ñõ ครภู มู ปิ ญญาไทย ¼ŒÙÍÒÃѡɾÃó¾×ª
อพ.สธ. ๑๕ครู ภมู ปิ ญั ญาไทย 1
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมิปัญญาไทย 2 ๓๗๑.๑๑ สำ�นักง�นเลข�ธิก�รสภ�ก�รศกึ ษ� ส๖๙๑ส ๑๕ ครภู ูมิปญั ญาไทย ผอู้ ารกั ษ์พรรณพืช กรงุ เทพฯ : ๒๕๖๒ ๔๔๘ หน้� ๑. ครูภมู ิปัญญาไทยกบั การอนุรักษ์พนั ธพ์ุ ืช ๒. ชื่อเร่อื ง ส่ิงพิมพ์ สกศ. อนั ดับท่ี ๗ / ๒๕๖๒ พมิ พ์ครง้ั ท่ี ๑ มนี �คม ๒๕๖๒ ISBN ๙๗๘-๖๑๖-๒๗๐-๑๙๕-๕ จาำ นวน ๑,๐๐๐ เล่ม จดั พมิ พแ์ ละเผยแพร ่ ส�ำ นักม�ตรฐ�นก�รศึกษ�และพัฒน�ก�รเรียนรู้ พิมพ์ท ่ี ส�ำ นกั ง�นเลข�ธิก�รสภ�ก�รศกึ ษ� กระทรวงศกึ ษ�ธกิ �ร ถนนสุโขทยั เขตดสุ ติ กรงุ เทพฯ ๑๐๓๐๐ โทรศัพท์ ๐๒-๖๖๘-๗๑๑๐-๒๔ ต่อ ๒๔๕๐ โทรส�ร ๐-๒๒๔๑-๕๑๕๒ Web Site : http://www.oec.go.th บริษทั อมรินทรพ์ รนิ้ ตง้ิ แอนดพ์ ับลชิ ชง่ิ จำ�กดั (มห�ชน)
อพ.สธ. ๑๕ครู ภมู ิปญั ญาไทย ค�ำ น�ำ 3 สำ� นกั งำนเลขำธกิ ำรสภำกำรศกึ ษำ ดำ� เนนิ กำรสรรหำและคดั เลอื กครภู มู ปิ ญั ญำไทยเพอ่ื ทำ� หน้ำที่น�ำภูมปิ ญั ญำด้ำนตำ่ งๆ เขำ้ สู่ระบบกำรศกึ ษำท้ังกำรศึกษำในระบบ กำรศกึ ษำนอกระบบ และกำรศกึ ษำตำมอธั ยำศยั ตำมนโยบำยสง่ เสรมิ ภมู ปิ ญั ญำไทยในกำรจดั กำรศกึ ษำ ซง่ึ ไดร้ บั ควำม เหน็ ชอบจำกคณะรฐั มนตร ี เมอื่ วนั ท ่ี ๑๖ พฤศจกิ ำยน พ.ศ. ๒๕๔๒ โดยมผี ทู้ รงภมู ปิ ญั ญำดำ้ นตำ่ งๆ ๙ ดำ้ น ไดแ้ ก ่ ดำ้ นเกษตรกรรม ด้ำนอุตสำหกรรมและหัตถกรรม ด้ำนกำรแพทยแ์ ผนไทย ดำ้ น กำรจดั กำรทรพั ยำกรธรรมชำตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ดำ้ นกองทนุ และธรุ กจิ ชมุ ชน ดำ้ นศลิ ปกรรม ดำ้ น ภำษำและวรรณกรรม ดำ้ นปรชั ญำ ศำสนำ และประเพณ ี และดำ้ นโภชนำกำร ซง่ึ มผี ลงำนปรำกฎ เปน็ ทย่ี อมรบั ของสงั คม โดยไดน้ ำ� ควำมรคู้ วำมเชย่ี วชำญดำ้ นภมู ปิ ญั ญำทไี่ ดส้ บื สำนแตบ่ รรพชนมำ ปรบั ประยกุ ตใ์ ชเ้ ปน็ ฐำนสำ� คญั ของกำรเรยี นรภู้ มู ปิ ญั ญำไทยใหก้ ำ้ วไกลสสู่ ำกลในมติ ทิ ห่ี ลำกหลำย ดว้ ยตระหนกั วำ่ ครภู มู ปิ ญั ญำไทยเปน็ ตวั แทนและตน้ แบบของผทู้ เ่ี ดนิ ตำมรอยพระยคุ ลบำท โครงกำรอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื ในพระรำชดำ� ร ิ สมเดจ็ พระเทพรตั นรำชสดุ ำฯ สยำมบรมรำชกมุ ำรี สำ� นกั งำนฯ ไดค้ ดั สรร ครภู มู ปิ ญั ญำไทย จำ� นวน ๑๕ ทำ่ น จำกทกุ ภมู ภิ ำคทวั่ ประเทศ เปน็ ตวั แทน ในกำรดำ� เนนิ ชวี ติ โดยยดึ หลกั อำชพี ผกู พนั อยกู่ บั กำรอนรุ กั ษ ์ สบื สำน พฒั นำพรรณพชื อยำ่ งหลำก หลำยมติ ทิ ก่ี อ่ ประโยชนท์ ง้ั ดำ้ นกำรเกษตร กำรประกอบอำชพี กำรรกั ษำโรค กำรเปน็ แหลง่ ตน้ นำ�้ สร้ำงควำมชุ่มชื้นให้ท้องถ่ินไปจนถึงกำรได้ป่ำอนุรักษ์ทรัพยำกรธรรมชำติ รวบรวมพืชพรรณ นำนำชนดิ เปน็ มรดกของทอ้ งถนิ่ เปน็ แหลง่ เรยี นรไู้ ปจนถงึ แหลง่ พฒั นำอำชพี บนพน้ื ฐำนแหง่ ศนู ย์ เรยี นรู้เกษตรพอเพยี งตำมแนวพระรำชดำ� ริ ดังน้ัน เพ่ือเป็นกำรสำนต่อพระรำชปณิธำนแห่งองค์พระบำทสมเด็จพระปรมินทรมหำ ภูมิพลอดุลยเดช บรมนำถบพิตร และสมเด็จพระเทพรัตนรำชสุดำฯ สยำมบรมรำชกุมำร ี ด�ำเนินกำรตำมพระรำชด�ำริและส่งเสริมกำรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยำกรทำงพันธุกรรม พชื ส�ำนักงำนฯ จงึ ไดส้ กดั บทเรียนชีวิตของ ครภู มู ปิ ัญญำไทย ใหเ้ ป็นต้นแบบในกำรใช้ประโยชน์ ทรัพยำกรธรรมชำติอย่ำงชำญฉลำด เป็นประโยชนต์ อ่ ทกุ คน ในระยะเวลำยำวนำนท่ีสดุ โดยสญู เสยี ทรพั ยำกรโดยเปลำ่ ประโยชนน์ อ้ ยทสี่ ดุ รวมทง้ั เปน็ กำรอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ มและทรพั ยำกรทำง พรรณพืชท่สี �ำคญั ของประเทศทีจ่ ำ� เปน็ ยิ่งเพ่อื ใหอ้ ยคู่ ู่กับเรำตลอดไป (นำยสภุ ัทร จำ� ปำทอง) เลขำธกิ ำรสภำกำรศกึ ษำ
๑๕ครู สารบญั อพ.สธ. ภูมิปัญญาไทย บทนำ� 4 ๖-๙ โครงก�รอนรุ ักษ์พันธุกรรมพืชอนั เน่ืองม�จ�กพระร�ชดำ�ริ ๙ - ๑๕ สมเด็จพระเทพรัตนร�ชสดุ �ฯ สย�มบรมร�ชกุม�รี (อพ.สธ.) ๑๖ - ๑๗ แนวท�งก�รด�ำ เนินง�นต�มกรอบของ แผนแมบ่ ท อพ.สธ. ระยะ ๕ ปีทหี่ ก กรอบก�รเรียนรทู้ รัพย�กร ๑๘ - ๒๑ กรอบก�รสร้�งประโยชน์ ๒๒ - ๒๘ กรอบก�รสร้�งจติ สำ�นกึ ๒๙ - ๓๔ คว�มเปน็ ม� และแนวท�งก�รด�ำ เนนิ ง�นสวนพฤษศ�สตรโ์ รงเรียน ๒๐ - ๓๔ ๓๕ - ๔๐ คว�มน�ำ ๔๑ - ๖๓ ครูสมบูรณ์ แว่นวิชัย ด้�นก�รแพทยแ์ ผนไทย ๖๕ - ๙๖ ครูวฒุ ิ วุฒิธรรมเวช ด�้ นก�รแพทยแ์ ผนไทย ๙๗ - ๑๒๐ ครทู องใบ แทน่ มณี ด�้ นภ�ษ�และวรรณกรรม ๑๒๑ - ๑๖๐ ครูขวญั ดิน สิงหค์ �ำ ด�้ นก�รจดั ก�รทรพั ย�กรธรรมช�ตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม ๑๖๑ - ๑๙๐ ครูพงษ์เทพ เพยี รท�ำ ด�้ นปรชั ญ� ศ�สน�และประเพณี ๑๙๑ - ๒๑๔ ครูถนอม ศริ ริ ักษ์ ด�้ นโภชน�ก�ร ๒๑๕ - ๒๓๘ ครูคำ�พนั ออ่ นอทุ ัย ด้�นโภชน�ก�ร ๒๓๙ - ๒๖๒ ครไู พบูลย์ พันธเ์ มือง ด�้ นภ�ษ�และวรรณกรรม ๒๖๓ - ๒๘๖ ครมู �รศรี วน�โชติ ด�้ นอตุ ส�หกรรมและหตั ถกรรม ๒๘๗ - ๓๑๘ ครูเลก็ กุดวงคแ์ ก้ว ด้�นเกษตรกรรม ๓๑๙ - ๓๔๒ ครกู ติ ติ อนนั ตแ์ ดง ด�้ นอตุ ส�หกรรมและหตั ถกรรม ๓๔๓ - ๓๗๔ ครูกชี � วิมลเมธี ด้�นก�รแพทยแ์ ผนไทย ๓๗๕ - ๓๙๘ ครจู นิ ด� บุษสระเกษ ด�้ นกองทนุ และธรุ กจิ ชุมชม ๓๙๙ - ๔๒๒ ครดู วงเนตร ดรุ ิยพนั ธุ์ ด้�นศิลปกรรม ๔๒๓ - ๔๔๕ ครบู ญุ ตนั สิทธิไพศ�ล ด�้ นอตุ ส�หกรรมและหัตถกรรม ๔๔๖ - ๔๔๗ ท่อี ยู่ ๑๕ ครูภมู ิปัญญ�ไทย ๔๔๘ คณะผจู้ ัดทำ�
อพ.สธ. ๑๕ครู ภมู ปิ ัญญาไทย ๑๕ ครูภมู ปิ ญั ญ�ไทยแนะน�ำ 5 ครสู มบรู ณ์ แวน่ วิชัย ครวู ุฒ ิ วฒุ ธิ รรมเวช ครูทองใบ แทน่ มณี ครูขวญั ดนิ สิงห์คำา ด�้ นก�รแพทยแ์ ผนไทย ด้�นก�รแพทย์แผนไทย ด้�นภ�ษ�และวรรณกรรม ด้�นก�รจดั ก�รทรัพย�กรธรรมช�ติ และส่ิงแวดลอ้ ม ครพู งษ์เทพ เพียรทาำ ครถู นอม ศิริรกั ษ์ ครคู ำาพัน อ่อนอทุ ัย ครูไพบลู ย์ พันธ์เมอื ง ด้�นปรชั ญ� ศ�สน� ด้�นโภชน�ก�ร ด�้ นโภชน�ก�ร ด้�นภ�ษ�และวรรณกรรม และประเพณี ครมู ารศร ี วนาโชติ ครูเลก็ กดุ วงค์แกว้ ครกู ิตติ อนันต์แดง ครูกชี า วิมลเมธี ด้�นอุตส�หกรรม ด้�นเกษตรกรรม ด�้ นอตุ ส�หกรรม ด้�นก�รแพทย์แผนไทย และหตั ถกรรม และหตั ถกรรม ครจู ินดา บุษสระเกษ ครดู วงเนตร ดรุ ยิ พนั ธ์ุ ครบู ุญตัน สิทธไิ พศาล ด้�นกองทนุ และธุรกจิ ชมุ ชน ด�้ นศลิ ปกรรม ด้�นอุตส�หกรรม และหัตถกรรม
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมิปัญญาไทย 6
อพ.สธ. ๑๕ครู ภมู ปิ ัญญาไทย 7 บทนำ โครงการอนรุ ักษ์พันธุกรรมพชื อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำริ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี (อพ.สธ.) อพ.สธ. เป็นโครงการที่จัดตั้งข้ึนเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๖ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือ สร้างความเข้าใจ และทำาให้ตระหนักถึง ความสำาคัญของพันธุกรรมพืชต่างๆ ท่ีมีอยู่ ในประเทศไทย ก่อให้เกิดกิจกรรมเพื่อให้มี การร่วมคิด ร่วมปฏิบัติท่ีนำาผลประโยชน์มา ถึงประชาชนชาวไทย ตลอดจนให้มีการจัด ทำาระบบข้อมูลพันธุกรรมพืช ให้แพร่หลาย สามารถส่อื ถงึ กนั ไดท้ วั่ ประเทศ ท้ังน้ีสืบเนื่อง มาจากสายพระเนตรอัน
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมปิ ญั ญาไทย 8 ยาวไกลของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร ตง้ั แตเ่ มอ่ื ครง้ั ปี พ.ศ. ๒๕๐๓ ที่ทรงมีพระราชดำาริให้อนุรักษ์ต้นยางนา และทรงให้ รวบรวมพชื พนั ธุไ์ มข้ องภาคต่าง ๆ ทว่ั ประเทศปลูกไว้ ในสวนจิตรลดา โครงก�รอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องม�จ�ก พระร�ชดำ�ริฯ จึงเป็นโครงก�รท่ีเกิดขึ้นเพ่ือสนองแนว พระร�ชดำ�ริ และสืบส�นพระร�ชปณิธ�นแห่งพระองค์ โดยปร�กฏในรูปแบบกิจกรรมต่�งๆ ประกอบด้วย กิจกรรมปกปักพันธุกรรมพืชในพื้นท่ีป่�ธรรมช�ติ ก�ร สำ�รวจรวบรวมพันธุกรรมพืชท่ีมีแนวโน้มว่�ใกล้สูญพันธ์ุ อันเกิดจ�กก�รเปล่ียนแปลงของสภ�พแวดล้อม ก�รนำ� พนั ธพ์ุ ชื ทร่ี วบรวมเพ�ะปลกู และรกั ษ�ในพน้ื ทท่ี เ่ี หม�ะสม ท�งก�ยภ�พ และปลอดภัยจ�กก�รรุกร�น ก�รอนรุ กั ษ์ ...การสำารวจรวบรวมพันธุกรรมพืชที่มีแนวโน้มว่าใกล้สูญพันธ์ุอันเกิดจากการ เปล่ียนแปลงของสภาพแวดล้อม การนำาพันธ์ุพืชที่รวบรวมเพาะปลูก และรักษาใน พื้นท่ีที่เหมาะสมทางกายภาพ และปลอดภัยจากการรุกราน การอนุรักษ์ และใช้ ประโยชนพ์ นั ธกุ รรมพชื ... และใช้ประโยชน์พันธุกรรมพืช โครงก�รศกึ ษ�ประเมนิ พันธุกรรมพืชในด�้ นต่�ง ๆ นน้ั เพือ่ ให้ทร�บถึงองคป์ ระกอบ คณุ สมบัติ และก�รใช้ ประโยชนพ์ ชื พรรณ ก�รจดั ท�ำ ระบบขอ้ มลู พนั ธกุ รรมพชื ด้วยคอมพวิ เตอร์ ก�รว�งแผน และพัฒน�พนั ธกุ รรมพชื ระยะย�ว ๓๐ - ๕๐ ปี และกจิ กรรมก�รสร้�งจติ สำ�นึก ในก�รอนุรักษ์ พันธุกรรมพืชแก่กลุ่มเป้�หม�ยต่�ง ๆ ไดแ้ ก่ เย�วชน บคุ คลทัว่ ไป ให้มีคว�มเข�้ ใจ ตระหนักใน คว�มส�ำ คญั เกิดคว�มปีติ และสำ�นึกท่ีจะรว่ มมือรว่ มใจ
อพ.สธ. ๑๕ครู กันอนุรักษ์พืชพรรณของไทยให้คงอยู่เป็น ภมู ปิ ัญญาไทย ทรัพย�กรอนั ทรงคณุ ค�่ ประจ�ำ ช�ติสบื ไป 9 ซงึ่ พชื พรรณของไทยสว่ นใหญเ่ ปน็ พนั ธไุ์ ม้ ท่มี ถี น่ิ ก�ำ เนิดในประเทศ ล้วนส�ม�รถนำ�ม�ใช้ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯ ใหเ้ กดิ ประโยชน์ ทเ่ี กย่ี วกบั “ปจั จยั ส”่ี อนั เปน็ สยามบรมราชกมุ ารี พ้นื ฐ�นหลกั ในก�รด�ำ รงชีวติ ของมนษุ ย์ จงึ นบั ไดว้ า่ พนั ธไุ์ มเ้ หลา่ นมี้ คี วามผกู พนั สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม กับชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยมาช้านาน บรมราชกุมารี พระราชทานพระราโชวาท นับจากอดีตจนถึงปัจจุบนั ใหค้ ณะกรรมการอาำ นวยการ คณะกรรมการ บริหาร ผู้ร่วมสนองพระราชดำาริ และ อย่�งไรก็ต�ม เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ผทู้ ูลเกลา้ ฯ ถวาย ทเี่ ฝ้าทูลละอองพระบาท ประโยชน์ที่เคยได้รับจ�กพรรณพืชอ�จแปร ในการประชุมประจำาปีโครงการอนุรักษ์ ไปต�มสภ�พแวดล้อมท�งธรรมช�ติ คว�ม พนั ธุกรรมพืชอนั เนื่องมาจากพระราชดาำ ริฯ ต้องก�รของสังคม และผู้บริโภค ก�รสำ�รวจ เมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๔๐ ณ ศาลา ค้นคว้� และวิจัยต�มหลักวิทย�ก�รสมัยใหม่ ดสุ ดิ าลยั สวนจติ รลดา กรงุ เทพมหานคร วา่ เก่ียวกับพฤกษศ�สตร์ ดังที่โครงก�รอนุรักษ์ “ขา้ พเจา้ ยนิ ดแี ละขอบคณุ ทกุ คนทเี่ ขา้ พันธุกรรมพืชอันเน่ืองม�จ�กพระร�ชดำ�ริ ฯ มาประชมุ กนั พรอ้ มหนา้ ในวนั น ้ี ดงั ทไ่ี ดก้ ลา่ ว ดำ�เนินก�รอยู่ในขณะน้ี จะส�ม�รถทำ�ให้คน มาแลว้ วา่ โครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื ฯ นี้ ไทยได้ทร�บถึงคุณประโยชน์ของพืชพรรณ ไดด้ าำ เนินการมาเป็นเวลาถงึ ๕ ป ี แลว้ และ หล�ยชนิดซ่ึงบ�งชนดิ เป็นทร่ี ้จู กั แพรห่ ล�ย มี คดิ กนั ว่าจะทำาต่อในชว่ งท่สี องอีก ๕ ป ี และ ก�รน�ำ ม�ใชป้ ระโยชนแ์ ตข่ �ดก�รดแู ลรกั ษ� จน คิดมาใหม่ว่าในขั้นที่สองน้ีจะทำาในลักษณะ ปรมิ �ณลดลง และเกอื บสญู พนั ธจ์ุ �กถน่ิ ก�ำ เนดิ ไหน ท่จี รงิ ในเบือ้ งต้นนนั้ ข้าพเจ้าก็มิไดเ้ ปน็ พืชบ�งชนิดมีม�ช้�น�น แต่มิได้เป็นท่ีล่วงรู้ นกั พฤกษศาสตรห์ รอื ศกึ ษาทางนม้ี าโดยตรง ทั่วไปถึงคุณประโยชน์ จนอ�จถูกละเลย หรือ ถึงแม้ศึกษาตอนน้ีก็คงจะสายไปเสียแล้ว ถกู ท�ำ ล�ยไปอย�่ งน�่ เสียด�ย. เ พ ร า ะ ว่ า ข ณ ะ น้ี ไ ม่ ส า ม า ร ถ จำ า ชื่ อ ค น สตั ว ์สงิ่ ของไดม้ ากเทา่ ทค่ี วร แตว่ า่ เหตทุ ส่ี นใจ พระราโชวาท พืชพรรณและทรัพยากรของประเทศเรามา นานแลว้ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งทางพชื
๑๕ครู อพ.สธ. ภมู ปิ ญั ญาไทย 10 เหตุผลท่ีศึกษา เพราะถือว่าง่ายต่อการศึกษามากกว่า อยา่ งอน่ื เวลาไปไหนทีม่ คี นตามกันเยอะแยะ ถา้ จะศึกษาสัตว์ สัตว์ก็วิ่งหนีหมด แต่พืชนั้นเขาอยู่ให้ศึกษาได้ พอศึกษาไป สักพักก็เกิดความสนใจว่า นอกจากทางกรมป่าไม้ซ่ึงได้ติดต่อ กันในคร้ังแรกในเบื้องต้นเพราะว่าชอบไปท่องเที่ยวในท่ีต่างๆ ตามปา่ เขาดวู า่ เมอื งไทยมสี ภาพภมู ปิ ระเทศ ภมู ศิ าสตรอ์ ยา่ งไร และกไ็ ดศ้ กึ ษาเร่อื งต้นไม้ตา่ งๆ ตามท่ีกล่าวมาแล้วนี้ก็ยังเห็นว่ามีหน่วยงานท้ังหน่วยงาน ของรัฐของเอกชน ท้ังเป็นหน่วยงานราชการ เช่น กรมป่าไม้ กรมวชิ าการเกษตร และกบั ทงั้ ทเ่ี ปน็ สถาบนั การศกึ ษาทที่ าำ งาน เกย่ี วกบั เรอื่ งของพชื ศกึ ษาวา่ พชื กช่ี นดิ ทงั้ เรอ่ื งของพชื ชนดิ ตา่ งๆ เรื่องงานอนุกรมวธิ าน อย่างนเี้ ป็นตน้ ก็ศึกษากันหลายแห่งจึงเกิดความคิดขึ้นมาว่าน่าจะมีการ การรวบรวมว่าแต่ละสถาบันได้ทำางานในส่วนของตนอย่างไร และงานน้ันอย่างเช่น ยกตัวอย่างเช่นพืช ก็ได้ศึกษาในส่วนท่ี แต่ละแห่งได้รวบรวมนน้ั ช่อื ตา่ งหรอื ซา้ำ กนั อย่างไร เพอ่ื ทจ่ี ะให้ รวมกนั วา่ ท้ังประเทศน้ันเรามีอะไรบ้าง
อพ.สธ. ๑๕ครู ภูมปิ ญั ญาไทย 11 ท่ีจริงแล้วงานท่ีจะศึกษาพืชหลายชนิดนี้ ได้ทำามาแล้วเป็นจำานวนมากและหลังจาก เป็นเร่ืองที่ทำาได้ยากและทำาได้ช้า คนๆ เดียว โครงการฯ นกี้ ม็ ีการตงั้ ขึน้ ใหม ่ หรือว่าสถาบันๆ เดียวนั้นจะครอบคลุม เพราะฉะนั้น ยังคิดว่า ถ้ามีการไดป้ ระชมุ ไม่ได้ท้ังหมด ถ้ามีหลายๆ หน่วยงานช่วยกัน กันพร้อมกันอย่างน้ี จะได้มาตกลงกันแน่นอน ครอบคลุมก็อาจจะได้มาก ถ้าต่างคนต่างไม่รู้ ว่าใครทำาอะไรและในสว่ นที่เหลอื กนั ถ้าซ้าำ กัน กนั นน้ั กอ็ าจจะเกดิ เปน็ ทนี่ า่ เสยี ดายวา่ จะไมไ่ ด้ โดยไม่จำาเป็นอาจจะตกลงกันได้ว่า แบ่งกันว่า ขอ้ มลู เตม็ ท ี่ จงึ นกึ ถงึ วา่ อยากจะทาำ ฐานขอ้ มลู ที่ อันนี้งานนี้ใครจะทำา หรืองานที่โครงการทาง นกั วชิ าการทกุ คนจะใชใ้ นการคน้ ควา้ ไดด้ ว้ ยกนั ดา้ นสำานกั พระราชวังเคยทำาอยู่ ทวี่ งั นซ้ี งึ่ กม็ คี วามรสู้ กึ วา่ ๑ ตารางกโิ ลเมตรของ แตว่ า่ เมอื่ มหี นว่ ยงานทมี่ ชี อ่ื ของหนว่ ยงาน วังนี้ก็ใหญ่โตพอสมควร ที่ควรจะรับผิดชอบโดยตรงรับไปทำาแล้ว ทาง แต่ว่าที่จริงแล้ว ถ้าจะเอางานทุกสิ่งทุก สำานักพระราชวังคิดว่าน่าจะตัดได้ในส่วนนั้น อย่างมาสุมกัน ย่อมจะไม่พอพื้นท่ีไม่ได้ ก็ต้อง และหนั มาทาำ งานทางดา้ นการประสานงานหรอื ทำางานอะไรที่จะประหยัดท่ีสุด ในตอนน้ัน ความรว่ มมืออยา่ งน ี้ เปน็ ตน้ เลยคิดว่าทำาฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้ การเรียกชื่อพืชที่ทุกคนจะเข้าถึงได้ จึงพัฒนา จากจุดน้ันมาเป็นงานต่างๆ ที่ ดร.พิศิษฐ์ ได้ กล่าวถึงเม่ือสักครู่นี้ออกไปหลาย ๆ อย่าง ซ่ึง งานท่ีกล่าวถงึ นี้ เป็นงานท่หี นว่ ยราชการต่างๆ
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมิปัญญาไทย 12 ซึ่งเข้าใจว่า เป็นการสมสมัยในปัจจุบัน เคยไดแ้ นะนาำ โรงเรยี นตา่ ง ๆ ทไี่ ดไ้ ปเยย่ี ม ซ่ึงประเทศค่อนข้างจะฝืดเคือง เพราะฉะนั้น ไม่เฉพาะแต่โรงเรียนท่ีเข้าร่วมโครงการฯ น้ี ทาำ งานอะไรถงึ แมจ้ ะเปน็ งานทดี่ ี ถา้ ตกลงกนั ได้ โรงเรียนทวั่ ๆ ไปดว้ ยว่า นอกจากเรอื่ งของพชื แล้วก็จะเป็นการประหยดั พลงั คนหรอื พลังเงนิ พรรณแล้ว ส่งิ ท่มี ใี นธรรมชาต ิ สงิ่ ที่หาได้ง่ายๆ งบประมาณทว่ี า่ ใหใ้ นสว่ นนแี้ ลว้ กจ็ ะไดจ้ าำ เปน็ นั้น อาจจะเป็นอุปกรณ์การสอนในวิชาต่าง ๆ จะไม่ต้องให้ในหน่วยงานอ่ืน หรือถ้าให้ ได้หลายอย่าง หนว่ ยงานอืน่ กต็ ้องให้ทาำ ไป และงานนเี้ ราอาจ แม้แต่วิชาศิลปะให้มาวาดรูปต้นไม้ จะต้องมาน่ังพิจารณาคิดดูว่าจะทำางานได้โดย ก็ไม่ต้องหาของอื่นให้เป็นตัวแบบ หรือ ประหยดั อยา่ งไร บางสว่ นทอี่ าจจะยงั ไมจ่ าำ เปน็ ในเร่ืองภาษาไทย การเรียงความอาจจะ ในข้ันน้ี หรือว่าทำาได้ไม่ต้องเน้นเร่ืองความ ทำาให้เร่ืองของการเขียนรายงาน ทำาให้หัด หรูหราหรือความสวยงามมากนัก เอาเฉพาะ เขียนหนังสือ หรืออาจแต่งคำาประพันธ์ใน ที่ใชจ้ ริงๆ และกป็ ระหยัดไปได้เปน็ บางส่วนก็ดี เรื่องของพืชเหล่าน้ี หรือเป็นตัวอย่างงาน ส่วนสำาหรับเร่ืองของโรงเรียนนั้น ได้มี ศึกษางานวิทยาศาสตร์และวิชาอ่ืน ๆ ดังท่ี ประสบการณ์ในการที่ไปเยี่ยมโรงเรียนในภาค ดร.พิศษิ ฐ์ ไดก้ ลา่ วมา ต่าง ๆ มาหลายแห่ง ก็เห็นว่า เร่ืองที่จะสอน นอกจากน้ันในวิชาพฤกษศาสตร์โดย ให้นกั เรียนหรือให้เดก็ มคี วามรู้ และมีความรัก เฉพาะ ซ่ึงอาจจะช่วยได้ในที่นี้ยังไม่เคยกล่าว ในทรัพยากร คอื ความรักชาติรักแผ่นดนิ นี้ ก็ คือเร่ืองของวิชาการท้องถิ่นซึ่งเป็นนโยบาย คือ รักส่ิงท่ีเป็นสมบัติของตัวเขา การที่จะให้ ของกระทรวงศึกษาธิการอยู่แล้วท่ีว่าจะให้ เขารกั ษาประเทศชาติ หรอื รกั ษาสมบตั ขิ องเขา นักเรียนได้ศึกษาความรู้ท้องถ่ินนอกจาก นั้นทำาได้ โดยก่อให้เกิดความรัก ความเข้าใจ ความรู้ทเ่ี ปน็ มาตรฐานจากส่วนกลางมาแลว้ ถ้าใครไม่รู้จักกัน เราก็ไม่มีความสัมพันธ์ ไม่มี แมแ้ ตต่ ำารากม็ กี ารสง่ เสริมใหค้ ร ู อาจารย์ ความผกู พนั ตอ่ กนั แตว่ า่ ถา้ ใหเ้ ขารจู้ กั วา่ สง่ิ นนั้ ในท้องถิ่นน้ันได้รวบรวมความรู้หรือได้แต่ง คอื อะไร หรอื วา่ ทาำ งานกจ็ ะร้สู กึ ชืน่ ชม และรัก ขึ้นในระยะน้ี ซ่ึงเท่าที่ได้เห็นมามีการศึกษา หวงแหนในสิ่งน้นั ว่าเปน็ ของตน และจะทำาให้ วชิ าการทางดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม อาชพี ทอ้ งถน่ิ เกดิ ประโยชนไ์ ด้ มาบ้าง แต่ในด้านของธรรมชาตินั้นยังมีค่อน ข้างน้อย เท่าที่ไปแนะนำามาในเร่ืองของการ อนรุ กั ษ์ทรพั ยากรน้ันไดเ้ สนอว่า
อพ.สธ. ๑๕ครู ไมใ่ ชเ่ ปน็ เฉพาะทว่ี า่ จะใหเ้ ดก็ นกั เรยี น ภมู ิปญั ญาไทย ปลกู ปา่ หรอื วา่ ใหอ้ นรุ กั ษด์ นิ ปลกู หญา้ แฝก อย่างเดียว พยายามจะให้ออกไปดูข้าง ๆ 13 โรงเรียนว่าที่น่ันมีอะไรอยู่ และต้นไม้นั้น ชอื่ อะไร เปน็ อะไร และพอดมี ปี ระสบการณ์ จากการทไ่ี ดเ้ คยออกไปสง่ เสรมิ ในเรอื่ งของ โภชนาการ งานในระยะแรก ๆ ทเ่ี รม่ิ ทาำ งาน เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๓ ในช่วงนั้นออกไปทำางานก็ทำางาน อย่างค่อนข้างจะเบี้ยน้อยหอยน้อย คือ เงินไม่ค่อยมีต้องออกเอง ไม่มีเงินที่จะส่ง เสริมเร่ืองเมล็ดพันธ์ุผักหรืออุปกรณ์ที่ใช้ มากนกั ไดค้ รบทกุ แหง่ ทไ่ี ปกใ็ หใ้ ชพ้ ชื ผกั ใน ทอ้ งถน่ิ ทพ่ี อจะมอี ยู่ ผกั พนื้ บา้ นผกั พนื้ เมอื ง หรือของท่ีเขากินอยู่แล้วเสริมเข้าไปในม้ือ อาหารน้ันด้วย เรื่องนี้เป็นเร่ืองท่ีน่าศึกษา เพราะได้พบว่ามพี ชื พรรณหลายอย่าง ซง่ึ ยงั ไมเ่ ปน็ ท่รี ู้จักกันในสว่ นกลาง ในทอ้ งถนิ่ น้นั เขากร็ ู้ และมชี อ่ื พื้นเมือง แต่ว่าพอเอาเข้าจริง แม้แต่ชื่อ วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีใครแน่ใจว่าช่ืออะไร ตอ้ งนาำ มาศกึ ษา และเวลานไ้ี ดเ้ หน็ วา่ มกี าร ศกึ ษาอยา่ งกวา้ งขวาง คอื ไดศ้ กึ ษาวา่ คณุ คา่ ทางอาหารของผักพ้ืนเมืองเหล่านั้นมีอะไร บ้าง และได้มีการวิเคราะห์พิษภัยของพืช เหล่านนั้ ไวด้ ว้ ย
๑๕ครู อพ.สธ. ภมู ปิ ญั ญาไทย 14 เดิมเท่าที่คิดก็ยอมรับว่าไม่ได้คิดเร่ืองพิษภัย เพราะเห็นว่าคนรับประทานกันอยู่ ประจำายังมีอายุยืนอยู่ แต่เห็นว่าจากการวิจัยของนักวิชาการ ก็ได้ทราบว่ามีพืช พนื้ บา้ นบางอยา่ งทร่ี บั ประทานกนั อยซู่ ง่ึ มพี ษิ บา้ ง ทาำ ใหเ้ ปน็ ขอ้ คดิ ทว่ี า่ ถา้ บรโิ ภคกนั ใน ส่วนที่เป็นท้องถิ่นก็อาจจะไม่เป็นพิษภัยมาก เพราะว่าในวันนั้นเก็บผักชนิดน้ีได้ก็นำา มาบรโิ ภค อกี วนั กเ็ กบ็ ไดอ้ กี อยา่ งกน็ าำ มาบรโิ ภค แตถ่ า้ สมมตุ วิ า่ เปน็ การสง่ เสรมิ เปน็ โครงการ ขน้ึ มา แลว้ กจ็ ะมกี ารขยายพนั ธเ์ุ ปน็ จาำ นวนมาก และกร็ บั ประทานอยา่ งนซ้ี า้ำ ๆ ซาก ๆ ซ่งึ จะมีอันตรายตอ่ รา่ งกายเป็นอย่างยิง่ กอ็ าจจะเปน็ ได้ อนั นี้ทีย่ กตวั อยา่ งแสดงวา่ วิชาการน้แี ตกแขนงไปหลายอย่าง และมกี ารศึกษาได้ หลายอยา่ ง และมบี คุ คลหลายคนทชี่ ว่ ยกนั คดิ ชว่ ยกนั ทำา ถา้ จะชว่ ยกนั จรงิ ๆ นี้ กอ็ าจ จะตอ้ งแบง่ หนา้ ท่ี ถงึ ขน้ั ตอนนกี้ ค็ งตอ้ งแบง่ หนา้ ทกี่ นั เพอื่ ทจี่ ะแบง่ ในดา้ นปรมิ าณงาน ที่ทำาหรืองบประมาณที่ทำาก็ได้รับการสั่งสอนจากผู้หลักผู้ใหญ่อยู่เสมอว่า ถ้าคนเรามี ความคดิ พงุ่ แล่นอะไรต่างๆ นานา ก็คิดไดแ้ ตถ่ ึงตอนทาำ จริงมขี ้นั ตอนเหมอื นกัน การใช้คนให้ทำาอะไรนี่ ต้องคิดถึงกระบวนการว่า จะไปถึงเป้าหมายที่เรา ต้องการนัน้ จะต้องใชท้ งั้ เงนิ ใช้ท้ังเวลา ใชท้ ั้งความคดิ ความอา่ นตา่ ง ๆ ซง่ึ จะไป ใชใ้ ครทาำ กต็ อ้ งเอาใหแ้ นว่ า่ เขาเตม็ ใจหรอื อาจเตม็ ใจ แตว่ า่ มภี ารกจิ มาก มเี วลาจะ ทำาให้เท่าใดหรือเขาอาจทำาให้ด้วยความเกรงใจเราแล้ว ว่าทีหลัง อย่างนี้เป็นต้น บอกวา่ ไมเ่ ปน็ ไร เพราะวา่ เวลาทาำ อะไรมิไดบ้ ังคับ ก็ขอเชิญเขา้ ร่วมชว่ ยกัน แต่ถ้าคนใดมีข้อขัดข้องหรือมีข้อสงสัยประการใดก็ไถ่ถามกันได้ ไม่ต้องเกรงใจ เพราะถือว่าทำางานวิชาการ แบบน้ีไม่เคยจะคิดว่าโกรธเคือง ถ้าใครทำาไม่ได้ก็แล้วไป ทาำ อยา่ งอน่ื ทาำ อย่างนไ้ี ม่ได้ก็ต้องทาำ ไดส้ ักอยา่ ง คิดว่าโครงการน้ีข้ันตอนต่อไปอาจจะต้องดูเรื่องเหล่าน้ีให้ละเอียดยิ่งขึ้น ใครทำา อะไรได้และประโยชน์อาจจะมีอีกหลายอย่าง เช่น งานบางอย่าง หรืออย่างพืชน้ีจะ มีประโยชน์ในเชิงธุรกิจได้อีกก็มีด้วยซ้ำา ถ้าเราทราบสรรพคุณของเขาและนำามาใช้ใน ส่วนท่ีว่าถ้าขยายพันธ์ุแล้วไม่อันตราย คือ การขยายพันธุ์เหล่าน้ีอาจจะเป็นการช่วย ในเรื่องของการสง่ เสรมิ อาชีพให้แกร่ าษฎรเพม่ิ ขึน้ อกี ก็อาจเปน็ ได้
อพ.สธ. ๑๕ครู ภมู ปิ ัญญาไทย 15 ...เร่ืองท่ีจะสอนให้นักเรียนหรือให้เด็กมีความรู้ และมีความรักใน ทรพั ยากร คอื ความรกั ชาตริ กั แผน่ ดนิ น ้ี กค็ อื รกั สง่ิ ทเี่ ปน็ สมบตั ขิ องตวั เขา... ท้ังนี้ ก็ต้องไม่ละเลยในเร่ืองของวิชาการสิ่งท่ีถูกต้อง อะไรท่ีเป็นคุณ อะไรท่ีเป็นโทษ และยังมีเรื่องท่ีเกี่ยวข้องใน เรอ่ื งของงานของเงนิ ในทน่ี ย้ี งั มเี รอ่ื งเพมิ่ อกี เรอื่ งหนงึ่ คอื เรอื่ ง ของทด่ี นิ อาจจะตอ้ งมกี ารกาำ หนดแนน่ อนวา่ ทดี่ นิ นน้ั อยใู่ น สภาพไหน สภาพการถอื ครองในลกั ษณะไหน ศกึ ษาในเรือ่ ง ของกฎหมายให้ถูกต้องว่าใครมีสิทธิหรือหน้าที่ทำาอะไรบ้าง ใครทำาอะไรได้ ใครทำาอะไรไม่ได้ เร่ืองเหล่านี้เป็นเร่ืองที่ จะต้องศึกษาเป็นเร่ืองท่ีจะต้องจุกจิกมากอีก หลายอย่าง ท่ีพูดนี้มิได้หมายความถึงว่า จะ เป็นการจะจับผิดว่าใครทำาผิดใครทำา ถูก แตว่ า่ งานในโลกปจั จบุ ันน้ี ทาำ อะไร ก็รู้สึกว่า เร่ืองการรักษามาตรฐานนั้น เป็นเร่ืองท่ีสำาคัญ เพราะว่าต่อไปงานนี้ ของเราอาจจะไม่ใช่จำากัดอยู่แต่ภายใน ประเทศ อาจจะต้องมีการติดต่อไปถึง ประเทศอ่ืนด้วย เป็นการสร้างความเจริญให้ แก่ประเทศ เพราะฉะนั้นจะต้องมีการทำางานใน ลักษณะท่ีคนอื่นยอมรับได้ นี่ก็เป็นความคิดเก่ียวกับเรื่อง โครงการน้”ี
๑๕ครู อพ.สธ. ภมู ปิ ัญญาไทย 16 แนวทางการดำเนนิ งานตามกรอบของ แผนแม่บท อพ.สธ. ระยะ ๕ ปีที่หก ตุลาคม ๒๕๕๙ - กนั ยายน ๒๕๖๔
อพ.สธ. ๑๕ครู ภูมปิ ัญญาไทย 17 ๑. กรอบการเรียนร้ทู รัพยากร กิจกรรมที่ ๑ กิจกรรมปกปกั ทรพั ยากร กจิ กรรมที่ ๒ กจิ กรรมสำรวจเกบ็ รวบรวมทรัพยากร กจิ กรรมท่ี ๓ กจิ กรรมปลูกรกั ษาทรัพยากร ๒. กรอบการใชป้ ระโยชน์ กจิ กรรมที่ ๔ กิจกรรมอนุรักษ์และใชป้ ระโยชนท์ รัพยากร กจิ กรรมท่ี ๕ กจิ กรรมศูนย์ขอ้ มลู ทรัพยากร กจิ กรรมท่ี ๖ กจิ กรรมวางแผนพฒั นาทรพั ยากร ๓. กรอบการสรา้ งจติ สำนึก กจิ กรรมท่ี ๗ กิจกรรมสร้างจิตสำนกึ ในการอนุรกั ษ์ทรพั ยากร กจิ กรรมที่ ๘ กจิ กรรมพิเศษสนบั สนนุ การอนรุ กั ษท์ รัพยากร
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมิปัญญาไทย 18 การดำเนนิ งานโครงการฯ ๘ กิจกรรมกบั ๓ กรอบ ๑. กรอบการเรียนรทู้ รพั ยากร กิจกรรมท่ี ๑ กิจกรรมปกปักทรพั ยากร กิจกรรมปกปักทรัพย�กร มีเป้�หม�ย ของสถ�บันก�รศึกษ� ได้สนับสนุนให้สถ�บัน ท่ีจะปกปักพื้นที่ป่�ธรรมช�ติ นอกเขตพ้ืนท่ี ก�รศกึ ษ�ในระดับต�่ งๆ จัดท�ำ โครงก�รปกปัก รับผิดชอบของกรมป่�ไม้ และกรมอุทย�น ป่�ของสถ�บัน ทำ�ก�รสำ�รวจ ทำ�รหัสประจำ� แห่งช�ติ สัตว์ป่� และพันธ์ุพืช ได้แก่ ต้นไม้ และขึน้ ทะเบยี นทรพั ย�กรในพ้ืนที่ เชน่ ป่�ในสถ�บันก�รศึกษ� ป่�ในศูนย์วิจัยและ มห�วทิ ย�ลยั ร�ชภฏั รำ�ไพพรรณี มห�วทิ ย�ลัย สถ�นีทดลอง ป่�ท่ีประช�ชนร่วมใจกันปกปัก แม่โจ้ มห�วทิ ย�ลยั เชียงใหม่ เปน็ ต้น ซงึ่ ในก�ร ซ่ึงเมื่อรักษ�ป่�ธรรมช�ติไว้ก็จะรักษ� ปกปักทรัพย�กรส่ิงมีชีวิตในป่� จังหวัด ส่วน ทรัพย�กรด้ังเดิมในแต่ละพื้นท่ี โดยมีเป้� ร�ชก�ร และหนว่ ยง�นต�่ งๆ ไดท้ ลู เกล�้ ฯถว�ย หม�ยให้มีกระจ�ยทั่วประเทศในทุกเขตพรรณ เชน่ พนื้ ที่ในจงั หวดั ชมุ พร พื้นที่ของก�รไฟฟ�้ พฤกษช�ติ ฝ่�ยผลิตแหง่ ประเทศไทย เปน็ ตน้ ส�ำ หรบั ก�รปกปกั ทรพั ย�กรสง่ิ มชี วี ติ ในป�่
อพ.สธ. ๑๕ครู ภูมปิ ญั ญาไทย 19 กจิ กรรมที่ ๒ กิจกรรมสำรวจเกบ็ รวบรวมทรัพยากร เป็นกิจกรรมที่ดำ�เนินก�รสำ�รวจเก็บ ภ�คตะวันออกของประเทศ พื้นที่สร้�งถนน รวบรวมทรัพย�กร ได้แก่ ทรัพย�กรก�ยภ�พ โรงง�น พ้ืนที่จัดสรร ฯลฯ รวมท้ังก�รสำ�รวจ ทรัพย�กรชีวภ�พ และทรัพย�กรวัฒนธรรม เก็บรวบรวมทรัพย�กรต่�ง ๆ รอบพื้นที่ของ และภูมิปัญญ� ในพ้นื ที่ทีก่ �ำ ลังจะเปลย่ี นแปลง หน่วยง�นที่ร่วมสนองพระร�ชดำ�ริฯ ในรัศมี หรอื สญู สนิ้ จ�กก�รพฒั น� เชน่ จ�กก�รท�ำ อ�่ ง อย่�งน้อย ๕๐ กิโลเมตร ซ่ึงได้ดำ�เนินก�รใน เกบ็ น้�ำ ท�ำ ถนน ทำ�พ้นื ท่เี กษตรกรรม หรอื ท�ำ พนื้ ท่ตี ่�ง ๆ ทั่วประเทศ โรงง�นอตุ ส�หกรรม ฯลฯ นอกจ�กนี้ ยังได้ออกสำ�รวจเก็บรวบรวม กิจกรรมน้ีได้ส่งเจ้�หน้�ท่ีและอ�ส�สมัคร ตวั อย่�งในพ้นื ทีเ่ ป้�หม�ยส่วนหน่ึง คอื ฝงั่ อ่�ว ออกสำ�รวจเก็บรวบรวม ในรูปเมล็ด กิ่ง ต้น ไทย โดยสำ�รวจทรัพย�กรท้ังในด้�นก�ยภ�พ นอกพื้นท่ีในคว�มรับผิดชอบของกรมป่�ไม้ และชีวภ�พ จ�กพนั ธกุ รรมของส่ิงมชี ีวิตต่�ง ๆ ในทุกเขตพรรณพฤกษช�ติ ในพื้นที่ล่อแหลม ที่ห�ย�ก และใกล้สูญพันธ์ุ ซ่ึงทรัพย�กรของ ต่อก�รสูญส้ินทรัพย�กร เช่น เก�ะต่�ง ๆ ใน สงิ่ มีชีวติ ต่�ง ๆ ทเ่ี ก็บรวบรวมได้ มีก�รเกบ็ ใน
๑๕ครู อพ.สธ. ภมู ปิ ัญญาไทย 20 รูปเมล็ด เก็บตัวอย่�งแห้ง และ ตัวอย่�งดอง จ�กพระร�ชดำ�ริฯ (อพ.สธ.) ซ่ึงประกอบด้วย ต้นพชื ท่มี ีชวี ติ ชิ้นสว่ นพืชท่มี ีชีวติ เช่น ผล กงิ่ คณะอ�จ�รย์ผู้ทรงคุณวุฒิหล�ยส�ข�จ�ก ช�ำ กิ่งตอน หวั ร�ก เหง�้ ฯลฯ และไดน้ �ำ พชื สถ�บันต�่ งๆ ได้แก่ จฬุ �ลงกรณม์ ห�วทิ ย�ลยั บ�งส่วนไปปลูกรวบรวมทรัพย�กรพืชและจัด มห�วิทย�ลัยร�มคำ�แหง มห�วิทย�ลัย แสดงบริเวณสวนพฤกษศ�สตร์ เก�ะทะเลไทย เกษตรศ�สตร์ กรมป่�ไม้ มห�วทิ ย�ลัยสงขล� บนเก�ะแสมส�ร นครินทร์ กรมอุทกศ�สตร์กองทัพเรือ หน่วย นอกจ�กนน้ั ยงั น�ำ ไปจดั แสดงทพี่ พิ ธิ ภณั ฑ์ สงคร�มพิเศษ กองทัพเรือ รวมถึงเจ้�หน้�ท่ี ธรรมช�ตวิ ทิ ย�เก�ะและทะเลไทย เข�หม�จอ และนกั วจิ ัย อพ.สธ. อ.สตั หบี จ.ชลบรุ ี โดยคณะปฏบิ ตั งิ �นวทิ ย�ก�ร โครงก�รอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องม� ความเปน็ มาและแนวทางการดำเนนิ งาน สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น “การสอนและอบรมให้เดก็ มจี ติ สำานึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนนั้ ควรใชว้ ิธีการปลกู ฝงั ใหเ้ ด็กเหน็ ความงดงาม ความนา่ สนใจ และเกิดความปิตทิ ี่จะทำาการศกึ ษาและอนรุ ักษ์พชื พรรณตอ่ ไป การใช้วิธีการสอนการอบรมทใ่ี ห้เกดิ ความรสู้ กึ กลวั วา่ หากไม่อนรุ ักษ์แลว้ จะเกดิ ผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำาใหเ้ ดก็ เกิดความเครียด ซ่งึ จะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะยาว” พระร�ชด�ำ รบิ �งประก�รเกีย่ วกบั ก�รอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพืช ง�นสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน สมเดจ็ พระเทพรัตนร�ชสดุ �ฯ สย�มบรมร�ชกมุ �รี ณ อาคารทปี่ ระทับในสาำ นกั งานชลประธาน เขต ๑ ถ.ทงุ่ โฮเตล็ จังหวดั เชียงใหม่ ๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๓๖
อพ.สธ. ๑๕ครู ภูมิปัญญาไทย 21 กจิ กรรมท่ี ๓ กิจกรรมปลูกรักษาทรัพยากร เป็นกิจกรรมต่อเนื่องจ�กก�รสำ�รวจ เน้นนำ�ไปปลูกในพ้ืนท่ีศูนย์อนุรักษ์พันธุกรรม ทรัพย�กรโดยนำ�พันธุกรรมทรัพย�กรชีวภ�พ พืชฯ คลองไผ่ อ.สีคว้ิ จ.นครร�ชสีม� ต�่ งๆ ไปเพ�ะพนั ธ์ุ ปลกู เลี้ยง และขย�ยพันธ์ุ นอกจ�กก�รปลูกต้นพันธุกรรมพืช เพ่ิมในพ้ืนท่ีปลอดภัย รวมท้ังส่งเสริมให้เพิ่ม แล้ว ยังมีก�รเก็บรักษ�ในรูปเมล็ดพันธุ์ พื้นที่แหล่งรวมทรัพย�กรต�มพื้นที่ของหน่วย และก�รเพ�ะเล้ียงเน้ือเย่ือที่ธน�ค�รพืช ง�นต่�งๆ ท้ังในแปลงเพ�ะขย�ยพันธุ์ ห้อง พรรณ อพ.สธ. สวนจิตรลด� เก็บรักษ�ส�ร ปฏบิ ตั กิ �ร แหลง่ เพ�ะพนั ธสุ์ ตั วใ์ นลกั ษณะของ พนั ธกุ รรม (DNA) ทมี่ ห�วทิ ย�ลยั เกษตรศ�สตร์ สวนรุกขช�ติ ป�่ ชุมชนท่ีสนองพระร�ชดำ�ริ วทิ ย�เขตก�ำ แพงแสน และท่ธี น�ค�รพืชพรรณ ทั้งน้ีมีก�รแลกเปล่ียนและฝ�กเพ�ะ สวนจิตรลด� รวมท้ัง จัดสถ�นที่เพ�ะเล้ียง ขย�ยพนั ธุ์ ดแู ลรกั ษ� ทดลองปลกู โดยเจ�้ หน�้ ที่ ทรพั ย�กรพนั ธกุ รรมสัตว์ เพ่ือเพ�ะพนั ธุ์ ขย�ย ต�มศูนย์และพ้ืนท่ีต่�งๆ ของโครงก�รฯ พันธุ์ต�มม�ตรฐ�นอีกด้วย ซ่ึงในปีงบประม�ณ ๒๕๔๙ อพ.สธ. โครงก�รอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองม�จ�กพระร�ชดำ�ริฯ ได้ดำ�เนินง�นสนองพระร�ชดำ�ริ จัดต้ัง ง�น “สวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น” เพอ่ื เปน็ สอ่ื ในก�รสร�้ งจติ ส�ำ นกึ ด�้ นอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื โดยใหเ้ ย�วชน นนั้ ไดใ้ กลช้ ดิ กบั พชื พรรณไม้ เห็นคุณค่� ประโยชน์ คว�มสวยง�ม อันจะก่อให้เกิดคว�มคดิ ท่จี ะอนุรักษ์ พืชพรรณต่อไป ซึ่งส�ม�รถดำ�เนินก�รสวนพฤกษศ�สตร์ได้ในพ้ืนที่ของโรงเรียน โดยมีองค์ประกอบเป็น สวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน ใช้ในวัตถุประสงค์ดังกล่�ว อีกท้ังใช้ในก�รศึกษ�และเป็นประโยชน์ต่อเนื่องใน ก�รเรียนก�รสอนวชิ �ต�่ งๆ
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมิปัญญาไทย 22 ๒. กรอบการใชป้ ระโยชน์ กจิ กรรมที่ ๔ กิจกรรมอนุรกั ษแ์ ละใช้ประโยชนท์ รัพยากร เป็นกิจกรรมที่ดำ�เนินก�รศึกษ�ประเมินทรัพย�กร ท่ีสำ�รวจเก็บรวบรวมม�ปลูกรักษ�ไว้ โดยศึกษ�ประเมิน ในสภ�พธรรมช�ติ แปลงทดลอง ในด้�นสัณฐ�นวิทย� ชีววิทย� สรีรวิทย� ก�รปลูกเลี้ยง ก�รเขตกรรม และ ขย�ยพันธุ์พืช สำ�หรับในห้องปฏิบัติก�รมีก�รศึกษ�ด้�น โภชน�ก�ร องคป์ ระกอบ รงควตั ถุ กลน่ิ ก�รใชป้ ระโยชน์ ในด�้ นอนื่ ๆ เพอื่ ศกึ ษ�คณุ สมบตั ิ คณุ ภ�พ ในแตล่ ะส�ยตน้ ในด้�นก�รดำ�เนินง�นวิจัยในกิจกรรมที่ ๔ น้ี เป็น คว�มรว่ มมอื ของเจ�้ หน�้ ทนี่ กั วจิ ยั ของ อพ.สธ. และหนว่ ย ง�นร่วมสนองพระร�ชดำ�ริในโครงก�รฯ หรือนักวิจัยใน ชมรมคณะปฏิบัติง�นวิทย�ก�ร ในหน่วยง�นที่เข้�ร่วม สนองพระร�ชด�ำ ริ เพอ่ื มแี นวท�งน�ำ ไปสกู่ �รอนรุ กั ษ์ และ ใช้ประโยชนอ์ ย่�งยัง่ ยนื สวนพฤกษศ�สตร์โรงเรยี น จงึ เปน็ ก�รด�ำ เนนิ ง�นทอี่ งิ รปู แบบของ “สวนพฤกษศ�สตร”์ ดว้ ยก�รรวบรวม พนั ธุ์ไม้ทมี่ ชี ีวติ มแี หล่งขอ้ มูลพรรณไม้ มกี �รศึกษ�ต่อเนอื่ ง มกี �รเก็บตัวอย�่ งพรรณไม้แหง้ พรรณไมด้ อง มีก�รรวบรวมพนั ธุไ์ ม้ท้องถิ่นเข้�ม�ปลกู รวบรวมไวใ้ นโรงเรียน และภูมิปัญญ�ท้องถ่นิ มกี �รบนั ทกึ ร�ยง�นและขอ้ มลู รวมทง้ั ภมู ปิ ญั ญ�ทอ้ งถน่ิ เกยี่ วกบั พนั ธไุ์ ม้ มมี มุ ส�ำ หรบั ศกึ ษ�คน้ คว�้ และมี ก�รน�ำ ไปใชป้ ระโยชนเ์ ปน็ สอ่ื ก�รเรยี นก�รสอนในวชิ �ต�่ งๆ เปน็ ก�รด�ำ เนนิ ก�รใหส้ อดคลอ้ งกบั สภ�พทอ้ งถนิ่ ไมฝ่ นื ธรรมช�ติ และเปน็ ไปต�มคว�มสนใจและคว�มพรอ้ มของโรงเรยี น ด�ำ เนนิ ก�ร โดยคว�มสมคั รใจ ไม่ ให้เกดิ คว�มเครียด
อพ.สธ. ๑๕ครู ภมู ิปญั ญาไทย 23 กิจกรรมท่ี ๕ กจิ กรรมศูนย์ขอ้ มลู ทรัพยากร จ�กก�รทสี่ มเดจ็ พระเทพรตั นร�ชสุด� ฯ สวนจติ รลด� และสมเดจ็ พระเทพรตั นร�ชสดุ �ฯ สย�มบรมร�ชกมุ �รี ไดพ้ ระร�ชท�นแนวท�งใน สย�มบรมร�ชกุม�รี ได้เสด็จฯเปิดอ�ค�ร ก�รด�ำ เนินก�ร เม่อื วันที่ ๘ กุมภ�พนั ธ์ ๒๕๓๖ ธน�ค�รข้อมูลพันธุกรรมพืช ในวันพืชมงคล ณ ส�ำ นกั ง�นชลประท�นท่ี ๑ ทงุ่ โฮเตล็ จงั หวดั พ.ศ. ๒๕๓๗ กับกรมป่�ไม้ โดยจัดทำ�ง�นฐ�น เชียงใหม่ ว่� “การทำาศูนย์ข้อมูลทรัพยากร ขอ้ มลู พรรณไมแ้ ห้ง และบันทึกตัวอย�่ งพรรณ โดยมีคอมพิวเตอร์น้ัน ควรให้มีโปรแกรมที่ ไม้แหง้ ลงแผ่น photo CD สามารถแสดงลักษณะของพืชออกมาเป็นภาพ เม่ือแล้วเสร็จได้ทำ�สำ�เน�ให้หน่วยง�น สีไดเ้ พอ่ื สะดวกในการอ้างอิงคน้ คว้า” น้ันๆ กำ�หนดหม�ยเลขตัวอย่�ง ถ่�ยภ�พเป็น ซง่ึ ไมท่ �ำ ในขณะนนั้ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ สไลด์ ส่วนก�รล้�งฟิล์มสไลด์ดำ�เนินก�รท่ี ท�งด้�นก�รจัดก�รภ�พน้ัน ยังทำ�ได้ลำ�บ�ก ธน�ค�รพชื พรรณ สวนจติ รลด� และน�ำ ฟลิ ม์ ท่ี อพ.สธ. จึงได้จัดต้ังศูนย์ข้อมูลทรัพย�กร ได้สแกนโดยใช้เครอื่ ง photo CD และบนั ทึก ดร.พศิ ษิ ฐ์ วรอไุ ร ประธ�นคณะกรรมก�รบรหิ �รโครงก�รอนรุ กั ษ์พันธุกรรมพืช อันเน่อื งม�จ�กพระร�ช ดำ�ริฯ ( ปจั จบุ ันเปน็ กรรมการทป่ี รึกษา ในคณะกรรมการโครงการอนรุ กั ษพ์ ันธุกรรมพชื อนั เนือ่ งมาจากพระ ราชดำาริฯ และประธานคณะท่ีปรึกษาประสานงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราช ดำาริฯ) ได้ประชุม ห�รือกบั คณ�จ�รยแ์ ละ ร�ชบณั ฑติ ด้�นพฤกษศ�สตร์ เหน็ พ้องต้องกันท่จี ะใช้ “สวน พฤกษศาสตร์โรงเรยี น” เปน็ สื่อในก�รทีจ่ ะให้นกั เรยี น เย�วชน และประช�ชนทัว่ ไป ได้มคี ว�มเข้�ใจ เหน็ คว�มส�ำ คัญ ของพืชพรรณ เกิดคว�มรัก หวงแหน และรจู้ กั ก�รน�ำ ไปใช้ประโยชนอ์ ย�่ งย่งั ยืน
๑๕ครู อพ.สธ. ภมู ปิ ัญญาไทย 24 วันท่ี ๑๔ สิงห�คม ๒๕๔๐ ณ ศ�ล� ดุสิด�ลัย สวนจิตรลด� ได้พระร�ชท�นพระ ร�ชดำ�ริให้ห�วิธีดำ�เนินก�รจัดทำ�ข้อมูลเก่ียว กับพันธุกรรมพืชของหน่วยง�นต่�ง ๆ ให้สื่อ ถึงกันในระบบเดียวกันได้ ซึ่งฐ�นข้อมูลน้ีนัก วิช�ก�รทุกคนส�ม�รถใช้ในก�รค้นคว้�ได้ ด้วยกัน อีกท้ังใช้เรียกชื่อพืชท่ีทุกคนเข้�ถึงได้ ลงแผน่ แผ่นซีดลี ะ ๑๑๐ - ๑๑๔ ภ�พ จดั ท�ำ เท�่ กบั เปน็ สือ่ ในระหว่�งสถ�บันต่�ง ๆ บุคคล ทะเบยี น ต่�ง ๆ ศึกษ�ให้ส�ม�รถใช้ฐ�นข้อมูลเดียวกัน สว่ นขอ้ มลู พรรณไมไ้ ดบ้ นั ทกึ ในโปรแกรม เพ่อื นำ�ไปประโยชนท์ �งวิช�ก�รได้ RFD จ�กนั้นม�จัดก�รข้อมูล ซ่ึงก�รบันทึก ตอ่ ม�เม่อื วันท่ี ๒๑ มถิ ุน�ยน ๒๕๔๔ ใน ขอ้ มูลในระยะปีแรก ๆ ท�ง อพ.สธ. สนบั สนนุ วโรก�สที่ สมเดจ็ พระเทพรตั นร�ชสดุ �ฯ สย�ม เครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ และงบประม�ณเพอ่ื จดั จ�้ ง บรมร�ชกุม�รี เสด็จฯ ทรงเปิดนิทรรศก�ร เจ้�หน้�ที่บันทึกข้อมูล ดำ�เนินพร้อมกันท่ีหอ “ทรัพยากรไทย: อนุรักษ์และพัฒนาด้วย พรรณไม้ กรมป�่ ไม้ พพิ ธิ ภณั ฑพ์ ชื กรมวชิ �ก�ร จติ สาำ นกึ แห่งนักวิจัยไทย” ณ ศ�ล�พระเก้ียว เกษตร และพพิ ธิ ภณั ฑพ์ ชื มห�วทิ ย�ลยั สงขล� จุฬ�ลงกรณ์มห�วิทย�ลัย และพระร�ชท�น นครนิ ทร์ ลว้ นเปน็ ง�นทล่ี ะเอยี ดและท�ำ ไดค้ อ่ น แผ่นซีดีข้อมูลพรรณไม้แห้ง ให้กับกรมป่�ไม้ ข�้ งช้� กรมวิช�ก�รเกษตร และมห�วิทย�ลัยสงขล� นครนิ ทร์ น�ำ ไปศกึ ษ�เผยแพร่ต่อไป ซง่ึ สมเดจ็ พระเทพรตั นร�ชสดุ �ฯ สย�มบรมร�ชกมุ �รี ไดพ้ ระร�ชท�นพระร�ชด�ำ ริ และแนวปฏบิ ตั ใิ ห้ เปน็ ง�นหนง่ึ ในกจิ กรรมสร�้ งจติ ส�ำ นกึ ในก�รอนรุ กั ษ์ พนั ธกุ รรมพชื และชดั เจนใน ค�ำ จ�ำ กดั คว�มของ “สวน พฤกษศ�สตร์โรงเรยี น” ทจ่ี ะด�ำ เนนิ ก�รในพนื้ ทโ่ี รงเรยี น มห�วทิ ย�ลยั หรอื สถ�บนั ก�รศกึ ษ� โดยใชแ้ นวท�ง ก�รดำ�เนินง�นต�มแบบอย่�งสวนพฤกษศ�สตร์ ในก�รเป็นท่ีรวบรวม พรรณไม้ท่ีมีชีวิต มีก�รศึกษ�ต่อ เนอ่ื ง มหี อ้ งสมดุ ทใ่ี ชใ้ นก�รศกึ ษ� เกบ็ ตวั อย�่ ง พรรณไมแ้ หง้ -ดอง แตย่ อ่ ขน�ดม�ด�ำ เนนิ ก�รในพนื้ ทเี่ ลก็ ๆ
อพ.สธ. ๑๕ครู ภมู ิปญั ญาไทย 25 ซงึ่ มผี ลการดาำ เนนิ การจนถงึ ปจั จบุ นั ดงั น้ี สวนจิตรลด� ยังมีง�นในหล�ยด้�นร่วม • หอพรรณไม้ กรมป่�ไม้ ๑๑๖,๙๖๓ กับหน่วยง�นต่�งๆ เช่น กรมป่�ไม้ กรม ตัวอย�่ ง ซีดี ๙๓๗ แผ่น วิช�ก�รเกษตร องค์ก�รสวนพฤกษศ�สตร์ • พิพิธภัณฑ์พืช กรมวิช�ก�รเกษตร จุฬ�ลงกรณ์มห�วิทย�ลยั มห�วิทย�ลัยสงขล� ๕๖,๔๙๗ ตวั อย�่ ง ซดี ี ๓๕๑ แผ่น นครนิ ทร์ มห�วทิ ย�ลยั ขอนแกน่ มห�วทิ ย�ลยั • พิพิธภัณฑ์พืช มห�วิทย�ลัยสงขล� เกษตรศ�สตร์ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและ นครินทร์ ๑๐,๕๕๕ ตัวอย่�ง ซดี ี ๙๘ แผ่น เทคโนโลยีชีวภ�พแห่งช�ติ ศูนย์คว�มหล�ก นอกจ�กน้ี อพ.สธ. ไดป้ ระชุมถงึ แนวท�ง หล�ยท�งชีวภ�พ ฯลฯ อีกดว้ ย ก�รใชข้ อ้ มลู พรรณไม้ ศนู ยข์ อ้ มลู พนั ธกุ รรมพชื ไม่เพียงเท่�น้ัน โครงก�รอนุรักษ์ อพ.สธ. จึงได้จัดก�รประชุมเพื่อเผยแพร่ พระร�ชดำ�ริและแนวท�งก�รดำ�เนินง�นสวนพฤกษศ�สตร์ โรงเรยี นให้กับโรงเรียนมัธยมสงั กดั กรมส�มญั ศึกษ� ก�รประถมศึกษ�แห่งช�ติ และก�รศกึ ษ�เอกชน ซงึ่ ปจั จบุ นั สงั กดั ในส�ำ นกั ง�นคณะกรรมก�รก�รศกึ ษ�ขนั้ พน้ื ฐ�น (สพฐ) โดยใหโ้ รงเรยี นทส่ี นใจสมคั รใจทจี่ ะรว่ ม สนองพระร�ชด�ำ ริ สมคั รเปน็ สม�ชกิ ขณะนม้ี โี รงเรยี นสม�ชกิ ตง้ั แตร่ ะดบั อนบุ �ล ประถมศกึ ษ� มธั ยมศกึ ษ� อ�ชวี ศกึ ษ� และระดบั อุดมศึกษ� ๓,๑๒๘ แหง่ ( ณ วนั ท่ี ๒๐ ธันว�คม ๒๕๖๐)
๑๕ครู อพ.สธ. ภมู ปิ ัญญาไทย 26 พันธุกรรมพืชอันเนื่องม�จ�กพระร�ชดำ�ริฯ ต�มเก�ะในคว�มรับผิดชอบกองทัพเรือ ยังมีหน่วยง�นร�ชก�รต่�งๆ เข้�ร่วมสนอง ทั้งอ่�วไทยและทะเลอันด�มนั พระร�ชดำ�ริ และดำ�เนินก�รสำ�รวจทรัพย�กร หน่วยบัญช�ก�รทห�รพัฒน� พื้นที่ ก�ยภ�พ ทรพั ย�กรชีวภ�พ อ�ทิ เข�วังเขมร อำ�เภอไทรโยค จังหวัดก�ญจนบุรี อพ.สธ. กองทัพเรอื โดยดำ�เนินก�รศึกษ� สำ�รวจทรัพย�กรก�ยภ�พ ทรัพย�กรชีวภ�พ ในพ้ืนท่ีหมู่เก�ะแสมส�รและเก�ะข้�งเคียง อพ.สธ.สวนสัตว์เปดิ เข�เขยี ว ชลบรุ ี อ�ำ เภอสตั หบี จงั หวดั ชลบรุ ี ก�รส�ำ รวจทรพั ย�กร นโยบ�ยก�รดำ�เนินง�นสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน ในระยะ ๕ ปีที่สี่ ( ตุล�คม ๒๕๔๙ - กันย�ยน ๒๕๕๔ ) มีดงั น้ี เข้มข้น = เนอ้ื หาวชิ าการมากข้นึ เขม้ แข็ง = มผี ูเ้ ข้าร่วมมากขึ้น พฒั น� = พัฒนาไปสปู่ ระโยชน์แท้ ทง้ั น้เี พ่อื ให้โรงเรยี น สถาบนั การศึกษา ได้มีสวนพฤกษศ�สตรโ์ รงเรียนเป็นฐ�นก�รเรียนรู้ เพอ่ื เข�้ ถงึ วิทย�ก�ร ปัญญ�และภมู ปิ ญั ญ�แห่งตน ปฎบิ ัตติ นเป็นผู้อนรุ กั ษ์ พัฒน� สรรพชีวิต สรรพสิ่ง ดว้ ยคณุ ธรรม ผบู้ รหิ �ร ครู อ�จ�รย์ เข�้ ถงึ สวนพฤกษศ�สตรโ์ รงเรยี น ทงั้ ปรชั ญ�และบรรย�ก�ศสวนพฤกษศ�สตรโ์ รงเรยี น ปฏิบตั งิ �นเปน็ หนึง่
อพ.สธ. ๑๕ครู ภมู ิปัญญาไทย 27 ก�รศึกษ�ชีววิทย�และนิเวศวิทย�ใน กิจกรรมศูนย์ข้อมูลทรัพย�กร มีง�นท่ี โครงก�รสร้�งป่�ต�มแนวพระร�ชดำ�ริและ ดำ�เนินง�นโดยศูนย์ข้อมูลพันธุกรรมพืช และ ป่�พันธุกรรมพืช ทับล�น ครบุรี จังหวัด ง�นท่ีร่วมกับหน่วยง�นที่เข้�ร่วมสนองพระ นครร�ชสีม� พื้นท่ีศูนย์ฝึกหนองระเวียง ร�ชด�ำ ริ เพอ่ื เปน็ หนว่ ยง�นกล�งในก�รว�งแผน ของมห�วิทย�ลัยเทคโนโลยีร�ชมงคลอีส�น ดำ�เนินง�น พัฒน�ฐ�นข้อมูลทรัพย�กร และ วิทย�เขตภ�คตะวันออกเฉียงเหนือ จังหวัด เครือข่�ยระบบข้อมูลส�รสนเทศ เพื่อให้ นครร�ชสมี � ส�ม�รถเช่ือมโยงและใช้ร่วมกันได้อย่�งกว้�ง โดยมีคณ�จ�รย์และนักวิจัยในส�ข�วิช� ขว�ง อ�ทิ เช่น ฐ�นข้อมูลพรรณไม้แห้ง ฐ�น ต่�งๆ ร่วมจัดทำ�ฐ�นข้อมูล เพ่ือเช่ือมกับศูนย์ ข้อมูลสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน ระบบก�ร ขอ้ มูลทรพั ย�กร สวนจิตรลด� จัดเก็บข้อมูลทะเบียนพรรณไม้ ก�รผลิตสื่อ กร�ฟฟกิ และเว็บไซต์ต�่ ง ๆ เป็นตน้ นกั เรยี นระดบั อนบุ าล ประถมศึกษา เล่น รู้ ธรรมช�ตแิ ห่งชีวิต สรรพส่ิงลว้ นพนั เกย่ี ว ระดบั มัธยมศกึ ษา เรียนรู้โดยตน มีวิทย�ก�รของตน โดยธรรมช�ติแหง่ ชีวิต สรรพสงิ่ ลว้ นพันเก่ียว นักศึกษาระดับอุดมศึกษา เรียนรโู้ ดยตน ในปจั จยั เหตุ และสง่ ผลแปรเปล่ียน เป้�หม�ย มโี รงเรยี น สถาบนั การศกึ ษา เปน็ แบบอย�่ งของ ก�รมี ก�รใช้ ศกั ยภ�พ สวนพฤกษศ�สตรโ์ รงเรยี น อย่�งเหม�ะสม ใหน้ กั เรียน นักศกึ ษ�ไดเ้ รียนรู้ ทกุ ส�ข�วิช� ในลกั ษณะบูรณ�ก�รวิทย�ก�ร และบรณู �ก�ร ชวี ติ จ�กปัจจยั ศกั ยภ�พสวนพฤกษศ�สตรโ์ รงเรียน
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมิปญั ญาไทย กิจกรรมท่ี ๖ 28 กจิ กรรมวางแผนพัฒนาทรพั ยากร กิจกรรมว�งแผนพัฒน�ทรัพย�กรเป็น และพันธุ์จุลินทรีย์เพ่ือให้มีทรัพย�กรต�ม กิจกรรมท่ีนำ�ข้อมูลจ�กศูนย์ข้อมูลทรัพย�กร คว�มต้องก�รในอน�คต โดยเป็นก�รว�งแผน พืชที่ได้จ�กก�รศึกษ� ประเมิน ก�รสำ�รวจ ระยะย�ว ๓๐ ปี ๕๐ ปี เป็นก�รพัฒน�ค�ด เก็บรวบรวม ก�รปลูกรักษ�ทรัพย�กรพืช ก�รณ์ล่วงหน้�ต�มแผนพัฒน�ทรัพย�กร ท่ีมี นำ�ม�ให้ผู้ทรงคุณวุฒิศึกษ�และว�งแผน แตล่ ะชนิด พัฒน�ทรัพย�กร ท้ังพันธ์ุพืช พันธุ์สัตว์ การดำเนินงาน มุ่งสู่ประโยชน์แท้แก่มหาชน มุ่งสู่กระแสปูทะเลย์มหาวิชชาลัย บนฐานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน โดยมปี รชั ญาการสร้างนักอนรุ ักษ ์ คือ ให้การสมั ผัสในส่ิงทีไ่ ม่เคยไดส้ มั ผสั ก�รร้จู รงิ ในส่งิ ทไ่ี มเ่ คยได้ร้จู ริง เป็นปัจจัย สู่จินตน�ก�ร เหตุแห่งคว�มอ�ทร ก�รุณย์ สรรพชีวิตสรรพส่ิง ล้วนมุ่งให้เกิดบรรย�ก�ศสวน พฤกษศ�สตร์โรงเรียน บนคว�มเบิกบ�น ท่ีมีคว�มหล�กหล�ยด้วยสรรพส่ิง สรรพก�รกระทำ�ล้วนสมดุล ตลอดพชื พรรณ สรรพสตั ว์ สรรพสง่ิ ไดร้ บั คว�มก�รณุ ย์ บนฐ�นแหง่ สรรพชวี ติ นกั วทิ ย�ศ�สตร์ นกั ประดษิ ฐ์ ศิลปกร กวี นกั ตรรกศ�สตร์ ปร�ชญ์นอ้ ย ปร�กฏทัว่
อพ.สธ. ๑๕ครู ๓. กรอบการสรา้ งจติ สำนึก ภมู ิปัญญาไทย กจิ กรรมท่ี ๗ 29 กิจกรรมสรา้ งจติ สำนึกในการอนรุ กั ษ์ทรพั ยากร อพ.สธ. ได้ดำ�เนินง�นสนองพระร�ชดำ�ริ อนึ่ง ในการสร้างจิตสำานึกในการอนุรักษ์ จัดตั้งง�นสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน ง�น ทรพั ยากรพืชในกิจกรรมท ี่ ๗ มงุ่ ใหเ้ ยาวชนได้ พิพิธภัณฑ์ (พิพิธภัณฑ์ธรรมช�ติวิทย� ง�น ใกล้ชิดกับพืชพรรณไม้ เห็นคุณค่าประโยชน์ พิพิธภัณฑ์ธรรมช�ติวิทย�เก�ะและทะลไทย อันจะก่อให้เกิดสำานึกในการอนุรักษ์พรรณพืช และก�รฝึกเรียนรู้ทรัพย�กรทะเล เป็นต้น) ต่อไป จึงมีแนวทางการดำาเนินกิจกรรมสร้าง จิตสำานึกในการอนรุ กั ษท์ รพั ยากร ดังน้ี สวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน มุ่งมั่นสร้�งนักอนุรักษ์ อันเกิดจ�กแรงศรัทธ� ศึกษ�เข้�ใจในพระ ร�ชดำ�ริ เข้�ใจในปรัชญ�ที่ส�ม�รถนำ�ไปสู่ก�รสร้�งบรรย�ก�ศและแนวคิด ตลอดทั้งแนวท�งในก�รนำ� สวนพฤกษศ�สตรโ์ รงเรยี นม�เปน็ ฐ�นก�รเรยี นรู้ เกดิ ทกั ษะและจดั ท�ำ กระบวนก�รหรอื วธิ กี �รท�งวทิ ย�ศ�สตร์ คณติ ศ�สตร์ ภ�ษ� ศิลปะ ก�รจดั ก�ร สง่ ผลให้เกิดคณุ ธรรม ในเร่อื งคว�มรับผิดชอบ คว�มซ่ือตรง คว�ม อดทน ส�มคั คี เอ้อื เฟ้ือเผ่ือแผ่ มเี มตต� กรุณ� มุทิต� ฯลฯ ธรรมช�ติของสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรยี น ดำ�เนนิ ก�รโดย ผ้ไู ม่เชย่ี วชาญ บทบ�ทส�ำ คญั คือ เมือ่ มแี ล้ว ใชพ้ ื้นท่นี ้นั เรยี นรู้ เปน็ สถ�นอบรม สั่งสอนเบ็ดเสร็จ ย่อมเกิดทั้งวทิ ย�ก�ร และปัญญ�ในก�รใช้ธรรมช�ติ เปน็ ปจั จยั ให้เร�รถู้ งึ สิ่งทร่ี �ยลอ้ มรอบตน โดยก�รสัมผัสดว้ ยต� หู จมูก และจติ ท่ีแน่ว จรดจ่อ อ่อนโยน ให้อ�รมณ์ในก�รสัมผัส เรียนร้แู ล้วกลับม�พิจ�รณ�ตน ชีวติ ก�ย จิตใจ
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมิปัญญาไทย 30 แนวทางการดำเนนิ กิจกรรมสรา้ งจิตสำนึก ง�นสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน เป็น นวัตกรรมของก�รเรียนรู้เพ่ือนำ�ไปสู่ก�รสร้�ง จิตสำ�นึกในก�รอนุรักษ์ทรัพย�กรธรรมช�ติ วัฒนธรรมและภูมิปัญญ�ของประเทศไทย นำ� ไปสู่ก�รพัฒน�คนให้เข้มแข็งรู้เท่�ทันพร้อมรับ กับกระแสก�รเปลี่ยนแปลงของโลก สถ�บัน ก�รศึกษ�ส�ม�รถสมัครเป็นสม�ชิกง�นสวน พฤกษศ�สตร์โรงเรยี นโดยตรงม�ท่ี อพ.สธ. แนวท�งและหลักเกณฑ์ก�รดำ�เนิน ง�นสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน โดยให้สถ�น ศึกษ�สมัครเข้�ม�เป็นสม�ชิกในง�นสวน พฤกษศ�สตรโ์ รงเรยี น คร/ู อ�จ�รยน์ �ำ พรรณไม้ ๑) งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน ท่ีมีอยู่ในโรงเรียนไปเป็นส่ือในก�รเรียนก�ร จ�ำ นวนสม�ชกิ สวนพฤกษศ�สตรโ์ รงเรยี น สอน วิช�ต่�งๆ ที่มีอยู่ในหลักสูตร โดยใช้ (ข้อมูลปัจจุบัน ธันว�คม ๒๕๖๐) มีจำ�นวน พืชเป็นปัจจัยหลักในก�รเรียนรู้ สนับสนุน ๓,๑๒๘ แห่ง มีโรงเรียนท่ีได้รับพระร�ชท�น ให้สม�ชิกสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียนร่วมกับ เกียรตบิ ัตรแหง่ คว�มมุ่งมน่ั จำ�นวน ๒๑๐ แหง่ องคก์ �รบรหิ �รสว่ นทอ้ งถนิ่ และชมุ ชน รว่ มกนั และโรงเรยี นทไ่ี ดร้ บั ป�้ ยสนองพระร�ชด�ำ รสิ วน ส�ำ รวจจดั ท�ำ ฐ�นทรพั ย�กรทอ้ งถนิ่ น�ำ ไปสกู่ �ร พฤกษศ�สตรโ์ รงเรียน จำ�นวน ๓๓๐ แห่ง จัดท�ำ หลกั สตู รท้องถนิ่ ต่อไป ดังนั้น ก�รดำ�เนินศกึ ษ�เรียนรูจ้ �กสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรยี น ขอ้ มูลต�่ ง ๆ ทไ่ี ด้รับ จะเปน็ ฐ�นด้�น ทรพั ย�กรก�ยภ�พและชวี ภ�พ เกดิ เปน็ ต�ำ ร�ในแตล่ ะเรอื่ ง เปน็ ฐ�นคว�มรู้ ทจ่ี ะเกดิ คว�มมน่ั คงท�งวทิ ย�ก�ร ของประเทศ และเกดิ เป็นผลท�งเศรษฐกจิ เป็นฐ�นของเศรษฐกิจพอเพยี ง นอกจ�กน้ี ก�รดำ�เนินง�นสวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน จึงควรทำ�ด้วยคว�มสมัครใจ สอดคล้องกับ ธรรมช�ติ ไมใ่ หเ้ กดิ คว�มเครยี ด มีแนวท�งก�รดำ�เนินง�นทช่ี ดั เจน เบื้องแรก ต้องทำ�คว�มเข้�ใจในเรื่องแนวคิดแนวปฏิบัติว่� สวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน เป็นสวนของ ก�รใชป้ ระโยชน์ ทีจ่ ะนำ�ม�ใชเ้ ปน็ ฐ�นก�รเรยี นรู้ ใช้เปน็ สื่อก�รเรียนก�รสอน สร�้ งจิตสำ�นกึ ในก�รอนุรกั ษ์ พชื พรรณ มิใชเ่ ป็นเพยี งสวนประดบั สวนหยอ่ มหรอื สวนสวยโรงเรียนง�ม
อพ.สธ. ๑๕ครู ภูมิปัญญาไทย 31 ๒) งานพพิ ิธภัณฑ์ ง�นพพิ ธิ ภณั ฑ์ เปน็ ก�รขย�ยผลก�รด�ำ เนนิ ง�นเพอ่ื เสรมิ สร�้ งกระบวนก�ร เรียนรู้ ไปสปู่ ระช�ชน กล่มุ เป้�หม�ยต่�งๆ ให้กว�้ งขว�งย่ิงขน้ึ โดยใช้ก�รน�ำ เสนอ ในรปู ของพพิ ิธภัณฑ์ ซึ่งเปน็ สือ่ เข้�ถงึ ประช�ชนทั่วไป ตัวอย่�งง�นพพิ ธิ ภัณฑ์ เช่น ๑. งานพพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตทิ ม่ี ชี วี ติ ด�ำ เนนิ ก�รโดยศนู ยศ์ กึ ษ�ก�รพฒั น� อนั เนอื่ งม�จ�กพระร�ชดำ�รฯิ และจงั หวัดต�่ งๆ ๒. งานพิพิธภัณฑ์พืช ดำ�เนินก�รโดยหน่วยง�นท่ีร่วมสนองพระร�ชดำ�ริ เช่น กรมอุทย�นแห่งช�ติสัตว์ป่�และพันธ์ุพืช กรมป่�ไม้ กรมวิช�ก�รเกษตร มห�วิทย�ลัยต่�งๆ ซึ่งมผี ู้เช่ียวช�ญ นักพฤกษศ�สตร์ ดูแลอยู่ แต่เป็นง�นท่ีเข้�ม�สนับสนุนสวนท่ีมีอยู่แล้วหรือดำ�เนินก�รข้ึนใหม่ ซ่ึงจะให้คว�มรู้ พัฒน�สภ�พ แวดล้อมต�มล�ำ ดับ เปน็ ง�นทีจ่ ะดำ�เนนิ อย�่ งตอ่ เนอ่ื งไม่รู้จบ เพร�ะส�ม�รถนำ�ไปใช้เปน็ สอ่ื ก�รเรียนก�ร สอนที่ไมต่ ้องลงทนุ เพียงแตใ่ ห้เดก็ รู้จักสังเกต เรียนรู้ ตั้งค�ำ ถ�ม และห�ค�ำ ตอบ เปน็ ขอ้ มูลสะสมอันจะ กอ่ ให้เกดิ คว�มรู้และผูเ้ ชี่ยวช�ญในพนั ธ์ุไม้น้นั ๆ อกี ประก�รทส่ี �ำ คญั สวนพฤกษศ�สตร์โรงเรยี น จะเปน็ ทรี่ วบรวมพนั ธ์ุไมห้ �ย�ก พนั ธ์ุไมท้ ใี่ กลส้ ญู พนั ธ์ุ พรรณไมท้ เี่ ปน็ ประโยชน์ พชื สมนุ ไพร พชื ผกั พน้ื เมอื ง เปน็ ทร่ี วมภมู ปิ ญั ญ�ทอ้ งถน่ิ เปน็ ก�รใชพ้ น้ื ทนี่ นั้ เรยี นรู้ เป็นสถ�นอบรมสั่งสอนเบด็ เสร็จ เกิดมที ั้งวิทย�ก�ร ทง้ั ปญั ญ�
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมิปัญญาไทย 32 ๓. งานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ดำ�เนินก�ร โดยหน่วยง�นท่ีร่วมสนองพระร�ชดำ�ริ เช่น มห�วิทย�ลัย เทคโนโลยีร�ชมงคลอีส�น จังหวัดนครร�ชสีม� และ มห�วิทย�ลยั ขอนแก่น จังหวดั ขอนแก่น เป็นตน้ ๔. งานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเล ไทย เชน่ พิพธิ ภัณฑธ์ รรมช�ตวิ ทิ ย�เก�ะและทะเลไทย เข� หม�จอ ตำ�บลแสมส�ร อำ�เภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี สนอง พระร�ชดำ�ริ โดยกองทพั เรอื ๕. งานพิพิธภัณฑ์ทอ้ งถ่นิ หอศิลปวัฒนธรรม ของ จังหวดั และหน่วยง�นที่รว่ มสนองพระร�ชดำ�ริ ๖. นทิ รรศการถาวรตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั ทรพั ย�กร ต่�งๆ ๗. ศนู ยก์ ารเรยี นรู้ สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ของโรงเรียนที่เป็นสมาชิกจะเป็นส่วนหน่ึงของ “สวนพฤกษศาสตร์ โรงเรียน โครงการอนุรักษ์พันธกุ รรมพชื อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาำ ริฯ” ที่เช่อื มตอ่ ด้วยระบบขอ้ มลู จะเปน็ สวนพฤกษศาสตร์ที่ใหญ่ท่ีสุด เน่ืองจากมีสมาชิกกระจายอยู่ทั่วประเทศ มีความหลายหลากของพรรณไม้ ภมู ปิ ระเทศและความหลายหลากของการปฏบิ ตั ิ ในการนาำ เอาตน้ ไม้ พชื พรรณในสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น เปน็ สือ่ การเรยี นการสอน เป็นฐานการเรียนรู้ สวนพฤกษศ�สตร์โรงเรยี น ด�ำ เนนิ ก�รโดยนกั เรยี น มคี รอู �จ�รยเ์ ปน็ ผใู้ หค้ �ำ แนะน�ำ สนบั สนนุ ผบู้ รหิ �ร เปน็ หลักและผลักดนั มโี ครงก�รอนรุ กั ษ์พันธุกรรมพืชอนั เนอ่ื งม�จ�กพระร�ชดำ�ริฯ สนบั สนุนท�งวชิ �ก�ร
อพ.สธ. ๑๕ครู ภูมปิ ัญญาไทย 33 ๓) งานอบรม อพ.สธ. ด�ำ เนนิ ง�นอบรมเรอ่ื งง�นสวน งานฝึกเรียนรู้ทรัพยากรทางทะเล พฤกษศ�สตรโ์ รงเรยี น ง�นฝกึ อบรมปฏบิ ตั กิ �ร บรเิ วณพนื้ ทเ่ี ก�ะแสมส�ร จงั หวดั ชลบรุ ี บรเิ วณ สำ�รวจและจัดทำ�ฐ�นทรัพย�กรท้องถิ่น หรือ พิพธิ ภัณฑ์ธรรมช�ตวิ ิทย�เก�ะ และทะเลไทย ง�นท่ีเก่ียวข้องกับก�รสร้�งจิตสำ�นึกในก�ร งานเรยี นรทู้ รพั ยากรทะเล ก�รอบรม อนุรักษ์ทรัพย�กร มีทั้งจัด ณ ศูนย์ฝึกอบรม ค�่ ยเรยี นรทู้ รพั ย�กรทะเล ณ เก�ะทะลุ จงั หวดั ของ อพ.สธ. ร่วมกับหน่วยง�นท่ีร่วมสนอง ประจวบครี ีขนั ธ์ พระร�ชดำ�ริ ที่กระจ�ยอยู่ต�มภูมิภ�คต่�ง ๆ งานเรียนรู้อนุรักษ์พัฒนา และใช้ เชน่ ประโยชน์ทรัพยากรอย่างยั่งยืน โดยหน่วย บัญช�ก�รท�งก�รพัฒน� กองบัญช�ก�ร กองทัพไทย สวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน จึงเป็นก�รดำ�เนินง�นของโรงเรียนโดยสมัครใจ ท่ีจะนำ�แนวพระร�ชดำ�ริ และแนวท�งก�รด�ำ เนนิ ง�นท่ีโครงก�รอนรุ ักษพ์ นั ธุกรรมพืชอันเนอ่ื งม�จ�กพระร�ชดำ�ริฯ ทใ่ี ห้ค�ำ แนะน�ำ ม� ปฏิบัติ โดยเปิดโอก�สใหแ้ ตล่ ะโรงเรียนดำ�เนนิ ง�นต�มคว�มพรอ้ ม ไม่ฝืนธรรมช�ติ และน�ำ พืชพรรณไม้ใน โรงเรียนพฒั น�เปน็ ฐ�นก�รเรยี นรู้ เปน็ สอื่ ก�รเรียนก�รสอนในวชิ �ต่�งๆ อันจะเกดิ ผลประโยชนแ์ กน่ กั เรียน ครู อ�จ�รยท์ ี่ด�ำ เนินง�น เกดิ ขอ้ มลู องคค์ ว�มรู้ วิธีก�รท่จี ะท�ำ ให้เกดิ ผเู้ ชี่ยวช�ญ ส�ม�รถท่จี ะนำ�ไปใชเ้ ป็น ผลง�นท�งวิช�ก�ร เพื่อเสนอขอต�ำ แหนง่ ปรบั ระดบั ตำ�แหน่งท�งวชิ �ก�รตอ่ ไป
๑๕ครู อพ.สธ. ภูมปิ ัญญาไทย 34 กิจกรรมท่ี ๘ กจิ กรรมพิเศษสนบั สนุนการอนรุ กั ษ์ทรัพยากร กิจกรรมพิเศษสนับสนุนก�รอนุรักษ์ ศึกษาจัดต้ังเป็น ชมรมนักชีววิทยา อพ.สธ. ทรัพย�กร เปิดโอก�สให้หน่วยง�นต่�ง ๆ ทั้ง และ ชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ. ภ�ครัฐ และเอกชน เข้�ร่วมสนบั สนนุ ง�นของ ซง่ึ จะเปน็ ผนู้ าำ ในการถา่ ยทอดความรแู้ ละสรา้ ง อพ.สธ. ในรปู แบบต�่ ง ๆ มที ง้ั เปน็ ทนุ สนบั สนนุ จติ สาำ นกึ ในการอนุรักษ์ทรัพยากรของประเทศ ในกจิ กรรมต�่ ง ๆ ของ อพ.สธ. หรอื ด�ำ เนนิ ง�น ให้แก่เยาวชน และประชาชนชาวไทยรวมทั้ง ท่ีเกี่ยวข้องและสนับสนุนกิจกรรมอ่ืน ๆ ของ สนับสนุนฐานทรัพยากรองค์กรปกครองส่วน อพ.สธ. โดยอย่ใู นกรอบของแผนแมบ่ ท ท้องถิน่ เทศบาล สมัครเขา้ รว่ มงานทรพั ยากร นอกจากน้ันยังเปิดโอกาสให้เยาวชน ทอ้ งถ่นิ ต่อไป แ ล ะ บุ ค ค ล ไ ด้ ศึ ก ษ า ห า ค ว า ม รู้ เ กี่ ย ว กั บ ทรัพยากรธรรมชาติในสาขาต่างๆ ตามความ ถนัดและสนใจ โดยมีคณาจารยผ์ ูเ้ ช่ยี วชาญใน แต่ละสาขาให้คำาแนะนำา และให้แนวทางการ สวนพฤกษศ�สตร์โรงเรียน มีวิธีดำ�เนินก�ร วัตถุประสงค์ กิจกรรมก�รดำ�เนินง�นสอดคล้อง กบั แผนพฒั น�ก�รศกึ ษ�แห่งช�ติ ฉบับที่ ๘ นโยบ�ยปฏิรูปก�รศึกษ�ของกระทรวงศกึ ษ�ธิก�ร กรมส�มัญ ศึกษ� ก�รประถมศึกษ�แห่งช�ติ นโยบ�ยส่วนใหญ่ของโรงเรียน และสอดคล้องกับในหมวด ๔ แนวท�ง จัดก�รศกึ ษ� พระร�ชบัญญตั กิ �รศึกษ�แหง่ ช�ติ พ.ศ. ๒๕๔๒ งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน คือ งานสร้างจิตสำานึกในการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ทรัพยากร ชีวภาพ และกายภาพ โดยมีการสัมผัส การเรียนรู้ การสร้างและปลูกฝังคุณธรรม การเสริมสร้างปัญญา และภมู ปิ ัญญา
ความนำ ๑๕ครู ความนำ ภมู ปิ ญั ญาไทย 35 ครภู มู ปิ ญั ญาไทย กล�่ วไดว้ �่ คอื ผทู้ ม่ี คี ว�มเพยี บพรอ้ มในด�้ นคว�มรู้ คว�มเชยี่ วช�ญ คว�มส�ม�รถอย�่ งลกึ ซง้ึ ในเรอื่ งร�วของปจั จยั สอ่ี นั มีคว�มส�ำ คญั อย่�งย่งิ ในก�รด�ำ รงชวี ติ ผ�่ นก�รศกึ ษ�เรียนรู้ ทดลอง ลงมือทำ� ลองผดิ ลองถกู ต�มพนื้ ฐ�นขององคค์ ว�มรทู้ บ่ี รรพชนไดร้ กั ษ�สบื ส�นไว้ โดยน�ำ ม�ประยกุ ตป์ รับปรงุ พัฒน�จนไดผ้ ลเป็นท่ปี ระจกั ษใ์ นก�รสร�้ งอ�ชพี สร้�งวถิ ี คว�มเป็นอยู่ สร้�งร�กฐ�นองค์คว�มรแู้ ละผลสำ�เร็จจ�กก�รปฏิบัติ ทีค่ ขู่ น�น ไปกับสืบส�นภ�ษ� ประวัติศ�สตร์ ศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภ�ยใต้ปัจจัยที่ จำ�เปน็ ต่อชีวติ คอื ทอ่ี ยอู่ �ศยั เครอ่ื งนงุ่ ห่ม ย�รกั ษ�โรค แล้วก็อ�ห�ร จึงปฏิเสธไม่ได้ว่� ครูภูมิปัญญ�ไทย คือ ผู้สืบส�นองค์คว�มรู้ คว�ม เช่ียวช�ญของแผ่นดินหรือก็คือปร�ชญ์ช�วบ้�น ปร�ชญ์ของแผ่นดินน่ันเอง แล้วคงปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่� ผู้ได้รับก�รเชิดชูยอมรับว่�เป็นปร�ชญ์เป็นครู ภมู ปิ ัญญ�ไทย เป็นทรัพย�กรบคุ คลท่มี คี ณุ ค่�ของช�ติ ครูภูมิปัญญาไทยหรือปราชญ์ชาวบ้าน เป็นช�วบ้�นทั่วไป ไม่ใช่นัก วชิ �ก�รที่จบก�รศกึ ษ�ปรญิ ญ�โทปรญิ ญ�เอกกันทุกคน อ�จจบแค่ ป.๔ ป.๖ ม.๓ แต่ที่จบก�รศึกษ�สูงถึงปริญญ�โท ปริญญ�เอกก็มี เพียงแต่ไม่ได้ทำ�ตัว เป็นนกั วิช�ก�รตลอด แตเ่ ปน็ ช�วบ้�น ช�วบ�้ นท่ดี �ำ เนินชีวิตประกอบอ�ชพี ต�มวิถีปู่ย่�ต�ย�ย พ่อแม่ ทำ�แล้วทำ�อีกด้วยคว�มขยันหม่ันเพียร อดทน ไม่ได้ตั้งหัวใจไว้ท่ีคว�ม โลภม�ก ตงั้ เป�้ ชวี ติ ว�่ ตอ้ งเปน็ เศรษฐี มห�เศรษฐี แตท่ �ำ เพร�ะประกอบอ�ชพี เพอ่ื เลยี้ งดตู วั เอง ครอบครวั เมอ่ื ยนื ไดด้ ว้ ยล�ำ แขง้ ตวั เองแลว้ กพ็ รอ้ มทจ่ี ะเผอ่ื แผ่ แบง่ ปนั ท�ำ เพอ่ื ใหส้ �ม�รถพฒั น�คณุ ภ�พชวี ติ ตวั เอง ครอบครวั ท�ำ บนร�กฐ�น ของคว�มรกั คว�มเมตต� เออื้ เฟอื้ ใหอ้ ภยั กนั ชว่ ยเหลอื กนั ส�มคั คกี นั ประกอบ อ�ชีพก�รง�นด้วยก�รรู้จักปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ต่อยอด ทดลองคิดค้นแล้ว จดจำ� น�ำ เอ�ม�ใช้แลว้ แบง่ ปนั องค์คว�มรใู้ หผ้ ู้อนื่ โดยไมห่ วงั ส่งิ ตอบแทน
๑๕ครู ความนำ ภูมิปัญญาไทย 36 ผลท่ีได้ต�มม�คือ คว�มสำ�เร็จ คว�มสำ�เร็จในก�รดำ�เนินชีวิตตัวเอง สคู่ ว�มพออยู่ พอกิน มคี ว�มสุข คว�มส�ำ เร็จในก�รแบ่งปนั องคค์ ว�มรู้ให้ คนอื่นด้วยเมตต� ด้วยคว�มรัก ไม่ใช่ด้วยประโยชน์ตอบแทน เป็นคว�ม สำ�เร็จท่ีนำ�ภูมิปัญญ�ม�เป็นตัวร�กฐ�น นำ�วิทย�ก�รสมัยใหม่เป็นตัว ตอ่ ยอด ผ�่ นก�รศกึ ษ�ทดลองจนสมั ฤทธผิ์ ล สรปุ ว�่ เปน็ คว�มเจรญิ งอกง�ม ทดี่ ี มิไดห้ วงแหนเก็บง�ำ เอ�ไว้แต่ผู้เดยี ว แต่พร้อมขย�ยผลแบ่งปนั แนะน�ำ ผอู้ น่ื ดว้ ยเมตต� จิตมิตรภ�พ การตอ่ ยอดในการดาำ เนนิ ชวี ติ จากบรรพชน จากผทู้ รงภมู ถิ กู สงั่ สมดว้ ย การลองผิดลองถูก ลองแล้วลองอีก ปรับปรุงประยุกต์ต่อยอดจนเกิดผล สาำ เรจ็ อยา่ งยง่ั ยนื ทาำ ใหเ้ ปน็ ผทู้ ม่ี คี วามเชย่ี วชาญชาำ นาญชาำ่ ชองในดา้ นนนั้ ๆ ท้งั ทเี่ ปน็ อาชพี หลัก เปน็ อาชีพรอง ทง้ั ทเี่ ป็นการสบื สานวถิ ีชวี ิต วฒั นธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงส่วนประกอบท่ีใช้เป็นส่วนเสริมสร้าง ในการดำาเนินชีวิตเพ่ือความดีงามงดงาม ที่เรียกว่า ภูมิปัญญา เป็นการ สืบสาน อนั ไดแ้ ก่ วัฒนธรรมประเพณที ่ดี งี าม เอกลักษณ์ของท้องถน่ิ ทเ่ี ป็น สว่ นหนง่ึ สอ่ื ถงึ ความเปน็ ชนชาตไิ ทยจนเปน็ ทยี่ อมรบั ของชมุ ชน ยกยอ่ งให้ เปน็ ปราชญ์ คือ ผู้ร้ ู ผมู้ จี ิตเสยี สละอาสา เป็นทพี่ ่ึงของชาวชุมชนได้ทั้งการ ปฏิบัติ การแนะนาำ แนวทางที่ดีและรวมถงึ เปน็ ศูนย์รวมดา้ นจติ ใจ ครภู ูมิปญั ญาไทย คือ ปราชญช์ าวบ้าน ก็คอื ช�วบ้�นทีม่ อี งค์คว�มรู้ มีคว�มเชี่ยวช�ญชำ่�ชองในตัวม�กจริงๆ แต่ไม่ใช่ในทุกเร่ืองแน่นอน รู้จริง ปร�ดเปรื่องจริงในเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งเฉพ�ะเจ�ะจงเฉพ�ะด้�น อย่�งเช่น ปร�ชญด์ �้ นเกษตรกรรม พืชสวนไรน่ �ก็จะเชย่ี วช�ญเรอื่ งดิน เร่ืองนำ้� เรอ่ื ง พืช เรือ่ งต้นไม้ ดินฟ้�อ�ก�ศท่ีเหม�ะสม เปน็ ตน้ ปร�ชญ์ด้�นดนตรไี ทยก็ เช่ียวช�ญด้�นดนตรีไทย ปร�ชญ์เรื่องเคร่ืองปั้นดินเผ�เซร�มิกก็เชี่ยวช�ญ ช่ำ�ชองไปในด้�นน้ี หรือภูมิปัญญ�ด้�นตีมีดก็เชี่ยวช�ญไปท�งน้ี อย่�งห� ใครเทยี มท�น
ความนำ ๑๕ครู ภมู ิปญั ญาไทย 37 แล้วจำ�เป็นต้องจบปริญญ�เอกไหม ที่ไม่อ�จปฏิเสธได้ในก�รสืบส�นองค์ น่�จะไม่ต้อง ต้องเป็นนักวิช�ก�รไหม คว�มรู้สู่ก�รปฏิบัติจนได้เชี่ยวช�ญทำ�ให้ ก็คงไม่ต้อง จบ ป.๔ ก็มีสิทธ์ิได้รับยกย่อง นำ�ไปสู่ก�รพัฒน�คุณภ�พชีวิตได้อย่�งยอด ว่�เป็นปร�ชญ์ คือ ผู้ชำ�น�ญด้�นนั้นได้ ถ้� เย่ียม มักเกี่ยวโยงไปในวิถีแห่งก�รสืบส�น ท่�นช่ำชองเช่ียวช�ญอย่�งแท้จริงจนท่ีสุดก็ รักษ�อนุรักษ์ทรัพย�กรธรรมช�ติและส่ิง เป็นปร�ชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินแม้ไม่มีใคร แวดล้อม เพร�ะน่ันคือแหล่งสำ�คัญของก�ร ประก�ศยกย่องท่�นก็ยังคงเป็นปร�ชญ์อยู่ ดำ�เนินชีวิตที่เรียกว่� ปัจจัยสี่ จึงถือว่�ได้เป็น น่ันเอง แตค่ นท่วั ไปอ�จไม่รจู้ กั กำ�ลังสำ�คัญในก�รเดินต�มในวิถีแห่งแนว คว�มเปน็ ครภู มู ปิ ญั ญ�ไทย องคป์ ระกอบ พระร�ชดำ�ริโครงก�รอนุรักษ์พันธุกรรมพืช สำ�คัญคือ ได้ปลกู ฝังหล่อหลอมปฏิบัติตัวหรอื อันเนื่องม�จ�กพระร�ชดำ�ริสมเด็จพระเทพ ดำ�เนินชีวิตม�ด้วยหลักคุณธรรมจริยธรรม รตั นร�ชสดุ �ฯ สย�มบรมร�ชกุม�รี (อพ.สธ.) คือ คว�มเป็นคนดีท่ีน่�เค�รพนับถือของคน ประเทศไทยมีผู้ดำ�รงตนที่อยู่ในวิถีแห่ง ในชุมชน อันได้แก่ คว�มมีเมตต�กรุณ� คว�มเปน็ ผทู้ ชี่ มุ ชนยกยอ่ งเชดิ ชวู �่ เปน็ ปร�ชญ์ มีคว�มเอ้ือเฟื้อแบ่งปัน ไม่โลภโมโทสัน ช�วบ้�นม�กม�ย เป็นผู้นำ�ทั้งด้�นจิตใจ ทั้ง แต่เพียงถ่�ยเดียว โดยยึดม่ันในหลักก�ร ด�้ นก�รประกอบอ�ชพี ก�รรกั ษ�สบื ส�นศลิ ป เดินต�มรอยพระยุคลบ�ทปรัชญ�ของ วัฒนธรรม ประเพณี ศ�สน� วิถีก�รดำ�เนิน เศรษฐกจิ พอเพยี งอนั เนอื่ งม�จ�กพระร�ชดำ�ริ ชีวิตอันเกิดจ�กก�รเป็นผู้ปร�ดเปรื่องในด้�น พระบ�ทสมเด็จพระปรมินทรมห�ภูมิพล ใดด้�นหน่ึงอย่�งแท้จริง ดังที่กล่�วจนถึงก�ร อดลุ ยเดช บรมน�ถบพติ ร ไดร้ ับยกย่องใหเ้ ป็นครูภูมปิ ัญญ�ไทย
๑๕ครู ความนำ ภมู ิปญั ญาไทย 38 ครูภูมิปัญญาไทยหรือปราชญ์ วันน้ี สกศ.ได้ยกครูภูมิปัญญาไทย ชาวบ้าน นอกจากจะเป็นกำาลังสำาคัญ เป็นตัวแทนครูภูมิปัญญา ๑๕ ท่านจาก ในการเป็นผู้นำาต้นแบบให้ชุมชนได้ยึดถือ ทงั้ หมดทกุ รนุ่ ราว ๕๐๐ ทา่ น ถา่ ยทอดการ เดินตามแล้ว ยังจะเป็นกำาลังสำาคัญใน ดำาเนินวิถีชีวิตต้ังแต่วัยเยาว์มาตราบ ได้ การอบรมบ่มนิสัยอนุชนคนรุ่นลูกหลาน รบั การยกย่อง ดว้ ยเพราะ สกศ. ตระหนกั ให้ก้าวย่างไปบนทางแห่งความดีงาม ว่าการดำาเนินชีวิตในฐานะตัวแทนครู ได้ด้วย เป็นกำาลังเสริมในช่วงเวลานอก ภูมิปัญญาน้ันเป็นคุณูปการแก่ตัวเอง ห้องเรียน เพิ่มกระบวนการเรียนรู้ชีวิต ครอบครัวที่ใช้เป็นรากฐานอาชีพจน ท้ังพ้ืนฐานการประกอบอาชีพ พ้ืนฐาน สร้างความเป็นปึกแผ่นของชีวิต ไม่เป็น การรู้จักซึมซับความรักความศรัทธาใน ภาระของสงั คม มคี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ งี ามบน ทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดล้อม แล้วก็ ความสขุ อยา่ งยงั่ ยนื ตามหลกั แหง่ ปรชั ญา ซึมซับวิถีชีวิตวัฒนธรรมประเพณีที่ดีงาม เศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำาริ ความเป็นคนไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ด้วยเพราะความเป็นผู้มีความ ภูมพิ ลอดลุ ยเดช บรมนาถบพติ ร เชี่ยวชาญปราดเปร่ืองหรือความชำานาญ เหนือสิ่งอื่นใด การดำาเนินชีวิตด้วย เป็นเอตทัคคะอย่างแท้จริงบนรากฐาน อาชีพท่ีสืบสานมาจากปู่ย่าตายายพ่อแม่ แห่งคุณธรรมจริยธรรม สำานักงาน ของครูภูมิปัญญาน้ันได้เป็นแนวทางเป็น เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา (สกศ.) กระทรวง กระบวนทส่ี อดรบั กบั แนวพระราชดาำ รขิ อง ศึกษาธิการ (ศธ.) จึงมีโครงการประกาศ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรม ยกย่องปราชญ์ชาวบ้านเป็นครูภูมิปัญญา ราชกุมารี ส่วนหนึ่งคือ โครงการอนุรักษ์ ไทยในหลากหลายด้าน ประกาศยกย่อง สืบสาน ฟน้ื ฟู พฒั นาทรพั ยากรธรรมชาติ เป็นด้านๆ เป็นรุ่นๆ ไป ดำาเนินการมา มีท้ังป่า แหล่งน้ำา ดูแลรักษาบำารุงดิน ท่ี จนถงึ ๙ รุน่ แลว้ เก้ือกูลกับชีวิตผู้คน สรรพสัตว์ สืบสาน วัฒนธรรมประเพณ ี ประวตั ิศาสตร์
ความนำ ๑๕ครู ภมู ิปญั ญาไทย 39 อนั ไดแ้ ก ่ โครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรม ภูมิปัญญาไทยแต่ละท่านสร้างทรัพยากร พชื อนั เนอื่ งมาจากพระราชดา� รฯิ (อพ.สธ.) ธรรมชาตไิ ว้เป็นอาชพี ท่ีแตกตา่ ง ความแตกต่าง อาชีพครูภูมิปัญญาด้านเกษตรกรรม น่ันคือ ความเชี่ยวชาญช�านาญหรือเอตทัคคะ ด้านต้นไม้ สมุนไพร พืชผัก สวนป่า บางท่านใช้เป็นอาชีพเกษตรเป็นหลัก ใช้ พ้นื ฐาน คือ การสรา้ งป่า ไดแ้ ก ่ ต้นไม้ มี แปรรูปเป็นอาชีพรอง บางท่านใช้แปรรูปเป็น แหล่งน้�า มีดินท่ีดีงาม ท่ีสุดแล้ว ค�าว่า หลัก เกษตรกรรมเป็นอาชีพรอง บางท่านใช้ พนื้ ทเ่ี กษตรกรรม เกษตรผสมผสานทลี่ ว้ น ผลติ สมนุ ไพร บางทา่ นใชป้ ระโยชนจ์ ากไมน้ านา อยู่ในแนวทางพระราชด�าริให้คนไทยทุก ชนิดมาสร้างสีสันให้ผืนผ้าไหมที่ผ่านการถักทอ คนรว่ มใจอนรุ กั ษฟ์ น้ื ฟรู กั ษาใหค้ งอยอู่ ยา่ ง ดว้ ยมอื ของตวั เองอยา่ งวจิ ติ รงดงาม กระทง่ั บาง อุดมสมบูรณ์นั้น จริงๆ คือท่ีรวมภาวะ ท่านใช้พ้ืนท่ีทรัพยากรธรรมชาติที่ด�ารงรักษาไว้ แห่งการด�ารงชีวิต เพราะอยู่ที่นั่นในเวลา เปน็ การสรา้ งถา่ ยทอดวรรณกรรม ภาษา ศาสนา เดียวกัน เป็นการสร้างความสมดุลให้กับ แหล่งอาชีพของครูเป็นแหล่งศึกษาเรียน ธรรมชาต ิ เปน็ ประโยชน์แก่ท้องถ่นิ ชมุ ชน รู้ธรรมชาติของผู้คนที่สนใจ ของเยาวชนคนรุ่น และประเทศไทย หลงั รุน่ ลูกหลาน แหล่งอาชีพ การด�าเนินชีวิตของ ทรัพยากรธรรมชาติที่ครูภูมิปัญญา ปราชญ์ตัวแทนครูภูมิปัญญาไทยท่ียกมา สร้าง นอกจากได้เป็นหน่ึงในการอนุรักษ์ เป็นตัวอยา่ ง ๑๕ ท่าน ว่าเปน็ การดา� เนนิ ฟน้ื ฟปู ่า น�้า และดิน ตามแนวพระราชปณิธาน ชีวิตตามวิถีแห่งการอนุรักษ์สืบสานด้าน ใ น พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ป ร มิ น ท ร การอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื ตามพระราชดา� ริ มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จ สมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรม พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถใน ราชกุมารี ที่หัวใจคือ แหล่งผลิตอาหาร รัชกาลที่ ๙ แล้วยังเป็นการได้ร่วมสนองพระ ยารักษาโรค เคร่ืองนุ่งห่มและท่ีอยู่อาศัย มหากรุณาธิคุณในสมเด็จพระเทพรัตนราช ท่ีแผป่ ระโยชน์ต่อคนไทยดว้ ยกนั เอง แลว้ สุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโครงการอนุรกั ษ์ ก็ชาวโลกด้วย ก็คือพื้นท่ีประกอบอาชีพ พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชด�าริ ของทา่ นทเี่ รยี กวา่ ทอ้ งนา สวน ไร ่ นนั่ เอง (อพ.สธ.) อยา่ งส�าคญั
๑๕ครู ความนำ ภมู ปิ ญั ญาไทย 40 อพ.สธ. ท่ี สกศ. ได้สนองพระมห�กรุณ�ธิคุณขอพระร�ช�นุญ�ต เป็นกำ�ลังส่วนหน่ึงในก�รร่วมสืบส�นถ่�ยทอดขย�ยผลไปสู่สังคมวงกว้�ง ต่อไปด้วยสำ�นึกในพระมห�กรุณ�ธิคุณ อย่�งน้อยที่สุดคือ ผ่�นรูปธรรมที่ เกดิ จ�กอ�ชพี ครภู มู ปิ ญั ญ�ในก�รเปน็ แหลง่ เรยี นรขู้ องเย�วชนของคนทวั่ ไป ไดซ้ ึมซับถึงประโยชนอ์ นั มห�ศ�ลของคว�มเปน็ ป�่ เปน็ น้�ำ เป็นดนิ จนนำ� ไปสู่คว�มรักคว�มศรัทธ� หวงแหนร่วมกัน อนุรักษ์ฟ้ืนฟูกันอย่�งจริงจัง ต่อไป สกศ.ได้รวมวิถีชีวิตครูภูมิปัญญ�ไทย ๑๕ ท่�น เป็นหนังสือเล่ม กะทดั รดั เพอ่ื มงุ่ หวงั เปน็ ตน้ แบบทคี่ นรนุ่ หลงั จะไดน้ �ำ ไปประยกุ ตใ์ ชด้ �ำ เนนิ ชีวิตที่เป้�หม�ยคือคว�มสุข แล้วก็ด้วยมุ่งเพ่ือท่ีจะเฉลิมพระเกียรติสมเด็จ พระเทพรัตนร�ชสดุ �ฯ สย�มบรมร�ชกมุ �รี ทีท่ รงตระหนกั ถึงคว�มส�ำ คญั ของทรพั ย�กรธรรมช�ติ สบื ส�นพระร�ชปณธิ �นพระร�ชบดิ �และพระร�ช ม�รด�โดยทรงสร้�งโครงก�รอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเพ่ือเป็นต้นแบบให้คน ไทยและเย�วชนไดต้ ระหนักถงึ คณุ ค่�คว�มส�ำ คัญของป่� ของน�ำ้ ของดนิ ครูภูมิปัญญาไทย ถือได้ว่า เป็นกำาลังหนึ่งในการสนองแนว พระราชดำาริท่ีดำาเนินชีวิตจนสามารถพัฒนาให้เกิดคุณภาพท่ีดีงาม มีความสุข ด้วยเพราะการมีทรัพยากรธรรมชาติ เพราะการรักษา สืบสานทรัพยากรธรรมชาติไว้เป็นมรดกของแผ่นดิน รักษาสืบสาน ผืนป่าผืนน้ำาผืนดิน เป็นตัวอย่างของคนไทยให้ได้สัมผัสคุณค่าและ ประโยชน์พร้อมท่ีจะผนึกสำานึกในการสร้างทรัพยากรธรรมชาติให้ มีขึ้น เป็นปกึ แผน่ ให้ไดเ้ หน็ เปน็ รูปธรรม มมิ ุ่งทาำ ลายดังอดตี ท่ผี ่านมา .........................................................
ครสู มบูรณ์ แว่นวิชยั ๑๕ครู ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมิปญั ญาไทย 41 ครสู มบูรณ์ แว่นวชิ ัย ครภู ูมปิ ัญญาไทย ดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย
๑๕ครู ครูสมบรู ณ์ แวน่ วชิ ัย ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมปิ ญั ญาไทย 42 นั ด พ บ กั น ที่ เ มื อ ง พ ร ะ ย า พิ ชั ย ด า บ หั ก นายทองดี ฟันขาว ขุนศึกคู่บารมีของ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช วันสายชว่ งกลางเดอื นธนั วาคม ๒๕๖๐ ทอี่ ตุ รดติ ถ์ เมืองพระยาพิชัยดาบหัก นายทองดี ฟันขาว ขุนศึกคู่บารมีของพระเจ้าตากสินมหาราช วันท่ีมีลม หนาวยะเยอื กแผค่ ลมุ ทวั่ ประเทศสยาม สสี นั ของผคู้ น เมอื งเห็นได้จากผู้คนสวมใส่เส้อื ผ้าอาภรณ์ประดบั อัน หลากสีขวักไขว่บนถนน เราส่งสัญญาณเรียกไปยัง ปลายทางถึงครูสมบูรณ์ แว่นวิชัย ครูภูมิปัญญาไทย ดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย เพอ่ื ถามหาถงึ เสน้ ทางทจี่ ะไป ยังบ้านของครู อีกคร้ัง ได้ยินเสียงรับสายแล้วบอก พกิ ัดเปา้ หมายด้วยความยนิ ดี หาไม่ยากกับร้านสมุนไพรแผนโบราณของครู ชือ่ ป. เภสัชแผนโบราณ ตง้ั อยู่ในตลาดใหญข่ องเมอื ง รถจอดเทียบริมฟุตบาทหน้าร้านสมุนไพรแพทย์ แผนโบราณมีชายวัยกลางคน หุ่นดี ยืนรอส่งยิ้มอย่าง อารมณร์ นื่ เรงิ อยดู่ า้ นหนา้ และไดส้ ง่ สญั ญาณใหจ้ อดรถ ตรงท่ียืน ใช่ ครสู มบูรณ์ แวน่ วิชัย นั่นเอง
ครูสมบูรณ์ แวน่ วิชยั ๑๕ครู ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมิปญั ญาไทย 43 ทักทายกันตามธรรมเนียมวิถีไทย สังเกตว่าครูออกอาการยินดีระคน ความแปลกใจ แมจ้ ะรตู้ วั อยแู่ ลว้ กต็ ามถงึ มอี าคนั ตกุ ะจากเมอื งกรงุ จะมาเยอื น แต่น่าจะนึกไม่ถึงว่าอาคันตุกะจะเป็นชาย สีผมดอกเลาสองคน โยนตัวออก มาจากรถเก๋งยีห่ ้อดังจากแดนอาทิตยอ์ ุทยั เดินเข้ามาดว้ ยรอยยมิ้ สายลมเยน็ สญั ญาณตน้ หนาวโฉบปะทะเขา้ มาทกั ทายเยน็ ยะเยอื กจนรสู้ กึ ไดว้ า่ วนั นนี้ า่ จะ เป็นวนั ดๆี อกี วนั ส�าหรับเราคนแปลกหนา้ ของครู ครสู มบรู ณ์ แวน่ วชิ ยั เปน็ จดุ หมายของ ๒ อาคนั ตกุ ะทค่ี รไู มค่ นุ้ แนน่ อนใน ฐานะที่ทา่ นเปน็ ครูภูมปิ ัญญาไทย นอกจากครแู ลว้ อกี ทา่ นหนง่ึ ที่ยนื ข้างๆ น่า จะเป็นคนส�าคัญ มิใช่น้อย คณุ ภาสินี ปินตาเปีย ภริยาครทู ่ีนา่ รกั สง่ ย้ิมอยา่ ง มีไมตรีทักทายมา แมส้ ีหนา้ ระคนแปลกใจแฝงความกังวลในทีกต็ าม คณุ ภาสนิ ี ทเี่ รารใู้ นชว่ งตอ่ มาวา่ จบมาทางเภสชั และผดงุ ครรภ์ แลว้ หนั มา ศกึ ษาทางแพทย์แผนไทย ผู้คนท่มี าหาเรียกเธอว่าคุณหมอ เป็นหมอแผนไทย จบมาทางเดยี วกนั กบั ครสู มบรู ณน์ นั่ เอง แรกเจอนนั้ แมจ้ ะดคู อ่ นขา้ งเครยี ด แต่ รับร้ไู ดถ้ งึ ความอบอุ่นทรี่ กั ษาความห่างเอาไวก้ ่อนจนกว่าจะกระจ่างใจว่าเปน็ ใคร มาจากไหน ในขณะทค่ี รสู มบูรณ์ เออ้ื นเอ่ยทกั ทายเหมือนคนร้จู ักกนั มา เน่ินนาน ตามแบบฉบับคนเปน็ ครอู าจารย์ ก่อนเข้าสูเ่ น้อื หาพดู คยุ
๑๕ครู ครสู มบรู ณ์ แวน่ วิชยั ด้านการแพทย์แผนไทย ภมู ิปัญญาไทย 44 ในฐานะผู้ไปเยือนบอกวัตถุประสงค์ให้ทั้งครูและภริยาท่านทราบพอได้คลายใจว่า ไม่ใช่ สิบแปดมงกุฎมาตีสนิทเพ่ือประสงค์ร้ายแน่นอน เปิดเร่ืองด้วยคุณภาสินี ปินตาเปีย ภริยาครูท่ี กล่าวเกร่ินด้วยเสียงดังฟังชัดถึง ประวัติครูสมบูรณ์ สลับด้วยเสียงนุ่มแผ่วเป็นจังหวะแทรกของ ครูสมบูรณเ์ ปน็ ชว่ ง ๆ หลายประโยค เนื่องด้วยอาการยังไมห่ ายจากหวดั ผ ม ก็ เ ห็ น ม า ต้ั ง แ ต ่ เ ด็ ก “คุณพ่อของอาจารย์สมบูรณ์ท่านเป็นหมอแผน เรียนหนังสือจบ วันเสาร์ โบราณเกง่ จรงิ ๆ มากอ่ น และครสู มบรู ณ์ แมจ้ ะจบปรญิ ญา อาทิตย์หรือวันว่าง ก็ไป โท พลศึกษา แต่ก็เป็นผู้สืบทอดวิชาจากพ่อเป็นคนแรก เก็บยาสมุนไพรในป่า มัน สอบได้ใบประกอบโรคศิลป์ ตั้งแต่อยู่ท่ีต�าบลต้นขาม ผกู พนั เกดิ มากเ็ จอเลย กม็ ี อ�าเภอลับแล หมอปลา แว่นวิชยั เปน็ แพทย์ทีม่ ีลกู ๓ คน พอ่ แมเ่ ปน็ หมอแผนโบราณ มีรุ่นปู่ผมเป็นหมอน�้ามนต์ มีอยู่ค�าหน่ึงที่คุณพ่อถามว่า ครูสมบูรณ์ตั้งแต่ รับกันมาเป็นช่วงๆ มี เรียนประถมยันจบปริญญาโท คิดว่าเสียเงินไปเท่าไหร่ ใบลานเต็มไปหมด ครูสมบูรณ์ก็บอกไม่รู้เท่าไหร่ ง้ันเรียนกับพ่อสิ ไม่เสีย สกั บาทเดียว ค�าพูดค�านต้ี อนคุณพ่อพดู อาจารย์สมบรู ณ์ ยงั เปน็ หนมุ่ ไฟแรงเพงิ่ เรยี นจบปรญิ ญาโท และรบั ราชการ คงยงั มงุ่ มน่ั ทา� ราชการ ยงั ไมส่ บื เจตนารมณข์ องพอ่ เพราะ ท่ีบ้านพ่อเป็นหมออยู่แล้ว ก็มียาต้มขาย และท่ีบ้านผลิต ยาแผนโบราณจา� หนา่ ย เผยแพรใ่ หช้ มุ ชน จงึ ยงั ไมไ่ ดม้ งุ่ มนั่ มาทางของพ่อ”
ครูสมบูรณ์ แวน่ วชิ ยั ๑๕ครู ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย 45 คุณภาสินี แม่บา้ นครูหยุดแค่น้นั เหมือนวา่ พูดจบแล้ว แตค่ รูสมบูรณ์ พดู เสริมข้ึนวา่ “ ..จรงิ ๆ ลบั แลเป็นเหมือนชุมชน พ่อผมประกอบอาชีพหมอแผนโบราณ ท่านบวชพระมา ก่อน สึกแล้วมาเป็นพ่อครัว ก่อนที่จะสร้างครอบครัวด้วยอาชีพหมอแผนโบราณ หมอยาแผน โบราณน�้ามนต์ พน่ เปา่ หมอดู ทา� ทุกอยา่ งถอื ว่าเปน็ หมอแผนโบราณ ชาวบา้ นกม็ ากนิ มานอน รักษาอยู่ทบ่ี ้าน ผมกเ็ หน็ มาตงั้ แตเ่ ดก็ เรยี นหนงั สอื จบ วนั เสารอ์ าทติ ยห์ รอื วนั วา่ ง กไ็ ปเกบ็ ยาสมนุ ไพรในปา่ มันผกู พนั เกดิ มากม็ พี ่อแม่เปน็ หมอแผนโบราณ รุ่นปู่ผมเปน็ หมอนา�้ มนต์ รบั กันมาเปน็ ชว่ งๆ ท่ี บา้ นมีใบลานเต็มไปหมด” ครบู อก เม่อื กอ่ นมันหาโรคป่วยไมไ่ ด้ ส่วนใหญก่ จ็ ะเปน็ ฝี ผีเข้า เหยียบปลวก ฝีในทอ้ ง เมอื งไทยเราน้ี มียาท่ีรักษาไข้ได้ทุกอย่าง คอื ยา ๕ ราก ป่าทร่ี วมปจั จยั ส่ที ีส่ า� คัญต่อการดา� รงชวี ติ ของผู้คน แตส่ งั คมไทยกไ็ มเ่ คยใหค้ วามสา� คญั ถึงตอนน้ี คุณภาสินี ปินตาเปีย ขออนุญาตขยายความตรง ฝีในท้อง มันคือ โรคมะเร็งล�าไส้ แต่ชาวบ้านทั่วไปบอกฝีในท้อง ตามความเช่ือโบราณ แต่แนวทางการศึกษาของเราฉีกแนวแล้ว เราเปน็ แพทยป์ ระยุกต์ไปแล้ว เรยี นแผนจีน แผนไทย ศกึ ษา งานวิจัยของฝรั่งแล้วมาประยุกต์ให้เข้ากับปัจจุบัน ลูกชายก็จบ แพทย์แผนไทย จากมหาลยั ราชภฏั เชียงราย มกี ฎหมายฉบบั หนง่ึ ที่แพทย์แผนไทยต้องพึงสังวรไว้ท่ีว่า เขาห้ามไม่ให้สอด ใส่ หรือ เจาะเลือดผ้ปู ว่ ยเพื่อวนิ จิ ฉัยโรค กฎหมายห้าม แต่ ณ ปัจจบุ ันเรา ก็ต้องอิงโรงพยาบาลเพื่อวินิจฉัยโรค แต่การรักษาของเราก็ยังคง เป็นแผนไทยอยู่ คณุ ภาสนิ ี บอกอกี วา่ ยงั มจี ดุ ออ่ นของสมนุ ไพรไทย และแพทย์ แผนไทย คอื เราไมส่ ามารถทา� วจิ ยั หรอื แปรรปู เพมิ่ มลู คา่ ได้ เหมอื น เมืองจนี หากไปเจอต้นไม้ หรือ เปลอื กไม้ จีนเขาสามารถทา� วิจยั หรอื แปรรปู มาเปน็ รปู แบบบรรจเุ สรจ็ หรอื สงั เคราะหใ์ นรปู แบบของ เขาได้
๑๕ครู ครูสมบูรณ์ แวน่ วิชัย ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมิปญั ญาไทย 46 แตเ่ มืองไทยเรานี้ มยี าที่รกั ษาไขไ้ ดท้ ุกอยา่ ง คอื ยา ๕ ราก แตส่ ิ่งหน่งึ ทีถ่ ้าคุณใชร้ ากยาทัง้ ๕ เจอตน้ มะเดอื่ กจ็ ะเอามาทงั้ ตน้ โดยไมส่ งั เคราะห์ ทง้ั ตน้ กเ็ อามาเปน็ รปู ยาตม้ กนิ แตน่ อ้ ย ผลเทา่ เดิม แลว้ ตราบใดทีย่ งั บุกรุกปา่ ปา่ โตไมท่ ันคนกนิ หรอกเพราะเราใช้เยอะ ปี ๆ หนึ่งไมร่ ู้ใช้กแี่ สน กโิ ล ใครเกง่ อะไรกผ็ ลดั กันสอนทีบ่ า้ น เปดิ เปน็ โรงงานทีถ่ กู ตอ้ งแหง่ แรกและแหง่ เดยี ว ในอตุ รดติ ถ์ อยทู่ บ่ี า้ นพอ่ แมน่ น้ั แหละ ทา� โรงงานเพอื่ ใหช้ าวบา้ นไปเรยี น ชาวบา้ น เขาไมร่ หู้ นงั สอื นะ กเ็ ลยรวบรวมกนั มาแลว้ กส็ อน คนอน่ื ทสี่ นใจกต็ ามมาเรยี นตาม อัธยาศยั ใครอยากไดว้ ิชาก็มาเรียนกนั แม้ที่ผ่านมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร สมเด็จพระ นางเจา้ ฯ พระบรมราชนิ นี าถ ในรชั กาลท่ี ๙ สมเดจ็ พระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี จะ ทรงให้ความส�าคัญเรื่องป่าไม้ทรัพยากรธรรมชาติ ทรงเป็นแบบอย่างรณรงค์การปลูกป่า ปลูกต้นไม้ รักษาป่า ฟื้นฟูป่า ไม่ปลูกก็อย่าท�าลาย ในหลวงมี พระราชด�ารัสปลูกปา่ ๓ อยา่ ง ประโยชน์ ๔ อยา่ ง พระราชทานพระราชด�ารัสว่า ปลูกป่าโดยไม่ต้อง ปลูก ปลูกป่าในใจคน สมเด็จพระเทพรัตนราช สุดาฯ ทรงท�า อพ.สธ. เพ่ือให้คนไทยตระหนัก ถึงคุณค่าของป่า ป่าที่รวมปัจจัยส่ี ท่ีส�าคัญต่อการ ด�ารงชีวิตของผู้คน แต่สังคมไทยก็ไม่เคยให้ความ สา� คัญ เรามกี ารรณรงคใ์ หป้ ลกู ใหฟ้ น้ื ฟสู งิ่ เหลา่ นี้ ยงั ไม่ สามารถวจิ ยั ลงลกึ ได้ ทา� ใหย้ าทงั้ ๕ รปู แบบ แปรรปู แต่ยังคงเป็นแผนโบราณ ประยุกต์ให้แรงข้ึน ดีข้ึน มันยังมจี ุดออ่ นตรงนี้
ครูสมบรู ณ์ แว่นวชิ ัย ๑๕ครู ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมปิ ัญญาไทย 47 “..กฎหมายไม่ห้าม ในขบวนการผลิตมี ใบประกอบวชิ าชพี ของ กระทรวงสาธารณสขุ ” ข้ันตอนเยอะมากๆ และเงินลงทุนสูง แล้วยิ่ง ครูสมบรู ณ์กลา่ วเสรมิ ถา้ เอาสารพดั ISO มาจบั ดว้ ย ชาวบา้ นกค็ งตอ้ ง ทีนี้ก็เลยรวบรวมแพทย์แผนโบราณมา กนิ เหมอื นเดิม ทา� แบบเดมิ จริงๆ แลว้ รฐั บาล ผลดั กันสอน ใครเกง่ อะไรก็ผลดั กันสอนทบ่ี า้ น ตอ้ งทา� แลว้ สง่ เสรมิ ดว้ ย เปิดเป็นโรงงานที่ถูก องค์ความรู้อย่างนี้ก่อน ต้องแห่งแรกและแห่ง พอที่เปน็ รูปร่าง เดียวในอุตรดิตถ์ อยู่ เมื่อก่อน ผมต้ัง ที่บ้านพ่อแม่นั้นแหละ ชมรมแพทย์แผน ท�าโรงงานเพ่ือให้ชาว โบราณ รวมแพทย์ บ้านไปเรียน ชาวบ้าน แผนโบราณไว้ เพราะ เขาไมร่ หู้ นงั สอื นะ กเ็ ลย ว่ามีหลากหลายเอามา รวบรวมกนั มาแลว้ สอน แล้ว ท�าไงให้ถูกต้อง คนอ่ืนท่ีสนใจก็ตามมา ตามกฎหมาย เพราะ เรียนตามอัธยาศัย ใคร เมื่อก่อน เขาบอกว่า อยากได้วิชาก็มาเรียน หมอพวกน้ี คือ หมอ กนั เถือ่ น หมอผิดกฎหมาย ต้องขายในร้านเทา่ นน้ั แต่ผู้สอนต้องเป็นแพทย์จริง เมื่อคุณเป็น ทา� ยงั ไง บางคนจบ ป.๔ รวมกนั ได้ ๑๐ กวา่ คน แพทย์ต้องไปสอบเป็นครูผู้สอนอีกใบ ถึงจะมี แล้วก็เรียน เรียนเป็นแพทย์แผนไทยเพ่ือเอา สิทธิ์มาสอนได้ เมื่อมีใบผู้สอนทุกสาขาถึงจะ รวมกลุ่มกัน ทุกคนต้องมีใบประกอบโรคศิลป์ ถึงจะเปิดได้ สอนฟรี แต่ใครอยากได้ต�าราก็ ไปหาซ้ือเอา เพราะต�าราเป็นของกระทรวง สาธารณสขุ อยแู่ ลว้ เราไดต้ า� รามาเรากม็ าซรี อ็ ก แจกกัน
๑๕ครู ครสู มบูรณ์ แว่นวชิ ยั ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมิปัญญาไทย 48 “ผมมีความคิดแบบนี้ ถามว่า ชาวบ้าน วิถีชีวิต เขาก็รักษาของเขา อย่าไปฆ่ามันนะ มีความรู้เยอะไหม ผมบอกได้เลยว่าเยอะมาก อย่าไปตดั มนั นะ” ครสู มบูรณบ์ อก เพราะเขาอยู่กับต้นไม้ ถ้าไม่มีตัวแทนจาก ยังมวี ธิ ีแนะน�ำอกี อยำ่ งหนึง่ คือ อย่ำงเชน่ หมู่บ้านก็จะไม่รู้ว่า ป่าที่นี่ท่ีตรงนี้มีอะไร ใน ต้นสัก ไม่ใช่ประโยชน์ท�ำเป็นแค่ไม้พ้ืนบ้ำน แต่ละหมู่บ้านเขาเรียกแบบนี้ สมุนไพรภาษา ไม้ฝำ แต่ควำมจริงแกน ก่ิงก้ำนมีสรรพคุณ ท้องถิ่นกับภาษากลางต่างกัน ชาวบ้านเขา มำกมำย ต้นสักมีกล่ินหอม บ�ำบัดได้เป็น ไม่ต้องเปิดต�ารา แต่เขาก็จะได้ความรู้เร่ือง ร้อยๆ โรค ไม่ได้สอนชำวบ้ำนอย่ำงเดียว แต่ สรรพคุณจากเราไปด้วย ได้เรียนรู้ป่าไป จะถำ่ ยทอดไปถึงลกู หลำนของเขำด้วย มีคนท่ี พรอ้ มๆ กนั เคยเรยี นกับเรำไปแล้ว ลมื วำ่ มันใชป้ ระโยชน์ ป่าพวกน้ีมันมีค่า มีความส�าคัญต่อชาว อะไรได้บำ้ ง เขำกถ็ อื ก่งิ มำถำมเรำวำ่ ต้นน้ตี น้ บา้ น ชาวบ้านเขาไมม่ โี อกาสไปหาหมอได้ทนั ที อะไรครบั หมอ แลว้ เอำกนิ สว่ นไหน กนิ อยำ่ งไร สมมตุ มิ ตี น้ ไมต้ น้ เดยี วอยกู่ นั มาสบิ ๆ ป ี นา้� รอ้ น แบบน้มี เี ยอะ ลวกเขาไปเอาเปลอื กมนั มาโปะหาย อยา่ งนเ้ี ปน็ “ทำ� ไมไมเ่ รยี นกบั พอ่ ไมเ่ สยี สกั บำท” งนั้ ผมเรยี นหมอนำ�้ มนตพ์ น่ เปำ่ เพรำะทกุ ปชี ำวบ้ำนจะเปน็ ตำแดง งสู วัด แค่น�้ำขันเดยี ว เคี้ยวหมำก เคี้ยวพลู ทอ่ งประโยค เขำก็หำย ครูบอก เม่ือกอ่ นคล้ำยๆ ว่ำ ท่ีบำ้ นนับถอื พอ่ กันหมด พ่อเปน็ หมอ เมอ่ื กอ่ นชำวบ้ำนจะกรำบไหว้อยูส่ ำมอยำ่ งคอื คร ู หมอ พระ เขำจะให้กำรต้อนรับ เคำรพ ศรัทธำ มองว่ำเมื่อก่อนอำชีพหมอ แผนโบรำณมคี วำมสำ� คัญ พ่อกใ็ ชเ้ ปน็ อำชพี เล้ียงดคู รอบครวั และ ถ่ำยทอดมำให้ร่นุ ลกู “ทนี บ้ี า้ นผม มผี หู้ ญงิ ๒ คน ผมเปน็ คนสดุ ทอ้ ง เมอ่ื กอ่ นเปน็ คน ขโี้ รค คือ จะกนิ ยาแผนโบราณตง้ั แต่เดก็ ไม่เคยเกลยี ด กินไดห้ มด ท่ีบ้านผมจะปลูกต้นไม้สมุนไพรไว้เต็มไปหมด พอไปเจอต้นไม้ต้น ไหน พอ่ กจ็ ะหนั่ เปน็ ทอ่ นเรยี งกนั ไวค้ ลา้ ยๆ ฟนื อนั นเ้ี ขยี นชอื่ เตม็ บา้ นหมด ผมภาคภมู ใิ จมากและชอบทจี่ ะดมู นั ”
ครูสมบรู ณ์ แว่นวิชัย ๑๕ครู ด้านการแพทย์แผนไทย ภูมิปญั ญาไทย 49 กเ็ คยมแี บบร�าคาญบ้าง พอคว้าอนั ไหนจะทงิ้ พอ่ กบ็ อก ผ ม เ ป ็ น ค น สุ ด ท ้ อ ง อนั นน้ั ตน้ นี้ของพ่อนะ อยา่ ไปท้งิ นน้ั ยาอยา่ งดี แตะไมไ่ ด้เลย เม่ือก่อนผมเป็นคน อย่าเข้าไปตรงนัน้ ของดที ั้งน้นั เลย กผ็ กู พนั มาจากตรงน้ี ของ ขี้โรค คือ จะกินยา พวกนี้ พ่อผมถือเยอะ ขา้ มไม่ได้เลย รสู้ กึ ผูกพนั แผนโบราณต้ังแต่เด็ก ไม่เคยเกลียด กินได้ ตอนน้นั มคี วามคิดอยู่ ๒ ทาง จะทา� อะไร พ่อกบ็ อก ผิดผี หมด ที่บ้านผมจะ นะ ผดิ ประเพณนี ะ มนั ผดิ ทงั้ ๆ ทเ่ี รามองเหน็ ทะลวุ ทิ ยาศาสตร์ ปลูกต้นไม้สมุนไพรไว้ เต็มไปหมด พอไปเจอ มาคดิ ไดถ้ งึ คา� ถามทพ่ี อ่ ผมถาม ทา� ไมไมเ่ รยี นกบั พอ่ ไมเ่ สยี ต้นไม้ต้นไหน พอ่ กจ็ ะ สกั บาท ผมกถ็ ามพอ่ กลบั วา่ แลว้ จะเรยี นอะไร เหน็ พอ่ เงยี บไม่ หั่นเป็นท่อนเรียงกัน ตอบ เลยบอกกบั พอ่ วา่ งน้ั ผมเรยี นหมอนา�้ มนตพ์ น่ เปา่ เพราะ ไว้คล้ายๆ ฟืน อันน้ี ทกุ ปีชาวบา้ นจะเปน็ ตาแดง งูสวดั แค่น้�าขันเดยี ว เคีย้ วหมาก เขยี นชอ่ื เตม็ บา้ นหมด เคีย้ วพลู ท่องประโยค เขากห็ าย ผมภาคภูมิใจมากและ ชอบทจี่ ะดมู นั ผมอยากรู้วา่ ประโยคนั้น พอ่ หมายความว่า เรยี นกบั พอ่ ไมเ่ สยี สกั บาท คอื เรยี นในวชิ าทพี่ อ่ ทา� อยู่ เปน็ อยู่ ผมเลยเรยี น หมอน�้ามนตก์ บั พ่ออย่างจริงจงั ตอนน้ันอายุ ๑๗ - ๑๘ ปี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450