297 และอำ�นาจในการตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของผู้สมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่ง เขตเลือกต้ังและแบบบัญชีรายช่ือ ให้ได้ผู้ซ่ึงมีความรู้ ความสามารถ ซื่อสัตย์สุจริต และมีคุณธรรม จริยธรรม ตามมาตรฐานทางจริยธรรมท่กี ำ�หนดในขอ้ บงั คบั และตาม ท่กี �ำ หนดไว้ในมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑ เพ่ือประโยชน์ในการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งและแบบ บัญชีรายชื่อของพรรคการเมือง พรรคการเมืองใดจะ ดำ�เนินการสรรหาผู้สมัครรับเลือกต้ังไว้เป็นการล่วงหน้า ก่อนวันประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกต้ังสมาชิก สภาผแู้ ทนราษฎรก็ได้ มาตรา ๕๐ การสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง วิธกี ารสรรหา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งให้ดำ�เนิน ผสู้ มคั รรับเลอื กตง้ั การตามวธิ กี าร ดงั ต่อไปน้ี ส.ส. แบบแบ่งเขต (๑) ใหค้ ณะกรรมการสรรหาก�ำ หนดวนั เวลา และ เลอื กตั้ง สถานท่ีในการสมัครเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งและประกาศให้ สมาชกิ ทราบเปน็ การท่ัวไป (๒) เมื่อพ้นกำ�หนดเวลารับสมัครตาม (๑) ให้ คณะกรรมการสรรหาตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร ในแต่ละเขตเลือกตั้ง แล้วส่งรายชื่อผู้สมัครให้สาขา พรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัด ทีม่ พี น้ื ท่ีรับผดิ ชอบในเขตเลอื กต้ังน้นั
298 (๓) เม่ือสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทน พรรคการเมืองประจำ�จังหวัดได้รับรายช่ือผู้สมัครจากคณะ กรรมการสรรหาแล้ว ให้หัวหน้าสาขาพรรคการเมืองหรือ ตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัดจัดการประชุมสมาชิก เพื่อลงคะแนนเลือกผู้สมัครตามรายช่ือที่คณะกรรมการ สรรหาสง่ มา (๔) การประชุมสาขาพรรคการเมืองต้องมีสมาชิก มาประชุมไม่น้อยกว่าหน่ึงร้อยคน หรือการประชุมตัวแทน พรรคการเมืองประจำ�จังหวัดต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อย กว่าห้าสิบคน โดยในการลงคะแนนให้สมาชิกมีสิทธิ ลงคะแนนเลือกได้หน่ึงคน และเม่ือลงคะแนนเลือกเสร็จสิ้น แลว้ ใหน้ ับคะแนนและประกาศผลการนบั คะแนนของสาขา พรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัดใน เขตเลือกตัง้ น้นั แลว้ รายงานรายช่ือผู้สมัครซึง่ ไดร้ ับคะแนน ลำ�ดับสูงสุดสองลำ�ดับแรกให้คณะกรรมการสรรหาโดยเร็ว ในกรณีที่มีผู้มีคะแนนเท่ากันมากกว่าจำ�นวนดังกล่าว ให้เป็นอำ�นาจของคณะกรรมการสรรหาในการจัดเรียง ลำ�ดับ (๕) ให้คณะกรรมการสรรหาส่งรายชื่อผู้สมัคร ซ่ึงได้รับคะแนนของแต่ละเขตเลือกต้ังให้คณะกรรมการ บริหารพรรคการเมืองพิจารณาให้ความเห็นชอบโดย พิจารณาจากผู้มีคะแนนสูงสุดของแต่ละเขตเลือกตั้ง หาก คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองไม่เห็นชอบ ให้แสดง
299 เหตุผลและให้พิจารณาผู้สมัครซึ่งได้คะแนนในลำ�ดับ ถัดไปเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง ในกรณีที่คณะกรรมการ บริหารพรรคการเมืองไม่เห็นชอบกับรายชื่อที่สาขา พรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัด ส่งมาท้ังหมดให้คณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองและ คณะกรรมการสรรหาประชุมรว่ มกนั หากท่ปี ระชมุ ร่วมกนั มีมติเห็นชอบกับรายช่ือผู้สมัครผู้ใด ให้เสนอรายช่ือผู้น้ัน เป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง แต่ถ้าที่ประชุมร่วมกันมีมติ ไม่เห็นชอบกับรายชื่อผู้สมัครท่ีสาขาพรรคการเมืองหรือ ตัวแทนพรรคการเมอื งประจ�ำ จังหวดั สง่ มาทัง้ หมด ใหค้ ณะ กรรมการสรรหาแจ้งเหตุผลให้หัวหน้าสาขาพรรคการเมือง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัดในเขตเลือกต้ัง นัน้ ทราบ และให้ดำ�เนินการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) จนกวา่ จะไดผ้ ู้สมคั รรบั เลอื กตง้ั ในเขตเลือกตัง้ นนั้ มาตรา ๕๑ การสรรหาผ้สู มัครรับเลือกต้งั สมาชิก วธิ ีการสรรหา สภาผ้แู ทนราษฎรแบบบัญชีรายช่อื ให้ดำ�เนินการตามวิธีการ ผ้สู มัคร ดงั ตอ่ ไปนี้ รบั เลอื กตัง้ ส.ส. (๑) ให้คณะกรรมการสรรหากำ�หนดวัน เวลา แบบบญั ชรี ายช่อื และสถานที่ในการเสนอรายช่ือบุคคลเป็นผู้สมัครรับ เลือกต้ัง และมีหนังสือแจ้งไปยังคณะกรรมการบริหาร พรรคการเมือง หัวหน้าสาขาพรรคการเมือง ตัวแทน พรรคการเมอื งประจ�ำ จงั หวัด และประกาศใหส้ มาชกิ ทราบ เป็นการทัว่ ไป
300 (๒) เมอ่ื พน้ ก�ำ หนดเวลาเสนอรายชอ่ื จากกรรมการ บรหิ ารพรรคการเมอื ง หวั หนา้ สาขาพรรคการเมอื งและตวั แทน พรรคการเมืองประจำ�จังหวัดตาม (๑) ให้คณะกรรมการ สรรหาตรวจสอบคุณสมบัติและจัดทำ�บัญชีรายช่ือไม่เกิน หน่ึงร้อยห้าสิบรายชื่อ โดยคำ�นึงถึงผู้สมัครรับเลือกต้ัง จากภูมิภาคต่าง ๆ และความเท่าเทียมกันระหว่างชาย และหญงิ แลว้ สง่ บญั ชรี ายชอ่ื ดงั กลา่ วไปยงั สาขาพรรคการเมอื ง หรือตัวแทนพรรคการเมืองประจ�ำ จงั หวัด (๓) ให้หัวหน้าสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทน พรรคการเมืองประจำ�จังหวัด จัดการประชุมเพื่อให้ สมาชิกลงคะแนนเลือกบุคคลในบัญชีรายชื่อตาม (๒) โดยให้สมาชิกลงคะแนนเลือกได้คนละไม่เกินสิบห้ารายช่ือ โดยการประชุมสาขาพรรคการเมืองต้องมีสมาชิกมาประชุม ไมน่ อ้ ยกวา่ หนง่ึ รอ้ ยคนหรอื การประชมุ ตวั แทนพรรคการเมอื ง ประจำ�จังหวัดต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่าห้าสิบคน เมื่อลงคะแนนเลือกเสร็จสิ้นแล้ว ให้หัวหน้าสาขา พรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัด ประกาศผลการนับคะแนนของสาขาพรรคการเมืองหรือ ตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัดน้ันแล้วรายงานไปยัง คณะกรรมการสรรหาโดยเร็ว (๔) ให้คณะกรรมการสรรหาจัดทำ�บัญชีรายชื่อ ผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยเรียงลำ�ดับตามผลรวมของคะแนน ทไี่ ดร้ บั จากสาขาพรรคการเมอื งหรอื ตวั แทนพรรคการเมอื ง
301 ประจำ�จังหวัดตาม (๓) ในกรณีท่ีหัวหน้าพรรคการเมือง ประสงค์จะเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อให้หัวหน้าพรรคการเมืองอยู่ใน บัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกตั้งลำ�ดับที่หนึ่งและให้เรียง ลำ�ดับรายชื่อตามผลคะแนนดังกล่าวในลำ�ดับถัดไปจนครบ จ�ำ นวน ในกรณที ค่ี ะแนนของบคุ คลตามบญั ชรี ายชอ่ื เทา่ กนั ให้เป็นอำ�นาจของคณะกรรมการสรรหาในการจัดเรียง ลำ�ดับ (๕) ใหค้ ณะกรรมการสรรหาสง่ บญั ชรี ายชอ่ื ผสู้ มคั ร รบั เลอื กตง้ั ตาม (๔) ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื ง พิจารณาให้ความเห็นชอบ หากคณะกรรมการบริหาร พรรคการเมืองไม่เห็นชอบให้ด�ำ เนินการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) จนกว่าจะได้บัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพ่ือประโยชน์ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ สมาชิกในกรณีท่ีสมาชิกผู้ใดมีภูมิลำ�เนาอยู่ในเขตเลือกต้ัง ที่ยังมิได้มีการจัดต้ังสาขาพรรคการเมืองหรือตัวแทน พรรคการเมืองประจำ�จังหวัด ให้ถือว่าสมาชิกผู้น้ัน เป็นสมาชิกซ่ึงมีภูมิลำ�เนาอยู่ในเขตเลือกต้ังของสาขา พรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัด ท่มี เี ขตเลอื กตั้งใกลเ้ คยี งตามที่ก�ำ หนดในขอ้ บังคับ มาตรา ๕๒ ให้เป็นหน้าที่ของหัวหน้าพรรค การเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองท่ีจะต้อง ดำ�เนินการใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๑
302 ขอ้ หา้ มในการ มาตรา ๕๓ ในการดำ�เนินการสรรหาผู้สมัคร ดำ�เนนิ การสรรหา รับเลอื กตัง้ ตามมาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๕๑ ห้ามมิใหผ้ ู้ใด ผูส้ มัครรบั เลือกตงั้ กระทำ�การอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้สมาชิกลงคะแนน ให้แก่ตนเองหรือผู้อื่น หรือให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ ผู้ใด ดว้ ยวธิ กี ารดังต่อไปน้ี (๑) ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียม เพ่ือจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจ คำ�นวณเป็นเงินได้ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมแก่ ผูใ้ ด (๒) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพล คุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดใน คะแนนนยิ มของผู้ใด หรอื ไม่ให้ไปประชุมหรือลงคะแนน มาตรา ๕๔ ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือผู้ใด เรียก รับ หรือยอมจะรับ หรือให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด เพื่อให้สมาชิกผู้ใดลงสมัคร หรือไม่ลงสมัครรับเลือก หรือเพื่อให้เสนอชื่อสมาชิกผู้ใด เข้ารับการเลือกในการสรรหาตามมาตรา๕๐หรือมาตรา๕๑ มาตรา ๕๕ ห้ามมิให้ตัวแทนพรรคการเมือง ประจำ�จังหวัด หัวหน้าสาขาพรรคการเมืองหรือกรรมการ บริหารพรรคการเมืองผู้ใดยินยอมให้บุคคลใดที่มิได้เป็น สมาชิกของพรรคการเมืองเข้าแสดงความคิดเห็นใน ท่ีประชุมหรือออกเสียงลงคะแนนในการดำ�เนินการสรรหา ผู้สมคั รรบั เลอื กตั้งตามมาตรา ๕๐ หรอื มาตรา ๕๑
303 มาตรา ๕๖ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองออก หนงั สอื รับรอง หนังสือรับรองการส่งผู้ได้รับการสรรหาตามมาตรา ๕๐ การสง่ ผู้ไดร้ ับการ หรือส่งบัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกต้ังแบบบัญชีรายชื่อ สรรหา ตามมาตรา ๕๑ เม่ือหัวหน้าพรรคการเมืองออกหนังสือรับรองตาม วรรคหนึ่งหรือส่งบัญชีรายช่ือผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชี รายช่ือแล้ว แม้ภายหลังจะปรากฏว่ามิได้มีการดำ�เนินการ ตามมาตรา ๕๐ หรอื มาตรา ๕๑ แลว้ แตก่ รณี หรอื ด�ำ เนนิ การ ไม่ครบถ้วน ไม่ทำ�ให้การสมัครรับเลือกตั้งน้ันเสียไปแต่ถ้า คณะกรรมการทราบถึงการไม่ดำ�เนินการดังกล่าว ให้เป็น หน้าท่ีของคณะกรรมการท่ีจะต้องกล่าวโทษหัวหน้า พรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองนั้น ต่อพนักงานสอบสวน ซ่ึงมีเขตอำ�นาจเพ่ือดำ�เนินการตาม อำ�นาจหน้าท่ตี อ่ ไป มาตรา ๕๗ การก�ำ หนดนโยบายของพรรคการเมอื ง นโยบายของ ท่ีใช้ในการประกาศโฆษณาให้คำ�นึงถึงความเห็นของสาขา พรรคการเมือง พรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัด นโยบายใดท่ีต้องใช้จ่ายเงินการประกาศโฆษณานโยบาย น้ัน อย่างน้อยต้องมรี ายการ ดงั ต่อไปนี้ (๑) วงเงินที่ต้องใช้ และท่ีมาของเงินที่จะใช้ใน การด�ำ เนินการ (๒) ความคุ้มค่าและประโยชน์ในการดำ�เนิน นโยบาย
304 (๓) ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำ�เนิน นโยบาย ในกรณีพรรคการเมืองไม่ได้จัดทำ�รายการตาม วรรคหน่ึง ให้คณะกรรมการส่ังให้ดำ�เนินการให้ครบถ้วน และถูกต้องภายในระยะเวลาทก่ี ำ�หนด หมวด ๔ การเงินและการบัญชขี องพรรคการเมอื ง การบรหิ าร มาตรา ๕๘ ใ ห้ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร บ ริ ห า ร การเงิน ทรพั ยส์ นิ พรรคการเมอื งมหี นา้ ทบ่ี รหิ ารการเงนิ ทรพั ยส์ นิ และประโยชน์ หรือประโยชน์ อ่นื ใดของพรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมืองตลอดจน อ่นื ใดของ จัดให้มีการทำ�บัญชีตามมาตรา ๕๙ ให้ถูกต้องตามความ เปน็ จรงิ พรรคการเมือง และสาขา พรรคการเมือง หัวหน้าสาขาพรรคการเมือง และตัวแทน พรรคการเมอื งประจ�ำ จงั หวดั ตอ้ งจดั ใหม้ บี ญั ชรี บั และจา่ ยเงนิ ของสาขาพรรคการเมืองหรือท่ีตัวแทนพรรคการเมือง ประจำ�จังหวัดได้รับหรือจ่าย แล้วแต่กรณีและจัดทำ�บัญชี รายช่ือพร้อมท่ีอยู่ของสมาชิกที่มีภูมิลำ�เนาในเขตจังหวัด ซึ่งเป็นที่ต้ังของสาขาพรรคการเมืองหรือในเขตจังหวัดท่ี ตนเปน็ ตัวแทน แล้วแต่กรณี ตามที่คณะกรรมการกำ�หนด
305 มาตรา ๕๙ บญั ชขี องพรรคการเมอื งประกอบดว้ ย บัญชขี อง (๑) บัญชีรายวันแสดงรายได้หรือรายรับและ พรรคการเมอื ง แสดงค่าใช้จา่ ยหรอื รายจ่าย (๒) บัญชีแสดงรายรับจากการบรจิ าค (๓) บญั ชแี ยกประเภท (๔) บญั ชแี สดงสินทรพั ยแ์ ละหน้สี ิน การลงรายการบัญชีตามวรรคหน่ึงต้องมีรายการ และเอกสารประกอบการลงบัญชี และต้องจัดทำ�ภายใน ระยะเวลาทคี่ ณะกรรมการกำ�หนด มาตรา ๖๐ พรรคการเมืองต้องปิดบัญชีครั้ง การปิดบัญชีและ แรกภายในวันส้ินปีปฏิทินท่ีได้รับการจดทะเบียนจัดตั้ง จดั ท�ำ งบการเงิน และคร้งั ตอ่ ไปเป็นประจ�ำ ทุกปใี นวนั สิน้ ปปี ฏิทิน การปิดบัญชี ให้จัดทำ�งบการเงินซึ่งอย่างน้อย ต้องประกอบด้วยงบแสดงฐานะทางการเงินและงบรายได้ และคา่ ใชจ้ ่ายของพรรคการเมือง งบแสดงฐานะทางการเงินต้องแสดงรายการ สินทรัพย์ หน้ีสิน และทุนของพรรคการเมืองท้ังต้องแสดง ทม่ี าของรายไดต้ ามมาตรา ๖๒ และคา่ ใชจ้ า่ ยในการด�ำ เนนิ การ ของพรรคการเมืองไว้โดยชัดเจน โดยเฉพาะค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้ง และรายการอ่ืนตามท่ีคณะกรรมการ กำ�หนด งบการเงินของพรรคการเมืองต้องจัดให้มีผู้สอบ บัญชีรบั อนุญาตตรวจสอบและรบั รองการสอบบญั ชี
306 การเสนอ มาตรา ๖๑ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองเสนอ งบการเงนิ ทไ่ี ดร้ ับ งบการเงินท่ีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตรวจสอบและรับรอง การตรวจสอบ แล้วต่อที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมืองเพ่ืออนุมัติภายใน และรับรองแล้ว เดอื นเมษายนของทกุ ปี งบการเงินซ่ึงที่ประชุมใหญ่ของพรรคการเมือง อนุมัติแล้วให้หัวหน้าพรรคการเมืองรับรองความถูกต้อง ร่วมกับเหรัญญิกพรรคการเมือง และส่งให้แก่นายทะเบียน ภายในสามสบิ วนั นบั แตว่ นั ทท่ี ป่ี ระชมุ ใหญข่ องพรรคการเมอื ง อนมุ ัตพิ รอ้ มทงั้ บญั ชีตามมาตรา ๕๙ เม่ือได้รับงบการเงินตามวรรคสองแล้ว ให้ นายทะเบียนประกาศใหป้ ระชาชนทราบเป็นการทวั่ ไป พรรคการเมืองใดท่ีจดทะเบียนยังไม่ถึงหนึ่งร้อย แปดสิบวันนับถึงวันส้ินปีปฏิทิน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้อง ด�ำ เนนิ การตามวรรคหน่ึงส�ำ หรับปีน้นั หมวด ๕ รายไดข้ องพรรคการเมอื ง รายไดข้ อง มาตรา ๖๒ พรรคการเมอื งอาจมรี ายได้ ดงั ตอ่ ไปน้ี พรรคการเมอื ง (๑) เงนิ ทุนประเดมิ ตามมาตรา ๙ วรรคสอง (๒) เงินค่าธรรมเนียมและค่าบำ�รุงพรรคการเมือง ตามที่กำ�หนดในข้อบังคับ
307 (๓) เงินที่ได้จากการจำ�หน่ายสินค้าหรือบริการ ของพรรคการเมอื ง (๔) เงนิ ทรัพยส์ ิน และประโยชนอ์ น่ื ใดทไ่ี ดจ้ าก การจัดกจิ กรรมระดมทุนของพรรคการเมอื ง (๕) เงิน ทรพั ย์สนิ และประโยชน์อน่ื ใดทไี่ ด้จาก การรับบรจิ าค (๖) เงินอุดหนนุ จากกองทนุ (๗) ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน หรอื ประโยชน์อน่ื ใดของพรรคการเมอื ง การไดม้ าซง่ึ รายได้ตาม (๒) (๓) (๔) และ (๕) ต้องมีใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการได้มาซ่ึงรายได้น้ัน เปน็ หนังสอื ทั้งน้ี ตามแบบทค่ี ณะกรรมการก�ำ หนด การจำ�หน่ายสินค้าหรือบริการตาม (๓) และการ จัดกิจกรรมระดมทุนของพรรคการเมืองตาม (๔) ต้องเปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการ ก�ำ หนด รายได้ของพรรคการเมืองจะนำ�ไปใช้เพื่อการ อ่ืนใด นอกจากการดำ�เนินงานของพรรคการเมอื งมิได้ มาตรา ๖๓ รายไดแ้ ละทรพั ยส์ นิ ทพ่ี รรคการเมอื ง รายได้ ได้รับตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ให้ได้รับ และทรัพย์สนิ ของ ยกเว้นไม่ต้องเสยี ภาษอี ากรตามประมวลรัษฎากร พรรคการเมอื ง
308 การจดั กจิ กรรม มาตรา ๖๔ การหารายได้จากการจัดกิจกรรม ระดมทุนของ ระดมทุนของพรรคการเมืองต้องกระทำ�โดยเปิดเผยและ พรรคการเมือง แสดงวัตถุประสงค์ว่าเป็นการระดมทุนของพรรคการเมือง อยา่ งชัดเจน ให้หัวหน้าพรรคการเมืองประกาศให้ประชาชน ทราบเป็นการท่ัวไปถึงจำ�นวนและที่มาของเงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดที่ได้มาจากกิจกรรมดังกล่าว และให้มี หนงั สอื แจ้งนายทะเบียนทราบด้วย ทง้ั น้ี ภายในสามสบิ วัน นบั แตว่ ันที่กิจกรรมดังกลา่ วสนิ้ สุดลง ประกาศและหนังสือแจ้งตามวรรคสอง ให้ระบุชื่อ บุคคลผู้สนับสนุนเงิน ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดท่ีมี มูลค่าหนงึ่ แสนบาทขน้ึ ไปด้วย การเปดิ เผย มาตรา ๖๕ ทกุ เดือน ให้พรรคการเมืองประกาศ รายชอื่ ผูบ้ รจิ าค รายชือ่ ผูบ้ รจิ าคเงนิ ทรัพย์สนิ หรอื ประโยชนอ์ ่นื ใดทีม่ ีมูลค่า ตามที่คณะกรรมการกำ�หนดแต่ต้องไม่น้อยกว่าห้าพันบาท ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไปพร้อมทั้งวัตถุประสงค์ ของการบริจาค และให้แจ้งนายทะเบียนทราบตามแบบ หลกั เกณฑ ์ วธิ กี าร และระยะเวลาทค่ี ณะกรรมการก�ำ หนดดว้ ย การประเมินมูลค่าของส่ิงท่ีได้รับบริจาคตาม วรรคหนงึ่ ให้เป็นไปตามทคี่ ณะกรรมการก�ำ หนด การบรจิ าคแก่ มาตรา ๖๖ บุคคลใดจะบริจาคเงิน ทรัพย์สิน พรรคการเมอื ง หรือประโยชน์อ่ืนใดให้แก่พรรคการเมืองมีมูลค่าเกิน สิบล้านบาทต่อพรรคการเมืองต่อปีมิได้ และในกรณีที่
309 บุคคลนั้นเป็นนิติบุคคล การบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อื่นใดให้แก่พรรคการเมืองไม่ว่าพรรคเดียวหรือ หลายพรรคเกินปีละห้าล้านบาทต้องแจ้งให้ที่ประชุมใหญ่ ผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมใหญ่คราวต่อไปหลังจาก บรจิ าคแล้ว พรรคการเมืองจะรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือ ประโยชนอ์ นื่ ใดซงึ่ มีมลู ค่าเกินวรรคหนึง่ มิได้ มาตรา ๖๗ หัวหน้าพรรคการเมือง กรรมการ การออกหลักฐาน บริหารพรรคการเมือง กรรมการสาขาพรรคการเมือง การรับบริจาค ตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัด หรือสมาชิกผ้ใู ดได้รับ บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดโดยผู้บริจาค ประสงค์จะบริจาคให้เพื่อประโยชน์ในการดำ�เนินกิจกรรม ของพรรคการเมือง ตอ้ งแจง้ ใหพ้ รรคการเมอื งทราบภายใน ระยะเวลาที่กำ�หนดในขอ้ บงั คับ และใหพ้ รรคการเมอื งออก ใบเสร็จรับเงิน หรือหลักฐานการรับเงิน ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อ่ืนใดเป็นหนังสือให้แก่ผู้บริจาคเป็นหลักฐาน ทั้งนี้ ตามแบบทีค่ ณะกรรมการก�ำ หนด กิจกรรมของพรรคการเมืองตามวรรคหน่ึง หมายความรวมถึงการดำ�เนินงานทางการเมืองของ พรรคการเมอื ง สาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมอื ง ประจ�ำ จงั หวัด สมาชิก หรือผสู้ มคั รรับเลอื กต้ังด้วย
310 การบริจาค มาตรา ๖๘ ภายใต้บังคับมาตรา ๖๕ และ เพ่ือการด�ำ เนิน มาตรา ๖๗ นบั แตว่ ันทพี่ ระราชกฤษฎกี าใหม้ ีการเลือกต้ัง กิจกรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประกาศใช้บังคับแล้วจนถึงวัน ทางการเมอื ง เลือกตั้ง ผูส้ มคั รรับเลอื กต้ังผใู้ ดไดร้ บั บรจิ าคเงิน ทรัพย์สนิ หรือประโยชนอ์ น่ื ใดท่ีมีมูลคา่ รวมกนั แล้วเกนิ หนงึ่ หมื่นบาท ต่อวัน โดยผู้บริจาคประสงค์จะบริจาคให้เพ่ือประโยชน์ใน การดำ�เนินกิจกรรมทางการเมืองของผู้สมัครรับเลือกต้ัง ผู้นั้นหรือของพรรคการเมืองหรือเพื่อใช้ในการเลือกต้ัง ต้องแจ้งให้คณะกรรมการทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ ไดร้ บั บริจาคตามวธิ ีการทค่ี ณะกรรมการกำ�หนด ถ้าสิ่งของท่ีได้รับบริจาคตามวรรคหนึ่งไม่อาจ นำ�ส่งพรรคการเมืองได้หรือเป็นของสดเสียได้ให้ผู้สมัคร รับเลือกตั้งผู้นั้นแจ้งให้พรรคการเมืองทราบเพื่อบันทึก มูลค่าของสิ่งนั้นไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกต้ัง ของผูส้ มัครผนู้ ัน้ ในกรณีที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ใดมีเหตุสงสัยว่า เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดท่ีตนได้รับเป็นไป เพื่อประโยชน์ในการดำ�เนินกิจกรรมของพรรคการเมือง หรือเพื่อใช้ในการเลือกต้ังตามวรรคหนึ่งหรือเป็นสิ่งของ ตามวรรคสองหรือไม่ ให้ส่งเร่ืองให้คณะกรรมการวินิจฉัย ซ่ึงคณะกรรมการต้องวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวัน นบั แตว่ ันทไี่ ดร้ ับเรื่อง
311 มาตรา ๖๙ ผู้เสียภาษีเงินได้ซ่ึงมิใช่นิติบุคคล การแสดงเจตนา มีสิทธิแสดงเจตนาในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคล บริจาคภาษีให้ ธรรมดาประจ�ำ ปี ให้รัฐน�ำ เงนิ ทต่ี นไดเ้ สียภาษไี วไ้ ปอุดหนุน พรรคการเมอื ง พรรคการเมอื งทต่ี นระบพุ รรคใดพรรคหนง่ึ ปลี ะหา้ รอ้ ยบาทได้ ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไขที่อธิบดีกรม สรรพากรก�ำ หนด ให้กรมสรรพากรจัดทำ�รายชื่อพรรคการเมือง ที่ได้รับการระบุตามวรรคหน่ึงพร้อมจำ�นวนเงินที่แต่ละ พรรคการเมืองจะได้รับการอุดหนุนจากการแสดงเจตนา ตามวรรคหน่ึงท้ังหมดส่งให้นายทะเบียนและโอนเงิน ดังกล่าวให้กองทุนภายในเดือนกันยายนของทุกปีเพ่ือ โอนต่อให้พรรคการเมืองที่ได้รับอุดหนุนตามมาตราน้ี ท้ังนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีคณะกรรมการและ กรมสรรพากรจะไดต้ กลงกัน มาตรา ๗๐ ผู้บริจาคเงินแก่พรรคการเมืองมีสิทธิ หกั ค่าลดหยอ่ น นำ�จำ�นวนเงินที่บริจาคไปหักเป็นค่าลดหย่อนหรือรายจ่าย เพ่ือการบริจาคตามที่กำ�หนดในประมวลรัษฎากรได้ตาม จำ�นวนที่บริจาคแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทสำ�หรับบุคคล ธรรมดา และไมเ่ กินห้าหม่ืนบาท สำ�หรับนิตบิ คุ คล วิธีการขอหักค่าลดหย่อนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็น ไปตามทอ่ี ธิบดกี รมสรรพากรกำ�หนด
312 เพือ่ ประโยชน์ในการหักคา่ ลดหยอ่ น ให้ถอื ว่าการ สนบั สนนุ เงนิ ทรพั ยส์ นิ หรอื ประโยชนอ์ น่ื ใดตามมาตรา ๖๔ เป็นเงินบริจาคตามวรรคหนง่ึ การเปิดบัญชี มาตรา ๗๑ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองและ เงนิ ฝาก เหรัญญิกพรรคการเมืองเปิดบัญชีกับธนาคารพาณิชย์โดย ระบุชื่อเจ้าของบัญชีในนามของพรรคการเมืองนั้น และ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองแจ้งหมายเลขบัญชีของบัญชี เงินฝากและจำ�นวนเงินท่ีเปิดบัญชีของทุกบัญชีให้นาย ทะเบียนทราบภายในเจ็ดวนั นับแต่วันทเ่ี ปิดบัญชีดังกล่าว ขอ้ หา้ มในการ มาตรา ๗๒ ห้ามมิให้พรรคการเมืองและผู้ดำ�รง รับบริจาค ตำ�แหน่งในพรรคการเมืองรับบริจาคเงินทรัพย์สิน หรือ ประโยชนอ์ ื่นใด โดยรูห้ รอื ควรจะรูว้ ่าได้มาโดยไมช่ อบด้วย กฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งท่ีมาโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย มาตรา ๗๓ ห้ามมิให้ข้าราชการการเมืองใช้ สถานะหรือตำ�แหน่งหน้าท่ีเรี่ยไรหรือชักชวนให้มีการ บริจาคให้พรรคการเมืองหรือผู้สมัครรับเลือกต้ังเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ไม่รวมถึงการท่ีข้าราชการ การเมืองผู้น้ันเข้าร่วมกิจกรรมตามมาตรา ๖๔ โดยมิได้ กระท�ำ หรอื มีสว่ นกระทำ�การอันเปน็ การต้องหา้ มนน้ั ข้อห้าม มาตรา ๗๔ ห้ามมิให้พรรคการเมืองหรือ ในการรับบริจาค สมาชกิ รบั บรจิ าคเงิน ทรัพยส์ ิน หรือประโยชนอ์ ืน่ ใดจาก
313 (๑) บุคคลผู้ไมม่ ีสญั ชาตไิ ทย (๒) นิติบุคคลตามกฎหมายต่างประเทศท่ี ประกอบธุรกิจหรือกิจการหรือจดทะเบียนสาขาอยู่ในหรือ นอกราชอาณาจกั ร (๓) นิติบุคคลท่จี ดทะเบียนในราชอาณาจักรโดยมี บุคคลผ้ไู ม่มีสัญชาติไทยมีทุนหรือเป็นผ้ถู ือห้นุ เกินกว่าร้อยละ ส่ีสิบเก้า ในกรณีท่ีเป็นบริษัทมหาชนจำ�กัดที่จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยให้พิจารณาตามที่ ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทดังกล่าว หุ้นท่ีไม่ ปรากฏช่ือผู้ถือหรือถือโดยตัวแทนของบุคคลท่ีไม่เปิดเผย ชือ่ ให้ถอื ว่าเป็นหุ้นที่ถอื โดยผูไ้ มม่ สี ัญชาตไิ ทย (๔) คณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่ได้รับทุนหรือ ได้รับเงินอุดหนุนจากต่างประเทศซึ่งมีวัตถุประสงค์ดำ�เนิน กิจการเพื่อประโยชน์ของบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทยหรือซ่ึงมี ผู้จดั การหรอื กรรมการเป็นบคุ คลผไู้ มม่ สี ญั ชาตไิ ทย (๕) บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลที่ได้ รับบริจาคเพื่อดำ�เนินกิจการของพรรคการเมืองหรือเพ่ือ ดำ�เนินกิจกรรมทางการเมืองจากบุคคล คณะบุคคล หรือ นิตบิ ุคคลตาม (๑) (๒) (๓) หรือ (๔) (๖) บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคลท่มี ลี กั ษณะ ท�ำ นองเดียวกนั กบั (๑) (๒) (๓) (๔) หรือ (๕) ตามท่คี ณะ กรรมการกำ�หนด
314 ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับกับกรณีสมาชิกรับ บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดดังกล่าวท่ีมิใช่ เพือ่ ด�ำ เนนิ กิจกรรมทางการเมอื ง ข้อหา้ ม มาตรา ๗๕ บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ในการรบั บริจาค ตามมาตรา ๗๔ จะบรจิ าคเงนิ ทรพั ย์สนิ หรอื ประโยชนอ์ น่ื ใดให้แก่พรรคการเมืองหรือสมาชิกเพื่อดำ�เนินกิจการของ พรรคการเมืองหรือเพือ่ ดำ�เนินกิจกรรมทางการเมอื งมิได้ มาตรา ๗๖ ห้ า ม มิ ใ ห้ ห น่ ว ย ง า น ข อ ง รั ฐ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานอ่ืนใดของรัฐหรือกิจการท่ีรัฐถือ หุ้นใหญ่ บริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดให้แก่ พรรคการเมืองหรอื เข้ารว่ มกิจกรรมตามมาตรา ๖๔ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ตามวรรคหนึ่งให้หมายถึง กิจการท่ีรัฐเป็นหุ้นส่วนหรือถือหุ้นอยู่เป็นจำ�นวนมาก ท่ีสุดในบรรดาผู้เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นรายอ่ืน ๆ หรือ มีจำ�นวนถึงหน่ึงในสามของหุ้นส่วนหรือหุ้นท้ังหมดของ นิตบิ คุ คลนนั้ ความในวรรคหน่ึงให้ใช้บังคับกับวัด หรือ นิติบุคคลอ่ืนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการศาสนาและองค์กร ทางศาสนาไม่ว่าจะมีสถานะเป็นนิติบุคคลหรือไม่ด้วย โดยคณะกรรมการจะกำ�หนดให้ใช้บังคับกับนิติบุคคลอื่น ท่ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือประโยชน์สาธารณะหรือนิติบุคคล ที่มไิ ดม้ ีวตั ถปุ ระสงค์เพื่อหากำ�ไรมาแบง่ ปันกนั ดว้ ยกไ็ ด้
315 มาตรา ๗๗ เพื่อประโยชน์ในการดำ�เนินการ การก�ำ หนด เกี่ยวกับการบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดให้ มาตรการและ แก่พรรคการเมืองให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ วิธีการควบคุม รฐั ธรรมนูญนี้ ใหค้ ณะกรรมการมีอำ�นาจก�ำ หนดมาตรการ การรับบริจาค และวิธีการที่จำ�เป็นให้พรรคการเมืองปฏิบัติเพ่ือให้การรับ ของพรรคการเมอื ง บริจาคของพรรคการเมืองเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เปิดเผยและตรวจสอบได้ และให้มีหน้าท่ีตรวจสอบความ ถูกต้องของการบริจาคแก่พรรคการเมือง รวมท้ังให้มี อำ�นาจออกคำ�สั่งตามที่เห็นสมควรเพื่อให้พรรคการเมือง ปฏบิ ัตใิ ห้เป็นไปโดยถูกตอ้ ง ให้พรรคการเมืองมีหน้าท่ีปฏิบัติให้เป็นไปตาม คำ�ส่งั ของคณะกรรมการ หมวด ๖ กองทนุ เพอ่ื การพัฒนาพรรคการเมือง มาตรา ๗๘ ใ ห้ มี ก อ ง ทุ น เ พื่ อ ก า ร พั ฒ น า กองทนุ เพอื่ พรรคการเมืองกองทุนหน่ึงในสำ�นักงานมีวัตถุประสงค์ การพฒั นา เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและใช้จ่ายในการสนับสนุน พรรคการเมือง พรรคการเมอื ง การใหก้ ารศกึ ษาแกป่ ระชาชนทว่ั ไปเกย่ี วกบั การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาพรรคการเมืองให้เป็นสถาบัน
316 ทางการเมืองของประชาชนซึ่งมีอุดมการณ์ทางการเมือง ร่วมกัน และสมาชิกมีส่วนร่วมในการดำ�เนินการอย่าง แท้จรงิ และการด�ำ เนนิ การอนื่ ใดทม่ี กี ฎหมายกำ�หนด กองทุนประกอบดว้ ยเงนิ และทรัพยส์ นิ ดังต่อไปน้ี (๑) เงิน ทรัพย์สิน สิทธิ หนส้ี ิน ภาระผูกพัน และ งบประมาณท่ีโอนมาตามมาตรา ๑๔๗ (๒) เงนิ ทไี่ ด้รับจากงบประมาณรายจ่าย (๓) เงนิ ทไ่ี ดร้ บั มาจากกรมสรรพากรตามมาตรา ๖๙ (๔) เงินค่าธรรมเนียมการสมัครรับเลือกต้ัง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกต้งั สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร (๕) เงินและดอกเบี้ยท่ีเรียกคืนจากผู้ซ่ึงต้องรับ ผิดในการจัดให้มีการเลือกต้ังใหม่อันเนื่องจากการเลือกตั้ง ไมเ่ ปน็ ไปโดยสุจรติ หรอื เทย่ี งธรรม (๖) เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดที่ พรรคการเมืองได้มาโดยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราช บญั ญัติประกอบรฐั ธรรมนูญน้ี (๗) เงิน ทรัพยส์ นิ หรือประโยชนอ์ น่ื ใดที่ตกเปน็ ของกองทนุ ตามมาตรา ๙๕ และมาตรา ๑๒๕ (๘) เงนิ ทรพั ยส์ นิ หรอื ประโยชนอ์ น่ื ใดทม่ี ผี มู้ อบให้ แต่กองทุนจะรับมอบเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด จากบุคคลตามมาตรา ๗๔ มไิ ด้
317 (๙) ดอกผลและรายได้ที่เกิดจากเงิน ทรัพย์สิน และประโยชน์อืน่ ใดของกองทนุ เงนิ ตาม (๓) ใหจ้ ดั สรรใหพ้ รรคการเมอื งทผ่ี เู้ สยี ภาษี เงินได้แสดงเจตนาไว้ตามท่ีอธิบดีกรมสรรพากรแจ้งให้ นายทะเบียนทราบตามมาตรา ๖๙ เงินของกองทุนให้ใช้ได้เฉพาะเพื่อการอันเป็น วัตถุประสงค์ของกองทุนและตามที่บัญญัติไว้ในพระราช บัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู นี้ มาตรา ๗๙ ทรัพย์สินของกองทุนเป็นทรัพย์สิน ทรพั ย์สนิ ของแผน่ ดนิ ไมอ่ ย่ใู นความรับผิดแห่งการบงั คับคดี และผูใ้ ด ของกองทุน จะยกอายคุ วามขนึ้ เปน็ ข้อตอ่ สมู้ ิได้ มาตรา ๘๐ ให้คณะกรรมการมีหน้าท่แี ละอำ�นาจ คณะกรรมการ ในการควบคุมดูแลการดำ�เนินการและการใช้จ่ายเงินของ กองทุน กองทุนให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ี ในการจัดสรรเงินสนับสนุนแก่พรรคการเมือง การบริหาร และควบคุมดแู ลกองทุนใหค้ ณะกรรมการแต่งตง้ั คณะกรรมการกองทุนขึ้นคณะหน่ึงเพ่ือทำ�หน้าที่แทน ประกอบด้วย ประธานกรรมการการเลือกต้ัง เปน็ ประธาน กรรมการ กรรมการการเลอื กตง้ั ซง่ึ คณะกรรมการมอบหมาย หน่ึงคน ผู้แทนกระทรวงการคลังหน่ึงคน ผู้แทนสำ�นัก งบประมาณหนึ่งคน และผู้ทรงคุณวุฒิจำ�นวนสองคนเป็น กรรมการ และให้นายทะเบยี นเป็นกรรมการและเลขานุการ วาระการดำ�รงตำ�แหน่ง เบ้ียประชุม การพ้น จากตำ�แหน่งของกรรมการกองทุนผู้ทรงคุณวุฒิและการ
318 ประชุมของคณะกรรมการกองทุน ให้เป็นไปตามท่ีคณะ กรรมการกำ�หนด ในกรณีท่ีคณะกรรมการกองทุนมีองค์ประกอบ ไม่ครบตามวรรคสองไม่ว่าด้วยเหตุใดให้คณะกรรมการ กองทุนปฏิบัติหน้าท่ีต่อไปได้ โดยให้ถือว่าคณะกรรมการ กองทนุ ประกอบด้วยกรรมการเทา่ ที่มีอยู่ การจดั สรร มาตรา ๘๑ ภายในสามสิบวันนับแต่วันสิ้นปี เงนิ อดุ หนนุ แก่ งบประมาณ ให้คณะกรรมการกำ�หนดวงเงินท่จี ะจัดสรรเป็น พรรคการเมือง เงินอุดหนุนแก่พรรคการเมืองสำ�หรับปีงบประมาณถัดไป ประกอบดว้ ย (๑) เงนิ ทไ่ี ดร้ บั จากกรมสรรพากรตามมาตรา ๖๙ (๒) เงินท่ีได้รับจากงบประมาณรายจ่ายตาม มาตรา ๗๘ (๒) ไมน่ ้อยกวา่ รอ้ ยละห้าสบิ แต่ไมเ่ กินร้อยละ เจด็ สิบ (๓) เงนิ คา่ ธรรมเนยี มตามมาตรา ๗๘ (๔) ไมเ่ กนิ ร้อยละหา้ สิบ (๔) เงินที่ได้รับจากการเรียกคืนตามมาตรา ๗๘ (๕) ทไ่ี ดร้ บั ในปงี บประมาณกอ่ นหนา้ นน้ั ไมเ่ กนิ รอ้ ยละเจด็ สบิ (๕) เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้มอบให้ตามมาตรา ๗๘ (๘) ถ้าผู้มอบให้ระบุวัตถุประสงค์ว่าให้แก่พรรคการเมือง หรือเพ่ือการอ่ืน ให้นำ�มาจัดสรรตามที่ผู้มอบให้ระบุ วัตถปุ ระสงค์ไว้ ถา้ ผมู้ อบให้มไิ ดร้ ะบุวตั ถปุ ระสงคไ์ ว้ ให้น�ำ มาจัดสรรไม่เกินร้อยละเจ็ดสิบ
319 (๖) ดอกผลของกองทุนตามมาตรา ๗๘ (๙) ไม่เกินรอ้ ยละแปดสบิ มาตรา ๘๒ เงินกองทุนดังต่อไปน้ี ให้นำ�มา เงินกองทนุ จัดสรรเพ่ือใช้จ่ายเพ่ือการบริหารกองทุนและการดำ�เนิน กิจการของคณะกรรมการและสำ�นักงานเฉพาะในส่วนที่ เกี่ยวกับกิจการอันเป็นวัตถุประสงค์ของกองทุน รวมท้ัง ค่าใช้จ่ายในการชำ�ระบัญชีตามที่สำ�นักงานการตรวจเงิน แผน่ ดินเรียกเกบ็ (๑) เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายตาม มาตรา ๗๘ (๒) ไมเ่ กินร้อยละสามสบิ (๒) เงนิ คา่ ธรรมเนยี มตามมาตรา ๗๘ (๔) ไมเ่ กนิ ร้อยละห้าสิบ (๓) เงินหรือทรพั ย์สินตามมาตรา ๗๘ (๖) (๔) เงนิ หรอื ทรพั ยส์ ินตามมาตรา ๗๘ (๗) (๕) ดอกผลของกองทุนตามมาตรา ๗๘ (๙) ไมเ่ กนิ ร้อยละยี่สบิ (๖) เงินหรือทรัพย์สินท่ีมีผู้มอบให้ท่ีระบุให้แก่ คณะกรรมการหรือสำ�นักงาน หรือไม่เกินร้อยละสามสิบ ของเงนิ ทม่ี ีผูม้ อบใหโ้ ดยมิไดร้ ะบวุ ัตถุประสงค์ การใชจ้ า่ ยเงนิ ตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขทค่ี ณะกรรมการก�ำ หนด แตก่ ารน�ำ ไป ใช้เพ่ือการเดินทางไปต่างประเทศไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะ กระท�ำ มิได้
320 เงินที่เหลือจากการใช้จ่ายของทุกปี ให้นำ�ส่งคืน เข้ากองทนุ หลักเกณฑก์ าร มาตรา ๘๓ การจดั สรรเงนิ ตามมาตรา ๘๑ ให้ จดั สรรเงนิ แก่พรรคการเมอื ง ใหด้ ำ�เนินการตามหลกั เกณฑ์ ดังตอ่ ไปนี้ (๑) เงินจดั สรรตามมาตรา ๘๑ (๑) ให้จดั สรรให้ พรรคการเมืองตามทผี่ เู้ สยี ภาษีได้ระบไุ ว้ (๒) ร้อยละส่ีสิบของวงเงินจัดสรรนอกจาก (๑) ให้จัดสรรให้ตามจำ�นวนเงินค่าบำ�รุงพรรคการเมืองที่ พรรคการเมืองได้รับ โดยแต่ละพรรคการเมืองให้ได้รับ ตามอัตราส่วนระหว่างจำ�นวนเงินค่าบำ�รุงพรรคการเมือง ท่ีทุกพรรคการเมืองได้รับรวมกันในปีที่ผ่านมาต่อจำ�นวน เงินค่าบำ�รุงท่ีพรรคการเมืองน้ัน ๆ ได้รับมาในปีท่ีผ่านมา แต่เงินที่จัดสรรให้ต้องไม่เกินเงินค่าบำ�รุงพรรคการเมืองที่ พรรคการเมืองนั้นได้รับจากสมาชกิ ในปที ผี่ ่านมา (๓) ร้อยละส่ีสิบของวงเงินจัดสรรนอกจาก (๑) ให้จัดสรรให้ตามคะแนนเสียงที่พรรคการเมืองได้รับจาก การเลือกตั้งท่ัวไปสำ�หรับปีถัดจากปีท่ีมีการเลือกตั้งท่ัวไป โดยแต่ละพรรคการเมืองให้ได้รับตามอัตราส่วนระหว่าง คะแนนเสยี งทท่ี กุ พรรคการเมอื งไดร้ บั รวมกนั ตอ่ คะแนนเสยี ง ที่พรรคการเมืองน้ันได้รับ สำ�หรับปีอื่นให้จัดสรรให้ พรรคการเมืองตามสัดส่วนที่พรรคการเมืองทุกพรรคได้รับ การจัดสรรตามอตั ราสว่ นเงินบรจิ าคท้งั หมดตามมาตรา ๖๙ ตอ่ เงินทพี่ รรคการเมืองน้นั ไดร้ บั
321 (๔) ร้อยละย่ีสิบของวงเงินจัดสรรนอกจาก (๑) ให้จัดสรรตามจำ�นวนสาขาพรรคการเมืองโดยแต่ละ พรรคการเมืองให้ได้รับตามอัตราส่วนระหว่างจำ�นวนสาขา พรรคการเมืองของทุกพรรคการเมืองรวมกันในปีที่ผ่านมา ต่อจำ�นวนสาขาพรรคการเมืองของพรรคการเมืองนั้น ๆ ในปที ีผ่ ่านมา (๕) ในกรณีท่ีต้องมีการจัดการเลือกตั้งใหม่อัน เป็นผลจากการกระทำ�ของสมาชิกของพรรคการเมืองใด เม่อื ได้วงเงินท่จี ะต้องได้รับจากการจัดสรรให้พรรคการเมือง น้นั ตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) แล้ว ให้หกั จำ�นวนเงนิ ท่ี คณะกรรมการย่ืนฟ้องให้สมาชิกผู้น้ันชดใช้คืนออกจาก เงินจัดสรรของพรรคการเมืองและส่งคืนเข้ากองทุนก่อน ถ้าภายหลังมีคำ�พิพากษาอันถึงท่ีสุดปรากฏว่าผู้น้ันไม่ต้อง รับผิดหรอื รบั ผดิ นอ้ ยกวา่ ทคี่ ณะกรรมการย่ืนฟอ้ ง ให้คณะ กรรมการกองทุนจ่ายเงินคืนให้แก่พรรคการเมืองนั้นตาม หลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำ�หนด ถ้าเงิน ท่ีจัดสรรให้มีไม่พอให้ดำ�เนินการหักจากเงินจัดสรรในปี ตอ่ ๆ ไปจนครบ ทั้งน้ี ไม่ตัดสทิ ธิพรรคการเมอื งท่จี ะไล่เบ้ีย เอาจากสมาชิกทีต่ อ้ งรับผดิ ตามค�ำ พิพากษา ในกรณีท่ีพรรคการเมืองใดมิได้ดำ�เนินการตาม มาตรา ๒๓ และเมื่อคณะกรรมการไดแ้ จง้ เตอื นแลว้ ยังมไิ ด้ ปฏิบัติตาม คณะกรรมการอาจลดจำ�นวนเงินที่จะจัดสรร
322 ให้พรรคการเมืองนั้น ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขท่ีคณะ กรรมการกำ�หนดก็ได้ เงนิ ท่ีเหลือจากการจัดสรรใหส้ ่งคนื เข้ากองทนุ เงนิ ทพ่ี รรคการเมอื ง มาตรา ๘๔ เงนิ ทพ่ี รรคการเมอื งไดร้ บั การจดั สรร ไดร้ ับการจดั สรร ตามมาตรา ๘๓ ให้ใช้เพ่อื ประโยชน์ในการหาเสียงเลือกต้งั การจัดทำ�กิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมือง สาขา พรรคการเมืองและตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัด ตามมาตรา ๒๓ การพัฒนาพรรคการเมืองและสมาชิกให้ มีคุณภาพและคุณธรรมอันดีงาม และการส่งเสริมความร้แู ก่ สมาชิกและประชาชนในทางการเมืองการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และ การอื่นใดที่คณะกรรมการกำ�หนด และเมื่อใช้ไปเพ่ือการใด แล้ว ให้จัดทำ�รายงานให้คณะกรรมการทราบทุกสามเดือน นับแต่วันที่ได้รับการจัดสรร ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์และวิธี การทค่ี ณะกรรมการก�ำ หนด แตจ่ ะน�ำ ไปใชจ้ า่ ยตามมาตรา ๘๘ ไม่ได้ เพ่ือประโยชน์ในการดำ�เนินงาน พรรคการเมือง จะส่งรายละเอียดการใช้จ่ายเงินให้นายทะเบียนทราบ ก่อนก็ได้ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่าการใช้จ่ายเงิน รายการใดไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งให้ พรรคการเมืองทราบ คณะกรรมการจะกำ�หนดให้พรรคการเมืองใช้ เงินที่ได้รับจัดสรรตามวรรคหนึ่งแต่ละด้านตามสัดส่วนที่ ก�ำ หนดกไ็ ด้
323 พรรคการเมืองจะใช้จ่ายเงินท่ไี ด้รับตามวรรคหน่งึ ไปเพ่ือเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารพรรคการเมืองหรือเพื่อ จ้างบุคลากรของพรรคการเมืองหรือค่าใช้จ่ายอ่ืนทำ�นอง เดียวกันตามท่ีคณะกรรมการกำ�หนดมิได้ เว้นแต่เป็น เงินท่ีได้รับตามมาตรา ๘๓ (๔) แต่การใช้จ่ายเงินน้ัน จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการดำ�เนินกิจการของสาขา พรรคการเมอื งเทา่ น้ัน ให้สำ�นักงานจัดให้มีการติดตามประเมินผลการใช้ จ่ายเงินที่ได้รับการจัดสรรให้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ท้ังน้ี ตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธกี ารทค่ี ณะกรรมการกำ�หนด มาตรา ๘๕ ในกรณีที่นายทะเบียนเห็นว่า กรณที พ่ี รรคการเมอื ง พรรคการเมืองใช้จ่ายเงินสนับสนุนไม่เป็นไปตามท่ีก�ำ หนด ใชจ้ า่ ยเงนิ สนบั สนนุ ในมาตรา ๘๔ หรอื ไม่เปน็ ประโยชนต์ ่อการด�ำ เนินกิจกรรม ไมเ่ ปน็ ไป ของพรรคการเมืองให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของ ตามทก่ี �ำ หนด คณะกรรมการแจ้งให้พรรคการเมืองแก้ไขการใช้จ่ายใน เร่ืองน้ันของปีถัดไป และในการน้ี คณะกรรมการอาจ เรยี กเงนิ คืน หรือลดการจัดสรรเงินอดุ หนนุ ตามมาตรา ๘๓ ในปถี ดั ไปดว้ ยกไ็ ด้ ถ้านายทะเบียนตรวจสอบรายงานตามมาตรา ๘๔ แล้วปรากฏว่าเป็นการรายงานด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ท้ังหมดหรือบางส่วน หรอื ไมร่ ายงานภายในเวลาท่กี �ำ หนด ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเรียก เงินคืนจากหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหาร
324 พรรคการเมอื ง และใหง้ ดการจดั สรรเงนิ อุดหนนุ ในปถี ดั ๆ ไป จนกว่าจะชำ�ระคืนครบถ้วน การจัดสรรเวลา มาตรา ๘๖ ให้คณะกรรมการจัดสรรเวลาออก ออกอากาศให้แก่ อากาศให้แก่พรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับการเลือกตั้ง พรรคการเมอื ง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรค โดยคำ�นึงถึง จำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของแต่ละพรรคการเมือง เพื่อดำ�เนินการตามมาตรา ๒๓ หรือเพ่ือแถลงผลงาน ของพรรคการเมืองอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งโดยไม่คิดค่า ใช้จ่ายใด ๆ ท้งั นี้ ตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเง่อื นไขที่ คณะกรรมการกำ�หนด ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงและสถานีวิทยุโทรทัศน์ ของรฐั จัดสรรเวลาออกอากาศตามทค่ี ณะกรรมการก�ำ หนด หมวด ๗ การใชจ้ ่ายของพรรคการเมือง การใชจ้ ่ายของ มาตรา ๘๗ เงนิ และทรพั ยส์ นิ ของพรรคการเมอื ง พรรคการเมอื ง ต้องนำ�ไปใช้จ่ายเพ่ือดำ�เนินกิจกรรมทางการเมืองของ พรรคการเมือง ค่าใช้จ่ายเก่ียวกับการเลือกตั้งของ พรรคการเมืองและสมาชิกและค่าใช้จ่ายในการบริหาร พรรคการเมอื ง พรรคการเมืองต้องเปิดเผยค่าใช้จ่ายในการ โฆษณาหรือประชาสัมพันธ์การดำ�เนินกิจกรรมของ พรรคการเมอื งไม่วา่ ในรูปแบบใด ใหส้ มาชกิ และประชาชน
325 ทราบเป็นการทัว่ ไปตามหลกั เกณฑ์ วิธกี ารและระยะเวลา ที่คณะกรรมการก�ำ หนด มาตรา ๘๘ ในกรณีท่ีพรรคการเมือง ผู้บริหาร พรรคการเมือง หรือบุคคลใดให้เงินทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อ่ืนใดแก่สมาชิกซึ่งดำ�รงตำ�แหน่งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และไม่ว่า จะให้เป็นประจำ�หรือเป็นครั้งคราว ถ้าการให้หรือรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดนั้นไม่เป็นความผิดตาม มาตรา ๑๔๔ หรอื มาตรา ๑๔๙ แหง่ ประมวลกฎหมายอาญา ให้พรรคการเมือง ผบู้ ริหารพรรคการเมือง หรอื บุคคลนนั้ แล้วแต่กรณี แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงการให้เงิน ทรพั ยส์ ิน หรอื ประโยชน์อืน่ ใดนัน้ ตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และระยะเวลาท่ีนายทะเบียนกำ�หนด และให้ประกาศให้ ประชาชนทราบเปน็ การทั่วไปด้วย ห้ามมิให้สมาชิกซ่ึงดำ�รงตำ�แหน่งสมาชิกสภา ผูแ้ ทนราษฎร รบั เงิน ทรัพยส์ ิน หรอื ประโยชนอ์ ่ืนใดจาก บคุ คลใดโดยไมม่ ีมูลอันจะอา้ งได้ตามกฎหมาย เวน้ แตเ่ งนิ ที่ได้มีการแจ้งไวต้ ามวรรคหน่งึ มาตรา ๘๙ ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ การตรวจสอบ บริหารพรรคการเมือง ที่จะต้องตรวจสอบและควบคุมมิให้ และควบคุม มีการนำ�เงินหรือทรัพย์สินของพรรคการเมืองไปใช้จ่ายเพ่ือ การเงิน การอ่ืนใดนอกจากที่ก�ำ หนดไวใ้ นมาตรา ๘๔ มาตรา ๘๗ และทรพั ยส์ ิน และมาตรา ๘๘
326 หมวด ๘ การสิน้ สดุ ของพรรคการเมอื ง การส้นิ สุดของ มาตรา ๙๐ พรรคการเมอื งสิน้ สุดลงเมือ่ พรรคการเมือง (๑) สน้ิ สภาพความเปน็ พรรคการเมอื งตามมาตรา ๙๑ (๒) ศาลรัฐธรรมนูญส่ังยุบพรรคการเมืองตาม มาตรา ๙๒ (๓) มีการควบรวมพรรคการเมืองตามหมวด ๙ การควบรวมพรรคการเมือง การสิน้ สภาพของ มาตรา ๙๑ พรรคการเมืองย่อมส้ินสภาพความ พรรคการเมอื ง เปน็ พรรคการเมอื งเม่ือ (๑) ไม่แก้ไขข้อบังคับให้ถูกต้องหรือครบถ้วน ภายในระยะเวลาที่กำ�หนดตามมาตรา ๑๗ วรรคสาม หรอื ไมส่ ามารถด�ำ เนินการตามมาตรา ๓๓ (๑) หรอื (๒) ได้ ภายในระยะเวลาท่ีกำ�หนด (๒) ภายหลังจากท่ีได้รับการจดทะเบียน พรรคการเมืองมีจำ�นวนสมาชิกเหลือไม่ถึงตามท่ีกำ�หนดใน มาตรา ๓๓ (๑) ติดต่อกนั เกนิ เก้าสิบวนั (๓) ภายหลงั จากทด่ี �ำ เนนิ การครบตามมาตรา ๓๓ (๒) มจี �ำ นวนสาขาพรรคการเมอื งเหลอื ไมถ่ งึ ภาคละหนง่ึ สาขา เป็นระยะเวลาตดิ ต่อกนั หน่งึ ปี (๔) ไม่มีการประชุมใหญ่พรรคการเมืองหรือ ไม่มีการดำ�เนินกิจกรรมใดทางการเมืองเป็นระยะเวลา ตดิ ตอ่ กันหน่ึงปโี ดยมิไดม้ เี หตอุ นั จะอ้างได้ตามกฎหมาย
327 (๕) ไม่ส่งสมาชิกลงสมัครรับเลือกต้ังเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในการเลือกตั้งท่ัวไปสองคร้ังติดต่อกัน หรือเป็นเวลาแปดปีติดต่อกัน สุดแต่ระยะเวลาใดจะยาว กว่ากัน (๖) มีหน้ีสินล้นพ้นตัวตามกฎหมายว่าด้วย ลม้ ละลาย (๗) พรรคการเมอื งเลกิ ตามขอ้ บงั คบั เม่ือปรากฏต่อนายทะเบียนหรือมีผู้แจ้งต่อ นายทะเบียนว่าพรรคการเมืองใดส้ินสภาพตามวรรคหน่ึง ให้นายทะเบียนดำ�เนนิ การตรวจสอบข้อเทจ็ จริง ถา้ เห็นว่า มีกรณีที่เป็นเหตุให้พรรคการเมืองส้ินสภาพตามวรรคหน่ึง ให้เสนอคณะกรรมการพิจารณา ถ้าคณะกรรมการเห็นว่า มีกรณีดังกล่าวเกิดขึ้นให้คณะกรรมการประกาศการ ส้ินสภาพของพรรคการเมืองน้ันในราชกิจจานุเบกษา ในกรณีเช่นนี้ให้พรรคการเมืองน้ันส้ินสภาพต้ังแต่วันท่ี ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเปน็ ตน้ ไป ในกรณีที่หัวหน้าพรรคการเมืองท่ีถูกประกาศ ว่าสิ้นสภาพตามวรรคสองไม่เห็นด้วยกับการประกาศ ของคณะกรรมการตามวรรคสอง ให้ย่ืนคำ�ร้องต่อ ศาลรัฐธรรมนูญเพ่ือพิจารณาวินิจฉัยภายในสามสิบวัน นบั แต่วันท่ีประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา เพ่ือประโยชน์ในการคุ้มครองสมาชิกท่ีเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ถือว่าการส้ินสภาพของ พรรคการเมืองตามมาตรานี้ เป็นการถกู ยุบพรรคการเมอื ง
328 หลกั ฐานในการยุบ มาตรา ๙๒ เมอ่ื คณะกรรมการมหี ลกั ฐานอนั ควร พรรคการเมือง เช่ือได้ว่าพรรคการเมืองใดกระทำ�การอย่างใดอย่างหนึ่ง ดงั ตอ่ ไปน้ี ใหย้ น่ื ศาลรฐั ธรรมนญู เพอ่ื สง่ั ยบุ พรรคการเมอื งนน้ั (๑) กระทำ�การล้มล้างการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำ�นาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการ ซึ่งมิไดเ้ ป็นไปตามวิถที างท่บี ัญญัติไวใ้ นรฐั ธรรมนูญ (๒) กระทำ�การอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการ ปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เปน็ ประมุข (๓) กระทำ�การฝ่าฝืนมาตรา ๒๐ วรรคสอง มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๔ มาตรา ๔๕ มาตรา ๔๖ มาตรา ๗๒ หรอื มาตรา ๗๔ (๔) มีเหตุอันจะต้องยุบพรรคการเมืองตามท่ีมี กฎหมายกำ�หนด เมอ่ื ศาลรฐั ธรรมนญู ด�ำ เนนิ การไตส่ วนแลว้ มหี ลกั ฐาน อันควรเชื่อได้ว่าพรรคการเมืองกระทำ�การตามวรรคหน่ึง ใหศ้ าลรัฐธรรมนญู สั่งยบุ พรรคการเมือง และเพกิ ถอนสทิ ธิ สมคั รรบั เลอื กตง้ั ของคณะกรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งนน้ั การด�ำ เนนิ การเพื่อ มาตรา ๙๓ เมื่อปรากฏต่อนายทะเบียนว่า ยบุ พรรคการเมอื ง พรรคการเมอื งใดกระท�ำ การตามมาตรา ๙๒ ใหน้ ายทะเบยี น รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน พร้อมท้ังเสนอ
329 ความเหน็ ตอ่ คณะกรรมการเพอ่ื พจิ ารณา ทง้ั น้ี ตามหลกั เกณฑ์ และวิธกี ารทีค่ ณะกรรมการกำ�หนด ในการยน่ื ค�ำ รอ้ งตอ่ ศาลรฐั ธรรมนญู ตามมาตรา ๙๒ คณะกรรมการจะยื่นคำ�ร้องเองหรือจะมอบหมายให้ นายทะเบียนเป็นผู้ย่ืนคำ�ร้องและดำ�เนินคดีแทนก็ได้ และ เพ่ือประโยชน์ในการดำ�เนินคดี นายทะเบียนโดยความ เห็นชอบของคณะกรรมการจะขอให้อัยการสูงสุดช่วยเหลือ ดำ�เนินการในชั้นการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญจนกว่า จะเสร็จส้นิ กไ็ ด้ ในกรณีที่เห็นสมควร ศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้ พรรคการเมืองระงับการกระทำ�ใดไว้เป็นการช่ัวคราวตาม ค�ำ รอ้ งขอของคณะกรรมการ นายทะเบยี น หรอื อยั การสงู สดุ แล้วแต่กรณี ก็ได้ มาตรา ๙๔ เม่ือศาลรัฐธรรมนูญมีคำ�สั่งให้ยุบ ประกาศค�ำ สง่ั ยุบ พรรคการเมืองใดแล้ว ให้นายทะเบียนประกาศคำ�สั่งยุบ พรรคการเมือง พรรคการเมอื งนน้ั ในราชกจิ จานุเบกษา และหา้ มมิใหบ้ คุ คล ใดใช้ชอื่ ช่อื ยอ่ หรอื ภาพเครือ่ งหมายของพรรคการเมอื ง ซำ้� หรือพ้องกับชื่อ ช่ือย่อ หรือภาพเครื่องหมายของ พรรคการเมอื งทีถ่ ูกยบุ น้นั ห้ามมิให้ผู้ซึ่งเคยดำ�รงตำ�แหน่งกรรมการบริหาร ของพรรคการเมืองที่ถูกยุบและถูกเพิกถอนสิทธิสมัครรับ เลือกต้ังเพราะเหตุดังกล่าว ไปจดทะเบียนพรรคการเมือง ขน้ึ ใหม่ หรอื เปน็ กรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งหรอื มสี ว่ นรว่ ม
330 ในการจัดต้ังพรรคการเมืองขึ้นใหม่อีก ท้ังน้ี ภายใน ก�ำ หนดสบิ ปีนบั แตว่ นั ที่พรรคการเมืองนนั้ ถูกยบุ การช�ำ ระบัญชี มาตรา ๙๕ ในกรณีท่ีพรรคการเมืองสิ้นสภาพ ของพรรคเมือง หรือยุบตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญนี้ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองส่งบัญชีและงบ แสดงฐานะทางการเงิน รวมทั้งเอกสารเกย่ี วกับการเงินของ พรรคการเมืองภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พรรคการเมือง ส้ินสภาพหรือยุบ และให้สำ�นักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ชำ�ระบัญชีให้เสร็จสิ้นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วัน ท่ีได้รับแจ้งจากนายทะเบียน ถ้าสำ�นักงานการตรวจเงิน แผ่นดินชำ�ระบัญชีไม่เสร็จส้ินภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้ขยายเวลาได้อีกไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันโดยแจ้งให้ คณะกรรมการทราบ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหาร พรรคการเมืองตามวรรคหนึ่งยังคงต้องปฏิบัติหน้าท่ีอยู่ จนกว่าการชำ�ระบัญชีจะแล้วเสร็จ แต่จะดำ�เนินกิจกรรม ทางการเมอื งในนามพรรคการเมอื งท่สี ิ้นสภาพหรือยบุ มิได้ ให้สำ�นักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีอำ�นาจ ใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองหรือจำ�หน่ายทรัพย์สินของ พรรคการเมืองเพื่อนำ�เงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการชำ�ระ บัญชีได้ ในกรณีท่ีพรรคการเมืองน้ันไม่มีเงินหรือทรัพย์สิน เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการชำ�ระบัญชี ให้คณะกรรมการ สั่งจ่ายเงินจากกองทุนตามท่สี ำ�นักงานการตรวจเงินแผ่นดิน แจง้ ใหท้ ราบ
331 ในการชำ�ระบัญชีเมื่อได้หักหนี้สินและค่าใช้จ่าย แล้วยังมีทรัพย์สินเหลืออยู่เท่าใดให้โอนให้แก่องค์การ สาธารณกศุ ลตามทร่ี ะบุไวใ้ นข้อบงั คับ ถ้าในขอ้ บงั คบั ไม่ได้ ระบไุ ว้ใหท้ รพั ยส์ ินทเี่ หลอื นน้ั ตกเปน็ ของกองทุน ให้นำ�บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ว่าด้วยการชำ�ระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำ�กัด และบริษัทจำ�กัดมาใช้บังคับแก่การ ช�ำ ระบัญชขี องพรรคการเมืองดว้ ยโดยอนโุ ลม หมวด ๙ การควบรวมพรรคการเมือง มาตรา ๙๖ ในระหวา่ งอายขุ องสภาผแู้ ทนราษฎร การควบรวม จะมีการควบรวมพรรคการเมืองที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภา พรรคการเมอื ง ผูแ้ ทนราษฎรมไิ ด้ มาตรา ๙๗ การควบรวมพรรคการเมอื งใหก้ ระท�ำ ไดเ้ ฉพาะเป็นการรวมกันเพ่ือจดั ต้งั เป็นพรรคการเมืองใหม่ มาตรา ๙๘ ในการควบรวมพรรคการเมืองตาม มาตรา ๙๗ ให้พรรคการเมืองที่จะรวมกันขอความเห็นชอบ จากทปี่ ระชมุ ใหญ่ของแต่ละพรรคการเมือง เม่ือที่ประชุมใหญ่ของแต่ละพรรคการเมือง เห็นชอบให้รวมกันแล้ว ให้หัวหน้าพรรคการเมืองและ กรรมการบริหารพรรคการเมืองจำ�นวนพรรคการเมืองละ
332 สิบคน ประชุมร่วมกันเพ่ือดำ�เนินการร่างข้อบังคับของ พรรคการเมอื งท่ีจะจดั ตั้งข้นึ ใหม่ เมื่อได้ดำ�เนินการตามวรรคสองแล้ว ให้ดำ�เนิน การจัดให้มีการประชุมร่วมกันระหว่างสมาชิกของทุก พรรคการเมืองท่ีจะรวมกัน เพื่อประชุมตั้งพรรคการเมือง ตามมาตรา ๑๐ และดำ�เนินการขอจดทะเบียนจัดต้ัง พรรคการเมืองตามมาตรา ๑๑ การเรียกประชุมต้ัง พรรคการเมืองต้องแจ้งให้สมาชิกของพรรคการเมืองท่ี จะรวมกันทราบก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวันและ ให้ดำ�เนินการต่อไปตามบทบัญญัติว่าด้วยการจัดต้ัง พรรคการเมอื ง การโอนสมาชิก มาตรา ๙๙ เม่อื นายทะเบียนรับจดทะเบียนจัด ทรัพยส์ นิ หนสี้ นิ ต้งั พรรคการเมืองตามมาตรา ๑๗ แล้วให้คณะกรรมการ สทิ ธิและความ มีคำ�สั่งให้พรรคการเมืองเดิมท่ีรวมเข้ากันเป็นอันสิ้น รับผิดไปเปน็ ของ สุดลง โดยให้สมาชิกพรรคการเมืองเดิมเป็นสมาชิก พรรคการเมอื งใหม่ พรรคการเมอื งใหมท่ จ่ี ดั ตง้ั ขน้ึ และใหบ้ รรดาทรพั ยส์ นิ หนส้ี นิ สิทธิ และความรับผิดของพรรคการเมืองเดิมโอนไปเป็น ของพรรคการเมืองใหม่ตั้งแต่วันที่นายทะเบียนรับจด ทะเบียนจัดตงั้ พรรคการเมือง ในกรณีที่คณะกรรมการมีคำ�สั่งตามวรรคหนึ่ง แล้ว ให้นายทะเบียนประกาศคำ�ส่ัง การส้ินสุดและการ ควบรวมพรรคการเมืองในราชกิจจานเุ บกษา
333 หมวด ๑๐ บทกำ�หนดโทษ มาตรา ๑๐๐ ในกรณที ี่พระราชบญั ญตั ิประกอบ กรณีศาลส่ัง รัฐธรรมนูญน้ีกำ�หนดให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังโดย เพกิ ถอนสทิ ธิ มีกำ�หนดระยะเวลาหรือสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เลอื กตงั้ ให้การเพิกถอนสิทธิดังกล่าวมีผลในทันทีและเร่ิมนับระยะ เวลานับแต่วันท่ีศาลมีคำ�ส่ังหรือคำ�พิพากษา เว้นแต่ศาล อทุ ธรณห์ รอื ศาลฎกี าจะมคี �ำ สง่ั หรอื ค�ำ พพิ ากษาเปน็ อยา่ งอน่ื มาตรา ๑๐๑ ผใู้ ดแจง้ หรอื กลา่ วหาพรรคการเมอื ง บทก�ำ หนดโทษ หรือบุคคลใดว่ากระทำ�ความผิดตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญน้ีต่อคณะกรรมการหรือเจ้าหน้าท่ีของ รัฐโดยร้อู ย่วู ่าเป็นความเท็จต้องระวางโทษจำ�คุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหน่ึงแสนบาท หรือทั้งจำ�ท้ังปรับ และให้ ศาลสั่งเพิกถอนสทิ ธสิ มคั รรับเลือกต้งั ของผูน้ นั้ ถา้ ผกู้ ระท�ำ ความผดิ ตามวรรคหนง่ึ เปน็ พรรคการเมอื ง ตอ้ งระวางโทษเปน็ สองเทา่ ของโทษทก่ี �ำ หนดไวต้ ามวรรคหนง่ึ และให้คณะกรรมการส่งเร่ืองให้ศาลรัฐธรรมนูญส่ังยุบ พรรคการเมืองน้ันและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ัง ของหัวหน้าพรรคการเมืองและคณะกรรมการบริหาร พรรคการเมืองน้ัน มาตรา ๑๐๒ ผู้ใดไม่มาให้คำ�ชี้แจงหรือไม่ส่ง กรณีไมม่ าให้ เอกสารหรือหลกั ฐานแกน่ ายทะเบียนตามมาตรา ๗ ต้อง คำ�ช้แี จงหรือ ไม่ส่งเอกสารแก่ นายทะเบียน
334 ระวางโทษจำ�คุกไมเ่ กนิ หกเดอื น หรอื ปรบั ไมเ่ กินหนงึ่ หมน่ื บาท หรอื ท้ังจ�ำ ท้ังปรับ กรณยี ่ืนเอกสาร มาตรา ๑๐๓ ผู้ใดยื่นเอกสารหรือหลักฐานตาม อันเป็นเทจ็ มาตรา ๑๓ อนั เป็นเท็จ ต้องระวางโทษจำ�คกุ ไมเ่ กินสามปี หรอื ปรับไมเ่ กินหกหมนื่ บาท หรือทัง้ จ�ำ ทง้ั ปรับ และใหศ้ าล สั่งเพิกถอนสทิ ธิเลือกต้ังของผู้นั้นมีกำ�หนดห้าปี กรณีฝ่าฝืน มาตรา ๑๐๔ หัวหน้าสาขาพรรคการเมือง หรอื ไมป่ ฏิบัตติ าม กรรมการสาขาพรรคการเมือง ตัวแทนพรรคการเมือง พ.ร.ป. ฉบบั นี้ ประจำ�จังหวัด หรือผู้ดำ�รงตำ�แหน่งในพรรคการเมืองผู้ใด รู้ว่ามีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒๒ วรรคสอง หรือวรรคส่ี และไม่รายงานเป็นหนังสือให้คณะกรรมการ บรหิ ารพรรคการเมอื งทราบหรอื หวั หน้าพรรคการเมอื งหรือ กรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งผใู้ ดไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๙๕ วรรคหนึ่ง หรือวรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าหมื่นบาท และให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังของผู้นั้น มีก�ำ หนดหา้ ปี มาตรา ๑๐๕ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๒ วรรคหก หรอื มาตรา ๙๔ วรรคสอง ตอ้ งระวางโทษจ�ำ คุกตงั้ แต่เจด็ ปี ถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่หน่ึงแสนสี่หม่ืนบาทถึง สามแสนบาท หรือทง้ั จ�ำ ท้งั ปรบั มาตรา ๑๐๖ หวั หนา้ พรรคการเมอื ง นายทะเบยี น สมาชิก หรือเหรัญญิกพรรคการเมือง ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๒๓ วรรคสอง มาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ วรรคสอง
335 มาตรา ๓๓ วรรคสอง หรอื วรรคส่ี มาตรา ๓๘ วรรคสองหรอื วรรคสาม มาตรา ๔๓ วรรคหนึง่ หรือวรรคสาม มาตรา ๖๑ มาตรา ๖๔ วรรคสองหรือวรรคสาม หรือมาตรา ๗๑ ต้อง ระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท และปรับอีกวันละหนึ่ง พันบาทตลอดระยะเวลาทีย่ งั มไิ ด้ปฏิบัติให้ถูกต้อง มาตรา ๑๐๗ นายทะเบยี นสมาชกิ จดั ท�ำ ทะเบยี น นายทะเบียน สมาชิกอันเป็นเท็จ หรือพรรคการเมืองใดแอบอ้างว่าผู้ใด สมาชิกจดั ท�ำ สมคั รเปน็ สมาชกิ ของตนตามมาตรา ๒๕ วรรคสาม ต้อง ทะเบยี นสมาชกิ ระวางโทษจำ�คกุ ไมเ่ กนิ สามปี หรือปรับไม่เกินหกหม่นื บาท อันเปน็ เท็จ หรือทั้งจำ�ท้ังปรับ และให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของ ผู้นั้นมกี ำ�หนดหา้ ปี มาตรา ๑๐๘ ผใู้ ดฝ่าฝืนมาตรา ๒๙ ต้องระวาง โทษจ�ำ คุกต้งั แตห่ า้ ปถี งึ สบิ ปี และปรบั ตงั้ แตห่ นงึ่ แสนบาท ถงึ สองแสนบาท หรอื ทง้ั จ�ำ ท้งั ปรับ และให้ศาลส่ังเพิกถอน สิทธิสมคั รรับเลอื กตง้ั ของผนู้ ัน้ มาตรา ๑๐๙ ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๓๐ หรอื มาตรา ๓๑ ตอ้ งระวางโทษจ�ำ คกุ ไมเ่ กนิ หา้ ปหี รอื ปรบั ไมเ่ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรือท้ังจำ�ท้ังปรับ และให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผ้นู ัน้ มีกำ�หนดห้าปี ถ้าความผิดตามวรรคหนึ่ง เป็นการกระทำ�เพ่ือ ให้ลงหรือขอลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร ตอ้ งระวางโทษจำ�คกุ ต้ังแตห่ า้ ปีถึงสบิ ปี หรอื ปรบั ตั้งแตห่ น่งึ แสนบาทถงึ สองแสนบาท หรอื ทงั้ จ�ำ ทั้งปรบั และ ให้ศาลส่งั เพิกถอนสทิ ธิสมัครรบั เลอื กต้งั ของผูน้ ้นั
336 มาตรา ๑๑๐ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๓๒ หรือ มาตรา ๙๔ วรรคหน่งึ ต้องระวางโทษจำ�คกุ ไม่เกนิ หนงึ่ ป ี หรอื ปรับไมเ่ กินสองหมน่ื บาท หรือทง้ั จ�ำ ทั้งปรับ การด�ำ เนนิ การ มาตรา ๑๑๑ ผู้ใดสมคบกันต้ังแต่สองคนข้ึนไป ใหเ้ ข้าใจวา่ เปน็ ดำ�เนินกิจการเช่นเดียวกับพรรคการเมืองหรือผู้ใดดำ�เนิน พรรคการเมอื ง การไม่ว่าด้วยวิธีใดให้เข้าใจว่าเป็นพรรคการเมืองโดย โดยมิได้ มิได้จดทะเบียนจัดต้ังพรรคการเมืองต้องระวางโทษจำ�คุก ไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกหมื่นบาท หรือทั้งจำ� จดทะเบียนจดั ตัง้ ท้ังปรับ และให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังของผู้น้ัน พรรคการเมือง มีก�ำ หนดหา้ ปี แต่งต้ังบคุ คลทไ่ี ม่มี มาตรา ๑๑๒ ผู้ใดรู้ว่าตนไม่มีคุณสมบัติหรือ คุณสมบตั หิ รือ มีลักษณะต้องห้ามสำ�หรับการเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง มลี ักษณะต้องหา้ ม เลขาธิการพรรคการเมือง เหรัญญิกพรรคการเมือง เพือ่ ดำ�รงตำ�แหนง่ นายทะเบยี นสมาชกิ กรรมการบรหิ ารอน่ื ของพรรคการเมอื ง ในพรรคการเมอื ง กรรมการสาขาพรรคการเมอื ง หรอื ตวั แทนพรรคการเมอื ง ประจำ�จังหวัด แต่ยินยอมรับการแต่งต้ังเพ่ือดำ�รงตำ�แหน่ง ดงั กลา่ ว ตอ้ งระวางโทษจ�ำ คกุ ไมเ่ กนิ สามป ี หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หกหมนื่ บาท หรือทั้งจ�ำ ท้งั ปรับ พรรคการเมืองใดแต่งต้ังบุคคลใดให้ดำ�รง ตำ�แหน่งตามวรรคหนึ่งโดยรู้ว่าผู้นั้นไม่มีคุณสมบัติหรือมี ลักษณะต้องห้ามสำ�หรับการดำ�รงตำ�แหน่งดังกล่าว ต้อง ระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หน่งึ แสนบาท
337 มาตรา ๑๑๓ พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๓๕ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าหมื่นบาทและ ปรับอีกวันละหน่ึงพันบาทตลอดระยะเวลาท่ียังมิได้ปฏิบัติ ใหถ้ ูกต้อง มาตรา ๑๑๔ ผู้ใดบริจาคให้พรรคการเมือง ผดู้ �ำ รงตำ�แหน่งในพรรคการเมือง หรือสมาชิกเพื่อกระทำ� การหรือสนับสนุนการกระทำ�อันเป็นการต้องห้ามตาม มาตรา ๔๔ ตอ้ งระวางโทษจ�ำ คกุ ไมเ่ กนิ สบิ ปี หรอื ปรบั ไม่ เกนิ สองแสนบาทหรือทั้งจำ�ท้ังปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอน สทิ ธิสมคั รรบั เลอื กตัง้ ของผนู้ ัน้ มาตรา ๑๑๕ ผ้ดู ำ�รงตำ�แหน่งในพรรคการเมือง ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๕ ต้องระวางโทษจำ�คุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือท้ังจำ�ท้ังปรับ และให้ ศาลสัง่ เพิกถอนสทิ ธิสมคั รรับเลือกตง้ั ของผู้น้ัน มาตรา ๑๑๖ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๔๖ ต้อง ระวางโทษจำ�คุกต้ังแต่สิบปีถึงยี่สิบปี และให้ศาลสั่งเพิก ถอนสทิ ธสิ มัครรบั เลอื กตงั้ ของผ้นู ้ัน มาตรา ๑๑๗ หวั หนา้ พรรคการเมอื ง กรรมการ บริหารพรรคการเมือง หัวหน้าสาขาพรรคการเมืองหรือ ตัวแทนพรรคการเมืองประจำ�จังหวัด ผู้ใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๕๒ หรือมาตรา ๕๕ ตอ้ งระวางโทษจำ�คกุ ไมเ่ กนิ หกเดือนและปรับไม่เกินหนึ่งหม่ืนบาท และให้ศาลสั่ง เพกิ ถอนสิทธเิ ลอื กต้งั เป็นเวลาหา้ ปี
338 ในการดำ�เนินคดีตามวรรคหน่ึง ให้ถือว่าสมาชิก ของพรรคการเมืองทุกคนเปน็ ผ้เู สียหาย มาตรา ๑๑๘ ผ้ใู ดฝ่าฝืนมาตรา ๕๓ ต้องระวาง โทษจำ�คุกต้งั แต่หน่งึ ปีถึงสิบปี หรือปรับต้งั แต่สองหม่นื บาท ถึงสองแสนบาท หรือท้ังจำ�ท้ังปรับ และให้ศาลมีคำ�ส่ัง เพกิ ถอนสทิ ธสิ มคั รรบั เลอื กตง้ั ของผนู้ น้ั ดว้ ย มาตรา ๑๑๙ ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๕๔ ตอ้ งระวาง โทษจำ�คุกต้งั แต่หน่งึ ปีถึงห้าปี หรือปรับต้งั แต่สองหม่นื บาท ถึงหน่ึงแสนบาท หรือท้ังจำ�ท้ังปรับ และให้ศาลมีคำ�ส่ัง เพกิ ถอนสทิ ธสิ มคั รรบั เลอื กตง้ั ของผนู้ น้ั ดว้ ย ในกรณีท่ีพรรคการเมืองกระทำ� การฝ่าฝืน มาตรา ๕๔ ให้หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหาร พรรคการเมืองของพรรคการเมือง บรรดาท่ีรู้เห็นกับการ กระท�ำ นน้ั ตอ้ งระวางโทษตามทก่ี �ำ หนดไวใ้ นวรรคหนง่ึ หวั หน้า มาตรา ๑๒๐ หัวหน้าพรรคการเมืองผู้ใดออก พรรคการเมือง หนังสือรับรองผู้สมัครรับเลือกต้ังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ออกหนงั สือรบั รอง ตามมาตรา ๕๖ อนั เปน็ เทจ็ ตอ้ งระวางโทษจ�ำ คกุ ไมเ่ กนิ หา้ ปี อันเปน็ เท็จ หรอื ปรบั ไมเ่ กนิ หนง่ึ แสนบาท หรอื ทง้ั จ�ำ ทง้ั ปรบั และใหศ้ าล สง่ั เพกิ ถอนสทิ ธเิ ลอื กตง้ั มกี �ำ หนดหา้ ปี มาตรา ๑๒๑ พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตาม คำ�สั่งของคณะกรรมการตามมาตรา ๕๗ วรรคสอง หรือมาตรา ๗๗ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าแสนบาท และปรับอีกวันละหน่ึงหม่ืนบาทตลอด ระยะเวลาท่ียังมิไดป้ ฏบิ ัตใิ ห้ ถกู ตอ้ ง
339 มาตรา ๑๒๒ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๕๘ มาตรา ๖๐ มาตรา ๖๒ วรรคสองหรือวรรคสาม มาตรา ๖๕ มาตรา ๖๗ หรอื มาตรา ๖๘ วรรคหนง่ึ ตอ้ งระวางโทษปรับ ไม่เกินห้าหม่ืนบาท และปรับอีกวันละหน่ึงพันบาท ตลอดระยะเวลาท่ียงั มไิ ดป้ ฏบิ ตั ิใหถ้ กู ตอ้ ง มาตรา ๑๒๓ พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๖๔ วรรคหนง่ึ ตอ้ งระวางโทษปรบั ไมเ่ กนิ หนง่ึ แสนบาท มาตรา ๑๒๔ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๖๖ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจำ�คุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกนิ หน่ึงแสนบาท หรือท้ังจำ�ท้ังปรับ และให้ศาลส่ังเพิกถอน สทิ ธิเลอื กตง้ั ของผ้นู ้นั มกี ำ�หนดหา้ ปี ในกรณีที่ผู้กระทำ�ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็น นติ บิ คุ คล ถา้ การกระท�ำ ความผดิ ดงั กลา่ วเกดิ จากการสง่ั การ หรือการกระทำ�ของบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำ�เนินงาน ของนิติบุคคล ให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ัง ของบุคคล ซึ่งส่ังการหรือรับผิดชอบในการดำ�เนินงานของ นติ ิบคุ คลน้นั ด้วย มาตรา ๑๒๕ พรรคการเมืองใดรับบริจาคเงิน การรบั เงินบรจิ าค ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดมีมูลค่าเกินท่ีกำ�หนดไว้ หรือทรพั ย์สนิ ในมาตรา ๖๖ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน มีมูลคา่ เกนิ หนึ่งล้านบาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังของ ที่ก�ำ หนด หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมือง มีกำ�หนดห้าปี และให้เงินทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด
340 ส่วนท่ีเกินมูลค่าท่ีกำ�หนดไว้ตามมาตรา ๖๖ ตกเป็น ของกองทนุ มาตรา ๑๒๖ ผ้ดู ำ�รงตำ�แหน่งในพรรคการเมือง ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๗๒ ต้องระวางโทษจำ�คุกไม่เกินสามปี หรือปรับไมเ่ กินหกหมน่ื บาท หรอื ทัง้ จำ�ทง้ั ปรับ และให้ศาล สัง่ เพกิ ถอนสิทธิสมคั รรบั เลอื กตง้ั ของผนู้ ัน้ มาตรา ๑๒๗ ผ้ใู ดฝ่าฝนื มาตรา ๗๓ ต้องระวาง โทษจำ�คุกต้ังแต่สองปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สี่หม่ืนบาท ถึงสองแสนบาท หรือทง้ั จำ�ท้ังปรบั และให้ศาลส่งั เพกิ ถอน สทิ ธิเลือกตง้ั ของผูน้ ัน้ มกี �ำ หนดหา้ ปี มาตรา ๑๒๘ สมาชกิ ผใู้ ดฝา่ ฝนื มาตรา ๗๔ หรอื ผ้ใู ดฝ่าฝืนมาตรา ๗๕ หรือมาตรา ๗๖ ต้องระวางโทษ จำ�คุกไม่เกินสิบปี หรอื ปรบั ไมเ่ กินสองแสนบาท หรอื ทัง้ จ�ำ ทง้ั ปรับ ในกรณีที่ผู้กระทำ�ความผิดตามวรรคหนึ่งเป็น นิติบุคคล ถ้าการกระทำ�ความผิดดังกล่าวเกิดจากการสั่ง การหรือการกระทำ�ของบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำ�เนิน งานของนติ บิ ุคคล ใหศ้ าลสงั่ เพกิ ถอนสทิ ธสิ มคั รรบั เลอื กตงั้ ของบุคคลซึ่งรับผิดชอบในการดำ�เนนิ งานของนิติบุคคลน้นั มาตรา ๑๒๙ พรรคการเมืองใดไม่รายงาน ตามมาตรา ๘๔ วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน หน่ึงแสนบาท
341 มาตรา ๑๓๐ พรรคการเมืองใดจัดทำ�รายงาน ตามมาตรา ๘๔ วรรคหนึ่ง อนั เปน็ เท็จตอ้ งระวางโทษปรับ ไมเ่ กินห้าแสนบาท มาตรา ๑๓๑ พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๘๔ วรรคสามหรือวรรคสี่ ต้องระวางโทษปรับ ห้าเท่าของจำ�นวนเงินท่ีจ่ายไปโดยไม่ถูกต้อง ถ้าเป็นการ กระทำ�ความผิดซำ้� ให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิสมัครรับ เลือกตั้งของหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหาร พรรคการเมืองนนั้ มาตรา ๑๓๒ หวั หนา้ พรรคการเมอื ง กรรมการ กรณยี ินยอมให้ บริหารพรรคการเมือง และเหรัญญิกพรรคการเมืองผู้ใด บคุ คลอื่นน�ำ เงนิ นำ�หรือยินยอมให้บุคคลอ่ืนนำ�เงินหรือทรัพย์สินของ หรอื ทรพั ย์สิน พรรคการเมืองไปใช้จ่ายเพ่ือประโยชน์ส่วนตัวหรือบุคคล ของพรรคการเมือง อน่ื หรอื น�ำ ไปใชเ้ พอ่ื การอน่ื ใด อนั เปน็ การฝา่ ฝนื มาตรา ๘๗ ไปใชจ้ ่ายส่วนตัว วรรคหน่ึง ต้องระวางโทษจำ�คุกต้ังแต่ห้าปีถึงสิบปี หรือ ปรับตง้ั แต่หนึ่งแสนบาทถงึ สองแสนบาท หรือท้ังจำ�ท้งั ปรับ มาตรา ๑๓๓ พรรคการเมืองใดไม่ปฏิบัติตาม มาตรา ๘๗ วรรคสอง หรือเปิดเผยข้อมูลค่าใช้จ่ายใน การโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์การดำ�เนินกิจกรรมของ พรรคการเมืองอันเป็นเท็จ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ห้าแสนบาท และให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิเลือกต้ังของ หัวหน้าพรรคการเมืองมีกำ�หนดห้าปีและในกรณีท่กี รรมการ บริหารพรรคการเมืองผู้ใดได้รับมอบหมายให้มีหน้าท่ี
342 ปฏบิ ัตกิ ารให้เป็นไปตามมาตรา ๘๗ วรรคสอง และละเลย ไม่ดำ�เนินการตามหน้าท่ี ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของกรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งผนู้ น้ั มกี �ำ หนดหา้ ปดี ว้ ย มาตรา ๑๓๔ ผู้ใดจ่ายเงิน ทรัพย์สิน หรือ ประโยชน์อ่ืนใดให้แก่สมาชิกซ่ึงดำ�รงตำ�แหน่งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรโดยไมป่ ฏบิ ตั ติ ามมาตรา ๘๘ วรรคหนงึ่ ต้อง ระวางโทษจำ�คุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือท้ังจำ�ท้ังปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับ เลือกต้ังของผู้นนั้ มาตรา ๑๓๕ สมาชิกซึ่งดำ�รงตำ�แหน่งสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๘๘ วรรคสอง ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๑๔๙ แหง่ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๖ กรรมการบรหิ ารพรรคการเมอื งผใู้ ด ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๙ ต้องระวางโทษจำ�คุกไม่เกิน สามเดอื น หรอื ปรับไม่เกนิ ห้าพันบาท หรือทัง้ จ�ำ ท้ังปรบั มาตรา ๑๓๗ ในกรณีท่ีพรรคการเมืองเป็น ผกู้ ระท�ำ ความผดิ ถา้ การกระท�ำ ความผดิ ของพรรคการเมอื งนน้ั เกิดจากการสง่ั การหรอื การกระท�ำ ของหวั หนา้ พรรคการเมอื ง หรือกรรมการบริหารพรรคการเมือง ซ่ึงรับผิดชอบในการ ดำ�เนินงานของพรรคการเมืองน้ัน หรือในกรณีท่ีบุคคล ดังกล่าวมีหน้าท่ีต้องส่ังการหรือกระทำ�การและละเว้น
343 ไม่ส่งั การหรือไม่กระทำ�การจนเป็นเหตุให้พรรคการเมืองน้นั กระทำ�ความผิด ผู้น้ันต้องรับโทษตามที่บัญญัติไว้สำ�หรับ ความผดิ นน้ั ๆ ดว้ ย มาตรา ๑๓๘ บรรดาความผิดตามพระราช กระทำ�ความผิด บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ี ซ่ึงมีโทษปรับสถานเดียว ตาม พ.ร.ป. น้ี หรือมีโทษจำ�คุกไม่เกินหนึ่งปีด้วย โดยความผิดนั้น ไม่มีกรณีท่ีให้ศาลส่ังเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกต้ังหรือ เพิกถอนสิทธิเลือกต้ังด้วย ให้คณะกรรมการหรือผู้ซึ่ง คณะกรรมการมอบหมายมีอำ�นาจเปรียบเทียบความผิด ดังกล่าวได้ เมื่อผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบและชำ�ระ ค่าปรับตามที่เปรียบเทียบภายในระยะเวลาท่ีกำ�หนดแล้ว ให้ถือว่าคดีเลิกกันตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาถ้าผู้ต้องหาไม่ยินยอมตามที่ เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชำ�ระเงินค่าปรับ ภายในระยะเวลาท่ีก�ำ หนด ให้ดำ�เนนิ คดีต่อไป มาตรา ๑๓๙ บรรดาความผิดตามพระราช บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ถ้าจำ�เลยอยู่ในอำ�นาจศาล แล้วแต่ได้หลบหนีไปและศาลได้ออกหมายจับแล้วแต่ยัง จับตวั มาไม่ได้ ให้ศาลมีอ�ำ นาจพจิ ารณาสบื พยาน และอา่ น คำ�พิพากษาลับหลงั จำ�เลยได้
344 บทเฉพาะกาล บทเฉพาะกาล มาตรา ๑๔๐ ใ ห้ พ ร ร ค ก า ร เ มื อ ง ท่ี จั ด ตั้ ง หรือเป็นพรรคการเมืองตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ และ ยังดำ�รงอยู่ในวันก่อนวันท่ีพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญน้ีใช้บังคับ เป็นพรรคการเมืองตามพระราช บัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีและให้คณะกรรมการบริหาร พรรคการเมืองดังกล่าวที่ดำ�รงตำ�แหน่งอยู่ในวันก่อนวัน ท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ยังคง เป็นคณะกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพื่อดำ�เนินการ ตามมาตรา ๑๔๑ โดยให้ถือว่าพรรคการเมืองดังกล่าว มีสมาชิกตามที่ปรากฏในทะเบียนสมาชิกพรรคการเมือง ท่ีสำ�นักงานจัดให้มีขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบ รฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมอื ง พ.ศ. ๒๕๕๐ การด�ำ เนนิ การ มาตรา ๑๔๑ พรรคการเมืองตามมาตรา ๑๔๐ ของพรรคการเมอื ง ตอ้ งด�ำ เนนิ การในเร่อื งและภายในระยะเวลาดังตอ่ ไปนี้ (๑) แจ้งการเปล่ยี นแปลงสมาชิกท่แี ตกต่างจากท่ี ปรากฏในทะเบียนสมาชิกพรรคการเมืองตามมาตรา ๑๔๐ ให้นายทะเบียนทราบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันท่ีพระราช บญั ญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญน้ีใช้บังคับ (๒) พรรคการเมืองท่จี ัดต้งั ข้นึ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐
345 และในวันท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีใช้บังคับ ยังมีสมาชิกไม่ถึงห้าร้อยคนต้องดำ�เนินการให้มีสมาชิกให้ ครบห้าร้อยคนภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระ ราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนญู นี้ใช้บังคับ (๓) จัดให้มีทุนประเดิมจำ�นวนหน่ึงล้านบาท และแจ้งให้นายทะเบียนทราบภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ ในกรณีท่ีพรรคการเมืองมีเงินหรือทรัพย์สินอยู่แล้วจะกัน เงินหรือทรพั ยส์ นิ ทมี่ ีอยู่แยกไว้เป็นทนุ ประเดิมกไ็ ด้ แตต่ อ้ ง แจ้งให้นายทะเบียนทราบพร้อมด้วยหลักฐานการกันเงิน ภายในระยะเวลาดงั กล่าว (๔) จัดให้สมาชิกจำ�นวนไม่น้อยกว่าห้าร้อยคน ชำ�ระค่าบำ�รุงพรรคการเมืองสำ�หรับปีท่ีพระราชบัญญัติ ประกอบรฐั ธรรมนญู นใ้ี ชบ้ งั คบั ภายในเวลาหนง่ึ รอ้ ยแปดสบิ วนั นับแต่วันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ และให้พรรคการเมืองแจ้งให้คณะกรรมการทราบพร้อมด้วย หลักฐานแสดงการชำ�ระค่าบำ�รุงพรรคการเมืองสำ�หรับปีท่ี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับภายใน สิบห้าวันนับแต่วันพ้นระยะเวลาชำ�ระค่าบำ�รุงพรรคการเมือง ดังกล่าว สมาชิกท่ีชำ�ระค่าบำ�รุงพรรคการเมืองดังกล่าว หากยังค้างคา่ บำ�รงุ พรรคการเมอื งสำ�หรับปีก่อน ๆ อยูเ่ ป็น จำ�นวนเทา่ ไร ให้เปน็ อันพบั ไป
346 (๕) จัดให้สมาชิกชำ�ระเงินค่าบำ�รุงพรรคการเมือง ให้ได้จำ�นวนไม่น้อยกว่าห้าพันคนภายในหน่ึงปีนับแต่วัน ท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีใช้บังคับ และให้ ได้จำ�นวนไม่น้อยกว่าหน่ึงหม่ืนคนภายในส่ีปีนับแต่วันท่ี พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีใช้บังคับ เม่ือพ้น ระยะเวลาส่ีปีดังกล่าวแล้วให้สมาชิกภาพของสมาชิกท่ีมิได้ ชำ�ระค่าบำ�รุงพรรคการเมืองเป็นอันส้ินสุดลง และให้ นายทะเบยี นสมาชิกแจ้งใหน้ ายทะเบยี นทราบ ตามรายการ และวธิ ีการท่ีนายทะเบียนก�ำ หนด (๖) จัดให้มีการประชุมใหญ่เพ่ือแก้ไขข้อบังคับ และจดั ท�ำ ค�ำ ประกาศอดุ มการณท์ างการเมอื งของพรรคการเมอื ง และนโยบายของพรรคการเมืองให้ถูกต้องตามท่ีบัญญัติ ไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ี และเลือก หัวหน้าพรรคการเมือง เลขาธกิ ารพรรคการเมือง เหรญั ญกิ พรรคการเมือง นายทะเบียนสมาชิก และกรรมการ บริหารอื่นของพรรคการเมือง ตามข้อบังคับของ พรรคการเมืองท่ีแก้ไขใหม่ภายในหน่ึงร้อยแปดสิบวันนับ แต่วันท่ีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญน้ีใช้บังคับ การประชุมใหญ่ดังกล่าวนอกจากต้องดำ�เนินการตาม ข้อบังคับของพรรคการเมืองที่ใช้บังคับอยู่แล้ว ต้องมี หัวหน้าสาขาพรรคการเมืองไม่น้อยกว่าส่ีสาขา และมี สมาชิกของพรรคการเมืองซ่ึงรวมกันแล้วมีจำ�นวนไม่น้อย กว่าสองร้อยห้าสิบคน เข้าร่วมประชุมและมีสิทธิลง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410