Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมกฎหมายที่เกี่ยวกับการกีฬาแห่งประเทศไทย

รวมกฎหมายที่เกี่ยวกับการกีฬาแห่งประเทศไทย

Published by Treerayut Songsin, 2022-07-01 15:12:31

Description: รวมกฎหมายที่เกี่ยวกับการกีฬาแห่งประเทศไทย

Search

Read the Text Version

-๕- การออกประกาศตามหนา ทแ่ี ละอำนาจของคณะกรรมการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ตอ งพจิ ารณา ใหเ ปนไปตามวรรคหนึ่งดวย มาตรา ๑๐ การประชมุ คณะกรรมการตอ งมกี รรมการมาประชมุ ไมน อ ยกวา กง่ึ หนง่ึ ของจำนวน กรรมการทง้ั หมดจงึ จะเปน องคป ระชมุ ในการประชุมคณะกรรมการ ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานกรรมการคนที่หนึ่งเปนประธานในที่ประชุม ถารองประธานกรรมการคนที่หนึ่งไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานกรรมการคนที่สองเปนประธานในที่ประชุม ถารองประธานกรรมการ คนทส่ี องไมม าประชุมหรอื ไมอ าจปฏิบตั หิ นา ทไี่ ด ใหที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึง่ เปนประธานในท่ีประชมุ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีหนึ่งเสียงในการ ลงคะแนน ถา คะแนนเสียงเทากนั ใหป ระธานในทีป่ ระชมุ ออกเสยี งเพมิ่ ขนึ้ อีกเสียงหนงึ่ เปนเสียงชข้ี าด มาตรา ๑๑ ใหม ีคณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื ง ดังตอไปน้ี (๑) คณะกรรมการการแพทย (๒) คณะกรรมการพจิ ารณาโทษ (๓) คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ กรรมการเฉพาะเรื่องอยูในตำแหนงคราวละสองป และใหนำมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ มาใชบ งั คบั โดยอนุโลม คณะกรรมการเฉพาะเรื่องมีอำนาจหนาที่ตามที่กำหนดไวในพระราชบัญญัตินี้ และตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย กรรมการเฉพาะเรอ่ื งตาม (๒) และ (๓) จะเปน กรรมการในคราวเดยี วกนั ไมไ ด มาตรา ๑๒ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง จะแตงตั้งคณะอนุกรรมการ เพอ่ื พจิ ารณาหรอื ปฏบิ ตั กิ ารอยา งหนง่ึ อยา งใดตามทค่ี ณะกรรมการหรอื คณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื งมอบหมายกไ็ ด มาตรา ๑๓๑๒ คณะกรรมการเฉพาะเรื่องมีอำนาจสั่งใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวของ สงสารตองหามหรือวิธีการตองหาม วัตถุ เอกสาร หลักฐาน หรือขอมูลที่เกี่ยวของ กับการตรวจหาสารตองหามหรือวิธีการตองหามได ในการนี้จะเรียกนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรอื บุคคลซึ่งเกย่ี วของมาช้แี จงดว ยวาจาก็ได มาตรา ๑๔๑๓คณะกรรมการการแพทยประกอบดวยประธานกรรมการและกรรมการอื่น มีจำนวนรวมกันไมนอยกวาหาคนแตไมเกินเจ็ดคน ซึ่งคณะกรรมการแตงตั้งจากผูมีความรูความเชี่ยวชาญ ในวชิ าชพี เวชกรรม และผมู ีความรูความเช่ยี วชาญในวชิ าชีพเภสัชกรรม ๑๒ มาตรา ๑๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พสพา..ศรศ.ต. ๒อ๒ง๕๕ห๕๕า๕๕มทพพา..งศศก..า๒๒ร๕ก๕ีฬ๖๑๑๑๖๓า๔๒๓๔..พยมย.กศากเ.ตลเล๒ริกาิก๕ววร๑๕รร๓๕รคคสแพสอก.อศงไขงข. ขเอ๒พอง๕ิ่มงม๖มเาต๔าติมตรโราดาย๑๑พ๔ร๔ะแรแกากไชขไกขเำพเพหิ่มิน่มเดตเตแิมิมกโโดไดขยยเพพพริ่มระเะตรราิมาชพชกรกำะำหรหานนชดดบแแัญกกญไไขขัตเเพิคพวิ่มิ่มบเเตคติมุมิมพกพารรระะใรชราสาชชาบรบัตญัญอญญงัหตัติาคิคมววทบบาคคงุมุกมกาการากรรใีฬใชชา  สารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 442

-๖- มาตรา ๑๕๑๔คณะกรรมการพิจารณาโทษประกอบดวยประธานกรรมการและกรรมการอื่น มีจำนวนรวมกันไมนอยกวาหาคนแตไมเกินเจ็ดคน ซึ่งคณะกรรมการแตงตั้งจากผูมีความรูความเชี่ยวชาญ ในดา นการแพทย ดา นกฎหมาย และดา นกีฬา อยา งนอยดานละหนึ่งคน มาตรา ๑๖๑๕คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณประกอบดวยประธานกรรมการและกรรมการอื่น มีจำนวนรวมกันไมนอยกวาหาคนแตไมเกินเจ็ดคน ซึ่งคณะกรรมการแตงตั้งจากผูมีความรูความเชี่ยวชาญ ในดา นการแพทย ดา นกฎหมาย และดานกฬี า อยา งนอยดา นละหนง่ึ คน มาตรา ๑๗ ใหคณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรื่องไดรับเบี้ยประชุมและประโยชน ตอบแทนอน่ื ตามท่คี ณะรฐั มนตรีกำหนด มาตรา ๑๘๑๖ ใหจัดตั้งสำนักงานควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬาเปนหนวยงาน ในการกีฬาแหง ประเทศไทย ทีม่ ีความเปนอิสระในการปฏิบตั งิ าน และใหม หี นาท่ีและอำนาจ ดงั ตอไปนี้ (๑) รบั ผดิ ชอบงานธรุ การของคณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื ง (๒) ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหาม ตามประกาศทค่ี ณะกรรมการกำหนด (๓) ใหบริการทางวิชาการ สงเสริม สนับสนุนดานวิชาการ การประกันคุณภาพของ กระบวนการควบคุมการใชสารตองหามและวิธีการตองหาม การวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาและปองกัน การควบคุมการใชสารตอ งหา มและวธิ กี ารตองหาม (๔) สงเสริมและสนับสนุนความรวมมือในการปองกันการใชสารตองหามและวิธีการตองหาม ทง้ั ในระดบั ประเทศและระหวา งประเทศ (๕) จัดทำฐานขอมูลเกี่ยวกับสารตองหามและวิธีการตองหาม และหลักเกณฑในการควบคุม การใชสารตองหามและวิธีการตองหามสำหรับเจาหนาที่ ตลอดจนรวบรวมขอมูลเพื่อจัดทำเปนประมวล และปรับปรุงขอมูลเกี่ยวกับการใชสารตองหามและวิธีการตองหามใหเปนไปตามมาตรฐานสากล และเผยแพร ใหประชาชนททรราาบบเเปปนนกกาารรททั่วั่วไไปปใในนรระะบบบบเทเทคคโนโนโลโลยยีสีสาราสรสนนเทเทศศหหรือรืรอะรบะบหบรหือรวือิธวีกิธาีกราอรื่นอใื่นดใทดี่ปทรี่ปะรชะาชชานชทนั่วทไปั่ว สไปามสามรถารเขถาเขถาึงถไดึงโไดยโดสยะสดะวดกวก (๖) จัดใหมีการโฆษณา และประชาสัมพันธขาวสารเกี่ยวกับสารตองหามและวิธีการตองหาม ในการสรา งความรคู วามเขาใจตอนกั กีฬาและประชาชน (๗) ประสานงานกับนักกีฬา สมาคมกีฬา และองคกรที่เกี่ยวของในการตรวจหาสารตองหาม และวิธกี ารตอ งหา มทงั้ ในประเทศและตางประเทศ ๑๔ ยกเลกิ วรรคสองของมาตรา ๑๕ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชกำหนดแกไ ขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใช สารตอ งหา ม ทสาางรกตาอรงกหีฬาามพท.าศง.ก๒า๕รก๕ีฬ๑๑๕๕า๔พ.ยพ.ศกย.ศ.เกล.๒เกิ ล๒๕วิก๕๖รวร๕๔รค๕รสคอพสง.ขอศอ.งงข๒มอ๕างต๖มร๔าาต๑ร๖า ๑๕ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชกำหนดแกไ ขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใช สารตอ งหา ม ทสาางรกตาอรกงหีฬาามพท.ศา.งก๒า๕ร๕ก๑๑๕ีฬ๖๕าพ.ม.พศยาต..กศร๒เ.าล๕๒ิก๑๖ว๕๘๔ร๕รแ๕คกสไพขอ.เงศพข.ิ่มอ๒เงต๕มิม๖าโดต๔ยรพา ร๑ะ๖ราชแกกำไหขนเพดิ่มแกเตไขิมเโพดิ่มยเพติมระพรราะชรากชำบหัญนญดแัตกิคไวขบเคพุมิ่มกเาตริมใชพสราะรรตาอชงบหัญามญทัตางิคกวาบรคกุีฬมกา าพร.ใศช. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๖. มาตรา ๑๘ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 443

-๗- (๘) ประสานงานกบั องคก รตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มทางการกฬี าระดบั สากล (๙) จดั ทำรายงานผลการดำเนนิ งานประจำปเ สนอตอ รฐั มนตรอี ยา งนอ ยปล ะหนง่ึ ครง้ั มาตรา ๑๙ ใหสำนักงานมีผูอำนวยการคนหนึ่ง ซึ่งผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทยแตงตั้ง จากพนักงานของการกีฬาแหงประเทศไทย โดยมีอำนาจหนาที่บริหารกิจการของสำนักงานใหเปนไปตาม อำนาจหนา ทขี่ องสำนกั งาน และตามระเบยี บ ขอบงั คับ และนโยบายทคี่ ณะกรรมการกำหนด หมวด ๒ การควบคุมการใชส ารตอ งหาม มาตรา ๒๐๑๗ (ยกเลกิ ) มาตรา ๒๑๑๘ (ยกเลกิ ) มาตรา ๒๒๑๙ หามนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬากระทำการอันเปนการฝาฝน หลกั เกณฑในการใชส ารตองหามหรอื วิธีการตอ งหา มตามทค่ี ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๓๒๐(ยกเลกิ ) มาตรา ๒๔๒๑การเก็บตัวอยาง การเคลื่อนยายตัวอยางและการขนสง การตรวจทาง หอ งปฏบิ ตั กิ าร และมาตรฐานการตรวจสอบสารตอ งหา มหรือวิธีการตองหาม รวมทัง้ คาบริการในการตรวจสอบ ดงั กลา ว ใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขทคี่ ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๕๒๒นักกีฬาผูใดประสงคจะใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามเพื่อการรักษา ใหยื่นคำขออนุญาตตอสำนักงาน และใหสำนักงานสงคำขอดังกลาวใหคณะกรรมการการแพทยพิจารณา ทั้งนี้ การยื่นคำขอ การพิจารณา และการแจงผลการพิจารณา ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลา ทคี่ ณะกรรมการประกาศกำหนด ๑๗ ยกเลกิ มาตรา ๒๐ โดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบญั ญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ๒พพพพพพ...๕....ศศศศศศศ๕.......๕๒๒๒๒๒๒๒๕๕๕๕๕พ๕๕๖๖๖.๕๖๖๖ศ๔๔๔๕๔.๔๔๒พ๕.ศ๖.๔๒๕๖๑๑๒๒๑๑๑๒๐๙๑๘๔๘๗๙๐....ยมยมยยยมกกาากกกตตาเเลลเเเตรรลลลกิกิาารกกิิกิ มมา๒ม๒มมาาา๒าาต๔๒ตตตตรร๒รรรแแาาาาากกแ๒๒ไไ๒๒ก๒ข๓ข๑ไ๓๐๑เเขพพโโเดโโดโิ่มิ่มพดดดยยเเยิย่ยมตพตพพพพเิมิมรรตรรระโะโิมะดะะดรรรรโรยายาดาาาชพชพชชชยกกรรกกกพำะำะำำำหหรรรหหหะานานนนนชรชดดดดากดกแแแชแำแำกกกหกกกหไไ ไขำไนขไนขขขหเเดดเพเพเพนพพแแม่ิ่ิมม่ิดกม่ิม่ิกเเเตไแเเตไตตขตขมิกิมมิมเิมิเพพไพพพพพขริ่มริ่มรเรระะพเะเะะตรตรรริ่มราิมาาิมาาชเชชพชพตชบบบรบบิมรญั ญัะญัญัะญัพรญรญญญรญาาตัะชัตตัชตัตั คิรบคิคิบคิคิ าวววัญวัญวชบบบบบญบคญคคคคมุัญัตมุมุัตมุมุ กิคกกิคญกกาวาาวาารัตบรรบรรใใิคใคชใใชคชชชวุมุมสสสสบสกากาาาาคารรรารรรุตมตตรตตใอกใออชออ ชงางงสงงสหหหรหหาาใาาาราาชรมมมตมมตสทททอททอาาางาาารงงหงงงงหตกกกกกาาอาาาามามรรรงรรทกกทหกกกาฬีฬีฬีฬีาฬีางงมาาาากากทาพพพพพาราร.....กศศศศงศกกีฬ.....ีฬา๒๒๒๒า๒าร๕๕๕๕๕พกพ๕๕๕๕๕.ีฬศ.๕๕๕๕ศ๕า.. ๒พ๕.ศ๕.๕๒พ๕.๕ศ๕. ๒พ๕.ศ๖.๔๒๕๖๒๒๒๔๑.มมาตาตรารา๒๒๕๔แกแไกขไเขพเิ่มพเิ่มตเิมตโิมดโยดพยรพะรราะชรกาชำหกำนหดนแกดไแขกเพไขิ่มเเพติ่มิมเพตริมะพรราะชรบาัญชญบััตญิคญวัตบิคควุมบกคารุมใกชาสราใรชตสอางรหตาอมงทหาางมกทารากงีฬกาารพก.ีฬศา. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๒. มาตรา ๒๕ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 444

-๘- เมื่อคณะกรรมการการแพทยมีคำสั่งอนุญาตหรือไมอนุญาตตามวรรคหนึ่งแลว ใหนักกีฬา หรอื ผูที่เก่ยี วขอ งมสี ทิ ธิอุทธรณต ามหลักเกณฑ วธิ กี าร และระยะเวลาท่คี ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๖๒๓ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาโทษไดรับรายงานจากสำนักงานวา นักกีฬา หรือบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๒2๒2 ใหคณะกรรมการพิจารณาโทษดำเนินการ พจิ ารณาเพื่อมคี ำสง่ั และแจงคำส่งั น้ันใหน ักกฬี า บคุ คลซ่ึงสนบั สนนุ การกีฬา หรือผูทเี่ กยี่ วของทราบ ตอไป การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ตองใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผูที่เกี่ยวของ มีโอกาสไดทราบขอเท็จจริงอยางเพียงพอและมีโอกาสไดโตแยงและแสดงหลักฐานของตนในกระบวนการ พิจารณาทีเ่ ปนธรรม การพิจารณา การกำหนดโทษทางกีฬา และการแจงคำสั่ง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาทคี่ ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๗ ๒๔นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผูที่เกี่ยวของซึ่งไมเห็นดวยกับคำสั่ง ตามมาตรา ๒๖ มีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณได ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาทค่ี ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๘๒๕ ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณา และแจงคำวินิจฉัยเปนหนังสือ ใหผูอทุ ธรณหรือผูท ี่เกย่ี วของทราบ การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ตองใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผูที่เกี่ยวของ มีโอกาสไดทราบขอเท็จจริงอยางเพียงพอและมีโอกาสไดโตแยงและแสดงหลักฐานของตนในกระบวนการ พจิ ารณาทเ่ี ปน ธรรม การพิจารณาและการแจงผลการพิจารณา ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลา ทค่ี ณะกรรมการประกาศกำหนด ในการออกหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาตามวรรคสาม ตองไมตัดสิทธิขององคกรตอตาน การใชสารตองหามที่กำหนดไวในประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก ในการอุทธรณคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณตอศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาตามขอตกลงที่ผูกพันระหวางองคกร ทเ่ี กย่ี วขอ ง เพื่อประโยชนแหงมาตรานี้ คำวา “ศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา” หมายความวา องคกรที่คูสัญญาตกลงใหทำหนาที่ระงับขอพิพาททางกีฬาดวยวิธีอนุญาโตตุลาการหรือวิธีไกลเกลี่ย ตามที่ กำหนดไวใ นประมวลกฎการตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๓ มาตรา ๒๖ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๒๔๓.มมาาตตรราา๒๒๗๖แแกกไขไขเพเพิ่มิ่มเตเติมิมโโดดยยพพรระะรราาชชกกำำหหนนดดแแกกไไขขเเพพิ่มิ่มเเตติมิมพพรระะรราาชชบบัญัญญญัตัติคิคววบบคคุมุมกกาารรใใชชสสาารรตตอองงหหาามมททาางงกกาารรกกีฬีฬาา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ พ.ศ. ๒๒๕๔.มมาาตตรราา๒๒๘๗แแกกไขไขเพเพิ่มิ่มเเตติมิมโโดดยยพพรระะรราาชชกกำำหหนนดดแแกกไไขขเเพพิ่มิ่มเเตติมิมพพรระะรราาชชบบัญัญญญัตัติคิคววบบคคุมุมกกาารรใใชชสสาารรตตอองงหหาามมททาางงกกาารรกกีฬีฬาา พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๕. มาตรา ๒๘ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 445

-- ๙๓ - หมวด ๓ พนกั งานเจา หนา ที่ มาตรา ๒๙๒๖ ใหพนักงานเจาหนาที่ซึ่งไดรับมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการ ตรวจสอบการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหาม เก็บตัวอยางสงตรวจ รายงานผลการตรวจหาสารตองหาม หรือวิธีการตองหาม และใหมอี ำนาจ ดังตอไปน้ี (๑) เขาไปเก็บตัวอยางเลือด ปสสาวะ หรือสวนประกอบของรางกายจากนักกีฬา เพื่อนำไป ตรวจหาสารตองหามหรือวิธีการตองหามในการแขงขันกีฬาหรือนอกการแขงขันกีฬาในสถานที่และเวลาใด ๆ ท่ีนักกีฬาพักอาศยั หรือฝกซอมโดยไมแ จง ลว งหนา (๒) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาใหถอยคำ สงคำชี้แจงเปนหนังสือ หรือสงเอกสารหรือหลักฐาน ทเี่ กย่ี วขอ งกบั การตรวจหาสารตองหามหรอื วิธีการตองหา มมาเพื่อตรวจสอบหรอื ประกอบการพจิ ารณา การเขาไปตรวจหาสารตองหามหรือวิธีการตองหามนอกการแขงขันกีฬาตาม (๑) ใหกระทำ ระหวางเวลาพระอาทิตยขึ้นและพระอาทิตยตก เวนแตมีเหตุอันควรสงสัยวานักกีฬามีการใชสารตองหาม หรือวิธีการตองหามและหากปลอยเนิ่นชาจะกระทบตอกระบวนการในการตรวจสอบ ใหเขาไปตรวจหา สารตอ งหา มและวิธกี ารตองหา มในเวลากลางคืนกไ็ ด มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจาหนาที่ตองแสดงบัตร ประจำตัวตอ บคุ คลทเ่ี ก่ยี วขอ ง บตั รประจำตัวพนกั งานเจา หนาที่ ใหเปน ไปตามแบบท่กี ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๑ ใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา สมาคมกีฬา หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวของ มีหนา ท่ีอำนวยความสะดวกแกพนกั งานเจา หนา ที่ซงึ่ ปฏบิ ตั กิ ารตามมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๒ ในการปฏบิ ตั ิหนาทีต่ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหพ นักงานเจา หนาทเี่ ปน เจา พนกั งาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ๒๖มาตรา ๒๙ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชก�ำ หนดแกไ้ ขเพม่ิ เติมพระราชบญั ญตั ิควบคุมการใชส้ ารต้องห้ามทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๖. มาตรา ๒๙ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 446

- ๑๐ - หมวด ๔ บทกำหนดโทษ มาตรา ๓๓๒๗ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในมาตรา ๒๒ ใหคณะกรรมการพิจารณาโทษกำหนดโทษทางกีฬาเพื่อตัดสิทธิในการแขงขันกีฬาหรือที่ เกี่ยวของกับการแขงขันกีฬา หรือสิทธิประโยชนอื่นใดที่ไดรับจากการแขงขันกีฬาหรืออันเนื่องมาจากการไดรับ รางวลั ในการแขง ขนั กีฬา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๓๔๒๘โทษทางกฬี าตามพระราชบญั ญตั ินี้มใิ ชโทษอาญา ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ๒๗ มาตรา ๓๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒พ๕.ศ๖. ๔๒๕๖๒๒๔๗๘. มาตรา ๓๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๓๔ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๘. มาตรา ๓๔ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 447

- ๑๑ - หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่องคกรตอตานการใชสารตองหามโลก ซึ่งเปนองคกรเอกชนที่องคกรกีฬานานาชาติยอมรับในมาตรการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ไดประกาศใหดำเนินการตอตานการใชสารตองหามทางการกีฬา โดยการสรางทักษะความพรอมทางกายภาพ และจติ สำนกึ ทางดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการแขง ขนั กฬี าดว ยความบรสิ ทุ ธย์ิ ตุ ธิ รรม เปน ไปดว ยความเสมอภาค และเปนธรรมโดยไมตองใชสารตองหาม รวมทั้งใหการคุมครองตอสุขภาพและความปลอดภัยของนักกีฬา เพื่อใหมีมาตรการการควบคุมการใชสารตองหามที่สอดคลองกับคำประกาศโคเปนเฮเกนวาดวยการตอตาน สารตอ งหา มทางการกฬี า และสง เสรมิ ความรว มมอื ดา นกฬี ากบั นานาประเทศ จงึ จำเปน ตอ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี พระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔๒๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปน ตน ไป มาตรา ๒๐ บรรดาขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุม การใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่ใชบังคับอยูในวันกอนวันที่พระราชกำหนดนี้ใชบังคับ ใหยังคง ใชบังคับไดตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซง่ึ แกไ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชกำหนดนี้ มาตรา ๒๑ บรรดาการพิจารณาของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องที่อยูระหวางการพิจารณา กอ นวนั ทพ่ี ระราชกำหนดนใ้ี ชบ งั คบั ใหด ำเนนิ การตอ ไปตามพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ จนกวา จะแลว เสรจ็ มาตรา ๒๒ ในการดำเนินการออกประกาศเพื่อปฏิบัติการใหเปนไปตามพระราชบัญญัติ ควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ ใหดำเนินการ ใหแลวเสร็จภายในเกาสิบวันนับแตวันที่พระราชกำหนดนี้ใชบังคับ หากไมสามารถดำเนินการได ใหรัฐมนตรี วา การกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกฬี ารายงานเหตผุ ลทไ่ี มอ าจดำเนนิ การไดต อ คณะรฐั มนตรแี ละรฐั สภาเพอ่ื ทราบ มาตรา ๒๓ ใหร ฐั มนตรวี า การกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกฬี ารกั ษาการตามพระราชกำหนดน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่องคกรตอตานการใชสารตองหามโลก (World Anti-Doping Agency) ซึ่งเปนองคกรระดับระหวางประเทศที่กำหนดมาตรการควบคุมการใช สารตองหามทางการกีฬาในระดับนานาชาติ ไดปรับปรุงประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก (World Anti-Doping Code) ทำใหบทบัญญัติบางประการแหงพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ๒๒๙๙ร.ารชาชกกิจิจจจาานนุเบุเบกษกาษเาลมเล๑๓ม่ ๘๑/ต๓อน๘ท/ี่ ต๘๙อนก/ทหี่น๘า๙๑/๓ก๐/หธันนวา้ าค๑ม/๒๓๕๐๖๔ธันวาคม ๒๕๖๔ 448

- ๑๒ - พ.ศ. ๒๕๕๕ ไมสอดคลองกับประมวลกฎดังกลาว ซึ่งหากไมมีการแกบทบัญญัติเหลานั้นอยางเรงดวน จะสงผล กระทบตอการจัดการแขงขันกีฬาระดับชาติและระดับนานาชาติที่ประเทศไทยไดรับสิทธิในการจัดการแขงขัน มาแลว และมกี ำหนดทจ่ี ะจดั ขน้ึ ในระยะเวลาอนั ใกลห ลายรายการ ซง่ึ จะสง ผลกระทบตอ ความมน่ั คงทางเศรษฐกจิ ของประเทศอยางรุนแรงทั้งโดยทางตรงและทางออม กับจะทำใหประเทศไทยไมสามารถเสนอตัวเปนเจาภาพ จัดการแขงขันกีฬาในระดับชาติและระดับนานาชาติใด ๆ ที่มีผลประโยชนตอบแทนตอระบบเศรษฐกิจของ ประเทศสูงไดอีกตอไป และจะถูกจำกัดสิทธิหลายประการในการสงนักกีฬาเขาแขงขันในระดับชาติและระดับ นานาชาติอีกดวย ซึ่งรวมถึงสิทธิในการใชธงชาติไทยในการแขงขันกีฬา อันกระทบตอชื่อเสียงเกียรติภูมิของ ประเทศและความภาคภมู ใิ จของคนไทยทง้ั มวล จงึ เปน กรณฉี กุ เฉนิ ทม่ี คี วามจำเปน รบี ดว นอนั มอิ าจจะหลกี เลย่ี งได เพ่อื ประโยชนใ นอันท่จี ะรกั ษาความม่นั คงในทางเศรษฐกจิ ของประเทศ จึงจำเปน ตองตราพระราชกำหนดนี้ พระราชบัญญตั ิปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม (ฉบบั ท่ี ๑๙) พ.ศ. ๒๕๖๒๓๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป มาตรา ๑๖ บรรดาบทบัญญัติแหงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติ ของคณะรัฐมนตรีใดที่ใชบังคับอยูในวันกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ อางถึง “กระทรวงศึกษาธิการ” “รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ” “ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ” หรือผูดำรงตำแหนง หรือผูปฏิบัติหนาที่ ในกระทรวงศึกษาธิการ หากเกี่ยวกับการอุดมศึกษาหรือการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งอยูในอำนาจหนาที่ของ กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร วจิ ยั และนวตั กรรม ใหถ อื วา บทบญั ญตั นิ น้ั อา งถงึ “กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม” “รัฐมนตรีวาการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม” “ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม” หรือผูดำรงตำแหนงหรือผูปฏิบัติหนาที่ใน กระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร วิจัยและนวตั กรรม ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี แลว แตกรณี ใหเปลี่ยนแปลงองคประกอบของสภาหรือคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวของกับการโอน สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไปเปนสวนราชการตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง เพื่อให สอดคลองกับการโอนอำนาจหนาที่และการเปลี่ยนแปลงผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนด ในบัญชี ๔ ทา ยพระราชบญั ญัตนิ ี้ ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไมใชบังคับแกสถาบันการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายวาดวยการอาชีวศึกษา มาตรา ๑๗ ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การอุดมศึกกษษาา ววิทิทยยาาศศาาสสตตรร  ววิจิจัยัยแแลละะ นวัตกรรม เปนกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศใหเจริญเติบโตอยางมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อรองรับความ เปลี่ยยนนแแปปลลงงขขอองงโโลลกกทที่จี่จะะเกเกิดิดขขึ้นึ้นในในอนอานคาตคตสมสคมวครวจรัดจตัดั้งตกั้งรกะรทะรทวงรกวางรกอาุดรอมุดศมึกษศึกาษวาิทยวาิทศยาาสศตารส วติจรัย วแิจลัยะและ นวัตกรรมขนึ้ เพื่อใหมกี ารบูรณาการ การเรยี นการสอน การวิจัย และการสรางสรรคน วตั กรรมดานวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี และศาสตรอน่ื เขาดว ยกนั และใหเ กิดความรวมมอื ในการปฏิบตั หิ นา ท่รี ะหวา งสถาบนั อุดมศึกษาและ สถาบันวิจยั ในทิศทางท่สี อดคลองกบั ยทุ ธศาสตรช าติ แผน และนโยบายในการพฒั นาประเทศ จงึ จำเปนตองตรา พระราชบญั ญัติน้ี ๓๐. ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๕๗ ก/หนา ๑/๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ๓๐ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๓๖/ตอนที่ ๕๗ ก/หนา้ ๑/๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ 449

เล่ม ๑๓๒ ตอนท่ี ๕๔ ก หน้า ๑ ๒๔ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘ ราชกจิ จานุเบกษา กฎกระทรวง แบบบัตรประจําตวั พนักงานเจา้ หน้าที่ พ.ศ. ๒๕๕๘ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหน่ึง และมาตรา ๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ออกกฎกระทรวงไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ขอ้ ๑ บัตรประจําตวั พนักงานเจ้าหนา้ ท่ีใหเ้ ป็นไปตามแบบทา้ ยกฎกระทรวงน้ี ข้อ ๒ ใหผ้ วู้ ่าการการกีฬาแหง่ ประเทศไทยเปน็ ผ้อู อกบัตรประจาํ ตัวพนักงานเจ้าหนา้ ที่ ขอ้ ๓ รูปถ่ายที่ติดบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้ใช้รูปถ่ายท่ีถ่ายไม่เกินหกเดือน ก่อนวันยื่นคําขอมีบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ี ขนาด ๒.๕ × ๓.๐ เซนติเมตร ครึ่งตัว หน้าตรง ไมส่ วมหมวกและแว่นตาสเี ข้ม ขอ้ ๔ บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้ใช้ได้ตามระยะเวลาท่ีกําหนดไว้ในบัตร แต่ตอ้ งไมเ่ กินหกปนี บั แต่วนั ออกบัตร ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา 450

แบบบัตรประจําตวั พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี ท้ายกฎกระทรวงแบบบตั รประจําตัวพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. ๒๕๕๘ (ด้านหนา้ ) บัตรประจําตวั พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบญั ญตั ิควบคมุ การใชส้ ารต้องหา้ มทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ๕.๔ ซม. เลขที่ .... /.... การกฬี าแหง่ ประเทศไทย กระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี า วนั ออกบตั ร .. /.... /.... บัตรหมดอายุ .. /.... /.... ๘.๔ ซม. (ด้านหลงั ) ๕.๔ ซม. รูปถ่าย เลขประจําตวั ประชาชนของผถู้ ือบตั ร ขนาด ................................................................. ๒.๕ X ๓.๐ ซม. ชือ่ ........................................................... .......................... ตําแหนง่ .................................................. ลายมือช่อื ผถู้ อื บัตร สังกดั ....................................................... หมโู่ ลหิต ....... เป็นพนักงานเจา้ หนา้ ท่ีตามพระราชบญั ญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ......................................... ตําแหนง่ ........................................ ผู้ออกบัตร ๘.๔ ซม. หมายเหตุ : ให้มตี ราการกีฬาแห่งประเทศไทยประทบั ที่มมุ ลา่ งดา้ นขวาของรปู 451

(ด้านหน้า) Competent official Identification Card According to Doping Control in Sports Act, B.E. 2555 (2012) ๕.๔ ซม. No. …. / …. Sports Authority of Thailand, Ministry of Tourism and Sports Date of Issue .. / .… / .… Date of Expire .. / …. / …. ๘.๔ ซม. (ดา้ นหลัง) ๕.๔ ซม. Photo Identification No. of card holder Size …………………………………………………………….. 2.5 x 3.0 cm. Name …………………………………………………. Position ……………………………………………… ………………. Department ………………………………………… Signature of card Competent official according to Doping Control in Sports Act, B.E. 2555 (2012) holder Blood Group …. ………………………………………… Position …………………………. Card Issuer ๘.๔ ซม. หมายเหตุ : ให้มตี ราการกฬี าแห่งประเทศไทยประทับท่ีมมุ ล่างดา้ นขวาของรปู 452

เลม่ ๑๓๒ ตอนท่ี ๕๔ ก หนา้ ๒ ๒๔ มถิ ุนายน ๒๕๕๘ ราชกจิ จานุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีมาตรา ๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ บัญญัติให้บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้เป็นไป ตามแบบท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง จึงจาํ เป็นต้องออกกฎกระทรวงน้ี 453

ขอบังคับคณะกรรมการควบคมุ การใชสารตอ งหามทางการกฬี า วาดว ยการประชมุ และการดำเนนิ งาน ของคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อใหการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬาเปนไปอยาง มีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๕) แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬาจึงออกขอบังคับ วาดวย การประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหา มทางการกฬี าไว ดงั ตอไปน้ี ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา วาดวยการประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๗” ขอ ๒ ขอบงั คับน้ใี หใ ชบ ังคบั ต้งั แตวันถัดจากวนั ประกาศเปนตนไป ขอ ๓ ในขอ บงั คบั นี้ “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกีฬา “ประธานกรรมการ” หมายความวา ประธานคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกฬี า “กรรมการ” หมายความวา กรรมการควบคมุ การใชส ารตองหา มทางการกฬี า “เลขานุการ” หมายความวา กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการใชสาร ตองหามทางการกฬี า “ผูชวยเลขานุการ” หมายความวา ผูชวยเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการใชสาร ตอ งหามทางการกีฬา “ผูวาการ” หมายความวา ผูวา การการกฬี าแหงประเทศไทย “ผูอำนวยการ” หมายความวา ผูอำนวยการสำนักงานควบคุมการใชสารตองหามทางการ กีฬา “สำนกั งาน” หมายความวา สำนักงานควบคุมการใชส ารตองหามทางการกีฬา ขอ ๔ ในการประชุมคณะกรรมการ ใหประธานกรรมการเปนผูมีอำนาจกำหนดใหมีการ ประชมุ ขอ ๕ ในการประชุมของคณะกร-ร๒มก-าร ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของ จำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเปน องคป ระชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไมสามารถมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรอง ประธานคนที่หนึ่งทำหนาที่ประธานในที่ประชุมแทน ถารองประธานคนที่หนึ่งไมสามารถมาประชุมหรือไม สามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานคนที่สองทำหนาที่ประธานในที่ประชุมแทน ถารองประธานคนที่สองไม สามารถมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการที่เหลืออยูคัดเลือกกรรมการดวยกันทำหนาที่ ประธานในทีป่ ระชุมแทน ขอ ๖ ประธานกรรมการหรือคณะกรรมการอาจเชิญบุคคล คณะบุคคล หรือคณะกรรมการ อน่ื ท่มี ีสวนเกย่ี วขอ งมารว มประชุมเพ่ือใหข อ เทจ็ จริง คำแนะนำ หรือความเห็นในการประชมุ ได 454 ขอ ๗ การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดใหถือเสียงขางมาก กรรมการหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการ

ประธานคนที่หนึ่งทำหนาที่ประธานในที่ประชุมแทน ถารองประธานคนที่หนึ่งไมสามารถมาประชุมหรือไม สามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานคนที่สองทำหนาที่ประธานในที่ประชุมแทน ถารองประธานคนที่สองไม สามารถมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ให- ก๒ร-รมการที่เหลืออยูคัดเลือกกรรมการดวยกันทำหนาที่ ประธานในทปี่ ระชุมแทน ขอ ๖ ประธานกรรมการหรือคณะกรรมการอาจเชิญบุคคล คณะบุคคล หรือคณะกรรมการ อ่นื ท่ีมสี ว นเกี่ยวของมารว มประชมุ เพอื่ ใหข อเทจ็ จรงิ คำแนะนำ หรอื ความเห็นในการประชมุ ได ขอ ๗ การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดใหถือเสียงขางมาก กรรมการหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการ ลงคะแนน ถา มีคะแนนเสียงเทากนั ใหป ระธานในทป่ี ระชุมออกเสียงเพิม่ ข้ึนอีกหนึง่ เสยี งเปน เสียงชี้ขาด ขอ ๘ ใหเลขานุการมีหนาที่จัดระเบียบวาระการประชุม และนัดประชุมโดยทำเปนหนังสือ และแจงกรรมการทราบลวงหนากอนวันประชุม ตลอดจนมีหนาที่จัดทำรายงานการประชุมและรายงานกิจการ ตาง ๆ เสนอคณะกรรมการ ขอ ๙ ใหผ อู ำนวยการในฐานะผชู ว ยเลขานุการมหี นา ทด่ี งั ตอไปน้ี (๑) จัดทำระเบียบวาระการประชุมและนัดประชุม โดยทำเปนหนังสือและแจงใหกรรมการ ทราบลว งหนากอ นวนั ประชุม (๒) จัดทำรายงานการประชมุ (๓) จดั ใหม กี ารรับรองรายงานการประชมุ ใหต รงตามมติทุกคร้ัง (๔) ปฏบิ ัติหนาทอ่ี ่ืนตามทค่ี ณะกรรมการมอบหมาย ขอ ๑๐ ในการปฏิบัติงานอันเปนกรณีจำเปนเรงดวนซึ่งจะตองไดรับอนุมัติหรือความ เห็นชอบจากคณะกรรมการ ใหผูวาการโดยอนุมัติประธานกรรมการออกหนังสือเวียนขออนุมัติหรือความ เห็นชอบจากคณะกรรมการ โดยใหถือเสียงขางมากเปนมติเพื่อสั่งการนั้นได แลวเสนอมตินั้นใหที่ประชุม คณะกรรมการทราบในการประชมุ คณะกรรมการในครง้ั ตอ ไป ที่ประชมุ ขอ ๑๑ การดำเนินการประชุมนอกเหนือจากที่กำหนดไวในขอบังคับนี้ใหเปนไปตามมติของ ขอ ๑๒ ในกรณีที่คณะกรรมการแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการอยางหนึ่งอยางใด ในกิจการของสำนักงาน ใหนำขอบังคับวาดวยการประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมการใช สารตอ งหามทางการกฬี ามาใชบ งั คับโดยอนโุ ลม ขอ ๑๓ เพื่อใหการควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสำนักงานเปนไปตามกฎหมาย กฎ ขอบังคับ ระเบียบ มติ หรือนโยบายของคณะกรร- ม๓ก-าร ใหผูวาการเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานตอ คณะกรรมการ ขอ ๑๔ เพื่อประโยชนในการดำเนินงานของสำนักงานใหเปนไปตามกฎหมาย กฎ ขอบังคับ ระเบียบ มติ หรือนโยบายของคณะกรรมการ คณะกรรมการอาจแตงตั้งใหกรรมการหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด ศึกษาหาขอ เทจ็ จริงในเรื่องใด ๆ เพอ่ื เสนอความเห็นตอ คณะกรรมการไดต ามทีเ่ ห็นสมควร ขอ ๑๕ ใหผ ูวาการมอี ำนาจวางระเบียบเพ่ือปฏบิ ัติการตามขอบังคบั น้ี ประกาศ ณ วนั ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ กอบกาญจน วฒั นวรางกรู รฐั มนตรีวา การกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกีฬา ประธานคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตองหามทางการกฬี า 455

ระเบียบคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหา มทางการกีฬา วา ดว ยหลักเกณฑการกำหนดอัตราคา บริการในการตรวจสารตองหา มของสำนักงาน ควบคุมการใชสารตอ งหา มทางการกฬี า ในการปฏบิ ตั ิงานของพนักงานเจา หนา ที่ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดหลักเกณฑอัตราคาบริการในการตรวจสารตองหาม ของสำนักงานควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ในการปฏิบัติงานของพนักงานเจาหนาที่ที่ไปปฏิบัติงาน ตามภารกิจตาง ๆ ภายใตพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ใหมีความเหมาะสม อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๒๔ แหง พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ ประกอบกับขอ ๑๒.๒ ของกฎการตอตานการใชสารตองหามของสำนักงานควบคุม การใชสารตองหามทางการกีฬา และมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๒ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกฬี า จงึ ออกระเบยี บไว ดงั น้ี ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา วาดวยหลักเกณฑการกำหนดอัตราคาบริการในการตรวจสารตองหามของสำนักงานควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกีฬา ในการปฏิบัตงิ านของพนกั งานเจาหนา ท่ี พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ ๒ ระเบียบนี้ใหใชบ ังคับต้งั แตว ันท่ปี ระกาศเปนตน ไป ขอ ๓ ในระเบยี บน้ี “กกท.” หมายความวา การกฬี าแหงประเทศไทย “ผูวา การ” หมายความวา ผูว าการการกฬี าแหง ประเทศไทย “สำนกั งาน” หมายความวา สำนักงานควบคุมการใชส ารตอ งหามทางการกีฬา “ผูอำนวยการ” หมายความวา ผูอำนวยการสำนักงานควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา “พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีวาการกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา แตงตง้ั ใหป ฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิควบคมุ การใขสารตอ งหามทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ “สมาคมกีฬา” หมายความวา สมาคมกีฬาที่ไดรับอนุญาตใหจัดตั้งตามกฎหมายวาดวย การกฬี าแหงประเทศไทย “การปฏบิ ตั งิ าน” หมายความวา การปฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี นการตรวจหาสารตอ งหา ม และการเผยแพร ใหความรดู านสารตองหามทางการกฬี า ขอ ๔ คา ใชจา ยในการปฏบิ ตั งิ านตามระเบียบนี้ มีดังนี้ (๑) คาใชจา ยในการเดินทางไปปฏบิ ตั ิงานชว่ั คราว (๒) คา ตอบแทนพนกั งานเจาหนาท่ีในการปฏบิ ัติงาน (๓) คา เคล่ือนยา ยตัวอยางและการขนสง (๔) คาตรวจวิเคราะหต ัวอยา งสารตอ งหา มของหอ งปฏิบัติการ 456

-๒- ขอ ๕ ใหพนักงานเจาหนาที่ ผูเดินทางไปปฏิบัติงานไดรับคาใชจายในการปฏิบัติงาน ท่เี กยี่ วขอ งไดต ามท่กี ำหนดไวในบญั ชีทายระเบยี บนี้ ขอ ๖ สิทธิที่จะไดรับคาใขจายในการเดินทางไปปฏิบัติงานเกิดขึ้นตั้งแตวันที่ไดรับอนุมัติ จากผูว าการใหเ ดินทางไปปฏบิ ัตงิ านโดยใหน ับตงั้ แตเวลาออกจากสถานทอี่ ยหู รือสำนักงาน จนกลบั ถงึ สถานท่ีอยูหรอื สำนกั งานตามปกติแลว แตก รณี ขอ ๗ การเดนิ ทางไปปฏบิ ตั งิ านทม่ี สี ทิ ธไิ ดร บั คา ใชจ า ยในการปฏบิ ตั งิ านตามอตั ราทา ยระเบยี บน้ี แบงออกเปน ๓ กรณี ดังนี้ (๑) กรณีในชว งการแขง ขันกีฬา ไดแ ก ๑.๑ การแขงขันกีฬาที่ กกท. เปนผูอนุญาตใหจัดหรือใหการสนับสนุนงบประมาณ ในการจดั การแขงขัน ๑.๒ การแขง ขนั กฬี าที่สมาคมกีฬาเปน ผจู ัด รวมจดั หรือรับรองการแขง ขัน (๒) กรณีนอกชวงการแขงขันกีฬาที่ไดรับการรองขอใหทำการตรวจสอบสารตองหาม แกนักกีฬาทขี่ น้ึ ทะเบียนไวกบั สมาคม (๓) กรณีปฏิบัติงานตามแผนงานโครงการของสำนักงานที่จัดสรรงบประมาณไวในสวน ที่เกี่ยวของกับการตรวจหาสารตองหามในชวงการแขงขัน หรือนอกการแขงขันตาง ๆ ยกเวนในรายการแขงขัน ที่ กกท. เปน ผดู ำเนนิ การจัดเอง ขอ ๘ ใหสมาคมกีฬา หรือหนวยงานที่จัดการแขงขันกีฬาภายใตการรับรองของสมาคมกีฬา ที่มีความประสงคขอรับการสนับสนุนใหพนักงานเจาหนาที่ไปปฏิบัติงาน มีหนังสือมายัง กกท. เพื่อขอรับการสนับสนุนดังกลาว โดยสมาคมกีฬาตองเปนผูรับผิดชอบคาตอบแทน คาใชจาย ในการเดินทางไปปฏิบัติงานของพนักงานเจาหนาที่รวมถึงคาเคลื่อนยาย การขนสง และคาตรวจวิเคราะห ตัวอยาง ตามอตั ราทกี่ ำหนดทา ยระเบยี บนี้ ขอ ๙ การปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการขอรับการสนับสนุนพนักงานเจาหนาที่และการชำระ คาใชจายในการปฏบิ ตั ิงานของพนักงานเจา หนาทใี่ หเ ปนไปตามหลักเกณฑ ดงั นี้ (๑) เมื่อสมาคมกีฬา หรือหนวยงานที่จัดการแขงขันกีฬาภายใตการรับรองของสมาคมกีฬา ที่มีความประสงคขอรับการสนับสนุนใหพนักงานเจาหนาที่ไปปฏิบัติงาน ใหสมาคมกีฬา หรือหนวยงาน ดังกลาว จัดทำหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนถึงผูวาการ โดยแจงรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ และรายการจัดการแขงขัน หรือกิจกรรมนอกการแขงขัน หรือรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวของใหครบถวน (๒) เม่ือผวู าการ ไดรบั หนงั สือขอรับการสนบั สนุนจากสมาคมกฬี า หรอื หนว ยงานดงั กลาวแลว ใหมอบหมายผูอำนวยการ เพื่อพิจารณาวาการแขงขันกีฬาดังกลาวเปนระดับ ประเภท ชนิดกีฬา และอยูในการควบคุมการใชสารตองหามในชวงการแขงขันกีฬาหรือนอกการแขงขันกีฬาที่สามารถ ปฏิบัติงานไดตามที่คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ประกาศกำหนดหรือไม 457

-๓- (๓) เมื่อผูอำนวยการ พิจารณาแลว หากเปนไปตามที่คณะกรรมการควบคุมการใชสาร ตองหามทางการกีฬา ประกาศกำหนดไว ใหพิจารณาพนักงานเจาหนาที่ไปปฏิบัติงานดังกลาวตามจำนวน ที่เหมาะสม และคำนวณคาใชจายในการปฏิบัติงาน รวมถึงคาใชจายอื่น ๆ ตามอัตราทายระเบียบนี้ แจงตอสมาคมกีฬา หรือหนวยงานที่ขอรับการสนับสนุนรับทราบพรอมกับใหยืนยันการขอรับ การสนบั สนนุ ดังกลาวภายในระยะเวลาทก่ี ำหนด (๔) เมื่อสมาคมกีฬา หรือหนวยงานที่ขอรับการสนับสนุน ยืนยันการขอรับการสนับสนุนแลว ใหผุอำนวยการ นำเสนอรายชื่อพนักงานเจาหนาที่ผูไปปฏิบัติงานตอผูวาการเพื่อพิจารณาอนุมัติและแจง ใหสมาคมกฬี า หรอื หนวยงานดงั กลาวรบั ทราบ (๕) ใหส มาคมกีฬา หรอื หนว ยงานที่ขอรับการสนับสนุน ชำระคา ใชจ า ยเก่ียวกบั การปฏิบัตงิ าน ของพนักงานเจาหนาที่ ตามท่ีสำนกั งานควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า กำหนด (๖) พนักงานเจาหนาที่ ตองปฏิบัติตนใหเปนไปตามภารกิจที่ไดรับมอบหมายภายใต กระบวนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัตคิ วบคุมการใชส ารตองหา มทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ (๗) เมอ่ื เสรจ็ สน้ิ การปฏบิ ตั งิ าน ใหพ นกั งานเจา หนา ทจ่ี ดั ทำรายงานตามกระบวนการทเ่ี กย่ี วขอ ง เสนอตอผอู ำนวยการโดยเร็ว ขอ ๑๐ การปรบั ปรงุ บญั ชคี า ใชจ า ยในการปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานเจา หนา ท่ี และคา ใชจ า ยอน่ื ๆ ที่เกี่ยวของทายระเบียบนี้ ใหสำนักงานเปนผูกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุม การใชส ารตองหามทางการกีฬา ขอ ๑๑ ในกรณมี ีปญ หาเกี่ยวกบั การปฏิบัติตามระเบียบนี้ ใหผ ูว า การเปน ผวู นิ ิจฉัย ขอ ๑๒ ใหผูวาการ เปนผูรักษาการตามระเบียบนี้ และใหผูมีอำนาจออกประกาศ หลักเกณฑ หรอื คำสั่งเพ่ือปฏบิ ัติใหเ ปนไปตามระเบียบน้ี ประกาศ ณ วันท่ี ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ พิพัฒน รชั กิจประการ รฐั มนตรีวา การกระทรวงการทองเทยี่ วและกฬี า ประธานกรรมการควบคมุ การใชสารตองหามทางการกีฬา 458

459

ประกาศคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอื่ ง ระดับ ประเภท ชนิดกีฬา การแขงขนั กฬี า และบคุ คลทีเ่ ปน นักกีฬาระดับชาติ ท่คี วบคมุ การใชสารตองหา ม พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดระดับ ประเภท ชนิดกีฬา การแขงขันกีฬา และบุคคลที่เปนนักกีฬาระดับชาติที่ควบคุมการใชสารตองหามเพื่อใหสอดคลองกับประมวลกฎการตอตาน การใชส ารตองหามโลก อาศัยอำนาจตามความในบทนิยามคำวา “นักกีฬา” ในมาตรา ๓ และมาตรา ๙ (๔) แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนด แกไขเพ่มิ เติมพระราชบญั ญัติควบคมุ การใชสารตอ งหา มทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการ ควบคมุ การใชสารตอ งหา มทางการกฬี า จงึ ออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศน้ีใหใชบ ังคบั ต้งั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง ประกาศ กำหนดระดบั ประเภท ชนดิ กฬี า และการแขง ขนั กฬี าทอ่ี ยใู นการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มในชว งการแขง ขนั กฬี า และนอกการแขง ขันกีฬา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ใหบุคคลดังตอไปนี้เปนนักกฬี าระดับชาติ (๑) บคุ คลที่เขา แขงขันกีฬาในการแขง ขนั กฬี าระดบั ชาติตามขอ ๔ (๒) บคุ คลสญั ชาตไิ ทยซง่ึ เขา รว มแขง ขนั ในการแขง ขนั กฬี าระดบั นานาชาตหิ รอื ในมหกรรมกฬี า นานาชาติเปนครั้งคราว/เปนประจำ แตมิไดเปนนักกีฬาระดับนานาชาติตามที่สหพันธกีฬานานาชาติของแตละ ชนิดกฬี านนั้ ๆ กำหนด เพอ่ื ประโยชนใ นการตรวจหาสารตอ งหา มทางการกฬี านอกการแขง ขนั กฬี า ใหน กั กฬี าระดบั ชาติ ตาม (๑) หมายความรวมถงึ บคุ คลซง่ึ มชี อ่ื อยใู นรายชอ่ื ผเู กบ็ ตวั ฝก ซอ มของ สมาคมกฬี าทจ่ี ะเขา รว มการแขง ขนั กฬี า ระดบั ชาติตามขอ ๔ ดว ย ขอ ๔ ใหก ารแขงขันกีฬาดังตอ ไปน้ีเปน การแขงขันกีฬาระดบั ชาติ (๑) การแขง ขนั กีฬาแหง ชาติและการแขงขันกีฬาแหงชาตริ อบคดั เลอื กตัวแทนระดบั ภาค (๒) การแขง ขนั กฬี าเยาวชนแหง ชาตแิ ละการแขง ขนั กฬี าเยาวชนแหง ชาตริ อบคดั เลอื ก ตวั แทน ระดับภาค (๓) การแขง ขนั กฬี าคนพกิ ารแหง ชาตแิ ละการแขง ขนั กฬี าคนพกิ ารแหง ชาติ รอบคดั เลอื กตวั แทน ระดบั ภาค (๔) การแขงขันกีฬาเพื่อคัดเลือกนักกีฬาเปนตัวแทนประเทศไทยเขารวมการแขงขันในการ แขง ขนั กีฬาระดบั นานาชาตหิ รือในมหกรรมกฬี านานาชาติ 460

-๒- ขอ ๕ กรณที ม่ี คี วามจำเปน ใหส ำนกั งานมอี ำนาจตรวจหาสารตอ งหา มในนกั กฬี าทเ่ี ขา แขง ขนั กฬี าในรายการ ดงั ตอ ไปนไ้ี ด (๑) การแขง ขนั กฬี าทก่ี ารกฬี าแหง ประเทศไทยเปน ผจู ดั รว มจดั อนญุ าตใหจ ดั หรอื ใหก ารรบั รอง (๒) การแขง ขนั กฬี าทส่ี มาคมกฬี าเปน ผจู ดั รว มจดั อนญุ าตใหจ ดั หรอื ใหก ารรบั รอง (๓) การแขงขันกีฬาในรายการที่จัดขึ้นภายใตกฎหมายวาดวยสงเสริมกีฬาอาชีพและกฎหมาย วา ดว ยกฬี ามวย เพอ่ื ประโยชนใ นการตรวจหาสารตอ งหา มทางการกฬี านอกการแขง ขนั กฬี าใหน กั กฬี าทเ่ี ขา แขง ขนั กีฬาในรายการตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งมีชื่ออยูในรายชื่อผูเก็บตัวฝกซอมของสมาคมกีฬา ทจี่ ะเขารวมการแขง ขนั กฬี านน้ั ดวย ขอ ๖ ใหน กั กฬี าระดบั ชาตหิ มายความรวมถงึ บรรดานกั กฬี าทอ่ี ยภู ายใตก ารควบคมุ กำกบั ดแู ล หรอื สง เสรมิ สนบั สนนุ จากการกฬี าแหง ประเทศไทยหรอื สมาคมกฬี า เพอ่ื ประโยชนใ นการดำเนนิ การดงั ตอ ไปน้ี (๑) สรา งความรคู วามเขา ใจเกย่ี วกบั สารตอ งหา มทางการกฬี าใหแ กน กั กฬี า และ (๒) กำหนดโทษทางกฬี าในกรณที ไ่ี ดจ ดั การหรอื พยายามจดั การสารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา ม ใหแกนักกีฬาระดับชาติในการแขงขันกีฬา หรือไดจัดการหรือพยายามจัดการสารตองหามหรือวิธีการตองหาม ทถ่ี กู หา มใชนอกการแขงขนั กีฬาใหแ กนักกีฬาระดับชาตนิ อกการแขง ขันกีฬา หรอื ในกรณที ี่ไดร วมกระทำผิดหรอื พยายามรวมกระทำผิดกับบุคคลอื่นที่กระทำการอันเปนการฝาฝน ประกาศคณะกรรมการควบคุม การใชสาร ตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง การกระทำการอนั เปน การฝา ฝน หลกั เกณฑใ นการใชส ารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา ม ประกาศ ณ วนั ท่ี มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ฒั น รชั กจิ ประการ) รฐั มนตรวี า การกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกฬี า ประธานกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า 461

ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตองหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง การกระทำการอันเปน การฝา ฝน หลักเกณฑในการใชสารตอ งหา มหรือวิธกี ารตอ งหา ม พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เปนการสมควรกำหนดลักษณะการกระทำการของนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุน การกีฬาอันเปนการฝาฝนหลกั เกณฑใ นการใชส ารตองหา มหรอื วธิ ีการตอ งหา ม เพ่ือใหส อดคลอ งกับประมวลกฎ การตอ ตา นการใชสารตอ งหา มโลกและมาตรฐานสากล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๔) และมาตรา ๒๒ แหงพระราชบัญญัติควบคุม การใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทาง การกีฬา จึงออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนี้ใหใชบ งั คับตง้ั แตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตนไป ขอ ๒ ใหก ารกระทำดงั ตอ ไปนเ้ี ปน การกระทำอนั เปน การฝา ฝน หลกั เกณฑใ นการใช สารตอ งหา ม หรอื วธิ กี ารตอ งหา มของนกั กฬี า (๑) มีสารตองหามหรอื เมตาบอไลต หรือสารบงช้ขี องสารตองหามในตวั อยา งทเ่ี กบ็ จากนกั กีฬา (๒) ใชห รอื พยายามใชส ารตองหา มหรือวธิ กี ารตอ งหา ม (๓) หลบเลยี่ ง ปฏิเสธ หรอื ไมม าใหเ กบ็ ตวั อยา ง (๔) ไมแ จง ถน่ิ ทีอ่ ยู (๕) แทรกแซงหรอื พยายามแทรกแซงกระบวนการควบคมุ การใชสารตอ งหาม ไมวาในข้นั ตอน หรอื กระบวนการใด ๆ (๖) ครอบครองสารตองหา มหรือวิธีการตอ งหา ม (๗) คา หรือพยายามคาสารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหาม (๘) จดั การหรอื พยายามจดั การสารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา มใหแ กน กั กฬี าในการแขง ขนั กฬี า หรือจัดการหรือพยายามจัดการสารตองหามหรือวิธีการตองหามที่ถูกหามใชนอกการแขงขันกีฬาใหแกนักกีฬา นอกการแขงขันกฬี า (๙) รวมกระทำผิดหรือพยายามรวมกระทำผิดกับบุคคลอื่นที่กระทำการอันเปนการฝาฝน หลักเกณฑในการใชสารตอ งหา มหรือวิธกี ารตองหา มตามประกาศฉบับน้ี (๑๐) ใชบริการทางวิชาชีพหรือบริการทางการกีฬาจากบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาที่ตนรูวา อยูระหวางถูกตัดสิทธิเขารวมการแขงขันกีฬา หรือจากบุคคลอื่นที่อยูระหวางการถูกลงโทษหรือเคยถูกลงโทษ ทางอาญา ทางวิชาชีพหรือทางวินัย เนื่องจากไดกระทำการที่มีลักษณะเปนความผิดเกี่ยวกับการใชสารตองหาม หรือวิธีการตองหามมาแลวไมนอยกวาหกปซึ่งตองไมนอยกวาระยะเวลาที่ถูกลงโทษทางอาญา ทางวิชาชีพหรือ ทางวนิ ยั หรือกระทำการอันเปนการออกหนาหรือเปน คนกลางของบคุ คลซ่ึงสนับสนนุ การกฬี าเชนวาน้ัน 462

-๒- (๑๑) ขัดขวางหรือตอบโตมิใหมีการรายงานขอมูลหรือนำสงเอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับ การใชสารตองหา มหรือวิธกี ารตองหามแกพนกั งานเจาหนา ที่ ใหการกระทำตาม (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) ของบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา เปนการกระทำอันเปน การฝา ฝน หลักเกณฑใ นการใชสารตองหา มหรือวิธีการตอ งหา มดวย ประกาศ ณ วันที่ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ัฒน รัชกจิ ประการ) รฐั มนตรีวา การกระทรวงการทอ งเที่ยวและกีฬา ประธานกรรมการควบคมุ การใชสารตองหา มทางการกีฬา 463

ประกาศคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหามทางการกฬี า เร่ือง หลักเกณฑก ารปฏิบัตหิ นา ท่ขี องพนักงานเจา หนาที่ในการเกบ็ ตัวอยา ง การเคลือ่ นยา ยตวั อยา ง และการขนสง พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดหลักเกณฑ การปฏิบัติหนาที่ของพนักงานเจาหนาที่ ในการเก็บตัวอยาง การเคลื่อนยายตัวอยาง และการขนสง เพื่อใหสอดคลองกับประมวลกฎ การตอตานการใช สารตองหา มโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๔) และมาตรา ๒๔ แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใช สารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ ซง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชกำหนดแกไ ขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า จึงออกประกาศ ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนี้ใหใชบังคับต้งั แตวนั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปนตน ไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ระเบยี บคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี าวา ดว ยการเกบ็ ตวั อยาง การเคลือ่ นยายตัวอยา ง และการขนสง พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ในประกาศน้ี “ตวั อยา ง” หมายความวา วตั ถทุ างชวี วทิ ยาทถ่ี กู เกบ็ จากนกั กฬี าเพอ่ื วตั ถปุ ระสงคใ นการควบคมุ การใชสารตอ งหามทางการกฬี า “หองปฏิบัติการ” หมายความวา หองปฏิบัติการที่ไดรับการรับรองจากองคกรตอตานการใช สารตอ งหา มโลก (WADA-accredited laboratories) “มาตรฐานสากล” หมายความวา มาตรฐานสากลดานการตรวจสารตองหามและสืบสวน สอบสวนขององคกรตอ ตา นการใชส ารตอ งหามโลก ขอ ๔ ในการดำเนินการเก็บตัวอยาง การเคลื่อนยายตัวอยาง และการขนสงใหพนักงาน เจาหนาที่ ดำเนินการตามมาตรฐานสากลกำหนดตามที่สำนักงานรวบรวมและเผยแพรใหประชาชนทราบ เปนการทว่ั ไป ขอ ๕ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเก็บตัวอยางในแตละวัน ใหพนักงานเจาหนาที่บันทึกผล ลงในแบบฟอรมและรายงานผลตามมาตรฐานสากล ขอ ๖ การเคลอ่ื นยา ยตวั อยา งและขนสง ไปยงั หอ งปฏบิ ตั กิ าร ใหพ นกั งานเจา หนา ทด่ี ำเนนิ การ ดว ยความปลอดภัย รวดเรว็ และใหล งรายละเอยี ดในแบบฟอรมตามมาตรฐานสากล ประกาศ ณ วนั ที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ฒั น รัชกิจประการ) รฐั มนตรวี า การกระทรวงการทอ งเทีย่ วและกีฬา ประธานกรรมการควบคุมการใชสารตองหา มทางการกีฬา 464

ประกาศคณะกรรมการควบคุมการใชสารตอ งหา มทางการกีฬา เร่ือง การขออนุญาตใชสารตอ งหา มหรือวธิ กี ารตองหามเพ่อื การรกั ษา พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาในการขออนุญาต ใชส ารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา มเพอ่ื การรกั ษา เพอ่ื ใหส อดคลอ งกบั ประมวลกฎการตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๔) และมาตรา ๒๕ แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใช สารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกีฬา จึงออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศน้ใี หใชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตน ไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี ารยน่ื คำขอ การพจิ ารณา และการแจง ผลการพจิ ารณาคำขออนญุ าตใชส ารตอ งหา มเพอ่ื การรกั ษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ในประกาศน้ี “มาตรฐานสากล” หมายความวา มาตรฐานสากลวา ดว ยการใชส ารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา ม เพอ่ื การรกั ษาขององคก รตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก ขอ ๔ ในกรณที น่ี กั กฬี าประสงคจ ะใชส ารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา มเพอ่ื การรกั ษาทางการแพทย การยน่ื คำขออนญุ าตใหด ำเนนิ การ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) กรณเี ปน นกั กฬี าระดบั ชาติ ใหย น่ื ตอ สำนกั งานลว งหนา ไมน อ ยกวา สามสบิ วนั กอ นการแขง ขนั ตามแบบทอ่ี งคก รตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลกและมาตรฐานสากลกำหนดโดยอนโุ ลม (๒) กรณเี ปน นกั กฬี าระดบั นานาชาติ ใหย น่ื ตอ สหพนั ธก ฬี านานาชาติ ขอ ๕ เมื่อสำนักงานไดรับคำขออนุญาตแลว ใหสงคำขออนุญาตดังกลาวใหคณะกรรมการ การแพทยพ จิ ารณาโดยเรว็ ขอ ๖ ในการพิจารณาคำขออนุญาต คณะกรรมการการแพทยอาจขอความเห็นจากแพทย ทม่ี คี วามเชย่ี วชาญเฉพาะทางได 465

-๒- ขอ ๗ เมอ่ื คณะกรรมการการแพทยพ จิ ารณาคำขออนุญาตแลว ใหแ จงผลการพิจารณาใหแก นกั กีฬาทราบโดยเร็ว (๑) กรณีมคี ำส่งั อนุญาต ใหร ะบุปรมิ าณวธิ ีการและระยะเวลาทอ่ี นญุ าต (๒) กรณมี คี ำสง่ั ไมอ นญุ าต ใหท ำเปน หนงั สอื โดยระบเุ หตผุ ลทไ่ี มอ นญุ าต และสทิ ธใิ นการอทุ ธรณ ในกรณีที่อาจอุทธรณห รอื โตแ ยงได ขอ ๘ การประชุมคณะกรรมการการแพทยและการแจงคำสั่งอาจดำเนินการผานระบบ เทคโนโลยีสื่อสารทางไกลหรือระบบอิเล็กทรอนิกสได ทั้งนี้ ตองไมปรากฏขอจำกัดอันเกี่ยวกับเทคโนโลยี ของนักกีฬา บุคคลซ่ึงสนับสนนุ ทางการกีฬา ขอ ๙ ในกรณีที่ไดยื่นคำขออนุญาตแลว หากนักกีฬายังไมไดรับอนุญาตภายในระยะเวลา อันสมควร และมีความจำเปนตองใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามในขณะนั้น นักกีฬาอาจยื่นคำขออนุญาต ตอสหพนั ธกฬี านานาชาตโิ ดยตรงได ในกรณีที่สหพันธกีฬานานาชาติอนุญาต แตสำนักงานเห็นวาการอนุญาตนั้นไมเปนไปตาม มาตรฐานสากล ใหสำนักงานมีสิทธิอุทธรณตอองคกรตอตานการใชสารตองหามโลกภายในยี่สิบเอ็ดวัน นบั แตว นั ท่ไี ดร บั แจง คำสัง่ อนุญาตจากสหพันธก ฬี านานาชาติ ขอ ๑๐ ในกรณีที่คณะกรรมการการแพทยมีคำสั่งอนุญาต และนักกีฬานำคำสั่งอนุญาต ใหใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามเพื่อการรักษายื่นตอสหพันธกีฬานานาชาติแลว แตสหพันธกีฬานานาชาติ เห็นวาการอนุญาตนั้นไมเปนไปตามมาตรฐานสากลและไมยอมรับคำสั่งอนุญาตดังกลาว โดยแจงใหนักกีฬา และสำนักงานทราบแลว ใหนักกีฬาหรือสำนักงานมีสิทธิอุทธรณตอองคกรตอตานการใชสารตองหามโลก ภายในย่สี บิ เอด็ วนั นับแตวนั ทไี่ ดรับแจง จากสหพันธก ีฬานานาชาติ ประกาศ ณ วนั ที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ฒั น รัชกจิ ประการ) รัฐมนตรวี า การกระทรวงการทอ งเท่ยี วและกีฬา ประธานกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหามทางการกีฬา 466

ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตองหามทางการกีฬา เรือ่ ง หลักเกณฑในการพจิ ารณาโทษของคณะกรรมการพิจารณาโทษ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการปรับปรุงหลักเกณฑในการพิจารณาโทษ เพื่อใหสอดคลอง กับประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๒) และมาตรา ๒๖ แหงพระราชบัญญัติควบคุม การใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกีฬา จึงออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาโทษนักกีฬา และบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา ที่ฝาฝนกฎการตอตาน สารตองหามทางการกีฬาหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใชสาร ตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ในประกาศนี้ “ประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก” หมายความวา บทบัญญัติแหงองคกร ตอตานการใชสารตองหามโลก “มาตรฐานสากล” หมายความวา มาตรฐานสากลดานการจัดการผลการตรวจสารตองหาม ขององคกรตอตานการใชสารตองหามโลก ขอ ๔ เมื่อปรากฏวามีการฝาฝนหลักเกณฑในการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหาม ใหสำนักงานเสนอรายงานใหแกคณะกรรมการพิจารณาโทษทราบโดยเร็ว ขอ ๕ คณะกรรมการพิจารณาโทษจะตองไมเปนผูมีสวนไดเสียในการพิจารณาโทษ และจะตองดำเนินการพิจารณาโทษเปนความลับและใหแลวเสร็จโดยเร็ว ขอ ๖ ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาโทษตองมีกรรมการที่มีความรู ความเชี่ยวชาญ ดานการแพทย ดานกฎหมาย และดานกีฬาอยางนอยดานละหนึ่งคนเขารวมประชุม ในการพิจารณาโทษใหคณะกรรมการพิจารณาโทษดำเนินการตามประมวลกฎการตอตาน การใชสารตองหามโลกและมาตรฐานสากลกำหนด ขอ ๗ คณะกรรมการพิจารณาโทษตองใหนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬามีโอกาส ในการโตแยง แสดงพยานหลักฐานเขาหักลาง และใหสิทธิที่จะไดรับการพิจารณาอยางเปนธรรม ตลอดจนสิทธิ ในการขอใหพิจารณาโทษโดยเปดเผยตอสาธารณะเทาที่ไมขัดตอประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก และมาตรฐานสากล 467

-๒- หากคกู รณมี ไิ ดใ ชโ อกาสในการโตแ ยง แสดงพยานหรอื หลกั ฐานเขา หกั ลา งขอ กลา วหาภายในเจด็ วนั ใหถ ือวาคกู รณสี ละสทิ ธทิ ีจ่ ะใชโ อกาสดังกลาว ขอ ๘ คำตดั สนิ ของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษใหถ อื เสียงขา งมากเปน เกณฑ ขอ ๙ คำตดั สนิ ของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษจะตอ งทำเปน ลายลกั ษณอ กั ษร โดยตอ งระบุ วนั เดอื น และปท ม่ี คี ำตดั สนิ และใหป ระธานกรรมการพจิ ารณาโทษลงลายมอื ชอ่ื ทา ยคำตดั สนิ ดว ยการทำคำตดั สนิ ตามวรรคหนง่ึ ตอ งจดั ใหมีเหตผุ ลซ่งึ อยา งนอยตองประกอบไปดวย (๑) ขอเท็จจรงิ อนั เปน สาระสำคญั (๒) ขอ กฎหมายทอ่ี า งองิ (๓) ขอ พจิ ารณาและขอ สนับสนนุ ในการใชด ุลพนิ จิ (๔) ขอพจิ ารณาตามขอ ๗ ในคำตดั สนิ ใหร ะบกุ รณที อ่ี าจอทุ ธรณห รอื โตแ ยง การยน่ื คำอทุ ธรณห รอื คำโตแ ยง และระยะเวลา สำหรบั การอุทธรณห รือการโตแยง ดงั กลา วไวด วย ขอ ๑๐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาโทษไดทำคำตัดสินเรียบรอยแลว ใหสำนักงานแจง คำตัดสินเปนหนังสือใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา สมาคมกีฬาที่เปนตนสังกัดของนักกีฬาหรือ บุคคลซึง่ สนบั สนนุ การกีฬา ตลอดจนบคุ คลหรอื องคก รท่ีมสี ิทธอิ ทุ ธรณก รณดี ังกลาวตามประกาศคณะกรรมการ ควบคมุ การใชส ารตอ งหามทางการกฬี า เร่ือง การวินิจฉัยอุทธรณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ทราบ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาโทษมีคำตัดสินใหลงโทษนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุน การกีฬา ใหคณะกรรมการพิจารณาโทษมีคำสั่งและใหสำนักงานแจงคำสั่งนั้นใหนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุน การกีฬาที่ถูกตัดสินลงโทษทราบพรอมคำตัดสินตามวรรคหนึ่ง และใหถือวาคำสั่งดังกลาวเปนสวนหนึ่งของ คำตัดสนิ ใหสำนักงานจัดทำสรุปคำตัดสินและเหตุผลประกอบคำตัดสินเปนภาษาอังกฤษ และเผยแพร ในชอ งทางทีบ่ คุ คลหรอื องคก รตามวรรคหนงึ่ สามารถเขาถงึ ได ขอ ๑๑ การประชุมคณะกรรมการพิจารณาโทษ การแจงคำตัดสินหรือคำสั่งลงโทษ อาจดำเนินการผานระบบเทคโนโลยีสื่อสารทางไกลหรือระบบอิเล็กทรอนิกสก็ได ทั้งนี้ ตองไมปรากฏ ขอ จำกดั อนั เก่ยี วกบั เทคโนโลยขี องนกั กีฬา บุคคลซง่ึ สนับสนนุ การกีฬา ขอ ๑๒ การอุทธรณคำสั่งลงโทษใหเปนไปตามประกาศคณะกรรมการควบคุมการใช สารตอ งหามทางการกฬี าวาดว ยการวินิจฉยั อุทธรณ ประกาศ ณ วนั ที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ฒั น รชั กิจประการ) รฐั มนตรีวา การกระทรวงการทอ งเที่ยวและกฬี า ประธานกรรมการควบคุมการใชส ารตองหามทางการกีฬา 468

ประกาศคณะกรรมการควบคุมการใชสารตอ งหามทางการกฬี า เรื่อง หลักเกณฑในการกำหนดโทษทางกีฬา พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เปนการสมควรหลักเกณฑการกำหนดโทษทางกีฬาสำหรับนักกีฬาหรือบุคคลซึ่ง สนับสนุนการกีฬาที่ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑในการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามตาม กฎหมายวาดวยการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อใหสอดคลองกับประมวลกฎ การตอตานการใชส ารตอ งหา มโลกและมาตรฐานสากล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๒) และมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติควบคมุ การใชสาร ตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุม การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า จึงออกประกาศไวด ังตอ ไปน้ี ขอ ๑ ประกาศนี้ใหใ ชบงั คบั ตัง้ แตว นั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตนไป ขอ ๒ ใหค ณะกรรมการพจิ ารณาโทษกำหนดโทษทางกฬี าสำหรบั นกั กฬี าหรอื บคุ คลซง่ึ สนบั สนนุ การกฬี าทฝ่ี าฝนหรือไมป ฏบิ ตั ิตามมาตรา ๒๒ อยางหนึ่งอยางใด ดงั ตอไปน้ี (๑) ตักเตอื น (๒) หกั คะแนน (๓) ตำหนิโดยเปด เผยตอ สาธารณะ (๔) ใหผ ลการแขงขันเปน โมฆะ (๕) ตดั สิทธเิ ขา รว มการแขงขนั กฬี าภายในระยะเวลาทคี่ ณะกรรมการพจิ ารณาโทษกำหนด (๖) ตัดสทิ ธเิ ขารวมการแขง ขันกีฬาทกุ รายการตลอดชวี ิต (๗) ริบหรือเรยี กคนื รางวลั (๘) ใหชดใชค าเสียหายหรือชำระเบยี้ ปรับ (๙) ระงบั การไดร บั สทิ ธปิ ระโยชนท างการกฬี าจากรฐั ตามกฎหมายวา ดว ยการกฬี าแหง ประเทศไทย กฎหมายวา ดว ยสง เสริมกีฬาอาชีพ กฎหมายวา ดว ยกฬี ามวย และกฎหมายอื่น ในระหวา งการถูกตดั สทิ ธิ ขอ ๔ ในกีฬาประเภททีมที่ใหทำการเปลี่ยนตัวผูเลนในระหวางการแขงขันกีฬาได ในระหวางการแขงขันกีฬาระดับชาติ หากนักกีฬาในทีมตั้งแตสองคนขึ้นไปฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ คณะกรรมการพิจารณาโทษอาจกำหนดโทษทางการกีฬาตามขอ ๒ แกทีมที่มีนักกีฬาดังกลาวเขาแขงขัน เฉพาะการแขงขันในครั้งนั้นเปนสวนตางหากจากโทษทางการกีฬาที่ใชบังคับแกนักกีฬาผูฝาฝนหรือไมปฏิบัติ ตามมาตรา ๒๒ ได 469

-๒- ขอ ๕ ในกรณีที่สำนักงานพบพฤติการณรายแรงของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑ ในการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามขอ ๒ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๑๐) ของประกาศ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา เรื่อง การกระทำการอันเปนการฝาฝนหลักเกณฑ ในการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหาม พ.ศ. ๒๕๖๕ ใหสำนักงานเสนอคณะกรรมการพิจารณาโทษ พิจารณาเพิ่มระยะเวลาตัดสิทธิเขารวมการแขงขันกีฬาไดไมเกินสองปตามควรแกกรณีเวนแตผูฝาฝนหรือไม ปฏิบตั ติ ามไมร วู า ตนไดฝา ฝนหรอื ไมปฏบิ ตั ติ ามหลกั เกณฑด งั กลาว ประกาศ ณ วันท่ี มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพิพัฒน รัชกจิ ประการ) รฐั มนตรวี าการกระทรวงการทอ งเท่ียวและกฬี า ประธานกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหามทางการกฬี า 470

ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชสารตอ งหา มทางการกีฬา เร่อื ง การวินิจฉยั อุทธรณ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดหลักเกณฑในการวินิจฉัยอุทธรณ เพื่อใหสอดคลอง กบั ประมวลกฎการตอตา นการใชสารตองหา มโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๔) มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ แหงพระราชบัญญัติ ควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคุม การใชส ารตอ งหา มทางการกีฬา จึงออกประกาศไว ดังตอ ไปน้ี ขอ ๑ ประกาศน้ใี หใ ชบงั คบั ตงั้ แตว ันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน ตน ไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง การวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ในประกาศนี้ “ประมวลกฎการตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก” หมายความวา บทบญั ญตั แิ หง องคก รตอ ตา น การใชสารตอ งหา มโลก “มาตรฐานสากล” หมายความวา มาตรฐานสากลดานการจัดการผลการตรวจสารตองหาม ขององคก รตอตา นการใชส ารตอ งหามโลก ขอ ๔ ภายใตบ งั คบั ขอ ๑๗ ใหค กู รณหี รอื ผเู กย่ี วขอ งตามขอ ๕ ขอ ๖ หรอื ขอ ๗ มสี ทิ ธอิ ทุ ธรณ คำส่ังของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษตอคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ ขอ ๕ ใหบ คุ คลหรอื องคก รดงั ตอ ไปนม้ี สี ทิ ธอิ ทุ ธรณเ ปน หนงั สอื ตอ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ ภายในยสี่ บิ เอด็ วนั นับจากวันที่ไดรบั แจง คำตดั สินหรอื คำสงั่ ตามขอ ๔ (๑) นักกฬี าหรอื บุคคลอน่ื ซ่ึงเปนมูลเหตุแหง คำตัดสนิ ทถี่ ูกอทุ ธรณ (๒) คูค วามอกี ฝายของกรณที ่ีมคี ำตดั สนิ ดังกลาว ขอ ๖ ใหบุคคลหรือองคกรดังตอไปนี้มีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอคณะกรรมการวินิจฉัย อทุ ธรณภ ายในยส่ี บิ เอด็ วนั นบั จากวนั ทบ่ี คุ คลหรอื องคก รดงั กลา วไดร บั สำเนาเอกสารตามทไ่ี ดร อ งขอตามวรรคสอง (๑) สหพนั ธก ีฬานานาชาติทีเ่ กี่ยวขอ ง (๒) องคก รตอตา นการใชสารตอ งหา มแหงชาติของประเทศทเี่ ปน ถน่ิ ทอ่ี ยขู องบคุ คลทไ่ี ดร บั แจง คำตัดสนิ ของคณะกรรมการพิจารณาโทษ หรือของประเทศท่ีบคุ คลดงั กลาวเปนผูม ีสญั ชาติหรือถอื ใบอนุญาต (๓) คณะกรรมการโอลมิ ปก สากลหรอื คณะกรรมการพาราลมิ ปก สากลเฉพาะในกรณที ค่ี ำตดั สนิ อาจมีผลกระทบท่เี กยี่ วกบั การแขง ขันกีฬาโอลิมปก หรือการแขง ขันกฬี าพาราลิมปก 471

-๒- เพื่อประโยชนในการใชสิทธิอุทธรณตามวรรคหนึ่ง บุคคลหรือองคกรตามวรรคหนึ่ง อาจรองขอตอสำนักงานใหจัดสงสำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับสำนวนคำตัดสินหรือคำสั่งของคณะกรรมการ พิจารณาโทษตามขอ ๔ ได ทั้งนี้ ใหยื่นคำขอภายในสิบหาวันนับจากวันที่คณะกรรมการพิจารณาโทษ มคี ำตัดสนิ หรือคำสั่งดังกลาว ขอ ๗ ใหองคกรตอตานการใชสารตองหามโลกมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอคณะกรรมการ วนิ จิ ฉยั อทุ ธรณภ ายในยส่ี บิ เอด็ วนั นบั จากวนั ทส่ี น้ิ สดุ กำหนดระยะเวลาตามขอ ๕ และขอ ๖ หรอื ภายในยส่ี บิ เอด็ วนั นับจากวันที่องคกรตอตานการใชสารตองหามโลกไดรับสำเนาของสำนวนที่เกี่ยวกับคำตัดสินหรือคำสั่งของ คณะกรรมการพจิ ารณาโทษตามขอ ๔ ขอ ๘ ใหน กั กฬี าหรอื บคุ คลอน่ื ที่สำนกั งานส่ังพกั การแขง ขันช่ัวคราวมีสทิ ธิอุทธรณตามขอ ๔ ขอ ๙ สหพนั ธกีฬานานาชาตหิ รือสมาคมกฬี าทีเ่ กยี่ วของซ่งึ มใิ ชคูกรณีในการวินิจฉัยอุทธรณ คณะกรรมการโอลมิ ปก แหง ประเทศไทย หรอื องคก รตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก อาจสง ผแู ทนเขา รว มการประชมุ วินิจฉัยอทุ ธรณใ นฐานะผูสังเกตการณไ ด ขอ ๑๐ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณตองใหผูอุทธรณมีโอกาสในการโตแยงแสดงพยานหรือ หลักฐานเขาหักลาง และใหสิทธิที่จะไดรับการพิจารณาอยางเปนธรรมตามประมวลกฎการตอตานการใชสาร ตอ งหา มโลกและมาตรฐานสากล หากผอู ทุ ธรณม ไิ ดใ ชโ อกาสในการโตแ ยง แสดงพยานหรอื หลกั ฐานเขา หกั ลา งขอ กลา วหาภายใน ย่ีสิบเอด็ วนั ใหถ อื วาผอู ุทธรณสละสิทธิทีจ่ ะใชโ อกาสดงั กลา ว ขอ ๑๑ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณจะตองวินิจฉัยอุทธรณใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน นบั แตวันที่ไดรับหนงั สืออุทธรณ กรณีที่มีเหตุอันสมควรที่ไมอาจวินิจฉัยอุทธรณใหแลวเสร็จภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ใหข ยายระยะเวลาไดอีกไมเ กินหกสิบวัน ขอ ๑๒ ในการประชมุ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณจ ะตอ งมกี รรมการทม่ี คี วามรคู วามเชย่ี วชาญ ดานการแพทย ดา นกฎหมาย และดา นกีฬาอยางนอยดานละหนึ่งคนเขา รว มประชุม ขอ ๑๓ การวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณข องคณะกรรมการวินจิ ฉยั อทุ ธรณใหถ ือเสยี งขา งมากเปน เกณฑ ขอ ๑๔ คำวินิจฉัยอุทธรณของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณจะตองทำเปนลายลักษณอักษร โดยตอ งระบุ วนั เดอื น และปท ม่ี คี ำวนิ จิ ฉยั และใหป ระธานกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณล งลายมอื ชอ่ื ทา ยคำตดั สนิ ดว ย ในคำวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณใ หร ะบสุ ทิ ธขิ องคกู รณใี นการฟอ งตอ ศาลปกครอง และระบวุ ธิ กี ารยน่ื คำฟอ งตลอดจนระยะเวลา สำหรบั ยนื่ คำฟอ งไวดว ย ขอ ๑๕ เม่อื คณะกรรมการวินิจฉยั อทุ ธรณไดว ินิจฉยั อทุ ธรณและไดท ำคำวินิจฉยั เรยี บรอยแลว ใหสำนักงานแจงคำวินิจฉัยเปนหนังสือใหผูอุทธรณ บุคคลหรือองคกรตามขอ ๕ ขอ ๖ และขอ ๗ ที่เปนผูมีสิทธิ อทุ ธรณใ นกรณดี งั กลา ว ตลอดจนสมาคมกฬี าทเ่ี ปน ตน สงั กดั ของนกั กฬี าหรอื บคุ คลอน่ื ซง่ึ เปน มลู เหตแุ หง คำตดั สนิ ทีถ่ กู อทุ ธรณท ราบ ในกรณที ค่ี ณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณว นิ จิ ฉยั ใหย กเลกิ คำสง่ั ลงโทษของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษ ใหสำนกั งานแจงคำส่ังนน้ั ใหนักกีฬาหรือบคุ คลซ่งึ สนบั สนุนการกฬี าทถ่ี กู ตัดสินลงโทษทราบพรอ มคำวนิ จิ ฉัยตาม วรรคหนึ่ง ท้ังน้ี ภายในเจ็ดวนั นบั แตว ันทีม่ ีคำวนิ ิจฉัย 472

-๓- ขอ ๑๖ การประชุมของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ การแจงคำวินิจฉัยอุทธรณอาจดำเนิน การผานระบบเทคโนโลยีสื่อสารทางไกลหรือระบบอิเล็กทรอนิกสได ทั้งนี้ ตองไมปรากฏขอจำกัดอันเกี่ยวกับ เทคโนโลยีของผูอุทธรณห รือผูเ ก่ยี วของ ขอ ๑๗ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาโทษมีคำตัดสินเกี่ยวกับการฝาฝนกฎหมายวาดวย การควบคมุ การใชส ารตองหา มทางการกีฬาทเี่ กดิ จากการเขา รว มการแขง ขนั ในมหกรรมกีฬานานาชาติ หรือเปน กรณที ี่นกั กฬี าระดับนานาชาตมิ ีสว นเกีย่ วของ ใหบ คุ คลหรอื องคกรตามขอ ๕ ขอ ๖ หรอื ขอ ๗ มีสทิ ธเิ ลือกทีจ่ ะ อทุ ธรณคำตัดสินของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษไปยังศาลอนุญาโตตลุ าการทางการกฬี าได ในกรณีที่มีการอุทธรณไปยังศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาตามวรรคหนึ่ง หามมิให คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณร บั คำอทุ ธรณใ นกรณนี น้ั ซำ้ หรอื ซอ นอกี หากมผี ยู น่ื อทุ ธรณต อ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณไวกอ นหนาแลว ใหค ณะกรรมการวนิ จิ ฉัยอุทธรณยุตกิ ารพจิ ารณาและแจงใหผูย ่นื อุทธรณท ราบ ในคำสั่งไมรับอุทธรณหรือคำสั่งยุติการพิจารณาอุทธรณตามวรรคสอง ใหระบุสิทธิของคูกรณี ในการฟอ งตอ ศาลปกครอง และระบวุ ธิ ีการยน่ื คำฟอ งตลอดจนระยะเวลาสำหรบั ย่นื คำฟองไวด วย ขอ ๑๘ ในกรณีที่องคกรตอตานการใชสารตองหามโลก สหพันธกีฬานานาชาติที่เกี่ยวของ คณะกรรมการโอลิมปกสากล หรือคณะกรรมการพาราลิมปกสากล ใชสิทธิตามประมวลกฎการตอตานการใช สารตอ งหา มโลกในการอทุ ธรณค ำวนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณต อ ศาลอนญุ าโตตลุ าการทางการกฬี า ตามขอตกลงท่ีผกู พนั ระหวา งองคก รท่เี กี่ยวของ ใหสำนกั งานจัดสง สำเนาเอกสารที่เกย่ี วกบั สำนวนคำตดั สินหรอื เอกสารท่ีเกี่ยวของอื่นใดใหต ามที่ศาลอนญุ าโตตุลาการทางการกีฬารอ งขอ ประกาศ ณ วนั ที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพิพฒั น รชั กจิ ประการ) รัฐมนตรีวาการกระทรวงการทอ งเท่ยี วและกีฬา ประธานกรรมการควบคุมการใชสารตอ งหามทางการกฬี า 473

474

พพรระะรราาชชบบญั ญั ญญตั ัติ ิ กาสรง่ กเฬีสราิมแกหีฬง่ ปาอระาเชทีพศไพท.ยศ.พ๒.ศ๕. ๕๒๖๕๕๘ แแลละะททแ่ี ี่แกกไ้ ้ไขขเเพมิ่ เตมิ 475

พระราชบญั ญัติ สงเสรมิ กีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕56 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไ ว ณ วันท่ี 29 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕56 เปนปท ี่ 68 ในรชั กาลปจจบุ นั พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหป ระกาศวา โดยทีเ่ ปนการสมควรมีกฎหมายวาดว ยการสง เสรมิ กฬี าอาชพี พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บญั ญัตใิ หกระทาํ ไดโดยอาศยั อํานาจตามบทบัญญัตแิ หงกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา ดังตอไปน้ี มาตรา 1 พระราชบญั ญัตนิ ้ีเรยี กวา “พระราชบัญญตั สิ งเสรมิ กฬี าอาชพี พ.ศ. ๒๕๕๖” มาตรา ๒ 1 พระราชบัญญัตินีใ้ หใชบังคับเม่อื พน กําหนดหกสิบวันนับแตวนั ประกาศในราชกิจจา 0 นุเบกษา เปน ตน ไป มาตรา ๓ พระราชบญั ญัติน้มี ิใหใ ชบ งั คบั แกกีฬาอาชพี ท่ีมกี ฎหมายกาํ หนดการสงเสริม หรอื การคมุ ครองนักกีฬาอาชีพและบคุ ลากรซ่ึงเก่ยี วของกับกีฬาอาชพี นน้ั ไวเ ปน การเฉพาะแลว มาตรา 4 ในพระราชบญั ญัตนิ ี้ “กีฬาอาชีพ” หมายความวา กีฬาท่ีจัดการแขงขันอยางเปนระบบตามมาตรฐานสากล และมี นักกีฬาอาชีพเขารวมแขงขันกัน โดยมีรายไดจากการแขงขันตามชนิดหรือประเภทท่ีคณะกรรมการประกาศ กาํ หนด “นักกีฬาอาชีพ” หมายความวา ผูซ่ึงเลนกีฬาอาชีพเปนอาชพี “บุคลากรกีฬาอาชีพ” หมายความวา ผูตัดสิน ผูฝกสอน หรือผูทําหนาท่ีเกี่ยวของกับการ แขง ขนั กฬี าอาชีพ ทั้งนี้ ตามท่ีคณะกรรมการประกาศกาํ หนด ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ” หมายความวา บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งจัดการ แขง ขนั กีฬาอาชพี “สมาคมกีฬาอาชีพ” หมายความวา สมาคมกีฬาที่ไดจดทะเบียนแลวตามกฎหมาย และมี วัตถุประสงคหลักเกี่ยวกบั กฬี าอาชพี หรอื การสง เสรมิ กีฬาอาชพี 1 ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๐/ตอนท่ี ๑๑๘ ก/หนา ๑/๑๖ ธนั วาคม ๒๕๕๖ การกฬี าแหงประเทศไทย 476

-๒- “สโมสรกีฬาอาชีพ” หมายความวา คณะบุคคล หรือนิติบุคคลท่ีกอตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค หลักเก่ียวกับกีฬาอาชีพหรือการสงเสริมกีฬาอาชีพ ไมวาจะเรียกช่ือวาสโมสรหรือไมก็ตาม แตไมหมายความ รวมถงึ สมาคมกฬี าอาชพี “การลมกีฬา” หมายความวา การเขาแขงขันกีฬาอาชีพโดยแสรงแพหรือโดยกระทําการ หรือไมกระทําการแขงขันกีฬาอาชีพโดยมีเจตนาทุจริต และใหหมายรวมถึงการเขาแขงขันกีฬาอาชีพโดยสมยอมกัน เพ่อื ใหผลการแขงขันเปน ไปตามทกี่ าํ หนดไวเปนการลว งหนา “กองทุน” 2 หมายความวา กองทุนพัฒนาการกีฬาแหงชาติตามกฎหมายวาดวยการกีฬา แหง ประเทศไทย “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการกีฬาอาชพี “นายทะเบียน” หมายความวา ผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทยหรือผูซึ่งผูวาการการกีฬา แหง ประเทศไทยมอบหมายเปนหนังสือ “พนักงานเจาหนาท่ี” หมายความวา ผูซ่ึงรัฐมนตรีแตงต้ังใหปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี “รฐั มนตรี” หมายความวา รัฐมนตรผี ูรกั ษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี มาตรา 5 ใหรัฐมนตรวี าการกระทรวงการทอ งเที่ยวและกฬี ารักษาการตามพระราชบัญญตั ินี้ และใหมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาท่ี กับออกกฎกระทรวง หรือออกระเบียบ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศนั้น เม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใช บังคับได หมวด ๑ คณะกรรมการ มาตรา ๖ ใหมคี ณะกรรมการคณะหนงึ่ เรยี กวา “คณะกรรมการกีฬาอาชีพ” ประกอบดวย (๑) รัฐมนตรวี า การกระทรวงการทอ งเท่ยี วและกีฬาเปนประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหนงจํานวนหกคน ไดแก ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง การทองเท่ียวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ และผูว า การการกฬี าแหง ประเทศไทย (๓) กรรมการซ่ึงรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูซึง่ ไดร บั เลือกใหเ ปน (ก) ผูแทนนักกีฬาอาชีพซง่ึ มาจากการเลือกกันเองของนักกฬี าอาชีพใหเ หลือส่ีคน โดยตอง เปน นกั กฬี าอาชพี ตางชนิดกนั 2 มาตรา ๔ นยิ ามคาํ วา “กองทนุ ” แกไ ขเพม่ิ เติมโดยคาํ สัง่ หัวหนา คณะรกั ษาความสงบแหงชาติ ท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เร่ือง การ สง เสริม สนบั สนนุ และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ การกีฬาแหงประเทศไทย 477

-๓- (ข) ผูแทนผูเก่ียวของกับกีฬาอาชีพจํานวนส่ีคน ไดแก ผูแทนบุคลากรกีฬาอาชีพ ผูแทน ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ ผูแทนสโมสรกีฬาอาชีพ และผูแทนสมาคมกีฬาอาชีพ ซ่ึงมาจากการเลือกกันเอง ในแตล ะฝายใหเ หลอื ฝา ยละหนง่ึ คน โดยตองเปนกีฬาอาชีพตางชนดิ กนั (๔) กรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงรัฐมนตรีแตงตั้งจากบุคคลท่ีมีความรูความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณเปนท่ีประจักษในดานตาง ๆ อันเปนประโยชนตอการสงเสริมกีฬาอาชีพจํานวนหกคน ซึ่งในจํานวนนี้ตองเปนผูทรงคุณวุฒิดานการบริหารจัดการกีฬา ดานการตลาดและระบบสิทธิประโยชน ดา นกฎหมาย และดา นสอื่ สารมวลชนเกย่ี วกับกีฬาอยางนอยดานละหนง่ึ คน ใหผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทยแตงต้ังรองผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทยคนหน่ึง เปนเลขานกุ าร มาตรา ๗ ภายใตบังคับมาตรา ๘ คุณสมบัติลักษณะตองหาม หลักเกณฑและวิธีการเลือก หรือแตง ตง้ั กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ใหเ ปนไปตามระเบยี บทีร่ ัฐมนตรกี ําหนด มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ตองมีสัญชาติไทยและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปน้ี (๑) เปน คนไรความสามารถ หรือคนเสมอื นไรความสามารถ (๒) เปน บคุ คลลม ละลายหรือเคยเปนบุคคลลม ละลายทจุ ริต (๓) เคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดท่ีได กระทาํ โดยประมาทหรอื ความผิดลหุโทษ (๔) เปน พนักงานหรือลูกจา งของการกีฬาแหง ประเทศไทย (๕) เคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากราชการ หนวยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรอื จากหนวยงานเอกชนเพราะทจุ รติ ตอ หนา ที่ (๖) เคยตอ งคาํ พิพากษาถงึ ท่สี ุดวา กระทําผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๙ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสามป และอาจไดรบั แตง ต้ังอีกไดแ ตจะดาํ รงตาํ แหนง ตดิ ตอกนั เกนิ สองวาระมิได ในกรณีท่ีกรรมการตามวรรคหนึ่งพนจากตําแหนงกอนวาระ ใหรัฐมนตรีดําเนินการเพ่ือใหมี การแตงต้ังบุคคลเปนกรรมการแทนตําแหนงท่ีวางภายในหกสิบวัน เวนแตวาระการดํารงตาํ แหนงของกรรมการผูน้ัน เหลอื ไมถ ึงหน่ึงรอยแปดสิบวัน และใหผ ูซึ่งไดรับแตง ต้ังแทนตําแหนงที่วางอยใู นตําแหนงเทากบั วาระท่ีเหลอื อยู ของกรรมการซ่งึ ตนแทน ในกรณีทก่ี รรมการตามวรรคหนงึ่ พนจากตําแหนงตามวาระ หากยังมิไดมีการแตงตั้งกรรมการ ขึน้ ใหมใหก รรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนัน้ อยูในตําแหนงเพ่ือดําเนินงานตอไป จนกวาจะมีการแตงตั้ง กรรมการชดุ ใหม มาตรา ๑๐ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) พน จากตาํ แหนงเมอ่ื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรใี หอ อกเพราะบกพรองตอหนา ทีม่ ีความประพฤติเสื่อมเสยี หรือหยอ นความสามารถ (๔) ขาดคณุ สมบัตหิ รอื มีลักษณะตอ งหา มตามมาตรา ๗ หรอื มาตรา ๘ การกีฬาแหงประเทศไทย 478

-๔- (๕) ไดรับโทษจาํ คกุ โดยคําพิพากษาถงึ ที่สุดใหจ ําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดท่ีไดกระทํา โดยประมาทหรอื ความผิดลหโุ ทษ (๖) ตองคาํ พพิ ากษาถงึ ที่สดุ วากระทาํ ผดิ ตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ในกรณีท่ีตําแหนงกรรมการวางลง และยังมิไดดําเนินการใหไดมาซ่ึงกรรมการแทนตําแหนงท่ีวาง ใหค ณะกรรมการประกอบดวยกรรมการเทาท่ีเหลืออยู มาตรา ๑๑ คณะกรรมการมอี าํ นาจหนา ที่ดังตอ ไปนี้ (๑) เสนอนโยบาย ยุทธศาสตรและแผนแมบทเก่ียวกับการสงเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ ตอคณะรฐั มนตรเี พอ่ื พจิ ารณาใหความเหน็ ชอบ (๒) เสนอแนะคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการใชมาตรการทางภาษีอากร เพื่อการสงเสริมและพัฒนา กฬี าอาชีพ (๓) เสนอความเห็นหรือใหคําปรึกษาตอรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีในเรื่องอันอาจมีผลกระทบ ตอการสง เสรมิ และพฒั นากีฬาอาชพี (๔) กาํ หนดชนิดหรอื ประเภทกีฬาท่ีใหถ ือวาเปนกฬี าอาชีพตามพระราชบัญญตั ิน้ี (๕) กําหนดลักษณะหรือนิยามความหมายของการเปนผูตัดสิน ผูฝกสอน หรือผูทําหนาท่ี เกยี่ วของกับการแขง ขนั กฬี าอาชพี ซึ่งใหถ ือวา เปนบุคลากรกฬี าอาชพี ตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) ออกระเบียบกําหนดหลักเกณฑวิธีการและเง่ือนไขในการย่ืนจดแจงการจดแจงรายการ หลักฐานการจดแจง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจง การยกเลิกหลักฐานการจดแจง การกําหนดแบบ การจดแจง การกําหนดแบบหนังสือสําคัญแสดงการจดแจง การออกหนังสือสําคัญ แสดงการจดแจงและใบแทน หรือการอ่ืนใดที่เก่ียวกับการจัดทําฐานขอมูล การเก็บรักษาขอมูล การเผยแพรขอมูลของนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ และผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ หรือการอ่ืน ที่เกยี่ วกับกฬี าอาชพี (๗) กําหนดมาตรฐานการจาง มาตรฐานการจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ มาตรฐานความปลอดภัย ใหเปน ธรรมและสอดคลอ งกบั มาตรฐานสากล (๘) ออกประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของนักกฬี าอาชพี และบุคลากรกีฬาอาชพี (๙) 3 ออกระเบียบกําหนดเงื่อนไขและมาตรการ และพิจารณาใหการคุมครอง ชวยเหลือ สงเสริม และสนับสนนุ นกั กีฬาอาชพี บคุ ลากรกีฬาอาชพี ผจู ดั การแขงขันกฬี าอาชีพ สมาคมกฬี าอาชีพและสโมสรกฬี าอาชพี (๑๐) ออกระเบียบเกีย่ วกับหลกั เกณฑวธิ กี าร และวธิ พี จิ ารณาเก่ียวกับการอุทธรณ และการรอ งทกุ ข (๑๑) วนิ จิ ฉัยอทุ ธรณวนิ จิ ฉัยเรื่องรองทุกขข องนักกฬี าอาชีพและบคุ ลากรกฬี าอาชีพ และการ ดําเนนิ การทเ่ี ก่ียวกบั การกีฬาอาชพี 3 มาตรา ๑๑ (๙) แกไขเพ่มิ เตมิ โดยคาํ ส่งั หัวหนาคณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสง เสริม สนบั สนนุ และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ การกีฬาแหง ประเทศไทย 479

-๕- (๑๒) 4 (ยกเลิก) (๑๓) 5 (ยกเลกิ ) (๑๔) ปฏิบัติการอื่นตามท่ีกฎหมายกําหนดใหเปน อาํ นาจหนาทีข่ องคณะกรรมการ หรือตามท่ี คณะรฐั มนตรีหรอื นายกรฐั มนตรมี อบหมาย มาตรา ๑๒ ใหนําบทบัญญัติวาดวยคณะกรรมการที่มีอํานาจดําเนินการพิจารณาทางปกครอง ตามกฎหมายวาดวยวิธปี ฏิบตั ิราชการทางปกครองมาใชบังคบั แกการประชุมของคณะกรรมการโดยอนุโลม มาตรา ๑๓ ใหม ีคณะกรรมการพิจารณาเรอ่ื งรองทุกขซ่งึ คณะกรรมการแตงต้ัง ประกอบดวย ประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีกสี่คน โดยในจํานวนนี้จะตองเปนผูซ่ึงมีความรู ความเช่ียวชาญหรือมี ประสบการณดานกฎหมายอยางนอ ยหนึ่งคน คุณสมบัติลักษณะตองหาม วาระการดํารงตําแหนง และการพนจากตําแหนงของคณะกรรมการ พิจารณาเรือ่ งรองทกุ ขใหเปน ไปตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการประกาศกําหนด ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใชบังคับกับการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาเร่ืองรองทุกข โดยอนุโลม มาตรา ๑๔ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการพิจารณาเรอื่ งรองทกุ ขจะแตงตง้ั คณะอนกุ รรมการ เพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอยางหน่ึงอยางใดตามที่คณะกรรมการหรือ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องรองทุกข มอบหมายก็ได มาตรา ๑๕ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องรองทุกข และคณะอนุกรรมการ ไดร บั เบ้ยี ประชุมและประโยชนต อบแทนอน่ื ตามทีค่ ณะรัฐมนตรีกาํ หนด มาตรา 16 6 ใหการกีฬาแหงประเทศไทยทําหนาที่เปนสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ 5 และคณะกรรมการพิจารณาเร่ืองรองทุกข รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาวิเคราะหและรวบรวมขอมูล และกิจการตาง ๆ ทเ่ี กี่ยวกับการดําเนินงานของคณะกรรมการและคณะกรรมการพิจารณาเรื่องรองทุกข หมวด 2 สโมสรกฬี าอาชีพและสมาคมกฬี าอาชพี มาตรา 17 ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกฬี าอาชพี จดแจงการดําเนินการตอนายทะเบยี น การจดแจงตามวรรคหน่ึงอยางนอยตองมีรายละเอียดเก่ียวกับนักกีฬาอาชีพ และบุคลากร กฬี าอาชีพท่อี ยูใ นสงั กัดหรือในความดูแลของตน 4 มาตรา 11 (12) ยกเลิกโดยคําส่ังหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เร่ือง การสงเสริม สนับสนุน และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ 5 มาตรา 11 (13) ยกเลกิ โดยคําส่งั หัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เร่อื ง การสงเสรมิ สนบั สนุน และ ปฏริ ูปการกีฬาของประเทศ 6 มาตรา ๑๖ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยคาํ สัง่ หวั หนาคณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรอื่ ง การสง เสริม สนับสนนุ และ ปฏริ ปู การกฬี าของประเทศ การกีฬาแหงประเทศไทย 480

-๖- เม่ือนายทะเบียนไดรับแบบการจดแจงและหลักฐานแลว ใหรับจดแจงและออกหนังสือสําคัญ แสดงการจดแจงใหแกผูยื่นจดแจงโดยไมชักชา เวนแตผูยื่นจดแจงดําเนินการไมถูกตองหรือครบถวน ใหนายทะเบียน แนะนําใหผูย่ืนจดแจงดําเนินการใหถูกตองและครบถวนในคราวเดียวกันภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดรับแบบ การจดแจงและหลักฐานการจดแจง เมื่อไดดําเนินการถูกตองและครบถวน ใหรับจดแจงพรอมออกหนังสือสําคัญ แสดงการจดแจงใหแกผแู จง หลักเกณฑวิธีการ และเง่ือนไขการยื่นจดแจง การจดแจง รายการหลักฐานการจดแจง แบบการ จดแจง แบบหนังสือสาํ คัญ และการออกใบแทนหนังสอื สําคัญแสดงการจดแจง ใหเปนไปตามระเบียบท่ีคณะกรรมการ กําหนด มาตรา 18 เมื่อไดรับหนังสือสําคัญแสดงการจดแจงแลว สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬา อาชพี น้นั อาจใชค ําซ่ึงแสดงวา เปน กีฬาอาชพี ประกอบช่ือสโมสรหรือสมาคมก็ได สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ไดรับหนังสือสําคัญแสดงการจดแจงมีสิทธิไดรับ การชวยเหลือ การสง เสริม และการสนับสนุน ตามเงอ่ื นไขและมาตรการท่ีคณะกรรมการกําหนด รวมตลอดถึง สทิ ธปิ ระโยชนอ ่ืนท่ีกฎหมายกาํ หนด มาตรา 19 7 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ไดร ับหนังสือสาํ คัญแสดงการจดแจง 6 ตามมาตรา ๑๗ ที่ประสงคจะขอรับการชวยเหลือ การสงเสริม และการสนับสนุนจาก กองทุนใหยื่นคําขอ ตอ คณะกรรมการ คุณสมบัติของผูย่ืนคําขอ หลักเกณฑวิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคําขอ ใหเปนไปตามระเบียบ ท่คี ณะกรรมการกาํ หนด มาตรา 20 ในกรณที ี่มกี ารเปล่ียนแปลงรายละเอียดขอมูล หรอื รายการหลกั ฐานทีไ่ ดเ คยยื่น ขอจดแจงไวแลว ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพน้ันแจงการเปล่ียนแปลงตอนายทะเบียนภายใน สบิ หา วนั นับแตว นั ท่ีไดมีการเปลยี่ นแปลงน้ัน หลักเกณฑวิธีการ และเง่ือนไขการยื่นคําขอเปลี่ยนแปลง รายการหลักฐานการจดแจง การยกเลิก หลกั ฐานการจดแจง ใหเปน ไปตามระเบียบทีค่ ณะกรรมการกําหนด มาตรา 21 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดที่ไดรับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากร กีฬาอาชีพเขาอยูในสังกัดหรืออยูในความดูแล มีหนาท่ีตองจัดทําสัญญาจางหรือความตกลงรวมกัน แลวแตกรณี เปน หนังสอื ขอกําหนดในสัญญาจางหรือความตกลงรวมกันตามวรรคหน่ึง ตองเปนไปตามมาตรฐานการจาง หรือมาตรการในการคุมครองท่ีคณะกรรมการประกาศกําหนด โดยอยางนอยตองกําหนดเร่ืองช่วั โมงทํางานตามปกติ วันหยุด วันลา การเลิกจาง มาตรการดานความปลอดภัย และการคุมครองนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ การทําประกันเพื่อคุมครองชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุสําหรับนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ การเยียวยารักษากรณีมีความเสียหายหรืออันตรายอันเกิดจากการบาดเจ็บในการฝกซอมหรือแขงขันกีฬาอาชีพ รายไดการแบงปนผลประโยชนระหวางสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากร กีฬาอาชีพ 7 มาตรา ๑๙ แกไ ขเพ่มิ เติมโดยคาํ สัง่ หัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสริม สนบั สนนุ และ ปฏิรูปการกีฬาของประเทศ การกีฬาแหงประเทศไทย 481

-๗- มาตรา 22 ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพออกระเบียบหรือขอบังคับ วาดวย จรรยาสําหรับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยูในสังกัดหรืออยูในความดูแลซึ่งตองไมขัดหรือแยง กบั ประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณ เพ่ือใชบงั คบั เปนการภายในใหชดั เจน ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกําหนดบทลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากร กฬี าอาชพี ทอ่ี ยใู นสังกัดหรืออยูในความดแู ลที่ฝาฝนระเบียบหรือขอบังคับวาดวยจรรยาตามวรรคหนึ่ง หรือไมปฏบิ ัติ ตามประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณ ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบญั ญัตินี้ ในกรณีท่ีสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพไมลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ ตามบทลงโทษตามวรรคสอง สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพน้ันอาจถูก ตัดสิทธิตามมาตรา ๑๘ ไดท ้งั หมดหรอื เพยี งบางสว น มาตรา 23 เพื่อประโยชนในการกํากับการดําเนินการใหเปนไปตามมาตรา ๒๒ ใหสโมสร กีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพสงระเบียบหรือขอบังคับวาดวยจรรยาสําหรับนักกีฬาอาชีพ หรือบุคลากร กีฬาอาชีพท่ีอยูในสังกัดหรืออยูในความดูแลตามมาตรา ๒๒ ตอนายทะเบียนภายในหนึ่งปนับแตวันที่ไดรับ หนังสือสาํ คญั แสดงการจดแจงตามมาตรา ๑๗ ในกรณีที่ระเบียบหรือขอบังคับวาดวยจรรยาที่ไดยื่นไวตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพแจงการเปล่ียนแปลงนั้นเปนหนังสือตอนายทะเบียนภายในหน่ึงป นบั แตวันทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงดงั กลา ว มาตรา 24 ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงท่ีสุดวามีความผิดตามมาตรา ๖๔ ถึง มาตรา ๖๗ ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพตัดสิทธินักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพท่ีอยูในสังกัดหรืออยู ในความดูแล ในการไดรับการเสนอช่ือเขารวมการแขงขันกีฬาอาชีพในนามสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬา อาชีพในรายการใด ๆ ตามระยะเวลาท่ีสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชพี กําหนด ซ่ึงตองไมน อ ยกวาหนึ่งป ใหนําความในวรรคสามของมาตรา ๒๒ มาใชบังคับกับกรณีท่ีสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคม กีฬาอาชีพท่ไี มล งโทษนกั กีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพตามวรรคหนึง่ โดยอนโุ ลม มาตรา 25 ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๓๔ มาใชบังคับกับกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคม กีฬาอาชีพใดไมไดรับความเปนธรรมอันเนื่องจากการกระทําของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพอื่นดวย โดยอนุโลม มาตรา 26 ในกรณที ี่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกฬี าอาชีพใดไมปฏิบัตติ ามระเบียบหรือประกาศ ท่ีออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือคําสั่งหรือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ใหคณะกรรมการมีอํานาจสั่งงดหรือระงับ การชวยเหลือ การสงเสริม และการสนบั สนุนดังกลาวไดทั้งหมดหรือเพยี งบางสว น มาตรา 27 ในการเขา รวมการแขงขันกีฬาอาชีพ ใหสโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพ มีหนาท่ีดูแลนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และบรรดากองเชียรหรือผูเขาชมการแขงขันซึ่งนิยมชมชอบ นกั กีฬาอาชีพหรอื ทีมของตนที่อยูภายในบรเิ วณสถานท่ีจัดการแขง ขันใหอยใู นความเรยี บรอยตลอดระยะเวลาที่ จดั การแขงขนั นัดทตี่ นเขารวมการแขง ขนั นนั้ มาตรา 28 บทบัญญัตใิ นหมวดน้ีเวนแตมาตรา ๒๗ ไมใหนํามาใชบังคับแกสโมสรกฬี าอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพของตางประเทศท่ีเขารวมการแขงขันในรายการการแขงขันกีฬาอาชีพท่ีจัดขึ้น ในราชอาณาจกั รเปนครงั้ คราว การกีฬาแหงประเทศไทย 482

-๘- หมวด 3 นกั กีฬาอาชพี และบคุ ลากรกีฬาอาชพี มาตรา 29 เพ่ือประโยชนในการคุมครองและสงเสริมนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ ใหนกั กีฬาอาชพี และบคุ ลากรกีฬาอาชพี ย่ืนขอจดแจง การเปนนักกีฬาอาชพี และบุคลากรกีฬาอาชีพตอ นายทะเบียน คุณสมบัติของผูขอจดแจง หลักเกณฑวิธีการ และเง่อื นไขการยืน่ ขอจดแจงการจดแจง รายการ หลักฐานการจดแจง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจง การยกเลิกหลักฐานการจดแจง การกําหนดแบบการจดแจง ใหเปนไปตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการกําหนด มาตรา 30 เม่ือนายทะเบียนไดรับคําขอจดแจงตามมาตรา ๒๙ แลว ใหนายทะเบียนออกบัตร ประจําตวั ใหแ กน ักกฬี าอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชพี แบบบัตรประจําตัว อายุบัตรประจําตัว และการออกใบแทนบัตรประจําตัวตามวรรคหน่ึง ใหเ ปนไปตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการกําหนด มาตรา 31 นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพท่ีไดรับบัตรประจําตัวตามมาตรา ๓๐ มีสิทธิไดรับการคุมครอง การชวยเหลือ การสงเสริม และการสนับสนุนตามเง่ือนไขและมาตรการท่ีคณะกรรมการ กาํ หนด รวมตลอดถงึ สทิ ธิประโยชนอ ่นื ที่กฎหมายกาํ หนด ใหนําบทบญั ญตั ิมาใหตนร าาํ บ๑ท๙บแญั ลญะมตั ามิ ตารตาร๒า๖๑ม๙าใแชลบะังมคาบั ตแรกาก ๒าร๖ขอมราบัใชกบ างัรคบัมุ แคกรอก งารกขาอรชรบัวยกเาหรลคือมุ กคารรอสงง กเสารรมิ ชวแยลเะหกลาอืร กสานรับสงส เนสุนรมิจาแกลกะอกงาทรุนสนแบั ลสะนกนุารจไามกปกฏองิบทัตนุ ิตาแมลระะกเาบรียไมบป หฏรบิ ือตั ปติ ราะมกราะศเบทยี่อบอกหตราอื มปพรระะกราาศชทบอ่ี ัญอกญตัตาินม้ีหพรือะคราํ ชสบั่งญัหรญือตั คนิ ํา้ี หวรนิ อื ิจคฉาํัยสขง่ัอหงครอืณคะาํ กวรนิ รจิมฉกยัารขขอองงคนณักกะกฬี รารอมาชกีพารแขลอะงบนคุกั ลกาฬี การอกาฬี ชาพี อาแชลพี ะตบาคุมลวรารกครหกนฬี ่ึงาอโดายชอพี นตโุ าลมวรรคหนง่ึ โดยอนโุ ลม มาตรา 32 ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณจะตองมีกลไกและระบบในการดําเนินงาน เพื่อใหการบังคับใชเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ และการลงโทษในกรณีฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามตองเปนไปตาม ความรายแรงแหง การกระทาํ การจัดทําประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตามวรรคหน่ึง จะตองรับฟงความ คิดเห็นของ ผมู ีสว นไดเ สียอยางกวา งขวาง มาตรา 33 ความสมั พันธระหวา งนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพกบั สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ ใหเปน ไปตามสัญญาและความตกลงรวมกันระหวางนักกีฬาอาชีพ หรือบุคลากรกีฬาอาชีพ กบั สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพท่ีตนสงั กัดหรืออยใู นความดูแล มาตรา 34 นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพผูใดเห็นวาตนไมไดรับความเปนธรรม อันเน่ืองจากการกระทําของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพซึ่งตนสังกัดหรืออยูในความดูแล ใหผูนั้น มีสิทธิรอ งทกุ ขต อ นายทะเบียน ใหนายทะเบียนเสนอเรื่องรอ งทกุ ขภายในสิบหา วันนับแตวันที่ไดร บั เรอื่ งรอ งทุกขตอคณะกรรมการ พิจารณาเรื่องรองทุกขซึ่งคณะกรรมการแตงต้ังขึ้นตามมาตรา ๑๓ เพื่อทําหนาที่ไกลเกลี่ยหรือพิจารณาวินิจฉัย เรื่องรอ งทุกข นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ ซ่ึงไมพอใจคําวินิจฉัย ของคณะกรรมการพิจารณาเร่ืองรองทุกขตามวรรคสอง มีสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการไดภายในสามสิบวันนับแต วนั ทไ่ี ดรบั แจงคาํ วินจิ ฉยั ดังกลา ว การกีฬาแหง ประเทศไทย 483

-๙- หลักเกณฑวิธีการ เงื่อนไข และวิธีพิจารณาเกี่ยวกับการรองทุกขและการอุทธรณ ใหเปนไปตาม ระเบียบท่คี ณะกรรมการกาํ หนด มาตรา 35 นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพยอมมีเสรีภาพในการรวมกลุมกันเปนองคกร เพื่อผดุงศักด์ิศรีและรักษาผลประโยชนของสมาชิก รวมท้ังการเจรจาความตกลงรวมกันกับสโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ องคกรตามวรรคหนง่ึ เม่อื จดทะเบียนแลว ใหมีฐานะเปนนิตบิ ุคคล หลักเกณฑวิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุม อํานาจหนาที่ขององคกร ความสัมพันธของ องคกรกับสมาชิกและสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ การกํากับดูแลองคกร โดยนายทะเบียน หลักเกณฑว ธิ ีการในการจดทะเบียนและการอนั จาํ เปนอืน่ ใหก าํ หนดเปนพระราชกฤษฎกี า มาตรา 36 ในกรณีที่นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพซ่ึงมิไดมีสัญชาติไทย เขามา ในราชอาณาจักรเพ่ือเลนกีฬาอาชีพหรือปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับกีฬาอาชีพโดยมีสัญญาจาง หรือความตกลง รวมกันกับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ หากประสงคท่ีจะใหการกีฬาแหงประเทศไทยชวยเหลือ ประสานงาน หรืออํานวยความสะดวกในการดําเนินการตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมืองและกฎหมายวาดวย การทํางานของคนตางดาว ใหบุคคลดังกลาวหรือสโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพเจาสังกัดหรือดูแล แจงขอมูลเกี่ยวกับจํานวนบุคคลและระยะเวลาตามสัญญา หรือความตกลงรวมกัน หรือขอมูลอื่นอันจําเปน แกการดาํ เนนิ การน้นั ตอการกีฬาแหง ประเทศไทย ใหการกีฬาแหงประเทศไทยประสานงานและนําสงขอมูลท่ีจําเปนตอการพิจารณาอนุญาต แกผูมีอํานาจพิจารณาดําเนินการตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมืองหรือกฎหมายวาดวย การทํางานของคนตางดาว แลว แตก รณีหรือดําเนินการอ่นื ใดตามทเ่ี หน็ สมควรแกก รณี หมวด 4 การจัดการแขงขนั กีฬาอาชีพ มาตรา 37 ในการจัดการแขงขันกีฬาอาชีพแตละรายการ ใหผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ แจงแผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดการแขงขันซึ่งรวมถึงการแบงผลประโยชนหรือรายได ตอนายทะเบียน กอนการจัดการแขงขันตามท่ีนายทะเบียนกําหนด และจัดใหมีมาตรฐานการจัดการแขงขันกีฬาอาชีพและมาตรฐาน ความปลอดภัยสําหรับนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผูซ่ึงเก่ียวของกับการแขงขันกีฬาอาชีพ รวมท้ังผูเขาชม การแขง ขันกีฬาอาชีพ มาตรฐานการจัดการแขงขันกีฬาอาชีพและมาตรฐานความปลอดภัยตามวรรคหน่ึง ใหเปนไป ตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด โดยอยางนอยตองกําหนดเร่ืองที่ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพตองดําเนินการ ดงั ตอไปน้ี (๑) คคววาามมปปลลออดดภภัยยั แแลละะมมาาตตรรฐฐาานของอาคาร สถานท่ีที่จดั การแขง่ ขนั กกีฬฬาาออาาชชพี ีพททาางงเเขข้าาออก อาคารและสถานที่น้นั สง่ิ อํานวยความสะดวก สถานที่และระบบท่ีจาํ เปนตอ การควบคุม หรือดาํ เนินการจัดการ แขงขนั กีฬาอาชีพนัน้ (๒) มาตรการควบคุม ดูแล และรักษาความสงบเรียบรอยในสถานท่ีท่ีใชในการแขงขันกีฬา อาชีพหรือประกอบกิจกรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองกับการแขงขนั กีฬาอาชพี การกีฬาแหง ประเทศไทย 484

- ๑๐ - (๓) การสอดสองดูแลการปฏิบัติงานของบุคคลที่เก่ียวของกับการแขงขันกีฬาอาชีพ หรือการ ประกอบกิจกรรมท่ีเก่ียวเนื่องกับการแขงขันกีฬาอาชีพมิใหมีพฤติกรรมที่สรางความเสียหายแกนักกีฬาอาชีพ และบคุ ลากรกีฬาอาชีพ (๔) การจัดใหมีการตรวจสุขภาพนักกีฬาอาชีพโดยแพทยแผนปจจุบัน และรับรองดวยวา นักกีฬาอาชีพนั้นมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอท่ีจะเขารวมการแขงขันกีฬาอาชีพหรือประกอบกิจการท่ีเกี่ยวเนื่อง กบั การแขงขันกฬี าอาชพี ไดอยางปลอดภัย (๕) การจดั ใหม มบี ีบคุ ุคลลาากกรรททาางงกกาารรแแพพททยย อุปกรณทางการแพทยที่จาํ เปน และเหมาะสมตอ การรกั ษา สุขภาพรางกายของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพอยูประจําสนามแขงขัน หรือสถานท่ีจัดกจิ กรรมกีฬาอาชีพ ตลอดเวลาทม่ี กี ารแขง ขันกีฬาอาชพี หรอื ประกอบกิจกรรมทเ่ี ก่ยี วเนื่องกบั การแขงขนั กฬี าอาชพี (๖) การอํานวยความสะดวกแกน กั กีฬาอาชพี บคุ ลากรกีฬาอาชพี และผซู ึ่งเกีย่ วของ กับการ แขง ขันกีฬาอาชีพ มาตรา 38 ในกรณีที่นายทะเบียนพบวามีการฝาฝนมาตรา ๓๗ และมีเหตุอันควรเชื่อไดวา เปนการกระทําผิดตามกฎหมายอ่ืนดวย ใหนายทะเบียนแจงผูมีหนาท่ีรับผิดชอบ หรือสงเร่ืองใหหนวยงาน ที่เกย่ี วขอ งดาํ เนนิ การตามกฎหมายตอไป มาตรา 39 ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพซ่ึงปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิไดรับการชวยเหลือ การสงเสริม และการสนับสนุน ตามเงื่อนไขและมาตรการท่ีคณะกรรมการกําหนด รวมตลอดถึงสิทธิประโยชน อ่นื ทกี่ ฎหมายกาํ หนด ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ มาใชบังคับแกการขอรับการชวยเหลือ การสงเสริม และการสนับสนุนจากกองทุน และการไมปฏิบัติตามระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือคําสั่ง หรือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการของผูจัดการแขงขนั กีฬาอาชีพตามวรรคหน่ึง โดยอนโุ ลม หมวด 5 กองทนุ 8 (ยกเลิก) 7 มาตรา 40 9 (ยกเลิก) 8 มาตรา 41 10 (ยกเลิก) 9 มาตรา 42 11 (ยกเลิก) 10 8 หมวด ๕ กองทนุ ยกเลกิ โดยคาํ ส่ังหวั หนาคณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เร่ือง การสงเสรมิ สนับสนนุ และ ปฏิรูปการกฬี าของประเทศ 9 มาตรา 40 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาตทิ ี่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสง เสริม สนบั สนนุ และปฏริ ปู การกีฬาของประเทศ 10 มาตรา 41 ยกเลกิ โดยคาํ ส่ังหัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรอ่ื ง การสง เสรมิ สนับสนุน และปฏิรปู การกฬี าของประเทศ 11 มาตรา 42 ยกเลิกโดยคาํ ส่งั หัวหนา คณะรักษาความสงบแหงชาตทิ ี่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสริม สนบั สนนุ และปฏิรปู การกฬี าของประเทศ การกีฬาแหงประเทศไทย 485

- ๑๑ - มาตรา 43 12 (ยกเลิก) 11 มาตรา 44 13 (ยกเลิก) 12 มาตรา 45 14 (ยกเลิก) 13 มาตรา 46 15 (ยกเลิก) 14 มาตรา 47 16 (ยกเลิก) 15 มาตรา 48 17 (ยกเลิก) 16 มาตรา 49 18 (ยกเลิก) 17 มาตรา 50 19 (ยกเลิก) 18 มาตรา 51 20 (ยกเลิก) 19 หมวด 6 การยกยอ งเชิดชเู กียรติ มาตรา 52 นักกฬี าอาชพี หรอื บุคลากรกฬี าอาชีพทไี่ ดจ ดแจง ตามมาตรา ๒๙ แลว อาจไดรับ การยกยอ งเชดิ ชเู กยี รติเปนนักกีฬาอาชีพแหงชาตหิ รือบุคลากรกฬี าอาชีพแหงชาติ คุณสมบัติหลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกนักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ แหงชาตกิ ารประกาศยกยอง รวมตลอดถงึ ประโยชนตอบแทนซ่งึ นักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบคุ ลากรกฬี าอาชีพ แหงชาติจะไดรับจากเงินกองทุน การถูกถอด และการถูกตัดสิทธิการไดรบั ประโยชนตอบแทน ใหเปนไปตามท่ี กําหนดในกฎกระทรวง 12 มาตรา 43 ยกเลกิ โดยคาํ สั่งหวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหงชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสรมิ สนบั สนนุ และปฏริ ปู การกีฬาของประเทศ 13 มาตรา 41 ยกเลกิ โดยคาํ สัง่ หวั หนา คณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสรมิ สนบั สนนุ และปฏริ ูป การกฬี าของประเทศ 14 มาตรา 45 ยกเลิกโดยคาํ สั่งหัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ี่ ๖๓/๒๕๕๙ เรือ่ ง การสง เสริม สนับสนุน และปฏริ ปู การกฬี าของประเทศ 15 มาตรา 46 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรักษาความสงบแหงชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสรมิ สนับสนนุ และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ 16 มาตรา 47 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เร่อื ง การสง เสริม สนับสนนุ และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ 17 มาตรา 48 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หัวหนา คณะรักษาความสงบแหงชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสง เสริม สนับสนนุ และปฏริ ปู การกฬี าของประเทศ 18 มาตรา 49 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรอ่ื ง การสงเสรมิ สนับสนนุ และปฏิรูป การกีฬาของประเทศ 19 มาตรา 50 ยกเลิกโดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรักษาความสงบแหงชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสริม สนับสนุน และปฏริ ูป การกฬี าของประเทศ 20 มาตรา 51 ยกเลิกโดยคาํ ส่ังหัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ี่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสง เสรมิ สนบั สนนุ และปฏริ ูป การกฬี าของประเทศ การกีฬาแหง ประเทศไทย 486

- ๑๒ - มาตรา 53 นักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแหงชาติตองดํารงตนใหเปนแบบอยาง ทดี่ ีและรกั ษาเกยี รติความเปน นกั กีฬาอาชีพแหงชาตหิ รือบคุ ลากรกีฬาอาชีพแหง ชาติ ในกรณีที่นักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแหงชาติไมปฏิบัติตามหลักเกณฑที่กําหนด ไวในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๒ หรือถูกลงโทษตามกฎหมายวาดวยการควบคุมการใชสารตอ งหามทางการกีฬา ใหนายทะเบียนดําเนินการถอดผูนั้นออกจากการเปนนักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแหงชาติ และใหสิทธิในการไดรับประโยชนตอบแทนจากเงินกองทุนในฐานะท่ีเปนนักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากร กีฬาอาชีพแหง ชาตเิ ปนอันระงับ หมวด 7 นายทะเบยี นและพนักงานเจาหนา ที่ มาตรา 54 ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัติน้ีใหนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ มอี ํานาจ ดงั ตอ ไปนี้ (๑) เขาไปในท่ีทําการสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ สถานท่ีจัดการแขงขันกีฬา หรอื สถานทอ่ี น่ืนใใดดทเ่ี่เกกย่ี ีย่ ววเเนนอ่ื ่ืองงกกบั บั กกาารรจจดั ดั กกาารรแแขขง งขขนั ันกกฬี ีฬาาออาาชชพี ีพเพเพอ่ื อื่ ตตรรววจจสสออบบออาาคคาารรสถานท่ี อุปกรณการแขง ขนั กฬี า รวมทั้งเครอ่ื งมอื เครอื่ งใชและยานพาหนะท่ีใชในการจัดการแขงขันกีฬาออาาชชพี ีพหหรรอื ือกกจิ ิจกกรรรรมมกกีฬีฬาาททม่ี ่ีมีวีวัตัตถถุปุปรระะสงค เกี่ยวกบั กฬี าอาชพี ตลอดจนเอกสารหลกั ฐานตาง ๆ ท่เี ก่ียวของกบั กฬี าอาชีพ ในระหวางพระอาทิตยข้ึนถึงพระอาทติ ย ตกหรือเวลาทําการของสถานที่น้ัน เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยวามีการดําเนินการที่ฝาฝนบทบัญญัติ แหง พระราชบัญญัตนิ ี้ (2) มีหนงั สอื เรียกผูซงึ่ เกี่ยวของมาใหถ อยคาํ สง เอกสาร หรือวัตถุท่ีเก่ียวของเพื่อประกอบการ พจิ ารณาได มาตรา 55 ในการปฏิบัติหนาท่ีของนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๕๔ ใหนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ หรือผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ ตลอดจนบุคคลซึ่งเก่ียวของหรืออยูใน สถานที่นน้ั อํานวยความสะดวกตามสมควร มาตรา 56 ในการปฏิบัติหนาที่ นายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ตองแสดงบัตร ประจาํ ตวั ตอ บคุ คลที่เก่ียวขอ ง บตั รประจําตัวนายทะเบียนและพนักงานเจาหนา ที่ ใหเ ปนไปตามแบบท่รี ัฐมนตรีประกาศกาํ หนด มาตรา 57 ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ใหนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ เปน เจา พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา การกีฬาแหง ประเทศไทย 487

- ๑๓ - หมวด 8 บทกําหนดโทษ สว นที่ 1 โทษทางปกครอง มาตรา 58 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไมจดแจงการดําเนินการตามมาตรา 17 วรรคหนึ่ง หรือไมแจงการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดขอมูล หรือรายการหลักฐานท่ีไดเคยยื่นขอจดแจง ไวแลวตามมาตรา 20 วรรคหนึง่ ตอ งระวางโทษปรบั ทางปกครองตั้งแตหน่ึงหมน่ื บาทถงึ หนงึ่ แสนบาท มาตรา 59 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไมจัดทําสัญญาจางหรือความตกลง รวมกันเปนหนังสือ หรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานการจางที่คณะกรรมการประกาศกําหนดตามมาตรา 21 ตองระวางโทษปรับทางปกครองไมเกินหนึ่งแสนบาท มาตรา 60 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไมปฏิบัติตามมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 ตอ งระวางโทษปรับทางปกครองไมเกนิ หนึง่ แสนบาท มาตรา 61 สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพใดไมดูแลนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬา อาชีพ และบรรดากองเชียรหรือผูเขาชมการแขงขันซึ่งนิยมชมชอบนักกีฬาอาชีพ หรือทีมของตนที่อยูภายใน บริเวณสถานที่จัดการแขงขัน ใหอยูในความเรียบรอยตามมาตรา 27 ตองระวางโทษปรับทางปกครองไมเกิน หนง่ึ แสนบาท มาตรา 62 ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพใดฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามมาตรา 37 ตองระวางโทษ ปรับทางปกครองวันละไมเกินหนง่ึ หม่ืนบาท มาตรา 63 การกําหนดโทษปรับทางปกครองในสวนนี้ และการพิจารณาโทษทางปกครอง ใหคณะกรรมการคํานึงถึงความรายแรงของพฤติการณแหงการกระทําความเสียหายท่ีเกิดจากการกระทํานั้น ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ วธิ กี าร และอัตราท่คี ณะกรรมการกําหนด สวนท่ี 2 โทษอาญา มาตรา 64 ผูใดใหขอใหหรือรับวาจะใหทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดแกนักกีฬาอาชีพ หรือผูอ่ืน เพ่ือจูงใจใหนักกีฬาอาชีพกระทําการลมกีฬา ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาปหรือปรับต้ังแต สองแสนบาทถงึ หาแสนบาทหรือทั้งจําท้งั ปรบั มาตรา 65 ผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดสําหรับตนเอง หรือผูอ่ืนเพ่ือใหมีการกระทําการลมกีฬา ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาปหรือปรับตั้งแตสองแสนบาทถึง หา แสนบาท หรือทงั้ จาํ ท้ังปรับ การกีฬาแหงประเทศไทย 488

- ๑๔ - มาตรา 66 ผูใดใหขอใหหรือรับวาจะใหทรัพยสินหรือประโยชนอ่ืนใดแกผูตัดสินหรือผูอ่ืน เพ่ือจูงใจใหผูตัดสินทําหนาท่ีตัดสินไมเปนไปตามระเบียบหรือกติกาการแขงขันหรือทําหนาท่ีตัดสินอยางไมถูกตอง เท่ยี งธรรม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาปหรือปรบั ตั้งแตส องแสนบาทถึงหา แสนบาท หรอื ท้งั จําทัง้ ปรบั มาตรา 67 ผูตัดสินใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด สําหรับตนเอง หรือผูอื่น เพื่อทําหนาท่ีตัดสินไมเปนไปตามระเบียบหรือกติกาการแขงขันหรือทําหนาท่ีตัดสินอยางไมถูกตอง เท่ียงธรรม ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตห น่ึงปถึงสบิ ปห รือปรับต้ังแตส ามแสนบาทถึงหกแสนบาท หรอื ทั้งจาํ ทง้ั ปรับ มาตรา 68 ผูใดกระทําการอยางหน่ึงอยางใดดังตอไปน้ีตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงเดือน หรอื ปรบั ไมเกนิ หน่ึงพันบาท หรอื ทัง้ จาํ ทัง้ ปรับ (1) ไมมาใหถอยคําหรือสงเอกสารหรือหลักฐานหรือสิ่งใดตามคําส่ังของคณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเร่ืองรองทุกข คณะอนุกรรมการ นายทะเบียน หรือพนักงานเจาหนาท่ีแลวแตกรณี โดยไมมีเหตอุ ันสมควรหรือ (๒) ขัดขวางหรือไมอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติหนาที่ของนายทะเบียนหรือพนักงาน เจาหนาท่ตี ามมาตรา ๕๔ บทเฉพาะกาล มาตรา 69 ใหรัฐมนตรีแตงตั้งกรรมการตามมาตรา ๖ (๓) (ก) และ (ข) และ (๔) ภายใน เกาสบิ วันนับแตว นั ทีพ่ ระราชบญั ญัตนิ ี้ใชบงั คบั ในระหวางที่ยังไมมีการแตงตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง ใหคณะกรรมการกีฬาอาชีพ ประกอบดวย รัฐมนตรีวาการกระทรวงการทองเท่ียวและกีฬาเปนประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง การทองเท่ียวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ และผูวาการ การกีฬาแหงประเทศไทย เพื่อทําหนาท่ีคณะกรรมการไปพลางกอน โดยใหรองผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทย ซง่ึ ผวู าการการกีฬาแหงประเทศไทยแตงต้ังเปนเลขานุการ มาตรา 70 ใหโอนบรรดากิจการ เงิน และทรัพยสิน ตลอดจนสิทธิและหน้ีของกองทุนสงเสริม กีฬาอาชีพตามขอบังคับการกีฬาแหงประเทศไทยวาดวยการบริหารกองทุน การจัดหาผลประโยชนและการจัดการ กองทนุ สง เสริมกีฬาอาชพี พ.ศ. ๒๕๕๒ ไปเปนของกองทุนสงเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี มาตรา 71 ในวาระเริ่มแรก ใหคณะกรรมการกีฬาอาชีพตามมาตรา ๖๙ หรือคณะกรรมการ ตามมาตรา ๖ แลวแตกรณีทําหนาที่คณะกรรมการบริหารกองทุนไปพลางกอนจนกวาจะมีคณะกรรมการบริหาร กองทุนตามพระราชบญั ญัติน้ี มาตรา 72 สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพที่ดําเนินการอยูกอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับ ใหมาจดแจงการดําเนินการตอนายทะเบียนภายในเกาสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ในระหวางน้ีมิใหน ํามาตรา ๕๘ มาใชบงั คบั มาตรา 73 มิใหนําความในมาตรา ๓๗ และมาตรา ๖๒ มาใชบังคับแกการจัดการแขงขัน กฬี าอาชพี รายการทไี่ ดดําเนนิ การไปแลว กอนวันที่พระราชบญั ญัติน้ีใชบ งั คบั และยงั ไมเสรจ็ ส้ิน การกีฬาแหง ประเทศไทย 489

- ๑๕ - มาตรา 74 ใหออกกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี ใหแ ลว เสร็จภายในสองปน ับแตวนั ท่พี ระราชบญั ญตั ินใี้ ชบังคบั บรรดาขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคาํ สั่งของการกีฬาแหงประเทศไทยในนสสว วนนทท่ี ี่เเกกี่ยวของ กับการกีฬาอาชีพที่ใชบ ังคับอยูในวนั กอนวนั ท่ีพระราชบัญญตั ินี้ใชบงั คับ ใหยังคงใชบ ังคับตอไปเพยี งเทาท่ีไมขัด หรอื แยง กับพระราชบัญญัติน้ีจนกวาจะมรี ะเบียบ ประกาศ หรือคาํ ส่งั ตามพระราชบัญญตั ินี้ใชบังคบั ผูรบั สนองพระบรมราชโองการ ย่ิงลกั ษณ ชินวตั ร นายกรฐั มนตรี การกีฬาแหง ประเทศไทย 490

- 16 - หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยท่ีกีฬาอาชีพเปนกิจกรรมกีฬา ที่นานา ประเทศใหความสําคัญและเปนอาชีพหนึ่งท่ีสรางรายไดใหแกนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผูท่ี เกี่ยวของกับกีฬาอาชีพ อีกท้ังการจัดใหมีการแขงขันกีฬาอาชีพหรือกิจกรรมที่เกี่ยวเน่ืองกับกีฬาอาชีพ ยังเปน ปจจัยสงเสริมอุตสาหกรรมการทองเท่ียวและเผยแพรช่ือเสียง เกียรติภูมิของประเทศ แตปจจุบันยังไมมี กฎหมายที่สงเสริมกีฬาอาชีพใหมีมาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ และกําหนดมาตรการคุมครอง ชวยเหลือ สงเสริม สนับสนุน และพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬา อาชีพ และผูที่เกี่ยวของกับกีฬาอาชีพที่ชัดเจน จึงสมควรกําหนดใหมกี ฎหมายวาดวยการสง เสริมกีฬาอาชีพ เพอื่ กําหนดมาตรฐานดา นตาง ๆ เก่ียวกับกีฬาอาชีพ ใหสอดคลอ งกบั สากล เพอ่ื ยกระดับมาตรฐานการกีฬาอาชพี ในประเทศไทย และเพือ่ คมุ ครองชวยเหลือ สงเสริม สนับสนุน และพัฒนา นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผูที่เกี่ยวของกับกีฬาอาชีพ จึงจําเปนตองตรา พระราชบญั ญัตนิ ี้ คาํ ส่งั หัวหนาคณะรกั ษาความสงบแหงชาติท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เร่ือง การสง เสรมิ สนับสนุน และปฏริ ูป การกีฬาของ ประเทศ 21 20 ขอ 3 ใหแกไขเพิ่มเตมิ พระราชบัญญัตสิ ง เสริมกีฬาอาชพี พ.ศ. ๒๕๕๖ ดงั ตอ ไปนี้ (๖) ใหยกเลิกหมวด ๕ กองทุน มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติ สงเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และใหโอนบรรดาทรัพยสิน หนี้สิน ภาระผูกพัน สิทธิหนาท่ี รวมท้ังพนักงาน และลูกจางของกองทุนสงเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัติสงเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ไปเปนของ กองทุนพัฒนาการกีฬาแหงชาติตามพระราชบัญญัติการกีฬาแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งน้ี ใหสิทธิ และหนา ท่ขี องพนักงานหรือลกู จา งยังคงเปน ไปตามที่กาํ หนดไวในสญั ญาจา ง ขอ ๔ ใหบรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ คําส่ัง หรือหลกั เกณฑข องคณะกรรมการกฬี า มวยตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ในสวนท่ีเก่ียวกับกองทุนกีฬามวย และของคณะกรรมการ บริหารกองทุนสงเสริมกีฬาอาชีพและกองทุนสงเสริมกีฬาอาชีพ ตามพระราชบัญญัติสงเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ใชบงั คับอยูในวันกอ นวันที่คําส่ังนี้ใชบังคับ ใชบงั คับไดตอไปเทาท่ไี มขัดหรือแยงกับกฎกระทรวง ระเบยี บ ประกาศ คําส่ัง หลักเกณฑว ิธีการ หรอื เงื่อนไข ท่ีคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ ตามพระราชบญั ญัติการ กฬี าแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ กําหนด ขอ 5 ใหการกฬี าแหง ประเทศไทยดําเนินการแกไ ขกฎหมายที่เก่ยี วของ เพ่ือใหเปนไปตามมติ คณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ เร่ือง ความคืบหนาและการดําเนินการ เพ่ิมเติมตามมติคณะรัฐมนตรี วันท่ี ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘ พระราชบัญญัตกิ ารบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ และคาํ ส่งั นี้ใหแลวเสรจ็ ภายในสอง เดอื นนบั แตวนั ทคี่ าํ ส่ังนม้ี ผี ลใชบ งั คับ ขอ 6 ในกรณีเห็นสมควร นายกรฐั มนตรีหรอื หนวยงานของรัฐที่เก่ียวของอาจเสนอใหคณะรักษา ความสงบแหง ชาตแิ กไ ขเปลีย่ นแปลงคําสัง่ นี้ได ขอ ๗ คาํ สง่ั นใี้ หใชบ ังคบั ตั้งแตว ันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปนตนไป 21 ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๓/ตอนพเิ ศษ ๒๓๘ ง/หนา ๖/๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ 491


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook