44 กรณมี ีรายชื่อ มาตรา ๕๑ ในกรณที ผ่ี มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั หรอื ผสู้ มคั ร ผไู้ มม่ สี ิทธสิ มัคร ผู้ใดเห็นว่าผู้มีชื่อในประกาศรายช่ือท่ีผู้อำ�นวยการการ รับเลือกตง้ั เลือกต้ังประจำ�เขตเลือกต้ังได้ประกาศตามมาตรา ๔๖ ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ให้มีสิทธิย่ืนคำ�ร้องต่อคณะ กรรมการภายในเจ็ดวันนับแต่วันท่ีประกาศรายช่ือผู้สมัคร เม่อื คณะกรรมการมีคำ�วินิจฉัยเช่นใดแล้ว ให้แจ้งคำ�วินิจฉัย ไปยังผู้อำ�นวยการการเลือกต้ังประจำ�เขตเลือกตั้งเพ่ือ ดำ�เนินการตามคำ�วินิจฉัยต่อไปโดยเร็ว ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกำ�หนด แต่ทั้งน้ีไม่กระทบ กระเทอื นถงึ การปฏบิ ตั กิ อ่ นทราบค�ำ วนิ จิ ฉยั ของคณะกรรมการ ในกรณีท่ีคณะกรรมการมีคำ�วินิจฉัยให้ถอนการ รับสมัครของผู้ใด ให้ผู้น้ันมีสิทธิย่ืนอุทธรณ์คำ�วินิจฉัย ดังกล่าวต่อศาลฎีกาได้ภายในสามวันนับแต่วันที่ถูกถอน การรับสมัคร และในกรณีท่ีศาลฎีกายังมิได้มีคำ�วินิจฉัย เปน็ ประการใดก่อนวนั เลือกตั้ง ใหก้ ารพจิ ารณาเป็นอันยตุ ิ และให้ด�ำ เนินการเลอื กตง้ั ไปตามคำ�สั่งของคณะกรรมการ การถอนชือ่ มาตรา ๕๒ ก่อนวันเลือกตัง้ หากผ้อู �ำ นวยการ ผไู้ ม่มีสิทธิสมคั ร การเลือกต้งั ประจำ�เขตเลือกต้งั ตรวจสอบแล้วเห็นว่าผ้สู มัคร รับเลอื กต้งั ผู้ใดไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกต้ังเน่ืองจากขาดคุณสมบัติ หรือมลี กั ษณะตอ้ งหา้ มมิใหใ้ ช้สทิ ธิสมัครรับเลือกตัง้ ใหย้ ่นื คำ�ร้องต่อศาลฎีกาให้ถอนช่ือผู้น้ันออกจากประกาศรายช่ือ ผ้สู มคั ร
45 เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ถ้าปรากฏว่าศาลฎีกายังมิได้ วินิจฉัย ให้ดำ�เนินการเลือกต้ังไปตามประกาศรายช่ือ ผูส้ มัครที่มผี ลอยใู่ นวันนนั้ มาตรา ๕๓ ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง หาก ผสู้ มัคร ผู้อำ�นวยการการเลือกตั้งประจำ�เขตเลือกตั้งตรวจสอบแล้ว ขาดคณุ สมบตั หิ รือ เห็นว่าผู้สมัครผู้ใดไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกต้ังเนื่องจากขาด มีลักษณะต้องหา้ ม คณุ สมบตั หิ รอื มลี กั ษณะตอ้ งหา้ มมใิ หใ้ ชส้ ทิ ธสิ มคั รรบั เลอื กตง้ั และผ้สู มัครผ้นู ้นั ได้คะแนนอย่ใู นลำ�ดับท่จี ะได้รับการเลือกต้งั ให้เสนอเร่ืองต่อคณะกรรมการเพื่อวินิจฉัย ในกรณีที่คณะ กรรมการวินิจฉัยว่าผู้สมัครผู้นั้นมีเหตุดังกล่าว ให้มีคำ�สั่ง ยกเลิกการเลือกตั้งในเขตเลือกต้ังนั้นและสั่งให้ดำ�เนินการ เลือกต้ังใหม่ ในกรณีน้ีมิให้นำ�คะแนนที่ผู้สมัครแต่ละคน ได้รบั ไปใช้ในการคำ�นวณตามมาตรา ๑๒๘ กรณีตามวรรคหนึ่งหากผู้สมัครท่ีขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามได้คะแนนไม่อยู่ในลำ�ดับที่จะได้รับ การเลือกตง้ั มิให้นำ�คะแนนทผี่ ้สู มัครน้นั ได้รับไปใชใ้ นการ ค�ำ นวณตามมาตรา ๑๒๘ ในกรณีตามวรรคหน่งึ หรือวรรคสอง หากผ้สู มัคร ผู้น้ันรู้อยู่แล้วว่าตนเป็นผู้ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกต้ัง ให้คณะกรรมการส่ังระงับสิทธิสมัครรับเลือกต้ังไว้เป็นการ ชว่ั คราว และด�ำ เนนิ การตอ่ ไปตามมาตรา ๑๓๘
46 กรณีผูส้ มัคร มาตรา ๕๔ กรณีท่ีพบเหตุตามมาตรา ๕๓ ปกปิดหรอื ไม่แจ้ง ภายหลงั ประกาศผลการเลอื กตง้ั และผนู้ น้ั เปน็ ผไู้ ดร้ บั เลอื กตง้ั ขอ้ ความจริง ให้คณะกรรมการยื่นคำ�ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย ในกรณีตามวรรคหน่ึง หากผู้สมัครผู้น้ันรู้อยู่แล้ว ว่าตนเป็นผ้ไู ม่มีสิทธิสมัครรับเลือกต้งั แล้วปกปิดหรือไม่แจ้ง ขอ้ ความจรงิ นน้ั ใหถ้ อื วา่ การเลอื กตง้ั ในเขตเลอื กตง้ั นน้ั มไิ ด้ เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ียงธรรม และให้ศาลรัฐธรรมนูญมี คำ�ส่ังเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้นั้น และเม่ือมี การเลือกตงั้ ใหม่ ให้น�ำ ความในมาตรา ๑๓๑ มาใช้บงั คับ ด้วยโดยอนุโลม เม่ือศาลรัฐธรรมนูญได้รับเร่ืองไว้พิจารณาแล้ว หากปรากฏเหตุอันควรสงสัยว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผูถ้ ูกรอ้ งมีกรณีตามท่ถี กู รอ้ ง ให้ศาลรฐั ธรรมนญู มคี ำ�สั่งให้ ผนู้ น้ั หยดุ ปฏบิ ตั หิ นา้ ทจ่ี นกวา่ ศาลรฐั ธรรมนญู จะมคี �ำ วนิ จิ ฉยั ผแู้ ทนพรรคการเมอื ง มาตรา ๕๕ พรรคการเมืองท่ีส่งผู้สมัคร หาก ประจำ� ประสงค์จะส่งผู้แทนไปประจำ�อยู่ ณ ท่ีเลือกตั้งเพื่อ ณ ทเ่ี ลอื กต้งั สังเกตการณ์การออกเสียงลงคะแนนและการนับคะแนน ให้ยื่นหนังสือแต่งตั้งผู้แทนของตนต่อคณะกรรมการการ เลือกตั้งประจำ�เขตเลือกตั้งก่อนวันเลือกต้ังไม่น้อยกว่า สิบหา้ วนั ท้ังนี้ ใหแ้ ต่งต้งั ได้ท่ีเลอื กตัง้ ละหนึ่งคน ผู้แทนพรรคการเมืองตามวรรคหน่ึง ต้องอยู่ในที่ ซงึ่ จัดไว้ ณ ทเ่ี ลอื กตงั้ ซึ่งสามารถมองเห็นการปฏิบัตงิ านได้ และตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามทก่ี รรมการประจ�ำ หนว่ ยเลอื กตง้ั ก�ำ หนด
47 ในกรณีที่มีการกระทำ�อันเป็นการฝ่าฝืนความใน วรรคสอง ให้คณะกรรมการประจำ�หน่วยเลือกตั้งมีคำ�สั่ง ให้ผู้แทนพรรคการเมืองนั้นออกไปจากท่ีเลือกตั้ง และให้ เจ้าหน้าท่ีรักษาความปลอดภัยประจำ�หน่วยเลือกต้ังดำ�เนิน การเพ่ือใหเ้ ป็นไปตามค�ำ ส่ัง การปฏิบัติงานของผู้แทนพรรคการเมืองให้เป็น ไปตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่คี ณะกรรมการกำ�หนด สว่ นท่ี ๓ การสมัครรบั เลือกต้งั แบบบญั ชีรายชือ่ มาตรา ๕๖ พรรคการเมืองใดส่งผู้สมัครแบบ หลกั เกณฑ์ในการ แบ่งเขตเลือกต้ังแล้ว ให้มีสิทธิส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายช่ือ จดั ทำ�บญั ชีรายช่อื ได้พรรคละหน่ึงบัญชี มีจำ�นวนไม่เกินหน่ึงร้อยห้าสิบรายช่ือ ตามหลกั เกณฑด์ ังต่อไปนี้ (๑) ดำ�เนินการสรรหาผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ ตามวิธีการท่ีกำ�หนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าดว้ ยพรรคการเมอื ง (๒) พรรคการเมืองจะเสนอรายชื่อบุคคลใดต้อง ได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากบุคคลนั้น และบุคคล ดงั กลา่ วตอ้ งเปน็ สมาชกิ ของพรรคการเมอื งทจ่ี ะเสนอรายชอ่ื เพียงพรรคเดยี ว
48 (๓) ให้จัดทำ�บัญชีรายชื่อตามแบบท่ีคณะ กรรมการกำ�หนด โดยจัดเรียงลำ�ดับรายช่ือผู้สมัครตาม ลำ�ดับหมายเลข (๔) รายชื่อในบัญชีผู้สมัครของพรรคการเมือง ต้องไม่ซำ้�กับพรรคการเมืองอื่น และไม่ซำ้�กับรายชื่อ ผ้สู มคั รแบบแบง่ เขตเลือกตั้ง การจัดทำ�บัญชีรายชื่อตามวรรคหน่ึงต้องให้ สมาชิกของพรรคการเมืองมีส่วนร่วมในการพิจารณาด้วย โดยตอ้ งค�ำ นึงถงึ ผู้สมคั รรับเลือกตงั้ จากภมู ิภาคตา่ ง ๆ และ ความเท่าเทียมกนั ระหวา่ งชายและหญงิ ท้งั นีต้ ามทบ่ี ญั ญตั ิ ไว้ในกฎหมายประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมือง การย่ืนบญั ชรี ายชอ่ื มาตรา ๕๗ การสมคั รรบั เลอื กตง้ั แบบบญั ชรี ายชอ่ื ให้พรรคการเมืองยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครท่ีพรรคการเมือง จัดท�ำ ขนึ้ ตามมาตรา ๕๖ ต่อคณะกรรมการก่อนปดิ การรบั สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เลือกตั้ง ตามวิธีการและสถานที่ที่คณะกรรมการกำ�หนด กรณีมีเหตุจำ�เป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้คณะกรรมการอาจ เปลย่ี นวิธีการหรอื สถานที่รบั สมคั รก็ได้ เอกสารหลกั ฐานใน ในการย่ืนบัญชีรายช่ือผู้สมัครตามวรรคหน่ึง การย่นื บญั ชรี ายชอ่ื ต้องยนื่ พร้อมเอกสารและหลักฐานดังต่อไปนี้ (๑) หนังสอื ยนิ ยอมของผสู้ มคั ร (๒) หนังสือรับรองของพรรคการเมืองว่าได้ ดำ�เนินการถูกต้องครบถ้วนตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ วา่ ด้วยพรรคการเมอื งแลว้
49 (๓) หลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคล ธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีท่สี มัครรับเลือกต้งั ของผู้สมัคร เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ ให้ทำ� หนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษีพร้อมท้ังสาเหตุแห่งการ ไม่ได้เสยี ภาษี (๔) เงนิ คา่ ธรรมเนยี มการสมคั รคนละหนง่ึ หมน่ื บาท (๕) เอกสารและหลักฐานอ่นื ตามท่คี ณะกรรมการ กำ�หนดเท่าท่จี ำ�เป็นตอ่ การดำ�เนนิ การเลือกตั้ง ให้สำ�นักงานจัดท�ำ ข้อมลู หลกั ฐานตาม (๓) และ เปดิ เผยให้ประชาชนทราบเป็นการทวั่ ไป ในกรณีพรรคการเมืองใดย่ืนเอกสารและหลักฐาน การสมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัครรายใดไม่ถูกต้องครบถ้วน ให้คณะกรรมการมีอำ�นาจไม่รับสมัครรับเลือกต้ังผู้สมัคร รายน้ันได้ และให้สำ�นักงานแจ้งเหตุผลให้พรรคการเมือง ทราบ ทั้งน้ี ตามที่คณะกรรมการกำ�หนด มาตรา ๕๘ เมื่อคณะกรรมการรับสมัครผู้สมัคร ประกาศรายชอ่ื แบบบญั ชรี ายชอ่ื ของพรรคการเมอื งใดแลว้ ใหป้ ระกาศรายชอ่ื ผสู้ มัคร ผู้สมัครภายในเจ็ดวันนับแต่วันปิดรับสมัครไว้โดยเปิดเผย ณ ท่ีเลอื กตั้ง หรือบริเวณใกลเ้ คียงกับทเี่ ลอื กต้งั หรอื สถานท่ี อ่นื ท่เี ห็นสมควร และให้นำ�ความในมาตรา ๔๖ วรรคสาม และมาตรา ๔๗ มาใชบ้ ังคับด้วยโดยอนโุ ลม มาตรา ๕๙ กรณีท่ีคณะกรรมการไม่รับสมัคร กรณีคณะกรรมการ บุคคลใดหรือไม่ประกาศรายช่ือบุคคลใดเป็นผู้สมัครตาม ไม่รบั สมคั รหรอื มาตรา ๕๘ ใหบ้ คุ คลนน้ั มสี ทิ ธยิ น่ื ค�ำ รอ้ งตอ่ ศาลฎกี าภายใน ไมป่ ระกาศรายช่อื ผู้สมัคร
50 เจ็ดวันนับแต่วันที่ไม่รับสมัครหรือวันที่ประกาศรายช่ือ ผู้สมคั ร แลว้ แตก่ รณี และใหน้ �ำ ความในมาตรา ๔๙ มาใช้ บังคบั ด้วยโดยอนโุ ลม มาตรา ๖๐ ให้นำ�ความในมาตรา ๕๑ มา ใช้บังคับแก่กรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกต้ังหรือผู้สมัครผู้ใดเห็นว่า ผู้ มี ชื่ อ ใ น บั ญ ชี ร า ย ชื่ อ ท่ี ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ป ร ะ ก า ศ ต า ม มาตรา ๕๘ ไมม่ สี ทิ ธิสมัครรบั เลอื กตั้งดว้ ยโดยอนุโลม กรณผี สู้ มคั ร มาตรา ๖๑ กอ่ นวนั เลอื กตง้ั หากคณะกรรมการ ขาดคณุ สมบตั ิหรือ เห็นว่าผู้สมัครของพรรคการเมืองใดไม่มีสิทธิสมัครรับ มลี ักษณะตอ้ งห้าม เลอื กตง้ั เนื่องจากขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามมิให้ ใช้สิทธิสมัครรับเลือกต้งั ให้ย่นื คำ�ร้องต่อศาลฎีกาให้ถอนช่อื ผู้น้ันออกจากประกาศรายช่ือผู้สมัคร และให้นำ�ความใน มาตรา ๕๒ วรรคสองมาใชบ้ ังคับด้วยโดยอนุโลม สว่ นที่ ๔ คา่ ใช้จา่ ยในการเลือกต้งั และวิธีการหาเสยี ง ค่าใชจ้ ่ายในการ มาตรา ๖๒ ให้คณะกรรมการประกาศกำ�หนด เลอื กตั้ง จำ�นวนเงินค่าใช้จ่ายของผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง แต่ละคน และของพรรคการเมืองท่จี ะใช้จ่ายในการเลือกต้งั โดยหารือกับหัวหน้าพรรคการเมือง และให้มีการทบทวน การกำ�หนดจำ�นวนเงินดังกล่าวให้สอดคล้องกับความ จ�ำ เป็นและสภาวะทางเศรษฐกิจอยา่ งน้อยทุกสี่ปี
51 ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองตามวรรคหนึ่งต้อง เป็นการหาเสียงของพรรคการเมืองตามหลักเกณฑ์และ เง่ือนไขท่ีคณะกรรมการกำ�หนด โดยจะกำ�หนดให้ใช้ จำ�นวนสมาชิกของพรรคการเมืองท่ีส่งสมัครรับเลือกตั้ง เปน็ รายบคุ คลมาเป็นฐานในการค�ำ นวณมไิ ด้ มาตรา ๖๓ ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ข้อหา้ ม ในการ ใช้จ่ายในการเลือกตั้งเกินจำ�นวนค่าใช้จ่ายที่กำ�หนดตาม ใช้จ่ายในการ มาตรา ๖๒ ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายดังกล่าวให้รวมถึงบรรดาเงิน เลือกตง้ั หรือทรัพย์สินอน่ื ใดทบ่ี คุ คลใด ๆ จา่ ยหรอื รบั วา่ จะจา่ ยแทน หรือนำ�มาให้ใช้โดยไม่คิดค่าตอบแทนเพ่ือประโยชน์ในการ หาเสียงเลือกตั้งโดยผู้สมัครหรือพรรคการเมืองน้ันยินยอม หรือไม่คัดค้าน ในกรณีที่นำ�ทรัพย์สินมาให้ใช้ ให้คำ�นวณ ตามอัตราค่าเช่าหรือค่าตอบแทนตามปกติในท้องที่น้ัน ๆ ทั้งนี้ ไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายท่ีคณะกรรมการจัดให้แก่ผู้สมัคร ทุกคนและพรรคการเมืองทุกพรรคอย่างเทา่ เทยี มกัน มาตรา ๖๔ ในการคำ�นวณค่าใช้จ่ายของ การค�ำ นวณ ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองสำ�หรับการเลือกต้ังแต่ละคร้ัง ค่าใชจ้ ่ายของ ให้คำ�นวณตามค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายจริงในการเลือกต้ัง ผู้สมคั รหรือ ในระหว่างระยะเวลาดงั ตอ่ ไปนี้ พรรคการเมือง (๑) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งท่ัวไปอันเนื่องมา สำ�หรบั การเลอื กตง้ั จากการครบอายขุ องสภาผแู้ ทนราษฎร ใหค้ �ำ นวณคา่ ใชจ้ า่ ย ท่ีใช้จ่ายไปตั้งแต่หนึ่งร้อยแปดสิบวันก่อนวันที่คณะ กรรมการประกาศใหม้ ีการเลือกตั้ง จนถึงวนั เลอื กตงั้
52 (๒) ในกรณีที่เป็นการเลือกต้ังท่ัวไปอันเนื่องมา จากการยุบสภา หรือการเลือกตั้งแทนตำ�แหน่งท่ีว่างให้ คำ�นวณค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปต้ังแต่วันที่ยุบสภาหรือวันที่ ตำ�แหน่งวา่ งลง แลว้ แตก่ รณี จนถงึ วนั เลอื กตั้ง ในกรณีท่ีมีเหตุอันสมควรเพ่ือประโยชน์ในการ ดำ�เนินการหรือการจัดการเลือกต้ังให้เป็นไปโดยสุจริตและ เที่ยงธรรม คณะกรรมการจะขยายระยะเวลาตามวรรคหนง่ึ ออกไปก็ได้ ให้คณะกรรมการประกาศประเภทของค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้งไว้เป็นตัวอย่างให้ผู้สมัครพรรคการเมือง และประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ประกาศดังกล่าวให้มี การปรับปรงุ ใหเ้ ปน็ ปจั จบุ ัน การใชจ้ า่ ยเก่ยี วกับ มาตรา ๖๕ เม่ือพ้นกำ�หนดระยะเวลาตาม การเลือกต้งั มาตรา ๖๔ แล้ว พรรคการเมือง ผู้ดำ�รงตำ�แหน่งใน พรรคการเมือง และสมาชิกพรรคการเมืองซ่ึงเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ดำ�รงตำ�แหน่งทางการเมืองผู้ใด ให้ เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำ�นวณเป็นเงิน ได้แก่บุคคล คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ให้ถือว่าเป็นการ ใช้จ่ายเกี่ยวกับการเลือกต้ังตามมาตรา ๖๓ โดยให้นำ�ไป รวมค�ำ นวณเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยในการเลอื กตง้ั ของพรรคการเมอื งนน้ั ในการเลอื กต้ังสมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎรคร้ังต่อไป การกระทำ�ตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำ� ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซ่ึงกระทำ�ภายในเขตเลือกตั้ง
53 ของตน ให้ถือว่าเป็นการใช้จ่ายเก่ียวกับการเลือกต้ังตาม มาตรา ๖๔ โดยให้นำ�ไปรวมคำ�นวณเป็นค่าใช้จ่ายของ ผนู้ ั้นในการเลอื กต้งั สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรครงั้ ต่อไป ความในวรรคหน่ึงและวรรคสองมิให้ใช้บังคับ แก่การให้ตามปกติประเพณี หรือเม่ือมีเหตุอันสมควร ทัง้ นี้ ตามจ�ำ นวน หลักเกณฑ์ วิธกี าร และเง่อื นไขทีค่ ณะ กรรมการก�ำ หนด มาตรา ๖๖ ในกรณีที่ความปรากฏต่อคณะ กรรมการว่ามีผู้ใดกระทำ�การตามมาตรา ๖๕ ให้คณะ กรรมการส่ังให้เลขาธิการบันทึกไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการ เลือกต้ังของพรรคการเมืองหรือของผู้ซ่ึงดำ�รงตำ�แหน่ง ตามมาตรา ๖๕ ในการเลอื กตัง้ สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร คร้ังต่อไป แล้วแจ้งให้พรรคการเมืองหรือบุคคลดังกล่าว ทราบ พรรคการเมอื งหรือบุคคลดังกล่าวทีไ่ ม่เห็นดว้ ยให้มี สิทธิยนื่ คดั ค้านตามหลกั เกณฑ์ วิธกี าร และเงอ่ื นไขทคี่ ณะ กรรมการกำ�หนด มาตรา ๖๗ ภายในกำ�หนดเก้าสิบวันนับจาก การยืน่ บัญชี วันเลือกต้ัง ผู้สมัครแต่ละคนและหัวหน้าพรรคการเมือง รายรบั และรายจา่ ย ท่ีส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายช่ือ ต้องย่ืนบัญชีรายรับและ รายจ่ายต่อคณะกรรมการ ตามแบบท่ีคณะกรรมการกำ�หนด ซึ่งอยา่ งนอ้ ยตอ้ งประกอบดว้ ยคา่ ใชจ้ า่ ยทง้ั หมดทไ่ี ดจ้ า่ ยไปแลว้ และท่ียังค้างชำ�ระรวมท้ังเอกสารหรือหลักฐานที่เก่ียวข้องให้ ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง และผู้สมัครหรือหัวหน้า
54 พรรคการเมือง แล้วแต่กรณีต้องลงลายมือชื่อรับรองความ ถกู ต้องครบถ้วนของบัญชรี ายรับและรายจา่ ย ให้คณะกรรมการเปิดเผยรายงานสรุปรายรับ และรายจ่ายของผู้สมัครแต่ละคนและพรรคการเมืองแต่ละ พรรคโดยประกาศใหป้ ระชาชนทราบเป็นการทัว่ ไป ให้คณะกรรมการดำ�เนินการให้มีการตรวจสอบ รายการค่าใช้จ่ายตามวรรคหน่ึงตามวิธีการท่ีคณะกรรมการ กำ�หนด ในกรณีท่ีความปรากฏต่อคณะกรรมการหรือมี การคัดค้านว่าผู้สมัครผู้ใดหรือพรรคการเมืองใดใช้จ่าย เก่ียวกับการเลือกต้ังเกินจำ�นวนค่าใช้จ่ายที่คณะกรรมการ กำ�หนด หรอื ปรากฏว่าบัญชีรายรับและรายจ่ายไมถ่ กู ต้อง ครบถ้วนตามความเปน็ จรงิ ใหค้ ณะกรรมการดำ�เนนิ การให้ มีการสืบสวนหรือไต่สวนและวินิจฉัยเพ่ือดำ�เนินการต่อไป โดยเร็ว และใหเ้ กบ็ รกั ษาบัญชีรายรบั และรายจ่าย เอกสาร และหลักฐานดังกล่าวไว้จนกว่าคณะกรรมการจะดำ�เนินการ แลว้ เสร็จ ระยะเวลาในการ มาตรา ๖๘ เพื่อประโยชน์แห่งความเที่ยงธรรม หาเสียงเลอื กตั้ง และความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย ให้คณะกรรมการกำ�หนด วิธีการหาเสียงเลือกต้ังให้ผู้สมัครและพรรคการเมืองต้อง ปฏิบัติ วิธีการหาเสียงเลือกตั้งดังกล่าวให้มีผลภายใน กำ�หนดเวลา ดงั ต่อไปน้ี
55 (๑) ในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเน่ืองมา จากการครบอายขุ องสภาผแู้ ทนราษฎร ใหก้ ระท�ำ ได้ตง้ั แต่ หน่ึงร้อยแปดสิบวันก่อนวันครบอายุ จนถึงวันก่อนวัน เลือกตั้ง (๒) ในกรณีท่ีเป็นการเลือกตั้งทั่วไปอันเน่ืองมา จากการยุบสภา หรือการเลือกต้ังแทนตำ�แหน่งที่ว่างให้ กระทำ�ได้ต้ังแต่วันที่ยุบสภาหรือวันท่ีตำ�แหน่งว่างลง แล้ว แตก่ รณีจนถึงวนั ก่อนวนั เลอื กตงั้ (๓) ในกรณีมีการส่ังให้มีการเลือกต้ังใหม่ ให้กระทำ�ได้ต้ังแต่วันที่มีคำ�สั่งให้มีการเลือกต้ังใหม่จนถึง วันก่อนวนั เลือกตัง้ (๔) ในกรณีมีการสั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนน ใหม่ ผ้ใู ดจะหาเสยี งเลือกตงั้ มไิ ด้ เว้นแตค่ ณะกรรมการจะมี มติเป็นอย่างอืน่ โดยค�ำ นงึ ถึงความสุจรติ และเที่ยงธรรม มาตรา ๖๙ ห้ามผู้สมัคร พรรคการเมือง ขอ้ หา้ มในการ หรือผู้ใดโฆษณาหาเสียงเลือกต้ังทางวิทยุกระจายเสียง หาเสียงเลือกต้งั หรือวิทยุโทรทัศน์ เว้นแต่เป็นการดำ�เนินการตามที่ได้รับ การสนบั สนุนตามมาตรา ๘๑ มาตรา ๗๐ การหาเสียงเลือกต้ังจะกระทำ�โดย วธิ ีการทางอเิ ล็กทรอนิกส์ก็ได้ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และ เงื่อนไขที่คณะกรรมการกำ�หนด แต่ห้ามมิให้ผู้ใดหาเสียง เลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือ พรรคการเมืองใดนบั ตัง้ แต่เวลา ๑๘.๐๐ นาฬิกา ของวนั กอ่ นวันเลอื กตงั้ หน่งึ วนั จนส้นิ สดุ วนั เลอื กตัง้
56 ในการกำ�หนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเง่ือนไข ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการหารือกับพรรคการเมือง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพส่ือมวลชนท้ังส่ือหนังสือพิมพ์ วทิ ยกุ ระจายเสียง วิทยโุ ทรทศั น์ และส่อื ทางอิเล็กทรอนิกส์ ด้วย ในกรณีท่ีความปรากฏต่อคณะกรรมการว่าผู้ใด กระทำ�การตามวรรคหนึ่ง โดยไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวธิ กี าร หรือฝ่าฝืนเง่อื นไขท่ีคณะกรรมการกำ�หนดตาม วรรคหน่งึ คณะกรรมการมอี ำ�นาจสั่งให้แก้ไขเปล่ยี นแปลง หรือลบข้อมลู ภายในเวลาท่คี ณะกรรมการกำ�หนด ให้นำ�ค่าใช้จ่ายในการหาเสียงเลือกต้ังโดยวิธีการ ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สต์ ามมาตราน ้ี ไปรวมค�ำ นวณเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ย ในการเลือกต้ังของผสู้ มคั รและพรรคการเมืองดว้ ย การหาเสียง มาตรา ๗๑ การหาเสยี งเลือกตั้งดว้ ยวธิ ีการอนื่ เลอื กตัง้ ใดนอกจากทีบ่ ัญญตั ิไวใ้ นมาตรา ๖๙ มาตรา ๗๐ มาตรา ๘๑ และมาตรา ๘๓ คณะกรรมการจะกำ�หนดให้ต้องทำ�ตาม หลกั เกณฑ์ วธิ ีการ และเงอื่ นไข ท่ีคณะกรรมการก�ำ หนด ก็ได้ โดยคำ�นึงถึงความเท่าเทียม ความเสมอภาค และ ความเทย่ี งธรรมของผสู้ มคั รและพรรคการเมือง การส�ำ รวจ มาตรา ๗๒ การส�ำ รวจความคดิ เหน็ ของประชาชน ความคดิ เห็นของ โดยมีเจตนาไม่สุจริต มีลักษณะเป็นการช้ีนำ�หรือมีผลต่อ ประชาชน การตัดสินใจในการลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือก ผสู้ มัครผู้ใดจะกระทำ�มิได้
57 มาตรา ๗๓ ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำ� ข้อหา้ มในการ การอยา่ งหนง่ึ อยา่ งใดเพอ่ื จงู ใจใหผ้ มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ลงคะแนนให้ หาเสยี งเลอื กต้งั แก่ตนเองหรือผู้สมัครอ่ืน ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธกี ารดังต่อไปนี้ (๑) จัดท�ำ ให้ เสนอให้ สญั ญาวา่ จะให้ หรือจัด เตรียมเพ่อื จะให้ ทรพั ยส์ นิ หรือผลประโยชน์อ่นื ใดอนั อาจ คำ�นวณเปน็ เงินไดแ้ ก่ผ้ใู ด (๒) ให้ เสนอให้ หรือสัญญาวา่ จะให้เงิน ทรพั ย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรงหรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัด สถานศึกษา สถานสงเคราะห์หรือ สถาบันอน่ื ใด (๓) ทำ�การโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มี มหรสพหรือการรน่ื เรงิ ต่าง ๆ (๔) เลยี้ งหรอื รับจะจัดเลยี้ งผู้ใด (๕) หลอกลวง บงั คบั ข่เู ข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ของผู้สมคั รหรือพรรคการเมอื ง ความใน (๓) มิให้ใช้บังคับแก่ผ้สู มัครท่ใี ช้ความรู้ ความสามารถทางศิลปะของตน หาเสียงให้แก่ตนเองโดย ไมใ่ ชอ้ ปุ กรณ์ในการแสดงมหรสพ ความผิดตาม (๑) หรอื (๒) ใหถ้ อื วา่ เป็นความผิด มูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม
58 การฟอกเงิน และให้คณะกรรมการมีอำ�นาจส่งเรื่องให้ สำ�นักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินดำ�เนินการ ตามหน้าท่ีและอ�ำ นาจได้ มาตรา ๗๔ การหาเสียงเลือกตั้งของผู้สมัคร และพรรคการเมือง ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับแนวทางท่ี กำ�หนดเป็นนโยบายของพรรคการเมืองตามกฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยพรรคการเมือง ห้ามเรยี กหรอื รบั มาตรา ๗๕ หา้ มมิให้ผู้ใดหรือพรรคการเมืองใด ทรัพย์สินอนั ท�ำ ให้ เรยี กหรอื รบั ทรพั ยส์ นิ หรือผลประโยชน์อนื่ ใดเพ่ือลงสมัคร การเลือกตัง้ เป็นไป หรือส่งผู้สมัคร หรือไม่ลงสมัครหรือไม่ส่งผู้สมัครอันก่อให้ โดยไม่สจุ รติ และ เกิดประโยชน์แก่ผู้สมัครอื่นหรือพรรคการเมืองอ่ืนในการ เทยี่ งธรรม เลือกต้ัง และทำ�ให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ เท่ยี งธรรม ห้ามจัดยานพาหนะ มาตรา ๗๖ ห้ามมิให้ผ้สู มัครผ้ใู ดจัดยานพาหนะ นำ�ผู้ทม่ี สี ิทธิ นำ�ผู้มีสิทธิเลือกต้ังไปยังท่ีเลือกต้ังหรือนำ�กลับไปจาก เลอื กต้ังไปยังท่ี ที่เลือกตั้ง หรือจัดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปหรือกลับเพ่ือการ เลือกตง้ั ออกเสยี งลงคะแนน โดยไมต่ ้องเสียค่าโดยสารยานพาหนะ หรือค่าจ้างซงึ่ ตอ้ งเสยี ตามปกติ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำ�การตามวรรคหนึ่ง เพื่อ จูงใจหรือควบคุมให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปลงคะแนนเลือกหรือ ลงคะแนนไม่เลอื กผสู้ มคั รผใู้ ด บทบญั ญตั ใิ นมาตรานม้ี ใิ หใ้ ชบ้ งั คบั แกก่ ารทห่ี นว่ ยงาน ของรัฐจัดยานพาหนะเพื่ออำ�นวยความสะดวกแก่ผู้มีสิทธิ เลือกตง้ั ทั้งน้ี ตามทคี่ ณะกรรมการกำ�หนด
59 มาตรา ๗๗ ห้ามมิให้ผู้ใดซ่ึงมิได้มีสัญชาติไทย ข้อห้ามในการ เข้ามสี ่วนชว่ ยเหลอื ในการหาเสยี งเลอื กตั้ง หรือกระทำ�การ หาเสยี งเลอื กตั้ง ใด ๆ เพ่ือประโยชน์ในการเลือกต้ังโดยประการที่เป็นคุณ หรอื เปน็ โทษแกผ่ ู้สมคั รหรือพรรคการเมอื งใด ท้ังน้ี เว้นแต่ การกระทำ�นั้นเป็นการช่วยราชการหรือเป็นการประกอบ อาชพี ตามปกตโิ ดยสุจริตของผูน้ น้ั มาตรา ๗๘ ห้ า ม มิ ใ ห้ เ จ้ า ห น้ า ท่ี ข อ ง รั ฐ ใ ช้ การใชต้ ำ�แหน่ง ตำ�แหน่งหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายกระทำ�การใด ๆ หน้าทโี่ ดยมิชอบ เพือ่ เป็นคุณหรือเป็นโทษแกผ่ ู้สมัครหรือพรรคการเมือง ดว้ ยกฎหมาย การใช้ตำ�แหน่งหน้าท่ีโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ตามวรรคหน่ึง มิให้หมายความรวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ ตามปกติท่ีพึงต้องปฏิบัติในตำ�แหน่งของเจ้าหน้าท่ีของ รัฐน้ัน หรือการแนะนำ�หรือช่วยเหลือในการดำ�เนินการท่ี เกี่ยวข้องกับการเลือกต้ังของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง โดยมไิ ด้เก่ียวขอ้ งกบั การปฏบิ ัติหนา้ ที่ แม้วา่ การกระทำ�จะ เปน็ คุณหรอื เป็นโทษแกผ่ ูส้ มคั รหรอื พรรคการเมอื งใด ในกรณีมีหลักฐานอันควรเช่ือได้ว่ามีการฝ่าฝืน บทบัญญัติตามวรรคหน่ึง ให้คณะกรรมการหรือกรรมการ ท่ีพบเห็นมีอำ�นาจสั่งให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐยุติหรือระงับการ กระทำ�ใดท่ีเห็นว่าอาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือ พรรคการเมืองใด ในกรณีตามวรรคสาม ให้คณะกรรมการแจ้งให้ ผู้ บั ง คั บ บั ญ ช า ห รื อ ผู้ มี ห น้ า ที่ แ ล ะ อำ � น า จ กำ � กั บ ดู แ ล
60 เจา้ หนา้ ท่ีของรฐั ผูน้ ัน้ ส่งั ให้เจ้าหน้าทีข่ องรัฐท่ีมพี ฤติการณ์ อันอาจเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง ใดพ้นจากหน้าท่ีเป็นการช่ัวคราว หรือส่ังให้ประจำ� กระทรวง ทบวง กรม ศาลากลางจังหวัด หรอื ที่วา่ การ อำ�เภอ ในเขตเลือกตั้งหรอื นอกเขตเลือกตงั้ หรือหา้ มเข้า เขตเลือกตง้ั ใดเขตเลอื กต้งั หน่งึ ได้ ข้อหา้ มในการ มาตรา ๗๙ ห้ า ม มิ ใ ห้ ผู้ ใ ด ทำ � ก า ร โ ฆ ษ ณ า หาเสียงเลือกตงั้ หาเสยี งเลอื กตง้ั โดยวธิ กี ารใดไมว่ า่ จะเปน็ คณุ หรอื เปน็ โทษแก่ ผ้สู มคั รหรอื พรรคการเมอื ง นบั ต้ังแตเ่ วลา ๑๘.๐๐ นาฬกิ า ของวันก่อนวนั เลอื กตง้ั หน่งึ วนั จนสน้ิ สุดวันเลือกตง้ั มาตรา ๘๐ เพ่ือให้การหาเสียงเลือกตั้งเป็น ไปด้วยความเรียบร้อย ให้คณะกรรมการกำ�หนดลักษณะ ตอ้ งหา้ มในการหาเสยี งเลอื กตง้ั ของผสู้ มคั รและพรรคการเมอื ง ผ้ชู ว่ ยหาเสียง ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองจะมีผู้ช่วยหาเสียงก็ได้ แต่ต้องไม่เกินจำ�นวนที่คณะกรรมการกำ�หนดและต้อง แจ้งให้สำ�นักงานทราบรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ช่วยหาเสียง หน้าท่ีและค่าตอบแทนผู้ช่วยหาเสียง ทั้งน้ี ตามรายการ และวธิ กี ารทีค่ ณะกรรมการกำ�หนด หลักเกณฑก์ าร มาตรา ๘๑ ให้คณะกรรมการมีหน้าที่สนับสนุน ดำ�เนนิ การของรัฐ การโฆษณาหาเสียงเลือกต้งั ให้แก่ผ้สู มัครและพรรคการเมือง ในการสนบั สนนุ ท้ังน้ี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีคณะกรรมการกำ�หนด การหาเสยี ง ในการนี้ คณะกรรมการจะขอให้หน่วยงานอื่นของรัฐเป็น เลือกตั้ง ผดู้ ำ�เนินการสนับสนุนด้วยก็ได้
61 ในการสนับสนุนการโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการอาจจัดเวทีประชันนโยบาย บรหิ ารประเทศส�ำ หรบั พรรคการเมืองไดด้ ้วย มาตรา ๘๒ ให้เป็นหน้าท่ีของพนักงานหรือ ผู้ชว่ ยเหลือการ ลกู จา้ งของสำ�นักงาน ผตู้ รวจการเลือกตงั้ และเจา้ พนักงาน ปฏบิ ัติงานในการ ตำ�รวจซึ่งได้รับแต่งต้ังให้ช่วยเหลือการปฏิบัติงานในการ เลือกต้ัง เลือกตั้ง ที่จะต้องตรวจสอบดูแลการดำ�เนินการตาม พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนี้ ในกรณีท่ีพบเห็น การกระทำ�ใดมิได้เป็นไปตามมาตรา ๘๐ และมาตรา ๘๑ ต้องรายงานให้คณะกรรมการทราบเพ่ือดำ�เนินการตาม หน้าทแ่ี ละอำ�นาจตอ่ ไปโดยทันที พนกั งานหรอื ลกู จา้ งของส�ำ นกั งาน หรอื เจา้ พนกั งาน ตำ�รวจซ่ึงมีหน้าท่ีตามวรรคหน่ึง ผู้ใดไม่รายงานให้ คณะกรรมการทราบโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่า ผู้น้ันกระทำ�ความผิดทางวินัย และให้คณะกรรมการส่ง เร่ืองให้ผู้มีอำ�นาจดำ�เนินการทางวินัยดำ�เนินการตาม หน้าท่ีและอำ�นาจแก่ผู้นั้นโดยเร็ว และแจ้งผลให้คณะ กรรมการทราบดว้ ย ในกรณที ผ่ี ไู้ มป่ ฏบิ ตั หิ นา้ ทต่ี ามวรรคหนง่ึ เป็นผู้ตรวจการเลือกต้ัง ให้ถือว่าละทิ้งหน้าท่ีหรือไม่ยอม ปฏิบัติหน้าท่ีตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกต้ัง
62 การปดิ ประกาศ มาตรา ๘๓ ใหผ้ ้สู มัคร พรรคการเมอื ง หรอื หรอื ตดิ แผ่นปา้ ย ผู้ใดปิดประกาศหรือติดแผ่นป้ายเก่ียวกับการเลือกต้ังได้ เกย่ี วกบั การเลอื กตง้ั เฉพาะในสถานที่ท่ีคณะกรรมการก�ำ หนด และต้องมขี นาด และจำ�นวนไม่เกินที่คณะกรรมการกำ�หนดโดยการกำ�หนด ดงั กล่าวให้หารือกบั พรรคการเมอื งดว้ ย หมวด ๕ การออกเสียงลงคะแนนและการนับคะแนน ส่วนท่ี ๑ การออกเสยี งลงคะแนน การออกเสียง มาตรา ๘๔ การออกเสียงลงคะแนนให้กระทำ� ลงคะแนน ได้โดยวิธกี ารลงคะแนนดว้ ยบัตรเลอื กตงั้ คณะกรรมการอาจกำ�หนดให้มีการออกเสียง ลงคะแนนโดยวิธีอื่นก็ได้ หากการออกเสียงลงคะแนนโดย วิธีนั้นสามารถป้องกันการทุจริตในการเลือกตั้งได้อย่างมี ประสิทธิภาพและสะดวกกว่าการออกเสียงลงคะแนนด้วย บัตรเลือกตง้ั และมคี ่าใชจ้ ่ายทค่ี ุ้มคา่ และวิธกี ารนนั้ เป็นการ ออกเสยี งลงคะแนนโดยตรงและลับ การออกเสียงลงคะแนนตามวรรคหน่งึ และวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการท่ีคณะกรรมการ ก�ำ หนด
63 ในกรณีที่คณะกรรมการกำ�หนดให้มีการออกเสียง ลงคะแนนโดยวิธีอื่นท่ีมิใช่การลงคะแนนด้วยบัตรเลือกตั้ง มใิ หน้ ำ�ความในมาตรา ๙๑ มาตรา ๙๓ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ มาตรา ๙๘ และมาตรา ๙๙ มาใชบ้ งั คับ มาตรา ๘๕ หีบบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกต้ังให้ หีบบตั รเลอื กต้ัง มลี กั ษณะตามทค่ี ณะกรรมการก�ำ หนดในการก�ำ หนดเกย่ี วกบั และบัตรเลือกต้ัง หีบบัตรเลือกตั้งต้องกำ�หนดให้สามารถใช้หีบบัตรเลือกต้ัง เดมิ ได้ดว้ ย มาตรา ๘๖ ในวันเลือกต้ังให้เปิดการออกเสียง ระยะเวลาในการ ลงคะแนนตงั้ แต่เวลา ๐๘.๐๐ นาฬกิ า ถงึ เวลา ๑๗.๐๐ ลงคะแนน นาฬิกา มาตรา ๘๗ ก่อนเริ่มเปิดให้มีการออกเสียงลง กอ่ นการลงคะแนน คะแนน ให้คณะกรรมการประจำ�หน่วยเลือกตง้ั นบั จ�ำ นวน และการปดิ หีบบตั ร บัตรเลือกตั้งท้ังหมดของหน่วยเลือกตั้งนั้น และปิด เลอื กต้ัง ประกาศจำ�นวนบัตรเลือกตั้งไว้ในท่ีเปิดเผยและเม่ือถึง เวลาเปิดการลงคะแนน ให้คณะกรรมการประจำ�หน่วย เลือกตั้งเปิดหีบบัตรเลือกต้ังในท่ีเปิดเผยแสดงให้ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งซ่ึงอยู่ ณ ที่เลือกต้ังน้ันเห็นว่าหีบบัตรเลือกต้ัง เปน็ หบี เปลา่ และใหป้ ิดหบี บตั รเลือกตง้ั ตามวิธีการที่คณะ กรรมการกำ�หนด แล้วให้ทำ�การบันทึกการดำ�เนินการ ดังกล่าว โดยให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสองคน ซ่ึงอยู่ในท่ีเลือกต้ังในขณะน้ันลงลายมือช่ือในบันทึกน้ันด้วย เวน้ แตไ่ มม่ ผี มู้ ีสิทธิเลือกตงั้ ณ ที่เลอื กต้งั
64 การแสดง มาตรา ๘๘ ในระหว่างเวลาเปิดการออกเสียง หลักฐานเพ่อื ลง ลงคะแนน ให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังซึ่งประสงค์จะออกเสียง คะแนนเลอื กตงั้ ลงคะแนนน�ำ บตั รประจ�ำ ตวั ประชาชน หรอื บตั รหรอื หลกั ฐาน อ่ืนใดของทางราชการ หรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย และมีเลขประจำ�ตัวประชาชนของผู้ถือบัตรไปแสดงตน ต่อกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ัง แล้วให้กรรมการ ประจำ�หน่วยเลือกต้ังมอบบัตรเลือกตั้งให้แก่ผู้นั้นเพ่ือไป ออกเสียงลงคะแนน บัตรประจำ�ตัวประชาชนแม้จะหมดอายุแล้วก็ให้ สามารถใชใ้ นการแสดงตนตามวรรคหนึ่งได้ ข้ันตอนและวิธีการตรวจสอบการแสดงตนให้เป็น ไปตามท่คี ณะกรรมการก�ำ หนด มาตรา ๘๙ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซ่ึงมีชื่ออยู่ในบัญชี รายชื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ังของหน่วยเลือกตั้งใดให้ออกเสียง ลงคะแนนได้ ณ ทเี่ ลือกต้ังของหน่วยเลือกตัง้ นน้ั และใหม้ ี สทิ ธลิ งคะแนนไดเ้ พียงแห่งเดยี ว ผ้ปู ฏบิ ตั หิ นา้ ท่ใี น มาตรา ๙๐ ผู้มีสิทธิเลือกต้ังซ่ึงได้รับการแต่งต้ัง หน่วยเลือกตั้ง ให้ปฏิบัติหน้าท่ใี นหน่วยเลือกต้ังอ่นื ท่ีอยู่นอกหน่วยเลือกต้ัง สามารถออกเสยี ง ทต่ี นมสี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ในเขตเลอื กตง้ั เดยี วกนั สามารถออกเสยี ง ลงคะแนนในหน่วย ลงคะแนนในหน่วยเลือกต้ังท่ีตนต้องปฏิบัติหน้าท่ี โดย เลือกตงั้ ท่ีตน ให้ประธานกรรมการประจำ�หน่วยเลือกตั้งบันทึกการลง ปฏบิ ัตหิ นา้ ที่ คะแนนของผู้นั้นไว้ และแจ้งให้ประธานกรรมการการ เลือกตั้งประจำ�เขตเลือกตั้งทราบ ทงั้ น้ี ตามวิธีการท่ีคณะ กรรมการกำ�หนด
65 มาตรา ๙๑ การออกเสียงลงคะแนน ให้ทำ� การออกเสียง เครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำ�เคร่ืองหมายของ ลงคะแนน หมายเลขผู้สมัครในบัตรเลือกต้ัง และในกรณีท่ีผู้มีสิทธิ เลือกตั้งประสงค์จะลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดให้ทำ� เคร่ืองหมายกากบาทลงในช่องทำ�เครื่องหมาย “ไม่เลือก ผสู้ มคั รผใู้ ด” มาตรา ๙๒ เพ่ืออำ�นวยความสะดวกให้แก่คน การอ�ำ นวย พิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ในการออกเสียง ความสะดวกให้แก่ ลงคะแนน ให้คณะกรรมการหรือผู้ซ่ึงคณะกรรมการ คนพกิ าร ผูส้ งู อายุ มอบหมายจดั ใหม้ กี ารอ�ำ นวยความสะดวกส�ำ หรบั การออกเสยี ง ในการออกเสียง ลงคะแนนของบุคคลดังกล่าวไว้เป็นพิเศษ หรือจัดให้มีการ ลงคะแนน ช่วยเหลือในการออกเสียงลงคะแนนภายใต้การกำ�กับดูแล ของคณะกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ัง ในการให้ความ ช่วยเหลือดังกล่าวต้องให้บุคคลน้ันได้ออกเสียงลงคะแนน ด้วยตนเองตามเจตนาของบุคคลน้ัน เว้นแต่ลักษณะทาง กายภาพทำ�ให้คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ไม่สามารถทำ�เครื่องหมายลงในบัตรเลือกตั้งได้ ให้บุคคล อ่ืนหรือกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ังเป็นผู้กระทำ�การ แทน โดยความยินยอมและเป็นไปตามเจตนาของคนพกิ าร หรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุนั้น ทั้งน้ี ให้ถือเป็นการ ออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลบั ในกรณีท่ีคณะกรรมการเห็นสมควร อาจกำ�หนด ให้มีการจดั ทเี่ ลือกตงั้ สำ�หรบั คนพิการหรือทุพพลภาพ หรือ
66 ผสู้ งู อายุ เปน็ กรณพี เิ ศษ โดยจดั ให้บคุ คลนนั้ ได้ลงทะเบียน เพ่ือขอใช้สิทธิเลือกตั้ง ณ สถานที่ดังกล่าว และเมื่อได้ ลงทะเบียนแล้ว ให้หมดสิทธิเลือกตั้งในหน่วยเลือกต้ัง ทต่ี นมีชือ่ อยู่ในทะเบียนบ้าน การอำ�นวยความสะดวกตามวรรคหนึ่ง การจัด ท่ีเลือกต้ังและการลงทะเบียนเพ่ือขอใช้สิทธิตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ กำ�หนด การลงทะเบียนดังกล่าวให้เป็นไปตามวิธีการที่ คณะกรรมการกำ�หนด ซึ่งต้องคำ�นึงถึงความสะดวกของ ผขู้ อลงทะเบียนด้วย วิธีการออกเสียง มาตรา ๙๓ เมื่อผู้มีสิทธิเลือกต้ังทำ�เครื่องหมาย ลงคะแนน กากบาทลงในบัตรเลือกตั้งแล้ว ให้พับบัตรเลือกต้ังเพื่อ มิให้ผู้อ่ืนทราบว่าลงคะแนนเลือกผู้สมัครผู้ใดหรือลง คะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด แล้วให้นำ�บัตรเลือกต้ังนั้นใส่ ลงในหีบบัตรเลือกต้ังด้วยตนเองต่อหน้ากรรมการประจำ� หนว่ ยเลือกตัง้ ข้อหา้ มในการ มาตรา ๙๔ ห้ามมิให้ผู้ใดซ่ึงรู้อยู่แล้วว่าตนเป็น ออกเสียง ผู้ไม่มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนใน ลงคะแนน หน่วยเลือกตั้งน้ัน พยายามออกเสียงลงคะแนนหรือ ออกเสียงลงคะแนน โดยแสดงบัตรประจำ�ตัวประชาชน หรือหลักฐานอ่ืนที่มิได้มีไว้สำ�หรับตนหรือที่ปลอมแปลงข้ึน ต่อกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ังเพ่ือออกเสยี งลงคะแนน
67 มาตรา ๙๕ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังผู้ใดใช้ บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งท่ีได้รับจากเจ้าพนักงานผู้ดำ�เนิน การเลือกต้ังซ่ึงมีอำ�นาจเพื่อออกเสียงลงคะแนน ห้ามมิให้ ผ้มู ีสิทธิเลอื กตงั้ ผใู้ ดนำ�บัตรเลือกต้ังออกไปจากทเ่ี ลือกตั้ง มาตรา ๙๖ ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำ�เครื่องหมาย เพอ่ื เปน็ ทส่ี ังเกตโดยวิธใี ดไวท้ บี่ ตั รเลอื กตง้ั มาตรา ๙๗ หา้ มมใิ หผ้ มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ใชเ้ ครอ่ื งมอื หรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งท่ีตนได้ลงคะแนน เลอื กต้งั แลว้ มาตรา ๙๘ ห้ามมิให้ผู้ใดนำ�บัตรเลือกต้ังใส่ ในหีบบัตรเลือกตั้งโดยไม่มีอำ�นาจโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือกระทำ�การใดในบัญชีรายช่ือผู้มีสิทธิเลือกต้ังเพื่อแสดง ว่ามีผู้มาแสดงตนเพื่อออกเสียงลงคะแนนโดยผิดไปจาก ความจรงิ หรอื กระทำ�การใดอันเป็นเหตุใหม้ บี ัตรเลอื กต้ัง เพ่ิมข้นึ จากความจรงิ มาตรา ๙๙ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำ�บัตร เลือกตั้งท่ีออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่นเพื่อให้ ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือก ผสู้ มคั รผู้ใด มาตรา ๑๐๐ ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำ�การใด โดยไม่มีอำ�นาจโดยชอบด้วยกฎหมาย เพ่ือมิให้ผู้มีสิทธิ เลือกตั้งสามารถใช้สิทธิได้ หรือขัดขวางหรือหน่วงเหน่ียว มิให้ผู้มีสิทธิเลือกต้ังไป ณ ที่เลือกต้ัง หรือมิให้ไปถึง ณ ทดี่ ังกล่าวภายในก�ำ หนดเวลาทจ่ี ะออกเสยี งลงคะแนนได้
68 มาตรา ๑๐๑ ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ใด เรียก รบั หรอื ยอมจะรบั เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่นื ใดสำ�หรับตนเองหรือผู้อื่น เพ่ือลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลง คะแนน กรณที ห่ี นว่ ยเลอื กตง้ั มาตรา ๑๐๒ ในกรณีท่ีการออกเสียงลงคะแนน ไม่สามารถ ในหน่วยเลือกต้ังแห่งใด ไม่สามารถกระทำ�ได้เนื่องจาก ลงคะแนนได้ เกิดจลาจล อุทกภยั อคั คีภัย เหตสุ ดุ วิสัย หรือเหตุจำ�เปน็ อย่างอน่ื ถา้ เหตดุ ังกล่าวเกิดข้ึนกอ่ นวนั เลอื กต้งั ใหค้ ณะ กรรมการการเลอื กตง้ั ประจ�ำ เขตเลอื กตง้ั ก�ำ หนดทเ่ี ลอื กตง้ั ใหม่ ที่ผู้มีสิทธิเลือกต้ังสามารถไปลงคะแนนเลือกต้ังได้โดย สะดวก แต่ถ้าไมอ่ าจกำ�หนดทเ่ี ลอื กต้ังใหมไ่ ด้ ให้ประกาศ งดลงคะแนนเลือกต้งั ในหน่วยเลือกต้ังนั้น แล้วรายงานต่อ คณะกรรมการโดยเร็ว ในกรณีที่เหตุตามวรรคหนึ่งเกิดข้ึนในวันเลือกต้ัง ให้คณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ�เขตเลือกต้ังหรือคณะ กรรมการประจำ�หน่วยเลือกตั้งประกาศงดลงคะแนนใน หนว่ ยเลอื กต้งั น้ัน แลว้ รายงานตอ่ คณะกรรมการโดยเรว็ การดำ�เนินการตามวรรคหน่ึงและวรรคสองให้ เปน็ ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารท่ีคณะกรรมการก�ำ หนด เม่ือได้รับรายงานตามวรรคหน่ึงหรือวรรคสอง แลว้ ใหค้ ณะกรรมการพจิ ารณาและก�ำ หนดวนั ลงคะแนนใหม่ ในหน่วยเลือกตั้งนั้นหรือมีคำ�สั่งเป็นอย่างอื่นเพ่ือประโยชน์ แห่งความสุจรติ และเทยี่ งธรรมในการเลือกต้ังโดยเรว็
69 มาตรา ๑๐๓ เมอ่ื ถงึ ก�ำ หนดเวลาปดิ การออกเสยี ง การปิด ลงคะแนนแล้ว ให้คณะกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ัง การออกเสยี ง ประกาศปดิ การออกเสยี งลงคะแนน และงดจา่ ยบตั รเลอื กตง้ั ลงคะแนนเลือกตั้ง แล้วให้ทำ�เครื่องหมายในบัตรเลือกต้ังที่เหลืออยู่ให้เป็นบัตร เลอื กตง้ั ทใ่ี ชล้ งคะแนนไมไ่ ด้ แตใ่ นกรณที ย่ี งั มผี มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ซึ่งประสงค์จะออกเสียงลงคะแนนได้มาปรากฏตัวอยู่ในท่ี เลือกตั้งเพื่อใช้สิทธิเลือกต้ังแล้วก่อนเวลาปิดการออกเสียง ลงคะแนนแต่ยังไม่ได้แสดงตนหรือรับบัตรเลือกตั้งให้ คณะกรรมการประจ�ำ หนว่ ยเลอื กตง้ั อนญุ าตใหบ้ คุ คลเหลา่ นน้ั แสดงตนและมอบบัตรเลือกต้ังเพื่อใช้สิทธิเลือกต้ังได้ และ เม่ือผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกเสียงลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้ว ให้ คณะกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ังปิดช่องใส่บัตรเลือกต้ัง ของหีบบัตรเลือกตั้ง และจัดทำ�รายการเก่ียวกับจำ�นวน บัตรเลือกต้ังทั้งหมด จำ�นวนผู้มาแสดงตนและรับบัตร เลือกตง้ั และจำ�นวนบัตรเลอื กต้ังที่เหลอื แลว้ ประกาศให้ ประชาชนทอ่ี ยู่ ณ ทเ่ี ลอื กตง้ั ไดท้ ราบ ทง้ั น้ี ตามหลกั เกณฑ์ และวิธีการท่คี ณะกรรมการก�ำ หนด มาตรา ๑๐๔ ต้งั แต่เวลาท่ไี ด้เปิดและปิดหีบบัตร ข้อห้ามเก่ยี วกบั เลือกต้ังท่ีต้ังไว้เพื่อการออกเสียงลงคะแนนหรือภายหลังที่ หีบบัตรเลอื กตั้ง ได้ปิดหีบบัตรเลือกตั้งนั้นเพื่อรักษาไว้เม่ือการเลือกต้ังได้ เสรจ็ ส้นิ แล้วห้ามมิให้ผ้ใู ดเปดิ ท�ำ ลาย ท�ำ ใหเ้ สยี หาย ทำ�ให้ เปล่ียนสภาพ หรือทำ�ให้ไร้ประโยชน์ หรือนำ�ไปซึ่งหีบ บตั รเลือกตง้ั หรอื บตั รเลอื กต้ัง หรือเอกสารหรอื หลกั ฐาน
70 ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท่ีคณะกรรมการประจำ�หน่วย เลือกตั้งได้จัดทำ�โดยไมม่ ีอำ�นาจโดยชอบดว้ ยกฎหมาย ส่วนท่ี ๒ การออกเสียงลงคะแนนกอ่ นวนั เลอื กต้งั การออกเสียง มาตรา ๑๐๕ การจัดให้มีการออกเสียงลง ลงคะแนนก่อน คะแนนก่อนวันเลือกตั้ง นอกจากท่ีบัญญัติไว้โดยเฉพาะ วันเลือกตัง้ ในสว่ นนแี้ ลว้ ให้เป็นไปตามท่ีบญั ญัตไิ วใ้ นพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนูญน้ี มาตรา ๑๐๖ ผู้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขต เลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งติดต่อกันเป็นเวลาน้อยกว่า เก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง ให้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน ในเขตเลือกต้ังท่ีตนมีช่ืออยู่ในทะเบียนบ้านติดต่อกัน ครงั้ สุดท้ายเปน็ เวลาไม่น้อยกวา่ เก้าสิบวัน บุคคลตามวรรคหนึ่ง หากประสงค์จะใช้สิทธิ เลือกต้ังก่อนวันเลือกต้ังนอกเขตเลือกต้ัง ให้ยื่นขอลง ทะเบียนต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ�เขตเลือกต้ัง ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำ�หนดและให้นำ�ความ ในมาตรา ๑๐๗ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคส่ี มาใช้ บังคับดว้ ยโดยอนุโลม
71 มาตรา ๑๐๗ ในการเลือกตั้งท่ัวไป ผู้มีสิทธิ การลงทะเบยี น เลอื กตงั้ ซง่ึ ไดร้ ับคำ�สง่ั จากทางราชการ ให้ไปปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ ขอใช้สทิ ธเิ ลือกตง้ั นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง หรือผู้มีสิทธิเลือกต้ัง กอ่ นวันเลอื กตง้ั ซึ่งอยู่นอกเขตเลือกต้ังที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ประสงค์จะใช้สิทธิเลือกต้ังก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกต้ัง หรือนอกเขตเลือกตั้งแลว้ แต่กรณี ให้ยื่นขอลงทะเบยี นตอ่ คณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ�เขตเลือกตั้งภายในระยะ เวลาทีค่ ณะกรรมการก�ำ หนด การยื่นขอลงทะเบียนตามวรรคหน่ึง ถ้าเป็นการ ขอใช้สิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งท่ีตนมี สิทธิเลือกตั้ง ให้ย่ืนต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ� เขตเลอื กตง้ั ทต่ี นมสี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ถา้ เปน็ การขอใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ก่อนวันเลือกต้ังนอกเขตเลือกต้ังท่ีตนมีสิทธิเลือกต้ัง จะย่ืน ต่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ�เขตเลือกต้ังท่ีตน มีสิทธิเลือกต้ังหรือที่ตนประสงค์จะขอใช้สิทธิเลือกต้ัง ก็ได้ หรือคณะกรรมการจะกำ�หนดให้ลงทะเบียนผ่านทาง อิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการ ก�ำ หนดก็ได้ เม่ือคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ�เขตเลือกต้ัง ได้ตรวจสอบการมีสิทธิเลือกต้ังของผู้ขอลงทะเบียนตาม วรรคหนึ่งแล้ว ถ้าเห็นว่าถูกต้อง ให้ทำ�บัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งท่ีประสงค์จะออกเสียงลงคะแนนก่อนวัน เลือกตั้งท่ีได้ลงทะเบียนไว้แล้ว และประกาศให้ประชาชน
72 ทราบเป็นการท่ัวไปถึงจำ�นวนผู้ขอใช้สิทธิเลือกต้ังก่อนวัน เลือกตั้งน้ัน และกำ�หนดท่ีเลือกต้ังกลางที่ผู้น้ันจะไปใช้ สทิ ธอิ อกเสยี งลงคะแนน และแจ้งให้คณะกรรมการประจำ� หน่วยเลือกต้ังที่ผู้น้ันมีช่ือในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ทราบ และหมายเหตสุ ถานทที่ ีผ่ ู้นน้ั จะไปใชส้ ทิ ธเิ ลือกตัง้ ใน เอกสารท่ีเก่ียวข้อง เมื่อคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ� เขตเลือกต้ังลงทะเบียนผู้ใดแล้ว ให้ผู้น้ันหมดสิทธิที่จะใช้ สิทธเิ ลอื กตง้ั ณ หนว่ ยเลือกตง้ั ที่ตนมีสทิ ธอิ ยูเ่ ดมิ สำ�หรับ การเลอื กตั้งครั้งน้ัน การขอใชส้ ทิ ธเิ ลอื กตงั้ ตามวรรคหน่ึง สถานทีแ่ ละ จำ�นวนท่ีเลือกต้ังกลาง วันท่ีกำ�หนดให้มาใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน การออกเสียงลงคะแนน และการนับคะแนน การส่งบัตรเลือกต้ัง และการดำ�เนินการอื่นที่จำ�เป็นให้เป็น ไปตามหลักเกณฑแ์ ละวธิ กี ารทีค่ ณะกรรมการก�ำ หนด ท้งั นี้ วันท่ีกำ�หนดให้มาใช้สิทธิต้องเป็นวันเดียวกันทุกแห่งและ จะก�ำ หนดใหล้ งคะแนนเกนิ หน่ึงวันมิได้ ความในมาตราน้ใี ห้ใช้บังคับแก่บุคคลท่มี ีหลักฐาน แสดงว่าในวันเลือกตั้งตนมีหน้าที่จะต้องไปปฏิบัติหน้าท่ี ณ ท่ีอื่นใดนอกเขตเลือกต้ังท่ีตนมีสิทธิเลือกตั้ง จนไม่ สามารถใช้สิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งที่ตนมีสิทธิเลือกตั้ง ไดด้ ้วยโดยอนุโลม
73 มาตรา ๑๐๘ ผู้ใดลงทะเบียนตามมาตรา ๑๐๗ และได้ไปใช้สทิ ธิเลอื กตง้ั แล้ว แตม่ ิไดไ้ ปใช้สิทธเิ ลอื กตัง้ ใน การเลือกต้ังใหม่ ให้ถือว่าการลงทะเบียนน้ันเป็นการแจ้ง เหตุอันสมควรและไมถ่ ูกจำ�กัดสทิ ธติ ามมาตรา ๓๕ มาตรา ๑๐๙ ในการเลือกต้ังทั่วไปอันมิใช่เป็น การใช้สทิ ธิ การเลือกต้ังใหม่ ผู้มีสิทธิเลือกต้ังซึ่งมีถิ่นที่อยู่นอกราช ลงคะแนนเลือกตงั้ อาณาจักรจะขอลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิเลือกต้ังเฉพาะใน นอกราชอาณาจกั ร ครั้งน้นั ณ ประเทศที่ตนมีถิ่นท่ีอยูก่ ไ็ ด้ เมื่อได้ลงทะเบียนตามวรรคหน่ึงแล้ว ให้ผู้มีสิทธิ เลือกต้ังใช้สิทธิเลือกตั้งได้ตามที่กำ�หนดไว้ในมาตรา ๑๑๐ และมาตรา ๑๑๑ ใหน้ �ำ ความในมาตรา ๑๐๗ วรรคส ่ี และมาตรา ๑๐๘ มาใช้บังคับด้วยโดยอนุโลม เว้นแต่ในส่วนที่เกี่ยวกับวันที่ กำ�หนดให้มาใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน คณะกรรมการ จะกำ�หนดให้แตกต่างกันในแต่ละประเทศ ตามท่ีเห็น สมควรกไ็ ด้ มาตรา ๑๑๐ ในกรณีท่ีมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งลง วิธีการ ทะเบียนเพ่ือขอใช้สิทธิเลือกต้ังในประเทศใด ให้คณะ ลงคะแนนเลือกตง้ั กรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายจัดให้มีการ นอกราชอาณาจกั ร ออกเสียงลงคะแนนในประเทศน้ัน โดยอาจจัดให้มีสถานท่ี ลงคะแนน หรือให้มีการออกเสียงลงคะแนนทางไปรษณีย์ หรือโดยวิธีอ่ืนใดที่มิใช่เป็นการจัดให้มีสถานที่ออกเสียง ลงคะแนนกไ็ ด้ ทง้ั น้ี ให้พจิ ารณาตามความเหมาะสมของ
74 ประเทศน้ัน และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และ เงอื่ นไขท่ีคณะกรรมการก�ำ หนด มาตรา ๑๑๑ เมื่อขอใช้สิทธิเลือกตั้งตาม มาตรา ๑๐๙ แลว้ ใหผ้ มู้ สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั นน้ั หมดสทิ ธอิ อกเสยี ง ลงคะแนนในหน่วยเลือกต้ังที่ตนมีชื่ออยู่ในบัญชีรายช่ือ ผูม้ ีสิทธิเลอื กต้ังของหนว่ ยเลือกตง้ั นน้ั กกต. ประกาศ มาตรา ๑๑๒ กอ่ นวนั เลอื กตง้ั ไมน่ อ้ ยกวา่ สามวนั จำ�นวนผู้ขอใช้สิทธิ ให้คณะกรรมการประกาศให้ประชาชนทราบเป็นการ เลือกตง้ั ท่ัวไปถึงจำ�นวนผู้ลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกต้ังนอกราช อาณาจกั รแยกตามประเทศ นอกราชอาณาจักร การนบั คะแนน มาตรา ๑๑๓ ในการออกเสียงลงคะแนนตาม ส่วนนี้ เมื่อได้ดำ�เนินการลงคะแนนเสร็จสิ้นแล้วคณะ กรรมการอาจจัดให้มีการดำ�เนินการล่วงหน้าเพื่อนำ�บัตร เลือกตั้งมานับรวมในวันเลือกต้ังได้ เว้นแต่มีเหตุจำ�เป็น เฉพาะทอ้ งที่ คณะกรรมการจะก�ำ หนดเป็นอยา่ งอนื่ กไ็ ด้ ในการออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักร คณะกรรมการโดยความเห็นชอบของกระทรวงการ ตา่ งประเทศจะก�ำ หนดใหม้ กี ารนบั คะแนนนอกราชอาณาจกั ร กไ็ ด้ หากจะเปน็ การสะดวก รวดเรว็ และมคี า่ ใชจ้ า่ ยทน่ี อ้ ยกวา่ การดำ�เนินการตามวรรคหนึ่ง ทั้งน้ี ตามหลักเกณฑ์และ วธิ ีการท่คี ณะกรรมการกำ�หนด
75 มาตรา ๑๑๔ ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเช่ือ กรณีการออกเสยี ง ได้ว่าการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกต้ังหรือการ ลงคะแนนก่อน ออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักรท่ีใด มิได้เป็นไปโดย วนั เลอื กตง้ั หรอื สจุ รติ หรอื เทย่ี งธรรม หรอื มกี ารสง่ บตั รเลอื กตง้ั มาถงึ สถานท่ี นอกราชอาณาจักร นับคะแนนของเขตเลือกตั้งใดหลังจากเริ่มนับคะแนนแล้ว ไม่สุจรติ เทยี่ งธรรม หรือหีบห่อท่สี ง่ บตั รเลอื กตั้งมลี ักษณะถกู เปดิ มากอ่ น โดย มีเหตุอันสมควรเชื่อได้ว่าเกิดจากการกระทำ�ท่ีไม่สุจริต หรือเทย่ี งธรรมหรอื มบี ัตรเลอื กตง้ั จากทีใ่ ดสญู หาย ใหค้ ณะ กรรมการมีอำ�นาจสั่งมิให้นับคะแนนนั้นโดยให้ถือว่าเป็น บัตรเสีย ในกรณีที่มีการนับคะแนนนอกราชอาณาจักร ถ้ามีหลักฐานอันควรเช่ือได้ว่าการออกเสียงลงคะแนนท่ี ใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ให้ถือว่าการนับ คะแนนน้ันเป็นโมฆะและใหถ้ ือวา่ บตั รเหล่านนั้ เปน็ บัตรเสีย มาตรา ๑๑๕ กรณีมีเหตุจำ�เป็นเฉพาะพ้นื ท่ตี าม กรณีมีเหตุจ�ำ เป็น มาตรา ๔๗ ให้คณะกรรมการมีอำ�นาจประกาศกำ�หนด เฉพาะพื้นที่ วันลงคะแนนเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งตามมาตรา ๑๐๖ มาตรา ๑๐๗ และมาตรา ๑๑๐ เฉพาะในเขตเลือกต้งั น้นั ใหม่ ในกรณีการเลอื กตัง้ ตามมาตรา ๑๑๐ คณะกรรมการ อาจมอบหมายให้บุคคลใดมีอำ�นาจประกาศกำ�หนดวัน ลงคะแนนเลอื กตงั้ ใหมแ่ ทนกไ็ ด้ ในกรณมี ีเหตตุ ามวรรคหนง่ึ สองคร้ังตดิ ต่อกัน ให้ คณะกรรมการหรือผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมายสั่งงดการ
76 ออกเสียงลงคะแนนสำ�หรับการออกเสียงลงคะแนนก่อน วันเลือกตั้งในเขตเลือกต้ังหรือนอกเขตเลือกต้ัง หรือการ ออกเสียงลงคะแนนนอกราชอาณาจักรในเขตเลือกต้ังน้ัน ในกรณีเช่นนั้นถ้าผู้ลงทะเบียนมิได้ไปใช้สิทธิเลือกต้ัง ให้ถือว่าการลงทะเบียนนั้นเป็นการแจ้งเหตุอันสมควรและ ไมถ่ ูกจ�ำ กดั สทิ ธิตามมาตรา ๓๕ ส่วนที่ ๓ การนบั คะแนนและการรวมคะแนน การนบั คะแนน มาตรา ๑๑๖ เมอ่ื ไดด้ �ำ เนนิ การตามมาตรา ๑๐๓ แล้ว ให้คณะกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ังเปิดหีบบัตร เลือกต้ังต่อหน้าประชาชนท่ีอยู่ ณ ที่เลือกต้ัง แล้ว ดำ�เนนิ การนบั คะแนน มาตรา ๑๑๗ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา ๑๒๑ การนบั คะแนนให้กระทำ� ณ ที่เลือกต้ังโดยเปิดเผยติดต่อกันจน เสร็จส้ิน และห้ามมิใหเ้ ลอ่ื นหรอื ประวิงการนบั คะแนน การนับคะแนนให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการท่ีคณะกรรมการกำ�หนดซึ่งต้องกำ�หนดให้มีการ นับคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำ�เครื่องหมายในช่องทำ� เคร่ืองหมาย “ไมเ่ ลือกผู้สมคั รผใู้ ด” ดว้ ย
77 มาตรา ๑๑๘ ในการนับคะแนนหากปรากฏว่า ลกั ษณะ มบี ัตรเสีย ใหแ้ ยกบตั รเสยี ออกไว้ตา่ งหากและห้ามมใิ ห้นบั ของบัตรเสยี บตั รเสียเปน็ คะแนนไม่ว่ากรณีใด บัตรเลือกต้ังดังตอ่ ไปนใ้ี ห้ถอื ว่าเปน็ บตั รเสีย (๑) บตั รปลอม (๒) บัตรที่มีการทำ�เคร่ืองหมายเพื่อเป็นที่ สังเกตหรือเขียนข้อความใด ๆ ลงในบัตรเลือกต้ังนอกจาก เครอ่ื งหมายในการลงคะแนน เวน้ แตเ่ ปน็ การกระท�ำ โดยชอบ ดว้ ยกฎหมายของเจ้าพนกั งานผู้ด�ำ เนนิ การเลือกตง้ั (๓) บตั รท่ีมิไดท้ ำ�เครอื่ งหมายลงคะแนน (๔) บัตรท่ีทำ�เคร่ืองหมายลงคะแนนให้แก่ ผู้สมัครเกินจำ�นวนหนง่ึ คน (๕) บัตรที่ไม่อาจทราบได้ว่าลงคะแนนให้แก่ ผูส้ มคั รใด เว้นแต่เป็นการลงคะแนน “ไม่เลือกผู้สมคั รผู้ใด” (๖) บัตรท่ีได้ทำ�เคร่ืองหมายลงคะแนนให้แก่ ผสู้ มคั ร แลว้ ท�ำ เครอ่ื งหมายในชอ่ งท�ำ เครอ่ื งหมาย “ไมเ่ ลอื ก ผู้สมัครผใู้ ด” (๗) บัตรที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ น้กี �ำ หนดใหเ้ ป็นบตั รเสยี (๘) บัตรที่มีลักษณะตามที่คณะกรรมการ ก�ำ หนดวา่ เปน็ บตั รเสยี ให้คณะกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ังสลักหลัง ในบัตรตามมาตรานี้วา่ “เสีย” พรอ้ มทง้ั ระบเุ หตผุ ลวา่ เปน็
78 บัตรเสียตามความในอนุมาตราใด และลงลายมือชื่อกำ�กับ ไว้ไมน่ ้อยกวา่ สองคน เวน้ แต่เป็นกรณีตาม (๗) ให้จัดท�ำ บันทึกเหตุแห่งการเป็นบัตรเสียไว้เป็นหลักฐานแทนการ สลกั หลงั ขอ้ หา้ มในการนับ มาตรา ๑๑๙ ห้ามมิให้กรรมการประจำ�หน่วย คะแนน เลือกต้ังจงใจนับบัตรเลือกต้ังหรือคะแนนให้ผิดไปจาก ความจริงหรอื รวมคะแนนให้ผิดไป หรือกระท�ำ ด้วยประการ ใดโดยมิได้มีอำ�นาจกระทำ�โดยชอบด้วยกฎหมายให้บัตร เลอื กตั้งชำ�รุดหรือเสียหายหรอื ใหเ้ ปน็ บตั รเสยี หรอื กระท�ำ การด้วยประการใดแกบ่ ตั รเสียเพ่ือใหเ้ ป็นบตั รท่ีใชไ้ ด้ หรอื อ่านบัตรเลือกตั้งให้ผิดไปจากความจริง หรือทำ�รายงาน การเลอื กตงั้ ไม่ตรงความเป็นจรงิ ประกาศผล มาตรา ๑๒๐ เมอ่ื การนบั คะแนน ณ ทเ่ี ลอื กตง้ั การนับคะแนน เสร็จสิ้นแล้ว ให้คณะกรรมการประจำ�หน่วยเลือกต้ัง ของหน่วยเลือกตั้ง ประกาศผลการนับคะแนนของหน่วยเลือกต้ังน้ัน จำ�นวน บัตรเลือกต้ังท่ีใช้ และจำ�นวนบัตรเลือกตั้งท่ีเหลือจาก การออกเสียงลงคะแนน ทั้งนี้ ให้กระทำ�โดยเปิดเผย และ รายงานผลการนับคะแนนต่อคณะกรรมการการเลือกต้ัง ประจ�ำ เขตเลอื กต้ังโดยเร็ว เพื่อประโยชน์แก่การแจ้งข้อมูลการเลือกต้ังต่อ ประชาชนใหเ้ กดิ ความรวดเรว็ คณะกรรมการอาจด�ำ เนนิ การ ใหม้ กี ารรายงานผลการนบั คะแนนอยา่ งไม่เปน็ ทางการได้
79 การประกาศผลการนับคะแนน การรายงานผล การนับคะแนน และการรายงานผลการนับคะแนนอย่าง ไม่เป็นทางการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ทีค่ ณะกรรมการกำ�หนด มาตรา ๑๒๑ ถ้าการนับคะแนน ณ ท่เี ลือกต้งั กรณีมเี หตจุ �ำ เปน็ ใดไม่สามารถกระทำ�ได้หรือไม่สามารถนับคะแนนได้จน ไม่สามารถ เสร็จส้ิน อันเน่ืองจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย นบั คะแนนได้ เหตสุ ดุ วิสยั หรือเหตุจำ�เป็นอยา่ งอืน่ หรือด้วยความจ�ำ เป็น ตามสภาพที่อาจมผี ลต่อความปลอดภัย ให้คณะกรรมการ ประจำ�หน่วยเลือกตั้งประกาศงดการนับคะแนนสำ�หรับ หนว่ ยเลอื กตง้ั นน้ั แลว้ รายงานตอ่ คณะกรรมการการเลอื กตง้ั ประจำ�เขตเลือกตั้งเพ่ือกำ�หนดวัน เวลา และสถานท่ีนับ คะแนนต่อไปโดยเร็ว และรายงานผ้อู ำ�นวยการการเลือกต้งั ประจำ�จังหวัดและคณะกรรมการทราบโดยเร็ว ในกรณี มีเหตุอันสมควรคณะกรรมการจะเปลี่ยนแปลงกำ�หนดวัน เวลา และสถานท่ีท่ีคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ�เขต เลอื กตงั้ กำ�หนดไว้กไ็ ด้ เม่ือคณะกรรมการการเลือกต้ังประจำ�เขตเลือกตั้ง ได้รับรายงานตามวรรคหนึ่งแล้วพบว่ามีบัตรเลือกตั้งที่ได้มี การออกเสียงลงคะแนนแลว้ ช�ำ รดุ หรือสูญหาย ใหร้ ายงาน คณะกรรมการเพอ่ื พจิ ารณาสง่ั ใหม้ กี ารออกเสยี งลงคะแนนใหม่ ในหนว่ ยเลอื กตง้ั นั้น
80 การเก็บรกั ษาบัตรเลือกตัง้ หบี บตั รเลอื กต้งั และ เอกสารเกยี่ วกบั การเลือกตัง้ รวมทง้ั วธิ ีการนบั คะแนนใหม่ ใหเ้ ป็นไปตามทคี่ ณะกรรมการกำ�หนด ผลการนับคะแนน มาตรา ๑๒๒ ในกรณีท่ีผลการนับคะแนน จ�ำ นวนผูม้ าใชส้ ิทธิ ปรากฏว่าจำ�นวนผู้มาใช้สิทธิเลือกต้ังไม่ตรงกับจำ�นวนบัตร เลอื กต้งั ไมต่ รงกับ เลือกตัง้ ที่ใชอ้ อกเสียงลงคะแนน ใหค้ ณะกรรมการประจ�ำ จ�ำ นวนบตั รเลอื กตง้ั หน่วยเลือกต้ังดำ�เนินการตรวจสอบความถูกต้อง หาก ยังไม่ตรงกันอีกให้รายงานพร้อมเหตุผลต่อคณะกรรมการ เพื่อพิจารณาสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่หรือสั่งให้ออกเสียง ลงคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกต้ังน้ัน พร้อมท้ังแจ้งให้คณะ กรรมการการเลือกตัง้ ประจ�ำ เขตเลอื กตงั้ ทราบ และน�ำ สง่ หีบบัตรเลือกต้ังพร้อมวัสดุอุปกรณ์การเลือกต้ังแก่คณะ กรรมการการเลือกตั้งประจำ�เขตเลือกตั้งหรือผู้ซ่ึงคณะ กรรมการการเลอื กตัง้ ประจำ�เขตเลอื กตงั้ มอบหมาย การประกาศผล มาตรา ๑๒๓ เมื่อรวบรวมผลการนับคะแนน และรายงานผล ทุกหน่วยเลือกต้ังในเขตเลือกต้ังนั้น รวมทั้งคะแนนที่ได้ การนบั คะแนน จากการออกเสียงลงคะแนนก่อนวันเลือกตั้งและคะแนนท่ี ได้จากการลงคะแนนเลือกต้ังนอกราชอาณาจักรแล้ว ให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำ�เขตเลือกต้ังประกาศผล การนับคะแนนผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และคะแนน ท่ีไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด แล้วรายงานผลการนับคะแนนต่อ ผู้อำ�นวยการการเลือกต้ังประจำ�จังหวัดและคณะกรรมการ โดยเรว็
81 มาตรา ๑๒๔ เมื่อคณะกรรมการได้รับรายงาน ผลการนับคะแนนแล้ว ถ้าปรากฏหลักฐานอันควรเช่ือได้ ว่าการเลือกตั้งในเขตเลือกต้ังใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ เท่ียงธรรม หรอื การนับคะแนนเปน็ ไปโดยไมถ่ กู ต้อง คณะ กรรมการจะงดการประกาศผลการเลือกตั้งและจัดให้มีการ เลือกต้ังใหม่หรือนับคะแนนใหม่ในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วย เลอื กตั้งหนงึ่ หรอื ทกุ หน่วยเลอื กต้งั ในเขตเลือกต้งั นน้ั ก็ได้ หมวด ๖ การประกาศผลการเลือกตงั้ มาตรา ๑๒๕ ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน กรณีมีผไู้ ดร้ บั ราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ให้ผู้สมัครซึ่งได้รับคะแนน คะแนนสูงสดุ สูงสุดและมีคะแนนสูงกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใดเป็น เท่ากันหลายคน ผู้ได้รับเลือกต้ัง ในกรณีท่ีมีผู้ได้รับคะแนนสูงสุดเท่ากัน หลายคน ใหใ้ ชว้ ิธกี ารจับสลาก ซง่ึ ต้องกระท�ำ ต่อหนา้ คณะ กรรมการการเลือกต้ังประจำ�เขตเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์ และวิธกี ารท่ีคณะกรรมการกำ�หนด มาตรา ๑๒๖ เขตเลือกต้ังท่ีไม่มีผู้สมัครรายใด การจัดให้มกี าร ได้รับคะแนนเสียงมากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เลือกผู้ใด เลือกตัง้ ใหม่ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในเขตเลือกต้ังนั้น ให้คณะ กรรมการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และมิให้นำ�คะแนนของ ผู้สมัครแต่ละคนที่ได้รับจากการเลือกต้ังคร้ังก่อนไปใช้ใน
82 การคำ�นวณหาจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่อื ในกรณเี ชน่ นี้ ให้คณะกรรมการด�ำ เนินการใหม้ ีการ รับสมัครผู้สมัครใหม่โดยผู้สมัครเดิมทุกรายไม่มีสิทธิสมัคร รับเลือกตง้ั ในการเลือกต้งั ท่ีจะจัดขึ้นใหมน่ ้นั ในการจัดให้มีการเลือกต้ังใหม่ตามวรรคหน่ึง ให้ นำ�ความในมาตรา ๑๖ วรรคหน่ึง มาใช้บังคับด้วยโดย อนุโลม การประกาศผล มาตรา ๑๒๗ ในการเลือกต้ังท่ัวไป ให้คณะ การเลอื กต้ัง กรรมการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้เมื่อตรวจสอบเบ้ืองต้นแล้วมีเหตุ อนั ควรเชอ่ื วา่ ผลการเลอื กตง้ั เปน็ ไปโดยสจุ รติ และเทย่ี งธรรม และมีจำ�นวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกต้ัง ทั้งหมดซ่ึงคณะกรรมการต้องตรวจสอบเบ้ืองต้นและ ประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้า กวา่ หกสิบวนั นับแต่วันเลือกตัง้ ในการตรวจสอบเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ง คณะ กรรมการต้องรับฟังรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งและ ข้อมูลข่าวสารท่ีได้รับจากแหล่งต่าง ๆ มาประกอบการ พิจารณาดว้ ย ให้นำ�ความในวรรคหน่งึ มาใช้บังคับแก่การประกาศ ผลการเลือกตัง้ แทนต�ำ แหนง่ ทวี่ า่ งดว้ ยโดยอนุโลม ในกรณีที่มีการเลือกต้ังใหม่ กำ�หนดเวลาการ ประกาศผลการเลอื กตัง้ ตามวรรคหนง่ึ ให้เริม่ นับตง้ั แตว่ ันที่ มีการเลือกตงั้ ใหม่
83 มาตรา ๑๒๘ ในกรณีท่ีมีการประกาศผลการ วิธกี ารคำ�นวณหา เลือกตั้งครบทุกเขตเลือกต้ังแล้ว การคำ�นวณหาจำ�นวน จ�ำ นวน ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือของแต่ละ แบบบัญชีรายชอื่ พรรคการเมืองท่ีส่งผู้สมัครแบบบัญชีรายช่ือจะพึงได้รับ ให้ค�ำ นวณตามวิธกี ารดงั ตอ่ ไปนี้ โดยในกรณที มี่ ีเศษใหใ้ ช้ ทศนยิ มส่ีตำ�แหน่ง (๑) นำ�คะแนนรวมท้ังประเทศท่ีพรรคการเมือง ทุกพรรคท่สี ่งผ้สู มัครแบบบัญชีรายช่อื ได้รับจากการเลือกต้งั แบบแบ่งเขตเลือกตั้งหารด้วยห้าร้อยอันเป็นจำ�นวน สมาชิกทัง้ หมดของสภาผู้แทนราษฎร (๒) นำ�ผลลัพธ์ตาม (๑) ไปหารจำ�นวนคะแนน รวมทั้งประเทศของพรรคการเมืองแต่ละพรรคที่ได้รับจาก การเลอื กตง้ั แบบแบ่งเขตเลือกตงั้ ทุกเขต จ�ำ นวนที่ไดร้ ับให้ ถือเป็นจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมือง นั้นจะพึงมีได้เบ้ืองต้น และเมื่อได้คำ�นวณตาม (๕) (๖) หรือ (๗) ถ้ามีแล้ว จึงให้ถือว่าเป็นจำ�นวนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรที่พรรคการเมอื งน้นั จะพึงมีได้ (๓) นำ�จำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ี พรรคการเมืองจะพึงมีได้ตาม (๒) ลบด้วยจำ�นวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ังทั้งหมดที่ พรรคการเมืองน้ันได้รับเลือกต้ังในทุกเขตเลือกตั้งผลลัพธ์ คือจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือท่ี พรรคการเมืองน้ันจะได้รับเบื้องต้น
84 (๔) ภายใต้บงั คับ (๕) ใหจ้ ัดสรรจ�ำ นวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีพรรคการเมืองจะได้ รับให้ครบหนึ่งร้อยห้าสิบคน โดยจัดสรรให้พรรคการเมือง ตามผลลัพธ์ตาม (๓) เป็นจำ�นวนเต็มก่อนหากยังไม่ครบ จำ�นวนหนึ่งร้อยห้าสิบคน ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจาก การคำ�นวณมากที่สุดได้รับการจัดสรรจำ�นวนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือเพ่ิมอีกหนึ่งคนตามลำ�ดับ จนครบจำ�นวนหนึ่งร้อยห้าสิบคนในกรณีมีเศษเท่ากัน ให้ ดำ�เนนิ การตาม (๖) (๕) ถ้าพรรคการเมืองใดมีผู้ได้รับเลือกต้ังเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งเท่ากับหรือ สูงกว่าจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีพรรคการเมือง น้ันจะพงึ มีได้ตาม (๒) ให้พรรคการเมอื งน้นั มสี มาชิกสภา ผู้แทนราษฎรตามจำ�นวนท่ีได้รับจากการเลือกต้ังแบบแบ่ง เขตเลือกต้ัง และไม่มีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ และให้นำ�จำ�นวนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อทั้งหมดไปจัดสรรให้แก่ พรรคการเมืองที่มีจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ แบ่งเขตเลือกตั้งต่ำ�กว่าจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่พรรคการเมืองน้ันจะพึงมีได้ตาม (๒) ตามอัตราส่วน แต่ต้องไม่มีผลให้พรรคการเมืองใดดังกล่าวมีสมาชิกสภา ผ้แู ทนราษฎรเกนิ จ�ำ นวนทจ่ี ะพึงมีไดต้ าม (๒)
85 (๖) ในการจัดสรรตาม (๕) แล้วปรากฏว่ายัง จัดสรรจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ไม่ครบหน่ึงร้อยห้าสิบคน ให้พรรคการเมืองท่ีมีเศษจาก การคำ�นวณมากท่ีสุดได้รับการจัดสรรจำ�นวนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือเพิ่มอีกหน่ึงคนตามลำ�ดับ จนครบจำ�นวนหน่ึงร้อยห้าสิบคน กรณีที่เศษที่เหลือของ แต่ละพรรคการเมืองเท่ากันจนทำ�ให้ไม่สามารถจัดสรร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้ครบจำ�นวน หน่ึงร้อยห้าสิบคน ให้นำ�ค่าเฉลี่ยคะแนนของแต่ละ พรรคการเมืองต่อจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี หน่ึงคนมาพิจารณา โดยหากพรรคการเมืองใดมีค่าเฉลี่ย คะแนนของพรรคการเมืองต่อจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่พึงมีหนึ่งคนมากกว่าพรรคการเมืองอื่น ให้ พรรคการเมืองน้ันมีสิทธิได้รับการจัดสรรสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเพิ่มอีกหน่ึงคน และหาก ยงั มีจ�ำ นวนค่าเฉล่ยี ดังกล่าวเทา่ กนั อกี ใหใ้ ช้วิธีจบั สลาก (๗) ในกรณที ี่เมือ่ คำ�นวณตาม(๕)แลว้ ปรากฏว่า พรรคการเมืองทุกพรรคได้รับจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายช่ือรวมกันแล้วเกินหน่ึงร้อยห้าสิบคน ให้ดำ�เนินการคำ�นวณปรับจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อใหม่โดยคำ�นวณตามอัตราส่วน ที่ทุกพรรคจะได้รับการจัดสรรจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายช่ือซ่ึงเม่ือรวมแล้วไม่เกินหนึ่งร้อย
86 ห้าสิบคน โดยให้นำ�จำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะได้รับคูณด้วย หน่ึงร้อยห้าสิบ หารด้วยผลบวกของหนึ่งร้อยห้าสิบกับ จำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่เกิน จ�ำ นวนหนง่ึ ร้อยห้าสบิ และใหน้ �ำ (๔) มาใชใ้ นการคำ�นวณ ดว้ ยโดยอนุโลม (๘) เมอ่ื ไดจ้ �ำ นวนผไู้ ดร้ บั เลอื กตง้ั แบบบญั ชรี ายชอ่ื ของแต่ละพรรคการเมืองแล้ว ให้ผู้สมัครตามลำ�ดับ หมายเลขในบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชีรายช่ือของพรรคการเมืองนั้นเป็นผู้ได้รับเลือกต้ังเป็น สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร ในกรณีท่ผี ้สู มัครแบบแบ่งเขตเลือกต้งั ตายภายหลัง วันปิดรับสมัครรับเลือกตั้งแต่ก่อนเวลาปิดการลงคะแนนใน วันเลือกต้ัง ใหน้ ำ�คะแนนท่ีมีผูล้ งคะแนนให้ มาค�ำ นวณตาม (๑) และ (๒) ด้วย ท้งั น้ี การด�ำ เนินการตาม (๑) ถึง (๘) ใหเ้ ปน็ ไป ตามท่คี ณะกรรมการก�ำ หนด กรณีการประกาศ มาตรา ๑๒๙ ในกรณีที่มีการประกาศผลการ ผลการเลอื กตงั้ เลือกตั้งยังไม่ครบทุกเขต แต่มีจำ�นวนถึงร้อยละเก้าสิบห้า ไมค่ รบทุกเขต ของเขตเลือกตั้งท้ังหมดแล้ว ให้ดำ�เนินการคำ�นวณหา จำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือที่จะ จดั สรรใหพ้ รรคการเมืองที่ส่งผูส้ มัครแบบบัญชีรายชอื่ โดย วธิ ีการดังต่อไปนี้
87 (๑) นำ�จำ�นวนสมาชกิ สภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่ง เขตเลือกต้ังที่จะประกาศผลการเลือกต้ังหารด้วยสามร้อย ห้าสิบอันเป็นจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่ง เขตเลอื กตั้งท้งั หมด (๒) น�ำ ผลลัพธต์ าม (๑) คณู ด้วยหา้ ร้อยอันเป็น จำ�นวนสมาชิกท้ังหมดของสภาผู้แทนราษฎรผลลัพธ์ท่ี ได้คือจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีจะประกาศผล ทัง้ หมด โดยใหถ้ อื เอาเฉพาะจ�ำ นวนเตม็ (๓) นำ�ผลลัพธ์ตาม (๒) มาหักออกด้วย จำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกต้ัง ท่ีจะประกาศผลการเลือกตั้ง ผลลัพธ์ที่ได้คือจำ�นวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อท่ีจะจัดสรรให้ พรรคการเมือง เม่ือได้ผลลัพธ์ตามวรรคหนึ่งแล้วให้นำ�มาคำ�นวณ ตามวธิ ีการทก่ี �ำ หนดไว้ในมาตรา ๑๒๘ เพ่ือจดั สรรจ�ำ นวน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือให้แต่ละ พรรคการเมือง เว้นแต่เป็นกรณีตามมาตรา ๑๒๘ (๗) จ�ำ นวนหน่งึ รอ้ ยหา้ สบิ ให้เปลย่ี นเป็นจ�ำ นวนสมาชิกสภา ผูแ้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายช่อื ทจ่ี ะจัดสรรตามวรรคหน่ึง เมื่อมีการประกาศผลการเลือกต้ังเพ่ิมขึ้น ให้ ดำ�เนินการคำ�นวณตามวิธีตามวรรคหน่ึงและวรรคสองใหม่ และจดั สรรจ�ำ นวนสมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรแบบบญั ชรี ายชอ่ื ให้ถูกต้องตรงตามผลการคำ�นวณน้ันทุกคร้ังท่ีมีการ
88 ประกาศผลการเลือกต้ังเพิ่มข้ึน เว้นแต่จะพ้นเวลาหน่ึงปี นับแตว่ ันเลอื กต้ังทวั่ ไป ในกรณีที่การคำ�นวณใหม่ตามมาตราน้ีทำ�ให้ จำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของ พรรคการเมืองใดลดลง ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบ บัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นในลำ�ดับท้ายตามลำ�ดับ พ้นจากต�ำ แหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือของ พรรคการเมืองผู้ใดต้องพ้นจากตำ�แหน่งตามวรรคส่ีให้ ถือว่าผู้นั้นยังคงเป็นผู้สมัครตามลำ�ดับหมายเลขเดิมใน บัญชีรายชอื่ ของพรรคการเมอื งน้นั กรณมี ีการ มาตรา ๑๓๐ ในการเลือกต้ังท่ัวไป ถ้าต้อง เลือกตง้ั ใหม่ มีการเลือกตั้งใหม่ในบางเขตหรือบางหน่วยเลือกตั้งก่อน ในบางเขต ประกาศผลการเลือกตั้ง หรือการเลือกต้ังยังไม่แล้วเสร็จ กอ่ นประกาศผล มิให้นำ�ผลคะแนนของการเลือกต้ังแบบแบ่งเขตเลือกตั้งใน เขตเลือกต้ังที่เป็นเหตุดังกล่าวมาคำ�นวณเพื่อหาจำ�นวน การเลือกต้งั สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีแต่ละพรรคการเมืองพึงมี และ จำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือท่ีแต่ละ พรรคการเมืองพงึ ไดร้ บั ความในวรรคหนึ่งให้นำ�มาใช้บังคับแก่กรณีท่ี ผู้สมัครถูกระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งไว้เป็นการช่ัวคราว ตามมาตรา ๑๓๒ ด้วยโดยอนโุ ลม
89 มาตรา ๑๓๑ ภายในหนึ่งปีหลังจากวันเลือกตั้ง กรณีมีการเลอื กตั้ง อันเป็นการเลือกต้ังทั่วไป ถ้าต้องมีการเลือกต้ังแบบ แบบแบ่งเขต แบ่งเขตเลือกตั้งใดข้ึนใหม่ เพราะเหตุที่การเลือกต้ังใน เลือกตงั้ ขน้ึ ใหม่ เขตเลือกตั้งนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ให้ คำ�นวณจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายช่ือ ใหม่ โดยมใิ ห้น�ำ คะแนนทไ่ี ด้รับจากการเลือกตั้งทเ่ี ป็นเหตุ ให้มีการเลือกตั้งใหม่มารวมคำ�นวณด้วย และให้นำ�วิธีการ ค�ำ นวณตามมาตรา ๑๒๙ และมาตรา ๑๓๐ มาใชบ้ งั คับด้วย โดยอนโุ ลม ภายในหนึ่งปีหลังจากวันเลือกต้ังอันเป็นการ เลือกตั้งทั่วไป หากปรากฏว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำ�การอัน ถือว่าเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง และผู้น้ันไม่ได้รับการ เลือกต้ัง หากมีการนำ�คะแนนที่ผู้สมัครผู้นั้นได้รับไปรวม คำ�นวณเพื่อจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายช่ือให้พรรคการเมืองที่ผู้น้ันสังกัดไปแล้วให้ดำ�เนินการ คำ�นวณเพ่ือหาจำ�นวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองใหม่โดยมิให้นำ�คะแนนท่ี ผู้สมัครดังกล่าวได้รับไปรวมคำ�นวณด้วย และให้นำ�ความ ในมาตรา ๑๒๙ วรรคส่ีและวรรคห้า มาใช้บังคับด้วยโดย อนุโลม การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน ตำ�แหน่งท่ีว่างไม่ว่าด้วยเหตุใดภายหลังพ้นเวลาหนึ่งปี นับแต่วันเลือกต้ังท่ัวไป มิให้มีผลกระทบกับการคำ�นวณ
90 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่ีแต่ละพรรคการเมืองจะพึงมี ตามมาตรา ๑๒๘ ให้นำ�ความในวรรคสามมาใช้บังคับแก่กรณีที่มี การเลือกตั้งแทนตำ�แหน่งที่ว่างด้วยเหตุอื่นใดนอกจากเหตุ ตามวรรคหน่ึงก่อนพ้นเวลาหน่ึงปีนับแต่วันเลือกตั้งท่ัวไป ด้วยโดยอนุโลม หมวด ๗ การด�ำ เนนิ การกรณกี ารเลือกต้งั มิได้เปน็ ไปโดย สุจริตหรอื เทย่ี งธรรม การส่งั ระงับสิทธิ มาตรา ๑๓๒ ก่อนประกาศผลการเลือกตั้ง ถ้า สมัครรับเลอื กตั้ง คณะกรรมการสืบสวนหรือไต่สวนแล้วเห็นว่ามีหลักฐาน ของผสู้ มัคร อันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำ�การอันเป็นเหตุให้การ เลือกต้ังนั้นมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม หรือมี หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้สมัครผู้ใดก่อให้ผู้อ่ืนกระทำ� สนับสนุน หรือรู้เห็นเป็นใจให้บุคคลอ่ืนกระทำ�การดังกล่าว หรือรู้ว่ามีการกระทำ�ดังกล่าวแล้วไม่ดำ�เนินการเพื่อระงับ การกระทำ�น้ันให้คณะกรรมการส่ังระงับสิทธิสมัครรับ เลือกต้ังของผู้สมัครที่กระทำ�การเช่นนั้นทุกรายไว้เป็นการ ช่ัวคราวเป็นระยะเวลาไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันท่ีคณะ กรรมการมีคำ�ส่ัง และในกรณีท่ีผู้นั้นได้คะแนนอยู่ในลำ�ดับ ที่จะได้รับการเลือกต้ัง ให้ส่ังยกเลิกการเลือกต้ังและให้มี การเลอื กตง้ั ใหม่
91 ค�ำ สง่ั ของคณะกรรมการตามวรรคหนง่ึ ใหเ้ ปน็ ทส่ี ดุ ถ้าการกระทำ�ของบุคคลตามวรรคหนึ่ง ปรากฏ คำ�สัง่ ให้ยุบ หลักฐานอันควรเช่ือได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหรือคณะ พรรคการเมอื ง กรรมการบริหารพรรคการเมืองมีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละ และค�ำ สั่งเพิกถอน ละเลยหรือทราบถึงการกระทำ�นั้นแล้ว มิได้ยับยั้งหรือ สิทธเิ ลอื กต้ัง แก้ไขเพื่อให้การเลือกต้ังเป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรมให้ คณะกรรมการดำ�เนินการเสนอคำ�ร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพ่ือให้ยุบพรรคการเมืองน้ัน ในกรณีท่ีศาลรัฐธรรมนูญมี คำ�ส่ังให้ยุบพรรคการเมืองนั้น ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำ�สั่ง เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหาร พรรคการเมอื งนั้นด้วย ใ น ก ร ณี ที่ ป ร า ก ฏ ต่ อ ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร ว่ า มี การกระทำ�อันเป็นการฝ่าฝืนความในวรรคหน่ึง ไม่ ว่าเป็นการกระทำ�ของผู้ใด ถ้าเห็นว่าผู้สมัครผู้ใดหรือ พรรคการเมืองใดจะได้รับประโยชน์จากการกระทำ� น้ัน คณะกรรมการมีอำ�นาจสั่งให้ผู้สมัครผู้น้ันหรือ พรรคการเมืองนั้นระงับหรือดำ�เนินการใดเพ่ือแก้ไขความ ไม่สุจริตหรือเท่ียงธรรมนั้นภายในเวลาที่กำ�หนด ในกรณี ท่ีผู้สมัครผู้น้ันหรือพรรคการเมืองนั้นไม่ดำ�เนินการ ตามคำ�ส่ังของคณะกรรมการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้สันนิษฐานว่าผู้สมัครผู้น้ันเป็นผู้สนับสนุนการกระทำ�นั้น หรือพรรคการเมืองนั้นมีส่วนรู้เห็นในการกระทำ�น้ัน เว้นแต่ผู้สมัครหรือพรรคการเมืองนั้นพิสูจน์ได้ว่าไม่มีส่วน รเู้ หน็ ในการกระทำ�ดงั กล่าว
92 เม่ือศาลรัฐธรรมนูญมีคำ�ส่ังให้เพิกถอนสิทธิ สมัครรับเลือกตั้งของคณะกรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ใดแล้ว ให้คณะกรรมการพิจารณาดำ�เนินการให้มีการ ดำ�เนินคดีอาญาแก่ผู้สมัครหรือคณะกรรมการบริหาร พรรคการเมืองผนู้ นั้ ด้วย ในการน้ี ให้ถอื วา่ คณะกรรมการ เป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความ อาญา ในกรณีท่ีมีคำ�ส่ังระงับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม มาตราน้ีภายหลังวันลงคะแนนเลือกตั้งแต่ก่อนวันประกาศ ผลการเลือกต้งั และผ้สู มัครท่ถี ูกระงับสิทธิสมัครรับเลือกต้งั เป็นผู้สมัครในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งท่ีได้ คะแนนเลือกตั้งในลำ�ดับซ่ึงจะเป็นผู้ได้รับเลือกต้ังในเขต เลือกตั้งน้ัน ให้คณะกรรมการส่ังให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพ่อื ให้ได้ผ้ไู ด้รับเลือกต้งั ครบจำ�นวนท่จี ะพึงมีในเขตเลือกต้งั น้นั ผู้ตรวจการเลือกต้ังหรือเจ้าพนักงานผู้ดำ�เนินการ เลือกตั้งผู้ใดพบเห็นการกระทำ�ตามวรรคหน่ึง มีหน้าท่ี รายงานใหค้ ณะกรรมการหรือกรรมการทราบโดยพลัน กรณีการเลอื กตั้งใน มาตรา ๑๓๓ เม่ือประกาศผลการเลือกต้ังแล้ว เขตเลือกตั้งใด ปรากฏหลักฐานอันควรเช่ือได้ว่าการเลือกต้ังในเขตเลือกต้ัง มิได้เป็นไป ใดมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเท่ยี งธรรม แต่ไม่ได้ความชัดว่า โดยสุจรติ เป็นการกระทำ�ของผู้ได้รับเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการ หรอื เท่ยี งธรรม ย่ืนคำ�ร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณา ในกรณีที่ศาลฎีกา
93 วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งน้ันมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือ เที่ยงธรรม ให้ศาลส่ังให้มีการเลือกตั้งใหม่สำ�หรับเขต เลือกตั้งนั้น และให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่ได้รับเลือกต้ังจากเขตเลือกต้ังน้ันส้ินสุดลงนับแต่ วันท่ีศาลมีคำ�วินิจฉัย และให้คณะกรรมการดำ�เนินการให้ มกี ารเลือกตัง้ ใหมโ่ ดยเร็ว และใหน้ ำ�ความในมาตรา ๑๓๘ วรรคสอง วรรคสาม และวรรคสี่ มาใช้บังคับด้วยโดย อนโุ ลม มาตรา ๑๓๔ ในกรณีท่ีคณะกรรมการเห็น การแตง่ ตั้ง สมควรเพ่ือประโยชน์ในการดำ�เนินการสืบสวนหรือไต่สวน คณะกรรมการ ให้เป็นไปโดยรวดเร็วและเท่ียงธรรม คณะกรรมการอาจ เพือ่ ตรวจสอบ แต่งต้งั ข้าราชการอัยการ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าท่อี ่นื ของรัฐ ส�ำ นวนการสืบสวน หรือผู้ซ่ึงเคยเป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าท่ีอื่นของรัฐ ดงั กลา่ วตามจ�ำ นวนทเ่ี หมาะสม เปน็ คณะกรรมการคณะหนง่ึ หรือหลายคณะตามความจำ�เป็น เพ่ือช่วยคณะกรรมการ ในการดำ�เนินการตรวจสอบสำ�นวนการสืบสวนหรือไต่สวน รวมทง้ั รบั ฟงั ค�ำ ชแ้ี จงหรอื พยานหลกั ฐานแทนคณะกรรมการได้ การแต่งต้ัง การปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาใน การปฏิบัติหน้าท่ี และค่าตอบแทนของคณะกรรมการตาม วรรคหนึง่ ใหเ้ ป็นไปตามทค่ี ณะกรรมการกำ�หนด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410