี่ ว่ มกนั ในการยอ่ ยอาหารและการดดู ซมึ สารอาหารเขา้ สรู่ ะบบหมนุ เวยี นเลอื ด แลว้ ถกู ลำ� เลยี งตอ่ ไปยงั สว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ใหส้ ว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายไดน้ ำ� ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกาย สรา้ งพลงั งาน และกจิ กรรมอนื่ ๆ เพ่อื การดำ� รงชวี ิตของมนุษย์ เราควรดูแลอวยั วะในระบบย่อยอาหารให้ท�ำงานเปน็ ปกติ มาตรฐานและตัวชว้ี ดั มาตรฐาน ว ๑.๒ เข้าใจสมบัติของส่ิงมีชีวิต หน่วยพ้ืนฐานของสิ่งมีชีวิต การล�ำเลียงสารเข้าและออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของระบบต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์ที่ท�ำงานสัมพันธ์กัน ความสัมพันธ์ของโครงสร้างและหน้าท่ีของอวัยวะต่าง ๆ ของพืชท่ีท�ำงานสัมพันธ์กัน รวมท้ัง นำ� ความรูไ้ ปใช้ประโยชน์ ตวั ช้วี ัด ว ๑.๒ ป. ๖/๔ สรา้ งแบบจำ� ลองระบบยอ่ ยอาหาร และบรรยายหนา้ ทขี่ องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร รวมทั้งอธบิ ายการยอ่ ยอาหารและการดดู ซึมสาร ว ๑.๒ ป. ๖/๕ ตระหนักถึงความส�ำคัญของระบบย่อยอาหารโดยการบอกแนวทางในการดูแล รกั ษาอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหารให้ท�ำงานเปน็ ปกติ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 101

ลำ� ดบั การน�ำเสนอแนวคดิ หลักของหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เมื่อรบั ประทานอาหารแลว้ รา่ งกายจะน�ำสารอาหารประเภทต่าง ๆ ใปใช้ประโยชนไ์ ด้ โดยผ่านระบบย่อยอาหาร ระบบยอ่ ยอาหารเปน็ ระบบอวัยวะของรา่ งกาย มหี นา้ ทยี่ ่อยสารอาหารที่มีขนาดใหญ่ให้มีขนาดเลก็ ลง จนร่างกายสามารถดูดซึมและน�ำไปใชไ้ ด้ อวัยวะในระบบย่อยอาหารประกอบด้วย ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ล�ำไส้เลก็ ตับ ตบั ออ่ น ลำ� ไส้ใหญ่ และทวารหนกั ซ่งึ แต่ละอวยั วะมลี ักษณะและหน้าทีแ่ ตกต่างกัน แต่ท�ำงานร่วมกัน ในการยอ่ ยและดดู ซึมสารอาหาร ระบบย่อยอาหารมีความสำ� คัญเพราะเปน็ ระบบที่ทำ� ใหร้ า่ งกายได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ ทัง้ ทใี่ ห้พลงั งานและท�ำให้รา่ งกายท�ำงานและเจริญเตบิ โตไดอ้ ยา่ งปกติ เราควรมีพฤตกิ รรมการรับประทานอาหารที่ถกู ต้องเพือ่ ใหอ้ วัยวะในระบบย่อยอาหารได้ทาํ งานเป็นปกติ ไม่เป็นโรคทีเ่ ก่ียวข้องกับระบบยอ่ ยอาหาร 102 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

โครงสรา้ งของหนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร หนว่ ยการเรยี นรู้ ชอ่ื หน่วยย่อย จำ� นวนแผน ชื่อแผนการจดั การเรียนรู้ จำ� นวนชวั่ โมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ หนว่ ยย่อยท่ี ๒ ๑ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ๕ สารอาหารกบั ระบบ ระบบย่อยอาหาร ย่อยอาหาร ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 103

คำ� ช้ีแจงประกอบแผนจดั การเรียนรู้ หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชว่ั โมง ๑. ส าระส�ำคัญของแผน ระบบยอ่ ยอาหารประกอบดว้ ยอวยั วะตา่ ง ๆ ทที่ ำ� หนา้ ทรี่ ว่ มกนั ในการยอ่ ยอาหารและการดดู ซมึ สารอาหารเขา้ สรู่ ะบบหมนุ เวยี นเลอื ด แลว้ ถกู ลำ� เลยี งตอ่ ไปยงั สว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย ใหส้ ว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายไดน้ ำ� ไปใชป้ ระโยชนใ์ นการเจรญิ เตบิ โตของรา่ งกาย สรา้ งพลงั งาน และกจิ กรรมอนื่ ๆ เพอ่ื การดำ� รงชวี ติ ของมนษุ ย์ เราควรดแู ลอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารใหท้ ำ� งานเปน็ ปกติ ๒. ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมในการน�ำไปใช้ (ให้ระบุส่ิงที่ต้องการเน้นหรือข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ค�ำแนะน�ำ) ในเร่ืองตอ่ ไปนี้ คือ ๒.๑ ขอบข่ายเนือ้ หา ระบบยอ่ ยอาหารเกยี่ วขอ้ งกบั อวยั วะตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ปาก ลน้ิ ฟนั หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำ� ไสเ้ ลก็ ตบั ตบั ออ่ น ลำ� ไสใ้ หญ่ ทวารหนกั อาหารทรี่ บั ประทานเขา้ ไปจะถกู บดและยอ่ ยใหเ้ ลก็ ลง ในปาก แล้วเคล่ือนผ่านหลอดอาหารสู่กระเพาะอาหาร และถูกย่อยให้เล็กลงที่กระเพาะอาหาร และลำ� ไสเ้ ลก็ อาหารตา่ ง ๆ จะถกู ยอ่ ยใหเ้ ปน็ สารอาหารทม่ี ขี นาดเลก็ พอทจี่ ะเขา้ สหู่ ลอดเลอื ดได้ และการยอ่ ยเสรจ็ สน้ิ ทลี่ ำ� ไสเ้ ลก็ โดยตบั จะสรา้ งนำ�้ ดชี ว่ ยทำ� ใหไ้ ขมนั ในลำ� ไสเ้ ลก็ แตกตวั มขี นาดเลก็ ลง ทำ� ใหถ้ กู ยอ่ ยไดง้ า่ ยขนึ้ และตบั ออ่ นจะสรา้ งนำ้� ยอ่ ยสง่ มาชว่ ยยอ่ ยอาหารในลำ� ไสเ้ ลก็ แลว้ สารอาหาร ทง้ั หมดถกู ดดู ซมึ ผา่ นลำ� ไสเ้ ลก็ เขา้ สหู่ ลอดเลอื ดฝอยทผี่ นงั ลำ� ไสเ้ ลก็ เพอื่ ลำ� เลยี งสารอาหารไปยงั ส่วนต่าง ๆ ส่วนอาหารท่ีไม่ถูกย่อยจะเคลื่อนไปยังล�ำไส้ใหญ่เป็นกากอาหารท่ีจะถูกก�ำจัดออก ทางทวารหนกั อวยั วะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหารทท่ี ำ� หนา้ ทรี่ ว่ มกนั ในการยอ่ ยและดดู ซมึ สารอาหาร เราต้องดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารให้ท�ำงานเป็นปกติ เพื่อไม่ให้เกิดโรคหรืออาการที่ เกยี่ วขอ้ งกบั ระบบยอ่ ยอาหาร เชน่ โรคกระเพาะอาหารอกั เสบ โรคกรดไหลยอ้ น ปวดทอ้ ง ทอ้ งอดื ท้องเสยี ท้องผกู โดยเราทำ� ได้หลายวิธี เข่น รับประทานอาหารท่ีสะอาด หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด รับประทานอาหารใหม้ ปี ริมาณพอเหมาะและตรงเวลา ลดความเครยี ด ๒.๒ จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ (ความรู้ ทกั ษะ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม ค่านยิ ม) (ถ้ามี) จดุ ประสงคด์ ้านความรู้ ๑. บรรยายลักษณะและหน้าทข่ี องปาก ลิ้น ฟนั ขณะเค้ยี วอาหาร ๒. บรรยายลกั ษณะและหนา้ ทขี่ องอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารและหนา้ ทขี่ องระบบยอ่ ยอาหาร ๓. บอกแนวทางการดูแลรกั ษาอวยั วะในระบบย่อยอาหาร 104 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

จดุ ประสงคด์ า้ นทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ๑. การสงั เกต ๒. การลงความเห็นจากขอ้ มลู ๓. การตคี วามหมายข้อมลู และลงขอ้ สรปุ ๔. การสร้างแบบจ�ำลอง จุดประสงค์ด้านคณุ ธรรม ๑. มงุ่ มน่ั ในการทำ� งาน ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มีวินยั ๒.๓ การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ ๑) การเตรยี มตัวของครู นักเรียน (การจัดกลุม่ ) (ถา้ ม)ี การจดั กลมุ่ โดยแบง่ นกั เรียนออกเปน็ กลุ่ม กลุ่มละ ๔-๕ คน ๒) การเตรยี มส่ือ วัสดุอุปกรณ์ ของครู นักเรยี น (ถ้ามี) ส ง่ิ ท่ีครูตอ้ งเตรียม คือ ๒.๑ ข้าวสกุ (ขา้ วเหนยี วหรือขา้ วสวย) ๑ ช้อน/คน ๒.๒ กระจกเงา ๑ บาน/กลุ่ม ๒.๓ เตรียมดาวนโ์ หลดการต์ นู เรือ่ ง ลีมอนผจญภยั จาก QR code ด้านลา่ งหรอื ในใบกจิ กรรมหนา้ ๓๙ หรือลงิ ค์ http://ipst.me/10915 เพอ่ื ทำ� เป็นเอกสารหรอื ให้เปดิ อ่านจากคอมพวิ เตอร์ แท็บเลต็ หรือ Smart phone ๒.๔ เตรียมวัสดุ-อุปกรณ์ส�ำหรับการสร้างแบบจ�ำลองเพ่ือบรรยายลักษณะและหน้าท่ีของ อวยั วะตา่ ง ๆ ของนกั เรยี น โดยครพู จิ ารณาความพรอ้ มและวสั ด-ุ อปุ กรณท์ จ่ี ะใหน้ กั เรยี น น�ำไปใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของนักเรียน เช่น ถ้าให้นักเรียนสร้างแบบจ�ำลอง เปน็ ชนิ้ งาน ครอู าจเตรยี ม เชน่ เชอื ก ลกู โปง่ ดนิ นำ�้ มนั กระดาษ ลกู ปดั ถา้ ใหน้ กั เรยี น สรา้ งแบบจำ� ลองเปน็ การแสดงบทบาทสมมติ ครอู าจเตรยี ม เชน่ กระดาษ ถา้ ใหน้ กั เรยี น สร้างแบบจ�ำลองผ่านโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือแอปพลิเคชันท่ีดาวน์โหลดฟรี เช่น camera clip, stop motion studio, animatic ครูต้องเตรียม คอมพวิ เตอร์ แทบ็ เล็ต ๒.๕ เตรยี มเอกสาร หรอื เตรยี มคอมพวิ เตอร์ แทบ็ เลต็ หรอื Smart phone เพอ่ื ใหน้ กั เรยี น ไว้สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันและดูแลอวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหาร ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 105

ให้ใม่เป็นโรคหรืออาการท่ีเกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ปวดทอ้ ง ทอ้ งอดื ทอ้ งเสยี ทอ้ งผกู โดยครอู าจใชเ้ อกสารเผยแพรห่ รอื เวบ็ ไซตข์ องหนว่ ยงาน สังกัดกระทรวงสาธารณสุข หรือลองใช้ค�ำค้นต่าง ๆ เช่น โรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เพือ่ ค้นหาขอ้ มูลในเวบ็ ไซต์กอ่ นที่จะไปแนะนำ� นักเรียนเมื่อใหน้ กั เรียนลงมอื ทำ� กิจกรรม ส ิ่งทนี่ ักเรียนตอ้ งเตรียม คือ - ๓) เตรียมใบงาน ใบความรู้ ใบกจิ กรรม (ถ้ามี) ๓.๑ ใบงาน ๐๑ การยอ่ ยอาหารในปาก ๓.๒ ใบงาน ๐๒ การท�ำงานของระบบย่อยอาหาร ๓.๓ ใบงาน ๐๓ การดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบย่อยอาหาร ๓.๔ ใบงาน ๐๔ แบบฝึกหดั เรือ่ งระบบย่อยอาหาร ๒.๔ วัดผลประเมินผล (ถ้ามี) ๑) วิธกี ารวดั ผลประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๑.๑ การตอบคำ� ถามในใบงาน ๑.๒ สังเกตทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการท�ำกิจกรรม ๑.๓ สังเกตพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรมขณะท�ำกจิ กรรม ๒) วธิ ีการ เครือ่ งมอื เกณฑ์ ๒.๑ เครือ่ งมือและเกณฑ์ในการประเมินดา้ นความรู้ ตรวจให้คะแนนจากการตอบคำ� ถามในใบงาน แล้วใชเ้ กณฑ์ในการใหค้ ะแนนดงั นี้ - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ต่�ำกวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๒.๒ เครอ่ื งมอื และเกณฑใ์ นการประเมินทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ สงั เกตทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ โดยใชแ้ บบประเมินทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ (ดงั แนบ) นำ� คะแนนมารวมกนั แลว้ ใชเ้ กณฑ์ในการใหค้ ะแนนดังน้ี - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตำ่� กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน 106 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

๒.๓ เคร่ืองมอื และเกณฑ์ในการประเมนิ ด้านคณุ ธรรม สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรมโดยใชแ้ บบประเมนิ ดา้ นคณุ ธรรม (ดงั แนบ) นำ� คะแนน มารวมกนั แลว้ ใชเ้ กณฑ์ในการใหค้ ะแนนดังน้ี - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตำ่� กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๓) การทดสอบก่อนเรียน หลังเรียน แบบฝกึ หัดกอ่ นเรยี น หลงั เรยี น ทำ� แบบฝึกหัดในใบงานหลังเรยี น ๓. อื่น ๆ .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 107

108 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) แนวการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ของแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๒ หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร เรอื่ งระบบยอ่ ยอาหาร เวลา ๕ ชั่วโมง ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศาสตร ์ ขน้ั น�ำ แนวการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขัน้ สอน • ตรวจสอบความรเู้ ดิมเกี่ยวกับระบบยอ่ ยอาหาร ขัน้ สรุป ขน้ั ประเมนิ ผล • ท�ำกิจกรมท่ี ๑ การย่อยอาหารในปากเกดิ ขนึ้ อย่างไร และท�ำใบงาน ๐๑ การย่อยอาหารในปาก • อภปิ รายการท�ำงานของปาก ลิ้น และฟนั ในการท�ำหน้าท่ยี ่อยอาหารท่ีเกดิ ข้ึนในปาก • ทำ� กจิ กรรมท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหารทำ� งานอยา่ งไร และทำ� ใบงาน ๐๒ การทำ� งานของระบบยอ่ ยอาหาร • อภิปรายและน�ำเสนอเกีย่ วกบั การทำ� งานของระบบยอ่ ยอาหาร • ทำ� กจิ กรรมท่ี ๓ การดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารทำ� ไดอ้ ยา่ งไร และทำ� ใบงาน ๐๓ การดแู ล รกั ษาอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร • อภิปรายและสรุปแนวทางการดูแลรกั ษาอวัยวะในระบบย่อยอาหารใหท้ �ำงานปกติ • อภิปรายและลงข้อสรุปเกีย่ วกับการท�ำงานของระบบยอ่ ยอาหารและการดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบ ย่อยอาหาร • ทำ� ใบงาน ๐๔ แบบฝึกหัด เรอ่ื งระบบยอ่ ยอาหาร • ประเมินจากการตอบค�ำถาม • ประเมินจากการท�ำกิจกรรมในช้ันเรยี น • ประเมินจากการท�ำแบบฝกึ หดั

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 109 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชว่ั โมง กลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ขอบเขตเน้อื หา กิจกรรมการเรยี นรู้ (๕ ช่วั โมง) ส่อื / แหล่งเรยี นรู้ ระบบย่อยอาหารเกี่ยวข้องกับ ช่ัวโมงที่ ๑ อวยั วะตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ปาก ลน้ิ ฟนั ขั้นนำ� (๑๐ นาที) ๑. ขา้ วสุก (ขา้ วเหนียวหรือ หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ๑. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเก่ียวกับระบบย่อยอาหาร โดยติดภาพโครงร่าง ลำ� ไสเ้ ลก็ ตบั ตบั ออ่ น ลำ� ไสใ้ หญ่ ของรา่ งกายมนษุ ย์ (ไมแ่ สดงอวยั วะ) บนกระดาน และเตรยี มภาพอวยั วะตา่ ง ๆ ข้าวสวย) ทวารหนกั อาหารทร่ี บั ประทานเขา้ ไป ได้แก่ ปาก จมูก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ตับ ตับอ่อน ล�ำไส้เล็ก ๒. กระจกเงา ๓. การ์ตนู เร่อื งลมี อนผจญภัย จะถูกบดและย่อยให้เล็กลงในปาก ลำ� ไสใ้ หญ่ หวั ใจ ปอด มาใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั สงั เกต จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ภาระงาน / ชิ้นงาน แล้วเคล่ือนผ่านหลอดอาหารสู่ นำ� ภาพอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารไปตดิ ลงบนภาพโครงรา่ งของรา่ งกายมนษุ ย์ ๑. การบันทึกผลการท�ำกิจกรรม กระเพาะอาหาร และถกู ยอ่ ยใหเ้ ลก็ ลง ในตำ� แหนง่ ตามความเขา้ ใจ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายโดยใชค้ ำ� ถาม ในงาน ที่กระเพาะอาหารและล�ำไส้เล็ก ดงั น้ี อาหารต่าง ๆจะถูกย่อยให้เป็น ๑.๑ ภาพอวัยวะท่ีให้สังเกต มีภาพอวัยวะใดบ้าง (นักเรียนตอบชื่ออวัยวะ ๒. การท�ำแบบฝกึ หดั สารอาหารทมี่ ขี นาดเลก็ พอทจ่ี ะเขา้ สู่ ตามความเข้าใจของตนเอง) ๓. ก า ร อ อ ก แ บ บ แ ล ะ ส ร ้ า ง หลอดเลือดได้และการย่อยเสร็จสิ้น ๑.๒ มีภาพอวัยวะใดบ้างที่นักเรียนไม่ได้น�ำไปติดบนภาพโครงร่างของ แบบจำ� ลองเพอื่ บรรยายลกั ษณะ ที่ล�ำไส้เล็ก โดยตับจะสร้างน้�ำดี ร่างกายบา้ ง เพราะเหตใุ ด (นกั เรียนตอบตามผลการตดิ ภาพอวยั วะบน และหน้าที่ของอวัยวะในระบบ ช่วยท�ำให้ไขมันในล�ำไส้เล็กแตกตัว ภาพโครงร่างของรา่ งกาย และตอบเหตผุ ลตามความเข้าใจของตนเอง มขี นาดเลก็ ลงทำ� ใหถ้ กู ยอ่ ยไดง้ า่ ยขนึ้ เชน่ ไม่ได้น�ำภาพจมูก หวั ใจ ปอด ไปติดบนภาพโครงร่างของรา่ งกาย ย่อยอาหารและการดูดซึม และตับอ่อนจะสร้างน้�ำย่อยส่งมา เพราะไมใ่ ชอ่ วัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร) สารอาหาร ช ่ ว ย ย ่ อ ย อ า ห า ร ใ น ล� ำ ไ ส ้ เ ล็ ก ๑.๓ ภาพอวยั วะทน่ี กั เรยี นนำ� ไปตดิ บนบนภาพโครงรา่ งของรา่ งกายมอี ะไรบา้ ง แลว้ สารอาหารทงั้ หมดถกู ดดู ซมึ ผา่ น แตล่ ะอวยั วะทำ� หนา้ ทอี่ ะไร (นกั เรยี นตอบชอ่ื อวยั วะตามผลการตดิ ภาพ

110 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ช่ัวโมง กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ ล�ำไส้เล็กเข้าสู่หลอดเลือดฝอยท่ี อวยั วะบนโครงรา่ งของรา่ งกาย และตอบหนา้ ทข่ี องอวยั วะนน้ั ตามความเขา้ ใจ วธิ ีการประเมิน ผ นั ง ล� ำ ไ ส ้ เ ล็ ก เ พื่ อ ล� ำ เ ลี ย ง ของตนเอง) สารอาหาร ไปยังส่วนต่าง ๆ ๒. ครูจดจ�ำภาพและต�ำแหน่งของอวัยวะที่นักเรียนน�ำมาติดไว้บนภาพโครงร่าง ๑. การตอบคำ� ถามในแบบฝกึ หดั ส่วนอาหารท่ีไม่ถูกย่อยจะเคลื่อน ของรา่ งกายมนษุ ย์ หรอื อาจใหน้ กั เรยี นนำ� ภาพเหลา่ นไ้ี ปตดิ ไวบ้ นกระดาษปรฟู๊ ไว้ ไปยังล�ำไส้ใหญ่เป็นกากอาหาร เพือ่ จะน�ำมากลับมาสรุปอีกครั้ง ๒. สังเกตทักษะกระบวนการ ท่ีจะถูกก�ำจัดออกทางทวารหนัก ขัน้ สอน (๔๕ นาท)ี ทางวิทยาศาสตร์ในการ อวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหาร ๓. ครชู กั ชวนนกั เรยี นหาคำ� ตอบเกยี่ วกบั อวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร โดยใหน้ กั เรยี น ทำ� กจิ กรรม ที่ท�ำหน้าที่ร่วมกันในการย่อย อ่านช่ือกิจกรรม และจุดประสงค์ในใบกิจกรรมที่ ๑ การย่อยอาหารในปาก ๓. สงั เกตพฤตกิ รรมดา้ นคณุ ธรรม ขณะทำ� กจิ กรรม และดูดซึมสารอาหาร เราต้อง เกิดขึ้นอย่างไร หน้า ๓๓ จากน้ันร่วมกันอภิปรายเพ่ือตรวจสอบความเข้าใจ ดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร เกีย่ วกับจดุ ประสงคใ์ นการท�ำกิจกรรม โดยใช้ค�ำถามดังนี้ ใหท้ ำ� งานเปน็ ปกติ เพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ โรค ๓.๑ กิจกรรมนี้นักเรียนจะได้เรียนเรื่องอะไร (ลักษณะและหน้าที่ของปาก หรืออาการท่ีเก่ียวข้องกับระบบ ลนิ้ ฟนั ขณะเค้ียวอาหาร) ยอ่ ยอาหาร เชน่ โรคกระเพาะอาหาร ๓.๒ นักเรยี นจะได้เรยี นรู้เร่ืองนด้ี ้วยวิธใี ด (สังเกต) อักเสบ โรคกรดไหลย้อน ปวดท้อง ๓.๓ เมื่อเรยี นแลว้ นักเรียนจะท�ำอะไรได้ (บรรยายลักษณะและหนา้ ท่ขี องปาก ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก โดยเรา ลน้ิ ฟนั ขณะเค้ียวอาหาร) ทำ� ไดห้ ลายวธิ ี เขน่ รบั ประทานอาหาร ๔. ครแู จ้งจดุ ประสงคใ์ นวันนี้ให้นักเรียนทราบอกี ครง้ั หนึง่ ที่สะอาด หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด ๕. นกั เรยี นอา่ นวธิ ที ำ� ในใบกจิ กรรมท่ี ๑ หนา้ ๓๓ โดยฝกึ อา่ นตามความเหมาะสม รับประทานอาหารให้มีปริมาณ จากนนั้ รว่ มกนั อภปิ รายเพอื่ สรปุ ขน้ั ตอนการทำ� กจิ กรรม โดยใชค้ ำ� ถามตอ่ ไปน้ี พอเหมาะและตรงเวลา ลดความเครยี ด ๕.๑ อาหารท่นี �ำมาใหน้ ักเรยี นสังเกตคืออะไร (ข้าวสุก)

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 111 แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร หน่วยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร เวลา ๕ ชัว่ โมง กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ จดุ ประสงค์ด้านความรู้ ๕.๒ หลงั จากสงั เกตขา้ วสกุ ในจานแลว้ นกั เรยี นตอ้ งทำ� อะไร (เคย้ี วขา้ วสกุ ชา้ ๆ เกณฑ์การประเมิน ๑. บรรยายลักษณะและหน้าที่ แต่ยงั ไมก่ ลืน) ๑. การตอบค�ำถามในแบบฝึกหดั ๕.๓ ระหวา่ งทเี่ คยี้ วขา้ วสกุ นกั เรยี นตอ้ งทำ� อะไรบา้ ง (สงั เกตรสชาตแิ ละการทำ� งาน ไดถ้ กู ตอ้ งด้วยตนเอง ของปาก ลนิ้ ฟนั ขณะเคย้ี ว ของปาก ล้นิ และฟัน) - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน อาหาร ๕.๔ นกั เรยี นจะสงั เกตรสชาตไิ ด้อยา่ งไร (ใช้ลิน้ รับรส) ๒. บรรยายลักษณะและหน้าที่ - ๕๐ % -๗๙ % ได้ ๒ คะแนน ของอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร ๕.๕ นักเรียนจะสังเกตการท�ำงานของปาก ล้ิน และฟันได้อย่างไร (สังเกต - ตำ�่ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน และอธิบายหน้าที่ของระบบ การท�ำงานของปากโดยดูปากของเพ่ือน สังเกตการท�ำงานของล้ินและ ๒. มีทักษะกระบวนการทาง ยอ่ ยอาหาร ฟนั ของตนเองโดยใชป้ ระสาทสมั ผสั การรบั รกู้ ารทำ� งานของอวยั วะนนั้ ๆ) วทิ ยาศาสตร์ขณะท�ำกิจกรรม ๓. บอกแนวทางการดูแลรักษา ๕.๖ เมอ่ื เคย้ี วขา้ วแลว้ ตอ้ งสงั เกตลกั ษณะของขา้ วในปากของใคร สงั เกตอยา่ งไร - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน อวยั วะในระบบย่อยอาหาร (สังเกตข้าวในปากของตนเอง โดยใชก้ ระจก) - ๕๐ % -๗๙ % ได้ ๒ คะแนน ๕.๗ ขณะกลนื ขา้ ว นกั เรยี นตอ้ งสงั เกตการทำ� งานของอวยั วะใด สงั เกตอยา่ งไร - ตำ�่ กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน จุดประสงค์ด้านทักษะกระบวนการ (สงั เกตคอของเพอื่ น) ๓. มีคณุ ลักษณะดา้ นคณุ ธรรม ๕.๘ นกั เรยี นตอ้ งอภปิ รายเกยี่ วกบั เรอ่ื งอะไร (อภปิ รายเรอ่ื งลกั ษณะและหนา้ ที่ - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน ทางวทิ ยาศาสตร์ ของปาก ลนิ้ ฟนั ในการยอ่ ยอาหาร) ๑. การสงั เกต - ๕๐ % -๗๙ % ได้ ๒ คะแนน ๒. การลงความเหน็ จากข้อมูล ครอู าจเขยี นขน้ั ตอนการทำ� กจิ กรรมเปน็ ขอ้ ความสน้ั ๆ เปน็ ลำ� ดบั ไวเ้ พอ่ื ชกั ชวน - ตำ่� กวา่ ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน ๓. การตคี วามหมายขอ้ มลู และ นักเรียนทำ� กจิ กรรมไปทีละขั้น ลงขอ้ สรุป ๖. เม่ือนักเรียนเข้าใจวิธีการท�ำกิจกรรมในวิธีท�ำแล้วครูให้นักเรียนปฏิบัติตาม ขั้นตอน ๔. การสร้างแบบจำ� ลอง ๖.๑ สงั เกตลกั ษณะของขา้ วสุกในจาน และบนั ทกึ ผลลงในใบงาน ๐๑

112 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชวั่ โมง กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยย่อยที่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ รายวชิ าวิทยาศาสตร์ จดุ ประสงคด์ ้านคุณธรรม การยอ่ ยอาหารในปาก ตาราง ๑ หนา้ ๓๔ ในคอลมั น์ ลกั ษณะของขา้ วสกุ ๑. มงุ่ ม่ันในการทำ� งาน กอ่ นคย้ี วข้าวสุก ๒ . ใฝ่เรยี นรู้ ๖.๒ ตักข้าวสุกเข้าปาก สังเกตรสชาติของข้าวโดยยังไม่เคี้ยว และบันทึกผล ๓. มีวนิ ัย ลงในใบงาน ๐๑ ตาราง ๑ หนา้ ๓๔ ในคอลมั น์ รสชาตขิ องขา้ วสกุ กอ่ น เคย้ี วขา้ วสกุ ๖.๓ เคีย้ วขา้ วสกุ ชา้ ๆ โดยยงั ไมก่ ลนื สงั เกตรสชาติ และใชก้ ระจกส่องเพื่อ สังเกตลักษณะของข้าวสุกในปากตวั เอง และบนั ทกึ ผลลงในใบงาน ๐๑ ตาราง ๑ หนา้ ๓๔ ในคอลมั น์ ลกั ษณะของขา้ วสกุ และรสชาตขิ องขา้ วสกุ หลงั เคย้ี วข้าวสุก ๖.๔ เค้ียวข้าวต่อไปช้า ๆ สงั เกตการทำ� งานของปาก ลนิ้ และฟนั บันทกึ ผล ลงในตาราง ๒ หน้า ๓๔ ๖.๕ กลนื ข้าวทเี่ ค้ยี วชา้ ๆ ผลัดกันกบั เพ่อื น สังเกตการเคลอ่ื นไหวของคอ ขณะกลืน บนั ทึกผล หนา้ ๓๔ ๖.๖ นักเรียนแต่ละกล่มุ ร่วมกนั อภปิ รายลักษณะและหน้าที่ของปาก ลนิ้ ฟัน ในการย่อยอาหาร และบันทกึ ผลหนา้ ๓๕ ๗. หลงั จากทำ� กจิ กรรมแลว้ ครอู าจใหน้ กั เรยี นนำ� เสนอผลการสงั เกตและการอภปิ ราย จากนนั้ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายผลการทำ� กจิ กรรม ตามแนวคำ� ถามดงั นี้ ๗.๑ ขา้ วสกุ กอ่ นและหลงั เคยี้ วมลี กั ษณะเหมอื นหรอื แตกตา่ งกนั อยา่ งไร (มลี กั ษณะ แตกต่างกัน คือ ก่อนเค้ียว ข้าวสุกมีรูปร่างเป็นเม็ดเรียว สีขาว มีกล่ิน หลังเค้ยี วจะมีลกั ษณะเปน็ กอ้ นเหลว สขี าว มีรสชาติ)

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 113 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร เวลา ๕ ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยย่อยที่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๖ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ ๗.๒ เพราะเหตใุ ด ขา้ วสกุ จงึ มลี กั ษณะเปลยี่ นแปลงไปจากเดมิ (เพราะการเคย้ี ว ข้าวสกุ ในปาก) ๗.๓ ขณะเคย้ี วขา้ วสุก ปาก ล้นิ ฟนั มีลกั ษณะและท�ำงานอย่างไร (ปากเปน็ ช่องปิดเปิดได้ ขณะเคี้ยวปากจะปิดและขยับไปมา และมีน�้ำลาย ออกมา ฟนั มลี กั ษณะเปน็ แทง่ แขง็ หลายซเี่ รยี งตวั ทงั้ ดา้ นลา่ งและดา้ นบน ภายในปาก จะทำ� หนา้ ทบ่ี ด ตดั ขา้ วจากเมลด็ ใหญใ่ หล้ ะเอยี ด ลน้ิ มลี กั ษณะ เปน็ กอ้ นเนอื้ สามารถขยบั ปลายลนิ้ ไปมาในปากได้ จะทำ� หนา้ ทคี่ ลกุ เคลา้ ขา้ ว ใหเ้ ขา้ กับนำ�้ ลายและท�ำใหข้ า้ วเคลอื่ นทอี่ ยใู่ นปากได)้ ๗.๔ ลักษณะและหน้าที่ของปากมีความสัมพันธ์กันหรือไม่ อย่างไร (มคี วามสมั พนั ธก์ นั เชน่ ปากมลี กั ษณะเปน็ ชอ่ ง และสามารถขยบั ขน้ึ และ ลงขณะทีฟ่ นั บดตดั อาหารได้) ครูเปลย่ี นค�ำถามเป็นลกั ษณะและหน้าทข่ี องลน้ิ และฟนั ตามลำ� ดบั ๗.๕ ปาก ลนิ้ ฟัน ทำ� หนา้ ทรี่ ่วมกันหรือไม่ อย่างไร (ปาก ลนิ้ ฟัน ท�ำหนา้ ท่ี ร่วมกนั ในการทำ� ให้อาหารมีขนาดเล็กลง น่มุ และเหลวข้ึน) ๗.๖ ขณะกลนื ขา้ ว คอมกี ารเคลอื่ นทอ่ี ยา่ งไร และนา่ จะมผี ลอยา่ งไรตอ่ อาหาร (คอดา้ นหนา้ เคลอ่ื นทข่ี นึ้ และลง นา่ จะทำ� ใหอ้ าหารเคลอ่ื นทจี่ ากปากลงไป ทางคอ) ๗.๗ เมอ่ื กนิ ขา้ วแลว้ มกี ารยอ่ ยทปี่ ากหรอื ไม่ รไู้ ดอ้ ยา่ งไร (มกี ารยอ่ ยสารอาหาร ทป่ี าก ทราบไดจ้ ากอาหารมขี นาดเลก็ ลง และลนิ้ รบั รสชาตหิ วานของขา้ ว) ๗.๘ ถ้ากินเน้ือหมู มีการย่อยเกิดข้ึนที่ปากหรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบ ตามความเขา้ ใจของตนเอง เชน่ มกี ารยอ่ ยเนอื้ หมเู กดิ ขนึ้ ทป่ี าก โดยเนอ้ื หมู

114 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชัว่ โมง กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร ช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ มีขนาดเล็กลง แต่รสชาติเนื้อหมูหลังจากเคี้ยวเหมือนกับก่อนเคี้ยว) ๗.๙ ข้าวท่ีเคลื่อนที่ไปที่คอมีการย่อยเกิดขึ้นหรือไม่ ทราบได้อย่างไร (ไม่มี เพราะรสู้ กึ ข้าวเคลื่อนที่ลงไปที่ทอ้ งเลย) ๘. นกั เรียนตอบค�ำถามหลังจากท�ำกจิ กรรม หน้า ๓๖–๓๗ ขัน้ สรุป (๕ นาท)ี ๙. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้เรียนรู้ในชั่วโมงน้ีด้วยตนเองเก่ียวกับ ลักษณะและหน้าที่ของปาก ลิ้น และฟันในการย่อยอาหารได้ว่า ปาก ฟัน และล้ินมีลักษณะแตกต่างกัน และท�ำหน้าท่ีร่วมกันในการท�ำให้อาหาร มีขนาดเล็กลง นมุ่ และเหลวขนึ้ ๑๐. ครูสรปุ สง่ิ ท่ีได้เรียนในชวั่ โมงนด้ี ้วยกราฟฟกิ ดังตัวอยา่ ง เช่น หน้าท่ี ปาก หนา้ ที่ เป็นช่องรบั อาหาร บด ดดั ใหอ้ าหาร เข้าสรู่ า่ งกาย ฟนั มีขนาดเล็กลง หนา้ ที่ ล้นิ หลอดอาหาร หนา้ ที่ คลุกเคล้าอาหารเข้ากบั บีบรดั ใหอ้ าหาร น�้ำลายซงึ่ ย่อยแป้ง เคลอื่ นทีล่ งไป

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 115 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ช่วั โมง กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยย่อยท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ รายวิชาวิทยาศาสตร์ ชั่วโมงท่ี ๒ ข้ันน�ำ (๕ นาท)ี ๑๑. ครทู บทวนความรทู้ ไี่ ดเ้ รยี นไปแลว้ เกยี่ วกบั อวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร โดยใชค้ ำ� ถาม ดงั น้ี ๑๑.๑ เมอ่ื รบั ประทานขา้ วสกุ การยอ่ ยอาหารเกดิ ขน้ึ ทป่ี ากหรอื ไม่ รไู้ ดอ้ ยา่ งไร (มีการย่อยอาหารเกิดขึ้นท่ีปาก รู้ได้จากเมื่อเคี้ยวข้าว เมล็ดข้าว จะมีขนาดเล็กลง เหลว และมีรสชาติหวาน) ๑๑.๒ อวยั วะใดทใ่ี ชใ้ นการยอ่ ยขา้ วสกุ และชว่ ยยอ่ ยอยา่ งไร (มปี ากขยบั ขนึ้ ลง ท�ำให้ฟนั บด ตัดเมลด็ ขา้ วสุกใหม้ ขี นาดเลก็ ลงได้ ล้ินช่วยคลุกเคล้ากบั น้ำ� ลายท่อี ยูใ่ นปาก ท�ำให้ข้าวเคลือ่ นที่ไปมาชว่ ยให้ฟนั บดได้ท่วั ) ๑๒. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับอวัยวะอ่ืน ๆ ในระบบย่อยอาหาร โดยใช้ คำ� ถามดงั นี้ เมอื่ กลนื อาหารลงคอ อาหารจะเคลอื่ นทไ่ี ปยงั อวยั วะใด ตามลำ� ดบั และจะมีการย่อยอาหารเกิดข้ึนที่อวัยวะนั้นหรือไม่ อย่างไร (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจของตนเอง เช่น อาหารจะเคลื่อนที่ไปยังกระเพาะอาหาร ลำ� ไสเ้ ลก็ ลำ� ไสใ้ หญ่ และทวารหนกั โดยมกี ารยอ่ ยอาหารเกดิ ขน้ึ ทกี่ ระเพาะอาหาร และล�ำไส้เลก็ เทา่ น้ัน) ขนั้ สอน (๔๕ นาท)ี ๑๓. ครูชวนนักเรียนท�ำกิจกรรมที่ ๒ ระบบย่อยอาหารท�ำงานอย่างไร หน้า ๓๘ โดยอ่านจดุ ประสงค์และตรวจสอบความเข้าใจในจดุ ประสงค์ โดยใช้ค�ำถาม

116 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชัว่ โมง กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ดังตอ่ ไปน้ี ๑๓.๑ นักเรียนจะได้เรียนเรื่องอะไร (ลักษณะและหน้าที่ของอวัยวะในระบบ ย่อยอาหารและหน้าท่ขี องระบบยอ่ ยอาหาร) ๑๓.๒ นกั เรียนจะเรียนเรอ่ื งน้ดี ้วยวธิ กี ารใด (การรวบรวมขอ้ มลู และการสรา้ ง แบบจำ� ลอง) ๑๓.๓ เมอ่ื เรยี นเรอื่ งน้ีแลว้ นกั เรยี นจะทำ� อะไรได้ (สร้างแบบจ�ำลองเพือ่ บรรยาย ลักษณะและหน้าท่ีของอวัยวะในระบบย่อยอาหารและอธิบายหน้าท่ีของ ระบบย่อยอาหาร) ๑๔. ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรูใ้ นช่ัวโมงน้ีอกี ครง้ั ๑๕. ครูชวนนักเรียนอ่านวัสดุ–อุปกรณ์ และวิธีท�ำข้อ ๑-๒ หน้า ๓๘ โดยเลือก วิธีการฝกึ การอ่านจับใจความตามความเหมาะสม จากน้นั ครตู รวจสอบจนแน่ใจ ว่านักเรยี นเข้าใจข้นั ตอนการทำ� กจิ กรรม ๑๕.๑ นักเรียนร่วมกันเขียนเส้นทางการเคล่ือนท่ีของอาหารในระบบย่อยอาหาร อยา่ งไร (เขยี นตามความเข้าใจของตนเอง) ๑๕.๒ นกั เรยี นตอ้ งสบื คน้ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั เรอ่ื งอะไร (ลกั ษณะและหนา้ ทขี่ องอวยั วะ ในระบบยอ่ ยอาหาร) ๑๕.๓ นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลจากแหล่งข้อมูลใด (อ่านการ์ตูนเร่ืองลีมอน ผจญภัย) ๑๕.๔ เมื่อสืบค้นข้อมูลแล้วนักเรียนต้องท�ำส่ิงใด (อภิปรายลักษณะและหน้าที่ ของอวยั วะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหาร และสรา้ งแบบจ�ำลองเพื่อบรรยาย ลักษณะและหนา้ ท่ขี องอวัยวะในระบบย่อยอาหาร)

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 117 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร เวลา ๕ ชวั่ โมง กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ๑๖. เมอื่ นกั เรยี นเขา้ ใจวธิ กี ารทำ� กจิ กรรมแลว้ ใหน้ กั เรยี นเขยี นเสน้ ทางการเคลอื่ นที่ ของอาหารในระบบย่อยอาหารตามความเข้าใจของตนเอง บันทึกผลการท�ำ กิจกรรมลงในใบงาน ๐๒ การท�ำงานระบบย่อยอาหาร หน้า ๓๙ ๑๗. ครสู มุ่ ตวั อยา่ งนกั เรยี นออกมานำ� เสนอแผนภาพทแ่ี สดงเสน้ ทางการยอ่ ยอาหาร และการดูดซึมสารอาหารในระบบย่อยอาหารตามความเข้าใจของตนเอง ๑๘. ครชู วนนกั เรยี นหาคำ� ตอบทถี่ กู ตอ้ งเกย่ี วกบั เสน้ ทางการเคลอื่ นทขี่ องอาหารใน ระบบยอ่ ยอาหาร และลกั ษณะและหนา้ ทข่ี องอวยั วะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหาร โดยใหน้ กั เรยี นอา่ นการต์ นู เรอ่ื งลมี อนผจญภยั ซงึ่ ครดู าวนโ์ หลดและจดั ทำ� เปน็ เอกสาร หรอื ใหน้ กั เรยี นอา่ นจากในคอมพวิ เตอร์ แทบ็ เลต็ หรอื Smart phone ด้วยวิธีการอ่านที่เหมาะสม และให้นักเรียนบันทึกข้อมูลที่ได้จากการอ่าน ใบงาน ๐๒ หนา้ ๔๐-๔๒ ๑๙. เมื่อนักเรียนอ่านเร่ืองลีมอนผจญภัยแล้ว ครูและนักเรียนร่วมกัน อภปิ รายโดยใช้ค�ำถามต่อไปนี้ ๑๙.๑ การย่อยอาหารคร้ังแรกเกดิ ขึน้ ทอี่ วยั วะใด (ปาก) ๑๙.๒ ในปากมกี ารยอ่ ยอาหารอยา่ งไร (ในปากมลี น้ิ และฟนั ทท่ี ำ� หนา้ ทรี่ ว่ มกนั ตัด บด และคลุกเคล้าอาหารกับน้�ำลายซึ่งมีเอนไซม์ย่อยสารอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรตที่อยู่ในข้าวเหนียวให้มีขนาดเล็กลง) ๑๙.๓ ในล�ำคอมีอวัยวะอะไรที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหาร และมีลักษณะ และหน้าที่อย่างไร (ในคอมีหลอดอาหารมีลักษณะเป็นท่อยาว ผนัง

118 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ช่วั โมง กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๖ รายวิชาวิทยาศาสตร์ ภายในทอ่ ไมเ่ รยี บ เปน็ คลน่ื ทำ� หนา้ ทบี่ บี ตวั ใหก้ อ้ นอาหารเคลอื่ นทลี่ งสู่ กระเพาะอาหาร) ๑๙.๔ กระเพาะอาหารมลี กั ษณะอยา่ งไร และมกี ารยอ่ ยอาหารหรอื ไม่ อยา่ งไร (กระเพาะอาหารมีลักษณะเป็นถุง ผนังด้านในมีลักษณะเป็นคล่ืน กระเพาะอาหารจะหลงั่ กรดเกลอื และสรา้ งเอน็ ไซมส์ ำ� หรบั ยอ่ ยโปรตนี ) ๑๙.๕ หลงั จากอาหารผา่ นกระเพาะอาหารแลว้ อาหารเคลอ่ื นทไ่ี ปอวยั วะใดตอ่ (ลำ� ไสเ้ ล็ก) ๑๙.๖ ล�ำไส้เล็กมีลักษณะอย่างไร และมีหน้าท่ีอะไร (ล�ำไส้เล็กเป็นท่อยาว ขดไปมาอยู่ในช่องท้อง และท่ีผนังด้านในมีลักษณะตะปุ่มตะปำ่� มีหน้าที่ย่อยคาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน ให้มีขนาดเล็กลงจน สามารถดดู ซมึ ได้ นอกจากนยี้ งั ทำ� หนา้ ทดี่ ดู ซมึ สารอาหารทกุ ประเภท) ๑๙.๗ ลกั ษณะของลำ� ไสเ้ ลก็ เหมาะสมตอ่ การดดู ซมึ สารอาหารอยา่ งไร (การท่ี ล�ำไส้เล็กยาวท�ำให้มีเวลาอย่างเพียงพอส�ำหรับการดูดซึมสารอาหาร และผนังด้านในของล�ำไส้เล็กที่มีลักษณะตะปุ่มตะปำ่� คล้ายนิ้วมือ จำ� นวนมากจงึ เปน็ การเพม่ิ พน้ื ทใี่ นการดดู ซมึ สารอาหารอกี ดว้ ย) ๑๙.๘ สารอาหารทถี่ กู ดดู ซมึ จะเขา้ ไปทใี่ ด (สารอาหารจะเขา้ สหู่ ลอดเลอื ดและ ทอ่ นำ้� เหลอื งทอี่ ยใู่ นผนงั ลำ� ไสเ้ ลก็ ) ๑๙.๙ สารอาหารจะไปสสู่ ว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกายอยา่ งไร (สารอาหารจะถกู ลำ� เลยี ง ไปกบั เลอื ดทางหลอดเลอื ด) ๑๙.๑๐ ตบั มลี กั ษณะและมหี นา้ ทอ่ี ยา่ งไร (ตบั มลี กั ษณะเปน็ กอ้ น มหี นา้ ทสี่ รา้ งนำ้� ดี

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 119 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชั่วโมง กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๖ รายวิชาวิทยาศาสตร์ และสง่ ไปเกบ็ ทถี่ งุ นำ้� ดแี ละสง่ ตอ่ ไปยงั ลำ� ไสเ้ ลก็ นำ้� ดชี ว่ ยทำ� ใหไ้ ขมนั แตก ตวั เลก็ ลง งา่ ยตอ่ การยอ่ ยโดยเอนไซม)์ ๑๙.๑๑ ตบั ออ่ นสำ� คญั อยา่ งไร (ตบั ออ่ นมลี กั ษณะยาวรคี ลา้ ยใบไม้ มหี นา้ ทสี่ รา้ ง เอนไซมส์ ง่ มาทล่ี ำ� ไสเ้ ลก็ เพอื่ ชว่ ยยอ่ ยทงั้ คารโ์ บไฮเดรต โปรตนี ไขมนั ) ๑๙.๑๒ ถดั จากลำ� ไสเ้ ลก็ อาหารจะเคลอ่ื นทตี่ อ่ ไปยงั อวยั วะใด (ลำ� ไสใ้ หญ)่ ๑๙.๑๓ ลำ� ไสใ้ หญม่ ลี กั ษณะอยา่ งไร (มลี กั ษณะเปน็ ทอ่ ) ๑๙.๑๔ ลำ� ไสใ้ หญม่ กี ารยอ่ ยอาหารเกดิ ขนึ้ หรอื ไม่ และเกย่ี วขอ้ งกบั ระบบยอ่ ยอาหาร หรือไม่ อย่างไร (ท่ีล�ำไส้ใหญ่ไม่มีการย่อยอาหาร แต่เป็นอวัยวะ ทอี่ ยใู่ นระบบยอ่ ยอาหารทท่ี ำ� หนา้ ทดี่ ดู ซมึ เกลอื แร่ และนำ้� จากกากอาหาร) ๑๙.๑๕ ทวารหนกั มลี กั ษณะและหนา้ ทอี่ ยา่ งไร (เปน็ ชอ่ งเปดิ ออกจากรา่ งกาย อยู่ทก่ี น้ มหี นา้ ท่ีเป็นทางผา่ นของอจุ จาระหรอื กากอาหารออกนอก รา่ งกาย) ๑๙.๑๖ ระบบยอ่ ยอาหารประกอบดว้ ยอวยั วะใดบา้ ง (ระบบยอ่ ยอาหารประกอบดว้ ย ปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำ� ไสเ้ ลก็ ตบั ตบั ออ่ น ลำ� ไสใ้ หญ่ และทวารหนัก) ขัน้ สรุป (๑๐ นาท)ี ๒๐. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นสรปุ ความรทู้ ไี่ ดเ้ รยี นรใู้ นชวั่ โมงนด้ี ว้ ยตนเองเกยี่ วกบั ลกั ษณะและหนา้ ทข่ี องอวยั วะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหารไดว้ า่ ระบบยอ่ ยอาหาร เกยี่ วขอ้ งกบั อวยั วะตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ปาก ลนิ้ ฟนั หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำ� ไสเ้ ลก็ ตบั ตบั ออ่ น ลำ� ไสใ้ หญ่ ทวารหนกั อาหารทรี่ บั ประทานเขา้ ไป

120 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ช่ัวโมง กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยย่อยท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ จะถกู บดและยอ่ ยใหเ้ ล็กลงในปาก แล้วเคลื่อนผ่านหลอดอาหารสู่กระเพาะ อาหาร และถูกยอ่ ยใหเ้ ล็กลงที่กระเพาะอาหารและลำ� ไส้เล็ก อาหารต่าง ๆ จะถูกย่อยให้เป็นสารอาหารที่มีขนาดเล็กพอท่ีจะเข้าสู่หลอดเลือดได้และ การย่อยเสร็จส้ินที่ล�ำไส้เล็ก โดยตับจะสร้างน้�ำดีช่วยท�ำให้ไขมันในล�ำไส้เล็ก แตกตัวมีขนาดเล็กลงท�ำให้ถูกย่อยได้ง่ายขึ้น และตับอ่อนจะสร้างน้�ำย่อย สง่ มาชว่ ยยอ่ ยอาหารในลำ� ไสเ้ ลก็ แลว้ สารอาหารทง้ั หมดถกู ดดู ซมึ ผา่ นลำ� ไสเ้ ลก็ เขา้ สหู่ ลอดเลอื ดฝอยทผ่ี นงั ลำ� ไสเ้ ลก็ เพอื่ ลำ� เลยี งสารอาหารไปยงั สว่ นตา่ ง ๆ สว่ นอาหารทไ่ี มถ่ กู ยอ่ ยจะเคลอ่ื นไปยงั ลำ� ไสใ้ หญเ่ ปน็ กากอาหารทจี่ ะถกู กำ� จดั ออกทางทวารหนัก ๒๑. ครใู หน้ กั เรยี นสงั เกตการตดิ ภาพอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารทน่ี กั เรยี นไดท้ ำ� ไว้ ในชว่ั โมงทผ่ี ่านมา แลว้ ตรวจค�ำตอบและแกไ้ ขใหถ้ กู ตอ้ ง ๒๒. ครสู รปุ สาระสำ� คญั ทนี่ กั เรยี นไดเ้ รยี นรใู้ นชว่ั โมงน้ี และสรปุ แนวคดิ รวบยอดเกย่ี วกบั อวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารดว้ ยผงั แนวคดิ หรอื concept map ดงั ตวั อยา่ ง เชน่

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 121 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชว่ั โมง กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ รายวิชาวิทยาศาสตร์ ระบบยอ่ ยอาหาร เร่มิ จาก อาหารที่รับประทาน ฟนั มีหน้าท่ี บดกดั อาหารใหเ้ ปน็ ชน้ิ เลก็ ลน้ิ มหี น้าท่ี คลกุ เคลา้ อาหารในปาก เรม่ิ ยอ่ ยครงั้ แรกท่ี ปาก มี ไปสู่ นำ้� ลาย มี เอนไซม์ ย่อย คาร์โบไฮเดรต หลอดอาหาร มหี นา้ ที่ ให้เป็นน�้ำตาล บบี รดั อาหารใหเ้ คลอื่ นท่ี ไปสู่ กระเพาะอาหาร มหี น้าท่ี ตบั สรา้ ง นำ�้ ดี ส่งไปที่ ยอ่ ยโปรตนี ใหม้ ขี นาดเลก็ ไปสู่ สง่ ยอ่ ย ตบั ออ่ น สรา้ ง เอนไซม์ สง่ ไปที่ ลำ� ไส้เล็ก แลว้ โปรตนี คารโ์ บไฮเดรต น�้ำ เกลือแร่ และไขมนั ใหม้ ขี นาดเลก็ มาก และวติ ามิน อาหารทเี่ หลอื จากการยอ่ ย เปน็ กากอาหาร สง่ ไปที่ ดูดนำ�้ และเกลอื แร่ ส่งไปที่ หลอดเลือดฝอยที่ ออกจากากอาหาร มหี น้าท่ี ลำ� ไสใ้ หญ่ ผนังล�ำไสเ้ ล็ก ส่งไปท่ี แล้วสง่ ไปที่ ทวารหนัก ส่วนต่าง ๆ ของรา่ งกาย ส่งออก นอกร่างกาย

122 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ช่วั โมง กลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ รายวชิ าวิทยาศาสตร์ ๒๓. ครูแจ้งวา่ ในชัว่ โมงถดั ไป นกั เรยี นจะได้ท�ำกิจกรรมที่ ๒ ขอ้ ๓ ต่อไป ชวั่ โมงที่ ๓ ขัน้ นำ� (๕ นาที) ๒๔. ครทู บทวนความรทู้ ไ่ี ดเ้ รยี นมาแลว้ โดยยกตวั อยา่ งการรบั ประทานชมพู่ และใช้ คำ� ถามดงั น้ี ๒๔.๑ เมอื่ นักเรยี นรับประทานชมพู่ ระบบยอ่ ยอาหารเร่ิมจากท่ีใดและสิ้นสดุ ท่ีใด (เรม่ิ ทีป่ ากและสิ้นสดุ ที่ทวารหนัก) ๒๔.๒ สารอาหารทพี่ บในชมพมู่ อี ไรบา้ ง และจะมกี ารยอ่ ยทอี่ วยั วะใดบา้ ง (ในชมพู่ จะมคี ารโ์ บไฮเดรต วติ ามนิ และเกลอื แร่ ซง่ึ คารโ์ บไฮเดรตจะถกู ยอ่ ยใน ปากและทลี่ ำ� ไสเ้ ลก็ สว่ นวติ ามนิ และเกลอื แรไ่ มม่ กี ารยอ่ ยและสามารถ ดูดซึมเข้าส่รู า่ งกายไดท้ ลี่ �ำไส้เลก็ ) ๒๕. ครแู จง้ จุดประสงค์การเรียนร้ขู องชัว่ โมงนใี้ หน้ กั เรยี นทราบ ขน้ั สอน (๕๐ นาท)ี ๒๖. ครูชวนนกั เรียนอ่านวธิ ีทำ� ขอ้ ๓ หน้า ๓๘ โดยเลือกวธิ กี ารฝกึ การอา่ นจบั ใจ ความตามความเหมาะสม จากน้ันครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียน ว่านักเรียนจะต้องสร้างแบบจ�ำลองเป็นรูปแบบใด เพ่ือใช้อธิบายเรื่องใด (แบบจ�ำลองท่ีเป็นแผนภาพเพ่ือบรรยายหน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ ใ น ร ะ บ บ ย ่ อ ย อ า ห า ร แ ล ะ อ ธิ บ า ย ห น ้ า ที่ ข อ ง ร ะ บ บ ย ่ อ ย อ า ห า ร ) ๒๗. ครใู ห้นกั เรียนเขยี นแผนภาพลงในใบงาน ๐๒ หนา้ ๔๓ จากนั้นใหน้ ักเรียน

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 123 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร เวลา ๕ ชั่วโมง กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ รายวิชาวิทยาศาสตร์ นำ� เสนอโดยใชแ้ ผนภาพอธบิ ายหนา้ ทข่ี องอวยั วะตา่ ง ๆ ในการยอ่ ยและดดู ซมึ สารอาหารในระบบย่อยอาหาร ๒๘. ครูและนักเรยี นรว่ มการอภิปรายโดยใชค้ �ำถามดงั ตอ่ ไปน้ี ๒๘.๑ แผนภาพทนี่ กั เรยี นเขยี นขน้ึ สามารถใชบ้ รรยายหนา้ ทขี่ องอวยั วะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหารและหนา้ ทข่ี องระบบยอ่ ยอาหารไดห้ รอื ไม่ อยา่ งไร (เช่น แผนภาพสามารถใช้บรรยายหน้าท่ขี องอวัยวะตา่ ง ๆ ในระบบ ย่อยอาหารและหน้าที่ของระบบย่อยอาหารในการย่อยอาหารและ การดดู ซมึ ไดถ้ กู ต้องและครบถว้ น) ๒๘.๒ อวัยวะต่าง ๆ ในระบบย่อยอาหารมีลกั ษณะเหมือนหรือแตกต่างกัน ยกตวั อยา่ ง (แตกตา่ งกนั เชน่ กระเพาะอาหารมลี กั ษณะเปน็ ถงุ สว่ น ล�ำไส้เลก็ มีลักษณะเปน็ ท่อยาวขดไปมาในช่องทอ้ ง) ๒๘.๓ อวยั วะตา่ ง ๆ ทำ� หนา้ ทร่ี ว่ มกนั หรอื ไม่ ยกตวั อยา่ ง (ทำ� หนา้ ทรี่ ว่ มกนั เชน่ ลำ� ไสเ้ ลก็ ทำ� หนา้ ทรี่ ว่ มกบั ตบั และตบั ออ่ น ในการยอ่ ยคารโ์ บไฮเดรต โปรตีน และไขมัน) ๒๘.๔ สารอาหารทกุ ประเภทจะผา่ นการยอ่ ยหรอื ไม่ อยา่ งไร (ไม่ โดยสารอาหาร ประเภทคาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันเท่าน้ันที่จะผ่านการย่อย สว่ นสารอาหารประเภทเกลอื แร่ วติ ามนิ และนำ�้ จะไมต่ อ้ งผา่ นการยอ่ ย) ๒๘.๕ สารอาหารจะดดู ซมึ ทอี่ วยั วะใดของระบบยอ่ ยอาหาร อยา่ งไร (สารอาหาร ท้ังหมดจะดูดซึมเข้าสู่ผ่านผนังของล�ำไส้เล็กเข้าสู่หลอดเลือดเพื่อ

124 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร เวลา ๕ ช่ัวโมง กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ไปยังสว่ นต่าง ๆ ของร่างกายได)้ ๒๘.๖ ระบบยอ่ ยอาหารมหี นา้ ทอ่ี ะไร (ระบบยอ่ ยอาหารมหี นา้ ทยี่ อ่ ยและดดู ซมึ สารอาหารเข้าสรู่ ่างกายผา่ นทางหลอดเลือดฝอยที่ผนงั ล�ำไส้เลก็ ) ๒๙. นกั เรียนตอบค�ำถามหลังจากท�ำกจิ กรรมในใบงาน ๐๒ หน้า ๔๔-๔๕ ข้ันสรปุ (๑๐ นาท)ี ๓๐. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจนได้ข้อสรุปว่า อวัยวะในการย่อยอาหาร ประกอบดว้ ยอวยั วะตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ ปาก ลน้ิ ฟนั หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ลำ� ไสเ้ ลก็ ตบั ตบั ออ่ น ลำ� ไสใ้ หญ่ ทวารหนกั แตล่ ะอวยั วะมลี กั ษณะและหนา้ ที่ แตกตา่ งกนั และทำ� หนา้ ทรี่ ว่ มกนั ในการยอ่ ยและดดู ซมึ สารอาหารเขา้ สรู่ า่ งกาย ๓๑. ครแู จง้ วา่ ในชว่ั โมงตอ่ ไป นกั เรยี นจะไดเ้ รยี นเรอ่ื งโรคหรอื าการทเี่ กย่ี วกบั ระบบ ยอ่ ยอาหาร จงึ ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลมุ่ แลว้ สบื คน้ ขอ้ มลู โรคหรอื อาการทเ่ี กย่ี วขอ้ ง กับระบบย่อยอาหารมอี ะไรบา้ ง และลกั ษณะหรอื อาการเปน็ อยา่ งไร ครยู ำ้� ใหน้ กั เรยี นนำ� ขอ้ มลู มาในชว่ั โมงตอ่ ไป และบนั ทกึ แหลง่ ขอ้ มลู ทไ่ี ดส้ บื คน้ ดว้ ย ช่วั โมงที่ ๔ ขน้ั นำ� (๕ นาท)ี ๓๒. ครทู บทวนความรทู้ ไี่ ดเ้ รยี นมาแลว้ เกย่ี วกบั ระบบยอ่ ยอาหารวา่ มเี สน้ ทางการ เคลอื่ นทข่ี องอาหารผา่ นอวยั วะใดบา้ ง มกี ารยอ่ ยเกดิ ขน้ึ ทอ่ี วยั วะใดบา้ ง อยา่ งไร ๓๓. ครูตรวจสอบความรู้เดิมเกี่ยวกับการดูแลรักษาอวัยวะในระบบย่อยอาหาร โดยใช้ค�ำถามว่า นักเรียนเคยเป็นโรคกระเพาะอาหารหรือไม่ อาการเป็น อยา่ งไร คิดว่ามสี าเหตจุ ากอะไร และท�ำอยา่ งไรจงึ หายจากโรคนี้ (นักเรยี น

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 125 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชั่วโมง กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยยอ่ ยท่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ รายวชิ าวิทยาศาสตร์ ตอบตามประสบการณข์ องนกั เรยี น) ข้ันสอน (๕๐ นาที) ๓๔. ครูชักชวนไปหาค�ำตอบโดยให้นักเรียนอ่านช่ือกิจกรรม และจุดประสงค์ใน กจิ กรรมที่ ๓ การดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารทำ� ไดอ้ ยา่ งไร หนา้ ๔๖ จากน้ันร่วมกันอภิปรายเพื่อตรวจสอบความเข้าใจเก่ียวกับจุดประสงค์ใน การท�ำกิจกรรม โดยใช้ค�ำถามดังน้ี ๓๔.๑ กจิ กรรมนนี้ กั เรยี นจะไดเ้ รยี นเรอ่ื งอะไร (การดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบ ย่อยอาหาร) ๓๔.๒ นักเรียนจะไดเ้ รียนรเู้ รอื่ งนดี้ ้วยวธิ ีใด (รวบรวมข้อมูล) ๓๔.๓ เมอ่ื เรยี นแลว้ นกั เรยี นจะทำ� อะไรได้ (บอกแนวทางการดแู ลรกั ษาอวยั วะ ในระบบยอ่ ยอาหารให้ท�ำงานปกติ) ๓๕. ครแู จ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรใู้ นชวั่ โมงนี้อกี ครงั้ ๓๖. นกั เรยี นอา่ นวธิ ที ำ� ในกจิ กรรมท่ี ๓ ขอ้ ๑-๓ หนา้ ๔๖ โดยฝกึ อา่ นตามความเหมาะสม จากนนั้ รว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื สรปุ ขน้ั ตอนการทำ� กจิ กรรม โดยใชค้ ำ� ถามตอ่ ไปน้ี ๓๖.๑ นักเรียนต้องอภิปรายและบันทึกผลเก่ียวกับเร่ืองอะไร (ประสบการณ์ จากการเป็นโรคหรือมีอาการท่ีเก่ียวข้องกับระบบย่อยอาหาร ลักษณะอาการของโรค สาเหตุและแนวทางการป้องกันไม่ให้เกิดโรค หรือมอี าการนน้ั ซ�้ำ) ๓๖.๒ โรคหรืออาการที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารมีอะไรบ้าง (โรคหรือ อาการทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ระบบยอ่ ยอาหาร เชน่ โรคกระเพาะอาหารอกั เสบ

126 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร เวลา ๕ ชัว่ โมง กลมุ่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ รายวชิ าวิทยาศาสตร์ ปวดทอ้ ง ทอ้ งอืด ทอ้ งเสยี ทอ้ งผกู กรดไหลยอ้ น) ๓๖.๓ หลังจากอภิปรายแล้วนกั เรียนต้องท�ำอะไร (สบื คน้ ข้อมูลเกี่ยวกับโรค หรืออาการท่ีเก่ียวกับระบบย่อยอาหาร รวมทั้งข้อมูลการป้องกันและ การดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบยอ่ ยอาหารให้ท�ำงานเป็นปกติเพิม่ เตมิ ) ๓๗. ครใู หเ้ วลานกั เรยี นนำ� เสนอขอ้ มลู ทไ่ี ดส้ บื คน้ มาลว่ งหนา้ วา่ มโี รคหรอื อาการที่ เกยี่ วกบั ระบบยอ่ ยอาหารอะไรบา้ ง และมลี กั ษณะอาการอยา่ งไร เพอ่ื แลกเปลย่ี น ขอ้ มลู รว่ มกนั ทงั้ ชนั้ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลอื กโรคหรอื อาการจำ� นวน ๑ โรคหรอื อาการตามทกี่ ำ� หนดไว้ ในหวั ขอ้ ลกั ษณะอาการ สาเหตุ และแนวทาง การปอ้ งการปอ้ งกนั ไม่ให้เกิดโรคหรืออาการนั้นซำ้� และบนั ทึกในใบงาน ๐๓ การดูแลรักษาอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหาร หนา้ ๔๗ ๓๘. ครูใหน้ ักเรียน�ำเสนอ และรว่ มกันอภิปรายโดยใชค้ ำ� ถามดังนี้ ๓๘.๑ นักเรียนเคยเปน็ โรคหรอื มอี าการอะไรบา้ งท่เี กยี่ วกับระบบยอ่ ยอาหาร (นักเรียนตอบตามประสบการณข์ องตนเอง) ๓๘.๒ โรคหรอื อาการทน่ี กั เรยี นเคยเปน็ มสี าเหตจุ ากอะไร (นกั เรยี นตอบตาม ประสบการณข์ องตนเอง) ๓๘.๓ นกั เรยี นมวี ธิ กี ารปอ้ งกนั เพอื่ ไมใ่ หเ้ ปน็ โรคหรอื มอี าการนน้ั ซำ้� อกี อยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตามประสบการณข์ องตนเอง เชน่ รบั ประทานอาหารที่ ปรงุ สกุ สะอาด ในปรมิ าณทเี่ หมาะสม และรบั ประทานอาหารตรงเวลา) ๓๘.๔ โรคหรืออาการที่เกี่ยวข้องกับระบบย่อยอาหารมีอะไรบ้าง (โรค

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 127 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชั่วโมง กลุม่ สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี หน่วยย่อยที่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ รายวชิ าวิทยาศาสตร์ หรอื อาการทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ระบบยอ่ ยอาหารมหี ลายโรค เชน่ กรดไหลยอ้ น กระเพาะอาหารอกั เสบ เลอื ดออกในทางเดนิ อาหาร มะเรง็ ลำ� ไสใ้ หญ่ ตบั แข็ง ตับอ่อนอกั เสบ ถุงน้ำ� ดีอักเสบ น่ิวในถงุ น้�ำดี ริดสีดวงทวาร อาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสยี ท้องผกู ) ๓๙. ครูเตรียมเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับการป้องกันและการดูแลรักษาอวัยวะใน ระบบย่อยอาหารท่ีเกี่ยวกับโรคหรืออาการท่ีเลือกตามท่ีก�ำหนดไว้ เช่น โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ปวดท้อง ทอ้ งอืด ท้องเสยี ทอ้ งผูก กรดไหลย้อน แล้วแบ่งให้แต่ละกลุ่มสรุปข้อมูล และน�ำเสนอข้อมูลเพ่ือแลกเปล่ียนความรู้ รว่ มกนั ทง้ั ชน้ั หรอื ถา้ มคี อมพวิ เตอร์ แทบ็ แลต็ และ Smart phone กใ็ หน้ กั เรยี น สืบค้นข้อมูลด้วยตนเองจากแหล่งการเรียนรู้ท่ีน่าเชื่อถือ เช่น เว็บไซต์ ของหน่วยงานทางการแพทย์ แล้วบันทึกข้อมูลที่ได้ลงในใบงาน ๐๓ หน้า ๔๗ หากยังท�ำไม่เสร็จหรือยังได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน นักเรียนไปสืบค้น เพิม่ เตมิ ได้ พร้อมระบุแหลง่ ทีม่ าของข้อมลู ดว้ ย ขนั้ สรุป (๕ นาที) ๔๐. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นสรปุ ความรทู้ ไี่ ดเ้ รยี นรใู้ นชว่ั โมงนดี้ ว้ ยตนเองเกย่ี วกบั เสน้ ทางการเคลอื่ นทข่ี องอาหารในระบบยอ่ ยอาหาร และลกั ษณะอาการ สาเหตุ ของการโรคหรืออาการที่เก่ียวข้องกับระบบย่อยอาหารให้ได้ว่า อาหารจะ เคล่ือนท่ีจากปาก หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ล�ำไส้เล็ก ล�ำไส้ใหญ่

128 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร เวลา ๕ ชั่วโมง กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยย่อยที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๖ รายวิชาวทิ ยาศาสตร์ และทวารหนกั และมกี ารดดู ซมึ สารอาหารทล่ี ำ� ไสเ้ ลก็ เขา้ สหู่ ลอดเลอื ดไปตาม สว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย สว่ นโรคหรอื อาการทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ระบบยอ่ ยอาหารมี หลายโรค เช่น กรดไหลย้อน กระเพาะอาหารอักเสบ เลือดออกใน ทางเดินอาหาร มะเร็งล�ำไส้ใหญ่ ตับแข็ง ตับอ่อนอักเสบ ถุงน้�ำดีอักเสบ นิ่วในถุงน�้ำดี ริดสีดวงทวาร อาการปวดท้อง ท้องอืด ท้องเสีย ท้องผูก ซง่ึ มีอาการและสาเหตแุ ตกต่างกัน ๔๑. ครูแจง้ ว่าในชว่ั โมงถัดไป นกั เรียนจะได้ท�ำกิจกรรมท่ี ๓ ขอ้ ๔ ตอ่ ไป ชัว่ โมงท่ี ๕ ขนั้ น�ำ (๕ นาที) ๔๒. ครใู ช้ค�ำถามเพือ่ กระตุน้ ความสนใจของนกั เรียนดงั ต่อไปนี้ ๔๒.๑ นักเรียนเคยรีบรับประทานอาหารแล้วไปเล่นหรือออกก�ำลังกายทันที หรอื ไม่ (นกั เรยี นตอบจากประสบการณข์ องตนเอง เชน่ เคย หรอื ไมเ่ คย) ๔๒.๒ นักเรียนคนท่ีเคยรีบรับประทานอาหารแล้วไปเล่นหรือออกก�ำลังกาย ทนั ที รสู้ กึ มอี าการผดิ ปกตใิ นรา่ งกายหรอื ไม่ อยา่ งไร (นกั เรยี นตอบตาม ประสบการณ์ของตนเอง เช่น ไม่รู้สึกผิดปกติ หรือเคยรู้สึกผิดปกติ เช่น รู้สกึ จุกเสียดทอ้ ง ปวดท้อง อาเจยี น)

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 129 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชว่ั โมง กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หน่วยย่อยที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร ช้ันประถมศึกษาปีที่ ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ๔๒.๓ อาการผิดปกติที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากสาเหตุใด (นักเรียนตอบ ตามความเข้าใจของตนเอง เช่น การรีบรับประทานอาหารเกินไป ท�ำให้เค้ียวไม่ละเอียด ร่างกายต้องท�ำงานหนักในการย่อยอาหาร หรอื การเลน่ หรอื ออกกำ� ลงั กายทนั ทหี ลงั รบั ประทานอาหารอาจขดั ขวาง การการย่อยอาหารของรา่ งกาย ๔๓. ครแู จ้งจุดประสงคใ์ นวนั นี้ใหน้ ักเรยี นทราบอกี คร้งั หนงึ่ ขนั้ สอน (๔๕ นาท)ี ๔๔. นกั เรยี นนำ� เสนอขอ้ มลู เกย่ี วกบั การปอั งกนั และการดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบ ยอ่ ยอาหารท่ไี ดส้ ืบค้นมา และบอกท่มี าของแหลง่ ข้อมลู ๔๕. นกั เรยี นอา่ นวธิ ที ำ� ในกจิ กรรมที่ ๓ ขอ้ ๔ หนา้ ๔๖ โดยฝกึ อา่ นตามความเหมาะสม จากนน้ั รว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื สรปุ ขนั้ ตอนการทำ� กจิ กรรมโดยใชค้ ำ� ถามวา่ หลงั จาก สืบค้นข้อมูลแล้วนักเรียนท�ำอย่างไรต่อ (ร่วมกันอภิปรายและสรุปแนวทาง ในการดแู ลรักษาอวัยวะในระบบยอ่ ยอาหารใหท้ �ำงานปกต)ิ ๔๖. ครใู หเ้ วลานักเรียนแตล่ ะกลุม่ รว่ มกันอภิปรายเกี่ยวกับแนวทางการดแู ลรักษา ระบบยอ่ ยอาหารใหท้ ำ� งานเปน็ ปกติ โดยใชข้ อ้ มลู ทเ่ี พอื่ นนำ� เสนอ และบนั ทกึ ผล ในใบงาน ๐๓ หนา้ ๔๘ ๔๗. ครอู าจสมุ่ นกั เรยี นนำ� เสนอและจดคำ� ตอบของนกั เรยี นบนกระดานเพอ่ื นำ� มาใช้ ในการอภปิ รายแนวทางการดูแลรักษาระบบยอ่ ยอาหาร

130 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ช่ัวโมง กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร ช้ันประถมศึกษาปที ่ี ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ๔๘. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั อภิปรายโดยใชค้ �ำถามต่อไปน้ี ๔๘.๑ โรคหรืออาการที่เก่ียวข้องกับระบบย่อยอาหารมีสาเหตุจากอะไรบ้าง (คำ� ตอบขน้ึ อย่กู ับข้อมูลท่ไี ด้สบื คน้ เชน่ โรคกระเพาะอาหารเปน็ แผล มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ท้องผูก สาเหตุ รับประทาน ผกั ผลไม้น้อย ดม่ื น้�ำนอ้ ย) ๔๘.๒ เรามแี นวทางการปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรบา้ ง เพอื่ ดแู ลรกั ษาระบบยอ่ ยอาหาร ให้ท�ำงานเป็นปกติ (รับประทานอาหารท่ีสะอาด หลีกเล่ียงอาหาร รสจัด รับประทานอาหารให้มีปริมาณพอเหมาะและตรงเวลา ลดความเครียด) ๔๘.๓ จากอาการหรอื โรคทนี่ กั เรยี นเคยเปน็ นกั เรยี นคดิ วา่ จะเลอื กปฏบิ ตติ น อย่างไรเป็นอันดับแรกเพื่อให้ระบบย่อยอาหารท�ำงานให้เป็นปกติ เ พ ร า ะ เ ห ตุ ใ ด ( นั ก เ รี ย น ต อ บ ต า ม ค ว า ม คิ ด ข อ ง ต น เ อ ง ) ๔๙. นกั เรยี นตอบค�ำถามหลังจากท�ำกจิ กรรม หน้า ๔๘ และรว่ มกันเฉลยคำ� ตอบ ๕๐. นักเรียนท�ำใบงาน ๐๔ แบบฝึกหัด เรื่องระบบย่อยอาหาร หน้า ๔๙–๕๐ และร่วมกันเฉลยค�ำตอบ ข้ันสรุป (๑๐ นาท)ี ๕๑. ครเู ปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นสรปุ ความรทู้ ไี่ ดเ้ รยี นรใู้ นชว่ั โมงนด้ี ว้ ยตนเองเกย่ี วกบั แนวทางการดแู ลรักษาระบบยอ่ ยอาหารให้ท�ำงานเปน็ ปกติ

ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 131 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สารอาหารกบั ระบบยอ่ ยอาหาร แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร เวลา ๕ ชั่วโมง กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี หนว่ ยยอ่ ยที่ ๒ ระบบย่อยอาหาร ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ ๖ รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ ๕๒. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเพอ่ื ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ วา่ เราตอ้ งดแู ลรกั ษาอวยั วะ ในระบบยอ่ ยอาหารใหท้ ำ� งานเปน็ ปกติ เพอื่ ไมใ่ หเ้ กดิ โรคหรอื อาการทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั ระบบยอ่ ยอาหาร เชน่ โรคกระเพาะอาหารอกั เสบ โรคกรดไหลยอ้ น ปวดทอ้ ง ท้องอืด ทอ้ งเสีย ท้องผกู โดยเราท�ำไดห้ ลายวิธี เข่น รับประทานอาหารท่ี สะอาด หลีกเล่ียงอาหารรสจัด รบั ประทานอาหารให้มปี ริมาณพอเหมาะ และตรงเวลา ลดความเครยี ด

แบบประเมินดา้ นคณุ ธรรม แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร ช่ือผ้ปู ระเมิน/กลุ่มประเมนิ ................................................................................................................. ชื่อกลุ่มรับการประเมนิ ....................................................................................................................... ประเมินผลคร้ังท่ี.................... วนั ท่.ี ....................... เดอื น................................. พ.ศ.......................... เร่อื ง .................................................................................................................................................... ที่ ลกั ษณะ/พฤติกรรมบง่ ช้ี ระดับพฤตกิ รรม คะแนนทไี่ ด้ เกดิ = ๑ ไมเ่ กิด = ๐ ๑. มงุ่ ม่นั ในการท�ำงาน ๒. ใฝเ่ รียนรู้ ๓. มวี ินยั รวมคะแนนทไ่ี ดท้ ั้งหมด = …………… คะแนน คณุ ลักษณะตามจดุ ประสงคด์ า้ นคุณธรรม - มากกวา่ ๘๐ % ได้ ๓ คะแนน - ๕๐ % - ๗๙ % ได้ ๒ คะแนน - ตำ่� กว่า ๕๐ % ได้ ๑ คะแนน 132 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

แบบประเมินดา้ นทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ นการทำ� กิจกรรม แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๒ ระบบยอ่ ยอาหาร เกณฑก์ ารประเมิน มีดงั น้ี ๓ หมายถึง ดี ๒ หมายถึง พอใช้ ๑ หมายถึง ควรปรบั ปรุง ส่งิ ทปี่ ระเมนิ คะแนน การสงั เกต การลงความเห็นจากขอ้ มลู การตีความหมายขอ้ มูลและลงข้อสรุป การสร้างแบบจำ� ลอง รวมคะแนน เกณฑก์ ารประเมนิ ทักษะกระบวนการ ดี (๓) ระดบั ความสามารถ ควรปรับปรุง (๑) ทางวิทยาศาสตร์ พอใช้ (๒) การสังเกต สามารถใช้ประสาทสัมผัส สามารถใช้ประสาทสัมผัส สามารถใชป้ ระสาทสมั ผสั เกบ็ เก็บรายละเอียดข้อมูล เก็บรายละเอียดข้อมูล รายละเอียดข้อมูลลักษณะ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ข ้ า ว ส ว ย ลักษณะของข้าวสวยก่อน ของข้าวสวยก่อนและหลัง ก่อนและหลังการเค้ียว และหลังการเค้ียว และ การเคี้ยว และลักษณะ และลักษณะการท�ำงาน ลกั ษณะการทำ� งานของปาก การทำ� งานของปาก ลนิ้ ฟนั ของปาก ลิน้ ฟนั และคอ ล้นิ ฟนั และคอ ไดถ้ ูกตอ้ ง และคอ ได้เพียงบางส่วน ไ ด ้ ถู ก ต ้ อ ง ค ร บ ถ ้ ว น ครบถ้วน จากการชี้แนะ แม้จะได้รับค�ำชี้แนะจากครู ดว้ ยตนเอง โดยไม่เพ่มิ เตมิ ของครูหรอื ผู้อ่นื หรือมกี าร หรอื ผอู้ น่ื ความคิดเห็น เพิ่มเติมความคิดเหน็ ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 133

เกณฑก์ ารประเมนิ (ตอ่ ) ทักษะกระบวนการ ดี (๓) ระดับความสามารถ ควรปรบั ปรงุ (๑) ทางวิทยาศาสตร์ พอใช้ (๒) การลงความเห็น สามารถลงความเห็นจาก สามารถลงความเห็นจาก สามารถลงความเห็นจาก จากขอ้ มูล ขอ้ มลู ไดถ้ กู ตอ้ งดว้ ยตนเองวา่ ข้อมูลได้อย่างถูกต้องจาก ข้อมูลได้แต่ไม่ครบถ้วน อวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร การชแ้ี นะของครหู รอื ผอู้ น่ื วา่ สมบูรณ์ แม้ว่าจะได้รับ ป ร ะ ก อ บ ด ้ ว ย ป า ก อวัยวะในระบบย่อยอาหาร ค�ำชี้แนะจากครูหรือผู้อ่ืนว่า หลอดอาหาร กระเพาะ ป ร ะ ก อ บ ด ้ ว ย ป า ก ระบบยอ่ ยอาหารประกอบดว้ ย อาหาร ลำ� ไสเ้ ลก็ ตบั ตบั หลอดอาหาร กระเพาะอาหาร อวัยวะต่าง ๆ ท่ีมีลักษณะ ออ่ น ลำ� ไสใ้ หญ่ ทวารหนกั ล�ำไส้เล็ก ตับ ตับอ่อน และหน้าที่แตกต่างกัน รวม ซ่ึงแต่ละอวัยวะมีลักษณะ ล�ำไส้ใหญ่ ทวารหนัก ทง้ั อาการและสาเหตขุ องโรค และหนา้ ทแี่ ตกตา่ งกนั แต่ ซ่ึงแต่ละอวัยวะมีลักษณะ หรืออาการที่เกี่ยวกับระบบ ท�ำงานร่วมกันในการย่อย และหน้าที่แตกต่างกัน แต่ ยอ่ ยอาหารสง่ ผลตอ่ สขุ ภาพ และดดู ซมึ สารอาหาร รวม ท�ำงานร่วมกันในการย่อย ทั้งอาการและสาเหตุของ และดูดซึมสารอาหาร รวม โรคหรืออาการที่เกี่ยวกับ ทงั้ อาการและสาเหตขุ องโรค ระบบย่อยอาหารส่งผลต่อ หรืออาการที่เก่ียวกับระบบ สขุ ภาพ ยอ่ ยอาหารสง่ ผลตอ่ สขุ ภาพ การตีความหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมาย สามารถตีความหมายขอ้ มูล ขอ้ มลู และลงขอ้ สรปุ ข้อมูลจากการสืบค้น ข้อมูลจากการสืบค้นข้อมูล จากการสบื คน้ ขอ้ มลู และแบบ ข้อมูลและแบบจ�ำลอง และแบบจ�ำลองเก่ียวกับ จ�ำลองเก่ียวกับลักษณะและ เ กี่ ย ว กั บ ลั ก ษ ณ ะ แ ล ะ ลักษณะและหน้าท่ีของ หน้าที่ของอวัยวะในระบบ หน้าท่ีของอวัยวะในระบบ อวัยวะในระบบย่อยอาหาร ย่อยอาหารและลงข้อสรุป ย่อยอาหารและลงข้อสรุป และลงขอ้ สรปุ ไดถ้ กู ตอ้ งโดย ได้แต่ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ว่า ได้ถูกต้องด้วยตนเองว่า อาศยั การชแ้ี นะจากครหู รอื ระบบย่อยอาหารมีอวัยวะ ระบบย่อยอาหารมีอวัยวะ ผู้อ่ืนว่า ระบบย่อยอาหาร หลายอวัยวะที่ท�ำหน้าที่ร่วม หลายอวัยวะท่ีท�ำหน้าท่ี มีอวัยวะหลายอวัยวะท่ีท�ำ กนั ในการยอ่ ยและดดู ซมึ สาร รว่ มกนั ในการยอ่ ยและดดู ซมึ หน้าท่ีร่วมกันในการย่อย อาหาร เพอื่ ใหร้ า่ งกายนำ� ไป สารอาหาร เพอ่ื ใหร้ า่ งกาย และดูดซึมสารอาหาร เพื่อ ใชป้ ระโยชน์ และแนวทางการ น�ำไปใช้ประโยชน์ และ ใหร้ า่ งกายนำ� ไปใชป้ ระโยชน์ ดแู ลรกั ษาอวยั วะในระบบ แนวทางการดูแลรักษา 134 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

เกณฑ์การประเมนิ (ต่อ) ทักษะกระบวนการ ดี (๓) ระดับความสามารถ ควรปรบั ปรงุ (๑) ทางวิทยาศาสตร์ พอใช้ (๒) อวยั วะในระบบยอ่ ยอาหาร แ ล ะ แ น ว ท า ง ก า ร ดู แ ล ยอ่ ยอาหารใหท้ ำ� งานเปน็ ปกติ ใหท้ ำ� งานเปน็ ปกติ รักษาอวัยวะในระบบย่อย อาหารให้ท�ำงานเป็นปกติ การสรา้ งแบบจำ� ลอง สามารถสร้างแบบจ�ำลอง สามารถสร้างแบบจ�ำลอง สามารถสร้างแบบจ�ำลอง เพ่ือบรรยายลักษณะและ เพ่ือบรรยายลักษณะและ เพ่ือบรรยายลักษณะและ หน้าท่ีของอวัยวะในระบบ หน้าท่ีของอวัยวะในระบบ หนา้ ทข่ี องอวยั วะในระบบยอ่ ย ย่อยอาหารและอธิบาย ย่อยอาหารและอธิบาย อาหารและอธบิ ายหนา้ ทขี่ อง หนา้ ทข่ี องระบบยอ่ ยอาหาร หนา้ ทข่ี องระบบยอ่ ยอาหาร ระบบย่อยอาหารได้ แต่ไม่ ได้ถูกต้องครบถ้วนด้วย ได้ถูกต้อง ครบถ้วน โดย ครบถว้ นสมบรู ณ์ แมว้ า่ จะได้ ตนเอง การช้ีแนะของครูหรือผู้อื่น รบั การชแี้ นะจากครหู รอื ผอู้ น่ื ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 135

เฉลยใบงาน 136 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชช่ือ่ือ-ส-สกกลุ ุล เดเดืออื นน ชชนั้ ั้น เลเลขขทท่ี ี่ บ. ๑.๒ / ผ. ๒ - ๐๑ ววนั ันทท ี่ ่ ี พพ.ศ.ศ. . ใบงาน ๐๑ : การยอ่ ยอาหารในปาก บนั ทกึ ผลการท�ำกจิ กรรม ผลการสงั เกต ตาราง ๑ ลักษณะและรสชาตขิ องขา้ วสกุ กอ่ นและหลังเค้ยี ว กิจกรรม ลักษณะของขา้ วสุก รสชาติของขา้ วสกุ รปู รา่ งเมลด็ ข้าวคอ่ นข้างรี ไมม่ รี สชาติ กอ่ นเคย้ี วข้าวสกุ สขี าว รวมตัวกนั เป็นก้อน มรี สชาตหิ วาน หลงั เค้ียวข้าวสกุ สีขาว คอ่ นข้างเหลว มรี สชาติ ตาราง ๒ การท�ำงานของปาก ล้นิ และฟนั ขณะเคีย้ วขา้ วสุก ปาก ลนิ้ ฟนั ปากจะปดิ และขยับไปมา ฟนั บนและฟนั ลา่ งขยบั ขน้ึ ลง ลนิ้ จะขยบั และคลกุ เคลา้ ขา้ ว เข้าหากัน ฟนั ลา่ งขยบั ไป เขา้ กบั นำ�้ ลาย ขา้ งหนา้ และหลงั การเคล่อื นไหวของคอขณะกลืนขา้ วสุกเป็นดังน้ี คอมกี ารเคลอ่ื นไหว ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 113377

ช่อื -สกลุ เดอื น ชัน้ เลขที่ บ. ๑.๒ / ผ. ๒ - ๐๑ วนั ท ่ี พ.ศ. ผลการอภิปราย ลกั ษณะของปาก เปน็ ชอ่ ง เปดิ -ปดิ ได้ หน้าที่ รบั อาหารเขา้ สรู่ า่ งกาย และเปน็ ชอ่ งกกั เกบ็ อาหารขณะเคย้ี ว ลกั ษณะของลิ้น เปน็ แผน่ กลา้ มเนอ้ื ปลายเรยี วหนา หน้าที่ ชว่ ยตะลอ่ มและคลกุ เคลา้ อาหารกบั นำ้� ลาย และเอนไซม์ ลกั ษณะของฟนั หน้าท่ี บด สบั อาหารใหเ้ ปน็ ชนิ้ เลก็ ๆ เปน็ ซข่ี นาดเลก็ เรยี งตอ่ กนั สขี าว แขง็ 113388 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชือ่ -สกลุ เดอื น ชัน้ เลขที่ บ. ๑.๒ / ผ. ๒ - ๐๑ วนั ที่ พ.ศ. ค�ำถามหลังจากท�ำกจิ กรรม ๑. รสชาตขิ องข้าวสุกกอ่ นเคยี้ วและหลงั เคยี้ วแตกตา่ งกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร ขา้ วสกุ กอ่ นและหลงั เคย้ี วมรี สชาตแิ ตกตา่ งกนั คอื กอ่ นเคยี้ ว ไมม่ รี สชาติ หลงั เคย้ี วจะมรี สชาติ ๒. ลักษณะของขา้ วสุกก่อนเคย้ี วและหลังเคี้ยวแตกตา่ งหรือไม่ อย่างไร ขา้ วสกุ กอ่ นและหลงั เคยี้ วมลี กั ษณะแตกตา่ งกนั คอื กอ่ นเคย้ี วจะมรี ปู รา่ งเปน็ เมลด็ เรยี ว สขี าว มกี ลนิ่ หลงั เคยี้ วจะมลี กั ษณะเปน็ กอ้ นเหลว สขี าว ๓. ฟนั ชว่ ยในการย่อยอาหารอย่างไร ชว่ ย บด สบั อาหารใหเ้ ปน็ ชนิ้ เลก็ ๆ ๔. ลน้ิ ชว่ ยในการยอ่ ยอาหารอยา่ งไร ลน้ิ มหี นา้ ทช่ี ว่ ยคลกุ เคลา้ อาหารในปาก ๕. น�้ำลายเกีย่ วขอ้ งกบั การยอ่ ยอาหารในปากหรือไม่ อย่างไร นำ�้ ลายเกย่ี วขอ้ งกบั การยอ่ ยอาหาร โดยยอ่ ยแปง้ ใหเ้ ปน็ นำ้� ตาล นอกจากนนี้ ำ�้ ลาย ยงั ชว่ ยคลกุ เคลา้ อาหารและทำ� ใหอ้ าหารเคลอื่ นสหู่ ลอดอาหารไดส้ ะดวก ๖. การเคี้ยวอาหารให้ละเอยี ดมผี ลดตี อ่ การยอ่ ยอาหารอย่างไร การเคย้ี วอาหารทำ� ใหอ้ าหารชนิ้ ใหญ่ ๆ ถกู บดเปน็ ชนิ้ เลก็ ทำ� ใหน้ ำ�้ ยอ่ ยในปากไดส้ มั ผสั ชนิ้ สว่ น ของอาหารอยา่ งทวั่ ถงึ ถา้ เคยี้ วอาหารใหล้ ะเอยี ดจะทำ� ใหก้ ารยอ่ ยอาหารเกดิ ขน้ึ ไดด้ ี ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 113399

ชอ่ื -สกลุ เดือน ชัน้ เลขท่ี บ. ๑.๒ / ผ. ๒ - ๐๑ วนั ที่ พ.ศ. ๗. จากกิจกรรมน้ี สรปุ ได้วา่ อยา่ งไร ปากเปน็ อวยั วะแรกของระบบยอ่ ยอาหาร ภายในปากมฟี นั ทำ� หนา้ ทบ่ี ดอาหารใหม้ ขี นาดเลก็ ลง ลนิ้ ชว่ ยในการคลกุ เคลา้ อาหารใหเ้ ขา้ กบั นำ้� ลาย ทำ� ใหอ้ าหารถกู บดตดั ไดง้ า่ ยขนึ้ 114400 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ )

ชื่อ-สกุล เดอื น ชนั้ เลขท่ี บ. ๑.๒ / ผ. ๒ - ๐๒ วนั ท่ี พ.ศ. ใบงาน ๐๒ : การท�ำงานของระบบย่อยอาหาร บนั ทกึ ผลการท�ำกิจกรรม แผนภาพแสดงเสน้ ทางการยอ่ ยและการดดู ซมึ สารอาหารในระบบยอ่ ยอาหารตามความเขา้ ใจ บนั ทกึ ตามความเขา้ ใจของนกั เรยี น ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) 114411

114422 ชดุ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ (สำ� หรบั ครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ (ฉบบั ปรบั ปรงุ ) ผลการอภปิ ราย ชื่อ-สกุล ตาราง ลกั ษณะและหนา้ ทข่ี องอวยั วะตา่ ง ๆ ในระบบยอ่ ยอาหาร วนั ท่ ี ลำ� ดับ ชอ่ื อวัยวะ ลักษณะ หนา้ ที่ ๑ ปาก เปน็ ชอ่ งมรี มิ ฝปี ากบนและลา่ ง มลี นิ้ เปน็ ทางเขา้ ของอาหาร มฟี นั สำ� หรบั ตดั สบั เดอื น อาหารใหม้ ขี นาดเลก็ มลี น้ิ ตะลอ่ มคลกุ เคลา้ และฟนั อยภู่ ายใน อาหารกบั นำ้� ลาย ในนำ�้ ลายมเี อนไซมช์ ว่ ย ๒ หลอดอาหาร เปน็ ทอ่ ตรง ยาวจากปากถงึ กระเพาะอาหาร ยอ่ ยคารโ์ บไฮดรต ช้นั เลขท่ี พ.ศ. บบี และคลาย เพอ่ื ดนั กอ้ นอาหารใหเ้ คลอื่ นลง สกู่ ระเพาะอาหาร ๓ กระเพาะอาหาร เปน็ ถงุ ผนงั ดา้ นในมลี กั ษณะเปน็ คลนื่ ยอ่ ยโปรตนี โดยใชเ้ อนไซมแ์ ละกรดเกลอื บ. ๑.๒ / ผ. ๒ - ๐๒


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook