Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-1

64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-1

Published by elibraryraja33, 2021-07-30 02:20:15

Description: 64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-1

Search

Read the Text Version

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๓ เร่อื ง สอ่ื สารประทับใจ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๓ การจัดกิจกรรมการเรียนร แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๖ เร่อื ง ส รายวิชา ภาษาไทย หนวยการเรียนรูท่ี ๓ ขอบเขตเนือ้ หา/ ขั้นตอน ลําดับ จดุ ประสงค การจัด เวลา แนว ท่ี การเรียนรู การเรยี นรู ที่ใช กิจกรรมครู ๑ ขอบเขตเนือ้ หา ขน้ั นาํ ๗ นาที ๑. ครกู ระตุนองคค วามรนู ักเรียนจ การอาน และเขียน การเรยี นเร่อื ง มาตรา กน และมา คาํ ในมาตรา กน โดยมวี ิธีการดังน้ี และ กด - นกั เรียนยนื ขน้ึ เปน วงกลมรอบห - ใหนกั เรียนพดู คําท่ีอยใู นมาตรา หรอื มาตรา กด ก็ไดค นละ ๑ คํา ๒ จดุ ประสงค ขัน้ สอน - นักเรียนคนใดคิดชา ตองออกจา การเรียนรู - นกั เรยี นที่คิดชารบั บทลงโทษ ๑. บอกตวั สะกด ๕ นาที ๑. ครสู รปุ ความรเู รื่องมาตรา กน ในมาตรา กน และ และมาตรา กด กด ได ๒. ครูใหนักเรียนแสดงความคิดเห เกยี่ วกับเรอ่ื งมาตรา กน และมาต

๒๙๑ รู ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ สรา งสรรคง าน (มาตราแม กน กด) ๓ เรือ่ ง สื่อสารประทับใจ จํานวน ๑ ชั่วโมง วการจัดการเรียนรู สือ่ การเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนักเรยี น การเรียนรู จาก ๑. นกั เรียนพูดคาํ ที่อยใู นมาตรา กน ๑. PowerPoint ๑. การสงั เกต าตรา กด และมาตรา กด เรือ่ งมาตรา กน พฤติกรรม และ กด นักเรยี น หองเรยี น - นักเรยี นยนื ขนึ้ เปน วงกลมรอบ ๒. การถาม หอ งเรยี น ตอบ กน - ใหนกั เรยี นพูดคําที่อยูใ นมาตรา กน หรอื มาตรา กด กไ็ ดค นละ ๑ คํา ากวง - นักเรียนคนใดคิดชา ตองออกจากวง หน็ - นกั เรยี นท่ีคิดชา รับบทลงโทษ ตรา กด ๑. นักเรียนสรปุ ความรูเ รื่องมาตรา กน ๒. PowerPoint ๒. การสังเกต และมาตรา กด เรอ่ื งมาตรา กน พฤติกรรม ๒. นักเรียนแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกบั และ กด นกั เรียน เรอื่ งมาตรา กน และมาตรา กด ๓. การถาม ตอบ

๒๙๒ ลาํ ดับ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ข้นั ตอน เวลา แนว ท่ี จดุ ประสงค การจัด ที่ใช กิจกรรมครู การเรียนรู การเรียนรู ๓. ๒. สรา งช้นิ งานคาํ ขัน้ ปฏิบตั ิ ๔๐ นาที ๑. ครใู หนักเรยี นทาํ กจิ กรรม “สม ในมาตรา กน และ เลม เลก็ มาตรา กน และ กด” กด ได ๒. ครูใหนักเรยี นออกมานําเสนอช ๓. มมี ารยาทใน เรือ่ ง “สมุดเลม เลก็ มาตรา กน แล การอา น ๓. ครูและนกั เรยี นรว มกนั อภิปรา เกีย่ วกบั ช้ินงานเร่อื งมาตรา กน แ มาตรา กด ๔. ครกู ลาวชืน่ ชมนกั เรียนและชิน้ นักเรียนอยา งสรา งสรรค ๔. ขัน้ สรุป ๓ นาที ๑. ครใู ชคําถามกระตนุ ความคิดนกั ดงั น้ี - นักเรยี นพิจารณาประโยคตอไปน ที่อยใู นมาตรา กน และมาตรา กด “คณุ กันตไปตลาดหัวหินดวยการข รถจกั รยาน” - ครแู ละนักเรียนรว มกันอภิปราย

คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) วการจดั การเรียนรู สือ่ การเรยี นรู การประเมนิ กจิ กรรมนกั เรยี น การเรียนรู มุด ๑. นักเรยี นทํากิจกรรม “สมุดเลม เลก็ ๓. ช้ินงาน “สมุด ๔. การสังเกต มาตรา กน และ กด” เลม เลก็ ” พฤติกรรม นักเรียน ชิน้ งาน ๒. นกั เรียนออกมานําเสนอชน้ิ งาน และ กด” เร่อื ง“สมดุ เลม เล็ก มาตรา กน และ กด” าย ๓. นักเรยี นรว มกันอภปิ รายเกี่ยวกบั และ ชน้ิ งานเร่ืองมาตรา กน และมาตรา กด นงานของ กเรยี น ๑. นักเรียนตอบคําถาม โดยมีแนว ๔. PowerPoint ๕. การถาม คาํ ตอบดังน้ี เรื่องมาตรา กน ตอบ และ กด นวี้ ามีคาํ ด ก่คี ํา - “คณุ กันตไปตลาดหวั หินดวยการขี่ ข่ี รถจกั รยาน” มีคําในมาตรา กน ๕ คาํ มคี ําในมาตรา กด ๒ คํา ยความรู - นกั เรยี นรว มกนั อภปิ รายความรู

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรอ่ื ง สอื่ สารประทบั ใจ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๒๙๓ ๘. สอ่ื การเรยี นรู/แหลง เรียนรู - โปรแกรมนาํ เสนอ PowerPoint เรอ่ื งสรางสรรคงาน (มาตรา กน กด) ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชิน้ งานหรอื ภาระงาน - สมุดเลมเล็กมาตรา กน และมาตรา กด ประเด็นการวัดและ วิธกี าร เครอ่ื งมือ เกณฑการประเมนิ ประเมินผล ความรู ๑. การถามตอบ ๑. แบบประเมินการถาม ผา นเกณฑ - บอกตวั สะกดในมาตรา กน ๒. การสังเกตพฤติกรรม ตอบ การประเมนิ และ กด รอยละ ๖๐ ๒. แบบสังเกตพฤติกรรม ทักษะและกระบวณการ - สรา งชน้ิ งานคําในมาตรา กน - การทาํ ช้นิ งานสมุด - แบบประเมนิ การทาํ ผา นเกณฑ และ กด เลม เลก็ มาตรา กน และ ชิ้นงานสมุดเลม เลก็ มาตรา การประเมนิ มาตรา กด กน และมาตรา กด รอ ยละ ๖๐ ดา นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ - การสงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา นเกณฑ คา นิยม การประเมนิ - มารยาทในการอาน รอยละ ๖๐ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม เกณฑการประเมนิ ๑. ใฝเ รยี นรู ระดับคุณภาพ ผาน ๒. มงุ มน่ั ในการทํางาน สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น ๑. แบบประเมนิ - เกณฑก ารประเมิน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๑. การประเมนิ ๒. ความสามารถในการคิด ความสามารถใน ความสามารถในการสื่อสาร ระดบั คุณภาพ ผาน การสอ่ื สาร ๒. แบบประเมนิ ๒. การประเมิน ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการคดิ

๒๙๔ คูม อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๑ เกณฑการประเมินผลช้ินงานหรอื ภาระงาน ประเดน็ ๔ (ดมี าก) ระดับคุณภาพ ๑ (ปรบั ปรุง) การประเมนิ ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑. บอกตวั สะกด บอกตวั สะกดใน บอกตวั สะกดใน บอกตวั สะกดใน บอกตวั สะกดใน ในมาตรา กน และ มาตรา กน และ กด มาตรา กน และ กด มาตรา กน และ กด มาตรา กน และ กด กด ถกู ตองทุกตวั ไดถูกตอ งเปน ไดถ ูกตองเปนสวน ไมได สว นมาก นอย ๒. สรางชนิ้ งานคํา สรางชิ้นงานคํา สรา งช้นิ งานคาํ ใน สรางช้นิ งานคําใน สรา งช้ินงานคาํ ใน ในมาตรา กน และ ในมาตรา กน และ มาตรา กน และ กด มาตรา กน และ กด มาตรา กน และ กด กด กด ไดถูกตอง ไดถ ูกตอง ๗-๙ คาํ ไดถ ูกตอง ๓-๕ คาํ ไดถ ูกตองนอยกวา มากกวา ๑๐ คาํ ๒ คํา ๓. มารยาทใน - ตั้งใจฟง มสี มาธิ - ตัง้ ใจฟง มีสมาธิ - ตั้งใจฟงบางเวลา - ไมต ั้งใจฟง ไมมี การฟง การพูด - สบตาผฟู งขณะพูด - สบตาผฟู ง ขณะพูด - สบตาผฟู ง ขณะพูด สมาธิ การอา น และ พูดตรงทุกประเด็น พดู ตรงทุกประเด็น พูดตรงบางประเด็น - ไมส บตาผูฟ ง การเขยี น - อานถกู ตอง และ - อา นไดถ ูกตอง - อานถกู ตองนอย ขณะพดู พดู ไมตรง คลอ งแคลว ควบกล้ํา ควบกลา้ํ ชดั เจน ควบกลํ้าไมช ดั เจน ประเดน็ ชดั เจน - เขยี นดวยลายมือ - เขียนดวยลายมือ - อา นไดบ า งควบกล้ํา - เขยี นดวยลายมอื สวยงาม สะอาด คอ นขางสวยงาม ไมช ดั เจน สวยงามสม่าํ เสมอ ไมสะอาด - เขียนดวยลายมอื สะอาด คอ นขางสวยงาม ไมส ะอาด เกณฑก ารตดั สิน หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผาน ตั้งแตร ะดบั พอใช ขึ้นไป

หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง สื่อสารประทับใจ ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๒๙๕ ๑๐. บันทึกผลหลังสอน ผลการจัดการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจํากัดการใชแผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรุงแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ......................................................ผสู อน (..........................................................) วันที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอ เสนอแนะของผูบ รหิ ารหรือผทู ีไ่ ดร บั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๒๙๖ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบความรทู ี่ ๖ เร่ือง สมุดเลมเล็กมาตรา กน และมาตรา กด หนวยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรื่อง สือ่ สารประทับใจ แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๖ เร่ือง สรา งสรรคงาน (มาตรา กก กบ) รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓ สมดุ เลม เล็กมาตราตวั สะกด กน และ กด อุปกรณท ี่ตองเตรยี ม ๑. กระดาษรอ ยปอนด ขนาด A๔ ๖. สไี ม ๒. กรรไกร ๗. ยางลบ ๓. ไมบ รรทัด ๔. ปากกาสี ๕. ดินสอ วธิ ีการทาํ ๑. พับกระดาษตามแนวตง้ั ออกเปน ๔ สวน เทา ๆ กนั ๒. พบั กระดาษตามแนวนอนออกเปน ๒ สว น เทา ๆ กนั ๓. กรดี กระดาษในสวนที่ ๒-๓ ของรอยพับตามสว นกวางของ กระดาษ ๔. แยกรอยกรดี ของกระดาษออก แลวพับใหมใ หเปน รปู เลม หนังสอื เลมเล็กจากกระดาษแผนเดยี ว ๕. ใหนักเรียนฝกเขียนคําในมาตราแม กน และคําในมาตรา แม กด ๖. ตกแตงใหส วยงาม

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรอ่ื ง ส่ือสารประทบั ใจ ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๒๙๗ ๙.๒ แบบประเมนิ ชน้ิ งาน สมุดเลม เลก็ มาตรา กน และมาตรา กด ประเด็น ๔ (ดีมาก) ระดับคุณภาพ ๑ (ปรบั ปรุง) การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑. ความถูกตอง เขยี นคาํ ในมาตรา เขียนคาํ ในมาตรา เขียนคําในมาตรา เขียนคาํ ในมาตรา ของเน้ือหา กน และ กด ได กน และ กด ได กน และ กด ได กน และ กด ได ๘-๙ คํา ๖-๗ คํา นอ ยกวา ๖ คํา มากกวา ๑๐ คาํ ๒. ผลงาน - ลายมอื สวยงาม - ลายมอื สวยงาม - ลายมือสวยงาม - ลายมอื ไมส วยงาม การเขยี น สมาํ่ เสมอ มีหัว เปนสวนใหญมหี วั บางสว น ไมม ีหัว เวน ไมม ีหวั เวนระยะหาง เวนระยะหา งเทากัน เวนระยะหางไม ระยะหา งไมเ ทากนั ไมเ ทากัน - ไมม รี อยลบคาํ ผิด เทากนั - มรี อยลบคําผิด - มรี อยลบคําผิดมาก - ตกแตง ระบายสี - มีรอยลบคําผิด - ตกแตง ระบายสี - ไมตกแตง สวยงาม - ตกแตง ระบายสี บางสว น ไมระบายสี สวยงาม เกณฑก ารตัดสิน หมายถึง ดมี าก คะแนน ๗-๘ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๕-๖ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๓-๔ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง คะแนน ๑-๒ คะแนน เกณฑก ารผาน ตง้ั แตร ะดบั พอใช ขึ้นไป

๒๙๘ คูม ือครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๗ เร่อื ง การอา นบทรอ ยกรองมาตราตวั สะกด หนว ยการเรียนรูท ี่ ๓ เรือ่ ง สือ่ สารประทบั ใจ เวลา ๑ ชว่ั โมง กลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู/ตัวชว้ี ัด สาระท่ี ๑ การอา น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาใน การดําเนินชวี ติ และมีนสิ ยั รักการอา น ตวั ชี้วัด ป.๓/๑ อานออกเสียงคํา ขอ ความ เร่อื งสน้ั ๆ และบทรอ ยกรองงา ย ๆ ไดถ ูกตอง ป.๓/๕ สรปุ ความรแู ละขอ คิดจากเร่อื งท่อี านเพ่ือนาํ ไปใชใ นชวี ติ ประจาํ วัน ๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด การอานบทรอยกรองกาพยยานี ๑๑ เกี่ยวกับมาตรา กก กบ กน และ กด ซ่ึงเปนการใชกระบวน การคิดในการวิเคราะหหาคําที่อยูในมาตรา กก กบ กน และ กด ทั้งยังสามารถฝกทักษะการอาน และ การเขียนใหมีความคลองแคลวจนนําไปสูความชํานาญ สามารถนําความรูและทักษะการอาน การเขียนไปใช ในชวี ติ ประจาํ วนั ได ๓. จุดประสงคการเรยี นรู ๓.๑ ดานความรู ความเขาใจ (K) - บอกหลักการอานกาพยยานี ๑๑ ได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - จาํ แนกคาํ ในมาตราตัวสะกดตาง ๆ ได ๓.๓ ดานคุณลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - มีมารยาทในการอาน ๔. สาระการเรยี นรู ๔.๑ กาพยยานี ๑๑ ๔.๒ บทรอยกรองมาตรา กก ๔.๓ บทรอยกรองมาตรา กบ ๔.๔ บทรอยกรองมาตรา กน ๔.๕ บทรอ ยกรองมาตรา กด ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คุณลักษณะอันพึงประสงค ๖.๑ ใฝเรยี นรู ๖.๒ มุงมัน่ ในการทาํ งาน ๗. กจิ กรรมการเรียนรู

หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ เร่อื ง สอ่ื สารประทบั ใจ ช้ันประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๗ เรอ่ื ง ก รายวิชา ภาษาไทย หนวยการเรยี นรทู ่ี ๓ ขอบเขตเนอื้ หา/ ขนั้ ตอน ลําดบั จดุ ประสงค การจัด เวลา แนวก ที่ การเรยี นรู การเรียนรู ทใ่ี ช กจิ กรรมครู ๑ ขอบเขตเนอ้ื หา ขั้นนาํ ๕ นาที ๑. ครใู ชค าํ ถามกระตุนความคิดน การอาน และ ดงั นี้ เขียนคาํ ในมาตรา ครู : กก กบ กน และ - คาํ วา “ลูกโลก” เปน คาํ ในมาตร กด - คําวา “เณร” เปนคาํ ในมาตราใด - คาํ วา “ประเทศ” เปน คําในมาต - คําวา “กราฟ” เปน คําในมาตรา - คาํ วา “โรค” เปนคําในมาตราใด - คําวา “การบา น” เปน คําในมาต - คําวา “ประทดั ” เปน คาํ ในมาตร - คาํ วา “รปู ภาพ” เปนคําในมาตร ๒. ครชู น่ื ชมนักเรียนและเชิญชวน นักเรียนมาอานบทรอยกรองเกยี่ ว มาตราตวั สะกด ๒ จดุ ประสงค ขน้ั สอน ๒๐ นาที ๑. ครอู ธิบายเรือ่ งหลกั การอาน การเรียนรู กาพยย านี ๑๑ ๑. บอกหลกั การ ๒. ครใู หน กั เรยี นอา นบทรอยกรอ อานกาพยยานี มาตราตัวสะกด กก โดยใชร ปู แบบ ๑๑ ได การอานดังน้ี

๒๙๙ รู ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ การอา นบทรอ ยกรองมาตราตวั สะกด เรอ่ื ง ส่ือสารประทับใจ จํานวน ๑ ชัว่ โมง การจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรยี นรู การประเมิน กจิ กรรมนกั เรยี น ๑. PowerPoint การเรียนรู เรื่องการอา นบท ๑. การสังเกต ักเรยี น ๑. นักเรยี นตอบคาํ ถาม โดยมีแนว รอ ยกรอง พฤติกรรม คําตอบดังน้ี นักเรียน นักเรยี น : ๒. การถามตอบ ราใด - มาตรา กก ด - มาตรา กน ตราใด - มาตรา กด าใด - มาตรา กบ ด - มาตรา กก ตราใด - มาตรา กน ราใด - มาตรา กด ราใด - มาตรา กบ นให วกบั ๑. นกั เรยี นศกึ ษาใบความรเู รื่อง ๒. PowerPoint ๓. การสงั เกต หลกั การอา นกาพยยานี ๑๑ เรือ่ งการอา นบท พฤติกรรม อง เร่ือง ๒. นักเรยี นอานบทรอยกรอง เรื่อง รอยกรอง นักเรยี น บ มาตราตัวสะกด กก โดยใชร ปู แบบ ๓. บทประพันธ ๔. การถามตอบ การอา นดังน้ี มาตรา กก ๕. การอาน

๓๐๐ ลําดับ ขอบเขตเนอ้ื หา/ ขัน้ ตอน เวลา แนวก ที่ จุดประสงค การจัด ที่ใช กจิ กรรมครู การเรียนรู การเรียนรู ๒. มีมารยาทใน ครู : การอา น - อา นแบบรอยแกวตามครู ๑ รอบ - อานแบบรอยแกว โดยตัวนักเรียน ๑ รอบ ๓. ครูใหนักเรยี นอานบทรอยกรอ มาตราตัวสะกด กบ โดยใชรูปแบบ การอา นดังนี้ - อา นแบบรอ ยแกวตามครู ๑ รอบ - อานแบบรอ ยแกว โดยตัวนกั เรียน ๑ รอบ ๔. ครูใหนักเรยี นอา นบทรอยกรอ มาตราตวั สะกด กน โดยใชรปู แบบ การอานดังนี้ - อานแบบรอ ยแกวตามครู ๑ รอบ - อา นแบบรอยแกว โดยตวั นักเรยี น ๑ รอบ ๕. ครใู หน ักเรยี นอา นบทรอยกรอง มาตราตวั สะกด กด โดยใชร ปู แบบ การอา นดังนี้ - อานแบบรอยแกวตามครู ๑ รอบ - อา นแบบรอยแกวโดยตัวนกั เรียน ๑ รอบ

คมู อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) การจัดการเรยี นรู สอ่ื การเรยี นรู การประเมิน กิจกรรมนักเรียน การเรียนรู ๔. บทประพนั ธ นักเรยี น : มาตรา กบ ๖. การสังเกต บ - อา นแบบรอยแกว ตามครู ๑ รอบ ๕. บทประพนั ธ พฤติกรรม นเอง - อา นแบบรอ ยแกวโดยตัวนกั เรยี น มาตรา กน นกั เรียน ๖. บทประพนั ธ ๗. การอาน เอง ๑ รอบ มาตรา กด ๘. การสงั เกต อง เรื่อง ๓. นกั เรียนอา นบทรอยกรอง เรื่อง พฤติกรรม บ มาตราตัวสะกด กบ โดยใชร ูปแบบ นักเรยี น ๙.การอา น การอานดังนี้ ๑๐. การสงั เกต บ - อา นแบบรอยแกว ตามครู ๑ รอบ พฤติกรรม นเอง - อา นแบบรอ ยแกวโดยตัวนกั เรยี น นักเรียน ๑๑. การอา น เอง ๑ รอบ อง เรื่อง ๔. นกั เรยี นอา นบทรอยกรอง เรอื่ ง บ มาตราตวั สะกด กน โดยใชร ูปแบบ การอานดังนี้ บ - อานแบบรอยแกว ตามครู ๑ รอบ นเอง - อา นแบบรอยแกวโดยตวั นักเรียน เอง ๑ รอบ อง เร่ือง ๕. นักเรียนอา นบทรอ ยกรอง เรอ่ื ง บ มาตราตวั สะกด กด โดยใชร ูปแบบ การอานดังน้ี บ - อา นแบบรอ ยแกว ตามครู ๑ รอบ นเอง - อานแบบรอ ยแกว โดยตัวนักเรียน เอง ๑ รอบ

หนวยการเรยี นรูท ี่ ๓ เรือ่ ง สอ่ื สารประทับใจ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ ลําดับ ขอบเขตเนื้อหา/ ขน้ั ตอน เวลา แนวก ท่ี จดุ ประสงค การจดั ทใี่ ช กจิ กรรมครู การเรียนรู การเรยี นรู ๓. ๓. จําแนกคําใน ขั้นปฏบิ ตั ิ ๒๕ นาที ๑. ครใู หน ักเรียนทํากิจกรรม “หา มาตราตัวสะกด มาตรา” โดยมวี ิธีการทาํ กจิ กรรม ตาง ๆ - นกั เรยี นชว ยกันหาคําในบทประ นักเรยี นอา น - ครูจาํ กัดเวลาประมาณ ๔-๕ นาท - ใหน ักเรยี นเขียนคาํ ทไี่ ดล งบนกร - ครูและนักเรยี นอภปิ รายรว มกนั ๔. ขนั้ สรปุ ๕ นาที ๑. ครูใชคาํ ถามสรุปความรูนักเรยี ดังนี้ ครู : นักเรยี นจําไดห รือไมวา มาต กง กม เกย เกอว เปน ตวั สะกดท่ตี หรือไมต รงมาตรา เพราะเหตุใด ครู : เพราะเหตุใดมาตรา กก กบ และกด จงึ เปน ตัวสะกดท่ีไมตรงม ๒. ครกู ลาวชน่ื ชมนักเรยี น

๓๐๑ การจดั การเรียนรู สื่อการเรียนรู การประเมิน กิจกรรมนกั เรียน การเรียนรู าคําใน ๑. นักเรยี นทาํ กจิ กรรม “หาคําใน ๗. กระดานสําหรับ ๑๒. การสังเกต ดังน้ี มาตรา” โดยมีวิธกี ารทาํ กิจกรรม เขยี นคาํ ตอบ พฤติกรรม ดงั นี้ นกั เรยี น ะพันธท ่ี - นักเรียนชว ยกนั หาคําในบท ๑๓. การตอบ ประพันธท่นี ักเรยี นอาน คาํ ถาม ที - มีเวลาในการทํา ๔-๕ นาที ระดาน - ใหน กั เรยี นเขยี นคาํ ทีไ่ ดล งบน กระดาน น - นักเรียนอภปิ รายรว มกนั ยน ๑. นักเรียนตอบคาํ ถามครู โดยมี ๘. PowerPoint ๑๔. การถาม แนวคาํ ตอบ ดงั น้ี เรื่องการอา น ตอบ ตรา นกั เรยี น : ตรงมาตรา เพราะมี บทรอยกรอง ตรง ตัวสะกดเพยี งตวั เดยี ว และสะกด ตรงตามพยัญขนะทายชือ่ ของมาตรา ตวั สะกด กน นกั เรียน : เพราะมีตัวสะกดหลายตวั มาตรา และแตล ะตวั มตี วั สะกดมากกวา พยัญชนะตัวทา ยของช่อื มาตรา ตวั สะกด

๓๐๒ คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. ส่อื การเรยี นร/ู แหลงเรยี นรู ๘.๑ โปรแกรมนําเสนอ PowerPoint เรอ่ื งการอา นบทรอยกรอง ๘.๒ บทประพนั ธม าตรา กก ๘.๓ บทประพันธมาตรา กบ ๘.๔ บทประพันธม าตรา กน ๘.๕ บทประพันธม าตรา กด ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน ประเดน็ การวัดและ วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑการประเมนิ ประเมนิ ผล ความรู ผานเกณฑ - บอกหลักการอานกาพยย านี ๑. การถามตอบ ๑. แบบประเมนิ การถาม การประเมิน ๑๑ ๒. การสงั เกตพฤติกรรม ตอบ รอ ยละ ๖๐ ๒. แบบสังเกตพฤตกิ รรม ทักษะและกระบวณการ - แบบประเมนิ การตอบ ผา นเกณฑ - จาํ แนกคําในมาตราตัวสะกด - การตอบคาํ ถาม คําถาม การประเมนิ ตาง ๆ รอ ยละ ๖๐ ดา นคณุ ลกั ษณะ เจตคติ - การสังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผานเกณฑ คานยิ ม การประเมนิ - มารยาทในการอาน รอ ยละ ๖๐ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค - การสังเกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑการประเมนิ ๑. ใฝเ รียนรู ระดบั คุณภาพ ผาน ๒. มงุ ม่ันในการทํางาน สมรรถนะสําคญั ของผเู รยี น ๑. แบบประเมนิ - เกณฑการประเมนิ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑. การประเมิน ๒. ความสามารถในการคิด ความสามารถใน ความสามารถในการสื่อสาร ระดับคุณภาพ ผา น การส่อื สาร ๒. แบบประเมนิ ๒. การประเมนิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการคดิ

หนวยการเรยี นรูท่ี ๓ เรอื่ ง ส่อื สารประทับใจ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๓๐๓ ๙.๑ เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงานหรือภาระงาน ประเด็น ระดบั คุณภาพ การประเมิน ๑. บอกหลักการ ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) อานกาพยยานี ๑๑ บอกหลกั การอาน บอกหลกั การอาน บอกหลกั การอาน บอกหลกั การอาน ๒. จําแนกคาํ ใน กาพยยานี ๑๑ ได กาพยยานี ๑๑ กาพยย านี ๑๑ ได กาพยย านี ๑๑ ไมได มาตราตวั สะกด ถูกตอง ถูกตองเปน สวนมาก ถกู ตองเปนสว นนอ ย ตา ง ๆ จําแนกคําในมาตรา จาํ แนกคาํ ในมาตรา จําแนกคาํ ในมาตรา จาํ แนกคาํ ในมาตรา ๓. มารยาทใน ตัวสะกดตาง ๆ ได ตัวสะกดตา ง ๆ ได ตัวสะกดตา ง ๆ ได ตัวสะกดตาง ๆ ได การฟง การพูด ถูกตองมากกวา ถกู ตอง ๑๑-๑๙ คํา ถกู ตอง ๖-๑๐ คํา ถกู ตอง ๑-๕ คํา การอา น และ ๒๐ คํา การเขยี น - ตัง้ ใจฟง มีสมาธิ - ตงั้ ใจฟง มีสมาธิ - ตั้งใจฟงบางเวลา - ไมตงั้ ใจฟง ไมมี - สบตาผูฟ งขณะพูด - สบตาผูฟงขณะพูด - สบตาผูฟงขณะพูด สมาธิ พูดตรงทุกประเดน็ พดู ตรงทุกประเด็น พดู ตรงบางประเดน็ - ไมส บตาผูฟง - อานถูกตอง และ - อา นไดถูกตอง - อา นถกู ตองนอย ขณะพูด พดู ไมตรง คลองแคลว ควบกลา้ํ ควบกลา้ํ ชดั เจน ควบกล้าํ ไมชัดเจน ประเดน็ ชดั เจน - เขียนดว ยลายมอื - เขยี นดว ยลายมอื - อา นไดบา งควบกลํา้ - เขียนดว ยลายมือ สวยงาม สะอาด คอนขางสวยงาม ไมช ดั เจน สวยงามสมํา่ เสมอ ไมสะอาด - เขียนดวยลายมอื สะอาด คอ นขางสวยงาม ไมสะอาด เกณฑการตดั สนิ หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๑๐-๑๒ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๙ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๖ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑการผาน ตั้งแตระดับ พอใช ขึน้ ไป

๓๐๔ คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บนั ทกึ ผลหลังสอน ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจํากดั การใชแผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรงุ แกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบ ริหารหรือผทู ีไ่ ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรือ่ ง สอ่ื สารประทับใจ ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๓๐๕ บทประพนั ธ เรื่อง มาตรา กก หนวยการเรยี นรทู ่ี ๓ เร่ือง สื่อสารประทบั ใจ แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๗ เรื่อง การอานบทรอยกรองมาตราตัวสะกด รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้นั ประถมศึกษาปที่ ๓ มาตราตวั สะกด กก นกมีปากแลมีปก ผาไมซ ีกใหแ ตกหัก ไปปะพวกที่รัก ไดร ูจกั ทักเรยี กแขก เด็ก ๆ ดูกระจก อยาใหต กมกั จักแตก ปลูกเผอื กผักถกั หญา แพรก หญา คาแฝกอยาใหร ก เขาเปลือกแลเขาสกุ เลือกปลาดุกทําหอ หมก ดา ทอตอตชี ก ถูกศอกอกหกถลา ประถม ก กา ฉบับหอสมดุ แหง ชาติ หนงั สือเรียน วรรณคดีลํานาํ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ หนา ๒๘

๓๐๖ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) บทประพันธ เร่อื ง มาตรา กบ หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เรอ่ื ง สื่อสารประทบั ใจ แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๗ เร่อื ง การอานบทรอยกรองมาตราตัวสะกด รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศึกษาปท ่ี ๓ มาตราตัวสะกด กบ มานพกราบนอบนบ คราออกรบพภิ พกลา เคารพปรารภฟา สาปแชงถา มาลองดี แมท พั นําโชคลาภ ท้ังบุญบาปบารมี กราฟบง ชะตาช้ี เทพเทวามาอวยชัย

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๓ เรื่อง ส่ือสารประทับใจ ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๓๐๗ บทประพันธ เรอ่ื ง มาตรา กน หนว ยการเรียนรทู ่ี ๓ เรอื่ ง ส่อื สารประทบั ใจ แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๗ เรือ่ ง การอานบทรอ ยกรองมาตราตัวสะกด รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้นั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ มาตราตวั สะกด กน (หนอู น ใจบญุ ) หนูอน ใจบุญนัก ชางรจู กั ใหอ าหาร ปลาใหญใ ตบ าดาล เจาปลาวาฬสําราญใจ ชางหอมหวานกวา สิง่ ใด นาํ้ ใจเหมือนนาํ้ ตาล คน หาไวไหนแม กน ขอบคุณอวยพรให

๓๐๘ คูมอื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) บทประพนั ธ เรอ่ื ง มาตรา กด หนวยการเรยี นรทู ่ี ๓ เรอื่ ง สอื่ สารประทับใจ แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๗ เรื่อง การอานบทรอ ยกรองมาตราตัวสะกด รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ มาตราตัวสะกด กด ผขู ้เี กียจกระเดยี ดกระจาด ไปตลาดไมถ นดั ซื้อมาสารพดั อยา สะบัดพูดข้ีปด พดู ไมผิดซ่อื สตั ยหมด นักปราชญฉ ลาดคดิ มไิ ดอดแตสักนิด จะเกิดประเสรฐิ ยศ ในกระดาษวาดอยา ผิด จะตองติดโทษในคุก บาทบทจดอยา คลาด อยาคิดขบถมิตร หนงั สือ ประถม ก กา ฉบบั หอสมดุ แหงชาติ

หนวยการเรยี นรูท่ี ๓ เรื่อง สือ่ สารประทบั ใจ ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ๓๐๙ ๙.๒ แบบประเมินการอานบทประพนั ธ ประเด็น ๔ (ดมี าก) ระดับคณุ ภาพ ๑ (ปรบั ปรุง) การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑. อานเวน วรรคตอน อา นเวนวรรคตอน อานเวนวรรค อา นเวนวรรคตอน อา นเวนวรรคตอน บทประพนั ธ ตอนบทประพนั ธ บทประพันธ บทประพันธผิดพลาด ถกู ตอง ผิดพลาด ผิดพลาด มากกวา ๔ ตาํ แหนง ๑-๒ ตําแหนง ๓-๔ ตําแหนง ๒. อานคาํ อา นคาํ ควบกลา้ํ อานคาํ ควบกลา้ํ อานคําควบกลาํ้ อานคําควบกล้ํา ควบกลาํ้ ร ล และ ว ร ล ว ชดั เจน ร ล ว ชัดเจนเปน ร ล ว ชดั เจนเปน ร ล ว ไมช ดั เจน ทกุ คํา สวนใหญ สว นนอ ย ๓. อานคําถกู ตอง อานคําถกู ตองทุกคํา อา นคาํ ผดิ พลาด เกณฑก ารตัดสนิ หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๙-๑๐ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๘ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๕-๖ คะแนน หมายถึง ปรับปรงุ คะแนน ๑-๔ คะแนน เกณฑการผา น ต้งั แตร ะดับ พอใช ข้ึนไป

๓๑๐ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจัดการเรียนรูท ่ี ๘ เรอื่ ง ปริศนาคาํ ทาย หนวยการเรียนรูท่ี ๓ เรื่อง ส่อื สารประทับใจ เวลา ๑ ชวั่ โมง กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรียนร/ู ตวั ชี้วัด สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยางเห็น คณุ คา และประยุกตใชในชวี ติ จรงิ ตัวชีว้ ัด ป ๓/๑ ระบุขอคดิ ที่ไดจ ากการอานวรรณกรรมเพ่ือนาํ ไปใชในชีวิตประจาํ วัน ป ๓/๓ แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับวรรณคดีท่ีอาน ๒. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด ปริศนาคําทาย เปนปญหาหรือคําถามซ่ึงผูถามอาจจะถามตรง ๆ หรือถามทางออมก็ตาม คําถาม อาจจะใชถอยคําธรรมดาเปนภาษารอยแกว หรือจะมีสัมผัสแบบภาษารอยกรองก็ได ภาษาท่ีใชน้ันเปนภาษา ส้ัน ๆ งาย ๆ กระชับความ แตยากแกการตีความในตัวปริศนาอยูบาง สวนคําตอบมักจะเปนสิ่งท่ีพบเห็น ในชีวิตประจําวันในสมัยน้ัน ๆ และในบางคําถามมักจะมีเคาหรือแนวทางสําหรับคําตอบ ซ่ึงผูตอบจะตองใช ความสังเกต ความคดิ และไหวพรบิ ในการคิดหาคาํ ตอบ ๓. จุดประสงคก ารเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขาใจ (K) - บอกความหมายของปรศิ นาคาํ ทายได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - สรางปริศนาคาํ ทายได ๓.๓ ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - มมี ารยาทในการฟง ดู และพูด ๔. สาระการเรยี นรู - ปรศิ นาคาํ ทาย ๕. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียน ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเ รยี นรู ๖.๒ มงุ มัน่ ในการทํางาน ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ เรือ่ ง สื่อสารประทับใจ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ การจัดกจิ กรรมการเรยี นร แผนการจดั การเรียนรทู ี่ รายวชิ า ภาษาไทย หนวยการเรียนรทู ี่ ๓ เ ขอบเขตเนื้อหา/ ข้ันตอน ลําดับ จุดประสงค การจดั เวลา แน ท่ี การเรยี นรู การเรียนรู ท่ีใช กจิ กรรมครู ๑ ขอบเขตเน้อื หา ข้นั นํา ๕ นาที ๑. ครูใชค าํ ถามกระตนุ ความสน การฟง และพูด นกั เรียน ดงั นี้ ปรศิ นาคําทาย ครู : อะไรเอย ส่ีเทาเดนิ มา หลังค กระเบื้อง ครู : นกอะไร ไมใชของเรา ครู : นักเรียนคดิ วาสิง่ ทีค่ รูกาํ ลัง เรียกวา อะไร ๒ จุดประสงค ขน้ั สอน ๒๐ นาที ๑. ครอู ธิบายเรอ่ื ง ปริศนาคาํ ทา การเรียนรู ๑. บอก ๒. ครูใหนกั เรียนทํากจิ กรรม ความหมายของ “อะไรเอย”โดยมวี ิธที ํากิจกรรม ปรศิ นาคาํ ทายได - ครใู หนักเรียนทายปริศนาคําท จากครู - ครูใหนักเรยี นสังเกตปริศนานน้ั วธิ ีการคดิ ข้นึ มาอยางไร ครู : อะไรเอย รอ งกุกกกุ กุย คยุ หากิน

๓๑๑ รู ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ ๘ เรอ่ื ง ปรศิ นาคาํ ทาย เรื่อง สื่อสารประทบั ใจ จาํ นวน ๑ ช่ัวโมง นวการจดั การเรยี นรู สือ่ การเรยี นรู การประเมิน การเรยี นรู กจิ กรรมนกั เรียน นใจ ๑. นักเรยี นตอบคาํ ถามครูโดยมีแนว ๑. PowerPoint ๑. การสังเกต เร่ืองปรศิ นา พฤติกรรม คาํ ตอบ ดังนี้ คาํ ทาย ๒. การถามตอบ คามุง นกั เรียน : เตา นกั เรียน : นกเขา งถาม นักเรยี น : ปรศิ นาคาํ ทาย าย ๑. นักเรยี นศกึ ษาใบความรูเ ร่ืองปริศนา ๒. PowerPoint ๓. การสงั เกต คาํ ทาย เร่อื งปริศนาคาํ พฤติกรรม ๒. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรม “อะไรเอย ” ทาย ๔. การถามตอบ ดังน้ี โดยทํากิจกรรมดังนี้ ทาย - นกั เรยี นทายปรศิ นาคาํ ทายจากครู - นักเรยี นสงั เกตปริศนานน้ั วา มวี ิธกี าร นวามี คิดข้นึ มาอยา งไร ยเขยี่ นักเรียน : ไก

๓๑๒ ลาํ ดบั ขอบเขตเนื้อหา/ ขั้นตอน เวลา แน ที่ จดุ ประสงค การจัด ทใี่ ช กิจกรรมครู การเรียนรู การเรียนรู ครู : อะไรเอย หัวยดื หดได ซอน กระดอง ครู : อะไรเอย หัวแหลมหาแฉก หวั แหวกลมบน อยา คดิ สบั สน ช อะไร ครู : อะไรเอย แมงอะไร ไมยอม กลาง ครู : อะไรเอย มปี ากไมม ีฟน กิน ทกุ วนั กนิ ไดมากกวา คน ๓. ครใู หนกั เรียนวิเคราะหวธิ กี า ปรศิ นาคําทายแตละปริศนาที่คร นักเรียนทํากจิ กรรม ๓. ๒. สรา งปรศิ นา ขน้ั ปฏบิ ัติ ๒๐ นาที ๑. ครูใหนักเรยี นสรางปรศิ นาคํา คําทายได ของตนเองโดยครตู ั้งคาํ ตอบที่ตอ จะไดไวเ ปน หวั ขอ ดังนี้

คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) นวการจัดการเรยี นรู สอื่ การเรยี นรู การประเมนิ การเรยี นรู กิจกรรมนกั เรยี น นไวใ น นกั เรยี น : เตา นักเรยี น : วาวจุฬา ช่ือวาว มอยู นักเรียน : แมงมมุ นขาว นกั เรยี น : หมอหุงขา ว ารสราง ๓. นกั เรียนวิเคราะหว ิธกี ารสรา งปริศนา ๓. PowerPoint ๕. การสังเกต รใู ห คาํ ทาย โดยมแี นวคําตอบ ดงั นี้ เรือ่ งปริศนา พฤติกรรม - ใชคําคลอ งจองที่มสี มั ผสั ระหวา งคํา คําทาย ๖. การถามตอบ - เปนขอ ความส้นั ๆ กะทดั รัด - ไมถ ามตรง ๆ จะเนน เปรียบเทยี บ - การถามแตล ะตอนจะมีการบอก คําตอบอยูเ ปนนัย ๆ - ทา ทายผไู ขปริศนา าทาย ๑. นักเรยี นสรางปรศิ นาคาํ ทายตาม ๔. PowerPoint ๗. การสังเกต องการ หวั ขอ ทคี่ รูกาํ หนดให ในใบงานที่ ๕ เรื่องปริศนา พฤติกรรม เร่อื งการสรางปริศนาคําทาย คําทาย ๘. การถามตอบ

หนวยการเรยี นรูที่ ๓ เร่ือง ส่อื สารประทับใจ ชน้ั ประถมศึกษาปท ี่ ๓ ลาํ ดับ ขอบเขตเนื้อหา/ ข้ันตอน เวลา แน ที่ จุดประสงค การจัด ทีใ่ ช กจิ กรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู - ปริศนาคาํ ทาย คําตอบเปนคณุ ในโรงเรยี น - ปริศนาคาํ ทาย คําตอบเปน ชอ่ื ดอกไม - ปริศนาคําทาย คําตอบเปนชอ่ื (คุณครูปรบั เปลีย่ นตามสภาพกา ของโรงเรยี นตนเอง) ๓ .มมี ารยาทใน ๕. ครูใหน กั เรยี นนําเสนอปรศิ นา การฟง ดู และพูด คําทายหนา ชัน้ เรยี นแลวนํามาท เพ่อื นหนาช้นั เรยี น ๖. ครใู หนกั เรยี นรวมกันอภิปรา เกย่ี วกบั ปริศนาคาํ ทายของเพื่อน ๔. ขั้นสรุป ๕ นาที ๑. ครใู หนักเรยี นรวมกันสรุปเรอ่ื ปริศนาคาํ ทาย และหลกั ของการ ปริศนาคําทาย ๒. ครูใหนกั เรียนบอกประโยชน การเลนปรศิ นาคําทาย

๓๑๓ นวการจดั การเรียนรู สื่อการเรยี นรู การประเมิน กจิ กรรมนักเรียน การเรยี นรู ณครู - ปรศิ นาคําทาย คําตอบเปน คุณครู ๕. ใบงานท่ี ๕ ในโรงเรียน เรอื่ งสรา ง อ - ปรศิ นาคําทาย คําตอบเปน ชอ่ื ดอกไม ปริศนาคาํ ทาย อเพ่ือน - ปรศิ นาคาํ ทาย คําตอบเปนช่อื เพื่อน ารณ า ๕. นักเรยี นนาํ เสนอปรศิ นาคําทาย ๙. การนาํ เสนอ ทาย หนา ชน้ั เรยี นแลว นาํ มาทายเพื่อน ปรศิ นาคาํ ทาย ๖. PowerPoint ๑๐. การสงั เกต หนาชั้นเรยี น เร่ืองปรศิ นา พฤติกรรม าย ๖. นกั เรยี นรว มกันอภิปรายเก่ียวกับ คําทาย ๑๑. การถาม น ๆ ปริศนาคาํ ทายของเพ่ือน ๆ ตอบ อง ๑. นักเรยี นรว มกันสรปุ เรือ่ งปริศนา รสราง คาํ ทาย และหลักของการสรา งปรศิ นา คําทาย นของ ๒. นักเรยี นบอกประโยชนของการเลน ปริศนาคําทาย

๓๑๔ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. สือ่ การเรียนรู/ แหลงเรยี นรู ๘.๑ สอ่ื PowerPoint เรื่อง ปริศนาคําทาย ๘.๒ ใบงานท่ี ๕ เรอ่ื ง สรา งปริศนาคําทาย ๙. การประเมินผลรวบยอด ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน - ใบงานที่ ๕ การสรา งปรศิ นาคําทาย ประเด็นการวดั และ วธิ กี าร เครือ่ งมือ เกณฑการประเมนิ ประเมนิ ผล ความรู ผานเกณฑ - บอกความหมายของปริศนา ๑. การถามตอบ ๑. แบบประเมนิ การถาม การประเมิน คําทาย ๒. การสงั เกตพฤติกรรม ตอบ รอยละ ๖๐ ๒. แบบสงั เกตพฤติกรรม ทักษะและกระบวณการ - การทาํ ใบงานท่ี ๕ - แบบประเมินใบงานที่ ๕ ผานเกณฑ - สรางปรศิ นาคาํ ทาย เร่ืองการสรา งปริศนา เร่ืองการสรางปริศนา การประเมิน คําทาย คาํ ทาย รอ ยละ ๖๐ ดา นคุณลักษณะ เจตคติ - แบบสังเกตพฤติกรรม ผา นเกณฑ คา นยิ ม การประเมิน - มารยาทในการฟง ดู และพูด - การนําเสนองาน รอยละ ๖๐ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค - การสังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม เกณฑการประเมนิ ๑. ใฝเ รยี นรู ระดบั คุณภาพ ผาน ๒. มงุ มน่ั ในการทํางาน สมรรถนะสําคญั ของผูเรยี น - เกณฑก ารประเมิน ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๑. การประเมิน ๑. แบบประเมนิ ๒. ความสามารถในการคดิ ความสามารถใน ความสามารถในการสื่อสาร ระดับคุณภาพ ผาน การสอื่ สาร ๒. แบบประเมนิ ๒. การประเมิน ความสามารถในการคิด ความสามารถในการคิด

หนว ยการเรยี นรูท ่ี ๓ เร่อื ง สื่อสารประทับใจ ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ ๓๑๕ ๙.๑ เกณฑการประเมินผลช้ินงานหรอื ภาระงาน ประเด็น ๔ (ดีมาก) ระดับคณุ ภาพ ๑ (ปรบั ปรุง) การประเมนิ ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑. บอก บอกความหมายของ บอกความหมายของ บอกความหมายของ บอกความหมายของ ความหมายของ ปรศิ นาคําทายได ปรศิ นาคาํ ทาย ปรศิ นาคําทายได ปรศิ นาคาํ ทายไมได ปรศิ นาคาํ ทาย ถูกตอง ถูกตองเปนสว นมาก ถกู ตองเปนสว นนอย ๒. สรา งปรศิ นา สรา งปริศนาคาํ ทาย สรางปริศนาคําทาย สรา งปรศิ นาคําทาย สรา งปริศนาคําทาย คําทาย ไดต ามหวั ขอที่ ไดถ ูกตองบางสวน ไดถ ูกตอ งเล็กนอ ย ไมต รงกับหวั ขอ ท่ี กําหนด จากหวั ขอท่ีกําหนด จากหัวขอท่ีกําหนด กําหนด ๓. มารยาทใน พูดไดถูกตอง พดู ไดบ าง และติดขัด การฟง ดู และพูด และคลอ งแคลว ควบกลํา้ ไมคอย ควบกลาํ้ ชัดเจน ชดั เจน เกณฑการตดั สิน หมายถึง ดีมาก คะแนน ๘-๑๐ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๖-๗ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๕ คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผา น ตงั้ แตระดบั พอใช ขนึ้ ไป

๓๑๖ คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กดั การใชแผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ......................................................ผูสอน (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอเสนอแนะของผูบ ริหารหรือผทู ีไ่ ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ...................................................... ผูต รวจ (..........................................................) วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรียนรูท ี่ ๓ เร่อื ง สอ่ื สารประทับใจ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ ๓๑๗ ใบความรทู ่ี ๗ เร่ือง ปริศนาคําทาย หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๓ เร่อื ง สื่อสารประทบั ใจ แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๘ เร่ือง ปริศนาคําทาย รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ปรศิ นาคาํ ทาย ปรศิ นาคาํ ทาย คอื ปญ หาหรือคาํ ถามซงึ่ ผูถ ามอาจจะถามตรง ๆ หรือ ถามทางออมก็ตาม คําถามอาจจะใชถอยคําธรรมดา หรือจะมีสัมผัสแบบ ภาษารอยกรองก็ได ภาษาที่ใชน้ันเปนภาษาส้ัน ๆ งาย ๆ กระชับความ แต ยากแกการตีความในตัวปริศนาอยูบาง สวนคําตอบ มักจะเปนสิ่งท่ี พบเห็นในชีวิตประจําวันในสมัยนั้น ๆ และในบางคําถามมักจะมีเคา หรือแนวทางสําหรับคาํ ตอบ ซ่ึงผูตอบจะตองใชความสังเกต ความคิดและ ไหวพริบในการคิดหาคาํ ตอบ ลักษณะของปรศิ นาคําทาย ๑. นิยมใชคําคลองจองกันโดยไมกําหนดจํานวนคําในแตละวรรค เปนขอความส้ัน ๆ กะทัดรัดหรืออาจผูกเปนปริศนากลอน ซ่งึ บงบอกถงึ ความเปน คนเจา บทเจา กลอนทาํ ใหจาํ ไดง าย ๒. เนื้อหานั้นมักจะนํามาจากสิ่งตาง ๆ ที่อยูรอบตัวเรา เชน ของใช คน สัตว ผัก พืช เวลา สถานท่ี เคร่ืองใช ปรากฏการณธ รรมชาติ เชาวนป ญญา ฯลฯ ๓. จํานวนขอความคําถามจะมีความสั้นยาวไมเทากัน คือ อาจจะมี เพียงตอนเดียว สองตอน สามตอน หรือมากกวาน้ี แตขอความ ทุกตอนจะเปนการบอกคําตอบอยูในตัวเปนนัยๆ ซ่ึงเม่ือนํา คาํ ตอบมารวมกนั จะเปน ลักษณะของสง่ิ ทที่ ายน่ันเอง ๔. ไมนิยมถามตรง ๆ แตจะใชส ง่ิ เปรยี บเทยี บ ๕. มีการทา ทายใหผ ไู ขปริศนาพยายามคดิ

๓๑๘ คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ประโยชนทีไ่ ดรับ ๑. ผูเลนไดรับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ขบขัน เปนการพัฒนา จติ ใจใหแจม ใส ๒. ฝกใหผูเลนเปนผูมีนิสัยชางสังเกต ชางคิด ฉลาดเฉลียวในการฝก ปญ ญาของผูเลน ๓. ผูเลนจะไดรับความรูดานตาง ๆ เชน สํานวนภาษา สังคมวิทยา และธรรมชาตวิ ิทยา ๔. เปน การใชเวลาวา งใหเ ปน ประโยชน ๕. เปนการสรางความสามัคคี สรางมนุษยสัมพันธในหมูผูเลน อีกดว ย ๖. เปนการพฒั นาการใชภ าษา ๗. เปนการฝกใหมีไหวพริบ เชาวนปญญาดี

หนว ยการเรียนรูที่ ๓ เร่อื ง ส่ือสารประทบั ใจ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ ๓๑๙ ใบงานที่ ๕ เรื่อง การสรา งปริศนาคําทาย หนวยการเรียนรูที่ ๓ เรือ่ ง ส่ือสารประทบั ใจ แผนการจัดการเรียนรูท ี่ ๘ เรอื่ ง ปริศนาคาํ ทาย รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ คาํ ช้แี จง ใหน กั เรยี นสรา งปริศนาคําทายจากหัวขอ ท่คี รกู ําหนดให อะไรเอย ? คาํ ตอบ ชื่อ ................................................ สกลุ ............................. ชั้น ............... เลขท่ี ............

๓๒๐ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๒ แบบประเมินใบงานท่ี ๕ การสรางปริศนาคาํ ทาย ประเด็น ๔ (ดีมาก) ระดับคณุ ภาพ ๑ (ปรับปรุง) การประเมนิ ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑. สรา งตาม สรา งตามหลักการได สรางตามหลกั การได สรา งตามหลกั การได สรา งตามหลกั การได หลกั การได ถูกตองทุกขอ ถกู ตอง ถูกตอง ถกู ตอง ถูกตอง ๒. คําตอบมคี วาม คาํ ตอบมีความ คําตอบมีความ คําตอบไมคอยมี คําตอบไมมีความ เชื่อมโยงกบั เช่ือมโยงกับปรศิ นา เชอื่ มโยงกบั ปรศิ นา ความเช่ือมโยงกับ เชือ่ มโยงกับปริศนา ปริศนา เปนสวนใหญ ปริศนา ๓. การนาํ เสนอ นาํ เสนอไดทา ทาย นําเสนอไดคอ นขาง ผตู อบ ทาทายผตู อบ เกณฑก ารตัดสิน (๑๐ คะแนน) หมายถึง ดีมาก คะแนน ๙-๑๐ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๗-๘ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๕-๖ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง คะแนน ๑-๔ คะแนน เกณฑก ารผาน ตง้ั แตร ะดบั พอใช ขนึ้ ไป

หนว ยการเรยี นรูท่ี ๓ เรอ่ื ง สอื่ สารประทบั ใจ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ ๓๒๑ แผนการจดั การเรียนรทู ี่ ๙ เรอ่ื ง ปรศิ นาคําทายมาตราตัวสะกด หนว ยการเรียนรูท ี่ ๓ เรือ่ ง สอ่ื สารประทับใจ เวลา ๑ ชั่วโมง กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู/ ตวั ชวี้ ัด สาระท่ี ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยางเห็น คุณคา และประยุกตใชใ นชวี ติ จริง ตวั ชว้ี ดั ป ๓/๑ ระบขุ อคิดท่ีไดจากการอา นวรรณกรรมเพือ่ นําไปใชใ นชีวิตประจําวัน ป ๓/๓ แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกบั วรรณคดีที่อาน ๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด ปริศนาคําทาย เปนปญหาหรือคําถามซ่ึงผูถามอาจจะถามตรง ๆ หรือถามทางออม คําถามอาจจะใช รอยแกว หรือแบบภาษารอยกรองก็ได ภาษาที่ใชนั้นเปนภาษาสั้น ๆ งาย ๆ กระชับความ ซึ่งสามารถนํามา ประยุกตใ ชกบั เนอื้ หาในเร่ืองมาตราตัวสะกดได ๓. จุดประสงคการเรียนรู ๓.๑ ดานความรู ความเขา ใจ (K) ๑) บอกความหมายของปริศนาคําทายได ๒) บอกความหมายของมาตราตัวสะกดได ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (P) ๑) ไขปริศนาคาํ ทายได ๒) วิเคราะหคาํ ในมาตราตัวสะกดได ๓.๓ ดานคณุ ลักษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - มมี ารยาทในการฟง ดู และพูด ๔. สาระการเรยี นรู ๔.๑ ปริศนาคําทาย ๔.๒ มาตราตัวสะกด กง ๔.๓ มาตราตัวสะกด กม ๔.๔ มาตราตวั สะกด เกย ๔.๕ มาตราตวั สะกด เกอว ๔.๖ มาตราตวั สะกด กก ๔.๗ มาตราตวั สะกด กบ ๔.๘ มาตราตัวสะกด กน ๔.๙ มาตราตัวสะกด กด ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน ๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค ๖.๑ ใฝเ รียนรู ๖.๒ มงุ มนั่ ในการทํางาน ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

๓๒๒ การจดั กจิ กรรมการเรียนร แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ๙ เรอ่ื ง รายวิชา ภาษาไทย หนวยการเรียนรูท ี่ ๓ ขอบเขตเนือ้ หา/ ขน้ั ตอน ลาํ ดบั จดุ ประสงค การจัด เวลา แนว ที่ การเรยี นรู การเรียนรู ทีใ่ ช กจิ กรรมครู ๑ ขอบเขตเน้ือหา ขัน้ นํา ๕ นาที ๑. ครใู ชปริศนาคําทายของนักเรีย ๑. การฟง และพูด ช่ัวโมงทแี่ ลว มาใหน ักเรียนทาย ปริศนาคําทาย ๒. ครูใชคาํ ถามกระตุนความคิดน ๒. มาตราตวั สะกด ดังนี้ ครู : ปรศิ นาคาํ ทายสามารถใชทา เรอ่ื งใดไดบาง ครู : นกั เรยี นคดิ วา เนื้อหาจากหน เรียนภาษาไทยเราสามารถนํามาส ปริศนาคาํ ทายไดห รือไม เพราะเห ๒ จุดประสงค ข้นั สอน ๒๐ นาที ๑. ครทู บทวนเร่อื ง ปรศิ นาคําทาย การเรยี นรู มาตราตัวสะกด โดยใชคาํ ถามกร ๑. บอกความหมาย ความคิดนักเรียน ดงั น้ี ของปริศนาคําทาย ครู : มาตราตวั สะกด คืออะไร ได ๒. บอกความหมาย ครู : มาตราในภาษาไทยมีท้ังหมด ของมาตรา มาตรา ตัวสะกดได ครู : มาตราที่มพี ยญั ชนะเปนตัวส มาตราอยางไร

คูม อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) รู ช้ันประถมศึกษาปท ี่ ๓ ง ปริศนาคําทายมาตราตวั สะกด เรอื่ ง ส่ือสารประทบั ใจ จํานวน ๑ ชั่วโมง วการจดั การเรยี นรู สือ่ การเรยี นรู การประเมนิ การเรียนรู กิจกรรมนักเรยี น ยนจาก ๑. นกั เรียนตอบปรศิ นาคาํ ทายจาก ๑. PowerPoint ๑. การสงั เกต เร่ืองปรศิ นา พฤติกรรม ปรศิ นาของเพ่ือนนักเรียน คาํ ทายมาตรา ๒. การถามตอบ ักเรียน ๒. นักเรียนตอบคาํ ถามโดยมีแนว ตัวสะกด คาํ ตอบ ดังนี้ ายกับ นักเรยี น : ใชไดกับเร่ืองท่ัว ๆ ไป นงั สอื นักเรยี น : ได เพราะวา... (นักเรียน สรา งเปน สามารถตอบไดห ลากหลาย หตใุ ด ความคิดเหน็ ใหค รูผสู อนพจิ ารณา) ยจาก ๑. ครูทบทวนเรอื่ ง ปรศิ นาคําทายจาก ๒. PowerPoint ๓. การสงั เกต ระตนุ มาตราตวั สะกด โดยมีแนวคาํ ตอบ เร่ืองปริศนา พฤติกรรม ดังนี้ คาํ ทายมาตรา ๔. การถามตอบ นกั เรยี น : สระหรอื พยญั ชนะท่ีอยู ตัวสะกด ทา ยคาํ ดก่ี นกั เรยี น : ๙ มาตรา สะกดมีก่ี นักเรียน : ๘ มาตรา ไดแก มาตรา กก กบ กน กด กง กม เกย เกอว

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๓ เร่ือง สื่อสารประทับใจ ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี ๓ ลาํ ดบั ขอบเขตเนือ้ หา/ ขั้นตอน เวลา แนว ท่ี จุดประสงค การจัด ที่ใช กจิ กรรมครู การเรยี นรู การเรยี นรู ครู : มาตราทีม่ ีสระเปนตวั สะกดม มาตรา อยางไร ครู : ปรศิ นาคําทาย ใชท ายในโอก ครู : ปรศิ นาคําทายมีประโยชนอย ๓. ๓. ไขปรศิ นา ขั้นลงมือ ๒๐ นาที ๑. ครใู หน ักเรยี นทาํ ใบงานท่ี ๖ เร คําทายได ปฏิบัติ ปริศนาคาํ ทายมาตราตัวสะกด โด ๔. วิเคราะหค ําใน วิธีการทํากิจกรรม ดังน้ี มาตราตวั สะกดได - ตอบปริศนาคาํ ทาย - วิเคราะหว า ปรศิ นาคาํ ทายนั้นเป มาตราตวั สะกดใด ๕. มมี ารยาทใน ๒. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั อภิปรา การฟง ดู และพูด เก่ยี วกับปริศนาคาํ ทายและมาตรา ตวั สะกด ๔. ขัน้ สรุป ๕ นาที ๑. ครใู หน ักเรียนบอกถึงประโยชน การใชป รศิ นาคําทายในบทเรียน

๓๒๓ วการจดั การเรียนรู สื่อการเรยี นรู การประเมนิ กจิ กรรมนกั เรียน การเรียนรู มกี ่ี นักเรยี น : ๑ มาตรา ไดแ ก มาตรา ก กา กาสใด นักเรียน : เวลาวาง ยา งไร นักเรียน : ชวยใหเพลนิ เพลนิ นักเรียน : ใชเวลาวา งใหเ กดิ ประโยชน นักเรยี น : ฝกไหวพริบ เชาวนป ญ ญา รือ่ ง ๑. นกั เรยี นทาํ ใบงานท่ี ๖ เรอ่ื งปริศนา ๓.ใบงานท่ี ๖ ๕. การสงั เกต ดยมี คําทายมาตราตัวสะกด โดยมีวิธกี าร เร่ืองปริศนา พฤติกรรม ทาํ กิจกรรม ดังนี้ คาํ ทายมาตรา ๖. การถามตอบ - ตอบปรศิ นาคาํ ทาย ตวั สะกด ปนคําใน - วิเคราะหวาปริศนาตําทายน้ันเปน คํา ในมาตราตัวสะกดใด าย ๒. นักเรียนรวมกนั อภิปรายเกี่ยวกับ า ปริศนาคาํ ทายและมาตราตวั สะกด นข อง ๒. นักเรียนบอกประโยชนของการใช ๔. PowerPoint ๗. การสังเกต ปรศิ นาคาํ ทายในบทเรยี น เรือ่ งปรศิ นา พฤติกรรม คําทายมาตรา ๘. การถามตอบ ตวั สะกด

๓๒๔ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. สื่อการเรยี นร/ู แหลงเรียนรู ๘.๑ ส่อื PowerPoint เร่ืองปริศนาคาํ ทายมาตราตวั สะกด ๘.๒ ใบงานท่ี ๖ เรอ่ื งปรศิ นาคําทายมาตราตัวสะกด ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ชน้ิ งานหรือภาระงาน - ใบงานท่ี ๖ เรื่องปริศนาคาํ ทายมาตราตัวสะกด ประเด็นการวัดและ วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑก ารประเมนิ ประเมนิ ผล ความรู ผา นเกณฑ ๑. บอกความหมายของปริศนา ๑. การถามตอบ ๑. แบบประเมนิ การถาม การประเมิน คาํ ทาย ๒. การสงั เกตพฤติกรรม ตอบ รอ ยละ ๖๐ ๒. บอกความหมายของมาตรา ๓. แบบสังเกตพฤติกรรม ตวั สะกด ทกั ษะและกระบวณการ - การทําใบงานท่ี ๖ - แบบประเมินใบงานท่ี ๖ ผานเกณฑ ๑. ไขปริศนาคําทาย เรอ่ื งปรศิ นาคาํ ทาย เรอ่ื งปรศิ นาคําทาย การประเมิน ๒. วเิ คราะหคาํ ในมาตรา มาตราตัวสะกด มาตราตวั สะกด รอยละ ๖๐ ตัวสะกด ดานคณุ ลกั ษณะ เจตคติ ผานเกณฑ คานิยม การประเมนิ - มารยาทในการฟง ดู และพูด - การสังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๖๐ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค - การสงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑการประเมิน ๑. ใฝเรียนรู ระดับคุณภาพ ผาน ๒. มงุ มัน่ ในการทาํ งาน สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมนิ - เกณฑการประเมิน ๒. ความสามารถในการคดิ ความสามารถใน ความสามารถในการส่ือสาร ระดบั คุณภาพ ผา น การส่อื สาร ๒. แบบประเมนิ ๒. การประเมนิ ความสามารถในการคิด ความสามารถในการคิด

หนวยการเรยี นรูท ี่ ๓ เร่ือง สอื่ สารประทบั ใจ ชั้นประถมศึกษาปท ่ี ๓ ๓๒๕ ๙.๑ เกณฑก ารประเมนิ ผลช้ินงานหรือภาระงาน ประเดน็ ๔ (ดีมาก) ระดับคณุ ภาพ ๑ (ปรับปรุง) การประเมิน ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑. บอก บอกความหมายของ บอกความหมายของ บอกความหมายของ บอกความหมายของ ความหมายของ ปรศิ นาคําทายได ปริศนาคําทาย ปริศนาคําทายได ปรศิ นาคําทายไมได ปรศิ นาคาํ ทาย ถกู ตอง ถกู ตองเปนสว นมาก ถูกตองเปนสวนนอย ๒. บอก บอกความหมายของ บอกความหมายของ บอกความหมายของ บอกความหมายของ ความหมายของ มาตราตวั สะกดได มาตราตวั สะกด มาตราตัวสะกดได มาตราตวั สะกดไมได มาตราตัวสะกด ถกู ตอง ถูกตองเปนสว นมาก ถูกตองเปนสวนนอย ๓. ไขปริศนา ไขปรศิ นาคําทายได ไขปริศนาคําทาย ไขปริศนาคาํ ทายได ไขปริศนาคาํ ทายไมได คาํ ทาย ถกู ตอง ถกู ตองเปน สวนมาก ถกู ตองเปนสว นนอ ย ๔. วิเคราะหค าํ ใน วิเคราะหคาํ ใน วิเคราะหคําใน วเิ คราะหค ําใน วเิ คราะหค าํ ในมาตรา มาตราตวั สะกด มาตราตัวสะกดได มาตราตัวสะกด มาตราตัวสะกด ตวั สะกดผิดพลาด ผิดพลาด ผิดพลาด มากกวา ๔ ขอ ถกู ตองทุกขอ ๑-๒ ขอ ๓-๔ ขอ ๕. มารยาทใน พูดไดถกู ตอง และ พดู ไดบ าง และติดขดั การฟง ดู และพดู คลองแคลว ควบกล้ําไมคอย ควบกลาํ้ ชดั เจน ชดั เจน เกณฑการตัดสิน หมายถึง ดีมาก คะแนน ๑๔-๑๘ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๑๐-๑๓ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๖-๙ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๕ คะแนน เกณฑก ารผาน ตัง้ แตร ะดับ พอใช ขน้ึ ไป

๓๒๖ คูม อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บนั ทกึ ผลหลังสอน ผลการจดั การเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจาํ กดั การใชแผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรุงแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ......................................................ผสู อน (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบ ริหารหรือผูทีไ่ ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๓ เร่ือง ส่อื สารประทับใจ ช้ันประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ ๓๒๗ ใบงานท่ี ๖ เร่ือง ปริศนาคําทายมาตราตัวสะกด หนวยการเรยี นรูที่ ๓ เรอื่ ง สื่อสารประทบั ใจ แผนการจัดการเรียนรูที่ ๙ เรือ่ ง ปรศิ นาคําทายมาตราตัวสะกด รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชัน้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ คาํ ช้ีแจง ใหน กั เรยี นไขปรศิ นาคําทายตอ ไปน้ี แลววเิ คราะหว าคําตอบอยู ในมาตราตัวสะกดใด ฉนั คืออะไร เดนิ ทางไกลใกลท ุกคนตอ งใชเ ปน พาหนะ คาํ ตอบ มาตราตัวสะกดใด ฉันคอื อะไร รไู หมเปนสตั ว บรรทุกของหนักในทะเลทราย คาํ ตอบ มาตราตัวสะกดใด

๓๒๘ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ฉนั คลา ยอยใู หญ ใครใครนบั ถือ ช่อื เสียงเลอ่ื งลอื ตามลมุ น้าํ โขง คําตอบ มาตราตัวสะกดใด ฉนั คอื อะไร รีบรบี ทายกนั ความหมายของฉนั นัน้ แปลวา นก คําตอบ มาตราตัวสะกดใด

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๓ เรื่อง ส่ือสารประทับใจ ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๓๒๙ คํานีอ้ ะไร รูไหมหนูจา ตรงขาม “บาป” นา หนูจา ลองทาย คาํ ตอบ มาตราตัวสะกดใด ฉันคืออะไร ใชป รุงอาหาร ฉันมรี สหวาน รบี ทายเร็วไว คําตอบ มาตราตัวสะกดใด

๓๓๐ คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ฉนั ชอ่ื อะไร เมืองหลวงของไทย ทกุ คนฝนใฝไ ปเยอื นสักครา คาํ ตอบ มาตราตวั สะกดใด ฉนั เปน ของใช ไวต กั กับขา ว มดี ามยาวยาว รีบเขามาทาย คาํ ตอบ มาตราตวั สะกดใด


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook