Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

Published by elibraryraja33, 2021-07-30 02:22:25

Description: 64-07-30-คู่มือครู ภาษาไทย ป.3-2

Search

Read the Text Version

๓๗๔ คมู ือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. สือ่ การเรียนรู/ แหลง เรยี นรู ๘.๑ ส่อื PowerPoint เรื่อง การเรียงลําดับเหตุการณ (นกเขาเถื่อน) ๘.๒ ใบงานท่ี ๒ เรื่อง เรียงลําดับเหตกุ ารณ (นกเขาเถื่อน) ๘.๓ บทอา นเร่ือง นกเขาเถ่ือน ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ช้ืนงานหรอื ภาระงาน - ใบงานท่ี ๒ เรื่อง การเรียงลําดับเหตกุ ารณ (นกเขาเถ่ือน) ประเด็นการวัดและประเมนิ ผล วิธีการ เครือ่ งมือ เกณฑการประเมนิ ความรู ๑. การถามตอบ ๑. แบบประเมนิ การถาม ผานเกณฑการประเมิน - บอกความหมายของคํา ๒. การสงั เกตพฤติกรรม ตอบ รอยละ ๖๐ ๒. แบบสงั เกตพฤติกรรม ทกั ษะและกระบวณการ - การทําใบงานท่ี ๒ เรอื่ ง - แบบประเมินการทําใบงาน ผานเกณฑ - เขยี นเรยี งลาํ ดับเหตุการณ การเรยี งลําดบั เหตุการณ ท่ี ๒ เรอ่ื ง การเรยี งลําดบั การประเมนิ (นกเขาเถ่อื น) เหตุการณ (นกเขาเถอ่ื น) รอยละ ๖๐ ดา นคุณลักษณะ เจตคติ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผานเกณฑการประเมิน คานิยม รอ ยละ ๖๐ - มีความกตัญตู อผูมีพระคุณ - การสงั เกตพฤตกิ รรม คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค - การสงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑการประเมนิ ๑. ใฝเรียนรู ระดบั คุณภาพ ผาน ๒. มุง ม่นั ในการทาํ งาน สมรรถนะสําคญั ของผูเ รยี น ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมิน - เกณฑการประเมนิ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถใน ความสามารถในการสื่อสาร ระดับคุณภาพ ผาน ๒. ความสามารถในการคดิ การส่ือสาร ๒. แบบประเมิน ๒. การประเมิน ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการคิด

หนวยการเรียนรูที่ ๔ เร่ือง ความกรุณาพาสุขใจ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๓๗๕ ๙.๑ เกณฑก ารประเมนิ ผลช้ินงานหรือภาระงาน ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ การประเมนิ ๑. บอกความหมาย ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) ของคํา บอกความหมาย บอกความหมาย ๒. เขียนเรยี งลําดับ ของคาํ ไดถูกตอง บอกความหมาย บอกความหมาย ของคําไมได เหตกุ ารณ ของคาํ ไดถกู ตองเปน ของคําไดถกู ตองเปน เขียนเรียงลาํ ดบั สวนมาก สวนนอ ย เขยี นเรียงลาํ ดับ ๓. มคี วามกตญั ู เหตกุ ารณไดถูกตอง เหตุการณไดถูกตอง ตอ ผมู ีพระคุณ ๑๙-๒๐ ตาํ แหนง เขียนเรยี งลาํ ดับ เขยี นเรยี งลาํ ดับ นอ ยกวา เหตุการณไดถูกตอง เหตกุ ารณไดถ ูกตอ ง ๑๕ ตาํ แหนง ๑๗-๑๘ ตําแหนง ๑๕-๑๖ ตาํ แหนง ไมม ีความรูสึกกตัญู ตอผมู ีพระคุณ มคี วามรูสึกกตัญู ตอ ผมู พี ระคุณ เกณฑการตดั สิน หมายถึง ดีมาก คะแนน ๘-๑๐ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๖-๗ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผาน ตง้ั แตร ะดบั พอใช ขนึ้ ไป

๓๗๖ คมู อื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บันทึกผลหลังสอน ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จํากัดการใชแผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ......................................................ผูสอน (..........................................................) วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เห็น/ขอ เสนอแนะของผูบ ริหารหรือผทู ไ่ี ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่อื ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

หนว ยการเรียนรูที่ ๔ เร่อื ง ความกรุณาพาสขุ ใจ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๓๗๗ ใบความรทู ่ี ๒ เร่ือง เรียงลาํ ดบั เหตุการณ หนวยการเรียนรทู ี่ ๔ เร่อื ง ความกรณุ าพาสขุ ใจ แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๒ เรือ่ ง เรยี งลาํ ดับเหตุการณ (นกเขาเถือ่ น) รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ การเรียงลําดบั เหตกุ ารณ การอานจับใจความ คือ การอานท่ีมุงคนหาสาระของเรื่องหรือของ หนังสือแตละเลมที่เปนสวนใจความสําคัญ และสวนขยายใจความสําคัญ ของเรื่อง ใจความสําคัญของเรื่อง คือ ขอความท่ีมีสาระคลุมขอความอื่น ๆ ในยอหนาน้ันหรือเรื่องนั้นทั้งหมดขอความอื่น ๆ เปนเพียงสวนขยาย ใจความสําคัญเทาน้ัน ขอความหนึ่งหรือตอนหนึ่งจะมีใจความสําคัญท่ีสุด เพียงหนึ่งเดียว นอกน้ันเปนใจความรอง คําวาใจความสําคัญน้ี ผูรูได เรียกไวเปนหลายอยาง เชน ขอคิดสําคัญของเร่ือง แกนของเรื่อง หรือ ความคิดหลักของเรื่อง แตจะเปนอยางไรก็ตาม ใจความสําคัญก็คือสิ่งที่ เปนสาระทีส่ าํ คญั ท่ีสดุ ของเร่อื งนั่นเอง ขั้นตอนการอา นจับใจความ ๑. อานผาน ๆ โดยตลอด เพื่อใหรูวาเร่ืองท่ีอานวาดวยเร่ืองอะไร จุดใดเปนจุดสาํ คัญของเรือ่ ง ๒. อานใหละเอียด เพื่อทําความเขาใจอยางชัดเจน ไมควรหยุดอาน ระหวางเรื่องเพราะจะทาํ ใหความเขาใจไมติดตอกัน ๓. อานซ้ําตอนที่ไมเขาใจ และตรวจสอบความเขาใจบางตอนให แนน อนถูกตอ ง ๔. เรียบเรียงใจความสําคญั ของเรอื่ งดวยตนเอง

๓๗๘ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) บทอาน เรือ่ ง นกเขาเถ่อื น หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรอ่ื ง ความกรุณาพาสุขใจ แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๒ เรื่อง เรียงลําดบั เหตุการณ (นกเขาเถือ่ น) รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ นกเขาเถือ่ น เจานกเขาเถื่อนเอย ใหเ จา อยูเรือนเลี้ยงนอ ง แมจ ะไปขายของ เลย้ี งนองเถิดพอ คุณเอย นกเขาเอย ขันอยแู ตเ ชา จนเยน็ ขันเถิดแมจ ะฟง เสยี งเลน เนอ้ื เย็นเจาคนเดยี วเอย นกเขาเอย ขันอยูแตเชา จนเทย่ี ง พระสุริยาบา ยเบีย่ ง เที่ยงแลวจงนอนเปลเอย หนงั สือภาษาไทย ช้ันประถมศึกษาปที่ ๓ เลม ๑ กระทรวงศกึ ษาธิการ

หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เร่อื ง ความกรุณาพาสุขใจ ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๓๗๙ ใบงานท่ี ๒ เร่ือง เรยี งลําดับเหตุการณ (นกเขาเถือ่ น) หนวยการเรียนรูท ี่ ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสขุ ใจ แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๒ เร่ือง เรียงลําดบั เหตกุ ารณ (นกเขาเถื่อน) รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ คาํ ชี้แจง ใหนกั เรียนตอบคําถามส้ัน ๆ เปน ประโยค นกเขาเถ่อื น แมจ ะไปไหน และขอใหล ูกทาํ อะไร (บททีห่ นึง่ ) นกเขาเถื่อน แมกําลงั ทําอะไร (บทท่สี อง) นกเขาเถอ่ื น แมใ หล กู นอนเวลาไหน (บททส่ี าม) ช่อื ....................................... สกลุ .................................. ชัน้ ................... เลขที่ ............

๓๘๐ คมู ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) เฉลยใบงานท่ี ๒ เร่ือง เรียงลําดับเหตกุ ารณ (นกเขาเถอ่ื น) หนวยการเรียนรทู ี่ ๔ เรื่อง ความกรณุ าพาสุขใจ แผนการจดั การเรยี นรูท่ี ๒ เรื่อง เรียงลําดบั เหตกุ ารณ (นกเขาเถื่อน) รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ คําช้ีแจง ใหน กั เรียนตอบคําถามสัน้ ๆ เปนประโยค นกเขาเถื่อน แมจ ะไปไหน และขอใหล ูกทําอะไร (บทท่หี นงึ่ ) นกเขาเถอื่ น แมจะไปขายของ (บทที่สอง) แมข อใหล กู เลยี้ งนอ ง นกเขาเถื่อน (บททีส่ าม) แมกาํ ลงั ทาํ อะไร แมฟงนกเขาขัน แมใ หล กู นอนเวลาไหน เวลาเท่ียง

หนวยการเรียนรูท่ี ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสุขใจ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๓๘๑ ๙.๒ แบบประเมินใบงานท่ี ๑ เรอ่ื ง เรียงลาํ ดับเหตุการณ (นกเขาเถ่ือน) ประเดน็ ระดบั คุณภาพ การประเมนิ ๑. ความถูกตอง ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเนอื้ หา เรียงลาํ ดับเหตกุ ารณ ไดถูกตอง ๓ บท เขยี นเรียงลําดบั เขยี นเรียงลําดบั เขียนเรยี งลําดบั ๒. ลายมือ เหตุการณไดถูกตอง เหตกุ ารณไดถูกตอ ง เหตุการณไมถูกตอง ตัวบรรจง เขยี นลายมือสวยงาม ๒ บท ๑ บท มหี วั เวน ระยะหาง ๓. ความสะอาด เขียนลายมอื มีหัว เขยี นลายมือ มหี วั เขียนลายมอื ไมมีหัว ไมม ีรอยลบคําผดิ สม่ําเสมอเปน สว นใหญ ไมค อยสมํา่ เสมอ ไมส มํ่าเสมอ ๔. ความสวยงาม เวน ระยะหางไมเทากัน เวนระยะหา งไมเทากัน ไมเ วน ระยะหาง ตกแตง ระบายสี สวยงาม แปลกใหม มีรอยลบคาํ ผิด ๑ จดุ มีรอยลบคําผิด มรี อยลบคําผดิ ๒-๓ จดุ มากกวา ๔ จุด ตกแตง ระบายสี ตกแตง ระบายสี ไมต กแตง ไมร ะบายสี สวยงาม แตไ มส มบรู ณ เกณฑการตัดสิน หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๑๔-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๙-๑๓ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๔ คะแนน เกณฑก ารผา น ตั้งแตระดับ พอใช ขน้ึ ไป

๓๘๒ คูมอื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจดั การเรยี นรูที่ ๓ เรอ่ื ง เขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง (ดาวลกู ไก) หนวยการเรียนรทู ่ี ๔ เรื่อง ความกรุณาพาสุขใจ เวลา ๑ ชว่ั โมง กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชน้ั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชี้วัด สาระท่ี ๑ การอาน ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรแู ละความคดิ เพ่ือนาํ ไปใชต ัดสินใจแกป ญ หาในการดําเนินชีวิต และมนี ิสัยรกั การอาน ตัวชวี้ ัด ป ๓/๓ ตัง้ คําถามและตอบคําถามเชงิ เหตุผลเกีย่ วกับเร่อื งทีอ่ าน ๒. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด การอานเร่ืองดาวลูกไกรวมกับการเขียนแผนภาพโครงเรื่องทําใหงานเขียนแสดงใหเห็นโครงเร่ือง โดยรวมทัง้ เร่อื ง ทําใหจ บั ใจความสาํ คญั ของเรื่องที่อา นไดดยี ่ิงขึ้น การเขยี นแผนภาพโครงเรื่องตองอาศัยการต้ัง คําถามและตอบคําถามจากเร่ืองท่ีอานวาตัวละครในเร่ืองมีใครบาง สถานทเ่ี กดิ เหตุการณคือที่ไหน มีเหตุการณ อะไรเกิดขึน้ ผลของเหตกุ ารณน้นั คอื อะไร ๓. จุดประสงคก ารเรยี นรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขาใจ (K) - บอกหลกั การเขยี นแผนภาพโครงเรือ่ งได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื งได ๓.๓ ดา นคุณลักษณะ เจตคติ คานิยม (A) - มีความกตัญูตอผมู ีพระคุณ ๔. สาระการเรยี นรู - การเขยี นแผนภาพโครงเร่ือง ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น ๕.๑ ความสามารถในการส่ือสาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเรียนรู ๖.๒ มงุ มน่ั ในการทํางาน ๗. กิจกรรมการเรยี นรู

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสขุ ใจ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ การจดั กิจกรรมการเรียนร แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๓ เร่ือง เข รายวิชา ภาษาไทย หนวยการเรียนรทู ่ี ๔ เร ขอบเขตเน้อื หา/ ขั้นตอน ลาํ ดบั จดุ ประสงค การจดั เวลา กจิ กรรมครู ที่ การเรยี นรู การเรียนรู ทใี่ ช ๑ ขอบเขตเนอ้ื หา ข้นั นาํ ๕ นาที ๑. ครูใชคาํ ถามและรูปภาพกระ ๑. การอานเรอ่ื ง ความคดิ นักเรียน ดงั นี้ นกเขาเถือ่ น ครู : เราจะเหน็ ดวงดาวในเวลา ๒. การเรียงลําดบั ครู : นกั เรยี นรูจักกลมุ ดาวใดบา เหตกุ ารณ ทองฟา ครู : นักเรยี นเคยเหน็ ดาวลูกไก ครู : ดาวลกู ไกม ลี ักษณะอยางไ ๒ จดุ ประสงค ขั้นสอน ๒. ครใู ชรปู ภาพดาวลกู ไกใหน ัก การเรียนรู ๒๐ นาที ๑. ครอู ธิบายเรอื่ งการเขียนแผน ๑. บอกหลักการ เขียนแผนภาพ โครงเร่ือง โครงเรื่องได ๒. ครูใหน ักเรยี นทาํ กิจกรรม “ ดาวลกู ไก” โดยวธิ กี ารทํากจิ กร ครู : นักเรยี นอา นเรอื่ งดาวลกู ไ ครู : นกั เรยี นทาํ ใบงานท่ี ๓ เรือ่ การเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง (ด

๓๘๓ รู ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง (ดาวลูกไก) รอ่ื ง ความกรณุ าพาสขุ ใจ จาํ นวน ๑ ช่ัวโมง แนวการจัดการเรียนรู สอื่ การเรยี นรู การประเมิน กิจกรรมนักเรียน การเรยี นรู ะตนุ ๑. นกั เรยี นตอบคําถามครูโดยมแี นว ๑. PowerPoint ๑. การสังเกต าใด คําตอบ ดังน้ี เรือ่ ง แผนภาพ พฤติกรรม างบน นกั เรียน : กลางคนื โครงเร่อื ง นักเรยี น ก หรอื ไม นักเรยี น : ดาวคนคู ดาวไถ ดาวแมงปอ ง ๒.รปู ภาพดาว ๒. การถามตอบ ไร ฯลฯ ลกู ไก กเรียนชม นกั เรียน : เคย/ไมเคย นักเรียน : เปน กลุมดาวทอ่ี ยเู ปน กระจุก ในทอ งฟายามคาํ่ คืนมีท้งั วนั ๗ ดวง ๒. นกั เรยี นชมรูปภาพดาวลกู ไก นภาพ ๑. นักเรยี นศกึ ษาใบความรเู รื่อง ๓. ใบความรู ๓. การสังเกต “แผนภาพ การเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง เร่อื ง การเขยี น พฤติกรรม รรม ดังน้ี ๒. นักเรยี นทาํ กิจกรรม “แผนภาพดาว แผนภาพ นกั เรยี น ไก ลกู ไก” โดยวธิ กี ารทํากจิ กรรม ดังน้ี โครงเร่อื ง ๔. การถามตอบ อง นักเรียน : นักเรยี นอา นเรื่องดาวลกู ไก ดาวลกู ไก)

๓๘๔ ลาํ ดบั ขอบเขตเนอ้ื หา/ ข้ันตอน เวลา ท่ี จดุ ประสงค การจัด ทใี่ ช กิจกรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู ๑๕ นาที ๑. ครใู หนักเรยี นทาํ ใบงานที่ ๓ ขั้นปฏิบตั ิ ๓ ๒. เขียนแผนภาพ การเขียนแผนภาพโครงเรอื่ ง (ด โครงเรอื่ งได ๔ ๓. มีความกตญั ู ขัน้ สรปุ ๑๐ นาที ๑. ครูใหน ักเรียนสรปุ ความรเู ร่อื ตอผูมีพระคุณ ดาวลกู ไก โดยใชค ําถาม ดังนี้ ครู : นกั เรียนอานเร่อื งดาวลกู ไ มีความรสู กึ อยางไร ครู : ในฐานะการเปน นักเรยี น ตอบแทนบุญคุณใครบา ง และต ดวยวธิ ีใด

คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจดั การเรยี นรู สอ่ื การเรยี นรู การประเมนิ กิจกรรมนักเรียน การเรียนรู ๓ เรอ่ื ง ๑. นักเรยี นทําใบงานท่ี ๓ เรื่อง ๔. ใบงานท่ี ๓ ดาวลกู ไก) การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง (ดาวลกู ไก) เรอ่ื ง การเขียน แผนภาพ โครงเรอื่ ง (ดาวลกู ไก) อง ๑. นกั เรียนสรปุ ความรูเ รอื่ ง ดาวลูกไก ๕. PowerPoint ๕. การสังเกต โดยมแี นวคาํ ตอบ ดังน้ี เรอ่ื ง แผนภาพ พฤติกรรม ไกแ ลว นักเรยี น : รสู ึกถงึ ความเสยี สละของแมไก โครงเร่อื ง นักเรยี น และรสู กึ ถึงการตอบแทนบุญคุณของผูมี ๖. การตอบ พระคณุ อาจจะไมใ ชการตอบแทนดวย คาํ ถาม ชีวิต แตเราอาจตอบแทนดว ยความดี (ครเู ปด โอกาสใหนักเรยี นตอบได หลากหลาย และครูชว ยสนบั สนนุ การแสดงความคดิ เหน็ ใหอยใู นกรอบ ของความเปนจริง และคุณธรรม จริยธรรมอนั ดี) นักเรียนจะ นกั เรยี น : ตอบแทนบญุ คุณพอแม ตอบแทน ครูบาอาจารย ฯลฯ โดยการต้ังใจเรยี น หนังสือ เปน ตน (ครเู ปด โอกาสทาง ความคิด)

หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๔ เรือ่ ง ความกรุณาพาสุขใจ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๓๘๕ ๘. สอื่ การเรียนรู/ แหลง เรยี นรู ๘.๑ ส่อื PowerPoint เร่อื ง การเขยี นแผนภาพโครงเรื่อง ๘.๒ ใบความรูเรือ่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง ๘.๓ ใบงานท่ี ๓ เรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเร่ือง (ดาวลกู ไก) ๘.๔ บทอา นเร่อื ง ดาวลูกไก ๙. การประเมินผลรวบยอด ช้ืนงานหรือภาระงาน - ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง (ดาวลูกไก) ประเด็นการวัดและประเมนิ ผล วิธกี าร เคร่ืองมือ เกณฑการประเมิน ความรู ๑. แบบประเมินการถาม ผา นเกณฑการประเมนิ - บอกหลักการเขียนแผนภาพ ๑. การถามตอบ ตอบ รอยละ ๖๐ โครงเรอื่ ง ๒. การสังเกตพฤติกรรม ๒. แบบสังเกตพฤติกรรม ทกั ษะและกระบวณการ - การทาํ ใบงานที่ ๓ - แบบประเมนิ การทํา ผานเกณฑการประเมนิ - เขยี นแผนภาพโครงเรื่อง เรอ่ื ง การเขยี นแผนภาพ ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง การเขียน รอ ยละ ๖๐ โครงเรื่อง (ดาวลูกไก) แผนภาพโครงเรือ่ ง (ดาวลูกไก) ดา นคณุ ลักษณะ เจตคติ - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ผานเกณฑการประเมิน คา นิยม รอ ยละ ๖๐ - มคี วามกตญั ตู อผมู ีพระคุณ - การสงั เกตพฤตกิ รรม คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค - การสงั เกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม เกณฑการประเมิน ๑. ใฝเรยี นรู ๑. การประเมิน ระดบั คุณภาพ ผาน ๒. มงุ ม่ันในการทาํ งาน ความสามารถใน สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน การสอื่ สาร ๑. แบบประเมนิ - เกณฑการประเมนิ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. การประเมนิ ความสามารถใน ระดับคุณภาพ ผาน ๒. ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการคดิ การสื่อสาร ๒. แบบประเมนิ ความสามารถในการคดิ

๓๘๖ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๑ เกณฑการประเมินผลช้ินงานหรือภาระงาน ประเดน็ ระดับคุณภาพ การประเมนิ ๑. บอกหลักการ ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) เขยี นแผนภาพ บอกหลักการเขยี น โครงเร่อื ง บอกหลักการเขียน บอกหลกั การเขียน บอกหลกั การเขียน แผนภาพโครงเร่อื ง ๒. เขยี นแผนภาพ แผนภาพโครงเรื่องได แผนภาพโครงเร่อื ง แผนภาพโครงเรือ่ ง ผดิ พลาดมากกวา ๒ ขอ โครงเรื่อง ถกู ตองทุกขอ ผดิ พลาด ๑ ขอ ผดิ พลาด ๒ ขอ เขยี นแผนภาพโครงเร่ือง ไมไดถกู ตอ ง ๓. มีความกตญั ู เขียนแผนภาพ เขียนแผนภาพ เขยี นแผนภาพ ตอ ผูม ีพระคุณ โครงเร่อื งไดถ กู ตอง โครงเร่ืองผดิ พลาด โครงเรอ่ื งผิดพลาด ไมมีความรสู กึ กตญั ูตอ ทกุ หัวขอ ๑ หวั ขอ ๒ หวั ขอ ผูมพี ระคณุ มีความรูส กึ กตญั ู ตอผูมพี ระคุณ เกณฑก ารตดั สิน หมายถึง ดีมาก คะแนน ๘-๑๐ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๖-๗ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๕ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผาน ตัง้ แตร ะดบั พอใช ขึ้นไป

หนว ยการเรยี นรูที่ ๔ เรอ่ื ง ความกรุณาพาสขุ ใจ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๓ ๓๘๗ ๑๐. บนั ทึกผลหลังสอน ผลการจัดการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เรจ็ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจาํ กัดการใชแ ผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรงุ แกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ......................................................ผสู อน (..........................................................) วนั ที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคิดเห็น/ขอเสนอแนะของผบู ริหารหรือผูทไี่ ดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ...................................................... ผูตรวจ (..........................................................) วันท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๓๘๘ คมู ือครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบความรทู ่ี ๓ เรื่อง การเขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสขุ ใจ แผนการจัดการเรียนรูท่ี ๓ เร่ือง เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง (ดาวลกู ไก) รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ การเขียนแผนภาพโครงเรื่อง เปนการเขียนที่แสดงใหเห็นโครงเรื่องโดยรวมทั้งเร่ือง ทําใหจับ ใจความสําคัญของเรื่องที่อานไดดียิ่งขึ้น การเขียนแผนภาพโครงเร่ืองตอง อาศัยการต้ังคําถามและตอบคําถามจากเร่ืองท่ีอานวาตัวละครในเรื่อง มีใครบาง สถานท่เี กดิ เหตกุ ารณค ือทีไ่ หน มเี หตุการณอะไรเกิดข้นึ ผลของ เหตุการณน้ันคืออะไร ข้นั ตอนการสรา งแผนภาพโครงเรื่อง ๑. กําหนดชือ่ เร่อื ง หรือความคิดรวบยอด ๒. ระดมสมองคิดถึงส่งิ ท่เี กย่ี วของกับชอ่ื เรื่อง หรือความคิดรวบยอด สําคญั นัน้ แลวจดบันทกึ ไวเปนคําหรอื กลุมคําสัน้ ๆ ๓. นําคําหรือกลุมคําท่ีจดบันทึกไวซึ่งมีความสัมพันธกันมาจัดกลุม ต้งั ชอ่ื กลุมคาํ เปนหัวขอ ยอย แลว เรยี งลาํ ดับกลมุ คําตามความสําคญั ๔. เลือกรูปแบบแผนภาพความคิดใหเหมาะสมกับการนําไปใช ประโยชนแ ละเน้ือหาของเร่ือง

หนว ยการเรียนรูท ่ี ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสขุ ใจ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๓๘๙ บทอา น เรอ่ื ง ดาวลูกไก หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เร่อื ง ความกรณุ าพาสุขใจ แผนการจดั การเรยี นรูท ี่ ๓ เร่ือง เขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง (ดาวลกู ไก) รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ กาลครั้งหน่ึงนานมาแลว มีตายายคูหนึ่งปลูกบานอยูที่เชิงเขา แมทั้งสองมีฐานะยากจน ก็เลี้ยงดูแมไกและลูกไกดวยความรัก ตากับยาย เลีย้ งแมไกไวตวั หน่ึง ตอ มาแมไกม ีลูก ๗ ตัว วันหน่ึงในเวลาใกลค่ํามีพระธุดงครูปหน่ึงมาปกกลดอยูใกลบาน ตากับยาย ท้ังสองไดไปกราบพระธุดงคดวยความดีใจที่นาน ๆ จะมีพระ ผานมาใหทําบุญ ตากับยายไดปรึกษากันวา อยากจะทําอาหารถวายพระ ในตอนเชา แตยากจนไมมีเงินจะไปซื้ออาหาร จึงคิดจะนําแมไกมา ทําอาหารดวยความจําใจ แมไกกําลังกกลูกทั้ง ๗ ตัว อยูใตถุนบาน ไดยินเร่ืองที่ตากับยาย ปรึกษากัน รูตัววาแมจะตายก็ไมกลัว กลับเต็มใจที่จะเสียสละชีวิต เพื่อตอบแทนบุญคุณของตากับยาย และจะอุทิศตัวเปนอาหารถวาย พระดวย เมื่อลกู ไกรูวา แมจ ะตายตา งพากันรองไหดวยความอาลัยรัก เชาวันรุงข้ึน ตากับยายก็ฆาแมไกทําอาหารถวายพระ สวนลูกไก ท้ัง ๗ ตัวไดไปปรึกษากันและตกลงใจจะขอตายตามแมไกไปทุกชาติ จึงพรอมใจกันกระโดดเขากองไฟตายตามแมไกไปทันที ดวยความกตัญู ลูกไกจึงเกิดเปนดาว ๗ ดวง เรียกวา “ดาวลูกไก” สองแสงสวางอยูบน ทอ งฟา ทุกคํ่าคนื

๓๙๐ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบงานที่ ๓ เรื่อง เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง หนวยการเรียนรทู ่ี ๔ เรอ่ื ง ความกรุณาพาสุขใจ แผนการจดั การเรียนรูท่ี ๓ เร่ือง เขยี นแผนภาพโครงเร่ือง (ดาวลกู ไก) รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ คาํ ชแี้ จง ใหนักเรยี นเขียนแผนภาพโครงเรอ่ื ง “ดาวลกู ไก” ดาวลูกไก ตวั ละคร สถานท่ี .......................................................... ...................................................... .......................................................... ...................................................... .......................................................... ...................................................... ขอ คิดทไ่ี ดจากเรอ่ื ง .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... .................................................................................................................................... ชอื่ ....................................... สกลุ .................................. ชนั้ ................... เลขท่ี ............

หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสุขใจ ช้นั ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๓๙๑ ๙.๒ แบบประเมนิ ใบงานที่ ๓ เรอื่ ง เขยี นแผนภาพโครงเรื่อง (ดาวลูกไก) ประเดน็ ระดบั คณุ ภาพ การประเมนิ ๑. ความถกู ตอง ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) ของเน้ือหา เขยี นแผนภาพ โครงเร่ืองไดถ กู ตอง เขียนแผนภาพ เขยี นแผนภาพ เขียนแผนภาพ ๒. ลายมือ ทุกหวั ขอ โครงเรื่องผิดพลาด โครงเรอ่ื งผดิ พลาด โครงเรอ่ื งไดถ ูกตอ ง ตวั บรรจง เขียนลายมือสวยงาม ๑ หวั ขอ ๒ หวั ขอ มีหัว เวน ระยะหา ง ๓. ความสะอาด เขยี นลายมอื มหี ัว เขยี นลายมอื มหี วั เขียนลายมอื ไมมหี ัว ไมมีรอยลบคําผิด สมํ่าเสมอเปน สว นใหญ ไมคอยสมา่ํ เสมอ ไมส ม่ําเสมอ ๔. ความสวยงาม เวนระยะหางไมเ ทากัน เวนระยะหางไมเทากัน ไมเวนระยะหา ง ตกแตง ระบายสี สวยงาม แปลกใหม มรี อยลบคาํ ผิด ๑ จุด มีรอยลบคําผดิ มรี อยลบคําผดิ ๒-๓ จุด มากกวา ๔ จดุ ตกแตง ระบายสี ตกแตง ระบายสี ไมตกแตง ไมระบายสี สวยงาม แตไมส มบรู ณ เกณฑก ารตัดสิน หมายถึง ดีมาก คะแนน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง คะแนน ๑-๔ คะแนน เกณฑก ารผา น ต้งั แตระดับ พอใช ขึ้นไป

๓๙๒ คูมอื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจัดการเรยี นรูท่ี ๔ เร่อื ง ตอบคําถามเชิงเหตผุ ล (เดก็ นอย) หนว ยการเรียนรทู ่ี ๔ เรื่อง ความกรณุ าพาสุขใจ เวลา ๑ ชวั่ โมง กลุมสาระการเรยี นรภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นร/ู ตวั ชีว้ ัด สาระท่ี ๑ การอา น ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอา นสรา งความรูและความคิดเพ่อื นําไปใชต ัดสินใจแกปญ หาในการดําเนินชีวิต และมีนิสัยรกั การอาน ตวั ชวี้ ดั ป ๓/๓ ต้งั คาํ ถามและตอบคําถามเชิงเหตผุ ลเกย่ี วกบั เรื่องท่ีอาน ป ๓/๕ สรุปความรแู ละขอคดิ จากเร่อื งที่อานเพ่ือนําไปใชใ นชวี ติ ประจําวัน ๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด การตั้งคําถาม เปนการแสวงหาความรูที่มีประสิทธิภาพ กอใหเกิดการเรียนรูที่พัฒนาทักษะการคิด การตีความ การไตรตรอง การถายทอดความคิด สามารถนําไปสูการเปลี่ยนแปลงการเรียนรู ซ่ึงเมื่อมีการต้ัง คําถามก็จะตองมีการตอบคําถามโดยผานกระบวนการอาน หรือฟงเรื่องราวอยางต้ังใจและรายละเอียดตาง ๆ จะทาํ ใหตอบคาํ ถามไดอ ยางมปี ระสิทธิภาพและมีเหตผุ ล ๓. จุดประสงคก ารเรยี นรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขาใจ (K) - บอกหลักต้งั คําถาม และตอบคําถามได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ตอบคําถามจากเรื่องที่อา นได ๓.๓ ดา นคุณลักษณะ เจตคติ คา นิยม (A) - มีความกตญั ตู อผูม พี ระคณุ ๔. สาระการเรยี นรู - การตัง้ คําถามและตอบคาํ ถาม ๕. สมรรถนะสาํ คัญของผูเรยี น ๕.๑ ความสามารถในการสื่อสาร ๕.๒ ความสามารถในการคิด ๖. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค ๖.๑ ใฝเรยี นรู ๖.๒ มงุ มน่ั ในการทาํ งาน ๗. กจิ กรรมการเรียนรู

หนว ยการเรียนรทู ่ี ๔ เรอ่ื ง ความกรณุ าพาสขุ ใจ ชั้นประถมศกึ ษาปท่ี ๓ การจัดกจิ กรรมการเรียนร แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๔ เร่ือง รายวชิ า ภาษาไทย หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรื่อ ขอบเขตเน้ือหา/ ขนั้ ตอน ลําดับ จดุ ประสงค การจดั เวลา กิจกรรมครู ที่ การเรียนรู การเรียนรู ทใี่ ช ๑ ขอบเขตเนื้อหา ขนั้ นาํ ๕ นาที ๑. ครใู หนกั เรียนชมวดิ ีทัศนเก่ีย ๑. การอานเรื่อง ความพากเพยี รเรยี นหนังสือขอ เด็กนอ ย ใชลงิ ก : www.youtube.com ๒. การตอบคาํ ถาม =๒Cyy-Ri๐tkk เชงิ เหตผุ ล ๒. ครูใหนักเรียนอภปิ ราย โดย ดงั นี้ ครู : นักเรยี นมีความรสู ึกอยางไ เหตใุ ด ๒ จดุ ประสงค ขั้นสอน ๒๐ นาที ๑. ครอู ธิบายเร่ือง การตั้งคําถา การเรยี นรู คาํ ถามเชิงเหตผุ ล ๑. บอกหลกั ต้งั ๒. ครูใหน กั เรียนทํากิจกรรม “ คําถาม และตอบ ควรรู” โดยมีวธิ ีการทาํ กิจกรรม คาํ ถามได ครู : อา นเรื่อง เด็กนอย ครู : ถอดบทประพันธร ว มกนั ๒. ตอบคาํ ถามจาก เรือ่ งที่อานได

๓๙๓ รู ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ ๑ ช่ัวโมง ตอบคําถามเชิงเหตผุ ล (เดก็ นอย) อง ความกรณุ าพาสขุ ใจ จาํ นวน ส่ือการเรียนรู การประเมนิ แนวการจดั การเรียนรู การเรยี นรู กิจกรรมนกั เรยี น ยวกบั ๑. นักเรียนชมวิดีทศั นเ กยี่ วกับความ ๑. PowerPoint ๑. การสงั เกต องลกู โดย พากเพียรเรียนหนังสอื ของลกู เร่อื งตอบ พฤติกรรม m/watch?v คาํ ถามเชงิ นกั เรยี น เหตุผล ๒. การถามตอบ ยใชคาํ ถาม ๒. นกั เรียนอภิปราย โดยใชค าํ ถาม ดังน้ี ๒. วดิ ีทศั นเ รื่อง พอทําเพื่อลูก ไร เพราะ นักเรียน : นักเรยี นมีความรูส ึกอยางไร กบั สงิ่ ทลี่ กู เพราะเหตุใด ตอบแทน ามและตอบ ๑. นกั เรยี นศึกษาใบความรูเร่ือง การตั้ง ๓. ใบความรู ๓. การสงั เกต คาํ ถามและตอบคาํ ถามเชงิ เหตุผล เรื่อง ตอบ พฤติกรรม “เด็กนอย ๒. นักเรยี นทํากิจกรรม “เด็กนอ ย คําถามเชิง นักเรยี น มดงั นี้ ควรรู” โดยมีวิธกี ารทํากจิ กรรมดงั น้ี เหตุผล ๔. การถามตอบ นักเรียน : อา นเรื่อง เด็กนอย นกั เรยี น : ถอดบทประพันธร วมกนั

๓๙๔ ลาํ ดบั ขอบเขตเน้อื หา/ ขน้ั ตอน เวลา ท่ี จุดประสงค การจดั ที่ใช กจิ กรรมครู การเรยี นรู การเรยี นรู ขั้นปฏบิ ัติ ๑๕ นาที ๑. ครใู หน ักเรียนทาํ ใบงานท่ี ๔ ๓ ตอบคําถามเชิงเหตุผล ข้นั สรุป ๒. ครใู หนักเรยี นนาํ เสนอ โดยม ๔ ๓. มีความกตญั ู ดังน้ี ตอผูมพี ระคุณ ครู : นักเรียนนาํ คําถามท่ีตง้ั เกีย่ เด็กนอยถามเพือ่ นคนใดกไ็ ด ครู : นกั เรยี นท่ไี ดรับเลือกตอบ เพ่อื นอยางมเี หตุผล ครู : นักเรียนถามเพ่ือนและสล ๕. ครแู ละนกั เรียนอภปิ รายรวม ๑๐ นาที ๑. ครูใหน กั เรยี นทาํ แผนผังควา (Mind map) เกย่ี วกับการตอบ พระคุณของพอ แม ๒. ครสู ุมนักเรยี นออกมานําเสน หนา ช้นั เรียน

คูม ือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แนวการจัดการเรยี นรู สอ่ื การเรยี นรู การประเมิน กจิ กรรมนักเรยี น การเรียนรู ๔ เรื่อง ๑. นกั เรียนทําใบงานท่ี ๔ เรอ่ื ง ๔. ใบงานที่ ๔ มวี ิธีการ ตอบคาํ ถามเชงิ เหตผุ ล เรือ่ ง ตอบ ยวกับเรือ่ ง ๒. นักเรยี นนาํ เสนอ โดยมวี ธิ กี าร ดังนี้ คาํ ถามเชิง บคาํ ถาม เหตผุ ล ลบั กนั ตอบ - นักเรยี นนําคําถามทต่ี ง้ั เกี่ยวกบั เรอ่ื ง มกนั เดก็ นอ ยถามเพือ่ นคนใดก็ได ามคดิ - นกั เรยี นท่ีไดรับเลือกตอบคําถามเพื่อน บแทน อยางมีเหตผุ ล นอ - นกั เรยี นถามเพือ่ นและสลบั กนั ตอบ ๕. ครแู ละนกั เรยี นอภปิ รายรวมกนั ๑. นักเรียนทําแผนผังความคิด (Mind ๕. PowerPoint ๕. การสังเกต map) เกี่ยวกบั การตอบแทนพระคณุ เร่อื ง ตอบ พฤติกรรม ของพอ แม คาํ ถามเชิง นกั เรยี น ๒. นกั เรียนออกมานาํ เสนอหนาชัน้ เรียน เหตผุ ล ๖. การตอบ คําถาม

หนว ยการเรียนรูท่ี ๔ เร่ือง ความกรุณาพาสขุ ใจ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๓๙๕ ๘. ส่อื การเรยี นร/ู แหลง เรียนรู ๘.๑ สอ่ื PowerPoint เรอ่ื ง ตอบคาํ ถามเชิงเหตผุ ล ๘.๒ ใบความรู เรอื่ ง ตอบคําถามเชิงเหตุผล ๘.๓ บทอานเรือ่ ง เด็กนอย ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ช้นื งานหรอื ภาระงาน - ใบงานท่ี ๔ เร่ือง ตอบคําถามเชิงเหตผุ ล ประเด็นการวัดและประเมนิ ผล วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑก ารประเมนิ ความรู ๑. การถามตอบ - บอกหลกั ตัง้ คาํ ถาม และตอบ ๒. การสังเกตพฤตกิ รรม ๑. แบบประเมนิ การถามตอบ ผา นเกณฑการประเมนิ คําถาม ๒. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม รอยละ ๖๐ ทกั ษะและกระบวณการ - การทาํ ใบงานที่ ๔ เรื่อง - แบบประเมนิ การทาํ ใบงาน ผา นเกณฑการประเมิน - ตอบคาํ ถามจากเรื่องทอี่ าน ตอบคําถามเชิงเหตผุ ล ท่ี ๔ เรอื่ ง ตอบคําถามเชงิ รอยละ ๖๐ เหตุผล ดานคุณลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ผานเกณฑการประเมิน - มคี วามกตัญตู อผูมีพระคุณ - การสังเกตพฤติกรรม รอยละ ๖๐ - แบบสังเกตพฤติกรรม เกณฑการประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงค - การสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ ผาน ๑. ใฝเ รียนรู ๒. มุงมน่ั ในการทํางาน สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี น ๑. การประเมนิ ๑. แบบประเมิน - เกณฑก ารประเมนิ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถใน ความสามารถในการสื่อสาร ระดับคุณภาพ ผา น ๒. ความสามารถในการคิด การสื่อสาร ๒. แบบประเมนิ ๒. การประเมนิ ความสามารถในการคดิ ความสามารถในการคิด

๓๙๖ คูมอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๑ เกณฑก ารประเมินผลชิ้นงานหรอื ภาระงาน ประเดน็ ระดบั คุณภาพ การประเมิน ๔ (ดีมาก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรบั ปรุง) ๑. บอกหลกั ตง้ั บอกหลกั ตั้งคําถาม บอกหลกั ตั้งคาํ ถาม บอกหลกั ต้ังคําถาม บอกหลกั ตั้งคาํ ถาม คําถาม และตอบ และตอบคําถาม และตอบคาํ ถาม และตอบคําถาม และตอบคาํ ถาม คาํ ถาม ทุกขอ ผดิ พลาด ๑ ขอ ผิดพลาด ๒ ขอ ผิดพลาดมากกวา ๒ ขอ ๒. ตอบคาํ ถามจาก ตอบคาํ ถามจากเร่ือง ตอบคําถามจากเร่อื ง ตอบคาํ ถามจาก ตอบคําถามจากเรือ่ ง เร่ืองท่ีอา น ทอี่ า นทุกหัวขอ ที่อานผดิ พลาด ๑ เรื่องที่อานผิดพลาด ทีอ่ า นไมไ ดถูกตอง หวั ขอ ๒ หวั ขอ ๓. มคี วามกตญั ู มคี วามรสู ึกกตญั ู ไมม ีความรสู ึกกตญั ูตอ ตอ ผูมีพระคุณ ตอผมู พี ระคุณ ผูมีพระคุณ เกณฑการตัดสนิ หมายถึง ดมี าก คะแนน ๘-๑๐ คะแนน หมายถึง ดี คะแนน ๖-๗ คะแนน หมายถึง พอใช คะแนน ๔-๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผา น ต้งั แตระดบั พอใช ขน้ึ ไป

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เร่ือง ความกรุณาพาสขุ ใจ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๓๙๗ ๑๐. บันทกึ ผลหลังสอน ผลการจดั การเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสาํ เร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญ หาและอุปสรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอจาํ กดั การใชแ ผนการจัดการเรียนรู และขอ เสนอแนะ/แนวทางการปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ......................................................ผสู อน (..........................................................) วันท่ี .......... เดอื น ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เห็น/ขอ เสนอแนะของผูบรหิ ารหรือผูทไ่ี ดรับมอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ...................................................... ผตู รวจ (..........................................................) วันที่ .......... เดือน ..................... พ.ศ. .............

๓๙๘ คูมือครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบความรทู ี่ ๔ เรื่อง การตงั้ คําถามและตอบคาํ ถาม หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอ่ื ง ความกรุณาพาสขุ ใจ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๔ เร่ือง ตอบคําถามเชิงเหตผุ ล (เดก็ นอย) รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ การตั้งคําถามและตอบคําถามเชงิ เหตุผล การตั้งคําถาม เปนการแสวงหาความรูท่ีมีประสิทธิภาพ กอใหเกิด การเรียนรูที่พัฒนาทักษะการคิด การตีความ การไตรตรอง การถายทอด ความคิด สามารถนําไปสกู ารเปล่ียนแปลงการเรยี นรู หลกั การตงั้ คาํ ถามและตอบคาํ ถามเชิงเหตุผล ๑. กอนท่ีจะมีการต้ังคําถามน้ัน เราก็ควรต้ังใจอานทําความเขาใจ กับเรอื่ งนน้ั ๆ ๒. มีการจดบันทกึ ระหวางการอาน ในเรอื่ งทส่ี นใจหรอื มีขอสงสยั ๓. จับใจความหรอื ประเด็นสําคญั ของเร่ืองท่อี านใหไ ด ๔. ตัง้ คําถามทีช่ ัดเจนตรงประเด็นไมก าํ กวม ๕. ตั้งคําถามใหเ หมาะสม ถูกกาลเทศะ ๖. ใชภาษาท่ีสุภาพ เขาใจงาย และใชเหตุผลมากกวาอารมณหรือ อคติ ๗. มีความคิดสรางสรรค รูจักคิดหลายแงมุม เพ่ือจะไดคําถามท่ี หลากแนวคดิ ๘. ตอบคาํ ถามดวยความเปน เหตแุ ละเปนผล

หนวยการเรียนรูที่ ๔ เรอ่ื ง ความกรณุ าพาสุขใจ ช้ันประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๓๙๙ บทอา น เรื่อง เดก็ นอย หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๔ เรื่อง ความกรณุ าพาสุขใจ แผนการจดั การเรียนรูท ี่ ๔ เร่ือง ตอบคาํ ถามเชงิ เหตุผล (เดก็ นอย) รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศึกษาปที่ ๓ เด็กนอย เดก็ เอยเด็กนอย ความรูเรายังดอยเรงศึกษา เม่อื เตบิ ใหญเ ราจะไดม วี ชิ า เปน เครอื่ งหาเลีย้ งชพี สําหรับตน ไดประโยชนห ลายสถานเพราะการเรยี น จงพากเพียรไปเถิดจะเกิดผล ถึงลาํ บากตรากตราํ กจ็ ําทน เกิดเปนคนควรหม่นั ขยนั เอย

๔๐๐ คูม อื ครูและแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ใบงานที่ ๔ เรื่อง ตอบคาํ ถามเชิงเหตุผล หนวยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอ่ื ง ความกรุณาพาสุขใจ แผนการจดั การเรียนรูที่ ๔ เร่ือง ตอบคาํ ถามเชิงเหตุผล (เดก็ นอย) รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ ๓ คําชี้แจง ใหนักเรียนตั้งคําถามเก่ียวกับเร่ืองเด็กนอย ๕ คําถาม พรอม คาํ ตอบ คาํ ถาม คาํ ตอบ คําถาม คําตอบ

หนว ยการเรียนรูท ี่ ๔ เร่ือง ความกรุณาพาสุขใจ ชนั้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๔๐๑ คาํ ถาม คาํ ตอบ คําถาม คาํ ตอบ คาํ ถาม คาํ ตอบ ช่อื ....................................... สกุล .................................. ชัน้ ................... เลขที่ ............

๔๐๒ คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๙.๒ แบบประเมินใบงานที่ ๔ เรอื่ ง ตอบคําถามเชิงเหตุผล ประเด็น ระดบั คณุ ภาพ การประเมิน ๑. ความถูกตอง ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเน้ือหา ตอบคาํ ถามเชิงเหตผุ ล ๒. ลายมือ ถกู ตองทุกหวั ขอ ตอบคําถามเชงิ เหตุผล ตอบคําถามเชงิ เหตุผล ตอบคําถามเชงิ เหตผุ ล ตวั บรรจง เขยี นลายมือสวยงาม ถูกตอง ๔ ขอ ถูกตอง ๓ ขอ ถกู ตองนอยกวา ๓ ขอ มหี วั เวนระยะหา ง ๓. ความสะอาด เขยี นลายมอื มหี วั เขียนลายมือ มีหัว เขียนลายมอื ไมม หี ัว ไมม ีรอยลบคําผดิ สมํา่ เสมอเปน สว นใหญ ไมค อยสม่าํ เสมอ ไมสมํ่าเสมอ ๔. ความสวยงาม เวนระยะหางไมเทากัน เวนระยะหา งไมเ ทากัน ไมเวนระยะหาง ตกแตง ระบายสี สวยงาม แปลกใหม มีรอยลบคาํ ผิด ๑ จุด มีรอยลบคําผดิ มรี อยลบคําผดิ ๒-๓ จุด มากกวา ๔ จดุ ตกแตง ระบายสี ตกแตง ระบายสี ไมตกแตง ไมร ะบายสี สวยงาม แตไ มสมบูรณ เกณฑการตดั สนิ หมายถงึ ดีมาก คะแนน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถงึ ปรับปรุง คะแนน ๑-๔ คะแนน เกณฑก ารผาน ต้งั แตร ะดับ พอใช ขนึ้ ไป

หนวยการเรียนรทู ่ี ๔ เรื่อง ความกรุณาพาสุขใจ ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๔๐๓ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๕ เร่อื ง ตอบคาํ ถามเชิงเหตุผล (วิชาหนาเจา ) หนวยการเรยี นรูที่ ๔ เรอ่ื ง ความกรณุ าพาสุขใจ เวลา ๑ ชั่วโมง กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ช้นั ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๑. มาตรฐานการเรยี นรู/ ตัวชวี้ ัด สาระที่ ๑ การอา น ท ๑.๑ ใชก ระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพอื่ นําไปใชต ัดสินใจแกปญหาในการดําเนินชีวิต และมีนิสัยรกั การอาน ตวั ชี้วัด ป ๓/๓ ตั้งคาํ ถามและตอบคําถามเชงิ เหตุผลเก่ยี วกับเรื่องที่อาน ป ๓/๕ สรุปความรแู ละขอคิดจากเรอื่ งที่อา นเพื่อนาํ ไปใชในชีวติ ประจําวนั ๒. สาระสาํ คัญ/ความคิดรวบยอด การต้ังคําถาม เปนการแสวงหาความรูท่ีมีประสิทธิภาพ กอใหเกิดการเรียนรูที่พัฒนาทักษะการคิด การตีความ การไตรตรอง การถายทอดความคิด สามารถนําไปสูการเปล่ียนแปลงการเรียนรู ซึ่งเม่ือมีการต้ัง คําถามก็จะตองมีการตอบคําถามโดยผานกระบวนการอาน หรือฟงเรื่องราวอยางต้ังใจและรายละเอียดตาง ๆ จะทาํ ใหต อบคําถามไดอ ยางมปี ระสิทธภิ าพและมีเหตผุ ล ๓. จดุ ประสงคก ารเรียนรู ๓.๑ ดานความรู ความเขา ใจ (K) - บอกหลกั ตงั้ คาํ ถาม และตอบคาํ ถามได ๓.๒ ทกั ษะ/กระบวนการ (P) - ตอบคาํ ถามจากเรื่องทอี่ านได ๓.๓ ดา นคุณลักษณะ เจตคติ คานิยม (A) - มีความกตัญูตอผมู พี ระคณุ ๔. สาระการเรียนรู - การต้งั คาํ ถามและตอบคาํ ถาม ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน ๕.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค ๖.๑ ใฝเรียนรู ๖.๒ มุง มนั่ ในการทํางาน ๗. กจิ กรรมการเรียนรู

๔๐๔ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร แผนการจดั การเรียนรทู ่ี ๕ เร่ือง ตอ รายวิชา ภาษาไทย หนวยการเรียนรูท ่ี ๔ เร ขอบเขตเน้อื หา/ ขั้นตอน ลําดบั จุดประสงค การจดั เวลา กิจกรรมครู ที่ การเรยี นรู การเรียนรู ท่ีใช ๑ ขอบเขตเนอ้ื หา ขน้ั นาํ ๕ นาที ๑. ครถู ามนักเรียนโดยใหนักเรีย การอา นเรื่อง กับเพื่อนคูคดิ (Think Pair Sha วชิ าหนาเจา ครู : จากชัว่ โมงทแี่ ลว นกั เรียน ความสาํ คัญของการตั้งใจศกึ ษา หรือไม อยางไร ๒ จุดประสงค ขน้ั สอน ๒๐ นาที ๑. ครูอธบิ ายเรอ่ื ง การต้ังคาํ ถา การเรยี นรู คาํ ถามเชงิ เหตผุ ล ๑. บอกหลักตงั้ ๒. ครูใหนักเรียนทาํ กจิ กรรม “ คาํ ถาม และตอบ หนาเจา ” โดยมีวิธีการทาํ กจิ กร คําถามได - อา นเร่ือง วชิ าหนาเจา - ถอดบทประพันธร วมกัน ๓ ๒. ตอบคําถามจาก ขั้นปฏบิ ัติ เรือ่ งท่ีอา นได ๑๕ นาที ๑. ครใู หน ักเรยี นทาํ ใบงานที่ ๕ ตอบคําถามเชิงเหตุผล

คูมอื ครูและแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) รู ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ อบคาํ ถามเชิงเหตผุ ล (วิชาหนาเจา ) รอ่ื ง ความกรุณาพาสุขใจ จํานวน ๑ ชว่ั โมง แนวการจัดการเรยี นรู ส่อื การเรยี นรู การประเมนิ กจิ กรรมนกั เรยี น การเรยี นรู ยนรวมคิด ๑. นักเรียนตอบคําถามครู โดยมแี นว ๑. PowerPoint ๑. การสงั เกต are) ดงั นี้ คาํ ตอบ ดงั นี้ เรอ่ื ง ตอบ พฤติกรรม นเห็น นักเรยี น : เห็นความสาํ คญั เพราะถา คําถามเชิง นักเรยี น าเลา เรียน ต้งั ใจเรียนหนงั สอื จะทําใหป ระสบ เหตุผล ๒. การถามตอบ ความสําเรจ็ ในชีวิต ฯลฯ (ครูผสู อน พจิ ารณาคําตอบอาจมีความหลากหลาย) ามและตอบ ๑. นกั เรยี นศกึ ษาใบความรเู ร่ือง การตง้ั ๒. PowerPoint ๓. การสงั เกต “วิชา คาํ ถามและตอบคาํ ถามเชิงเหตผุ ล เรอ่ื ง ตอบ พฤติกรรม รรมดงั น้ี ๒. นักเรยี นทาํ กิจกรรม “วิชาหนาเจา” คําถามเชิง นกั เรียน โดยมวี ธิ ีการทํากิจกรรมดังนี้ เหตุผล ๔. การถามตอบ - อานเร่อื ง วชิ าหนาเจา - ถอดบทประพนั ธร วมกัน ๕ เร่อื ง ๑. นักเรยี นทําใบงานท่ี ๕ เรอ่ื ง ๓.ใบงานท่ี ๕ ๕. การสงั เกต ตอบคําถามเชงิ เหตผุ ล เรื่อง ตอบ พฤติกรรม คําถามเชิง นกั เรียน เหตผุ ล ๖. การถามตอบ

หนว ยการเรยี นรทู ่ี ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสขุ ใจ ชน้ั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ลําดับ ขอบเขตเนอื้ หา/ ขนั้ ตอน เวลา ที่ จุดประสงค การจดั ท่ีใช กิจกรรมครู การเรยี นรู การเรียนรู ขน้ั สรุป ๑. ครูใหน ักเรยี นนําเสนอ โดยม ๔ ๓. มีความกตญั ู ดังนี้ ตอผมู พี ระคุณ - นักเรียนนําคาํ ถามที่ตง้ั เกี่ยวก วชิ าหนาเจา ถามเพ่ือนคนใดก็ได - นกั เรียนทไี่ ดรับเลือกตอบคาํ ถ อยางมีเหตุผล - นกั เรยี นถามเพ่ือนและสลับก ๒. ครแู ละนักเรยี นอภปิ รายรวม ๑๐ นาที ๑. ครูใหนกั เรียนทําแผนผงั ควา (Mind map) เก่ียวกบั ความสํา การศึกษา ๒. ครสู ุม นกั เรยี นออกมานําเสน หนาชน้ั เรยี น

๔๐๕ แนวการจดั การเรยี นรู ส่ือการเรยี นรู การประเมนิ กิจกรรมนกั เรียน การเรยี นรู มีวิธกี าร ๑. นักเรยี นนําเสนอ โดยมวี ิธีการ ดังนี้ ๗. การนําเสนอ งาน กับเรื่อง - นกั เรยี นนําคาํ ถามทต่ี ้งั เกยี่ วกับเรอ่ื ง ด วิชาหนาเจาถามเพ่ือนคนใดก็ได ถามเพอ่ื น - นกั เรยี นทไ่ี ดร ับเลือกตอบคาํ ถามเพื่อน กนั ตอบ อยา งมเี หตผุ ล มกนั - นักเรยี นถามเพอื่ นและสลบั กนั ตอบ ๒. นกั เรยี นและครอู ภิปรายรวมกนั ามคิด ๑. นักเรยี นทําแผนผังความคิด (Mind ๔. PowerPoint ๘. การสังเกต าคญั ของ map) เก่ียวกับความสําคญั ของ เรอื่ ง ตอบ พฤติกรรม นอ การศึกษา คําถามเชิง นกั เรยี น ๒. นักเรียนออกมานําเสนอหนาชน้ั เรยี น เหตผุ ล ๙. การตอบ คําถาม

๔๐๖ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๘. สื่อการเรยี นรู/ แหลงเรยี นรู ๘.๑ สื่อ PowerPoint เร่อื ง ตอบคําถามเชิงเหตผุ ล ๘.๒ ใบความรู เรื่อง ตอบคําถามเชิงเหตุผล ๘.๓ บทอานเร่ือง วชิ าหนาเจา ๙. การประเมนิ ผลรวบยอด ช้นื งานหรือภาระงาน - ใบงานที่ ๕ เร่ือง ตอบคาํ ถามเชงิ เหตุผล ประเด็นการวัดและประเมินผล วิธีการ เคร่อื งมือ เกณฑก ารประเมิน ความรู ๑. การถามตอบ ๑. แบบประเมินการถาม ผานเกณฑการประเมิน - บอกหลกั ตง้ั คาํ ถาม และตอบ ๒. การสงั เกตพฤตกิ รรม ตอบ รอยละ ๖๐ คําถาม - การทาํ ใบงานที่ ๕ เรอ่ื ง ๒. แบบสงั เกตพฤตกิ รรม ตอบคาํ ถามเชิงเหตุผล - แบบประเมนิ การทําใบงาน ผา นเกณฑการประเมิน ทกั ษะและกระบวณการ - การสงั เกตพฤติกรรม ที่ ๕ เร่ือง ตอบคําถามเชงิ รอ ยละ ๖๐ - ตอบคาํ ถามจากเรื่องทอี่ า น - การสังเกตพฤตกิ รรม เหตุผล ๑. การประเมนิ - แบบสงั เกตพฤติกรรม ผานเกณฑการประเมนิ ดา นคณุ ลักษณะ เจตคติ คา นิยม ความสามารถใน รอยละ ๖๐ - มคี วามกตัญตู อผมู ีพระคุณ การสือ่ สาร - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม เกณฑการประเมนิ ๒. การประเมิน ระดบั คุณภาพ ผาน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ความสามารถในการคิด ๑. แบบประเมนิ - เกณฑก ารประเมนิ ๑. ใฝเ รยี นรู ความสามารถในการส่ือสาร ระดบั คุณภาพ ผาน ๒. มุงม่นั ในการทํางาน ๒. แบบประเมิน สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรียน ความสามารถในการคดิ ๑. ความสามารถในการส่ือสาร ๒. ความสามารถในการคดิ

หนว ยการเรียนรทู ี่ ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสุขใจ ชั้นประถมศึกษาปท่ี ๓ ๔๐๗ ๙.๑ เกณฑการประเมนิ ผลชิ้นงานหรือภาระงาน ประเดน็ ระดบั คุณภาพ การประเมนิ ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ๑. บอกหลกั ตง้ั บอกหลักตั้งคาํ ถาม บอกหลกั ต้ังคําถาม บอกหลกั ตั้งคาํ ถาม บอกหลกั ต้ังคําถาม และ คําถาม และตอบ และตอบคําถาม และตอบคําถาม และตอบคาํ ถาม ตอบคําถามผดิ พลาด คําถาม ทุกขอ ผดิ พลาด ๑ ขอ ผิดพลาด ๒ ขอ มากกวา ๒ ขอ ๒. ตอบคําถามจาก ตอบคําถามจากเรอ่ื ง ตอบคาํ ถามจากเรอ่ื ง ตอบคําถามจาก ตอบคําถามจากเรอ่ื งที่ เรือ่ งท่ีอาน ที่อา นทุกหวั ขอ ที่อานผดิ พลาด ๑ เร่ืองที่อา นผิดพลาด อา นถูกตอง หวั ขอ ๒ หวั ขอ ๓. มีความกตัญู มคี วามรูสกึ กตัญู ไมม ีความรสู กึ กตญั ตู อ ตอ ผมู ีพระคุณ ตอ ผูมีพระคุณ ผมู ีพระคุณ เกณฑการตัดสนิ หมายถึง ดีมาก คะแนน ๘-๑๐ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๖-๗ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๔-๕ คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๓ คะแนน เกณฑก ารผาน ต้งั แตระดบั พอใช ข้นึ ไป

๔๐๘ คูม อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) ๑๐. บนั ทึกผลหลังสอน ผลการจัดการเรยี นการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ความสําเร็จ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอปุ สรรค .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอ จาํ กดั การใชแผนการจัดการเรยี นรู และขอเสนอแนะ/แนวทางการปรบั ปรุงแกไข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ......................................................ผสู อน (..........................................................) วนั ท่ี .......... เดือน ..................... พ.ศ. ............. ๑๑. ความคดิ เหน็ /ขอ เสนอแนะของผูบ ริหารหรือผูทีไ่ ดรบั มอบหมาย .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ ...................................................... ผูตรวจ (..........................................................) วันที่ .......... เดอื น ..................... พ.ศ. .............

หนวยการเรียนรูที่ ๔ เรอ่ื ง ความกรณุ าพาสขุ ใจ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ ๔๐๙ ใบความรทู ี่ ๕ เรื่อง การต้งั คาํ ถามและตอบคําถาม หนวยการเรยี นรทู ี่ ๔ เร่ือง ความกรณุ าพาสุขใจ แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ ๕ เรือ่ ง ตอบคาํ ถามเชิงเหตุผล (วิชาหนาเจา ) รายวชิ า ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ช้นั ประถมศกึ ษาปท่ี ๓ การเขียนเชงิ อธิบาย การเขยี นอธบิ าย คอื การเขยี นใหผอู านไดรบั ความรูและความเขาใจ เรื่องราวอยางชัดเจนและถูกตอง การเขียนอธิบายจะตองใหขอมูลท่ีเปน ขอเท็จจริงและเขียนอธิบายขยายความขอมูลน้ันเพื่อใหผูอานเขาใจอยาง แจม แจง ชดั เจน การเขียนอธิบายทดี่ คี วรมหี ลกั การเขียน ดังน้ี ๑. กําหนดวัตถุประสงคในการเขียนใหชัดเจนวา ตองการเขียน อธิบายเร่ืองอะไร และมีวัตถุประสงคในการเขียนอยางไร เพื่อจะไดเลือก วธิ เี ขยี นอธิบายไดอ ยา งเหมาะสม ๒. เตรียมเนื้อเร่ืองหรือขอมูล โดยศึกษาคนควาจากหนังสือหรือส่ือ อ่ืน ๆ เชน หนังสือ คูมือ ตํารา นิตยสาร วารสาร วิทยุ โทรทัศน และ อนิ เทอรเ นต็ เปนตน ๓. กําหนดโครงเร่ืองท่ีจะเขียน เพื่อเรียบเรียงความคิดและขอมูล ใหม คี วามตอ เนื่องและนาสนใจ ๔. เลือกวิธีการอธิบายใหเหมาะสมสอดคลองกับเรื่อง ในบางคร้ัง อาจจะตองใชว ธิ ีอธบิ ายมากกวา ๑ วธิ ีในการเขยี นอธบิ ายก็ได ๕. ควรใชภ าษาทีเ่ ขาใจงาย กระชับ รดั กุม และตรงไปตรงมา เพื่อให ผูอานเขา ใจเรื่องไดอ ยางชัดเจนท่สี ดุ

๔๑๐ คูมือครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดับประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) บทอา น เรอื่ ง วชิ าหนาเจา หนวยการเรยี นรทู ่ี ๔ เร่อื ง ความกรุณาพาสุขใจ แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ ๕ เร่ือง ตอบคาํ ถามเชิงเหตุผล (วชิ าหนาเจา) รายวิชา ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศึกษาปที่ ๓ วิชาหนาเจา เกดิ มาเปน คน หนังสือเปนตน วิชาหนาเจา ถาแมน ไมร ู อดสอู ายเขา เพ่ือนฝงู เยาะเยา วา เงา วา โง ลางคนเกิดมา ไมรวู ิชา เคอะอยูจนโต ไปเปน ขา เขา เพราะเงา เพราะโง บางเปน คนโซ เทีย่ วขอกม็ ี ถา รูวิชา ประเสรฐิ หนักหนา ชหู นา ราศี จะไปแหงใด มคี นปรานี ยากไรไ มม ี สวัสดีมงคล

หนว ยการเรยี นรูท ี่ ๔ เรอื่ ง ความกรณุ าพาสุขใจ ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี ๓ ๔๑๑ ใบงานท่ี ๕ เร่ือง ตอบคาํ ถามเชงิ เหตผุ ล หนวยการเรียนรทู ่ี ๔ เร่ือง ความกรุณาพาสุขใจ แผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๕ เรื่อง ตอบคําถามเชิงเหตผุ ล (วิชาหนาเจา ) รายวิชา ภาษาไทย รหสั วชิ า ท๑๓๑๐๑ ชนั้ ประถมศกึ ษาปท ่ี ๓ คําช้ีแจง ใหนักเรียนต้ังคําถามเกี่ยวกับเรื่องวิชาหนาเจา ๕ คําถาม พรอม คําตอบ คาํ ถาม คาํ ถาม คาํ ถาม คาํ ถาม

๔๑๒ คมู อื ครแู ละแผนการจดั การเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) คาํ ถาม คําถาม คาํ ถาม คําถาม คําถาม คาํ ถาม ช่อื ....................................... สกุล .................................. ชัน้ ................... เลขที่ ............

หนวยการเรียนรทู ี่ ๔ เรอื่ ง ความกรณุ าพาสุขใจ ช้ันประถมศึกษาปท่ี ๓ ๔๑๓ ๙.๒ แบบประเมินใบงานท่ี ๕ เรอ่ื ง ตอบคาํ ถามเชงิ เหตุผล ประเด็น ระดับคุณภาพ การประเมนิ ๑. ความถูกตอ ง ๔ (ดมี าก) ๓ (ดี) ๒ (พอใช) ๑ (ปรับปรุง) ของเนื้อหา ตอบคําถามเชงิ เหตผุ ล ๒. ลายมอื ถกู ตองทุกหวั ขอ ตอบคาํ ถามเชิงเหตผุ ล ตอบคําถามเชิงเหตผุ ล ตอบคาํ ถามเชงิ เหตุผล ตัวบรรจง เขยี นลายมอื สวยงาม ถกู ตอง ๔ ขอ ถกู ตอง ๓ ขอ ถูกตองนอ ยกวา ๓ ขอ มีหวั เวน ระยะหาง ๓. ความสะอาด เขยี นลายมอื มหี ัว เขยี นลายมอื มีหวั เขียนลายมอื ไมม ีหวั ไมม รี อยลบคาํ ผดิ สมา่ํ เสมอเปนสว นใหญ ไมค อยสม่าํ เสมอ ไมส มํ่าเสมอ ๔. ความสวยงาม เวนระยะหา งไมเทากัน เวน ระยะหางไมเทากัน ไมเ วนระยะหา ง ตกแตง ระบายสี สวยงาม แปลกใหม มรี อยลบคาํ ผดิ ๑ จดุ มรี อยลบคาํ ผดิ มรี อยลบคําผดิ ๒-๓ จุด มากกวา ๔ จดุ ตกแตง ระบายสี ตกแตง ระบายสี ไมตกแตง ไมร ะบายสี สวยงาม แตไมสมบรู ณ เกณฑการตดั สิน หมายถงึ ดมี าก คะแนน ๑๓-๑๖ คะแนน หมายถงึ ดี คะแนน ๙-๑๒ คะแนน หมายถงึ พอใช คะแนน ๕-๘ คะแนน หมายถึง ปรบั ปรงุ คะแนน ๑-๔ คะแนน เกณฑก ารผา น ตั้งแตระดบั พอใช ข้ึนไป

๔๑๔ คมู อื ครแู ละแผนการจัดการเรียนรู ระดบั ประถมศึกษา (ภาษาไทย ป.๓) แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี ๖ เรอื่ ง หลานยายกะตา (นิทานลูกโซ) หนวยการเรียนรูท ี่ ๔ เรื่อง ความกรุณาพาสขุ ใจ เวลา ๑ ชว่ั โมง กลุม สาระการเรียนรูภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี ๓ ๑. มาตรฐานการเรียนรู/ ตวั ช้ีวัด สาระท่ี ๑ การอา น มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจแกปญหาใน การดาํ เนินชวี ติ และมนี สิ ยั รกั การอา น ตัวชี้วดั ป ๓/๔ ลาํ ดบั เหตุการณและคาดคะเนเหตุการณจ ากเร่ืองที่อานโดยระบเุ หตผุ ลประกอบ สาระที่ ๕ วรรณคดแี ละวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณวรรณคดี และวรรณกรรมไทยอยางเห็น คุณคา และนาํ มาประยุกตใชในชวี ติ จริง ตัวชว้ี ดั ป ๓/๑ ระบุขอ คดิ ที่ไดจ ากการอา นวรรณกรรมเพื่อนําไปใชใ นชีวติ ประจําวัน ป ๓/๓ แสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกบั วรรณคดีที่อาน ๒. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด นิทานหลานยายกะตาเปนนิทานเรื่องเลาสืบตอกันมา เพื่อความบันเทิงและคติสอนใจ และสะทอน สภาพสังคมวิถีชีวิต และความเช่ือของสังคมนั้น นิทานยายกะตา เปนตัวอยางนิทานไทย ที่มีความเปน เอกลักษณ และแสดงถึงความเปนไทยในดานสังคมเกษตรกรรม การเนน ความกตญั ู และการเคารพอาวุโสได เปนอยางดี เปนนิทานลูกโซซึ่งมีลักษณะที่พิเศษคือ เปนเร่ืองท่ีเลาตอเนื่องดวยวิธีการทวนเรื่องซ้ําไปซ้ํามาผูก ตอ กันเปนลกู โซ สว นใหญเรือ่ งจะวนกลบั มาท่เี ดมิ แตบ างครง้ั อาจตอเนือ่ งซํา้ ๆ จนพบจุดจบ ๓. จุดประสงคการเรียนรู ๓.๑ ดา นความรู ความเขาใจ (K) - บอกความหมายของนทิ านลกู โซไ ด ๓.๒ ทักษะ/กระบวนการ (P) - เรยี งลาํ ดับเหตุการณได ๓.๓ ดา นคุณลกั ษณะ เจตคติ คานยิ ม (A) - มีความกตญั ูตอผมู ีพระคณุ ๔. สาระการเรียนรู ๔.๑ นทิ านลูกโซ ๔.๒ นทิ านหลานยายกะตา ๔.๓ การเรียงลําดบั เหตุการณ ๕. สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น ๕.๑ ความสามารถในการส่อื สาร ๕.๒ ความสามารถในการคดิ ๖. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ๖.๑ ใฝเ รียนรู ๖.๒ มุง มั่นในการทํางาน ๗. กจิ กรรมการเรยี นรู

หนว ยการเรียนรูท ่ี ๔ เรอ่ื ง ความกรุณาพาสุขใจ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที่ ๓ การจดั กจิ กรรมการเรยี นร แผนการจัดการเรยี นรูที่ ๖ เรื่อ รายวชิ า ภาษาไทย หนวยการเรยี นรูท่ี ๔ เร ขอบเขตเนอ้ื หา/ ขนั้ ตอน ลาํ ดับ จดุ ประสงค การจัด เวลา กิจกรรมครู ท่ี การเรยี นรู การเรยี นรู ที่ใช ๑ ขอบเขตเน้อื หา ข้ันนํา ๕ นาที ๑. ครูใชคําถามกระตนุ ความคดิ การอา นนิทานเรอ่ื ง ดงั น้ี หลานยายกะตา ครู : นกั เรียนเคยอา นนิทานเรื่อ ครู : การเลาเรือ่ งในนิทานของน ลักษณะอยา งไร ครู : นกั เรียนเคยอานนิทานท่ีม เรอ่ื งแบบลกู โซหรือไม ครู : ครูเช่ือมโยงเขาสูบทเรยี น ๒ จุดประสงค ขั้นสอน ๒๐ นาที ๑. ครูอธิบายเรื่อง นทิ านเขาแบ การเรียนรู ลกู โซ) ๑. บอกความหมาย ๒. ครใู หน กั เรียนอา นเรื่อง หลา ของนิทานลูกโซได กะตา ๓. ครแู ละนักเรียนอภปิ รายเก่ีย การอานนิทานเร่ือง หลานยายก เกย่ี วกบั หัวขอตอไปนี้ ครู : ตวั ละครมอี ะไรบา ง

๔๑๕ รู ชัน้ ประถมศึกษาปที่ ๓ ส่อื การเรยี นรู การประเมิน อง หลานยายกะตา (นิทานลูกโซ) การเรยี นรู รือ่ ง ความกรุณาพาสุขใจ จํานวน ๑ ช่วั โมง ๑. PowerPoint ๑. การสังเกต แนวการจดั การเรียนรู เรื่อง นทิ าน พฤติกรรม กิจกรรมนักเรียน หลานยายกะตา นักเรยี น ดนักเรียน ๑. นกั เรยี นตอบคาํ ถามครู โดยมีแนว ๒. การถามตอบ คําตอบดังน้ี ๒. PowerPoint ๓. การสังเกต องอะไรบา ง นกั เรียน : นิทานตา ง ๆ ทั้งไทย และ เรอื่ ง นทิ านเขา พฤติกรรม นักเรียนมี ตา งประเทศ แบบ นกั เรยี น ๓. บทอา น ๔. การถามตอบ นกั เรียน : อานแลว ไมมีความซบั ซอ น นิทานเรอื่ ง มีการเลา พฤติกรรมของตวั ละครมีแตกตางกนั หลานยายกะตา ไมเ กย่ี วเนื่อง นักเรยี น : เคยอาน/ไมเคยอาน บบ (นิทาน ๑. นทิ านศกึ ษาใบความรู เรื่องนทิ าน เขา แบบ (นิทานลูกโซ) านยาย ๒. นกั เรยี นอา นเรื่อง หลานยายกะตา ยวกบั ๓. นกั เรยี นอภปิ รายเกีย่ วกบั การอา น กะตา นิทานเรอื่ ง หลานยายกะตา เกี่ยวกบั หัวขอ ตอ ไปน้ี นกั เรยี น : หลาน ตา ยาย แมว หนู นายพราน ฯลฯ

๔๑๖ ลาํ ดบั ขอบเขตเน้อื หา/ ขั้นตอน เวลา ท่ี จดุ ประสงค การจดั ทใ่ี ช กิจกรรมครู การเรียนรู การเรยี นรู ครู : ลกั ษณะการแตง เปน อยา ง ๓ ๒. เรียงลาํ ดบั ขน้ั ปฏบิ ตั ิ ๒๐ นาที ๑. ครูใหนักเรยี นทําใบงานท่ี ๔ เหตุการณได เรยี งลําดบั เหตกุ ารณเร่อื ง หลา กะตา ๔ ๓. มคี วามกตญั ู ขน้ั สรุป ๕ นาที ๑. ครูใหนกั เรียนสรุปความรู โด ตอ ผูมีพระคุณ นักเรียนแสดงความคดิ เหน็ เกี่ย เรอ่ื งราวของตายายและหลาน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook