Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore tripitaka_86

tripitaka_86

Published by sadudees, 2017-01-10 01:15:47

Description: tripitaka_86

Search

Read the Text Version

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 155 คอื วิปากเจตนา เปนปจ จยั แกสมั ปยุตขนั ธ และจติ ตสมฏุ ฐานรปูดวยอาํ นาจของกมั มปจจัย. ในปฏสิ นธิขณะ วปิ ากเจตนา เปนปจจยั แกส ัมปยตุ ตขนั ธ และกฏัตตารูป ดวยอาํ นาจของกัมมปจ จยั . [๑๓๘๖] ๔. วปิ ากธมั มธรรม เปนปจ จยั แกว ปิ ากธัมมธรรมดวยอาํ นาจของกมั มปจ จัย คือ เจตนาท่ีเปนวิปากธัมมธรรม เปนปจ จัยแกสัมปยตุ ขนั ธ ดว ยอาํ นาจของกัมมปจ จยั . ๕. วิปากธัมมธรรม เปน ปจจัยแกว ปิ ากธรรม ดวยอาํ นาจของกัมมปจจัย มอี ยางเดียว คือ นานาขณกิ ะ ไดแก เจตนาท่ีเปนวิปากธัมมธรรมเปนปจจยั แกวบิ ากขันธ ดวยอาํ นาจของกมั มปจ จัย. ๖. วปิ ากกมั มธรรม เปน ปจ จยั แกเ นววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม ดวยอํานาจของกัมมปจจยั มี ๒ อยาง คือ ท่เี ปน สหชาตะ และ นานาขณกิ ะ ทเี่ ปน สหชาตะ ไดแ ก เจตนาทเ่ี ปน วิปากธัมมธรรม เปนปจจัยแกจิตตสมุฏฐานรปู ดว ยอาํ นาจของกมั มปจจัย. ท่เี ปน นานาขณกิ ะ ไดแก เจตนาทเี่ ปน วปิ ากธมั มธรรม เปน ปจจยัแกก ฏัตตารปู ดวยอาํ นาจของกัมมปจ จยั . ๗. วิปากธัมมธรรม เปน ปจจยั แกว ปิ ากธรรมและเนววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของกมั มปจ จัย

พระอภธิ รรมปฎก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ที่ 156 มีอยา งเดยี ว คอื นานาขณิกะ ไดแก เจตนาท่ีเปนวิปากธมั มธรรมเปน ปจ จัยแกข ันธท ีเ่ ปนวบิ ากและกฏตั ตารปู ดวยอํานาจของกมั มปจ จัย. ๘. วิปากธัมมธรรม เปน ปจ จัยแกวิปากธัมมธรรมและเนววิปากนวปิ ากธัมมธรรม ดวยอํานาจของกมั มปจ จยั คือ เจตนาทเ่ี ปนวิปากธัมมธรรม เปนปจ จยั แกสัมปยุตตขันธ และจติ ตสมฏุ ฐานรปู ดวยอาํ นาจของกมั มปจ จัย. [๑๓๘๗] ๙. เนววิปากนวปิ ากธัมมธรรม เปน ปจ จยั แกเนว-วปิ ากนวปิ ากธัมมธรรม ดว ยอาํ นาจของกัมมปจ จัย คือ เจตนาทเี่ ปน เนววิปากนวปิ ากธมั มธรรม เปนปจจัยแกส ัมปยุตต-ขนั ธและจิตตสมุฏฐานรูป ดว ยอาํ นาจของกมั มปจจยั . ๑๔. วปิ ากปจ จยั [๑๓๘๘] ๑. วิปากธรรม เปน ปจจัยแกวปิ ากธรรม ดว ยอาํ นาจของวิปากปจ จัย คือ ขนั ธ ๑ ท่เี ปน วบิ าก เปนปจ จยั แกข ันธ ๓ ดวยอาํ นาจของวปิ ากปจจัย. ในปฏสิ นธิขณะ ฯลฯ ๒. วปิ ากธรรม เปนปจ จยั แกเนววปิ ากนวปิ ากธมั ม-ธรรม ดว ยอํานาจของวปิ ากปจ จยั คอื วิบากขนั ธ เปน ปจจัยแกจ ติ ตสมุฏฐานรูป ดว ยอาํ นาจของวปิ าก-ปจจัย.

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ที่ 157 ในปฏสิ นธขิ ณะ วบิ ากขันธ เปน ปจ จยั แกกฏตั ตารปู ดว ยอํานาจของวปิ ากปจ จยั , ขันธทัง้ หลาย เปน ปจจยั แกหทยวตั ถุ ฯลฯ ๓. วิปากธรรม เปนปจจยั แกว ปิ ากธรรม และเนว-วปิ ากนวิปากธมั มธรรม ดวยอํานาจของวปิ ากปจจัย คือ ขันธ ๑ ทีเ่ ปน วิบาก เปน ปจจัยแกข ันธ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูป ฯลฯ ในปฏสิ นธขิ ณะ ขนั ธ ๑ ทีเ่ ปนวบิ าก เปนปจ จัยแกข นั ธ ๓ และกฏัตตารปู ดว ยอํานาจของวปิ ากปจจยั ฯลฯ ๑๕. อาหารปจจยั ๑. วิปากธรรม เปนปจจัยแกว ิปากธรรม ดวยอํา-นาจของอาหารปจ จยั คือ อาหารท่เี ปน วติ ก เปน ปจ จัยแกสมั ปยุตตขนั ธ มี ๓ วาระ. แมใ นปฏสิ นธิขณะ พงึ แจกใหได ๓ วาระ ๔. วิปากธัมมธรรม เปนปจจยั แกวิปากธัมมธรรมดว ยอํานาจของอาหารปจจัย มี ๓ วาระ. [๑๓๘๙๑] ๗. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เปนปจจยั แกเ นว-วปิ ากนวปิ ากธัมมธรรม ดวยอํานาจของอาหารปจจัย คือ อาหารที่เปน เนววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม เปน ปจ จยั แกส ัมปยุตต-ขนั ธ และจติ ตสมฏุ ฐานรปู ดว ยอํานาจของอาหารปจจัย. กพฬีการาหารเปน ปจ จยั แกก ายนี้ ดว ยอาํ นาจของอาหารปจ จยั .๑. เลขขอ ควรวางไวหนา ขอ ๑. ของอาหารปจจยั

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาท่ี 158 ๑๖. อินทริยปจ จยั [๑๓๙๐] ๑. วปิ ากธรรม เปนปจ จยั แกวิปากธรรม ดว ยอาํ -นาจของอินทรยิ ปจ จยั มี ๓ วาระ. ในปฏสิ นธิขณะ กพ็ งึ แจก. ๔. วปิ ากธมั มธรรม เปน ปจจยั แกว ิปากธัมมธรรมดวยอํานาจของอินทรยิ ปจ จยั มี ๓ วาระ. [๑๓๙๑] ๗. เนววปิ ากนวปิ ากธัมมธรรม เปน ปจ จัยแกเนว-วิปากนวิปากธัมมธรรม ดว ยอํานาจของอินทรยิ ปจจัย คอื อินทรียท ่ีเปนเนววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม เปนปจ จยั แกส ัมปยตุ ต-ขนั ธและจติ ตสมฏุ ฐาน ดวยอาํ นาจของอนิ ทรยิ ปจ จัย. รปู ชวี ิตินทรียเ ปนปจจยั แกกฏตั ตารปู ดวยอาํ นาจของอินทรยิ ปจจยั . ๘. เนววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม เปนปจจัยแกวิปาก-ธรรม ดว ยอาํ นาจของอนิ ทริยปจ จัย คือ จักขุนทรีย เปนปจ จัยแกจ ักขุวญิ ญาณ ดว ยอํานาจของอนิ ทรยิ -ปจจยั ฯลฯ กายนิ ทรีย ฯลฯ [๑๓๙๒] ๙. วปิ ากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรม เปนปจ จัยแกว ปิ ากธรรม ดว ยอาํ นาจของอนิ ทรยิ ปจ จยั คอื จักขนุ ทรียแ ละจกั ขุวิญญาณ เปน ปจ จัยแกขันธท ี่สหรคตดวยจกั ขุวญิ ญาณ ดว ยอาํ นาจของอินทริยปจจัย ฯลฯ

พระอภธิ รรมปฎก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 159 กายินทรียแ ละกายวิญญาณ เปน ปจ จัยแกข นั ธท ี่สหรคตดวยกายวญิ ญาณ ดว ยอาํ นาจของอินทริยปจจยั . ๑๗. ฌานปจจยั [๑๓๙๓] ๑. วิปากธรรม เปนปจจยั แกป ากธรรม ดว ยอํา-นาจของฌานปจ จัย มี ๓ วาระ. ๔. วิปากธัมมธรรม เปน ปจจยั แกวปิ ากธมั มธรรมดวยอาํ นาจของฌานปจ จยั มี ๓ วาระ. ๗. เนววปิ ากนวิปากธัมมธรรม เปนปจ จยั แกเนว-วิปากนวิปากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของฌานปจจัย คือ องคฌ านท่ีเปน เนววปิ ากนวิปากธมั มธรรม เปน ปจ จัยแกส ัม-ปยตุ ตขนั ธและจติ ตสมฏุ ฐานรูป ดวยอาํ นาจของฌานปจ จยั . ๑๘. มคั คปจจัย [๑๓๙๔] ๑. วิปากธรรม เปน ปจ จัยแกว ิปากธรรม ดว ยอาํ นาจของมคั คปจจยั มี ๓ วาระ. ๔. วปิ ากธัมมธรรม เปน ปจ จัยแกวิปากธัมมธรรมดว ยอาํ นาจของมคั คปจจยั มี ๓ วาระ. ๗. เนววิปากนวิปากธมั มธรรม เปน ปจ จยั แกเนว-วิปากนวปิ ากธมั มธรรม ดว ยอํานาจของมัคคปจจัย

พระอภิธรรมปฎก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ที่ 160 คอื องคมรรคทีเ่ ปนเนววปิ ากนวิปากธมั มธรรม เปนปจจัยแกส มั -ปยตุ ตขันธ และจิตตสมฏุ ฐานรูป ดว ยอํานาจของมคั คปจ จยั . ๑๙. สมั ปยตุ ตปจ จยั [๑๓๙๕] ๑. วิปากธรรม เปนปจจยั แกว ิปากธรรม ดวยอาํ -นาจของสมั ปยตุ ตปจ จัย คอื ขนั ธ ๑ ทีเ่ ปนวบิ าก เปน ปจจัยแกขนั ธ ๓ ฯลฯ ขนั ธ ๒ เปนปจ จยั แกขันธ ๒. ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ [๑๓๙๖] ๒. วปิ ากธัมมธรรม เปน ปจ จยั แกว ิปากธัมมธรรมดว ยอาํ นาจของสมั ปยุตตปจ จัย ๓. เนววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม เปนปจจยั แกเนว-วิปากนวิปากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของสัมปยุตตปจจัย คอื ฯลฯ ขันธ ๒ เปน ปจจัยแกขันธ ๒ ดว ยอํานาจของสมั ปยตุ ตปจ จยั . ๒๐. วปิ ปยุตตปจ จยั [๑๓๙๗] ๑. วปิ ากธรรม เปน ปจจัยแกเ นววิปากนวปิ ากธมั ม-ธรรม ดวยอาํ นาจของวปิ ปยตุ ตปจจัย มี ๒ อยา ง คอื ท่ีเปน สหชาตะ และ ปจ ฉาชาตะ

พระอภธิ รรมปฎก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาท่ี 161 ทีเ่ ปน สหชาตะ ไดแ ก วิบากขันธท่เี กดิ พรอมกนั เปนปจจยั แกจิตตสมฏุ ฐานรปู . ในปฏสิ นธิขณะ วบิ ากขันธ เปน ปจจัยแกกฏตั ตารปู . ทีเ่ ปน ปจฉาชาตะ ไดแ ก วิบากขันธท เ่ี กิดภายหลงั เปนปจ จยั แกกายนี้ท่ีเกิดกอ น ดว ยอํานาจของวปิ ปยุตตปจ จัย. [๑๓๙๘] ๒. วปิ ากธมั มธรรม เปนปจจัยแกเนววปิ ากนวปิ าก-ธมั มธรรม ดว ยอํานาจของวิปปยุตตปจจัย มี ๒ อยา ง คือ ทีเ่ ปน สหชาตะ และ ปจฉาชาตะ ทเ่ี ปน สหชาตะ ไดแ ก ขนั ธท่เี ปนวิปากธมั มธรรมทเ่ี กิดพรอมกนัเปน ปจจยั แกจ ิตตสมุฏฐานรปู ดว ยอํานาจของวปิ ปยตุ ตปจ จยั . ท่เี ปน ปจฉาชาตะ ไดแก ขนั ธทเี่ ปน วปิ ากธมั มธรรมทเ่ี กดิ ภายหลังเปน ปจ จัยแกก ายนท้ี เ่ี กดิ กอน ดว ยอํานาจของวิปปยตุ ตปจ จยั . [๑๓๙๙] ๓. เนววิปากนวิปากธัมมธรรม เปน ปจ จยั แกเ นว-วปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของวปิ ปยุตตปจจยั มี ๓ อยาง คอื ท่เี ปน สหชาตะ ปเุ รชาตะ และ ปจ ฉาชาตะ ท่เี ปน สหชาตะ ไดแ ก ขันธท เ่ี ปน เนววิปากนวิปากธมั มธรรมที่เกิดพรอ มกัน เปนปจ จยั แกจ ติ ตสมุฏฐานรปู ดวยอาํ นาจของวปิ ปยุตตปจ จยั . ทเี่ ปน ปุเรชาตะ ไดแก หทยวตั ถุทเี่ กดิ กอ นเปนปจ จัยแกเนววปิ าก-นวปิ ากธมั มธรรม ดว ยอํานาจของวปิ ปยุตตปจจัย. ทเ่ี ปน ปจ ฉาชาตะ ไดแก ขันธท เ่ี ปน เนววปิ ากนวิปากธัมมธรรมทีเ่ กิดภายหลงั เปน ปจ จยั แกกายนที้ ี่เกิดกอ น ดว ยอํานาจของวิปปยตุ ตปจจยั .

พระอภธิ รรมปฎก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาท่ี 162 ๔. เนววิปากนวิปากธมั มธรรม เปน ปจ จัยแกว ปิ าก-ธรรม ดวยอาํ นาจของวิปปยุตตปจ จยั มี ๒ อยาง คือ ที่เปน สหชาตะ และ ปุเรชาตะ. ทีเ่ ปน สหชาตะ ไดแ ก ในปฏสิ นธิขณะ หทยวัตถทุ ี่เกดิ พรอมกันเปน ปจจัยแกวิบากขันธ ดว ยอํานาจของวิปปยุตตปจ จยั . ท่เี ปน ปเุ รชาตะ ไดแก จักขายตนะทีเ่ กดิ กอน เปน ปจจยั แกจกั ขุวิญญาณ ฯลฯ กายาตนะ เปนปจ จัยแกกายวิญญาณ. หทยวัทถุ เปน ปจ จยัแกว บิ ากขนั ธ ดว ยอาํ นาจของวิปปยุตตปจจยั . ๕. เนววิปากนวิปากธมั มธรรม เปนปจจยั แกวิปาก-ธมั มธรรม ดวยอํานาจของวิปปยุตตปจจยั มีอยา งเดยี ว คือ ปเุ รชาตะ ไดแ ก หทยวัตถทุ ี่เกิดกอ น เปนปจ จัยแกข นั ธทีเ่ ปน วิปากธัมมธรรม ดวยอาํ นาจของวิปปยตุ ตปจ จยั . ๒๑. อัตถิปจจยั [๑๔๐๐] ๑. วปิ ากธรรม เปนปจจัยแกวิปากธรรม ดวยอาํ นาจของอัตถปิ จ จยั คอื ขันธ ๑ ทเ่ี ปน วบิ าก เปน ปจ จัยแกขันธ ๓ ฯลฯ ในปฏสิ นธิขณะ ขันธ ๑ ที่เปน วิบาก เปน ปจ จัยแก ขนั ธ ๓ ฯลฯ ๒. วิปากธรรม เปน ปจจยั แกเ นววิปากนวิปากธัมม-ธรรม ดว ยอาํ นาจของอัตถปิ จจยั .

พระอภธิ รรมปฎก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 163 มี ๒ อยาง คอื ทเ่ี ปน สหชาตะ และ ปจฉาชาตะ. ท่ีเปน สหชาตะ ไดแ ก วบิ ากขันธท ่ีเกดิ พรอ มกนั เปนปจ จยั แกจิตตสมฏุ ฐานรูป ดวยอํานาจของอัตถปิ จจัย. ในปฏสิ นธขิ ณะ วิบากขนั ธ เปนปจ จัยแกก ฏัตตารปู . ทเ่ี ปน ปจ ฉาชาตะ ไดแก วิบากขนั ธท เ่ี กดิ ภายหลัง เปนปจ จยั แกกายน้ที เี่ กิดกอ น ดว ยอาํ นาจของอัตถปิ จ จยั . ๓. วิปากธรรม เปนปจจัยแกว ปิ ากธรรม และเนววปิ ากนวิปากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของอตั ถิปจจยั คือ ขนั ธ ๑ ทเี่ ปนวิบาก เปนปจจัยแกขนั ธ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ. [๑๔๐๑] ๔. วิปากธมั มธรรม เปน ปจ จัยแกวปิ ากธมั มธรรมดว ยอํานาจของอัตถปิ จ จยั คอื ฯลฯ ขนั ธ ๒ เปนปจ จยั แกข นั ธ ๒ ดว ยอาํ นาจของอัตถปิ จ จยั . ๕. วิปากธัมมธรรม เปนปจจัยแกเนววปิ ากนวิปาก-ธมั มธรรม ดวยอํานาจของอัตถิปจ จัย มี ๒ อยาง คือ ท่เี ปน สหชาตะ และ ปจ ฉาชาตะ ทเ่ี ปน สหชาตะ ไดแ ก ขนั ธท เ่ี ปนวปิ ากธมั มธรรมที่เกดิ พรอมกันเปน ปจจัยแกจ ิตตสมฏุ ฐานรูป ดว ยอํานาจของอตั ถิปจ จัย. ท่เี ปน ปจ ฉาชาตะ ไดแก ขันธท เ่ี ปนวปิ ากธมั มธรรมที่เกิดภายหลงั เปน ปจ จยั แกก ายน้ีทเี่ กดิ กอน ดวยอาํ นาจของอตั ถปิ จจัย.

พระอภธิ รรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 164 ๖. วปิ ากธัมมธรรม เปน ปจจัยแกวปิ ากธมั มธรรมและเนววิปากนวปิ ากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของอตั ถปิ จ จยั คอื ขนั ธ ๑ ท่ีเปน วิปากธัมมธรรม เปนปจ จัยแกข ันธ ๓ และจติ ตสมฏุ ฐานรปู ดว ยอํานาจของอตั ถิปจ จัย ฯลฯ. [๑๔๐๒] ๗. เนววปิ ากนวิปากธมั มธรรม เปนปจจัยแกเ นว-วิปากนวปิ ากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของอตั ถปิ จ จยั . มี ๕ อยา ง คอื ท่เี ปน สหชาตะ ปเุ รชาตะ ปจฉาชาตะ อาหาระและ อินทริยะ ท่เี ปน สหชาตะ ไดแ ก ขนั ธ ๑ ที่เปนเนววิปากนวิปากธมั มธรรมทีเ่ กิดพรอมกัน เปน ปจจยั แกข นั ธ ๓ และจิตตสมุฏฐานรปู ดวยอาํ นาจของอตั ถปิ จจัย, ฯลฯ ขนั ธ ๒ เปนปจ จัยแกขนั ธ ๒ และจติ ตสมฏุ ฐานรูป ดว ยอํานาจของอัตถิปจจยั . มหาภูตรูป ๑ ฯ ล ฯ. มหาภตู รูป เปน ปจจยั แกจติ ตสมุฏฐานรปู แกก ฏัตตารปู ท่เี ปนอปุ าทารูป ดว ยอํานาจของอตั ถิปจ จยั . พาหิรรูป. . . อาหารสมฏุ ฐานรูป. . . อตุ สุ มุฏฐานรูป ฯลฯ. สําหรับพวกอสญั ญสัตว มหาภูตรปู ๑ ฯลฯ. ท่เี ปน ปเุ รชาตะ ไดแก พระอรหนั ต พจิ ารณาเหน็ จักษุ โสตะฯ ล ฯ หทยวตั ถุ โดยความเปนของไมเท่ยี ง ฯ ล เห็นรปู ดวยทพิ ยจักษุฟงเสียงดวยทพิ โสตธาตุ ฯ ล ฯ หทยวัตถุ เปน ปจ จยั แกข นั ธท ีเ่ ปนเนววิปาก-นวปิ ากธัมมธรรม ดว ยอาํ นาจของอัตถิปจจยั .

พระอภธิ รรมปฎก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาท่ี 165 ที่เปน ปจฉาชาตะ ไดแ ก ขนั ธท เี่ ปน เนววิปากนวปิ ากธัมมธรรมทเ่ี กิดภายหลงั เปน ปจ จัยแกก ายนที้ ีเ่ กดิ กอน ดว ยอํานาจของอัตถิปจจยั . กพฬกี าราหาร เปนปจจยั แกก ายนี้ ดว ยอํานาจของอตั ถิปจ จยั . รูปชีวิตนิ ทรีย เปน ปจจัยแกก ฏัตตารปู ดวยอาํ นาจของอัตถปิ จ จยั . ๘. เนววิปากนวปิ ากธมั มธรรม เปน ปจจัยแกวิปาก-ธรรม ดวยอํานาจของอัตถิปจ จัย มี ๒ อยา ง คือ ที่เปน สหชาตะ และ ปุเรชาตะ. ทีเ่ ปน สหชาตะ ไดแก ในปฏิสนธขิ ณะ หทยวตั ถุ เปน ปจจัยแกวบิ ากขันธ ดว ยอาํ นาจของอตั ถิปจ จัย. ท่ีเปน ปเุ รชาตะ ไดแ ก พระเสกขะหรอื ปุถชุ น พจิ ารณาเหน็ จักษุโดยความเปน ของไมเท่ียง ฯลฯ ยอมยนิ ดีเพลดิ เพลนิ . เพราะปรารภจกั ษุนั้นราคะ ยอ มเกิดขน้ึ ฯลฯ โทมนัสยอ มเกิดข้นึ เม่ือกุศลและอกศุ ลดับแลวตทารัมมณจิตอนั เปนวบิ ากยอมเกิดขน้ึ ฯลฯ ยอ มพิจารณาเห็นโสตะ ฯลฯหทยวัตถุ ฯลฯ ตทารัมมณจิตอนั เปน วบิ ากยอมเกดิ ขึ้น. รปู ายตนะ เปนปจจัยแกจ กั ษวุ ิญญาณ ดวยอาํ นาจของอตั ถิปจจยั ฯลฯโผฏฐัพพายตนะ เปนปจจยั แกกายวญิ ญาณ. จักขายตนะ เปน ปจจยั แกจ กั ขวุ ญิ ญาณ ฯลฯ กายายตนะ เปนปจ จยั แกกายวิญญาณ. หทยวัตถุ เปนปจ จัยแกวบิ ากขนั ธ ดว ยอํานาจของอตั ถปิ จ จยั . ๙. เนววปิ ากนวิปากธมั มธรรม เปนปจ จยั แกวปิ าก-ธมั มธรรม ดว ยอํานาจของอัตถปิ จจยั มอี ยางเดยี ว คอื ปเุ รชาตะ ไดแกพระเสกขะหรอื ปถุ ุชน พิจารณาเห็นจกั ษุ โสตะ ฯลฯ หทยวัตถุ โดยความเปน ของไมเทย่ี ง ฯ ล ฯ ยอมยินดี ฯลฯ โทมนสั ยอ มเกดิ ขนึ้ .

พระอภิธรรมปฎก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 166เหน็ รปู ดวยทิพยจักษุ ฯลฯ หทยวตั ถุ เปนปจจัยแกขนั ธท่เี ปน วิปาก-ธัมมธรรม ดวยอาํ นาจของอัตถปิ จ จยั . [๑๔๐๓] ๑๐. วิปากธรรม และเนววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรมเปน ปจ จัย แกวิปากธรรม ดว ยอาํ นาจของอัตถปิ จ จัย มี อยางเดียว คือ ท่เี ปน สหชาตะ รวมกับ ปเุ รชาตะ. ไดแก ขันธ ๑ ท่สี หรคตดวยจักขวุ ญิ ญาณทเ่ี กดิ พรอ มกัน และจักขายตนะ เปน ปจ จยั แกขันธ ๓ ฯ ล ฯ ขันธ ๑ ท่ีสหรคตดวยกายวิญญาณฯลฯ, ขนั ธ ๑ ทีเ่ ปนวิบากและหทยวัตถุ เปนปจ จยั แกขันธ ๓ ฯลฯ. ในปฏิสนธขิ ณะ ขันธ ๑ ที่เปน วบิ าก และหทยวัตถุ เปนปจจัยแกขันธ ๓ ฯลฯ ๑๑. วิปากธรรม และเนวปิ ากนวิปากธัมมธรรมเปน ปจ จยั แกเ นววปิ ากนวปิ ากธัมมธรรม ดวยอาํ นาจของอัตถปิ จ จยั มี ๓ อยา ง คือ ท่ีเปน สหชาตะ ปจฉาชาตะ รวมกบั อาหาระและรวมกับ อนิ ทริยะ. ท่ีเปน สหชาตะ ไดแ ก วิบากขนั ธและมหาภูตรูป เปนปจ จัยแกจติ ตสมุฏฐานรูป. ในปฏิสนธขิ ณะ วิบากขนั ธแ ละมหาภตู รูป เปน ปจจัยแกกฏัตตารปู . ทเ่ี ปน ปจฉาชาตะ รวมกบั อาหาระ ไดแ ก วิบากขนั ธเกิดภายหลัง และกวฬกี าราหาร เปนปจจัยแกกายนะ ทีเ่ ปน ปจ ฉาชาตะ รวมกบั อินทรยิ ะ ไดแก วบิ ากขนั ธท่ีเกิดภายหลังและรูปชวี ิตินทรีย เปนปจจัยแกกฏตั ตารปู . [๑๔๐๔] ๑๒. วิปากธัมมธรรม และเนววิปากนวปิ ากธมั มธรรมธรรม เปน ปจ จัยแกว ปิ ากธมั มธรรม ดว ยอาํ นาจของอตั ถปิ จ จัย

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 167 มี อยา งเดยี ว คอื ที่เปน สหชาตะ รวมกับ ปเุ รชาตะ. ไดแ ก ขันธ ๑ ที่เปนวิปากธัมมธรรมทเี่ กิดพรอ มกนั และหทยวัตถุเปนปจจัยแกขนั ธ ๓ ฯลฯ. ๑๓. วปิ ากธมั มธรรม และเนววปิ ากนวิปากธมั มธรรมเปน ปจ จัยแกเ นววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม ดว ยอาํ นาจของอัตถิปจจยั มี ๓ อยา ง คือ ท่เี ปน สหชาตะ ปจ ฉาชาตะ รวมกบั อาหาระและรวมกับ อนิ ทริยะ. ที่เปน สหชาตะ ไดแก ขนั ธทเ่ี ปนวิปากธัมมธรรมทเ่ี กิดพรอ มกันและมหาภูตรปู เปนปจ จัยแกจติ ตสมฏุ ฐานรูป. ทเี่ ปน ปจ ฉาชาตะ รวมกับ อาหาระ ไดแก ขนั ธท่ีเปน วปิ าก-ธัมมธรรมท่เี กิดภายหลังและกวฬกี าราหาร เปน ปจ จยั แกกายนีท้ ีเ่ กดิ กอ น ดวยอาํ นาจของอตั ถิปจ จยั . ทเ่ี ปน ปจ ฉาชาตะ รวมกับ อินทริยะ ไดแก ขันธท เี่ ปนวปิ าก-ธมั มธรรมทีเ่ กิดมาภายหลงั และรปู ชวี ิตนิ ทรยี เ ปนปจจยั แกก ฏัตตารปู . ๒๒. นัตถิปจ จัย ฯลฯ ๒๔. อวิคตปจ จยั วปิ ากธัมมธรรม ฯ ล ฯ. นตั ถิปจ จยั วคิ ตปจจยั เหมือนอนนั ตรปจ จยั . อวคิ ตปจจัย เหมือนอัตถปิ จจยั . การนบั จํานวนวาระในอนุโลม สุทธมูลกนยั [๑๔๐๕] ในเหตปุ จจัย มี ๗ วาระ. ในอารมั มณปจ จยั มี ๙ วาระในอธิปติปจ จัย มี ๑๐ วาระ ในอนนั ตรปจจยั มี ๗ วาระ ในสมนันตรปจจยั

พระอภธิ รรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 168มี ๗ วาระ ในสหชาตปจจยั มี ๑๑ วาระ ในอญั ญมญั ญปจ จยั มี ๗ วาระในนสิ สยปจจยั มี ๑๓ วาระ ในอุปนสิ สยปจ จยั มี ๙ วาระ ในปเุ รชาตปจ จยัมี ๓ วาระ ในปจ ฉาชาตปจ จัย มี ๓ วาระ ในอาเสวนปจจัย มี ๒ วาระในกัมมปจจัย มี ๙ วาระ ในวิปากปจจัย มี ๓ วาระ ในอาหารปจ จัย มีมี ๗ วาระ ในอนิ ทริยปจจยั มี ๙ วาระ ในฌานปจจยั มี ๗ วาระ ในมคั คปจ จัย มี ๗ วาระ ในสมั ปยตุ ตปจจัย มี ๓ วาระ ในวิปปยตุ ตปจจยัมี ๕ วาระ ในอัตถปิ จจยั มี ๑๓ วาระ ในนตั ถปิ จจัย มี ๗ วาระ ในวิคต-ปจ จยั มี ๗ วาระ ในอวคิ ตปจจยั มี ๑๓ วาระ. [๑๔๐๖] เพราะเหตุปจจัย ในอธปิ ตปิ จจยั มี ๗ วาระ. . .ในสหชาต-ปจ จัย มี ๗ วาระ ในอัญญมัญญปจจยั มี ๕ วาระ ในนิสสยปจจยั มี ๗วาระ ในวิปากปจ จัย มี ๓ วาระ ในอนิ ทริยปจจยั มี ๗ วาระ ในมคั คปจ จัยมี ๗ วาระ ในสมั ปยุตตปจจัย มี ๓ วาระ ในวิปปยุตตปจ จัย มี ๓ วาระ ในอัตถิปจ จัย มี ๗ วาระ ในอวิคตปจจัย มี ๗ วาระ. การนับวาระในอนโุ ลมแหง ปญ หาวาระ ในกุสลติกะทานนับไวอ ยางไรพงึ นับอยา งนั้น. อนุโลมนยั จบ ปจ จนยี นยั การยกปจ จัยในปจจนยี ะ [๑๔๐๗] ๑. วปิ ากธรรม เปน ปจจัยแกวิปากธรรม ดวยอํานาจของอารมั มณปจ จัย ฯลฯ เปน ปจจยั ดว ยอํานาจของสหชาต-ปจ จัย ฯลฯ เปนปจ จัย ดว ยอํานาจของอุปนิสสยปจจัย.

พระอภธิ รรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาท่ี 169 ๒. วิปากธรรม เปนปจ จัยแกวิปากธัมมธรรม ดว ยอํานาจของอารมั มณปจจยั ฯลฯ เปนปจ จยั ดว ยอํานาจของอุปนสิ สย- ปจ จยั . ๓. วปิ ากธรรม เปน ปจ จัยแกเ นววปิ ากนวิปากธัมม-ธรรม ดวยอํานาจของอารมั มณปจ จยั ฯลฯ เปน ปจจยั ดว ยอาํ นาจของสหชาตปจ จยั ฯลฯ เปนปจจยั ดว ยอํานาจของอปุ นิสสยปจ จยั ฯลฯ เปนปจจยั ดวยอํานาจของปจฉาชาตปจ จยั . ๔. วิปากธรรม เปน ปจ จยั แกวปิ ากธรรม และเนว-วิปากนวิปากธัมมธรรม ดวยอํานาจของสหชาตปจ จัย. [๑๔๐๘] ๕. วิปากธมั มธรรม เปน ปจ จยั แกว ปิ ากธัมมธรรมดว ยอํานาจของอารัมมณปจจัย ฯลฯ เปน ปจจัย ดว ยอาํ นาจของสหชาต-ปจจยั ฯลฯ เปน ปจจยั ดวยอํานาจของอุปนสิ สยปจจัย. ๖. วิปากธมั มธรรม เปนปจจัยแกวปิ ากธรรม ดวยอํานาจของอารมั มณปจจยั ฯลฯ เปนปจจัย ดวยอาํ นาจของอุปนิสสย-ปจจัย ฯลฯ เปนปจ จัย ดว ยอํานาจของกัมมปจจัย. ๗. วปิ ากธมั มธรรม เปน ปจจัยแกเนววปิ ากนวิปากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของอารัมมณปจจัย ฯลฯ เปน ปจ จยั ดว ยอาํ นาจของสหชาตปจ จัย ฯลฯ เปนปจจยั ดว ยอาํ นาจของอุปนสิ สยปจ จัยฯลฯ เปนปจ จยั ดว ยอาํ นาจของปจ ฉาชาตปจ จยั ฯลฯ เปนปจ จัย ดวยอํานาจของกมั มปจ จัย.

พระอภธิ รรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 170 ๘. วิปากธัมมธรรม เปนปจจยั แกวปิ ากธรรมและเนววปิ ากนวปิ ากธมั มธรรม ดว ยอาํ นาจของกัมมปจจัย. ๙. วปิ ากธมั มธรรม เปน ปจ จยั แกว ปิ ากธัมมธรรมและเนววิปากนวปิ ากธมั มธรรม ดวยอาํ นาจของสหชาตปจ จยั . [๑๔๐๙] ๑๐. เนววปิ ากนวิปากธัมมธรรม เปน ปจ จัยแกเนว-วิปากนวปิ ากธมั มธรรม ดวยอํานาจของอารมั มณปจ จยั ฯลฯ เปนปจ จัยดวยอํานาจของสหชาตปจจัย ฯลฯ เปนปจจยั ดวยอํานาจของอปุ นสิ สย-ปจจัย ฯลฯ เปนปจจัย ดว ยอํานาจของปเุ รชาตปจจัย ฯลฯ เปน ปจ จยัดว ยอํานาจของปจฉาชาตะปจ จัย ฯลฯ เปนปจ จยั ดวยอํานาจของอาหารปจจัย ฯลฯ เปนปจ จัย ดว ยอํานาจของอนิ ทริยปจ จัย. ๑๑. เนววิปากนวปิ ากธมั มธรรม เปนปจ จยั แกวิปาก.ธรรม ดวยอํานาจของอารัมมณปจจยั ฯลฯ เปนปจจยั ดวยอํานาจของสหชาตปจ จยั ฯลฯ เปนปจจัย ดว ยอํานาจของอปุ นิสสยปจจยั ฯลฯเปน ปจจัย ดวยอํานาจของปุเรชาตปจ จยั . ๑๒. เนววปิ ากนวปิ ากธัมมธรรม เปนปจจัยแกว ิปาก-ธัมมธรรม ดว ยอํานาจของอารมั มณปจจยั ฯลฯ เปน ปจ จัย ดว ยอํานาจของอปุ นิสสยปจจัย ฯลฯ เปนปจจัย ดวยอํานาจของปเุ รชาตปจ จยั . [๑๔๑๐] ๑๓. วปิ ากธรรม และเนววิปากนวิปากธัมมธรรมเปนปจ จัยแกวิปากธรรม

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ที่ 171 มี ๑ อยาง คือที่เปน สหชาตะ รวมกับ ปุเรชาตะ (สหชาตะ+ปเุ รชาตะ) ๑๔. วิปากธรรม และเนววิปากนวิปากธมั มธรรมเปนปจจยั แกเนววิปากนวิปากธัมมธรรม มี ๓ อยา ง คือทเี่ ปน สหชาตะ ปจ ฉชาตะ รวมกับ อาหาระ และรวมกับ อินทริยะ (คือปจฉาชาตาหารและปจฉาชาตนิ ทริยะ) [๑๔๑๑] ๑๕. วปิ ากธมั มธรรม และเนววปิ ากนวิปากธัมม-ธรรมเปนปจ จัยแกวิปากธมั มธรรม มี ๑ อยาง คือท่เี ปน สหชาตะ รวมกับ ปเุ รชาตะ ๑๖. วปิ ากธมั มธรรม และเนววปิ ากนวิปากธัมมธรรมเปน ปจจยั แกเ นววปิ ากนวปิ ากธัมมธรรม มี ๓ อยา ง คือท่ีเปน สหชาตะ ปจฉาชาตะ รวมกบั อาหาระและรวมกบั อินทริยะ (คอื ปจฉาชาตาหารและปจฉาชาตินทรยิ ะ) การนับจาํ นวนวาระในปจจนยี ะ สุทธมลู กนัย [๑๔๑๒] ในนเหตปุ จจยั มี ๑๖ วาระ ในนอารัมมณปจจัย มี ๑๖วาระ ในนอธปิ ติปจ จยั มี ๑๖ วาระ ในนอนันตรปจ จัยมี ๑๖ วาระ ในน-สมนันตรปจ จยั มี ๑๖ วาระ ในนสหชาตปจจัย มี ๑๒ วาระ ในนอญั ญมญั ญ-ปจ จยั มี ๑๒ วาระ ในนนสิ สยปจจยั มี ๑๒ วาระ ในนอุปนสิ สยปจจยั มี ๑๖

พระอภธิ รรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 172วาระ ในนปุเรชาตปจ จยั มี ๑๔ วาระ ในนปจ ฉาชาตปจ จัย มี ๑๖ วาระในนอาเสวนปจ จยั มี ๑๖ วาระ ในนกมั มปจ จยั มี ๕ วาระ ในนวปิ าก-ปจ จัย มี ๑๘ วาระ ในนอาหารปจจัย มี ๑๖ วาระ ในนอนิ ทริยปจ จัย มี ๑๖วาระ ในนฌานปจ จยั มี ๑๖ วาระ ในนมคั คปจ จยั มี ๑๖ วาระ ในนสัมปยตุ ต-ปจจยั มี ๑๒ วาระ ในนวปิ ปยุตตปจจัย มี ๑๐ วาระ ในโนอัตถปิ จจัย มี ๑๐วาระ ในโนนัตถปิ จจัย มี ๑๖ วาระ ในโนวิคตปจจยั มี ๑๖ วาระ ในโน-อวิคตปจจัย มี ๑๐ วาระ. [๑๔๑๓] เพราะนเหตุปจ จยั ในนอารมั มณปจจยั มี ๑๖ วาระ. . .ในโนอวิคตปจ จยั มี ๑๐ วาระ. พงึ นบั ใหพิสดารเหมอื นท่ีนบั ปจจนียะ ในกุสลติกะ. ปจ จนียนยั จบ อนุโลมปจ จนยั นัย การนบั จํานวนวาระในปจ จนียะ [๑๔๑๔] เพราะนเหตปุ จจัย ในนอารมั มณปจจัย มี ๗ วาระ ในนอธิปตปิ จจยั มี ๗ วาระ ในนอนนั ตรปจจยั มี ๗ วาระ ในนสมนนั ตร-ปจจัย มี ๗ วาระ โนนอญั ญมญั ญปจจัย มี ๓ วาระ ในนอุปนิสสย-ปจจยั มี ๗ วาระ ในนปุเรชาตปจจยั มี ๗ วาระ ในนปจฉาชาตปจ จยั มี๗ วาระ ในนอาเสวนปจ จยั มี ๗ วาระ ในนกมั มปจ จัย มี ๗ วาระ ในน-วิปากปจจยั มี ๔ วาระ ในนอาหารปจ จัย มี ๗ วาระ ในนอนิ ทรยิ ปจจัยมี ๗ วาระ ในนฌานปจจัย มี ๗ วาระ ในนมัคคปจจยั มี ๗ วาระ ในน-สัมปยตุ ตปจ จัย มี ๓ วาระ ในนวปิ ปยุตตปจจยั มี ๓ วาระ ในโนนตั ถิปจจยัมี ๗ วาระ ในโนวคิ ตปจ จยั มี ๗ วาระ.

พระอภธิ รรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาท่ี 173 [๑๔๑๕] ปจจยั ๕ คือ เหตปุ จ จัย สหชาตปจ จัย นสิ สยปจ จยัอัตถปิ จจยั อวคิ ตปจ จยั ในนอารัมมณปจ จัย มี ๗ วาระ . . . ฯลฯ . . . ในโนวคิ ตปจจัย มี ๗ วาระ. พึงนับใหพิสดารเหมือนท่นี ับจํานวนวาระในอนุโลมปจ จนียะ ในกุสลตกิ ะ. ผมู ีปญญาพึงจําแนกวิธีสาธยาย เชน นี.้ อนโุ ลมปจจนยี นัย จบ ปจจนียานโุ ลมนยั การนบั จํานวนวาระในปจจนียานุโลม [๑๔๑๖] เพราะนเหตปุ จ จยั ในอารมั มณปจจัย มี ๙ วาระ . . .ในอธปิ ติปจ จยั มี ๑๐ วาระ ในอนันตรปจจัย มี ๗ วาระ ในสมนนั ตรปจจัยมี ๗ วาระ ในสหชาตปจจยั มี ๑๑ วาระ ในอัญญมัญญปจจัย มี ๗ วาระในนสิ สยปจจยั มี ๑๓ วาระ ในอุปนสิ สยปจ จัย มี ๙ วาระ ในปเุ รชาตปจ จยัมี ๓ วาระ ในปจฉาชาตปจจยั มี ๓ วาระ ในอาเสวนปจ จยั มี ๒ วาระในกมั มปจ จัย มี ๑๓ วาระ ในวปิ ากปจ จยั มี ๓ วาระ ในอาหารปจจยั มี๗ วาระ ในอินทริยปจ จัย มี ๙ วาระ ในฌานปจจัย มี ๗ วาระ ในมคั ค-ปจ จัย มี ๗ วาระ ในสัมปยตุ ตปจ จยั มี ๓ วาระ ในวิปปยุตตปจจยั มี๕ วาระ ในอัตถปิ จ จัย มี ๑๓ วาระ ในนัตถปิ จ จัย มี ๗ วาระ ในวิคตปจจยัมี ๗ วาระ ในอวิคตปจ จัย มี ๑๓ วาระ. [๑๔๑๗] เพราะนเหตุปจจัย นอารัมมณปจ จยั ในอธิปตปิ จ จัย มี๗ วาระ ฯลฯ ในอวิคตปจจยั มี ๓ วาระ.

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 174 พงึ นบั ใหพิสดารเหมือนการนับจาํ นวนวาระในอนุโลมปจ จนียะ ในกุสลตกิ ะ. ปจ จนยี านโุ ลม จบ วปิ ากตกิ ะท่ี ๓ จบ อรรถกถาพรรณนาเนอื้ ความแหง วปิ ากตกิ ปฏ ฐาน พงึ ทราบวนิ จิ ฉัยใน วิปากตกิ ะ ตอ ไป วาระ ๑๓ เหลาใดที่พระผ-ูมีพระภาคเจา ตรสั ไวใ นเหตปุ จจยั วา วปิ าก ธมฺม ปฏิจจฺ วิปาโก ธมฺโมอปุ ฺปชฺชติ เหตปุ จฺจยา เพื่อจะยอแสดงวาระเหลา น้นั ดวยการนบั พระผูมี-พระภาคเจา จึงตรสั วา เหตุยา เตรส แมในคาํ วา อารมฺมเณ ปฺจ เปนตน ก็นัยนเี้ หมอื นกนั . ในอธิการน้มี ีการกาํ หนดวธิ นี บั ๖ อยางคอื ๑๓-๕-๙-๗-๓-๒ ดว ยประการฉะนี้ ในการรวมปจ จยั ดวยอาํ นาจแหง วิธีนั้นเหลานน้ัผศู กึ ษาพึงทราบวิธคี ํานวณโดยนัยทขี่ า พเจากลาวไวแ ลวในหนหลัง. จรงิ อยู ในปจ จนยี นัย พระผมู ีพระภาคเจาเพื่อจะยอแสดงวาระ ๑๐ทต่ี รสั ไวใน นเหตปุ จจยั วา วปิ าก ธมมฺ  ปฏจิ จฺ วิปาโก ธมโฺ มอุปปฺ ชชฺ ติ นเหตุปจจฺ ยา โดยการคาํ นวน จึงตรสั วา น เหตุยา ทส แมในคาํ วา น อารมฺมเณ ปฺจ เปน ตน ก็นัยนี้เหมือนกนั ในอธกิ ารนี้มกี ารกาํ หนดวธิ นี ับ ๘ อยางคอื ๑๐-๕-๑๓-๑๒-๒-๑-๙-๓ ดว ยประการฉะนี้ในการรวมปจจัยดวยอํานาจการกาํ หนดวธิ นี บั เหลา นน้ั ผูศ กึ ษาพงึ ทราบการกาํ หนดโดยพสิ ดาร ตามนัยที่ขา พเจากลาวแลวในหนหลัง สว นบาลพี ระผมู -ี

พระอภิธรรมปฎก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 175พระภาคเจาทรงยอ ไว กผ็ ูศึกษาพึงเทียบเคยี งดวยอํานาจการกาํ หนดท่มี ีไดเ หลานีเ้ อง แลวทราบอนโุ สมปจจนียนัย และปจจนยี านโุ ลนยั เถดิ . สหชาตวาระ มีคติอยางเดียวกับ ปจจยวาระ นสิ สยวาระ สัง-สัฏฐวาระ และสัมปยตุ ตวาระ ยอมกําหนดตามบาลีน่ันเอง. พงึ ทราบวินิจฉยั ใน ปญหาวาระ ตอ ไป. สองบทวา กุสลากสุ เลนิรทุ ฺเธ ความวา เม่ือกศุ ลอนั เปน ไปดวยอาํ นาจวปิ สสนา และเมอื่ อกุศลอนั เปน ไปดว ยอํานาจความกาํ หนดั เปน ตนนดี้ บั ไปแลว . คาํ วา วิปาโก ตทา-รมมฺ ณตา อปุ ปฺ ชชฺ ติ ความวา กามาวจรวบิ ากยอมเกดิ ข้ึนโดยเปนตทารมั มณะสวนอาจารยเหลาใดกลาววา ในที่สุดแหง วิปสสนาชวนะ และวิจิกจิ ฉาสมั ปยุตตจิต อทุ ธจั จสัมปยุตตจิตไมม ตี ทารัมมณะ อาจารยเหลาน้ันพงึ ถกู คดั คานดว ยพระบาลีน.ี้ คําวา อากาสานจฺ ายนกุสลวิ ญฺ าณฺจายตนกริ ิยสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจจฺ โย นี้ ทา นกลา วไวดว ยอํานาจแหง บคุ คลผูบรรลุพระอรหัต แลว เขา สมาบัตทิ ี่ไมเคยเขา โดยปฏโิ ลม. ในวิสชั นาทั้งปวง ผศู ึกษาพิจารณาบาลใี หด แี ลว พึงทราบเนอ้ื ความโดยอุบายน้ี. แมใ นคําวา เหตุยา สตตฺ อารมฺมเณ นว อธปิ ติยา ทส เปนตน ผศู กึ ษาพงึ ทราบดวยอํานาจแหงสหชาตาธิปตปิ จจยั อารมั มณาธปิ ติปจจยัสหชาตนสิ สยปจจัย ปุเรชาตนิสสยปจจยั อนันตรปู นสิ สยปจจัย อารมั มณู-ปนิสสยปจจัย ปกตูปนิสสยปจ จยั สหชาตวปิ ปยตุ ตปจจัย และปุเรชาตวิปป-ยตุ ตปจ จัย เพราะฉะนน้ั ในปจ จัยใด ๆ ไดว ิสชั นาจาํ นวนเทาใด โดยประการใด ๆ ผศู กึ ษาพึงกาํ หนดวสิ ชั นาเหลา น้นั ท้ังหมดในปจจยั นั้น ๆ โดยประการน้ัน ๆ. อนึ่ง วธิ ที ง้ั หมดคือการยกวาระดว ยอาํ นาจอนโุ ลมในปจจนยี นยั เปน

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 176ตน การนบั คือการรวมปจจัยทม่ี วี าระอันไดโ ดยอนโุ ลมโดยเปนปจ จนียะ การมไี ดการมไี มไ ดแ หงปจ จยั ซึ่งมีวาระและการนบั ที่มีไมได ในเหตุมลู กนัยเปนตน ลว น ๆ ในอนุโลมปจจยนยี ะ และปจ จนยี านุโลม และทเี่ ปนไปดว ยอาํ นาจการรวม (ปจ จยั ) ผศู กึ ษาพงึ ทราบดว ยอํานาจแหงนยั ที่ขา พเจากลา วในหนหลัง ก็แมใ นตกิ ะและทกุ ะนอกจากน้กี ็พงึ ทราบเหมือนในอธิการนี.้ จรงิ อยู ปฏฐานปกรณว าโดยบาลีแลว มีปริมาณไมส ิ้นสดุแมบ คุ คลมีอายยุ ืนยงิ่ ปฏิบัตดิ ว ยคิดวา จักพรรณนาเนือ้ ความแหงปฏ ฐานน้นั ตามลาํ ดับบท อายยุ อ มไมเพยี งพอ กเ็ ม่ือทานพรรณนาสวนหนง่ึ แหง ปฏ ฐานแลว แสดงสว นทเี่ หลอื ไปตามนัย (นน้ั ) ผูศกึ ษาไมสามารถทราบเน้อื ความไดกห็ าไม เพราะฉะนน้ั ตอจากนีไ้ ป ขาพเจา จะไมก ลา วคํามีประมาณเทา นีก้ อน จักกลาวเฉพาะคําท่จี าํ เปนตอ งกลา วเทานัน้ เพราะมีประการทีพ่ ระผมู พี ระภาคเจา ยังไมไดต รัสในหนหลัง ในติกะและทกุ ะทเี่ หลอืก็คาํ ทขี่ าพเจา ไมไดกลา วถึง ผา นไปเสยี ผศู ึกษาพงึ ทราบตามนัยแหงพระบาลีแล. อรรถกถาพรรณนาเนอ้ื ความแหง วิปากติกปฏฐาน จบ

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 177 ๔. อุปาทินนตกิ ะ ปฏิจจวาระ อนโุ ลมนัย ๑. เหตปุ จ จยั [๑๔๑๘] ๑. อุปาทินนปุ าทานยิ ธรรม อาศัยอุปาทนิ นปุ าทานยิ -ธรรม เกิดขน้ึ เพราะเหตปุ จจัย คอื ขันธ ๓ อาศัยขันธ ๑ ทเ่ี ปน อุปาทนิ นปุ าทานยิ ธรรม เกดิ ข้นึฯลฯ ขนั ธ ๒ อาศัยขันธ ๒ เกิดขึ้น. ในปฏสิ นธขิ ณะ ขนั ธ ๓ และกฏตั ตารปู อาศัยขันธ ๑ ที่เปนอปุ าทิน-นปุ าทานยิ ธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ ขนั ธ ๒ และกฏัตตารูป อาศยั ขนั ธ ๒ เกิดขึ้น.ขนั ธท งั้ หลาย อาศยั หทยวตั ถเุ กดิ ข้ึน. มหาภูตรูป ๓ อาศยั มหาภูตรปู ๑ ทเี่ ปนอปุ าทนิ นปุ าทานิยธรรมเกดิขึน้ ฯลฯ มหาภตู รูป ๒ อาศยั มหาภูตรูป ๒ เกิดขึน้ . กฏตั ตารูปที่เปนอุปาทา-รูป อาศยั มหาภูตรปู เกดิ ขน้ึ . ๒. อนุปาทนิ นุปาทานิยธรรม อาศยั อุปาทิน-นปุ าทานยิ ธรรมเกดิ ข้ึน เพราะเหตุปจจัย คือ จติ ตสมฏุ ฐานรปู อาศัยขันธท่เี ปน อุปาทินนปุ าทานิยธรรมเกดิ ขึน้ . ๓. อปุ าทินนปุ าทานยิ ธรรม และอนปุ าทนิ นุปาทา-นิยธรรม อาศยั อปุ าทินนปุ าทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะเหตุปจ จยั

พระอภิธรรมปฎก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาท่ี 178 คอื ขันธ ๓ และจติ ตสมุฏฐานรูป อาศัยขนั ธ ๑ ที่เปน อปุ าทิน-นปุ าทานิยธรรม เกิดข้นึ ฯลฯ ขนั ธ ๒ และจิตตสมฏุ ฐานรปู อาศัยขันธ ๒เกดิ ขึ้น. [๑๔๑๙] ๔. อนุปาทินนุปาทานยิ ธรรม อาศัยอนุปาทนิ -นปุ าทานิยธรรม เกิดข้ึน เพราะเหตปุ จจยั คือ ขนั ธ ๓ และจิตตสมุฏฐานรปู อาศยั ขนั ธ ๑ ทเ่ี ปนอนปุ าทนิ -นปุ าทานิยธรรม เกดิ ขึน้ ฯลฯ ขันธ ๒ และจติ ตสมุฏฐานรปู อาศัยขันธ ๒เกดิ ข้ึน. มหาภูตรปู ๓ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ทเี่ ปน อนปุ าทินนปุ าทานยิ ธรรม เกิดขึ้น ฯลฯ จติ ตสมุฏฐานรูปที่เปนอปุ าทารูป อาศัยมหาภูตรูปเกิดขนึ้ . [๑๔๒๐] ๕. อนปุ าทนิ นอนุปาทานิยธรรม อาศัยอนปุ าทินน-อนุปาทานิยธรรม เกดิ ข้ึน เพราะเหตุปจจยั คอื ขันธ ๓ อาศยั ขันธ ๑ ที่เปน อนุปาทินนอนุปาทานยิ ธรรม เกิดขึน้ ฯลฯ ขนั ธ ๒ อาศยั ขันธ ๒ เกิดขน้ึ . ๖. อนปุ าทนิ นปุ าทานิยธรรม อาศยั อนปุ าทนิ นอนุ-ปาทานยิ ธรรมเกดิ ข้ึน เพราะเหตุปจจัย คือ จิตตสมุฏฐานรูป อาศยั ขนั ธท ่ีเปน อนุปาทินนอนุปาทานิยธรรมเกดิ ขึน้ . ๗. อนุปาทนิ นุปาทานยิ ธรรม และอนุปาทนิ นอน-ุปาทานิยธรรม อาศัยอนุปาทนิ นอนปุ าทานิยธรรม เกิดขึน้ เพราะเหตุปจจยั

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ที่ 179 คอื ขันธ ๓ และจติ ตสมุฏฐานรปู อาศัยขันธ ๑ ท่ีเปน อนปุ าทนิ นุปา-ทานยิ ธรรม เกดิ ข้ึน ฯลฯ ขนั ธ ๒ และจิตตสมุฏฐานรปู อาศัยขันธ ๒ เกดิ ขน้ึ . [๑๔๒๑] ๘. อนุปาทนิ นปุ าทานยิ ธรรม อาศัยอนปุ าทนิ นอนุ-ปาทานิยธรรม และอนปุ าทินนปุ าทานิยธรรม เกดิ ขนึ้ เพราะเหตุปจจยั คือ จติ ตสมฏุ ฐานรูป อาศัยขนั ธท ่เี ปนอนุปาทนิ นอนปุ าทานยิ ธรรมและมหาภูตรูป เกิดขนึ้ . [๑๔๒๒] ๙. อนปุ าทนิ นปุ าทานยิ ธรรม อาศัยอปุ าทินนปุ าทา-นิยธรรม และอนปุ าทนิ นุปาทานิยธรรม เกดิ ขน้ึ เพราะเหตปุ จจัย คือ จติ ตสมฏุ ฐานรปู อาศัยขนั ธท เ่ี ปน อปุ าทนิ นปุ าทานิยธรรมและมหาภูตรปู เกิดขึ้น. ๒. อารมั มณปจ จัย [๑๔๒๓] ๑. อปุ าทนิ นุปาทานยิ ธรรม อาศัยอปุ าทินนุปาทา-นยิ ธรรม เกดิ ข้นึ เพราะอารัมมณปจ จยั คือ ฯลฯ อาศัยขนั ธ ๑ ที่เปนอปุ าทนิ นปุ าทานิยธรรม เกิดขน้ึ ฯลฯ. ในปฏิสนธขิ ณะ ฯลฯ ๒. อาศยั อนุปาทนิ นปุ าทานิยธรรม เกดิ ขน้ึ .

พระอภธิ รรมปฎ ก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 180 ๓. อาศัยอนปุ าทนิ นอนุปาทานยิ ธรรม เกดิ ข้ึน.เพราะอารมั มณปจจัย มี ๓ วาระ. ๓. อธิปติปจจยั [๑๔๒๔] ๑. อนปุ าทนิ นุปาทานิยธรรม อาศยั อนปุ าทินนปุ า-ทานิยธรรม เกิดข้ึน เพราะอธิปติปจ จัย คือ ขนั ธ ๓ และจิตตสมฏุ ฐานรูป อาศยั ขันธ ๑ ที่เปน อนุปาทนิ -นปุ าทานยิ ธรรม เกิดขน้ึ . ฯลฯ อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปท่เี ปนอุปาทารูป อาศยัมหาภตู รูป เกิดข้ึน. ๒. อาศยั อนุปาทนิ นอนปุ าทานยิ ธรรม มี ๓ วาระ. ๕. อนปุ าทนิ นปุ าทานิยธรรม อาศัยอนปุ าทินนุปาทานยิ -ธรรม และอนปุ าทินนอนปุ าทานยิ ธรรม เกดิ ขึ้น เพราะอธปิ ตปิ จ จัย คือจติ ตสมฏุ ฐานรปู อาศัยขันธท ีเ่ ปนอนุปาทินนอนปุ าทานยิ ธรรมและมหาภูตรูป เกิดขึ้น. ๔. อนันตรปจ จัย ฯลฯ ๖. สหชาตปจจยั [๑๔๒๕] ๑. อปุ าทนิ นุปาทานยิ ธรรม อาศัยอุปาทินนปุ าทา-นยิ ธรรม เกิดขนึ้ เพราะอนันตรปจจยั ฯลฯ เพราะสมนนั ตรปจจัยฯลฯ เพราะสหชาตปจจยั

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 181 คอื ฯลฯ อาศยั ขันธ ๑ ทเี่ ปนอุปาทินนปุ าทานิยธรรม เกิดขึน้ . ในปฏสิ นธขิ ณะ ฯลฯ อาศัยมหาภูตรปู ๑ เกิดข้นึ . กฏตั ตารูป ทีเ่ ปนอปุ าทารปู อาศัยมหาภูตรูปทงั้ หลาย เกิดขน้ึ . สําหรบั พวกอสัญญสัตว มหาภตู รูป ๓ อาศยั มหาภูตรูป ๑ เกดิ ข้นึฯลฯ กฏัตตารปู ที่เปนอุปาทารูป อาศยั มหาภูตรปู เกิดข้นึ . อาศัยอุปาทินนปุ าทานยิ ธรรม เกดิ ข้ึน มี ๓ วาระ. ๔. อนปุ าทินนุปาทานิยธรรม อาศยั อนปุ าทินนปุ า-ทานิยธรรม เกดิ ขึ้น เพราะสหชาตปจจยั คอื ขนั ธ ๓ และจติ ตสมุฏฐานรปู อาศยั ขันธ ๑ ทีเ่ ปนอนปุ าทนิ นปุ าทา-นิยธรรม เกิดข้ึน ฯลฯ อาศยั มหาภตู รปู ๑ ฯลฯ จิตตสมฏุ ฐานรูป ทเี่ ปนอุปาทา-รปู อาศัยมหาภตู รูปท้งั หลาย เกิดข้นึ , พาหิรรปู . . . อาหารสมฏุ ฐานรูป. . .อตุ ุสมฏุ ฐานรูป ฯลฯ อาศยั มหาภูตรปู ๑ ฯลฯ ๕. อาศัยอนปุ าทินนุปาทานิยธรรมเกดิ ขึ้น มี ๓ วาระ. ๘. อนุปาทินนปุ าทานยิ ธรรม อาศยั อนุปาทินน-ุปาทานยิ ธรรมและอนปุ าทนิ นอนุปาทานิยธรรม เกิดขน้ึ . ๙. อนุปาทนิ นปุ าทานิยธรรม อาศัยอปุ าทินนุปา-ทานยิ ธรรมและอนปุ าทินนุปาทานิยธรรม เกดิ ขึ้น. ๗. อญั ญมญั ญปจจัย [๑๔๒๖] ๑. อุปาทินนปุ าทานยิ ธรรม อาศยั อปุ าทินนุปาทา-นยิ ธรรม เกิดข้ึน เพราะอญั ญมัญญปจจัย

พระอภธิ รรมปฎก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 182 คือ ฯลฯ อาศัยขันธ ๑ ทีเ่ ปนอปุ าทนิ นปุ าทานยิ ธรรม เกดิ ข้นึ ฯลฯ ในปฏิสนธขิ ณะ. ขนั ธ ๓ และหทยวตั ถุ อาศัยขนั ธ ทเ่ี ปน อุปาทนิ นุปาทานิย-ธรรม เกดิ ขน้ึ ฯลฯ หทยวตั ถุ อาศัยขนั ธท้ังหลาย เกดิ ขน้ึ ขันธท ัง้ หลายอาศัยหทยวัตถุ เกดิ ขน้ึ . อาศัยมหาภตู รูป ๑ ฯลฯ มหาภูตรปู ๒ อาศัยมหาภตู รูป ๒ เกดิ ขึ้น. สําหรบั อสญั ญสตั ว ฯลฯ อาศัยมหาภตู รูป ๑ ฯลฯ เกิดขึน้ . ๒. อาศัยอนุปาทินนุปาทานิยธรรม เกดิ ขน้ึ คอื พาหิรรปู ฯลฯ อาหารสมุฏฐานรูป ฯลฯ อตุ ุสมฏุ ฐานรูป ฯลฯ ๓. อาศยั อนุปาทินนอนปุ าทานิยธรรม เกิดข้ึน. ๘. นิสสยปจจัย ๙. อุปนสิ สยปจ จยั [๑๔๒๗] ฯลฯ อาศัยอุปาทินนุปาทานยิ ธรรม ฯลฯ เกดิ ข้นึเพราะนสิ สยปจ จยั . มี ๙ วาระ. ฯลฯ เพราะอุปนิสสยปจจยั มี ๓ วาระ ๑๐. ปุเรชาตปจ จยั [๑๔๒๘] อปุ าทนิ นุปาทานยิ ธรรม อาศยั อปุ าทินนปุ าทานิย-ธรรม เกดิ ข้ึน เพราะปเุ รชาตปจจยั . มี ๓ วาระ ๑๑. อาเสวนปจจัย [๑๔๒๙] ๑. อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศยั อนปุ าทินนุ-ปาทานยิ ธรรม เกดิ ข้ึน เพราะอาเสวนปจจยั

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ที่ 183 คอื ฯลฯ อาศัยขันธ ๑ ท่เี ปนอนุปาทินนปุ าทานิยธรรม เกดิ ข้นึ . ๒. อนปุ าทินนอนปุ าทานยิ ธรรม อาศยั อนุปาทินน-อนุปาทานิยธรรม เกิดขน้ึ เพราะอาเสวนปจ จยัคอื ฯลฯ อาศยั ขันธ ๑ ท่ีเปนอนุปาทินนอนปุ าทานิยธรรม เกดิ ขนึ้ . ๑๒. กัมมปจ จยั [๑๔๓๐] อุปาทนิ นปุ าทานยิ ธรรม อาศยั อปุ าทนิ นปุ าทานยิ -ธรรม เกดิ ข้นึ เพราะกมั มปจ จัย. มี ๙ วาระ เหมอื นเหตุปจ จยั . ๑๓. วิปากปจ จัย [๑๔๓๑] ๑. อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอุปาทนิ นุปาทา-นยิ ธรรม เกิดข้ึน เพราะวปิ ากปจจัย มี ๓ วาระ. ๔. อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศยั อนปุ าทนิ นุปาทานิยธรรม เกิดขึ้น เพราะวปิ ากปจจยั คือ ฯลฯ อาศยั มหาภูตรูป ๑ เกดิ ข้ึน ฯลฯ จิตตสมฏุ ฐานรปู ท่ีเปนอปุ าทารูป อาศัยมหาภูตรูป เกิดขนึ้ . ๕. อนปุ าทนิ นอนุปาทานยิ ธรรม อาศัยอนปุ าทินน-อนุปาทานิยธรรม เกดิ ขน้ึ เพราะวปิ ากปจจัย คอื ขันธ ๓ อาศยั ขนั ธ ๑ ทเ่ี ปนอนุปาทินนอนุปาทานยิ ธรรม เกดิขน้ึ มี ๙ วาระ.

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนาที่ 184 ๑๔. อาหารปจ จัย ฯลฯ ๒๓. อวิคตปจ จัย [๑๔๓๒] อุปาทนิ นปุ าทานยิ ธรรม อาศัยอปุ าทินนปุ าทานยิ -ธรรม เกดิ ข้ึน เพราะอาหารปจ จยั ฯลฯ เพราะอนิ ทริยปจจยั เพราะฌานปจ จยั เพราะมัคคปจจยั เพราะสัมปยตุ ปจ จัย เพราะวิปปยตุ ต-ปจ จัย เพราะอัตถปิ จ จัย เพราะนตั ถปิ จ จัย เพราะวคิ ตปจ จยั เพราะอวิคตปจจยั . พงึ นบั ใหพิสดารเหมอื นปฏิจจวาระ แหงกุสลติกะ ทใ่ี หพิสดารแลวโดยวธิ ีสาธยาย การนับจาํ นวนวาระในอนุโลม สุทธมูลกนยั [๑๔๓๓] ในเหตปุ จ จยั มี ๙ วาระ ในอารัมมณปจจัย มี ๓ วาระในอธิปติปจจัย มี ๕ วาระ ในอนันตรปจ จัย มี ๓ วาระ ในสมนนั ตรปจจยัมี ๓ วาระ ในสหชาตปจ จัย มี ๙ วาระ ในอัญญมญั ญปจ จยั มี ๓ วาระในนสิ สยปจจัย มี ๙ วาระ ในอุปนิสสยปจ จัย มี ๓ วาระ ในปุเรชาตปจ จยัมี ๓ วาระ ในอาเสวนปจจัย มี ๒ วาระ ในกมั มปจ จัย มี ๙ วาระ ในวปิ ากปจ จัย มี ๙ วาระ ในอาหารปจจัย มี ๙ วาระ ในอินทริยปจ จยั มี ๙วาระ ในฌานปจ จัย มี ๙ วาระ ในมัคคปจ จัย มี ๙ วาระ ในสัมปยุตตปจจัยมี ๓ วาระ ในวิปปยตุ ตปจจยั มี ๙ วาระ ในอัตถิปจจยั มี ๙ วาระ ในนัตถิปจ จยั มี ๓ วาระ ในวคิ ตปจ จยั มี ๓ วาระ ในอวคิ ตปจ จัย มี ๙วาระ. เพราะเหตปุ จจัย ในอารมั มณปจจัย มี ๓ วาระ . . . ในอวคิ ตปจ จยัมี ๙ วาระ.

พระอภิธรรมปฎก ปฏฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ท่ี 185 พึงนบั เหมือนการนับในปฏจิ จวาระในกุสลติกะ ท่นี ับไวแ ลวโดยวธิ ีสาธยาย. อนุโลม จบ ปจ จนยี นยั ๑. นเหตุปจ จยั [๑๔๓๔] ๑. อุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศยั อุปาทนิ นุปาทา-นยิ ธรรม เกิดข้ึน เพราะนเหตุปจ จยั คอื ขนั ธ ๓ อาศยั ขนั ธ ๑ ที่เปนอุปาทินนุปาทานิยธรรม ซึง่ เปนอเหตุกะ เกดิ ขนึ้ ฯลฯ ขนั ธ ๒ อาศัยขนั ธ ๒ เกดิ ขน้ึ . ในอเหตกุ ปฏสิ นธิขณะ ขันธ ๓ และกฏั ัตตารปู อาศยั ขันธ ๑ ทเี่ ปนอปุ าทนิ นปุ าทานิยธรรม เกิดขึน้ ฯลฯ ขันธ ๒ และกฏัตตารปู อาศยั ขนั ธ ๒เกดิ ขึ้น. หทยวตั ถุ อาศยั ขันธทัง้ หลาย เกดิ ข้ึน. ขันธท ั้งหลาย อาศัยหทยวตั ถุเกดิ ขนึ้ . มหาภตู รูป ๓ อาศัยมหาภตู รปู ๑ เกดิ ข้นึ ฯลฯ กฏัตตารูป ทเี่ ปนอปุ าทารปู อาศยั มหาภูตรูป เกิดขนึ้ . สําหรบั พวกอสญั ญสัตว มหาภตู รูป ๓ อาศัยมหาภูตรปู ๑ เกิดข้นึฯลฯ กฏตั ตารูป ทเ่ี ปนอปุ าทารูป อาศยั มหาภูตรปู เกิดข้ึน. ๒. อนปุ าทนิ นปุ าทานยิ ธรรม อาศัยอปุ าทนิ นปุ าทา-นิยธรรม เกิดขึน้ เพราะนเหตปุ จจยั

พระอภิธรรมปฎ ก ปฏ ฐาน เลม ๗ ภาค ๒ - หนา ที่ 186 คอื จติ ตสมฏุ ฐานรูป อาศัยขันธท่เี ปนอุปาทินนุปาทานิยธรรมซงึ่เปนอเหตกุ ะ เกิดขน้ึ . ๓. อุปาทินนปุ าทานิยธรรม และอนปุ าทนิ นุปาทา-นยิ ธรรม อาศัยอุปาทินนปุ าทานยิ ธรรม เกดิ ข้นึ เพราะนเหตปุ จจยั คือ ขันธ ๓ และจติ ตสมฏุ ฐานรูป อาศัยขนั ธ ทเ่ี ปน อปุ าทินนปุ าทา-นยิ ธรรม ซ่ึงเปน อเหตกุ ะ เกิดขึ้น ฯลฯ ขนั ธ ๒ และจิตตสมฏุ ฐานรูป อาศัยขนั ธ ๒ เกิดขนึ้ . [๑๔๓๕] ๔. อนุปาทินนุปาทานิยธรรม อาศัยอนปุ าทนิ นุปาทานิยธรรม เกดิ ขนึ้ เพราะนเหตุปจ จยั คือ ขนั ธ ๓ และจิตตสมฏุ ฐานรปู อาศัยขันธ ๑ ที่เปน อนปุ าทนิ น-ุปาทานยิ ธรรม ซ่งึ เปนอเหตุกะ เกดิ ขึน้ ฯลฯ ขันธ ๒ และจติ ตสมุฏฐานรปูอาศยั ขันธ ๒ เกิดขึ้น. ฯลฯ อาศยั มหาภตู รูป ๑ ทเ่ี ปน อนุปาทินนปุ าทานยิ ธรรมเกดิ ข้ึน ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรปู ทีเ่ ปนอุปาทารปู อาศยั มหาภูตรูป เกดิ ขึ้น. พาหิรรูป. . .อาหารสมุฏฐานรูป. . .อุตสุ มุฏฐานรูป ฯลฯ อาศยั มหาภูตรูป ๑ ฯลฯ อปุ าทารปู อาศยั มหาภูตรูป. โมหะทสี่ หรคตดวยวจิ กิ จิ ฉา ทส่ี หรคตดวยอทุ ธัจจะ อาศัยขนั ธทีส่ หรคตดวยวจิ กิ ิจฉา ทีส่ หรคตดว ยอุทธจั จะ เกดิ ขึ้น. [๑๔๓๖] ๕. อนปุ าทนิ นุปาทานยิ ธรรม อาศัยอุปาทินนปุ าทานิยธรรมและอนุปาทินนปุ าทานยิ ธรรม เกิดขึน้ เพราะนเหตุปจจยั คอื จิตตสมุฏฐานรปู อาศยั ขันธทเ่ี ปน อนุปาทนิ นปุ าทานิยธรรม ซง่ึ เปนอเหตกุ ะและมหาภตู รปู เกดิ ข้นึ .




























Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook