พระสุตตนั ตปฎก ขทุ ทกนิกาย อติ วิ ตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนาท่ี 187ก็หามิได. ก็ในขณะแหงชวนจติ หากวา ความเปน ผูทุศีลกด็ ี ความไรสตกิ ด็ ีความไมร ูก็ดี ความไมอ ดทนกด็ ี ความเกียจครานกด็ ี ยอ มเกดิ ขึ้น ยอ มไมมีความสํารวม ภิกษุน้ันแมเปน อยอู ยางน้ี ทานกก็ ลา ววา เปน ผูไมสํารวมในจกั ขุทวาร. ถามวา เพราะเหตุไร. ตอบวา เพราะเมอื่ ไมม คี วามสํารวมน้ันแมท วารกไ็ มเปน อนั คมุ ครอง แมภ วังคกไ็ มเ ปน อนั คมุ ครอง แมว ิถจี ิตมีอาวชั ชนะเปน ตน ก็ไมเปนอนั คุม ครอง. ถามวา เหมอื นอยา งไร. ตอบวาเหมือนเมื่อประตู ๔ ประตใู นเมืองไมป ด ประตเู รือน ซมุ ประตแู ละหองเปนตนภายในปดอยางดีแลวก็จริง แมก ระน้นั สง่ิ ของทัง้ หมดภายในเมอื งกเ็ ปน อันชอื่วา ไมร กั ษา ไมคุมครองเลย โจรทง้ั หลายเขา ไปทางประตูเมือง ปรารถนาสิง่ ใดกพ็ ึงนําส่ิงนั้นไป ฉันใด เมอื่ ความเปนผูท ศุ ีลเปนตน เกดิ ขนึ้ ในชวนจิตเม่อื ไมม ีการสาํ รวม แมท วารก็ไมเปนอันคุมครอง แมภวังคก็ไมเ ปน อันคุมครอง แมว ิถีจิตมีอาวชั ชนะเปน ตน ก็ไมเปนอันคมุ ครอง. แมเ มือ่ ไมม ีการไมส ํารวมนน้ั เม่อื ศลี เปน ตนเกิดขน้ึ แลวในชวนจิต แมท วารก็เปน อันคุมครอง แมภวงั คก เ็ ปน อันคมุ ครอง แมวิถีจิตมอี าวัชชนจิตเปนตน ก็เปนอนั คุมครอง. ถามวา เหมือนอยางไร. ตอบวา เหมือนเมอื่ ประตูเมอื งปดดีแลว ประตเู รอื นเปน ตน ภายในไมปด ก็จริง ถงึ กระนั้น สิ่งของทัง้ หมดภายในเมอื งก็ชอื่ วา เปนอันรกั ษาดแี ลว เปน อันคมุ ครองดแี ลวทเี ดียว กเ็ มอ่ืประตเู มอื งปด แลว โจรทงั้ หลายกเ็ ขาไปไมไ ด ฉนั ใด เม่อื ศลี เปนตนเกิดขึ้นแลว ในชวนจติ แมท วารกเ็ ปน อันคมุ ครอง แมภวังคก็เปนอนั คมุ ครอง แมวิถีจิตมอี าวชั ชนะเปน ตนกเ็ ปนอนั คุมครอง ฉันนั้นนน่ั แล. ฉะนนั้ ความไมสํารวมแมเกิดข้นึ ในขณะแหง ชวนจติ ทา นกก็ ลา ว สํารวมในจักขุทวาร. แมในทวารทีเ่ หลอื กม็ ีนัยนี้เหมือนกัน. พึงทราบความเปนผูไมค มุ ครองทวารใน
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย อิตวิ ุตตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนา ท่ี 188อินทรยี ท ัง้ หลาย และความเปน ผูคมุ ครองทวารในอนิ ทรียท ้ังหลาย ดว ยประการฉะน้ี. ถามวา ก็ภิกษุชือ่ วา เปน ผไู มร จู กั ประมาณในโภชนะเปน อยา งไรหรอื ชอื่ วาเปนผรู จู ักประมาณในโภชนะเปน อยางไร. ตอบวา ก็บุคคลใดเปนผูม ีความอยากมาก ไมร ูจักประมาณในการรับ บุคคลผูม คี วามอยากมากนน้ั ก็เหมอื นพอ คาเรห้ิวเครื่องประดบั และสงิ่ ของไปแลวเก็บสิง่ ท่ีควรเกบ็ ไวในพกแลว ตะโกนบอกแกม หาชนผเู หน็ อยวู า พวกทา นจงเอาสง่ิ โนน จงเอาสงิ่ โนน ดงั น้ีฉนั ใด บุคคลยกยองศีลกด็ ี คมั ภรี กด็ ี คณุ ของธดุ งคก็ดี ของตนแมม ีประมาณนอ ยโดยทส่ี ุดแมเ พียงการอยปู าแกม หาชนผรู ูอยู กแ็ ละครน้ั ยกยองแลว เม่ือเขาเอาเกวยี นขนปจ จยั นําเขาไป ก็ไมพ ูดวา พอละ ยงั รบั อกี ฉนั นน้ั เหมือนกัน.เพราะวา บคุ คลไมอาจใหส ิง่ ๓ อยา งเตม็ ได คอื ไฟเต็มดวยเช้ือ มหาสมทุ รเตม็ ดวยน้ํา คนมีความอยากมาก เตม็ ดวยปจจยั . กองไฟ มหาสมุทร และบคุ คลผูมี ความอยากมากทัง้ ๓ น้ี ไมเ ตม็ ดวยปจ จัย เปน อนั มาก. ดว ยวาบคุ คลผมู คี วามอยากมาก ไมส ามารถยึดเหนีย่ วน้ําใจแมข องมารดาผูบ ังเกดิ เกลาได. เพราะบคุ คลเห็นปานน้ี ยอมยังลาภอนั ยังไมเกดิไมใ หเกิดขน้ึ และยอ มเสอ่ื มจากลาภอนั เกิดขึ้นแลว ดงั น้.ี จะพูดถงึ ผูไมร ูจกัประมาณในการรับกอน. ผูใดปรารถนา อยาก ตอ งการ อาหารแมไดแ ลวโดยธรรมโดยเสมอ ไมเ ปน ผเู ห็นโทษ ไมม ีปญญาเปนเคร่อื งออกไป บริโภคเตม็ ทอง ตามความตองการ โดยไมแ ยบคาย โดยไมใชอ บุ าย ดจุ อาหาร-หตั ถกพราหมณ อลงั สาฏกพราหมณ ตตั ถวัฏฏกพราหมณ กากมาสกพราหมณและภตุ ตวัมมกิ พราหมณค นใดคนหน่ึง เปน ผมู ุง เอาแตค วามสขุ ในการนอน
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย อิตวิ ตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนาท่ี 189สขุ ในการพงิ สขุ ในการหลับ นีช้ ือ่ วา เปนผูไมร จู ักประมาณในการบรโิ ภค.ก็ผใู ดเปน ผรู ูจ กั ประมาณในโภชนะ ดว ยสามารถแหงการรูป ระมาณในการรับทที่ านกลา วไวอยางนวี้ า แมห ากวา ไทยธรรมมมี าก ผใู หประสงคจ ะใหน อ ยผูรบั ยอ มรบั นอยตามความประสงคข องผใู ห ไทยธรรมมนี อ ยผใู หป ระสงคจ ะใหมาก ผูรับยอ มรับแตนอ ย ดว ยอาํ นาจของไทยธรรม ไทยธรรมมมี ากแมผ ใู หกป็ ระสงคจะใหม าก ผรู ับรูก ําลงั ของตน ยอ มรับแตพอประมาณเทา นนั้และการรูประมาณในการบรโิ ภค อนั ไดแกก ารพจิ ารณา ทที่ านกลา วโดยนัยมีอาทิวา พิจารณาอาหารในอาหารโดยแยบคาย ไมบ รโิ ภคเพอ่ื เลน เพ่ือมัวเมา ดังนี้ และโดยนัยมอี าทิวา กค็ รน้ั ไดแ ลว ไมปรารถนา ไมอ ยาก ไมตอ งการบิณฑบาต เปนผูเ ห็นโทษ มีปญญาเปนเครอื่ งออกไป บริโภคแลวรูดว ยปญ ญาเครือ่ งพจิ ารณา แลวจงึ บริโภคอาหารดงั นี้ นีช้ ือ่ วา เปน ผรู ปู ระมาณในโภชนะ. พึงทราบวา ภกิ ษเุ ปนผูไมร ูประมาณและเปน ผรู ปู ระมาณในโภชนะอยางน.ี้ พึงทราบความในคาถาทัง้ หลายตอ ไปน้ี. ในบททงั้ หลายมี จกขฺ ุเปนตน พึงทราบเน้อื ความตอ ไปน้ี. ช่อื วา จกั ษุ เพราะอรรถวา เหน็ .อธิบายวา พอใจรปู หรอื ดุจบอกถึงความสมและไมสม. ชื่อวา โสต เพราะอรรถวา ยอ มฟง . ชอ่ื ฆานะ เพราะวาอรรถ ดมกล่นิ . ความเปนอยูม ีชีวิตเปนนิมิต มอี าหารเปนรส. ชอื่ วา ชวิ หา เพราะอรรถวา เรียกหาความเปน อยูนัน้ . ชื่อวา กาย เพราะอรรถวา เจริญดวยความนา เกลียด. ช่ือวามนะ เพราะอรรถวา รูค อื รูแจง. โบราณาจารยก ลาววา ช่ือวา มนะ เพราะอรรถวา ยอ มรู. อธบิ ายวา ยอมรอู ารมณดุจตวงดวยทะนาน และดุจชัง่ ดว ยนาํ้ หนัก. พึงทราบเน้ือความแหงบทในสูตรน้ี เพียงนก้ี อน.
พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย อิติวตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนา ท่ี 190 กโ็ ดยความเปนจรงิ จกั ษุมสี องอยางคือ มังสจักษุ (ตาเนื้อ) ๑ ปญ ญาจกั ษุ (ตาปญญา) ๑. ในจกั ษสุ องอยา งนัน้ ปญ ญาจักษมุ ี ๕ อยา งคอื พทุ ธ-จักษุ ๑ สมันตจักษุ ๑ ญาณจักษุ ๑ ทิพยจักษุ ๑ ธรรมจกั ษุ ๑. ในจกั ษหุ า อยา งน้ัน ชอื่ พทุ ธจกั ษใุ นพทุ ธวจนะวา ดกู อนภกิ ษุทงั้ -หลาย เราตรวจดสู ตั วโลกไดเหน็ แลวแล ดงั นี้เปนตน . ช่ือวา สมันตจักษใุ นบทวา สพั พญั ุตญาณทา นเรียกวา สมนั ตจกั ษ.ุ ชือ่ วา ญาณจกั ษุในบทวาจักษเุ กดิ ข้นึ แลว ดงั นีเ้ ปนตน . ชอื่ ทพิ ยจักษใุ นพุทธวจนะวา ดูกอนภิกษทุ ้ังหลาย เราไดเหน็ แลว ดวยทพิ ยจักษุ อนั บริสทุ ธดิ์ งั น้เี ปน ตน. ชื่อธรรมจกั ษุไดแ ก มรรค ๓ เบอ้ื งตน ในบทวา ธรรมจกั ษปุ ราศจากธุลี ปราศจากความเศราหมอง ไดเกิดขึน้ แลวดงั นีเ้ ปนตน . แมมังสจกั ษุกม็ สี องอยาง คือ สสัมภาร-จักษุ ๑ ปสาทจักษุ ๑. ในมังสจกั ษุสองอยา งน้นั กอ นเน้ือต้งั อยูใ นเบา ตากาํ หนดดว ยเบาตาทัง้ สองขาง คอื ดวยกระดูกเบา ตาชน้ั ลาง ดว ยกระดกู ควิ้ ช้นับน ดวยสมองศรี ษะภายใน ดว ยขนตาภายนอก โดยยอมสี มั ภาระ ๑๔ อยา งคอื ธาตุ ๔ วณั ณะ คันธะ รสะ โอชา สัมภว สัณฐาน ชีวติ ภาวะกายปสาท จักขุปสาท โดยพิสดารมสี ัมภาระ ๔๔ อยา ง ดว ยสามารถแหงรูป๔ เหลา นี้ คือรูป ๔๐ เพราะสัมภาระ ๑๐ เหลา นี้คอื ธาตุ ๔ วณั ณะคนั ธะ รส โอชา สณั ฐาน สัมภวะ อนั อาศัยธาตุ ๔ นั้นแตล ะอยา งมธี าตุ ๔เปนสมุฏฐาน สมั ภาระ ๔ คือ ชีวิต ภาวะ กายปสาท จักขปุ สาท มีกรรมเปนสมุฏฐานโดยสวนเดียวเทานั้น เมอ่ื สัตวโลกรูว า จักษุ ขาว กลม หนาสะอาด ไพบลู กวา งดงั นี้ ชือ่ วา ยอมไมร ูจักษุ ยอ มรวู ัตถุ โดยความเปนจักษุกอ นเน้อื ตงั้ อยทู เ่ี บาตาเก่ียวพนั ถงึ สมอง ศรี ษะดว ยดายคือเอน็ อนั มสี ีขาวบา ง ดาํ บา ง แดงบาง เปน ดนิ นาํ้ ไฟ ลมบาง ทีเ่ ปนสขี าว เพราะมี
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย อติ วิ ุตตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนา ท่ี 191เสหะมาก ทม่ี สี ดี าํ เพราะดกี ําเรบิ ทมี่ ีสแี ดงเพราะเลอื ดค่งั เปน ดงั ถนนเพราะมากดวยธาตดุ ิน ชื่อวา ยอ มไหลออกเพราะมากดว ยธาตนุ ํ้า วา ยอ มแผดเผาเพราะมากดวยธาตุไฟ ชอื่ วายอมหมุนไปมา เพราะมากดว ยธาตุลม นีช้ ่อื วาสสมั ภารจักษ.ุ ประสาทอาศัยมหาภูตรปู ๔ ผกู พนั ในจกั ษุนี้ ชอื่ ปสาทจักษุ.จรงิ อยู ปสาทจักษุน้ยี อ มเปนไปโดยความเปนวตั ถทุ วาร ตามสมควรแกจ กั ษุวิญญาณเปนตน . แมใ นโสตะเปน ตนพงึ ทราบความดังตอไปนี้. โสตะมี ๒ อยา ง คือทิพยโสตะ ๑ มงั สโสตะ ๑. ในโสตะ ๒ อยา งนี้ ไดยนิ เสียงท้งั สองดว ยโสดธาตอุ ันเปน ทิพย บรสิ ุทธลิ์ วงเกนิ มนษุ ย นีช้ ่ือวา ทพิ ยโสตะ. ทั้งหมดมอี าทิวา มงั สโสตะมี ๒ อยา งคือ สสมั ภารโสตะ ๑ ปสาทโสตะ ๑ พงึ ทราบโดยนยั ท่ีกลา วแลว ในจกั ษ.ุ มานะและชิวหากเ็ หมือนกัน. แตก ายมหี ลายอยางเปนตน วา โจปนกาย กรชกาย สมูหกาย ปสาทกาย. ในกายเหลา นัน้กายน้ี คอื ผมู ีปญ ญา สํารวมกาย และสาํ รวม วาจา ช่ือวา โจปนกาย. นิรมิตกายอื่นจากกายน้ี ชอ่ื กรชกาย. แตสมูหกายมหี ลายอยา งมาแลวดวยสามารถแหงหมวู ิญญาณเปน ตน. จรงิ อยางนัน้ ทา นกลา วหมวู ญิ ญาณไวในบทมีอาทวิ า ดกู อ นอาวโุ ส หมวู ิญญาณเหลาน้ีมี ๖ อยา ง ดงั น.ี้ ทานกลาวถงึ หมูผสั สะเปนตน ในบทมีอาทวิ า หมผู ัสสะ ๖ อยา ง ดังน้.ี อนงึ่ ทา นกลา วเวทนาขันธเ ปนตน ในบทมอี าทวิ า กายปส สทั ธิ (ความสงบกาย) กายลหตุ า(ความเบากาย). ทา นกลา วหมปู ฐวธี าตเุ ปนตน โดยนัยมีอาทิวา บุคคลบางคนในโลกนี้ ยอ มพจิ ารณาเห็นปฐวีกาย อาโปกาย เตโชกาย วาโยกาย เกสกายโลมกาย โดยความเปนของไมเ ท่ยี ง ดงั น้.ี ถกู ตองโผฏฐัพพะดวยกาย
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย อติ ิวตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนาที่ 192ชอ่ื วา ปสาทกาย. พึงทราบปสาทกายแมใ นบทนีต้ อ ไป. จริงอยู ปสาทกายน้นัยอมเปน ไปโดยความเปนวตั ถุทวารตามสมควรแกกายวญิ ญาณเปน ตน. ก็วญิ -ญาณทง้ั หมดทเี่ รียกวา มโน ก็จรงิ แมถ ึงอยางน้ัน พงึ ทราบวา ภวังคพรอ มดว ยอาวัชชนะเปนทวาร เพราะในทีน่ ท้ี านประสงคเอาความเปน ทวาร. บทวา เอตานิ ยสสฺ ทฺวารานิ อคุตฺตานิ จ ภิกฺขุโน ความวาภิกษุใดไมป ด ทวารอนั มใี จเปนท่ี ๖ เหลานดี้ วยประตู คอื สติ เพราะถึงความประมาทโดยปราศจากสต.ิ บทวา โภชนมฺหิ ฯเปฯ อธิคจฉฺ ติ ความวาภิกษนุ น้ั ไมรูประมาณในโภชนะตามนัยที่กลาวแลว และเวนการสาํ รวมในอนิ ทรยี ท ้งั หลาย ยอมถึงความทุกขดว ยประการทงั้ ปวง คอื ทุกขก าย ในปจจุบันดว ยโรคเปนตน และในภพหนาตองเขา ถึงทคุ ติ ทุกขใจ ดวยถูกกิเลสมีราคะเปน ตนแผดเผา และดว ยความริษยาและความแคน. เพราะเปน อยางน้นัฉะนั้น บุคคลเชนน้ันมกี ายถกู ไฟทกุ ขแผดเผา มใี จถกู ไฟทกุ ขแผดเผาทง้ั ในโลกน้ีและในโลกหนา ยอ มอยเู ปนทกุ ข ตลอดกาลเปน นจิ ท้งั กลางวนั ท้ังกลางคืนไมม ีอยูอยางเปน สุข ไมจ ําตองพดู ถึงในการไมล วงทกุ ขใ นวัฏฏะกนั ละ. จบอรรถกถาปฐมภิกขุสตู รที่ ๑ ๒. ทตุ ยิ ภิกขุสูตร วาดว ยผปู ระกอบดว ยธรรม ๒ ประการอยเู ปนสขุ [๒๐๗] จริงอยู พระสูตรน้ีพระผมู ีพระภาคเจาตรสั แลว พระสตู รนี้พระผมู ีพระภาคเจาผเู ปนพระอรหันตตรสั แลว เพราะเหตนุ ัน้ ขาพเจาไดสดบัมาแลววา ดกู อ นภิกษุท้ังหลาย ภิกษุผูประกอบดวยธรรม ๒ ประการ ยอมอยู
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย อติ ิวตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนาที่ 193เปนสุข ไมม คี วามเดือดรอ น ไมมีความคับแคน ไมมีความเรารอ นในปจจุบนัเมอื่ ตายไปพงึ ไดส คุ ติ ธรรม ๒ ประการเปน ไฉน คือ ความเปน ผคู ุมครองทวารในอนิ ทรยี ทง้ั หลาย ๑ ความเปน ผจู ักประมาณในโภชนะ ๑ ดกู อ นภกิ ษุท้งั หลาย ภิกษุผูประกอบดวยธรรม ๒ ประการนแ้ี ล ยอมอยเู ปน สุข ไมมีความเดือดรอ น ไมมคี วามคับแคน ไมม คี วามเรา รอ น ในปจ จุบัน เมื่อตายไปพึงหวงั ไดสคุ ต.ิ พระผมู ีพระภาคเจา ไดต รัสเนอ้ื ความน้ีแลว ในพระสูตรนั้น พระผมู ี-พระภาคเจา ตรัสคาถาประพันธดงั นีว้ า ภิกษุไดค มุ ครองดีแลวซึ่งทวารเหลา น้ี คอื ตา หู จมกู ล้นิ กาย และใจ รจู ักประมาณในโภชนะ และสํารวมใน อนิ ทรียท ั้งหลาย ภิกษนุ ้นั ยอมถึงความสุข คือ สุขกาย สขุ ใจ ภกิ ษุเชน นน้ั มกี าย ไมถ กู ไฟ คอื ความทุกขแ ผดเผา มใี จ ไมถ ูกไฟ คือ ความทกุ ข แผดเผา ยอ มอยู เปน สขุ ทั้งกลางวนั กลางคืน. เนอ้ื ความแมน ี้พระผูม ีพระภาคเจา ตรสั แลว เพราะเหตุนั้น ขา พเจาไดสดับมาแลว ฉะน้ันแล. จบทุตยิ ภิกขุสูตรท่ี ๒ ในภิกษสุ ตู รที่ ๒ พึงทราบความโดยตรงกนั ขามกับทก่ี ลา วแลว.
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย อิติวตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนา ที่ 194 ๓. ตปนยี สูตร วาดว ยธรรม ๒ อยางเปนเหตุใหเ ดือดรอน [๒๐๘] จริงอยู พระสูตรนี้พระผมู พี ระภาคเจา ตรสั แลว พระสูตรน้ีพระผูม ีพระภาคเจา ผเู ปน พระอรหนั ตตรัสแลว เพราะเหตนุ ั้น ขาพเจาไดส ดับมาแลว วา ดูกอนภิกษุท้งั หลาย ธรรม ๒ ประการน้ี เปน เหตใุ หเ ดือดรอน๒ ประการเปน ไฉน ดกู อนภกิ ษทุ ้งั หลาย บคุ คลบางคนในโลกนเ้ี ปน ผูไมไ ดทาํ ความดีงามไว ไมไ ดท ํากุศลไว ไมไดท ําบุญอันเปนเครื่องตอตานความขลาดกลัวไว ทาํ แตบ าป ทําอกศุ ลกรรมอันหยาบชา ทาํ อกุศลกรรมอนั กลาแข็งบคุ คลนน้ั ยอมเดอื ดรอนวา เราไมไดท ํากรรมงามดังน้ีบาง ยอมเดือดรอ นวาเราทาํ แตบ าปดังน้ีบาง ดูกอนภิกษุท้งั หลาย ธรรม ๒ ประการนแ้ี ล เปนเหตุใหเดือดรอ น. พระผูมีพระภาคเจา ไดต รสั เนื้อความนี้แลว ในพระสูตรนัน้ พระผมู -ีพระภาคเจา ตรสั คาถาประพนั ธดังนวี้ า บคุ คลผูมปี ญญาทราม กระทํากาย- ทุจรติ วจีทุจรติ มโนทุจริต และอกุศล- ธรรมอยางอืน่ อันประกอบดวยโทษ ไม กระทาํ กศุ ลธรรม กระทาํ แตอกุศลธรรม เปนอนั มาก เมือ่ ตายไปยอมเขา ถงึ นรก. เนือ้ ความแมน ีพ้ ระผมู พี ระภาคเจา ตรัสแลว เพราะเหตุนั้น ขา พเจาไดสดบั มาแลว ฉะนี้แล. จบตปนยี สูตรท่ี ๓
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขุททกนิกาย อติ ิวุตตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนาท่ี 195 อรรถกถาตปนยี สตู ร ในตปนียสตู รท่ี ๓ พงึ ทราบวนิ ิจฉัยดงั ตอ ไปนี้ :- บทวา ตปนียา ความวา ธรรมช่ือวา เปน เหตใุ หเ ดอื ดรอนเพราะเดอื ดรอ น เบยี ดเบียน รบกวน ทัง้ ในโลกนแี้ สะโลกหนา. อกี อยา งหนง่ึ ธรรมช่อื เปน เหตุใหเดือดรอ น เพราะความเดอื นรอ นเปน ทกุ ข ธรรมท้งั หลายหนนุ ใหท กุ ขน้นั เกิด และใหท กุ ขน ้นั เกิดกาํ ลงั ท้งั ในปจ จบุ นั และสมั ปรายภพ. อีกอยางหนง่ึ ช่ือวา ตปนะ เพราะเปน เครื่องเดอื ดรอนอธบิ ายวา ความเดือดรอ นตามแผดเผาในภายหลัง. ชอ่ื วา ตปนยี า เพราะหนุนโดยความเปน เหตุแหงความเดือดรอ นน้นั . บทวา อกตกลยฺ าโณชือ่ วา อกตกลยฺ าโณ เพราะไมท ําความดี ความเจริญ คือ บญุ ไว. สองบทที่เหลือเปนไวพจนของบทวา อกตกลฺยาโณ นนั้ . จริงอยู บญุ ทา นเรียกวา กลั ยาณะ เพราะอรรถวา เจริญ เพราะเกอ้ื กลู ความเปนอยู และเพราะเปนสุขตอไป เรยี กวา กุศล เพราะอรรถวา กําจดั ความนาเกลียดและความชวั่ เปนตน เรียกวา ตอตานความกลัว เพราะอรรถวา ปอ งกนัความกลัวทุกข และความกลวั สงสาร. บทวา กตปาโป ช่อื วา ทําบาปเพราะทํา คอื สัง่ สมแตความชวั่ . สองบทที่เหลอื เปนไวพจนของบทวากตปาโป น่ันเอง. ก็อกุศลกรรมทา นเรยี กวา บาป เพราะอรรถวา ลามกเรยี กวา ลุทฺธ (หยาบูชา) เพราะเปนสภาวะรา ยกาจทง้ั ในขณะทีต่ นยังเปนไปอยู ท้งั ในขณะใหผล และเรยี กวา กิพฺพสิ (กลา แข็ง) เพราะถูกกิเลสประทุษราย. พระผมู พี ระภาคเจา ครนั้ ทรงแสดงโดยธัมมาธิฏฐานวา เทฺว ธมมฺ าตปนยี า ธรรม ๒ ประการเปนเหตุใหเ ดอื ดรอ นดังนแ้ี ลว จงึ ทรงแสดงกศุ ล-ธรรมท่ียงั มไิ ดท ํา และอกศุ ลธรรมทท่ี าํ แลว บดั น้ี เมอ่ื จะทรงแสดงความท่ี
พระสุตตนั ตปฎ ก ขุททกนิกาย อติ วิ ุตตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนา ที่ 196ธรรมเหลานน้ั เปนเหตุใหเดอื ดรอ น จงึ ตรสั วา บุคคลนัน้ ยอมเดือดรอ นวาเราไมไดท ํากรรมดดี ังนีบ้ าง ยอมเตือนวา เราทําแตบาปดงั น้บี าง ดวยประการฉะน.้ี อธิบายวา เขายอมเดอื ดรอ น ยอมเดอื ดรอ นในภายหลงั ยอ มเศราโศกในภายหลงั ดงั น.ี้ ในคาถาทั้งหลายพงึ ทราบความดังตอไปน้.ี ชือ่ วา ทจุ รติ เพราะประพฤตินาเกลียด หรือประพฤตคิ วามชั่วเพราะเนา ดวยกเิ ลส. ประพฤติชว่ัทางกาย หรอื ประพฤตชิ ว่ั เปนไปทางกาย ชอ่ื วา กายทุจริต. แมว จีทุจรติมโนทุจริต ก็พงึ เหน็ อยา งน.้ี อนึ่ง กายทจุ รติ เปน ตนเหลาน้ี ทา นประสงคเอากรรมบถ. บทวา ยฺจฺ โทสสณฺหิต พระผมู ีพระภาคเจาตรสัหมายถึง อกศุ ลกรรมอนั ไมถงึ เปนกรรมบถ. บทนั้นมีอธิบายดงั ตอไปน้ีและอกุศลกรรมอยา งอื่น ยอ มนับวา เปน กายกรรมเปนตน ไมไ ดโ ดยตรงเพราะยงั ไมถ ึงความเปน กรรมบถ ชอ่ื วา ประกอบดวยโทษ เพราะเกี่ยวของกบั กิเลสมีราคะเปนตน กระทาํ อกุศลกรรมแมนัน้ . บทวา นิรย ไดแ กทคุ ตแิ มท ง้ั หมดทไ่ี ดช ื่อวา นรก เพราะอรรถวาไมมคี วามยนิ ดี หรือเพราะอรรถวาไมม ีความพอใจ หรอื นิรยทุกขในสุคติทงั้หมดเพราะหามสขุ คือ ความเจริญ. พึงเหน็ ความในบทนีอ้ ยางนีว้ า บุคคลนั้น คือ บุคคลเชน น้นั ยอ มเขา ถงึ เชน นี้. อนึ่ง ในสตู รนี้ ควรกลา วถงึ เร่อื งของบคุ คลเหลา น้ี คือ นันทโคฆาตกะสองพ่นี อ ง คนหน่งึ ช่อื นนั ทยกั ษ คนหนึง่ ช่ือ นันทมาณพ โดยเปน เหตทุ ี่ใหเดือดรอน เพราะกายทจุ ริต. เรอ่ื งมีอยูวา สองพนี่ อ งน้นั ฆาแมโคแลว แบงเนื้อออกเปน สองสวน.แตน นั้ คนนองพูดกะคนพว่ี า ฉันมลี ูกมาก พ่ีจงใหไสใหญเ หลาเหลานแี้ กฉ นั เถดิ .
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขุททกนิกาย อติ ิวตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนาที่ 197ทีนน้ั พช่ี ายพดู กะนอ งชายนน้ั วา เนื้อทงั้ หมดแบง ออกเปน สองสว นแลว เจา จะเอาอะไรอกี เลา จึงตนี องชายตาย. พชี่ ายหันกลับดูนองชายเหน็ ตายแลว เกิดเสยีใจวาเราทํากรรมหนักนักเราฆา นองชายโดยไมใชเหตเุ ลย. พีช่ ายเกิดความเดือดรอนอยา งแรงกลา. เขานึกถงึ กรรมน้นั ท้งั ในท่ียืนทัง้ ในทีน่ ง่ั ยอ มไมไดความผอ งใสใจเลย. แมการกิน การด่มื การเคย้ี วของเขาก็มไิ ดแผค วามอรอยไปในรา งกายเลย ไดป รากฏเพยี งหนังหุมกระดูกเทานน้ั . ลาํ ดบั น้นั พระเถระรูปหน่ึงไดถามเขาวา ดูกอ นอุบาสก ทา นซบู ซดี เหลอื เกนิ มีเพียงหนังหมุ กระดูกเทา น้นัทา นเปนโรคอะไร หรอื มีกรรมอะไรทท่ี าํ ใหทานเดือดรอน. เขาไดส ารภาพเร่ืองราวทัง้ หมด. ลําดบั นัน้ พระเถระกลาวแกเ ขาวา ดกู อ นอบุ าสก ทานทํากรรมผดิ ในทีไ่ มน า จะผดิ ไวห นกั มาก. ดวยกรรมนนั่ แลเขาตายไปเกดิ ในนรก. เดอื ดรอนเพราะวจที ุจริตควรกลาวถงึ เรื่อง สุปปพทุ ธสกั กะ โกกาลิกะและนางจญิ จมาณวกิ าเปนตน. เดอื ดรอ นเพราะมโนทจุ รติ ควรกลา วถงึ เรือ่ งจกุ กณะและวัสสัคคญั ญะเปนตน . จบอรรถกถาตปนยี สูตรที่ ๓ ๔. อตปนยี สตู ร วา ดวยธรรม ๒ ประการไมเ ปนเหตุใหเดือดรอ น [๒๐๙] จรงิ อยู พระสูตรน้พี ระผูมพี ระภาคเจา ตรสั แลว พระสูตรน้ีพระผมู ีพระภาคเจา ผูเปน พระอรหันตตรัสแลว เพราะเหตนุ ้นั ขา พเจา ไดส ดับมาแลววา ดูกอ นภิกษุทัง้ หลาย ธรรม ๒ ประการนี้ ไมเปน เหตใุ หเดือดรอน๒ ประการเปนไฉน ดกู อนภกิ ษุทงั้ หลาย บุคคลบางคนในโลกนเี้ ปนผูไดท ําความดงี ามไว ทํากุศลไว ไดทําบุญอนั เปน เครอื่ งตอตา นความขาดกลวั ไว
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนิกาย อิตวิ ุตตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนาที่ 198ไมไดท าํ บาป ไมไดท ําอกศุ ลกรรมอันหยาบชา ไมไดทําอกุศลกรรมอันกลาแขง็ บุคคลนัน้ ยอมไมเ ดอื ดรอ นวา เราไดทํากรรมอนั ดีงามดังนี้บา ง ยอมไมเดอื ดรอ นวา เราไมไดท าํ บาปดงั น้บี าง ดกู อนภกิ ษุท้ังหลาย ธรรม ๒ ประการน้แี ล ไมเปนเหตใุ หเดือนรอ น. พระผูมพี ระภาคเจาไดตรัสเนื้อความนแ้ี ลว ในพระสูตรนัน้ พระผูม-ีพระภาคเจา ตรัสคาถาประพนั ธด ังน้วี า บคุ คลผูมีปญ ญา ละกายทจุ รติ วจ-ี ทจุ รติ มโนทุจริต และไมก ระทาํ อกศุ ล- กรรมอยางอืน่ ใด อันประกอบดวยโทษ กระทําแตกศุ ลกรรมเปน อันมาก เม่อื ตาย ไปยอมเขา ถงึ สวรรค. เนอ้ื ความแมน ีพ้ ระผมู ีพระภาคเจาตรัสแลว เพราะเหตุนน้ั ขาพเจาไดสดบั มาแลว ฉะนี้แล. จบอตปนยี สตู รที่ ๔ ในอรรถกถาอตปนยี สตู รที่ ๔ พงึ ทราบเนอ้ื ความโดยตรงกนั ขา มกบัทก่ี ลา วแลว ในอรรถกถาตปนียสูตรท่ี ๓.
พระสุตตนั ตปฎก ขุททกนิกาย อติ ิวตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนาที่ 199 ๕. ปฐมสลี สตู ร วา ดวยศลี และทิฏฐอิ นั ลามก [๒๑๐] จรงิ อยู พระสตู รนีพ้ ระผูมพี ระภาคเจา ตรัสแลว พระสตู รน้ีพระผูมพี ระภาคเจาเปน พระอรหันตตรัสแลว เพราะเหตุนั้น ขาพเจา ไดส ดบัมาแลววา ดูกอนภิกษุทง้ั หลาย บุคคลผปู ระกอบดวยธรรม ๒ ประการ อนักรรมของตนซดั ไปในนรก เหมอื นถูกนํามาทิง้ ลงฉะนัน้ ธรรม ๒ ประการเปนไฉน คอื ศลี อนั ลามก ๑ ทฏิ ฐิอันลามก ๑ ดกู อ นภิกษทุ ั้งหลาย บคุ คลผปู ระกอบดวยธรรม ๒ ประการนแี้ ล อนั กรรมของตนซัดไปในนรก เหมือนถูกนํามาทิง้ ลงฉะนั้น. พระผมู พี ระภาคเจาไดตรัสเน้ือความน้แี ลว ในพระสตู รนัน้ พระผมู ีพระภาคเจา ตรสั คาถาประพนั ธด งั นว้ี า นรชนใดผมู ปี ญญาทราม ประกอบ ดว ยธรรม ๒ ประการนี้ คอื ศีลอนั ลามก ๑ ทฏิ ฐอิ นั ลามก ๑ นรชนน้นั เมอ่ื ตายไป ยอมเขา ถงึ นรก. เน้อื ความแมน ้ีพระผูม พี ระภาคเจา ตรสั แลว เพราะเหตุนน้ั ขา พเจาไดสดบั มาแลว ฉะนี้แล. จบปฐมสลี สูตรที่ ๕
พระสุตตนั ตปฎ ก ขุททกนกิ าย อิตวิ ตุ ตก เลม ๑ ภาค ๔ - หนา ท่ี 200 อรรถกถาปฐมสีลสูตร ในปฐมสลี สตู รท่ี ๕ พึงทราบวนิ จิ ฉัยดงั ตอไปนี้ :-บทวา ปาปเกน สีเลน ความวา อาจารยทั้งหลายกลาววา ความไมส ํารวมอันทําใหศลี ขาด ช่ือวา ศีลลามก. ในบทน้นั ผิวา ความไมส าํ รวมเปนศลีเหมือนกนั ไซร เพราะความเปน ผทู ุศีล ศลี น้ัน จะเรียกวา ศีลอยางไร.ในบทน้นั มอี ธบิ ายดังตอ ไปน.้ี ทา นกลา วสิ่งที่ไมเหน็ ในโลกวา เหน็ หรอื ผูไมมีศลี วา เปนผมู ีศลี ดงั น้ีฉนั ใด แมในขอ นีท้ านก็เรยี กไมมศี ีลก็ดี ไมส าํ รวมก็ดี วา ศลี ฉนั นน้ั . อีกอยา งหนึ่ง เรียกชือ่ วา ศลี มีอยูแ มใ นอกศุ ลธรรมทัง้ หลาย เพราะบาลีวา ดกู อนคฤหบดี ก็ศลี เปน อกศุ ล กายกรรมเปนอกศุ ล วจกี รรมเปน อกุศลอาชวี ะเปนอกุศล เปนไฉนดงั น้ี เพราะฉะน้นั ความประพฤตชิ อบทงั้ หมดเปนปกติ เหมือนสาํ เรจ็ ตามสภาพ ดว ยความคนุ เคย ทา นกเ็ รยี กวา ศีล. บทวาปาปเกน สีเลน พระผูมีพระภาคเจาตรสั หมายถึงอกุศลอนั ลามก เพราะอรรถวา ไมเ ปน ความฉลาดเลย. บทวา ปาปก าย ทฏิ ิยา ไดแ ก มจิ ฉา-ทฏิ ฐิทั้งหมดอนั ลามก. แตโดยความพิเศษ ทฏิ ฐิ ๓ อยางเหลา น้ี คือ อเหตกุ ทฏิ ฐิ(ความเห็นวาหาเหตมุ ิได) ๑ อกิริยทฏิ ฐิ (ความเห็นวา ไมเ ปน อนั ทาํ ) ๑นัตถกิ ทิฏฐิ (ความเหน็ วา ไมม ี) ๑ ลามกกวา . ในบทนัน้ บคุ คลผปู ระกอบดวยศลี อันลามกเปน ผวู ิบัติดว ยปโยคะ (ความขวนขวายชอบ) บุคคลผปู ระกอบทิฏฐอิ นั ลามก เปนผูวบิ ตั ิดวยอาสยะ (อธั ยาศัย) บคุ คลผูวิบตั ิดว ยปโยคะและอาสยะเปนผูตกนรกโดยแท. สมดังทพ่ี ระผูม พี ระภาคเจา ตรสั ไวว า ดูกอ นภกิ ษุทัง้ หลายบคุ คลผปู ระกอบดว ยธรรม ๒ ประการน้แี ล อนั กรรมของตนซัดไปในนรกเหมอื นถูกนาํ มาทงิ้ ลงฉะนน้ั .
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 741
- 742
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 742
Pages: