Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore tripitaka_63

tripitaka_63

Published by sadudees, 2017-01-10 01:15:43

Description: tripitaka_63

Search

Read the Text Version

พระสุตตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๒ - หนาที่ 151 ลําดบั น้ัน เมอ่ื ชา งศรจะทูลแกพ ระมหาสตั วน ้นั จึงกลาววา ขา แตพระสมณะ การเลง็ ดว ยจกั ษทุ ้งั สอง ปรากฏวา เหมอื นพรา ไปไมถ ึงที่คดขา งหนา ยอ มไม สําเรจ็ ความดัดใหต รง ถา หลับจกั ษขุ างหนง่ึ เล็งดทู ่ี คดดว ยจักษุอีกขางหนึ่ง เล็งไดถงึ ที่คดเบ้ืองหนา ยอ มสาํ เรจ็ ความดัดใหต รง บคุ คลสองคนก็วิวาทกัน คนเดยี วจักววิ าทกับใครเลา ทานผูใครตอสวรรค จง ชอบความเปน ผอู ยคู นเดยี วเถดิ . บรรดาบทเหลานนั้ บทวา วสิ าล วิย ความวา ยอมปรากฏเหมือนพราไป. บทวา อปปฺ ตวฺ า ปรม ลงิ ฺค ความวา ไมถงึ ท่คี ดขา งหนา.บทวา นุชชฺ ภุ าวาย ไดแก ไมส าํ เรจ็ ความดัดใหต รง มีคําอธบิ ายวา เม่อืความพราปรากฏ กจ็ ักไมถึงท่ตี รงขา งหนา เม่อื ไมถ ึงคือไมปรากฏ กิจดว ยความตรงจกั ไมสาํ เรจ็ คอื ไมถ ึงพรอ ม. บทวา สมฺปตฺวา ความวา ถงึคือเหน็ ดว ยจักษ.ุ บทวา ววิ าทปปฺ ตฺโต ความวา เม่ือลมื ตาท่ีสอง ทค่ี ดยอ มไมป รากฏ คอื แมทค่ี ดก็ปรากฏวาตรง แมท ต่ี รงกป็ รากฏวาคด ความววิ าทยอมมีดว ยประการฉะนี้ ฉนั ใด แมส มณะมีสองรูปก็ฉันนั้น ยอมววิ าทกันคือ ทะเลาะกนั ถือเอาตาง ๆ กนั . บทวา เกเนโก ความวา คนเดียวจักววิ าทกับ ใครเลา . บทวา เอกตฺตมปุ โรจต ความวา ทานจงชอบใจความเปน ผูอยูคนเดียว ธรรมดาสมณะท้งั หลาย ยอมจะไมพาแมน องสาวเทยี่ วไปเลยแตเ หตไุ รทา นจึงพาภรยิ าซ่ึงทรงรปู อันอุดมเทยี่ วไป ภริยานจี้ กั ทาํ อันตรายแกทา น ทา นจงนําภริยานอี้ อกไปอยผู ูเ ดียวเทาน้นั บาํ เพ็ญสมณธรรมใหสมควรเถิด ชา งศรกลา วสอนพระมหาสัตว ดวยประการฉะนี้ ชา งศรถวายโอวาท

พระสุตตนั ตปฎก ขทุ ทกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๒ - หนา ท่ี 152แดพ ระมหาสตั วอ ยา งนแี้ ลว ก็นงิ่ อยู พระมหาสัตวเสด็จเทีย่ วบิณฑบาต ไดภตั ตาหารท่เี จือปนแลว เสดจ็ ออกจากพระนคร ประทบั น่งั เสวยในทีม่ นี ้าํ สมบรู ณพระองคเ สรจ็ เสวยพระกระยาหารแลว บวนพระโอฐ ลา งบาตรนําเขาถุงแลวตรัสเรยี กพระนางสีวลมี าตรสั วา ดกู อ นนางสวี ลี เธอไดย ินคาถาท่ีตางศรกลา ว หรือยงั ชางศรเปนเพียงคนใชย งั ติเตยี นเราได ความ ทีเ่ ราทั้งสองประพฤตินน้ั เปน เหตุแหง ความครหา ดกู อ นนางผูเจริญ ทางสองแพรงน้อี นั เราทั้งสองผเู ดิน ทางมาจงแยกกันไป เธอจงถือเอาทางหนึง่ ไป อาตมา กจ็ ะถอื เอาทางอนื่ อกี ทางหนงึ่ ไป เธออยา เรยี กอาตมา วาเปนพระสวามขี องเธอ และอาตมากจ็ ะไมเรยี กเธอ วาเปนมเหสีของอาตมาอกี . บรรดาบทเหลา น้นั บทวา สณุ สิ ความวา เธอฟง คาถาหรือพระมหาสัตวต รัสพระดํารัสวา เปสโิ ย ม น้ี ทรงหมายถงึ โอวาทของชา งนน่ั เอง. ไดยนิ วา พระนางสีวลีเทวีน้ัน แมถกู พระมหาสตั วต รัสวา เธออยาเรียกอาตมาวา เปนพระสวามีของเธอดังนี้ ก็ยงั เสด็จติดตามพระมหาสตั วอยูนนั่ เอง พระราชากไ็ มสามารถใหพ ระนางสีวลนี น้ั เสดจ็ กลบั ได แมมหาชนก็ตามเสด็จพระองคอยนู ั่นเอง กแ็ ตท ่นี ้ันมีดงแหงหนงึ่ ในท่ไี มไ กล ลําดบั น้ันพระมหาสตั วทอดพระเนตรเห็นแนวปา เขยี วชอมุ มีพระราชประสงคจ ะใหพระนางเสด็จกลบั เมื่อดําเนนิ ไปไดทอดพระเนตรเห็นหญา มุงกระตายในทใี่ กลทาง พระองคจ งึ ทรงถอนหญามงุ กระตา ยน้ัน ตรัสเรียกพระเทวีมาตรัสวา

พระสุตตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย ชาดก เลม ๔ ภาค ๒ - หนา ที่ 153แนะสีวลผี ูเจรญิ เธอจงดูหญา มงุ กระตา ยน้ี ก็หญามงุ กระตา ยนจ้ี ะไมอาจสืบตอในกอนี้ไดอีก ฉันใด ความอยูรวมกับเธอของอาตมา ก็ไมอาจจะสบื ตอ กันไดอกี ฉันนน้ั แลว ไดตรัสกงึ่ คาถาวา หญา มุงกระตา ยท่ตี ิดกันอยูแตเดมิ ซ่ึงอาตมา ถอนแลวน้ี ไมอ าจสืบตอ กนั ไปไดอ กี ฉนั ใด ความ อยรู วมกันระหวางเธอกบั อาตมา กไ็ มอาจสืบตอ ไดอกี ฉนั นน้ั เพราะฉะนน้ั เธอจงอยูผเู ดียว อาตมากจ็ ะ อยผู เู ดียวเหมือนกัน. บรรดาบทเหลาน้นั บทวา เอกา ความวา แนะสีวลีผูเจรญิ หญามงุ กระตายท่ีติดกันอยแู ตเ ดมิ อนั อาตมาถอนแลว ไมอาจสบื ตอไดอ กี ฉันใดการอยรู วมกนั ระหวา งเธอกับอาตมา กไ็ มอ าจทําไดแมฉ นั นั้น เพราะฉะนน้ัเราจกั อยูผเู ดียวนะสวี ลี แมเ ธอก็จงอยูผเู ดียวเหมอื นกัน พระมหาสตั วไ ดประทานพระโอวาทแกพ ระนางสวี ลีเทวี ดว ยประการฉะน.ี้ พระนางไดฟง พระดาํ รสั ของพระมหาสตั วแ ลว ตรัสวา จําเดมิ แตน้ไี ปเราจะไมไดอ ยูรว มกบั พระมหาชนกนรินทรราชอกี พระนางไมอ าจะทรงกลัน้โศกาดรู ก็ขอ นทรวงดวยพระหตั ถท้ังสอง ทรงปริเทวนาการกําไรอยเู ปน อนัมาก ถงึ วิสญั ญีภาพลม ลงที่หนทางใหญ พระมหาสตั วทรงทราบวา พระนางถึงวิสัญญภี าพ กส็ าวพระบาทเสด็จเขาสูป า ขณะน้นั หมอู มาตยมาสรงพระสรีระแหง พระนางนัน้ ชวยกนั ถวายอยูงานทีพ่ ระหตั ถและพระบาท พระนางไดสติเสด็จลุกขน้ึ ตรัสถามวา พระราชาเสดจ็ ไปขางไหน หมอู มาตยย อนทูลถามวาพระแมเจา กไ็ มท รงทราบดอกหรือ พระนางตรสั ใหเท่ียวคน หา พวกน้นั พากันวง่ิ ไปขางโนน บางขา งน้บี า ง ก็ไมพ บพระราชา พระนางทรงปรเิ ทวนาการมากมาย แลวใหสรางพระเจดยี ตรงท่พี ระราชาประทับยนื บูชาดว ยของหอม

พระสุตตนั ตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๒ - หนา ท่ี 154และดอกไมเปน ตน แลวเสดจ็ กลับกรงุ มถิ ลิ า ฝายพระมหาสตั วเ สด็จเขาปาหมิ วนั ต ทําอภิญญาและสมาบตั ิใหเ กิดภายในเจ็ดวนั มไิ ดเ สด็จมาสูถ่ินมนุษยอีก ฝา ยพระนางสวี ลเี ทวเี สด็จกลบั แลว โปรดใหส รา งพระเจดียห ลายองค ณทีท่ พ่ี ระมหาสตั วตรัสกบั ชา งศร ตรัสกะนางกุมารี เสวยเนอ้ื ที่สนุ ัขทงิ้ ตรสั กับมิคาชนิ ดาบส และตรัสกับนารทดาบส ทกุ ตําบลแลว บูชาดวยของหอมและดอกไมเปนตน ทรงแวดลอ มไปดวยเสนางคนกิ ร ภายหลังเสด็จไปถงึ มถิ ลิ านครทรงอภเิ ษกพระราชโอรส ณ พระราชอุทยานอัมพวนั ทรงสงพระราชโอรสอันหมเู สนาแวดลอ มแลวเขา พระนคร พระองคเ องทรงผนวชเปน ดาบสินีประทับอยู ณ พระราชอทุ ยานนน้ั ทรงทาํ กสณิ บริกรรมก็ไดบ รรลฌุ าน ไมเสอ่ื มจากฌาน เปนผมู พี รหมโลกเปนท่ีไปในเบือ้ งหนาในทีส่ ดุ แหงพระชนมายุฝายพระมหาสตั วก ไ็ มเส่อื มจากฌาน ไดเขาถงึ พรหมโลกเหมอื นกนั . พระศาสดาครัน้ ทรงนําพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแลว ตรสั วา ดกู อ นภิกษทุ งั้ หลาย มใิ ชแ ตในบดั นี้ เทา นั้น ออกมหาภเิ นษกรมณ แมใ นกาลกอนตถาคตกอ็ อกมหาภิเนษกรมณเ หมอื นกนั แลวทรงประชุมชาดกวา ทาวสักก-เทวราชในครงั้ น้ัน ไดมาเปน พระอนุรทุ ธะในบัดนี้ พราหมณทิศาปาโมกขไดมาเปน พระกัสสปะ นางมณเี มขลาเทพธดิ าผรู ักษาสมทุ ร ไดมาเปนอบุ ลวรรณาภิกษณุ ี นารทดาบสไดนาเปน พระสารีบุตร มิคาชนิ ดาบสไดม าเปน พระโมค-คัลลานะ นางกนุ ารกิ าไดม าเปนนางเขมาภกิ ษุณี ชางศรไดม าเปนพระอานนทราชบรษิ ัทท่ีเหลอื ไดม าเปนพุทธบริษทั สวี ลเี ทวไี ดมาเปน ราหลุ มารดาฑีฆาวุกุมารไดมาเปนราหุล พระชนกพระชนนีไดม าเปนมหาราชศกั ยสกลุสว นพระมหาชนกนรินทรราช คือเราผูเปนสัมมาสมั พทุ ธเจานี่เอง. จบ มหาชนกชาดก

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๒ - หนาท่ี 155 ๓. สุวรรณสามชาดก วา ดว ยสวุ รรณสามบําเพญ็ เมตตาบารมี [๔๘๒] ใครหนอใชล กู ศรยงิ เรา ผูประมาทกาํ -ลังแบกหมอ นํ้า กษัตริย พราหมณ แพศย คนไหนยิงเรา ซอนกายอยู เนื้อของเรากก็ นิ ไมไ ด หนงั ก็ไมมีประโยชนน ี้ เมือ่ เปนเชน นี้ เขาเขาใจวาเราเปนผูควรยิง ดว ยเหตุอะไรหนอ ทา นคือใคร หรอื เปนบุตรของใคร เราจะรูจกั ทา นไดอ ยางไร ดูกอนสหาย เราถามทา นแลว ขอทา นจงบอกเถดิ ทําไมทา นจงึ ยงิ เราแลวซอนตัวเสยี . [๔๘๓] เราเปนพระราชาของชาวกาสี คนเรียกเราวา พระเจา ปลยกั ษ เราละแวนแควน เที่ยวแสวงหามฤคเพราะความโลภ อนง่ึ เราเปน ผูฉลาดในธนูศลิ ปปรากฏวา เปน ผูแมน ยาํ นกั แมช า งมาสรู ะยะลกู ศรของเรา ก็ไมพงึ พนไปได ทา นคือใคร หรือเปน บตุ รของใคร พวกเราจะรูจักทา นไดอ ยา งไร ทานจงแจงชื่อและโคตรของบดิ าทานและของตัวทา น. [๔๘๔] ขอจงทรงพระเจริญ ขา พระองคเ ปนบุตรของนายพราน ญาตทิ งั้ หลาย เรยี กขาพระองคเมื่อยังมชี ีวติ อยูว า สามะ วันนีข้ า พระองคถ ึงปากมรณะนอนอยูอยา งนี้ ขา พระองคถ กู พระองคยิงดวย

พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๒ - หนา ที่ 156ลกู ศรใหญอาบยาพษิ เหมอื นมฤคทถี่ ูกพรานปายงิแลว ฉะน้นั ขา แตพ ระราชา ขอพระองคจงทอดพระเนตรขาพระองคผนู อนจมอยูในโลหติ ของตน เชิญทอดพระเนตรลูกศร อนั แลน เขาขา งขวาทะลอุ อกขางซาย ขา พระองค บว นโลหิตอยู เปน ผูกระสบั กระสา ยขอทูลถามพระองควา พระองคยงิ ขาพระองคแลว จะซอ นพระองคอยูทาํ ไม เสือเหลืองถกู ฆา เพราะหนังชางถูกฆา เพราะงา เมอ่ื เปนเชน น้ี พระองคเขา พระทยั วา ขาพระองคเ ปนผคู วรยงิ ดวยเหตอุ ะไรหนอ. [๔๘๕] ดูกอนสามะ มฤคปรากฏแลว มาสูระยะลกู ศร เหน็ ทา นเขา ก็หนีไป เพราะเหตนุ น้ั เราจึงเกิดความโกรธ. [๔๘๖] จาํ เดมิ แตข าพระองคจ าํ ความได รูจักถูกและผดิ ฝูงมฤคในปาแมดุรา ย ก็ไมส ะดุงกลัวขา -พระองค จาํ เดิมแตข า พระองคนุง ผา เปลอื กไม ตง้ั อยูในปฐมวยั ฝงู มฤคในปา แมด ุรา ยกไ็ มสะดงุ กลัวขา พระองค ขาแตพ ระราชา ฝูงกินนรผูขลาดอยูภ เู ขาคนั ธมาทน เห็นขาพระองคยอมไมสะดุง กลัว เราทั้ง-หลายตางชื่นชมตอกนั ไปสูภูเขาและปา เมื่อเปน เชนน้ีมฤคทั้งหลายจะสะดงุ กลวั ขาพระองคดวยเหตไุ ร. [๔๘๗] ดูกอ นสามะ เนอ้ื เหน็ ทานแลว หาไดต กใจไม เรากลาวเทจ็ แกท า นดอก เราถูกความโกรธและ

พระสุตตนั ตปฎก ขุททกนิกาย ชาดก เลม ๔ ภาค ๒ - หนาที่ 157ความโลภครอบงําแลว จึงยิงทา นดวยลูกศรน้นั ดกู อนสามะ ทา นมาแตไหน หรอื ใครใชท า นมา ทานผูจะตกั นํา้ จงึ ไปสูแมน้ํามคิ สมั มตา แลวกลบั มา. [๔๘๘] บิดามารดาของขา พระองคตาบอด ขาพระองคเลย้ี งทานเหลาน้นั อยใู นปา ใหญ ขา พระองคนําน้ํามาเพ่ือทา นท้ังสองน้ัน จงึ มาแมน ้าํ มิคสัมมตา. [๔๘๙] อาหารของบดิ ามารดานั้นยงั พอมอี ยเู มอื่เปน เชน น้ี ชวี ิตของทา นทง้ั สองน้นั จักดํารงอยูราวหกวัน ทา นท้งั สองนั้นตามืด เกรงจะตายเสยี เพราะไมไ ดดื่มนา้ํ ความทกุ ข เพราะถกู พระองคย ิงดวยลูกศรนี้ หาเปนความทุกข ของขาพระองคน ักไม เพราะความทุกขน้อี ันบรุ ุษจะตองไดประสบ ความทุกข ท่ีขา พระองคไมไ ดเห็นบิดามารดา เปน ความทุกขข องขา พระองค ยิง่ กวาความทุกข เพราะถกู พระองคย งิดว ยลกู ศรน้เี สียอกี ความทุกขเพราะถกู พระองคยิงดว ยลูกศรน้ี หาเปนความทกุ ขข องขา พระองคนักไมเพราะความทกุ ขน ้ีอันบุรษุ จะตอ งไดประสบ บิดามารดา ทั้งสองนน้ั เปนคนกาํ พราเข็ญใจ จะรอ งไหอ ยูตลอดราตรนี าน จักเหอื ดแหงไปในกง่ึ ราตรี หรอื ในที่สุดราตรี ดุจแมน้าํ นอยในคิมหฤดจู ักเหอื ดแหง ไป ขาพระองคเ คยหมน่ั บาํ รุงบาํ เรอนวดมือเทา ของทา นท้งัสองน้นั บัดนไี้ มเหน็ ขาพระองค ทานท้งั สองจักบนเรยี กหาวา พอ สาม ๆ เทีย่ วอยใู นปาไหญ ลูกศรคอื






















































































Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook