Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ວິຊາ การออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศ

ວິຊາ การออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศ

Published by lavanh9979, 2021-08-24 09:10:19

Description: ວິຊາ การออกแบบและพัฒนาระบบสารสนเทศ

Search

Read the Text Version

แบบจาลองขอ้ มูล | 319 1.2.1 ประเภทแอตทรบิ ิวต์ แอตทริบิวต์แต่ละอย่างมีคุณสมบัติ และลักษณะการใช้งาน ท้งั หมด 6 ประเภท มรี ายละเอยี ดความหมายแต่ละประเภท ดงั นี้ 1) แอตทริบิวต์คีย์หลัก คือ แอตทริบิวต์ท่ีมีคุณลักษณะเป็น เอกลักษณ์ ไมม่ คี ่าซ้ากบั แอตทรบิ ิวตใ์ ด เช่น รหัสอาจารย์ รหัสสาขาวชิ า เป็นตน้ 2) แอตทริบิวต์แบบปกติ คือ แอตทริบิวต์ท่ีแสดงคุณลักษณะ ในแต่ละเอนทิตีที่เป็นหลัก ไม่สามารถขยายหรือย่อยคุณลักษณะได้อีก เช่น ช่ือบุคคล นามสกลุ ชอื่ คณะ เปน็ ตน้ 3) แอตทรบิ ิวต์แบบผสม คอื แอตทริบิวตท์ ่ีแสดงรายละเอียดที่ สามารถแบ่งแยกคุณลักษณะเพ่ิมได้อีก เช่น ท่ีอยู่อาจารย์ สามารถแสดงรายละเอียด บ้านเลขที่ ถนน ตาบล อาเภอ จังหวัด โดยการเขียนจะเป็นการเช่ือมโยงจาก แอตทริบิวตห์ ลกั 4) แอตทริบิวต์แบบค่าเดียว คือ แอตทริบิวต์ที่แสดง คณุ ลักษณะท่จี ดั เกบ็ เพียงคา่ เดียวเทา่ น้นั เช่น วัน เดือน ปี ท่เี กิด เป็นตน้ 5) แอตทริบิวต์ที่มีหลายค่า คือแอตทริบิวต์ที่มีการจัดเก็บ คุณลักษณะหลายค่า สามารถเก็บข้อมูลท่ีสามารถเก็บข้อมูลมากกว่าหน่ึงอย่าง เช่น ความเชี่ยวชาญทางดา้ นงานวิจยั สามารถจดั เก็บข้อมูลไดม้ ากกว่าหนึ่งค่า เปน็ ตน้ 6) แอตทริบิวต์ท่ีรับค่าจากแอตทริบิวต์อื่น คือ แอตทริบิวต์ท่ี จัดเก็บค่าแอตทริบิวต์ท่ีมีการประมวลผลลัพธ์จากแอตทริบิวต์อ่ืน เช่น แอตทริบิวต์ วัน เดือน ปี เร่ิมทางาน มาประมวลผลวัน เดือน ปี ปัจจุบันเพ่ือเก็บแอตทริบิวต์ อายุ การทางาน เปน็ ตน้ จากประเภทของแอตทริบิวต์ สามารถแทนค่าสัญลักษณ์และ แสดงตวั อยา่ งแอตทริบิวต์ ดังตารางที่ 8.2 แสดงสัญลักษณ์ของประเภทแอตทรบิ ิวต์และ ตัวอย่างการใชส้ ญั ลักษณ์

แบบจาลองข้อมูล | 320 ตำรำงที่ 8.2 สญั ลกั ษณ์ประเภทของแอตทริบวิ ต์ ตัวอยำ่ ง ชอื่ และสญั ลกั ษณ์ แอตทริบวิ ต์คยี ห์ ลกั รหสั แอตทรบิ วิ ต์ บคุ ลำกร แอตทริบิวต์แบบปกติ ช่ือ นามสกลุ บคุ ลำกร แอตทริบิวต์ บ้านเลขที่ ถนน ตาบล อาเภอ แอตทริบวิ ตแ์ บบผสม ทอี่ ยู่ จังหวดั แอตทริบิวต์ วนั เดอื นปที เี่ กิด บุคลำกร แอตทรบิ วิ ต์ค่าเดียว ความเชย่ี วชาญ แอตทรบิ ิวต์ แอตทรบิ ิวตท์ ีม่ หี ลายคา่ แอตทริบิวต์ บุคลำกร

แบบจาลองขอ้ มลู | 321 ตำรำงที่ 8.2 สัญลกั ษณ์ประเภทของแอตทริบวิ ต์ (ตอ่ ) ชือ่ และสญั ลกั ษณ์ ตวั อย่ำง แอตทริบิวตท์ ีร่ ับคา่ วนั เรม่ิ ทางาน จากแอตทริบิวตอ์ น่ื อายรุ าชการ แอตทริบิวต์ บุคลำกร 1.3 เอนทิตีเชิงสัมพนั ธ์ (Relation) การสร้างระบบงานท่ีมีเอนทิตี แต่ละเอนทิตีจะมีความสัมพันธ์จึงเกิด การเช่ือมโยงแลกเปลย่ี นขอ้ มูล สร้างกระบวนการทางานภายในและภายนอกระบบงาน ขน้ึ ดงั น้นั เอนทติ ีแต่ละเอนทิตจี ะมีความสัมพันธ์กัน มคี วามสัมพนั ธ์ทั้งหมด 3 ชนิด คือ หนึ่งต่อหน่ึง หนึ่งต่อกลุ่มและกลุ่มต่อกลุ่ม ดังภาพที่ 8.4 แสดงตัวอย่างความสัมพันธ์ ระหวา่ งเอนทติ ี ชอื่ เอนทติ ี ช่อื เอนทติ ี ....................... .... .... Has / Is ....................... ชนดิ ความสมั พันธ์ ภาพท่ี 8.4 ความสมั พนั ธ์ระหว่างเอนทิตี

แบบจาลองขอ้ มูล | 322 1.3.1 สญั ลักษณ์ควำมสมั พนั ธ์ระหวำ่ งเอนทิตี ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตีมีความสัมพันธ์ทั้งหมด 3 ชนิด จะเขียนแทนค่าด้วยภาพ E-R Diagram แบบ Chen ดังตารางที่ 8.3 ดงั นี้ ตำรำงท่ี 8.3 ความสัมพันธร์ ะหวา่ งเอนทิตี ชนิดควำมสัมพันธ์ สัญลักษณ์ หนึ่งตอ่ หนึง่ 1 1 (1 : 1) หนง่ึ ต่อกลมุ่ 1M (1 : M) กลุ่มต่อกลุ่ม MN (M : N) สัญลักษณแ์ สดงความสมั พันธร์ ะหว่างเอนทติ มี คี วามหมายแตล่ ะ ชนิดดงั นี้ 1) ความสัมพันธ์แบบหนึ่งต่อหน่ึง หมายถึงเอนทิตีหนึ่งมี ความสัมพันธ์กับเอนทิตีหน่ึงได้เพียงหน่ึงความสัมพันธ์เท่านั้น เช่น อาจารย์หน่ึงคนมี รหัสประจาตัวบุคลากรได้หนึ่งหมายเลขเท่าน้ัน หรือประชาชนไทยมีเลขที่บัตร ประชาชนไดเ้ พยี งหมายเลขเดียวทัง้ นนั้ 1 1 มี มหาวิทยาลัย รหสั บคุ ลากร ภาพท่ี 8.5 ความสมั พันธ์ชนิดหนึง่ ต่อหน่งึ

แบบจาลองขอ้ มูล | 323 2) ความสัมพันธ์แบบหน่ึงต่อกลุ่ม หมายถึง เอนทิตีหน่ึงมี ความสัมพนั ธ์กับเอนทิตีหน่ึงกล่มุ เชน่ ระบบสารสนเทศการจดั การวจิ ัย มีผู้ใชบ้ ริการท่ีมี สถานะการใช้งาน 3 แบบ คือ อาจารย์ คณะกรรมการ ผู้บริหาร ดังน้ันความสัมพันธ์ เอนทิตีสร้างความสัมพันธ์อาจารย์หน่ึงคน มีสถานะการใช้บริการหลายสถานะ ดังภาพท่ี 8.6 แสดงความสมั พนั ธช์ นดิ หน่งึ ตอ่ กลมุ่ 1 M เปน็ สถานะ บคุ ลากร ภาพท่ี 8.6 ความสมั พนั ธช์ นิดหน่งึ ตอ่ กลมุ่ 3) ความสัมพันธ์แบบกลมุ่ ต่อกลุ่ม หมายถึง ความสมั พนั ธ์แบบ หนึ่งต่อกลุ่ม หมายถึงเอนทิตีหน่ึงกลุ่มมีความสัมพันธ์กับเอนทิตีหน่ึงกลุ่ม เช่น ระบบ สารสนเทศการจัดการวิจัย มีบันทึกข้อมูลโครงการจากอาจารย์ทั้งหมด ดังนั้น ความสัมพนั ธ์เอนทิตี สร้างความสมั พันธ์บคุ ลากรหนึง่ กลุม่ มีสถานะการใช้บริการบันทึก ขอ้ มลู โครงการ ดงั ภาพที่ 8.7 แสดงความสัมพันธช์ นิดกลุม่ ตอ่ กลุ่ม M N มี โครงการ บคุ ลากร ภาพที่ 8.7 ความสมั พันธช์ นิดกลมุ่ ต่อกลมุ่

แบบจาลองข้อมูล | 324 2. ตัวอย่ำงของกำรสร้ำงภำพ E-R การสร้างภาพ E-R ด้วยระบบสารสนเทศการจัดการงานวิจัยในบทท่ี 7 โดยระบบน้ีมีวัตถุประสงค์การพัฒนาการบริหารจัดการงานวิจัยท้ังกระบวนการ ดาเนินงาน สามารถจัดเก็บเอกสารรูปแบบกระดาษเป็นรูปแบบไฟล์งาน ทาให้การ สืบค้นข้อมูลมีความสะดวกรวดเร็ว แบ่งบุคลากรสถานะ 3 กลุ่ม คือ 1) อาจารย์ผเู้ สนอ โครงการดาเนนิ งานโครงการ 2) คณะกรรมการฝา่ ยวิจยั มีหน้าท่ีพิจารณาทนุ วจิ ยั บรหิ าร จดั การการดาเนินงาน และตดิ ตามการดาเนนิ โครงการ และ3) บุคลากรผูส้ นใจ มรี ายละเอยี ดการใช้งานบรกิ ารดงั น้ี 1. อาจารย์บันทึกเสนอโครงการ โดยคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติ งบประมาณ 2. การเซ็นสัญญา หากข้อเสนอโครงการได้รับการอนุมัติ อาจารย์ผู้เสนอ โครงการก็ทาการเซน็ สัญญาโครงการวิจยั 3. อาจารย์ดาเนินงานวจิ ยั และอาจารย์จะดาเนินการรายงานความกา้ วหน้า ตามระยะเวลาของสญั ญาท่กี าหนด 4. ดาเนินงานเสร็จสมบูรณ์ อาจารย์จะรายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ส่ง คณะกรรมการฝ่ายวจิ ัย 5. อาจารย์มีการนาเสนอผลงานทางวิชาการเรียบร้อย อาจารย์ดาเนินการ รายงานผลงานวจิ ัยทางวชิ าการต่อคณะกรรมการฝ่ายวิจัย 2.1 กำรวิเครำะห์ควำมสัมพันธ์ การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเอนทิตีระบบสารสนเทศการจัดการ งานวจิ ัย มรี ายละเอยี ดการทางานดงั น้ี 2.1.1 เอนทติ ีในระบบ 1) อาจารย์ 2) สถานะผูใ้ ชง้ าน 3) ข้อเสนอโครงการ 4) สาขาวิชา 5) ยุทธศาสตร์

แบบจาลองข้อมูล | 325 6) งบประมาณ 7) ประเภทงบประมาณ 8) สัญญา 9) รายงานความก้าวหนา้ 10) รายงานฉบบั สมบูรณ์ 11) นาเสนอผลงานทางวชิ าการ 2.1.2 แอตทรบิ ิวต์ของเอนทตี ี รายละเอียดแอตทรบิ ิวต์ในระบบกาหนดเอนทีตีดังนี้ ตำรำงท่ี 8.4 รายละเอยี ดแอตทรบิ วิ ต์ เอนทีตี ชื่อแอตทรบิ ิวต์ คีย์ บคุ ลำกร รหัสอาจารย์ คยี ห์ ลกั คานา ช่อื ชื่อรอง นามสกลุ ที่อยู่ ความเชยี่ วชาญ สถำนะ รหสั สถานะการใชง้ าน คียห์ ลัก ชอ่ื สถานะ โครงกำร รหสั โครงการ คีย์หลัก ชื่อโครงการภาษาไทย ชือ่ โครงการภาษาอังกฤษ ลักษณะโครงการ ความสาคญั วัตถปุ ระสงค์

ตำรำงท่ี 8.4 รายละเอยี ดแอตทรบิ วิ ต์ (ตอ่ ) แบบจาลองขอ้ มูล | 326 เอนทีตี ชอื่ แอตทรบิ ิวต์ คยี ์ คยี ห์ ลัก สำขำวิชำ รหสั สาขาวิชา คียห์ ลัก คียห์ ลัก ชื่อสาขาวชิ า คียห์ ลกั คยี ์หลัก ยทุ ธศำสตร์ รหัสยุทธศาสตร์ ชอ่ื ยทุ ธศาสตร์ คยี ์หลัก คยี ์หลกั งบประมำณ รหสั งบประมาณ ช่อื งบประมาณ ประเภทงบประมำณ รหสั ประเภทงบประมาณ ช่ือประเภทงบประมาณ ผลพจิ ำรณำ รหัสผลพจิ ารณา ผลการประเมิน หมายเหตุ ประเภทผลพจิ ำรณำ รหัสผลพจิ ารณา ชอ่ื ผลพจิ ารณา สญั ญำ รหสั สญั ญา วนั เดือนปี ชอ่ื เรอื่ ง งบประมาณ งวดท่ี 1 งวดที่ 2 งวดท่ี 3

แบบจาลองข้อมลู | 327 ตำรำงที่ 8.4 รายละเอียดแอตทริบวิ ต์ (ต่อ) คยี ์ เอนทีตี ชอื่ แอตทรบิ วิ ต์ คยี ห์ ลัก รำยงำนควำมก้ำวหนำ้ รหัสรายงานความก้าวหนา้ คียห์ ลัก งบประมาณ คียห์ ลัก วัตถปุ ระสงค์ กจิ กรรม งบประมาณงวดท่ี 2 รำยงำนฉบับสมบรู ณ์ รหัสรายงานฉบับสมบูรณ์ ไฟลเ์ อกสาร ผลงำนทำงวชิ ำกำร รหัสผลงานวิชาการ ช่อื บทความภาษาไทย ชอ่ื บทความภาษาองั กฤษ บทคัดย่อ ไฟล์ 2.1.3 ควำมสมั พันธ์เอนทิตีของระบบสำรสนเทศ ความสัมพนั ธ์เอนทิตขี องระบบสารสนเทศเพอ่ื การจัดการงานวิจัย มีเอนทิตีที่มีความสัมพันธ์ในการดาเนินงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บุคลากรได้เข้าระบบ สารสนเทศ ซงึ่ ระบบจะมกี ารกาหนดการให้บริการตามสถานะผู้ใช้บริการ บุคลากรได้มี การบันทึกเสนอโครงการ บันทึกรายละเอียดงบประมาณและยุทธศาสตร์ เม่ือเสนอ โครงการ จะเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาจากคณะกรรมการ หากได้รับการอนุมัติจะเข้าสู่ ขั้นตอนจัดทาสัญญา รายงานความก้าวหน้า รายงานฉบับสมบูรณ์และนาเสนอผลงาน ทางวิชาการ ดังภาพท่ี 8.8 แสดงอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี ผลการพิจารณา สัญญาญา โครงการ งบประมาณ การรายงานความก้าวหน้าและผลงานทางวชิ าการ

แบบจาลองข้อมูล | 328 ภาพท่ี 8.8 ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งเอนทติ ีในส่วนยอ่ ยของระบบสารสนเทศ ผลการวิเคราะหข์ อ้ มูลและกระบวนการทางาน การสรา้ งแผนภาพ E-R Diagram จะแสดงรายละเอียดแอตทริบิวต์ท่ีมีคุณลักษณะ คุณสมบัติของแต่ละ เอนทิตี ดังตัวอย่างภาพท่ี 8.9 แสดงรายละเอียดคุณลักษณะท้ังหมด ตั้งแต่บุคลากร สถานะบุคลากร สาขาวิชา และเอนทิตีในระบบงานย่อยเช่น ผลการพิจารณา สัญญา โครงการ งบประมาณ การรายงานความก้าวหน้าและผลงานทางวชิ าการ

ภาพท่ี 8.9 แผนภาพ E-R Diagram

แบบจาลองข้อมลู | 329 m ของระบบสารสนเทศ

แบบจาลองข้อมูล | 330 1) E-R Diagram ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตีบุคลากรกับ สาขาวชิ า สถานะ ดงั น้ี  ความสัมพนั ธ์เอนทิตีระหว่างบุคลากรกับสถานะแบบหนึง่ ต่อหน่ึง (1 : 1) มีความหมายว่า บุคลากรคนหนึ่งมีสถานะการใช้บริการอย่างเดียว เทา่ นั้น มีสถานะ 3 แบบคอื อาจารย์ คณะกรรมการหรอื ผู้บรหิ ารเทา่ น้ัน  ความสัมพันธ์เอนทิตีระหว่างบุคลากรกับสาขาวิชาแบบ หนึ่งต่อหน่ึง (1 : 1) มีความหมายว่า บุคลากรหนึ่งคนมีตาแหน่งสอนประจาสาขาวิชา สาขาเดยี วเทา่ นัน้ ภาพที่ 8.10 แผนภาพ E-R Diagram เอนทติ บี ุคลากร

แบบจาลองขอ้ มูล | 331 2) E-R Diagram ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี โครงก า ร งบประมาณ ผลพิจารณา สัญญา รายงานความก้าวหน้า ฉบับสมบูรณ์ ผลงาน ทางวิชาการ ดังภาพท่ี 8.11 ภาพท่ี 8.11 แผนภาพ E-R Diagram เอนทติ ีโครงการ  ความสมั พันธเ์ อนทิตีระหว่างโครงการกบั งบประมาณแบบ หน่ึงต่อกลุ่ม (1 : M) มีความหมายวา่ โครงการหน่งึ โครงการมีงบประมาณหลายประเภท  ความสัมพนั ธ์เอนทิตีระหวา่ งโครงการกับยทุ ธศาสตรแ์ บบ หนึ่งต่อกลุ่ม (1 : M) มีความหมายว่า โครงการหนึ่งโครงการ สามารถเลือกยุทธศาสตร์ หลายยุทธศาสตร์ เช่น ยุทธศาสตร์การพฒั นาประเทศตามแผนพฒั นาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ หรือนโยบายและยทุ ธศาสตร์การวิจัยของชาติ เปน็ ต้น  ความสัมพันธ์เอนทิตีระหว่างโครงการกับผลการพิจารณา แบบหน่ึงตอ่ หนึ่ง (1 : 1) มคี วามหมายว่า โครงการหนงึ่ โครงการมีผลพิจารณาการอนุมัติ การผลเดยี วเทา่ นั้นคืออนมุ ัติหรือไมอ่ นมุ ตั ิ

แบบจาลองข้อมูล | 332  ความสัมพันธ์เอนทิตีระหว่างโครงการกับสญั ญาแบบหนง่ึ ต่อหนง่ึ (1 : 1) มีความหมายวา่ โครงการหน่งึ ทาสัญญาโครงการครัง้ เดยี วเท่านัน้  ความสัมพันธ์เอนทิตีระหว่างโครงการกับ รายงาน ความก้าวหน้าแบบหน่ึงต่อกลุ่ม (1 : M) มีความหมายว่าโครงการหน่ึงมีการรายงาน ความกา้ วหนา้ การดาเนินงานโครงการไดม้ ากกวา่ หนง่ึ ไฟล์  ความสัมพันธ์เอนทิตีระหว่างโครงการกับรายงานฉบับ สมบูรณ์แบบหนึ่งต่อกลุ่ม (1 : M) มีความหมายว่า โครงการหน่ึงโครงการรายงาน งานวจิ ัยฉบับสมบรู ณ์ทแ่ี นบไฟล์ได้มากกวา่ หนึง่ ไฟล์  ความสัมพนั ธเ์ อนทิตีระหวา่ งโครงการกับผลงานทวิชาการ แบบหน่งึ ตอ่ กลมุ่ (1 : M) มคี วามหมายว่า โครงการหนงึ่ โครงการ สามารถบันทกึ ผลงาน ทางวิชาการได้มากกวา่ หนงึ่ เร่ือง บทสรปุ กระบวนการวิเคราะห์ความต้องการของผู้บริหาร ด้วยการนา เสนอ แบบจาลองข้อมูลท่ีแสดงถึงความสัมพันธ์ของโครงสร้างข้อมูลและลักษณะข้อมูล เปน็ สงิ่ ทีท่ ีมพัฒนาสามารถอธบิ ายผลการวิเคราะห์ข้อมูล ใหเ้ หน็ กระบวนการทางาน หรอื ขนั้ ตอนการทางาน สามารถแบ่งระดบั แบบจาลองขอ้ มูลเป็น 3 ระดบั คือ 1. แบบจาลองขอ้ มูลเชิงแนวคิด 2. แบบจาลองข้อมลู เชิงตรรกะ 3. แบบจาลองขอ้ มลู เชิงกายภาพ แผนภาพอีอาร์ไดอะแกรม (E-R Diagram (Entity-Relationship Diagram) ก า ร เ ขี ย น แ ส ด ง ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ข อ ง ข้ อ มู ล ใ น ก ร ะ บ ว น ก า ร ท า ง า น ข อ ง ร ะ บ บ ง า น จากการศกึ ษาวเิ คราะห์ความตอ้ งการของผู้บริหาร บคุ ลากรทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั ระบบงาน มีส่วนประกอบของแผนภาพ E-R Diagram หลัก คือ เอนทิตี แอตทริบิวต์ ความสัมพันธร์ ะหวา่ งเอนทติ ี

แบบจาลองข้อมลู | 333 เอนทิตี แอตทรบิ ิวต์ ความสมั พันธ์ระหว่างเอนทิตี เสน้ ความสัมพนั ธ์ ทีมพัฒนาระบบงาน จะพัฒนาระบบงานต้องเร่ิมจากวิเคราะห์ข้อมูล ตาม กระบวนการทางานทั้งหมด ดังน้ัน การสรุปผลการวิเคราะหใ์ ห้ตรงกับความต้องการ ของผู้ใช้งานจึงเป็นส่ิงจาเป็น เป็นจุดเร่ิมในการร่วมพัฒนาระหว่างทีมนักวิเคราะห์ ระบบและผู้ใช้งาน การสรา้ งแผนภาพ E-R Diagram จงึ เป็นเครอ่ื งมือที่นยิ มนาเสนอ แบบจาลองข้อมูลให้กับผู้ใช้งาน และยังเป็นแนวทางในการแก้ไข ปรับปรุง ความตอ้ งการทจ่ี ะแสดงเห็นในภาพรวมทั้งหมดของระบบงาน

แบบจาลองขอ้ มูล | 334 แบบฝึกหดั บทที่ 8 ตอนที่ 1 ตอบคำถำมดงั ตอ่ ไปนี้ 1. เหตใุ ดจึงตอ้ งมีการสร้างแบบจาลองข้อมูล 2. แบบจาลองข้อมลู แบง่ เปน็ กีร่ ะดับ แต่ละระดบั มีความหมายอยา่ งไร 3. จงบอกข้อดใี นการเลอื กใชแ้ บบจาลองข้อมูล ด้วยแผนภาพ E-R Diagram 4. จงอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตีมีกี่ชนิด อะไรบ้าง แต่ละชนิดมีการสร้าง ความสัมพันธ์แบบใด พร้อมยกตัวอย่างความสมั พันธ์ในแตช่ นิด 5. เอนทิตีมกี ่ปี ระเภท อะไรบ้าง ตอนท่ี 2 ใหเ้ ลอื กคาตอบให้ตรงกบั ความหมาย จากตัวเลอื ก A – K ดังตวั เลอื กต่อไปนี้ 1. เอนทติ แี บบปกติ 2. เอนทติ แี บบอ่อน 3. แอตทรบิ ิวต์คยี ์หลกั 4. แอตทริบิวตแ์ บบผสม 5. แอตทริบิวต์แบบค่าเดยี ว 6. แอตทรบิ วิ ต์ทม่ี หี ลายค่า 7. แอตทรบิ ิวตท์ ีร่ ับคา่ จากแอตทรบิ วิ ต์อื่น 8. บุคลากรมสี ถานะการเขา้ ใช้บรกิ าร 9. การเซ็นสญั ญาการรับโครงการวจิ ยั 10. บุคลากรแต่ละประจาสาขาวชิ า A. เอนทิตที ่เี กดิ ข้นึ ดว้ ยความสัมพนั ธ์ของกระบวนการทางานด้วยตัวเอนทติ เี อง B. เอนทติ ีทเี่ กดิ ข้นึ จากการสง่ ค่าของข้อมูล หรอื ส่งิ เกิดขึ้นจากเอนทติ ีอ่นื C. แอตทรบิ วิ ต์ท่ีมีคณุ ลักษณะเปน็ เอกลกั ษณ์ไมม่ คี ่าซา้ กบั แอตทรบิ ิวต์ใด D. แอตทรบิ วิ ต์ที่แสดงคณุ ลักษณะในแต่ละเอนทิตที เ่ี ป็นหลกั ไม่สามารถยอ่ ยไดอ้ ีก E. แอตทริบิวตท์ แี่ สดงรายละเอยี ดทีส่ ามารถแบ่งแยกคุณลักษณะเพม่ิ ได้ F. แอตทรบิ ิวต์ทแ่ี สดงคุณลกั ษณะทจี่ ดั เกบ็ เพยี งค่าเดียวเทา่ น้ัน

แบบจาลองขอ้ มูล | 335 G. แอตทรบิ วิ ตท์ ม่ี กี ารจัดเก็บคณุ ลักษณะหลายค่า H. แอตทรบิ วิ ตท์ ่ีจบั เก็บค่าแอตทริบวิ ตท์ ่มี กี ารประมวลผลลัพธ์จากแอตทรบิ ิวต์อ่ืน I. หนง่ึ ตอ่ หน่งึ (1 : 1) J. หนึ่งตอ่ กลุม่ (1 : M) K. กลมุ่ ตอ่ กล่มุ (M : N) ตอนที่ 3 ใหน้ ักศึกษาเขยี นแผนภาพ E-R Diagram โดยใช้ข้อมลู ขา้ งลา่ ง ร้านวุ้นรักใจจาหน่ายขนมเค้กแบบวุ้น มีวุ้นจาหน่าย มีการจัดเก็บข้อมลู ลกู ค้า การสั่งซ้อื รายการสนิ ค้า ข้อมลู พนักงาน ขอ้ มลู ลูกคา้ บริษทั รหัสประเภทสนิ คา้ ช่ือประเภท 1 กลอ่ ง 2 ช้นิ เลก็ รหัสสินคา้ ช่ือสนิ คา้ ราคา จานวนทีผ่ ลติ วันผลิต 1 เปด็ น้อย 60 10 03/09/2557 2 ดอกไม้ 80 10 03/09/2557 3 หัวใจ 60 10 03/09/2557 4 ชนิ้ เลก็ สีแดง 2 100 03/09/2557 รหัสลกู คา้ คานาหน้า ชื่อ สกุล บ้านเลขที่ ตาบล อาเภอ จงั หวดั 00001 นาง อรอนงค์ ทะกอง 45 บ้านจนั่ เมือง อดุ รธานี นางสาว นฤมล นาชยั บา้ นผือ อุดรธานี 00002 นาง สดุ าพร กลางซา 345 หมากแข้ง เมือง อุดรธานี 00003 19 รหัสใบสง่ั ซ้ือ รหัสลกู คา้ รหัสสนิ ค้า รหสั พนกั งาน วนั ท่สี ง่ั n001 00002 1 e001 01/11/57 n002 00002 2 e001 01/11/57 n003 00001 4 e001 01/11/57 รหสั ลูกค้า คานาหน้า ชอ่ื สกลุ บ้านเลขที่ ตาบล อาเภอ จงั หวดั P10001 นาย ชยั รณ รกั ษไ์ ทย 19 หมากแข้ง เมอื ง อดุ รธานี นาย ภมู ิ มารินทร์ บ้านผือ บา้ นผือ อดุ รธานี P100002 นาง สายใจ ธรรมะ 32/3 บา้ นผือ บา้ นผือ อดุ รธานี P100003 54/1

แบบจาลองข้อมูล | 336 1. ใหน้ กั ศกึ ษาเขยี นแผนภาพ E-R Diagram ความสัมพนั ธ์ของระบบงานรา้ นวุ่นรักใจ 2. ให้นักศึกษาเขียน E-R Diagram แสดงความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี จากตาราง ทงั้ หมด 4 ตาราง

บทท่ี 9 การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน การออกแบบระบบงานจะดาเนินการเมื่อทีมพัฒนาระบบ ได้ศึกษาปัญหา และวิเคราะห์ความต้องการของผู้ใช้งานแล้ว จึงเริ่มกระบวนการออกแบบระบบ สารสนเทศ ซง่ึ แบ่งการออกแบบเป็น 2 สว่ นใหญ่ ๆ คอื 1) การออกแบบในสว่ นของผู้ใช้ ระบบงาน และ 2) การออกแบบฐานข้อมูลเพ่ือในการจัดเก็บข้อมูล ในบทน้ี จะกล่าว ถึงการออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน การออกแบบผลลพั ธ์ใหต้ รงตอ่ ความตอ้ งการผใู้ ชง้ าน เปน็ สง่ิ ท่ีนักวเิ คราะหร์ ะบบ จะตอ้ งให้ความสาคัญและควรพิจารณาความต้องการของผู้ใช้บริการในการสืบค้นข้อมูล วิธีการเข้าถึงข้อมูลท่ีง่ายต่อการใช้งาน และคานึงถึงความปลอดภัยของระบบงานท่ี กาหนดสิทธิ์การเรียกใช้งาน มุมมองการเข้าถึงข้อมูล จะต้องออกแบบการนาเข้าและ การแสดงผลลัพธ์อย่างสัมพนั ธก์ ันทัง้ ระบบงาน ข้อควรคานึงในการออกแบบระบบงาน 1. ตรวจสอบคุณภาพการทางาน ความสามารถหน้าท่ี และความปลอดภัยใน การกาหนดสทิ ธก์ิ ารเข้าถึงของผู้ใชบ้ ริการแตล่ ะกลุ่ม 2. ตรวจสอบความถูกต้อง และความสามารถในการทางาน จากผลลัพธ์และ การสรปุ รายงาน 3. ความเหมาะสมในการเข้าถึง การใช้งานง่าย การเรียนรู้ง่าย ผู้ใช้สามารถ ใช้งานเรยี กใช้งานตอบโตก้ บั ระบบงาน 4. ประสิทธิภาพของระบบงานที่มีความรวดเร็ว เม่ือการเรียกใช้ข้อมูลหรือ ประมวลผลข้อมูล

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 338 กระบวนการทางานของระบบงาน การทางานของระบบงาน จะมีข้ันตอนการจัดเก็บข้อมูลจนถึงกระบวน การแสดงผลข้อมูล ดังนั้น การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงานจึงแบ่งเป็น 3 กระบวน หลักคือ 1) การนาเข้าข้อมูลสู่ระบบงานท่ีเรียกว่า การออกแบบส่วนนาเข้า 2) ประมวลผลขนั้ ตอนนี้เมือ่ มีการนาเขา้ ข้อมูลเข้าสู่ระบบงาน ระบบงานจะประมวลผล ข้อมูลและแสดงผลลัพธ์ ในข้ันตอนที่ 3) การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน ดังภาพท่ี 9.1 ความสมั พันธ์ของกระบวนการทางานระบบ นาเข้าขอ้ มูล ประมวลผล รายงานผลลัพธ์ ภาพท่ี 9.1 กระบวนการออกแบบระบบงาน จากกระบวนการออกแบบระบบงานมี 3 กระบวน ในบทน้ีจะ ขออธิบายการออกแบบผลลัพธ์จากกระบวนการท่ี 1 การนาข้อมูลเข้าสู่ระบบ สารสนเทศที่มีวิธีการออกแบบส่วนนาเข้า และการออกแบบผลลัพธ์กระบวนการที่ 3 การออกแบบการรายงานผลลพั ธ์ 1. การออกแบบส่วนนาเขา้ การออกแบบส่วนนาเข้า (Input) นักวิเคราะห์ระบบจะต้องศึกษาความ ต้องการ ความเหมาะสมและเทคนิคการนาเข้าข้อมูล นักวิเคราะห์ระบบควรออกแบบ ส่วนนาเข้าท่ีช่วยให้ลดข้ันตอนหรืออานวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูล เพ่อื ลดขอ้ ผดิ พลาดในการนาเข้าข้อมูล 1.1 วตั ถปุ ระสงคข์ องการนาเข้า 1.1.1 ใช้เป็นส่ือกลางในการติดต่อประสานระหว่างผู้ใช้งานกับระบบ สารสนเทศ 1.1.2 การควบคุมการปอ้ นข้อมลู จะช่วยลดปญั หาข้อผิดพลาดจากการ นาเข้าข้อมูล นักวิเคราะห์จะต้องคานึงถึงความถูกต้องของข้อมูล เช่น การป้อน วัน เดอื น ปี เป็นไปแบบ พ.ศ. หรือ ค.ศ. เป็นต้น 1.1.3 กาหนดเป็นมาตรฐานในการป้อนข้อมูล เช่น การใช้สัญลักษณ์ พิเศษ หรือการกรอกวันเดอื นปี เป็นต้น

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 339 1.1.4 หลีกเล่ียงปัญหาความล่าช้าในการกาหนดกรอบการนาเข้า ข้อมลู ทาให้ลดเวลาการดาเนินงานได้ 1.2 หลักการออกแบบฟอรม์ การออกแบบฟอร์มการจัดเก็บข้อมูลในรูปเอกสารและนาเอกสาร ทา การปอ้ นขอ้ มลู นาเขา้ ส่รู ะบบสารสนเทศ ดังนั้น การออกแบบฟอรม์ เพอ่ื จัดเก็บข้อมูลจะ เป็นการรวบรวมข้อมูลในรูปแบบเอกสาร ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์และออกแบบ ให้สอดคล้องและสัมพันธ์กับข้อมูลท่ีจะนาเข้าสู่ระบบสารสนเทศ มีประเด็นหลัก ใหพ้ จิ ารณา ดงั น้ี 1.2.1 การจัดสัดสว่ นแบบฟอรม์ แบบฟอร์มการจัดเก็บข้อมูล จะเป็นส่ือสาคัญในการทา ความเข้าใจระบบ ทาให้ผู้ใช้งานได้เห็นรูปแบบการนาเข้าข้อมูล ก่อนท่ีจะบันทึก เข้าในระบบสารสนเทศรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ดังน้ัน การนาเสนอแบบฟอร์มให้ผู้ใช้ เขา้ ใจงาน ควรจะจัดสัดสว่ นแบบฟอรม์ มกี ารแบ่งพนื้ ทีแ่ บบฟอรม์ 3 สว่ นหลกั ดงั น้ี 1) สว่ นหัวแบบฟอรม์ เป็นส่วนท่ีแสดงรายละเอียดหวั เรอ่ื งหรือ ช่ือแบบฟอร์ม แสดงรายละเอียดหลักที่ต้องมี เช่น เลขที่ เอกสาร วัน เดือน ปี หรือหมายเลขหน้าที่เอกสารทม่ี ากกว่าหนึ่งหนา้ 2) ส่วนรายละเอียดแบบฟอร์ม แสดงถึงเน้ือหาทั้งหมดของ แบบฟอรม์ ทผ่ี ู้กรอกรายละเอียดจะดาเนนิ การกรอกแบบฟอร์ม 3) ส่วนท้ายแบบฟอร์ม แสดงรายละเอียดผู้ติดต่อสอบถาม หรือสรุปรายละเอียดของแบบฟอร์ม เช่น ที่อยู่ผู้ รับผิดชอบ หรือลงลายมือ ผกู้ รอกแบบสอบถาม เปน็ ต้น 1.2.2 คาอธิบายท่ชี ดั เจน การออกแบบฟอร์มที่ดีควรมีคาช้ีแจง แจ้งรายละเอียด ความหมายส่วนประกอบของแบบฟอร์มอย่างชัดเจน ควรใช้คาอธิบายที่กะทัดรัด หากมกี ารใช้สญั ลกั ษณ์ ควรอธิบายรายละเอียดสัญลกั ษณ์ หรอื แสดงหมายเหตเุ พิ่มเติม เพ่อื ลดขอ้ ผิดพลาดจากการกรอกข้อมลู

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 340 1.2.3 อานวยความสะดวกในการกรอกขอ้ มลู 1) การจัดกลุ่มข้อมูลประเภทเดียวกันที่สัมพันธ์กัน จะทาให้ การกรอกขอ้ มลู ต่อเนอ่ื งและรวดเร็วยง่ิ ขึ้น 2) มีการออกแบบช่องว่างหรือพ้ืนที่ให้กรอกข้อมูลอย่าง เพยี งพอ 1.2.4 รายการครบถ้วนตามวตั ถปุ ระสงค์ การออกแบบฟอร์มจะมีการกาหนดวัตถุประสงค์การใช้งาน ดังนั้น การออกแบบจะต้องตรวจสอบความครบถ้วนของคาถาม ว่าครบตาม วตั ถปุ ระสงค์ของแบบฟอร์มหรอื ไม่ ภาพที่ 9.2 แสดงตัวอย่างแบบฟอร์มคาร้องเพิ่มรายวิชา ของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี โดยจะแบ่งสัดสว่ น 3 ส่วนหลัก โดยส่วนที่ 1 จะเป็น ชื่อเร่ืองแบบฟอร์ม วันเดือนปี และส่วนที่ 2 แสดงรายละเอียดของการคาร้องขอเพิ่ม รายวชิ า และส่วนท่ี 3 จะมีแสดงคาชแี้ จงและคาลงชอื่ ผเู้ ขียนคาร้อง ภาพท่ี 9.2 แบบฟอร์มคารอ้ งขอเพมิ่ รายวิชา (ทีม่ า : www.udru.ac.th)

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 341 1.3 ออกแบบการหนา้ จอนาเขา้ ข้อมลู การออกแบบหน้าจอรับข้อมูล จะเป็นการนาข้อมูลจากแบบฟอร์มใน รูปแบบกระดาษป้อนเขา้ สู่ระบบสารสนเทศ 1.3.1 ขอ้ คานึงถึงการออกแบบหนา้ จอนาเขา้ ข้อมลู 1) มีคาอธิบายที่แสดงชัดเจน ส่ือความหมายสาหรับการป้อน ขอ้ มลู ท่ีเขา้ ใจงา่ ย 2) ตรวจสอบการป้อนข้อมูล เช่น กรณีป้อนข้อมูลไม่ตรง รูปแบบที่กาหนดจะมีการแจง้ เตือน เป็นต้น ภาพท่ี 9.3 การออกแบบหนา้ จอนาเขา้ ทม่ี คี าอธบิ ายปีการศึกษา ตัวอย่างการกรอกข้อมูล ที่อธิบายลักษณะการกรอกข้อมูลให้ผู้ใช้งานสามารถนาเข้า ข้อมูลไดถ้ ูกต้องตามรูปแบบท่ีกาหนด ภาพที่ 9.3 ออกแบบหนา้ จอแสดงคาอธบิ าย (ที่มา : http://portal4.udru.ac.th:7778/web/hmrservice/index.php) 3) มีการจัดเรียงลาดับข้อมูลท่ีนาเข้าระบบ เพ่ืออานวยความ สะดวกในการตรวจสอบข้อมลู 4) ออกแบบหน้าจอนาเข้าข้อมูลที่มสี ถานะบอกว่าดาเนินงาน ถึงขัน้ ตอนใดแล้ว 5) อานวยความสะดวกตอ่ การบันทกึ ข้อมลู ในรูปแบบคา่ ข้อมูล ที่มีการกาหนดค่าเร่ิมต้นได้ เช่น วันเดือนปีปัจจุบันระบบสามารถกาหนดค่าวันเดือนปี

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 342 ให้ผู้ใช้งาน โดยผู้ใช้งานลดเวลาการบันทึกข้อมูล และลดข้อผิดพลาดในการป้อนขอ้ มลู ใหต้ รงตามรปู แบบทก่ี าหนดอีกด้วย ภาพท่ี 9.4 แสดงข้อความเตือนให้ผู้ใช้บริการทราบถึงขั้นตอน การใช้งาน หรือการบันทึกข้อมลู นาเขา้ ระบบสารสนเทศ ภาพที่ 9.4 การออกแบบหน้าจอแสดงข้อความเตอื นขอ้ ผิดพลาด (ทมี่ า: http://portal4.udru.ac.th:7778/web/hmrservice/index.php) 1.3.2 อุปกรณ์นาเขา้ ขอ้ มูล การป้อนข้อมูลเพื่อนาเข้าสู่ระบบสารสนเทศ ปัจจุบันมีอปุ กรณ์ นาเข้าที่อานวยความสะดวกต่อผู้ใช้งานหลากหลายชนิด โดยผู้ใช้งานสามารถเลือก ประยกุ ต์ใชอ้ ปุ กรณ์นาเข้าได้ตามความต้องการ มอี ุปกรณ์นาเข้า ดังนี้ 1) อุ ป ก ร ณ์ น า เ ข้ า ด้ ว ย แ ส ง ( Optical Input Device) เป็นอุปกรณ์นาเข้าโดยใช้แสงในการผ่านสะท้อนข้อความหรือสัญลักษณ์ที่กาหนด ดังภาพที่ 9.5 เคร่อื งอา่ นรหัสแท่ง และภาพที่ 9.6 แสดงเครื่องสแกนเนอร์ท่แี ปลงข้อมูล รูปภาพเพอ่ื นาเขา้ สรู่ ะบบ

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 343 ภาพท่ี 9.5 เครอื่ งอ่านรหัสแทง่ (ทีม่ า : https://www.affairscloud.com/input-devices-or-input-units-of-a-computer/) ภาพท่ี 9.6 เครอ่ื งสแกนเนอร์ (ทม่ี า : http://bwindia.net/category/peripherals/scanners-all/scanners) 2) เครื่องอ่านสัญลักษณ์ด้วยแสงหรือเคร่ืองโอเอ็มอาร์ (Optical Mark Reader: OMR) เป็นเคร่ืองอ่านค่าโดยให้หลักการอ่านสัญลักษณ์ที่ กาหนดจากค่าดินสอที่กาหนดการทึบและใช้แสงสะท้านแม่เหล็ก เพ่ือนาข้อมูลเข้า ดังภาพท่ี 9.7 แสดงภาพตวั อยา่ งเคร่ืองอ่านสญั ลกั ษณ์จากกระดาษคาตอบ ภาพที่ 9.7 เครอ่ื งอ่านสญั ลักษณด์ ้วยแสง (ท่ีมา : https://www.affairscloud.com/input-devices-or-input-units-of-a-computer/)

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 344 3) สมาร์ตโฟน (Smart Phone) เป็นอุปกรณ์การสื่อสาร ทใี่ ชใ้ นการตดิ ต่อสื่อสารกัน แต่ปัจจุบันนิยมใช้เป็นอปุ กรณ์นาเข้าขอ้ มลู ด้วยการใช้กล้อง ถ่ายภาพ เช่น การเลือกสแกน QR Code, Bar Code, รูปภาพ เป็นต้น และเรียกโดย การไม่ต้องป้อนข้อมูล แต่ใช้การอ่านค่าข้อมูลด้วยการติดตั้งแอปพลิเคชันในการรับ ข้อมูลได้เพิ่มเติม ดังภาพที่ 9.8 ตัวอย่างสัญลักษณ์ภาพ และภาพที่ 9.9 แสดงตัวอย่าง การปอ้ นข้อมูลด้วยการรบั ค่าจากการถ่ายภาพทีใ่ ชก้ ล้องจากสมาร์ตโฟน ภาพท่ี 9.8 ภาพ QR Code และ Bar Code ภาพที่ 9.9 การป้อนนาเขา้ สู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ 4) เคร่ืองสมาร์ตการ์ด (Smart Card) เป็นการนาเข้าข้อมูล จากบัตรพลาสติกท่ีมีการบรรจชุ ิปไมโครโพรเซสเซอร์ เพ่ือประมวลผลการเข้าถึงขอ้ มูล ดังภาพที่ 9.10 ตวั อยา่ งการใชง้ านเครื่องสมาร์ตการ์ดท่ีอา่ นจากบัตรพลาสตกิ ในการทา ธุรกรรมการเงนิ

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 345 ภาพที่ 9.10 เครอ่ื งสมาร์ตการด์ (ท่มี า : http://rd-comp.com) 5) อุปกรณ์รับข้อมูลแบบชีวมิติ (Biometric Input Device) เปน็ อปุ กรณร์ ับข้อมูลทีต่ ้องมกี ารระบุตวั ตนดว้ ยคณุ ลกั ษณะของบคุ คลทางชีวภาพ มีการ ประยุกต์ใช้อุปกรณ์ข้อมูลแบบชีวมิติกับอุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ในยุคปัจจุบันมากยงิ่ ขึ้น เช่น เคร่ืองสแกนน้ิวมือที่ประตูรถยนต์ การเปิดโน้ตบุ๊ก และเปิดระบบโทรศัพท์ด้วย สแกนลายนิ้วมือ เป็นต้น ดังภาพที่ 9.11 แสดงตัวอย่างการรับข้อมูลด้วยการสแกน ลายนิ้วมือเพ่ือลงเวลาการปฏบิ ัติงาน ภาพท่ี 9.11 อุปกรณ์รับขอ้ มูลแบบชีวมิติ

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 346 6) เมาส์ปากกา (Moues Pen) เป็นอุปกรณ์รับข้อมูล โดยรับ ค่าข้อมูลด้วยการเขียนบนหน้าจอหรือแป้นสัมผัส เช่น การใช้แอปพลิเคชันรับข้อมูล เมนูอาหารการเซ็นชื่อรับสินค้าบนสมาร์ตโฟน เป็นต้น ดังภาพท่ี 9.12 ภาพตัวอย่าง อปุ กรณ์รบั ข้อมูลแบบเมาส์ปากกา ภาพท่ี 9.12 อุปกรณเ์ มาส์ปากกา 7) แ ป้ น พิ ม พ์ (Keyboard) เ ป็ น อุ ป ก ร ณ์ รั บ ข้ อ มู ล ใ น ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ใช้ในการนาเข้าข้อมูลส่รู ะบบสารสนเทศ ดังภาพที่ 9.13 แสดงตวั อยา่ งแปน้ พิมพท์ ่ีใชใ้ นการนาเขา้ ขอ้ มูล ภาพที่ 9.13 แป้นพมิ พ์

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 347 8) เมาส์ อุปกรณ์รับข้อมูลในส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ใช้ ในการนาเข้าข้อมูลสู่ระบบสารสนเทศ ดงั ภาพที่ 9.14 แสดงภาพเมาสท์ ่ีใช้ในนาเขา้ ข้อมูล ภาพท่ี 9.14 เมาส์ 2. การออกแบบสว่ นรายงานผลลพั ธ์ของระบบงาน การออกแบบส่วนผลลัพธ์ระบบงาน เป็นการแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้งานเลือก ดาเนินงานบนระบบสารสนเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลลัพธ์หน้าจอหรือผลลัพธ์ รปู แบบเอกสาร ดงั นั้น นกั ออกแบบตอ้ งคานึงถึงการออกแบบผลลพั ธ์ ใหผ้ ใู้ ช้งานเข้าใจ ง่าย สามารถเลือกคาส่งั ปฏบิ ัตกิ ารไดอ้ ยา่ งตอ่ เน่อื ง 2.1 ประเภทรายงานผล การแสดงผลลพั ธ์ข้อมูลจะเป็นการแสดงผลลพั ธ์ ท่ีเกิดข้ึนจากการบันทึก ข้อมูลหรือการนาเข้าข้อมูล สู่กระบวนการประมวลผล และรายงานผล โดยแบ่งเป็น แสดงผลลัพธ์หลัก 2 ประเภท คือ รายงานผลลัพธ์หน้าจอและรายงานเอกสาร ภาพที่ 9.15 แสดงประเภทผลลพั ธจ์ ากการประมวลผล Process Screen Output Printed output ภาพท่ี 9.15 ประเภทผลลัพธ์

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 348 2.2 วัตถุประสงคข์ องการออกแบบสว่ นรายงานผล 2.2.1 ออกแบบการรายงานผลให้ง่ายต่อการเรยี นรู้ นักออกแบบคานึงถึงรายละเอียดเพ่ิมเติม ที่ผู้ใช้งานสามารถ ศึกษาทาความเข้าใจกับระบบงานได้จากเคร่ืองมือนี้ ดังภาพท่ี 9.16 แสดงปุ่มให้ความ ช่วยเหลือในการใช้งานของเคร่ืองมือหรอื เมนู หากผใู้ ชง้ านมขี อ้ สงสัยกส็ ามารถ เลอื กเข้า ไปศึกษาข้อมูลเพ่ิมเติมได้ และภาพท่ี 9.17 แสดงการทางานของระบบวารสารท่ีมีการ ออกแบบอธิบายรายละเอยี ด ด้วยหมายเหตสุ าหรบั ผู้ใช้งานดา้ นลา่ งจอภาพ Help? ภาพที่ 9.16 ออกแบบหน้าจอแสดงความรายละเอยี ดเพมิ่ เตมิ ภาพที่ 9.17 ระบบวารสารพนื้ ถนิ่ โขง ชี มูล

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 349 2.2.2 ออกแบบการรายงานผลให้ตรงตามวัตถุประสงค์ของการ ใชง้ านและความต้องการของผใู้ ชง้ าน การออกแบบรายงานผลให้ตรงกับวตั ถปุ ระสงค์การใชง้ าน จะเป็น เป็นการออกแบบหลังจากการศึกษาความต้องการการใช้งาน การออกแบบข้อมูลท่ี นาเข้ามา ดังน้ัน การรายงานผลจะมีการแสดงข้อมูลเม่ือระบบประมวลผลแล้ว โดย ระบบสารสนเทศจะต้องกาหนดขอบเขตการใช้งานตามหน้าท่ีผู้ใช้งาน ทาให้การ แสดงผลทีป่ รากฏหน้าจอตรงกับความต้องการของผู้ใช้ เช่น ชอ่ื เข้าระบบเจ้าหนา้ ที่ฝ่าย ขาย กจ็ ะนาเขา้ ระบบในรปู แบบผลติ ภัณฑ์ทีจ่ าหน่าย ขอ้ มลู เก่ียวกับสินคา้ และหากเป็น ชื่อผู้ใช้งานฝ่ายบุคลากรก็จะเป็นการรายงานผลในด้านทรัพยากรท่ีเก่ียวกับบุคลากร ทัง้ หมด เปน็ ต้น 2.2.3 ออกแบบการรายงานผลควรเลือกวิธีนาเสนอให้เหมาะสมกับ ผู้ใชง้ าน การออกแบบควรคานึงถึงผู้ใช้งาน ซึ่งทักษะการใช้งานและความ ต้องการสืบค้นข้อมลู ของผ้ใู ชใ้ นแตล่ ะกลมุ่ แตล่ ะคนไมเ่ หมือนกัน นกั วเิ คราะหอ์ อกแบบ จึงต้องมีการศึกษารูปแบบการนาเสนอให้เหมาะสมกับประเภทข้อมูล เช่น การสรุป รายงานผลต่อผู้บริหาร ควรมีการนาเสนอในรูปแบบสรุปประเด็นรายละเอียด หรือนาเสนอจากแผนภมู ิ มีความรวดเร็วในการคน้ หาข้อมูล เป็นตน้ 2.3 การออกแบบส่วนรายงานผลสาหรบั หนา้ จอ การออกแบบส่วนรายงานผลสาหรับหน้าจอ จะแสดงส่วนประกอบของ หน้าจอของระบบในการใช้งานแต่ละกจิ กรรม การออกแบบจะมอี งคป์ ระกอบหลักอยู่ที่ ผู้ใช้งาน ความเหมาะสม ความต้องการของผู้ใช้งาน ลักษณะขององค์กร ลักษณะการ ใชง้ านผ้ใู ชง้ านและรปู แบบการใหบ้ รกิ าร ซึง่ การแสดงผลหน้าจอไมว่ า่ จะแสดงผลแบบใด มักจะแบ่งส่วนประกอบหน้าจอ 3 ส่วนหลัก คือ 1)ส่วนหัว 2) ส่วนรายละเอียด 3) ส่วนทา้ ย ดงั แสดงภาพท่ี 9.18 แสดงตัวอย่างหน้าจอผลลพั ธ์ และภาพท่ี 9.19 แสดง ตัวอย่างการแบ่งฟอรม์ แสดงหนา้ จอของโปรแกรม Microsoft Access

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 350 ส่วนหวั ส่วนรายละเอียด ส่วนทา้ ย ภาพท่ี 9.18 สว่ นประกอบแสดงผลลพั ธ์หนา้ จอ ภาพที่ 9.19 ส่วนประกอบหนา้ จอโปรแกรม Microsoft Access การออกแบบผลลัพธ์หน้าจอ ในยุคปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศมี พัฒนาการอยา่ งรวดเร็ว ร่วมถึงอปุ กรณต์ ่างๆ ท่ีผู้ใช้งานนยิ มใชง้ านเปล่ียนไปจากการใช้ คอมพวิ เตอร์ในการดาเนินงานเพียงอยา่ งเดียว จงึ ทาให้ทีมพัฒนาระบบจะต้องออกแบบ ผลลัพธ์หน้าจอที่มีผลลัพธ์หลากหลายรูปแบบมากข้ึน เช่น การใช้สมาร์ตโฟน ไอแพด แท็บเล็ต เป็นตน้

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 351 ภาพที่ 9.20 เว็บไซต์ศูนย์การเรียนรู้พุทธศิลป์ถ่ินอีสาน ที่ใช้เครื่อง คอมพิวเตอร์เรียกใช้โปรแกรมด้วยระบบปฏิบัติการวินโดวส์ และภาพท่ี 9.21 เรียกใช้ เวบ็ ไซต์ทใี่ ชเ้ คร่ืองสมาร์ตโฟนผ่านระบบปฏบิ ัตกิ ารไอโอเอส ภาพที่ 9.20 เวบ็ ไซต์ศนู ยก์ ารเรียนรพู้ ุทธศลิ ปถ์ ่นิ อีสานสาหรบั เครื่องคอมพวิ เตอร์ (ที่มา : http://ntbac.udru.ac.th) ภาพท่ี 9.21 เวบ็ ไซต์ศูนยก์ ารเรียนรู้พทุ ธศลิ ปถ์ นิ่ อสี านสาหรับเคร่อื งสมาร์ตโฟน (ทม่ี า : http://ntbac.udru.ac.th)

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 352 ภาพที่ 9.22 เว็บไซต์วารสารพื้น ถิ่น โขง ชี มูล ที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ เรียกใชโ้ ปรแกรมด้วยระปฏิบตั ิการวินโดวส์ และภาพที่ 9.23 เรยี กใช้เว็บไซต์ที่ใช้เครื่อง สมาร์ตโฟนผ่านระบบปฏบิ ตั กิ ารไอโอเอส ภาพท่ี 9.22 เว็บไซตว์ ารสารพื้น ถิ่น โขง ชี มลู เคร่ืองคอมพิวเตอร์ (ทมี่ า : http://mcmac.udru.ac.th/) ภาพท่ี 9.23 เว็บไซตว์ ารสารพ้นื ถ่ิน โขง ชี มูล เคร่อื งสมาร์ตโฟน (ทีม่ า : http://mcmac.udru.ac.th/)

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 353 การออกแบบผลลัพธ์หน้าจอ เม่ือนาข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว จะต้องมีการ แสดงผลลัพธใ์ ห้ผใู้ ช้งานได้ทราบถึงรายละเอียดหรอื ผลลพั ธ์ที่เกิดขึ้น ผอู้ อกแบบจะต้อง คานึงถึงการใช้งานสาหรับผ้ใู ช้บริการ ทุกระดับผู้ใช้งาน เช่น ระบบสารสนเทศวารสาร พ้ืนถ่ินโขง ชี มูล มีผู้ใช้บริการ 3 กลุ่มหลัก คือ 1) ผู้ใช้บริการทั่วไป จะเป็นการแสดง ผลลัพธ์การสืบค้นข้อมูล เช่น รายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ ชื่อบทความ เป็นต้น 2) กองบรรณาธกิ ารผลลพั ธก์ ารสืบค้นจะเป็นการแสดงรายละเอียดข้อมลู ที่มีสิทธิใ์ นการ เข้าปรับปรุงข้อมูล เพ่ิม ลบ ข้อมูลได้ 3) ผู้ทรงคุณวุฒิ จะเป็นการแสดงผลลัพธ์จาก การบันทึกข้อมลู การแสดงความคดิ เห็นต่อบทความ เป็นต้น ภาพท่ี 9.24 แสดงผลผลัพธ์หน้าจอท่ีผู้ใช้บริการสืบค้นข้อมูลรายช่ือ ผู้ทรงคุณวุฒิ ของวารสาร จะแสดงช่ือและรายละเอียดหน่วยง านที่สังกัด และภาพท่ี 9.25 แสดงให้เห็นการออกแบบผลลพั ธ์หน้าจอในสว่ นของกองบรรณาธิการ เมอ่ื เข้าสู่ระบบคลิกเลอื กเมนูสืบค้นรายชอื่ ผู้ทรงคณุ วุฒิจะแสดงรายละเอียดการบริหาร จดั การที่สามารถคลกิ เขา้ ไปปรบั ปรุงแกไ้ ขขอ้ มูล รายละเอียดทอ่ี ยู่ของผูท้ รงคณุ วุฒิได้ ภาพท่ี 9.24 ผลลพั ธห์ น้าจอแสดงรายชอ่ื ผู้ทรงคณุ วุฒิ (ทม่ี า : http://mcmac.udru.ac.th/)

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 354 ภาพท่ี 9.25 ผลลพั ธห์ นา้ จอแสดงรายช่ือผูท้ รงคุณวฒุ ิ (ที่มา : http://mcmac.udru.ac.th/) 2.4 การออกแบบส่วนรายงานผลรปู แบบเอกสาร การออกแบบส่วนรายงานผลเป็นการแสดงรายละเอยี ดข้อมูลทจ่ี ากระบบ ทีป่ ระมวลเรยี บร้อยแล้ว ดงั น้ันการออกแบบการรายงานผลรูปแบบเอกสารจะเป็นสรุป รายละเอียด เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากการแสดงผลลัพธ์จาก จอภาพ 2.4.1 ประเภทผลลัพธ์ รายงานผลลัพธม์ ีการสรุปรายงานแบ่งเป็น 2 ประเภทหลกั ดงั นี้ 1) รายงานผู้ใช้บริการภายนอกองค์กร เป็นผลลัพธ์รายงานท่ี ส่งไปใช้ผู้ใช้บริการ เช่น ลูกค้า ผู้ผลิต ประชาชนท่ัวไปท่ีสนใจ หน่วยงานภายนอก เป็นต้น ดังน้ัน การรายงานผลน้ีจะแสดงผลในรูปแบบเอกสาร ผู้ออกแบบจะต้อง คานึงถึงขนาดของกระดาษทีใ่ ช้ในแตล่ ะอปุ กรณ์ เพ่ืออานวยความสะดวกให้ผูใ้ ช้บริการ ได้เลือกตามลักษณะอปุ กรณท์ ตี่ ้องการ ดังภาพที่ 9.26 แสดงรายชอ่ื ผู้ทรงคณุ วุฒสิ าหรับ ประชนทว่ั ไปที่สืบค้นข้อมลู ในการใช้บริการระบบวารสารพื้นถ่ินโขง ชี มูล มหาวิทยาลยั ราชภัฏอดุ รธานี

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 355 ภาพท่ี 9.26 รายงานกระดาษรายชื่อผู้ทรงคณุ วฒุ กิ องบรรณาธิการ (ทมี่ า : http://mcmac.udru.ac.th/) ภาพท่ี 9.27 แสดงตัวอย่างรายงานการจัดการโอนเงินธุรกรรม การเงินแสดงต่อผู้ใช้บริการสถานะลูกค้า และภาพที่ 9.28 แสดงรายงานหน้าจอขอ้ มูล การชาระเงินสินคา้ สาหรับลกู ค้าส่งั ซอ้ื สินคา้ ออนไลน์ของแอปพลเิ คชันทเี อม็ บี ภาพที่ 9.27 รายงานกระดาษแบบสลปิ ออนไลน์

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 356 ภาพที่ 9.28 รายงานกระดาษแบบสลิปออนไลน์ (ท่ีมา: http://www.ngtoyshop.com/) 2) รายงานสาหรับผู้ใช้งานภายในองค์กร เป็นผลลัพธ์แสดง รายละเอียดของกิจกรรมนั้น ๆ โดยระบบจะมีสิทธิการใช้งานตามกระบวนการการใช้ งาน กิจกรรมภายในองค์กร เช่น การสรุปรายงานสาหรับบุคลากรประจาวัน ประจาเดือน และสาหรับผู้บริหารจะแสดงข้อมูลระดับนโยบายงบประมาณ รายงาน งบดุลระดับไตรมาส เป็นต้น ดังภาพที่ 9.29 แสดงผลลัพธ์รูปแบบกระดาษท่ีกอง บรรณาธิการเข้าสืบค้นข้อมูลผู้ทรงคุณวุฒิ จะแสดงรายละเอียดสาขาที่เชี่ยวชาญและ หนว่ ยงานที่สงั กดั และภาพที่ 9.30 แสดงการสบื คน้ ข้อมลู ในระดบั บุคลากรทด่ี าเนินงาน หรือผู้ใช้งานบริการ ภายในส่วนของกองบรรณาธิการจะสืบค้นข้อมูลรายชื่อบทความ และตรวจสอบสถานะรายละเอียดการดาเนนิ งาน

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 357 ภาพท่ี 9.29 ผลลัพธ์รูปแบบเอกสารรายชอ่ื ผทู้ รงคณุ วุฒิ (ที่มา : http://mcmac.udru.ac.th/)

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 358 ภาพท่ี 9.30 ผลลพั ธ์รูปแบบเอกสารรายชอ่ื บทความ (ทม่ี า : http://mcmac.udru.ac.th/) 2.4.2 ส่วนประกอบรายงานผลรูปแบบเอกสาร ส่วนประกอบรายงานรูปแบบเอกสาร สามารถแบ่งสว่ นประกอบ หลกั ไดท้ งั้ หมด 4 ส่วนดงั นี้ 1) หวั รายงาน (Heading) คอื สว่ นหวั เร่ืองรายงาน ในสว่ นนแ้ี ละแสดงข้อความชอ่ื เรื่องที่ จดั ทารายงานหรือสรปุ บางหนว่ ยงานใส่รายละเอยี ดทอ่ี ยู่บรษิ ทั

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 359 2) รายละเอยี ด (Details) คื อ ส่ ว น ที่ จ ะ แ ส ด ง ร า ย ล ะ เ อี ย ด ข้ อ มู ล แ ต่ ล ะ ร า ย ก า ร ทป่ี ระมวลผลในกจิ กรรมหลัก ถอื เป็นสว่ นสาคัญทีจ่ ะแสดงสว่ นหลกั และส่วนสาคัญของ การออกแบบรายงาน 3) ผลสรปุ (Summary) ส่วนผลสรุปจะสรุปประเด็นในการทางานภาพรวม จากส่วน รายละเอียดแต่ละกิจกรรมน้ัน เช่น การแสดงรายชื่อนักศึกษาในส่วนสรุปจะเป็นการ แสดงจานวนนกั ศึกษา เพศชาย เพศหญงิ วนั เดือนปีในการสรุปรายงาน เปน็ ตน้ 4) หมายเหตุ (Remark) ส่วนหมายเหตุ จะเป็นการแสดงรายละเอียดเพิ่มเติม คาชี้แจง ความหมายสัญลักษณ์ในการรายงานผล เช่น ความหมายสีที่แสดงแผนภูมิ หรือ จานวนหนา้ ทีแ่ สดงทง้ั หมด การออกแบบรายงานตามส่วนประกอบหลัก ก็จะสามารถ ปรับตามลักษณะแบบฟอร์มรายงาน เช่น แบบตาราง แผนภูมิ รูปภาพ รายงานแถว แนวต้ังเป็นต้น ดังภาพตัวอย่างภาพที่ 9.31 – 9.34 แสดงรายงานมีส่วนประกอบตาม หมายเลขสัญลักษณ์ ดังน้ี หัวรายงาน รายละเอียด ผลสรปุ หมายเหตุ     ภาพท่ี 9.31 รปู แบบรายงานแบบตาราง (ที่มา : http://www.udru.ac.th)

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 360    ภาพท่ี 9.32 รูปแบบรายงานแถว (ทีม่ า : http://www.udru.ac.th)    ภาพท่ี 9.33 รูปแบบรายงานแผนภมู ิ (ที่มา : http://www.udru.ac.th)

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 361    ภาพท่ี 9.34 รายงานสรุปแบบแผนภูมิ (ที่มา : http://www.udru.ac.th)

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 362 การออกแบบสว่ นตอ่ ประสานกับผใู้ ช้ (User Interface) การออกแบบหน้าจอ เป็นการโตต้ อบระหว่างผู้ใชง้ านกับระบบงาน โดยผู้ใช้งาน เลือกนาเข้าข้อมูลด้วยคาสัง่ รปู แบบต่างๆ ดังนั้น นักออกแบบระบบจะต้องคานึงถงึ การ อออกแบบที่แสดงการเช่ือมโยงสื่อสารให้ผู้ใช้งานเข้าใจง่าย สามารถเลือกคาส่ัง ปุ่ม ปฏิบตั ิการได้ 1. รปู แบบของสว่ นต่อประสานกบั ผใู้ ช้ การออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้งานของระบบงาน มีองค์ประกอบ การออกแบบหลายประการ ในการพิจารณาเลือกรูปแบบให้เหมาะสมกับรายงาน มรี ปู แบบของส่วนตอ่ ประสานกับผ้ใู ชง้ าน 5 รปู แบบดงั นี้ 1.1 ส่วนต่อประสานแบบโต้ตอบแบบรบั คาสง่ั รูปแบบการโต้ตอบน้ี จะเป็นการรับคาส่ังจากการพิมพ์คาส่ัง แล้วระบบงานจะรับคาส่ังในการประมวลผล โดยผู้ใช้งานจะต้องมีความชานาญหรือ การเรียนรูค้ าสง่ั ทใ่ี ชง้ าน เชน่ คาสั่งระบบปฏบิ ัตกิ าร DOS คาสงั่ SQL เปน็ ตน้ ดังภาพที่ 9.35 แสดงการรับคาสง่ั บนระบบปฏบิ ัติการ DOS ภาพที่ 9.35 รูปแบบการโต้ตอบแบบรบั คาสง่ั ระบบปฏิบัติ DOS 1.2 ส่วนตอ่ ประสานแบบเมนูคาสง่ั รูปแบบการโต้ตอบด้วยเมนู จะเป็นการเลือกเมนูคาสั่งเพ่ือเรียกใช้ ระบบงานตามความต้องการของผู้ใช้งาน ได้รับความนิยมเน่ืองจากใช้งานง่าย มีรายละเอียดให้เลอื กงาน ดังภาพตัวอย่างท่ี 9.36 การใช้เมนูคาสงั่ แบบเมนูแสดงคาส่ัง

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 363 (Pull-down Menu) โดยแบ่งรายการของคาสั่งเป็นหมวดหมู่ การใช้บริการระบบ วารสารพนื้ ถน่ิ โขง ชี มลู เมื่อผู้ใช้คลิกจะแสดงรายการคาสงั่ จากบนลงล่าง ภาพท่ี 9.36 รปู แบบการโต้ตอบแบบเมนู (ท่มี า : http://mcmac.udru.ac.th/) 1.3 ส่วนตอ่ ประสานผู้ใช้แบบฟอรม์ รูปแบบต่อประสานผู้ใช้แบบฟอร์ม จะเป็นการแสดงแบบฟอร์มให้ ผู้ใช้งานได้นาข้อมูลเข้าสู่ระบบฐานข้อมูล ดังภาพที่ 9.37 แสดงรูปแบบการโต้ตอบรูป แบบฟอรม์ การกรอกแบบฟอร์มสมัครสมาชกิ ในระบบงานวารสารพ้นื ถิน่ โขง ชี มลู และ ภาพที่ 9.38 การกรอกข้อมลู ช่อื ผู้ใชง้ านระบบสารสนเทศ ภาพที่ 9.37 รปู แบบการโตต้ อบแบบฟอร์มการสมคั รสมาชกิ (ที่มา : http://mcmac.udru.ac.th/)

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 364 ภาพที่ 9.38 รูปแบบการโต้ตอบแบบฟอร์มการเขา้ สู่ระบบสารสนเทศ (ท่มี า : http://ntbac.udru.ac.th/research) 1.4 ส่วนตอ่ ประสานการทางานแบบเชงิ วัตถุ รูปแบบการต่อประสานการทางานเชิงวัตถุ เป็นการแสดงสัญลักษณ์ หรอื ปมุ่ ปฏบิ ตั กิ าร การใช้ภาพและสญั ลกั ษณ์ทแี่ สดงบนจอภาพ จะช่วยให้ประหยดั พนื้ ท่ี การทางานรูปแบบเชิงวัตถุจะง่ายต่อการเข้าใจย่ิงขึ้น ดังภาพท่ี 9.39 แสดงรูปแบบการ ใช้เครื่องพมิ พข์ ้อความ ภาพท่ี 9.39 รปู แบบเชงิ วตั ถขุ องระบบ e-learning (ทีม่ า : http://academic.udru.ac.th/~classit)

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 365 1.5 ส่วนต่อประสานแบบโตต้ อบด้วยภาษามนุษย์ รูปแบบการโต้ตอบด้วยภาษามนุษย์ เป็นการนาเข้าข้อมูลหรือคาสั่ง การทางานของระบบงาน ด้วยการใช้ภาษาพูดเป็นภาษาธรรมชาติที่ใช้ในการส่ือสาร โดยคอมพิวเตอร์จะทาการตรวจสอบและแปลภาษานาเข้าข้อมูล ดังภาพที่ 9.40 แสดงการค้นหาข้อมูลของเว็บไซต์ Google ด้วยการค้นด้วยเสียง ด้วยการคลิกปุ่ม ไมโครโฟนและทาการพูด ภาพที่ 9.40 รูปแบบโต้ตอบด้วยภาษามนุษย์ (ท่มี า: http://www.google.com) 2. เครอื่ งมอื ในการออกแบบสว่ นตอ่ ประสาน การออกแบบส่วนต่อประสานระหว่างผู้ใช้งานกับระบบงาน จะต้องใช้ เครื่องมือในการออกแบบ ดังภาพที่ 9.41 แสดงตัวอย่างเครื่องมือออกแบบส่วนต่อ ประสานระหวา่ งผู้ใช้งานกบั ระบบงาน โดยออกแบบด้วยโปรแกรม Microsoft Access มีการออกแบบเครื่องมือ ตวั อยา่ งเชน่ ปมุ่ ปฏบิ ัตกิ าร ปุ่มตัวเลอื ก ปมุ่ รายการ และกล่อง ข้อความ เปน็ ตน้ ภาพที่ 9.41 เครอื่ งมอื การออกแบบสว่ นต่อประสาน

การออกแบบผลลัพธ์ของระบบงาน | 366 ตัวอย่างการออกแบบส่วนต่อประสานการสมัครสมาชิก วารสารพ้ืนถิ่น โขง ชี มูล ดังภาพท่ี 9.42 มีรายละเอียดการใช้ปุ่มปฏิบัติการ ที่ผู้ใช้สามารถโต้ตอบกับ ระบบได้ดงั นี้  ปุ่มปฏิบัติการ คือ ปุ่มบันทึกข้อมูล ทาหน้าท่ีรับคาส่ังเพ่ือนาเข้า ระบบงาน  ป่มุ ตัวเลอื ก คอื ปมุ่ ทแี่ สดงตวั เลือกใหผ้ ู้ใช้คลิกเลือกตวั เลอื กที่มี เช่น ตัวเลือกแบบหลายตัวเลือกเลือกได้มากกว่าหนึ่งเง่ือนไข  หรือเลือกได้เพียงเง่ือนไข เดียว  เปน็ ตน้  ป่มุ รายการ คือ ป่มุ ที่มีช่ือแสดงตัวเลอื ก ผูใ้ ช้สามารถคลิกชือ่ รายการ เชน่ จานวนปที ่สี มคั ร เปน็ ตน้  กล่องข้อความ คือ กล่องที่ผู้ใช้งานพิมพ์ข้อความท่ีต้องการ เช่น ชื่อ นามสกุล หน่วยงานสงั กดั เปน็ ต้น   หมายเหตุ แบบฟอร์มน้ีไม่มีปุ่มตัวเลือกจาก หมายเลข   ภาพท่ี 9.42 การสมคั รสมาชกิ วารสาร (ทม่ี า : http://mcmac.udru.ac.th/)

การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน | 367 บทสรุป การออกแบบผลลัพธ์ระบบงาน เป็นกระบวนการพัฒนาระบบสารสนเทศ การออกแบบผลลัพธ์ให้ตรงต่อความต้องการผู้ใช้งาน เป็นสิ่งท่ีนักวิเคราะห์ระบบ จะต้องให้ความสาคัญ และควรพิจารณาความต้องการของผู้ใช้บริการในการสืบค้น ข้อมูล วิธีการเข้าถึงข้อมูลท่ีง่ายต่อการใช้งาน และคานึงถึงความปลอดภัยของ ระบบงานท่กี าหนดสทิ ธิ์การเรียกใช้งาน การทางานของระบบงาน จะมีขั้นตอนการทางาน 3 ขั้นตอนคือ 1) การนา ข้อมูลเข้าระบบงานท่ีเรียกว่าการออกแบบส่วนนาเข้า 2) ประมวลผล ขั้นตอนน้ี เมือ่ มีการนาเข้าข้อมลู เข้าสู่ระบบงาน ระบบงานจะประมวลผลข้อมลู และแสดงผลลัพธ์ ในข้ันตอนท่ี 3) การออกแบบผลลพั ธ์ของระบบงาน การออกแบบส่วนนาเข้า นักวิเคราะห์ระบบจะต้องศึกษาความต้องการ ความเหมาะสมและเทคนิคการนาเข้าข้อมูล นักวิเคราะห์ระบบควรออกแบบส่วน นาเข้าท่ีช่วยให้ลดขั้นตอน หรืออานวยความสะดวกในการตรวจสอบข้อมูล เพอ่ื ลดข้อผดิ พลาดในการนาเข้าขอ้ มลู โดยการออกแบบจะต้องมีวัตถุประสงคข์ องการ นาเขา้ หลกั การออกแบบฟอรม์ และแนวทางการออกแบบหน้าจอนาเข้าขอ้ มลู การออกแบบส่วนผลลัพธ์ระบบงาน เป็นการแสดงผลลัพธ์ให้ผู้ใช้งานเลือก ดาเนินงานบนระบบสารสนเทศได้ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงผลลัพธ์หน้าจอหรือผลลัพธ์ รูปแบบเอกสาร ดังน้ัน นักออกแบบต้องคานึงถึงการออกแบบผลลัพธ์ ให้ผู้ใช้งาน เข้าใจง่าย สามารถเลือกคาสั่งปฏิบัติการได้อย่างต่อเน่ือง ซึ่งในการออกแบบส่วน ผลลพั ธร์ ะบบงานจะต้องเขา้ ใจประเภทรายงานผล วัตถุประสงค์ของการออกแบบส่วน รายงานผล การออกแบบส่วนรายงานสาหรับหน้าจอ และการออกแบบส่วนรายงาน รปู แบบเอกสาร การออกแบบส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ เป็นการออกแบบส่วนงานโต้ตอบ ระหว่างผู้ใช้งานกับระบบงาน โดยผู้ใช้งานเลือกนาเข้าข้อมูลด้วยคาสั่งรูปแบบต่างๆ ดังน้ัน นกั ออกแบบระบบจะต้องคานึงถงึ การอออกแบบที่แสดงการเช่ือมโยง สือ่ สารให้ ผู้ใช้งานเข้าใจง่าย สามารถเลือกคาสั่ง ปุ่มปฏิบัติการได้ โดยการออกแบบส่วนต่อ ประสานกับผู้ใช้งานของระบบงาน จะต้องเข้าใจรูปแบบของส่วนต่อประสานกับผู้ใช้ และมเี ครอื่ งมอื ในการออกแบบส่วนตอ่ ประสานใดบ้าง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook