พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 151ตลอดชีวิต เขายอ มไมร ธู รรม เหมือนทพั พีไมร ูรสแกงฉะนั้น. ๖. ถา วญิ ชู นเขา ไปนงั่ ใกลบ ณั ฑิตแมค รูเดยี วเขายอ มรูแจงธรรมไดฉ ับพลนั เหมือนล้นิ รรู สแกงฉะนน้ั . ๗. ชนพาลท้ังหลาย มปี ญ ญาทราม มีตนเปน ดงั ขา ศกึ เท่ยี วทาํ กรรมลามกซ่ึงมีผลเผด็ รอ นอย.ู ๘. บุคคลทาํ กรรมใดแลว ยอ มเดอื ดรอ นในภายหลัง เปน ผูมีหนา ชุมดว ยนํ้าตา รองไหเ สวยผลของกรรมใดอยู กรรมนั้นอนั บุคคลกระทาํ แลวไมดีเลย. ๙. บคุ คลทาํ กรรมใดแลว ยอมไมเ ดือดรอนในภายหลังเปน ผเู อบิ อ่ิม มีใจดี ยอมเสวยผลของกรรมใด กรรมน้นั แล อนั บคุ คลทาํ แลว เปนกรรมด.ี ๑๐. คนพาลยอ มสําคญั บาปประดจุ นา้ํ ผ้ึง ตราบเทาที่บาปยังไมใหผ ล กเ็ มอ่ื ใดบาปใหผล เมอ่ื น้ันคนพาลยอมประสบทกุ ข. ๑๑. คนพาลพงึ บรโิ ภคโภชนะดวยปลายหญาคาทกุ ๆ เดือน เขายอ มไมถ งึ เส้ียวท่ี ๑๖ แหงทานผูมธี รรมอนั นับไดแลว . ๑๒. ก็กรรมชว่ั อนั บคุ คลทําแลว ยังไมใ หผลเหมอื นนา้ํ นมท่ีรีดในขณะนนั้ ยงั ไมแ ปรไปฉะน้ัน
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ที่ 152บาปกรรมยอมตามเผาคนพาล เหมอื นไฟอันเถากลบไวฉ ะนัน้ . ๑๓. ความรูย อมเกิดแกค นพาล เพียงเพ่อืความฉิบหายเทา นั้น ความรนู ั้นยงั หวั คดิ ของเขาใหตกไป ยอ มฆาสว นสุกกธรรมของคนพาลเสยี . ๑๔. ภิกษุผพู าล พงึ ปรารถนาครามยกยองอนัไมมอี ยู ความแวดลอมในภิกษทุ ง้ั หลาย ความเปนใหญใ นอาวาส และการบชู าในตระกลู แหงชนอื่นความดํารยิ อมเกดิ ขน้ึ แกภิกษผุ พู าลวา คฤหสั ถและบรรพชติ ท้ังสองจงสําคัญกรรมอันเขาทาํ เสรจ็ แลวเพราะอาศยั เราผูเ ดยี ว จงเปน ไปในอํานาจของเขาเทา น้ัน ในกจิ นอ ยใหญก ิจไร ๆ รษิ ยาและมานะยอ มเจรญิ ( แกเธอ). ๑๕. ก็ขอ ปฏบิ ัตอิ นั เขา ไปอาศัยลาภ เปนอยางอน่ื ขอ ปฏบิ ัติอันยังสตั วใหถงึ พระนิพพานเปนอยางอ่นื (คนละอยา ง) ภิกษผุ เู ปนสาวกของพระ-พุทธเจาทราบเนอ้ื ความนนั้ อยางน้แี ลว ไมพ ึงเพลดิ -เพลนิ สักการะ พงึ ตามเจริญวเิ วก. จบพาลวรรคท่ี ๕.
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 153 ๕. พาลวรรควรรณนา ๑. เรื่องบุรษุ คนใดคนหนึง่ [๔๕] ขอ ความเบอ้ื งตน พระศาสดา เมือ่ ประทับอยูใ นพระเชตวนั ทรงปรารภพระเจา -ปเสนทิโกศลและบุรุษคนใดคนหน่งึ ตรัสพระธรรมเทศนานี้วา \"ทฆี าชาครโต รตตฺ \"ิ เปนตน . พระราชาประทักษณิ พระนคร ไดย นิ วา ในวันมหรสพวันหนึ่ง พระราชา พระนามวา ปเสนทิ-โกศล ทรงชางเผอื กลว นเชอื กหน่งึ ชอ่ื ปณุ ฑรีกะ ซ่งึ ประดับประดาแลว ทรงทาํ ประทักษณิ พระนครดวยอานภุ าพแหง พระราชาอันใหญ.เมอื่ อาญาเปนเหตุใหบคุ คลลุกไป เปน ไปอยู,๑ มหาชนถกู ราชบุรุษโบยดว ยวตั ถุมีกอ นดนิ และทอ นไมเปนตน หนไี ป ก็ยงั เอยี้ วคอกลบั แลดอู ยูนั้นแล. ไดย ินวา ขอน้ี เปน ผลแหงทานท่ีพระราชาทั้งหลายทรงถวายดแี ลว . อาํ นาจความรกั ภรรยาของทุคคตบรุ ุษแมค นใดคนหนง่ึ ยืนอยูทพี่ ้ืนชน้ั บนแหงปราสาท ๗ ชนั้ เปดบานหนาตางบานหน่ึง พอแลดพู ระราชาแลว ก็หลบไป. การหลบไปของหญิงนน้ั ปรากฏแกพระราชา ราวกบั วา พระ-๑. หมายความวา ตาํ รวจกาํ ลังทําการขบั ไลไมใหย นื เกะกะทางเสดจ็ .
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 154จันทรเพ็ญเขาไปสกู ลบี เมฆ. ทาวเธอ ทรงมีพระหฤทัยปฏิพัทธใ นหญิงน้ัน เปนประหน่งึ วา ถึงอาการพลดั ตกจากคอชา ง ทรงรบี กระทําประ-ทกั ษิณพระนครแลว เสดจ็ เขา สูภายในพระราชวงั ตรัสกะอํามาตยค นสนิทนายหนึ่งวา \"ปราสาทท่เี ราแลดูในทโี่ นน เธอเห็นไหม ?\" อํามาตย. เหน็ พระเจา ขา. พระราชา. เธอไดเหน็ หญงิ คนหน่งึ ในปราสาทนนั้ ไหม ? อํามาตย. ไดเห็น พระเจา ขา . พระราชา. เธอจงไป. จงรคู วามที่หญงิ นัน้ มีสามหี รือไมมสี าม.ี อาํ มาตยนั้นไปแลว ทราบความที่หญงิ นัน้ มสี ามี จึงมากราบทลูแกพระราชาวา \"หญงิ น้นั มีสามี.\" ทีน้ัน เม่ือพระราชา ตรัสวา\" ถากระนั้น เธอจงเรยี กสามีของหญงิ น้ันมา,\" อํามาตยน ั้น ไปพูดวา\" มานี่แนะ นาย, พระราชารับสง่ั หาทา น,\" บุรษุ น้ัน คิดวา \"อนัภยั พงึ บงั เกิดขนึ้ แกเรา เพราะอาศัยภรรยา\" เม่อื ไมอาจจะขัดขนื พระ-ราชอาญา จงึ ไดไ ปถวายบงั คมพระราชา ยนื อยแู ลว . ขณะนัน้ พระราชาตรสั กะบุรษุ นน้ั วา \"เธอจงบํารงุ เรา.\" บรุ ษุ . ขาแตส มมตเิ ทพ อยา เลย. ขา พระองค ทาํ การงานของตนถวายสวยแดพ ระองคอยู, การเล้ียงชพี นน้ั แล จงมแี กข าพระองคเถดิ . พระราชาตรสั วา \"เราไมม คี วามตอ งการดวยสวยของเธอ, จาํ เดมิแตว ันนไ้ี ป เธอจงบํารงุ เรา\" แลว ใหพ ระราชทานโลและอาวธุ แกบ ุรษุน้นั . ไดยนิ วา พระราชา ไดท รงดําริอยา งนี้วา \"เราจกั ยกโทษบางอยา งของเขาขนึ้ แลว ฆา เสีย ริบเอาภรรยา.\" ทีน้นั เขากลวั แตมรณภยั
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ที่ 155เปน ผไู มป ระมาท บํารงุ พระราชานั้นแลว . พระราชาไมท รงเห็นชอง(โทษ) แหง บุรุษนน้ั เมื่อความเรารอนเพราะกามเจรญิ อย.ู ทรงดําริวา\" เราจะยกโทษของบุรุษน้ันขนึ้ สักอยางหน่งึ แลว ลงราชอาญา\" จึงรบัส่ังใหเ รยี กบรุ ุษนน้ั มาแลว ตรัสอยา งน้ันวา \" ผูเจริญ เธอจงไปจากท่นี ี้ท่ีชอ่ื โนน แหงแมน ้ําในที่สดุ ประมาณ ๕ โยชน นาํ เอาดอกโกมทุดอกอุบลและดินสอี รุณมา (ใหท นั ) ในเวลาเราอาบน้าํ ในเวลาเย็น, ถาเธอไมพงึ มาในขณะนนั้ , เราจกั ลงอาญาแกเธอ.\" ความลําบากในราชสาํ นกั ไดยินวา เสวก ( ผเู ขา เฝา ) ลาํ บากกวา ทาสแมทัง้ ส.่ี จริงอยูทาสท้งั หลาย มีทาสท่ีเขาไถมาดวยทรพั ยเปนตน ยงั ไดเ พอ่ื จะพดู วา\" ผมปวดศรี ษะ, ผมปวดหลงั \" แลว พกั ผอน. คาํ ที่ทาสท้ังหลายกลา วแลว ไดพักผอนนนั่ ยอ มไมมแี กเ สวก,เสวกควรทําการงานตามรบั ส่ังเทานัน้ ; เพราะเหตุนน้ั บรุ ุษนั้น คดิ อยูวา\" เราตองไปเปน แนแท. ชื่อวา ดินสีอรณุ กับดอกโกมุทและดอกอุบล ยอมเกดิ ในภพแหงนาค, เราจักไดท ไี่ หน ?\" กลวั แตมรณภยั ไปเรอื นแลวกลา ววา \"หลอ น ภตั สาํ หรับฉนั สาํ เร็จแลว หรอื ?\" ภรรยา กลาววา\" ยังต้ังอยูบ นเตา นาย.\" เขาไมอาจจะรออยู จนกวา ภรรยาจะปลงภัตลงได จงึ ใหภรรยาเอากระบวยตกั น้าํ ขาวเท (ปนกับ ) ขาวท่ีแฉะน้นั เองลงในกระเชา พรอ มดว ยกับตามแตจ ะได ถอื เอาแลว เดินดมุ ไปแลว ส้ินทางโยชนหน่งึ . เมื่อเขากําลงั เดินไปนนั่ แหละ ภตั ไดสุกแลว . เขาแบง ภัตไวหนอ
พระสุตตนั ตปฎก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 156หนง่ึ กระทําไมใ หเปนเดนบรโิ ภคอยู พบคนเดนิ ทางคน หนงึ่ จงึ กลา ววา\" ภตั หนอยหนงึ่ เทานั้น ฉนั แบง ออกกระทําไมใหเ ปนเดนมอี ย,ู เธอจงรับไปบริโภคเถดิ นาย.\" เขารับไปบริโภคแลว. แมบรุ ุษนอกน้ี ก็โปรยภตั ลงในนํา้ กํามือหนง่ึ บว นปากแลว ประกาศขึ้น ๓ คร้งั ดวยเสยี งอนัดังวา \"ขอพวกนาค ครุฑและเทวดา ผูสงิ อยูในประเทศแหง แมน ้ําน้ีจงฟง คาํ ของขาพเจา ; พระราชาทรงปรารถนาจะลงอาญาแกข า พเจาทรงบังคบั ขา พเจาวา \"เธอจงนําเอาดินสอี รุณกับดอกโกมุทและดอกอุบลมา,\" ก็ภัตที่ขา พเจา ใหแกมนษุ ยเดินทางแลว, ทานทขี่ า พเจาใหแ ลวนนั้มีอานิสงสต ง้ั พนั , ภัตที่ขาพเจาใหแ กป ลาทง้ั หลายในน้ํา, ทานทข่ี า พเจาใหน น้ั มีอานสิ งสตั้งรอย, ขา พเจาใหผลบญุ ประมาณเทานี้ ใหเ ปนสวนบญุแกทานทงั้ หลาย; ทานท้ังหลายจงนําดินสอี รุณกับดอกโกมทุ และดอกอุบลมาใหแ กขาพเจาเถิด.\" พระยานาค ผูอาศยั อยูใ นประเทศนัน้ ไดย ินเสยี งน้นั จงึ ไปสูสํานักบุรษุ น้ัน ดว ยเพศแหง คนแก กลา ววา \" ทานพดู อะไร ? บุรุษนนั้ จึงกลาวซํา้ อยางน้นั นั่นแหละ, เมอื่ พระยานาค กลา ววา \" ทา นจงใหส ว นบญุ น้ันแกเรา,\" จงึ กลา ววา \" เราให นาย \" เมอ่ื พระยานาคกลา วแมอ กี วา \"ทา นจงให\" กก็ ลา ว (ยนื คาํ ) วา \"เราให นาย,\"พระยานาคนนั้ ใหน ํ้าสว นบุญมาอยางนั้นสิ้น ๒ - ๓ คราวแลว จงึ ไดใหด นิ สอี รณุ กบั ดอกโกมุทและดอกอบุ ล (แกบรุ ษุ นนั้ ). ฝา ยพระราชา ทรงดําริวา ธรรมดามนษุ ยท ั้งหลาย มีมนตม าก,ถาบุรษุ น้นั พึงได (ของนน้ั ) ดว ยอุบายบางอยางไซร, กิจของเราก็ไมพงึ สาํ เร็จ,\" ทาวเธอรับสง่ั ใหปด ประตู (เมอื ง) เสยี แตวนั ทเี ดียว แลว
พระสุตตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 157ใหน ําลูกดาลไปยงั สาํ นกั ของพระองค. บรุ ษุ แมน อกน้ี มาทันในเวลาพระราชาทรงสรงสนานเหมือนกนัเมือ่ ไมไดป ระตู จึงเรียกคนยามประตู กลาววา \"ทานจงเปดประต.ู \"คนยามประตูกลา ววา \"เราไมอาจจะเปดได. พระราชารับสัง่ ใหน ําลกู ดาลไปสพู ระราชมนเทียรแตกาลยังวันทีเดียว.\" บรุ ุษนนั้ แมบ อกวา \" เราเปนราชทูต, ทานจงเปดประต\"ู เม่ือไมไดป ระตู จงึ คดิ วา \" บัดน้ีเราจะไมมชี ีวติ . เราจักทําอยางไรหนอแล ?\" แลว โยนกอนดินไปท่ีธรณีประตขู างบน แขวนโอกไมไ วบ นธรณีประตูนน้ั ตะโกนรอ งข้ึน ๓ คร้งัวา \"ชาวพระนคร ผเู จริญท้งั หลาย ขอทานทงั้ หลาย จงรคู วามทก่ี ิจอันขาพเจากระทําตามรบั สั่งของพระราชาแลวเถิด; พระราชาทรงใครจ ะยังเราใหพนิ าศ ดว ยเหตุไมสมควร\" แลว คดิ อยูวา \" เราจักไปที่ไหนหนอแล ? ไดทาํ ความตกลงใจวา \"ธรรมดาภิกษุทัง้ หลาย มใี จออนโยน.เราจักไปสูวิหารแลวนอน.\" ธรรมดาสัตวเ หลา น้ี ในเวลาไดรับสขุ ไมทราบแมค วามทภี่ กิ ษุทั้งหลายมอี ยู พอถูกทุกขครอบงาํ จึงปรารถนาจะไปวิหาร; เพราะเหตุนน้ั แมบรุ ุษนนั้ ก็คดิ วา \" ทพ่ี ง่ึ อยางอ่ืนของเราไมม ี\"จึงไปยังวหิ าร นอนอยใู นทสี่ าํ ราญแหงหนึง่ แมเมอ่ื พระราชา ไมไดการหลับอยตู ลอดราตรี ทรงรําพงึ ถึงหญิงอย,ู ความรมุ รอ นเพราะกามเกิดขน้ึแลว . ทาวเธอทรงคิดวา \"ในขณะท่รี าตรสี วางแลวนั่นแหละ เราจกั ใหฆาบุรษุ น้ันเสยี แลว ใหน าํ เอาหญงิ น้ันมา.\" เร่ืองของเปรตผูก ลาวอกั ษร ท.ุ สะ. นะ. โส. ในขณะนัน้ นั่นแล บรุ ุษ ๔ คนทเ่ี กดิ ในนรก ชอื่ โลหกมุ ภี ซ่ึงลกึ ได ๖๐ โยชน ถูกไฟนรกไหมกลง้ิ ไปมาอยู ดจุ ขาวสารในหมอที่
พระสุตตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 158กําลังเดอื ดพลา น (จมลงไป) ถงึ พนื้ ภายใต ๓ หม่นื ปแ ลว (ลอยข้นึ มา)ถงึ ท่ีขอบปากโดย ๓ หม่ืนปอ ีก. สตั วนรกเหลาน้ัน ยกศีรษะข้นึ แลดูกันและกนั แลว ปรารถนาเพอ่ื จะกลาวคาถาตนละคาถา ( แต ) ไมอ าจจะกลาวได จึงกลาวอักษรตนละอกั ษร แลว หมนุ กลับไปสูโลหกมุ ภีอยา งเดิม. พระราชา เม่ือไมทรงไดการหลับ ไดยินเสยี งน้นั ในระหวางแหงมัชฌิมยาม ทรงหวาดหวน่ั มพี ระทัยสะดุง ทรงดํารวิ า \"อนตรายแหง ชวี ิต จกั มีแกเ ราหรอื หนอ ? หรอื จกั มีแกพ ระอัครมเหส.ี หรือราชสมบัตขิ องเราจักพนิ าศ ?\" ไมอาจหลับพระเนตรทัง้ สองไดตลอดคืนยงั รุง . พอเวลาอรุณขนึ้ ทาวเธอรบั สง่ั ใหห าปุโรหติ มาแลว ตรสั วา\" อาจารย เสียงทน่ี ากลวั อยางใหญ เราไดยนิ ในระหวางแหงมชั ฌิมยาม.เราไมท ราบวา 'อันตรายจกั มแี กราชสมบัติ หรือแกพ ระมเหสี แกเ ราหรอื แกใคร ?' เพราะเหตุน้ัน เราจงึ ใหเชญิ ทานมา.\" พราหมณโ งใหพระราชาบูชายัญ ปโุ รหิต. ขาแตม หาราช เสยี งท่ีพระองคทรงสดบั อยา งไร ? ราชา. อาจารย เราไดย นิ เสยี งเหลานี้วา ' ท.ุ สะ. นะ. โส.' ทา นจงใครครวญผลสาํ เรจ็ แหง เสยี งเหลานีด้ ู. เหตอุ ะไร ๆ ยอ มไมปรากฏแกพราหมณ ราวกะเขา ไปสทู ี่มดื ใหญ.ปโุ รหติ นัน้ กลวั วา \"ก็เมือ่ เราทูลวา 'ขาพระองคไมท ราบ' ดงั นี้ ลาภสกั การะของเราจักเสอ่ื ม\" จงึ ทูลวา 'ขาแตม หาราช เหตนุ ีห้ นัก.\"
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 159 ราชา. เหตอุ ะไร ? อาจารย. ปุโรหติ . อนั ตรายแหง ชีวติ จะปรากฏแกพ ระองค. พระราชาทรงหวาดหวนั่ ตัง้ ๒ เทา ตรสั วา \"อาจารย เหตเุ คร่อื งบําบัดอะไร ๆ มอี ยูหรอื ?\" ปุโรหิต. มีอยูมหาราช พระองคอ ยา ทรงหวาดหวั่นเลย ขาพระ-องครูพ ระเวท ๓.๑ ราชา. เราไดอ ะไรเลา ? จงึ จะควร. ปุโรหิต. ขอเดชะ พระองคท รงบูชายญั มสี ตั วอยางละ ๑๐๐ทุกอยา งแลว จักไดช ีวติ . ราชา. ไดอะไร ? จึงควร ปุโรหติ นน้ั เมื่อจะใหจ ับปาณชาตชิ นดิ หน่งึ ๆ ใหไ ดช นิดละ ๑๐๐อยา งน้ี คอื ชาง ๑๐๐ มา ๑๐๐ โคอุสภะ ๑๐๐ แมโ คนม ๑๐๐ แพะ ๑๐๐แกะ ๑๐๐ ไก ๑๐๐ สกุ ร ๑๐๐ เด็กชาย ๑๐๐ เดก็ หญงิ ๑๐๐, จึงคดิวา \" ถา เราจกั ใหจ ับเอาแตจําพวกเนือ้ เทานน้ั , ชนทั้งหลายก็จะพดู วา'ปโุ รหติ ใหจ บั เอาแตสัตวท เ่ี ปนของกนิ ไดส ําหรับคนเทานัน้ ;\" เพราะเหตุนน้ั จึงใหจ ับทั้งจําพวก ชา ง มา และมนษุ ย (ดว ย). พระราชาทรงดาํ รวิ า \" ความเปน อยขู องเราน่ันแหละเปนลาภของเรา\" จงึ ตรัสวา\" ทานจงจบั สัตวท ุกชนิดเร็ว.\" พวกมนุษยผ ูไดรบั สง่ั กจ็ ับเอามากเกนิประมาณ.๑. เวท ๓ คอื อริ พุ เพท เปนคมั ภีรม ีคาถากลา วถึงช่อื เทวดาและออนวอนขอใหช วยกาํ จัดภัยตา ง ๆ ๑ ยชพุ เพท เปน คมั ภรี กลาวถงึ พิธกี ารบชู ายัญ เชน เซนสรวงตาง ๆ ๑ สามเพท เปนคัมภีรกลาวถงึ อุบายชนะศึก ๑.
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 160 บาลีโกสลสงั ยุต จริงอยู พระธรรมสงั คาหกาจารย กลาวแมคาํ น้ีไวในโกสลสังยตุ ๑\" กโ็ ดยสมยั นน้ั แล ยญั ใหญเปน อาการปรากฏเฉพาะ แกพ ระเจาปเสนทิ-โกศลแลว, โคอุสภะ ๕๐๐ ลกู โคผู ๕๐๐ ลกู โคตัวเมีย ๕๐๐ แพะ๕๐๐ แกะ ๕๐๐ ถูกนําเขา ไปหาหลักแลว เพอื่ ประโยชนแกย ญั , สตั วเหลานั้นแมใ ด คือทาสกด็ ี, ทาสีกด็ ี, คนใชก็ดี, กรรมกรก็ด,ี ยอ มมีเพ่อื ยญั นนั้ , สตั วแมเหลา น้นั , ถูกเขาคุกคามดวยอาญา ถูกภยั คุกคามแลว มหี นา ชมุ ดวยนาํ้ ตา รอ งไห กระทําบรกิ รรม (ครํา่ ครวญ ) อย.ู \" พระนางมัลลกิ าทรงเปล้อื งทุกขข องสัตว มหาชน ครํา่ ครวญอยูเพอื่ ประโยชนแกหมญู าตขิ องตน ๆ ไดร องเสียงดังแลว ; เสียงนนั้ ไดเ ปนราวกะวาเสียงถลม แหง มหาปฐพ.ี คร้ังน้นัพระนางมัลลิกาเทวี ทรงสดับเสียงน้นั แลว เสดจ็ ไปสูราชสาํ นกั ทลู ถามวา\" ขา แตม หาราช เพราะเหตไุ รหนอแล ? พระอินทรียข องพระองคไ มเปนปกติ พระองคย อมทรงปรากฏดจุ มพี ระรูปอดิ โรย.\" ราชา. ประโยชนอ ะไรของเธอเลา ? มัลลกิ า, เธอไมร ูอสรพษิเลอื้ ยอยใู นทใี่ กลห ขู องเราหรือ ? มลั ลิกา. น้ันเหตุอะไร ? พระเจาขา. ราชา. ในสวนราตรี เราไดย ินเสยี งช่อื เหน็ ปานนี,้ เราจงึ ถามปโุ รหติ ไดส ดับวา 'อันตรายแหง ชวี ิตยอ มปรากฏแกพ ระองค, พระ-องคทรงบูชายญั มสี ตั วชนิดละ ๑๐๐ ทกุ ชนดิ แลว จกั ไดช ีวิต' เรา๑. ส . ส. ๑๕/๑๐๙.
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 161จงึ คดิ วา 'ความเปน อยูของเรานน่ั แหละ เปนลาภของเรา' จึงสงั่ ใหจ บัสตั วเ หลานน้ั ไวแ ลว. พระนางมลั ลิกาเทวี ทลู วา \"ขา แตมหาราช พระองคเ ปน คนอันธพาล; ทรงมภี ักษามก พระองคยอมเสวยโภชนะอนั หุงดว ยขาวต้งัทะนาน มสี ปู ะและพยัญชนะหลาก ๆ หลายอยาง พระองคท รงราชยในแควนท้ังสอง กจ็ รงิ แตพ ระปญญาของพระองคย ังเขลา.\" ราชา. เพราะเหตุไร ? เธอจึงพดู อยางนน้ั . มัลลิกา. การไดช ีวติ ของคนอนื่ เพราะการตายของคนอ่ืน พระ-องคเคยเห็น ณ ท่ีไหน ? เพราะเหตุไร พระองคจงึ ทรงเช่อื ถอยคาํ ของพราหมณผูอ ันธพาลแลว โยนทกุ ขไ ปในเบือ้ งบนของมหาชนเลา ? พระ-ศาสดา ผเู ปนอคั รบุคคลของโลกท้งั เทวโลก มพี ระญาณไมข ัดขอ งในกาลทง้ั หลายมอี ดตี กาลเปน ตน ประทบั อยูใ นวิหารใกลเคยี ง, พระองคทูลถามพระศาสดานนั้ แลว จงทรงกระทาํ ตามพระโอวาทของพระองคเ ถดิ . ครัง้ น้ันแล พระราชา เสด็จไปวิหารกบั พระนางมัลลกิ า ดวยยานเบา ถูกมรณภัยคุกคามแลว ไมอ าจทลู อะไร ๆ ได ถวายบังคมพระศาสดาแลว ประทบั นงั่ ณ สว นขา งหนึ่ง. ลําดบั นัน้ พระศาสดาทรงทักทายพระราชาน้นั กอ นวา \"เชิญเถิด มหาบพิตร พระองคเ สดจ็ มาจากไหนแตยังวนั นกั เลา ?\" พระราชาแมนน้ั กท็ รงนง่ั น่งิ เงยี บเสยี . ลําดบั น้นัพระนางมัลลกิ า กราบทูลแดพระผูมพี ระผูม ีภาคเจา วา \"ขาแตพ ระองคผเู จรญิ ไดท ราบวา พระราชาทรงสดับเสยี ง (ประหลาด) ในระหวา งแหงมชั ฌิมยาม, เมื่อเชนนั้นทา วเธอจงึ ทรงบอกเหตุนั้นแกป ุโรหิต, ปโุ รหติกราบทูลวา 'อันตรายแหงชีวิตจักมีแกพ ระองค, เมือ่ พระองคจับสัตวอ ยางละ
พระสุตตนั ตปฎก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 193จะทรงแสดงธรรม จึงตรัสพระคาถาน้ีวา :- ๖. มุหุตฺตมป เจ วิฺู ปณฑฺ ิต ปยิรปุ าสติ ขิปฺป ธมฺม วิชานาติ ชวิ ฺหา สปู รส ยถา. \"ถา วญิ ูชน เขา ไปนง่ั ใกลบัณฑิต แมครู เดยี ว, เขายอ มรแู จงธรรมไดฉับพลัน, เหมือนลนิ้ รรู สแกงฉะน้ัน. แกอรรถ พึงทราบเนอื้ ความแหงพระคาถานีว้ า :- \" ถาวิญชู น คือวา บุรุษผบู ณั ฑิต เขา ไปนั่งใกลบ ณั ฑติ อน่ืแมครูเ ดียว, เขาเรียนอยู สอบสวนอยู ในสาํ นกั บณั ฑติ อ่ืนนั้น ชอื่ วายอ มรูแจงปรยิ ัติธรรมโดยพลนั ทีเดียว, แตนนั้ เขาใหบ ณั ฑติ บอกกัมมฏั ฐานแลว เพียรพยายามอยูในขอปฏิบตั ,ิ เปนบัณฑติ ยอมรแู จงแมโลกุตรธรรมพลนั ทเี ดียว, เหมือนบุรษุ ผมู ีชวิ หาประสาทอนั โรคไมก ําจัดแลว พอวางอาหารลงท่ปี ลายล้นิ เพอื่ จะรรู ส ยอมรูร ส อันตางดวยรสเคม็ เปน ตน ฉะนัน้ .\" ในกาลจบเทศนา ภิกษเุ ปน อนั มาก บรรลพุ ระอรหตั แลว ดงั น้ีแล. เรื่องภิกษุชาวเมอื งปาฐา จบ.
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 194 ๗. เรื่องสุปปพทุ ธกฏุ ฐิ [๕๑] ขอความเบ้ืองตน พระศาสดา เมอ่ื ประทับอยูในพระเวฬวุ ัน ทรงปรารภบรุ ษุ โรคเรอื้ น ช่อื วาสุปปพุทธะ ตรสั วา ธรรมเทศนานวี้ า \"จรนฺติ พาลาทุมฺเมธา\" เปน ตน . สปุ ปพุทธะกราบทูลคณุ วเิ ศษแดพ ระศาสดา เรอื่ งสปุ ปพทุ ธะน้มี าแลวในอทุ าน๑น่นั แล. ก็โนกาลนน้ั สุปปพทุ ธ-กฏุ ฐินง่ั ทที่ า ยบรษิ ทั ฟงธรรมเทศนาของพระผูมพี ระภาคเจาแลวบรรลุโสดาปตตผิ ล ปรารถนาจะกราบทลู คณุ ทคี่ นไดแลว แดพระศาสดา (แต)ไมอ าจเพอ่ื จะหยั่งลงในทามกลางบริษทั ไดไปยังวหิ ารในเวลามหาชนถวายบงั คมพระศาสดากลับไปแลว. คนมีอริยทรพั ย ๗ เปนผูไมขัดสน ขณะนน้ั ทาวสกั กเทวราช ทรงทราบวา \"สปุ ปพุทธกุฏฐินีใ้ ครเพ่อื กระทําคณุ ท่ีตนไดในศาสนาของพระศาสดาใหป รากฏ\" ทรงดาํ ริวา\"เราจกั ทดลองนายสุปปพทุ ธกฏุ ฐนิ ั้น\" เสด็จไปยนื ในอากาศแลว ไดตรสั คํานี้วา \"สุปปพุทธะ เธอเปน มนุษยข ัดสน เปน มนุษยยากไร,เราจักใหท รพั ยหาที่ส้ินสดุ มิไดแ กเธอ, เธอจงกลา ววา 'พระพุทธไมใ ชพระพทุ ธ, พระธรรมไมใชพระธรรม, พระสงฆไมใ ชพระสงฆ, อยา เลย๑. ขุ. อุ. ๒๕/๑๔๖.
พระสตุ ตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ที่ 195ดวยพระพุทธแกเ รา, อยา เลยดวยพระธรรมแกเรา, อยาเลยดวยพระ-สงฆแ กเ รา.\" ลําดบั นน้ั สุปปพทุ ธกฏุ ฐินนั้ กลาวกะทา วสักกะนน้ั วา\"ทา นเปน ใคร ?\" สักกะ. เราเปน ทาวสักกะ. สปุ ปพุทธะ. ทานผูอนั ธพาล ผไู มมยี างอาย, ทานเปน ผไู มส มควรจะพูดกบั เรา. ทานพูดกะเราวา เปน คนเขญ็ ใจ เปนคนขดั สน เปนคนกําพรา.' เราไมใชค นเข็ญใจ ไมใ ชคนขดั สนเลย เราเปนผูถึงความสุข มีทรัพยมาก, \"ทรัพยเหลาน้คี อื ทรพั ยคือศรัทธา ๑, ทรพั ย คอื ศลี ๑, ทรพั ยคือหริ ิ ๑, ทรัพยคือโอตตัปปะ ๑, ทรพั ยค ือสุตะ ๑, ทรัพยค อื จาคะ ๑, ปญญาแล เปน ทรัพยท ่ี ๗, ยอ มมแี กผ ใู ด จะเปนหญิงก็ตาม เปนชายก็ตาม, บัณฑิตทัง้ หลายกลา วบุคคลนัน้ วา ' เปนคนไมข ัดสน.' ชีวติ ของบคุ คลนน้ั ไมว างเปลา .๑\" เพราะเหตนุ นั้ อรยิ ทรพั ยม ีอยา ง ๗ นี้ มีอยูแกช นเหลา ใดแล,ชนเหลานัน้ อันพระพทุ ธเจา ท้ังหลาย หรอื พระปจ เจกพทุ ธเจาท้ังหลายยอมไมกลาววา เปน คนจน.' ทา วสกั กะ ทรงสดับถอ ยคาํ ของสปุ ปพุทธะนน้ั แลว ทรงละเขาไวในระหวา งทาง เสด็จไปสูสํานกั ของพระศาสดา กราบทลู การโตต อบถอ ยคํานั้นทั้งหมดแดพ ระศาสดาแลว . ลําดบั น้ัน พระผูม ีพระภาคเจา ตรัสกะทาวสกั กะนั้นวา \"ทา วสกั กะ ทง้ั รอ ยท้งั พนั แหงคนท้งั หลายผูเชนกบั๑. อง.ฺ สตตฺ ก. ๒๓/๔.
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 196พระองค ไมอาจเพือ่ จะใหส ปุ ปพทุ ธกุฏฐิ กลาววา ' พระพุทธไมใชพระพทุ ธ พระธรรมไมใ ชพระธรรม หรือพระสงฆไ มใ ชพ ระสงฆไดเลย.\" ฝา ยสุปปพทุ ธะแล ไปสสู าํ นกั ของพระศาสดา มีความบนั เทงิ อนัพระศาสดาทรงกระทําแลว กราบทูลคุณอันตนไดแ ลวแตง ระศาสดา ลกูจากอาสนะหลีกไปแลว . ขณะนนั้ แมโคลกู ออน ปลงสุปปพทุ ธะนั้นผหู ลกี ไปแลวไมน านจากชวี ิตแลว . บุรพกรรมของสปุ ปพุทธะและแมโค ไดยนิ วา โคแมลกู ออนนน้ั เปน ยกั ษิณีตนหนงึ่ เปนแมโคปลงชนท้ัง ๔ นี้ คอื กุลบุตรช่ือปุกกสุ าติ ๑ พาหยิ ทารจุ รี ยิ ะ ๑ นายโจร-ฆาตกะชื่อตัมพทาฐิกะ ๑ สปุ ปพุทธกฎุ ฐิ ๑ จากชวี ิตคนละรอ ยอัตภาพ.ไดยนิ วา ในอดีตกาล ชนเหลา นน้ั เปนบตุ รเศรษฐีทง้ั ๔ คน นาํหญิงแพศยาผูเปน นครโสเภณคี นหนง่ึ ไปสสู วนอุทยาน เสวยสมบตั ิตลอดวันแลว ในเวลาเยน็ ปรึกษากนั อยา งนีว้ า \" ในท่ีนไ้ี มมีคนอื่น, เราทง้ั หลาย จกั ถอื เอากหาปณะพนั หนึง่ และเครื่องประดบั ท้งั หมดที่พวกเราใหแกหญิงน้แี ลว ฆาหญิงนีเ้ สียไปกันเกิด.\" หญงิ นั้นฟงถอยคาํ ของเศรษฐีบตุ รเหลานัน้ แลว คิดวา \"ชนพวกนไี้ มม ยี างอาบ อภริ มยก ับเราแลว บัดน้ี ปรารถนาจะฆา เรา, เราจักรกู ิจทคี่ วรกระทาํ แกช นเหลาน้นั \" เม่ือถูกชนเหลา นัน้ ฆา อยู ไดกระทําความปรารถนาวา \" ขอเราพงึ เปนยักษณิ ี ผสู ามารถเพื่อฆา ชนเหลา นนั้ เหมอื นอยางทพ่ี วกนีฆ้ าเราฉะน้นั เหมือนกนั .\"
พระสุตตนั ตปฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 197 คนโงท ํากรรมลามก ภกิ ษุหลายรูป กราบทูลการกระทํากาละของสุปปพทุ ธะนั้นแดพระผูมีพระภาคเจา ทูลถามวา \"คตขิ องสุปปพุทธะน้นั เปนอยางไร ?เพราะเหตไุ รเลา ? เขาจงึ ถงึ ความเปนคนมีโรคเรอ้ื น.\" พระศาสดา ทรงพยากรณความที่สปุ ปพทุ ธะนน้ั บรรลุโสดาปตติผลแลว เกิดในดาวดึงสภพ และการเหน็ พระตครสขี ปี จเจกพทุ ธเจา ถม(น้าํ ลาย) แลว หลกี ไปทางซาย๑ ไหมแเลว ในนรกตลอดกาลนาน ดวยวิบากท่ีเหลอื ถงึ ความเปนคนมโี รคเร้อื นในบดั นี้แลว ตรสั วา \" ภกิ ษุทัง้ หลาย สัตวเหลาน้ี เที่ยวกระทํากรรมมผี ลเผด็ รอ นแกต นเองแล \"ดงั น้ีแลว เมอ่ื จะทรงสืบอนุสนธิแสดงธรรมใหยงิ่ ขึ้น จึงตรสั พระคาถานี้วา :- ๗. จรนตฺ ิ พาลา ทุมฺเมธา อมติ เฺ ตเนว อตตฺ นา กโรนตฺ า ปาปก กมฺม ย โหติ กฏก ปฺผล . \"ชนพาลทั้งหลาย มีปญ ญาทราม มีตนเปน ดงั ขา ศกึ เที่ยวทาํ กรรมลามกซ่งึ มผี ลเผด็ รอนอย.ู \" แกอ รรถ บรรดาบทเหลา น้นั บทวา จรนฺติ ความวา เที่ยวกระทําอกศุ ลถายเดียว ดว ยอริ ิยาบถ ๔ อยู. ชนท้ังหลาย ผูไ มรูป ระโยชนใ นโลกนี้ และประโยชนโ นโลกหนาขอ วาพาล ในบทวา พาลา น.ี้๑. อปพยฺ าม กตฺวา ถอื เอาความวา หลกี ซา ย. ธรรมดาบณั ฑติ เห็นพุทธบุคคลแลว ยอ มหลีกทางขวา. ดูใน อรรถกถาอทุ าน หนา ๓๖๘.
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 198 บทวา ทุมเฺ มธา คือมีปญ ญาเขลา. บทวา อมติ เฺ ตเนว ความวาเปนราวกะวาคนมีเวรผมู ิใชมิตร. บทวา กฏก ปผฺ ล ความวา มีผลเขม แข็ง คือมที ุกขเปน ผล. ในเวลาจบเทศนา ชนเปน อนั มากบรรลอุ ริยผลทั้งหลาย มโี สดา-ปตตผิ ลเปน ตน ดังน้แี ล. เรอ่ื งสปุ ปพุทธกฏุ ฐิ จบ.
พระสุตตนั ตปฎก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 199 ๘. เรือ่ งชาวนา [๕๒] ขอความเบ้อื งตน พระศาสดา เมอ่ื ประทับอยูในพระเชตวัน ทรงปรารภชาวนาคนหนึง่ ตรสั พระธรรมเทศนานว้ี า \"น ต กมฺม กต สาธ\"ุ เปนตน . โจรเขาลักทรพั ยในตระกูลมง่ั ค่งั ไดยนิ วา ชาวนานั้น ไถนาแหงหนึ่งอยใู นท่ีไมไ กลจากกรุงสาวตั ถ.ีพวกโจรเขา ไปสพู ระนครโดยทอนํ้า ทาํ ลายอุโมงคใ นตระกูลม่ังค่งั ตระกูลหนึ่ง เขาไปถอื เอาเงินและทองเปนอันมากแลว ก็ออกไปโดยทางทอ นํา้นัน่ เอง. โจรคนหนง่ึ ลวงโจรเหลา นน้ั กระทาํ ถุงทบี่ รรจุทรัพยพ ันหนง่ึถุงหนง่ึ ไวท ่เี กลียวผาแลว ไปถงึ นาน้ัน แบง ภัณฑะกับโจรทั้งหลายเหลานั้นแลว ถือพาเดินไปอยู ไมไดก าํ หนดถึงถงุ บรรจุทรัพยพ นั หนึง่ ทต่ี กลงจากเกลียวผา. พระศาสดาทรงเล็งเห็นอปุ นิสยั ของชาวนา ในวันนัน้ เวลาใกลรงุ พระศาสดา ทรงตรวจดสู ัตวโลก ทรงเห็นชาวนานั้น ผเู ขาไปในภายในขา ยคือพระญาณของพระองค แลวทรงใครค รวญอยูวา \"เหตอุ ะไรหนอแล ? จกั ม\"ี ไดทรงเห็นเหตุนีว้ า\" ชาวนาคนนี้ จักไปเพื่อไถนาแตเ ชาตร,ู แมพวกเจา ของภณั ฑะ ไปตามรอยเทา ของโจรทัง้ หลายแลว เหน็ ถึงท่บี รรจทุ รัพยพันหนง่ึ ในนาของ
พระสตุ ตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 200ชาวนาน้นั แลวกจ็ ักจับชาวนานัน่ , เวนเราเสีย คนอ่นื ชอื่ วา ผูเปนพยานของชาวนานน้ั จกั ไมม ี; แมอปุ นิสัยแหง โสดาปตติมรรค ของชาวนานนั้กม็ ีอย,ู เราไปในที่น้ัน ยอมควร.\" ฝายชาวนาน้ัน ไปเพอ่ื ไถนาแตเชา ตรู. พระศาสดามพี ระอานนทเถระเปน ปจฉาสมณะ ไดเ สดจ็ ไปในที่นั้นแลว . ชาวนาเหน็ พระศาสดาแลว ไปถวายบงั คมพระผมู ีพระภาคเจาแลว เริ่มไถนาอีก. พระศาสดา ไมต รสั อะไร ๆ กบั เขา เสดจ็ ไปยังที่ ๆถงุ บรรจุทรพั ยพนั หนงึ่ ตก ทอดพระเนตรเหน็ ถุงนั้นแลว จงึ ตรัสกะพระ-อานนทเถระวา \"อานนท เธอเหน็ ไหม อสรพิษ.\" พระอานนทเถระทูลวา \"เหน็ พระเจาขา อสรพิษรา ย.\" ชาวนาไดยินถอ ยคาํ น้ัน คดิ วา\" ทนี่ ีเ้ ปนท่ีเท่ยี วไปในเวลาหรือมิใชเวลาแหงเรา. ไดยินวา อสรพษิ มีอยูในทีน่ ัน่ \" เมอ่ื พระศาสดาตรัสคาํ มีประมาณเทาน้ันหลีกไปแลว , จงึ ถอืเอาดา มปฏักเดนิ ไปดวยตัง้ ใจวา \" จักฆาอสรพษิ น้ัน เห็นถุงบรรจุทรัพยพ นั หนง่ึ แลว คิดวา \" คาํ น้นั จกั เปนคําอันพระศาสดาตรสั หมายเอาถุงบรรจุทรพั ยพันหน่งึ น้ี \" จงึ ถอื ถุงบรรจุทรัพยพ ันหนึ่งน้ันกลับไปเพราะความท่ีตนเปน คนไมฉลาด จงึ ซอนมนั ไวใ นทสี่ มควรแหง หน่งึกลบดวยฝุนแลวเรม่ิ จะไถนาอีก. ชาวนาถูกจบั ไปประหารชวี ิต แมพวกมนษุ ย เม่อื ราตรีสวา งแลว เหน็ กรรมอนั พวกโจรกระทาํในเรือน จงึ เดินตามรอยเทาไป ถงึ นานัน้ แลว เหน็ ที่ ๆ พวกโจรแบงภณั ฑะกันในนานั้น ไดเห็นรอยเทาของชาวนาแลว. มนุษยเ หลาน้ันไปตามแนวรอยเทา ของชาวนานน้ั เห็นท่ีแหงถุงทรพั ยท ชี่ าวนาเกบ็ เอาไว
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 507
Pages: