Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เล่ม 1

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เล่ม 1

Published by flowerz_uk, 2019-12-02 23:35:45

Description: พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เล่ม 1

Search

Read the Text Version

145 มาตรา ๓๕ ก ร ณี ท่ี มี เ ห ตุ จำ � เ ป็ น อั น มิ อ า จ กรณีเหตจุ ำ�เปน็ หลีกเล่ียงได้  เปน็ เหตใุ หไ้ มส่ ามารถจดั การเลอื กระดบั อ�ำ เภอ  ท่ีมใิ ช่กรณตี าม ระดบั จังหวัดหรือระดับประเทศพร้อมกันท่ัวราชอาณาจักร มาตรา ๓๔ เปน็ ตามวนั ทค่ี ณะกรรมการประกาศก�ำ หนดตามมาตรา  ๑๒  (๑) เหตุให้ไม่สามารถ อันมิใช่เป็นกรณีตามมาตรา  ๓๔  และคณะกรรมการมีมติ จัดการเลือกได้ ด้วยคะแนนไม่น้อยกว่าสองในสามของกรรมการทั้งหมด เท่าที่มีอยู่ว่าการดำ�เนินการเลือกต่อไปตามกำ�หนดวันเดิม จะกอ่ ให้เกิดความไม่เปน็ ธรรมหรอื เรยี บรอ้ ย  คณะกรรมการ จะประกาศกำ�หนดวันเลือกใหม่กไ็ ด้ ในกรณีท่ีมีเหตุตามวรรคหน่ึงเกิดขึ้นในระหว่าง เวลาเปิดการลงคะแนน  คณะกรรมการจะส่ังยกเลิกการ เลอื ก และประกาศก�ำ หนดวนั เลอื กใหม่กไ็ ด้ มาตรา ๓๖ ผู้สมัครอาจแนะนำ�ตัวได้ตามวิธี การแนะน�ำ ตัวของ การและเงอ่ื นไขที่คณะกรรมการกำ�หนด ผู้สมคั ร บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ผู้สมัคร  จะช่วยเหลือผู้สมัคร ในการแนะนำ�ตัว  ต้องปฏิบัติตามวิธีการและเงื่อนไข ตามวรรคหนึง่ มาตรา ๓๗ ในระหว่างการดำ�เนินการเลือก ห้ามมใิ หผ้ ทู้ ี่มใิ ช่ ตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๔๒ ห้ามมใิ ห้ผูใ้ ด ผูส้ มคั รเขา้ ไปใน ซึ่งมิใช่ผู้สมัครเข้าไปในสถานที่เลือก  เว้นแต่จะเป็นผู้ซึ่ง สถานท่ีเลือก มีหน้าท่ีเกี่ยวกับการเลือก  หรือผู้ซึ่งได้รับอนุญาตจาก กรรมการ  ผอู้ �ำ นวยการการเลอื กระดบั ประเทศ  ผอู้ �ำ นวยการ การเลือกระดับจังหวัดหรือผู้อำ�นวยการการเลือกระดับ อำ�เภอ  แล้วแตก่ รณี

146 เม่ือประกาศผลการนับคะแนนแล้ว  ผู้สมัครหรือ ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นซึ่งไม่มีสิทธิท่ีจะเลือกหรือได้รับเลือก ต้องออกจากสถานทเ่ี ลอื ก ห้ามมิใหผ้ ู้สมคั รนำ� มาตรา ๓๘ ในระหว่างการดำ�เนินการเลือก เคร่อื งมอื อุปกรณ์ ตามมาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ หรือมาตรา ๔๒ ห้ามมใิ หผ้ ้สู มคั ร สื่อสารเขา้ ไปใน ผู้ใดนำ�เข้าไปหรือใช้เคร่ืองมือหรืออุปกรณ์ใด  ๆ  ที่อาจ สถานทเ่ี ลอื ก ใช้เพื่อติดต่อสื่อสารหรือเพื่อบันทึกภาพหรือเสียง  หรือ อุปกรณ์อ่ืนใดตามที่คณะกรรมการกำ�หนดในสถานท่ีเลือก รวมทั้งบริเวณโดยรอบสถานที่เลือกตามที่ผู้อำ�นวยการ การเลือกระดับประเทศ  ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับ จังหวัด  หรือผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอ  แล้วแต่ กรณี ก�ำ หนด กรณผี ู้สมคั รเปน็ ความในวรรคหน่ึงไม่ใช้บังคับแก่ผู้สมัครซ่ึงเป็น คนพิการหรือ คนพกิ ารหรอื ทพุ พลภาพ  และมคี วามจ�ำ เปน็ ตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งมอื ทพุ พลภาพ หรืออุปกรณ์ตามวรรคหน่ึงเพื่อประโยชน์ในการรับรู้ ข้อมูลเก่ียวกับการเลือกหรือการลงคะแนนโดยได้รับ อนุญาตจากกรรมการ ผูอ้ ำ�นวยการการเลอื กระดบั ประเทศ ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับจังหวัดหรือผู้อำ�นวยการการ เลอื กระดับอ�ำ เภอ แลว้ แต่กรณี ทั้งนี้ โดยให้คำ�นงึ ถึงการ อำ�นวยความสะดวกตามมาตรา ๕๗ ด้วย ห้ามขัดขวางหรอื มาตรา ๓๙ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำ�การใดอันเป็น หนว่ งเหนย่ี วผ้มู ี การขัดขวางหรือหน่วงเหนี่ยวมิให้ผู้มีสิทธิเลือกเข้าไป สิทธเิ ลอื กใหเ้ ข้าไป ณ สถานทเ่ี ลอื ก หรอื มิใหไ้ ปถงึ ณ สถานท่ีเลือกภายใน ณ สถานที่เลอื ก ก�ำ หนดเวลาท่จี ะเลือก

147 มาตรา ๔๐ การเลอื กระดบั อ�ำ เภอ  ใหด้ �ำ เนนิ การ การเลือกระดับ ดังต่อไปน้ี อำ�เภอ (๑) ผู้สมัครต้องมาถึงสถานที่เลือกและแสดงตน ภายในเวลาที่คณะกรรมการกำ�หนด  ผู้ใดไม่มาหรือมา ไม่ทันก�ำ หนดใหห้ มดสทิ ธิทจ่ี ะเลือกและได้รับเลือก (๒) เม่ือผู้สมัครมาครบหรือพ้นเวลาตาม  (๑) แล้ว  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอจัดให้ผู้สมัคร แตล่ ะกลมุ่ รวมอยใู่ นกลมุ่ เดยี วกนั   ณ  สถานทท่ี ผ่ี อู้ �ำ นวยการ การเลือกระดบั อำ�เภอกำ�หนด (๓) ให้ผู้สมัครแต่ละกลุ่มลงคะแนนเลือกบุคคล ในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกินสองคน  โดยจะลงคะแนนเลือก ตนเองก็ได้  แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกินหน่ึงคะแนน มิได้ (๔) เม่ือการลงคะแนนของกลุ่มใดแล้วเสร็จ  ให้ ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอดำ�เนินการให้มีการนับ คะแนนของกลุ่มน้ันโดยเปิดเผย (๕) ให้ผู้ซึ่งได้คะแนนสูงสุดเรียงตามลำ�ดับ ห้าคนแรกเป็นผู้ได้รับเลือกข้ันต้นของแต่ละกลุ่ม  ในกรณี ท่ีในลำ�ดับใดมีผู้ได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้ คะแนนสูงสุดเกินห้าคนให้ผู้ซึ่งได้คะแนนเท่ากันดังกล่าว จับสลากกันเองว่าผู้ใดจะได้รับเลือกในกลุ่มนั้น  ในกรณีที่มี ผู้ได้คะแนนไม่ถึงห้าคน  ให้เฉพาะผู้ซ่ึงได้คะแนนเป็นผู้ได้ รับเลือก

148 (๖) ในกรณีที่ผู้ซ่ึงได้รับเลือกตาม  (๕)  ผู้ใดไม่ อยู่ในสถานที่เลือกในระหว่างดำ�เนินการเลือกขั้นต่อไปให้ ผู้นั้นหมดสิทธิที่จะเลือกและได้รับเลือก  และให้ถือว่าผู้ซ่ึง ไดร้ บั เลอื กตาม (๕) มีเพยี งเท่าทม่ี ีอยู่ (๗) ในกรณที ีก่ ลุ่มใดมผี สู้ มัครไมเ่ กนิ ห้าคน หรือ มผี มู้ ารายงานตัวตาม (๑) ไมเ่ กนิ หา้ คนใหผ้ ู้สมัครกล่มุ นัน้ ไม่ต้องดำ�เนินการเลือกกันเอง  โดยให้ถือว่าผู้สมัครทุกคน ซึ่งมารายงานตัวในกลุ่มนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกข้ันต้นสำ�หรับ กลุม่ นนั้ (๘) กลุ่มใดไม่มีผู้สมัคร  ให้งดการดำ�เนินการ ให้มีการเลือกสำ�หรับกลุ่มนั้น  และไม่มีผลกระทบต่อการ เลอื กของกล่มุ อน่ื (๙) เม่ือได้ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นของแต่ละกลุ่มแล้ว ให้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่มตกลงกันว่าจะให้ผู้ใด เปน็ ผูจ้ บั สลากตาม  (๑๐)  ถ้าตกลงกันไมไ่ ด้ให้ใชว้ ิธี จบั สลาก (๑๐) ให้จัดให้มีการแบ่งสายออกเป็นสายไม่เกิน สี่สาย  แต่ละสายประกอบด้วยจำ�นวนกลุ่มเท่ากันเว้นแต่ จะแบ่งให้เท่ากันไม่ได้  ให้แบ่งให้แต่ละสายมีจำ�นวนกลุ่ม ใกล้เคียงกันมากท่ีสุด  และในแต่ละสายต้องมีกลุ่มไม่เกิน ห้ากลมุ่ แต่ต้องไมน่ อ้ ยกวา่ สามกลุ่ม และให้บคุ คลตาม (๙) ของแต่ละกลมุ่ จับสลากว่ากลมุ่ ของตนจะอยใู่ นสายใด

149 (๑๑) ให้ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นของแต่ละกลุ่มเลือก ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นในกลุ่มอ่ืนที่อยู่ในสายเดียวกันโดย แต่ละคนมีสิทธิเลือกผู้ได้รับเลือกขั้นต้นในกลุ่มอื่นแต่ละ กลุ่มในสายเดียวกนั ได้กลุ่มละหน่ึงคน ในชนั้ นี้ผู้ได้รบั เลอื ก ขั้นตน้ ในกล่มุ เดียวกันจะเลอื กกันเองหรือเลอื กตนเองมไิ ด้ (๑๒) เม่ือดำ�เนินการเลือกตาม  (๑๑)  แล้ว  ให้ ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอดำ�เนินการให้มีการนับ คะแนนโดยเปิดเผย  ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดสามล�ำ ดบั แรก ของแต่ละกลุ่มเป็นผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอสำ�หรับกลุ่มน้ัน เพ่ือไปดำ�เนินการเลือกในระดับจังหวัดต่อไป  ในกรณีท่ีใน ลำ�ดับใดมีผู้ได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้คะแนน สูงสุดเกินสามคน  ให้ผ้ซู ่งึ ได้คะแนนเท่ากันดังกล่าวจับสลาก กันเองว่าผู้ใดจะได้รับเลือกในกลุ่มน้ัน  และในกรณีที่มี ผู้ได้คะแนนไม่ถึงสามคนให้เฉพาะผู้ซ่ึงได้คะแนนเป็น ผูไ้ ด้รบั เลอื ก (๑๓) ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอส่ง บญั ชรี ายชอ่ื ผไู้ ดร้ บั เลอื กตาม  (๑๒)  ใหผ้ อู้ �ำ นวยการการเลอื ก ระดับจังหวัดพร้อมด้วยเอกสารหรือข้อมูลตามมาตรา  ๒๘ (๕)  ภายในวันถัดจากวันเลือกระดับอำ�เภอเพื่อดำ�เนินการ ต่อไป การดำ�เนินการตามวรรคหน่ึง  ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการท่ีคณะกรรมการกำ�หนด  ทั้งนี้ในเขต อำ�เภอใดมีผู้สมัครไม่เกินห้ากลุ่ม  เมื่อได้ดำ�เนินการเลือก

150 ตาม (๓) แล้ว ไมต่ ้องจัดใหม้ ีการแบง่ สายตาม (๑๐) และ ให้แต่ละกลุ่มเลือกผู้สมัครในกลุ่มอ่ืนแต่ละกลุ่มได้คนละ หน่ึงคน  โดยผู้สมัครในกลุ่มเดียวกันจะเลือกกันเองหรือ เลอื กตนเองมไิ ด้ มาตรา ๔๑ การเลอื กระดบั จงั หวดั   ใหด้ �ำ เนนิ การ การเลอื กระดับ ดังต่อไปน้ี จังหวัด (๑) ผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอต้องมาถึงสถานที่ เลือกและแสดงตนภายในเวลาที่คณะกรรมการกำ�หนดผู้ใด ไม่มาหรือมาไม่ทันกำ�หนดให้หมดสิทธิท่ีจะเลือกและได้รับ เลือก (๒) เม่ือผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอมาครบหรือ พ้นเวลาตาม  (๑)  แล้ว  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับ จังหวัดจัดให้ผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอแต่ละกลุ่มรวมอยู่ ในกล่มุ เดยี วกัน ณ สถานท่ีทผี่ ู้อ�ำ นวยการการเลอื กระดบั จงั หวัดก�ำ หนด (๓) ให้ผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอแต่ละกลุ่ม ลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกินสองคนโดย จะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้  แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใด เกินหนึ่งคะแนนมิได้ (๔) เมื่อการลงคะแนนของกลุ่มใดแล้วเสร็จ  ให้ ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับจังหวัดดำ�เนินการให้มีการนับ คะแนนของกลมุ่ นนั้ โดยเปดิ เผย (๕) ให้ผู้ซ่ึงได้คะแนนสูงสุดเรียงตามลำ�ดับ ห้าคนแรกเป็นผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่มในกรณี

151 ที่ในลำ�ดับใดมีผู้ได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้ คะแนนสูงสุดเกินห้าคนให้ผู้ซึ่งได้คะแนนเท่ากันดังกล่าว จับสลากกันเองว่าผู้ใดจะได้รับเลือกในกลุ่มนั้น  ในกรณีท่ีมี ผู้ได้คะแนนไม่ถึงห้าคน  ให้เฉพาะผู้ซ่ึงได้คะแนนเป็นผู้ได้ รับเลือก (๖) ในกรณีท่ีผู้ซึ่งได้รับเลือกตาม  (๕)  ผู้ใด ไม่อยู่ในสถานที่เลือกในระหว่างดำ�เนินการเลือกข้ันต่อไป ให้ผู้นั้นหมดสิทธิท่ีจะเลือกและได้รับเลือก  และให้ถือว่า ผู้ซ่ึงได้รบั เลือกตาม (๕) มีเพยี งเทา่ ทมี่ อี ยู่ (๗) ในกรณีที่กลุ่มใดมีผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอ รวมกันแล้วไม่เกินห้าคน  หรือมีผู้มารายงานตัวตาม  (๑) ไม่เกินห้าคน  ให้ผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอกลุ่มน้ันไม่ต้อง ดำ�เนินการเลือกกันเอง  โดยให้ถือว่าผู้ได้รับเลือกระดับ อำ�เภอทุกคนซึ่งมารายงานตัวในกลุ่มนั้นเป็นผู้ได้รับเลือก ขัน้ ตน้ ส�ำ หรับกลุ่มน้ัน (๘) กลุ่มใดไม่มีผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอ  ให้งด การด�ำ เนินการเลอื กส�ำ หรับกล่มุ น้ัน และไม่มผี ลกระทบตอ่ การเลอื กของกลุ่มอน่ื (๙) เม่ือได้ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นของแต่ละกลุ่มแล้ว ให้ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นของแต่ละกลุ่มตกลงกันว่าจะให้ผู้ใด เป็นผจู้ ับสลากตาม (๑๐) ถา้ ตกลงกนั ไม่ได้ให้ใช้วิธีจับสลาก (๑๐) ให้จัดให้มีการแบ่งสายออกเป็นสายไม่เกิน สี่สาย  แต่ละสายประกอบด้วยจำ�นวนกลุ่มเท่ากันเว้นแต่

152 จะแบ่งให้เท่ากันไม่ได้  ให้แบ่งให้แต่ละสายมีจำ�นวนกลุ่ม ใกล้เคียงกันมากท่ีสุด  และในแต่ละสายต้องมีกลุ่มไม่เกิน หา้ กลุม่ แตต่ ้องไม่น้อยกวา่ สามกลุ่ม และใหบ้ คุ คลตาม (๙) ของแตล่ ะกลมุ่ จบั สลากวา่ กลุม่ ของตนจะอยใู่ นสายใด (๑๑) ให้ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นของแต่ละกลุ่มเลือก ผู้สมัครในกลุ่มอ่ืนที่อยู่ในสายเดียวกัน  โดยแต่ละคนมีสิทธิ เลือกผู้สมัครในกลุ่มอ่ืนแต่ละกลุ่มในสายเดียวกันได้กลุ่มละ หน่ึงคน  ในช้ันน้ี  ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นในกลุ่มเดียวกันจะ เลอื กกันเองหรอื เลอื กตนเองมไิ ด้ (๑๒) เมื่อดำ�เนินการเลือกตาม  (๑๑)  แล้ว  ให้ ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับจังหวัดดำ�เนินการให้มีการนับ คะแนนโดยเปิดเผย  ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดสองลำ�ดับ แรกของแต่ละกลุ่มเป็นผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดสำ�หรับ กลุ่มน้ัน  เพื่อไปดำ�เนินการเลือกในระดับประเทศต่อไป ในกรณีที่ในลำ�ดับใดมีผู้ได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้ มีผู้ได้คะแนนสูงสุดเกินสองคน  ให้ผู้ซ่ึงได้คะแนนเท่ากัน ดังกล่าวจับสลากกันเองว่าผู้ใดจะได้รับเลือกในกลุ่มน้ัน และในกรณีท่ีมีผู้ได้คะแนนไม่ถึงสองคน  ให้เฉพาะผู้ซึ่งได้ คะแนนเป็นผูไ้ ด้รับเลือก (๑๓) ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับจังหวัด ส่งบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตาม  (๑๒)  ให้ผู้อำ�นวยการ การเลือกระดับประเทศพร้อมด้วยเอกสารหรือข้อมูลตาม

153 มาตรา ๒๙ (๓) ภายในวนั ถดั จากวันเลือกระดับจงั หวดั เพื่อ ดำ�เนินการต่อไป การดำ�เนินการตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการท่ีคณะกรรมการกำ�หนด  ทั้งน้ีใน จังหวัดใดมีผ้ไู ด้รับเลือกระดับอำ�เภอจากทุกอำ�เภอมาระดับ จงั หวัดไม่เกินห้ากลมุ่ เมอ่ื ได้ด�ำ เนินการเลอื กตาม (๓) แล้ว ไม่ต้องจัดให้มีการแบ่งสายตาม  (๑๐)  และให้แต่ละกลุ่ม เลือกผู้สมัครในกลุ่มอ่ืนแต่ละกลุ่มได้คนละหน่ึงคน  โดย ผ้สู มคั รในกลุ่มเดยี วกันจะเลือกกันเองหรือเลอื กตนเองมิได้ มาตรา ๔๒ ก า ร เ ลื อ ก ร ะ ดั บ ป ร ะ เ ท ศ   ใ ห้ การเลือกระดับ ดำ�เนนิ การ ดังต่อไปนี้ ประเทศ (๑) ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดต้องมาถึงสถานท่ี เลือกและแสดงตนภายในเวลาท่ีคณะกรรมการกำ�หนด ผู้ใดไม่มาหรือมาไม่ทันกำ�หนดให้หมดสิทธิท่ีจะเลือกและ ได้รับเลอื ก (๒) เมื่อผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดมาครบหรือ พ้นเวลาตาม  (๑)  แล้ว  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับ ประเทศจัดให้ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดแต่ละกลุ่มรวมอยู่ ในกลมุ่ เดยี วกนั ณ สถานทท่ี ผี่ ู้อ�ำ นวยการการเลอื กระดบั ประเทศกำ�หนด (๓) ให้ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดแต่ละกลุ่ม ลงคะแนนเลือกบุคคลในกลุ่มเดียวกันได้ไม่เกินสิบคน โดยจะลงคะแนนเลอื กตนเองกไ็ ด้ แตจ่ ะลงคะแนนใหบ้ คุ คลใด เกินหน่ึงคะแนนมไิ ด้

154 (๔) เม่ือการลงคะแนนของกลุ่มใดแล้วเสร็จ ใหผ้ อู้ �ำ นวยการการเลอื กระดบั ประเทศด�ำ เนนิ การนบั คะแนน ของกลมุ่ นั้นโดยเปดิ เผย (๕) ให้ผู้ซ่ึงได้คะแนนสูงสุดเรียงตามลำ�ดับ ส่สี ิบคนแรกเป็นผ้ไู ด้รับเลือกข้นั ต้นของแต่ละกล่มุ   ในกรณี ท่ีในลำ�ดับใดมีผู้ได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้ คะแนนสูงสุดเกินส่สี ิบคน  ให้ผ้ซู ่งึ ได้คะแนนเท่ากันดังกล่าว จับสลากกันเองว่าผู้ใดจะได้รับเลือกในกลุ่มน้ัน  ในกรณีท่ี มีผู้ได้คะแนนไม่ถึงส่ีสิบคนแต่มีจำ�นวนต้ังแต่ย่ีสิบคนข้ึนไป ให้ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นของกลุ่มน้ันมีเท่าท่ีมีอยู่  แต่ถ้ามี ผู้ได้คะแนนไม่ถึงย่ีสิบคน  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับ ประเทศจัดให้ผู้ซ่ึงไม่ได้รับเลือกซึ่งยังอยู่  ณ  สถานท่ีเลือก  ลงคะแนนเลอื กกันเองใหม่เพ่อื ใหไ้ ด้จำ�นวนยส่ี ิบคน (๖) ในกรณที ผ่ี ซู้ ง่ึ ไดร้ บั เลอื กตาม  (๕)  ผใู้ ดไมอ่ ยู่ ในสถานที่เลือกในระหว่างการดำ�เนินการเลือกขั้นต่อไป ให้ผู้น้ันหมดสิทธิท่ีจะเลือกและได้รับเลือก  และให้ถือว่า ผูซ้ ง่ึ ไดร้ บั เลอื กมีเพียงเท่าทมี่ ีอยู่ (๗) เม่ือได้ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นของแต่ละกลุ่ม แล้ว ใหผ้ ้ไู ดร้ บั เลอื กขัน้ ตน้ ของแต่ละกลุ่มตกลงกนั ว่าจะให้ ผู้ใดเป็นผ้จู บั สลากตาม (๘) ถ้าตกลงกันไมไ่ ด้ให้ใชว้ ธิ จี บั สลาก (๘) ให้จัดให้มีการแบ่งสายออกเป็นสายไม่เกิน สี่สาย  แต่ละสายประกอบด้วยจำ�นวนกลุ่มเท่ากันเว้นแต่

155 จะแบ่งให้เท่ากันไม่ได้  ให้แบ่งให้แต่ละสายมีจำ�นวนกลุ่ม ใกล้เคียงกันมากที่สุด  และในแต่ละสายต้องมีกลุ่มไม่เกิน ห้ากลุม่ แต่ตอ้ งไมน่ อ้ ยกวา่ สามกลุ่ม และให้บคุ คลตาม (๗) ของแตล่ ะกลุ่มจับสลากว่ากล่มุ ของตนจะอยใู่ นสายใด (๙) ให้ผู้ได้รับเลือกข้ันต้นของแต่ละกลุ่มเลือก ผู้สมัครในกลุ่มอ่นื ท่ีอยใู่ นสายเดยี วกนั   โดยแต่ละคนมีสิทธิ เลือกผู้สมัครในกลุ่มอ่ืนแต่ละกลุ่มในสายเดียวกันได้กลุ่มละ ไม่เกินห้าคน  ผู้ได้รับเลือกขั้นต้นในกลุ่มเดียวกันจะเลือก กันเองหรอื เลือกตนเองมไิ ด้ (๑๐) เม่ือดำ�เนินการเลือกตาม  (๙)  แล้ว  ให้ ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับประเทศดำ�เนินการนับคะแนน โดยเปดิ เผย  แลว้ แจง้ ผลการนบั คะแนนใหค้ ณะกรรมการทราบ เมือ่ คณะกรรมการได้รบั รายงานตาม (๑๐) แล้ว ให้รอไว้ไม่น้อยกว่าห้าวัน  เม่อื พ้นกำ�หนดเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าการเลือกเป็นไปโดยถูกต้อง  สุจริต และเท่ียงธรรม  ให้ประกาศผลการเลือกตาม  (๑๐)  ใน ราชกิจจานุเบกษา  โดยให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดในแต่ละ กลุ่มต้ังแต่ลำ�ดับที่หน่ึงถึงลำ�ดับที่สิบเป็นผู้ได้รับเลือกเป็น สมาชิกวุฒิสภาจากกลุ่มนั้น  และผู้ได้รับคะแนนลำ�ดับท่ี สิบเอ็ดถึงลำ�ดับท่ีสิบห้าของแต่ละกลุ่มอยู่ในบัญชีสำ�รอง ของกลุ่มน้ัน และแจง้ ใหส้ �ำ นกั งานเลขาธิการวุฒสิ ภาทราบ ในการจัดเรียงลำ�ดับตามวรรคสองสำ�หรับผู้ที่อยู่ ในล�ำ ดับท่มี คี ะแนนเทา่ กนั ให้จดั ให้มกี ารจับสลากเพือ่ เรียง ล�ำ ดับต่อไป

156 การดำ�เนินการตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑแ์ ละวิธีการท่ีคณะกรรมการกำ�หนด วธิ ีการนบั คะแนน มาตรา ๔๓ ในกรณีที่คณะกรรมการกำ�หนด ให้มีการนับคะแนนด้วยเคร่ืองกลหรือเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าได้ดำ�เนินการน้ันโดยเปิดเผย  ให้ถือว่าเป็นการนับ คะแนนโดยเปิดเผยแลว้ กรณีที่เหน็ วา่ มาตรา ๔๔ ในกรณที ผ่ี สู้ มคั รในระดบั อ�ำ เภอ หรอื การด�ำ เนนิ การ ผู้มีสิทธิเลือกในระดับจังหวัด  หรือระดับประเทศเห็นว่าการ เก่ยี วกบั การเลอื ก ด�ำ เนนิ การเกย่ี วกบั การเลอื กของคณะกรรมการ  ผอู้ �ำ นวยการ ไม่ชอบด้วย การเลือก  หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ีเป็นไปโดยไม่ชอบด้วย กฎหมาย กฎหมาย  ให้ผู้น้ันมีสิทธิย่ืนคำ�ร้องคัดค้านต่อศาลฎีกา ภายในสามวันนับแต่วันท่ีมีการออกคำ�สั่งและให้นำ�ความ ในมาตรา ๒๒ วรรคสอง มาใช้บังคบั ดว้ ยโดยอนโุ ลม กรณีต�ำ แหนง่ ส.ว. มาตรา ๔๕ ในกรณีที่ตำ�แหน่งสมาชิกวุฒิสภา กลมุ่ ใดมไี มค่ รบ กลุ่มใดมีไม่ครบจำ�นวน  ไม่ว่าเพราะเหตุตำ�แหน่งว่างลง จำ�นวน หรือด้วยเหตุอ่ืนใดอันมิใช่เพราะเหตุถึงคราวออกตามอายุ ของวุฒิสภา  ให้ประธานวุฒิสภาประกาศในราชกิจจา นุเบกษาเล่ือนบุคคลในบัญชีสำ�รองของกลุ่มนั้นข้ึนดำ�รง ตำ�แหน่งสมาชิกวุฒิสภาแทนตามลำ�ดับและให้ผู้น้ันอยู่ใน ต�ำ แหน่งได้เพียงเทา่ อายุของวุฒิสภาทเ่ี หลอื อยู่ ในระหว่าง ท่ีบุคคลดังกล่าวยังมิได้เข้ารับตำ�แหน่ง  ให้วุฒิสภา ประกอบดว้ ยสมาชกิ วุฒิสภาเทา่ ทีม่ อี ยู่ หากมีกรณีท่ีต้องเล่ือนบุคคลในบัญชีสำ�รองของ กลุ่มใดข้ึนดำ�รงตำ�แหน่งสมาชิกวุฒิสภาแทนตามวรรคหน่ึง

157 แต่ไม่มีบุคคลในบัญชีสำ�รองของกลุ่มน้ันเหลืออยู่ไม่ว่าด้วย เหตุใด  ให้ประธานวุฒิสภาจับสลากว่าจะเลื่อนบุคคลใน บัญชีสำ�รองในกลุ่มอ่ืนใดท่ียังมีผู้อยู่ในบัญชีสำ�รองเหลืออยู่ แล้วดำ�เนินการเล่ือนบุคคลนั้นขึ้นดำ�รงตำ�แหน่งสมาชิก วุฒสิ ภาตามวรรคหนึ่ง การจับสลากดงั กลา่ วใหม้ ีผลเฉพาะ การเลือ่ นคร้ังนนั้ ในกรณีท่ีทุกกลุ่มไม่มีรายช่ือบุคคลในบัญชีสำ�รอง กรณที กุ กลุ่ม เหลืออยู่สำ�หรับการเลื่อนบุคคลข้ึนดำ�รงตำ�แหน่งสมาชิก ไม่มรี ายชอื่ บุคคล วุฒิสภาตามวรรคสอง  ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก ในบัญชสี �ำ รอง วุฒิสภาเท่าที่มีอยู่  แต่ในกรณีท่ีมีสมาชิกวุฒิสภาเหลืออยู่ ไม่ถึงก่ึงหนึ่งของจำ�นวนสมาชิกวุฒิสภาท้ังหมดและอายุ ของวุฒิสภาเหลืออยู่เกินหน่ึงปีให้ดำ�เนินการเลือกสมาชิก วุฒิสภาข้ึนแทนตำ�แหน่งท่ีว่างภายในหกสิบวันนับแต่วัน ที่วุฒิสภามีสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงก่ึงหนึ่ง  ในกรณีเช่นว่านี้  ให้ผู้ได้รับเลือกดังกล่าวอยู่ในตำ�แหน่งได้เพียงเท่าอายุของ วฒุ สิ ภาทเี่ หลืออยู่ มาตรา ๔๖ ให้คณะกรรมการสั่งลบรายชื่อของ เหตแุ หง่ การสงั่ บคุ คลออกจากบญั ชสี �ำ รองเม่อื ลบรายชอ่ื (๑) ตาย ของบุคคลออกจาก (๒) ลาออก บญั ชสี ำ�รอง (๓) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา  ๑๓  หรือมี ลักษณะตอ้ งหา้ มตามมาตรา ๑๔

158 (๔) มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลในบัญชี สำ�รองกลุ่มใดกระทำ�การใดหรือรู้เห็นเป็นใจด้วยกับการ กระทำ�ใดของบุคคลอ่ืน  อันทำ�ให้การเลือกมิได้เป็นไปโดย สุจริตหรือเทย่ี งธรรม (๕) ศาลฎีกามีคำ�พิพากษาตามมาตรา  ๖๒ วรรคสาม คำ�ส่ังตามวรรคหน่ึง  ให้ประกาศในราชกิจจา นเุ บกษา และใหถ้ อื ว่าบัญชีสำ�รองมีเพยี งเท่าท่ีมอี ยู่ มาตรา ๔๗ ในกรณตี ามมาตรา ๔๖ (๔) และ ในกรณีท่ีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลในบัญชีสำ�รอง ผู้ใดลาออกโดยเจตนาเพื่อให้บุคคลในลำ�ดับถัดลงไปได้รับ เล่อื นข้นึ เปน็ สมาชกิ วุฒสิ ภา หรอื มหี ลักฐานอันควรเชื่อได้ ว่าบุคคลในลำ�ดับถัดไปหรือบุคคลอื่นใดได้ให้  หรือสัญญา ว่าจะให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่สมาชิกวุฒิสภา หรอื บุคคลในบัญชสี ำ�รองเพื่อลาออก ให้คณะกรรมการย่ืน คำ�ร้องต่อศาลฎีกาเพื่อส่ังให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ของผนู้ น้ั ลักษณะของ มาตรา ๔๘ หีบบัตรและบัตรลงคะแนน  ให้มี หีบบตั รและ ลกั ษณะตามทค่ี ณะกรรมการก�ำ หนด  ในการก�ำ หนดเกย่ี วกบั บัตรลงคะแนน หีบบตั รตอ้ งก�ำ หนดใหส้ ามารถใช้หีบบตั รเดมิ ได้ดว้ ย มาตรา ๔๙ วิธีการลงคะแนน  ให้เป็นไปตามท่ี คณะกรรมการกำ�หนด

159 มาตรา ๕๐ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกผู้ใดใช้บัตร ข้อห้าม อ่ืนอันมใิ ช่บัตรลงคะแนนตามมาตรา ๔๘ ลงคะแนนเลือก ในการลงคะแนน มาตรา ๕๑ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกผู้ใดนำ�บัตร ลงคะแนนออกไปจากสถานที่เลือก มาตรา ๕๒ ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำ�เคร่ืองหมาย เพื่อเปน็ ทส่ี ังเกตโดยวิธใี ดไวท้ ่ีบัตรลงคะแนน มาตรา ๕๓ ห้ามมิให้ผู้ใดนำ�บัตรลงคะแนน ใส่ลงในหีบบัตรลงคะแนนโดยไม่มีอำ�นาจโดยชอบด้วย กฎหมาย  หรือกระทำ�การใดในบัญชีรายช่ือผู้มีสิทธิเลือก เพอ่ื แสดงวา่ มผี มู้ าแสดงตน เพอ่ื เลอื กโดยผดิ ไปจากความจรงิ หรือกระทำ�การใดอันเป็นเหตุให้มีบัตรลงคะแนนเพ่ิมขึ้น จากความจรงิ มาตรา ๕๔ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกผู้ใดใช้ เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรลงคะแนนท่ีตนได้ ลงคะแนนแลว้ มาตรา ๕๕ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกนำ�บัตรลง คะแนนที่เลือกแล้วแสดงต่อผู้อ่ืนเพื่อให้ผู้อ่ืนทราบว่าตน เลอื กหรอื ไม่เลือกผูใ้ ด มาตรา ๕๖ บัตรลงคะแนนดังต่อไปนี้  ให้ถือ ลักษณะของ เป็นบัตรเสียและมใิ ห้นบั เป็นคะแนน บัตรเสีย (๑) บตั รปลอม (๒) บัตรท่ีมีการทำ�เคร่ืองหมายเพื่อเป็นท่ีสังเกต หรือเขียนข้อความใด  ๆ  ลงในบัตรลงคะแนนนอกจาก

160 เครื่องหมายในการลงคะแนน  เว้นแต่เป็นการกระทำ�โดย ชอบดว้ ยกฎหมายของผ้ดู �ำ เนินการเก่ยี วกบั การเลือก (๓) บัตรทีม่ ไิ ด้ทำ�เครือ่ งหมายลงคะแนน (๔) บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้แก่ ผ้สู มคั รใด (๕) บตั รท่ีลงคะแนนให้ผทู้ ไ่ี ม่มีสทิ ธไิ ดร้ บั เลือก (๖) บัตรท่ีลงคะแนนให้บุคคลเกินจำ�นวนที่ ก�ำ หนด (๗) บัตรที่ลงคะแนนใหบ้ ุคคลใดเกินหนง่ึ คะแนน (๘) บัตรท่มี ีลักษณะตามท่คี ณะกรรมการกำ�หนด ว่าเปน็ บตั รเสยี การอำ�นวยความ มาตรา ๕๗ เพ่อื อำ�นวยความสะดวกในการเลือก สะดวกแก่คนพกิ าร ให้แก่ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกซ่ึงเป็นคนพิการหรือ หรือทุพพลภาพ ทุพพลภาพ  ผู้สูงอายุ  หรือผู้ประสบปัญหาในการใช้สิทธิ ผู้สูงอายุ เลือก  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกจัดให้มีการอำ�นวยความ สะดวกในการเลือกของคนพิการหรือทุพพลภาพ  ผสู้ ูงอายุ หรือผู้ประสบปัญหาในการใช้สิทธิเลือกไว้ด้วย  โดยอาจ ให้บุคคลอ่ืนหรือผู้ที่ผู้อำ�นวยการการเลือกมอบหมาย เป็นผู้กระทำ�การแทนโดยความยินยอมและเป็นไปตาม เจตนารมณ์ของคนพิการหรือทุพพลภาพ  ผู้สูงอายุ  หรือ ผู้ประสบปญั หาในการใชส้ ทิ ธิเลอื กนัน้

161 หมวด ๔ การควบคมุ การเลอื กให้เปน็ ไปโดยสุจรติ และเทย่ี งธรรม มาตรา ๕๘ ห้ามมใิ หเ้ จ้าหน้าท่ขี องรฐั ใชต้ �ำ แหน่ง เจ้าหน้าทข่ี องรฐั ใช้ หน้าท่โี ดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำ�การใด  ๆ  เพ่อื เป็นคุณ ตำ�แหน่งโดยมิชอบ หรือเป็นโทษแก่ผสู้ มคั ร ด้วยกฎหมาย การใช้ตำ�แหน่งหน้าท่โี ดยมิชอบด้วยกฎหมายตาม วรรคหน่ึง  มิให้หมายความรวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ตาม ปกติท่ีพึงต้องปฏิบัติในตำ�แหน่งของเจ้าหน้าท่ีของรัฐนั้น  หรือการแนะนำ�หรือช่วยเหลือในการดำ�เนินการที่เก่ียวข้อง กับการเลือกของผู้สมัคร  โดยมิได้เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติ หน้าท่ี แมว้ า่ การกระท�ำ จะเปน็ คณุ หรือเป็นโทษแก่ผู้สมคั รใด ในกรณีมีหลักฐานอันควรเช่ือได้ว่ามีการฝ่าฝืน บทบัญญตั ติ ามวรรคหน่ึง ใหค้ ณะกรรมการหรอื กรรมการ ท่ีพบเห็น  มีอำ�นาจส่ังให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐยุติหรือระงับ การกระท�ำ ใดทเ่ี หน็ วา่ อาจเปน็ คณุ หรอื เปน็ โทษแกผ่ สู้ มคั รใด ในกรณีตามวรรคสาม  ให้คณะกรรมการแจ้งให้ ผู้ บั ง คั บ บั ญ ช า ห รื อ ผู้ มี ห น้ า ท่ี แ ล ะ อำ � น า จ กำ � กั บ ดู แ ล เจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้น้ัน  สั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีพฤติการณ์ อันอาจเป็นคุณ  หรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครใดพ้นจากหน้าท่ี เป็นการช่ัวคราว  หรือสั่งให้ประจำ�กระทรวง  ทบวง  กรม ศาลากลางจงั หวดั หรือทีว่ ่าการอ�ำ เภอในเขตหรอื นอกเขต

162 จังหวัดหรืออำ�เภอ  หรือห้ามเข้าเขตจังหวัดหรืออำ�เภอใด ก็ได้ กรณีมเี หตอุ ันควร มาตรา ๕๙ ก่อนประกาศผลการเลือก  หาก สงสยั วา่ การเลือก มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ มิได้เป็นไปโดย เท่ยี งธรรม ใหค้ ณะกรรมการมอี �ำ นาจส่ังระงับ ยับยง้ั แก้ไข สจุ รติ เปลี่ยนแปลง  หรือยกเลิกการเลือกและส่ังให้ดำ�เนินการ เลือกใหม่ หรอื นบั คะแนนใหม่ การใช้อำ�นาจตามวรรคหน่ึงให้กรรมการแต่ละคน ซึ่งพบเห็นการกระทำ�ความผิดในเขตอำ�เภอหรือจังหวัดใด ให้มีอำ�นาจกระทำ�ได้สำ�หรับการเลือกในเขตอำ�เภอหรือ จงั หวัดน้ัน ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงอ่ื นไขท่ี คณะกรรมการกำ�หนด ผู้ตรวจการเลือกตั้งและผู้อำ�นวยการการเลือก ผู้ใดพบเห็นการกระทำ�ตามวรรคหน่ึงมีหน้าท่ีรายงานให้ คณะกรรมการหรอื กรรมการทราบโดยพลัน กรณมี หี ลักฐานว่า มาตรา ๖๐ ก่อนประกาศผลการเลือก  ถ้ามี ผ้สู มคั รกระท�ำ การ หลักฐานอันควรเช่อื ได้ว่าผ้สู มัครผ้ใู ดกระทำ�การใดหรือร้เู ห็น หรือรเู้ หน็ ในการ กับการกระทำ�ใดของบคุ คลอื่น อันทำ�ใหก้ ารเลอื กมไิ ด้เป็น กระทำ�ที่ท�ำ ให้ ไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมให้คณะกรรมการสั่งระงับสิทธิ การเลือกมไิ ด้ สมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้นไว้เป็นการชั่วคราวเป็นระยะ เป็นไปโดยสุจรติ เวลาไม่เกนิ หนึ่งปคี ำ�ส่งั ของคณะกรรมการให้เปน็ ทีส่ ดุ เม่ือคณะกรรมการมีคำ�ส่ังตามวรรคหนึ่ง  ให้ยื่น คำ�ร้องต่อศาลฎีกาเพ่ือสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ัง ของผ้นู ้นั

163 มาตรา  ๖๑  ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ กรณีมีหลกั ฐาน ว่าผู้ใดให้  เสนอให้  สัญญาว่าจะให้หรือจัดเตรียมเพ่ือจะ วา่ มีการให้ เสนอ ให้เงิน  ทรัพย์สิน  หรือประโยชน์อ่ืนใดเพ่ือจูงใจให้ผู้สมัคร ให้ เงิน ทรัพย์สิน หรอื ผ้มู สี ิทธเิ ลอื กลงคะแนนหรือไมล่ งคะแนนให้แกผ่ ใู้ ด ให้ หรอื ประโยชนอ์ น่ื ใด คณะกรรมการมอี ำ�นาจส่ังยดึ หรอื อายดั เงนิ ทรัพยส์ นิ หรือ ในการลงคะแนน ประโยชน์อื่นใดดังกล่าวไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมี ค�ำ พพิ ากษาหรอื มคี �ำ ส่ัง มาตรา ๖๒ เมื่อคณะกรรมการประกาศผลการ กรณมี ีหลกั ฐานว่า เลอื กตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง แลว้ ถ้ามีหลักฐานอนั ควร ทุจริตในการเลอื ก เช่ือได้ว่าผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำ�การอันเป็นการทุจริตใน หรอื รูเ้ หน็ กับการ การเลือกหรือรู้เห็นกับการกระทำ�ของบุคคลอื่น  อันทำ�ให้ กระท�ำ ของบคุ คลอน่ื การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม  ให้คณะ กรรมการย่ืนคำ�ร้องต่อศาลฎีกาเพ่ือส่ังให้เพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลอื กตั้ง หรือเพกิ ถอนสิทธเิ ลือกตง้ั ของผนู้ ้นั เมื่อศาลฎีกามีคำ�ส่ังรับคำ�ร้องไว้พิจารณาแล้ว ถา้ ผถู้ กู กลา่ วหาเปน็ สมาชกิ วฒุ สิ ภา  ใหผ้ นู้ น้ั หยดุ ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ี จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้น้ันมิได้กระทำ�ความผิด  เม่ือศาลฎีกามีคำ�พิพากษาว่าผู้น้ันกระทำ�ความผิดให้ สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาผู้นั้นส้ินสุดลงนับแต่วันท่ี หยุดปฏิบัติหน้าท่ี ใหน้ �ำ ความในวรรคหนง่ึ มาใชบ้ งั คบั แกผ่ ถู้ กู กลา่ วหา ซ่ึงอยู่ในบัญชีสำ�รองด้วย  และเมื่อศาลฎีกามีคำ�พิพากษา ว่าผู้น้ันกระทำ�ความผิด  ให้คณะกรรมการส่ังลบรายชื่อ ผู้นั้นออกจากบัญชีสำ�รอง  และให้นำ�ความในมาตรา  ๔๖ วรรคสอง มาใช้บังคับดว้ ยโดยอนโุ ลม

164 มาตรา ๖๓ เมื่อคณะกรรมการประกาศผลการ เลอื กตามมาตรา ๔๒ วรรคสอง แลว้ หากความปรากฏ ต่อคณะกรรมการว่าสมาชิกวุฒิสภาผู้ใดขาดคุณสมบัติ ตามมาตรา ๑๓ หรอื มลี กั ษณะต้องหา้ มตามมาตรา ๑๔ ให้ คณะกรรมการส่งเร่ืองไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย โดยไมช่ กั ชา้ หมวด ๕ การคดั ค้าน การยืน่ คำ�ร้อง มาตรา ๖๔ ผูส้ มคั รในระดับอำ�เภอหรือผูม้ สี ิทธิ คัดคา้ นการเลือก เลือกในระดับจังหวัด  หรือระดับประเทศมีสิทธิย่ืนคำ�ร้อง คัดค้านว่าการเลือกในระดับอำ�เภอ  ระดับจังหวัด  หรือ ระดับประเทศที่ตนสมคั รหรอื มีสทิ ธิเลือกแลว้ แต่กรณี มไิ ด้ เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรอื ไมช่ อบดว้ ยกฎหมาย ต่อคณะกรรมการภายในสามวันนับแต่วันเลือกในระดับ นั้น  ๆ  และให้คณะกรรมการวินิจฉัยโดยเร็ว  หากเห็น ว่าไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกเป็นไปโดยไม่สุจริต  ไมเ่ ที่ยงธรรม หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้คณะกรรมการ ส่ังยกคำ�ร้อง  และให้การเลือกดำ�เนินการต่อไป  ในกรณี ที่คณะกรรมการเห็นว่ามีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการ เลือกเป็นไปโดยไม่สุจริต  ไม่เท่ียงธรรม  หรือไม่ชอบด้วย กฎหมาย  ให้คณะกรรมการดำ�เนินการตามมาตรา  ๕๙ วรรคหนึ่ง ค�ำ วนิ จิ ฉัยของคณะกรรมการให้เป็นทีส่ ุด

165 หมวด ๖ บทกำ�หนดโทษ มาตรา ๖๕ ในการสืบสวนหรือไต่สวน  หาก มาตรการในการ ปรากฏว่าการให้ข้อมูล  การชี้เบาะแสหรือคำ�ให้การของ กันบุคคลไวเ้ ปน็ บุคคลซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำ�ความ พยาน ผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีรายใดจะเป็น ประโยชน์ในการพิสูจน์การกระทำ�ความผิดของผู้กระทำ� ความผิดคนอื่นที่เป็นตัวการสำ�คัญและสามารถที่จะใช้ เป็นพยานหลักฐานในการวินิจฉัยการกระทำ�ความผิดของ ผู้กระทำ�ความผิดนั้นคณะกรรมการจะกันบุคคลน้ันไว้เป็น พยานโดยไม่ด�ำ เนนิ คดีก็ได้ เมื่อคณะกรรมการมีมติไม่ดำ�เนินคดีกับบุคคลใด แล้ว ใหส้ ทิ ธิในการดำ�เนินคดอี าญาเปน็ อันระงบั ไปเวน้ แต่ ปรากฏในภายหลังว่าผู้ถูกกันไว้เป็นพยานได้ให้ถ้อยคำ�อัน เปน็ เทจ็   หรือไม่ไปเบิกความ หรอื ไปเบกิ ความแต่ไม่เป็น ไปตามท่ีให้การหรือให้ถ้อยคำ�ไว้  ให้การกันบุคคลไว้เป็น พยานนั้นส้ินสุดลง  และคณะกรรมการอาจดำ�เนินการตาม กฎหมายกับบุคคลน้ันตอ่ ไปได้ มาตรการในการกนั บคุ คลไวเ้ ปน็ พยานตามวรรคหนง่ึ และการเพิกถอนการกันบุคคลไว้เป็นพยานตามวรรคสอง ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ ์ วธิ กี าร  และเงอ่ื นไขทค่ี ณะกรรมการ ก�ำ หนด

166 การเพิกถอนสิทธิ มาตรา ๖๖ ในกรณีท่ีพระราชบัญญัติประกอบ เลือกตัง้ หรอื รัฐธรรมนูญน้ีกำ�หนดให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังโดย เพกิ ถอนสทิ ธสิ มคั ร มีกำ�หนดระยะเวลาหรือสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง รับเลือกต้งั ให้การเพิกถอนสิทธิดังกล่าวมีผลในทันทีและเริ่มนับระยะ เวลานับแต่วันท่ีศาลมีคำ�ส่ังหรือคำ�พิพากษา  เว้นแต่ศาล อทุ ธรณห์ รอื ศาลฎกี าจะมคี �ำ สง่ั หรอื ค�ำ พพิ ากษาเปน็ อยา่ งอน่ื การสมคั รมากกว่า มาตรา ๖๗ ผู้ใดสมัครเข้ารับเลือกมากกว่า หนง่ึ กลมุ่ หรือ หน่ึงกลุ่มหรือมากกว่าหน่ึงอำ�เภออันเป็นการไม่ปฏิบัติตาม หนง่ึ อ�ำ เภอ มาตรา ๑๕ วรรคสอง ต้องระวางโทษจ�ำ คกุ ไมเ่ กินหน่งึ ปี หรือปรับไม่เกินสองหม่ืนบาท  หรือท้ังจำ�ท้ังปรับ  และให้ ศาลสงั่ เพกิ ถอนสทิ ธิเลอื กตัง้ ของผูน้ ้ันมกี �ำ หนดหา้ ปี การเปดิ เผยรายชื่อ มาตรา ๖๘ กรรมการหรือพนักงานเจ้าหน้าท่ี และจ�ำ นวนผสู้ มคั ร ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา  ๑๘  ต้องระวางโทษจำ�คุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกนิ หกหมื่นบาท หรือทัง้ จำ�ท้งั ปรับ เจา้ หน้าท่ขี องรัฐ มาตรา ๖๙ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา  ๓๒  วรรคหน่ึง ใช้ต�ำ แหน่งหนา้ ที่ หรอื มาตรา ๕๘ วรรคหนง่ึ ตอ้ งระวางโทษจ�ำ คกุ ตง้ั แตห่ นง่ึ ปี โดยมิชอบด้วย ถึงสบิ ปี  และปรับตั้งแตส่ องหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และ กฎหมาย ใหศ้ าลสง่ั เพกิ ถอนสทิ ธเิ ลอื กตง้ั ของผนู้ น้ั มกี �ำ หนดยส่ี บิ ปี ผสู้ มคั รไมแ่ นะน�ำ ตวั มาตรา ๗๐ ผู้สมัครผู้ใดไม่ปฏิบัติตามวิธีการ ตามเงื่อนไขทีค่ ณะ หรือเง่ือนไขที่คณะกรรมการกำ�หนดตามมาตรา  ๓๖  ต้อง กรรมการก�ำ หนด ระวางโทษจำ�คุกไม่เกินหนึ่งปี  หรือปรับไม่เกินสองหมื่น บาท หรอื ท้งั จ�ำ ทง้ั ปรับ และให้ศาลสัง่ เพกิ ถอนสทิ ธเิ ลอื กต้งั ของผู้นน้ั มีกำ�หนดห้าปี

167 บุคคลใดซึ่งมิใช่ผู้สมัครช่วยเหลือผู้สมัครในการ แนะน�ำ ตวั โดยไมป่ ฏบิ ตั ติ ามวธิ กี ารหรอื เงอ่ื นไขตามมาตรา  ๓๖ ต้องระวางโทษเชน่ เดยี วกับที่บัญญัติไวใ้ นวรรคหน่ึง มาตรา ๗๑ ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๓๗ หรอื มาตรา ๓๘ ผู้ทฝี่ า่ ฝืนข้อปฏบิ ัติ วรรคหนงึ่ ตอ้ งระวางโทษจ�ำ คกุ ไม่เกินหกเดอื น หรอื ปรบั ในสถานทเี่ ลือก ไม่เกนิ หน่ึงหมน่ื บาท หรอื ทั้งจ�ำ ท้ังปรับ ถ้าการกระทำ�ตามวรรคหนึ่งเป็นไปเพื่อก่อให้เกิด ความไม่สงบเรียบร้อยขึ้นในสถานที่เลือกต้องระวางโทษ เพ่ิมขึ้นเป็นสองเท่า  และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผ้นู ้ันมกี �ำ หนดหา้ ปี มาตรา ๗๒ ผใู้ ดฝ่าฝืนมาตรา ๓๙ มาตรา ๕๐ มาตรา ๕๑ มาตรา ๕๒ หรือมาตรา ๕๓ ต้องระวางโทษ จำ�คุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี  หรือปรับต้ังแต่สองหมื่นบาทถึง หน่ึงแสนบาท  หรือทั้งจำ�ท้ังปรับและให้ศาลส่ังเพิกถอน สทิ ธิเลอื กต้งั ของผู้นัน้ มีกำ�หนดสิบปี มาตรา ๗๓ ผู้มีสทิ ธิเลือกผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๕๔ หรอื มาตรา ๕๕ ต้องระวางโทษจ�ำ คกุ ไมเ่ กนิ หนึ่งปี หรือ ปรับไมเ่ กนิ สองหมืน่ บาท หรอื ทง้ั จ�ำ ท้ังปรบั มาตรา ๗๔ ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัคร ไมม่ สี ทิ ธสิ มคั ร รับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใด  ได้สมัครรับเลือกต้องระวาง รบั เลอื กแตล่ งสมคั ร โทษจำ�คุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงสิบปี  และปรับตั้งแต่สองหม่ืน บาทถึงสองแสนบาท  และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกต้ัง ของผู้นัน้ มกี ำ�หนดยีส่ บิ ปี

168 ในกรณีที่ผู้กระทำ�ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็น ผู้ซึ่งได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา  ให้ศาลมีคำ�สั่งให้ ผู้นั้นคืนเงินประจำ�ตำ�แหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่าง อื่นที่ได้รับมาเนื่องจากการดำ�รงตำ�แหน่งดังกล่าวให้แก่ สำ�นักงานเลขาธกิ ารวุฒสิ ภาด้วย การรบั รองหรอื เป็น มาตรา ๗๕ ผู้ใดรับรองหรือเป็นพยานซ่ึง พยานในการสมัคร ลงลายมือชื่อรับรองเอกสารหรือหลักฐานที่ใช้ประกอบการ อนั เป็นเท็จ สมัครเป็นเท็จ  ต้องระวางโทษจำ�คุกไม่เกินหนึ่งปี  หรือ ปรับไม่เกินสองหม่ืนบาท  หรือท้ังจำ�ท้ังปรับและให้ศาลส่ัง เพิกถอนสทิ ธเิ ลือกตงั้ ของผ้นู ้นั มีกำ�หนดหา้ ปี กรณชี ว่ ยเหลอื ให้ มาตรา ๗๖ กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผ้สู มัครได้รบั เลอื ก หรือผู้ดำ�รงตำ�แหน่งอื่นใดในพรรคการเมืองสมาชิก เปน็ ส.ว. สภาผู้แทนราษฎร  สมาชิกสภาท้องถิ่น  ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำ�รงตำ�แหน่งทางการเมือง  ผู้ใดกระทำ�การโดยวิธีใด  ๆ อันเป็นการช่วยเหลือให้ผู้สมัครผู้ใดได้รับเลือกเป็นสมาชิก วฒุ สิ ภา  หรอื ท�ำ ใหผ้ สู้ มคั รผใู้ ดไมไ่ ดร้ บั เลอื ก  ตอ้ งระวางโทษ จำ�คุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงสิบปี  และปรับต้ังแต่สองหมื่นบาทถึง สองแสนบาท และให้ศาลสัง่ เพิกถอนสิทธิสมคั รรบั เลือกต้ัง ของผู้นนั้ ผสู้ มคั รใดยนิ ยอมใหก้ รรมการบรหิ ารพรรคการเมอื ง หรือผู้ดำ�รงตำ�แหน่งอ่ืนใดในพรรคการเมือง  สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร  สมาชิกสภาท้องถิ่น  ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำ�รงตำ�แหน่งทางการเมือง  ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือก

169 เป็นสมาชิกวุฒิสภา  ต้องระวางโทษจำ�คุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสบิ ปี  และปรบั ต้งั แตส่ องหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท และ ใหศ้ าลส่งั เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตง้ั ของผ้นู ้ัน มาตรา ๗๗ ผู้ใดกระทำ�การอย่างหน่ึงอย่างใด กรณจี ูงใจให้ ดังต่อไปนี้เพื่อจูงใจให้ผู้อื่นสมัครเข้ารับเลือกเป็นสมาชิก ผสู้ มัครเข้ารบั การ วฒุ สิ ภา หรอื ถอนการสมคั ร หรอื กระท�ำ การใด ๆ อนั ไมช่ อบ เลอื กหรอื ถอนการ ด้วยกฎหมาย  ให้ผู้น้ันหมดสิทธิที่จะเลือกหรือได้รับเลือก  สมคั รหรอื การกระท�ำ หรือเพ่ือจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ อนั ไมช่ อบด้วย ลงคะแนนให้แก่ผ้ใู ดต้องระวางโทษจำ�คุกต้งั แต่หน่งึ ปีถึงสิบปี กฎหมาย หรือปรับต้ังแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท  หรือทั้งจำ� ทั้งปรับและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มกี �ำ หนดยีส่ ิบปี (๑) จัด  ทำ�  ให้  เสนอให้  สัญญาว่าจะให้  หรือจัดเตรียมเพ่อื จะให้  ทรัพย์สิน  หรือผลประโยชน์อ่นื ใด อันอาจคำ�นวณเปน็ เงินได้แก่ผู้ใด (๒) ทำ�การแนะนำ�ตัวด้วยการจัดให้มีมหรสพ หรอื การร่นื เรงิ ตา่ ง ๆ (๓) เลย้ี งหรอื รับจะจัดเล้ยี งผใู้ ด (๔) หลอกลวง บังคบั ขูเ่ ขญ็ ใชอ้ ิทธิพลคกุ คาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ  หรือจูงใจให้บุคคลอ่ืนเข้าใจผิด ในคุณสมบัติ  ความร้คู วามสามารถ  หรือช่อื เสียงเกียรติคุณ ของผูส้ มคั รใด

170 ความผดิ ตาม (๑) ใหถ้ อื เป็นความผดิ มูลฐานตาม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และให้คณะกรรมการมีอำ�นาจส่งเรื่องให้สำ�นักงานป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินดำ�เนินการตามหน้าที่และ อำ�นาจได้ กรณกี ระทำ�การให้ มาตรา ๗๘ ผู้ใดกระทำ�การอันเป็นเท็จเพ่ือให้ เขา้ ใจผิดว่าผสู้ มัคร ผู้อื่นเข้าใจผิดว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำ�การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ฝ่าฝืน พ.ร.ป. น้ี ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ี  ต้องระวาง โทษจ�ำ คุกไม่เกนิ สองปี หรือปรับไม่เกนิ สหี่ มนื่ บาท และให้ ศาลสง่ั เพกิ ถอนสทิ ธเิ ลือกตงั้ ของผู้นั้นมีก�ำ หนดหา้ ปี ถา้ การกระท�ำ ตามวรรคหนง่ึ เปน็ การเพอ่ื จะกลน่ั แกลง้ ให้ผู้สมัครน้ันถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือสิทธิสมัคร รับเลือกต้ัง  หรือเพ่ือไม่ให้มีการประกาศผลการเลือก  ต้องระวางโทษจำ�คุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบปีและปรับต้ังแต่ หนึ่งแสนบาทถึงสองแสนบาท  และให้ศาลสั่งเพิกถอน สิทธเิ ลอื กตงั้ ของผูน้ ัน้ มกี ำ�หนดย่สี บิ ปี ถ้าการกระทำ�ตามวรรคหน่ึงเป็นการแจ้งหรือ ให้ถ้อยคำ�ต่อคณะกรรมการ  หรือพนักงานเจ้าหน้าท่ี ต้องระวางโทษจำ�คุกต้ังแต่เจ็ดปีถึงสิบปี  และปรับตั้งแต่ หนึ่งแสนสี่หมื่นบาทถึงสองแสนบาท  และให้ศาลส่ัง เพกิ ถอนสิทธเิ ลอื กตั้งของผู้นนั้ มีกำ�หนดยีส่ บิ ปี

171 มาตรา ๗๙ ผู้ใดเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือ การเรียกหรอื รบั ผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครรับเลือกหรือไม่ลงสมัคร ทรัพยส์ ินและ รับเลือกเพื่อประโยชน์แก่ผู้สมัครผู้ใด  ต้องระวางโทษจำ�คุก ผลประโยชน์เพ่อื ต้ังแต่หน่ึงปีถึงสิบปี  หรือปรับตั้งแต่สองหม่ืนบาทถึง ลงหรอื ไม่ลงสมัคร สองแสนบาท  หรือท้ังจำ�ทั้งปรับ  และให้ศาลส่ังเพิกถอน รบั เลอื ก สิทธิเลือกต้ังของผู้นนั้ มีกำ�หนดยส่ี บิ ปี มาตรา ๘๐ ผู้ใดจงใจกระทำ�ด้วยประการใด  ๆ การท�ำ ให้ ให้บัตรลงคะแนนชำ�รุดหรือเสียหาย  หรือให้เป็นบัตรเสีย บัตรลงคะแนน หรือกระทำ�ด้วยประการใด  ๆ  แก่บัตรเสียเพ่ือให้เป็นบัตร ชำ�รดุ เสยี หาย ท่ีใช้ได้ ต้องระวางโทษจ�ำ คุกไม่เกนิ หา้ ปี และปรบั ไม่เกนิ หน่ึงแสนบาท และให้ศาลส่งั เพกิ ถอนสิทธิเลอื กตงั้ ของผนู้ ัน้ มีกำ�หนดสิบปี ถ้าผ้กู ระทำ�ความผิดตามวรรคหน่งึ เป็นผ้ดู ำ�เนินการ เก่ียวกับการเลือก  ต้องระวางโทษจำ�คุกตั้งแต่หน่ึงปีถึง สิบปี และปรบั ต้ังแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท และให้ ศาลส่ังเพกิ ถอนสทิ ธิเลือกตัง้ ของผนู้ ้ันมกี ำ�หนดย่ีสิบปี มาตรา ๘๑ ผมู้ สี ทิ ธเิ ลือกผใู้ ดเรยี กรบั หรือยอม กรณผี ้มู ีสทิ ธิเลอื ก จะรับเงิน  ทรัพย์สิน  หรือประโยชน์อ่ืนใดสำ�หรับตนเอง เรียกรับทรัพยส์ นิ หรือผู้อื่น เพือ่ เลือกหรอื งดเว้นไมเ่ ลือกผ้ใู ด ตอ้ งระวางโทษ เพอื่ เลือกหรอื จำ�คุกต้ังแต่หนึ่งปีถึงห้าปี  หรือปรับตั้งแต่สองหม่ืนบาท งดเวน้ ไม่เลือก ถึงหน่งึ แสนบาท  หรือท้งั จำ�ท้งั ปรับ  และให้ศาลส่งั เพิกถอน สิทธิเลอื กตั้งของผนู้ น้ั มกี �ำ หนดสบิ ปี

172 การท�ำ ให้หีบบัตร มาตรา ๘๒ ผู้ใดกระทำ�การโดยไม่มีอำ�นาจ ลงคะแนนหรอื บัตร โดยชอบด้วยกฎหมาย เปิด ทำ�ลาย ท�ำ ให้เสียหาย ท�ำ ให้ ลงคะแนนเสยี หาย เปล่ยี นสภาพ  หรือทำ�ให้ไร้ประโยชน์  หรือนำ�ไปซ่งึ หีบบัตร ลงคะแนนหรือบัตรลงคะแนน  หรือเอกสารหลักฐานที่ เก่ียวข้องกับการเลือกท่ีผู้ดำ�เนินการเกี่ยวกับการเลือกได้ จัดทำ�ตั้งแต่เวลาที่ได้เปิดและปิดหีบบัตรลงคะแนนที่ตั้งไว้ เพื่อการเลือก  หรือภายหลังที่ได้ปิดหีบบัตรลงคะแนนนั้น เพื่อรักษาไว้เม่ือการเลือกได้เสร็จส้ินแล้ว  ต้องระวาง โทษจำ�คุกต้งั แต่หน่งึ ปีถึงสิบปี  และปรับต้งั แต่สองหม่นื บาท ถึงสองแสนบาทและให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ ผนู้ ้นั มีก�ำ หนดย่ีสบิ ปี การครอบครอง มาตรา ๘๓ ผู้ใดไม่ได้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ บัตรลงคะแนน ซึ่งมีหน้าท่ีและอำ�นาจในการเก็บรักษาบัตรลงคะแนน โดยมิชอบด้วย สำ�หรับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา  มีหรือครอบครองไว้ กฎหมาย ซึ่งบัตรลงคะแนนโดยไม่ชอบ  ไม่ว่าบัตรลงคะแนนน้ันจะ เป็นบัตรลงคะแนนที่สำ�นักงานเป็นผู้จัดให้มีขึ้นหรือไม่  ต้องระวางโทษจำ�คุกต้ังแต่หน่ึงปีถึงห้าปี  หรือปรับตั้งแต่ สองหม่ืนบาทถึงหนึ่งแสนบาท  หรือท้ังจำ�ท้ังปรับ  และให้ ศาลส่งั เพกิ ถอนสิทธิเลอื กตั้งของผู้นัน้ มีก�ำ หนดสิบปี ในกรณีท่ีผู้กระทำ�ความผิดตามวรรคหน่ึงเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐ  ต้องระวางโทษเพิ่มขึ้นอีกก่ึงหนึ่งและให้ ศาลสงั่ เพิกถอนสิทธิสมัครรบั เลือกตง้ั ของผนู้ ้ัน

173 มาตรา ๘๔ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ใดจงใจนับ การจงใจนบั บัตรลงคะแนนหรือนับคะแนนให้ผิดไปจากความจริงหรือ คะแนนผดิ ไปจาก รวมคะแนนให้ผิดไป  หรือกระทำ�ด้วยประการใดโดยมิได้ ความเป็นจริงหรือ มีอำ�นาจกระทำ�โดยชอบด้วยกฎหมาย  ให้บัตรลงคะแนน ทำ�ลายบตั ร ชำ�รุดหรือเสียหายหรือให้เป็นบัตรเสียหรือกระทำ�การด้วย ลงคะแนนให้ช�ำ รุด ประการใดแก่บัตรเสียเพ่ือให้เป็นบัตรที่ใช้ได้หรืออ่านบัตร เสยี หาย ลงคะแนนให้ผิดไปจากความจรงิ หรือท�ำ รายงานการเลอื ก ไม่ตรงความเป็นจริงต้องระวางโทษจำ�คุกตั้งแต่หน่ึงปีถึง สบิ ปี หรือปรบั ต้ังแตส่ องหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรอื ท้งั จำ�ทั้งปรับและให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้น้ันมี ก�ำ หนดยีส่ ิบปี มาตรา ๘๕ ผใู้ ดเลน่ หรอื จดั ใหม้ กี ารเลน่ การพนนั การเล่นพนนั ขันต่อใด  ๆ  เก่ยี วกับผลของการเลือกต้องระวางโทษจำ�คุก เกี่ยวกบั ผลของ ตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี  หรือปรับต้ังแต่สองหมื่นบาทถึง การเลอื ก หนึ่งแสนบาท  หรือท้ังจำ�ท้ังปรับและให้ศาลส่ังเพิกถอน สิทธิเลือกตั้งของผู้เล่นมีกำ�หนดสิบปี  และเพิกถอนสิทธิ สมคั รรับเลอื กตั้งของผจู้ ัดให้มีการเลน่ ถ้าการกระทำ�ตามวรรคหนึ่งเป็นการกระทำ�ของ ผู้สมัคร  ต้องระวางโทษจำ�คุกตั้งแต่หน่ึงปีถึงสิบปีหรือปรับ ตง้ั แต่สองหมน่ื บาทถึงสองแสนบาท หรอื ทงั้ จ�ำ ท้งั ปรบั และ ให้ศาลส่ังเพิกถอนสทิ ธิสมคั รรบั เลือกตั้งของผ้นู ั้น

174 กรณศี าลฎกี ามี มาตรา ๘๖ ในกรณีท่ีศาลฎีกามีคำ�ส่ังให้เพิกถอน ค�ำ ส่งั เพกิ ถอนสทิ ธิ สิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งผู้สมัคร เปน็ เหตใุ หม้ ีการ หรือสมาชิกวุฒิสภาผ้ใู ด  และเป็นเหตุให้ต้องมีการเลือกใหม่ เลือกใหม่ ไม่ว่าจะมีคำ�ร้องขอหรือไม่  ให้ศาลฎีกาสั่งให้ผู้นั้นรับผิด ในคา่ ใชจ้ า่ ยส�ำ หรบั การเลอื กครง้ั ทเ่ี ปน็ เหตใุ หศ้ าลฎกี ามคี �ำ สง่ั เช่นว่านั้น  จำ�นวนค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้ศาลฎีกาพิจารณา จากหลักฐานการใชจ้ า่ ยทค่ี ณะกรรมการเสนอต่อศาล เงินท่ีได้รับมาตามวรรคหนึ่งให้นำ�ส่งเข้ากองทุน เพ่ือการพัฒนาพรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าด้วยพรรคการเมอื ง การเปดิ เผย มาตรา ๘๗ ผู้ใดเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการ หรือเผยแพร่ สำ�รวจความคิดเห็นของประชาชนผู้สมัครหรือผู้เลือก ผลการสำ�รวจ เก่ียวกับการออกเสียงเลือกในระหว่างเวลาเจ็ดวันก่อนวัน ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั เลือกจนถึงเวลาปิดการเลือก  ต้องระวางโทษจำ�คุกไม่เกิน สามเดอื น หรือปรบั ไมเ่ กินหกพนั บาท หรือทงั้ จำ�ทั้งปรบั การออกเสียง การกระทำ� มาตรา ๘๘ ในกรณีที่ปรากฏว่ามีการกระทำ� ความผดิ พ.ร.ป. ความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีเกิด ในเขตพ้นื ที่ ข้ึนในเขตพื้นที่ของสถานท่ีเลือก  ให้ถือว่าผู้สมัครนั้นเป็น ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพจิ ารณาความอาญา การกระท�ำ มาตรา ๘๙ ผู้ใดกระทำ�ความผิดตามพระราช ความผดิ พ.ร.ป. บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้นอกราชอาณาจักรจะต้อง นอกราชอาณาจักร รับโทษในราชอาณาจักร  และการกระทำ�ของผู้เป็นตัวการ ด้วยกัน  ผ้สู นับสนุน  หรือผ้ใู ช้ให้กระทำ�ความผิดน้นั   แม้จะ

175 กระท�ำ นอกราชอาณาจกั ร ใหถ้ อื ว่าตัวการ ผสู้ นับสนุน หรอื ผใู้ ชใ้ หก้ ระทำ�ความผดิ น้ันได้กระท�ำ ในราชอาณาจักร บทเฉพาะกาล มาตรา ๙๐ ในวาระเร่มิ แรกให้วุฒสิ ภาประกอบ หลักเกณฑแ์ ละวิธี ด้วยสมาชิกจำ�นวนสองร้อยห้าสิบคนซึ่งพระมหากษัตริย์ การในการสรรหา ทรงแต่งตั้งตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติถวาย และแตง่ ตัง้ ส.ว. คำ�แนะนำ�  โดยในการสรรหาและแต่งตั้งให้ดำ�เนินการ ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี าร ดงั ต่อไปนี้ (๑) ให้มีคณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา คณะหน่ึงซึ่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติแต่งตั้งจาก ผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งมีความรู้และประสบการณ์ในด้านต่างๆ และมีความเป็นกลางทางการเมืองจำ�นวนไม่น้อยกว่า เก้าคนแต่ไม่เกินสิบสองคน  มีหน้าที่ดำ�เนินการสรรหา บุคคล  ซึ่งสมควรเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามหลักเกณฑ์และ วิธกี าร ดังต่อไปน้ี (ก) ให้คณะกรรมการดำ�เนินการจัดให้มี การเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามวิธีการที่บัญญัติไว้ในมาตรา  ๙๑ มาตรา ๙๒ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๔ มาตรา ๙๕ และมาตรา  ๙๖ จำ�นวนสองร้อยคนโดยให้ดำ�เนินการให้แล้วเสร็จก่อนวัน ท่ีมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคร้ังแรกตาม กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิก

176 สภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน  แล้วให้จัดทำ�เป็น บัญชีรายช่ือเสนอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติโดย แยกผ้ไู ด้รับเลือกตามกลุ่มและตามวธิ ีการสมัคร (ข) ให้คณะกรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภา คัดเลือกบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถท่ีเหมาะสมในอัน จะเป็นประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของวุฒิสภาและการ ปฏิรูปประเทศมีจำ�นวนไม่เกินส่ีร้อยคนตามวิธีการที่คณะ กรรมการสรรหาสมาชิกวุฒิสภากำ�หนด  แล้วนำ�รายช่ือ เสนอตอ่ คณะรักษาความสงบแห่งชาตทิ ั้งนี้ ต้องด�ำ เนินการ ใหแ้ ลว้ เสรจ็ ไมช่ ้ากว่าระยะเวลาทีก่ ำ�หนดตาม (ก) (ค) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือก ผู้ได้รับเลือกตาม  (ก)  จากบัญชีรายช่ือที่ได้รับจากคณะ กรรมการตามมาตรา ๙๘ และให้คัดเลือกบุคคลจากบญั ชี รายชอื่ ทีไ่ ด้รบั การสรรหาตาม (ข) ใหไ้ ดจ้ ำ�นวนหนง่ึ รอ้ ย เก้าสิบส่ีคนรวมกับผู้ดำ�รงตำ�แหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บญั ชาการทหารสงู สดุ   ผบู้ ญั ชาการทหารบก  ผบู้ ญั ชาการ ทหารเรอื   ผบู้ ญั ชาการทหารอากาศ  และผบู้ ญั ชาการตำ�รวจ แหง่ ชาต ิ เปน็ สองรอ้ ยหา้ สบิ คน  และคดั เลือกรายชื่อสำ�รอง จากบญั ชรี ายชอ่ื ทไ่ี ดร้ บั การสรรหาตาม  (ข)  จ�ำ นวนหา้ สบิ คน ทั้งนี้  ให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันประกาศผลการ เลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคร้ังแรกตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร

177 (๒) มิให้นำ�ความในมาตรา  ๑๔  (๒๓)  ในส่วนที่ เก่ียวกับการเคยดำ�รงตำ�แหน่งรัฐมนตรีมาใช้บังคับแก่ ผู้ด�ำ รงต�ำ แหน่งสมาชกิ วฒุ สิ ภาซึ่งไดร้ ับสรรหาตาม (๑) (ข) และมใิ ห้น�ำ ความในมาตรา ๑๔ (๑๙) มาใชบ้ ังคบั แก่ผู้ซ่ึงได้ รับแต่งตง้ั ใหเ้ ป็นสมาชกิ วุฒสิ ภาโดยต�ำ แหนง่ (๓) ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาตินำ�รายชื่อ บุคคลซงึ่ ได้รบั การคดั เลือกตาม (๑) (ค) จ�ำ นวนสองร้อย ห้าสิบคนดังกล่าวข้ึนกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งต้ังต่อไปและให้หัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรม ราชโองการ (๔) อายุของวุฒิสภาตามมาตราน้ีมีกำ�หนดห้าปี นับแต่วันท่ีมีพระบรมราชโองการแต่งต้ัง  สมาชิกภาพของ สมาชิกวุฒิสภาเริ่มตง้ั แตว่ ันที่มพี ระบรมราชโองการแต่งตง้ั ถ้ามีตำ�แหน่งว่างลง  ให้เล่ือนรายช่ือบุคคลตามลำ�ดับใน บัญชีสำ�รองตาม  (๑)  (ค)  ข้ึนเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทน โดยให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ดำ�เนินการและเป็นผู้ลงนาม รับสนองพระบรมราชโองการ  สำ�หรับสมาชิกวุฒิสภาโดย ตำ�แหน่งเม่อื พ้นจากตำ�แหน่งท่ดี ำ�รงอย่ใู นขณะได้รับแต่งต้งั เป็นสมาชิกวุฒิสภาก็ให้พ้นจากตำ�แหน่งสมาชิกวุฒิสภา ด้วย  และให้ดำ�เนินการเพื่อแต่งต้ังให้ผู้ดำ�รงตำ�แหน่งน้ัน เป็นสมาชิกวุฒิสภาโดยตำ�แหน่งแทน  ให้สมาชิกวุฒิสภา ท่ีได้รับแต่งตั้งให้ดำ�รงตำ�แหน่งแทนตำ�แหน่งท่ีว่าง  อยู่ใน ตำ�แหนง่ เทา่ อายุของวุฒิสภาทเ่ี หลืออยู่

178 (๕) ในระหว่างที่ยังไม่มีพระบรมราชโองการ แต่งตั้งบุคคลในบัญชีสำ�รองขึ้นเป็นสมาชิกวุฒิสภาแทน ต�ำ แหนง่ ท่ีว่างตาม (๔) หรือเป็นกรณีที่ไม่มีรายชอ่ื บคุ คล เหลืออยู่ในบัญชีสำ�รอง  หรือไม่มีผู้ดำ�รงตำ�แหน่งที่เป็น สมาชิกวุฒิสภาโดยตำ�แหน่ง  ไม่ว่าด้วยเหตุใด  ให้วุฒิสภา ประกอบด้วยสมาชกิ วุฒิสภาเทา่ ท่มี อี ยู่ (๖) เม่ืออายุของวุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม  (๔)  ให้ดำ�เนินการเลือกสมาชิกวุฒิสภาตามพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญน้ี การด�ำ เนินการ มาตรา ๙๑ ในวาระเร่ิมแรก  สำ�หรับการ สรรหา ส.ว. ดำ�เนนิ การตามมาตรา ๙๐ (๑) (ก) ใหก้ ลุ่มตามมาตรา ๑๑ วรรคหนงึ่ มสี บิ กลุ่ม ประกอบด้วย (๑) กลุ่มการบริหารราชการแผ่นดินและความ มน่ั คง อันไดแ้ กผ่ ูเ้ คยเป็นขา้ ราชการ เจ้าหน้าทีข่ องรัฐหรอื อ่นื ๆ ในท�ำ นองเดียวกัน (๒) กลุ่มกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม  อนั ไดแ้ ก ่ ผู้เป็นหรือเคยเป็นผู้พิพากษา  ตุลาการ  อัยการ ตำ�รวจ ผ้ปู ระกอบวิชาชพี ด้านกฎหมาย หรอื อ่ืน ๆ ในท�ำ นอง เดียวกนั (๓) กลมุ่ การศกึ ษาและการสาธารณสขุ   อนั ไดแ้ ก่ ผู้เป็นหรือเคยเปน็ ครู อาจารย์ นักวิจัย ผ้บู รหิ ารสถาน ศึกษา บคุ ลากรทางการศกึ ษา แพทย์ทกุ ประเภท เทคนิค การแพทย์  สาธารณสุข  พยาบาล  เภสัชกรหรืออื่น  ๆ ในทำ�นองเดยี วกัน

179 (๔) กลุ่มอาชีพกสกิ รรม ปลูกพชื ล้มลุก ท�ำ นา ท�ำ สวน ทำ�ไร่ ปา่ ไม้ ปศสุ ัตว์ ประมง หรืออนื่ ๆ ในทำ�นอง เดียวกัน (๕) กลุ่มพนักงานหรือลูกจ้างของบุคคลซ่ึงมิใช่ ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐผใู้ ช้แรงงาน ผูป้ ระกอบ วิชาชีพ  ผู้ประกอบอาชีพอิสระ  หรืออ่ืน  ๆ  ในทำ�นอง เดยี วกนั (๖) กลมุ่ ผปู้ ระกอบอาชพี ดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม ผงั เมอื ง อสังหาริมทรัพย์และสาธารณูปโภคทรัพยากรธรรมชาติ พลงั งาน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี การสอ่ื สาร การพฒั นา นวัตกรรม หรอื อ่นื ๆ ในท�ำ นองเดียวกนั (๗) กลุ่มผู้ประกอบกิจการขนาดกลางและ ขนาดย่อมตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นและผู้ประกอบ กิจการอน่ื ๆ ผู้ประกอบธรุ กจิ หรอื อาชีพด้านการทอ่ งเที่ยว อนั ได้แกผ่ ู้ประกอบธรุ กจิ ทอ่ งเท่ียว มัคคุเทศก์ ผ้ปู ระกอบ กิจการหรือพนักงานโรงแรม ผู้ประกอบอตุ สาหกรรม หรอื อน่ื ๆ ในทำ�นองเดยี วกนั (๘) กล่มุ สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการหรือทพุ พลภาพ กลุ่มชาติพันธุ์  กลุ่มอัตลักษณ์อ่ืน  ประชาสังคม  องค์กร สาธารณประโยชน์ หรืออื่น ๆ ในทำ�นองเดียวกัน (๙) กลุ่มศลิ ปะ วฒั นธรรม ดนตรี การแสดงและ บนั เทงิ นักกีฬา สื่อสารมวลชน ผสู้ ร้างสรรคว์ รรณกรรม หรืออืน่ ๆ ในท�ำ นองเดยี วกัน (๑๐) กลุม่ อืน่ ๆ

180 การมีลักษณะอ่ืน  ๆ  ในทำ�นองเดียวกันตาม วรรคหนึง่ ให้เป็นไปตามทค่ี ณะกรรมการประกาศกำ�หนด ผู้มีคุณสมบัติตามมาตรา  ๑๓  และไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามมาตรา  ๑๔  ย่อมมีสิทธิสมัครในกลุ่มอื่น  ๆ ตาม (๑๐) ได้ วิธกี ารสมคั รใน มาตรา ๙๒ ในวาระเริ่มแรก  ผู้สมัครในแต่ละ แต่ละกลุ่ม กลมุ่ ตามมาตรา ๙๑ อาจสมคั รได้โดยวธิ ีการดังตอ่ ไปน้ี (๑) สมคั รโดยยน่ื ใบสมัครดว้ ยตนเอง (๒) สมัครโดยย่ืนใบสมัครด้วยตนเองพร้อม แสดงหนังสือแนะน�ำ ชื่อผูส้ มัครจากองค์กรตามมาตรา ๙๓ แนบมาพรอ้ มกับใบสมัครด้วย ให้ผู้สมัครแต่ละคนมีสิทธิสมัครเพื่อเข้ารับเลือก ในกล่มุ ตามมาตรา ๙๑ ได้เพียงกลุ่มเดียว และสมคั รโดยวิธี การตามวรรคหนง่ึ ไดเ้ พียงวธิ กี ารเดียว รวมทั้งมสี ิทธิสมัคร ได้เพียงอ�ำ เภอเดยี ว และเม่อื ได้ยน่ื ใบสมคั รแลว้ จะถอนการ สมัครมไิ ด้ ผใู้ ดสมัครเข้ารบั เลือกมากกว่าหนึ่งกลุ่ม มากกวา่ หนึง่ วิธีการ หรอื มากกวา่ หน่ึงอ�ำ เภอ อันเปน็ การไมป่ ฏบิ ตั ิ ตามวรรคสอง ตอ้ งระวางโทษเช่นเดยี วกับทบี่ ญั ญตั ิไวใ้ น มาตรา ๖๗ ลกั ษณะขององค์กร มาตรา ๙๓ องคก์ รซง่ึ เปน็ นติ บิ คุ คลตามกฎหมาย ทแี่ นะน�ำ ชื่อ ไทยมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีและมิได้มีวัตถุประสงค์ใน ผสู้ มคั ร การแสวงหากำ�ไรมาแบ่งปันกันหรือดำ�เนินกิจกรรมทาง

181 การเมือง  และได้ดำ�เนินการตามวัตถุประสงค์ขององค์กร มาอย่างต่อเน่ือง  และองค์กรท่ีมีกฎหมายจัดตั้ง  มีสิทธิ แนะนำ�ชื่อผู้ซึ่งเป็นหรือเคยเป็นสมาชิกขององค์กร  หรือ ผู้ซึ่งปฏิบัติหน้าที่หรือเคยปฏิบัติหน้าท่ีในองค์กรตาม ระยะเวลาที่คณะกรรมการกำ�หนด  ซึ่งมีคุณสมบัติและ ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญน้ี  เพ่ือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิก วุฒิสภาองค์กรละหนึ่งคนในแต่ละจังหวัดโดยต้องระบุ อ�ำ เภอไว้ด้วย และเมอ่ื ไดแ้ นะนำ�ชือ่ ผสู้ มัครแลว้ จะถอนหรือ เปลีย่ นชอื่ ผ้ซู ่งึ ได้แนะนำ�แล้วมไิ ด้ องค์กรตามวรรคหนึ่งต้องลงทะเบียนตาม หลักเกณฑ์และวิธีการท่ีคณะกรรมการกำ�หนด  และให้ เลอื กกลุ่มตามมาตรา ๙๑ ได้เพียงกลุ่มเดียว การแนะน�ำ ชื่อบุคคลตามวรรคหนึ่งต้องท�ำ โดยมติ ของคณะกรรมการที่มีหน้าที่และอำ�นาจในการบริหารงาน ขององค์กรดังกล่าว  ในกรณีที่องค์กรดังกล่าวไม่มีคณะ กรรมการ ให้ผู้ทมี่ หี น้าทีแ่ ละอ�ำ นาจในการบรหิ ารงานของ องค์กรเป็นผู้แนะนำ�ชื่อแทน  และให้ทำ�เป็นหนังสือโดย อย่างน้อยต้องมีประวัติระบุถึงเพศ  ความร้ ู ความเช่ยี วชาญ ประสบการณ์  และสาขาอาชีพของผู้ได้รับการแนะนำ�ช่ือ พร้อมทั้งหนังสือยินยอมจากผู้ได้รับการแนะนำ�ชื่อ  ทั้งน้ี ตามท่คี ณะกรรมการก�ำ หนด

182 องค์กรตามวรรคหนึ่งซึ่งแจ้งการแนะนำ�ชื่อหรือ รับรองเอกสารหรือหลักฐานที่ใช้ประกอบการสมัครเป็น เท็จ ให้การแจง้ การแนะนำ�ชอื่ หรือการรบั รองเอกสารหรือ หลักฐานดังกล่าวเป็นโมฆะ  และให้คณะกรรมการประกาศ ใหป้ ระชาชนทราบเปน็ การทัว่ ไป การเลอื ก มาตรา ๙๔ การเลอื กระดบั อ�ำ เภอ  ใหด้ �ำ เนนิ การ ระดบั อำ�เภอ ดงั ตอ่ ไปน้ี (๑) ผู้สมัครต้องมาถึงสถานที่เลือกและแสดงตน ภายในเวลาที่คณะกรรมการกำ�หนด  ผู้ใดไม่มาหรือ มาไม่ทนั ก�ำ หนดให้หมดสทิ ธทิ จ่ี ะเลือกและได้รับเลอื ก (๒) เมือ่ ผ้สู มัครมาครบหรือเม่อื พน้ เวลาตาม (๑) แล้ว  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอจัดให้ผู้สมัคร แต่ละกลุ่มและแต่ละวิธีการสมัครรวมอยู่ในกลุ่มเดียวกัน และวิธีการสมัครเดียวกัน  ณ  สถานท่ีที่ผู้อำ�นวยการ การเลือกระดบั อำ�เภอกำ�หนด (๓) ให้ผู้สมัครแต่ละกลุ่มและแต่ละวิธีการ สมัครที่ไดจ้ ดั ตาม (๒) แล้ว ลงคะแนนเลอื กบคุ คลในกลมุ่ เดียวกันและวิธีการสมัครเดียวกันได้ไม่เกินสองคน  โดย จะลงคะแนนเลือกตนเองก็ได้  แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใด เกินหนง่ึ คะแนนมิได้ (๔) เมื่อการลงคะแนนของกลุ่มใดและวิธีการ สมัครใดแล้วเสร็จ  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอ ดำ�เนินการให้มีการนับคะแนนของกลุ่มน้ันและวิธีการ

183 สมัครน้นั โดยเปดิ เผยใหผ้ ู้ไดร้ บั คะแนนสงู สดุ สามลำ�ดบั แรก ของแต่ละกลุ่มและแต่ละวิธีการสมัคร  เป็นผู้ได้รับเลือก ระดับอำ�เภอสำ�หรับกลุ่มนั้นและวิธีการสมัครนั้น  เพ่ือไป ดำ�เนินการเลือกในระดับจังหวัดต่อไป  ในกรณีท่ีลำ�ดับใด มีผู้ได้คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้คะแนนสูงสุด เกินสามคน  ให้ผู้ซ่ึงได้คะแนนเท่ากันดังกล่าวจับสลาก กันเองว่าผู้ใดจะได้รับเลือกในกลุ่มนั้นและวิธีการสมัครน้ัน และในกรณที ีม่ ผี ไู้ ด้คะแนนไม่ถงึ สามคน ให้เฉพาะผ้ซู ง่ึ ได้ คะแนนเป็นผไู้ ด้รับเลือก (๕) ในกรณีที่กลุ่มใดและการสมัครโดยวิธีการใด มผี สู้ มคั รไมเ่ กนิ สามคน หรอื มผี มู้ ารายงานตวั ตาม (๑) ไมเ่ กนิ สามคน  ให้ถือว่าผู้สมัครทุกคนซึ่งมารายงานตัวน้ันเป็น ผู้ได้รับเลือกสำ�หรับกลุ่มน้ันและวิธีการสมัครน้ันโดยไม่ต้อง ดำ�เนินการเลือก (๖) กลุ่มใดและการสมัครโดยวิธีการใดไม่มี ผู้สมัคร  ให้งดการดำ�เนินการเลือกสำ�หรับกลุ่มน้ันและการ สมัครโดยวิธีการนั้น  และไม่มีผลกระทบต่อการเลือกของ กลุ่มและการสมคั รโดยวธิ ีการอื่น ๆ (๗) กลุ่มใดและการสมัครโดยวิธีการใดมีผู้ไม่ ได้รับคะแนนเลือกเลยมีจำ�นวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของ จำ�นวนผู้สมัครและแสดงตนในกลุ่มน้ันและการสมัครโดย วิธกี ารน้นั แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามคนให้สนั นิษฐานว่ามกี าร สมยอมกันในการเลือก  และถือว่าการเลือกไม่เป็นไปโดย

184 สุจริตหรือเที่ยงธรรม  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอ ดำ�เนินการให้ผู้สมัครในกลุ่มนั้นและโดยวิธีการสมัครน้ัน เลือกกันเองใหม่โดยให้ผู้ไม่ได้รับคะแนนเลือกน้ันหมดสิทธิ ท่จี ะเลือกและได้รับเลือก และตอ้ งออกจากสถานท่เี ลอื ก (๘) ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับอำ�เภอส่ง บญั ชรี ายชอ่ื ผไู้ ดร้ บั เลอื กตาม (๔) และ (๕) ใหผ้ อู้ �ำ นวยการ การเลือกระดับจังหวัดพร้อมด้วยเอกสารหรือข้อมูลตาม มาตรา  ๒๘  (๕)  ภายในวันถัดจากวันเลือกระดับอำ�เภอ เพอ่ื ด�ำ เนินการต่อไป การดำ�เนินการตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธกี ารทค่ี ณะกรรมการก�ำ หนด การเลือก มาตรา ๙๕ การเลอื กระดบั จงั หวดั   ใหด้ �ำ เนนิ การ ระดับจงั หวดั ดงั ต่อไปนี้ (๑) ผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอต้องมาถึงสถานที่ เลือกและแสดงตนภายในเวลาท่ีคณะกรรมการกำ�หนด ผู้ใดไม่มาหรือมาไม่ทันกำ�หนดให้หมดสิทธิที่จะเลือกและ ไดร้ ับเลอื ก (๒) เมื่อผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอมาครบหรือ เม่ือพ้นเวลาตาม (๑) แลว้ ให้ผอู้ ำ�นวยการการเลอื กระดบั จังหวัดจัดให้ผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอในกลุ่มเดียวกัน และวิธีการสมัครเดียวกันน้ันรวมอยู่ด้วยกัน  ณ  สถานที่ ทผ่ี อู้ ำ�นวยการการเลอื กระดับจงั หวดั ก�ำ หนด

185 (๓) ใหผ้ ไู้ ดร้ บั เลอื กระดบั อ�ำ เภอตาม  (๒)  ลงคะแนน เลือกบุคคลตาม  (๒)  ในกลุ่มเดียวกันและวิธีการสมัคร เดียวกันได้ไม่เกินสองคน  โดยจะลงคะแนนเลือกตนเอง กไ็ ด้  แต่จะลงคะแนนใหบ้ คุ คลใดเกินหนึ่งคะแนนมิได้ (๔) เมื่อการลงคะแนนของกลุ่มใดและวิธีการ สมัครใดแล้วเสร็จ  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับจังหวัด ดำ�เนินการนับคะแนนของกลุ่มน้ันและวิธีการสมัครนั้นโดย เปิดเผย  ให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดสี่ลำ�ดับแรกของแต่ละ กลุ่มและแต่ละวิธีการสมัคร  เป็นผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัด สำ�หรับกลุ่มนั้นและวิธีการสมัครนั้น  เพ่ือไปดำ�เนินการ เลือกในระดับประเทศต่อไป  ในกรณีที่ลำ�ดับใดมีผู้ได้ คะแนนเท่ากันจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้คะแนนสูงสุดเกินส่ีคน ให้ผู้ซ่ึงได้คะแนนเท่ากันดังกล่าวจับสลากกันเองว่าผู้ใดจะ ได้รับเลือกในกลุ่มนั้นและวิธีการสมัครนั้น  และในกรณีที่มี ผูไ้ ดค้ ะแนนไม่ถงึ ส่คี น ให้เฉพาะผซู้ ึ่งไดค้ ะแนนเปน็ ผูไ้ ด้รับ เลือก (๕) ในกรณีท่ีกลุ่มใดและการสมัครโดยวิธีการ ใดมีผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอรวมกันแล้วไม่เกินสี่คนหรือมี ผู้มารายงานตวั ตาม (๑) ไมเ่ กินสีค่ น ใหถ้ อื วา่ ผ้ไู ด้รบั เลอื ก ระดับอำ�เภอทุกคนซ่ึงมารายงานตัวนั้นเป็นผู้ได้รับเลือก สำ�หรับกลุ่มน้ันและวิธีการสมัครนั้นโดยไม่ต้องดำ�เนินการ เลือก

186 (๖) กลุ่มใดและการสมัครโดยวิธีการใดไม่มี ผไู้ ดร้ ับเลือกระดับอ�ำ เภอ ให้งดการดำ�เนินการเลือกสำ�หรบั กลุ่มนั้นและการสมัครโดยวธิ ีการนนั้ และไม่มผี ลกระทบต่อ การเลอื กของกลุ่มและการสมัครโดยวธิ กี ารอ่ืน ๆ (๗) กลุ่มใดและการสมัครโดยวิธีการใดมีผู้ไม่ได้ รับคะแนนเลือกเลยมีจำ�นวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของ จำ�นวนผู้ได้รับเลือกระดับอำ�เภอและแสดงตนในกลุ่มนั้น และการสมัครโดยวิธีการน้ัน  แต่ต้องไม่น้อยกว่าสามคน ให้สันนิษฐานว่ามีการสมยอมกันในการเลือก  และถือว่า การเลอื กไม่เป็นไปโดยสจุ ริตหรอื เทย่ี งธรรมใหผ้ ูอ้ �ำ นวยการ การเลือกระดับจังหวัดดำ�เนินการให้ผู้ได้รับเลือกระดับ อำ�เภอในกลุ่มน้ันและโดยวิธีการสมัครน้ันเลือกกันเองใหม่ โดยให้ผู้ไม่ได้รับคะแนนเลือกน้ันหมดสิทธิที่จะเลือกและได้ รบั เลือก และตอ้ งออกจากสถานทเ่ี ลอื ก (๘) ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับจังหวัดส่ง บัญชีรายช่ือผ้ไู ดร้ ับเลอื กตาม (๔) และ (๕) ให้ผ้อู �ำ นวยการ การเลือกระดับประเทศพร้อมด้วยเอกสารหรือข้อมูล ตามมาตรา ๒๙ (๓) ภายในวนั ถดั จากวันเลือกระดับจงั หวดั เพอ่ื ด�ำ เนินการตอ่ ไป การดำ�เนินการตามวรรคหน่ึง  ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีการท่คี ณะกรรมการกำ�หนด

187 มาตรา ๙๖ การเลอื กระดบั ประเทศ  ใหด้ �ำ เนนิ การ การเลือก ดงั ตอ่ ไปนี้ ระดบั ประเทศ (๑) ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดต้องมาถึงสถานที่ เลือกและแสดงตนภายในเวลาท่ีคณะกรรมการกำ�หนดผู้ใด ไม่มาหรือมาไม่ทันกำ�หนดให้หมดสิทธิท่ีจะเลือกและได้รับ เลือก (๒) เม่ือผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดมาครบหรือ เมื่อพน้ เวลาตาม (๑) แล้ว ให้ผู้อำ�นวยการการเลอื กระดบั ประเทศจัดให้ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดในกลุ่มเดียวกัน และวิธีการสมัครเดียวกันนั้นรวมอยู่ด้วยกัน  ณ  สถานท่ี ที่ผอู้ ำ�นวยการการเลอื กระดับประเทศก�ำ หนด (๓) ให้ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดตาม  (๒)  ลง คะแนนเลือกบุคคลตาม  (๒)  ในกลุ่มเดียวกันและวิธีการ สมัครเดียวกันได้ไม่เกินสองคน  โดยจะลงคะแนนเลือก ตนเองก็ได้  แต่จะลงคะแนนให้บุคคลใดเกินหน่ึงคะแนน มิได้ (๔) กลุ่มใดและการสมัครโดยวิธีการใดมีผู้ไม่ได้ รับคะแนนเลือกเลยมีจำ�นวนไม่น้อยกว่าร้อยละสิบของ จำ�นวนผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดและแสดงตนในกลุ่มน้ันและ การสมัครโดยวิธีการนั้น  ให้สันนิษฐานว่ามีการสมยอมกัน ในการเลือกและถือว่าการเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตหรือ เทย่ี งธรรม  ใหผ้ อู้ �ำ นวยการการเลอื กระดบั ประเทศด�ำ เนนิ การ ให้ผู้ได้รับเลือกระดับจังหวัดในกลุ่มนั้นและโดยวิธีการ สมัครนั้นเลือกกันเองใหม่โดยให้ผู้ไม่ได้รับคะแนนเลือกน้ัน

188 หมดสิทธิที่จะเลือกและได้รับเลือก  และต้องออกจากสถานที่ เลอื ก (๕) เม่ือการลงคะแนนของกลุ่มใดและวิธีการ สมัครใดแล้วเสร็จ  ให้ผู้อำ�นวยการการเลือกระดับประเทศ ดำ�เนินการนับคะแนนของกลุ่มน้ันและวิธีการสมัครน้ันโดย เปดิ เผย แล้วแจ้งผลการนบั คะแนนให้คณะกรรมการทราบ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงานตาม  (๕)  แล้ว  ให้รอไว้ไม่น้อยกว่าห้าวัน  เม่อื พ้นกำ�หนดเวลาดังกล่าวแล้ว ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าการเลือกเป็นไปโดยถูกต้อง  สุจริต และเท่ียงธรรม  ให้จัดเรียงลำ�ดับรายช่ือตามผลการเลือก ตาม (๕) โดยใหจ้ ัดเรยี งล�ำ ดับรายชื่อผไู้ ดร้ ับคะแนนสูงสุด ในแต่ละกลุ่มและแต่ละวิธีการสมัครตั้งแต่ลำ�ดับท่ีหน่ึงถึง ลำ�ดับท่สี ิบเพื่อดำ�เนนิ การตามมาตรา ๙๘ ตอ่ ไป ในการจัดเรียงลำ�ดับตามวรรคสองสำ�หรับผู้ที่อยู่ ในลำ�ดับท่ีมีคะแนนเท่ากันให้จัดให้มีการจับสลากเพื่อเรียง ลำ�ดบั ต่อไป การดำ�เนินการตามวรรคหนึ่ง  ให้เป็นไปตาม หลักเกณฑ์และวิธีการท่ีคณะกรรมการกำ�หนด มาตรา ๙๗ ผู้ใดขัดขืนไม่ยอมออกจากสถานท่ี เลือกตามมาตรา ๙๔ (๗) มาตรา ๙๕ (๗) หรอื มาตรา ๙๖ (๔) ต้องระวางโทษตามทบ่ี ัญญัตไิ วใ้ นมาตรา ๗๑

189 มาตรา ๙๘ เมื่อได้ดำ�เนินการเลือกบุคคลเพื่อ คณะรักษาความ เสนอชื่อต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติตามมาตรา  ๙๐ สงบแหง่ ชาติ (๑)  (ก)  เสร็จแล้วให้คณะกรรมการแจ้งรายชื่อผู้ได้รับ พจิ ารณาคัดเลอื ก คะแนนสูงสุดในแต่ละกลุ่มและแต่ละวิธีการสมัครต้ังแต่ ส.ว. ลำ�ดับที่หนึ่งถึงลำ�ดับท่ีสิบของแต่ละกลุ่มและแต่ละวิธีการ สมัครให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาคัดเลือกให้ เปน็ สมาชกิ วฒุ สิ ภาตอ่ ไป ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติคัดเลือกบุคคล ตามวรรคหน่ึงให้ได้จำ�นวนห้าสิบคนเพ่ือนำ�ความกราบ บงั คมทลู เพอ่ื ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ โปรดกระหมอ่ มแตง่ ตง้ั เป็นสมาชิกวุฒิสภาและคัดเลือกรายช่ืออีกจำ�นวนห้าสิบคน เป็นบัญชสี �ำ รอง และให้ประกาศรายชื่อสมาชิกวุฒิสภาและ บุคคลในบญั ชสี �ำ รองในราชกจิ จานเุ บกษา มาตรา ๙๙ ในการคัดเลือกบุคคลจากบัญชี ส�ำ รองเพือ่ แทนต�ำ แหน่งท่วี ่าง ตามมาตรา ๙๐ (๔)และตาม มาตรา ๙๘ ให้นำ�ความในมาตรา ๔๕ วรรคสอง มาใชบ้ ังคบั ด้วยโดยอนุโลม ผรู้ ับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา นายกรฐั มนตรี

190 หมายเหตุ  :-  เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับนี้  คือ  โดยที่รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้มีพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการไดม้ าซ่งึ สมาชกิ วุฒิสภา เพอ่ื ใหก้ าร เลือกสมาชิกวุฒิสภาเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยจึง จำ�เปน็ ตอ้ งตราพระราชบญั ญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู นี้ ราชกิจจานุเบกษา เลม่ ๑๓๕ ตอนท่ี ๖๘ ก วนั ท่ี ๑๒ กันยายน ๒๕๖๑

พระราชบญั ญตั ิประกอบรัฐธรรมนญู ว่าด้วยคณะกรรมการการเลอื กตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐

193 พระราชบญั ญตั ิประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยคณะกรรมการการเลอื กตง้ั พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร ให้ไว้ ณ วนั ท่ี ๘ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เปน็ ปีที่ ๒ ในรชั กาลปจั จบุ นั สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ  บดินทร เทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระกาศวา่ โดยทเ่ี ปน็ การสมควรมกี ฎหมายประกอบรฐั ธรรมนญู ว่าดว้ ยคณะกรรมการการเลอื กตง้ั พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีมีบทบัญญัติ บางประการเกี่ยวกับการจำ�กัดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคล ซง่ึ มาตรา ๒๖ ประกอบกบั มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๗

194 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำ�ได้ โดยอาศยั อำ�นาจตามบทบัญญัตแิ ห่งกฎหมาย เหตุผลและความจำ�เป็นในการจำ�กัดสิทธิและ เสรภี าพของบุคคลตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรัฐธรรมนูญน้ี เพื่อให้การปฏิบัติหน้าท่ีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง สามารถด�ำ เนนิ การไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพอนั จะเปน็ ประโยชน์ ตอ่ สาธารณะ  ซง่ึ การตราพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู น้ี สอดคลอ้ งกบั เงอ่ื นไขทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ้ นมาตรา  ๒๖  ของรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จงึ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ  ใหต้ ราพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนูญขึ้นไว้โดยคำ�แนะนำ�และยินยอมของ สภานติ ิบัญญัติแหง่ ชาติท�ำ หนา้ ทร่ี ัฐสภา ดงั ต่อไปนี้ มาตรา ๑ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ น้ีเรียกว่า  “พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตง้ั พ.ศ. ๒๕๖๐” เรม่ิ บังคบั ใช้ มาตรา ๒ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ นี้ให้ใช้บังคับต้ังแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจา นเุ บกษาเป็นต้นไป ผลการบงั คับใช้ มาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลอื กตงั้ พ.ศ. ๒๕๕๐ (๒) พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกต้ัง (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔

195 (๓) ประกาศคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาต ิ ฉบบั ท่ี ๒๔/๒๕๕๗  เร่ือง  ให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มผี ลบงั คบั ใชต้ อ่ ไป ลงวนั ท่ี ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เฉพาะ ในสว่ นทเ่ี กย่ี วกบั พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วย คณะกรรมการการเลอื กตงั้ (๔) คำ�สั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท ี่ ๒๓/๒๕๖๐ เรือ่ ง มาตรการแก้ไขปัญหาความตอ่ เนอ่ื ง ของผู้ดำ�รงตำ�แหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ  ลงวันที่  ๕  เมษายน  ๒๕๖๐  เฉพาะในส่วนท่ีเก่ียวกับ คณะกรรมการการเลอื กตั้งและกรรมการการเลอื กต้งั มาตรา ๔ ใ น พ ร ะ ร า ช บั ญ ญั ติ ป ร ะ ก อ บ นิยามของคำ�ท่ีใช้ รฐั ธรรมนูญนี้ ใน พ.ร.ป. นี้ “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการ การเลือกต้ัง “กรรมการ”  หมายความวา่ กรรมการการเลอื กตง้ั และใหห้ มายความรวมถึงประธานกรรมการการเลอื กตงั้ ด้วย “กฎหมายเกย่ี วกบั การเลอื กตง้ั และพรรคการเมอื ง” หมายความว่า  กฎหมายว่าด้วยการเลือกต้ังสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร  กฎหมายว่าด้วยการได้มาซ่ึงสมาชิก วุฒิสภา  กฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกต้ัง กฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง  กฎหมายว่าด้วยการ เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่น  และให้ หมายความรวมถึงกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ดว้ ย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook