พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาที่ 401บุตร เพราะฉะนัน้ เมื่อกระผมเรียนวา 'อุปตสิ สะ' ทานผูเจรญิ ทง้ั หลายจึงไมท ราบ. พวกภิกษ.ุ ก็เธอเปน นองชายของพระสารบี ุตรเถระหรือ ? เรวตะ. อยา งนั้น ขอรบั . ภิกษุเหลานั้นกลาววา \"ถากระน้นั มาเถดิ พ่ีชายของเธออนญุ าตไวแลว เหมอื นกัน\" ดงั นีแ้ ลว กใ็ หเปลอื้ งเครอ่ื งอาภรณข องเขาออกใหว างไว ณ ที่สดุ แหงหนง่ึ ใหเขาบวชแลว จึงสง ขาวไปแกพ ระเถระ. พระเถระ ฟง ขาวนน้ั แลว จงึ กราบทูลแดพระผูมีพระภาคเจาวา\" พระเจาขา ภิกษุทง้ั หลายสง ขาวมาวา ' ไดยนิ วา พวกภิกษทุ ่อี ยูปา ใหเรวตะบวช' ขา พระองคไ ปเยีย่ มเธอแลว จึงจกั กลับมา.\" พระศาสดา มไิ ดท รงยอมใหไ ป ดว ยพระดาํ รสั วา \"สารบี ุตร จงยับยัง้ อยกู อ น.\" โดยการลวงไป ๒-๓ วัน พระเถระก็ทลู ลาพระศาสดาอกี . พระศาสดามไิ ดท รงยอมใหไ ป ดวยพระดํารสั วา \"สารบี ตุ ร จงยับยั้งอยูกอน แมเ ราก็จกั ไป.\" เรวตสามเณรบรรลุพระอรหัต ฝายสามเณรคดิ วา \"ถา เราจกั อยใู นท่ีนี้ไซร พวกญาติจกั ใหคนตดิตามเรยี กเรา ( กลับ)\" จึงเรียนกมั มฏั ฐานจนถงึ พระอรหัตแตสาํ นักของภิกษุเหลา นั้น ถือบาตรแลจวี ร เทย่ี วจารกิ ไปถงึ ปา ไมสะแกในที่ประมาณ ๓๐ โยชนแ ตท ีน่ นั้ ในระหวา ง ๓ เดือนภายในพรรษาน่นั แลบรรลพุ ระอรหัตพรอมดว ยปฏิสัมภิทาทง้ั หลาย. แมพระเถระปวารณาแลว ทลู ลาพระศาสดาเพ่อื ตองการไปในที่
พระสตุ ตนั ตปฎก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ที่ 402น้นั อกี . พระศาสดาตรสั วา \"สารบี ตุ ร แมเ ราก็จักไป\" เสด็จออกไปพรอ มดว ยภิกษุ ๕๐๐ รปู . ในเวลาเสด็จไปไดหนอยหน่งึ พระอานนท-เถระยืนอยทู ่ที าง ๒ แพรง กราบทูลพระศาสดาวา \"พระเจา ขา บรรดาทางทไ่ี ปสสู ํานักของเรวตะ ทางนเ้ี ปนทางออ ม ประมาณ ๖๐ โยชนเปน ทอ่ี ยขู องมนุษย ทางนีเ้ ปน ทางตรง ประมาณ ๓๐ โยชน อนั อมนษุ ยคุมครอง พวกเราจะไปโดยทางไหน ?\" พระศาสดา. อานนท กส็ ีวลี มากบั พวกเรา ( มิใชหรอื ?) อานนท. อยา งนนั้ พระเจาขา . พระศาสดา. ถา สีวลีมา, เธอจงถือเอาทางตรงนัน่ แหละ. พวกภิกษุอาศยั บญุ ของพระสวี ลีเถระ ไดย ินวา พระศาสดามิไดต รสั วา \"เราจกั ยังขา วตม และขา วสวยใหเกดิ ขน้ึ แกพ วกเธอ พวกเธอจงถือเอาทางตรง\" ทรงทราบวา \"ทน่ี นั่ เปนทใี่ หผลแหงบญุ แกช นเหลานั้น ๆ\" จงึ ตรสั วา \"ถาสีวลมี า เธอจงถอื เอาทางตรง.\" ก็เมอื่ พระศาสดาทรงดาํ เนินไปทางนน้ั พวกเทวดาคดิ วา\" พวกเราจักทาํ สกั การะแกพระสีวลเี ถระ พระผเู ปนเจาของเรา\" ใหสรางวหิ ารในที่โยชนห น่งึ ๆ ไมใหเกนิ ไปกวาโยชนห นงึ่ ลกุ ขึ้นแตเ ชาเทยี วถือเอาวตั ถุมีขาวตมเปนตนอันเปนทพิ ยแลวเท่ียวไปดวยตั้งใจวา \"พระสวี ลีเถระผเู ปน เจาของเรา น่ังอยูท ่ไี หน ?\" พระเถระใหเทวดาถวายภัตที่นํามาเพ่อื ตน แกภกิ ษุสงฆ มีพระ-พุทธเจา เปน ประมุข. พระศาสดาพรอมทั้งบรวิ ารเสวยบญุ ของพระสีวลี-เถระผเู ดยี ว ไดเ สดจ็ ไปตลอดทางกันดารประมาณ ๓๐ โยชน.
พระสุตตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 403 ฝายพระเรวตเถระ๑ ทราบการเสดจ็ มาของพระศาสดา จงึ นริ มิตพระคันธกุฎีเพอื่ พระผูมพี ระภาคเจา นิรมิตเรือนยอด ๕๐๐ ทจี่ งกรม ๕๐๐และท่พี ักกลางคืนและทีพ่ ักกลางวัน ๕๐๐. พระศาสดาประทบั อยูในสาํ นักของพระเรวตเถระน้นั สิน้ กาลประมาณเดือนหนงึ่ แล. แมป ระทบั อยูในที่นั้น กเ็ สวยบญุ ของพระสีวลเี ถระนัน่ เอง. ก็บรรดาภกิ ษุเหลา น้ัน ภกิ ษแุ ก ๒ รูป ในเวลาพระศาสดาเสด็จเขา ไปสูปาไมส ะแก คดิ แลวอยางน้ีวา \" ภิกษุน้ที าํ นวกรรม (การกอ สราง)ประมาณเทาน้ีอยู จักอาจทาํ สมณธรรมไดอยางไร ? พระศาสดาทรงทาํ กิจคอื การเห็นแกห นา ดว ยทรงดําริวา 'เปน นองชายของพระสารบี ตุ ร'จึงเสดจ็ มาสูสํานกั ของเธอผปู ระกอบนวกรรมเหน็ ปานนี.้ \" พระศาสดาทรงอธิฐานใหภ ิกษลุ ืมบริขาร ในวันนน้ั แมพ ระศาสดาทรงตรวจดูสัตวโลกในเวลาใกลรงุ ทรงเหน็ ภิกษเุ หลา น้นั แลว ไดทรงทราบวาระจิตของภิกษุเหลานน้ั แลว เพราะเหตนุ ัน้ ประทบั อยใู นทน่ี ัน้ สิน้ กาลประมาณเดือนหนงึ่ แลว ในวนั เสด็จออกไป ทรงอธิษฐานโดยประการท่ภี ิกษเุ หลา น้นั ลมื หลอดนํา้ มนั ลักจน่ั -นํ้า และรองเทาของตนไว เสดจ็ ออกไปอยู ในเวลาเสดจ็ ออกไปภายนอกแตอ ุปจารวิหารจงึ ทรงคลายพระฤทธิ.์ คร้งั น้นั ภกิ ษุเหลา นั้นกลา วกันวา \"ผมลมื ส่งิ นแ้ี ละสิง่ นี้ แมผ มก็ลมื \" ดังน้แี ลว ทั้งสองรปู จงึ กลบั ไป ไมก ําหนดถงึ ท่นี ้ัน ถกู หนาม๑. เรวตะ เปนสามเณร แตเรียกวา พระเถระ เปน เพราะทานบรรลพุ ระอรหตั ผลแลว.
พระสตุ ตนั ตปฎก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ที่ 404ไมส ะแกแทง เท่ยี วไป พบหอสิ่งของของตน ซึ่งหอ ยอยทู ีต่ นสะแกตนหนึง่ ถือเอาแลว ก็หลกี ไป. แมพ ระศาสดาทรงพาภกิ ษสุ งฆไป เสวยบญุ ของพระสวี ลีเถระตลอดกาลประมาณเดอื นหนงึ่ น่ันแลอีก เสดจ็ เขา ไปสบู พุ พาราม. ลําดับนน้ั ภกิ ษุแกเหลาน้ันลางหนาแตเชา ตรู เดนิ ไปดวยตัง้ ใจวา พวกเราจกัด่มื ขา วตมในเรือนของนางวิสาขา ผูถวายอาคันตกุ ภัต ดม่ื ขาวตมแลวฉนั ของเคย้ี วแลวนัง่ อยู. นางวิสาขาถามถงึ ทอี่ ยขู องเรวตะ ลําดับน้นั นางวสิ าขาถามภกิ ษแุ กเหลา นน้ั วา \"ทานผเู จรญิ ก็ทานทัง้ หลายไดไ ปทีอ่ ยูของเรวตเถระกบั พระศาสดาหรือ ?\" ภิกษุแก. อยางน้นั อุบาสกิ า. วิสาขา. ทา นผเู จรญิ ทอี่ ยูของพระเถระนารน่ื รมยห รือ ? ภกิ ษแุ ก. ที่อยขู องพระเถระนนั้ เปน สถานทน่ี า ร่นื รมย จกั มีแตที่ไหน ? อบุ าสกิ า ทน่ี นั้ รกดวยไมสะแกมหี นามขาว เปน เชนกับสถานทอี่ ยขู องพวกเปรต. ครัง้ นนั้ ภิกษหุ นมุ สองรปู พวกอน่ื มาแลว . อบุ าสกิ าถวายขาวตมและของควรเค้ียวทัง้ หลายแมแ กภ ิกษหุ นุมเหลา น้นั แลว ถามอยา งนัน้เหมอื นกนั . ภิกษุเหลานนั้ กลา ววา \"อบุ าสกิ า พวกฉันไมอ าจพรรณนาได ที่อยขู องพระเถระ เปนเชนกบั เทวสภาชื่อสธุ รรมาดจุ ตกแตงขนึ้ ดวยฤทธ์ิ.\" อุบาสกิ าคดิ วา \"ภิกษพุ วกที่มาคร้งั แรกกลา วอยางอืน่ ภกิ ษุพวกน้ี
พระสุตตันตปฎก ขุททกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 405กลาวอยา งอน่ื ภิกษุพวกทม่ี าครง้ั แรก ลมื อะไรไวเ ปนแน จกั กลบั ไปในเวลาคลายฤทธแ์ิ ลว สวนภกิ ษุพวกนี้จกั ไปในเวลาท่พี ระเถระตกแตงนริ มติ สถานที่ดว ยฤทธิ\"์ เพราะความท่ีตนเปน บัณฑติ จึงทราบเนือ้ ความนนั้ ไดยนื อยแู ลว ดว ยหวังวา \"จกั มูลถามในกาลท่พี ระศาสดาเสด็จมา.\"ตอกาลเพยี งครูเ ดยี วแตก าลนนั้ พระศาสดาอันภกิ ษุสงฆแ วดลอม เสด็จไปสเู รือนของนางวสิ าขา ประทบั นงั่ เหนืออาสนะอันเขาตกแตงไวแลวนางอังคาสภกิ ษสุ งฆมพี ระพทุ ธเจาเปน ประมขุ โดยเคารพในเวลาเสรจ็ ภัตกจิถวายบังคมพระศาสดาแลว ทูลถามเฉพาะวา \"พระเจาขา บรรดาภกิ ษุทไ่ี ปกบั พระองค บางพวกกลา ววา ทอี่ ยูของพระเรวตเถระ เปนปา รกดว ยไมส ะแก บางพวกกลาววา เปนสถานทีร่ ่นื รมย ที่อยูข องพระเถระนนั่ เปนอยา งไรหนอแล ?\" พระศาสดาทรงสดบั คําน้ันแลว ตรสั วา \"อุบาสิกา จะเปนบานหรอืเปน ปาก็ตาม พระอรหนั ตทง้ั หลายยอมอยใู นทใ่ี ด ทีน่ ัน้ นา ร่นื รมยแ ท \"ดงั นีแ้ ลว เม่ือจะทรงสบื อนุสนธิแสดงธรรม จงึ ตรัสพระคาถาน้ีวา :- ๙. คาเม วา ยทิ วา รฺเ นินฺเน วา ยทิ วา ถเล ยตถฺ อรหนฺโต วหิ รนฺติ ต ภมู ริ ามเณยิยก . \"พระอรหนั ตท ้งั หลาย อยูในท่ีใด เปนบา น ก็ตาม เปนปา ก็ตาม ทล่ี มุ ก็ตาม ที่ดอนกต็ าม, ทนี่ ้ันเปนภูมิสถานนา ร่นื รมย. \"
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 406 แกอรรถ ในพระคาถาน้นั มคี วามวา พระอรหันตท งั้ หลาย ยอ มไมไ ดก าย-วเิ วกภายในบานกจ็ ริง, ถงึ ดงั น้นั ยอมไดจ ติ ตวเิ วกอยางแนนอน, เพราะอารมณท ้งั หลายแมเปรยี บดังของทพิ ย ยอ มไมอ าจทาํ จติ ของพระอรหนั ตเหลา น้นั ใหหวน่ั ไหวได, เพราะเหตุนั้น จะเปน บา นหรือจะเปน ทใ่ี ดที่หน่ึงมปี า เปน ตน , พระอรหันตท ัง้ หลายยอ มอยูในที่ใด. บาทพระคาถาวาต ภูมริ ามเณยฺยก ความวา ภูมิประเทศนั้น เปนที่นารื่นรมยแท. ในเวลาจบเทศนา ชนเปน อันมาก บรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปต ติผลเปนตนแลว. พวกภิกษปุ รารภถึงความเปน ไปของพระสวี ลี โดยสมยั อ่ืนอีก ภิกษทุ ง้ั หลายสนทนากนั วา \"ผูมีอายทุ ง้ั หลายเพราะเหตุไรหนอแล ทา นพระสวี ลเี ถระ จึงอยใู นทองของมารดาตลอด ๗ ป ๗ เดือน ๗ วัน ? เพราะกรรมอะไร จึงไหมแลว ในนรก ?เพราะกรรมอะไร จงึ ถงึ ความเปนผูมลี าภเลิศ และมียศเลศิ อยางน้นั ?\" พระศาสดาทรงสดบั ถอยคาํ นนั้ แลว ตรัสถามวา \"ภกิ ษุทัง้ หลายพวกเธอกลาวอะไรกนั ?\" เมือ่ ภิกษุเหลา น้ันกราบทูลวา \"กถาช่ือนี้พระเจา ขา \" ดงั นี้แลว เมอ่ื จะตรัสบุรพกรรมของทานพระสวี ลเี ถระน้นัจงึ ตรสั วา :- บุรพกรรมของพระสีวลี \"ภิกษทุ งั้ หลาย ในกัลปที่ ๙๑ แตกลั ปน้ี พระผมู พี ระภาคเจาทรงพระนามวาวิปส สี ทรงอุบัตใิ นโลกแลว สมัยหน่งึ เสด็จเทีย่ วจาริกไปใน
พระสตุ ตนั ตปฎก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ที่ 407ชนบท กลับมาสูนครของพระบดิ า. พระราชาทรงตระเตรียมอาคันตุกทานเพื่อภกิ ษุสงฆ มีพระพุทธเจา เปน ประมุข ทรงสง ขาวแกชาวเมืองวา\"ชนทั้งหลายจงมาเปนสหายในทานของเรา.\" ชนเหลา นั้นทําอยางนัน้แลวคิดวา \"พวกเราจักถวายทานใหยิง่ กวาทานทพี่ ระราชาถวายแลว \"จงึ ทลู นิมนตพ ระศาสดา ในวันรงุ ข้นึ ตกแตง ทานแลว กส็ ง ขา วไปทลู แดพระราชา. พระราชาเสดจ็ มาทอดพระเนตรเห็นทานของชนเหลา น้นั แลวทรงดาํ รวิ า \"เราจักถวายทานใหย ิ่งกวาทานน\"ี้ ในวันรุง ขนึ้ ทรงนิมนตพระศาสดาแลว. พระราชาไมทรงสามารถจะใหชาวเมอื งแพไดเ ลย (ถงึ )ชาวเมืองกไ็ มส ามารถจะใหพ ระราชาแพได. ในครงั้ ท่ี ๖ ชาวเมอื งคิดวา\"บดั น้พี วกเราจักถวายทานในวันพรุงน้ี โดยประการท่ใี คร ๆ ไมอ าจพดูไดว า \"วัตถุชือ่ นไี้ มม ี ในทานของชนเหลาน\"้ี ดงั นแ้ี ลว ในวนัรงุ ขึ้นจดั แจงของถวายเสรจ็ แลวตรวจดวู า \"อะไรหนอแล ? ยงั ไมมีในทานนี้\" ไมไ ดเหน็ นาํ้ ผงึ้ ดิบ๑เลย, สวนนาํ้ ผึง้ สกุ มีมาก. ชนเหลา น้นั ใหคนถอื เอาทรัพย ๔ พันแลว สง ไปในประตแู หง พระนครทงั้ ๔ เพือ่ตอ งการน้าํ ผงึ้ ดบิ . ครงั้ น้นั คนบานนอกคนหนง่ึ มาเพื่อจะเยีย่ มนายบาน เหน็ รวงผึ้งในระหวา งทาง ไลต วั ผง้ึ ใหหนีไปแลว ตัดกงิ่ ไมถ อื รวงผึง้ พรอ มทั้งคอนนนั่ แลเขา ไปสูพ ระนครดวยต้งั ใจวา \"เราจกั ใหแ กน ายบา น\" บรุ ษุ ผไู ปเพื่อตอ งการนํา้ ผึ้งพบคนบา นนอกนน้ั แลว จงึ ถามวา \"ทานผูเ จริญนํา้ ผงึ้ ทานขายไหม ?\"๑. อลลฺ มธุ ตามศัพทแปลวานํ้าผง้ึ สด. ไดแกน าํ้ ผง้ึ ท่ีไดจากรงั ใหม ๆ ยังไมไ ดตมหรอื เคี่ยว,เพอื่ ความใหความเขากนั กบั นํา้ ผึ้งสกุ ศพั ทน้จี งึ ควรแปลวา นํ้าผ้ึงดบิ .
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 408 คนบานนอก. ไมข าย นาย. บุรษุ . เชญิ ทานรบั เอากหาปณะนีแ้ ลว จงให (รวงผึ้งแกฉ นั )เถดิ . คนบานนอกนัน้ คิดวา \"รวงผึ้งน้ียอ มไมถ ึงคา แมส ักวาบาทหนง่ึ ;แตบ ุรษุ น้ใี หท รพั ยก หาปณะหน่ึง, เห็นจะเปนผูมกี หาปณะมาก, เราควรขึน้ ราคา.\" ลาํ ดบั น้นั เขาจงึ ตอบกะบรุ ษุ นั้นวา \"ฉันใหไมไ ด. \" บรุ ษุ . ถากระนัน้ ทานจงรบั เอาทรพั ย ๒ กหาปณะ. คนบานนอก. แมด วยทรพั ย ๒ กหาปณะฉันกใ็ หไมได. เขาขน้ึ ราคาดวยอาการอยางน้ัน จนถึงบรุ ุษนั้นกลาววา \"ถากระน้นั ขอทานจงรบั เอาทรัพยพนั กหาปณะน้\"ี ดงั น้แี ลว นอ มหอภัณฑะเขา ไป. ทีนัน้ คนบา นนอกกลา วกะบรุ ุษน้ันวา \"ทา นบาหรือหนอแล ? หรอื ไมไดโ อกาสเปนทีเ่ ก็บกหาปณะ; นา้ํ ผึง้ ไมถ ึงคา แมบ าทหนง่ึทา นยังกลาววา 'ทา นรับเอากหาปณะพันหน่ึงแลว จงให (รวงผ้งึ แกฉนั ), ช่ือวา เหตอุ ะไรกันน้ี ?\" บรุ ษุ . ผูเจริญ ขาพเจา รู, ก็กรรมของขา พเจาดวยน้าํ ผึง้ น้ีมีอย,ูเพราะเหตนุ นั้ ขาพเจา จงึ พดู อยา งน้นั . คนบานนอก. กรรมอะไร ? นาย. บรุ ุษ. พวกขา พเจา ตระเตรยี มมหาทาน เพื่อพระวปิ ส สสี มั มา-สัมพทุ ธเจา ผมู ีสมณะ ๖ ลาน ๘ แสนเปนบริวาร, ในมหาทานนั้นยังไมมีนา้ํ ผ้ึงดิบอยางเดียวเทา นน้ั , เพราะฉะนั้น ขาพเจา จงึ ขอซ้อื (รวงผง้ึ )ดวยอาการอยา งนนั้ . คนบานนอก. เมอื่ เปน อยา งนนั้ ขา พเจา จกั ไมใ หดว ยราคา, ถา
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ที่ 409แมข า พเจา ไดส ว นบญุ ในทานบางไซร, ขา พเจา จักให. บุรษุ นั้นไปบอกเน้อื ความนนั้ แกช าวเมือง. ชาวเมอื งทราบความท่ีศรทั ธาของเขามีกําลัง จึงรบั วา \"สาธุ ขอเขาจงเปน ผูไ ดส ว นบุญ.พวกชาวเมอื งนน้ั นมิ นตภกิ ษุสงฆม พี ระพุทธเจา เปน ประมุขใหนั่งแลวถวายขาวตม และของเคยี้ ว ใหค นนําถาดทองคาํ อยางใหญม าใหบีบรวงผึง้แลว . แมกระบอกนมสม อันมนษุ ยนัน้ แลนํามา เพอื่ ตอ งการเปนของกาํ นัลมอี ยู. เขาเทนมสม แมน ้ันลงในถาดแลว เคลา กับนา้ํ ผง้ึ น้ัน ไดถวายแกภกิ ษสุ งฆมีพระพทุ ธเจาเปนประมขุ จําเดมิ แตต น . น้ําผึ้งนั้นทว่ั ถึงแกภกิ ษทุ กุ รปู ผูร บั เอาจนพอความตอ งการ. ไดเ หลือเกินไปดว ยซ้ํา.ใคร ๆ ไมค วรคิดวา \"นาํ้ ผง้ึ นอยอยางนน้ั ถึงแกภิกษมุ ากเพียงน้ันไดอยางไร ?\" จรงิ อยู นา้ํ ผงึ้ น้ัน ถงึ ไดดวยอานภุ าพแหง พระพุทธเจา.พุทธวสิ ัยใคร ๆไมควรคิด. จริงอยู เหต๑ุ ๔ อยา ง อันพระผูมพี ระภาคเจาตรัสวา \" เปนเรอ่ื งที่ไมค วรคดิ .\" ใคร ๆ เม่ือไปคดิ เหตเุ หลานนั้ เขายอ มเปนผูมสี ว นแหง คนบาทเี ดียว ดว ยประการฉะน.ี้ บุรุษนั้น ทํากรรมประมาณเทานน้ั แลว ในกาลเปนที่ส้ินสดุ แหงอายุ บงั เกดิ ในเทวโลก ทอ งเท่ยี วอยสู น้ิ กาลนานประมาณเทา น้นั ในสมัยหน่ึงจตุ ิจากเทวโลก บงั เกดิ ในราชตระกลู ในกรุงพาราณสี โดยกาลที่พระชนกสวรรคต ถึงความเปน พระราชาแลว . ทา วเธอทรงดํารวิ า\"จกั ยึดเอาพระนครหนึง่ \" จงึ เสดจ็ ไปลอ ม (นครนั้นไว). และทรงสงสาสนไ ปแกชาวเมืองวา \"จงใหร าชสมบัติหรอื ใหก ารยุทธ\" ชาวเมืองเหลา น้นั ตอบวา \"จักไมใ หท ง้ั ราชสมบตั นิ ่ันแหละ, จักไมใหท งั้ การยทุ ธ\"๑. อนิจไตย เรอื่ งที่ไมควรคดิ ๔ อยา ง คอื พทุ ธวสิ ัย. ฌานวิสยั . กรรมวิสัย. โลกจนิ ตะ.
พระสุตตนั ตปฎก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 410ดังนแี้ ลว ก็ออกไปนําฟน และนา้ํ เปน ตน มาทางประตูเลก็ ๆ, ทํากิจทกุ อยาง. ฝา ยพระราชานอกนร้ี ักษาประตใู หญ ๔ ประตู ลอ มพระนครไวสน้ิ ๗ ป ยิ่งดวย ๗ เดอื น ๗ วัน. ในกาลตอมา พระชนนีของพระราชานน้ั ตรัสถามวา บุตรของเราทาํ อะไร ?\" ทรงสดบั เร่ืองนนั้ วา \"ทรงทํากรรมชื่อนี้ พระเจา ขา \" ตรสั วา \"บตุ รของเราโง, พวกเธอจงไปจงทูลแกบ ุตรของเรานั้นวา \"จงปดประตูเล็ก ๆ ลอมพระนคร.\"ทา วเธอทรงสดับคาํ สอนของพระชนนีแลว ก็ไดทรงทําอยา งนน้ั . ฝายชาวเมืองเมือ่ ไมไ ดเ พอื่ ออกไปภายนอก ในวันท่ี ๗ จงึ ปลงพระชนมพ ระราชาของตนเสีย ไดถวายราชสมบัตแิ ดพระราชาน้ัน. ทาวเธอทรงทํากรรมน้ีแลว ในกาลเปน ทส่ี ้ินสดุ แหง อายุบังเกิดในอเวจี, ไหมแลวในนรกตราบเทา มหาปฐพีนห้ี นาขน้ึ ไดป ระมาณโยชนห น่ึง, จตุ จิ ากอัตภาพนัน้ แลว ถอื ปฏสิ นธิในทอ งของมารดานั้นนน่ั แหละ อยภู ายในทองสิน้ ๗ ป ยงิ่ ดว ย ๗ เดอื น นอนขวางอยูทีป่ ากชอ งกําเนดิ สิน้ ๗ วนั เพราะความท่ีตนปด ประตูเลก็ ๆ ทงั้ ส.่ี ภิกษทุ ้งั หลาย สีวลไี หมแลวในนรกสิ้นกาลประมาณเทา นัน้ เพราะกรรมท่ีเธอลอมพระนครแลว ยึดเอาในกาลนัน้ ถอื ปฏสิ นธใิ นทอ งของมารดานัน้ นน่ั แหละ อยใู นทองสิ้นกาลประมาณเทา นน้ั เพราะความทเ่ี ธอปดประตูเล็ก ๆ ท้งั สี่, เปนผถู ึงความเปน ผูม ลี าภเลิศ มยี ศเลศิ เพราะความท่ีเธอถวายนาํ้ ผ้งึ ใหม ดว ยประการอยางนี้. พวกภกิ ษุชมเชยบญุ ของเรวตะ ในวันรงุ ขึน้ ภกิ ษุทง้ั หลายสนทนากนั วา \"แมสามเณรผูเ ดยี วทํา
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 411เรือนยอด ๕๐๐ หลงั เพ่อื ภกิ ษุ ๕๐๐ รูป มีลาภ, มีบุญ. นาชมจรงิ ,\"พระศาสดาเสด็จมาตรสั ถามวา \"ภิกษุทง้ั หลาย บัดนีพ้ วกเธอนง่ั ประชุมกันดวยถอ ยคําอะไรหนอ ?\" เมอ่ื ภกิ ษเุ หลา นัน้ กราบทูลวา \"ดว ยถอ ยคาํชือ่ นี้พระเจาขา ,\" ตรัสวา \"ภกิ ษุทงั้ หลาย บุตรของเราไมม ีบญุ , ไมมีบาป;(เพราะ) บุญและบาปทั้งสองเธอละเสียแลว\" ไดตรัสพระคาถาน้ี ในพราหมณวรรค วา:- \"บุคคลใดในโลกน้ี ลว งเครือ่ งขอ ง ๒ อยา ง คือบญุ และบาป, เราเรียกบุคคลน้ัน ผไู มโ ศก ปราศ- จากกิเลสเพยี งดงั ธลุ ี ผูหมดจดวา เปน พราหมณ.\" เรือ่ งพระขทิรวนิยเรวตเถระ จบ.
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 412 ๑๐. เรอ่ื งหญงิ คนใดคนหน่ึง [๗๐] ขอความเบ้อื งตน พระศาสดาเมอื่ ประทบั อยใู นพระเชตวนั ทรงปรารภหญิงคนใดคนหนง่ึ ตรัสพระธรรมเทศนานว้ี า \"รมณียานิ\" เปนตน . หญิงนครโสภณิ ีย่วั จิตพระเถระใหห ลง ดงั ไดส ดบั มา ภิกษุผถู ือบณิ ฑบาตเปน วตั รรูปหนงึ่ เรยี นกมั มฏั ฐานในสาํ นกั ของพระศาสดาแลว เขาไปสสู วนรางสวนหนึ่งทาํ สมณธรรมอยู.คร้งั นนั้ หญิงนครโสภณิ คี นหน่ึง ทาํ การนดั แนะกับบรุ ุษวา \"ฉนั จักไปสูทช่ี ือ่ โนน, เธอพงึ มาในทีน่ ้ัน\" ไดไ ปแลว. บรุ ุษน้ันไมม าแลว. นางแลดทู างมาของบุรษุ นั้นอยูไมเ ห็นเขา กระสนั ขน้ึ แลว จงึ เที่ยวไปขางโนนขางนี้ เขาไปสสู วนน้นั พบพระเถระนั่งคูบ ัลลงั ก แลไปขา งโนน ขา งนี้ไมเห็นใคร ๆ อน่ื คดิ วา \"ผนู ้เี ปนเปนชายเหมือนกนั , เราจกั ยงั จิตของผูนี้ใหล ุม หลง\" ยนื อยขู างหนา ของพระเถระนน้ั เปล้อื งผา นงุ แลว(กลบั ) นุง บอย ๆ, สยายผมแลวเกลา, ปรบมอื แลวหวั เราะ. ความสงั เวชเกดิ ขนึ้ แกพ ระเถระ แผซ านไปท่ัวสรรี ะ. ทา นคดิวา \"น้ีเปนอยางไรหนอแล ?\" พระศาสดาทรงแสดงธรรมแกพระเถระ ฝา ยพระศาสดาทรงใครครวญวา \" ความเปน ไปของภกิ ษุผูเรยี นกมั มัฏฐานจากสาํ นกั ของเราไปแลวดวยตง้ั ใจวา 'จักทําสมณธรรม'
พระสุตตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 413เปนอยางไรหนอแล ?\" ทรงเหน็ หญิงนน้ั แลว ทรงทราบกริ ิยาอนาจารของหญิงน้ัน และความเกิดขน้ึ แหง อวามสังเวชของพระเถระ ประทับนง่ัในพระคนั ธกฎุ นั่นแหละ ตรสั กบั พระเถระน้นั วา \"ภกิ ษุ ที่ ๆ ไมร่ืนรมยของพวกคนผูแสวงหากามนัน่ แหละ เปนทรี่ น่ื รมยข องผูม รี าคะปราศจากแลว ท้ังหลาย.\" ก็แลครนั้ ตรัสอยา งนน้ั แลว ทรงแผพระโอภาสไป เม่ือจะทรงแสดงธรรมแกภ กิ ษุน้นั ตรัสพระคาถาน้ีวา :- ๑๐. รมณยี านี อรฺนิ ยตฺถ น รมตี ชโน วีตราคา รเมสสฺ นฺติ น เต กามคเวสโิ น. \"ปา ท้งั หลาย เปนที่นารื่นรมย, ทา นผูมรี าคะ ไปปราศแลว ทั้งหลาย จักยนิ ดีในปา อันไมเปนที่ ยินดขี องชน, ( เพราะ ) ทานผูมีราคะไปปราศแลว นน้ั เปน ผมู ีปกตไิ มแ สวงหากาม.\" แกอรรถ บรรดาบทเหลานั้น บทวา อรฺานิ ความวา ธรรมดาปาทั้งหลายอันประดับดวยไพรสณฑม ตี นไมร นุ ๆ มดี อกบานแลว สมบูรณด ว ยน้ําใสสะอาด เปน ท่นี า รน่ื รมย. บทวา ยตถฺ เปน ตน ความวา ชนผแู สวงหากาม ยอ มไมย นิ ดใี นปา ท้งั หลายใด เหมือนแมลงวันบา นไมยนิ ดใี นปาบวั หลวง ซึ่งมีดอกอันแยม แลวฉะน้ัน. บทวา วตี ราคา เปน ตน ความวา ก็ทา นผมู ีราคะไปปราศแลวทัง้ หลาย คือพระขีณาสพ จักยินดใี นปา ทงั้ หลายเห็นปานน้นั เหมอื นแมลงภแู ละแมลงผ้งึ ยนิ ดีในปาบัวหลวงฉะนัน้ .
พระสุตตนั ตปฎ ก ขุททกนกิ าย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 414 ถามวา \" เพราะเหตุไร ?\" แกว า \"เพราะทา นผมู ีราคะไปปราศแลว เหลานน้ั เปน ผมู ีปกติไมแ สวงหากาม.\" อธบิ ายวา เพราะทา นเหลา นน้ั ยอ มไมเปน ผูม ปี กติแสวงหากาม (จงึ ยนิ ดีในปาทั้งหลาย). ในกาลจบเทศนา พระเถระน้ันน่งั ตามปกตนิ ่นั แล บรรลุพระอรหตัพรอมดว ยปฏสิ ัมภิทาทั้งหลาย มาโดยอากาศ ทําความชมเชย ถวายบงั คมพระบาทท้ังสองของพระตถาคต ไดไ ปแลว ดงั น้แี ล. เรือ่ งหญงิ คนใดคนหนง่ึ จบ. อรหันตวรรควรรณนา จบ. วรรคท่ี ๗ จบ.
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ที่ 415 คาถาธรรมบท สหัสสวรรค๑ที่ ๘ วาดว ยส่งิ เดียวประเสริฐกวา รอยกวาพัน [๑๘] ๑. หากวาจาแมต ง้ั พนั ไมประกอบดว ยบทที่ เปน ประโยชนไ ซร บททเี่ ปน ประโยชนบทเดียว ซึง่ บุคคลฟง แลวสงบระงบั ได ประเสริฐกวา. ๒. หากวา คาถาแมพันหนึ่ง ไมประกอบ ดวยบทเปนประโยชน (ไมประเสรฐิ ) บทแหง คาถาบทเดียว ซ่งึ บคุ คลฟง แลว สงบระงับได ประเสริฐกวา. ๓. กผ็ ใู ดพงึ กลาวคาถาตัง้ รอย ซ่ึงไมประกอบ ดวยบทเปน ประโยชน บทแหงธรรมบทเดยี วที่บุคคล ฟงแลวสงบระงับได ประเสรฐิ กวา (การกลาวคาถา ตั้งรอยของผนู น้ั ) ผใู ดพงึ ชนะมนุษยพนั หนึ่งคูณดว ย พันหนึง่ (คือ ๑ ลาน) ในสงคราม ผูน้ันหาชื่อวา เปนยอดแหง ชนผูชนะในสงครามไม สว นผใู ดชนะ ตนคนเดียวได ผนู น้ั แลเปนยอดแหง ผูช นะใน สงคราม. ๔. ตนนัน่ แล บคุ คลชนะแลว ประเสริฐ สวน๑. วรรคท่ี ๘ มีอรรถกถา ๑๔ เรือ่ ง.
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนาท่ี 449ทางกายเปน ตนเปนนติ ย, เทวดาก็ดี คนธรรพกด็ ี ก็หรือมารพรอ มทง้ั พรหม แมพ ากเพียรพยายามอยูว า ' เราจักทําความชนะของผนู ัน้ ใหกลบั แพ, จกั ทาํ กเิ ลสท้งั หลายท่เี ขาละไดด ว ยมรรคภาวนาใหเ กดิ อกี , กไ็ มพงึ อาจเลย เพ่อื จะทํา ( ความชนะ) ของสตั วเ หน็ ปานนั้น คอื ผสู ํารวมแลว ดวยการสาํ รวมทางกายเปนตน เหลาน้ัน ใหกลับแพ เหมอื นผูแพดวยทรัพยเ ปนตน แลว เปน ปรปก ษ ชนะผูท คี่ นนอกน้ชี นะแลว พึงทาํ ใหกลับแพอ ีกฉะน้ัน\" ในเวลาจบเทศหา ชนเปนอันมากบรรลอุ รยิ ผลทั้งหลาย มโี สดา-ปตตผิ ลเปนตน ดังนี้แล. เร่ืองอนัตถปุจฉกพราหมณ จบ.
พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เลม ๑ ภาค ๒ ตอน ๒ - หนา ท่ี 450 ๕. เรื่องพราหมณผ เู ปน ลุงของพระสารีบตุ รเถระ [๘๕] ขอ ความเบือ้ งตน พระศาสดาเมอื่ ประทบั อยูในพระเวฬุวัน ทรงปรารภพราหมณผเู ปนลุงของพระสารบี ุตรเถระ ตรสั พระธรรมเทศนานวี้ า \"มาเสมาเส\" เปนตน . พระเถระพาลงุ ไปเฝาพระศาสดา ไดยินวา พระเถระ ไปสสู าํ นักของพราหมณน้นั แลว ถามวาพราหมณ ทา นทํากศุ ลอะไร ๆ บา งหรือหนอแล ?\" พราหมณ. ทาํ ขอรับ. พระเถระ. ทํากศุ ลอะไร ? พราหมณ. ผมกใ็ หทาน ดว ยบรจิ าคทรัพยพ ันหน่ึง ทกุ ๆ เดอื น พระเถระ ใหแ กใคร ? พราหมณ. ใหแกพ วกนิครนถ ขอรบั . พระเถระ ปรารถนาอะไร ? พราหมณ. พรหมโลก ขอรบั . พระเถระ. กน็ ้เี ปน ทางแหง พรหมโลกหรือ ? พราหมณ. อยางนัน้ ขอรบั . พระเถระ. ใครกลา วอยาน้ี ? พราหมณ. พวกอาจารยข องผมกลาว ขอรบั .
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 507
Pages: