๔๓๕ ด้านการศกึ ษา การพฒั นาจังหวัดสูก่ ารเป็น Sport city ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ การพัฒนาจงั หวัดสู่การเป็น Sport city ตามแผนพัฒนาการกีฬา แห่งชาติ ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๖๐ – ๒๕๖๔) ในการมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาแบบครบวงจร เพื่อการ สร้างมูลค่าเพิ่มและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรมการกีฬาและการกีฬา เพ่อื การท่องเท่ียวกระทรวงศกึ ษาธิการโดยโรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลัย กระบ่ี มีการส่งเสรมิ นักกีฬา ตามโครงการโดยทางโรงเรียนจัดให้มีโรงเรียนกีฬาท่ีมีการบรรจุโครงการดังกล่าวไว้ในหลักสูตรที่เน้น วิทยาศาสตร์การกีฬา และได้รับการสนับสนุนปัจจัยเก้ือหนุนทั้งด้านบุคลากรด้านการกีฬา และวัสดุ อุปกรณ์ที่เก่ียวข้องจากสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) อย่างเต็มท่ีเพื่อมุ่งพัฒนา นกั กีฬาฟุตบอล และวอลเลยบ์ อลของจงั หวดั ดา้ นการท่องเท่ยี ว การพฒั นาจงั หวัดให้เป็นศนู ยก์ ลางของภมู ิภาคดา้ นการทอ่ งเทยี่ วเชิงกีฬา ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ๑. เป้าหมายการพัฒนาจังหวัดให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้านการท่องเท่ียวเชิงกีฬา เพื่อสร้างรายได้เข้าประเทศน้ัน ต้องมีการพัฒนาไปพร้อมกันกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ คือ ๑) การพัฒนาโรงไฟฟ้าของชุมชน ๒) การท่องเท่ียวเชิงเกษตร ๓) การพัฒนาการดูแลสัตว์ทะเล พ้ืนที่ชายฝั่ง โดยให้มีศูนย์การอนุบาลสัตว์ทะเลในจังหวัด ๔) การจัดการขยะในทะเล ๕) การจัดตั้ง เพื่อพัฒนาความเป็นเมืองน่าอยู่ ๖) โครงการเกี่ยวกับเรือยอร์ชและอู่ซ่อมเรือ ๗) การพัฒนาสนามบิน ให้เป็นสนามบินตัวอย่าง ๘) การจัดทาทางเลี่ยงเมือง ๙) มหาวิทยาลัยในจังหวัด ๑๐) สนามกีฬา ของจังหวดั ๒. ความเร่งด่วนในการแก้ปัญหาท่ีทางจังหวัดต้องการในขณะน้ี คือ เรื่องการขอใช้และ การถอนสภาพพื้นท่ีบริเวณถนนเพชรเกษม (อาเภอคลองท่อม หมู่ ๙) ซึ่งดาเนินการมาต้ังแต่ปี ๒๕๓๘ และมีการทาประชาพิจารณ์แล้ว จึงอยากให้มีการผลักดันโดยขอหนังสือยินยอมจากกองทัพบกในการ ขอใช้พ้ืนที่ดังกล่าว ซ่ึงได้มอบหมายให้ผู้รับผิดชอบเรื่องน้ี ทาหนังสือติดตามไปที่กองทัพบกอีกคร้ัง ทงั้ น้ี ได้ขอให้มีการสง่ สาเนาหนังสือดงั กลา่ วเพื่อใช้ในการติดตามภายในอีกทางหน่งึ
๔๓๖ ครัง้ ที่ ๔ รายงานผลการดาเนินงานโครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวดั กลมุ่ ภาคใต้ วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ จังหวดั นราธวิ าส จงั หวดั นราธวิ าส ณ มหาวทิ ยาลัยนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ อาเภอเมืองนราธิวาส วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทีเสวนา การบรรยายพิเศษ และการถาม - ตอบ เพื่อรับฟัง ความคิดเห็นร่วมกบั หนว่ ยงานภาครฐั เยาวชน และประชาชนทว่ั ไป ผลการดาเนนิ การ การดาเนินกิจกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคใต้ ณ จังหวดั นราธิวาส โดย ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.รสสคุ นธ์ แสงมณี อธกิ ารบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ ได้กล่าวต้อนรับคณะสมาชิกวุฒิสภา จากน้ัน พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒสิ ภาพบประชาชนในพืน้ ทจี่ งั หวดั ภาคใต้ คนท่ีหน่ึง ได้กล่าวรายงานต่อท่าน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ในฐานะประธาน คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดภาคใต้ ได้กล่าวเปิดโครงการในการ เสวนาและการบรรยายพิเศษของสมาชิกวุฒิสภา พร้อมถาม – ตอบเพ่ือรับฟังความคิดเห็นของหัวหน้า ส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ผู้แทนภาคประชาสังคม สื่อมวลชน ผู้บริหาร คณาจารย์และนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั นราธวิ าสราชนครนิ ทร์ ผแู้ ทนภาครัฐ ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา สรุปไดด้ ังน้ี
๔๓๗ ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดิน ยุทธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี : อนาคตไทย อนาคตเรา ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ ๑. เป้าหมายแหง่ ความสาเร็จของการดาเนนิ การตามแผนยทุ ธศาสตรช์ าติ คือ ทุกภาคส่วน ตอ้ ง ร่วมกันคิดวางแผนร่วมกันแบบบูรณาการ จัดทาแผนการปฏิบัติในรายละเอียดและสอดคล้องกัน ตาม แผนบูรณาการ กาหนดเป้าหมาย ตัวชี้วดั ในแต่ละห้วงเวลาท่ีชดั เจน จัดสรรงบประมาณ และทรัพยากร ใหเ้ พยี งพอ เหมาะสม ปฏิบัติ กากบั ดูแล แกไ้ ขปญั หาอย่างตอ่ เนอ่ื ง รวมทง้ั ข้าราชการและประชาชนตอ้ ง รว่ มคิดและร่วมพัฒนา ๒. แผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนการปฏิรปู ประเทศได้ผา่ นมตขิ องคณะรฐั มนตรี และ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยมีกฎหมาย ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ และพระราชบัญญตั ิแผนและข้ันตอนการดาเนินการปฏริ ูปประเทศ ซึ่งจะอธิบายข้ันตอนให้ส่วนราชการ ตา่ งๆ ดาเนนิ การเพอื่ ขับเคลื่อนโยบายตามแผนยทุ ธศาสตร์ชาติ ในขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญก็ได้บัญญัติ ให้สมาชิกวุฒิสภามีหน้าท่ีและอานาจติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏริ ูปประเทศ การจดั ทา และดาเนนิ การตามยุทธศาสตรช์ าติ ซ่งึ ในขณะน้ี เป็นการปูความรู้ขั้นพ้ืนฐานให้ประชาชนท่ัวไปได้รับทราบเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูป ประเทศ เพื่อท่ีจะได้ช่วยกนั ขับเคล่ือนต่อไป ถา้ หากวา่ มคี วามตั้งใจ จงใจ ไมก่ ระทาตามยทุ ธศาสตร์ชาติ จะมีความผิดตามกฎหมาย แต่ที่ผ่านมาส่วนราชการทุกภาคส่วนก็ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ซึ่งเรอ่ื งการลงโทษทีเ่ ขยี นไวน้ น้ั คงไมเ่ กดิ ข้ึน ๓. ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒๐ ปี เปา้ หมาย คอื ความมน่ั คง มั่งค่ัง และยงั่ ยืน เปรียบเหมือนการสรา้ ง ความม่ันคงให้รากฐานของประเทศเหมือนการสร้างพีระมิดและส่ิงสาคัญท่ีจะทาให้รากฐานมัน่ คงได้ คือ การสร้างน้าดีไล่น้าเสียเป็นการสร้าง คนรุ่นใหม่ให้เติบโตข้ึนมา พัฒนาทรัพยากรบุคคลให้เป็นคนดี มีคุณธรรมมีความรู้ความสามารถ กระจาย บุคคลท่ีดไี ปไล่น้าเสียในทุกพื้นที่ เพอื่ นาไปส่คู วามมัน่ คง มั่งค่ัง และยง่ั ยนื ตามปลายทางของยทุ ธศาสตร์ชาติ ด้านความมนั่ คง แผนพฒั นาภาคใต้ชายแดน ขอ้ คิดเหน็ และข้อเสนอแนะ รัฐบาลไดจ้ ดั ทาแผนพัฒนาภาคใต้ชายแดน ปี ๒๕๖๐ - ๒๕๖๕ และทบทวนปี ๒๕๖๒ โดยเนน้ โครงการเมอื งตน้ แบบ “สามเหล่ยี มม่นั คง มง่ั คั่ง ย่ังยนื ” โดยมีเปา้ หมาย คือ “เป็นแหลง่ ผลติ ภาคเกษตร และอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปท่ีสาคัญของ ประเทศ และเป็นเมืองชายแดนเช่ือมโยงการค้าและ การท่องเที่ยวกับพื้นท่ภี าคใตแ้ ละการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ชุมชนมีความ เข้มแข็งอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขภายใต้สังคม พหุวัฒนธรรม” รวมทั้งพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรอาเภอ
๔๓๘ หนองจิก จังหวัดปัตตานี การพัฒนาการค้า และการท่องเที่ยวอาเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส และ อาเภอเบตง จังหวัดยะลา เพ่ือสร้างงาน และรายได้ให้กับประชาชน เพื่อนาไปสู่ความม่ันคง ม่ังค่ัง และยงั่ ยนื ดา้ นเศรษฐกิจ การจัดทาแผนพฒั นาจงั หวดั นราธิวาส ขอ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ การจัดทาแผนพัฒนาจังหวัดนราธิวาสได้จัดทาให้มีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บท และแผนการปฏิรูป ประเทศโดยได้มีการระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนออกมาเป็น แผนการพฒั นาจังหวดั ๕ ปี และแผนการพัฒนารายปี โดยมีวิสัยทศั น์ คอื เศรษฐกจิ มั่นคง การค้าเฟ่ืองฟู นราน่าอยู่ มุ่งสู่สันติสุข อย่างย่ังยืน มุ่งเน้นการทางานด้วยความซ่ือสัตย์สุจริต โปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อให้งานสัมฤทธ์ิผล ประชาชนพึงพอใจ โดยการปฏิบัติงานจะต้องรวดเร็ว ถูกต้อง ต่อเนื่อง และเป็น ระบบ เศรษฐกิจเติบโต อย่างมีเสถียรภาพ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง มคี วามมนั่ คงในชีวติ และเชื่อมน่ั ในอานาจรฐั แนวทางการดาเนินงานต้ังเป้าขบั เคล่ือนเป็น ๗ วาระ ประกอบดว้ ย ๑. วาระท่ี ๑ นรา...ตามรอยพ่อ ภายใต้แนวคิด ชวี ิตพอเพยี งเพื่อสุขเพยี งพอ ๒. วาระท่ี ๒ นราสะอาด ภายใต้แนวคิด ส่งิ แวดล้อมดี มวี ินัย ใจสะอาด ๓. วาระที่ ๓ นราสะดวก ภายใต้แนวคดิ ดแู ลใส่ใจ พร้อมใหบ้ ริการ ๔. วาระท่ี ๔ นราสบาย ภายใต้แนวคดิ เศรษฐกิจสมดุลอบอุ่นทกุ ครวั เรอื น ๕. วาระที่ ๕ นรา...ปลอดภยั ภายใต้แนวคิด ทุกแหง่ หน คนปลอดภัย ๖. วาระท่ี ๖ นราแบ่งปัน ภายใต้แนวคิด คนนราทกุ วยั รว่ มใจแบง่ ปนั ๗. วาระท่ี ๗ นรารกั สามคั คี ภายใตแ้ นวคดิ สามคั คี คอื พลัง ด้านการศึกษา แนวทางการจัดการการศึกษาเพื่อความม่ันคงที่จะแก้ไขปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นท่ี จงั หวัดชายแดนภาคใต้ ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ ยุทธศาสตรใ์ นการพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาในพ้นื ทีจ่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ ๒๐ ปี ซึ่งสอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติ เช่นเดียวกันใช้มาต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ประกอบด้วย ๕ ด้าน โดยด้านที่ ๑ คือ การศึกษาเพ่ือความม่ันคง ซ่ึงจะมีแผนงาน โครงการกิจกรรมต่างๆ ในการท่ีจะทาให้เกิดขึ้น รว มทั้ง ยุทธศาสตร์พระราชทาน ได้แก่ สร้างความเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้แนวทางกับผู้บรหิ ารสถานศึกษาว่า ความสาเร็จที่จะเกิดข้ึนน้ัน จะต้องเกิดจากข้อที่ ๑
๔๓๙ ความเพียร โดยความเพียร เป็นหลักการทรงงานข้อท่ี ๒๓ และเรื่องท่ี ๒ คือ ความร่วมมือ โดยความ รว่ มมือน้นั ไดม้ าจากการร่วมงานรับรู้โดยการสร้างความเข้าใจ นอกจากนี้ ยังไดเ้ พ่มิ เติม ให้ใช้คาว่า ประชารัฐ หมายถึง ความร่วมมืออย่างบูรณาการณ์ของทุกส่วนราชการ ท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน ภาคสังคม และภาคส่ือมวลชน โดยความสาเร็จตามที่ทางนักศึกษาได้สอบถามมานั้น จะต้องใช้ความ มุ่งมั่น ใช้ความเพียรพยายามใช้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จึงจะประสบความสาเร็จด้วยความม่ันคง และสง่ ผลให้การแก้ไขปญั หา ใน ๓ จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ใหเ้ กดิ สันตสิ ขุ ได้ในเร็ววนั ในโอกาสต่อไป ด้านสังคม แนวทางการแกป้ ญั หาการว่างงานและมีการใช้เทคโนโลยเี ขา้ มาทางานแทนมนษุ ย์ ขอ้ คดิ เห็นและข้อเสนอแนะ ๑. รัฐบาลให้ความสาคัญกับการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี โดยมีการเตรียมการรองรับ ในเรื่องการศึกษา ซึ่งได้มีการพฒั นาองค์ความรู้เพื่อรองรับการเปลย่ี นแปลงในศตวรรษที่ ๒๒ ซง่ึ จะมีอยู่ หลากหลายมติ ิ เชน่ มติ ิเรือ่ งของการปรบั ตัว เรอ่ื งของการหาอาชพี ใหมๆ่ ตอ้ งมกี ารสอนในงานทห่ี นุ่ ยนต์ ทาไม่ได้ ต้องผลติ สินคา้ ที่มีการแขง่ ขันไดม้ วี สิ ัยทัศน์และวางแผนระยะยาว ๒. ขณะน้ีไทยเรามแี รงงานต่างด้าวจานวนมาก แต่อนาคตคงต้องมีการปรับเปลี่ยนโดยการนา เทคโนโลยีมาใช้มากข้ึน ปัจจุบันน้ีเรามี EEC (Eastern Economic Corridor หรือ โครงการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก) และมีความต้องการบุคลากรระดับกลางจานวนมากที่ยังไม่ถึง ระดับข้ัน A ซึ่งเป็น โอกาสของน้อง ๆ นักศึกษาที่จะเข้ามาทางานตรงน้ี ต้องมีการปรับตัวเพิ่มความรู้ ความสามารถ รวมท้งั พัฒนาความร้ใู หใ้ ช้ AI ได้
๔๔๐ ครง้ั ท่ี ๕ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวัด กลมุ่ ภาคใต้ วันที่ ๒๓ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ ณ จังหวัดชุมพร จังหวัดชุมพร ณ ศาลาอเนกประสงค์วดั หาดทรายแกว้ อาเภอเมอื งชมุ พร วิธีการดาเนินกิจกรรม เปดิ เวทีการบรรยาย และการถาม - ตอบ ปญั หา/ข้อรอ้ งเรียน เพ่ือรับ ฟงั ความคดิ เห็นร่วมกับหนว่ ยงานภาครัฐ กานนั ผ้ใู หญ่บา้ น และประชาชนทว่ั ไป ผลการดาเนนิ การ การดาเนินกิจกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ จังหวัดชุมพร โดยมี นายนักรบ ณ ถลาง นายอาเภอเมืองชุมพร กล่าวต้อนรับคณะสมาชิกวุฒิสภา จากนั้น พลตรี กลชัย สุวรรณบูรณ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะท่ีปรึกษาคณะกรรมการโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชนในพื้นท่ีจังหวัดภาคใต้ ได้กล่าวเปิดโครงการและแนะนาสมาชิกวุฒิสภาท่ีเข้าร่วม
๔๔๑ โครงการ จากนั้น นายวิบูลย์ รัตนาภรณ์วงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ได้มีการกล่าวนาเสนอ ภาพรวมด้านต่าง ๆ ในการพัฒนาจังหวัดชุมพร และได้มีอภิปรายการแลกเปล่ียนความคิดเห็นร่วมกับ หนว่ ยงานภาครฐั กานัน ผ้ใู หญ่บา้ น และประชาชนในพ้นื ที่ สรปุ ได้ดงั น้ี ดา้ นเศรษฐกจิ แนวทางการพัฒนาจงั หวัดชมุ พรที่ผา่ นมา - โครงการกอ่ สร้างรถไฟทางคู่ - โครงการขยายถนนทาวหลวงเปน็ ๔ ชอ่ งจราจร - โครงการก่อสรา้ งเขอ่ื นปอ้ งกันนา้ ทะเลกดั เซาะ - โครงการกอ่ สรา้ งและปรบั ปรุงอาคารเรยี น - โครงการปอ้ งกนั และบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (ลุ่มนา้ คลองชมุ พร) ดา้ นทรพั ยากรและสงิ่ แวดลอ้ ม ปัญหาน้าท่วมบริเวณคลองนาคราชและการดาเนินการโครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัย เมืองชมุ พร (ลุ่มนา้ คลองชุมพร) ขอ้ คดิ เห็น โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (ลุ่มน้าคลองชุมพร) เกิดจากต้นน้าในเขต อาเภอกระบุรี จังหวัดระนอง มีพ้ืนที่รับน้า ๓๙๕ ตารางกิโลเมตร มีความยาวลาน้าประมาณ ๗๕ กิโลเมตร สภาพท้องคลองมีความลาดชันสูง คดเคี้ยวและมีขนาดแคบ ท้ังสองฝ่ังคลองมีบ้านเรือน อยู่อย่างหนาแน่นเป็นชุมชนเมือง ช่วงปลายคลองเป็นพื้นท่ีต่า เมื่อน้าทะเลหนุนจะรุกล้าเข้าลาคลอง เป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ในช่วงที่มีมรสุมพัดผ่านฝ่ังอันดามันหรือฝ่ังอ่าวไทยจะเกิดฝนตกหนัก ในพ้ืนท่ีลุ่มน้า ติดต่อกัน ๒ – ๓ วัน ฝนท่ีตกที่รอบปีการเกิด ๒๕ ปี จะมีปริมาณน้าไหลลงคลองชุมพร ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัจจุบันคลองชุมพรสามารถระบายน้าได้ประมาณ ๑๔๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาทีเท่านั้น ส่งผลให้ปริมาณน้าในคลองชุมพรเอ่อล้นตล่ิง ต้ังแต่วัดเขาปูนข้ามถนนสายเอเชีย ๔๑ บริเวณสแี่ ยกปฐมพร ไหลผา่ นตัวเมืองชมุ พรในเขตพืน้ ทีต่ าบลวงั ไผ่ ตาบลบ้านนา ตาบลขนุ กระทิง ตาบล บางหมาก ตาบลตากแดด และตาบลทุ่งคา หากเปน็ ชว่ งระยะเวลาที่มีน้าทะเลหนุนสูงก็จะย่ิงเออ่ ล้นตล่ิง เข้าท่วมพ้ืนท่ีลุ่มต่าท่วมขังเป็นเวลา ๓ – ๗ วัน ทาให้ประชาชนประสบความเสียหายและเดือดร้อน ในช่วงฤดูแลง้ กจ็ ะไดร้ บั ผลกระทบกบั ปัญหาน้าเคม็ หนุนรุกล้าเขา้ ลาคลองเป็นประจาทกุ ปี ๆ ละหลายครั้ง โครงการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองชุมพร (ลุ่มน้าคลองชุมพร) เป็นการแก้ไขปัญหา อุทกภัยในพื้นท่ีลุ่มน้าคลองชุมพร โดยการตัดยอดน้าของคลองชุมพรให้สามารถไหลออกสู่ชายฝ่ังทะเล อ่าวไทยได้อย่างรวดเร็ว ไม่เกิดการท่วมขังบริเวณถนนสายเอเชีย ๔๑ และบริเวณพื้นที่ตอนล่างในเขต อาเภอเมืองชุมพร โดยการขุดคลองผันน้า เพ่ือผันน้าจากคลองชุมพรผ่านคลองขุดใหม่ เช่ือมต่อกับ คลองนาคราช และขุดขยายคลองนาคราชใหส้ ามารถระบายน้าได้ ๓๕๐ ลูกบาศกเ์ มตรต่อวนิ าที ขุดลอก
๔๔๒ คลองชุมพรเดิมให้สามารถระบายน้าได้ ๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และขุดขยายคลองชุมพรเดิม ช่วงปลายใหส้ ามารถระบายนา้ ได้ ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตรตอ่ วนิ าที พรอ้ มทัง้ กอ่ สร้างประตูระบายน้าบรเิ วณ ปากคลองผันน้า จานวน ๑ แห่ง และก่อสร้างประตูระบายน้าในคลองชุมพร จานวน ๓ แห่ง เม่ือ โครงการแล้วเสร็จจะสามารถระบายน้าและบรรเทาอุทกภัยในพ้ืนท่ีตอนล่างอาเภอเมืองชุมพร และ สามารถเก็บกักน้าไว้ในลาคลอง เพ่ือใช้ประโยชน์ชว่ งฤดูแล้งปริมาณ ๖.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร เพ่ิมพ้ืนท่ี รับประโยชน์ ๖,๘๗๕ ไร่ ท้ังน้ี ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานท่ี ณ จังหวัดชุมพร เม่ือวันที่ ๒๑ สิงหาคม ๒๕๖๑ ได้มีมติให้เร่งรัดดาเนินการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้าคลองชุมพร เพื่อช่วย บรรเทาความเดอื ดร้อนให้แกป่ ระชาชนอยา่ งยงั่ ยนื กาหนดแล้วเสร็จโครงการในปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ประโยชน์ทไ่ี ด้รบั ๑. บรรเทาอุทกภัยในเขตพื้นที่ชุมชนตอนล่างของอาเภอเมือง จานวน ๖ ตาบล ลดพ้ืนท่ี น้าท่วม ๓๗,๕๐๐ ไร่ ช่วยเหลอื ราษฎร ๑๖,๘๐๒ ครวั เรอื น และแก้ไขปัญหาน้าท่วมถนนสายเอเชีย ๔๑ แยกปฐมพร ๒. เกบ็ กักน้าไวใ้ ชใ้ นฤดแู ลง้ ๖.๕ ลา้ นลกู บาศกเ์ มตร ๓. เพ่มิ ประสิทธิภาพในการบรหิ ารจัดการนา้ และสามารถเพ่ิมพ้ืนท่รี ับประโยชน์ได้ ๖,๘๗๕ ไร่ ๔. ปอ้ งกนั นา้ เคม็ รุกล้า ไมใ่ ห้รุกล้าพนื้ ที่เมืองชมุ พร ๕. ลดความเสียหายต่อชีวติ และทรพั ยส์ นิ ของราษฎร ในชว่ งทา้ ยไดเ้ ปิดโอกาสใหผ้ ู้เขา้ รว่ มกิจกรรมไดซ้ กั ถาม แสดงความคิดเหน็ และแจง้ ข้อรอ้ งเรยี น สรปุ ประเด็นได้ ดังนี้ ๑. ปัญหาเรอื่ งการจา่ ยค่าชดเชยจากการเวนคนื ที่ดนิ ๒. ปญั หาเรื่องการระบายน้าระหว่างการขุดคลองชุมพร ๓. ผลกระทบและปัญหาจากการทาคันดินปอ้ งกันอทุ กภัยและการสร้างครู ะบายน้า ๔. แนวทางการป้องกันนา้ ท่วมเนอื่ งจากนา้ ไมส่ ามารถไหลเข้าสลู่ าคลองชมุ พรไดท้ ัน ๕. แนวทางการเรง่ รัดโครงการใหแ้ ลว้ เสร็จโดยเร็ว และส่งผลกระทบตอ่ ประชาชนใหน้ อ้ ยท่สี ดุ ขอ้ เสนอแนะ ๑. สะพานข้ามคลองนาคราชบริเวณด้านหน้าหมู่บ้านซันน่ีวิลล์ซึ่งมีการก่อสร้างไป เมื่อ ๒ ปีก่อน การขุดลอกคลอง ปัญหาตอนน้ี คือ เรือไม่สามารถผ่านสะพานนี้ได้ เห็นควรได้รับ การแก้ไข ๒. กรณีน้าท่ีอยภู่ ายนอกคลองนาคราช ควรมแี นวทางการปอ้ งกันน้าภายนอก เนอื่ งจากขณะน้ี พ้ืนท่ีหมู่ ๗ ตาบลตากแดด เม่ือเกิดฝนตกน้าจะท่วมขังบริเวณพื้นท่ีสวนของประชาชน สาเหตุจาก น้าไม่สามารถไหลเข้าสู่ลาคลองได้ เพราะการก่อสร้างประตูระบายน้าใช้ท่อ คสส. ๑.๐๐ เมตร ทาใหน้ ้าไมส่ ามารถไหลได้ทัน
๔๔๓ ๓. ขอให้เร่งรัดการดาเนินการโครงการบรรเทาและป้องกันสาธารณภัยลุ่มน้าคลองชุมพร ให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กาหนด และส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ระหว่างการดาเนินโครงการ นอ้ ยท่ีสดุ ด้านกระบวนการยตุ ิธรรม การจ่ายค่าชดเชยจากการถูกเวนคืนท่ีดินในราคาท่ีน้อยกว่าความเป็นจรงิ ข้อคดิ เหน็ ปัญหาการจ่ายเงินชดเชย กรณีถูกเวนคืนท่ีดิน ท่ีเกี่ยวข้องกับการขุดคลองชลประทาน ท่ปี ระเมนิ ราคาตา่ กวา่ ราคาตลาดมาก ซง่ึ ไม่เพยี งพอกบั การไปซ้อื ทดี่ ินใหม่ และการดาเนนิ การล่าชา้ มาก ข้อรอ้ งเรยี น ดา้ นทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม ผลกระทบจากการระบายนา้ ระหว่างการขดุ คลองชมุ พร ปญั หา ๑. ด้วยการดาเนินการระหว่างขุดคลองชุมพรได้ปิดก้ันทางคูระบายน้าในพื้นท่ีตอนปลาย ที่ระบายลงคลองนาคราชทาให้พื้นที่หมู่ ๓ - หมู่ ๖ ตาบลตากแดด ในช่วงหน้าฝนเกิดปัญหาน้าท่วมขัง เป็นเวลานาน ทาให้พืชผลทางการเกษตรของประชาชนเสียหาย และการขนย้ายพืชผลไม่สะดวก หญ้าที่ใช้สาหรับเล้ียงสัตว์เน่าเสีย เนื่องจากน้าท่วมขังเป็นเวลานาน จึงขอให้ผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ชว่ ยเปิดทางคูระบายน้าทีจ่ ะลงส่คู ลองนาคราชเพอ่ื ให้น้าไม่ทว่ มขงั ๒. การทาประตูระบายน้าขอให้ออกแบบตามสภาพพ้ืนท่ีจริง เพราะที่บางช่วงที่ทาประตู ระบายน้าสูงทาให้นา้ ท่ีจะไหลลงสู่คลองนาคราชไหลลงไม่ได้ ทาให้น้าทว่ มขังในพน้ื ที่ทางการเกษตรของ ประชาชน
๔๔๔ ครง้ั ท่ี ๖ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชนในพื้นท่ีจังหวดั กล่มุ ภาคใต้ วนั ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๒ ณ จงั หวดั สงขลา จังหวัดสงขลา ณ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ อาเภอหาดใหญ่ วิธีการดาเนินกิจกรรม จัด Focus Group และการถาม - ตอบ ปัญหา/ข้อร้องเรียน เพ่ือรับ ฟงั ความคดิ เห็นรว่ มกบั ผแู้ ทนหน่วยงานภาครัฐ ผแู้ ทนภาคเอกชน ผู้บรหิ ารโรงเรียน/ครู เดก็ เยาวชน
๔๔๕ ผลการดาเนนิ การ การดาเนินกิจกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดภาคใต้ ณ จงั หวัดสงขลา โดยมกี จิ กรรมภาคเช้า และภาคบ่าย สรุปได้ดงั นี้ กิจกรรมภาคเชา้ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จานวน ๑๒๐ คน แบ่งการจัด กิจกรรมออกเป็น ๔ กลุ่ม กลุ่มละ ๓๐ คน โดยให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายในกลุ่ม ร่วมกัน เสนอความคิดเหน็ ในประเด็นตา่ งๆ โดยมสี มาชกิ วุฒิสภาเป็นที่ปรึกษาประจาในแต่ละกลุ่ม สามารถสรุป ประเดน็ ที่นักศึกษาเสนอในแต่ละกลุม่ ไดด้ ังนี้ กลมุ่ ท่ี ๑ หัวข้อ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข สมาชิกวุฒสิ ภาประจากลมุ่ ๑. พลเอก นิวตั ร มนี ะโยธนิ สมาชกิ วุฒิสภา ๒. พลเอก บุญธรรม โอรสิ สมาชิกวฒุ ิสภา ๓. นายซากีย์ พทิ กั ษ์คมุ พล สมาชกิ วฒุ สิ ภา นกั ศกึ ษาไดร้ ะดมความคิดเหน็ ออกเปน็ ๓ ประเดน็ ดงั น้ี ๑. มุมมองต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยของไทยในปัจจุบันยังไม่เข้มแข็ง มีความเหลื่อมล้า ไม่เท่าเทียมกัน เสียงของคนกลุ่มน้อย ยังไม่ได้รับการรับฟังเป็นเรื่องของคนที่มีอานาจเท่าน้ัน ไม่ลงลึก ถึงระดับประชาชนทว่ั ไป ๒. ข้อเสนอแนะท่ีจะทาให้ระบอบประชาธิปไตยม่ันคง ได้แก่ ควรพัฒนาการศึกษาของไทย โดยให้ความรู้เกี่ยวกับประชาธิปไตยในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของไทย ผู้นาควรมีบทบาทสาคัญ ในการส่งเสริมประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง ควรเลือกผู้นาท่ีเป็นคนดี เข้มแข็ง กระตุ้น และส่งเสริม การมีส่วนร่วม เช่น การเปิดโอกาส ช่องทาง ให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ตระหนักถึงสิทธิ หน้าท่ี ความเป็นพลเมือง ในระบอบประชาธิปไตยของไทย เคารพและรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างของผู้อ่ื น ประชาชนต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในช่องทางท่ีรัฐสามารถเข้าถึงได้ ไม่ใช่เพียงการแสดง ความคดิ เหน็ ในพื้นทข่ี องตนเอง ๓. ในฐานะนักศึกษา เยาวชนคนรุ่นใหม่ จะมีส่วนช่วยสร้างสรรค์ประชาธิปไตยของไทย โดยต้องเริ่มจากตัวเองก่อน ทาความเข้าใจสิทธิเสรีภาพของตนเอง และปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ ตามระบอบประชาธิปไตย เปิดใจ รบั ฟังความคิดเห็นกันมากขึ้น ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ไม่ใช้ความรุนแรง และไม่ดูถูกผู้อื่นที่คิดเห็นแตกต่างจากเรา รวมท้ัง ต้องกล้าพูด กล้าแสดงออก มีสติ มีความยั้งคิด ส่งเสริม สนบั สนุนความคิดเหน็ ของคนรุ่นใหม่ โดยไม่ยดึ ติดกบั ความคดิ เหน็ เดมิ ๆ
๔๔๖ กลุ่มท่ี ๒ หวั ขอ้ การนอ้ มนาหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสกู่ ารพฒั นาคณุ ภาพชวี ิต สมาชกิ วฒุ ิสภาประจากลุ่ม ๑. พลเอก ชศู ักดิ์ เมฆสวุ รรณ์ สมาชกิ วุฒสิ ภา ๒. พลอากาศเอก สุจนิ ต์ แชม่ ช้อย สมาชิกวุฒสิ ภา ๓. นายนิอาแซ ซีอเุ ซง็ สมาชกิ วฒุ ิสภา นักศึกษาได้แบ่งการน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต ออกเป็น ๒ ระดับ ได้แก่ ระดับบุคคล และระดบั สังคม/ประเทศชาติ โดยมรี ายละเอยี ด ดงั น้ี - ระดับบุคคล รู้จักพอเพียงในการใช้ชีวิต บริหารการเงินให้สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข ตามฐานะ รู้จกั แบ่งปัน รู้จกั การตัดสนิ ใจ มคี ณุ ธรรม และเคารพกฎหมาย - ระดับสังคมและระดับประเทศชาติ เริ่มต้นจากการพัฒนาระดับการศึกษา ลดความเหล่ือมล้า ทางด้านการศึกษา เช่ือมโยงและผลักดันทุกนโยบายสู่สังคมระดับฐานรากให้เกิดข้ึนจรงิ จัดสรรทรัพยากรอ ยา่ งสมเหตุสมผล รวมทง้ั สรา้ งความมัง่ คงในชวี ิตและทรพั ยส์ ินของประชาชน กลุ่มที่ ๓ หัวข้อ รับฟังความคิดเห็นและทาความเข้าใจด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจกั รไทย สมาชกิ วฒุ ิสภาประจากล่มุ นางสาวปิยฉัฏฐ์ วนั เฉลมิ สมาชกิ วฒุ สิ ภา - ดา้ นกฎหมายทวั่ ไป นกั ศึกษาใหค้ วามเหน็ ว่าตวั บทกฎหมายบางฉบับอา่ นแล้วเข้าใจได้ยาก เชน่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ - ด้านรัฐธรรมนูญ นักศึกษาให้ความเห็นว่า วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปฏิบัติจริงได้ยาก เรื่องแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี มีเนื้อหาเข้าใจยาก และมีระยะเวลาที่นานเกินไป นอกจากน้ี การออก กฎหมายของสมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎรควรเปน็ ไปอย่างโปรง่ ใส ไมค่ วรมีการเสียบบตั รแทนกัน กลุ่มที่ ๔ หวั ข้อ ความรเู้ ร่อื ง สมาชิกวุฒิสภาและบทบาทหน้าที่ สมาชิกวฒุ ิสภาประจากลมุ่ ๑. นายสมชาย เสยี งหลาย สมาชิกวฒุ สิ ภา ๒. พลเอก ไพโรจน์ พานชิ สมยั สมาชกิ วุฒิสภา ๓. นายขวญั ชาติ วงศศ์ ุภรานนั ท์ สมาชิกวฒุ สิ ภา นักศึกษาได้รับความรู้เก่ียวกับบทบาทหน้าท่ีของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ได้แก่ งานด้านนิติบัญญัติ งานด้านการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน งานด้านการให้คาแนะนาหรือ ให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่งสาคัญ และงานด้านอ่ืน ๆ ตามท่ีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและ กฎหมาย ท้ังน้ี วุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลในวาระเร่ิมแรกน้ัน มีจานวน ๒๕๐ คน นอกจากจะมีหน้าที่ และอานาจเช่นเดียวกับวุฒิสภาตามบทบัญญัติหลักแล้ว รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทยไดเ้ พ่ิมหน้าท่ี และอานาจโดยเฉพาะ ดงั น้ี
๔๔๗ ๑. การติดตาม เสนอแนะ และเร่งรดั การปฏริ ปู ประเทศ ๒. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเพ่อื ดาเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศ ๓. การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติท่ีวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎรยับย้ังไว้ตามมาตรา ๑๓๗ (๒) หรอื (๓) ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย ๔. การพิจารณาใหค้ วามเหน็ ชอบบคุ คลซงึ่ สมควรได้รบั แตง่ ตง้ั เป็นนายกรฐั มนตรี ทั้งนี้ นักศึกษาได้ให้ความเห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาควรตรวจสอบการทางานของรัฐบาล อย่างตรงไปตรงมา และสมาชิกวุฒิสภาต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องและสามารถตรวจสอบได้ กิจกรรมภาคบ่าย กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนภาคเอกชน ผู้แทนภาคประชาชน ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมจานวน ๕๐๖ คน สรุปการดาเนินกิจกรรม ได้ดงั น้ี แนะนาสมาชิกวุฒิสภาท่ีเข้าร่วมโครงการและหัวหน้าส่วนราชการผู้เข้าร่วมโครงการ และ นาเสนอคลิปวีดิโอหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภา จากน้ันเป็นการบรรยาย “ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี : อนาคตไทย อนาคตเรา” โดยท่าน พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร สมาชิกวฒุ ิสภา ได้กล่าวเก่ียวกบั บทบาท หน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๙ ความหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เป้าหมายของการพฒั นาประเทศตามแนวยทุ ธศาสตร์ชาติ และปัจจัยแห่งความสาเรจ็ ของการดาเนินการ การตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ คือ ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันคิด วางแผนร่วมกันแบบบูรณาการ จัดทา แผนการปฏบิ ัติในรายละเอียดและสอดคล้องกนั ตามแผนบรู ณาการ กาหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด ในแต่ละ ห้วงเวลาท่ีชัดเจน จัดสรรงบประมาณ และทรัพยากรให้เพียงพอ เหมาะสม ปฏิบัติ กากับดูแล แก้ไข ปญั หา อยา่ งต่อเนอ่ื ง รวมท้ังขา้ ราชการและประชาชนต้องร่วมคดิ และรว่ มพฒั นา ข้อคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะ ๑. แผนยุทธศาสตร์ชาตินอกจากจะพัฒนาด้านการศึกษาแล้ว ควรสร้างจิตสานึกของเยาวชน ในเรื่องการทาประโยชนต์ อ่ สาธารณะดว้ ย ๒. ฝากให้สมาชิกวุฒิสภาช่วยกระตุ้นไปยังรัฐบาลให้ช่วยแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ตรงจุด โดยเฉพาะปัญหาเรอ่ื งการสง่ ออก การส่งเสริมการลงทนุ การเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ให้กับ ประชาชนผู้มรี ายได้นอ้ ย ๓. อยากให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาและดาเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติตลอด ระยะเวลา ๒๐ ปี ให้มากข้ึน รวมท้งั ควรมีการการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องยทุ ธศาสตร์ชาติ และการปฏริ ปู ประเทศให้มากยิ่งขน้ึ
๔๔๘ คร้ังที่ ๗ รายงานผลการดาเนินงานโครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชนในพื้นท่ีจังหวัด กลมุ่ ภาคใต้ วนั ที่ ๑๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ณ จังหวดั ระนอง จงั หวัดระนอง ณ หอ้ งประชมุ ช้นั ๕ ศาลากลางจังหวดั ระนอง วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทีเสวนา และการบรรยาย และการถาม-ตอบ เพ่ือรับฟังความ คิดเห็นปัญหา/ข้อร้องเรียนร่วมกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน ผู้แทนองค์กร ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน และประชาชนทวั่ ไป
๔๔๙ ผลการดาเนนิ การ การดาเนินกิจกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคใต้ ณ จังหวัดระนอง โดยมี นายจตุพจน์ ปิยัมปุตระ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง กล่าวต้อนรับคณะสมาชิก วุฒิสภา จากนั้น พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนท่ีจงั หวัดภาคใต้ คนที่หนึ่ง ไดก้ ล่าวเปิดโครงการและแนะนา สมาชิกวุฒิสภาท่ีเข้าร่วมโครงการ และอภิปรายการแลกเปล่ียนความคิดเห็นร่วมกับผู้แทนหน่วยงาน ภาครัฐ ผู้แทนหน่วยงานภาคเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่ือมวลชน และประชาชน ในพ้ืนที่สรุปไดด้ ังนี้ ดา้ นการบริหารราชการแผ่นดนิ บทบาท หน้าที่ และอานาจของวฒุ สิ ภา ขอ้ คิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ สมาชิกวุฒิสภามีบทบาทสาคัญในการกลั่นกลองกฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และมหี น้าที่เฉพาะของสมาชิกวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลของรฐั ธรรมนูญ คือ เรื่องการตดิ ตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ จึงนาไปสู่การลงพื้นที่พบปะประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ เพ่ือรับฟังปัญหา ขอ้ เสนอแนะ และข้อรอ้ งเรียนของประชาชนเพอ่ื นาไปสกู่ ารดาเนนิ การตามหนา้ ทีแ่ ละอานาจของวฒุ สิ ภา ด้านเศรษฐกจิ การพัฒนาเศรษฐกิจและการคา้ จงั หวดั ระนอง ขอ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ - ทิศทางการพัฒนาจังหวัดระนอง เพ่ือการพัฒนาเศรษฐกิจและการค้าจังหวัดระนอง โดย คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (SEC : Southern Economic Corridor) ในเบ้ืองต้นจะมุ่งพัฒนาในพื้นที่ ๔ จังหวัด เพื่อให้เกิดความเช่ือมโยง คือ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช โดยมีกรอบการพฒั นา ๔ ด้าน ประกอบดว้ ย (๑) การพฒั นาประตูการคา้ ฝง่ั ตะวันตก (Western Gateway) (๒) การพัฒนาประตสู กู่ ารท่องเที่ยวอ่าวไทยและอันดามัน (Royal Coast & Andaman Route) (๓) การพัฒนาอุตสาหกรรมฐานชีวภาพและการแปรรูปการเกษตรมูลค่าสูง (Bio – Based & Processed Agricultural Products) (๔) การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรและวฒั นธรรมเพอ่ื การทอ่ งเทยี่ วและการเรยี นรู้ (Green & Culture) ทั้งน้ี ประเด็นเร่งด่วนที่กาลังดาเนินการซ่ึงสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ คือ การเร่งรัด ดาเนินการโครงการรถไฟสายใหม่จากชุมพร – ท่าเรือน้าลึกระนอง โครงการขยายถนน ๔ ช่องจราจร
๔๕๐ เส้นทางชุมพร – ระนอง – ตะก่ัวป่า และ เส้นทางราชกรูด – พะโต๊ะ – หลังสวน โครงการพัฒนา ศักยภาพท่าเรือระนอง และการขุดลอกร่องน้าทางเดินเรือจังหวัดระนอง เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้า และการท่องเท่ียวกับกลุ่มประเทศ BIMSTEC ประกอบด้วย บังคลาเทศ อินเดีย เมียนมา ศรีลังกา ไทย เนปาล และภฏู าน รวมทง้ั โครงการพฒั นาศักยภาพทา่ อากาศยานระนอง นอกจากนี้ ยังมีโครงการที่กาลังดาเนินการและเร่งผลักดันให้แล้วเสร็จซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อ ชาวจังหวัดระนอง ได้แก่ โครงการสร้างศูนย์พัฒนากีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬาระดับประเทศ ซึ่งจะ เช่ือมโยงกับศูนย์ฟ้ืนฟูสภาพด้วยแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลระนองท่ีได้เปิดให้บริการเรียบร้อย โดยมี เป้าหมายให้เป็นศูนยก์ ีฬาครบวงจรแห่งแรกของภาคใต้ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการให้บริการ สุขภาพ การสรา้ งเมืองนา้ แร่ต้นแบบ โครงการออกแบบและปรบั ปรุงภูมิทศั นส์ วนสุขภาพ ลานอนสุ าวรีย์ คลองหาดสม้ แป้น และสวนสาธารณะรักษะวารนิ - การค้าชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งด่านพรมแดนระนองมีมูลค่าทางการค้าสูงเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ และเป็นโอกาสที่ดีกับการเช่ือมโยงการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวกับกลุ่มประเทศ BIMSTEC เน่ืองจากท่าเรือระนองเป็นจุดยุทธศาสตร์สาคัญ โดยหากมีการสร้างทางรถไฟเช่ือมโยงได้ สาเรจ็ จะสามารถสรา้ งมูลค่าทางการค้าได้มาก - ความรับผิดชอบของกรมเจ้าท่าในการพัฒนาศักยภาพของท่าเรือระนองโดยการขุดลอก ร่องน้าทางเดินเรือจังหวัดระนอง ระยะทาง ๒๘ กิโลเมตร จากความลึก ๘ เมตร เป็น ๑๒ เมตร เพื่อรองรับเรือขนาดใหญ่ ซึง่ ได้รับงบประมาณดาเนินการในปี พ.ศ. ๒๕๖๕ - ทา่ เรอื ระนองในปจั จบุ นั ประกอบดว้ ยทา่ เทยี บเรือ ๒ ท่า ไดแ้ ก่ (๑) ท่าเทียบเรืออเนกประสงค์ ขนาดความกว้าง ๒๖ เมตร ยาว ๑๓๔ เมตร สามารถรับเรือ สินค้าขนาดไม่เกิน ๕๐๐ ตันกรอสจอดเทียบท่าได้พร้อมกัน ๒ ลา มีสะพานเชื่อมฝ่ังกว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๑๒ เมตร จานวน ๒ สะพาน (๒) ท่าเทียบเรือตู้สินค้า ขนาดความกว้าง ๓๐ เมตร ยาว ๑๕๐ เมตร สามารถรับเรือสินค้า ขนาดไม่เกิน ๑๒,๐๐๐ เดตเวทตัน จอดเทียบท่าคร้ังละ ๑ ลา มีสะพานเช่ือมฝ่ังกว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๒๑๐ เมตร และสะพานเชอื่ มกับทา่ เทียบเรืออเนกประสงค์ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ทั้งนี้ นโยบายของการท่าเรือแห่งประเทศไทยกาหนดให้พัฒนาท่าเรือระนองเป็นประตูการค้า เชื่อม BIMSTEC โดยส่งเสริมให้มีเรือตู้มาใช้บริการให้อัตราค่าธรรมเนียมพิเศษ หากมีปริมาณ ตู้สินค้าได้ตามที่การท่าเรือแห่งประเทศไทยกาหนดจะมีส่วนลดพิเศษเพิ่มข้ึน และพัฒนาศักยภาพ ของทา่ เรือเดมิ ใหร้ องรับเรือตสู้ ินคา้ ได้ทง้ั ๒ ท่าเทียบเรอื (ขนาดไมเ่ กนิ ๑๒,๐๐๐ เดตเวทตัน) นอกจากนี้ จะมีการก่อสร้างท่าเทียบเรือที่ ๓ เป็นท่าเทียบเรือตู้สินค้าขนาดใหญ่ (Container Terminal) ภายใน ปี พ.ศ. ๒๕๖๕
๔๕๑ - ปัจจัยสาคัญที่ควรเร่งดาเนินการเพ่ือพัฒนาศักยภาพด้านเศรษฐกิจและการค้า ของจังหวัดระนอง คือ การพัฒนาสิ่งก่อสร้างพ้ืนฐานโดยเฉพาะด้านการคมนาคมและการขนส่ง ได้แก่ รถไฟทางคู่จากชุมพรไปยังท่าเรือระนอง การขยายถนนขนาด ๔ จราจร เส้นทางจากจังหวัดชุมพร มายังจังหวัดระนอง การพัฒนาศักยภาพของท่าเรือระนอง และการพัฒนาท่าอากาศยานระนอง ใหเ้ ป็นทา่ อากาศยานนานาชาติ - ท่าเรือระนองเป็นท่าเรือท่ีมีศักยภาพ โดยเฉพาะด้านท่ีต้ังซึ่งสามารถเชื่อมโยงการขนส่ง สินค้าและการท่องเที่ยวกับกลุ่มประเทศ BIMSTEC ได้โดยสะดวก ควรเร่งผลักดันการพัฒนาศักยภาพ ของทา่ เรอื และการสรา้ งทางรถไฟเพอ่ื เชอ่ื มโยงจากฝั่งอ่าวไทยมายังทะเลอันดามนั - จังหวัดระนองกาลังอยใู่ นช่วงการเปลี่ยนแปลง นอกจากภาคราชการแล้ว ภาคท้องถิ่นและ ภาคเอกชน ได้แก่ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งภาคประชาชน ซ่ึงเป็น ประชาชนในพื้นที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับกับการเปล่ียนแปลงดังกล่าวและช่วยผลักดันการ พัฒนาต่างๆ ดว้ ยเชน่ กัน จึงจะสามารถสรา้ งการพัฒนาเป็นองค์รวมและเป็นไปในแนวทางเดยี วกันได้ - การสร้างความเข้มแข็งทางวัฒนธรรมเป็นอีกส่วนสาคัญที่สามารถดาเนินการควบคู่ไปกับ การพฒั นาเศรษฐกิจและการค้าได้ - ควรเร่งดาเนินการด้านการจัดทาเอกสารสิทธ์ิและการจัดทาผังเมืองเพื่อประโยชน์ ในการใช้ทด่ี นิ เพ่อื การสร้างโรงแรม และสิง่ อานวยความสะดวกเพอื่ การทอ่ งเที่ยว - ควรเร่งดาเนินการโครงการสร้างศูนย์พัฒนากีฬาและวิทยาศาสตร์การกีฬาระดับประเทศ ซ่ึงจะเชื่อมโยงกับศูนย์ฟื้นฟูสภาพด้วยแพทย์ทางเลือก โรงพยาบาลระนองท่ีได้เปิดให้บริการเรียบร้อย โดยมีเป้าหมายให้เป็นศูนย์กีฬาครบวงจรแห่งแรกของภาคใต้ พัฒนาเมอื งระนองใหเ้ ป็นเมืองสาหรบั การ เก็บตัวนักกีฬาทีมชาติจากประเทศต่าง ๆ เป็นสถานท่ีฝึกซ้อม และให้การดูแลรักษานักกีฬาที่บาดเจ็บ รวมทัง้ ส่งเสริมด้านสขุ ภาพจากองคค์ วามรดู้ า้ นแพทยท์ างเลอื กของจังหวัด ซง่ึ จะเปน็ การสร้างรายไดต้ าม กรอบการพฒั นาระเบียงเศรษฐกจิ ภาคใต้ (SEC : Southern Economic Corridor)
๔๕๓ รายงานการลงพน้ื ทพ่ี บนักเรียน นักศกึ ษา และเยาวชน ของคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชกิ วุฒสิ ภาพบประชาชน (กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๒) -------------------------------------------------- ๑. ความเป็นมา สภาพการณ์ปัจจุบันเป็นยุคแห่งความขัดแย้งทางการเมืองส่งผลให้การเมืองการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยของไทยไมพ่ ัฒนาก้าวหน้าเท่าที่ควร เยาวชนเป็นกล่มุ เป้าหมายท่ีสาคัญ เป็นรากฐาน ของประเทศในอนาคตและเป็นเสมือนคล่ืนลุกใหม่ ที่มีพลังขับเคล่ือนประชาธิปไตย และพัฒนาประเทศ หากเยาวชนคนหนุ่มสาวเหล่านี้เรียนรู้และตระหนักในคุณค่าระบอบประชาธิปไตย รู้บทบาทและหน้าท่ี ของตน ดาเนินชีวิตตามหลักประชาธิปไตย โดยยึดหลักคุณธรรมและจริยธรรมในการดาเนินชีวิต อย่างถูกต้อง และมีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างสร้างสรรค์ จะสามารถแก้ไข ปัญหา ของประเทศพรอ้ มทง้ั ส่งผลใหก้ ารเมอื งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยเกิดการพัฒนา คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน จึงได้มีแผนลงพื้นที่ เพ่ือ พบนักเรียน นักศึกษา ที่กาลังศึกษาในสถานศึกษาต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพ่ือให้ความรู้ ความเข้าใจในการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข และการมีส่วนร่วม ในการพัฒนาประชาธิปไตยที่ถูกต้อง พร้อมท้ังเป็นเครือข่ายสาคัญในการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ ไปส่เู ยาวชนอื่น ๆ ๒. ขอ้ มูลทั่วไปของกลมุ่ เป้าหมายชว่ งเดอื น กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๒ ๒.๑ โรงเรยี นนารรี ตั น์ จงั หวัดแพร่ โรงเรยี นนารรี ตั นจ์ งั หวดั แพร่ เป็นโรงเรยี นมธั ยมศกึ ษาขนาดใหญ่พเิ ศษ สงั กดั สานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ เริม่ เปดิ ทาการสอนมาต้ังแต่ปี ๒๔๖๔ ปรชั ญา : \" ปญญฺ า นราน รตน \" ปญั ญาเป็นรัตนของนรชน คาขวัญ : วินยั ดี กฬี าเยีย่ ม เป่ยี มคุณธรรม เลิศล้าปญั ญา พฒั นาจิตใจ คติพจน์ : \" อตตฺ นา โจทยตตฺ าน \" \" จงเตอื นตนดว้ ยตนเอง \" อัตลักษณ์ : \" มารยาทงามตามแบบนารรี ตั น์ \" อตั ลักษณ์ของนักเรยี น : นักเรียนเป็นผูม้ ีความรูค้ คู่ ุณธรรม เอกลกั ษณ์ของโรงเรยี น : มารยาทงาม ค่คู วามเป็นเลิศทางวชิ าการ
๔๕๔ วสิ ัยทศั น์ของโรงเรียน : โรงเรียนนารีรตั น์จังหวดั แพร่ มุ่งมน่ั พฒั นาผ้เู รียนใหเ้ ป็นคนดี มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล บนความเป็นไทย ใส่ใจส่ิงแวดล้อม น้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง โรงเรียนนารีรัตน์จงั หวดั แพร่ เป็นสถานศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้น-ตอนปลาย สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต ๓๗ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน กระทรวงศกึ ษาธิการจานวนนักเรียน ๒,๙๔๒ คน จานวนครู ๑๕๖ คน ๒.๒ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ จังหวดั ฉะเชงิ เทรา เป็นโรงเรียนรฐั บาลสังกัดสานักงาน คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร เป็นโรงเรยี นระดบั มธั ยมศกึ ษาขนาดใหญพ่ เิ ศษ ประเภทสหศกึ ษา ซง่ึ ได้ก่อตงั้ ขนึ้ ในปี ๒๔๓๕ แตเ่ ดมิ โรงเรยี นนเี้ คยเปน็ โรงเรียนประจามณฑลปราจนี รางวัลของสถานศึกษา : ไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ อนั ดบั ท่ี ๑ โครงการ To Be Number 1 พรอ้ มรกั ษามาตรฐาน ระดบั ทอง วสิ ยั ทัศนโ์ รงเรียน : การเรยี นเดน่ เปน็ คนดี มคี วามสขุ สนุกกบั กิจกรรมสรา้ งสรรค์ กา้ วทนั มาตรฐานสากล ดารงตนตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง อตั ลักษณโ์ รงเรยี น : การเรยี นเดน่ ลกู เบญจมราชรงั สฤษฎิ์ วัฒนธรรมองคก์ ร : การทางานเปน็ ทมี เพ่อื ผลสาเร็จของงาน คา่ นิยม: รกั สถาบนั มุ่งมนุ่ ทางาน สืบสานวฒั นธรรมองค์กร โรงเรียนเบญจมราชรงั สฤษฎ์ิ จงั หวดั ฉะเชิงเทรา เป็นสถานศึกษาระดบั มัธยมศกึ ษา ตอนต้น-ตอนปลาย สังกัดสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เขต ๖ สานักงานคณะกรรมการ การศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร จานวนนกั เรยี น ๓,๔๘๖ คน จานวนครู ๑๗๙ คน ๒.๓ โรงเรยี นสหศาสตรศ์ กึ ษา โรงเรียนสหศาสตรศ์ ึกษา จงั หวัดเชยี งราย ก่อตงั้ โดยกลุ่มผ้ปู ระกาศศาสนาครสิ ต์ ในปี ๒๕๐๐ โดยขณะนั้นผู้ประกาศศาสนาชาวไทย ได้เดินทางเข้ามาในหมู่บ้านน้าลัดและพบเห็นเด็กชาว กะเหร่ียงขาดโอกาสทางการศึกษา จึงได้ประสานงาน กับมิชชันนารีชาวอเมริกัน ดาเนินการก่อต้ัง โรงเรียนขึ้นมา ปัจจุบันได้จัดการศึกษาระดับปฐมวัยจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย นักเรียนมี ความหลากหลายทางชาติพันธ์ุ ประกอบไปด้วย ลาหู่ อาข่า กะเหรี่ยง ลีซอ เย้า ม้ง ไทยใหญ่ จีนฮ้อ พ้ืนเมอื ง ละวา้ และไทล้ือ
๔๕๕ วิสัยทัศน์ : โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษาบริหารจัดการศึกษาให้ผู้เรียนได้รับการศึกษา อย่างมีคุณภาพและความเสมอภาคทางการศึกษา สามารถพัฒนาตนเองให้มีความรู้ ความสามารถบน พนื้ ฐานของคณุ ธรรมจรยิ ธรรม และความภาคภมู ใิ จในความเปน็ ไทย ปรชั ญาโรงเรียน : \"การศกึ ษาคอื รากฐานของการสร้างความเปน็ มนุษยท์ ี่สมบูรณ์\" คาขวญั : \"การศกึ ษาดี กฬี าเกง่ เครง่ วินยั ใฝค่ วามด\"ี อตั ลักษณ์ : บม่ เพาะคณุ ลักษณะความเปน็ ไทยของเดก็ ด้อยโอกาส เอกลกั ษณ์ : \"หลากหลายชาตพิ นั ธุ์\" โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา จังหวัดเชียงราย เป็นสถานศึกษาเอกชน จัดการศึกษา ระดับปฐมวัยจนถงึ ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยมีทั้งประเภทนักเรียนประจา และไปกลบั มงุ่ เน้น นักเรียนที่เป็นกลุ่มชาติพันธ์ุ เพ่ือขยายโอกาสทางการศึกษาของประเทศ จานวนนักเรียน ๒,๔๗๒ คน จานวนครู ๙๑ คน ๒.๔ มหาวทิ ยาลยั นราธิวาสราชนครนิ ทร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส ก่อต้ังเม่ือวันท่ี ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ ภายหลังจากการหลอมรวมวิทยาลัยต่างๆ และยกฐานะข้ึนจากวิทยาลัยเกษตรและ เทคโนโลยนี ราธิวาส วิทยาลยั การอาชพี ตากใบ วทิ ยาลยั เทคนิคนราธวิ าส และวิทยาลัยพยาบาลบรมราช ชนนี โดยชือ่ \"มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครนิ ทร์\" น้ัน ไดร้ ับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระ บรมชนกาธเิ บศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อสดุดีและเฉลิมพระเกยี รติแด่สมเด็จ พระเจ้าพ่ีนางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สมเด็จพระโสทรเชษฐภคินี เพยี งพระองค์เดียวในรชั กาลท่ี ๘ และ ๙ ปรัชญา : ศึกษา วิจัย วิชาชีพด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพและ สังคมศาสตร์ เป็นรากฐานในการพัฒนาคนชมุ ชนสังคมของสามจงั หวัดชายแดนภาคใต้ ปณิธานมหาวิทยาลัย : มุ่งมั่นให้การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีทักษะ วิชาชีพ เพ่ือความเป็นเลิศทางดา้ นวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วทิ ยาศาสตร์สุขภาพและสังคมศาสตร์ ควบคู่ คุณธรรม จริยธรรม และดารงไว้ซ่ึงความหลากหลายทางศิลปะและวัฒนธรรมของ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ วิสัยทัศน์ : มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นมหาวิทยาลัยชั้นนาอันดับหน่ึง ของสามจังหวัดชายแดนใต้ ดา้ นวชิ าชพี และนวตั กรรมภายใตพ้ หุวฒั นธรรมภายในปี ๒๕๖๔ มหาวิทยาลยั นราธิวาสราชนครินทร์ เปิดหลักสตู รการเรียนการสอนในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท (อยู่ระหว่างการจัดทาหลักสูตร) ครอบคลุมท้ังสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
๔๕๖ วิทยาศาสตร์สุขภาพ มนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ โดยมีหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งหลักสูตร ภาคปกติ ภาคพิเศษ และระดับประกาศนียบัตรปัจจบุ ันมหาวทิ ยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีหน่วยงาน ในการจัดการเรยี นการสอนทง้ั หมด ๗ คณะ ๓ วทิ ยาลยั มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส เป็นสถาบันการศึกษาที่จัด การศึกษาทั้งในระดับอาชีวศึกษา และการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยระดับอาชีวศึกษา แบ่งออกเป็น ๓ วิทยาลัย ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคนราธิวาส วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนราธิวาส และวิทยาลัย การอาชีพตากใบ ส่วนระดับอุดมศึกษา จัดการศึกษาเป็น ๗ คณะ ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คณะวศิ วกรรมศาสตร์ และคณะศลิ ปศาสตร์ และ ๑ สถาบัน ไดแ้ ก่ สถาบันอิสลามและอาหรบั ศกึ ษา นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศกึ ษาของมหาวทิ ยาลัย การใช้เทคโนโลยสี าหรับการเรยี นการสอนภาคอุตสาหกรรม ศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์ สนับสนุนโดยบริษัทอิซูซุ แห่งประเทศไทย ต้ังอยู่ ณ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เปิดสอนให้กับนักศึกษาเครื่องกล และเปิดอบรม ใหก้ ับหนว่ ยงานภายนอกอีกด้วย โรงงานตน้ แบบ ศนู ยว์ ิจยั และนวัตกรรมโรงงานหมอนยางพารา หมอนยางพาราผลิตจากน้ายางพาราธรรมชาติ ที่ได้มาจากต้นยางพาราซึ่งสามารถ ระบายอากาศและดดู ซึมความชนื้ ยางพาราเป็นทรี่ จู้ ักในเรอ่ื งของสัมผัสที่นุม่ สบายและมีความยืดหยุน่ สูง ซ่ึงสอดรับกับสรีระ อีกทั้งยังช่วยลดแรงกดทับบริเวณกระดูกสันหลังอีกด้วย เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับ นกั ศกึ ษาและหน่วยงานที่เก่ียวขอ้ ง โรงเรอื นเกษตรแบบอัจฉรยิ ะ SMART FARM สมาร์ทฟาร์ม หรือ เกษตรอจั ฉริยะ เป็นรูปแบบการทาเกษตรแบบใหม่ท่ีจะทาให้ การทาไร่ทานามีภูมิคุ้มกันต่อสภาพภูมิอากาศที่เปล่ียนแปลงไป โดยการนาเอาข้อมูลของภูมิอากาศ ทั้งในระดับพ้ืนที่ย่อย (Microclimate) ระดับไร่ (Mesoclimate) และระดับมหภาค (Macroclimate) มาใช้ในการบริหารจัดการ ดูแลพื้นท่ีเพาะปลูก เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพอากาศที่เกิดขึ้น รวมถึงการ เตรียมพร้อมรับมอื กับสภาพอากาศที่จะเปลีย่ นแปลงไปในอนาคต โรงพยาบาลกัลยาณิวฒั นาการุณย์ โรงพยาบาลกัลยาณิวัฒนาการุณย์ (ชื่อเดิม โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ หรือ ศูนย์การแพทย์นราธิวาสราชนครินทร์ ) ได้ก่อต้ังขึ้น ณ เขตการศึกษาโคกเคียน มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ หรือบริเวณศูนย์ราชการแห่งใหม่ของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งลักษณะ โรงพยาบาลเปน็ อาคารคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาด ๑๒ ช้ัน มีพืน้ ท่ีใช้สอยทั้งหมด ๑๙,๐๐๐ ตารางเมตร โดยเป็นแหล่งปฏิบัติงานรวมท้ังแหล่งการเรียนการสอนนักศึกษาแพทย์ระดับชั้นคลินิก คณะแพทยศาสตร์
๔๕๗ มหาวิทยาลัยนราธวิ าสราชนครินทร์ และเปน็ สถาบันหลกั ในการผลิตบคุ ลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ตามความต้องการของภาคใต้และของภมู ิภาค ตามนโยบายของรัฐบาลท่ีจะนาภมู ภิ าคน้แี ละประเทศไทย ไปสูก่ ารเปลย่ี นแปลงทางด้านการเมอื ง เศรษฐกจิ และสงั คมทด่ี ีขึ้น ๒.๕ วทิ ยาลัยอาชีวศึกษาขอนแกน่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เป็นวิทยาลัยด้านคหกรรมและ พาณิชยกรรม สังกัดสถาบันการอาชีวศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๓ ก่อตั้งเม่ือ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ โดยพระบรรณศาสตร์สาทร (สง่า คุปตารัตน์) ข้าหลวงประจาจังหวัดขอนแก่น ใช้ชื่อว่า \"โรงเรียนประถมอาชีพช่างทอผ้า\" โดยอาศัยพื้นที่โรงเรียนสตรีประจาจังหวัด (โรงเรียนกัลยาณวัตร ปัจจุบัน) ต่อมา พ.ศ. ๒๔๘๓ ได้ย้ายมาเรียนที่โรงภาพยนตร์ของพระเสนา และเร่ิมเรียนภาคค่าปฏิบัติ ทอผ้า เม่อื พ.ศ. ๒๔๘๔ ไดย้ ้ายไปเรยี นท่ีโรงเรียนสนามบนิ จนกระท่ังเมื่อวันท่ี ๒๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้ยา้ ยและสร้างในพื้นท่ีปัจจบุ ัน และไดร้ ับการเปลยี่ นชอื่ เป็น โรงเรยี นการชา่ งสตรีขอนแกน่ และเปลี่ยนช่ือ เป็นวิทยาลยั อาชีวศึกษาขอนแกน่ เม่อื ปี ๒๕๒๑ จนกระท่ังปัจจบุ นั วิสัยทัศน์ : วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น เป็นวิทยาลัยชั้นนาด้านเทคโนโลยีวิชาชีพ เฉพาะทาง ปรชั ญา : ทักษะสรา้ งสรรค์ ทนั เทคโนโลยี มีคณุ ธรรม นาวิชาชพี คา่ นยิ มหลกั : คดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ ทาอยา่ งมืออาชีพ อัตลกั ษณ์ : นกั ปฏบิ ัติการมืออาชีพ เอกลักษณ์ : ผนู้ าด้านวิชาชีพและบรกิ าร วัฒนธรรมองค์กร : วันพระ อาชีวะ ฟังธรรม, ๓ เก็บ : กินแล้วเก็บ เห็นแล้วเก็บ ถอดแล้วเก็บ วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เป็นสถานศึกษาระดับอาชีวศึกษา เปดิ ทาการสอน ๓ ระดับ คอื ปวช. หรือ ประกาศนยี บัตรวิชาชพี และ ปวส. หรือ ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ ช้ันสูง ประกอบด้วย ประเภทวิชาพาณิชยกรรม ประเภทวิชาคหกรรม ประเภทวิชาศิลปกรรม ประเภท วชิ าอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และประเภทวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร นอกจากนี้ยังจัดการ สอนในระดับปริญญาตรี หลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ มีนักศึกษาทุกระดับ รวมทั้งส้ิน จานวน ๓,๙๒๗ คน และบคุ ลากร จานวน ๑๙๕ คน
๔๕๘ ๓. การดาเนินการในช่วงเดอื น กรกฎาคม - ธนั วาคม ๒๕๖๒ ในช่วงเดือน กรกฎาคม - ธันวาคม ๒๕๖๒ คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชนโดยการนาของ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หน่ึง มีการ ลงพน้ื ทจี่ านวน ๕ คร้ัง มสี ถานศกึ ษาเขา้ รว่ มโครงการจานวน ๕ แห่ง นักเรียนนักศึกษาเข้ารว่ มโครงการ จานวน ๕๒๓ คน ตามตารางที่ ๑ ตารางท่ี ๑ สรปุ สถานศึกษา นกั เรยี น/นักศกึ ษา และคร/ู ผบู้ ริหารสถานศึกษาทเ่ี ข้ารว่ มโครงการ ครัง้ ท่ี วนั เดอื น ปี จงั หวดั สถานศกึ ษา จานวนนกั เรยี นนักศกึ ษา (คน) ๑ ๓๐ -๓๑ ก.ค. ๖๒ แพร่ ๑. โรงเรยี นนารรี ตั น์จังหวดั แพร่ นกั เรียนโรงเรียนนารีรตั น์ นารอ่ งหาตน้ แบบ เป็นโรงเรยี นเปา้ หมาย จงั หวดั แพร่ จานวน ๕๐ การเข้าถงึ นักเรยี น ๒. แวะเยยี่ มให้กาลงั ใจครแู ละ คน นักเรยี น โรงเรียนพิรยิ าลยั จงั หวดั แพร่ และโรงเรยี น เทศบาลวดั เหมอื งทอง ๒ ๒๒ ส.ค. ๖๒ ฉะเชงิ เทรา โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎ์ิ นักเรยี น ๑๐๐ คน นาร่องหาตน้ แบบ ครู ผูบ้ รหิ าร ผปู้ กครอง การเข้าถงึ นกั เรียน ๔๐ คน ๓ ๑๑ -๑๒ ก.ย. ๖๒ เชียงราย โรงเรยี นสหศาสตรศ์ ึกษา ๑๗๐ คน ทดสอบตน้ แบบที่ (ชาย ๔๙ หญิง ๑๒๑) ปรับปรงุ ใหม่ เป็นกลมุ่ ชาติพันธ์ุ ๔ ๓๐ -๓๑ ต.ค. ๖๒ นราธิวาส มหาวิทยาลยั นราธิวาสราช ๔๘ คน นครนิ ทร์ ๕ ๒๑ – ๒๒ พ.ย. ๖๒ ขอนแกน่ วิทยาลยั อาชวี ศึกษาขอนแกน่ ๑๕๕ คน ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายนักเรียน นักศึกษา และเยาวชน มีวิธีการและเทคนิคที่แตกต่าง จากกลุ่มเป้าหมายอื่น จึงได้คัดเลือกสมาชิกวุฒิสภาท่ีมาจากสายอาชีพครูอาจารย์ หรือผู้ท่ีเข้าใจ จิตวิทยาของเด็กนักเรียน ร่วมกันหาต้นแบบกิจกรรมท่ีสร้างความสนใจของเด็กและการกล้าแสดงออก ของเด็ก และไปทดลองนาร่องท่ีโรงเรียนนารีรัตน์จังหวัดแพร่ และโรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎ์ิจงั หวัด ฉะเชิงเทรา ประเมินผลและพัฒนาปรับปรุงต้นแบบจนเป็นท่ีน่าพอใจและนาไปใช้ในสถานศึกษา เป้าหมายตอ่ ไป ต้นแบบกจิ กรรมท่ีนาไปใช้ ประกอบด้วยกจิ กรรมต่าง ๆ ดังนี้
๔๕๙ ภาคเช้า กิจกรรมพบนักเรยี น กจิ กรรมท่ี ๑ จุดประกาย : สรา้ งแรงบันดาลใจ มีการแนะนาประวัติส่วนตัว ข้อมูลด้านการศึกษา และประวัติการทางานของสมาชิกวุฒิสภา โดยใช้วีดีทัศน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียน เช่น ประวัติของพลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง นอกจากน้ีอาจจะเสริมด้วยการเปิดเพลงที่แฝงด้วยการสร้างจิตสานึก ในการรักแผ่นดนิ เทดิ ทูนสถาบนั พระมหากษัตรยิ ์ และใหน้ ักเรียนแสดงความคิดเห็นตอ่ ข้อความในเพลง กจิ กรรมท่ี ๒ สรา้ งฝนั พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง กระทาพิธีเปิดโครงการ และกล่าวถึง วัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนเพื่อท่ีจะมาทาความรู้จัก และสร้างความคุ้นเคย กับคณะครู นักเรียนที่เปรียบเสมือนต้นกล้าท่ีจะเติบโตสู่การพัฒนาตนให้เป็นพลเมืองชาติในอนาคต จึงได้ นาความรู้ ประสบการณ์ในเรื่องตา่ งๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ งกับนักเรยี นเช่นการแนะนาเรื่องราวของสมาชิกวุฒิสภาและ บทบาทหน้าท่ีตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ และเรื่องการเมืองการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมุข การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง และแนวทางการปฏิรูปประเทศ มาสนทนาและเสริมความรู้ให้แก่นักเรียน ได้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ตรง นอกเหนือจากหลักสูตรสาระวิชาสังคมศึกษา ท่ีนักเรียนได้เรียนรู้พร้อมท้ังเปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วม ในการเสนอข้อมูล และข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ ให้แก่ท่านสมาชิกวุฒิสภา ได้นาสู่การพิจารณา การกล่ันกรองและการพัฒนากฎหมาย ที่ใช้บังคับให้มปี ระสทิ ธิภาพยิ่งขึ้น โดยเน้นหลักการทางประชาธิปไตย อันมีพระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ กจิ กรรมท่ี ๓ ร่วมสรา้ งอนาคต เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์และการเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน โดยจัดให้มีการ ถามตอบในเรื่องทีจะให้นักเรียนรับรู้ตามวัตถุประสงค์ของโครงการ และให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้เฉลย คาตอบ โดยใหน้ ักเรียน นกั ศกึ ษามกี ารคดิ วิเคราะหห์ าคาตอบ กิจกรรมที่ ๔ กจิ กรรมสรา้ งสมั พันธ์ สมาชกิ วฒุ ิสภาพบเยาวชน เป็นกิจกรรมกลุ่มย่อย กลุ่มละ ๑๕-๒๐ คน โดยมีสมาชิกวุฒิสภาห้องละ ๒ คน มีการสนทนา แลกเปลี่ยนเรยี นร้ใู นหลากหลายประเด็น ได้แก่ ๑. หนา้ ท่แี ละอานาจของสมาชกิ วุฒิสภา ๒. รบั ฟังความคิดเห็นและทาความเข้าใจดา้ นรฐั ธรรมนญู และกฎหมาย รวมทั้งการประเมนิ ผล สัมฤทธิ์ของกฎหมาย ๓. การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมขุ ๔. การนอ้ มนาหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสู่การพฒั นาคุณภาพชวี ติ
๔๖๐ กจิ กรรมที่ ๕ สรา้ งขวัญกาลงั ใจ ย้ิมแย้มแจ่มใส รวมกลุ่มนักเรียน เป็นการรับฟังการถอดบทเรียน (จากกิจกรรมที่ ๔) โดยมีตัวแทนนักเรียน ในแตล่ ะกลุ่มนาเสนอข้อคดิ เหน็ ทไี่ ด้จากการแบง่ กล่มุ สนทนา กจิ กรรมท่ี ๖ พิธีปดิ และการปรบั Mind Set พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง เปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม ในเร่ืองท่ัวไปท่ีนักเรียนอยากทราบ และกล่าวปิดกิจกรรม โดยให้โอวาทแก่นักเรียนให้ทาหน้าท่ีท่ีดี ทั้งหน้าท่ีต่อพ่อแม่ พ่ีน้อง ครูอาจารย์ สถานศึกษา รวมท้ังทาหน้าท่ีท่ีดีให้กับตนเอง โดยมุ่งมั่นที่จะ ทาความสาเร็จให้ตนเองให้ได้ หลังจากนั้นตัวแทนนักเรียนกล่าวขอบคุณสมาชิกวุฒิสภา และร่วมกัน รอ้ งเพลงที่สื่อความหมายสัมพนั ธอ์ นั ดตี อ่ กนั กิจกรรมท่ี ๗ รบั ประทานอาหารกลางวนั รว่ มกนั ระหว่างครู นักเรยี นและสมาชกิ วฒุ ิสภา ภาคบ่าย พบครู ผู้บริหารชองโรงเรียน ผู้แทนผู้ปกครอง และผู้แทนภาคเอกชนในพื้นท่ี พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ประธานกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชน พร้อมทั้งสมาชิกวุฒิสภา และกรรมการโครงการฯ หารือร่วมกับผู้บริหารโรงเรียนและ บคุ ลากรครขู องโรงเรยี นในพนื้ ที่ เพอ่ื รับฟงั ขอ้ มลู เกยี่ วกบั แนวทางการพัฒนาการศกึ ษา และสภาพปญั หา และอุปสรรคในการยกระดับการศึกษา เพ่ือนาไปประกอบการพิจารณาดาเนนิ การตามกรอบหนา้ ท่แี ละ อานาจของวฒุ ิสภา หรอื การเยี่ยมชมกิจกรรมการเรียนการสอน ๔. ข้อคดิ เห็นของนกั เรียน นักศึกษา ครแู ละผบู้ รหิ ารการศกึ ษา ๔.๑ ข้อคิดเห็นที่ใช้เป็นข้อมูลประกอบการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ๔.๑.๑ นักเรยี น นกั ศึกษา ๑) การเข้าถึงแหล่งความรู้หรือการเรียนเสริมเพ่ิมเติมยังไม่เท่าเทียมกับ นกั เรียนในกรงุ เทพฯ และจังหวัดใหญ่ ๆ ซ่ึงมีผลตอ่ การแขง่ ขนั เพอ่ื เขา้ ศึกษาในระดับมหาวิทยาลยั ๒) ควรเปดิ พ้นื ที่ใหก้ ับคนเรียนไม่เก่ง ไดม้ ีกจิ กรรมตามความถนดั หรือตามท่ี นักเรยี นอยากร้อู ยากจะปฏิบตั ิ ๓) นักเรียนท่ีผู้ปกครองมีฐานะยากจนควรได้รับโอกาสเข้าถึงแหล่งเงิน ทนุ การศกึ ษา ๔) เยาวชนต้องการใหม้ หาวทิ ยาลัยอานวยความสะดวกเกยี่ วกบั อุปกรณ์ การ เรียนการสอน เช่น อุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เป็นต้น พร้อมทั้งการพัฒนาหลักสูตรท่ี ตอบสนองความตอ้ งการของนักศกึ ษา และเสนอแนะใหม้ หาวทิ ยาลยั มีการจดั การเร่ืองการสอ่ื สาร/ภาษา ถน่ิ อย่างเหมาะสม
๔๖๑ ๕) ควรสนับสนนุ โครงการดา้ นกฬี าและบุคลากรดา้ นกีฬาอยา่ งตอ่ เนอื่ ง ๖) อยากให้ครูมเี วลาในการสอนนกั เรียนมากกวา่ การทาผลงานเอกสาร หรือ การประเมินโรงเรยี น ๔.๑.๒ ขอ้ คิดเห็นของครู (โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์จังหวดั ฉะเชงิ เทรา) ๑) มีการฝึกอบรมและให้ความรู้เพื่อพฒั นาการเรียนการสอนของครู เพื่อให้ สอดคล้องและตอบสนองต่อผู้เรียนในการรองรับโครงการพัฒนาพื้นท่ีเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) แต่ในระบบท่ีเก่ียวข้องกับหลักสูตร บุคลากรครู และงบประมาณในการสนับสนุนการศึกษาไม่มี การยดื หยุน่ เพ่อื ใหต้ อบสนองตอ่ สภาพข้อเท็จจริงในพื้นท่ี ๒) นโยบายทางการศึกษามีการเปล่ียนแปลงอยู่บ่อยครั้ง เน่ืองจาก สถานการณ์ทางการเมืองท่ีมีการเปล่ียนแปลงตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทาให้การ ดาเนนิ การตามแผนงานเดิมที่กาหนดไว้ไม่ทันแลว้ เสร็จ กม็ แี นวนโยบายใหมอ่ อกมาให้ปฏบิ ตั ิตอ่ ทาใหค้ รู ไม่มีเวลาในการที่จะสอนนักเรียนได้อย่างแท้จริง แต่ต้องคอยศึกษาเกี่ยวกับแนวนโยบายและแผนงาน เพอ่ื ใหส้ อดคล้องกับนโยบายทางการศึกษาทีถ่ กู กาหนดใหม่ ๓) โครงการคูปองครู งบประมาณท่ีได้รับจัดสรรเพื่อการอบรมไม่สอดคล้อง กับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และไมต่ อบสนองความเป็นจริงเก่ียวกับความก้าวหน้าในอาชีพ ซงึ่ หากมีการปรับเปลี่ยนให้ครูสามารถเลอื กที่จะอบรมในพ้ืนท่ีหรอื อบรมผ่านระบบออนไลน์หรือจัดสรร งบประมาณมายังโรงเรียนเพ่ือให้ครสู ร้างส่อื การเรียนการสอน อาจจะตอบโจทย์ปัญหาได้มากกว่า หรือ อาจจะมีการกาหนดตัวชี้วัดให้โรงเรียนนาไปดาเนินการ และเมื่อแล้วเสร็จจึงเข้ามาประเมินผลตาม ตัวช้วี ดั ทก่ี าหนด ๔) การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการกากับดูแลโรงเรียน ซ่ึงท่ีผ่านมาได้มีการ กาหนดใหม้ สี านักงานเขตมธั ยมศึกษาเป็นหน่วยที่ทาหน้าทก่ี ากับดแู ลโรงเรียนมัธยม แต่ปจั จบุ ันได้มีการ แต่งต้ังศึกษาธิการจังหวัดข้ึนมา ทาให้ทั้ง ๒ หน่วยงานมีหน้าท่ีและอานาจท่ีซ้าซ้อนกัน การรับแนว ทางการดาเนินงานของโรงเรียนเปน็ ไปอย่างสับสน รวมท้ังอานาจของศึกษาธกิ ารจังหวดั มีบทบาทเขา้ มา ในการกาหนดการประเมินเพอ่ื พจิ าณาเงนิ เดอื นของครู ทาให้โรงเรียนขาดเอกภาพในการดาเนนิ งาน ๕) งบประมาณของโรงเรียนที่ได้รับจัดสรรแบบรายหัว ไม่สอดคล้องกับสภาพ เศรษฐกจิ ในปจั จุบัน ๖) ขาดแคลนครทู ีม่ คี วามเช่ยี วชาญดา้ นภาษาอังกฤษ ซงึ่ มคี วามสาคัญตอ่ การที่ จะเป็นพ้นื ที่เศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวนั ออก (EEC) ๗) การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ซ่ึงในปัจจุบันได้มีกระแสข่าวเกี่ยวกับการท่ี ใหค้ วบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก โดยในประเดน็ ดงั กล่าวนี้ อาจจะมองไดว้ า่ เมอื่ มีการประเมินผลการศกึ ษาดว้ ย ระบบ O-NET ทาให้นักเรียนตามพ้ืนท่ีต่าง ๆ มงุ่ ท่ีจะเข้าสู่โรงเรียนท่ีมีช่อื เสียงเพื่อหวังว่าจะสามารถในการ
๔๖๒ เข้าถึงระบบการศึกษาท่ีมคี ุณภาพ ทาให้โรงเรียนในชมุ ชนและท้องถ่ินไม่ได้รบั ความสนใจ ซง่ึ ปัญหาดงั กลา่ ว ย่อมที่จะกระทบต่อครูและนักเรียนโดยตรงท่ีบางส่วนท่ีจะต้องมีการลงทุนในการเดินทางท่ีสูงข้ึน โดย แนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากการที่จะต้องเพ่ิมศักยภาพและความเท่าเทียมทางการศึกษา อาจจะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์เพ่ือกาหนดให้แต่ละโรงเรียนให้มีจานวนขั้นต่าและข้ันสูงสุดของจานวน นักเรยี นที่พึงมีแต่ละโรงเรียน เพ่อื ให้เกดิ การกระจายนักเรียนไปยงั โรงเรียนชมุ ชนและท้องถนิ่ ๘) ปัญหาการประเมนิ ครแู ละหลกั สตู รมจี านวนมากเกินไป ตลอดจนปัญหาการ ยกเลิกอัตราภารโรงและลูกจ้างประจาให้แก่โรงเรียน เพื่อเป็นการแบ่งเบาภารกิจของครูให้สามารถมีเวลา จัดการเรยี นการสอนใหแ้ ก่นกั เรียนไดอ้ ยา่ งจริงจงั ๙) ปัญหาเก่ียวกับการอนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้จบการศึกษาด้านวิชาชีพครู โดยเฉพาะมสี ิทธิ์สอบ แลว้ คอ่ ยไปศึกษาตอ่ ใหไ้ ดม้ าซึ่งใบประกอบวิชาชีพครูนั้น อาจจะทาให้บคุ คลดังกล่าว ขาดจิตวิญญาณความเปน็ ครูท่แี ท้จรงิ มุง่ แตผ่ ลสมั ฤทธ์ิของตนเอง โดยไม่คานงึ ถึงภาพรวม ๑๐) ปัญหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับ การเปลี่ยนแปลงชื่อตาแหน่งของผู้อานวยการโรงเรียน รองผู้อานวยการโรงเรียน ใบประกอบวิชาชีพครู ตลอดจนความชัดเจนเก่ียวกบั วทิ ยฐานะ ๔.๒ ขอ้ คิดเห็นที่รักเรยี น นกั ศกึ ษา ใหค้ วามสนใจ ๔.๒.๑ ในเรื่องเศรษฐกิจ/การสร้างอาชีพ เสนอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลเรื่องการสร้างงาน สร้างอาชีพ เน้นวิชาชีพโดยมีสถาบันฝึกสอนโดยตรง เน้นให้ความรู้ด้านการศึกษา เพ่ิมช่องทางในการค้า ขาย และการแปรรูปผลติ ภัณฑ์ เพ่ือสรา้ งอาชีพให้กับเยาวชนและประชาชน ซึง่ จะช่วยลดปัญหาการวา่ งงาน และการยา้ ยถิน่ ฐานไปทางานทก่ี รุงเทพมหานคร ๔.๒.๒ ในเรื่องการซ้ือสิทธ์ิขายเสียง/คอรัปชั่น เยาวชนต้องการให้นักการเมืองเป็น ตัวแทนของประชาชนท่ีแท้จริง ไม่มีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง และนาเสนอนโยบายท่ีเป็นประโยชน์กับ ประชาชน แกไ้ ขปญั หาความเดอื ดรอ้ นของประชาชนอยา่ งแท้จริง ๔.๒.๓ ในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่อยากให้มีการเลือกปฏิบัติ อยากให้มีการปฏิบัติ อย่างเทา่ เทยี มกัน เพ่อื ลดความเหลื่อมล้า ๔.๒.๔ ควรให้มกี ารพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวจังหวัดนราธิวาส โดยบังคับใช้กฎหมายใน สถานทท่ี ่องเท่ียวอยา่ งเครง่ ครดั ๔.๒.๕ ควรใหอ้ งค์การปกครองสว่ นท้องถิ่นจดั กจิ กรรมจิตอาสา เพื่อใหค้ นในชุมชนมี จิตสาธารณะและสรา้ งความสามคั คี ๔.๒.๖ เห็นควรให้มีศูนย์เศรษฐกิจการเรียนรู้ เพ่ือสอนอาชีพ สอนการทาเกษตร ผสมผสาน การเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร และการยกระดับวิถีชีวิตในชุมชน/สินค้าเกษตรภายในชุมชนให้ เปน็ สนิ คา้ ส่งออกที่สรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ชุมชน
๔๖๓ การดาเนนิ การต่อขอ้ คิดเหน็ คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนจะรวบรวมเสนอต่อ คณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาที่เกี่ยวข้อง เพ่ือใช้ประโยชน์ในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัด การปฏิรูปประเทศต่อไป ๕. การประเมินผลของโครงการของสมาชกิ วุฒิสภาพบนักเรียน นักศกึ ษา ๕.๑ โรงเรยี นนารรี ัตนจ์ ังหวดั แพร่ โรงเรียนเบญจมราชรงั สฤษฎิ์ จงั หวดั ฉะเชิงเทรา และ โรงเรยี นสหศาสตรศ์ ึกษาจงั หวดั เชียงราย ขณะลงพื้นท่ียังไม่มีแบบสอบถาม แต่ได้ประเมินจากการพูดคุยกับนักเรียน ได้ ขอ้ สรุปดังน้ี นักเรียนมีความรู้สึกท่ีดีต่อการร่วมกิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบเยาวชน เพราะไม่เคยได้ร่วม กิจกรรมกับผ้ใู หญจ่ ากฝ่ายการเมืองในลกั ษณะน้ี นกั เรียนมีความพงึ พอใจต่อกระบวนการและกิจกรรมให้ ความรโู้ ดยวิธี ถาม-ตอบ นักเรยี นอยากให้สมาชกิ วุฒสิ ภาและผูใ้ หญใ่ นบา้ นเมอื งมาพบนักเรยี น ๕.๒ มหาวิทยาลัยนราธวิ าสราชนครนิ ทร์ ผลการตอบแบบสอบถาม พบว่าส่วนใหญ่นกั ศึกษามคี วามประทบั ใจในการพบปะกับ สมาชิกวุฒิสภา ในระดับมากท่ีสุด คิดเป็นร้อยละ ๕๔ รองลงมาอยู่ในระดับมาก และระดับปานกลาง คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๓๕ และร้อยละ ๑๑ ตามลาดับ
๔๖๔ ผลการตอบแบบสอบถาม พบวา่ สว่ นใหญ่นกั ศึกษาทราบหนา้ ที่และอานาจของสมาชิกวฒุ สิ ภา มาก่อน ในระดับมาก และระดบั ปานกลาง คดิ เปน็ ร้อยละ ๒๙ รองลงมาอยูใ่ นระดบั นอ้ ย และระดับมาก ที่สุด คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๒๑ และร้อยละ ๑๗ ตามลาดับ ผลการตอบแบบสอบถาม พบวา่ หลังจากได้พบสมาชิกวุฒสิ ภา ส่วนใหญน่ ักศึกษาไดร้ ับความรู้ เก่ียวกับหน้าที่และอานาจของสมาชิกวุฒิสภามากข้ึนในระดับมาก คิดเป็นร้อยละ ๕๘ รองลงมาอยู่ใน ระดบั มากที่สดุ และระดบั ปานกลาง คดิ เปน็ ร้อยละ ๓๖ และร้อยละ ๖ ตามลาดับ
๔๖๕ ผลการตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่นักศึกษาได้รับความรู้จากสมาชิกวุฒิสภาในระดับ มากทส่ี ดุ คดิ เปน็ ร้อยละ ๔๖ รองลงมาอยใู่ นระดบั มาก และระดับปานกลาง คดิ เป็นร้อยละ ๓๕ และรอ้ ย ละ ๑๙ ตามลาดบั ผลการตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่นักศึกษาอยากให้จัดโครงการ/กิจกรรมสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชนข้ึนอีกในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ ๕๖ รองลงมาอยู่ในระดับมาก และระดับ ปานกลาง คดิ เปน็ ร้อยละ ๒๙ และรอ้ ยละ ๑๓ ตามลาดับ
๔๖๖ ๕.๓ วทิ ยาลยั อาชวี ศกึ ษาขอนแกน่ ผลการตอบแบบสอบถาม พบว่าสว่ นใหญ่นกั ศึกษามีความประทับใจในการพบปะกบั สมาชกิ วุฒิสภา ในระดบั มากท่สี ดุ คิดเป็นรอ้ ยละ ๗๒ รองลงมาอยู่ในระดับมาก และระดบั ปานกลาง คิดเปน็ รอ้ ยละ ๒๓ และร้อยละ ๔ ตามลาดับ ผลการตอบแบบสอบถาม พบว่าส่วนใหญ่นักศึกษาทราบหน้าท่ีและอานาจของสมาชกิ วฒุ ิสภา มากอ่ น ในระดับมาก คิดเป็นรอ้ ยละ ๓๓ รองลงมาอยใู่ นระดับปานกลาง และระดับมากทสี่ ุด คิดเปน็ ร้อย ละ ๓๐ และรอ้ ยละ ๒๗ ตามลาดับ
๔๖๗ ผลการตอบแบบสอบถาม พบวา่ หลังจากได้พบสมาชิกวุฒิสภา ส่วนใหญน่ ักศึกษาไดร้ ับความรู้ เกี่ยวกับหน้าท่ีและอานาจของสมาชิกวุฒิสภามากขึ้นในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ ๖๑ รองลงมา อยูใ่ นระดับมาก และระดบั ปานกลาง คดิ เป็นรอ้ ยละ ๓๔ และร้อยละ ๕ ตามลาดับ ผลการตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่นักศึกษาได้รับความรู้จากสมาชิกวุฒิสภา ในระดับมากที่สุด คิดเปน็ รอ้ ยละ ๖๙ รองลงมาอย่ใู นระดับมาก และระดับปานกลาง คิดเปน็ ร้อยละ ๒๘ และรอ้ ยละ ๒ ตามลาดับ
๔๖๘ ผลการตอบแบบสอบถาม พบว่า ส่วนใหญ่นักศึกษาอยากให้จัดโครงการ/กิจกรรมสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชนข้ึนอีกในระดับมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ ๕๙ รองลงมาอยู่ในระดับมาก และระดับ ปานกลาง คิดเปน็ รอ้ ยละ ๓๕ ระดบั ร้อยละ ๕ ตามลาดบั ๖. ขอ้ สงั เกต และข้อเสนอแนะ ขอ้ สังเกต ๖.๑ นักเรียน นักศึกษา ไม่กล้าแสดงออกในการถามและการตอบ สาเหตุน่าจะมาจาก (๑) ทศั นคตทิ ่ีมองวา่ สมาชิกวฒุ ิสภาเป็นผูใ้ หญ่ มีความอาวโุ ส ยงั ไมม่ คี วามคนุ้ เคย แตเ่ มื่อเรม่ิ มคี วามคุ้นเคย ในระยะเวลาส้ัน ก็มีความกล้าที่จะแสดงออกบ้างบางคน นักเรียนที่เหลือส่วนใหญ่รับฟังมากกว่าการพูด เมอ่ื แยกเปน็ กลุ่มย่อยนักศึกษาได้พบใกล้ชิดกับสมาชิกวุฒสิ ภามากข้ึน การแสดงออกมเี พมิ่ มากข้ึนในระดับ หนึ่ง (๒) อีกสาเหตุหนึ่ง นักเรียน นักศึกษาอาจจะไม่มีความรู้มากพอในเรื่องที่ไกลตัว เช่นเร่ือง รัฐสภา การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย ยทุ ธศาสตรช์ าติ ๒ ปี และแผนการปฏิรูปประเทศ เป็นตน้ ๖.๒ เมื่อให้นักเรียนต้ังคาถามโดยการเขียนและส่งคาถามอย่างไม่เปิดเผย พบว่านักเรียน ส่งคาถามมามาก ส่วนใหญ่ (๑) เป็นคาถามท่ีใกล้ตัว กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนและนักเรียน นักศึกษา ในพ้ืนท่ี เช่นเรื่องสถานภาพเศรษฐกิจของประเทศ มาตรการการช่วยเหลือของรัฐบาล แนวโน้มการเมือง การมีงานทาหลังจบการศึกษา การเกณฑ์ทหาร ปัญหายาเสพติด ฝุ่น PM2.5 ความจาเป็นต้องซ้ือเรือดาน้า เป็นต้น (๒) เป็นคาถามที่นักเรียน นักศึกษา ทราบจากสื่อท่ีนักเรียน นักศกึ ษาเข้าถึง บางเรื่องร้อู ยา่ งเคลือบแคลงสงสยั ไมท่ ราบจะหาคาตอบอย่างไร
๔๖๙ ๖.๓ การเข้าหากลุ่มเป้าหมายนักเรียนเยาวชน มีเทคนิคและวิธีการที่ต่างกันขึ้นอยู่กับ (๑) กลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษา กลุ่มนักศึกษาอาชีวะ การอาชีพ กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย (๒) พื้นที่ ของกลุ่มเป้าหมาย ตามภาคตา่ งๆของประเทศ ขอ้ เสนอแนะ ๑. หน่วยงานของรัฐบาลต้องเนน้ การประชาสัมพันธไ์ ปยังกลุ่มนักเรยี น เยาวชน ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจอยา่ งถกู ต้องในเร่อื งทีม่ ผี ลกระทบกบั ความเป็นอยู่ของประชาชนในพืน้ ที่ ๒. โครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชน พบนักศึกษา เยาวชน จะต้องเรง่ ดาเนนิ การอยา่ ง ต่อเนื่อง เพราะเป็นชอ่ งทางหน่งึ ที่จะสอื่ สารโดยตรงกับประชาชน และเยาวชน _________________________________
บทที่ ๓ การตดิ ตามประเดน็ ขอ้ คดิ เห็น/ความต้องการของประชาชนในพื้นท่ี เปน็ การรวบรวมขอ้ มลู เรื่องร้องเรียน/ข้อคิดเห็น/ความต้องการของประชาชนในพน้ื ท่ีทน่ี าเสนอ ในการลงพ้ืนที่พบประชาชนแบบภาพรวมและแยกรายภาค และข้อมูลสรุปผลการดาเนินการตาม เร่ืองร้องเรียน/ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่ แบบภาพรวม และแยกตามรายภาค ......................................................................................................... ๓.๑ สรปุ ผลการดาเนนิ การเรอ่ื งร้องเรียน/ข้อคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะโครงการสมาชิกวฒุ ิสภา พบประชาชนในพน้ื ที่จงั หวดั ภาคเหนอื (ตอนบน) ๓.๒ สรปุ ผลการดาเนินการเรอ่ื งร้องเรยี น/ข้อคดิ เห็นและข้อเสนอแนะโครงการสมาชกิ วฒุ ิสภา พบประชาชนในพนื้ ทจ่ี งั หวดั ภาคเหนอื (ตอนล่าง) ๓.๓ สรปุ ผลการดาเนินการเรื่องร้องเรยี น/ข้อคดิ เหน็ และข้อเสนอแนะโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภา พบประชาชนในพนื้ ท่ีจงั หวดั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื (ตอนบน) ๓.๔ สรุปผลการดาเนนิ การเรอ่ื งรอ้ งเรยี น/ข้อคดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะโครงการสมาชิกวฒุ ิสภา พบประชาชนในพน้ื ที่จงั หวดั ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ (ตอนลา่ ง) ๓.๕ สรปุ ผลการดาเนนิ การเรอ่ื งร้องเรยี น/ข้อคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภา พบประชาชนในพน้ื ท่จี ังหวดั ภาคกลาง ๓.๖ สรุปผลการดาเนินการเร่ืองร้องเรยี น/ข้อคดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะโครงการสมาชิกวฒุ สิ ภา พบประชาชนในพน้ื ทจ่ี ังหวดั ภาคตะวันออก ๓.๗ สรุปผลการดาเนินการเรือ่ งร้องเรียน/ขอ้ คดิ เหน็ และข้อเสนอแนะโครงการสมาชิกวฒุ ิสภา พบประชาชนในพน้ื ที่จังหวดั ภาคใต้
471 ข้อมูลเรื่องร้องเรียน/ข้อคิดเห็น/ความต้องการของประชาชนในพื้นท่ีท่ีนาเสนอในการ ลงพนื้ ทพี่ บประชาชนแบบภาพรวม เรื่องร้องเรียน/ข้อคิดเห็น/ความต้องการของประชาชนในพ้ืนท่ีที่เข้าสู่การพิจารณาตามโครงการ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน รวมจานวนท้ังส้ิน ๗๔๐ เร่ือง แบ่งเป็น ทางหนังสือ จานวน ๑๙๘ เร่ือง และทางวาจา จานวน ๕๔๒ เรื่อง จาแนกเป็นประเด็นด้านต่าง ๆ ได้ดังนี้ ด้านที่ดิน จานวน ๘๘ เรื่อง, ด้านน้า จานวน ๑๒๔ เรื่อง, ด้านเกษตร จานวน ๑๑๑ เรื่อง, ด้านคมนาคม จานวน ๗๕ เร่ือง, ดา้ นเศรษฐกิจ จานวน ๕๗ เรอ่ื ง, ดา้ นส่ิงแวดล้อม จานวน ๔๗ เรือ่ ง และดา้ นสงั คม จานวน ๒๓๔ เรอ่ื ง จาแนกจานวนเรื่องทเ่ี ขา้ สู่การพจิ ารณาตามรายภาคไดด้ งั นี้ ๑. ภาคเหนือ (ตอนบน) ทางหนังสอื ๑๖ เร่อื ง ทางวาจา ๙ เรอ่ื ง รวมจานวน ๒๕ เรอื่ ง ๒. ภาคเหนือ (ตอนลา่ ง) ทางหนังสือ ๓๐ เรอื่ ง ทางวาจา ๑๑๕ เร่อื ง รวมจานวน ๑๔๕ เรอ่ื ง ๓. ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื (ตอนบน) ทางหนังสอื ๖๘ เรอ่ื ง ทางวาจา ๑๖๗ เร่ือง รวมจานวน ๒๓๕ เรอ่ื ง ๔. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื (ตอนลา่ ง)ทางหนังสอื ๓๒ เรอื่ ง ทางวาจา ๑๑๒ เร่ือง รวมจานวน ๑๔๔ เรอื่ ง ๕. ภาคกลาง ทางหนงั สอื ๓๒ เรอ่ื ง ทางวาจา ๙๐ เร่อื ง รวมจานวน ๑๒๒ เร่อื ง ๖. ภาคตะวันออก ทางหนังสอื ๑๗ เรื่อง ทางวาจา ๔๖ เรื่อง รวมจานวน ๖๓ เรอ่ื ง ๗. ภาคใต้ ทางหนังสอื ๓ เรอื่ ง ทางวาจา ๓ เร่ือง รวมจานวน ๖ เร่ือง
472 โดยมผี ลการดาเนนิ การตามข้อร้องเรียนในโครงการฯ เร่อื งทแี่ ล้วเสร็จ รวมจานวนทั้งสน้ิ ๖๗ เร่อื ง แบ่งเป็น ทางหนังสือ จานวน ๖๑ เร่ือง และทางวาจา จานวน ๖ เร่ือง จาแนกตามประเด็นด้านต่าง ๆ ได้ ดังนี้ ด้านท่ีดิน จานวน ๑๔ เรื่อง, ด้านน้า จานวน ๖ เรื่อง, ด้านเกษตร จานวน ๖ เร่ือง, ด้านคมนาคม จานวน ๗ เรื่อง, ด้านเศรษฐกิจ จานวน ๒ เรื่อง, ด้านส่ิงแวดล้อม จานวน ๑๐ เรื่อง และด้านสังคม จานวน ๒๒ เรือ่ ง จาแนกจานวนเรอ่ื งทีเ่ ขา้ สกู่ ารพิจารณาเสร็จแลว้ ตามรายภาคไดด้ งั นี้ ๑. ภาคเหนอื (ตอนบน) ทางหนังสอื ๖ เรอ่ื ง ทางวาจา ๖ เร่อื ง รวมจานวน ๑๒ เรือ่ ง ๒. ภาคเหนอื (ตอนล่าง) ทางหนังสือ ๑ เรอ่ื ง ทางวาจา - เรอ่ื ง รวมจานวน ๑ เรื่อง ๓. ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื (ตอนบน) ทางหนงั สอื ๒๒ เรอ่ื ง ทางวาจา - เรอ่ื ง รวมจานวน ๒๒ เร่ือง ๔. ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื (ตอนลา่ ง)ทางหนังสอื ๑๖ เรื่อง ทางวาจา - เรื่อง รวมจานวน ๑๖ เรอ่ื ง ๕. ภาคกลาง ทางหนังสือ ๑๒ เรื่อง ทางวาจา - เรอื่ ง รวมจานวน ๑๒ เรือ่ ง ๖. ภาคตะวันออก ทางหนังสือ ๓ เรือ่ ง ทางวาจา - เรื่อง รวมจานวน ๓ เร่อื ง ๗. ภาคใต้ ทางหนงั สอื ๑ เรอื่ ง ทางวาจา - เรอ่ื ง รวมจานวน ๑ เรอ่ื ง
473 ๓.๑ สรุปผลการดาเนินการเร่อื งรอ้ งเรยี น/ขอ้ คดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะโครงการสมาชกิ วุฒสิ ภา พบประชาชนในพื้นท่ีจังหวัดภาคเหนอื (ตอนบน) ข้อมูลเมอื่ วนั ที่ ๑๑ มิถนุ ายน ๒๕๖๓ คณะอนกุ รรมการด้านรวบรวม แยกเร่ืองและติดตามเรอ่ื งร้องเรียน วุฒสิ ภา คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวัดภาคเหนือ รับผิดชอบ ในพ้ืนที่ ๘ จังหวัด ประกอบด้วย ๑) จังหวดั เชยี งใหม่ ๒) จังหวัดเชยี งราย ๓) จังหวัดลาปาง ๔) จังหวัด ลาพูน ๕) จังหวดั แม่ฮ่องสอน ๖) จังหวัดนา่ น ๗) จงั หวดั แพร่ และ ๘) จงั หวดั พะเยา ท่ีผ่านมา มีการย่ืน เป็นหนังสือจานวน ๑๖ เร่ือง และเป็นเร่ืองการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จานวน ๙ เรื่อง รวมท้งั สน้ิ ๒๕ เรอื่ ง ๑. ปญั หาทดี่ นิ จานวน ๘ เร่ือง ๒. ปญั หาด้านส่ิงแวดลอ้ ม จานวน ๗ เรอ่ื ง ๓. ปญั หาด้านสงั คมและอ่นื ๆ จานวน ๖ เรือ่ ง ๔. ปญั หาแหล่งนา้ จานวน ๒ เรอ่ื ง ๕. ปญั หาด้านการคมนาคม จานวน ๑ เรื่อง ๖. ปญั หาด้านการเกษตร จานวน ๑ เรอื่ ง
474 ประเด็นปัญหาที่ได้รับการแกไ้ ขปญั หา แยกตามประเด็นปญั หา ดังนี้ ๑. ดา้ นปัญหาทดี่ นิ เรอ่ื ง รอ้ งขอความเปน็ ธรรมในการปฏิบัตงิ านของเจ้าหน้าท่ีของรัฐ กรณี นายเสาร์แก้ว คู่คา ตัวแทนเกษตรกรผู้ถือครองท่ีดินเดิม ผู้ร้องและพวก จานวน ๑๖ คน ร้องเรียนว่า ผู้ร้องและพวก เป็นเกษตรกรได้ถือครองท่ีดินและทาประโยชน์ในท่ีดินแปลง NO ๑๔๖ ซ่ึงต้ังอยู่หมู่ท่ี ๘,๑๔,๑๖ ตาบลแม่ยาว อาเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เน้ือที่ประมาณ ๒๙๖ ไร่ ซง่ึ แตเ่ ดิมท่ดี ินดังกล่าวเป็นทด่ี นิ ส.ปก. ๔ - ๐๑ ไม่ได้รบั ความเป็นธรรมจากการปฏบิ ัตงิ านของเจ้าหนา้ ที่ ของรัฐ และถูกกลุ่มนายทุนขับไล่พ้ืนที่ โดยได้มีหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานของรัฐหลายหน่วยงาน เกี่ยวกับปัญหาการเข้าใช้ประโยชน์ในพ้ืนที่ ส.ป.ก. แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข รวมถึงได้ย่ืนฟ้องต่อ ศาลปกครองเชยี งใหม่ คดีหมายเลขดาท่ี ๑๑๒/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เรื่องดังกล่าว คณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือหนังสือท่ี สว ๐๐๐๑/๓๘๔๙ ลงเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ส่งไปยังรัฐมนตรวี ่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพอ่ื พิจารณาดาเนนิ การตามหนา้ ท่ี และอานาจ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งให้สานักงานการปฏริ ูปท่ีดนิ เพือ่ การเกษตรกรรมพิจารณา และได้ตรวจสอบข้อมลู เรือ่ งดงั กล่าวอีกคร้ังหนง่ึ สรปุ ความได้ดังน้ี ๑) ผู้ร้องและพวก มิได้ยื่นคาร้องพร้อมพยานหลักฐานการถือครองท่ีดิน ภายใน ระยะเวลา ๑๕ วัน นับแต่วันปิดประกาศของสานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือการเกษตรกรรม (๑ สิงหาคม ๒๕๕๙) ๒) แต่เมื่อผู้ร้องและพวกร้องขอขอความเป็นธรรมหลังประกาศ สานักงานการปฏิรูป ท่ีดินจงั หวดั เชียงราย ได้รับไว้พจิ ารณาและให้ผรู้ อ้ งและพวกยืน่ เอกสารหลักฐานตา่ ง ๆ แล้ว ปรากฏ ว่าหลักฐานที่ยื่นเข้ามาไม่ต้องด้วย คาสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกาศกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ประกาศสานักงานการปฏิรูปท่ีดินเพ่ือการเกษตรกรรม จึงยกคาร้องท้ังหมดและ ได้แจ้งผรู้ อ้ งใหท้ ราบแล้ว ๓) กรณีดังกล่าว ศาลปกครองเชียงใหม่ ได้มีคาส่ังไม่รับคาร้องของผู้ร้องและพวก เม่ือ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๒ ๒. ปัญหาด้านการคมนาคม เรือ่ ง ขอความอนุเคราะห์ให้ความชว่ ยเหลอื เร่ือง การใชถ้ นนใช้รถสญั จร ไป - มา ของถนน ในชุมชนห้วยปลาก้ัง
475 กรณี นายปาแล ฉินหลง และนายอานนท์ จาดิ ผู้ร้อง ราษฎรในหมู่บ้านชุมชนห้วยปลากั้ง หมู่ที่ ๓ ตาบลริมกก อาเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ขอร้องทุกข์เพื่อขอให้ความช่วยเหลือเร่ือง การใช้ถนนในการใช้รถสัญจรไป - มา เนื่องจากปัจจุบันมีการพัฒนาก่อสร้างถนนอ้อมเมืองหรือถนน บายพาสที่ได้ตัดผ่านถนนเดิม ทาให้ชาวบ้านและผู้สัญจรถนนในซอย ๓ ชุมชนห้วยปลาก้ัง ๗๕ หลังคา เรือน เดินทางไม่สะดวกต้องไปกลับรถระยะทางถึง ๔ กิโลเมตร จากเดิมมีระยะทางเพียง ๑๒ เมตร ดังน้นั เพื่อให้ชาวบา้ นทใี่ ช้ถนนเสน้ นีไ้ ด้รบั ความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทางบนถนนเสน้ ดงั กล่าว เร่ืองดังกล่าว คณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือหนังสือ ที่ สว ๐๐๐๑.๐๑/๑๓๑๒ ลงวันท่ี ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ส่งไปยงั คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม วุฒิสภา จากนั้น คณะกรรมาธกิ ารการคมนาคม วุฒิสภา พิจารณาแลว้ เห็นว่า เรื่องดังกลา่ วอยู่ในหน้าที่และอานาจของกรมทางหลวง จึงได้มมี ติใหส้ ง่ เร่ือง ไปยังกรมทางหลวง เพือ่ พจิ ารณาดาเนนิ การหนา้ ท่ีและอานาจตอ่ ไป ต่อมาเมื่อวนั ท่ี ๑๓ ธนั วาคม ๒๕๖๒ อธบิ ดกี รมทางหลวง ไดม้ หี นังสือ ท่ี คค ๐๖๑๔๓/ม.๔๒๔๔/๑๐๖๒๗ แจง้ ผลการดาเนินการว่า แขวงการ ทางเชยี งรายท่ี ๑ ไดป้ ระสานกบั ผ้นู าชุมชนเพื่อหาแนวทางแก้ไขและบรรเทาปญั หา ได้ข้อสรุปว่า จะทาการก่อสร้างคันทางระยะประมาณ ๒๐๐ เมตร เพื่อรองรับการสัญจร ของประชาชนในพื้นที่ให้มาใช้จุดกลับรถท่ี ๑๓+๖๐๐ ซึ่งชุมชนมีความพอพอใจในรูปแบบการแก้ไข ปัญหาดงั กล่าว ปัจจบุ ัน กรมทางหลวง ไดด้ าเนนิ การกอ่ สรา้ งดงั กล่าวเสรจ็ เรียบร้อยแลว้ ๓. ปัญหาดา้ นแหลง่ น้า เรอ่ื ง ขอความอนเุ คราะห์ตดิ ตามเรง่ รดั โครงการกอ่ สร้างอ่างแมส่ ะป้วด กรณีสืบเนื่องมาจาก นางฉัตรทิวา ตากาศ รองนายกเทศมนตรีตาบลทาสบชัย ปฏิบัติราชการแทน นายกเทศมนตรีตาบลทาสบชัย ร้องขอความอนุเคราะห์ให้ติดตามเร่งรัดโครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้าแม่สะป้วด ตั้งอยู่ในพ้ืนที่บ้านแม่สะป้วด หมู่ที่ ๒ ตาบลทาสบเส้า อาเภอแม่ทา จังหวัดลาพูน ได้รับพระราชทานเป็นโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ เม่ือวันท่ี ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ ปัจจุบันสานักชลประทานได้ดาเนินการจัดทาโครงการเสร็จเรียบร้อยแล้ว คงเหลือแต่เพียงการ เขา้ ดาเนนิ การในพืน้ ทปี่ า่ ไม้ ซึ่งอยู่ในระหวา่ งการพิจารณาของอธบิ ดกี รมปา่ ไม้ เร่ืองดงั กล่าว คณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือ ท่ี สว ๐๐๐๑.๐๑/๑๔๖๔ ลงวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ส่งไปยังคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา จากน้ัน คณะกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ วุฒิสภา ได้มีหนังสือวุฒิสภา ด่วนที่สุด ท่ี สว (กมธ ๑) ๐๐๐๙/๐๑๘๘๗ ลงวันท่ี ๐๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ส่งไปยังกรมชลประทาน ต่อมากรมชลประทาน ได้มีหนังสือ ที่ กษ ๐๓๓๗/๗๔๓ ลงวันท่ี ๒๘ มกราคม ๒๕๖๓ แจ้งผลการดาเนินการมายังคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภาว่า กรมชลประทาน ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวได้ดาเนินการศึกษา สารวจ ออกแบบเสร็จ เรียบร้อยแล้ว โดยมีแผนการก่อสร้างในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ – ๒๕๖๗ ปัจจุบันอยู่ในชั้นตอน
476 การขออนุญาตใช้พื้นท่ีตามกฎหมายแล้ว และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมได้ช้ีแจงว่า ได้แจ้งให้ผู้ขออนุญาตตรวจสอบข้อมูลและเอกสารหลักฐานแนบคาขอใช้พ้ืนที่ปาไม้ให้ครบถ้วนและ ถูกต้อง รวมทั้งจะประสานหนว่ ยงานท่ีเก่ียวขอ้ งเรง่ รัดดาเนินการให้เปน็ ไปตามกฎหมายโดยด่วนต่อไป ๔. ปัญหาดา้ นสงั คมและดา้ นอ่ืน ๆ จานวน ๒ เรอื่ ง ๔.๑ เร่อื ง ขอความอนเุ คราะหช์ ว่ ยเหลือความเดอื ดรอ้ น กรณีสืบเน่ืองมาจาก นายศุกร์ ไทยธนสุกานต์ นายกองค์การบริหารส่วนตาบลบ้านดง จงั หวัดลาปาง ไดม้ ีหนังสือท่ี ลป ๗๔๙๐๑/๑๒๒๖ ลงวันท่ี ๒ ตลุ าคม ๒๕๖๒ เร่ือง ขอความอนุเคราะห์ ช่วยเหลือความเดือดรอ้ น เพอ่ื แกไ้ ขปญั หาใหก้ ับราษฎรตาบลบา้ นดง ในประเดน็ การขอความอนุเคราะห์ ติดตามผลักดันให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านดง เป็นโรงพยาบาลชุมชนสาขาโรงพยาบาล แมเ่ มาะ เรื่องดังกล่าว คณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือที่ สว ๐๐๐๑.๐๑/๑๒๙๗ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ส่งไปยังคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา จากนั้น คณะกรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์ วุฒิสภา ไดม้ ีหนงั สือวฒุ สิ ภาสง่ ไปยังกระทรวงสาธารณสุข ต่อมากระทรวงสาธารณสขุ ไดแ้ จ้งผล การพิจารณาว่ากระทรวงสาธารณสุข ได้ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ ๑ มอบหมายเจ้าหน้าท่ีที่เก่ียวข้องจัดทาแผนพัฒนาบริการสุขภาพระหว่างโรงพยาบาลแม่เมาะ ซ่ึงเป็น แม่ข่าย และโรงพยาบาลสง่ เสริมสุขภาพตาบลบ้านดง เพอื่ ให้การสนับสนุนทรัพยากรในการบริการปฐม ภูมิให้มศี ักยภาพเพมิ่ ขึ้น ทง้ั น้ี การผลักดันให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลบ้านดงให้เป็นโรงพยาบาลชุมชน สาขาแม่เมาะเป็นการบริหารจัดการภายในจังหวัดลาปาง ซึ่งสามารถดาเนินการได้ตามความ เหมาะสม ส่วนงบประมาณท่ีใช้สาหรับการก่อสร้างเพ่ือพัฒนาศักยภาพโรงพยาบาล ให้เขตบริการ สุขภาพที่ ๑ เปน็ ผู้พจิ ารณาจัดทาคาขอในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามขน้ั ตอนตอ่ ไป ๔.๒ เรือ่ ง ขอความเปน็ ธรรมการอพยพ กรณีสืบเน่ืองมาจาก นายประจักษ์ ชาติสืบ ผู้ใหญ่บ้านสวนป่าแม่เมาะ และคณะ ผู้ร้อง ได้มีหนังสือลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ เรียน สมาชิกวุฒิสภา เรื่อง ขอความเป็นธรรมการอพยพ ผ่านคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนบน) เมื่อวันท่ี ๓ – ๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ จังหวัดลาปาง เพื่อขอความอนุเคราะห์จากสมาชิกวุฒิสภาให้ช่วยเหลือ ใหท้ างการไฟฟา้ ฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย (แม่เมาะ) และหนว่ ยงานท่เี ก่ียวข้อง จ่ายเงนิ ชดเชยค่าเวนคืน ท่ีดินให้แก่ราษฎร หมู่ ๗ บ้านสวนป่าแม่เมาะ ท่ีมีพื้นท่ีทากินบริเวณปากอุโมงค์เพ่ือสารองน้าจาก เขือ่ นก่วิ ลม
477 เรื่องดังกล่าว คณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือ ท่ี สว ๐๐๐๑/๔๐๙๔ ลงเม่ือวันท่ี ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ส่งเร่ืองให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ต่อมาวันท่ี ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ นางอุดมพร เอกเอ่ียม รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือท่ี นร ๐๕๐๑/ท๗๓๑๑ ลงวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ แจ้งผลการดาเนินการเก่ียวกับกรณีดังกล่าวว่า ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานกลางที่ดาเนินการเก่ียวกับ การร้องทุกข์ ร้องเรียน ขอความเป็นธรรมและการขอความช่วยเหลือ รวมทั้งปัญหาความเดื อดร้อน ของประชาชน พจิ ารณาดาเนนิ การในส่วนท่ีเกย่ี วขอ้ งและแจง้ ผลการพิจารณาให้ผู้ร้องเรียนทราบดว้ ยแล้ว ๕. ปญั หาด้านส่งิ แวดล้อม เรื่อง ขอความอนุเคราะหช์ ่วยเหลือความเดือดร้อน (กรณี แก้ไขปญั หาให้กับราษฎรตาบล บ้านดง ประเดน็ การติดตามเร่งรดั ในการเพกิ ถอนพ้นื ทป่ี ่าสงวนแหง่ ชาติ ป่าแม่เมาะ กรณสี บื เน่ืองมาจาก นายศกุ ร์ ไทยธนสุกานต์ นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลบ้านดง ได้มี หนังสือที่ ลป ๗๔๙๐๑/๑๒๒๖ ลงวันท่ี ๒ ตุลาคม ๒๕๖๒ เร่ือง ขอความอนุเคราะห์ช่วยเหลือความ เดือดร้อน เพ่ือบรรเทาความเดือดร้อน แก้ไขปัญหาให้กับราษฎรตาบลบ้านดง ประเด็นการติดตามเร่งรัด ในการเพิกถอนพ้ืนท่ีป่าสงวนแห่งชาติ ป่าแม่เมาะเพื่อจัดทาเอกสารสิทธิ์ท่ีอยู่อาศัยให้กับราษฎรท่ีอพยพ และพื้นที่อยู่อาศัยปัจจุบันของราษฎร ที่ไม่ได้อพยพเพื่อให้การใช้ประโยชน์ที่ดินสอดคล้องกับ สภาพพื้นที่จริง เร่ืองดังกล่าว คณะกรรมการฯ ได้มีหนังสือ ที่ สว ๐๐๐๑.๐๑/๑๒๙๖ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ส่งไปยังคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา และคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม วุฒิสภา ได้แจ้งผลการพิจารณาวา่ การติดตามเร่งรดั การเพิกถอนพนื้ ที่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่เมาะ เพื่อจัดทาเอกสารสิทธิ์ที่อยู่อาศัยให้กับราษฎร เน่ืองจากปัจจุบันมีการ ประกาศใช้บังคับพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งกาหนดให้ คณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ มีหน้าท่ีและอานาจในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผลการ ใช้ท่ีดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพท่ีดินและศักยภาพที่ดินทุกประเภท คณะกรรมาธิการ จึงเห็น ควรสง่ เรอ่ื งดังกล่าวให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแหง่ ชาติ พิจารณาดาเนินการ ตามหน้าท่ีและอานาจ ต่อไป สาหรับเร่ืองประเดน็ ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จานวน ๙ เร่ือง เป็นเร่อื งท่ีได้รับจากการ ลงพ้ืนท่ีจังหวัดเชียงราย ซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายรับไปดาเนินการตามบทบาทหน้าท่ีและอานาจ โดยที่ผ่านมามีการตดิ ตามเรอ่ื งและมีแจ้งผลการพิจารณาทราบว่าผู้วา่ ราชการจังหวดั เชียงรายได้ส่งเรื่อง ดงั กล่าวไปยงั หนว่ ยงานท่ีเกี่ยวข้องพจิ ารณาดาเนินการแกไ้ ขตามหน้าที่และอานาจตอ่ ไปเรยี บร้อยแลว้
478 ขอ้ สังเกตกรณกี ารดาเนนิ การเร่ืองร้องเรยี น ๑. จากข้อมูลเร่ืองร้องเรียนในพื้นที่จังหวัดภาคเหนือ เร่ืองร้องเรียนที่ได้รับการพิจารณา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องเรียนประเภทที่เป็นหนังสือ ซึ่งบางกรณีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะก็มีประเด็น สาคัญท่ีควรได้รับการพิจารณา ดังนั้น ในการลงพื้นที่เพื่อรับเร่ืองร้องเรียน หากพิจารณาแล้วเห็นว่า เร่ืองร้องเรียนใดมีประเด็นสาคัญควรแก่การได้รับการพิจารณาโดยคณะกรรมาธิการหรือหน่วยงาน ทเ่ี กี่ยวข้อง เห็นควรแนะนาให้ผู้ร้องเรยี นสง่ เรื่องรอ้ งเรยี นเป็นหนังสือ ๒. การลงพื้นท่ีพบปะส่วนราชการ ซ่ึงเป็นการปรึกษาหารือกันภายในของส่วนราชการ ปัญหาส่วนใหญ่ของส่วนราชการเป็นเร่ืองการของบประมาณ หรือเป็นเร่ืองที่อยู่ในอานาจหน้าท่ี ของฝ่ายบริหาร ประกอบกับผู้วา่ ราชการจังหวัด ในฐานะฝ่ายบริหาร ก็เข้าร่วมประชุมด้วย เห็นควร มอบเร่ืองดังกลา่ วใหจ้ ังหวัด (ผวู้ ่าราชการจงั หวัด) รบั ไปพิจารณาดาเนินการ ยกเว้นประเดน็ ที่เป็นเรอ่ื ง เก่ียวกับปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคในการบริหารราชการของหน่วยงานภาครัฐ ก็ส่งเร่ืองมายัง คณะอนุกรรมการด้านรวบรวม แยกเรื่องและติดตามเรื่องร้องเรียน เพ่ือพิจารณาส่งเรื่องไปยัง คณะกรรมาธกิ ารหรือหนว่ ยงานท่เี ก่ยี วขอ้ งตอ่ ไป ๓. สาหรับประเด็นปัญหาและข้อเสนอแนะที่ได้รับมาจากการลงพื้นท่ีสมาชิกวุฒิสภา หรือกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง สามารถนาประเด็นปัญหาดังกล่าว ไปหารือต่อท่ีประชุมวุฒิสภาได้อีก ชอ่ งทางหน่งึ เพอื่ ใหป้ ญั หาและขอ้ เสนอแนะของประชาชนได้รับการแก้ไขไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
๔๗๙ ๓.๒ สรุปผลการดาเนินการเร่อื งร้องเรยี น/ข้อคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะโครงการสมาชกิ วฒุ ิสภา พบประชาชนในพนื้ ทจี่ ังหวัดภาคเหนือ (ตอนลา่ ง) ประเภท : ประเภท : ปญั หาเรื่องเก่ียวกับ จงั หวัด หนงั สือ วาจา จานวน/เรอ่ื ง จานวน/เรอ่ื ง ทดี่ นิ นา้ เกษตร คมนาคม เศรษฐกจิ สิ่งแวดล้อม สังคม ๑. จังหวัดตาก ๒. จังหวัดพิษณโุ ลก ๘ ๑๓ - - ๑ - ๒๐ - - ๓. จงั หวัดเพชรบรู ณ์ ๔. จังหวัดสโุ ขทัย ๑ ๕ ๑๑ ๑ ๑ ๑ -๑ ๕. จงั หวัดอตุ รดติ ถ์ ๖. จงั หวัดกาแพงเพชร - ๓ -- ๑ ๑ ๑ - - ๗. จังหวัดนครสวรรค์ ๘. จังหวัดพิจติ ร - ๓๓ ๔ - ๓ ๑ - - ๒๔ ๙. จังหวัดอทุ ยั ธานี ๓ ๑๔ ๒ ๒ ๓ ๓ ๓ -๔ จานวนเร่ือง แยกตามประเภท ๔๖ ๒๑ ๗ ๑๔ ๗ ๔ - ๒ ๒๖ รวมเรอ่ื งท้ังหมด ๔ -๑ - - - -๓ ๓ ๑๘ ๑ ๗ ๖ - - ๕ ๔ ๑๒ - ๑ - -- ๖๑ ๑๑๕ ๑๖ ๒๗ ๒๒ ๑๑ ๒๕ ๒ ๖๓ รวมทง้ั ส้นิ ๑๖๖ เรอื่ ง ขอ้ มลู เมอ่ื วนั ท่ี ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ คณะอนุกรรมการด้านรวบรวม แยกเร่ืองและติดตามเรื่องร้องเรียน วุฒสิ ภา คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดภาคเหนือ (ตอนล่าง) ได้ลงพ้ืนที่จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดสุโขทัย จังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัด กาแพงเพชร จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัดพิจิตร และจังหวัดอุทัยธานี ได้รับเร่ืองร้องเรียนทั้งสิ้น จานวน ๑๖๖ เร่อื ง โดยแยกเปน็ ประเด็นปญั หา ดังนี้ ๑. ปัญหาทด่ี นิ จานวน ๑๖ เรื่อง ๒. ปัญหาแหล่งน้า จานวน ๒๗ เรื่อง ๓. ปญั หาด้านการเกษตร จานวน ๒๒ เร่อื ง ๔. ปญั หาด้านการคมนาคม จานวน ๑๑ เรอื่ ง ๕. ปัญหาด้านเศรษฐกิจ จานวน ๒๕ เรือ่ ง ๖. ปัญหาดา้ นส่ิงแวดล้อม จานวน ๑ เร่อื ง ๗. ปัญหาดา้ นสังคมและอน่ื ๆ จานวน ๖๓ เร่ือง
๔๘๐ ๑. ปัญหาท่ีดิน จานวน ๑๖ เร่ือง อยู่ระหว่างการดาเนินการของคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม และหนว่ ยงานที่เก่ียวขอ้ ง เช่น - ปัญหาท่ีดินทากินของราษฎรทับซอ้ นกบั แนวเขตที่ดนิ ของรัฐ ปัญหาท่ีดินส่วนใหญ่เป็นปัญหาที่ดินทากินของราษฎรทับซ้อนกับแนวเขตท่ีดินของรัฐ เช่น - จงั หวัดสุโขทัยเป็นจังหวัดหน่ึงที่อดุ มสมบูรณ์ดว้ ยทรัพยากรปา่ ไม้ จงั หวัดสุโขทัย มเี นือ้ ท่ี ปา่ ไม้ ๑,๒๓๒,๔๔๙.๔๕ ไร่ หรอื ประมาณ ร้อยละ ๒๙.๕๖ ของเน้อื ท่ีทง้ั หมดของจังหวดั มีปา่ สงวนแหง่ ชาติ จานวน ๑๒ แห่ง เนื้อท่ี ๑,๙๒๓,๔๙๙.๗๕ ไร่ อุทยานแห่งชาติ จานวน ๒ แห่ง เน้ือที่ ๓๔๖,๓๗๕ ไร่ เขตห้ามล่าสัตว์ป่า จานวน ๑ แห่ง เน้ือที่ ๑๕,๘๗๕ ไร่ และวนอุทยาน จานวน ๑ แห่ง เน้ือท่ี ๑๑,๒๕๐ ไร่ ซงึ่ ที่ดินของรัฐแต่ละแห่ง มีแนวเขตท่ีไม่ชัดเจน ทาให้เกิดปัญหาท่ีดินทากินของราษฎรทับซ้อนกับแนวเขต ทดี่ นิ ของรัฐ - จังหวัดกาแพงเพชรมีพ้ืนที่ ๘,๖๐๗.๕ ตารางกิโลเมตร (๕,๓๗๙,๖๘๗.๕ ไร่) โดยเป็น พ้ืนท่ีป่าไม้ ๒,๑๘๔.๗ ตารางกิโลเมตร (๑,๓๖๕,๔๓๗.๕ ไร่) ซึ่งจังหวัดกาแพงเพชรเป็นที่ตั้งของอุทยาน แห่งชาติ ๓ แห่ง ป่าสงวนแห่งชาติ ๙ แห่ง และเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่า ๑ แห่ง ซ่ึงท่ีดินของรัฐมีแนวเขต ที่ไม่ชดั เจน ทาใหเ้ กิดปญั หาที่ดนิ ทากนิ ของราษฎรทบั ซ้อนกบั แนวเขตทดี่ ินของรฐั - จงั หวัดพิษณุโลกมีพน้ื ท่ี จานวน ๖,๗๘๙,๙๓๗.๕๐ ไร่ มีพ้นื ท่ีป่า จานวน ๒,๔๓๖,๖๐๖ ไร่ โดยมีป่าสงวนแห่งชาติทั้งหมด จานวน ๑๓ แห่ง มีอุทยานแห่งชาติ และวนอุทยาน จานวน ๖ แห่ง ซึ่งที่ดินของรัฐมีแนวเขตท่ีไม่ชัดเจน ทาให้เกิดปัญหาที่ดินทากินของราษฎรทับซ้อนกับแนวเขตที่ดิน ของรฐั สง่ ผลทาให้ราษฎรไม่สามารถขอเอกสารสิทธิ์ทด่ี ินได้ ผลการดาเนนิ การ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ได้พิจารณาเร่ืองดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่า พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ได้กาหนดให้ คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ มีหน้าที่และอานาจในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล การใช้ที่ดินของประเทศให้เหมาะสมกับสภาพท่ีดินและศักยภาพท่ีดินทุกประเภท คณะกรรมาธิการ จึงส่งเรื่องร้องเรียนไปยังคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อพิจารณาดาเนินการตามหน้าที่ และอานาจ โดยคณะกรรมาธิการจะได้ติดตามการดาเนินงานของคณะกรรมการนโยบายท่ีดินแห่งชาติ ในภาพรวมตอ่ ไป ๒. ปัญหาแหล่งน้า จานวน ๒๗ เรื่อง อยู่ระหว่างการดาเนินการของคณะกรรมาธิการ ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม เช่น
๔๘๑ ๒.๑ ปัญหาการบรหิ ารจดั การนาเพอื่ แกไ้ ขปญั หาภยั แล้งและนาท่วม ปัญหาแหลง่ น้าสว่ นใหญ่เปน็ ปัญหาการบริหารจดั การน้าเพื่อแกไ้ ขปัญหาภัยแล้งและ น้าทว่ ม เช่น - จังหวัดอุทัยธานตี ้งั อย่บู รเิ วณลุ่มน้าสะแกกรงั มพี นื้ ทที่ าการเกษตร ๒,๐๓๔,๒๙๐ ไร่ แตม่ พี ืน้ ทใ่ี นเขตชลประทาน ๑๙๐,๐๐๐ ไร่ จังหวัดอทุ ยั ธานีมลี กั ษณะสภาพพ้นื ท่ีสว่ นใหญ่ ๒ ใน ๓ ของ จังหวัดเป็นป่าและภูเขาสูงมีลักษณะเทลาด โดยมีแหล่งน้าเพียง ร้อยละ ๑๑ ของพ้ืนท่ีทาการเกษตร จังหวัดอุทัยธานีประสบปัญหาเรื่องน้า ๓ ส่วน ได้แก่ ปัญหาภัยแล้ง ปัญหาน้าท่วมขังและคุณภาพน้าที่ ไม่ไดม้ าตรฐาน โดยในช่วงฤดูแล้งทีผ่ า่ นมาพ้นื ทีท่ าการเกษตรได้รับความเสยี หาย จานวน ๓๕๐,๐๐๐ ไร่ ดงั นัน้ ควรมกี ารพฒั นาแหล่งกักเกบ็ น้าให้เพ่มิ มากขน้ึ - จังหวัดพิษณุโลกต้องเผชิญกับวิกฤติภัยแล้ง เนื่องจากฝนตกลงมาปริมาณน้อย และกาลังเกิดผลกระทบกับผู้ประกอบอาชีพในภาคเกษตรกรรมเป็นจานวนมาก ประกอบกับระดับน้า ในเขื่อนสาคัญที่ส่งน้าให้จังหวัดพิษณุโลก ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบารุงแดน มีปริมาณน้า ค่อนข้างน้อย ขณะนี้พื้นท่ีประสบปัญหาพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหายจากการขาดแคลนน้า ได้แก่ อาเภอบางกระทุ่ม อาเภอบางระกา และอาเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลกได้ประกาศเขต การให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรอง ราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ ทาให้ปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกมีพ้ืนท่ี ท่ีได้รับความเสียหายจากภาวะฝนแล้ง จานวน ๓ อาเภอ ๑๑ ตาบล ๗๘ หมู่บ้าน ซ่ึงจังหวัดพิษณุโลก ยงั ขาดแคลนงบประมาณเพอื่ พัฒนาแหล่งกักเก็บนา้ ๒.๒ ปัญหานาเพ่ือการอปุ โภค บริโภค และการเกษตร ปญั หาน้าเพื่อการอุปโภค บรโิ ภค และการเกษตร ไดแ้ ก่ เรอื่ ง ขอความอนุเคราะห์ บ่อน้าบาดาล พร้อมอุปกรณ์ระบบโซล่าเซลล์ เน่ืองจากโรงเรียนบ้านวังชมพู โรงเรียนบ้านท่านา และโรงเรียนบ้านใหม่พัฒนาจังหวัดกาแพงเพชร ปัจจุบันประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้า เพื่อใช้ ในการอุปโภคบรโิ ภค ส่งเสรมิ กิจกรรมการเรยี นการสอนด้านการเกษตร ตลอดจนการให้บรกิ ารแกช่ มุ ชน ผลการดาเนินการ คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ได้พิจารณาเร่ืองร้องเรียนดังกล่าวแล้ว มีความเห็นว่า ตามพระราชบัญญัติสภาตาบลและองค์การบริหารส่วนตาบล พ.ศ. ๒๕๓๗ มาตรา ๖๘ กาหนดให้องค์การบริหารส่วนตาบลอาจจัดให้มีน้าเพ่ือการอุปโภค บริโภค และการเกษตร ในเขต องค์การบริหารส่วนตาบลได้ ดังนั้น คณะกรรมาธิการจึงส่งเร่ืองร้องเรียนดังกล่าวข้างต้นไปยังองค์การ บรหิ ารส่วนตาบลเพชรชมภู และกรมทรัพยากรน้าบาดาล กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม เพอื่ พจิ ารณาตามหนา้ ที่และอานาจต่อไป
๔๘๒ ๓. ปัญหาด้านการเกษตร จานวน ๒๒ เรอื่ ง อยู่ระหว่างการดาเนินการของคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ เช่น ๓.๑ ปัญหาหนีสนิ ของเกษตรกร ปัญหาหนี้สินของเกษตรกร เช่น กรณีเกษตรกรจังหวัดสุโขทัยประสบปัญหามีหนี้สิน จานวนมาก โดยหน้ีสินส่วนหนึ่งเกิดจากการกู้ยืมเงินเพ่ือทาการเกษตร เช่น การกู้ยืมเงินเพื่อซ้ือเคร่ืองจักร ปุ๋ยเคมี ซึ่งที่ผา่ นมารฐั บาลมีนโยบายให้กับเกษตรกรเขา้ ถึงแหล่งทุนหลายโครงการ แตเ่ กษตรกรไม่สามารถ เข้าถึงแหล่งทุนได้ เน่ืองจากแต่ละโครงการมีเงื่อนไขเป็นจานวนมาก และมีอัตราดอกเบี้ยสูง ดังน้ัน ควรสง่ เสริมใหเ้ กษตรกรเขา้ ถงึ แหลง่ ทนุ ไดส้ ะดวก และมอี ัตราดอกเบ้ยี ตา่ เพ่ือลดภาระหนส้ี ินของเกษตรกร ๓.๒ ปัญหาการบริหารจดั การสหกรณก์ ารเกษตรที่ไม่มคี ณุ ภาพ ปัญหาการบริหารจัดการสหกรณ์การเกษตรท่ีไม่มีคุณภาพ เช่น จังหวัดสุโขทัย มีสหกรณ์การเกษตรที่ประสบปัญหาในการบริหารงานเป็นจานวนมาก ซึ่งสาเหตุเกิดจากเกษตรกร ท่ีเข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์ก็เพ่ือจะใช้สิทธิในการกู้เงินจากธนาคารเพื่อการ เกษตรและสหกรณ์ การเกษตรเท่านั้นและไม่มีการจ่ายค่าสมาชิก ทาให้สหกรณ์ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน นอกจากนี้ การบริหารงานของสหกรณ์ไม่ได้ดาเนินงานตามหลักการก่อต้ังสหกรณ์เพ่ือให้สมาชิก มีความสามารถในการรวมตัวเพื่อต่อรองด้านราคาและการตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่จะบริหารงาน โดยเน้นการปล่อยเงินกู้ให้กับสมาชิก เม่ือสมาชิกสหกรณ์ผิดนัดชาระหน้ีเป็นจานวนมากทาให้สหกรณ์ ไม่สามารถดาเนินงานต่อไปได้ ๓.๓ ขอให้สนบั สนุนโครงการขดุ ลอกคลองเพอื่ เพม่ิ พนื ทีช่ ลประทาน กรณขี อใหส้ นับสนับสนุนโครงการขุดลอกคลองเพื่อเพมิ่ พ้ืนที่ชลประทาน เช่น จงั หวัด พิจิตรมีพ้ืนที่ ๒.๘ ล้านไร่ เป็นพื้นท่ีทาการเกษตรในเขตชลประทานขนาดใหญ่ จานวน ๓๘๐,๐๐๐ ไร่ และเป็นพ้นื ที่ทาการเกษตรท่ีอยู่เขตชลประทานขนาดกลาง จานวน ๒๕๐,๐๐๐ ไร่ ทาให้ในช่วงฤดูแล้ง พื้นท่ีนอกเขตชลประทานประสบปัญหาขาดแคลนน้าเพื่อการเกษตร เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งควรมี การขุดลอกคลองส่งน้าเพื่อรองรับน้าจากจังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านพ้ืนที่อาเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก อาเภอสากเหล็ก อาเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร โดยเป็นโครงการที่อยู่ในแผนการดาเนินงานของ กรมชลประทาน ๓.๔ ปัญหาพืชผลทางการเกษตร กรณีปัญหาพืชผลทางการเกษตร เช่น จังหวัดพิจิตรมีประชากรในพ้ืนที่ส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เชน่ การปลกู ขา้ ว ปลูกสม้ โอ การทาพชื ไร่ เป็นต้น โดยจงั หวดั พิจติ รสามารถ ส่งออกข้าวได้ในลาดับต้นๆ ของประเทศ แตใ่ นห้วงเวลาท่ีผา่ นมาราคาพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะ ข้าวมีราคาตกต่า ส่งผลให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนและปัจจุบันค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่ คอ่ นข้างสูง จึงขอให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการช่วยเหลือให้ราคาข้าวและสนิ ค้า ทางการเกษตรใหม้ ีมลู คา่ ที่สงู ขน้ึ และเปน็ ท่ตี ้องการของตลาด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 571
Pages: