๒๘๗ เป็นอย่างไร โดยแต่ละประเด็นคาถามได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดเห็นตามความเข้าใจ และสมาชิกวฒุ สิ ภา ไดอ้ ธบิ ายและให้ข้อมูลแกน่ กั ศึกษาเพ่ือให้เขา้ ใจในแต่ละประเดน็ มากข้ึน จากนั้น ได้เปิดให้นกั ศึกษาได้สอบถามและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิกวุฒสิ ภาในประเด็น ต่าง ๆ อาทิ การลดข้ันตอนทางราชการ วัตถุประสงค์ของการจัดทายุทธศาสตร์ชาติ การปฏิรูปกฎหมาย การจัดสร้างจุดบริการประชาชนในทางเช่ือมระหว่างจังหวัด ซ่ึงสมาชิกวุฒิสภาได้ตอบคาถามและ ให้ขอ้ คิดเห็นในแต่ละประเดน็ เพื่อสร้างความรู้และความเขา้ ใจท่ีถูกต้องแก่นักศึกษา จากน้นั พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ได้กล่าวปิดกิจกรรมวุฒิสภาเยาวชน ณ จังหวัดลพบุรี และ ขอขอบคุณลูกหลานเยาวชนทกุ คนท่ไี ด้ให้ความร่วมมอื เขา้ ร่วมกิจกรรมในครัง้ นี้ คณะที่ ๒ นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หน่ึง พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ และนายสุปกิต โพธ์ิปภาพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการบริหารจัดการขยะ ขององค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนู ตาบลโก่งธนู อาเภอเมืองลพบุรี จงั หวดั ลพบุรี โดยมี นายบรรหาร เนาวรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนู และคณะผู้บริหารองค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนู ให้การต้อนรับและบรรยายสรปุ โดยมรี ายละเอยี ดสรุปไดด้ งั นี้ สืบเน่ืองจากคณะรัฐมนตรี นาโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีมติเมื่อ วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๕๙ ให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ดาเนินการจดั การขยะมูลฝอยตามแผนปฏบิ ัติ การ ประเทศไทยไร้ขยะ ตามแนวทางประชารัฐ และกาหนดระยะเวลาว่าให้เกิดผลเป็นรูปธรรมภายใน ระยะเวลา ๑ ปี โดยใช้หลัก 3 Rs ดังนั้น องค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนู จึงกาหนดหลักเกณฑใ์ นการบริหาร จดั การขยะ ดงั นี้ หลกั เกณฑ์ในการบริหารจดั การขยะ ๑. หลักความรับผิดชอบ ส่งเสริมและให้ความรู้ ปลูกจิตสานึกให้ประชาชนเห็นคุณค่าของการคัด แยกขยะครัวเรือนอยา่ งเป็นระบบ โดยกอ่ ตั้งธนาคารขยะประชารัฐ “เพื่อนชว่ ยเพื่อน” ซึ่งทุกหมู่บ้านได้ ทาบันทึกข้อตกลงกับนายกองค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนู โดยช่วยกันคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง ปัจจุบันมีประชาชนเข้าร่วมโครงการกว่า ๑,๗๐๐ คน มีสวัสดิการจากธนาคารขยะมากกว่า ๘๐,๐๐๐ บาท/คน โดยประชาชนที่เข้าร่วมโครงการจะคัดแยกขยะแล้วนามาขายฝากกบั ธนาคารขยะทุกเดือน ๆ ละ ๑ คร้งั และมสี ทิ ธไิ ดร้ บั สวัสดกิ ารช่วยเหลือเมอ่ื เสยี ชวี ิต โดยต้องนาขยะทค่ี ัดแยกมาแลว้ มาฝากขาย ตอ่ เน่อื งเปน็ ระยะเวลา ๖ เดอื น และมียอดฝากขายสะสมเปน็ จานวน ๓๐๐ บาท อนงึ่ คือ จานวนสมาชิก ทไ่ี ด้รับความคุ้มครองท้งั หมดคูณ ๕๐ บาท เท่ากับจานวนเงินท่ีจะไดร้ ับ ๒. หลักการมีส่วนร่วม ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับองค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนู จนสามารถลดปริมาณขยะได้เดือนละประมาณ ๓๐ ตัน มเี ยาวชนและประชาชนสมัครเป็นอาสาทอ้ งถิ่น รักษ์โลกกว่า ๑,๗๐๐ คน ชว่ ยดแู ลรกั ษาสิง่ แวดลอ้ มภายในตาบล ทาให้เกิดสุขภาวะทด่ี ีในชุมชน
๒๘๘ ๓. หลัก “บวร” ใช้หลักการบูรณาการการมีสว่ นร่วมของทุกภาคส่วนในการดาเนินการบริหาร จัดการขยะ โดยหลกั “บวร” ประกอบดว้ ย - บ = บา้ น ได้แก่ ทกุ ครัวเรือนในตาบล - ว = วดั ได้แก่ วดั ทุกวดั ในเขตตาบล - ร = ราชการ ได้แก่ หน่วยงานราชการทุกหน่วยงานในเขตตาบล อาทิ องค์การบริหารส่วน ตาบลโก่งธนู โรงเรยี นวดั โบสถ์ โรงเรียนวดั บ้านดาบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตาบลโก่งธนู ๔.หลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ วางแนวทางให้กองทุนธนาคารขยะประชารัฐดาเนินการ ประชุมชี้แจง รายงานยอดรายรับรายจา่ ย กาหนดราคากลางการซือ้ ขาย ให้คณะกรรมการบริหารจดั การ ขยะประชารัฐทราบเป็นประจา เดือนละ ๒ ครั้ง (ก่อนวันรับซื้อขยะและหลังวันรับซื้อขยะ) พร้อมประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย ปิดประกาศเผยแพร่ทุกหมู่บ้าน เผยแพร่ในเว็บไซต์ มีคณะกรรมการ นาฝาก–ถอนชัดเจน อีกทั้งมีการนาฝากเงินจากการขายขยะท่ีสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชน บ้านท่าเกวียน เพอื่ สง่ เสริมให้รจู้ ักการบริหารจัดการทางการเงินดว้ ยตนเอง การบรหิ ารขยะตามหลัก ๓ ช. ไดแ้ ก่ ๑. ใช้น้อย รณรงค์ให้ประชาชนใช้ถุงผ้า ตะกร้า ป่ินโต แทนการใช้ถุงพลาสติก และใช้ใบตอง ใบบัว จาน ชาม แทนการใชโ้ ฟม การใช้หรีดจักสานลดปริมาณขยะแทนพวงหรีดแบบเดิม ซึง่ นวัตกรรม พวงหรีดจักสานสามารถสร้างงานสร้างรายได้ให้ชุมชน จานวนมากกวา่ ๒๕๐,๐๐๐ บาท/ปี ลดปริมาณ ขยะที่มาจากพวงหรีดแบบเดิมตามวัดตา่ ง ๆ จานวนมากกว่า ๕๐๐ พวง/ปี ๒. ใช้ซ้า ให้ความรู้การดาเนินการใช้ซ้าให้เกิดประโยชน์ และเพิ่มมูลค่าของขยะทั่วไป ทขี่ ายไม่ได้ เช่น กระป๋อง นามาทาตะกร้าและกระเช้า ขวดพลาสติกนามาทากระถางต้นไม้ ยางรถยนต์ นามาทาส่ิงประดษิ ฐ์เฟอร์นเิ จอร์ กระถางตน้ ไมห้ รือทาธนาคารนา้ ใต้ดนิ เป็นต้น ๓. ใช้ใหม่ ให้ความรู้การคัดแยกขยะแก่คณะกรรมการบริหารจัดการขยะ เพ่ือถ่ายทอด ให้ประชาชนรู้จักการคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง พร้อมเชิญชวนประชาชนสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก ธนาคารขยะ ซ่ึงสามารถคัดแยกขยะมาขายอย่างสมา่ เสมอทุกเดอื น ตามแนวคดิ ท่วี ่า “ขยะมีค่า อย่าทิ้ง” การบรหิ ารจดั การขยะ ๔ ประเภท ได้แก่ ๑. การจัดการขยะอินทรีย์ รณรงค์ให้ประชาชนจัดทาถงั ขยะเปยี กครัวเรือนจาพวกเศษอาหาร มาทาเป็นปุ๋ยเพ่ือประโยชน์ในการบารุงต้นไม้และแปลงผักสวนครัว อบรมให้ความรู้การจัดทาสารบารุง ดิน จากถังขยะเปียกลดโลกร้อน ในทุกครัวเรือน ปุ๋ยหมัก น้าหมักชีวภาพ ปุ๋ยไส้เดือนดินกินขยะ และชักชวนให้ประชาชนเข้าร่วมโครงการ “บ้านนี้มีรัก ปลูกผักกินเอง” ของมูลนิธิชัยพัฒนา โดยประชาชนจะได้รับพระราชทานเมล็ดพันธ์ุผักทุกหลังคาเรือน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
๒๘๙ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงมีการเชื่อมโยงการบริหารจัดการขยะเปียก สแู่ ปลงผักปลอดสารพษิ ก่อให้เกิดสขุ ภาวะที่ดีในชมุ ชน ๒. การจัดการขยะอันตราย จัดทาจุดรวมขยะอันตรายท่ีใช้ยางรถยนต์มาใช้ซ้า โดยไม่ได้ใช้ งบประมาณของทางราชการ จดั ทาไว้ทกุ หมู่บ้านและสถานที่ราชการภายในตาบลทุกแหง่ พร้อมรณรงค์ ให้ประชาชนรวบรวมขยะอันตรายท่ีคัดแยกตั้งแต่ต้นทาง มารวมกันที่จุดรวบรวมขยะอันตรายภายใน หมู่บ้านของตนเอง ทุกวันที่ ๕ ของเดือน เพื่อให้รวบรวมสง่ องคก์ ารบริหารส่วนจังหวัดลพบุรดี าเนนิ การ สง่ บริษทั จดั การตามหลักวชิ าการตอ่ ไป ๓. การจัดการขยะท่ัวไป จดั อบรมให้ความรู้การประดิษฐ์สิง่ ของจากขยะท่วั ไปท่ีคัดแยกภายใน ครัวเรือนแล้วไม่สามารถนากลับมาใช้ใหม่หรือฝากกับธนาคารขยะได้ เช่น ซองกาแฟทาเป็นกระเป๋า กล่องเหล้าหรือกล่องน้าผลไม้ทาเป็นหมวก หลอดกาแฟทาเป็นหมอนและท่ีนอนสาหรับผู้ป่วยติดเตียง เป็นต้นพร้อมทั้งณรงค์ให้ประชาชนรวบรวมขยะท่ัวไปท่ีคัดแยกตั้งแต่ต้นทางมารวมกันท่ีจุดรวบรวม ภายในหมบู่ า้ น ทกุ วนั ท่ี ๕ ของเดือน เพอื่ รวบรวมส่งบรษิ ัทท่มี ารับไปผลติ น้ามนั ๔. การจดั การขยะรีไซเคิล จัดตัง้ ธนาคารขยะตามแนวทางประชารฐั โดยใช้กระบวนการการมี สว่ นรว่ มของประชาชนเข้าบริหารจดั การหมบู่ ้านละ ๗ คน ทั้งหมด ๙๘ คน ซ่ึงคณะกรรมการทกุ หมู่บ้าน ทาข้อตกลงกับองค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนูว่าจะดาเนินการบริหารจัดการขยะต้ังแต่ต้นทาง ดาเนินการมาต้ังแต่เดือนมกราคม ๒๕๖๐–ปัจจุบัน มีสมาชิกเข้าร่วมโครงการจานวนกว่า ๑,๗๐๐ คน ลดปริมาณขยะลงได้มากกว่า ๖๐๐ ตัน คิดเป็นเงินประมาณ ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท สมาชิกมีสวัสดิการ เมื่อเสียชวี ิต ทายาทผรู้ บั ผลประโยชนจ์ ะไดร้ บั เงินสวสั ดิการ “เพื่อนชว่ ยเพอื่ น” ประมาณ ๘๕,๐๐๐ บาท/ราย ๕. การจัดการขยะติดเชือ้ องค์การบรหิ ารส่วนตาบลโก่งธนูได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตาบลโก่งธนู ดาเนินการเก็บขยะติดเชื้อ โดยให้ประชาชนนาขยะติดเชื้อไปท้ิงที่ จดุ รวบรวมของโรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพตาบลโก่งธนทู ี่ไดจ้ ดั เตรียมไว้ และในทกุ วันพุธ เจ้าหนา้ ท่ีจาก โรงพยาบาลพระนารายณม์ หาราช จะดาเนนิ การรวบรวมไปทาลายอย่างถูกตอ้ งตามหลักวิชาการตอ่ ไป ๖. การบรหิ ารจัดการน้าเสยี ชมุ ชน จดั ทาธนาคารน้าใต้ดินให้ครอบคลมุ ทุกหมบู่ า้ นทม่ี ปี ญั หานา้ ทว่ มขัง อีกท้ังยังเปน็ การเช่ือมโยงกับการบริหารจัดการขยะได้ โดยนายางรถยนต์ และขวดพลาสติกท่ใี ช้ แลว้ มาทาธนาคารน้าใต้ดิน ซึ่งแตล่ ะจดุ จะใช้ยางรถยนต์ จานวน ๒๑ เสน้ ขวดนา้ พลาสตกิ ขนาด ๖๐๐ มลิ ลลิ ติ ร จานวน ๑,๕๐๐ ขวด สามารถลดแหล่งเพาะพนั ธ์ุยงุ ลายและก่อให้เกิดสขุ ภาวะทดี่ ตี อ่ ประชาชน ปจั จยั แหง่ ความสาเร็จในการบรหิ ารงานขยะ ประกอบด้วย
๒๙๐ ๑. คนพร้อม-ใจพร้อม กล่าวคือ ทีมงานมี “หัวใจ” อยากทางาน อยากเห็นตาบลปลอดขยะ มเี ป้าหมายเดียวกัน หนว่ ยงานเราเองต้องคัดแยกขยะก่อน และพร้อมจะเป็นแบบอย่างให้ประชาชนทา ตาม ๒. กลยทุ ธ์การหาแนวร่วม มกี ารลงพื้นท่ีอย่างจรงิ จัง ยดึ หลัก “เข้าใจ เขา้ ถึง พฒั นา” เพ่ือทา ความเขา้ ใจพร้อมจงู ใจให้ทุกครวั เรอื นร่วมกนั คดั แยกขยะ ๓. สร้างเครอื ข่ายมาชว่ ยงาน ประกอบดว้ ย พระ ครู หมอ และจติ อาสา ทาความดดี ้วยหวั ใจ ๔. ประชาชนต่ืนตัวพร้อมปรับพฤติกรรมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ชักจูงให้ประชาชนร่วมมือ คัดแยกขยะ และสมัครเป็นอาสาสมัครท้องถ่ินรักษ์โลกครอบคลุมท้ังตาบล จัดประกวดหมู่บ้านสะอาด เพอ่ื สร้างแรงจงู ใจให้แตล่ ะหม่บู า้ นรว่ มมอื กบั องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลโกง่ ธนเู ปน็ ประจาทุกปี ปัจจุบันนี้ องค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนู ไม่ต้องมีรถขยะและถังขยะ แต่มีคนช่วยเก็บขยะ และไมต่ ้องพึง่ พางบประมาณของทางราชการ สมาชิกวุฒิสภา ได้กล่าวชมเชยและแสดงความประทับใจในวิธีการบริหารจัดการขยะของ องค์การบริหารส่วนตาบลโก่งธนู พร้อมทั้งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น สอบถามและเสนอแนะในประเด็น ต่าง ๆ อาทิ การขยายผลการบรหิ ารจัดการขยะและธนาคารนา้ ใต้ดินไปยังหมูบ่ ้าน ตาบล และจงั หวดั ต่อไป หรือการกาหนดให้หน่วยงานที่มาศึกษาดูงานท่ีตาบลโก่งธนูรายงานผลการดาเนินงานกลับมายังองค์การ บริหารส่วนตาบลโกง่ ธนูให้ได้รบั ทราบความคืบหนา้ เกี่ยวกับการบริหารจัดการขยะ ในช่วงท้าย นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง ในฐานะหัวหน้าคณะ ได้กล่าวขอบคุณคณะผู้บริหารองค์การ บริหารสว่ นตาบลโกง่ ธนทู ี่ได้ให้การตอ้ นรับพรอ้ มบรรยายสรุปให้ไดร้ บั ทราบ --------------------------------------------
๒๙๑ คร้งั ท่ี ๑๒ รายงานผลการดาเนินงานโครงการสมาชิกวุฒสิ ภาพบประชาชนในพื้นท่ี จงั หวัดกลุ่มภาคกลาง วันที่ ๒๕ ธนั วาคม ๒๕๖๒ ณ จงั หวัดปทมุ ธานี จังหวัดปทมุ ธานี ณ หอประชุมที่ว่าการอาเภอลาดหลุมแก้ว อาเภอลาดหลมุ แก้ว วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทีให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าที่และอานาจของวุฒิสภา รับฟัง ขอ้ คดิ เหน็ และขอ้ เสนอแนะเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายจากประชาชนในพน้ื ท่ี .
๒๙๒ ผลการดาเนินการ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปดเวทีแลกเปล่ียนความคิดเห็นและรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชน โดยสมาชิกวุฒสิ ภาได้ช้ีแจงถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชนในพน้ื ท่ี จังหวัดภาคกลาง รวมทั้งหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ และประเดน็ ปญั หาเกย่ี วกับการบงั คับใชก้ ฎหมายทนี่ ่าสนใจ โดยนายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หน่ึง ได้กล่าวทักทายกับประชาชนชาว จังหวัดปทมุ ธานี พรอ้ มกล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการลงพ้ืนที่ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนใน พื้นท่ีจังหวัดภาคกลาง ท่ีมา หน้าที่และอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตลอดจนหน้าท่ีของวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ ในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ นอกจากน้ี ได้แนะนาช่องทางติดต่อส่ือสารระหว่างสมาชิก วุฒิสภาและชาวจังหวัดปทุมธานี พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมไลน์กลุ่มจังหวัดปทุมธานี เพอื่ แลกเปลย่ี นความคิดเหน็ พูดคุยและรับสง่ ขอ้ มูลที่เป็นประโยชน์ นายจเดจ็ อนิ สว่าง ท่ปี รึกษาคณะกรรมการ ไดก้ ล่าวถึงอานาจและหน้าที่ของวุฒสิ ภา ได้แก่ งานด้านการกลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงหน้าท่ีในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ ตามบทเฉพาะกาลตามท่ีรัฐธรรมนูญกาหนด อีกทั้งวุฒิสภา ยังมีกลไกในการทางาน คือ คณะกรรมาธิการสามัญประจาวุฒิสภาทั้ง ๒๖ คณะ ที่มีความเก่ียวข้อง แผนการปฏิรูปประเทศทุกด้าน หากประชาชนมีข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นสามารถส่งมายัง คณะกรรมาธิการแต่ละคณะที่เกี่ยวข้องได้ นอกจากน้ี ยังได้ให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และฉบับท่ีแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ เกยี่ วกับการแชร์ข้อมลู ทบี่ ิดเบือน หรือข้อมูลอันเป็นเทจ็ หรือขอ้ ความลามกน้ัน มีโทษทั้งจาทั้งปรับ ดังนนั้ การท่ีจะโพสต์หรอื การแชรข์ อ้ มูลอะไรก็ตาม ขอให้ตรวจสอบข้อมูลเบ้อื งต้นกอ่ น หากพบว่าไม่มีท่ีมาหรือเก่ียวกับความรุนแรงหรืออาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแล้วก็ไม่ควรโพสต์หรือ แชรข์ อ้ มลู นัน้ ไปยงั บุคคลอื่น พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ได้ให้ข้อมูลแก่ประชาชนเกี่ยวกับ การเลอื กต้ังระดับท้องถ่นิ ซง่ึ ขณะนก้ี ฎหมายทเ่ี กี่ยวข้องกบั การเลอื กตั้งท้องถนิ่ ได้จดั เตรยี มไวเ้ รียบรอ้ ยแล้ว รอเพยี งงบประมาณในการจดั การเลือกตั้ง ซึ่งหลงั จากทีร่ ่างพระราชบัญญัตงิ บประมาณรายจ่ายประจาปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ผ่านกระบวนการพิจารณาจากรัฐสภาและมีผลบังคับใช้แล้ว และรอมติจาก คณะรัฐมนตรี คาดว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถ่ินได้ในช่วงกลางปี ๒๕๖๓ นอกจากน้ี ได้กล่าวถึง พระราชบัญญัติสาคัญอีกฉบับท่ีมีความเกี่ยวข้องกับประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน คือ พระราชบัญญัติภาษีท่ีดินและส่ิงปลูกสร้าง พ.ศ. ๒๕๖๒ สาหรับประชาชนหรือเกษตรกรที่มีที่ดินมูลค่า
๒๙๓ ไม่เกิน ๕๐ ลา้ นบาท ไมต่ อ้ งกังวลกับพระราชบัญญตั ฉิ บบั น้ี เพราะไมต่ ้องเสียภาษี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล กรรมการ ได้กล่าวว่า รู้สึกยินดีท่ีได้กลับมาเยือนจังหวัด ปทุมธานีอีกคร้ัง และยังมีความผูกพันเนื่องจากเคยรับราชการในตาแหน่งรองผู้ว่าราชการปทุมธานี เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๗ - ๒๕๕๐ เป็นเวลา ๔ ปี และเห็นว่า ปทุมธานีเปน็ จังหวดั ที่มีศักยภาพและมคี วามเจริญ จึงขอให้ชาวปทุมธานีช่วยกันธารงรักษาบ้านเมืองให้มคี วามสงบสขุ เรียบร้อยให้สมกบั คาขวญั ของจังหวัด ปทุมธานี ท่ีว่า “ถิ่นบัวหลวง เมืองรวงข้าว เช้ือชาวมอญ พระตาหนักรวมใจ สดใสเจ้าพระยา ก้าวหน้า อุตสาหกรรม” ร่วมกันรักษาเอกลักษณ์ของจังหวัด และส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่ร่วมกันสืบสานประเพณี นยิ มและปณิธานของคนรนุ่ เก่า เพอื่ นาพาชาติไปสู่คนรุ่นอนาคตต่อไป นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนท่ีสอง ไดก้ ลา่ วชืน่ ชมผลงานของจังหวัด ปทุมธานีที่ได้คะแนน ๙๒.๖๙ จากการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๒ ของสานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมนี้ ได้ให้ข้อมูลและข้อคิดเห็นใน ๒ ประเด็น คือ (๑) เร่ืองโรคพิษสุนัขบ้า ซ่ึงกรมปศุสัตว์มีแผนยุทธศาสตร์ การกาจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไปจากประเทศไทย ในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ท้ังน้ี จากการติดตามบริหาร จัดการศูนย์พ่ึงพิงสุนัขจรจัดของเทศบาลนครรังสิต ซ่ึงประสบผลสาเร็จในการควบคุมดูแลสุนัขจรจัด ทาให้คนและสัตว์อยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข จึงเห็นว่า หน่วยงานท้องถ่ินมีบทบาทสาคัญในการแก้ปัญหา สุนัขจรจัดในพ้ืนท่ี ดังน้ัน หากจะกาจัดโรคพิษสุนัขบ้าให้หมดไป ต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้องค์กร ส่วนท้องถิ่นเข้ามาบริหารจัดการสุนัขในชุมชน และ (๒) เรื่องการเกษตร ซ่ึงยุทธศาสตร์ชาติด้าน การเกษตร ตอ้ งการให้ภาคการเกษตรมคี วามสามารถในการแขง่ ขนั จงึ ให้ความสาคัญกับการเพ่มิ ผลผลิต ทัง้ เชิงปริมาณและมูลคา่ และความหลากหลายของสินค้าเกษตร ประกอบด้วย ๑) เกษตรอัตลักษณ์พื้น ถ่ิน ๒) เกษตรปลอดภัย ๓) เกษตรชีวภาพ ๔) เกษตรแปรรูป และ ๕) เกษตรอัจฉริยะ โดยกาหนดให้มี การสร้างความเขม้ แขง็ ให้กบั เกษตรกรและสถาบนั เกษตรกร การเพิ่มประสทิ ธภิ าพการผลิตและยกระดับ มูลค่าสินค้าเกษตร ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อเพ่ิมความสามารถในการแข่งขัน ภาคเกษตร และประการสาคัญคือการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์ การเกษตร มีการนาผลผลติ มาแปรรปู เปน็ ผลิตภัณฑท์ ม่ี มี ูลคา่ ทส่ี ูงขนึ้ เพื่อสรา้ งรายได้ในชมุ ชนอยา่ งยัง่ ยืน พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ กรรมการ ไดก้ ลา่ ววา่ ในฐานะทเ่ี ปน็ ประธานคณะอนกุ รรมาธิการ พิจารณาศึกษา ติดตามและเสนอแนะดา้ นพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลงั งาน ในคณะกรรมาธิการ การพลังงาน วุฒิสภา ได้มีการพิจารณาศึกษาเก่ียวกับพลังงานทดแทนและการอนุรักษ์พลังงาน อีกทั้ง พระราชบัญญัติการสงเสริมการอนุรักษพลังงาน พ.ศ. ๒๕๓๕ มีการจัดต้ังกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์ พลงั งาน และมีการเกบ็ เงนิ เขา้ กองทนุ กวา่ ๖ หมนื่ ลา้ นบาท และเหน็ ว่าจังหวัดปทุมธานเี ป็นอกี พ้ืนทห่ี นึ่ง ท่ีมีการปลูกพืชปาล์มน้ามันมาก หากองค์การบริหารส่วนท้องถ่ินหรือชุมชนสนใจท่ีจะทาโครงการ
๒๙๔ เกี่ยวกับพลังงานทดแทนจากพืชน้ามัน สามารถจัดทาเป็นโครงการในรูปของนิติบุคคล เสนอไปยัง พลงั งานจังหวดั เพื่อเสนอต่อไปยังสานกั งานนโยบายและแผนพลงั งาน กระทรวงพลังงาน เพ่อื ขอรับการ สนบั สนนุ งบประมาณจากกองทนุ ดังกล่าวได้ จากนั้น เป็นการแบ่งกลุ่ม จานวน ๓ กลุ่ม เพื่อแลกเปล่ียนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ ตลอดจนเสนอสภาพปัญหาและข้อร้องเรียนจากผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคการเกษตร ในพ้ืนที่ อาเภอลาดหลมุ แก้ว และอาเภอใกล้เคียงของจังหวดั ปทมุ ธานี โดยสรปุ สาระสาคญั ดังนี้ ๑. การส่งเสรมิ อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนท่ีหน่ึง และหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล กรรมการ ร่วมแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับอุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี ผู้แทนจากสภาอุตสาหกรรม จังหวัดปทุมธานี ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม กานัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ โดยมีประเด็น การแลกเปลีย่ นความคดิ เห็น ดังนี้ ประชาชนในพื้นที่อาเภอลาดหลุมแก้ว มีความต้องการที่จะพัฒนาและส่งเสริมให้อาเภอ ลาดหลุมแก้ว เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ เป็นมติ รตอ่ สิ่งแวดล้อม และเอื้อต่อการมีคุณภาพชวี ิตท่ีดี ของประชาชน แตพ่ บปญั หาและอุปสรรคในหลายประการ ไดแ้ ก่ ๑. ด้านกฎหมาย ตามที่ได้มีประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เร่ือง กาหนดพื้นที่เมือง อุตสาหกรรมเชิงนิเวศ โดยกาหนดให้พ้ืนท่ีในอาเภอลาดหลุมแก้ว เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศไว้ ๕ ตาบล ได้แก่ ตาบลคูบางหลวง ตาบลคูขวาง ตาบลลาดหลุมแก้ว ตาบลหน้าไม้ และตาบลระแหง ซ่ึงประชาชนในพื้นที่มีความต้องการให้อาเภอลาดหลุมแก้วเป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศทั้งอาเภอ จึงเสนอให้ขยายพ้ืนทเี่ พิ่มอีก ๒ ตาบล ไดแ้ ก่ ตาบลบ่อเงิน และตาบลคลองพระอุดม รวมเปน็ ๗ ตาบล ให้ครอบคลุมพ้ืนที่ท้ังอาเภอลาดหลุมแก้ว เพ่ือให้การประสานงานและการพัฒนาเป็นไปในทิศทาง เดยี วกนั ๒. ด้านการบริหารจัดการ การพัฒนาให้เป็นเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศของจังหวัดปทุมธานี ในภาพรวมยังไม่ค่อยคืบหน้า จึงเสนอแนวทางให้มีการดาเนินการในระดับชุมชน เน่ืองจากการตัดสินใจ ในระดับชุมชนจะมีความคล่องตัวมากกว่า จะทาให้การบริหารจัดการง่ายข้ึน แล้วจึงค่อยขยายเป็น ในภาพใหญ่ระดับจังหวัด นอกจากนี้ เสนอให้มีการจัดต้ังองค์กรหรือหน่วยงานกลางที่มีอานาจหน้าที่ ในการบริหารจัดการในเร่ืองของการส่งเสริมอุตสาหกรรมเชิงนิเวศโดยเฉพาะ เพ่ือให้การดาเนินการ เปน็ ไปอย่างต่อเน่ือง ๓. ด้านงบประมาณ งบประมาณท่ีได้รับจัดสรรเพื่อส่งเสริมและผลักดันอุตสาหกรรม เชิงนิเวศมีไม่เพียงพอ รวมทั้งมีข้อเสนอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ที่มีการเรียกเก็บเงินค่าประกัน
๒๙๕ มิเตอร์ไฟฟ้า นาเงินในส่วนดังกล่าวมาใช้ในการพัฒนาพนื้ ที่ให้เอ้ือต่อการเป็นเมืองอตุ สาหกรรมเชิงนิเวศ อาทิ การนางบประมาณมาดาเนินการนาสายไฟฟ้าลงดิน หรือนามาจัดสรรปันเงินบางส่วนคืนให้แก่ ผปู้ ระกอบการเพ่ือนาไปลงทุนตอ่ ไป โอกาสน้ี สมาชิกวุฒิสภาได้แสดงความช่ืนชมการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนท่ีร่วมกันขบคิด และหาทางแก้ไขปัญหาและพัฒนาท้องถิ่น และเห็นควรให้เป็นตัวอย่างในการพัฒนาชุมชนของตนเอง โดยอาศัยความร่วมมือร่วมใจ และการมีส่วนร่วมของคนในชุมชน รวมทั้งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมาย ภาษีทด่ี ินและส่ิงปลกู สรา้ ง และแนวทางการจดั สรรงบประมาณ ซงึ่ รฐั บาลตระหนกั ถึงปัญหางบประมาณ ที่ถูกจัดสรรให้แก่ส่วนกลางมากกว่าส่วนภูมิภาค จึงมีนโยบายให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปตาม ยุทธศาสตร์ชาติ โดยมีการจัดสรรงบประมาณให้มีความเหมาะสมกับพ้ืนที่ ดังนั้น สิ่งท่ีจังหวัดต้องให้ ความสาคัญเพ่ือให้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอยา่ งเหมาะสมและเพียงพอต่อการพัฒนาของจังหวัด ในอนาคต คือ การจัดทา “แผนพัฒนาจังหวัด” โดยต้องคานึงถึงความต้องการและศักยภาพของ ประชาชนในท้องถ่ิน ในจังหวัด รวมถึงความพร้อมของภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชน และยุทธศาสตร์ ระดบั ชาติ ๒. การสง่ เสรมิ และยกระดบั สินค้าทางการเกษตร นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนท่ีสอง และนายระวี รุ่งเรือง กรรมการ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเกษตรอาเภอลาดหลุมแก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตาบลระแหง กานนั ผูใ้ หญ่บา้ น และเกษตรกรในพน้ื ที่ ซงึ่ สรปุ ประเดน็ ได้ดังนี้ ๑. เกษตรกรในพ้ืนที่ประสบปัญหาเรื่องราคาพืชผลการเกษตร โดยเฉพาะราคาข้าวตกต่า ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะมีการช่วยเหลือชดเชยราคาส่วนต่างแล้วก็ตาม ขอให้มีนโยบายในการช่วยเหลือ ในระยะยาว เช่น ควรให้มีการประกันราคาข้าวอย่างน้อยตันละ ๑๐,๐๐๐ บาท และลดหลั่นตามความช้ืน เป็นต้น ๒. ปัญหาเร่ืองการขาดแคลนน้าสาหรับทาการเกษตร เห็นว่าการบริหารจัดการน้าของกรม ชลประทานยังไม่ชัดเจน ไม่ปล่อยน้า ทาให้บางพื้นที่ไม่มีน้าสาหรับการทาการเกษตร อีกท้ังคลองส่งน้า ยังตน้ื เขนิ ไมม่ ีการดูแลรักษา นอกจากน้ี ยงั มีปญั หาเรอ่ื งเกษตรกรไมม่ ีทีด่ ินทากนิ เป็นของตวั เอง ต้องเชา่ ที่ดนิ ทานา ทาให้ไม่สามารถขุดบ่อนา้ หรอื ปรบั พ้นื ที่เพือ่ ปลกู พชื ชนดิ อื่นได้ ในการน้ี สมาชกิ วุฒสิ ภา ได้ให้ข้อมูลเกย่ี วกบั นโยบายของรัฐบาลเกย่ี วกับการให้ความช่วยเหลอื เกษตรกรเพื่อลดต้นทุนการผลิต เช่น ช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพข้าว ด้วยการ ให้ เกษตรกรไปข้ึนทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร และรัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือโดยตรงไปยังเกษตรกร ไร่ละ ๕๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ (ได้สูงสุด ๑๐,๐๐๐ บาท) อีกนโยบายที่ดาเนินการควบคู่กันไป คือ นโยบายการประกันรายได้พืช ๕ ชนิด คือ ข้าว ยางพารา มันสาปะหลัง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และปาล์ม
๒๙๖ นา้ มัน เห็นว่าเกษตรกรควรมีการรวมกลุม่ กันเพอื่ บรหิ ารจัดการพนื้ ท่ี โดยทาการเกษตรในรปู แบบเกษตร แปลงใหญ่ เพ่ือเพ่ิมพื้นท่ีการปลูก รวมถึงแบ่งปันปัจจัยการผลิต การลดต้นทุนการผลิต เช่น ควรใส่ปุ๋ย ตามความต้องการของพืช การใช้สารชีวภาพแทนสารเคมี การใช้สูตรปุ๋ยหรือยากาจัดศัตรูพืชท่ีเป็น สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมี เป็นต้น นอกจากน้ี ควรมีการวิเคราะห์คุณภาพดินเพื่อหาธาตุอาหาร ที่เหมาะสมกับชนดิ ของพชื ท่ปี ลูกด้วย สาหรับเร่ืองน้าสาหรับทาการเกษตร จากการติดตามข้อมูลจากกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ทราบว่าปี ๒๕๖๓ คาดการณ์ว่าปริมาณนา้ ฝนน้อยลงกว่าค่าเฉลย่ี ปกติ ๑๕% ทาให้ น้าในเข่ือนมีจานวนจากัด มีความแห้งแล้ง ขอให้เกษตรกรงดเว้นการปลูกข้าวในรอบท่ี ๒ และขอให้ เกษตรจังหวัดและเกษตรอาเภอ ช่วยกันให้ข้อมูลแก่เกษตรกรเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้าฤดูแล้ง ส่งเสรมิ การปลกู พชื ฤดแู ลง้ และควรพัฒนาแหล่งน้าเพมิ่ เตมิ ๓. การส่งเสริมการทอ่ งเที่ยวเชงิ วฒั นธรรม นายจเด็จ อินสว่าง ท่ีปรึกษาคณะกรรมการ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษา คณะกรรมการ นางฉวรี ัตน์ เกษตรสนุ ทร กรรมการ พลตารวจโท วิบูลย์ บางทา่ ไม้ กรรมการ พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ กรรมการ และนายปัญญา งานเลศิ กรรมการ ร่วมแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับผแู้ ทน ภาคการท่องเท่ียว ผู้ประกอบการ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ โดยมีประเด็นการ แลกเปลีย่ นความคดิ เห็น ดังน้ี นายวินัย มีมิน ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๕ ตาบลคูขวาง อาเภอลาดหลุมแก้ว นายวีระ ขาวขา รองนายกเทศมนตรีตาบลคูขวาง และนายดุสิต คงสุข แสดงความคิดเห็นและขอให้ภาครัฐจัดสร้าง สะพานข้ามแยกนพวงศ์ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข ๓๔๖ ถนนปทุมธานี-บางเลน ตัดผ่านกับถนน ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ ถนนบางบัวทอง–สุพรรณบุรี ซ่ึงสี่แยกดงั กล่าวเกดิ อุบตั ิเหตุจนทาให้แขวงการ ทางไทรนอ้ ย ได้ทาการปิดบริเวณสแ่ี ยกดงั กล่าว ปจั จบุ นั น้ีการกลับรถเปน็ ปญั หาสาคญั ทาให้เกิดอุบตั ิเหตุ เป็นจานวนมาก อีกทั้งต้องไปกลับรถในระยะไกล ดังนั้น ประชาชนในพ้ืนที่จึงต้องการให้มีการสร้าง สะพานข้ามแยกดงั กล่าว เพอื่ อานวยความสะดวกให้แก่ประชาชนและลดอัตราการเกิดอุบตั ิเหตุ โอกาสน้ี สมาชิกวุฒิสภาได้สอบถามรายละเอียดและทราบว่าขณะน้ีโครงการสร้างสะพาน ข้ามแยกดังกล่าวอยู่ระหวา่ งการทาประชาพิจารณ์ และเป็นการดาเนินการโดยศูนย์สร้างและบูรณะสะพาน ท่ี ๓ ปทมุ ธานี นายภคไชย บางจริง ประธานเครือข่ายชมรม OTOP ลาดหลุมแกว้ และผปู้ ระสานงานชมรม ท่องเท่ียวลาดหลุมแก้ว แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม อาเภอลาดหลุมแก้วมีประชาชนหลากหลายชาติพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกัน ประกอบด้วย ชาวมอญ ชาวจีน ชาวไทยพุทธ และชาวมุสลิมมลายู ประกอบกับในพ้ืนท่ีของอาเภอลาดหลุมแก้วมีสถานท่ีท่องเที่ยว
๒๙๗ เชิงวัฒนธรรมเป็นจานวนมาก อาทิ ตลาดระแหง ๑๐๐ ปี วัดเจดีย์หอย วัดบัวแก้วเกสร วัดบ่อทอง วัดบัวขวัญ ทุ่งนามอญ นอกจากน้ี ยังมีมัสยิดเราะห์มาตุลเลาะห์ ซึ่งมีอายุถึง ๒๐๐ ปี ปัจจุบันมี นกั ทอ่ งเทย่ี วจากประเทศมาเลเซีย อนิ โดนีเซยี และบรูไนดารุสซาลาม เดินทางมาเท่ียวทกุ ปี จงึ ต้องการ ส่งเสริมและพัฒนาให้เกิดพิพิธภัณฑ์การรวมกลุ่มชาติพันธ์ุ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมประวัติศาสตร์และ เป็นแหลง่ เรยี นรู้ รวมทั้งส่งเสริมการทอ่ งเทย่ี วแบบ one day trip หรอื backpack โดยสามารถเดนิ ทาง ท่องเทยี่ วไดท้ ัง้ ทางเรือ ทางบก หรือการปั่นจักรยาน โอกาสนี้ สมาชิกวุฒสิ ภาไดส้ อบถามรายละเอยี ดและให้ขอ้ แนะนา โดยขอให้มีการบรู ณาการ โครงการให้มีความเช่ือมโยงระหว่างกัน ร้อยเรียงสถานท่ีท่องเท่ียวให้เป็นเส้นทางท่ีมีความเชื่อมโยงกัน การทอ่ งเทีย่ วเชงิ วฒั นธรรมต้องมีอตั ลกั ษณข์ องตนเองและมจี ดุ เด่น นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อแนะนาอกี ทาง หนง่ึ วา่ สามารถขอรับการสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้จากกรมสง่ เสริมวัฒนธรรม กระทรวง วัฒนธรรม ซ่ึงจะมกี ารรับสมคั รเข้ารว่ มคัดเลือกเปน็ ชุมชนท่องเทีย่ วเชิงวัฒนธรรมในแต่ละปีงบประมาณ โดยหากผ่านการคัดเลือกในรอบแรก ชุมชนจะได้รับการฝึกอบรมและสนับสนุนให้เป็นชุมชนท่องเท่ียว เชิงวัฒนธรรม อีกท้ังจะได้รับการสนับสนุนในส่วนต่าง ๆ อาทิ องค์ความรู้ในการพัฒนาศักยภาพชุมชน สนับสนุนการจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งเสริมการเช่ือมโยงเครือข่ายชุมชนท่องเท่ียว เชิงวัฒนธรรมและภาคีเครือข่ายทางวัฒนธรรม ส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของแหล่งเรียนรู้/พิพิธภัณฑ์ชุมชน ให้เปน็ แหลง่ เรียนรู้ทางวฒั นธรรมประจาทอ้ งถนิ่ สง่ เสริมการประชาสมั พนั ธผ์ า่ นส่ือต่าง ๆ --------------------------------------------
๒๙๘ ครงั้ ท่ี ๑๓ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชกิ วฒุ ิสภาพบประชาชนในพื้นท่ี จงั หวัดกลุม่ ภาคกลาง วนั ท่ี ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ ณ จงั หวัดสระบุรี จงั หวดั สระบรุ ี ณ หอ้ งประชุมพระพทุ ธบาท ชนั้ ๔ ศนู ย์ราชการจงั หวดั สระบรุ ี และบริษทั ปนู ซเิ มนตไ์ ทยแกง่ คอย จากดั (SCG) วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทีสัมมนาเพ่ือรับฟังแนวทางการดาเนินงานของจังหวัดสระบุรี ทีเ่ กี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าท่แี ละอานาจ ของวุฒิสภา ภารกิจท่ีเก่ียวข้องกับการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเก่ียวกับแนวทางการ ขับเคล่ือนยุทธศาสตรช์ าติและแผนการปฏิรปู ประเทศของจังหวัดสระบุรี ตลอดจนนาเสนอประเด็นหรือ มตคิ ณะรัฐมนตรีทน่ี า่ สนใจให้ประชาชนไดร้ บั ทราบ และรบั ฟังความคดิ เหน็ ของประชาชนในพน้ื ที่
๒๙๙ ผลการดาเนนิ การ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้เปิดเวทีสัมมนาเพื่อรับฟังแนวทางการดาเนินงานของจังหวัดสระบุรี ทีเ่ กี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาตแิ ละแผนการปฏริ ูปประเทศ ตลอดจนให้ความรู้เก่ียวกับหนา้ ท่แี ละอานาจ ของวุฒิสภา ภารกิจท่ีเก่ียวข้องกับการปฏิรูปประเทศ รวมท้ังให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการ ขบั เคลื่อนยุทธศาสตรช์ าติและแผนการปฏิรปู ประเทศของจังหวดั สระบุรี ตลอดจนนาเสนอประเด็นหรือ มติคณะรัฐมนตรีท่ีน่าสนใจให้ประชาชนได้รับทราบ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นท่ี โดยนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี บรรยายข้อมูลสรุปของจังหวัดสระบุรี ให้คณะสมาชิกวุฒิสภารับทราบ จากน้ัน นายอลงกต มีแก้ว นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชานาญการ รกั ษาการในตาแหน่งผ้อู านวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และขอ้ มูลเพ่อื การพัฒนาจงั หวดั สานักงานจงั หวดั สระบุรี ได้นาเสนอข้อมูลและแนวทางการดาเนินงานของจังหวัดสระบุรีท่ีเกี่ยวข้องกับการขับเคล่ือน ยทุ ธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศในระดบั จงั หวัด รวมทงั้ การนายุทธศาสตร์ชาติไปประยุกตใ์ ช้ ในการพฒั นาจงั หวัดทีเ่ ป็นรปู ธรรม โดยมรี ายละเอยี ดสรุปได้ ดงั น้ี ๑. ขอ้ มูลพ้นื ฐานจังหวดั จังหวดั สระบุรีมพี ืน้ ที่ทงั้ หมด ๓,๕๗๖,๔๘๖ ตารางกิโลเมตร หรอื ประมาณ ๒,๒๓๕,๓๐๔ ไร่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๐.๗๐ ของพืน้ ที่ประเทศ มีประชากรรวมทง้ั สิ้น ๖๓๗,๖๘๑ คน แบ่งเป็นชาย ๓๑๔,๔๔๑ คน และหญงิ ๓๒๓,๒๔๐ คน โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๑๓ อาเภอ ๑๑๑ ตาบล ๙๗๓ หมู่บ้าน (หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง (อพป.) ๑๕ หมู่บ้าน) ๑ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ๔ เทศบาล เมอื ง ๓๔ เทศบาลตาบล และ ๗๐ องค์การบริหารส่วนตาบล ๒. ศักยภาพด้านการเกษตรกรรมของจังหวัดสระบรุ ี จังหวัดสระบุรีเป็นแหล่งผลิตโคนม ไก่เนื้อและไก่ไข่ โดยอยู่ในอันดับท่ี ๒ และ ๕ ของ ประเทศตามลาดับ จงั หวัดสระบรุ มี ศี ักยภาพสูงในการเลยี้ งโคนมและไกเ่ นื้อ เนอ่ื งจากมีสภาพภมู ปิ ระเทศ ภูมิอากาศเหมาะสม เป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหารสัตว์ โรงงานผลิตอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูปไก่เนื้อ เพอื่ การส่งออกขนาดใหญ่ มีศูนยร์ บั ซื้อน้านมดิบจากเกษตรกรในราคาประกันท่ีกระจายครอบคลมุ ทุกพื้นท่ี ทมี่ กี ารเล้ยี งโคนม ๓. ขอ้ มูลด้านเศรษฐกจิ จังหวัดสระบุรีมีผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ปี ๒๕๖๐ มีมูลค่าเท่ากับ ๒๓๖,๖๓๖ ล้านบาท และมีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมต่อหัวประชากรอยู่ที่ ๓๓๐,๗๕๐ บาท/คน/ปี อยู่ลาดับที่ ๑๐ ของประเทศ และเป็นลาดับที่ ๒ ของภาคกลางตอนบน โดยมูลค่าเศรษฐกิจ ๓ ลาดับแรก ได้แก่ ภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และภาคการท่องเที่ยว
๓๐๐ ๔. แผนยุทธศาสตร์ของจังหวดั สระบรุ ี วสิ ัยทศั น์ : เมอื งการคา้ การลงทนุ ในอตุ สาหกรรมสีเขียวระดบั นานาชาติ สงั คมแห่งความสุข ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี ๑ : ส่งเสริมการค้าการลงทุน และการท่องเที่ยวในอุตสาหกรรม ที่ไมส่ ง่ ผลกระทบต่อทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ ม ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี ๒ : เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของกระบวนการผลิต สนิ คา้ และบรกิ ารสู่มาตรฐานสากล ประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี ๓ : เสริมสร้างความมั่นคงและสังคมคุณภาพตามวิถีภูมิปัญญาไทย ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๔ : เสริมสร้างระบบบริการสาธารณะตามหลักธรรมาภิบาลและ มีคุณภาพมาตรฐาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จังหวัดสระบุรีขอรับงบประมาณทั้งสิ้น ๒๑๗,๑๖๔,๐๐๐ บาท โดยแบง่ เป็น ๓ ด้าน ได้แก่ ๑) ด้านเศรษฐกจิ จานวน ๕ โครงการ ๑๕ กิจกรรม งบประมาณทงั้ สิน้ ๑๙๗,๑๔๐,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย โครงสร้างพ้ืนฐานส่งเสริมการค้าการลงทุนและอุตสาหกรรม การส่งเสริมการจัดงาน ประเพณีระดับจังหวัด การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสู่แหล่งท่องเท่ียว การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและ บรกิ าร และการติดต้งั ราวกันอนั ตรายเขา้ ส่แู หลง่ ท่องเที่ยว ๒) ด้านสังคม จานวน ๕ โครงการ ๘ กิจกรรม งบประมาณทั้งสิ้น ๑๑,๐๒๔,๐๐๐ บาท ประกอบด้วย การเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงในพ้ืนที่จังหวัดสระบุรี การติดต้ังไฟฟ้า สอ่ งสว่างในเขตชุมชนเพ่ืออานวยความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การพัฒนาคุณภาพชีวติ เศรษฐกิจ ครัวเรือนตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาสระบุรีเมืองแห่งความสุข คนดี คุณภาพชีวิตดี และการพัฒนาขีดสมรรถนะการจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเชื่อมโยงการบริการสาธารณะ ส่คู วามทันสมยั ๓) ค่าใชจ้ ่ายในการบริหารจัดการ : ค่าใช้จา่ ยในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ งบประมาณ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท้ังน้ี ผลการดาเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ีผ่านมา จังหวัดสระบุรีสามารถบริหาร โครงการและเบิกจ่ายงบประมาณตามนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งเป็น ๑) งบปกติ (Function) ได้รับงบประมาณจานวน ๕,๖๐๔ ล้านบาท ซึ่งสามารถดาเนินการเบิกจ่ายได้ ร้อยละ ๙๑ และ ๒) งบประมาณพัฒนาพ้ืนที่ (Area) ได้รับงบประมาณจานวน ๒๓๕.๘๗ ล้านบาท ซึ่งสามารถ ดาเนินการเบกิ จ่ายได้ ร้อยละ ๑๐๐ ถอื เป็นอันดบั ท่ี ๑ ของประเทศ
๓๐๑ ๕. สภาพขอ้ จากดั ในการขับเคลอื่ นการพัฒนา แบ่งออกเปน็ ๔ ด้าน ได้แก่ - ระบบการวางแผน จังหวัดจัดทาแผนล่วงหน้า ๒ ปี แต่บริบทของพ้ืนที่เปลี่ยนแปลง อย่างรวดเรว็ จึงควรมีการทบทวนแผนงาน/โครงการอย่างตอ่ เนื่องให้ทนั ตอ่ การเปลี่ยนแปลง - ระบบงบประมาณ มีการเรียงลาดับความสาคัญของโครงการ แต่จังหวัดไม่ได้รับ การตอบสนองจากหน่วยงานทพ่ี จิ ารณางบประมาณ - ระเบียบราชการ ระเบียบข้อบังคับของราชการมีรายละเอียดมาก ทาให้เกิดความล่าช้า ควรมีการวางแผนการดาเนินการล่วงหน้าและติดตามการดาเนินการอยา่ งใกล้ชดิ - การขอใช้พ้ืนที่ มีความยุ่งยากของการขอใชพ้ ้ืนที่ของส่วนราชการ โดยเฉพาะพื้นท่ีในเขต ชลประทาน อุทยาน/ปา่ จงึ เหน็ ควรให้เชิญหนว่ ยงานเจ้าของพน้ื ทีเ่ ขา้ เปน็ หนว่ ยงานท่ีดาเนินการรว่ มกนั ๖. การขบั เคลือ่ นยทุ ธศาสตรช์ าติและแผนการปฏิรูปประเทศ ๖.๑ มีการดาเนินงานจติ อาสาอยา่ งต่อเนอื่ ง พร้อมทัง้ ให้การสนับสนุนการปฏิบัตงิ านของจิต อาสาในพ้นื ที่ อาทิ การพัฒนาถนน แมน่ ้า และสง่ิ แวดลอ้ มอน่ื ทีเ่ หมาะสมกบั พ้ืนที่ เพ่ือเปน็ การสรา้ งพลัง จิตอาสาและสังคมที่เข้มแข็ง รวมท้ังจัดกิจกรรมจิตอาสาในทุกงานรัฐพิธีของจังหวัด ผวจ.มีนโยบายให้ จดั กิจกรรมจิตอาสา และจงั หวัดยังไดส้ นบั สนุนงบประมาณให้กับสว่ นราชการทเ่ี ก่ยี วขอ้ งให้กบั หน่วยงาน ในการจัดอบรมเกย่ี วกับเทิดทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ จติ อาสา ศาสตรพ์ ระราชาและเศรษฐกิจพอเพียง ๖.๒ ให้ความสาคัญและมีการเตรียมความพร้อมเพ่ือก้าวสู่การเป็นเมืองอุตสาหกรรม เชิงนิเวศ โดยกาหนดเป้าหมายให้จังหวัดสระบุรีเป็นเมืองไร้ฝุ่น พร้อมท้ังได้กาหนดมาตรการสาคัญ เพือ่ ลดปัญหาฝุน่ ละออง PM10/PM2.5 ในพื้นท่ี ไดแ้ ก่ ๑) ดาเนนิ การควบคมุ ผปู้ ระกอบการอย่างเขม้ งวด โดยกาหนดให้คลุมผ้าใบ จากัดความเร็วของรถบรรทุก การปรับปรุงเส้นทางการขนส่ง ติดตั้งระบบ การล้างล้อ และกาหนดให้ภาคเอกชนทาแผนแกไ้ ขปัญหา และ ๒) สรา้ งการมีส่วนรว่ มในภาคประชาชน โดยการจดั ต้ังกองทนุ จดั การปัญหาฝุ่นละอองในพน้ื ที่ ประชาชนรว่ มเฝา้ ระวัง งดการเผา และรณรงค์การทา ความสะอาดถนน ๖.๓ จังหวัดสระบุรีร่วมผลักดันและเตรียมความพร้อมในการก้าวสู่การเป็นจังหวัดสระบุรี ๔.๐ เพ่อื เป็นการตอบสนองการเปน็ ไทยแลนด์ ๔.๐ โดยนานวตั กรรมรูปแบบใหม่มาใช้ พร้อมท้งั ปรบั ปรงุ และพัฒนาฐานขอ้ มูล/เว็บไซตข์ องจังหวดั ให้มคี วามทันสมัย รวมทงั้ มกี ารสร้างแอปพลิเคชันและเชอ่ื มโยง ขอ้ มูลของภาครัฐเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถงึ การบริการภาครฐั ได้ดยี ิ่งขึน้ ๖.๔ ในด้านของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการแก้ไขปัญหาทุจริต จังหวัดได้มีการ พัฒนาระบบ one stop service โดยผลกั ดนั ผา่ นทางศูนย์ดารงธรรม ซ่ึงจะเปน็ หน่วยงานในการรบั เรือ่ ง ร้องทุกข์ ร้องเรียน การเร่งรัดการแก้ไขปัญหาเร่ืองราวร้องทุกข์ งานให้คาปรึกษา การประสาน การไกล่เกลี่ยข้อพิพาท และชุดปฏิบตั กิ ารเคลือ่ นทีเ่ ร็วเมอ่ื ตอ้ งลงพ้ืนท่แี กไ้ ขปัญหาให้แก่ประชาชน
๓๐๒ ๖.๕ สนับสนุนภาคการเกษตรกรรม โดยเฉพาะด้านการปศุสัตว์ ซึ่งสนับสนุนการเลี้ยงโคนม โคเนื้อ และไก่ และผลักดันการเลย้ี งแพะให้เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง พรอ้ มท้ังเนน้ นโยบายเกษตรแปลงใหญ่ ตลอดจนมุ่งเน้นในเรื่อง Smart Farms/Smart Farmers พัฒนาศูนย์วิจัยและขอความร่วมมือจาก สถาบนั การศึกษาในพ้นื ที่ ๖.๖ สนับสนนุ การเป็นเมืองสมุนไพร โดยจังหวัดสระบรุ ีเป็นหน่ึงในจังหวัดนาร่องท่ีจะได้รับ การผลักดันให้เป็นเมืองสมุนไพรโดยกระทรวงสาธารณสุข โดยมีโรงพยาบาลเสาไห้เป็นโรงพยาบาลนา ร่อง และจังหวดั สระบรุ ไี ด้สนบั สนุนงบประมาณในการพฒั นาโรงงานและการผลิตสมุนไพร ทั้งนี้ จังหวัดสระบุรีได้รับรางวัลแห่งความสาเร็จสู่ระบบราชการ ๔.๐ (รางวัลเลิศรัฐ) ซ่ึงจะ พิจารณาใน ๓ มิติ ได้แก่ ๑) การตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาล ๒) การตอบสนองต่อความต้องการของ ประชาชน และ ๓) การพัฒนาจังหวัดให้เป็นจงั หวดั ๔.๐ จากน้ัน สมาชิกวุฒิสภาได้ดาเนินการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับส่วนราชการและ ประชาชน โดยมสี าระสาคญั สรปุ ได้ดังน้ี นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หน่ึง กล่าวทักทายประชาชนที่เข้าร่วม กิจกรรม พร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน บทบาทหน้าท่ีของ วฒุ สิ ภา พร้อมท้ังกล่าวแนะนาช่องทางติดต่อสื่อสารระหวา่ งสมาชิกวฒุ ิสภาและชาวจงั หวดั สระบุรี พรอ้ ม เชิญชวนให้ประชาชนเขา้ รว่ มไลน์กลุม่ จงั หวดั สระบรุ ี เพือ่ แลกเปลีย่ นความคิดเห็น พดู คุยและรบั สง่ ขอ้ มลู ท่ีเปน็ ประโยชนร์ ่วมกนั พลเอก ดนัย มีชูเวท รองประธานกรรมการ คนท่ีสาม กล่าวแนะนาประชาชนให้ติดตาม ข้อมูลข่าวสารผ่านทางเว็บไซต์ของรัฐบาลไทย www.thaigov.go.th ซ่ึงนาเสนอข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์แก่ ประชาชน โดยเฉพาะมติคณะรัฐมนตรี ขอยกตัวอย่างมติคณะรัฐมนตรีข้อที่สาคัญ ได้แก่ มติคณะรัฐมนตรเี มือ่ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๓ ท่ีสนบั สนนุ งบกลางในการแก้ปัญหาภัยแล้ง อาทิ โครงการ ตามงบประมาณของหน่วยงานหรืองบปกติมีจานวน ๑,๓๓๗ โครงการ ใช้งบประมาณ ๒,๙๕๐ ล้านบาท และมีโครงการท่ีเสนอของบประมาณเพิ่มเติมสาหรับการแก้ปัญหาภัยแล้งอีก จานวน ๒,๐๔๑ โครงการ ใช้งบประมาณ ๓,๐๗๙.๔๙ ล้านบาท โดยแบ่งเป็นในพื้นที่เขตบริการการประปา และนอกพื้นท่ีเขตบริการ การประปา ตัวอยา่ งเช่น การขุดเจาะบ่อบาดาล จานวน ๑,๑๐๐ โครงการ ดาเนนิ การโดยหนว่ ยบัญชาการ ทหารพัฒนา ๑๘๗ โครงการ กองทัพบก ๒๐๙ โครงการ และกรมทรัพยากรน้าบาดาล ๗๐๔ โครงการ วงเงิน ๑,๓๐๐ ล้านบาท การจัดหาแหล่งน้าผิวดิน ๒๓๐ โครงการ ดาเนินการโดยองค์กรปกครอง สว่ นท้องถ่นิ ๒๓๐ โครงการ วงเงนิ ๑๔๕ ล้านบาท และการซ่อมแซมระบบน้าประปา จานวน ๖๕๔ โครงการ ดาเนินการโดยองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ๖๕๔ โครงการ วงเงิน ๔๕๐ ล้านบาท
๓๐๓ นอกจากน้ี ได้กล่าวแนะนาให้ประชาชนดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “air4thai” ซ่งึ จะมรี ายละเอยี ด ของดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) ท่ีเป็นการรายงานข้อมูลคุณภาพอากาศในรูปแบบ ที่ง่ายต่อความเข้าใจของประชาชนท่ัวไป เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบถึง สถานการณ์มลพิษทางอากาศในแต่ละพ้ืนท่ีว่าอยู่ในระดับใด มีผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยหรือไม่ พร้อมท้ังกล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ เรื่องการยกระดับมาตรการในการ ปอ้ งกันและแก้ไขปัญหามลพิษจากฝุน่ ละออง PM2.5 ในสถานการณ์วิกฤต ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ มาตรการตามท่กี ระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล้อมเสนอ อาทิ ให้สานกั งานตารวจแหง่ ชาติออก ข้อบังคับเพื่อ ๑) ขยายเขตพ้ืนที่จากัดรถบรรทุกตั้งแต่ ๑๐ ล้อขึ้นไป ห้ามเดินรถเข้ามาในพ้ืนที่กรุงเทพฯ จากวงแหวนรัชดาภิเษกขยายเป็นวงแหวนกาญจนาภิเษก ๒) การออกข้อบังคับหรือระเบียบตาม พระราชบัญญตั ิจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เพ่ือห้ามรถบรรทุกต้ังแต่ ๑๐ ลอ้ ขึ้นไป เข้ามาในพื้นท่ีชน้ั ในของ กรุงเทพฯ ในวนั คี่ ระหว่างเดือนมกราคมถงึ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ สาหรับวันคู่ให้เข้าได้ตามช่วงเวลาท่ีกาหนด ๓) ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจสอบตรวจจับรถยนต์ควันดาอยา่ งเครง่ ครดั ในส่วนของกรมโรงงาน อุตสาหกรรม ให้ดาเนินการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมที่ทาให้เกิดฝุ่นละออง หากตรวจสอบแล้ว ไม่เป็นไปตามค่ามาตรฐานที่กาหนด ให้สั่งปรับปรุงแก้ไขภายในระยะเวลาที่กาหนดหรือสั่งหยุดการ ประกอบกิจการ และขอความร่วมมือโรงงานอุตสาหกรรมลดกาลังการผลิตในช่วงวิกฤตสถานการณ์ ฝ่นุ ละออง และสนบั สนนุ แรงจูงใจ (Incentive) ให้กบั โรงงานอตุ สาหกรรมท่ีให้ความรว่ มมอื นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนที่สอง ไดก้ ล่าวถึงวตั ถุประสงค์ในการลงพน้ื ท่ี พบปะประชาชน หน้าที่และอานาจของสมาชกิ วุฒิสภา ทั้งในส่วนของการกล่นั กรองกฎหมาย การควบคุม การบริหารราชการแผ่นดิน และหน้าที่ตามบทเฉพาะกาลซึ่งได้กาหนดให้วุฒิสภามีส่วนช่วยในการ ขับเคล่ือนการปฏิรูปประเทศ โดยการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุ เป้าหมายตามที่กาหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐) พร้อมทั้งได้กล่าวถึง กระบวนการทางด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึ่งวุฒิสภาได้มีการต้ังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อพิจารณาศึกษา ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวคู่ขนานไปกับการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะได้มีเวลา ในการพจิ ารณาศกึ ษาไดอ้ ยา่ งรอบคอบ ถถี่ ว้ น และนาสูก่ ารลงมตใิ นท้ายท่ีสดุ จากน้นั ได้กลา่ วถึงเกษตรกรผ้เู ลย้ี งโคนม ซึง่ ขณะนี้ต้องเผชญิ กบั ปัญหาการระบาดของโรคปาก เท้าเปื่อยที่มีแนวโน้มจะขยายตัวเพิ่มขึ้น จึงได้ทาการสอบถามไปยังกรมศุสัตว์ถึงแนวทางการแก้ปัญหา และได้รับแจ้งว่าได้มีการทาแผนเผชิญเหตุไว้แล้ว ซึ่งในส่วนของกรมปศุสัตว์ได้มีการเชิญตัวแทนผู้เลี้ยง โคนมมาพูดคุยและดาเนินการยกระดับแผนดังกลา่ วให้มปี ระสทิ ธิภาพมากขน้ึ แมโ้ รคดงั กล่าวจะไม่มีการ ติดต่อจากสัตว์มาสู่คน แต่ก่อให้เกิดความเสียหายค่อนข้างมากแก่เกษตรกรผู้เล้ียง โดยเฉพาะโคนม
๓๐๔ ท่ีติดโรคจะไม่สามารถส่งไปรีดนมได้ ท้ังนี้ ในส่วนของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์วุฒิสภา จะได้มีการเชิญผู้แทนจากกรมปศุสัตว์มาแลกเปลี่ยนความเห็นอย่างต่อเน่ือง และในกรณีที่เห็นว่า มคี วามจาเป็น วุฒิสภาสามารถจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มาตอบกระทู้ในเวที ของรัฐสภา เพอื่ หาแนวทางแกไ้ ขปัญหาอย่างเป็นรปู ธรรมต่อไป โอกาสน้ี ได้กล่าวช่ืนชมผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีและทีมงานท่ีได้นายุทธศาสตร์ชาติไปสู่ การปฏิบัติ โดยเฉพาะในการที่จังหวัดได้รับคัดเลือกให้เป็น ๑ ใน ๑๔ จังหวัดนาร่องด้านสมุนไพร สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติในประเด็นการเกษตรสร้างมูลค่า ซึ่งเป็นหน่ึงในยุทธศาสตร์ชาติ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันที่ให้ความสาคัญกับการเพ่ิมผลิตภาพการผลิตทั้งเชิงปริมาณ และมูลค่าและความหลากหลายของสนิ คา้ เกษตร ซง่ึ ประกอบด้วย ๑) เกษตรอัตลักษณ์พืน้ ถิ่น ๒) เกษตร ปลอดภัย ๓) เกษตรชีวภาพ ๔) เกษตรแปรรูป และ ๕) เกษตรอัจฉริยะ โดยสมุนไพรถือเป็นเกษตร ชีวภาพ เป็นภูมิปัญญาท่ีน่าส่งเสริม โดยเฉพาะอย่างย่ิงการส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน โดยการนา พ้ืนท่ีการเกษตรส่วนหน่ึงมาผลิตสมุนไพร เพื่อนาส่งไปยังโรงพยาบาลเสาไห้ และทาการแปรรูปให้เป็น สมุนไพรในรูปแบบต่าง ๆ เพอ่ื ใชใ้ นการรกั ษาหรอื อาจจะส่งไปขายในพ้ืนท่ีอื่น ๆ ต่อไป พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม กรรมการ สอบถามเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติรายจ่าย ประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของจังหวัดสระบุรีท่ีแบ่งตามประเด็นยุทธศาสตร์ ซึ่งในส่วน ของประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๒ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของกระบวนการผลิตสินค้า และบริการสู่มาตรฐานสากล ปรากฏว่าไม่มีโครงการได้รบั การอนุมัติงบประมาณในประเด็นยุทธศาสตร์ ดังกล่าว จึงต้องการทราบว่าไม่ได้รับการอนุมัติในขั้นตอนใดหรือไม่ได้รับงบประมาณเลย ท้ังน้ี หากโครงการดังกล่าวมีความจาเป็นต้องดาเนินการ ขอให้จังหวัดแจ้งยืนยันไปว่าเป็นแผนงานหรือ โครงการที่มีประโยชน์ พร้อมเน้นย้าให้พิจารณาอนุมัติงบประมาณดังกล่าวในการจัดทางบประมาณ รายจ่ายประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ด้วย พร้อมท้ังสอบถามเก่ียวกับการเบิกจา่ ยงบประมาณในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ซึง่ มแี นวโนม้ ที่จะมคี วามล่าช้าหรอื อาจจะมีการเลือ่ นการประกาศใช้ จังหวดั สระบรุ จี ะไดร้ บั ผลกระทบหรือติดขัดในเร่ืองใดบ้าง ขอให้จังหวัดแจ้งให้ทราบ เพื่อจะได้นาข้อมูลในส่วนนี้ไปแจ้งให้ ผ้ทู ี่เก่ียวข้องในส่วนกลางไดร้ บั ทราบตอ่ ไป นอกจากน้ี ได้กลา่ วแนะนาให้ผู้วา่ ราชการจังหวดั สระบรุ ศี กึ ษา วิธีการบริหารงบประมาณรายจ่ายในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ในหมวดของการ บริหารงบประมาณรายจ่ายซึ่งจังหวัดสามารถดาเนินการโอนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการภายใต้ แผนงานบูรณาการเดียวกันได้ และในช่วงท้ายได้กล่าวถึงจังหวัดสระบุรีว่าเป็นจังหวัดท่ีมีเอกลักษณ์ เป็นของตนเอง จะทาอย่างไรให้จังหวัดสระบุรีไม่ใช่เมืองทางผ่าน จึงควรสร้างเอกลักษณ์หรือจุดขาย ของตนเอง หากทาได้จะทาให้เกิดคุณค่ากับจังหวัด โดยเฉพาะการส่งเสริมการท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม อาทิ วัดพระพทุ ธบาท ซ่ึงจงั หวัดสามารถประชาสัมพันธ์สถานที่ดังกล่าวให้เป็นสถานท่ีแห่งความทรงจา และเป็นสถานท่ีท่มี คี ณุ ค่า
๓๐๕ นายแมนรัตน์ รตั นสุคนธ์ ผู้วา่ ราชการจงั หวัดสระบุรี ได้ช้แี จงวา่ จงั หวัดสระบุรไี ด้ดาเนนิ การ ของบประมาณเพ่ือดาเนินโครงการตามยุทธศาสตร์จังหวัดครบทุกประเด็นยุทธศาสตร์ แต่ในส่วน ของประเด็นยุทธศาสตร์ท่ี ๒ ท่ีระบุวา่ ไมม่ ีโครงการได้รบั การอนุมัตงิ บประมาณในประเด็นยุทธศาสตร์นี้ เปน็ การพิจารณาไมอ่ นุมัติงบประมาณโครงการของสานักงบประมาณ ซงึ่ เป็นกระบวนการกอ่ นการเข้าสู่ การพิจารณาของรัฐสภา โดยหน่วยงานดังกล่าวได้ให้ความเห็นว่าโครงการที่จังหวัดเสนอนั้นเป็นการ ดาเนินงานท่ีซ้าซ้อนกับงานของหน่วยงานอื่นที่มีการดาเนินการอยู่แล้ว อาทิ เป็นโครงการที่มีกระทรวง ที่รับผิดชอบในด้านน้ัน ๆ เป็นผู้ดาเนินการอยู่แล้ว หรือมีหน่วยงานท้องถิ่นดาเนินโครงการอยู่ ส่วนประเด็นความล่าช้าของงบประมาณในปีนี้ คาดว่าจังหวัดจะต้องดาเนินการบริหารงบประมาณ ที่ได้รับอย่างเต็มกาลงั ความสามารถ เพื่อให้ทันการเบกิ จ่ายภายในปีงบประมาณน้ี พลเอก สราวุฒิ ชลออยู่ กรรมการ ได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับช่องทางในการขอรับงบประมาณ สนับสนุนในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งมีกองทุนส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซ่ึงกองทุนดังกล่าว มีการ พิจารณาโครงการปีละ ๒ คร้ัง ถ้าองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหรือชุมชนสนใจท่ีจะทาโครงการเกี่ยวกับ พลังงานทดแทน ขอให้เสนอโครงการผ่านพลังงานจังหวัด หรือส่งตรงไปยังสานักงานนโยบายและแผน พลงั งาน กระทรวงพลงั งาน เพอ่ื ขอรบั การสนบั สนนุ งบประมาณจากกองทนุ ดังกลา่ วได้ นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร กรรมการ กล่าวแสดงความชื่นชมการเบิกจ่ายงบประมาณของ จังหวัดสระบุรีท่ีมีการดาเนินการเป็นอันดับ ๑ ของประเทศ พร้อมท้ังแสดงความประทับใจในวิสัยทัศน์ ของจังหวัดที่กาหนดให้เป็นสังคมแห่งความสุข ซ่ึงถือเป็นส่วนสาคัญในการดูแลประชาชน นอกจากน้ี จังหวัดยังได้มีมาตรการในการควบคุมให้จังหวัดสระบุรีเป็นเมืองไร้ฝุ่น และขอฝากให้จังหวัด ให้ความสาคัญกับสังคมผสู้ งู อายุ โดยเฉพาะในประเด็นของการมีงานทาของผู้สงู อายดุ ้วย นายถาวร เทพวิมลเพชรกุล กรรมการ กล่าวถงึ การบรหิ ารจดั น้าของโครงการแกม้ ลงิ ที่อาเภอ บ้านหมอ ซึ่งบริษัท ปูนซีเมนต์ไทย จากัด ได้มอบให้เป็นสาธารณประโยชน์เพ่ือเป็นแหล่งน้าสารอง พร้อมทั้งได้กล่าวถึงการศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น ซ่ึงได้ลงพื้นที่จังหวัด สระบุรีในช่วงท่ีผ่านมา และพบว่ามีปัญหาบุคลากรขาดแคลนในระดับท้องถ่ิน ซ่ึงจะได้นาสู่การแก้ไข ต่อไป พร้อมนี้ได้กล่าวขอบคุณจังหวัดสระบุรีในการอานวยความสะดวกให้แก่คณะกรรมการฯ ท่ีได้ลง พ้ืนทีศ่ ึกษาดงู าน จากนั้นสมาชิกวุฒิสภา นาโดย นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานคณะกรรมการโครงการฯ คนที่หน่ึง พร้อมด้วยสมาชิกวุฒิสภา ได้เดินทางศึกษาดูงาน ณ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทยแก่งคอย จากัด (SCG) จังหวัดสระบุรี โดยศึกษาดูงานเก่ียวกับโซลาร์ ฟาร์ม (Solar Farm) และการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์ แสงอาทิตย์ (Solar Cell) โดยมี นายเกรียงศักด์ิ ฉุนช่ืนจิตต์ วิศวกรอาวุโส นายอภิรักษ์ ศรีชัยสันติกุล วิศวกร และนายจรี ะศกั ด์ิ โอสถ เป็นวิทยากรบรรยายเก่ยี วกับการทาโซลาร์ ฟารม์ ในระบบอุตสาหกรรม
๓๐๖ โดยมีรายละเอียดสรุปไดด้ ังน้ี ประเทศไทยเป็นพนื้ ทีท่ ่ีมีศักยภาพรับพลงั งานแสงอาทติ ย์อยู่ในเกณฑท์ ี่สูง มีคา่ ความเข้มรงั สดี วงอาทติ ยท์ ี่ ๑๘.๒ เมกะจลู ตอ่ ตารางเมตรต่อวนั โดยจงั หวดั สระบุรีมีคา่ ความเขม้ รงั สี ดวงอาทิตยเ์ ฉลยี่ ท่ี ๑๘.๕ เมกะจูลตอ่ ตารางเมตรต่อวนั ซงึ่ สงู กว่าค่าเฉลีย่ ประเทศ สาหรบั การผลิตไฟฟ้า จากเซลล์แสงอาทิตย์ ถือเป็นพลังงานสะอาด เป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อม มีข้อดีคือ ช่วยลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก เป็นแหล่งพลังงานที่มีไม่จากัด สร้างเสถียรภาพด้านพลังงานไฟฟ้าของประเทศ ลดการนาเข้าเชื้อเพลิงเพ่ือผลิตไฟฟ้า เป็นการพึ่งพาตนเองตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และ สามารถนามารีไซเคิลได้เม่ือสิ้นอายุโครงการ จากนั้น สมาชิกวุฒิสภา ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสอบถามรายละเอียดต่าง ๆ เพ่ิมเติม โดยจะนาข้อมูลท่ีได้รับจากการศึกษาดูงานในคร้ังน้ี ไปประกอบการพิจารณา เพ่ือสง่ เสรมิ โครงการพลงั งานทดแทนตามแผนการปฏิรปู ประเทศต่อไป --------------------------------------------
๓๐๗ ครั้งที่ ๑๔ รายงานผลการดาเนินงานโครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่ จังหวัดกลุม่ ภาคกลาง วนั ท่ี ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ณ จงั หวัดนนทบรุ ี จังหวัดนนทบุรี ณ ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี อาเภอเมืองนนทบรุ ี วธิ กี ารดาเนินกิจกรรม จัดประชมุ สัมมนาเพ่ือรับฟังแนวทางการดาเนนิ งานของจงั หวัดนนทบุรี ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับยุทธศาสตร์ชาตแิ ละแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับหนา้ ที่และอานาจ ของวุฒิสภา ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ รวมท้ังให้ข้อเสนอแนะเก่ียวกับแนวทางการ ขับเคลอื่ นยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรปู ประเทศของจงั หวดั นนทบุรี ตลอดจนนาเสนอประเดน็ หรือ มตคิ ณะรฐั มนตรีทนี่ า่ สนใจให้ประชาชนได้รบั ทราบ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นท่ี
๓๐๘ ผลการดาเนินการ คณะสมาชกิ วุฒิสภาได้จัดประชุมสัมมนาเพ่ือรับฟังแนวทางการดาเนินงานของจงั หวัดนนทบุรี ทีเ่ ก่ียวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับหน้าทแี่ ละอานาจ ของวุฒิสภา ภารกิจที่เก่ียวข้องกับการปฏิรูปประเทศ รวมท้ังให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทางการ ขับเคลื่อนยทุ ธศาสตรช์ าติและแผนการปฏิรปู ประเทศของจังหวัดนนทบุรี ตลอดจนนาเสนอประเดน็ หรือ มติคณะรัฐมนตรีที่น่าสนใจให้ประชาชนได้รับทราบ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ โดยนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี กล่าวต้อนรับคณะ สมาชิกวุฒิสภาและบรรยายข้อมูลจังหวัดนนทบุรี และนาเสนอแนวทางการดาเนินงานของจังหวัด นนทบรุ ที เี่ ก่ยี วขอ้ งกับยทุ ธศาสตรช์ าติและแผนการปฏิรปู ประเทศ ให้คณะสมาชิกวุฒิสภารับทราบ ดังนี้ จังหวัดนนทบุรีมีประชากรรวมท้ังสิ้น ๑,๒๒๙,๗๓๕ คน เป็นชาย ๕๗๔,๕๐๐ คน (ร้อยละ ๔๖.๗๒) และหญิง ๖๕๕,๒๓๕ คน (ร้อยละ ๕๓.๒๘) ประชากรที่อาศยั อยูใ่ นเขตเทศบาล มรี ้อยละ ๕๕.๗๙ ส่วนร้อยละ ๔๔.๒๑ อาศัยอยู่นอกเขตเทศบาล ความหนาแน่นของประชากรเท่ากับ ๑,๙๗๕ คนต่อ ตารางกิโลเมตร (อนั ดับ ๒ ของประเทศ) จานวนประชากรเฉลย่ี ต่อครัวเรือน เท่ากับ ๔ คน และจานวน ประชากรเฉลีย่ ตอ่ หมู่บ้านเท่ากับ ๓,๕๒๕ คน/บา้ น จังหวัดนนทบรุ ี มีประชากรแฝงทัง้ สน้ิ ๖๐๖,๕๐๐ คน (ปี พ.ศ. ๒๕๖๐) ประกอบด้วย ประชากร แฝงกลางคืน ๓๕๐,๐๐๐ คน (ลาดบั ๔ ของประเทศ) และประชากรแฝงกลางวัน ๒๕๖,๕๐๐ คน (ประชากร แฝงกลางวันที่เข้ามาเรียน ๔๒,๕๐๐ คน เป็นลาดับ ๑ ของประเทศ และประชากรแฝงท่ีเข้ามาทางาน ๒๑๔,๐๐๐ คน เปน็ ลาดบั ๑ ของประเทศ) มีประชากรที่เปน็ ผู้สูงอายุและประชากรแฝงเพม่ิ มากขึน้ ทาให้มี การขยายตัวของชมุ ชนเมือง และมหี มู่บ้านจดั สรรและอาคารชดุ จานวน ๑,๕๒๓ โครงการ โครงสร้างเศรษฐกิจ ผลิตภัณฑ์มวลรวมจงั หวัดนนทบุรี ณ ปี ๒๕๖๐ มมี ูลคา่ ๓๑๖,๖๒๕ ล้านบาท อยู่ในลาดับที่ ๑๐ ของประเทศ จาแนกเป็นภาคการเกษตร ๕,๔๗๕ ล้านบาท และนอกภาคการเกษตร ๓๑๑,๑๕๐ ล้านบาท ประกอบดว้ ย สาขาท่ีเป็นผลิตภัณฑ์มวลรวมสูงสดุ ๓ ลาดับแรก ได้แก่ สาขาการขาย ส่ง ขายปลีก และการซอ่ มแซมยานยนต์ สาขาอุตสาหกรรมการผลิต และสาขากจิ กรรมดา้ นสขุ ภาพและงาน สังคมสงเคราะห์ ภาคการเกษตร จังหวัดนนทบุรีมีครัวเรือนท่ีประกอบอาชีพเกษตรกรรมท้ังสิ้น ๑๓,๕๔๔ ครัวเรือน มีพื้นที่ทา การเกษตรทง้ั สิ้น ๑๑๔,๓๙๙ ไร่ หรอื คดิ เป็นร้อยละ ๒๙.๔๑ ของพน้ื ที่จังหวัด ในจานวนนี้ เปน็ พืน้ ที่ปลกู ขา้ วมากที่สุดจานวน ๙๗,๕๓๑ ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ ๘๕.๒๕ ของพื้นที่การเกษตร รองลงมาเป็นพื้นที่ ปลูกทเุ รยี น ไมด้ อกไม้ประดบั ผกั และกลว้ ยไม้ ตามลาดับ
๓๐๙ การท่องเที่ยว ในปี ๒๕๖๑ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมาท่องเที่ยวในจังหวัดจานวน ๒,๖๖๔,๖๐๖ คน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวชาวไทย คิดเป็นร้อยละ ๙๑.๓๓ อีกร้อยละ ๘.๖๗ เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ สาหรับรายได้จากการท่องเท่ียวในปี ๒๕๖๑ จังหวัดนนทบุรี มรี ายได้จากการท่องเท่ียวจานวน ๔,๓๖๘ ล้านบาท ซ่ึงจะเห็นได้ว่ารายได้จากการท่องเท่ยี วจากปี ๒๕๕๘ - ๒๕๖๑ มีอตั ราเพ่ิมข้นึ อยา่ งตอ่ เนอื่ งคดิ เปน็ ร้อยละ ๑๘.๖ รอ้ ยละ ๔.๖ และรอ้ ยละ ๘.๑ ตามลาดับ วิสัยทัศนจ์ ังหวดั นนทบรุ ี จังหวดั นนทบุรี เปน็ เมืองทอ่ี ยู่อาศัยคณุ ภาพดีและมีเศรษฐกจิ สร้างสรรค์ ยทุ ธศาสตร์จังหวัดนนทบรุ ี ๑. พัฒนาเมืองให้ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้แก่ (๑) พัฒนาโครงสร้างการขนสง่ สาธารณะ (๒) เสริมสร้างความม่ันคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน (๓) พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน/ สาธารณสขุ /การศึกษา และ (๔) พัฒนาพนื้ ท่ีของจังหวดั นนทบรุ ีให้เปน็ เมอื งสีเขยี ว ๒. พัฒนาเป็นเมืองเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ได้แก่ (๑) ส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนและเศรษฐกิจ ฐานราก (๒) การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วิถีชีวิตและสุขภาพ (๓) เป็นแหล่งผลิตภาคเกษตรกรรม ทีม่ คี ุณภาพ และ (๔) พฒั นาศกั ยภาพแรงงาน การพฒั นาตามยทุ ธศาสตรช์ าติ ๑. การพัฒนาด้านสังคม ได้แก่ (๑) ระบบสาธารณสุข/ผู้สูงอายุ Long Term Care จัดให้มี ระบบดแู ลระยะยาวดา้ นสาธารณสุขสาหรบั ผสู้ งู อายทุ ม่ี ีภาวะพง่ึ พิง กล่มุ Active Aging เนน้ การยืดอาย/ุ ร่างกายแข็งแรง กลุ่มพึ่งพิง เน้นลดการพึ่งพิง อบรม care giver/ระบบคัดกรองสุขภาพ (๒) ป้องกันและ แก้ไขปัญหาน้าท่วม เพ่ิมประสิทธิภาพการระบายน้าฝ่ังตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้าเจ้าพระยา (๓) แก้ไขปัญหายาเสพติด สร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนในสถานศึกษา อบรมกลุ่มเสี่ยง/ค่ายเยาวชน ยกระดับการเฝ้าระวัง/ออกตรวจในชุมชน (๔) โครงข่ายจราจร ยกระดับมาตรฐานทางเป็น concrete เพิ่มมาตรฐานความปลอดภัย (๕) ส่ิงแวดล้อม การบรหิ ารจัดการขยะ การจัดการน้าเสีย (๖) การศึกษา ยกระดับคุณภาพ/มาตรฐานการศึกษา และ (๗) การเทิดทูนสถาบัน การจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สรา้ งเครอื ข่ายความม่นั คง ๒. การพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ (๑) เศรษฐกิจชุมชน เช่น การพัฒนาวิสาหกิจชุมชนโดย เพ่ิมช่องทางการตลาด/Packaging การเช่ือมโยงตลาดสินค้าชุมชน OTOP/SMEs (๒) การเกษตร เช่น การผลติ ขา้ ว/พืชผักปลอดภัย รวมถึงการปรบั เปลย่ี นการใชส้ ารเคมีเป็นชีวภัณฑ์ การตลาดนาการผลิตสู่ มาตรฐาน Nonthaburi Guarantee การสร้างแบรนด์และสร้างการเชื่อมโยง การอนุรักษ์ทุเรยี นเมืองนนท์ Nonthaburi GI เช่น มะม่วงยายกล่า เป็นต้น (๓) ด้านการท่องเที่ยว ส่งเสริมการการท่องเที่ยว
๓๑๐ เชิงวัฒนธรรมชุมชนให้เช่ือมโยงการท่องเท่ียวเชิงเกษตร อาทิ ชุมชนริมแม่น้า การส่งเสริม start-up ด้านการท่องเท่ยี ว และการพฒั นาแหลง่ ท่องเทย่ี ว (๔) อตุ สาหกรรม โดยอตุ สาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับ สังคมด้วยมาตรฐาน Zero waste (การควบคุมเสียง/กลิ่น/น้าเสีย) การผลิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม และการส่งเสรมิ SMEs การขับเคลื่อนยุทธศาสตรช์ าตแิ ละแผนการปฏิรปู ประเทศ ดา้ นความมน่ั คง - การแก้ไขปัญหาน้าท่วมขัง สาเหตุเนื่องจากในรอบ ๑๐ ปี จังหวัดนนทบุรีมีการขยายตัว ของประชากรและบ้านจัดสรร ๑,๖๐๐ โครงการ และพ้ืนที่บางส่วนของจังหวัดเป็นพื้นที่ลุ่มต่า แนวทาง การแก้ไขปญั หา ขจดั อปุ สรรคในการระบายน้าในระยะเรง่ ดว่ น ไดแ้ ก่ การลอกท่อระบายนา้ ทุกปีก่อนถึง ฤดูฝน การขดุ ลอกคูคลอง และการกาจัดวชั พืชกดี ขวางทางน้า ระยะกลาง คือการแกไ้ ขปญั หาน้าท่วมขัง นา้ ท่วมขังซ้าซาก ๒๖ จุด ได้แก่ การปรับท่อให้สอดคลอ้ งกับปรมิ าณน้าที่ไหลผ่าน เชน่ จากเดมิ ขนาดท่อ ๑.๒ เมตร เป็นขนาด ๑.๖ เมตร การก่อสร้างแนวคันก้ันน้าในพื้นที่ทเี่ ปน็ ฟันหลอ และการเพิ่มศกั ยภาพ เครื่องจักรในการสบู น้า รวมถึงการบริหารจัดการน้าทว่ มขงั ดว้ ยระบบ CCTV สว่ นการแกไ้ ขปญั หาระยะ ยาว คือ การเพิ่มทางเลือกในการระบายน้า ได้แก่ (๑) การเชื่อมท่อระบายน้าใตท้ างดว่ นงามวงศ์วานกับ สถานีสูบน้าเทศบาลนครนนทบุรี (๒) ท่อขนส่งน้าจากคลองบางตลาด ใต้ทางด่วนงามวงศ์วานออกสู่ คลองบางเขน (๓) อุโมงค์ระบายน้าลอดใต้ใต้ถนนทางด่วนแจ้งวัฒนะออกสู่คลองส่วย-คลองบางตลาด และ (๔) ไซฟ่อนระบายน้าลอดใตถ้ นนศรีสมานออกสู่คลองส่วย-คลองบ้านใหม่-คลองบางพูด ดา้ นสง่ิ แวดล้อม - การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 สาเหตุเกิดจากการขนส่ง การเผาไหม้ในพื้นที่ การเกษตร ภาคอุตสาหกรรม พ้ืนที่สีเขียวลดลง การก่อสร้าง และอื่น ๆ แนวทางการแก้ไขปัญหา คือ การควบคุมการเผาท่ีก่อให้เกิดควัน และให้มีการปรับโดยพนักงานท้องถ่ินโดยถือเป็นเหตุเดือดร้อน ราคาญตรวจสอบค่าควันดา ฝุ่น ของเสียจากรถ โรงงาน การก่อสร้างให้ได้มาตรฐาน กวาดล้างฝุ่นละออง บนถนน และการเพิ่มพ้ืนท่ีสีเขยี ว - การแก้ไขปญั หาขยะ การบริหารจัดการขยะของจังหวัดนนทบุรีปจั จุบันใช้วิธีฝังกลบ ซึ่งยังมี พื้นทใี่ ห้ฝังกลบได้อีกประมาณ ๑๐ ปี แต่การบริหารจัดการท่ียงั ตอ้ งดาเนินการคอื การคดั แยกขยะตง้ั แต่ ต้นทาง กลางทาง การเกบ็ ขน และปลายทาง พ้นื ทีบ่ อ่ ฝงั กลบมลู ฝอย และการจดั การบอ่ ฝงั กลบ - การแก้ไขปัญหาน้าเค็ม จังหวัดนนทบุรีเป็นอีกจังหวัดหน่ึงทจี่ ะประสบปัญหาภัยน้าเค็มทุกปี แต่ในปีน้มี ีความรุนแรงมากกว่าทุกปี สาหรบั มาตรการและแนวทางการบริหารจัดการปัญหาน้าเค็มของ จังหวัดนนทบุรี ระยะสั้น คือ (๑) การใช้น้าประปาเจือจางให้ความเค็มลดลง โดยขอสนับสนุนจากการ ประปานครหลวงในการลดค่าน้าประปาในอัตราคงที่ (๒) ส่วนราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
๓๑๑ จัดทาแผนแจกจ่ายน้าเกษตรกรจัดหาแหล่งน้าเพื่อปรับเก็บน้ารองรับไว้ในภาชนะต่าง ๆ ระยะกลาง ส่วนราชการจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหางบประมาณขุดเจาะบ่อบ าดาลในพ้ืนท่ี รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดหาแหล่งน้าในพ้ืนที่เพิ่มเติมขอให้กับประชาชนโดยเฉพาะ เกษตรกรจัดหาแหลง่ น้า ด้านการเพม่ิ ขดี ความสามารถการแข่งขนั (๑) การพัฒนาพื้นท่ีการเกษตร โดยสินค้าทางการเกษตรที่ผลิตในพื้นที่จังหวัดนนทบุรีต้องมี ความหลากหลายในการผลิต ด้านการเกษตร เป็นการอนุรักษ์ และการผสมผสานการผลิต Farm to table เป็นการผลิตที่ถูกควบคุมการผลิตทุกข้ันตอน เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่มีความปลอดภัย เป็นสินค้าทางการเกษตรที่มีการตรวจสอบคุณภาพ โดย Central Lab และมีการการันตีสินค้าด้าน การเกษตรภายใต้แบรนด์นนทบุรีการันตีที่รับเปล่ียนสินคา้ หรือคืนเงนิ (๒) การพฒั นาดา้ นการทอ่ งเท่ียว ได้แก่ การส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชน สวนเกษตรอินทรีย์ เรือ และสามล้อถีบ การพัฒนาเกาะเกร็ด การจดั งานประจาปีการจัดงานวฒั นธรรมสองฝั่งเจา้ พระยามหาเจษฎาบดนิ ทร์ การจดั งานประมลู ทุเรยี น นอกจากนี้ จังหวัดนนทบุรีมีศักยภาพด้านการศึกษา มีโรงเรียนท่ีได้มาตรฐานระดับอาเซียน ๒ โรงเรียน และระดับประเทศ ๓ โรงเรียน ซ่ึงทางองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินจังหวัดนนทบุรีได้ให้ ความสาคญั กบั การศกึ ษามาก จากน้ัน สมาชิกวุฒิสภาได้ดาเนินการพูดคุยแลกเปล่ียนความคิดเห็นกับส่วนราชการและ ประชาชน ในประเด็นสาคญั นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนท่ีหน่ึง ไดก้ ล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการลงพน้ื ท่ี ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จังหวัดภาคกลาง ที่มา หนา้ ท่ีและอานาจของวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตลอดจนหน้าที่ของวุฒิสภาตามบทเฉพาะ กาลของรัฐธรรมนูญ ในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ นอกจากนี้ ได้แนะนา ชอ่ งทางติดต่อสือ่ สารระหว่างสมาชิกวุฒิสภาและชาวจังหวดั นนทบุรี พรอ้ มเชญิ ชวนให้ประชาชนเข้าร่วม ไลน์กลมุ่ จงั หวัดนนทบรุ ี เพื่อแลกเปลีย่ นความคดิ เห็น พดู คยุ และรับสง่ ขอ้ มลู ท่เี ป็นประโยชน์ นายจเด็จ อินสว่าง ท่ีปรึกษาคณะกรรมการ ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการลงพ้ืนท่ีของ สมาชิกวุฒิสภาในโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน (๑) เพื่อทาหน้าที่ในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทย (๒) ทาหน้าที่ในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ และ (๓) การเยี่ยมเยือนประชาชนในฐานะกัลยาณมิตร นอกจากนี้ ยังได้ให้ความรู้เก่ียวกับการแชร์ข้อมูลท่ี บิดเบือน หรือข้อมลู อนั เป็นเท็จ หรือข้อความลามก ซึ่งจะมีฐานความผิดตามพระราชบญั ญตั ิวา่ ดว้ ยการ กระทาความผิดเก่ียวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และฉบับท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยมีโทษทัง้ จาทงั้ ปรบั จงึ ขอให้ตรวจสอบขอ้ มูลก่อนโพสต์หรือแชรข์ อ้ มูลนน้ั ไปยงั บคุ คลอ่ืน
๓๑๒ พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช ท่ีปรึกษาคณะกรรมการ ได้กล่าวถึงการทาหน้าท่ีในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการปกครองท้องถ่ิน วุฒิสภา ซ่ึงมีหน้าท่ีและอานาจในการพิจารณาศึกษา เกี่ยวกับการปกครองท้องถิ่น การพัฒนาและส่งเสริมประสิทธิภาพในการบริหารขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น การกระจายอานาจ และการถ่ายโอนภารกิจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยต้อง คานึงถึงความสอดคล้องกับการพัฒนาจังหวัดและประเทศโดยส่วนรวม รวมถึงการปกครองรูปแบบพเิ ศษ ท้งั นี้ ได้กล่าวถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญตั ิงบประมาณรายจ่ายประจาปงี บประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ทค่ี าดว่าจะมผี ลบงั คบั ใชใ้ นช่วงปลายเดือนกมุ ภาพันธ์ ๒๕๖๓ ซึง่ ในส่วนขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ทไี่ ดร้ ับงบอุดหนุนจากรัฐบาล สามารถดาเนินการเบกิ จ่ายหรือจดั ทาโครงการต่าง ๆ ไดต้ อ่ ไป นอกจากน้ี ได้กล่าวถึงองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีท่ีให้ความสาคัญกับการพัฒนาการศึกษาว่าเป็นเรื่องท่ีดี เพราะเป็นภารกิจท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรับผิดชอบมากข้ึนเน่ืองจากมีความใกล้ชิดกับชุมชน ในพน้ื ท่ี และสามารถพฒั นาองค์ความรไู้ ดเ้ ชน่ เดยี วกบั กระทรวงศึกษาธิการ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ ได้กล่าวว่า จากการรับฟังสรุป แนวทางการดาเนนิ งานของจงั หวัดนนทบรุ ี เห็นว่า มีความเก่ียวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติทั้ง ๖ ด้าน และ สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งจากการขยายตัวของชุมชนทาให้จังหวัดนนทบุรีมีปัญหาคล้ายคลึง กับกรุงเทพฯ เช่น ปัญหาจราจร ปัญหาน้าท่วมขัง เป็นต้น ซ่ึงทางจังหวัดต้องดาเนินการและใช้ งบประมาณในการแก้ไขปญั หาดังกล่าว นอกจากน้ี ได้แสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับกระบวนการจดั ซ้ือจัด จ้างทางระเบียบพัสดุ โดยเฉพาะวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ซ่ึงต้องใช้ระยะเวลา ดาเนินการพอสมควร อาจทาให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าไปด้วย ทั้งนี้ จะได้ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ที่เกีย่ วข้องเพอื่ หาแนวทางให้กระบวนการจดั ซ้ือจดั จา้ งรวดเร็วขน้ึ พลตรี โอสถ ภาวิไล กรรมการ ได้กล่าวถึงการทาหน้าที่ในคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ประกอบดว้ ย รองประธานคณะกรรมาธิการ คนทีห่ น่งึ ในคณะกรรมาธิการการพฒั นาสังคม และกิจการ เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สงู อายุ คนพิการ และผดู้ ้อยโอกาส วุฒสิ ภา รองประธานคณะอนกุ รรมาธิการกีฬาสู่ ความเป็นเลิศระดบั นานาชาติรวมทั้งกีฬาคนพิการ ในคณะกรรมาธิการการกฬี า วุฒิสภา ท้งั นี้ ในฐานะที่ เป็นเจ้าภาพโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนจังหวัดนนทบุรี ยินดีให้ความช่วยเหลือและรับฟัง ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาและขับเคลอื่ นให้จงั หวัดนนทบุรเี ป็นจังหวัดทีน่ า่ อยู่ต่อไป จากนน้ั เปน็ การนาเสนอประเด็นของจงั หวัดนนทบรุ ีต่อสมาชิกวฒุ ิสภา จานวน ๔ ประเด็น โดยสรปุ สาระสาคัญ ดังน้ี ๑. ประเด็นการจราจร นายโสภณ สังข์แป้น รองผู้อานวยการแขวงทางหลวงนนทบุรี ให้ข้อมูลเก่ียวกับ การจราจรของจังหวัดนนทบุรีว่า โครงข่ายคมนาคมของจังหวดั นนทบุรีมีท้ังทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๙
๓๑๓ (ถนนกาญจนาภิเษก) ทางพิเศษ ทางหลวงชนบท และทางหลวงท้องถิ่น โดยมีโครงการก่อสร้าง ทดี่ าเนนิ การปจั จบุ ัน ทีอ่ ยู่ภายใต้ความรบั ผิดชอบของกรมทางหลวง ได้แก่ (๑) โครงการกอ่ สรา้ งทางระบายนา้ (FLOOD WAY) ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ (๒) โครงการซ่อมสะพานนวลฉวี ทางหลวงหมายเลข ๓๐๗ สะพานนนทบุรี (๓) โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข ๘๑ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี (M ๘๑) ตอน ๑-๔ โครงการก่อสร้างทางถนนในอนาคต ประกอบด้วย โครงการท่ีอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ กรมทางหลวง ได้แก่ (๑) โครงการก่อสร้างทางคู่ขนาน ทางหลวงพเิ ศษหมายเลข ๙ ถนนกาญจนาภเิ ษก (ปี ๖๓-๖๕) (๒) โครงการกอ่ สร้างทางคู่ขนาน ทางหลวงพเิ ศษหมายเลข ๓๔๕ ถนนบางบวั ทอง-บางคูวัด (ปี ๖๓-๖๕) (๓) โครงการก่อสร้างทางคู่ขนาน ทางหลวงพิเศษหมายเลข ๓๔๐ ถนนบางบัวทอง- สุพรรณบุรี (ปี ๖๓-๖๕) (๔) โครงการศึกษารูปแบบการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ (ทางยกระดับ) (ปี ๖๓) และโครงการท่ีอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบกรมทางหลวงชนบท ไดแ้ ก่ (๑) โครงการ ตอ่ เชอ่ื มถนนนนทบรุ ี ๑-ถนนกาญจนาภิเษก (สารวจออกแบบรายละเอียดแลว้ เสรจ็ ) (๒) โครงการตอ่ เช่ือม ถนนนครอินทร์-ศาลายา (สารวจออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จ) และ (๓) โครงการศึกษา ความเหมาะสมและสารวจออกแบบถนนต่อเช่ือมถนนพุทธมณฑลสาย ๓-ทางหลวงหมายเลข ๓๔๐ (ขอปีงบประมาณ ๖๔) ส่วนโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในเขตจังหวัดนนทบุรี ประกอบด้วย (๑) รถไฟฟ้าสายสีม่วง บางซ่ือ-บางใหญ่ เปิดให้บริการเม่ือวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๕๙ มีผู้โดยสารเฉล่ียวันละ ๕๔,๐๒๘ คน (๒) รถไฟฟ้าสายสชี มพู แคราย-มนี บุรี อย่รู ะหวา่ งการกอ่ สรา้ ง (กรกฎาคม ๒๕๖๑-ตุลาคม ๒๕๖๔) และ (๓) รถไฟฟ้าสายสีน้าตาล แคราย-ลาสาลี อยู่ระหว่างการก่อสร้าง (ธันวาคม ๒๕๖๕-มีนาคม ๒๕๖๙) ท้ังน้ี ระบบการเช่ือมต่อรถไฟฟ้า (Feeder) มีจานวน ๒๐ เส้นทาง เส้นทางท่ีเชื่อมต่อกับสถานีรถไฟฟ้า แลว้ จานวน ๑๕ เส้นทาง และเสน้ ทางที่อยรู่ ะหว่างปรับปรุงให้เชือ่ มตอ่ มีจานวน ๕ เสน้ ทาง สาหรับท่าเรอื ท่ีอยู่ในความรับผิดชอบของสานักเจ้าท่าภูมิภาคสาขานนทบุรี มีจานวน ๑๐ ท่า ประกอบด้วย ท่าเรือวัชรีวงศ์ ท่าเรือประชาอุทิศ ท่าเรือนครปากเกร็ด ท่าเรือบางศรีเมือง ท่าเรือนคร นนทบุรี ท่าเรือสะพานพระราม ๕ ท่าเรือเรือด่วนเหนือ ท่าเรือเรือด่วนใต้ ท่าเรือวัดเขมา ท่าเรือวัด คา้ งคาวและทา่ เรือสะพานพระราม ๗ และอยรู่ ะหวา่ งกอ่ สร้างอีก ๑ ท่า คอื ท่าเรือพระน่งั เกลา้ ปัญหาการจราจรในจังหวัดนนทบุรี ปริมาณการจราจรบนทางหลวงสายหลักในปัจจุบัน มีการจราจรเต็มพื้นท่ี โดยเฉพาะช่ัวโมงเร่งด่วน ได้แก่ (๑) ทางหลวงหมายเลข ๙ (ถนนกาญจนาภิเษก) บริเวณเส้นคลองมหาสวัสด์ิ-บางบัวทอง (๒) ทางหลวงหมายเลข ๓๐๒ ถนนงามวงศ์วาน- ถนนรัตนาธิเบศร์ บริเวณแคราย-พงษ์เพชร และพระนั่งเกล้า-แคราย (๓) ทางหลวงหมายเลข ๓๐๖ (ถนนติวานนท์) บริเวณพระราม ๕-แคราย และปากเกร็ด-แคราย และ (๔) ทางหลวงหมายเลข ๓๐๔ (แจ้งวัฒนะ) บริเวณปากเกรด็ -คลองประปา สาหรับจุดเสี่ยงท่ีมีความจาเป็นต้องเร่งแก้ไข ได้แก่ จุดท่ี ๑ บริเวณแยกแคราย ทางหลวง
๓๑๔ หมายเลข ๓๐๒ (ถนนรัตนาธิเบศร์-งามวงศ์วาน) ตัดกับทางหลวงหมายเลข ๓๐๖ (ถนนติวานนท์) แนวทางการแก้ไขระยะยาวคือการสร้างอุโมงค์ ๔ ช่อง ตามแนวถนนติวานนท์ ซ่ึงกรมทางหลวงมี แผนงานเดิมท่ีจะก่อสร้างอุโมงค์แคราย แต่ไม่ผ่านการทาประชาพิจารณ์ ทาให้ยกเลิกโครงการดังกล่าว และจุดท่ี ๒ ทางหลวงหมายเลข ๓๐๒ (ถนนงามวงศ์วาน) บริเวณใต้ทางด่วนงามวงศ์วาน แนวทางการ แก้ปัญหาระยะสน้ั คือ การขยายวงเลี้ยวปากซอยงามวงศ์วาน ๒๑ ขยายผิวจราจรและปรับปรุงทางเท้า ส่วนการแก้ปัญหาจราจรบรเิ วณทางลงทางดว่ นถนนงามวงศ์วาน ได้เสนอแนวทางไว้ ๓ แนวทางคือ (๑) สร้างเส้นทางลัดบริเวณใต้ทางพิเศษศรีรัช (๒) สร้างทางลงแยกแคราย โดยใช้พ้ืนท่ีระหว่างทางลงด่วน งามวงศ์วานและเส้นทางหลกั มาบรรจบกบั ทางโคง้ ยกระดับทข่ี ้ึนจากถนนงามวงศว์ าน และ (๓) สรา้ งทาง ลงแยกแคราย โดยใช้พ้ืนที่ระหว่างทางลงด่วนงามวงศ์วานและเส้นทางหลัก มาบรรจบกับทางขึ้นทาง ด่วนขาเข้ากรุงเทพฯ พลตรี โอสถ ภาวิไล กรรมการ ได้กล่าวถึงปัญหาการใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงในช่วง ช่วั โมงเร่งด่วน ซึ่งมีผู้โดยสารจานวนมาก ในขณะที่มีตู้โดยสารเพียง ๓ โบก้ีเท่าน้นั จึงขอให้การรถไฟฟ้า ขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยพิจารณาเพ่ิมตโู้ ดยสารในช่วงเชา้ เพอื่ ให้เพียงพอกับจานวนผูโ้ ดยสาร นายปกรณ์ เกตุแย้ม หัวหน้าแผนกวางแผนโครงการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่ง ประเทศไทย (รฟม.) ขอรับข้อเสนอของสมาชิกวุฒิสภาไปพิจารณา และจะไปตรวจสอบความถ่ีของ ขบวนรถในชั่วโมงเรง่ ดว่ น นางสาวเรณู ตงั คจวิ างกูร กรรมการ มีขอ้ ซักถามเก่ียวกบั การแกไ้ ขปญั หาการจราจรติดขัด บนถนนติวานนท์ ช่วงต่อแคราย-ถนนรัตนาธิเบศร์ ตามที่มีแนวคิดเรื่องจัดทาอุโมงค์บริเวณแยกแคราย จะมกี ารนากลับมาทาใหม่หรือไม่ หรือมแี ผนการแก้ไขปัญหาจราจรอยา่ งไร นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้กล่าวว่า การแก้ไขปัญหา การจราจรบริเวณดังกล่าว ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีโครงการท่ีจะแก้ไขปัญหามาโดย ตลอด เช่น โครงการก่อสร้างอุโมงค์แครายของกรมทางหลวง โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้า เจ้าพระยาไปยังสนามบินน้า ของกรมทางหลวงชนบท แต่มีการต่อต้านจากประชาชนในพ้ืนที่ แตท่ างจังหวดั จะพยายามทาความเขา้ ใจกับประชาชนเพอ่ื ให้ดาเนินโครงการต่อไปได้ โดยเฉพาะโครงการ ก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้าเจ้าพระยาไปยังสนามบินน้า ซึ่งหากดาเนินการได้จะช่วยแก้ปัญหาจราจร ไดอ้ ีกสว่ นหนึง่ นายโสภณ สังข์แป้น รองผู้อานวยการแขวงทางหลวงนนทบุรี ได้ช้ีแจงเพิ่มเติมว่า โครงการก่อสร้างอุโมงค์แคราย กรมทางหลวงมีแผนงานทีจ่ ะดาเนนิ การมาต้งั แตป่ ี ๒๕๔๙ แตไ่ มผ่ ่านการ จัดทาประชาพิจารณ์ เนื่องจากประชาชนสองข้างทางคัดค้านการก่อสร้าง ทาให้ต้องยกเลิกโครงการไป แต่ถ้าสามารถจัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้เส้นทางได้ กรมทางหลวงก็พร้อม ดาเนนิ การโครงการดังกล่าว
๓๑๕ นายเสมา เบ้าพูนทอง ผู้อานวยการแขวงทางหลวงชนบทนนทบุรี ได้ชี้แจงว่า โครงการ กอ่ สร้างสะพานข้ามแม่นา้ เจ้าพระยาไปยังสนามบินน้านน้ั ทางกรมทางหลวงชนบทมแี ผนการดาเนินงาน ออกเป็น ๓ เฟส เฟสท่ี ๑ ช่วงราชพฤกษ์-ติวานนท์ เฟสที่ ๒-๓ ช่วงราชพฤกษ์-กาญจนาภิเษก และช่วง ติวานนท์-วิภาวดีรังสิต กรมทางหลวงชนบทได้มีการศึกษาความเหมาะสมเบ้ืองต้นไปแลว้ แต่ต้องชะลอ โครงการไปก่อน เน่อื งจากไดร้ ับการรอ้ งเรยี นจากประชาชนที่ได้รบั ผลกระทบจากการเวนคนื แต่ทางกรม จะพยายามทาความเขา้ ใจกบั ประชาชนผ้ไู ดร้ บั ผลกระทบและเดินหนา้ โครงการตอ่ ไป ๒. ประเด็นการจัดการพน้ื ทนี่ ้าทว่ มขัง นายสมชาย ลหี ล้าน้อย หัวหนา้ สานักงานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั นนทบรุ ี ให้ขอ้ มูลเกีย่ วกบั การจดั การพน้ื ทน่ี ้าท่วมขงั ว่า จังหวัดนนทบรุ มี บี รเิ วณจดุ เส่ียงนา้ ทว่ มขัง จานวน ๒๖ จดุ ซ่ึงผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมเพ่ือแก้ไขปัญหาดังกล่าว และมี แนวทางแก้ไขออกเปน็ ระยะเรง่ ด่วน ไดแ้ ก่ การขุดลอกทอ่ ระบายน้า การกาจัดวัชพืช และขยะโดยจะทา ตอ่ เน่อื งทุกปี ระยะกลางคือ การแก้ไขปัญหาจดุ เสยี่ งน้าทว่ มขังทง้ั ๒๖ จุด โดยปรบั ปรงุ ระบบระบายนา้ ปรับปรุงท่อระบายน้า การติดตั้งระบบสูบน้า ซึ่งได้ดาเนินการไปแล้ว เช่น (๑) บริเวณหน้าสถานีหน้า สถานีตารวจภูธรปากเกร็ด ถนนศรีสมาน อาเภอปากเกร็ด ซ่ึงสภาพพื้นท่ีเป็นแอ่งกระทะเม่ือเกิดฝนตก เกิน ๓๐ นาที ทาให้น้าท่วมขังเต็มผิวจราจรสูงประมาณ ๒๐ เมตร และท่อระบายน้าเก่ามีขนาดเล็ก ไม่สามารถระบายนา้ ได้ทนั แนวทางการแก้ไข เทศบาลนครปากเกรด็ ได้มีการปรบั ปรงุ ร่วมกบั แขวงทางหลวง และโยธาธิการจังหวัดจัดทาโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนและติดต้ังสถานีสูบน้าบริเวณถนนศรีสมาน และติดตั้งเครอื่ งสูบน้าไฟฟ้าขนาด ๐.๑ ลูกบาศก์เมตร จานวน ๒ เครื่อง เพอ่ื ระบายน้าลงสูค่ ลองบา้ นเกา่ (๒) ทอ่ ลอดสี่แยกศรสี มาน ถนนคลองประปา อาเภอปากเกร็ด สภาพปัญหาคอื น้าจากคลองส่วยทีจ่ ะไหล ไปคลองบ้านใหม่ ข้ามส่ีแยกศรีสมาน ทาได้ล่าช้า เนื่องจากมีสภาพต้ืนเขินและเป็นคอขวด เวลาฝนตก หนกั ทาให้น้าล้นคลอง แนวทางการแก้ไข เทศบาลนครปากเกร็ดไดด้ ันท่อลอดขนาด ๑.๕๐ เมตร ใต้ถนน ศรีสมาน และเพิ่มเครื่องสูบน้าไฟฟ้าขนาด ๐.๒ ลูกบาศก์เมตร จานวน ๒ เคร่ือง ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ (๓) ท่อลอดเมืองทองธานี ปากทางติวานนท์ ถนนแจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด ๓๙ สภาพปัญหา เน่ืองจากมีโครงการก่อสร้างบ้านจัดสรร ๒ โครงการ ทาให้เกิดน้าท่วมขังในพ้ืนที่บริเวณ ดังกล่าว แนวทางการแก้ไข มีการสร้างสถานีสูบน้าใหม่ ๑ จุด ติดตั้งท่อระบายน้าขนาด ๑.๒๐ เมตร โดยเพิ่มปลายท่อกอ่ นออกสู่ถนนตวิ านนทเ์ ปน็ ๑.๕๐ เมตร ระยะทาง ๒๐ เมตร โดยมสี ถานีส่งน้าสูบน้า อยู่ต้นทางเพ่ือส่งน้าจากโครงการใหม่ มีบ่อหน่วงน้าและสถานีสูบระบายน้าทาการสูบลง เพ่ือผันน้า ลงคลองบางพังต่อไป ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวน้ัน แขวงทางหลวงนนทบุรีมีโครงการก่อสร้างระบบ ระบายน้า เส้นทางหลวงหมายเลข ๓๙๐๒ ช่วง กม.๔๐+๑๐๐-กม.๔๑+๓๐๐ ระยะทาง ๑,๒๐๐ เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการศกึ ษาออกแบบ คาดว่าจะเรม่ิ ดาเนนิ การไดใ้ นปี พ.ศ. ๒๕๖๕
๓๑๖ ๓. ประเดน็ ฝนุ่ ละอองขนาดเลก็ PM2.5 นางสาวทิพอาภา ยลธรรม์ธรรม ผู้อานวยการสานักงานทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดล้อมจงั หวัดนนทบุรี ได้กล่าวถงึ สาเหตุการเกดิ ฝนุ่ ละอองขนาดเลก็ PM2.5 เกดิ จากการคมนาคม ขนสง่ การเผาไหมน้ ้ามันดเี ซลและการจราจรท่ตี ิดขัด การเผาในที่โลง่ จากวสั ดุเหลอื ใชข้ องภาคการเกษตร การเผาป่า การเผาขยะ ฝุ่นละอองจากโรงงานอุตสาหกรรม การก่อสร้าง ตลอดจนหมอกควันข้ามแดน ทงั้ นี้ สานักงานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อมจังหวัดนนทบุรี ได้รับมอบหมายจากจังหวัดนนทบุรี ให้จัดตั้ง “ศูนย์บัญชาการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 (Warroom PM2.5)” เพ่ือเข้าควบคมุ สถานการณ์ อานวยการ ส่งั การ และประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน ส่วนราชการ ต่าง ๆ เพ่ือให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการอานวยการป้องกันและแก้ไข ปญั หาฝุ่นละอองขนาดเลก็ PM2.5 จังหวัดนนทบรุ ี และคณะทางานท่เี กีย่ วขอ้ ง ประกอบด้วย (๑) คณะทางานมาตรการตรวจสอบควันดาจากยานพาหนะที่ทาให้เกิดมลพิษจากฝุ่นละออง โดยมีขนส่งจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานคณะทางานฯ ซ่ึงได้ดาเนินการตรวจวัดควันดารถโดยสาร สาธารณะรถบรรทุก รถยนต์ส่วนบุคคล ตั้งแต่เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ จานวน ๔๒๖ คัน ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ๔๑๑ คัน ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ๑๕ คัน ส่วนรถราชการ จานวน ๒๒๒ คัน ผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน ๑๙๖ คนั และไม่ผา่ นเกณฑม์ าตรฐาน ๒๖ คัน (๒) คณะทางานมาตรการตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเพ่ือลดมลพิษจากฝุ่นละออง โดยมี อุตสาหกรรมจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานคณะทางานฯ ซึ่งได้จัดทาหนังสือกาชับโรงงานให้ประกอบ กิจการด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะการปฏิบัติเพื่อป้องกันในเร่ืองมลพิษทางอากาศให้เป็นไปตาม กฎหมายอยา่ งเคร่งครดั ตลอดจนลงพน้ื ทตี่ รวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมเพอ่ื ลดมลพษิ จากฝนุ่ ละออง (๓) คณะทางานมาตรการห้ามการเผาในที่โล่งแจ้งท่ีทาให้เกิดมลพิษจากฝุ่นละออง โดยมี เกษตรจงั หวัดนนทบุรี เปน็ ประธานคณะทางานฯ ซ่ึงไดด้ าเนนิ การจดั ประชุมเกษตรอาเภอทุกอาเภอเพ่ือ มอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง โดยเร่งรัดมาตรการห้ามเผาในท่ีโล่งแจ้ง ให้เกษตร อาเภอทุกอาเภอประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรทราบและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด รวมถึงถ่ายทอดความรู้ ข้อแนะนาไม่ให้เกษตรกรเผาฟางข้าว แต่ให้ใชว้ ิธหี มักตอซงั และไถกลบ (๔) คณะทางานมาตรการควบคมุ การกอ่ สร้างที่ทาให้เกิดมลพษิ จากฝุ่นละออง โดยมีโยธาธิการ จังหวัดนนทบุรี เป็นประธานคณะทางานฯ ซึ่งได้ประชุมเพ่ือกาหนดแนวทางและวิธีการปฏิบัติในการ ควบคุมการก่อสร้างโครงการต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยงอาจก่อให้เกิดปัญหามลพิษจากฝุ่นละออง PM2.5 รวมทั้งกาชับหน่วยงานต่าง ๆ แจ้งเจ้าของโครงการและผู้รับเหมาก่อสร้างเพื่อให้ความร่วมมือในการ ปดิ กั้นพ้นื ทีบ่ ริเวณก่อสร้างและฉดี ล้างทาความสะอาดพน่ ละอองนา้ ในบรเิ วณพ้ืนที่กอ่ สรา้ งเพื่อไม่ให้เกิด การฟุ้งกระจายของฝนุ่ ละออง
๓๑๗ (๕) คณะทางานเพอ่ื เพ่ิมพ้นื ท่สี ีเขยี วเพ่อื ลดมลพิษจากฝนุ่ ละออง โดยมีทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ ส่งิ แวดล้อมจงั หวดั นนทบุรี เปน็ ประธานคณะทางานฯ ซึ่งได้เพิม่ พ้ืนที่สีเขยี วเพ่ือลดมลพิษจากฝ่นุ ละออง โดยจัดกิจกรรมให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ตลอดจนภาคเอกชนร่วมใจกัน ปลูกตน้ ไม้ จานวน ๑๐๑,๐๑๐ ตน้ ทั้งน้ี จังหวัดนนทบุรีได้ดาเนินการไปแล้วอย่างต่อเนื่อง คือ การฉีดล้างถนนท่ีเส่ียงต่อการเกิด ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ฉีดสเปรย์น้าโดยเคร่ืองพ่นละอองน้า การรณรงค์สร้างความรู้ควา มเข้าใจ ในการป้องกนั และแกไ้ ขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก ตลอดจนการประชาสมั พันธ์ขอ้ มูลเก่ียวกับฝนุ่ ละออง ขนาดเล็ก PM2.5 ผา่ นช่องทางต่าง ๆ ของหน่วยงาน เชน่ ป้ายประชาสัมพนั ธ์ Line Website Facebook เปน็ ตน้ เพือ่ ให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงระมดั ระวังและป้องกันผลกระทบท่ีอาจเกิดขนึ้ ต่อสขุ ภาพ ๔. ประเด็นน้าเค็มรกุ ลา้ พื้นที่เกษตร นางสาวรัตนา เสาวนียากร เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนนทบุรี ได้ช้ีแจงถึงสาเหตุปัญหา น้าเค็มของจังหวัดนนทบุรี เนื่องจาก (๑) ภัยแล้ง (๒) ปริมาณน้าท่ีไหลผ่านจังหวัดนนทบุรีมาจากพ้ืนท่ี ตอนบนมีปรมิ าณนอ้ ย และ (๓) ระดับการขนึ้ -ลงของนา้ ทะเล หากทัง้ ๓ สาเหตุเกิดขนึ้ พร้อมกนั จะสง่ ผล ให้ประสบปัญหาภัยน้าเค็มในจังหวัดได้ ปัญหาน้าเค็มรุกล้าพื้นท่ีการเกษตรจะเกิดขึ้นในช่วงเดือน พฤศจิกายน-มถิ ุนายน จากนา้ ทะเลหนุน ซ่ึงจากวิถีชีวติ ชาวสวนนนท์จะประสบปญั หานา้ ทะเลหนนุ เพยี ง บางปีและมีระยะเวลาประมาณ ๗-๑๐ วัน แต่สถานการณ์น้าเค็มในปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ น้าทะเลหนุน รุนแรงต่อเน่ืองและมีระยะเวลายาวขึ้น ประมาณ ๔-๕ เดือน เร่ิมตั้งแต่เดือนธันวาคมท่ีผ่านมา ทาให้ ไม่สามารถนาน้ามาใช้ในสวนได้เน่ืองจากมีค่าความเค็มสูง สาหรับพื้นท่ีที่มีผลกระทบจากปัญหาน้าเค็ม รุกล้าพ้ืนท่ีการเกษตร ประกอบด้วย อาเภอปากเกร็ด อาเภอเมืองนนทบุรี อาเภอบางกรวย และอาเภอ บางใหญ่ พชื เกษตรสาคญั ทีเ่ ฝา้ ระวัง เช่น ทเุ รียน มะม่วง กระท้อน กล้วย และกล้วยไม้ เปน็ ตน้ สาหรับแนวทางและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรของจังหวัดนนทบุรี คือ (๑) การขอ ลดหย่อนค่าน้าประปาเป็นกรณีพิเศษตั้งแต่ลูกบาศก์เมตรที่ ๕๑ ขึ้นไป ในอัตราคงท่ีที่ลูกบาศก์เมตรละ ๑๐.๕๐ บาท ซึ่งมีเกษตรกรท่ีเข้าร่วมโครงการแล้ว จานวน ๓๓๙ ราย ซึ่งเป็นเกษตรกรชาวสวนทุเรียน และพืชท่ีต้องใช้น้าอย่างต่อเนื่อง (๒) การเฝ้าระวัง/ติดตามสถานการณ์น้า และค่าความเค็มของน้า เพื่อการเกษตร โดยให้สานักงานเกษตรอาเภอทุกอาเภอตรวจวัดค่าความเค็มของน้าและรายงานผล ทุกวัน ทาแผนการตรวจเยี่ยมพ้ืนท่ีเกษตรเพ่ือวางแผนการบริหารจัดการน้าอย่างประหยัดและคุ้มค่า (๓) การประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้ โดยแนะนาการบริหารจัดการสวนและพ้ืนท่ีการเกษตร ให้เลือกใช้ระบบน้าและการให้น้าที่เหมาะสมกับชนิดของพืช รักษาความชื้นในดินโดยการใช้วัสดุ คลุมหน้าดิน (๔) การเพิ่มทางเลือกในการจัดหาแหล่งน้าสารอง เช่น การขุดร่องสวนให้มีความกว้าง และลึก การเพ่ิมพื้นที่เก็บสารองน้าจากแหล่งธรรมชาติให้เพียงพอต่อฤดูการผลิต การรวมกลุ่มและ ขดุ เจาะบอ่ บาดาลเพื่อเปน็ แหล่งน้าสารองระยะยาว เปน็ ต้น
๓๑๘ การใช้งบประมาณเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยน้าเค็ม ทางกรมบัญชีกลาง ได้ให้ความเห็นว่าภัยน้าเค็มสาหรับพื้นท่ีการเกษตรไม่ได้เป็นภัยพิบัติด้านการเกษตรตามระเบียบ กระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ จากสภาพ ปัญหาน้าเค็มของจังหวัดนนทบุรี และจากสภาพภูมิอากาศท่ีเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบันจะ สง่ ผลกระทบในระยะยาวและเป็นวงกว้างมากขึ้น จงึ มีข้อเสนอให้สามารถนาระเบยี บกระทรวงการคลัง วา่ ด้วยเงนิ ทดรองราชการเพอ่ื ช่วยเหลอื ผปู้ ระสบภัยพบิ ตั ิกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๖๒ มาให้ความช่วยเหลือ แก่เกษตรกรผู้ประสบภัยน้าเค็มได้เช่นเดียวกับภัยพิบัติด้านอ่ืน ๆ ก็จะเป็นอีกหนึ่งมาตรการท่ีจะ ชว่ ยเหลือได้ นายจเด็จ อินสว่าง ที่ปรึกษาคณะกรรมการ สอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับการประกาศ ภยั น้าเคม็ เปน็ พบิ ัติฉุกเฉินได้หรอื ไม่ และเมอ่ื การประกาศเป็นภัยพิบัติฉกุ เฉินแล้วจะสามารถนาเงนิ ทดรอง ตามระเบียบกระทรวงการคลังมาช่วยเหลือเกษตรกรตามที่เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนนทบุรีเสนอ ได้หรอื ไม่ นายสุจินต์ ไชยชุมศักด์ิ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ชี้แจงว่า ประเด็นดังกล่าวทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการหารือไปยังกรมบัญชีกลางแล้ว ซึ่งกรมบัญชีกลางแจ้งว่าปัญหา น้าเคม็ เปน็ ภยั ที่สามารถทราบลว่ งหนา้ ได้ จึงไม่สามารถประกาศเปน็ ภยั พบิ ตั ฉิ กุ เฉนิ ได้ นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนท่ีหนึ่ง ได้สอบถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ การช่วยเหลือภยั น้าเค็มวา่ สามารถใช้งบประมาณของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั ไดห้ รือไม่ นายสมชาย ลหี ล้าน้อย หัวหน้าสานกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวัดนนทบรุ ี ได้ชี้แจงว่า กรณีที่เป็นพื้นที่ประสบภัย สามารถช่วยเหลือได้ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย โดยท้องถ่ินใดประสบปัญหาภัยน้าเค็ม ให้ท้องถิ่นรายงานสถานการณ์ไปยังอาเภอ โดยประชุม คณะกรรมการของอาเภอ และรายงานผลมายงั คณะกรรมการของจังหวัด เพื่อเสนอผู้วา่ ราชการจังหวัด ประกาศเปน็ พนื้ ท่ปี ระสบภัย กจ็ ะสามารถชว่ ยเหลือตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยได้ นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ช้ีแจงเพ่ิมเติมว่า กรณีภัย น้าเค็มนีต้ คี วามว่าเปน็ สาธารณภยั เนื่องจากมีผลกระทบในวงกวา้ ง และเป็นปัญหาที่เกิดจากการบริหาร จัดการน้าแต่ไม่เป็นภัยพิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ ผปู้ ระสบภยั พิบัตกิ รณีฉุกเฉิน พ. ศ. ๒๕๖๒ แต่จะชว่ ยเหลือไดต้ ามระเบียบของกรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนทอ้ งถิ่น คอื การดาเนินการตามแผนปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั เช่น การสง่ นา้ ไปบรรเทาปัญหา เปน็ ตน้ นายจเด็จ อินสว่าง ท่ีปรึกษาคณะกรรมการ กล่าวว่า ประเด็นการแก้ไขปัญหาน้าเค็ม รวมถึงข้อเสนอให้สามารถนาระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือ
๓๑๙ ผู้ประสบภัยพบิ ัติฉุกเฉินกรณีฉุกเฉนิ พ. ศ. ๒๕๖๒ มาให้ความช่วยเหลอื แกเ่ กษตรกรผู้ประสบภยั นา้ เค็ม ได้เช่นเดียวกับภัยพิบัติด้านอื่น ๆ เห็นว่า ทางจังหวัดสามารถจัดทาแผนปฏิบัติการเร่งรัด (Quick Win) เพ่ือดาเนินการแก้ไขได้ ท้ังนี้ วุฒิสภายินดีรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา โดยขอ ให้ทางจังหวัด สรุปรายละเอียดเพ่ือประสานกับพลตรี โอสถ ภาวิไล สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะเจ้าภาพโครงการสมาชิก วุฒสิ ภาพบประชาชนจงั หวดั นนทบุรี --------------------------------------------
๓๒๐ คร้ังท่ี ๑๕ รายงานผลการดาเนินงานโครงการสมาชิกวุฒสิ ภาพบประชาชนในพ้ืนที่ จังหวัดกลุ่มภาคกลาง วนั ท่ี ๖ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ จงั หวัดสมทุ รสงคราม จงั หวัดสมทุ รสงคราม ณ หอประชมุ ทองอไุ ร ๔ โรงเรยี นศรทั ธาสมทุ ร วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทีสัมมนาเพ่ือรับฟังแนวทางการดาเนินงานของจังหวัด สมุทรสงครามที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับ หน้าที่และอานาจของวุฒิสภา ภารกิจท่ีเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ แนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศของจังหวัดสมุทรสงคราม ตลอดจน นาเสนอประเด็นหรือมติคณะรัฐมนตรีท่ีน่าสนใจให้ประชาชนได้รับทราบ และรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนในพนื้ ท่ี
๓๒๑ ผลการดาเนินการ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้จัดประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังแนวทางการดาเนินงานของจังหวัด สมุทรสงครามท่ีเก่ียวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับ หน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภา ภารกิจที่เก่ียวข้องกับการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเก่ียวกับ แนวทางการขับเคลือ่ นยทุ ธศาสตรช์ าตแิ ละแผนการปฏิรูปประเทศของจงั หวดั ตลอดจนนาเสนอประเด็นหรือ มติคณะรัฐมนตรีที่น่าสนใจให้ประชาชนได้รับทราบ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่โดย นายชรัส บญุ ณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมทุ รสงคราม ได้บรรยายขอ้ มลู สรุปของจงั หวดั สมทุ รสงคราม ให้คณะสมาชิกวุฒิสภารับทราบ โดยได้นาเสนอข้อมูลและแนวทางการดาเนินงานของจังหวัด สมุทรสงครามท่ีเก่ียวข้องกับการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศในระดับจังหวัด รวมทงั้ การนายทุ ธศาสตรช์ าตไิ ปประยุกตใ์ ช้ในการพัฒนาจงั หวัดทเ่ี ปน็ รูปธรรม โดยมีรายละเอียดสรปุ ได้ ดังน้ี ๑. ข้อมลู พ้ืนฐานจงั หวัด จังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่ทั้งหมด ๔๑๖,๗๐๗ ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ ๒๖๐,๔๔๒ ไร่ ร้อยละ ๖๘ ของพื้นที่จังหวัดเป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม รองลงมา คือ การประมงและอุตสาหกรรม มีแม่น้าสาคัญ คือ แม่น้าแม่กลอง และมีลาคลองใหญ่น้อย ทั้งคลองธรรมชาติและคลองขุดเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายมากกว่า ๓๐๐ คลอง มีประชากรรวมท้ังส้ิน ๑๙๓,๓๐๕ คน แบ่งเปน็ ชาย ๙๒,๕๕๕ คน และหญิง ๑๐๐,๗๕๐ คน โดยแบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๓ อาเภอ ๓๖ ตาบล ๒๘๔ หม่บู ้าน ๒๔ ชุมชน ๑ องค์การบรหิ ารส่วนจังหวดั ๑ เทศบาลเมอื ง ๑ เทศบาล ตาบล และ ๒๖ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาบล ๒. ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ จงั หวัดสมทุ รสงครามมีผลิตภณั ฑ์มวลรวมจงั หวัด (GPP) ปี ๒๕๖๐ มมี ูลคา่ เท่ากบั ๒๑,๘๘๑ ลา้ นบาท และมมี ูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหวั (GPP per Capita) ปี ๒๕๖๐ เทา่ กบั ๑๑๔,๙๙๐ บาทต่อคน เป็นลาดับที่ ๓๓ ของประเทศ มีรายได้จากการท่องเที่ยว ๓,๑๓๙.๙๗ ล้านบาทต่อปี โดยมี สถานที่ท่องเที่ยวสาคัญ อาทิ ตลาดร่มหุบ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตลาดน้าอัมพวา ตลาดน้าบางน้อย ตลาดนา้ ท่าคา อทุ ยาน ร.๒ คา่ ยบางกงุ้ และแหล่งท่องเท่ยี ววถิ ีชุมชน ๓. แผนยทุ ธศาสตรข์ องจังหวดั สมุทรสงคราม วิสัยทัศน์ : เมืองแห่งวิถีชีวิต ๓ น้าอย่างยั่งยืน แหล่งผลิตอาหารทะเลและการเกษตร ปลอดภยั เพิ่มมูลค่าผลผลิตให้มีมูลค่าสูง มุ่งเน้นการท่องเท่ียวเชิงอนุรักษ์และพร้อมรับต่อการ เปลย่ี นแปลง
๓๒๒ ประเด็นยุทธศาสตร์ที่ ๑ : การเพม่ิ ศักยภาพการท่องเที่ยวให้เป็นศูนย์กลางการท่องเทีย่ ว รปู แบบหลากหลายสอดคลอ้ งกับวิถชี ีวติ อยา่ งยง่ั ยนื ประเดน็ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๒ : การพฒั นาคณุ ภาพ มาตรฐาน ความปลอดภัย และเพมิ่ ขีด ความสามารถในการแขง่ ขันสินค้าเกษตรและประมง ประเด็นยทุ ธศาสตร์ท่ี ๓ : การยกระดับคุณภาพชวี ติ สร้างความสมดุล เทา่ เทียม และมน่ั คง ในการดารงชวี ิตของประชาชน ประเด็นยทุ ธศาสตร์ที่ ๔ : สร้างเสริมประสิทธิภาพ ในการบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอยา่ งมสี ว่ นรว่ มทกุ ภาคส่วน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จังหวัดสมุทรสงครามได้รับงบประมาณท้ังส้ิน จานวน ๑๕๐.๖๔๕๐ ลา้ นบาท โดยแบ่งเปน็ ๔ ดา้ น ไดแ้ ก่ ๑) ดา้ นการท่องเที่ยว จานวน ๑๐ โครงการ ไดร้ ับงบประมาณ ๔๕.๗๙๗๖ ล้านบาท ๒) ดา้ นการเกษตร จานวน ๔ โครงการ ไดร้ บั งบประมาณ ๔.๘๓๐๒ ลา้ นบาท ๓) ดา้ นคุณภาพชวี ติ จานวน ๑๐ โครงการ ไดร้ บั งบประมาณ ๙๘.๒๒๕๒ ลา้ นบาท ๔) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม จานวน ๓ โครงการ ได้รับงบประมาณ ๑.๗๙๒๐ ลา้ นบาท โดยได้รับงบประมาณสาหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ จานวน ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั้งน้ี ผลการดาเนินการในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่ีผ่านมา จังหวัดสมุทรสงครามสามารถ บริหารโครงการและเบิกจ่ายงบประมาณตามนโยบายของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งเป็น ๑) งบประมาณท่สี ว่ นกลางจดั สรรให้จงั หวดั (Function) ได้รบั งบประมาณจานวน ๑,๕๕๒.๐๑ ล้านบาท ซึ่งสามารถดาเนินการเบิกจ่ายได้คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๑๘ และ ๒) งบพัฒนาจังหวัด (Area) ได้รับจานวน ๑๘๕.๔๓ ลา้ นบาท ซึง่ สามารถดาเนินการเบกิ จ่ายได้ รอ้ ยละ ๙๐.๗๘ ๔. การขบั เคล่ือนยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏริ ูปประเทศ ๔.๑โครงการแก้ไขปัญหาน้าเสียคลองวัดประดู่ สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติในด้าน การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร ต่อส่ิงแวดล้อม รวมทั้งแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการนี้มีความสาคัญและ มีปัญหาสะสมมาเป็นระยะเวลานาน โดยคลองวัดประดู่เป็นคลองที่ไหลผ่านหลายตาบลและหมู่บ้าน ค่ันระหว่างจังหวัดราชบุรีและจังหวัดสมุทรสงคราม การดาเนินการของจังหวัดจะเน้นการมีส่วนร่วม ของประชาชนเปน็ หลัก
๓๒๓ ๔.๒ โครงการแม่กลองเมืองแห่งความสขุ : City of Happiness สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ ชาติในด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิต ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมท้ังแผนการปฏิรูปประเทศ ด้านสาธารณสุข ด้านสังคม และด้าน สิ่งแวดล้อม โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน รณรงค์ให้รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบ ของบ้านเมือง เสริมสร้างความสะดวกปลอดภัยในการเดินทาง เชิญชวนประชาชนให้ใส่ใจส่ิงแวดล้อม โดยการรณรงค์ให้รว่ มกันปลูกป่าชายเลน ลดละเลิกการใชโ้ ฟมและพลาสติก และเสริมสร้างให้ประชาชน มีสุขภาวะท่ีดี ปอ้ งกันและลดโรค NCDs (Non-Communicable Diseases) ซง่ึ เป็นกลุม่ โรคไมต่ ิดต่อเรื้อรัง โดยเชิญชวนให้รว่ มกนั ออกกาลงั กายและการรับประทานอาหารทีด่ ี ๔.๓โครงการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการโดยใช้ TPMAP Logbook ซึ่งถือเป็น ระบบ Big Data ของภาครฐั เนอ่ื งจากมีการรองรับข้อมูลขนาดใหญ่ในการวเิ คราะห์ผเู้ ปราะบางท่ปี ระสบ ปัญหาความยากจน ที่สามารถระบุได้ว่าคนจนน้ันอยู่ท่ีไหน มีปัญหาในมิติอะไรบ้าง เช่น การศึกษา สุขภาพ ความเป็นอยู่ การเข้าถึงบริการรัฐ การเงิน ซึ่งข้อมูลที่ได้จะเป็นประโยชน์กับผู้กาหนดนโยบาย และหน่วยงานแกไ้ ขปัญหาในพ้ืนท่ีให้สามารถออกนโยบายแกป้ ญั หาไดต้ รงจุด จากนั้น นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หน่ึง ได้กล่าวทักทายประชาชน ท่ีเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน บทบาทหน้าที่ ของวุฒิสภา พรอ้ มทง้ั กล่าวถงึ แนวทางการพจิ ารณาเร่ืองร้องเรียนของประชาชน โดยมีแนวทางดาเนินการ ๓ แบบ คอื ๑) เร่ืองทเ่ี กี่ยวกบั นโยบายจะนาสง่ รฐั บาล ๒) เรือ่ งที่เก่ยี วข้องกบั กฎหมายจะนาสง่ คณะกรรมาธกิ าร ของวุฒิสภา และ ๓) เรื่องที่เป็นการปฏิบัติจะนาส่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยและผู้ตรวจราชการ สานักนายกรัฐมนตรี นอกจากน้ี ยังได้กล่าวแนะนาช่องทางติดต่อส่ือสารระหว่างสมาชิกวุฒิสภาและ ชาวจังหวัดสมุทรสงคราม พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมไลน์กลุ่มจังหวัดสมุทรสงคราม เพ่อื แลกเปล่ียนความคดิ เห็น พดู คยุ และรับสง่ ข้อมลู ทเ่ี ปน็ ประโยชนร์ ว่ มกัน นายจเด็จ อินสว่าง ที่ปรึกษาคณะกรรมการ กล่าวถึงที่มาและหน้าท่ีของสมาชิกวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ แนวทางปฏิบัติในการรับเรื่องร้องเรียนหรือ เรอ่ื งท่เี ปน็ ความเดอื ดรอ้ นของประชาชน พร้อมท้ังเตอื นให้ประชาชนระวงั ข่าวปลอม (Fake News) ทจ่ี ะ กอ่ ให้เกิดความหวาดระแวง และขอให้ระวังการใชง้ านหรือการแชร์ข้อมูลตา่ ง ๆ โดยเฉพาะการแชร์ภาพ ลามกอนาจาร หรือหากเป็นผู้ผลิตข้อมูลดังกล่าวและทาการเผยแพร่เองจะยิ่งมีโทษสูง ในช่วงท้าย ไดก้ ลา่ วถึงสภาวะเศรษฐกจิ ไทยทไ่ี ด้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกจิ โลกซงึ่ อยู่ในชว่ งของภาวะเศรษฐกิจ ตกต่า จึงแนะนาให้ประชาชนดารงชวี ิตอยโู่ ดยนอ้ มนาทฤษฎเี ศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นชีวติ ประจาวัน นายเจตน์ ศิรธรานนท์ กรรมการ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชน หน้าที่และอานาจหลักของวุฒิสภา และหน้าที่ตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญแห่ง
๓๒๔ ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พร้อมท้ังได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ หรอื โควิด ๑๙ โดยกล่าวถึงทมี่ าของไวรัสท่เี กดิ จากคา้ งคาว ซ่งึ ประเทศไทยเปน็ ประเทศแรก ในโลกที่รายงานการติดเชอ้ื ไวรัสดังกลา่ ว โดยประเทศไทยอยูใ่ นอันดบั ที่ ๑๘ มผี ู้ตดิ เชอ้ื ๔๗ ราย เสียชวี ิต ๑ ราย นอกจากน้ี ได้กล่าวถึงวิธีการป้องกันตนเองเพื่อลดความเส่ียงในการติดเชื้อ อาทิ ไม่อยู่ในท่ี ที่มีคนรวมตัวกันเป็นจานวนมาก ล้างมือบ่อย ๆ หากไม่ได้คลุกคลีหรือใกล้ชิดกับคนหมู่มากหรือผู้ป่วย ไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย ทั้งนี้ เช่ือว่าประเทศไทยจะต่อสู้และก้าวข้ามสถานการณ์ของโรคดังกล่าว ได้เปน็ อย่างดี หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล กรรมการ กล่าวถึงสภาวะปัจจุบันที่มีการระบาดจากการติดเช้ือ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ หรือโควิด ๑๙ โดยกล่าวเตือนประชาชนว่าอย่าไปที่ชุมชนหรือที่ที่มีคนรวมตัวกัน หนาแน่น และให้ระวงั อย่างย่งิ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ นอกจากนี้ ได้ขอให้ประชาชนตระหนักถึงจารีต ประเพณีอันดีและร่วมกันดารงรักษาเอกลักษณ์ของชาติไทย ขอให้ข้าราชการเป็นหลักชัยให้บ้านเมือง ไม่โอนเอนตามกลุ่มการเมืองบางกลุ่ม พร้อมท้ังเดินตามรอยพระยุคลบาทและแนวพระราชดาริ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ในเร่ืองของการ รู้รักสามัคคี เข้าใจ เข้าถงึ และพฒั นา นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนท่ีสอง ได้กล่าวทักทายประชาชนและ กลา่ วถงึ วัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒสิ ภาพบประชาชน รวมทั้งการทาหน้าที่ในคณะกรรมาธกิ าร การเกษตร วุฒิสภา ซ่ึงคณะกรรมาธิการฯ ได้เชิญผู้รับผิดชอบด้านการเกษตรมาแลกเปลี่ยนความเห็น เพื่อเตรียมลงพ้ืนที่พบปะประชาชนในจงั หวดั สมทุ รสงคราม พร้อมท้ังไดก้ ล่าวถึงการสร้างความสามารถ ในการแข่งขัน น่ันคือ การยกระดับคุณภาพและสร้างมูลค่าเพิ่มด้านอาหารปลอดภัย โดยเฉพาะ การเกษตรสรา้ งมลู ค่า ซึง่ ให้ความสาคัญกับการเพม่ิ ผลิตภาพการผลติ ทงั้ เชิงปริมาณและมูลค่า และความ หลากหลายของสินค้าเกษตร ประกอบด้วย ๑) เกษตรอัตลักษณ์พ้ืนถ่ิน ๒) เกษตรปลอดภัย ๓) เกษตร ชีวภาพ ๔) เกษตรแปรรูป และ ๕) เกษตรอัจฉริยะ ซึ่งแนวทางดังกล่าวเหล่านี้เป็นไปตามทิศทาง ที่ยุทธศาสตรช์ าติไดก้ าหนดไว้ ซึง่ จากการลงพื้นทต่ี าบลบางสะแก อาเภอบางคนที ในช่วงทีผ่ ่านมาพบว่า พี่น้องเกษตรกรมีดาเนินการหลายเรื่องที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ อาทิ การรวมตัวกันทาเกษตร แปลงใหญ่เพ่ือเพิ่มผลผลิตและพฒั นาคุณภาพให้สอดคลอ้ งกับความต้องการของตลาด หรอื มกี ารยกย่อง เชิดชูเกษตรกรที่ประสบความสาเรจ็ มากทีส่ ุด พรอ้ มจัดต้ังเป็นศนู ย์เรยี นรู้เพ่ือการเพิ่มประสทิ ธภิ าพสนิ คา้ เกษตร และมีเกษตรกรที่ประสบความสาเร็จลดหลั่นกันลงมาเป็นเครือข่ายร่วมกัน เพ่ือแลกเปลี่ยน ขา่ วสารทางการเกษตร ท้ังนี้ จงั หวัดสมุทรสงครามเปน็ จังหวัดที่มีความเหมาะสมของพ้นื ที่เป็นอย่างมาก ในการพัฒนาให้เป็นพื้นท่ีไม้ผล โดยเฉพาะทางส่วนเหนือของจังหวัด อีกทั้งยังเป็นพ้ืนที่ที่มีความ เหมาะสมในการจะพฒั นาสนิ ค้าเกษตรให้เปน็ เกษตรอัตลกั ษณ์พน้ื ถ่นิ ได้เป็นอย่างดี
๓๒๕ นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงประเด็นของนาเกลือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการตั้ง คณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย เพือ่ ศกึ ษาสาเหตุของปัญหาราคาเกลอื ตกต่า และให้ความสาคญั กับ มาตรการป้องกันการนาเข้าเกลอื จากต่างประเทศ รวมทงั้ พจิ ารณาหามาตรการท่เี หมาะสม ซึ่งกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้พยายามดาเนินการออกมาตรการสนับสนุนชาวนาเกลืออย่างเต็มท่ี ในส่วนของ ด้านการประมงได้มีการออกพระราชกาหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และพระราชกาหนดการประมง (ฉบับท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งมีเจตนารมณ์เพื่อให้การทาประมงเกิดความสมดุล มีมาตรการอนุรักษ์และ บรหิ ารจัดการทรัพยากรสตั ว์น้าให้อยใู่ นภาวะท่เี หมาะสม และสามารถทาการประมงไดอ้ ยา่ งยงั่ ยืนตอ่ ไป จากการสอบถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีการต้ังคณะอนุกรรมการข้ึนมาเพื่อดูแลความ เดือดร้อนของชาวประมง กลั่นกรองกฎหมาย และลดผลกระทบต่าง ๆ เพ่ือให้การทาประมงมีความ ยงั่ ยืนตอ่ ไป เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา สมาชิกวุฒิสภา ลงพ้ืนที่ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง บ้านสารภี ตาบลจอมปลวก อาเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เพ่ือศึกษาเรียนรู้แนวคิดเศรษฐกิจ พอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมี นายสุชล สุขเกษม ผู้ก่อต้ังศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี เป็นวิทยากรให้ความรู้และ นาชมศูนย์เรียนรู้ ท้ังน้ี ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี ได้น้อมนาแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาปรับใช้บนเนื้อที่ เพียง ๑ ไร่ เพ่ือเลี้ยงดูตนเองและครอบครัว พร้อมทั้งสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงให้แก่เด็ก และเยาวชนได้ศึกษาหาความรู้ จุดเด่นของศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภีคือ การเลี้ยงไก่ไข่ ในตะกร้า และการเลีย้ งไก่ชิงชา้ สวรรค์ ซ่งึ มีเพียงหน่ึงเดยี วในประเทศ โอกาสนี้ สมาชิกวุฒิสภาไดแ้ สดง ความชืน่ ชมในการน้อมนาแนวคดิ เศรษฐกิจพอเพยี งมาใชใ้ นการสรา้ งเป็นศูนยเ์ รยี นรู้ พร้อมส่งตอ่ ความรู้ ให้แกเ่ กษตรกร ทาให้เกษตรกรมีรายได้ สามารถพ่ึงพาตนเองได้ จากนนั้ เวลา ๑๔.๔๕ นาฬกิ า คณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒสิ ภาพบประชาชนในพ้นื ท่ี ภาคกลาง เดินทางไปศึกษาดูงาน ณ โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ ตาบลอัมพวา อาเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อศึกษาเรียนรู้วัฒนธรรมพ้ืนบ้านของชุมชนชาวอัมพวา และการพัฒนาแหล่ง ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมี นายชรัส บุญณสะ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม ให้การต้อนรับ โอกาสนี้ หม่อมราชวงศ์ศรีเฉลิม กาญจนภู ผู้อานวยการกลุ่มงานแผนและติดตามประเมินผล สานักงานมูลนิธิ ชัยพฒั นา พรอ้ มทัง้ ผู้นาในชุมชนอัมพวาเปน็ วิทยากรให้ความรู้ พร้อมนาชมเตาตาล ซึ่งเป็นแหล่งเรยี นรู้ การทาน้าตาลมะพรา้ วแบบโบราณ ซ่ึงเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดต่อกันมา ท้ังน้ี โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ เป็นโครงการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น เพิ่มโอกาสให้คนในชุมชนร่วมแสดงออกและ สร้างรายได้อย่างเป็นรูปธรรม เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ส่งเสริมให้คนในท้องถิ่นรู้จักรักษามรดกและ วัฒนธรรมพ้ืนบ้าน และสานต่อภูมิปัญญา วิถีชีวิตของชมุ ชนให้คงอยู่ โดยได้น้อมนาหลักการพัฒนาตาม
๓๒๖ หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาเป็นแนวทางและหลักการดาเนินงานที่สาคัญ ซ่ึงเป้าหมายหลักของโครงการคือ การมีส่วนร่วมระหว่างสานักงานมูลนิธิชัยพัฒนาและคนในชุมชนอัมพวา เพื่อร่วมกันอนุรักษ์และฟื้นฟู วถิ กี ารดารงชวี ิตชุมชนอัมพวาให้สามารถอยไู่ ดอ้ ย่างเขม้ แขง็ --------------------------------------------
๓๒๗ ครง้ั ท่ี ๑๖ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชกิ วุฒสิ ภาพบประชาชนในพ้ืนที่ จังหวัดกลุ่มภาคกลาง วันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ จงั หวดั ประจวบคีรขี ันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ณ อาคารสัมมนาคารเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตวงั ไกลกงั วล อาเภอหวั หิน วิธีการดาเนินกิจกรรม เปิดเวทีสัมมนาเพื่อรับฟังแนวทางการดาเนินงานของจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ท่ีเก่ียวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับ หน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภา ภารกิจท่ีเกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ แนวทางการขบั เคล่ือนยทุ ธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศของจังหวัดประจวบคีรขี ันธ์ ตลอดจน นาเสนอประเด็นหรือมติคณะรัฐมนตรีที่น่าสนใจให้ประชาชนได้รับทราบ และรับฟังความคิดเห็นของ ประชาชนในพน้ื ท่ี
๓๒๘ ผลการดาเนนิ การ คณะสมาชิกวุฒิสภาได้จัดประชุมสัมมนาเพ่ือรับฟังแนวทางการดาเนินงานของจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ที่เก่ียวข้องกับยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนให้ความรู้เก่ียวกับ หน้าที่และอานาจของวุฒิสภา ภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศ รวมทั้งให้ข้อเสนอแนะเก่ียวกับ แนวทางการขับเคล่อื นยุทธศาสตรช์ าติและแผนการปฏิรปู ประเทศของจังหวัดประจวบคีรขี ันธ์ ตลอดจน นาเสนอประเด็นหรือมติคณะรัฐมนตรีท่ีน่าสนใจให้ประชาชนได้รับทราบ และรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในพน้ื ทโี่ ดยนายภริ มย์ นลิ ทยา รองผู้วา่ ราชการจังหวดั ประจวบครี ีขันธ์ บรรยายสรปุ ขอ้ มูล จังหวัดประจวบคีรีขันธ์และนาเสนอแนวทางการดาเนินงานของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ที่เก่ียวข้องกับ ยทุ ธศาสตรช์ าติและแผนการปฏริ ปู ประเทศ ให้คณะสมาชกิ วุฒิสภารบั ทราบ ดงั นี้ จั ง ห วั ด ป ร ะ จ ว บ คี รี ขั น ธ์ เ ป็ น จั ง ห วั ด เ ก ษ ต ร ก ร ร ม ดั้ ง เ ดิ ม แ ล ะ เ ป็ น เ มื อ ง ท่ อ ง เ ท่ี ย ว ท่ี มี ทรัพยากรธรรมชาติท่ีสวยงาม ด้วยตัวจังหวัดติดชายฝ่ังทะเลและติดชายแดนท้ัง ๘ อาเภอ มีประชากร รวมท้ังส้ิน ๕๕๓,๕๙๒ คน เป็นชาย ๒๗๕,๓๑๓ คน และหญิง ๒๗๘,๒๗๙ คน ประชาชนมีอาชีพ การประมงพ้ืนบ้าน การเพาะเล้ียงชายฝั่ง และเกษตรกรรมพืช พืชเศรษฐกิจท่ีสาคัญ ได้แก่ สับปะรด มะพร้าว ยางพารา ปาลม์ น้ามนั มะม่วง และมที เุ รยี นป่าละอู ซึง่ เป็นส่ิงบ่งช้ีทางภมู ศิ าสตร์ทีส่ าคญั ศักยภาพของจังหวดั ประจวบคีรีขันธ์ ประกอบด้วย ๑. ด้านการท่องเทย่ี ว จงั หวดั ประจวบครี ขี ันธ์เปน็ จงั หวัดหนึง่ ท่ีมีความโดดเดน่ ในเรอื่ งของการทอ่ งเทยี่ วและไดร้ บั ความนิยมจากนักท่องเท่ียวท้ังในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากมีแหล่งท่องเที่ยวท่ีหลากหลาย ท้ังแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม และแหล่งท่องเที่ยวท่ีสร้างขึ้นมาใหม่ ซง่ึ ในปีทผ่ี า่ นมา จานวนนักท่องเที่ยว ๖,๓๘๕,๖๐๕ คน รายไดจ้ ากการท่องเทยี่ ว ๓๘,๔๓๒.๔๗ ล้านบาท ๒. ด้านการเกษตร พืชเศรษฐกิจท่ีสาคัญและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้แก่ สับปะรด มะพร้าว ยางพารา ปาล์มน้ามัน มะม่วง โดยสับปะรดเป็นพืชเศรษฐกิจท่ีสาคัญและทารายได้ให้จังหวัดเป็นอันดับหน่ึง มีพ้นื ทปี่ ลกู มากที่สุดในประเทศ พน้ื ท่ีเพาะปลูก ๔๓๗,๘๗๖ ไร่ ปรมิ าณผลผลติ ๗๙๓,๒๓๔.๒๒ ตัน ราคา เฉล่ีย (๑ กิโลกรัม) ๕.๙๐ บาท มูลค่าการผลิต ๔,๖๘๐.๐๘ ล้านบาท มะพร้าว พ้ืนที่เพาะปลูก ๓๕๙,๕๖๖ ไร่ ปริมาณผลผลติ ๓๒๘,๐๑๓.๑๙ ตัน ราคาเฉล่ยี (๑ กิโลกรมั ) ๗.๙๙ บาท มูลค่าการผลิต ๒,๖๒๐.๘๓ ลา้ นบาท นอกจากศักยภาพทางด้านการเกษตรแล้ว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีศักยภาพทางด้านการ ประมงสงู เนอื่ งจากมพี ืน้ ที่ติดกับชายฝ่ังทะเลยาวถงึ ๒๒๔.๘ กโิ ลเมตร ซง่ึ พ้ืนทช่ี ายฝั่งทะเลของจงั หวดั ถือ เป็นแหล่งทาการประมงทส่ี าคญั และมีผลผลติ ทางการประมงปรมิ าณสูง เน่ืองจากเปน็ พื้นท่ีท่ีมีศักยภาพ
๓๒๙ และเหมาะสมในการผสมพันธุ์วางไข่ของสัตว์น้า ซึ่งสัตว์น้าที่มีความสาคัญทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ปลาทู ปลาลัง ปลากะตัก ปูมา้ หมึก และหอยทะเล เป็นต้น โดยมีผลผลิตประมงทะเล จานวน ๑๓๙,๖๖๙.๔ ตัน มูลค่าผลผลิต ๙๒๕.๗ ล้านบาท ๓. ด้านการค้าชายแดน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีจุดผ่อนปรนพิเศษที่สาคัญคือ ด่านสิงขร ปัจจุบัน เปน็ จุดผ่อนปรนทางการค้าระหว่างชายแดนไทยและเมียนมา และพัฒนาเป็นสถานท่ีท่องเท่ียว ของจังหวัดประจวบคีรขี ันธ์ โดยด่านสิงขรเป็นพืน้ ท่ีเช่ือมต่อระหว่างฝง่ั ไทย ทีต่ าบลคลองวาฬ อาเภอเมือง ประจวบคีรีขันธ์ และฝ่ังเมียนมา ท่ีหมู่บ้านมูด่อง เมืองมะริด ซ่ึงปัจจุบันมีมูลค่าการค้าเพ่ิมข้ึนมากทุกปี และอยรู่ ะหว่างการผลักดนั ให้เปน็ จุดผา่ นแดนถาวร การค้าชายแดน ๑,๐๔๕.๖๗ ล้านบาท มลู คา่ สนิ ค้านาเข้า ๒๖๑.๑๒ ล้านบาท มูลค่าสนิ ค้าส่งออก ๑,๓๐๖.๗๙ ล้านบาท มูลค่าการคา้ ชายแดนรวม วสิ ัยทศั นจ์ งั หวัดประจวบคีรีขันธ์ เมืองท่องเท่ียวทรงคุณค่าระดับนานาชาติ เกษตรปลอดภัย ด่านสิงขรระเบียงเศรษฐกิจแห่ง อนาคต สังคมผาสุก ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ยุทธศาสตรจ์ ังหวัดประจวบครี ขี นั ธ์ ประกอบด้วย ประเด็นที่ ๑ เสริมสร้างความโดดเด่นด้านการท่องเที่ยวบนพ้ืนฐานเอกลักษณ์ของจังหวัดสู่ นานาชาติ จานวน ๔ โครงการ ๑๒ กิจกรรม งบประมาณ ๑๐๖,๗๙๕,๐๐๐ บาท ได้แก่ ๑. โครงการพฒั นาแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วทเ่ี ป็นเอกลักษณ์ของจงั หวัด ๒. โครงการพัฒนาโครงสรา้ งพน้ื ฐานและสง่ิ อานวยความสะดวก ๓. โครงการเสรมิ สรา้ งการทอ่ งเท่ยี วให้มีความหลากหลายปลอดภยั และคุม้ ค่า ๔. โครงการส่งเสรมิ การประชาสมั พันธ์และการตลาดดา้ นการทอ่ งเทย่ี ว ประเด็นที่ ๒ เสริมสร้างนวัตกรรมกระบวนการผลิต การแปรรูป และการตลาดเป็นสินค้า เกษตรคุณภาพสูง จานวน ๕ โครงการ ๘ กิจกรรม งบประมาณ ๔๒,๐๘๑,๕๐๐ บาท ได้แก่ ๑. พัฒนาและปรับปรุงโครงสรา้ งพนื้ ฐานดา้ นการเกษตร ๒. พัฒนาระบบการผลติ การแปรรูป และการตลาดสินค้าเกษตร ๓. สง่ เสรมิ การบริหารจัดการและความรว่ มมอื ของหน่วยงานภาคการเกษตร ๔. ส่งเสริมการศึกษาวิจัยและสร้างนวัตกรรมของระบบการผลิตการแปรรูป และการตลาด สินคา้ เกษตร ๕. สร้างเสริมและพัฒนาระบบการผลิตเกษตรปลอดภัยเพ่ือเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐาน
๓๓๐ เกษตรอินทรีย์ ประเด็นที่ ๓ ยกระดับศักยภาพด่านสิงขร สร้างการเติบโต การค้า การลงทุน การท่องเที่ยว เชื่อมต่อประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค จานวน ๓ โครงการ ๔ กิจกรรม งบประมาณ ๔,๒๔๒,๐๐๐ บาท ไดแ้ ก่ ๑. พัฒนาเพื่อยกระดบั การผลิตสินคา้ และบริการ ๒. เสริมสร้างความสมั พนั ธแ์ ละเครอื ขา่ ยความรว่ มมือระหว่างหน่วยงาน/องค์กรในอาเซียน ๓. สง่ เสริมการเปดิ ตลาดการค้าเชือ่ มตอ่ ประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค ประเด็นที่ ๔ เสริมสร้างความมั่นคงและสังคมคุณภาพตามวิถีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง จานวน ๔ โครงการ ๑๐ กิจกรรม ไดแ้ ก่ ๑. ยกระดบั คุณภาพการศกึ ษา ศิลปวฒั นธรรม รายได้ สขุ ภาพ การสาธารณสขุ และเสรมิ สร้าง ความเขม้ แข็งด้านสังคม ๒. เสรมิ สรา้ งความมนั่ คงตามแนวชายแดน พ้นื ทต่ี อนใน และชายฝงั่ ทะเล ๓. เสรมิ สร้างการปอ้ งกนั และลดอบุ ตั เิ หตุในการคมนาคมและการเตรียมความพร้อมรบั มือภัยพิบตั ิ ๔. ส่งเสริมการพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ประเด็นท่ี ๕ ยกระดับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมเพื่อให้เกิดความ สมดลุ และยั่งยืน จานวน ๔ โครงการ ๔ กจิ กรรม งบประมาณ ๓,๐๓๖,๐๐๐ บาท ได้แก่ ๑. สง่ เสรมิ การอนรุ กั ษ์ฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติ สัตว์ป่าและสง่ิ แวดลอ้ ม ๒. ส่งเสรมิ การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของชุมชน ๓. บรหิ ารจดั การขยะมลู ฝอยและของเสยี อนั ตราย ๔. ส่งเสรมิ การใชพ้ ลังงานทดแทนและการอนุรักษพ์ ลงั งาน ผลการดาเนินงานโครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจาปีของจังหวัดประจาปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจาปีของจังหวัด ประจาปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จานวน ๒๐ โครงการ ๓๘ กิจกรรม ๑ รายการ งบประมาณ ๒๐๙,๓๗๒,๑๐๐ บาท ลาดับต่อมา เป็นการเปิดวีดิทัศน์แนะนาหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และสมาชกิ วุฒิสภาได้ดาเนินการพูดคุยแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น กับประชาชน โดยมสี าระสาคัญ ดังนี้ นายวิทยา ผิวผ่อง รองประธานกรรมการ คนที่หนึ่ง ได้กล่าวทักทายกับประชาชนชาว จงั หวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมทั้งอธิบายถึงวตั ถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพื้นท่ี จังหวัดภาคกลาง รวมทั้งหน้าที่และอานาจของวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และหน้าท่ีและอานาจตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญในการเสนอแนะ ติดตาม
๓๓๑ และเร่งรัดผลสาเร็จของหน่วยงานต่าง ๆ ในการดาเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศและ แผนยุทธศาสตร์ชาติ ซ่ึงการลงพ้ืนที่พบปะประชาชนของวุฒิสภา เป็นการลงมาเพ่ือแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นร่วมกบั ส่วนราชการและประชาชนในพ้ืนท่ีโดยตรง ซ่งึ ข้อเสนอแนะท่ีไดร้ ับจากการลงพื้นที่ พบปะประชาชนในครั้งน้ี หากข้อเสนอใดเป็นข้อเสนอเชิงนโยบาย จะจัดส่งไปยังคณะรัฐมนตรี หรือ กระทรวงต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ข้อเสนอท่ีเป็นเชิงกฎหมาย จะจัดส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญประจา วุฒิสภา และข้อเสนอที่เป็นเชิงข้อปฏิบัติ จะจัดส่งไปยังผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และ ผตู้ รวจราชการสานกั นายกรัฐมนตรี เพือ่ ประสานงานให้จังหวัดรับไปดาเนินการต่อไป ท้งั น้ี จากการรบั ฟัง แนวทางการดาเนินงานของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เห็นว่าการขับเคลื่อนแผนงานของจังหวัดจะประสบ ความสาเร็จได้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการบูรณาการด้านงบประมาณของ ส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษาเข้าด้วยกัน พร้อมน้ี ได้แจ้งช่องทางในการติดตามข่าวสารของสมาชิกวุฒิสภา โดยจัดทาเป็น QR CODE LINE กลุ่มจังหวัด เพื่อให้ประชาชนเขา้ ร่วมในกลุ่มไลนด์ ังกลา่ วและร่วมกันแสดงความคิดเห็นได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว นายลักษณ์ วจนานวัช รองประธานกรรมการ คนที่สอง กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน หน้าที่และอานาจของวุฒิสภาตามบทบัญญัติหลักและตามบทเฉพาะกาล ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย และได้กลา่ วถึงการทาหนา้ ท่ีในคณะกรรมาธกิ ารการเกษตรและ สหกรณ์ วุฒิสภา ซ่ึงเป็นกลไกสาคัญในการพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร ให้กับ ประชาชน ท้ังนี้ได้กล่าวถึงปัญหาของเกษตรกรปลูกมะพร้าวในพื้นท่ีของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่า ในปี ๒๕๕๙-๒๕๖๐ เกิดการระบาดของศัตรูมะพร้าว ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับสวนมะพร้าวในพื้นท่ี เป็นอย่างมาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดาเนินการแก้ไขตามหลักวิชาการ คือ การใช้ระบบการ บริหารจัดการศัตรมู ะพร้าวแบบผสมผสาน โดยใช้ชีววิถีควบคู่กับการใช้สารเคมี โดยแบ่งพื้นที่ตามความ รุนแรงของการระบาด เพ่อื ให้การบริหารจดั การอย่างมปี ระสิทธภิ าพ สง่ิ ท่ีสาคญั คือ เกษตรกรและชมุ ชน ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการกาจัดศัตรูพืช มีการผลิตศัตรูธรรมชาติหรือศัตรูของศัตรูมะพร้าวเพ่ือเข้าไป ควบคุมหนอนหัวดา รวมถึงการเข้าไปบริหารจัดการสวนมะพร้าวท่ีรกร้างว่างเปล่าไม่มีเจ้าของมาดูแล ซึง่ รปู แบบดงั กล่าวถอื ว่าประสบผลสาเร็จในการบรหิ ารจดั การปัญหารว่ มกนั ส่วนปัญหาอีกประการ คือ รัฐบาลได้ออกพระราชกาหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และแก้ไข เพม่ิ เติม พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้บริหารจัดการการทาประมงทางทะเลไปสู่ความย่ังยืน ซ่งึ ประเทศไทยไดร้ ับ การแจ้งเตือนเร่ืองการทาประมงทีผ่ ิดกฎหมาย การประมงทีข่ าดการรายงาน และการประมงที่ขาดการ ควบคุม หรือ IUU จากยโุ รป ทาให้มีการออกพระราชกาหนดฉบับน้ี เพื่อแบ่งพน้ื ที่การทาประมง ระหวา่ ง ประมงพ้ืนบ้านซึ่งกาหนดไว้ ๓ ไมล์ทะเล หรือประมาณ ๕.๔ กิโลเมตร ถ้าเกินกว่าน้ันเป็นพื้นท่ีของ ประมงพาณิชย์ และเกินกว่านั้นไปอีกจะเป็นการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวัง ทั้งนี้ พื้นท่ีเขตทะเล ชายฝ่งั ทีเ่ ปน็ พ้นื ท่ที ี่มคี วามสาคัญ ควรใช้วิธกี ารควบคุมเฝา้ ระวังเชน่ เดียวกัน แตเ่ ป็นการควบคมุ เฝา้ ระวัง
๓๓๒ โดยชมุ ชน ซ่ึงเจตนารมณ์ของพระราชกาหนดฉบับน้ีต้องการให้ชาวประมงพืน้ บา้ นรวมตัวกันเปน็ องคก์ ร ประมงท้องถ่ิน สามารถกาหนดกฎกติกากันเองได้ โดยกรมประมงจะเข้ามาให้ความรู้ทางวิชาการที่ ถูกต้องในการทาประมง โดยให้สอดคล้องกับการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์แหล่งอนุบาลสัตว์น้า นอกจากนี้ ได้กลา่ วถึงโครงการเสริมสร้างการมสี ว่ นร่วมของชุมชนประมง ซึง่ กรมประมงได้รับการจัดสรร งบประมาณเพื่อการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรประมงท้องถ่ิน จึงขอฝากให้ประมงจังหวัดช่วยกัน ดแู ลโครงการน้อี ย่างต่อเนื่อง เพือ่ ให้ชาวประมงพ้นื บา้ นเป็นกลไกในการขับเคล่ือนการมสี ว่ นรว่ มและการ อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย ทั้งน้ี ในฐานะท่ีเป็นสมาชิกวุฒิสภา และกรรมาธิการการเกษตร และสหกรณ์ จะได้รับไปติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะด้านการเกษตร ตลอดจนรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อนาเสนอไปยังรัฐบาลหรือฝ่ายบริหาร และนาไปสู่การ ปรับปรุงแกไ้ ขกฎหมายและกฎระเบยี บต่าง ๆ ท่ีเก่ยี วขอ้ งต่อไป หมอ่ มหลวงปนดั ดา ดิศกุล กรรมการ ไดก้ ล่าวถึงพระราชบัญญตั ิระเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ได้แบ่งออกเป็น ๓ แท่ง ได้แก่ แท่งที่ ๑ การบริหารราชการส่วนกลาง แบ่งออกเป็น ๑๙ กระทรวง และสานักนายกรัฐมนตรีซึ่งทาหน้าที่เป็นศูนย์กลางบริหารราชการ แท่งท่ี ๒ การบริหาร ราชการส่วนภูมิภาค แบ่งออกเปน็ ๗๖ จังหวดั และแทง่ ท่ี ๓ การบรหิ ารราชการสว่ นท้องถิน่ ใชห้ ลกั การ กระจายอานาจ ปัจจุบันมีรูปแบบการบริหารออกเป็น อบจ. เทศบาล อบต. และราชการบริหาร ส่วนท้องถ่ินอื่นตามที่กฎหมายกาหนด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา ดังน้ัน การบริหาร ราชการแผ่นดินควรพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ไม่แบ่งฝักแบ่งฝ่าย และควรยึดหลักรู้รักสามัคคี ตามพระราชปณิธานของรัชกาลท่ี ๙ นอกจากนี้ ได้กล่าวถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และอาเภอหัวหิน มีความผูกพันกับพระมหากษตั รยิ ม์ าตัง้ แต่สมัยรชั กาลท่ี ๕ ไดร้ วมเมอื งปราณบรุ ี เมืองประจวบ และเมือง กาเนดิ นพคณุ เข้าเป็นเมืองเดียวกนั พระราชทานนามว่า เมืองปราณบุรี ต่อมาในสมัยรัชกาลท่ี ๖ ได้ทรง โปรดเกล้าให้เปล่ียนชื่อเมืองปราณบุรีเป็นเมืองประจวบคีรีขันธ์จนถึงปัจจุบัน และเห็นว่าจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์สามารถเป็นแบบอย่างให้กับทุกจังหวัดได้ ในเรื่องความรู้รักสามัคคีและสืบสานคุณงาม ความดขี องคนรุ่นเก่าไปสู่คนร่นุ ใหม่และคนรนุ่ อนาคตต่อไป นางสาวเรณู ตังคจิวางกูร กรรมการ ได้กล่าวทักทายส่วนราชการและพี่น้องประชาชน ทเ่ี ข้ามาร่วมโครงการฯ และได้ให้ข้อมูลเก่ียวกับการแก้ไขปัญหาเร่อื งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ ซึ่งเป็นโรคติดต่ออุบัติใหม่และระบาดอยู่ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งรัฐบาล โดยสานัก นายกรัฐมนตรีได้มีคาสั่งที่ ๗๖/๒๕๖๓ เมื่อวันท่ี ๑๒ มีนาคม ๒๕๖๓ จัดตั้งศนู ย์บรหิ ารสถานการณ์การ แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) เรียกโดยย่อว่า “ศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-๑๙” และแต่งต้ังคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (โควิด-๑๙) โดยมีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และมีรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจาสานัก นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่าง ๆ และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เป็นกรรมการ โดยมีหน้าที่
๓๓๓ และอานาจในการกาหนดนโยบายและมาตรการเร่งด่วนในการบริหารสถานการณ์ตามพระราชบัญญัติ โรคติดต่อ พ.ศ. ๒๕๕๘ พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ และ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ในด้านสาธารณสุข ด้านเวชภัณฑ์ป้องกัน ด้านข้อมูล ด้านการช้ีแจงและการรับเร่ืองร้องเรียน ด้านการต่างประเทศ ด้านมาตรการป้องกัน และด้านมาตรการให้ความช่วยเหลือเยียวยา เพ่ือการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอันเกิดจากการ แพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ซ่ึงศูนย์น้ีต้ังอยู่ที่สานักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทาเนียบรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมีมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๖๓ เห็นชอบให้มีการ ปรับเปล่ียนงบประมาณประจา ร้อยละ ๑๐ เช่น ค่าเดินทางไปต่างประเทศ มาเป็นงบประมาณในการ จัดซื้อจัดจ้างแรงงาน หรือการเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศ ให้ปรับมาเป็นการดาเนินงาน ภายในประเทศ เป็นต้น ส่วนการเบิกจ่ายงบกลาง ถ้าเกิดมีความจาเป็นสามารถนางบประมาณดังกล่าว มาใช้ในการปอ้ งกันและการแก้ไขปัญหาแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โควดิ -๑๙ ได้ นายระวี รุ่งเรือง กรรมการ ได้กล่าวถึงการทาหน้าที่ในฐานะเจ้าภาพจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในการจัดกิจกรรมโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน ณ จงั หวัดประจวบคีรขี ันธ์ โดยได้รับมอบหมาย ให้เป็นผู้ประสานงานในการรับเร่ืองร้องเรียนและข้อเสนอแนะต่าง ๆ จากพ่ีน้องประชาชนหรือส่วน ราชการเพ่ือนาไปประสานงานในแต่ละด้าน เช่น ด้านนโยบาย ด้านกฎหมาย และด้านปฏิบัติ โดยวุฒิสภาจะรายงานความก้าวหน้าให้กับพ่ีน้องประชาชนได้รับทราบเป็นระยะ ๆ ทั้งนี้ ได้แนะนาให้ ประชาชนและส่วนราชการไดเ้ ขา้ กลุม่ line เพื่อร่วมพดู คุยแลกเปล่ียนข้อมลู ข่าวสารซึ่งกันและกนั จากน้ัน ช่วงบ่าย เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา สมาชิกวุฒสิ ภา นาโดย นายวทิ ยา ผวิ ผ่อง รองประธาน กรรมการ คนทีห่ น่ึง พรอ้ มดว้ ยสมาชิกวุฒสิ ภา ลงพื้นท่ีศึกษาดงู านระบบปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาน้าท่วม เมืองหัวหิน ณ ซอยหัวหิน ๑๐๒ อาเภอหัวหิน โดยมี นายมนตรี ชูภู่ รองนายกเทศบาลเมืองหัวหิน นายจีรวัฒน์ พราหมณี ปลัดเทศบาลเมืองหัวหิน นายบุญเทียน จันสุข ผู้อานวยการสานักการช่าง เทศบาลเมืองหัวหนิ และนางสาวมาดี รักษา หัวหน้าฝา่ ยจัดการคุณภาพน้า กองช่างสขุ าภิบาล เทศบาล เมืองหัวหิน ให้การต้อนรับ และให้ข้อมูลเก่ียวกับระบบป้องกันและแก้ไขปัญหาน้าท่วมเมืองหัวหิน ซึ่งการปรับปรุงระบบระบายน้า เพื่อแก้ไขปัญหาน้าท่วมในช่วงฝนตกหนัก หรือช่วงมรสุม เน่ืองจาก บริเวณดังกล่าวเป็นพ้ืนที่ต่าคล้ายแอ่งกระทะ เวลามีฝนตกหนักต่อเน่ืองไม่สามารถระบายน้าได้ทัน จึงทาให้นา้ ทว่ มขงั สรา้ งความเดอื ดรอ้ นแกป่ ระชาชน จากที่ได้มาดูระบบการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้าท่วมเมืองหัวหิน ทางเทศบาลเมืองหัวหิน ไดม้ ีการวางระบบ มที รี่ วมน้า สูบน้าออกไปยังทะเล ซงึ่ ทางคณะกรรมการฯ ได้ให้ข้อสงั เกตและเสนอแนะ กับทางเทศบาลเมืองหัวหินวา่ ควรมีการบาบัดน้าเสียก่อนที่จะปล่อยนา้ ลงสทู่ ะเล รวมท้ังการระบายน้า จืดลงสทู่ ะเลโดยตรงต้องมกี ารระมัดระวงั ไม่ให้เกิดผลกระทบด้านสิง่ แวดลอ้ ม ซ่ึงทางเทศบาลเมืองหวั หิน
๓๓๔ ก็ได้กล่าวว่าคานึงถึงประเด็นปัญหานี้อยู่ ขณะน้ีอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลและของบประมาณเพ่ิมเติม ซ่ึงการลงพ้ืนท่ีพบพี่น้องประชาชนก็ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งฝ่ายประชาชน และฝ่ายสมาชิกวุฒิสภ า ทีจ่ ะได้นาข้อมลู ไปสู่การแกไ้ ขปัญหา เพอ่ื กอ่ ให้เกดิ การพัฒนาและประโยชน์ตอ่ พน่ี อ้ งประชาชนในจงั หวดั ประจวบคีรีขันธ์ _________________________________
๒.๖ รายงานผลการดาเนินการโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชนในพืน้ ท่ี ภาคตะวนั ออก จานวน ๙ คร้งั ประกอบด้วย สระแกว้ ๑. ครั้งท่ี ๑/๒๕๖๒ วันท่ี ๒๙ – ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัด ๒. ครง้ั ท่ี ๒/๒๕๖๒ วันท่ี ๑๑ – ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒ ณ จงั หวดั ชลบรุ ี ๓. ครง้ั ท่ี ๓/๒๕๖๒ วันท่ี ๙ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ จังหวัดระยอง ๔. ครั้งที่ ๔/๒๕๖๒ วนั ท่ี ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ จงั หวัดตราด ๕. ครง้ั ที่ ๕/๒๕๖๒ วนั ที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ จงั หวดั จันทบรุ ี ๖. ครั้งท่ี ๖/๒๕๖๒ วันที่ ๒๒ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒ ณ จังหวดั นครนายก ๗. ครัง้ ที่ ๗/๒๕๖๒ วนั ที่ ๑๓ ธนั วาคม ๒๕๖๒ ณ จงั หวดั ฉะเชงิ เทรา ๘. ครั้งที่ ๑/๒๕๖๓ วันที่ ๑๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๖๓ ณ จังหวดั ระยอง ๙. ครั้งที่ ๒/๒๕๖๓ วนั ท่ี ๙ – ๑๐ มนี าคม ๒๕๖๓ ณ จงั หวัดตราด
๓๓๕ ครง้ั ท่ี ๑ รายงานผลการดาเนนิ งานโครงการสมาชกิ วฒุ ิสภาพบประชาชนในพื้นท่ีจังหวัด กลุ่มภาคตะวันออก วนั ท่ี ๒๙ – ๓๐ สงิ หาคม ๒๕๖๒ ณ จงั หวดั ปราจนี บรุ ี และจงั หวัดสระแก้ว จงั หวัดปราจีนบรุ ี วันพฤหัสบดีที่ ๒๙ สงิ หาคม ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุมโรงพยาบาลเจ้าพระยา อภัยภเู บศร วิธีการดาเนินกิจกรรม จัดประชุมสัมมนาร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้ประกอบการ ภาคอตุ สาหกรรม และผู้บริหารโรงพยาบาลเจา้ พระยาอภยั ภูเบศร ผลการดาเนนิ การ สมาชิกวุฒิสภาได้รับทราบข้อมูล ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากผู้แทนส่วนราชการและ ภาคเอกชน ในประเด็นตา่ ง ๆ ดงั นี้ ๑) ข้อกฎหมายที่เปน็ อุปสรรคเกยี่ วกับการบริหารราชการของจังหวดั ๒) ประเด็นที่เกย่ี วขอ้ งกับประชาชน ๓) การจัดการน้าในพน้ื ทีจ่ งั หวดั ปราจีนบุรี ๔) ปัญหาการขยายพื้นที่ \"โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC - Eastern Economic Corridor\" ใหค้ รอบคลุมจงั หวัดปราจนี บรุ ี ๕) ปัญหาเก่ียวกับการควบคุมและก้ากับดูแลการด้าเนินการเรื่อง กัญชาตามพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับท่ี ๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ------------------------------------------------------
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 571
Pages: