พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนิกาย สตุ ตนิบาต เลม ๑ ภาค ๕ - หนา ที่ 341ประพฤติลวงเกนิ . บทวา สหสา ไดแก หญิงไมตองการ โดยพลการบทวา สมปฺ เยน ความวา ผูอันภรรยาเหลาน้ัน ของคนเหลานนั้ ตอ งการและตนเองก็ตองการ มอี ธบิ ายวา แมด วยอํานาจแหง ความรักใครข องบคุ คลทั้งสอง. บทวา มาตร วา ปตร วา ความวา แมผเู ปนทตี่ ้งั แหง เมตตาอยางน.ี้ บทวา ชณิ ฺณก คตโยพฺพน ความวา แมผ ูเปน ต้ังแหงกรณุ าอยา งน้ี. บทวา ปหุสนฺโต ความวา แมเปน ผถู ึงพรอ มดวยประโยชน ถึงพรอมดว ยอปุ กรณ ก็ไมเลย้ี ง คือ ไมเลี้ยงดู. บทวา สสุ ไดแ กแมผวั . บทวา หนฺติ ความวา ประหารดวยฝา มอืดว ยกอ นดนิ หรอื ดวยวตั ถอุ ืน่ บางอยา ง ดา คือ ยังความโกรธใหเกิดแกบ คุ คลนนั้ ดว ยวาจา คอื ดว ยคําหยาบ. บทวา อตฺถ ไดแ ก ประโยชนอ ยางใดอยางหนงึ่ ในบรรดาสันทิฏ-ฐกิ ประโยชน สมั ปรายิกประโยชน และปรมัตถประโยชน. บทวา ปุจฺฉิโตสนฺโต ความวา ถกู ถามแลว . บทวา อนตฺถมนสุ าสติ ความวา ยอ มบอกสงิ่ ท่ีไมเ ปน ประโยชนเก้อื กูลนน่ั เทยี ว แกเ ขา. บทวา ปฏิจฺฉนฺเนนมนเฺ ตติ ความวา แมเมือ่ บอกสิ่งท่ีเปน ประโยชน ก็ยอมบอกดว ยคําปกปดดว ยบทพยญั ชนะท่ีไมป รากฏโดยท่ีบคุ คลนน้ั ไมร ู หรอื ยอมปกปด ส่ิงท่ีมเี ง่ือนง าบอกสิ่งที่ไมมเี ง่อื นงําเทานนั้ . บทวา โย กตฺวา ความวา ความปรารถนาลามกในสว นเบอื้ งตนแหง มายาไดกลาวไวแลว ในอรรถกถา มาแลวอยา งน้ีวา คนบางคนในโลกนี้ประพฤติกายทุจรติ วจีทจุ รติ มโนทุจรติ ยอ มปกปด ความปรารถนาอนั ลามก
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย สุตตนิบาต เลม ๑ ภาค ๕ - หนา ท่ี 342เพราะเหตปุ กปด ทุจรติ นัน้ คอื ยอมปรารถนาวา ขอคนอืน่ อยาพงึ รูเรา มีการงานปกปด ดวยการกระทาํ โดยประการทีค่ นอนื่ ทั้งหลายไมร ู และดวยการไมเปดเผยการงานทีท่ าํ แลววา การงานของเขาปกปด . บทวา ปรกลุ ไดแก ตระกูลญาติ หรือตระกลู มติ ร. บทวา อาคตความวา ยอ มไมตอบแทนเขาผมู าแลว สเู รือนตน ผซู ่งึ คนเคยไดบริโภคอาหารมาแลว ดว ยวัตถทุ ้งั หลายมีนํา้ และโภชนะเปน ตน อธิบายวา ยอ มไมใ หห รือใหแ ตอ าหารทเี่ ลว. บทวา โย พรฺ าหฺมณ วา มนี ัยท่กี ลา วไวแลวในปราภวสตู รน้ันแล. บทวา ภตตฺ กาเล อปุ ฏ เิ ต ความวา เกดิ แลว ปรากฏแลว ในกาลแหง โภชนะ บาลีวา ปรากฏแลว ดงั นีก้ ็มี อธิบายวา ผมู าแลว ในกาลแหง ภัตรแตเ ชา . บทวา โรเสติ วาจา น จ เทติ อธิบายวา คนคดิ วาสมณะหรอื พราหมณน ้ี ใครประโยชนแ กเรา ไมม าเพอ่ื ใหเ ราทําบุญโดยพลการยอ มดาดวยคาํ หยาบทไี่ มสมควร โดยท่ีสดุ ยอมไมใ ห แมส กั วา พบหนา สมณะหรอื พราหมณนน้ั จะปวยกลาวไปไยถงึ การใหโ ภชนะเลา. บทวา อสิต โยธ ปพฺรตู ิ ความวา คนในโลกน้พี ูดคําท่ีไมมีโดยประการใดทนี่ ิมติ ทง้ั หลายปรากฏวา สิง่ นแี้ ละสง่ิ นี้จักมแี กทานในวันชอื่โนน บาลีวา อสนฺติ ดงั นก้ี ม็ ี อธิบายวา เรอ่ื งไมจ ริง. บทวา ปพฺรตู ิความวา ยอมพดู เหมอื นนกั เลงลวงภรรยาของคนอื่น หรือทาสีของคนอืน่ วาในบานช่ือโนน ขาพเจามสี มบัตปิ ระจาํ เรือนเชน น้ี จงมา จงไปในบา นน้นัดวยกัน ทา นจกั เปนแมเรอื นของขาพเจา ขาพเจา จกั ใหส มบัตนิ ี้แกทาน. บทวา
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนกิ าย สุตตนิบาต เลม ๑ ภาค ๕ - หนาที่ 343นชิ ิคึสาโน ความวา ตองการอยู คือ แสวงหาอยู. อธบิ ายวา ผปู ระสงคจะลวงเขาแลว ถอื เอาสง่ิ ใดสง่ิ หนง่ึ หนีไปเสีย. บทวา โย จตฺตาน ความวา กค็ นใดยกตน. บทวา สมุกกฺ เสความวา ยอมยกตนดวยมานะทงั้ หลายมชี าตเิ ปนตน คือ ตั้งตนไวในฐานะสูง.บทวา ปเร จ มวชานติ ความวา ยอ มดหู มน่ิ คนเหลา อ่ืน คือ ทําใหต ํา่ดวยมานะทง้ั หลายมชี าตเิ ปนตน เหลา น้นั . ม อกั ษร กระทําการเชื่อมบท.บทวา นหิ ีโน ความวา ผูเสอ่ื มจากคุณวฒุ ิ หรือถึงความเปนผูตกตํา่ . บทวาเสน มาเนน ความวา ดว ยมานะของตน กลา วคือ การยกตนและขมทา นนนั้ . บทวา โรสโก ไดแ กผ ูฉ นุ เฉียวคนเหลาอ่ืนดวยกายและวาจา. บทวากทรโิ ย ไดแ ก ผูตระหนี่จัด. คําวา กทริโย นน้ั เปน ชอ่ื ของคนผูหามคนเหลา อื่น ทีใ่ หท านแกคนเหลาอืน่ หรือผูทาํ บุญอยา งอื่น. บทวา ปาปจ โฺ ฉไดแก ผูถึงพรอมดว ยความปรารถนาทีจ่ ะยกยอ งคุณท่ีตนไมม .ี บทวา มจฉฺ รีไดแ ก ประกอบดว ยความตระหนใี่ นเพราะทอ่ี ยเู ปน ตน. บทวา สโ ไดแกผปู ระกอบพรอ มดว ยความโออวด มีการประกาศคณุ ทต่ี นไมมีเปนลักษณะ.หรอื ผมู ักกลาวคําท่ีไมช อบ แมไ มประสงคจ ะทํา ดวยคําวา เราจะทําเปน ตน.หริ ิมกี ารเกลียดบาปเปน ลกั ษณะ ไมม ีแกคนนัน้ โอตตปั ปะมกี ารสะดุง กลัวบาปเปนลกั ษณะ ไมม ีแกค นนั้น เพราะฉะนัน้ คนนั้นชื่อวา อหริ โิ ก ไมละอายอโนตฺตปปฺ ไมสะดงุ กลวั . บทวา พุทธฺ ไดแ ก พระสมั มาสัมพทุ ธเจา . บทวา ปรภิ าสติความวา ตเิ ตยี น ดวยคาํ วา ไมเปนสัพพญั ูเปน ตน. และยอมติเตยี นพระสาวก
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย สตุ ตนบิ าต เลม ๑ ภาค ๕ - หนาที่ 344ดวยคําวา เปนผปู ฏบิ ตั ชิ ัว่ เปนตน . กบ็ ทวา ปรพิ พฺ าชก คหฏ วา น่นัเปนวเิ สสนะของสาวกเทานั้น. อธบิ ายวา บรรพชติ หรอื คฤหสั ถ ผถู วายปจจยั ผเู ปน สาวกพระพุทธเจา นน้ั . โบราณาจารยท้ังหลายยอมตองการเน้อืความในคาถานี้ อยา งนว้ี า ยอมตเิ ตยี นปริพาชกภายนอก หรอื คฤหสั ถค นใดคนหนึง่ ดว ยโทษอันไมเ ปนจริง. บุทวา อนรห สนฺโต ความวา ผไู มเปนพระขณี าสพ. บทวาอรห ปฏิชานติ ความวา ปฏญิ าณวา เราเปน พระอรหันต คอื ยอ มเปลงวาจา ยอ มตะเกยี กตะกายดวยกาย ยอ มปรารถนา ยอมรับดว ยจิต โดยประการทบี่ คุ คลท้ังหลายรเู ขาวา คนน้ีเปน พระอรหนั ต. บทวา โจเร ไดแ ก ขโมยพระผมู พี ระภาคเจา ตรสั ดว ยอํานาจคําอันอุกฤษฏว า ในโลกพรอ มทั้งพรหมโลกอธบิ ายวา ในโลกทงั้ ปวง. จริงอยู พวกผูร ายทาํ การตดั ทต่ี อ การปลน สดมภ การปลนเรอื นหลังเดียว และการดกั ปลน ในหนทางเปน ตน แลว ปลน ทรัพยข องคนเหลาอนื่ทานเรียกวา โจร ในโลก พวกบรรพชิตปลนปจจัยเปน ตน ดวยบริษทั สมบตั ิเปน ตน ทา นเรียกวา โจร ในพระศาสนา. สนดังท่พี ระผมู พี ระภาคเจา ตรัสวา [มหาโจร] ๑. ดกู อนภิกษทุ ้ังหลาย มหาโจร ๕ เหลา น้ี มอี ยู ปรากฏอยูใ นโลก ๕ เปน ไฉน คือ ดกู อนภิกษุท้ังหลาย มหาโจรบางคนในโลกนี้ คดิอยางนว้ี า ชื่อในกาลไหนหนอ เราผอู ันบริวาร ๑๐๐ คน หรือ ๑,๐๐๐ คนแวดลอ มแลว จกั เทยี่ วไปในคาม นิคม และราชธานี ฆา เอง ใหฆา ตดั เอง
พระสุตตนั ตปฎ ก ขุททกนิกาย สุตตนบิ าต เลม ๑ ภาค ๕ - หนาท่ี 345ใหตัด จเ้ี อง ใหจ ี้ โดยสมัยอืน่ เขามบี รวิ าร ๑๐๐ คน หรือ ๑,๐๐๐ คนแวดลอมแลว เทีย่ วไปอยูใ นคาม นคิ ม และราชธานี ฆา เอง ฯลฯ ใหจ้ี ดกู อนภกิ ษทุ ั้งหลาย ภิกษชุ ั่วบางรูปในศาสนานี้ กเ็ หมือนอยางนั้นแล คดิ อยางนีว้ าชอื่ ในกาลไหนหนอ เราผอู ันบริวาร ๑๐๐ ฯลฯ แวดลอ มแลว จักไปสูท่ีจารึกในคาม นิคม และราชธานี ผอู นั คฤหสั ถทงั้ หลายและบรรพชิตท้งั หลายสักการแลว เคารพแลว นับถอื แลว บชู าแลว ยาํ เกรงแลว ไดจีวร ฯลฯ บรขิ ารโดยสมัยอน่ื อกี เขาอันบริวาร ๑๐ ฯลฯ เท่ียวไปสูคาม นิคม ราชธานสี ักการะแลว ฯลฯ ไดจวี ร ฯลฯ บรขิ าร ดกู อ นภิกษุทง้ั หลาย นมี้ หาโจรท่ี ๑ มอี ยูปรากฏอยูใ นโลก. ๒. ดกู อ นภิกษุท้ังหลาย ยังมีขอ อ่นื อีก ภิกษุช่ัวบางรปู ในศาสนาน้ีเรยี นธรรมวนิ ยั ทต่ี ถาคตประกาศแลว ยอ มเผาตนเอง ดกู อนภกิ ษทุ งั้ หลายน้มี หาโจรที่ ๒ ฯลฯ ในโลก. ๓. ดูกอ นภกิ ษทุ ัง้ หลาย ยงั มขี ออ่นื อกี ภกิ ษชุ ั่วบางรูปในศาสนาน้ีกําจดั พรหมจารผี บู รสิ ทุ ธ์ิ ประพฤติพรหมจรรยบ ริสุทธิ์ ดวยพรหมจรรยอ ันไมมีมูล ดกู อ นภิกษทุ ง้ั หลาย นีม้ หาโจรท่ี ๓ ฯลฯ ในโลก. ๔. ดูกอ นภิกษุท้ังหลาย ยงั มีขอ อนื่ อีก ครุภณั ฑ ครุบรขิ าร ของสงฆคอื อาราม อารามวัตถุ วิหาร วหิ ารวัตถุ เตียง ตงั่ ฟูก หมอน หมอ -โลหะ อา งโลหะ ขวดโลหะ กระทะโลหะ มีด ขวาน ผ่ึง จอบ สว่ิ เถาวัลไมไ ผ หญามงุ กระตาย หญาปลอ ง ดินเหนียว เคร่ืองไม เครอ่ื งดนิ เหนียวภกิ ษุชวั่ ยอ มสงเคราะห ยอ มชว ยเหลอื คฤหัสถด ว ยครภุ ณั ฑ ครุบริขารเหลา น้ันดกู อนภิกษทุ ั้งหลาย น้มี หาโจรที่ ๔ ฯลฯ ในโลก.
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย สตุ ตนิบาต เลม ๑ ภาค ๕ - หนา ท่ี 346 ๕. ดูกอนภิกษุทั้งหลาย ภิกษใุ ดอวดอตุ รมิ นุสธรรมท่ีตนไมมี ไมเปน จรงิ ภิกษนุ ี้เปนยอดมหาโจรในโลกพรอ มท้งั เทวโลก ฯลฯ พรอมท้งั เทวดาและมนษุ ย. ในโจร ๕ จําพวกนัน้ โจรทางโลกยอมขโมยวัตถุมที รพั ยแ ละธญั ชาติเปน ตน เฉพาะทางโลกเทาน้นั ในบรรดาโจรท่กี ลา วแลว ในศาสนา โจรที่ ๑ยอมขโมยสกั วาปจ จัยมีจวี รเปนตน มีรปู เห็นปานนั้นเทา น้นั โจรที่ ๒ ยอมขโมยประยัติธรรม โจรท่ี ๓ ยอ มขโมยพรหมจรรยข องคนอ่นื โจรที่ ๔ ยอ มขโมยครุภัณฑอนั เปน ของสงฆ โจรท่ี ๕ ยอมขโมยทง้ั คณุ ทรัพยท เ่ี ปนโลกยิ ะและโลกตุ ระ อันตา งดว ยฌาน สมาธิ สมาบัติ มรรค และผลท้ังปจจัยมจี ีวรเปนตน อนั เปน โลกยี เหมือนอยา งทต่ี รสั ไวว า ดกู อ นภิกษทุ ั้งหลายกอนขา วของแวน แควน พวกเธอบริโภคแลว ดว ยไถยจติ . ในโจร ๕ จําพวกน้นั พระผมู ีพระภาคเจา ตรัสวา เปนโจรในโลกพรอมทัง้ พรหมโลก ดงั นี้ ทรงหมายถึงมหาโจรที่ ๕ นี้ เพราะมหาโจรนน้ัพระผมู พี ระภาคเจาตรสั วา เปนยอดมหาโจร เพราะขโมยโลกิยทรัพยและโลกุตรทรพั ยอยา งนวี้ า ดกู อนภิกษทุ งั้ หลาย ภกิ ษุใดอวดอตุ รมิ นุสธรรมท่ตี นไมม ี ไมเ ปนจรงิ ภิกษนุ ีเ้ ปนยอดมหาโจรในโลกพรอมทัง้ เทวโลก . . . พรอ มทั้งเทวดาและมนุษย เพราะฉะนน้ั จงึ ทรงประกาศภิกษุนนั้ แมใ นศาสนานี้ดวยการกาํ หนดอยา งสงู น้ีวา ในโลกพรอมทง้ั พรหมโลก. ศัพทว า โข ในบทน้ีวา เอโส โข วสลาธโม มีอวธารณะเปนอรรถ. ดว ยโขศัพทน น้ั ทรงกําหนดลงไปวา ผนู ั้นแลเปนคนถอ ยตํ่าชา
พระสุตตนั ตปฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เลม ๑ ภาค ๕ - หนาท่ี 347คือ เลวท่สี ดุ ของคนถอยทัง้ หลาย. เพราะเหตุไร เพราะหลงั่ ออกซึง่ ไถยธรรมในวตั ถอุ นั ประเสริฐ เขาไมส ละปฏญิ าณน้ันตราบใด เขาก็บรรลุแลวซ่งึ ธรรมที่ทําใหเ ปนคนถอ ย เปนคนถอ ยตราบนั้น. บทวา เอเต โข วสลา ความวา บัดน้ี พระผูมีพระภาคเจาเมอื่จะทรงแสดงขยายถึงคนถอย ๓๓ พวก หรอื ๓๔ พวก ทตี่ รสั อยา งนว้ี า ในคาถาท่ี ๑ มี ๕ พวก มีมักโกรธเปนตน ดวยอาํ นาจแหงอาสยวิบัติ หรอื มี๖ พวก โดยแยกลบหลูอยา งเลวออกเปน ๒ อยา ง ในคาถาท่ี ๒ มี ๑ คอื ผูเบยี ดเบียนสตั ว ดว ยอํานาจแหงประโยควบิ ตั ิ ในคาถาที่ ๓ มี ๑ คอื ผฆู าชาวบานและชาวนิคม ดวยอาํ นาจแหงประโยควบิ ตั ิเทา นน้ั ในคาถาที่ ๔ มี ๑ดวยอาํ นาจแหงไถยาวหาร ในคาถาท่ี ๕ มี ๑ ดว ยอาํ นาจแหง การตระบัดหน้ีในคาถาท่ี ๖ มี ๑ คอื ฆา คนเดนิ ทาง ดวยอํานาจปสยั หาวหาร ในคาถาที่ ๗มี ๑ ดว ยอํานาจแหงผูเปน พยานโกง ในคาถาที่ ๘ มี ๑ ดวยอาํ นาจแหง การประทษุ รายมติ ร ในคาถาที่ ๙ มี ๑ ดวยอาํ นาจแหง ผูอกัตญู ในคาถาที่ ๑๐มี ๑ ดวยอาํ นาจแหงผูทาํ ความเสียหาย และเบียดเบียน ในคาถาท่ี ๑๑ มี ๑ดว ยอาํ นาจแหงการลวงผอู ื่น ในคาถาที่ ๑๒ มี ๒ ดวยอาํ แหงคนผูปกปดกรรมและการงาน ในคาถาท่ี ๑๓ มี ๑ ดวยอาํ นาจแหง คนอกตัญูเหมือนกนัในคาถาท่ี ๑๔ มี ๑ ดว ยอาํ นาจแหง การลวง ในคาถาท่ี ๑๕ มี ๑ ดว ยอาํ นาจแหงการเบยี ดเบียน ในคาถาท่ี ๑๖ มี ๑ ดวยอํานาจแหง การลวง ในคาถา๑๗ มี ๒ ดว ยอํานาจแหง การยกตนขมทาน ในคาถาท่ี ๑๘ มี ๗ มีฉุนเฉยี วเปนตน ดว ยอาํ นาจแหงประโยคและอาสยวบิ ัติ ในคาถาที่ ๑๙ มี ๒ ดว ย
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย สตุ ตนบิ าต เลม ๑ ภาค ๕ - หนาท่ี 348อาํ นาจแหงการติเตียน ในคาถาที่ ๒๐ มี ๑ ดว ยอาํ นาจแหงอัครมหาโจรดังน้แี ลว จงึ ตรสั วา คนเหลาใด เราประกาศแกทา นแลว คนเหลาน้นั นั่นแลเรากลาววา เปน คนถอย ดงั น้.ี เนื้อความแหง พระดาํ รัสนั้น มีดังนี้ :- คนถอ ยเหลานน้ั ใดท่ีเรากลาวในกาลกอนโดยยออยางนีว้ า ดูกอ นพราหมณ กท็ า นรจู ักคนถอ ยหรอื คนถอยเหลา น้นั น่ันแล เราประกาศแลวโดยพิสดาร. อนง่ึ คนถอ ยเหลา น้นั ใด เรากลาวแลว ดวยอํานาจบคุ คล คนถอยเหลา นน้ั น่ันแล เราประกาศแลว แมดว ยอํานาจแหง ธรรม. อนงึ่ คนถอยเหลา ใด เราประกาศแลวแกท าน คนถอ ยเหลานัน่ แลเรากลาวแลว ดวยอาํ นาจแหงอริยธรรม หาไดก ลา วดวยอาํ นาจแหง ชาตไิ ม. พระผูม ีพระภาคเจา คร้ันทรงแสดงคนถอยอยางนี้ โดยนัยมีอาทวิ ามักโกรธ ผูกโกรธ ดังนี้ บดั นี้ เมอ่ื จะทรงปฏเิ สธทฏิ ฐทิ พี่ ราหมณ ยดึ ม่ันอยางยง่ิ ดวยสกั กายทิฏฐิ จึงตรัสวา น ชจจฺ า วสโล บคุ คลไมเปน คนถอยเพราะชาติ. เนื้อความแหงคาถาน้นั วา ก็โดยปรมตั ถ บุคคลไมเปนคนถอ ยเพราะชาติ ไมเ ปนพราหมณเ พราะชาติ แตเปนคนถอ ยเพราะกรรม เปนพราหมณเพราะกรรม เปนคนถอยเพราะหลงั่ ออกซ่ึงกรรมอันไมบริสุทธิ์ เปน พราหมณเพราะลอยกรรมอนั ไมบรสิ ุทธิ์ ดวยกรรมอนั บรสิ ทุ ธ์ิ หรือ เพราะทานสาํ คัญคนเลววา เปนคนถอย คนประเสริฐวา เปนพราหมณ เพราะฉะนั้น เมื่อจะทรง
พระสตุ ตนั ตปฎก ขทุ ทกนกิ าย สุตตนิบาต เลม ๑ ภาค ๕ - หนา ท่ี 349ยงั พราหมณใหร เู นือ้ ความแมอยา งนว้ี า บุคคลเปน คนถอ ยเพราะกรรมเลว เปนพราหมณเ พราะกรรมประเสริฐดังน้ี จงึ ตรสั อยา งนั้น. บดั นี้ เพ่ือทรงยงั เน้ือความนน้ั น่ันแลใหส าํ เรจ็ ดว ยการทรงแสดงขยาย จงึ ตรัสคถา ๓ คาถา มอี าทวิ า ตทมนิ าป ชานาถ ดังน้.ี ในคาถาเหลา นั้น ๒ คาถามคี าถาละ ๔ บท คาถาหนึ่ง มี ๖ บท. เนื้อความแหง คาถาเหลานัน้ วา ขอใดมอี าทิวา บคุ คลไมเปนคนถอ ยเพราะชาติ เรากลาวแลว ทานจงรขู อน้ัน ตามที่เราแสดงนี้ มอี ธิบายวาคาํ ทเี่ ราแสดงขยายนย้ี อมมโี ดยประการใด คือ โดยความเหมือนกันอันใด ทา นจงรขู อนั้น โดยประการแมน.ี้ หากจะมคี ําถามวา ตวั อยา งเปนไฉน ? ตอบวา บตุ รของคนจัณฑาล เลย้ี งตนเองได ฯลฯ เปน ผูเ ขาถึงพรหมโลก เปนตวั อยา ง. บตุ รของคนจณั ฑาล ชอื่ วา จณั ฑาลบุตร บุคคลใดไดข องท่สี กุ แลว เพือ่ ประโยชนแ กการเค้ยี วกินของตนแลว หงุ ของสุกเหลานัน้อกี เพราะเหตุน้นั บุคคลนั้น ช่ือวา โสปาก ผเู ล้ยี งตนเองมชี อื่ วา มาตังคะ. บทวา วิสสฺ ุโต ความวา ปรากฏแลว ดวยชาตเิ ลว เปน อยเู ลวและมชี ื่ออยางนี.้ บทวา โส ความวา มาตงั คะนน้ั เกย่ี วกับบทกอน ไดย ศอยางสงู คือ บรรลุพรอมแลว ซึ่งยศ คือ เกียรติ การสรรเสริญ นาอศั จรรย อนั อุดม ประเสริฐยงิ่ . บทวา ย สทุ ลุ ลฺ ภ ความวา อนั บคุ คลแมเกิดแลวในตระกลู สงู กไ็ ดโดยยาก อนั บุคคลผเู กิดในตระกูลเลว ก็ไดโดยแสนยาก. อธิบายวา กพ็ วกกษัตรยิ พ วกพราหมณ เปน อนั มาก มาสูที่บาํ รุง
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย สตุ ตนิบาต เลม ๑ ภาค ๕ - หนาท่ี 350ของมาตังคะนั้น ผไู ดถึงยศอยางน้ี คือ พวกกษัตรยิ พวกพราหมณ และพวกมนุษย ในชมพูทวปี เหลาอื่นมากมีแพศยและศทู รเปนตน ตางก็มาสทู ี่บาํ รงุ โดยมาก เพือ่ บาํ รุงมาตงั คะนน้ั . อธบิ ายวา มาตงั คะนนั้ ถงึ พรอ มดวยความขยนั หมนั่ เพยี รอยา งน้ี ข้นึสูยาน คือ สมาบัตแิ ปด ชื่อวา วิรชั เพราะปราศจากธลุ ี คือ กิเลส ชอื่ วาทางใหญ เพราะทานผูใหญม ีพระพทุ ธเจาเปน ตน ปฏิบตั ิแลว ทรี่ กู ันวา ยานไปสพู รหมโลก เพราะเปนยานสามารถเพือ่ ใหถ ึงเทวโลก กลา วคือ พรหมโลกชาํ รอกกามราคะเสียได ดวยการปฏบิ ัตนิ ้นั กไ็ มไดหามเขาใหเ ขา ถึงพรหมโลกคอื จากการอุบตั ใิ นพรหมโลก ก็ผูศกึ ษาพึงทราบเนื้อความนี้ อยา งน้.ี ไดย นิ วา ในอดตี กาล มหาบุรษุ กระทาํ อยูซง่ึ ประโยชนเก้ือกูลแกส ตั วโดยอบุ ายนัน้ ๆ อบุ ตั ใิ นตระกลู ของคนจัณฑาล ซง่ึ เลย้ี งชพี ดว ยอาหารทต่ี นใหส ุกเอง เขามีชือ่ วา มาตังคะ มรี ปู รางไมน าดู อาศัยอยูในกระทอมทที่ ําดว ยหนงั สตั ว ในภายนอกนคร เทย่ี วขอภิกษาในภายในนครเลยี้ งชวี ิต. อยมู าวนั หนึ่ง เม่ือเขา โฆษณานกั ษตั รเกยี่ วกบั สรุ าในนครนน้ั พวกนักเลงพากันเลน กับบริวารของตน ธิดาของพราหมณมหาศาลแมค นหนึง่ อายรุ าว๑๕-๑๖ ป มีรูปโฉมนาดู. นา เล่อื มใสดุจเทพกญั ญา คดิ วา เราจกั เลนตามสมควรแกต ระกูลวงศของตน จึงบรรทุกสัมภาระเก่ยี วกบั การเลน มขี องเค้ียวของกนิ เปนตน อยางเพยี งพอใสเ กวยี นท้งั หลาย ขึน้ สูยานทีเ่ ทียมดว ยแมมา ขาว-ปลอด ไปสสู ถานท่ใี นอุทยาน ดวยบริวารใหญ นางมชี ่ือวา ทฏิ ฐมงั คลกิ าไดย นิ วา นางไมป รารถนาจะเหน็ รปู ที่ไมสวยงามดว ยคิดวา เปนอวมงคลดวยเหตนุ ั้น นางจงึ เกดิ มชี อื่ วา ทฏิ ฐมงั คลิกา.
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 539
Pages: