Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารการสอนต้นทุน ป.ตรี

เอกสารการสอนต้นทุน ป.ตรี

Published by aoiprathana, 2019-06-08 22:14:41

Description: เอกสารการสอนต้นทุน ป.ตรี

Search

Read the Text Version

3 - 36 การบญั ชตี ้นทนุ 1 2.2.2 การตรี าคาวตั ถุดบิ คงเหลอื โดยใช้ราคาทนุ หรือราคาตลาดแล้วแต่ราคาใดจะ ต่ากว่า โดยพิจารณาจากยอดรวม จะได้ต้นทุนวัตถุดิบคงเหลือตามราคาตลาด ซึ่งมีมูลค่า เท่ากับ 157,700 บาท เพราะเป็นราคาที่ต่ากว่าราคาทุนเท่ากับ 159,000 – 157,700 เทา่ กบั 1,300 บาท 2.2.3 การตรี าคาวัตถุดิบคงเหลอื โดยใชร้ าคาทนุ หรือราคาตลาดแล้วแต่ราคาใดจะ ต่ากว่า โดยพจิ ารณาตามกล่มุ ของวตั ถุดบิ กลุ่มที่ 1 วตั ถดุ ิบ ราคาทุนรวม ราคาตลาดรวม หลกั เกณฑท์ ่ีใช้ กลุ่มท่ี 2 (บาท) (บาท) A เลอื กราคาตลาด เพราะตา่ กว่าราคาทนุ B 10,000 11,200 เลือกราคาตลาด เพราะตา่ กว่าราคาทุน รวม 24,000 22,000 C 34,000 33,200 D 45,000 52,500 รวม 80,000 72,000 125,000 124,500 ดงั น้ัน ตน้ ทนุ วตั ถุดบิ คงเหลือ = 33,200 + 124,500 ผลต่างตน้ ทุนวัตถดุ บิ = 157,700 บาท = 159,000 – 157,700 บาท = 1,300 บาท

บทท่ี 3 การบัญชเี กี่ยวกับวัตถดุ บิ 3 - 37 บทสรปุ สาหรบั กจิ การอุตสาหกรรม ปจั จัยการผลิตท่ีมีความสาคัญที่สุด คือ วัตถุดิบซึ่งถือเป็น ส่วนประกอบหลกั ทีถ่ ูกนามาใชใ้ นการผลติ สินคา้ ในการผลติ สนิ ค้าหนึ่งหน่วยอาจตอ้ งใช้วัตถุดบิ หลักเพียงชนิดเดียวหรืออาจมากกว่าหน่ึงชนิด ข้ึนอยู่กับโครงสร้างของผลิตภัณฑ์ว่ามี ส่วนประกอบอะไรบ้าง ดังน้ัน กิจการจาเป็นต้องใช้เงินทุนให้เพียงพอเพ่ือซ้ือวัตถุดิบมาใช้ สาหรับการผลิตสินคา้ ดังนน้ั การบนั ทกึ บัญชีเกยี่ วกบั วตั ถุดิบจงึ มคี วามสาคญั ต่อธุรกจิ ท่ีทาการ ผลิตสนิ ค้า โดยท่ัวไประบบการบนั ทกึ บัญชเี กย่ี วกบั วัตถุดิบ มี 2 ระบบ ได้แก่ ระบบการบันทึก บญั ชีวัตถุดิบคงเหลอื เมื่อสิ้นงวด และระบบการบันทึกบัญชีวัตถดุ บิ คงเหลือแบบตอ่ เนือ่ ง ถ้าเป็นการบนั ทกึ บัญชวี ตั ถุดบิ คงเหลือเม่อื สิน้ งวด จะมกี ารตรวจนบั วตั ถุดบิ คงเหลือ ณ วันสน้ิ งวด วิธนี ี้ไม่จาเป็นตอ้ งบันทึกปริมาณวตั ถุดิบทม่ี ีการเบกิ ใช้ในระหว่างงวด กิจการจะเปิด บญั ชซี ือ้ วตั ถดุ บิ และคานวณหาวตั ถดุ ิบท่เี บิกใช้ระหวา่ งงวด หลังจากหักวัตถุดิบคงเหลือปลาย งวดออกจากยอดซือ้ และวตั ถดุ บิ คงเหลือต้นงวดแลว้ แต่สาหรบั การบนั ทกึ บัญชีวัตถุดิบคงเหลือ แบบตอ่ เนือ่ งนั้น วัตถุดิบจะมีการบันทึกการซื้อ และเบิกใช้วัตถุดิบในระหว่างงวด ซ่ึงแสดงถึง การเคลื่อนไหววัตถุดิบอยู่ตลอดเวลา ดังน้ัน ยอดคงเหลือของวัตถุดิบจะแสดงยอดคงเหลือที่ ถูกต้องตลอดเวลา แตโ่ ดยส่วนใหญ่ กิจการจะเกิดปญั หาในดา้ นการคานวณหาวา่ ตน้ ทุนวตั ถุดิบที่เบิกใชไ้ ป มีต้นทุนเท่ากบั เท่าใด จะใชว้ ิธีใดในการคานวณ เน่ืองจากลักษณะของวัตถุดิบมีความแตกต่าง กัน บางชนิดมีลักษณะเฉพาะ สามารถระบุได้อย่างชัดเจน ว่าซื้อมาเม่ือใด ต้นทุนเท่าใด แต่ วัตถุดิบบางชนิดมีลักษณะเหมือนกัน ไม่สามารถแยกความแตกต่างได้ ทาให้ยากต่อการ แบ่งแยกได้ว่ากิจการซื้อมาคร้ังใด ต้นทุนซ้ือมาราคาเท่าใด ดังนั้น จึงมีวิธีการคานวณต้นทุน วตั ถุดิบ ซ่ึงสามารถแยกได้ 3 วิธี ไดแ้ ก่ วธิ ีราคาทุน ราคาทุนหรือราคาตลาดแล้วแต่ราคาใดจะ ต่ากว่า และราคามาตรฐานของวัตถุดิบ ซึ่งวิธีท่ีนิยมมากที่สุด คือ วิธีราคาทุน ซึ่งสามารถแบ่ง ได้เป็น 6 วิธยี ่อย คอื วิธีราคาทนุ ที่แทจ้ ริง วธิ รี าคาทนุ ถัวเฉลีย่ วิธีราคาทนุ ถัวเฉล่ียถ่วงน้าหนัก วธิ ีถัวเฉล่ียแบบเคลื่อนท่ี วิธีซ้อื กอ่ น – ใช้ก่อน และวิธีซื้อหลัง – ใช้ก่อน ซ่ึงแต่ละวิธีจะมีผลทา ให้ต้นทุนวัตถุดิบท่ีเบิกใช้ในการผลิต และการตีราคาวัตถุดิบคงเหลือปลายงวดมีต้นทุนท่ี แตกตา่ งกนั

3 - 38 การบญั ชีต้นทุน 1 แบบฝึกหดั ท้ายบท ข้อ 1. บริษทั กานดา จากดั มีรายละเอยี ดในการซื้อวตั ถุดบิ การเบิกใช้ และยอดคงเหลือของ วัตถดุ บิ ปี 2559 ดงั น้ี ยอดคงเหลือ และการซื้อวตั ถดุ ิบ เม.ย. 1 ยอดยกมา 100 หนว่ ย หนว่ ยละ 10 บาท 7 ซ้อื 300 หน่วย หน่วยละ 12 บาท 19 ซอื้ 250 หนว่ ย หน่วยละ 14 บาท 29 ซื้อ 150 หน่วย หน่วยละ 15 บาท จานวนหน่วยท่ีเบิกใช้ เม.ย. 13 เบกิ ใช้ 150 หน่วย 24 เบกิ ใช้ 100 หน่วย 27 เบกิ ใช้ 200 หน่วย ให้ทา คานวณหาต้นทนุ ของวตั ถดุ บิ ทใ่ี ช้ในการผลิต และมลู คา่ ของวัตถุดบิ คงเหลือปลายงวด ถา้ บริษัทใชร้ ะบบ Periodic Inventory System โดยใชว้ ธิ ีดังตอ่ ไปนี้ 1. วธิ รี าคาที่แทจ้ รงิ (Specific Identification Method) 2. วิธถี วั เฉลี่ยอย่างง่าย (Simple Average Cost Method) 3. วิธีถัวเฉล่ียถว่ งนา้ หนกั (Weighted Average Cost Method) 4. วิธเี ข้ากอ่ น - ออกกอ่ น (FIFO) 5. วิธเี ข้าหลงั – ออกกอ่ น (LIFO) ขอ้ 2. รายการตอ่ ไปนี้เปน็ รายการซอื้ และเบกิ ใชว้ ตั ถุดบิ A ของบริษทั สยามพาณิช จากดั ประจาเดอื นพฤษภาคม 25X1 พ.ศ. 25X1 จานวน ต้นทนุ จานวน เดอื น วันที่ ที่ซื้อ ต่อหน่วย เบิกใช้ (หน่วย) (บาท) พฤษภาคม 9 - 16 100 6 80 21 - - - 25 120 7 - 28 150 8 170 - -

บทที่ 3 การบัญชเี ก่ยี วกบั วัตถุดบิ 3 - 39 ยอดคงเหลือของวตั ถดุ บิ ต้นงวด มจี านวน 80 หน่วย ต้นทุนตอ่ หน่วย 5 บาท ถ้ากิจการ ใช้ระบบการบนั ทกึ บญั ชีวตั ถุดิบคงเหลอื แบบตอ่ เนื่อง (Perpetual Inventory System) ให้ทา คานวณหาต้นทุนของวัตถุดิบเบิกใช้และหามูลค่าของวัตถุดิบคงเหลือปลายงวด โดยใช้ วธิ ีตา่ งๆ ดังนี้ 1. วธิ ีถัวเฉลี่ยถว่ งนา้ หนกั (Average Method) 2. วธิ ถี วั เฉล่ียเคลอ่ื นท่ี (Moving Average Method) 3. วิธซี ้อื ก่อน - ใชก้ ่อน (FIFO Method) 4. วธิ ซี ้ือหลงั - ใช้กอ่ น (LIFO Method) ข้อ 3. ต่อไปนี้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการซ้ือและเบิกใช้ของวัตถุดิบทางตรงชนิดหน่ึงของบริษัท สยามอตุ สาหกรรมจากัด สาหรับเดอื นสิงหาคม 2560 ยอดคงเหลือและการซื้อวตั ถดุ ิบ การเบิกใช้วตั ถดุ ิบ ส.ค. 1 ยอดยกมา 5,000 หนว่ ยๆ ละ 20 บาท ส.ค. 7 เบิกใช้ 5,000 หน่วย 4 ซ้ือ 4,000 หนว่ ยๆ ละ 25 บาท 16 เบกิ ใช้ 4,000 หน่วย 15 ซื้อ 5,000 หน่วยๆละ 30 บาท 20 เบกิ ใช้ 4,000 หนว่ ย 28 ซื้อ 3,000 หน่วยๆละ 32 บาท 31 เบกิ ใช้ 2,000 หน่วย ให้ทา คานวณหาต้นทุนของวตั ถุดบิ ทใ่ี ช้ในการผลิต และมูลคา่ ของวตั ถดุ ิบคงเหลอื ปลายงวด ถ้าบรษิ ทั ใชร้ ะบบ Perpetual Inventory System โดยใชว้ ธิ ดี ังตอ่ ไปน้ี Method) 1. วิธถี ัวเฉล่ียเคลื่อนทีอ่ ยา่ งง่าย (Simple Moving Average Method) 2. วธิ ีถัวเฉล่ียเคลื่อนทแี่ บบถ่วงน้าหนกั (Weighted Moving Average 3. วธิ ีซ้อื กอ่ น – ใชก้ อ่ น (FIFO) 4. วธิ ีซอ้ื หลัง – ใชก้ อ่ น (LIFO)

3 - 40 การบัญชตี ้นทนุ 1 ข้อ 4. วตั ถดุ ิบคงเหลือต้นงวดในวันท่ี 1 มกราคม 25X1 ของ บริษัท ประชารักษา จากัด มี จานวน 200 หน่วย ตน้ ทนุ รวมเทา่ กบั 7,000 บาท ในระหว่างปี 25X1 บริษัทมีรายการซื้อ วตั ถดุ ิบ ดังมีรายละเอียดต่อไปนี้ วนั เดือน ปี ปริมาณ (หน่วย) ต้นทุนต่อหน่วย (บาท) ก.พ. 15 1,000 20 เม.ย. 20 500 22 ม.ิ ย. 10 1,000 25 ก.ย. 19 800 27 ธ.ค. 25 1,400 30 ในวันท่ี 31 ธันวาคม 25X1 หวั หนา้ แผนกคลังพัสดุ ได้ให้พนักงานคลังสินคา้ ตรวจ นับวัตถดุ บิ คงเหลือชนดิ นี้ ปรากฏวา่ มจี านวน 2,000 หน่วย ซ่งึ พอบอกลักษณะได้วา่ เปน็ วัตถดุ ิบท่ีซื้อเมอ่ื วนั ที่ 11 ธนั วาคม 1,200 หน่วย และวัตถดุ ิบท่ซี อื้ เมือ่ วันที่ 5 มถิ นุ ายน 800 หนว่ ย ให้ทา คานวณต้นทนุ วตั ถุดิบเบิกใช้ในระหวา่ งปแี ละมูลค่าวตั ถุดิบคงเหลือปลาย โดยใชว้ ธิ ี ดงั ตอ่ ไปนี้ (ถ้ากิจการบนั ทกึ บญั ชีวตั ถดุ บิ คงเหลอื เม่ือตอนสิน้ งวด) 1. วธิ ีราคาที่แท้จรงิ (Specific Identification Method) 2. วิธีถวั เฉล่ยี อย่างงา่ ย (Simple Average Method) 3. วธิ ถี วั เฉลย่ี ถว่ งน้าหนกั (Weighted Average Method) 3. วิธซี ้อื กอ่ น - ใช้ก่อน (FIFO Method) 4. วิธีซอื้ หลัง - ใช้ก่อน (LIFO Method) ขอ้ 5. บรษิ ทั โลหะไทยอุตสาหกรรม จากัด รับผลติ และจาหน่ายอปุ กรณต์ ่างๆ ในโรงงานที่ ทาด้วยโลหะ รายการต่อไปนี้เป็นรายละเอียดเก่ียวกับการรับและจ่ายโลหะ ซ่ึงเป็นวัตถุดิบ สาคญั ของการผลิตในเดอื นเมษายน 25X3 เมษายน 1 ยอดคงเหลือโลหะเท่ากบั 60 ตนั มลู คา่ รวม 300,000 บาท 5 เบิกโลหะ 10 ตนั ไปใช้ในการผลติ 7 ซื้อโลหะ 50 ตนั เป็นเงินเชื่อ มูลคา่ รวม 250,000 บาท 11 เบกิ โลหะ 70 ตัน ไปใชใ้ นการผลติ 15 ซอื้ โลหะ 100 ตนั เปน็ เงนิ เช่อื มลู คา่ รวม 500,000 บาท จากร้าน อุดมโลหะซง่ึ เป็นผขู้ ายรายใหม่

บทท่ี 3 การบญั ชเี กี่ยวกับวตั ถดุ บิ 3 - 41 18 โลหะทซี่ อื้ มาเมอ่ื วนั ที่ 15 มีคณุ ภาพตา่ กว่ามาตรฐานจานวน 50 ตัน จงึ สง่ คนื ผ้ขู าย ส่วนโลหะอกี 50 ตันท่ีเหลอื มคี ณุ ภาพนอ้ ยจึงขอลดราคากบั รา้ นอุดมโลหะ เหลอื เพยี งตันละ 4,500 บาท ซง่ึ ทางผขู้ ายกต็ กลงให้ราคานี้ 20 เบิกโลหะจานวน 60 ตัน ไปใช้ในการผลิต 22 ซ้ือดลหะจานวน 120 ตัน เปน็ เงินเชอ่ื มูลคา่ รวม 636,000 บาท 24 เบิกโลหะไปใชใ้ นการผลติ 90 ตัน 28 สง่ คนื โลหะจากแผนกผลติ เข้าสคู่ ลังวตั ถุดิบจานวน 20 ตัน 30 ชาระหนี้ค่าโลหะท่ีซือ้ เม่ือวนั ที่ 5 เมษายน ถ้ากจิ การบันทึกวัตถดุ ิบคงเหลือแบบตอ่ เน่อื ง และใช้วิธีซื้อก่อน – ใช้ก่อน (FIFO) ให้ทา บนั ทกึ รายการข้างตน้ ในสมดุ รายวนั ทวั่ ไป ขอ้ 6. บรษิ ทั อดุ ร จากดั ประสบปญั หาในการคานวณตน้ ทุนวตั ถดุ ิบ จึงมาขอคาแนะนาจาก ท่านวา่ ควรจะเลอื กปฏบิ ัตอิ ย่างไรดใี นระหว่างทางเลือก 2 ทางตอ่ ไปนี้ ทางเลือก 1 ทางเลือก 2 1. รวมค่าใช้จา่ ยในการจัดหาและเกบ็ รกั ษา 1. แยกคา่ ใชจ้ า่ ยในการจดั หาและเก็บรักษา วตั ถดุ บิ ไว้เป็นต้นทุนวัตถุดิบ วตั ถดุ บิ เปน็ คา่ ใช้จา่ ยการผลิต 2. ลงบัญชวี ตั ถดุ บิ ตามมูลคา่ ซอื้ สุทธิหลงั จาก 2. ลงบญั ชวี ัตถุดิบตามราคาในใบกากบั สินค้า หักเงนิ ลดแลว้ ทง้ั น้ีเพราะตอ้ งการถอื นโยบาย และจะบนั ทกึ บัญชเี งนิ ลดรบั เมอื่ จ่ายชาระหน้ี ท่จี ะได้รับเงนิ สดตามกาหนดเวลา สาหรับงบประมาณในปี 25X4 สมหุ ์บญั ชีไดป้ ระมาณต้นทนุ และค่าใชจ้ า่ ยตา่ งๆ ไว้ ดงั น้ี มูลค่าวตั ถุดบิ ทซ่ี อื้ ตลอดปี 2,500,000 บาท จานวนคาสง่ั ซอื้ 15,000 คาสง่ั ค่าใช้จา่ ยในการจัดหาวตั ถดุ บิ ตลอดปี 120,000 บาท กิจการกาหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดหาวัตถุดิบตามจานวนคาส่ังซื้อ ส่วนอัตรา คา่ ใช้จา่ ยในการเกบ็ รกั ษาวัตถุดิบจะคิดตามมลู คา่ วตั ถุดบิ ที่ลงบญั ชไี ว้ ในเดอื นมกราคม 25X4 กจิ การไดร้ วบรวมขอ้ มูลเกีย่ วกับการซ้อื วัตถุดิบไว้ดงั น้ี ซอ้ื วัตถดุ บิ 450,000 บาท (credit term 2/10 , n/30)

3 - 42 การบัญชตี ้นทนุ 1 จา่ ยคา่ ใชจ้ า่ ยในการจัดหาวตั ถดุ บิ 20,700 บาท ค่าใชจ้ ่ายในการเก็บรักษา 39,900 บาท จานวนคาสัง่ ซอ้ื 2,400 คาสง่ั ปรากฏว่า กิจการลืมชาระหนี้ตามกาหนดเวลาท่ีควรได้ส่วนลด ในกรณีท่ีมีผลต่าง เก่ยี วกบั การประมาณค่าใชจ้ ่ายในการจดั หาและเก็บรกั ษาวตั ถุดิบใหป้ ดิ บัญชีไปบัญชีตน้ ทุนขาย ให้ทา ลงรายการข้างตน้ โดยเปรียบเทยี บวธิ ีปฏิบัติท้ัง 2 ทาง ในสมุดรายวันทวั่ ไป ขอ้ 7. บริษัท หนองคายเฟอรน์ ิเจอร์ จากดั เพงิ่ เปดิ ดาเนินงานเมอ่ื วนั ท่ี 1 กรกฎาคม 25X5 กจิ การเปน็ ผผู้ ลติ เฟอรน์ ิเจอร์ตามคาสงั่ ของลกู ค้า รายการต่อไปนเ้ี กดิ ขน้ึ ในเดอื นแรกของการผลิตทีโ่ รงงาน กค. 1 ซ้อื ไมอ้ ัดสกั เปน็ เงินเช่ือจานวนเงิน 30,000 บาท เงอ่ื นไขการชาระหน้ี 2/10, n/30 3 เบกิ ไม้อัดสกั มลู ค่า 15,000 บาท เขา้ สกู่ ารผลิต 6 ซ้ือสที าไมจ้ านวน 100 แกลลอน มลู ค่ารวม 27,000 บาท เป็นเงนิ เชอื่ 11 จ่ายชาระหนี้ค่าไมอ้ ดั สกั 13 หัวหนา้ แผนกผลติ ไดร้ ายงานว่าสีทาไม้ที่ซ้ือมาเม่ือวันที่ 6 น้ัน มีเนื้อสีไม่ สม่าเสมอจานวน 20 แกลลอน จึงได้ส่งคืนผู้ขาย ส่วนอีก 80 แกลลอน น้ันมีคุณภาพต่ากว่า มาตรฐานเล็กน้อย จึงได้ติดต่อทางผู้ขายของลดราคาลงเหลือแกลลอนละ 200 บาทซ่ึงทาง ผขู้ ายยนิ ยอมตามขอ้ เสนอดังกล่าว 14 จา่ ยคา่ พาหนะในการนาสีส่งคนื บริษทั ผ้ขู ายจานวน 20 แกลลอน เป็นเงิน 500 บาท 20 เบิกสีทาไมไ้ ปใชใ้ นการผลิตจานวน 60 แกลลอน 23 ซอ้ื ไมอ้ ัดสักเป็นเงนิ สด จานวนเงนิ 12,000 บาท 28 เบิกไมอ้ ัดสกั ไปใชใ้ นการผลติ 15,000 บาท 29 เบกิ ไมอ้ ดั สกั ไมซอ่ มแซมโรงงาน 3,000 บาท 30 สง่ คนื สีทาไม้จากแผนกผลติ คนื คลังวัตถุดบิ จานวน 5 แกลลอน 31 ชาระเงินคา่ สที าไมท้ ่ซี อ้ื เมอื่ วันท่ี 6 กรกฎาคม กิจการมนี โยบายที่จะไดร้ ับเงนิ ลดการคา้ ตามระยะเวลาท่ีผู้ขายกาหนดไว้และกิจการ บันทกึ ตน้ ทนุ วตั ถดุ ิบดว้ ยวธิ ีซ้อื กอ่ น - ใช้ก่อน (FIFO)

บทที่ 3 การบัญชเี กี่ยวกับวัตถุดิบ 3 - 43 ให้ทา สมดุ รายวนั ทั่วไปแสดงการลงรายการดงั กล่าวข้างตน้ ภายใต้ระบบ 1. การบันทึกของคงเหลอื แบบตอ่ เนือ่ ง (Perpetual Inventory System) 2. การบนั ทกึ ของคงเหลอื เมื่อส้ินงวด (Periodic Inventory System) ข้อ 8. ในวนั ท่ี 31 ธันวาคม 25X8 บรษิ ทั พร้อมพงศ์ จากดั ไดต้ รวจนับวตั ถดุ ิบคงเหลือปลาย งวด ปรากฏว่าราคาตลาดของวตั ถดุ บิ คงเหลอื ต่ากวา่ ราคาทนุ เทา่ กบั 72,000 บาท และตอ่ มา ในปี 25X9 ก็ได้ตรวจนับและตีราคาวัตถุดิบคงเหลือด้วยวิธีการเดียวกัน ก็พบว่าราคาตลาด ของสนิ คา้ คงเหลอื ตา่ กว่าราคาทุน 44,000 บาท ให้ทา ให้ลงรายการข้างต้นในสมุดรายวนั ท่วั ไปทง้ั ในวนั ท่ี 31 ธนั วาคม 25X8 และ 25X9 ข้อ 9. บรษิ ทั เมทนี จากัด ใช้ระบบการบันทึกบัญชสี นิ คา้ คงเหลือแบบต่อเน่ือง ในตอนสิ้นปี จะมีการตรวจนับสินค้าคงเหลือจริง เพ่ือพิสูจน์ยอดคงเหลือตามบัญชี จากการตรวจนับจริง ปรากฏวา่ วัตถดุ บิ มจี านวนตามบัญชีเกินกว่าท่ีตรวจนับจริงเท่ากับ 59,725 บาท ส่วนสินค้า คงเหลือมีจานวนต่ากว่าในบญั ชี 33,050 บาท ให้ทา การบนั ทกึ ในสมดุ รายวันท่ัวไปในกรณีตอ่ ไปนี้ 1. กิจการจะบันทึกสว่ นท่ีขาดหายเปน็ ต้นทนุ ปกติในการดาเนนิ งาน 2. กจิ การจะบนั ทกึ สว่ นทข่ี าดหายเปน็ รายการขาดทนุ ประจางวดบัญชี ข้อ 10. บรษิ ัท สรพงษพ์ าณชิ จากดั ไดจ้ ดั ทางบประมาณเกยี่ วกบั การจัดหาวัตถดุ ิบไวด้ งั นี้ เงนิ เดอื นพนกั งานคลงั วัตถุดบิ 86,000 เงนิ เดอื นพนกั งานตรวจรบั วัตถดุ ิบ 38,000 เงนิ เดอื นพนกั งานจัดหาวัตถุดิบ 42,000 ค่าพาหนะพนักงานจัดหาวตั ถดุ บิ 34,000 ต้นทุนในการจัดหาวตั ถุดิบอื่นๆ ประกอบดว้ ย คา่ เสอ่ื มราคาอาคาร 14,000 คา่ เส่ือมราคาเครอื่ งมอื เครอ่ื งใช้ 18,000 ค่าเบี้ยประกนั ภัยอาคาร 5,000 ค่าเบย้ี ประกนั ภัยวตั ถุดบิ 12,000 คา่ ซอ่ มแซม 16,000 ภาษีทรัพยส์ ิน 6,000 คา่ นา้ ค่าไฟ 18,000

3 - 44 การบญั ชตี ้นทนุ 1 คา่ ใชจ้ ่ายเบด็ เตลด็ 11,000 100,000 รวม 300,000 สมุห์บัญชีได้ประมาณกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการจัดหาวัตถุดิบไว้ดังนี้ ปริมาณเบิก วัตถุดิบจานวน 15,000 รายการ ประมาณการต้นทุนวัตถุดิบเบิกใช้ในปีหน้า 12,000,000 บาท นา้ หนักวัตถดุ ิบเบิกใช้ 9,000 ตนั ให้ทา 1. ให้คานวณอัตราตน้ ทุนการจัดหาวตั ถุดบิ โดยใชเ้ กณฑต์ ่อไปนี้ 1.1 จานวนวัตถดุ บิ เบิกใช้ 1.2 อตั ราร้อยละตามมลู คา่ วตั ถดุ บิ 1.3 ต้นทุนต่อหน่วย (นา้ หนัก) ของวัตถดุ ิบ 2. ท่านเหน็ ว่าควรจะใชเ้ กณฑ์ใดในข้อ 1 จงึ จะเหมาะสม โปรดใหเ้ หตผุ ลสนบั สนนุ และ ใหเ้ กณฑ์ทท่ี า่ นเลือกเปน็ แนวทางประมาณตน้ ทุนในการจัดหาวัตถดุ ิบในปหี นา้ สมมติว่า ในปี หน้าเบิกวัตถุดิบท้ังสิ้น 15,618 รายการ ต้นทุนวัตถุดิบรวม 11,985,346 บาท และน้าหนัก วตั ถดุ บิ เบกิ ใช้เทา่ กับ 10,000 ตัน 3. ถ้าต้นทุนในการจัดหาวัตถุดิบจริงรวมท้ังปีของบริษัทในปีหน้าเท่ากับ 325,840 บาท จงคานวณหาผลต่างของต้นทุนในการจัดหาวตั ถดุ ิบและลงบัญชโี อนปดิ ผลต่างดงั กล่าว ขอ้ 11. บรษิ ัท ดเี ดน่ จากัด ใชว้ ตั ถุดบิ 2 ชนดิ ในการผลิตสนิ คา้ ชนดิ หนึ่ง โดยมสี ดั ส่วนการใช้ วตั ถดุ บิ ดงั น้ี วตั ถุดิบ ก : วัตถุดิบ ข = 1 : 2 ในเดอื นกันยายน 25X7 ผจู้ ดั การโรงงานได้ออกใบสงั่ ผลิตสินคา้ ตามลาดับดงั น้ี วนั ท่ี ใบสงั ่ ผลิตเลขท่ี จานวนผลิต (หน่วย) 2 ก.ย. 901 100 5 ก.ย. 902 500 14 ก.ย. 903 300 17 ก.ย. 904 800 20 ก.ย. 905 200 28 ก.ย. 906 500 เม่ือสอบถามไปท่ีแผนกคลงั วัตถดุ บิ และแผนกจดั ซอ้ื เกย่ี วกับปริมาณวัตถุดิบคงเหลือ และขอ้ มลู การจดั ซอ้ื วตั ถุดิบ จะไดร้ ายละเอียดดังน้ี

บทที่ 3 การบัญชเี กย่ี วกับวตั ถดุ ิบ 3 - 45 ข้อมูลท่ีแผนกคลงั วัตถดุ ิบในวันท่ี 1 กนั ยายน วตั ถดุ ิบ ปริมาณ (หน่วย) ต้นทุน (บาท) ก 700 7,000 1,500 ข 1,500 ข้อมลู ท่ีแผนกจัดซอ้ื วตั ถุดบิ วตั ถดุ ิบ วนั ที่ซื้อ ปริมาณ (หน่วย) ต้นทนุ (บาท) ก 6 ก.ย. 1,000 9,000 1,000 9,500 ก 16 ก.ย. 4,000 3,600 1,000 950 ข 6 ก.ย. ข 23 ก.ย. ให้ทา 1. สมุดรายวันทว่ั ไปแสดงการลงรายการขา้ งตน้ โดยแสดงเฉพาะบัญชคี มุ ยอดวัตถดุ ิบ 2. บัตรวัตถดุ บิ ท้งั 2 ชนิด

3 - 46 การบัญชีต้นทนุ 1 เอกสารอ้างอิง ประภากรณ์ เกยี รตกิ ลุ วฒั นา. (2558). การบญั ชีต้นทนุ . พมิ พค์ รัง้ ที่ 1 กรงุ เทพมหานคร : จนู พบั ลชิ ช่ิง. ดวงมณี โกมารทัต. (2559). การบญั ชีต้นทนุ . พมิ พค์ รัง้ ท่ี 15 กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พแ์ หง่ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . สมนกึ เอ้ือจริ ะพงษพ์ ันธ.์ (2557). การบญั ชีต้นทุน. พมิ พค์ รัง้ ที่ 7 กรุงเทพมหานคร : แมคกรอ-ฮิล. Horngren, C.T., Datar, S.M., and Rajan, M.V. (2015). Cost Accounting A Managerial Emphasis. (15th ed). England : Pearson Education.

แผนบริหารการสอนประจาบทท่ี 4 การบญั ชีเกี่ยวกบั ค่าแรงงาน หวั ข้อเนื้อหาประจาบท 1. ความหมายของค่าแรงงาน 2. ประเภทของค่าแรงงาน 3. ขนั้ ตอนเก่ยี วกับคา่ แรงงาน 4. การจดั เกบ็ เวลาการทางาน 5. การคานวณ จาแนกประเภท และจา่ ยคา่ แรงงาน 6. การบนั ทกึ บัญชเี กย่ี วกบั คา่ แรงงาน 7. การจา่ ยคา่ แรงงานในรปู ผลตอบแทนและสวสั ดกิ ารอ่ืนๆ 8. บทสรุป 9. แบบฝกึ หัดท้ายบท 10. เอกสารอา้ งองิ วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. สามารถอธบิ ายความหมายและประเภทของคา่ แรงงาน 2. สามารถอธบิ ายขนั้ ตอนเกย่ี วกบั คา่ แรงงานได้ 3. สามารถจดั เกบ็ เวลาการทางานและจาแนกเอกสารทใ่ี ชใ้ นการจดั เกบ็ เวลาการ ทางานได้ 4. สามารถคานวณค่าแรงงาน จาแนกประเภท และจ่ายคา่ แรงงานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 5. สามารถบนั ทกึ บญั ชเี กย่ี วกบั ค่าแรงงานได้ 6. สามารถอธบิ ายและบนั ทกึ บญั ชเี กย่ี วกบั การจ่ายค่าแรงงานในรปู ผลตอบแทน และสวสั ดกิ ารอน่ื ๆได้

4 - 2 การบัญชตี ้นทุน 1 วิธีการสอนและกิจกรรมการเรยี นการสอนประจาบท 1. การบรรยายเน้อื หา 2. ถามตอบในชนั้ เรยี น 3. ทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท สื่อการเรียนการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง การบัญชเี กย่ี วกับค่าแรงงาน 2. PowerPoint 3. พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน และข้อมูลอ่ืนๆ ท่ีเกี่ยวข้องจากแหล่งเว็บไซด์ ทางอินเทอรเ์ นต็ การวดั ผลและการประเมินผล 1. สงั เกตความสนใจขณะฟงั บรรยายและการตอบคาถาม 2. สงั เกตจากการทาแบบฝึกหดั ในชนั้ เรยี น 3. สงั เกตจากพฤตกิ รรมความสนใจ และการร่วมกจิ กรรมในชนั้ เรยี น 4. ประเมนิ ผลจากการทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท

บทที่ 4 การบญั ชีเก่ยี วกับค่าแรงงาน 4 - 3 บทที่ 4 การบญั ชีเกี่ยวกบั ค่าแรงงาน กระบวนการผลิตสินค้าของธุรกิจอุตสาหกรรม ปัจจัยการผลิตที่นาเข้าสู่กระบวนการ ผลิต นอกจากวตั ถุดบิ ทก่ี ล่าวถงึ ในบทท่ีผ่านมา ยังมีปัจจัยการผลิตที่มีความสาคัญอีกประเภท หนึ่ง น่ันคือ ทรัพยากรบุคคล หรือ พนักงานในบริษัท ซึ่งเรียกว่า แรงงาน เนื่องจากการผลิต สินคา้ จาเป็นต้องมีการจ้างพนักงานเพ่ือทาการผลิตสินค้า เช่น แผนกประกอบชิ้นส่วน แผนก ตกแตง่ แผนกตรวจสอบคณุ ภาพสนิ คา้ และรวมถงึ พนักงานในแผนกอ่ืนๆ เช่น แผนกซอ่ มบารุง แผนกจดั ซื้อ แผนกอาคารสถานท่ี แผนกคลงั สนิ คา้ หรือคลงั วตั ถุดบิ และแผนกบญั ชตี ้นทุน เป็น ตน้ ซง่ึ แผนกเหลา่ นไ้ี ม่มีหน้าท่ีในการผลิตสินค้า แต่มีหน้าที่บริการหรือให้การสนับสนุนแผนก ผลิตทอ่ี ย่ใู นโรงงานเพอื่ ใหท้ างานมปี ระสิทธิภาพ ซงึ่ คา่ แรงงานทจี่ ่ายใหก้ บั คนงานและเจา้ หน้าท่ี ในแผนกตา่ งๆ เหล่าน้ี มีผลต่อการบันทึกบัญชีค่าแรงงานของกิจการ ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนของ สนิ คา้ แต่ละชนดิ เพื่อใหเ้ ข้าใจในเร่อื งของค่าแรงงานท่ีจ่ายให้กับพนักงานแต่ละแผนกทั้งที่เป็น แผนกผลิตท่ีเก่ียวขอ้ งการผลิตสินค้าโดยตรง และแผนกบริการที่ไม่ได้ผลิตสินค้าโดยตรงแต่มี สว่ นสนบั สนุนแผนกการผลิตดังกล่าว คา่ แรงงานทีจ่ ่ายใหก้ บั พนกั งานในแผนกผลติ จะถอื ว่าเปน็ ต้นทุนการผลิตโดยตรง แต่บางส่วนท่ีไม่ได้จ่ายให้กับพนักงานแผนกผลิตจะถือว่าเป็นต้นทุน การผลิตโดยอ้อม หรือ เป็นค่าใช้จ่ายจากการดาเนินงาน ถ้าเป็นเงินเดือน และค่าจ้างท่ีจ่าย ให้กับพนักงานท่ีอยู่ในแผนกขายหรือบริหาร ซ่ึงมีผลต่อการบันทึกบัญชีและนาเสนอข้อมูลท่ี แตกต่างกัน นอกจากนี้ การจา่ ยค่าจ้างแรงงานพนกั งานแต่ละคนมคี วามแตกตา่ งกนั บางคนมคี วาม ชานาญและประสบการณ์มากจะได้ค่าแรงงานในอัตราท่ีสูงกว่าคนท่ีมีความชานาญน้อยกว่า หรอื ความยากงา่ ยของงานบางงานมผี ลตอ่ การจา่ ยอตั ราค่าแรงทีไ่ ม่เทา่ กัน งานท่ยี ากกวา่ อาจมี อัตราค่าแรงท่สี ูงกว่างานที่ง่ายกว่า หรือข้ึนอยู่กับลักษณะของจ่ายค่าแรง บางคนได้รับค่าจ้าง แรงงานเป็นรายวัน รายช่ัวโมง หรือเป็นเงินเดือน เป็นต้น ดังนั้น จึงจาเป็นต้องเข้าใจ ความหมายของค่าแรงงาน ค่าจ้างและเงินเดือนก่อนที่จะกล่าวการบันทึกบัญชีค่าแรงงานใน รายละเอยี ดตอ่ ไป ดังนัน้ เน้อื หาบทนี้จึงประกอบด้วย ความหมายและประเภทของค่าแรงงาน ขนั้ ตอนเก่ียวกบั คา่ แรงงาน การจดั เก็บเวลาการทางาน การคานวณ การจาแนกคา่ แรงงาน และ การจ่ายค่าแรงงาน ซึง่ รายการตา่ งๆ จะมผี ลการบนั ทกึ บัญชคี า่ แรงงานซงึ่ จะอธิบายรายละเอยี ด ในแต่ละหัวข้อตามลาดบั

4 - 4 การบัญชีต้นทุน 1 ความหมายของค่าแรงงาน ค่าแรงงาน (Labor) หมายถึง เงินที่นายจ้างจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทางานให้กับ ลูกจ้าง ซ่ึงอาจเรียกแตกต่างกัน เช่น เงินเดือน ค่าแรงงาน และค่าจ้าง เป็นต้น (ประภากรณ์ เกียรติกุลวฒั นา, 2558 : 71) นอกจากน้ี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 5 ได้ให้คาจากัด ความของคาว่า ค่าจ้าง ไว้ว่า “ค่าจ้าง หมายถึง เงินที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกันจ่ายเป็น ค่าตอบแทนในการทางานตามสัญญาจ้าง สาหรับระยะเวลาการทางานปกติเป็นรายช่ัวโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดอื น หรอื ระยะเวลาอ่ืน หรอื จ่ายใหโ้ ดยคานวณตามผลงานทีล่ ูกจ้างทา ได้ในเวลาทางานปกติของวันทางาน และใหห้ มายความรวมถงึ เงินท่ีนายจ้างจา่ ยให้แกล่ ูกจา้ งใน วนั หยุดและวนั ลาทล่ี กู จา้ งมิได้ทางานแต่ลูกจ้างมีสิทธิได้รับตามพระราชบัญญัติน้ี” (สานักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา, 2559) จากคาจากัดความข้างต้น จะเห็นได้ว่า ลักษณะของการจ่ายค่าจ้าง หรือค่าแรงงาน สามารถจ่ายค่าตอบแทนสาหรับระยะเวลาการทางานปกติได้หลายรูปแบบ เช่น จ่ายเป็นราย ชั่วโมง (Hourly) รายวัน (Daily) รายสัปดาห์ (Weekly) จ่ายเป็นรายชิ้น (Piecework) หรือ ตามผลงานที่ผลิตได้ เป็นต้น (ดวงมณี โกมารทัต, 2559 : 165) ซึ่งการจ่ายค่าจ้างแรงงงานใน รปู แบบน้ี มกั จะจา่ ยให้กับลกู จา้ งหรือพนักงานทอ่ี ยู่ในแผนกผลติ หรืออาจเปน็ พนักงานชวั่ คราว ที่ไม่ใช่พนักงานประจาของบริษัท ซ่ึงพนักงานในกลุ่มนี้จะได้รับค่าจ้างเป็นรายชั่วโมงหรือ รายวันตามระยะเวลาทที่ างานจรงิ การจ่ายค่าจ้างแรงงานลกั ษณะน้ี กิจการจะจ่ายผลตอบแทน มากหรือน้อยข้ึนอยู่กับจานวนวัน จานวนช่ัวโมงที่ทางาน จานวนสัปดาห์ หรือตามจานวน ผลงานท่ีพนักงานผลิตได้ รวมถึง อัตราค่าจ้างแรงงานท่ีจ่ายให้กับพนักงานแต่ละกลุ่ม ดังน้ัน การจ่ายคา่ แรงงานในลกั ษณะนม้ี พี ฤตกิ รรมตน้ ทุนเป็นแบบต้นทนุ ผนั แปร (Variable Costs) ซ่ึง เป็นต้นทุนท่ีมีลักษณะเปล่ียนแปลงไปตามระยะเวลาหรือตามจานวนผลผลิตท่ีทาได้ ต้นทุน เหลา่ น้ี จะเรียกว่า ต้นทุนคา่ แรงงาน (Labor Costs) สว่ นการจ่ายค่าจ้างแรงงาน หรือผลตอบแทนท่ีเปน็ รายเดือน (Monthly) จะเปน็ การจ่าย เป็นประจาตอนส้ินเดือน เงินเดือนท่ีพนักงานได้รับจะมีจานวนเงินท่ีเท่ากันในแต่ละเดือน ไม่ เปล่ียนแปลงไปตามชั่วโมงที่ทางานหรือช้ินงานท่ีทาเสร็จ ส่วนใหญ่การจ่ายผลตอบแทนใน ลกั ษณะน้จี ะจา่ ยให้กับพนกั งานทที่ างานประจา เชน่ หวั หน้างานแผนกผลิต พนักงานฝ่ายบัญชี พนักงานฝ่ายขาย พนักงานฝ่ายบุคคล เป็นตน้ ดงั น้ัน ผลตอบแทนท่กี ิจการจ่ายให้กับพนักงาน กลมุ่ นจี้ ะมพี ฤตกิ รรมต้นทนุ เป็นแบบตน้ ทนุ คงท่ี (Fixed Costs) น่ันคอื จานวนเงินที่กิจการจ่าย ให้กับพนักงานไม่มีการเปล่ียนแปลง ไม่ได้ข้ึนอยู่กับจานวนชั่วโมงหรือจานวนผลผลิตที่ พนกั งานผลิตได้ แต่คา่ ใช้จ่ายจะคงที่ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ โดยรวม (ประภากรณ์ เกียรติกุล วัฒนา, 2558 : 72) คา่ แรงงานทมี่ ีลกั ษณะดังกล่าว จะถูกเรียกว่า เงินเดือน (Salary Expense)

บทที่ 4 การบัญชเี กีย่ วกบั คา่ แรงงาน 4 - 5 แต่จะจัดอยู่ในประเภทค่าใช้จ่ายใดน้ัน ข้ึนอยู่กับว่าพนักงานคนน้ัน อยู่ในแผนกใด ถ้าเป็น พนักงานในแผนกผลิต จะถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead) เป็น ส่วนประกอบหนึ่งของตน้ ทุนการผลติ แต่ถา้ เปน็ พนกั งานในแผนกขาย จะเป็นค่าใช้จ่ายในการ ขาย (Selling Expenses) ถ้าเป็นพนักงานในแผนกบัญชี หรือแผนกอื่นๆ ท่ีไม่ใช่แผนกผลิต หรอื แผนกขาย จะถือวา่ เปน็ คา่ ใช้จา่ ยในการบริหารงาน (Administrative Expenses) การนาเสนอข้อมูลในส่วนของค่าใช้จ่ายการผลิตจะถูกนาเสนอในงบต้นทุนการผลิต สว่ นของคา่ ใช้จ่ายในการขายและการบรหิ ารจะถูกนาเสนอข้อมูลในงบกาไรขาดทุน ในส่วนของ ค่าใชจ้ า่ ยในการดาเนินงาน ดังแสดงในตารางที่ 4.1 ตารางที่ 4.1 แสดงรายการค่าใช้จา่ ยการผลติ และคา่ ใช้จา่ ยในการดาเนนิ งาน งบต้นทนุ การผลติ (บางสว่ น) งบกาไรขาดทนุ (บางส่วน) วัตถุดิบทางตรงใชไ้ ป XXX ยอดขาย XXX คา่ แรงงานทางตรง XXX หัก ตน้ ทนุ ขาย XXX ค่าใช้จา่ ยการผลิต กาไรข้ันต้น XXX คา่ แรงงานทางออ้ ม XXX หกั คา่ ใชจ้ ่ายในการดาเนนิ งาน เงนิ เดอื นหวั หน้าโรงงาน XXX ค่าใชจ้ า่ ยในการขาย : เงินเดอื นพนักงานซอ่ มแซม XXX XXX เงินเดอื นพนักงานขาย XXX ตน้ ทุนการผลิตทั้งสนิ้ XXX คา่ นายหน้า XXX XXX บวก งานระหว่างทาต้นงวด XXX ค่าใช้จ่ายในการบริหาร ต้นทุนการผลิตระหวา่ งงวด XXX เงนิ เดอื นพนักงานบญั ชี XXX หกั งานระหว่างทาปลายงวด XXX ค่าสาธารณูปโภค XXX XXX ตน้ ทนุ สนิ ค้าท่ผี ลิตเสร็จ XXX กาไรจากการดาเนนิ งาน XXX ประเภทของค่าแรงงาน ธุรกิจอุตสาหกรรมโดยท่ัวไปจะมีหน่วยงานที่เก่ียวข้องกับกระบวนการผลิตอยู่หลาย แผนก เช่น แผนกประกอบช้นิ สว่ น แผนกตัดแบบ แผนกพน่ สี แผนกตรวจสอบคุณภาพ แผนก อาคารสถานที่ แผนกซ่อมบารุงเคร่ืองจักร ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 แผนกใหญ่ๆ คือ แผนกผลิต และ แผนกบรกิ าร ดังนน้ั คา่ แรงงานจงึ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่ หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง กบั การผลติ สินค้าโดยตรง (Production Department) เช่น แผนกประกอบชิ้นส่วน แผนกพ่นสี เป็นต้น และหน่วยงานที่ไม่ได้เก่ียวข้องกับการผลิตสินค้าโดยตรง หรือเป็นหน่วยงานที่ สนบั สนุนหรอื ให้บริการแก่แผนกผลติ หรอื เรยี กวา่ แผนกบรกิ าร (Service Department) ท่ีช่วย

4 - 6 การบญั ชตี ้นทุน 1 อานวยความสะดวกให้แผนกผลิตสามารถผลิตสินค้าได้อย่างราบรื่น เช่น แผนกซ่อมบารุง แผนกอาคารสถานท่ี แผนกจัดซ้ือ แผนกคลังวัตถุดิบ แผนกทาความสะอาด เป็นต้น(ดวงมณี โกมารทัต, 2559 : 166) ต้นทุนคา่ แรงงานที่เกิดจากแผนกผลิตและแผนกบริการหรือแผนกสนับสนุนของแต่ละ แผนกข้างต้น ทาให้สามารถแบ่งประเภทของต้นทุนค่าแรงงานได้เป็น 2 ประเภท คือ ค่าแรงงานทางตรง (Direct Labor Cost) และ ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect Labor Cost) คา่ แรงงานแตล่ ะประเภทสามารถอธบิ ายรายละเอียด ได้ดังน้ี (ปรับปรุงจากดวงมณี โกมารทัต, 2559 :166, ประภากรณ์ เกียรติกุลวัฒนา, 2558 : 71 และสมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์, 2559 : 160) 1. ค่าแรงงานทางตรง ค่าแรงงานทางตรง (Direct Labor Cost) หมายถึง ต้นทุนค่าแรงงานที่จ่ายให้กับ พนักงานที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสินค้าโดยตรง หรือพนักงานคนนั้นมีหน้าท่ีในการแปรสภาพ วตั ถดุ ิบให้กลายเป็นสนิ คา้ สาเรจ็ รปู (ดวงมณี โกมารทตั , 2559 :166) ซึ่งคา่ แรงงานดงั กล่าวเป็น ค่าแรงงานที่จ่ายโดยสัมพันธ์กับช่ัวโมงการทางานหรือจานวนหน่วยของผลผลิต เพื่อเข้าเป็น ตน้ ทนุ ผลิตภัณฑ์ (ประภากรณ์ เกียรติกุลวัฒนา, 2558 : 73) ตัวอย่างค่าแรงงานทางตรง เช่น ค่าแรงงานทจ่ี า่ ยให้กบั พนกั งานในแผนกประกอบชน้ิ สว่ น คา่ แรงงานท่ีจา่ ยใหก้ บั พนักงานแผนก ตัดเยบ็ เปน็ ต้น โดยการจา่ ยคา่ แรงงานนจี้ ะจา่ ยตามชวั่ โมงการทางาน หรือตามจานวนผลผลิต ท่พี นักงานผลติ ได้ นอกจากนี้ ในการพิจารณาค่าแรงงานวา่ เปน็ ค่าแรงงานทางตรงหรือคา่ แรงงานทางอ้อม อกี ประเดน็ หน่ึงก็คอื ค่าแรงงานทางตรงจะมีลักษณะสาคัญ คือ เป็นต้นทุนท่ีเป็นส่วนประกอบ สาคญั ของกระบวนการการผลติ สินค้าโดยตรง และ สามารถระบไุ ดอ้ ย่างชดั เจนวา่ เปน็ ของสินค้า ชนิดใด มีจานวนชั่วโมงในการผลิตก่ีช่ัวโมงและสามารถคานวณค่าแรงงานให้กับพนักงานได้ ชดั เจน สามารถระบไุ ด้วา่ เป็นต้นทุนของสนิ ค้าชนิดใดชนิดหนึ่งจานวนเท่าใด 2. ค่าแรงงานทางอ้อม ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect Labor Cost) หมายถึง ต้นทุนของแรงงานอ่ืนๆ ท่ี ไมใ่ ช่แรงงานโดยตรง (สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์, 2559 : 160) หรือเป็นต้นทุนค่าแรงงานที่จ่าย ใหก้ บั พนกั งานทไ่ี มใ่ ช่พนักงานแผนกผลติ โดยตรง แต่เป็นพนักงานท่ีทาหน้าที่สนับสนุนแผนก ผลิต ตัวอยา่ งค่าแรงงานทางอ้อม เชน่ คา่ แรงงานทีจ่ ่ายให้กบั พนกั งานแผนกจัดซื้อ ค่าแรงงาน ที่จ่ายให้กับพนักงานแผนกซ่อมบารุง เงินเดือนหัวหน้าควบคุมงาน เป็นต้น ซ่ึงค่าแรงงาน ทางอ้อมเหลา่ นจ้ี ะถือว่าเป็นคา่ ใชจ้ ่ายการผลิตซ่งึ เป็นต้นทุนส่วนหนงึ่ ของต้นทนุ การผลิต จากขอ้ มูลการแบ่งประเภทคา่ แรงงานออกเป็น 2 ประเภท คือ ค่าแรงงานทางตรงและ ค่าแรงงานทางออ้ ม ทาให้มีแผนกท่ีมีคา่ แรงงานเกิดขน้ึ หลายแผนก จึงจาเป็นต้องมีพนักงานที่

บทท่ี 4 การบญั ชีเก่ียวกับคา่ แรงงาน 4 - 7 เกบ็ ข้อมูลเกยี่ วกบั ชวั่ โมงการทางานของพนักงาน ซึ่งตอ้ งแยกวา่ เปน็ แรงงานในลักษณะใด เป็น แรงงานทางตรงหรอื แรงงงานทางอ้อม เพ่ือท่ีนามาคานวณหาต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายใน การดาเนินงานให้มีความถูกต้องหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากท่ีสุด กิจการจึงจาเป็น จะต้องมีพนักงานที่คอยรวบรวมข้อมูลท่ีเกี่ยวกับการทางานของพนักงานแต่ละแผนก เช่น พนักงานเก็บข้อมลู จานวนชว่ั โมงในการทางาน พนักงานแผนกเงินเดือนและค่าแรง และแผนก บัญชีต้นทุน เพื่อทาการเกบ็ ข้อมลู เกี่ยวกบั ชว่ั โมงการทางาน และการคานวณต้นทุนค่าแรงงาน รวมถึงการบนั ทกึ บัญชีคา่ แรงงานใหถ้ กู ต้องตามหลักการบญั ชี ขนั้ ตอนเก่ียวกบั ค่าแรงงาน การท่ีกิจการจะสามารถบอกได้ว่าค่าแรงงานที่ใช้ในการผลิตสินค้ามีจานวนเท่าใด จาเป็นต้องมีการบันทึกจานวนช่ัวโมงท่ีพนักงานทางาน และต้องทราบถึงอัตราค่าแรงของ พนักงานแต่ละคน หลงั จากนนั้ ก็ทาการคานวณเพ่ือจ่ายคา่ แรงงานให้กบั พนักงานแต่ละคนหรือ กลุ่มของคนงาน ตามจานวนช่ัวโมงที่ทางาน และตามอัตราค่าแรงของคนงานแต่ละกลุ่ม แล้ว นาไปบันทึกบัญชีเพือ่ คานวณหาต้นทุนการผลติ ของสนิ คา้ ต่อไป ดังน้นั จะเหน็ ได้ว่ามีขั้นตอนที่ เกีย่ วกบั ค่าแรงงานอยหู่ ลายขนั้ ตอน ซงึ่ สามารถแบง่ ได้เปน็ กิจกรรมหลกั ๆ ได้ 4 กิจกรรม ไดแ้ ก่ 1) การจัดเก็บเวลาการทางาน 2) การคานวณและจาแนกค่าแรงงานท่ีใช้ในการทางานของ พนักงาน 3) การจ่ายคา่ แรงงานหรือเงนิ เดอื นให้กับพนักงานแต่ละคน และ 4) การบันทึกบัญชี เกี่ยวกับค่าแรงงาน กิจกรรมต่างๆ ในแต่ละขั้นตอนสามารถอธิบายรายละเอียด ได้ดังนี้ (ปรบั ปรุงจากสมนกึ เอ้ือจริ ะพงษพ์ ันธ์, 2558 : 161) 1. การจดั เกบ็ เวลาการทางาน การคานวณต้นทุนการผลิตใหม้ ีความถูกต้องหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงหรือไม่ น้ัน มีความจาเป็นอย่างยิ่งที่กิจการจะต้องมีเก็บรวบรวมข้อมูลจานวนช่ัวโมงการทางานของ พนกั งานแตล่ ะคนว่ามจี านวนช่วั โมงการทางานก่ีช่ัวโมง เพ่ือคานวณหาต้นทุนค่าแรงงาน และ สามารถคิดเป็นตน้ ทนุ การผลิตของสนิ คา้ ชนิดใดชนดิ หน่ึงได้อยา่ งถกู ตอ้ ง 2. การคานวณและจาแนกค่าแรงงานท่ีใช้ในการทางานของพนักงาน เมื่อเก็บรวบรวมจานวนชั่วโมงของพนักงานแต่ละคนครบถว้ นแล้ว ตอ้ งมีการจาแนก วา่ ค่าแรงงานต่างๆ ท่เี กิดขึ้นเป็นค่าแรงงานในการผลิตสินค้าชนิดใด หรืออย่ใู นแผนกใด แผนก เงินเดือนและค่าแรงหรือแผนกบัญชีต้นทุน นั่นคือ จะต้องระบุให้ได้ว่าพนักงานแต่ละคนเป็น แรงงานทางตรงหรือแรงงานทางอ้อม จานวนเท่าใด ถ้าเป็นแรงงานทางตรงเป็นพนักงานใน

4 - 8 การบัญชตี น้ ทุน 1 แผนกผลติ ใด หรือผลติ สินคา้ ชนิดใด ถ้าเป็นแรงงานทางอ้อม เป็นพนักงานในแผนกบริการใด จาแนกเป็นค่าใช้จ่ายการผลิตอย่างไร จะจัดสรรค่าแรงงานทางอ้อมเข้าสู่สินค้าแต่ละชนิด อยา่ งไร จานวนเทา่ ใด 3. การจ่ายค่าแรงงานหรือเงินเดือนให้กบั พนักงานแต่ละคน การคานวณค่าแรงงานที่ต้องจ่ายให้กับพนักงานแต่ละคน จะคานวณโดยพิจารณา จากจานวนชว่ั โมงหรอื เกณฑท์ ่ใี ชใ้ นการคานวณของพนกั งาน คณู กบั อตั ราค่าแรงงานตอ่ ช่ัวโมง หรือตอ่ เกณฑท์ ีใ่ ชใ้ นการคานวณ เชน่ อัตราคา่ แรงงานต่อชั่วโมง อัตราค่าแรงงานต่อวัน อัตรา ค่าแรงงานต่อสัปดาห์ หรืออัตราค่าแรงงานต่อชิ้น เป็นต้น นอกจากน้ี กิจการจะต้องแยก ประเภทค่าแรงงานด้วยว่าเป็นค่าแรงงานทางตรง หรือค่าแรงงานทางอ้อมเพื่อจาแนก คา่ แรงงานและนาไปบนั ทึกบัญชีเพือ่ คานวณตน้ ทนุ การผลิตตอ่ ไป การจ่ายค่าแรงงานโดยท่ัวไป จะมีการคานวณภาษีเงินได้หัก ณ ท่ีจ่าย รวมท้ังมีรายการหักอื่นๆ เช่น เงินสะสม หรือเงิน สารองเลีย้ งชีพ และเงนิ ประกนั สังคม เปน็ ตน้ 4. การบนั ทึกบญั ชีเกีย่ วกบั ค่าแรงงาน เม่ือกิจการจ่ายค่าแรงงานให้กับพนักงานแต่ละคนแล้ว หลังจากน้ันแผนกบัญชีจะ บันทึกการจ่ายค่าแรงงานตามหลักการบัญชีพร้อมท้ังจาแนกประเภทค่าแรงงานตามลักษณะ ของค่าแรงงานว่าเป็นค่าแรงงานทางตรงหรือค่าแรงงานทางอ้อม เพ่ือนาข้อมูลไปสรุปเป็น ต้นทุนการผลิตของสินค้าแตล่ ะชนิด กิจกรรมต่างๆในแต่ละข้ันตอนที่เก่ียวกับค่าแรงงานจะมีผลต่อการคานวณต้นทุน ค่าแรงงานและการบันทึกบัญชีค่าแรงงาน ดังนั้นเพ่ือให้มีความเข้าใจมากย่ิงข้ึน จะอธิบาย รายละเอียดในแตล่ ะขน้ั ตอน พรอ้ มท้งั เอกสารท่ีใชใ้ นการเกบ็ ขอ้ มลู เก่ยี วขอ้ งกบั ค่าแรงงานแตล่ ะ ประเภทในหวั ข้อถดั ไป

บทท่ี 4 การบญั ชีเกี่ยวกับคา่ แรงงาน 4 - 9 การจดั เกบ็ เวลาการทางาน ขนั้ ตอนท่สี าคัญทค่ี วรทาสงิ่ แรกเพ่ือใหไ้ ด้ตน้ ทุนคา่ แรงงานทถี่ ูกต้อง และนามาคานวณ ต้นทุนการผลติ ใหม้ คี วามถกู ต้องหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากท่ีสุด คือ การเก็บรวบรวม และบันทึกเวลาการทางานของพนักงานแต่ละคน เพ่ือให้ทราบว่าพนักงานแต่ละคนทางานใน ชว่ งเวลาใดบ้าง และทางานเป็นเวลารวมทั้งส้นิ กชี่ วั่ โมง ซ่ึงแต่ละธุรกิจอาจมีแผนกที่มีหน้าที่ใน การเก็บรวบรวมข้อมูลเวลาทางานของพนักงานแยกต่างหาก หรืออาจให้พนักงานในแผนก บญั ชีค่าแรงงานทาหน้าท่เี ก็บขอ้ มลู เกี่ยวกับชวั่ โมงการทางานของพนักงาน และทาการคานวณ ต้นทุนค่าแรงงานและจ่ายค่าแรงงานให้กับพนักงานแต่ละคน ซ่ึงแผนกท่ีมีความเกี่ยวข้องกับ การเก็บเวลาการทางาน ประกอบด้วย แผนกเก็บบันทึกเวลาทางาน แผนกเงินเดือน และ ค่าแรงงาน และแผนกบญั ชี ซง่ึ แตล่ ะแผนกสามารถอธิบายขั้นตอนการทางานได้ดงั น้ี 1. แผนกเกบ็ บนั ทึกเวลาทางาน โดยปกติกิจการขนาดใหญ่จะมีแผนกเก็บเวลาทางาน (Time - keeping Department) แยกออกจากแผนกบัญชี ไว้ทาหน้าที่ในการจัดเก็บจะมีเอกสารท่ีใช้ในการเก็บ รวบรวมเวลาทางาน เรียกว่า บัตรลงเวลา (Clock Card) เปน็ บัตรทใี่ ช้บนั ทกึ เวลาในการทางาน ของพนักงาน ซึ่งไม่ว่าพนักงานจะทางานในแผนกใดก็ตาม เม่ือมาถึงกิจการ พนักงานต้อง บนั ทึกเวลาเข้าโดยใช้นาฬิกาลงเวลาอัตโนมัติในการบันทึกเวลาการทางานของพนักงาน และ เมอื่ พนักงานออกจากท่ีทางาน หรือเลกิ งานพนกั งานตอ้ งนาบตั รลงเวลามาบนั ทึกเวลาออกจาก ท่ที างานเช่นกัน หรือในบริษัทบางแห่งมีการใชว้ ธิ ีสแกนลายนิ้วมอื ในการเก็บข้อมูลเวลาทางาน หรืออาจใชบ้ ตั รประจาตวั พนกั งาน (Smart Card) เป็นบตั รลงเวลาปฏิบัตงิ าน เพอ่ื ให้สะดวกและ รวดเรว็ ในการเก็บชวั่ โมงการทางานและสามารถคานวณค่าแรงงานได้ถูกต้องและรวดเร็วมาก ขึน้ ข้อมูลในบัตรลงเวลาพนักงาน จะมีรายละเอียดเกี่ยวกับช่ือพนักงาน เลขท่ีหรือรหัส ประจาตัวพนกั งาน ตาแหนง่ แผนกและตารางเวลาท่จี ะจดบันทึก ตัวอย่างบัตรลงเวลาดังแสดง ในภาพท่ี 4.1

4 - 10 การบัญชีตน้ ทุน 1 ภาพที่ 4.1 ตวั อย่างบัตรลงเวลา หลังจากทพี่ นกั งานบนั ทกึ เวลาทางานในบัตรลงเวลาแล้ว หัวหน้าหรือผู้ควบคุมงานจะ ทาการจาแนกงานว่าพนักงานแต่ละคนได้ใช้เวลาในการทางานไปกับแผนกผลิตใด ทางาน ประเภทใด ใชเ้ วลาเทา่ ใด ซึ่งเอกสารที่หวั หนา้ ใชใ้ นการจาแนกงานของพนกั งานจะเรยี กวา่ บัตร บันทึกเวลาการทางาน (Time Ticket) ซึ่งรูปแบบของบตั รบนั ทกึ เวลาการทางาน สามารถทาได้ 2 ลกั ษณะ คือ บัตรบันทึกเวลาประจาวัน (Daily Time Ticket) และบัตรบันทึกเวลาประจางาน (Job Time Ticket) ดงั แสดงในภาพท่ี 4.2 และ 4.3 ตามลาดบั บตั รบันทกึ เวลาการทางานของพนักงานแต่ละคน จะทาการบนั ทึกหน่งึ บตั รตอ่ หน่งึ งาน ถา้ พนกั งานทางาน 3 งานในหนงึ่ วนั บรษิ ทั ตอ้ งแยกทาบัตรบนั ทึกเวลาทางานจานวน 3 บตั ร แยกตามงานทพ่ี นักงานได้ทา แผนกเก็บบันทกึ เวลาทางานจะทาการตรวจสอบรายละเอยี ดใน บตั รลงเวลา และบตั รบันทึกเวลาทางานว่าตรงกันหรอื ไม่ หลงั จากน้นั จึงส่งบตั รบันทกึ เวลา ทางานไปใหแ้ ผนกเงนิ เดือนและคา่ แรง

บทที่ 4 การบญั ชเี ก่ียวกบั คา่ แรงงาน 4 - 11 บรษิ ทั ……………..……………….. บตั รบนั ทึกเวลาทางาน ชอื่ – สกลุ ..............................................................แผนก.......................................... เลขประจาตัว..........................................................ประจาวนั ที่ ................................. ลกั ษณะงาน เวลา จานวนช่ัวโมง อตั ราคา่ แรง จานวนเงิน และเลขท่ีงาน เรม่ิ ตน้ สนิ้ สุด ปกติ ลว่ งเวลา ปกติ ล่วงเวลา (บาท) ประเภทของแรงงาน  คา่ แรงงานทางตรง ……………… บาท  คา่ แรงงานทางออ้ ม .....................บาท  รวม...........................................บาท ............................. ............................. พนกั งาน เจา้ หน้าทตี่ รวจสอบ …………………… หวั หน้าควบคมุ งาน ภาพท่ี 4.2 ตวั อยา่ งบตั รบันทกึ เวลาประจาวัน

4 - 12 การบญั ชีต้นทุน 1 บริษทั ……………………..…….. บตั รบนั ทึกเวลาทางาน ชอื่ – สกลุ ..............................................................แผนก.......................................... เลขประจาตวั ..........................................................ประจาวันท่ี ................................. เลขทง่ี าน................................................................ลกั ษณะงาน.................................. เวลา จานวนชัว่ โมง อตั ราค่าแรง จานวนเงิน เรมิ่ ต้น สิ้นสดุ ปกติ ลว่ งเวลา ปกติ ลว่ งเวลา (บาท) ประเภทของแรงงาน  คา่ แรงงานทางตรง ……………… บาท  คา่ แรงงานทางออ้ ม .....................บาท ............................. ............................. เจา้ หน้าที่ตรวจสอบ พนกั งาน …………………… ภาพท่ี 4.3 ตัวอย่างบัตรบนั ทกึ เวลาประจางาน 2. แผนกเงินเดือนและค่าแรงงาน เมื่อพนักงานแผนกเก็บบันทึกเวลาทางาน มีการเก็บรวบรวมเวลาการทางานของ พนักงานแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว จะนาบัตรบันทึกเวลาทางานส่งต่อไปให้กับพนักงานแผนก เงินเดือนและค่าแรง เพื่อนาไปคานวณหาค่าแรงของพนักงานแต่ละคน พร้อมท้ังคานวณ รายการหักต่างๆ เช่น ภาษีเงินได้หัก ณ ท่ีจ่าย เงินประกันสังคม เงินสารองเล้ียงชีพ เป็นต้น หลงั จากน้ัน นารายการที่หักต่างๆ ไปคานวณหาค่าแรงงานสุทธิ เพื่อนาไปบันทึกในทะเบียน และวิเคราะห์ค่าแรงงานในขั้นตอนต่อไป ดังน้ัน หน้าท่ีต่างๆ ท่ีพนักงานแผนกเงินเดือนและ คา่ แรงจะต้องทา พอสรุปไดด้ งั น้ี

บทที่ 4 การบัญชเี ก่ยี วกบั ค่าแรงงาน 4 - 13 2.1 จดั ทาทะเบยี นเงินเดือนและค่าแรงงาน พนักงาแผนกเงินเดือนและค่าแรงงานต้องจัดทาทะเบียนเงินเดือนและ ค่าแรงงาน (Payroll Register) เพื่อจัดทารายละเอียดค่าแรงงานและรายการหักต่างๆ ของ พนักงานทกุ คน และคานวณว่าในแตล่ ะงวดทีบ่ ริษทั ตอ้ งจา่ ยเงินใหพ้ นกั งานจานวนเทา่ ใด และหกั เป็นภาษีเงินได้หัก ณ ท่ีจ่าย เงินกองทุนประกันสังคม หรือมีรายการที่ต้องหักอื่นๆ อีกจานวน เทา่ ใด เพื่อหายอดค่าแรงงานสทุ ธิของพนักงาน ซงึ่ ตวั อย่างทะเบียนเงินเดอื นและค่าแรง จะแสดง ดงั ในภาพท่ี 4.4 2.2 จดั ทาทะเบยี นรายได้ของพนักงานแต่ละคน เมื่อพนักงานแผนกเงินเดือนและค่าแรงงาน มีข้อมูลเกี่ยวกับเงินเดือนและ ค่าแรงงานเรียบร้อยแล้ว หลังจากน้ันแผนกเงินเดือนและค่าแรงต้องทาทะเบียนรายได้ของ พนักงานแยกเป็นรายบุคคล (Employee Earnings Record) ว่าพนักงานแต่ละคนจะได้รับ เงินเดือนและค่าแรงจานวนเท่าใด หลงั จากหักภาษีเงินไดห้ ัก ณ ทีจ่ ่าย รวมไปถึงรายการหกั อน่ื ๆ ออกแลว้ ซึง่ ตัวอยา่ งทะเบยี นรายได้ของพนักงาน ดังแสดงในภาพที่ 4.5 2.3 วิเคราะหเ์ งินเดือนและค่าแรง จากรายละเอียดในบัตรบันทึกเวลาทางาน ข้อมูลที่รวบรวมได้จากบัตรบันทึก เวลาทางาน แผนกเงนิ เดอื นและค่าแรงจะทาการวิเคราะห์ข้อมูลว่าค่าแรงของพนักงานแต่ละคน เป็นค่าแรงงานประเภทใด เป็นค่าแรงงานทางตรงหรือค่าแรงงานทางอ้อม และมีจานวนเท่าใด เพ่ือสรุปเป็นต้นทุนค่าแรงงานโดยแยกเป็นต้นทุนค่าแรงงานทางตรง และค่าแรงงานทางอ้อม และส่งข้อมูลไปให้กับแผนกบัญชี เพื่อบันทึกบัญชีค่าแรงงานตามลักษณะของค่าแรงงาน และ นาไปบันทึกในบัตรต้นทุนงาน (Job Order Cost Sheet) หรือ รายงานต้นทุนการผลิต (Cost of Production Report) ขนึ้ อยกู่ บั ว่ากิจการมกี ารใช้ระบบการบันทึกบัญชีเป็นแบบใด ซึ่งกิจการอาจ บันทึกโดยใช้ระบบต้นทุนงานส่ังทา (Job Order Costing) หรือระบบต้นทุนกระบวนการ (Process Costing) ซ่งึ จะอธบิ ายในรายละเอียดในบทที่ 7 และ 8 ต่อไป

4 - 14 การบญั ชตี น้ ทุน 1 3. แผนกบญั ชี เม่ือแผนกเงนิ เดือนและคา่ แรงคานวณค่าแรงสุทธิของพนักงานแต่ละคน และจัดทา ทะเบียนค่าแรงงาน พร้อมทั้งวิเคราะห์ค่าแรงงานของพนักงานแต่ละคนเรียบร้อยแล้ว จะส่ง ขอ้ มลู การวิเคราะหค์ ่าแรงไปให้แผนกบัญชีทาการบันทึกบญั ชที ีเ่ กยี่ วขอ้ งกบั คา่ แรงงาน รายการ ท่ีเกย่ี วกบั ค่าแรงงานทแ่ี ผนกบัญชีต้องบนั ทึก มดี ังนี้ 3.1 บนั ทึกค่าแรงงานและรายการหกั ต่างๆ แผนกเงินเดือนและคา่ แรงงานจะรวบรวมขอ้ มูลเงินเดือนและค่าแรงงานรวมส่ง ใหก้ บั แผนกบญั ชเี พือ่ ทาการบนั ทกึ คา่ แรงงาน รวมทั้งรายการหกั ตา่ งๆ ตามรายละเอยี ดท่อี ยูใ่ น ทะเบยี นเงินเดือนและค่าแรง เชน่ ภาษเี งนิ ได้หัก ณ ทจี่ ่าย เงนิ ประกนั สงั คม เงินสารองเลยี้ งชีพ สวัสดิการต่างๆ ท่ีกิจการไว้ เปน็ ตน้ 3.2 บนั ทึกการจา่ ยเงินเดือนและค่าแรงงาน เม่ือแผนบัญชีทาการบันทึกบัญชีเงินเดือนและค่าแรงงานเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้น จะทาการบันทึกการจ่ายเงินเดือนและค่าแรงงานตามหลักฐานการจ่ายเงินของ แผนกการเงิน 3.3 บนั ทึกการจาแนกค่าแรงงาน จากขอ้ มูลเงินเดอื นและคา่ แรงงาน แผนกบญั ชีจะพจิ ารณาจากบตั รบันทึกเวลา ทางาน ว่าเงินเดือนและค่าแรงงานดังกล่าว เป็นค่าแรงงานทางตรงหรือค่าแรงงานทางอ้อม จานวนเทา่ ใดตามขอ้ มลู ในสรุปต้นทุนคา่ แรงงานท่ีได้รับจากแผนกเงนิ เดือนและค่าแรง





4 - 12 การบญั ชีต้นทนุ 1 บริษัท................ ทะเบยี นเงินเดือนแล แผนก................ สาหรับงวด........เดือน สน้ิ สดุ วันท.่ี .. คา่ แรงปกติ คา่ แรงลว่ งเวลา เลข ช่วั โมง อัตรา จานวน ชั่วโมง อตั รา จานวน ประจาตวั ชอ่ื -สกุล เงนิ เงิน ภาพที่ 4.4 ทะเบยี นเงนิ เดอื นและคา่ แรงงาน หรือ ใบ

............... ละค่าแรงงาน ............... ........................................... ค่าแรง รายการหกั น ข้ันต้น ภาษเี งิน เงิน เงิน คา่ แรง สุทธิ ได้หัก ณ ประกนั สารอง รายการหกั อนื่ ๆ ทจ่ี ่าย สังคม เล้ียงชพี บบันทึกการจา่ ยเงินเดือนและคา่ แรงงาน

บรษิ ัท.............. ทะเบยี นรายได้ข ชอ่ื ..................................................................................... ทีอ่ ย่.ู .................................................................................. เลขประจาตวั ผู้เสยี ภาษอี ากร................................................ สัปดาห์ ชว่ั โมง คา่ แรงปกติ คา่ แรงล่วงเวลา ค่าแรง ส้ินสดุ รวม ชวั่ โมง อัตรา จานวน ช่ัวโมง อัตรา จานวน ขั้นต้น เงิน เงิน ภาพท่ี 4.5 ทะเบียนรายได้ของพนกั งาน หรือ ใบแสดงรายละเ

บทท่ี 4 การบญั ชเี ก่ยี วกบั ค่าแรงงาน 4 - 13 ................. ของพนักงาน แผนก............................................................ หนา้ ที.่ ........................................................... อตั ราค่าแรง.................................................... คา่ แรง รายการหกั คา่ แรง หมาย สะสม ภาษเี งิน เงินสะสม คา่ ประกัน เงินกู้ สทุ ธิ เหตุ ไดห้ กั ณ ชวี ติ ท่จี ่าย เอยี ดเกย่ี วกับคา่ แรงงานของพนกั งานรายบุคคล



บทท่ี 4 การบัญชีเกย่ี วกับค่าแรงงาน 4 - 17 การคานวณ จาแนกประเภท และจ่ายค่าแรงงาน กจิ การอุตสาหกรรมขนาดใหญอ่ าจมแี ผนกเงนิ เดอื นและคา่ แรงงานตา่ งหาก มีหน้าท่ีใน การเกบ็ รวบรวมข้อมลู เก่ยี วกบั คา่ แรงงานของพนกั งานในองคก์ ร เม่ือแผนกเงินเดอื นและคา่ แรง (Payroll Department) ทาการเก็บรวบรวมข้อมูลเวลาทางานจากบัตรลงเวลาของพนกั งานแต่ละ คน แล้วนามาคานวณหาจานวนช่ัวโมงการทางานของพนักงานแต่ละคน พนักงานจะบันทึก ข้อมูลไว้ในบัตรบันทึกเวลาทางาน ดังได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ขั้นตอนต่อไปคือคานวณหา คา่ แรงงานที่กิจการจะต้องจา่ ยใหก้ บั พนกั งานแตล่ ะงวดบัญชีวา่ ต้องจ่ายเงนิ เดอื นและค่าแรงงาน จานวนเท่าใด และเป็นคา่ แรงงานประเภทใด เพอ่ื นาไปบนั ทกึ บญั ชคี า่ แรงงานในตอนส้นิ งวด สาหรับกจิ การขนาดเลก็ อาจไมม่ ีแผนกเงนิ เดือนและค่าแรงต่างหาก อาจให้พนักงานใน แผนกบญั ชี (Accounting Department) คนใดคนหน่ึงรบั ผดิ ชอบในการเก็บรวบรวมข้อมูลเวลา ในการทางาน ก่อนทาการคานวณเงนิ เดอื นและค่าแรงงานทัง้ หมด และเงินเดอื นและค่าแรงงาน สุทธิท่ีจะจ่ายให้กับพนักงานแต่ละคน หลังจากน้ันก็ส่งข้อมูลการจ่ายเงินเดือนและค่าแรงงาน ของพนักงานให้กับแผนกบัญชี เพ่ือจาแนกประเภทของค่าแรงงานว่าเป็นค่าแรงงานทางตรง หรือค่าแรงงานทางอ้อม ตามลักษณะของค่าแรงงานว่าค่าแรงงานน้ันเก่ียวกับการผลิตสินค้า โดยตรง หรอื เป็นตน้ ทุนทางตรง หรอื เปน็ ต้นทุนทางอ้อม ดังได้กล่าวไว้แลว้ ขา้ งตน้ เพ่ือคานวณ ต้นทุนการผลิตของสินค้าให้ถูกต้อง พร้อมทั้งทาการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าแรงงาน ดังนั้น ประเด็นสาคัญทีต่ ้องทาความเขา้ ใจกอ่ นการบนั ทกึ บัญชเี ก่ยี วกับค่าแรงงาน คือ 1) การคานวณ ค่าแรงงาน 2) การจาแนกประเภทคา่ แรงงาน และ 3) การจา่ ยค่าแรงงาน ดังอธิบายรายละเอยี ด ในหัวข้อถัดไปตามลาดบั 1. การคานวณค่าแรงงาน การคานวณค่าแรงงานที่จ่ายให้กับพนักงานแต่ละคนท่ีอยู่ในแผนกแตกต่างกัน ทา ใหม้ ีอัตราค่าแรงงานท่ีแตกต่างกัน เป็นข้ันตอนท่ีมีความสาคัญต่อการคานวณต้นทุนการผลิต สนิ ค้า ซ่ึงโดยทวั่ ไปหน้าท่ีการคานวณค่าแรงงานจะเป็นหนา้ ทข่ี องแผนกเงินเดอื นและคา่ แรง ซึ่ง ค่าแรงงานสามารถแบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 1) ค่าแรงงานขั้นต้น (Gross Payrolls) และ 2) ค่าแรงงานหรือเงนิ ไดส้ ุทธิ (Net Payrolls) คา่ แรงงานแตล่ ะลักษณะสามารถอธบิ ายได้ดงั นี้ 1.1 การคานวณค่าแรงงานขนั้ ต้น เม่ือพนักงานแผนกเงินเดือนและค่าแรงได้เก็บรวบรวมข้อมูลจากบัตรลงเวลา การทางานและทาการเก็บข้อมูลเวลาการทางานของพนักงานทุกคน ข้ันตอนต่อไป คือ แผนก บัญชีทาการคานวณค่าแรงงานของพนักงาน ซ่ึงเรียกว่า ค่าแรงงานขั้นต้น (Gross Payrolls) สาหรับพนักงานท่ีได้รับค่าแรงงานเป็นรายช่ัวโมง การคานวณค่าแรงงานจะพิจารณาจาก จานวนชั่วโมงการทางานของพนักงานแตล่ ะคน คูณกบั อัตราค่าแรงงานต่อชวั่ โมง หรอื พนักงาน

4 - 18 การบัญชตี น้ ทุน 1 อาจได้รับค่าแรงงานเป็นรายชิ้น ดังนั้น ค่าแรงงานที่พนักงานได้รับ ต้องพิจารณาจากจานวน ชนิ้ งานที่พนักงานทาได้ คณู กับอตั ราคา่ แรงงงานต่อชิ้น นอกจากนี้ พนกั งานอาจไดร้ ับเงนิ เดอื น เป็นรายเดือน เงินเดือนและค่าแรงงานที่ได้รับจะพิจารณาจากอัตราเงินเดือนประจาเดือนท่ี พนักงานคนน้ันได้รบั นอกจากน้ี การพจิ ารณาค่าแรงงานเม่อื พิจารณาจากช่วงเวลาที่พนกั งานทางาน รวมไป ถึงวันทางานปกติและวันหยุด ซ่ึงโดยปกติพนักงานของบริษัทอาจมาทางานในช่วงเวลาที่ นอกเหนือจากเวลาทางานปกติ หรอื มาทางานในวนั หยดุ ถา้ หากมีงานเรง่ ดว่ น ทาให้ค่าแรงงาน ขัน้ ต้น จะประกอบดว้ ย คา่ แรงงานท่ีเกดิ ขนึ้ ในชว่ งเวลาทางานปกติ ซ่ึงรียกว่า ค่าแรงงานปกติ (Normal Payrolls) และค่าแรงงานในช่วงเวลาที่เกินจากเวลาทางานปกติ หรืออาจเป็น คา่ แรงงานท่พี นกั งานมาทางานในวันหยุด ซึ่งเรียกวา่ ค่าแรงงานลว่ งเวลา (Overtime Payrolls) ซ่ึงคา่ แรงงานแตล่ ะประเภท จะแยกอธิบาย ได้ดังน้ี 1.1.1 การคานวณคา่ แรงงานปกติ ค่าแรงงานปกติ (Normal Payrolls) เป็นค่าแรงงานที่คานวณตาม เกณฑ์ท่ีแตกต่างกัน ข้ึนอยู่กับนโยบายการจ่ายค่าแรงงานของกิจการนั้นๆ ว่ามีการจ่าย ค่าแรงงานในลักษณะแบบใด เช่น จ่ายเป็นรายชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และราย ช้ินหรือตามจานวนผลผลิตท่ีผลิตได้ นอกจากน้ี ค่าแรงงานปกติเป็นการจ่ายค่าแรงงานใน ช่วงเวลาการทางานปกติของพนักงานคนนั้น การคานวณค่าแรงงานปกติแต่ละลักษณะ สามารถแสดงการคานวณ ไดด้ ังน้ี a) กรณจี ่ายคา่ แรงงานเป็นรายช่วั โมง คา่ แรงงานปกติ = จานวนชวั่ โมงการทางาน x อัตราค่าแรงงานตอ่ ช่ัวโมง b) กรณจี า่ ยค่าแรงงานเป็นรายวัน ค่าแรงงานปกติ = จานวนวันทีท่ างาน x อตั ราคา่ แรงงานตอ่ วนั c) กรณีจ่ายค่าแรงงานตามจานวนผลผลิตทีผ่ ลติ ได้ ค่าแรงงานปกติ = จานวนผลผลิตหรอื ชน้ิ งานทผ่ี ลิตได้ x อตั ราค่าแรงงานตอ่ ชน้ิ d) กรณีจ่ายค่าแรงงานเป็นรายเดอื น คา่ แรงงานปกติ = อตั ราเงนิ เดอื นทีก่ าหนดตอ่ เดอื น เพ่ือให้เข้าใจเก่ียวกับการคานวณค่าแรงงานมากข้ึน จะแสดงตัวอย่างการคานวณ ค่าแรงงานปกติดังตัวอยา่ งที่ 4.1

บทท่ี 4 การบัญชเี กีย่ วกับคา่ แรงงาน 4 - 19 ตวั อยา่ งท่ี 4.1 บริษัท อุดรพาณิชย์ จากัด จ่ายค่าแรงเป็นรายชั่วโมงในอัตราชั่วโมงละ 40 บาท โดยพนักงาน 1 คน ทางาน 8 ชั่วโมงต่อวัน และวันทางานปกติต้ังแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์ ให้ คานวณหาค่าแรงทจี่ ่ายให้กับพนักงานเท่ากบั เทา่ ใด วิธีการคานวณ การคานวณคา่ แรงท่ีจา่ ยใหก้ บั พนกั งาน สามารถคานวณได้ดงั นี้ ค่าแรงปกติของพนกั งาน 1 คน/สปั ดาห์ = 8 ชว่ั โมง × 40 บาทต่อช่วั โมง x 5 วนั = 1,600 บาท ดงั นั้น จากข้อมูลขา้ งตน้ เมอื่ พนกั งานทางานตง้ั แตว่ ันจันทรถ์ ึงวันเสาร์ พนกั งานจะ ได้รับค่าแรงงานรวมท้งั ส้ินใน 1 สปั ดาห์ เท่ากบั 1,600 บาทตอ่ คน 1.1.2 การคานวณคา่ แรงงานลว่ งเวลา โดยทั่วไปกิจการมีการกาหนดช่วงเวลาทางานปกติ เช่น บริษัทแห่ง หน่ึงมีการกาหนดให้วันทางานปกติของบริษัท คือ วันจันทร์ถึงวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น. เปน็ ต้น ดงั นน้ั ถ้าหากพนกั งานทางานในชว่ งวัน และเวลาทางานปกติ ถอื ว่าพนักงาน จะได้รบั ค่าแรงงานปกติ แต่ถ้าหากพนกั งานทางานในวนั หยุด และนอกเหนือจากช่วงเวลาปกติ แสดงว่าพนกั งานทางานล่วงเวลา (Overtime Payrolls) ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2515 ได้บัญญัติไว้เก่ียวกับการ กาหนดชั่วโมงการทางานปกติ นั่นคือ จานวนชั่วโมงการทางานเท่าใดก็ได้ แต่ต้องไม่เกิน สัปดาหล์ ะ 48 ชั่วโมง ดงั นัน้ ถา้ หากพนักงานหรือลูกจ้างทางานเกนิ กวา่ เวลา และจานวนช่วั โมง ตามปกตทิ ี่กิจการกาหนด กจิ การหรอื นายจ้างต้องจา่ ยค่าแรงงานล่วงเวลาให้กับพนกั งานคนน้ัน โดยมเี งือ่ นไขการจ่ายอัตราค่าแรงงานลว่ งเวลา โดยจาแนกตามช่วงวันและเวลาท่ีเกินจากเวลา การทางานปกติ ซ่ึงสามารถแบ่งได้เป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1) อัตราค่าแรงงานล่วงเวลาในวัน ทางานปกติ 2) อัตราคา่ แรงงานลว่ งเวลาในวนั หยุด ช่วงเวลาการทางานอยู่ในช่วงเวลาปกติใน วันทางานปกติ และ 3) อัตราค่าแรงงานล่วงเวลาในวันหยุด และทาในช่วงเวลาที่เกินกว่า ช่วงเวลาปกติในวันทางานปกติ อัตราค่าแรงงานแต่ละลักษณะสามารถอธิบายรายละเอียดได้ ดงั นี้ 1.1.2.1 อตั ราคา่ แรงงานล่วงเวลาในวันทางานปกติ กรณที พ่ี นักงานทางานนอกเวลาทางานปกติ แต่เปน็ วันทางาน ปกติ เช่น วันทางานปกติ คือวันจันทร์ ถึงวันเสาร์ เวลาทางานปกติต้ังแต่ 8.00 – 17.00 น. พนักงานคนหนึ่งทาช่วงเวลาต้ังแต่ 17.00 - 20.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่เกินจากเวลาทางานปกติ นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงงานให้กับพนักงานในอัตราหน่ึงเท่าครึ่งของค่าแรงงานปกติ (1.5 เท่า ของค่าแรงปกติ) โดยการคานวณค่าแรงงานล่วงเวลาจะคานวณตามจานวนช่ัวโมงที่เกินจาก

4 - 20 การบัญชีต้นทนุ 1 เวลาทางานปกติ คูณกับ 1.5 เท่าของอัตราค่าแรงงานต่อชั่วโมง เช่น อัตราค่าแรงงานปกติ เทา่ กับ 40 บาทต่อช่วั โมง ถ้าพนักงานทางานนอกเวลาทางานในวันทางานปกติ นายจ้างต้อง จา่ ยพนักงานในอัตราคา่ แรงงาน เทา่ กับ 60 บาทตอ่ ชว่ั โมง (1.5 เท่า x 40 บาทต่อช่ัวโมง) แล้ว ไปคณู กบั จานวนชว่ั โมงทพ่ี นกั งานทางานได้ เปน็ ต้น 1.1.2.2 อตั ราคา่ แรงงานล่วงเวลาในวันหยดุ กรณีท่ีพนักงานทางานในวันหยุด หรือเป็นวันท่ีนอกเหนือจาก วันทางานปกติ นายจ้างต้องจ่ายค่าแรงงานล่วงเวลาให้กับพนักงานตามเกณฑ์การจ่าย ค่าแรงงาน โดยจาแนกตามช่วงเวลาทีท่ างานในวนั หยุด สามารถแบ่งได้เปน็ 2 ช่วง ดงั น้ี 1) คา่ แรงงานลว่ งเวลาในวันหยุดในช่วงเวลาการทางานอยู่เป็น ช่วงเวลาปกติของวนั ทางานปกติ กรณที ี่พนักงานได้ทางานในวนั หยุด แต่ชว่ งเวลาการทางาน เป็นช่วงเวลาเดียวกันกับเวลาทางานปกติ เช่น วันทางานปกติเป็นวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลา ทางานปกติต้ังแต่ 8.00 – 17.00 น. น่ันคือ ถ้าหากพนักงานมาทางานในวันเสาร์ หรือวัน อาทิตย์ ในชว่ งเวลา 8.00 – 17.00 น. จะถือว่าพนักงานคนน้ันทางานล่วงเวลาในวันหยุด และ เปน็ ช่วงเวลาทางานปกติ กรณนี ี้ กฎหมายกาหนดใหน้ ายจา้ งจา่ ยคา่ จา้ งแรงงานใหก้ ับพนักงาน เพ่มิ จากเดมิ 2 เทา่ ของอัตราค่าแรงงานปกติ ในกรณีท่พี นกั งานมีสทิ ธิได้ค่าแรงงานในวันหยุด หรือจ่ายไม่น้อยกว่า 2 เท่า ของค่าแรงงานปกติ ในกรณีที่พนักงานไม่มีสิทธิได้ค่าแรงงานใน วนั หยดุ 2) ค่าแรงงานล่วงเวลาในวันหยุด และทาในช่วงเวลาที่เกินกว่า ช่วงเวลาปกติของวันทางานปกติ กรณีพนักงานทางานในวนั หยุด แต่ช่วงเวลาการทางานเป็น ช่วงเวลาเกินเวลาทางานปกติ เช่น วันทางานปกติเป็นวันจันทร์ถึงวันศุกร์ เวลาทางานปกติ ตง้ั แต่ 8.00 – 17.00 น. นน่ั คอื ถา้ หากพนักงานมาทางานในวนั เสาร์หรอื วนั อาทิตย์ ในชว่ งก่อน เวลา 8.00 น. หรือ หลงั 17.00 น. จะถือว่าพนักงานคนนั้นทางานล่วงเวลาในวันหยุด แต่เวลา เกินกว่าเวลาทางานปกติ ถ้าเป็นกรณีเช่นน้ีกฎหมายกาหนดให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างแรงงาน ให้กบั พนักงานเพิ่มจากเดมิ ไม่น้อยกวา่ 3 เทา่ ของอัตราค่าแรงงานปกติ เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจเกีย่ วกับการคานวณคา่ แรงงานล่วงเวลามากข้นึ จะแสดงตวั อย่างการคานวณดังตวั อยา่ งท่ี 4.2

บทที่ 4 การบญั ชเี ก่ียวกับค่าแรงงาน 4 - 21 ตวั อย่างที่ 4.2 จากตวั อยา่ งที่ 4.1 ถ้าหากบริษัท อดุ รพาณชิ ย์ จากดั ต้องการจะจา่ ยคา่ แรงให้นาย เอก เปน็ รายชวั่ โมงในอัตราช่ัวโมงละ 40 บาท วันทางานปกติ 8.00 - 17.00 น. ต้งั แต่วนั จันทรถ์ ึงวันเสาร์ โดยเวลาทางานปกติวนั ละ 8 ชวั่ โมง นายเอกไดท้ างานล่วงเวลาในวนั อาทติ ย์ ช่วงเวลา 8.00 – 12.00 น. ให้คานวณหาคา่ แรงทีจ่ า่ ยใหก้ บั นายเอกเท่ากับเท่าใด วิธีการคานวณ คา่ แรงปกติ (5 วัน x วนั ละ 8 ช่ัวโมง x 40 บาท/ชั่วโม) = 1,600 บาท คา่ แรงลว่ งเวลา (4 ชว่ั โมง x 2 เท่า x 40 บาท) = 320 บาท รวมค่าแรงประจาสัปดาห์ของนายเอกเทา่ กบั 1,920 บาท ดงั น้ัน นายเอกจะไดร้ ับคา่ แรงงานรวมทง้ั สิน้ เท่ากบั 1,920 บาท 1.2 การคานวณค่าแรงงานสทุ ธิ หรือเงินได้สทุ ธิ การคานวณค่าแรงงานสทุ ธิ หรือเงนิ ไดส้ ทุ ธิ (Net Payrolls) ของพนักงาน แต่ละคน ซงึ่ ค่าแรงงานสุทธิ จะคานวณจากค่าแรงงานปกติหักด้วยรายการหักต่างๆ ที่กาหนด ไว้ตามข้อตกลงระหวา่ งกิจการและพนกั งาน และกฎหมายแรงงาน เชน่ ภาษีเงนิ ไดเ้ งนิ ไดห้ กั ณ ที่จ่าย รวมถึงรายการหักอ่ืนๆ เช่น เงินกองทุนประกันสังคม เงินสารองเลี้ยงชีพ เงินกองทุน สะสมใหก้ บั พนักงาน เป็นต้น ซง่ึ รายการหักดงั กล่าวจะมที าให้พนักงานอาจได้รับเงินเดือนหรือ ค่าแรงงานไม่เต็มจานวน เพราะกิจการต้องหักเงินเหล่านี้ตามข้อกาหนดของกฎหมาย โดยทั่วไปพนักงานแตล่ ะคนมีหน้าท่หี รอื มตี าแหนง่ แตกตา่ งกนั จงึ ทาให้เงินเดือนและค่าแรงงาน ที่ได้รับ และรายการหักต่างๆ ไม่เท่ากัน กิจการจึงจาเป็นต้องคานวณค่าแรงงานสุทธิของ พนักงานโดยจาแนกเปน็ รายบุคคล จากข้อมูลรายการหักข้างต้น จะเห็นได้ว่ามีรายการหักที่เกี่ยวกับ พนักงานหลายรายการและมรี ายละเอียดที่แตกตา่ งกนั แลว้ แตน่ โยบายของบริษัท ดังนน้ั เพือ่ ให้ สะดวกในการแสดงรายการค่าแรงงานขั้นต้น และรายการหักต่างๆ เพื่อคานวณหาค่าแรงงาน สทุ ธหิ รือเงินได้สทุ ธขิ องพนกั งานแต่ละคนได้สะดวกและรวดเร็ว ซึ่งสามารถแสดงการคานวณ คา่ แรงงานสุทธิ ไดด้ งั นี้

4 - 22 การบญั ชตี ้นทุน 1 ค่าแรงงานสุทธิ = คา่ แรงงานขั้นต้น – (ภาษีเงนิ ได้หกั ณ ท่ีจา่ ย + เงนิ ประกนั สังคม + เงินกองทนุ สารองเลย้ี งชีพ + รายการหกั อน่ื ๆ) โดยท่ี คา่ แรงงานขนั้ ต้น สามารถคานวณได้ดงั น้ี ค่าแรงงานข้ันต้น = คา่ แรงงานปกติ + คา่ แรงงานล่วงเวลา ดงั นัน้ เพื่อให้สะดวกต่อการแสดงรายการค่าแรงงานปกติ ค่าแรงงานล่วงเวลา รวมไป ถึงรายการหักตา่ งๆ เพือ่ นาไปใช้ในการคานวณคา่ แรงงานสทุ ธิของพนักงานแตล่ ะคน กจิ การจะ ให้แผนกเงนิ เดือนและคา่ แรงงานจัดทาทะเบยี นเงินเดอื นและค่าแรงงาน หรือใบบันทึกการจ่าย เงนิ เดอื นและคา่ แรงงาน ดังได้กลา่ วไว้แลว้ ขา้ งตน้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับการคานวณค่าแรงงานข้ันต้นและค่าแรงงานสุท ธิ จะ อธิบายและแสดงการคานวณ พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดในทะเบียน หรือใบบันทึกการจ่าย เงินเดือนและค่าแรงงาน ดงั แสดงในตัวอยา่ งที่ 4.3 ตวั อยา่ งที่ 4.3 จากตัวอยา่ งท่ี 4.1 และ 4.2 ถา้ หากนายเอก มรี ายการหกั คา่ แรงประเภทต่างๆ ดังนี้ ภาษเี งนิ ได้ 10% และหกั เข้าเงนิ กองทุนประกนั สังคม 5% ของคา่ แรงขั้นต้น ใหค้ านวณหา คา่ แรงงานสทุ ธิของนายเอก วิธีการคานวณ คา่ แรงงานขน้ั ตน้ เท่ากบั 1,920 บาท หกั ภาษเี งนิ ได้ 10% (10% x 1,920) 192 288 บาท 1,632 บาท เงนิ กองทุนประกนั สังคม 5% (5% x 1,920) 96 คา่ แรงงานสุทธิ ดงั น้ัน จากข้อมูลขา้ งตน้ หลังจากทห่ี ักภาษีเงนิ ได้ และเงนิ กองทนุ ประกันสงั คมแล้ว นายเอก จะได้รบั คา่ แรงสทุ ธิ เทา่ กบั 1,632 บาท

บทที่ 4 การบัญชเี กี่ยวกับคา่ แรงงาน 4 - 23 2. การจาแนกประเภทของค่าแรงงาน เมอ่ื พนกั งานแผนกเงนิ เดือนและคา่ แรงงานทาการคานวณเงินเดือนและค่าแรงงาน ของพนักงานเรียบร้อยแล้ว จะส่งทะเบียนเงินเดือนและค่าแรงงานให้กับพนักงานแผนกบัญชี เพื่อทาการจาแนกประเภทของค่าแรงงานว่าเป็นค่าแรงงานในลักษณะใด เป็นค่าแรงงาน ทางตรงหรือค่าแรงงานทางอ้อม เพ่ือให้พนักงานแผนกบัญชีได้ทาการบันทึกบัญชีเก่ียวกับ ค่าแรงงานไดถ้ กู ตอ้ งตามหลกั การบัญชี และนาไปคานวณหาต้นทุนการผลิตอย่างถูกต้อง หรือ ใหม้ ีความใกล้เคยี งกับความเป็นจรงิ มากทสี่ ุด การจาแนกประเภทค่าแรงงาน พนักงานสามารถพิจารณาจากบัตรบันทึกเวลา ทางานของพนกั งานแตล่ ะคน โดยการวเิ คราะห์วา่ พนักงานทางานในลักษณะใด แผนกใด เช่น ทางานในแผนกผลิตหรือแผนกบริการ ถ้าหากพนักงานทางานในแผนกผลิต หรือทางาน เก่ยี วกับการแปรสภาพวัตถดุ ิบให้กลายเปน็ สินคา้ สาเรจ็ รปู ค่าแรงงานที่จา่ ยให้กบั พนกั งานกลุม่ นถ้ี อื ว่าเปน็ คา่ แรงงานทางตรง แต่ถ้าหากพนักงานทางานในแผนกบรกิ าร เชน่ แผนกซ่อมแซม และบารงุ รักษา แผนกอาคารสถานที่ แผนกบริการอ่ืนๆ ท่ีอยู่ในโรงงาน เป็นต้น จะถือว่าเป็น ค่าแรงงานทางอ้อม หรือถ้าเป็นเงินเดือนของหัวหน้างานในโรงงานจะถือว่าเป็นค่าแรงงาน ทางอ้อม เพราะหวั หนา้ งานมีหน้าทดี่ ูแลรบั ผดิ ชอบงานตา่ งๆ ท้งั หมดในโรงงาน ไม่สามารถระบุ ได้ว่าเป็นการดูแลการผลิตสินคา้ ชนดิ ใดชนิดหนึ่งได้อย่างชัดเจน ดังน้ัน จึงไม่สามารถระบุเป็น คา่ แรงงานทางตรงของสินค้าชนดิ ใดชนิดหนึง่ ได้ การจาแนกค่าแรงงานเป็นค่าแรงงานทางตรง และค่าแรงงานทางอ้อม พนักงาน บญั ชสี ามารถจัดทาเป็นใบจาแนกคา่ แรงงาน ดังแสดงในภาพที่ 4.6 บริษทั ................................. ใบจาแนกค่าแรงงาน สาหรบั งวด ........ เดอื น ส้ินสดุ วันท่ี ..................................... แผนก ค่าแรงงาน ค่าแรงงาน ประเภทคา่ แรงงาน แผนกประกอบ ปกติ ลว่ งเวลา รวม ทางตรง ทางออ้ ม แผนกตกแต่ง แผนกบารุงรกั ษา แผนกอาคาร โรงงาน รวม ภาพท่ี 4.6 ตัวอย่างใบจาแนกคา่ แรงงาน

4 - 24 การบัญชตี น้ ทนุ 1 3. การจ่ายค่าแรงงาน การจ่ายค่าแรงให้กับคนงานแต่ละคนจะข้ึนอยู่กับลักษณะการว่าจ้างแรงงาน บาง ประเภทอาจจ่ายเป็นรายช้ินหรือรายช่ัวโมง บางประเภทจ่ายในรูปของเงินเดือนประจา การ จ่ายค่าแรงอาจจ่ายเปน็ เงินสดหรอื เช็คก็ได้ ในกรณีทจ่ี า่ ยเปน็ เงินสด กิจการจะถอนเงนิ สดจาก ธนาคารเพื่อจัดใสซ่ องเงนิ เดอื นเตรยี มไวล้ ว่ งหน้าสาหรบั คนงานแต่ละคน เมือ่ คนงานรับเงินไป จะตอ้ งเซน็ ชื่อรบั เงนิ ไว้เป็นหลักฐานทุกราย เพือ่ ประสทิ ธภิ าพในการควบคุมเงนิ สดจา่ ย กิจการ ส่วนใหญ่นิยมจ่ายเงินเดือนเป็นเช็คเมื่อใกล้วันจ่ายค่าแรง กิจการจะนาเงินเข้าบัญชีเงินฝาก ธนาคาร แล้วเตรยี มเชค็ ใหพ้ นกั งานแต่ละคนตามจานวนค่าแรงสุทธิหรือเงินได้สุทธิที่คานวณ ได้จากแผนกเงินเดือนและคา่ แรง กิจการขนาดใหญ่บางแห่งอาจจะเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร เฉพาะการจ่ายค่าแรงไว้กับธนาคารใดธนาคารหน่ึง พนักงานบัญชีจะจัดทาใบสาคัญจ่ายเงิน ตามจานวนเงินสุทธิท่ีจะต้องจ่ายแก่พนักงานท้ังหมด ใบสาคัญจ่ายเงินจะส่งต่อไปให้กับ พนักงานจ่ายเงินหรือแคชเชียร์เพ่ือเขียนเช็คส่ังจ่ายตามจานวนที่ขอเบิกทั้งหมดแล้วนาฝาก ธนาคาร และเตรียมเช็คสาหรับพนักงานแต่ละคนเพ่ือให้เขานาไปเบิกเงินจากธนาคารน้ันๆ เอง ดังนั้นการบันทึกบัญชีจ่ายค่าแรงงาน จะบันทึกลดยอดเงินสด เงินฝากธนาคาร หรือ ใบสาคัญจ่าย จะขนึ้ อยู่กบั วา่ กิจการมนี โยบายการจ่ายคา่ แรงงานในลักษณะใด การบนั ทึกบญั ชีเกี่ยวกบั ค่าแรงงาน สาหรับการบันทึกบัญชีเกี่ยวกับค่าแรงงาน จะแบ่งไปตามขั้นตอนที่เก่ียวข้อง กับ ค่าแรงงาน เริ่มต้งั แต่การคานวณค่าแรงงานข้ันต้น คานวณรายการหักต่างๆ เพื่อหาว่าเงินได้ สุทธิเท่ากับเท่าใด และจาแนกประเภทค่าแรงงานเพ่ือหาว่าเป็นค่าแรงงานทางตรง หรือ คา่ แรงงานทางอ้อม และทาการจา่ ยค่าแรงงานใหก้ ับพนักงาน และนาข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไปทา การบนั ทกึ บญั ชี โดยแตล่ ะขั้นตอนมีรายละเอยี ด ดงั นี้ 1. บนั ทึกค่าแรงงานขนั้ ต้น รายการหกั ต่างๆ และค่าแรงหรอื เงินได้สทุ ธิ เมื่อพนักงานแผนกเงินเดอื นและค่าแรงได้ทาการคานวณค่าแรงงานท่ีบริษัทจะต้อง จ่ายให้กับพนักงานสาหรับงวดน้ันๆ แล้วก็จะทาการส่งทะเบียนเงินเดือนและค่าแรงให้กับ พนักงานแผนกบญั ชี เพ่ือทาการบนั ทึกบัญชคี า่ แรงงาน ซึง่ สามารถบันทึกบัญชไี ด้ดังนี้ เดบติ ค่าแรงงาน xxx เครดติ เงนิ สด หรอื ค่าแรงงานค้างจา่ ย xxx ภาษเี งินไดห้ กั ณ ทจ่ี า่ ย xxx เงินกองทนุ ประกนั สงั คม xxx (รายการหกั อ่นื ๆ ถ้ามี) xxx

บทท่ี 4 การบัญชเี กีย่ วกบั คา่ แรงงาน 4 - 25 2. บนั ทึกการจาแนกประเภทค่าแรงงาน หลังจากทพ่ี นกั งานแผนกบัญชวี เิ คราะห์ค่าแรงงงานและจาแนกค่าแรงงานตาม ลักษณะของงานท่ีพนักงานทาแล้ว ก็จะทาการส่งข้อมูลการจาแนกประเภทค่าแรงงานให้กับ พนักงานแผนกบัญชีทาการบันทึกบัญชี ถ้าเป็นค่าแรงงานทางตรง ให้บันทึกเข้าบัญชีงาน ระหวา่ งทา ส่วนคา่ แรงงานทางอ้อมจะบนั ทกึ เขา้ บัญชีคา่ ใช้จา่ ยการผลิต ซ่ึงการบนั ทึกบญั ชีการ จาแนกประเภทคา่ แรงาน สามารถบันทกึ ได้ดังนี้ เดบติ งานระหวา่ งทา xxx ค่าใชจ้ า่ ยการผลติ xxx เครดิต คา่ แรงงาน xxx 3. บนั ทึกการจา่ ยค่าแรงงานให้กบั พนักงาน เม่ือกจิ การจา่ ยคา่ แรงงานให้กบั พนักงานแลว้ แผนกบัญชีจะทาการบนั ทกึ บัญชี การจา่ ยค่าแรงงาน ซ่ึงสามารถบันทึกบัญชไี ดด้ งั น้ี เดบติ ค่าแรงงานคา้ งจา่ ย xxx เครดติ เงินสด หรือ เงนิ ฝากธนาคาร xxx ในกรณีที่กิจการมีการใช้ระบบใบสาคัญจ่ายกับค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น การบันทึก บญั ชจี ะสามารถบันทึกบญั ชไี ด้ดังนี้ เดบติ ค่าแรงงาน xxx เครดิต คา่ แรงงานคา้ งจา่ ย xxx ภาษีเงนิ ไดห้ ัก ณ ทจ่ี า่ ย xxx เงนิ กองทุนประกนั สังคม xxx เงินสารองเลย้ี งชพี xxx

4 - 26 การบัญชีตน้ ทนุ 1 บนั ทกึ ค่าใชจ้ ่ายตา่ งๆ โดยบันทึกเข้าบัญชใี บสาคญั จา่ ย สามารถบนั ทกึ บัญชไี ด้ดงั น้ี เดบิต ค่าแรงงานคา้ งจา่ ย xxx ภาษเี งนิ ไดห้ ัก ณ ทีจ่ า่ ย xxx เงินกองทนุ ประกันสังคม xxx เงนิ สารองเลยี้ งชีพ xxx เครดติ ใบสาคัญจา่ ย xxx เมื่อมีการจ่ายค่าใช้จา่ ยต่างๆ จะหกั ออกจากบัญชใี บสาคัญจ่ายท่ีเคยบนั ทกึ บญั ชีไว้ จะ สามารถบันทกึ บญั ชไี ด้ดงั นี้ เดบติ ใบสาคัญจา่ ย xxx เครดติ เงนิ สด หรอื เงนิ ฝากธนาคาร xxx เพื่อให้เขา้ ใจเกี่ยวกับการบนั ทกึ บัญชคี ่าแรงงานมากยิ่งขน้ึ จะขออธิบายและแสดงการ คานวณคา่ แรง และรายการหกั ต่างๆ ดงั แสดงในตัวอย่างที่ 4.4 ตวั อยา่ งท่ี 4.4 โรงงานของบริษัท อุดรพาณิชย์ จากัด มีแผนก 4 แผนก คือ แผนกประกอบ ชิ้นส่วน แผนกตกแต่ง แผนกซ่อมแซม และแผนกอาคารโรงงาน ในสัปดาห์แรกค่าแรงที่ เกดิ ขึ้นในโรงงาน ประกอบด้วย คา่ แรงปกติ 30,000 บาท และค่าแรงล่วงเวลา 2,000 บาท กิจการกาหนดให้ค่าแรงล่วงเวลาเป็นค่าใช้จ่ายการผลิต ส่วนรายการหักประเภทต่างๆ ประกอบด้วย ภาษีหัก ณ ท่ีจ่าย 10% ของค่าแรงขั้นต้น และกิจการได้จัดให้มีกองทุนสะสม ให้กับพนักงานเพื่อจ่ายให้แก่คนงานเมื่อลาออกจากงาน ทุกคร้ังท่ีมีการจ่ายค่าแรงแก่คนงาน จะต้องหักค่าแรงเข้ากองเงินทุนสะสมในอัตรา 5% ของค่าแรงขั้นต้น ให้บันทึกบัญชีรายการ เกีย่ วกับค่าแรงข้างต้นในสมุดรายวันท่ัวไป จากข้อมูลข้างต้น แผนกบญั ชีสามารถบันทึกบญั ชใี นสมดุ รายวนั ท่ัวไป ได้ดงั นี้ 1) บันทกึ คา่ แรงขนั้ ตน้ และรายการหกั ประเภทตา่ งๆ เดบิต ค่าแรงงาน 32,000 เครดิต คา่ แรงงานค้างจา่ ย 27,200 ภาษเี งินไดห้ ัก ณ ท่ีจ่าย (10% x 32,000) 3,200 เงินทนุ สะสมพนกั งาน (5% x 32,000) 1,600

บทที่ 4 การบัญชเี ก่ยี วกบั ค่าแรงงาน 4 - 27 2) บันทกึ การจาแนกค่าแรง 30,000 เดบิต งานระหว่างทา 2,000 คา่ ใช้จา่ ยการผลติ เครดติ คา่ แรงงาน 32,000 3) บันทึกการจ่ายค่าแรงงาน 27,200 เดบติ คา่ แรงงานค้างจ่าย 27,200 เครดติ เงินฝากธนาคาร สาหรับรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กิจการจะรวบรวมภาษีเงินได้เป็นเดือนและ นาส่งกรมสรรพากรตามกาหนดเวลา สามารถบนั ทกึ บัญชี ไดด้ งั น้ี 4) บันทึกบัญชีเกย่ี วกับภาษีเงินไดห้ กั ณ ท่ี จา่ ย เดบิต ภาษเี งนิ ไดห้ กั ณ ท่ีจา่ ย 3,200 เครดติ เงนิ ฝากธนาคาร 3,200 การจ่ายค่าแรงงานในรปู ผลตอบแทนและสวสั ดิการอ่ืนๆ ค่าแรงของพนักงานบริษัทมักจะอยู่ในรูปของค่าจ้าง เงินเดือน และค่าล่วงเวลา แต่ กิจการบางแห่งมีการให้ผลตอบแทนและสวัสดิการในรูปแบบอื่นๆ ท่ีนอกเหนือจากค่าจ้าง เงินเดือนดงั กลา่ ว ผลตอบแทนและสวสั ดกิ ารอน่ื ๆ เช่น เงนิ รางวลั พนักงาน (Bonus) หรอื เบ้ีย ขยัน ค่าแรงท่ีให้ระหว่างหยุดพักผ่อน (Vacation Pay) รวมทั้งการให้สวัสดิการจัดรถรับส่ง พนกั งาน เล้ียงอาหารกลางวัน และการรักษาพยาบาล ตลอดจนให้การศึกษาและฝึกอบรมให้ พนักงานมีความชานาญเฉพาะทางมากขึ้น รายการต่างๆ เหล่านี้มีวิธีปฏิบัติทางบัญชีท่ี แตกตา่ งกัน ซึง่ สามารถอธบิ ายรายละเอียดแตล่ ะรายการ ดังนี้ 1. ค่าแรงงานล่วงเวลา การลงบนั ทกึ บัญชีเกีย่ วกบั ค่าแรงงานลว่ งเวลา (Overtime ) มี 2 วิธีดังนี้ 1.1 กรณีมกี ารวางแผนการผลิตไว้ล่วงหน้า กรณีท่ีการทางานล่วงเวลาเกิดขึ้นจากการรับงานชิ้นหน่ึงตามคาขอร้อง ของลกู ค้าซ่งึ กิจการทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่า การท่ีจะทางานน้ันให้เสร็จตามกาหนดได้ ต้องมี การทางานลว่ งเวลา หรอื กิจการมีการวางแผนเก่ียวกบั การผลิตไว้ลว่ งหนา้ เช่น รับคาสัง่ ผลิต ในวันจนั ทร์ และตอ้ งการใหเ้ สรจ็ ในวนั ศุกร์ในสปั ดาห์เดยี วกัน เพอ่ื ใหเ้ สร็จทนั เวลากิจการจึงให้

4 - 28 การบัญชีตน้ ทนุ 1 คนงานผลิตนอกเวลาทางานปกติ ซึ่งกรณีนี้กิจการจะกาหนดราคาขายของสินค้าที่ผลิต โดย คานึงถึงต้นทุนในการทางานล่วงเวลาไว้ด้วย กรณีเช่นน้ีจะถือว่าค่าแรงล่วงเวลาเป็นค่าแรง ทางตรงของงานชนิ้ นั้น คา่ แรงงานล่วงเวลาในลักษณะนี้ จะลงบนั ทึกบญั ชไี ด้ดงั นี้ แสเดดบงกติ าเรงพเคคา่อืานรนใดรหวิตะเ้ณหขวา้คคา่ใ่า่าจงแแทเรกรางงีย่ งวดากนงั บัแสกดารงบในนั ตทวั กึ อบยัญา่ งชทีคี่ ่า4แ.5รงงานล่วงเวลามากยิ่งขนึ้ จxะxขxออธิบxาxยxและ ตวั อยา่ งที่ 4.5 บรษิ ัท สายฟ้าอตุ สาหกรรม จากดั เป็นบริษัทที่ทาการผลิตสินค้าให้กับลูกค้า โดยต้อง ทางานให้เสร็จภายใน 1 สัปดาห์ ผู้จัดการแผนกผลิตได้วางแผนการผลิตโดยต้องใช้คนงาน 5 คน ทางานในเวลาปกติคนละ 8 ช่ัวโมง อัตราค่าแรงปกติชั่วโมงละ 40 บาทและต้องทางาน ล่วงเวลาอีกคนละ 4 ชั่วโมง อัตราค่าแรงค่าล่วงเวลาชั่วโมงละ 60 บาท และ บริษัทมีการหัก ภาษเี งนิ ได้ ณ ทจี่ ่าย 5% ของค่าแรงขน้ั ตน้ และเงนิ ประกันสงั คม 1.5% ของคา่ แรงปกติ จากขอ้ มลู ข้างต้น สามารถคานวณคา่ แรงงานท่ีบรษิ ทั ต้องจา่ ย และบันทกึ บัญชี ได้ดงั นี้ ค่าแรงงานขนั้ ตน้ = (5 x 8 x 40) + (5 x 4 x 60) = 1,600 +1,200 = 2,800 บาท ค่าแรงงานสุทธิ = 2,800 – (2,800 x 5%) – (1,600 x 1.5%) = 2,800 – 140 – 24 = 2,636 บาท การบันทึกบัญชีเกย่ี วกับคา่ แรงงาน สามารถบันทึกบัญชีไดด้ งั น้ี 1) บันทึกค่าแรงงาน ภาษีเงนิ ไดห้ ัก ณ ทจ่ี ่าย และเงนิ ประกนั สงั คม เดบติ ค่าแรงงาน 2,800 เครดิต คา่ แรงงานคา้ งจ่าย 2,636 ภาษเี งนิ ได้หกั ณ ทีจ่ า่ ย 140 เงนิ ประกนั สงั คม 24 2) จาแนกประเภทค่าแรงงาน 2,800 เดบติ งานระหว่างทา 2,800 เครดิต คา่ แรงงาน

บทที่ 4 การบญั ชเี ก่ียวกับคา่ แรงงาน 4 - 29 1.2 กรณีไมม่ กี ารวางแผนการผลิตไวล้ ่วงหน้า กรณีท่ีการทางานล่วงเวลาเกิดข้ึนจากการท่ีกิจการรับงานไว้เกินกาลังท่ี ผลิตได้ ไม่สามารถผลิตได้ทันในเวลาปกติ หรือการทางานไม่เป็นไปตามแผนท่ีกาหนดไว้แต่ แรก เช่น บางช่วงท่ีมียอดขายสูงกว่าปกติ หรืออาจเน่ืองมาจากการชารุดของเครื่องจักร วตั ถดุ ิบขาดแคลน หรือขาดแรงงานที่มีความชานาญ หรือมีการวางแผนการผลิตที่ผิดพลาด คานวณเวลาในการผลติ ต่าไป ซงึ่ ทาใหก้ ิจการไมส่ ามารถผลติ เสรจ็ ในชว่ งเวลาปกติ จึงต้องให้ พนักงานทางานล่วงเวลาแทน กรณีเช่นนี้จะถือว่าค่าแรงล่วงเวลาท่ีต้องจ่ายเพิ่มขึ้นกว่า ค่าแรงงานปกติ ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายการผลิต การบันทึกบัญชีค่าแรงงานล่วงเวลาในลักษณะนี้ สามารถลงบันทึกบญั ชี ได้ดังนี้ เดบติ งานระหวา่ งทา (จานวนชว่ั โมง × อัตราคา่ แรงปกติ) xxx ค่าใช้จา่ ยการผลิต (จานวนชั่วโมง × อัตราค่าแรงลว่ งเวลาทเ่ี พม่ิ ขน้ึ ) xxx เครดิต ค่าแรงงาน (ค่าแรงทงั้ สนิ้ ทคี่ านวณได)้ xxx 2. เงินรางวลั พนักงาน เงินรางวัลท่ีกิจการจ่ายเพ่ือเพ่ิมขวัญและกาลังใจให้กับพนักงาน นอกเหนือจาก ค่าจ้าง เงินเดือน และค่าล่วงเวลาแล้ว กิจการอาจจะจ่ายเป็นในรูปของโบนัส (Bonus) เบี้ย ขยนั หรือเปน็ รางวลั ในลกั ษณะอนื่ ๆ เปน็ ตน้ การให้เงนิ รางวลั อาจจะมีเหตผุ ลแตกต่างกนั ขนึ้ อยู่ กบั นโยบายของแตล่ ะกจิ การ เชน่ พนักงานทางานไดค้ รบ 5 ปี หรือทางานโดยไม่ขาดหรือลา ในรอบ 1 ปี เป็นต้น สาหรับจานวนเงินท่ีจ่ายเป็นรางวัลจะข้ึนอยู่กับนโยบาย และผลการ ดาเนนิ งานของกจิ การ เช่น อาจจะจา่ ยเป็นเงินโบนัสเท่ากับเงินเดือนรวมทั้งสิ้นกี่เดือน หรือ จ่ายให้พนักงานทุกคนเท่ากัน ในอัตราเท่ากับก่ีเปอร์เซ็นต์ของกาไรสุทธิของกิจการในรอบปี นนั้ ๆ เปน็ ตน้ โดยทั่วไป การจา่ ยเงนิ รางวลั พนกั งานจะจา่ ยตอนส้นิ ปดี าเนินงาน ในทางทฤษฎีน้ันจะจาแนกเงินรางวัลพนักงานตามลักษณะงานท่ีทา เช่น ถ้า กิจการจ่ายเงินรางวัลแก่คนงานที่ทางานโดยตรงหรือคนงานฝ่ายผลิต ก็จะถือว่าเงินรางวัล พนักงานนี้เปน็ คา่ แรงทางตรง ซง่ึ จะเดบิตเข้าบัญชีงานระหว่างทา และถ้าจ่ายให้แก่คนงานที่ ทางานในแผนกอื่นๆ ทนี่ อกเหนอื จากแผนกผลติ จะถอื วา่ เป็นคา่ แรงทางออ้ ม แตก่ ารจาแนกเช่นน้ีอาจเป็นปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะคนงานคนหน่ึงๆ อาจจะ ทางานทงั้ ในแผนกผลติ และแผนกบริการสลบั กนั ซึ่งยากต่อการคานวณและแบ่งประเภทต้นทุน ดังนนั้ โดยทวั่ ไปกจิ การจงึ บันทกึ เปน็ ค่าใชจ้ ่ายการผลติ การคานวณเงนิ รางวัลปกติจะถัวเฉล่ีย รายการน้ีรวมเข้าเป็นต้นทุนค่าแรงท่ีต้องจ่ายในแต่ละเดือน เพื่อให้ต้นทุนการผลิตสม่าเสมอ ตลอดปี ไม่สงู เกินไปในตอนสน้ิ ปี เพ่อื ให้เข้าใจในการคานวณเงนิ รางวัลถวั เฉล่ียตอ่ เดอื น ดังแสดงในตวั อย่างที่ 4.6 ดังนี้

4 - 30 การบัญชตี น้ ทุน 1 ตวั อยา่ งท่ี 4.6 นายประชา เป็นพนกั งานฝ่ายผลิตของบริษัทแหง่ หนึง่ ได้รบั เงินเดอื น 15,000 บาท ต่อเดอื น และไดร้ ับโบนสั 2 เดอื น จากขอ้ มูลขา้ งต้น สามารถคานวณเงนิ รางวลั ถัวเฉลี่ยต่อเดอื นของนายประชา ไดด้ งั นี้ เงินเดอื นสุทธิตอ่ เดอื น = 15,000 + 15,000 x 2 12 = 15,000 + 2,500 = 17,500 บาท จากขอ้ มลู ขา้ งตน้ สาหรับเงนิ เดือนจานวน 17,500 บาท เปน็ คา่ แรงทีต่ อ้ งจา่ ยในแตล่ ะ เดือน 15,000 บาท สว่ นเงนิ เดือนจานวน 2,500 บาท เป็นสว่ นทกี่ ันไวจ้ ่ายในตอนส้ินปี ซงึ่ เงินเดอื น และเงินรางวลั สามารถลงบนั ทกึ บัญชีไดด้ ังนี้ การบันทกึ บัญชีเกยี่ วกับคา่ แรงงาน สามารถบันทกึ รายการไดด้ ังนี้ 1) การบันทกึ บัญชีเมอื่ คานวณค่าแรง เดบิต ค่าแรงงาน 15,000 เครดติ คา่ แรงงานค้างจา่ ย 15,000 2) การบันทกึ บัญชีเมอ่ื จาแนกคา่ แรงเปน็ ตน้ ทนุ การผลิต เดบิต งานระหวา่ งทา 15,000 คา่ ใชจ้ า่ ยการผลิต 2,500 เครดติ คา่ แรงงาน 15,000 เงินสารองโบนสั พนกั งาน* 2,500 *สาหรบั บญั ชเี งนิ สารองโบนสั พนักงานน้ี จะมียอดสะสมเพม่ิ ขน้ึ ทกุ ๆ เดอื น จนเมอ่ื ครบ 12 เดือน จะมีจานวนเทา่ กบั 30,000 บาท (2,500 x 12 เดือน) ทางด้านเครดิต เมื่อถึงตอน สน้ิ ปี มีการจ่ายเงนิ โบนสั ให้กับนายประชา จะบันทกึ บญั ชี ได้ดังน้ี 3) การบันทึกบญั ชใี นเดือนท่ีบริษทั จ่ายเงนิ โบนสั ใหก้ ับพนกั งาน เดบติ เงินสารองโบนสั พนกั งาน 30,000 เครดิต เงินฝากธนาคาร /เงนิ สด 30,000

บทที่ 4 การบญั ชเี กยี่ วกับค่าแรงงาน 4 - 31 ถา้ ผ่านรายการจากสมดุ รายวนั ทว่ั ไปไปยังบัญชีแยกประเภท บญั ชเี งนิ สารองโบนสั พนกั งาน จนครบ 12 เดือน จะปรากฏรายการ ดงั นี้ 25x1 เงนิ สารองโบนสั พนกั งาน 2,500 ม.ค. 31 ยอดยกไป 2,500 ก.พ. 28 ยอดยกไป 25x1 2,500 2,500 ม.ค. 31 เบ็ดเตล็ด (ก) 5,000 มี.ค. 31 ยอดยกไป 5,000 ก.พ. 1 ยอดยกมา 5,000 .............. 28 เบด็ เตลด็ 2,500 ธ.ค. 30 เงนิ สด 1,200 7,500 7,500 ก.พ. 1 ยอดยกมา 27,500 .............. ม.ี ค. 31 เบด็ เตล็ด 2,500 7,500 30,000 30,000 ธ.ค. 1 ยอดยกมา ............. ธ.ค. 31 30,000 3. ค่าแรงท่ีให้ระหวา่ งหยดุ พกั ผอ่ น ตามกฎหมายการคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2515 บัญญัติว่า ลูกจ้างที่ทางาน ติดต่อกันมาแล้วครบ 1 ปี นายจ้างจะต้องกาหนดไว้ล่วงหน้าว่า ให้ลูกจ้างหยุดพักผ่อน ประจาปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วัน นายจ้างและลูกจ้างอาจจะตกลงกันล่วงหน้าว่าจะสะสมและ เล่ือนวันหยุดพักผ่อนประจาปีไปรวมหยุดไว้ในปีอ่ืนก็ได้ และในระหว่างวันหยุดพักผ่อนนี้ นายจ้างจะต้องจ่ายค่าแรงให้ในอัตราค่าแรงปกติ การคานวณค่าแรงที่ให้ระหว่างวันหยุด พกั ผอ่ นน้ี ใช้หลักการเช่นเดียวกับเงินรางวัลพนักงาน นั่นคือ จะคานวณค่าแรงท่ีให้ระหว่าง หยดุ พกั ผอ่ นถวั เฉลย่ี เขา้ เปน็ ต้นทนุ ค่าแรงงานรายเดือน และถือว่ารายการน้ีเป็นค่าใช้จ่ายการ ผลติ เพราะกิจการไมไ่ ด้ผลิตสนิ ค้า เนื่องจากเป็นชว่ งเวลาทใ่ี หค้ นงานหยดุ พักผ่อน เพ่อื ให้เขา้ ใจในการคานวณคา่ แรงที่ให้ระหว่างหยุดพักผ่อนถัวเฉลี่ยต่อเดือน ดังแสดง ในตวั อย่างท่ี 4.7 ดังนี้

4 - 32 การบัญชตี ้นทนุ 1 ตวั อย่างท่ี 4.7 นายอนันต์ เป็นพนักงานฝ่ายผลิตของโรงงานแห่งหนึ่ง นายอนันต์ได้รับค่าจ้างเป็น รายสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1,500 บาท และได้รับสิทธ์ิที่จะหยุดพักผ่อน 2 สัปดาห์ ซ่ึง หมายความว่า กิจการจะต้องจ่ายค่าแรงให้แก่คนงาน 52 สัปดาห์เต็ม แต่จะได้ผลผลิตจาก คนงานเพยี ง 50 สปั ดาห์ ดงั นั้น ตน้ ทุนค่าแรงงานสาหรับ 50 สปั ดาหท์ ที่ างานจริง ควรจะรวม คา่ แรงในสัปดาห์ท่ีพนักงานหยุดพักผอ่ นเอาไว้ดว้ ย จากขอ้ มลู ขา้ งตน้ สามารถคานวณคา่ แรงงาน และลงบนั ทกึ บญั ชี ได้ดังนี้ ต้นทนุ คา่ แรงจริงต่อ 1 สัปดาห์ = 1,500 + 1,500 x 2 50 = 1,500 + 60 = 1,560 บาท การบนั ทกึ บัญชเี กย่ี วกับคา่ แรงงาน สามารถบนั ทกึ รายการไดด้ ังนี้ 1) การบันทกึ บญั ชเี มอื่ คานวณค่าแรง เดบติ คา่ แรงงาน 1,500 เครดิต คา่ แรงงานคา้ งจา่ ย 1,500 2) การบนั ทกึ บัญชเี มอ่ื จาแนกคา่ แรง 1,500 เดบติ งานระหวา่ งทา 60 ค่าใช้จา่ ยการผลิต 1,500 เครดิต ค่าแรงงาน 60 เงนิ สารองสาหรับวนั หยุดพกั ผ่อน ทานองเดียวกับบัญชีเงินสารองโบนสั พนกั งาน บญั ชีเงนิ สารองสาหรับวันหยุดพักผ่อน จะมยี อดสะสมสงู ข้ึนจนครบ 3,000 บาท (60 x 50 สัปดาห์) ในสัปดาห์ท่ี 50 พอดี ซ่ึงจะถึง เวลาหยดุ พักผอ่ นของนายสินติ และกิจการกจ็ ะจ่ายเงนิ จานวน 3,000 บาทแก่นายอนันต์ ซึ่ง สามารถลงบนั ทกึ บัญชี ได้ดงั น้ี 3) การบันทกึ บัญชีในเดอื นทพี่ นกั งานใช้สิทธิห์ ยดุ พกั ผ่อน เดบติ เงนิ สารองสาหรับวันหยุดพกั ผ่อน 3,000 เครดิต เงินฝากธนาคาร /เงนิ สด 3,000

บทท่ี 4 การบญั ชเี ก่ียวกบั คา่ แรงงาน 4 - 33 4. การให้สวสั ดิการด้านต่างๆ แกล่ กู จ้าง นอกจากคา่ แรงและผลตอบแทนในรูปอ่ืนๆ ดังได้กล่าวมาแล้ว กิจการบางแห่งได้ จดั ใหม้ สี วสั ดิการด้านต่างๆ เชน่ จัดเปน็ คา่ รักษาพยาบาล จดั เปน็ ค่าอาหารกลางวัน จัดให้มี การศกึ ษาและฝึกอบรมเพ่ือความชานาญงาน สนับสนุนให้มีกิจกรรมกีฬา เป็นต้น ค่าใช้จ่าย ตา่ งๆ ที่กิจการจ่ายออกไปเพื่อสวสั ดิการเหล่านี้ มักถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายทางอ้อมของฝ่ายผลิต หรอื โอนเขา้ บัญชคี า่ ใช้จ่ายการผลติ หรือคุมยอดค่าใช้จ่ายการผลิต และถ้าจัดบริการเหล่านี้ให้ พนักงานฝ่ายขายและฝ่ายบริหาร ก็จะถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายของฝ่ายขายและฝ่ายบริหาร เช่นเดียวกนั บทสรปุ แรงงานเปน็ สว่ นประกอบสาคญั ในการแปรสภาพวตั ถุดบิ ใหเ้ ปน็ สนิ ค้าสาเร็จรปู ค่าแรง ที่นามาคิดเป็นต้นทุนการผลิตน้ี ไม่ได้หมายถึงส่วนที่เป็นค่าจ้างหรือเงินเดือนเท่าน้ัน แต่ยัง รวมไปถงึ ผลตอบแทนในรปู แบบอืน่ ๆ เช่น ค่าล่วงเวลา เงินโบนัสพนักงาน เงินรางวัลจูงใจ พนกั งาน คา่ แรงในระหว่างวันหยุดพกั ผอ่ น และสวสั ดิการอื่นๆ เป็นต้น ดังนั้น คา่ แรงงาน จงึ สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือค่าแรงงานทางตรง และค่าแรงงานทางอ้อม สาหรับค่าแรง ทางตรงจะคดิ เข้าบญั ชีงานระหวา่ งทา ส่วนค่าแรงทางออ้ มจะคดิ เข้าบัญชีค่าใช้จ่ายการผลิต แตอ่ ย่างไรก็ตาม การที่จะคานวณและจาแนกประเภทค่าแรงได้อย่างถูกต้องน้ันจาเป็น จะตอ้ งมีระบบการควบคุมภายในท่ีดีเก่ียวกับค่าแรง ซ่ึงจะเกี่ยวกับกิจกรรม 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ การจัดเก็บเวลาทางาน การคานวณ และจาแนกประเภทของค่าแรงงาน การจ่าย ค่าแรงงาน และการบันทึกบัญชีเก่ียวกับค่าแรงงาน ซ่ึงการบันทึกรายการเก่ียวกับค่าแรง สามารถสรุปขัน้ ตอน ได้ดงั นี้ 1) บนั ทกึ เวลาเขา้ และออกจากโรงงานของคนงานโดยลงในบตั รลง เวลาทุกวัน 2) บันทึกลักษณะของงานและจานวนช่ัวโมงที่ทาในแต่ละวันในบัตรบันทึกเวลา ทางาน 3) เปรียบเทยี บบัตรลงเวลาและบัตรบันทึกเวลาทางานว่าตรงกันหรือไม่ 4) คานวณ ค่าแรงข้ันต้น เป็นจานวนเงิน 5) บันทึกค่าแรงขั้นต้น รายการหักประเภทต่างๆ และค่าแรง สทุ ธิ ในทะเบยี นเงินเดือนและค่าแรงงาน รวมถึงทะเบยี นรายได้สุทธิพนักงาน 6) บนั ทึกค่าแรง เข้าเปน็ ตน้ ทนุ การผลิต โดยแบ่งเป็นค่าแรงทางตรงและค่าแรงทางอ้อม โดยใช้บัตรบันทึกเวลา ทางาน หรอื ใบวเิ คราะห์คา่ แรงควบคู่กัน และ 7) บันทึกการจ่ายค่าแรงและภาษีเงินได้หัก ณ ทจ่ี า่ ย ตามลาดบั

4 - 34 การบัญชีตน้ ทุน 1 แบบฝึกหดั ท้ายบท ขอ้ 1. บรษิ ทั สหพัฒน์ จากดั เป็นบรษิ ัทผลติ และจาหน่ายบะหมี่กงึ่ สาเรจ็ รูป มคี นงานใน โรงงานทง้ั สิ้น 10 คน คนงานทุกคนจะตอ้ งทางานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง ทางานต้ังแตว่ นั จันทร์ – วันศุกร์ เวลาทางานตง้ั แต่ 8.00-12.00 และ 13.00-17.00 น. นายเอกเขนก เปน็ หนงึ่ ในคนงานของบริษัท ได้รบั คา่ จา้ งแรงงานในอัตราปกติ 40 บาท ต่อชั่วโมง และแผนกแรงงานได้เกบ็ เวลาทางานในชว่ งสปั ดาหท์ ผ่ี ่านมาของเดือนสิงหาคม 2559 ไดด้ ังน้ี วันทางาน จานวนช่ัวโมง จานวนชว่ั โมง ทางานปกติ ทางานลว่ งเวลา วันจนั ทร์ 8 วนั องั คาร 8 วันพุธ 8 วันพฤหัสบดี 8 2 วันศกุ ร์ 8 2 วนั เสาร์ 8 วนั อาทติ ย์ 8 2 *การคานวณค่าแรงงานในการทางานล่วงเวลา ใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ให้ทา 1. คานวณค่าแรงงานข้นั ตน้ ของนายเอกเขนก ท้ังหมด 2. คานวณค่าแรงงานสทุ ธิ ถ้าบรษิ ัทจ่ายค่าแรงงานแต่ละครง้ั มกี ารหกั ภาษี ณ ทจ่ี า่ ย 5% ของคา่ แรงงานขัน้ ตน้ และหกั เงินประกนั สงั คม 1.5% ของคา่ แรงงานปกติ 3. บนั ทกึ การจ่ายค่าแรงงานโดยจา่ ยเปน็ เงนิ สด 4. บนั ทึกการจาแนกคา่ แรงงานเขา้ งานระหว่างทาและค่าใชจ้ า่ ยการผลิต ถ้าการทางาน ล่วงเวลาไม่ได้มกี ารวางแผนการผลิตไวล้ ่วงหนา้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook