๒๓๗ เศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพ้ืนฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิด ความต่นื ตระหนกแกป่ ระชาชน (๓) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับ ความม่นั คงแห่งราชอาณาจกั รหรอื ความผดิ เกี่ยวกบั การก่อการรา้ ยตามประมวลกฎหมายอาญา (๔) นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ ที่มีลักษ ณะอันลามกและ ขอ้ มูลคอมพิวเตอรน์ นั้ ประชาชนทัว่ ไปอาจเขา้ ถงึ ได้ (๕) เผยแพร่หรือส่งต่อซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ตาม (๑) (๒) (๓) หรอื (๔) ถ้าการกระทาความผิดตาม (๑) มิได้กระทาต่อประชาชน แต่เป็นการกระทาต่อบุคคลใดบุคคล หน่ึง ผู้กระทา ผู้เผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน ๓ ปี หรือ ปรับไมเ่ กนิ ๖๐,๐๐๐ บาท หรอื ทัง้ จาท้งั ปรบั และให้เป็นความผดิ อันยอมความได้ พลเอก ดนัย มีชูเวท สมาชิกวุฒิสภา ไดก้ ลา่ วว่า หากจะนับกฎหมายในระดับพระราช บญั ญตั ิ ซ่งึ ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันแล้วจะพบว่ามีจานวนประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าฉบับ โดยในสมัยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (ระหว่างวันท่ี ๘ สิงหาคม ๒๕๕๗ ถึงวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒) มีกฎหมายที่เสนอเพื่อพิจารณาจานวน ท้ังสิ้น ๕๑๐ ฉบับ แต่ที่ผ่านความเห็นชอบให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายมีจานวน ๔๔๔ ฉบับ โดยเป็น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ๑๒ ฉบับ และพระราชบัญญัติ ๔๓๒ ฉบับ ทั้งนี้ กฎหมายฉบับที่มี ความเกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาเรื่องหนี้สินของเกษตรกรที่ควรรับรู้ คือ “พระราชบัญญัติการทวง ถามหน้ี พ.ศ. ๒๕๕๘” โดยบทบัญญตั ทิ ่ีสาคัญ คือ มาตรา ๕ กาหนดให้บุคคลท่ีจะประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ต้องจดทะเบียนการประกอบธุรกิจทวง ถามหนี้ต่อนายทะเบียน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กาหนด และเมื่อจดทะเบียนแล้ว ต้องประกอบธุรกิจทวงถามหน้ีตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกากับการทวงถามหนี้ประกาศกา หนด และมาตรา ๑๔ ได้กาหนดห้ามเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซง่ึ ได้แก่ ข้าราชการ พนกั งาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอ่ืน ในกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการ สว่ นทอ้ งถนิ่ หรอื หน่วยงานอื่นของรัฐ ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ หรือทวงถามหนีห้ รอื สนบั สนุนการทวงถาม หนี้ซ่ึงมิใช่ของตน เว้นแต่ในกรณีท่ีเป็นหนี้ของสามีภริยา บุพการีหรือผู้สืบสันดานของตน หรือในกรณีที่ เจ้าหน้าท่ีของรัฐน้ันมีอานาจกระทาได้ตามกฎหมาย รวมทั้งกาหนดวิธีการทวงถามหนี้ไว้ในมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ และมาตรา ๑๑ โดยกาหนดให้ผ้ทู วงถามหนี้ตอ้ งติดต่อตามสถานทท่ี ่ีลูกหน้ีได้ระบุไวเ้ พื่อการ ทวงถามหนี้เท่านั้น และให้ติดต่อได้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ นาฬิกา แต่ถ้าเป็นวันหยุดราชการ ให้ติดต่อได้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๑๘.๐๐ นาฬิกา ทั้งน้ี เมื่อลูกหนี้ได้ชาระหนี้แก่ผู้ทวงถามหนี้แล้ว ผู้ทวงถามหน้ีตอ้ งออกหลักฐานการชาระหน้ีแกล่ ูกหนด้ี ว้ ย และในทวงถามหน้ีหา้ มกระทาการในลกั ษณะขม่ ขู่
๒๓๘ ใช้ความรุนแรง หรือกระทาอนื่ ใดทท่ี าให้เกิดความเสียหายแก่รา่ งกาย ช่ือเสียง หรือทรัพยส์ ินของลูกหนี้ หรือผอู้ น่ื หรือใช้วาจาหรือภาษาทเ่ี ปน็ การดหู มิ่นลูกหนีห้ รือผู้อน่ื นอกจากน้ี เพื่อขจัดความเหล่ือมล้าและสร้างเสริมความเป็นธรรมในสงั คม โดยเฉพาะการขาย ฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและที่อยู่อาศัยซ่ึงเป็นเคร่ืองมือในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของประชาชนจานวน มากที่ปรากฏว่าผู้ขายฝากมีอานาจต่อรองน้อยกว่าผู้ซื้อฝากอันเนื่องมาจากสถานะทางเศรษฐกิจ ที่แตกต่างกัน และผู้ขายฝากอาจได้รับความเดือดร้อนจากการสูญเสียท่ีดินทากินหรือท่ีอยู่อาศัย จึงได้ตรา “พระราชบัญญัติคมุ้ ครองประชาชนในการทาสัญญาขายฝากท่ีดนิ เพือ่ เกษตรกรรมหรือท่ีอยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒” ข้นึ เพ่อื กาหนด ให้มกี ารควบคมุ สญั ญาขายฝากที่ดนิ เพอ่ื เกษตรกรรมและท่อี ยอู่ าศยั และอานวยความสะดวก แกป่ ระชาชนในการวางทรพั ย์อนั เป็นสินไถ่ โดยบทบัญญตั ิทส่ี าคัญ คือ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๑๘ ซ่ึงกาหนดให้การขายฝากถา้ มิได้ ทาเปน็ หนงั สือและจดทะเบยี นต่อพนักงานเจา้ หนา้ ทเี่ ปน็ โมฆะ โดยจานวนสินไถจ่ ะกาหนดไวส้ ูงกวา่ ราคาขาย ฝากก็ได้ แต่เม่ือคานวณเป็นดอกเบ้ียแล้วต้องไม่เกินร้อยละ ๑๕ ต่อปี และไม่ว่าในสัญญาจะมีข้อความ ระบุไว้เป็นประการใด หากผู้ซ้ือฝากได้รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อ่ืนใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้ จากผู้ขายฝากอันเน่ืองมาจากการซื้อฝาก รวมท้ังค่าตอบแทนที่ผู้ซ้ือฝากได้รับจากการ ให้บุคคลอ่ืน ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินท่ีขายฝาก ให้ถือว่าเงิน ทรัพย์สิน ประโยชน์ หรือค่าตอบแทนนั้นเป็นส่วนหน่ึง ของสนิ ไถ่ทีไ่ ด้ชาระแล้ว สว่ นสญั ญาขายฝากจะกาหนดเวลาไถ่ต่ากวา่ ๑ ปี หรอื เกิน ๑๐ ปี มไิ ด้ แต่ผูข้ ายฝาก มีสิทธิไถท่ รพั ยส์ ินท่ขี ายฝากก่อนครบกาหนดเวลาไถ่ โดยก่อนวนั ครบกาหนดเวลาไถไ่ ม่นอ้ ยกว่า ๓ เดอื น แต่ไม่มากกว่า ๖ เดือน ผู้ซื้อฝากจะต้องแจ้งเป็นหนังสือส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝาก เพื่อให้ผู้ขายฝากทราบกาหนดเวลาไถ่และจานวนสินไถ่ พร้อมทั้งแนบสาเนาสัญญาขายฝากไปด้วย ซ่ึงผู้ขายฝากอาจชาระสินไถ่ให้แก่ผู้ซ้ือฝากหรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสานักงานวางทรัพย์หรือ สานักงานท่ีดินจังหวัดหรือสานักงานท่ีดินท่ีรับจดทะเบียนการขายฝากทรัพย์สินนัน้ โดยสละสทิ ธิถอนทรัพย์ ทไี่ ด้วางไว้ ท้ังนี้ ในกรณีท่ีผู้ขายฝากไม่อาจใช้สิทธิไถ่กับผู้ซื้อฝากได้ไม่ว่าด้วยเหตุใดอันมิใช่เป็นความผิด ของผู้ขายฝาก ให้ผู้ขายฝากมีสิทธิวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อสานักงานวางทรัพย์หรือสานักงานที่ดินจังหวัด หรือสานักงานท่ีดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากทรัพย์สินนั้นได้ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันถึงกาหนดเวลาไถ่ หรอื นบั แต่วนั ทเ่ี หตทุ ่ที าให้ไม่อาจใช้สทิ ธไิ ถ่ดังกล่าวไดส้ ้ินสดุ ลง แลว้ แต่กรณี และให้ถอื ว่าผู้ขายฝากได้ไถ่ ทรัพย์สินท่ีขายฝากตามกาหนดเวลาไถ่แล้ว ซึ่งทรัพย์สินท่ีขายฝากจะตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ขายฝาก ต้ังแต่เวลาที่ผู้ขายฝากได้ชาระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ แล้วแต่กรณี และในกรณีท่ีได้วางทรัพย์ ดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานของสานักงานวางทรัพย์หรือสานักงานท่ีดินมีหน้าที่แจ้งเป็นหนังสือส่งทาง ไปรษณีย์ลงทะเบยี นตอบรบั ให้ผู้ซอ้ื ฝากทราบถึงการวางทรพั ย์โดยพลัน
๒๓๙ นายลักษณ์ วจนานวัช สมาชิกวุฒิสภาและรองประธานกรรมการ คนท่ีสอง ได้กล่าวว่า ในปจั จบุ นั มกี ารนาสารเคมีหรือวัตถุอนั ตรายมาใช้ในกจิ การประเภทต่าง ๆ เปน็ จานวนมาก และวตั ถอุ ันตราย บางชนิดได้ก่อให้เกิดอันตรายอย่างร้ายแรงแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์ และส่ิงแวดล้อม ดังนั้น เพ่ือกาหนด มาตรการกากับดูแลวัตถุอนั ตรายอยา่ งเครง่ ครดั และคุ้มครองความปลอดภยั ของประชาชน รวมทั้งมีหน่วยงาน ผูร้ ับผิดชอบ คือ คณะกรรมการวตั ถอุ ันตราย ซ่ึงมีรฐั มนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเปน็ ประธานกรรมการ ทาหน้าที่ขับเคลื่อนการควบคุมวัตถุอันตรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้ตรา “พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕ ซง่ึ แก้ไขเพม่ิ เตมิ ถงึ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒” ขนึ้ โดยกฎหมายฉบบั น้ี ไดแ้ บ่งวตั ถอุ ันตราย ออกเปน็ ๔ ชนดิ ตามความจาเปน็ แกก่ ารควบคมุ ดังน้ี (๑) วัตถุอันตรายชนิดท่ี ๑ ได้แก่ วัตถุอันตรายที่การผลิต การนาเข้า การส่งออก หรือการมี ไว้ในครอบครองต้องปฏบิ ัติตามหลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีการท่ีกาหนด (๒) วัตถุอันตรายชนิดท่ี ๑ ได้แก่ วัตถุอันตรายท่ีการผลิต การนาเข้า การส่งออก หรือการมี ไว้ในครอบครองต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อนและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กาหนดด้วย (๓) วัตถุอันตรายชนิดที่ ๓ ได้แก่ วัตถุอันตรายท่ีการผลิต การนาเข้า การส่งออก หรือการมี ไว้ในครอบครองตอ้ งได้รบั ใบอนุญาต (๔) วัตถุอันตรายชนิดท่ี ๔ ได้แก่ วัตถุอันตรายที่ห้ามมิให้มีการผลิต การนาเข้า การส่งออก การนาผ่าน หรือการมไี ว้ในครอบครอง โดยสารเคมปี ้องกนั หรอื กาจดั ศตั รพู ชื หรือแมลงพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส ซง่ึ เป็น ประเด็นปัญหาที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ถูกจัดให้เป็นวัตถุอันตรายชนิดท่ี ๓ เพราะถือว่าอันตรายและ มคี วามเสยี่ งสูง โดยสารเคมดี ังกล่าวแมจ้ ะมีความสาคัญในดา้ นเศรษฐกิจ แตเ่ ม่ือคานงึ ถงึ ผลกระทบทมี่ ตี อ่ สุขภาพของประชาชนและส่ิงแวดล้อมแล้ว โดยเฉพาะพาราควอต ท่ีมีพิษเฉียบพลันสูงต่อมนุษย์และ มีผลกระทบเร้ือรังต่อสุขภาพ เช่น ก่อให้เกิดโรคพาร์กินสัน สมองเสื่อมหรือระบบประสาท และแม้จะใส่ อุปกรณป์ ้องกันก็ยังสามารถผ่านเข้าสู่ร่างกายได้โดยการสมั ผัสทางผิวหนัง ซ่ึงหากมีบาดแผลจะซมึ เข้าสู่ รา่ งกายอยา่ งรวดเร็วทาให้เกดิ โรคหนงั เนา่ และเป็นอันตรายถึงแก่ชวี ิต รวมทง้ั ยงั พบการตกคา้ งในอาหาร ส่ิงแวดล้อม และมนุษย์ด้วย คณะกรรมการวัตถุอันตรายจึงมีมติให้จากัดการใช้ โดยหากจะผลิต นาเข้า ส่งออก หรือมีไวใ้ นครอบครองตอ้ งไดร้ ับใบอนุญาตก่อน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกวุฒิสภาและท่ีปรึกษาคณะกรรมการ ได้กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการเดินทางลงพ้ืนที่เพ่ือพบปะประชาชนตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนน้ัน เพือ่ รับฟงั ความคดิ เห็นของประชาชนในพ้นื ทีแ่ ละหนว่ ยงานท่ีเก่ยี วขอ้ งเพอ่ื เป็นขอ้ มลู ประกอบในการพจิ ารณา และกล่ันกรองกฎหมาย รวมท้ังประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมายเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว ตลอดจน
๒๔๐ สะท้อนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปสูก่ ารแก้ไขโดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา โดยเฉพาะภารกจิ ด้านการปฏิรูป ประเทศและยุทธศาสตร์ชาติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๗๐ ที่กาหนดให้วุฒิสภา มีหน้าที่และอานาจในการตดิ ตามผลการดาเนินงานของหน่วยงานท่ีมีภารกิจเก่ียวข้องกับการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนเสนอแนะและเร่งรัดเพ่ือให้บรรลุเป้าหมายตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ ท้ังนี้ กลไกของวุฒิสภาประการหน่ึงท่ีจะทาให้ภารกิจดังกล่าวบรรลุผลสาเร็จได้ก็คือ “การต้ัง คณะกรรมาธิการ” เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การปฏิรูปประเทศ และการจดั ทาและดาเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติในดา้ นทเี่ กย่ี วข้อง หรือศึกษาเร่ืองใด ๆ อันอยู่ในหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภาหรือตามที่วุฒิสภามอบหมาย ซ่ึงปัจจุบัน วุฒิสภาได้ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาเพ่ือทาหน้าท่ีดังกล่าวเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว โดยมีจานวน ๒๖ คณะ และตนไดร้ ับคัดเลือกและแต่งตั้งเป็น “ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิน่ ” ซ่งึ มีหนา้ ที่ และอานาจเก่ียวกับการปกครองท้องถน่ิ การพัฒนาและสง่ เสรมิ ประสิทธิภาพในการบริหารขององค์กรปกครอง สว่ นทอ้ งถ่ิน การกระจายอานาจ และการถ่ายโอนภารกจิ ให้แกอ่ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยทผ่ี า่ นมา จะพิจารณาเห็นได้ว่ามีการตรากฎหมายเก่ียวกับการปกครองท้องถิ่นออกมาเป็นจานวนมาก แต่ฉบับที่สาคัญ และควรรับรู้ก็คือ “พระราชบัญญัติการเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๖๒” เพราะจะเป็นกฎหมายที่กาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถ่ิน ไม่ว่าจะเป็นสภาองค์การ บริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล สภาองค์การบริหารส่วนตาบล สภากรุงเทพมหานคร และสภาเมืองพัทยา หรือผู้บริหารท้องถ่ิน ไม่ว่าจะเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหาร สว่ นตาบล ผ้วู า่ ราชการกรุงเทพมหานคร และนายกเมอื งพทั ยา ให้เป็นไปตามบทบญั ญตั ขิ องรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยท่ีบญั ญัติให้สมาชิกสภาท้องถ่นิ ตอ้ งมาจากการเลือกต้ัง และผู้บรหิ ารท้องถนิ่ ให้มา จากการเลือกตัง้ หรอื มาจากความเห็นชอบของสภาท้องถิน่ หรอื กรณอี งค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ รูปแบบ พิเศษจะมาโดยวิธีอื่นก็ได้ โดยคานึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ซ่ึงการจัดการเลือกต้ังในระดับท้องถ่ิน ดังกล่าวถือเป็นหัวใจของการปกครองระบอบประชาธิปไตย และเป็นหัวใจในการกระจายอานาจไปสู่ท้องถิ่น ให้หน่วยงานระดับชุมชน ตาบล หมู่บ้าน มีโอกาสท่ีจะเลือกผู้นาของตนให้สอดคล้องกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความต้องการของประชาชนในพืน้ ท่ไี ด้ --------------------------------------------
๒๔๑ จงั หวัดเพชรบรุ ี ณ ตลาดกลางสหกรณก์ ารเกษตรบา้ นลาด จากัด อาเภอบ้านลาด วิธีการดาเนินกิจกรรม พบกลุ่มเป้าหมายตามวัตถุประสงค์ เพ่ือพบปะ เย่ียมเยือน และรับฟัง ความคิดเห็น ผลการดาเนินการ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน โดยสมาชิกวุฒิสภาได้ช้ีแจงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคกลาง รวมทั้งหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเผยแพร่ข้อมูลกฎหมายที่มีความเก่ียวข้องกับประเด็นปัญหาของเกษตรกรและ ประชาชนโดยทั่วไป นายสมชาย ชาญณรงค์กุล สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวว่า การเดินทางลงพื้นที่เพ่ือพบปะ ประชาชนตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน โดยเฉพาะในพ้ืนที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัด เพชรบุรีในคร้ังน้ีนั้น เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพ้ืนที่และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง ทั้งนี้ เพื่อเป็น ข้อมลู ประกอบในการพจิ ารณาและกลั่นกรองกฎหมาย รวมท้ังประเมนิ ผลสมั ฤทธิข์ องกฎหมายเม่ือกฎหมายมี ผลใช้บังคับแล้ว ตลอดจนเป็นการแลกเปล่ียนเรียนรู้และสะท้อนข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะเพอื่ รว่ มกนั ขับเคล่ือนประเทศตั้งแต่ระดับฐานราก ชุมชน สังคม และระดับประเทศ ให้พัฒนาไปข้างหน้าได้อย่าง สอดคล้องกันและเป็นระบบ อันจะนาไปสู่สังคมท่ีประชาชนมีความสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีสังคม
๒๔๒ ที่มคี วามสงบสุข เป็นธรรม ประเทศชาติมคี วามสงบเรียบรอ้ ย มีความสามคั คีปรองดอง และมกี ารพฒั นา อย่างย่ังยืนในทกุ ด้าน บนพนื้ ฐานของการปกครองในระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นายวิทยา ผิวผ่อง สมาชิกวุฒิสภาและรองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง ได้กล่าวถึง วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพนื้ ท่จี งั หวัดภาคกลาง บทบาทหนา้ ทแี่ ละอานาจของ วุฒิสภา โดยเฉพาะในด้านนิติบัญญัติหรือการพิจารณากล่ันกรองกฎหมายต่าง ๆ จากสภาผู้แทนราษฎร รวมท้ังหน้าท่แี ละอานาจในการรบั ฟังปญั หาและขอ้ เสนอแนะจากประชาชน เพือ่ ท่จี ะไดน้ าข้อเสนอแนะไปสู่ การดาเนินนโยบายของฝ่ายบริหาร ทั้งน้ี โดยอาศัยกลไกของวุฒิสภาในการตรวจสอบกล่ันกรองกฎหมายและ การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ตลอดจนการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพอ่ื ให้บรรลเุ ป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ได้กาหนดให้วุฒิสภามีหน้าท่ีและอานาจหลายประการ แต่หน้าท่ีและอานาจในประการ ทสี่ าคญั ก็คอื “การพิจารณาและกลนั่ กรองร่างกฎหมาย” โดยกาหนดให้วุฒิสภาตอ้ งพจิ ารณาร่างพระราชบญั ญัติ ท่ีสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบและเสนอมาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน แต่ถ้ารา่ งพระราชบญั ญัติน้ัน เกี่ยวด้วยการเงินต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน รวมท้ังการพิจารณาอนุมัติพระราชกาหนดด้วย นอกจากน้ี ยังมีหน้าที่และอานาจใน “การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน” ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาสามารถ กระทาไดโ้ ดยการตงั้ กระทถู้ ามรัฐมนตรีในเรื่องใดเกยี่ วกับงานในหน้าท่ี การเข้าชื่อขอเปิดอภิปรายทั่วไป ในวุฒิสภาเพ่อื ให้คณะรฐั มนตรแี ถลงข้อเทจ็ จรงิ หรอื ชี้แจงปญั หาสาคญั เกยี่ วกบั การบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ โดย ไม่มีการลงมติ และการตั้งกรรมาธิการเพ่ือกระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเร่อื ง ใด ๆ และรายงานผลการพิจารณาให้วุฒิสภาทราบตามระยะเวลาท่ีวุฒิสภากาหนด ตลอดจนหน้าท่ีและ อานาจใน “การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การปฏิรูปประเทศ” เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การ ปฏิรูปประเทศ และการจดั ทาและดาเนนิ การตามยทุ ธศาสตร์ชาติ พลเอก ดนัย มีชูเวท สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ ได้กาหนดให้รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จาเป็น และยกเลิกหรือ ปรับปรุงกฎหมายท่ีหมดความจาเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรคต่อการดารงชีวิต หรือการประกอบอาชพี โดยไม่ชักช้าเพือ่ ไม่ให้เป็นภาระแกป่ ระชาชน และเม่อื กฎหมายมีผลใชบ้ ังคบั แล้ว รัฐพึงจัดให้มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายทุกรอบระยะเวลาที่กาหนด โดยรับฟังความคิดเห็น ของผู้เก่ียวข้องประกอบด้วย เพ่ือพัฒนากฎหมายทุกฉบับให้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ที่เปล่ียนแปลงไป ซึ่งการจัดโครงการวุฒิสภาพบประชาชนในครั้งนี้จะเป็นข้อมูลสาหรับประกอบการพิจารณา และกล่ันกรองกฎหมาย รวมท้ังประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมายเพื่อพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องและ เหมาะสมกับบรบิ ทตา่ ง ๆ ท่เี ปลย่ี นแปลงไป
๒๔๓ ท้ังนี้ เพ่ือเป็นการเผยแพร่ข้อมูลกฎหมายที่มีความเก่ียวข้องกับประเด็นปัญหาของเกษตรกรและ ประชาชนโดยท่ัวไป จึงเห็นควรสรุปสาระสาคัญของ “พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. ๒๕๕๘” และ “พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทาสัญญาขายฝากท่ีดินเพื่อเกษตรกรรมหรือท่ีอยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒” ให้รบั ทราบ กลา่ วคอื ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหน้ี พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๕ กาหนดให้บุคคลท่ีจะประกอบธุรกิจ ทวงถามหน้ตี ้องจดทะเบียนการประกอบธุรกจิ ทวงถามหน้ีต่อนายทะเบียน ตามหลกั เกณฑ์ วิธีการ และ เง่ือนไขที่กาหนด และเมื่อจดทะเบียนแล้วต้องประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ตามหลักเกณฑ์ท่ี “คณะกรรมการ กากับการทวงถามหน้ี” ประกาศกาหนด ซ่งึ มาตรา ๙ ไดก้ าหนดให้ผทู้ วงถามหน้ีต้องปฏบิ ัติ ดงั ต่อไปนี้ (๑) สถานทีต่ ิดต่อ ให้ติดต่อตามสถานท่ีทล่ี กู หนี้ หรอื บุคคลซ่ึงลกู หนี้ได้ระบุไว้เพื่อการทวงถาม หนี้ไดแ้ จง้ ให้เปน็ สถานท่ีติดต่อ (๒) เวลาในการติดต่อ ในวันจนั ทร์ถึงวนั ศกุ ร์ให้ตดิ ต่อได้ตง้ั แต่เวลา ๐๘.๐๐ - ๒๐.๐๐ นาฬิกา แต่ถ้า เปน็ วันหยุดราชการให้ตดิ ต่อไดต้ ง้ั แตเ่ วลา ๐๘.๐๐ - ๑๘.๐๐ นาฬิกา (๓) จานวนคร้ังที่ติดต่อ ให้ผู้ทวงถามหนี้ติดตอ่ ลกู หน้ีหรือบคุ คลซึง่ ลกู หน้ีได้ระบุไว้เพ่ือการทวง ถามหนี้ไดท้ ราบการทวงถามหนี้ ไม่เกนิ ๑ ครงั้ ต่อ ๑ วัน มาตรา ๑๑ กาหนดหา้ มผู้ทวงถามหน้ีกระทาการทวงถามหนี้ในลักษณะท่ีเป็นการข่มขู่ การใช้ ความรุนแรง หรือการกระทาอื่นใดที่ทาให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของ ลูกหน้ีหรือผู้อืน่ หรอื การใชว้ าจาหรือภาษาทีเ่ ป็นการดหู ม่ินลูกหนีห้ รอื ผูอ้ ื่น มาตรา ๑๔ กาหนดหา้ มเจ้าหน้าท่ีของรัฐประกอบธรุ กิจทวงถามหนี้ และห้ามทวงถามหนี้หรือ สนับสนนุ การทวงถามหนีซ้ ง่ึ มใิ ชข่ องตน เวน้ แต่ในกรณีท่ีเป็นหนข้ี องสามี ภริยา บุพการี หรอื ผู้สืบสันดาน ของตน หรอื ในกรณที ่เี จ้าหน้าท่ีของรัฐนน้ั มอี านาจกระทาได้ตามกฎหมาย มาตรา ๑๕ กาหนดให้มี “คณะกรรมการกากับการทวงถามหนี้” ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เปน็ ประธานกรรมการ มีอานาจหนา้ ท่ใี นการกากบั ดแู ลการทวงถามหนข้ี องผูท้ วงถามหนี้ รวมถงึ การออกประกาศหรอื คาส่ังเพือ่ ปฏบิ ตั ิการให้เป็นไปตามกฎหมาย มาตรา ๒๗ กาหนดให้ในจังหวัดหน่ึง ให้มี “คณะกรรมการกากับการทวงถามหน้ีประจา จังหวดั ” ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการ อัยการจงั หวัด ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกในพ้ืนที่ ผู้บังคับการตารวจภูธรจังหวัด คลังจังหวัด ประธานสภาทนายความจังหวัด เป็นกรรมการโดยตาแหน่ง และผู้แทนองค์กรพัฒนาภาคเอกชนในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคซ่ึงผวู้ ่าราชการจังหวัดแต่งต้ัง เป็นกรรมการ ส่วนกรงุ เทพมหานคร ให้มี “คณะกรรมการกากับการทวงถามหนป้ี ระจากรุงเทพมหานคร” ซึ่งมีผู้บญั ชาการ ตารวจนครบาล เป็นประธานกรรมการ ผู้แทนกระทรวงการคลัง ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนสานักงาน
๒๔๔ อัยการสูงสุด ผู้แทนมณฑลทหารบกที่ ๑๑ ผู้แทนสภาทนายความ และผู้แทนองค์กรพัฒนาภาคเอกชน ในด้านการคุ้มครองผู้บรโิ ภคซงึ่ ผู้บญั ชาการตารวจนครบาลแตง่ ต้ัง เป็นกรรมการ มาตรา ๓๐ กาหนดให้เพื่อประโยชน์ในการรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการทวงถามหนี้ ให้ท่ีว่าการอาเภอ และสถานีตารวจเป็นสถานท่ีรับเร่ืองรอ้ งเรียนเกี่ยวกับการทวงถามหนี้ได้ด้วย รวมท้ัง ให้หัวหน้าหน่วยงานดังกล่าวมีอานาจหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและเอกสารเพื่อส่งเร่ืองต่อไปยังท่ีทาการ ปกครองจังหวัด หรอื กองบัญชาการตารวจนครบาล แลว้ แต่กรณี ส่วน “พระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทาสัญญาขายฝากที่ดินเพ่ือเกษตรกรรมหรือ ที่อยู่อาศยั พ.ศ. ๒๕๖๒” นั้น มบี ทบัญญัติที่สาคัญ คือ มาตรา ๗ มาตรา ๘ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๗ และ มาตรา ๑๘ ซึ่งกาหนดให้การขายฝากถ้ามิได้ทาเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เป็นโมฆะ จานวนสินไถจ่ ะกาหนดไว้สงู กวา่ ราคาขายฝากกไ็ ด้ แต่เม่อื คานวณเปน็ ดอกเบีย้ แลว้ ต้องไม่เกิน ร้อยละ ๑๕ ต่อปี และไม่ว่าในสัญญาจะมีข้อความระบุไว้เป็นประการใด หากผู้ซ้ือฝากได้รับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคานวณเป็นเงินได้จากผู้ขายฝากอนั เน่ืองมาจากการซอื้ ฝาก รวมทัง้ คา่ ตอบแทน ทผี่ ูซ้ ้ือฝากได้รับจากการให้บคุ คลอนื่ ใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินทข่ี ายฝาก ให้ถอื ว่าเงิน ทรัพย์สิน ประโยชน์ หรอื ค่าตอบแทนน้ันเป็นสว่ นหน่ึงของสนิ ไถ่ที่ไดช้ าระแล้ว สว่ นสัญญาขายฝากจะกาหนดเวลาไถต่ ่ากวา่ ๑ ปี หรือเกิน ๑๐ ปี มิได้ แต่ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรพั ย์สินท่ีขายฝากก่อนครบกาหนดเวลาไถ่ โดยกอ่ นวันครบ กาหนดเวลาไถ่ไม่น้อยกว่า ๓ เดือน แต่ไม่มากกว่า ๖ เดือน ผู้ซ้ือฝากจะต้องแจง้ เป็นหนังสือสง่ ทางไปรษณีย์ ลงทะเบียนตอบรับไปยังผู้ขายฝากเพ่ือให้ผขู้ ายฝากทราบกาหนดเวลาไถแ่ ละจานวนสนิ ไถ่ พร้อมทงั้ แนบ สาเนาสัญญาขายฝากไปด้วย ซ่ึงผู้ขายฝากอาจชาระสินไถ่ให้แก่ผู้ซื้อฝากหรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ต่อ สานักงานวางทรัพย์หรือสานักงานที่ดนิ จังหวัดหรือสานักงานท่ีดนิ ท่ีรับจดทะเบียนการขายฝากทรัพย์สินน้ัน โดยสละสทิ ธถิ อนทรพั ย์ทไี่ ด้วางไว้ ท้ังน้ี ในกรณที ผ่ี ขู้ ายฝากไม่อาจใชส้ ทิ ธไิ ถก่ ับผซู้ ือ้ ฝากได้ไมว่ ่าด้วยเหตใุ ดอนั มิใช่เปน็ ความผดิ ของ ผ้ขู ายฝาก ให้ผูข้ ายฝากมีสิทธวิ างทรัพย์อนั เปน็ สนิ ไถ่ตอ่ สานกั งานวางทรัพย์หรือสานักงานที่ดินจงั หวัด หรือ สานักงานท่ีดินที่รับจดทะเบียนการขายฝากทรัพย์สินน้ันได้ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันถึงกาหนดเวลาไถ่ หรอื นบั แตว่ ันทเ่ี หตุทีท่ าให้ไม่อาจใช้สทิ ธไิ ถด่ ังกล่าวไดส้ ้ินสุดลง แลว้ แต่กรณี และให้ถือว่าผูข้ ายฝากไดไ้ ถ่ ทรัพย์สินท่ีขายฝากตามกาหนดเวลาไถ่แล้ว ซึ่งทรัพย์สินท่ีขายฝากจะตกเป็นกรรมสิทธ์ิของผู้ขายฝาก ต้ังแต่เวลาท่ีผู้ขายฝากได้ชาระสินไถ่หรือวางทรัพย์อันเป็นสินไถ่ แลว้ แต่กรณี และในกรณีท่ีได้วางทรัพย์ ดังกล่าว ให้เจ้าพนักงานของสานักงานวางทรัพย์หรือสานักงานท่ีดินมีหน้าท่ีแจ้งเป็นหนังสือส่งทาง ไปรษณีย์ลงทะเบยี นตอบรบั ให้ผูซ้ ื้อฝากทราบถงึ การวางทรัพย์โดยพลัน นายลักษณ์ วจนานวัช สมาชิกวุฒิสภาและรองประธานกรรมการ คนที่สอง ได้กล่าวว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ หมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๗๓ ได้กาหนด
๒๔๕ ให้รัฐพึงจัดให้มีมาตรการหรือกลไกที่ช่วยให้เกษตรกรประกอบเกษตรกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้ผลผลิตที่มีปริมาณและคุณภาพสูง มีความปลอดภัย โดยใช้ต้นทุนต่า และสามารถแข่งขันในตลาดได้ และพงึ ชว่ ยเหลือเกษตรกรผ้ยู ากไร้ให้มีทที่ ากินโดยการปฏริ ูปที่ดินหรือวิธีอ่นื ใด โดยกลไกของวุฒสิ ภาท่ีจะทาให้ ภารกิจดังกลา่ ว รวมท้ังการพิจารณาและกล่ันกรองกฎหมาย ตลอดจนการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตรช์ าติ บรรลุผลสาเร็จได้ก็คือ “การต้ังคณะกรรมาธิการ” ซ่ึงปัจจุบันวุฒิสภาได้ต้ังคณะกรรมาธิการสามัญประจา วุฒิสภาเพ่ือทาหน้าท่ีดังกล่าวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จานวน ๒๖ คณะ โดยตนได้รับเลือกและแต่งต้ังเป็น “รองประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ คนที่สี่” และมีพลเอก ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะ เป็นประธานคณะกรรมาธิการฯ ซ่ึงคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์จะมีบทบาทสาคญั ในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เก่ียวกับการส่งเสริม สนับสนุน แก้ไขปัญหาและพัฒนาเกษตรกรรม การใช้ประโยชน์ท่ีดิน น้าและปจั จัยการผลิตทางการเกษตร การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทางการเกษตร อุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร การสหกรณ์ การพัฒนาการผลิต การแปรรูป ธุรกิจการเกษตรและการเกษตรสร้างมูลค่า พิจารณาศึกษา ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด การปฏิรูปประเทศและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่อยู่ในหน้าที่และอานาจ และอ่ืน ๆ ท่ีเก่ียวข้อง โดยการลงพื้นที่เพื่อพบปะประชาชนในคร้ังน้ีจะเป็นเวทีที่ช่วยสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่าง ๆ รวมทง้ั เป็นข้อมลู เพอ่ื นาไปสู่การพัฒนาและแก้ไขปญั หาของเกษตรกรโดยอาศยั กลไกของวฒุ ิสภาดังกล่าว --------------------------------------------
๒๔๖ คร้ังท่ี ๖ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชนในพ้ืนที่ จังหวดั กลมุ่ ภาคกลาง วนั ท่ี ๒๗ กนั ยายน ๒๕๖๒ ณ จงั หวดั สมทุ รปราการ จังหวัดสมุทรปราการ ณ ห้องประชุมช้ัน ๑ อุทยานการเรียนรู้อ่าวไทยและหอชมเมือง สมุทรปราการ ถนนสขุ มุ วิท ตาบลปากน้า อาเภอเมอื ง วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพ่ือสะท้อนปัญหาเกี่ยวกับการบังคับใช้ กฎหมาย รวมท้งั รับฟังปญั หาความเดือดร้อนของประชาชน
๒๔๗ ผลการดาเนินการ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีแลกเปล่ียนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน โดยสมาชิกวุฒิสภาได้ช้ีแจงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคกลาง รวมทั้งหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับสาระสาคัญพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิด เก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และฉบับท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ซ่ึงมีบทบัญญัติ หลายมาตราที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตควรต้องทาความเข้าใจและปฏิบัติ ให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย หากฝ่าฝนื อาจมคี วามผิดทางอาญา เช่น การสง่ ข้อมูลคอมพวิ เตอร์หรือจดหมายอิเลก็ ทรอนิกส์แกบ่ ุคคลอ่ืน อันเป็นการกอ่ ให้เกิดความเดือดรอ้ นราคาญแกผ่ รู้ บั และการนาเข้า หรือเผยแพร่ หรือสง่ ตอ่ ขอ้ มลู อนั เปน็ เท็จ โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง โดยประการท่ีน่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความม่ันคงปลอดภัย ของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศหรือโครงสร้างพ้ืนฐาน อันเป็นประโยชน์สาธารณะ หรือก่อให้เกิดความต่ืนตระหนกแก่ประชาชน เป็นต้น ดังน้ัน การจะโพสต์ หรือแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ผู้ใช้ควรต้องตรวจสอบในเบ้ืองต้นก่อน หากพบว่าไม่มีท่ีมาหรือเก่ียวกับ ความรุนแรงหรืออาจกอ่ ให้เกิดความเข้าใจผิดแลว้ นั้น ก็ไมค่ วรโพสต์หรอื แชร์ไปยังบุคคลอ่ืน โดยประชาชนทเ่ี ขา้ ร่วมโครงการไดแ้ สดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับประเด็นปัญหา ความตอ้ งการ ในพน้ื ท่ี ซงึ่ มีสาระสาคญั ดังน้ี ประเดน็ ท่ี ๑ ขอให้ภาครัฐช่วยผลักดันการสรา้ งรถไฟฟา้ โมโนเรล (Monorail) ประเด็นที่ ๒ ขอให้ภาครัฐช่วยผลักดันให้จังหวัดสมุทรปราการเพ่ือให้เป็นพื้นท่ีที่ได้รับการ ประกาศเป็นเขตส่งเสรมิ เศรษฐกิจพเิ ศษ หรือเข้าสู่โครงการพัฒนาระเบยี งเศรษฐกจิ พเิ ศษภาคตะวนั ออก (EEC: Eastern Economic Corridor) ประเด็นท่ี ๓ ขอให้ภาครฐั ชว่ ยผลักดันโครงการกระเช้าลอยฟา้ ขา้ มแม่นา้ เจา้ พระยา ประเด็นท่ี ๔ ขอให้ภาครฐั ดาเนนิ การจดั กิจกรรมให้ความรแู้ ก่ประชาชนเกีย่ วกบั ส่ือยุคดิจิทลั ประเดน็ ที่ ๕ ขอให้ภาครัฐแก้ไขปญั หาการจราจรตดิ ขัดบริเวณถนนสขุ สวัสดิ์ อาเภอพระประแดง ประเด็นท่ี ๖ ขอให้ปรับปรุงแก้ไขกฎ หรือระเบียบท่ีเก่ียวกับการทาประมงพื้นบ้านและ ประมงพาณิชย์ จากนั้น สมาชิกวุฒิสภาได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น โดยจัดแบ่งกลุ่มผู้แทนในระดับผู้นาของ ทุกภาคส่วนตามประเด็นกฎหมายท่ีเกี่ยวกับการท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อม และประมง การบริหารจัดการ เส้นทางคมนาคม และเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ ตลอดจนประเด็นอ่ืน ๆ เกี่ยวข้อง เพ่ือให้ผู้แทน ประชาชนได้บอกกล่าวถึงสภาพปัญหาที่เกิดข้ึนในพ้ืนท่ี โดยมีสมาชิกวุฒิสภาเข้าร่วมรับฟังสภาพปัญหา ในแต่ละด้าน พร้อมท้ังให้คาแนะนาเก่ียวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น ตลอดจนนาประเด็น
๒๔๘ ปัญหาที่ประชาชนไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเองและต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐเข้าสู่ กระบวนการท่อี าศัยกลไกของวฒุ ิสภาในการดาเนินการต่อไป ทั้งนี้ ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ และผู้นาท้องถิ่นนาคณะกรรมการฯ เดินทาง ไปศึกษาสภาพปัญหา ณ พ้ืนท่ีโครงการสร้างตลาดเชิงท่องเท่ียวและศูนย์พัฒนาเศรษฐกิจ ซ่ึงจะ เ ป็ น ศู น ย์ ก ล า ง จ า ห น่ า ย ผ ล ผ ลิ ต ท า ง ก า ร ป ร ะ ม ง แ ล ะ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ชุ ม ช น ส่ ง เ ส ริ ม คุ ณ ภ า พ ชี วิ ต ข อ ง ชาวสมุทรปราการจากนั้น จึงเดนิ ทางไปเยี่ยมชมพื้นทีโ่ ครงการสร้างกระเช้าลอยฟ้าข้ามแมน่ ้าเจ้าพระยา ซ่ึงจะเป็นกระเช้าลอยฟ้าแห่งแรกเหนือแม่น้าเจ้าพระยา โดยมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงและไม่ส่ง ผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม รวมทั้งเป็นแนวทางการส่งเสริมการคมนาคมแบบไร้มลพิษ เชื่อมต่อ การทอ่ งเท่ียวทางธรรมชาติ ประวตั ศิ าสตร์ และวฒั นธรรมสองฝ่งั แมน่ า้ เจา้ พระยาเข้าด้วยกนั --------------------------------------------
๒๔๙ ครั้งที่ ๗ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชกิ วฒุ ิสภาพบประชาชนในพื้นท่ี จงั หวัดกล่มุ ภาคกลาง วนั ท่ี ๑๗ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ จงั หวัดนครปฐม จังหวดั นครปฐม ณ วดั สาลวัน ตาบลศาลายา อาเภอพุทธมณฑล วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทรี บั ฟังข้อคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะเกย่ี วกบั การบงั คบั ใชก้ ฎหมาย จากประชาชนในพ้นื ท่ี
๒๕๐ ผลการดาเนนิ การ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน โดยสมาชิกวุฒิสภาได้ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคกลาง รวมท้ังหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับสาระสาคัญของกฎหมายและประเด็นสาคัญท่ีเกี่ยวข้อง กบั ประชาชน นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง ได้กล่าวทักทายพูดคุยกับพี่น้อง ประชาชน พรอ้ มทัง้ อธิบายถงึ วตั ถุประสงค์ของโครงการสมาชกิ วุฒสิ ภาพบประชาชนในพื้นทจ่ี ังหวัดภาค กลาง รวมท้ังหน้าทแ่ี ละอานาจของวุฒิสภาตามรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จากนั้น ได้แลกเปลี่ยนความรู้เก่ียวกบั พระราชบัญญัติภาษีท่ีดินและส่งิ ปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยสรปุ วา่ แต่เดมิ การจดั เกบ็ ภาษีโรงเรือนและทดี่ ิน และภาษีบารุงทอ้ งที่ มีปญั หาและข้อจากดั เกยี่ วกับ ฐานภาษี อัตราภาษี และการลดหย่อนภาษีที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นมีรายได้ไม่เพียงพอสาหรับพัฒนาท้องถ่ิน รัฐบาลจึงต้องจัดสรรงบประมาณเพื่อ อุดหนุนเพิ่มเติม กล่าวคือ ภาษีโรงเรือนและที่ดิน จะใช้ “ค่ารายปี” หรือ “ค่าเช่าต่อปี” เป็นฐานในการ ประเมินภาษี จึงซ้าซ้อนกับการจัดเก็บภาษีเงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน และการประเมินค่ารายปีก็ ขึ้นอยกู่ ับดลุ พินจิ ของเจ้าหน้าท่ใี นการกาหนดค่าเช่าทส่ี มควรให้เช่าไดใ้ นปหี นงึ่ ๆ นอกจากนี้ อตั ราภาษีก็ กาหนดไว้สูงมาก คอื ร้อยละ ๑๒.๕ ของคา่ รายปี ส่วนภาษบี ารงุ ท้องท่จี ะใช้ “ราคาปานกลางของท่ดี ิน” ดังนนั้ จึงไดม้ ีการปรับปรงุ และมีพระราชบญั ญัตภิ าษที ดี่ ินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซ่ึงเปน็ กฎหมาย ท่ีมีจุดมุ่งหมายเพื่อปฏิรูประบบโครงสร้างระบบภาษีทรัพย์สินให้มีความทันสมัย เป็นสากล และแก้ไข ปญั หาโครงสรา้ งภาษีเดิม กระตุ้นการใช้ประโยชน์การใช้ทดี่ ิน เพ่มิ ความเป็นอิสระและประสิทธิภาพการ จัดเก็บภาษีให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพ่อื เสริมสร้างความเข้มแขง็ และโปรง่ ใสในการบรหิ ารการคลงั ของท้องถิ่น และทาให้ท้องถ่ินมงี บประมาณเพยี งพอในการพัฒนาความเจริญของพนื้ ที่ในระยะยาว โดย กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บงั คับต้งั แตว่ ันพุธที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๒ แต่การจัดเก็บภาษสี าหรบั ทดี่ นิ และส่ิง ปลูกสรา้ งตามกฎหมายฉบับดงั กล่าวได้กาหนดให้ใชบ้ งั คับตงั้ แต่วนั ที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ เปน็ ตน้ ไป ด้วยเหตุน้ี พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ จึงไม่ใช่การเก็บภาษี ประเภทใหม่ แต่เป็นการปรับปรุงการจัดเก็บภาษีท่ีมีอยู่เดิมและนามาใช้จัดเก็บแทนภาษีโรงเรือนและ ท่ีดินและภาษีบารุงท้องท่ีท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน รายได้จากการจัดเก็บภาษี ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดจะเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เพื่อนาไปใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น ต่อไป โดยไม่ตอ้ งนาสง่ เปน็ รายได้แผ่นดินหรือรายไดข้ องรฐั บาล
๒๕๑ ในส่วนของการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างต ามพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและ สิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น ได้กาหนดยกเว้นการเสียภาษีไว้ในมาตรา ๔๐ และ มาตรา ๔๑ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยเป็นกรณีของที่ดินหรือส่ิงปลูกสร้างท่ีเจ้าของซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา ใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม และใช้เป็นท่อี ยู่อาศัย ได้รับการยกเว้นมลู ค่าของฐานภาษีในการ คานวณภาษีไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท กล่าวได้ว่าการจัดเก็บภาษีท่ีดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวนี้ จะไม่มี ผลกระทบต่อเกษตรกรโดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยรวมถึงเจ้าของท่ีพักอาศัยส่วนใหญ่ แต่หากคานวณ แล้วมูลค่าทรพั ย์สินมีมลู ค่าเกิน ๕๐ ลา้ นบาท ก็จะต้องเสยี ภาษีเฉพาะในส่วนที่เกนิ ตามอัตราที่กฎหมาย กาหนด ท้ังนี้ ในสองปีแรกกฎหมายกาหนดให้จัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราภาษีตามมูลค่า ของฐานภาษี อาทิ กรณีทด่ี นิ หรอื ส่งิ ปลกู สรา้ งที่ใช้ประโยชนใ์ นการประกอบเกษตรกรรม มมี ูลค่าของฐาน ภาษไี ม่เกิน ๗๕ ลา้ นบาท ให้ใชอ้ ัตราภาษรี อ้ ยละ ๐.๐๑ มลู คา่ ของฐานภาษเี กนิ ๗๕ ลา้ นบาท แต่ไมเ่ กิน ๑๐๐ ล้านบาท ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๐.๐๓ มูลค่าของฐานภาษีเกิน ๑๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๐.๐๕ มูลค่าของฐานภาษีเกิน ๕๐๐ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๐.๐๗ แต่หากมีมูลค่าของฐานภาษีต้ังแต่ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ข้ึนไป ให้ใช้อัตราภาษีร้อยละ ๐.๑ โดยมีอัตราเพดานของการจัดเก็บภาษีอยู่ที่ร้อยละ ๐.๑๕ อย่างไรก็ตาม กรมธนารักษ์ได้เล่ือนการประกาศใช้ราคาประเมินท่ีดินใหม่ออกไปอีก ๑ ปี จากเดิมท่ีต้องประกาศใช้ ตั้งแตว่ ันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ เปน็ วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔ โดยในระหวา่ งนี้ให้ใชฐ้ านราคาประเมนิ เดมิ ไปกอ่ น พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ท่ีปรึกษาคณะกรรมการ ได้กล่าวให้ข้อมูลเพ่ิมเติมว่า พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสง่ิ ปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ไดก้ าหนดบทเฉพาะกาลในสว่ นของการกาหนด อัตราภาษีไว้เพ่ือเป็นการลดหยอ่ นการจ่ายภาษแี ก่ประชาชน ดงั ปรากฏในมาตรา ๙๔ ท่ีระบุให้ทด่ี ินหรือ ส่ิงปลูกสร้างท่ีใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรม ซ่ึงมีมูลค่าของฐานภาษีไม่เกิน ๗๕ ล้านบาท ให้ใช้ อัตราภาษีท่ีต้องจ่ายในอัตราไม่เกินร้อยละ ๐.๐๑ และขอให้ประชาชนคานึงถึงเน้ือหาสาระท่ีปรากฏใน มาตรา ๓๗ ซง่ึ เป็นมาตราที่กาหนดอัตราภาษที ี่ประชาชนจะต้องจ่ายจริงภายหลังจากการจัดเก็บภาษีใน สองปีแรก ซ่ึงในส่วนของที่ดินหรือส่ิงปลูกสรา้ งท่ีใช้ประโยชน์ในการประกอบเกษตรกรรมได้กาหนดให้มี การจัดเก็บภาษีในอัตราไมเ่ กินร้อยละ ๐.๑๕ ท้ังน้ี กฎหมายกาหนดให้ยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดาสาหรับ มูลค่าทดี่ ิน ๕๐ ลา้ นบาทแรก พรอ้ มท้ังยกเว้นใน ๓ ปแี รกทก่ี ฎหมายบังคับใช้ ทง้ั นี้ พระราชบัญญตั ฉิ บับ ดังกล่าวได้มกี ารจดั แบ่งประเภทท่ดี นิ หรอื สิ่งปลูกสร้างออกเปน็ ๔ กลุ่ม ตามลักษณะของการใชป้ ระโยชน์ ในที่ดิน ได้แก่ ๑) ประเภทเกษตรกรรม ๒) ประเภทท่ีอย่อู าศยั ไดล้ ดหย่อน ๕๐ ลา้ น ๓) ประเภทพาณิช ยกรรมและอุตสาหกรรม และ ๔) ประเภทท่ีดินหรือส่ิงปลูกสร้างที่ท้ิงไว้ว่างเปล่าหรือไม่ได้ทาประโยชน์ ตามควรแก่สภาพ นอกจากนี้ ในหมวด ๒ มาตรา ๑๕ กฎหมายยังได้กาหนดให้มีคณะกรรมการวินิจฉัย
๒๕๒ ภาษีท่ีดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธานกรรมการ โดยคณะกรรมการฯ ดงั กลา่ วจะสามารถให้คาปรกึ ษาและคาแนะนาแกป่ ระชาชนท่ีไดร้ ับความเดอื ดร้อนได้ นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนท่ีสอง ได้กล่าวถึงพระราชบัญญัติภาษีที่ดิน และส่งิ ปลูกสรา้ ง พ.ศ. ๒๕๖๒ วา่ เปน็ กฎหมายทีเ่ กี่ยวกบั การจดั เก็บภาษซี งึ่ ถอื เปน็ รายได้ของท้องถิ่นทจี่ ะ นามาบริหารจัดการและพัฒนาท้องถิ่นต่อไป พร้อมทั้งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับโฉนดชุมชนว่าในปัจจุบัน รัฐบาลมีนโยบายการบริหารจัดการท่ีดินและทรัพยากรท่ีดินของประเทศ ตามท่ีกาหนดไว้ใน พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซ่ึงจะเป็นการดาเนินงานโดย คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทาหน้าที่กาหนดนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดิน และทรัพยากรดนิ ของประเทศ อีกท้งั จะเป็นคณะกรรมการท่ีจะมาดูแลโฉนดชมุ ชนรวมถงึ ในส่วนที่ยงั ค้าง การพิจารณาอยู่ นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงหน้าท่ีสาคัญอีกประการหนึ่งของวุฒิสภา น่ันคือ การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การปฏริ ปู ประเทศ เพื่อให้บรรลเุ ปา้ หมายตามท่ีกาหนดไว้ในยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) โดยเฉพาะการเกษตรสรา้ งมลู คา่ ซึ่งเปน็ หน่ึงในประเด็นยทุ ธศาสตร์ชาติดา้ นการ สรา้ งความสามารถในการแข่งขนั ซึง่ ให้ความสาคญั กับการเพ่ิมผลิตภาพการผลิตทั้งเชิงปริมาณและมลู คา่ และความหลากหลายของสนิ คา้ เกษตร ประกอบดว้ ย ๑) เกษตรอัตลกั ษณ์พื้นถน่ิ ๒) เกษตรปลอดภัย ๓) เกษตรชีวภาพ ๔) เกษตรแปรรูป และ ๕) เกษตรอัจฉริยะ ดังน้ัน จึงขอให้เกษตรกรรายย่อยในพ้ืนที่ได้ ร่วมกนั พัฒนาสนิ คา้ การเกษตรของตนเอง เพือ่ เป็นกลไกสาคญั ในการสร้างการแขง่ ขนั อาทิ การผลิตข้าว ท่เี ป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น หรือการผลิตข้าวปลอดภยั รวมท้ังขอให้หน่วยงานภาครัฐท่ีมีส่วนเก่ียวข้อง ร่วมกันสนับสนุนและส่งเสริมการดาเนินการต่าง ๆ เพื่อให้ประสบความสาเร็จตามที่ยุทธศาสตร์ชาติได้ กาหนดไว้ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล กรรมการ ได้กล่าวถึงความรู้สึกภาคภูมิใจท่ีเคยดารงตาแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม พร้อมทั้งได้กล่าวถึงประเด็นการจัดตั้งสนามบินนครปฐมว่า คณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร จะเป็นช่องทางสาคัญที่ประชาชนจะสามารถ ขอคาชี้แนะและพ่ึงพาได้เป็นอย่างดี นอกจากน้ี ขอเชิญชวนให้ประชาชนทุกท่านร่วมกันปกป้องสถาบัน อันศักด์ิสิทธิ์ของชาติ ไม่ให้ใครดูหมิ่นและไม่แบ่งแยกชนรุ่นเก่าหรือชนรุ่นใหม่ เพื่อให้ประเทศชาติดารง คงอยู่สืบไป พร้อมท้ังได้ฝากถึงประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่บ้านคลองโยง ให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพ่อื เฝ้าระวังเกย่ี วกับปญั หายาเสพติด พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม กรรมการ ได้ช้ีแจงเกี่ยวกับการจัดต้ังสนามบินนครปฐม เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและมีแนวคิดมานานพอสมควร มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายท่ีคัดค้าน แต่เนื่องจาก รัฐบาลมีนโยบายท่ีจะพัฒนาเศรษฐกิจโดยมุ่งเน้นไปท่ีโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาค ตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โดยเฉพาะการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา สนามบิน
๒๕๓ สุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง รวมทง้ั โครงการรถไฟความเรว็ สงู เชื่อม ๓ สนามบิน แบบไรร้ อยต่อ ดังนั้น ในขณะน้ีการจัดตั้งสนามบินนครปฐมจึงยังอยู่ในข้ันตอนของการศึกษาความเหมาะสม ทั้งน้ี ได้แนะนาให้ส่งเร่ืองดังกล่าวพร้อมตัวแทนไปยังคณะกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร เน่ืองจากมีหน้าที่และอานาจท่ีจะสามารถเชิญผู้ท่ีเกี่ยวข้องมาช้ีแจง และจะสามารถ ให้ข้อมูลแก่ ประชาชนได้มากขนึ้ พลตารวจตรี ปรัชญ์ชัย ใจชาญสุขกิจ กรรมการ ได้กล่าวถึงความปลอดภัยในชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชน รวมท้ังการรักษาความสงบเรียบร้อยในท้องถิ่น ซ่ึงนายกรัฐมนตรีได้มีความห่วงใย เป็นอย่างมาก จึงได้มีประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๑๑/๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพ่ิม กฎหมายว่าด้วยตารวจแห่งชาติ โดยแก้ไขความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติตารวจแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยกาหนดให้สานักงานตารวจแห่งชาติปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการกระทา ความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อยและการรักษาความปลอดภัยของประชาชน โดยให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและองค์กรปกครองภาคเอกชนมีส่วนร่วม ท้ังในส่วนของนโยบาย งบประมาณ และอาสาสมัคร ท้ังน้ี ในปัจจุบันได้มีการทาข้อตกลงร่วมกันระหว่างสานักงานตารวจ แห่งชาตกิ ับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรียบร้อยแล้ว แต่ยงั ขาดภาคประชาชนทจี่ ะมาร่วมมือกนั ดังนั้น จึงขอเชิญชวนภาคประชาชนโดยเฉพาะอาสาสมัครสาธารณสุข (อสม.) กลุ่มสตรี กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่ม เยาวชน หรอื กลมุ่ เกษตรกร เขา้ มาเป็นหเู ปน็ ตารว่ มกันส่งต่อข้อมลู ให้แกต่ ารวจ กานัน ผ้ใู หญบ่ ้าน หรอื ฝ่าย ปกครอง เพื่อจะได้ช่วยกันป้องกันและปราบปรามปัญหาอาชญากรรมหรือยาเสพติด พร้อมท้ังรักษาความ สงบเรยี บร้อยในพืน้ ท่แี ละป้องกันการสญู เสยี ทีอ่ าจเกดิ ข้นึ นายสมเดช นิลพันธ์ุ กรรมการ ในคณะกรรมการอานวยการฯ ได้กล่าวทักทายประชาชน และกล่าวถึงความสาคัญของการลงพ้ืนท่ีในจังหวัดนครปฐม ท้ังนี้ ในฐานะท่ีเป็นคนจังหวัดนครปฐม จึง พร้อมทจ่ี ะทาหน้าทปี่ ระสานงานและนาพาปญั หาของประชาชนไปสกู่ ารแก้ไขให้ดีท่สี ุดตอ่ ไป --------------------------------------------
๒๕๔ คร้ังที่ ๘ รายงานผลการดาเนินงานโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชนในพื้นที่ จังหวดั กลุม่ ภาคกลาง วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ จังหวดั กาญจนบรุ ี จังหวัดกาญจนบุรี ณ ห้องประชุมศรีภัฏ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี ตาบลหนองบัว อาเภอเมอื งกาญจนบุรี วธิ ีการดาเนินกจิ กรรม เปดิ เวทรี บั ฟงั ขอ้ คดิ เห็นและข้อเสนอแนะเกย่ี วกบั การบังคับใชก้ ฎหมาย จากประชาชนในพื้นท่ี ผลการดาเนนิ การ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีแลกเปล่ียนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน โดยสมาชิกวุฒิสภาได้ช้ีแจงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคกลาง รวมทั้งหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
๒๕๕ พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับสาระสาคัญของกฎหมายและประเด็นสาคัญท่ีเก่ียวข้อง กับประชาชน โดยนายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หน่ึง ได้กล่าวทักทายกับประชาชน ชาวจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมท้ังอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นท่ี จงั หวัดภาคกลาง รวมทั้งหน้าทแี่ ละอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท้ังนี้ ได้กล่าวถึงหน้าท่ีหลักของวุฒิสภา ได้แก่ การพิจารณากลน่ั กรองกฎหมาย การติดตามการ บังคับใช้กฎหมาย อีกท้ังวุฒิสภายังมีหน้าที่ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญในการติดตามการทางาน และเร่งรัดผลสาเร็จของหน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิรูปประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ว่าจะเป็น หนว่ ยงานส่วนกลาง สว่ นภูมภิ าค หรือส่วนท้องถนิ่ ไดจ้ ัดให้มีโครงการ แผนงาน หรือการใช้งบประมาณ ตลอดจนปัญหาข้อขัดข้องในทางปฏิบัติ ซึ่งวุฒิสภาจาเป็นที่จะต้องลงมาติดตามในพ้ืนท่ีเพ่ือพบปะ กับพี่น้องประชาชนโดยตรง เพื่อรับทราบผลการดาเนินงานหรือหากมีข้อขัดข้องสามารถนาข้อมูล ไปให้หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องแก้ไขปรับปรุงต่อไป พร้อมน้ี ได้แจ้งช่องทางในการติดตามข่าวสาร ของสมาชิกวุฒิสภา โดยจัดทาเป็น QR CODE LINE กลุ่มจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อให้ประชาชนเข้าร่วม ในกลมุ่ ไลนด์ งั กลา่ วและรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นไดอ้ ย่างสะดวกและรวดเรว็ นายจเด็จ อินสว่าง ท่ปี รึกษาคณะกรรมการ ได้กลา่ วถงึ หนา้ ท่ีและอานาจของวุฒิสภาในการ ควบคมุ การบรหิ ารราชการแผ่นดินเชน่ เดยี วกบั สภาผู้แทนราษฎร การพจิ ารณากล่ันกรองกฎหมายใหม่ ๆ ซ่ึงกฎหมายแต่ละฉบับมีทั้งคุณและโทษ พร้อมน้ี ได้กล่าวถึงพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิด เก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และฉบับท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ซ่ึงเป็นกฎหมาย ใกล้ตัวที่ประชาชนควรรู้ ซึ่งมีบทบัญญัติหลายมาตราที่ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือหรือใช้งานอินเทอร์เน็ตควร ตอ้ งทาความเข้าใจและปฏบิ ัติให้อยูใ่ นกรอบของกฎหมาย หากฝ่าฝืนอาจมีความผิดทางอาญา เช่น การ นาเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลท่ีบิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็น เท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน ต่อการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือโครงสร้างพื้นฐานอันเป็น ประโยชนส์ าธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตนื่ ตระหนกแกป่ ระชาชน หรือนาเขา้ ข้อมลู ลกั ษณะ อันลามกและข้อมูลนั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน หน่งึ แสนบาท หรอื ทั้งจาท้ังปรับ ดังนน้ั การจะโพสตห์ รือการแชร์ข้อมูลต่าง ๆ ผู้ใชค้ วรต้องตรวจสอบใน เบอื้ งต้นก่อน หากพบว่าไม่มีทีม่ าหรือเกี่ยวกบั ความรนุ แรงหรอื อาจกอ่ ให้เกิดความเข้าใจผิดแลว้ กไ็ ม่ควร โพสตห์ รอื แชร์ขอ้ มูลนน้ั ไปยังบุคคลอนื่ พลเอก ดนัย มีชูเวท รองประธานกรรมการ คนท่ีสาม ได้กล่าวถึงรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ ว่า รัฐพึงจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าท่ีจาเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุง
๒๕๖ กฎหมายท่หี มดความจาเป็นหรอื ไมส่ อดคล้องกับสภาพการณ์ หรอื ทเ่ี ป็นอุปสรรคต่อการดารงชวี ติ หรือการ ประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้าเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน และดาเนินการให้ประชาชนเข้าถึงตัวบท กฎหมายตา่ ง ๆ ได้โดยสะดวกและสามารถเข้าใจกฎหมายไดง้ ่ายเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายไดอ้ ยา่ งถูกต้อง พร้อมนี้ ได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองประชาชนในการทาสัญญาขายฝากท่ีดิน เพื่อเกษตรกรรมหรือท่ีอยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๖๒ ซ่ึงมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันท่ี ๑๗ เมษายน ๒๕๖๒ ซึ่งมมี าตราสาคัญ ๆ เช่น มาตรา ๗ การขายฝาก ถ้ามิได้ทาเป็นหนงั สือและจดทะเบียนตอ่ พนักงานเจา้ หน้าที่ เป็นโมฆะ ในการจดทะเบียน ให้พนักงานเจ้าหนา้ ที่ระบไุ ว้ในสารบญั สาหรับจดทะเบียนให้ชัดเจนว่าเป็น การขายฝากที่ดินเพ่ือเกษตรกรรม หรือการขายฝากที่อยู่อาศัย มาตรา ๘ การทาหนังสือสัญญาขายฝาก อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปน้ี (๑) ชื่อและท่ีอยู่ของคู่สัญญา (๒) รายการและลักษณะแห่งทรัพย์สิน ที่ขายฝาก (๓) ราคาที่ขายฝาก (๔) จานวนสินไถ่ (๕) วันที่ขายฝากและกาหนดวันท่ีครบกาหนดไถ่ และมาตรา ๑๐ สัญญาขายฝากจะกาหนดเวลาไถต่ า่ กวา่ หน่งึ ปีหรือเกินสบิ ปีมิได้ ในกรณีทีก่ าหนดเวลาไถ่ ต่ากว่าหนึ่งปีหรือเกินสิบปี แต่ผู้ขายฝากมีสิทธิไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝากก่อนครบกาหนดเวลาไถ่ในกรณีท่ี ผขู้ ายฝากไถ่ทรัพย์สินท่ีขายฝากกอ่ นครบกาหนดเวลาไถ่ และจานวนสินไถ่กาหนดไวส้ ูงกวา่ ราคาที่ขายฝาก ให้ลดสินไถ่ในส่วนท่สี งู กว่านนั้ ลงตามอตั ราสว่ นของระยะเวลาไถท่ ่ลี ดลง แตผ่ ู้ซ้ือฝากมสี ิทธเิ รยี กค่าเสียโอกาส ได้ไมเ่ กินร้อยละสองตอ่ ปีของจานวนราคาท่ขี ายฝากคานวณตามระยะเวลาท่ีเหลืออยู่ก่อนถึงกาหนดเวลาไถ่ มีตัวอย่างท่ีดี คือ มีกลุ่มประชาชนให้ข้อมูลว่า พระราชบัญญัติดังกล่าวสมควรพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติม กาหนดเวลาไถ่ จากเดิมกาหนดเวลาไถ่ต่ากว่า ๑ ปี หรือเกิน ๑๐ ปี มิได้ เป็น ต่ากว่า ๒ ปี (หรือ ๓ ปี) หรือเกิน ๑๐ ปี มไิ ด้ เพื่อเพม่ิ โอกาสให้ผู้ขายฝากมโี อกาสหาเงินมาไถค่ ืน ทง้ั นี้ ยังมกี ฎหมายสาคัญหลาย ฉบับที่เก่ยี วข้องหรือเป็นกฎหมายใกล้ตัว ซึ่งประชาชนสมควรทราบสามารถใช้สมาร์ทโฟนมือถือค้นหาจาก Google และดาวน์โหลดขอ้ มูลจากเวบ็ ไซตท์ ป่ี รากฏไดอ้ ยา่ งสะดวกและรวดเรว็ นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนที่สอง ได้กล่าวถึงหน้าท่ีและอานาจของ วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และวัตถุประสงค์ในการลงพ้ืนท่ี วุฒิสภาในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เพ่ือให้สมาชิกวุฒิสภาและประชาชนมีความใกล้ชิด เข้าใจ เข้าถึงและได้รับข้อมูลที่มีความถูกตอ้ งและครบถ้วน ทั้งน้ี ได้กล่าวถึงปัญหาสาคญั ของประชาชน ในพ้ืนที่จังหวัดกาญจนบุรี คือปัญหาที่ดินทากิน ซึ่งเป็นปัญหาเร้ือรังมาตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ซ่ึงรัฐบาลชุดท่ีผ่านมาได้ออกพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยกาหนดให้มีคณะกรรมการคณะหน่ึงเรียกวา่ “คณะกรรมการนโยบายทดี่ ินแหง่ ชาติ” เรียกโดยย่อว่า “คทช.” มนี ายกรัฐมนตรี เปน็ ประธานกรรมการ มอี านาจหนา้ ทใ่ี นการบริหารจดั การทด่ี นิ และทรพั ยากร ที่ดินของแตล่ ะหนว่ ยงานรว่ มกัน ทั้งด้านการอนรุ กั ษ์ การดแู ลรักษา การสงวนหวงหา้ ม การกระจายการ ถือครองทด่ี ิน การใช้ประโยชนอ์ ย่างสมดุล ซงึ่ วฒุ ิสภาจะได้ติดตามการทางานของคณะกรรมการนโยบาย ท่ีดนิ แห่งชาติภายใต้พระราชบัญญัตฉิ บับนี้ทงั้ ในเชิงปฏบิ ัติและเชิงข้อกฎหมาย เพื่อแก้ไขปญั หาท่ดี ินทากิน
๒๕๗ ให้กับประชาชนอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนต่อไป นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงหน้าที่สาคัญอีกประการหนึ่ง ของวุฒิสภา นั่นคือ การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายตามที่ กาหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) โดยเฉพาะยุทธศาสตร์ชาติภาคการเกษตร ซึง่ ได้กาหนดให้สร้างความเข้มแข็งให้กับเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร การเพ่ิมประสิทธิภาพการผลิต และยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตร และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพ่ือเพิ่มความสามารถใน การแข่งขันภาคเกษตร อาทิ เพื่อให้ประเทศไทยผลิตสินค้าเกษตรอย่างปลอดภัย ผลิตสินค้าท่ีมีต้นทุน ทีส่ ามารถแขง่ ขันได้ และประการสาคญั คือภาคเกษตรกรสามารถรวมกลมุ่ เปน็ วิสาหกิจชุมชน นาผลผลิต ข้ันปฐมภมู ิมาแปรรปู เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีมีมูลคา่ ท่สี ูงขน้ึ เพ่อื สร้างรายไดใ้ นชุมชนอยา่ งยงั่ ยนื นายปานเทพ กลา้ ณรงค์ราญ ทป่ี รึกษาคณะกรรมการ ไดก้ ล่าวทกั ทายประชาชนและกล่าวถงึ จังหวัดกาญจนบุรีว่าเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเท่ียว เน่ืองจากมีสถานท่ีท่องเท่ียวทั้งทาง ธรรมชาตแิ ละทางประวัติศาสตร์ อาทิ สะพานข้ามแมน่ า้ แคว เข่ือนศรนี ครนิ ทร์ เขือ่ นวชิราลงกรณ ทั้งนี้ ในฐานะที่เป็นสมาชกิ วฒุ ิสภา พร้อมท่ีจะรับฟงั ความคิดเห็นของประชาชนในพื้นท่ี เพ่ือประสานงานและ นาพาปญั หาของประชาชนไปสูก่ ารแกไ้ ขให้ดีที่สดุ นายสวุ พนั ธุ์ ตันยวุ รรธนะ ทีป่ รึกษาคณะกรรมการ ไดก้ ล่าวถงึ รูปแบบการทางานของวฒุ สิ ภา สภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาล ซ่ึงเหน็ วา่ ท้งั ๓ ฝา่ ยต่างทางานรว่ มกนั ในการแก้ไขปัญหาให้กบั ประชาชน โดยเฉพาะในส่วนภูมิภาค ซึ่งวุฒิสภาเองก็ได้มีโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ซึ่งเป็นเวที ให้ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ได้รว่ มกนั แลกเปล่ยี นความคดิ เห็นถงึ ประเด็นปัญหา หรอื ข้อกฎหมายท่เี ป็นอปุ สรรคกับประชาชน ส่งิ ที่วุฒิสภาได้รับฟังปญั หาหรอื อปุ สรรคทเ่ี ป็นขอ้ กฎหมาย หรือเชงิ โครงสร้าง วฒุ สิ ภาจะสง่ เรอ่ื งไปยังคณะกรรมาธกิ ารสามญั ประจาวุฒิสภาท้ัง ๒๗ คณะ เพอ่ื เรง่ รดั ติดตาม และขับเคลื่อนให้การแก้ไขสาเร็จลุล่วงต่อไป ท้ังน้ี ในฐานะท่ีเป็นท่ีปรึกษาคณะกรรมาธิการสิทธิ มนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค ซ่ึงคณะกรรมาธิการได้ให้ความสาคัญกับ กองทุนยุติธรรม ซึ่งเป็นกองทุนท่ีช่วยเหลือให้กับประชาชนได้มีเงินใช้ในการดาเนินคดีความต่าง ๆ ซ่ึงคณะกรรมาธิการชุดน้ีจะติดตามการดาเนินงานของกองทุนยุติธรรมเพื่อ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ กบั ประชาชนผู้มรี ายได้น้อย จากนั้นคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนท่ีภาคกลาง เข้าเย่ียมชม \"โรงงานกระดาษไทย กาญจนบรุ ี\" ซ่ึงได้ดาเนนิ การปรบั ปรงุ ภมู ทิ ศั น์และพัฒนาพ้นื ท่รี าชพัสดุให้เปน็ พนื้ ที่ สีเขยี ว และเปน็ มรดกทางวัฒนธรรม เพอื่ เป็นการอนรุ กั ษ์สถานที่ที่มีความสาคญั ทางประวัตศิ าสตร์ให้กับ คนรุ่นหลัง รวมทั้งเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ มุง่ พัฒนาอุตสาหกรรมทอ่ งเทยี่ วเชงิ บรู ณาการให้เตบิ โตอย่างสมดลุ และยัง่ ยนื
๒๕๘ โดยโรงงานกระดาษกาญจนบุรี หรือโรงงานกระดาษทหารไทย เปิดทาการอย่างเป็นทางการ เม่ือวันท่ี ๑๘ กันยายน ๒๔๘๑ โดยพระยาพหลพลพยุหเสนา รักษาการนายกรัฐมนตรี ขณะนั้น เป็นประธานเปิดงาน แต่โรงงานกระดาษได้เปิดทาการ และเดินเคร่ืองอย่างไม่เป็นทางการ ต้ังแต่ ปี พ.ศ. ๒๔๗๘ ถือเป็นโรงงานผลิตกระดาษที่ใหญ่ที่สุดในเวลาน้ัน เป็นโรงงานผลิตกระดาษเพ่ือพิมพ์ ธนบัตรแห่งแรกของประเทศไทยได้ทาการผลิตกระดาษกระดาษที่ทาจากเย่ือไม้ไผ่มาตลอด ต่อมาชื่อมี การเปลี่ยนช่ือโรงงานกระดาษไม่มีคาว่าทหารต่อท้าย โรงงานกระดาษแห่งนี้มีเน้ือที่ประมาณ ๖๙ ไร่ และมีอาคารทเี่ ป็นทมี่ สี ถาปตั ยกรรมท่ีสวยงาม รวมไปถึงกาแพงเมอื งเกา่ ซ่งึ กอ่ สร้างขน้ึ ในสมัยรัชกาลท่ี ๓ โดยประชาชนในพ้ืนที่ต้องการให้ภาครัฐเข้ามาบริหารจัดการเพ่ืออนุรักษ์โบราณสถานที่มีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ถึงความเป็นมาของโรงงานกระดาษแห่งนี้ และเพ่ือเป็นสมบัติ ของชาติและคนเมอื งกาญจนบรุ ี จากการดาเนินโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน พบว่าประชาชนมีความพึงพอใจต่อ การจัดกิจกรรมในคร้ังนี้ และได้รับทราบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชน บทบาทหนา้ ท่ีและอานาจของวุฒิสภา พรอ้ มทง้ั ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และ ได้แจ้งให้คณะกรรมการโครงการฯ ทราบถึงปัญหากฎหมาย ความเดือดร้อน ข้อร้องเรียน ตลอดจน ข้อเสนอแนะต่าง ๆ นอกจากนี้ ประชาชนยังได้แสดงความต้องการให้สมาชิกวุฒิสภาลงพ้ืนท่ีในจังหวัด กาญจนบุรอี กี ในโอกาสต่อไป --------------------------------------------
๒๕๙ ครัง้ ที่ ๙ รายงานผลการดาเนินงานโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชนในพื้นท่ี จังหวัดกลุ่มภาคกลาง วันท่ี ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ จงั หวัดสิงหบ์ รุ ี จงั หวดั สิงหบ์ รุ ี ณ หอประชมุ องค์การบรหิ ารส่วนจงั หวดั สงิ ห์บรุ ี อาเภอเมอื งสงิ หบ์ รุ ี วธิ กี ารดาเนนิ กิจกรรม เปดิ เวทรี บั ฟงั ข้อคิดเห็นและขอ้ เสนอแนะเกย่ี วกับการบังคับใชก้ ฎหมาย จากประชาชนในพนื้ ที่ ผลการดาเนินการ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชน โดยสมาชิกวุฒิสภาได้ช้ีแจงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคกลาง รวมท้ังหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับสาระสาคัญของกฎหมายและประเด็นสาคัญที่เกี่ยวข้อง กบั ประชาชน
๒๖๐ โดยนายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง ได้กล่าวทักทายพูดคุยกับพ่ีน้อง ประชาชน พร้อมท้ังอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นท่ีจังหวัด ภาคกลาง และกล่าวถึงหน้าทีแ่ ละอานาจของวุฒสิ ภาตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ได้แก่ การพิจารณากล่ันกรองกฎหมาย การติดตามการบังคับใช้กฎหมาย อีกท้ังวุฒสิ ภายังมหี น้าที่ ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญในการติดตามการทางานและเร่งรัดผลสาเร็จของหน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิรูปประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค หรือ ส่วนทอ้ งถิ่น ได้จดั ให้มโี ครงการ แผนงาน หรือการใชง้ บประมาณ ตลอดจนปัญหาข้อขัดขอ้ งในทางปฏบิ ตั ิ ซึ่งวุฒิสภาจาเป็นที่จะต้องลงมาติดตามในพื้นที่เพ่ือพบปะกับพี่น้องประชาชนโดยตรง เพ่ือรับทราบ ผลการดาเนินงานหรือหากมีข้อขัดข้องสามารถนาข้อมูลไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปรับปรุงต่อไป พรอ้ มนไ้ี ดก้ ลา่ วแนะนา LINE กลมุ่ สว.พบประชาชนจังหวดั สิงหบ์ รุ ี ซึ่งจะเปน็ ชอ่ งทางในการตดิ ต่อสื่อสาร ระหว่างสมาชิกวุฒิสภาและประชาชนจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งจะเป็นช่องทางที่สมาชิกวุฒิสภาสามารถ ตอบคาถามหรอื ข้อสงสัยต่าง ๆ แก่ประชาชน และประชาชนก็สามารถติดตามข่าวสารและร่วมกันแสดง ความคิดเห็นได้อย่างสะดวกรวดเร็ว นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนที่สอง ได้กล่าวถึงอานาจหน้าที่ของวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ และวัตถปุ ระสงค์ในการลงพ้ืนท่ใี นโครงการ สมาชิกวุฒสิ ภาพบประชาชน เพื่อให้สมาชิกวุฒิสภาและประชาชนมีความใกลช้ ิด เขา้ ใจ เข้าถงึ และได้รับ ข้อมูลที่มีความถูกต้องและครบถ้วน พร้อมกล่าวถึงกลไกสาคัญในการดูแลประชาชน โดยหากเป็น ประเด็นปัญหาท่ีไม่ซับซ้อน วุฒิสภาจะช่วยประสานไปยังเจ้าภาพระดับจังหวัดหรือส่วนกลาง พร้อมติดตามผลการดาเนินงานเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ แต่หากเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนและ จาเป็นต้องมีการศึกษาเพ่ิมเติม จะนาส่งไปยังคณะกรรมาธิการเพ่ือเชิญหน่วยงานที่เก่ียวข้องมา ให้ ความเห็นและหาข้อยตุ ริ วมถงึ ข้อมูลที่เป็นประโยชนต์ ่อไป จากนั้น ได้กล่าวถึงพระราชบัญญัติกองทุนฟ้ืนฟูและพัฒนาเกษตรกร พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมี เจตนารมณ์ทม่ี ุง่ สง่ เสรมิ และสนบั สนนุ การรวมกลุ่มของเกษตรกรในการพฒั นาคุณภาพชวี ติ และการแกไ้ ข ปญั หาของเกษตรกร ส่งเสริมและสนับสนุนการฟ้ืนฟูและพัฒนาอาชีพเกษตรกรรมของเกษตรกร พัฒนา ความรู้ในด้านเกษตรกรรมหรือกจิ กรรมที่เกี่ยวเน่ืองกับเกษตรกรรมเพ่ือสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กร เกษตรกร และพฒั นาศักยภาพในการพึ่งพาตนเองและเกื้อกลู ซ่ึงกนั และกันระหวา่ งเกษตรกร โดยในสว่ น ของการฟื้นฟูได้มีการดาเนินการตามกรอบกฎหมายที่กาหนดไว้ พร้อมกล่าวถึงการแก้ไขเพ่ิมเติม พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวในปี พ.ศ. ๒๕๔๔ ที่มีสาระสาคัญ คือ การให้อานาจกับกองทุนฟ้ืนฟูและ พัฒนาเกษตรกรสามารถจัดการหน้ีสินของเกษตรกรได้ ควบคู่ไปกับการสร้างความเข้มแข็ง ให้แก่ เกษตรกร ทั้งน้ี ได้ยกตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และได้ใช้กฎหมาย ในการแก้ไขปรับปรุง โดยมีประเด็นปัญหา ดังนี้ ๑) สานักงานการตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบการ
๒๖๑ ดาเนินงานของสานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร พบว่ามีการนาเงินไปใช้โดยไม่ถูกต้องตาม วตั ถุประสงค์และขาดความโปร่งใส ๒) มีความเห็นต่างของกรรมการในกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยเฉพาะกรรมการท่ีมาจากผู้แทนของภาคการเกษตร จึงทาให้เกดิ ปัญหาและข้อติดขดั ในการดาเนินงาน และ ๓) สานกั งานคณะกรรมการกฤษฎีกาไดต้ รวจสอบสาระสาคญั ของพระราชบญั ญตั ิฉบบั ดงั กลา่ วและมี ข้อท้วงติงวา่ กองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรไม่สามารถใช้เงินจากกองทนุ ไปชาระหน้ีแทนให้กับสถาบัน การเงินได้โดยเฉพาะหน้ีทีไ่ ม่มีหลกั ประกนั ซ่ึงโดยหลักการแล้วกองทุนฟนื้ ฟแู ละพฒั นาเกษตรกรจะเข้าไป เจรจาหน้ีและชาระหน้ีแทน พรอ้ มทงั้ ย้ายหนี้และทรัพยส์ นิ ทีเ่ ปน็ หลักประกนั ของเกษตรกรมาอยูท่ ่กี องทุน ฟ้ืนฟูและพัฒนาเกษตรกร โดยให้เกษตรกรผ่อนชาระกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรแทน ในขณะเดียวกันก็มีการจัดทาหลักสูตรฝึกอบรมและฟื้นฟูการประกอบอาชีพไปพร้อมกันด้วย ดังนั้น การนาเงินจากกองทุนฟ้ืนฟูและพัฒนาเกษตรกรไปชาระหนี้แทนในกรณีท่ีเป็นหน้ีท่ีไม่มีหลักประกัน ในกรอบกฎหมายเดิมน้ันไม่สามารถทาได้ จากข้อท้วงติงของสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในกรณี ดงั กล่าว จึงทาให้การดาเนินงานของกองทนุ ฟื้นฟูและพฒั นาเกษตรกรต้องหยุดชะงักลง ดังนั้น ในรัฐบาล ชุดท่ีแลว้ จึงไดด้ าเนนิ การแกไ้ ขปญั หาทง้ั ๓ เรื่องดังกล่าว โดยในสว่ นของสานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกร รัฐบาลได้เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติในขณะน้ันใช้มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนฟ้ืนฟูเดิมนั้น ยุติการดาเนินงานลงก่อนเป็นการชั่วคราว และจัดตั้งคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อทาหน้าท่ีไปพลางก่อน มิเช่นนั้นกองทุนฟ้ืนฟูและพัฒนาเกษตรกรจะทาหน้าที่ไม่ได้ เน่ืองจากเกิดความเห็นต่างท่ีค่อนข้างรุนแรง ในส่วนของประเด็นท่ีเก่ียวกับข้อท้วงติงของสานักงานการ ตรวจเงินแผ่นดิน สานักงานกองทุนฟ้ืนฟูและพัฒนาเกษตรกรต้องดาเนินการแก้ไขข้อบกพร่องโดยทาให้ เกิดความชัดเจนโปร่งใสขึ้น เนื่องจากในท้ายที่สุดแล้วกองทุนฟ้ืนฟูและพัฒนาเกษตรกรจะมีแหล่งรายได้ ท่ีสาคัญจากเงินงบประมาณแผ่นดิน ดังนั้น การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินจึงต้องดาเนินการด้วย ความชัดเจน โปร่งใส และตรวจสอบได้ นี่เป็นแผนในการพัฒนาหรือปรับปรุงกองทุนฟ้ืนฟูและพัฒนา เกษตรกรซึ่งต้องทาคู่ขนานกันไป อย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีชุดท่ีแล้วได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติ กองทุนฟ้ืนฟูและพัฒนาเกษตรกร (ฉบับท่ี ..) พ.ศ. .... โดยสาระสาคัญ คือ แก้ไขเพ่ิมเติมให้กองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกรรับภาระชาระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ของเกษตรกรที่มีบุคคลค้าประกันได้ ซ่ึงขณะนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวได้ผ่านการตรวจสอบถ้อยคาจากสานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาและ ได้นาสง่ ไปยังสภาผแู้ ทนราษฎรแล้ว จากน้ัน จะเขา้ สกู่ ารพิจารณาของวฒุ ิสภาต่อไป นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงโครงการประกันรายได้พืชผลทางการเกษตรของรัฐบาล ซึ่งเป็นโครงการ ท่ีมุ่งไปที่ ๕ พืชเศรษฐกิจหลัก ประกอบด้วย ข้าว ข้าวโพด ยางพารา มันสาปะหลัง และปาล์มน้ามัน ทั้งน้ี ต้องการทราบว่าเกษตรกรได้รับเงินครบถ้วนหรือไม่ มีการตกหล่นตรงไหนบ้าง ขอให้เกษตรกร ร่วมกันให้ข้อมูลเพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปอย่างสมบูรณ์และเกิดประโยชน์กับเกษตรกรอย่างแท้จริง
๒๖๒ ประการสาคญั คือ ขอให้เกษตรกรทุกคนไปข้นึ ทะเบยี นกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยกเว้นเกษตรกร ยางพาราที่ตอ้ งขนึ้ ทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทย เพ่ือจะได้รบั เงินจากโครงการประกนั รายได้ของ รฐั บาลอย่างถูกตอ้ งครบถว้ น ศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณอุดม คชินทร กรรมการ ในคณะกรรมการอานวยการฯ ได้กล่าวถึงหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ รวมทั้งในบทเฉพาะกาลที่กาหนดให้วุฒิสภามีหน้าท่ีพิเศษ คือ การติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูป ประเทศ ซึง่ เป็นประเด็นสาคัญที่ต้องการแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบวา่ หน้าท่ีในส่วนน้ีของวุฒิสภาเป็น กลไกอันหน่ึงท่ีจะช่วยให้ประเทศมีการพัฒนาไปยังจุดมุ่งหมายท่ีรัฐบาลตั้งไว้ และส่วนราชการต่าง ๆ ก็ต้องดาเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติเช่นกัน นอกจากน้ี ได้กล่าวถึง ๒ ประเด็นสาคัญ คือ ๑) การ เตรียมความพร้อมและปรับตัวเพื่อรองรบั เทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเฉพาะความร้เู ก่ียวกบั ดา้ นดิจทิ ัล ซ่งึ คนใน วัยทางานจาเปน็ อยา่ งยิง่ ท่ีจะตอ้ งมีการเตรียมตนเองให้พร้อมรองรับเทคโนโลยที ม่ี กี ารเปล่ียนแปลงอย่าง รวดเร็ว เพอ่ื จะได้มีความรู้ ทกั ษะ และศักยภาพท่ดี ีตอบสนองผู้ประกอบการได้ และ ๒) ผู้สูงอายุ ซึ่งจะ เป็นประเด็นใหญ่ท่ัวโลก โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในปี พ.ศ. ๒๕๗๖ ท่ผี ู้สูงอายุของประเทศไทยจะเพมิ่ ขึ้นเป็น ๒๕% ของประเทศ และคนวัยทางานจะลดลง ดงั นั้น รัฐบาลตอ้ งเตรยี มการและวางแผนรองรบั วา่ จะทา อย่างไรท่ีจะให้ผู้สูงอายุได้ทางานในบริบทท่ีเหมาะสมและมีรายได้ตามสมควรเพื่อแบ่งเบาภาระของ ลกู หลาน พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ไดก้ ล่าวถึงหน่วยงานปกครองท้องถ่ิน ซึ่งปัจจุบันมีจานวน ๗,๘๕๒ แห่ง และองค์การบริหารส่วนจังหวัดสิงห์บุรีก็เป็นหน่ึงในนั้น อีกท้ัง มีเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตาบลอีกหลายแห่งท่ีทาหน้าท่ีดูแลทุกข์สุขของประชาชน กล่าวได้ว่า การปกครองท้องถิ่นมีปรัชญามาจากการกระจายอานาจของรัฐบาลกลาง ซึ่งพยายามให้ท้องถ่ิน ได้ปกครองกันเอง โดยมีพระราชบัญญัติกาหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอานาจให้แก่องค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นกฎหมายหลัก พรอ้ มนี้ไดก้ ล่าววา่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่ได้กาหนดให้รัฐบาลต้องดาเนินการให้เด็กเล็กได้รับ การดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วม ในการดาเนนิ การด้วย นายแพทย์เจตน์ ศิรธรานนท์ กรรมการ ได้กล่าวถึงหน้าที่และอานาจของสมาชิกวุฒิสภา ตามรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซ่ึงได้กาหนดให้สมาชิกวุฒิสภามีหน้าที่หลัก คอื การกล่ันกรองกฎหมาย การตรวจสอบการทางานของฝ่ายบริหาร อีกประการหนึ่งคือหน้าที่ตามบท เฉพาะกาล ๕ ปี ซึ่งได้กาหนดไว้ว่าให้สมาชิกวุฒิสภาติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปตามท่ี
๒๖๓ รัฐธรรมนูญกาหนดไว้ อย่างไรก็ตาม ปญั หาของประชาชนที่พบเปน็ อันดับตน้ ๆ นั่นคือ ๑) เอกสารสิทธิ์ ท่ีดินทากิน ซึ่งเป็นปัญหาที่แก้ไขยาก เนื่องจากมีหน่วยงานที่เก่ียวข้องจานวนมาก และใช้กฎหมาย ทเ่ี ก่ยี วกับทีด่ นิ แตกต่างกัน กฎหมายแตล่ ะฉบบั ใช้อัตราสว่ นแตกต่างกนั ก่อให้เกดิ ปญั หาพน้ื ทท่ี ับซอ้ นกนั ทงั้ น้ี ปจั จบุ ันมีคณะกรรมการนโยบายทดี่ ินแห่งชาตมิ าทาหน้าที่แกไ้ ขปัญหาดังกลา่ ว โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ๒) ทรพั ยากรนา้ เป็นอกี หน่ึงปัญหาใหญ่ ซงึ่ ปจั จุบันมีพระราชบญั ญัติทรพั ยากรนา้ พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นช่องทางในการแก้ไขและบูรณาการร่วมกัน และ ๓) ถนน ซ่ึงเป็นความต้องการและ เป็นปัญหาใหญ่ของประชาชน ด้วยเหตุนี้ สมาชิกวุฒิสภาจึงลงพื้นท่ีเพื่อรับฟังเรื่องต่าง ๆ พร้อมเก็บ รวบรวมข้อมูลและนาไปประกอบการปฏิบัตหิ นา้ ท่ตี ่อไป นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร กรรมการ ได้กล่าวถึง สถิติการเลือกต้ังของจังหวัดสิงห์บุรีท่ีมี ประชาชนไปเลือกตั้งเป็นจานวนมาก รวมท้ังสถิติของผู้ว่างงานท่ีมีจานวนน้อย พร้อมกล่าวแนะนา ช่องทางการหางานของผู้ว่างงาน น่ันคอื Job Box ซ่งึ เป็นนวัตกรรมใหม่ของกระทรวงแรงงาน โดยเป็น ตู้ท่ีจะอานวยความสะดวกแก่ประชาชนที่ต้องการมีงานทา สามารถจับคู่คนให้ตรงกับงาน หางานได้ ตรงใจ โดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวในการหางาน ภายในตู้บรรจุข้อมูลต่าง ๆ ครบครัน ซ่ึงคนหางานสามารถระบุลกั ษณะงาน ค้นหาพื้นท่ีต้งั ชื่อบริษัท อตั ราเงินรายได้ เพยี งปลายนิ้วกดสัมผัส ทารายการจะเชื่อมโยงไปถึงระบบการสมัครงาน สะดวกรวดเร็ว ประหยัดเวลา โดยจะตั้งบริการ ทกุ จังหวัดทั่วประเทศ เป็นทางเลือกใหม่ท่ีสามารถหางานได้ทุกท่ีทุกเวลา นอกจากนี้ ในเร่ืองท่ีเกี่ยวกับ โฮมสเตย์ โดยส่วนตัวเห็นวา่ จงั หวดั สิงหบ์ ุรเี ป็นจงั หวดั ทนี่ ่าทอ่ งเทยี่ วและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ โดยเฉพาะ ศนู ย์เศรษฐกจิ พอเพียงซึง่ เปน็ ส่วนทส่ี ง่ เสรมิ การทอ่ งเที่ยวได้เปน็ อยา่ งดี จึงเห็นว่าการมีโฮมสเตยเ์ ปน็ ทพ่ี กั สาหรับนักท่องเที่ยวเป็นอีกหน่ึงทางเลือกท่ีดีเน่ืองจากเป็นที่พักที่มีราคาไม่แพง ดังนั้น จึงขอ ให้ ผู้ประกอบการโฮมสเตย์ท่ียังไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง เร่งดาเนินการขออนุญาตและแก้ไขปรับปรุง ให้ถูกต้องตามกฎหมาย และต้องดาเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔ ตามคาส่ัง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่ี ๖/๒๕๖๒ เร่ือง มาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการ ประกอบธรุ กจิ โรงแรมบางประเภท จากน้ัน ได้มีการแบ่งกลุ่มโดยแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม เพื่อระดมความคิดเห็น เสนอแนะข้อมูล ตลอดจนเสนอสภาพปัญหาและข้อร้องเรียนจากผ้แู ทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเกษตร โดยสรุป สาระสาคัญได้ดังน้ี กลุ่มท่ี ๑ ภาคราชการ/ท้องถิน่ นายชานาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงหบ์ ุรี ได้นาเสนอภาพรวมการบริหารราชการ ของจังหวัดสิงห์บุรีโดยสรุปว่า จังหวัดสิงห์บุรีได้กาหนดวิสัยทัศน์ของจังหวัดว่า \"ศูนย์กลางอาหารและ
๒๖๔ เกษตรปลอดภัย แหล่งท่องเที่ยวสร้างสรรค์ สังคมเป็นสุข\" ซึ่งจากวิสัยทัศน์ดังกล่าว สามารถอธิบาย การดาเนนิ งาน ได้ดังนี้ ๑. ด้านศูนย์กลางอาหารและเกษตรปลอดภัย จังหวดั สิงห์บุรไี ด้ให้ความสาคัญในการสง่ เสริม การเกษตรปลอดภัย กาหนดให้มีการใช้สารเคมีได้ในระดับมาตรฐาน แต่ในอนาคตอาจมีการทบทวน ว่าจะสามารถเปล่ียนเป็นเกษตรอินทรีย์ได้อย่างไร เน่ืองจากมีปัจจัยและองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง หลายประการ อาทิ การบริหารจัดการน้า ต้นทุนการผลิต รวมทั้งการบูรณาการการทางานร่วมกัน ของหน่วยงานภาครัฐท่ีมีหน้าที่เก่ียวข้อง จึงขอฝากทางวุฒิสภาให้มีการออกกฎหมายที่จะส่งเสริม ให้มีการทาเกษตรอินทรยี ์ ๒. ด้านการท่องเท่ียวสร้างสรรค์ แนวทางการพัฒนาด้านท่องเท่ียวของ จ.สิงห์บุรี คือ “เพิ่มรายได้จากการทอ่ งเท่ียวและบริการการท่องเท่ียวมีคณุ ภาพไดม้ าตรฐาน” ขณะนี้ได้จัดทาโครงการ “๒ น่อง ท่องเมืองสิงห์” พาคนนอกชุมชนมาเที่ยวในชุมชน ให้ชุมชนได้พัฒนาตนเอง โดยสร้าง อัตลักษณ์ของชุมชน ใช้ภูมิปัญญาของท้องถ่ินมาสร้างเป็นนวัตกรรมเพ่ือขับเคล่ือนเศรษฐกิจของชุมชน โดยไมต่ ้องใช้งบประมาณมาก แตใ่ ช้ความรักและความร่วมมือของคนในชุมชน นอกจากนี้ เรือ่ งของธุรกจิ โรงแรมและโฮมสเตย์ ซึ่งจะมาสนับสนุนด้านการท่องเท่ียว และจะช่วยสร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน จะต้องมีการกาหนดมาตรฐานที่ชัดเจน ซึ่งหน่วยงานส่วนท้องถิ่นต้องเข้าไปดูแลให้ทุกแห่งมีมาตรฐาน และสรา้ งความประทบั ใจให้แกน่ กั ทอ่ งเท่ยี ว ๓. ดา้ นการสร้างสงั คมเปน็ สุข ปัญหาทเ่ี ปน็ อุปสรรคขัดขวางการสร้างสังคมเปน็ สุขของจังหวดั สงิ ห์บรุ ี คือ ปัญหายาเสพติด ปัจจุบันผู้ต้องขังของจังหวัดสิงห์บุรี มากกวา่ ร้อยละ ๘๐ เป็นคดียาเสพติด ซึ่งผู้กระทาความผิดส่วนใหญ่มีอายุอยู่ในช่วง ๒๕-๕๐ ปี ซึ่งเป็นวัยทางาน ทาให้สูญเสียบุคลากรท่ีเป็น วัยแรงงาน ทางจังหวัดจึงต้องหามาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยใช้ชุมชนเข้ามาบาบัดยาเสพติด นอกจากนี้ ปัญหาสาคัญอีกประการหน่ึง คือ ปัญหาอุบัติเหตุ เนื่องจากจังหวัดสิงห์บุรีมีทางหลาวง หมายเลข ๓๒ ตดั ผ่านกลางเมือง ในขณะทปี่ ระชากรส่วนใหญเ่ ปน็ ผ้สู ูงอายุ ส่งผลให้ความสามารถในการ ขับข่ีและความสามารถในการมองเหน็ ลดลง ซง่ึ อุบตั เิ หตุทีเ่ กดิ ข้ึนส่วนใหญ่เป็นการขับรถตัดหน้าในระยะ กระชนั้ ชดิ ทางจงั หวัดจงึ ตอ้ งมกี ารหามาตรการมาแก้ไขเพอื่ ลดการเกิดอุบตั ิเหตุจากสาเหตุดงั กลา่ ว โอกาสนี้ สมาชิกวุฒิสภาได้ให้ข้อเสนอแนะในเร่ืองของการพัฒนาเกษตรปลอดภัย ซ่ึงมี ปัจจัยสาคัญท่ีจะมาช่วยสนับสนนุ คือ การบริหารจัดการน้าให้มีประสิทธภิ าพ โดยให้มีการทาธนาคารน้า ใต้ดนิ เพอ่ื แก้ไขปัญหาดังกลา่ ว รวมทง้ั ประเด็นปัญหาตา่ ง ๆ ทป่ี ระชาชน จังหวดั สิงหบ์ รุ ี ร่วมกนั สะทอ้ น ท้ังประเด็นโรงงานอุตสาหกรรม ประเด็นด้านการศึกษา และอื่น ๆ วุฒิสภาจะได้นาไปพิจารณาและ ประสานแจง้ ไปยังหนว่ ยงานทเ่ี กีย่ วข้องต่อไป
๒๖๕ กลมุ่ ท่ี ๒ ภาคการเกษตร นายคารณ ศรีสุนทร เกษตรกร ตาบลบ้านหม้อ อาเภอพรหมบุรี ได้เสนอแนะให้ ๑) จัดให้มีสวัสดิการชาวนา เพ่ือให้ความช่วยเหลือแก่ชาวนาหรือผู้สูงอายุเป็นรายเดือน ๒) ขอให้มี พระราชบัญญัติข้าว เพ่ือคุ้มครองข้าวและชาวนา ๓) ชาวบ้านหรือเกษตรกรท่ีว่างเว้นจากการทานา หรือไม่ได้ทานาตามท่ีภาครัฐประกาศให้งดเว้นทานา ควรมีนโยบายช่วยเหลือหรือสนับสนุนอะไรบ้าง ๔) การขึ้นทะเบยี นหนี้เกษตรกรของกองทุนฟ้ืนฟูและพัฒนาเกษตรกร เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่ทราบข้อมูล ข่าวสารของกองทุนหรือเข้าไม่ถึงข้อมูลดังกล่าว ๕) ขอความกรุณาปรับราคาข้าวพันธุ์ กข. ๗๙ ซึ่งทางโรงสีในจังหวัดสิงห์บุรีรับซื้อในราคาที่ถูกกว่าจังหวัดอื่น ขอให้ช่วยเหลือเรื่องราคาข้าวพันธุ์ กข. ๗๙ ให้สูงขึน้ เนือ่ งจากเป็นข้าวพนั ธ์ดุ ี ข้าวนิม่ ซงึ่ กรมการข้าวให้การรบั รองและส่งเสรมิ ให้เกษตรกร ปลูกข้าวพันธุ์ดังกล่าว นายชมเจริญ ลีลาวิไลลักษณ์ ได้เสนอให้ ๑) หน่วยงานของรัฐส่งเสริมการปลูกพืชหลัง ทานา เพอ่ื ให้ชาวนาได้มีรายได้หลังฤดูเก็บเกยี่ ว และขอให้รฐั บาลสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น ค่าไถนา คา่ เมล็ดพนั ธุ์ เปน็ ต้น และ ๒) เสนอให้สร้างแหล่งกักเก็บนา้ และชว่ ยขดุ ลอกคูคลองหนองบงึ ในชมุ ชน นายสมลักษณ์ ชาตเจริญ อดีตเกษตรอาเภอ ได้เสนอปัญหาของโครงการประกันรายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เน่ืองจากการชดเชยส่วนต่างราคาไม่ตรงกับความเป็นจริง เช่น ข้าวเปลือกเจ้า ได้รับการชดเชยเกินราคาประกัน ในขณะท่ีข้าวหอมปทุมกลับได้ส่วนต่างระหว่างราคาประกันรายได้ กบั ราคาเกณฑ์กลางอา้ งอิงในอตั ราท่ีน้อยกว่าข้าวเจ้า ดังน้ัน ขอให้ปรับค่าชดเชยส่วนต่างข้าวหอมปทุม ให้สงู กว่าเดิมในการประกันราคาครง้ั ตอ่ ไป นางสาวปาริยา เพ็ชรด้วง เกษตรกร ตาบลโพทะเล อาเภอค่ายบางระจัน เสนอให้ ๑) ชว่ ยแก้ไขปัญหาภยั แลง้ การบริหารจัดการนา้ กับให้กบั เกษตรกร/ภาคการเกษตร ๒) แกไ้ ขปญั หาราคา ผลผลิตตกต่าการถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง ๓) ช่วยเหลือปัจจัยต้นทุนการผลิต เนื่องจากปัจจุบัน ต้นทนุ การผลิตของชาวนาสงู มาก เช่น ราคาพนั ธ์ุขา้ ว คา่ แรงงานสูง ปุ๋ยยาราคาแพง นา้ มันเช้ือเพลิงราคา แพง เป็นต้น ๔) แก้ไขปญั หาหน้สี ินพัวพัน และเกษตรกรมีรายได้ไมส่ ม่าเสมอ นายอุทัย บัวศรีตัน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ท่ี ๑๐ ตาบลทองเอน อาเภออินทร์บุรี เสนอให้ ช่วยแกไ้ ขปัญหาเกษตรกรไม่มีรายได้ในช่วงหน้าแล้ง ขอให้มีโครงการชว่ ยเหลือหรือส่งเสริมอาชีพให้กับ เกษตรกรทีว่ ่างเว้นจากการทานา โดยเฉพาะในช่วงเดือนพฤศจกิ ายน - พฤษภาคม พันโท สุนทร นพกุลสถิต เสนอให้ช่วยผลักดันโครงการขุดลอกสันดอนกลางแม่น้า เจ้าพระยาท่ีมีสันเนินดินกลางลาน้า บริเวณ ๓ ช่วง ได้แก่ ช่วงที่ ๑ บริเวณพ้ืนท่ีอาเภออินทร์บุรี ช่วงที่ ๒ บริเวณตาบลบางกระบือ อาเภอเมืองสิงห์บุรี และช่วงที่ ๓ บริเวณหน้าวัดสว่างอารมณ์ อาเภอเมือง สงิ ห์บุรี
๒๖๖ นายเอกราช บุญมี เกษตรกร ตาบลบางระจัน อาเภอค่ายบางระจัน เน่ืองด้วยสานักงาน ทรัพยากรน้าบาดาล ได้มาขุดเจาะบ่อบาดาลในชุมชน แต่ปรากฏว่ามีปัญหาสูบน้าไม่ขึ้น และมีน้า ไมพ่ อใช้สาหรบั ทาการเกษตร จึงขอให้สานกั งานทรัพยากรน้าบาดาลเขา้ มาดาเนินการแกไ้ ขให้ชาวบ้าน ในการน้ี สมาชิกวุฒิสภา ได้ร่วมกันตอบประเด็นข้อเสนอแนะในเบ้ืองต้น และให้ผู้แทน ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องได้ช้ีแจงและให้ข้อมูลแก่กลุ่มเกษตรกร ได้แก่ นายชุมพล ปาลวัฒน์ หัวหน้า กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สานักงานเกษตรจังหวัดสิงห์บุรี ได้ตอบชี้แจงเก่ียวกับหลักเกณฑ์ เง่ือนไข และวิธีการในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว และทางสานักงานเกษตรจังหวัด สิงห์บุรีมีแผนงานและโครงการส่งเสริมการปลูกพืชในช่วงหน้าแล้ง ให้แก่เกษตรกรไว้เรียบร้อยแล้ว นางสาวศิริลักษณ์ อุตเถิน หัวหน้าสานักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรจังหวัดสิงห์บุรี ชี้แจง เกี่ยวกับการข้ึนทะเบียนเกษตรกร และขอนาเรื่องที่เกษตรกรในพื้นท่ีจังหวัดสิงห์บุรียังไม่ได้รับค่าชดเชย ไปตรวจสอบข้อมูลเพ่ือความถูกต้อง และนางสาวเพ็ญศรี รักผักแว่น ผู้อานวยการสานักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจงั หวัดสงิ ห์บุรี ไดช้ ี้แจงเก่ียวกับการขดุ เจาะบอ่ บาดาลวา่ อยู่ในความ รับผิดชอบของสานักงานทรัพยากรน้าบาดาล เขต ๒ สุพรรณบุรี และให้แจ้งปัญหาไปยังหน่วยงาน ดังกลา่ วเพอ่ื ให้มาดาเนินการแกไ้ ขตอ่ ไป กลมุ่ ท่ี ๓ ภาคเอกชน ๑. การบงั คบั ใช้ผงั เมอื งรวมจังหวดั สงิ ห์บรุ ี นายศราวุฒิ ชนะถาวราลักษณ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสิงห์บุรี นายวิจิตร เลิศไพบูลย์วงศ์ ประธานกรรมการ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีสิงห์บุรี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จากัด และนายสาเนา โพธิระ ตาบลโพกรวม อาเภอเมือง จังหวัดสงิ หบ์ ุรี เสนอขอให้ช่วยเหลอื ผูป้ ระกอบการ ที่ได้รบั ความเดือดรอ้ นจากการที่กรมโยธาธิการและผงั เมืองดาเนนิ การวางและจัดทาผังเมอื งรวมจังหวัด สิงห์บุรี (ปรับปรุงครั้งที่ ๑) โดยขอให้สนับสนุนการบังคับใช้ผังเมืองรวม จังหวัดสิงห์บุรี ให้เป็นพื้นที่สี ตามสทิ ธ์ิและสถานะที่เป็นอยู่เดิมให้กับสถานประกอบการโรงงาน อาคาร รวมถึงส่ิงปลูกสร้างในพนื้ ทเ่ี ดมิ ท่ีได้รับใบอนุญาตและก่อต้ังก่อนปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ท่ีอยู่ในเขตผังเมืองรวมของจังหวัดสิงห์บุรี ทั้งน้ี เพ่ือให้ การดาเนินธุรกิจภาคเอกชนในจังหวดั มีการพฒั นาภาคธุรกิจการลงทุนและนาประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ มาพัฒนาจังหวัดสิงห์บุรีต่อไป นอกจากน้ี ยังได้เสนอให้มีการจัดทาผังเมืองเฉพาะที่ไม่มีความซับซ้อน และกาหนดเขตพ้ืนที่โรงงานเดิมเป็นพ้ืนที่สีม่วง เพื่อให้โรงงานสามารถดาเนินการพัฒนาหรือขยาย โรงงานได้ภายในเขตพ้ืนท่ีของตนเองตามที่กฎหมายกาหนด อีกท้ังขอให้ภาคราชการออกกฎหมายท่ี คานึงถึงความเชื่อมโยงและความเป็นไปได้ในการใชง้ านจรงิ ดว้ ย
๒๖๗ ในการน้ี สมาชิกวุฒิสภาได้ให้ข้อเสนอแนะในเร่ืองของการจัดทาผังเมืองท่ีภาครัฐต้อง เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกาหนดทิศทาง เพ่ือให้สอดคล้องกับความเป็นจริง โดยวุฒิสภาจะได้นาเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการเพ่ือประสานไปยังหน่วยงาน ท่ีเกี่ยวข้องตอ่ ไป ๒. โฮมสเตยแ์ ละการท่องเทีย่ วของจังหวัดสงิ ห์บรุ ี - นายวัชรินทร์ เรืองฤทธ์ิกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดสิงห์บุรี ให้ข้อมูลเก่ียวกับโฮมสเตย์ในพื้นท่ีจังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งมีการนาอาคารที่พักมาทาเป็นโฮมสเตย์ และ บางสว่ นใชช้ ่อื โฮมสเตยแ์ ต่มีลักษณะเป็นรสี อร์ท และยงั ดาเนนิ การแบบไม่ถูกต้องตามที่กฎหมายกาหนด ในการน้ี สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้คาแนะนาว่าโฮมสเตย์ท่ีมีลักษณะเป็นรีสอร์ทควรจะปรับเป็น รีสอร์ทและดาเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย นอกจากน้ี ได้ยกตัวอย่างการดาเนินการของกลุ่มท่องเที่ยว ชุมชนตาบลบ้านแหลม จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งได้นาบ้านทรงไทยมาทาเป็นโฮมสเตย์ และได้รับความ ร่วมมือจากเพ่ือนบ้านในละแวกเดียวกันร่วมเป็นเครือข่าย จึงก่อให้เกิดการสร้างงานและเป็นวิสาหกิจ ชุมชนอยา่ งแทจ้ รงิ มีการกระจายรายได้ และได้ให้คาแนะนาในการจัดระบบโครงการสร้างภาคเอกชนท่ี ควรรวมตัวกันระหว่างผู้ประกอบการ ท้ังในส่วนของการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร หรือส่วนอื่นท่ี เก่ยี วข้อง เพอื่ ให้เกิดการประสานการทางานระหว่างกัน - การส่งเสรมิ การทอ่ งเที่ยวบรเิ วณ “เทวาลัยพระพรหม” นายวัชรินทร์ เรืองฤทธ์ิกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว จังหวัดสิงห์บุรี และนางธนิสร แจ้งสนอง ประธานโอทอปเทรดเดอร์ จังหวัดสิงห์บุรี และกรรมการธรรมาภิบาล จังหวัด ขอให้พัฒนาและส่งเสริมการท่องเท่ียวบริเวณ “เทวาลัยพระพรหม” โดยจัดสรรพื้นท่ีใช้สอย ให้มีความพร้อมในการพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเท่ียว จุดพักรถ ร้านของฝาก และขอให้มีการเชื่อมโยง ระหว่างคณะกรรมาธิการการท่องเท่ียวและองค์กรทางด้านการท่องเที่ยวในจังหวัด เพื่อให้เกิดการพัฒนา อย่างตรงจุด แก้ไขปัญหาและส่งเสริมการท่องเที่ยวได้อย่างตรงประเด็น ท้ังน้ี นายชานาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ได้ส่งเสริมให้ประชาชนไปค้าขายในบริเวณดังกล่าว แต่ด้วยโครงสร้าง ทางสถาปัตยกรรม ทาเลที่ตั้ง ถนนท่ีมีแบริเออร์กั้น ทางเข้ามีชัยภูมิท่ีไม่เหมาะสม มีหลายเจ้าของ และไม่มีความเหมาะสมจะเป็นจุดพักรถหรือขายของ จึงทาให้ไม่ประสบความสาเร็จในการพัฒนา เป็นแหล่งท่องเท่ียว นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวยังมีหน่วยงานท่ีรับผิดชอบหลายหน่วยงาน ก่อให้เกิด ความสับสนในการประสานงาน จึงขอให้มีความชัดเจนในการมีหน่วยงานหลักเป็นผู้รับผิดชอบ เพียงหนว่ ยงานเดยี ว เพอ่ื ให้เกดิ ความสะดวกในการประสานงานหรอื ดาเนนิ การตา่ ง ๆ ในส่วนท่เี ก่ียวขอ้ ง
๒๖๘ ในการนี้ สมาชิกวุฒิสภา ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรนากลไกประชารัฐ มาเป็นตัวการแก้ไข ปัญหา เน้นกลไกให้เกิดประโยชน์ โดยอาศัยกลไกความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน นอกจากน้ี ยังได้กล่าวถึงสภาองค์กรชุมชนตาบลจังหวัดสิงห์บุรี ท่ีจะสามารถ ช่วยแก้ไขปัญหา และนาเสนอแนวทางการพัฒนาต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานของรัฐ ท่ีเกยี่ วข้องได้ --------------------------------------------
๒๖๙ ครง้ั ท่ี ๑๐ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชกิ วุฒสิ ภาพบประชาชนในพ้ืนท่ี จงั หวดั กล่มุ ภาคกลาง วันที่ ๒๙ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ ณ จงั หวัดอา่ งทอง จังหวดั อา่ งทอง ณ หอประชมุ อาเภอวิเศษชยั ชาญ อาเภอวิเศษชัยชาญ วธิ กี ารดาเนินกจิ กรรม เปิดเวทรี ับฟังข้อคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะเกยี่ วกบั การบังคับใชก้ ฎหมาย จากประชาชนในพนื้ ที่
๒๗๐ ผลการดาเนนิ การ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีแลกเปล่ียนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชน โดยสมาชิกวุฒิสภาได้ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชนในพนื้ ที่ จังหวัดภาคกลาง รวมทั้งหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนู ญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเผยแพร่ความรู้เก่ียวกับสาระสาคัญของกฎหมายและประเด็นสาคัญที่เก่ียวข้อง กับประชาชน โดยสมาชิกวุฒิสภาได้ชี้แจงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่ จังหวัดภาคนายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนท่ีหนึ่ง ได้กล่าวทักทายกับประชาชน ชาวจังหวัดอ่างทอง พร้อมทั้งอธิบายถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ จังหวัดภาคกลาง รวมทั้งหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ ท้งั น้ี ได้กลา่ วถงึ หนา้ ทห่ี ลักของวฒุ สิ ภา ไดแ้ ก่ การพิจารณากลั่นกรองกฎหมาย การ ตดิ ตามการบังคับใช้กฎหมาย อีกทั้งวฒุ ิสภายงั มีหน้าที่ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญในการติดตาม การทางานและเร่งรัดผลสาเร็จของหน่วยงานต่าง ๆ ในการปฏิรูปประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ตามท่ีรัฐบาลไดต้ ้ังเป้าหมายเพ่อื เป็นกรอบในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น ในวาระการดารงตาแหนง่ ๕ ปี สมาชิกวุฒิสภาชดุ น้จี งึ มีความตัง้ ใจท่จี ะทาหน้าทแ่ี ละสร้างความใกล้ชดิ กับประชาชนให้มากทส่ี ุด สาหรับการลงพื้นท่ีในจังหวัดอ่างทองในคร้ังน้ี คณะกรรมการฯ ได้สร้างช่องทางในการ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและความคิดเห็น โดยจัดทาเป็น QR CODE LINE กลุ่มจังหวัดอ่างทอง โดยแบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม คือ (๑) ไลน์กลุ่มจังหวัดอ่างทอง สาหรับแลกเปลี่ยนข่าวสารท่ัวไป และ (๒) LINE @ ซ่ึงเป็นไลน์สาหรับแจ้งข้อร้องเรียนหรือข้อคิดเห็นเป็นการเฉพาะโดยตรงกับแอดมิน ทั้งน้ี ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะนั้น คณะกรรมการฯ จะแบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ (๑) ข้อเสนอท่ีเป็น ข้อปฏิบัติ กรณีท่ีต้องการให้หน่วยงานราชการดาเนินการปรับปรุงแก้ไขปัญหาในพ้ืนท่ี คณะกรรมการ จะประสานไปยังหน่วยงานน้ันเพ่ือดาเนินการแก้ไขต่อไป (๒) ข้อเสนอเชิงกฎหมาย เนื่องจากสมัย สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีการออกกฎหมายจานวนมากกว่า ๔๐๐ ฉบับ ซึ่งเป็นความต้ังใจดี ที่จะดูแลทุกข์สุขของประชาชน แต่กฎหมายบางฉบับอาจมีข้อขัดข้องหรือควรปรับปรุงแก้ไข การมา รับฟังความคิดเห็นของประชาชนโดยตรงเก่ียวกับการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว สมาชิกวุฒิสภาจะส่ง ข้อเสนอไปยังคณะกรรมาธิการหรือสภาผู้แทนราษฎรดาเนินการพิจารณาศึกษาเพ่ือแก้ไขปรับปรุง กฎหมายดังกล่าว และ (๓) ข้อเสนอเชิงนโยบาย เกี่ยวกับนโยบายหรือทิศทางในการบริหารประเทศ ของคณะรัฐมนตรี วุฒิสภาจะดาเนินการส่งไปยังคณะรัฐมนตรี ดังน้ัน การแสดงความคิดเห็นหรือ ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ได้รับการลงพื้นท่ีโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน วุฒิสภาจะเป็นสะพาน เชื่อมในการหาคาตอบ แสวงหาความก้าวหน้าเพ่ือมาชี้แจงกับประชาชน ตามช่องทางการส่ือสาร ในไลนก์ ลุ่มกด็ หี รอื ช่องทางอื่น ๆ ของวุฒิสภาในโอกาสต่อไป
๒๗๑ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ได้กล่าวว่าในฐานะสมาชิกวุฒิสภา รู้สึกยินดีท่ีได้มีโอกาสมาพบปะกับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอ่างทอง การลงพ้ืนท่ีมาพบปะกับพี่น้อง ประชาชนทาให้รับทราบถึงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนโดยตรง สามารถนามาใช้ประกอบการพิจารณา ศึกษาเร่ืองต่าง ๆ ของวุฒิสภา และส่งไปยังรัฐบาลเพ่ือนาไปแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการของ ประชาชน ท้ังน้ี รัฐธรรมนูญได้กาหนดให้วุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชาวชาวไทย ทาหน้าที่ด้านนิติบัญญัติ ซ่ึงในกระบวนการพิจารณากฎหมาย วุฒิสภามุ่งเน้นการออกกฎหมายเพ่ือให้ประชาชนได้รับประโยชน์ มากที่สดุ ส่วนกฎหมายท่ยี ังเปน็ อปุ สรรคก็ควรได้รับการแก้ไขหรือยกเลิกไป ในส่วนของงานด้านกรรมาธกิ าร ได้ทาหน้าท่ีเป็นประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถ่ิน วุฒิสภา ซึ่งมีหน้าท่ีและอานาจพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ กระทากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรื่องใด ๆ ท่ีเกี่ยวกับ การปกครองท้องถิ่น การพัฒนาและส่งเสริมประสิทธิภาพในการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน การกระจายอานาจ และการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงเห็นว่า การเลือกตั้ง ท้องถิ่นนั้นมีความสาคัญอย่างย่ิง ไม่แต่เฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น หรือผู้ที่จะสมัครเป็นผู้บริหารองค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน แต่การเลือกตง้ั ทอ้ งถิ่นมคี วามสาคัญกบั ประชาชนทุกคน รัฐบาลไดม้ ีนโยบายในการ กระจายอานาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถท่ีจะสร้างบริการสาธารณประโยชน์ควบคู่ไปกับ ส่วนราชการระดับภูมิภาคในแต่ละจังหวัดได้ ดังนั้น เม่ือมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถ่ินหรือผู้บริหาร ท้องถ่ิน ต้องเลือกคนท่ีมีความรู้ความสามารถและให้ความสาคัญกับประชาชน มีความมุ่งมั่นในการ ทางานเพ่ือดูแลทุกข์สุขของประชาชน และสามารถบริหารให้ท้องถิ่นมีความเจริญก้าวหน้า ส่วนการเลือกต้ัง ท้องถ่ินจะเกิดขึ้นเมื่อใดนั้น ต้องรอมติจากคณะรัฐมนตรีก่อน คาดว่าหลังจากท่ีร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ผ่านกระบวนการพิจารณาจากรัฐสภาและ มผี ลบังคับใชแ้ ลว้ จะมีการเลอื กตั้งท้องถนิ่ ไดใ้ นช่วงเดอื นกรกฎาคม ๒๕๖๓ นอกจากน้ี ยังมีพระราชบัญญัติสาคัญอีกฉบับที่มีความเก่ียวข้องกับประชาชนและองค์กร ปกครองสว่ นท้องถิ่น คือ พระราชบัญญัติภาษีท่ีดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งออกมาบังคับแทน พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและท่ีดิน พ.ศ. ๒๔๗๕ ซึ่งมีความเก่ียวข้อง คือ (๑) ผู้ท่ีจัดเก็บภาษี ได้แก่ เทศบาลตาบล เทศบาลเมอื ง เทศบาลนคร องค์การบริหารสว่ นตาบล กรงุ เทพมหานคร และเมืองพัทยา โดยรายได้จากภาษีท่ีจัดเก็บได้น้ันจะเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่ทาหน้าที่จัดเก็บเพื่อนาไปใช้ ในการพัฒนาท้องถ่ิน (๒) ผู้มีหน้าทีเ่ สียภาษี ได้แก่ บุคคลธรรมดาหรอื นิติบุคคลซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือ ส่ิงปลูกสร้าง ผู้ครอบครองหรือทาประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สินของรัฐ อย่างไร กต็ าม สาหรบั ประชาชนหรอื เกษตรกรที่มที ด่ี ินมูลคา่ ไม่เกนิ ๕๐ ลา้ นบาทไม่ต้องเสยี ภาษี แต่ทงั้ นี้ องค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ินที่ทาหนา้ ทจ่ี ดั เกบ็ ภาษสี ่วนน้ีจะมรี ายไดล้ ดลง ต้องขอรบั การชดเชยจากรฐั บาลต่อไป นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนท่ีสอง ได้กล่าวถึงอานาจและหน้าที่ ของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ บทบาทการควบคุมการบรหิ าร
๒๗๒ ราชการแผ่นดินโดยอาศัยกลไกของคณะกรรมาธิการของสภา และวัตถุประสงค์ในการลงพ้ืนที่ ในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน เพ่ือให้สมาชิกวุฒิสภาและประชาชนมีความใกล้ชิด เข้าใจ เข้าถึง และได้รับข้อมูลท่ีมีความถูกต้องและครบถ้วน พร้อมน้ี ได้กล่าวถึงการทาหน้าที่ในคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา โดยให้ข้อมูลเก่ียวกับภาพรวมอุตสาหกรรมข้าวทั้งประเทศว่าประเทศไทย มีการทานา รวมท้ังส้ิน ๗๒ ล้านไร่ แบ่งเป็นการทานา รอบท่ี ๑ ประมาณ ๖๐ ล้านไร่ และรอบท่ี ๒ ประมาณ ๑๒-๑๓ ล้านไร่ มีเกษตรกรชาวนาขึ้นทะเบียนเกษตรกรคร้ังล่าสุด ประมาณ ๔.๕๗ ล้านราย สามารถผลิตข้าวเปลือกได้ประมาณ ๓๒-๓๔ ล้านตันข้าวเปลือก จานวนน้ีเกษตรกรจะเก็บเมล็ดพันธ์ุ ข้าวเปลือกไว้ทาพันธ์ุประมาณ ๑.๕-๒ ล้านตันข้าวเปลือก ส่วนท่ีเหลือจะเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็น ข้าวสารประมาณ ๓๐-๓๒ ล้านตันข้าวเปลือก เม่ือสีแปรสภาพเป็นข้าวสารแล้วจะได้ประมาณ ๑๘-๑๙ ล้านตันข้าวสาร ใชส้ าหรับบริโภคภายในประเทศ ประมาณ ๘ ล้านตันขา้ วสาร สว่ นที่เหลือจะส่งออกไป ต่างประเทศ ประมาณ ๙-๑๐ ล้านตันข้าวสาร ในอดีตท่ีผ่านมา รัฐบาลมีการใช้นโยบายเพื่อช่วยเหลือ เกษตรกรชาวนา นโยบายที่รู้จักกันดี คือโครงการรับจานาข้าวเปลือก ซึ่งเป็นการแทรกแซงราคาข้าว โครงการนี้เกิดปัญหาในหลายจุด โดยเฉพาะเรื่องการบริหารจัดการสต็อกข้าวที่สะสมเพ่ิมมากข้ึน และไม่สามารถระบายขา้ วออกสูต่ ลาดได้ ทาให้ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและราคาขา้ วในประเทศ ส่วนการแก้ไขปญั หาในปัจจบุ ัน รฐั บาลชุดน้ีใชน้ โยบายการให้ความช่วยเหลอื เพ่อื ลดตน้ ทุนการผลติ ใหก้ บั เกษตรกรชาวนาโดยตรง ด้วยการให้เกษตรกรไปขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร และรัฐบาล จ่ายเงินช่วยเหลือผ่านบัญชีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ซ่ึงในปี ๒๕๖๒ มีการจ่ายเงินให้เกษตรกรไปแล้วท้ังสิ้น ๔.๗๕ ล้านราย ใช้งบประมาณไป ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท และเมื่อ สัปดาห์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีมีการอนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมในโครงการสนับสนุนต้นทุนการผลิตให้ เกษตรกรผู้ปลกู ข้าวนาปี ปกี ารผลิต ๒๕๖๒/๒๕๖๓ เงินช่วยเหลือค่าเก็บเกย่ี วและปรบั ปรุงคณุ ภาพข้าว ไรล่ ะ ๕๐๐ บาท ไม่เกนิ ๒๐ ไร่ (ได้สงู สดุ ๑๐,๐๐๐ บาท) และเงินสนับสนุนต้นทุนการผลติ ให้เกษตรกร ผปู้ ลูกข้าว ไร่ละ ๕๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ (ได้สงู สุด ๑๐,๐๐๐ บาท) คาดวา่ จะมกี ารเบิกจ่ายเงินก้อนนี้ ประมาณกลางเดือนธันวาคม ๒๕๖๒ อีกนโยบายหนึง่ ท่ีดาเนนิ การควบคู่ คือ นโยบายการประกันรายได้ พืช ๕ ชนิด คือ ข้าว ยางพารา มันสาปะหลัง ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ และปาล์มน้ามัน ในส่วนของข้าว ได้มีประกาศคณะอนุกรรมการกากับดูแลและกาหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการป ระกันราคารายได้ เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เรื่อง การกาหนดราคาเกณฑก์ ลางอ้างองิ และการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการ ประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี ๒๕๖๒/๖๓ รอบท่ี ๑ (งวดที่ ๓) เม่ือวันที่ ๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เกษตรกรที่ข้นึ ทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวท่ีระบุวนั เก็บเกี่ยวระหว่างวันท่ี ๑ - ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ สามารถรับเงินชดเชยส่วนต่างจากธนาคารเพ่ือการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้โดยตรง นอกจากน้ี ยังมีนโยบายอ่ืน ๆ เช่น การรวมกลุ่มบริหารจัดการข้าวต้นฤดูของสหกรณ์การเกษตรให้มีสภาพคล่อง ในการบริหารจัดการข้าวเปลือก หรือการให้เกษตรกรท่ีมียุ้งฉางรวมตัวกันเป็นสหกรณ์ชุมชนในการเก็บ
๒๗๓ ข้าวเปลือกช่วงต้นฤดู เป็นต้น สว่ นเรื่องการทานารอบท่ี ๒ ไดร้ บั ข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่ืองน้าต้นทุนมีจานวนจากัด ทาให้การทานาในรอบที่ ๒ จานวน ๑๒-๑๓ ล้านไร่ มีความจาเป็นต้อง ลดพ้ืนที่การทานาลงเหลือเพียง ๔.๕ ล้านไร่ ท้ังน้ี คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จะมกี ารเชญิ รัฐมนตรีและหนว่ ยงานที่เก่ยี วขอ้ งมาให้ข้อมูลและแนวทางการแก้ไขปัญหาตอ่ ไป นอกจากนี้ ในส่วนของกฎหมายที่เก่ียวข้องกับข้าว ในสมัยของสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีการเสนอร่างพระราชบญั ญัติ ข้าว พ.ศ. .... แต่ไม่ผ่านกระบวนการพิจารณา หากมีการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ในโอกาสต่อไป จะเป็นหน้าท่ีของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาในการพิจารณากล่ันกรอง ให้ตรงกับความต้องการ ของเกษตรกรชาวนาให้มากท่ีสุด นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร กรรมการ ได้กล่าวทักทายประชาชนและรู้สึกยินดีในฐานะท่ีเป็น ลูกหลานคนอ่างทอง ซ่ึงเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้าของประเทศ และเห็นว่าจังหวัดอ่างทองเป็นจังหวัด ที่มีศักยภาพ สามารถส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวในรูปแบบโฮมสเตย์เพื่อนารายได้มาเข้าสู่ชุมชนได้ เนื่องจากมีวัดที่สาคัญและสวยงาม และมีฟาร์มเกษตรหลายแห่งท่ีสามารถพัฒนาเป็นแห่งท่องเท่ียว ใหม่ ๆ ได้ อาทิ ฟาร์มเมล่อน ฟาร์มนกกระทา และฟาร์มเกษตรแปลงรวม ซึ่งชาวบ้านหรือชุมชนท่ีจะ ประกอบกิจการโฮมสเตย์ต้องศึกษากฎหมายระเบียบของโฮมสเตย์ให้ดี ส่วนผู้ที่มีกิจการโฮมสเตย์ อยู่แล้วแต่ยังไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังมีเวลาในการแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้อง เนื่องจากมีคาสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่อง มาตรการส่งเสริมและพัฒนามาตรฐานการประกอบธุรกิจโรงแรม บางประเภท ไดข้ ยายเวลาจนถงึ วันท่ี ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๔ ท้ังน้ี ได้กล่าวถึงการทาหน้าทใ่ี นคณะกรรมาธิการ การบริหารราชการแผ่นดิน และเป็นคณะกรรมาธิการคณะเดียวท่ีมีอานาจหน้าท่ีในการพิจารณาศึกษา ด้านการผังเมือง โดยพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาและ มีผลบงั คับใช้แล้วเม่ือวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ซ่ึงมีทงั้ ผังเมืองรวม และผังเมืองเฉพาะ มกี ารกาหนด พ้ืนที่สีต่าง ๆ โดยจังหวัดอ่างทองมีการประกาศเป็นพ้ืนท่ีสีเขียว ซ่ึงอาจส่งผลกระทบกับประชาชน บางกลุม่ อาจมีการอทุ ธรณ์หรอื ปรบั แก้ไข คณะกรรมาธิการชุดนีจ้ ะทาหนา้ ที่พิจารณาศึกษาเร่ืองดังกล่าว และยินดีท่ีจะรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะจากจังหวัดอ่างทองเพื่อดาเนินการ แก้ไขตามอานาจหน้าท่ี ต่อไป นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงพระราชบัญญัติสาคัญที่มีความเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตประจาวันและ เป็นกฎหมายใกล้ตัว จานวน ๒ ฉบับ ได้แก่ (๑) พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ มาตราสาคัญ คือ หมวด ๓ สุขลักษณะของอาคาร มาตรา ๒๑ อาคารหรือส่วนอาคารใดมีสภาพชารุดทรุดโทรม หรือปล่อยให้มีสภาพรกรุงรังจนอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยหรือไม่ถูกต้องด้วยสุขลักษณะ สาหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัย หมวด ๕ เหตุราคาญ เช่น มาตรา ๒๕ กรณีที่มีเหตุอันอาจก่อให้เกิดความเดือน ร้อนแก่ผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียงหรือผู้ท่ีประสบเหตุน้ัน ให้ถือว่าเป็นเหตุราคาญ (๑) แหล่งน้า ทางระบายนา้ หรือสถานที่ท่อี ย่ใู นทาเลไมเ่ หมาะสม สกปรก มีกลิน่ เหมน็ หรือละอองสารเปน็ พิษ (๒) การ เลย้ี งสตั วใ์ นทีห่ รอื โดยวิธใี ด หรอื มีจานวนเกินสมควรจนเป็นเหตุให้เสอื่ มหรืออาจเปน็ อนั ตรายต่อสุขภาพ
๒๗๔ (๓) อาคารอันเป็นที่อยู่ของคนหรือสัตว์ โรงงานหรือสถานที่ประกอบการใดไม่มีการระบายอากาศ การระบายน้า การกาจัดสิ่งปฏิกูล หรือการควบคุมสารเป็นพิษ (๔) การกระทาใด ๆ อันเป็นเหตุให้เกิด กลิ่น แสง เสียง ความร้อน ส่ิงมีพิษ ความสั่นสะเทือน ฝุ่น ละออง เขม่า เถ้า หรืออื่นใด จนเป็นเหตุ ให้ เสื่อมหรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ สามารถแจ้งเจ้าพนักงานท้องถิ่น เช่น นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตาบล อบต. เป็นต้น ให้ดาเนินการออกคาสั่ง เป็นหนังสือเพ่ือระงับ กาจัด หรือควบคุมเหตุราคาญต่าง ๆ ได้ และ (๒) พระราชบัญญัติการอานวย ความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. ๒๕๕๘ ซ่ึงเป็นกฎหมายท่ีกาหนดขั้นตอน ในการติดตอ่ ราชการให้กับประชาชนไดส้ ะดวกและรวดเร็วข้นึ นายกิตติ วะสีนนท์ กรรมการ ได้กล่าวทักทายประชาชนและกล่าวในฐานะท่ีเป็นคนอ่างทอง ว่ารู้สึกผูกพันและยินดีท่ีได้กลับมาเยือนจังหวัดอ่างทองอีกคร้ัง และเห็นว่าจังหวัดอ่างทองเป็นเมือง ทน่ี ่าอยู่ สงบ มีภาคการเกษตรพน้ื ฐานท่เี ปน็ จุดแข็ง พร้อมน้ี ได้กล่าวถึงการทาหนา้ ที่ในคณะกรรมาธิการ ของวุฒิสภา ๒ คณะ ได้แก่ (๑) คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ ซึ่งดารงตาแหน่งเป็นรองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เนื่องจากในอดีตรับราชการในกระทรวงการต่างประเทศ เกษียณราชการ ในตาแหน่งเอกอัครราชทูต ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร จากนั้น ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิก สภานิติบัญญัติแหง่ ชาติและสมาชิกวุฒิสภาตามลาดับ จากการทางานด้านตา่ งประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเวทีอาเซียน ซึ่งในปี ๒๕๖๒ ได้มีส่วนช่วยผลักดันเรื่องความร่วมมือในภูมิภาคอาเซียน อีกท้ังประเทศไทยอยู่ในยุทธศาสตร์ที่เป็นจุดศูนย์กลางของอาเซียน เรียกว่า Mainland Southeast Asia และจงั หวดั ภาคกลางของไทยจะเป็นจดุ ตดั ระหว่างภาคเหนอื -ภาคใต้ ภาคตะวันออก-ภาคตะวนั ตก ดังนั้น การพัฒนาของจังหวัดอ่างทองเก่ียวกับการสร้างทางหลวงเส้นใหม่ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๑๙๕ สายสุพรรณบุรี-ป่าง้ิว เพ่ือไปบรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒ (สายเอเชีย) เพ่ือเป็น เส้นทางคมนาคมขนส่งท่ีเช่ือมโยงไปยังเมืองทวาย จึงเห็นว่ามีความเป็นไปได้และมีความเหมาะสม (๒ ) คณะกรรมาธิการกิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ทาหน้าท่ีเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ คนทห่ี นงึ่ ซึง่ คณะกรรมาธิการชดุ นมี้ หี น้าทแี่ ละอานาจในการพจิ ารณาร่างพระราชบญั ญตั ิ กระทากจิ การ พจิ ารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือศึกษาเรอื่ งใด ๆ ทเี่ ก่ียวกบั การดาเนินการบริหารจัดการองค์กรอสิ ระตาม รัฐธรรมนูญและนโยบายของรัฐบาลในด้านงบประมาณ ติดตามและประเมินผลการรับ การใช้จ่ายเงิน งบประมาณประจาปีขององค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย คณะกรรมการการเลือกตง้ั (กกต.) คณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ (ป.ป.ช.) คณะกรรมการสทิ ธมิ นษุ ยชนแหง่ ชาติ (กสม.) คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซ่ึงวุฒิสภามีความต้ังใจในการ กากับดูแลพิจารณาศึกษา ตดิ ตาม และตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายทีเ่ กี่ยวข้องเกย่ี วกับองค์กรอิสระ เหลา่ นเี้ พื่อประโยชนข์ องประชาชน
๒๗๕ จากน้ัน สมาชิกวุฒิสภาได้เปิดโอกาสให้ผ้แู ทนจากภาคประชาชนทเี่ ข้าร่วมกิจกรรมได้แลกเปลยี่ น ความคดิ เห็นในประเด็นต่าง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง ทง้ั นี้ การแลกเปล่ียนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในประเดน็ ต่าง ๆ โดย นายอนุศักดิ์ คงมาลัย กรรมการ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชน โดยกล่าวว่า ปัญหาของเกษตรกรเป็นปัญหาเชิงระบบ จากฤดูกาลสู่ฤดูกาล ต้องช่วยกันแก้ไขโดยเริ่มจากสร้างฐาน ความร่วมมือจากประชาชน ชุมชน ภาครัฐ ภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สภาการท่องเท่ียว ซ่ึงมีความรู้ความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของคนในพื้นท่ี มองปัญหาเป็น โอกาส เช่น เร่ือง โลจิสติกส์ เป็นต้น ดังนั้น การลงพ้ืนที่ของสมาชิกวุฒิสภาเพ่ือรับฟังความคิดเห็นและ ข้อเสนอแนะจากประชาชนในคร้ังนี้ วุฒิสภาจะรวบรวมและจัดหมวดหมู่เพื่อเสนอไปยังหน่วยงานท่ีมี หน้าท่ีรับผิดชอบดาเนินการ ไม่ว่าจะเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ข้อเสนอแนะท่ีเป็นประเด็นด้าน กฎหมาย และขอให้ประชาชนมีหลัก ๓ ประการ ในการมีส่วนร่วมกับวุฒิสภา คือ ต ส ร กล่าวคือ (๑) ต หมายถึง ติดตาม ประชาชนสามารถติดตามการทางานของวุฒิสภาจากช่องทางต่าง ๆ เช่น ไลน์กลุ่ม เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ รายการวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น (๒) ส หมายถึง เสนอแนะในเร่ืองที่ต้องการ ให้ปรับปรุง เช่น เรอ่ื งปฏิบัติหน่วยงานภาครัฐ เรื่องข้อกฎหมาย (๓) ร หมายถงึ เร่งรัดในเรื่องท่ีได้เสนอ ไปแล้ว เพ่ือให้หน่วยงานได้เร่งดาเนินการตามท่ีเสนอ พร้อมนี้ ยังได้กล่าวช่ืนชมสภาองค์กรชุมชน ตาบลไผ่ดาพัฒนา อาเภอวิเศษชัยชาญ ท่ีมีการจัดทาแผนพัฒนาตาบลที่ดี มุ่งเน้นการพัฒนาระบบ เศรษฐกจิ และทนุ ในชุมชน และการมสี ่วนร่วมของคนในชมุ ชน --------------------------------------------
๒๗๖ คร้งั ที่ ๑๑ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่ จงั หวัดกล่มุ ภาคกลาง วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ จงั หวัดลพบุรี จังหวัดลพบุรี ณ ห้องประชุมพระนารายณ์ ชั้น ๔ อาคารรัตนเทพสตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏ เทพสตรี อาเภอเมอื งลพบุรี วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทีรับฟังแนวทางและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติของจังหวัด ลพบุรี ตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่และอานาจของวุฒิสภา และรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนในพื้นท่ี ผลการดาเนนิ การ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีรับฟังแนวทางและการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติของจังหวัด ลพบุรี ตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภา และรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนในพ้ืนท่ี โดยนายสุปกิต โพธิ์ปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้บรรยายข้อมูลสรุปของ
๒๗๗ จงั หวัดลพบรุ ีให้คณะสมาชกิ วฒุ สิ ภารับทราบ พรอ้ มท้งั นาเสนอแนวทางการดาเนินงานของจงั หวดั ลพบุรี ท่ีเก่ียวข้องกับการขับเคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศในระดับจังหวัด และการนา ยทุ ธศาสตร์ชาตไิ ปประยุกตใ์ ช้ในการพฒั นาจังหวดั ท่เี ปน็ รปู ธรรม โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดงั นี้ ๑. ขอ้ มูลพนื้ ฐาน จังหวัดลพบุรีแบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๑ อาเภอ ๑๒๑ ตาบล ๑,๑๒๒ หมู่บ้าน ๑ องค์การบริหารส่วนจงั หวดั ๒๓ เทศบาล (๓ เทศบาลเมือง ๒๐ เทศบาลตาบล) ๑๐๒ องค์การบรหิ าร สว่ นตาบล มปี ระชากรท้งั สน้ิ จานวน ๗๕๗,๑๑๑ คน ๒. ศักยภาพด้านเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดลพบุรี ปี ๒๕๖๐ คิดเป็น ๑๑๑,๙๒๑ ล้านบาท และเป็น อันดับที่ ๒๒ ของประเทศ และผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว ปี ๒๕๖๐ คิดเป็น ๑๔๔,๐๔๑ บาท/ คน/ปี และเปน็ อนั ดับที่ ๒๓ ของประเทศ มีพื้นท่ี ๖,๑๙๙.๗๒ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๓,๘๗๔,๘๔๖ ไร่ เป็นพื้นท่ีทา การเกษตร ๒,๘๗๓,๒๕๖ ไร่ พนื้ ท่ีการเกษตรส่วนใหญ่ปลูกข้าว อ้อย มันสาปะหลัง ขา้ วโพด และเลีย้ งสตั ว์ โดยเป็นพื้นท่ีอยู่ในเขตชลประทาน ประมาณ ๖๕๔,๐๐๐ ไร่ เป็นแหลง่ ผลิตสนิ คา้ เกษตรด้านปศุสัตว์ทีใ่ หญ่ ระดับประเทศ มีโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าเกษตรท่ีสาคัญในพื้นที่ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ มีการผลิต ไก่เน้ือมากเป็นอันดบั ๑ ของประเทศ ผลิตสุกรเป็นอันดับ ๓ ของประเทศ และโคนมเป็นอันดับ ๓ ของ ประเทศ ๓. ยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาจงั หวัด ตาแหน่งทางยุทธศาสตร์ของจังหวัดลพบุรี คือ แหล่งผลิตสินค้าเกษตรและอาหาร ปลอดภัยท่ีใหญ่ท่ีสุดของภาคกลางตอนบน รวมท้ังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์โบราณคดี วิถีชีวิตชมุ ชนและธรรมชาติ วิสัยทัศน์ของจังหวัดลพบุรี “แหล่งผลิตอาหารปลอดภัย ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ส่เู มืองแหง่ ความสุข” เปา้ ประสงค์ (๑) เพิ่มอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและผลิตภัณฑ์อาหารปลอดภัยให้ได้รับ การพฒั นาสมู่ าตรฐานสากลเพิม่ มากข้นึ (๒) เพ่ิมรายได้จากการท่องเท่ยี ว (๓) ลพบุรีเป็นเมืองสะอาด ปลอดภัย และมีระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมท่ีมี ประสิทธภิ าพ
๒๗๘ ประเดน็ ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นาจังหวัด (๑) สร้างมูลค่าเพมิ่ ด้านอาหารปลอดภัย (๒) บรหิ ารจดั การดา้ นการทอ่ งเท่ียวเชิงสรา้ งสรรค์ (๓) พฒั นาเมืองลพบรุ ีเมอื งสะอาดและสภาพแวดล้อมท่ดี พี ัฒนาสงั คมคุณภาพเสริมสร้าง ความม่นั คง ลพบุรีสงบสุข ๔. งบประมาณ ปี ๒๕๖๒ ได้รับจดั สรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๒ จานวน ๒๔ โครงการ งบประมาณ ๒๔๔,๙๗๙,๒๐๐ บาท ณ วันท่ี ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ เบิกจ่ายงบประมาณแล้ว ๑๙๘,๕๔๕,๕๐๐ บาท คิดเป็นร้อยละ ๘๑.๐๔ กันเงนิ ไว้เบิกเหล่ือมปี ๓๖,๑๗๒,๖๐๐ บาท มีเงนิ เหลอื จา่ ยส่งคนื ๑๐,๒๗๑,๒๐๐ บาท ๕. ผลการดาเนนิ งานสร้างมูลค่าเพม่ิ อาหารปลอดภัย ๕.๑ พัฒนาปรับปรุงแหล่งน้าเพ่ือการเกษตร ๘ แห่ง พ้ืนที่การเกษตร ๑๔,๘๕๐ไร่ เกษตรได้รับประโยชน์ ๓,๗๔๓ ราย/ครัวเรอื น ๕.๒ ขุดเจาะบ่อบาดาลเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ๔๐ บ่อ และก่อสร้างระบบ ผันน้าจากเข่อื นป่าสัก ๑ แห่ง ๕.๓ การจัดการธนาคารน้าใต้ดิน เพ่ือแก้ปญั หาภัยแล้งและน้าท่วม โดยเป็นการเก็บน้า ท่ที ว่ มขงั ไว้ใต้ดิน ชว่ ยเพ่มิ ความช่มุ ชนื้ ให้ผวิ ดนิ ๒,๕๐๓ บ่อ ๕.๔ การปรับปรุงบารุงดิน ผลิตปุ๋ยหมักให้กลุ่มเกษตรกร ๔๖ ตัน ผลิตน้าหมักชีวภาพ ๑๔,๐๐๐ ขวด แจกจ่ายให้กับเกษตรกร ๗,๐๐๐ ราย ปรับปรงุ บารุงดินด้วยพืชปุ๋ย ปรับปรุงดินกรด ๔๐๐ ไร่ เกษตรกร ๑๒๐ ราย และไถกลบตอซัง ๓๗ แปลง ๓๗๐ ไร่ เกษตรกร ๑,๙๒๖ ราย ๕.๕ การสง่ เสรมิ การเกษตรแบบแปลงใหญ่ (๑) โครงการส่งเสริมการผลิตสินค้าเศรษฐกิจในพ้ืนท่ีที่เหมาะสม โดยให้ความรู้ ด้านการผลิตเก่ียวกับการฟ้ืนฟูดินต้นแบบ ๘๐ ราย การใช้สารชีวภัณฑ์ควบคุมศัตรูพืช ๔๐๐ ราย การผลิตอาหารสัตว์ TMR ๒๐๐ ราย การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ๒๐๐ ราย การบริหารจัดการ กลุ่ม ๙๐ ราย และการพัฒนาเครือข่าย ๒๔๐ ราย ท้ังนี้ การส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการท้ังสิ้น ๗๗ แปลง เกษตรกร ๔,๖๘๔ ราย พ้ืนที่ ๙๖,๕๓๗ ไร่ จาแนกเป็น ข้าว ๔๑ แปลง มันสาปะหลัง ๑๒ แปลง ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ ๑๐ แปลง อ้อยโรงงาน ๔ แปลง พืชผัก ๕ แปลง และโคนม ๕ แปลง (๒) โครงการสนับสนุนสินเชื่อเพ่ือพัฒนาการเกษตรแบบแปลงใหญ่ จานวน ๑๕ แปลง เพ่ือจัดหาครุภณั ฑ์ทางการเกษตร จัดซ้ือปัจจัยการผลิต สามารถลดต้นทนุ ได้ ร้อยละ ๗.๑๓ – ๑๒.๘ ขึ้นอยู่ กบั ชนดิ สินคา้
๒๗๙ (๓) การพัฒนาคุณภาพสินค้ากลุ่มผู้ผลิตเกษตรแปลงใหญ่ ได้รับการรับรอง มาตรฐาน จานวน ๑,๓๓๗ ราย คิดเป็นร้อยละ ๒๘.๕๔ มีตลาดรองรับผลผลิตท่ีแน่นอน อาทิ ข้าว การผลิตเมล็ดพันธุ์และแปรรูป ทา MOU กบั สหกรณก์ ารตลาดเพอ่ื เกษตรกร มันสาปะหลงั ตกลงซื้อขาย กับบริษัท ทรัพย์ทิพย์ โดยเกษตรกรจะได้ราคาที่สูงกว่าปกติ ข้าวโพดเล้ียงสัตว์ ทา MOU กับสหกรณ์ การตลาดเพ่ือเกษตรกร และบริษัท เบทาโกร และพืชผัก ทาสัญญากับบริษัทรับซื้อแล ะจาหน่าย ในโรงพยาบาลในจังหวดั ลพบุรี ๑๑ แห่ง (๔) การพัฒนาไปสเู่ กษตรอนิ ทรีย์ เกษตรกรทเี่ ข้าร่วม จานวน ๕๖๓ ราย ผ่านการ รบั รองพชื เกษตรอินทรีย์ ๘๔ ราย ข้าวอินทรีย์ ๓๙ ราย เปิดพนื้ ท่ีสาหรับจาหน่ายสนิ คา้ เกษตรปลอดภัย และเกษตรอนิ ทรีย์โดยเฉพาะในโรงพยาบาล ๕.๖ การพฒั นาปรบั ปรุงเส้นทางคมนาคมเพ่อื การขนส่งสินค้าและ Logistic (๑) โครงการเพิ่มประสิทธิภาพเส้นทางลาเลียงสินค้าเพ่ือการเกษตร โดยเป็น การกอ่ สร้าง ปรับปรงุ และซอ่ มแซม ๘ เส้นทาง (๒) โครงการพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐาน ระบบ Logistic และระบบขนส่งสาธารณะ ในกลุ่มจงั หวดั ภาคกลางตอนบน โดยเปน็ การปรบั ปรงุ ผวิ ทางจราจร ๑ เสน้ ทาง (๓) โครงการสร้างความเขม้ แขง็ และยั่งยืนให้กบั เศรษฐกจิ ภายในประเทศ โดยเป็น การปรับปรงุ เสน้ ทางเล่ยี งเมือง ระยะทาง ๔.๕ กม. ๑ เสน้ ทาง ๕.๗ การบริหารจัดการด้านการท่องเทย่ี วเชงิ สรา้ งสรรค์ (๑) โครงการสร้างพ้ืนฟูและพัฒนาส่ิงอานวยความสะดวกในแหล่งท่องเที่ยว โดยเป็นการกอ่ สร้าง ปรับปรุงซ่อมแซมเสน้ ทางเข้าแหล่งท่องเที่ยว ๕ เส้นทาง และปรับปรงุ แหลง่ ท่องเท่ียว ท่สี าคญั อาทิ การพฒั นาปรับปรงุ พระนารายณ์ราชนเิ วศน์ ฟืน้ ฟูภูมิทัศน์ คลังเกบ็ โบราณวตั ถุ (๒) โครงการพัฒนาปรับปรงุ สิ่งอานวยความสะดวก ความปลอดภัยและฟื้นฟูแหล่ง ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และท่องเที่ยววิถีชุมชนลุ่มแม่น้าเจ้าพระยาป่าสัก โดยเป็นการ ปรับปรงุ ซ่อมแซมเสน้ ทางเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว ๒ เส้นทาง การปรับปรุงโบราณสถาน และการปรับปรุง ภมู ทิ ศั น์เข่ือนปา่ สักชลสทิ ธ์ิ (๓) โครงการพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเท่ียว โดยอบรมการผลิตสื่อการประชา สมั พันธ์ธุรกิจท่ีเกย่ี วเนือ่ งกับการท่องเทย่ี ว OTOP จานวน ๒๓๐ ราย (๔) โครงการพัฒนาธุรกิจเกี่ยวเน่ืองด้านการท่องเท่ียว (OTOP) โดยจัดอบรม ผปู้ ระกอบการ OTOP รายใหม่
๒๘๐ (๕) โครงการตลาดเชิงรุก เพ่ือสร้างมูลค่าเพ่ิมทางการท่องเที่ยว อาทิ งานแผ่นดิน สมเด็จพระนารายณ์ ประเพณีขนึ้ เขาวงพระจนั ทร์ หรอื กิจกรรมแตง่ ไทย ใส่บาตร เดนิ ตลาด ชมวัง โดยมี จานวนนักท่องเท่ียว ๒.๐๗ ล้านคน รายได้จากการท่องเท่ียว ปี ๒๕๖๒ คิดเป็น ๒,๙๖๑.๐๘ ล้านบาท และเปน็ ลาดบั ที่ ๓๖ ของประเทศ ๖. ดา้ นสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ ม ๖.๑ การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกมุ ารีจังหวดั ลพบรุ ี • เพ่มิ พ้ืนท่สี เี ขยี ว ฟืน้ ฟูธรรมชาตแิ ละระบบนิเวศน์ เพาะชากลา้ ไมข้ นาดใหญ่ ๑๙๒,๘๖๑ ตน้ ในพื้นที่เขาซับแกงไก่ เขาพระยาเดนิ ธง และมลู นิธชิ ยั พัฒนา • สร้างจิตสานึก การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม อนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเน่ืองมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี เยาวชนในสถานศึกษา ๒๖ แห่ง นักเรียน ๓๔๐ คน • จดั ทาสื่อประชาสัมพันธ์ การอนุรักษ์พันธุกรรมพืชประจาถ่ินของจังหวัด/ข้าวดาละโว้/ น้อยหน่าทะเลชุบศร (พระทน่ี ่งั เย็น) ๖.๒ การบรหิ ารจดั การขยะ โครงการขบั เคลือ่ นคัดแยกขยะครวั เรือนสู่ระบบการจัดการสวสั ดิการอยา่ งย่งั ยืน - สง่ เสริมการคัดแยกขยะที่ต้นทาง กลางทาง และปลายทาง รวมทั้งใช้หลกั การจัดการขยะ ๓R (Reduce, Reuse, Recycle) พรอ้ มทั้งมหี น่วยงานรบั ผดิ ชอบอยา่ งชัดเจน - การจัดต้ังธนาคารขยะขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ และการจดั กองทุนสวัสดิการชมุ ชน - การบริหารจัดการขยะ ส่งผลให้เกิดการพัฒนานวัตกรรม อาทิ เตาเผาขยะแบบไร้มลพิษ KL๑-KL๔ ปจั จบุ ันไดพ้ ฒั นาไปถงึ KL๕ และกา๊ ซชวี ภาพจากขยะอนิ ทรยี ์/มูลสตั ว์ ๖.๓ การลดภาวะโลกรอ้ น เรอื นกระจกสสู่ งั คมคาร์บอนต่า (๑) การจัดการขยะตกค้างอย่างถูกต้อง ๑๐๘,๙๗๑ ตัน/ปี ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ๒๕๒,๘๑๒ ตนั คารบ์ อน (๒) ขยะมูลฝอยที่กาจัดถูกหลัก (สถานท่ีกาจัดถูกหลัก ๒ แห่ง) ๑๓,๘๗๐ ตัน/ปี ลดการ ปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจก ๓๒,๑๗๘ ตนั คารบ์ อน (๓) ปริมาณขยะมลู ฝอยที่นากลับมาใช้ประโยชน์ ๑๕๓,๙๒๗ ตัน/ปี ลดปริมาณก๊าซเรือน
๒๘๑ กระจก ๓๕๗,๑๑๒ ตันคารบ์ อน ๗. การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ สร้างโอกาสความเสมอภาคและเท่าเทียมทาง สังคม ๗.๑ การบรกิ ารดา้ นสาธารณสุข การดูแลด้านสุขภาพแม่และเด็ก ให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานด้านโภชนาการ พัฒนาการ และกิจกรรมทางกายของเดก็ พัฒนาระบบบริการอนามยั แม่และเด็ก คลินกิ ฝากครรภ์ คลนิ ิก สุขภาพเด็กดี และขับเคลือ่ นการดาเนินงานด้วยมหัศจรรย์ ๑,๐๐๐ วันแรกของชีวติ (การดูแลต้ังแต่ต้งั ครรภ์- เด็กชว่ ยอายุ ๕ ปี) ๗.๒ การลดความเหลือมลา้ ทางสงั คม การดูแลช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้พกิ ารและผู้สูงอายุ อาทิ การสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ ๒,๕๕๑ ราย การพัฒนาที่อยู่อาศัย ๒๕๐ หลัง และงานกองทุนต่าง ๆ ของกระทรวง พัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ ๔ กองทุน ๗.๓ พฒั นาคณุ ภาพชีวติ จดั กจิ กรรมค่ายครอบครวั สานสมั พนั ธ์การอยูร่ ่วมกันและสรา้ งความสมั พนั ธ์อันดีตอ่ กัน ๗.๔ เสรมิ สร้างคุณภาพชีวิตและผูพ้ กิ ารและผู้สงู อายุ อบรมให้ความรดู้ ้าน IT อบรมให้ความรภู้ าษาองั กฤษ และอบรมให้ความร้ดู ้านมคั คุเทศก์ ๘. ดา้ นความมน่ั คงและกระบวนการยตุ ธิ รรม ๘.๑ การลดปัญหาอาชญากรรม สถิติการเกิดคดีอาชญากรรม จานวน ๖,๔๒๐ คดี จับกุมได้ ๖,๒๖๘ คดี แยกเป็น ความผิดเก่ียวกับชีวิต ร่างกายและเพศ ความผิดเก่ียวกับทรัพย์สิน และความผิด พิเศษ โดยได้ดาเนนิ การเรง่ รดั สืบสวนหาผกู้ ระทาความผดิ ออกตรวจนบั กวาดลา้ งและดาเนินการเพอ่ื ให้ เกิดความสงบสขุ ในสงั คม ๘.๒ การป้องกันและแก้ไขปญั หายาเสพติด จังหวัดลพบุรี ไม่มีแหล่งผลิตและแหล่งพักยาเสพติดในพ้ืนท่ี โดยปี ๒๕๖๒ จังหวัด ลพบุรีดาเนินการหมบู่ า้ นประชารัฐ ๙ ขนั้ ตอน ทกุ หม่บู ้าน/ชมุ ชน ๑,๑๙๘ หมู่บา้ นชมุ ชน แบ่งออกเป็น • หมู่บา้ นทไ่ี มม่ ปี ญั หายาเสพตดิ จานวน ๗๘๖ หมู่บ้าน คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๖๕.๖๙ • หมบู่ ้านที่มปี ัญหาน้อย ๓๒๓ หมบู่ ้าน รอ้ ยละ ๒๖.๙๖ • หมบู่ า้ นที่มีปญั หาปานกลาง ๗๙ หมู่บ้าน ร้อยละ ๖.๕๙ • หมบู่ ้านท่ีมปี ญั หามาก จานวน ๑๐ หมู่บา้ น รอ้ ยละ ๐.๘๓
๒๘๒ ๘.๓ เสริมสร้างความรู้ดา้ นกฎหมายในชวี ิตประจาวนั ให้แก่ • นักเรียน/นักศึกษา เก่ียวกับการปฏิบัติตามกฎจราจร การป้องกันตนเองไม่เข้าสู่ กระบวนการยตุ ธิ รรม และการตัง้ ศูนยย์ ุติธรรมชุมชนในสถานศกึ ษาและให้ความรู้ • ผ้ตู อ้ งขัง/ผู้ถูกคมุ ประพฤติ แนะแนวอาชพี หลังพน้ โทษ • หน่วยงาน/เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน บริหารจัดการภัยพิบัติและการช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพบิ ตั กิ รณีฉุกเฉนิ ๙. การป้องกนั และแกไ้ ขปญั หาอุทกภัยและภยั แลง้ ๙.๑ โครงการบริหารจดั การนา้ แบบบูรณาการ • ปรับปรุงทางระบายน้าพร้อมวางท่อบริเวณริมถนนพระยาพชิ ัยดาบหัก แก้ปญั หา ให้ประชาชนในพน้ื ที่ ๒๐๐ ครัวเรอื น • ขดุ ลอกรางระบายนา้ สแี่ ยกอานนั ทมหิดล – ท่อลอดถนนพระยาพิชัยดาบหัก ๑ แห่ง • ปรับปรุงแนวคลองระบายน้า มทบ.๑๓ เพ่ือแก้ไขปัญหาน้าท่วมในพ้ืนท่ีชุมชน โดยรอบ ๗,๕๐๐ ครัวเรอื น ๙.๒ การแก้ไขปัญหาและบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนอันเกิดจากภัยแล้ง รวม ๔๘ โครงการดาเนนิ การแล้วเสรจ็ ๑๖ โครงการ การแก้ไขปญั หาการจัดการน้าเพอ่ื การเกษตร ๓๓ โครงการ การแกไ้ ขปัญหาการจัดการน้าเพือ่ อุปโภคบรโิ ภค ๑๒ โครงการ การสร้างอาชพี สร้างรายได้ และจา้ งแรงงาน ๒ โครงการ การบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนท่ีได้รับผลกระทบจากภัยแล้งและ อุทกภยั ๑ โครงการ ๑๐. ปัญหาสาคญั ของจังหวัดลพบุรี ๑๐.๑.ปัญหาเก่ียวกับการบุกรุกท่ีดินของรัฐและพ้ืนท่ีทับซ้อน พระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๗๙ และพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๓ จานวน ๒ แปลง คือ ๒๓,๐๔๔ไร่ และ ๘๙,๘๑๔ ไร่ ท่ีราษฎรไม่สามารถออกโฉนดได้ ๑๐.๒ ปัญหาความเดือดร้อนจากจานวนประชากรลิงเพ่ิมข้ึน จังหวัดลพบุรีได้ประสาน ความร่วมมือกับสานักบริหารพื้นท่ีอนุรักษ์ที่ ๑ สาขาสระบุรี กรมอุทยานสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช เพื่อดาเนนิ การแกไ้ ขปัญหา ดังน้ี ๑) ควบคุมจานวนประชากรโดยการทาหมันแล้ว จานวน ๑,๑๓๕ ตัว จาก ประชากรลิงในจงั หวัดลพบรุ ี ประมาณ ๑๑,๑๑๑ ตัว
๒๘๓ ๒) จัดสร้างสวนลิง เพื่อเป็นสถานที่สาหรับอนุบาลลิงที่เจ็บป่วย หรือลิงที่มี พฤติกรรมกา้ วรา้ ว ต้ังอยพู่ น้ื ท่ี ต.โพธิ์เกา้ ตน้ อ.เมืองฯ ๓) สานักบริหารพ้ืนท่ีอนุรักษ์ที่ ๑ สาขาสระบุรี ได้ว่าจ้างมหาวิทยาลัยขอนแก่น ดาเนินโครงการศึกษา สารวจ ออกแบบ วางผังและประมาณการส่ิงก่อสร้าง พื้นที่ป่าธรรมชาติ เพื่อรองรับลิงท่ีสรา้ งผลกระทบตอ่ ชมุ ชนและพน้ื ท่ีเกษตรจังหวดั ลพบุรี ในพื้นทเี่ ขาพระยาเดินธง อาเภอ พฒั นานิคม จังหวดั ลพบุรี โดยอยูร่ ะหว่างขั้นตอนการศึกษา ๔) ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ สานักบริหารพ้ืนท่ีอนุรักษ์ท่ี ๑ สาขาสระบุรี สนับสนุนงบประมาณในการทาหมนั ลงิ จานวน ๓๐๐ ตัว จากนั้น พิธีกรได้เรียนเชิญคณะกรรมการฯ และผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ข้ึนบนเวที เพื่อดาเนินการพูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับประชาชน ทั้งน้ี สาระสาคัญของการ แลกเปลีย่ นความเห็นกับประชาชนสามารถสรุปไดด้ งั นี้ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง ในฐานะประธานกรรมการ ได้กล่าวให้ความรู้เก่ียวกับหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภา ตามท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กาหนดไว้ พร้อมกล่าวถึงจุดมุ่งหมายในการลงพื้นที่พบปะประชาชนของสมาชิก วฒุ สิ ภา เพอื่ รับฟงั ข้อคิดเห็นหรอื ข้อเสนอแนะของสว่ นราชการ เยาวชน ประชาชน ส่อื มวลชนและอ่นื ๆ ท่ีเก่ียวข้อง เพื่อนาข้อมูลท่ีได้รับไปวิเคราะห์และเป็นประโยชน์ในการกล่ันกรองกฎหมายท่ีจะมีการ ประกาศบงั คบั ใช้ตอ่ ไปในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้กล่าวถึงอีกหน้าที่หนึ่งของวุฒสิ ภา มาตรา ๒๗๐ ของ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งได้กาหนดให้วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลมีหน้าที่และอานาจในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายการปฏิรูปประเทศ โดยสมาชิกวุฒิสภา ได้เห็นถึงความสาคัญของแผนงานและโครงการต่าง ๆ ของจังหวัดซึ่งจะเป็นส่วนสาคัญในการผลักดัน ให้เกดิ การปฏริ ูปประเทศเพื่อก้าวสคู่ วามม่นั คง ม่งั คั่ง ยงั่ ยืน ต่อไป นายวิทยา ผวิ ผ่อง รองประธานกรรมการ คนท่หี นึง่ กล่าวทกั ทายประชาชน พร้อมกล่าวถึง นโยบายของรฐั บาลและเจตนารมณข์ องรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ และการ พัฒนาประเทศ ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาลงพ้ืนท่ีจังหวัดเพ่ือต้องการจะสนับสนุนให้จุดมุ่งหมายในการพัฒนา ประเทศประสบความสาเรจ็ ทงั้ นี้ โครงการของจังหวดั มีจานวนมาก จงึ เหน็ วา่ การดาเนินการควรจะต้อง เป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความร่วมแรงร่วมใจกันและได้รับความร่วมมือจากภาคส่วนต่าง ๆ อาทิ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม ภาคเอกชน นักศึกษา และประชาชน นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ ของโครงการสมาชกิ วุฒสิ ภาพบประชาชนและการส่งเสรมิ ให้ประชาชนได้รู้จักบทบาทหน้าท่ีของวฒุ สิ ภา พรอ้ มท้งั กลา่ วแนะนาช่องทางติดตอ่ ส่อื สารระหว่างสมาชิกวุฒสิ ภาและชาวจังหวัดลพบุรี พรอ้ มเชญิ ชวน ให้ประชาชนเข้าร่วมไลน์กลุ่มจังหวัดลพบุรี เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดคุยและรับส่งข้อมูล ที่เป็นประโยชน์
๒๘๔ นายลกั ษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนที่สอง ได้กล่าวทักทายประชาชนและชื่นชม ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีท่ีนาเสนอแผนงานหรือโครงการของจังหวัดท่ีมีการดาเนินการตามแผน ยุทธศาสตร์ชาติมาสู่ในพื้นท่ี นอกจากน้ี ได้กล่าวถึงหน้าท่ีและอานาจของสมาชิกวุฒิสภา ท้ังในส่วนของ การกล่ันกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และหน้าที่ตามบทเฉพาะกาล ซ่ึงได้กาหนดให้วุฒิสภามีส่วนช่วยในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ โดยการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่กาหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) นอกจากน้ี ยังมคี ณะกรรมาธกิ ารของวฒุ สิ ภาเป็นกลไกสาคัญในการปฏิบัตหิ น้าที่ นอกจากนี้ โครงการและแผนงานต่าง ๆ ของจังหวัดลพบุรีตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ได้นาเสนอในส่วนท่ีเกี่ยวกับการเกษตรและสอดคล้องกับประเด็นยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้าง ความสามารถในการแข่งขัน น่ันคือ การยกระดับคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะการเกษตรสรา้ งมลู คา่ ซ่งึ ให้ความสาคญั กับการเพิ่มผลิตภาพการผลิตทง้ั เชิงปรมิ าณและมลู ค่า และความหลากหลายของสินค้าเกษตร ประกอบด้วย ๑) เกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ๒) เกษตรปลอดภัย ๓) เกษตรชีวภาพ ๔) เกษตรแปรรูป และ ๕) เกษตรอัจฉริยะ ซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรีได้นาหลัก ดังกล่าวมาสู่แนวทางปฏิบัติในการพัฒนาจังหวัด นอกจากน้ี ในส่วนของแผนงานการยกระดับคุณภาพ และสรา้ งมูลค่าเพิ่มด้านอาหารปลอดภยั ซง่ึ มีจุดแข็ง คือ การเลีย้ งไก่เนอ้ื สกุ ร โคนม แพะ และการผลิต พืชเศรษฐกิจสาคัญ อาทิ ข้าว ต้นทานตะวัน และอื่น ๆ ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนา จึงเป็นเร่ืองที่ถูกต้อง และเหมาะสม อีกทั้งยังมีการส่งเสริมให้เกษตรกรมีความมุ่งมั่นในการพัฒนามาตรฐานด้านการเกษตร เพ่ือพัฒนาไปสเู่ กษตรอินทรยี ์ การรวมตัวของกลมุ่ เกษตรกร เพ่ือปลดปล่อยศักยภาพของเกษตรกร และ เป็นการสร้างมูลค่าเพ่ิมให้แก่ท้องถ่ิน รวมท้ังในด้านของส่ิงแวดล้อมซ่ึงจังหวัดมีฟาร์มปศุสัตว์จานวนมาก และก่อให้เกิดก๊าซมีเทนที่ทาให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยจังหวัดได้มีแนวทางในการนาส่ิงปฏิกูลไปหมักเป็น ก๊าซชีวภาพ แล้วนาไปเป็นพลงั งานทดแทนและทาเปน็ ปุ๋ยเพ่อื ลดต้นทุนการเกษตรและลดผลกระทบจาก ภาวะโลกร้อน และประการสาคัญพ่ีน้องเกษตรกรยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลในเรื่องของการ ประกันรายได้พืชเศรษฐกิจ ๕ ชนิด ได้แก่ ข้าวเปลือก ปาล์มน้ามัน ยางพารา มันสาปะหลัง และล่าสุด ข้าวโพดเลี้ยงสตั ว์ ในส่วนของปัญหาสาคัญของจังหวัดลพบุรี ซึ่งมี ๒ เรื่องหลัก ได้แก่ ๑) จานวนประชากรลิง ท่ีเพิ่มขึ้น ขอยกตัวอย่างกรณีการบริหารจัดการศูนย์พ่ึงพิงสุนัขจรจัดของเทศบาลนครรังสิต ซึ่งองค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นผู้ดาเนินงาน โดยรวบรวมสุนัขจรจัดมาไว้ที่ศูนย์ฯ พร้อมประกาศเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวด้วย ท้ังนี้ เพ่ือให้เกดิ การอยรู่ ่วมกันอยา่ งเปน็ สุข ลดภาระทางสังคม ลดการรบกวนของสุนัขจร จัดที่อาจจะเกิดข้ึนกับคนในพื้นท่ีได้ ซึ่งจังหวัดลพบุรีอาจนาแนวทางดังกล่าวมาปรับใช้กับปัญหาลิงของ จังหวัดได้ และ ๒) การบุกรุกที่ดินของรัฐและพื้นที่ทับซ้อนน้ัน ปัจจุบันมีพระราชบัญญัติคณะกรรมการ ท่ีดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีจุดมุ่งหมายในการบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาที่ดินให้แก่ประชาชน ซง่ึ ปัญหาที่ดนิ เกิดขึ้นในหลายพ้นื ที่
๒๘๕ นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล กรรมการ กล่าวขอบคุณมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรีท่ีอานวย ความสะดวกในด้านสถานที่ รวมทั้งบุคลากรทุกท่านท่ีอานวยความสะดวกให้แก่คณะสมาชิกวุฒิสภา ในทุกด้าน พร้อมท้ังกลา่ วอวยพรแก่นกั ศกึ ษา นายสาธติ เหลา่ สวุ รรณ กรรมการ กล่าวเหน็ ด้วยกับหอการคา้ จังหวัดลพบุรที ่ีเสนอให้มกี าร ผลักดันการเช่ือมโยงการคมนาคม เนื่องจากเห็นว่าจังหวัดลพบุรีเป็นเมืองที่เป็นจุดสาคัญทางเศรษฐกิจ การเกษตร พลังงานและอื่น ๆ แต่เน่ืองจากการคมนาคมของจังหวัดลพบุรียังมีอุปสรรคค่อนข้างมาก จึงเป็นเรื่องท่ีควรมีการปรบั ปรงุ และพัฒนา เพ่ือให้จังหวัดลพบุรีเป็นจุดสาคัญของโครงขา่ ยการคมนาคม ภาคกลาง โดยเฉพาะเส้นทางรถไฟทางคู่ เน่ืองจากจังหวัดอ่างทอง จังหวัดสิงห์บุรี และจังหวัดชัยนาท ไม่มีสถานีรถไฟสาหรับขนส่งสินค้า ทาให้ต้องมาใช้บริการการขนส่งท่ีจังหวัดลพบุรี แต่ยังติดปัญหาว่า เส้นทางการคมนาคมยงั ไม่มีความเชอ่ื มโยงเท่าท่ีควร จึงเห็นควรผลกั ดันให้เกิดการเช่อื มโยงการคมนาคม ท่ีสมบูรณ์ต่อไป พลเอก บุญธรรม โอริส กรรมการ ในคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคใต้ ได้กล่าวว่าประเด็นเก่ียวกับการคมนาคมที่มีประชาชนนาเสนอนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรีได้ยื่นเร่ืองดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เรยี บร้อยแลว้ อาทิ ถนนสายเอเชยี -อ่างทอง และถนนสายท่าวุ้ง-บายพาส-โคกสาโรง นอกจากน้ี ในสว่ น ของปัญหาที่ดิน คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกท่ีดินของรัฐ (กบร.จังหวัดลพบุรี) ได้มีการ ประชุมเพ่ือพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเน่ือง ท้ังยังพบปัญหาความซ้าซ้อน ปัญหาบางเรื่อง ติดขัดทางข้อกฎหมาย ซึ่งอาจจะนาไปสู่การแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับความเป็นจริง แต่ท้ังน้ี ในบางพนื้ ท่ีก็ไมส่ ามารถออกโฉนดให้แกป่ ระชาชนได้ จงึ ขอให้ประชาชนรอหลักเกณฑก์ ารปรบั ปรงุ แผนที่ แนวเขตทด่ี นิ ของรัฐแบบบรู ณาการ(one map) ทง้ั นี้ สมาชกิ วฒุ ิสภาจะดแู ลดา้ นกฎหมายและขบั เคลอ่ื น เร่ืองดังกล่าวอยา่ งเตม็ กาลงั นายระวี รุ่งเรือง กรรมการ ได้สอบถามผู้วา่ ราชการจงั หวัดลพบรุ ีเก่ียวกบั ผลการดาเนนิ งาน ของ “ธนาคารน้าใต้ดนิ ” ซึง่ ปจั จุบันมีจานวน ๒,๕๐๓ แห่ง นายอนุศักดิ์ คงมาลยั กรรมการ กลา่ วถึงหลกั “ต.ส.ร.” (ตดิ ตาม เสนอแนะ เรง่ รดั ) ซึง่ เป็น หลักการท่ีใช้ได้ดีกับทุกสถานการณ์และในชีวิตจริง ขอให้ประชาชนมีหลัก ๓ ประการ ในการมีส่วน ร่วมกับวุฒิสภา คือ ต ส ร กล่าวคือ (๑) ต หมายถึง ติดตาม ประชาชนสามารถติดตามการทางานของ วุฒิสภาจากช่องทางต่าง ๆ เช่น ไลน์กลุ่ม เว็บไซต์ หนังสือพิมพ์ รายการวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น (๒) ส หมายถึง เสนอแนะในเรื่องท่ีต้องการให้ปรับปรุง เช่น เรื่องปฏิบัติหน่วยงานภาครัฐ เร่ืองข้อ กฎหมาย (๓) ร หมายถึง เร่งรดั ในเรื่องที่ได้เสนอไปแล้ว เพ่ือให้หน่วยงานไดเ้ รง่ ดาเนนิ การตามทเี่ สนอ
๒๘๖ นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร กรรมการ กล่าวถึงแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑- ๒๕๘๐) ซึ่งมีจุดมุ่งหมายในอีก ๒๐ ปีข้างหน้าว่าต้องการเห็นประเทศเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการเป็น ประเทศทม่ี ีความสามารถในการแขง่ ขัน มีความเสมอภาคทางสงั คม ลดความเหล่ือมลา้ เด็กและเยาวชน เตบิ โตอย่างมคี ุณภาพ พร้อมทั้งมีสงิ่ แวดล้อมท่ีดี มรี ะบบราชการที่ทนั สมัย ตอบสนองความต้องการของ ประชาชนได้ ทง้ั น้ี ยังไดก้ ล่าวถงึ จังหวัดลพบรุ ีว่าเป็นจังหวดั ทม่ี กี ารทอ่ งเทยี่ วซึง่ ถือเป็นจุดแขง็ ของจงั หวัด และมผี า้ ฝ้ายลพบุรที ีม่ ีความสวยงาม คุณภาพดี ดแู ลไดง้ ่าย จากน้ัน สมาชิกวุฒสิ ภา ได้แบ่งการดาเนินงานเป็น ๒ คณะ ดังนี้ คณะที่ ๑ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ในฐานะประธาน กรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง และนายอนุศักด์ิ คงมาลัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดภาคกลาง จัดกิจกรรม \"วุฒิสภาพบเยาวชน\" ณ หอ้ งประชุมพระนารายณ์ ช้ัน ๔ อาคารรัตนเทพสตรี มหาวทิ ยาลัย ราชภัฏเทพสตรี จังหวัดลพบุรี โดยเป็นการพบปะพูดคุยกับร่วมกับหัวหน้าและตัวแทนนักศึกษาจาก สาขาวิชาต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี จานวน ๑๒๐ คน โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์จินตนา เวชมี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี อาจารย์และเจ้าหน้าท่ีมหาวิทยาลัยราชภัฎเทพสตรี ร่วมรบั ฟังในกิจกรรมดงั กล่าว รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ได้ชี้แจงเก่ียวกับการดาเนินงานโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชน ได้กาหนดให้มีการแบ่งกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาเพ่ือลงพื้นที่พบประชาชนใน ๗ ภูมิภาค ได้แก่ กล่มุ ภาคกลาง กล่มุ ภาคตะวนั ออก กลุม่ ภาคใต้ กล่มุ ภาคเหนือตอนบน กลมุ่ ภาคเหนือตอนลา่ ง กล่มุ ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ลงพื้นท่ีพบปะประชาชน ทั่วประเทศ ตลอดระยะเวลา ๕ ปี และมีคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ลงพื้นที่พบกับกลุ่มเยาวชน เนื่องจากได้เล็งเห็นความสาคัญของการสื่อสารและพบปะกับกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นบุคลากรที่สาคัญของประเทศ จึงจัดให้มีกิจกรรมวุฒิสภาพบเยาวชนข้ึน เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน เรียนรู้และรับฟังความคิดเห็นของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา เพื่อสร้างโอกาสให้เกิดการมีส่วนร่วมหรือ ทากจิ กรรมรว่ มกนั ระหวา่ งเยาวชนกับวฒุ สิ ภา ชว่ งแรกของกิจกรรมวุฒสิ ภาพบเยาวชน ณ จังหวดั ลพบรุ ี เป็นการชวนพดู ชวนคยุ กบั นกั ศกึ ษา ในประเด็นเก่ียวกับหน้าท่ีและบทบาทอานาจของวุฒิสภา ความรู้เกี่ยวกับรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ท่ีมาของสมาชิกวุฒิสภา แผนการปฏิรูปประเทศและแผนยุทธศาสตร์ชาติ โดยได้มีการต้ังคาถามให้นักศึกษาได้ร่วมกันแสดง ความคิดเห็น อาทิ รู้จักสมาชิกวุฒิสภา (สว.) หรือไม่ ประชาธิปไตยตามความเข้าใจของนักศึกษา
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 571
Pages: