Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 2. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เล่มที่ 1

2. เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เล่มที่ 1

Published by agenda.ebook, 2021-01-19 07:11:09

Description: (2) เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เล่มที่ 1 การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 25 ปีที่ 2 ครั้งที่ 22 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564

Search

Read the Text Version

๓๔ 4) ระยะเวลาดาเนนิ โครงการ : วันที่ 6 มกราคม 2553 - 8 มกราคม 2556 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอยู่ในระดับ B หมำยถึง พึงพอใจมำก โดยมี รำยละเอยี ดกำรประเมินผลในแตล่ ะด้ำน ดังน้ี หลกั เกณฑ์ เหตุผลประกอบ ๑. ความสอดคล้องของ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 10 วัตถปุ ระสงค์โครงการ (พ.ศ. 2550 - 2554) ด้ำนกำรกระจำยกำรพัฒนำโครงสร้ำง a – พึงพอใจมากทส่ี ดุ พ้ืนฐำนไปสู่ภูมิภำคอย่ำงสมดุลและเป็นธรรม ให้ประชำชนเข้ำถึง บริกำรได้อย่ำงท่ัวถึงและเพียงพอ สนับสนุนให้เศรษฐกิจในพ้ืนท่ี ๒. ประสิทธภิ าพ สำมำรถเติบโตได้อย่ำงต่อเนื่องและย่ังยืน และสอดคล้องกับ b – พงึ พอใจมาก แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) กำรพัฒนำด้ำนสำธำรณูปกำร (น้ำประปำ) เพื่อขยำยกำลัง ๓. ประสทิ ธผิ ล กำรผลิตน้ำประปำ และกระจำยโครงข่ำยกำรให้บริกำรน้ำประปำ b – พึงพอใจมาก ให้ครอบคลมุ พ้นื ทท่ี ่ัวประเทศ 2) สอดคล้องกับแผนแม่บทกำรให้บริกำรน้ำประปำของ กปภ. (พ.ศ. 2553 - 2555) ในกลยุทธ์กำรลงทุนในสำนักงำนประปำ ขนำดกลำง - เล็ก ตำมแผนงำนโครงกำรเพ่ือปรับปรุงขยำยระบบ ประปำขนำดกลำง - เล็ก ในปี 2553 - 2555 เพื่อแก้ไขปัญหำ กำรขำดแคลนน้ำเพื่อกำรอุปโภคบริโภคและเสริมสร้ำงคุณภำพชีวิต ให้กบั ประชำชน 3) สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. 2561 - 2580) และแผน แม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนกำรจัดกำรน้ำเพื่อชุมชนชนบท โดยจัดให้มีน้ำสะอำดใช้ทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทในปริมำณ คุณภำพ และรำคำท่ีเขำ้ ถงึ ได้ 1) ผลผลิตหลักของโครงกำรเป็นไปตำมแผนงำน ประกอบด้วย สถำนี สูบน้ำดิบบ้ำนวังรี ระบบผลิตน้ำประปำขนำด 200 ลบ.ม./ชม. ที่สถำนีผลิตน้ำ กปภ. สำขำวัฒนำนคร และท่อส่งน้ำประปำไปยัง กปภ. สำขำอรัญประเทศ โดยมีกำรปรับเปล่ียนแผนงำนก่อสร้ำง บำงส่วนให้เหมำะสมกับสภำพพื้นท่ีและระบบเดิมท่ีมีอยู่ ได้แก่ (1) ปรับลดจำนวนกำรติดตั้งเครื่องสูบน้ำ (2) กำรวำงท่อส่งน้ำดิบ มีระยะทำงเพ่ิมขึ้น และ (3) กำรก่อสร้ำงระบบผลิตน้ำระบบใหม่ แทนกำรปรบั ปรุงระบบเดมิ 2) ระยะเวลำกำรดำเนินงำนเร็วกว่ำแผน 89 วัน คิดเป็นร้อยละ 92.50 ของแผน 3) ค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรสูงกว่ำที่ประมำณกำร 7.427 ล้ำนบำท คิดเป็นร้อยละ 104.99 ของแผน (รวมวงเงินก่อสร้ำงภำยใต้ โครงกำรก่อสรำ้ งปรับปรงุ ขยำยฯ 52.547 ล้ำนบำท) 1) เพม่ิ กำลังผลติ น้ำประปำขนำด 200 ลบ.ม./ชม. ไดต้ ำมวตั ถุประสงค์ ของโครงกำร /หลักเกณฑ์ ...

๓๕ หลกั เกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ ๔. ผลกระทบ 2) จำนวนผู้ใช้น้ำประปำสูงกว่ำแผนมำโดยตลอดต้ังแต่โครงกำรแล้วเสร็จ a – พึงพอใจมากท่สี ุด (ปี 2556) โดยในปี 2562 สูงกวำ่ แผน 2,851 รำย คดิ เป็นรอ้ ยละ ๕. ความยั่งยืนของโครงการ a – พึงพอใจมากทสี่ ดุ 125.15 ของแผน 3) ปริมำณน้ำจำหน่ำยสูงกว่ำแผนมำโดยตลอดต้ังแต่โครงกำรแลว้ เสร็จ (ปี 2556) โดยในปี 2562 สูงกว่ำแผน 1.09 ล้ำน ลบ.ม. คิดเป็น ร้อยละ 135.16 ของแผน 4) อัตรำน้ำสูญเสียร้อยละ 19.31 ในปี 2562 สูงกว่ำแผนร้อยละ 4.31 คิดเป็นร้อยละ 128.73 ของแผน (แผนอัตรำน้ำสูญเสีย ร้อยละ 15.00) เน่ืองจำกมีกำรขยำยเขตพื้นท่ีให้บริกำรน้ำประปำ มำกข้ึน ส่งผลให้ต้องใช้ระยะเวลำในข้ันตอนกำรตรวจสอบเพ่ือแก้ไข ปัญหำทอ่ แตกรว่ั มำกขึ้น ก่อนเร่ิมดำเนินโครงกำรครัวเรือนในพ้ืนท่ีอำเภออรัญประเทศใช้บริกำร ประปำหมู่บำ้ นและแหลง่ น้ำธรรมชำติ ซึง่ บำงชว่ งจะมีปัญหำปริมำณน้ำ ไม่เพียงพอกับควำมต้องกำรใช้น้ำ และคุณภำพน้ำไม่ดี หลังจำก โครงกำรดำเนินกำรแล้วเสร็จสำมำรถช่วยลดผลกระทบต่อประชำชน จำกปัญหำกำรขำดแคลนน้ำและภัยแล้ง แก้ปัญหำกำรให้บริกำร น้ำประปำท้ังเชิงปริมำณ และเชิงคุณภำพ ประชำชนได้รับบริกำร น้ำประปำท่ีมีมำตรฐำนอย่ำงเพียงพอและท่ัวถึงมำกข้ึน โดย กปภ. สำขำอรัญประเทศ ได้รับกำรรับรองตำมมำตรฐำน ISO 9001:2015 อีกทั้งได้รับกำรรับรองว่ำกระบวนกำรผลิตน้ำประปำและกระบวนกำร ตรวจสอบคุณภำพน้ำประปำ โดยกรมอนำมัย กระทรวงสำธำรณสุขว่ำ มีควำมสะอำด ปลอดภยั สำมำรถอปุ โภคบริโภคได้อย่ำงมน่ั ใจ กปภ. มีแผนกำรบำรุงรักษำและควำมต่อเน่ืองของกำรดำเนินงำน ภำยหลงั โครงกำรเสร็จส้ิน ทั้งดำ้ นบุคลำกร งบประมำณ และเทคโนโลยี โดย กปภ. มีส่วนงำนและบุคลำกรท่ีรับผิดชอบด้ำนกำรบำรุงรักษำ มกี ำรจดั สรรงบประมำณสำหรับกำรบำรงุ รักษำอยำ่ งต่อเนื่องและมีกำรนำ เทคโนโลยีมำช่วยในกำรประเมินสภำพเคร่ืองจักรและอุปกรณ์ นอกจำกนี้ กปภ. สำขำอรัญประเทศ มีกำไรจำกกำรดำเนินงำนมำโดย ตลอดต้ังแต่โครงกำรแล้วเสร็จ (ปี 2556) โดยในปี 2562 มีกำไรสุทธิ จำกกำรดำเนนิ งำน 36.01 ล้ำนบำท ๕) บทเรียนทไ่ี ด้รับและข้อเสนอแนะ : (1) เพ่ือให้เป็นไปตำมตัวชี้วัดอัตรำน้ำสูญเสียของ กปภ. สำขำอรัญประเทศ ที่ร้อยละ 15 เหน็ ควรให้ กปภ. กำหนดแนวทำงบรหิ ำรจัดกำรลดนำ้ สญู เสยี ใหเ้ ปน็ ไปตำมแผน (2) เพื่อให้โครงกำรดำเนินกำรได้ตำมวัตถุประสงคโ์ ครงกำร กปภ. ไดป้ รับเปลย่ี นแผนงำนก่อสร้ำงของ โครงกำรโดยใช้เงินรำยได้ของ กปภ. จำนวน 7.897 ล้ำนบำท ส่งผลให้ค่ำใช้จ่ำยโครงกำรเกินกรอบวงเงินลงทุน ตำมมติคณะรัฐมนตรีสำหรับโครงกำรก่อสร้ำงปรับปรุงขยำยประปำในอนำคต กปภ. ควรประมำณกำรค่ำใช้จ่ำย ใหส้ อดคลอ้ งกบั TOR และบริหำรค่ำใช้จ่ำยใหอ้ ยูใ่ นกรอบวงเงนิ ทีไ่ ด้รบั อนมุ ัตติ ่อไปดว้ ย /2.7 โครงการ ...

๓๖ ๒.7 โครงการก่อสรา้ งปรบั ปรุงขยายประปารอ้ ยเอด็ จงั หวดั ร้อยเอ็ด ๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการ : กำรประปำส่วนภูมิภำค (กปภ.) ๒) วัตถุประสงค์ของโครงการ : เพื่อเพม่ิ กำลังผลติ น้ำประปำของ กปภ. สำขำร้อยเอ็ด ขนำด 1,000 ลบ.ม./ชม. เพอ่ื ให้เพียงพอต่อควำมต้องกำรใชน้ ้ำในพื้นท่บี ริกำรของ กปภ. สำขำร้อยเอ็ด ๓) วงเงนิ ลงทุนโครงการ : วงเงินลงทนุ รวม 275.233 ลำ้ นบำท เบิกจ่ำยท้ังสนิ้ 274.860 ล้ำนบำท (ไมร่ วมภำษีมูลคำ่ เพิ่ม) แบง่ เป็นเงินกู้ในประเทศ 128.708 ลำ้ นบำท (กระทรวงกำรคลงั ค้ำประกันเงินกู้) และ เงินรำยได้ของ กปภ. 146.152 ลำ้ นบำท 4) ระยะเวลาดาเนินโครงการ : วันที่ 6 มกรำคม 2553 - 7 เมษำยน 2556 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอยู่ในระดับ B หมำยถึง พึงพอใจมำก โดยมี รำยละเอียดกำรประเมินผลในแต่ละดำ้ น ดงั นี้ หลกั เกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ ๑. ความสอดคล้องของ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 10 วัตถปุ ระสงค์โครงการ (พ.ศ. 2550 - 2554) กำรกระจำยโครงสร้ำงพื้นฐำนไปสู่ภูมิภำค a – พึงพอใจมากทส่ี ุด อยำ่ งสมดุลและเป็นธรรม พฒั นำระบบประปำในพ้ืนที่ชนบทให้ท่ัวถึง เพียงพอ และสอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ๒. ประสิทธิภาพ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) กำรพัฒนำด้ำนสำธำรณูปกำร b – พึงพอใจมาก (น้ำประปำ) เพื่อขยำยกำลังกำรผลิตน้ำประปำและกระจำยโครงข่ำย กำรให้บริกำรน้ำประปำให้ครอบคลุมพ้ืนที่ทั่วประเทศและบริหำร จัดกำรลดน้ำสญู เสยี ในระบบสง่ น้ำและระบบจำหนำ่ ยน้ำ 2) สอดคลอ้ งกบั ยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. 2561 - 2580) และแผนแมบ่ ท ภำยใตย้ ุทธศำสตรช์ ำติด้ำนกำรจัดกำรนำ้ เพื่อชุมชนชนบท โดยจัดให้ มีนำ้ สะอำดใช้ทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทในปริมำณ คุณภำพ และ รำคำทีเ่ ข้ำถึงได้ 1) ผลผลิตหลักเป็นไปตำมแผนงำน แต่ กปภ. ปรับกำรดำเนินงำนจำก กำรปรับปรุงระบบผลิตเดิม ส่วนหน่ึงเป็นกำรก่อสร้ำงระบบผลิตใหม่ ท้ังหมด ซ่ึงมีกำลังผลิตเพิ่มขึ้น 1,000 ลบ.ม./ชม. ตำมแผนงำน นอกจำกน้ี มีกำรเพ่ิมขนำดบ่อแบ่งน้ำและจำนวนเครื่องสูบน้ำ เพ่ือให้ เหมำะสมกับพ้ืนที่และปริมำณกำรจ่ำยน้ำ และปรับลดระยะทำงของ ทอ่ น้ำดบิ และทอ่ จำ่ ยน้ำลงให้สอดคลอ้ งกับสภำพพืน้ ทีจ่ ริง 2) ระยะเวลำกำรดำเนินงำนล่ำช้ำกว่ำแผน 30 วัน คิดเป็นร้อยละ 102.59 ของแผน เน่ืองจำกมีกำรเปลี่ยนแปลงแก้ไขงำนก่อสร้ำงวำงท่อประปำ และถนนลูกรังบริเวณสถำนผี ลิตน้ำและประตูน้ำ รวมท้ังบริเวณพ้ืนที่ ก่อสร้ำงได้รับผลกระทบจำกเหตุอุทกภัยเป็นเหตุให้ผู้รับจ้ำงไม่สำมำรถ เขำ้ ดำเนินกำรก่อสรำ้ งได้ 3) ค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรต่ำกว่ำที่ประมำณกำร 0.373 ล้ำนบำท คิดเป็น รอ้ ยละ 99.86 ของแผน /หลักเกณฑ์ ...

๓๗ หลักเกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ ๓. ประสิทธผิ ล 1) เพ่ิมกำลงั ผลิตน้ำประปำขนำด 1,000 ลบ.ม./ชม. ได้ตำมวตั ถุประสงค์ b – พึงพอใจมาก ของโครงกำร ๔. ผลกระทบ 2) จำนวนผู้ใช้น้ำประปำในปี 2562 สูงกว่ำแผน 278 รำย คิดเป็น a – พึงพอใจมากท่สี ุด ร้อยละ 100.97 ของแผน ๕. ความย่ังยนื ของโครงการ 3) ปริมำณน้ำจำหน่ำยในปี 2562 ตำ่ กว่ำแผน 0.93 ล้ำน ลบ.ม. คดิ เป็น a – พึงพอใจมากท่ีสุด รอ้ ยละ 89.27 ของแผน 4) อตั รำน้ำสญู เสยี ร้อยละ 30.06 ในปี 2562 สูงกวำ่ แผนร้อยละ 5.06 คิดเป็นร้อยละ 120.24 ของแผน (แผนอัตรำน้ำสูญเสียร้อยละ 25.00) เน่อื งจำกมีกำรร่ัวซึมของท่อสง่ น้ำดิบและท่อภำยในสถำนผี ลติ โครงกำรดังกล่ำวช่วยรองรับกำรขยำยตัวของชุมชนเมืองร้อยเอ็ดและ พ้ืนท่ีโดยรอบส่งเสริมให้ภำคครัวเรือนมีคุณภำพชีวิตที่ดีขึ้น จำกกำรมี น้ำประปำท่ไี ด้รบั กำรรับรองคุณภำพเพื่อกำรอุปโภคและบริโภคได้อย่ำง ปลอดภัย กปภ. มีบุคลำกรท่ีรับผิดชอบด้ำนกำรบำรุงรักษำ มีแผนกำรบำรุงรักษำ และจัดสรรงบประมำณเพื่อกำรบำรุงรักษำอย่ำงต่อเน่ือง โดยมีกำรใช้ เทคโนโลยีช่วยในกำรประเมินสภำพเครื่องจักรและอุปกรณ์ นอกจำกนี้ กปภ. สำขำร้อยเอ็ด มีกำไรจำกกำรดำเนินงำนมำโดยตลอดต้ังแต่ โครงกำรแล้วเสร็จ (ปี 2556) โดยในปี 2562 มกี ำไรจำกกำรดำเนินงำน 82.92 ลำ้ นบำท ๕) บทเรียนที่ได้รับและข้อเสนอแนะ : กปภ. ควรให้ควำมสำคัญกับกำรดำเนินงำนตำมแผนกำร บรหิ ำรจัดกำรลดน้ำสูญเสีย ซงึ่ เปน็ ตัวชี้วดั ของ กปภ. และควรมแี นวทำงในกำรจดั กำรเมื่อกำรบริหำรจัดกำรน้ำ สญู เสยี ไม่เป็นไปตำมแผน ๒.๘ โครงการก่อสร้างปรบั ปรงุ ขยายประปาฉะเชงิ เทรา (น.เทพราช) จงั หวดั ฉะเชิงเทรา ๑) หน่วยงานเจา้ ของโครงการ : กำรประปำส่วนภูมิภำค (กปภ.) ๒) วัตถุประสงค์ของโครงการ : เพื่อเพิ่มกำลงั ผลติ น้ำประปำของหน่วยบริกำรเทพรำช กปภ. สำขำบำงคลำ้ (เดิมสังกัด กปภ. สำขำฉะเชิงเทรำ) ขนำด 1,000 ลบ.ม./ชม. เพ่ือให้เพียงพอต่อควำมต้องกำรใช้น้ำในพ้ืนท่ี อำเภอบำ้ นโพธ์ิ จงั หวดั ฉะเชิงเทรำ ซ่ึงอยนู่ อกพื้นท่สี ัญญำเอกชนผลิตน้ำประปำจำหน่ำยใหก้ ับ กปภ. ๓) วงเงินลงทุนโครงการ : วงเงินลงทุนรวม 397.069 ล้ำนบำท เบิกจ่ำยท้ังสิ้น 415.916 ล้ำนบำท (ไม่รวมภำษมี ลู คำ่ เพ่ิม) แบง่ เปน็ เงนิ กใู้ นประเทศ 350.067 ล้ำนบำท (กระทรวงกำรคลงั คำ้ ประกนั เงนิ ก้)ู และ เงินรำยได้ของ กปภ. 65.849 ล้ำนบำท (ภำยใต้โครงกำรก่อสร้ำงปรับปรุงขยำยฯ 46.257 ล้ำนบำท และ งำนกอ่ สรำ้ งระบบผลิตแบบเคลื่อนยำ้ ยได้ (Mobile Plant) 19.592 ล้ำนบำท) 4) ระยะเวลาดาเนินโครงการ : วันที่ 6 มกรำคม 2553 - 9 กันยำยน 2557 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอยู่ในระดับ C หมำยถึง พึงพอใจ โดยมี รำยละเอยี ดกำรประเมินผลในแต่ละด้ำน ดังน้ี /หลกั เกณฑ์ ...

หลักเกณฑ์ ๓๘ ๑. ความสอดคล้องของ เหตุผลประกอบ วตั ถปุ ระสงค์โครงการ a – พึงพอใจมากที่สดุ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 10 (พ.ศ. 2550 - 2554) ด้ำนกำรกระจำยกำรพัฒนำโครงสร้ำง ๒. ประสทิ ธภิ าพ พื้นฐำนไปสู่ภูมิภำคอย่ำงสมดุลและเป็นธรรมให้ประชำชนมีโอกำส c – พึงพอใจ เข้ำถึงบริกำรได้อย่ำงทั่วถึงและเพียงพอ สนับสนุนให้เศรษฐกิจ ในพ้ืนท่ีสำมำรถเติบโตได้อย่ำงต่อเนื่องและย่ังยืน และสอดคล้องกับ ๓. ประสิทธผิ ล แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - b – พึงพอใจมาก 2564) กำรพัฒนำโครงสร้ำงพ้ืนฐำนดำ้ นสำธำรณูปกำร (น้ำประปำ) เพื่อขยำยกำลังกำรผลิตน้ำประปำและกระจำยโครงข่ำยกำรให้บริกำร น้ำประปำใหค้ รอบคลุมพื้นที่ทวั่ ประเทศ 2) สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. 2561 - 2580) และแผน แม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติ ด้ำนกำรจัดกำรน้ำเพื่อชุมชนชนบท โดยจัดให้มีน้ำสะอำดใช้ทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทในปริมำณ คุณภำพ และรำคำทเ่ี ขำ้ ถึงได้ 1) ผลผลิตหลักของโครงกำรเป็นไปตำมแผนงำน ประกอบด้วย งำนก่อสร้ำงระบบส่งน้ำดิบ และสถำนีผลิตน้ำขวัญสะอำด พร้อมระบบ ผลิตน้ำประปำขนำด 1,000 ลบ.ม./ชม. และงำนวำงท่อส่งน้ำประปำ จำกสถำนผี ลติ นำ้ ขวญั สะอำดถงึ สถำนีจำ่ ยนำ้ บำงปะกง 2) ระยะเวลำกำรดำเนินงำนล่ำช้ำกว่ำแผน 612 วัน คิดเป็นร้อยละ 155.84 ของแผน เนื่องจำก (1) บริเวณพื้นที่ก่อสร้ำงได้รับผลกระทบ จำกเหตุอุทกภัยเป็นเหตุใหผ้ ู้รับจ้ำงไม่สำมำรถเข้ำดำเนินกำรก่อสร้ำงได้ (2) กปภ. รอกำรอนุญำตจำกหนว่ ยงำนท่เี ก่ียวข้องและพ้ืนท่ีโครงกำร ทับซ้อนกับงำนวำงท่อส่งน้ำดิบของกรมชลประทำนในเขตทำงหลวง จึงไม่สำมำรถส่งมอบพื้นท่ีทั้งหมดให้ผู้รับจ้ำงตำมสัญญำได้ และ (3) กปภ. ได้ขยำยระยะเวลำของสัญญำจ้ำงเพ่ือช่วยเหลือผปู้ ระกอบกำร ท่ีได้รับผลกระทบจำกเหตุอุทกภัย และกำรขำดแคลนแรงงำน อันเนือ่ งมำจำกกำรปรบั ค่ำแรงขนั้ ตำ่ 3) ค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรสูงกว่ำท่ีประมำณกำร 18.85 ล้ำนบำท คิดเป็น ร้อยละ 104.75 ของแผน (รวมค่ำใช้จ่ำยส่วนที่ กปภ. เขต 1 ดำเนินกำรแทนโดยใช้เงินรำยได้ภำยใต้งำนก่อสร้ำง ระบบผลิต Mobile Plant 19.59 ล้ำนบำท) 1) โครงกำรสำมำรถเพิ่มกำลังผลติ น้ำประปำขนำด 1,000 ลบ.ม./ชม. ได้ตำมแผน อย่ำงไรก็ตำมโครงกำรได้รับผลกระทบจำกกำรดำเนิน โครงกำรปรับปรุงเพ่ิมผิวกำรจรำจรถนนสำย 3001 (เทพรำช - ลำดกระบัง) ของกรมทำงหลวงชนบทในบริเวณใกล้กับสถำนีผลิตน้ำ จึงหยดุ ใช้งำนสถำนีผลติ ตั้งแต่ปี 2560 เปน็ ตน้ มำ และคำดวำ่ จะเร่ิม ใช้งำนได้อีกครั้งในช่วงปลำยปี 2563 โดยได้จัดหำน้ำประปำจำก เขตใกล้เคียงเพอ่ื จำหน่ำยในพ้นื ทไ่ี ปในระหวำ่ งปี 2563 /หลกั เกณฑ์ ...

๓๙ หลกั เกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ ๔. ผลกระทบ 2) จำนวนผู้ใช้น้ำประปำสูงกว่ำแผนมำโดยตลอด โดยในปี 2562 b – พึงพอใจมาก สูงกวำ่ แผน 5,232 รำย คิดเป็นร้อยละ 144.30 ของแผน ๕. ความย่ังยืนของโครงการ 3) ปรมิ ำณนำ้ จำหนำ่ ยสูงกวำ่ แผนมำโดยตลอด โดยในปี 2562 สูงกวำ่ แผน a – พงึ พอใจมากทีส่ ดุ 4.07 ล้ำน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 193.35 ของแผน (รวมน้ำจำหน่ำย ท่ซี ้ือจำก กปน. และรับโอนจำก กปภ. สำขำอ่นื เพอื่ จำหนำ่ ยในพ้ืนท่ี) 4) อัตรำน้ำสูญเสียร้อยละ 28.79 ในปี 2562 สูงกว่ำแผนร้อยละ 8.79 คิดเป็นร้อยละ 143.95 ของแผน (แผนอัตรำน้ำสูญเสียร้อยละ 20.00) เน่ืองจำกท่อประปำผ่ำนกำรใช้งำนมำเป็นเวลำนำน และ ได้รบั ผลกระทบจำกกำรก่อสร้ำงถนนสำย 3001 ซงึ่ สง่ ผลให้มีท่อส่ง - จ่ำยนำ้ แตกรว่ั บ่อยครัง้ โครงกำรสำมำรถเพิ่มศักยภำพกำรให้บริกำรนำ้ ประปำในพ้ืนที่ สง่ ผลให้ ธรุ กิจและครวั เรือนในพน้ื ท่ีได้รบั บริกำรนำ้ ประปำที่มมี ำตรฐำน แตก่ ำรหยดุ ใช้งำนสถำนีผลิตน้ำของโครงกำรช่ัวครำวส่งผลให้ผู้ใช้น้ำได้รับบริกำร น้ำประปำท่ีไมเ่ พียงพอและไมต่ ่อเน่อื ง กปภ. มีบุคลำกรท่ีรับผิดชอบด้ำนกำรบำรุงรักษำ มีแผนกำรบำรุงรักษำ และจัดสรรงบประมำณเพื่อกำรบำรุงรักษำอย่ำงต่อเนื่อง โดยมีกำรใช้ เทคโนโลยีช่วยในกำรประเมินสภำพเครื่องจักรและอุปกรณ์ นอกจำกน้ี หน่วยบริกำรเทพรำชมีกำไรจำกกำรดำเนินงำนมำโดยตลอดตั้งแต่ โครงกำรแล้วเสร็จ (ปี 2557) โดยในปี 2562 มีกำไรจำกกำรดำเนินงำน 95.96 ล้ำนบำท 6) บทเรียนท่ไี ด้รบั และขอ้ เสนอแนะ : (1) กปภ. ควรมีกำรประสำนงำนกบั หนว่ ยงำนเจ้ำของพื้นที่ทีม่ ีแนวกำรวำงท่อประปำอย่ำงใกล้ชิด เพ่ือให้กำรวำงแผนและดำเนินโครงกำรเป็นไปอย่ำงมีประสิทธิภำพและป้องกันควำมเสียหำยที่อำจเกิดข้ึนกับ ท่อประปำภำยหลังจำกกำรดำเนนิ โครงกำรแลว้ เสร็จ ซ่งึ อำจส่งผลกระทบต่อประสิทธภิ ำพกำรสง่ - จำ่ ยน้ำประปำ ให้กบั ผู้ใช้น้ำ (2) กปภ. ควรให้ควำมสำคัญกับกำรดำเนินงำนตำมแผนกำรบริหำรจัดกำรลดน้ำสูญเสีย ซึ่งเป็น ตัวชี้วัดของ กปภ. และควรมีกำรกำหนดแนวทำงในกำรดำเนินกำรกรณีท่ีผลกำรบริหำรจัดกำรลดน้ำสูญเสีย ไมเ่ ปน็ ไปตำมแผนงำน ๒.9 โครงการก่อสรา้ งปรบั ปรงุ ขยายประปาปากท่อ จงั หวดั ราชบรุ ี ๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการ : กำรประปำส่วนภมู ิภำค (กปภ.) ๒) วัตถุประสงค์ของโครงการ : เพื่อเพิ่มกำลังผลิตน้ำประปำขนำด 500 ลบ.ม./ชม. เพ่ือให้เพียงพอ ต่อควำมต้องกำรใช้น้ำประปำสำหรับกำรอุปโภคและบริโภคในพื้นที่ รวมทั้งเพื่อขยำยพ้ืนท่ีบริกำรของ กปภ. สำขำปำกทอ่ ให้มีควำมครอบคลุมยง่ิ ขน้ึ ๓) วงเงินลงทุนโครงการ : วงเงินลงทุนรวม 299.415 ล้ำนบำท เบิกจ่ำยทั้งสิ้น 248.727 ล้ำนบำท (ไม่รวมภำษีมูลค่ำเพ่ิม) แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ (กระทรวงกำรคลังค้ำประกัน) 246.729 ล้ำนบำท และเงิน รำยไดข้ อง กปภ. 1.998 ลำ้ นบำท /4) ระยะเวลา ...

๔๐ 4) ระยะเวลาดาเนนิ โครงการ : วันท่ี 6 มกรำคม 2553 - 17 พฤษภำคม 2556 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอยู่ในระดับ C หมำยถึง พึงพอใจ โดยมี รำยละเอียดกำรประเมินผลในแตล่ ะด้ำน ดงั น้ี หลกั เกณฑ์ เหตุผลประกอบ 1. ความสอดคล้องของ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 10 วัตถปุ ระสงค์โครงการ (พ.ศ. 2550 - 2554) ด้ำนกำรกระจำยกำรพัฒนำโครงสร้ำง a – พงึ พอใจมากที่สดุ พ้ืนฐำนไปสู่ภูมิภำคอย่ำงสมดุลและเป็นธรรมให้ประชำชนเข้ำถึง บริกำรได้อย่ำงท่ัวถึงและเพียงพอ สนับสนุนให้เศรษฐกิจในพ้ืนท่ี 2. ประสทิ ธภิ าพ สำมำรถเติบโตได้อย่ำงต่อเนื่องและย่ังยืน และสอดคล้องกับ c – พงึ พอใจ แผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) กำรพัฒนำด้ำนสำธำรณูปกำร (น้ำประปำ) เพื่อขยำยกำลัง 3. ประสทิ ธิผล กำรผลิตน้ำประปำ และกระจำยโครงข่ำยกำรให้บริกำรน้ำประปำ b – พึงพอใจมาก ใหค้ รอบคลุมพน้ื ท่ีท่วั ประเทศ 2) สอดคล้องกับแผนแม่บทกำรให้บริกำรน้ำประปำของ กปภ. (พ.ศ. 2553 - 2555) กลยุทธ์กำรลงทุนในสำนักงำนประปำขนำดกลำง - เล็ก ตำมแผนงำนโครงกำรเพื่อปรับปรุงขยำยระบบประปำขนำด กลำง - เลก็ ในปี 2553 - 2555 เพอ่ื แก้ไขปัญหำกำรขำดแคลนน้ำ เพื่อกำรอุปโภคบรโิ ภคและเสริมสร้ำงคณุ ภำพชีวิตให้กับประชำชน 3) สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. 2561 - 2580) และแผน แม่บทภำยใต้ยุทธศำสตร์ชำติด้ำนกำรจัดกำรน้ำเพื่อชุมชนชนบท โดยจัดให้มีน้ำสะอำดใช้ทุกครัวเรือนในชุมชนชนบทในปริมำณ คณุ ภำพ และรำคำทเี่ ขำ้ ถงึ ได้ 1) ผลผลิตหลักของโครงกำร ประกอบด้วย สระพักน้ำดิบควำมจุขนำด 980,429 ลบ.ม. ต่ำกว่ำแผนที่วำงไว้ร้อยละ 34.64 ระบบผลิต น้ำประปำขนำด 500 ลบ.ม./ชม. เป็นไปตำมแผน และโรงสูบน้ำแรงสูง และหอถังสูงเป็นไปตำมแผน โดยมีผลผลิตเพิ่มจำกแผน คือ ถังน้ำใส และเครอ่ื งสบู น้ำที่สถำนีจำ่ ยนำ้ เขำย้อย 2) ระยะเวลำกำรดำเนินงำนล่ำช้ำกว่ำแผน 467 วัน คิดเป็นร้อยละ 161.37 ของแผน เน่ืองจำกบริเวณพ้ืนที่ก่อสร้ำงได้รับผลกระทบ จำกเหตุอุทกภัยเป็นเหตุให้ผู้รับจ้ำงไม่สำมำรถเข้ำดำเนินกำรก่อสร้ำงได้ และ กปภ. ไม่สำมำรถส่งมอบพ้ืนที่งำนก่อสร้ำงรั้วโดยรอบสถำนี ผลิตน้ำดอนทรำยให้ผู้รบั จ้ำง เนื่องจำกจำเป็นต้องแก้ไขเปลี่ยนแปลง งำนขุดสระพักน้ำดิบซึ่งอยู่ในพื้นที่ติดกับคลองชลประทำนให้เป็นไป ตำมกฎหมำยจดั รปู ที่ดิน 3) ค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรต่ำกว่ำที่ประมำณกำร 50.688 ล้ำนบำท คิดเป็นร้อยละ 83.07 ของแผน 1) เพมิ่ กำลังผลติ นำ้ ประปำขนำด 500 ลบ.ม./ชม. ไดต้ ำมวัตถุประสงค์ ของโครงกำร /หลกั เกณฑ์ ...

๔๑ หลกั เกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ 4. ผลกระทบ 2) จำนวนผู้ใช้น้ำประปำในปี 2562 ต่ำกว่ำแผน 1,508 รำย คิดเป็น a – พึงพอใจมากท่ีสุด ร้อยละ 90.16 ของแผน 5. ความย่ังยนื ของโครงการ 3) ปริมำณน้ำจำหน่ำยในปี 2562 สูงกว่ำแผน 0.06 ล้ำน ลบ.ม. a – พงึ พอใจมากที่สดุ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 101.35 ของแผน 4) อัตรำน้ำสูญเสียร้อยละ 29.89 ในปี 2562 สูงกว่ำแผนร้อยละ 4.89 คิดเป็นร้อยละ 119.56 ของแผน (แผนอัตรำน้ำสูญเสีย ร้อยละ 25.00) เนื่องจำกท่อจ่ำยน้ำเดิมมีสภำพชำรุดทรุดโทรม ทำให้ทอ่ แตกรัว่ บอ่ ย ก่อนเร่ิมดำเนินโครงกำรครัวเรือนบำงส่วนในพื้นที่อำเภอเขำย้อยยังคง ใช้น้ำจำกระบบประปำชุมชนและแหล่งน้ำธรรมชำติ ซึ่งบำงช่วงจะพบ ปัญหำปริมำณน้ำไม่เพียงพอและน้ำไม่มีคุณภำพ หลังจำกโครงกำร ดำเนินกำรแล้วเสรจ็ สำมำรถเพิ่มประสิทธิภำพของระบบผลิตและระบบ จ่ำยน้ำ และพัฒนำระบบบริกำรน้ำประปำให้สำมำรถตอบสนอง ควำมต้องกำรใช้น้ำได้อย่ำงเพียงพอ รวมทั้งพัฒนำโครงสร้ำงพ้ืนฐำน ด้ำนสำธำรณูปโภคให้มีมำตรฐำนสำกล มีศักยภำพในกำรรองรับ กำรเติบโตของเศรษฐกิจและสร้ำงควำมเชื่อมั่นให้กับกำรลงทุนของ ภำคธุรกิจได้ทุกรูปแบบ ทั้งยังสำมำรถแก้ไขปัญหำกำรให้บริกำร น้ำประปำทั้งในเชิงปริมำณและคุณภำพได้เป็นอย่ำงดี เนื่องจำก น้ำประปำที่ผลิตโดยสถำนีผลิตน้ำของ กปภ. ได้รับกำรรับรองในเร่ือง กระบวนกำรผลิตน้ำประปำ รวมถึงกำรตรวจสอบคุณภำพน้ำ วำ่ มคี วำมสะอำด ปลอดภยั และสำมำรถอปุ โภคบริโภคได้อย่ำงมนั่ ใจ กปภ. มีแผนกำรบำรุงรักษำและควำมต่อเนื่องของกำรดำเนินงำน ภำยหลงั โครงกำรเสร็จสิ้น ทงั้ ด้ำนบุคลำกร งบประมำณ และเทคโนโลยี โดย กปภ. มีส่วนงำนและบุคลำกรที่รับผิดชอบด้ำนกำรบำรุงรักษำ มกี ำรจดั สรรงบประมำณสำหรับกำรบำรุงรักษำอย่ำงต่อเนื่อง และมกี ำรนำ เทคโนโลยีมำช่วยในกำรประเมินสภำพเคร่ืองจักรและอุปกรณ์ นอกจำกนี้ กปภ. สำขำปำกท่อ มีกำไรจำกกำรดำเนนิ งำนมำโดยตลอด ต้ังแต่โครงกำรแล้วเสร็จ (ปี 2556) โดยในปี 2562 มีกำไรสุทธิจำก กำรดำเนินงำน 54.05 ลำ้ นบำท 6) บทเรียนท่ีได้รับและข้อเสนอแนะ : เพ่ือให้กำลังผลิตน้ำประปำเกิดประโยชน์สูงสุดและสำมำรถ ตอบสนองควำมต้องกำรใช้น้ำได้ตำมวัตถุประสงค์ของโครงกำร เห็นควรให้ กปภ. กำหนดแนวทำงบริหำร จัดกำรลดนำ้ สญู เสยี ใหเ้ ป็นไปตำมแผนทีร่ ้อยละ 25 /2.10 โครงการ ...

๔๒ ๒.10 โครงการก่อสร้างระบบจาหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้นา้ ไปยังเกาะต่างๆ ท่ีมีไฟฟ้าใช้แล้ว (เกาะมุกด์ เกาะสุกร และเกาะลบิ ง จงั หวัดตรงั ) ๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการ : กำรไฟฟ้ำสว่ นภูมภิ ำค (กฟภ.) ๒) วัตถุประสงค์ของโครงการ : 1) เพ่ือพัฒนำระบบไฟฟ้ำเพ่ือเพ่ิมขีดควำมสำมำรถและควำมมั่นคง ในกำรจ่ำยไฟฟ้ำเพื่อรองรับควำมต้องกำรไฟฟ้ำท่ีเพิ่มข้ึนของเกำะต่ำงๆ ซ่ึงเป็นแหล่งท่องเท่ียวท่ีสำคัญ และ มีอัตรำกำรขยำยตัวทำงเศรษฐกิจค่อนข้ำงสูง 2) ลดปัญหำในกำรปฏิบัติกำรและบำรุงรักษำ ลดหน่วยสูญเสีย ในระบบจำหน่ำย ๓) วงเงินลงทุนโครงการ : วงเงินลงทุนรวม 338.000 ล้ำนบำท เบิกจ่ำยทั้งส้ิน 337.911 ล้ำนบำท (ไม่รวมภำษีมูลค่ำเพ่ิม) แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ 253.000 ล้ำนบำท (กระทรวงกำรไม่คลังค้ำประกันเงินกู้) และเงนิ รำยไดข้ อง กฟภ. 84.911 ลำ้ นบำท 4) ระยะเวลาดาเนินโครงการ : วนั ท่ี 7 พฤศจกิ ำยน 2550 - 15 พฤษภำคม 2554 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอยู่ในระดับ B หมำยถึง พึงพอใจมำก โดยมี รำยละเอยี ดกำรประเมินผลในแตล่ ะดำ้ น ดงั นี้ หลกั เกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ 1. ความสอดคล้องของ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 9 วตั ถุประสงค์โครงการ (พ.ศ. 2545 - 2549) ในยุทธศำสตร์กำรเพ่ิมสมรรถนะและ a – พึงพอใจมากท่ีสุด ขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของประเทศ โดยเพิ่มประสิทธิภำพ และยกระดับคณุ ภำพโครงสร้ำงพื้นฐำน 2. ประสทิ ธิภาพ c – พงึ พอใจ 2) สอดคลอ้ งกับแผนพฒั นำระบบไฟฟำ้ ในชว่ งแผนพฒั นำเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545-2549) เป็นไปตำม วัตถุประสงค์กำรพัฒนำระบบไฟฟ้ำให้มีควำมมั่นคง เพียงพอ และ เช่ือถือได้ เพื่อรองรับควำมเจรญิ เติบโตทำงเศรษฐกจิ 3) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ต้ังแต่เร่ิมดำเนินโครงกำรจนถึงปัจจุบัน โครงกำรยังมีควำมสอดคล้องยุทธศำสตร์กำรสร้ำงควำมเป็นธรรม และลดควำมเหลือ่ มล้ำในสังคม เพ่ิมโอกำสใหป้ ระชำชนเข้ำถงึ บริกำร พื้นฐำนทำงสังคมของภำครัฐ และยังเป็นกำรสร้ำงโอกำสในกำรเข้ำถึง กำรศกึ ษำ 4) สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ต้ังแต่ เร่ิมดำเนินโครงกำรจนถึงปัจจุบัน โดยสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ ดำ้ นกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขนั 1) ผลผลิตของโครงกำรเป็นไปตำมแผนงำน ประกอบด้วย งำนก่อสร้ำง สำยเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 เควี มีระยะทำงรวม 15.96 วงจร- กิโลเมตร และงำนปรับปรุงระบบจำหน่ำยไฟฟ้ำบนเกำะท้ัง 3 เกำะ มีระยะทำงรวม 14.89 วงจร-กิโลเมตร ซ่ึงมีกำรปรับปริมำณงำน ตำมพ้นื ทก่ี อ่ สร้ำงจรงิ /หลกั เกณฑ์ ...

หลกั เกณฑ์ ๔๓ 3. ประสิทธผิ ล เหตุผลประกอบ a – พึงพอใจมากที่สุด 2) ระยะเวลำกำรดำเนินงำนล่ำช้ำกว่ำแผน 569 วัน คิดเป็นร้อยละ 4. ผลกระทบ 179.36 ของแผน เนื่องจำก กฟภ. ติดตำมตรวจสอบผลกระทบ a – พงึ พอใจมากทส่ี ุด ส่ิงแวดล้อมก่อน ระหว่ำง และหลังกำรก่อสร้ำงโครงกำรฯ ตำมควำมเหน็ กระทรวงทรพั ยำกรธรรมชำติและสิ่งแวดลอ้ ม 3) ค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรต่ำกว่ำท่ีประมำณกำร 0.089 ล้ำนบำท คดิ เป็นรอ้ ยละ 99.97 ของแผน 1) โครงกำรส่งผลให้เกิดควำมมั่นคงในกำรจ่ำยไฟฟ้ำโดยมีจำนวนคร้ัง ไฟดับเฉล่ียต่อผู้ใช้ไฟฟ้ำ 1 รำย ในช่วงระยะเวลำ 1 ปี (SAIFI) ที่เกิดขึ้นจริง 11.81 ครั้ง/รำย/ปี และระยะเวลำที่ไฟฟ้ำดับเฉล่ีย ต่อผู้ใช้ไฟฟ้ำ 1 รำย ในช่วงระยะเวลำ 1 ปี (SAIDI) ท่ีเกิดขึ้นจริง 835.54 นำที/รำย/ปี คิดเปน็ รอ้ ยละ 127.32 และร้อยละ 71.46 ตำมลำดบั ของแผนท่วี ำงไว้ 2) สำมำรถรองรับควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำท่ีเพิ่มข้ึนได้โดยมีปริมำณ ควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำสูงสุด (Peak Demand) ท่ีเกิดขึ้นจริง จำนวน 3,561 kW ซึ่งสูงกว่ำแผน 2,008 kW คิดเป็นร้อยละ 229.30 ของแผน ท้ังน้ีระบบจำหน่ำยด้วยสำยเคเบิลใต้น้ำสำมำรถรองรับ ควำมต้องกำรไฟฟำ้ สูงสดุ ได้ถึง 10,000 kW 3) กำรสูญเสียในระบบจำหน่ำย (Distribution Loss) ที่เกิดข้ึนจริง เฉลี่ยรอ้ ยละ 6.70 คดิ เปน็ รอ้ ยละ 101.76 ของแผน 4) จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้ำภำคครัวเรือนและเชิงพำณิชย์เพ่ิมข้ึนเฉลี่ยร้อยละ 2.94 และรอ้ ยละ 10.88 ตอ่ ปี ตำมลำดับ 5) ต้นทุนพลังงำนต่ำกว่ำต้นทุนกำรผลิตไฟฟ้ำด้วยโรงจักรไฟฟ้ำดีเซล 1.37 ล้ำนบำท 6) รำยได้จำกกำรจำหน่ำยไฟฟ้ำเฉล่ียปีละ 16.25 ล้ำนบำท คิดเป็น ร้อยละ 95.13 ของแผน 7) เพ่ิมระยะเวลำกำรให้บริกำรไฟฟ้ำจำก 11 - 12 ช่ัวโมง/วัน เป็น 24 ชวั่ โมง/วัน 1) ด้ำนเศรษฐกิจทำให้สำมำรถบริกำรไฟฟ้ำในพื้นที่โครงกำรได้ตลอด ท้ังวัน ส่งผลให้มีควำมสะดวกสบำยในด้ำนต่ำงๆ เพิ่มมำกขึ้น จึงทำให้ มีปริมำณนักท่องเท่ียวเพิ่มมำกข้ึน ส่งผลให้ประชำชนที่อำศัยอยู่ใน พ้ืนที่โครงกำรมีโอกำสในกำรประกอบอำชีพมำกขึ้น มีกำรจ้ำงงำน ในพ้ืนทเี่ พ่มิ มำกขึน้ และมีรำยได้เพมิ่ ขึ้น 2) ด้ำนสังคมทำให้คุณภำพชีวิตของประชำชนที่อยู่บนเกำะดีขึ้น โดยเพิ่ม โ อ ก ำ ส ท ำ ง ก ำ ร ศึ ก ษ ำ ใ น พื้ น ที่ ท ำ ใ ห้ ส ำ ม ำ ร ถ ศึ ก ษ ำ ห ำ ค ว ำ ม รู้ ได้ตลอดเวลำ หรือเพ่ิมช่องทำงในกำรเรียนรู้ เช่น มีคอมพิวเตอร์ใช้ ในบ้ำนและโรงเรียน และเมื่อมีไฟฟ้ำใช้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้รู้สึก มีควำมปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินมำกย่ิงข้ึน รวมทั้งสำมำรถรับรู้ ข่ำวสำรต่ำงๆ จำกโทรทศั น์ อินเตอรเ์ น็ต ได้ทันสถำนกำรณม์ ำกขน้ึ /หลกั เกณฑ์ ...

๔๔ หลักเกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ 5. ความย่ังยืนของโครงการ 3) ดำ้ นสิง่ แวดล้อมทำให้ลดมลภำวะทำงเสียงและครำบนำ้ มันจำกกำรผลิต a – พงึ พอใจมากทีส่ ุด กระแสไฟฟ้ำ เนื่องจำก กฟภ. ไม่ต้องผลิตไฟฟ้ำด้วยโรงจักรไฟฟ้ำ ดีเซลโดยกำรใช้นำ้ มันเชือ้ เพลิง ซึ่งเป็นพลังงำนส้ินเปลือง นอกจำกน้ี กฟภ. ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (Corporate Social Responsibility: CSR) โดยกำรปลูกหญ้ำทะเลในโครงกำร “คนพันธุ์ PEA ฟื้นฟูทะเลไทย” ในจังหวัดตรัง ตั้งแต่ปี 2554 โดยในปัจจุบันได้ปลูกหญ้ำทะเล มำแล้วกวำ่ 100,000 ตน้ 1) กฟภ. มมี ำตรกำรปอ้ งกันสำยเคเบิลใต้นำ้ ชำรุดในระหว่ำงกำรใชง้ ำน และแนวทำงกำรดำเนนิ กำรเพ่ือรองรับสถำนกำรณ์ฉุกเฉนิ 2) กฟภ. ได้ให้ผู้รับจ้ำงจัดหลักสูตรในกำรจัดกำรฝึกอบรมเจ้ำหน้ำที่ ด้ำนเทคนิค รวมท้ังมีกำรจัดทำคู่มือบำรุงรักษำสำยเคเบิลใต้ดินและ สำยเคเบิลใต้นำ้ 3) กฟภ. ได้จดั ทำแผนปฏบิ ัติงำนและงบประมำณประจำปี โดยได้จดั ทำ งบประมำณในกำรบำรุงรักษำเสำ Riser pole จุดข้ึนและลงของสำย เคเบิลใต้น้ำและค่ำบำรุงรักษำเคเบิลใต้น้ำเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2563 จำนวน 1.340 ลำ้ นบำท 6) บทเรียนท่ีได้รับและข้อเสนอแนะ : กำรก่อสร้ำงระบบจำหน่ำยด้วยสำยเคเบิลใต้น้ำในอนำคต กฟภ. ควรประสำนกับงำนหน่วยงำนที่เกี่ยวข้องอย่ำงใกล้ชิดเพื่อลดปัญหำควำมล่ำช้ำในกำรดำเนินโครงกำร เช่น กระทรวงทรัพยำกรธรรมชำติและสิง่ แวดลอ้ ม กรมอุทยำนแหง่ ชำติ สัตว์ป่ำ และพนั ธุ์พชื เปน็ ตน้ ๒.11 โครงการขยายเขตติดตั้งระบบไฟฟ้าด้วยสายเคเบิลใต้นา้ ไปยังเกาะศรีบอยา เกาะปู และเกาะพีพีดอน จงั หวดั กระบี่ ๑) หน่วยงานเจา้ ของโครงการ : กำรไฟฟ้ำสว่ นภมู ภิ ำค (กฟภ.) ๒) วัตถุประสงค์ของโครงการ : (1) พัฒนำระบบไฟฟ้ำเพ่ือเพ่ิมขีดควำมสำมำรถและควำมมั่นคง ในกำรจ่ำยไฟฟ้ำเพ่ือรองรับควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำท่ีเพ่ิมขึ้นของเกำะศรีบอยำ เกำะปู และเกำะพีพีดอน จังหวดั กระบี่ ซ่งึ เป็นแหลง่ ท่องเที่ยวท่ีสำคัญและมีอตั รำกำรขยำยตัวทำงเศรษฐกิจค่อนข้ำงสูงเพ่ือรองรับควำมต้องกำร ใชไ้ ฟฟ้ำท่ีเพมิ่ สูงขึ้น (2) ลดปัญหำในกำรปฏบิ ัตกิ ำรและบำรงุ รกั ษำ และลดหน่วยสูญเสียในระบบจำหน่ำย ๓) วงเงินลงทุนโครงการ : วงเงินลงทุนรวม 736.00 ล้ำนบำท เบิกจ่ำยทั้งส้ิน 708.90 ล้ำนบำท แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ 558.07 ล้ำนบำท (กระทรวงกำรไม่คลังค้ำประกันเงินกู้) และเงินรำยได้ กฟภ. 150.83 ลำ้ นบำท 4) ระยะเวลาดาเนนิ โครงการ : วันที่ 28 กุมภำพนั ธ์ 2550 - 31 ตลุ ำคม 2554 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอยู่ในระดับ B หมำยถึง พึงพอใจมำก โดยมี รำยละเอยี ดกำรประเมนิ ผลในแตล่ ะด้ำน ดงั นี้ /หลักเกณฑ์ ...

หลักเกณฑ์ ๔๕ 1. ความสอดคล้องของ เหตผุ ลประกอบ วัตถุประสงค์โครงการ a – พึงพอใจมากทีส่ ดุ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545 - 2549) ในยุทธศำสตร์กำรเพ่ิมสมรรถนะและ 2. ประสิทธภิ าพ ขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของประเทศ โดยเพิ่มประสิทธิภำพ c – พึงพอใจ และยกระดบั คณุ ภำพโครงสรำ้ งพืน้ ฐำน 2) สอดคล้องกับแผนพัฒนำระบบไฟฟ้ำในชว่ งแผนพัฒนำเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชำติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545 - 2549) เป็นไปตำม วัตถุประสงค์กำรพัฒนำระบบไฟฟ้ำให้มีควำมมั่นคง เพียงพอและ เชอ่ื ถือได้ เพื่อรองรบั ควำมเจริญเตบิ โตทำงเศรษฐกิจ 3) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ต้ังแต่เร่ิมดำเนินโครงกำรจนถึงปัจจุบัน โครงกำรยังมีควำมสอดคล้องยุทธศำสตร์กำรสร้ำงควำมเป็นธรรม และลดควำมเหลอ่ื มล้ำในสังคม เพิม่ โอกำสให้ประชำชนเขำ้ ถงึ บริกำร พ้ืนฐำนทำงสังคมของภำครัฐ และยังเป็นกำรสร้ำงโอกำสในกำรเข้ำถึง กำรศึกษำ 4) สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) ตั้งแต่ เริ่มดำเนินโครงกำรจนถึงปัจจุบัน ยุทธศำสตร์ด้ำนกำรสร้ำง ควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน 1) ผลผลิตหลักของโครงกำรเป็นไปตำมแผนงำน โดยโครงกำรมีขอบเขต ของงำนทั้งหมด 4 ประเภท ได้แก่ (1) ก่อสร้ำงสำยเคเบิลใต้น้ำระบบ 33 เควี ระยะทำง 24.97 วงจร - กิโลเมตร (2) ระบบจำหน่ำยแรงสูง ระยะทำง 46.75 วงจร-กิโลเมตร (3) ระบบจำหน่ำยแรงต่ำ และ (4) ตดิ ต้ังหมอ้ แปลง ซึ่งระหวำ่ งดำเนินโครงกำรได้ปรับลด/เพิ่มปริมำณ งำนให้เหมำะสม และสอดคล้องกับสภำพพ้ืนที่ก่อสร้ำงจริงตำม ควำมจำเป็นทำงด้ำนเทคนิค โดยในพ้ืนที่ดำเนินโครงกำรมีระบบ จำหน่ำยแรงต่ำเดิมอยู่แล้ว ซ่ึงยังสำมำรถรองรับควำมตอ้ งกำรกำรใช้ ไฟฟ้ำท่ีจะเพิ่มข้ึนได้อย่ำงเพียงพอ จึงไม่มีควำมจำเป็นต้องขยำยเขต ด้วยระบบจำหน่ำยแรงต่ำ ส่งผลให้ปริมำณงำนกำรก่อสร้ำงระบบ จำหน่ำยแรงต่ำแตกต่ำงจำกแผน 2) ระยะเวลำกำรดำเนินงำนล่ำช้ำกว่ำแผน 899 วัน คิดเป็นร้อยละ 211.26 ของแผน เนื่องจำกแนวกำรขยำยเขตปักเสำพำดสำยของ ระบบจำหน่ำยแรงสูงต้องพำดข้ำมบริเวณอุทยำนแห่งชำติ ซึ่ง กฟภ. ต้องขออนุญำตจำกกรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ป่ำ และพันธุ์พืชเพื่อ ดำเนินกำรปักเสำพำดสำยผ่ำนเขตอุทยำนแห่งชำติบนเกำะพีพีดอน ก่อน และจัดซื้อระบบจำหน่ำยไฟฟ้ำเดิมของเอกชนบนเกำะ แล้วจึง ปลอ่ ยกระแสไฟฟ้ำผำ่ นสำยเคเบลิ ใตน้ ้ำได้ /หลักเกณฑ์ ...

หลักเกณฑ์ ๔๖ 3. ประสิทธผิ ล เหตุผลประกอบ a – พงึ พอใจมากทสี่ ุด 3) ค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรต่ำกว่ำที่ประมำณกำร 4. ผลกระทบ 27.10 ล้ำนบำท คิดเป็นรอ้ ยละ 96.32 ของแผน a – พงึ พอใจมากทส่ี ดุ 1) โครงกำรส่งผลให้เกิดควำมมั่นคงในกำรจ่ำยไฟฟ้ำโดยมีจำนวนคร้ัง ไฟดับเฉลี่ยต่อผู้ใช้ไฟฟ้ำ 1 รำย ในช่วงระยะเวลำ 1 ปี (SAIFI) ท่ีเกิดขึ้นจริง 6.33 ครั้ง/รำย/ปี และระยะเวลำที่ไฟฟ้ำดับเฉล่ียต่อ ผู้ใช้ไฟฟ้ำ 1 รำย ในช่วงระยะเวลำ 1 ปี (SAIDI) ท่ีเกิดข้ึนจริง 341.17 นำที/รำย/ปี คิดเปน็ ร้อยละ 161.05 และรอ้ ยละ 147.51 ตำมลำดับ ของแผนทว่ี ำงไว้ 2) สำมำรถรองรับควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำที่เพิ่มข้ึนได้โดยมีปริมำณ ควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำสูงสุด (Peak Demand) ท่ีเกิดขึ้นจริงเฉล่ีย ต่อปีที่ 7.94 MW ซึ่งต่ำกว่ำแผนที่ประมำณกำรไว้เฉล่ียต่อปีท่ี 10.06 MW คิดเป็นร้อยละ 78.93 ของแผน ท้ังนี้ สำยเคเบิลใต้น้ำ สำมำรถรองรบั ควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำท่ีเพ่ิมขึ้นในอนำคตไดถ้ ึง 21 MW 3) กำรสูญเสียในระบบจำหน่ำย (Distribution Loss) ท่ีเกิดขึ้นจริง เฉลี่ยร้อยละ 7.51 คิดเป็นรอ้ ยละ 96.98 ของแผน 4) จำนวนผู้ใช้ไฟฟ้ำภำคครัวเรือนและเชิงพำณิชย์เพ่ิมขึ้นเฉล่ียร้อยละ 3.73 และรอ้ ยละ 2.42 ต่อปี ตำมลำดับ 5) รำยได้จำกกำรจำหน่ำยไฟฟ้ำรวมทั้ง 3 เกำะ เฉล่ียปีละ 171.42 ลำ้ นบำท คิดเปน็ ร้อยละ 171.03 ของแผน 1) ด้ำนเศรษฐกิจ ทำให้สำมำรถบริกำรไฟฟ้ำในพื้นที่โครงกำรได้ตลอด ทั้งวัน ส่งผลให้มีควำมสะดวกสบำยในด้ำนต่ำง ๆ เพ่ิมมำกข้ึน จึงทำให้ มีปริมำณนักท่องเท่ียวเพ่ิมมำกข้ึน ส่งผลให้ประชำชนที่อำศัยอยู่ใน พื้นที่โครงกำรมีโอกำสในกำรประกอบอำชีพมำกข้ึน มีกำรจ้ำงงำน ในพ้นื ทีเ่ พิ่มมำกขนึ้ และมีรำยได้เพิ่มข้ึน 2) ด้ำนสังคม ช่วยทำให้คุณภำพชีวิตของประชำชนบนเกำะดีขึ้น กำรรับรู้ ข่ำวสำรจำกภำยนอกได้อย่ำงทันสถำนกำรณ์ ช่วยเพิ่มโอกำส ทำงกำรศึกษำ มีไฟฟ้ำใช้ตลอด 24 ชั่วโมง เพิ่มควำมปลอดภัยในชีวิต และทรพั ยส์ ิน ช่วยลดค่ำครองชีพ เนือ่ งจำกกอ่ นมโี ครงกำรประชำชน บนเกำะพพี ดี อนต้องซื้อไฟฟำ้ จำกเอกชนบนเกำะซงึ่ มีรำคำสงู รวมท้ัง เพมิ่ โอกำสในกำรมไี ฟฟ้ำใชใ้ ห้กบั ประชำชนที่มรี ำยได้น้อย นอกจำกนี้ ยังช่วยลดค่ำใช้จ่ำยกำรเดินทำงไปและกลับระหว่ำงแผ่นดินใหญ่ เพอ่ื เดินทำงไปชำรจ์ แบตเตอรสี่ ำหรับนำมำใช้ให้แสงสวำ่ งในช่วงเวลำ กลำงคืน ทั้งนี้ ในช่วงหน้ำมรสุมอำจเกิดเหตุไฟฟ้ำขัดข้องบ้ำง แต่ประชำชนส่วนใหญ่เห็นว่ำเป็นเหตุกำรณ์ปกติสำหรับกำรจ่ำยไฟฟ้ำ บนเกำะซงึ่ ไม่ส่งผลกระทบดำ้ นลบแตอ่ ยำ่ งใด /หลกั เกณฑ์ ...

๔๗ หลักเกณฑ์ เหตุผลประกอบ 5. ความย่ังยนื ของโครงการ 3) ด้ำนสงิ่ แวดล้อม ชว่ ยลดปญั หำมลภำวะครำบน้ำมันและเสียงรบกวน a – พงึ พอใจมากท่สี ุด ท่ีเกิดจำกเครื่องกำเนิดไฟฟ้ำขนำดเล็ก นอกจำกนี้ กฟภ. มีกำรติดตำม ตรวจสอบผลกระทบส่ิงแวดล้อมหลังดำเนินโครงกำรอย่ำงต่อเนื่อง ตำมที่คณะรัฐมนตรีกำหนด และจัดกิจกรรมเพ่ือสงั คม โครงกำรปลกู ต้นไม้บนพ้ืนท่ีเกำะปลูกป่ำชำยเลนร่วมกับกรมอุทยำนแห่งชำติฯ เพ่ือฟน้ื ฟรู ะบบนิเวศและสง่ิ แวดลอ้ ม 1) กฟภ. มีมำตรกำรป้องกันสำยเคเบิลใต้น้ำชำรุดในระหวำ่ งกำรใช้งำน และแนวทำงกำรดำเนินกำรเพ่ือรองรบั สถำนกำรณฉ์ ุกเฉิน 2) ผู้รับจ้ำงจัดหลักสูตรในกำรจัดกำรฝึกอบรมเจ้ำหน้ำที่ด้ำนเทคนิค รวมทั้งมคี ูม่ ือบำรงุ รกั ษำสำยเคเบิลใต้ดนิ และสำยเคเบิลใต้นำ้ 3) มแี ผนปฏบิ ัติงำนและงบประมำณประจำปี สำหรบั ค่ำบำรุงรักษำเสำ Riser pole รวมท้ังจุดข้นึ และลงของสำยเคเบิลใตน้ ้ำเปน็ ประจำทกุ ปี 6) บทเรียนท่ีได้รับและข้อเสนอแนะ : เพ่ือลดปัญหำควำมล่ำช้ำในกำรดำเนินโครงกำร กฟภ. ควร ประสำนงำนกับหน่วยงำนท่ีเกี่ยวข้องอย่ำงใกล้ชิดเพื่อลดปัญหำควำมล่ำช้ำในกำรขอเข้ำพ้ืนท่ีดำเนินโครงกำร (กรมอุทยำนแห่งชำติ สัตว์ปำ่ และพันธ์พุ ืช) ๒.12 โครงการโรงไฟฟา้ พลังความรอ้ นร่วมสงขลา (โรงไฟฟ้าพลังความรอ้ นร่วมจะนะ) ๑) หน่วยงานเจ้าของโครงการ : กำรไฟฟำ้ ฝำ่ ยผลติ แห่งประเทศไทย (กฟผ.) ๒) วัตถุประสงค์ของโครงการ : 1) เพื่อรองรับควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำที่เพิ่มขึ้นตำมกำรเจริญเติบโต ทำงด้ำนเศรษฐกิจและอุตสำหกรรมในภำคใต้ 2) เพ่ือเสริมควำมม่ันคงให้กับระบบไฟฟ้ำในภำคใต้ โดยเพ่ิม กำลังกำรผลิตพร้อมจ่ำยในพื้นท่ีและลดกำรพึ่งพำหรือควำมเส่ียงในกำรถำ่ ยเทพลังงำนไฟฟ้ำจำกภำคกลำงและ มำเลเซีย ๓) วงเงินลงทุนโครงการ : วงเงินลงทุนรวม 16,908.55 ล้ำนบำท เบิกจ่ำยทั้งส้ิน 13,974.44 ลำ้ นบำท แบ่งเปน็ เงนิ กู้ในประเทศ 4,657.47 ล้ำนบำท (กระทรวงกำรไม่คลังค้ำประกันเงินกู้) และเงนิ รำยได้ ของ กฟผ. 9,316.97 ลำ้ นบำท 4) ระยะเวลาดาเนนิ โครงการ : วันที่ 7 มถิ ุนำยน 2548 - 15 กรกฎำคม 2551 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอยูใ่ นระดับ A หมำยถึง พึงพอใจมำกที่สุด โดยมรี ำยละเอียดกำรประเมินผลในแตล่ ะดำ้ น ดังน้ี หลกั เกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ 1. ความสอดคล้องของ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 9 วตั ถปุ ระสงคโ์ ครงการ (พ.ศ. 2545-2549) ในยุทธศำสตร์กำรปรับโครงสร้ำงทำงเศรษฐกิจ a – พึงพอใจมากทสี่ ดุ ให้เขำ้ สู่สมดุลและยั่งยนื โดยกำรเพ่มิ สมรรถนะและขีดควำมสำมำรถ ในกำรแข่งขันของประเทศ ซ่ึงให้ควำมสำคัญกับกำรเพ่ิมประสิทธิภำพ และยกระดับคุณภำพโครงสร้ำงพ้ืนฐำนเพื่อเพ่ิมสมรรถนะภำคกำรผลิต และบรกิ ำร /หลักเกณฑ์ ...

หลกั เกณฑ์ ๔๘ 2. ประสทิ ธภิ าพ เหตุผลประกอบ b – พึงพอใจมาก 2) สอดคลอ้ งกับแผนพฒั นำกำลังผลิตไฟฟ้ำของประเทศไทย พ.ศ. 2547 3. ประสิทธผิ ล - 2558 (PDP 2004) เป็นไปตำมแผนพัฒนำกำลังผลิตไฟฟ้ำภำคใต้ a – พึงพอใจมากท่ีสุด เพ่ือให้มีกำลังผลิตไฟฟ้ำที่เหมำะสม สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำร ใช้ไฟฟ้ำในอนำคต และมีต้นทุนในกำรผลิตพลังงำนไฟฟ้ำที่ต่ำกว่ำ โรงไฟฟ้ำขนำดเล็ก อีกท้ังมีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมตำมที่กฎหมำย กำหนด 3) สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ต้ังแต่ เร่ิมดำเนินโครงกำรจนถึงปัจจุบัน โดยสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ด้ำน กำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแข่งขัน โดยจัดหำพลังงำนและพัฒนำ โครงสรำ้ งพืน้ ฐำนด้ำนพลงั งำนทัง้ ระบบใหม้ ีควำมมนั่ คง 1) ผลผลิตโครงกำรเป็นไปตำมแผน ประกอบด้วย งำนก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำ พลังควำมร้อนร่วมกำลังผลิต 700 เมกะวัตต์ และงำนก่อสร้ำง ระบบส่งไฟฟ้ำเช่ือมโยงสำยส่งไฟฟ้ำกับโครงข่ำยระบบไฟฟ้ำท่ีสถำนี ไฟฟำ้ แรงสงู 230 เควี 2) ระยะเวลำดำเนินโครงกำร 1,135 วนั ซงึ่ ลำ่ ช้ำกว่ำแผนที่กำหนดไว้ 39 วัน คิดเปน็ รอ้ ยละ 103.56 ของแผนทีว่ ำงไว้ 3) ค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรตำ่ กวำ่ ที่ประมำณกำร 2,934.11 ลำ้ นบำท คิดเปน็ รอ้ ยละ 82.65 ของแผน 1) สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำในภำคใต้ท่ีเพ่ิมขึ้น โดยมี ค่ำเฉล่ียผลต่ำงระหว่ำงควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำสูงสุดและกำลัง กำรผลิตไฟฟ้ำสูงสุดของภำคใต้ลดลงจำก 577.18 เมกะวัตต์ เป็น 471.54 เมกะวตั ต์ 2) สำมำรถลดกำรพึ่งพำไฟฟ้ำของภำคใต้จำกภำคกลำงและมำเลเซีย จำกร้อยละ 28.92 เป็นร้อยละ 18.80 ของกำลังกำรผลิตรวม ในภำคใต้ 3) กำลังกำรผลิตของโรงไฟฟ้ำต้ังแต่ปี 2551 - 2561 เฉลี่ย 4,008.94 ล้ำนกิโลวัตต์-ช่ัวโมง คิดเป็นร้อยละ 81.96 ของแผน โดยตั้งแต่ ปี 2557 กำลังกำรผลิตมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่ำแผนเนื่องจำก กำรบริหำรจัดกำรกำรผลิตไฟฟ้ำของ กฟผ. จะคำนึงถึงต้นทุนกำรผลิต ไฟฟ้ำโดยเปรียบเทียบเป็นหลัก จึงปรับลดกำลังกำรผลิตโรงไฟฟ้ำ พลงั ควำมรอ้ นร่วมสงขลำลงตำมควำมเหมำะสม /หลกั เกณฑ์ ...

๔๙ หลักเกณฑ์ เหตุผลประกอบ 4. ผลกระทบ 4) ประสิทธิภำพโรงไฟฟ้ำเฉล่ียต่อปีร้อยละ 48.49 คิดเป็นร้อยละ 100.19 a – พงึ พอใจมากทีส่ ดุ ของแผน โดยตั้งแต่ปี 2557 ประสิทธิภำพโรงไฟฟ้ำมีแนวโน้มลดลง 5. ความยั่งยืนของโครงการ a – พึงพอใจมากท่สี ดุ ต่ำกว่ำแผน เน่ืองจำกประสิทธิภำพของโรงไฟฟ้ำจะแปรตำมปริมำณ กำลังผลิตท่ีจ่ำยไฟฟ้ำให้ระบบ เมื่อมีกำรเดินเคร่ืองโรงไฟฟ้ำลดลง จะทำใหป้ ระสทิ ธิภำพลดลงไปด้วย 5) สัดส่วนกำลังกำรผลิตของโรงไฟฟ้ำต่อกำลังกำรผลิตรวมในภำคใต้ เฉล่ยี ร้อยละ 29.87 6) ไม่เกิดเหตุกำรณ์ไฟดับบริเวณกว้ำง (Blackout) และเหตุกำรณ์ไฟดับ บำงสว่ น (Brownout) ทมี่ สี ำเหตจุ ำกโรงไฟฟำ้ พลงั ควำมรอ้ นร่วมสงขลำ 1) ดำ้ นเศรษฐกิจ เกิดธุรกจิ ใหม่ในพ้ืนทเ่ี พ่ิมข้นึ สง่ ผลใหร้ ะดับรำคำท่ีดิน โดยรอบโรงไฟฟ้ำสงู ขึ้น ก่อให้เกิดกำรจ้ำงงำนในท้องถ่ิน เกิดกำรกระจำย รำยได้ และส่งเสริมให้ท้องถิ่นเจริญข้ึน รวมท้ังเกิดกำรขยำยตัว ทำงเศรษฐกจิ 2) ด้ำนสังคม มีกำรประชุมช้ีแจง และประชำสัมพันธ์อย่ำงต่อเนื่อง เพ่ือสอบถำมควำมคิดเห็นและควำมต้องกำร ตลอดจนจัดกิจกรรม ชุมชนสัมพันธ์เพื่อสร้ำงควำมเข้ำใจต่อคนในชุมชน รวมท้ังมีกองทุน พัฒนำชมุ ชนในพ้ืนท่ีรอบโรงไฟฟำ้ สรำ้ งควำมพึงพอใจใหก้ บั ชมุ ชน 3) ด้ำนสิ่งแวดล้อม มีกำรตรวจสอบคุณภำพส่ิงแวดล้อมอย่ำงต่อเน่ือง และมีกำรจัดต้ังคณะกรรมกำรสิ่งแวดล้อมจำกอำสำสมัครของชุมชน โดยโครงกำรไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชีวิตประจำวันของ ประชำชน 1) กฟผ. มีแผนและงบประมำณในกำรซ่อมบำรุงรักษำโรงไฟฟ้ำต้ังแต่ ปี 2551-2564 2) กฟผ. ได้จัดทำคู่มือกำรปฏิบัติงำนในกำรซ่อมบำรุงและหน่วยงำน ท่ีรับผดิ ชอบในกำรบำรุงรักษำโครงกำร 3) กฟผ. มแี ผนกำรฝกึ อบรมพนกั งำนด้ำนเทคนิคและด้ำนควำมปลอดภยั 4) กฟผ. มีแผนเชื้อเพลิงสำรองเมื่อเกิดเหตุขัดข้องในระบบจ่ำย กำ๊ ซธรรมชำติเพ่อื ใหก้ ำลงั ผลิตไฟฟำ้ เป็นไปตำมแผนทก่ี ำหนด 6) บทเรียนท่ีได้รับและข้อเสนอแนะ : กำรวำงแผนกำรประมำณกำรกำลังกำรผลิตของโรงไฟฟ้ำ ควรคำนึงถึงปัจจัยท่ีส่งผลต่อกำลังกำรผลิต เช่น กำลังกำรผลิตสูงสุด กำรซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้ำ เพื่อให้กำรวำงแผน กำลงั กำรผลิตเป็นไปอย่ำงมีประสิทธภิ ำพสอดคล้องกับสถำนกำรณ์ /2.13 โครงการ ...

๕๐ ๒.13 โครงการโรงไฟฟ้าจะนะ ชดุ ท่ี 2 ๑) หนว่ ยงานเจา้ ของโครงการ : กำรไฟฟำ้ ฝ่ำยผลติ แหง่ ประเทศไทย (กฟผ.) ๒) วตั ถุประสงค์ของโครงการ : 1) เพอื่ รองรบั ควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำที่เพิ่มขึน้ 2) ส่งเสรมิ ควำมม่นั คง และเสถียรภำพของระบบไฟฟ้ำในภำคใต้ 3) ลดกำรสญู เสยี ในระบบไฟฟ้ำจำกกำรส่งพลงั งำนไฟฟ้ำจำกภำคกลำง ๓) วงเงินลงทุนโครงการ : วงเงินลงทุนรวม 23,724.50 ล้ำนบำท เบิกจ่ำยท้ังส้ิน 16,647.01 ล้ำนบำท แบ่งเปน็ เงนิ กใู้ นประเทศ 4,000.00 ลำ้ นบำท (กระทรวงกำรคลังไม่ค้ำประกันเงินกู้) และเงนิ รำยได้ กฟผ. 12,647.01 ล้ำนบำท 4) ระยะเวลาดาเนินโครงการ : วนั ที่ 8 มถิ นุ ำยน 2554 - 15 กรกฎำคม 2557 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอย่ใู นระดับ A หมำยถึง พึงพอใจมำกทีส่ ุด โดยมรี ำยละเอียดกำรประเมนิ ผลในแตล่ ะดำ้ น ดงั นี้ หลกั เกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ 1. ความสอดคล้องของ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติฉบับที่ 10 วัตถุประสงคโ์ ครงการ (พ.ศ. 2550 - 2554) ในยุทธศำสตร์กำรปรับโครงสร้ำงเศรษฐกิจ a – พึงพอใจมากท่สี ดุ ให้สมดุลและย่ังยืน โดยพัฒนำเศรษฐกิจชุมชนและคุณภำพชีวิตบนฐำน ควำมเข้มแข็งของชุมชนและกำรใชท้ ุนทำงเศรษฐกิจ ทุนทำงสงั คม และ 2. ประสิทธิภาพ ทนุ ทำงทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงมดี ุลยภำพ a – พึงพอใจมากทส่ี ุด 2) สอดคล้องกับแผนพัฒนำกำลังผลติ ไฟฟำ้ พ.ศ. 2551-2564 (ฉบับ 3. ประสทิ ธผิ ล ปรับปรุงคร้ังท่ี 2) เป็นไปตำมวัตถุประสงค์กำรพัฒนำระบบไฟฟ้ำ a – พึงพอใจมากท่ีสุด ให้มีควำมม่นั คง เพยี งพอ และเชอื่ ถือได้ เพอ่ื ตอบสนองควำมตอ้ งกำร ใช้ไฟฟำ้ ในอนำคต และมีตน้ ทุนในกำรผลิตทต่ี ่ำทีส่ ุด อีกทงั้ มผี ลกระทบ ตอ่ ส่งิ แวดล้อมตำมทกี่ ฎหมำยกำหนด 3) สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ต้ังแต่ เร่ิมดำเนินโครงกำรจนถึงปัจจุบัน โดยสอดคล้องกับยุทธศำสตร์ ดำ้ นกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขนั 1) ผลผลิตโครงกำรเป็นไปตำมแผน ประกอบด้วย งำนก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำ พลังควำมรอ้ นร่วมกำลังผลิต 800 เมกะวัตต์ และงำนกอ่ สรำ้ งระบบ ส่งไฟฟ้ำเช่ือมโยงสำยส่งไฟฟ้ำกับโครงข่ำยระบบไฟฟ้ำท่ีสถำนีไฟฟ้ำ แรงสูง 230 เควี 2) ระยะกำรเวลำดำเนินงำนเร็วกว่ำแผน 174 วนั คิดเปน็ ร้อยละ 86.70 ของแผน เนือ่ งจำกดำเนินกำรออกแบบ กอ่ สร้ำง และขนสง่ ควบคู่กับ กำรเตรียมสถำนท่ีและงำนโยธำ 3) ค่ำใช้จ่ำยของโครงกำรต่ำกว่ำท่ีประมำณกำร 7,077.49 ล้ำนบำท คดิ เปน็ รอ้ ยละ 70.17 ของแผน 1) สำมำรถตอบสนองควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำในภำคใต้ที่เพ่ิมขึ้น โดยมีค่ำเฉลี่ยผลต่ำงระหว่ำงควำมต้องกำรใช้ไฟฟ้ำสูงสุดและกำลัง กำรผลิตไฟฟ้ำสูงสุดของภำคใต้ลดลงจำก 545.14 เมกะวัตต์ เป็น 295.84 เมกะวัตต์ /หลักเกณฑ์ ...

๕๑ หลักเกณฑ์ เหตุผลประกอบ 4. ผลกระทบ 2) กำลังกำรผลติ ของโรงไฟฟำ้ เฉลีย่ ต่อปี 5,227.92 กโิ ลวตั ต์ - ชว่ั โมง a – พงึ พอใจมากทส่ี ุด คิดเปน็ รอ้ ยละ 96.54 ของแผน 5. ความยั่งยืนของโครงการ 3) ประสิทธิภำพโรงไฟฟ้ำเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 52.13 คิดเป็นร้อยละ a – พึงพอใจมากทส่ี ุด 104.20 ของแผน 4) สัดส่วนกำลังกำรผลิตของโรงไฟฟ้ำต่อกำลังกำรผลิตรวมในภำคใต้ เฉล่ียร้อยละ 33.73 5) หลังมีโครงกำรไม่เกิดเหตุกำรณ์ไฟดับบริเวณกว้ำง (Blackout) และ เหตกุ ำรณ์ไฟดบั บำงสว่ นท่มี สี ำเหตจุ ำกโรงไฟฟ้ำจะนะ ชดุ ท่ี 2 6) สำมำรถลดกำรพ่ึงพำไฟฟ้ำจำกภำคกลำงและมำเลเซียจำกร้อยละ 18.67 และรอ้ ยละ 1.11 เป็นร้อยละ 9.93 และ 0.75 ตำมลำดับ 7) กำรสูญเสียในระบบจ่ำยกำลังไฟฟ้ำ (Distribution Loss) ลดลงจำก ร้อยละ 2.42 เหลือรอ้ ยละ 2.36 1) ดำ้ นเศรษฐกจิ สง่ เสริมกำรจ้ำงงำนท้องถ่ินเพมิ่ ขึน้ เกิดกำรขยำยตัว ทำงเศรษฐกิจและระดบั รำคำท่ีดินโดยรอบโรงไฟฟ้ำสูงขน้ึ 2) ดำ้ นสังคมมกี ำรประชำสัมพนั ธ์อยำ่ งต่อเน่ืองเพ่ือสอบถำมควำมคิดเห็น และควำมต้องกำร รวมถึงมีกองทุนพัฒนำชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้ำ สรำ้ งควำมพงึ พอใจใหก้ บั ชมุ ชน 3) ด้ำนสิ่งแวดล้อมมีกำรตรวจสอบคุณภำพสิ่งแวดล้อมอย่ำงต่อเน่ือง และมีกำรจัดตั้งคณะกรรมกำรส่ิงแวดล้อมจำกอำสำสมัครของชุมชน โดยโครงกำรไม่ส่งผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อมและชีวิตประจำวันของ ประชำชน 1) กฟผ. มีแผนและงบประมำณในกำรซ่อมบำรุงรักษำโรงไฟฟ้ำตั้งแต่ ปี 2557 - 2564 2) กฟผ. ได้จัดทำคู่มือกำรปฏิบัติงำนในกำรซ่อมบำรุงและหน่วยงำน ทร่ี ับผิดชอบในกำรบำรงุ รกั ษำโครงกำร 3) กฟผ. มีแผนกำรฝกึ อบรมพนักงำนด้ำนเทคนิคและด้ำนควำมปลอดภัย 4) กฟผ. มีแผนเช้ือเพลิงสำรองเมื่อเกิดเหตุขัดข้องในระบบจ่ำยก๊ำซ ธรรมชำติ เพ่อื ใหก้ ำลงั ผลิตไฟฟำ้ เป็นไปตำมแผนท่ีกำหนด 6) บทเรียนที่ได้รับและข้อเสนอแนะ : กำรวำงแผนก่อสร้ำงโรงไฟฟ้ำควรคำนึงถึงปัจจัยท่ีส่งผลต่อ กำลงั กำรผลิต เช่น แผนกำรซ่อมบำรุงโรงไฟฟำ้ เป็นตน้ เพ่อื ให้กำลังกำรผลิตสอดคล้องกับสถำนกำรณ์ ๒.14 โครงการระบบขนสง่ ทางรถไฟเช่อื มท่าอากาศยานสุวรรณภมู แิ ละสถานีรบั สง่ ผโู้ ดยสารอากาศยาน ในเมอื ง (แอรพ์ อร์ต เรล ลิงค์) และ 2.15 โครงการก่อสรา้ งระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทางเดนิ เชอ่ื มสถานีเพชรบรุ ี) ๑) หนว่ ยงานเจา้ ของโครงการ : กำรรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ๒) วัตถปุ ระสงค์ของโครงการ : (1) โครงกำรแอรพ์ อร์ต เรล ลงิ ค์ มวี ตั ถปุ ระสงค์เพื่อใชเ้ ป็นทำงเลือก ในกำรเดินทำงเข้ำ - ออกท่ำอำกำศยำนสุวรรณภูมิ เพ่ืออำนวยควำมสะดวกและควำมรวดเร็วในกำรเดินทำง บรรเทำปญั หำกำรจรำจรติดขัด ประหยัดเวลำและค่ำใช้จำ่ ยในกำรเดนิ ทำงให้แกผ่ ู้ที่เดินทำงระหว่ำงพื้นที่ชั้นใน /ของกรุงเทพมหำนคร ...

๕๒ ของกรุงเทพมหำนครและท่ำอำกำศยำนสุวรรณภูมิ และ (2) โครงกำรทำงเดินเช่ือมสถำนีเพชรบุรี มีวัตถุประสงค์ เพ่ืออำนวยควำมสะดวกให้กับผู้โดยสำรรถไฟฟ้ำแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ให้สำมำรถเช่ือมจำกสถำนีรถไฟฟ้ำ มักกะสันต่อไปยงั สถำนีรถไฟฟ้ำใต้ดนิ เพชรบุรี (รถไฟฟ้ำมหำนครสำยเฉลิมรชั มงคล หรือ รถไฟฟ้ำสำยสีน้ำเงิน) ของ รฟม. ได้โดยสะดวก รวมถึงผู้โดยสำรที่เดินทำงด้วยรถโดยสำรสำธำรณะจำกถนนอโศก – ดินแดง และ ถนนเพชรบรุ ี สำมำรถใช้ทำงเชอื่ มดงั กลำ่ วเดนิ ทำงเข้ำสูส่ ถำนีรถไฟฟ้ำมักกะสนั ได้ ๓) วงเงินลงทุนโครงการ : (1) โครงกำรแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ กรอบวงเงินลงทุนรวม 35,657.97 ล้ำนบำท เบิกจ่ำยท้ังส้ิน 35,004.08 ล้ำนบำท แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ (กระทรวงกำรคลังค้ำประกันเงินกู้) 34,362.15 ล้ำนบำท (รัฐบำลรับภำระ 1,133.00 ล้ำนบำท และ รฟท. รับภำระ 33,229.15 ล้ำนบำท) เงินงบประมำณ 501.61 ล้ำนบำท เงินรำยได้จำก กปน. 57.68 ล้ำนบำท และเงินรำยได้จำก กฟน. 82.64 ล้ำนบำท และ (2) โครงกำรทำงเดินเชื่อมสถำนีเพชรบุรี มีกรอบวงเงินลงทุนรวม 87.00 ล้ำนบำท เบิกจ่ำย ทั้งส้ิน 86.15 ล้ำนบำท แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ 84.15 ล้ำนบำท (กระทรวงกำรคลังค้ำประกันเงินกู้) และ เงนิ งบประมำณ 2.00 ลำ้ นบำท 4) ระยะเวลาดาเนินโครงการ : (1) โครงกำรแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ วันท่ี 19 กุมภำพันธ์ 2548 - 4 พฤศจกิ ำยน 2552 และ (2) โครงกำรทำงเดินเช่อื มสถำนเี พชรบรุ ี วนั ที่ 11 มนี ำคม 2552 - 21 มถิ ุนำยน 2556 5) ผลการประเมินโครงการ : ผลกำรประเมินในภำพรวมอยู่ในระดับ D หมำยถึง ไม่พึงพอใจ โดยมี รำยละเอยี ดกำรประเมนิ ผลในแตล่ ะดำ้ น ดังน้ี หลักเกณฑ์ เหตผุ ลประกอบ 1. ความสอดคล้องของ 1) สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 9 วตั ถปุ ระสงค์โครงการ (พ.ศ. 2545-2549) ด้ำนยุทธศำสตร์ท่ี 7 กำรเพิ่มสมรรถนะและ a – พึงพอใจมากที่สุด ขีดควำมสำมำรถในกำรแข่งขันของประเทศ เพิ่มประสิทธิภำพและ ยกระดบั คณุ ภำพโครงสร้ำงพืน้ ฐำนท้งั ด้ำนระบบกำรขนส่ง สำธำรณูปกำร สอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 10 (พ.ศ. 2550-2554) ยุทธศำสตร์ที่ 3 กำรปรับโครงสร้ำงเศรษฐกิจ ให้สมดุลและย่ังยืน โดยให้ควำมสำคัญกับกำรปรับโครงสร้ำง เพ่ือสร้ำงควำมเข้มแข็งภำคกำรบริกำรบนฐำนกำรเพ่ิมคุณค่ำบริกำร จำกองค์ควำมรู้สมัยใหม่ และกำรบริหำรจัดกำรที่ดี รวมทั้งสร้ำง บรรยำกำศกำรลงทุนด้วยกำรพัฒนำโครงสร้ำงพื้นฐำนและระบบ โลจิสติกส์ และสอดคล้องกับแผนพัฒนำเศรษฐกิจและสังคมแห่งชำติ ฉบับท่ี 12 (พ.ศ. 2560-2564) ยุทธศำสตร์กำรพัฒนำโครงสร้ำง พน้ื ฐำนและระบบโลจิสติกส์ โดยมีวตั ถุประสงคเ์ พ่ือขยำยขีดควำมสำมำรถ และพัฒนำคุณภำพกำรให้บริกำร เพื่อรองรับกำรขยำยตัวของเมือง และพืน้ ทีเ่ ศรษฐกิจ 2) สอดคล้องกับยุทธศำสตร์ชำติ (พ.ศ. 2561 - 2580) ยุทธศำสตร์ ด้ ำ น ก ำ ร ส ร้ ำ ง ค ว ำ ม ส ำ ม ำ ร ถ ใ น ก ำ ร แ ข่ ง ขั น ภ ำ ย ใ ต้ แ ผ น แ ม่ บ ท ยุทธศำสตร์ชำติ ส่วนท่ี 7 ประเด็นโครงสร้ำงพ้ืนฐำนระบบโลจิสติกส์ และดิจิทัล /หลักเกณฑ์ ...

หลกั เกณฑ์ ๕๓ 2. ประสทิ ธภิ าพ เหตผุ ลประกอบ b – พึงพอใจมาก 3) สอดคล้องกับแผน M-Map ในกำรคัดเลือกสถำนีให้สอดคล้องกับ เส้นทำงของ M-Map และกำรเชื่อมต่อกับระบบขนส่งทำงรำงกับ โครงกำรอ่ืนตำมที่กำหนดใน M-Map รวมถึงกำรเช่ือมต่อกับระบบ ขนส่งรปู แบบอน่ื เชน่ ทำงเรือ ทำงรถไฟ ทำงอำกำศ เปน็ ตน้ โครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ มีผลกำรประเมิน ดงั นี้ 1) ผลผลิตหลักของโครงกำรไม่เป็นไปตำมแผน เน่ืองจำกไม่สำมำรถ จัดซื้อขบวนรถไฟฟ้ำเพิ่มเติมจำนวน 7 ขบวน เพ่ือนำมำเสริม กำรให้บริกำรของขบวนรถไฟฟ้ำเดิมท่ีจะครบวำระซ่อมหนัก (Overhaul) และรองรับกำรคำดกำรณ์ปริมำณผู้โดยสำรซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ในอนำคตตำมมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมอื่ วนั ท่ี 3 ธนั วำคม 2556 2) ระยะเวลำดำเนินโครงกำร 1,982 วัน ล่ำช้ำกว่ำแผน 646 วัน คิดเป็นร้อยละ 148.35 องแผน เนื่องจำก (1) รฟท. ขยำยระยะเวลำ ของสัญญำจ้ำงเพือ่ ช่วยเหลอื ผูป้ ระกอบกำรก่อสร้ำงที่ได้รับผลกระทบ จำกเหตุอุทกภัยและกำรปรับรำคำของวัสดุก่อสร้ำงและค่ำขนส่ง และ (2) ควำมล่ำช้ำในกำรส่งมอบพ้ืนที่ก่อสร้ำงและปัญหำกำรเกิด รอยแตกรำ้ วของเสำโครงสร้ำงทำงยกระดบั 3) ค่ำใช้จ่ำยในกำรดำเนินโครงกำรต่ำกว่ำแผน 653.89 ล้ำนบำท คิดเปน็ รอ้ ยละ 98.17 ของแผน โครงการทางเดนิ เช่ือมสถานีเพชรบรุ ี มผี ลกำรประเมิน ดงั น้ี 1) ผลผลิตหลักของโครงกำรเป็นไปตำมแผนงำน ประกอบด้วย ลิฟท์ ภำยในอำคำรทำงขึ้นลงบันไดเล่ือนภำยนอกอำคำร บันไดข้ึนลงนอก ตัวอำคำร ระบบโทรทัศน์วงจรปิด ลำนจอดรถสำหรับทำงเดิน เช่ือมต่อยกระดับมีระยะทำงมำกกว่ำแผนเล็กน้อย เน่ืองจำก มีกำรปรบั แผนก่อสรำ้ งให้เหมำะสมกับสภำพพ้ืนทโ่ี ครงกำร 2) ระยะเวลำดำเนินโครงกำร 1,563 วัน ล่ำช้ำกว่ำแผน 1,086 วัน คิดเป็นร้อยละ 227.67 ของแผน เน่ืองจำก (1) มีสำธำรณูปโภค กีดขวำงพื้นทกี่ ่อสร้ำง และ (2) รฟท. ขยำยระยะเวลำของสัญญำจ้ำง เพื่อช่วยผู้ประกอบกำรก่อสร้ำงท่ีได้รับผลกระทบจำกกำรขำดแคลน แรงงำนและกำรปรบั ขนึ้ ค่ำแรงข้ันตำ่ เปน็ 300 บำท 3) ค่ำใชจ้ ่ำยในกำรดำเนนิ โครงกำรต่ำกว่ำแผน 0.08 ลำ้ นบำท คิดเปน็ ร้อยละ 99.02 ของแผน /หลักเกณฑ์ ...

หลกั เกณฑ์ ๕๔ 3. ประสทิ ธผิ ล เหตผุ ลประกอบ c – พึงพอใจ โครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ไม่สำมำรถบรรลุวัตถุประสงค์ของ 4. ผลกระทบ โครงกำร โดยในปี 2557 มีกำรปรับเปลี่ยนรูปแบบกำรเดินรถจำก a – พึงพอใจมากที่สุด รถไฟฟ้ำด่วนท่ำอำกำศยำนสุวรรณภูมิ (Express Line) เป็นรถไฟฟ้ำ ธรรมดำท่ำอำกำศยำนสุวรรณภูมิ (City Line) ท้ังหมด ทำให้ผู้โดยสำร ที่จะเดินทำงไปยังทำ่ อำกำศยำนสวุ รรณภูมิ ใช้ระยะเวลำในกำรเดินทำง มำกขึ้นจำก 15 นำที เป็น 30 นำที ตัวช้ีวัดแต่ละด้ำนมีรำยละเอียด ดังนี้ 1) จำนวนผู้โดยสำรเฉลย่ี 52,630 คน/วนั ต่ำกว่ำแผน คิดเป็นร้อยละ 24.00 ของแผน 2) รำยได้ค่ำโดยสำรเฉลี่ย 606.79 ล้ำนบำท/ปี ต่ำกว่ำแผน คิดเป็น รอ้ ยละ 15.44 ของแผน 3) ค่ำใช้จ่ำยในกำรดำเนินงำนเฉล่ีย 866.81 ล้ำนบำท/ปี สูงกว่ำแผน คดิ เป็นร้อยละ 141.10 ของแผน 4) ระยะทำงกำรเดินรถเฉลี่ย 5,423.47 กิโลเมตร/วัน ต่ำกว่ำแผน คิดเป็นรอ้ ยละ 59.04 ของแผน 5) จำนวนเที่ยวรถไฟฟ้ำท่ีให้บริกำรเฉลี่ย 194 เท่ียว/วัน ต่ำกว่ำแผน คิดเปน็ ร้อยละ 59.33 ของแผน 6) อัตรำกำรให้บริกำรเฉลี่ย จำนวนขบวนรถไฟฟ้ำท่ีนำออกมำให้บริกำร จำกทัง้ หมด 9 ขบวน ตำ่ กว่ำแผน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 84.35 ของแผน 7) ควำมถ่ใี นกำรเดนิ รถ มำกกวำ่ แผน แบง่ เป็น (1) ช่วงเวลำเร่งด่วน 8.30 นำที/ขบวน คิดเป็นร้อยละ 85.00 ของแผน (2) ช่วงนอกเวลำเร่งด่วน 12.30 นำที/ขบวน คิดเป็นร้อยละ 82.00 ของแผน 8) จำนวนขบวนรถไฟฟ้ำท่ีให้บรกิ ำรเป็นไปตำมแผน จำนวน 7 ขบวน/ ชั่วโมง ในช่วงเวลำเร่งด่วน และจำนวน 5 ขบวน/ชั่วโมง ในช่วงนอก เวลำเร่งด่วน 9) ควำมเรว็ สงู สุดในกำรเดินรถ 160 กิโลเมตร/ชัว่ โมง เป็นไปตำมแผน 1) ดำ้ นเศรษฐกิจ สง่ ผลใหเ้ กิดกำรกระจำยตวั ของควำมเจริญตลอดแนว เส้นทำงรถไฟฟำ้ และนำไปสกู่ ำรกระจำยตัวของที่อยู่อำศัยทำให้มูลค่ำ อ สั ง ห ำ ริ ม ท รั พ ย์ แ ล ะ ท่ี ดิ น บ ริ เ ว ณ แ น ว เ ส้ น ท ำ ง โ ค ร ง ก ำ ร แ ล ะ ควำมต้องกำรท่ีอยู่อำศัย เช่น คอนโดมิเนียม บริเวณใกล้กับสถำนี รถไฟฟ้ำเพ่ิมขึน้ เป็นตน้ /หลักเกณฑ์ ...

๕๕ หลักเกณฑ์ เหตุผลประกอบ 2) ดำ้ นสังคม จำกกำรสำรวจควำมพึงพอใจของผู้ใช้บริกำรพบว่ำ โครงกำร ช่วยอำนวยควำมสะดวกและเพ่ิมควำมรวดเร็วในกำรเดินทำง รวมถึง มีควำมพึงพอใจต่อควำมปลอดภัยในกำรให้บริกำร เช่น สัญญำณเตือน เมอ่ื ปดิ ประตูรถไฟฟ้ำ กำรดแู ลควำมปลอดภัยบริเวณรอบสถำนี เป็นต้น อย่ำงไรก็ตำม ผู้ใช้บริกำรเห็นว่ำควรเพ่ิมจำนวนขบวนรถและ เพ่ิมควำมถใี่ นกำรเดนิ รถ 3) ด้ำนสิ่งแวดล้อม โครงกำรได้ดำเนินกำรตำมมำตรกำรป้องกันและ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม และมำตรกำรติดตำมตรวจสอบผลกระทบ ส่ิงแวดล้อม โดยมีกำรรำยงำนผลใหห้ น่วยงำนท่ีเกี่ยวข้องทรำบทุก 6 เดือน ซ่ึงผลกำรตรวจวัดคุณภำพอำกำศในบรรยำกำศ ระดับเสียง โดยทัว่ ไป และควำมสัน่ สะเทือนอยู่ในเกณฑม์ ำตรฐำนท่ีกำหนด 4) ด้ำนกำรจัดซ้ือที่ดินและย้ำยถิ่นฐำนจำกกำรดำเนินโครงกำร เนื่องจำก พื้นที่ก่อสร้ำงโครงกำรอยู่ในพ้ืนท่ีของ รฟท. เกือบทั้งหมด แต่ก็มี ประชำชนต้องอพยพหรือร้ือย้ำยออกจำกพื้นท่ีซึ่ง รฟท. มีกำรจัดตั้ง คณะทำงำนร่วมกับบรษิ ัทผู้รบั เหมำและตัวแทนจำกประชำชนที่ได้รับ ผลกระทบเพื่อกำหนดแนวทำงในกำรลดผลกระทบด้ำนกำรอพยพ หรอื รอื้ ยำ้ ย 5) ด้ำนกำรจัดหำสิ่งอำนวยควำมสะดวกสำหรับผู้พิกำรเป็นไปตำม มำตรฐำนสำกล 5. ความย่ังยืนของโครงการ รฟท. ได้จดั ตง้ั บริษทั รถไฟฟ้ำ ร.ฟ.ท. จำกดั (รฟฟท.) ทำหนำ้ ท่ีใหบ้ ริกำร c – พงึ พอใจ เดินรถและดำเนินกำรต่ำง ๆ ที่เก่ียวข้องกับโครงกำร โดย รฟฟท. มี ห น่ ว ย ง ำ น แ ล ะ บุ ค ล ำ ก ร ที่ รั บ ผิ ด ช อ บ ด้ ำ น ก ำ ร บ ำ รุ ง รั ก ษ ำ แ ล ะ มีกำรจัดฝึกอบรมพนักงำน อย่ำงไรก็ตำม ต้ังแต่เปิดให้บริกำรเดินรถ โครงกำรมีผลขำดทุนมำโดยตลอด ทำให้ รฟท. ไม่สำมำรถชำระต้นเงินกู้ และดอกเบ้ียท่ีใช้ในกำรดำเนินโครงกำรได้ นอกจำกน้ี แม้ว่ำ รฟท. มีกำรจัดทำแผนบำรุงรักษำแต่ในช่วงเริ่มดำเนินโครงกำรถึงก่อนปี 2562 แต่ไม่มีกำร Overhaul เนื่องจำกไม่มีกำรสำรองอะไหล่ที่ใช้ในกำรซ่อม บำรุงอย่ำงเพียงพอ รวมถึงทรัพย์สินท่ีใช้ในกำรดำเนินโครงกำรเป็น สินทรัพย์ของ รฟท. ดังนั้น ในกำรซ่อมบำรุง รฟฟท. จะต้องขออนุมัติ เบิกจ่ำยงบประมำณและจัดหำอะไหล่เพ่ือซ่อมบำรุงจำก รฟท. ก่อน ซึ่งข้ันตอนดังกล่ำวจะใช้เวลำในกำรดำเนินกำรนำนและทำให้เกิด ควำมล่ำชำ้ ในกำรซ่อมบำรุง /6) บทเรียน ...

๕๖ 6) บทเรียนทไี่ ด้รับและขอ้ เสนอแนะ : (1) โครงกำรแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ควรเพิ่มจำนวนขบวนรถไฟฟ้ำท่ีให้บริกำร เน่ืองจำกปัจจุบันมีเพียง 9 ขบวน ซึง่ ไม่เพียงพอต่อกำรให้บริกำรโดยเฉพำะในชว่ งชว่ั โมงเร่งด่วน จงึ ทำใหเ้ กิดปัญหำผู้โดยสำรตกค้ำงในสถำนี ระหวำ่ งทำงเป็นจำนวนมำก และควรสง่ เสริมให้มีกำรพัฒนำพื้นทโ่ี ดยรอบสถำนีรถไฟฟ้ำเพื่อสร้ำงแรงจูงใจทำงอ้อม ในกำรเข้ำมำใช้บริกำรรถไฟฟ้ำ และควรหำรือร่วมกับหน่วยงำนท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือผลักดันให้มีกำรจัดโครงข่ำยกำรเดิน รถสำธำรณะต่ำงๆ ให้รองรับกับระบบไฟฟ้ำที่มีอยู่ รวมท้ังเร่งรัดให้มีกำรพัฒนำระบบตั๋วร่วมและระบบค่ำโดยสำร ร่วมระหว่ำงระบบขนส่งสำธำรณะประเภทต่ำงๆ เพ่ือเพ่ิมควำมสะดวกและลดค่ำใช้จ่ำยในกำรใช้ระบบรถไฟฟ้ำ ซึ่งจะทำให้จำนวนผู้โดยสำรเพ่ิมมำกขึ้น รวมถึงควรจัดทำแผนงำนซ่อมบำรุงงำนจัดหำอะไหล่สำรองต่ำงๆ ใหเ้ พยี งพอต่อควำมตอ้ งกำรในกำรใชง้ ำน และควรเพมิ่ รำยได้เชิงพำณิชย์จำกกำรเชำ่ พ้ืนทีบ่ รเิ วณสถำนีรถไฟฟำ้ (2) โครงกำรทำงเดินเชื่อมสถำนีเพชรบุรี ควรเพ่ิมควำมสว่ำงของไฟฟ้ำให้มำกขึ้นเพ่ือเพ่ิม ควำมปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริกำร ----------------------------------------------------



I cJ PinisjfTa'sajn'TsulEj'uiEjnTs'uivni mmm VI nfl octoto.Gn/^SVt)^ vnimMiibM s1 nisvi^g«inn'3Fia-3 ny-unts^nuyj b nviu. ©osToo S ViqPi^niEJli btS^en L*5a<l '5ia'^'1U?11TJwan'1imi,'U'U-3'lu'll!/11VI'3'33J^0-3V|l!'ViW'ULlatl tlisanil'uqj^ loctblo tlau i.a'uismipiaisfsaj'upil (5>. 'Vi'u-3£ia'30-3'ui£jnf|3j'uestlL'wu'Maul'wtciiiaRai3if53JUPi1 b. '3iEJ^niiacnuKvin^niiiwuu3!;wanii^°imij^n\\j'[ia^viiira'ULlati iJisaiilijqj^ bcrbb «'3£jFiwsn^*5Ufn'5TjIaTjnfjm*ju1vn*3V]uvi5^iiLi£)'u^aLtiuaL^a^ iia^Tua^iJwgi nn'5^iL'U'u-3Tuli!/i'ivj'3T3j'tj0'3vi'uvi3j'UL'3£j'u iJ'3s;ai'iJufy*a iod:!bb ajik^aPiajKi^jJu^lvinu I^atia-3U LWia^asjpia^^°iL3U0?iajs;!53JUPi1(finwvjisii'anqwni':ti^^anniLa'uat1a^uasifnitJis;<03j?=icus;!'53Ji!(?i1 vj.pi. bctsTrf uneq-sn cs: (®) *5^iJVt/ ^^L{)uliJwiijy^^si'5n'«\\Tqjqywnn\"5ii^vii'jviuvij^uu?jii vj.f%i. ^ •sa-anianfiwu^ql (•uiEjq^'uvi-a'w wsdt'ai'l) ninijfniuivii^'anijnn'jn'jtvi's^-jm^pia-^ ImMutiaii lviuiLla'3(^-3na'n'3ta'uaflfu»i«ij'uw1 a/nyuvtu'3'TW{]ii uasji^a/ni^ayi'j'i'u^iEjuaT {a-3vi3-3un^i?j m) V 1/ I ^ ®. fiQisjLfl'uajn^a^i.la-a^aiiLgna ajiwn en® enct ^']av^?s;'3T8uqjqji?ifn'3Uivii?viuvi3Junau -n.n. uas!Vi'uviJJi!natj^£Iaaius;L{li!U^\\ja?ia^^n/]vtjjiEjSl^ij£y£y^L?a^ni?iJii;i.5uwaHifli!nT3t.avn3; LiltJiJ^siaivinil I^a^a^iJ-ssiLCiTiwaltj^TuniiLlu ^ntifi'iiaua^iJ'ssjlEj'iJu^'awflaTviUaitiLaEj afiuni?iJ{I]«U(iqmi ^i/iuniiu\"5« vnia^niiviuvi3juna^j ^iijniiijg^iiaay^iu'ua^jpicusniijjniiuivni wulviTavq^jvijj'ULlEjti vjiln^nu uas^an^n^ uas^nuau q wijjviaajsin^Tum^i iJ-SKniPinnvtij^ laajjiwii cnenWmjjijfy^nai^^iiQuiiiJLiasiaaviiiia^^iuaiiJwanii^'imwitjlii/iivinu^a^vi^vjuviilau waaaisn'5^jjni'5ijla\\ji5jni'3ij1vin^viuviijuna'u L^1 atat'iafisusfjuu^l a/inwuvi'U'siyrji 'Ltasj'-^^am maviiiui^ialiJ to. tvjpiMaa-mjaniflti^aa-ai.a'uaaaisjfgaj'ugil malwS'uliJeqijjuiw'jn enen uwri'j^inwqj^ni'sijfviiiviiivtj^iji.^a'u v^.pi. bctctd t3iim'5inEj-3nt!a'3iJwann'3miuwTult!fiiv^'j'3iiDa«9>3'uvij^un£jii bttbb or. an?a;^nagy 'ffamaal^uasi'tianfjMijna ptojKn'3*5um'5'uIa'unamiiuivii'5v]'uviajuLl£)i!'^ianEj-3H!a'5iJwafn'5^'iL'U'u-3n'u lu/iiv<T^jjija-3viuviajULQai!WViJj^ vJisjantltTcy^ tocsrbb w'afinjKfsjjiiwI laaS^jnaasLaaw^-iu s:.® aams ...

ct.®.G) S1UV)'3'yNaJLLflS5V!'U6l'Utl€<Vlt4ViJJ\\iL1£JU 4 kxtbls ^fifnnjjvi>3a'u \\1'UVIJJ\\4L'3£JtlU?f'UVl'3VI&«*J'51U Oi s;,k)ciis,5:GT(®.Gno sn-uuivi L'Rjj^uainilij^^ bct:^® anuQ-u sjrfev.ab^.snb an-uiinvi vilaPi^i.fl'u 1/ (®) maminau anuTJivi (lo) i.'^afiT3^°ivtiJn^uas;ni'5wa!fi Gno,i£)ocS:.Gnio aTUunvi (cn) Lvlam^uini-j arb.ocnrt.cTct snuunvi (a:) mamiifi-3LPii[ns;maKa-y£ilinnii3^piij sn.teniGn.Gnben.rfGn anuuivi (ct) t'Wam'5c1'U'Ua'4'Uci-3L?(1jJ £nblo,ens>o.OEn ^'uvi!'viaiiij^0>3V|i4Vijj'ULla\\iLwanT5ei-3iftiisMLLatgi'5'?!^ni'5^-5ft;jejiv!lviaii{l\\jaiivifvNa'ua-3na'3Viu il^snt!#'-3f=i3j b,®dd,ci::den.io{t ^Tuuivi ua3ina-3'ti'uijni.vtij0'UTui£yui'5Ttin'Ts lyapin c?;(tGt:,oo(si.oci aiuuivi Ii?iavi\\4'Mjjt!i.1?j'ui'wanni«i'3LPi'5is'Mua:ifiTsi^mi^^fijj faEjas; GTib-arcn ua-^auvif'wanuua-avi'uvijj'udEi'U'w-aisiuu I'unfu^viviCi^'U'jTaj^a^viuvijjunEj'u 1/ i/ j^ ^^ nj ^UlllJOJ^ Isd^bb ®,(l::io(5>,(5r®S).aiGT( aTUDIVI d(?;,db(5).lQGn sm-uivi vtla^^tflufaEjas; b.isc^ iSat^EjijnTjMus^j^iij^awiivitj'ULlEJiJW'aKtjiilutl'ufy^ fo^® s:.®.i© ?ialmas^?iiH0nEJua>3vi'uvtui4LQEiU VI'UViJj'Ul.la'uS'S'lEjl^U/nT^mJLviinU beno.^trfd.®®; aitjunvi uatpiiHanalii/iivinuiviinTj crbb,odd.cn® anutiiv) H-^wgiHviuvtuiii.iaijSnaMciviB 41 4 U pi'nHaiEj) Lviinu ®oa:,s:G^!d.dk) aTuunvi vtiapt^iCltifaEJ^s; ®b.(rd ^a-^iialfowvi^viaatfi s:.®.Gn nn'5tJiv]Uuasiwan^liaQULntj?i-3Ha^i.iiii\"3nEjlmw'uw e^iw'VN'jsi'jTsnqbQninn^niviiiwanu'jiiLliieisajja-a?!^ uasjfrrs'uiviii Vt1aWSml'3dlTJLni!'Ua-3V1^JVi3J^jLlEJl!3-3Ra-3t.{ll4'5naMl,l,W'U^'U Yi.^. loctb® LeiiJuiiEjlmVLwuliii (®) vi'uviij'uila'u iiMiM (S)<si VIn 'uivi'uuas5Wc^nnl'5SiTuini!ci>3Pia-3 ^ bdrb® nuva^^a^ u ®d,cTi(t:<?;.G^c5: aTumvi (wiuuwfinjrjfsjj'uwlLij' a'njvi* ®Viqy/IIPlU bcTb® lAaJJ3JWfla!2jf§3J115^1l.3Ja^\\JV1 lod 3W1R3J tedTb®) (k>) vi'uviii'ULia'u aiuQtj ®o vsu aEj'itvn'i^^nittliigi'uapiaisjisu'u^il ' ^ t/ «/ ** LrIaM^Iniot!uas^wanil'3d']'umijei-3f!a^ttIi4'3ialmtfiij^'u tlijfy^ bdbisj niiwiai! ®,(?:^o.®® anuvjivi (cn) vitivi3Jui1?jTj aTUTU b viu ay'5s;vn''i-3nT5UiLauapia!sii|uu^1 maWuiviuLi.asJwaniliaTUtnuci-^fia^i.iluTnEjlmLfj'uPiu liTsaitlijuj? iscTbcn iTunaau ®,®bk).ete: aiuuivi (si.h wanT3iJ*3SiLuuwanT3mi.uu^nu7]uviuunEJU iJTsiTiiI'uqj^ h^h lutluaj^ bcTbio dviuvtuuiTEJUvT-^au ®®^ i^u T^aSviuvijjunEJuvimaiKij'u «' 4 1 4 44 4J niT'iJTSL£iuwanT3 9iiLUU>nutja'3n*53Jijqj?nai^ aiUTU g^cti viu u.asliim^Tsj'uunTjiJ'SKi.jjuwa mT(5iiLuu-3iu'?ja-an^3J'uqj^nai-3 anuTU ®d viu Twa£j*5naaKLaa^nTH'3T3jnT5iJ'5t5iijuwani'3^°iLuu-inu yiuviuuiiau bctbb ^-^u (t.h.<s) viuviuuiTau...

- en - v3uviaj'ULl!J'U'^m3is;uuni'5'U^s;i.S'uwani'5^°ii,'uu-3iut0^n'3U'ij'£y^nan-a ^'tUTU c^eV VIU SfltLlUUWanillJ'aSJLS'Ul.QaEjT.'UfnVITTJJLvinnD cn.G^oc^cn PlSUUIJ (flSJU-UULWaj (S^.oooo muw o.obG^b p\\zmM LSai.'Maj'unuNann'5^°ii.'ui!-3i'u'li!^ijnj^ •mSpisjli.'U'u waniitJ'asii.S'ULQaal'u/iii^'aijj tyinnu cn.dcnK^GTi pisLLUu l^EjSviuvtsjiitla'uyiCIwann'a'iJ'sKLS'uw'niiLnnj'n nn'5iJiis;i,2'uwa anuTU s:^: vj'u a^tflufaEjas^ s:b Lt.asiSyiuvijjiitTEJii'wCIweinTaiJisJtCiTilaJwi'ULnojsi ni'3\\J'52iL5*uwa vilaSpisiii.'uuwaniiiltsJtS'uin-a^Tu^'im'i en.oooo ^t;ui4t! v\\m aaiCl'U'sa&jasj <ts: ^i•yu^ vj'uviajtitali&jue^HsSl Fisjuuiiweinii'iJiiii.Sus-^q^ en au^uuifi m na^vjuH^Leiiuua's' ;™ui?ioj/in^^Q(?i awniT (sr.eiisc^ci PisJLmu) na^vi'U'ulvi'i'swijnmQnii'iJTuIpii-^aii-^vi'uaisniaisiLLasi'weajuitfiai^^'aian'sviu l-utliKLviPi ((t.c^bioio asiLLuu) uasina-3viuniii]a-3n'uuasiiJii'uiJ'3iajfn?vlanu'u {(s;.eiiGT)<r<?: asiuuu) Iuua!sjy|yi'uvi34\"ULi&j'u'nflas;ui!'uwani'5il'3tL2t!i>Qaal'uaTW'5ijj^°ia^ ^a na>3viu'wai'uitvial'ula3 I ^^ mam^^nyi (b.ioGngio atjuu-u) •sa-aa-aajiaa i.^'uvi'uvijj'uiia'un'awvi'naimpiaiu (b.cioctct hsjudu) ua»na-3vit!\\^^\\iiaawi1iivi!vi3'ua-3!% (i£).(£s>s>o asju-u-u) piiuaimj s:.b.b ioijvi3J'ULQaju'3'UiL^iai£;iJijnii'Ll'3t;L5'uwamiaiL'U'u-3i'u^a^ni3J'uaj3nai'3 anuTu <s)ci viu iJ^snaut^aa (si) vjiiviiJULla'uyiCInfjviuiaLQT^isiLnaTn'uni'siJiJiLW'uwauasiat^iHS ni'3iJ'3st5^jf>jami(siim'u-3i'u aiinu <?; mi ImLn na-^viuamjauunn'saf'i-^talija'tj/ii'w naw'ULvIani's'M^ui uasiLw^juniiJiK'mB'iJha na<ivi'U'uiLVi'ua\\jTuncy^i'3Tam^ na-aviumjuili^^i na-avi'U'M^'unaa'Uaa^fia uasiaii-^aiia na-3vi'UL'R3j3^aaiijai3jniaIi!niiu'?j-3^ii<jja-3iJ'3s;i.vific^nvifua^aiviniiiiULi]nv!ajia na-3vi^Jiaau.asi'mfuiiinaniin'5Jia'iat^Ej<i nannilviifpi'u uasinam-jIviiajJTjnaaj maTJisila^alaisiiajsi na-avi'ULriaaaiajLauaaiavn-ani^^n'wi LLasna-avi'umanin^aiuivi'S'saniiLSa-a (b) v]uvtajtina'uviSaai'ui!'UjwaiJiJisji.5'uwanii^'iL€'u-3i*u ai'uiu viu (b.G)) y!t!Viaj%jna^4^a3iiiViQ'i>3^°ii,u\"uni'5Ej'utan an-uau en vjt! Imtn t1u'M'uviaj'ut1aumaT^^'uiaaiij''ua,^3jfln'yiLan'9'u na-3vi'u'EiQaLViaa(,Saaai'unvia-3t'Mai'?)'n(?in-3^i^ aas:na^3io'ua-3La1u^a'iJsJT'33ja3ja Cb.b) viuv!iJUi3EJTj'3a^'3i:vn'i'3mTnu 4imim ®-m Imri nawu a-aLaiu-^iuiPuus^iua-aviia L^a-aanny'ftfiatJisja-aal'uanun'Tsa'aLaiui^'UQ'aiu^'i^aununa-avj'ua-aLalu •aiuQ^'usi'saj a-aliiSni'aiJ'asji.S'uwamianL^u-^ni! (b.en) viuviajuLiEJTJ'^a^in-aw'lviaJi.t.atiaaisjvian^ni^i.^laajainajvifaiJ iiMiM (t yiu 1mm' na-^vi'ui.'wanii'w^'uimiPi'siai.ltiuwu^u na-9yit!a>3ta1um'3'5iua^3vi'U'5SivtQi^3fa uaKtanw naw^jmjiiii'ywmu^ji'Hmyanawsj'Tuaan uasna-^vi-ua-aLalsjiviaif^iatsii aaauasj-uiwniiijj (b.s:) vi'uv!jj'uiia\"u^a43J3ni*5(^'iL'ui4^3'TUPinuaiinauas'!'{?iaiJi55a-3a t/ I ,^ , aiuTU © viu Imiri na-^viuma'wai'uini'aa'i^TflnyiLt.aiiniilJnauiua'Hn^'yN i.3a-3am'3un •y3-3'3naMjjiainaaTuiJisjnaumivi1aLan'auuaiilmmna-3vi\"u vi1a£jwu1aiavi1aa'M?ilmm'na-3vi'ui 'V S 1 I^al^jilaamja-aljj'S^ial^annavia-a'MajimnanQ '3asi'uiijnM'uni^aii.€'u-3Tui?ii3jai'snauas;'Tpia'iJiis;a-3a f^UiansjTaa'iJiKtS'uwami^^iL^'u-a'iiila (t.cn uviuivi...

- (t - »' dt vit4Vi3Ji{Ll0'Ufi0L{l'unalnvigiiMt4ni*5mjLfia0i!nni™'uit?iii2^5n^Li,aji^-3Fiij Tj0'3Tj'5S{Lvi?iliJd?nijj3j'UPi-3 mm Liasiti'^S'u u'um5n'ui?ii3JVian'Llrafy'iij0^i.pii'wsn^vj9mEj-3uas;aa^f=is0'3 mjeivisfnci^ii^iw bcrti® - tsctc^o) iscttois v|uvi3j'ui,Q£juilTJvtiJivi£i'i«^tylijni'3wan^'u Win(?ini'5'wwiuiuasafi>il0nia1umiL'S'in-3u1niiTja^3f5'lii^i'uw'n'3 ®i itj'n ^I s:.Gn.® iJan^-aHiJ'SKtn'Ej'uw^Qiul pmuLMa uas;Sa'TU'5'3uvii'3nT5tSa'3 wiu'3»U0U*Uitiji5iJlw00i!Clvi'3Jijjviim?wl0vii«3Ltli4iJ'5sijTj waaiJi^tiLa^sjafi^PiiisjrfuLL^^Hun Yi'3'5flniiiSa-3l?i0jJoiJ?sjl0^'u^j0^\\J^sii.viPi^iwjjinm'TiJ^»l0iiudiiuwi! ltj-u Ipii-3nnii^aiina-3i^'fiQnjj| ivl0ni'5>^%i\\ji'iJ*5ii'8n5\\Jl9i0 uatauwiB ua2iTFi'5^niiw'unWilm{l'uWnvii-3Fm3JR^ A ^ ^I uasim'3'n'i-3i\\4ivi0LW0iivit nni™'ui'U*3JJiJi5iJl9i0 si^uinuna uasau^QS'jja^jna-^vi'UL'Hami'Hajtn uasiLW0Lm'5\\J'5s'onsiJl^£j fn'jHfn^a'uua'4'Uua3;d-3La1uvii'5?inn'5L20-3tja-3n0-3V]'um0mi'Wfsy'Ui tt.cn.is a'utja'U'uu.asia-3i.al3jfniHiJis;lEj'B'U9inpnn3jviainvtan0vii-3^Q/iin Da-i\\J'5JiLvif»iI'uni'3afn>3yaf=iiL\"wii't)a'3a'Uftninyw'auasi?ia00?il'iJa0Piaiv!n'5^u^ini'w ^laatfiana-^ialu m'5viiLnw)iU'u\\j5'^0'ULi.ai5a(?im^WYJiiviftI'uIaS9in«'i>3iJ'5»ivif^ anvi fc-3nn'svi?sy^4imt!l\\JiiuniiJilij;!jni^' IiJiunijjS-3a3ja^3na uasj'w^uiaiJnisu^a-j'auuuan'si^viiitw'u^nSiJiisjLvif^i^^isi'UD'ua-guiivTuvtu'uileu ' W 11 mani's^aiJisivinu nn^ailija'U'uImnwin'Swa^^uasiHijalQ^inTflilil'^it'u&jjjL'wavi^Li.vi'uniiiHOEJt^Ci ^0-3t1t!'viuvi3j'un£juluni*3wa9iLMikL'ueJ3J Ipii-^nnia^^tiviui.Lasjmij'iannal'un'i'sU'ij-^^'uaumLnw^n'a i,'W0a^3La1ijniiWLJja^'m45^una'jja3Ji^navinial'U0^3n0-3viw^uiaviri'3aj niiiaauat'waiuii.viPiMa!] ?ifiai«iiapTfmaa'ua^3Pi0UFniijfe-3ni'5^a^i,nw5n'5^a-3Ll'uviuviuuil0'UL^Qwa(iTTpi^\\j^°ivi'ui0 41 (t.cn.cn Ejnisi^u^^aiijjanwua^i'u'uifnii'u'ua-^uaslaaa^na'aa-^ii^siivi?! L^0W0ijT0-3n'ULFil0iin0la9a^na'U0^3lan 01^ mii,il^H^nuvnwaQ>3*wLPiyvijji0ia^ d tativii-ani-^Lvivii - 4 ua-ql analviij nwa-avn-aviaT-a'WLf^yvijj'iejLa^ b til'uvn-avia's-awLpj'y'atJVi'ii-aLiIa-a'Mnna-anaafn-a L^0uwa^inn'^>3Lvi'HJjviirifiitiJ^-3nia(i^si'i'uaanLa0<ii.viua taijvii-giluw'uainan./iQiiioiJsa'u t/ I 9wT^vi'3j^uaiPil0q5Eji 'lTJ^ija^^0-9vi'f^viU0-3pn0 'ua^3Ll'uvi'ua'i5'iiuLti0jjw'n\\ivn^3 nii'waj'uila'5-3aii-i i/ viii5i'uuasnn'3W'uirnT^'ua^3vii>3aini?i mviisu'aa'iia^^nawijnniiviiainiPiai'uacnsLfin uasTRiv^mimjui viiLl0T^n£U'afjai?i'wtJ'ya-aLl^jT^t!M3Ji!Ll^m^ani'5ij1vi'iiviii.1aviiw'aia(?tM\\j -na-^iwLla maia-afuuTeu'iej f5Uialuni'5'Hai'ui'ttVivl'3i5i{)Ej'3i.(^'3ysna/nawsji'U0an (EEC) 'LFii^3nT5iJiiiij'5>3lpii>3afi-3vI'U5'TU Ml ol* 1 «« uasa-30^ui0pnijjas^in'ii0^vii0nni?i0i'ulua>3n^niuvi'iaimfl!jTuW[.fi'U3jiPi'55Tuainauatiil'u59ii nija^3ui^a0jjij0^3U'uvi*uMtJ'ULl0t!niJjvi'iaim?i0i'u 44 (t.sn.s: ni'3i^?ajinq'5n9wium'5via>3Lvi0'3 uaKnniHpiinjj'd'^aLViaa'unvi'a-Jivia^ 01^ na^vitii.'waa^aLalumivia^Lvia^lvia na>3vi'uajjPi'50-35'5na'uiLvi£n 4 14 4 ar.m.^ Laiua^i>3pniu34'Uf=io^ii4rja<i>3Tuua«3iJ'5siLvi?i •vNiaaj'^-aaTj'ua'U'un'TsH v(a'3'3'iuvi(»iuviuua»'tta'3'3iuvn>3iaan maa^nn'j'uim'tta^i-sTuannwn-gtiitiviPi 01^ mifnwtanaifinn U0-3'55j^u'5iaiui0iJaniIiiTui^0i,via-3Da-3n0-3vi'u\\4'i3J'ui,^aLvja'3 11 LLa!JLViPiluIaSvn^vl'5snaunam^lrlvlivl5wan'5:jv)'uwaa>3UT^aaiiua0U04fiaoviu>i'9ij'uiT.vlv}i la-s-anii «(»iw^^K\\jTjlvlyInvia'a>3nuua'3aiviw0lviunfinfl!'^uas;Lnwi'5n'3iJ0'3fiow'UL'waa-3Lal3jnn^a\\^fni^v(a^<ii'u s^.cn.b a>3ia?JJ ...

J^ V s:.€n.b ei-3L?iijjni'3ain'3>3n'UT^EJUsi»Tii9in'5'3 3Jvi5f!a!rnvi nsj-w-jaisjuci mpitan'a'u uaj;/inpt\\J*5s;t)nwaEj'i-ai,ilu|iJ5i'5U aivi nn^>N%j\"uilaI«l*0iJ (Lysozyme) aijflvlLlaaint\\jiM^^n*ua-3na-3vitii^ani'5\\^w'ui^viai?n£i9T5uat:i*vif=iI'uIaS 1 s^.cn.d ieiiiJ?iin-3a-3fi5^'3njJiLLaj5Wuiw'iJisina'uni'5T>viaW£Iionytt\"wa^via „ ^^ v<fa3ji'u9i'ani'5LL^>3{i'uvatLni?i^iiluaunpiw ai-M Ifli^nii^uiwiJ^sjna'umilviLfl'uwTJ'ssinatjnn vn-9iviF)Ma3'M5p)cunivi^a-3na>3vi'U'w«^uiwiJis{naumiLviPiIuIaBaa2iUT'pini*5U la'i-^nii^^ii'uifja^aaa 11V ^' laatawaa-avii'i?! (SME Provincial Champions) liim'sn'n^ Thailand a:.o uajilpi'S'^m'ja'uuai^ui.fnlaiiia SME ^a<]na-3vi'ua-3La1jJianvina'[j'ui^nai^Li.as;^uiaaajj Ifii^imi'wai'uiwil'aKnaijnualviau.a'ua si.o a^atvialuIaSuiwiQViai 5M+L •ua-^na-^viui.'wani'aW^ij'U'iiK'u-uij'iefiiiviEj'i sr.en.d af'i-aIaniama-3uvia-3Llu'vi'uaQa^tiviu^i.vijj'isjaiJL'H3Hcfiwijniiai'3^trt vilamiiliKnauai^T^ ai^ L5'uuvia>3U'uviT4LLri'uni.ia'uiia:iijnmi?^nnajjt'wai{luHiLaiLla\\i^3-3na-3vi'u tl'uHnVaut'wami^nyn L?luuvia^3U\"uIviiiumVni2H?i'5n*5LiaswainauaiviiuWm^3ni'5i_J*5sna\\j8n^n 'Ba-3n8'3vi*uviiJTJi.Taumam'3na5Junini:^w'3niua»«ainaii uasna^vi'Ufn'jiJgiiJ^^'ui.^at.n'ypi^niiJj ifi\"ULLVia''3i1iiviTjun'wfu-3nti'l\\J'yii^iji'us?ivi!'\\jH?aT'wawuuass|iJniwltini^iJ'5«nauai?vi'ua-3na-3V]T4 i.'MawTu^nul\\Jvin-3n'u^t)i'u tiltjuMa-aLluviiiefiviiijui^'uiltyviivi^au^n'an^niifi^^a-^u'uvi'uviJ^una'u si.en.ai Laii]afn<ipniijL^3JU^>3^a<iatinTj'uv)'i'3?iia'unLvlai.?l'uaaiiJUvian 1uniiviaaviaajjpiulviaHjjf=ja!5^'5iJuasja1a5'5'5iJ waa^^avianyin'anunvtans'siija'iaa'Ujji'iJ'ssanwl'S' T.'un'i'sani'uu^iw anv lai-anTsa-^talu'W'asja-^^ju.asi'wvispnaun'oul'iJiJisinaijfna'una m a^^n^^aaaiti (t wnua tiisJWPia^jL^a - LtitJia Liatlfl*3^fninani^3j^\\jiaaauni'aLwaiiwTi^»rjvi5f^iaui^a-3na-3V5^ ?i>3ia^3jni'3LwauwY*isYjvi5?ina'unQai]vi'5Ki,na^« do ni'sHm'jwuatiasaiinaaQiuatain Huntnlviauaaijltiniii.^'uvii-aliJiJisnau^sgaatja^na^vi'uaTMfuwLaxivn^lTjiJ^sinau^Qaaa (s:.gn.s)o L'W3jIaniauasiaij'ua'U'un'i'am^'3nT33ni:n^u'wii5nuadi^i.ajja/iia uas^ia-3'3iuif^ani!;^ij^nj/ii'i^ija-3aaiiJ'un'i's^nyi[.'HaHai3j'iiicia^nn'5flnyi'l^aai-3Sdiis;3v!5fi'ivi ai^ If=i^^nii'w%iui«avlwu'3'3'Ma^aiJ^?iLka!ivia^Llaufc?ivtf\\jwviSf=nnjjunvi^a^vii^ni^L'wu^miflau wiU'asi'uuH'ulniiaaulail Ipi^^mia?!(^^(^'ua13nnni*Li£ij^^'iuua3i^n3iwiInt1ai!^ni? wtJnaia^ uasw^tLai4nLla'U'wni'3i.\"wafn'3S-3ni4Vindia^^tfi(i^n3JVianiJf^ajTUDUf^imna'waL'wa^ a-^vii^niuvi^^LVi^i 1) u V v *1 tja-3na^v]'ua^Lal3JLLas!^?iiunfn*3ffln'wia'TMfupiu'wni'3 ifltiuvta^iluviijlviT's^LlauLan'ati'liiisiiJijnSij maHuni^a^m'sMnw'ua^nawua^LaljjIi-aLla'ul^jiiJiiij fe^m^i^wiiiaaiJiivianvii'j'unilaTiM'j-JLla'u tja-3na^vi'umaTa'5<imianvii^nan<i'ni1'uI'5'3Lla'uiJ'5»a3Jffnwi (si.a\\.<s)Si amjauuniiw'uiaani*5Lla^ii.vlaIm3'uavia^ai-3a^vi1ani'3Lla'uf anvif-uanaiia ilntlau umum waaaauw^aulaviQliJ anvi la-s^nniniiafi-^anajnaniniiilatjf aHai.^a>^%juiui<3>nuuvi^?i9niiwvi ists uaKlpii^niini-svr^aiun^annitiatifaTjiJiJgaijmsaQaLviaHaa La3jaua^^wijJu\\jijaiaa>jauw^fi'3n'3i3Js?'ivi!'TJvia<iLla\"uaaQla:iTJ0-ina^viuw%JUiLviaIuIaSivianni?lnyn lai-ami^annaanItJ'jun'suCi^liib-^Lla'u (Coding at School Project) •ua^na^viiiL'wanni'HCfuiii ^vianffiaw'suasLvialu'laS (Sl.cn.S)!© a-3l,ai3J ...

- to - I vii0iJwmjtiiionys;^Q>3Tjnn\"Wnuajii)aain'5nMiWflFiiijji{l'uta?iam'5'iJ*5Jjnaiianwi.i.aiiSiaiJvii-30i^'w ^a•l-1upi-a mY\\ m'3'w?iij'unyiTu1vn'5in*-3fnealpia1.vi0 ®b vii ii0^na-3V]*uauua'4'unT5afi'5ia1jjfj^/nY^ la'S-^nii^U'i'UPiainin'WiaaQiijLfi'ui.api u.asinn^a'ji.aliJTjnnw'ilyiam'iiiJ'jnaniiaw'Ujjvin'jiijjn'Wi (lai^yuLniia aslaautlntnaja uas;l0a3jtlnLn3jaq^vtun) •ua^nawwjwuini'jn'wnuviww c£:.6n.®Gn d-3La1uft'3nijLajjomauasja^pnn3Ji,viaaajail\\jm^L^ia^Tj1n'T5 m0L{luvian'Uis;n'uuas;a^ni'33;vn-3ni^Ll'uua-awS'3iejlW00 aivi m^wajlannal'unn'sma-jaim'ubfa d'ivi?'uww;»ii^aLa^la1uajiW'iJ'30L0<Jia^a-3na>3vi'uvian\\J^Kn'uaD/ii'Havi-3*oi$i m'si.'ttjjdviBiJ'ssIaTi'u ^iunii^ii^a'u/inv^TJi2;0^!l*?j0-3wiJiKfU!(ni!avi5\\J'5iinua^fiij'U0-an0-3vi'U'U*3Siniia:-3fiij s:.ffn.s){t a'4in'wu,as5^uvjv)fw0in'3S'5'3jj^iwuasa-3ui(^a03J nwwaijtja^u HfiiaiJTS5*8n^u£Ia'^uiijjl'unn'5!'nwafiiviUQ^aajjuasj'miJ\\in'!|3Jfl'uaan-30-a0ij anv lai-anTjain-aialu via-3'^3J'?iut,vl€ni'3aijfnyLLas;^i4'dfniuvtainvtaiEjvii^lifinvil*Lj'Hii'MiJilMtylfln0n - ifiiaan ©iifia'waasj^S'Maa a^vii^3jvnai^?iiaj uasjla'j'3nn'5a<iLaTJjnn^SaQUi'3ii*{jB'3T|3j*H'ul'uni'5a;jiLL0n^0si tja>3na-3vit!a-3UQ^aau miiwauviiawaQ'iiJitnaQfTuniiauiny \"aia^^^vis^ta uasmisa^tom^ n ^ Vs 1I 4/ tia'3UiiviuviiJi!i,l0'uaaiuLLa^^3'H'U5d'(?!'5'ui miai^i.^'injBviaTusiwIana^a Satun Unesco 11 V ^v Global Geopark Fossil Festival to B-^viQ^a^a 'ij0-3n0-3'Vi'U0'am'5^in^n^°iiiii'y5 csi.GD.s)^ 0i^fnyuasivin'4'ui'5-af'ni!^ii^'U5'5*33jlvtEjHf^-3aa (5ia0(?ia'ui.w0u.vi'5 Qai^isi^3jlvi0lm{lu'M\\J?si0nwriaiQn'3£U'at! an-n nnia^m'aua^-JuaiJi^iKi.na'a^awLla'j^'SK'ui-^i.aialn^ i^isu'auiiiw'uia •wiiKijijjiii'Ej'ij'uumitlviai-^ luO'^l'uIannaTULaaiJV^'j^'HtiJJVi'si'wi ©is a-avmaw is^is iia^tluvTuvisj'unatiniia-aapi Ifi's^niitaaajijiuai'umj'wvisaatl'uuvi-a^'i^ Nvi^-3aanwvii>aQ«jus-3^3j i/at ^14^ * <% 4/ uasiWjjwa-ai'u^L^'uvn-aiai'usiiij ^a^na-avitja'ai.a'jij^aivnwi'usiiii (t.ct 'ijajvn0\"iJa*5'3am'5^°nL5v!>3Tu^0>3vi'uvijjui£jii (t.si.s) Piaitni^umiuatwijivnivi'uvmiiLlEj'utJi^avi'ua-aliiii^itJViijn V ^\\ 1 uai;Hpnnjjdnafy1un'T3nnn'u^^wijjwam'5^°iL^u<in'uvi'uvijj'uiia'uajjiLajj0 naj^i^aJaisjiiawani^u Hwanni^^Lutj-aiu'ua-aVItjvtjj'uila'ui.fliiliJi^iiiJLil'iiJiisia-aa'wnnvi'utalTLiiuw'ufin's ijfii.'uiJ^iuM s^.s:.io afiiviL?i'5'y5nauasa>3aij'lvi0vii.'Ua0\"uuila4iJ tJisna'un'U'UK^nn'sviu'nn'u as \\jvi\\jnviuatnnina^0-3vi'UMjj'ULl0\"uHa0Piaaa>3nuafin'wa-3aultj{jaaij'u vinWvitJVijj'ULntj'utjn^aviti tJ'ssia'U'tlcyvtnT.jJaiaJi'aami.^unn'sonnui.i.w'unni^^nL'D'u-an'uvinn'W'utfill (sT.s^.gn iiw'unnianiu'u^antiua^aviuvijj'ULnauun-avitja^KJiannjjaui^'snntj'snaasLaa^ I^tii.ai^nKaa'i-aS-3un^nn^nn'M'u^u'unvii-3nn^\\J'3j;i.Si!waa'^^5i.Las;wan'3s;io'uannnni[^°nL€'U'an'U'M^^La'u d'SwaWiianajn^aiJisii.wniannjjf^udiLLaKiJisiaviBwaannnnimfQiiTpii-ann^l^ (si.(Si ^ad'>ai.ne«inn'3'iJisjLjjuwann^wnL^ti'3nuvi'uvij^'ULn0'u iJ'aKanil'uey^ todrtois ^0>aaaisj\\in'3n'uai^'n°i'U\"u^n^ia(^na^uas;\\Ji!JL£i'uwann'5^'ni,i3'u-aTUvi'U'wu'ULn0'u (t.d:.© vi'u'wsj'uina'u...

-d - (s:.±.(S) vi'uviiJunajufntSmi'MuvniiQaEJ'i^piy Heia^fiaQ-^nu'H'usn^ K II ^^ T^£jpi'3i5t,LW\\4niimi*u'u-3ii4mai0-3fu&jvi5?na(?if uasj'atEJstj'n '5iijwminiv!V!^i.ilivi3Jiej «y <5\" 4/ J 1/ ' I uasi<^TO'i^vieisj'ynaun-3'LJ'a»Bvisni'wugiKiJ^K3vi5Na^a^u,wiifn'3Wii.uu^iuvi9iaueiTj0'3?nu'HUsna uas{'2eiqiJ'5siei'3fla(Jiwi sT.dr.b v]'uvi;juiTfj'uiJ'5SJLfiviciiJua'4ua'3L?i1uLi.atyiTjvi:juna'uil^sLnvia'u ®i vidTtsiqilisiei^f^^^^-aMla'wtisna'luanyaisj^-ananuasSmfiPinni^^pnuiliKi.S'uwalfii-aniii viHni*3a'U'ua'U'ua-3iafjjni'3'LJ'5£ii.Ci'uwaf'utlTjqj|^a^n'3Jj'U£y^nan-3Li.as;v!iJlnyi'uan^inasiH^gn'i'3 aauviTUNaiJ'3s;L£'unja-3^i^1'^^'3ai5n'ii^i-3 ®i \\,%m nniaauviiuwiunEj-ai'u^a-aPimsn'atajniiPi^tfnu iLasi\\J'5sii,5uwaIft'5«3mi^a'3vi'uv!JJt!i.1ai! niTaaiivnuwniji'igj^ntiniiiJ'asi^iiawiJnmjmiuivn's viti'MjjuLlej'u ni'5aatjvn'uain'3ia-3i'uw?i'3'3^aa'ufinel'u 1114-3vin^^l'uni'saaijvii'u V• 1 II waiJ'si^LSwa^w'iWaL'wjjL^u^Qa dii Qsajjc^^iaaaijI^a^'s^jnijwvil^fijniiamja^^ua-ji.aiijmaW'u'la l^'3nwaa'W5Mlawawapi'mmiltilil(Hn3jm^mMtii?iH(fii3j'35=iaiJ^Ka-3(^i4nni^afijni'5amja'U'ua-aial3J s:.ct.Gn 'vii!Vi3j'ULiati'MSIai-3afn-afla!sin'5?uni'3'u1viii7]iivi3Juna'u^wa'i'U'3U 3J1nl.n^Jl.lJ5•3a>3waPl'sFn'^3J'bJaaa^3W'3l'un1*5a1l.•uu^'lua'31^vluvn•u^'nu'3^4uataaianya!s^ maMfit^af'i-^aais^n'siiini'si S<^'3'iija0^?iaa>3mj\\n45n^uas^'39invl?£a>3fla^w-3'ua>3viw3ji4tl!j\"u 1 1^ s:.^.s: vi'u^3JULTat!'wS'3^aiJ^s;a-3a^^Ej'3nx4Vi1aaiui'3aani.u'um'5'5'3jjni!l^ n'33Jiuj s\\dj'anai-3a'3iviuvT3<u) L1/'H4 ijni'3a'3D^'3u<9v1 !iaa'u<&ianviuviiJu<na yu l^akav^isvi'uviiiUL«9iaiivia^ilA'una^Ijj 100-3fnjWTum'SLnwii maHnn'3^°it^um'3CIiJ'33^avi5fiiviuaK0nismj0ai/inwQi?iLnwiiniiHa0'i-3a'5'ua'3'u uaK^fwwti (3i.<i.<s: viiivi3JULT0i!Pi'3'3i.1u'uiLviaI'ulalIliivi'aiJiW'uni'3^°'it'U'u-3'ii! nTaE^iTOtsii-a 1 aiunmH^awi-aaLanviia^na \"da-^vn-^aaulail vi^uwm'3a^'5'3^(^'30ni'3nianui)'uai'3'3a i'Ha*lMLnwa'3i3Ji'3ai.!-3a9iwuvi'uua5j5*5t:u\\j?'i'u^a3ja^i{lu'5^uu l?1iiw\\4 % flta V VTuvi3j'un0'UPi'3'3ua^>3aQiJjL^a3jl0^3is;v'3n^'iJ*5s5avi5wa'ua-3nii5'U'3iinii 11 1/ \\jivii*5>Nwu'ivi\\4V!3Ji4Ll0tinijwaavj5l\\4n'i^mi'U'u^ivi'tja>3r3^'3^^'i'u?i'3<i 0 Iw^iauuinw ' ^^ s:.^.GTi viiiVi3jun0'UFni£lni^t^0iJL^0-3/LiJl0'ut^0'U (Benchmark) waniimLUt!^iiinijvi^i'30-3i'uauvt1ani*5i^0'ULa0-3ii5Vi'3'iwu'30-3inj (awa-3uia'30 h) (t. •^ai.a-ua^a'jaaigin^iiJfn^'ula'un^n-TS'ulvjn'aVjuvt^iina'u L^almS'ul'iJpnuvjisn'oiJfyfywm'j'ulvniviuvis^'unaii n.^. hsi^d uiwii cnm anjKniiuni^t!l0'un0nni'u1'ni'3VitJViaj'ULi0'uf-3'yaLai3aaaii;!|iJU(5ilL'MaTij'3^viii'u^n0-3iua^'Llwa ni?^°iiuu-3iuIi40ivj'5'3u^9^vi'uvijjuLltiiPi'ijjvlLaual'u^a s: a-3Ll0\\j...

- d- f<ii.l£JU3JiL'W0liJ'3^'uin^iui.1eji!UiEjnf^w'usfilLwaLeiU0?ifus;f5jjupi1 afinwuvi'uny{]i aas'^wa/iiLviaviTiuwQl'LJ ^0asi9i>3fl'3uj'uucla (•uiaaiPiu f53J\\!wlQimin'525V111'5n'T5Pia-3 Al tJisj5nuni'33jniitiIauiami'u1v!nvi\\jviU'ULla'u isliaia^ii^n'i'SPinjsn^ijjmiuTaunamiiilvnivi'uvij^una'u mwijfy^nai-a IttS. o 1o®1sgtI ei/ctctd - (UUVUl^S) Ivi'5Sl1'3 o fexsilsei/ GTl(tcn(t liliycuaaLanviiauna nonbuddg(i)cgd.§o.th (uiav!'U'M\\jQ5 cinan) •unQtnniiPia^ 7U^ to ViqPiama'U todrtocn

,J «^ mm\\m \\j'uvin'yafn'i3j 1 ^ M'3 Qg^oen (ni.b)/ ^^0^,,^... TUW i.iMa'usi'^'UNani^ginmu-3iultifiiv^'5'33j^a-3vi'UM^'un£ju ig^b 1*5 fju ici'uisni'jfinjsisjjiiwi «i£jpiw»n^^iim^uTtJunEjni^u^vii^vi'uvi3^'uLijj\\jlwLau0L^8-3 ni'3WiLT]'U'3iulijni'w^'3Una>iv]\\jvi|TjLl0\\j •il'3SJ^°n^ijc\\j^ icKtbio iini.^0ftni»!ViJUw1 a/inwuviii'j'n^^]^ uaK'^waniinavi^TU ^'^Iw^ai'snjiuaTLW'u^auNuiLia^w-^nanLaviaflai:ii]guviw1 afiiwuvmi'iwf]^ uas'^wiafiimaYi'siuwaliJ a^i1aiijjiLwaI\\J'5(^umnui1auuianf«u'uw1i'waiauapw:if^u'u?i1 a/iiwLivi'un'tfQi uasji^afiimavniuwaliJ Cuiaei^eiiuwtf misilw'n') la^jvnfinfsuu^il TU^a^sfniui^nwa^ (\\inauTJviTJi5 aia^j) 'un^'8im'5Fia-3 TU-M to nqpi^ma-u totttoen

รายงานสถานะทางการเงินและผลการดาเนินงานของทุนหมนุ เวยี น ประจาปีบัญชี 2562 กองกากับและพัฒนาระบบเงนิ นอกงบประมาณ กรมบัญชีกลาง

สารบัญ หนา้ 1. ขอ้ มูลเบื้องต้น 1 2. สถานะทางการเงินของทนุ หมุนเวียน ประจาปบี ญั ชี 2562 2 3. การประเมนิ ผลการดาเนนิ งานทุนหมนุ เวียน ประจาปีบัญชี 2562 5 3.1 ทุนหมนุ เวยี นท่ีมผี ลการประเมนิ ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ผล 11 3.2 ทนุ หมุนเวยี นท่มี ผี ลการประเมนิ ผลการดาเนินงานต้องปรบั ปรุงพฒั นาประสทิ ธิภาพ การดาเนินงานของทนุ หมนุ เวียน (ปรับปรงุ /พฒั นา) 13 3.3 ทนุ หมุนเวียนทม่ี ผี ลการประเมนิ ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ ผล 15 3.4 ผลการประเมินผลการดาเนินงานทนุ หมนุ เวยี นในแต่ละด้าน 16 - ดา้ นการเงิน 17 - ดา้ นการสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้สว่ นเสยี 17 - ดา้ นการปฏิบัติการ 18 - ดา้ นการบริหารจดั การทนุ หมุนเวยี น 18 - ดา้ นการปฏิบตั งิ านของคณะกรรมการบริหาร ผูบ้ ริหารทุนหมุนเวยี น พนกั งาน และลกู จา้ ง 20 - ดา้ นการดาเนินงานตามนโยบายรฐั /กระทรวงการคลัง 22 4. บทบาทของทนุ หมุนเวยี นที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม 22 5. ปัญหาอปุ สรรคการดาเนนิ งานของทุนหมนุ เวยี น 25 6. ขอ้ สงั เกตการประเมินผลการดาเนนิ งานทนุ หมนุ เวียน ประจาปบี ญั ชี 2562 ของคณะทางาน จดั ทาบันทกึ ขอ้ ตกลงและประเมินผลการดาเนินงานทนุ หมุนเวยี น 25 7. การประเมินผลการดาเนินงานทุนหมนุ เวยี นทีม่ ีกฎหมายเฉพาะบัญญตั ิใหม้ ีการประเมินผล 26 การดาเนินงาน ภาคผนวก 45

1 1. ขอ้ มลู เบ้อื งตน้ ในปีบัญชี 2562 มีทุนหมุนเวียนตามนิยามของพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 25581 จานวน 115 ทนุ โดยสามารถจาแนกประเภทของทุนหมุนเวียนตามลักษณะท่ีมาในการจัดต้ังออกเป็น 2 กลุ่ม คือ ทุนหมุนเวียนท่ีจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปี จานวน 39 ทุน ซึ่งไม่มีสถานะ เป็นนิติบุคคล และทุนหมุนเวียนท่ีจัดต้ังขึ้นโดยกฎหมายเฉพาะ (พระราชบัญญัติเฉพาะ) จานวน 76 ทุน แยกเป็นทุนหมุนเวียนที่จัดต้ังข้ึนโดยกฎหมายเฉพาะมีสถานะเป็นนิติบุคคล จานวน 15 ทุน และไม่มีสถานะ เป็นนิตบิ ุคคล จานวน 61 ทนุ อย่างไรก็ตาม เพื่อประโยชน์ในการกากับ ดูแล และพัฒนาการบริหารจัดการทุนหมุนเวียน ให้เปน็ ไปอยา่ งมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศ กระทรวงการคลังโดยกรมบัญชีกลางจึงได้จาแนกประเภททุนหมุนเวียนตามวัตถุประสงค์การจัดต้ัง และภารกิจ โดยแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ประกอบด้วย ทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืม ทุนหมุนเวียนเพ่ือการ จาหน่ายและการผลิต ทุนหมุนเวียนเพื่อการบริการ ทุนหมุนเวียนเพื่อการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม และทุนหมุนเวยี นเพ่ือการสนบั สนนุ ส่งเสรมิ (ตารางท่ี 1) ตารางท่ี 1 ประเภททนุ หมุนเวยี นจาแนกตามวัตถปุ ระสงค์การจดั ต้งั และภารกจิ ประเภท กรอบวตั ถปุ ระสงค์ ทนุ หมุนเวียนเพ่ือการกยู้ ืม เพอ่ื นาเงนิ ทุนมาปลอ่ ยให้ก้ยู มื โดยอาจคดิ ดอกเบ้ียหรือไม่คิดดอกเบี้ย จากบคุ คลทมี่ าขอกู้ยมื ได้แก่ บุคคลในสว่ นราชการ กระทรวง ภาคเอกชน เกษตรกร และประชาชนทัว่ ไป โดยจะทยอยใช้คืนเงนิ กใู้ นภายหลัง ทุนหมนุ เวยี นเพ่ือการจาหน่าย เพ่อื ซื้อและ/หรือผลิตสินคา้ ต่าง ๆ เพื่อจาหน่ายให้แก่หน่วยงานราชการ และการผลิต องค์กรเฉพาะกจิ ต่าง ๆ รวมทั้งภาคเอกชน และประชาชนท่ัวไป ทุนหมนุ เวยี นเพื่อการบริการ เพื่อให้บรกิ ารในรปู แบบตา่ ง ๆ แก่หนว่ ยงานของรัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป โดยอาจมกี ารจดั เก็บค่าธรรมเนียมการใหบ้ ริการ ทนุ หมนุ เวยี นเพื่อการสงเคราะห์ เพอื่ ใหเ้ งนิ ทดแทน ชว่ ยเหลือ สงเคราะหแ์ กป่ ระชาชนโดยรวม โดยเฉพาะ และสวสั ดิการสังคม กลมุ่ บคุ คลท่ดี อ้ ยโอกาส หรือประสบปญั หาความยากลาบาก ให้ได้รบั ประโยชนจ์ ากภาครัฐอย่างเท่าเทยี มกนั ท้ังน้ี การช่วยเหลือ บางกลุม่ เปูาหมายอาจมีสว่ นรว่ มในการจ่ายเงินสมทบเขา้ ทุนหมนุ เวียน ทุนหมนุ เวยี นเพื่อการสนบั สนุน เพื่อสนับสนนุ และสง่ เสริมกิจกรรมตา่ ง ๆ ให้ได้มาซ่ึงประโยชนข์ องภาครฐั สง่ เสรมิ และประชาชนส่วนรวม โดยไมม่ ุง่ หวังกาไร 1 พระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 มาตรา 4 ทุนหมุนเวียน หมายความว่า กองทุน กองทุนหมุนเวียน เงินทุน เงินทุนหมุนเวียน ทุน หรือทุนหมุนเวียน ที่ต้ังข้ึนเพื่อกิจการที่อนุญาตให้นารายรับสมทบไว้ใช้จ่ายได้ โดยไม่ต้องนาส่งคลัง เป็นรายได้แผ่นดนิ

2 2. สถานะทางการเงินของทุนหมนุ เวยี น ประจาปบี ญั ชี 2562 2.1 สินทรัพย์และหน้ีสินของทุนหมุนเวียน ทุนหมุนเวียนมีสินทรัพย์รวม ณ ส้ินปีบัญชี 2562 มูลค่ารวมท้ังสิ้น 4,282,571.30 ล้านบาท เพิ่มข้ึนจากปีบัญชี 25612 จานวน 187,161.36 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.57 โดยสามารถจาแนกจานวนสินทรัพย์รวมตามวัตถุประสงค์การจัดตั้งและภารกิจการ ดาเนนิ งานของทนุ หมุนเวยี นไดด้ ังนี้ (๑) เพื่อการก้ยู มื 570,654.57 ลา้ นบาท (๒) เพื่อการจาหนา่ ยและการผลิต 30,205.32 ลา้ นบาท (๓) เพื่อการบริการ 46,037.55 ลา้ นบาท (๔) เพื่อการสงเคราะห์และสวสั ดิการสงั คม 3,273,363.83 ล้านบาท (๕) เพื่อการสนบั สนนุ ส่งเสรมิ 362,310.03 ล้านบาท โดยสินทรัพย์รวมส่วนใหญ่เป็นของทุนหมุนเวียนเพ่ือการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม ร้อยละ 76.43 รองลงมาคอื ทนุ หมนุ เวียนเพอ่ื การกูย้ ืม รอ้ ยละ 13.33 ทนุ หมนุ เวียนเพ่ือการสนับสนุนส่งเสริม ร้อยละ 8.46 ทุนหมุนเวียนเพ่ือการบริการ ร้อยละ 1.07 และทุนหมุนเวียนเพ่ือการจาหน่ายและการผลิต ร้อยละ 0.71 ตามลาดับ (ภาพที่ ๑ และภาพที่ ๒) ท้ังนี้ แม้ว่าสินทรัพย์รวมของทุนหมุนเวียนเพ่ือการสงเคราะห์ และสวัสดิการสังคมจะมีสัดส่วนสูงสุดของสินทรัพย์รวมทุนหมุนเวียนทั้งระบบ แต่ส่วนใหญ่เป็นสินทรัพย์ ของกองทนุ ประกันสังคม ซ่ึงมีมูลคา่ เทา่ กับ 2,177,473.25 ล้านบาท และกองทนุ บาเหน็จบานาญข้าราชการ ซ่ึงมีมูลค่าเทา่ กับ 959,001.08 ล้านบาท ดังน้ัน สินทรัพย์รวมของกองทุนประกันสังคมและกองทุนบาเหน็จ บานาญขา้ ราชการมีมูลคา่ รวมกันเทา่ กับ 3,136,474.33 ลา้ นบาท คิดเป็นร้อยละ 95.82 ของสินทรัพย์รวม ทุนหมุนเวยี นเพ่ือการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม และคิดเป็นร้อยละ 73.24 ของสินทรัพย์รวมทุนหมุนเวียน ทง้ั ระบบ ภาพท่ี 1 สนิ ทรพั ยแ์ ละหนี้สินของทนุ หมุนเวยี น ประจาปีบัญชี 2562 (ล้านบาท) 5,500,000.00 5,000,000.00 4,500,000.00 กยู้ มื จาหนา่ ยและผลติ บรกิ าร สงเคราะห์และ สนบั สนนุ ส่งเสรมิ ภาพรวม 4,000,000.00 570,654.57 30,205.32 46,037.55 สวสั ดิการสงั คม 362,310.03 4,282,571.30 3,500,000.00 2,541.21 828.67 3,000,000.00 405.95 3,273,363.83 2,500,000.00 2,000,000.00 1,445,610.59 72,024.95 1,521,411.37 1,500,000.00 1,000,000.00 500,000.00 0.00 สินทรัพย์ (ล้านบาท) หนสี้ ิน (ลา้ นบาท) 2 ปบี ัญชี 2561 ทุนหมนุ เวียนมสี ินทรัพย์รวมท้งั ส้ิน 4,095,409.94 ล้านบาท

3 ภาพท่ี 2 สนิ ทรพั ยร์ วมจาแนกประเภททุนหมุนเวยี น ระหวา่ งปบี ัญชี 2561 - 2562 ( ้ลานบาท) 5,500,000.00 5,000,000.00 4,500,000.00 กยู้ ืม จาหน่ายและผลติ บรกิ าร สงเคราะหแ์ ละ สนับสนุนส่งเสริม ภาพรวม 4,000,000.00 สวสั ดิการสงั คม 3,500,000.00 577,568.71 28,170.17 41,915.82 438,734.67 4,095,409.94 3,000,000.00 570,654.57 30,205.32 46,037.55 3,009,020.57 362,310.03 4,282,571.30 2,500,000.00 2,000,000.00 3,273,363.83 1,500,000.00 1,000,000.00 500,000.00 - ปีบญั ชี 2561 ปบี ัญชี 2562 อย่างไรกต็ าม เม่ือจาแนกตามประเภทสนิ ทรพั ย์ทุนหมุนเวียน พบว่า สินทรัพย์ที่มีลักษณะสภาพคล่อง และเงินลงทุนระยะยาว มีมูลค่ารวมท้ังสิ้น 3,525,140.96 ล้านบาท เพ่ิมข้ึน ๑๕๓,๗53.๔๖ ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 4.56 เม่ือเทียบกับสินทรัพย์ที่มีลักษณะสภาพคล่องรวมในปีบัญชี 25613 ประกอบด้วย เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด จานวน ๒๘๑,๑๘๓.๔๔ ล้านบาท (โดยเป็นเงินฝากธนาคาร จานวน 165,002.42 ล้านบาท เงินฝากกระทรวงการคลัง จานวน 115,015.44 ล้านบาท เงินสด จานวน ๗๖.๑7 ล้านบาท ตามลาดับ) เงินลงทุนระยะสั้น จานวน 1,190,523.95 ล้านบาท และเงินลงทุน ระยะยาว จานวน 2,053,433.57 ล้านบาท ในขณะท่ีสินทรัพย์อื่นที่นอกเหนือจากสินทรัพย์ท่ีมีลักษณะ สภาพคล่องและเงินลงทุนระยะยาวมีมูลค่ารวมท้งั ส้ินจานวน 7๕๗,๔๓๐.๓๖ ล้านบาท (ภาพท่ี ๓) ภาพท่ี 3 สนิ ทรพั ย์รวมจาแนกตามประเภทสนิ ทรัพย์ของทนุ หมนุ เวียน ระหวา่ งปบี ัญชี 2561 - 2562 รวมสนิ ทรพั ยท์ มี่ ีลกั ษณะสภาพคลอ่ งและเงินลงทุนระยะยาว 3,337,512,358,174.500.96 เงนิ ลงทนุ ระยะยาว 1,824,50,5733,44.3834.57 เงนิ ลงทนุ ระยะส้นั 11,,119602,,532330..9257 ๒๘3๑6,๑3๘,3๓2.๔2๔.39 เงินสดและรายการ เทียบเทา่ เงินสด (ลา้ นบาท) ๐.๐๐ ๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ ๒,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ ๓,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ ๔,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ เงนิ สดและรายการ ปบี ญั ชี 2561 เทยี บเท่าเงินสด เงินลงทนุ ระยะส้ัน เงนิ ลงทุนระยะยาว รวมสนิ ทรพั ยท์ ม่ี ลี กั ษณะสภาพ ปีบัญชี 2562 363,322.39 1,162,330.27 คลอ่ งและเงินลงทนุ ระยะยาว 1,190,523.95 1,845,734.84 ๒๘๑,๑๘๓.๔๔ 2,053,433.57 3,371,387.50 3,525,140.96 3 ปีบญั ชี 2561 ทนุ หมุนเวียนมสี นิ ทรพั ย์ท่ีมีลักษณะสภาพคล่องทัง้ สิ้น 3,371,387.50 ล้านบาท

4 สาหรับหน้ีสินรวม ณ ส้ินปีบัญชี 2562 มีมูลค่ารวมท้ังส้ิน 1,521,411.37 ล้านบาท เพ่ิมขึ้น 89,861.23 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 6.28 เมื่อเทียบกับหน้ีสินรวมในปีบัญชี 2561 โดยทุนหมุนเวียน ที่มีหนี้สินรวมมากที่สุด คือ ทุนหมุนเวียนเพ่ือการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม ซ่ึงมี มูลค่าเท่ากับ 1,๔๔๕,๖๑๐.๕๙ ล้านบาท ของหนี้สินรวมท้ังหมด รองลงมาคือ ทุนหมุนเวียน เพ่ือการสนับสนุนส่งเสริม ๗๒,024.95 ล้านบาท ทุนหมุนเวียนเพ่ือการกู้ยืม 2,541.21 ล้านบาท ทุนหมุนเวียนเพ่ือการจาหน่าย และการผลิต 828.67 ล้านบาท และทุนหมุนเวียนเพื่อการบริการ 405.95 ล้านบาท ตามลาดับ (ภาพที่ ๔) ทั้งนี้ เม่ือพิจารณาฐานะทางการเงินในภาพรวม ปรากฏว่า ทุนหมุนเวียนทุกประเภทยังคงมีสินทรัพย์ รวมมากกว่าหนี้สินรวม ภาพท่ี ๔ หนสี้ นิ รวม ประจาปีบัญชี 2562 1,600,000.00 1,445,610.59 1,521,411.37 1,400,000.00 1,295,118.75 1,431,550.14 1,200,000.00 1,000,000.00 (ล้านบาท) 800,000.00 600,000.00 400,000.00 200,000.00 2,296.02 837.10 1,016.68 132,281.59 - 2,541.21 828.67 405.95 72,024.95 ก้ยู มื จาหน่ายและ บริการ สงเคราะหแ์ ละ สนบั สนุนส่งเสริม ภาพรวม หนี้สินรวม ปีบัญชี 2561 2,296.02 ผลิต 1,016.68 สวสั ดิการสังคม หนีส้ นิ รวม ปีบัญชี 2562 2,541.21 405.95 132,281.59 1,431,550.14 837.10 1,295,118.75 72,024.95 1,521,411.37 828.67 1,445,610.59 2.2 รายได้และค่าใช้จ่ายของทุนหมุนเวียน ทุนหมุนเวียนมีรายได้ในภาพรวมเท่ากับ 630,587.14 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในภาพรวมเท่ากับ 526,088.31 ล้านบาท ส่งผลให้ทุนหมุนเวียน มรี ายไดส้ ทุ ธิ (รายไดส้ งู กว่าคา่ ใชจ้ ่าย) เท่ากบั 104,498.82 ลา้ นบาท หรอื คดิ เปน็ รอ้ ยละ 16.57 ของรายได้ รวมท้ังหมด และเม่ือพิจารณาตามประเภททุนหมุนเวียน พบว่า ทุนหมุนเวียนทุกประเภทมีรายได้ สูงกว่าค่าใช้จ่าย โดยประเภททุนหมุนเวียนท่ีมีรายได้สุทธิมากท่ีสุด คือ ทุนหมุนเวียนเพ่ือการสงเคราะห์ และสวัสดกิ ารสงั คม ซึ่งมีรายได้สุทธิเท่ากับ 491,843.35 ล้านบาท ของรายได้สุทธิรวมท้ังหมด รองลงมาคือ ทุนหมุนเวียนเพื่อการสนับสนุนส่งเสริม ซึ่งมีรายได้สุทธิเท่ากับ 86,994.78 ล้านบาท และทุนหมุนเวียน เพื่อการกยู้ ืม ซง่ึ มีรายได้สุทธเิ ท่ากับ 30,631.90 ล้านบาท ตามลาดบั (ภาพท่ี 5)

5 ภาพท่ี 5 รายได้และค่าใชจ้ ่ายของทนุ หมุนเวยี น ประจาปีบญั ชี 2562 800,000.00 600,000.00 ( ้ลานบาท) 400,000.00 200,000.00 - จาหนา่ ยและ บรกิ าร สงเคราะหแ์ ละ สนบั สนนุ ภาพรวม กยู้ มื ผลติ สวัสดกิ ารสงั คม สง่ เสรมิ 11,532.97 491,843.35 86,994.78 630,587.14 รายได้ 30,631.90 9,584.13 5,363.66 526,088.31 ค่าใชจ้ า่ ย 38,112.77 6,169.31 397,034.92 78,041.01 104,498.82 รายได้สงู (ตา่ )กว่าค่าใชจ้ า่ ย (7,480.87) 7,535.95 94,808.43 8,953.77 2,048.18 3. การประเมนิ ผลการดาเนนิ งานทนุ หมนุ เวยี น ประจาปบี ัญชี 2562 ในปีบัญชี ๒๕๖2 มีทุนหมุนเวียนทั้งสิ้น ๑๑๕ ทุน โดยมีทุนหมุนเวียนท่ีเข้าสู่ระบบการประเมินผล การดาเนินงานของกรมบัญชีกลาง จานวน 97 ทุน และไม่เข้าสู่ระบบการประเมินผลการดาเนินงาน ของกรมบัญชีกลาง จานวน 18 ทุน โดยคณะอนุกรรมการประเมินผลการดาเนินงานทุนหมุนเวียนได้เห็นชอบ กรอบหลกั เกณฑ์การประเมินผลการดาเนินงานทุนหมุนเวียน ประจาปีบัญชี 2562 โดยกาหนดให้ทุนหมุนเวียน ที่อยู่ในระบบการประเมินผลของกรมบัญชีกลาง เข้ารับการประเมินผลตามหลักการของ Balanced Scorecard และ Benchmarking ประกอบด้วย ด้านการเงิน ด้านการสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านการปฏิบัติการ ด้านการบริหารจัดการทุนหมุนเวียน ด้านการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหาร ผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงาน และลูกจ้าง และด้านการดาเนินงานตามนโยบายรัฐ/กระทรวงการคลัง ตลอดจนมีการติดตามผล การประเมินผลการดาเนินงานทุนหมุนเวียนที่กฎหมายกาหนดให้มีระบบประเมินผลเป็นการเฉพาะ ซึ่งสามารถ สรุปผลการดาเนนิ งานในภาพรวมไดด้ ังนี้ (1) ทุนหมุนเวียนท่ีเข้าสู่ระบบการประเมินผลการดาเนินงานของกรมบัญชีกลาง จานวน 97 ทุน ประกอบด้วย ทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืม จานวน 1๔ ทุน ทุนหมุนเวียนเพื่อการจาหน่ายและการผลิต จานวน 12 ทนุ ทุนหมุนเวียนเพื่อการบริการ จานวน 6 ทุน ทุนหมุนเวียนเพ่ือการสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม จานวน 17 ทนุ และทนุ หมุนเวยี นเพอ่ื การสนับสนุนส่งเสรมิ จานวน 4๘ ทนุ (ภาพท่ี 6) (2) ทนุ หมนุ เวียนทีไ่ มเ่ ขา้ สู่ระบบการประเมนิ ผลการดาเนินงานของกรมบัญชีกลาง จานวน 18 ทุน ประกอบดว้ ย (2.1) ทุนหมุนเวียนท่ีมีกฎหมายเฉพาะเก่ียวกับการประเมินผลและจัดให้มีการประเมินผล การดาเนนิ งาน จานวน 9 ทุน ได้แก่ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กองทุนเพ่ือการพัฒนาและเผยแพร่ ประชาธิปไตย กองทุนบาเหน็จบานาญข้าราชการ กองทุนพัฒนาไฟฟูา กองทุนพัฒนาส่ือปลอดภัยและสร้างสรรค์ กองทุนเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสาหรับอุตสาหกรรมเปูาหมาย กองทุนวิจัยและพัฒนา กิจการกระจายเสียง กจิ การโทรทศั น์ และกิจการโทรคมนาคม เพ่ือประโยชน์สาธารณะ กองทุนเพ่ือความเสมอภาค ทางการศึกษา และกองทนุ เพอื่ การพัฒนาพรรคการเมอื ง (2.2) ทนุ หมุนเวยี นทมี่ ีสถานะไม่พร้อมประเมนิ ผลการดาเนินงาน จานวน 9 ทนุ ไดแ้ ก่

จานวน ( ุทน) 6 (2.2.1) ทุนหมุนเวียนท่ีอยู่ระหว่างดาเนินการยุบเลิก จานวน 3 ทุน 4 ได้แก่ เงินทุนหมุนเวียนเพ่ือพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกองทนุ ส่งเสรมิ ศลิ ปะร่วมสมัย (2.2.2) ทุนหมุนเวียนที่อยู่ระหว่างการรวม จานวน 1 ทุน ได้แก่ กองทุนส่งเสริม งานวัฒนธรรมจังหวัด5 เน่ืองจากมีวัตถุประสงค์ในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมซ้าซ้อนกับกองทุนส่งเสริม งานวัฒนธรรม จงึ ไม่มกี ารประเมนิ ผลการดาเนินงาน (2.2.3) ทุนหมุนเวียนที่จัดต้ังข้ึนใหม่และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม จานวน 4 ทุน ได้แก่ กองทุนเพื่อการพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดิน กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม6 (2.2.4) ทุนหมุนเวียนท่ียังไม่มีการดาเนินงานตามภารกิจและวัตถุประสงค์การจัดต้ัง จานวน ๑ ทุน ได้แก่ กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและการฝึกอบรมวิชาชีพ เนื่องจากท่ีมาของรายได้ มาจากสถานประกอบการหรือเอกชนมอบให้แก่กองทุน หรือมีผู้บริจาคหรืออุทิศให้แก่กองทุนฯ โดยในปจั จุบันยงั ไมม่ รี ายไดจ้ ากแหลง่ ท่มี าดงั กล่าว ท่ีจะนามาใช้ในการดาเนินงานตามภารกิจและวัตถุประสงค์ จึงไมส่ ามารถประเมนิ ผลการดาเนินงานได้ ท้งั นี้ มีทุนหมุนเวยี นทเี่ ข้าสู่ระบบการประเมินผลการดาเนินงานของกรมบัญชีกลางเป็นปีแรก จานวน ๑ ทุน ได้แก่ กองทนุ ส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศ ภาพท่ี 6 ทนุ หมุนเวยี นทเ่ี ขา้ สรู่ ะบบการประเมินผล ประจาปีบญั ชี 256๒ จาแนกตามประเภททนุ หมุนเวยี น 50 48 40 30 20 17 ๑๔ 12 10 6 0 4 เงินทุนหมุนเวียนเพ่ือพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกองทุนส่งเสริมศิ ลปะร่วมสมัย มผี ลการประเมินผลการดาเนินงานตา่ กว่าเกณฑ์ (3.0000 คะแนน) เปน็ เวลา 3 ปี ตดิ ตอ่ กนั (ปีบญั ชี 2559 - 2561) 5 กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด เน่ืองจากมีวัตถุประสงค์ในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมซ้าซ้อนกับกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม จึงไม่มี การประเมินผลการดาเนินงาน 6 กองทุนเพ่ือการพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดิน กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นทุนหมุนเวียนท่ีจัดต้ังขึ้นใหม่และและอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อมเพื่อเข้ารับ การประเมินผลการดาเนนิ งานของกรมบัญชกี ลาง

7 จากผลการประเมินผลการดาเนินงานทุนหมุนเวียนที่เข้าสู่ระบบการประเมินผลของกรมบัญชีกลาง ประจาปีบัญชี 256๒ พบว่า คะแนนผลการประเมินเฉลี่ยในภาพรวม เท่ากับ 3.9083 คะแนน (คะแนนเต็ม 5.0000 คะแนน) เพิ่มขึ้น 0.0๖96 คะแนน เมื่อเทียบกับผลการดาเนินงานในปีบัญชี 256๑ (ตารางท่ี ๒ และตารางท่ี 3) โดยมีทุนหมุนเวียนท่ีมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินผล จานว น 45 ทุน คิดเป็นร้อยละ 46 ซึ่งเป็นทุนหมุนเวียนเพ่ือการสนับสนุนส่งเสริม จานวน 21 ทุน ทุนหมุนเวียนเพ่ือการกู้ยืม จานวน 8 ทุน ทนุ หมนุ เวียนเพอ่ื การสงเคราะหแ์ ละสวัสดิการสังคม จานวน 7 ทุน ทุนหมุนเวียนเพื่อการจาหน่าย และการผลิต จานวน 6 ทุน และทุนหมุนเวียนเพื่อการบริการ จานวน 3 ทุน ในขณะท่ีทุนหมุนเวียนท่ีมีผล การประเมินไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผล หรือมีคะแนนผลการประเมินบางด้านต่ากว่า 3.0000 คะแนน จานวน 52 ทุน คิดเป็นร้อยละ 54 เป็นทุนหมุนเวียนเพ่ือการสนับสนุนส่งเสริม จานวน 27 ทุน ทุนหมุนเวียน เพื่อการสงเคราะห์และสวสั ดกิ ารสงั คม จานวน 10 ทุน ทนุ หมนุ เวยี นเพื่อการกู้ยืม จานวน 6 ทนุ ทนุ หมุนเวียน เพื่อการจาหนา่ ยและการผลติ (จานวน 6 ทุน) และทนุ หมนุ เวียนเพอื่ การบรกิ าร (จานวน 3 ทุน) ตารางท่ี 2 ผลการประเมินผลการดาเนินงานทนุ หมนุ เวยี น ประจาปีบัญชี 2558 - 2562 ผลการดาเนนิ งาน ปบี ญั ชี 2558 2559 2560 2561 2562 จานวนทุน 99 98 95 100 97 คะแนนเฉลี่ย 3.9010 3.8830 3.7509 3.8387 3.9083 ตารางท่ี 3 สรปุ ผลการประเมนิ ผลการดาเนนิ งานทุนหมุนเวยี น ประจาปบี ัญชี 2558 - 256๒ ประเภททนุ หมนุ เวียน ปีบญั ชี คะแนนเฉลี่ย 2558 2559 2560 2561 2562 เพ่ือการกยู้ มื 3.9851 4.1284 3.8327 3.6922 4.0197 3.9316 เพื่อการจาหน่ายและการผลติ 4.1277 3.9747 3.8555 3.8329 3.9641 3.9510 เพ่อื การบรกิ าร 3.1471 3.8896 3.0236 3.8771 3.8434 3.5562 เพือ่ การสงเคราะห์และสวสั ดกิ ารสังคม 4.1740 3.7609 3.7379 3.9530 3.8995 3.9051 เพอ่ื การสนับสนนุ สง่ เสรมิ 3.8221 3.8197 3.7977 3.8459 3.8733 3.8317 3.9010 3.8830 3.7509 3.8387 3.9083 3.8564 คะแนนเฉล่ยี สาหรับทุนหมุนเวียนที่มีคะแนนผลการประเมินสูงสุด ๓ อันดับแรก คือ กองทุนส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพกิ าร (4.8288 คะแนน) กองทุนบริหารเงินกู้เพ่ือการปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและพัฒนา ตลาดตราสารหน้ีในประเทศ (4.8222 คะแนน) และกองทุนการปูองกันและปราบปรามการฟอกเงิน (4.7759 คะแนน) ในขณะทีท่ นุ หมนุ เวียนที่มีคะแนนผลการประเมนิ เฉลีย่ ในภาพรวมต่าสุด คือ กองทุนพัฒนา เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา (2.2330 คะแนน) รองลงมาคือ เงินทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน (2.4054 คะแนน) และกองทนุ พัฒนาอสงั หารมิ ทรัพย์ของรัฐ (2.4110 คะแนน) ตามลาดับ (ตารางท่ี ๔)

8 ตารางที่ ๔ ผลการประเมินผลการดาเนนิ งานทุน หมุนเวียน ประจาปบี ัญชี 256๒ (คะแนนเต็ม 5.0000 คะแนน) อันดับ ทนุ หมุนเวยี น ผลการประเมินผลการดาเนินงาน ปบี ญั ชี 2562 ปบี ญั ชี 2561 ผลตา่ ง 1 กองทุนส่งเสริมและพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ คนพิการ 2 กองทุนบริหารเงินกเู้ พื่อการปรับโครงสรา้ งหนส้ี าธารณะ 4.8288 4.6645 0.1643 4.8222 4.8161 0.0061 และพัฒนาตลาดตราสารหนีใ้ นประเทศ 3 กองทุนการปอู งกนั และปราบปรามการฟอกเงิน 4.7759 4.6914 0.0845 4 เงินทนุ หมนุ เวยี นเพอ่ื ใหข้ า้ ราชการสานกั งานเลขาธิการ 4.7199 4.2003 0.5196 สภาผู้แทนราษฎรกยู้ ืมเพื่อชาระหนี้สิน 4.7156 4.5650 0.1506 5 กองทุนเพือ่ ผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา 4.7090 4.1711 0.5379 6 กองทุนคุ้มครองพันธุ์พืช 4.7081 4.0624 0.6457 7 เงินทนุ หมนุ เวยี นเพ่อื การชลประทาน 4.7071 4.9041 -0.1970 8 กองทุนหลักประกันสขุ ภาพแหง่ ชาติ 4.6542 4.5338 0.1204 9 กองทนุ เพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสขุ 4.6445 4.2239 0.4206 10 เงินทุนหมุนเวียนเพอื่ การบรหิ ารทา่ เรอื พาณิชยส์ ตั หบี - 4.6064 4.8433 -0.2369 กองทัพเรือ 4.5994 3.3853 1.2141 11 กองทนุ พฒั นาระบบสถาบันการเงินเฉพาะกจิ 4.5906 4.6758 -0.0852 12 กองทุนจดั รปู ทด่ี ินเพื่อพฒั นาพืน้ ท่ี 4.5829 2.8646 1.7183 13 กองทุนพัฒนาฝีมอื แรงงาน 4.5768 4.2685 0.3083 14 กองทนุ รวมเพ่ือช่วยเหลือเกษตรกร 4.5408 4.9450 -0.4042 15 เงนิ ทนุ คา่ ธรรมเนียมผา่ นทาง 4.5407 4.6080 -0.0673 16 กองทุนเพ่อื การพัฒนาวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี 4.5377 4.2830 0.2547 17 กองทุนสง่ เสริมการค้าระหวา่ งประเทศ 4.5372 4.1484 0.3888 18 กองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย 4.5296 4.6002 -0.0706 19 เงินทนุ หมนุ เวยี นคา่ เครอื่ งจักรกลของกรมทางหลวง 20 เงนิ ทุนหมุนเวียนการบริหารจดั การเหรยี ญกษาปณ์ 4.4433 4.3033 0.1400 ทรัพย์สินมคี า่ ของแผน่ ดิน และการทาของ 4.4284 4.4625 -0.0341 21 กองทนุ ปรบั โครงสรา้ งการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพมิ่ ขีด 4.3944 4.1751 0.2193 4.3475 3.8971 0.4504 ความสามารถการแขง่ ขนั ของประเทศ 4.3336 4.3495 -0.0159 22 กองทนุ เงินใหก้ ู้ยืมเพือ่ การศกึ ษา 4.3239 4.2547 0.0692 23 เงนิ ทุนหมุนเวียนเพอื่ จัดทาแผน่ ปาู ยทะเบยี นรถ 4.2929 4.3235 -0.0306 24 กองทนุ คุ้มครองเด็ก 4.2549 4.1076 0.1473 25 เงนิ ทนุ หมุนเวียนโรงงานเภสชั กรรมทหาร 4.2324 2.9854 1.2470 26 กองทนุ ส่งเสรมิ การจดั สวสั ดกิ ารสงั คม 4.2107 4.5670 -0.3563 27 กองทุนส่งเสรมิ วสิ าหกจิ ขนาดกลางและขนาดย่อม 4.2031 3.8860 0.3171 28 กองทุนสิง่ แวดล้อม 4.1998 3.0563 1.1435 29 กองทนุ สง่ เสรมิ งานวฒั นธรรม 4.1784 3.6424 0.5360 30 กองทุนเพื่อการพฒั นาระบบมาตรวิทยา 4.1525 4.2862 -0.1337 31 กองทุนจดั รปู ทด่ี นิ 4.1438 4.1960 -0.0522 32 เงนิ ทนุ หมนุ เวยี นเพือ่ ผลิตวัคซีนจาหนา่ ย 33 กองทุนทดแทนผู้ประสบภัย 34 กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 35 กองทุนเพอ่ื ความปลอดภัยในการใช้รถใชถ้ นน

9 อันดับ ทนุ หมุนเวยี น ผลการประเมินผลการดาเนนิ งาน ปีบญั ชี 2562 ปบี ัญชี 2561 ผลต่าง 36 กองทุนผสู้ ูงอายุ 4.1381 4.1968 -0.0587 37 กองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน 4.1198 4.4013 -0.2815 ประถมศึกษา 38 กองทุนการแพทย์ฉกุ เฉนิ 4.0898 4.5375 -0.4477 39 กองทนุ ประกันวินาศภัย 4.0785 3.6680 0.4105 40 กองทนุ ประกันชวี ติ 4.0597 3.6193 0.4404 41 กองทุนนา้ มันเช้ือเพลงิ 4.0535 4.3016 -0.2481 42 กองทนุ สงเคราะหล์ ูกจา้ ง 4.0442 3.8294 0.2148 43 กองทุนสงเคราะห์ 4.0354 3.8685 0.1669 44 เงนิ ทุนหมนุ เวียนโรงงานแบตเตอรท่ี หาร 4.0281 2.4763 1.5518 45 เงินทนุ หมนุ เวยี นศนู ยอ์ านวยการสรา้ งอาวุธ 4.0269 4.2072 -0.1803 46 กองทุนเพือ่ การสบื สวนและสอบสวนคดอี าญา 4.0226 3.8870 0.1356 47 เงินทนุ หมุนเวียนเพือ่ ผลิตรูปถ่ายทางอากาศ 3.9948 3.9020 0.0928 48 กองทุนการปฏริ ูปทีด่ นิ เพอ่ื เกษตรกรรม 3.9855 4.4646 -0.4791 49 เงนิ ทนุ หมุนเวียนโรงงานในอารกั ษ์ 3.9772 4.2654 -0.2882 50 เงนิ ทุนหมุนเวยี นยาเสพตดิ 3.9742 4.5035 -0.5293 51 กองทุนเพ่อื ชว่ ยเหลือคนหางานไปทางานในตา่ งประเทศ 3.9719 4.2658 -0.2939 52 เงินทุนหมนุ เวียนเพื่อแก้ไขปญั หาหนสี้ ินข้าราชการครู 3.9590 3.8406 0.1184 53 กองทนุ ประกันสังคม 3.9559 3.8798 0.0761 54 กองทนุ เพอ่ื ผู้ใช้แรงงาน 3.9500 4.4011 -0.4511 55 กองทุนเพ่อื ผูร้ ับงานไปทาท่บี ้าน 3.9399 3.4517 0.4882 56 กองทนุ สง่ เสรมิ งานจดหมายเหตุ 3.9192 4.2307 -0.3115 57 กองทนุ สาหรบั ผเู้ ดินทางไปประกอบพิธฮี จั ย์ 3.8790 3.3164 0.5626 58 เงนิ ทุนหมุนเวียนในการผลติ เช้ือไรโซเบยี ม 3.8773 4.5082 -0.6309 59 กองทุนเพื่อส่งเสรมิ การอนุรักษ์พลงั งาน 3.8708 3.3885 0.4823 60 เงนิ ทนุ หมุนเวียนการสังคตี 3.8686 3.0138 0.8548 61 กองทนุ สง่ เสรมิ การเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาเฉลมิ พระเกียรติ 3.8598 4.3906 -0.5308 80 พรรษา 62 เงินทนุ หมนุ เวยี นเพื่อการสง่ เสรมิ อาชีพอุตสาหกรรม 3.8444 4.0910 -0.2466 ในครอบครวั และหตั ถกรรมไทย 63 กองทนุ หมุนเวยี นเพอ่ื การกู้ยมื แกเ่ กษตรกรและผู้ยากจน 3.8173 3.7042 0.1131 64 กองทุนเพ่ือการปูองกนั และปราบปรามการคา้ มนษุ ย์ 3.8151 3.1019 0.7132 65 กองทนุ พฒั นาสหกรณ์ 3.7836 4.1188 -0.3352 66 กองทุนพฒั นานา้ บาดาล 3.7684 3.0674 0.7010 67 กองทุนเงินทดแทน 3.7136 3.7258 -0.0122 68 เงินทุนหมุนเวียนโรงงานผลติ วตั ถรุ ะเบดิ ทหาร 3.7098 4.0301 -0.3203 69 เงินทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนากฎหมาย 3.6849 3.2757 0.4092 70 เงนิ ทุนหมุนเวยี นเพอ่ื ผลิตและขยายพนั ธพ์ุ ืช 3.6760 3.3684 0.3076 71 กองทุนการออมแหง่ ชาติ 3.6486 3.5895 0.0591 72 กองทนุ การท่าอากาศยานอู่ตะเภา 3.5924 3.7316 -0.1392 73 กองทุนสง่ เสริมโรงเรยี นในระบบ 3.5568 2.5862 0.9706

10 อันดบั ทุนหมนุ เวยี น ผลการประเมินผลการดาเนินงาน ปีบัญชี 2562 ปบี ัญชี 2561 ผลตา่ ง 74 กองทนุ สงเคราะห์เกษตรกร 75 เงินทุนหมุนเวยี นในการผลติ พนั ธ์ปุ ลาพนั ธ์ุกุง้ 3.5349 3.4403 0.0946 3.5223 4.3900 -0.8677 และพนั ธุส์ ตั ว์น้าอนื่ ๆ 76 กองทนุ ปอู งกนั และปราบปรามยาเสพติด 3.4930 4.3267 -0.8337 77 กองทุนส่งเสรมิ และพฒั นาการศึกษาสาหรับคนพิการ 3.4623 3.4754 -0.0132 78 กองทุนเพอ่ื การบริหารจดั การการทางานของคนต่างดา้ ว 3.4310 3.5824 -0.1514 79 กองทนุ พัฒนาการกีฬาแห่งชาติ 3.4158 4.0330 -0.6172 80 กองทุนหมบู่ า้ นและชมุ ชนเมอื งแหง่ ชาติ 3.3364 3.3070 0.0294 81 เงินทนุ หมนุ เวยี นสถานแสดงพันธส์ุ ัตว์นา้ จังหวดั ภูเกต็ 3.3039 3.6907 -0.3868 82 เงินทนุ หมุนเวยี นยางพารา 3.2898 3.4265 -0.1367 83 กองทุนยตุ ิธรรม 3.2648 3.8411 -0.5763 84 กองทนุ พัฒนาเอสเอม็ อีตามแนวประชารัฐ 3.2638 1.7170 1.5468 85 กองทุนอ้อยและนา้ ตาลทราย 3.2538 2.7700 0.4838 86 เงินทนุ หมนุ เวียนอตุ สาหกรรมปูองกนั ประเทศ 3.1792 2.9146 0.2646 87 กองทุนส่งเสริมความเท่าเทยี มระหว่างเพศ* 3.0951 3.0951 88 กองทุนคุม้ ครองธุรกจิ นาเท่ียว 3.0383 - -0.3103 89 กองทนุ ความปลอดภัย อาชีวอนามยั และสภาพแวดล้อม 3.0343 3.3486 -0.4209 3.4552 ในการทางาน 90 กองทุนพฒั นาผปู้ ระกอบการเทคโนโลยีและนวตั กรรม 2.9178 3.1465 -0.2287 91 กองทนุ ฟนื้ ฟูและพัฒนาเกษตรกร* 2.8523 - 2.8523 92 กองทุนเพือ่ สง่ เสริมการท่องเที่ยวไทย 2.8056 -0.5953 93 กองทุนจัดการซากดกึ ดาบรรพ์ 2.7158 3.4009 -0.6767 94 กองทนุ พัฒนาดิจิทลั เพ่อื เศรษฐกจิ และสงั คม 2.4880 3.3925 -0.5480 95 กองทุนพัฒนาอสงั หาริมทรพั ย์ของรัฐ 2.4110 3.0360 -1.7900 96 เงินทุนหมุนเวียนกรมท่าอากาศยาน 2.4054 4.2010 -0.7941 97 กองทุนพฒั นาเทคโนโลยีเพ่ือการศกึ ษา 2.2330 3.1995 -1.0594 3.9083 3.2924 0.0696 คะแนนเฉลีย่ 3.8387 หมายเหตุ : * หมายถึง ทุนหมุนเวยี นไม่ไดเ้ ขา้ สู่ระบบการประเมินผลดาเนินงาน ประจาปบี ญั ชี ๒๕๖๑ อยา่ งไรก็ตาม เมอ่ื พจิ ารณาเปรียบเทยี บกบั คะแนนการประเมินผลการดาเนินงาน ระหวา่ งปบี ัญชี 256๒ กบั ปบี ัญชี 256๑ ปรากฏวา่ ทุนหมนุ เวียนท่ีมีคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมเพ่ิมข้ึนสูงสุด ๓ อันดับแรก คือ กองทุน รวมเพื่อช่วยเหลือเกษตร (เพิ่มขึ้น 1.7183 คะแนน) เงินทุนหมุนเวียนโรงงานแบตเตอรี่ทหาร (เพิ่มข้ึน 1.5518 คะแนน) และกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอตี ามแนวประชารฐั (เพ่ิมขนึ้ 1.5468 คะแนน) ซง่ึ ปัจจัยท่ีส่งผล ต่อความสาเร็จในการดาเนินงานของทุนหมุนเวียนดังกล่าว ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทุนหมุนเวียนต่างตระหนัก และให้ความสาคัญในการดาเนินงานตามกรอบหลักเกณฑ์การประเมินผลการดาเนินงานทุนหมุนเวียนเพ่ิมข้ึน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดให้มีการทบทวนและจัดทาแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการให้เป็นไปตาเปูาประสงค์ การจดั ต้งั ทนุ หมุนเวียนท่ีกาหนด มีการมอบหมายบุคลากรเพ่ือรับผิดชอบภารกิจและตัวช้ีวัดต่าง ๆ อย่างชัดเจน และเป็นระบบ รวมท้ังได้กาหนดกรอบระยะเวลาการรายงานผลการดาเนินงานตัวช้ีวัดท่ีชัดเจน ส่งผลให้คะแนน ผลการประเมนิ ผลการดาเนินงานในภาพรวมสงู กวา่ เกณฑ์การประเมินผล

11 3.1 ทนุ หมนุ เวยี นท่ีมผี ลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมนิ ผล ทุนหมุนเวียนท่ีมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินผล หรือได้รับผลการประเมินเฉล่ีย เกินกว่าเกณฑ์มาตรฐานตั้งแต่ระดับ 3.0000 คะแนนข้ึนไป และคะแนนประเมินผลทุกด้านเกินกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน จานวน ๔๕ ทนุ มีคะแนนผลการประเมินเฉลี่ยในภาพรวมเท่ากับ 4.2911 คะแนน ทั้งนี้ เมื่อพิจารณา คะแนนผลการประเมนิ ในแตล่ ะดา้ น ปรากฏวา่ ทนุ หมุนเวยี นมีคะแนนผลการประเมินเฉล่ียด้านที่ 2 การสนอง ประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสูงสุด (4.5917 คะแนน) รองลงมาคือ ด้านปฏิบัติการ (4.3478 คะแนน) และดา้ นการเงนิ (4.3001 คะแนน) ตามลาดบั (ตารางท่ี ๕) ตารางท่ี ๕ ทนุ หมุนเวียนทีม่ ผี ลการประเมินผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ผล ประจาปบี ญั ชี 2562 อนั ดับ ทุนหมุนเวียน ด้านท่ี 1 ด้านที่ 2 ดา้ นที่ 3 ดา้ นที่ 4 ด้านที่ 5 ด้านที่ 6 เฉล่ยี 1 กองทนุ สง่ เสรมิ และพฒั นา 5.0000 5.0000 5.0000 4.6917 4.8500 3.9000 4.8288 คุณภาพชีวิตคนพกิ าร 2 กองทุนบริหารเงนิ กู้เพ่ือการปรับ 5.0000 5.0000 5.0000 4.2500 4.8013 4.5455 4.8222 โครงสรา้ งหน้สี าธารณะ และพัฒนาตลาดตราสารหนใ้ี น ประเทศ 3 กองทุนการปูองกันและ 5.0000 5.0000 4.7213 4.7267 4.5450 4.4601 4.7759 ปราบปรามการฟอกเงนิ 4 เงินทนุ หมนุ เวยี นเพ่อื ให้ 5.0000 5.0000 4.7500 4.1417 4.6250 4.8610 4.7199 ข้าราชการสานกั งานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรกูย้ มื เพอื่ ชาระ หน้ีสนิ 5 กองทนุ เพอื่ ผู้เคยเปน็ สมาชกิ - 4.5943 5.0000 4.4750 4.4138 4.9498 4.7156 รัฐสภา* 6 กองทนุ ค้มุ ครองพนั ธ์พุ ชื 5.0000 5.0000 5.0000 3.6300 4.2325 5.0000 4.7090 7 เงินทนุ หมนุ เวียนเพ่อื การ 5.0000 4.8806 4.5333 4.2833 4.8925 4.9618 4.7081 ชลประทาน 8 กองทนุ หลกั ประกันสขุ ภาพ 5.0000 5.0000 4.3333 4.6750 4.6716 4.8873 4.7071 แห่งชาติ 9 เงินทุนหมนุ เวียนเพ่อื การบริหาร 5.0000 5.0000 5.0000 3.7167 3.7125 4.6570 4.6445 ท่าเรือพาณิชยส์ ัตหีบ - กองทัพเรอื 10 กองทุนพัฒนาระบบสถาบนั 5.0000 5.0000 4.4286 4.1050 4.4063 5.0000 4.6064 การเงนิ เฉพาะกจิ 11 กองทุนจัดรปู ทีด่ ินเพื่อพฒั นา - 4.8333 5.0000 3.2667 4.2575 4.8907 4.5994 พื้นท*่ี 12 กองทุนพัฒนาฝมี อื แรงงาน 4.9084 4.7500 4.5000 4.1333 4.3850 4.9580 4.5906 13 กองทนุ รวมเพอ่ื ชว่ ยเหลอื 4.9590 4.0000 5.0000 3.9100 4.5250 4.0000 4.5829 เกษตรกร 5.0000 3.9553 4.9052 4.2417 4.4813 4.3233 4.5768 14 เงนิ ทุนค่าธรรมเนียมผา่ นทาง 15 กองทุนส่งเสรมิ การคา้ ระหว่าง 5.0000 4.6667 5.0000 4.1333 4.0159 3.1910 4.5407 ประเทศ

12 อันดับ ทนุ หมุนเวยี น ด้านท่ี 1 ดา้ นที่ 2 ด้านที่ 3 ด้านท่ี 4 ด้านที่ 5 ด้านท่ี 6 เฉล่ยี 16 เงนิ ทุนหมุนเวียนคา่ 4.2972 4.6467 4.5841 4.3167 4.5375 4.9063 4.5372 เครื่องจกั รกลของกรมทางหลวง 17 เงนิ ทุนหมุนเวยี นการบริหาร 3.1333 5.0000 5.0000 4.1233 4.5925 4.8185 4.5296 จดั การเหรียญกษาปณ์ ทรัพย์สิน มคี ่าของแผน่ ดิน และการทาของ 18 กองทนุ ปรบั โครงสรา้ งการผลติ 3.6667 4.5300 5.0000 4.0667 4.5000 4.1733 4.4433 ภาคเกษตรเพ่อื เพมิ่ ขีด ความสามารถการแข่งขนั ของ ประเทศ 19 เงินทุนหมนุ เวียนเพื่อจัดทาแผ่น 4.2286 4.5000 5.0000 3.7333 4.4014 3.9850 4.3944 ปูายทะเบยี นรถ 20 กองทนุ คมุ้ ครองเดก็ 5.0000 5.0000 4.4813 3.3167 4.2563 3.3000 4.3475 21 กองทนุ ส่งเสรมิ การจดั สวสั ดกิ าร 5.0000 4.6667 4.1429 3.6367 4.6750 4.1090 4.3239 สงั คม 22 กองทนุ สง่ เสริมวสิ าหกจิ ขนาด 5.0000 4.2957 4.7533 3.9267 3.2714 3.8000 4.2929 กลางและขนาดยอ่ ม 23 กองทนุ ส่ิงแวดลอ้ ม 4.0000 4.9015 4.0047 4.1583 4.6463 3.8500 4.2549 24 กองทุนส่งเสริมงานวฒั นธรรม 3.0000 5.0000 5.0000 3.8917 4.2625 3.7245 4.2324 25 กองทุนเพอื่ การพฒั นาระบบ 5.0000 4.6417 4.2681 4.0200 3.8925 3.1500 4.2107 มาตรวิทยา 26 เงนิ ทนุ หมนุ เวียนเพือ่ ผลิตวคั ซนี 5.0000 4.0000 4.0000 3.9767 4.6325 4.4000 4.1998 จาหน่าย 27 กองทนุ ทดแทนผปู้ ระสบภยั 3.1200 4.9248 3.9340 4.5167 4.2563 3.5190 4.1784 28 กองทุนเพื่อความปลอดภยั ใน 3.9310 4.6000 4.3181 4.0833 3.8215 3.1060 4.1438 การใช้รถใชถ้ นน 3.0775 4.2928 4.5026 3.5100 4.2000 4.5985 4.1381 29 กองทนุ ผู้สูงอายุ 30 กองทนุ การแพทย์ฉกุ เฉิน 4.0000 5.0000 3.5000 4.4300 3.2725 3.9800 4.0898 31 กองทนุ ประกันวินาศภัย 4.8500 4.2000 3.8200 3.6733 3.6500 4.3005 4.0785 32 กองทุนประกันชีวิต 5.0000 4.0000 4.2778 3.3867 3.7097 3.4740 4.0597 33 กองทนุ สงเคราะห์ 5.0000 4.0107 4.3571 3.3900 3.3350 3.1675 4.0354 34 เงินทุนหมนุ เวียนเพอ่ื ผลิตรูป 5.0000 5.0000 3.1345 3.6750 4.7250 3.7400 3.9948 ถา่ ยทางอากาศ 3.0768 5.0000 3.8768 4.1200 3.9511 4.8403 3.9855 3.0000 4.0258 4.6840 4.1622 4.0309 3.6665 3.9742 35 กองทุนการปฏิรูปทดี่ ินเพอื่ เกษตรกรรม 36 เงนิ ทุนหมุนเวยี นยาเสพตดิ 37 เงนิ ทนุ หมนุ เวียนเพอื่ แก้ไข 3.0000 3.2027 4.8211 4.1917 4.3350 3.7000 3.9590 ปญั หาหนส้ี ินข้าราชการครู 3.1333 4.8380 3.6000 3.7617 4.0013 4.0615 3.9500 38 กองทุนเพ่อื ผใู้ ชแ้ รงงาน

13 อนั ดับ ทุนหมุนเวยี น ดา้ นที่ 1 ด้านท่ี 2 ดา้ นที่ 3 ดา้ นที่ 4 ด้านที่ 5 ด้านท่ี 6 เฉลีย่ 39 กองทุนเพื่อผู้รับงานไปทาทีบ่ ้าน 4.2778 5.0000 3.3333 3.3300 4.2875 3.7000 3.9399 40 กองทุนเพอ่ื สง่ เสรมิ การอนรุ กั ษ์ - 5.0000 3.3333 3.5733 4.6478 3.7000 3.8708 พลงั งาน* 41 เงินทุนหมุนเวยี นการสังคีต 3.1213 4.0000 5.0000 3.6333 3.4938 3.0000 3.8686 42 เงินทนุ หมุนเวยี นเพือ่ การ 3.0325 5.0000 3.3280 3.8917 4.1575 4.8995 3.8444 สง่ เสริมอาชพี อุตสาหกรรม ในครอบครัวและหัตถกรรมไทย 43 กองทนุ พฒั นานา้ บาดาล 3.1111 4.0440 3.0800 4.3000 4.8575 3.9000 3.7684 44 เงนิ ทุนหมุนเวียนเพอ่ื ผลติ และ 3.6800 4.6227 3.3458 3.5400 3.6200 4.0000 3.6760 ขยายพนั ธุ์พชื 45 กองทุนการออมแห่งชาติ 5.0000 3.0025 3.0000 4.1433 4.1750 3.5911 3.6486 คะแนนเฉล่ยี 4.3001 4.5917 4.3478 3.9746 4.2447 4.1277 4.2911 หมายเหตุ : * หมายถึง ทุนหมุนเวียนที่ไม่ได้มกี ารประเมนิ ผลการดาเนนิ งานดา้ นท่ี 1 การเงิน 3.2 ทุนหมุนเวียนที่มีผลการประเมินผลการดาเนินงานต้องปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพ การดาเนนิ งานของทุนหมุนเวยี น (ปรบั ปรุง/พัฒนา) จากผลการประเมินผลการดาเนนิ งานทุนหมนุ เวยี น ประจาปีบัญชี 256๒ พบว่า มีทุนหมุนเวียน ซึ่งถูกจัดอยู่ในกลุ่มที่มีผลการประเมินผลการดาเนินงานต้องปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพการดาเนินงาน ของทุนหมุนเวียน (ปรับปรุง/พัฒนา) หรือทุนหมุนเวียนท่ีได้รับผลการประเมินเฉล่ียเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ตั้งแต่ระดับ 3.0000 คะแนนข้ึนไป แต่มีผลการประเมินด้านใดด้านหนึ่งต่ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน (คะแนนต่ากว่า 3.0000 คะแนน) จานวน ๔๔ ทุน โดยมีคะแนนผลการประเมินเฉลี่ยในภาพรวม เท่ากับ 3.7540 คะแนน (ตารางท่ี 6) ตารางท่ี ๖ ทุนหมุนเวียนท่ีมีผลการประเมินผลการดาเนินงาน ประจาปีบัญชี 2562 ต้องปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพ การดาเนินงานของทุนหมนุ เวยี น (ปรบั ปรงุ /พัฒนา) อันดับ ทุนหมนุ เวยี น ด้านที่ 1 ด้านที่ 2 ด้านท่ี 3 ด้านท่ี 4 ดา้ นที่ 5 ดา้ นที่ 6 เฉลี่ย 1 กองทุนเพ่ือการพัฒนาระบบ 4.8000 5.0000 4.8726 4.6667 4.6647 2.9235 4.6542 สาธารณสุข 2 กองทนุ เพอ่ื การพัฒนา 1.6057 5.0000 5.0000 4.9033 4.7250 4.2226 4.5408 วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3 กองทุนภมู ปิ ัญญาการแพทย์ 1.0000 4.8432 5.0000 4.7000 4.5188 3.7000 4.5377 แผนไทย 4 กองทุนเงินใหก้ ู้ยืมเพื่อการศกึ ษา 3.4175 5.0000 5.0000 4.8667 4.6557 2.9938 4.4284 5 เงินทนุ หมนุ เวยี นโรงงานเภสัช 4.6850 4.6280 4.5667 4.3833 4.7500 1.9993 4.3336 กรรมทหาร 6 กองทนุ จดั รูปท่ดี ิน 2.6213 4.7500 4.5627 4.0100 4.0013 4.8943 4.2031 7 กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี 1.0000 5.0000 4.7143 4.5333 4.6250 4.6000 4.1525 8 กองทุนเพือ่ โครงการอาหาร 3.0000 4.5000 5.0000 3.5200 3.7450 2.1730 4.1198 กลางวันในโรงเรียน

14 อนั ดับ ทนุ หมนุ เวียน ด้านที่ 1 ดา้ นที่ 2 ดา้ นที่ 3 ด้านที่ 4 ด้านที่ 5 ด้านที่ 6 เฉล่ยี ประถมศกึ ษา 9 กองทุนนา้ มนั เชื้อเพลงิ 5.0000 2.8533 5.0000 3.6200 3.2250 2.6000 4.0535 10 กองทนุ สงเคราะหล์ กู จ้าง 5.0000 5.0000 4.4434 3.0800 3.2375 2.0320 4.0442 11 เงินทุนหมุนเวยี นโรงงาน 2.3333 4.3333 5.0000 3.5167 3.5063 4.0000 4.0281 แบตเตอร่ีทหาร 12 เงนิ ทนุ หมนุ เวียนศูนย์ 1.9531 3.7453 4.5000 4.2500 4.2500 4.0730 4.0269 อานวยการสร้างอาวุธ 13 กองทุนเพอ่ื การสืบสวนและ 1.0000 4.1060 3.9765 4.7000 4.2400 4.3180 4.0226 สอบสวนคดีอาญา 14 เงินทนุ หมุนเวยี นโรงงานใน 1.0000 4.8000 5.0000 3.1750 3.8313 3.1778 3.9772 อารักษ์ 15 กองทนุ เพื่อชว่ ยเหลอื คนหางาน 5.0000 5.0000 3.7831 3.9167 4.4563 2.9723 3.9719 ไปทางานในตา่ งประเทศ 16 กองทนุ ประกันสงั คม 3.0000 3.9034 5.0000 4.2267 4.1520 2.7665 3.9559 17 กองทุนสง่ เสรมิ งานจดหมายเหตุ 1.0000 4.2000 5.0000 3.6067 4.2950 4.9873 3.9192 18 กองทนุ สาหรับผเู้ ดนิ ทางไป 5.0000 5.0000 3.0000 3.5417 3.7271 2.2500 3.8790 ประกอบพธิ ีฮัจย์ 19 เงินทุนหมนุ เวียนในการผลติ เชือ้ 1.0000 5.0000 4.2857 3.7350 4.1825 4.9880 3.8773 ไรโซเบียม 20 กองทุนส่งเสริมการเผยแผ่ 4.5857 4.2400 4.3333 3.4167 3.2438 2.0435 3.8598 พระพุทธศาสนา เฉลมิ พระเกียรติ 80 พรรษา 21 กองทนุ หมุนเวียนเพ่ือการก้ยู มื 4.6050 5.0000 2.6995 4.4250 4.6325 4.1970 3.8173 แก่เกษตรกรและผูย้ ากจน 22 กองทุนเพือ่ การปอู งกนั และ 5.0000 4.2253 2.7235 3.1417 4.2663 4.3000 3.8151 ปราบปรามการคา้ มนษุ ย์ 23 กองทุนพัฒนาสหกรณ์ 2.1900 3.8640 4.1457 3.8833 4.5375 4.7195 3.7836 24 กองทนุ เงินทดแทน 1.9383 3.8096 4.6000 4.2030 3.9000 3.0000 3.7136 25 เงนิ ทุนหมุนเวยี นโรงงานผลติ 1.0000 4.5000 4.1796 3.5967 3.6075 3.4667 3.7098 วัตถุระเบดิ ทหาร 26 เงินทุนหมนุ เวยี นเพือ่ พัฒนา - 3.0000 5.0000 2.0033 2.5763 3.7673 3.6849 กฎหมาย* 27 กองทุนการท่าอากาศยานอู่ 1.1236 4.8000 3.0000 3.6833 3.7000 4.5753 3.5924 ตะเภา 28 กองทุนสง่ เสริมโรงเรยี นในระบบ 4.2180 5.0000 3.2429 2.8500 3.7156 2.4000 3.5568 29 กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร 3.8000 4.0207 2.2500 3.9583 4.6775 4.3528 3.5349 30 เงนิ ทุนหมนุ เวียนในการผลติ 3.5900 4.6667 3.2857 3.1917 2.7500 3.8000 3.5223 พนั ธ์ปุ ลา พนั ธุ์กงุ้ และพันธ์ุสัตว์ น้าอ่นื ๆ

15 อนั ดับ ทนุ หมนุ เวยี น ดา้ นที่ 1 ด้านท่ี 2 ดา้ นที่ 3 ดา้ นที่ 4 ดา้ นที่ 5 ดา้ นท่ี 6 เฉลย่ี 31 กองทุนปูองกนั และปราบปราม 1.0000 3.7662 4.4286 3.4167 3.0438 4.1120 3.4930 ยาเสพตดิ 32 กองทนุ ส่งเสริมและพัฒนา 1.0000 3.4000 4.4286 3.4817 3.8000 1.4000 3.4623 การศึกษาสาหรับคนพิการ 33 กองทนุ เพื่อการบรหิ ารจดั การ 4.9200 3.2850 3.2286 3.4750 3.7075 2.6000 3.4310 การทางานของคนตา่ งด้าว 34 กองทนุ พฒั นาการกฬี าแห่งชาติ* - 2.4000 3.6683 3.8583 4.1875 3.5098 3.4158 35 กองทุนหมู่บา้ นและชมุ ชนเมือง 5.0000 3.8060 3.1875 2.5033 2.1575 4.5895 3.3364 แหง่ ชาติ 36 เงินทนุ หมนุ เวยี นสถานแสดง 2.4969 3.9128 3.3216 3.7250 3.4700 2.1500 3.3039 พันธสุ์ ัตวน์ ้า จงั หวัดภเู ก็ต 37 เงินทนุ หมนุ เวียนยางพารา 2.0194 4.0000 3.3000 3.4650 2.8750 4.5365 3.2898 38 กองทุนยตุ ิธรรม 1.0000 4.2328 3.0144 3.9267 3.7250 3.4150 3.2648 39 กองทุนพฒั นาเอสเอม็ อีตามแนว 4.7894 3.5000 3.0382 2.9500 3.5000 1.0000 3.2638 ประชารัฐ 40 เงินทนุ หมนุ เวยี นอุตสาหกรรม 1.8808 4.6667 2.8571 2.5117 3.8038 4.4000 3.1792 ปูองกันประเทศ 41 กองทนุ ส่งเสรมิ ความเท่าเทียม 1.0000 5.0000 2.7500 2.3300 1.8556 4.1000 3.0951 ระหวา่ งเพศ 42 กองทนุ ออ้ ยและน้าตาลทราย 4.3750 5.0000 1.2222 3.4800 2.6713 2.6000 3.2538 43 กองทนุ คุ้มครองธุรกจิ นาเที่ยว 3.8788 2.6000 3.5714 2.8433 3.1350 2.0440 3.0383 44 กองทุนความปลอดภยั อาชวี อ 4.4580 3.8043 1.0000 3.1750 2.8900 3.9925 3.0343 นามัย และสภาพแวดล้อม ในการทางาน คะแนนเฉล่ีย 2.9354 4.2537 3.8678 3.6465 3.7549 3.4260 3.7540 หมายเหตุ : * หมายถึง ทุนหมุนเวยี นท่ีไมไ่ ด้มกี ารประเมนิ ผลการดาเนนิ งานดา้ นท่ี 1 การเงิน แถบสีเทา หมายถึง กรอบหลกั เกณฑ์การประเมนิ ผลท่ที นุ หมุนเวียนมคี ะแนนผลการประเมนิ ตา่ กวา่ ๓.๐๐๐๐ คะแนน 3.3 ทนุ หมุนเวยี นที่มีผลการประเมนิ ไมผ่ า่ นเกณฑก์ ารประเมนิ ผล ในปีบัญชี 256๒ มีทุนหมุนเวียนท่ีมีคะแนนผลการประเมินไม่ผ่านเกณฑ์การประเมินผล หรือทุนหมุนเวียนที่ได้รับผลการประเมินเฉล่ียต่ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน (คะแนนต่ากว่า 3.0000) จานวน ๘ ทุน โดยมีคะแนนผลการประเมินเฉลี่ยในภาพรวม เท่ากับ 2.6036 คะแนน ท้ังน้ี มีทุนหมุนเวียนท่ีมีคะแนนผล การประเมินเฉลี่ยทุกด้านต่ากว่า 3.0000 คะแนน จานวน 1 ทุน คือ กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพ่ือการศึกษา (ตารางท่ี 7) ตารางที่ ๗ ทนุ หมนุ เวียนทีม่ ผี ลการประเมินไมผ่ า่ นเกณฑ์การประเมินผล ประจาปบี ญั ชี 2562 อันดับ ทุนหมุนเวยี น ดา้ นท่ี 1 ด้านท่ี 2 ด้านท่ี 3 ดา้ นท่ี 4 ดา้ นท่ี 5 ด้านท่ี 6 เฉลย่ี 5.0000 1.0000 4.1083 1.2000 2.8450 1.6000 2.9178 1 กองทุนพฒั นาผู้ประกอบการ เทคโนโลยแี ละนวัตกรรม


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook