-๕- การออกประกาศตามหนา ทแ่ี ละอำนาจของคณะกรรมการตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ตอ งพจิ ารณา ใหเ ปนไปตามวรรคหนึ่งดวย มาตรา ๑๐ การประชมุ คณะกรรมการตอ งมกี รรมการมาประชมุ ไมน อ ยกวา กง่ึ หนง่ึ ของจำนวน กรรมการทง้ั หมดจงึ จะเปน องคป ระชมุ ในการประชุมคณะกรรมการ ถาประธานกรรมการไมมาประชุมหรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานกรรมการคนที่หนึ่งเปนประธานในที่ประชุม ถารองประธานกรรมการคนที่หนึ่งไมมาประชุม หรือไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานกรรมการคนที่สองเปนประธานในที่ประชุม ถารองประธานกรรมการ คนทส่ี องไมม าประชุมหรอื ไมอ าจปฏิบตั หิ นา ทไี่ ด ใหที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึง่ เปนประธานในท่ีประชมุ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมใหถือเสียงขางมาก กรรมการคนหนึ่งใหมีหนึ่งเสียงในการ ลงคะแนน ถา คะแนนเสียงเทากนั ใหป ระธานในทีป่ ระชมุ ออกเสยี งเพมิ่ ขนึ้ อีกเสียงหนงึ่ เปนเสียงชข้ี าด มาตรา ๑๑ ใหม ีคณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื ง ดังตอไปน้ี (๑) คณะกรรมการการแพทย (๒) คณะกรรมการพจิ ารณาโทษ (๓) คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ กรรมการเฉพาะเรื่องอยูในตำแหนงคราวละสองป และใหนำมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๘ และมาตรา ๑๐ มาใชบ งั คบั โดยอนุโลม คณะกรรมการเฉพาะเรื่องมีอำนาจหนาที่ตามที่กำหนดไวในพระราชบัญญัตินี้ และตามที่ คณะกรรมการมอบหมาย กรรมการเฉพาะเรอ่ื งตาม (๒) และ (๓) จะเปน กรรมการในคราวเดยี วกนั ไมไ ด มาตรา ๑๒ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง จะแตงตั้งคณะอนุกรรมการ เพอ่ื พจิ ารณาหรอื ปฏบิ ตั กิ ารอยา งหนง่ึ อยา งใดตามทค่ี ณะกรรมการหรอื คณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื งมอบหมายกไ็ ด มาตรา ๑๓๑๒ คณะกรรมการเฉพาะเรื่องมีอำนาจสั่งใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวของ สงสารตองหามหรือวิธีการตองหาม วัตถุ เอกสาร หลักฐาน หรือขอมูลที่เกี่ยวของ กับการตรวจหาสารตองหามหรือวิธีการตองหามได ในการนี้จะเรียกนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรอื บุคคลซึ่งเกย่ี วของมาช้แี จงดว ยวาจาก็ได มาตรา ๑๔๑๓คณะกรรมการการแพทยประกอบดวยประธานกรรมการและกรรมการอื่น มีจำนวนรวมกันไมนอยกวาหาคนแตไมเกินเจ็ดคน ซึ่งคณะกรรมการแตงตั้งจากผูมีความรูความเชี่ยวชาญ ในวชิ าชพี เวชกรรม และผมู ีความรูความเช่ยี วชาญในวชิ าชีพเภสัชกรรม ๑๒ มาตรา ๑๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พสพา..ศรศ.ต. ๒อ๒ง๕๕ห๕๕า๕๕มทพพา..งศศก..า๒๒ร๕ก๕ีฬ๖๑๑๑๖๓า๔๒๓๔..พยมย.กศากเ.ตลเล๒ริกาิก๕ววร๑๕รร๓๕รคคสแพสอก.อศงไขงข. ขเอ๒พอง๕ิ่มงม๖มเาต๔าติมตรโราดาย๑๑พ๔ร๔ะแรแกากไชขไกขเำพเพหิ่มิน่มเดตเตแิมิมกโโดไดขยยเพพพริ่มระเะตรราิมาชพชกรกำะำหรหานนชดดบแแัญกกญไไขขัตเเพิคพวิ่มิ่มบเเตคติมุมิมพกพารรระะใรชราสาชชาบรบัตญัญอญญงัหตัติาคิคมววทบบาคคงุมุกมกาการากรรใีฬใชชา สารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 442
-๖- มาตรา ๑๕๑๔คณะกรรมการพิจารณาโทษประกอบดวยประธานกรรมการและกรรมการอื่น มีจำนวนรวมกันไมนอยกวาหาคนแตไมเกินเจ็ดคน ซึ่งคณะกรรมการแตงตั้งจากผูมีความรูความเชี่ยวชาญ ในดา นการแพทย ดา นกฎหมาย และดา นกีฬา อยา งนอยดานละหนึ่งคน มาตรา ๑๖๑๕คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณประกอบดวยประธานกรรมการและกรรมการอื่น มีจำนวนรวมกันไมนอยกวาหาคนแตไมเกินเจ็ดคน ซึ่งคณะกรรมการแตงตั้งจากผูมีความรูความเชี่ยวชาญ ในดา นการแพทย ดา นกฎหมาย และดานกฬี า อยา งนอยดา นละหนง่ึ คน มาตรา ๑๗ ใหคณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรื่องไดรับเบี้ยประชุมและประโยชน ตอบแทนอน่ื ตามท่คี ณะรฐั มนตรีกำหนด มาตรา ๑๘๑๖ ใหจัดตั้งสำนักงานควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬาเปนหนวยงาน ในการกีฬาแหง ประเทศไทย ทีม่ ีความเปนอิสระในการปฏิบตั งิ าน และใหม หี นาท่ีและอำนาจ ดงั ตอไปนี้ (๑) รบั ผดิ ชอบงานธรุ การของคณะกรรมการและคณะกรรมการเฉพาะเรอ่ื ง (๒) ดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหาม ตามประกาศทค่ี ณะกรรมการกำหนด (๓) ใหบริการทางวิชาการ สงเสริม สนับสนุนดานวิชาการ การประกันคุณภาพของ กระบวนการควบคุมการใชสารตองหามและวิธีการตองหาม การวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาและปองกัน การควบคุมการใชสารตอ งหา มและวธิ กี ารตองหาม (๔) สงเสริมและสนับสนุนความรวมมือในการปองกันการใชสารตองหามและวิธีการตองหาม ทง้ั ในระดบั ประเทศและระหวา งประเทศ (๕) จัดทำฐานขอมูลเกี่ยวกับสารตองหามและวิธีการตองหาม และหลักเกณฑในการควบคุม การใชสารตองหามและวิธีการตองหามสำหรับเจาหนาที่ ตลอดจนรวบรวมขอมูลเพื่อจัดทำเปนประมวล และปรับปรุงขอมูลเกี่ยวกับการใชสารตองหามและวิธีการตองหามใหเปนไปตามมาตรฐานสากล และเผยแพร ใหประชาชนททรราาบบเเปปนนกกาารรททั่วั่วไไปปใในนรระะบบบบเทเทคคโนโนโลโลยยีสีสาราสรสนนเทเทศศหหรือรืรอะรบะบหบรหือรวือิธวีกิธาีกราอรื่นอใื่นดใทดี่ปทรี่ปะรชะาชชานชทนั่วทไปั่ว สไปามสามรถารเขถาเขถาึงถไดึงโไดยโดสยะสดะวดกวก (๖) จัดใหมีการโฆษณา และประชาสัมพันธขาวสารเกี่ยวกับสารตองหามและวิธีการตองหาม ในการสรา งความรคู วามเขาใจตอนกั กีฬาและประชาชน (๗) ประสานงานกับนักกีฬา สมาคมกีฬา และองคกรที่เกี่ยวของในการตรวจหาสารตองหาม และวิธกี ารตอ งหา มทงั้ ในประเทศและตางประเทศ ๑๔ ยกเลกิ วรรคสองของมาตรา ๑๕ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชกำหนดแกไ ขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใช สารตอ งหา ม ทสาางรกตาอรงกหีฬาามพท.าศง.ก๒า๕รก๕ีฬ๑๑๕๕า๔พ.ยพ.ศกย.ศ.เกล.๒เกิ ล๒๕วิก๕๖รวร๕๔รค๕รสคอพสง.ขอศอ.งงข๒มอ๕างต๖มร๔าาต๑ร๖า ๑๕ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชกำหนดแกไ ขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใช สารตอ งหา ม ทสาางรกตาอรกงหีฬาามพท.ศา.งก๒า๕ร๕ก๑๑๕ีฬ๖๕าพ.ม.พศยาต..กศร๒เ.าล๕๒ิก๑๖ว๕๘๔ร๕รแ๕คกสไพขอ.เงศพข.ิ่มอ๒เงต๕มิม๖าโดต๔ยรพา ร๑ะ๖ราชแกกำไหขนเพดิ่มแกเตไขิมเโพดิ่มยเพติมระพรราะชรากชำบหัญนญดแัตกิคไวขบเคพุมิ่มกเาตริมใชพสราะรรตาอชงบหัญามญทัตางิคกวาบรคกุีฬมกา าพร.ใศช. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๑๖. มาตรา ๑๘ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 443
-๗- (๘) ประสานงานกบั องคก รตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มทางการกฬี าระดบั สากล (๙) จดั ทำรายงานผลการดำเนนิ งานประจำปเ สนอตอ รฐั มนตรอี ยา งนอ ยปล ะหนง่ึ ครง้ั มาตรา ๑๙ ใหสำนักงานมีผูอำนวยการคนหนึ่ง ซึ่งผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทยแตงตั้ง จากพนักงานของการกีฬาแหงประเทศไทย โดยมีอำนาจหนาที่บริหารกิจการของสำนักงานใหเปนไปตาม อำนาจหนา ทขี่ องสำนกั งาน และตามระเบยี บ ขอบงั คับ และนโยบายทคี่ ณะกรรมการกำหนด หมวด ๒ การควบคุมการใชส ารตอ งหาม มาตรา ๒๐๑๗ (ยกเลกิ ) มาตรา ๒๑๑๘ (ยกเลกิ ) มาตรา ๒๒๑๙ หามนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬากระทำการอันเปนการฝาฝน หลกั เกณฑในการใชส ารตองหามหรอื วิธีการตอ งหา มตามทค่ี ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๓๒๐(ยกเลกิ ) มาตรา ๒๔๒๑การเก็บตัวอยาง การเคลื่อนยายตัวอยางและการขนสง การตรวจทาง หอ งปฏบิ ตั กิ าร และมาตรฐานการตรวจสอบสารตอ งหา มหรือวิธีการตองหาม รวมทัง้ คาบริการในการตรวจสอบ ดงั กลา ว ใหเปน ไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเง่ือนไขทคี่ ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๕๒๒นักกีฬาผูใดประสงคจะใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามเพื่อการรักษา ใหยื่นคำขออนุญาตตอสำนักงาน และใหสำนักงานสงคำขอดังกลาวใหคณะกรรมการการแพทยพิจารณา ทั้งนี้ การยื่นคำขอ การพิจารณา และการแจงผลการพิจารณา ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลา ทคี่ ณะกรรมการประกาศกำหนด ๑๗ ยกเลกิ มาตรา ๒๐ โดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบญั ญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ๒พพพพพพ...๕....ศศศศศศศ๕.......๕๒๒๒๒๒๒๒๕๕๕๕๕พ๕๕๖๖๖.๕๖๖๖ศ๔๔๔๕๔.๔๔๒พ๕.ศ๖.๔๒๕๖๑๑๒๒๑๑๑๒๐๙๑๘๔๘๗๙๐....ยมยมยยยมกกาากกกตตาเเลลเเเตรรลลลกิกิาารกกิิกิ มมา๒ม๒มมาาา๒าาต๔๒ตตตตรร๒รรรแแาาาาากกแ๒๒ไไ๒๒ก๒ข๓ข๑ไ๓๐๑เเขพพโโเดโโดโิ่มิ่มพดดดยยเเยิย่ยมตพตพพพพเิมิมรรตรรระโะโิมะดะะดรรรรโรยายาดาาาชพชพชชชยกกรรกกกพำะำะำำำหหรรรหหหะานานนนนชรชดดดดากดกแแแชแำแำกกกหกกกหไไ ไขำไนขไนขขขหเเดดเพเพเพนพพแแม่ิ่ิมม่ิดกม่ิม่ิกเเเตไแเเตไตตขตขมิกิมมิมเิมิเพพไพพพพพขริ่มริ่มรเรระะพเะเะะตรตรรริ่มราิมาาิมาาชเชชพชพตชบบบรบบิมรญั ญัะญัญัะญัพรญรญญญรญาาตัะชัตตัชตัตั คิรบคิคิบคิคิ าวววัญวัญวชบบบบบญบคญคคคคมุัญัตมุมุัตมุมุ กิคกกิคญกกาวาาวาารัตบรรบรรใใิคใคชใใชคชชชวุมุมสสสสบสกากาาาาคารรรารรรุตมตตรตตใอกใออชออ ชงางงสงงสหหหรหหาาใาาาราาชรมมมตมมตสทททอททอาาางาาารงงหงงงงหตกกกกกาาอาาาามามรรรงรรทกกทหกกกาฬีฬีฬีฬีาฬีางงมาาาากากทาพพพพพาราร.....กศศศศงศกกีฬ.....ีฬา๒๒๒๒า๒าร๕๕๕๕๕พกพ๕๕๕๕๕.ีฬศ.๕๕๕๕ศ๕า.. ๒พ๕.ศ๕.๕๒พ๕.๕ศ๕. ๒พ๕.ศ๖.๔๒๕๖๒๒๒๔๑.มมาตาตรารา๒๒๕๔แกแไกขไเขพเิ่มพเิ่มตเิมตโิมดโยดพยรพะรราะชรกาชำหกำนหดนแกดไแขกเพไขิ่มเเพติ่มิมเพตริมะพรราะชรบาัญชญบััตญิคญวัตบิคควุมบกคารุมใกชาสราใรชตสอางรหตาอมงทหาางมกทารากงีฬกาารพก.ีฬศา. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๒. มาตรา ๒๕ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 444
-๘- เมื่อคณะกรรมการการแพทยมีคำสั่งอนุญาตหรือไมอนุญาตตามวรรคหนึ่งแลว ใหนักกีฬา หรอื ผูที่เก่ยี วขอ งมสี ทิ ธิอุทธรณต ามหลักเกณฑ วธิ กี าร และระยะเวลาท่คี ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๖๒๓ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาโทษไดรับรายงานจากสำนักงานวา นักกีฬา หรือบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๒2๒2 ใหคณะกรรมการพิจารณาโทษดำเนินการ พจิ ารณาเพื่อมคี ำสง่ั และแจงคำส่งั น้ันใหน ักกฬี า บคุ คลซ่ึงสนบั สนนุ การกีฬา หรือผูทเี่ กยี่ วของทราบ ตอไป การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ตองใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผูที่เกี่ยวของ มีโอกาสไดทราบขอเท็จจริงอยางเพียงพอและมีโอกาสไดโตแยงและแสดงหลักฐานของตนในกระบวนการ พิจารณาทีเ่ ปนธรรม การพิจารณา การกำหนดโทษทางกีฬา และการแจงคำสั่ง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาทคี่ ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๗ ๒๔นักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผูที่เกี่ยวของซึ่งไมเห็นดวยกับคำสั่ง ตามมาตรา ๒๖ มีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณได ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาทค่ี ณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๒๘๒๕ ใหคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณพิจารณา และแจงคำวินิจฉัยเปนหนังสือ ใหผูอทุ ธรณหรือผูท ี่เกย่ี วของทราบ การพิจารณาตามวรรคหนึ่ง ตองใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา หรือผูที่เกี่ยวของ มีโอกาสไดทราบขอเท็จจริงอยางเพียงพอและมีโอกาสไดโตแยงและแสดงหลักฐานของตนในกระบวนการ พจิ ารณาทเ่ี ปน ธรรม การพิจารณาและการแจงผลการพิจารณา ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลา ทค่ี ณะกรรมการประกาศกำหนด ในการออกหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาตามวรรคสาม ตองไมตัดสิทธิขององคกรตอตาน การใชสารตองหามที่กำหนดไวในประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก ในการอุทธรณคำวินิจฉัย ของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณตอศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาตามขอตกลงที่ผูกพันระหวางองคกร ทเ่ี กย่ี วขอ ง เพื่อประโยชนแหงมาตรานี้ คำวา “ศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬา” หมายความวา องคกรที่คูสัญญาตกลงใหทำหนาที่ระงับขอพิพาททางกีฬาดวยวิธีอนุญาโตตุลาการหรือวิธีไกลเกลี่ย ตามที่ กำหนดไวใ นประมวลกฎการตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๓ มาตรา ๒๖ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๒๔๓.มมาาตตรราา๒๒๗๖แแกกไขไขเพเพิ่มิ่มเตเติมิมโโดดยยพพรระะรราาชชกกำำหหนนดดแแกกไไขขเเพพิ่มิ่มเเตติมิมพพรระะรราาชชบบัญัญญญัตัติคิคววบบคคุมุมกกาารรใใชชสสาารรตตอองงหหาามมททาางงกกาารรกกีฬีฬาา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ พ.ศ. ๒๒๕๔.มมาาตตรราา๒๒๘๗แแกกไขไขเพเพิ่มิ่มเเตติมิมโโดดยยพพรระะรราาชชกกำำหหนนดดแแกกไไขขเเพพิ่มิ่มเเตติมิมพพรระะรราาชชบบัญัญญญัตัติคิคววบบคคุมุมกกาารรใใชชสสาารรตตอองงหหาามมททาางงกกาารรกกีฬีฬาา พ.ศ. พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๕. มาตรา ๒๘ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 445
-- ๙๓ - หมวด ๓ พนกั งานเจา หนา ที่ มาตรา ๒๙๒๖ ใหพนักงานเจาหนาที่ซึ่งไดรับมอบหมายจากคณะกรรมการดำเนินการ ตรวจสอบการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหาม เก็บตัวอยางสงตรวจ รายงานผลการตรวจหาสารตองหาม หรือวิธีการตองหาม และใหมอี ำนาจ ดังตอไปน้ี (๑) เขาไปเก็บตัวอยางเลือด ปสสาวะ หรือสวนประกอบของรางกายจากนักกีฬา เพื่อนำไป ตรวจหาสารตองหามหรือวิธีการตองหามในการแขงขันกีฬาหรือนอกการแขงขันกีฬาในสถานที่และเวลาใด ๆ ท่ีนักกีฬาพักอาศยั หรือฝกซอมโดยไมแ จง ลว งหนา (๒) มีหนังสือเรียกบุคคลใดมาใหถอยคำ สงคำชี้แจงเปนหนังสือ หรือสงเอกสารหรือหลักฐาน ทเี่ กย่ี วขอ งกบั การตรวจหาสารตองหามหรอื วิธีการตองหา มมาเพื่อตรวจสอบหรอื ประกอบการพจิ ารณา การเขาไปตรวจหาสารตองหามหรือวิธีการตองหามนอกการแขงขันกีฬาตาม (๑) ใหกระทำ ระหวางเวลาพระอาทิตยขึ้นและพระอาทิตยตก เวนแตมีเหตุอันควรสงสัยวานักกีฬามีการใชสารตองหาม หรือวิธีการตองหามและหากปลอยเนิ่นชาจะกระทบตอกระบวนการในการตรวจสอบ ใหเขาไปตรวจหา สารตอ งหา มและวิธกี ารตองหา มในเวลากลางคืนกไ็ ด มาตรา ๓๐ ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัตินี้ พนักงานเจาหนาที่ตองแสดงบัตร ประจำตัวตอ บคุ คลทเ่ี ก่ยี วขอ ง บตั รประจำตัวพนกั งานเจา หนาที่ ใหเปน ไปตามแบบท่กี ำหนดในกฎกระทรวง มาตรา ๓๑ ใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา สมาคมกีฬา หรือบุคคลซึ่งเกี่ยวของ มีหนา ท่ีอำนวยความสะดวกแกพนกั งานเจา หนา ที่ซงึ่ ปฏบิ ตั กิ ารตามมาตรา ๒๙ มาตรา ๓๒ ในการปฏบิ ตั ิหนาทีต่ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี ใหพ นักงานเจา หนาทเี่ ปน เจา พนกั งาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ๒๖มาตรา ๒๙ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชก�ำ หนดแกไ้ ขเพม่ิ เติมพระราชบญั ญตั ิควบคุมการใชส้ ารต้องห้ามทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๖. มาตรา ๒๙ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 446
- ๑๐ - หมวด ๔ บทกำหนดโทษ มาตรา ๓๓๒๗ ผูใดฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ในมาตรา ๒๒ ใหคณะกรรมการพิจารณาโทษกำหนดโทษทางกีฬาเพื่อตัดสิทธิในการแขงขันกีฬาหรือที่ เกี่ยวของกับการแขงขันกีฬา หรือสิทธิประโยชนอื่นใดที่ไดรับจากการแขงขันกีฬาหรืออันเนื่องมาจากการไดรับ รางวลั ในการแขง ขนั กีฬา ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑที่คณะกรรมการประกาศกำหนด มาตรา ๓๔๒๘โทษทางกฬี าตามพระราชบญั ญตั ินี้มใิ ชโทษอาญา ผูรับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ๒๗ มาตรา ๓๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒พ๕.ศ๖. ๔๒๕๖๒๒๔๗๘. มาตรา ๓๓ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ มาตรา ๓๔ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ๒๘. มาตรา ๓๔ แกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ 447
- ๑๑ - หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่องคกรตอตานการใชสารตองหามโลก ซึ่งเปนองคกรเอกชนที่องคกรกีฬานานาชาติยอมรับในมาตรการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ไดประกาศใหดำเนินการตอตานการใชสารตองหามทางการกีฬา โดยการสรางทักษะความพรอมทางกายภาพ และจติ สำนกึ ทางดา นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการแขง ขนั กฬี าดว ยความบรสิ ทุ ธย์ิ ตุ ธิ รรม เปน ไปดว ยความเสมอภาค และเปนธรรมโดยไมตองใชสารตองหาม รวมทั้งใหการคุมครองตอสุขภาพและความปลอดภัยของนักกีฬา เพื่อใหมีมาตรการการควบคุมการใชสารตองหามที่สอดคลองกับคำประกาศโคเปนเฮเกนวาดวยการตอตาน สารตอ งหา มทางการกฬี า และสง เสรมิ ความรว มมอื ดา นกฬี ากบั นานาประเทศ จงึ จำเปน ตอ งตราพระราชบญั ญตั นิ ้ี พระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔๒๙ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปน ตน ไป มาตรา ๒๐ บรรดาขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่ง ที่ออกตามพระราชบัญญัติควบคุม การใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ที่ใชบังคับอยูในวันกอนวันที่พระราชกำหนดนี้ใชบังคับ ใหยังคง ใชบังคับไดตอไปเทาที่ไมขัดหรือแยงกับพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซง่ึ แกไ ขเพ่มิ เติมโดยพระราชกำหนดนี้ มาตรา ๒๑ บรรดาการพิจารณาของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องที่อยูระหวางการพิจารณา กอ นวนั ทพ่ี ระราชกำหนดนใ้ี ชบ งั คบั ใหด ำเนนิ การตอ ไปตามพระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ จนกวา จะแลว เสรจ็ มาตรา ๒๒ ในการดำเนินการออกประกาศเพื่อปฏิบัติการใหเปนไปตามพระราชบัญญัติ ควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดนี้ ใหดำเนินการ ใหแลวเสร็จภายในเกาสิบวันนับแตวันที่พระราชกำหนดนี้ใชบังคับ หากไมสามารถดำเนินการได ใหรัฐมนตรี วา การกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกฬี ารายงานเหตผุ ลทไ่ี มอ าจดำเนนิ การไดต อ คณะรฐั มนตรแี ละรฐั สภาเพอ่ื ทราบ มาตรา ๒๓ ใหร ฐั มนตรวี า การกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกฬี ารกั ษาการตามพระราชกำหนดน้ี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่องคกรตอตานการใชสารตองหามโลก (World Anti-Doping Agency) ซึ่งเปนองคกรระดับระหวางประเทศที่กำหนดมาตรการควบคุมการใช สารตองหามทางการกีฬาในระดับนานาชาติ ไดปรับปรุงประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก (World Anti-Doping Code) ทำใหบทบัญญัติบางประการแหงพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ๒๒๙๙ร.ารชาชกกิจิจจจาานนุเบุเบกษกาษเาลมเล๑๓ม่ ๘๑/ต๓อน๘ท/ี่ ต๘๙อนก/ทหี่น๘า๙๑/๓ก๐/หธันนวา้ าค๑ม/๒๓๕๐๖๔ธันวาคม ๒๕๖๔ 448
- ๑๒ - พ.ศ. ๒๕๕๕ ไมสอดคลองกับประมวลกฎดังกลาว ซึ่งหากไมมีการแกบทบัญญัติเหลานั้นอยางเรงดวน จะสงผล กระทบตอการจัดการแขงขันกีฬาระดับชาติและระดับนานาชาติที่ประเทศไทยไดรับสิทธิในการจัดการแขงขัน มาแลว และมกี ำหนดทจ่ี ะจดั ขน้ึ ในระยะเวลาอนั ใกลห ลายรายการ ซง่ึ จะสง ผลกระทบตอ ความมน่ั คงทางเศรษฐกจิ ของประเทศอยางรุนแรงทั้งโดยทางตรงและทางออม กับจะทำใหประเทศไทยไมสามารถเสนอตัวเปนเจาภาพ จัดการแขงขันกีฬาในระดับชาติและระดับนานาชาติใด ๆ ที่มีผลประโยชนตอบแทนตอระบบเศรษฐกิจของ ประเทศสูงไดอีกตอไป และจะถูกจำกัดสิทธิหลายประการในการสงนักกีฬาเขาแขงขันในระดับชาติและระดับ นานาชาติอีกดวย ซึ่งรวมถึงสิทธิในการใชธงชาติไทยในการแขงขันกีฬา อันกระทบตอชื่อเสียงเกียรติภูมิของ ประเทศและความภาคภมู ใิ จของคนไทยทง้ั มวล จงึ เปน กรณฉี กุ เฉนิ ทม่ี คี วามจำเปน รบี ดว นอนั มอิ าจจะหลกี เลย่ี งได เพ่อื ประโยชนใ นอันท่จี ะรกั ษาความม่นั คงในทางเศรษฐกจิ ของประเทศ จึงจำเปน ตองตราพระราชกำหนดนี้ พระราชบัญญตั ิปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม (ฉบบั ท่ี ๑๙) พ.ศ. ๒๕๖๒๓๐ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เปนตนไป มาตรา ๑๖ บรรดาบทบัญญัติแหงกฎหมาย กฎ ระเบียบ ขอบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติ ของคณะรัฐมนตรีใดที่ใชบังคับอยูในวันกอนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ อางถึง “กระทรวงศึกษาธิการ” “รัฐมนตรีวาการกระทรวงศึกษาธิการ” “ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ” หรือผูดำรงตำแหนง หรือผูปฏิบัติหนาที่ ในกระทรวงศึกษาธิการ หากเกี่ยวกับการอุดมศึกษาหรือการจัดตั้งสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งอยูในอำนาจหนาที่ของ กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วทิ ยาศาสตร วจิ ยั และนวตั กรรม ใหถ อื วา บทบญั ญตั นิ น้ั อา งถงึ “กระทรวงการอดุ มศกึ ษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม” “รัฐมนตรีวาการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม” “ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร วิจัยและนวัตกรรม” หรือผูดำรงตำแหนงหรือผูปฏิบัติหนาที่ใน กระทรวงการอุดมศึกษา วทิ ยาศาสตร วิจัยและนวตั กรรม ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี แลว แตกรณี ใหเปลี่ยนแปลงองคประกอบของสภาหรือคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวของกับการโอน สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ไปเปนสวนราชการตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง เพื่อให สอดคลองกับการโอนอำนาจหนาที่และการเปลี่ยนแปลงผูรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนด ในบัญชี ๔ ทา ยพระราชบญั ญัตนิ ี้ ความในวรรคหนึ่งและวรรคสองไมใชบังคับแกสถาบันการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายวาดวยการอาชีวศึกษา มาตรา ๑๗ ใหนายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่การอุดมศึกกษษาา ววิทิทยยาาศศาาสสตตรร ววิจิจัยัยแแลละะ นวัตกรรม เปนกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศใหเจริญเติบโตอยางมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน เพื่อรองรับความ เปลี่ยยนนแแปปลลงงขขอองงโโลลกกทที่จี่จะะเกเกิดิดขขึ้นึ้นในในอนอานคาตคตสมสคมวครวจรัดจตัดั้งตกั้งรกะรทะรทวงรกวางรกอาุดรอมุดศมึกษศึกาษวาิทยวาิทศยาาสศตารส วติจรัย วแิจลัยะและ นวัตกรรมขนึ้ เพื่อใหมกี ารบูรณาการ การเรยี นการสอน การวิจัย และการสรางสรรคน วตั กรรมดานวทิ ยาศาสตร เทคโนโลยี และศาสตรอน่ื เขาดว ยกนั และใหเ กิดความรวมมอื ในการปฏิบตั หิ นา ท่รี ะหวา งสถาบนั อุดมศึกษาและ สถาบันวิจยั ในทิศทางท่สี อดคลองกบั ยทุ ธศาสตรช าติ แผน และนโยบายในการพฒั นาประเทศ จงึ จำเปนตองตรา พระราชบญั ญัติน้ี ๓๐. ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๓๖/ตอนที่ ๕๗ ก/หนา ๑/๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ๓๐ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๓๖/ตอนที่ ๕๗ ก/หนา้ ๑/๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒ 449
เล่ม ๑๓๒ ตอนท่ี ๕๔ ก หน้า ๑ ๒๔ มถิ นุ ายน ๒๕๕๘ ราชกจิ จานุเบกษา กฎกระทรวง แบบบัตรประจําตวั พนักงานเจา้ หน้าที่ พ.ศ. ๒๕๕๘ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหน่ึง และมาตรา ๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเท่ียวและกีฬา ออกกฎกระทรวงไว้ ดงั ตอ่ ไปน้ี ขอ้ ๑ บัตรประจําตวั พนักงานเจ้าหนา้ ท่ีใหเ้ ป็นไปตามแบบทา้ ยกฎกระทรวงน้ี ข้อ ๒ ใหผ้ วู้ ่าการการกีฬาแหง่ ประเทศไทยเปน็ ผ้อู อกบัตรประจาํ ตัวพนักงานเจ้าหนา้ ที่ ขอ้ ๓ รูปถ่ายที่ติดบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้ใช้รูปถ่ายท่ีถ่ายไม่เกินหกเดือน ก่อนวันยื่นคําขอมีบัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ี ขนาด ๒.๕ × ๓.๐ เซนติเมตร ครึ่งตัว หน้าตรง ไมส่ วมหมวกและแว่นตาสเี ข้ม ขอ้ ๔ บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้ใช้ได้ตามระยะเวลาท่ีกําหนดไว้ในบัตร แต่ตอ้ งไมเ่ กินหกปนี บั แต่วนั ออกบัตร ใหไ้ ว้ ณ วนั ท่ี ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงการท่องเท่ยี วและกีฬา 450
แบบบัตรประจําตวั พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี ท้ายกฎกระทรวงแบบบตั รประจําตัวพนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี พ.ศ. ๒๕๕๘ (ด้านหนา้ ) บัตรประจําตวั พนักงานเจ้าหน้าที่ ตามพระราชบญั ญตั ิควบคมุ การใชส้ ารต้องหา้ มทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ๕.๔ ซม. เลขที่ .... /.... การกฬี าแหง่ ประเทศไทย กระทรวงการท่องเทย่ี วและกฬี า วนั ออกบตั ร .. /.... /.... บัตรหมดอายุ .. /.... /.... ๘.๔ ซม. (ด้านหลงั ) ๕.๔ ซม. รูปถ่าย เลขประจําตวั ประชาชนของผถู้ ือบตั ร ขนาด ................................................................. ๒.๕ X ๓.๐ ซม. ชือ่ ........................................................... .......................... ตําแหนง่ .................................................. ลายมือช่อื ผถู้ อื บัตร สังกดั ....................................................... หมโู่ ลหิต ....... เป็นพนักงานเจา้ หนา้ ท่ีตามพระราชบญั ญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ......................................... ตําแหนง่ ........................................ ผู้ออกบัตร ๘.๔ ซม. หมายเหตุ : ให้มตี ราการกีฬาแห่งประเทศไทยประทบั ที่มมุ ลา่ งดา้ นขวาของรปู 451
(ด้านหน้า) Competent official Identification Card According to Doping Control in Sports Act, B.E. 2555 (2012) ๕.๔ ซม. No. …. / …. Sports Authority of Thailand, Ministry of Tourism and Sports Date of Issue .. / .… / .… Date of Expire .. / …. / …. ๘.๔ ซม. (ดา้ นหลัง) ๕.๔ ซม. Photo Identification No. of card holder Size …………………………………………………………….. 2.5 x 3.0 cm. Name …………………………………………………. Position ……………………………………………… ………………. Department ………………………………………… Signature of card Competent official according to Doping Control in Sports Act, B.E. 2555 (2012) holder Blood Group …. ………………………………………… Position …………………………. Card Issuer ๘.๔ ซม. หมายเหตุ : ให้มตี ราการกฬี าแห่งประเทศไทยประทับท่ีมมุ ล่างดา้ นขวาของรปู 452
เลม่ ๑๓๒ ตอนท่ี ๕๔ ก หนา้ ๒ ๒๔ มถิ ุนายน ๒๕๕๘ ราชกจิ จานุเบกษา หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยท่ีมาตรา ๓๐ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ บัญญัติให้บัตรประจําตัวพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้เป็นไป ตามแบบท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง จึงจาํ เป็นต้องออกกฎกระทรวงน้ี 453
ขอบังคับคณะกรรมการควบคมุ การใชสารตอ งหามทางการกฬี า วาดว ยการประชมุ และการดำเนนิ งาน ของคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อใหการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬาเปนไปอยาง มีประสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๕) แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬาจึงออกขอบังคับ วาดวย การประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหา มทางการกฬี าไว ดงั ตอไปน้ี ขอ ๑ ขอบังคับนี้เรียกวา “ขอบังคับคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา วาดวยการประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๗” ขอ ๒ ขอบงั คับน้ใี หใ ชบ ังคบั ต้งั แตวันถัดจากวนั ประกาศเปนตนไป ขอ ๓ ในขอ บงั คบั นี้ “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกีฬา “ประธานกรรมการ” หมายความวา ประธานคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกฬี า “กรรมการ” หมายความวา กรรมการควบคมุ การใชส ารตองหา มทางการกฬี า “เลขานุการ” หมายความวา กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการใชสาร ตองหามทางการกฬี า “ผูชวยเลขานุการ” หมายความวา ผูชวยเลขานุการคณะกรรมการควบคุมการใชสาร ตอ งหามทางการกีฬา “ผูวาการ” หมายความวา ผูวา การการกฬี าแหงประเทศไทย “ผูอำนวยการ” หมายความวา ผูอำนวยการสำนักงานควบคุมการใชสารตองหามทางการ กีฬา “สำนกั งาน” หมายความวา สำนักงานควบคุมการใชส ารตองหามทางการกีฬา ขอ ๔ ในการประชุมคณะกรรมการ ใหประธานกรรมการเปนผูมีอำนาจกำหนดใหมีการ ประชมุ ขอ ๕ ในการประชุมของคณะกร-ร๒มก-าร ตองมีกรรมการมาประชุมไมนอยกวากึ่งหนึ่งของ จำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเปน องคป ระชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไมสามารถมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ไดใหรอง ประธานคนที่หนึ่งทำหนาที่ประธานในที่ประชุมแทน ถารองประธานคนที่หนึ่งไมสามารถมาประชุมหรือไม สามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานคนที่สองทำหนาที่ประธานในที่ประชุมแทน ถารองประธานคนที่สองไม สามารถมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหกรรมการที่เหลืออยูคัดเลือกกรรมการดวยกันทำหนาที่ ประธานในทีป่ ระชุมแทน ขอ ๖ ประธานกรรมการหรือคณะกรรมการอาจเชิญบุคคล คณะบุคคล หรือคณะกรรมการ อน่ื ท่มี ีสวนเกย่ี วขอ งมารว มประชุมเพ่ือใหข อ เทจ็ จริง คำแนะนำ หรือความเห็นในการประชมุ ได 454 ขอ ๗ การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดใหถือเสียงขางมาก กรรมการหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการ
ประธานคนที่หนึ่งทำหนาที่ประธานในที่ประชุมแทน ถารองประธานคนที่หนึ่งไมสามารถมาประชุมหรือไม สามารถปฏิบัติหนาที่ได ใหรองประธานคนที่สองทำหนาที่ประธานในที่ประชุมแทน ถารองประธานคนที่สองไม สามารถมาประชุมหรือไมสามารถปฏิบัติหนาที่ได ให- ก๒ร-รมการที่เหลืออยูคัดเลือกกรรมการดวยกันทำหนาที่ ประธานในทปี่ ระชุมแทน ขอ ๖ ประธานกรรมการหรือคณะกรรมการอาจเชิญบุคคล คณะบุคคล หรือคณะกรรมการ อ่นื ท่ีมสี ว นเกี่ยวของมารว มประชมุ เพอื่ ใหข อเทจ็ จรงิ คำแนะนำ หรอื ความเห็นในการประชมุ ได ขอ ๗ การพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดใหถือเสียงขางมาก กรรมการหนึ่งคนมีหนึ่งเสียงในการ ลงคะแนน ถา มีคะแนนเสียงเทากนั ใหป ระธานในทป่ี ระชุมออกเสียงเพิม่ ข้ึนอีกหนึง่ เสยี งเปน เสียงชี้ขาด ขอ ๘ ใหเลขานุการมีหนาที่จัดระเบียบวาระการประชุม และนัดประชุมโดยทำเปนหนังสือ และแจงกรรมการทราบลวงหนากอนวันประชุม ตลอดจนมีหนาที่จัดทำรายงานการประชุมและรายงานกิจการ ตาง ๆ เสนอคณะกรรมการ ขอ ๙ ใหผ อู ำนวยการในฐานะผชู ว ยเลขานุการมหี นา ทด่ี งั ตอไปน้ี (๑) จัดทำระเบียบวาระการประชุมและนัดประชุม โดยทำเปนหนังสือและแจงใหกรรมการ ทราบลว งหนากอ นวนั ประชุม (๒) จัดทำรายงานการประชมุ (๓) จดั ใหม กี ารรับรองรายงานการประชมุ ใหต รงตามมติทุกคร้ัง (๔) ปฏบิ ัติหนาทอ่ี ่ืนตามทค่ี ณะกรรมการมอบหมาย ขอ ๑๐ ในการปฏิบัติงานอันเปนกรณีจำเปนเรงดวนซึ่งจะตองไดรับอนุมัติหรือความ เห็นชอบจากคณะกรรมการ ใหผูวาการโดยอนุมัติประธานกรรมการออกหนังสือเวียนขออนุมัติหรือความ เห็นชอบจากคณะกรรมการ โดยใหถือเสียงขางมากเปนมติเพื่อสั่งการนั้นได แลวเสนอมตินั้นใหที่ประชุม คณะกรรมการทราบในการประชมุ คณะกรรมการในครง้ั ตอ ไป ที่ประชมุ ขอ ๑๑ การดำเนินการประชุมนอกเหนือจากที่กำหนดไวในขอบังคับนี้ใหเปนไปตามมติของ ขอ ๑๒ ในกรณีที่คณะกรรมการแตงตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการอยางหนึ่งอยางใด ในกิจการของสำนักงาน ใหนำขอบังคับวาดวยการประชุมและการดำเนินงานของคณะกรรมการควบคุมการใช สารตอ งหามทางการกฬี ามาใชบ งั คับโดยอนโุ ลม ขอ ๑๓ เพื่อใหการควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของสำนักงานเปนไปตามกฎหมาย กฎ ขอบังคับ ระเบียบ มติ หรือนโยบายของคณะกรร- ม๓ก-าร ใหผูวาการเสนอรายงานผลการปฏิบัติงานตอ คณะกรรมการ ขอ ๑๔ เพื่อประโยชนในการดำเนินงานของสำนักงานใหเปนไปตามกฎหมาย กฎ ขอบังคับ ระเบียบ มติ หรือนโยบายของคณะกรรมการ คณะกรรมการอาจแตงตั้งใหกรรมการหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใด ศึกษาหาขอ เทจ็ จริงในเรื่องใด ๆ เพอ่ื เสนอความเห็นตอ คณะกรรมการไดต ามทีเ่ ห็นสมควร ขอ ๑๕ ใหผ ูวาการมอี ำนาจวางระเบียบเพ่ือปฏบิ ัติการตามขอบังคบั น้ี ประกาศ ณ วนั ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๗ กอบกาญจน วฒั นวรางกรู รฐั มนตรีวา การกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกีฬา ประธานคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตองหามทางการกฬี า 455
ระเบียบคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหา มทางการกีฬา วา ดว ยหลักเกณฑการกำหนดอัตราคา บริการในการตรวจสารตองหา มของสำนักงาน ควบคุมการใชสารตอ งหา มทางการกฬี า ในการปฏบิ ตั ิงานของพนักงานเจา หนา ที่ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดหลักเกณฑอัตราคาบริการในการตรวจสารตองหาม ของสำนักงานควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ในการปฏิบัติงานของพนักงานเจาหนาที่ที่ไปปฏิบัติงาน ตามภารกิจตาง ๆ ภายใตพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ใหมีความเหมาะสม อาศยั อำนาจตามความในมาตรา ๒๔ แหง พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ ประกอบกับขอ ๑๒.๒ ของกฎการตอตานการใชสารตองหามของสำนักงานควบคุม การใชสารตองหามทางการกีฬา และมติที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๒ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกฬี า จงึ ออกระเบยี บไว ดงั น้ี ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบคณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา วาดวยหลักเกณฑการกำหนดอัตราคาบริการในการตรวจสารตองหามของสำนักงานควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกีฬา ในการปฏิบัตงิ านของพนกั งานเจาหนา ท่ี พ.ศ. ๒๕๖๒” ขอ ๒ ระเบียบนี้ใหใชบ ังคับต้งั แตว ันท่ปี ระกาศเปนตน ไป ขอ ๓ ในระเบยี บน้ี “กกท.” หมายความวา การกฬี าแหงประเทศไทย “ผูวา การ” หมายความวา ผูว าการการกฬี าแหง ประเทศไทย “สำนกั งาน” หมายความวา สำนักงานควบคุมการใชส ารตอ งหามทางการกีฬา “ผูอำนวยการ” หมายความวา ผูอำนวยการสำนักงานควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา “พนักงานเจาหนาที่” หมายความวา ผูซึ่งรัฐมนตรีวาการกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา แตงตง้ั ใหป ฏิบตั ิการตามพระราชบญั ญตั ิควบคมุ การใขสารตอ งหามทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ “สมาคมกีฬา” หมายความวา สมาคมกีฬาที่ไดรับอนุญาตใหจัดตั้งตามกฎหมายวาดวย การกฬี าแหงประเทศไทย “การปฏบิ ตั งิ าน” หมายความวา การปฏบิ ตั หิ นา ทใ่ี นการตรวจหาสารตอ งหา ม และการเผยแพร ใหความรดู านสารตองหามทางการกฬี า ขอ ๔ คา ใชจา ยในการปฏบิ ตั งิ านตามระเบียบนี้ มีดังนี้ (๑) คาใชจา ยในการเดินทางไปปฏบิ ตั ิงานชว่ั คราว (๒) คา ตอบแทนพนกั งานเจาหนาท่ีในการปฏบิ ัติงาน (๓) คา เคล่ือนยา ยตัวอยางและการขนสง (๔) คาตรวจวิเคราะหต ัวอยา งสารตอ งหา มของหอ งปฏิบัติการ 456
-๒- ขอ ๕ ใหพนักงานเจาหนาที่ ผูเดินทางไปปฏิบัติงานไดรับคาใชจายในการปฏิบัติงาน ท่เี กยี่ วขอ งไดต ามท่กี ำหนดไวในบญั ชีทายระเบยี บนี้ ขอ ๖ สิทธิที่จะไดรับคาใขจายในการเดินทางไปปฏิบัติงานเกิดขึ้นตั้งแตวันที่ไดรับอนุมัติ จากผูว าการใหเ ดินทางไปปฏบิ ัตงิ านโดยใหน ับตงั้ แตเวลาออกจากสถานทอี่ ยหู รือสำนักงาน จนกลบั ถงึ สถานท่ีอยูหรอื สำนกั งานตามปกติแลว แตก รณี ขอ ๗ การเดนิ ทางไปปฏบิ ตั งิ านทม่ี สี ทิ ธไิ ดร บั คา ใชจ า ยในการปฏบิ ตั งิ านตามอตั ราทา ยระเบยี บน้ี แบงออกเปน ๓ กรณี ดังนี้ (๑) กรณีในชว งการแขง ขันกีฬา ไดแ ก ๑.๑ การแขงขันกีฬาที่ กกท. เปนผูอนุญาตใหจัดหรือใหการสนับสนุนงบประมาณ ในการจดั การแขงขัน ๑.๒ การแขง ขนั กฬี าที่สมาคมกีฬาเปน ผจู ัด รวมจดั หรือรับรองการแขง ขัน (๒) กรณีนอกชวงการแขงขันกีฬาที่ไดรับการรองขอใหทำการตรวจสอบสารตองหาม แกนักกีฬาทขี่ น้ึ ทะเบียนไวกบั สมาคม (๓) กรณีปฏิบัติงานตามแผนงานโครงการของสำนักงานที่จัดสรรงบประมาณไวในสวน ที่เกี่ยวของกับการตรวจหาสารตองหามในชวงการแขงขัน หรือนอกการแขงขันตาง ๆ ยกเวนในรายการแขงขัน ที่ กกท. เปน ผดู ำเนนิ การจัดเอง ขอ ๘ ใหสมาคมกีฬา หรือหนวยงานที่จัดการแขงขันกีฬาภายใตการรับรองของสมาคมกีฬา ที่มีความประสงคขอรับการสนับสนุนใหพนักงานเจาหนาที่ไปปฏิบัติงาน มีหนังสือมายัง กกท. เพื่อขอรับการสนับสนุนดังกลาว โดยสมาคมกีฬาตองเปนผูรับผิดชอบคาตอบแทน คาใชจาย ในการเดินทางไปปฏิบัติงานของพนักงานเจาหนาที่รวมถึงคาเคลื่อนยาย การขนสง และคาตรวจวิเคราะห ตัวอยาง ตามอตั ราทกี่ ำหนดทา ยระเบยี บนี้ ขอ ๙ การปฏิบัติเกี่ยวกับกระบวนการขอรับการสนับสนุนพนักงานเจาหนาที่และการชำระ คาใชจายในการปฏบิ ตั ิงานของพนักงานเจา หนาทใี่ หเ ปนไปตามหลักเกณฑ ดงั นี้ (๑) เมื่อสมาคมกีฬา หรือหนวยงานที่จัดการแขงขันกีฬาภายใตการรับรองของสมาคมกีฬา ที่มีความประสงคขอรับการสนับสนุนใหพนักงานเจาหนาที่ไปปฏิบัติงาน ใหสมาคมกีฬา หรือหนวยงาน ดังกลาว จัดทำหนังสือเพื่อขอรับการสนับสนุนถึงผูวาการ โดยแจงรายละเอียดวัน เวลา สถานที่ และรายการจัดการแขงขัน หรือกิจกรรมนอกการแขงขัน หรือรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวของใหครบถวน (๒) เม่ือผวู าการ ไดรบั หนงั สือขอรับการสนบั สนุนจากสมาคมกฬี า หรอื หนว ยงานดงั กลาวแลว ใหมอบหมายผูอำนวยการ เพื่อพิจารณาวาการแขงขันกีฬาดังกลาวเปนระดับ ประเภท ชนิดกีฬา และอยูในการควบคุมการใชสารตองหามในชวงการแขงขันกีฬาหรือนอกการแขงขันกีฬาที่สามารถ ปฏิบัติงานไดตามที่คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา ประกาศกำหนดหรือไม 457
-๓- (๓) เมื่อผูอำนวยการ พิจารณาแลว หากเปนไปตามที่คณะกรรมการควบคุมการใชสาร ตองหามทางการกีฬา ประกาศกำหนดไว ใหพิจารณาพนักงานเจาหนาที่ไปปฏิบัติงานดังกลาวตามจำนวน ที่เหมาะสม และคำนวณคาใชจายในการปฏิบัติงาน รวมถึงคาใชจายอื่น ๆ ตามอัตราทายระเบียบนี้ แจงตอสมาคมกีฬา หรือหนวยงานที่ขอรับการสนับสนุนรับทราบพรอมกับใหยืนยันการขอรับ การสนบั สนนุ ดังกลาวภายในระยะเวลาทก่ี ำหนด (๔) เมื่อสมาคมกีฬา หรือหนวยงานที่ขอรับการสนับสนุน ยืนยันการขอรับการสนับสนุนแลว ใหผุอำนวยการ นำเสนอรายชื่อพนักงานเจาหนาที่ผูไปปฏิบัติงานตอผูวาการเพื่อพิจารณาอนุมัติและแจง ใหสมาคมกฬี า หรอื หนวยงานดงั กลาวรบั ทราบ (๕) ใหส มาคมกีฬา หรอื หนว ยงานที่ขอรับการสนับสนุน ชำระคา ใชจ า ยเก่ียวกบั การปฏิบัตงิ าน ของพนักงานเจาหนาที่ ตามท่ีสำนกั งานควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า กำหนด (๖) พนักงานเจาหนาที่ ตองปฏิบัติตนใหเปนไปตามภารกิจที่ไดรับมอบหมายภายใต กระบวนการดำเนินงานตามพระราชบัญญัตคิ วบคุมการใชส ารตองหา มทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ (๗) เมอ่ื เสรจ็ สน้ิ การปฏบิ ตั งิ าน ใหพ นกั งานเจา หนา ทจ่ี ดั ทำรายงานตามกระบวนการทเ่ี กย่ี วขอ ง เสนอตอผอู ำนวยการโดยเร็ว ขอ ๑๐ การปรบั ปรงุ บญั ชคี า ใชจ า ยในการปฏบิ ตั งิ านของพนกั งานเจา หนา ท่ี และคา ใชจ า ยอน่ื ๆ ที่เกี่ยวของทายระเบียบนี้ ใหสำนักงานเปนผูกำหนด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการควบคุม การใชส ารตองหามทางการกีฬา ขอ ๑๑ ในกรณมี ีปญ หาเกี่ยวกบั การปฏิบัติตามระเบียบนี้ ใหผ ูว า การเปน ผวู นิ ิจฉัย ขอ ๑๒ ใหผูวาการ เปนผูรักษาการตามระเบียบนี้ และใหผูมีอำนาจออกประกาศ หลักเกณฑ หรอื คำสั่งเพ่ือปฏบิ ัติใหเ ปนไปตามระเบียบน้ี ประกาศ ณ วันท่ี ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ พิพัฒน รชั กิจประการ รฐั มนตรีวา การกระทรวงการทองเทยี่ วและกฬี า ประธานกรรมการควบคมุ การใชสารตองหามทางการกีฬา 458
459
ประกาศคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอื่ ง ระดับ ประเภท ชนิดกีฬา การแขงขนั กฬี า และบคุ คลทีเ่ ปน นักกีฬาระดับชาติ ท่คี วบคมุ การใชสารตองหา ม พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดระดับ ประเภท ชนิดกีฬา การแขงขันกีฬา และบุคคลที่เปนนักกีฬาระดับชาติที่ควบคุมการใชสารตองหามเพื่อใหสอดคลองกับประมวลกฎการตอตาน การใชส ารตองหามโลก อาศัยอำนาจตามความในบทนิยามคำวา “นักกีฬา” ในมาตรา ๓ และมาตรา ๙ (๔) แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนด แกไขเพ่มิ เติมพระราชบญั ญัติควบคมุ การใชสารตอ งหา มทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการ ควบคมุ การใชสารตอ งหา มทางการกฬี า จงึ ออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศน้ีใหใชบ ังคบั ต้งั แตว นั ถดั จากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง ประกาศ กำหนดระดบั ประเภท ชนดิ กฬี า และการแขง ขนั กฬี าทอ่ี ยใู นการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มในชว งการแขง ขนั กฬี า และนอกการแขง ขันกีฬา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ใหบุคคลดังตอไปนี้เปนนักกฬี าระดับชาติ (๑) บคุ คลที่เขา แขงขันกีฬาในการแขง ขนั กฬี าระดบั ชาติตามขอ ๔ (๒) บคุ คลสญั ชาตไิ ทยซง่ึ เขา รว มแขง ขนั ในการแขง ขนั กฬี าระดบั นานาชาตหิ รอื ในมหกรรมกฬี า นานาชาติเปนครั้งคราว/เปนประจำ แตมิไดเปนนักกีฬาระดับนานาชาติตามที่สหพันธกีฬานานาชาติของแตละ ชนิดกฬี านนั้ ๆ กำหนด เพอ่ื ประโยชนใ นการตรวจหาสารตอ งหา มทางการกฬี านอกการแขง ขนั กฬี า ใหน กั กฬี าระดบั ชาติ ตาม (๑) หมายความรวมถงึ บคุ คลซง่ึ มชี อ่ื อยใู นรายชอ่ื ผเู กบ็ ตวั ฝก ซอ มของ สมาคมกฬี าทจ่ี ะเขา รว มการแขง ขนั กฬี า ระดบั ชาติตามขอ ๔ ดว ย ขอ ๔ ใหก ารแขงขันกีฬาดังตอ ไปน้ีเปน การแขงขันกีฬาระดบั ชาติ (๑) การแขง ขนั กีฬาแหง ชาติและการแขงขันกีฬาแหงชาตริ อบคดั เลอื กตัวแทนระดบั ภาค (๒) การแขง ขนั กฬี าเยาวชนแหง ชาตแิ ละการแขง ขนั กฬี าเยาวชนแหง ชาตริ อบคดั เลอื ก ตวั แทน ระดับภาค (๓) การแขง ขนั กฬี าคนพกิ ารแหง ชาตแิ ละการแขง ขนั กฬี าคนพกิ ารแหง ชาติ รอบคดั เลอื กตวั แทน ระดบั ภาค (๔) การแขงขันกีฬาเพื่อคัดเลือกนักกีฬาเปนตัวแทนประเทศไทยเขารวมการแขงขันในการ แขง ขนั กีฬาระดบั นานาชาตหิ รือในมหกรรมกฬี านานาชาติ 460
-๒- ขอ ๕ กรณที ม่ี คี วามจำเปน ใหส ำนกั งานมอี ำนาจตรวจหาสารตอ งหา มในนกั กฬี าทเ่ี ขา แขง ขนั กฬี าในรายการ ดงั ตอ ไปนไ้ี ด (๑) การแขง ขนั กฬี าทก่ี ารกฬี าแหง ประเทศไทยเปน ผจู ดั รว มจดั อนญุ าตใหจ ดั หรอื ใหก ารรบั รอง (๒) การแขง ขนั กฬี าทส่ี มาคมกฬี าเปน ผจู ดั รว มจดั อนญุ าตใหจ ดั หรอื ใหก ารรบั รอง (๓) การแขงขันกีฬาในรายการที่จัดขึ้นภายใตกฎหมายวาดวยสงเสริมกีฬาอาชีพและกฎหมาย วา ดว ยกฬี ามวย เพอ่ื ประโยชนใ นการตรวจหาสารตอ งหา มทางการกฬี านอกการแขง ขนั กฬี าใหน กั กฬี าทเ่ี ขา แขง ขนั กีฬาในรายการตามวรรคหนึ่ง หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งมีชื่ออยูในรายชื่อผูเก็บตัวฝกซอมของสมาคมกีฬา ทจี่ ะเขารวมการแขง ขนั กฬี านน้ั ดวย ขอ ๖ ใหน กั กฬี าระดบั ชาตหิ มายความรวมถงึ บรรดานกั กฬี าทอ่ี ยภู ายใตก ารควบคมุ กำกบั ดแู ล หรอื สง เสรมิ สนบั สนนุ จากการกฬี าแหง ประเทศไทยหรอื สมาคมกฬี า เพอ่ื ประโยชนใ นการดำเนนิ การดงั ตอ ไปน้ี (๑) สรา งความรคู วามเขา ใจเกย่ี วกบั สารตอ งหา มทางการกฬี าใหแ กน กั กฬี า และ (๒) กำหนดโทษทางกฬี าในกรณที ไ่ี ดจ ดั การหรอื พยายามจดั การสารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา ม ใหแกนักกีฬาระดับชาติในการแขงขันกีฬา หรือไดจัดการหรือพยายามจัดการสารตองหามหรือวิธีการตองหาม ทถ่ี กู หา มใชนอกการแขงขนั กีฬาใหแ กนักกีฬาระดับชาตนิ อกการแขง ขันกีฬา หรอื ในกรณที ี่ไดร วมกระทำผิดหรอื พยายามรวมกระทำผิดกับบุคคลอื่นที่กระทำการอันเปนการฝาฝน ประกาศคณะกรรมการควบคุม การใชสาร ตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง การกระทำการอนั เปน การฝา ฝน หลกั เกณฑใ นการใชส ารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา ม ประกาศ ณ วนั ท่ี มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ฒั น รชั กจิ ประการ) รฐั มนตรวี า การกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกฬี า ประธานกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า 461
ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตองหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง การกระทำการอันเปน การฝา ฝน หลักเกณฑในการใชสารตอ งหา มหรือวิธกี ารตอ งหา ม พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เปนการสมควรกำหนดลักษณะการกระทำการของนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุน การกีฬาอันเปนการฝาฝนหลกั เกณฑใ นการใชส ารตองหา มหรอื วธิ ีการตอ งหา ม เพ่ือใหส อดคลอ งกับประมวลกฎ การตอ ตา นการใชสารตอ งหา มโลกและมาตรฐานสากล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๔) และมาตรา ๒๒ แหงพระราชบัญญัติควบคุม การใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทาง การกีฬา จึงออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนี้ใหใชบ งั คับตง้ั แตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตนไป ขอ ๒ ใหก ารกระทำดงั ตอ ไปนเ้ี ปน การกระทำอนั เปน การฝา ฝน หลกั เกณฑใ นการใช สารตอ งหา ม หรอื วธิ กี ารตอ งหา มของนกั กฬี า (๑) มีสารตองหามหรอื เมตาบอไลต หรือสารบงช้ขี องสารตองหามในตวั อยา งทเ่ี กบ็ จากนกั กีฬา (๒) ใชห รอื พยายามใชส ารตองหา มหรือวธิ กี ารตอ งหา ม (๓) หลบเลยี่ ง ปฏิเสธ หรอื ไมม าใหเ กบ็ ตวั อยา ง (๔) ไมแ จง ถน่ิ ทีอ่ ยู (๕) แทรกแซงหรอื พยายามแทรกแซงกระบวนการควบคมุ การใชสารตอ งหาม ไมวาในข้นั ตอน หรอื กระบวนการใด ๆ (๖) ครอบครองสารตองหา มหรือวิธีการตอ งหา ม (๗) คา หรือพยายามคาสารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหาม (๘) จดั การหรอื พยายามจดั การสารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา มใหแ กน กั กฬี าในการแขง ขนั กฬี า หรือจัดการหรือพยายามจัดการสารตองหามหรือวิธีการตองหามที่ถูกหามใชนอกการแขงขันกีฬาใหแกนักกีฬา นอกการแขงขันกฬี า (๙) รวมกระทำผิดหรือพยายามรวมกระทำผิดกับบุคคลอื่นที่กระทำการอันเปนการฝาฝน หลักเกณฑในการใชสารตอ งหา มหรือวิธกี ารตองหา มตามประกาศฉบับน้ี (๑๐) ใชบริการทางวิชาชีพหรือบริการทางการกีฬาจากบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬาที่ตนรูวา อยูระหวางถูกตัดสิทธิเขารวมการแขงขันกีฬา หรือจากบุคคลอื่นที่อยูระหวางการถูกลงโทษหรือเคยถูกลงโทษ ทางอาญา ทางวิชาชีพหรือทางวินัย เนื่องจากไดกระทำการที่มีลักษณะเปนความผิดเกี่ยวกับการใชสารตองหาม หรือวิธีการตองหามมาแลวไมนอยกวาหกปซึ่งตองไมนอยกวาระยะเวลาที่ถูกลงโทษทางอาญา ทางวิชาชีพหรือ ทางวนิ ยั หรือกระทำการอันเปนการออกหนาหรือเปน คนกลางของบคุ คลซ่ึงสนับสนนุ การกฬี าเชนวาน้ัน 462
-๒- (๑๑) ขัดขวางหรือตอบโตมิใหมีการรายงานขอมูลหรือนำสงเอกสาร หลักฐานเกี่ยวกับ การใชสารตองหา มหรือวิธกี ารตองหามแกพนกั งานเจาหนา ที่ ใหการกระทำตาม (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๐) (๑๑) ของบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา เปนการกระทำอันเปน การฝา ฝน หลักเกณฑใ นการใชสารตองหา มหรือวิธีการตอ งหา มดวย ประกาศ ณ วันที่ มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ัฒน รัชกจิ ประการ) รฐั มนตรีวา การกระทรวงการทอ งเที่ยวและกีฬา ประธานกรรมการควบคมุ การใชสารตองหา มทางการกีฬา 463
ประกาศคณะกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหามทางการกฬี า เร่ือง หลักเกณฑก ารปฏิบัตหิ นา ท่ขี องพนักงานเจา หนาที่ในการเกบ็ ตัวอยา ง การเคลือ่ นยา ยตวั อยา ง และการขนสง พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดหลักเกณฑ การปฏิบัติหนาที่ของพนักงานเจาหนาที่ ในการเก็บตัวอยาง การเคลื่อนยายตัวอยาง และการขนสง เพื่อใหสอดคลองกับประมวลกฎ การตอตานการใช สารตองหา มโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๔) และมาตรา ๒๔ แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใช สารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ ซง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยพระราชกำหนดแกไ ขเพม่ิ เตมิ พระราชบญั ญตั คิ วบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า จึงออกประกาศ ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนี้ใหใชบังคับต้งั แตวนั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปนตน ไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ระเบยี บคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี าวา ดว ยการเกบ็ ตวั อยาง การเคลือ่ นยายตัวอยา ง และการขนสง พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ในประกาศน้ี “ตวั อยา ง” หมายความวา วตั ถทุ างชวี วทิ ยาทถ่ี กู เกบ็ จากนกั กฬี าเพอ่ื วตั ถปุ ระสงคใ นการควบคมุ การใชสารตอ งหามทางการกฬี า “หองปฏิบัติการ” หมายความวา หองปฏิบัติการที่ไดรับการรับรองจากองคกรตอตานการใช สารตอ งหา มโลก (WADA-accredited laboratories) “มาตรฐานสากล” หมายความวา มาตรฐานสากลดานการตรวจสารตองหามและสืบสวน สอบสวนขององคกรตอ ตา นการใชส ารตอ งหามโลก ขอ ๔ ในการดำเนินการเก็บตัวอยาง การเคลื่อนยายตัวอยาง และการขนสงใหพนักงาน เจาหนาที่ ดำเนินการตามมาตรฐานสากลกำหนดตามที่สำนักงานรวบรวมและเผยแพรใหประชาชนทราบ เปนการทว่ั ไป ขอ ๕ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเก็บตัวอยางในแตละวัน ใหพนักงานเจาหนาที่บันทึกผล ลงในแบบฟอรมและรายงานผลตามมาตรฐานสากล ขอ ๖ การเคลอ่ื นยา ยตวั อยา งและขนสง ไปยงั หอ งปฏบิ ตั กิ าร ใหพ นกั งานเจา หนา ทด่ี ำเนนิ การ ดว ยความปลอดภัย รวดเรว็ และใหล งรายละเอยี ดในแบบฟอรมตามมาตรฐานสากล ประกาศ ณ วนั ที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ฒั น รัชกิจประการ) รฐั มนตรวี า การกระทรวงการทอ งเทีย่ วและกีฬา ประธานกรรมการควบคุมการใชสารตองหา มทางการกีฬา 464
ประกาศคณะกรรมการควบคุมการใชสารตอ งหา มทางการกีฬา เร่ือง การขออนุญาตใชสารตอ งหา มหรือวธิ กี ารตองหามเพ่อื การรกั ษา พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดหลักเกณฑ วิธีการ และระยะเวลาในการขออนุญาต ใชส ารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา มเพอ่ื การรกั ษา เพอ่ื ใหส อดคลอ งกบั ประมวลกฎการตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๔) และมาตรา ๒๕ แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใช สารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกีฬา จึงออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศน้ใี หใชบ งั คบั ตง้ั แตว นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปน ตน ไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วธิ กี ารยน่ื คำขอ การพจิ ารณา และการแจง ผลการพจิ ารณาคำขออนญุ าตใชส ารตอ งหา มเพอ่ื การรกั ษา พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ในประกาศน้ี “มาตรฐานสากล” หมายความวา มาตรฐานสากลวา ดว ยการใชส ารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา ม เพอ่ื การรกั ษาขององคก รตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก ขอ ๔ ในกรณที น่ี กั กฬี าประสงคจ ะใชส ารตอ งหา มหรอื วธิ กี ารตอ งหา มเพอ่ื การรกั ษาทางการแพทย การยน่ื คำขออนญุ าตใหด ำเนนิ การ ดงั ตอ ไปน้ี (๑) กรณเี ปน นกั กฬี าระดบั ชาติ ใหย น่ื ตอ สำนกั งานลว งหนา ไมน อ ยกวา สามสบิ วนั กอ นการแขง ขนั ตามแบบทอ่ี งคก รตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลกและมาตรฐานสากลกำหนดโดยอนโุ ลม (๒) กรณเี ปน นกั กฬี าระดบั นานาชาติ ใหย น่ื ตอ สหพนั ธก ฬี านานาชาติ ขอ ๕ เมื่อสำนักงานไดรับคำขออนุญาตแลว ใหสงคำขออนุญาตดังกลาวใหคณะกรรมการ การแพทยพ จิ ารณาโดยเรว็ ขอ ๖ ในการพิจารณาคำขออนุญาต คณะกรรมการการแพทยอาจขอความเห็นจากแพทย ทม่ี คี วามเชย่ี วชาญเฉพาะทางได 465
-๒- ขอ ๗ เมอ่ื คณะกรรมการการแพทยพ จิ ารณาคำขออนุญาตแลว ใหแ จงผลการพิจารณาใหแก นกั กีฬาทราบโดยเร็ว (๑) กรณีมคี ำส่งั อนุญาต ใหร ะบุปรมิ าณวธิ ีการและระยะเวลาทอ่ี นญุ าต (๒) กรณมี คี ำสง่ั ไมอ นญุ าต ใหท ำเปน หนงั สอื โดยระบเุ หตผุ ลทไ่ี มอ นญุ าต และสทิ ธใิ นการอทุ ธรณ ในกรณีที่อาจอุทธรณห รอื โตแ ยงได ขอ ๘ การประชุมคณะกรรมการการแพทยและการแจงคำสั่งอาจดำเนินการผานระบบ เทคโนโลยีสื่อสารทางไกลหรือระบบอิเล็กทรอนิกสได ทั้งนี้ ตองไมปรากฏขอจำกัดอันเกี่ยวกับเทคโนโลยี ของนักกีฬา บุคคลซ่ึงสนับสนนุ ทางการกีฬา ขอ ๙ ในกรณีที่ไดยื่นคำขออนุญาตแลว หากนักกีฬายังไมไดรับอนุญาตภายในระยะเวลา อันสมควร และมีความจำเปนตองใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามในขณะนั้น นักกีฬาอาจยื่นคำขออนุญาต ตอสหพนั ธกฬี านานาชาตโิ ดยตรงได ในกรณีที่สหพันธกีฬานานาชาติอนุญาต แตสำนักงานเห็นวาการอนุญาตนั้นไมเปนไปตาม มาตรฐานสากล ใหสำนักงานมีสิทธิอุทธรณตอองคกรตอตานการใชสารตองหามโลกภายในยี่สิบเอ็ดวัน นบั แตว นั ท่ไี ดร บั แจง คำสัง่ อนุญาตจากสหพันธก ฬี านานาชาติ ขอ ๑๐ ในกรณีที่คณะกรรมการการแพทยมีคำสั่งอนุญาต และนักกีฬานำคำสั่งอนุญาต ใหใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามเพื่อการรักษายื่นตอสหพันธกีฬานานาชาติแลว แตสหพันธกีฬานานาชาติ เห็นวาการอนุญาตนั้นไมเปนไปตามมาตรฐานสากลและไมยอมรับคำสั่งอนุญาตดังกลาว โดยแจงใหนักกีฬา และสำนักงานทราบแลว ใหนักกีฬาหรือสำนักงานมีสิทธิอุทธรณตอองคกรตอตานการใชสารตองหามโลก ภายในย่สี บิ เอด็ วนั นับแตวนั ทไี่ ดรับแจง จากสหพันธก ีฬานานาชาติ ประกาศ ณ วนั ที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ฒั น รัชกจิ ประการ) รัฐมนตรวี า การกระทรวงการทอ งเท่ยี วและกีฬา ประธานกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหามทางการกีฬา 466
ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตองหามทางการกีฬา เรือ่ ง หลักเกณฑในการพจิ ารณาโทษของคณะกรรมการพิจารณาโทษ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการปรับปรุงหลักเกณฑในการพิจารณาโทษ เพื่อใหสอดคลอง กับประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๒) และมาตรา ๒๖ แหงพระราชบัญญัติควบคุม การใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหาม ทางการกีฬา จึงออกประกาศไว ดังตอไปนี้ ขอ ๑ ประกาศนี้ใหใชบังคับตั้งแตวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปนตนไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง หลกั เกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขในการพิจารณาโทษนักกีฬา และบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา ที่ฝาฝนกฎการตอตาน สารตองหามทางการกีฬาหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ หรือมาตรา ๒๓ แหงพระราชบัญญัติควบคุมการใชสาร ตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ในประกาศนี้ “ประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก” หมายความวา บทบัญญัติแหงองคกร ตอตานการใชสารตองหามโลก “มาตรฐานสากล” หมายความวา มาตรฐานสากลดานการจัดการผลการตรวจสารตองหาม ขององคกรตอตานการใชสารตองหามโลก ขอ ๔ เมื่อปรากฏวามีการฝาฝนหลักเกณฑในการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหาม ใหสำนักงานเสนอรายงานใหแกคณะกรรมการพิจารณาโทษทราบโดยเร็ว ขอ ๕ คณะกรรมการพิจารณาโทษจะตองไมเปนผูมีสวนไดเสียในการพิจารณาโทษ และจะตองดำเนินการพิจารณาโทษเปนความลับและใหแลวเสร็จโดยเร็ว ขอ ๖ ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาโทษตองมีกรรมการที่มีความรู ความเชี่ยวชาญ ดานการแพทย ดานกฎหมาย และดานกีฬาอยางนอยดานละหนึ่งคนเขารวมประชุม ในการพิจารณาโทษใหคณะกรรมการพิจารณาโทษดำเนินการตามประมวลกฎการตอตาน การใชสารตองหามโลกและมาตรฐานสากลกำหนด ขอ ๗ คณะกรรมการพิจารณาโทษตองใหนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬามีโอกาส ในการโตแยง แสดงพยานหลักฐานเขาหักลาง และใหสิทธิที่จะไดรับการพิจารณาอยางเปนธรรม ตลอดจนสิทธิ ในการขอใหพิจารณาโทษโดยเปดเผยตอสาธารณะเทาที่ไมขัดตอประมวลกฎการตอตานการใชสารตองหามโลก และมาตรฐานสากล 467
-๒- หากคกู รณมี ไิ ดใ ชโ อกาสในการโตแ ยง แสดงพยานหรอื หลกั ฐานเขา หกั ลา งขอ กลา วหาภายในเจด็ วนั ใหถ ือวาคกู รณสี ละสทิ ธทิ ีจ่ ะใชโ อกาสดังกลาว ขอ ๘ คำตดั สนิ ของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษใหถ อื เสียงขา งมากเปน เกณฑ ขอ ๙ คำตดั สนิ ของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษจะตอ งทำเปน ลายลกั ษณอ กั ษร โดยตอ งระบุ วนั เดอื น และปท ม่ี คี ำตดั สนิ และใหป ระธานกรรมการพจิ ารณาโทษลงลายมอื ชอ่ื ทา ยคำตดั สนิ ดว ยการทำคำตดั สนิ ตามวรรคหนง่ึ ตอ งจดั ใหมีเหตผุ ลซ่งึ อยา งนอยตองประกอบไปดวย (๑) ขอเท็จจรงิ อนั เปน สาระสำคญั (๒) ขอ กฎหมายทอ่ี า งองิ (๓) ขอ พจิ ารณาและขอ สนับสนนุ ในการใชด ุลพนิ จิ (๔) ขอพจิ ารณาตามขอ ๗ ในคำตดั สนิ ใหร ะบกุ รณที อ่ี าจอทุ ธรณห รอื โตแ ยง การยน่ื คำอทุ ธรณห รอื คำโตแ ยง และระยะเวลา สำหรบั การอุทธรณห รือการโตแยง ดงั กลา วไวด วย ขอ ๑๐ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาโทษไดทำคำตัดสินเรียบรอยแลว ใหสำนักงานแจง คำตัดสินเปนหนังสือใหนักกีฬา บุคคลซึ่งสนับสนุนการกีฬา สมาคมกีฬาที่เปนตนสังกัดของนักกีฬาหรือ บุคคลซึง่ สนบั สนนุ การกีฬา ตลอดจนบคุ คลหรอื องคก รท่ีมสี ิทธอิ ทุ ธรณก รณดี ังกลาวตามประกาศคณะกรรมการ ควบคมุ การใชส ารตอ งหามทางการกฬี า เร่ือง การวินิจฉัยอุทธรณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ทราบ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาโทษมีคำตัดสินใหลงโทษนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุน การกีฬา ใหคณะกรรมการพิจารณาโทษมีคำสั่งและใหสำนักงานแจงคำสั่งนั้นใหนักกีฬาหรือบุคคลซึ่งสนับสนุน การกีฬาที่ถูกตัดสินลงโทษทราบพรอมคำตัดสินตามวรรคหนึ่ง และใหถือวาคำสั่งดังกลาวเปนสวนหนึ่งของ คำตัดสนิ ใหสำนักงานจัดทำสรุปคำตัดสินและเหตุผลประกอบคำตัดสินเปนภาษาอังกฤษ และเผยแพร ในชอ งทางทีบ่ คุ คลหรอื องคก รตามวรรคหนงึ่ สามารถเขาถงึ ได ขอ ๑๑ การประชุมคณะกรรมการพิจารณาโทษ การแจงคำตัดสินหรือคำสั่งลงโทษ อาจดำเนินการผานระบบเทคโนโลยีสื่อสารทางไกลหรือระบบอิเล็กทรอนิกสก็ได ทั้งนี้ ตองไมปรากฏ ขอ จำกดั อนั เก่ยี วกบั เทคโนโลยขี องนกั กีฬา บุคคลซง่ึ สนับสนนุ การกีฬา ขอ ๑๒ การอุทธรณคำสั่งลงโทษใหเปนไปตามประกาศคณะกรรมการควบคุมการใช สารตอ งหามทางการกฬี าวาดว ยการวินิจฉยั อุทธรณ ประกาศ ณ วนั ที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพพิ ฒั น รชั กิจประการ) รฐั มนตรีวา การกระทรวงการทอ งเที่ยวและกฬี า ประธานกรรมการควบคุมการใชส ารตองหามทางการกีฬา 468
ประกาศคณะกรรมการควบคุมการใชสารตอ งหามทางการกฬี า เรื่อง หลักเกณฑในการกำหนดโทษทางกีฬา พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เปนการสมควรหลักเกณฑการกำหนดโทษทางกีฬาสำหรับนักกีฬาหรือบุคคลซึ่ง สนับสนุนการกีฬาที่ฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑในการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามตาม กฎหมายวาดวยการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ เพื่อใหสอดคลองกับประมวลกฎ การตอตานการใชส ารตอ งหา มโลกและมาตรฐานสากล อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๒) และมาตรา ๓๓ แหงพระราชบัญญัติควบคมุ การใชสาร ตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุม การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า จึงออกประกาศไวด ังตอ ไปน้ี ขอ ๑ ประกาศนี้ใหใ ชบงั คบั ตัง้ แตว นั ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานเุ บกษาเปน ตนไป ขอ ๒ ใหค ณะกรรมการพจิ ารณาโทษกำหนดโทษทางกฬี าสำหรบั นกั กฬี าหรอื บคุ คลซง่ึ สนบั สนนุ การกฬี าทฝ่ี าฝนหรือไมป ฏบิ ตั ิตามมาตรา ๒๒ อยางหนึ่งอยางใด ดงั ตอไปน้ี (๑) ตักเตอื น (๒) หกั คะแนน (๓) ตำหนิโดยเปด เผยตอ สาธารณะ (๔) ใหผ ลการแขงขันเปน โมฆะ (๕) ตดั สิทธเิ ขา รว มการแขงขนั กฬี าภายในระยะเวลาทคี่ ณะกรรมการพจิ ารณาโทษกำหนด (๖) ตัดสทิ ธเิ ขารวมการแขง ขันกีฬาทกุ รายการตลอดชวี ิต (๗) ริบหรือเรยี กคนื รางวลั (๘) ใหชดใชค าเสียหายหรือชำระเบยี้ ปรับ (๙) ระงบั การไดร บั สทิ ธปิ ระโยชนท างการกฬี าจากรฐั ตามกฎหมายวา ดว ยการกฬี าแหง ประเทศไทย กฎหมายวา ดว ยสง เสริมกีฬาอาชีพ กฎหมายวา ดว ยกฬี ามวย และกฎหมายอื่น ในระหวา งการถูกตดั สทิ ธิ ขอ ๔ ในกีฬาประเภททีมที่ใหทำการเปลี่ยนตัวผูเลนในระหวางการแขงขันกีฬาได ในระหวางการแขงขันกีฬาระดับชาติ หากนักกีฬาในทีมตั้งแตสองคนขึ้นไปฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ คณะกรรมการพิจารณาโทษอาจกำหนดโทษทางการกีฬาตามขอ ๒ แกทีมที่มีนักกีฬาดังกลาวเขาแขงขัน เฉพาะการแขงขันในครั้งนั้นเปนสวนตางหากจากโทษทางการกีฬาที่ใชบังคับแกนักกีฬาผูฝาฝนหรือไมปฏิบัติ ตามมาตรา ๒๒ ได 469
-๒- ขอ ๕ ในกรณีที่สำนักงานพบพฤติการณรายแรงของการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามหลักเกณฑ ในการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหามขอ ๒ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) หรือ (๑๐) ของประกาศ คณะกรรมการควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา เรื่อง การกระทำการอันเปนการฝาฝนหลักเกณฑ ในการใชสารตองหามหรือวิธีการตองหาม พ.ศ. ๒๕๖๕ ใหสำนักงานเสนอคณะกรรมการพิจารณาโทษ พิจารณาเพิ่มระยะเวลาตัดสิทธิเขารวมการแขงขันกีฬาไดไมเกินสองปตามควรแกกรณีเวนแตผูฝาฝนหรือไม ปฏิบตั ติ ามไมร วู า ตนไดฝา ฝนหรอื ไมปฏบิ ตั ติ ามหลกั เกณฑด งั กลาว ประกาศ ณ วันท่ี มนี าคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพิพัฒน รัชกจิ ประการ) รฐั มนตรวี าการกระทรวงการทอ งเท่ียวและกฬี า ประธานกรรมการควบคุมการใชส ารตอ งหามทางการกฬี า 470
ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชสารตอ งหา มทางการกีฬา เร่อื ง การวินิจฉยั อุทธรณ พ.ศ. ๒๕๖๕ โดยที่เห็นเปนการสมควรใหมีการกำหนดหลักเกณฑในการวินิจฉัยอุทธรณ เพื่อใหสอดคลอง กบั ประมวลกฎการตอตา นการใชสารตองหา มโลก อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ (๔) มาตรา ๒๗ และมาตรา ๒๘ แหงพระราชบัญญัติ ควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแกไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติควบคุมการใชสารตองหามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะกรรมการควบคุม การใชส ารตอ งหา มทางการกีฬา จึงออกประกาศไว ดังตอ ไปน้ี ขอ ๑ ประกาศน้ใี หใ ชบงั คบั ตงั้ แตว ันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเปน ตน ไป ขอ ๒ ใหย กเลกิ ประกาศคณะกรรมการควบคมุ การใชส ารตอ งหา มทางการกฬี า เรอ่ื ง การวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขอ ๓ ในประกาศนี้ “ประมวลกฎการตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก” หมายความวา บทบญั ญตั แิ หง องคก รตอ ตา น การใชสารตอ งหา มโลก “มาตรฐานสากล” หมายความวา มาตรฐานสากลดานการจัดการผลการตรวจสารตองหาม ขององคก รตอตา นการใชส ารตอ งหามโลก ขอ ๔ ภายใตบ งั คบั ขอ ๑๗ ใหค กู รณหี รอื ผเู กย่ี วขอ งตามขอ ๕ ขอ ๖ หรอื ขอ ๗ มสี ทิ ธอิ ทุ ธรณ คำส่ังของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษตอคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ ขอ ๕ ใหบ คุ คลหรอื องคก รดงั ตอ ไปนม้ี สี ทิ ธอิ ทุ ธรณเ ปน หนงั สอื ตอ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณ ภายในยสี่ บิ เอด็ วนั นับจากวันที่ไดรบั แจง คำตดั สินหรอื คำสงั่ ตามขอ ๔ (๑) นักกฬี าหรอื บุคคลอน่ื ซ่ึงเปนมูลเหตุแหง คำตัดสนิ ทถี่ ูกอทุ ธรณ (๒) คูค วามอกี ฝายของกรณที ่ีมคี ำตดั สนิ ดังกลาว ขอ ๖ ใหบุคคลหรือองคกรดังตอไปนี้มีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอคณะกรรมการวินิจฉัย อทุ ธรณภ ายในยส่ี บิ เอด็ วนั นบั จากวนั ทบ่ี คุ คลหรอื องคก รดงั กลา วไดร บั สำเนาเอกสารตามทไ่ี ดร อ งขอตามวรรคสอง (๑) สหพนั ธก ีฬานานาชาติทีเ่ กี่ยวขอ ง (๒) องคก รตอตา นการใชสารตอ งหา มแหงชาติของประเทศทเี่ ปน ถน่ิ ทอ่ี ยขู องบคุ คลทไ่ี ดร บั แจง คำตัดสนิ ของคณะกรรมการพิจารณาโทษ หรือของประเทศท่ีบคุ คลดงั กลาวเปนผูม ีสญั ชาติหรือถอื ใบอนุญาต (๓) คณะกรรมการโอลมิ ปก สากลหรอื คณะกรรมการพาราลมิ ปก สากลเฉพาะในกรณที ค่ี ำตดั สนิ อาจมีผลกระทบท่เี กยี่ วกบั การแขง ขันกีฬาโอลิมปก หรือการแขง ขันกฬี าพาราลิมปก 471
-๒- เพื่อประโยชนในการใชสิทธิอุทธรณตามวรรคหนึ่ง บุคคลหรือองคกรตามวรรคหนึ่ง อาจรองขอตอสำนักงานใหจัดสงสำเนาเอกสารที่เกี่ยวกับสำนวนคำตัดสินหรือคำสั่งของคณะกรรมการ พิจารณาโทษตามขอ ๔ ได ทั้งนี้ ใหยื่นคำขอภายในสิบหาวันนับจากวันที่คณะกรรมการพิจารณาโทษ มคี ำตัดสนิ หรือคำสั่งดังกลาว ขอ ๗ ใหองคกรตอตานการใชสารตองหามโลกมีสิทธิอุทธรณเปนหนังสือตอคณะกรรมการ วนิ จิ ฉยั อทุ ธรณภ ายในยส่ี บิ เอด็ วนั นบั จากวนั ทส่ี น้ิ สดุ กำหนดระยะเวลาตามขอ ๕ และขอ ๖ หรอื ภายในยส่ี บิ เอด็ วนั นับจากวันที่องคกรตอตานการใชสารตองหามโลกไดรับสำเนาของสำนวนที่เกี่ยวกับคำตัดสินหรือคำสั่งของ คณะกรรมการพจิ ารณาโทษตามขอ ๔ ขอ ๘ ใหน กั กฬี าหรอื บคุ คลอน่ื ที่สำนกั งานส่ังพกั การแขง ขันช่ัวคราวมีสทิ ธิอุทธรณตามขอ ๔ ขอ ๙ สหพนั ธกีฬานานาชาตหิ รือสมาคมกฬี าทีเ่ กยี่ วของซ่งึ มใิ ชคูกรณีในการวินิจฉัยอุทธรณ คณะกรรมการโอลมิ ปก แหง ประเทศไทย หรอื องคก รตอ ตา นการใชส ารตอ งหา มโลก อาจสง ผแู ทนเขา รว มการประชมุ วินิจฉัยอทุ ธรณใ นฐานะผูสังเกตการณไ ด ขอ ๑๐ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณตองใหผูอุทธรณมีโอกาสในการโตแยงแสดงพยานหรือ หลักฐานเขาหักลาง และใหสิทธิที่จะไดรับการพิจารณาอยางเปนธรรมตามประมวลกฎการตอตานการใชสาร ตอ งหา มโลกและมาตรฐานสากล หากผอู ทุ ธรณม ไิ ดใ ชโ อกาสในการโตแ ยง แสดงพยานหรอื หลกั ฐานเขา หกั ลา งขอ กลา วหาภายใน ย่ีสิบเอด็ วนั ใหถ อื วาผอู ุทธรณสละสิทธิทีจ่ ะใชโ อกาสดงั กลา ว ขอ ๑๑ คณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณจะตองวินิจฉัยอุทธรณใหแลวเสร็จภายในสามสิบวัน นบั แตวันที่ไดรับหนงั สืออุทธรณ กรณีที่มีเหตุอันสมควรที่ไมอาจวินิจฉัยอุทธรณใหแลวเสร็จภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่ง ใหข ยายระยะเวลาไดอีกไมเ กินหกสิบวัน ขอ ๑๒ ในการประชมุ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณจ ะตอ งมกี รรมการทม่ี คี วามรคู วามเชย่ี วชาญ ดานการแพทย ดา นกฎหมาย และดา นกีฬาอยางนอยดานละหนึ่งคนเขา รว มประชุม ขอ ๑๓ การวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณข องคณะกรรมการวินจิ ฉยั อทุ ธรณใหถ ือเสยี งขา งมากเปน เกณฑ ขอ ๑๔ คำวินิจฉัยอุทธรณของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณจะตองทำเปนลายลักษณอักษร โดยตอ งระบุ วนั เดอื น และปท ม่ี คี ำวนิ จิ ฉยั และใหป ระธานกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณล งลายมอื ชอ่ื ทา ยคำตดั สนิ ดว ย ในคำวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณใ หร ะบสุ ทิ ธขิ องคกู รณใี นการฟอ งตอ ศาลปกครอง และระบวุ ธิ กี ารยน่ื คำฟอ งตลอดจนระยะเวลา สำหรบั ยนื่ คำฟอ งไวดว ย ขอ ๑๕ เม่อื คณะกรรมการวินิจฉยั อทุ ธรณไดว ินิจฉยั อทุ ธรณและไดท ำคำวินิจฉยั เรยี บรอยแลว ใหสำนักงานแจงคำวินิจฉัยเปนหนังสือใหผูอุทธรณ บุคคลหรือองคกรตามขอ ๕ ขอ ๖ และขอ ๗ ที่เปนผูมีสิทธิ อทุ ธรณใ นกรณดี งั กลา ว ตลอดจนสมาคมกฬี าทเ่ี ปน ตน สงั กดั ของนกั กฬี าหรอื บคุ คลอน่ื ซง่ึ เปน มลู เหตแุ หง คำตดั สนิ ทีถ่ กู อทุ ธรณท ราบ ในกรณที ค่ี ณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณว นิ จิ ฉยั ใหย กเลกิ คำสง่ั ลงโทษของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษ ใหสำนกั งานแจงคำส่ังนน้ั ใหนักกีฬาหรือบคุ คลซ่งึ สนบั สนุนการกฬี าทถ่ี กู ตัดสินลงโทษทราบพรอ มคำวนิ จิ ฉัยตาม วรรคหนึ่ง ท้ังน้ี ภายในเจ็ดวนั นบั แตว ันทีม่ ีคำวนิ ิจฉัย 472
-๓- ขอ ๑๖ การประชุมของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ การแจงคำวินิจฉัยอุทธรณอาจดำเนิน การผานระบบเทคโนโลยีสื่อสารทางไกลหรือระบบอิเล็กทรอนิกสได ทั้งนี้ ตองไมปรากฏขอจำกัดอันเกี่ยวกับ เทคโนโลยีของผูอุทธรณห รือผูเ ก่ยี วของ ขอ ๑๗ ในกรณีที่คณะกรรมการพิจารณาโทษมีคำตัดสินเกี่ยวกับการฝาฝนกฎหมายวาดวย การควบคมุ การใชส ารตองหา มทางการกีฬาทเี่ กดิ จากการเขา รว มการแขง ขนั ในมหกรรมกีฬานานาชาติ หรือเปน กรณที ี่นกั กฬี าระดับนานาชาตมิ ีสว นเกีย่ วของ ใหบ คุ คลหรอื องคกรตามขอ ๕ ขอ ๖ หรอื ขอ ๗ มีสทิ ธเิ ลือกทีจ่ ะ อทุ ธรณคำตัดสินของคณะกรรมการพจิ ารณาโทษไปยังศาลอนุญาโตตลุ าการทางการกฬี าได ในกรณีที่มีการอุทธรณไปยังศาลอนุญาโตตุลาการทางการกีฬาตามวรรคหนึ่ง หามมิให คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณร บั คำอทุ ธรณใ นกรณนี น้ั ซำ้ หรอื ซอ นอกี หากมผี ยู น่ื อทุ ธรณต อ คณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณไวกอ นหนาแลว ใหค ณะกรรมการวนิ จิ ฉัยอุทธรณยุตกิ ารพจิ ารณาและแจงใหผูย ่นื อุทธรณท ราบ ในคำสั่งไมรับอุทธรณหรือคำสั่งยุติการพิจารณาอุทธรณตามวรรคสอง ใหระบุสิทธิของคูกรณี ในการฟอ งตอ ศาลปกครอง และระบวุ ธิ ีการยน่ื คำฟอ งตลอดจนระยะเวลาสำหรบั ย่นื คำฟองไวด วย ขอ ๑๘ ในกรณีที่องคกรตอตานการใชสารตองหามโลก สหพันธกีฬานานาชาติที่เกี่ยวของ คณะกรรมการโอลิมปกสากล หรือคณะกรรมการพาราลิมปกสากล ใชสิทธิตามประมวลกฎการตอตานการใช สารตอ งหา มโลกในการอทุ ธรณค ำวนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการวนิ จิ ฉยั อทุ ธรณต อ ศาลอนญุ าโตตลุ าการทางการกฬี า ตามขอตกลงท่ีผกู พนั ระหวา งองคก รท่เี กี่ยวของ ใหสำนกั งานจัดสง สำเนาเอกสารที่เกย่ี วกบั สำนวนคำตดั สินหรอื เอกสารท่ีเกี่ยวของอื่นใดใหต ามที่ศาลอนญุ าโตตุลาการทางการกีฬารอ งขอ ประกาศ ณ วนั ที่ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ (นายพิพฒั น รชั กจิ ประการ) รัฐมนตรีวาการกระทรวงการทอ งเท่ยี วและกีฬา ประธานกรรมการควบคุมการใชสารตอ งหามทางการกฬี า 473
474
พพรระะรราาชชบบญั ญั ญญตั ัติ ิ กาสรง่ กเฬีสราิมแกหีฬง่ ปาอระาเชทีพศไพท.ยศ.พ๒.ศ๕. ๕๒๖๕๕๘ แแลละะททแ่ี ี่แกกไ้ ้ไขขเเพมิ่ เตมิ 475
พระราชบญั ญัติ สงเสรมิ กีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕56 ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ใหไ ว ณ วันท่ี 29 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕56 เปนปท ี่ 68 ในรชั กาลปจจบุ นั พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ ใหป ระกาศวา โดยทีเ่ ปนการสมควรมีกฎหมายวาดว ยการสง เสรมิ กฬี าอาชพี พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเก่ียวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๓ และมาตรา ๖๔ ของรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย บญั ญัตใิ หกระทาํ ไดโดยอาศยั อํานาจตามบทบัญญัตแิ หงกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกลา ฯ ใหตราพระราชบัญญัติขึ้นไวโดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา ดังตอไปน้ี มาตรา 1 พระราชบญั ญัตนิ ้ีเรยี กวา “พระราชบัญญตั สิ งเสรมิ กฬี าอาชพี พ.ศ. ๒๕๕๖” มาตรา ๒ 1 พระราชบัญญัตินีใ้ หใชบังคับเม่อื พน กําหนดหกสิบวันนับแตวนั ประกาศในราชกิจจา 0 นุเบกษา เปน ตน ไป มาตรา ๓ พระราชบญั ญัติน้มี ิใหใ ชบ งั คบั แกกีฬาอาชพี ท่ีมกี ฎหมายกาํ หนดการสงเสริม หรอื การคมุ ครองนักกีฬาอาชีพและบคุ ลากรซ่ึงเก่ยี วของกับกีฬาอาชพี นน้ั ไวเ ปน การเฉพาะแลว มาตรา 4 ในพระราชบญั ญัตนิ ี้ “กีฬาอาชีพ” หมายความวา กีฬาท่ีจัดการแขงขันอยางเปนระบบตามมาตรฐานสากล และมี นักกีฬาอาชีพเขารวมแขงขันกัน โดยมีรายไดจากการแขงขันตามชนิดหรือประเภทท่ีคณะกรรมการประกาศ กาํ หนด “นักกีฬาอาชีพ” หมายความวา ผูซ่ึงเลนกีฬาอาชีพเปนอาชพี “บุคลากรกีฬาอาชีพ” หมายความวา ผูตัดสิน ผูฝกสอน หรือผูทําหนาท่ีเกี่ยวของกับการ แขง ขนั กฬี าอาชีพ ทั้งนี้ ตามท่ีคณะกรรมการประกาศกาํ หนด ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ” หมายความวา บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ซึ่งจัดการ แขง ขนั กีฬาอาชพี “สมาคมกีฬาอาชีพ” หมายความวา สมาคมกีฬาที่ไดจดทะเบียนแลวตามกฎหมาย และมี วัตถุประสงคหลักเกี่ยวกบั กฬี าอาชพี หรอื การสง เสรมิ กีฬาอาชพี 1 ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๐/ตอนท่ี ๑๑๘ ก/หนา ๑/๑๖ ธนั วาคม ๒๕๕๖ การกฬี าแหงประเทศไทย 476
-๒- “สโมสรกีฬาอาชีพ” หมายความวา คณะบุคคล หรือนิติบุคคลท่ีกอตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค หลักเก่ียวกับกีฬาอาชีพหรือการสงเสริมกีฬาอาชีพ ไมวาจะเรียกช่ือวาสโมสรหรือไมก็ตาม แตไมหมายความ รวมถงึ สมาคมกฬี าอาชพี “การลมกีฬา” หมายความวา การเขาแขงขันกีฬาอาชีพโดยแสรงแพหรือโดยกระทําการ หรือไมกระทําการแขงขันกีฬาอาชีพโดยมีเจตนาทุจริต และใหหมายรวมถึงการเขาแขงขันกีฬาอาชีพโดยสมยอมกัน เพ่อื ใหผลการแขงขันเปน ไปตามทกี่ าํ หนดไวเปนการลว งหนา “กองทุน” 2 หมายความวา กองทุนพัฒนาการกีฬาแหงชาติตามกฎหมายวาดวยการกีฬา แหง ประเทศไทย “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการกีฬาอาชพี “นายทะเบียน” หมายความวา ผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทยหรือผูซึ่งผูวาการการกีฬา แหง ประเทศไทยมอบหมายเปนหนังสือ “พนักงานเจาหนาท่ี” หมายความวา ผูซ่ึงรัฐมนตรีแตงต้ังใหปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี “รฐั มนตรี” หมายความวา รัฐมนตรผี ูรกั ษาการตามพระราชบญั ญัตนิ ้ี มาตรา 5 ใหรัฐมนตรวี าการกระทรวงการทอ งเที่ยวและกฬี ารักษาการตามพระราชบัญญตั ินี้ และใหมีอํานาจแตงตั้งพนักงานเจาหนาท่ี กับออกกฎกระทรวง หรือออกระเบียบ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัติน้ี กฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศนั้น เม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใช บังคับได หมวด ๑ คณะกรรมการ มาตรา ๖ ใหมคี ณะกรรมการคณะหนงึ่ เรยี กวา “คณะกรรมการกีฬาอาชีพ” ประกอบดวย (๑) รัฐมนตรวี า การกระทรวงการทอ งเท่ยี วและกีฬาเปนประธานกรรมการ (๒) กรรมการโดยตําแหนงจํานวนหกคน ไดแก ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง การทองเท่ียวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ และผูว า การการกฬี าแหง ประเทศไทย (๓) กรรมการซ่ึงรัฐมนตรีแตงตั้งจากผูซึง่ ไดร บั เลือกใหเ ปน (ก) ผูแทนนักกีฬาอาชีพซง่ึ มาจากการเลือกกันเองของนักกฬี าอาชีพใหเ หลือส่ีคน โดยตอง เปน นกั กฬี าอาชพี ตางชนิดกนั 2 มาตรา ๔ นยิ ามคาํ วา “กองทนุ ” แกไ ขเพม่ิ เติมโดยคาํ สัง่ หัวหนา คณะรกั ษาความสงบแหงชาติ ท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เร่ือง การ สง เสริม สนบั สนนุ และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ การกีฬาแหงประเทศไทย 477
-๓- (ข) ผูแทนผูเก่ียวของกับกีฬาอาชีพจํานวนส่ีคน ไดแก ผูแทนบุคลากรกีฬาอาชีพ ผูแทน ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ ผูแทนสโมสรกีฬาอาชีพ และผูแทนสมาคมกีฬาอาชีพ ซ่ึงมาจากการเลือกกันเอง ในแตล ะฝายใหเ หลอื ฝา ยละหนง่ึ คน โดยตองเปนกีฬาอาชีพตางชนดิ กนั (๔) กรรมการผูทรงคุณวุฒิซ่ึงรัฐมนตรีแตงตั้งจากบุคคลท่ีมีความรูความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณเปนท่ีประจักษในดานตาง ๆ อันเปนประโยชนตอการสงเสริมกีฬาอาชีพจํานวนหกคน ซึ่งในจํานวนนี้ตองเปนผูทรงคุณวุฒิดานการบริหารจัดการกีฬา ดานการตลาดและระบบสิทธิประโยชน ดา นกฎหมาย และดา นสอื่ สารมวลชนเกย่ี วกับกีฬาอยางนอยดานละหนง่ึ คน ใหผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทยแตงต้ังรองผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทยคนหน่ึง เปนเลขานกุ าร มาตรา ๗ ภายใตบังคับมาตรา ๘ คุณสมบัติลักษณะตองหาม หลักเกณฑและวิธีการเลือก หรือแตง ตง้ั กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ใหเ ปนไปตามระเบยี บทีร่ ัฐมนตรกี ําหนด มาตรา ๘ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) ตองมีสัญชาติไทยและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปน้ี (๑) เปน คนไรความสามารถ หรือคนเสมอื นไรความสามารถ (๒) เปน บคุ คลลม ละลายหรือเคยเปนบุคคลลม ละลายทจุ ริต (๓) เคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดท่ีได กระทาํ โดยประมาทหรอื ความผิดลหุโทษ (๔) เปน พนักงานหรือลูกจา งของการกีฬาแหง ประเทศไทย (๕) เคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากราชการ หนวยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ หรอื จากหนวยงานเอกชนเพราะทจุ รติ ตอ หนา ที่ (๖) เคยตอ งคาํ พิพากษาถงึ ท่สี ุดวา กระทําผดิ ตามพระราชบญั ญตั ิน้ี มาตรา ๙ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละสามป และอาจไดรบั แตง ต้ังอีกไดแ ตจะดาํ รงตาํ แหนง ตดิ ตอกนั เกนิ สองวาระมิได ในกรณีท่ีกรรมการตามวรรคหนึ่งพนจากตําแหนงกอนวาระ ใหรัฐมนตรีดําเนินการเพ่ือใหมี การแตงต้ังบุคคลเปนกรรมการแทนตําแหนงท่ีวางภายในหกสิบวัน เวนแตวาระการดํารงตาํ แหนงของกรรมการผูน้ัน เหลอื ไมถ ึงหน่ึงรอยแปดสิบวัน และใหผ ูซึ่งไดรับแตง ต้ังแทนตําแหนงที่วางอยใู นตําแหนงเทากบั วาระท่ีเหลอื อยู ของกรรมการซ่งึ ตนแทน ในกรณีทก่ี รรมการตามวรรคหนงึ่ พนจากตําแหนงตามวาระ หากยังมิไดมีการแตงตั้งกรรมการ ขึน้ ใหมใหก รรมการซึ่งพนจากตําแหนงตามวาระนัน้ อยูในตําแหนงเพ่ือดําเนินงานตอไป จนกวาจะมีการแตงตั้ง กรรมการชดุ ใหม มาตรา ๑๐ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการตามมาตรา ๖ (๓) และ (๔) พน จากตาํ แหนงเมอ่ื (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) รัฐมนตรใี หอ อกเพราะบกพรองตอหนา ทีม่ ีความประพฤติเสื่อมเสยี หรือหยอ นความสามารถ (๔) ขาดคณุ สมบัตหิ รอื มีลักษณะตอ งหา มตามมาตรา ๗ หรอื มาตรา ๘ การกีฬาแหงประเทศไทย 478
-๔- (๕) ไดรับโทษจาํ คกุ โดยคําพิพากษาถงึ ที่สุดใหจ ําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิดท่ีไดกระทํา โดยประมาทหรอื ความผิดลหโุ ทษ (๖) ตองคาํ พพิ ากษาถงึ ที่สดุ วากระทาํ ผดิ ตามพระราชบัญญตั นิ ี้ ในกรณีท่ีตําแหนงกรรมการวางลง และยังมิไดดําเนินการใหไดมาซ่ึงกรรมการแทนตําแหนงท่ีวาง ใหค ณะกรรมการประกอบดวยกรรมการเทาท่ีเหลืออยู มาตรา ๑๑ คณะกรรมการมอี าํ นาจหนา ที่ดังตอ ไปนี้ (๑) เสนอนโยบาย ยุทธศาสตรและแผนแมบทเก่ียวกับการสงเสริมและพัฒนากีฬาอาชีพ ตอคณะรฐั มนตรเี พอ่ื พจิ ารณาใหความเหน็ ชอบ (๒) เสนอแนะคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการใชมาตรการทางภาษีอากร เพื่อการสงเสริมและพัฒนา กฬี าอาชีพ (๓) เสนอความเห็นหรือใหคําปรึกษาตอรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีในเรื่องอันอาจมีผลกระทบ ตอการสง เสรมิ และพฒั นากีฬาอาชพี (๔) กาํ หนดชนิดหรอื ประเภทกีฬาท่ีใหถ ือวาเปนกฬี าอาชีพตามพระราชบัญญตั ิน้ี (๕) กําหนดลักษณะหรือนิยามความหมายของการเปนผูตัดสิน ผูฝกสอน หรือผูทําหนาท่ี เกยี่ วของกับการแขง ขนั กฬี าอาชพี ซึ่งใหถ ือวา เปนบุคลากรกฬี าอาชพี ตามพระราชบัญญัตินี้ (๖) ออกระเบียบกําหนดหลักเกณฑวิธีการและเง่ือนไขในการย่ืนจดแจงการจดแจงรายการ หลักฐานการจดแจง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจง การยกเลิกหลักฐานการจดแจง การกําหนดแบบ การจดแจง การกําหนดแบบหนังสือสําคัญแสดงการจดแจง การออกหนังสือสําคัญ แสดงการจดแจงและใบแทน หรือการอ่ืนใดที่เก่ียวกับการจัดทําฐานขอมูล การเก็บรักษาขอมูล การเผยแพรขอมูลของนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ และผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ หรือการอ่ืน ที่เกยี่ วกับกฬี าอาชพี (๗) กําหนดมาตรฐานการจาง มาตรฐานการจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ มาตรฐานความปลอดภัย ใหเปน ธรรมและสอดคลอ งกบั มาตรฐานสากล (๘) ออกประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของนักกฬี าอาชพี และบุคลากรกีฬาอาชพี (๙) 3 ออกระเบียบกําหนดเงื่อนไขและมาตรการ และพิจารณาใหการคุมครอง ชวยเหลือ สงเสริม และสนับสนนุ นกั กีฬาอาชพี บคุ ลากรกีฬาอาชพี ผจู ดั การแขงขันกฬี าอาชีพ สมาคมกฬี าอาชีพและสโมสรกฬี าอาชพี (๑๐) ออกระเบียบเกีย่ วกับหลกั เกณฑวธิ กี าร และวธิ พี จิ ารณาเก่ียวกับการอุทธรณ และการรอ งทกุ ข (๑๑) วนิ จิ ฉัยอทุ ธรณวนิ จิ ฉัยเรื่องรองทุกขข องนักกฬี าอาชีพและบคุ ลากรกฬี าอาชีพ และการ ดําเนนิ การทเ่ี ก่ียวกบั การกีฬาอาชพี 3 มาตรา ๑๑ (๙) แกไขเพ่มิ เตมิ โดยคาํ ส่งั หัวหนาคณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสง เสริม สนบั สนนุ และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ การกีฬาแหง ประเทศไทย 479
-๕- (๑๒) 4 (ยกเลิก) (๑๓) 5 (ยกเลกิ ) (๑๔) ปฏิบัติการอื่นตามท่ีกฎหมายกําหนดใหเปน อาํ นาจหนาทีข่ องคณะกรรมการ หรือตามท่ี คณะรฐั มนตรีหรอื นายกรฐั มนตรมี อบหมาย มาตรา ๑๒ ใหนําบทบัญญัติวาดวยคณะกรรมการที่มีอํานาจดําเนินการพิจารณาทางปกครอง ตามกฎหมายวาดวยวิธปี ฏิบตั ิราชการทางปกครองมาใชบังคบั แกการประชุมของคณะกรรมการโดยอนุโลม มาตรา ๑๓ ใหม ีคณะกรรมการพิจารณาเรอ่ื งรองทุกขซ่งึ คณะกรรมการแตงต้ัง ประกอบดวย ประธานกรรมการและกรรมการอื่นอีกสี่คน โดยในจํานวนนี้จะตองเปนผูซ่ึงมีความรู ความเช่ียวชาญหรือมี ประสบการณดานกฎหมายอยางนอ ยหนึ่งคน คุณสมบัติลักษณะตองหาม วาระการดํารงตําแหนง และการพนจากตําแหนงของคณะกรรมการ พิจารณาเรือ่ งรองทกุ ขใหเปน ไปตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการประกาศกําหนด ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๑๒ มาใชบังคับกับการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาเร่ืองรองทุกข โดยอนุโลม มาตรา ๑๔ คณะกรรมการหรือคณะกรรมการพิจารณาเรอื่ งรองทกุ ขจะแตงตง้ั คณะอนกุ รรมการ เพ่ือพิจารณาหรือปฏิบัติการอยางหน่ึงอยางใดตามที่คณะกรรมการหรือ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องรองทุกข มอบหมายก็ได มาตรา ๑๕ ใหคณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องรองทุกข และคณะอนุกรรมการ ไดร บั เบ้ยี ประชุมและประโยชนต อบแทนอน่ื ตามทีค่ ณะรัฐมนตรีกาํ หนด มาตรา 16 6 ใหการกีฬาแหงประเทศไทยทําหนาที่เปนสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการ 5 และคณะกรรมการพิจารณาเร่ืองรองทุกข รับผิดชอบงานธุรการ งานประชุม การศึกษาวิเคราะหและรวบรวมขอมูล และกิจการตาง ๆ ทเ่ี กี่ยวกับการดําเนินงานของคณะกรรมการและคณะกรรมการพิจารณาเรื่องรองทุกข หมวด 2 สโมสรกฬี าอาชีพและสมาคมกฬี าอาชพี มาตรา 17 ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกฬี าอาชพี จดแจงการดําเนินการตอนายทะเบยี น การจดแจงตามวรรคหน่ึงอยางนอยตองมีรายละเอียดเก่ียวกับนักกีฬาอาชีพ และบุคลากร กฬี าอาชีพท่อี ยูใ นสงั กัดหรือในความดูแลของตน 4 มาตรา 11 (12) ยกเลิกโดยคําส่ังหัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เร่ือง การสงเสริม สนับสนุน และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ 5 มาตรา 11 (13) ยกเลกิ โดยคําส่งั หัวหนาคณะรักษาความสงบแหงชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เร่อื ง การสงเสรมิ สนบั สนุน และ ปฏริ ูปการกีฬาของประเทศ 6 มาตรา ๑๖ แกไ ขเพม่ิ เติมโดยคาํ สัง่ หวั หนาคณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรอื่ ง การสง เสริม สนับสนนุ และ ปฏริ ปู การกฬี าของประเทศ การกีฬาแหงประเทศไทย 480
-๖- เม่ือนายทะเบียนไดรับแบบการจดแจงและหลักฐานแลว ใหรับจดแจงและออกหนังสือสําคัญ แสดงการจดแจงใหแกผูยื่นจดแจงโดยไมชักชา เวนแตผูยื่นจดแจงดําเนินการไมถูกตองหรือครบถวน ใหนายทะเบียน แนะนําใหผูย่ืนจดแจงดําเนินการใหถูกตองและครบถวนในคราวเดียวกันภายในสิบหาวันนับแตวันท่ีไดรับแบบ การจดแจงและหลักฐานการจดแจง เมื่อไดดําเนินการถูกตองและครบถวน ใหรับจดแจงพรอมออกหนังสือสําคัญ แสดงการจดแจงใหแกผแู จง หลักเกณฑวิธีการ และเง่ือนไขการยื่นจดแจง การจดแจง รายการหลักฐานการจดแจง แบบการ จดแจง แบบหนังสือสาํ คัญ และการออกใบแทนหนังสอื สําคัญแสดงการจดแจง ใหเปนไปตามระเบียบท่ีคณะกรรมการ กําหนด มาตรา 18 เมื่อไดรับหนังสือสําคัญแสดงการจดแจงแลว สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬา อาชพี น้นั อาจใชค ําซ่ึงแสดงวา เปน กีฬาอาชพี ประกอบช่ือสโมสรหรือสมาคมก็ได สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ไดรับหนังสือสําคัญแสดงการจดแจงมีสิทธิไดรับ การชวยเหลือ การสง เสริม และการสนับสนุน ตามเงอ่ื นไขและมาตรการท่ีคณะกรรมการกําหนด รวมตลอดถึง สทิ ธปิ ระโยชนอ ่ืนท่ีกฎหมายกาํ หนด มาตรา 19 7 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพที่ไดร ับหนังสือสาํ คัญแสดงการจดแจง 6 ตามมาตรา ๑๗ ที่ประสงคจะขอรับการชวยเหลือ การสงเสริม และการสนับสนุนจาก กองทุนใหยื่นคําขอ ตอ คณะกรรมการ คุณสมบัติของผูย่ืนคําขอ หลักเกณฑวิธีการ และเงื่อนไขการยื่นคําขอ ใหเปนไปตามระเบียบ ท่คี ณะกรรมการกาํ หนด มาตรา 20 ในกรณที ี่มกี ารเปล่ียนแปลงรายละเอียดขอมูล หรอื รายการหลกั ฐานทีไ่ ดเ คยยื่น ขอจดแจงไวแลว ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพน้ันแจงการเปล่ียนแปลงตอนายทะเบียนภายใน สบิ หา วนั นับแตว นั ท่ีไดมีการเปลยี่ นแปลงน้ัน หลักเกณฑวิธีการ และเง่ือนไขการยื่นคําขอเปลี่ยนแปลง รายการหลักฐานการจดแจง การยกเลิก หลกั ฐานการจดแจง ใหเปน ไปตามระเบียบทีค่ ณะกรรมการกําหนด มาตรา 21 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดที่ไดรับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากร กีฬาอาชีพเขาอยูในสังกัดหรืออยูในความดูแล มีหนาท่ีตองจัดทําสัญญาจางหรือความตกลงรวมกัน แลวแตกรณี เปน หนังสอื ขอกําหนดในสัญญาจางหรือความตกลงรวมกันตามวรรคหน่ึง ตองเปนไปตามมาตรฐานการจาง หรือมาตรการในการคุมครองท่ีคณะกรรมการประกาศกําหนด โดยอยางนอยตองกําหนดเร่ืองช่วั โมงทํางานตามปกติ วันหยุด วันลา การเลิกจาง มาตรการดานความปลอดภัย และการคุมครองนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ การทําประกันเพื่อคุมครองชีวิต สุขภาพ และอุบัติเหตุสําหรับนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ การเยียวยารักษากรณีมีความเสียหายหรืออันตรายอันเกิดจากการบาดเจ็บในการฝกซอมหรือแขงขันกีฬาอาชีพ รายไดการแบงปนผลประโยชนระหวางสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากร กีฬาอาชีพ 7 มาตรา ๑๙ แกไ ขเพ่มิ เติมโดยคาํ สัง่ หัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสริม สนบั สนนุ และ ปฏิรูปการกีฬาของประเทศ การกีฬาแหงประเทศไทย 481
-๗- มาตรา 22 ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพออกระเบียบหรือขอบังคับ วาดวย จรรยาสําหรับนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพที่อยูในสังกัดหรืออยูในความดูแลซึ่งตองไมขัดหรือแยง กบั ประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณ เพ่ือใชบงั คบั เปนการภายในใหชดั เจน ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพกําหนดบทลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากร กฬี าอาชพี ทอ่ี ยใู นสังกัดหรืออยูในความดแู ลที่ฝาฝนระเบียบหรือขอบังคับวาดวยจรรยาตามวรรคหนึ่ง หรือไมปฏบิ ัติ ตามประมวลจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณ ระเบียบ หรือประกาศที่ออกตามพระราชบญั ญัตินี้ ในกรณีท่ีสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพไมลงโทษนักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ ตามบทลงโทษตามวรรคสอง สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพน้ันอาจถูก ตัดสิทธิตามมาตรา ๑๘ ไดท ้งั หมดหรอื เพยี งบางสว น มาตรา 23 เพื่อประโยชนในการกํากับการดําเนินการใหเปนไปตามมาตรา ๒๒ ใหสโมสร กีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพสงระเบียบหรือขอบังคับวาดวยจรรยาสําหรับนักกีฬาอาชีพ หรือบุคลากร กีฬาอาชีพท่ีอยูในสังกัดหรืออยูในความดูแลตามมาตรา ๒๒ ตอนายทะเบียนภายในหนึ่งปนับแตวันที่ไดรับ หนังสือสาํ คญั แสดงการจดแจงตามมาตรา ๑๗ ในกรณีที่ระเบียบหรือขอบังคับวาดวยจรรยาที่ไดยื่นไวตามวรรคหนึ่งเปลี่ยนแปลงไป ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพแจงการเปล่ียนแปลงนั้นเปนหนังสือตอนายทะเบียนภายในหน่ึงป นบั แตวันทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงดงั กลา ว มาตรา 24 ในกรณีที่ศาลมีคําพิพากษาถึงท่ีสุดวามีความผิดตามมาตรา ๖๔ ถึง มาตรา ๖๗ ใหสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพตัดสิทธินักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพท่ีอยูในสังกัดหรืออยู ในความดูแล ในการไดรับการเสนอช่ือเขารวมการแขงขันกีฬาอาชีพในนามสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬา อาชีพในรายการใด ๆ ตามระยะเวลาท่ีสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชพี กําหนด ซ่ึงตองไมน อ ยกวาหนึ่งป ใหนําความในวรรคสามของมาตรา ๒๒ มาใชบังคับกับกรณีท่ีสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคม กีฬาอาชีพท่ไี มล งโทษนกั กีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพตามวรรคหนึง่ โดยอนโุ ลม มาตรา 25 ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๓๔ มาใชบังคับกับกรณีที่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคม กีฬาอาชีพใดไมไดรับความเปนธรรมอันเนื่องจากการกระทําของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพอื่นดวย โดยอนุโลม มาตรา 26 ในกรณที ี่สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกฬี าอาชีพใดไมปฏิบัตติ ามระเบียบหรือประกาศ ท่ีออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือคําสั่งหรือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการ ใหคณะกรรมการมีอํานาจสั่งงดหรือระงับ การชวยเหลือ การสงเสริม และการสนบั สนุนดังกลาวไดทั้งหมดหรือเพยี งบางสว น มาตรา 27 ในการเขา รวมการแขงขันกีฬาอาชีพ ใหสโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพ มีหนาท่ีดูแลนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และบรรดากองเชียรหรือผูเขาชมการแขงขันซึ่งนิยมชมชอบ นกั กีฬาอาชีพหรอื ทีมของตนที่อยูภายในบรเิ วณสถานท่ีจัดการแขง ขันใหอยใู นความเรยี บรอยตลอดระยะเวลาที่ จดั การแขงขนั นัดทตี่ นเขารวมการแขง ขนั นนั้ มาตรา 28 บทบัญญัตใิ นหมวดน้ีเวนแตมาตรา ๒๗ ไมใหนํามาใชบังคับแกสโมสรกฬี าอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพของตางประเทศท่ีเขารวมการแขงขันในรายการการแขงขันกีฬาอาชีพท่ีจัดขึ้น ในราชอาณาจกั รเปนครงั้ คราว การกีฬาแหงประเทศไทย 482
-๘- หมวด 3 นกั กีฬาอาชพี และบคุ ลากรกีฬาอาชพี มาตรา 29 เพ่ือประโยชนในการคุมครองและสงเสริมนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพ ใหนกั กีฬาอาชพี และบคุ ลากรกีฬาอาชพี ย่ืนขอจดแจง การเปนนักกีฬาอาชพี และบุคลากรกีฬาอาชีพตอ นายทะเบียน คุณสมบัติของผูขอจดแจง หลักเกณฑวิธีการ และเง่อื นไขการยืน่ ขอจดแจงการจดแจง รายการ หลักฐานการจดแจง การเปลี่ยนรายการหลักฐานการจดแจง การยกเลิกหลักฐานการจดแจง การกําหนดแบบการจดแจง ใหเปนไปตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการกําหนด มาตรา 30 เม่ือนายทะเบียนไดรับคําขอจดแจงตามมาตรา ๒๙ แลว ใหนายทะเบียนออกบัตร ประจําตวั ใหแ กน ักกฬี าอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชพี แบบบัตรประจําตัว อายุบัตรประจําตัว และการออกใบแทนบัตรประจําตัวตามวรรคหน่ึง ใหเ ปนไปตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการกําหนด มาตรา 31 นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพท่ีไดรับบัตรประจําตัวตามมาตรา ๓๐ มีสิทธิไดรับการคุมครอง การชวยเหลือ การสงเสริม และการสนับสนุนตามเง่ือนไขและมาตรการท่ีคณะกรรมการ กาํ หนด รวมตลอดถงึ สทิ ธิประโยชนอ ่นื ที่กฎหมายกาํ หนด ใหนําบทบญั ญตั ิมาใหตนร าาํ บ๑ท๙บแญั ลญะมตั ามิ ตารตาร๒า๖๑ม๙าใแชลบะังมคาบั ตแรกาก ๒าร๖ขอมราบัใชกบ างัรคบัมุ แคกรอก งารกขาอรชรบัวยกเาหรลคือมุ กคารรอสงง กเสารรมิ ชวแยลเะหกลาอืร กสานรับสงส เนสุนรมิจาแกลกะอกงาทรุนสนแบั ลสะนกนุารจไามกปกฏองิบทัตนุ ิตาแมลระะกเาบรียไมบป หฏรบิ ือตั ปติ ราะมกราะศเบทยี่อบอกหตราอื มปพรระะกราาศชทบอ่ี ัญอกญตัตาินม้ีหพรือะคราํ ชสบั่งญัหรญือตั คนิ ํา้ี หวรนิ อื ิจคฉาํัยสขง่ัอหงครอืณคะาํ กวรนิ รจิมฉกยัารขขอองงคนณักกะกฬี รารอมาชกีพารแขลอะงบนคุกั ลกาฬี การอกาฬี ชาพี อาแชลพี ะตบาคุมลวรารกครหกนฬี ่ึงาอโดายชอพี นตโุ าลมวรรคหนง่ึ โดยอนโุ ลม มาตรา 32 ประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณจะตองมีกลไกและระบบในการดําเนินงาน เพื่อใหการบังคับใชเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ และการลงโทษในกรณีฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามตองเปนไปตาม ความรายแรงแหง การกระทาํ การจัดทําประมวลจริยธรรมและจรรยาบรรณตามวรรคหน่ึง จะตองรับฟงความ คิดเห็นของ ผมู ีสว นไดเ สียอยางกวา งขวาง มาตรา 33 ความสมั พันธระหวา งนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพกบั สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ ใหเปน ไปตามสัญญาและความตกลงรวมกันระหวางนักกีฬาอาชีพ หรือบุคลากรกีฬาอาชีพ กบั สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพท่ีตนสงั กัดหรืออยใู นความดูแล มาตรา 34 นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพผูใดเห็นวาตนไมไดรับความเปนธรรม อันเน่ืองจากการกระทําของสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพซึ่งตนสังกัดหรืออยูในความดูแล ใหผูนั้น มีสิทธิรอ งทกุ ขต อ นายทะเบียน ใหนายทะเบียนเสนอเรื่องรอ งทกุ ขภายในสิบหา วันนับแตวันที่ไดร บั เรอื่ งรอ งทุกขตอคณะกรรมการ พิจารณาเรื่องรองทุกขซึ่งคณะกรรมการแตงต้ังขึ้นตามมาตรา ๑๓ เพื่อทําหนาที่ไกลเกลี่ยหรือพิจารณาวินิจฉัย เรื่องรอ งทุกข นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ สโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ ซ่ึงไมพอใจคําวินิจฉัย ของคณะกรรมการพิจารณาเร่ืองรองทุกขตามวรรคสอง มีสิทธิอุทธรณตอคณะกรรมการไดภายในสามสิบวันนับแต วนั ทไ่ี ดรบั แจงคาํ วินจิ ฉยั ดังกลา ว การกีฬาแหง ประเทศไทย 483
-๙- หลักเกณฑวิธีการ เงื่อนไข และวิธีพิจารณาเกี่ยวกับการรองทุกขและการอุทธรณ ใหเปนไปตาม ระเบียบท่คี ณะกรรมการกาํ หนด มาตรา 35 นักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพยอมมีเสรีภาพในการรวมกลุมกันเปนองคกร เพื่อผดุงศักด์ิศรีและรักษาผลประโยชนของสมาชิก รวมท้ังการเจรจาความตกลงรวมกันกับสโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพ องคกรตามวรรคหนง่ึ เม่อื จดทะเบียนแลว ใหมีฐานะเปนนิตบิ ุคคล หลักเกณฑวิธีการ และเงื่อนไขในการรวมกลุม อํานาจหนาที่ขององคกร ความสัมพันธของ องคกรกับสมาชิกและสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ การกํากับดูแลองคกร โดยนายทะเบียน หลักเกณฑว ธิ ีการในการจดทะเบียนและการอนั จาํ เปนอืน่ ใหก าํ หนดเปนพระราชกฤษฎกี า มาตรา 36 ในกรณีที่นักกีฬาอาชีพหรือบุคลากรกีฬาอาชีพซ่ึงมิไดมีสัญชาติไทย เขามา ในราชอาณาจักรเพ่ือเลนกีฬาอาชีพหรือปฏิบัติหนาที่เกี่ยวกับกีฬาอาชีพโดยมีสัญญาจาง หรือความตกลง รวมกันกับสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ หากประสงคท่ีจะใหการกีฬาแหงประเทศไทยชวยเหลือ ประสานงาน หรืออํานวยความสะดวกในการดําเนินการตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมืองและกฎหมายวาดวย การทํางานของคนตางดาว ใหบุคคลดังกลาวหรือสโมสรกีฬาอาชีพ หรือสมาคมกีฬาอาชีพเจาสังกัดหรือดูแล แจงขอมูลเกี่ยวกับจํานวนบุคคลและระยะเวลาตามสัญญา หรือความตกลงรวมกัน หรือขอมูลอื่นอันจําเปน แกการดาํ เนนิ การน้นั ตอการกีฬาแหง ประเทศไทย ใหการกีฬาแหงประเทศไทยประสานงานและนําสงขอมูลท่ีจําเปนตอการพิจารณาอนุญาต แกผูมีอํานาจพิจารณาดําเนินการตามกฎหมายวาดวยคนเขาเมืองหรือกฎหมายวาดวย การทํางานของคนตางดาว แลว แตก รณีหรือดําเนินการอ่นื ใดตามทเ่ี หน็ สมควรแกก รณี หมวด 4 การจัดการแขงขนั กีฬาอาชีพ มาตรา 37 ในการจัดการแขงขันกีฬาอาชีพแตละรายการ ใหผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ แจงแผนการบริหารจัดการเกี่ยวกับการจัดการแขงขันซึ่งรวมถึงการแบงผลประโยชนหรือรายได ตอนายทะเบียน กอนการจัดการแขงขันตามท่ีนายทะเบียนกําหนด และจัดใหมีมาตรฐานการจัดการแขงขันกีฬาอาชีพและมาตรฐาน ความปลอดภัยสําหรับนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผูซ่ึงเก่ียวของกับการแขงขันกีฬาอาชีพ รวมท้ังผูเขาชม การแขง ขันกีฬาอาชีพ มาตรฐานการจัดการแขงขันกีฬาอาชีพและมาตรฐานความปลอดภัยตามวรรคหน่ึง ใหเปนไป ตามที่คณะกรรมการประกาศกําหนด โดยอยางนอยตองกําหนดเร่ืองที่ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพตองดําเนินการ ดงั ตอไปน้ี (๑) คคววาามมปปลลออดดภภัยยั แแลละะมมาาตตรรฐฐาานของอาคาร สถานท่ีที่จดั การแขง่ ขนั กกีฬฬาาออาาชชพี ีพททาางงเเขข้าาออก อาคารและสถานที่น้นั สง่ิ อํานวยความสะดวก สถานที่และระบบท่ีจาํ เปนตอ การควบคุม หรือดาํ เนินการจัดการ แขงขนั กีฬาอาชีพนัน้ (๒) มาตรการควบคุม ดูแล และรักษาความสงบเรียบรอยในสถานท่ีท่ีใชในการแขงขันกีฬา อาชีพหรือประกอบกิจกรรมทเ่ี กย่ี วเน่ืองกับการแขงขนั กีฬาอาชพี การกีฬาแหง ประเทศไทย 484
- ๑๐ - (๓) การสอดสองดูแลการปฏิบัติงานของบุคคลที่เก่ียวของกับการแขงขันกีฬาอาชีพ หรือการ ประกอบกิจกรรมท่ีเก่ียวเนื่องกับการแขงขันกีฬาอาชีพมิใหมีพฤติกรรมที่สรางความเสียหายแกนักกีฬาอาชีพ และบคุ ลากรกีฬาอาชีพ (๔) การจัดใหมีการตรวจสุขภาพนักกีฬาอาชีพโดยแพทยแผนปจจุบัน และรับรองดวยวา นักกีฬาอาชีพนั้นมีสุขภาพแข็งแรงเพียงพอท่ีจะเขารวมการแขงขันกีฬาอาชีพหรือประกอบกิจการท่ีเกี่ยวเนื่อง กบั การแขงขันกฬี าอาชพี ไดอยางปลอดภัย (๕) การจดั ใหม มบี ีบคุ ุคลลาากกรรททาางงกกาารรแแพพททยย อุปกรณทางการแพทยที่จาํ เปน และเหมาะสมตอ การรกั ษา สุขภาพรางกายของนักกีฬาอาชีพและบุคลากรกีฬาอาชีพอยูประจําสนามแขงขัน หรือสถานท่ีจัดกจิ กรรมกีฬาอาชีพ ตลอดเวลาทม่ี กี ารแขง ขันกีฬาอาชพี หรอื ประกอบกิจกรรมทเ่ี ก่ยี วเนื่องกบั การแขงขนั กฬี าอาชพี (๖) การอํานวยความสะดวกแกน กั กีฬาอาชพี บคุ ลากรกีฬาอาชพี และผซู ึ่งเกีย่ วของ กับการ แขง ขันกีฬาอาชีพ มาตรา 38 ในกรณีที่นายทะเบียนพบวามีการฝาฝนมาตรา ๓๗ และมีเหตุอันควรเชื่อไดวา เปนการกระทําผิดตามกฎหมายอ่ืนดวย ใหนายทะเบียนแจงผูมีหนาท่ีรับผิดชอบ หรือสงเร่ืองใหหนวยงาน ที่เกย่ี วขอ งดาํ เนนิ การตามกฎหมายตอไป มาตรา 39 ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพซ่ึงปฏิบัติตามมาตรา ๓๗ มีสิทธิไดรับการชวยเหลือ การสงเสริม และการสนับสนุน ตามเงื่อนไขและมาตรการท่ีคณะกรรมการกําหนด รวมตลอดถึงสิทธิประโยชน อ่นื ทกี่ ฎหมายกาํ หนด ใหนําบทบัญญัติมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ มาใชบังคับแกการขอรับการชวยเหลือ การสงเสริม และการสนับสนุนจากกองทุน และการไมปฏิบัติตามระเบียบหรือประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้หรือคําสั่ง หรือคําวินิจฉัยของคณะกรรมการของผูจัดการแขงขนั กีฬาอาชีพตามวรรคหน่ึง โดยอนโุ ลม หมวด 5 กองทนุ 8 (ยกเลิก) 7 มาตรา 40 9 (ยกเลิก) 8 มาตรา 41 10 (ยกเลิก) 9 มาตรา 42 11 (ยกเลิก) 10 8 หมวด ๕ กองทนุ ยกเลกิ โดยคาํ ส่ังหวั หนาคณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เร่ือง การสงเสรมิ สนับสนนุ และ ปฏิรูปการกฬี าของประเทศ 9 มาตรา 40 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาตทิ ี่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสง เสริม สนบั สนนุ และปฏริ ปู การกีฬาของประเทศ 10 มาตรา 41 ยกเลกิ โดยคาํ ส่ังหัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรอ่ื ง การสง เสรมิ สนับสนุน และปฏิรปู การกฬี าของประเทศ 11 มาตรา 42 ยกเลิกโดยคาํ ส่งั หัวหนา คณะรักษาความสงบแหงชาตทิ ี่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสริม สนบั สนนุ และปฏิรปู การกฬี าของประเทศ การกีฬาแหงประเทศไทย 485
- ๑๑ - มาตรา 43 12 (ยกเลิก) 11 มาตรา 44 13 (ยกเลิก) 12 มาตรา 45 14 (ยกเลิก) 13 มาตรา 46 15 (ยกเลิก) 14 มาตรา 47 16 (ยกเลิก) 15 มาตรา 48 17 (ยกเลิก) 16 มาตรา 49 18 (ยกเลิก) 17 มาตรา 50 19 (ยกเลิก) 18 มาตรา 51 20 (ยกเลิก) 19 หมวด 6 การยกยอ งเชิดชเู กียรติ มาตรา 52 นักกฬี าอาชพี หรอื บุคลากรกฬี าอาชีพทไี่ ดจ ดแจง ตามมาตรา ๒๙ แลว อาจไดรับ การยกยอ งเชดิ ชเู กยี รติเปนนักกีฬาอาชีพแหงชาตหิ รือบุคลากรกฬี าอาชีพแหงชาติ คุณสมบัติหลักเกณฑและวิธีการคัดเลือกนักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพ แหงชาตกิ ารประกาศยกยอง รวมตลอดถงึ ประโยชนตอบแทนซ่งึ นักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบคุ ลากรกฬี าอาชีพ แหงชาติจะไดรับจากเงินกองทุน การถูกถอด และการถูกตัดสิทธิการไดรบั ประโยชนตอบแทน ใหเปนไปตามท่ี กําหนดในกฎกระทรวง 12 มาตรา 43 ยกเลกิ โดยคาํ สั่งหวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหงชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสรมิ สนบั สนนุ และปฏริ ปู การกีฬาของประเทศ 13 มาตรา 41 ยกเลกิ โดยคาํ สัง่ หวั หนา คณะรักษาความสงบแหงชาติท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสรมิ สนบั สนนุ และปฏริ ูป การกฬี าของประเทศ 14 มาตรา 45 ยกเลิกโดยคาํ สั่งหัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ี่ ๖๓/๒๕๕๙ เรือ่ ง การสง เสริม สนับสนุน และปฏริ ปู การกฬี าของประเทศ 15 มาตรา 46 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรักษาความสงบแหงชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสรมิ สนับสนนุ และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ 16 มาตรา 47 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เร่อื ง การสง เสริม สนับสนนุ และปฏิรปู การกีฬาของประเทศ 17 มาตรา 48 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หัวหนา คณะรักษาความสงบแหงชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสง เสริม สนับสนนุ และปฏริ ปู การกฬี าของประเทศ 18 มาตรา 49 ยกเลกิ โดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรกั ษาความสงบแหง ชาติที่ ๖๓/๒๕๕๙ เรอ่ื ง การสงเสรมิ สนับสนนุ และปฏิรูป การกีฬาของประเทศ 19 มาตรา 50 ยกเลิกโดยคาํ สง่ั หวั หนา คณะรักษาความสงบแหงชาตทิ ่ี ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสงเสริม สนับสนุน และปฏริ ูป การกฬี าของประเทศ 20 มาตรา 51 ยกเลิกโดยคาํ ส่ังหัวหนา คณะรักษาความสงบแหง ชาตทิ ี่ ๖๓/๒๕๕๙ เรื่อง การสง เสรมิ สนบั สนนุ และปฏริ ูป การกฬี าของประเทศ การกีฬาแหง ประเทศไทย 486
- ๑๒ - มาตรา 53 นักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแหงชาติตองดํารงตนใหเปนแบบอยาง ทดี่ ีและรกั ษาเกยี รติความเปน นกั กีฬาอาชีพแหงชาตหิ รือบคุ ลากรกีฬาอาชีพแหง ชาติ ในกรณีที่นักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแหงชาติไมปฏิบัติตามหลักเกณฑที่กําหนด ไวในกฎกระทรวงตามมาตรา ๕๒ หรือถูกลงโทษตามกฎหมายวาดวยการควบคุมการใชสารตอ งหามทางการกีฬา ใหนายทะเบียนดําเนินการถอดผูนั้นออกจากการเปนนักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากรกีฬาอาชีพแหงชาติ และใหสิทธิในการไดรับประโยชนตอบแทนจากเงินกองทุนในฐานะท่ีเปนนักกีฬาอาชีพแหงชาติหรือบุคลากร กีฬาอาชีพแหง ชาตเิ ปนอันระงับ หมวด 7 นายทะเบยี นและพนักงานเจาหนา ที่ มาตรา 54 ในการปฏิบัติหนาที่ตามพระราชบัญญัติน้ีใหนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ มอี ํานาจ ดงั ตอ ไปนี้ (๑) เขาไปในท่ีทําการสโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพ สถานท่ีจัดการแขงขันกีฬา หรอื สถานทอ่ี น่ืนใใดดทเ่ี่เกกย่ี ีย่ ววเเนนอ่ื ่ืองงกกบั บั กกาารรจจดั ดั กกาารรแแขขง งขขนั ันกกฬี ีฬาาออาาชชพี ีพเพเพอ่ื อื่ ตตรรววจจสสออบบออาาคคาารรสถานท่ี อุปกรณการแขง ขนั กฬี า รวมทั้งเครอ่ื งมอื เครอื่ งใชและยานพาหนะท่ีใชในการจัดการแขงขันกีฬาออาาชชพี ีพหหรรอื ือกกจิ ิจกกรรรรมมกกีฬีฬาาททม่ี ่ีมีวีวัตัตถถุปุปรระะสงค เกี่ยวกบั กฬี าอาชพี ตลอดจนเอกสารหลกั ฐานตาง ๆ ท่เี ก่ียวของกบั กฬี าอาชีพ ในระหวางพระอาทิตยข้ึนถึงพระอาทติ ย ตกหรือเวลาทําการของสถานที่น้ัน เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยวามีการดําเนินการที่ฝาฝนบทบัญญัติ แหง พระราชบัญญัตนิ ี้ (2) มีหนงั สอื เรียกผูซงึ่ เกี่ยวของมาใหถ อยคาํ สง เอกสาร หรือวัตถุท่ีเก่ียวของเพื่อประกอบการ พจิ ารณาได มาตรา 55 ในการปฏิบัติหนาท่ีของนายทะเบียนหรือพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา ๕๔ ใหนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ หรือผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพ ตลอดจนบุคคลซึ่งเก่ียวของหรืออยูใน สถานที่นน้ั อํานวยความสะดวกตามสมควร มาตรา 56 ในการปฏิบัติหนาที่ นายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ตองแสดงบัตร ประจาํ ตวั ตอ บคุ คลที่เก่ียวขอ ง บตั รประจําตัวนายทะเบียนและพนักงานเจาหนา ที่ ใหเ ปนไปตามแบบท่รี ัฐมนตรีประกาศกาํ หนด มาตรา 57 ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ใหนายทะเบียนและพนักงานเจาหนาที่ เปน เจา พนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา การกีฬาแหง ประเทศไทย 487
- ๑๓ - หมวด 8 บทกําหนดโทษ สว นที่ 1 โทษทางปกครอง มาตรา 58 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไมจดแจงการดําเนินการตามมาตรา 17 วรรคหนึ่ง หรือไมแจงการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดขอมูล หรือรายการหลักฐานท่ีไดเคยยื่นขอจดแจง ไวแลวตามมาตรา 20 วรรคหนึง่ ตอ งระวางโทษปรบั ทางปกครองตั้งแตหน่ึงหมน่ื บาทถงึ หนงึ่ แสนบาท มาตรา 59 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไมจัดทําสัญญาจางหรือความตกลง รวมกันเปนหนังสือ หรือไมปฏิบัติตามมาตรฐานการจางที่คณะกรรมการประกาศกําหนดตามมาตรา 21 ตองระวางโทษปรับทางปกครองไมเกินหนึ่งแสนบาท มาตรา 60 สโมสรกีฬาอาชีพหรือสมาคมกีฬาอาชีพใดไมปฏิบัติตามมาตรา 22 มาตรา 23 หรือมาตรา 24 ตอ งระวางโทษปรับทางปกครองไมเกนิ หนึง่ แสนบาท มาตรา 61 สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพใดไมดูแลนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬา อาชีพ และบรรดากองเชียรหรือผูเขาชมการแขงขันซึ่งนิยมชมชอบนักกีฬาอาชีพ หรือทีมของตนที่อยูภายใน บริเวณสถานที่จัดการแขงขัน ใหอยูในความเรียบรอยตามมาตรา 27 ตองระวางโทษปรับทางปกครองไมเกิน หนง่ึ แสนบาท มาตรา 62 ผูจัดการแขงขันกีฬาอาชีพใดฝาฝน หรือไมปฏิบัติตามมาตรา 37 ตองระวางโทษ ปรับทางปกครองวันละไมเกินหนง่ึ หม่ืนบาท มาตรา 63 การกําหนดโทษปรับทางปกครองในสวนนี้ และการพิจารณาโทษทางปกครอง ใหคณะกรรมการคํานึงถึงความรายแรงของพฤติการณแหงการกระทําความเสียหายท่ีเกิดจากการกระทํานั้น ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ วธิ กี าร และอัตราท่คี ณะกรรมการกําหนด สวนท่ี 2 โทษอาญา มาตรา 64 ผูใดใหขอใหหรือรับวาจะใหทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดแกนักกีฬาอาชีพ หรือผูอ่ืน เพ่ือจูงใจใหนักกีฬาอาชีพกระทําการลมกีฬา ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาปหรือปรับต้ังแต สองแสนบาทถงึ หาแสนบาทหรือทั้งจําท้งั ปรบั มาตรา 65 ผูใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใดสําหรับตนเอง หรือผูอ่ืนเพ่ือใหมีการกระทําการลมกีฬา ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาปหรือปรับตั้งแตสองแสนบาทถึง หา แสนบาท หรือทงั้ จาํ ท้ังปรับ การกีฬาแหงประเทศไทย 488
- ๑๔ - มาตรา 66 ผูใดใหขอใหหรือรับวาจะใหทรัพยสินหรือประโยชนอ่ืนใดแกผูตัดสินหรือผูอ่ืน เพ่ือจูงใจใหผูตัดสินทําหนาท่ีตัดสินไมเปนไปตามระเบียบหรือกติกาการแขงขันหรือทําหนาท่ีตัดสินอยางไมถูกตอง เท่ยี งธรรม ตองระวางโทษจําคุกไมเกินหาปหรือปรบั ตั้งแตส องแสนบาทถึงหา แสนบาท หรอื ท้งั จําทัง้ ปรบั มาตรา 67 ผูตัดสินใดเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพยสินหรือประโยชนอื่นใด สําหรับตนเอง หรือผูอื่น เพื่อทําหนาท่ีตัดสินไมเปนไปตามระเบียบหรือกติกาการแขงขันหรือทําหนาท่ีตัดสินอยางไมถูกตอง เท่ียงธรรม ตองระวางโทษจําคุกตั้งแตห น่ึงปถึงสบิ ปห รือปรับต้ังแตส ามแสนบาทถึงหกแสนบาท หรอื ทั้งจาํ ทง้ั ปรับ มาตรา 68 ผูใดกระทําการอยางหน่ึงอยางใดดังตอไปน้ีตองระวางโทษจําคุกไมเกินหน่ึงเดือน หรอื ปรบั ไมเกนิ หน่ึงพันบาท หรอื ทัง้ จาํ ทัง้ ปรับ (1) ไมมาใหถอยคําหรือสงเอกสารหรือหลักฐานหรือสิ่งใดตามคําส่ังของคณะกรรมการ คณะกรรมการพิจารณาเร่ืองรองทุกข คณะอนุกรรมการ นายทะเบียน หรือพนักงานเจาหนาท่ีแลวแตกรณี โดยไมมีเหตอุ ันสมควรหรือ (๒) ขัดขวางหรือไมอํานวยความสะดวกในการปฏิบัติหนาที่ของนายทะเบียนหรือพนักงาน เจาหนาท่ตี ามมาตรา ๕๔ บทเฉพาะกาล มาตรา 69 ใหรัฐมนตรีแตงตั้งกรรมการตามมาตรา ๖ (๓) (ก) และ (ข) และ (๔) ภายใน เกาสบิ วันนับแตว นั ทีพ่ ระราชบญั ญัตนิ ี้ใชบงั คบั ในระหวางที่ยังไมมีการแตงตั้งกรรมการตามวรรคหนึ่ง ใหคณะกรรมการกีฬาอาชีพ ประกอบดวย รัฐมนตรีวาการกระทรวงการทองเท่ียวและกีฬาเปนประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวง การทองเท่ียวและกีฬา ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ผูอํานวยการสํานักงบประมาณ และผูวาการ การกีฬาแหงประเทศไทย เพื่อทําหนาท่ีคณะกรรมการไปพลางกอน โดยใหรองผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทย ซง่ึ ผวู าการการกีฬาแหงประเทศไทยแตงต้ังเปนเลขานุการ มาตรา 70 ใหโอนบรรดากิจการ เงิน และทรัพยสิน ตลอดจนสิทธิและหน้ีของกองทุนสงเสริม กีฬาอาชีพตามขอบังคับการกีฬาแหงประเทศไทยวาดวยการบริหารกองทุน การจัดหาผลประโยชนและการจัดการ กองทนุ สง เสริมกีฬาอาชพี พ.ศ. ๒๕๕๒ ไปเปนของกองทุนสงเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี มาตรา 71 ในวาระเริ่มแรก ใหคณะกรรมการกีฬาอาชีพตามมาตรา ๖๙ หรือคณะกรรมการ ตามมาตรา ๖ แลวแตกรณีทําหนาที่คณะกรรมการบริหารกองทุนไปพลางกอนจนกวาจะมีคณะกรรมการบริหาร กองทุนตามพระราชบญั ญัติน้ี มาตรา 72 สโมสรกีฬาอาชีพและสมาคมกีฬาอาชีพที่ดําเนินการอยูกอนวันท่ีพระราชบัญญัตินี้ ใชบังคับ ใหมาจดแจงการดําเนินการตอนายทะเบียนภายในเกาสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัตินี้ใชบังคับ ในระหวางน้ีมิใหน ํามาตรา ๕๘ มาใชบงั คบั มาตรา 73 มิใหนําความในมาตรา ๓๗ และมาตรา ๖๒ มาใชบังคับแกการจัดการแขงขัน กฬี าอาชพี รายการทไี่ ดดําเนนิ การไปแลว กอนวันที่พระราชบญั ญัติน้ีใชบ งั คบั และยงั ไมเสรจ็ ส้ิน การกีฬาแหง ประเทศไทย 489
- ๑๕ - มาตรา 74 ใหออกกฎกระทรวง ระเบียบหรือประกาศเพ่ือปฏิบัติการตามพระราชบัญญัติน้ี ใหแ ลว เสร็จภายในสองปน ับแตวนั ท่พี ระราชบญั ญตั ินใี้ ชบังคบั บรรดาขอบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรือคาํ สั่งของการกีฬาแหงประเทศไทยในนสสว วนนทท่ี ี่เเกกี่ยวของ กับการกีฬาอาชีพที่ใชบ ังคับอยูในวนั กอนวนั ท่ีพระราชบัญญตั ินี้ใชบงั คับ ใหยังคงใชบ ังคับตอไปเพยี งเทาท่ีไมขัด หรอื แยง กับพระราชบัญญัติน้ีจนกวาจะมรี ะเบียบ ประกาศ หรือคาํ ส่งั ตามพระราชบัญญตั ินี้ใชบังคบั ผูรบั สนองพระบรมราชโองการ ย่ิงลกั ษณ ชินวตั ร นายกรฐั มนตรี การกีฬาแหง ประเทศไทย 490
- 16 - หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับนี้คือ โดยท่ีกีฬาอาชีพเปนกิจกรรมกีฬา ที่นานา ประเทศใหความสําคัญและเปนอาชีพหนึ่งท่ีสรางรายไดใหแกนักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผูท่ี เกี่ยวของกับกีฬาอาชีพ อีกท้ังการจัดใหมีการแขงขันกีฬาอาชีพหรือกิจกรรมที่เกี่ยวเน่ืองกับกีฬาอาชีพ ยังเปน ปจจัยสงเสริมอุตสาหกรรมการทองเท่ียวและเผยแพรช่ือเสียง เกียรติภูมิของประเทศ แตปจจุบันยังไมมี กฎหมายที่สงเสริมกีฬาอาชีพใหมีมาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ และกําหนดมาตรการคุมครอง ชวยเหลือ สงเสริม สนับสนุน และพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬา อาชีพ และผูที่เกี่ยวของกับกีฬาอาชีพที่ชัดเจน จึงสมควรกําหนดใหมกี ฎหมายวาดวยการสง เสริมกีฬาอาชีพ เพอื่ กําหนดมาตรฐานดา นตาง ๆ เก่ียวกับกีฬาอาชีพ ใหสอดคลอ งกบั สากล เพอ่ื ยกระดับมาตรฐานการกีฬาอาชพี ในประเทศไทย และเพือ่ คมุ ครองชวยเหลือ สงเสริม สนับสนุน และพัฒนา นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผูที่เกี่ยวของกับกีฬาอาชีพ จึงจําเปนตองตรา พระราชบญั ญัตนิ ี้ คาํ ส่งั หัวหนาคณะรกั ษาความสงบแหงชาติท่ี ๖๓/๒๕๕๙ เร่ือง การสง เสรมิ สนับสนุน และปฏริ ูป การกีฬาของ ประเทศ 21 20 ขอ 3 ใหแกไขเพิ่มเตมิ พระราชบัญญัตสิ ง เสริมกีฬาอาชพี พ.ศ. ๒๕๕๖ ดงั ตอ ไปนี้ (๖) ใหยกเลิกหมวด ๕ กองทุน มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ แหงพระราชบัญญัติ สงเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ และใหโอนบรรดาทรัพยสิน หนี้สิน ภาระผูกพัน สิทธิหนาท่ี รวมท้ังพนักงาน และลูกจางของกองทุนสงเสริมกีฬาอาชีพตามพระราชบัญญัติสงเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ไปเปนของ กองทุนพัฒนาการกีฬาแหงชาติตามพระราชบัญญัติการกีฬาแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ทั้งน้ี ใหสิทธิ และหนา ท่ขี องพนักงานหรือลกู จา งยังคงเปน ไปตามที่กาํ หนดไวในสญั ญาจา ง ขอ ๔ ใหบรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ คําส่ัง หรือหลกั เกณฑข องคณะกรรมการกฬี า มวยตามพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. ๒๕๔๒ ในสวนท่ีเก่ียวกับกองทุนกีฬามวย และของคณะกรรมการ บริหารกองทุนสงเสริมกีฬาอาชีพและกองทุนสงเสริมกีฬาอาชีพ ตามพระราชบัญญัติสงเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ๒๕๕๖ ที่ใชบงั คับอยูในวันกอ นวันที่คําส่ังนี้ใชบังคับ ใชบงั คับไดตอไปเทาท่ไี มขัดหรือแยงกับกฎกระทรวง ระเบยี บ ประกาศ คําส่ัง หลักเกณฑว ิธีการ หรอื เงื่อนไข ท่ีคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ ตามพระราชบญั ญัติการ กฬี าแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ กําหนด ขอ 5 ใหการกฬี าแหง ประเทศไทยดําเนินการแกไ ขกฎหมายที่เก่ยี วของ เพ่ือใหเปนไปตามมติ คณะรัฐมนตรีเม่ือวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๘ เร่ือง ความคืบหนาและการดําเนินการ เพ่ิมเติมตามมติคณะรัฐมนตรี วันท่ี ๒๗ มกราคม ๒๕๕๘ พระราชบัญญัตกิ ารบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ และคาํ ส่งั นี้ใหแลวเสรจ็ ภายในสอง เดอื นนบั แตวนั ทคี่ าํ ส่ังนม้ี ผี ลใชบ งั คับ ขอ 6 ในกรณีเห็นสมควร นายกรฐั มนตรีหรอื หนวยงานของรัฐที่เก่ียวของอาจเสนอใหคณะรักษา ความสงบแหง ชาตแิ กไ ขเปลีย่ นแปลงคําสัง่ นี้ได ขอ ๗ คาํ สง่ั นใี้ หใชบ ังคบั ตั้งแตว ันประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปนตนไป 21 ราชกิจจานเุ บกษา เลม ๑๓๓/ตอนพเิ ศษ ๒๓๘ ง/หนา ๖/๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๙ 491
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 541
Pages: