ใบความร้ทู ่ี2 เรือ่ งวาตภัย 2. วาตภัย 2.1 นยิ ามและสาเหตุการเกดิ วาตภยั วาตภยั หมายถงึ ภยั ทีเ่ กดิ ข้นึ จากพายลุ มแรงจนทำใหเ้ กดิ ความเสยี หายแก่อาคารบา้ นเรอื น ตน้ ไม้ และสิ่งก่อสร้าง สำหรับในประเทศไทย วาตภัยหรอื พายุลมแรงมสี าเหตุมาจาก 1) พายหุ มุนเขตร้อน ได้แก่ ดีเปรสชั่น พายุโซนร้อน พายุใต้ฝุ่น 2) พายุฤดูร้อน 3) ลมงวง (เทอร์นาโด) นอกจากนี้ วาตภัยยังอาจเกิดขึ้นได้จากมรสุมมีกำลังแรง ซ่ึงประเทศไทยจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของ มรสมุ ตะวนั ตกเฉยี งใต้ และมรสมุ ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยอันตรายอันเน่อื งจากวาตภัยมดี งั น้ี - เกิดบนบก ต้นไม้ถอนรากถอนโคน ตน้ ไม้ทบั บ้านเรอื นพัง ผ้คู นได้รบั บาดเจ็บถงึ ตายเรือกสวนไร่นา เสียหาย บ้านเรือนท่ีไม่แข็งแรงไม่สามารถต้านทานความรุนแรงของลมได้พังระเนระนาดหลังคาบ้านท่ีทำด้วย สังกะสีจะถูกพัดเปิด กระเบ้ืองหลังคาปลิวว่อน เป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ในท่ีโล่งแจ้ง เสาไฟฟ้า เสาโทรเลข เสา โทรศัพท์ ล้ม สายไฟฟ้าขาด ไฟฟ้าลัดวงจร เกิดเพลิงไหม้ ผู้คนเสียชีวิตจากไฟฟ้าดูดได้ ผู้คนท่ีพักอยู่ริมทะเล จะถูกคลื่นซัดท่วมบ้านเรือนและกวาดลงทะเล ผู้คนอาจจมน้ำตายในทะเลได้ ฝนตกหนักมากท้ังวันและท้ังคืน อุทกภัยจะตามมา น้ำป่าจากภูเขาไหลหลากลงมาอย่างรวดเร็วและรุนแรงเกิดน้ำท่วมฉับพลันในบริเวณท่ีราบ ลมุ่ เชงิ เขา เส้นทางคมนาคม ทางรถไฟ สะพาน และถนนถูกตดั ขาด - ในทะเล มีลมพัดแรงจัดมากเกิดคล่ืนใหญ่ เรือขนาดใหญ่อาจถูกพัดพาไปเกยฝ่ังหรือชนหินโสโครก ทำให้จมได้ เรือขนาดเล็กอาจพลิกคว่ำและจมลง เกิดคลื่นใหญ่ซัดฝั่งทำให้ระดับน้ำสูงท่วมอาคารบ้านเรือน บรเิ วณรมิ ทะเล และอาจกวาดสิง่ ก่อสร้างท่ไี มแ่ ขง็ แรงลงทะเลได้ เรอื ประมงบรเิ วณชายฝั่งจะถูกทำลาย 2.2 ปจั จยั ท่ีทำใหเ้ กดิ วาตภยั 1) พายหุ มนุ เขตร้อน พายหุ มุนเขตรอ้ นเป็นคำทัว่ ไปทใ่ี ชส้ ำหรับเรียกพายหุ มุนหรือพายุ ไซโคลน (cyclone) ท่ีมีถ่ินกำเนิดเหนือมหาสมุทรในเขตร้อนแถบละติจูดต่ำ แต่ห่างจากเส้นศูนย์สูตรอย่าง น้อย 4 - 5 องศาละติจูด พายุน้ีเกิดข้ึนในมหาสมุทรหรือทะเล ท่ีมีอุณหภูมิสูงต้ังแต่ 26 º ซ. ข้ึนไปถึงระดับความ ลกึ ประมาณ 60 เมตร มีปริมาณไอน้ำในอากาศมากจนถงึ ระดับความสูงประมาณ 7 กโิ ลเมตร เม่ือเกดิ ขน้ึ แล้ว มักเคลื่อนตัวตามกระแสลมส่วนใหญ่จากทิศตะวันออกมาทางทิศตะวันตก และค่อยโค้งข้ึนไปทางละติจูดสูง แล้วเวียนโค้งกลบั ไปทางทิศตะวนั ออกอกี บริเวณทีม่ พี ายุหมุนเขตร้อนเกดิ ขึน้ เป็นประจำ ได้แก่ · มหาสมทุ รแปซิฟิกเหนอื ดา้ นตะวันตกและด้านตะวันออกของเอเชีย เรียกวา่ “ไตฝ้ ่นุ ” · มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ บริเวณทะเลแคริบเบียน สหรัฐอเมริกา อเมริกากลางและมหาสมุทร แปซฟิ ิกด้านตะวันออก เรียกวา่ “เฮอร์รเิ คน” · บรเิ วณมหาสมุทรอินเดยี มหาสมทุ รแปซิฟกิ ตอนใต้ และบรเิ วณออสเตรเลียเรยี กวา่ “ไซโคลน” พายุหมนุ เขตร้อนจะใช้เวลาในการก่อตวั ประมาณ 2 - 4 วัน เม่ืออย่ใู นสภาวะทีเ่ จริญเติบโตเต็มท่ี จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณต้ังแต่ 100 กิโลเมตร ขึ้นไปจนถึง 300 กิโลเมตร หรือมากกว่า ความเรว็ ลม สูงสดุ ทบ่ี ริเวณใกล้ศูนย์กลาง นำมาใช้เป็นการเกณฑ์ในการพิจารณาความรุนแรงของพายุ ซึง่ ในย่านมหาสมุทร แปซฟิ ิกเหนือดา้ นตะวนั ตก และทะเลจีนใต้ มีการแบง่ ตามขอ้ ตกลงระหว่างประเทศดงั นี้ · พายุดีเปรสชนั่ (depression) ความเรว็ ลมใกล้ศูนยก์ ลางไมถ่ ึง 63 กม./ชม. · พายโุ ซนร้อน (tropical storm) ความเรว็ ลมใกลศ้ ูนยก์ ลาง 63 กม./ชม. แตไ่ มถ่ ึง118 กม./ชม. · ไตฝ้ นุ่ (typhoon) ความเรว็ ลมสูงสุดใกล้ศูนยก์ ลางตัง้ แต่ 118 กม./ชม. ขนึ้ ไป
พายุหมุนเขตร้อนก่อให้เกิดภัยพิบตั ิเนือ่ งมาจาก ลมแรงจัด คลนื่ ซดั ฝ่ัง และฝนตกหนักเป็นบรเิ วณ กวา้ ง โดยเฉพาะในอาณาบริเวณทศ่ี นู ยก์ ลางพายเุ คลื่อนผา่ นจะไดร้ บั ผลกระทบมากที่สุด ความ เสียหายที่เกิดขึ้นเนอ่ื งจากพายแุ ปรผันตามความรุนแรงของพายุ เม่ือพายมุ ีกำลังในขั้นดเี ปรสชัน่ ความเสยี หาย ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นเน่ืองจากฝนตกหนักและอุทกภัยท่ีเกิดข้ึนตามมา เม่ือพายุมีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน หรือไต้ฝุน่ จะมีความเสยี หายเพิ่มข้ึนอกี มากทั้งชีวิตและทรพั ยส์ นิ เนือ่ งจากฝนตกหนกั อุทกภยั ลมพัดแรงจัดใน ทะเลมีคลืน่ สงู เป็นอันตรายตอ่ การเดินเรอื และมคี ลนื่ ซดั ฝัง่ สำหรับพายุหมุนเขตร้อนที่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นพายุดีเปรสชั่น เนื่องจากพายุ อ่อนกำลังลงก่อนถึงประเทศไทย ส่วนที่มีกำลังแรงขนาดพายุโซนร้อนหรือไต้ฝุ่นมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศ ไทยน้อย จากสถิติในรอบ 48 ปี (พ.ศ. 2494-2541) ที่ผ่านมามีเพียง 11 ครั้ง ท่ีมีกำลังแรงเป็นพายุโซน ร้อนหรือไต้ฝุ่น (ไม่ถึงร้อยละ 10 ของจำนวนพายุท้ังหมดที่เคล่ือนเข้าสู่ประเทศไทย) และในจำนวน 11 ครั้ง ดังกล่าวมีเพียงครั้งเดียวท่ีพายุเคล่ือนเข้ามาขณะมีกำลังแรงเป็นไต้ฝุ่น ได้แก่ ไต้ฝุ่น“เกย์” ท่ีเคล่ือนขึ้นฝั่ง จงั หวดั ชุมพร เมื่อวันที่ 4 พฤศจกิ ายน 2532 2) คล่ืนพายุซัดฝ่ัง เป็นภัยที่ร้ายแรงอย่างหนึ่งอันเนื่องมาจากพายุหมุนเขตร้อน คือคล่ืนพายุ ซัดฝั่ง(storm surge) คลื่นพายุซัดฝั่ง คือคล่ืนขนาดใหญ่ซัดชายฝ่ังอันเน่ืองมาจากความแรงของลมที่เกิดข้ึน จากพายุหมุนเขตรอ้ นท่ีเคลื่อนตัวเข้าหาฝ่ัง ประกอบกับความกดอากาศที่มีค่าน้อยบรเิ วณศูนย์กลางพายุทำให้ น้ำทะเลยกตัวสูงข้ึนกว่าบริเวณโดยรอบ โดยปกติมีความรุนแรงมากในรัศมีประมาณ 100 กิโลเมตรจาก ศนู ย์กลางพายุ คลื่นพายุซัดฝงั่ ส่วนใหญ่มีสาเหตุจากพายุหมุนเขตร้อนท่ีมีความแรงในระดับพายุโซนร้อนขึ้นไป กรณีของประเทศไทย พายุหมุนเขตร้อนอาจก่อตัวในทะเลจีนใต้แล้วเคลื่อนตัวผ่านปลายแหลมญวนเข้าสู่อ่าว ไทย หรือก่อในบริเวณอ่าวไทยตอนล่างโดยตรงเร่ิมตั้งแต่กลางเดือนตุลาคม-กลางเดือนธันวาคม โดยพื้นท่ีท่ี โอกาสการเกิดคลืน่ พายุซัดฝ่ังในช่วงเดือนตา่ งๆ ดงั น้ี · เดือนตุลาคม บริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ชลบรุ ี ระยอง จันทบุรี และตราด · เดือนพฤศจิกายน บริเวณ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรธี รรมราช และชายฝ่ังภาคตะวันออก 3) สถิติพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนท่ีเข้าสู่ประเทศไทย มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศ ไทยปีละประมาณ 3 ลกู พายจุ ะเริ่มเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยต้ังแต่เดือนเมษายนแตม่ โี อกาสน้อยมาก พายุจะมี โอกาสเคล่อื นเข้าสูป่ ระเทศไทยมากขึ้นเป็นลำดบั ตงั้ แต่เดอื นพฤษภาคมเป็นต้นไป และเดือนตลุ าคมเป็นเดือนท่ี พายุมีโอกาสเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยมากที่สุด รองลงไปคือเดือนกันยายน พายุหมุนเขตร้อนท่ีเข้าสู่ประเทศ ไทยส่วนใหญ่มาจากด้านตะวันออกของประเทศ โดยมีแหล่งกำเนิดในมหาสมุทรแปซิฟิกและทะเลจีนใต้จาก การวิเคราะห์สถิติพายุโดยรวมตลอดท้ังปี ปรากฏว่า บริเวณที่ศูนย์กลางพายุเคลื่อนผ่านมากที่สุดคือ ภาค ตะวันออกเฉยี งเหนือตอนบน โดยเฉพาะจังหวัดนครพนมมีพายุเคล่ือนผา่ นรอ้ ยละ 20 – 25 ของพายุทง้ั หมด จำนวน 164 ลูก รองลงไปได้แก่พื้นท่ีบริเวณจังหวัดมุกดาหาร สกลนคร หนองคาย อุดรธานี กาฬสินธุ์ หนองบวั ลำภแู ละเลย มีพายเุ คล่ือนผ่านร้อยละ 15 – 20 ของจำนวนพายทุ ง้ั หมด 4) พายุฤดูร้อนและพายุฟ้าคะนอง พายุฟ้าคะนองเป็นปรากฏการณ์ซ่ึงเกิดข้ึนเฉพาะท่ี ลักษณะ ท่สี ำคัญคือมีการปล่อยประจุไฟฟ้าจำนวนมากอย่างทันทที ันใด ในลักษณะของฟ้าผ่าหรือฟ้าแลบ และเกิดเสียง ดังคือฟ้าร้อง รวมท้ังมีฝนตกหนัก ลมกระโชกและอาจมีลูกเห็บตกเกิดข้ึนด้วย พายุฤดูร้อนส่วนมากจะเกิด ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน โดยจะเกิดบ่อยในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาค กลางและภาคตะวันออก มีการเกิดน้อยคร้ังกว่า สำหรับภาคใต้ก็สามารถเกิดได้แต่ไม่บ่อยนัก อันตรายอัน เนื่องจากพายุฤดูร้อนหรือพายุฟา้ คะนองรุนแรงท่พี บไดบ้ ่อยในประเทศไทยได้แก่
· อากาศป่ันป่วนและลมกระโชกท่ีรุนแรง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้างต่าง ๆบนพื้นดิน ซ่ึง บางคร้ังพบหา่ งออกไปกวา่ 30 กิเมตร จากเมฆพายฟุ า้ คะนอง · ลูกเห็บ ในเมฆพายุฟ้าคะนองท่ีมียอดเมฆสูงมาก กระแสอากาศจะเคล่ือนท่ีข้ึนไปถึงระดับท่ีมีอุณหภูมิ ตำ่ พอท่ีจะ ทำให้ละอองน้ำในเมฆแข็งตัวเป็นน้ำแข็งรวมตัวเข้าด้วยการสะสมจนเป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ขึ้น จนใน ที่สุดเมื่อกระแสอากาศท่ีเคล่ือนที่ข้ึนภายในเมฆไม่สามารถพยุงรับน้ำหนักของน้ำแข็งน้ีไว้ได้อีกต่อไป ก็จะ ตกลงมาเปน็ ลกู เหบ็ ทำความเสียหายได้ · ฟ้าผา่ · ฝนตกหนกั ตอ่ เน่อื ง ทำให้เกดิ น้ำท่วมฉบั พลันในพืน้ ที่ราบล่มุ หรอื ทต่ี ่ำ และพื้นที่บรเิ วณเชิงเขา
ใบความรู้ท3่ี เร่อื งอุทกภัย ดินโคลน ถลม่ 1. อทุ กภัย 1.1 นยิ ามและสาเหตุการเกิดอทุ กภัย อุทกภัย คือ ภยั หรืออนั ตรายที่เกิดจากน้ำท่วม หรืออันตรายอนั เกดิ จากสภาวะท่ีน้ำไหลเอ่อ ลน้ ฝ่งั แมน่ ้ำ ลำธาร หรอื ทางน้ำ เข้าท่วมพืน้ ท่ซี งึ่ โดยปกตแิ ล้วไมไ่ ด้อยใู่ ต้ระดบั น้ำ หรือเกิดจากการสะสมนำ้ บน พืน้ ท่ีซง่ึ ระบายออกไม่ทันทำให้พ้นท่นี ั้นปกคลุมไปดว้ ยนำ้ โดยทวั่ ไปแล้วอุทกภยั มกั เกดิ จากนำ้ ท่วม ซง่ึ สามารถ แบ่งเป็นลักษณะใหญ่ๆ ได้ 2 ลักษณะ คอื 1) น้ำท่วมขัง/นำ้ ล้นตลิง่ เป็นสภาวะนำ้ ท่วมท่ีเกิดขึ้นเน่ืองจากระบบระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ มัก เกิดข้ึนในบรเิ วณทรี่ าบลุ่มแม่น้ำและบรเิ วณชมุ ชนเมืองใหญ่ๆ มีลักษณะค่อยเปน็ คอ่ ยไป ซ่ึงเกิดจากฝนตกหนกั ณ บริเวณน้นั ๆ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวัน หรือเกิดจากสภาวะนำ้ ล้นตล่ิง น้ำท่วมขงั สว่ นใหญ่จะเกิดบรเิ วณ ทา้ ยนำ้ และมลี ักษณะแผ่เป็นบรเิ วณกวา้ งเนอื่ งจากไม่สามารถระบายไดท้ นั ความเสียหายจะเกิดกบั พชื ผล ทางการเกษตรและอสังหาริมทรัพยเ์ ป็นส่วนใหญ่ สำหรบั ความเสยี หายอน่ื ๆ มีไมม่ ากนกั เพราะสามารถ เคลือ่ นย้ายไปอยู่ในทท่ี ปี่ ลอดภยั 2) นำ้ ท่วมฉับพลัน เป็นภาวะนำ้ ทว่ มทเี่ กดิ ข้ึนอยา่ งฉับพลันในพนื้ ที่ เนื่องจากฝนตกหนักในบริเวณ พนื้ ทซ่ี ่ึงมีความชันมาก และมีคณุ สมบตั ิในการกักเก็บหรือการตา้ นน้ำน้อย เช่น บรเิ วณต้นน้ำซง่ึ มคี วามชนั ของ พื้นทม่ี าก พ้นื ท่ปี ่าถูกทำลายไปทำใหก้ ารกกั เก็บหรอื การต้านนำ้ ลดนอ้ ยลง บริเวณพน้ื ทีถ่ นนและสนามบนิ เป็น ต้น หรอื เกดิ จากสาเหตอุ ่นื ๆ เช่น เขื่อนหรืออ่างเก็บนำ้ พังทลาย น้ำทว่ มฉบั พลนั มักเกดิ ข้ึนหลงั จากฝนตกหนกั ไม่เกิน 6 ชั่วโมง และมกั เกิดขนึ้ ในบริเวณทร่ี าบระหวา่ งหุบเขา ซ่ึงอาจจะไมม่ ฝี นตกหนักในบริเวณน้นั มา ก่อนเลยแต่มีฝนตกหนักมากบรเิ วณต้นนำ้ ทอ่ี ยู่ห่างออกไป เนอ่ื งจากน้ำท่วมฉบั พลันมีความรนุ แรงและเคล่ือนที่ ด้วยความรวดเรว็ มากโอกาสทจี่ ะป้องกันและหลบหนีจงึ มีนอ้ ย ดังน้ันความเสยี หายจากน้ำทว่ มฉับพลนั จึงมี มากท้งั แกช่ ีวิตและทรพั ยส์ ิน สาเหตุของการเกิดอทุ กภัยจากธรรมชาติ มดี ังน้ี · ฝนตกหนกั จากพายหุ รอื พายฝุ นฟา้ คะนอง เปน็ พายุที่เกิดขนึ้ ตดิ ต่อกันเปน็ เวลาหลายช่วั โมง มี ปริมาณฝน ตกหนักมากจนไมอ่ าจไหลลงส่ตู น้ นำ้ ลำธารได้ทันจงึ ท่วมพื้นท่ที อ่ี ยู่ในท่ีตำ่ มักเกดิ ในชว่ งฤดูฝนหรอื ฤดรู ้อน · ฝนตกหนักจากพายุหมุนเขตร้อน เม่ือพายนุ ี้ประจำอยทู่ แ่ี หง่ ใดแห่งหนง่ึ เปน็ เวลานานหรอื แทบ ไม่เคลื่อนท่ี จะทำใหบ้ รเิ วณนั้นมีฝนตกหนักตดิ ต่อกันตลอดเวลา ยง่ิ พายุมีความรนุ แรงมาก เช่น มีความรนุ แรงขนาดพายุ โซนรอ้ นหรอื ไต้ฝุน่ เมือ่ เคลอื่ นตัวไปถงึ ที่ใดก็ทำให้ท่นี ้นั เกิดพายลุ มแรง ฝนตกหนักเป็นบริเวณกว้างและมีน้ำ ทว่ มขงั นอกจากน้ีถา้ ความถ่ีของพายุทีเ่ คล่ือนทเ่ี ข้ามาหรือผ่านเกดิ ขน้ึ ต่อเน่ืองกนั ถงึ แม้จะในช่วงส้ันแตก่ ็ทำให้ นำ้ ท่วมเสมอ · ฝนตกหนกั ในป่าบนภเู ขา ทำให้ปริมาณนำ้ บนภูเขาหรือแหลง่ ตน้ นำ้ มาก มีการไหลและเชยี่ ว อยา่ งรุนแรง ลงส่ทู ร่ี าบเชงิ เขา เกิดน้ำทว่ มขึ้นอยา่ งกะทนั หัน เรยี กวา่ น้ำท่วมฉับพลนั เกิดขึน้ หลังจากที่มีฝนตกหนกั ในชว่ ง ระยะเวลาส้นั ๆ หรอื เกดิ ก่อนที่ฝนจะหยุดตก มกั เกิดข้นึ ในลำธารเล็กๆ โดยเฉพาะตอนท่ีอยู่ใกลต้ น้ น้ำของ บริเวณลมุ่ นำ้ ระดบั น้ำจะสงู ขึ้นอย่างรวดเรว็ จงั หวดั ท่อี ยูใ่ กลเ้ คยี งกบั เทือกสูง เช่น จงั หวัดเชียงใหม่ เปน็ ตน้ · ผลจากนำ้ ทะเลหนนุ ในระยะท่ีดวงอาทิตย์และดวงจนั ทรอ์ ย่ใู นแนวที่ทำให้ระดับน้ำทะเลข้นึ สูงสุด น้ำ
ทะเลจะหนุนให้ระดบั น้ำในแม่น้ำสูงขนึ้ อีกมาก เม่ือประจวบกบั ระยะเวลาท่นี ้ำป่าและจากภูเขาไหลลงสแู่ ม่น้ำ ทำให้นำ้ ในแมน่ ำ้ ไมอ่ าจไหลลงสูท่ ะเลได้ ทำให้เกิดน้ำเอ่อล้นตล่ิงและท่วมเปน็ บรเิ วณกว้างยงิ่ ถ้ามฝี นตกหนัก หรือมพี ายุเกดิ ขนึ้ ในช่วงน้ี ความเสยี หายจากน้ำท่วมชนดิ นี้จะมมี าก · ผลจากลมมรสมุ มกี ำลังแรง มรสุมตะวนั ตกเฉียงใต้เป็นมรสุมทพ่ี ดั พาความชื้นจากมหาสมุทร อนิ เดยี เข้าสู่ ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถงึ ตลุ าคม เมื่อมีกำลังแรงเปน็ ระยะเวลาหลาย วนั ทำให้เกิดคล่ืนลมแรง ระดบั นำ้ ในทะเลตามขอบฝงั่ จะสงู ขน้ึ ประกอบกบั มฝี นตกหนกั ทำใหเ้ กดิ น้ำทว่ มได้ ย่งิ ถ้ามีพายเุ กดิ ขนึ้ ในทะเล จีนใตก้ ็จะย่ิงเสริมใหม้ รสุมดังกลา่ วมีกำลังแรงข้ึนอีก สว่ นมรสุมตะวนั ออกเฉยี งเหนือพดั จากประเทศจีนเข้าสู่ ไทย ปะทะขอบฝงั่ ตะวนั ออกของภาคใต้ มรสมุ น้ีมีกำลังแรงเป็นครั้งคราว เมื่อบริเวณความกดอากาศสูงใน ประเทศจีนมีกำลงั แรงข้นึ จะทำให้มีคลืน่ ค่อนข้างใหญใ่ นอ่าวไทย และระดบั น้ำทะเลสูงกวา่ ปกติ บางครั้งทำให้ มีฝนตกหนกั ในภาคใต้ ตัง้ แต่จงั หวดั ชุมพร ลงไปทำให้เกดิ นำ้ ท่วมเปน็ บริเวณกวา้ ง · ผลจากแผ่นดนิ ไหวหรือภูเขาไฟระเบดิ เมือ่ เกิดแผน่ ดินไหว หรอื ภูเขาไฟบนบกและภูเขาไฟใต้ น้ำระเบดิ เปลอื กของผวิ โลกบางสว่ นจะได้รับความกระทบกระเทือนต่อเนอ่ื งกนั บางสว่ นของผวิ โลกจะสูงขึน้ บางส่วนจะ ยุบลง ทำใหเ้ กิดคลืน่ ใหญ่ในมหาสมทุ รซดั ขึน้ ฝั่ง เกดิ น้ำทว่ มตามหมูเ่ กาะและเมืองตามชายฝัง่ ทะเลได้ เกิดขึน้ บอ่ ยครง้ั ในมหาสมุทรแปซฟิ ิก สาเหตุของการเกิดอทุ กภยั จากการกระทำของมนุษย์ มดี ังนี้ · การตดั ไม้ทำลายป่า ในพ้ืนท่เี ส่ยี งภยั เม่ือเกดิ ฝนตกหนักจะทำให้อัตราการไหลสงู สดุ เพ่มิ มากขึ้น และไหล มาเร็วข้นึ เป็นการเพม่ิ ความรุนแรงของน้ำในการทำลายและยังเป็นสาเหตุของดนิ ถลม่ ด้วย นอกจากนยี้ ังทำให้ ดนิ และรากไม้ขนาดใหญ่ถูกชะล้างใหไ้ หลลงมาในท้องนำ้ ทำให้ท้องน้ำต้นื เขินไม่สามารถระบายน้ำไดท้ ันที รวมทง้ั ก่อให้เกิดความสูญเสยี ชีวิตและบาดเจบ็ ของประชาชนทางดา้ นทา้ ยน้ำ · การขยายเขตเมืองลุกล้ำเขา้ ไปในพื้นทีล่ ุ่มต่ำ (Flood plain) ซึง่ เป็นแหล่งเกบ็ น้ำธรรมชาติทำ ให้ไม่มีทรี่ ับ นำ้ ดงั น้นั เม่ือน้ำลน้ ตลิ่งกจ็ ะเขา้ ไปทว่ มบริเวณท่เี ป็นพ้ืนทล่ี ุ่มตำ่ ซง่ึ เปน็ เขตเมืองท่ีขยายใหม่กอ่ น · การกอ่ สรา้ งโครงสร้างขวางทางนำ้ ธรรมชาติทำใหม้ ีผลกระทบต่อการระบายน้ำและกอ่ ให้เกดิ ปญั หา น้ำท่วม · การออกแบบทางระบายน้ำของถนนไม่เพยี งพอ ทำให้นำ้ ล้นเอ่อในเขตเมือง ทำความเสียหาย ใหแ้ กช่ มุ ชน เมอื งใหญ่ เนอ่ื งจากการระบายไดช้ า้ มาก · การบริหารจัดการน้ำท่ีไมด่ เี ป็นสาเหตหุ นง่ึ ทท่ี ำใหเ้ กิดนำ้ ทว่ มโดยเฉพาะบริเวณดา้ นทา้ ยเขื่อน หรอื อ่าง เกบ็ น้ำ 2. โคลนถล่ม 2.1 นิยามของโคลนถลม่ ดินถล่มหรือโคลนถลม่ คือ การเคล่ือนตวั ของมวลดินและหนิ ภายใต้อทิ ธิพลแรงโน้มถ่วงของโลก สาเหตหุ ลักของดินถล่มหรือโคลนถล่ม คือ ดนิ บริเวณนัน้ ไม่สามารถรับนำ้ หนักของตวั เองไดอ้ ีกต่อไป ดินถลม่ มักเกดิ พร้อมกับหรือตามมาหลังจากนำ้ ป่าไหลหลาก เกดิ ข้ึนในขณะหรือภายหลงั พายุฝนทท่ี ำให้เกดิ ฝนตกหนัก ต่อเนอ่ื งอย่างรนุ แรง กล่าวคือ เมอ่ื ฝนตกต่อเน่ืองนำ้ ซึมลงในดินอย่างรวดเร็ว เม่อื ถึงจดุ หนงึ่ ดินจะอ่ิมตวั ชมุ่ ด้วย นำ้ ยังผลใหน้ ้ำหนกั ของมวลดินเพ่ิมขนึ้ และแรงยึดเกาะระหว่างมวลดนิ ลดลง ระดบั นำ้ ใต้ผิวดินเพิ่มสงู ขน้ึ ทำให้
แรงต้านทานการเลือ่ นไหลของดินลดลง จงึ เกิดการเลื่อนไหลของตะกอนมวลดนิ และหนิ ดงั น้นั โอกาสทีเ่ กิดดนิ ถล่มหรือโคลนถล่มจึงมีมากย่ิงข้นึ การเคล่อื นตัวของดินอาจเกิดอยา่ งช้าๆหรืออย่างฉบั พลัน น้ำหนกั ของมวลดิน ทถ่ี ล่มลงมามกี ำลังมหาศาลท่ีทำลายส่ิงตา่ ง ๆ ท่ีขวางทางและกอ่ ให้เกิดความเสียหายต่อชวี ติ และทรพั ย์สินการ เกิดดนิ ถล่มเกดิ ขน้ึ ได้หลายลกั ษณะ 2.2 สาเหตุของดนิ ถล่ม/โคลนถลม่ จำแนกไดด้ ังตอ่ ไปนี้ 1) สาเหตุจากมนุษย์ (Manmade Causes) กิจกรรมที่มนษุ ย์ทำในบริเวณท่ีลาดชนั เปน็ สาเหตุหนงึ่ ท่ีทำใหเ้ กดิ ดินถล่มหรือโคลนถลม่ เชน่ · การก่อสรา้ งในบริเวณเชิงเขาทล่ี าดชัน โดยไมม่ ีการคำนวณด้านวิศวกรรมทดี่ ีพอ · การเกษตรในพ้ืนทล่ี าดชนั เชิงเขา · การกำจัดพชื ทป่ี กคลมุ ดนิ และการตัดไมท้ ำลายป่า กิจกรรมเหล่านส้ี ่งผลให้พ้นื ที่ดังกลา่ วมคี วามลาดชนั เพ่มิ ข้ึนเกิดการเปลยี่ นแปลงรูปแบบการไหลของนำ้ ผิวดิน และเปล่ียนแปลงระดับนำ้ บาดาล ซงึ่ อาจก่อใหเ้ กดิ ดินถล่มหรือโคลมถล่ม การขุดหรือตัดถนนในบริเวณท่ลี าด เชิงเขาอาจก่อใหเ้ กดิ ความชันของพ้ืนทม่ี ากข้ึน การขดุ เหมืองและการระเบิดหนิ มักจะทำใหด้ นิ มีความลาดชนั เพิม่ ขึ้น การทำการเกษตรในบริเวณท่ลี าดชัน เกษตรกรก็จำเป็นทจี่ ะต้องกำจดั วชั พชื และอาจปรบั พืน้ ท่ีให้มี ลักษณะข้ันบนั ไดหรือธรุ กจิ การตัดไม้ทำลายปา่ กจิ กรรมเหล่าน้ีล้วนทำให้เกิดการเปล่ยี นแปลงรปู แบบการไหล ของน้ำบริเวณผวิ ดินกลา่ วคือนำ้ จะไหลผ่านหนา้ ดนิ อย่างรวดเร็ว และกอ่ ให้เกดิ การชะล้างหนา้ ดินเนือ่ งจากป่า ถูกทำลาย ดนิ ขาดรากไม้ยึดเหนีย่ วนอกจากน้ีการเปลยี่ นแปลงรปู แบบการไหลของน้ำบริเวณผวิ ดนิ ยงั ส่งผลตอ่ ระดับนำ้ บาดาลอกี ดว้ ย ในการทำชลประทาน จะมปี รมิ าณนำ้ ส่วนหนง่ึ ท่ซี มึ ออกจากคลองชลประทานและไหล ซึมลงไปใต้ดิน ทำให้ระดับน้ำบาดาลเพม่ิ สงู ขน้ึ มวลดนิ มีนำ้ หนักมากขน้ึ และอาจเป็นสาเหตุใหเ้ กิดดินถล่มใน ท่สี ุด การเพิ่มระดับน้ำบาดาลอาจมีสาเหตุมาจากการรัว่ ของทอ่ น้ำ บ่อหรืออา่ งเก็บน้ำ หรอื การปล่อยนำ้ ทง้ิ จากทตี่ า่ ง ๆ 2) สาเหตุจากธรรมชาติ (Natural factors) เหตุการณ์ทางธรรมชาติกเ็ ป็นสาเหตุใหเ้ กิดดิน ถล่มหรือโคลนถล่มไดเ้ ช่นกัน เช่น · ฝนตกหนัก การเกิดดนิ ถลม่ ในประเทศไทยสว่ นใหญ่มักจะมฝี นเป็นปจั จัยเร่งทส่ี ำคัญเสมอ · การละลายของหิมะจะไปเพิ่มระดับนำ้ ใต้ผวิ ดนิ และน้ำหนกั ของดินอย่างรวดเร็ว · การเปล่ียนแปลงระดับน้ำเนอ่ื งจากนำ้ ขึ้นนำ้ ลง การลดระดบั น้ำในแม่น้ำและอา่ งเก็บน้ำ · การกัดเซาะของดินจากกระแสน้ำในแมน่ ้ำ ลำธาร หรือจากคล่ืนซดั ทำให้ความหนาแนน่ ของ มวลดินลดลง · การผุพังของมวลดนิ และหนิ · การสั่นสะเทือนจากแผ่นดนิ ไหว · ภเู ขาไฟระเบดิ ในบริเวณที่ภเู ขาไฟยงั ไม่สงบ เถ้าภูเขาไฟหรอื ลาวาจะเคลอ่ื นตวั เปน็ มวลดินขนาด ใหญท่ ม่ี ี ความหนาแนน่ ตำ่ เมอื่ เกดิ ฝนตกหนกั จึงมีโอกาสทเ่ี กิดดินถลม่ หรือโคลนถล่มนอกจากนี้ การเกิดดนิ ถลม่ อาจมี สาเหตจุ ากการเกิดภัยธรรมชาติหลาย ๆ อยา่ งในเวลาเดยี วกัน ในบางกรณี ภัยธรรมชาตเิ พยี งภัยหนึง่ อาจสง่ ผล ให้เกดิ ภยั ต่าง ๆ ตามมาได้ ตัวอยา่ งเช่น แผน่ ดินไหวซ่งึ ทำให้เกิดดนิ ถลม่ และเขื่อนแตก ส่งผลใหเ้ กิดน้ำท่วม อยา่ งรุนแรงในพ้ืนที่ท้ายนำ้ ที่มรี ะดบั ตำ่ กว่า เหตกุ ารณ์ลักษณะเชน่ นอี้ าจสง่ ผลกระทบแตกตา่ งไป จาก เหตกุ ารณ์ที่มสี าเหตกุ ารเกิดจากภัยพิบตั ิเพยี งภยั เดยี ว
2.3 ลักษณะพนื้ ทท่ี ี่มโี อกาสเกิดภัยโคลนถล่มและสญั ญาณเตือนภยั 1) พ้ืนทีท่ ีม่ ีโอกาสเกดิ ภัยโคลนถล่ม หมายถึง พ้นื ทแ่ี ละบรเิ วณทีอ่ าจจะเร่มิ เกิดการเล่ือนไหล ของตะกอนมวลดนิ และหินที่อยบู่ นภเู ขาสู่ท่ีตำ่ ในลำห้วยและทางนำ้ ขณะเม่ือมฝี นตกหนักอยา่ งต่อเนื่อง ลกั ษณะของพืน้ ท่เี สีย่ งภัยดนิ ถลม่ มขี ้อสังเกตดังนี้ · พืน้ ทต่ี ามลาดเชงิ เขาหรือบริเวณทีล่ มุ่ ใกลเ้ ชงิ เขาท่มี ีการพังทลายของดนิ สูง · พื้นทเ่ี ปน็ ภเู ขาสงู ชันหรือหนา้ ผาที่เปน็ หินผุพังงา่ ยและมีชน้ั ดินหนาจากการผุกร่อนของหิน · พื้นที่ทเ่ี ป็นทางลาดชัน เชน่ บรเิ วณถนนทต่ี ดั ผ่านหุบเขา บรเิ วณลำหว้ ย บรเิ วณเหมอื งใต้ดิน และเหมืองบนดนิ · บริเวณท่ีดินลาดชนั มากและมีหินกอ้ นใหญฝ่ ังอยู่ในดิน โดยเฉพาะบรเิ วณทีใ่ กล้ทางน้ำ เช่น ห้วย คลอง แม่น้ำ · ที่ลาดเชงิ เขาทีม่ กี ารขุดหรือถม · สภาพพ้นื ท่ีตน้ น้ำลำธารท่มี ีการทำลายปา่ ไมส้ งู ชน้ั ดนิ ขาดรากไมย้ ึดเหนีย่ ว · เป็นพื้นท่ีท่เี คยเกดิ ดินถลม่ มาก่อน · พื้นทส่ี งู ชันไมม่ ีพืชปกคลมุ · บริเวณท่ีมีการเปลยี่ นแปลงความลาดชนั ของช้ันดินอยา่ งรวดเรว็ ซง่ึ มสี าเหตมุ าจากการก่อสรา้ ง · บรเิ วณพ้นื ที่ลาดต่ำแต่ช้นั ดินหนาและชัน้ ดินอม่ิ ตัวด้วยนำ้ มาก 2) หมู่บา้ นเสีย่ งภัยดินถล่ม หมายถงึ หมบู่ ้านหรือชุมชนที่ต้ังอยู่ใกล้เคียงลำหว้ ยตามลาดเชงิ เขา และที่ลุ่มที่อยูต่ ดิ หรือใกลเ้ ขาสงู อาจจะได้ผลกระทบจากการเล่อื นไหลของตะกอนมวลดินและหนิ ปรมิ าณมาก ทมี่ าพร้อมกบั นำ้ ตามลำห้วยจากท่สี ูu3591 .ชันลงมาสูห่ มบู่ า้ นหรอื ชุมชนท่ีตง้ั อยู่ โดยลกั ษณะทต่ี ั้งของ หมบู่ ้านเส่ียงภยั ดนิ ถล่ม มขี ้อสงั เกตไดด้ ังน้ี · อยู่ตดิ ภเู ขาและใกลล้ ำหว้ ย · มีรอ่ งรอยดนิ ไหลหรือเล่ือนบนภเู ขา · มรี อยแยกของพนื้ ดินบนภเู ขา · อยู่บนเนนิ หน้าหบุ เขาและเคยมีโคลนถล่มมากอ่ น · มีนำ้ ปา่ ไหลหลากและน้ำทว่ มบ่อย · มีกองหิน เนนิ ทรายปนโคลนและต้นไมใ้ นห้วยหรือใกลห้ มูบ่ า้ น · พื้นห้วยจะมกี อ้ นหนิ ขนาดเล็กและใหญป่ นกันตลอดท้องน้ำ 3) สัญญาณเตอื นภัยบอกเหตดุ ินถลม่ ในบริเวณพ้ืนที่ลาดชนั ได้แก่ · มีฝนตกหนักถึงหนกั มากตลอดทั้งวนั · มนี ้ำไหลซมึ หรือน้ำพพุ ุ่งขึ้นมาจากใต้ดิน นอกจากน้ีอาจจะสงั เกตจากลกั ษณะการอุ้มน้ำของชน้ั ดิน เนื่องจากเกดิ ดนิ ถล่ม ดินจะอิ่มตัวด้วยนำ้ หรอื ชุม่ น้ำมากกว่าปกติ · ระดับน้ำในแมน่ ำ้ ลำห้วยเพม่ิ สูงขึน้ อย่างรวดเร็วผิดปกติ · สขี องน้ำมีสีขนุ่ มากกวา่ ปกติ เปล่ียนเป็นเหมืองสีดนิ ภูเขา · มีกิง่ ไมห้ รือท่อนไม้ไหลมากบั กระแสน้ำ · เกดิ ช่องทางเดินน้ำแยกข้ึนใหม่หรอื หายไปจากเดมิ อย่างรวดเรว็ · เกิดรอยแตกบนถนนหรอื พื้นดินอย่างรวดเร็ว · ดินบรเิ วณฐานรากของตึก หรือสงิ่ ก่อสร้างเกดิ การเคลอ่ื นตัวอยา่ งกะทันหัน · โครงสรา้ งตา่ ง ๆ เกิดการเคล่อื นหรือดันตวั ข้ึน เชน่ ถนน กำแพง · ตน้ ไม้ เสาไฟ รว้ั หรอื กำแพง เอยี งหรือล้มลง · ท่อนำ้ ใตด้ ินแตกหรือหักอย่างฉบั พลัน
· ถนนยุบตัวลงอย่างรวดเรว็ · เกดิ รอยแตกรา้ วขนึ้ ทโี่ ครงสรา้ งตา่ ง ๆ เชน่ รอยแตกท่กี ำแพง · เห็นรอยแยกระหว่างวงกบกับประตู หรือระหวา่ งวงกบกบั หนา้ ต่างขยายใหญ่ข้นึ
ใบงานท่ี 1 1. จงอธิบายสาเหตุของภยั แลง้ พรอ้ มยกตัวอยา่ งประกอบ ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 2. วธิ กี ารแก้ปญั หาภัยแลง้ ทำไดอ้ ยา่ งไร ........................................................................................................................................ ...................................... ............................................................................................. ................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................. ................................................ .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. แนวทางแกไ้ ขและการปอ้ งกนั ปญั หาอุทกภัย ................................................................................................................................................ .............................. ..................................................................................................... ......................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ...................................................................................................................................... ........................................ ........................................................................................... ................................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. .................................................
ใบงานท่ี 2 1. จงบอกความหมายวาตภยั มาพอสงั เขป ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................. ............................................................................................ ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................................ .. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ................................................................................................................................................................. ............. 2. ปัจจยั ที่ทำให้เกดิ วาตภัยประกอบดว้ ยอะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ........................................................................................................................................................................... ... ............................................................................................................................. .................................................
ใบงานที่ 3 1. อุทกภัย คอื อะไร แบ่งออกเป็นก่ลี กั ษณะ อะไรบ้าง ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ......................................................................................................................................................................... ..... 2. ดนิ ถล่มหรือโคลนถล่ม คือ อะไร และเกิดจากสาเหตุใดบ้าง .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ................................................. 3. จงบอกลกั ษณะพนื้ ท่ที ี่มีโอกาสเกดิ ภยั โคลนถล่มและสัญญาณเตือนภัย เป็นขอ้ ๆ พร้อมยกตัวอย่าง ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................................................... ............... .................................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ................................................. .................................................................................................................................................... .......................... ........................................................................................................ ...................................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. .................................................
แผนการจัดกจิ กรรมก
การเรยี นรู้คร้งั ท่ี 13
แผนการจดั การเรยี นรู้ สาระ ความรู้พ้ืนฐาน รายวิชา การเรียน ระดบั ม.ปลาย ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษ ครง้ั วัน/เดือน/ปี หัวเร่ือง/ตัวช้ีวัด เน้อื หาสาระการเรียนรู้ ท่ี สถานการณแผน่ ดนิ ไหว สถานการณแผ่นดินไหว ข้ันที่ 1. บอกสถานการณ 1. สถานการณ 1.1 ค แผ่นดินไหว ในประเทศ แผ่นดินไหวในประเทศ ไทย ไทย และประเทศต่าง ๆ ใน ไทยและประเทศตา่ ง ๆ https โลก ในโลก 1ZNk 2. วเิ คราะหเ์ ปรียบเทียบ 2. สถิตกิ ารเกิด 1.2 ร สถติ ิ การเกดิ แผน่ ดนิ ไหว แผน่ ดนิ ไหวของ 1.3 ว ของประเทศไทยและ ประเทศ ไทยและ ประเทศตา่ ง ๆ ในโลกและ ประเทศตา่ ง ๆ ในโลก คาดคะเน การเกิด แผน่ ดนิ ไหวในอนาคต ขน้ั ท่ี 2.1 ค สถาน 2.2 ค 1. ประเท 2. ส ประเท 2.3 ค
นรสู้ ภู้ ยั ธรรมชาติ 3 รหสั วิชา สค 32032 จำนวน 3 หนว่ ยกิต ษา 2564 เรื่อง สถานการณแผน่ ดนิ ไหว การจดั กระบวนการเรียนรู้ ส่อื /แหลง่ การวดั และ เรยี นรู้ ประเมินผล 1 : กำหนดสภาพปญั หา 1. หนงั สอื 1. สังเกต ครแู ละผูเ้ รยี นดูคลปิ เรอ่ื แผ่นดนิ ไหวในประเทศ แบบเรียน พฤติกรรม 2. ใบความรู้ 2. การทำ s://www.youtube.com/watch?v=CfHIh9- 3. ใบงาน กจิ กรรมกลุ่ม k 3. ใบงาน รวบรวมปญั หาตา่ ง ๆ ท่ีพบจากการพดู คุย วางแผนการเรยี นรู้ 2 : แสวงหาความรู้ 316 ครูและผู้เรียนร่วมกันศกึ ษาหาข้อมลู เก่ียวกับ นการณแผ่นดินไหว ครแู ละผ้เู รยี นรว่ มกนั กำหนด สถานการณแผ่นดินไหวในประเทศ ไทยและ ทศตา่ ง ๆ ในโลก สถติ ิการเกิดแผน่ ดินไหวของประเทศ ไทยและ ทศต่าง ๆ ในโลก ครแู บง่ กลุม่ ผูเ้ รียนออกเปน็ กลุม่ ๆ ละ 3-5 คน
ครง้ั วนั /เดอื น/ปี หวั เร่อื ง/ตัวช้ีวดั เนื้อหาสาระการเรียนรู้ ที่ และม ความ ตัวแท ข้นั ท่ี 3.1 ผ กบั เห 3.2 3.3 ค เพมิ่ เต 1. ไฟ 2. หม 3.แผ่น ขั้นที่ การเร 4.1 ค ใบงาน 4.2 ค การวดั 4.3
การจดั กระบวนการเรียนรู้ ส่ือ/แหลง่ การวดั และ เรียนรู้ ประเมนิ ผล มอบหมายให้ผูเ้ รยี นในแต่ละกลุ่มร่วมกนั สรปุ มร้จู ากใบความรแู้ ละใบงานทีค่ รแู จกใหพ้ ร้อมสง่ ทนกลุ่มออกมานำเสนอ 3 : การปฏิบัตนิ ำไปใช้ ผ้เู รยี นนำความรทู้ ี่ไดร้ บั ไปปรับใชใ้ หส้ อดคล้อง หตุการณใ์ นชวี ติ ประจำวันได้ ครแู ละผูเ้ รยี นร่วมกันสรปุ ความรู้จากใบงาน ครมู อบหมายงานใหผ้ ู้เรยี นไปศกึ ษาเรยี นรู้ ติมเร่อื ง ฟป่า มอก ควัน นดินไหว 4 : การประเมนิ ผล รียนรู้ ครูและผูเ้ รียนนำผลงานที่ได้จากการตอบจาก นมาใชเ้ ป็นข้อมลู ในการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ ครู ผู้เรยี นและผู้เกยี่ วขอ้ งร่วมกนั สร้างเกณฑ์ ดผลการเรียนรู้ ครูตดั สนิ ผลการเรียนรตู้ ามเกณฑท์ ่ีกำหนด 317
ใบความรู้เรอ่ื งแผน่ ดินไหว แผน่ ดนิ ไหวในประเทศไทย เปิดสถติ ขิ ่าวแผ่นดินไหวในประเทศไทย ในรอบ 40 ปี ทีม่ ีจุดศูนย์กลางอยใู่ น ประเทศไทย และมีระดบั ความรนุ แรงต้งั แต่ 4.0 แมกนจิ ูดข้ึนไป ข่าวแผ่นดินไหวในประเทศไทยท่ีเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.08 น. ของวันที่ 5 พฤษภาคม 2557 โดยมจี ุด ศูนยก์ ลางอยู่ท่ีอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย นบั เปน็ เหตแุ ผ่นดนิ ไหวคร้ังรุนแรงทส่ี ดุ ในรอบ 50-100 ปี เพราะ มขี นาดความรุนแรงมากถึง 6.3 แมกนิจูด สร้างความเสียหายใหบ้ า้ นเรอื นประชาชน ส่ิงปลูกสรา้ งในจงั หวดั เชยี งราย และจงั หวัดใกลเ้ คยี งไมน่ ้อย เพราะเปน็ การเกดิ แผ่นดนิ ไหวบนบกทลี่ ึกจากพน้ื ดนิ เพยี งแค่ 7.4 กโิ ลเมตรเท่าน้ัน ท้ังน้ี เรอ่ื งการเกิดแผ่นดนิ ไหวในประเทศไทยไมใ่ ช่เร่ืองใหม่ หรือเรื่องไกลตัว เพราะในประเทศไทยเอง มีรอยเลอื่ นของเปลือกโลกทม่ี ีพลงั อยู่ถึง 14 รอยเลือ่ น และเคยปรากฏเหตแุ ผน่ ดินไหวมาตง้ั แต่ก่อนสมัย สโุ ขทัย เรอ่ื ยมาจนถึงกรงุ รัตนโกสนิ ทร์ ณ ปัจจุบัน ซง่ึ ก็มรี ะดบั ความรนุ แรงต้งั แต่น้อยท่ไี มท่ ำให้เรารับรู้ แรงส่ันสะเทือนไปจนถงึ ระดับความรนุ แรงมากจนรับรถู้ ึงแรงสนั่ สะเทอื น และเกิดความเสียหายข้นึ ได้ กระปุกดอทคอม นำสถิตกิ ารเกดิ แผน่ ดินไหวในประเทศไทย ต้งั แตป่ ี พ.ศ. 2521-2557 ทมี่ จี ดุ ศูนยก์ ลางอย่ใู นประเทศไทย และเปน็ แผ่นดินไหวทีร่ ะดบั ความรุนแรง 4.0 แมกนิจดู ขนึ้ ไป ซง่ึ เปน็ ระดบั ทรี่ ับรู้ แรงส่นั สะเทือน และทำให้วตั ถแุ กว่งไกวได้ มาย้อนให้รูไ้ ว้เป็นข้อมูลกนั ข่าวแผ่นดนิ ไหวในประเทศไทย เคยเกิดทีไ่ หนบา้ ง และเกดิ เมือ่ ไหร่ ไปดูกันเลยค่ะ ขนาด วันที่ (แมกนิ จดุ ศนู ยก์ ลาง ความเสียหาย จดู ) 5 พ.ค. 6.3 อ.พาน จ.เชยี งราย บ้านเรือน สิง่ ปลกู สรา้ ง ในจังหวดั เชียงรายและใกลเ้ คยี ง 2557 เสียหาย รับรู้ แรงสน่ั สะเทอื นถึงตึกสงู ใน กทม. 4 มิ.ย. 2555 4.0 อ.เมอื ง จ.ระนอง รสู้ ึกสน่ั ไหวท่ี ต.เขานิเวศน์ ต.บางนอน อ.เมืองระนอง จ.ระนอง 16 เม.ย. 4.3 อ.ถลาง จ.ภูเกต็ ร้สู กึ ไหวในหลายพ้นื ที่ใน จ.ภเู ก็ต บ้านเรอื นแตกรา้ วหลาย 2555 หลังเกดิ อาฟเตอรช์ ็อกมากกว่า 26 คร้งั ใน อ.ถลาง 23 ธ.ค. 2551 4.1 อ.พระแสง ร้สู ึกสน่ั ไหวในบริเวณ อ.พระแสง จ.สรุ าษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี 19 มิ.ย.2550 4.5 อ.แม่รมิ จ.เชยี งใหม่ รูส้ กึ สั่นสะเทอื นได้ท่ี อ.แม่รมิ จ.เชยี งใหม่ และจ.ลำพนู 22 เม.ย. 4.5 อ.เวยี งป่าเปา้ จ.เชียงราย รู้สกึ สน่ั สะเทอื นไดท้ ี่ อ.เวียงปา่ เปา้ จ.เชยี งราย และ จ. 2550 พะเยา 13 ธ.ค.2549 5.1 อ.แมร่ ิม จ.เชียงใหม่ รสู้ ึกสั่นสะเทือนไดเ้ กือบทว่ั ไปใน จ.เชียงใหม่ และอาคาร สงู ใน จ.เชยี งราย 17 พ.ย.2549 4.4 อ.พาน จ.เชียงราย รูส้ กึ สน่ั สะเทอื นได้ที่ อ.พาน และ อ.เมือง จ.เชยี งราย 15 ธ.ค.2548 4.1 จ.เชียงราย รสู้ กึ สน่ั สะเทอื นได้ท่ี อ.เมือง อ.เทิง จ.เชียงราย 4 ธ.ค.2548 4.1 จ.เชยี งราย รสู้ ึกสั่นสะเทอื นได้บนอาคารสูง จ.เชยี งใหมแ่ ละ จ.ลำพนู 18 ธ.ค.2545 4.3 อ.เชยี งดาว จ.เชียงใหม่ รู้สึกได้ท่ี อ.เชยี งดาว จ.เชียงราย รสู้ ึกได้ที่ อ.เชียงแสน อ.เมือง อ.เชยี งของ จ.เชียงราย, 2 ก.ค.2545 4.7 อ.เชียงแสน จ.เชยี งราย อ.เมอื ง จ.พะเยา, อ.เมือง จ.นา่ น มีความเสยี หายเล็กน้อย บริเวณ อ.เชียงแสน อ.เชยี งของ
22 ก.พ.2544 4.3 เข่อื นเขาแหลม จ.กาญจนบรุ ี รูส้ กึ ไดท้ ี่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี 13 ก.ค.2541 4.1 อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ รู้สึกไดท้ ่ี อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย 2 ก.พ.2540 4.0 บริเวณ อ.สอง จ.แพร่ รสู้ กึ ได้ที่ อ.สอง จ.แพร่ รูส้ กึ ได้ที่ จ.เชยี งใหม่ เชยี งราย พะเยา ลำปาง ลำพนู และ 1 ธ.ค.2538 5.2 อ.พร้าว จ.เชยี งใหม่ แมฮ่ ่องสอน มีผ้สู งู อายุเสยี ชีวิตท่ี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 1 คน จากการล้มศีรษะ กระแทกพ้ืน มีความเสยี หาย 9 ธ.ค.2538 5.1 อ.ร้องกวาง จ.แพร่ เล็กน้อยท่บี รเิ วณใกลศ้ นู ย์กลาง รู้สึกได้ที่ อ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา 5 พ.ย.2538 4.0 อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ แพร่ อตุ รดิตถ์ และน่าน เสยี หายเล็กน้อย ที่ จ.แพร่ 17 ต.ค.2538 4.3 อ.ปาย แมฮ่ ่องสอน รู้สึกได้ท่ี อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ 11 ก.ย.2537 5.1 อ.แมส่ รวย จ.เชยี งราย รสู้ กึ ไดท้ ่ี อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รู้สกึ ไดท้ ี่ จ.เชยี งราย มคี วามเสยี หายตอ่ สิ่งก่อสร้างใกล้ 8 พ.ค.2537 4.5 จ.เชยี งใหม่ ศนู ยก์ ลาง เชน่ โรงพยาบาลพาน วดั และโรงเรียน รสู้ กึ ได้ท่ี อ.เมือง จ.เชยี งใหม่ จ.ลำปาง จ.ลำพูน 5 พ.ย.2534 4.0 จ.แมฮ่ ่องสอน รู้สึกสน่ั ไหวที่ อ.เมอื ง จ.เชียงใหม่ และ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน 3 พ.ย.2533 4.0 จ.กาญจนบรุ ี รสู้ กึ ส่นั ไหวท่ี อ.ศรีสวัสด์ิ จ.กาญจนบุรี 12 ต.ค.2533 4.0 จ. เพชรบรู ณ์ รู้สึกสน่ั ไหวท่ี อ.หลม่ สัก อ.หลม่ เกา่ จ.เพชรบูรณ์ 28 พ.ค.2533 4.2 จ.กาญจนบรุ ี รสู้ ึกสั่นไหวท่ี อ.ศรีสวสั ด์ิ จ.กาญจนบุรี 15 ธ.ค.2532 4.0 จ.กาญจนบุรี รสู้ กึ สน่ั ไหวท่ี อ.ศรสี วัสดิ์ จ.กาญจนบุรี 29 พ.ย.2531 4.5 จ.กาญจนบุรี สึกสั่นไหวท่ี อ.ศรีสวัสดิ์ และ อ.ทองผาภมู ิ จ.กาญจนบรุ ี 25 ก.ค.2531 4.2 จ.พะเยา รู้สึกสั่นไหวท่ี จ.เชียงใหม่ 19 ก.พ.2531 4.2 จ.เชียงใหม่ รู้สึกส่นั ไหวท่ี จ.เชยี งใหม่ 30 ส.ค.2526 4.2 จ.กาญจนบุรี รสู้ ึกสั่นไหวที่ จ.กาญจนบรุ ี 18 ก.ค.2526 4.7 จ.กาญจนบรุ ี รู้สึกสั่นไหวที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบรุ ี 22 เม.ย. รู้สกึ แผน่ ดนิ ไหวตลอดภาคกลาง และภาคเหนือ ส่วน 2526 5.2 จ.กาญจนบุรี อาคารใน กทม. เสยี หายเลก็ น้อย 22 เม.ย. 2526 5.9 จ.กาญจนบุรี รู้สกึ แผ่นดินไหวตลอดภาคกลาง และภาคเหนอื ส่วน 15 เม.ย. อาคารใน กทม. เสียหายเล็กน้อย 2526 5.5 จ.กาญจนบรุ ี รู้สึกแผน่ ดินไหวชดั เจนใน กทม. 20 ม.ิ ย.2525 4.3 จ.เชยี งใหม่ รสู้ กึ สั่นไหวที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน และลำปาง มี เสียงดงั คลา้ ยฟ้าร้อง 22 ธ.ค.2523 4.0 จ.แพร่ รสู้ กึ สน่ั ไหวท่ี จ.แพร่ 10 ก.พ.2523 4.2 จ.เชียงใหม่ 24 ก.ค.2521 4.0 จ.ตาก รู้สกึ สน่ั ไหวท่ี จ.เชยี งใหม่ นาน 5 วินาที อ.พรา้ ว จ. 26 พ.ค.2521 4.8 เชียงใหม่ ร้สู ึกสน่ั ไหวที่ อ.สามเงา อ.อุ้มผาง และ อ.แม่สอด จ.ตาก 17 ก.พ.2518 5.6 พม่า-ไทย (จ.ตาก) เสยี หายเล็กนอ้ ยท่ี อ.พร้าว รู้สึกส่ันไหวนาน 15 วนิ าที ที่ จ.เชียงราย เชยี งใหม่ และลำปาง รสู้ ึกได้ท้ังภาคเหนอื และภาคกลาง รวมถงึ กทม. มีความ เสยี หายเลก็ นอ้ ย
ทั้งน้ี ยังมแี ผน่ ดินไหวขนาดใหญ่ซ่ึงเกิดขน้ึ ในแถบประเทศเพ่ือนบา้ น คือ พม่า ลาว รวมท้ังในทะเลอัน ดามัน และประเทศอินโดนีเซีย ที่สง่ ผลกระทบมาถงึ ประเทศไทยด้วย โดยเหตุการณ์คร้งั ใหญแ่ ละรุนแรงท่สี ุดก็ คอื การเกิดแผน่ ดินไหวในทะเลอนั ดามนั ขนาด 9.1-9.3 แมกนิจูด เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 อนั ส่งผล ใหเ้ กดิ คลืน่ ยักษส์ ึนามซิ ัดเข้าหลายจังหวดั ของไทย คร่าชวี ติ ชาวบา้ น ประชาชน นักท่องเทีย่ วในประเทศไทยไป กว่า 5 พนั ราย และท่วั โลกเกือบ 2 แสนราย นอกจากนี้ หากย้อนไปดขู ้อมูลในประวตั ศิ าสตร์ ก็พบหลักฐานทบ่ี นั ทึกถงึ การเกิดแผน่ ดนิ ไหวในประเทศ ไทยเมื่อครั้งอดตี ไวเ้ ชน่ กนั ซ่งึ เหตุการณ์ใหญ่ ๆ กอ็ ย่างเช่นในปี พ.ศ. 1008 เกดิ แผน่ ดินไหวขนาดใหญ่จนทำ ให้โยนกนครยบุ จมลง เกิดเป็นหนองนำ้ ขนาดใหญ่ เป็นต้น แผน่ ดินไหวภาคเหนือ บอ่ ยคร้ังท่เี ราไดย้ นิ ข่าวแผน่ ดินไหวเกิดขึ้นในภาคเหนอื เพราะเปน็ บริเวณที่มรี อยเล่ือนทยี่ ังมพี ลังอยู่ หลายจดุ นัน่ จงึ ทำให้ในแต่ละปี มแี ผ่นดินไหวเกิดขึน้ ในภาคเหนอื อยู่หลายครั้ง ตั้งแต่ขนาดเลก็ ที่ไม่ทำให้คน รบั รแู้ รงสน่ั สะเทือน ขนาดปานกลางท่ีรับรูแ้ รงสัน่ สะเทือนไดบ้ ้าง ไปจนถึงขนาดใหญ่ที่สร้างความเสยี หายใหส้ งิ่ ปลกู สร้างได้อย่างเหตุการณ์ที่เกิดข้นึ เมื่อวนั ท่ี 5 พฤษภาคม 2557 ขา่ วแผ่นดนิ ไหวในประเทศไทยทเี่ คยเกดิ ข้ึนในภาคเหนือ มดี งั น้ี ขนาด จุดศนู ย์กลาง ความเสียหาย วนั ที่ (แมกนิ บ้านเรือน ส่งิ ปลกู สรา้ ง ในจังหวดั เชยี งรายและใกลเ้ คียง จูด) เสยี หาย รบั ร้แู รงสนั่ สะเทอื นถงึ ตึกสงู ใน กทม. รูส้ ึกสัน่ ไหวที่ อ.แม่วาง อ.สนั ป่าตอง จ.เชียงใหม่ 5 พ.ค. 2557 6.3 อ.พาน จ.เชยี งราย รสู้ ึกสั่นไหว ทีบ่ า้ นและบนอาคาร อ.แมส่ าย อ.เมือง จ. เชยี งราย 7 ม.ิ ย. 2556 3.1 ต.ทุ่งปี้ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ ร้สู กึ สน่ั ไหวที่ จ.แม่ฮอ่ งสอน 7 พ.ค. 2556 5.4 ประเทศพม่า รู้สกึ สั่นไหวที่ อ.แม่วาง อ.หางดง อ.เมือง จ.เชยี งใหม่ 11 เม.ย. 5.1 ประเทศพมา่ 2556 2.9 ได้ยินเสยี งดัง บ้านส่ัน รู้สกึ ส่ันไหวที่ ต.ต้นฝาย ต.พชิ ัย ต. ต.แมว่ นิ อ.แมว่ าง จ. ตน้ ธงชยั จ.ลำปาง 5 เม.ย. 2556 เชยี งใหม่ รสู้ ึกสนั่ ไหวท่ี อ.แมส่ าย จ.เชยี งราย รสู้ กึ สน่ั ไหวทอ่ี ำเภอแมส่ าย จังหวดั เชยี งราย และบน 2 มี.ค. 2556 3.4 ต.ทุ่งฝาย อ.เมอื ง จ.ลำปาง อาคารสงู จงั หวดั เชียงใหม่ รู้สึกสน่ั ไหวที่ จ.เชยี งใหม่ และบนตกึ สงู ของ จ. 7 ก.พ. 2556 4.3 ประเทศพมา่ กรงุ เทพมหานคร 20 ธ.ค. 2555 4.6 ประเทศพมา่ รู้สกึ สน่ั ไหวที่ จ.เชียงใหม่ จ.นนทบุรี จ.กรุงเทพมหานคร 11 พ.ย. 5.8 ประเทศพมา่ รู้สกึ สั่นไหวท่ี อ.พาน จ.เชยี งราย กระจกและบา้ นส่นั 2555 6.6 ประเทศพมา่ 11 พ.ย. 2555 3.4 ต.จอมหมอกแก้ว อ.แมล่ าว จ.เชยี งราย 13 ก.ย. 2555
10 พ.ค. 4.0 ประเทศพม่า รู้สึกที่ อ.แมส่ าย จ.เชียงราย 2554 6.8 ประเทศพม่า รู้สึกได้ในภาคเหนือ ตะวนั ออกเฉียงเหนือ และอาคารสูง 24 มี.ค. ใน กทม.หลายแหง่ และมคี วามเสียหายท่ี อ.แมส่ าย จ. 2554 เชยี งราย มผี เู้ สียชวี ิต 1 คนจากผนงั บา้ นพังทบั ศรี ษะ รสู้ กึ ไดท้ ี่ อ.แมส่ าย อ.แมจ่ ัน อ. เชยี งแสน อ.แมฟ่ า้ หลวง 6 ก.ค. 2553 4.5 ประเทศพมา่ จ.เชยี งราย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ร้สู ึกสน่ั ไหวบรเิ วณ อ.เมอื ง จ.เชยี งราย 5 เม.ย. 2553 3.5 ประเทศพม่า หา่ งจากพรมแดนไทย(แมส่ าย) ประมาณ 80 5.0 อ.พร้าว เชยี งใหม่ กิโลเมตร รสู้ กึ สนั่ สะเทือนไดท้ ี่ จ.เชียงราย 20 มี.ค. 3.8 อ.แมร่ มิ จ.เชยี งใหม่ รู้สึกส่นั ไหวได้ท่ี จ.เชียงใหม่ 2553 3.9 พรมแดนพมา่ -ลาว-จีน 5.7 ตอนเหนอื ของลาว รสู้ ึกสั่นไหวได้ท่ี อ.แมร่ มิ จ.เชยี งใหม่ 1 ก.ค. 2551 5.0 อ.แม่ริม จ.เชยี งใหม่ รสู้ ึกสนั่ สะเทอื นไดท้ ี่ จ.เชยี งราย 22 เม.ย. 4.5 2551 พรมแดนลาว พมา่ รสู้ ึกสนั่ สะเทือนไดท้ ่ี จ.เชียงราย 2 พ.ย.2550 พรมแดนลาว พมา่ รู้สึกส่ันสะเทือนไดท้ ่ี อ.แม่รมิ จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน 16 ต.ค. 2550 อ.เวยี งปา่ เป้า จ.เชยี งราย รู้สกึ สน่ั สะเทอื นไดท้ หี่ ลายจังหวัดในภาคเหนือและอาคาร อ.แมร่ มิ จ.เชียงใหม่ สงู ใน กทม. 19 ม.ิ ย. 2550 รสู้ ึกสัน่ สะเทอื นไดท้ ่ี จ.เชียงราย 16 พ.ค.2550 6.1 รสู้ กึ ส่ันสะเทอื นได้ที่ อ.เวยี งป่าเปา้ จ.เชยี งราย และ จ. พะเยา 15 พ.ค. 5.1 รสู้ กึ สั่นสะเทือนไดท้ ่ี อ.เมือง อ.แม่ริม จ.เชยี งใหม่ 2550 4.5 22 เม.ย. 3.1 2550 6 ม.ค. 2550
แผน่ ดินไหวภาคใต้ ในภาคใต้มรี อยเลอ่ื นของเปลอื กโลกทม่ี ีพลงั อยู่ 2 จดุ คือรอยเล่อื นระนอง ซ่ึงพาดผา่ นจงั หวัด ระนอง ชมุ พร ประจวบครี ีขันธ์ พงั งา และรอยเลื่อนคลองมะรยุ่ ซ่ึงพาดผา่ นจังหวดั สรุ าษฎรธ์ านี กระบี่ และ พังงา อกี ทั้งยังได้รับผลกระทบจากการเกดิ แผ่นดนิ ไหวในประเทศอินโดนเี ซยี และทะเลอันดามันด้วย ทำให้ แถบน้เี กิดแผ่นดินไหวได้บ่อยเช่นกนั โดยตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2550 เป็นต้นมา บรเิ วณภาคใต้ของไทยเคยเกิด แผน่ ดนิ ไหว หรือไดร้ ับผลกระทบจากแผ่นดินไหวดังน้ี ขนาด วนั ท่ี (แมกนิ จดุ ศนู ยก์ ลาง ความเสยี หาย จดู ) 2 ก.ค. 2556 6.0 ตอนเหนอื ของเกาะสมุ าตรา รสู้ กึ สน่ั ไหวบรเิ วณ จ.ภเู ก็ต จ.พงั งา และอาคารสงู ใน กรุงเทพฯ 23 ม.ิ ย. 6.3 ตอนเหนอื เกาะสุมาตรา รสู้ ึกบนอาคารสงู จ.ภูเกต็ และ สงขลา 2555 4 ม.ิ ย. 2555 4.0 อ.เมือง จ.ระนอง รู้สกึ สน่ั ไหวที่ ต.เขานเิ วศน์ ต.บางนอน อ.เมืองระนอง จ. ระนอง 16 เม.ย. 4.3 ต.ศรสี ุนทร อ.ถลาง จ.ภเู ก็ต รูส้ ึกไหวในหลายพ้นื ที่ใน จ. ภูเก็ต บา้ นเรอื นแตกรา้ ว 2555 หลายหลัง เกิดอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 26 ครัง้ 11 เม.ย. 8.6 ชายฝั่งตะวันตกทางตอนเหนือ รู้สกึ ได้ในหลายจงั หวดั ในภาคใตแ้ ละภาคกลาง รวมถงึ 2555 ของเกาะสุมาตรา ภาคอสี าน เกดิ คลน่ื สึนามิสงู 80 ซม. ที่ประเทศ อนิ โดนเี ซีย และ 30 ซม. ทเี่ กาะเมียง จ.พงั งา 5 ม.ี ค. 2555 5.2 ตอนเหนอื เกาะสุมาตรา รู้สึกไหวเล็กน้อยท่ี จ.ภูเก็ต 20 ก.พ. 2.7 อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา รสู้ ึกไดบ้ รเิ วณใกล้ศูนย์กลาง และมคี วามเสยี หายเล็กนอ้ ย 2555 6 ก.ย. 2554 6.7 ตอนเหนอื เกาะสุมาตรา รสู้ กึ ที่ อ.เมือง จ.ภูเกต็ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา 24 ม.ิ ย. 3.5 ก่งิ อำเภอหาดสำราญ จ.ตรัง รู้สึกท่ี อ.กันตงั อ.ย่านตาขาว อ.เมือง จ.ตรงั 2554 30 เม.ย. 4.4 ทะเลอนั ดามนั รู้สึกท่ี จ.ภเู ก็ต 2554 9 พ.ค. 2553 7.3 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา รู้สกึ สน่ั ไหวอาคารสงู จ. ภูเก็ต พงั งา สรุ าษฏรธ์ านี สงขลา และ กทม. 23 ธ.ค. 2551 4.1 อ.พระแสง จ.สรุ าษฎร์ธานี รสู้ กึ สั่นไหวในบรเิ วณ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี 20 ก.พ. 7.5 ตอนเหนอื เกาะสุมาตรา รสู้ ึกส่ันไหวบนตึกสงู ใน กทม. และภเู กต็ เกดิ สึนามิขนาด 2551 เลก็ บรเิ วณใกล้ศูนย์กลาง 28 ธ.ค. 2550 5.7 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา รู้สกึ ส่นั สะเทอื นไดบ้ นอาคารสูง จ.ภูเกต็ จ.พงั งา 27 เม.ย. 6.1 ตอนเหนือเกาะสุมาตรา รสู้ กึ ส่ันสะเทือนได้ที่ จ.ภูเกต็ 2550
ใบงาน 1.ยกตวั อยา่ งการเกิดแผน่ ดนิ ไหวในประเทศไทย ทม่ี ีระดบั ความรนุ แรงต้งั แต่ 4.0 แมกนจิ ูดขน้ึ ไป ไมน่ ้อยกว่า 5 สถานท่ี ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. แผ่นดนิ ไหวขนาดใหญ่ซ่งึ เกิดขึน้ ในแถบประเทศเพื่อนบ้าน คอื ประเทศใดบ้าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เหตกุ ารณ์ครัง้ ใหญ่และรุนแรงทส่ี ุดก็คอื การเกดิ แผ่นดินไหวในทะเลอันดามัน ขนาด 9.1-9.3 แมกนจิ ูด ท่ี ส่งผลใหเ้ กดิ คลน่ื ยกั ษ์สนึ ามซิ ัดเข้าหลายจงั หวดั ของไทย คร่าชีวติ ชาวบา้ น ประชาชน นักทอ่ งเท่ียวในประเทศ ไทยไปกว่า 5 พันราย และทวั่ โลกเกอื บ 2 แสนราย ในวนั ที่ / เดอื นและพ.ศ. ใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 4. ภาคใตม้ รี อยเลือ่ นของเปลอื กโลกที่มพี ลังอยู่ 2 จุด คือท่ีใด ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5.ยกตัวอย่างภาคใต้ของไทยเคยเกิดแผ่นดนิ ไหว หรอื ไดร้ บั ผลกระทบจากแผ่นดินไหว มา 5 ตวั อย่าง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…
แผนการจัดกจิ กรรมก
การเรยี นรู้คร้งั ท่ี 14
รายละเอียดคำอธิบายรายวิชา สค32035 ลกู เสือ กศน. จำนวน 3 หน่วยกติ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย มาตรฐานการเรียนรู้ระดับ 1. มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนกั เกยี่ วกบั ภูมศิ าสตร์ ประวตั ิศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง การปกครอง ในโลก และนำมาปรับใชใ้ นการดำเนินชีวติ เพ่อื ความมน่ั คงของชาติ 2. มีความรู้ ความเข้าใจ เหน็ คุณค่า และสืบทอดศาสนา วฒั นธรรม ประเพณขี องประเทศ ในสงั คมโลก 3. มคี วามรู้ ความเข้าใจ ดำเนนิ ชีวติ ตามวิถีประชาธปิ ไตย กฎระเบียบของประเทศต่าง ๆ ในโลก 4. มคี วามรู้ ความเข้าใจหลักการพัฒนาชุมชน สงั คม สามารถวเิ คราะหข์ ้อมลู และเป็นผ้นู ำ ผู้ตาม ในการ พฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สงั คม ให้สอดคล้องกับสภาพการเปล่ียนแปลงของเหตกุ ารณ์ปัจจบุ นั ที่ ตวั ชว้ี ดั เนื้อหา เนื้อหา เน้อื หา เนื้อหายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสรมิ เหตุ 1 ลูกเสอื กับการพัฒนา (กรด) กลาง 1. อ ธิ บ า ย 1. สาระสำคญั ของการลูกเสอื สาระสำคัญของการ 1.1 วัตถุประสงค์ของการพัฒนาลกู เสอื (พบ ลกู เสือ 1.2 หลักการสำคัญของการลูกเสือ กลุม่ ) 66 2. อธบิ ายความ 2. ความสำคญั ของการลกู เสอื กบั การพัฒนา สำคัญของการลูกเสือ 2.1 การพฒั นาตนเอง กับการพฒั นา 2.2 การพฒั นาสมั พันธภาพระหวา่ งบุคคล 2.3 การพฒั นาสัมพนั ธภาพภายในชมุ ชนและ สังคม 3. ลูกเสือกับการพัฒนาความเป็นพลเมอื งดี 3.1 ความหมายของพลเมืองดี 3.2 ความเป็นพลเมืองดีในทัศนะของการ ลูกเสือ 3. อ ภิ ป ราย ค วาม เป็ น พ ล เมื อ ง ดี ใน ทัศนะของลูกเสอื
ท่ี ตวั ชวี้ ัด เน้ือหา เนอ้ื หา เน้อื หา เนอื้ หายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสรมิ เหตุ 4. นำเสนอผลการ (กรด) กลาง สำรวจตนเอง (พบ ครอบครัว ชุมชน 4. การสำรวจตนเอง ครอบครัว ชุมชน และ กลมุ่ ) และสังคม เพื่อการ สังคม เพ่อื การพฒั นา พัฒนา 4.1 การสำรวจตนเอง ครอบครัว ชุมชน และ สังคม 4.2 แนวทางการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน และสงั คม 2. การลูกเสือไทย 1. ประวตั ิการลูกเสอื ไทย 10 10 1. อธบิ ายประวัติการ 1.1 พระราชประวัติของพระบาทสมเด็จพระ ลกู เสือไทย มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หวั 1.2 กำเนดิ ลกู เสอื ไทย 1.3 กิจการลกู เสือไทยแตล่ ะยคุ 2. อธบิ ายความรู้ 2. ความรูท้ วั่ ไปเกย่ี วกับคณะลกู เสือแหง่ ชาติ ท่ัวไปเกี่ยวกับคณะ 2.1 คณะลกู เสอื แหง่ ชาติ ลกู เสอื แห่งชาติ 2.2 การบริหารงานของคณะลกู เสือแหง่ ชาติ 2.3 การลูกเสอื ในสถานศึกษา 3 การลกู เสือโลก 1. ประวัตผิ ใู้ หก้ ำเนิดลูกเสือโลก 8 8 1. อ ธิบ ายป ระวัติ ผู้ให้กำเนดิ ลูกเสือโลก 2. อธบิ ายความ 2. องคก์ ารลกู เสอื โลก สำคัญขององค์การ ลูกเสอื โลก 3. อธิบาย 3. ความสมั พันธ์ระหว่างลูกเสือไทยกับลกู เสือ ความสัมพนั ธ์ระหว่าง โลก การลกู เสือไทยกับ การลกู เสอื โลก
ที่ ตวั ช้วี ัด เนือ้ หา เนอ้ื หา เน้ือหา เน้ือหายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสรมิ เหตุ (กรด) กลาง (พบ กลุ่ม) 4 คณุ ธรรม จรยิ ธรรม 66 ของลูกเสือ 1. อ ธิ บ า ย ค ำ 1. คาปฏิญาณและกฎของลกู เสือ ปฏิญาณและกฎของ ลูกเสือ 2. คุณธรรม จริยธรรมจากคำปฏิญาณและ 2. อธิบายคุณธรรม กฎของลกู เสอื จ ริ ย ธ ร ร ม จ า ก ค ำ ปฏิญาณและกฎของ ลูกเสอื 3. การนำคำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือท่ีใช้ 3. ยกตวั อยา่ งการนำ ในชีวติ ประจำวนั คำปฏิญาณและกฎ ของลูกเสือท่ีใชใ้ น ชวี ติ ประจำวัน 4 ความสัมพนั ธ์ระหว่างคุณธรรม จริยธรรม 4. อธบิ าย ในคำปฏิญาณและกฎของลูกเสอื กบั หลกั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในคำปฏญิ าณและกฎ ของลกู เสอื กับหลัก ปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง 5 วินัย และความเป็น 6 6 ระเบยี บเรยี บรอ้ ย 1. อ ธิ บ า ย 1. วนิ ัย และความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย ค ว า ม ห ม าย แ ล ะ 1.1 ความหมายของวินัยและความเป็น ความสำคัญของวินัย ระเบยี บเรียบร้อย แ ล ะ ค ว า ม เ ป็ น 1.2 ความสำคัญของวินัยและความเป็น ระเบียบเรยี บรอ้ ย ระเบยี บเรยี บร้อย
ท่ี ตัวชว้ี ดั เนอ้ื หา เน้ือหา เนอ้ื หา เน้อื หายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสริม เหตุ (กรด) กลาง (พบ กล่มุ ) 2. อธิบายผลกระทบ 2. ผลกระทบจากการขาดวินัย และขาด จากการขาดวินัยและ ความเปน็ ระเบยี บเรยี บร้อย ขาดความเป็นระเบียบ เรยี บรอ้ ย 3. ยกตัวอย่างแนวทาง 3. แนวทางการเสริมสร้างวินัย และความ การเส ริม ส ร้างวินั ย เปน็ ระเบียบเรียบรอ้ ย และความเป็นระเบียบ เรยี บร้อย 4. อธิบายระบบหมู่ 4. ระบบหม่ลู ูกเสือ ลูกเสอื 5. อธบิ ายและ 5. การพัฒนาภาวะผู้นำ –ผ้ตู าม ยกตวั อย่างการพัฒนา ภาวะผูน้ ำ -ผู้ตาม 6 ลูกเสือ กศน. กับการ 66 พัฒนา 1. อธิบายความเป็นมา 1. ลกู เสอื กศน. และความสำคัญของ 1.1 ความเป็นมาของลกู เสือ กศน. ลูกเสอื กศน. 1.2 ความสำคญั ของลูกเสอื กศน. 2. อ ธิ บ า ย ลู ก เสื อ 2. ลูกเสอื กศน. กับการพัฒนา กศน. กบั การพฒั นา 3. ระบุบทบาทหน้าท่ี 3. บทบาทหน้าที่ของลูกเสือ กศน. ท่ีมีต่อ ของลูกเสือ กศน. ท่ีมี ตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน และสังคม ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคม 4. ระบุบทบาทหน้าท่ี 4. บทบาทหน้าท่ีของลูกเสือ กศน. ท่ีมีต่อ ของลูกเสือ กศน. ท่ีมี สถาบันหลักของชาติ ต่อ สถาบันหลักของ ชาติ
ท่ี ตวั ช้ีวัด เนอ้ื หา เน้อื หา เน้อื หา เน้อื หายาก หมาย ง่าย ปาน สอนเสริม เหตุ (กรด) กลาง (พบ กลุ่ม) 7 ลกู เสอื กศน. กับจิต 12 อาสา และการบรกิ าร 1. จิตอาสา และการบริการ 1. อธิบายความหมาย 1.1 ความหมายของจติ อาสา และความสำคัญของ 1.2 ความสำคัญของจิตอาสา จิ ต อ า ส า แ ล ะ ก า ร 1.3 ความหมายของการบริการ บรกิ าร 1.4 ความสำคญั ของการบรกิ าร 2. อธบิ ายหลักการของ 2. หลักการของจติ อาสา และ การบรกิ าร จิ ต อ า ส า แ ล ะ ก า ร 2.1 หลกั การของจติ อาสา บรกิ าร 2.2 ประเภทของจิตอาสา 2.3 หลกั การของการบรกิ าร 2.4 ประเภทของการบรกิ าร 3. ยกตัวอย่างกิจกรรม 3. กิจกรรมจิตอาสา และการให้บริการของ จิ ต อ า ส า แ ล ะ ก า ร ลกู เสอื กศน. ให้บริการของลูกเสือ กศน. 4. นำเสนอผลการ 4. การปฏิบัติตนในฐานะลูกเสือ กศน. เพื่อ ปฏบิ ตั ิตนในฐานะ เป็นจติ อาสาและการให้บรกิ าร ลกู เสือ กศน. เพื่อเปน็ จติ อาสา และ การ ใหบ้ รกิ าร อยา่ งน้อย 4 กจิ กรรม
ท่ี ตัวชี้วดั เน้อื หา เน้ือหา เนื้อหา เน้อื หายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสริม เหตุ (กรด) กลาง (พบ กลมุ่ ) 8 การเขียนโครงการเพื่อ 10 พฒั นาชมุ ชนและสังคม 1. อธิบายความหมาย 1. โครงการเพ่อื พฒั นาชุมชนและสังคม ความสำคัญของ 1.1 ความหมายของโครงการ โครงการ 1.2 ความสำคญั ของโครงการ 2. จำแนกลักษณะของ 2. ลักษณะของโครงการ โครงการ 3. ระบุองคป์ ระกอบ 3. องคป์ ระกอบของโครงการ ของโครงการ 4. อธบิ ายขัน้ ตอนการ 4. ขน้ั ตอนการเขียนโครงการ เขียนโครงการ 5. บอกขั้นตอนการ 5. การดำเนินการตามโครงการ ดำเนนิ งานตาม โครงการ 6. อภิปรายผลการ 6. การสรุปรายงานผลการดำเนินงาน ปฏบิ ัตงิ านตาม โครงการเพอ่ื เสนอ ต่อท่ีประชุม โครงการ และการ เสนอผลการดำเนนิ งาน ตอ่ ทป่ี ระชมุ 9 ทกั ษะลกู เสือ 10 1. อธิบายความหมาย 1. แผนท่ี -เข็มทศิ และความสำคัญของ 1.1 ความหมาย และความสำคัญของ แผนที่ -เข็มทิศ แผนที่ 1.2 ความหมาย และความสำคัญของ เขม็ ทิศ
ท่ี ตวั ชว้ี ดั เนอื้ หา เนอ้ื หา เนอื้ หา เนอ้ื หายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสรมิ เหตุ (กรด) กลาง (พบ กลมุ่ ) 2. อธบิ ายสว่ น 2. วธิ กี ารใชแ้ ผนที่ –เข็มทศิ ประกอบของเข็มทิศ 2.1 วิธกี ารใชแ้ ผนที่ 2.2 วธิ ีการใช้เขม็ ทศิ 3. อธิบายวิธีการใช้ 3. ก ารใช้ Google Map แ ล ะ Google Google Map แ ล ะ Earth Google Earth 4. อธิบายความหมาย 4. เงื่อนเชือกและการผูกแนน่ และความสำคัญของ 4.1 ความหมายของเงื่อนเชือกและการ เงื่อนเชือก และการผูก ผกู แน่น แน่น 4.2 ความสำคัญของเง่ือนเชือกและการ 5. ผูกเงื่อน เชือกได้ ผูกแนน่ และบอกชื่อเง่ือนอย่าง 4.3 การผูกเง่ือนเชือกและ การผกู แน่น น้อย 7 เงอ่ื น 6. สาธติ วธิ กี ารผกู แนน่ อยา่ งน้อย 2 วธิ ี 10 ความปลอดภัยในการ 8 เขา้ ร่วมกิจกรรมลูกเสอื 1. บ อกความหมาย 1. ความปลอดภัยในการเข้าร่วมกิจกรรม ความสำคัญของความ ลูกเสอื ปลอดภัยในการเข้า 1.1 ความหมายของความปลอดภัยในการ ร่วมกิจกรรมลกู เสือ เข้าร่วมกจิ กรรมลกู เสือ 1.2 ความสำคัญของความปลอดภัยในการ เข้าร่วมกจิ กรรมลูกเสือ
ท่ี ตวั ชว้ี ดั เนอื้ หา เนื้อหา เนือ้ หา เนอ้ื หายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสรมิ เหตุ (กรด) กลาง (พบ กลมุ่ ) 2. บ อ ก ห ลั ก ก า ร 2. หลักการ วิธีการในการเฝ้าระวังเบื้องต้น 8 วิ ธี ก า ร เ ฝ้ า ร ะ วั ง ในการเขา้ รว่ มกิจกรรมลกู เสือ เบ้ืองต้นในการเข้าร่วม กิจกรรมลูกเสอื 3. อธิบายสถานการณ์ 3. การช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุความ ไม่ หรือโอกาสท่ีจะเกิด ปลอดภยั ในการเขา้ ร่วมกิจกรรมลกู เสอื ความ ไม่ปลอดภัยใน 4. การปฏิบัติตนตามหลักความปลอดภัย การเข้าร่วมกิจกรรม ลูกเสือ 11 การปฐมพยาบาล 6 1. อธิบายความหมาย 1. การปฐมพยาบาล และความสำคัญของ 1.1 ความหมายของการ ปฐมพยาบาล การปฐมพยาบาล 1.2 ความสำคัญของการ ปฐมพยาบาล 1.3 หลักการของการ ปฐมพยาบาล 2. อธิบายและสาธิต 2. วิธีการปฐมพยาบาลกรณีตา่ ง ๆ วิ ธี ก า ร ป ฐ ม พ ย า บ า ล กรณีต่าง ๆ อย่างน้อย 3 วิธี 3. อธิบายวิธีการวัด 3. การวัดสัญญาณชีพและการประเมิน สัญญาณชีพ และการ เบ้ืองต้น ประเมินเบอ้ื งต้น 4. ส า ธิ ต วิ ธี ก า ร 4. วธิ ีการช่วยชวี ิตขัน้ พื้นฐาน ชว่ ยชีวิตขั้นพ้ืนฐาน
ท่ี ตวั ชว้ี ัด เนอื้ หา เนอ้ื หา เนือ้ หา เนื้อหายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสรมิ เหตุ (กรด) กลาง (พบ กล่มุ ) 12 การเดินทางไกล อยู่ 12 ค่ายพักแรม และชีวิต ชาวค่าย 1. อธิบายความหมาย 1. การเดินทางไกล ของการเดินทางไกล 1.1 ความหมายของการเดินทางไกล 1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการเดนิ ทางไกล 1.3 หลักการของการเดนิ ทางไกล 1.4 การบรรจุเคร่ืองหลังสาหรับการเดิน ทางไกล 2. อธิบายความหมาย 2. การอยู่ค่ายพักแรม ของการอยคู่ ่ายพักแรม 2.1 ความหมายของการอยคู่ า่ ย พักแรม 2.2 วัตถุประสงค์ของการอยคู่ ่ายพักแรม 2.3 หลกั การของการอยคู่ ่าย พกั แรม 3. อ ธิ บ า ย ก า ร ใช้ 3. ชีวติ ชาวค่าย เครื่องมือสาหรับชีวิต 3.1 เครอ่ื งมือ เคร่อื งใช้ ทจ่ี ำเป็น ชาวค่าย สำหรบั ชีวติ ชาวคา่ ย 3.2 การสรา้ งครัวชาวคา่ ย 3.3 การสร้างเตาประเภทต่าง ๆ 3.4 การประกอบอาหาร แบบชาวคา่ ย 3.5 การกางเต็นท์ และการ เก็บเต็นท์ ชนดิ ต่าง ๆ 4. อ ธิ บ า ย วิ ธี ก า ร 4. วธิ ีการจดั การคา่ ยพกั แรม จัดการ ค่ายพกั แรม 4.1 การวางผงั คา่ ยพักแรม 4.2 การสุขาภิบาลในคา่ ยพักแรม
ท่ี หัวเรอื่ ง ตัวชี้วัด เนือ้ หา เนอ้ื หา เนอื้ หายาก หมาย งา่ ย ปาน สอนเสรมิ เหตุ (กรด) กลาง (พบ กลุม่ ) 13 การฝึกปฏบิ ัติการเดนิ กิจกรรมการเดินทางไกล อยู่ค่ายพักแรม 12 ทางไกล อยคู่ า่ ยพัก และชีวติ ชาวคา่ ย แรม และ ชีวติ ชาวค่าย 1. กิจกรรมเสริมสร้างคุณ ธรรม และ 1. วางแผนและปฏิบัติ อดุ มการณล์ ูกเสอื กิ จ ก ร ร ม ก า ร เดิ น 2. กิจกรรมสรา้ งค่ายพักแรม ทางไกล อยู่ค่ายพัก 3. กจิ กรรมชีวิตชาวค่าย แรม และชีวิต ชาวค่าย 4. กิจกรรมฝกึ ทักษะลกู เสือ ทกุ กิจกรรม 5. กจิ กรรมกลางแจง้ 2. ใช้ชีวติ ชาวคา่ ย 6. กิจกรรมนันทนาการ และชุมนุมรอบ ร่วมกบั ผอู้ น่ื ในคา่ ยพัก กองไฟ แรมได้อย่างสนกุ สนาน 7. กจิ กรรมนาเสนอผลการดาเนนิ งาน ตาม และมคี วามสขุ โครงการที่ไดด้ าเนนิ การมาก่อนการเข้าคา่ ย รวม 102 18 - 120
แผนการจัดการเรียนรู้ สาระความรู้พืน้ ฐาน ระดับ มธั ยมศกึ ษาตอนปล ครั้งที่ วนั /เดอื น/ปี หัวเร่ือง/ตัวช้ีวดั เน้อื หาสาระการเรยี นรู้ เรือ่ ง คณุ ธรรม จริยธรรม เร่ือง คุณธรรม จรยิ ธรรม ขนั้ ท ของลูกเสือ ของลูกเสือ - 1. อธิบายคำปฏิญาณและกฎ 1. คำปฏิญาณและกฎของ ผู้เรีย ของลกู เสอื ลกู เสอื เรยี น 2. อธบิ ายคณุ ธรรม จริยธรรม 2. คุณธรรม จริยธรรมจาก นำเ จากคำปฏิญาณและกฎของ คำป ฏิ ญ าณ และกฎ ของ ปฏิญ ลกู เสือ ลูกเสอื ข้ันท 3. ยกตัวอย่างการนำ 3. การนำคำปฏิญาณ และ - คำปฏิญาณและกฎของลกู เสือ ก ฎ ข อ ง ลู ก เสื อ ที่ ใช้ ใ น จากค ทใี่ ช้ในชีวิตประจำวัน ชวี ติ ประจำวนั - 4. อธิบายความสัมพันธ์ 4 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ ง คำป ระหวา่ งคุณธรรม จรยิ ธรรมใน คณุ ธรรม จริยธรรมในคำ ชี วิต คำปฏิญาณและกฎของลกู เสือ ปฏิญาณและกฎของลูกเสอื ค ว า กบั หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ กบั หลักปรชั ญาของ จริย พอเพียง เศรษฐกจิ พอเพียง ลูกเ พอเพ - คร จรยิ ธ
รายวิชาลกู เสือ กศน. รหัสวิชา สค32035 ลาย จำนวน 3 หน่วยกติ การจดั กระบวนการเรยี นรู้ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ วัดและประเมินผล ท่ี 1 : กำหนดสภาพปญั หา - หนงั สือเรยี น - พฤติกรรมการมี - ครนู ำเข้าสบู่ ทเรียน โดยการทักทาย รายวชิ าลกู เสอื กศน. ส่วนร่วมในการทำ ยน ให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อน ระดับมัธยมศึกษา กจิ กรรม นเพ่อื ทดสอบความรู้ของผู้เรียน ก่อน ตอนปลาย - การแสดงความ เข้าสู่บทเรียน พร้อมอธิบายคำ - ใบความรู้ เร่ือง คิดเห็น ความสนใจ ญาณและกฎของลูกเสือ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ในการเรียนการสอน ที่ 2 : แสวงหาความรู้ ของลกู เสือ การกลา้ แสดงออก ให้ครูบรรยายคุณธรรม จริยธรรม - วีดีโอจากยทู ปู - ใบงานเรอื่ ง คำปฏญิ าณและกฎของลูกเสอื เรอ่ื ง คำปฏญิ าณและ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม ครูไดน้ ำวิดโี อยกตัวอย่างการนำ กฎของลูกเสอื ของลกู เสอื ปฏิญาณและกฎของลูกเสือท่ีใช้ใน - คุณธรรม จริยธรรม ต ป ระ จ ำวัน แ ล ะค รูได้ อ ธิบ าย จากคำปฏิญาณและ า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า งคุ ณ ธ ร ร ม กฎของลูกเสือ ยธรรมในคำปฏิญาณและกฎของ - การนำคำปฏิญาณ สือกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ และกฎของลูกเสือท่ี พียง ไปพรอ้ มกับคลิปวีดีโอ ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั รูให้ผู้เรียนทำใบงาน เรอ่ื ง คณุ ธรรม ธรรมของลกู เสือ 337
คร้งั ที่ วนั /เดือน/ปี หัวเร่อื ง/ตัวชี้วดั เนื้อหาสาระการเรยี นรู้ ขนั้ ท - การน จริย ในกา ลูกเส ความ - เรียน ขนั้ ท - กิจก - ในกา - จริยธ
การจัดกระบวนการเรยี นรู้ สอื่ /แหลง่ เรียนรู้ วดั และประเมนิ ผล ที่ 3 : การปฏิบตั นิ ำไปใช้ - ความสมั พนั ธ์ ครูให้ผู้เรียนออกมาอธิบายและทำ ระหว่างคณุ ธรรม นำเสนอหนา้ ชนั้ เรยี น เรื่อง คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในคำ ยธรรมของลูกเสือ พร้อมยกตัวอย่าง ปฏญิ าณและกฎของ ารปฏิบัติให้ คุณธรรม จรยิ ธรรมของ ลูกเสอื กบั หลกั สือ และให้ผู้เรียนคนอ่ืนๆได้แสดง ปรัชญาของเศรษฐกิจ มคิดเห็นร่วมกันในชั้นเรยี น พอเพยี ง - ครูให้ผู้เรยี นทำแบบทดสอบหลงั น ท่ี 4 : การประเมนิ ผลการเรยี นรู้ พฤติกรรมการมีสว่ นร่วมในการทำ กรรม การแสดงความคิดเห็น ความสนใจ ารเรยี นการสอน การกล้าแสดงออก การทำใบงานเรอ่ื ง คณุ ธรรม ธรรมของลกู เสือ 338
ใบความรู้ เรอ่ื ง คณุ ธรรม จริยธรรมของลกู เสือ 1 คำปฏญิ าณ และกฎของลูกเสือ การอยู่ร่วมกันในสังคม จำเป็นต้องอาศัย กฎ ระเบียบ เพ่ือเป็นรากฐานในการ ดำเนินชีวิตให้เป็นปกติสุขของ ครอบครวั ชมุ ชน สังคม และประเทศ ท่ีจะอยรู่ ว่ มกนั ดว้ ยความผาสุก และยัง่ ยืน 1.1 ความหมายคำปฏญิ าณของลกู เสอื คำปฏิญาณของลูกเสือ คือ คำม่ันสัญญาท่ีลูกเสือทุกคนต้องให้ไว้แก่ ผู้บังคับบัญชา เป็นถ้อยคำที่กล่าวออกมา ด้วยความจริงใจและสมัครใจ คำกล่าวนี้สำคัญอย่างย่ิงในชีวิตการเป็นลูกเสือ เม่ือกล่าวแล้วต้องปฏิบัติตามให้ ได้เป็นการส่งเสริมให้ลูกเสือรักเกียรติของตน เพ่ือความเป็นพลเมืองดีของชาติ โดยอาศัยคำปฏิญาณเป็น อดุ มการณ์นำไปปฏบิ ัตใิ นชวี ิตได้ คำปฏิญาณของลกู เสอื ด้วยเกียรตขิ องขา้ ขา้ สญั ญาว่า ข้อ 1 ข้าจะจงรกั ภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ขอ้ 2 ข้าจะชว่ ยเหลอื ผู้อน่ื ทกุ เมอื่ ขอ้ 3 ขา้ จะปฏบิ ตั ติ ามกฎของลูกเสอื เพ่ือความชดั เจนในคำปฏิญาณของลูกเสือทงั้ 3 ข้อ จงึ มคี ำอธบิ ายเพิ่มเตมิ ดังนี้ ข้อ 1 ข้าจะจงรกั ภักดตี อ่ ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ชาติ ประกอบด้วย แผ่นดิน น่านน้ำ และประชาชนพลเมืองท่ีอยู่รวมกันโดยมีกฎหมาย ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมเป็นหลักปฏิบัติ ลูกเสือทุกคนต้องประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นพลเมืองดี ของชาติ ศาสนา ทุกศาสนามีความมุ่งหมายเดียวกัน คือ สอนให้ทุกคนเป็นคนดีละเว้น ความช่ัว ให้ กระทำแต่ความดี ลกู เสอื ทุกคนต้องมีศาสนา ลกู เสอื จะนับถือศาสนาใด ๆ ก็ได้ พระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขของคณะลูกเสือแห่งชาติ ลูกเสือทุกคนต้องปฏิบัติตนตามรอย พระยุคลบาท ขอ้ 2 ข้าจะชว่ ยเหลือผู้อน่ื ทกุ เมอื่ ลูกเสือทุกคนเป็นผู้มีจิตอาสา ไม่นิ่งดูดาย เอาใจใส่ผู้อน่ื มีความพรอ้ มที่จะเสียสละเพ่ือส่วนรวม ทุกโอกาสที่พึงกระทำได้ ซ่ึงเป็นส่ิงหน่ึงที่ทำให้ลูกเสือเป็นผู้มีเกียรติ และไดร้ ับการยกย่องช่ืนชมจากประชาชน ทวั่ ไป ข้อ 3 ข้าจะปฏบิ ตั ติ ามกฎของลูกเสือ กฎของลูกเสอื เปรียบเสมอื นศีลของลูกเสือทีเ่ ปน็ หลกั ยึดเหนย่ี วให้ประพฤติปฏบิ ตั ใิ นสิ่งดีงาม 1.2 ความหมายกฎของลกู เสือ กฎของลูกเสือ หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ลูกเสือต้องยึดเป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติตนในชีวิตประจำวัน กฎของลูกเสือมี 10 ขอ้ ดงั นี้
กฎของลกู เสือ ข้อ 1 ลกู เสอื มีเกียรตเิ ชื่อถอื ได้ ข้อ 2 ลูกเสอื มีความจงรักภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และซือ่ ตรงตอ่ ผมู้ พี ระคุณ ข้อ 3 ลกู เสือมหี นา้ ที่กระทำตนให้เปน็ ประโยชนแ์ ละช่วยเหลือผอู้ น่ื ข้อ 4 ลูกเสอื เปน็ มิตรของคนทกุ คน และเปน็ พ่ีนอ้ งกับลกู เสืออ่ืนทั่วโลก ขอ้ 5 ลูกเสือเปน็ ผูส้ ุภาพเรียบรอ้ ย ขอ้ 6 ลกู เสือมีความเมตตากรุณาต่อสัตว์ ขอ้ 7 ลกู เสอื เชอ่ื ฟงั คำส่ังของบิดามารดา และผบู้ งั คบั บัญชาด้วยความเคารพ ข้อ 8 ลูกเสอื มีใจรา่ เรงิ และไมย่ อ่ ท้อต่อความยากลำบาก ข้อ 9 ลกู เสือเป็นผู้มธั ยสั ถ์ ข้อ 10 ลกู เสอื ประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจ เพอื่ ความชดั เจนในกฎของลูกเสอื ทัง้ 10 ข้อ จึงมีคำอธิบายเพิ่มเติม ดงั นี้ ข้อ 1 ลกู เสอื มเี กยี รตเิ ชือ่ ถือได้ ลูกเสือต้องประพฤติตนเป็นคนดี เป็นผู้มีระเบียบวินัย ผู้อ่ืนย่อมจะชื่นชมเช่ือถือจะเป็นท่ีไว้วางใจแก่ คนท้ังหลาย โดยเฉพาะในขณะที่ลูกเสือสวมเครื่องแบบอันทรงเกียรติย่อมจะไม่ทำสิ่งใด ๆ ที่ก่อให้เกิด ความ เส่ือมเสยี เกียรตขิ องลูกเสือ ข้อ 2 ลกู เสอื มีความจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ และซ่อื ตรงต่อผูม้ พี ระคุณ ลูกเสือต้องเทิดทูน สถาบันทั้ง 3 ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์บรรพบุรุษของเรายอมพลีชีพ เพ่ือชาติมาแล้ว เพ่ือรักษาสถาบันน้ีไว้ เพื่อให้ประเทศชาติของเราม่ันคงอยู่ต่อไป จงทำหน้าท่ีของเราให้ดีท่ีสุด ในฐานะทเี่ ราเปน็ ลูกเสอื ขอ้ 3 ลกู เสือมหี น้าทีก่ ระทำตนให้เป็นประโยชน์ และชว่ ยเหลือผู้อ่นื ลูกเสือต้องเป็นผู้รู้จักการเสียสละ ไม่เห็นแก่ตัว พร้อมที่จะบำเพ็ญประโยชน์ให้กับบ้าน สถานศึกษา สงั คม ชุมชน ตลอดจนประเทศชาติ ด้วยการเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามความสามารถและ โอกาส และพฒั นาตนเองใหม้ ีความรูค้ วามสามารถให้พึง่ ตนเองได้ และสามารถชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื ได้ ขอ้ 4 ลกู เสอื เปน็ มิตรของคนทุกคน และเปน็ พ่นี อ้ งกับลกู เสืออ่ืนทั่วโลก ลูกเสือจะต้องเป็นผู้มี จิตใจโอบอ้อมอารี รู้จักเอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่แก่ทุก ๆ คนโดยไม่เลือกว่าเป็นเชื้อชาติ ศาสนาใด ๆ รวมทั้งมีความรู้สึกเสมือนหนึ่งว่าเป็นพ่ีน้องกับลูกเสืออ่ืนท่ัวโลก ต้องมีการทำงานร่วมกัน ต้องอยู่ ร่วมกัน ต้องประพฤติปฏิบัติดี ท้ังกาย วาจา ใจ คือต้องรู้จักแสดงน้ำใจกับผู้อื่น ช่วยเหลือผู้อื่นอย่างเต็มใจ เอือ้ เฟื้อ เผื่อแผ่ เสยี สละ มีอธั ยาศยั ไมตรีกบั คนท่วั ไป ยม้ิ แยม้ แจ่มใส ขอ้ 5 ลูกเสือเป็นผสู้ ภุ าพเรียบรอ้ ย ลูกเสือต้องเป็นผู้ทีม่ ีกิรยิ าและวาจาสุภาพ อ่อนโยน อ่อนน้อม มสี ัมมาคารวะท้ังทางกาย วาจา และใจ ไม่ยกตนข่มท่าน แต่งกายสะอาดเรียบร้อย แสดงทางวาจา เช่น พูดจาไพเราะ นุ่มนวล ไม่กล่าวร้ายล่วงเกิน เตอื นตนใหป้ ระพฤติดปี ระพฤติชอบ มคี วามอ่อนนอ้ มถอ่ มตน ขอ้ 6 ลกู เสอื มีความเมตตา กรณุ าตอ่ สตั ว์ ลูกเสอื ต้องเป็นคนที่มีใจเมตตา กรุณาต่อสัตว์ ไม่รงั แกสัตว์ หรือทรมานทารณุ สัตว์ให้รับความเจบ็ ปวด หรือกกั ขงั สัตว์ มใี จปรารถนาให้ผู้อืน่ พน้ ทุกข์ ขอ้ 7 ลกู เสอื เชอ่ื ฟังคำส่งั ของบดิ า มารดา และผู้บงั คับบญั ชาดว้ ยความเคารพ
ลกู เสือต้องเคารพและเช่ือฟังคำส่ังบิดามารดาซ่ึงเป็นผู้ใหก้ ำเนิด เปน็ ผู้เล้ียงดเู ราจนเติบใหญ่มีพระคุณ อย่างใหญ่หลวง และต้องเช่ือฟังคำส่ังของครู อาจารย์ และผู้บังคับบัญชาที่ล้วนมีประสบการณ์ในชีวิตท่ี สามารถชแ้ี นะแนวทาง ใหส้ งิ่ ทีด่ แี กเ่ รา ลกู เสอื จึงต้องเคารพและเชอ่ื ฟัง ขอ้ 8 ลกู เสือมีใจร่าเรงิ และไม่ยอ่ ทอ้ ตอ่ ความยากลำบาก ลูกเสือต้องเป็นผู้ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ร่าเริงอยู่เสมอ ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากแสดงถึงมิตรภาพ มี ไมตรีจติ ทด่ี ตี อ่ กนั ดว้ ยความเตม็ ใจ ขอ้ 9 ลูกเสอื เปน็ ผ้มู ัธยสั ถ์ ลูกเสือตอ้ งเป็นผรู้ ู้จักเก็บหอมรอมริบ ประหยัด ใชจ้ ่ายเฉพาะที่จำเป็นตามฐานะของตน ต้องประหยัด ทรัพย์สินท้ังของตนเองและผู้อ่นื ดว้ ยรวมทั้งตอ้ งไมร่ บกวนเบยี ดเบยี นผอู้ น่ื ข้อ 10 ลกู เสอื ประพฤตชิ อบดว้ ยกาย วาจา ใจ ลูกเสือต้องรู้จักสำรวมกาย วาจา และใจ คือ \"ทำดี คิดดี พูดดี” ไม่ทำให้ตนเองและผู้อ่ืนเดือดร้อน ต้องรู้จักเหน่ียวร้ัง ควบคุมสติ บังคับ ข่มใจตนเอง ละอายตนเอง คำนึงถึงมรรยาทของตนเองตลอด จนไม่คิด เบยี ดเบยี นทำร้ายผู้อนื่ เป็นผูท้ ่ีสุภาพอ่อนโยนปฏบิ ตั ิตนใหเ้ หมาะกับกาลเทศะและสงั คม 1.3 ความหมายคติพจน์ของลกู เสือ 1.3.1 คตพิ จนท์ ่ัวไปของลูกเสือ เสียชีพอย่าเสียสัตย์ หมายความว่า ให้ลูกเสือรักษาความซื่อสัตย์มีสัจจะย่ิงชีวิตจะไม่ละความสัตย์ ถึงแมจ้ ะถูกบบี บงั คบั จนเปน็ อนั ตรายถึงกบั ชวี ิตก็ตามก็ไมย่ อมเสยี สัจจะเพื่อเกียรตภิ ูมแิ ห่งตน 1.3.2 คติพจนข์ องลูกเสอื แต่ละประเภท ลูกเสอื สำรอง“ทำดที ี่สุด” ลกู เสอื สามญั “จงเตรียมพร้อม” ลกู เสือสามัญรนุ่ ใหญ่“มองไกล” ลูกเสือวสิ ามัญ“บริการ” ทำดีที่สุด หมายความวา่ ปฏบิ ัตหิ น้าทีข่ องตนอยใู่ หด้ ที ีส่ ดุ จงเตรียมพร้อม หมายความว่า เตรียมความพร้อมท้ังทางด้านร่างกายและจิตใจในการปฏิบัติหน้าท่ีท่ี รับผดิ ชอบ มองไกล หมายความว่า การมองใหก้ วา้ งและไกล ฉลาดที่จะมองเห็นความจรงิ ของสิ่งต่าง ๆ ว่าผลจาก การกระทำภารกจิ ของตน อาจสง่ ผลกระทบถึงภารกิจอื่น บคุ คลอน่ื บริการ หมายความว่า การกระทำด้วยความตั้งใจที่จะให้ผู้อื่นมีความสะดวกหรือลดปัญหา หรือความ ทกุ ข์หวังเพียงใหผ้ รู้ บั บรกิ ารไดร้ ับสงิ่ ทเี่ หมาะสมท่ีสุดเสมอโดยไมห่ วังรางวัลหรือสง่ิ ตอบแทนใด ๆ
เร่อื งที่ 2 คุณธรรม จรยิ ธรรมจากคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ คุณธรรมจริยธรรมจากคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือเน้นการประพฤติปฏิบัติตนให้เป็นพลเมืองดี พรอ้ มท่ีจะนำความสขุ ความเจรญิ ความมนั่ คงมาสูบ่ คุ คลสังคม และประเทศชาติ ดงั น้ี 1. ความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์บุคคลสามารถปฏิบัติตนให้มีความซ่ือสัตย์ต่อ ชาติ รัก และหวงแหน ยอมเสียสละเลือดเนื้อและชีวติ เพื่อให้ชาติเป็นเอกราชสืบไป อีกทั้งทำนุบำรุงศาสนาให้ ม่ันคงสถาพรสืบไปและปฏิบัติตนตามรอยพระยุคลบาทแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงบำบัดทุกข์บำรุงสุข ให้แก่ราษฎรดว้ ยความเสยี สละ 2. ความรบั ผิดชอบต่อหน้าที่ บุคคลสามารถปฏิบัติกิจการงานของตนเองและท่ีได้รบั มอบหมายด้วย ความมานะพยายาม อทุ ิศกำลังกาย กำลงั ใจอย่างเตม็ ความสามารถไมเ่ หน็ แก่ความเหน็ดเหน่อื ย 3. ความมีระเบียบวินัย บุคคลสามารถเป็นทั้งผู้รู้และปฏิบัติตามแบบแผนท่ีตนเอง ครอบครัว และ สังคม กำหนดไว้ โดยจะปฏิเสธกฎเกณฑ์หรือกติกาต่างๆ ของสังคมไม่ได้ คุณธรรมน้ีต้องใช้เวลาปลูกฝังเป็น เวลานาน และตอ้ งปฏบิ ตั ิสม่ำเสมอจนกว่าจะปฏบิ ตั เิ องได้และเกดิ ความเคยชนิ 4. ความซื่อสัตย์ บุคคลสามารถปฏิบัติตนทางกาย วาจา จิตใจ ที่ตรงไปตรงมาไม่แสดงความคดโกง ไม่หลอกลวง ไมเ่ อาเปรียบผอู้ ื่น ลั่นวาจาว่าจะทำงานส่ิงใดก็ต้องทำให้สำเร็จ ไม่กลับกลอก มีความจรงิ ใจต่อทุก คน จนเป็นท่ีไว้วางใจของคนทกุ คน 5. ความเสียสละ บุคคลสามารถปฏิบัติตนโดยการอุทิศกำลังกาย กำลังทรัพย์กำลังปัญญา เพ่ือ ช่วยเหลือผู้อื่นและสังคมด้วยความต้ังใจจริง มีเจตนาท่ีบริสุทธิ์ เป็นท่ีรักใคร่ไว้วางใจ เป็นท่ียกย่องของสังคม ผ้คู นเคารพนับถือ นำพาซงึ่ ความสขุ สมบูรณ์ในชีวติ 6. ความอดทน บุคคลสามารถปฏิบัติตนเป็นผู้ที่มีจิตใจเข้มแข็ง ไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคใด ๆ มุ่งม่ันที่ จะทำงานให้บังเกิดผลดีโดยไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน มีความอดทนต่อความยากลำบาก อดทนต่อการตรากตรำ ทำงาน อดทนตอ่ ความเจ็บใจ อดทนตอ่ กเิ ลส 7. การไม่ทำบาป บุคคลสามารถละเว้นพฤติกรรมที่ชัว่ รา้ ย และไมส่ ร้างความเดอื ดร้อนให้ท้ังทางกาย วาจา ใจ 8. ความสามัคคีบุคคลสรา้ งความสามคั คี รักใคร่ กลมเกลียวซึ่งนำไปสู่ความสงบรม่ เยน็ ของครอบครัว สงั คม ชมุ ชน และประเทศชา
เรือ่ งท่ี 3 การนำคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื ที่ใช้ในชวี ติ ประจำวัน ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งท่ีทำให้ขบวนการลูกเสือวัฒนาถาวรก้าวหน้ากว่าขบวนการอ่ืน ๆ ก็คือ คำ ปฏิญาณและกฎ ซ่ึงผเู้ ปน็ ลกู เสอื ต้องยอมรับและนำไปปฏิบัตใิ นชวี ิตประจำวันดว้ ยความเคยชิน เชน่ เมื่อผู้เรยี น ได้เรียนเก่ียวกับคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือแล้วผู้เรียนจะต้องทบทวนทำความเข้าใจให้ถ่องแท้และนำไปสู่ การปฏิบตั ใิ นชีวติ ประจำวนั ได้ ตัวอยา่ งคำปฏญิ าณของลูกเสอื ตัวอย่างกฎของลกู เสือ 1. ปฏบิ ตั ิตนให้ถูกต้องตามขนบธรรมเนียม 1. การกระทำใด ๆ จะต้องไม่กระทำให้เสียเกียรติ ประเพณีและวฒั นธรรม เช่น การแตง่ กาย การแสดงความเคารพโดยการไหว้ 2. มใี จโอบออ้ มอารี เอ้ือเฟื้อเผือ่ แผ่แก่คน 2. ปฏิบัตติ นตามกฎหมาย ข้อบังคับของสงั คม ทกุ เชอ้ื ชาติ ทุกศาสนา และประเทศชาติ เชน่ กฎจราจร การเลือกตงั้ 3. มกี ิรยิ า วาจา สภุ าพอ่อนโยน ออ่ นน้อม 3. เข้ารว่ มพที างศาสนาตามแต่โอกาสที่ กับทกุ เพศ ทุกวยั เหมาะสม เช่น การไปวัดทำบุญ ตักบาตร 4. คอยชว่ ยเหลอื ผอู้ ืน่ มจี ติ ใจเมตตา กรณุ าต่อ 4. รกั และหวงแหนแผ่นดนิ เกิดของตนเอง เชน่ สิง่ มชี ีวติ ไม่ฆ่า ไม่ทรมานหรือไม่รงั แกผอู้ ืน่ ตอ้ งไม่ทำใหช้ อ่ื เสยี งประเทศเสียหาย ให้ไดร้ บั ความเจ็บปวด 5. เช่อื ฟงั คำสั่งสอนของพ่อแม่ ครู อาจารย์ 5. ช่วยเหลือผ้อู ่นื เมอ่ื มโี อกาส เช่น การใช้ 6. รจู้ กั ประหยดั อดออม ไมใชจ้ ่ายสรุ ่ยุ สรุ า่ ย เวลาว่างในการอา่ นหนงั สอื ให้คนตาบอดฟัง 7. มหี นา้ ตาย้มิ แยม้ แจ่มใสเสมอ ไม่ยอ่ ท้อต่อ การช่วยผ้สู งู อายุเดนิ ขา้ มถนน ความทกุ ข์ยาก
เรื่องที่ 4 ความสัมพันธ์ระหว่างคุณธรรม จริยธรรมในคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือกับหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงมีความห่วงใยพสกนิกรของ พระองค์ในการดำรงชีวิต ทรงเน้นย้ำแนวทางการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมคำสอน เพื่อให้ปวงชนชาวไทยได้ รอดพ้นจากวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจ และสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์ และความเปล่ยี นแปลงตา่ ง ๆปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงมีเปา้ หมายเพ่อื ให้เกดิ ความสมดุลและพร้อมต่อ การรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวางท้ังด้านวัตถุสังคม สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรมจากโลก ภายนอกได้เป็นอยา่ งดี ความพอเพียง ประกอบด้วย ความพอประมาณ หมายถึง ความพอดีที่ไม่น้อยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเอง และผู้อื่น เช่นการผลิต และการบริโภคทีอ่ ยใู่ นระดับพอประมาณ ความมีเหตุผล หมายถึง การตัดสินใจเก่ียวกับระดับของความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผลโดย พจิ ารณาจากเหตุปัจจยั ท่เี กยี่ วขอ้ งตลอดจนคำนงึ ถงึ ผลที่คาดว่าจะเกิดขน้ึ จากการกระทำน้นั ๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันท่ีดีในตน หมายถึง การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปล่ียนแปลงด้านต่าง ๆ ท่ีจะ เกดิ ขน้ึ โดยคำนึงถงึ ความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่าง ๆ ท่คี าดวา่ จะเกิดข้นึ ในอนาคตท้ังใกล้ และไกล เง่ือนไข การตัดสินใจและการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียงน้ันต้องอาศัยท้ังความรู้ และ คณุ ธรรมเป็นพน้ื ฐาน กลา่ วคือ เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวชิ าการตา่ ง ๆ ที่เก่ียวข้องอย่างรอบดา้ นความรอบคอบท่ีจะ นำความรู้เหลา่ นั้นมาพจิ ารณาให้เชื่อมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวงั ในขั้นปฏิบัติ เง่ือนไขคุณธรรมที่ประกอบด้วย มีความตระหนักในคุณธรรมความซื่อสัตย์สุจริต และมีความอดทน มีความ เพียรใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิตปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการเชิดชูเป็นอย่างสูงจากองค์การ สหประชาชาติ โดยนายโคฟี อันนัน ในฐานะเลขาธิการองค์การสหประชาชาติได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัล ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เม่ือวันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2549 และได้มีปาฐกถาถึงปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่าเป็นปรัชญาท่ีมีประโยชน์ต่อประเทศ ไทยและนานาประเทศและสามารถเรม่ิ ไดจ้ ากการสร้างภูมิคุ้มกัน ในตนเองสู่หมูบ่ ้านและสู่เศรษฐกจิ ในวงกว้าง ขึน้ ในท่สี ดุ
ความสัมพันธ์ระหว่างคุณธรรม จริยธรรมในคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง คุณธรรม จรยิ ธรรมในคำปฏญิ าณและกฎของ การปฏิบตั ติ นหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ลูกเสือ ข้อ 1 ลกู เสือมเี กียรติเชื่อถือได้ ความซื่อสตั ย์ ข้อ 2 ลกู เสือมคี วามจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา ความกตัญญกู ตเวที พระมหากษัตรยิ ์ และซ่ือตรงตอ่ ผ้มู พี ระคุณ ข้อ 3 ลกู เสือมหี นา้ ทกี่ ระทำตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ความมนี ำ้ ใจและจติ อาสา และชว่ ยเหลือผู้อน่ื ขอ้ 4 ลูกเสอื เป็นมติ รของคนทุกคนและเป็นพ่ีน้อง ความสามัคคี กับลกู เสอื อ่นื ท่วั โลก ขอ้ 5 ลกู เสอื เปน็ ผู้สุภาพเรียบร้อย ความสภุ าพ ขอ้ 6 ลูกเสอื มีความเมตตากรุณาตอ่ สัตว์ ความมีน้ำใจและจิตอาสา ขอ้ 7 ลูกเสอื เช่ือฟงั คำสง่ั ของบิดามารดา และ ความมีน้ำใจและจติ อาสา ผ้บู ังคบั บัญชาด้วยความเคารพ ข้อ 8 ลกู เสือมีใจร่าเรงิ และไมย่ ่อท้อต่อความ ความขยนั ยากลำบาก ข้อ 9 ลกู เสือเปน็ ผมู้ ธั ยสั ถ์ ความประหยัด ข้อ 10 ลูกเสือประพฤติชอบด้วยกาย วาจา ใจข้อ ความมีวินัยความสะอาด 10 ลูกเสือประพฤติชอบดว้ ยกาย วาจา ใจ จากตาราง จะเห็นวา่ ลูกเสือสามารถนำหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งมาปฏบิ ัติใหส้ อดคลอ้ งกับ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมในคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือ อย่างไรถึงจะเรียกว่า พอเพียง มีพระราชดำรัสองค์หนึ่งกล่าวไว้ว่า “พูดจาก็พอเพียงปฏิบัติตนก็ พอเพียง” คำนิยามบอกหลักการไว้ว่า ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการ สร้างภูมคิ ุ้มกันท่ีดีในตวั จากผลกระทบทจ่ี ะเกิดข้ึนจากทั้งภายนอกและภายใน ภายนอกกระทบเขา้ มาภายใน ก็เปลี่ยนแปลงด้วยจะพอเพียงได้ต้องคำนึงถึง 3 หลักการ คือ คิดและทำอะไรอย่าง พอประมาณ มีเหตุมีผล และมีภมู คิ ุ้มกันในตวั ทีด่ ี ถา้ ครบ 3 หลักการน้ี ถึงจะบอกได้ว่าพอเพยี ง ถา้ ไมค่ รบกไ็ มพ่ อเพยี งและการสรา้ ง ความพอเพียงให้เกดิ ข้ึนไดต้ อ้ งใช้ความรคู้ วบคู่ไปกบั คุณธรรม จากคำกล่าวขา้ งต้นความสมั พันธ์ระหวา่ งคุณธรรม จริยธรรมในคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือกับหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำมาสรปุ เปน็ ผลกระทบจากภายนอกและภายใน ได้ดังนี้ ผลกระทบจากภายใน “การสร้างภูมิคุ้มกันท่ีดีในตัว” ลูกเสือจะต้องจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เชื่อฟัง คำส่ังสอนของบิดามารดา และผบู้ ังคับบัญชาด้วยความเคารพตอ้ งปฏิบตั ิตนใหเ้ ป็นผู้เกียรติเชอ่ื ถือได้ ต้องแสดง ความเป็นมิตรต่อทุกคนและเป็นพ่ีน้องกับลูกเสืออ่ืนท่ัวโลกต้องผู้สุภาพเรียบร้อย มีใจร่าเริง และไม่ย่อท้อต่อ ความยากลำบาก และประพฤตชิ อบดว้ ยกายวาจาใจ กลา่ วได้ว่าตอ้ งตา้ นทานตอ่ แรงยวั่ ยทุ ้งั หลาย
ผลกระทบจากภายนอก “ความพอประมาณ” ลูกเสอื ตอ้ งเปน็ ผู้มัธยสั ถ์ ประหยัด อดออม อย่อู ยา่ งพอเพียง “ความมีเหตุผล” ลูกเสือจะต้องช่วยเหลือผู้อ่ืนทุกเม่ือ ไม่น่ิงดูดายเม่ือเห็นผู้อ่ืนเดือดร้อนต้องกระทำ ตนใหเ้ ป็นประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่น รวมถงึ การมคี วามเมตตากรณุ าตอ่ สตั ว์ การใชช้ วี ิตอยา่ งไมพ่ อเพยี ง แล้วจะเป็นอย่างไร เช่น ใช้จ่ายไม่พอเพียงดูแล สุขภาพอย่างไรไม่พอเพียง บริโภคอย่างไม่พอเพียง ทำงานอย่างไมพ่ อเพียงมากไปนอ้ ยไปหรือผู้เรียนดูหนงั สืออย่างไรไม่พอเพียง การใช้ชีวิตการปฏิบัตติ นอยา่ งไม่ พอเพียงน้อยเกินไปมากเกนิ ไปไมพ่ อดีพอเหมาะพอควรกับความสามารถของเรากับสถานการณ์ส่ิงแวดล้อมมัน ส่งผลกระทบอะไรบ้างให้กับตัวเราเอง ส่งผลกระทบอะไรบ้างให้กับคนรอบข้างกระทบกับสังคมกระทบกับ สิ่งแวดล้อม สง่ ผลถงึ อนาคตของตนเองและสงั คม การประยุกต์ใช้ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง โดยพื้นฐานก็คือ การพึ่งตนเองเป็นหลักการทำอะไรอย่างเป็นขั้นเป็นตอนรอบคอบระมัดระวัง พิจารณาถึงความพอดีพอเหมาะพอควร ความสมเหตุสมผลและการพร้อมรับความเปลี่ยนแปลง การสร้าง ความสามัคคีให้เกิดข้ึนบนพื้นฐานของความสมดุลครอบคลุมท้ังทางด้านจิตใจ สังคมเทคโนโลยี ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ มรวมถงึ เศรษฐกจิ การประยุกตใ์ ช้สำหรบั ประชาชนชาวไทย ไม่ฟ้งุ เฟ้อประหยัดในทางที่ถูกต้องประพฤติชอบและประกอบอาชีพด้วยความถูกตอ้ งสจุ ริตละเลิกการ แกง่ แย่งเบยี ดบงั ผ้อู ื่นไม่หยดุ นิ่งทจี่ ะหาทางยนื หยัดไดด้ ว้ ยตนเองเพ่ิมพูนความดลี ดละความช่ัว
ใบงาน เรอื่ ง คณุ ธรรม จรยิ ธรรมของลกู เสือ เรื่องท่ี 1 คำปฏิญาณ และกฎของลูกเสือ คำช้ีแจง 1.3 ให้ผูเ้ รียนอธิบายความหมายของคำปฏญิ าณของลูกเสอื ดังต่อไปน้ี ขอ้ คำปฏญิ าณของลูกเสือ ความหมายของคำปฏญิ าณของลูกเสือ …………………………………………………………………………………….. 1. ขา้ จะจงรักภกั ดตี ่อชาติ ศาสนา …………………………………………………………………………………….. พระมหากษัตรยิ ์ …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. 2. ข้าจะชว่ ยเหลือผอู้ นื่ ทุกเม่ือ …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. 3. ข้าจะปฏบิ ัตติ ามกฎของลูกเสือ …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………….. 1.2 ให้ผู้เรียนเขียนคติพจนแ์ ละกฎของลกู เสือ ดังตอ่ ไปนี้ 1.2.1 คติพจน์ท่วั ไปของลกู เสอื คอื …………………………………………………………………………………………… 1.2.2 คตพิ จน์ของลูกเสือแต่ละประเภท (3) คตพิ จน์ของลูกเสือสารอง คือ ………………………………………………………………………………... (2) คติพจน์ของลูกเสือสามัญ คือ …………………………………………………………………………..…… (3) คตพิ จน์ของลูกเสือสามัญรุ่นใหญ่ คือ …………………………………………………..………………… (4) คติพจน์ของลกู เสอื วสิ ามัญ คือ ……………………………………..………………………………………. 1.2.3 ก ฎ ข อ งลู ก เสื อ คื อ อ ะไร แ ล ะป ระ ก อ บ ด้ ว ย อ ะ ไรบ้ าง จ งอ ธิบ าย ม าพ อ เข้ าใจ …………………………………………………………………………………………………………….…………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
เรอ่ื งที่ 2 คุณธรรม จรยิ ธรรม จากคาปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื คำชีแ้ จง ใหผ้ ู้เรียนจบั ค่คู าอธบิ ายความหมายของคุณธรรม จรยิ ธรรมจากคำปฏิญาณและกฎ ของ ลกู เสือ ท่ีมีความหมายตรงกัน ข้อ คุณธรรม จรยิ ธรรม ข้อ ความหมายของคณุ ธรรม จรยิ ธรรม 1. ความจงรกั ภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ (ขอ้ .....................) ก. ความรกั ใคร่ กลมเกลยี วกนั ด้วย ความจริงใจ 2. ความรบั ผดิ ชอบต่อหน้าท่ี (ขอ้ .....................) ข. ละเว้นพฤติกรรมชวั่ ร้าย 3. ความมีระเบยี บ วินยั ค. ปฏิบตั ิตนทางกาย วาจา จิตใจ (ข้อ.....................) ทต่ี รงไปตรงมา 4. ความซือ่ สตั ย์ ง. เป็นผูร้ แู้ ละปฏิบตั ติ ามแบบแผน (ข้อ.....................) จ. ซือ่ สตั ยต์ ่อชาติ ทานุบารุงศาสนา 5. ความเสยี สละ เทิดทูนพระมหากษัตริย์ (ข้อ.....................) ฉ. ปฏิบัติกจิ การงานของตนเอง ดว้ ย 6. ความอดทน ความมานะพยายาม (ข้อ.....................) ช. ปฏิบัติตนโดยการอุทิศกาลงั กาย 7. การไม่ทาบาป กาลังทรพั ย์ กาลังปญั ญา (ข้อ.....................) ซ. ปฏิบัติตนเปน็ ผทู้ ีม่ จี ิตใจเข้มแขง็ 8. ความสามัคคี (ข้อ.....................)
กจิ กรรมท้ายเรื่องที่ 3 การนำคำปฏิญาณและกฎของลูกเสือท่ีใชใ้ นชีวติ ประจำวนั คำชแ้ี จง ใหผ้ ู้เรยี นยกตัวอย่างการนำคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสอื มาใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ในประเดน็ ต่อไปนี้ คำปฏิญาณและกฎของลกู เสือ ยกตวั อย่างการนำคำปฏญิ าณและกฎของลกู เสือ มาใช้ในชีวิตประจำวัน ข้าจะช่วยเหลือผู้อื่นทกุ เมือ่ ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ลูกเสอื เปน็ มติ รกบั คนทกุ คนและ ………………………………………………………………………………………………. เปน็ พ่ีน้องกบั ลกู เสอื ทวั่ โลก ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ลูกเสอื เปน็ ผูส้ ภุ าพเรยี บรอ้ ย ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ลูกเสือมคี วามเมตตากรุณาตอ่ สตั ว์ ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………… . ลูกเสือมีใจร่าเริง และไม่ย่อท้อต่อความ ………………………………………………………………………………………………. ลำบาก ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ลูกเสือเป็นผมู้ ธั ยสั ถ์ ………………………………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………………. ……………………………………………………………………………………………….
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
Pages: