Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนรวม

แผนรวม

Published by watcharaphongkiw, 2022-02-06 10:45:21

Description: แผนรวม

Search

Read the Text Version

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ที.่ ......................เดือน................................................พ.ศ.................................. การ การ ความ การมี แสดง การ ทำงาน ลำดบั ช่ือ–สกุล ความ มี ส่วนรว่ มใน รวม ท่ี คิดเห็น ยอมรับฟงั ตามที่ นำ้ ใจ การปรบั ปรุง (15) (3) คนอนื่ ไดร้ ับ (3) ผลงานกลมุ่ (3) มอบหมาย (3) (3) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../...................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่........................ สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูว้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลำดับ ชอื่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นรว่ ม รวม ระดบั ท่ี ในการ และการ คำถาม ใน (16) คุณภาพ เรยี น (4) ซักถาม (4) (4) กจิ กรรม (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชือ่ .............................................ผปู้ ระเมิน (………………………………………………………………) ...................../..................../...................

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทีไ่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป ถอื ว่า ผา่ น 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ (Rubric) ประเดน็ การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมนิ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรุง (1) 1. ความต้งั ใจใน การเรียน สนใจในการเรยี นไม่คุย สนใจในการเรยี นคุย สนใจในการเรียนคุย ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกนั ในขณะ กนั เล็กนอ้ ยในขณะ กนั และเลน่ กัน คุยและเล่นกนั และการซกั ถาม เรียน เรียน ในขณะเรียนเป็น ในขณะเรียน 3. การตอบ คำถาม บางคร้ัง 4. มสี ว่ นรว่ มใน มกี ารถามในหวั ขอ้ ทตี่ น มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ี มีการถามในหวั ข้อที่ ไมถ่ ามในหวั ขอ้ ที่ กิจกรรม ไม่เขา้ ใจทุกเร่อื งและ ตนไมเ่ ขา้ ใจเป็น ตนไมเ่ ขา้ ใจเปน็ ตนไมเ่ ขา้ ใจและไม่ กล้าแสดงออก สว่ นมากและกลา้ บางคร้งั และไม่คอ่ ย กล้าแสดงออก แสดงออก กลา้ แสดงออก รว่ มตอบคำถามในเร่อื ง ร่วมตอบคำถามใน ร่วมตอบคำถามใน ไมต่ อบคำถาม ทค่ี รถู ามและตอบ เรอ่ื งทค่ี รถู ามและ เรือ่ งท่ีครูถามเปน็ คำถามถูกทุกขอ้ ตอบคำถามส่วนมาก บางครั้งและตอบ ถูก คำถามถกู เป็น บางครงั้ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และช่วยเหลือ รว่ มมือและช่วยเหลือ ไมม่ ีความรว่ มมอื เพ่ือนในการทำ เพ่ือนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพื่อนในการทำ ในขณะทำกิจกรรม กิจกรรม การทำกิจกรรม กิจกรรมเปน็ บางครั้ง

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาคเรยี นที.่ .................ปีการศึกษา................. ชือ่ -สกุลนักเรียน...........................................................................ห้อง..............................เลขที่....................... คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี / ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน ค่าเฉลย่ี อนั พึงประสงค์ 3210 1.1 มีความรัก และภมู ิใจในความเป็นชาติ 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของศาสนา กษตั รยิ ์ 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภกั ดีต่อสถาบัน พระมหากษตั ริย์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ 1.3 ปฏบิ ตั ิตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงตอ่ ตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัตติ รงตอ่ ความเป็นจริงตอ่ ผู้อนื่ 3. มีวนิ ัย 3.1 เข้าเรยี นตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของหอ้ ง 4. ใฝ่หาความรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ 4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ 4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5. อยู่อยา่ ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า 6. ม่งุ ม่ัน 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ ในการทำงาน 6.1 มคี วามต้งั ใจ และพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั 7. รกั ความเปน็ มอบหมาย ไทย 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออุปสรรคเพอ่ื ให้งาน 8. มีจติ สำเร็จ สาธารณะ 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญา ไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย 8.1 รจู้ ักการให้เพื่อส่วนรวม และเพอ่ื ผ้อู ่นื 8.2 แสดงออกถึงการมนี ำ้ ใจหรอื การใหค้ วามช่วยเหลือ ผอู้ น่ื 8.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมบำเพญ็ ตนเพ่ือส่วนรวมเมื่อมี โอกาส รวมคะแนน ลงช่ือ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../...................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมทไ่ี ม่ไดป้ ฏิบัติ ให้ 0 คะแนน ระดบั คุณภาพ ระดบั คุณภาพ ดีเย่ยี ม - คะแนน 21 – 24 ระดับคุณภาพ ดี - คะแนน 20 – 22 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ - คะแนน 12 – 19 ระดับคณุ ภาพ ตอ้ งปรบั ปรงุ - คะแนน 0 – 11





แผนการจดั การเรยี นรู้ออนไลน์ที่ 30 กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง พันธะเคมี เร่อื ง พันธะโลหะ รายวชิ า เคมี 1 รหสั ว31223 เวลา 2 ชั่วโมง ครูผสู้ อน นาย วัชรพงษ์ โสนทอง 1. ผลการเรียนรู้ - อธบิ ายการเกดิ พันธะโลหะและสมบตั ขิ องโลหะ - เปรยี บเทียบสมบตั ิบางประการของสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ สืบค้นขอ้ มลู และนำเสนอตัวอยา่ งการใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะไดอ้ ย่างเหมาะสม 2. สาระการเรียนรู้ - พันธะโลหะเกิดจากเวเลนซ์อิเล็กตรอนของทุกอะตอมของโลหะเคลื่อนที่อย่างอิสระไปทั่วทั้งโลหะ และเกดิ แรงยึดเหน่ยี วกับโปรตอนในนิวเคลยี สทกุ ทศิ ทาง - โลหะส่วนใหญ่เป็นของแขง็ มีผิวมันวาว สามารถตีเป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ นำความร้อนและนำ ไฟฟา้ ไดด้ ี มจี ุดหลอมเหลวและจุดเดือดสูง - สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ มีสมบตั ิเฉพาะตวั บางประการที่แตกต่างกัน เชน่ จุด เดือด จุดหลอมเหลว การละลายน้ำ การนำไฟฟ้า จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ตามความ เหมาะสม 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. อธบิ ายการเกดิ พนั ธะโลหะ และสมบตั ขิ องโลหะได้ ดา้ นทักษะ (Process) 2. เปรียบเทยี บสมบตั ิของโลหะ สารประกอบไอออนกิ และสารโคเวเลนต์ได้ ดา้ นเจตคติ (Affective) 3. ต้งั ใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ 4. สาระสำคญั หรือความคิดรวบยอด พนั ธะโลหะเกดิ จากเวเลนซอ์ ิเล็กตรอนของทุกอะตอมของโลหะเคลอื่ นท่ีอย่างอสิ ระไปทั่วทัง้ โลหะและ เกดิ แรงยึดเหนี่ยวกบั โปรตอนในนิวเคลยี สทกุ ทิศทาง โลหะส่วนใหญ่เปน็ ของแข็ง ผวิ มนั วาว จุดหลอมเหลวและ จุดเดือดสงู นำไฟฟา้ และความรอ้ นไดด้ ี 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน  ความสามารถในการสือ่ สาร  ความสารถในการคิด  ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ  ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

6. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์  ความซ่ือสัตยส์ ุจริต  มีวินัย ความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง  มุง่ มน่ั ในการทำงาน มีจิตสาธารณะ  ใฝ่เรียนรู้ รกั ความเป็นไทย 7. แนวความคดิ เพอ่ื การเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21  ทักษะดา้ นการเรียนรแู้ ละนวัตกรรม  สาระวชิ าหลกั (Core Subjects) ทักษะด้านชีวิตและอาชีพ  ทกั ษะดา้ นสารสนเทศ ส่ือ และเทคโนโลยี 8. การบูรณาการเรยี นรู้ พระบรมราโชบายด้านการศึกษาของ ร.10  ดา้ นท่ี 1 มที ัศนคติที่ถูกต้องตอ่ บ้านเมอื ง  ด้านท่ี 2 มพี ้ืนฐานชวี ิตที่มนั่ คง มีคณุ ธรรม  ด้านท่ี 3 มงี านทำ มีอาชีพ  ด้านที่ 4 เป็นพลเมืองดี หลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง หลักสูตรเขตพฒั นาเศรษฐกิจพเิ ศษ (หลกั สูตรทอ้ งถิ่น) หลักสตู รต้านทุจรติ ศกึ ษา  สะเต็มศกึ ษา 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ วิธีสอน โดยใช้กระบวนการสืบเสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูตั้งคำถามจากตารางธาตุ เพื่อนำเข้าสู่บทเรียนเกี่ยวกับพันธะโลหะ โดยการตั้งคำถาม กระตนุ้ ความสนใจ ดงั นี้ 1) พันธะโลหะเปน็ พนั ธะระหว่างธาตุที่มสี มบัติใด (แนวตอบ : พนั ธะโลหะเปน็ พนั ธะระหวา่ งธาตทุ ่มี ีคา่ อเิ ลก็ โทรเนกาติวิตตี ำ่ ) 2) นักเรยี นคิดวา่ ธาตหุ รือสารประกอบทเี่ กดิ จากพนั ธะโลหะควรมีสมบัติอย่างไร (แนวตอบ : จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง นำความร้อนและนำไฟฟ้าได้ดี สะท้อนแสงได้ เคาะแลว้ มีเสียงกงั วาน เปน็ ตน้ )

2. นักเรยี นแบ่งกล่มุ กลุม่ ละ 3 คน จากนน้ั ให้ยกตัวอย่างโลหะและการนำไปใช้ประโยชน์ใน ชวี ติ ประจำวนั และใชค้ ำถามว่า โลหะทยี่ กตวั อยา่ งนั้นมสี มบัตใิ ดที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ประโยชน์ดงั กลา่ ว (แนวตอบ : เหล็กนำมาใช้เป็นโครงสร้างของอาคารบ้านเรือนเนื่องจากมี ความแข็ง ทองแดงนำามาใชท้ ำสายไฟฟ้า เนือ่ งจากสามารถนำไฟฟา้ ได้) 2. ข้ันสำรวจและคน้ หา (Exploration) 1. นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 3 คน สบื คน้ ข้อมูลเกยี่ วกบั พนั ธะโลหะ หรอื ศึกษาจากหนังสือ เรียน เคมี ม.4 เลม่ 1 หนา้ 162-163 2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนกลมุ่ ออกมานำเสนอหนา้ ช้ันเรียน จากนั้นครตู ง้ั คำถามให้ นักเรยี นร่วมกนั อภิปราย ดงั นี้ 1) อะตอมของอโลหะสามารถเกดิ พันธะโลหะได้หรอื ไม่ ลักษณะใด (แนวตอบ : อะตอมของอโลหะไม่สามารถเกิดพันธะโลหะได้ เนื่องจาก อโลหะสญู เสยี อเิ ลก็ ตรอนไดย้ าก) 2) อะตอมของโลหะมกี ารดึงดดู กันในลกั ษณะใด (แนวตอบ : อะตอมของโลหะจะเกิดการยดึ เหนี่ยวระหว่างไอออนบวกกับ เวเลนซอ์ เิ ลก็ ตรอนทีเ่ คลอื่ นทอ่ี ยา่ งอสิ ระท่ัวทกุ ตำแหนง่ ภายในก้อนโลหะ) 3) จุดเดอื ดและจุดหลอมเหลวของธาตทุ ี่เกดิ พันธะโลหะมแี นวโน้มลักษณะใด เพราะ เหตุใดจงึ เปน็ เชน่ น้นั (แนวตอบ : ธาตุที่เกิดพันธะโลหะจะมีจุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง เนื่องจากพนั ธะโลหะเกดิ จากแรงดงึ ดดู ทางไฟฟ้าระหว่างไอออนบวกกับอเิ ล็กตรอนทเี่ คลอื่ นทอี่ ย่างอิสระ ซง่ึ ยดึ เหน่ยี วกนั แนน่ มาก พันธะโลหะจงึ แขง็ แรงมาก) 4) เพราะเหตใุ ดโลหะจงึ มผี วิ มันวาว (แนวตอบ : เนอ่ื งจากกลุ่มอิเลก็ ตรอนเคลื่อนที่อยา่ งอิสระไปกระทบกับแสง ที่เป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โลหะจึงรับและกระจายแสงออกมา ทำให้ผิวของโลหะเกิดการสะท้อนแสงได้ดี จึง เหน็ ผวิ ของโลหะเป็นมันวาว) 3. ขน้ั อธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation) 1. ครูอธิบายเพ่ิมเตมิ เกย่ี วกบั การเกดิ พนั ธะโลหะและสมบัติของพันธะโลหะ ดังน้ี • การเกิดพันธะโลหะ เป็นพันธะที่เกิดในอะตอมของโลหะกับโลหะ เกิดจากใช้ เวเลนซ์อิเล็กตรอนร่วมกันทั่วทั้งก้อนโลหะ หรืออาจกล่าวได้ว่า เกิดจากแรงยึดเหนี่ยวระหว่างไอออนบวกที่ เรยี งชิดกนั (นิวเคลียส) กบั ไอออนลบท่ีวิ่งอยโู่ ดยรอบอะตอม - พันธะโลหะแข็งแรง > พันธะไอออนกิ > พันธะโคเวเลนต์ - ความแข็งแรงของพันธะโลหะขึ้นอยู่กับจํานวนเวเลนซ์อิเล็กตรอน และ ประจุของไอออนบวกของโลหะ • สมบัตขิ องโลหะ มีดังนี้ - นําไฟฟ้าได้ดี เพราะอิเล็กตรอน (เวเลนซ์อิเล็กตรอน) เคลื่อนที่ได้อย่าง อิสระทว่ั ทัง้ กอ้ น - นาํ ความร้อนไดด้ ี เพราะเม่อื ใหค้ วามร้อนแกโ่ ลหะ เวเลนซอ์ ิเลก็ ตรอนจะมี พลังงานสงู ขึน้ จงึ เคลื่อนที่ไดเ้ รว็ ขึ้น เมื่อเกิดการชนกันจะเกิดการถ่ายโอนพลังงานบางส่วนให้แก่กัน และถ่าย โอนตอ่ เนอ่ื งกันทั่วท้ังก้อนโลหะ - จุดเดือดและจุดหลอมเหลวสูง เพราะเวเลนซ์อิเล็กตรอนยึดเหนี่ยวกับ อะตอมทง้ั หมดไว้ด้วยกัน การเดือดหรือการหลอมเหลวจงึ ตอ้ งใช้พลังงานสูง - ผิวมันวาว เพราะอิเล็กตรอนเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ เมื่อกระทบแสง อเิ ลก็ ตรอนเหล่านน้ั จะรบั และปลอ่ ยคลื่นแสงออกมา

- เคาะแล้วมีเสยี งดงั กังวาน เน่อื งจากไอออนบวกอยูช่ ดิ กนั มาก เมอ่ื เคาะจึง ส่งแรงสน่ั สะเทือนไปถงึ กนั อย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเป็นเสยี งดังกงั วานออกมา - รดี เป็นแผน่ บาง ๆ ได้ เพราะอะตอมโลหะเปน็ การผลกั ช้นั ของอะตอมของ โลหะเลื่อนไถลออกไปจากตําแหน่งเดิม ทําให้แผ่นโลหะยาวออกไปและบางลง แต่ละอะตอมของโลหะใน ตาํ แหนง่ ใหม่ไม่หลุดออกจากกัน เพราะมกี ลมุ่ เวเลนซอ์ เิ ลก็ ตรอนยึดอนภุ าคเหล่านน้ั ไว้ 4. ขัน้ ขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรียนทำผงั มโนทัศน์สรุปความร้เู รอ่ื ง พนั ธะโลหะ 2. นกั เรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 3 คน ทำผังมโนทัศนเ์ ปรียบเทยี บสมบัตขิ องสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ พร้อมยกตัวอย่างการนำสารต่าง ๆ ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน นำเสนอผ่าน Google Meet 5. ขน้ั ประเมิน (Evaluation) 1. ครปู ระเมนิ ผลโดยการสงั เกตการตอบคำถาม การรว่ มกนั ทำผลงานและการนำเสนอ 2. ครูวดั และประเมนิ ผลจากชิน้ งานทนี่ ักเรยี นไดส้ รา้ งขึน้ จากขัน้ ขยายความเข้าใจ 10. วัสดุ อุปกรณ์ สอื่ และแหล่งเรียนรู้ 1) หนังสือเรยี นวิชา เคมี ม.4 เลม่ 1 หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 เรื่อง พนั ธะเคมี 2) PowerPoint เร่ือง พันธะโลหะ 3) วธิ ีการเขา้ เรยี นออนไลน์ http://www.ky.ac.th/datashow_65268 4) แหล่งข้อมลู สารสนเทศ การวดั และการประเมินผล การวดั ผล วิธีการวดั เครอ่ื งมือท่ใี ช้วดั เกณฑ์การวัดและ และการประเมนิ ผล การประเมินผล ประเมนิ ผลดา้ น และการประเมินผล 1. แบบประเมนิ ผลงานผงั มโน ระดบั คณุ ภาพ 2 ทศั น์ ผ่านเกณฑ์ 1. ด้านความรู้ (K) 1. ผังมโนทศั น์สรปุ ความรู้เร่อื ง 1. แบบประเมินการนำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2 พนั ธะโลหะ ผลงาน ผา่ นเกณฑ์ 2. ด้านทักษะ (P) 1. ประเมินการนำเสนอ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการมี ระดับคุณภาพ สว่ นรว่ มในการทำงานเปน็ ดี ขน้ึ ไป ผลงาน กลุม่ 3. ด้าน การสงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วน แบบสงั เกตพฤติกรรมเป็น รายบุคคล คณุ ลักษณะอนั พงึ ร่วมในการทำงานเปน็ กลุ่ม ประสงค์ (A) การสงั เกตพฤตกิ รรมเป็น รายบคุ คล

แบบประเมินผลงานผงั มโนทศั น์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี........................ สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันท่ี.......................เดือน..........................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลำดับ ชือ่ – สกุล ความ ความถกู ต้อง ความคิด ความเปน็ รวม ระดบั ท่ี สอดคลอ้ งกบั ของเนื้อหา สรา้ งสรรค์ ระเบยี บ (16) คณุ ภาพ จุดประสงค์ (4) (4) (4) (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชอ่ื ................................................ผปู้ ระเมนิ (………………………………………………………………) ...................../..................../...................

เกณฑป์ ระเมินแผนภาพ ประเด็นทปี่ ระเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32 1. ผลงานตรงกับ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานไม่สอดคลอ้ ง จดุ ประสงคท์ ี่ กำหนด จุดประสงคท์ กุ จุดประสงคเ์ ปน็ ส่วน จดุ ประสงคบ์ าง กับจุดประสงค์ ประเด็น ใหญ่ ประเดน็ 2. ผลงานมีความ เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ ถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถกู ต้องเปน็ ผลงานไม่ถกู ต้องเปน็ ครบถ้วน สว่ นใหญ่ บางประเด็น ส่วนใหญ่ 3. ผลงานมคี วามคิด ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมแี นวคิด ผลงานมคี วาม ผลงานไมแ่ สดง แปลกใหม่แต่ยงั ไม่ สรา้ งสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นระบบ นา่ สนใจ แต่ยงั ไม่มี แนวคิดใหม่ แปลกใหม่และเป็น แนวคดิ แปลกใหม่ ระบบ 4. ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมีความเปน็ ผลงานส่วนใหญ่ไม่ เปน็ ระเบยี บ ระเบียบแสดงออกถึง ความเปน็ ระเบียบแต่ ระเบยี บแตม่ ี เปน็ ระเบยี บและมี ความประณตี ยังมี ข้อบกพร่องบางส่วน ขอ้ บกพร่องมาก ขอ้ บกพร่องเลก็ นอ้ ย เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–16 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ

แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี........................ วันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................................................ชั้น.................................................... รายชอ่ื สมากชกิ 1. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. …………………………………………………………………………………………………………………………….. ท่ึ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็ 321 1 การเตรยี มความพร้อม 2 เน้อื หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมีส่วนรว่ มของสมากชิกกลมุ่ 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผฟู้ งั รวม ลงชอื่ ...........................................ผปู้ ระเมนิ (…………………………………………………) ...................../..................../................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ที.่ ......................เดือน................................................พ.ศ.................................. การ การ ความ การมี แสดง การ ทำงาน ลำดบั ช่ือ–สกุล ความ มี ส่วนรว่ มใน รวม ท่ี คิดเห็น ยอมรับฟงั ตามที่ นำ้ ใจ การปรบั ปรุง (15) (3) คนอนื่ ไดร้ ับ (3) ผลงานกลมุ่ (3) มอบหมาย (3) (3) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../...................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่........................ สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูว้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลำดับ ชอื่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นรว่ ม รวม ระดบั ท่ี ในการ และการ คำถาม ใน (16) คุณภาพ เรยี น (4) ซักถาม (4) (4) กจิ กรรม (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชือ่ .............................................ผปู้ ระเมิน (………………………………………………………………) ...................../..................../...................

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทีไ่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป ถอื ว่า ผา่ น 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ (Rubric) ประเดน็ การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมนิ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรุง (1) 1. ความต้งั ใจใน การเรียน สนใจในการเรยี นไม่คุย สนใจในการเรยี นคุย สนใจในการเรียนคุย ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกนั ในขณะ กนั เล็กนอ้ ยในขณะ กนั และเลน่ กัน คุยและเล่นกนั และการซกั ถาม เรียน เรียน ในขณะเรียนเป็น ในขณะเรียน 3. การตอบ คำถาม บางคร้ัง 4. มสี ว่ นรว่ มใน มกี ารถามในหวั ขอ้ ทตี่ น มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ี มีการถามในหวั ข้อที่ ไมถ่ ามในหวั ขอ้ ที่ กิจกรรม ไม่เขา้ ใจทุกเร่อื งและ ตนไมเ่ ขา้ ใจเป็น ตนไมเ่ ขา้ ใจเปน็ ตนไมเ่ ขา้ ใจและไม่ กล้าแสดงออก สว่ นมากและกลา้ บางคร้งั และไม่คอ่ ย กล้าแสดงออก แสดงออก กลา้ แสดงออก รว่ มตอบคำถามในเร่อื ง ร่วมตอบคำถามใน ร่วมตอบคำถามใน ไมต่ อบคำถาม ทค่ี รถู ามและตอบ เรอ่ื งทค่ี รถู ามและ เรือ่ งท่ีครูถามเปน็ คำถามถูกทุกขอ้ ตอบคำถามส่วนมาก บางครั้งและตอบ ถูก คำถามถกู เป็น บางครงั้ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และช่วยเหลือ รว่ มมือและช่วยเหลือ ไมม่ ีความรว่ มมอื เพ่ือนในการทำ เพ่ือนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพื่อนในการทำ ในขณะทำกิจกรรม กิจกรรม การทำกิจกรรม กิจกรรมเปน็ บางครั้ง

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาคเรยี นที.่ .................ปีการศึกษา................. ชือ่ -สกุลนักเรียน...........................................................................ห้อง..............................เลขที่....................... คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี / ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน ค่าเฉลย่ี อนั พึงประสงค์ 3210 1.1 มีความรัก และภมู ิใจในความเป็นชาติ 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของศาสนา กษตั รยิ ์ 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภกั ดีต่อสถาบัน พระมหากษตั ริย์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ 1.3 ปฏบิ ตั ิตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงตอ่ ตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัตติ รงตอ่ ความเป็นจริงตอ่ ผู้อนื่ 3. มีวนิ ัย 3.1 เข้าเรยี นตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของหอ้ ง 4. ใฝ่หาความรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ 4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ 4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5. อยู่อยา่ ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า 6. ม่งุ ม่ัน 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ ในการทำงาน 6.1 มคี วามต้งั ใจ และพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั 7. รกั ความเปน็ มอบหมาย ไทย 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออุปสรรคเพอ่ื ให้งาน 8. มีจติ สำเร็จ สาธารณะ 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญา ไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย 8.1 รจู้ ักการให้เพื่อส่วนรวม และเพอ่ื ผ้อู ่นื 8.2 แสดงออกถึงการมนี ำ้ ใจหรอื การใหค้ วามช่วยเหลือ ผอู้ น่ื 8.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมบำเพญ็ ตนเพ่ือส่วนรวมเมื่อมี โอกาส รวมคะแนน ลงช่ือ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../...................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมทไ่ี ม่ไดป้ ฏิบัติ ให้ 0 คะแนน ระดบั คุณภาพ ระดบั คุณภาพ ดีเย่ยี ม - คะแนน 21 – 24 ระดับคุณภาพ ดี - คะแนน 20 – 22 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ - คะแนน 12 – 19 ระดับคณุ ภาพ ตอ้ งปรบั ปรงุ - คะแนน 0 – 11





แผนการจดั การเรียนรู้ออนไลน์ที่ 31 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง พันธะเคมี เรื่อง การใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ รายวชิ า เคมี 1 รหสั ว31223 เวลา 2 ชว่ั โมง ครูผ้สู อน นาย วชั รพงษ์ โสนทอง 1. ผลการเรียนรู้ - เปรยี บเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ สบื ค้นข้อมูลและ นำเสนอตัวอยา่ งของการใช้ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม 2. สาระการเรียนรู้ - สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ มีสมบัติเฉพาะตัวบางประการที่แตกต่าง เช่น จุด เดือด จุดหลอมเหลว การละลายน้ำ การนำไฟฟ้า จึงสามารถนำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ตามความ เหมาะสม 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) 1. สามารถเปรียบเทียบสมบัติบางประการของสารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และโลหะ ได้อยา่ งถกู ต้อง ดา้ นทักษะ (Process) 2. สามารถสบื ค้นขอ้ มูลและนำเสนอตวั อยา่ งการใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนิก สารโคเว เลนต์ และโลหะ ได้อยา่ งเหมาะสม ด้านเจตคติ (Affective) 3. ต้ังใจเรียนรู้และแสวงหาความรู้ 4. สาระสำคัญหรอื ความคดิ รวบยอด พนั ธะไอออนกิ เกิดจากการยดึ เหนีย่ วระหว่างประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับไอออนลบ พนั ธะโคเวเลนตเ์ กิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอม 2 อะตอม ซ่งึ ส่วนใหญเ่ ปน็ ธาตุอโลหะโดยใช้เว เลนต์อเิ ลก็ ตรอนรว่ มกนั พันธะโลหะเกดิ จากการยึดเหนี่ยวระหว่างโปรตอนในนิวเคลียสกับเวเลนต์อิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ไปทั่ว ทง้ั ชนิ้ โลหะ 5. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น  ความสามารถในการสือ่ สาร  ความสารถในการคดิ  ความสามารถในการแก้ปญั หา ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ  ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์  ความซือ่ สัตยส์ ุจริต  มีวนิ ัย ความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ อยู่อย่างพอเพียง  มงุ่ มน่ั ในการทำงาน มจี ิตสาธารณะ  ใฝ่เรียนรู้ รกั ความเป็นไทย 7. แนวความคดิ เพอื่ การเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21  ทกั ษะดา้ นการเรยี นรูแ้ ละนวัตกรรม  สาระวชิ าหลัก (Core Subjects) ทกั ษะด้านชีวิตและอาชพี  ทักษะด้านสารสนเทศ สอื่ และเทคโนโลยี 8. การบรู ณาการเรียนรู้ พระบรมราโชบายดา้ นการศกึ ษาของ ร.10  ดา้ นท่ี 1 มที ัศนคติที่ถกู ตอ้ งตอ่ บา้ นเมือง  ดา้ นท่ี 2 มพี ้ืนฐานชวี ิตท่ีม่นั คง มีคุณธรรม  ด้านที่ 3 มงี านทำ มอี าชพี  ดา้ นท่ี 4 เปน็ พลเมืองดี หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หลกั สูตรเขตพฒั นาเศรษฐกิจพิเศษ (หลักสตู รท้องถ่ิน) หลกั สูตรต้านทุจรติ ศึกษา  สะเต็มศกึ ษา 9. กระบวนการจัดการเรียนรู้ วธิ ีสอน โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะความรู้ (Inquiry Cycle หรือ Inquiry Method : 5E) 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. ครูกล่าวทักทายนักเรียน จากน้นั จะเปดิ power point ใหน้ กั เรยี นดูรปู พันธะท้งั 3 พันธะ โดยจะแบง่ กลมุ่ นกั เรียนออกเปน็ 3 กลุม่ ตามแต่ละพนั ธะซงึ่ จะไดก้ ลุ่มละเทา่ ๆ กัน 2. นักเรยี นบอกสมบัตเิ ฉพาะของพันธะในกลมุ่ ของตัวเองมากล่มุ ละ 1 ขอ้ 2. ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration) 1. ครูเปิดตารางใน power point เพื่อดูสมบัติเฉพาะของพันธะทั้ง 3 พันธะ จากนั้นจะให้ นักเรียนทบทวนความร้เู ก่ียวกับชนิดและสมบิตของสารในแตล่ ะพนั ธะ

2. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกกลุ่มละ 2 คน จากนั้นจะให้ช่วยกันเขียนสมบัติของ พันธะแต่ละพันธะทีไ่ ม่ใช่พันธะของกลุ่มตัวเองมาใหม้ ากท่ีสุด ผา่ น Google Doc (โดยมรี ะยะเวลาในการเขียน ทัง้ หมด 5 นาที) กลุม่ ท่ีสามารถบอกสมบตั ขิ องพันธะไดม้ ากท่ีสุด และถูกต้องทีส่ ุด ก็จะได้รับคะแนนพเิ ศษ 3. ครูตง้ั คำถามวา่ จากสมบตั ทิ ต่ี ่างกนั ของแต่ละพันธะส่งผลตอ่ การนำไปใชป้ ระโยชนห์ รือไม่ (แนวตอบ : สารแต่ละชนิดมีสมบัติต่างกัน จึงสามารถนำไปใช้ประโยชนไ์ ด้ตามความ เหมาะสม) 4. นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 2 กลุ่ม โดยแบ่งโดยการให้นักเรียนที่มีเลขประจำตัวนักเรียน เป็นเลขค่ีคือกลุ่ม A และนกั เรียนท่มี ีเลขประจำตัวนกั เรียนเป็นเลขค่ใู ห้เปน็ กลุ่ม B ซ่ึงครูจะมีเกมให้เล่นช่ือว่า “กล่องปริศนา” ซึ่งเกมกล่องปริศนาจะเป็น Power Point โดยกติกาของเกมนี้คือ เราจะมีคำถามมาให้ นักเรยี นทั้งสองกลุม่ เลือก และตอบคำถามใหถ้ กู เพือ่ เก็บสะสมคะแนนให้มากทส่ี ุด (ตัวอย่างเช่น ถ้ากลุ่ม A เลือกคำถามมา 1 ข้อ จากนั้นเมื่อตอบคำถามถูกแล้ว จะให้ เลือกวา่ จะเกบ็ กล่องไว้เอง หรอื จะให้กลมุ่ B ซึง่ ทำไมตอ้ งให้อีกกลมุ่ เพราะวา่ หลงั กล่องจะมจี ำนวนของคะแนน อยู่ ซึง่ จะมที ้งั คะแนนท่ีเป็นบวก และคะแนนท่เี ปน็ ลบ โดยเม่อื จบเกมแล้วกลุ่มใดมีคะแนนมากที่สุดก็จะเป็นผู้ ชนะไป) 3. ขน้ั อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับพันธะไอออนกิ พนั ธะโคเวเลนซ์ และพนั ธะโลหะ - พันธะไอออนิกเกดิ จากการยึดเหนี่ยวระหวา่ งประจุไฟฟ้าของไอออนบวกกับไอออน ลบ ซ่ึงสว่ นใหญ่ ไอออนบวกเกดิ จากโลหะเสยี อิเล็กตรอน และไอออนลบเกดิ จากโลหะรับอีเล็คตรอน เกิดเป็น สารประกอบไอออนกิ ที่สว่ นใหญ่เปน็ ผลกึ ของแข็ง เปราะ มีจดุ หลอมเหลวและจุดเดือดสงู ละลายน้ำได้ ไม่นำ ไฟฟ้าเม่ือเปน็ ของแขง็ แตน่ ำไฟฟา้ ไดเ้ ม่อื เราเหลวหรอื ละลายในน้ำ - พันธะโคเวเลนต์เกิดจากการยึดเหนี่ยวระหว่างอะตอมธาตุ 2 อะตอม ซึ่งส่วนใหญ่ เปน็ ธาตอุ โลหะโดยใช้เวเลนต์อิเล็กตรอนร่วมกัน เกดิ เปน็ สารโคเวเลนต์ทสี่ ่วนใหญม่ ีจดุ หลอมเหลวและจุดเดือด ต่ำ ไมล่ ะลายนำ้ และไมน่ ำไฟฟ้า สว่ นสารทม่ี พี ันธะโคเวเลนซ์ต่อเนอ่ื งกันในสามมิติเป็นสารโคเวเลนต์โครงร่าง ตาข่ายท่ีและจุดเดอื ดศนู ยจ์ ดุ เดือดสูง - พนั ธะโลหะเกิดจากการยดึ เหนย่ี วระหวา่ งโปรตอนในนวิ เคลยี สกับเวเลนต์อีเล็กตรอน ที่เคลื่อนที่ไปทั่วท้ังชิ้นโลหะ โดยส่วนใหญเ่ ป็นของแข็งมีผิวมนั วาว ตีเป็นแผ่นหรือดึงเป็นเส้นได้ นำความรอ้ น และนำไฟฟ้าได้ดี มจี ดุ หลอมเหลวและจดุ เดอื ดสูง 4. ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration) 1. นักเรยี นทำกจิ กรรมที่ 1 การสืบค้นขอ้ มลู เก่ยี วกบั ประโยชน์ของสารประกอบไอออนกิ สาร โคเวเลนซ์ และโลหะ และนำเสนอผ่าน Google Meet 2. นักเรียนทำผังมโนทัศน์สรุปความรู้ เรื่อง ประโยชน์ของสารประกอบไอออนิก สารโค เวเลนซ์ และโลหะ 5. ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. ครปู ระเมินผลโดยการสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกนั ทำผลงานและการนำเสนอ 2. ครวู ดั และประเมินผลจากช้นิ งานท่นี ักเรียนไดส้ ร้างข้นึ จากขัน้ ขยายความเข้าใจ 10. วสั ดุ อุปกรณ์ สอ่ื และแหลง่ เรียนรู้ 1) หนงั สอื เรียนวิชา เคมี ม.4 เลม่ 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 เร่อื ง พนั ธะเคมี 2) PowerPoint เรื่อง การใช้ประโยชนข์ องสารประกอบไอออนกิ สารโคเวเลนต์ และโลหะ 3) PowerPoint เรอ่ื ง กล่องปริศนา 4) Google Doc : https://docs.google.com/document/d/1YdWN4PUdXNG4YRoPrxKLlcj L2yQueM1qiUbJi9My6Hc/edit?usp=sharing เรื่อง สมบตั ิของพันธะ

5) วิธีการเขา้ เรยี นออนไลน์ http://www.ky.ac.th/datashow_65268 6) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ การวดั และการประเมินผล การวัดผล วธิ ีการวดั เครื่องมือทใ่ี ช้วัด เกณฑก์ ารวัดและ ประเมินผลดา้ น และการประเมินผล และการประเมนิ ผล การประเมินผล 1. ด้านความรู้ (K) 1. ผังมโนทศั น์สรุปความรู้ เรื่อง 1. แบบประเมนิ ผลงานผงั มโน ระดับคุณภาพ 2 ประโยชน์ของสารประกอบไอ ทศั น์ ผา่ นเกณฑ์ ออนิก สารโคเวเลนซ์ และโลหะ 2. ดา้ นทกั ษะ (P) 1. ประเมินการนำเสนอ 1. แบบประเมินการนำเสนอ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผลงาน ผลงาน ผ่านเกณฑ์ 3. ด้าน การสงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ่วน แบบสังเกตพฤติกรรมการมี ระดบั คุณภาพ คณุ ลักษณะอนั พงึ ร่วมในการทำงานเป็นกลุ่ม สว่ นรว่ มในการทำงานเป็น ดี ขนึ้ ไป ประสงค์ (A) กลมุ่ การสงั เกตพฤติกรรมเปน็ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมเป็น รายบุคคล รายบคุ คล

แบบประเมินผลงานผงั มโนทศั น์ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี........................ สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู้วันท่ี.......................เดือน..........................................พ.ศ.................................. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ลำดับ ชือ่ – สกุล ความ ความถกู ต้อง ความคิด ความเปน็ รวม ระดบั ท่ี สอดคลอ้ งกบั ของเนื้อหา สรา้ งสรรค์ ระเบยี บ (16) คณุ ภาพ จุดประสงค์ (4) (4) (4) (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชอ่ื ................................................ผปู้ ระเมนิ (………………………………………………………………) ...................../..................../...................

เกณฑป์ ระเมินแผนภาพ ประเด็นทปี่ ระเมนิ 4 ระดบั คะแนน 1 32 1. ผลงานตรงกับ ผลงานสอดคลอ้ งกับ ผลงานสอดคล้องกับ ผลงานสอดคล้องกบั ผลงานไม่สอดคลอ้ ง จดุ ประสงคท์ ี่ กำหนด จุดประสงคท์ กุ จุดประสงคเ์ ปน็ ส่วน จดุ ประสงคบ์ าง กับจุดประสงค์ ประเด็น ใหญ่ ประเดน็ 2. ผลงานมีความ เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ เนอื้ หาสาระของ เน้ือหาสาระของ ถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ผลงานถกู ต้อง ผลงานถูกต้องเป็น ผลงานถกู ต้องเปน็ ผลงานไม่ถกู ต้องเปน็ ครบถ้วน สว่ นใหญ่ บางประเด็น ส่วนใหญ่ 3. ผลงานมคี วามคิด ผลงานแสดงออกถึง ผลงานมแี นวคิด ผลงานมีความ ผลงานไมแ่ สดง แปลกใหม่แต่ยงั ไม่ สรา้ งสรรค์ ความคิดสร้างสรรค์ เป็นระบบ นา่ สนใจ แต่ยงั ไม่มี แนวคิดใหม่ แปลกใหม่และเป็น แนวคดิ แปลกใหม่ ระบบ 4. ผลงานมคี วาม ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานส่วนใหญม่ ี ผลงานมคี วามเปน็ ผลงานส่วนใหญ่ไม่ เปน็ ระเบยี บ ระเบียบแสดงออกถึง ความเปน็ ระเบียบแต่ ระเบยี บแตม่ ี เปน็ ระเบยี บและมี ความประณตี ยังมี ข้อบกพร่องบางส่วน ขอ้ บกพร่องมาก ขอ้ บกพร่องเลก็ นอ้ ย เกณฑก์ ารตัดสนิ คณุ ภาพ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 14–16 ดีมาก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ตำ่ กวา่ 8 ปรับปรงุ

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี........................ วันท่ี.......................เดอื น................................................พ.ศ.................................. ชื่อกล่มุ .........................................................................................................ช้นั .................................................... รายชอ่ื สมากชกิ 1. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 2. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. …………………………………………………………………………………………………………………………….. 4. …………………………………………………………………………………………………………………………….. ท่ึ รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เหน็ 321 1 การเตรยี มความพร้อม 2 เน้อื หาสาระครอบคลมุ ชดั เจน 3 รูปแบบการนำเสนอ 4 การมีส่วนรว่ มของสมากชิกกลมุ่ 5 การรกั ษาเวลา 6 ความสนใจของผฟู้ งั รวม ลงชอื่ ...........................................ผปู้ ระเมนิ (…………………………………………………) ...................../..................../................... เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 2 คะแนน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ ให้ 1 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน เกณฑก์ ารตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกวา่ 8 ปรับปรงุ

แบบสงั เกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่........................ วนั ที.่ ......................เดือน................................................พ.ศ.................................. การ การ ความ การมี แสดง การ ทำงาน ลำดบั ช่ือ–สกุล ความ มี ส่วนรว่ มใน รวม ท่ี คิดเห็น ยอมรับฟงั ตามที่ นำ้ ใจ การปรบั ปรุง (15) (3) คนอนื่ ไดร้ ับ (3) ผลงานกลมุ่ (3) มอบหมาย (3) (3) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน (…………………………………………………) ...................../..................../...................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครงั้ ให้ 1 คะแนน ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางครง้ั เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 14–15 ดมี าก 11–13 ดี 8–10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรบั ปรงุ

แบบประเมินพฤตกิ รรมการเรียนรู้ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่........................ สังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรูว้ ันที่.......................เดือน................................................พ.ศ.................. เกณฑ์การใหค้ ะแนน ลำดับ ชอื่ – สกลุ ความต้ังใจ ความสนใจ การตอบ มสี ว่ นรว่ ม รวม ระดบั ท่ี ในการ และการ คำถาม ใน (16) คุณภาพ เรยี น (4) ซักถาม (4) (4) กจิ กรรม (4) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 ลงชือ่ .............................................ผปู้ ระเมิน (………………………………………………………………) ...................../..................../...................

ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ เกณฑก์ ารสรุปผลการประเมนิ 14-16 ดมี าก นักเรียนทีไ่ ดร้ ะดบั คณุ ภาพพอใชข้ ้ึนไป ถอื ว่า ผา่ น 11-13 ดี 8-10 พอใช้ 0-7 ปรับปรุง เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการสังเกตพฤติกรรมการเรยี นรู้ (Rubric) ประเดน็ การ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ประเมนิ ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ต้องปรบั ปรุง (1) 1. ความต้งั ใจใน การเรียน สนใจในการเรยี นไม่คุย สนใจในการเรยี นคุย สนใจในการเรียนคุย ไมส่ นใจในการเรยี น 2. ความสนใจ หรือเล่นกนั ในขณะ กนั เล็กนอ้ ยในขณะ กนั และเลน่ กัน คุยและเล่นกนั และการซกั ถาม เรียน เรียน ในขณะเรียนเป็น ในขณะเรียน 3. การตอบ คำถาม บางคร้ัง 4. มสี ว่ นรว่ มใน มกี ารถามในหวั ขอ้ ทตี่ น มกี ารถามในหัวขอ้ ท่ี มีการถามในหวั ข้อที่ ไมถ่ ามในหวั ขอ้ ที่ กิจกรรม ไม่เขา้ ใจทุกเร่อื งและ ตนไมเ่ ขา้ ใจเป็น ตนไมเ่ ขา้ ใจเปน็ ตนไมเ่ ขา้ ใจและไม่ กล้าแสดงออก สว่ นมากและกลา้ บางคร้งั และไม่คอ่ ย กล้าแสดงออก แสดงออก กลา้ แสดงออก รว่ มตอบคำถามในเร่อื ง ร่วมตอบคำถามใน ร่วมตอบคำถามใน ไมต่ อบคำถาม ทค่ี รถู ามและตอบ เรอ่ื งทค่ี รถู ามและ เรือ่ งท่ีครูถามเปน็ คำถามถูกทุกขอ้ ตอบคำถามส่วนมาก บางครั้งและตอบ ถูก คำถามถกู เป็น บางครงั้ รว่ มมอื และช่วยเหลอื รว่ มมอื และช่วยเหลือ รว่ มมือและช่วยเหลือ ไมม่ ีความรว่ มมอื เพ่ือนในการทำ เพ่ือนเปน็ สว่ นใหญใ่ น เพื่อนในการทำ ในขณะทำกิจกรรม กิจกรรม การทำกิจกรรม กิจกรรมเปน็ บางครั้ง

แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ภาคเรยี นที.่ .................ปีการศึกษา................. ชือ่ -สกุลนักเรียน...........................................................................ห้อง..............................เลขที่....................... คำชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอน สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี / ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน ค่าเฉลย่ี อนั พึงประสงค์ 3210 1.1 มีความรัก และภมู ิใจในความเป็นชาติ 1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.2 ปฏบิ ัตติ นตามหลกั ของศาสนา กษตั รยิ ์ 1.3 แสดงออกถึงความจงรักภกั ดีต่อสถาบัน พระมหากษตั ริย์ 2. ซอ่ื สตั ย์สุจรติ 1.3 ปฏบิ ตั ิตามระเบียบการสอน และไม่ลอกการบ้าน 2.2 ประพฤติ ปฏบิ ตั ิ ตรงต่อความเป็นจริงตอ่ ตนเอง 2.3 ประพฤติ ปฏิบัตติ รงตอ่ ความเป็นจริงตอ่ ผู้อนื่ 3. มีวนิ ัย 3.1 เข้าเรยี นตรงเวลา 3.2 แต่งกายเรยี บรอ้ ยเหมาะสมกับกาลเทศะ 3.3 ปฏบิ ัตติ ามกฎระเบียบของหอ้ ง 4. ใฝ่หาความรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหลง่ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ 4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรู้อยา่ งเปน็ ระบบ 4.3 สรปุ ความรู้ไดอ้ ยา่ งมเี หตุผล 5. อยู่อยา่ ง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและสง่ิ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยัด พอเพยี ง 5.2 ใชอ้ ุปกรณก์ ารเรียนอย่างประหยดั และรคู้ ุณค่า 6. ม่งุ ม่ัน 5.3 ใช้จ่ายอยา่ งประหยดั และมีการเกบ็ ออมเงนิ ในการทำงาน 6.1 มคี วามต้งั ใจ และพยายามในการทำงานทไ่ี ดร้ บั 7. รกั ความเปน็ มอบหมาย ไทย 6.2 มคี วามอดทนและไมท่ ้อแท้ต่ออุปสรรคเพอ่ื ให้งาน 8. มีจติ สำเร็จ สาธารณะ 7.1 มีจิตสำนกึ ในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภมู ปิ ัญญา ไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวฒั นธรรมไทย 8.1 รจู้ ักการให้เพื่อส่วนรวม และเพอ่ื ผ้อู ่นื 8.2 แสดงออกถึงการมนี ำ้ ใจหรอื การใหค้ วามช่วยเหลือ ผอู้ น่ื 8.3 เขา้ รว่ มกจิ กรรมบำเพญ็ ตนเพ่ือส่วนรวมเมื่อมี โอกาส รวมคะแนน ลงช่ือ................................................ผปู้ ระเมนิ (……………………………………………………………) ...................../..................../...................

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏบิ ตั ิชัดเจนและสมำ่ เสมอ ให้ 3 คะแนน - พฤติกรรมที่ปฏิบตั ิชดั เจนและบ่อยครัง้ ให้ 2 คะแนน - พฤตกิ รรมที่ปฏิบัติบางครงั้ ให้ 1 คะแนน - พฤติกรรมทไ่ี ม่ไดป้ ฏิบัติ ให้ 0 คะแนน ระดบั คุณภาพ ระดบั คุณภาพ ดีเย่ยี ม - คะแนน 21 – 24 ระดับคุณภาพ ดี - คะแนน 20 – 22 ระดบั คณุ ภาพ พอใช้ - คะแนน 12 – 19 ระดับคณุ ภาพ ตอ้ งปรบั ปรงุ - คะแนน 0 – 11





แผนการจดั การเรยี นรู้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิชาวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ ปีการศึกษา 2564


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook