เฉลยใบงานท่ี 3.9 เร่ือง รปู ร่างและมุมระหวา่ งพันธะของโมเลกุลโคเวเลนต์ คำช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นเติมคำตอบลงในตารางให้ถูกต้อง โมเลกลุ โคเว จำนวนคู่อเิ ลก็ ตรอน ชอื่ รูปรา่ งของโมเลกลุ มุมระหวา่ งพันธะ เลนต์ ทสี่ รา้ งพนั ธะ โดดเดยี่ ว ในโมเลกลุ เสน้ ตรง 180๐ HCN 20 สามเหลี่ยมแบนราบ 120๐ COH2 30 < 120๐ SnCl2 21 มุมงอ 109.5๐ CHCl3 40 ทรงส่หี น้า < 109.5๐ NCl3 31 พรี ะมิดฐานสามเหลยี่ ม < 109.5๐ SCl2 22 PF5 50 มมุ งอ 90๐ และ 120๐ TeCl4 41 พรี ะมดิ คฐู่ านสามเหลี่ยม 90๐ และ <120๐ ทรงส่ีหนา้ บิดเบย้ี ว หรือม้า BrF3 3 2 90๐ และ 180๐ XeF2 2 3 กระดก 180๐ TeF6 6 0 ตวั ที 90๐ BrF5 5 1 เส้นตรง 90๐ XeF4 4 2 ทรงแปดหนา้ 90๐ พีระมดิ ฐานสเี่ หล่ยี ม สเ่ี หล่ยี มแบนราบ
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี........................ วันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................................................ช้นั .................................................... รายชอ่ื สมากชกิ 1. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. …………………………………………………………………………………………………………………………….. ท่ึ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็ 321 1 การเตรยี มความพร้อม 2 เน้อื หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมีส่วนรว่ มของสมากชิกกลุ่ม 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผฟู้ งั รวม ลงชอื่ ...........................................ผปู้ ระเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง
แบบประเมินการทำโจทยป์ ัญหา ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ลำดับที่ ช่อื – สกลุ คะแนน 1 4 32 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงช่อื ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../................... การใหค้ ะแนน/ระดับคะแนน ปรับปรุง (1) พอใช้ (2) ดี (3) ดีมาก (4) วิเคราะหโ์ จทยไ์ ด้ วเิ คราะห์โจทย์ และ วเิ คราะหโ์ จทย์ เลอื กใช้ วิเคราะห์โจทย์ เลือกใช้ ถกู ตอ้ ง วธิ ีการหาคำตอบ คำนวณ เลอื กใช้วธิ ีการหา วธิ ีการหาคำตอบ และ และสรปุ คำตอบได้ถกู ต้อง คำตอบได้ถูกตอ้ ง คำนวณได้ถูกต้อง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ที.่ ......................เดือน................................................พ.ศ.................................. การ การ ความ การมี แสดง การ ทำงาน ลำดบั ช่ือ–สกุล ความ มี ส่วนรว่ มใน รวม ท่ี คิดเห็น ยอมรับฟงั ตามที่ นำ้ ใจ การปรบั ปรุง (15) (3) คนอนื่ ไดร้ ับ (3) ผลงานกลมุ่ (3) มอบหมาย (3) (3) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงช่ือ...........................................ผู้ประเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../...................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ
แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่........................ สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูว้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลำดับ ชอื่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นรว่ ม รวม ระดบั ท่ี ในการ และการ คำถาม ใน (16) คุณภาพ เรยี น (4) ซักถาม (4) (4) กจิ กรรม (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชือ่ .............................................ผปู้ ระเมิน (………………………………………………………………) ...................../..................../...................
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทีไ่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป ถอื ว่า ผา่ น 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ (Rubric) ประเดน็ การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมนิ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรุง (1) 1. ความต้งั ใจใน การเรียน สนใจในการเรยี นไม่คุย สนใจในการเรยี นคุย สนใจในการเรียนคุย ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกนั ในขณะ กนั เล็กนอ้ ยในขณะ กนั และเลน่ กัน คุยและเล่นกนั และการซกั ถาม เรียน เรียน ในขณะเรียนเป็น ในขณะเรียน 3. การตอบ คำถาม บางคร้ัง 4. มสี ว่ นรว่ มใน มกี ารถามในหวั ขอ้ ทตี่ น มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ี มีการถามในหวั ข้อที่ ไมถ่ ามในหวั ขอ้ ที่ กิจกรรม ไม่เขา้ ใจทุกเร่อื งและ ตนไมเ่ ขา้ ใจเป็น ตนไมเ่ ขา้ ใจเปน็ ตนไมเ่ ขา้ ใจและไม่ กล้าแสดงออก สว่ นมากและกลา้ บางคร้งั และไม่คอ่ ย กล้าแสดงออก แสดงออก กลา้ แสดงออก รว่ มตอบคำถามในเร่อื ง ร่วมตอบคำถามใน ร่วมตอบคำถามใน ไมต่ อบคำถาม ทค่ี รถู ามและตอบ เรอ่ื งทค่ี รถู ามและ เรือ่ งท่ีครูถามเปน็ คำถามถูกทุกขอ้ ตอบคำถามส่วนมาก บางครั้งและตอบ ถูก คำถามถกู เป็น บางครงั้ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และช่วยเหลือ รว่ มมือและช่วยเหลือ ไมม่ ีความรว่ มมอื เพ่ือนในการทำ เพ่ือนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพื่อนในการทำ ในขณะทำกิจกรรม กิจกรรม การทำกิจกรรม กิจกรรมเปน็ บางครั้ง
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาคเรยี นที.่ .................ปีการศึกษา................. ชือ่ -สกุลนักเรียน...........................................................................ห้อง..............................เลขที่....................... คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี / ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน ค่าเฉลย่ี อนั พึงประสงค์ 3210 1.1 มีความรัก และภมู ิใจในความเป็นชาติ 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของศาสนา กษตั รยิ ์ 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภกั ดีต่อสถาบัน พระมหากษตั ริย์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ 1.3 ปฏบิ ตั ิตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงตอ่ ตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัตติ รงตอ่ ความเป็นจริงตอ่ ผู้อนื่ 3. มีวนิ ัย 3.1 เข้าเรยี นตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของหอ้ ง 4. ใฝ่หาความรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ 4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ 4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5. อยู่อยา่ ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า 6. ม่งุ ม่ัน 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ ในการทำงาน 6.1 มคี วามต้งั ใจ และพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั 7. รกั ความเปน็ มอบหมาย ไทย 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออุปสรรคเพอ่ื ให้งาน 8. มีจติ สำเร็จ สาธารณะ 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญา ไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย 8.1 รจู้ ักการให้เพื่อส่วนรวม และเพอ่ื ผ้อู ่นื 8.2 แสดงออกถึงการมนี ำ้ ใจหรอื การใหค้ วามช่วยเหลือ ผอู้ น่ื 8.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมบำเพญ็ ตนเพ่ือส่วนรวมเมื่อมี โอกาส รวมคะแนน ลงช่ือ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../...................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมทไ่ี ม่ไดป้ ฏิบัติ ให้ 0 คะแนน ระดบั คุณภาพ ระดบั คุณภาพ ดีเย่ยี ม - คะแนน 21 – 24 ระดับคุณภาพ ดี - คะแนน 20 – 22 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ - คะแนน 12 – 19 ระดับคณุ ภาพ ตอ้ งปรบั ปรงุ - คะแนน 0 – 11
แผนการจดั การเรียนรู้ออนไลนท์ ่ี 27 กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรือ่ ง พันธะเคมี เรอื่ ง สภาพขวั้ ของโมเลกลุ โคเวเลนต์ รายวชิ า เคมี 1 รหัส ว31223 เวลา 2 ชวั่ โมง ครูผู้สอน นาย วัชรพงษ์ โสนทอง 1. ผลการเรยี นรู้ - คาดคะเนรปู ร่างโมเลกลุ โคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลกั ระหว่างคอู่ เิ ลก็ ตรอนในวงเวเลนซ์ และระบุ สภาพข้วั ของโมเลกลุ โคเวเลนต์ 2. สาระการเรยี นรู้ - รูปร่างของโมเลกุลโคเวเลนต์อาจพิจารณาโดยใชท้ ฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวงเวเลนซ์ (VSEPR) ซึง่ ข้ึนอยกู่ บั จำนวนพันธะและจำนวนอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวรอบอะตอมกลาง โมเลกุลโคเวเลนต์มีทั้ง โมเลกุลมีขั้ว และไม่มขี ั้ว สภาพขวั้ ของโมเลกุลโคเวเลนตเ์ ป็นผลรวมปริมาณเวกเตอรส์ ภาพขั้วของแต่ละพันธะ ตามรปู ร่างโมเลกลุ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. อธิบายเกี่ยวกบั รปู รา่ งและมุมระหว่างพันธะของโมเลกุลโคเวเลนต์ได้ ด้านทักษะ (Process) 2. ทำนายรปู รา่ งของโมเลกลุ โคเวเลนต์ เมอื่ ทราบจำนวนพนั ธะและจำนวนอิเลก็ ตรอนคู่โดดเดยี่ ว รอบอะตอมกลางได้ ด้านเจตคติ (Affective) 3. ต้ังใจเรียนรูแ้ ละแสวงหาความรู้ 4. สาระสำคัญหรือความคิดรวบยอด ในพันธะโคเวเลนต์ อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ จะเคลื่อนที่อยู่ระหว่าง อะตอมทั้งสอง ถ้าพบว่า อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะระหวา่ งอะตอมคู่ใด เคลื่อนที่อยู่ตรงกลางระหว่างอะตอมพอดี แสดงว่าอะตอมคู่นั้นมี ความสามารถในการดึงดูดอิเล็กตรอนคูร่ ว่ มพนั ธะเท่ากัน แต่ถา้ พบว่า อเิ ล็กตรอนค่รู ว่ มพนั ธะ เคล่ือนที่อยู่ใกล้ อะตอมใดอะตอมหนึง่ มากกวา่ อกี อะตอมหน่ึง แสดงว่าอะตอมคูน่ ้ัน มีความสามารถในการดึงดูดอิเล็กตรอนคู่ รว่ มพนั ธะไมเ่ ทา่ กัน 5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น ความสามารถในการส่อื สาร ความสารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ญั หา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ความซื่อสัตย์สุจริต มีวนิ ัย ความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ มนั่ ในการทำงาน มีจติ สาธารณะ ใฝ่เรยี นรู้ รกั ความเปน็ ไทย 7. แนวความคดิ เพอ่ื การเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 ทักษะดา้ นการเรียนรแู้ ละนวตั กรรม สาระวชิ าหลัก (Core Subjects) ทกั ษะดา้ นชวี ิตและอาชพี ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี 8. การบรู ณาการเรียนรู้ พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของ ร.10 ดา้ นท่ี 1 มีทัศนคตทิ ่ีถกู ตอ้ งต่อบ้านเมือง ด้านที่ 2 มพี ื้นฐานชวี ติ ทีม่ ่ันคง มีคุณธรรม ด้านที่ 3 มงี านทำ มอี าชพี ดา้ นท่ี 4 เปน็ พลเมืองดี หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลกั สูตรเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (หลักสูตรทอ้ งถ่นิ ) หลักสตู รต้านทุจรติ ศึกษา สะเตม็ ศึกษา 9. กระบวนการจัดการเรยี นรู้ วธิ ีสอน โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) 1. ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement) 1. ครูเปิดรูปโมเลกุลของแก็สไฮโดรเจน (H2) และโมเลกุลของไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl) จากนนั้ ถามนักเรียนว่า “นักเรียนคดิ วา่ ระหวา่ งโมเลกลุ ของแกส๊ ไฮโดรเจน และโมเลกลุ ของไฮโดรเจนคลอไรด์ที่ พวกเราเห็นกนั โมเลกุลไหนเปน็ พันธะโคเวเลนต์ทมี่ ีขวั้ และโมเลกลุ ไหนเปน็ พันธะโคเวเลนต์ทไ่ี ม่มขี ้ัว” (แนวคำตอบ : แกส๊ ไฮโดรเจนเปน็ โมเลกุลที่ไม่มีข้ัว ส่วนไฮโดรคลอไรด์เป็น โมเลกุลทม่ี ีขัว้ ) 2. ครูอธิบายวา่ พันธะโคเวเลนต์ไมม่ ีข้วั เปน็ พนั ธะทีเ่ กิดจากอะตอมชนิดเดียวกันมีการกระจาย ของกลุ่มหมอกอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะระหว่างอะตอมทั้งสองเท่ากัน เช่น แก๊สไฮโดรเจน (H2) และพันธะ
โคเวเลนต์ที่มีขั้ว เป็นพันธะท่ีเกิดจากอะตอมต่างชนิดกันและมีค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตีต่างกันจะมีการกระจาย ของกลมุ่ หมอกอิเล็กตรอนคู่รว่ มพันธะระหวา่ งอะตอมไมเ่ ท่ากนั เช่น ไฮโดรเจนคลอไรด์ (HCl) 2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration) 1. ครูทบทวนความรู้ พร้อมยกตัวอย่างการเกิดพันธะในโมเลกุลโคเวเลนต์ต่าง ๆ ที่มีการใช้ อิเล็กตรอนร่วมกันเป็นคู่ แล้วนำอภิปรายให้นักเรียนคิดต่อไปว่า อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะควรอยู่บริเวณใด ระหว่างอะตอมคสู่ รา้ งพนั ธะ เพ่ือนำเขา้ สเู่ ร่ือง สภาพขัว้ ของพนั ธะและสภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนต์ 2. ครูตั้งคำถามใหน้ กั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเกย่ี วกบั ความมี่ข้วั ในโมเลกุลของน้ำ โดยนักเรียน ควรอธบิ ายไดว้ ่า พนั ธะ O – H ท้ังสองเป็นพันธะมีข้วั ทม่ี ีอำนาจไฟฟา้ เท่ากนั แต่อะตอมของ O มีอเิ ล็กตรอนคู่ โดดเดยี่ ว 2 คู่ ทำใหโ้ มเลกุลของนำ้ มีรูปร่างเปน็ มุมงอ ทำใหอ้ ำนาจไฟฟ้าของพนั ธะหกั ล้างกันไม่หมด นำ้ จงึ เป็น โมเลกุลโคเวเลนต์มขี ั้ว โดยด้าน O แสดงอำนาจไฟฟา้ คอ่ นข้างลบ สว่ นดา้ น H แสดงอำนาจไฟฟา้ คอ่ นข้างบวก 3. นักเรียนศึกษาเรื่อง สภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนต์ จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หน้า 131-136 3. ขัน้ อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) 1. ครตู ้งั คำถามใหน้ ักเรยี นร่วมกนั อภิปรายเรื่อง สภาพข้วั ของโมเลกลุ โคเวเลนต์ เช่น 1) เขียนสภาพขั้วของพันธะโดยใช้สญั ลักษณ์ ������+ และ ������− แสดงสภาพขั้วค่อนข้าง เปน็ บวก และสภาพขว้ั ค่อนขา้ งเปน็ ลบ ตามลำดับ ของพนั ธะต่อไปนี้ C–H O–S H–S N–O B – Cl H – Br C – Cl H – Si (แนวตอบ : δ− δ+ δ− δ+ δ+ δ− δ+ δ− C–H O–S H–S N–O δ+ δ− δ+ δ− δ+ δ− δ− δ+ B – Cl H – Br C – Cl H – Si) 2) สารโคเวเลนต์ที่กำหนดให้ต่อไปนี้ F2 HCl CH4 H2S CH3Cl SF6 CO2 และ NH3 เป็นโมเลกุล มีขัว้ หรือไมม่ ขี วั้ (แนวตอบ : F2 CH4 SF6 และ CO2 เปน็ โมเลกุลไมม่ ีข้ัว HCl H2S CH3Cl และ NH3 เปน็ โมเลกลุ มขี ้วั ) 4. ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพขั้วของพันธะและ สภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนต์ จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ จากนั้นเลือกสารโคเวเลนต์มา 20 ชนิด พร้อมเขียน แสดงขวั้ ของพนั ธะและสภาพขั้วของโมเลกุล และใหแ้ ตล่ ะกลุ่มส่งตัวแทนออกมาอธิบาย ใน Google Meet 2. นกั เรียนทำใบงานท่ี 3.10 เรอื่ ง สภาพข้ัวของโมเลกลุ โคเวเลนต์ 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมนิ ผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม และการร่วมกนั ทำผลงาน 2. ครูตรวจสอบผลจากการทำใบงานที่ 3.10 เรอื่ ง สภาพขวั้ ของโมเลกุลโคเวเลนต์ 3. ครวู ดั และประเมนิ ผลจากช้ินงานทน่ี ักเรยี นได้สร้างขน้ึ จากขน้ั ขยายความเข้าใจ 10. วสั ดุ อปุ กรณ์ สอ่ื และแหล่งเรยี นรู้ 1) หนงั สือเรียนวชิ า เคมี ม.4 เลม่ 1 หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 3 เรอ่ื ง พนั ธะเคมี 2) PowerPoint เรื่อง รปู รา่ งและมุมระหว่างพนั ธะของโมเลกุลโคเวเลนต์ 3) ใบงานท่ี 3.10 เร่ือง รปู ร่างและมุมระหว่างพนั ธะของโมเลกุลโคเวเลนต์ 4) วธิ กี ารเขา้ เรยี นออนไลน์ http://www.ky.ac.th/datashow_65268 5) แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
การวดั และการประเมินผล การวดั ผล วิธกี ารวัด เคร่อื งมอื ท่ใี ช้วดั เกณฑก์ ารวัดและ และการประเมินผล การประเมินผล ประเมินผลด้าน และการประเมนิ ผล ไดค้ ะแนนร้อยละ 1. ใบงานที่ 3.10 เร่อื ง 60 ข้ึนไป 1. ดา้ นความรู้ (K) 1. ตรวจคำถามในใบงานท่ี สภาพขั้วของโมเลกลุ โคเว เลนต์ ระดับคุณภาพ 2 3.10 เรื่อง สภาพข้วั ของ ผา่ นเกณฑ์ 1. แบบประเมนิ การนำเสนอ ระดบั คณุ ภาพ โมเลกุลโคเวเลนต์ ผลงาน ดี ข้นึ ไป 2. ด้านทักษะ (P) 1. ประเมินการนำเสนอ แบบสังเกตพฤติกรรมการมี สว่ นร่วมในการทำงานเป็น ผลงาน กลมุ่ 3. ด้าน การสังเกตพฤตกิ รรมการมสี ว่ น แบบสังเกตพฤตกิ รรมเปน็ รายบคุ คล คุณลักษณะอันพงึ รว่ มในการทำงานเป็นกลมุ่ ประสงค์ (A) การสงั เกตพฤตกิ รรมเป็น รายบุคคล
ใบงานที่ 3.10 เร่อื ง สภาพขั้วของพนั ธะและสภาพขวั้ ของโมเลกุลโคเวเลนต์ คำชี้แจง : จงระบสุ ภาพข้ัวของพันธะและสภาพขัว้ ของโมเลกุลของสารโคเวเลนต์ต่อไปนี้ สารโคเว สภาพขั้วของพันธะ สภาพขัว้ ของโมเลกลุ เลนต์ ไมม่ ีขัว้ มขี ว้ั ไมม่ ีขั้ว มขี วั้ H2 HCN …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… BF3 Cl2 …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… CCl4 SO2 …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… CH3Cl C3H8 …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… HCl P4 …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… PCl3 CS2 …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… BeH2 OF2 …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… O3 CH2O …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… H2SO4 PH5 …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… CH2Cl2 N2 …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… …………………………… ……………………………
เฉลยใบงานที่ 3.10 เรือ่ ง สภาพข้วั ของพนั ธะและสภาพขั้วของโมเลกุลโคเวเลนต์ คำชี้แจง : จงระบสุ ภาพขว้ั ของพันธะและสภาพขัว้ ของโมเลกุลของสารโคเวเลนตต์ อ่ ไปนี้ สารโคเวเลนต์ สภาพขว้ั ของพันธะ สภาพข้วั ของโมเลกลุ ไม่มีข้วั มีข้ัว ไม่มขี ้ัว มขี วั้ H2 HCN ✓ ✓ BF3 ✓ ✓ Cl2 ✓ CCl4 ✓ SO2 ✓ ✓ CH3Cl ✓ ✓ C3H8 ✓ HCl ✓ ✓ P4 ✓ ✓ PCl3 ✓ ✓ CS2 ✓ BeH2 ✓ ✓ OF2 ✓ ✓ O3 ✓ ✓ CH2O ✓ ✓ H2SO4 ✓ ✓ PH5 ✓ CH2Cl2 ✓ ✓ N2 ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓ ✓
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี........................ วันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................................................ช้นั .................................................... รายชอ่ื สมากชกิ 1. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. …………………………………………………………………………………………………………………………….. ท่ึ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็ 321 1 การเตรยี มความพร้อม 2 เน้อื หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมีส่วนรว่ มของสมากชิกกลมุ่ 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผฟู้ งั รวม ลงชอื่ ...........................................ผปู้ ระเมนิ (…………………………………………………) ...................../..................../................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบประเมินการทำโจทยป์ ัญหา ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ลำดับที่ ช่อื – สกลุ คะแนน 1 4 32 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงช่อื ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../................... การใหค้ ะแนน/ระดับคะแนน ปรับปรุง (1) พอใช้ (2) ดี (3) ดีมาก (4) วิเคราะหโ์ จทยไ์ ด้ วเิ คราะห์โจทย์ และ วเิ คราะหโ์ จทย์ เลอื กใช้ วิเคราะห์โจทย์ เลือกใช้ ถกู ตอ้ ง วธิ ีการหาคำตอบ คำนวณ เลอื กใช้วธิ ีการหา วธิ ีการหาคำตอบ และ และสรปุ คำตอบได้ถกู ต้อง คำตอบได้ถูกตอ้ ง คำนวณได้ถูกต้อง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ที.่ ......................เดือน................................................พ.ศ.................................. การ การ ความ การมี แสดง การ ทำงาน ลำดบั ช่ือ–สกุล ความ มี ส่วนรว่ มใน รวม ท่ี คิดเห็น ยอมรับฟงั ตามที่ นำ้ ใจ การปรบั ปรุง (15) (3) คนอนื่ ไดร้ ับ (3) ผลงานกลมุ่ (3) มอบหมาย (3) (3) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../...................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ
แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่........................ สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูว้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลำดับ ชอื่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นรว่ ม รวม ระดบั ท่ี ในการ และการ คำถาม ใน (16) คุณภาพ เรยี น (4) ซักถาม (4) (4) กจิ กรรม (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชือ่ .............................................ผปู้ ระเมิน (………………………………………………………………) ...................../..................../...................
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทีไ่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป ถอื ว่า ผา่ น 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ (Rubric) ประเดน็ การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมนิ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรุง (1) 1. ความต้งั ใจใน การเรียน สนใจในการเรยี นไม่คุย สนใจในการเรยี นคุย สนใจในการเรียนคุย ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกนั ในขณะ กนั เล็กนอ้ ยในขณะ กนั และเลน่ กัน คุยและเล่นกนั และการซกั ถาม เรียน เรียน ในขณะเรียนเป็น ในขณะเรียน 3. การตอบ คำถาม บางคร้ัง 4. มสี ว่ นรว่ มใน มกี ารถามในหวั ขอ้ ทตี่ น มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ี มีการถามในหวั ข้อที่ ไมถ่ ามในหวั ขอ้ ที่ กิจกรรม ไม่เขา้ ใจทุกเร่อื งและ ตนไมเ่ ขา้ ใจเป็น ตนไมเ่ ขา้ ใจเปน็ ตนไมเ่ ขา้ ใจและไม่ กล้าแสดงออก สว่ นมากและกลา้ บางคร้งั และไม่คอ่ ย กล้าแสดงออก แสดงออก กลา้ แสดงออก รว่ มตอบคำถามในเร่อื ง ร่วมตอบคำถามใน ร่วมตอบคำถามใน ไมต่ อบคำถาม ทค่ี รถู ามและตอบ เรอ่ื งทค่ี รถู ามและ เรือ่ งท่ีครูถามเปน็ คำถามถูกทุกขอ้ ตอบคำถามส่วนมาก บางครั้งและตอบ ถูก คำถามถกู เป็น บางครงั้ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และช่วยเหลือ รว่ มมือและช่วยเหลือ ไมม่ ีความรว่ มมอื เพ่ือนในการทำ เพ่ือนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพื่อนในการทำ ในขณะทำกิจกรรม กิจกรรม การทำกิจกรรม กิจกรรมเปน็ บางครั้ง
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาคเรยี นที.่ .................ปีการศึกษา................. ชือ่ -สกุลนักเรียน...........................................................................ห้อง..............................เลขที่....................... คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี / ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน ค่าเฉลย่ี อนั พึงประสงค์ 3210 1.1 มีความรัก และภมู ิใจในความเป็นชาติ 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของศาสนา กษตั รยิ ์ 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภกั ดีต่อสถาบัน พระมหากษตั ริย์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ 1.3 ปฏบิ ตั ิตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงตอ่ ตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัตติ รงตอ่ ความเป็นจริงตอ่ ผู้อนื่ 3. มีวนิ ัย 3.1 เข้าเรยี นตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของหอ้ ง 4. ใฝ่หาความรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ 4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ 4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5. อยู่อยา่ ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า 6. ม่งุ ม่ัน 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ ในการทำงาน 6.1 มคี วามต้งั ใจ และพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั 7. รกั ความเปน็ มอบหมาย ไทย 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออุปสรรคเพอ่ื ให้งาน 8. มีจติ สำเร็จ สาธารณะ 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญา ไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย 8.1 รจู้ ักการให้เพื่อส่วนรวม และเพอ่ื ผ้อู ่นื 8.2 แสดงออกถึงการมนี ำ้ ใจหรอื การใหค้ วามช่วยเหลือ ผอู้ น่ื 8.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมบำเพญ็ ตนเพ่ือส่วนรวมเมื่อมี โอกาส รวมคะแนน ลงช่ือ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../...................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมทไ่ี ม่ไดป้ ฏิบัติ ให้ 0 คะแนน ระดบั คุณภาพ ระดบั คุณภาพ ดีเย่ยี ม - คะแนน 21 – 24 ระดับคุณภาพ ดี - คะแนน 20 – 22 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ - คะแนน 12 – 19 ระดับคณุ ภาพ ตอ้ งปรบั ปรงุ - คะแนน 0 – 11
แผนการจัดการเรียนรู้ออนไลน์ที่ 28 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4 หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 เรื่อง พันธะเคมี เรอ่ื ง แรงยึดเหนีย่ วระหวา่ งโมเลกุลโคเวเลนต์ รายวชิ า เคมี 1 รหสั ว31223 เวลา 2 ช่วั โมง ครูผสู้ อน นาย วัชรพงษ์ โสนทอง 1. ผลการเรยี นรู้ - ระบชุ นดิ ของแรงยดึ เหน่ยี วระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรยี บเทยี บจดุ หลอมเหลว จดุ เดอื ด และ การละลายนำ้ ของสารโคเวเลนต์ 2. สาระการเรียนรู้ - แรงยดึ เหนีย่ วระหว่างโมเลกุลซ่ึงอาจเปน็ แรงลอนดอน แรงดึงดดู ระหวา่ งขวั้ และพันธะไฮโดรเจนมี ผลต่อจุดหลอมเหลว จุดเดือด และการละลายน้ำของสาร นอกจากนี้ สารโคเวเลนต์ส่วนใหญ่ยังมี จุด หลอมเหลวและจุดเดือดตำ่ กว่าสารประกอบไอออนิก เนื่องจากแรงยึดเหน่ียวระหวา่ งโมเลกุล มีค่าน้อยกว่า พนั ธะไอออนิก - สารโคเวเลนต์ส่วนใหญม่ จี ุดหลอมเหลวและจดุ เดอื ดต่ำ และไมล่ ะลายในน้ำ สำหรับสารโคเวเลนต์ท่ี ละลายน้ำมที ั้งแตกตวั และไม่แตกตวั เป็นไอออน สารละลายทไ่ี ด้จากสารทไี่ มแ่ ตกตวั เปน็ ไอออนจะ ไมน่ ำไฟฟ้า เรียกว่า สารละลายนอนอิเล็กโทรไลต์ ส่วนสารละลายที่ได้จากสารที่แตกตัวเป็นไอออนจะนำไฟฟ้า เรียกว่า สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ สารละลายของสารประกอบคลอไรดแ์ ละออกไซด์จะมสี มบตั เิ ป็นกรด 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธบิ ายความสมั พันธ์ระหวา่ งแรงยดึ เหนี่ยวระหว่างโมเลกุลกบั จดุ เดือดและจดุ หลอมเหลวของสารได้ ด้านทักษะ (Process) 2. ใชแ้ รงยดึ เหน่ียวระหว่างโมเลกุลทำนายจุดเดือดและจดุ หลอมเหลวของสารโคเวเลนต์ได้ ด้านเจตคติ (Affective) 3. ตง้ั ใจเรยี นรแู้ ละแสวงหาความรู้ 4. สาระสำคญั หรอื ความคดิ รวบยอด การเปลี่ยนสถานะของสารต้องมกี ารให้ความร้อนแกส่ าร เพ่อื ใหอ้ นภุ าคของสารมีพลังงานจลน์สูง พอที่จะหลดุ ออกจากกัน แสดงวา่ สารแต่ละสถานะมีแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างโมเลกุล ซึง่ เรยี งลำดบั จากมากไป น้อยดงั นี้ ของแขง็ > ของเหลว > ก๊าซ 5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ความสามารถในการสอื่ สาร ความสารถในการคดิ ความสามารถในการแกป้ ัญหา ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ความซอ่ื สัตย์สุจรติ มวี นิ ยั ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ ม่ันในการทำงาน มีจิตสาธารณะ ใฝ่เรียนรู้ รักความเป็นไทย 7. แนวความคิดเพือ่ การเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 ทกั ษะดา้ นการเรยี นรแู้ ละนวตั กรรม สาระวิชาหลัก (Core Subjects) ทกั ษะด้านชีวิตและอาชพี ทกั ษะดา้ นสารสนเทศ สอ่ื และเทคโนโลยี 8. การบูรณาการเรียนรู้ พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของ ร.10 ดา้ นที่ 1 มีทัศนคตทิ ี่ถกู ตอ้ งต่อบา้ นเมือง ดา้ นที่ 2 มีพน้ื ฐานชวี ิตท่ีมัน่ คง มีคณุ ธรรม ด้านท่ี 3 มีงานทำ มอี าชพี ดา้ นที่ 4 เป็นพลเมืองดี หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง หลักสตู รเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (หลักสตู รทอ้ งถ่นิ ) หลกั สูตรตา้ นทุจรติ ศกึ ษา สะเตม็ ศึกษา 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ วิธสี อน โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) 1. ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement) 1. ครูหยบิ ขวดนำ้ ทม่ี ีน้ำอยู่ข้างใน ขน้ึ มาใหน้ กั เรยี นทกุ คนสังเกต ครูถามคำถามกระตุ้นความ สนใจของนักเรยี น ดงั นี้ 1) นักเรยี นคิดว่าน้ำทีอ่ ย่ภู ายในขวดนีม้ จี ดุ เดือดและจดุ หลอมเหลวเท่าใด (แนวคำตอบ : จดุ เดอื ดอยู่ท่ี 100 องศาเซลเซยี ส และจุดหลอมเหลวอยูท่ ี่ 0 องศาเซลเซยี ส) 2) นกั เรยี นคิดวา่ สารแต่ละชนดิ มีจุดหลอมเหลวและจุดเดอื ดต่างกนั หรือมีสถานะท่ี อณุ หภูมหิ ้องตา่ งกนั ขึน้ อยู่กับปัจจยั ใดบา้ ง (แนวคำตอบ ขน้ึ อยูก่ ับแรงยึดเหนยี่ วระหว่างโมเลกลุ )
2. ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration) 1. ครทู บทวนความรูเ้ กี่ยวกบั แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคของสารในสถานะต่าง ๆ เพื่อให้ได้ แนวคดิ วา่ จุดเดือดและจดุ หลอมเหลวเป็นปจั จัยประการหน่งึ ทแ่ี สดงถึงแรงยดึ เหนี่ยวระหว่างโมเลกุลของสาร 2. ครูยกตัวอย่างจุดเดือดและจุดหลอมเหลวของแก๊สเฉื่อยและสารโคเวเลนต์บางชนิด จากนั้นนำนกั เรียนอภิปรายเก่ยี วกบั แรงยึดเหน่ยี วระหว่างโมเลกุล เพือ่ ให้ไดข้ ้อสรปุ ดงั นี้ • จุดเดือดและจุดหลอมเหลวของสารมีความสัมพันธ์โดยตรงกับแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างโมเลกลุ • แรงยดึ เหน่ยี วระหว่างโมเลกลุ มขี ้วั จะมีคา่ สงู กวา่ แรงยดึ เหน่ียวระหวา่ งโมเลกุลไม่มขี ้ัว • แรงยดึ เหนีย่ วระหวา่ งโมเลกุลของแกส๊ เฉอื่ ยและสารโคเวเลนต์ไมม่ ีข้ัวจะมีคา่ ตำ่ 3. ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เลม่ 1 หน้า 137-143 หรอื จาก PPT 4. ครตู ง้ั คำถามวา่ แรงยดึ เหนย่ี วระหว่างโมเลกุลนอกจากมีผลตอ่ จุดหลอมเหลวและจุดเดือด แลว้ ยังมผี ลตอ่ การละลายน้ำาของสารโคเวเลนตห์ รือไม่ อยา่ งไร? (แนวตอบ : แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลมีผลต่อการละลายน้ำของสาร โดยสารโคเวเลนต์ที่ไม่มีขั้วส่วนใหญ่ไม่ละลายหรือละลายน้ำได้น้อย ส่วนสารโคเวเลนต์ที่มีขั้วบางชนิดอาจ ละลายนำ้ ไดข้ ึ้นอยู่กับสภาพขวั้ และการเกดิ พันธะไฮโดรเจนกับน้ำ) 3. ข้ันอธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) 1. ครูตั้งคำถามให้นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายเรือ่ ง แรงยดึ เหนย่ี วระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ เช่น 1) สารโคเวเลนต์ท่ีกำหนดให้ตอ่ ไปนี้ F2 HCl H2O H2S CO2 และ CH3COOH มี แรงยดึ เหนี่ยวระหว่างโมเลกลุ เป็นแรงชนดิ ใด (แนวตอบ : F2 และ CO2 มีแรงยึดเหน่ียวระหว่างโมเลกลุ เป็นแรงลอนดอน HCl และ H2S มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลเป็นแรงดึงดูด ระหวา่ งขว้ั H2O และ CH3COOH มีแรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกลุ เป็นพนั ธะ ไฮโดรเจน) 2) จงเรียงลำดับจุดเดือดของสารต่อไปน้ี NH3 CH4 PH3 จากสงู ไปต่ำ (แนวตอบ : จดุ เดือดของ NH3 > PH3 > CH4) 2. ครูให้นักเรียนพิจารณาจุดหลอมเหลวและจุดเดือดของสารโคเวเลนต์บางชนิดในตาราง 3.15 และอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างจุดหลอมเหลว และจุดเดือดกับสภาพขั้วและขนาด ของโมเลกลุ ซง่ึ สรุปไดว้ ่า สารโคเวเลนตไ์ ม่มีข้วั มีจุดหลอมเหลวและจดุ เดอื ดตำ่ ากว่าสารโคเวเลนตม์ ีข้ัว และจุด เดอื ดของสารจะเพิ่มขนึ้ ตามขนาดโมเลกุล 3. ครูอธิบายว่าการที่ NH3 HF และ H2O ไม่เป็นไปตามแนวโน้ม เนื่องจากสารเหล่านี้เกิด พนั ธะไฮโดรเจนระหวา่ งโมเลกลุ โดยพนั ธะไฮโดรเจนเป็นแรงดงึ ดดู ระหวา่ งโมเลกลุ ทเ่ี กิดจากอะตอมไฮโดรเจน ของโมเลกุลหน่งึ กบั อิเล็กตรอนคู่โดดเด่ยี วบนอะตอมของธาตุที่มขี นาดเล็ก และมอี เิ ลก็ โทรเนกาติวิตีสูงของอีก โมเลกุลหนึง่ 4. ครูและนักเรียนอภิปรายร่วมกันเกี่ยวกับสมบัติของสารโคเวเลนต์ ซึ่งควรสรุปได้ว่า สาร โคเวเลนตส์ ว่ นใหญ่มจี ุดหลอมเหลวและจุดเดอื ดต่ำากว่าสารประกอบไอออนกิ เนื่องจากแรงยดึ เหนยี่ วระหว่าง โมเลกุลมีค่านอ้ ยกว่าพันธะไอออนกิ และสารละลายของสารโคเวเลนตใ์ นนำ้ สว่ นใหญ่มสี มบตั เิ ป็นกรด 5. ครแู ละนกั เรยี นอภิปรายร่วมกันเพอ่ื สรุปความรู้เกีย่ วกับแรงยึดเหน่ยี วระหว่างโมเลกุลของ สารโคเวเลนต์ดังนี้ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์มีหลายชนิด ซึ่งอาจเป็นแรงแผ่กระจายลอนดอน แรงระหวา่ งขวั้ หรือพันธะไฮโดรเจน ซ่ึงมีผลต่อจดุ หลอมเหลว จดุ เดือด และการละลายนำ้ าของสาร
4. ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration) 1. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน แล้วส่งตัวแทนออกมาจับฉลากเลือกหัวข้อที่จะได้ ศึกษา ดังน้ี • แรงลอนดอน • แรงดงึ ดูดระหว่างขวั้ • พนั ธะไฮโดรเจน แล้วให้แต่ละกลุ่มสรุปความรู้ในเรื่องที่จับฉลากได้ลงในกระดาษ A4 ในรูปแบบที่น่าสนใจ จากน้นั นำเสนอผ่าน Google Meet 2. ครูใหน้ กั เรยี นทำใบงานท่ี 3.11 เร่อื ง แรงยึดเหนย่ี วระหว่างโมเลกลุ โคเวเลนต์ 5. ข้นั ประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมนิ ผลโดยการสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกนั ทำผลงานและการนำเสนอ 2. ครตู รวจสอบผลจากการทำใบงานท่ี 3.11 เร่อื ง แรงยดึ เหนย่ี วระหว่างโมเลกลุ โคเวเลนต์ 3. ครวู ดั และประเมนิ ผลจากชิ้นงานทีน่ ักเรยี นไดส้ รา้ งขึน้ จากขั้นขยายความเข้าใจ 10. วัสดุ อปุ กรณ์ ส่ือและแหลง่ เรียนรู้ 1) หนังสอื เรยี นวิชา เคมี ม.4 เล่ม 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เรือ่ ง พันธะเคมี 2) PowerPoint เรือ่ ง แรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ 3) ใบงานท่ี 3.11 เร่ือง แรงยดึ เหนี่ยวระหวา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ 4) วิธกี ารเข้าเรียนออนไลน์ http://www.ky.ac.th/datashow_65268 5) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ การวัดและการประเมนิ ผล การวัดผล วธิ กี ารวดั เคร่อื งมอื ทีใ่ ช้วัด เกณฑ์การวัดและ และการประเมนิ ผล การประเมินผล ประเมนิ ผลดา้ น และการประเมินผล ไดค้ ะแนนร้อยละ 1. ใบงานท่ี 3.11 เรอ่ื ง แรง 60 ขึน้ ไป 1. ด้านความรู้ (K) 1. ตรวจคำถามในใบงานที่ ยดึ เหนีย่ วระหวา่ งโมเลกุล โคเวเลนต์ ระดบั คุณภาพ 2 3.11 เรอ่ื ง แรงยดึ เหนี่ยว ผา่ นเกณฑ์ 1. แบบประเมนิ การนำเสนอ ระดบั คุณภาพ ระหว่างโมเลกลุ โคเวเลนต์ ผลงาน ดี ข้ึนไป 2. ดา้ นทกั ษะ (P) 1. ประเมนิ การนำเสนอ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมี สว่ นร่วมในการทำงานเปน็ ผลงาน กลุม่ 3. ด้าน การสังเกตพฤติกรรมการมีสว่ น แบบสงั เกตพฤตกิ รรมเปน็ รายบคุ คล คุณลกั ษณะอันพงึ รว่ มในการทำงานเปน็ กลมุ่ ประสงค์ (A) การสังเกตพฤติกรรมเปน็ รายบคุ คล
ใบงานที่ 3.11 เร่ือง แรงยดึ เหนย่ี วระหว่างโมเลกลุ โคเวเลนต์ คำชแี้ จง : จงระบแุ รงยดึ เหน่ียวระหว่างโมเลกุลของสารโคเวเลนตต์ ่อไปน้ี สารโคเวเลนต์ แรงยึดเหนี่ยวระหวา่ งโมเลกุล C2H4 แรงลอนดอน แรงดงึ ดดู ระหว่างข้ัว พนั ธะไฮโดรเจน HF HCN …………………………………… …………………………………… …………………………………… CH2Cl2 SiH4 …………………………………… …………………………………… …………………………………… H2SO4 O2 …………………………………… …………………………………… …………………………………… PCl5 OF2 …………………………………… …………………………………… …………………………………… CH2O NH3 …………………………………… …………………………………… …………………………………… NCl3 CHCl3 …………………………………… …………………………………… …………………………………… BF3 N2 …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… …………………………………… ……………………………………
เฉลยใบงานที่ 3.11 เรื่อง แรงยึดเหนยี่ วระหวา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์ คำชีแ้ จง : จงระบุแรงยดึ เหนี่ยวระหว่างโมเลกลุ ของสารโคเวเลนต์ตอ่ ไปนี้ สารโคเวเลนต์ แรงลอนดอน แรงยดึ เหนยี่ วระหวา่ งโมเลกุล ✓ แรงดงึ ดดู ระหว่างข้ัว พันธะไฮโดรเจน C2H4 HF ✓ ✓ HCN ✓ ✓ CH2Cl2 ✓ ✓ SiH4 H2SO4 ✓ ✓ O2 ✓ PCl5 ✓ OF2 ✓ CH2O NH3 ✓ NCl3 ✓ CHCl3 ✓ BF3 N2
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี........................ วันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................................................ช้นั .................................................... รายชอ่ื สมากชกิ 1. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. …………………………………………………………………………………………………………………………….. ท่ึ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็ 321 1 การเตรยี มความพร้อม 2 เน้อื หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมีส่วนรว่ มของสมากชิกกลุ่ม 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผฟู้ งั รวม ลงชอื่ ...........................................ผปู้ ระเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง
แบบประเมินการทำโจทยป์ ัญหา ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ลำดับที่ ช่อื – สกลุ คะแนน 1 4 32 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงช่อื ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../................... การใหค้ ะแนน/ระดับคะแนน ปรับปรุง (1) พอใช้ (2) ดี (3) ดีมาก (4) วิเคราะหโ์ จทยไ์ ด้ วเิ คราะห์โจทย์ และ วเิ คราะหโ์ จทย์ เลอื กใช้ วิเคราะห์โจทย์ เลือกใช้ ถกู ตอ้ ง วธิ ีการหาคำตอบ คำนวณ เลอื กใช้วธิ ีการหา วธิ ีการหาคำตอบ และ และสรปุ คำตอบได้ถกู ต้อง คำตอบได้ถูกตอ้ ง คำนวณได้ถูกต้อง
แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ที.่ ......................เดือน................................................พ.ศ.................................. การ การ ความ การมี แสดง การ ทำงาน ลำดบั ช่ือ–สกุล ความ มี ส่วนรว่ มใน รวม ท่ี คิดเห็น ยอมรับฟงั ตามที่ นำ้ ใจ การปรบั ปรุง (15) (3) คนอนื่ ไดร้ ับ (3) ผลงานกลมุ่ (3) มอบหมาย (3) (3) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงช่ือ...........................................ผู้ประเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../...................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ
แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่........................ สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูว้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลำดับ ชอื่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นรว่ ม รวม ระดบั ท่ี ในการ และการ คำถาม ใน (16) คุณภาพ เรยี น (4) ซักถาม (4) (4) กจิ กรรม (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชือ่ .............................................ผปู้ ระเมิน (………………………………………………………………) ...................../..................../...................
ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทีไ่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป ถอื ว่า ผา่ น 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ (Rubric) ประเดน็ การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมนิ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรุง (1) 1. ความต้งั ใจใน การเรียน สนใจในการเรยี นไม่คุย สนใจในการเรยี นคุย สนใจในการเรียนคุย ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกนั ในขณะ กนั เล็กนอ้ ยในขณะ กนั และเลน่ กัน คุยและเล่นกนั และการซกั ถาม เรียน เรียน ในขณะเรียนเป็น ในขณะเรียน 3. การตอบ คำถาม บางคร้ัง 4. มสี ว่ นรว่ มใน มกี ารถามในหวั ขอ้ ทตี่ น มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ี มีการถามในหวั ข้อที่ ไมถ่ ามในหวั ขอ้ ที่ กิจกรรม ไม่เขา้ ใจทุกเร่อื งและ ตนไมเ่ ขา้ ใจเป็น ตนไมเ่ ขา้ ใจเปน็ ตนไมเ่ ขา้ ใจและไม่ กล้าแสดงออก สว่ นมากและกลา้ บางคร้งั และไม่คอ่ ย กล้าแสดงออก แสดงออก กลา้ แสดงออก รว่ มตอบคำถามในเร่อื ง ร่วมตอบคำถามใน ร่วมตอบคำถามใน ไมต่ อบคำถาม ทค่ี รถู ามและตอบ เรอ่ื งทค่ี รถู ามและ เรือ่ งท่ีครูถามเปน็ คำถามถูกทุกขอ้ ตอบคำถามส่วนมาก บางครั้งและตอบ ถูก คำถามถกู เป็น บางครงั้ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และช่วยเหลือ รว่ มมือและช่วยเหลือ ไมม่ ีความรว่ มมอื เพ่ือนในการทำ เพ่ือนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพื่อนในการทำ ในขณะทำกิจกรรม กิจกรรม การทำกิจกรรม กิจกรรมเปน็ บางครั้ง
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาคเรยี นที.่ .................ปีการศึกษา................. ชือ่ -สกุลนักเรียน...........................................................................ห้อง..............................เลขที่....................... คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี / ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน ค่าเฉลย่ี อนั พึงประสงค์ 3210 1.1 มีความรัก และภมู ิใจในความเป็นชาติ 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของศาสนา กษตั รยิ ์ 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภกั ดีต่อสถาบัน พระมหากษตั ริย์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ 1.3 ปฏบิ ตั ิตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงตอ่ ตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัตติ รงตอ่ ความเป็นจริงตอ่ ผู้อนื่ 3. มีวนิ ัย 3.1 เข้าเรยี นตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของหอ้ ง 4. ใฝ่หาความรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ 4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ 4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5. อยู่อยา่ ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า 6. ม่งุ ม่ัน 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ ในการทำงาน 6.1 มคี วามต้งั ใจ และพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั 7. รกั ความเปน็ มอบหมาย ไทย 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออุปสรรคเพอ่ื ให้งาน 8. มีจติ สำเร็จ สาธารณะ 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญา ไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย 8.1 รจู้ ักการให้เพื่อส่วนรวม และเพอ่ื ผ้อู ่นื 8.2 แสดงออกถึงการมนี ำ้ ใจหรอื การใหค้ วามช่วยเหลือ ผอู้ น่ื 8.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมบำเพญ็ ตนเพ่ือส่วนรวมเมื่อมี โอกาส รวมคะแนน ลงช่ือ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../...................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมทไ่ี ม่ไดป้ ฏิบัติ ให้ 0 คะแนน ระดบั คุณภาพ ระดบั คุณภาพ ดีเย่ยี ม - คะแนน 21 – 24 ระดับคุณภาพ ดี - คะแนน 20 – 22 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ - คะแนน 12 – 19 ระดับคณุ ภาพ ตอ้ งปรบั ปรงุ - คะแนน 0 – 11
แผนการจัดการเรียนรู้ออนไลนท์ ี่ 29 กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เร่อื ง พนั ธะเคมี เรือ่ ง สารโคเวเลนตโ์ ครงผลกึ ร่างตาขา่ ย รายวชิ า เคมี 1 รหสั ว31223 เวลา 2 ช่วั โมง ครูผสู้ อน นาย วัชรพงษ์ โสนทอง 1. ผลการเรียนรู้ - สืบค้นข้อมูล และอธบิ ายสมบัติของสารประกอบของสารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาขา่ ยชนิดต่าง ๆ 2. สาระการเรยี นรู้ - สารโคเวเลนต์บางชนิดท่ีมีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ และมีพันธะโคเวเลนต์ต่อเนื่องเป็นโครงร่าง ตาข่ายจะมีจุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง สารโคเวเลนต์โครงร่างตาข่ายท่ีมีธาตุองค์ประกอบเหมือนกัน แต่มี อัญรูปต่างกันจะมีสมบัติต่างกนั เชน่ เพชร แกรไฟต์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ดา้ นความรู้ (Knowledge) 1. อธบิ ายเหตผุ ลท่ีทำให้สารโคเวเลนตท์ ี่มีโครงสร้างแบบโครงผลึกรา่ งตาข่ายมจี ดุ หลอมเหลวและจดุ เดอื ด สงู กวา่ สารโคเวเลนต์ชนดิ อ่นื ดา้ นทักษะ (Process) 2. เขยี นโครงสร้างของสารโครงผลึกร่างตาข่ายต่าง ๆ ได้ ด้านเจตคติ (Affective) 3. ตงั้ ใจเรียนร้แู ละแสวงหาความรู้ 4. สาระสำคญั หรอื ความคดิ รวบยอด อโลหะส่วนใหญ่อยู่ในรูปโมเลกุลเดียว มีจุดหลอมเหลว จุดเดือดต่ำ แต่อโลหะบางชนิดมีจุด หลอมเหลว และจดุ เดือดสูง บางชนดิ นำไฟฟา้ ได้อกี ดว้ ย สารพวกนี้ ไดแ้ ก่ สารท่มี โี ครงสรา้ งแบบโครงผลึกร่าง ตาข่าย สารพวกนีอ้ ะตอมยึดเหนี่ยวกนั ด้วยพันธะโควาเลนต์รูปแบบต่อเนือ่ งกันคล้ายตาข่ายสามมิติบ้าง สอง มิติบ้าง สารพวกนี้ไม่มีสูตรโมเลกุล เขียนได้แต่สูตรอย่างง่าย สารพวกนี้ได้แก่ คาร์บอนในรูปเพชร แกรไฟต์ และฟลูเลอรีน ฟอสฟอรัสในรูปของ ฟอสฟอรัสขาว ฟอสฟอรัสแดง และฟอสฟอรัสดำ นอกจากนั้นยังมี สารประกอบบางชนดิ กเ็ ป็นสารโครงผลกึ ร่างตาขา่ ย เชน่ ซิลิก้า หรอื ซิลคิ อนไดออกไซด์ (SiO2) 5. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน ความสามารถในการสอ่ื สาร ความสารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวติ ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
6. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ ความซอ่ื สัตย์สุจริต มวี นิ ยั ความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง มงุ่ มนั่ ในการทำงาน มีจติ สาธารณะ ใฝ่เรยี นรู้ รักความเปน็ ไทย 7. แนวความคิดเพ่ือการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 ทกั ษะด้านการเรยี นรูแ้ ละนวัตกรรม สาระวิชาหลัก (Core Subjects) ทักษะด้านชวี ิตและอาชพี ทกั ษะด้านสารสนเทศ สอ่ื และเทคโนโลยี 8. การบูรณาการเรียนรู้ พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของ ร.10 ดา้ นที่ 1 มที ัศนคติที่ถูกต้องตอ่ บ้านเมือง ดา้ นท่ี 2 มีพนื้ ฐานชวี ติ ท่ีม่ันคง มีคุณธรรม ด้านที่ 3 มงี านทำ มอี าชพี ด้านท่ี 4 เปน็ พลเมอื งดี หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลักสตู รเขตพัฒนาเศรษฐกจิ พเิ ศษ (หลกั สูตรทอ้ งถนิ่ ) หลกั สตู รต้านทุจริตศึกษา สะเต็มศึกษา 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ วธิ สี อน โดยใช้กระบวนการสบื เสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรอื Inquiry Method : 5E) 1. ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement) 1. ครูถามคำถามกระตนุ้ ความสนใจของนกั เรยี น ดงั นี้ 1) จากทีไ่ ดศ้ กึ ษาไปแล้ว สารโคเวเลนตส์ ่วนใหญ่จะมีจุดเดือดและจดุ หลอมเหลวเป็น อยา่ งไร (แนวตอบ : สารโคเวเลนต์ส่วนใหญ่จะมจี ุดเดือดและจุดหลอมเหลวตำ่ ) 2) นักเรียนคดิ วา่ จะมีสารโคเวเลนตช์ นดิ ใดหรอื ไม่ทม่ี ีจดุ เดอื ดและจดุ หลอมเหลวสูง ถา้ มีเพราะเหตใุ ดสารโคเวเลนตช์ นิดน้ันจงึ มีจดุ เดือดและจดุ หลอมเหลวสูง (แนวตอบ : มี เนอ่ื งจากสารโคเวเลนต์น้ันมกี ารสร้างพันธะเช่ือมต่อกันเป็น โครงสรา้ งขนาดใหญ่ จงึ ทำให้มีจดุ เดอื ดและจุดหลอมเหลวสงู )
2. ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration) 1. ครูหารูปหรือแบบจำลองอะตอมของโครงสร้างของเพชร แกรไฟต์ หรือซลิ คิ อนไดออกไซด์ มาใหน้ กั เรียนศึกษา 2. นักเรียนศึกษาเรื่อง สารโคเวเลนต์โครงผลึกร่างตาข่าย จากหนังสือเรียนเคมี ม.4 เล่ม 1 หนา้ 143-144 หรอื จาก PPT 3. นักเรียนร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้ศึกษา ซึ่งนักเรียนควรสรุปได้ว่า เพชร แกรไฟต์ และ ซิลิคอนไดออกไซด์เป็นโมเลกุลโคเวเลนต์ที่มีการจัดอะตอมภายในเป็นผลึกร่างตาข่าย ทำให้สารกลุ่มนี้มีจุด เดอื ดและจุดหลอมเหลวสูงกวา่ สารโคเวเลนต์โดยทวั่ ไป 4. นักเรยี นเล่นเกม Kahoot เพอื่ เก็บคะแนน 3. ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรปุ (Explanation) 1. ครูตงั้ คำถามให้นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเร่ือง สารโคเวเลนต์โครงผลกึ รา่ งตาข่าย เช่น 1) เพราะเหตุใดเพชรจงึ ไมน่ ำไฟฟา้ แต่แกรไฟตส์ ามารถนำไฟฟา้ ได้ (แนวตอบ : ในโครงสร้างของเพชร คาร์บอนแต่ละอะตอมใช้เวเลนซ์ อิเล็กตรอนทั้งหมดสร้างพันธะโคเวเลนซ์กับอะตอมอีก 4 อะตอมที่อยู่ล้อมรอบ จึงไม่มีอิเล็กตรอนอิสระ เหลอื อยู่ เพชรจงึ ไม่นําไฟฟา้ ) 2) เพราะเหตุใดจงึ นิยมนำแกรไฟต์มาทำไส้ดนิ สอ (แนวตอบ : เน่ืองจากระหว่างช้นั ของแกรไฟตย์ ึดกันด้วยแรงลอนดอน ซึ่ง เปน็ แรงอย่างออ่ น จึงทำใหโ้ มเลกลุ ของแกรไฟต์ลื่นไถลได้ จงึ นิยมนำมาทำสารหล่อล่ืนและไสด้ นิ สอดำ) 4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) 1. ครใู หน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม กล่มุ ละ 3 คน แล้วสบื ค้นขอ้ มูลเพมิ่ เติมเกี่ยวกับสารโคเวเลนต์โครง ผลึกร่าง ตาข่าย จากนั้นรวบรวมข้อมูลมาทำใบความรู้ในรูปแบบที่น่าสนใจ และเข้าใจง่าย นำเสนอผ่าน Google Meet 2. ครใู หน้ ักเรียนทำผงั มโนทศั นส์ รปุ ความรู้เรื่อง พันธะโคเวเลนต์ 5. ข้ันประเมิน (Evaluation) 1. ครูประเมินผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงานและการนำเสนอ 2. ครวู ัดและประเมนิ ผลจากช้นิ งานทน่ี กั เรียนไดส้ รา้ งข้นึ จากข้นั ขยายความเข้าใจ 10. วสั ดุ อปุ กรณ์ สือ่ และแหลง่ เรยี นรู้ 1) หนงั สอื เรยี นวิชา เคมี ม.4 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 3 เรอ่ื ง พันธะเคมี 2) PowerPoint เรอ่ื ง สารโคเวเลนต์โครงผลึกร่างตาขา่ ย 3) วธิ ีการเขา้ เรียนออนไลน์ http://www.ky.ac.th/datashow_65268 4) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
การวดั และการประเมินผล การวดั ผล วธิ ีการวัด เครอ่ื งมอื ทใี่ ช้วัด เกณฑก์ ารวัดและ และการประเมนิ ผล การประเมนิ ผล ประเมนิ ผลดา้ น และการประเมนิ ผล 1. แบบประเมนิ ผลงานผงั มโน ระดับคุณภาพ 2 1. ด้านความรู้ (K) 1. ผังมโนทัศนส์ รปุ ความรเู้ รื่อง ทัศน์ ผ่านเกณฑ์ พันธะโคเวเลนต์ 1. แบบประเมนิ การนำเสนอ ระดับคณุ ภาพ 2 ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ 2. ดา้ นทกั ษะ (P) 1. ประเมินการนำเสนอ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมี ระดับคณุ ภาพ ผลงาน สว่ นรว่ มในการทำงานเปน็ ดี ขนึ้ ไป กล่มุ 3. ด้าน การสังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ น แบบสงั เกตพฤติกรรมเปน็ คุณลกั ษณะอนั พงึ ร่วมในการทำงานเป็นกลมุ่ รายบคุ คล ประสงค์ (A) การสังเกตพฤตกิ รรมเปน็ รายบคุ คล
แบบประเมินผลงานผงั มโนทศั น์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี........................ สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันท่ี.......................เดือน..........................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลำดับ ชือ่ – สกุล ความ ความถกู ต้อง ความคิด ความเปน็ รวม ระดบั ท่ี สอดคลอ้ งกบั ของเนื้อหา สรา้ งสรรค์ ระเบยี บ (16) คณุ ภาพ จุดประสงค์ (4) (4) (4) (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชอ่ื ................................................ผปู้ ระเมนิ (………………………………………………………………) ...................../..................../...................
เกณฑป์ ระเมินแผนภาพ ประเด็นทปี่ ระเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32 1. ผลงานตรงกับ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานไม่สอดคลอ้ ง จดุ ประสงคท์ ี่ กำหนด จุดประสงคท์ กุ จุดประสงคเ์ ปน็ ส่วน จดุ ประสงคบ์ าง กับจุดประสงค์ ประเด็น ใหญ่ ประเดน็ 2. ผลงานมีความ เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ ถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถกู ต้องเปน็ ผลงานไม่ถกู ต้องเปน็ ครบถ้วน สว่ นใหญ่ บางประเด็น ส่วนใหญ่ 3. ผลงานมคี วามคิด ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมแี นวคิด ผลงานมคี วาม ผลงานไมแ่ สดง แปลกใหม่แต่ยงั ไม่ สรา้ งสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นระบบ นา่ สนใจ แต่ยงั ไม่มี แนวคิดใหม่ แปลกใหม่และเป็น แนวคดิ แปลกใหม่ ระบบ 4. ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมีความเปน็ ผลงานส่วนใหญ่ไม่ เปน็ ระเบยี บ ระเบียบแสดงออกถึง ความเปน็ ระเบียบแต่ ระเบยี บแตม่ ี เปน็ ระเบยี บและมี ความประณตี ยังมี ข้อบกพร่องบางส่วน ขอ้ บกพร่องมาก ขอ้ บกพร่องเลก็ นอ้ ย เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–16 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี........................ วันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................................................ช้นั .................................................... รายชอ่ื สมากชกิ 1. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. …………………………………………………………………………………………………………………………….. ท่ึ รายการประเมิน คะแนน ข้อคดิ เหน็ 321 1 การเตรยี มความพร้อม 2 เน้อื หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมีส่วนรว่ มของสมากชิกกลุ่ม 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผฟู้ งั รวม ลงชอื่ ...........................................ผปู้ ระเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางสว่ น เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 489
Pages: