พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนกิ าย มหานิทเทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ท่ี 603การหลบั การต่ืน การพูด การนง่ิ แมด ว ยเหตุอยางนี้ดังน้ี จงึ ชอื่ วาทําปญญาไวเบอ้ื งหนา. คาํ วา มปี ต ิงาม ความวา ปติ ปราโมทย ทเ่ี กิดขนึ้ ดว ยความสามารถแหง พุทธานุสสติ ชือ่ วา ปติงาม ปต ิ ปราโมทย ที่เกิดขน้ึ ดวยสามารถธรรมานสุ สติ... สงั ฆานสุ สต.ิ .. สีลานสุ สติ... จาคานสุ สติ...เทวดานุสสติ...อานาปานสติ... มรณานสุ สต.ิ .. กายคตาสติ... อปุ สมานสุ สติชอ่ื วา ปต ิงาม เพราะฉะนัน้ จึงชือ่ วา ภิกษทุ ําปญ ญาไวเบอ้ื งหนามปี ต ิงาม. วาดวยอนั ตราย ๒ อยาง [๙๕๔] ช่ือวา อันตราย ในคาํ วา พึงขมอันตรายเหลา น้นัไดแ ก อนั ตราย ๒ อยาง คือ อันตรายปรากฏ อนั ตรายปกปด ๑ ฯลฯอนั ตรายเหลา น้ี ช่ือวา อันตรายปรากฏ ฯลฯ อนั ตรายเหลานี้ ช่ือวาอันตรายท่ปี กปด ฯ ล ฯ เพราะอรรถวา เปน ที่แหงอกศุ ลธรรมทั้งหลายแมอยางนี้ จงึ ช่อื วา อันตราย. คาํ วา พงึ ขมอนั ตรายเหลาน้นั ความวาพึงขม ปราบปราม ครอบงาํ กาํ จดั ยาํ่ ยี ซ่งึ อนั ตรายเหลา นน้ั เพราะฉะนั้น จงึ ช่อื วา พงึ ขม อันตรายเหลา น้นั เสีย. [๙๕๕] ชื่อวา ความไมย ินดี ในคาํ วา พงึ ปราบความไมยนิ ดีในทา นอนอันสงัด คือ ความไมย ินดี ความไมชอบใจ ความไมยินดยี ิ่งความไมย นิ ดเี ฉพาะ ความเบอ่ื ความระอา. คาํ วา ในท่นี อนอนั สงัดความวา พึงปราบ ขม ครอบงาํ กําจดั ย่าํ ยี ซ่งึ ความไมย นิ ดีใน
พระสุตตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย มหานิทเทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนาที่ 604เสนาสนะอนั สงดั หรอื ในธรรมทงั้ หลายอนั เปน อธิกุศลอืน่ ๆ เพราฉะนัน้จงึ ชอื่ วา พงึ ปราบความไมย นิ ดีในทีน่ อนอันสงัด. [๙๕๖] คาํ วา พงึ ปราบธรรมอันเปน ท่ตี ้งั แหงความราํ พนั ๔ อยางความวา พงึ ปราบ ขม ครอบงาํ กาํ จัด ย่าํ ยี ซ่งึ ธรรมอันเปน เหตุแหง ความรําพัน ๔ อยา ง เพราะฉะน้นั จงึ ช่อื วา พงึ ปราบธรรมอนั เปนเหตแุ หงความรําพัน ๔ อยาง เพราะเหตุนั้น พระผมู ีพระภาคเจาจึงตรัสวา ภิกษุทําปญญาไวเบอ้ื งหนา มปี ตงิ าม พงึ ขมอันตราย เหลา นนั้ พงึ ปราบความไมยนิ ดีในทนี่ อนอันสงัด พึง ปราบธรรมอนั เปน ท่ตี ง้ั แหง ความรําพนั ๔ อยา ง. [๙๕๗] เราจกั ฉันอะไร เราจกั ฉันทไ่ี หน วันนเ้ี รานอนลําบาก หนอ พรุง น้เี ราจกั นอนที่ไหน ภกิ ษผุ เู สขะ พึงบาํ บดั เสยี ซงึ่ วติ กเหลานี้อันเปนท่ตี ง้ั แหงความรําพัน พงึ เปน ผู ไมม กี ังวลทองเท่ียวไป. วา ดวยความวิตกอันเปน ท่ีตงั้ ความราํ พนั [๙๕๘] คาํ วา เราจกั ฉนั อะไร ในคําวา เราจกั ฉันอะไร เราจกัฉนั ท่ีไหน ความวา เราจกั ฉนั อะไร คือ ขา วสุก ขนมสด ขนมแหงปลา หรอื เนื้อ เพราะฉะน้ัน จงึ ชอ่ื วา เราจกั ฉันอะไร. คําวา เราจักฉนั ทีไ่ หน ความวา เราจกั ฉนั ทไี่ หน คอื ในสกุลกษตั รยิ สกุลพราหมณ
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย มหานทิ เทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ท่ี 605สกลุ แพศย หรือสกลุ ศูทร เพราะฉะนน้ั จงึ ชอ่ื วา เราจกั ฉนั อะไรเราจกั ฉันทไ่ี หน. [๙๕๙] คําวา วันนี้เรานอนลําบากหนอ พรงุ นี้เราจักนอนทไ่ี หนความวา คนื นเ้ี รานอนลําบากบนแผนกระดาน บนเสือ่ บนทอ นหนังบนเครื่องลาดดว ยหญา บนเครอ่ื งลาดดวยใบไม หรอื บนเครื่องลาดดวยฟางคืนพรงุ นเี้ ราจกั นอนสบายทีไ่ หน คอื ที่เตยี ง ที่ตง้ั ทีฟ่ กู ที่หมอน ทว่ี หิ ารทเ่ี รอื นมหี ลังคาแถบเดยี ว ทป่ี ราสาท ท่ีเรอื นมหี ลงั คาโลน หรอื ทถี่ ้าํเพราะฉะน้นั จึงช่อื วา วนั น้เี รานอนลําบากหนอ พรงุ นเี้ ราจกั นอนท่ีไหน. [๙๖๐] คําวา ซึ่งวติ กเหลานี้อันเปนท่ตี งั้ แหงความรําพนั ความวา ซ่งึ วิตกอนั ปฏิสงั วยุตดว ยบณิ ฑบาต ๒ อยาง ซ่ึงวิตกอันปฏสิ ังยตุ ดวยเสนาสนะ ๒ อยาง อนั เปน ทตี่ ง้ั แหงความรําพนั คือ เปน ฐานแหงความปรับทุกข เปนมลู ฐานแหงความรําพนั เพราะฉะนนั้ จงึ ชอื่ วา ซึง่ วิตกเหลานอี้ ันเปนทต่ี ัง้ แหง ความราํ พนั . อธิบายคาํ วา เสขะและคําวาศกึ ษา [๙๖๑] ชอื่ วา เสขะ ในคําวา ภกิ ษผุ ูเสขะพงึ บําบดั เสีย พงึเปนผไู มม กี งั วลทองเที่ยวไป ความวา เพราะเหตไุ รจงึ เรียกวา เสขะเพราะศึกษาจงึ ช่อื วา เสขะ ศึกษาอะไร ศกึ ษาอธศิ ีลบา ง ศกึ ษาอธิจติ บา ง ศึกษาอธิปญญาบาง อธิศีลสิกขาเปน ไฉน ฯลฯ นช้ี ื่อวาอธปิ ญ ญาสกิ ขา. ภิกษุคํานึงถึงสิกขาสมมติน้ี ก็ชื่อวา ศกึ ษา รูก ็ช่อื วาศึกษา เห็นก็ชือ่ วา ศึกษา พจิ ารณาก็ช่อื วา ศกึ ษา ต้ังจติ กช็ ่ือวา ศกึ ษา
พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย มหานทิ เทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนาที่ 606นอมใจไปดวยศรทั ธากช็ ่ือวา ศึกษา ประคองความเพยี รกช็ ่อื วา ศึกษาเขา ไปตั้งสติกช็ ื่อวา ศึกษา ตัง้ จติ ไวก ช็ ่ือวา ศกึ ษา รชู ดั ดวยปญ ญาก็ชอ่ื วาศึกษา รูยิง่ ธรรมที่ควรรูย่ิงกช็ ื่อวา ศึกษา กําหนดรธู รรมทค่ี วรกําหนดรูกช็ ือ่ วา ศึกษา ละธรรมที่ควรละกช็ ื่อวา ศกึ ษา ทาํ ใหแ จง ซง่ึ ธรรมที่ควรทาํ ใหแ จงก็ช่ือวา ศกึ ษา เจริญธรรมท่ีควรเจรญิ กช็ ื่อวา ศึกษา คอืยอ ม ประพฤตเิ อือ้ เฟอ ยอ มประพฤติเอือ้ เฟอ ดวยดี ยอ มสมาทานศึกษาเพราะเหตุนัน้ จงึ เรียกวา เสขะ ภกิ ษุผเู สขะศึกษาแมอ ธิศีล แมอธิจติแมอธิปญญา เพอื่ บําบดั กําจัด ละเวน สงบ สละคนื ระงับเสียภกิ ษุผเู สขะเมอื่ นึกถึงสิกขา ๓ นก้ี ็พึงศึกษา เม่อื รกู ็พึงศกึ ษา ฯลฯ เมื่อทําใหแ จงซง่ึ ธรรมทคี่ วรทําใหแ จง กพ็ งึ ศึกษา คอื พึงประพฤตเิ อ้อื เฟอประพฤติเอื้อเฟอ ดว ยดี สมาทานประพฤติ เพราะฉะนนั้ จึงช่ือวา ภกิ ษุผูเสขะพงึ บําบดั เสยี . วา ดว ยการเทีย่ วไปโดยไมม กี งั วล [๙๖๒] คาํ วา พงึ เปนผไู มมกี ังวลทองเท่ียวไป ความวา ภิกษุเปนผูมกี ังวลทอ งเท่ียวไปอยา งไร ภกิ ษุบางรูปในธรรมวินัยน้เี ปน ผปู ระ-กอบดว ยความกังวลสกุล ดวยความกงั วลคณะ ดวยความกงั วลอาวาสดว ยความกงั วลจวี ร ดว ยความกงั วลบิณฑบาต ดว ยความกังวลเสนาสนะดวยความกังวลคิลานปจ จยั เภสชั บริขาร ภกิ ษเุ ปนผูมกี งั วลทอ งเที่ยวไปอยา งน.้ี ภกิ ษุเปนผไู มม กี ังวลทอ งเท่ยี วไปอยางไร ภิกษใุ นธรรมวนิ ัยนี้ไมเปนผูประกอบดวยความกังวลสกลุ ไมเ ปน ผปู ระกอบดว ยความกงั วล
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย มหานทิ เทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนาที่ 607คณะ อาวาส จวี ร บิณฑบาตเสนาสนะ และคลิ านปจ จยั เภสัชบริขาร ภกิ ษุเปน ผูไมมกี งั วลทองเท่ียวไปอยางน้.ี สมจริงดังภาษิตวา ภิกษุทงั้ หลายไปมคธรฐั ไปโกศลรฐั มอี ยู ภกิ ษุท่ี ไปมคธรฐั บางพวก เทย่ี วไปตางหมู แตว ชั ชภี ูมิ เปน ผู ไมมีกังวลยู ความเท่ียวไปใหประโยชนส ําเร็จ ความ เท่ยี วไปดีใหป ระโยชนส ําเรจ็ ความเปน ผูไมก งั วลอยู ให ประโยชนสาํ เร็จทุกเม่ือ การถามถึงประโยชนเปนกรรม ของผขู ยัน นนั่ เปนความเสมอกนั แหง ความไมกงั วล ดงั น้.ีเพราะฉะนนั้ จงึ ชือ่ วา ภิกษุผูเสขะพึงบาํ บดั เสีย พึงเปน ผไู มม กี งั วลทองเที่ยวไป เพราะฉะน้นั พระผูม ีพระภาคจึงตรัสวา เราจกั ฉนั อะไร เราจกั ฉนั ทไ่ี หน วนั นเ้ี รานอนลําบาก หนอ พรุงนเี้ ราจกั นอนทีไ่ หน ภกิ ษผุ เู สขะพึงบําบัดเสยี ซ่ึงวติ กเหลา นี้ อันเปนทต่ี ง้ั แหงความราํ พนั พึงเปน ผู ไมมีกงั วลทอ งเที่ยวไป. [๙๖๓] ภิกษุน้นั ในธรรมวินัย ไดอ าหารและเคร่อื งนุงหมใน กาล พึงรูจกั ประมาณเพอื่ สนั โดษ ภิกษุนน้ั สาํ รวมใน ปจ จัยเหลานน้ั เปน ผสู ํารวมเทีย่ วไปในบาน แมถ ูกเขาดา กไ็ มค วรกลา ววาจาหยาบ.
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย มหานิทเทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนาท่ี 608 วาดวยไดอาหารและเคร่ืองนงุ หม โดยธรรม [๙๖๔] ช่ือวา อาหาร ในคาํ วา ไดอ าหารและเครือ่ งนงุ หมในกาล คือขาวสุก ขนมสด ขนมแหง ปลา เนือ้ . ชอ่ื วา เคร่อื งนุงหมไดแ กจ ีวร ๖ ชนดิ คือ ผาเปลอื กไม ผาฝา ย ผา ไหม ผา ขนสตั ว ผา ปา นผาดายเจอื ไหม. คําวา ไดอาหารและเคร่ืองนุงหม ในกาล ความวาภิกษุนน้ั ไดจวี รและบิณฑบาต มิใชไดด วยการหลอกลวง มใิ ชไ ดด ว ยการพดู เลียบเคียง มใิ ชไ ดด วยการบอกใบ มใิ ชไดดว ยความกําจดั คณุ เขามิใชไดดว ยการแสวงหาลาภดว ยลาภ มิใชไ ดดวยการใหฟน มใิ ชไ ดดวยการใหไมไผ มใิ ชไดดวยการใหใบไม มใิ ชไดด ว ยการใหด อกไม มใิ ชไดด วยการใหผลไม มิใชไดด วยการใหเ คร่อื งอาบนํ้า มิใชไดด ว ยการใหจุรณ มิใชไ ดดว ยการใหด ินเหนียว มิใชไ ดดวยการใหไ มสีฟน มใิ ชไดดวยการใหน้าํ บวนปาก มิใชไ ดด ว ยคาํ พูดมงุ ใหเ ขารักตน มิใชไดดว ยถอ ยคาํ เหลวไหลดงั แกงถ่ัว มใิ ชไ ดด วยกริ ยิ าประจบเขา มิใชไดดวยความเปนผนู งั่ บนตั่ง (ดวยความตสี นทิ เขา) มิใชไดด วยวชิ าดพู ื้นท่ี มใิ ชไ ดดว ยติรัจฉานวิชา มใิ ชไดดวยองั ควชิ า (รจู กั ลกั ษณะดีรายของหญิงชาย) มใิ ชไดดวยนกั ขัตวิชา (รูจ กั ฤกษยาม) มใิ ชไดดวยการเดนิ เปน ทูต มิใชไดดวยความเปนผรู บั ใช มใิ ชไ ดด วยความเปน ผูเดินสาสน มิใชไดดว ยเวชกรรม มใิ ชไดดว ยนวกรรม มิใชไดดวยการใหก อ นขา วและกอนขาวตอบแทน มิใชไ ดด ว ยการใหและการเพม่ิ ให ไดร ับไดเฉพาะ โดยธรรมสมา่ํ เสมอ เพราะฉะนัน้ จงึ ช่อื วา ไดอ าหารและเครอื่ งนงุ หม ในกาล.
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย มหานิทเทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ท่ี 609 ความรูจกั ประมาณ ๒ อยา ง [๙๖๕] คําวา ภกิ ษนุ ัน้ พึงรจู ักประมาณ ในคําวา ภกิ ษุนน้ั ในธรรมวนิ ัยน้.ี .. พงึ รูจกั ประมาณเพ่อื สันโดษ ความวา รจู ักประมาณโดยเหตุ ๒ อยาง คอื รจู กั ประมาณโดยการรับ ๑ รูจักประมาณโดยการบริโภค ๑. ภิกษุรูจกั ประมาณโดยการรับอยางไร เมอ่ื ทายกถวายส่งิ ของแมนอย ภิกษกุ ร็ บั เพ่ือความเอน็ ดูแกสกุล เพื่อความรักษาสกุล เพื่ออนุเคราะหแกสกลุ เมอื่ ทายกถวายสงิ่ ของแมม าก ภิกษรุ ับจวี รพอบรหิ ารกาย รับบิณฑบาตพอบรหิ ารทอง ภิกษรุ จู กั ประมาณโดยการรับอยา งน.ี้ ภิกษรุ ูจ กั ประมาณโดยการบริโภคอยา งไร ภกิ ษุพิจารณาโดยอุบายอันแยบคายแลวจงึ ใชจ วี ร เพือ่ บาํ บดั ความหนาว เพอื่ บาํ บดั ความรอ น เพ่อื บาํ บดั สมั ผสั แหงเหลือบ ยุง ลม แดดและสัตวเ สือกคลานเพือ่ จะปกปด อวยั วะทีใ่ หค วามละอายกาํ เริบ เปนกาํ หนดเทา นัน้ ภิกษุพิจารณาโดยอุบายอันแยบคายแลว จึงฉนั บิณฑบาต ไมฉันเพ่อื เลน ไมฉันเพอื่ เมา ไมฉนั เพอื่ ประดบั ไมฉ นั เพื่อตกแตง ฉันเพ่อื ความดํารงกายนี้เพื่อใหกายนเ้ี ปนไป เพอ่ื เวนความลําบากแหงกายน้ี เพอื่ อนุเคราะหแ กพรหมจรรย ดว ยมนสกิ ารวา เราจะบาํ บดั เวทนาเกา จักไมใหเวทนาใหมเกิดข้นึ ความเปน ไปสะดวก ความไมม โี ทษ ความผาสกุ จกั มีแกเ ราดังน้ี เปน กาํ หนดเทาน้นั ภิกษุพิจารณาโดยอบุ ายอันแยบคาย แลวจงึเสพเสนาสนะ เพ่ือบาํ บดั ความหนาว เพื่อบาํ บัดความรอ น เพ่ือบําบดัสัมผัสแหง เหลือบ ยงุ ลม แดดและสัตวเสอื กคลาน เพือ่ ความบรรเทา
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย มหานทิ เทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ท่ี 610อนั ตรายอนั เกดิ แตฤ ดู เพ่อื ความยินดใี นความหลกี เรน เปนกําหนดเทานั้น ภกิ ษุพิจารณาโดยอบุ ายอันแยบคายแลวจึงใชคิลานปจ จยั เภสัช-บรขิ าร เพอ่ื บาํ บดั ทุกขเวทนา อนั เกดิ เพราะธาตกุ าํ เรบิ ซึ่งเกิดขนึ้ แลวเพ่อื ความลําบากเปนอยา งย่ิงเปนกาํ หนดเทาน้นั ภิกษรุ จู กั ประมาณโดยการบรโิ ภคอยา งน้ี. คําวา ภกิ ษนุ ้นั พึงรูจักประมาณ คอื รู รูท ่ัว รแู จง รแู จงเฉพาะแทงตลอด ซึง่ ประมาณ โดยเหตุ ๒ อยา งน้ี เพราะฉะนัน้ จงึ ชอื่ วาภิกษุนั้นพึงรูจกั ประมาณ. [๙๖๖] คําวา ในธรรมวนิ ัยน.้ี .. เพอ่ื สนั โดษ ความวา ภกิ ษใุ นธรรมวนิ ัยนี้ เปน ผูสนั โดษดว ยจวี ร และกลา วคณุ แหง ความสนั โดษดวยจวี รตามมีตามได ทั้งไมถงึ ความแสวงหาผิดอันไมส มควรเพราะเหตุแหงจีวร ไมไ ดจีวรก็ไมส ะดงุ และไดจ วี รแลวกไ็ มต ิดใจ ไมห ลง ไมพวั พันเห็นโทษ มปี ญญาเปนเคร่ืองสลดั ทุกข บรโิ ภคอยู ไมย กตน ไมขม ผอู นื่ดวยความสนั โดษดวยจวี รตามมีตามไดนั้น กภ็ กิ ษุใดเปนผขู ยัน ไมเกียจคราน มีความรสู ึกตัว มีสติ ในจวี รสนั โดษนน้ั ภิกษุนีเ้ รยี กวาเปน ผดู าํ รงอยใู นวงศของพระอรยิ ะทท่ี ราบกนั วาเปนวงศเลิศ อันมีมาแตโบราณ. อกี ประการหนึง่ ภกิ ษสุ ันโดษดวยบิณฑบาตตามมตี ามได และกลา วคุณแหง ความสนั โดษดวยบิณฑบาตตามมีตามได ทั้งไมถึงความแสวงหาผิดอันไมส มควรเพราะเหตุแหง บณิ ฑบาต ไมไดบิณฑบาตกไ็ มสะดงุ และไดบิณฑบาตแลว ก็ไมต ดิ ใจ ไมห ลง ไมพวั พนั เหน็ โทษมปี ญญาเปนเคร่อื งสลัดทุกข บริโภคอยู ไมย กตน ไมขม ผอู น่ื ดว ยความ
พระสตุ ตนั ตปฎก ขทุ ทกนิกาย มหานทิ เทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนาที่ 611สนั โดษดว ยบิณฑบาตตามมีตามไดน้นั กภ็ กิ ษุใดเปนผูขยัน ไมเ กยี จครานมคี วามรูส ึกตัว มสี ติ ในบณิ ฑบาตสันโดษนนั้ ภกิ ษุนเ้ี รียกวา เปน ผูดํารงอยใู นวงศข องพระอริยะท่ที ราบกันวา เปนวงศเลศิ อันมีมาแตโบราณ อกี ประการหนง่ึ ภกิ ษุสนั โดษดวยเสนาสนะตามมตี ามได และกลา วคุณแหงความสนั โดษดว ยเสนาสนะ ทง้ั ไมถงึ ความแสวงหาผดิ อันไมสมควรเพราะเหตุแหง เสนาสนะ ไมไ ดเ สนาสนะก็ไมส ะดุง และไดเสนาสนะแลวกไ็ มตดิ ใจ ไมห ลง ไมพัวพนั เหน็ โทษ มปี ญญาเปน เครื่องสลัดทุกขบริโภคอยู ไมย กตน ไมข มผอู ื่น ดว ยความสนั โดษ ดวยเสนาสนะตามมีตามไดน้ัน ก็ภิกษุใดเปน ผขู ยนั ไมเกยี จครา น มีความรูส ึกตัว มสี ติในเสนาสนะสนั โดษน้ัน ภกิ ษนุ ีเ้ รยี กวา เปนผดู ํารงอยูในวงศแหง พระ-อรยิ ะท่ีทราบกันวาเปนวงศเ ลิศ อนั มมี าแตโบราณ. อีกประการหนึง่ ภกิ ษุสันโดษดวยคลิ านปจจยั เภสชั บรขิ ารตามมีตามได และกลา วคณุ แหงความสันโดษดวยคิลานปจจยั เภสัชบรขิ ารตามมีตามได ท้ังไมถ ึงความแสวงหาผดิ อันไมสมควรเพราะเหตแุ หง คลิ านปจจัยเภสัชบรขิ าร ไมไ ดคลิ านปจจยั เภสชั บริขารกไ็ มส ะดุง ไดค ิลานปจ จัยเภสัชบรขิ ารแลว กไ็ มต ิดใจ ไมหลง ไมพัวพนั เหน็ โทษ มปี ญญาเปนเครื่องสลัดทกุ ข บริโภคอยู ไมยกตน ไมขมผอู ่ืนดว ยความสันโดษดว ยคิลานปจ จัยเภสัชบรขิ ารตามมตี ามไดน นั้ ก็ภกิ ษุใดเปนผขู ยนั ไมเ กียจ-คราน มีความรูส กึ ตวั มีสติ ในคิลานปจจยั เภสัชบริขารสนั โดษนั้น ภกิ ษุน้เี รียกวา เปนผดู าํ รงอยใู นวงศแ หง พระอริยะท่ีทราบกันวา เปนวงศเ ลิศอนั มมี าแตโ บราณ เพราะฉะนั้น จงึ ช่อื วา ภกิ ษนุ ้นั ในธรรมวินยั น้.ี ..พึงรจู กั ประมาณเพื่อสันโดษ.
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนกิ าย มหานิทเทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนาที่ 612 วา ดว ยการสาํ รวม [๙๖๗] คาํ วา ภิกษุนนั้ สาํ รวมในปจ จยั เหลา นนั้ ในคําวา ภิกษุนนั้ สาํ รวมในปจจัยเหลา นนั้ เปน ผูสาํ รวมเที่ยวไปในบาน ความวาสํารวม คมุ ครอง รักษา ระวัง ในจีวร บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปจ จยัเภสชั บรขิ ารแมด วยเหตุอยา งน้ดี งั นี้ จงึ ช่ือวา ภกิ ษุน้ันสาํ รวมในปจ จัยเหลา นน้ั . อกี อยา งหนึง่ ภิกษุน้ันสาํ รวม คุม ครอง รกั ษา ระวังในอายตนะทัง้ หลาย แมดวยเหตุอยางนี้ดงั น้ี จงึ ชือ่ วา ภิกษุน้ันสาํ รวมในปจจัยเหลานั้น. คาํ วา เปน ผสู ํารวมเทีย่ วไปในบา น ความวา เปน ผสู ํารวมระวงั ระวังเฉพาะ คมุ ครอง ครอบครอง รักษา สังวร เทย่ี วไปในบานเพราะฉะน้นั จึงชือ่ วา ภกิ ษุนน้ั สํารวมในปจ จัยเหลานั้น เปน ผูส ํารวมเที่ยวไปในบาน. วาดว ยการไมดาตอบคนท่ดี า [๙๖๘] คําวา แมถ กู เขาดา กไ็ มค วรกลาววาจาหยาบ ความวาถกู เขาดา แชง ดูหมน่ิ เสยี ดสี ตเิ ตียน คอ นวาเขาแลว ไมพึงกลาวตอบผูทก่ี ลา ว ไมพ ึงดาตอบผูทดี่ า ไมพ งึ แชงตอบผทู ี่แชง ไมพ ึงหมายมั่นตอบผทู ่ีหมายมัน่ ดวยถอ ยคําหยาบ กระดาง ไมค วรทาํ ความทะเลาะ ไมควรทาํ ความหมายมนั่ ไมค วรทาํ ความแกง แยง ไมค วรทาํ ความววิ าทไมควรทาํ ความทุมเถียง พงึ ละ บรรเทา ทาํ ใหส ้นิ ไป ใหถ งึ ความไมม ีซง่ึ ความทะเลาะ ความหมายมั่น ความแกง แยง ความวิวาท ความทุมเถยี งพึงเปนผูงดเวน เวนขาด ออก สลัดออก ปลอ ยเสยี ไมเ กยี่ วของซ่งึความทะเลาะ ความหมายมนั่ ความแกงแยง ความววิ าทและความทมุ เถียง
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย มหานิทเทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ที่ 613พงึ เปน ผูมีจติ ปราศจากแดนกเิ ลสอยู เพราะฉะน้นั จงึ ชื่อวา แมถ ูกเขาดา ก็ไมค วรกลาววาจาหยาบ เพราะเหตุนนั้ พระผมู พี ระภาคเจาจงึ ตรัสวา ภิกษนุ นั้ ในธรรมวนิ ยั นี้ ไดอ าหารและเคร่อื งนงุ หม ในกาล พงึ รจู ักประมาณเพ่ือสนั โดษ ภิกษุนัน้ สํารวมใน ปจจยั เหลานนั้ เปนผสู าํ รวมเทย่ี วไปในบาน แมถ กู เขาดา กไ็ มค วรกลา ววาจาหยาบ. [๙๖๙] ภกิ ษุพึงเปน ผูสาํ รวมจักษุ ไมพงึ เปนผโู ลเลเพราะเทา พึงเปนผูขวนขวายในฌาน พงึ เปนผูต่นื อยมู าก พึงเปน ผปู รารภอเุ บกขามจี ติ ตั้งมัน่ และพงึ เขาไปตัดความตรกึ ธรรมที่อาศัยอยแู หง ความตรกึ และความรําคาญ. วา ดวยการสํารวมจักษุ [๙๗๑] พงึ ทราบอธบิ าย ในคาํ วา พึงเปนผสู ํารวมจักษุ ไมพึงเปน ผูโลเลเพราะเทา ดงั ตอ ไปนี.้ ภิกษุเปนผูทอดจักษุไปอยา งไร ภิกษบุ างรูปในธรรมวนิ ยั น้ีเปนผูโลเลเพราะจกั ษุ ประกอบดวยความเปน ผโู ลเลเพราะจกั ษุ คดิ วา เราพงึเห็นรปู ท่ียังไมไดเ หน็ พงึ ผา นเลยรูปท่ีไดเหน็ แลว ดังนี้ จงึ เปนผูป ระกอบเนือง ๆ ซ่งึ ความเทย่ี วไปนาน ซ่งึ ความเท่ยี วไปไมแ นนอน เพ่ือเห็นรูป จากอารามน้ี ไปยังอารามโนน จากสวนนไ้ี ปยังสวนโนน จากบา นนไ้ี ปยงั บา นโนน จากนิคมนไี้ ปยงั นคิ มโนน จากนครนี้ไปยังนครโนน จากแควน นี้ไปยังแควนโนน จากชนบทน้ีไปยังชนบทโนน ภิกษุเปนผทู อดจกั ษุไปแมอยา งน้.ี
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนิกาย มหานทิ เทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ท่ี 614 อกี อยางหนึ่ง ภิกษเุ ขา ไปสูล ะแวกบา น เดินไปตามถนน ไมสาํ รวมเดนิ ไป เดนิ แลดูกองพลชา ง แลดกู องพลมา แลดูกองพลรถ แลดูกองพลเดนิ เทา แลดูพวกสตรี แลดพู วกบรุ ษุ แลดพู วกกมุ าร แลดูพวกกมุ ารี แลดรู านตลาด แลดูหนา มขุ เรอื น แลดขู า งบน แลดขู างลางแลดทู ิศนอยทิศใหญ ภิกษเุ ปนผูทอดจักษุไปแมอ ยางนี้ อกี อยางหนึง่ภิกษเุ หน็ รปู ดว ยจกั แลว ถอื นมิ ติ ถืออนุพยญั ชนะ ยอ มไมปฏิบัติเพ่อื สาํ รวมจกั ขนุ ทรยี ทเ่ี ม่ือไมสาํ รวมแลว จะพึงเปนเหตุใหอกศุ ลธรรมอนั ลามก คอื อภิชฌาและโทมนัสครอบงํานั้น ยอ มไมรักษาจกั ขนุ ทรียไมถ งึ ความสํารวมในจักขนุ ทรีย ภิกษุเปน ผทู อดจักษไุ ปแมอยางน.้ี อนึ่ง เหมอื นอยา งวา ทา นสมณพราหมณจ ําพวกหน่งึ ฉันโภชนะทีเ่ ขาใหด วยศรทั ธาแลว ขวนขวายดูการเลน อันเปนขาศกึ แกก ศุ ลเหน็ปานน้ี คือ การฟอน การขับ การประโคมมหรสพมกี ารรําเปน ตนการเลานยิ าย เพลงปรบมือ ฆอง ระนาด หนงั เพลงขอทาน ไตราวการเลนหนา ศพ ชนชา ง แขง็ มา ชนกระบอื ชนโค ชนแพะ ชนแกะชนไก ชนนกกระทา รํากระบีก่ ระบอง ชกมวย มวยปล้ํา การบ การตรวจพล การจดั กระบวนทัพ กองทัพ ภกิ ษุเปน ผทู อดจกั ษไุ ปแมอยางน้.ี ภิกษเุ ปน ผไู มทอดจกั ษอุ ยา งไร ภิกษุในธรรมวินัยน้ี ไมเปน ผูโลเลเพราะจักษุ ไมป ระกอบดว ยความเปนผโู ลเลเพราะจักษุ ไมค ิดวาเราพึงเหน็ รูปที่ยงั ไมไดเห็น พึงผานเลยรปู ที่ไดเห็นแลว ดงั นี้ เปน ผไู มประกอบเนือง ๆ ซ่ึงความเทยี่ วไปนาน ซง่ึ ความเทย่ี วไปไมแ นน อนเพ่ือเห็นรปู จากอารามนไ้ี ปยังอารามโนน ... จากชนบทนไี้ ปยังชนบท
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย มหานทิ เทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ท่ี 615โนน ภิกษุไมเ ปน ผทู อดจักษไุ ปแมอยางนี้ อีกอยางหนึง่ ภกิ ษเุ ขาไปสูละแวกบาน เดนิ ไปตามทาง ยอมสาํ รวมเดินไป ไมเ ดินแลดูกองพลชา ง ฯลฯ ไมแลดูทศิ นอ ยทิศใหญ ภิกษเุ ปนผูไมท อดจกั ษไุ ปแมอยา งนี้. อกี อยางหนง่ึ ภิกษเุ หน็ รูปดวย จักษแุ ลว ไมถอื นิมติ ไมถอื อนุ-พยญั ชนะ ฯลฯ ยอ มถงึ ความสํารวมในจกั ขุนทรีย ภกิ ษุไมเปน ผทู อดจกั ษไุ ปแมอยา งนี.้ อนึง่ เหมือนอยา งวา ทา นสมณพราหมณจ ําพวกหนึง่ ฉนั โภชนะท่ีเขาใหด ว ยศรัทธาแลว ฯลฯ กองทพั ภกิ ษุเวน ขาดจากดูการเลนอันเปนขา ศกึ แกก ศุ ลเห็นปานนี้ ภิกษุไมเ ปน ผูทอดจกั ษไุ ปแมอยางน้ี เพราะ-ฉะนัน้ จึงช่ือวา ภกิ ษุพึงเปนผูสํารวมจักษุ. วา ดวยไมโลเลเพราะเทา [๙๗๑] พึงทราบอธิบายในคาํ วา ไมพ งึ เปนผูโลเลเพราะเทาดังตอไปน.ี้ ภิกษุเปน ผโู ลเลเพราะเทา อยางไร ภิกษบุ างรปู ในธรรมวินัยน้ีเปน ผูโลเลเพราะเทา ประกอบดว ยความเปน ผโู ลเลเพราะเทา คือ เปน ผูประกอบเนือง ๆ ซึง่ ความเทยี่ วไปนาน ซึ่งความเทยี่ วไปไมแ นนอน จากอารามน้ีไปยังอารามโนน ฯลฯ ภกิ ษุเปนผโู ลเลเพราะเทาแมอ ยา งน้ี. อกี อยางหน่ึง ภิกษุเปนผูโลเลเพราะเทา ประกอบดวยความเปนผูโลเลเพราะเทา ในภายในแหง สังฆาราม ไมใ ชเ ดนิ ไปเพราะเหตแุ หงประโยชน ไมใ ชเดินไปเพราะเหตแุ หงการใหทาํ เปน ผฟู งุ ซา น มีจติ
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขุททกนกิ าย มหานิทเทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ท่ี 616ไมส งบ จากบริเวณนไ้ี ปยงั บรเิ วณโนน ฯลฯ พดู เรอื่ งความเจริญและความเสอ่ื มดวยประการน้นั ๆ ภิกษุเปนผูโ ลเลเพราะเทาแมอ ยางน้ี. คาํ วา ไมเปนผูโลเลเพราะเทา ความวา ภิกษพุ งึ ละ บรรเทาทาํ ใหส้นิ ไป ใหถ งึ ความไมมี ซงึ่ ความเปน ผูโลเลเพราะเทา คือ พงึ เปนผงู ดเวน เวน เวน ขาด ออก สละ พน ไป ไมเก่ียวของ ซ่งึ ความเปน ผูโลเลเพราะเทา พึงเปน ผูมจี ิตปราศจากแดนกเิ ลสอยู พึงเปนผูชอบในความสงัด ยนิ ดใี นความสงัด ขวนขวายในความสงบจิต ณ ภายในไมเหินหางจากฌาน ประกอบดว ยวปิ สสนา เพ่ิมพนู การอยูในเรือนวางเปลา เปนผมู ฌี าน ยนิ ดีในฌาน ขวนขวายในความเปน ผมู จี ติ มีอารมณเปนหน่งึ เปนผูหนักอยูในประโยชนข องตน เพราะฉะน้นั จึงช่อื วาภิกษุพงึ เปนผสู ํารวมจักษุ ไมพ งึ เปน ผโู ลเลเพราะเทา . วา ดว ยผูขวนขวายในฌาน [๙๗๒] คาํ วา พงึ เปนผูข วนขวายในฌาน ในคาํ วา พงึ เปนผูขวนขวายในฌาน เปนผตู ่ืนอยมู าก ความวา เปนผขู วนขวายในฌานดว ยเหตุ ๒ อยาง คือเปน ผูประกอบ ประกอบท่ัว ประกอบโดยเอื้อเฟอมาประกอบดว ยดี เพ่ือความเกิดข้นึ แหงปฐมฌานทีย่ ังไมเกิดข้ึน เพอ่ืความเกดิ ข้นึ แหงทุติยฌานที่ยังไมเ กิดขึน้ เพื่อความเกดิ ขึ้นแหง คติยฌานที่ยงั ไมเกดิ ข้นึ หรอื เพ่ือความเกิดขึน้ แหง จตุตถฌานท่ยี ังไมเกิดขึน้ แมดวยเหตุอยางน้ดี งั นี้ จึงช่อื วา เปน ผขู วนขวายในฌาน.
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนกิ าย มหานทิ เทส เลม ๕ ภาค ๒ - หนา ท่ี 617 อกี อยางหนง่ึ ภกิ ษุซอ งเสพ เจรญิ ทาํ ใหม ากซงึ่ ปฐมฌานท่ีเกดิขึน้ แลว ทตุ ิยฌานทเ่ี กดิ ข้ึนแลว ตตยิ ฌานท่ีเกิดขน้ึ แลว หรอื จตุตถฌานทเ่ี กิดข้นึ แลว แมด วยเหตอุ ยา งนีด้ งั น้ี จงึ ช่ือวา เปน ผขู วนขวายในฌาน. คาํ วา เปน ผูต่ืนอยูม าก ความวา ภิกษใุ นธรรมวินัยน้ี ชาํ ระจติใหบริสทุ ธิ์จากธรรมเปนเครอื่ งกน้ั ดวยการเดนิ จงกรมและการน่งั ตลอดวันชาํ ระจติ ใหบ รสิ ทุ ธ์ิ จากธรรมเปน เครอ่ื งก้ัน ดว ยการเดนิ จงกรมและการนง่ั ตลอดปฐมยามแหงราตรี ยอ มสาํ เร็จสีหไสยา (นอนอยา งราชสหี )โดยขางเบื้องขวา ซอ นเทา เหลื่อมเทา มีสติสัมปชญั ญะ ใสใจถงึ สญั ญาในการลกุ ขึ้น ตลอดมัชฌิมยามแหง ราตรี กลบั ลกุ ขนึ้ แลว ชําระจติ ใหบริสทุ ธ์ิ จากกรรมเปน เคร่อื งกั้น ดวยการเดนิ จงกรมและการนง่ั ตลอดปจ ฉิมยามแหงราตรี เพราะฉะน้ัน จึงชอ่ื วา พงึ เปน ผูขวนขวายในฌานเปน ผูต ่นื อยูมาก. วา ดว ยอเุ บกขา [๙๗๓] ความเพิกเฉย กิริยาทีเ่ พกิ เฉย กริ ยิ าท่ีเพกิ เฉยยง่ิ ความท่ีจติ สงบ ความทจี่ ติ ระงบั ความทีจ่ ิตเปนกลาง ในจตตุ ถฌาน. ชอื่ วาอเุ บกขา ในคําวา พึงเปนผปู รารภอุเบกขามีจิตตง้ั ม่ัน ความหยุดความน่ิง ความแนวแน ความไมกวดั แกวง ความไมฟ ุงซานแหง จติความทม่ี ใี จกวัดแกวง ความสงบ สมาธินทรีย สมาธิพละ สมั มาสมาธิช่อื วา ความเปน ผูมจี ติ ต้ังมั่น. คาํ วา พึงเปน ผูปรารภอุเบกขามจี ติ ตั้งม่ันความวา ปรารภอุเบกขาในจตุตถฌาน เปน ผมู จี ติ มีอารมณเ ปนหน่งึ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 685
Pages: