Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

Published by novellabook2562, 2023-01-28 07:27:55

Description: ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

Search

Read the Text Version

แน่น เขาชะงักไปเล็กน้อย หลังจากท่ีได้สติจึงรีบทะยานไปยังทิศทางของชิงเซ่ีย อยา่ งรวดเรว็ ! “อีหม่าเอ๋อร์!” ฉินจือเหยียนคารามอย่างเกร้ียวกราด ช่ัวพริบตาราวกับมีวังวน พายุลูกหนึ่งโหมกระหน่า ชายหนุ่มผู้แสนใจเย็นยามน้ีประหนึ่งเสือดาวท่ีโกรธ เกรี้ยว บนใบหน้าฉายแววอับจนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน พละกาลังอันมหาศาล ถูกระเบิดขึ้นจากร่างของเขาส่งให้เขาราวกับกลายเป็นสายฟ้าสายหนึ่งแล้วพุ่ง ทะยานออกไปบังเกิดเป็นร่องรอยของแสงสีขาวพระจันทร์ภายใต้ม่านราตรีสีน้า หมึก ความบ้าคลั่งไม่สนส่ิงอื่นใดฉายชัด เขาทะยานไปยังทิศทางของหญิงสาวที่ กาลังแหงนคอรอเทพแห่งความตายท่ามกลางความมืด มือท่ีซีดขาวทว่าหนัก แน่นย่นื ออกไป จะให้ถอดใจเช่นนไ้ี ด้อยา่ งไร? ความทรงจาท่ีอบอนุ่ เหลา่ นั้น ความรูส้ ึกทร่ี อ้ นแรง เหล่านั้น คาพูดเหล่านั้นที่ยังไม่ได้เอื้อนเอ่ย ทุกส่ิงทุกอย่างล้วนเรียกร้องอยู่ใน ห้วงแห่งความคดิ ของเขา กระตนุ้ ใหต้ ัวเขาเรว็ อกี เรว็ ขึ้นอกี ทว่าเหตุใดจึงไม่อาจ เร็วข้ึนอีกนิด? สวรรค์ หากท่านมีตาอยู่จริงๆ เช่นน้ันได้โปรดให้เวลาข้าอีกนิด อีกเพียงแค่หนึ่งก้านธูป ไม่สิ เพียงแค่ครึ่งก้านธูป ไม่ เพียงแค่ครู่เดียวก็ได้ ขอ เพียงแคค่ รู่เดยี ว หลังจากท่ขี ้าช่วยนางเอาไวไ้ ด้แลว้ ข้ายินดใี ช้ชีวิตทั้งชวี ิตของข้า ใช้เวลาทงั้ หมดที่ข้ามี ทกุ ๆ ส่ิงทกุ ๆ อย่าง ขา้ ยินดีแลกมนั กับทา่ นทงั้ หมด! ในช่วงเวลาของสถานการณอ์ ันตราย ทกุ สง่ิ ราวกบั พายทุ ่ีหมนุ วนอยา่ งบา้ คล่ัง ได้ ยนิ เพยี งเสียงดงั เปรี้ยงปร้างกอ้ งสนัน่ กอ้ นหนิ ขนาดยกั ษก์ อ้ นนั้นกระแทกเข้ากับ จุดท่ชี งิ เซี่ยถูกมดั ไว้อยู่อยา่ งพอดิบพอด!ี สายลมเหมันต์หวีดหวิว หิมะขาวโปรยปราย ในขณะที่ทุกคนตกยังคงอยู่ภายใต้

ความตะลึงงัน ฉินจือเหยียนที่อยู่ในชุดเกราะสีขาวพระจันอันเย็นเยียบ ผมเผ้า สะพัดรุงรงั หมวกเกราะทสี่ วมใสอ่ ยตู่ กลงกับพ้ืน ใบหน้าซีดขาวไม่มีแม้เพียงครึ่ง เสย้ี วของสเี ลือดทวา่ ร่างกายของเขากลบั ยังคงยืนตระหง่านได้ราวกับภูเขาสูงชัน เสารูปไม้กางเขนที่ต้องใช้ทหารร่างใหญ่ถึงสี่นายหามยามนี้ถูกเขาเพียงแค่คน เดียวดงึ มันออกมาแลว้ แบกมันเอาไวบ้ นหลงั ! ก้อนหินขนาดยักษ์ท่ีตกลงมาอยู่ห่างออกไปจากเบื้องหน้าของเขาไม่กี่มิลลิเมตร ซ้าหลงั จากที่ตกกระแทกลงมายังมีแนวโน้มว่าจะกลิ้งกระดอนมายังทิศทางที่คน ท้ังคู่อยู่ ฉินจือเหยียนมือข้างหนึ่งแบกเสาไม้ไว้บนหลัง มืออีกข้างย่ืนออกไปดัน ก้อนหินขนาดยกั ษ์ทมี่ ขี นาดใหญ่กว่าตวั เขาไมร่ ูก้ ี่สบิ เท่าด้วยความหนักแน่น การ เคลื่อนไหวของหินยักษ์ที่มีกาลังนับหม่ืนจุนฉับพลันถูกจับให้หยุดน่ิง เกิดเป็น ภาพนิ่งที่เหมือนกับในหนังสือภาพอย่างไรอย่างนั้น สายลมม้วนเอาเส้นผมยาว ของเขาปลิวไสว จิตวิญญาณท่ีมีมนต์ขลังของเขาโบยบินไปยังอีกด้านของเส้น ขอบฟ้า หูท้ังสองข้างฉับพลันอ้ืออึง ในดวงตาเต็มไปด้วยสีเลือด ทันใดน้ันเอง ของเหลวอุ่นร้อนสายหน่ึงพลันพ่นออกมาจากปาก แล้วสาดกระเซ็นไปท่ัวก้อน หนิ ยกั ษ์ก้อนน้ัน!

บทท่ี 110-3 หุบเหวแห่งความสิ้นหวัง “องค์ชาย!” เสียงกระห่ึมดังก้องมาจากทางด้านหลัง นายทหารจานวนมากจาก ค่ายเหยียนจ้ือรีบรุดขึ้นมาข้างหน้าประหนึ่งคลื่นยักษ์ท่ีซัดสาดโหมกระหน่า อ ง ค รั ก ษ์ ชุ ด ด า ที่ ก่ อ น ห น้ า นี้ ยั ง ฉุ ด ร้ั ง ฝี เ ท้ า ข อ ง พ ว ก เ ข า เ อ า ไ ว้ อ ย่ า ง สุ ด ความสามารถ ยามนี้ไม่มีแม้เพียงคร่ึงเส้ียวของการเคล่ือนไหวให้เห็น พวกเขา เพียงแต่ยืนเบิกตาโพลงด้วยความงงงันตื่นตะลึง ราวกับไม่อยากจะเช่ือในทุกส่ิง ท่ีปรากฏอยู่เบือ้ งหน้า พละกาลังที่เหนือกว่าธรรมชาติเช่นนี้ ไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้ ไม่ใช่ทักษะ ความสามารถ และกไ็ มใ่ ช่สง่ิ ทสี่ มองจะสามารถจินตนาการถึงได้ในใตห้ ลา้ น!้ี แต่มันคือความอดทน คือความเพียรพยายาม คือความกระตือรือร้นท่ีหากไม่ สามารถบรรลุถึงเป้าหมายได้ก็สัตย์สาบานไว้ว่าจะไม่ยอมหยุดเฉย ทุบหม้อจม เรือ* มันคือความมุทะลุบ้าคล่ังโดยสมบูรณ์ ชิงเซี่ยหมอบอยู่บนแผ่นหลังของ ฉนิ จือเหยียนท้งั ที่ยังคงถกู มดั ตดิ กับเสาไว้อย่างน้นั สัมผัสถงึ แผ่นหลังที่หนักแน่น มั่นคงของเขา รู้สึกถึงความร้อนแรงและความแข็งแกร่งที่สามารถปกคลุมไปทั่ว ท้ังผืนดนิ และครอบคลมุ ไปทวั่ ท้งั แผ่นฟา้ เลือดสดๆ ท่ีกระอักออกมามองไปแล้ว ก็ให้รู้สึกต่ืนตระหนกและเจ็บปวดราวกับถูกทิ่มแทงจนไม่อาจสรรหาคาพูดใด ออกมากล่าวได้ กาลเวลาผ่านพ้น หลังจากก้าวข้ามความเป็นและความตาย ใน ทีส่ ดุ นางกก็ รดี รอ้ งเรยี กชอ่ื ของฉนิ จือเหยยี นออกมาอย่างหวาดกลัวด้วยรมิ ฝีปาก ที่ส่นั เทา ‘ครืนๆ’ สน้ิ เสยี งดังกึกก้อง แผน่ ดนิ ทีอ่ ยูเ่ บอื้ งลา่ งทันใดนัน้ เองพลนั แตกออกจาก

กันอย่างรุนแรง สายตาของคนทั้งหมดมองตรงไปยังต้นเสียงด้วยความตื่นตะลึง ก่อนจะเหน็ เป็นเบื้องลา่ งของพน้ื หิมะที่รบั น้าหนักของก้อนหินยักษ์ก้อนน้ันกาลัง ส่ันสะเทือนและปริแตก การท่ีถูกพละกาลังมหาศาลขนาดนี้โจมตีใส่ พ้ืนหิมะบน พื้นท่ีราบไป๋ลู่ท่ีทับถมมานานหลายพันหลายหมื่นปี ในที่สุดก็เร่ิมคลายตัวออก จากกันราวกับฟ้าดินพิโรธ ขณะยังไม่ทันท่ีจะตอบสนองหรือกระทาการใดๆ ก้อนหนิ ขนาดยกั ษ์ที่เปื้อนเปรอะไปด้วยคราบเลือดก้อนน้ันก็จมดิ่งลงสู่เบื้องล่าง ของผนื หิมะ และเพยี งชั่วพรบิ ตามนั กถ็ ูกสขี าวของหมิ ะกลืนหายไปไม่มเี หลอื รอยแยกขนาดมหึมาปริออกจากกันในทันใด และแตกเลียบไปตลอดทิศทาง ตั้งแต่ทิศเหนือจรดทิศใต้ บังเกิดเป็นหุบเหวลึกยาวสายหนึ่งท่ีดาทะมึนมองไม่ เห็นจุดสิ้นสุดเบื้องล่าง ฉินจือเหยียนแบกชิงเซี่ยไว้บนหลังยืนอยู่ตรงปากทาง ของขอบเหวพอดี หา่ งอกี เพยี งกา้ วเดียวพวกเขาก็จะถูกหบุ เหวทดี่ าทมิฬน้ันกลืน กินลงไปดว้ ย อย่างไรก็ตาม หลังจากท่ีก้อนหินยักษ์ที่ราวกับภูเขาลูกย่อมๆ จมด่ิงลงไป อีก ฟากหน่ึงของก้อนหิน มีชายหนุ่มคิ้วหนาในเกราะสีน้าหมึกผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านข้าง ด้วยใบหน้าซดี เผือด มือของเขายังค้างอยู่ในท่าเตรียมพร้อมจะฉุดกระชากมายัง ทิศของรอยแยกและชิงเซี่ยกับฉินจือเหยียนทั้งคู่ ท่าทางของเขานั้นช่างดูเสียด ตาและน่าหัวร่อยงิ่ ! ห่างเพยี งแค่หน่ึงวินาที เพียงการชะงักและลังเลแค่หน่ึงอึดใจ นางก็ไม่ได้อยู่ข้าง กายเขาอีก รอยแยกที่ท้ังดาทะมึนและลึกมากเส้นนั้นเสมือนดั่งคาประชดอัน ยงิ่ ใหญท่ ่กี าลังหวั เราะเยาะใหก้ ับความอ่อนแอและความอปั ยศของเขา “ฮะๆ...”

เสียงหัวเราะทุ้มต่าแหบพร่าดังขึ้น น้าเสียงขมขื่นน่าสังเวชของฉู่หลีท่ีกาลัง หัวเราะราวกับถกู ปีศาจร้ายเข้าสิงรา่ ง การส่ันสะเทือนที่รุนแรงทาให้พันธนาการที่ผูกมัดอยู่บนตัวคลายลง ชิงเซ่ียใช้ ทักษะมือที่น่าทึ่งของตนเองคลายเชือกและปลดกายให้หลุดออกมาจากการถูก มัด ก่อนจะยืนลงกับพื้นด้วยความม่ันคง และทันทีท่ีนางหลุดออกมาจากเสาไม้ ได้ ร่างกายของฉินจือเหยียนก็ราวกับตึกขนาดใหญ่ท่ีพังครืนแล้วล้มลงกับพื้น อยา่ งรนุ แรง “ฉินจือเหยียน!” ชิงเซี่ยตระกองกอดร่างของฉินจือเยียนเอาไว้ น้าตาไหลทะลัก ภายในน้าเสียงท่ีแตกร้าวสิ้นหวังเต็มไปด้วยความหวาดกลัวท่ีเข้าทาลายหัวใจ ของนางจนร้าวระบมไปหมด! ฉินจือเหยียนใบหน้าซีดขาว เหน็บหนาวเสียยิ่งกว่าน้าแข็งบนยอดภูเขาท่ีทับถม ไปด้วยหิมะ อย่างไรก็ตาม เขายังคงพยายามที่จะลืมตาข้ึน แววตาที่ดูอ่อนแรง ของเขามองไปที่น้าตาของชิงเซ่ียก่อนจะกรีดยิ้มท่ีมุมปากจนเกิดเป็นรอยย้ิมบาง เบา นิ้วมือท่ีสั่นเทาเอื้อมออกไปปาดน้าตาที่หางตาของนางด้วยความอ่อนโยน น้าเสียงของเขาแหบพร่าไปหมด แต่ทว่ายังคงอบอุ่นอยู่เช่นน้ัน ฉินจือเหยียนยก ย้มิ นอ้ ยๆ พลางกลา่ วดว้ ยเสียงเบา “อยา่ กลวั ไปเลย ไมเ่ ปน็ ไร” ทันทีที่กล่าวจบ เลือดสดๆ สายหนึ่งก็กระอักออกมาอีกคร้ัง แล้วสาดไปทั่ว ข้อมอื ที่ขาวสะอาดของชงิ เซย่ี แสงสว่างระหว่างฟ้าดินฉับพลันน้ันเองระเบิดออก ความเจ็บปวดมากมาย มหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาจากส่วนลึกภายในจิตใจ นางเงยหน้าขึ้นอย่าง

ดุดัน ก่อนมองตรงไปยังชายหนุ่มอีกคนด้วยแววตาท่ีราวกับปีศาจแห่งฝันร้าย น้าเสียงที่แหลมคมแฝงไว้ด้วยความเย็นชาและเกลียดชังอย่างเด่นชัด นางกล่าว ออกมาทีละคาๆ อย่างชัดเจน “ข้าจะไม่มีวันอภยั ให้ท่าน” “ข้าจะไม่มีวันอภยั ใหท้ ่านไปตลอดชวี ติ !” พายุหิมะพัดเต็มท้องฟ้า บนแผ่นดินท่ีกว้างใหญ่กว้างไกลออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ฉู่ ยกยิ้มเย็นคร้ังหน่ึง มุมปากโค้งข้ึนอย่างเย้ยหยัน ก่อนจะหันไปหยิบหอกยาวมา ไว้ในมือ แล้วยกมันช้ีไปที่ฉินจือเหยียนและชิงเซี่ย พลันกล่าวด้วยน้าเสียงที่ หนาวเหนบ็ “ขา้ ไมจ่ าเปน็ ต้องใหผ้ ู้ใดมาให้อภัย!” ‘ชร้ิง!’ ส้ินเสียงแหลมเสียงหน่ึง ชิงเซ่ียก็ดึงหอกยาวของฉินจือเหยียนออกมา กอ่ นท่หี อกยาวท้ังสองด้ามจะเข้าปะทะกันในมุมหนึ่งแล้วกระพริบเกิดเป็นแสงสี เงินราวกับมังกรยาวสองตัวท่ีเข้ากลืนกินความปรารถนาและความรุ่งโรจน์ของ ผ้คู นภายใตค้ า่ คนื ที่มืดมิด ในเวลาน้ีเอง เสียงกึกก้องฉับพลันก็ดังข้ึนอีกคร้ัง ทั้งคู่ชะงักกึกไปอย่างพร้อม เพรียง อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทันที่พวกเขาจะมีปฏิกิริยาใดๆ ตอบสนองกลับมา พื้นหิมะใต้ฝา่ เทา้ ของชิงเซ่ียก็พลนั พังทลายลง สถานการณท์ ี่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว น้ี ทาเอาหญิงสาวที่แต่ไหนแต่ไรมามีทักษะอันเยี่ยมยอดและการเคลื่อนไหวที่ คล่องแคล่วไม่ทันแม้แต่จะตอบสนอง ร่างของนางก็จมด่ิงลงไปตามทิศทางของ หมิ ะทีท่ รดุ ตัวลง! “ชิงเซี่ย!” ฉู่หลีตะโกนร้องเสียงดัง แต่ด้วยมีรอยแยกขนาดใหญ่ก้ันขวางอยู่ จึง ไม่อาจเอือ้ มมอื ออกไปฉุดนางไว้ไดท้ ันกาล

และในช่วงเวลาแห่งความอันตรายนั้นเอง ชายหนุ่มที่แต่เดิมลมหายใจรวยริน แผ่วเบา ฉับพลันก็ยื่นมือที่ซีดขาวของเขาออกไปคว้าข้อมือของชิงเซ่ีย ก่อนจะ ดงึ รัง้ ร่างบางอยอู่ ย่างนนั้ อย่างดุดนั ฉากที่เกดิ ขนึ้ นชี้ ่างคนุ้ ตายิง่ นัก เหมอื นกบั ตอนทีอ่ ย่ใู นโถงปฐพที ่สี ่องแสงสเี หลอื ง สว่างไสว ภายในถ้าอสรพิษท่ีมืดมิดลึกนับหมื่นจ้าง ใบหน้าของฉินจือเหยียนยัง ซดี ขาวจนนา่ กลัวเชน่ นน้ั กาลเวลาพ้นผ่าน ราวสวรรค์กลั่นแกล้ง ชิงเซ่ียเบิกตามองไปยังฉินจือเหยียนท่ี กระอกั เลือดออกมาคาแลว้ คาเลา่ เลือดของเขารดลงบนใบหน้าและร่างกายของ นาง หัวใจเหมือนกบั ถกู ควักออกมาทงั้ เปน็ แลว้ โยนลงไปบนพนื้ หมิ ะ คราวน้ี ไม่อาจโง่งมด่ังเช่นที่เคยเป็นได้อีกแล้ว หญิงสาวท่ีซีดขาวยกยิ้มเป็น รอยย้มิ บางเบา ดวงตาท่อี อ่ นโยนจอ้ งไปทใี่ บหนา้ ของฉนิ จอื เหยยี นไม่วางตา ไมอ่ าจโงง่ มดั่งเชน่ ที่เคยเปน็ ได้อกี ! มืออีกข้างทันใดน้ันก็กระแทกไปบนฝ่ามือของฉินจือเหยียนอย่างแรง ทักษะฝ่า มือที่นา่ ทงึ่ ถกู ใช้ออกมาครัง้ หนงึ่ หญิงสาวก็สามารถหลุดออกจากพันธนาการมา ได้ ผลของแรงโน้มถ่วงฉุดชิงเซี่ยให้ดิ่งลงโดยพลัน ฉินจือเหยียนพุ่งตามร่างบาง หมายจะกระโดดตามลงไปในทันที แต่ทว่าเหล่าทหารจากค่ายเหยียนจื้อท่ีอยู่ ด้านหลังรุดข้ึนมาฉุดร่างแม่ทัพของพวกเขาเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มจึงทาได้ เพียงแต่ทอดสายตามองตามร่างบางลงไปด้วยความส้ินหวัง ก่อนแผดเสียงกรีด รอ้ งอย่างบา้ คลง่ั ราวกับคนเสียสติ ความมืดค่อยๆ กลืนร่างของหญิงสาวผู้งดงามไปทีละเล็กทีละน้อย บางทีครั้งนี้

นางอาจต้องตายเช่นน้ีจริงๆ แล้วกระมัง ตกตายอยู่ใต้ก้นบ้ึงของหุบเหวท่ีหนาว เหน็บ โดดเด่ียวและอ้างว้าง ถูกแช่แข็งตายและถูกฝังอยู่ภายใต้หุบเหวลึก เป็น เช่นนี้ก็ดี ชิงหัวเราะเบาๆ นางใช้ชวี ิตมามากเกินพอแล้ว ฉนิ จอื เหยยี นท่านต้องมี ชีวิตอยู่ต่อไปให้ดีๆ หากเป็นไปได้ ข้าอยากกล่าวกับท่านสักคา บอกให้ท่านรู้ว่า ขา้ รักท่านมากเพียงใด ตลอดทั้งชีวิตของข้าล้วนแต่มีโลหิตคอยติดตาม ข้าท่ีเป็นเช่นน้ี จะสมควรยืนอยู่ เคยี งข้างทา่ นได้อย่างไร? ท่านคอื ชีวติ ที่บริสุทธ์ิและสูงส่งที่สุดในโลก ให้การตาย ของข้าช่วยล้างเศษฝุ่นเหล่านั้นที่ติดกายท่านออกไปให้สะอาดเถิด ท่านยังคง เปน็ ท่าน สงา่ งามและพิเศษเกินใคร ตราบเท่าที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ข้ายินดีท่ีจะจม ดงิ่ ลงสขู่ ุมนรก รับโทษทณั ฑ์จากไฟบรรลัยกัลป์ที่แผดเผานับพันครั้ง เพ่ือไถ่ถอน บาปจากหน้โี ลหิตทส่ี ะสมมาตลอดทง้ั ชีวิตของข้า! อย่างไรก็ตาม ในเวลาน้ันเอง เสียงของสายลมหวีดหวิวฉับพลันก็หยุดชะงักลง รา่ งบางชะงักงนั นางไม่ได้ด่ิงลงสู่เบ้ืองล่างอีก ชิงเซ่ียเบิกตาข้ึนในทันใด ก่อนจะ สบเข้ากับดวงตาสีดาท่ีราวกับมีพายุฝนโหมกระหน่าอยู่ภายในของฉู่หลี คิ้วทั้งคู่ ของชายหนุ่มที่เป็นเสมือนดั่งผู้ส่งสารของวันส้ินโลกขมวดมุ่น มือข้างหนึ่งของ เขาจบั ไปที่มือของชงิ เซี่ยแน่น ส่วนมืออีกข้างจับไปท่ีหอกยาวที่เสียบทะลุลึกเข้า ไปในกาแพงหิมะของรอยแยก ร่างของพวกเขาลอยคว้างอยู่กลางอากาศ เส้น เลือดดาบนใบหน้าปูดโปนจนเห็นได้ชัด ในช่วงวินาทีสุดท้ายของความเป็นและ ความตาย คดิ ไม่ถึงวา่ ชายหนุ่มที่ตนไม่แม้แต่จะชายตามองเลยกลับกระโดดตาม นางลงมาอยา่ งแนว่ แน่ “ข้ึนสวรรค์หรือลงนรก ตาหนักเทวะหรือยมโลก ไม่ว่าจะท่ีใด เจ้าอย่าได้คิด หลบหนีไปจากข้างกายของข้าอกี !”

ชายหนุ่มผูช้ ่ัวรา้ ยกดั ฟันกลา่ วดว้ ยเสียงลึก เสียงดังครืนดังก้องข้ึนอีกครั้ง หุบเหวลึกทรุดตัวลง ร่างของคนทั้งสองด่ิงลงสู่ เบ้ืองล่างอย่างรวดเร็ว ก่อนท่ีทั้งคู่จะถูกฝังลงใต้ผืนหิมะหนาด้วยเวลาเพียงช่ัว พรบิ ตา! พระเจ้าท่ีสูงส่งกาลังกู่ร้องอยู่บนสรวงสวรรค์ ท่ีนี่คือหุบเหวแห่งความสิ้นหวังที่ ดามืด เช่นนั้นก็ปล่อยให้คนท้ังสองท่ีมีจิตใจที่ดามืดเหมือนกัน ถูกทาลายลงไป พร้อมกันเถดิ ! * ทุบหม้อจมเรือ(破釜沉舟)หมายถึงตดั สนิ ใจสู้ตาย อุปมาว่าไปตาย เอาดาบหนา้

บทที่ 111-1 สองฟากฝั่งของความเป็นและความตาย ระหว่างผืนฟ้าและแผ่นดินยามน้ีเงียบสงัด ที่ปรากฏสู่สายตาก็คือผืนหิมะสีขาว อันไร้ที่สิ้นสุด ความเจ็บแปลบสายหนึ่งถูกส่งข้ึนมาจากปลายเท้า หญิงสาว ใบหนา้ ซดี ขาวคอ่ ยๆ ยกเปลอื กตาท้งั ค่ขู น้ึ อย่างชา้ ๆ หลังจากทีเ่ ป็นลมหมดสติไป ในช่วงเวลาส้ันๆ นางพลันมองเห็นสัตว์ชนิดหนึ่งท่ีท้ังร่างมีสีขาวหิมะกาลังอ้า ปากทเี่ ปรอะไปดว้ ยเลอื ดของมันกดั ไปท่ีข้อเท้าของนางอยา่ งดุรา้ ย! ร่างกายตอบสนองไวกว่าความคิด ฉับพลันนั้นเองนางก็คลาไปยังมีดบินที่เล็ก เรียวราวกับใบหลิวท่ีเหน็บอยู่บริเวณเอว ก่อนจะปามันไปยังสัตว์ตัวน้อยสีขาว สะอาดตัวนั้นดว้ ยความดุดัน เสียงโอดโอยโหยหวนเพราะความเจ็บปวดดังข้ึน มีดบินเสียบทะลุเข้าไปยังช่อง ท้องของสัตว์ตัวน้อยด้วยความโหดเหี้ยม เดรัจฉานสีขาวหิมะท่ีดูไปแล้วคล้ายๆ กบั ลูกหมาตวั หน่ึงล้มคว่าไปยังฟากหน่ึงในทันใด เสียงครางหงิงๆ ดังข้ึนสองครั้ง มันทาท่าราวกับว่ากาลังแปลกใจเสียเต็มประดา ว่าเหตุใดคนผู้นี้ที่เดิมทีน่าจะ ตายไปแลว้ ถึงสามารถเคลอ่ื นไหวขยบั กายลกุ ขึ้นมาได้อีก ความหวาดกลัวพุ่งเข้า จู่โจม เดรัจฉานตัวน้อยเดินวนอยู่รอบกายของชิ6งเซี่ยสองสามคร้ัง คารามขู่ หลายที กอ่ นจะหอนเสียงยาวในครงั้ สดุ ท้ายคราหนงึ่ ราวกับตดั สนิ ใจอะไรได้แล้ว ว่ิงหนีออกไปไกลๆ! ชิงเซี่ยทรุดตัวลงกับพ้ืนโดยพลัน ก่อนถอนหายใจอย่างโล่งอก เห็นได้ชัดว่าใน สภาพแวดลอ้ มทีห่ นาวเย็นเช่นน้ี รา่ งกายของนางได้ถกู แชแ่ ข็งจนบาดเจบ็ ไปเป็น ที่เรียบร้อยแล้ว ไม่เช่นนั้นมีดท่ีถูกปาออกไปเมื่อสักครู่ก็เพียงพอท่ีจะเด็ดชีวิต ของเดรจั ฉานตวั น้อยนนั้ ลงได้ สัตว์เดรัจฉานท่ีเตบิ โตขึ้นเองตามปา่ และไม่ได้ผ่าน

การฝึกฝน แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นพวกเขี้ยวลากดินที่กัดไม่ยอมปล่อย หากว่า ปล่อยใหพ้ วกมันหนไี ปไดแ้ ลว้ กลับมาแก้แคน้ ในภายหลัง เชน่ นัน้ ตัวนางคงได้เจอ เข้ากับปญั หาใหญ่แล้วจรงิ ๆ แต่ว่าหากไม่ใช่เพราะมันไม่รู้จักที่ตายแล้วเข้ามากัดตน ไม่แน่ว่าตัวของนางเอง บางทีอาจถกู แช่แขง็ จนตายอยา่ งไม่รตู้ วั ภายใต้ทุ่งหิมะแหง่ นี้แลว้ ก็เปน็ ได้ ชิงเซ่ียคิดอย่างปลอบใจตนเอง แล้วลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก่อนจะกวาดสายตา ออกไปพิจารณาบริเวณรอบๆ ดเู หมอื นว่าการเขา้ ปะทะกนั ของกองทพั ของท้งั สองแคว้นในครั้งนี้ โดยเฉพาะผล จากเครอื่ งยิงลูกหนิ จะส่งผลใหเ้ กิดแผ่นดนิ ถลม่ ขนึ้ ท่ีราบไปล๋ ่ใู นยุคสมยั น้ีกบั พน้ื ทร่ี าบสงู ดนิ เหลืองในความทรงจาของชิงเซี่ยมีความ แตกต่างกันอยู่ค่อนข้างมาก เร่ืองนี้อันท่ีจริงตอนท่ีอยู่ในขบวนขนเสบียงของซี ชวนนางก็ได้คน้ พบอย่างน่าตื่นตะลึงแล้วว่าจักรพรรดิท้ังหลายในยุคสมัยนี้ต่างมี ความรอบรแู้ ละมีวสิ ยั ทัศน์ทีก่ วา่ งไกลยงิ่ พวกเขาล้วนเลง็ เห็นถึงความสาคัญของ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งในประเด็นน้ีจาต้องกล่าวว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์เรื่อง หน่งึ ทีน่ ี่มกี ารพฒั นาการทางการเกษตรทค่ี ่อนข้างล้าสมัย การตัดไม้ก็ถูกดาเนิน ไปอย่างมีขอบเขตจากัด ดังนั้นในยุคสมัยน้ีปรากฏการณ์อย่างการพังทลายของ หนา้ ดินจงึ ไม่มีให้เห็น ที่ราบสูงดินเหลืองในอนาคตท่ีเกิดจากรอยแยกนับพันนับ หมื่นเวลานจี้ งึ กลายเปน็ เพยี งพืน้ ทีร่ าบลมุ่ ท่ีเขยี วชอุม่ เทา่ นั้น ส่วนท่ีราบไป๋ลู่สถานท่ีแห่งนี้ เน่ืองจากองค์ประกอบทางภูมิศาสตร์ค่อนข้างเป็น เอกลักษณ์ จึงก่อตัวเกิดเป็นพื้นผิวดินที่แข็งตัวซ่ึงมีลักษณะค่อนข้างเปราะบาง ฉะนั้นภายหลังจากท่ีถูกแรงกระแทกอย่างหนักหน่วงอัดเข้าไป พื้นหิมะจึงปริ

แตกออก ชั้นดินข้างใต้ท่ีเคล่ือนไหวส่งให้ผิวดินที่แข็งตัวยุบตัวลง และเกิดเป็น ปากทางของรอยแยกขนาดใหญ่ท่ีกลนื เอาหญิงสาวจมหายไปท่ามกลางรอยแยก นั้น จะว่าไปแล้ว เร่ืองน้ีนับได้ว่าเป็นความซวยที่ไม่บังเกิดมานานนับรอบร้อยปี แลว้ กว็ ่าได้ ไม่รู้ว่าตกลงมาลึกเพียงใด แต่ตอนท่ีแหงนหน้ามองข้ึนไปเห็นเพียงเงาสีเทาขาว สายหน่ึงเท่าน้ัน ไม่สามารถมองเห็นท้องฟ้าได้เลย รอบด้านมีแต่หิมะขาวโพลน เต็มไปหมด รอยแยกของแผ่นดินท่ีมองลงมาจากมุมด้านบนมีความกว้างเพียง สองหรือสามเมตร แต่พอมองกลับขึ้นไปจากด้านล่าง ระยะของความกว้างกลับ กว้างมากเสียจนกะได้ราวๆ สามสิบถึงสี่สิบเมตรเลยด้วยซ้า สองฟากฝ่ังของ กาแพงแคบยาว อีกทั้งคดเคี้ยว ทอดสายตามองไปไม่อาจเห็นสุดขอบของ เส้นทางได้ ดูเหมือนว่าตอนที่ตกลงมา กาแพงหิมะท้ังสองฟากของรอยแยกจะถล่มลงมา พรอ้ มกันด้วย ด้วยเหตุน้ีตัวนางถึงโชคดีสามารถรอดพ้นจากความตายมาได้โดย ทไ่ี ม่ถูกกระแทกพ้ืนตายไปเสียก่อน หญิงสาวกวาดสายตามองไปรอบๆ คร้ังหนึ่ง อยา่ งพิจารณา ก่อนจะเห็นรอยลากทางยาวสายหนึ่งบนพ้ืนหิมะลากยาวมาจาก กองหมิ ะท่ีนูนสงู ข้นึ อยา่ งสกปรกไกลๆ ชงิ เซีย่ ฉบั พลันต่ืนตัวข้นึ ทันที ดูเหมือนว่า ก่อนหน้าน้ีตัวนางจะถูกกลบฝังอยู่ใต้กองหิมะนั่น เจ้าเดรัจฉานตัวน้อยสีขาวตัว นั้นคงจะได้กล่ินของนางถึงลากนางออกมาจากกองหิมะ น่าเสียดาย ทั้งที่มัน อุตส่าห์ออกแรงไปตั้งมากมายเพ่ือท่ีจะได้ล้ิมรสอาหารอันโอชะมื้อใหญ่ ทว่า สุดทา้ ยกลบั กลายเปน็ วา่ กัดจนนางไดส้ ติ มิหนาซ้ายังโดนมีดบินสวนกลับไปหน่ึง ดอก ชา่ งโชคร้ายเสียจริงๆ เจ้าตัวเล็กน่นั ดูๆ ไปแล้วขนาดของมันก็ไม่ต่างอะไรไปจากลูกสุนัขตัวหนึ่ง คิดไม่

ถึงวา่ มันจะมกี าลงั มากเพยี งนี้ ทันใดนั้นชิงเซ่ียก็รู้สึกเสียใจภายหลังที่ได้แทงมันไปครั้งหน่ึง เพราะไม่ว่าจะว่า อยา่ งไร มันกน็ ับวา่ เปน็ ผ้มู พี ระคณุ ท่ีชว่ ยชวี ิตนางเอาไว้ คดิ ถึงตรงน้ี รา่ งกายของชงิ เซ่ยี กช็ ะงักกึกไปโดยพลนั ใบหนา้ ของนางเปล่ียนเป็น สีขาวจนราวกับสีของหิมะ ความรู้สึกเจ็บแปลบสายหนึ่งวิ่งขึ้นสมองราวกับถูก หนามท่ีแหลมคมแทงทะลุผา่ นไปอย่างโหดเห้ียม จาได้ว่าตอนน้ันที่ตกลงมาฉู่หลี เองกก็ ระโจนตามนางลงมาดว้ ย เช่นน้นั ตอนนเ้ี ขาอยทู่ ใี่ ดกนั ? ชิงเซ่ียเด้งตัวข้ึนจากพ้ืนอย่างรวดเร็ว แล้วว่ิงไปยังด้านข้างของกองหิมะกองนั้น โดยไมใ่ ส่ใจจะคิดถึงส่ิงอนื่ ใดอกี ก่อนจะใชท้ ้ังมือท้งั เทา้ ขดุ หาลงไปใตพ้ ้นื หิมะ แสงของดวงอาทิตย์ภายในรอยแยกน้ันสลัวยิ่งนัก เวลานี้บางทีข้างนอกอาจจะ ยังเป็นเวลากลางวนั ทวา่ ท่ีแห่งน้ีกลับมืดสนิทโดยสมบูรณ์ หลังจากผ่านไปราวๆ สองช่ัวยาม มือเท้าของชิงเซี่ยก็เหน็บชาไปหมด นางยืนอยู่บนพ้ืนหิมะ ความ หนาวเหน็บเร่ิมเข้าเกาะกุมจากส่วนลึกของหัวใจ หญิงสาวไม่รู้ว่าตัวเองหมดสติ ไปนานเพียงใด แต่กะประมาณจากร่างกายของนางที่ยังไม่ถูกแช่แข็ง ก็พอจะ คาดการณ์ได้ว่าเพ่ิงผ่านไปไม่นาน ฉู่หลีกับนางตกลงมาพร้อมกัน เช่นน้ันก็ไม่ นา่ จะอยหู่ ่างจากนางมากนัก แต่ภายในละแวกรศั มสี บิ กว่าเมตรนี้นางพลิกหาจน ทัว่ แลว้ กลบั ไมพ่ บสิง่ ใดท้ังส้ิน เปน็ ไปไม่ได้ทจี่ ะถูกฝังลึกลงไป ชิงเซี่ยกดลงไปท่ีจุดไท่หยาง เพื่อบังคับตนเองให้ สงบสติลง ในเวลาเช่นน้ีหากตื่นเต้นและร้อนรนจนเกินไป มีแต่เร่งเวลาตายของ คนทง้ั สองให้เรว็ ขนึ้

สีของราตรีค่อยๆ เข้าปกคลุมพ้ืนดินทีละเล็กทีละน้อย อุณหภูมิในอากาศค่อยๆ ลดต่าลงเร่ือยๆ เพ่ือที่เมื่อคืนวานจะสามารถกระทาการใดๆ ได้อย่างสะดวก ชิงเซ่ียจึงเลือกสวมชุดเส้ือผ้าเนื้อบางสาหรับเคลื่อนไหวในยามวิกาล เวลาน้ีสาย ลมเหมันต์พัดหวีดกระทบไปบนร่างกายและใบหน้าของนางไม่หยุด หญิงสาว รับรู้ได้ทันทีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่นานตัวนางเองก็จะถูกแช่แข็งจน ตาย ชิงเซ่ียจึงคลาหากระบอกจุดไฟออกมาจากบนร่าง ใช้แสงไฟอันแสนริบหรี่ กระจายออกไปเป็นสีจางๆ ท่ามกลางความมืดมิด ก่อนกอดไหล่เนื้อตัวส่ัน สะท้าน แล้วก้าวเดินขนึ้ ไปขา้ งหน้าอยา่ งชา้ ๆ จากนน้ั ก็ค่อยๆ ขยายขอบเขตการ ค้นหาใหก้ วา้ งข้นึ ไมม่ ี ไมม่ ี ไมว่ ่าจะทไ่ี หนกไ็ ม่มี! แก้มทั้งใบของชิงเซี่ยถูกแช่แข็งไปเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว เท้าท้ังสองข้างของนางที่ ยืนอยู่บนพื้นหิมะเองก็ถูกแช่แข็งจนสูญเสียแล้วซ่ึงความรู้สึก สายลมอันหนาว เหน็บพัดหวีดหวิวท่ามกลางหุบเหวท่ีลึกชัน เหน็บหนาวเสียยิ่งกว่าด้านนอกไม่รู้ ตัง้ กี่เท่า ทว่าชิงเซย่ี ท่ถี ูกความหนาวกัดกนิ ไปแล้วทัง้ รา่ งกลับยงั สามารถรักษาสติ ท่ีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดได้อย่างยากลาบาก นางก้าวเดินต่อไปก้าวแล้วก้าวเล่า อยา่ งไมห่ ยดุ หย่อน ไม่อาจปล่อยให้เขาหายไปอย่างไม่ชัดเจนเช่นน้ี ไม่อาจใช้ชีวิตต่อไปโดยท่ีต้อง รสู้ กึ ผดิ ต่อเขาไปชั่วชวี ติ ตอ่ ให้เหลอื เพียงศพ ข้ากจ็ ะขุดเอามนั ออกมา ใบหน้าของหญิงสาวท่ีซีดขาวฉายแววแน่วแน่ นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ครั้ง หนึง่ แล้วชักกรชิ ที่เสียบอยู่ตรงรองเท้าบูทออก ก่อนจะสีมือท้ังคู่เข้าท่ีแก้มแรงๆ

แล้วสอดสายตาค้นหาไปบนพื้นหนึ่งรอบ ในที่สุดก็ไปสะดุดเข้ากับร่องรอย หลบหนีของเดรจั ฉานน้อยตวั นั้น คนทั้งสองตกลงมาพร้อมกัน เป็นไปไม่ได้ท่ีจะมีคนใดคนหนึ่งหายไปอย่างไร้ รอ่ งรอย นอกเสียจากว่าจะถกู เดรัจฉานตวั น้อยลากกลับเขา้ ไปในถา้ ดว้ ย แต่ไหนแต่ไรมาการสะกดรอยตามก็เป็นงานถนัดของชิงเซ่ีย ย่ิงไม่ต้องกล่าวถึง บนพื้นหิมะกว้างใหญ่เช่นน้ี ใช้เวลาเพียงไม่กี่อึดใจชิงเซ่ียก็หารอยลากจนพบ หญิงสาวเดินตามรอยลากบนพ้ืนหิมะไปเร่ือยๆ ผ่านไปราวครึ่งช่ัวยามกว่าๆ ใน ที่สุดอาศัยเพียงแสงไฟริบหรี่ นางก็สามารถมองเห็นรังของพวกเดรัจฉาน เหลา่ น้นั ได้ ดวงตาสีเขียวระยิบระยับหลายคู่โผล่ขึ้นจากในเงามืด ชิงเซี่ยกระชับ กรชิ ในมือแนน่ ก่อนจอ้ งตอบเดรัจฉานเหล่านนั้ กลบั ไปอย่างไม่เกรงกลัว สุดท้าย จึงค่อยๆ ทาท่าหมอบลงครึ่งร่าง แต่ทว่ายังไม่ทันให้นางได้กระทาการ เตรียมพร้อมใดๆ ฝูงสัตว์ร้ายเหล่าน้ันพลันส่งเสียงหอนขึ้นอย่างพร้อมเพียง เสียก่อน

บทท่ี 111-2 สองฟากฝ่ังของความเป็นและความตาย เสียงหวีดแหลมเล็กดังข้ึนในอากาศ กรงเล็บและคมเขี้ยวที่แหลมคมพุ่งทะยาน มาทางชิงเซ่ียราวกับใบมีดที่คมกริบ ความหนาวเหน็บและแข็งกระด้างที่แต่เดิม เคยมีปลิวหายไปไม่มีเหลือ จากประสบการณ์การสู้รบที่ส่ังสมมาหลายปี ทาให้ นางมีทักษะการต่อสู้ที่เพียงพอจะต่อกรกับสัตว์ร้ายทั้งหลายได้อย่างยอดเย่ียม หญิงสาวร่างเล็กดวงตาประกายกร้าว หูจับเสียงของการเคลื่อนไหว ก่อนที่จะ กระโดดลอยตัวขึ้น ขาท้ังสองข้างทาเป็นรูปกรรไกรแล้วคีบไปที่คอของสัตว์ร้าย ตัวหนึ่งก่อนจะออกแรงบิดที่เอวแรงๆ หน่ึงที สัตว์ร้ายตัวนั้นก็ถูกคิดบัญชีลง อย่างง่ายดาย เสียงคารามของเดรัจฉานอีกตัวหนึ่งท่ีอยู่ด้านดังขึ้นตาม มันก็อ้า ปากกว้างแล้วเข้าตะครุบกัดไปที่ขาข้างหน่ึงของชิงเซ่ียอย่างโหดเหี้ยม หญิงสาว ครางฮึเสียงเย็นตวัดกริชเสียบทะลุหัวกะโหลกเดรัจฉานน้อยตัวนั้นกลับไปอย่าง ดดุ นั จนเลอื ดสดๆ พุ่งกระฉูด ขาข้างที่ถูกกัดสะบัดออกแรงๆ หนึ่งที เข้ียวหน่ึงซี่ ท่ีแตกกระจายพลันหลุดออกจากขาแล้วตกกระทบพ้ืนเสียงดังแกร๊กๆ ที่แท้ เดรัจฉานตัวนั้นกัดไปบนฝักดาบท่ถี กู มดั ไว้บนขาเขา้ พอดี ดา้ นขา้ งของนางยงั มเี ดรจั ฉานอกี สามตัวทม่ี ีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่โอบล้อมไว้อยู่ ดวงตาของชิงเซ่ียประกายหนาวเหนบ็ โดยพลนั นางค่อยๆ หันหน้ากลับไปมองท่ี รังของพวกมัน ก่อนจะขยับเท้ามุ่งไปทางนั้นอย่างช้าๆ สัตว์ร้ายหลายตัวร่นถอย หลังไปตามฝีเท้าของชิงเซ่ียท่ีค่อยๆ ขยับขึ้นหน้าราวกับกาลังเฝ้าระวังอะไรสัก อย่างอย่างระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ทันทีท่ีพวกมันเห็นชิงเซ่ียขยับเข้าใกล้รัง ของพวกมัน ทั้งฝูงเตรียมพร้อมจู่โจมในทันที หนึ่งในน้ันมีตัวหน่ึงที่บริเวณช่อง ทอ้ งได้รบั บาดเจบ็ ซ่ึงเจา้ ตวั น้นั กค็ ือตวั ท่เี พิง่ ถูกชิงเซี่ยทาร้ายไปกอ่ นหนา้ นี้

ไม่สนเรื่องตอบแทนบุญคุณอะไรอีก ชิงเซี่ยแอบกล่าวขอโทษในใจหนึ่งที ก่อนท่ี แววตาจะแปรเปล่ียนเป็นคมกริบ กริชในมือท้ังคู่ประกายเย็นเยียบ เสียงครวญ ครางโหยหวนดังขึ้นติดต่อกันไม่ยั้ง ผ่านไปไม่เกินหนึ่งอึดใจ เลือดของเหล่าสัตว์ ร้ายกเ็ จงิ่ นองเต็มพ้นื ในเมอ่ื ไม่หลงเหลือสิ่งกดี ขวางใดๆ อยูอ่ ีก ชิงเซ่ียจึงติดไฟบนกระบอกจุดไฟ แล้ว ก้าวเท้าก้าวใหญ่ๆ ไปยังทิศทางของถ้า ยิ่งเข้าใกล้ถ้ามากขึ้นเท่าไหร่ เสียงของ ลมพัดก็ยิ่งเบาลงมากขึ้นเท่าน้ัน ไม่มีสายลมที่คอยพัดเอาหิมะข้ึนปลิวว่อน เหมอื นอยา่ งด้านนอกอีก ดังนั้นรอยลากที่ปรากฏให้เห็นจากข้างในนี้จึงย่ิงมาย่ิง ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ในเม่ือที่น่ีมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ เช่นนั้นก็หมายความว่าเมื่อก่อน มันต้องไม่ใช่หุบเหวท่ีอยู่ลึกลงไปใต้ดิน เกรงว่าอาจจะเป็นถ้าของภูเขาลูกใดลูก หน่ึง ชิงเซ่ียปาดเอาหิมะท่ีขวางเส้นทางอยู่ออก ในท่ีสุดถ้าท่ีท้ังมืดและลึกก็ ปรากฏสู่สายตา ถา้ แห่งน้ีมีความสูงประมาณคร่ึงร่างของคน ชิงเซี่ยยอบเอวลง ขณะกาลังจะเดิน เข้าไป กล่ินฉุนกึกจากคาวเลือดด้านในพลันโชยส่งมาจนแสบจมูกไปหมด หญิง สาวใบหน้าถอดสี รีบว่ิงเข้าไปในถ้าด้วยความรวดเร็ว สีเขียวเข้มจากดวงตา หลายคู่ค่อยๆ ปรากฏเข้าสู่สายตา ชิงเซ่ียย่ืนมือท่ีกากระบอกจุดไฟออกไปส่อง ก่อนจะเห็นเป็นเดรัจฉานท่ียังเป็นทารกอยู่จานวนสามตัวกาลังมองมาทางนาง จากท่ีไกลๆ ทางหน่ึงร้องครางหงิงๆ อีกทางก็พยายามแยกเขี้ยวขู่ แต่ทว่ากลับ ไม่กลา้ ดาหนา้ เข้ามาหา ชิงเซี่ยเองก็ไม่ได้สนใจพวกมัน เมื่อเห็นว่าไม่มีอันตรายจึงค่อยๆ เดินลึกเข้าไป ข้างใน แต่ทว่าผู้ใดเล่าจะรู้ว่านางเพิ่งก้าวเท้าออกไปได้เพียงก้าวเดียว ใต้ฝ่าเท้า ของนางก็เหยียบเข้ากับบางส่ิงที่เหนียวเหนอะแต่ค่อนข้างอ่อนนุ่ม หญิงสาว

ขมวดค้ิวมุ่น แล้วก้มเอวลง ก่อนจะส่องไฟเข้าไปมองใกล้ๆ ฉับพลันน้ันเอง ใบหนา้ ของนางก็ซีดเผอื ด บนพ้ืนหิมะที่เต็มไปด้วยเลือดสีแดงสด มือขาดๆ ข้างหน่ึงท่ีถูกกัดแทะจนไม่ เหลือเค้าโครงเดิมกาลังวางน่ิงอยู่บนพ้ืนหิมะ มันเริ่มเน่าเป่ือยและส่งกลิ่นเหม็น เนา่ นา่ สะอดิ สะเอียน ราวกับถูกอัสนีบาตระเบิดฟาดลงกลางศีรษะเข้าอย่างจัง ดวงตาของหญิงสาว ฉับพลันเบิกกว้าง ลมหายใจค่อยๆ กระชั้นเร็วขึ้นเรื่อยๆ หัวใจเต้นเร็วราวกับ กลองที่ถกู ตีรวั ๆ นางมองไปทซี่ ากของมอื ขาดๆ ขา้ งนัน้ ด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เลอื ดท่ไี หลอยูท่ ั่วท้งั รา่ งถูกแชแ่ ข็งไปในช่ัวพริบตา “เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้” ชิงเซี่ยทางหนึ่งส่ายหน้าปฏิเสธอย่างยากที่จะ ยอมรับ อีกทางก็พึมพากับตนเองเสียงเบา “จะต้องมาทันเวลา จะต้องมา ทนั เวลา” นางวิ่งข้ึนไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าตุปัดตุเป๋เหมือนกับคนบ้าท่ีเสียสติ อย่างไรก็ตาม ขณะที่วิง่ มาถึงทางเลีย้ วมุมหน่ึง หญิงสาวร่างกายผอมบางอ่อนแอพลันกระแทก เข่าลงกับพ้ืนในทันใด ทั่วทั้งสรรพร่างสั่นสะท้านไม่ยอมหยุดราวกับพายุฝนฟ้า คะนองสาดกระแทกลงมาจากด้านบนเหนือศีรษะของนางอย่างไรอย่างน้ัน นาง มองภาพท่ปี รากฏสูส่ ายตาดว้ ยความน่งิ งนั มองอยเู่ ช่นนั้นราวกับเปน็ คนโง่งม หัวใจท้ังดวงค่อยๆ ถูกความหนาวเย็นเข้ากลืนกินทีละน้ิวๆ ซากศพท่ีฉีกขาด เกลื่อนกลาดไปท่ัว มีทั้งมือและเท้าที่ล้วนถูกฉีกออกมาจากร่าง หัวกะโหลก คร่ึงหน่ึงหายไปจนหมดไม่มีเหลือ ใบหน้างามท่ียามนี้ท้ังใบถูกกัดแทะจนเลือน รางมองไม่ชัด ช่องท้องถกู เปดิ ออกเปน็ รูกวา้ งให้ลาไส้ไหลทะลักกองเต็มพ้ืน เน้ือ

หนังบนตน้ ขาขา้ งหน่ึงถูกกดั กนิ เหลอื เพียงกระดูกสีขาวท่เี ยียบเยน็ เกราะเหล็กสี น้าหมึกของหนานฉู่ซ่ึงถูกกล่าวขานว่าเป็นท่ีหน่ึงในใต้หล้าถูกโยนท้ิงไว้ด้านข้าง ไม่ตา่ งอะไรกับเศษเหลก็ กองหนงึ่ รอบด้านเงียบสงัด มีเพียงเสียงคารามต่าๆของพวกเดรัจฉานตัวน้อยเหล่านั้นที่ ค่อยๆดังข้ึนในอากาศ หญิงสาวผู้มีใบหน้าซีดขาวราวกับคนที่โง่งม ยืนอยู่บน พื้นท่ีมีแต่ความยุ่งเหยิงนั้นด้วยความโดดเด่ียวและเดียวดาย นางชะงักน่ิงไม่พูด ไม่จา แม้แต่ลูกตาก็ไม่มีการเคล่ือนไหว ดวงตาไร้แววท้ังคู่มองไปยังภาพท้ังหมด เบอื้ งหน้าราวกบั เป็นฝันต่นื หน่งึ ทันใดน้ันเอง หลังส้ินเสียงคารามเล็กๆ อสูรกายตัวน้อยตัวหน่ึงก็พุ่งทะยาน ข้ึนมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะงับเข้าที่ขาข้างหน่ึงของชิงเซ่ียอย่างดุดันจน เลอื ดสดๆ ไหลนองเตม็ พนื้ ความรู้สกึ เจบ็ ปวดรนุ แรงเรียกให้หญิงสาวท่ียืนเหม่อ ลอยอยู่มีสติกลับมา นางหันหน้ากลับไปมอง ก่อนจะสบเข้ากับแววตาดุร้ายของ เดรัจฉานน้อยตัวนั้นที่มองมาทางนางพอดี และกาลังพยายามที่จะฉีกเนื้อออก จากขาเล็กๆ ของชิงเซ่ีย ในช่วงเวลาแห่งความอันตราย จู่ๆ ความรู้สึกโกรธ เกรี้ยวและสิ้นหวังพลันปกคลุมไปท้ังผืนฟ้าครอบคลุมไปท้ังแผ่นดิน เสมือนดั่ง สายนา้ ที่ไหลหลากเขา้ ทาลายเสน้ ประสาทท้ังหมดท่ัวร่าง ชิงเซ่ียกระโดดขึ้นจาก พื้นอย่างดุดัน ก่อนจะเหยียบลงไปบนหัวของเดรัจฉานน้อยตัวนั้นด้วยความ โหดเหย้ี ม เสยี งแตกของกระดูกบรเิ วณกะโหลกดงั แกร๊กๆ อย่างต่อเนื่องไม่หยุด ชิงเซ่ียราว กบั คนเสยี สติทคี่ ลุ้มคลงั่ ไปแลว้ นางโอบกอ้ นหินที่อยู่บนพื้นข้ึน ก่อนจะกระแทก ไปบนศพของเดรัจฉานน้อยตัวน้ันอย่างรุนแรงซ้าแล้วซ้าเล่า ทั้งเลือดและเน้ือ แหลกเละกระจายเต็มพ้ืน เดรัจฉานน้อยอีกสองตัวที่เหลืออยู่ด้านข้างหวีดร้อง

เสียงแหลมมายงั ทิศทางท่ีหญงิ สาวผูเ้ สียสตยิ นื อยู่ประหนึ่งเสียงโหยหวนของดวง วิญญาณท่ีหลุดออกมาจากขุมนรก ทั้งเต็มไปด้วยความอเนจอนาถเมื่อสิ้นหวัง และความเจบ็ ปวดรวดรา้ ว “ฆา่ พวกเจ้า! ฆา่ พวกเจ้า! ข้าจะฆา่ พวกเจ้าท้ิงใหห้ มด!” แววตาท่ีแสนดุร้ายเคล่ือนไปยังร่างของเดรัจฉานน้อยอีกสองตัวที่เหลือซ่ึงกาลัง หดตัวซอ่ นอยูใ่ นมมุ หนึง่ ชิงเซ่ียประหนง่ึ หมาป่าท่ีหวิ โซ นางชักกรชิ ออกมาทันใด ก่อนจะกระโจนไปยังเดรัจฉานน้อยตัวหน่ึงท่ีท้ังตัวมีสีขาวสะอาดอย่างรวดเร็ว และทรงพลังราวสายฟ้า แล้วแทงทะลุไปท่ีช่องท้องของมันด้วยความโหดเหี้ยม เลือดสดๆ พงุ่ กระฉดู เสยี งโหยหวนครวญครางกอ้ งสะท้อนไปทั่วสถานท่ีแห่งนี้ที่ ไม่เคยมีมนุษย์หน้าไหนเหยียบย่างเข้ามานานนับพันนับหมื่นปีแล้ว ผมยาวท่ียุ่ง เหยิงของชิงเซี่ยสะพัดไปตามแรงลม ในดวงตาเต็มไปด้วยสีโลหิตราวกับซิวลัว จากขุมนรก ในเวลาเพียงไม่นาน เดรัจฉานน้อยตัวนั้นพลันกลายเป็นกองเน้ือ กองหน่งึ ทไ่ี มอ่ าจแยกแยะเค้าโครงเดิมได้ นางเลิกสนใจซากศพของเดรัจฉานตัวนั้นท่ีตายไปแล้ว ก่อนแววตาที่เหี้ยมโหด ของชิงเซย่ี จะเปลีย่ นเปา้ หมายไปยังร่างของสัตว์ร้ายตัวน้อยตัวสุดท้ายท่ีเหลืออยู่ หากใหม้ นษุ ยโ์ หดเหย้ี มข้ึนมา แมแ้ ตด่ วงวญิ ญาณยงั ต้องหลบลี้หนีห่าง เดรัจฉาน นอ้ ยทีม่ ีขนาดเท่ากับลกู สุนัขท่ีโตยังไม่ครบเดอื นดสี ่นั สะทา้ นไมห่ ยุด มันพยายาม ตะกุยไปที่กาแพงพยายามจะหนีออกไปด้านนอก ดวงตาสีเขียวประกายคู่นั้น เบิกกว้างมองมายังชิงเซี่ยด้วยความหวาดกลัว เสียงครางหงิงๆ เจือไว้ด้วยความ สั่นเทาอย่างไมอ่ าจห้ามได้ มือทั้งคู่ท่ีเปื้อนเปรอะไปด้วยคราบเลือดของชิงเซ่ียค่อยๆ ย่ืนออกไปทาง เดรัจฉานนอ้ ยตวั น้ันราวกับดวงวญิ ญาณท่ีจะมาเอาชีวติ ดวงตาทั้งคู่เต็มไปด้วยสี

โลหติ แดงก่า เสียงหอนที่แหลมสูงดังข้ึนในทันใด เดรัจฉานน้อยสีขาวหิมะพยายามตะกายด้ิน สู้มือของชิงเซี่ยอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาคู่นั้นทั้งหวาดกลัวและสิ้นหวัง ทั้งยังเต็ม ไปด้วยการอ้อนวอนร้องขอชีวิตอย่างไม่ปิดซ่อน สติของชิงเซี่ยฉับพลันว่ิงกลับ เข้ารา่ ง นางจ้องไปทเ่ี ดรจั ฉานตัวเลก็ ๆ ตัวนั้นดว้ ยความชะงักกึก ในใจราวกับถูก คนใชค้ ้อนขนาดใหญฟ่ าดเข้าใสแ่ รงๆ จนกลายเป็นผุยผง

บทท่ี 111-3 สองฟากฝั่งของความเป็นและความตาย หยาดน้าตาหยดหน่ึงท่ีราวกับไข่มุกสีใสฉับพลันไหลผ่านใบหน้าที่อาบไปด้วย คราบเลือดของนางลงมา ทนั ใดนัน้ เองนางพลันหวนคิดไปถึงเม่ือตอนน้ันท่ีอยู่ใน โถงปฐพี ภายในถ้าอสรพิษที่ทั้งลึกและเหม็นเน่าน่าสะอิดสะเอียน ตัวนางเองก็ บ้าคลัง่ เปน็ เชน่ น้ี สูญเสียซึ่งสติและเหตุผลโดยสมบรู ณ์ ปจั จุบันราวกับว่าเวลาได้ ถูกยอ้ นกลับไปอีกคร้งั แต่ทว่าครั้งนีส้ ิ่งที่นางเผชิญหน้าด้วยกลับเป็นซากศพของ ฉู่หลีที่แหลกเละ ยังจะมีใครสักคนหรือไม่ที่จะว่ิงออกมาจากความมืดแล้วบอก กบั นางวา่ ท้ังหมดน้ีเป็นเพียงแคฝ่ นั ร้ายฉากหน่งึ เท่านน้ั และหากว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายฉากหนึ่งจริงๆ เช่นนั้นได้โปรดให้นางรีบต่ืน ขึ้นมาโดยไวเถดิ ! ความฝันนี้ช่างยาวนานเกินไปแล้ว ในความฝันข้าพยายามก้าวผ่านมันไปอย่าง ยากลาบาก ด้ินรนต่อฟ้าเพ่ือท่ีจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างแสนเข็ญ แต่พระเจ้า ราวกับมีเจตนาที่จะกล่ันแกล้งข้า ทั้งยังพยายามอย่างเต็มท่ีที่จะผลักดันเอา ความเจ็บปวดทั้งหมดและความส้ินหวังทั้งหมดมาไว้บนร่างของข้า ตลอดมาข้า คิดอยู่เสมอว่าตราบเท่าที่ข้ายังคงหนักแน่นไม่ยอมแพ้และพยายามก้าวข้าม ความเจ็บปวดเหล่านั้นไปได้ ข้าก็จะได้พบกับฟ้าเม่ือยามหลังฝน* ในท้ายที่สุด แต่ทว่าตอนนี้ข้าได้ค้นพบแล้วว่าที่แท้ตลอดช่ัวชีวิตของข้าเป็นได้เพียงหุ่นเชิดท่ี ไม่รู้ว่าตนเองถูกผู้อ่ืนชักใยอยู่ ได้แต่ร้องเต้นเล่นละครให้ผู้อื่นได้ดูอย่าง สนกุ สนานโดยไม่มีวนั ส้นิ สดุ “บรู๊ว...” เสียงหอนเล็กๆ เสียงหนึง่ ดงั ขนึ้ เรียกใหส้ ตนิ างกลบั มา เดรจั ฉานน้อยสี ขาวหิมะแลบลน้ิ สชี มพูฉา่ ของมันเลยี ไปบนมือของชิงเซีย่ เบาๆ ชงิ เซยี่ ชะงักงันไป

เล็กน้อยในทันที ก่อนจะค่อยๆ ก้มหน้าลง มองดูเจ้าตัวน้อยตัวนั้นท่ีกาลังออก แรงดิ้นอย่างเต็มที่ในอุ้งมือของนาง แล้วยืดหัวเล็กๆ ของมันขึ้นมา ใช้ล้ินอุ่นๆ และนุ่มหยุ่นของมันเลียไปท่ีน้าตาบนใบหน้าของหญิงสาวราวกับกาลัง ปลอบโยนนาง อารมณ์ท่ีเศร้าโศกฉับพลันโหมกระหน่าระเบิดตัวขึ้นในทันใด ชิงเซ่ียกอดเจ้า เดรัจฉานน้อยสีขาวหิมะตัวนั้นไว้ในอ้อมอกแน่น ร้องไห้โฮเสียงดังอย่างไม่คิดจะ หยดุ เอาไว้อกี ความเจ็บปวดในใจขยายใหญ่ข้ึน ใหญ่ขึ้น และใหญ่ข้ึนเร่ือยๆ เดิมทีนางคิดว่า ตนเองเกลียดเขา ตาหนิเขา เขาเป็นเสมือนด่ังทรราชท่ีสูงส่งผู้แสนเผด็จการที่ เข้าครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างของนาง เป็นเขาที่ผลักให้ตัวนางจมดิ่งลงสู่ก้นบึ้ง ของหุบเหวลึกที่สิ้นหวังคร้ังแล้วครั้งเล่า แล้วใช้แส้ที่มองไม่เห็นน่ันกระหน่าฟาด ลงที่หวั ใจของนางจนแหลกสลาย เขาไม่เคยเชอ่ื ในตัวนางเลยแม้เพียงสักครั้ง ซ้า ยังตั้งแง่และสงสัยในตัวนางหลายต่อหลายครา ความผิดหวังเดิมๆ ท่ีฉายชัดซ้า แล้วซ้าอีก ดวงตาอันแสนเย็นชาเช่นนั้นที่มองมายังนาง ทาลายความภาคภูมิใจ และความดึงดันของนางไปแทบจะหมดสิ้น คาพูดถากถางท่ีเจ็บแสบเหล่านั้น ประโยคตัดรอนที่ไร้ใจเหล่านั้น ไม่ต่างอะไรไปจากลูกกระสุนนัดแล้วนัดเล่าที่ยิง ทะลผุ ่านรา่ งของนางจนกลายเปน็ กลมุ่ กอ้ นเลอื ดเนื้อกองหนึ่ง แต่ทว่า พอถึงเวลาน้ี นางถึงเพิ่งตระหนักได้ว่า พวกเขาทั้งสองคนก็แค่ดาบสอง คมเล่มหน่ึงเท่านั้น ขณะที่เขาใช้ปลายข้างหนึ่งของมันเพ่ือทาร้ายนางจน บาดเจ็บสาหัส ตวั เขาเองกถ็ กู มันบาดจนได้เลือดเช่นกัน! นางมักจะเป็นฝ่ายกล่าวโทษและตาหนิถึงการดูถูกของเขาที่มีต่อนาง ความเย็น ชาของเขาทม่ี ีต่อนาง และความไม่เช่ือใจของเขาที่มีต่อนางเสมอมา แต่ทว่าแล้ว

อีหม่าเอ๋อร์เล่า เคยเชื่อใจเขาบ้างสักคร้ังหรือไม่? ต้ังแต่ต้นจนจบ เจ้าเคยเช่ือใจ บรุ ุษทีย่ อมฉกี กระชากความนับถือของตนเพ่ือเจ้า ฉีกทึ้งความภาคภูมิใจของตน เพอื่ เจา้ อยูเ่ พื่อเจ้าและตายเพอื่ เจ้าบา้ งหรอื ไม่? ความเจ็บปวดกาลังแพร่กระจายออกไปอย่างบ้าคล่ัง แต่ทว่าชิงเซี่ยรู้ดีว่าต่อให้ นางเจ็บปวดจนตายไปจริงๆ ชายผู้น้ันก็ไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีกต่อไปแล้ว ไม่อาจ ลมื ตาขน้ึ มาทะเลาะกบั นาง ประมือกบั นาง หรือโต้คารมกบั นางได้อกี ตอ่ ไป เขาได้ตายไปแล้ว นอนตายอยู่บนพ้ืนหิมะที่หนาวเย็นนั่น ถูกฉีกออกเป็นชิ้นเล็ก ช้ินน้อยโดยฝูงสัตว์เดรัจฉานและถูกกลืนกินลงท้องไป ตกตายอย่างที่ศพไม่ สมประกอบ! ข้าเกลียดท่านเพียงน้ัน เกลียดท่ีท่านเอาแต่กดข่ีข่มเหง เกลียดท่ีท่านเห็นแก่ตัว และเย็นชา เกลียดที่ท่านหวาดระแวงในตัวข้า โหดเหี้ยมกับข้า ไม่เคยแม้เพียง สักครง้ั ทจี่ ะบอกความคิดของท่านให้ข้าได้รับรู้ แต่ทว่าข้าไม่เคยคิดอยากให้ท่าน ตาย ข้าไม่อยากเห็นท่านนอนไร้ลมหายใจอยู่บนพื้นเช่นน้ัน แม้ว่าท่านจะลุก ข้นึ มาด่าว่าข้า แมว้ า่ ท่านจะลกุ ขน้ึ มาตอ่ สกู้ ับข้าตอ่ หรือแมว้ ่าทา่ นจะใช้สายตาท่ี ถากถางเยาะเยย้ เชน่ นัน้ มองมายงั ขา้ อกี ครัง้ ตั้งแต่น้เี ป็นต้นไป จะไม่มีคนเช่นนั้น ให้เห็นอีกต่อไปแล้ว คนท่ีต่อยตีกับข้าและปะทะฝีปากกับข้าจนท้ังใบหน้าและ ลาคอแดงเถอื กไปหมด ฉู่หลี ท่านพูดเองไม่ใช่หรือว่านับแต่นี้เป็นต้นไปไม่ว่าจะข้ึนสวรรค์หรือลงนรกข้า ก็อย่าได้คิดหนีไปจากข้างกายของท่านอีก เช่นนั้นตอนน้ีข้าก็น่ังอยู่ข้างกายท่าน เพราะเหตุใดท่านถึงยังนอนนิ่งไม่ขยับเขยื้อนเช่นนั้นเล่า ข้าเคยคิดว่าท่าน แข็งแกร่งพอ คิดว่าท่านจะรักษาสัญญา คิดว่าชายหนุ่มที่ชั่วช้าผู้น้ีจะเกาะแกะ ตดิ ตามขา้ อยา่ งหน้าไม่อายไปตลอดชวี ติ แตว่ ่ายามน้ีท่านกลบั นอนอยู่ต่อหน้าข้า

แต้แมแ้ ตศ่ พของท่านข้าก็ไม่อาจรวบรวมกลับมาได้ครบ ข้าไม่แม้แต่จะหามืออีก ข้างของท่านพบดว้ ยซา้ ฉหู่ ลี ท่ีแหง่ นี้หนาวเย็นยงิ่ นัก รอบด้านมีแต่หิมะที่ทับถม กันจนหนาวเหน็บ มีแต่ลมแรงที่พัดมาอย่างเกรี้ยวกราด แล้วข้าจะใช้ชีวิตอยู่ ต่อไปได้อย่างไรกัน วันคืนข้างหน้าท่ีข้าต้องโอบกอดความรู้สึกผิดที่มีต่อท่าน โอบกอดความตดิ คา้ งทีม่ ีตอ่ ท่าน แลว้ ขา้ จะมชี ีวติ อยู่ตอ่ ไปได้อย่างไร? คนบา้ ! คนสาระเลว! เพราะเหตุใดท่านถึงต้องกระโดดตามข้าลงมาด้วย? เพราะ เหตุใดทา่ นถงึ ต้องผลักขา้ เข้าสูส่ ถานการณท์ สี่ ้นิ หวังเช่นนี้? เสียงกรีดร้องคารามดังออกมาจากปากของหญิงสาวอย่างบ้าคลั่ง นางโอบ เดรัจฉานน้อยตัวน้ันที่เพิ่งถูกนางสังหารล้างครอบครัวไปเม่ือสักครู่แนบอกแน่น นั่งอยทู่ า่ มกลางซากศพท่ีเละเทะ รอ้ งไหโ้ ฮเสียงดังอยา่ งเสียสติ เสียงคารามกระหึ่มก้องออกมาสู่ด้านนอกถ้า เหมือนกับประสาทหลอนไปเอง จู่ๆ เสียงเบาท่ีราวกับอากาศธาตุสายหน่ึงพลันดังส่งเข้าหู ชิงเซ่ียรีบเงยหน้าขึ้น อยา่ งรวดเรว็ ฉู่หลี เปน็ ทา่ นทก่ี ลับมาแลว้ ใชห่ รอื ไม่? นางรีบว่ิงไปหยุดอยู่ด้านข้างซากศพที่แหลกสลายไม่เหลือช้ินดีนั้นในทันใด มือ เท้าลุกลี้ลุกลนไม่รู้จะเริ่มจับจากตรงไหนก่อน ในที่สุดนางจึงค่อยๆ โอบร่างกาย ทแ่ี ตกสลายไปนานแล้วรา่ งน้ันขึ้น หยาดนา้ ตาหยดแล้วหยดเล่าตกกระทบลงบน ซากศพ กอ่ นจะตะโกนแผดรอ้ งเสียงดงั ราวกับคนบา้ “ฉูห่ ลี ทา่ นกลบั มาแลว้ ใชห่ รอื ไม่? ทา่ นลุกขึน้ มาส!ิ ลุกขึน้ มา!” เดรัจฉานนอ้ ยสีขาวหิมะกัดชายเส้ือท่ีอยู่ด้านหลังของนางไม่หยุดราวสัมผัสได้ถึง อันตรายบางอย่าง ก่อนจะร้องครางหงิงๆ ด้วยความหวาดกลัว แต่ทว่าชิงเซี่ย

ประหน่ึงตัดขาดแล้วซึ่งทุกส่ิงท่ีอยู่รอบด้าน นางไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น เรื่องราวท่ี ถาโถมเข้ามาเป็นด่ังการกระทบกระเทือนท่ีรุนแรงที่ทาเอาสติของหญิงสาวพร่า เบลอไปหมด ทันใดน้นั เอง นางราวกับได้ยินเสยี งคนเรยี กชอ่ื ของนางจากที่ไกลๆ ผ่านทางสายลม ดวงตาทั้งคู่ฉับพลันมีประกายแสงส่องกระพริบ หญิงสาวเขย่า ศพรา่ งนน้ั อีกครง้ั ตะโกนกลา่ วด้วยเสียงดงั “ฉูห่ ลี ท่านลกุ ข้นึ มาสิ!” ปากทางของถ้าท่ีมืดมิดพริบตาแปรเปล่ียนไปเป็นมืดสนิทในทันใด ราวกับมีบาง สง่ิ บางอย่างกาลังก้ันขวางแสงสีออ่ นๆ ท่ีสาดส่องเข้ามาจากทางดา้ นนอก “ชิงเซี่ย?” น้าเสียงทุ้มต่าแหบพร่าท่ีราวกับไม่อยากจะเช่ือสายหน่ึงดังขึ้นจาก ทางด้านหลัง หญิงสาวท่ีกาลังร้องไห้อย่างเจ็บปวดแสนสาหัสฉับพลันราวกับถูก สายฟา้ ฟาดเข้าใส่ รา่ งท้ังรา่ งชะงักกกึ ไปอย่างไมอ่ ยากจะเชื่อ “ชงิ เซ่ีย?” เสียงนั้นดังข้ึนเรื่อยๆ ในน้าเสียงแฝงไว้ด้วยความปีติยินดีอย่างยากที่ จะซอ่ น ชิงเซ่ียค่อยๆ หันหน้ากลับไปด้วยร่างกายท่ีส่ันสะท้าน ร่างของนางแข็งทื่อราว กบั หุน่ กระบอกตวั หน่ึง ฉู่หลีอยู่ในชุดเกราะสีน้าหมึกเข้มท้ังตัว คิ้วดาบเป็นประกายราวกับดวงดารา ใบหน้างดงามหล่อเหลา เขากาลังยืนหันหลังให้กับแสงที่ส่งเข้ามาอยู่ตรงปาก ทางเขา้ ถา้ เหมอื นกบั พระเจ้าที่มีแสงจ้าสาดส่องมาจากเบื้องหลงั ชิงเซีย่ โง่งมไปทนั ใด นางกม้ หนา้ ลงมองมาท่ซี ากศพที่เละเทะและเป้ือนเปรอะไป ด้วยคราบเลือดในอ้อมกอดของตนเองราวก็เป็นฝันร้าย ก่อนจะแหงนหน้าขึ้น มองชายหน่มุ ท่ียืนอยู่ตรงปากทางเข้าถา้ ตกตะลึงจนอา้ ปากค้าง

“ชิงเซี่ย!” น้าเสียงกดลึกทุ้มต่าดังขึ้น สายลมหนาวทะลวงผ่านร่างกายไปอย่าง ดุดัน บา่ ของฉู่หลีหนกั อ้ึง เขาพุ่งข้ึนมาข้างหน้าอยา่ งรวดเร็วก่อนจะดึงชิงเซี่ยเข้า สู่ออ้ มกอดแล้วกอดไว้อยา่ งนน้ั แนน่ ! “ฉู่หลี?” เสียงของชิงเซ่ียเบาหวิวเพียงน้ัน ศีรษะของนางก็ปวดเสียมากมายเพียงนั้น ราว กับว่าภายในมีบางส่ิงบางอย่างกาลังระเบิดตัวอยู่ตลอดเวลา นางอิงศีรษะของ ตนซบไปกับไหล่ของฉู่หลี ก่อนเอ่ยถามเขาด้วยเสียงเบาประหน่ึงว่ากาลังเอ่ย ถามตนเองอยา่ งไรอย่างนั้น “น่ขี า้ กาลงั ฝันอยู่ใชห่ รือไม่?” สายลมหวดี หววิ หมิ ะขาวปลวิ วอ่ น ระหวา่ งผนื ฟา้ และแผ่นดนิ มดื สนทิ * ฟ้าหลังฝน(雨过天晴)เปรียบได้กับท้องฟ้าที่สดใสหลังฝนตก มี ความหมายเปรียบเทียบกับชีวิตของคนที่ผ่านอุปสรรคคือ “ฝน” มาสู่ท้องฟ้า แจ่มใสคอื “ความสาเร็จ” นัน่ เอง อปุ มาวา่ ชวี ิตหลงั เจอปัญหาต่างๆ แล้วต่อไปก็ จะพบเจอความสขุ ความสาเรจ็ และสงิ่ ดๆี ตามมา

บทที่ 112-1 แสงอาทิตย์ของวสันต์ฤดูท่ีอบอุ่นไปทั่วถา้ เหมอื นกับวา่ ได้ผา่ นฉากของความเป็นและความตายจานวนนับไม่ถ้วน หัวใจท้ังดวง สึกกร่อนอ่อนล้าประหน่ึงสูญเสียซึ่งกาลังจะเคล่ือนไหว ยิ่งบวกกับท่ีไม่มีอาหารตก ถงึ ทอ้ งมาเป็นเวลานาน ทั้งยังถูกแช่แข็งท่ามกลางหิมะจนเกือบตาย ดังนั้นหลังจาก ที่พบฉหู่ ลี นางจึงรอ้ งไห้จนหมดสติไป ภายในถ้าที่กว้างขวาง กองไฟเล็กๆ กองหน่ึงถูกจุดข้ึน ฉู่หลีถลกหนังของเดรัจฉาน น้อยสขี าวหลายตวั ที่อยูด่ า้ นนอกออกก่อนท่ีจะคอ่ ยๆ แล่เน้ือมันออกมา แล้ววางมัน ไปบนกองไฟช้าๆ ก่อนค่อยๆ ย่างอย่างใจเย็น กล่ินหอมน่ากินลอยฟุ้งไปทั่วทั้งถ้า นา้ มันสเี หลืองทองจากเน้อื หยดลงไปบนกองไฟหยดแล้วหยดเล่าจนเกิดเป็นเสียงดัง ซ่ีๆ อุณหภูมิภายในถ้าค่อยๆ อบอุ่นข้ึนเรื่อยๆ แตกต่างจากด้านนอกที่ลมหนาวพัด โหมรุนแรง แตท่ ว่าจุดนีไ้ ม่ไดส้ ง่ ผลกระทบตอ่ คนท้งั สองที่อยู่ภายในแต่อย่างใด ฉู่หลี หนั หน้ากลับไปมองชิงเซ่ียท่ีนอนอยู่ด้านข้าง ใบหน้าเย็นชาขยับเล็กน้อย บางทีคงมี แต่ต้องอยู่ในสถานท่ีที่มืดสลัวไร้ผู้คนเช่นนี้กระมัง พวกเขาท้ังสองถึงจะสามารถอยู่ ด้วยกนั ไดอ้ ย่างสันตแิ ละสบายใจ ชงิ เซ่ยี ไม่เคยนอนอย่างสงบขา้ งกายตนเองเชน่ น้ีมากอ่ น ฉู่หลจี ับจอ้ งไปที่ใบหน้าของ นาง จู่ๆ ก็ให้รู้สึกว่าทุกอย่างเบ้ืองหน้าช่างพร่าเลือนยิ่งนัก เหมือนกับว่าท้ังสองคน ยังคงอยู่ในพระตาหนักหลันถิง ทุกส่ิงทุกอย่างไม่มีอะไรเปล่ียนแปลง นางยังคงเป็น ชายาของเขา และเวลานี้ก็เป็นเวลาพักงีบกลางวัน อีกไม่นานหลังจากท่ีนางต่ืน ข้ึนมา นางก็จะมาร่วมโต๊ะทานอาหารกลางวันกับเขา แล้วอยู่เล่นหมากล้อมเป็น เพือ่ นเขา หากเปน็ เชน่ นั้นจรงิ ๆ ไม่รูจ้ ะดีสกั เพยี งใดกนั

องค์กษัตริย์ผู้แสนหย่ิงยโสโค้งมุมปากของเขาขึ้นเกิดเป็นรอยย้ิมบางเบา รอยย้ิม เช่นน้ีไม่ได้ปรากฏอยู่บนใบหน้าของเขามานานแล้ว นานมากเสียจนไม่อาจจาได้ ชัดเจน แทจ้ ริงแล้วสถานที่ท่เี ขาถูกกองหิมะทับไว้อยูห่ ่างจากชงิ เซีย่ ไปไมไ่ กลมาก หลายครั้ง ที่ชิงเซ่ียเกือบจะหามาถึงตัวเขา แต่ทว่าขณะท่ีขาดไปอีกเพียงนิดเดียวเท่าน้ัน หญิง สาวกลับหมุนกายจากไปเสียก่อน และท่ามกลางความสับสน จึงควานหาไปผิดท่ี แล้วเลยเถิดจนมาถึงสถานที่แห่งนี้ ท่ีจริงการเคลื่อนตัวออกจากกันของเปลือกโลก ขนาดใหญ่ในครั้งนี้ ไม่เพยี งแค่คนท้ังคู่ท่ีถูกฝงั ลงมาเท่านั้น ทหารหลายนายจากค่าย เหยียนจื้อที่ยืนอยู่ใกล้ๆ รอยแยก รวมไปถึงทหารอีกหลายนายท่ีรุดเข้ามาฉุดเขาไว้ ยามนั้นก็ตกลงมาพร้อมกันด้วย แต่ไม่รู้ว่าเวลานี้ไปอยู่ท่ีใด บางทีอาจจะถูกแช่แข็ง ตายไปนานแล้วก็เป็นได้ ศพท่ีชิงเซ่ียเจอในถ้าก็เป็นองครักษ์นายหน่ึงของฉู่หลี แต่ ทวา่ ด้วยความตืน่ ตระหนก รวมกับที่นางคิดว่ามีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ตกลง มา ดังนั้นจึงมองว่ากองเลือดเนื้อที่อยู่ในสภาพเละเทะ และใบหน้าท่ีมองไม่ชัด เหล่านั้นเป็นเขาไปโดยปริยาย เดรัจฉานตัวน้อยสีขาวหน้าตาประหลาดเหล่าน้ันที่ ต้องมารบั เคราะห์ถูกฆ่าล้างทั้งครอบครวั ด้วยเหตุนี้ก็ชา่ งโชคร้ายยง่ิ นัก อยา่ งไรกต็ าม ด้วยเพราะเหตุผลนถ้ี งึ ทาให้คนทง้ั สองปลดการป้องกันที่ต้ังอยู่ในใจลง ได้ ไมเ่ ชน่ น้ันถา้ ต่างฝา่ ยต่างยังคงมองว่าอกี ฝ่งั เปน็ ศตั รเู หมือนอย่างตอนท่ีอยู่ข้างบน หากพบเจอกันดา้ นลา่ ง พิจารณาจากนสิ ยั ของนาง เกรงว่าอาจต้องปะทะประมือกัน กเ็ ปน็ ได้ ฉู่หลีโค้งมุมปากข้ึน ก่อนยกยิ้มอย่างรู้ทัน ไม่ได้เจอกันนานถึงสองปี นิสัยของนางก็ ยังคงเป็นเชน่ น้ี ไมไ่ ด้ดขี ้ึนมากสกั เทา่ ไรนัก อนั ที่จรงิ ส่งิ ที่เขาไม่รู้ก็คือ มีเพียงเฉพาะต่อหน้าเขาเท่านั้นท่ีนางมักจะป่าเถื่อนและ

รนุ แรงเช่นน้ี เสมือนดาวข่มของชีวิตที่เพียงแค่พบเจอก็เป็นต้องหงุดหงิดฉุนเฉียวไป เสยี ทุกคร้ัง กองไฟด้านข้างลุกไหม้ส่งเสียงดังเปร๊ียะปร๊ะ ทันใดน้ันเองมันพลันระเบิดตัวออก แล้วเกิดเป็นสะเก็ดไฟลูกหน่ึงลอยตกลงมาจนเกือบโดนผมของชิงเซี่ย ฉู่หลีชะงักไป ในทันใด ก่อนรีบร้อนลุกข้ึนไปรวบผมยาวของชิงเซี่ยข้ึน จากนั้นก็ย้ายมันไปไว้อีก ด้านหนึ่ง แต่ทว่าผู้ใดเล่าจะรู้ว่าจู่ๆ ความรู้สึกเจ็บสายหน่ึงพลันส่งมาจากข้อมือ เดรัจฉานน้อยสีขาวตัวน้ันกระโดดออกมาจากด้านข้างของชิงเซ่ียในทันใด แล้วกัด เข้าที่ขอ้ มือของฉู่หลีแรงๆ คาหน่ึง เดรัจฉานนอ้ ยขนาดเทา่ ฝ่ามือตัวน้ดี ไู ปแลว้ ไมต่ ่างอะไรจากลกู สนุ ขั ที่ยังไม่หย่านมแม่ เลยแม้แต่น้อย ดูเหมือนว่าเขี้ยวของมันจะยังข้ึนไม่ครบดี ดังนั้นตอนที่มันกัดเข้าที่ ข้อมือของฉู่หลีจึงไม่ให้ความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ ชายหนุ่มสะบัดมือออกไปอย่าง หงดุ หงดิ ครัง้ หน่งึ เดรัจฉานน้อยตัวน้ันฉับพลันก็ถูกโยนออกไปที่ไกลๆ เจ้าตัวน้อยสี ขาวหิมะกลิ้งหลุนๆ ไปกับพ้ืนหลายตลบ ก่อนจะเหยียดกายขึ้นยืนแล้วเซไปเซมา หลายครงั้ ด้วยความมึนงง ผา่ นไปสกั พกั ฝเี ท้าจึงค่อยๆ มัน่ คงขึ้น ดวงตาสีเขียวคเู่ ลก็ เปน็ ประกายของมนั เบิกกวา้ ง สบั ฝเี ทา้ ว่ิงกลับไปหยุดอยู่ข้างกายของชิงเซ่ียตามเดิม แลว้ แยกเข้ียวขู่มาทางฉู่หลีราวกับเป็นองครักษ์ผู้ปกป้องหญิงสาว ดวงตากลมโตจับ จ้องมาทางเขาด้วยแสร้งทาเป็นดุร้าย ดูไปแล้วก็ให้เหมือนลูกสุนัขที่ซ่ือสัตย์ตัวหน่ึง ย่งิ นกั คิดไม่ถึงว่าหลังจากท่ีมันถูกชิงเซี่ยโอบไว้ในอ้อมอกแล้วผ่านการร้องไห้เสียงดังไป ครั้งหน่ึง เจา้ ตัวเล็กตวั น้ีกลบั ถกู นางซ้อื ตัวเขา้ ให้เสยี แล้ว ฉู่หลีไมใ่ สใ่ จจะแลมนั สักวูบ เดียวด้วยซ้า ก่อนแอบกล่าวว่ามันในใจว่าพ่อแม่พี่น้องปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา ท้ังหมดของมันล้วนถูกผู้อ่ืนสังหาร แต่ทว่าพอเห็นผู้อื่นเก่งกาจจึงได้แต่กระดิกหาง อ้อนวอนร้องขอความสงสารเป็นลกู หมาตัวหนง่ึ น่าดูถกู เสียจริง

สัตว์ตัวหนึ่งจะให้ไปมีสติปัญญาได้อย่างไรกัน อย่างไรก็ตามมันยังพอจะมองออกว่า ทา่ ทขี องฉ่หู ลที ีม่ ีต่อมนั ไมค่ อ่ ยจะเปน็ มิตรสักเทา่ ไรนัก เดรัจฉานน้อยสีขาวจึงเชิดคอ ของมันข้ึน ก่อนร้องเอ๋าๆ มาทางฉู่หลีสองครั้ง ฉู่หลีตวัดสายตามองกลับไปทางมัน อย่างไม่สบอารมณ์ในทันที ก่อนจะจ้องตอบด้วยแววตาท่ีดุดัน เจ้านี่ข้ีขลาดตาขาว อย่างท่ีเขาคดิ ไว้ไมม่ ีผิด เพราะหลงั จากที่มนั สบเขา้ กบั ดวงตาทีแ่ สดงอานาจของฉหู่ ลี เจา้ ตวั เลก็ สีขาวพลนั ครางเสยี งหงิงๆ ในทนั ใด ก่อนจะวง่ิ กลบั ไปหยดุ อยู่ขา้ งกายของ ชิงเซ่ีย แล้วดันหัวแทรกกายเล็กๆ ของมันเข้าไปในอ้อมอกของนางอย่างทุลักทุเล ก่อนจะมองผ่านช่องแขนของหญิงสาวออกมา แล้วกระพริบตาปริบๆ จ้องมาที่ฉู่หลี ด้วยความระมัดระวงั ทวา่ กลบั ไมก่ ลา้ สง่ เสียงใดๆ ทัง้ สิ้น การรบกวนของเดรจั ฉานตัวน้อยปลกุ เอาชิงเซ่ยี ตื่นขึ้นมาอย่างมึนงง นิทราน้ีช่างราง เลือนไม่สมจริงย่ิงนัก ฝันร้ายอันแสนยุ่งเหยิงเกิดขึ้นติดต่อกันฉากแล้วฉากเล่าไม่ หยุดหย่อน ทาเอาหลังจากที่ชิงเซ่ียลืมตาตื่นข้ึนมา นางไม่รู้แม้กระทั่งว่าตอนน้ี ตนเองอยู่ท่ีใดด้วยซ้า เดรัจฉานน้อยสีขาวเป็นตัวแรกท่ีพบว่าชิงเซ่ียได้สติข้ึนมาแล้ว มันจึงส่งเสียงเอ๋าๆ ครั้งหน่ึงอย่างดีใจ แล้วแทรกกายขึ้นไปอยู่ต่อหน้าของชิงเซี่ย ก่อนจะดันหัวสะบัดหางออดอ้อนมีความสุข ชิงเซี่ยฉับพลันร่างกายชะงักกึก หลงั จากที่มองเหน็ เจา้ ตัวเล็กแลว้ ความทรงจามากมายถึงคอ่ ยๆ ว่งิ กลบั เข้ามาในหัว สมอง ภาพสดุ ทา้ ยก่อนท่นี างจะหมดสติไปสะท้อนไปมาในทะเลแห่งความทรงจาไม่ หยดุ หญงิ สาวกวาดสายตามองไปด้านข้างอย่างตื่นตระหนกด้วยใบหน้าถอดสี ก่อน จะสบเขา้ กับดวงตาของฉู่หลที ่ีเปล่งประกายสวา่ งไสว ท่ีแท้ มันก็ไมใ่ ชค่ วามฝนั ลมหายถูกคลายลงอย่างช้าๆ ในท้ายที่สุด ชิงเซ่ียก็ก้มหน้าลงน้อยๆ แล้วยกมือข้ึน ทาบอก กอ่ นจะสูดหายใจเข้าลึกๆ

การกระทาเล็กๆ เพียงแค่การกระทาเดียวก็เพียงพอท่ีจะทดแทนคาพูดนับพันนับ หมื่นได้ ฉู่หลีมองไปท่ีการแสดงออกของชิงเซ่ีย ในใจรู้สึกว่ามีความอบอุ่นสายหนึ่งเกิดขึ้น เปน็ ครั้งแรกตลอดเวลาสองปีกว่าท่ีผ่านมา เขาหันศีรษะกลับไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า หนั ไปยา่ งเหยื่อท่ีจับได้ที่วางอยู่บนช้ันต่อ เขาไม่รู้จริงๆ ว่าเวลานี้ควรจะพูดอะไรกับ นางดี คดิ ไปคดิ มา กเ็ พ่ิงนึกไดว้ ่าบนข้อเท้าของนางมีแผลอยู่ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้า ลึกครัง้ หนึ่ง หวั ใจเตน้ ตกึ ตกั เสยี งดงั ก่อนจะหันหน้ากลับไปอยา่ งรวดเรว็ “บาดแผลบนตัวเจา้ เปน็ อยา่ งไรบา้ ง?” “บาดแผลบนตวั ท่านเป็นอย่างไรบา้ ง?” เสยี งสองเสยี งดังขน้ึ อย่างพร้อมเพรยี ง ประโยคที่ออกจากปากเหมือนกันไม่ผิดเพ้ียน ทันทีที่กล่าวจบ คนทั้งคู่ราวกับโง่งมไปในทันใด ท้ังสองฝ่ายประสานสายตากันวูบ หน่งึ อย่างงมุ่ งา่ มทาอะไรไม่ถกู กอ่ นที่ต่างฝา่ ยจะเบนหนา้ ออกไปคนละทิศละทาง

บทท่ี 112-2 แสงอาทิตย์ของวสันต์ฤดูที่อบอุ่นไปทั่วถา้ “เอ๋า!” เสยี งแหลมเลก็ เสยี งหนึง่ ที่ฉับพลันก็ดังข้ึน เรียกเอาคนทั้งสองท่ีตกอยู่ใน ความเงียบงันหันหน้ากลับไปมองทันที เดรัจฉานน้อยสีขาวตัวน้ันกระโดดลงมา จากอ้อมแขนของเชิงเซ่ีย มันยืดอกยืนอยู่บนพื้นด้วยความสง่างาม ก่อนจะส่ง สายตามองไปยังหญิงสาวพร้อมกับส่ายหางไปมาอย่างน่ารัก หลังจากนั้นมันจึง หนั หน้ากลบั ไปมองยังทิศทางของฉู่หลี ก่อนพยักหน้าอ้วนๆ ของมันข้ึนลงหลาย ครั้ง ทันใดน้ันเองเจ้าตัวเล็กพลันกระโจนไปหยุดอยู่เบ้ืองหน้าของเขาอย่างเอา เร่ือง เขี้ยวเล็กๆ ของมันแยกขึ้นขู่ ตาโตจับจ้องไปที่ชายหนุ่มเขม็ง มันคารามใส่ เขาไปหลายครั้ง ก่อนจะกระโดดไปหยุดอยู่ที่อีกมุมหน่ึงแล้วเปลี่ยนท่าทีเป็น เหงาหงอย อุง้ เท้าหนา้ เลก็ ๆ ทัง้ สองข้างถูกยกข้ึนลูบตาด้วยท่าทางน่าสงสารราว กับไม่ได้รับความเปน็ ธรรม มันส่ันศีรษะแล้วครางเสียงหงิงๆ เหมือนกับถูกรังแก หลังจากน้ันจึงกระโดดไปหยุดอยู่เบ้ืองหน้าของฉู่หลีอีกคร้ัง ทาท่าทางที่ เหมือนกับเม่ือสักครู่ซ้าอีก เจ้าตัวน้อยเคลื่อนไหวแบบเดิมเช่นนี้ติดกันหลาย หลายต่อหลายรอบ ในที่สุดจึงค่อยว่ิงกลับมาหยุดอยู่ด้านหน้าของชิงเซี่ย แล้ว กัดไปที่ปลายกางเกงของนาง ก่อนส่ายหางและดึงมันไปมาราวกับกาลังอ้อน หญงิ สาว สดุ ทา้ ยจงึ ค่อยครางเสยี งแอง๋ ๆ ดนู า่ สงสาร การเคลื่อนไหวเช่นนี้ของเจ้าตัวเล็ก ทาเอาคนสองคนท่ีมีความสามารถ สนั่ สะเทือนผู้คนทง้ั ใต้หล้าไดพ้ ลันซอ่ื บ้ือไปในทันที ชิงเซ่ียกระพริบตาปริบๆ มองไปท่ีเจ้าตัวเล็กด้วยแววตาว่างเปล่าราวกับรู้สึกรับ ไม่ค่อยจะได้ ในท่ีสุดจึงลองเอ่ยถามเดรัจฉานน้อยสีขาวตัวน้ันกลับไปอย่างไม่ แน่ใจสักเท่าไรนัก “ความหมายของเจ้าก็คือ เขารังแกเจ้า ซ้ายังตะคอกใส่เจ้า

ดังน้ันเจ้าจงึ อยากใหข้ ้าชว่ ยส่ังสอนเขาแทนเจ้าใชห่ รือไม่?” “อ้วู อูว้ อู้วอ้วู ...” เดรัจฉานนอ้ ยสขี าวกระโดดโลดเตน้ อยา่ งดีใจ ทว่าน่าเสียดายท่ี ขาสั้นๆ ของมันไม่ได้มีเร่ียวแรงมากมายถึงขนาดนั้น ดังน้ันทันทีที่เท้าแตะพ้ืน ร่างเล็กๆ ของมันจงึ กระแทกลงกบั พื้นด้วยทรงตัวไมอ่ ยู่ และนอนหมอบอยู่อย่าง นนั้ ด้วยสภาพน่าอนาถ “เจ้าน่มี ันตวั อะไรกัน?” ชิงเซ่ียช้ีน้ิวไปท่ีเจ้าตัวเล็กน่ัน ก่อนหันไปถามความกับฉู่ หลี “ไม่รู้เหมือนกัน” ฉู่หลีส่ายหนา้ พลางกลา่ วด้วยเสยี งลกึ “ใต้หล้าน้ีกว้างใหญ่นัก เรื่องมหัศจรรย์มีมากมายไม่ขาดสาย บางทีเจ้าน่ีอาจจะเป็นสัตว์ท่ีมีจิตวิญญาณ ชนดิ หนง่ึ กเ็ ป็นได้” “สัตว์ที่มีจิตวิญญาณ?” ชิงเซ่ียชะงักกึก แล้วยกเดรัจฉานตัวน้อยที่ยังคงดึงขา กางเกงของนางอย่างประจบออดออ้ นขึ้น ก่อนจะสบสายตาเข้ากับดวงตาสีเขียว คู่นั้นของมนั ตรงๆ เจา้ ตัวเล็กมีขนาดตัวเท่ากับฝ่ามือของชิงเซ่ยี เท่านัน้ ทั่วท้ังร่าง ปกคลุมด้วยขนสีขาวราวกับพังพอน ใบหน้าของมันเรียวยาวไม่เหมือนกับ จ้งิ จอกแต่ทวา่ กลับเหมือนกับลูกสุนัขแทน หูของมันมีลักษณะแปลกจนน่าตกใจ มันมีรูปร่างยาว คล้ายๆ กับหูของกระต่าย ด้านในใบหูยังเจือสีแดงน้อยๆ ทุก ครั้งที่มนั สัมผัสได้ถงึ บางสง่ิ มันจะตงั้ ตรงขน้ึ ในทนั ที ชิงเซยี่ ยืน่ นิ้วเรียวขาวของตนเองออกไปเขี่ยเล่นเข้ากับปลายจมูกเล็กๆ สีดาของ มัน กอ่ นจะจิม้ ไปที่แกม้ เล็กๆ แล้วเอย่ ถาม “เจ้าเปน็ สัตวท์ มี่ จี ติ วิญญาณหรอื ?” ไม่รู้ว่าฟังความเข้าใจหรือไม่เข้าใจ เดรัจฉานน้อยสีขาวพลันพยักหน้าตอบกลับ

อย่างรวดเร็ว ทั้งยังแกว่งหางสั้นๆ น่าพิศวงของมันไปมา พยายามคายลิ้นเล็กๆ นั่นออก ชิงเซ่ียชะงักไปเล็กน้อย แล้วแหงนหน้าขึ้นมองฉู่หลี ก่อนจะเอ่ยด้วยความ ประหลาดใจวา่ “มันฟงั ภาษาคนเขา้ ใจ?” ฉู่หลีไม่ได้ตื่นตะลึงมากอย่างที่ชิงเซ่ียเป็น เขาพยักหน้าน้อยๆ ตอบกลับมา ประโยคหนง่ึ อยา่ งให้ความร่วมมอื วา่ “ค่อนขา้ งแปลกดี” ก่อนจะหนั หนา้ กลับไป แล้วย่างเนื้อของเขาตอ่ ชิงเซ่ียยังคงจดจ้องไปท่ีร่างของเดรัจฉานน้อยตัวน้ันด้วยความตกตะลึง ก่อนจับ มันพลิกตัวขึ้นลงหลายคร้ังอย่างพิจารณา แต่ทว่าก็ไม่เห็นว่ามันพิเศษหรือ พิสดารที่ตรงไหน หากนาเจ้าตัวนี้ไปปล่อยในยุคปัจจุบันบางทีคงได้กลายเป็น ประเด็นถกเถียงทีไ่ ดร้ บั ความนิยมไม่น้อยเลยกระมัง เพราะสามารถฟังภาษาคน เขา้ ใจทัง้ ทย่ี ังไม่ได้ผ่านการฝกึ ฝน เช่นน้ันไม่ได้หมายความว่ามันฉลาดมากหรอก หรือ เพราะขนาดคนสองคนที่มีสัญชาติแตกต่างกันพบกันยังต้องใช้ภาษาเป็ด พูดคุยกันเป็นเวลานานกว่าจะเข้าใจ แล้วเจ้าตัวเล็กที่สามารถเข้าใจได้เองโดยท่ี ไม่มอี าจารย์ส่ังสอน ไมน่ ับว่าเปน็ สง่ิ วิเศษในตานานหรอื อยา่ งไร แต่ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งวิเศษในตานานหรือไม่ อย่างน้อยมันก็ทาให้บรรยากาศ ชวนอึดอัดใจระหว่างคนท้ังสองผ่อนคลายลงไปไม่น้อย ชิงเซ่ียกอดเข่า ก่อนซบ หน้าลง เห็นภาพเดรัจฉานตัวน้อยตัวน้ันที่กาลังนอนหลับอยู่บนปลายเท้าของ นางอย่างอารมณ์ดี แล้วแหงนท้องสีขาวหิมะท่ีมีแต่หนังของมันขึ้นฟ้า ทาเอา นางอดหัวเราะน้อยๆ คร้ังหนึ่งไม่ได้ การท่ีสามารถหาความรื่นรมย์ท่ามกลาง ความส้ินหวงั เช่นน้พี บ นบั ว่าเป็นพรท่ีสวรรคบ์ นั ดาลมาใหอ้ ย่างหนึ่งคงไดก้ ระมัง

ดา้ นนอกหนาวเหน็บ หิมะขาวปลิววอ่ น หากไม่ใช่ว่ามีถ้าแห่งน้ีอยู่ ต่อให้คนทั้งคู่ โชคดไี ม่ตาย เกรงวา่ คร่ึงหน่งึ ของชวี ิตพวกเขาคงถูกกวาดไปแลว้ ขณะท่ีกาลังคิดเร่ือยเป่ือยอยู่นั้นเอง กล่ินไหม้จากเนื้อย่างพลันโชยเข้าจมูก ชิงเซ่ยี หันหนา้ กลบั ไปมอง เห็นเป็นฉู่หลีกาลังวุ่นวายอยู่กับเน้ือย่างชิ้นหน่ึงท่ีวาง อยู่บนชั้น ดูเหมือนว่าเพราะไม่อยากให้ชิงเซ่ียเห็นเนื้อช้ินนั้นท่ีถูกย่างจนไหม้ เกรียมจึงคิดจะซ่อนมันให้พ้นจากสายตาของนาง เขาขยับกายเข้ามาบังมันไว้ ทวา่ ในขณะทก่ี าลงั ยนื่ มอื ออกไปเพอ่ื ทจ่ี ะหยบิ มนั ลง กถ็ ูกความร้อนจากเน้ือลวก เข้าท่ีมือเสียกอ่ นจนตอ้ งชักมอื กลับ บุรุษผู้นี้สามารถส่ังการทหารนับหม่ืนนับพันเพื่อเข้าปะทะทาลายศัตรูได้ สามารถหัวเราะได้ทั้งที่กาลังสังหารผู้อ่ืน และสามารถยึดอานาจกลับคืนมาได้ โดยท่ีเลือดไม่เปื้อนดาบ แต่ทว่ายามนี้เน้ือย่างช้ินเล็กๆ ช้ินเดียวกลับทาให้เขา ตอ้ งเผชญิ กับลาบากเสยี อยา่ งนั้น ชิงเซ่ียยกย้ิมเล็กน้อย ก่อนย่ืนมือออกไปดันที่ไหล่ของฉู่หลี พลางกล่าว “ข้าทา เอง” งานย่างเน้ือเช่นน้ีแท้จริงแล้วก็จาเป็นต้องมีทักษะและความชานาญอยู่ พอสมควร เมื่อปีนั้นตอนท่ีชิงเซ่ียใช้ชีวิตอยู่ข้างนอก นางได้เก็บเกี่ยว ประสบการณ์ด้านนี้มาไม่น้อย ดังน้ันเวลานี้ยามที่ได้จับมันอีกคร้ังจึงค่อนข้าง รู้สึกคุ้นเคย พอเห็นช้ินเน้ือท่ีฉู่หลีย่างครึ่งหน่ึงไหม้เกรียมอีกข้างยังคงดิบอยู่มี เพียงส่วนน้อยที่สามารถกินได้ นางพลันฉีกช้ินเนื้อท่ีไหม้แล้วชิ้นน้ันโยนทิ้งไป ด้านขา้ งอยา่ งไม่ลังเลในทนั ที ฉู่หลรี ้องเฮย้ เสียงดังคร้ังหนึ่งทาท่าราวกับอยากจะ ประท้วงอะไรสักอย่าง แต่ก็ทาได้แค่ขมุบขมิบปากอยู่เช่นนั้นไม่กล่าวอะไร

ออกมา ฉู่หลีเป็นคนที่มีนิสัยใจร้อน ขณะที่ย่างเน้ืออยู่มีหลายครั้งที่เขาอยากจะจับมัน โยนลงไปในกองไฟให้รู้แล้วรู้รอด ไม่รู้เลยว่าการย่างเนื้อจาเป็นต้องใช้ไฟอ่อนๆ แล้วค่อยๆ ย่างไปอย่างช้าๆ เช่นน้ีเนื้อด้านในไม่เพียงจะสุกและไม่เหลือส่วนที่ ดิบจนกินไม่ได้ ย่ิงไม่ต้องกลัวว่าเนื้อจะไหม้จนดาปี๋ ใช้เวลาเพียงไม่นาน กล่ิน หอมๆ ของเนื้อที่ย่างจนสุกน่ากินก็ลอยไปทั่วอากาศ หยดน้ามันสีเหลืองทอง จากเนื้อย่างไหลเย้ิมลงมาเกิดเป็นเสียงซี่ๆ แสนรัญจวนใจ ชิงเซี่ยใช้นิ้วโป้งและ น้ิวช้ีค่อยๆ ฉีกเน้ือออกมาช้ินหนึ่ง แล้วพองแก้มก่อนจะเป่าลมให้หายร้อน จากนั้นก็หันหน้ากลับไปกล่าวกบั ฉหู่ ลี “ร้อนๆ เร็วเขา้ ลองชมิ ดู” ฉู่หลีเองก็ไม่คิดอะไรมาก อ้าปากรับเน้ือช้ินนั้นเข้าปากอย่างไม่ลังเล ขณะที่ริม ฝีปากเขาสัมผัสกับปลายนิว้ มือของชงิ เซี่ยเบาๆ คนทั้งคู่พลันชะงักกึกไปในทันใด บรรยากาศแปรเปลี่ยนไปเป็นอึดอัดใจในชั่วพริบตา ดวงตาท้ังสองคู่สบ ประสานกันคร้งั หน่ึงกอ่ นทตี่ ่างฝา่ ยต่างหมุนกายกลับไปโดยไมก่ ลา่ วอะไร ใช่สิ เหตุใดจึงได้ลืมไปอยู่เสมอว่าก่อนหน้าน้ีคนท้ังคู่อยู่ในฐานะศัตรูกัน ทั้งยัง เกลียดชังจนเข้ากระดูกเพียงน้ัน เหตุใดพอมาอยู่ท่ีนี่ ทุกสิ่งทุกอย่างถึงได้ปลิด ปลวิ ไปหมดราวกับหมอกควันทสี่ ลายตัว? บางทีอาจเพราะสถานที่รกร้างไร้ผู้คนแห่งน้ีห่างไกลจากทางโลก ห่างไกลจากวัง วนของอานาจ ห่างไกลจากการแย่งชิงและผลประโยชน์เหล่าน้ัน ดังนั้นไม่ว่าจะ ความแค้นเอย ความสงสยั เอย ความเกลียดชังทัง้ หลายเอยจึงไม่มีค่าพอให้คงอยู่ อีกต่อไป ส่วนพวกเขาท้ังสองคนก็ราวกับได้ลืมเลือนอดีตที่ผ่านมาเหล่านั้นไป แลว้ พูดคุยและสานสัมพนั ธก์ นั อยา่ งคนธรรมดาๆ

แต่ทว่าอย่างไรก็ตามยังคงมีบางส่ิงบางอย่างก้ันกลางระหว่างทั้งคู่เอาไว้ ความคิดเล็กๆ น้อยๆ บางความคิดท่ีกระโดดขึ้นมาจากจิตใต้สานึกในใจ พยายามกดให้ทุกสง่ิ ทกุ อยา่ งกลบั ไปอยู่ในสภาพเดมิ ท้ายที่สุดแลว้ ก็ยงั คงเป็นไปไมไ่ ดอ้ ยูด่ ี

บทที่ 112-3 แสงอาทิตย์ของวสันต์ฤดูที่อบอุ่นไปทั่วถ้า เสียงแตกของฟืนท่ีดังเปร๊ียะปร๊ะดังส่งขึ้นมา ชิงเซ่ียหยิบช้ินเน้ือท่ีย่างอยู่บนชั้น วางลงมา ก่อนจะใช้กริชเฉือนไปที่มันครั้งหน่ึงแล้วยื่นมันให้กับฉู่หลีพลางกล่าว “ทานเถดิ ” ฉู่หลีชะงักไปเล็กน้อย พิจารณาซ้าๆ อยู่หลายตลบก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างขัด บรรยากาศเป็นทีส่ ุดวา่ “สงิ่ นี้ เป็นของทีเ่ จา้ ใช้ฆา่ คนไม่ผิดกระมงั ?” มีดเล่มนั้นยังคงคาอยู่ในมือของชิงเซ่ีย ด้านบนเสียบเนื้อย่างไว้ชิ้นหนึ่ง ขณะที่ กาลังส่งไปถึงปากของเขาฉู่หลีพลันกล่าวประโยคดังกล่าวขึ้นมาเสียก่อน หญิง สาวจงึ โต้ฝปี ากกลับไปอย่างรวดเร็วทั้งโมโหและไม่สบอารมณ์ “ท่านไม่อยากกิน กไ็ ม่ต้องกนิ !” ฉู่หลรี ีบยน่ื มอื ออกไปควา้ หมับไว้ในทนั ใด แลว้ ฉีกเนอื้ ออกมาชิน้ หน่ึงโดยไม่กล่าว อะไร ก่อนจะยัดเข้าปากคาใหญ่ ในเวลาเช่นนี้แล้วไม่จาเป็นต้องกล่าวถึงเร่ือง พถิ พี ถิ นั อะไรอีก ไมส่ ูฝ้ ืนอดกล้ันความเจ็บปวดใจเอาไวแ้ ลว้ กลืนมนั ลงไปสักคา ทว่าเพ่ิงทานไปได้เพียงไม่ก่ีคา เสียงร้องอู้วของเจ้าตัวเล็กก็ดังขึ้นจากข้างกาย ชิงเซ่ียก้มหน้าลงมอง เห็นเป็นเดรัจฉานน้อยสีขาวตัวน้ันกาลังใช้ดวงตาที่เปล่ง ประกายวิบวับของมันมองมาท่ีนางอย่างคาดหวัง มันอาปากกว้าง น้าลายหยด ลงเต็มพนื้ หางเล็กๆ ของมันสะบดั ไปมาไม่หยุด ชงิ เซยี่ ฉบั พลันถูกความโมโหเข้า เล่นงานในทันใด หญิงสาวใช้เท้าเข่ียมันออกไปอีกทาง ก่อนตะคอกเสียงดังด้วย ความโกรธเกร้ียว “เจ้ายังมีความเป็นมนุษย์อยู่หรือไม่? น่ีเป็นพ่อแม่ของเจ้า นะ!”

ช้ินเนื้อที่เพิ่งเข้าปากของฉู่หลีติดอยู่ท่ีลาคอในทันที เขากระแอมไอหลายครั้ง กว่าท่ีจะคายมันออกไปได้ ดูเหมือนชิงเซ่ียคงเป็นคนเดียวนับต้ังแต่โบราณกาล เป็นต้นมาทสี่ นทนากับสัตว์เดรจั ฉานเร่อื งความเป็นมนุษย์ มองดูท่าทางของเดรัจฉานตัวน้อยท่ีกาลังส่ายหน้าอย่างคับข้องใจประหนึ่งไม่ได้ รบั ความเปน็ ธรรม ฉหู่ ลจี งึ คดิ อย่กู ับตนเองเงยี บๆ สกั ครู่ ก่อนจะกระแอมล้างคอ ให้เสยี งชัดข้ึน แล้วออกปากชว่ ยเจา้ ตวั เล็ก “คือว่านั่น คิดว่าเจ้าคงเข้าใจผิดแล้ว พวกมันไม่น่าจะเป็นสายพันธ์ุเดียวกัน เจ้าดูนี่ ตรงน้ีที่หางของพวกมันยาวแต่ว่า เจ้าตัวเล็กนั้นมีหางสั้น และตรงนี้อีกพวกมันมีหูที่ส้ันตรงกันข้ามกับเจ้าตัวเล็กท่ี มีหูยาว อีกทั้งสาหรับเจ้าพวกน้ีต่อให้เป็นตัวท่ีเล็กที่สุดก็ยังมีขนาดใหญ่กว่าเจ้า ตัวเล็กอยู่หลายรอบ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าหากพวกมันฉลาดเหมือนกับเจ้าตัวเล็ก เจ้ากค็ งไมส่ ามารถฆ่าลา้ งพวกมนั ได้อย่างง่ายดายปานนนั้ ” ประโยคเหลา่ นี้ช่างกล่าวไดอ้ อ้ มคอ้ มย่งิ พวกมนั อย่างน้ันพวกมันอย่างน้ีวกไปวน มาไม่หยุด แต่ทว่าหลังจากท่ีชิงเซี่ยลองพิจารณาตามคาพูดของเขาอย่าง รอบคอบแลว้ กเ็ ห็นวา่ เปน็ เช่นทีเ่ ขากล่าวจรงิ ๆ คิดอยู่กับตนเองได้สักครู่ จึงโบก มือเรียกไปทางเจ้าตัวเล็ก พลางกล่าว “ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่ใช่ครอบครัวของ เจ้า แต่อย่างน้อยผู้อื่นก็มีบุญคุณชุบเล้ียงเจ้ามาจนเติบใหญ่ เช่นนั้นเน้ือนี้เจ้าก็ อย่าได้กนิ เลย แทะกระดูกไปก็พอ” กลา่ วจบ กโ็ ยนกระดูกชนิ้ หนึง่ ลงไปกบั พน้ื เดรัจฉานตัวน้อยสีขาวครางเสียงอู้วๆ สองคร้ังอย่างน่าสงสาร เดินวนอยู่รอบ กระดูกชิ้นนัน้ หลายรอบอยา่ งไม่รจู้ ะเร่มิ ลงมือจากทตี่ รงไหนก่อน สุดท้ายจึงค่อย แหนหน้าข้ึนมองไปที่ชิงเซี่ยอย่างขุ่นเคือง ท้ังนัยน์ตายังเต็มไปด้วยนัยแอบแฝง

ด้วยตัดพ้อ ฉู่หลีท่ีกาลังนั่งกินเน้ืออยู่ด้านข้างอดออกปากช่วยมันอีกคร้ังอย่าง เสียไม่ได้ กล่าวราวกลับไม่ใส่ใจว่า “ไม่แน่ว่าอาจไม่ใช่ชุบเลี้ยง แต่เป็นถูกจับตัว มา” “อู้ว!” เดรัจฉานตัวน้อยสีขาวร้องเสียงแหลมขึ้นในทันใด ขาส้ันๆ ของมัน กระโดดข้ึนจากพื้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมุดหัวเข้าไปซุกอยู่ท่ีอ้อมอกของฉู่หลี ลิน้ เล็กฉ่าสีชมพูเลียไปทีฝ่ ่ามือของชายหนุ่มไมห่ ยุด หางสั้นๆ สะบัดจนแทบหลุด ออกจากก้น รู้สึกราวกับไดพ้ บพวกพ้องท่ีร้ใู จ นี่เปน็ ครง้ั แรกท่ีเจ้าตัวเล็กแสดงความเป็นมิตรกับเขา ฉู่หลีชะงักไปชั่วครู่ ก่อนท่ี รมิ ฝปี ากจะคอ่ ยๆ โค้งขน้ึ แลว้ ระเบิดหวั เราะเสยี งดงั ดว้ ยความสขุ ใจ ท่แี ท้ เขาเองกส็ ามารถหวั เราะแบบนีไ้ ดเ้ ช่นกนั ชิงเซย่ี มองไปที่ใบหน้าซึ่งเตม็ ไปดว้ ยรอยย้มิ ของฉู่หลีอย่างตกตะลึงเล็กนอ้ ย บนโลกใบนี้ ผู้ใดกันที่ยินดีจะเดินอยู่บนเส้นทางอันมืดมิดตลอดจนนิจนิรันดร์ เกรงว่าแม้แต่องค์เทพที่มีหน้าท่ีดูแลราตรีอันแสนมืดมิดก็ยังคงปรารถนาถึงแสง สว่างกระมัง หลังจากที่กินกันจนอม่ิ หนาแลว้ ฉหู่ ลีก็รู้สกึ กระหายนา้ เล็กนอ้ ย เขากวาดสายตา สารวจไปโดยรอบครั้งหนึ่ง ก่อนจะลุกข้ึนยืนแล้วเดินออกไปด้านนอกถ้า สักพัก จึงเดินกลับเข้ามาพร้อมกับก้อนน้าแข็งสีใสสองก้อนในมือ กล่าวกับชิงเซี่ยว่า “กระหายหรือไม่? กินหรอื ไม่?” ชิงเซี่ยขมวดค้ิวมุ่นกล่าว “นี่มันเย็นเกินไปแล้ว ท่านได้รับบาดเจ็บ อย่าได้กิน ของเช่นน้เี ลย”

ฉูห่ ลกี วาดสายตามองไปรอบๆ อกี คร้ัง กอ่ นขมวดคว้ิ เข้าหากันแนน่ “นา่ เสยี ดาย ที่ไม่มีภาชนะ” ชิงเซยี่ ถอนหายใจยาว พูดเร่อื งการใช้ชีวิตขา้ งนอกกบั องค์จักรพรรดิแห่งหนานฉู่ ที่คาบช้อนทองมาเกิดก็ไม่ต่างอะไรกับการดีดฉินให้ควายฟัง* หญิงสาวปลดห่อ ผ้าซึ่งใช้ห่อมีดบินท่ีรัดไว้ตรงเอวออก แล้วหยิบมีดบินที่บางเฉียบราวใบหลิว ออกมาเจ็ดแปดเล่ม ก่อนจะลงมือขยับข้อมือถักทออย่างคล่องแคล่ว มีดบินที่ บางเฉยี บเหล่านั้นถูกชิงเซ่ียสานซ้อนกันเป็นชั้นๆ อย่างรวดเร็ว เพียงพริบตามัน ก็กลายเป็นถ้วยเล็กๆ สีเงินที่ส่องประกายวาววับ หญิงสาวยื่นมือออกไปหยิบ ก้อนน้าแข็งท่ีอยู่ในมือของฉู่หลีมาวางไว้ในถ้วย ก่อนอังไปบนกองไฟ เพียงไม่ นานไอนา้ รอ้ นๆ กค็ ุกรุ่นข้ึนมาจากภายในถ้วย ชิงเซ่ียยกมันข้ึนอย่างระวัง ก่อนยื่นมันไปท่ีตรงหน้าของฉู่หลี กล่าวด้วยเสียงลึก “ระวงั หน่อย มดี คมนกั อย่าใหบ้ าดถกู ลนิ้ ” ฉู่หลีแอบร้องนับถือนางอยู่ในใจ แต่ไม่กล่าวออกมาให้เสียมาด ก่อนหันไปถอน หายใจอย่างลับๆ แอบคิดว่ามีดบินเหล่านี้ไม่รู้เปื้อนกลิ่นคาวเลือดของพวกที่ แสนโชคร้ายเหลา่ นน้ั มามากเท่าไร เขาเอียงศีรษะครั้งหน่ึง แล้วน้าร้อนๆ ก็พลัน ไหลลงส่ทู อ้ ง “เอาล่ะ พักผ่อนเถิด ฟื้นฟูกาลังให้พร้อม พรุ่งน้ียังต้องเดินทางหาทางหนีกันอีก ไกล” ฉหู่ ลีชะงกั ไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวถาม “เจ้ารู้เสน้ ทางท่ีจะใช้ออกไปหรือ?” ชิงเซย่ี ส่ายหน้าปฏเิ สธเบาๆ ตอบ “ข้าไมร่ ู้ แต่ว่ามนั ตอ้ งรอู้ ยา่ งแนน่ อน”

ฉู่หลีชะงักไปอีกคร้ัง แล้วหันหน้ากลับไปมองเดรัจฉานตัวน้อยตัวนั้นท่ีกาลังใช้ ล้ินเลียกระดูกอย่างคับแค้นใจ เจ้าตัวเล็กรับรู้ได้ว่าพวกเขากาลังพูดถึงมัน ดวงตาสีเขียววาววับจึงมองข้ึนสบกับคนทั้งคู่ทีหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงกลับไป แทะกระดกู ชิน้ นั้นท่มี ขี นาดใหญก่ ว่าตัวมันไม่รกู้ ี่เท่าต่อ “เม่ือก่อนที่แห่งนี้เป็นผืนดิน ไม่ใช่หุบเหวลึกอย่างเช่นที่เป็นอยู่ตอนนี้ แต่ทว่า กลับมีส่ิงมีชีวิตอาศัยอยู่ที่น่ีได้ นั่นก็หมายความว่าจะต้องมีเส้นทางท่ีสามารถ เช่ือมออกไปสูข่ า้ งนอกได้ หากพวกเรามองหากันอย่างระมัดระวังหน่อย จะต้อง หาทางออกไปไดอ้ ย่างแน่นอน อีกเหตผุ ลหนงึ่ ทข่ี ้าไม่ให้อะไรมันกินก็เพราะต้ังใจ จะทาให้มันหิว รอจนมันหิวจนทนไม่ไหว เป็นธรรมดาที่มันจะออกไปข้างนอก เพื่อหาอะไรกิน” ชิงเซ่ียหัวเราะน้อยๆ อย่างได้ใจ ท่ัวทั้งใบหน้าประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าที่ซีดขาวของนางมีชีวิตชีวาขึ้นจนน่าหลงใหล ฉู่หลีมองภาพเบ้ืองหน้า ด้วยความชะงักงัน แต่ทว่าในใจกลับถูกประโยคน้ันของหญิงสาวบีบจนเจ็บร้าว ไปหมด พรงุ่ น้ี กจ็ ะออกไปแลว้ อยา่ งน้ันหรือ? เช่นนั้นหลังจากท่ีออกไปแล้ว พวกเขาทั้งสองควรจะเผชิญหน้ากันและกัน อย่างไรดี? * ดดี ฉินให้ควายฟัง(对牛弹琴)ความหมายเดียวกันกับสุภาษิต \"สีซอให้ควายฟัง\" หมายถึงการพูด สอนให้ผ้ทู ีม่ ีความรนู้ ้อยไดฟ้ ัง แต่ผู้ฟงั ไมใ่ สใ่ จท่จี ะฟัง หรือฟังแต่ก็ไม่สามารถทาความเข้าใจได้ ทาให้ผู้ท่ีส่ังสอน ใหค้ วามรนู้ ั้นเสียเวลาเปล่า

บทที่ 113-1 ต้าหวง ต้าหวง ในทสี่ ดุ ความเมือ่ ยล้าท่สี ะสมมาอยา่ งตอ่ เน่อื งนานหลายวันกไ็ ดร้ ับการผอ่ นคลาย ในช่วงเวลาสน้ั ๆ แสงแดดยามเชา้ อันแจ่มใสค่อยๆ สาดส่องมาจากด้านนอกของ ปากทางเข้าถ้า ส่งใหท้ ัง้ ผนื ดนิ สว่างไสวไปหมด ลึกเข้าไปภายในถ้าท่ีมืดมิด หญิงสาวร่างเล็กที่ดวงตาท้ังคู่ปิดลงก้าลังนอนหลับ สนิทอยู่บนพ้ืน ชุดสีด้าแนบเน้ือที่นางสวมใส่ส่งให้ส่วนโค้งเว้าสวยงามของเรือน ร่างเด่นชัดสู่สายตา เส้นผมยาวสลวยสีด้าขลับระกระจายไปกับไหล่บางและปิด เอาใบหนา้ ครึ่งหน่ึงของนางซอ่ นไว้ อยา่ งไรก็ตามทา่ มกลางความสลัวๆ ท่ีราวกับ มีม่านหมอกมาบังตาน้ัน ยังคงสามารถมองเห็นวงหน้าผุดผ่องสีงาช้างและริมฝี ปางแดงของนางได้ หน้าอกหญิงสาวกระเพ่ือมขึ้นลงเป็นจังหวะที่บ่งบอกว่านาง ก้าลังหลบั ลึก ดา้ นขา้ งของหญิงสาว เดรัจฉานน้อยท่ีทั้งร่างปกคลุมไปด้วยขนสีขาวบริสุทธิ์ราว กับลูกสุนัขตัวหน่ึงก้าลังนอนหงายท้องที่มีแต่หนังสีขาวของมันข้ึนฟ้า จากท่า นอนของมัน ดูเหมือนเจ้าตัวเล็กจะสบายอกสบายใจย่ิง รูปร่างของมันทั้งอ้วน และกลม ประกอบกับตอนที่นอนยังกรนเสียงครอกน้อยๆ ส่งให้หนังท้องสีขาว หิมะเตน้ ไปตามจังหวะ ดูไปแล้วกใ็ ห้ตลกยิง่ นกั ฉหู่ ลียนื อย่ตู รงปากทางเข้าถ้า ในมือยังถือเน้ือดิบๆ หลายช้ินที่เพิ่งจะตัดออกมา แต่ทวา่ ทนั ทที ีเ่ ดินเขา้ ถ้า เขาก็สบกบั ภาพดังกลา่ วเสียก่อน ความรู้สึกอบอุ่นสายหน่ึงฉับพลันไหลทะลักขึ้นจากก้นบึ้งของหัวใจ ความหนาว เย็นท่ีติดกายมาจากข้างนอกมลายหายไปจนหมดส้ิน ใบหน้าของเขาซีดขาว

เล็กน้อย รูปร่างของชายหนุ่มที่ก่อนหน้าน้ีได้รับบาดเจ็บมาผอมบางลงไปมาก แต่ทว่าสีหน้ากลับยังคงไว้ซ่ึงความเคร่งขรึมเช่นเดิมไม่เคยผ่อนคลายลงเลย เขา ค่อยๆ เดินข้ึนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ วางส่ิงของในมือลงอย่างเบามือด้วยกลัวจะ ปลกุ ใหบ้ างคนสะดุ้งต่ืนขึ้นจากฝนั หวาน อยา่ งไรก็ตาม ในเวลาน้ันเอง เดรัจฉานน้อยสีขาวหิมะตัวน้ันก็ร้องเสียงอู้วข้ึนมา ทีหนึ่ง มันอ้าปากหาววอด แล้วพลิกตัวกล้ิงไปทางชิงเซี่ยอย่างเกียจคร้าน ก่อน รา่ งท่ีท้ังอ้วนและกลมของมันจะกดทับไปบนทอ่ นแขนของชิงเซ่ยี เสยี งดังแปะ หญิงสาวท่ีก้าลังตกอยูใ่ นห้วงแหง่ ความฝนั ขมวดคว้ิ เขา้ หากันน้อยๆ ในทันใด แต่ ทว่ายังดีท่ีไม่ได้ต่ืนข้ึนมา ฉู่หลีทอดสายตามองตามไป ก่อนจะเห็นบาดแผลที่ทั้ง แดงและยาวซ่อนอยู่ใต้ชายเส้ือของชิงเซี่ยจนมิด แต่เพราะถูกเดรัจฉานน้อยดึง ออกมามันจึงโผล่ออกมาให้เห็นลางๆ เกรงว่าบางทีน่ีคงเป็นบาดแผลที่ถูกความ เย็นกดั เอาตอนที่หลน่ ลงมากระมัง ฉู่หลีขมวดค้ิวมุ่น แล้วก้าวเดินฉับๆ ข้ึนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนยกหลังคอ ของเจ้าเดรัจฉานน้อยข้ึน จากน้ันก็จับมันโยนออกนอกถ้าไปโดยไม่สนใจว่ามัน จะหลับอยูห่ รอื ไม่! ส้ินเสียงหล่นดังปึกหนักๆ คร้ังหน่ึง เสียงร้องครางเอ๋าๆ ก็ดังข้ึนตามทันที ฉู่หลี แอบร้องว่าแย่แล้วในใจ เป็นอย่างท่ีเขาคาดไว้ไม่มีผิด ในขณะที่ชายหนุ่มก้าลัง จมดิ่งอยู่กับความคิดของตนเอง เวลาเดียวกันหญิงสาวที่แต่เดิมนอนขดตัวนอน หลับสนิทเป็นลูกแมวตัวหนึ่งก็เด้งกายขึ้นจากพ้ืนอย่างดุดันและรวดเร็วราว สายฟ้า เสียงฉับอันเกิดจากการชักกริชที่เสียบอยู่ในรองเท้าตามขึ้น หญิงสาว ราวกับเสือชีต้าตัวหน่ึง ผมยาวสะบัดออก ใบหน้าเย็นชา มือข้างหนึ่งจับไปที่คอ เส้ือของฉ่หู ลี สว่ นมอื อกี ขา้ งกา้ กริชจ่อไปทล่ี ้าคอของเขา

การเคลื่อนไหวทั้งหมดลื่นไหลราวสายน้า ไม่มีแม้เพียงครึ่งเส้ียวของการ หยุดชะงัก ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงหน่ึงวินาที นี่แสดงให้เห็น อย่างเด่นชัดถึงทักษะการตอ่ สูท้ เ่ี หนือช้นั และความสามารถด้านการตื่นตัวที่ยอด เย่ียม ฉู่หลีถอนหายใจยาวดว้ ยความโล่งอก คิดไวอ้ ยแู่ ลว้ ว่าผลตอ้ งออกมาเป็นแบบน้ี รอจนกระท่ังกริชจ่อไปท่ีล้าคอของฉู่หลีเรียบร้อยแล้ว ดวงตาของชิงเซ่ียถึงเพ่ิง ต่ืนข้ึนเต็มตา หญิงสาวมองไปรอบๆ ด้วยความสับสนมึนงงเล็กน้อยครั้งหนึ่ง ก่อนที่สติจะเด่นชัดขึน้ แลว้ พบวา่ ตนเองตอนนย้ี ังคงคา้ งอยใู่ นท่วงทา่ ทีอ่ อกจะต่ืน ตระหนกจนเกินเหตุ ประกายความอึกอักขัดเขินว่ิงผ่านดวงตาของชิงเซ่ียไป อย่างรวดเร็ว ใบหน้าค่อยๆ เจือไปด้วยสีแดงระเรื่อ กล่าวพร้อมหัวเราะน้อยๆ “ขออภัย” ในเวลาน้ีเอง เดรัจฉานน้อยสีขาวที่ถูกคนบางคนโยนออกไปด้านนอกราวกับลูก บอลลูกหน่ึง ก็ตะกุยขาที่ส้ันแสนสั้นของมันเดินตุปัดตุเป๋จากด้านนอกถ้าเข้ามา ด้วยอารมณ์ขุ่นมัวสุดขีด อย่างไรก็ตาม ช่วงวินาทีน้ันเองท่ีมันสบเข้ากับท่าทาง แปลกพิกลของชิงเซี่ยและฉู่หลีเหมือนกับมีปฏิกิริยาบางอย่างตอบสนองโดย ฉับพลัน ปากของมันก็อ้ากว้างด้วยความตกตะลึงในทันใด ดวงตากลมโตท้ังคู่ เบิกจนแทบจะถลนออกมาด้านนอก ก่อนที่มันจะเอนตัวแล้วล้มลงไปนอนกับ พื้น แล้วยกขาเล็กๆ ทั้งสี่ข้างที่ท้ังสั้นท้ังอ้วนตะกายขึ้นกลางอากาศอย่าง สะเปะสะปะ สะบดั ไปซ้ายทีขวาทีราวกับขบขันเสยี เตม็ ประดา ท้ังยงั สง่ เสียงร้อง ฮุๆ ฮะๆ ท้าท่าทางราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้ด้วยเพราะหัวเราะมากเกินไป อยา่ งไรอย่างน้นั

ฉับพลันร่างกายของคนทั้งคู่พลันชะงักแข็งเป็นหิน ตกลงแล้วเจ้าตัวน้ีมันเป็นตัว อะไรกนั แน่? ฉู่หลีใบหน้ามืดครึ้ม ยกมือข้างหน่ึงออกไปปัดมือของชิงเซี่ยออก ก่อนจะลุกข้ึน ยืนแล้วเดินอาดๆ ขึ้นไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เท้าข้างหน่ึงยื่นออกไปสะกิดมัน ขึ้น เดรัจฉานน้อยท่ีนอนแหมะอยู่บนพ้ืนกระเด้งข้ึนจากพื้นในทันใด ฉู่หลีหมุน ตวั เตะออกไปหน่ึงทีด้วยความดุดัน ร่างของเจ้าตัวเล็กก็พลันบินขึ้นสูงละล่ิวแล้ว ลอยออกไปด้านนอก ภายในถ้าเงียบลงในช่ัวพริบตา กล้ามเน้ือบนใบหน้าท่ีประดับด้วยรอยยิ้มสว่าง ไสวของชิงเซี่ยแข็งทื่อไปในทันใด เหตุใดจึงมักจะเป็นเช่นน้ีเสมอเลย หญิงสาว ยกมือข้ึนลูบเส้นผมอย่างสับสน เหตุใดทุกคร้ังท่ีอยู่กับเขานางมักจะยกย้ิมเช่นน้ี ออกมาเสมอ ยามน้ีนางรู้สึกเก้อกระดากเสียจนแทบจะมุดศีรษะฝังลงไปใต้พ้ืน หิมะ ผ่านไปไม่นาน เดรจั ฉานตัวน้อยสีขาวท่ีได้มีโอกาสกลายเป็นเมฆาลอยละล่องไป ในท้องนภารอบหนึ่งก็วิ่งกลับมาด้วยความโมโหสุดขีด มันจ้องไปท่ีฉู่หลีอย่างคับ แค้น ก่อนจะแยกเข้ียวอันแสนแหลมคมที่เพ่ิงผลัดใบของมัน แล้วพุ่งเข้าใส่ชาย หนุ่มอย่างโหดเหี้ยม กรงเล็บทั้งห้าถูกกางออกอย่างน่าหวาดเสียวส่ันสะท้านไป ทง้ั ศรี ษะ ดูไปแล้วไมต่ ่างอะไรจากสงิ โตตวั หนง่ึ ฉ่หู ลีเลกิ คิว้ ข้ึนข้าง ก่อนช้าเลืองมองไปท่ีมันน้อยๆ เพียงแค่วูบเดียวท่ีดวงตาของ จักรพรรดิแห่งหนานฉู่อันเต็มไปด้วยประกายกล้าคมกริบเหลือบมองไปจางๆ เจ้าตัวเล็กก็พลันวิ่งหางจุกตูดเข้าไปหลบอยู่ด้านหลังของชิงเซ่ียด้วยความปลอด แหกทนั ที เสยี งรอ้ งครางอ้วู ๆ ดังส่งข้นึ จากดา้ นหลังไม่หยุด ผ่านไปสักพัก มันถึง

กลา้ โผล่ศีรษะออกมาขา้ งนอกแลว้ มองไปรอบๆ อยา่ งสงั เกตระแวดระวัง ฉู่หลีจุดไฟขึ้น แล้วลงมือย่างเนื้ออีกครั้ง จ้าต้องกล่าวว่าบุรุษผู้น้ีช่างมี ความสามารถในการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมเกินคน เพียงแค่เฝ้ามองสิ่งท่ีชิงเซ่ียท้าไป เมื่อคืนวานครู่เดียว เขาก็สามารถเรียนรู้ได้ถึงแปดถึงเก้าจากในสิบส่วนแล้ว ชิงเซ่ียน่ังมองอยู่ด้านข้างเงียบๆ แล้วสางผมขึ้นมาด้านหน้า ก่อนจะใช้แถบผ้า หนง่ึ มดั ขึ้นเป็นทรงหางมา้ ดูไปแล้วก็ให้รู้สกึ คล่องแคลว่ สดชื่นยง่ิ นกั บรรยากาศภายในถ้าค่อนข้างกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ท้ังสองต่างฝ่ายต่างไม่ได้ สนทนากับฝ่ังตรงข้ามด้วยเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี ราวกับว่าระหว่างพวกเขาท้ัง คูต่ ลอดมาก็เปน็ เช่นน้ี นอกเสียจากลงมือทะเลาะวิวาทและโต้ฝีปากปะทะคารม กัน น้อยนักท่จี ะนง่ั พูดคุยกนั ดๆี ชงิ เซย่ี จ้าไดว้ า่ มีอยูค่ รัง้ หนงึ่ ตอนที่อยใู่ นกระโจม ใหญ่ของค่ายอุดรแห่งกองทัพแคว้นหนานฉู่ คนทั้งสองแต่เดิมก็นั่งพูดคุยหารือ กนั เรอ่ื งจดั ตัง้ กล่มุ องครักษ์เงา แตท่ วา่ เพ่งิ จะพูดคุยกันดๆี ไปไดไ้ มก่ ปี่ ระโยคก็ลง มือต่อสู้กันเสียแล้ว ส่วนเหตุผลเฉพาะเจาะจงท่ีว่าเหตุใดถึงต้องลงมือกันน้ัน มา ยามน้ีนางเองกย็ ังไม่คอ่ ยเข้าใจเทา่ ไหรน่ กั จ้าไดเ้ พยี งแตว่ ่าวันนั้นพวกเขาตีกันใน กระโจมไปเกือบครึ่งค่อนช่วงบ่าย ฉู่หลีถูกนางล้มไปหลายสิบรอบ แต่ไม่ว่า อย่างไรเขาก็ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้เสียที ส่ิงของท่ีถูกจัดไว้ในกระโจมล้ม ระเนระนาดแตกกระจายจนไม่เปน็ ชิน้ เปน็ อัน แมแ้ ตต่ ราประทบั ของกองทัพของ ฉหู่ ลเี องก็เสียหายหลุดลอกไปไมน่ อ้ ย เหลา่ องครักษ์ท่ยี ืนประจ้าการอยู่ด้านนอก ประตกู ็ราวกบั หูหนวกไปอย่างไรอยา่ งนนั้ ไม่มแี ม้สกั คนเดียวกล้าว่ิงเข้ามาดูด้าน ในวา่ เกดิ อะไรข้ึน จนกระทง่ั ในเชา้ วันท่ีสอง ฉู่หลีก็ออกไปส้ารวจความเรียบร้อย ของสนามฝึกวรยุทธ์ด้วยใบหน้าท่ีเขียวช้าบวมเป่ง เรียกเอาสายตาของฝูงชน ทงั้ หมดรวมมาอยูท่ ่ีเขาเปน็ จุดเดียว

อย่างไรก็ตาม นั่นก็เป็นเร่ืองที่เกิดข้ึนต้ังแต่เมื่อสองปีก่อนแล้ว ยามนี้พอหวน คิดถึงมันดีๆ ก็ให้รู้สึกว่าเวลาช่างผ่านไปเนิ่นนานเหลือเกิน นานมากเสียจนหาก ไมพ่ ยายามคดิ ถึงกค็ งไม่อาจคดิ ออกได้

บทที่ 113-2 ต้าหวง ต้าหวง อารมณ์ของชิงเซ่ียค่อนข้างดิ่งลงเล็กน้อย ก่อนหันไปรับเดรัจฉานตัวน้อยที่อยู่ ข้างตัวขึน้ มาอย่างไม่เป็นตัวของตัวเอง ก่อนจะสะกิดไปที่จมูกของมันหนึ่งทีแล้ว เอ่ยถาม “เจา้ ชือ่ อะไรหรือ?” เดรัจฉานตวั น้อยสขี าวเห็นวา่ ชงิ เซย่ี พูดคยุ กับมันก็ร้องเสียงดังอย่างเริงร่า สะบัด หางไปมาอย่างแรงด้วยความออดอ้อนออเซาะ ราวกับลูกสุนัขสายพันธุ์ปั๊กตัว หนึ่ง ชิงเซ่ียไหนเลยจะฟังเข้าใจว่ามันพูดว่าอะไร นางเอียงศีรษะคิดกับตนเองชั่วครู่ กอ่ นกลา่ ว “เชน่ น้ันขา้ ตั้งให้เจา้ กแ็ ลว้ กนั อมื ...เรียกเจา้ ด้าเป็นอยา่ งไร?” “พรวด” ฉ่หู ลีที่ก้าลังด่ืมน้าอยู่ด้านข้างพ่นน้าออกมาจากปากทันที เสียงกระอัก ไออย่างไม่ปิดบังดังขึ้นอย่างต่อเน่ือง ไหนเลยจะยังหลงเหลือมาดขององค์ จักรพรรดิอยู่ ชิงเซี่ยฉับพลันนั้นเองใบหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นแดงก่้า นางหัน กลบั ไปจ้องฉู่หลดี ว้ ยความโมโห เหน็ ชายหนมุ่ ที่อยู่ในชุดเกราะเหล็กเย็นยะเยียบ กา้ ลังรบี รอ้ นเช็ดคราบน้าออกจากมุมปากอย่างทุลักทุเล แล้วช้ีน้ิวไปท่ีเดรัจฉาน น้อยสีขาวหิมะด้วยไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไร พลางกล่าว “เจ้าคิดว่าเรียกมันว่า เจา้ ด้าเหมาะสมแล้วหรือ?” ชิงเซี่ยบิดศีรษะหันกลับไปมอง พบว่าไม่ค่อยเหมาะสมอยู่บ้างเล็กน้อยจริงๆ ทวา่ ยังคงยนื ยนั คา้ เดมิ ดว้ ยความปากแข็ง “แล้วจะอย่างไร? แต่ก่อนข้าเคยเลี้ยง สุนขั ต้ารวจสีเหลอื งไวต้ วั หนึ่ง ขา้ กเ็ รียกมนั วา่ เจ้าด้า!” “เจ้าเคยเลย้ี งสุนัขตัง้ แต่เมอื่ ไหรก่ นั ” ฉู่หลหี วั เราะเย้ยหยันเสยี งเบาครงั้ หนึ่ง ราว


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook