Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมกฎหมายที่เกี่ยวกับการกีฬาแห่งประเทศไทย

รวมกฎหมายที่เกี่ยวกับการกีฬาแห่งประเทศไทย

Published by Treerayut Songsin, 2022-07-01 15:12:31

Description: รวมกฎหมายที่เกี่ยวกับการกีฬาแห่งประเทศไทย

Search

Read the Text Version

-6- ขอ ๒๐ ในวันลงคะแนน ใหประธานอนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน เปดการลงคะแนน ต้ังแตเวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา โดยเปดหีบบัตรลงคะแนนในที่เปดเผยแสดงใหผูมีสิทธิ ลงคะแนนซ่ึงอยู ณ สถานที่เลือก เห็นวาหีบบัตรลงคะแนนเปนหีบเปลา แลวใหทําการบันทึกการดําเนินการ ดงั กลา ว โดยใหผมู สี ทิ ธิลงคะแนนไมน อยกวาสองคนซง่ึ อยู ณ สถานทเ่ี ลอื กในขณะนนั้ ลงลายมือชื่อในบนั ทึกดวย ขอ ๒๑ การลงคะแนนใหล งคะแนนโดยวิธีการลงคะแนนลับ ในการลงคะแนน ใหผูมีสิทธิลงคะแนนไปแสดงตนตออนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือก และตรวจนับคะแนนโดยแสดงหลักฐานการเปน นายกสมาคมกีฬาที่ใชค าํ วา “แหง ประเทศไทย” ใหอนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนนตรวจสอบรายช่ือในบัญชีรายช่ือ ผมู ีสิทธิลงคะแนน และใหผูมีสิทธลิ งคะแนนลงลายมอื ช่ือในบัญชีรายชื่อผมู ีสิทธลิ งคะแนน แลวใหอนุกรรมการ ประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนมอบบัตรลงคะแนนท่ีมีลายมือช่ือของประธานกรรมการดําเนินการ เลือกกํากบั เปน หลักฐานใหแกผนู ั้นเพื่อไปลงคะแนน ผมู ีสทิ ธลิ งคะแนนตอ งมาใชสิทธิดว ยตนเอง จะมอบใหผ ูอ น่ื มาใชส ิทธิแทนไมไ ด ขอ ๒๒ เมื่อผูมีสิทธิลงคะแนนไดรับบัตรลงคะแนนแลว ใหไปยังคูหาลงคะแนนท่ีวางคูหาละ หน่ึงคน โดยใหทําเคร่ืองหมายกากบาทในบัตรลงคะแนนในชองทําเครื่องหมายใหตรงกับหมายเลขประจําตัว ผูสมัครรับเลือกซ่ึงตนตองการเลือกเพียงหมายเลขเดียว หรือในกรณีที่ผูมีสิทธิลงคะแนนไมประสงคจะ ลงคะแนน ใหทําเครื่องหมายกากบาทในชองทําเคร่ืองหมาย “ไมลงคะแนน” แลวพับบัตรลงคะแนนเพ่ือมิให ผูอ่ืนทราบวาตนลงคะแนนใหแกผูใด แลวนําบัตรลงคะแนนน้ันใสลงหีบบัตรลงคะแนนดวยตนเองตอหนา อนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนแลวออกไปจากสถานท่ีลงคะแนน ทั้งน้ี ตองลงคะแนน ใหแ ลว เสรจ็ ภายในเวลาอนั สมควร ขอ ๒๓ ผูมีสิทธิลงคะแนนจะนําโทรศัพท อุปกรณสื่อสาร อุปกรณบันทึกภาพ หรืออุปกรณอื่น ใดในลักษณะเดยี วกนั เขาไปในสถานที่ลงคะแนนไมไ ด ในขณะลงคะแนน ผูมีสิทธิลงคะแนนจะกระทําดวยประการใด ๆ เพื่อสรางหลักฐานการลงคะแนน ของตนไมไ ด ขอ ๒๔ เมื่อถึงเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา ใหประธานอนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับ คะแนนประกาศปดการลงคะแนน เชน กลาววา “บัดน้ีถึงเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกาแลว ใหปดการลงคะแนน”ถามี ผมู ีสทิ ธิลงคะแนนซ่งึ ประสงคจะลงคะแนนไดมาอยูในสถานที่ลงคะแนนแลวกอนเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา ใหดาํ เนินการ มอบบตั รลงคะแนนตามขอ ๒๑ ใหแกผนู ้ันและเม่ือผูมีสิทธลิ งคะแนนน้ันลงคะแนนเสร็จสิ้นแลว ใหค ณะอนุกรรมการ ประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนนลงลายมือชื่อในปายสําหรับปดชองใสบัตรลงคะแนน และนําปาย ดังกลาวไปปด บนหบี บัตรลงคะแนน ขอ ๒๕ ใหคณะอนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนนําบัตรลงคะแนน ที่เหลือมานับใหทราบจํานวนและทําเคร่ืองหมายโดยเจาะบัตรลงคะแนนที่เหลือทุกบัตรหรือกระทําดวยวธิ ีการอื่นใด ท่ีสามารถปองกันมิใหใชบัตรลงคะแนนท่ีเหลืออยูได แลวทํารายงานเก่ียวกับจํานวนผูมาใชสิทธิลงคะแนน และจํานวนบัตรลงคะแนนท่ีเหลือเมอื่ เสร็จสน้ิ การลงคะแนนแลว และใหลงชือ่ กาํ กับรายงานนัน้ ไว จํานวนสามชุดเพ่ือ 42

-8- (๑) ปด ประกาศไว ณ สถานท่ลี งคะแนน (๒) สง ใหค ณะกรรมการดําเนนิ การเลอื ก (๓) เก็บไวเปน หลักฐาน หมวด ๔ การตรวจนับคะแนน ขอ ๒๖ เมื่อปดการลงคะแนนแลว ใหคณะอนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับ คะแนนดําเนินการตรวจนับคะแนน ณ สถานที่ตรวจนับคะแนนโดยเปดเผยตอหนาผูซึ่งอยูในสถานท่ีตรวจนับ คะแนนและบรเิ วณโดยรอบสถานท่นี ั้น และใหดําเนินการจนแลวเสรจ็ ในรวดเดียวภายในเวลา ๑๗.๐๐ นาฬิกา ของวันเลือก โดยหามมใิ หเลอ่ื นหรอื ประวิงการตรวจนับคะแนน ขอ ๒๗ ในกรณีที่ผูสังเกตการณกระทําการอันเปนอุปสรรคแกการตรวจนับคะแนนหรอื การ ปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน ใหประธานอนุกรรมการประจํา สถานทีเ่ ลือกและตรวจนบั คะแนนมอี ํานาจสงั่ ใหผ นู ้ันออกไปจากสถานทส่ี ังเกตการณได ขอ ๒๘ ในการตรวจนับคะแนน ใหคณะอนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนน เปดหีบบตั รลงคะแนน แลว ดาํ เนินการตรวจนับคะแนนตามลาํ ดับ ดงั ตอไปน้ี (๑) อนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนนคนที่หน่ึง มีหนาที่หยิบบัตรลงคะแนน ทลี ะฉบับและคลบี่ ัตรสง ใหอนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนนคนท่สี อง (๒) อนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนท่ีสอง มีหนาที่วินิจฉัยบัตรลงคะแนน และอานผลการลงคะแนน (๓) อนุกรรมการประจําสถานทเ่ี ลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สาม มีหนาท่ีเจาะบตั รลงคะแนนที่ได วินิจฉัยและอานผลการลงคะแนนจากอนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนนคนท่ีสอง แลวใสลง ในภาชนะทเี่ ตรยี มไวส าํ หรบั ใสบัตรเสยี บตั รดี และบตั รทีไ่ มป ระสงคลงคะแนน แลวแตกรณี (๔) อนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สี่ มีหนาที่ขานทวนคะแนน และขีดคะแนนในบันทึกการตรวจนับคะแนน โดยตองใหบุคคลทั่วไปท่ีอยูในบริเวณโดยรอบสถานท่ีตรวจนับคะแนน เหน็ การขดี คะแนนอยางชัดเจน อนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนท่เี หลือมีหนาท่ีชวยเหลือ อํานวยความสะดวก และคอยสับเปล่ียน ในการปฏบิ ัติหนาท่กี บั อนุกรรมการประจาํ สถานท่ีเลือกและตรวจนบั คะแนนที่ปฏบิ ตั ิหนาท่ีอยู ขอ ๒๙ บตั รลงคะแนนตอ ไปนี้ ใหถือเปนบัตรเสยี และไมใ หน ับคะแนน (๑) บัตรที่มิใชบัตรฉบับที่อนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนมอบให หรือบตั รทไ่ี มม ลี ายมือช่ือของประธานกรรมการดําเนนิ การเลอื กกํากับเปนหลักฐาน (๒) บตั รทเ่ี ขียนเครือ่ งหมายกากบาทในชองหมายเลขประจาํ ตัวผสู มัครรับเลอื กเกนิ หน่ึงเครอื่ งหมาย (๓) บัตรทม่ี ิไดเ ขยี นเครื่องหมายกากบาทในชอ งหมายเลขประจําตัวผสู มัครรบั เลอื กเลย 43

-7- (๔) บัตรท่ีเขียนเครื่องหมายอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาทในชองหมายเลขประจําตัวผูสมัคร รบั เลือก (๕) บัตรท่ีเขียนเครื่องหมายกากบาทในชองหมายเลขประจําตัวผูสมัครรับเลือกที่ตาย หรือขาด คุณสมบัติหรือมลี ักษณะตองหาม ตามท่ีไดปด ประกาศไวตามขอ ๑๗ (๖) บัตรท่ีเขียนเครื่องหมายในชองหมายเลขประจําตัวผูสมัครรับเลือกไมชัดเจนจนไมสามารถ ทราบเจตนาอันแทจริงของผเู ลือกได ขอ ๓๐ ใหประธานอนุกรรมการประจาํ สถานท่ีเลอื กและตรวจนับคะแนนสลกั หลังบัตรเสยี วา “เสยี ” และลงลายมือชอื่ กาํ กับไว หมวด ๕ การประกาศผลการเลอื กกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาท่ีใชค ําวา “แหงประเทศไทย” ขอ ๓๑ เมื่อเสร็จส้ินการตรวจนับคะแนน ใหคณะอนุกรรมการประจําสถานที่เลอื กและตรวจ นับคะแนนประกาศผลการตรวจนับคะแนน ณ สถานท่ีตรวจนับคะแนน และใหจัดทําบัญชีรายช่ือผูไดรับเลือก โดยเรียงลําดับผูไดรับคะแนนมากท่ีสุดจนถึงผูไดรับคะแนนนอยที่สุด และใหผูไดรับคะแนนมากท่ีสุดเปนผูไดรับ เลือก ในกรณีท่ีมีผูไดรับคะแนนมากที่สุดเทากัน ใหประธานกรรมการดําเนินการเลือกจับสลาก โดยเปดเผย เพื่อใหไดผรู บั เลอื กจาํ นวนหนง่ึ คน และจดั เรียงลําดับผทู ไ่ี มไดร บั เลือกเปน ลาํ ดบั ถดั ไป ในกรณีที่มีผูไดรับคะแนนลําดับอ่ืนเทากัน ใหประธานกรรมการดําเนินการเลือกจับสลาก โดยเปดเผย เพอื่ จัดเรียงลาํ ดบั ในระหวางผไู ดรบั คะแนนเทากัน ใหคณะอนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนนเก็บบัตรลงคะแนนที่ใชตรวจนับ คะแนนใสซองปดผนึกโดยลงลายมือชื่อคณะอนุกรรมการประจําสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนนกํากับไวบนซอง และแยกเก็บบัตรเสียหรือบัตรลงคะแนนที่เหลือไวตางหาก และเก็บบัตรลงคะแนนท้ังหมดไวดวยกันในหีบบัตร ลงคะแนน โดยปด หีบบตั รลงคะแนนใสกุญแจไว แลว สง มอบใหคณะกรรมการดําเนนิ การเลือกเพื่อดําเนินการตอไป ขอ ๓๒ เมื่อคณะอนุกรรมการประจําสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนประกาศผลการตรวจนับ คะแนนแลว ถาผูมีสิทธิลงคะแนนเห็นวาการลงคะแนนหรือการตรวจนับคะแนนเปนไปโดยไมถูกตองหรือไมชอบ ดว ยกฎหมาย ใหม ีสทิ ธฟิ อ งคดตี อศาล ขอ ๓๓ ในกรณีท่ีผูม ีสิทธิลงคะแนนเห็นวาผูไดรับเลือกเปนผูขาดคณุ สมบัตหิ รอื มลี ักษณะตองหาม ตามท่ีกาํ หนดไวในขอ ๑๐ ใหมสี ทิ ธิยื่นคําคดั คานตอคณะกรรมการดําเนินการเลือกภายในสามวนั นบั แตว ันเลือก เม่ือคณะกรรมการดําเนินการเลือกไดรับคําคัดคานแลว ใหดําเนินการพิจารณาวินิจฉัยสั่งการ ใหแ ลว เสร็จภายในสามวัน คาํ วนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการดาํ เนินการเลือกใหเปน ที่สุด 44

-9- ขอ ๓๔ ในกรณีท่ีไมมีการคัดคานตามขอ ๓๓ ใหคณะกรรมการดําเนินการเลือกประกาศผลการ เลือก แลวสง รายชอื่ ผไู ดรบั เลอื กในลําดบั แรกและรายงานผลการเลือกตอรัฐมนตรีภายในสีว่ ันนับแตว นั ลงคะแนน ในกรณีท่ีมีการคัดคาน ใหคณะกรรมการดําเนินการเลือกรอการประกาศผลการเลือกไวจนกวา จะวินิจฉัยคําคัดคานแลวเสร็จ ในกรณีท่ีคําคัดคานฟงไมข้ึนใหจัดสงรายช่ือผูไดรับเลือกในลําดับแรกและรายงานผล การเลือกตอ รฐั มนตรีภายในสามวันนับแตว ันท่ีไดว นิ ิจฉยั ขอ ๓๕ ในกรณีที่ปรากฏขอเท็จจริงตอคณะกรรมการดําเนินการเลือกวา ผูไดรับเลือก ในลําดับแรกตาย หรือเปนผูขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามที่กําหนดไวในขอ ๑๐ ใหคณะกรรมการ ดําเนนิ การเลอื กนาํ รายชื่อผูไดร ับเลือกในลําดับถัดไปเสนอตอรฐั มนตรเี พื่อดาํ เนนิ การตอ ไป ในกรณีที่ผูไดรับเลือกในลําดับถัดมาตาย หรือเปนผูขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหาม ตามท่ีกําหนดไวในขอ ๑๐ ใหคณะกรรมการดําเนินการเลือกนําชื่อผูไดรับเลือกในลําดับถัดไปอีกเสนอตอ รัฐมนตรี ใหคณะกรรมการดําเนินการเลือกสงชื่อผูไดรับเลือกตามวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง แลวแตกรณี ตอ รัฐมนตรภี ายในระยะเวลาท่กี ําหนดไวใ นขอ ๓๔ ขอ ๓๖ เม่ือรัฐมนตรีไดประกาศรายช่ือผูไดรับเลือกเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาท่ีใชคําวา “แหงประเทศไทย” แลว ใหบัญชีรายชื่อผูไดรับเลือกตามขอ ๓๑ เปนอัน ยกเลิกไป ขอ ๓๗ เม่ือรัฐมนตรีไดประกาศรายช่ือผูไดรับเลือกเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาท่ีใชคําวา “แหงประเทศไทย” แลว หากไมมีการฟองคดี คณะกรรมการดําเนินการเลือก จะทําลายบัตรลงคะแนนหรือเอกสารอ่ืนที่เกยี่ วของก็ได บทเฉพาะกาล ขอ ๓๘ การเลือกกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคําวา “แหงประเทศไทย” ตามมาตรา ๑๔ (๕) แหงพระราชบัญญัติการกีฬาแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ เปนวาระแรก หากสมาคมกีฬาที่ใชคําวา “แหงประเทศไทย” ใดยังไมมีนายกสมาคมกีฬาท่ีใชคําวา “แหงประเทศไทย” ตามกฎหมาย ใหผูปฏิบัติหนาที่นายกสมาคมกีฬาท่ีใชคําวา “แหงประเทศไทย” ตามขอบังคับของสมาคมกีฬา นั้น เปนผูมีสิทธิลงคะแนนเลือกกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาใชคําวา “แหงประเทศไทย” โดยแสดงหลักฐานการเปนผูปฏิบัติหนาท่ีนายกสมาคมกีฬาท่ีใชคําวา “แหงประเทศไทย” ตอ คณะกรรมการดําเนนิ การเลอื กและคณะอนุกรรมการประจาํ สถานท่ีเลือกและตรวจนบั คะแนน ประกาศ ณ วนั ที่ 4 กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ กอบกาญจน วัฒนวรางกรู รัฐมนตรวี า การกระทรวงการทอ งเทยี่ วและกีฬา 45

แบบ คกก. ๑ รปู ถาย ขนาด ฃ ใบสมัคร ๔x๖ เซนตเิ มตร รับเลือกเปน กรรมการการกีฬาแหง ประเทศไทย ประเภทผูแทนสมาคมกฬี าท่ีใชค ําวา “แหงประเทศไทย” ใบสมคั รเลขท่ี ...................... (สําหรับเจาหนาทก่ี รอก) ๑. ขา พเจา นาย/นาง/นางสาว................................................................................................... สัญชาต.ิ ..............อาย.ุ ..........ป บตั รประจําตวั ..............................................เลขท.่ี ............................................... ออกใหโ ดย..........................................................................ณ................................................................................ อยบู านเลขท่ี...................หมูท.ี่ .............ตรอก/ซอย........................................ถนน................................................ ตําบล/แขวง..........................................อาํ เภอ/เขต........................................จงั หวัด........................................... รหัสไปรษณยี . .......................................e-mail..................................................................................................... โทรศพั ท................................................................................โทรสาร.................................................................... ๒. ขาพเจาขอใหสงเอกสารและขอมูลตาง ๆ ท่ีเกี่ยวของกับการดําเนินการเลือกกรรมการ การกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแ ทนสมาคมกฬี าใชค ําวา “แหงประเทศไทย” ในสว นท่ีเกี่ยวของกับขาพเจา ไปยังสถานที่ต้ังสํานักงานใหญของสมาคมกีฬาใชคําวา “แหงประเทศไทย” ท่ีขาพเจาดํารงตําแหนงนายกสมาคมกีฬา ตาม ๓. ตามทปี่ รากฏในทะเบยี นของนายทะเบียนกลางสมาคมกฬี า ๓. ปจจุบันเปนนายกสมาคมกีฬาที่ใชค ําวา “แหง ประเทศไทย”............................................... .............................................................................................................................................................................. โดยดาํ รงตําแหนงนายกสมาคมกฬี าทใ่ี ชคําวา “แหง ประเทศไทย” ขางตน เม่อื ................................................... และจะพน วาระการดํารงตาํ แหนง เม่ือ................................................................................................................... ๔. ขาพเจาขอยืนยันและรบั รองวา มีคุณสมบตั ิและไมมีลกั ษณะตองหาม ดงั ตอไปน้ี ๔.๑ มสี ัญชาติไทย ๔.๒ อายุไมเ กินหกสิบหาปบ รบิ รู ณในวันสมัคร ๔.๓ ไมเ ปนบคุ คลลม ละลาย หรอื ไมเคยเปนบคุ คลลมละลายทุจริต ๔.๔ ไมเคยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงท่ีสุดใหจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับความผิด ทไี่ ดกระทําโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ ๔.๕ ไมเ ปนบุคคลวิกลจรติ หรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ ๔.๖ ไมเคยตองคําพิพากษาหรือคําสั่งของศาลใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินเพราะร่ํารวย ผิดปกติ หรือมที รพั ยส ินเพิ่มขึน้ ผิดปกติ ๔.๗ ไมเปนสมาชกิ สภาผแู ทนราษฎร สมาชกิ วฒุ ิสภา สมาชิกสภาทองถ่ิน หรือผูบริหารทอ งถน่ิ ๔.๘ ไมเ ปนขาราชการการเมือง เวนแตเ ปน การดาํ รงตําแหนงกรรมการตามบทบญั ญัติ แหงกฎหมาย ๔.๙ ไมเปนผดู าํ รงตาํ แหนง ใดในพรรคการเมือง หรือเจาหนาทขี่ องพรรคการเมอื ง ๔.๑๐ ไมเ คยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากงาน เพราะทจุ ริตตอ หนาท่ี ๔.๑๑ ไมเปน กรรมการ หรือผบู ริหาร หรือผูม ีอํานาจในการจัดการ หรือมีสว นไดเ สยี ในนติ บิ ุคคล ซง่ึ เปนผูรวมทนุ หรือมปี ระโยชนไ ดเ สียเก่ยี วของกับกิจการของการกฬี าแหงประเทศไทย 46

-2- เวน แตเ ปน ประธานกรรมการ กรรมการ หรือผูบ ริหารโดยการมอบหมายของ การกฬี าแหง ประเทศไทย ๔.๑๒ ไมเปนผูดํารงตําแหนงกรรมการในรัฐวิสาหกิจอื่นเกินกวาสองแหง ทั้งน้ี ใหนับรวม การเปนกรรมการโดยตําแหนง และการไดรับมอบหมายใหป ฏิบัตริ าชการแทนในตําแหนง กรรมการดวย ๔.๑๓ ไมเ ปนพนักงานหรือลกู จางของการกีฬาแหง ประเทศไทย ๕. พรอ มกับใบสมัครน้ี ขา พเจา ไดแ นบเอกสารหลักฐาน ดงั ตอไปน้ี ๕.๑ สาํ เนาบตั รประจาํ ตวั ประชาชนหรือบัตรอน่ื ท่ที างราชการออกให ๕.๒ ภาพถายสาํ เนาทะเบยี นบา น ๕.๓ รูปถายหนาตรงไมสวมหมวกขนาด ๔ x ๖ เซนติเมตร ถายมาแลวไมเกินหกเดือน นับถงึ วนั สมคั ร จํานวนสองรปู ๕.๔ รปู ถายหนาตรงไมสวมหมวกขนาด ๔ x ๖ นวิ้ ถา ยมาแลวไมเกินหกเดือนนบั ถึงวันสมคั ร จาํ นวนสองรปู ๕.๕ หลักฐานแสดงการเปนนายกสมาคมกีฬาท่ใี ชคาํ วา “แหง ประเทศไทย” ทนี่ ายทะเบียนกลาง สมาคมกีฬาออกให ๕.๖ เอกสารและหลักฐานอ่นื ๆ ประกอบการสมัคร ไดแก ขา พเจาขอรับรองวาขาพเจาเปนผูมีสิทธิสมคั รรบั เลือกเปนกรรมการการกฬี าแหงประเทศไทย ประเภทผูแ ทนสมาคมกฬี าใชค ําวา “แหงประเทศไทย” โดยมีคณุ สมบัติและไมมีลกั ษณะตอ งหามตามทก่ี ําหนด ไวใ นระเบียบนี้ทกุ ประการ (ลงชอ่ื ).........................................................................ผูสมัครรับเลือก (.......................................................................) ย่ืน ณ วนั ที่...........เดอื น ................................. พ.ศ. …........ 47

ระเบยี บกระทรวงการทอ งเทย่ี วและกฬี า วา ดวยหลักเกณฑแ ละวธิ ีการเลอื กกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย ประเภทผูแ ทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยที่เปนการสมควรกำหนดหลักเกณฑและวิธีการเลือกกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย ประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหง จงั หวัด อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ วรรคสาม แหงพระราชบัญญตั กิ ารกีฬาแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีวาการกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา จงึ ออกระเบยี บไว ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกระทรวงการทองเที่ยวและกีฬา วาดวยหลักเกณฑ และวิธกี ารเลือกกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทยประเภทผูแ ทนสมาคมกีฬาแหงจังหวดั พ.ศ. ๒๕๕๘” ขอ ๒๑ ระเบียบนใี้ หใชบ งั คบั ตั้งแตว นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปนตน ไป ขอ ๓ ในระเบียบน้ี “คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื ก” หมายความวา คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กกรรมการการ กีฬาแหง ประเทศไทยประเภทผูแ ทนสมาคมกฬี าแหงจังหวัด “ประธานกรรมการดำเนนิ การเลอื ก” หมายความวา ประธานกรรมการดำเนนิ การเลอื กกรรมการ การกีฬาแหง ประเทศไทยประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหง จังหวดั “กรรมการดำเนินการเลือก” หมายความวา กรรมการดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬา แหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจงั หวดั “คณะอนกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนน” หมายความวา คณะอนกุ รรมการ ประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนในการเลอื กกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทยประเภทผแู ทนสมาคมกฬี า แหงจงั หวัด “อนกุ รรมการประจำสถานท่ีเลือกและตรวจนับคะแนน” หมายความวา อนกุ รรมการประจำ สถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนในการเลือกกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬา แหงจงั หวดั หมวด ๑ คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กกรรมการการกฬี าแหงประเทศไทย ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหง จังหวัด ขอ ๔ เพื่อใหการเลือกกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬา แหงจังหวัดดำเนินไปดวยความเรียบรอย ใหรัฐมนตรีแตงตั้งคณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการการกีฬา แหงประเทศไทยประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหง จังหวัดขึน้ คณะหนึง่ ประกอบดวยประธานกรรมการดำเนนิ การ เลือกหน่งึ คน และกรรมการดำเนินการเลือกอีกจำนวนไมเ กนิ หกคน ๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม ๑๓๒/ตอนที่ ๑๒๓ ง/หนา ๑๒/๑๐ กันยายน ๒๕๕๘ 48

-๒- ขอ ๕ ประธานกรรมการดำเนินการเลือกและกรรมการดำเนินการเลือกตองไมเปนนายก สมาคมกีฬาแหงจงั หวัด กรรมการสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั หรือผูดำรงตำแหนงอนื่ ในสมาคมกฬี าแหงจงั หวัด ขอ ๖ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกมีอำนาจหนาที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก กรรมการการกีฬาแหง ประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกฬี าแหงจงั หวดั อำนาจหนาทเ่ี ชนวา น้ี ใหร วมถึง (๑) จัดทำรายชอ่ื นายกสมาคมกีฬาแหง จงั หวดั ผมู สี ิทธลิ งคะแนน และผมู สี ทิ ธสิ มคั รรับเลือก (๒) ดำเนินการรับสมัครรบั เลือก (๓) ตรวจสอบคณุ สมบัตแิ ละหลักฐานการสมัครรบั เลือก (๔) ประกาศรายชื่อผสู มคั รรับเลอื กและผูมีสิทธิลงคะแนน (๕) กำหนดรปู แบบบตั รลงคะแนนทม่ี รี ายละเอยี ดเกย่ี วกบั ชอ งลงคะแนน รายชอ่ื ผสู มคั รรบั เลอื ก และหมายเลขประจำตัวผสู มคั รรบั เลอื ก (๖) กำหนดรปู แบบ ลักษณะ และรายละเอียดของเอกสารทจ่ี ำเปนตอ งใชในการเลือก (๗) พจิ ารณาตดั สทิ ธลิ งคะแนนของผูมีสิทธลิ งคะแนนทีฝ่ าฝน หรือไมป ฏิบตั ิตามระเบยี บน้ี (๘) ประกาศผลการเลือก (๙) แตงตั้งคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน หรือคณะอนุกรรมการ อน่ื เพื่อชว ยดำเนินการตามระเบียบนี้ ใหน ายทะเบยี นกลางสมาคมกฬี า นายทะเบยี นสมาคมกฬี าประจำกรงุ เทพมหานคร หรอื นายทะเบยี น สมาคมกฬี าประจำจงั หวดั ใหค วามชว ยเหลอื หรอื สนบั สนนุ แกค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กตามทค่ี ณะกรรมการ ดำเนินการเลอื กรองขอ ขอ ๗ ใหนำบทบัญญัติวาดวยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครองตาม กฎหมายวา ดว ยวธิ ปี ฏบิ ตั ริ าชการทางปกครองมาใชบ งั คบั กบั การประชมุ ของคณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กโดยอนโุ ลม การลงมตวิ นิ ิจฉยั ของคณะกรรมการดำเนนิ การเลือกใหถอื เสียงขา งมาก กรรมการดำเนินการเลือกคนหนึ่งใหมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกออกเสยี งเพิ่มข้ึนอกี เสยี งหน่งึ เปนเสยี งช้ีขาด หมวด ๒ การสมัครรับเลอื กเปน กรรมการการกฬี าแหงประเทศไทย ประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหง จังหวดั ขอ ๘ เมื่อจะมีการเลือกกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬา แหงจังหวัด ใหนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาสงบัญชีรายชื่อนายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ใหแกคณะกรรมการ ดำเนนิ การเลอื ก ขอ ๙ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดทำประกาศการรับสมัครรับเลือกเปนกรรมการ การกฬี าแหง ประเทศไทยประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั โดยตอ งกำหนดวนั เวลา สถานท่ี และรายละเอยี ด การรบั สมคั รรบั เลอื ก และวนั เลอื กและสถานทเ่ี ลอื กไวด ว ย ทง้ั น้ี วนั เลอื กตอ งเปน วนั หยดุ ราชการและสถานทเ่ี ลอื ก ตอ งจัดในเขตกรุงเทพมหานครหรือปรมิ ณฑล 49

-๓- ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดสงประกาศตามวรรคหนึ่งไปยังสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ ของสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั ตามทป่ี รากฏในทะเบยี นของนายทะเบยี นกลางสมาคมกฬี า นายทะเบยี นสมาคมกฬี า ประจำกรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัด โดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ และถือวาสมาคมกีฬาแหง จงั หวดั น้นั ไดรบั แจงประกาศดงั กลาวแลวเมอ่ื ครบเจ็ดวนั นับแตวันสง ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กปด ประกาศตามวรรคหนง่ึ ไว ณ ทท่ี ำการ กกท. สำนกั งานใหญ และสำนักงาน กกท. จังหวัด พรอมทั้งเผยแพรทางเว็บไซตของการกีฬาแหงประเทศไทยหรือจะประกาศทาง สอื่ มวลชนอนื่ เพ่มิ เตมิ ตามทเี่ หน็ สมควรดวยกไ็ ด ขอ ๑๐ ผูสมัครรับเลือกเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬา แหง จงั หวดั นอกจากตอ งดำรงตำแหนง นายกสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั และไมเ ปน พนกั งานหรอื ลกู จา งของการกฬี า แหง ประเทศไทยแลว ตอ งมีคณุ สมบตั ิและไมม ลี ักษณะตอ งหาม ดงั ตอ ไปนี้ (๑) มสี ญั ชาติไทย (๒) มีอายุไมเกินหกสิบหาปบ รบิ ูรณใ นวนั สมคั ร (๓) ไมเปน บุคคลลมละลาย หรือไมเคยเปน บุคคลลม ละลายทจุ ริต (๔) ไมเ คยไดร บั โทษจำคุกโดยคำพิพากษาถงึ ท่ีสุดใหจำคุก เวน แตเ ปนโทษสำหรับความผิดทไ่ี ด กระทำโดยประมาทหรือความผดิ ลหโุ ทษ (๕) ไมเปนบุคคลวิกลจรติ หรือจิตฟนเฟอ นไมส มประกอบ (๖) ไมเคยตองคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินเพราะร่ำรวย ผดิ ปกติหรือมีทรัพยส นิ เพ่มิ ขน้ึ ผิดปกติ (๗) ไมเ ปน สมาชิกสภาผแู ทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา (๘) ไมเปนขาราชการการเมือง เวนแตเปนการดำรงตำแหนงกรรมการตามบทบัญญัติแหง กฎหมาย (๙) ไมเ ปนผดู ำรงตำแหนงใดในพรรคการเมอื ง หรือเจา หนาทขี่ องพรรคการเมอื ง (๑๐) ไมเ คยถกู ไลอ อก ปลดออก หรือใหออกจากงาน เพราะทจุ ริตตอหนา ท่ี (๑๑) ไมเ ปน กรรมการ หรอื ผบู รหิ าร หรอื ผมู อี ำนาจในการจดั การ หรอื มสี ว นไดเ สยี ในนติ บิ คุ คล ซง่ึ เปน ผรู ว มทนุ หรอื มปี ระโยชนไ ดเ สยี เกย่ี วขอ งกบั กจิ การของการกฬี าแหง ประเทศไทยเวน แตเ ปน ประธานกรรมการ กรรมการ หรือผูบ รหิ ารโดยการมอบหมายของการกฬี าแหง ประเทศไทย (๑๒) ไมเ ปน ผดู ำรงตำแหนง กรรมการในรฐั วสิ าหกจิ อน่ื เกนิ กวา สองแหง ทง้ั น้ี ใหน บั รวมการเปน กรรมการโดยตำแหนง และการไดร บั มอบหมายใหปฏบิ ตั ิราชการแทนในตำแหนงกรรมการดวย ขอ ๑๑ นายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัดผูใดประสงคจะสมัครรับเลือกเปนกรรมการการกีฬา แหง ประเทศไทยประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั ใหส มคั รรบั เลอื กตอ คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กการสมคั ร รับเลือกตามวรรคหนึ่งใหใชใบสมัครตามแบบ คกก. ๒ ทายระเบียบนี้ โดยยื่นใบสมัครตอคณะกรรมการ ดำเนินการเลือก หรือยื่นใบสมัครผานทางนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา นายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำ กรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัด ณ ที่ทำการ กกท.สำนักงานใหญ หรือสำนักงาน กกท. จังหวดั แหงทองทีท่ ี่สมาคมกีฬาแหง จังหวัดนน้ั ต้ังอยู พรอ มดว ยเอกสารและหลกั ฐาน ดงั ตอ ไปนี้ 50

-๔- (๑) สำเนาบัตรประจำตวั ประชาชนหรือบตั รอื่นที่ทางราชการออกให (๒) ภาพถา ยสำเนาทะเบยี นบา น (๓) รปู ถา ยหนา ตรงไมส วมหมวกขนาด ๔ x ๖ เซนตเิ มตร ถา ยมาแลว ไมเ กนิ หกเดอื นนบั ถงึ วนั สมคั ร จำนวนสองรูป (๔) รูปถายหนาตรงไมสวมหมวกขนาด ๔ x ๖ นิ้ว ถายมาแลวไมเกินหกเดือนนับถึงวันสมัคร จำนวนสองรูป (๕) หลักฐานแสดงการเปนนายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัดที่นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา นายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร หรอื นายทะเบยี นสมาคมกฬี าประจำจังหวัดออกให ในกรณีที่ผูสมัครรับเลือกยื่นใบสมัครผานทางนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา นายทะเบียน สมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัด ใหนายทะเบียนที่ไดรับ ใบสมัครนั้นจัดทำหลักฐานการรับใบสมัครมอบใหแกผูสมัครรับเลือก และใหจัดสงใบสมัครพรอมดวยเอกสาร และหลกั ฐานแกค ณะกรรมการดำเนินการเลือกภายในวันถดั จากวนั ทไ่ี ดร ับใบสมัคร ขอ ๑๒ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกไดรับใบสมัครพรอมดวยเอกสารและหลักฐาน ตามขอ ๑๑ แลว ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกตรวจสอบความถูกตองของใบสมัครและความครบถวนของ เอกสารและหลกั ฐานประกอบใบสมัคร ในกรณีที่ใบสมัครที่ยื่นไวไมถูกตองหรือเอกสารหรือหลักฐานประกอบใบสมัครไมครบถวน ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกแนะนำใหผูสมัครรับเลือกแกไขเพิ่มเติมใบสมัครใหถูกตองหรือนำเอกสารหรือ หลักฐานมาย่นื เพม่ิ เตมิ ภายในเวลาที่คณะกรรมการดำเนินการเลือกกำหนด ในกรณีที่ผูสมัครรับเลือกไมแกไขเพิ่มเติมใบสมัครหรือไมจัดสงเอกสารหรือหลักฐานใหถูกตอง และครบถวนภายในเวลาตามวรรคสอง ใหถือวาผูสมัครรับเลือกไมประสงคจะสมัครรับเลือกเปนกรรมการ การกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ขอ ๑๓ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดทำบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผูสมัคร รับเลือกเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ตามลำดับตัวอักษรของ ชื่อจังหวัดที่นายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัดนั้นสมัครรับเลือก พรอมบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิลงคะแนน สงไปยังสถาน ที่ตั้งสำนักงานใหญของสมาคมกีฬาแหงจังหวัด โดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับกอนกำหนดวันเลือก ไมน อ ยกวาสบิ สว่ี นั ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกปดประกาศบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผูสมัคร รบั เลือกเปนกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทยประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหง จังหวัด และบญั ชีรายชอ่ื ผมู ีสิทธิ ลงคะแนนไว ณ ที่ทำการ กกท. สำนักงานใหญและสำนักงาน กกท. จังหวัด พรอมทั้งเผยแพรทางเว็บไซตของ การกฬี าแหงประเทศไทย หรือจะประกาศทางสอื่ มวลชนอนื่ เพม่ิ เติมตามท่ีเห็นสมควรดว ยกไ็ ด ขอ ๑๔ กอ นกำหนดวนั เลอื กไมน อ ยกวา หา วนั ถา ผมู สี ทิ ธลิ งคะแนนผใู ดยงั ไมไ ดร บั บญั ชรี ายชอ่ื และหมายเลขประจำตวั ผสู มคั รรบั เลอื กเปน กรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทยประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั ใหผ นู น้ั แจง ตอ คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กเพอ่ื ดำเนนิ การใหต นทราบรายชอ่ื และหมายเลขประจำตวั ผสู มคั รรบั เลอื ก 51

-๕- ขอ ๑๕ ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการเลือกพบวาบัญชีรายชื่อหรือหมายเลขประจำตัว ผูสมัครรับเลือกเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด หรือบัญชีรายชื่อ ผมู สี ทิ ธลิ งคะแนนมขี อ ผดิ พลาด ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กดำเนนิ การแกไ ขใหถ กู ตอ งกอ นกำหนดวนั เลอื ก ไมนอยกวาสามวัน เพื่อใหคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนนำไปปดประกาศตามขอ ๑๖ (๔) หมวด ๓ การดำเนนิ การเลอื กกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหง จังหวดั ขอ ๑๖ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกแตงตั้งคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือก และตรวจนบั คะแนนขึ้นคณะหนงึ่ ประกอบดวยประธานอนุกรรมการหน่งึ คนและอนุกรรมการอกี จำนวนไมเ กิน สบิ คน มอี ำนาจหนาที่ ดงั ตอไปนี้ (๑) จดั ทำบัตรลงคะแนน (๒) จดั เตรยี มสถานท่ีลงคะแนน สถานทีต่ รวจนับคะแนน และสถานทส่ี งั เกตการณ (๓) จดั หาอุปกรณสำหรับใชลงคะแนน ดงั ตอ ไปนี้ (ก) หีบบตั รลงคะแนน (ข) คหู าลงคะแนน (ค) เครอื่ งเขยี น (ง) กระดานดำ กระดาษ หรอื อปุ กรณอ ยา งอน่ื ทค่ี ลา ยคลงึ กนั เพอ่ื ใชใ นการตรวจนบั คะแนน (๔) ปดประกาศบัญชีรายชื่อ หมายเลขประจำ ตัวพรอมรูปถายของผูสมัครรับเลือกเปน กรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแ ทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด และบัญชรี ายชื่อผมู ีสิทธิลงคะแนน (๕) จัดระเบียบและควบคุมดูแลใหความสะดวกแกผูมีสิทธิลงคะแนน เพื่อใหการลงคะแนน เปน ไปดว ยความเรยี บรอ ย รวมทง้ั ตอ งมใิ หผ ใู ดเขา ไปในสถานทล่ี งคะแนน เวน แตผ มู หี นา ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั การลงคะแนน ในระหวางเวลาเปดการลงคะแนน (๖) ตรวจสอบหลกั ฐานการแสดงตนของผูมสี ทิ ธลิ งคะแนน บนั ทกึ ช่ือและหมายเหตุลงในบัญชี รายชือ่ ผมู ีสิทธลิ งคะแนน (๗) สง บตั รลงคะแนนใหกับผูม สี ทิ ธิลงคะแนนเพ่อื ใชส ิทธลิ งคะแนน (๘) จดั ระเบียบในการเขาไปลงคะแนนใหเ ปนไปดวยความเรียบรอ ย (๙) ดำเนนิ การตรวจนบั คะแนน (๑๐) รักษาความสงบเรียบรอยในสถานที่ตรวจนับคะแนนเพื่อใหการตรวจนับคะแนนเปนไป ดวยความเรียบรอย รวมทั้งตองมิใหผูใดเขาไปในสถานที่ตรวจนับคะแนน เวนแตผูมีหนาที่เกี่ยวของกับการ ตรวจนบั คะแนนในระหวา งทม่ี ีการตรวจนับคะแนน 52

-๖- ขอ ๑๗ ในกรณีที่ปรากฏตอคณะกรรมการดำเนินการเลือกวา ผูสมัครรับเลือกผูใดตายหรือ ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามที่กำหนดไวในขอ ๑๐ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกแจงให คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนทราบ และใหคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือก และตรวจนบั คะแนนปด ประกาศรายชอ่ื ผสู มคั รรบั เลอื กผนู น้ั ไว ณ สถานทล่ี งคะแนนเพอ่ื ใหผ มู สี ทิ ธลิ งคะแนนทราบ ขอ ๑๘ ในวนั ลงคะแนน ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกมอบหมายใหก รรมการดำเนินการ เลอื กจำนวนไมน อ ยกวา สามคนมาประจำ ณ สถานทล่ี งคะแนนและสถานทต่ี รวจนบั คะแนน เพอ่ื ใหก ารดำเนนิ การ เลอื กกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหง จงั หวดั เปนไปตามระเบียบนี้ ขอ ๑๙ สมาคมกฬี าแหง จงั หวดั ทป่ี ระสงคจ ะสง บคุ คลใดมาเปน ผสู งั เกตการณใ นการลงคะแนน หรือการตรวจนับคะแนน ใหยื่นหนังสือแตงตั้งผูสังเกตการณจำนวนหนึ่งคนตอคณะกรรมการดำเนินการเลือก กอนวันเลือกไมน อ ยกวา สามวนั ผูสังเกตการณตองอยูในสถานที่ที่คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน กำหนดไว โดยสามารถมองเห็นการปฏบิ ัติงานของคณะอนกุ รรมการประจำสถานท่ีเลือกและตรวจนบั คะแนนได หากผูสังเกตการณกระทำ การอันเปนอุปสรรคแกการลงคะแนนหรือการปฏิบัติงานของ คณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน ใหประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือก และตรวจนับคะแนนมีอำนาจส่งั ใหผนู น้ั ออกไปจากสถานทส่ี งั เกตการณไ ด ขอ ๒๐ ในวันลงคะแนน ใหประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน เปดการลงคะแนน ตั้งแตเวลา ๑๓.๐๐ นาิกา โดยเปดหีบบัตรลงคะแนนในที่เปดเผยแสดงใหผูมีสิทธิ ลงคะแนนซึ่งอยู ณ สถานที่เลือก เห็นวาหีบบัตรลงคะแนนเปนหีบเปลา แลวใหทำการบันทึกการดำเนินการ ดังกลาว โดยใหผูมสี ิทธิลงคะแนนไมนอ ยกวา สองคนซ่งึ อยู ณ สถานท่เี ลือกในขณะนั้นลงลายมอื ช่อื ในบันทึกดวย ขอ ๒๑ การลงคะแนนใหลงคะแนนโดยวธิ กี ารลงคะแนนลับ ในการลงคะแนน ใหผูมีสิทธิลงคะแนนไปแสดงตนตออนุกรรมการประจำสถานที่เลือก และตรวจนบั คะแนนโดยแสดงหลกั ฐานการเปน นายกสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั ใหอ นกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนตรวจสอบรายชอ่ื ในบญั ชรี ายชอ่ื ผมู สี ทิ ธิ ลงคะแนน และใหผูมีสิทธิลงคะแนนลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิลงคะแนน แลวใหอนุกรรมการประจำ สถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนมอบบัตรลงคะแนนที่มีลายมือชื่อของประธานกรรมการดำเนินการเลือก กำกับเปน หลกั ฐานใหแ กผนู นั้ เพอ่ื ไปลงคะแนน ผูมีสิทธลิ งคะแนนตอ งมาใชส ทิ ธดิ วยตนเอง จะมอบใหผอู ืน่ มาใชส ทิ ธิแทนไมไ ด ขอ ๒๒ เมื่อผูมีสิทธิลงคะแนนไดรับบัตรลงคะแนนแลว ใหไปยังคูหาลงคะแนนที่วางคูหาละ หนึ่งคน โดยใหทำเครื่องหมายกากบาทในบัตรลงคะแนนในชองทำเครื่องหมายใหตรงกับหมายเลขประจำตัว ผสู มัครรบั เลอื กซ่งึ ตนตองการเลอื กเพียงหมายเลขเดียว หรือในกรณที ผ่ี มู ีสิทธลิ งคะแนนไมประสงคจ ะลงคะแนน ใหทำเครื่องหมายกากบาทในชองทำเครื่องหมาย “ไมลงคะแนน” แลวพับบัตรลงคะแนนเพื่อมิใหผูอื่นทราบวา ตนลงคะแนนใหแกผ ใู ด แลว นำบตั รลงคะแนนนัน้ ใสล งหบี บตั รลงคะแนนดว ยตนเองตอหนา อนกุ รรมการประจำ สถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนแลวออกไปจากสถานที่ลงคะแนน ทั้งนี้ ตองลงคะแนนใหแลวเสร็จภายใน เวลาอนั สมควร 53

-๗- ขอ ๒๓ ผูมีสิทธิลงคะแนนจะนำโทรศัพท อุปกรณสื่อสาร อุปกรณบันทึกภาพ หรืออุปกรณ อื่นใดในลักษณะเดียวกันเขาไปในสถานที่ลงคะแนนไมไดในขณะลงคะแนน ผูมีสิทธิลงคะแนนจะกระทำดวย ประการใด ๆ เพ่อื สรางหลักฐานการลงคะแนนของตนไมไ ด ขอ ๒๔ เมื่อถึงเวลา ๑๖.๐๐ นาิกา ใหประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจ นับคะแนนประกาศปดการลงคะแนน เชน กลาววา “บัดนี้ถึงเวลา ๑๖.๐๐ นาิกาแลวใหปดการลงคะแนน” ถามีผูมีสิทธิลงคะแนนซึ่งประสงคจะลงคะแนนไดมาอยูในสถานที่ลงคะแนนแลวกอนเวลา ๑๖.๐๐ นาิกา ใหดำเนินการมอบบัตรลงคะแนนตามขอ ๒๑ ใหแกผูนั้นและเมื่อผูมีสิทธิลงคะแนนนั้นลงคะแนนเสร็จสิ้นแลว ใหคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนลงลายมือชื่อในปายสำหรับปดชองใสบัตร ลงคะแนน และนำปายดังกลาวไปปดบนหีบบัตรลงคะแนน ขอ ๒๕ ใหคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนนำบัตรลงคะแนน ที่เหลือมานับใหทราบจำนวนและทำเครื่องหมายโดยเจาะบัตรลงคะแนนที่เหลือทุกบัตรหรือกระทำดวยวิธีการ อื่นใดที่สามารถปองกันมิใหใชบัตรลงคะแนนที่เหลืออยูได แลวทำรายงานเกี่ยวกับจำนวนผูมาใชสิทธิลงคะแนน และจำนวนบตั รลงคะแนนทเ่ี หลอื เมอ่ื เสรจ็ สน้ิ การลงคะแนนแลว และใหล งชอ่ื กำกบั รายงานนน้ั ไวจ ำนวนสามชดุ เพอ่ื (๑) ปด ประกาศไว ณ สถานทลี่ งคะแนน (๒) สง ใหคณะกรรมการดำเนนิ การเลือก (๓) เก็บไวเปน หลักฐาน หมวด ๔ การตรวจนบั คะแนน ขอ ๒๖ เมื่อปดการลงคะแนนแลว ใหคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับ คะแนนดำเนินการตรวจนับคะแนน ณ สถานที่ตรวจนับคะแนนโดยเปดเผยตอหนาผูซึ่งอยูในสถานที่ตรวจนับ คะแนนและบริเวณโดยรอบสถานที่นั้น และใหดำเนินการจนแลวเสร็จในรวดเดียวภายในเวลา ๑๘.๐๐ นาิกา ของวนั เลอื ก โดยหามมิใหเลือ่ นหรอื ประวิงการตรวจนับคะแนน ขอ ๒๗ ในกรณีที่ผูสังเกตการณกระทำ การอันเปนอุปสรรคแกการตรวจนับคะแนนหรือการ ปฏิบัติงานของคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน ใหประธานอนุกรรมการประจำ สถานท่ีเลือกและตรวจนบั คะแนนมีอำนาจสัง่ ใหผ นู ้นั ออกไปจากสถานท่สี ังเกตการณได ขอ ๒๘ ในการตรวจนบั คะแนน ใหค ณะอนกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนน เปดหบี บตั รลงคะแนน แลว ดำเนนิ การตรวจนับคะแนนตามลำดบั ดงั ตอไปนี้ (๑) อนกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนคนทห่ี นง่ึ มหี นา ทห่ี ยบิ บตั รลงคะแนน ทีละฉบับและคลีบ่ ัตรสงใหอนุกรรมการประจำสถานท่เี ลอื กและตรวจนบั คะแนนคนทสี่ อง (๒) อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สอง มีหนาที่วินิจฉัยบัตร ลงคะแนนและอานผลการลงคะแนน 54

-๘- (๓) อนกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนคนทส่ี าม มหี นา ทเ่ี จาะบตั รลงคะแนน ทไ่ี ดว นิ จิ ฉยั และอา นผลการลงคะแนนจากอนกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนคนทส่ี อง แลว ใส ลงในภาชนะทเ่ี ตรียมไวส ำหรับใสบตั รเสีย บตั รดี และบัตรท่ไี มประสงคลงคะแนนแลว แตก รณี (๔) อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนคนที่สี่ มีหนาที่ขานทวนคะแนน และขดี คะแนนในบนั ทกึ การตรวจนบั คะแนน โดยตอ งใหบ คุ คลทว่ั ไปทอ่ี ยใู นบรเิ วณโดยรอบสถานทต่ี รวจนบั คะแนน เหน็ การขดี คะแนนอยา งชัดเจน อนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนที่เหลือมีหนาที่ชวยเหลือ อำนวยความ สะดวกและคอยสับเปลี่ยน ในการปฏิบัติหนาที่กับอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนน ที่ปฏบิ ตั ิหนาทอี่ ยู ขอ ๒๙ บตั รลงคะแนนตอไปน้ี ใหถ อื เปนบตั รเสยี และไมใ หนับคะแนน (๑) บตั รทม่ี ใิ ชบ ตั รฉบบั ทอ่ี นกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนมอบใหห รอื บตั ร ทีไ่ มมีลายมือช่อื ของประธานกรรมการดำเนนิ การเลือกกำกับเปนหลักฐาน (๒) บัตรที่เขียนเครื่องหมายกากบาทในชองหมายเลขประจำตัวผูสมัครรับเลือกเกินหนึ่ง เคร่ืองหมาย (๓) บัตรทม่ี ไิ ดเ ขียนเคร่ืองหมายกากบาทในชอ งหมายเลขประจำตัวผูสมัครรบั เลือกเลย (๔) บัตรที่เขียนเครื่องหมายอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาทในชองหมายเลขประจำตัว ผสู มัครรบั เลอื ก (๕) บตั รท่เี ขียนเครอ่ื งหมายกากบาทในชองหมายเลขประจำตัวผูสมัครรบั เลอื กท่ตี ายหรือขาด คณุ สมบตั ิหรอื มีลักษณะตองหาม ตามทีไ่ ดป ด ประกาศไวตามขอ ๑๗ (๖) บัตรทีเ่ ขียนเครือ่ งหมายในชอ งหมายเลขประจำตัวผสู มัครรบั เลอื กไมชดั เจนจนไมส ามารถ ทราบเจตนาอนั แทจริงของผเู ลือกได ขอ ๓๐ ใหประธานอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนสลักหลังบัตรเสีย วา “เสีย” และลงลายมอื ชือ่ กำกับไว หมวด ๕ การประกาศผลการเลือกกรรมการการกฬี าแหงประเทศไทย ประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหง จังหวดั ขอ ๓๑ เมอ่ื เสรจ็ สน้ิ การตรวจนบั คะแนน ใหค ณะอนกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนประกาศผลการตรวจนับคะแนน ณ สถานที่ตรวจนับคะแนน และใหจัดทำบัญชีรายชื่อผูไดรับเลือก โดยเรยี งลำดบั ผไู ดร บั คะแนนมากทส่ี ดุ จนถงึ ผไู ดร บั คะแนนนอ ยทส่ี ดุ และใหผ ไู ดร บั คะแนนมากทส่ี ดุ เปน ผไู ดร บั เลอื ก ในกรณีที่มีผูไดรับคะแนนมากที่สุดเทากัน ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกจับสลาก โดยเปดเผย เพื่อใหไดผูไดรับเลือกในลำดับแรกจำนวนหนึ่งคน และจัดเรียงลำดับผูไดรับเลือกในลำดับถัดไป 55

-๙- ในกรณีที่มีผูไดรับคะแนนลำดับอื่นเทากัน ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกจับสลาก โดยเปด เผย เพือ่ จัดเรียงลำดับในระหวางผไู ดรบั คะแนนเทา กัน ใหคณะอนุกรรมการประจำสถานที่เลือกและตรวจนับคะแนนเก็บบัตรลงคะแนนที่ใชตรวจนับ คะแนนใสซ องปด ผนกึ โดยลงลายมอื ชอ่ื คณะอนกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนกำกบั ไวบ นซอง และแยกเก็บบัตรเสียหรือบัตรลงคะแนนที่เหลือไวตางหาก และเก็บบัตรลงคะแนนทั้งหมดไวดวยกันในหีบบัตร ลงคะแนน โดยปด หบี บตั รลงคะแนนใสก ญุ แจไว แลว สง มอบใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กเพอ่ื ดำเนนิ การตอ ไป ขอ ๓๒ เมอ่ื คณะอนกุ รรมการประจำสถานทเ่ี ลอื กและตรวจนบั คะแนนประกาศผลการตรวจนบั คะแนนแลว ถาผูสมัครรับเลือกเห็นวาการลงคะแนนหรือการตรวจนับคะแนนเปนไปโดยไมถูกตองหรือไมชอบ ดวยกฎหมาย ใหม ีสทิ ธยิ น่ื คำคดั คานตอคณะกรรมการดำเนินการเลอื กภายในสามวันนบั แตว ันเลือก เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกไดรับคำคัดคานแลว ใหดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยสั่งการ ใหแลว เสรจ็ ภายในสามวัน คำวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการดำเนินการเลือกใหเ ปนทส่ี ุด ขอ ๓๓ ในกรณีที่ไมมีการคัดคานตามขอ ๓๒ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกประกาศผล การเลอื กแลว สง รายชอ่ื ผไู ดร บั เลอื กในลำดบั แรกพรอ มทง้ั รายงานผลการเลอื กตอ รฐั มนตรภี ายในสว่ี นั นบั แตว นั เลอื ก ขอ ๓๔ ในกรณีท่ีมีการคดั คา น ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกรอการประกาศผลการเลือก ไวจ นกวาจะไดวินจิ ฉัยคำคัดคา นแลวเสร็จ ในกรณที ค่ี ำคดั คา นฟง ขน้ึ และทำ ใหผ ไู ดร บั เลอื กในลำดบั แรกเปลย่ี นแปลงลำดบั ไปใหค ณะกรรมการ ดำเนินการเลอื กจัดสง รายชอื่ ผูไดร ับเลอื กในลำดับถดั ไปพรอ มทัง้ รายงานผลตอ รัฐมนตรีภายในวันถดั จากวนั ท่ีได มีคำวินจิ ฉยั ในกรณที ค่ี ำคดั คา นฟง ไมข น้ึ หรอื ฟง ขน้ึ แตไ มท ำใหผ ไู ดร บั เลอื กในลำดบั แรกเปลย่ี นแปลงลำดบั ไป กใ็ หจ ดั สง รายชอ่ื ผไู ดร บั เลอื กในลำดบั แรกนน้ั พรอ มทง้ั รายงานผลตอ รฐั มนตรภี ายในวนั ถดั จากวนั ทไ่ี ดม คี ำวนิ จิ ฉยั ขอ ๓๕ ในกรณที ป่ี รากฏขอ เทจ็ จรงิ วา ผไู ดร บั เลอื กในลำดบั แรกตาย หรอื เปน ผขู าดคณุ สมบตั ิ หรอื มลี กั ษณะตอ งหา มตามทก่ี ำหนดไวใ นขอ ๑๐ ภายในสามวนั นบั แตว นั เลอื ก ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กนำ รายชอ่ื ผูไดร บั เลือกในลำดับถัดไปเสนอตอรัฐมนตรเี พอื่ ดำเนนิ การตอ ไป ภายในสีว่ ันนับจากวนั เลือก ขอ ๓๖ ผูที่จะไดรับการเสนอชื่อเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทน สมาคมกฬี าแหงจังหวดั ตามระเบียบน้ี ตอ งไมเ ปนสมาชกิ สภาทอ งถิ่นหรอื ผบู ริหารทอ งถน่ิ ในกรณีที่ผูจะไดรับการเสนอชื่อตามวรรคหนึ่งเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลือกมหี นงั สือแจง ใหผ ูนัน้ ลาออกจากตำแหนง ดงั กลาวภายในสามวนั นบั แตว นั ไดรบั แจง จากคณะกรรมการดำเนนิ การเลอื ก หากผนู น้ั มไิ ดล าออกภายในเวลาทก่ี ำหนด ใหถ อื วา ผนู น้ั ไมเ คยไดร บั เลอื ก ใหเ ปน กรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทยประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั และในกรณที ผ่ี จู ะไดร บั การเสนอ ชอื่ นั้นเปน ผไู ดรับเลือกในลำดับแรก ใหคณะกรรมการดำเนนิ การเลือกนำรายช่อื ผไู ดร บั เลอื กในลำดับถัดไปเสนอ ตอ รฐั มนตรีโดยเร็ว 56

- ๑๐ - ขอ ๓๗ เมื่อรัฐมนตรีไดประกาศรายชื่อผูไดรับเลือกเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหง จงั หวดั แลว ใหบญั ชีรายชื่อผูไดรบั เลือกเปน อนั ยกเลิกไป ในกรณีที่ไมมีการเสนอรายชื่อผูไดรับเลือกเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภท ผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัดตามระเบียบนี้ ใหบัญชีรายชื่อผูไดรับเลือกเปนอันยกเลิกไป และใหรายงานตอ รฐั มนตรีเพ่อื สั่งการตอ ไป ขอ ๓๘ เมื่อรัฐมนตรีไดประกาศรายชื่อผูไดรับเลือกเปนกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัดแลว หากไมมีการฟองคดี คณะกรรมการดำเนินการเลือกจะทำลายบัตร ลงคะแนนหรอื เอกสารอื่นทีเ่ กยี่ วของกไ็ ด บทเฉพาะกาล ขอ ๓๙ การเลือกกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ตามมาตรา ๑๔ (๖) แหงพระราชบัญญัติการกีฬาแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ เปนวาระแรกหากสมาคมกีฬา แหงจังหวัดใดยังไมมีนายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัดตามกฎหมาย ใหผูปฏิบัติหนาที่นายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ตามขอ บังคับของสมาคมกีฬานน้ั เปน ผูมีสทิ ธิลงคะแนนเลอื กกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยประเภทผแู ทน สมาคมกฬี าแหง จงั หวดั โดยแสดงหลกั ฐานการเปน ผปู ฏบิ ตั หิ นา ทน่ี ายกสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั ตอ คณะกรรมการ ดำเนินการเลือกและคณะอนุกรรมการประจำสถานทเ่ี ลือกและตรวจนับคะแนน ประกาศ ณ วันท่ี ๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ กอบกาญจน วฒั นวรางกรู รฐั มนตรวี า การกระทรวงการทองเท่ยี วและกีฬา 57

แบบ คกก. ๒ รูปถาย ขนาด ๔x๖ เซนติเมตร ใบสมคั ร รับเลือกเปน กรรมการการกฬี าแหงประเทศไทย ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหงจังหวัด ใบสมคั รเลขที่ ...................... (สำหรบั เจาหนาท่กี รอก) ๑. ขาพเจา นาย/นาง/นางสาว................................................................................................... สญั ชาติ...............อาย.ุ ..........ป บัตรประจำตัว.........................................เลขที.่ .................................................... ออกใหโดย.......................................................................... ณ ............................................................................. อยบู านเลขที่...................หมทู ่.ี .............ตรอก/ซอย........................................ถนน................................................ ตำบล/แขวง..........................................อำเภอ/เขต........................................จังหวัด........................................... รหัสไปรษณยี . .......................................e-mail..................................................................................................... โทรศพั ท. ............................................................................................โทรสาร....................................................... ๒. ขา พเจา ขอใหส ง เอกสารและขอ มลู ตา ง ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ งกบั การดำเนนิ การเลอื กกรรมการการกฬี า แหงประเทศไทยประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ในสวนที่เกี่ยวของกับขาพเจาไปยังสถานที่ตั้งสำนักงาน ใหญของสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ที่ขาพเจาดำรงตำแหนงนายกสมาคมกีฬาตาม ๓. ตามที่ปรากฏในทะเบียน ของนายทะเบียนกลางสมาคมกฬี า ๓. ปจจบุ นั เปนนายกสมาคมกีฬาแหงจังหวดั ............................................................................. โดยดำรงตำแหนงนายกสมาคมกฬี าแหงจงั หวัด ขา งตน เมอ่ื ................................................................................ และจะพนวาระการดำรงตำแหนงเมอื่ ................................................................................................................... ๔. เปนนายกสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั …………………………........................................................... 58

-2- ๕. สำเรจ็ การศึกษา ................................................................................................................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………...…… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. ขา้ พเจา้ ขอยืนยันและรับรองว่ามีคุณสมบัติและไมม่ ลี กั ษณะต้องหา้ ม ดงั ตอ่ ไปน้ี 6.๑ มสี ญั ชาติไทย 6.๒ มอี ายุไมเ่ กนิ หกสิบหา้ ปีบริบรู ณใ์ นวันสมัคร 6.๓ มีคณุ วฒุ ิและประสบการณเ์ หมาะสมกับกิจการของการกีฬาแห่งประเทศไทย 6.๔ ไมเ่ ปน็ บคุ คลล้มละลาย หรอื ไมเ่ คยเป็นบุคคลล้มละลายทจุ ริต 6.๕ ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิด ทไี่ ดก้ ระทำโดยประมาทหรือความผิดลหโุ ทษ 6.๖ ไม่เป็นบุคคลวิกลจรติ หรือจติ ฟนั่ เฟือนไมส่ มประกอบ 6.๗ ไม่เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวย ผิดปกติ หรือมที รพั ยส์ นิ เพ่มิ ข้ึนผดิ ปกติ 6.๘ ไม่เปน็ สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชกิ สภาทอ้ งถิ่น หรอื ผู้บริหารท้องถน่ิ 6.๙ ไม่เป็นข้าราชการการเมือง เว้นแต่เป็นการดำรงตำแหน่งกรรมการตามบทบัญญัติ แหง่ กฎหมาย 6.๑๐ ไมเ่ ป็นผูด้ ำรงตำแหนง่ ใดในพรรคการเมอื ง หรือเจา้ หน้าทีข่ องพรรคการเมือง 6.๑๑ ไมเ่ คยถกู ไลอ่ อก ปลดออก หรือให้ออกจากงานเพราะทจุ ริตต่อหนา้ ท่ี 6.๑๒ ไม่เป็นกรรมการ หรือผู้บริหาร หรือผู้มีอำนาจในการจัดการ หรือมีส่วนได้เสียใน นิติบุคคลซึ่งเป็นผู้ร่วมทุน หรือมีประโยชน์ได้เสียเกี่ยวข้องกับกิจการของการกีฬา แห่งประเทศไทย เว้นแต่เป็นประธานกรรมการ กรรมการ หรือผู้บริหารโดยการ มอบหมายของการกีฬาแหง่ ประเทศไทย 59

-3- 6.๑๓ ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจอื่นเกินกว่าสองแห่ง ทั้งนี้ ให้นับรวม การเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และการได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติราชการแทน ในตำแหนง่ กรรมการด้วย 7. พรอ้ มกับใบสมคั รน้ี ข้าพเจ้าได้แนบเอกสารหลักฐานดังต่อไปน้ี 7.๑ สำเนาบตั รประจำตวั ประชาชน หรือบตั รอน่ื ท่ีทางราชการออกให้ 7.๒ ภาพถา่ ยสำเนาทะเบียนบ้าน 7.๓ รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกขนาด ๔ x ๖ เซนติเมตร ถ่ายมาแล้วไม่เกนิ หกเดือนนับถึง วันสมคั ร จำนวนสองรปู 7.๔ รูปถา่ ยหนา้ ตรงไม่สวมหมวกขนาด ๔ x ๖ น้วิ ถ่ายมาแล้วไมเ่ กินหกเดือนนับถึงวันสมัคร จำนวนสองรูป 7.๕ หลักฐานแสดงการเป็นนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด ที่นายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา ออกให้ 7.๖ เอกสารอื่น ๆ ประกอบการสมัคร ไดแ้ ก.่ .......................................................................... .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ข้าพเจา้ เป็นผู้แทนของสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด...................................................................................... .............................................................................................................................................................................. โดยขอสมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทนสมาคมกีฬาแห่งจังหวัด และ ข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้าพเจ้าเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกเป็นกรรมการการกีฬาแห่งประเทศไทยประเภทผู้แทน สมาคมกีฬาแห่งจังหวัด โดยมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจ ตามที่ ระเบยี บนีก้ ำหนด (ลงชื่อ)...........................................................................ผสู้ มคั ร (....................................................................) ย่ืน ณ วันท่ี.........เดอื น ...................................... พ.ศ. …........ 60

ระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหงประเทศไทย วาดวยหลกั เกณฑ คณุ สมบตั ิ และวธิ ีการในการเลอื กหรอื แตงตง้ั กรรมการบรหิ ารกองทุนพฒั นาการกีฬาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยที่เปนการสมควรกำหนดหลักเกณฑ คุณสมบัติ และวิธีการในการเลือกหรือแตงตั้ง กรรมการบรหิ ารกองทนุ พัฒนาการกฬี าแหงชาติ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๓ วรรคสี่ แหงพระราชบัญญัติการกีฬาแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยในการประชุม ครั้งที่ ๙/๒๕๕๘ เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ มมี ตใิ หอ อกระเบยี บไว ดงั ตอ ไปนี้ ขอ ๑ ระเบยี บนเ้ี รยี กวา “ระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วา ดว ยหลกั เกณฑ คุณสมบัติ และวธิ ีการในการเลอื กหรอื แตงตั้งกรรมการบรหิ ารกองทุนพัฒนาการกฬี าแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๘” ขอ ๒ ระเบยี บน้ใี หใชบังคบั ต้งั แตวันถดั จากวันประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปนตน ไป ขอ ๓ ในระเบยี บน้ี “กองทุน” หมายความวา กองทุนพัฒนาการกีฬาแหงชาติตามพระราชบัญญัติการกีฬา แหง ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ “กรรมการบริหารกองทุน” หมายความวา กรรมการบริหารกองทุนพัฒนาการกีฬาแหงชาติ “คณะกรรมการ” หมายความวา คณะกรรมการการกีฬาแหง ประเทศไทย “คณะกรรมการดำเนินการเลือก” หมายความวา คณะกรรมการดำเนินการเลือก กรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” หรือคณะกรรมการ ดำเนนิ การเลอื กกรรมการบรหิ ารกองทนุ ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหงจังหวดั แลว แตกรณี “ประธานกรรมการดำเนินการเลือก” หมายความวา ประธานกรรมการดำเนินการเลือก กรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” หรือประธานกรรมการ ดำเนินการเลือกกรรมการบรหิ ารกองทนุ ประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหง จังหวัด แลวแตก รณี “กรรมการดำเนินการเลือก” หมายความวา กรรมการดำเนินการเลือกกรรมการบริหาร กองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” หรือกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทน สมาคมกฬี าแหง จงั หวดั แลวแตกรณี “คณะกรรมการสรรหา” หมายความวา คณะกรรมการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอชื่อแตงตั้ง เปน กรรมการผทู รงคุณวุฒใิ นคณะกรรมการบรหิ ารกองทุน 61

หมวด ๑ การเลอื กกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาทใ่ี ชคำวา “แหง ประเทศไทย” สว นท่ี ๑ คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กกรรมการบรหิ ารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาท่ใี ชคำวา “แหงประเทศไทย” ขอ ๔ เพื่อใหการเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ดำเนินไปดวยความเรียบรอย ใหคณะกรรมการแตงตั้งคณะกรรมการดำเนินการเลือก กรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ขึ้นคณะหนึ่งประกอบดวย ประธานกรรมการดำเนินการเลือกหนง่ึ คนและกรรมการดำเนินการเลือกอกี จำนวนไมเกนิ หกคน ขอ ๕ ประธานกรรมการดำเนินการเลือกและกรรมการดำเนินการเลือกตองไมเปน นายกสมาคมกฬี า กรรมการสมาคมกีฬา หรือผดู ำรงตำแหนงอน่ื ในสมาคมกฬี าที่ใชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ขอ ๖ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกมีอำนาจหนาที่ในการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือก กรรมการบรหิ ารกองทนุ ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” อำนาจหนา ทเ่ี ชน วา นใ้ี หร วมถงึ (๑) จดั ทำรายชอ่ื นายกสมาคมกฬี าทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ผมู สี ทิ ธลิ งคะแนนและผมู สี ทิ ธิ สมัครรับเลอื ก (๒) ดำเนนิ การรับสมคั รรบั เลอื ก (๓) ตรวจสอบคุณสมบตั ิและหลกั ฐานการสมัครรับเลอื ก (๔) ประกาศรายชื่อผูสมคั รรบั เลือกและผูมีสิทธิลงคะแนน (๕) กำหนดรปู แบบบตั รลงคะแนนทม่ี รี ายละเอยี ดเกย่ี วกบั ชอ งลงคะแนน รายชอ่ื ผสู มคั รรบั เลอื ก และหมายเลขประจำตัวผสู มคั รรบั เลอื ก (๖) กำหนดรปู แบบ ลักษณะ และรายละเอียดของเอกสารท่จี ำเปนตองใชในการเลือก (๗) จัดทำบตั รลงคะแนน (๘) จดั เตรียมสถานที่ลงคะแนน สถานทตี่ รวจนับคะแนน และสถานที่สังเกตการณ (๙) จดั หาอุปกรณส ำหรับใชลงคะแนน ดังตอไปนี้ (ก) หีบบตั รลงคะแนน (ข) คูหาลงคะแนน (ค) เครื่องเขียน (ง) กระดานดำ กระดาษ หรอื อปุ กรณอ ยา งอน่ื ทค่ี ลา ยคลงึ กนั เพอ่ื ใชใ นการตรวจนบั คะแนน (๑๐) ปดประกาศบัญชีรายชื่อ หมายเลขประจำตัวพรอมรูปถายของผูสมัครรับเลือก เปนกรรมการบริหารกองทุนประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” และบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิ ลงคะแนน 62

-๓- (๑๑) จัดระเบียบและควบคุมดูแลใหความสะดวกแกผูมีสิทธิลงคะแนน เพื่อใหการลงคะแนน เปนไปดวยความเรียบรอย รวมทั้งตองมิใหผูใดเขาไปในสถานที่ลงคะแนน เวนแตผูมีหนาที่เกี่ยวของกับ การลงคะแนนในระหวางเวลาเปด การลงคะแนน (๑๒) ตรวจสอบหลักฐานการแสดงตนของผูมีสิทธิลงคะแนน บันทึกชื่อและหมายเหตุลงใน บญั ชรี ายช่ือผูมสี ิทธิลงคะแนน (๑๓) สง บัตรลงคะแนนใหก บั ผมู ีสิทธลิ งคะแนนเพื่อใชส ทิ ธิลงคะแนน (๑๔) จัดระเบียบในการเขาไปลงคะแนนใหเปน ไปดว ยความเรียบรอ ย (๑๕) ดำเนนิ การตรวจนับคะแนน (๑๖) รักษาความสงบเรียบรอยในสถานที่ตรวจนับคะแนนเพื่อใหการตรวจนับคะแนนเปนไป ดวยความเรียบรอย รวมทั้งตองมิใหผูใดเขาไปในสถานที่ตรวจนับคะแนน เวนแตผูมีหนาที่เกี่ยวของกับการ ตรวจนับคะแนนในระหวางทม่ี ีการตรวจนับคะแนน (๑๗) พจิ ารณาตัดสทิ ธลิ งคะแนนของผูม สี ทิ ธลิ งคะแนนทฝี่ า ฝนหรอื ไมปฏิบัติตามระเบียบนี้ (๑๘) ประกาศผลการเลือก (๑๙) แตงตั้งคณะอนกุ รรมการ หรอื คณะทำงาน เพื่อชวยดำเนินการตามระเบียบนี้ ใหนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬาใหความชวยเหลือหรือสนับสนุนแกคณะกรรมการ ดำเนนิ การเลือกตามท่ีคณะกรรมการดำเนินการเลอื กรองขอ ขอ ๗ ใหนำบทบัญญัติวาดวยคณะกรรมการที่มีอำนาจดำเนินการพิจารณาทางปกครอง ตามกฎหมายวา ดวยวธิ ีปฏบิ ตั ิราชการทางปกครองมาใชบ งั คับกบั การประชมุ ของคณะกรรมการดำเนนิ การเลือก โดยอนโุ ลม การลงมติวนิ ิจฉยั ของคณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กใหถอื เสียงขางมาก กรรมการดำเนินการเลือกคนหนึ่งใหมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถาคะแนนเสียงเทากัน ใหป ระธานกรรมการดำเนินการเลอื กออกเสยี งเพิม่ ข้นึ อกี เสยี งหนึ่งเปน เสียงชีข้ าด ขอ ๘ ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกควบคุมดูแลการเลือกกรรมการบริหารกองทุน ใหเปน ไปตามระเบียบน้ี ในการปฏบิ ตั หิ นา ท่ีของประธานกรรมการดำเนนิ การเลอื ก ประธานกรรมการดำเนินการเลอื ก อาจมอบอำนาจใหก รรมการดำเนนิ การเลอื กคนหนึ่งคนใดปฏิบตั หิ นา ทีแ่ ทนได ในกรณีที่ประธานกรรมการดำเนินการเลือกไมอยู หรืออยูแตไมอาจปฏิบัติหนาที่ไดและมิได มอบอำนาจใหก รรมการดำเนินการเลือกคนใดคนหนงึ่ ปฏบิ ัติหนา ท่แี ทน ใหก รรมการดำเนนิ การเลอื กที่เหลอื อยู เลอื กกรรมการคนใดคนหนึ่งปฏบิ ัตหิ นา ทแี่ ทนประธานกรรมการดำเนนิ การเลอื ก 63

-๔- สวนที่ ๒ คุณสมบัติและการสมัครรับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ขอ ๙ กรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬา ที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” นอกจากตองดำรงตำแหนงนายกสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” และไมเปนพนักงานหรือลูกจาง ของการกีฬาแหงประเทศไทยแลว ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามดังตอไปนี้ดวย (๑) มีสัญชาติไทย (๒) มีอายุไมเกินเจ็ดสิบปบริบูรณในวันสมัคร (๓) ไมเปนบุคคลลมละลาย หรือไมเคยเปนบุคคลลมละลายทุจริต (๔) ไมเคยไดรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดใหจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับความผิด ที่ไดกระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ (๕) ไมเปนบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟนเฟอนไมสมประกอบ (๖) ไมเคยตองคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินเพราะร่ำรวย ผิดปกติ หรือมีทรัพยสินเพิ่มขึ้นผิดปกติ (๗) ไมเปนสมาชิกสภาผูแทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภา (๘) ไมเ ปน ขา ราชการการเมอื ง เวน แตเ ปน การดำรงตำแหนง กรรมการตามบทบญั ญตั แิ หง กฎหมาย (๙) ไมเปนผูดำรงตำแหนงใดในพรรคการเมือง หรือเจาหนาที่ของพรรคการเมือง (๑๐) ไมเปนสมาชิกสภาทองถิ่นหรือผูบริหารทองถิ่น (๑๑) ไมเคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากงาน เพราะทุจริตตอหนาที่ ขอ ๑๐ ในกรณีที่ผูไดรับการเลือกเปนบุคคลตาม ขอ ๙ (๑๐) ผูไดรับการเลือกจะเริ่มปฏิบัติ หนา ทีไ่ ดตอ เมอ่ื ไดลาออกจากตำแหนง แลว โดยตอ งกระทำภายในสามวนั นบั แตว นั ไดร ับแจงจากคณะกรรมการ ดำเนินการเลือก แตถาผูนั้นมิไดลาออกภายในระยะเวลาที่กำหนดใหถือวาผูนั้นไมเคยไดรับเลือกใหเปน กรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” และใหคณะกรรมการ ดำเนินการเลือกนำรายชื่อผูไดรับเลือกในลำดับถัดไปเสนอตอคณะกรรมการโดยเร็ว ขอ ๑๑ เมื่อจะมีการเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหง ประเทศไทย” ใหน ายทะเบยี นกลางสมาคมกฬี าสง บญั ชรี ายชอ่ื นายกสมาคมกฬี าทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ใหแกคณะกรรมการดำเนินการเลือก ขอ ๑๒ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดทำประกาศการรับสมัครรับเลือกเปน กรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” โดยตองกำหนดวัน เวลา สถานที่ และรายละเอียดการรับสมัครรับเลือก และวันเลือกและสถานที่เลือกไวดวย ทั้งนี้ วันเลือกตองเปน วันหยุดราชการและสถานที่เลือกตองจัดในเขตกรุงเทพมหานครหรือปริมณฑล ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดสงประกาศตามวรรคหนึ่งไปยังสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ ของสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ตามที่ปรากฏในทะเบียนของนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา โดยทางไปรษณียลงทะเบียนตอบรับ และถือวาสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” นั้นไดรับแจง ประกาศดังกลาวแลวเมื่อครบเจ็ดวันนับแตวันสง 64

-๕- ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กปด ประกาศตามวรรคหนง่ึ ไว ณ ทท่ี ำการ กกท. สำนกั งานใหญ และสำนักงาน กกท. จังหวัด พรอมทั้งเผยแพรทางเว็บไซตของการกีฬาแหงประเทศไทย หรือจะประกาศทาง ส่ือมวลชนอ่ืน ตามที่เหน็ สมควรดว ยก็ได ขอ ๑๓ ใหนายกสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ที่ประสงคจะสมัครรับเลือก เปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ยื่นใบสมัครตามแบบ คกก. ๓ ทา ยระเบียบนี้ตอคณะกรรมการดำเนินการเลือก พรอมดวยเอกสารและหลักฐาน ดงั ตอไปน้ี (๑) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรอื บตั รอน่ื ท่ีทางราชการออกให (๒) ภาพถา ยสำเนาทะเบยี นบาน (๓) รูปถายหนาตรงไมสวมหมวกขนาด ๔ x ๖ เซนติเมตร ถายมาแลวไมเกินหกเดือนนับถึง วนั สมคั ร จำนวนสองรูป (๔) รูปถายหนาตรงไมสวมหมวกขนาด ๔ x ๖ นิ้ว ถายมาแลวไมเกินหกเดือนนับถึง วันสมคั ร จำนวนสองรปู (๕) หลกั ฐานแสดงการเปน นายกสมาคมกฬี าทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ทน่ี ายทะเบยี นกลาง สมาคมกฬี ารับรองหรือออกให ขอ ๑๔ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกไดรับใบสมัครพรอมดวยเอกสารและหลักฐาน ตามขอ ๑๓ แลว ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกตรวจสอบความถูกตองของใบสมัครและความครบถวน ของเอกสารและหลักฐานประกอบใบสมคั ร ในกรณีที่ใบสมัครที่ยื่นไวไมถูกตองหรือเอกสารหรือหลักฐานประกอบใบสมัครไมครบถวน ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกแนะนำใหผูสมัครรับเลือกแกไขเพิ่มเติมใบสมัครใหถูกตองหรือนำเอกสาร หรือหลกั ฐานมายนื่ เพม่ิ เตมิ ภายในเวลาทีค่ ณะกรรมการดำเนนิ การเลือกกำหนด ในกรณีที่ผูสมัครรับเลือกไมแกไขเพิ่มเติมใบสมัครหรือไมจัดสงเอกสารหรือหลักฐานใหถูกตอง และครบถวนภายในเวลาตามวรรคสอง ใหถือวาผูสมัครรับเลือกไมประสงคจะสมัครรับเลือกเปน กรรมการบรหิ ารกองทุน ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าทีใ่ ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ขอ ๑๕ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกจัดทำบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผูสมัคร รับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ตามลำดับ การสมัครรับเลือกพรอมบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิลงคะแนน สงไปยังสถานที่ตั้งสำนักงานใหญของสมาคมกีฬา ที่ใชค ำวา “แหงประเทศไทย” โดยทางไปรษณยี ลงทะเบียนตอบรบั กอ นกำหนดวนั เลือกไมน อ ยกวา สบิ สว่ี ัน ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกปดประกาศบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผูสมัคร รบั เลือกเปน กรรมการบริหารกองทนุ ประเภทผูแ ทนสมาคมกีฬาทีใ่ ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” และบญั ชรี ายชื่อ ผมู สี ทิ ธลิ งคะแนนไว ณ ทท่ี ำการ กกท. สำนกั งานใหญ และสำนกั งาน กกท. จงั หวดั พรอ มทง้ั เผยแพรท างเวบ็ ไซต ของการกีฬาแหงประเทศไทย หรือจะประกาศทางสอื่ มวลชนอืน่ ตามทเี่ ห็นสมควรดว ยกไ็ ด 65

-๖- ขอ ๑๖ กอนกำหนดวันเลือกไมนอยกวาหาวัน ถาผูมีสิทธิลงคะแนนผูใดยังไมไดรับบัญชี รายชื่อและหมายเลขประจำตัวผูสมัครรับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใช คำวา “แหงประเทศไทย” ใหผูนั้นแจงตอคณะกรรมการดำเนินการเลือกเพื่อดำเนินการใหตนทราบรายชื่อ และหมายเลขประจำตวั ผสู มัครรบั เลือก ขอ ๑๗ ในกรณีที่คณะกรรมการดำเนินการเลือกพบวาบัญชีรายชื่อหรือหมายเลขประจำตัว ผูสมัครรับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” หรือบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิลงคะแนนมีขอผิดพลาด ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกดำเนินการแกไขใหถูกตอง กอนกำหนดวันเลือกไมน อยกวา สามวนั เพื่อปดประกาศตามขอ ๖ (๑๐) สวนที่ ๓ การลงคะแนน ขอ ๑๘ ในกรณีที่ปรากฏตอคณะกรรมการดำเนินการเลือกวา ผูสมัครรับเลือกผูใดตาย หรือขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะตองหามตามที่กำหนดไวในขอ ๙ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือก ปดประกาศรายชอ่ื ผูส มคั รรบั เลือกผูน้นั ไว ณ สถานทเ่ี ลอื ก เพอื่ ใหผมู สี ทิ ธลิ งคะแนนทราบ ขอ ๑๙ สมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ที่ประสงคจะสงบุคคลใดมาเปน ผูสังเกตการณในการลงคะแนนและการตรวจนับคะแนน หรือการปฏิบัติของคณะกรรมการดำเนินการเลือก ใหย น่ื หนงั สอื แตง ตง้ั ผสู งั เกตการณจ ำนวนหนง่ึ คนตอ คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กกอ นวนั เลอื กไมน อ ยกวา สามวนั ผูสังเกตการณตองอยูในสถานที่ที่คณะกรรมการดำเนินการเลือกกำหนดไว โดยสามารถ มองเหน็ การปฏบิ ัติงานของคณะกรรมการดำเนนิ การเลือกได หากผูสังเกตการณกระทำการอันเปนอุปสรรคแกการลงคะแนนหรือการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการดำเนินการเลือก ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกมีอำนาจสั่งใหผูนั้นออกไปจากสถานท่ี สงั เกตการณได ขอ ๒๐ ในวันลงคะแนน ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกเปดการลงคะแนนตั้งแตเวลา ๐๙.๐๐ นาิกา โดยเปดหบี บัตรลงคะแนนในท่ีเปด เผยแสดงใหผมู ีสิทธิลงคะแนนซงึ่ อยู ณ สถานทเี่ ลือก เห็นวา หบี บตั รลงคะแนนเปน หบี เปลา แลว ใหท ำการบนั ทกึ การดำเนนิ การดงั กลา ว โดยใหผ มู สี ทิ ธลิ งคะแนนไมน อ ยกวา สองคนซ่ึงอยู ณ สถานท่ีเลอื ก ในขณะน้ันลงลายมอื ชอ่ื ในบันทกึ ดวย ขอ ๒๑ การลงคะแนนใหลงคะแนนโดยวิธีการลงคะแนนลับ ในการลงคะแนน ใหผูมีสิทธิลงคะแนนไปแสดงตนตอกรรมการดำเนินการเลือกโดยแสดง หลกั ฐานการเปน นายกสมาคมกฬี าทใี่ ชคำวา “แหง ประเทศไทย” ใหก รรมการดำเนนิ การเลอื กตรวจสอบรายช่ือในบัญชรี ายช่อื ผูม ีสทิ ธลิ งคะแนน และใหผูม ีสทิ ธิ ลงคะแนนลงลายมือชื่อในบัญชีรายชื่อผูมีสิทธิลงคะแนน แลวใหกรรมการดำเนินการเลือกมอบบัตรลงคะแนน ท่ีมีลายมอื ช่ือของประธานกรรมการดำเนินการเลอื กกำกบั เปน หลกั ฐานใหแ กผ ูน้ันเพือ่ ไปลงคะแนน ผูมสี ิทธิลงคะแนนตอ งมาใชส ิทธดิ ว ยตนเอง จะมอบใหผ ูอน่ื มาใชส ิทธแิ ทนไมไ ด 66

-๗- ขอ ๒๒ เมื่อผูมีสิทธิลงคะแนนไดรับบัตรลงคะแนนแลว ใหไปยังคูหาลงคะแนนที่วาง คูหาละหนึ่งคน โดยใหทำเครื่องหมายกากบาทในบัตรลงคะแนนในชองทำเครื่องหมายใหตรงกับหมายเลข ประจำตัวผูสมัครรับเลือกซึ่งตนตองการเลือกเพียงหมายเลขเดียว หรือในกรณีที่ผูมีสิทธิลงคะแนนไมประสงค จะลงคะแนน ใหทำเครื่องหมายกากบาทในชองทำเครื่องหมาย “ไมลงคะแนน” แลวพับบัตรลงคะแนน เพื่อมิใหผูอื่นทราบวาตนลงคะแนนใหแกผูใด แลวนำบัตรลงคะแนนนั้นใสลงหีบบัตรลงคะแนนดวยตนเอง ตอหนากรรมการดำเนินการเลือกแลวออกไปจากสถานที่ลงคะแนน ทั้งนี้ ตองลงคะแนนใหแลวเสร็จภายใน เวลาอันสมควร ขอ ๒๓ ผูมีสิทธิลงคะแนนจะนำโทรศัพท อุปกรณสื่อสาร อุปกรณ หรืออุปกรณอื่นใด ในลักษณะเดียวกันเขาไปในสถานที่ลงคะแนนไมไ ด ในขณะลงคะแนน ผูมีสิทธิลงคะแนนจะกระทำดวยประการใด ๆ เพื่อสรางหลักฐาน การลงคะแนนของตนไมไ ด ขอ ๒๔ เมื่อถึงเวลา ๑๒.๐๐ นาิกา ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกประกาศปดการ ลงคะแนน เชน กลาววา “บัดนี้ถึงเวลา ๑๒.๐๐ นาิกาแลว ใหปดการลงคะแนน” ถามีผูมีสิทธิลงคะแนน ซึ่งประสงคจะลงคะแนนไดมาอยูในสถานที่ลงคะแนนแลวกอนเวลา ๑๒.๐๐ นาิกาใหดำเนินการมอบ บัตรลงคะแนนตามขอ ๒๑ ใหแกผูนั้นและเมื่อผูมีสิทธิลงคะแนนนั้นลงคะแนนเสร็จสิ้นแลว ใหคณะกรรมการ ดำเนินการเลือกลงลายมือชื่อในปายสำหรับปดชองใสบัตรลงคะแนน และนำปายดังกลาวไปปดบนหีบบัตร ลงคะแนน ขอ ๒๕ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกนำบัตรลงคะแนนที่เหลือมานับใหทราบจำนวน และทำเครื่องหมายโดยเจาะบัตรลงคะแนนที่เหลือทุกบัตรหรือกระทำดวยวิธีการอื่นใดที่สามารถปองกัน มิใหใชบัตรลงคะแนนที่เหลอื อยไู ด สวนที่ ๔ การตรวจนบั คะแนน ขอ ๒๖ เมอ่ื ปด การลงคะแนนแลว ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กดำเนนิ การตรวจนบั คะแนน ณ สถานท่ีตรวจนบั คะแนนโดยเปด เผยตอ หนา ผซู งึ่ อยูใ นสถานท่ีตรวจนบั คะแนนและบรเิ วณโดยรอบสถานทนี่ น้ั และใหดำเนนิ การจนแลวเสร็จภายในวันลงคะแนน โดยหามมิใหเ ลื่อนหรอื ประวิงการตรวจนับคะแนน ขอ ๒๗ ในกรณีที่ผูสังเกตการณกระทำการอันเปนอุปสรรคแกการตรวจนับคะแนนหรือ การปฏิบัติงานของคณะกรรมการดำเนินการเลือก ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกมีอำนาจสั่งใหผูนั้น ออกไปจากสถานท่ีสังเกตการณไ ด ขอ ๒๘ ในการตรวจนับคะแนน ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกเปดหีบบัตรลงคะแนน แลวดำเนินการตรวจนบั คะแนนตามลำดับ ดังตอไปน้ี (๑) กรรมการคนที่หนึ่ง มีหนาที่หยิบบัตรลงคะแนนทีละฉบับและคลี่บัตรสงใหกรรมการ คนที่สอง 67

-๘- (๒) กรรมการคนทส่ี อง มีหนาท่ีวินิจฉยั บัตรลงคะแนนและอานผลการลงคะแนน (๓) กรรมการคนที่สาม มีหนาที่เจาะบัตรลงคะแนนที่ไดวินิจฉัยและอานผลการลงคะแนน จากกรรมการคนที่สอง แลวใสลงในภาชนะที่เตรียมไวสำหรับใสบัตรเสีย บัตรดี และบัตรที่ไมประสงค ลงคะแนน แลวแตกรณี (๔) กรรมการคนที่สี่ มีหนาที่ขานทวนคะแนนและขีดคะแนนในบันทึกการตรวจนับคะแนน โดยตองใหบ ุคคลท่ัวไปที่อยูในบริเวณโดยรอบสถานที่ตรวจนับคะแนนเหน็ การขดี คะแนนอยางชัดเจน กรรมการดำเนินการเลือกที่เหลือมีหนาที่ชวยเหลือ อำนวยความสะดวก และคอยสับเปลี่ยน ในการปฏบิ ตั หิ นา ที่กบั กรรมการดำเนินการเลอื กที่ปฏบิ ัตหิ นาทีอ่ ยู ขอ ๒๙ บัตรลงคะแนนตอ ไปนี้ ใหถ อื เปนบตั รเสยี และไมใ หนับคะแนน (๑) บัตรที่มิใชบัตรฉบับที่กรรมการดำเนินการเลือกมอบให หรือบัตรที่ไมมีลายมือชื่อของ ประธานกรรมการดำเนนิ การเลือกกำกบั เปน หลักฐาน (๒) บัตรที่เขียนเครื่องหมายกากบาทในชองหมายเลขประจำตัวผูสมัครรับเลือกเกินหนึ่ง เคร่อื งหมาย (๓) บตั รท่ีมิไดเ ขียนเครอื่ งหมายกากบาทในชอ งหมายเลขประจำตวั ผูสมคั รรับเลอื กเลย (๔) บัตรที่เขียนเครื่องหมายอื่นนอกจากเครื่องหมายกากบาทในชองหมายเลขประจำตัว ผูส มคั รรบั เลอื ก (๕) บัตรที่เขียนเครื่องหมายกากบาทในชองหมายเลขประจำตัวผูสมัครรับเลือกที่ตาย หรือขาดคณุ สมบัติหรอื มลี ักษณะตองหา ม ตามทีไ่ ดป ดประกาศไวตามขอ ๑๘ (๖) บัตรที่เขียนเครื่องหมายในชองหมายเลขประจำตัวผูสมัครรับเลือกไมชัดเจนจนไมสามารถ ทราบเจตนาอนั แทจ ริงของผเู ลอื กได ขอ ๓๐ ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกสลักหลังบัตรเสียวา “เสีย” และลงลายมือชื่อ กำกบั ไว สว นท่ี ๕ การประกาศผลการเลือกกรรมการบรหิ ารกองทุน ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าท่ีใชค ำวา “แหงประเทศไทย” ขอ ๓๑ เมื่อเสร็จสิ้นการตรวจนับคะแนน ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกประกาศ ผลการตรวจนับคะแนน ณ สถานที่ตรวจนับคะแนน และใหจัดทำบัญชีรายชื่อผูไดรับเลือก โดยเรียงลำดับ ผไู ดรับคะแนนมากทสี่ ุดจนถงึ ผูไดรบั คะแนนนอ ยที่สุด และใหผ ูไดร บั คะแนนมากทีส่ ดุ เปนผไู ดร บั เลือก ในกรณีที่มีผูไดรับคะแนนมากที่สุดเทากัน ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกจับสลาก โดยเปดเผย เพ่อื ใหไ ดผูไ ดร ับเลอื กในลำดบั แรกจำนวนหนง่ึ คน และจัดเรียงลำดบั ผูไดร ับเลอื กในลำดบั ถดั ไป ในกรณีที่มีผูไดรับคะแนนลำดับอื่นเทากัน ใหประธานกรรมการดำเนินการเลือกจับสลาก โดยเปด เผย เพอ่ื จัดเรยี งลำดับในระหวา งผไู ดร ับคะแนนเทา กัน 68

-๙- ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกเก็บบัตรลงคะแนนที่ใชตรวจนับคะแนนใสซองปดผนึก โดยลงลายมือชื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกกำกับไวบนซองและแยกเก็บบัตรเสียหรือบัตรลงคะแนนที่เหลือ ไวตางหาก และเก็บบัตรลงคะแนนทั้งหมดไวดวยกันในหีบบัตรลงคะแนน โดยปดหีบบัตรลงคะแนนใสกุญแจไว เพ่อื ดำเนินการตอไป ขอ ๓๒ เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกประกาศผลการตรวจนับคะแนนแลว ถาผูสมัคร รับเลือกเห็นวาการลงคะแนนหรือการตรวจนับคะแนนเปนไปโดยไมถูกตองหรือไมชอบดวยกฎหมาย ใหมีสิทธิ ยื่นคำคัดคานตอคณะกรรมการดำเนินการเลือกภายในสามวันนบั แตวนั เลือก เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเลือกไดรับคำคัดคานแลว ใหดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยสั่งการ ใหแลว เสร็จภายในสามวนั คำวินจิ ฉัยของคณะกรรมการดำเนินการเลือกใหเปนท่ีสดุ ขอ ๓๓ ในกรณีที่ไมมีการคัดคานตามขอ ๓๒ ใหคณะกรรมการดำเนินการเลือกประกาศ ผลการเลอื ก แลวสงรายช่อื ผูไดรบั เลือกในลำดบั แรกพรอ มท้งั รายงานผลการเลือกตอ คณะกรรมการภายในสวี่ นั นับแตว นั เลือก ขอ ๓๔ ในกรณที ม่ี กี ารคดั คา น ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กรอการประกาศผลการเลอื กไว จนกวาจะไดว นิ จิ ฉัยคำคดั คา นแลว เสรจ็ ในกรณีที่คำคัดคานฟงขึ้นและทำใหผูไดรับเลือกในลำดับแรกเปลี่ยนแปลงลำดับไป ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กจดั สง รายชอ่ื ผไู ดร บั เลอื กในลำดบั ถดั ไปพรอ มทง้ั ใหร ายงานผลตอ คณะกรรมการ ภายในวันถดั จากวนั ทไี่ ดม ีคำวนิ ิจฉัย ในกรณีที่คำคัดคานฟงไมขึ้นหรือฟงขึ้นแตไมทำใหผูไดรับเลือกในลำดับแรกเปลี่ยนแปลง ลำดับไป ก็ใหจัดสงรายชื่อผูไดรับเลือกในลำดับแรกนั้นพรอมทั้งรายงานผลตอคณะกรรมการภายใน วันถดั จากวนั ท่ีไดมีคำวินจิ ฉัย ขอ ๓๕ ในกรณที ป่ี รากฏขอ เทจ็ จรงิ วา ผไู ดร บั เลอื กในลำดบั แรกตาย หรอื เปน ผขู าดคณุ สมบตั ิ หรอื มลี กั ษณะตอ งหา มตามทก่ี ำหนดไวใ นขอ ๙ ภายในสามวนั นบั แตว นั เลอื ก ใหค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื กนำ รายชื่อผไู ดรบั เลือกในลำดบั ถัดไปเสนอตอคณะกรรมการเพ่อื ดำเนินการตอ ไป ภายในสวี่ ันนบั จากวันเลือก ขอ ๓๖ เมื่อคณะกรรมการไดประกาศรายชื่อผูไดรับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” แลว ใหบัญชีรายชื่อผูไดรับเลือกตามขอ ๓๑ เปน อันยกเลกิ ไป ขอ ๓๗ เมื่อคณะกรรมการไดประกาศรายชื่อผูไดรับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” แลว หากไมม กี ารฟอ งคดี คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื ก จะทำลายบัตรลงคะแนนหรอื เอกสารอ่ืนที่เกี่ยวของกไ็ ด 69

- ๑๐ - หมวด ๒ การเลอื กกรรมการบริหารกองทนุ ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจงั หวดั สวนท่ี ๑ คณะกรรมการดำเนนิ การเลือกกรรมการบรหิ ารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจงั หวดั ขอ ๓๘ เพื่อใหการเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ดำเนินไปดวยความเรียบรอย ใหคณะกรรมการแตงตั้งคณะกรรมการดำเนินการเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัดขึ้นคณะหนึ่งประกอบดวยประธานกรรมการดำเนินการเลือกหนึ่งคน และกรรมการดำเนินการเลอื กอีกจำนวนไมเ กินหกคน ขอ ๓๙ ประธานกรรมการดำเนินการเลือกและกรรมการดำเนินการเลือกตองไมเปน นายกสมาคมกีฬา กรรมการสมาคมกีฬา หรอื ผดู ำรงตำแหนง อ่นื ในสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั ขอ ๔๐ ใหนำความในขอ ๖ ขอ ๗ และขอ ๘ มาใชบังคับกับอำนาจหนาที่และการปฏิบัติ หนาที่ของคณะกรรมการดำเนินการเลือกและประธานกรรมการดำเนินการเลือก ประเภทผูแทนสมาคมกีฬา แหงจังหวัด โดยอนโุ ลม ใหนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา นายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัด ใหความชวยเหลือหรือสนับสนุนแกคณะกรรมการดำเนินการเลือก ตามที่คณะกรรมการดำเนินการเลอื กรองขอ ขอ ๔๑ ใหคำวา “สมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย”” ตามบทบัญญัติในหมวด ๑ หมวด ๒ นำมาใชบังคับโดยอนุโลม หมายถงึ “สมาคมกีฬาแหงจังหวัด” ตามหมวด ๒ นี้ สว นที่ ๒ คณุ สมบัติและการสมคั รรบั เลอื กเปนกรรมการบรหิ ารกองทุน ประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหงจังหวดั ขอ ๔๒ เมื่อจะมีการเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ใหน ายทะเบยี นกลางสมาคมกฬี าสง บญั ชรี ายชอ่ื นายกสมาคมกฬี าแหง จงั หวดั ใหแ กค ณะกรรมการดำเนนิ การเลอื ก 70

- ๑๑ - ขอ ๔๓ ใหนำความในขอ ๙ ขอ ๑๐ ขอ ๑๒ ขอ ๑๓ ขอ ๑๔ ขอ ๑๕ ขอ ๑๖ และขอ ๑๗ มาใชบังคับกับคุณสมบัติของกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด การประกาศ การรับสมัครรับเลือก วิธีการรับสมัครรับเลือก การตรวจสอบใบสมัครและเอกสารและหลักฐาน การจัดทำ การสง และการปด ประกาศบัญชรี ายช่ือและหมายเลขประจำตวั ผสู มคั ร โดยอนโุ ลม ในการสมัครรับเลือก นายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัดผูใดประสงคจะสมัครรับเลือกเปน กรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแ ทนสมาคมกีฬาแหง จงั หวัด ใหย น่ื ใบสมคั รตามแบบ คกก. ๔ ทา ยระเบียบนี้ โดยยน่ื ตอ คณะกรรมการดำเนนิ การเลอื ก หรอื ยน่ื ผา นทางนายทะเบยี นกลางสมาคมกฬี า นายทะเบยี นสมาคมกฬี า ประจำกรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัด ณ ที่ทำการ กกท. สำนักงานใหญ หรอื สำนกั งาน กกท. จงั หวดั แหงทองท่ที ่ีสมาคมกฬี าแหงจงั หวัดนั้นตง้ั อยู ในกรณีที่ผูสมัครรับเลือกยื่นใบสมัครผานทางนายทะเบียนกลางสมาคมกีฬา นายทะเบียน สมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำจังหวัด ใหนายทะเบียนที่ไดรับ ใบสมัครนั้นจัดทำหลักฐานการรับใบสมัครมอบใหแกผูสมัครรับเลือก และใหจัดสงใบสมัครพรอมดวยเอกสาร และหลกั ฐานแกคณะกรรมการดำเนินการเลือกภายในวนั ถัดจากวนั ทไี่ ดรับใบสมัคร ใหจัดทำบัญชีรายชื่อและหมายเลขประจำตัวผูสมัครรับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ตามลำดับตัวอักษรของชื่อจังหวัดที่นายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัดนั้น สมัครรับเลอื ก สว นที่ ๓ การลงคะแนน ขอ ๔๔ ใหเปดการลงคะแนนตั้งแตเวลา ๑๓.๐๐ นาิกา และปดการลงคะแนนเมื่อถึงเวลา ๑๖.๐๐ นาิกา ใหนำความในขอ ๑๘ ขอ ๑๙ ขอ ๒๐ ขอ ๒๑ ขอ ๒๒ ขอ ๒๓ ขอ ๒๔ และขอ ๒๕ มาใชบ งั คบั กับการดำเนินการเลือกกรรมการบรหิ ารกองทนุ ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหงจงั หวัด โดยอนุโลม สวนที่ ๔ การตรวจนับคะแนน ขอ ๔๕ ใหน ำความในขอ ๒๖ ขอ ๒๗ ขอ ๒๘ ขอ ๒๙ และขอ ๓๐ มาใชบ งั คบั กบั การตรวจนบั คะแนนการเลือกกรรมการบรหิ ารกองทนุ ประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด โดยอนโุ ลม 71

- ๑๒ - สวนที่ ๕ การประกาศผลการเลอื กกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผแู ทนสมาคมกีฬาแหง จังหวัด ขอ ๔๖ ใหนำความในขอ ๓๑ ขอ ๓๒ ขอ ๓๓ ขอ ๓๔ ขอ ๓๕ ขอ ๓๖ และขอ ๓๗ มาใช บังคับกับการประกาศผลการเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด โดยอนุโลม หมวด ๓ การแตง ต้ังกรรมการผูทรงคุณวฒุ ิ ขอ ๔๗ กรรมการผทู รงคณุ วฒุ นิ อกจากตอ งเปน ผทู ม่ี คี วามรู ความเชย่ี วชาญ หรอื ประสบการณ ดานเศรษฐศาสตร หรือดานการเงิน หรือดานการแพทย หรือดานวิทยาศาสตรการกีฬา และไมเปนพนักงาน หรือลูกจา งของการกีฬาแหงประเทศไทยแลว ตองมีคณุ สมบัตแิ ละไมมลี กั ษณะตองหามตามขอ ๙ ดว ย ขอ ๔๘ เมื่อจะมีการแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ใหคณะกรรมการแตงตั้งคณะกรรมการ สรรหากรรมการผทู รงคณุ วฒุ ใิ นคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ ขน้ึ คณะหนง่ึ ประกอบดว ย ประธานกรรมการสรรหา หน่ึงคน และกรรมการสรรหาอกี จำนวนไมเกินหกคน เพือ่ ดำเนนิ การสรรหากรรมการผูทรงคุณวุฒิ ขอ ๔๙ ใหค ณะกรรมการสรรหามอี ำนาจหนาที่ ดังตอไปน้ี (๑) พิจารณาคดั เลือกผูทรงคณุ วฒุ เิ ปนกรรมการบรหิ ารกองทนุ (๒) เสนอความเห็นตอคณะกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณาแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการบรหิ ารกองทุน (๓) ปฏบิ ัตหิ นา ทีอ่ ่ืนตามท่คี ณะกรรมการมอบหมาย ขอ ๕๐ การคัดเลือกและแตงตั้งกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ใหคณะกรรมการสรรหาดำเนินการ พิจารณาคัดเลือกบุคคลซึ่งมีความรู ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณดานเศรษฐศาสตรหรือการเงินจำนวน หนึ่งคน และดานการแพทยหรือวิทยาศาสตรการกีฬาจำนวนหนึ่งคน เพื่อเสนอตอคณะกรรมการ โดยให ดำเนินการตามขัน้ ตอน ดงั ตอ ไปน้ี (๑) กรรมการสรรหาเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ซึ่งมีความรู ความเชี่ยวชาญ หรือประสบการณดานเศรษฐศาสตร ดานการเงิน ดานการแพทย หรือดานวิทยาศาสตร การกีฬาเพื่อเขารับการคัดเลือกเปนผูทรงคุณวุฒิ โดยใหมีจำนวนในแตละดานไมนอยกวาดานละสองคน กรรมการสรรหาที่เสนอชื่อตองทาบทามใหผูที่ไดรับการเสนอชื่อมีหนังสือแจงกรณีตอบรับ พรอ มทั้งสง รายละเอยี ดเกีย่ วกับประวตั แิ ละผลงานตามแบบและระยะเวลาท่คี ณะกรรมการสรรหากำหนด หามมใิ หเ สนอช่ือกรรมการสรรหาเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิ (๒) ใหคณะกรรมการสรรหาดำเนินการคัดเลือกบุคคลผูไดรับการเสนอชื่อตาม (๑) เพื่อเปน กรรมการผูทรงคณุ วฒุ ิ 72

- ๑๓ - (๓) ใหคณะกรรมการสรรหาเสนอรายชื่อผูที่ไดรับการคัดเลือกเปนกรรมการผูทรงคุณวุฒิ ใหคณะกรรมการพจิ ารณาแตงต้งั ขอ ๕๑ ในกรณีที่คณะกรรมการไมเห็นชอบกับรายชื่อผูไดรับการคัดเลือกเปนกรรมการ ผูทรงคุณวุฒิทั้งหมดหรือบางสวน ใหมีการพิจารณาสรรหาเพื่อคัดเลือกกรรมการผูทรงคุณวุฒิอีกครั้งหนึ่ง เพอ่ื เสนอใหค ณะกรรมการพิจารณาแตง ต้งั กรรมการผูทรงคณุ วุฒใิ หค รบตามจำนวนทกี่ ฎหมายกำหนดโดยเรว็ บทเฉพาะกาล ขอ ๕๒ การเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหง ประเทศไทย” ตามมาตรา ๔๓ (๖) แหง พระราชบญั ญตั กิ ารกฬี าแหง ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ เปน วาระแรก หากสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ใดยังไมมีนายกสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ตามกฎหมาย ใหผ ปู ฏบิ ตั หิ นา ทน่ี ายกสมาคมกฬี าทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ตามขอ บงั คบั ของสมาคมกฬี านน้ั เปนผูมีสิทธิลงคะแนนเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาใชคำวา “แหงประเทศไทย” โดยแสดงหลักฐานการเปนผูปฏิบัติหนาที่นายกสมาคมกีฬาที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย” ตอคณะกรรมการ ดำเนินการเลอื ก ขอ ๕๓ การเลอื กกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผแู ทนสมาคมกฬี าแหง จังหวัดตามมาตรา ๔๓ (๗) แหงพระราชบัญญัติการกีฬาแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ เปนวาระแรก หากสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ใดยังไมมีนายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัดตามกฎหมาย ใหผูปฏิบัติหนาที่นายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัดตาม ขอบังคับของสมาคมกีฬานั้น เปนผูมีสิทธิลงคะแนนเลือกกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทนสมาคมกีฬา แหงจังหวัด โดยแสดงหลักฐานการเปนผูปฏิบัติหนาที่นายกสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ตอคณะกรรมการ ดำเนนิ การเลือก ประกาศ ณ วนั ที่ ๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๕๘ กอบกาญจน วัฒนวรางกรู รัฐมนตรีวา การกระทรวงการทองเทีย่ วและกีฬา ประธานกรรมการการกีฬาแหง ประเทศไทย 73

แบบ คกก. ๓ รูปถาย ขนาด ๔x๖ เซนติเมตร ใบสมคั ร รับเลอื กเปนกรรมการบรหิ ารกองทนุ ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาทีใ่ ชคำวา “แหงประเทศไทย” ใบสมคั รเลขท่ี ...................... (สำหรบั เจา หนาท่ีกรอก) ๑. ขาพเจา นาย/นาง/นางสาว................................................................................................................ สัญชาต.ิ ..............อายุ...........ป บัตรประจำตวั .........................................เลขที่..................................................... ออกใหโดย..................................................................... ณ .................................................................................. อยบู า นเลขท.ี่ ................หมูท ี่..............ตรอก/ซอย........................................ถนน.................................................. ตำบล/แขวง........................................อำเภอ/เขต........................................จังหวดั ............................................. รหสั ไปรษณีย.......................................e-mail...................................................................................................... โทรศัพท. ..........................................................................................โทรสาร......................................................... ๒. ขาพเจา ขอใหส ง เอกสารและขอมูลตา ง ๆ ที่เกี่ยวของกบั การดำเนนิ การเลอื กกรรมการบรหิ าร กองทนุ ประเภทผูแทนสมาคมกีฬาใชค ำวา “แหงประเทศไทย” ในสวนทเี่ ก่ยี วของกับขาพเจา ไปยัง สถานทตี่ งั้ สำนักงานใหญข องสมาคมกีฬาใชคำวา “แหงประเทศไทย” ทข่ี าพเจา ดำรงตำแหนงนายกสมาคมกฬี า ตาม ๓. ตามท่ีปรากฏในทะเบียนของนายทะเบยี นกลางสมาคมกีฬา ๓. ปจจบุ ันเปน นายกสมาคมกฬี าที่ใชคำวา “แหงประเทศไทย”............................................................. .............................................................................................................................................................................. โดยดำรงตำแหนง นายกสมาคมกีฬาทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ขา งตน เมือ่ ................................................... และจะพน วาระการดำรงตำแหนง เม่อื .................................................................................................................. 74

-๒- ๔. ขา พเจาขอยืนยันและรบั รองวามีคุณสมบัติและไมมลี ักษณะตอ งหาม ดงั ตอไปนี้ ๔.๑ มสี ัญชาตไิ ทย ๔.๒ มีอายไุ มเกนิ เจ็ดสบิ ปบ ริบรู ณใ นวันสมคั ร ๔.๓ ไมเ ปน บคุ คลลมละลาย หรือไมเ คยเปน บคุ คลลมละลายทุจรติ ๔.๔ ไมเคยไดรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดใหจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับ ความผดิ ท่ไี ดก ระทำโดยประมาทหรอื ความผิดลหุโทษ ๔.๕ ไมเปนบคุ คลวกิ ลจริตหรอื จิตฟนเฟอนไมส มประกอบ ๔.๖ ไมเคยตองคำพพิ ากษาหรือคำสั่งของศาลใหทรพั ยส นิ ตกเปนของแผนดินเพราะรำ่ รวย ผดิ ปกติ หรอื มที รัพยส นิ เพิ่มข้ึนผดิ ปกติ ๔.๗ ไมเ ปน สมาชิกสภาผแู ทนราษฎรหรือสมาชิกวฒุ สิ ภา ๔.๘ ไมเปนขาราชการการเมือง เวนแตเปนการดำรงตำแหนงกรรมการตามบทบัญญัติ แหง กฎหมาย ๔.๙ ไมเ ปนผดู ำรงตำแหนงใดในพรรคการเมือง หรือเจา หนา ท่ขี องพรรคการเมอื ง ๔.๑๐ ไมเคยถกู ไลอ อก ปลดออก หรอื ใหออกจากงาน เพราะทุจรติ ตอหนา ที่ ๔.๑๑ ไมเปนพนกั งานหรือลูกจางของการกฬี าแหง ประเทศไทย ๕. ขา พเจา เปน สมาชิกสภาทองถ่นิ ในตำแหนง (โปรดระบุ) ...................................................................................... เปนผูบริหารทอ งถ่นิ ในตำแหนง (โปรดระบุ) ...................................................................................... ๖. พรอ มกับใบสมคั รน้ี ขา พเจา ไดแ นบเอกสารและหลักฐาน ดงั ตอไปนี้ ๖.๑ สำเนาบตั รประจำตวั ประชาชนหรือบตั รอ่ืนท่ีทางราชการออกให ๖.๒ ภาพถายสำเนาทะเบียนบา น 75

-๓- ๖.๓ รปู ถา ยหนาตรงไมสวมหมวกขนาด ๔ x ๖ เซนตเิ มตร ถายมาแลว ไมเ กนิ หกเดือน นบั ถงึ วนั สมคั ร จำนวนสองรูป ๖.๔ รปู ถายหนา ตรงไมส วมหมวกขนาด ๔ x ๖ น้วิ ถา ยมาแลว ไมเกนิ หกเดือนนับถงึ วนั สมคั ร จำนวนสองรูป ๖.๕ หลกั ฐานแสดงการเปน นายกสมาคมกฬี าทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ทน่ี ายทะเบยี นกลาง สมาคมกฬี ารับรองหรอื ออกให ๖.๖ เอกสารและหลักฐานอน่ื ๆ ประกอบการสมัคร ไดแก ................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขาพเจาขอรับรองวาขาพเจาเปนผูมีสิทธิสมัครรับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทน สมาคมกีฬาใชคำวา “แหงประเทศไทย” โดยมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหามตามที่กำหนดไว ในระเบยี บน้ีทกุ ประการ (ลงชือ่ )....................................................................ผสู มคั รรับเลือก (.......................................................................) ย่นื ณ วนั ที่ ........... เดอื น ...................................... พ.ศ. …........ 76

แบบ คกก. ๔ รูปถาย ขนาด ๔x๖ เซนติเมตร ใบสมัคร รบั เลือกเปน กรรมการบริหารกองทนุ ประเภทผูแ ทนสมาคมกีฬาแหง จงั หวดั ใบสมัครเลขที่ ...................... (สำหรบั เจา หนา ทกี่ รอก) ๑. ขา พเจา นาย/นาง/นางสาว................................................................................................................ สญั ชาติ...............อายุ...........ป บัตรประจำตวั .........................................เลขท.่ี .................................................... ออกใหโ ดย.......................................................................... ณ ............................................................................. อยบู านเลขท่.ี ..................หมูท ี่..............ตรอก/ซอย........................................ถนน................................................ ตำบล/แขวง..........................................อำเภอ/เขต........................................จังหวัด........................................... รหสั ไปรษณีย........................................e-mail..................................................................................................... โทรศพั ท. ............................................................................................โทรสาร....................................................... ๒. ขาพเจาขอใหสงเอกสารและขอมูลตาง ๆ ที่เกี่ยวของกับการดำเนินการเลือกกรรมการบริหาร กองทุนประเภทผูแทนสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ในสวนที่เกี่ยวของกับขาพเจาไปยังสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ ของสมาคมกีฬาแหงจังหวัด ที่ขาพเจาดำรงตำแหนงนายกสมาคมกีฬาตาม ๓. ตามที่ปรากฏในทะเบียนของ นายทะเบยี นกลางสมาคมกีฬา นายทะเบียนสมาคมกฬี าประจำกรุงเทพมหานคร หรอื นายทะเบยี นสมาคมกีฬา ประจำจงั หวดั ๓. ปจจบุ ันเปน นายกสมาคมกีฬาแหงจงั หวัด.......................................................................................... โดยดำรงตำแหนงนายกสมาคมกีฬาแหง จงั หวดั ขา งตน เมื่อ................................................................................. และจะพนวาระการดำรงตำแหนง เมอ่ื ................................................................................................................... 77

-๒- ๔. ขา พเจาขอยนื ยนั และรับรองวามีคณุ สมบัตแิ ละไมมลี กั ษณะตองหา ม ดงั ตอไปนี้ ๔.๑ มสี ญั ชาติไทย ๔.๒ มีอายไุ มเ กินเจด็ สบิ ปบรบิ ูรณใ นวันสมัคร ๔.๓ ไมเ ปน บุคคลลมละลาย หรือไมเ คยเปนบคุ คลลมละลายทุจริต ๔.๔ ไมเคยไดรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดใหจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับ ความผิดท่ไี ดก ระทำโดยประมาทหรอื ความผิดลหโุ ทษ ๔.๕ ไมเ ปนบุคคลวิกลจรติ หรอื จิตฟน เฟอนไมสมประกอบ ๔.๖ ไมเคยตองคำพพิ ากษาหรือคำสัง่ ของศาลใหทรัพยส ินตกเปนของแผน ดินเพราะรำ่ รวย ผิดปกติ หรอื มีทรพั ยสนิ เพม่ิ ขึน้ ผิดปกติ ๔.๗ ไมเ ปนสมาชิกสภาผแู ทนราษฎรหรอื สมาชิกวฒุ สิ ภา ๔.๘ ไมเปนขาราชการการเมือง เวนแตเปนการดำรงตำแหนงกรรมการตามบทบัญญัติ แหงกฎหมาย ๔.๙ ไมเ ปน ผูด ำรงตำแหนงใดในพรรคการเมือง หรือเจาหนาทขี่ องพรรคการเมือง ๔.๑๐ ไมเคยถูกไลออก ปลดออก หรือใหออกจากงาน เพราะทุจรติ ตอหนา ท่ี ๔.๑๑ ไมเปนพนกั งานหรือลกู จางของการกฬี าแหงประเทศไทย ๕. ขา พเจา เปนสมาชกิ สภาทองถนิ่ ในตำแหนง (โปรดระบุ) ................................................................................. เปนผูบรหิ ารทองถน่ิ ในตำแหนง (โปรดระบุ) ................................................................................. ๖. พรอมกบั ใบสมัครน้ี ขาพเจา ไดแ นบเอกสารและหลกั ฐาน ดงั ตอไปนี้ ๖.๑ สำเนาบัตรประจำตวั ประชาชนหรือบตั รอืน่ ท่ีทางราชการออกให ๖.๒ ภาพถายสำเนาทะเบยี นบาน 78

-๓- ๖.๓ รูปถายหนาตรงไมสวมหมวกขนาด ๔ x ๖ เซนติเมตร ถายมาแลวไมเกินหกเดือน นับถงึ วันสมคั ร จำนวนสองรปู ๖.๔ รูปถายหนาตรงไมสวมหมวกขนาด ๔ x ๖ นิ้ว ถายมาแลวไมเกินหกเดือนนับถึง วนั สมคั ร จำนวนสองรปู ๖.๕ หลกั ฐานแสดงการเปนนายกสมาคมกฬี าแหงจังหวดั ท่นี ายทะเบยี นกลางสมาคมกีฬา นายทะเบียนสมาคมกีฬาประจำกรุงเทพมหานคร หรือนายทะเบียนสมาคมกีฬา ประจำจงั หวัดรับรองหรือออกให ๖.๖ เอกสารและหลักฐานอนื่ ๆ ประกอบการสมัคร ไดแ ก ................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขาพเจาขอรับรองวาขาพเจาเปนผูมีสิทธิสมัครรับเลือกเปนกรรมการบริหารกองทุน ประเภทผูแทน สมาคมกีฬาแหง จงั หวดั โดยมีคณุ สมบตั แิ ละไมมีลกั ษณะตอ งหามตามท่ีกำหนดไวใ นระเบยี บน้ที กุ ประการ (ลงชื่อ)....................................................................ผสู มคั รรับเลือก (.......................................................................) ยน่ื ณ วันท่ี ........... เดอื น ...................................... พ.ศ. …........ 79

ระเบียบคณะกรรมการการกฬี าแหงประเทศไทย วาดวยการรบั เงนิ การจายเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงิน การบริหารกองทุน และการจัดหาผลประโยชนของกองทนุ พัฒนาการกีฬาแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยที่พระราชบัญญัติการกีฬาแหงประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติใหจัดตั้งกองทุน พัฒนาการกีฬาแหงชาติในการกีฬาแหงประเทศไทย เพื่อเปนทุนหมุนเวียนสำหรับใชจายเพื่อการสงเสริม สนับสนุน พัฒนา คุมครอง ชวยเหลือ และจัดสวัสดิการที่เกี่ยวของกับการกีฬา จึงสมควรกำหนดหลักเกณฑ เกี่ยวกับการรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน การบริหารกองทุน และการจัดหาผลประโยชนของกองทุน ดงั กลา ว เพื่อใหการดำเนินการของกองทุนเปนไปดวยความเรียบรอ ยและมปี ระสิทธิภาพ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๙ (๑๒) มาตรา ๔๒ มาตรา ๔๖ และมาตรา ๔๗ แหง พระราชบญั ญตั กิ ารกฬี าแหง ประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ คณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย ในการประชมุ ครั้งที่ ๗/๒๕๕๙ เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง จึงออก ระเบียบไว ดังตอ ไปนี้ ขอ ๑ ระเบยี บน้ีเรยี กวา “ระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหงประเทศไทย วา ดวยการรบั เงนิ การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน การบริหารกองทุน และการจัดหาผลประโยชนของกองทุนพัฒนาการกีฬา แหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙” ขอ ๒ ระเบยี บนีใ้ หใชบ ังคบั ตัง้ แตวนั ถัดจากวนั ประกาศเปน ตน ไป ขอ ๓ ในระเบยี บน้ี “กองทนุ ” หมายความวา กองทนุ พฒั นาการกฬี าแหง ชาติ “คณะกรรมการบริหารกองทุน” หมายความวา คณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ พฒั นาการกฬี า แหงชาติ “กรรมการบริหารกองทุน” หมายความวา กรรมการบริหารกองทุนพฒั นาการกีฬาแหงชาติ “ผจู ัดการกองทนุ ” หมายความวา ผจู ัดการกองทุนพฒั นาการกฬี าแหง ชาติ “พนักงานกองทุน” หมายความวา พนักงาน ลูกจางประจำ ลูกจางชั่วคราว หรือที่เรียกชื่อ อยางอื่น ที่จางจากเงนิ กองทนุ เพอ่ื ปฏิบัตภิ ารกิจของกองทนุ “คณะอนุกรรมการติดตามผล” หมายความวา คณะอนุกรรมการติดตามผลการดำเนิน โครงการ “อนุกรรมการติดตามผล” หมายความวา อนกุ รรมการติดตามผลการดำเนนิ โครงการ ขอ ๔ ใหประธานกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยเปนผูรักษาการตามระเบียบนี้ และมี อำนาจวินจิ ฉัยปญหาเกีย่ วกับการปฏบิ ัติตามระเบียบน้ี 80

-๒- หมวด ๑ การบริหารกองทุน ขอ ๕ ใหค ณะกรรมการบริหารกองทนุ มีอำนาจหนาท่ใี นการบรหิ ารกองทนุ รวมทั้งดำเนนิ การ เกี่ยวกับการจัดหาผลประโยชนและการจัดการกองทุน และพิจารณาอนุมัติโครงการที่ขอรับการสงเสริม หรือสนับสนนุ จากกองทนุ และตดิ ตามผลการดำเนนิ การของโครงการดังกลาวตามท่ีกำหนดไวใ นระเบียบนี้ ใหคณะกรรมการบริหารกองทุนมีอำนาจหนาที่ในการกำหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข ในการใหเงินรางวัลแกน กั กีฬา บคุ ลากรกฬี า และสมาคมกฬี าทีใ่ ชคำวา “แหง ประเทศไทย” การใหท นุ การศึกษา และอนุมัติทุนการศึกษาแกนักกีฬาและบุคลากรกีฬา การชวยเหลือดานสวัสดิการแกนักกีฬา บุคลากรกีฬา และผูซึ่งประสบอุบัติเหตุ หรือไดรับความเสียหายหรืออันตรายจากการแขงขันกีฬา และกรณีอื่นอันควรแกการ สงเคราะห ใหค ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ รายงานสถานะการเงนิ และการบรหิ ารกองทนุ ตอ คณะกรรมการ การกีฬาแหงประเทศไทยตามที่กำหนดไวในระเบียบนี้หรือตามที่คณะกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย รองขอ ขอ ๖ ให กกท. กำหนดโครงสรางการบริหารกองทุน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ บริหารกองทุน เพื่อรองรับการดำเนินงานดานตาง ๆ ทั้งนี้ ใหสอดคลองกับแผนพัฒนาการกีฬาแหงชาติและ นโยบายดา นการกฬี าของรัฐ ในการกำหนดโครงสรางการบริหารกองทุนตามวรรคหนึ่ง ให กกท. กำหนดกรอบอัตรากำลัง และเงินเดือน คาจาง คาตอบแทน สิทธิประโยชนหรือสวัสดิการตาง ๆ ของผูจัดการกองทุนและพนักงาน กองทนุ ตามความเหมาะสมในการดำเนินงาน ขอ ๗ การกำหนดตำแหนง คุณสมบัติของตำแหนง อำนาจหนาที่ ระยะเวลาการจาง การประเมินผลการปฏิบัติงาน และการเลิกจางพนักงานกองทุน ใหเปนไปตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุน กำหนด ขอ ๘ ใหมีสำนักงานกองทุนพัฒนาการกีฬาแหงชาติ เปนหนวยธุรการเพื่อทำหนาที่จัดทำ และรวบรวมขอ มลู ตาง ๆ ทเ่ี ก่ียวกับการบรหิ ารจดั การกองทนุ รวมทง้ั ดำเนนิ การในเรอื่ งอนื่ ใดท่เี กย่ี วกับกองทุน ขอ ๙ ใหมีผูจัดการกองทุนคนหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแตงตั้งจากพนักงานของ กกท. ระดับไมต่ำกวาผูอำนวยการฝายหรือสำนัก หรือบุคคลภายนอกที่มีความรูและประสบการณดานการ บรหิ ารจดั การทุนหมนุ เวียน และดานการสง เสรมิ และพฒั นาการกีฬา ขอ ๑๐ ในกรณีที่ผจู ัดการกองทนุ เปนบคุ คลภายนอก บุคคลดงั กลา วตองมีคณุ สมบัติและไมม ี ลกั ษณะตอ งหาม ดังตอไปนี้ (๑) มีสญั ชาตไิ ทย (๒) มีอายไุ มเ กินหกสิบหาปบรบิ รู ณ (๓) สามารถปฏบิ ตั หิ นา ทไ่ี ดเต็มเวลา (๔) ไมเ ปนบุคคลลม ละลายหรือเคยเปน บุคคลลมละลายทุจริต 81

-๓- (๕) ไมเคยตองคำพิพากษาถึงที่สุดใหจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับความผิดที่ไดกระทำโดย ประมาทหรอื ความผดิ ลหโุ ทษ (๖) ไมเปน คนไรความสามารถหรือคนเสมอื นไรค วามสามารถ (๗) ไมเคยตองคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินเพราะร่ำรวย ผิดปกติ หรอื มีทรัพยสินเพม่ิ ข้นึ ผิดปกติ (๘) ไมเปน ผูมสี ว นไดเ สยี ในการดำเนนิ งานของกองทุน (๙) ไมเคยถูกลงโทษไลออก ใหออก หรอื เลิกจางเพราะทจุ รติ ตอ หนาท่ี ขอ ๑๑ ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนแตงตั้งผูจัดการกองทุนจากบุคคลภายนอก ใหการดำรงตำแหนง การพนจากตำแหนง ระยะเวลาและเงื่อนไขในการจาง ตลอดจนคาตอบแทนของผูจัดการ กองทุน เปนไปตามสัญญาจางที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด ทั้งนี้ วาระการดำรงตำแหนงของ ผูจดั การกองทุนดงั กลา วใหมวี าระการดำรงตำแหนง คราวละไมเ กนิ สป่ี  ใหป ระธานกรรมการบรหิ ารกองทนุ เปน ผมู อี ำนาจทำสญั ญาจา งผจู ดั การกองทนุ และใหก ารจา ง ตามสัญญาดังกลาว ไมอยูในบังคับแหงกฎหมายวาดวยการคุมครองแรงงาน กฎหมายวาดวยแรงงานสัมพันธ กฎหมายวา ดว ยประกันสังคม และกฎหมายวา ดว ยเงนิ ทดแทน ขอ ๑๒ ใหผ จู ดั การกองทนุ มหี นา ทบ่ี รหิ ารจดั การกองทนุ ใหเ ปน ไปตามวตั ถปุ ระสงคข องกองทนุ และใหมอี ำนาจหนาท่ี ดงั ตอ ไปนี้ (๑) จัดทำแผนประมาณการรายรับและรายจา ยประจำปของกองทนุ รวมทัง้ แผนประมาณการ รายรับและรายจายประจำปลวงหนาสี่ป พรอมทั้งแผนการดำเนินงานของกองทุนและแผนการเสนอโครงการ ทจ่ี ะขอรบั การสง เสรมิ หรอื สนบั สนนุ จากกองทนุ เพอ่ื เสนอใหค ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ พจิ ารณากอ นเรม่ิ ปบ ญั ชี ไมน อยกวา หกสิบวนั (๒) พิจารณาและนำเสนอโครงการที่จะขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุนเพื่อให คณะกรรมการบริหารกองทนุ พิจารณา (๓) ติดตามผลการดำเนินการของโครงการที่ไดรับการสงเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุน เพ่ือรายงานตอ คณะกรรมการบริหารกองทุนตอ ไป (๔) พิจารณาและนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับการใชจายเงินกองทุนเพื่อเปนเงินรางวัล ทุนการศึกษา หรอื การชว ยเหลอื ดา นสวสั ดกิ ารตามมาตรา ๔๒ (๔) (๕) และ (๖) ตามหลกั เกณฑท ค่ี ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ กำหนด (๕) เสนอความเหน็ หรอื แนวทางในการดำเนนิ งานของกองทนุ ตลอดจนเสนอแนวทางในการจดั หา ผลประโยชนข องกองทุนตอ คณะกรรมการบรหิ ารกองทุน (๖) รับผิดชอบการบริหารงานบุคคลและงานธุรการของกองทุน รวมทั้งติดตามการปฏิบัติงาน เกี่ยวกับกองทนุ (๗) ปฏิบตั ิหนาทีอ่ ่ืนตามท่คี ณะกรรมการบรหิ ารกองทุนมอบหมาย 82

-๔- หมวด ๒ การสงเสริม การสนับสนุน หรือการชวยเหลือจากกองทุน สวนที่ ๑ การเสนอโครงการเพื่อขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุน ขอ ๑๓๑ การสงเสริมหรือการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการดำเนินกิจกรรมกีฬาทั้งใน ระดับชาติและนานาชาติ การพัฒนานักกีฬา บุคลากรกีฬา และสมาคมกีฬา และการเตรียมนักกีฬาเพื่อใหเปน นกั กฬี าทง้ั ในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ รวมทง้ั การสง เสรมิ และสนบั สนนุ กฬี ามวยและกฬี าอาชพี ใหค ณะกรรมการ บริหารกองทุนพิจารณาใหสอดคลองกับแผนพัฒนาการกีฬาแหงชาติและนโยบายดานการกีฬาของรัฐ ขอ ๑๔ ๒ เพื่อประโยชนในการดำเนินกิจกรรมกีฬาทั้งในระดับชาติและนานาชาติ การพัฒนา นักกีฬา บุคลากรกีฬา หรือสมาคมกีฬา หรือการเตรียมนักกีฬาใหเปนนักกีฬาในระดับชาติหรือนานาชาติ รวมทั้งการสงเสริมหรือสนับสนุนกีฬามวยและกีฬาอาชีพ ใหหนวยงาน องคกร หรือบุคคลที่ประสงคจะขอรับ การสงเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุนยื่นคำขอพรอมทั้งโครงการที่ประสงคจะดำเนินการ และเอกสารหรือ หลกั ฐานท่ีเกยี่ วของ (ถา มี) ตอคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ ผานผูจดั การกองทนุ กอนดำเนนิ โครงการไมนอ ยกวา หกสิบวัน โดยโครงการที่เสนออยางนอยตองมีรายละเอียด ดังตอไปนี้ (๑) ชื่อโครงการ (๒) วัตถุประสงคของโครงการ (๓) เปาหมายของโครงการ (๔) แผนการดำเนินการตามโครงการ (๕) งบประมาณคาใชจาย (๖) ผูรับผิดชอบโครงการ (๗) สำเนางบการเงินปลาสุดที่ผานการตรวจสอบรับรองจากผูสอบบัญชี (ถามี) ในกรณีที่มีเหตุจำเปนเรงดวนทำใหไมสามารถยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งไดภายในระยะเวลา ที่กำหนด ใหยื่นคำขอภายหลังจากที่พนกำหนดระยะเวลาตามวรรคหนึ่งได โดยใหระบุเหตุนั้นไวในคำขอดวย ขอ ๑๕ โครงการที่จะขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุนที่ไมไดอยูภายใตแผนงาน โครงการที่คณะกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยกำหนดภายใตแผนพัฒนาการกีฬาแหงชาติและนโยบายดาน การกีฬาของรัฐ จะยื่นคำขอไดตอเมื่อเปนโครงการที่คณะกรรมการบริหารกองทุนเห็นวามีความจำเปน และเรงดวน ใหผูจัดการกองทุนเสนอโครงการตามวรรคหนึ่งโดยตรงตอคณะกรรมการบริหารกองทุน เพื่อพิจารณา ๑ ขอ ๑๓ แกไขเพ่ิมเตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย วา ดวยการรบั เงนิ การจายเงิน การเก็บรกั ษาเงิน การบริหารกองทุน และการจัดหาผลประโยชนของกองทนุ พฒั นาการกีฬาแหง ชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๒ขอ ๑๔ วรรคหนง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วา ดว ยการรบั เงนิ การจา ยเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงิน การบรหิ ารกองทุน และการจดั หาผลประโยชนของกองทุนพัฒนาการกฬี าแหง ชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ 83

-๕- ขอ ๑๖ เมื่อผูจัดการกองทุนไดรับคำขอตามขอ ๑๔ แลว ใหผูจัดการกองทุนพิจารณา ตรวจสอบวาการขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุนดังกลาวไดปฏิบัติถูกตองครบถวนและเปนไปตามหลักเกณฑ ที่จะไดรับการสงเสริมหรือสนับสนุนหรือไม ถาผูจัดการกองทุนเห็นวา การขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุน ดงั กลา วไดป ฏบิ ตั ถิ กู ตอ งครบถว นตามทก่ี ำหนดและเปน ไปตามหลกั เกณฑท จ่ี ะไดร บั การสง เสรมิ หรอื สนบั สนนุ แลว ใหผูจัดการกองทุนเสนอคำขอพรอมทั้งโครงการตอคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง โดยใหทำความเห็นเพื่อ ประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองดวย เวนแตกรณีที่มีความจำเปนและเรงดวน ใหผูจัดการ กองทุนเสนอเรื่องโดยตรงตอคณะกรรมการบริหารกองทุนได ในกรณีที่ผูจัดการกองทุนเห็นวา การขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุนนั้นมิไดปฏิบัติใหถูกตอง ครบถวนหรือไมเปนไปตามหลักเกณฑที่กำหนด ใหผูจัดการกองทุนแจงใหผูยื่นคำขอแกไขเปลี่ยนแปลง ใหถูกตองภายในระยะเวลาที่กำหนด หากผูยื่นคำขอไมดำเนินการภายในระยะเวลาที่กำหนด ใหถือวาคำขอนั้น เปนอันตกไป สวนที่ ๒ การกลั่นกรองโครงการ ขอ ๑๗ ใหมีคณะอนุกรรมการกลั่นกรองคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากลั่นกรองโครงการตามคำขอ ทข่ี อรบั การสง เสรมิ หรอื สนบั สนนุ จากกองทนุ รวมทง้ั ปฏบิ ตั หิ นา ทอ่ี น่ื ตามทค่ี ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ มอบหมาย ขอ ๑๘๓ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองตามขอ ๑๗ ประกอบดวย (๑) กรรมการบรหิ ารกองทนุ หรอื บคุ คล ซง่ึ ประธานกรรมการบรหิ ารกองทนุ แตง ตง้ั เปน ประธาน อนุกรรมการกลั่นกรอง (๒) กรรมการบริหารกองทุน หรือบุคคล ซึ่งประธานอนุกรรมการกลั่นกรองแตงตั้งจำนวน หนึ่งคน เปนรองประธานอนุกรรมการกลั่นกรอง (๓) รองผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทย ซึ่งผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทย มอบหมาย จำนวนสองคน เปนอนุกรรมการกลั่นกรอง (๔) ผแู ทนกรมบญั ชกี ลาง ผแู ทนสำนกั งบประมาณ ผแู ทนคณะกรรมการโอลมิ ปค แหง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ และผูแทนคณะกรรมการพาราลิมปกแหงประเทศไทย เปนอนุกรรมการกลั่นกรอง (๕) ผูทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแตงตั้งจากบุคคลที่ไมเปนพนักงานของ กองทุน หรือพนักงานของ กกท. จำนวนหาคน เปนอนุกรรมการกลั่นกรอง (๖) ผูจัดการกองทุน หรือพนักงานของ กกท. คนหนึ่ง โดยความเห็นชอบของประธาน อนุกรรมการกลั่นกรอง เปนอนุกรรมการกลั่นกรองและเลขานุการ (๗) พนักงานของกองทุน หรือพนักงานของ กกท. จำนวนสองคน เปนอนุกรรมการกลั่นกรอง และผูชวยเลขานุการ ประธานกรรมการบรหิ ารกองทนุ อาจแตง ตง้ั ทป่ี รกึ ษาอนกุ รรมการกลน่ั กรองในคณะอนกุ รรมการ กลั่นกรองได ๓ ขอ ๑๘ แกไขเพิ่มเตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย วา ดว ยการรับเงิน การจา ยเงิน การเก็บรักษาเงิน การบริหารกองทนุ และการจัดหาผลประโยชนข องกองทนุ พัฒนาการกีฬาแหง ชาติ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ 84

-๖- ขอ ๑๙ อนุกรรมการกลั่นกรองตามขอ ๑๘ (๕) ตองมีคุณสมบัติและไมมีลักษณะตองหาม ดังตอไปน้ี (๑) มสี ญั ชาตไิ ทย (๒) ไมเปน บุคคลลม ละลายหรือเคยเปนบคุ คลลม ละลายทุจริต (๓) ไมเคยตองคำพิพากษาถึงที่สุดใหจำคุก เวนแตเปนโทษสำหรับความผิดที่ไดกระทำโดย ประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ (๔) ไมเ ปน คนไรความสามารถหรอื คนเสมอื นไรความสามารถ (๕) ไมเคยตองคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลใหทรัพยสินตกเปนของแผนดินเพราะร่ำรวย ผดิ ปกติ หรอื มีทรัพยสนิ เพิ่มขึ้นผดิ ปกติ (๖) ไมเคยถกู ไลอ อก ปลดออก หรอื ใหอ อกจากงาน เพราะทจุ ริตตอหนาที่ ขอ ๒๐ อนุกรรมการกลั่นกรองตามขอ ๑๘ (๕) มีวาระการดำรงตำแหนงคราวละสามป และอาจไดร ับแตงตงั้ ใหมอีกได ในกรณีที่อนุกรรมการกลั่นกรองตามขอ ๑๘ (๕) พนจากตำแหนงกอนวาระ ใหผูไดรับแตงตั้ง แทนตำแหนง ท่ีวา งอยูในตำแหนง เทา กับวาระที่เหลืออยขู องอนุกรรมการกลนั่ กรองซ่ึงไดแตง ต้ังไวแ ลว เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง หากยังมิไดมีการแตงตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองตาม ขอ ๑๘ (๕) ขึ้นใหม ใหอนุกรรมการกลั่นกรองซึ่งพนจากตำแหนงตามวาระนั้นอยูในตำแหนงเพื่อดำเนินงาน ตอไปจนกวา อนกุ รรมการกล่นั กรองซ่ึงไดรับแตงตัง้ ใหมเ ขารบั หนา ท่ี ขอ ๒๑ นอกจากการพนจากตำแหนงตามวาระตามขอ ๒๐ อนุกรรมการกลั่นกรองตาม ขอ ๑๘ (๕) พนจากตำแหนงเมือ่ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) คณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ มมี ตใิ หอ อกเพราะบกพรอ งตอ หนา ท่ี มคี วามประพฤตเิ สอ่ื มเสยี หรอื หยอ นความสามารถ (๔) ขาดคุณสมบัตหิ รือมลี ักษณะตองหามตามขอ ๑๙ (๕) ขาดการประชุมคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเกินสามครั้งติดตอกันโดยไมมีเหตุอันสมควร ในกรณีที่อนุกรรมการกลั่นกรองตามขอ ๑๘ (๕) พนจากตำแหนงกอนวาระและยังมิไดมีการ แตงตั้งอนุกรรมการกลั่นกรองแทนตำแหนงที่วาง ใหคณะอนุกรรมการกลั่นกรองประกอบดวยอนุกรรมการ กลน่ั กรองเทาทเ่ี หลอื อยู ขอ ๒๒ เมื่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองไดรับคำขอพรอมทั้งโครงการ ความเห็นและขอมูล ประกอบการพิจารณาตามขอ ๑๖ แลว ใหคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจัดใหมีการประชุมเพื่อพิจารณา กลั่นกรองโครงการที่ขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุน โดยอาจเชิญผูขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุน หรือผูท เี่ กย่ี วขอ งมาใหขอ มลู ประกอบการพจิ ารณาได หรอื ใหจัดสงเอกสารหรอื ขอ มูลทเี่ กี่ยวของเพิม่ เตมิ ได ขอ ๒๓ ในการพิจารณากลั่นกรองโครงการ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองอาจใหคำแนะนำ แกผยู ่นื คำขอเพื่อปรับปรงุ รายละเอยี ดของโครงการใหเหมาะสมยงิ่ ข้ึนได ขอ ๒๔ ใหค ณะอนุกรรมการกลนั่ กรองจดั ทำความเห็นเสนอตอคณะกรรมการบริหารกองทนุ วา สมควรอนุมัติหรือไมอนุมัตโิ ครงการดงั กลาว พรอมทง้ั ใหเ หตุผลประกอบการพิจารณาดว ย 85

-๗- สวนที่ ๓ การอนุมัติโครงการ ขอ ๒๕ ในการพิจารณาอนุมัติโครงการตามคำขอที่ขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุนจาก กองทุน ใหคณะกรรมการบริหารกองทุนคำนึงถึงความสอดคลองกับนโยบายดานการกีฬาของรัฐ ความคุมคา และประโยชนที่ไดจากการดำเนินโครงการ รวมทั้งความจำเปนเรงดวนของแตละโครงการประกอบดวย ขอ ๒๖ ในการพิจารณาโครงการ คณะกรรมการบริหารกองทุนอาจแจงใหผูยื่นคำขอแกไข เพ่ิมเติมโครงการตามที่คณะกรรมการบรหิ ารกองทุนเหน็ สมควร กอ นท่ีจะมีมตอิ นมุ ตั ใิ หดำเนินโครงการได ขอ ๒๗ ใหคณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาและมีมติเกี่ยวกับโครงการที่ขอรับการ สงเสริมหรือการสนับสนุนใหแลวเสร็จโดยเร็ว ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนมีมติอนุมัติใหจายเงินจากกองทุนหรือใหการสงเสริม หรือสนับสนุนแกโครงการใดตามคำขอทั้งหมดหรือเพียงบางสวน คณะกรรมการบริหารกองทุนจะกำหนด เงื่อนไขในการดำเนินโครงการนั้นไวดวยก็ได ขอ ๒๘ เมื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนไดพิจารณาโครงการแลวมีมติเปนประการใด ใหผ ูจัดการกองทุนแจง ผลการพจิ ารณาใหผูย่นื คำขอทราบภายในเจ็ดวันนบั แตว ันทคี่ ณะกรรมการบริหารกองทนุ มีมติ ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนมีมติอนุมัติโครงการที่ขอรับการสงเสริมหรือสนับสนุน ใหผูรับผิดชอบโครงการมาทำความตกลงเปนหนังสือกับผูจัดการกองทุนภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการ บริหารกองทนุ กำหนด และใหผจู ัดการกองทนุ รวบรวมนำเสนอคณะกรรมการบรหิ ารกองทุนเพ่อื ทราบตอ ไป ขอ ๒๙ ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนมอบหมายใหผูจัดการกองทุนมีอำนาจ พิจารณาเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการเกี่ยวกับชื่อรายการแขงขัน จำนวนวันแขงขัน จำนวนนักกีฬา จำนวนเจาหนาที่ที่เกี่ยวของ หรือรายละเอียดอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด โดยการ เปลี่ยนแปลงดังกลาวตองไมกระทบหลักการและตองไมเกินจำนวนเงินที่ไดรับอนุมัติ เมื่อผูจัดการกองทุนอนุมัติ การเปลี่ยนแปลงดังกลาวแลว ใหรายงานใหคณะกรรมการบริหารกองทุนทราบโดยเร็ว ขอ ๓๐ โครงการใดไดรับการสงเสริมหรือสนับสนุนจากกองทุนแลว และตอมามีเหตุทำให ตองเปลี่ยนแปลงการดำเนินโครงการนอกจากกรณีที่กำหนดไวตามขอ ๒๙ ใหผูรับผิดชอบโครงการรายงานเหตุ ดงั กลาวตอ ผจู ดั การกองทนุ เพ่ือใหผ ูจดั การกองทนุ เสนอเรือ่ งใหค ณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาตอไป เมื่อคณะกรรมการบริหารกองทุนเห็นชอบใหเปลี่ยนแปลงการดำเนินโครงการใดแลว จึงจะ เปลี่ยนแปลงการดำเนินโครงการนั้นได หากผูรับผิดชอบโครงการไมดำเนินการตามที่กำหนดไวในวรรคหนึ่งหรือวรรคสอง ใหนำ ขอ ๓๗ มาใชบังคับโดยอนุโลม ขอ ๓๑ ในกรณีที่ผูรับผิดชอบโครงการประสงคที่จะยกเลิกโครงการ ใหแจงกรณีดังกลาว ตอผูจัดการกองทุน และใหผูจัดการกองทุนเสนอเรื่องดังกลาวตอคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อดำเนินการ ตอไป 86

-๘- สวนที่ ๔ การติดตามผลการดำเนินโครงการ ขอ ๓๒๔ ใหมีคณะอนุกรรมการติดตามผลการดำเนินโครงการ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และ ประเมินผลการดำเนินโครงการ ประกอบดว ย (๑) กรรมการบรหิ ารกองทนุ หรอื บคุ คล ซง่ึ ประธานกรรมการบรหิ ารกองทนุ แตง ตง้ั เปน ประธาน อนุกรรมการติดตามผล (๒) กรรมการบริหารกองทุน หรือบุคคล ซึ่งประธานอนุกรรมการติดตามผลแตงตั้งจำนวน หนึ่งคน ซึ่งตองเปนผูมีความรู ความเชี่ยวชาญดานการเงิน การบัญชี หรือดานกฎหมาย เปนรองประธาน อนุกรรมการตดิ ตามผล (๓) ผูแทนกรมบัญชีกลาง ผูอำนวยการฝายการคลัง และผูอำนวยการฝายตรวจสอบภายใน เปนอนุกรรมการติดตามผล (๔) ผูทรงคุณวุฒิ ซึ่งประธานอนุกรรมการติดตามผลเสนอคณะกรรมการบริหารกองทุน ใหความเหน็ ชอบ จำนวนหา คน เปนอนกุ รรมการตดิ ตามผล (๕) พนกั งานของ กกท. โดยความเหน็ ชอบของประธานอนกุ รรมการตดิ ตามผล จำนวนหนง่ึ คน เปนอนุกรรมการตดิ ตามผลและเลขานุการ (๖) พนักงานของกองทุน หรือพนักงานของ กกท. จำนวนสองคน เปนอนุกรรมการติดตามผล และผูชว ยเลขานกุ าร ประธานกรรมการบรหิ ารกองทนุ อาจแตง ตง้ั ทป่ี รกึ ษาอนกุ รรมการตดิ ตามผลในคณะอนกุ รรมการ ติดตามผลได ขอ ๓๓ ใหนำขอ ๑๙ ขอ ๒๐ และขอ ๒๑ มาใชบังคับกับคุณสมบัติ ลักษณะตองหาม วาระ การดำรงตำแหนง และการพน จากตำแหนง ของอนุกรรมการตดิ ตามผลตามขอ ๓๒ (๔) โดยอนโุ ลม ขอ ๓๔๕ ใหคณะอนกุ รรมการตดิ ตามผลมีอำนาจหนา ที่ ดังตอ ไปน้ี (๑) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินโครงการที่ไดรับการสงเสริมหรือสนับสนุน จากกองทุน และรายงานใหค ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ ทราบ (๒) เสนอความเหน็ หรอื แนวทางในการดำเนนิ การตามโครงการหรอื การแกไ ขปญ หาตา ง ๆ ทเ่ี ปน อุปสรรคในการดำเนินโครงการตอคณะกรรมการบรหิ ารกองทุน (๓) ใหคณะอนุกรรมการติดตามผลแตงตั้งคณะทำงาน โดยความเห็นชอบของประธาน กรรมการบริหารกองทุน (๔) ปฏิบตั ิหนา ท่อี น่ื ตามทคี่ ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ มอบหมาย ๔ ขอ ๓๒ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วา ดว ยการรบั เงนิ การจา ยเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงนิ การบรหิ ารกองทนุ และการจดั หาผลประโยชนข องกองทนุ พฒั นาการกฬี าแหง ชาติ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๕ขอ ๓๔ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วา ดว ยการรบั เงนิ การจา ยเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงนิ การบรหิ ารกองทนุ และการจดั หาผลประโยชนข องกองทนุ พฒั นาการกฬี าแหง ชาติ (ฉบบั ท่ี ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ 87

-๙- ขอ ๓๕ เมื่อมีการยกเลิกโครงการหรือสิ้นสุดโครงการ ใหคณะอนุกรรมการติดตามผลจัดทำ รายงานเสนอตอคณะกรรมการบริหารกองทุนภายในสามสิบวันนับแตวันที่ยกเลิกโครงการหรือสิ้นสุดโครงการ เพื่อใหคณะกรรมการบริหารกองทุนพิจารณาสั่งการตอไป ขอ ๓๖ ใหคณะอนุกรรมการติดตามผลจัดทำรายงานผลการดำเนินโครงการ รวมทั้ง ความคืบหนาของแตละโครงการเสนอตอคณะกรรมการบริหารกองทุนภายในสามสิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชี ขอ ๓๗ โครงการใดไมด ำเนินการตามทไี่ ดรบั อนุมัติ ใหคณะกรรมการบริหารกองทนุ พิจารณา ดำเนนิ การอยางหนึ่งอยางใด ดังตอไปนี้ (๑) แจงเปนหนังสือใหผูรับผิดชอบโครงการแกไขการดำเนินการใหถูกตองภายในระยะเวลา ที่กำหนด (๒) ระงับการสงเสริมหรือสนับสนุนการดำเนินโครงการ (๓) เรียกคืนเงินหรือทรัพยสินอื่นที่ไดจากกองทุน (๔) ดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร สวนที่ ๕๖ การสนับสนุนเงินรางวัลหรือทุนการศึกษา การชวยเหลือดานสวัสดิการ และการสงเสริมและสนับสนุนกีฬามวยและกีฬาอาชีพ ขอ ๓๘๗ การนำเงินของกองทุนไปใชจายเพื่อเปนเงินรางวัล ทุนการศึกษา หรือเพื่อการ ชวยเหลือดานสวัสดิการ รวมทั้งการสงเสริมและการสนับสนุนกีฬามวยและกีฬาอาชีพตามมาตรา ๔๒ (๔) (๕) (๖) และ (๗) ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด ๓๘/๑๘ ใหมีคณะอนุกรรมการดานสวัสดิการกีฬา เพื่อกลั่นกรองงานดานสวัสดิการกีฬา จากกองทุน ประกอบดวย (๑) กรรมการบรหิ ารกองทนุ หรอื บคุ คล ซง่ึ ประธานกรรมการบรหิ ารกองทนุ แตง ตง้ั เปน ประธาน อนุกรรมการดานสวัสดิการกีฬา (๒) กรรมการบริหารกองทุน หรือบุคคล ซึ่งประธานอนุกรรมการดานสวัสดิการกีฬาแตงตั้ง จำนวนหนึ่งคน เปนรองประธานอนุกรรมการดานสวัสดิการกีฬา (๓) รองผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทย ซึ่งผูวาการการกีฬาแหงประเทศไทย มอบหมาย จำนวนหนึ่งคน เปนอนุกรรมการดานสวัสดิการกีฬา ๖ ชอ่ื สว นท่ี ๕ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วา ดว ยการรบั เงนิ การจา ยเงนิ การเกบ็ รกั ษา เงนิ การบริหารกองทุน และการจดั หาผลประโยชนของกองทนุ พัฒนาการกีฬาแหงชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๗ ขอ ๓๘ วรรคหนง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วา ดว ยการรบั เงนิ การจา ยเงนิ การเกบ็ รักษาเงนิ การบริหารกองทุน และการจดั หาผลประโยชนของกองทนุ พฒั นาการกฬี าแหง ชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ๘ ๓๘/๑ ๓๘/๒ และ ๓๘/๓ เพม่ิ ความในขอ ๓๘ วรรคหนง่ึ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วา ดวยการรับเงิน การจา ยเงิน การเกบ็ รกั ษาเงิน การบรหิ ารกองทนุ และการจัดหาผลประโยชนข องกองทนุ พัฒนาการกีฬาแหง ชาติ (ฉบบั ที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๑ 88

- ๑๐ - (๔) ผแู ทนกรมบญั ชกี ลาง ผแู ทนสำนกั งบประมาณ ผแู ทนคณะกรรมการโอลมิ ปค แหง ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ และผูแทนคณะกรรมการพาราลิมปกแหงประเทศไทย เปนอนุกรรมการดานสวัสดิการ กีฬา (๕) ผูทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะกรรมการบริหารกองทุนแตงตั้งจากบุคคลที่ไมเปนพนักงานของ กองทนุ หรอื พนกั งานของ กกท. จำนวนหา คน เปน อนุกรรมการดานสวสั ดกิ ารกฬี า (๖) ผูจัดการกองทุน หรือพนักงานของ กกท. คนหนึ่ง โดยความเห็นชอบของประธาน อนุกรรมการดานสวัสดิการกีฬา เปน อนกุ รรมการดา นสวัสดิการกฬี าและเลขานกุ าร (๗) พนกั งานของกองทนุ หรอื พนกั งานของ กกท. จำนวนสองคน เปน อนกุ รรมการดา นสวสั ดกิ าร กฬี าและผชู ว ยเลขานุการ ประธานกรรมการบริหารกองทุน อาจแตงตั้งที่ปรึกษาอนุกรรมการดานสวัสดิการกีฬาใน คณะอนกุ รรมการดา นสวสั ดิการกีฬาได ๓๘/๒ ใหคณะอนุกรรมการดา นสวัสดกิ ารกฬี ามอี ำนาจหนาที่ ดงั ตอไปน้ี (๑) กลั่นกรองงานดานสวัสดิการกีฬา เงินรางวัล และทุนการศึกษา ตามประกาศหลักเกณฑ ทีค่ ณะกรรมการบริหารกองทนุ กำหนด และนำเสนอคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ เพือ่ พิจารณาอนมุ ตั ิ (๒) ใหคณะอนุกรรมการดานสวัสดิการกีฬาแตงตั้งคณะทำงาน โดยความเห็นชอบของ ประธานกรรมการบรหิ ารกองทนุ (๓) ปฏิบัตงิ านอ่นื ตามทไี่ ดร บั มอบหมายจากคณะกรรมการบรหิ ารกองทุน ๓๘/๓ ใหน ำขอ ๑๙ ขอ ๒๐ และขอ ๒๑ ของระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วาดวยการรับเงิน การจายเงิน การเก็บรักษาเงิน การบริหารกองทุน และการจัดหาผลประโยชนของกองทุน พัฒนาการกีฬาแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาใชบังคับกับคุณสมบัติ ลักษณะตองหาม วาระการดำรงตำแหนง และการพน จากตำแหนงของอนุกรรมการดานสวัสดิการกฬี าตามขอ ๓๘ (๓๘/๑) (๕) โดยอนุโลม หลักเกณฑ วิธกี าร และเงอ่ื นไขในการจา ยเงินรางวัลตามวรรคหนงึ่ สำหรบั การแขง ขันรายการ ระดบั นานาชาตแิ ละมหกรรมกีฬานานาชาติตองกำหนดใหส อดคลองกบั ธรรมนูญแหง สหพันธกฬี านานาชาติ หมวด ๓ การจัดการเงินของกองทุน สวนที่ ๑ การเงินและการบัญชี ขอ ๓๙ ใหผูจัดการกองทุนจัดทำแผนประมาณการรายรับและรายจายประจำป รวมทั้ง แผนประมาณการรายรับและรายจายประจำปลวงหนาสี่ป พรอมแผนการดำเนินงานของกองทุน ที่สอดคลอง กับนโยบายและยุทธศาสตรการบริหารจัดการกองทุนตามที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด ซึ่งแผน ดังกลาวอยางนอยตองประกอบดวย แผนปฏิบัติงาน ประมาณการรายรับและรายจายประจำป ประมาณการ กระแสเงนิ สดพรอมแหลงทมี่ าของรายได เสนอใหค ณะกรรมการบรหิ ารกองทุนพจิ ารณาอนมุ ัติ เพ่อื ใชเปน กรอบ 89

- ๑๑ - ในการบริหารจัดการกองทุนและสงใหกระทรวงการคลังภายในหกสิบวันกอนเริ่มตนปบัญชีของทุกป เพื่อพิจารณาใหความเห็นชอบกอนการใชจายเงิน ขอ ๔๐ ใหคณะกรรมการบริหารกองทุนวางและรักษาไวซึ่งระบบบัญชีที่เหมาะสมเพื่อให สามารถจัดทำรายงานการเงิน แสดงฐานะทางการเงิน และผลการดำเนินงานกองทุนไดอยางถูกตองตาม หลักการบัญชีที่รับรองโดยทั่วไป ขอ ๔๑ ใหกองทุนบันทึกรายการบญั ชขี องกองทุนในระบบการบริหารการเงินการคลังภาครฐั แบบอิเล็กทรอนิกส ถูกตองและเปนปจจุบันตามรูปแบบและเงื่อนไขที่กรมบัญชีกลางกำหนด ขอ ๔๒ ใหผูจัดการกองทุนจัดทำรายงานการเงินของกองทุนเสนอตอคณะกรรมการบริหาร กองทุนเพื่อพิจารณา และสงใหสำนักงานการตรวจเงินแผนดินตรวจสอบภายในหกสิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชี ใหสำนักงานการตรวจเงินแผนดินทำรายงานผลการตรวจสอบและรับรองรายงานการเงิน ทุกประเภทของกองทุนเสนอตอคณะกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยภายในหนึ่งรอยหาสิบวันนับแตวัน สิ้นปบัญชี เพื่อใหคณะกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทยเสนอตอคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ ใหค ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ สง รายงานการเงนิ ของกองทนุ พรอ มดว ยรายงานการสอบบญั ชี ของผูสอบบัญชีตอกระทรวงการคลังภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับรายงานจากผูสอบบัญชี วันเริ่มและวันสิ้นปบัญชีของกองทุน ใหถือปงบประมาณเปนรอบปบัญชี ใหผ ตู รวจสอบภายในของ กกท. เปน ผตู รวจสอบการดำเนนิ งาน การเงนิ และการบญั ชขี องกองทนุ ตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในและจริยธรรมการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของทางราชการ หรือ มาตรฐานสากลการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน และตองรายงานผลการตรวจสอบใหคณะกรรมการ การกีฬาแหงประเทศไทยและคณะกรรมการบริหารกองทุนทราบอยางนอยปละหนึ่งครั้ง ขอ ๔๓๙ ให กกท. เปดบัญชีเงินฝากไวที่กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง โดยใชชื่อ “บัญชี กองทุนพัฒนาการกีฬาแหงชาติ” เพื่อฝากเงินของกองทุน เพื่อความคลองตัวในการบริหารงาน ใหกองทุนมีเงินสดไวเพื่อสำรองจายไดภายในวงเงิน ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด หรือเปดบัญชีเงินฝากกับธนาคารที่เปนรัฐวิสาหกิจหรือธนาคารพาณิชย ในชื่อบัญชีเชนเดียวกับวรรคหนึ่งสำหรับหมุนเวียนใชจายในกิจการตามวัตถุประสงค ภายในวงเงินและเงื่อนไข ที่คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง สวนที่ ๒ การรับเงินและการเก็บรักษาเงิน ขอ ๔๔ การรับเงินใหรับเปนเงินสด การรับเงินเปนเช็ค ดราฟต หรือตราสารอยางอื่น หรือโดยวิธีอื่นใด ใหเปนไปตามที่ คณะกรรมการบริหารกองทุนกำหนด ๙ ขอ ๔๓ แกไขเพมิ่ เตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกีฬาแหงประเทศไทย วา ดวยการรบั เงนิ การจา ยเงนิ การเก็บรักษาเงิน การบรหิ ารกองทนุ และการจดั หาผลประโยชนข องกองทุนพัฒนาการกฬี าแหง ชาติ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ 90

- ๑๒ - ขอ ๔๕ การรับเงินใหเจาหนาที่ผูมีหนาที่รับชำระเงินออกใบเสร็จรับเงินใหแกผูชำระเงิน ทุกครั้ง เวนแตการรับเงินที่มีเอกสารของกองทุนระบุจำนวนเงินที่ชำระอันมีลักษณะเชนเดียวกับใบเสร็จรับเงิน ซึ่งเอกสารดังกลา วจะตอ งมีการควบคมุ จำนวนท่รี บั จายทำนองเดยี วกบั ใบเสรจ็ รบั เงนิ ใหใ ชใ บเสรจ็ รบั เงนิ เลม เดยี วกนั รบั เงนิ ทกุ ประเภท เวน แตเ งนิ ประเภทใดมกี ารรบั ชำระเปน ประจำ และมีจำนวนมากราย จะแยกใบเสรจ็ รับเงนิ เลม หนึง่ สำหรับการรบั เงนิ ประเภทหนึ่งก็ได ขอ ๔๖ ใหเจาหนาที่ผูรับผิดชอบการเงินของกองทุนบันทึกเงินที่ไดรับในสมุดเงินสด ภายใน วันที่ไดรับเงินสด เช็ค ดราฟต หรือตราสารอยางอื่นนั้น โดยแสดงใหทราบวาไดรับเงินตามใบเสร็จรับเงิน หรือ เอกสารอน่ื เลมใด เลขทใี่ ด จำนวนเทาใด เงินประเภทใดมีใบเสร็จรับเงินวันหนึ่ง ๆ หลายฉบับ จะรวมรับเงินประเภทนั้นตามสำเนา ใบเสร็จทุกฉบับมาบันทึกในบัญชีรายการเดียวก็ได โดยใหแสดงใหทราบวาเปนเงินรับตามใบเสร็จเลขที่ใด ถงึ เลขท่ใี ด จำนวนเงินรวมทงั้ สิ้นเทาใด ไวด า นหลงั สำเนาใบเสรจ็ รบั เงินฉบับสดุ ทาย ขอ ๔๗ เมื่อส้นิ เวลารับเงิน ใหเจาหนาท่ีผมู ีหนา ท่จี ัดเกบ็ หรอื รบั ชำระเงิน นำเงนิ ท่ไี ดร บั พรอม สำเนาใบเสร็จรับเงิน และเอกสารอื่นที่จัดเก็บในวันนั้นทั้งหมดสงตอเจาหนาที่การเงินของกองทุน เพื่อนำสงเขาบัญชีเงินฝากที่เปดบัญชีไวที่กรมบัญชีกลาง หรือบัญชีเงินฝากธนาคารทันทีหรืออยางชาภายในวัน ทำการรงุ ขึ้น โดยหามมใิ หหักไวหรอื นำไปจา ยเพอื่ การใด ๆ กอนสง เขาบญั ชีดังกลา ว ขอ ๔๘ ใหกองทุนจัดใหมีการตรวจสอบจำนวนเงินที่เจาหนาที่จัดเก็บและนำสงกับหลักฐาน และรายการที่บันทึกไวในสมุดเงินสดวาถูกตองครบถวนแลวหรือไม หากการตรวจสอบปรากฏวาถูกตองแลว ใหผูตรวจแสดงยอดรวมเงินรับทั้งสิ้นตามใบเสร็จรับเงินทุกฉบับที่ไดรับในวันนั้นไวในสำเนาใบเสร็จรับเงินฉบับ สุดทายและลงลายมือชื่อกำกับไวดวย แตหากตรวจสอบแลวเห็นวาไมถูกตอง ใหผูตรวจทำรายงานใหผูจัดการ กองทนุ ทราบทันทีเพอ่ื พิจารณาสงั่ การตอ ไป สวนท่ี ๓ การจา ยเงิน ขอ ๔๙ ๑๐ การจายเงินจากกองทุนใหจายไดต ามวัตถุประสงคข องกองทุน ดังตอ ไปน้ี (๑) สงเสริมและสนับสนุนการดำเนนิ กิจกรรมกีฬาท้ังในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ (๒) สง เสริมและสนบั สนนุ การพฒั นานกั กฬี า บคุ ลากรกฬี า และสมาคมกฬี า (๓) สง เสริมและสนับสนุนการเตรียมนักกีฬาเพือ่ ใหเปน นักกฬี าทง้ั ในระดบั ชาตแิ ละนานาชาติ (๔) สนบั สนนุ เงนิ รางวลั แกน กั กฬี า บคุ ลากรกฬี า และสมาคมกฬี าทใ่ี ชค ำวา “แหง ประเทศไทย” ซึ่งประกอบคุณความดีแกการกีฬาของชาติหรือนำช่อื เสยี งเกียรติภมู ิมาสูประเทศชาติ (๕) สนบั สนุนทนุ การศึกษาแกน ักกฬี าและบุคลากรกฬี า (๖) ชวยเหลือดานสวัสดิการแกนักกีฬา บุคลากรกีฬา และผูซึ่งประสบอุบัติเหตุ หรือไดรับ ความเสยี หายหรอื อันตรายจากการแขง ขันกฬี า และกรณอี น่ื อนั ควรแกก ารสงเคราะห ๑๐ ขอ ๔๙ แกไ ขเพม่ิ เตมิ โดยระเบยี บคณะกรรมการการกฬี าแหง ประเทศไทย วา ดว ยการรบั เงนิ การจา ยเงนิ การเกบ็ รกั ษาเงนิ การบรหิ ารกองทุน และการจดั หาผลประโยชนข องกองทุนพฒั นาการกฬี าแหงชาติ (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ 91


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook