เติมเต็มด้วยความอบอุ่น พวกเขาหล่อรวมเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น อ่ิมเอม เตมิ เตม็ และแลกเปล่ยี นความอบอุ่นใหก้ นั และกัน เปลวเทียนในกระโจมหลังใหญ่เผาไหม้เต็มที่ ปล่อยลาแสงขมุกขมัวออกมา คู่ ชายหญงิ ทอ่ี ยู่ใตแ้ สงสะท้อนของโคมไฟ งดงามดังคขู่ องเทพบตุ รและเทพธิดา อากาศภายในช่างอบอุ่น เชื่องช้า เปลวเพลิงจากเทียบไขหล่ังน้าตาเทียนสีแสง ให้บรรยากาศอบอุ่นออ่ นโยน ชงิ เซ่ียปลดปลอ่ ยเสยี งครางตา่ อยา่ งสขุ สม ฉินจอื เหยียนขบเม้มต่งิ หูอวบของนาง ลมหายใจร้อนประพรมไปท่ีลาคอของนาง น้าเสียงแหบต่า แล้วยังสัมผัสอบอุ่น อ่อนโยนอันไร้ขีดจากัด เข้าไปใกล้ใบหูของนาง ก่แนเอ่ยปากเรียกชื่อนางเสียง ทุ้มต่า “อหี มา่ เออ๋ ร์...” “อีหม่าเอ๋อร์....อหี ม่าเออ๋ ร.์ ..” น้าเสียงชวนฝันเหล่าน้ัน เหมือนเสียงเทพเซียนบนสวรรค์ที่พร่าวนอยู่ในส่วนลึก ของอารมณ์และร่างกายของนางเช่นกัน เข้าไปสู่ส่วนลึกในร่างกายของร่าง ร่างกายของนางร้อนเปน็ อยา่ งมาก ท่ัวทั้งร่างเห่อร้อน แต่ลมหายใจของเขากลับ รอ้ นยง่ิ กว่า เขาพดู พรา่ ดว้ ยเสียงแผว่ เบา “อีหมา่ เออ๋ ร์ ให้ข้าได้ดแู ลเจ้าเถิด” “ดูแลเจ้าไปท้ังชีวิต ใครก็ไม่อาจรังแกเจ้าได้ ใครก็ไม่อาจพรากตัวเจ้าไปได้ อยู่ ขา้ งกายขา้ ไดห้ รือไม่?” นางกอดร่างของฉินจือเหยียนไว้แน่น บนเตียงนอนแสนอบอุ่น ก่อนฝังศีรษะลง
ไปกับลาคอของเขา ฉินจือเหยียนยกศีรษะของนางขน้ึ มาทันใด ก่อนค่อยๆ จูบซับน้าตาของนาง แล้ว ลูบค้ิวที่ขมวดแน่นของนางจนเรียบอย่างอ่อนโยนรักใคร่ จากน้ันก็ถอนหายใจ เสียงเบา กอดนางเอาไว้กับอกแนบแน่น เหมือนต้องการจะรวมเลือดเน้ือของ นางเข้าด้วยกัน “จือเหยยี น...” ชิงเซ่ียร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความยินดีเป็นท่ีสุด สมองกลายเป็นสีขาวโพลน จมร่างอยู่ในอกของเขาแน่น ทางข้างหน้าจะมีอะไร อนาคตจะเป็นแบบใด นาง ไม่อยากจะคิดถึงมันอีกแล้ว ขอให้นางได้จมดิ่งอยู่ในความอบอุ่นอ่อนโยนของ เขาเถิด ไม่ต้องตน่ื ขึน้ มาอกี ช่วั นิรันดร์ ใหน้ างได้หลับไปตลอดกาล
บทที่ 104-1 จักรพรรดิแห่งหนานฉู่ เสียงกลองบอกเวลาเพ่ิงตีบอกเวลาสี่คร้ัง* ชิงเซ่ียค่อยๆ รู้สึกตัวขึ้นมา ม่านตา ค่อยๆ ขยับจนเปิดออก แล้วก็เห็นใบหน้าน่ิงสงบที่อยู่ใกล้มาก ขนตาดาดกหนา ทอดแสงออกมาเป็นเงาเล็กๆ น่ิงๆ ในยามนี้สติของนางเหมือนได้หลุดลอยไป ทุกสิ่งท่ีเกิดขึ้นในยามค่าเหมือนความฝันฉากหน่ึง นางดึงผ้าห่มนวมที่คลุมร่าง ออก จึงเห็นรอ่ งรอยเป็นจุดๆ ทเ่ี กดิ ข้ึนในยามรัก แกม้ ของนางกลายเปน็ สแี ดงระเร่ือในทนั ใด เพยี งขยบั กายเล็กน้อย ร่างกายท่อน ล่างก็รู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมา ค้ิวของนางย่นลงเล็กน้อย ทาให้ปลุกชายหนุ่มข้าง กายตื่นข้นึ จากหลับใหล ฉินจือเหยียนค่อยๆ ลืมตาขึ้น สองตาแวววาวราวดวงดาวส่องประกาย เหมือนอัญมณี เส้นผมสีดาเข้มปกคลุมร่างกาย ย่ิงสะท้อนค้ิวตาคมเข้มของเขา ให้ดูองอาจหล่อเหลามากขึ้น แขนยาวยื่นออกมากอดรัดร่างของชิงเซ่ียไว้ในอก ก่อนเอ่ยด้วยน้าเสียงเจือความรู้สึกผิดในใจ “อีหม่าเอ๋อร์ ขอโทษด้วย ข้าไม่รู้ว่า เจ้ายังไมเ่ คย เจา้ ไมส่ บายหรอื เปลา่ ?” ชิงเซี่ยพิงร่างกับอกของเขา ก่อนหนุนศีรษะกับแขนของเขา แล้วส่ายหน้า เลก็ น้อย ไม่เพียงแต่เขา แตย่ งั เปน็ นางดว้ ยที่คดิ ไมถ่ ึง สาหรับฉหู่ ลีน้ันอาจจะเป็น เพราะปมในใจเม่ือคร้ังกลับมาสู่แคว้นจึงทาให้ไม่เข้าใกล้จวงชิงเซ่ีย ทว่านางเอง กย็ งั คิดไม่ถึงว่าแม้แต่ฉีอันก็ไม่ได้แตะต้องร่างกายของชิงเซ่ีย นางค่อยๆ หลับตา ลง น้าเสียงแผ่วเบาเหมือนสัตว์ตัวน้อยร้องถามว่า “ฉินจือเหยียน ท่านกาลัง หวาดกลัวอยูห่ รือไม่?”
พอสมั ผสั ได้ถงึ อาการแขง็ ทอ่ื ของลาแขนของฉินจือเหยียน ชิงเซ่ียก็หมุนกายเพื่อ เผชิญหน้ากับฉินจือเหยียน ก่อนเงยหน้าขึ้นจากอ้อมอกของเขา แล้วจ้องมอง ดวงตาของเขา สองตาเรียบนิ่ง พดู ด้วยเสียงแผ่ว “ท่านไม่ใช่คนเช่นนี้ ไม่ใช่คนท่ี รีบร้อนถึงเพยี งนี้ เปน็ เพราะได้ยนิ คาของเยี่ยนหุย ทีว่ า่ ฉูห่ ลีกาลังมาใช่หรอื ไม่?” สายตาของฉินจือเหยียนนิ่งสงบเสมือนเงาสะท้อนจากพ้ืนน้าในทะเลสาบท่ีไร้ซึ่ง คลนื่ ลมแมแ้ ตน่ ้อย ชงิ เซ่ยี จ้องมองเขาน่ิง ก่อนค่อยๆ ยื่นมือออกไป แล้วลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาของ เขา จากนนั้ กเ็ อ่ยพูดเสยี งเบา “ท่านกลัวว่าขา้ จะหนีไปกบั ฉหู่ ลี ใช่หรอื ไม่?” ฉินจือเหยียนมองเข้าไปในดวงตาของชิงเซี่ย ทั้งอบอุ่นและอ่อนโยน แล้วยังฉาย แววความน่าสงสารของเด็กน้อยอยู่ด้วย ในที่สุดเขาก็ยกมุมปาก แล้วพยักหน้า ก่อนพูดว่า “ใช่แล้ว ข้ากลัว กลัวว่าเขาจะมาแย่งเจ้าไป กลัวว่าจะเหมือนครั้งท่ี ทะเลทราย ทเี่ จ้าตามเขาไป ขา้ ไม่อาจขัดขวางเจ้าได้ ไม่อาจบังคับเจ้าได้ ไม่อาจ ใช้กาลังเพื่อให้เจ้าอยู่ เพราะฉะนั้นจึงอยากวางเบ้ียให้มากข้ึน เพ่ือทาให้เจ้ารัก และอาลัยในตัวข้ามากขึ้น เพ่ือมอบความทรงจาล้าค่าให้กับเจ้า อีหม่าเอ๋อร์ ข้า ไม่ควรใชแ้ ผนการอะไรกับเจ้า แต่ขา้ ก็ทาไปเสยี แลว้ ” ชิงเซี่ยจ้องมองเครื่องหน้าหล่อเหลาสูงส่งของฉินจือเหยียน ทันใดน้ันก็รู้สึกว่า ส่วนลึกในหวั ใจทีป่ วกเปยี กถูกสัมผสั แผ่วเบา ฉนิ จอื เหยยี น ผูส้ ูงส่งไม่ธรรมดาเช่นท่าน ก็ยังมีส่ิงที่หวาดกลัวด้วยหรือ? แม้นว่า ตวั ขา้ เองไดค้ ิดวิเคราะหถ์ งึ ต้นสายปลายเหตุเอาไว้ในใจเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว ทว่า หลังจากได้ยินท่านยอมรับสารภาพจากปากของตัวเอง ก็ทาให้นางรู้สึกเจ็บปวด คบั แนน่ ในอก นางยิม้ บางแล้วลูบใบหน้าของฉนิ จือเหยียน ลบู ค้ิวหล่อเหลา จมูก
โด่ง รมิ ฝปี ากบาง จากน้ันก็หัวเราะเบาๆ “โงเ่ สยี จริง” “อีหม่าเอ๋อร์” ฉินจือเหยียนโอบรอบไหล่ของชิงเซ่ีย ก่อนพูดด้วยเสียงต่าๆ “ตั้งแต่เล็กแล้ว ข้ามักบอกกับตัวเองว่าไม่สามารถทิ้งความอาลัยอาวรณ์ต่อผู้ใด ได้ หากความต้องการไม่ตรงกัน ผู้ที่จะต้องเจ็บปวดก็คือตัวข้าเอง ทว่าในคร้ังนี้ ข้าเพียงหวังว่าจะรั้งเจ้าไว้ได้ ไม่ว่าจะต้องวิธีใด ก็อยากจะลองพยายามดูสัก ครั้ง” ชิงเซ่ียมุดศีรษะลงในอกของฉินจือเหยียน ก่อนพูดด้วยน้าเสียงอู้อ้ีว่า “ฉินจือเห ยียน ท่านอยา่ ดีกับข้าถงึ เพยี งนี้เลย” “ไม่ได้ อีหม่าเอ๋อร์ ข้ายังดีไม่พอ” ฉินจือเหยียนย้ิมบาง ภายใต้รอยยิ้มแฝงไป ด้วยความขมขื่นที่ไม่อาจเปล่งออกมาเป็นคาพูด คิ้วตาของเขาเหมือนเทือกเขา สลบั ซับซ้อนชน้ั แล้วชั้นเล่าท่อี ยูห่ ่างไกล จนมองดูไม่ชัดเจน “ข้าเป็นคนเห็นแก่ตัว ร่างกายของข้าป่วยหนัก ล้วนเป็นผู้ไม่มีอนาคตอยู่แล้ว เม่ือคร้ังท่ีอยู่นอกสุสานจักรพรรดิ ข้ายังสามารถใช้เหตุผลน้ีเพ่ือหลีกทางให้เจ้า ได้ ทว่าในตอนนี้ ข้ากลับเห็นแก่ตัวอยากจะร้ังเจ้าเอาไว้ อีหม่าเอ๋อร์ ให้ข้าได้ใช้ เดือนปีที่ข้ายังมีชีวิตอยู่น้ีดูแลเจ้าให้ดีเถิด จนถึงวันที่ข้าไม่อาจมองเห็นเจ้าได้อีก ต่อไป ไดห้ รือไม่?” “ไรส้ าระ!” ค้วิ ของชิงเซี่ยขมวดแน่นข้ึนมาทันที นางกัดริมฝีปากล่าง ก่อนย่ืนลา แขนเรียวผอมออกไปกอดเอวฉินจือเหยียนแน่น “ท่านต้องไม่เป็นอะไร ข้าไม่ อนญุ าตให้ท่านเป็นอะไรแน่” “อืม” เสียงหัวเราะของฉินจือเหยียนดังขึ้นจากในอก ศีรษะเล็กๆ ของชิงเซี่ยพิง
แนบลงไปกบั ร่างของฉินจือเหยยี น กอดเอาไว้แนบแน่น นางจะไม่ยอมให้คนข้างกายหนีหายไปไหนอีกแล้ว ไม่ยอมเป็นอันขาด ฉินจือเห ยยี น ท่านชา่ งเหมอื นเทพเซียนอวตารทอ่ี ย่ใู นรูปวาด ข้ามองไม่ชัด มองไม่แจ้งใจ ข้าไมร่ อู้ ะไรในตวั ท่านเลยแมแ้ ตอ่ ย่างเดียว แม้แต่ฉู่หลีข้ายังเข้าใจเขาได้มากกว่า เสยี ดว้ ยซา้ ทว่าเพราะเหตุใดข้าจึงเลือกท่ีจะเชื่อใจท่าน ข้ายอมที่จะเช่ือทุกคาที่ ท่านพูด ยอมที่จะเช่ือในทุกอย่างที่ท่านทา ไม่อยากที่จะคิดหรือคาดเดาอะไร เกี่ยวกบั สาเหตุของเรอ่ื งทั้งหมดท่เี กดิ ข้นึ ฉนิ จือเหยยี น ข้าที่ไม่สนใจผลลัพธ์ท่ีจะ ตามมาเช่นน้ี ไม่อยากรับรู้ว่าจะต้องเป็นเช่นไรในท้ายท่ีสุด ข้าเพียงแต่รู้ว่า จงั หวะชีวิตทีย่ ากลาบากมานานปี ค่อยๆ ก้าวเดินอย่างระมดั ระวังในส่ิงแวดล้อม ที่ไมส่ งบในสถานท่แี ปลกถิ่นเช่นนี้ ในท่ีสดุ ขา้ กเ็ หน่ือยเสียแลว้ ในโลกมนุษย์ท่ียุ่งเหยิงไร้ระเบียบนี้ มีเพียงท่านเท่านั้นที่เคยโอบกอดและให้ ความอบอุ่นแก่ข้า ให้ข้าได้เชื่อมั่นในตัวท่านโดยไม่ต้องคานึงถึงเรื่องสติปัญญา อะไรสักครัง้ เถดิ นบั แตน่ ีต้ อ่ ไป จะไม่กลัวความมืด ไม่กลัวกลิ่นคาวเลือด ไม่กลัว สงคราม ใจมนษุ ย์ แผนร้าย หรอื แผนการใดๆ อกี แลว้ เพยี งแคม่ ที ่านอยู่ข้างกาย ข้ากไ็ มก่ ลวั อะไรอกี ต่อไปแล้ว “ฉนิ จอื เหยยี น ขา้ จะอยู่เปน็ เพือ่ นทา่ นเอง” เสยี งลมหายใจทุ้มต่าดังขึ้นที่บริเวณ ต่ิงหู สายตาของหญิงสาวเหมือนแม่น้าอันอ่อนโยน นางค่อยๆ จูบที่รมิ ฝปี ากของ ฉินจอื เหยยี นแผว่ เบา กอ่ นยิ้มแลว้ พดู วา่ “ข้าจะอยู่กบั ท่านเอง” ดวงตะวันยังไม่โผล่จากขอบฟ้า ท้องฟ้าและแผ่นดินยังจมอยู่ในความมืดมิด ชิงเซี่ยพิงกายลงในอกของฉินจือเหยียน ทว่ากลับรู้สึกถึงความอบอุ่นของแสง ตะวนั ที่อาบไลล้ งมา ในวันตอ่ มา ชงิ เซี่ยไปรับยาจากหอ้ งของผอู้ าวโุ สชางซวี เม่ือ ตอนที่ย่ืนมือออกไปจะเปิดผ้าม่าน ก็ได้ยินเสียงดังขึ้น หญิงสาวในเสื้อคลุมขน
สัตว์สีเทาตัวยาวผู้หนึ่งเดินออกมา เกือบจะชนชิงเซ่ีย เมื่อเห็นชิงเซี่ยน่ิงงันไป เล็กน้อย จึงขมวดคิ้ว แล้วพูดเสียงดุๆ ว่า “เจ้าเป็นใคร? เหตุใดกองทัพเหยียนจื้ อจึงมผี ู้หญิงดว้ ย?” ความเป็นศัตรูฉายชัดเข้ามาทันที ชิงเซ่ียยกค้ิวขึ้น รอยยิ้มท่ีอยู่บนใบหน้าต้ังแต่ แรกค่อยๆ หายไป น้าเสียงเรียบน่ิงพูดขึ้น “แล้วเจ้าไม่ใช่ผู้หญิงหรืออย่างไร? ถอยไป!” หญิงสาวในชุดสีเทามีใบหน้าขาวราวหิมะ เบ้าตาโตลึก เค้าหน้าคมคาย ดูแล้ว คล้ายไมใ่ ชค่ นฮนั่ เหมือนเป็นหญิงสาวจากเผ่าหู ได้ยินคาพูดของชิงเซี่ยแล้วก็ยัง ไม่ขยบั ไปไหน ยงั คงยืนอยู่ท่ีเดิม มองนางด้วยสายตาเย็นชา สายตาเต็มเปี่ยมไป ดว้ ยเจตนาแหง่ ศัตรู ในใจของชิงเซ่ียหัวเราะเสียงเย็น จากน้ันก็ยื่นมือออกไปเพื่อผลักไหล่ของหญิง สาวออก หญงิ สาวชุดเทาย่นจมกู ใส่ นางเอียงกายหลบ ตัง้ มือเป็นรูปกงเล็บ แล้ว ควา้ ไปทางข้อมอื ของชงิ เซย่ี เสียงคว้าจับแฝงไว้ด้วยเสียงลมพัดหวือ เพียงมองก็รู้แล้วว่าใส่พละกาลังไปมาก ทีเดียว หากจับคว้าจับได้แล้วล่ะก็ มือข้างน้ีของชิงเซ่ียต้องบาดเจ็บจนถึงขั้น กระดูกหักแน่นอน เมื่อเห็นนางลงมืออย่างมาดร้ายเช่นนี้ ในใจของชิงเซี่ยก็นึก โกรธเคืองข้ึนมา สายตาส่อประกายขึงขัง มือท้ังคู่คว้าจับข้อมือของฝ่ังตรงข้าม แหลมคมราวกรรไกร จับมือนางไพล่หลัง หญิงสาวไม่ทันคิดว่าจะต้องอยู่ในอาณัติของอีกคน จึงน่ิงงันไปช่ัวขณะ ก่อนได้ ยินเสียงหัวเราะเย็นเหยียบของชิงเซ่ีย แล้วนางก็เอียงกายแล้วทุ่มกาลังเพื่อให้ ตัวเองหลุดพ้นจากการจับกุม นางแกว่งแขนเป็นรูปคร่ึงวงกลม ใช้แรงต้านแรง
เพื่อสลัดกายให้หลดุ จากเง้ือมมือของฝ่ังตรงขา้ ม รา่ งของหญงิ สาวในชุดเทาหมุนคว้าง แตก่ ็ยงั ทรงตัวอยู่ไมไ่ ดล้ ้มลงไปกองอยู่ท่ีพ้ืน เม่ือหันกลับไปมองชิงเซ่ีย สายตาดูถูกเหยียดหยามท่ีเคยได้รับเมื่อสักครู่ ก็แปร เปลี่ยนไปเปน็ ต่นื ตัวและหวาดกลวั ข้นึ มา ชิงเซี่ยเหยียดมุมปากปรายตามองไปที่นาง ก่อนหมุนกายแล้วเข้าไปในกระโจม ของผู้อาวุโสชางซวี ทิ้งให้นางยืนเดยี วดายอย่ทู า่ มกลางลมหนาวนอกกระโจม
บทท่ี 104-2 จักรพรรดิแห่งหนานฉู่ ผเู้ ฒา่ ชางซวีหวั เราะแล้วส่งกล่องยาเม็ดให้ชิงเซ่ีย พูดว่า “นี่เป็นยาเม็ดหิมะหอม ท่ีทามาจากดอกบัวแฝด เป็นสูตรยาที่ผู้เฒ่าได้มาจากลูกศิษย์ท่ีเดินทางไปท่ัวไต้ หล้าแห่งสานักชางชิว ทาให้อาการป่วยขององค์ชายดีข้ึน ดอกบัวแฝดเป็นของ ลา้ คา่ หายาก แต่ไหนแต่ไรมา มักขาดแคลนไม่พอใช้ ได้มาในครั้งนี้ก็ถือว่าดีมาก แล้ว” กล่ิมหอมบางของยาพุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า ชิงเซี่ยรับกล่องมา ก่อนขมวดค้ิว แล้วพูดว่า “ท่านผอู้ าวโุ ส องค์ชายปว่ ยเปน็ อะไร บอกขา้ ได้หรือไม่?” “อาการป่วยชนิดนีน้ ้ัน ผเู้ ฒา่ ก็ไม่อาจบอกได้อย่างแน่ชัด” ผู้เฒ่าชางซวีส่ายหน้า ก่อนถูฝ่ามือไปมาอย่างเคยชิน แล้วพูดว่า “ยามนั้นเจ้าบ้านตระกูลซีหลินซี หลินอวี่และพ่อหมอแห่งหนานเจียงต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าอาการทั้งหมด เกิดจากพิษของแมลงพิษหนานเจียง ทว่าหลังจากพักฟื้นมาเป็นเวลานานหลาย ปี แม้ว่าจะเป็นแมลงพิษที่มีพิษร้ายแรงมากท่ีสุด ก็ควรท่ีจะถูกกาจัดไปจน หมดแล้ว ในความเห็นของข้า อาจจะเป็นมนตร์ขาวท่ีใช้เพ่ือประโยชน์ของชน เผา่ ไปท๋ อ่ี ยู่ลึกเข้าไปในยอดเขาแห่งแดนเหนือ” “มนตร์ขาวหรือ?” ชิงเซี่ยขมวดคิ้วเล็กน้อย มนตร์ขาวคืออะไรกัน เท่าท่ีนาง ทราบ แม้แต่การใช้แมลงพิษชั้นแนวหน้าของหนานเจียง ก็ยังเป็นการใช้เชื้อ แบคทีเรียอย่างชาญฉลาด ไม่ได้ใช้พลังเหนือธรรมชาติอะไร แม้ว่าจะต้องพิษ แปลกประหลาดเพียงใด ก็ต้องมีวิธีแก้ไข ขอเพียงแค่ทาตามวิธีการรักษาที่ ถูกต้อง และใช้วิวัฒนาการความรู้ในยุคปัจจุบัน อย่างไรก็รักษาได้ ทว่าเม่ือก้าว เท้าเข้าไปสู่เขตของพลังเหนือธรรมชาติแล้ว เรื่องราวก็จะเปลี่ยนไปเป็นยุ่งยาก
มากข้ึน ชิงเซ่ียนั้นแม้ว่าจะเป็นพวกอเทวนิยม ทว่าในชีวิตของนางได้เรียนรู้ชีวิต มาหลายๆ แบบ จึงได้รู้ว่าเร่ืองบางเรื่องนั้นไม่อาจใช้เพียงทฤษฎีทาง วทิ ยาศาสตรใ์ นการตดั สินได้ นางจึงถามเสียงขึงขังว่า “มนตรข์ าวคอื ส่ิงใดกัน?” “เล่ากันว่าภายในภูเขาหิมะแห่งแดนเหนือ มียอดเขาที่อยู่ในส่วนลึกแห่งหน่ึง มี ชนเผ่าที่มีคนผิวขาวตาฟ้าอยู่กลุ่มหนึ่ง เก่งในเร่ืองใช้เวทมนตร์ คล้ายกับพวก หนานเจียง ทว่าไม่ได้ใช้หนอนกู่แมลงพิษท่ีมีพิษร้ายเป็นอาวุธหลัก แต่ถนัดใช้ พิษเย็น เป็นพิษร้ายแรง เม่ือถูกพิษแล้วจาต้องตาย แม้ว่าจะมีผู้โชคดีมีชีวิตรอด มาไดแ้ ล้ว กจ็ ะต้องทรมานไปท้ังชีวิตเพราะพิษเย็น ทาให้เกลียดกลัวความหนาว เยน็ และมีชวี ิตแสนสนั้ ” ชิงเซี่ยขมวดค้วิ กอ่ นพดู ด้วยน้าเสียงเรียบนง่ิ “ไม่มีรายละเอียดมากกว่านีห้ รอื ?” ผู้เฒ่าชางซวีตอบว่า “ไม่มีแล้ว ชนเผ่าไป๋เป็นเผ่าลึกลับ น้อยมากที่จะก้าวเท้า เข้ามาในจงหยวน เรอ่ื งทข่ี ้ารูล้ ้วนแลว้ แตเ่ ป็นเร่อื งที่ลกู ศิษยข์ องภูเขาซางชิวบอก แกข่ ้าท้ังน้ัน” “ถ้าอยา่ งน้นั แลว้ ท่านผู้อาวโุ สมหี นทางแกไ้ ขหรอื ไม่?” ผู้อาวุโสชางซวีหัวเราะขมข่ืนพลางพูดว่า “ข้าเป็นเพียงหมอ ไม่ใช่แพทย์ ประจาตัวองค์ชาย ก่อนที่องค์ชายจะเดินทางมาท่ีราบไป๋ลู่ด้วยตัวเองอย่างใน คร้ังน้ี มีหมอในจวนอ๋องห้านายให้การวินิจฉัยพระอาการขององค์ชาย ล้วนแต่ รับรองว่าพระอาการจะไม่กาเริบภายในหนึ่งเดือน มิฉะนั้นลาพังความสามารถ ของข้า จะสามารถวินิจฉัยอาการขององค์ชายได้หรือ? ในความเห็นของข้า แมว้ ่าฝีมือทางการแพทย์ของพ่อหมอแห่งหนานเจียงจะสูงส่ง ทว่าในเรื่องมนตร์ ขาวนี้ก็คงทาอะไรไม่ได้ หากต้องการรักษาอาการให้หายขาด จะต้องตามหาผู้
สืบทอดวิชาแห่งซางชิว หากว่าตามหาหัวหน้าคนปัจจุบันของเขาชางชิวจนพบ ก็ยงั พอมีความหวังทจ่ี ะรอดชีวติ ได้” ชิงเซยี่ พยักหน้า ก่อนเอ่ยพูดคาขอบคุณ ทันใดน้ันก็หันไปเห็นกล่องไม้สีดาที่วาง อยู่ตรงขาโต๊ะ ขนาดพอดีกับกล่องดอกบัวแฝดที่เขาย่ืนให้นางในตอนแรก นาง เปิดออกด้วยความสงสัย ก็พบเห็นดอกบัวแฝดสีขาวสะอาดวางไว้เรียบร้อยแล้ว ดูแล้วเหมือนกับแก้วใสท่ีส่องประกายเกร็ดหิมะ และใหญ่กว่าดอกท่ีนางหามา ไดม้ ากนกั “ทา่ นผอู้ าวุโส ดอกบัวแฝดดอกนี้มาจากทใ่ี ดกนั ?” “แม่นางมู่เหลียนนามาให้ นางไปแดนเหนือหลายเดือน เพื่อไปหาสมุนไพรให้ องคช์ าย” ชิงเซ่ียเลกิ คิ้วขน้ึ พดู ดว้ ยนา้ เสยี งขึงขงั “แมน่ างมเู่ หลยี น?” “ใชแ่ ล้ว นางเพง่ิ ออกไปเมอ่ื ครู่น้ี ทา่ นไมไ่ ดพ้ บนางหรอื ?” “อ้อ” ชิงเซ่ยี พยกั หน้า กอ่ นบอกลาผู้เฒา่ ชางซวี แลว้ เดนิ ออกมา เมื่อเห็นทหารของกองทัพเหยียนจื้อกาลังเก็บสัมภาระ เตรียมท่ีจะเก็บกระโจม ชิงเซ่ียก็เข้าไปในกระโจมของตัวเอง ยามท่ีเปิดม่านออกก็เห็นหล่ีเส่ียนกาลังเก็บ ของให้ตวั นางอยู่ จึงยม้ิ แล้วเดินเขา้ ไปทกั ทาย “หลเ่ี สย่ี น เจา้ รู้จักหญิงท่ชี ่อื มเู่ หลียนหรอื ไม่?” หล่ีเส่ียนน่งิ ตะลึง ก่อนพูดวา่ “ทาไมพ่ชี งิ ถงึ ถามถงึ นางเล่า?”
ชงิ เซ่ียพูดว่า “เจา้ ร้จู กั นางหรอื ?” “ใครบ้างจะไม่รู้จักนาง” หล่ีเส่ียนน่ังลงบนพรมสักราด แล้วค่อยตอบคาถาม “นางเป็นผู้แปรพักตร์แห่งเผ่าซงหนูท่ีมีชื่อเสียง แต่เดิมเป็นบุตรสาวของผู้นา เผ่ามู่เหลียน หลังจากหัวหน้าเผ่าตายแล้ว นางก็ถูกน้องชายตัวเองส่งมาเป็น สายลับท่ีแคว้นฉินของพวกเรา นางเป็นหญิงขับร้องแห่งหออิงเกอเปี๋ย เพ่ือล้วง ข้อมูลลับสาคัญจากขุนนางใหญ่มีอานาจมากมาย จนทาให้เมืองชายแดนหลาย แห่งถูกโจมตี ชาวเมืองในชายแดนล้วนบ้านแตกสาแหรกขาด บาดเจ็บล้มตาย ในตอนหลังนางก็ถูกจับได้ เพ่ือที่จะให้มีชีวิตรอด นางจึงขอพ่ึงพาองค์ชายรอง เพ่ือหลอกล่อให้กองทัพใหญ่แห่งซงหนูตกสู่กับดักของคนฉิน เผ่าเป่ยซงหนู เสียหายหนักในสงครามครั้งน้ี แม้ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่อาจฟ้ืนจากความ เสียหายได้ เพราะนางเป็นต้นเหตุ เผ่าเป่ยซงหนูจึงขับไล่เผ่ามู่เหลียนออกจาก กลุ่มเผ่าซงหนู เผ่ามู่เหลียนไม่มีทางเลือก จึงหลบซ่อนตัวอยู่ในแดนเหนือ สร้าง เมืองของตัวเอง” ชิงเซ่ยี ยน่ ควิ้ เลก็ นอ้ ย ไม่คิดวา่ หญงิ สาวผู้นีจ้ ะเป็นผูแ้ ปรพกั ตร์อันซับซ้อนถึงเพียง น้ี เอ่ยถามเสียงน่ิง “ถ้าอย่างนั้นเพราะเหตุใดนางถึงมาอยู่ในกองทัพเหยียนจ้ือ ได้” หลี่เสี่ยนพูดว่า “แม้นางจะทาเพื่อความมั่นคงของต้าฉิน ทว่านางเคยขายชีวิต ของประชาชนที่ชายแดน จึงถูกคนฉินกีดกันออกไป หลังจากเสร็จภารกิจของ องค์ชายรองแล้ว จึงส่งตัวนางไปในค่ายทหาร เพื่อเป็นโสเภณีแห่งค่ายทหารท่ี ค่ายของชายแดนเหนือ หลังจากนัน้ ไม่ทราบว่าองค์ชายสามทรงทราบได้อย่างไร จึงโยกย้ายนางมาจากค่ายชายแดนเหนือมาสู่กองทัพเหยียนจ้ือ ข้าได้ยินมาว่า ทะเบียนทหารของนางไม่ได้อยู่ในกองทัพนานแล้ว แต่นางยังคงพึ่งพาอยู่กับ
กองทัพเหยียนจ้ือไม่ไปไหน แล้วก็ใช่ คนทรยศกลับไปกลับมาเช่นนาง ใต้หล้า กวา้ งใหญ่ถึงเพยี งนี้ กลบั ไม่มีทใี่ หน้ างพักกายได้” ชิงเซี่ยพยักหน้าแล้วยืนข้ึน ก่อนรีบเก็บข้าวของ เพียงไม่นานก็ถึงเวลาท่ีจะต้อง เก็บกระโจมเสียแล้ว ทันใดน้ันก็คิดถึงเรื่องหนึ่งข้ึนมาได้ จึงหันกายไปถามว่า “หลี่เส่ียน เจ้าเคยได้ยินบทกลอนท่ีว่า ‘ปีนข้ึนไปสู่ยอดเขา เพื่อเหม่อมองเหล่า เขานอ้ ยใหญใ่ ตฝ้ ่าเทา้ ’ จากที่ใดหรือไม่?” หล่ีเส่ียนยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ชิง ท่านเห็นว่าข้าเป็นน่าเค่อตัวหรืออย่างไร? น่ีเป็น วรรคทองพันปีของปราชญ์แหง่ กวตี ฝู้ ู่** ทาไมขา้ จะไมร่ ู้จักเลา่ ?” “ตู้ฝู่?” ชิงเซี่ยเลิกคิ้วดูเหมือนว่าประวัติศาสตร์ถูกเปล่ียนทิศทางไปเสียแล้ว ตู้ฝู่ ได้ถือกาเนิดข้ึนมาก่อนเวลาหรือ? เรื่องราวท้ังหมดล้วนพัวพันกันยุ่งเหยิงขึ้น เรื่อยๆ เหตุการณ์ทั้งหมดค่อยๆ ผูกพันกันเป็นเส้นยาว ทว่ากลับขาดกุญแจ สาคัญไปบางส่วน ชิงเซ่ียค่อยๆ คิดคานึงอยู่ผู้เดียวเงียบๆ แล้วจึงขมวดค้ิวข้ึน ดวงอาทิตย์ส่องประกายไปบนพื้นทาให้เกิดความอบอุ่นมากข้ึน จนย้อมพ้ืนดิน ให้กลายเป็นสีทองสว่างไปทั่ว เสียงแตรทหารดังข้ึน แล้วตามมาด้วยเสียงฝีเท้า ม้าดังสะเทือนเลือนล่ัน เสียงย่ากีบเท้าของม้าตัวใหญ่ดังไปทั่ว จนทาให้เกิดเป็น คลนื่ หิมะสขี าวเป็นชั้นๆ กองทพั ทหารหน่ึงแสนหา้ หมนื่ นายของกองทัพเหยียนจื้ อล้วนพากันขน้ึ น่ังบนมา้ ศกึ อยา่ งพรอ้ มเพรยี ง ท่าทีขึงขัง ทรงอานาจน่าสะพรึง ภายในกลุ่มทหารท่ที รงอานาจเชน่ นี้ ฉนิ จือเหยยี นสวมเกราะสเี งนิ ด้านหลังคลุม ด้วยผ้าคลุมสีน้าเงินหม่น ค้ิวตาอ่อนโยนอบอุ่น ทว่าก็ยังเผยให้เห็นท่าทีสง่าผ่า เผยของราชวงศ์ ชิงเซ่ียนั่งอยู่บนม้าศึกสีดาอยู่ข้างกายเขา คิ้วตาเย็นชาเหมือน เกร็ดหิมะ ผิวขาวดังหิมะ ริมฝีปากแดงงดงาม เมื่ออยู่ข้างกายของฉินจือเหยียน ย่งิ ทาใหด้ เู หมอื นเปน็ เทพเซียนท่มี คี วามงดงามเกิดมนุษย์ธรรมดา
เมฆเคล่ือนตา่ ย่าสนธยา เหลา่ หิมะเริงระบาในวายุ ที่ราบไป๋ลู่ราบเรียบกว้างใหญ่ เป็นพื้นที่หิมะนับพันล้ี เม่ือเหม่อมองไป จะ มองเหน็ พ้นื ที่ราบเรียบผืนนที้ กุ ท่ีลว้ นเปน็ หิมะขาวสะอาด ลมเหนือโบกโชยหมุน วน บนท้องฟ้าเหล่าเมฆลอยทับถมกันเป็นช้ัน ลมหนาวเย็นเหยียบโบกไปบน หน้าดิน กวาดเอาหมิ ะขาวเหมือนขนเป็ดโบกพลิ้วไปตามพ้ืนกว้างใหญ่ และปลิว ว่อนเตม็ ฟ้า เปน็ ทศั นียภาพอันยิ่งใหญแ่ ห่งแคว้นแดนเหนือ ชิงเซ่ียน่ังอยู่บนม้าศึก สวมเสื้อขนสัตว์สีขาว ดวงตาราวดารายามเช้า ใบหน้า งดงามสะอาด ศีรษะอยู่ภายใต้ร่มฉัตรผ้าไหมคันใหญ่ ฉินจือเหยียนมีใบหน้าน่ิง ขึง มุมปากย้ิมบางอ่อนโยน เสมือนรับรู้เร่ืองทุกอย่างในใต้หล้านี้ สองตาหรี่ลง อย่างนิง่ เงยี บ มองแผน่ ดินกวา้ งใหญ่ท่อี ยูต่ รงหน้า ทันใดนั้น ก็ได้ยินเสียงอึกทึกดังข้ึน ครอบคลุมไปทั่วทุกท่ี เหมือนด่ังฟ้าร้อง ส่นั สะเทือน คล่นื หมิ ะใหญโ่ ตตลบอบอวน หมุนวนมาจากทางเสน้ ขอบฟ้า ชงิ เซี่ยร้สู กึ กดดันในใจ สีหน้าเปลี่ยนเล็กน้อย ยามน้ี มือขาวสะอาดเอ้ือมออกไป จับมือของชิงเซีย่ ทีอ่ ยู่ภายใตแ้ ขนเส้อื คลมุ กวา้ งขวาง ชิงเซ่ียหันหน้ากลับไปมอง เห็นดวงตาน่ิงสงบของฉินจือเหยียน ให้บรรยากาศ ผอ่ นคลายราวเทพเซียนกระจายไปทัว่ “องคช์ ายสาม! ราชรถของจกั รพรรดหิ นานฉู่มาถงึ แล้วพ่ะยะ่ คะ่ !” เสียงของผู้สอดแนมดังขึ้นมาจากที่ไกลๆ ชิงเซี่ยและฉินจือเหยียนเมื่อได้ยินแล้ว จงึ เงยหน้าข้นึ มองพร้อมกัน จึงเห็นคล่ืนหิมะหมุนวนบ้าคล่ัง แสงสว่างสีทอง ห้อ ตะบึงมาจากช่องว่างระหว่างฟ้าและดินค่อยๆ เข้ามาใกล้ แผ่ขยายพลังอานาจ
ออกมา เหมือนแสงสว่างหม่ืนล้ี ดังแสงตะวันแรกของวัน เกิดเป็นแสงสะท้อน แยงตา เสียงฝีเทา้ มา้ ดังเหมือนฟ้าถลม่ แผนดินสะเทอื น ดังจะทาใหผ้ ้คู นตกอกตกใจ เสียงกลองดงั สะเทือนแผ่นดิน เสียงกลองท่ีปลุกระดมจิตใจคนเช่นน้ันเหมือนดัง ออกมาจากใจของกล่มุ ผู้ฟงั เลือดเน้ือและกระดูกเหมือนกาลังเต้นไปตามจังหวะ กลอง ชงิ เซี่ยเงยหน้าข้นึ สูง มองไปทีแ่ ผ่นดินปกคลุมหิมะ เงาของรา่ งสงู ใหญ่แขง็ แรงน่ัง อยูบ่ นราชรถท่กี าลงั ห้อตะบงึ เข้ามาใกล้ * เสยี งกลองบอกเวลาส่ีคร้ัง คือเวลาประมาณช่วงตี1-ตี3 ** ตฝู้ ู่ กวีดังของจีนในยคุ ราชวงศถ์ งั มชี วี ติ อยู่ในชว่ งปีค.ศ. 712 - 770
บทที่ 105-1 คนงามผู้ป่วนป่ันใต้หล้า แผ่นดินกว้างขวางเหมือนทะเลน้าแข็ง กว้างใหญ่ไม่มีเขตแดน ใช้สายตามองไม่ เห็นขอบเขต ดวงตะวนั ทีเ่ ผาไหม้โผล่ขึนมาจากผืนดินราวลูกไฟ ดวงกลมใหญ่ เผาไหม้ลุกโชน แสงสีทองกลืนกินผืนฟ้าแผ่นดิน ในพืนที่ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะกว้างใหญ่ สาด สอ่ งด้วยแสงสที องสวา่ งไสว ลมหอบใหญ่พัดหมู่เมฆลอยละล่อง ลมพายุรุนแรงพัดโหมสู่แผ่นดิน จนท้าให้ คลื่นหิมะหมุนวนเป็นหลายพันหลายหม่ืนลี เต้นระบ้าอย่างงดงามอยู่กลาง อากาศ เหมือนเป็นบทเพลงสุดท้ายของเทพธิดา ท่ามกลางความขาวสะอาดที่ ย่ิงใหญ่ มีเสียงค้ารามต่้าจากที่ไกลๆ ดังเข้ามา เหมือนเสียงร้องสุดท้ายของสัตว์ ร้ายยุคโบราณ ตามมาด้วยความรู้สึกกดดันจนหายใจไม่ออกและความ ส่ันสะเทือนในจิตใจ เสียงกลองระทึกดังเข้าไปถึงเส้นเลือด เต้นเป็นจังหวะ เดยี วกับชพี จร คอ่ ยๆ ไตจ่ ากฝา่ เทา้ ไปถึงกระดูกสันหลัง จนเกิดความสั่นสะท้าน จากภายในสู่ภายนอก คล่ืนหิมะใหญ่โตค่อยๆ ห้อตะบึงเป็นผื่นแผ่นเป็นทิวแถว หมนุ เปน็ เกรยี ว สขี าวสว่างและไร้ขอบเขต แสงอาทิตย์สาดส่องลงมา เงาร่างอหังการร่างหน่ึง ท่าทีขึงขังราวเทพสงคราม สวมใสช่ ดุ เกราะและผ้าคลุมไหล่ ย่้าลงไปท่ามกลางคล่ืนหิมะท่ีดูหนาราวชันของ เมฆ มือถือหอกยาวกระหายเลือดท่ีส่องประกาย ด้านหลังคือแสงอาทิตย์ที่ส่อง แสงสว่างแยงตา ดวงตะวันสีแดงดวงใหญ่ค่อยๆ ขึนสูงขึนทางด้านหลังของเขา เหมอื นภาพรา่ งโบราณท่ีสวยงามจบั ตา
ฝีเท้าม้าเคล่ือนที่ แผดเสียงค้ารามล่ัน ทั่วทังแผ่นดินเหมือนเช่นก้าลังโห่ร้องเป็น ท้านองเพลงเพ่ือบุตรแห่งฟ้าผู้ที่ก้าเนิดจากเลือดและไฟแห่งแดนสวรรค์ขึน พร้อมๆ กัน ผู้ที่อ่อนเยาว์ที่สุดในหมู่จักรพรรดิหนานฉู่ในรอบสามร้อยปี จักรพรรดิฉู่หลีผู้ แข็งแกร่งดุดันแห่งราชวงศ์ฉู่อันเกรียงไกร ภายใต้แสงตะวันสีดังเลือด เขาค่อย กา้ วทีละก้าวเข้าไปในทีร่ าบไป๋ลอู่ นั กว้างใหญแ่ ละรอ้ นระอแุ หง่ น!ี ชงิ เซีย่ ในยามนนั รูส้ ึกแสบนัยนต์ าอยา่ งรุนแรง นางขบเมม้ มุมปากแน่น ก่อนเชิด หน้าขึนเล็กน้อย สายตาแหลมคมลุ่มลึก ยามจ้องมองฉู่หลีแผ่นหลังยิ่งตังตรง ตระหงา่ นมากขนึ เขาเป็นชายเช่นนีมาแต่ไหนแต่ไร เป็นหน่ึงในใต้หล้า แสดงพลังอ้านาจไปท่ัวทิศ เพียงส่งสายตาขึงขังแค่ครังเดียวก็ท้าให้แผ่นดินสั่นสะเทือนป่ันป่วน ยืนอยู่บน จุดสูงสุด เมอื่ มองลงมาท่กี ล่มุ ฝูงชนใต้หลา้ นี ทว่ั ทงั ใตห้ ล้าก็พร้อมที่จะสยบอยู่ใต้ ฝ่าเท้าของเขา ท่ัวทังแผ่นดินพร้อมที่จะแซ่ส้องสาธุการเขาแล้ว เขาเป็นดัง แสงอาทิตย์ท่ีส่องสว่าง ท่ีปล่อยรัศมีเป็นไยบางๆ ไม่ว่าจะควบม้าไปทางมุมใด ของแผ่นดินนี กใ็ ชท้ า่ ทแี ขง็ แกรง่ ควบคมุ ทุกความสงสัยและความเป็นปฏิปักษ์ น่ี เป็นดวงชะตาของเขา เหมือนดังเช่นดาวท้าลายล้างกองทัพในหมู่ดารา ก้าเนิด ใหมจ่ ากความพนิ าศ ส่องแสงไปทวั่ เปน็ หนง่ึ ในหลา้ น่จี ึงจะเปน็ เขา นี่จึงจะเป็นหนทางท่เี ขาควรจะเดนิ มิใช่กษัตริย์ผู้ที่ต้องการพ่ึงพาใครสักคนในห้องเรือนเล็กจ้อยริมทะเลสาบ ไม่ใช่ ชายที่ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยเหงาหงอยอยู่นอกก้าแพงเมือง มิใช่หุ่น เชิดที่ยอมฝืนเพ่ือหน้าที่อยู่ข้างกายจู๋หลันฮูหยิน มิใช่คนป่วยจากพิษหลายอย่าง
แล่นสู่หัวใจในทะเลทราย และย่ิงไมใช่ผู้ท่ีสวมชุดมังกรหรูหราแต่กลับทิงขว้าง หนา้ กากเพือ่ วิงวอนนางใหห้ ลงเหลือความรักใคร่อยา่ งน่าสงสาร! ฉหู่ ลีเอยฉู่หลี แผน่ ดนิ นแี บกรับเจา้ ไว้ ทา่ นเองกแ็ บกรบั ทงั แผ่นดนิ ไว้เช่นกัน ทว่า ส้าหรบั ข้า ทา่ นกลับยังคงรักษาความอ่อนโยนท่ีเห็นได้ยากเอาไว้ นับแต่แรกเจ้า ไม่เคยท้าร้ายข้าโดยตังใจเลย ทว่าในวันนี ข้ากลับยืนอยู่ตรงนี ยืนอยู่ข้าง ฉินจือเหยียน ยืนอยู่ตรงหน้ากองทัพอันแข็งแกร่งของทังส่ีแคว้น เมื่อเห็นท่านท่ี ห้อตะบึงมาไกลถึงหม่ืนลีเพื่อช่วยเหลือข้า เหมือนดังถูกมีดเชือนเข้าไปในเนือ อย่างชา้ ๆ เหมือนนกมพี ษิ ท่ีมหี นา้ ท่กี ลนื กินความอบอ่นุ ของท่านเป็นครงั สดุ ทา้ ย เมอ่ื พดู ไปแล้ว ข้าก็ยังคงเป็นคนไร้จิตใจเช่นเคย โปรดให้อภัยที่ข้าไม่อาจยืนข้าง ท่านพร้อมทังใจที่เปื้อนฝุ่นเช่นนีได้ เพียงรอคอยให้แผลเป็นของท่านราบเรียบ หายดี โปรดใหอ้ ภยั ท่ีขา้ ไม่อาจใช้เวลาและชีวิตของข้าปกปักรักษาท่าน ได้แต่รอ ให้วันคืนช่วยท่านปล่อยวางความแค้น โปรดอภัยท่ีข้ารักท่านไม่มากพอ จนไม่ สามารถปดิ ตาหลอกตวั เองต่อไปวา่ ชายผนู้ รี ักข้าหมดใจและจะดูแลพร้อมทังเช่ือ ใจขา้ ขอโทษนะ ฉู่หลี โปรดให้อภัยท่ีข้าเห็นแก่ตัวจนเกินไปจนอดไม่ได้ที่จะโอบกอด ตัวเองเพ่ือรักษาตวั ให้รอดจากผู้ชายท่ีร้ายกาจทังใต้หล้า ภายนอกข้าดูแข็งแกร่ง เพ่ือท่ีจะใช้ความเข้มแข็งปกป้องตัวเองจากความอ่อนแอในจิตใจ จริงๆ แล้ว ดวงใจของข้าเล็กนัก มันไม่อาจใส่ความทะเยอทะยานของท่าน แว่นแคว้นกว้าง ใหญข่ องท่าน จติ ใจหวาดระแวงซอ่ นเร้นของทา่ น และความรสู้ ึกร้อนแรงเหมือน ไฟแผดเผาของท่านได้หมด โปรดให้อภัยข้าที่ไม่ยอมท้าตัวราวกับแมงเม่าบินเข้า กองไฟ ข้าเป็นเพียงหญิงท่ีมีจิตใจเย็นชา ท่ีไม่อยากรอคอยความรู้สึกที่ยากที่จะ ได้มา คนฉลาดเช่นท่าน แน่นอนว่าต้องเข้าใจในท่ีสุด ไม่ว่าจะทังหมดหรือไม่ก็
ตาม ส่วนความสงสัยและจิตใจซ่อนเร้นของท่าน ผู้อ่อนแอเช่นข้า คงท้าได้เพียง ยอมรับและถอยห่าง สายลมพัดโบก ทั่วทังท้องฟ้าเต็มไปด้วยหิมะปลิวว่อน กองทัพในชุดเกราะสีด้า ค่อยๆ ห้อตะบึงเข้ามาใกล้ ม้าศึกพ่นลมหายใจสีขาวรวมกันเป็นแผ่นเดียว คล่ืน ความรอ้ นพงุ่ เขา้ มาปะทะใบหน้าของชิงเซีย่ มวลอากาศร้อนและเหม็นคาวเช่นนี มีกลิ่นคาวเลือดอยู่เข้มข้น ม้าศึกท่ีอยู่ระหว่างความเป็นความตายมานับครังไม่ ถ้วนเหล่านีค่อยๆ ควบเข้ามาใกล้จากท่ีไกลๆ แล้วยังแฝงจิตสังหารเป็นพิเศษ เฉพาะตัวของมา้ ศึกแหง่ หนานเจยี ง เหมือนทะเลกวา้ งสดี า้ กา้ ลงั คา้ รามล่ัน ทันใดนนั ม้าศกึ นบั พันนับหมื่นก็ส่งเสียงร้องลากยาว พร้อมใจกันยกกีบเท้าหน้า ขึน คนบนหลังม้ายืดกาย สั่งร้องม้าให้หยุดอยู่หน้ากองทัพเหยียนจืออันย่ิงใหญ่ แหง่ แควน้ ฉนิ ประวตั ิศาสตรม์ ักจะมีเหตุบงั เอิญเสยี จนนา่ ตกใจ สามร้อยปีก่อน ยามท่ีแคว้นต้า ฉินถูกแบ่งแยก เจ้าแคว้นฉู่นามฉู่หยวนเจิงก็ได้เผชิญหน้าพยัคฆ์แห่งฉินชวนฉิน เซียวไห่ เร่ิมความวุ่นวายและแตกแยกระหว่างส่ีแคว้นเป็นครังแรก และสถานท่ี แห่งนี หญิงงามอันดับหนึ่งซูหงอวิ๋นได้บรรเลงเพลงเศร้าแห่งยุคอย่างหมู่เมฆ แตกสลาย เหลือทงิ ไวเ้ ป็นบทเพลงโบราณแห่งอนสุ รณ์ สามรอ้ ยปีหลังจากนันฝา่ เท้าแห่งกาลเวลาคอ่ ยๆ กา้ วเดนิ ชา้ ๆ ในทส่ี ุดก็หยุดท่ีวง ล้อแห่งการฆ่าฟันอีกครัง ลมหอบเมฆบดบังกระทบแผ่นดิน ที่ราบไป๋ลู่อันขาว โพลนดว้ ยหิมะ ฉนิ ฉู่สองแคว้นมาพบเจอกันอกี ครงั เพื่อชกั ดาบเข้าประจัน สายตาของฉู่หลีแหลมคม ใบหน้าแข็งแกร่งเสมือนเป็นเทพท่ียกดวงอาทิตย์ขึนสู่ ท้องฟ้า ย่ืนอยู่ด้านหน้าของกองทหารนับหมื่น เสือคลุมลอยตามสายลม หอก
ยาวสีเงินส่องประกาย ม้าศึกสีด้าเป็นมันที่ยอบกายอยู่เหมือนจะรวมร่างเข้ากับ เขา สายลมหนาวเย็นหมุนวนเริงระบ้า หิมะสีขาวเต็มท้องฟ้าพัดผ่านกองทัพ ทหารทงั สอง หมุนวนมืดมัวเหมือนพายุหิมะห่าใหญ่พัดโบกบนพืนท่ีว่างระหว่าง คนทังสาม เวลาเหมือนหยุดนิ่งอยู่ตรงนี ชิงเซ่ียยืนอยู่ข้างกายฉินจือเหยียน ดวงตาที่จอ้ งมองไปที่ฉู่หลีเหมือนท้องทะเลลึก ท่ัวทังร่างกายเย็นเชียบ เชิดหน้า ขนึ มอง ในช่วงเวลาว่างเปล่าเช่นนี ณ สถานท่ีพักพิงแห่งเทพผู้ดูแลเร่ืองความหวัง มีผู้ ทอดถอนใจทังเสยี งเบาแผว่ และไร้เสียง ในท่ีสุดก็โหดร้ายใจทมิฬอย่างเพียงพอ สุดท้ายก็ไม่อาจท้าใจให้เข้มแข็งโหดร้าย ได้เช่นเคย เมฆเต็มฟ้า เกร็ดน้าแข็งเต็มพืน ความโศกเศร้าและผิดหวังอย่างไร้ ขอบเขตปลิวว่อน ในอกของฉู่หลีป่วนป่ัน เส้นผมด้าปลิวสยาย หายใจลึกล้า ทว่ากลิ่นคาวเลือดกลับก้าซาบไปทั่วทังล้าคอ ในดวงตามีความผิดหวังฉายชัด ลมพายหุ อบใหญค่ วบแน่นอยกู่ ลางอากาศ จนยากท่ีจะหายใจในบรรยากาศแห่ง ความกดดันเช่นนี พายุหิมะโบกพัดผ่านไปท่ัวบริเวณ หน่ึงปีที่วางแผน หน่ึงปีที่คิดค้านวณไว้ ก่ีค่้า คืนปนั่ ป่วนอนั เปลย่ี วเหงาเศรา้ สร้อย ก่รี ายงานสอดแนมชายแดนเป้ือนกลิ่นคาว เลือด สุดท้ายแลว้ กย็ ังไม่มขี ่าวคราวเก่ียวกับความทุกข์ยากของนาง เขาไม่สนว่า คนทังแคว้นจะต่อต้าน เขาได้คิดและตัดสินใจแต่เพียงผู้เดียวท่ีจะน้าทัพทหาร มากมายเข้ามาสู่พืนท่ีด้านในของซีชวน เม่ือได้พบในยามนีแล้วก็ช่างให้น่า ผดิ หวังเสยี เหลอื เกิน สุดท้ายแล้ว ก็มาช้าไปหนึ่งก้าว สุดท้ายแล้ว ก็พลาดโอกาสไป สุดท้ายแล้ว ความผวิ หวังกไ็ ด้เข้ามากระทบไหลอ่ กี ครัง
ในชีวิตของเขาล้วนแล้วแต่ท้าผิดต่อนางไม่หยุดหย่อน เม่ือกาลยังเยาว์ เพ่ือ ปกปอ้ งตัวเองแล้ว ก็ผลักไสนางออกไปอย่างใจด้า เสียงร้่าไห้ราวจะขาดใจยังคง วนเวยี นอยู่ในหวั ของเขามาจนถึงทุกวันนี จนท้าให้สะดุ้งตื่นจากฝันในยามค่้าคืน ด้วยร่างท่ีชืนเหง่ือ หลังจากกลับมาที่แคว้น ยังวางแผนอย่างเข็ญใจ ค่อยๆ หยั่ง เชิงอย่างระมัดระวัง ในท้ายที่สุดยังบังคับให้นางจากไปอีกครัง จนหายไปไม่ ทราบขา่ วคราว เมือ่ กลับมาพบเจออีกครัง เคยคิดว่าทุกอย่างจะกลายเป็นสีควัน สายหมอก อนาคตสดใสดังสวนดอกไม้ งดงามดังลมหอมบริสุทธ์ิ ใครจะรู้ว่านั่น จะเป็นการเดินหมากผิดไปตาเดียวจะล้มทังกระดาน จนท้าให้เดินมาสู่หนทาง แปลกแยกเช่นนี ชิงเซี่ย จวงชิงเซ่ีย เจ้าช่างเหียมโหดย่ิงนัก ใช้สายตาว่างเปล่าเช่นนันแก้แค้นข้า หรอื ? ทว่าข้านัน เหตุใดจึงอ่อนแอถึงเพียงนี ไร้หนทางควบคุมตนเองและยังไม่อาจ หลงลืมได้?
บทที่ 105-2 คนงามผู้ป่วนป่ันใต้หล้า ลมแรงพัดผ่าน หญิงสาวร่างขาวซีดน่ังตัวตรงอยู่บนหลังม้า ร่างสวมเสือคลุมขน สัตว์สีขาว ให้บรรยากาศเย็นเหยียบบาดกระดูก หรูหราสง่างาม ใบหน้าสะอาด งดงามอย่างหาตัวจับยากและศีรษะตังตรง นางยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน เชิด หน้าขึนมองชายเย่อหย่ิงที่พัวพันรบเร้าและตัดไม่ขาดเสียทีตรงหน้า คลื่นใน จิตใจโหมซัดม้วนวนราวทะเลคล่ัง ความทรงจ้าในอดีตปลิวว่อนอยู่ในหัว สัน่ สะเทอื นลมพายหุ มิ ะบนฟ้า กระเทอื นแผน่ น้าแขง็ บนพืนผวิ ทะเลสาบ รัชทายาทแห่งราชวงศ์ท่ีอุ้มนางผู้สลบไสลขึนมาแล้วร้องเรียกหมอหลวงยามที่ เจอกันครังแรก ชายทร่ี ้องค้ารามอยา่ งสินหวังราวกับผู้บ้าคลั่งทอี่ ย่ใู นทะเลเพลงิ ผู้นัน ผู้ที่บิดพลิวไม่ยอมรับความในใจของตัวเองในวังเหมันต์ และแม่ทัพผู้เย็นชาท่ี พดู จาวกวนไปมาเพ่อื สง่ั เสยี ให้นางดแู ลรา่ งกายตัวเอง ผู้ที่ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนาง ถูกงูพิษกัด เด็กน้อยผู้เหน็ดเหนื่อยจากความ ฝนั ยามดกึ ผ้นู นั แล้วยังสายตาอ้างว้างภายนอกก้าแพงเมืองเซิ่งตู การฝึกหอกอย่างดือรันจนน่า หัวเราะในกลางดึกของค่ายใหญ่แห่งชายแดนเหนือ ความพยายามอย่างน่า ผิดหวังท่ีทะเลทราย แล้วยังค่้าคืนที่โอบกอดจนนอนหลับไปด้วยกันยามท่ี กลับมาอยู่ค่ายทหารครังแรก ทังหมดนีล้วนหมุนวนทับถมกันอยู่ในใจ แทบจะ ฉีกดวงใจของชิงเซย่ี เปน็ สองซีก
เพียงแต่ช่างน่าเสียดายนัก นางเป็นเพียงคนธรรมดาเท่านัน ไม่อาจมีสายตา แหลมคมมองเรือ่ งราวอยา่ งทะลปุ รโุ ปรง่ ดังเชน่ เทพเจา้ ได้ ความทุกข์ทรมานและ ความสินหวังของฉู่หลี นางมองไม่เห็น ความทรมานใจและความโดดเดี่ยวของฉู่ หลี นางมองไม่เห็น แผนการเต็มรูปแบบของฉู่หลีนางก็มองไม่เห็น นางมองเห็น แต่เพียงไฟสงครามอันโหดร้าย การฆ่าฟันอันไร้ซ่ึงความปรานี ความเหียมโหด อนั ไมแ่ บ่งความซ่ือสัตย์หรือความฉ้อฉล ไม่แบ่งความดีและความช่ัวออกจากกัน หากไม่ได้ฉินจือเหยียนเตือนสติ จนถึงตอนนี นางก็คงไม่รู้เรื่องทังหมดของ ตระกูลซหี ลิน ฉู่หลี ท่านเคยมีโอกาสอธิบาย เคยมีโอกาสรังให้ข้าอยู่ เคยมีโอกาสบอกข้าทุก เรื่อง แต่ท่านก็ไม่ท้า ท่านล้วนต้องการกันข้าเอาไว้ในทุกเรื่องตังแต่ต้นจนจบ แล้วยงั จะมาพูดถึงเร่อื งความรกั ใคร่อนั ใดได้อกี ? การรอคอยอันแสนนาน สายลมกย็ งั คงพดั ผ่านคนเหล่านีเช่นเคยไม่เปลี่ยนแปลง ทันใดนันม้าของฉู่หลีก็ก้าวมาข้างหน้าหน่ึงก้าว เสมือนได้ตัดสินใจครังใหญ่ ด้านหลังของเขายังมคี นผหู้ นง่ึ มีใบหนา้ แก่ชรา ทว่ายังคงความองอาจเอาไว้ ชาย ชราผู้มีคิวยาวและเคราขาวผู้สวมชุดสีด้าเข้มค่อยๆ โผล่หน้าออกมา หลังจาก เห็นใบหน้าของชิงเซ่ียแล้ว ก็ยิมออกมาอย่างยินดี ก่อนค่อยๆ ยื่นมือออกมา แล้วเอย่ พดู เสยี งเบา “เซี่ยเออ๋ ร์ กลับไปกบั บดิ าเถดิ ” อินทรีขาวแห่งแดนเหนือทะยานขึนไปบนฟ้าทันใด ส่งเสียงร้องยาวแหลม ชิงเซี่ยน่ิงงัน เมื่อเห็นร่างของจวงเตียนหรูมีร้อยยิมยินดียืนอยู่ข้างฉู่หลี สองตา ของนางก็ส่องประกายอย่างได้สติ ยิมบางให้กับคนท่ีย่ืนมือมาหาตน ก่อนนิ่ง เงียบไมพ่ ดู ไม่จน ทว่าใบหน้าของฉู่หลีกลับน่ิงขึง มองชิงเซ่ียอย่างเย็นชา และไม่ เอย่ ปากพูดอะไรเลยเช่นกัน
“องคช์ ายสาม ขา้ ไมใ่ ช่ขนุ นางหรือประชาชนของแคว้นฉนิ ไม่ใช่ขุนนางของท่าน กรณุ าให้อภัยผู้เฒา่ เชน่ ขา้ ที่ไมไ่ ดท้ ้าความเคารพองคช์ ายสามด้วยเถดิ ” น้าเสียงของฉินจือเหยียนทุ้มลึก ก่อนยิมบางแล้วพูดว่า “ท่านผู้อาวุโสจวงเป็นผู้ รอบรู้ในแผ่นดิน มีความสามารถเต็มเปี่ยม ต้องเป็นจือเหยียนทักทายท่านผู้ อาวุโสจึงจะถกู ต้อง” จวงเตยี นหรูหัวเราะแล้วพูดว่า “ขอบพระคุณองค์ชายสามท่ีให้การช่วยเหลือลูก สาว เป็นเพราะความช่วยเหลือขององค์ชาย จึงท้าให้พวกเราพ่อลูกสามารถพบ หน้ากนั ไดใ้ นวนั นี ผเู้ ฒ่าซาบซึงอยา่ งหาที่เปรียบไมไ่ ด้” ฉินจือเหยียนพยักหน้าสองสามที ก่อนหันกลับมาที่ชิงเซี่ยแล้วพูดว่า “อีหม่า เอ๋อร์ พ่อของเจ้ามาแล้ว หากเจ้าอยากกลับไป ข้าก็จะไม่ห้ามเจ้า หากเจ้าไม่ อยากไป กจ็ ะไมม่ ใี ครบงั คับเจ้าได้ ตวั เจ้าตัดสนิ ใจเองเถดิ ” ชิงเซ่ียนิ่งชะงักน่ิง แล้วขมวดคิวเข้าหากันแน่น เหตุใดเขาจึงทิงปัญหาเช่นนีไว้ท่ี นางได้เล่า? เห็นใดจึงพูดออกมาง่ายๆ เหมือนไม่ใส่ใจเช่นนี? ทว่าเมื่อนางหัน กลับไปมอง ก็พบว่าสายตาน่ิงสงบของฉินจือเหยียนนันไม่ได้ฉายแววปล่อยปละ ละเลย และย่ิงไม่ใช่ความไม่ใส่อย่างเย็นชา นับตังแต่ได้พบกับนาง เขาก็ไม่ไม่ได้ เป็นเหมือนเทพเซียนผู้รักษาความน่ิงสงบได้อีกต่อไป เขาเองก็สามารถสูญเสีย สติปัญญา ไม่สนใจเรื่องใดทังปวง ในยามนีเวลานี เขามองนางนิ่งงัน เหมือน สายตาของนกั พนนั ที่จับจอ้ งตวั หมากตวั สดุ ท้ายท่เี พิง่ จะวางลงไป ดวงตาของนัก พนนั ทสี่ าดแสงรอคอยผลลัพธ์อันโชกเลือด เพ่ือชนะคนทงั ใต้หล้า หรือไม่ก็ไมเ่ หลอื อะไรเลย
ฉินจือเหยียน แผนการในใจของเขาลึกล้า สติปัญญามองรู้ทะลุประโปร่ง ความรู้ กว้างขวาง รอบรู้ฟ้าดิน เขาสูงส่งไม่ธรรมดา เป็นสุภาพบุรุษผู้สุภาพเรียบร้อย เขาผู้เป็นชายหนุ่มท่ีสมบูรณ์แบบเช่นนี เหตุใดจึงมีสายตาบ้างคลั่งเร้าร้อนถึง เพียงนเี ล่า? ชิงเซ่ียรู้ดี ว่าท้ายท่ีสุดแล้วนางต้องพึ่งพิงเขา นอกจากบุญคุณท่วมหัวของ ฉนิ จือเหยยี นแลว้ ยังมอี ีกหนึ่งเหตุผลทีส่ า้ คญั เพราะว่าต่อหน้าฉินจือเหยียน นางเป็นเพียงอีหม่าเอ๋อร์ ทว่าต่อหน้าฉู่หลีนาง ยงั คงเป็นจวงชิงเซยี่ นางมือดึงสายกุมบงั เหียน ก่อนพลิกตัวลงจากมา้ แล้วเดนิ เข้าไปด้านหน้า ค่อยๆ เดนิ เข้าไปหากองทัพใหญข่ องหนานฉู่ ใบหน้าของฉนิ จือเหยียนสงบนิ่งเหมือนน้า สายตาจับจ้องไปท่ีร่างของนางนิ่งไม่ขยับไปไหน ฉู่หลีมีสีหน้าเข้มงวดเฉียบขาด เหมอื นดังนกอนิ ทรี เกดิ ประกายไฟขึนในอากาศ ทหารเปน็ หม่ืนเป็นพันนายจ้อง มองไปท่รี ่างแนง่ นอ้ ยของสตรีผ้นู นั ทันใดนัน ชิงเซ่ียก็หยุดฝีเท้า แล้วคุกเข่าลงกับพืน ก่อนโขกศีรษะลงไปกับพืน แรงๆ จากนันก็พดู กับจวงเตยี นหรดู ว้ ยเสียงใสแจ่มชัดว่า “บิดา ลูกสาวของท่าน ได้เสียสละเพ่ือครอบครัวมาทังชีวิต ถูกท่านส่งไปน่ันมานี่ เปลี่ยนมือไปเร่ือยๆ ส่ิงท่ีควรท้า นางก็ได้ท้าหมดแล้ว ส่ิงที่ควรคืน นางก็คืนให้แก่ท่านแล้ว วันนีนาง เพียงหวังวา่ จะสามารถมีชีวติ ใหม่ไดอ้ ีกครัง ไม่อยากใหช้ ่อื จวงชงิ เซี่ยเชน่ นีเป็นโซ่ ตรวนของนางอกี ตอ่ ไป ท่านโปรดคิดว่านางตายไปเสียตังแต่ท่ีนอกด่านเหยาเถิด หรือไม่ก็คิดว่านางตายไปตังแต่ต้องธนูพิษท่ีวังหลังของหนานฉู่ตายไปแล้ว นับ จากนีต่อไป ไม่มีจวงชิงเซ่ียอยู่ในใต้หล้านีอีกแล้ว ข้าชื่ออีหม่าเอ๋อร์ มาจาก
แผ่นดินอ่ืน ไร้รากเหง้าไร้ครอบครัว ไร้แว่นแคว้นไร้ญาติมิตร ขอให้บิดาโปรด เขา้ ใจด้วย” “ช่างดีนัก ไร้รากเหง้าไร้ครอบครัว ไร้แว่นแคว้นไร้ญาติมิตร!” เสียงหัวเราะ อย่างยโสโอหังดังขึน พร้อมเสียงเคล่ือนทัพตามมา กล่ินน้าหอมของเยี่ยนหุ ยแผ่กระจายไปท่ัว พู่สีแดงบนศีรษะสีแดงสดพลิวไปตามลม เขาหัวเราะอย่าง เบิกบานเข้ามาใกล้ ข้างกายของเขายังมีร่างที่สวมเสือคลุมขนสัตว์สีเหลืองสว่าง ใบหน้าขาวสะอาดดังหยก รัชทายามฉีอันแห่งแคว้นตงฉีผู้มีดวงตาสว่างไสว เหมือนดวงดาวข่ีม้าสีพุทราแดง ตามมาด้วยแม่ทัพใหญ่แห่งตงฉีท่ีควบม้าเข้ามา หยดุ อยใู่ กล้ๆ สายลมพัดโบกบนแผ่นดิน หมู่เมฆกระจายไปทั่วทิศ กองทัพใหญ่ของทังส่ีแคว้น ยึดมุมของตัวเอง รวมตัวกันในเนินเขาหิมะแห่งนี ทังเสียงและท่าทีท้าให้คน สะดุง้ ตกใจ ในวงลอ้ มของกองทพั ทหารของทงั สแี่ ควน้ ชิงเซยี่ ผู้สวมเสือขนสัตว์สีขาว รูปโฉม สะคร้านหน่ึงไม่มีสอง คุกเข่าอยู่ท่ามกลางกองทัพใหญ่ เชิดหน้าขึนมองศีรษะ ของม้าแสนเย่อหยง่ิ ของทงั สฝ่ี ่าย ท้องฟ้ากว้างใหญ่ เสียงทุกเสียงนิ่งสงบ สายตาของเหล่าเทพมองต่้าลงมาท่ี พืนดิน จอ้ งมองตวั หมากดา้ นล่าง แลว้ ป่ันปว่ นภาพวาดอนั แสนวุ่นวาย!
บทท่ี 106-1 ระบุตัวตน “ไร้รากเหง้าไรค้ รอบครัว ไร้แว่นแคว้นไร้ญาติมิตร” น้าเสียงทุ้มต้่าแหบพร่าสาย หนึ่งจู่ๆ ก็ดังขึนอย่างฉับพลัน ฉีอันกระโดดลงมาจากหลังม้า ก่อนสาวเท้าก้าว ยาวๆ เข้าไปหาหญิงสาวในชุดคลุมขนสัตว์สีขาวท่ีคุกเข่าอยู่กลางกองทัพ แล้ว กล่าวอย่างเย็นชาว่า “เช่นนัน ก็คงต้องไร้มโนธรรมไร้คุณธรรม ไร้ใจไร้ปราณี ด้วยใชห่ รอื ไม่?” สายลมท่บี ้าคล่ังพลันพัดขึนจากพืนดินท่ีราบเรียบ ชิงเซี่ยเงยหน้าขึนน้อยๆ มอง ไปยังร่างเงาของฉีอันที่ค่อยๆ ขยับใกล้เข้ามาเร่ือยๆ ท่ามกลางผืนหิมะอันกว้าง ใหญ่ไร้ที่สินสุด ร่างของเขาพร่าเลือนยิ่งนัก ชุดคลุมสีเหลืองสดใสภายใต้แสงสี ทองของดวงอาทติ ยท์ ี่สุกสวา่ ง ช่างเปล่งประกายพร่างพราว ใบหน้าของฉีอันฉายแววเคร่งขรึมเย็นชา ริมฝีปากเม้มแน่น ดูไม่ออกว่าก้าลังอยู่ ในอารมณ์ไหน เขาก้าวขึนมาหยุดอยู่เบืองหน้าของชิงเซ่ีย ก่อนจะย่ืนมือออกไป สัมผสั กบั ใบหน้าของนาง ‘ฉบั !’ ทว่าทันใดนนั เอง หอกยาวดุจหิมะด้ามหนงึ่ จูๆ่ กพ็ งุ่ โจมตเี ขา้ ท่ีล้าคอของฉี อันอย่างเกรียวกราด หอกยาวที่ควงสะบัดเปล่งประกายระยิบระยับราวกับราว สายฟ้าแลบ และจู่โจมดดุ นั ดุจดง่ั ลกู กระสนุ ใบหน้าของฉีอันแปรเปล่ียนเป็นเย็นเยียบในทันใด เขาเลิกคิวขึนข้างหน่ึง ก่อน จะเบ่ียงตัวหลบท่ามกลางสถานการณ์อันตราย แล้วชักกระบ่ีออกจากฝัก จากนันกจ็ ู่โจมกลบั ไปบนหอกเงนิ ราวกบั อสรพิษสเี งินตัวหนง่ึ “ชิง” เสียงดังชัดที่เกิดจากการปะทะกันของสองอาวุธดังก้องไปทั่วทังสนาม ฉู่
หลีมีรูปร่างสูงใหญ่ วงคิวคมเข้มดวงตาเป็นประกาย ยิ่งอยู่ในชุดเกราะนักรบที่ เย็นเยียบ ยิ่งส่งให้ความสง่าและความเผด็จการของเขาเปล่งประกายดุจด่ังดวง ดารา ดวงตาของฉอี ันฉายแววเกลียดชังขึนทันที หนีเก่าแค้นใหม่ทังหมดพรั่งพรู ขนึ จากก้นบึงของหวั ใจอย่างพรอ้ มเพรยี ง เขาแค่นเสยี งฮเึ ย็นชาครังหน่ึง ก่อนจะ สะบัดกระบ่ีออกไป ทว่าฉับพลันนันเอง ขณะเดียวกันชิงเซี่ยท่ีกันกลางอยู่ ระหว่างคนทังสองจู่ๆ ก็ถูกต่างฝ่ายต่างย่ืนมือท่ีเหลืออีกข้างเข้ามากระชาก ชายเสือหมายลากเข้าหาฝั่งตน ยามนีพอเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามเองก็มีจุดประสงค์ เช่นเดียวกัน มือทังสองข้างท่ีก้าลังยือยุดฉุดกระชากก็พลันหยุดลงอย่างพร้อม เพรยี ง กอ่ นที่หอกยาวและกระบ่ีอ่อนจะโจมตีเข้าหากันอีกครังอย่างรวดเร็วราว สายฟ้า การปะทะที่เกิดขึนอย่างกะทันหันนี ไม่ต่างอะไรเลยกับพายุฝนสีเงินที่ โหมกระหนา่้ รุนแรง ขณะนันเอง ฉินจือเหยียนท่ีแต่เดิมเอาแต่ยืนดูอยู่ด้านข้างจู่ๆ ก็สบถฮึเสียงเย็น ออกมาคราหนึ่ง เขายื่นมือออกไปชักดาบศึกท่ีเหน็บอยู่ตรงเอวของทหารนาย หนง่ึ ทย่ี ืนอย่ดู า้ นข้าง แลว้ กระโจนเข้าไปร่วมวงดว้ ยอีกคน ร่างกายท่ีอ่อนแอของ เขาชั่วพริบตามีก้าลังเพ่ิมขึนอย่างมากมายมหาศาล ตัวเขายามนีช่างงามสง่ายิ่ง นัก ฉินจือเหยียนใช้ความเร็วท่ีน่าเหลือเช่ือพุ่งเข้าไปยังกลางสนามอย่างดุดัน ทนั ใดนันเอง เสยี งดังชงิ ๆ สองเสียงที่เกดิ จากการปะทะเข้ากับหอกยาวของฉู่หลี และกระบี่ออ่ นของฉอี ันกด็ งั ขนึ ตาม ศัตรพู บหนา้ ดวงตามกั แดงกา่้ *! เม่ือเทียบกับฉีอัน ยามนีในใจของฉู่หลีเกลียดชังฉินจือเหยียนมากย่ิงกว่า เขา ตะโกนร้องเสียงดังครังหน่ึง ก่อนจะเหว่ียงหอก และเปล่ียนทิศทางโจมตีมายัง ดาบศึกของฉินจือเหยยี น
ชิงเซ่ียชะงักงัน แล้วกรีดร้องเสียงดังในทันใด เสียงกรีดร้องท่ีเต็มไปด้วยความ หวาดกลวั และห่วงใยนีของนาง ไม่ต่างอะไรกบั การราดนา้ มนั ลงบนกองเพลิงเลย สักนิด ความโกรธแค้นและเป็นปรปักษ์ของฉู่หลีและฉีอันทันใดนันก็มุ่งมายัง ฉินจือเหยียนอย่างพร้อมเพรียง ก่อนท่ีทังคู่จะโจมตีเข้าหาฉินจือเหยียนอย่าง ดดุ ันพรอ้ มๆ กัน ถงึ แม้วา่ ฉินจือเหยียนจะร่างกายอ่อนแอ แต่ทว่าเขาก็เป็นคนที่ มีฝีมืออย่างหาได้ยากย่ิงผู้หน่ึง เพียงแต่เวลานีสถานการณ์ไม่เอืออ้านวยต่อเขา สักเท่าไร อีกทังยังกังวลใจเพราะชิงเซ่ียยังอยู่กลางสนามรบ ดังนันการ เคลื่อนไหวของเขาจึงค่อนข้างจะติดขัดอยู่บ้าง ไม่อาจแสดงความสามารถ ทังหมดออกมาได้ จึงทา้ ใหเ้ สยี เปรยี บและตกอยเู่ ป็นรองอยู่หลายส่วน “ฉินจือเหยียน!” ชิงเซ่ียเลิกคิวขึน ก่อนลุกขึนยืนอย่างฉับพลัน คนทังสี่เดิมทีก็ อยู่ใกล้กันอยู่แล้ว การเคล่ือนไหวท่ีกระชันชิดของนางจึงท้าให้หลายคนยังอาวุธ ไว้ไม่อยู่ ฉู่หลีขมวดคิวเข้าหากันแน่น ดวงตาฉายแววโกรธเกรียวอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็ยังเบี่ยงอาวุธออกไปได้รวดเร็วทันกาล ฉินจือเหยียนเองก็เช่นกัน สามารถ กระโดดหลบออกไปได้อย่างทันท่วงที จะมีก็แต่รัชทายาทฉีอันท่ีไม่รู้ว่าเพราะ เหตุใด ดวงตาของเขากลับเปล่งประกายเย็นเยียบ กระบ่ีอ่อนในมือจู่โจมเข้าหา ชิงเซยี่ อย่างโหดเหียม “อหี ม่าเอ๋อร์!” “ชงิ เซย่ี !” เสียงร้องสองเสียงประสานกันจนดังก้อง ทังฉู่หลีและฉินจือเหยียนร้องตะโกน อย่างพร้อมเพรียงด้วยความตกใจ เงาร่างของคนทังสองกระโจนเข้าใส่ร่างของ ชงิ เซยี่ อยา่ งรวดเรว็ แตไ่ หนเลยจะเรว็ ไปกวา่ ฉีอนั ท่อี ยใู่ กล้กบั ชิงเซย่ี เลา่ ? เห็นอยู่ว่าอีกนิดชิงเซ่ียก็จะถูกฉีอันท้าร้าย แต่ทว่าฉับพลันนันเองท่ีหญิงสาว
ร่างกายซีดเผือด รูปร่างเรียวเล็กจู่ๆ ก็หมุนตัวและจู่โจมกลับด้วยท่าแม่ไม้มวย ไทย ขาข้างหน่ึงของนางเตะไปที่ขาซ้ายของรัชทายาทฉีอันอย่างเหียมโหด ก่อน จะตีลังกาหมุนตัวกลับมาด้านหลังสองครังแล้วมาจบที่ท่าคร่ึงคุกเข่าอยู่บนพืน นางมองไปยังรัชทายาทฉีอันที่ตนเองเคยช่วยออกมาจากคุกหลวงอย่าง ระแวดระวังเต็มท่ี ทังหมดทีเ่ กดิ ขึนเม่อื สักครู่ หากแปรเปลยี่ นเป็นคนธรรมดาทั่วไป แน่นอนว่าต้อง ตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงจวงชิงเซี่ยท่ีเดิมทีสมควรอ่อนแอไร้ เร่ียวแรงเลย และเกอื บจะในเวลาเดียวกนั ฉูห่ ลแี ละฉินจือเหยียนพลนั วง่ิ ขนึ ไปหยุดท่ีด้านหลัง ของชิงเซ่ยี พร้อมกัน ฉินจือเหยียนใบหน้ามืดครึม น่ีเป็นครังแรกที่ความต้องการ สังหารฉายชดั ผา่ นแววตาของเขา เขายกมือขนึ สะบัดครังหน่ึง จากนันทหารจาก ค่ายเหยียนจือแห่งต้าฉินก็พลันรุดขึนข้างหน้าอย่างพร้อมเพรียง แต่ละนายชัก ดาบออกจากฝัก ก่อนตะโกนก้องเสียงดัง ทังร่างสวมเกราะเหล็กอย่าง เตรียมพร้อม เสียงของพวกเขาเหมือนกับระเบิดที่ถูกจุดชนวนขึนบนพืนราบ และเหมอื นกบั เสียงฟ้ารอ้ งท่ีดงั กอ้ งกังวาน ทางฟากของฉู่หลี หอกยาวในมือของเขากระพริบแสงเย็นเยียบ ยังไม่ทันให้เขา ได้ส่ังการใดๆ สวีเฉวียน เล่อซง และพรรคพวกอีกหลายนายที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ น้าทหารโดยมีองครักษ์ชุดด้าเป็นแกนน้าพุ่งขึนข้างหน้า ประจันเข้ากับกองทัพ ของแควน้ ฉนิ จนเกิดเป็นรูปทรงเขาสัตว์อย่างพอดิบพอดี แล้วคุ้มกันอยู่ด้านหลัง ของชิงเซี่ย ฉู่หลียามนีดวงตาฉายแววคมกริบเย็นยะเยือก จับจ้องไปยังฉีอันท่ี เป็นด่งั ศัตรคู ู่อาฆาตมาแตก่ ้าเนดิ ราวกบั จะใช้สายตานีเฉือนเนือออกจากร่างของ เขาเปน็ ชินๆ !
ทหารแหง่ ตงฉเี อง เมอื่ เห็นว่ารัชทายาทของพวกเขาถูกกดดัน ก็พลันตะโกนก้อง เสียงดัง แล้วบีบตัวเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของฉีอันอย่างไม่ให้น้อยหน้า ประกาย เย็นเยียบจากชุดเกราะและอาวุธชีไปที่กองทัพของฉินฉู่สองแคว้นจังๆ ใบหน้า ของแต่ละคนไมม่ ีแมเ้ พยี งเศษเสียวของความหวาดกลวั คิดไม่ถึงว่าเพยี งแค่การเคลื่อนไหวเดียวของชิงเซ่ีย จะเป็นดั่งชนวนที่ส่งให้ทหาร ของทังสามแคว้นชักดาบยกธนู บรรยากาศยามนีราวกับเกาทัณฑ์ที่วางลูกธนู มากมายพร้อมยงิ เตม็ ที่ สามารถเข้าปะทะกันไดท้ กุ เม่อื ไอสงั หารแผไ่ ปทว่ั อากาศท่เี ยน็ เยยี บและเงยี บสงดั ! “ฮ่าๆ นา่ สนใจ น่าสนใจย่ิง!” เสียงหัวเราะร่วนที่ดังขึนอย่างไม่บิดบัง ช่างขัดกับ บรรยากาศในยามนีนัก เย่ียนหุยยืนอยู่นอกสนาม ท้าตัวราวกับไม่รับรู้ สถานการณใ์ ดๆ ท่ีเกดิ ขนึ จากด้านในทังสิน เอาแตห่ ัวเราะเสียงดังสดใส “น่ีสินะ ท่ีเรียกว่าสี่แคว้นปิดล้อมไล่ล่า ป้อมไป๋ลู่ยังไม่ทันได้เห็นแม้แต่เงา พวกท่านทัง สามคนก็จะลงมือต่อยตีกันก่อนเสียแล้ว ใต้หล้านีเดิมทีคิดว่าคงมีเพียงแต่ข้า เยยี่ นหยุ ทเ่ี ป็นดง่ั กระแสลมอิสระ รักการเด็ดบุปผาเก็บน้าผึง คิดไม่ถึงว่าอีกสาม ท่านที่เหลือก็เป็นคนรักถนอมบุปผาเช่นกัน รัชทายาทฉีอัน ท่ามกลางสายตา ของคนมากมาย การกระท้าท่ีบ้าบิ่นของท่านเช่นนี ใช่ห่ืนกระหายเกินไปหน่อย หรือไม่?” เยี่ยนหุยเดินผ่านกองทัพของทังสามแคว้นไปราวกับคนตาบอด แล้วค่อยๆ เดิน มาหยุดอยูด่ ้านข้างของชิงเซี่ยที่ทังตัวสวมใส่ชุดป้องกันไว้เต็มท่ี เขาทางหนึ่งเดิน ไปด้วย อีกทางก็กล่าวขึน “การลักหยกขโมยบุปผา** สามารถแบ่งออกเป็น ระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่างทังหมดสามระดับ ในความคิดเห็นของข้า
การใช้ก้าลังบังคับนับว่าเป็นระดับล่างสุด ใช้เสน่ห์และความละโมบเข้าล่อลวง นับเป็นระดับกลาง ใช้ใจจริงท้าให้ส่ันคลอน และใช้การกระท้าที่สง่างามเข้า ปรามปราบน่ีถึงเรียกว่าระดับสูง ที่พวกท่านทังหลายก้าลังท้าอยู่ในตอนนี ทัง การใชก้ ้าลงั บบี บังคบั ยอื ยุดฉุดแยง่ กันกลางวันแสกๆ ทังยังลงมือต่อยตี น่ันเป็น การไม่ใหเ้ กียรติอสิ ตรอี ย่างยงิ่ ย่ิงไม่ตอ้ งกลา่ วถงึ แมน่ างทา่ นนี ดูสิช่างบริสุทธ์ิผุด ผ่อง? วิธีการท่ีพวกท่านทังสามใช้นันยิ่งกว่าเป็นระดับล่างเสียอีก ต้องเรียกว่า เป็นระดับล่างจนถึงล่างที่สุด ช่างไม่เหมาะสมกับฐานะของพวกท่านเอาเสียเลย คิดถึงเมือปีนัน เพ่ือท่ีข้าจะได้ใกล้ชิดสนิทสนมกับนางร้าเม่ยเอ๋อร์ท่ีงดงามราว นางเซียนจากสรวงสวรรค์ของผู้น้าตระกูลเซวียนหวาแห่งแคว้นตงฉี ข้าถึงกับลง มือแต่งกายเป็นหญิง แล้วปลอมตัวแฝงตัวเข้าไปเป็นสาวใช้ถึงสองเดือนเต็ม ถึง จะท้าให้เม่ยเอ๋อร์ยินดีหนีตามข้ากลับซีชวนในท้ายท่ีสุด ทังสามท่านสมควรจะ เรยี นรู้เอาจากข้ามากๆ ถึงจะถกู ” * ศัตรูพบหน้า ดวงตามักแดงก้่า(仇人见面,分外眼红) หมายถึงคนท่ีเป็นศัตรูกันเพียงแค่พบหน้า ต่างฝ่ายตา่ งก็ต้องโมโหโกรธเกรียวจน ดวงตาแดงกา้่ ** ลกั หยกขโมยบุปผา(窃玉偷香)อุปมาอุปมัยถึงการลอ่ ลวงผู้หญิง
บทท่ี 106-2 ระบุตัวตน เยยี่ นหุยเดินไปหยุดอยู่ด้านข้างของชิงเซี่ย ทังท้าตัวราวกับว่าใจดีมีน้าใจนักหนา ยอบกายพยุงตัวชิงเซ่ียขึนจากพืนพร้อมทังยกยิมท่ีคิดว่าตนเองมีเสน่ห์น่าสนใจ มากทส่ี ดุ กลิน่ หอมเขม้ ๆ ท่ีโชยเข้ามาใกล้ ท้าเอาชิงเซ่ียถึงกับขมวดคิวเข้าหากัน แนน่ ก่อนจะใช้สายตาท่ีขยะแขยงอย่างเป่ียมล้นเหลือบไปมองทางเขาแวบหนึ่ง แลว้ คอ่ ยๆ ลกุ ขนึ ยนื เห็นชิงเซ่ียลุกขึนยืนด้วยตนเอง เย่ียนหุยก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดขัดใจแต่อย่างใจ ตรงกันข้ามเขากลบั หวั เราะฮ่าฮ่าเสียงดงั แล้วชกั มือกลบั ไปทังอยา่ งนัน ผู้คนท่ีอยู่ โดยรอบเห็นเขากล่าวถึงเร่ืองราวเมื่อวันวานของตนเองอย่างได้ใจ แม้แต่ทหาร จากกองทัพของซชี วนเอง ก็อดไมไ่ ด้ที่จะขมวดคิวมนุ่ ช่อื เสียงกิตติศัพท์เร่ืองความเจ้าชู้รักอิสระของเย่ียนหุยเป็นท่ีโด่งดังรับรู้ไปท่ัวทัง ใต้หล้า เรื่องไร้สาระบ้าบอท่ีท้ามาตลอดทังชีวิตของเขา อย่างเช่นเรื่องราวเมื่อ สองปีก่อนที่แต่งกายเป็นสตรีแล้วลอบเข้าไปในเรือนตระกูลเซวียนหวา ปลอม ตัวเข้าไปเป็นสาวใช้ถึงสองเดือนเต็ม สุดท้ายไม่เพียงแต่เกียวพานางร้าบ้านผู้อ่ืน ให้หนีมากับตน ทังยังล่อลวงอนุของผู้น้าตระกูลเซวียนหวาอีกสองนางกลับมาซี ชวนด้วย ย่ิงไปกว่านันหนึ่งในสองนางยังตังครรภ์ถึงสามเดือนแล้ว หลังจากเกิด เรื่องนี เยี่ยนหุยก็ถูกกษัตริย์แห่งซีชวนทรงต้าหนิและประณามอย่างรุนแรง ถึงกับถูกลงโทษงดเบยี หวัดถึงสามปเี ต็ม เรื่องนีถูกบอกเล่าต่อๆ กันจนกลายเป็น ทีร่ จู้ ักกันดี แมแ้ ตร่ าษฎรแห่งซีชวนยงั คดิ วา่ เร่ืองนีเป็นท่ีอับอายขายขีหน้า คิดไม่ ถึงว่าเจ้าของเร่ืองนีกลับมาป่าวประกาศปาวๆ ต่อหน้าสามผู้กุมอ้านาจหลักของ ทังสามแควน้ ทังยังแสดงออกถึงความได้ใจและภาคภูมใิ จประหนึง่ เปน็ เกียรติยศ
ที่น่าเชิดชูของตนเองอย่างไรอย่างนัน จิตใจของทหารแต่ละนายแห่งกองทัพซี ชวนท่ีติดตามเขามาหล่นกระแทกลงกับพืนจนแตกกระจาย ใบหน้าของแต่ละ นายล้วนแดงก้่า พร้อมใจกันแอบด่าว่าผู้น้าทัพของพวกเขาช่างไม่รู้จักละอายใจ อยูใ่ นใจอย่างพร้อมเพรียง “รัชทายาทอัน ท่านท้าเช่นนีไม่ถูกรู้หรือไม่” เย่ียนหุยยืนอยู่กลางสนาม ก่อน กล่าวด้วยความม่ันใจท่ีเต็มเปี่ยม ไม่เหลือบตามองบรรยากาศหนาวเหน็บที่ถูก ส่งมาจากกองทัพของทังสามแคว้นแม้แต่น้อย ชุดศึกที่ใช้ออกรบของเขาช่าง ออกแบบได้อย่างลึกล้ามีความคิดสร้างสรรค์ เกราะเงินไม่เพียงแต่เต็มไปด้วย สีสันฉูดฉาด ชุดยาวแขนกว้างยังออกจะคล้ายชุดของแคว้นฉู่อยู่หน่อยๆ บนชุด ผ้าสีเข้มของเขาประดับพู่เอาไว้ ชุดท่ีปิดอยู่ด้านในปักลายเถาวัลย์สีเขียวและสี ครามสลับกันไปมา ด้านบนยังปักเป็นรูปดอกไม้รูปร่างหน้าตาซับซ้อน ดูสดใส และดึงดูดสายตาอย่างแปลกๆ เกราะเงินเป็นชันๆ ท่ีอยู่ด้านนอกถูกออกแบบ เพ่ือน้าไปใช้ตามแต่โอกาสท่ีเหมาะสม เสือผ้าเครื่องประดับท่ัวทังร่างช่างไร้ซ่ึง กฎเกณฑ์ ทังไม่เหมือนชุดส้าหรับออกศึก และไม่เหมือนชุดของคนจีน ย่ิงพอ สวมอยู่บนร่างของเขา ก็ยิ่งให้ความรู้สึกราวกับคนสติปัญญาไม่เต็ม ดูสับสน วุ่นวายเหมือนเจ้าของชุดไม่ผิดเพียน กลิ่นควันจากชุดโชยส่งเข้าจมูกจนแสบไป หมด ว่ากันว่าชุดเสือผ้าที่เขาสวมใส่อยู่ในขณะนี ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพ่ือใช้ รับมือกับกษัตริย์แห่งซีชวนโดยเฉพาะ หากกล่าวตามค้าพูดของเขาก็คือ ทังท้า เพื่อหน้าตาของราชวงศ์ และท้าเพ่ือตอบสนองความชอบส่วนบุคคลของตนเอง มองเห็นเขาหัวเราะแล้วล้วงมือเข้าไปหยิบพัดขนนกส้าหรับออกค้าส่ังกองทัพ ดวงตาจิงจอกพลนั หรี่ลงน้อยๆ กล่าวว่า “องค์รัชทายาทอันมีชื่อเสียงเรื่องความ กล้าหาญ รัชทายาทมีมโนธรรมสูงส่ง เรื่องนีเป็นท่ีรู้จักกันดีในใต้หล้า ถึงแม้ว่า
ท่านจะมีข่าวเร่ืองล่อลวงชายาของกษัตริย์แห่งหนานฉู่ แต่นั่นก็เป็นธรรมชาติ ของมนุษย์ ส้าหรับจุดนีล้วนสามารถท้าความเข้าใจได้ และถึงแม้ว่าตอนนีชายา แห่งหนานฉู่นางนีจะมีความสัมพันธ์ท่ีไม่ขาวสะอาดกับองค์ชายสามแห่งต้าฉิน อีก แต่น่ีก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าสายตาขององค์รัชทายาทน่า กลวั มากเพียงใด สตรชี นั สูงท่หี าได้ยากจากใต้หล้าอย่างนางก็สามารถเข้าตาของ ท่านได้ ข้าเย่ียนหุยชื่นชมท่านย่ิง อย่างไรก็ตาม ต่อให้ยามนีชายาแห่งหนานฉู่ นางนีจะหลบหนีออกจากหนานฉู่ แล้วมาตกหลุมรักกับองค์ชายสามแห่งต้าฉิน ทอดทิงองค์รชั ทายาทราวกับเป็นหญ้าฟางเส้นหนึ่ง แต่ว่าท่านดูสิ แม้แต่กษัตริย์ แห่งหนานฉู่ก็ยังไม่ได้เปิดตัวโจมตีก่อนเป็นคนแรก แล้วท่านจะล้าบากกระโดด ลงไปในน้าโคลนขุ่นน่ีไปใย? จะว่าไปแล้ว อันที่จริงพวกท่านเองต่างก็เป็นเด็ก หนุ่มท่ีเป็นสหายตังแต่เมื่อครังยังเยาว์วัย ต่อให้จะเคยให้สัตย์สาบานต่อกัน เก่ยี วกบั เรื่องราวความสัมพันธ์ท่ีคลุมเครือเช่นนี แต่น่ันก็เป็นเร่ืองในอดีตไปแล้ว สมควรปล่อยวางและใจกวา้ งมากขึนอกี หนอ่ ยจะดกี ว่า” ประโยคนีของเขาท่ีพลิกไปกลับมาและสับสนวุ่นวาย พริบตาก็กล่าวเอา ความสมั พันธ์ของพวกเขาทังหลายกลายเป็นยุ่งเหยิงไปหมด อย่างไรก็ตาม ทุกๆ ประโยคท่ีเขากล่าวออกมา กลับสามารถบรรยายความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขา ทังหลายได้เป็นอย่างดี ทังยังเปรียบเอาชิงเซ่ียเป็นสตรีชันต่้าร่านราคะ ต้่าช้าสุด จะกลา่ ว อยา่ งไรเสยี ประโยคเหล่านีส้าหรบั ชิงเซี่ยไมไ่ ดม้ ีผลอะไรมาก แต่ใบหน้า ของฉู่หลีกลับแปรเปล่ียนเป็นแดงก้่าฉายแววหงุดหงิด ส่วนฉินจือเหยียนท่ี ใบหน้าขาวซดี แต่ดวงตาหงส์ทังคู่กลับหร่ีลงน้อยๆ ก่อนจ้องไปยังเย่ียนหุยอย่าง เย็นชา แม้แต่ฉีอันก็ต้องขมวดคิวมุ่นหลังฟังจบ และมองไปที่เย่ียนหุยอย่างขุ่น เคอื ง แต่ทว่าเย่ียนหุยกลับท้าตัวราวกับไม่รู้สึกรู้สา ยังคงแหกปากกล่าวต่อ “บุรุษท่ี
แท้จริงไหนเลยจะไร้ซง่ึ ภรรยา แลว้ พวกท่านจะลงมอื ฆ่ากันให้ล้าบากไปใย? องค์ รัชทายาทอนั ทา่ นสวมถงุ มือทท่ี า้ ขึนเป็นพิเศษของหนานเจยี ง ด้านบนนันเคลือบ ยาพิษท่ีร้ายแรงเอาไว้อยู่ ขอเพียงแค่สัมผัสถูกผิวหนังเพียงเล็กน้อย ก็จะต้อง ตายอย่างไม่ต้องสงสัย หากว่าถุงมือนันเผลอไปโดนชายาของกษัตริย์แห่งหนาน ฉทู่ แี่ สนงดงามประดุจพระจนั ทร์เขา้ คนงามจะไมเ่ ปลีย่ นเปน็ แห้งเหย่ี วตกตายไป หรอกหรือ นั่นน่าเสียดายแย่? เป็นสุภาพบุรุษจ้าต้องเปิดเผยใจกว้าง เป็นคน หน้าด้านหน้าไม่อายถึงจะต้องคิดเล็กคิดน้อยและใจแคบ การท่ีผู้น้าแคว้นฉู่มี รับสั่งให้อ้อมเข้าด้านหลังของค่ายทหารกองทัพฉิน อย่าบอกนะว่าท่านคิดจะ เลียนแบบป้อมไป๋ลู่ท่ีลอบเข้าไปท้าลายคลังเสบียงของกองทัพฉิน แล้วฉกเอา สตรีกลับไป? ส่วนท่านองค์ชายสามแห่งแคว้นฉิน ท่านส่งคนให้ออกไปเปล่ียน เสบียงอาหารและธัญพืชในเกวียนขนเสบียงให้เป็นดินประสิวตลอดทังคืน หรือ ท่านคิดท่ีจะระเบิดคนที่มาลอบโจมตีอย่างนันหรือ? เอาเช่นนีเป็นอย่างไร พวก ท่านทังสามคนไม่จ้าเป็นต้องต่อสู้แย่งชิงกันอีก ทุกท่านไปท่ีจวนข้าพร้อมๆ กัน เลย ท่ีจวนของข้ามีอิสสตรีท่ีงดงามด่ังเมฆาอยู่มากมายให้พวกท่านเลือกสรรได้ ตามใจชอบ นอกจากอนคุ นท่สี บิ หกของขา้ ทเี่ หลือขา้ ยกให้พวกท่านทังหมด” ทันทีทเี่ ยีย่ นหุยกล่าวจบ สหี นา้ ของคนทังสามฉบั พลันก็แปรเปลี่ยนไปทันใด เคย ได้ยินมาว่าเยี่ยนหุยแห่งซีชวนความคิดล้าลึก เชี่ยวชาญเรื่องการอาศัยช่องโหว่ ของผู้อ่ืนมาสร้างประโยชน์ให้ตนเอง คิดไม่ถึงว่าทางด้านการรวบรวมข่าวสารก็ สามารถทา้ ไดถ้ ึงระดบั นี ไมธ่ รรมดาเลยจริงๆ ฉนิ จือเหยียนมองไปทฉ่ี อี ันแวบหน่ึง ก่อนกล่าวด้วยเสียงลึก “ที่แท้ครังก่อนตอน ทีร่ ชั ทายาทอันไปหนานเจียงก็เพ่ือไปค้นหาผู้เชี่ยวชาญด้านการใช้พิษนี่เอง นี่ได้ เปิดหูเปิดตาข้าแล้ว สิ่งที่ท่านท้าให้ในวันนี ข้าจะต้องคืนให้ท่านอย่างแน่นอน” กลา่ วจบกเ็ ดินเขา้ ไปหาชงิ เซี่ย
แต่ทว่าทันใดนันเอง หอกยาวด้ามขึนก็ปาดขึนมาขวางทางฉินจือเหยียนเอาไว้ เสยี กอ่ น ฉ่หู ลมี องไปที่เขาอย่างเย็นชาครังหนึ่ง ก่อนกล่าวว่า “ข้าเพียงแค่แกล้ง โจมตีด้านหลังค่ายทหารของต้าฉินเท่านัน องค์ชายสามช่างมีความสามารถ ฉลาดหลักแหลม พริบตาก็สามารถท้าการป้องกันเอาไว้ได้ แต่ว่าช่างน่าเสียดาย ทา้ ลายแผนการใหญ่ท่ีองคช์ ายวางเอาไวเ้ สยี แลว้ ” ฉินจือเหยียนยกยิมจางๆ กล่าวเสียงเย็น “เช่นกันๆ แท้จริงแล้วดินประสิวท่ีว่า น่ันก็เป็นเพียงแค่ของที่ใช้ลวงตา เพื่อซ่อนหูซ่อนตาผู้อื่นเท่านัน ยามนีเสบียง อาหารของต้าฉู่ยังคงอยู่ดี วางอยู่ด้านหลังตรงนัน หากว่าท่านกล้าพอก็สามารถ ไปพสิ จู น์ให้เห็นกับตาได้ แต่เกรงว่าสายของแม่ทัพเย่ียนคงยังท้าได้ไม่ดีพอ แล้ว ก็ไม่รู้ว่าเดิมทีท่านมีความสามารถต่้าต้อย หรือว่าท่านแม่ทัพเย่ียนจงใจยุยง ตังใจสร้างความรา้ วฉานแล้วให้พวกเราสามแควน้ เปดิ ศกึ กนั เอง” เยี่ยนหุยเลิกคิวขึนข้างหนึ่ง ดวงตาจิงจอกของเขามีประกายแสงเย็นเยียบสาย หน่ึงว่ิงผ่านไปอย่างรวดเร็ว หัวเราะร่วนกล่าว “แน่นอนว่าต้องเป็นเพราะข้ามี ความสามารถต้่าต้อย ข้าจะกล้าจงใจสร้างความร้าวฉานได้อย่างไร ครังนีเป็นซี ชวนท่ีเป็นเจ้าภาพจัดงานล่าสัตว์ ดังนันเยี่ยนหุยจึงต้องท้าอะไรรอบคอบเสีย หน่อย ข้ากลัวแต่ว่าทุกท่านจะหุนหันพลันแล่นไปชั่วครู่ ไม่เคารพกฎกติกาใน หนังสือสัญญาแล้วลงมือต่อสู้กัน เพราะหากเป็นเช่นนันจริง คงไม่น่ามองสัก เท่าไร อีกอย่างทัพของพวกท่านยังอยู่ด้านนอก ท้าอะไรต้องระมัดระวัง ทุก อยา่ งตอ้ งรอบคอบ น่ันถึงจะเรยี กวา่ ยอดเย่ยี มอย่างแท้จรงิ ” ขณะท่ีคนทังสามก้าลังต่อปากต่อค้ากัน ฉีอันกลับยืนอยู่ด้านข้างนิ่ง จ้องไปยัง ชิงเซ่ียด้วยแววตาที่เย็นเฉียบแทบจะไม่กระพริบตา ก่อนจะเอ่ยปากถาม “เจ้า เปน็ ใครกนั แน่?”
สายลมพัดฟุ้ง เสียงหวีดท่ีดังส่งมาราวกับเสียงหอนของฝูงหมาป่าจากทิศอุดรท่ี หนาวเหน็บ ชิงเซี่ยยืนอยู่กลางสนาม ด้านข้างคือเย่ียนหุยแห่งซีชวนท่ีใช้เสียง หัวเราะสยบใต้หล้า แต่ทว่าทันที่ท่ีเขาได้ยินประโยคนี ก็พลันเงยหน้าขึนมองไป ท่รี ัชทายาทแห่งตงฉดี ้วยความชะงักงนั ฉีอันถอดถุงมอื ที่สง่ั ทา้ เป็นพิเศษออก แล้วโยนมันลงไปบนพืน ก่อนจะกล่าวด้วย เสียงลึก “ข้ากับชิงเซ่ียอยู่ด้วยกันมาสิบปี ไม่มีใครรู้จักนางดีไปกว่าข้า เจ้าบอก ข้ามา เจ้าเป็นใครกันแน่?”
บทท่ี 106-3 ระบุตัวตน มุมของปากของเย่ียนหุยยกยิมด้วยรอยยิมท่ีมีความหมาย ยืดอกราวกับว่านั่น เป็นเรื่องท่ีแน่นอน ไม่รู้ว่าเขารู้เร่ืองทังหมดอย่างลึกซึงจริงๆ หรือแกล้งท้าเป็นรู้ เรื่องกันแน่ จวงเตียนหรูขมวดคิวมุ่น แม้ไม่ถึงกับแสดงท่าทีลนลานหรือตกอก ตกใจออกมา แต่ทว่าก็แสดงถึงความตระหนักถึงซ่ึงบางอย่างอย่างชัดเจน ฉินจือเหยียนเองก็ย่นคิวเข้าหากันน้อยๆ เช่นกัน ทว่าไม่ได้ชัดเจนเพียงนัน อีก ทังสายตาของเขาไม่ได้จับจ้องไปที่ชิงเซ่ีย แต่เอียงศีรษะแล้วมองไปท่ีฉีอันแทน ในดวงตาของเขาประกายคมกริบวาดผ่าน สัญชาติญาณการระวังภัยถูกปลุกให้ ตื่นเต็มท่ี จะมีก็เพียงแตฉ่ ู่หลี ที่หลังจากไดฟ้ ัง ก็ขมวดคิวมุ่นอย่างชัดเจน ในแววตาราวกับ พายุที่ก้าลังโหมกระหน้่า เขาหันหน้ากลับไปมองชิงเซ่ียอย่างรวดเร็ว จับจ้องไป ทใ่ี บหนา้ ของชิงเซี่ยนิ่ง ควิ ทงั สองข้างยน่ จนเกือบจะกลายเป็นปมเดียวกัน “ชิงเซ่ียเกิดในตระกูลต้าหรู มีพรสวรรค์ด้านอักษรและวรรณกรรม รู้จักคิด วิเคราะห์และฉลาดหลักแหลม และไม่ชอบอ่านหนังสือประวัติศาสตร์เป็นที่สุด นางบอกว่าหนังสือประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด บันทึกการรบก็มีแต่ การฆ่าฟนั ลว้ นมแี ต่เรอื่ งท่โี หดร้ายปา่ เถอ่ื น ทว่าตงั แตว่ ันท่สี บิ เจ็ดเดือนสิบเอ็ดปี ป่ิงเซินเป็นต้นมา เจ้ากลับอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ บันทึกการรบ และบันทึก ทางการทหารติดตอ่ กันเป็นเวลาถึงหน่ึงเดือนเต็ม เจ้าสอบถามแม้กระทั่งประวัติ อย่างไม่เป็นทางการและเรื่องเล่าต้านานของประวัติศาสตร์ น่ีเป็นจุดสงสัยข้อที่ หน่ึง ชิงเซ่ียนับถือศาสนาพุทธ กินเจทุกปี และทุกวันยามบ่ายต้องสวดมนต์ท้า สมาธิ แต่ว่าเช่นเดียวกันนับแต่วันที่สิบเจ็ดเดือนสิบเอ็ดปีปิ่งเซินเป็นต้นมา เจ้า
ไม่กินเจอีก ย่ิงไม่มีการสวดมนต์ไหว้พระ น่ีเป็นจุดสงสัยข้อที่สอง ชิงเซ่ียแต่เล็ก ร่างกายอ่อนแอ ชน่ื ชอบฉนิ หมาก ภาพวาด และโคลงกลอน รักการร่ายร้า งาน อักษร รวมไปถึงงานเขียนพู่กัน แต่ไม่เคยเรียนศิลปะการต่อสู้ ไม่เคยฝึกวรยุทธ์ ทว่าเจ้ากลับมีร่างกายที่คล่องแคล่วปราดเปรียว มีสุขภาพดีแข็งแรง ปะทะกับ ทหารหนง่ึ ต่อสิบส้าหรบั เจ้าไม่นบั ว่าเป็นปัญหา ท่ีส้าคัญฝีมือการแฝงตัวและการ ลอบสังหารล้วนเช่ียวชาญ ประสบการณ์ดา้ นการรบก็มากมาย นี่จึงเป็นจุดสงสัย ข้อที่สาม ชิงเซ่ียเป็นคนท่ีมีความกตัญญูมากถึงมากที่สุด ต่อให้ไม่ยินดี ก็ยังคง ยินยอมปฏิบัติตามค้าส่ังของบิดา แต่งเข้าวังหลังแคว้นหนานฉู่อย่างอุ่นใจ แต่ ทว่าตงั แต่เดือนสิบเอ็ดปีป่ิงเซินเช่นกัน เจ้ากลับพยายามหลบหนีออกจากหนาน ฉู่ครังแล้วครังเล่า นอกจากนี ชิงเซ่ียเป็นคนที่ให้ความส้าคัญกับมารยาทและค้า สอนเป็นอย่างมาก ถึงแม้นิสัยจะค่อนข้างอ่อนแอและหัวอ่อน แต่ก็ไม่เคยทรยศ หลักจริยธรรมค้าสอนเหล่านัน มิเช่นนันนางคงจะหนีออกจากหนานฉู่ไปพร้อม กบั ขา้ นานแลว้ ย่ิงไมต่ ้องกล่าวถงึ วา่ จะหนีออกจากพระราชวังแคว้นฉู่ด้วยตัวคน เดียวแลว้ มามสี ัมพนั ธ์กบั บุรุษอื่นเชน่ นี น่เี ป็นจดุ สงสัยขอ้ ทส่ี ี่” ฉีอันค่อยๆ เดินขึนมาข้างหน้าอย่างช้าๆ ใบหน้าเย็นชาดุจน้าแข็ง ดวงตาท่ี ประกายคมกริบแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดและสินหวังอย่างถึงที่สุด เขากล่าว ออกมาทีละค้าๆ ด้วยเสียงลึก “นอกจากใบหน้านีแล้ว เจ้ากับชิงเซี่ยก็ราวกับ เป็นคนละคนกัน ผู้อื่นล้วนรู้ดีว่าชิงเซ่ียแฝงตัวเข้าไปเป็นสายลับในหนานฉู่ด้วย การชีน้าของขา้ แน่นอนว่าต้องมีบางจุดท่ีแอบซ่อนเอาไว้ แต่ข้ารู้ดีท่ีสุดว่าตลอด สิบปีท่ีผ่านมา ชิงเซ่ียและข้าศึกษาบทกวี เขียนภาพ อ่านโคลงด้วยกันอยู่ตลอด นางจะเอาเวลาท่ีไหนไปศึกษาศิลปะการต่อสู้และเรียนรู้ทักษะการฆ่าคน เจ้า อาจจะหลอกผู้อื่นได้ แต่เจ้าจะหลอกข้าได้อย่างไร? บอกข้ามา เจ้าเป็นใครกัน แน่? แลว้ ชิงเซยี่ ตัวจรงิ ตอนนอี ยทู่ ีไ่ หน?”
ราวกับอัสนีบาตฟาดลงกลางใจของผู้คนอย่างรุนแรง ใบหน้าของฉู่หลีซีดเผือด ราวสีเหล็ก เขาหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว ก่อนใช้สายตาท่ีซับซ้อนและสับสน มองดูนางอย่างสงบ กล่าวส่งิ ใดไม่ออก ชิงเซ่ียเองก็ตกตะลึงเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จู่ๆ ความต่ืนตระหนกลน ลานและความหวาดกลัวสายหน่ึงที่ไม่เคยมีมาก่อนก็แล่นเข้าสู่หัวใจราวกับ กระแสน้าท่ีเชี่ยวกราดหมายมาดกลืนกินและกวาดล้างทุกส่ิง นางหันหน้า กลับไปมอง เม่อื เห็นแววตาทดี่ ้ามืดดิ่งลกึ เชน่ นันของฉู่หลี ในใจก็พลันส่ันสะท้าน เบาๆ “เจ้าเป็นใครมาจากที่ใดกันแน่? ชิงเซี่ยหายไปไหน เจ้าสังหารนางหรือ?” ฉีอัน ใบหน้าเย็นเยยี บ บีบบงั คบั เอย่ ถามดว้ ยน้าเสยี งก้าวรา้ ว “ขา้ เปลา่ !” ชิงเซี่ยเลิกควิ ก่อนกลา่ วอยา่ งลนลาน “เจ้าเปล่า?” น้าเสียงทุ้มต่้าของฉู่หลีจู่ๆ ก็ดังขึน ราวกับเสียงของดวงวิญญาณที่ ดงั ส่งมาจากนรกภมู ิ “เช่นนัน เจ้ากไ็ มใ่ ชจ่ วงชิงเซย่ี ตวั จริง?” “ข้า...” ชิงเซี่ยกล่าวสิ่งใดไม่ออกอย่างกะทันหัน จะให้นางพูดว่านางถูกผู้อ่ืนฆ่า แล้วมาอาศยั ยมื ศพคนื ชวี ิตอย่างนนั หรอื ? “เจ้าแกล้งอาศัยใช้ฐานะของจวงชิงเซ่ีย ประจบประแจงรัชทายาทอันก่อน จากนนั เขา้ ไปเปน็ สายลบั ในหนานฉู่ สุดท้ายคอ่ ยไปสวามภิ กั ด์ิแกต่ า้ ฉนิ แม้แต่ตวั ข้าแม่ทัพเองอีกนิดก็คิดจะแต่งเจ้าเป็นอนุล้าดับท่ีสิบเจ็ดแล้ว คิดไปคิดมาก็น่า ตกใจย่ิงนัก! ท้าไมหรือ หรือว่าแท้จริงแล้วเจ้าเป็นสายลับที่พวกซงหนูส่งมา ให้ มาล้วงความลับของแคว้นข้าใช่หรือไม่? หรือว่ามีความลับใดที่ไม่อาจบอกกล่าว
ได้อย่างนันหรือ? เฮ้อ! น่าเสียดายยิ่งนัก เจ้าเองก็งดงามเช่นนี เหตุใดต้องเป็น โจรดว้ ยเล่า” เย่ยี นหยุ ถอนหายใจยาว ส่ายหวั กล่าว “พดู !” ฉีอนั ตะคอกเสียงดัง กล่าวด้วยเสียงลึก “เจ้าท้าอะไรนาง? เจ้าฆ่านางไป แลว้ ใช่หรือไม่?” “ข้าเปล่า!” ชิงเซี่ยเองก็เงยหน้าขึนอย่างดุดัน ก่อนกล่าวเสียงดังด้วยความโมโห “ข้าไม่รู้ว่านางอยู่ที่ใด? ข้ามาถึงที่น่ีนางก็ตายไปแล้ว แล้วท่านจะให้ข้าตอบ อย่างไรเล่า?” “แมน่ างท่านนี” จวงเตียนหรูค่อยๆ เดินขนึ มาจากทางดา้ นหลัง ใบหน้าฉายแวว สงบและมีสติ แต่ทว่าดวงตาคู่นันของเขาราวกับแก่ลงไปเป็นสิบปี เขาเดินมา หยุดอยดู่ า้ นหน้าของชงิ เซ่ีย กล่าวด้วยเสียงลึก “หากแน่นางรู้ว่าบุตรสาวของข้า อยู่ท่ีใด ได้โปรดบอกกล่าว เซ่ียเอ๋อร์ ตลอดชีวิตของนางช่างยากล้าบาก ตังแต่ เลก็ กต็ อ้ งเผชญิ กับความทุกข์ทรมาน ตอ่ ใหต้ ายไปแล้ว ก็ขอให้ข้าผู้เฒ่าได้พบศพ ของนางอกี สกั ครงั ” “ท่าน...” ชิงเซ่ียมองไปยังชายชราท่ียืนอยู่เบืองหน้าของตน จู่ๆ ก็ไม่รู้ว่าจะ กล่าวว่าอย่างไร ความรู้สึกเศร้าโศกรุนแรงสายหนึ่งพุ่งขึนมาจากก้นบึงของส่วน ลึกในหวั ใจ ราวกบั คลนื่ ยักษท์ ่ซี ัดขนึ มาเปน็ ชนั ๆ แล้วซัดเอาหัวใจทงั ดวงของนาง ปลิวหายไป นางกัดริมฝีปากแน่น ใบหน้าซีดขาวไร้ซ่ึงสีเลือด สายตาของผู้คนท่ี จบั จ้องมาทน่ี างเป็นสายตาเดยี วท้าเอาความรูส้ กึ เศรา้ โศกนยี ่ิงโหมกระหน่้า “เจา้ หยุดอยู่ขา้ งกายขา้ มแี รงจูงใจท่ีแท้จริงเปน็ เชน่ ไร?”
เสียงต้่าแหบพร่าดังส่งเข้าหู เสียงนันช่างอ้างว้างโดดเดี่ยวและส่ันเครือ ชิงเซ่ีย เงยหน้าขึนมอง มองดูใบหน้าที่เย็นชาของฉู่หลี มุมปากของเขายกยิมขมขื่น จางๆ ก่อนเอ่ยตอบเบาๆ “ข้าไม่ได้มีแรงจูงใจซ่อนเร้นใดๆ สิ่งนีท่านสมควรจะ ชดั เจนที่สดุ ” “เช่นนันเหตุใดเจ้าถึงต้องฆ่าจวงชิงเซี่ย แล้วเปลี่ยนตัวแฝงกายเข้ามาใน พระราชวังแคว้นฉู่?” ฉู่หลีตะคอกเสียงดัง น้าเสียงคมชัด แผ่กล่ินอายสังหาร ออกมาชดั เจน ชิงเซี่ยค่อยๆ หันหน้ากลับไป ตอนนีนางพูดอะไรไปก็ล้วนไม่มีประโยชน์ หลกั ฐานทังหมดชีชัดว่านางไม่ใช่จวงชิงเซี่ย ทุกส่ิงทุกอย่างชีให้เห็นแล้วว่านางมี จุดประสงค์ไม่ดีแอบแฝง เช่นนันก็ไม่จ้าเป็นต้องไปไปอธิบายใดๆ ให้มากความ อีก อย่างไรเสยี คนพวกนีก็หาได้สา้ คัญไม่ ชงิ เซ่ยี แอบกล่าวในใจเบาๆ ไม่ว่าจะเป็นบิดาแซ่จวง หรือว่าฉีอัน แม้กระท่ังฉู่หลี อย่างไรเสียนางก็ตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาไปแล้ว หากแต่คิดเช่นนีแล้วท้าให้ เขาสบายใจขึนสักนดิ เชน่ นันก็ปลอ่ ยใหเ้ ป็นเชน่ นตี อ่ ไปเถดิ แต่ว่าเพราะเหตุใดกัน ทังท่ีเป็นเช่นนัน แต่หัวใจของนางกลับส่ันสะท้านอย่าง เจ็บปวด ภาพของวันวานทเี่ คยผ่านมาร่วมกัน ภาพทเี่ คยจับมือเผชิญหนา้ กบั อันตรายและ อาบย้อมไปด้วยโลหิต ทุกส่ิงทุกอย่างถูกท้าลายจนสินซากไม่เหลือชินดีต่อหน้า หลกั ฐานทแี่ สดงออกมาเหลา่ นี
ฉู่หลี แต่เดิมท่านก็ไม่เคยมีแม้แต่คร่ึงของเศษเสียวท่ีจะคิดเช่ือใจข้าอยู่แล้ว ต่อ ให้วันนีเป็นจวงชิงเซ่ียตัวจริงท่ียืนอยู่ตรงหน้าท่าน ก็ไม่อาจอธิบายให้ชัดเจนได้ อยู่ดี “ไม่พูด นั่นก็เท่ากับว่าเจ้ายอมรับ?” ฉีอันร้องตะโกนอย่างเกรียวกราด สะบัด กระบ่ีอ่อนขึนแล้วชีไปยังชิงเซ่ีย ก่อนกล่าวเสียงลึก “ชิงเซี่ยอยู่ท่ีใด? หากเจ้ามี หลักฐานจริงก็เอาออกมาแสดงให้เห็น อย่างน้อยข้าจะให้เจ้าได้ตายในสภาพ สมบูรณ”์ ทหารค่ายเหยียนจือแห่งกองทัพต้าฉินสะบัดธงรบเสียงดังฉับดังส่งมา ทหาร ทังหมดท่ีอยู่ด้านหลังตะโกนก้องขึนในทันใด ดาบยาวถูกชักออกจากฝักที่เหน็บ อยู่ตรงเอว ฉินจือเหยียนในชุดเกราะสีขาวเงินเดินมาหยุดอยู่เบืองหน้าของ ชิงเซี่ยแล้วดันนางเข้าไปหลบอยู่ด้านหลัง ก่อนจะกวาดสายตาของเขาไป ยงั เย่ยี นหยุ ฉอี ัน และฉู่หลีด้วยความเย็นเยียบ และมองไปท่ีกองทัพอันทรงพลัง ของทังสามแคว้นอย่างไม่แม้แต่จะหวาดกลัว น้าเสียงของเขาเย็นยะเยือกดุจ น้าแข็ง บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิมจางๆ กล่าวอย่างเย็นชาว่า “รัชทายาทฉี อนั คดิ ว่ายามนีทา่ นอยู่ในแควน้ ตงฉอี ยา่ งนันหรอื ?” ฉีอันชะงักกึก ก่อนขมวดคิวมุ่นกล่าว “องค์ชายสาม นางไม่ใช่จวงชิงเซี่ย เร่ืองนี ข้าสืบมาชัดเจนแล้ว นางกับหั่นต๋าหยวนซ่ังแห่งซงหนูมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น ไมม่ ีทางเป็นชาวฮนั่ ไปได้อย่างแน่นอน นางจะต้องเป็นสายลับที่พวกซงหนูส่งมา แน่” ฉนิ จอื เหยยี นยกยมิ เยน็ ก่อนถามกลับ “เช่นนันแล้วจะอย่างไร? แต่ไหนแต่ไรมา ข้าก็ไม่เคยรู้จักจวงชิงเซี่ยอะไรท่ีว่าน่ี ข้ารู้เพียงแค่ว่านางช่ืออีหม่าเอ๋อร์ ยามนี
เป็นสตรีในดวงใจของข้า และต่อให้นางเป็นสตรีชาวซงหนูจริงๆ แล้วจะอย่างไร ท้าไมจะไม่ได้?” ฉีอันตะลึงงัน แล้วกล่าวด้วยเสียงที่เย็นเยียบ “เช่นนันก็ช่างเถิด อย่างไรก็ตาม วันนีสตรีนางนีต้องมาอยู่ในมือข้า ข้าจะต้องเอานางมาให้ได้ และในเมื่อเป็น เชน่ นัน กค็ งต้องขดั ใจกับท่านแลว้ ” “ยินดีเป็นคูม่ ือให!้ ” สายลมอันหนาวเหน็บพัดผ่านพืนท่ีราบ แล้วม้วนเอาหิมะสีขาวที่แสนเย็นเยียบ บินขึนสู่ท้องฟ้า คมดาบที่เย็นเฉียบของทหารจากฉินฉีสองแคว้นชีเข้าหากัน เตรยี มพรอ้ มประจนั หน้า “รายงาน!” ขณะนีเอง เสียงร้องรายงานก็ดังส่งเข้าหูมาจากที่ไกลๆ ทหารลาดตระเวนนาย หนึ่งจากกองทัพซีชวนตะบึงม้ามาจากทางทิศตะวันตก แล้วกระโดดพลิกตัวลง จากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนคุกเข่าอยู่บนพืนกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด “รายงานท่านแม่ทัพ พบตัวคนจากป้อมไป๋ลู่อยู่ห่างจากท่ีน่ีไปด้านหน้าสิบลีบน ลานใหญ่ เขาก้าลังท้าสู้กบั ทหารอยา่ งเปิดเผยขอรบั !” “อะไรนะ?” เย่ียนหุยเลิกคิวขึน ดวงตาทังคู่เบิกโพลงด้วยฉายแววไม่อยากจะ เชือ่ แล้วกลา่ วว่า “คนป้อมไปล๋ คู่ นนเี บือ่ ชวี ิตแล้วใชห่ รือไม่?” นี่เป็นครังแรกท่ีเขารู้สึกตกใจมากขนาดนี ดวงตากรอกไปมาครังหนึ่ง ก่อนท่ีจะ หนั หนา้ กลบั มาแลว้ กล่าวด้วยรอยยมิ “ในเมอื่ ปอ้ มไป๋ลู่พร้อมจะเอาชีวิตมาส่งถึง หน้าประตู เช่นนันพวกเราไม่สู้ไปท้าให้เขาสมปรารถนาสักหน่อย ส่ีแคว้นปิด
ล้อมไล่ลา่ ครังนี ไดล้ งสญั ญาวา่ จะไม่โจมตีกนั และกันอยู่ก่อนแลว้ แมว้ า่ พวกท่าน ทังหลายมีแค้นต้องช้าระมีหนีต้องสะสาง อย่างไรก็รอให้การปิดล้อมไล่ล่าครังนี จบลงก่อนค่อยว่ากนั ดหี รอื ไม่” ฉอี ันมองไปท่ชี งิ เซย่ี อย่างเย็นชาวูบหนึง่ ก่อนจะพลิกตัวขึนหลังม้า แล้วพาทหาร จากตงฉที ะยานออกไป “ไม่ทราบว่าองค์จักรพรรดิแห่งหนานฉู่มีอันใดจะชีแนะหรือไม่?” ฉูห่ ลีจ้องไปท่ีฉนิ จอื เหยียนน่ิง แววตาของเขาเย็นยะเยือกจนแทบจะแช่แข็งผู้คน ได้ ในที่สุดจึงค่อยๆ หมุนกายจากไป แล้วเดินไปยังม้าศึกทีละก้าวๆ ก่อนจะ กระโดดขึนหลังม้า แลว้ มงุ่ ไปทางทศิ ตะวันตก เพราะเร่ืองของไป๋ลู่ ยามนีรอบด้านจึงค่อยๆ เงียบสงัดลง ชิงเซ่ียยืนอยู่ด้านหลัง ฉินจือเหยียน มองดูกลุ่มคนค่อยๆ ห่างออกไปไกล คลื่นที่อยู่ในหัวใจก็พลัน ทะยานสงู ขนึ อกี ครงั แขนขาทังสข่ี า้ งหนาวเหนบ็ จนเขา้ กระดูก “ฉินจือเหยียน ข้ามีท่ีมาท่ีไปไม่ชัดเจน ทังฐานะยังแปลกประหลาด ท่านไม่กลัว ว่าข้าจะเปน็ สายลบั ท่ีพวกซงหนูส่งมาอยา่ งนนั หรอื ?” ยงั คงเปน็ กลิ่นหอมของชวนเป้ยชันดีท่ลี อยส่งมา ฉนิ จอื เหยียนยกยิมอบอุ่นไปทัง ดวงตา กล่าวด้วยน้าเสียงท่ีแฝงความอ่อนโยนไว้เต็มเปี่ยม “เหตุใดเจ้าจะไม่มี ทม่ี าทีไ่ ปที่ชัดเจน? เจา้ ลมื ไปแลว้ หรอื วา่ เจ้าชอื่ ว่าอหี ม่าเอ๋อร์ มาจากแคว้นอีกฝ่ัง ของท้องทะเลอันไกลโพ้น ท่ีนั่นผลิตไก่ชนิดหนึ่งเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่ารสชาติจะไม่ อร่อย แต่ว่าก็ทานได้สะดวกสบาย อีกหน่อยหากมีโอกาส พวกเราไปลองชิม ด้วยกัน”
“ฉินจือเหยยี น...” ความรูส้ ึกเศรา้ โศกสายหน่ึงเสยี ดแทงไปทงั หวั ใจอย่างควบคุม ไม่อยู่ น้าเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย แต่ทว่าก็ยังคงเต็มไปด้วยความดือรัน และไม่ยอมใหน้ ้าตาไหลออกมา “ทา่ นเชือ่ ข้า?” บุรุษที่รูปร่างดังหยกยกยิมบางๆ เขาเอือมมือออกไปสัมผัสกับใบหน้าขาวนวล ของนาง แลว้ กลา่ วทีละค้าๆ ด้วยเสียงทฟี่ ังชดั “ขอเพยี งเจ้าพูด ข้าก็เชอื่ ทงั นัน” มวลเมฆปกคลมุ ลอยลอ่ ง ณ ท้องฟ้าทห่ี ่างไกล บนพนื ท่ีไป๋ลู่หยวนอันไร้ซึ่งพรหม แดน สายลมจากอดุ รทศิ หวีดรอ้ งเสยี งหวือ
บทท่ี 107-1 สำรวจค่ำยฉู่ยำมวิกำล สแี่ คว้นปดิ ล้อมไลล่ า่ ในครั้งนี้ ส้นิ สดุ ลงด้วยบทสรุปอันแสนจะน่าหัวร่อ ป้อมไป๋ลู่ ทเ่ี ผชิญหน้ากับความรวมมือกันของทหารทั้งส่ีแคว้น ได้ตัดสินใจเลือกอย่างชาญ ฉลาดโดยการยอมจานน และด้วยเหตุน้ี นายทหารช้ันดีจานวนมากจากทั้งส่ี แคว้นที่ยกทัพกันมาอย่างหวือหวา ก็สามารถจับตัวคนจากป้อมไป๋ลู่แล้วจับกด ลงกับโต๊ะเจรจาต่อรอง ให้แบ่งสัดส่วนของพ้ืนท่ีที่ราบไป๋ลู่ท่ีถูกควบคุมโดยป้อม ไปล๋ ่เู สยี ใหม่ นับต้ังแต่กลับจากที่ราบไป๋ลู่ ชิงเซี่ยก็เอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในกระโจมใหญ่ ตลอดเวลา อารมณ์และความร้สู ึกท่ีอธิบายไม่ไดเ้ หล่านั้น ว่ิงกระทบกระแทกเข้า ท่ีหน้าอกของนางอย่างต่อเน่ืองราวกับน้าเดือดหม้อหน่ึง นางไม่ควรจะเป็นคน เช่นน้ี ผู้อื่นจะคิดอย่างไร นางเคยใส่ใจตั้งแต่เม่ือไหร่กัน ต่อให้ผู้คนท้ังใต้หล้าจะ ช้ีจมูกด่าว่านางเป็นนางปีศาจที่ทรยศและทาลายแว่นแคว้นแล้วจะอย่างไร ? คิดถึงเม่ือตอนน้ันตอนที่นางถูกหน่วยรักษาความปลอดภัยใส่ร้ายว่าเป็นสายลับ ของฝ่ายตรงข้าม ยามที่ไร้เส้นทางปีนป่ายขึ้นผืนฟ้า ไร้ประตูลงสู่ผืนแผ่นดิน* นางก็กัดฟันผ่านมันมาได้มิใช่หรอกหรือ? เช่นนั้นตัวนางในตอนน้ี เป็นอะไรไป แล้ว? ตลอดทั้งช่วงบ่าย นางใช้เวลาไปกับการคิดพิจารณาปฏิกิริยาตอบสนองของทุก คนบนท่ีราบไป๋ลู่ นางแม้กระทั่งไม่สามารถหยุดคิดได้ว่า หากฉินจือเหยียนเองก็ เลือกสงสัยในตัวนาง เช่นน้ันฉู่หลีจะต้องการสังหารนางเพ่ือล้างแค้นให้จวง ชิงเซ่ียเหมอื นกบั ที่ฉีอนั ทาหรอื ไม่? ชิงเซี่ยนั่งอยู่บนขอบเตียง ยกคีมเขี่ยเล่นไปที่ถ่านไฟในเตาช้าๆ นางไม่ควรจะ
เป็นเช่นน้ี นางสามารถลืมฉู่หลีได้ แต่นางไม่สามารถลืมความรู้สึกท่ีเกิดข้ึน ระหว่างพวกนางท้ังสองได้ นางสามารถทอดทิ้งความทรงจาและเร่ืองราวเม่ือ ครัง้ วนั วานระหว่างพวกเขาได้ แต่นางกลบั ไม่ยินยอมที่จะใชว้ ธิ ีน้ี! ตอนนั้นเม่ือครั้งที่นางถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายใส่ร้าย นางถูกประเทศลงบัญชีแดง และถกู ออกหมายจับ สดุ ทา้ ยด้วยเจตจานงอันดื้อร้ัน นางไม่เพียงแต่รอดชีวิตมา จากการจู่โจมในเขตปกครองของพวกผู้ก่อการร้าย ท้ังยังสามารถหลบหนี ออกมาจากเขตกกั กันของประเทศได้ในทส่ี ุด ภายหลังตอนอยู่ท่ชี ิคาโก นางได้ลง มือระเบิดเคร่ืองบินของศัตรูท้ิง ช่วยเหลือผู้นาระดับสูงของประเทศออกมาได้ สาเร็จ จงึ ไดล้ บล้างชื่อเสยี งเรื่องความผิดของตนเองออกจนหมด ยามนั้นท้ังๆ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายยากลาบาก นางยังสามารถพึ่งพา เจตจานงอันดื้อร้ันและวิธีการบางอย่างเพ่ือคืนความเป็นธรรมให้กับตนเองได้ แล้วยามนี้นางจะใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ยอมรับข้อหาท่ีว่าฆาตกรรมจวงชิงเซ่ีย แล้วแบกรับชือ่ เสยี งทเ่ี หม็นเนา่ นี้อย่างนน้ั หรือ? จวงชงิ เซ่ยี ท่ีอยูใ่ นยมโลกคงนอนตายตาหลับ? ใครเป็นคนฆ่าจวงชิงเซี่ย? เป็นรัชทายาทแห่งตงฉีที่แสนขี้ขลาด เป็นเขาท่ีกังวล มากจนเกินไป ไม่กล้าเอานางมาไว้ข้างกาย ก็เลยกลายมาเป็นโศกนาฏกรรมท่ี แสนเศร้าของนางในภายหลัง เป็นบิดาแซ่จวงท่ีเป็นดั่งคนแก่เจ้าเล่ห์ เป็นเขาที่ เห็นแกต่ วั เหน็ แก่ผลประโยชน์ เพ่ืออนาคตของตนจึงได้ขายความสุขท้ังชีวิตของ บุตรสาว มองบุตรสาวของตนเองเป็นดงั่ วัตถชุ นิ้ หนึ่ง แล้วส่งไปให้คนน้ันทีคนนี้ที คร้งั แล้วครัง้ เล่า สดุ ท้ายเปน็ ฉู่หลีทจี่ ติ ใจล้าลึก ยามน้ันเพ่ือท่ีจะเอาตัวรอด จึงได้ ผลักจวงชิงเซี่ยไปให้แก่ฉีอัน หลังจากนั้นค่อยเข้าครอบครอง แล้วแย่งชิงหญิง สาวที่อยู่ข้างกายฉีอันเป็นเวลาสิบปีมาเป็นของตนเอง แต่ทว่ากลับเป็นเขาท่ี
หวาดระแวงและสงสัยนางในภายหลัง จึงโยนหญิงสาวที่ไม่มีแม้แต่ ความสามารถทีจ่ ะปกปอ้ งตนเองไปยังวงั หลงั ท่มี ีแต่กบั ดักแผนการ ปล่อยให้นาง ถูกรงั แกและถกู ทบุ ตีโดยผูอ้ ื่น ทา้ ยทส่ี ดุ จึงส้นิ ลมไปอย่างเงยี บๆ น่าสลด ล้วนเป็นคนเหล่าน้ีท่ีร่วมมือกันฆ่าหญิงสาวผู้น้ัน แล้วเหตุใดวันนี้แต่ละคนถึงได้ หน้าด้านหน้าทนมายืนอยู่เบื้องหน้านาง แล้วสอบถามเอาความจากนางเสียงดัง เลา่ ? นี่เป็นเรื่องท่ีน่าขันขนาดไหนบนโลกใบนี้ หรือเป็นเพราะพวกเขาแต่ละคนล้วน เคยถูกหลอก เคยบาดเจ็บมาก่อน ก็เลยเลือกท่ีจะเป็นดั่งเต่าที่ทอดท้ิงคนทั้งใต้ หลา้ อยา่ งนัน้ หรือ? จุดน่าสงสัยท่ีมีอยู่เต็มไปหมดเกินพอท่ีจะใช้หักล้างข้อกล่าวหา! แต่ว่าฉู่หลี ข้า ยืนอยูเ่ คียงข้างท่านมาเน่ินนานขนาดน้ัน เคยมีสักครั้งบ้างหรือไม่ที่จะวางกับดัก ทารา้ ยทา่ น? ขา้ ท่ีเปน็ เช่นนี้ จะเป็นศัตรกู บั ทา่ นไดอ้ ยา่ งไร? ชงิ เซ่ียค่อยๆ ลกุ ข้นึ ยืน ก่อนมองไปยังเตาไฟทมี่ ีถ่านสแี ดงเผาไหม้ลุกโชน นางไม่ ยอมให้ตัวเองอ่อนแอเช่นนี้ นางทนมามากเกินพอแล้ว และจะไม่ทนอีกต่อไป แล้ว เจ้าบ้าเหล่าน้ีปักธงล้างแค้นให้ผู้ตายอย่างง่ายดาย แต่พวกเขาลืมไปแล้ว หรือวา่ ใครกันที่เป็นต้นเหตุให้จวงชิงเซ่ียต้องตายอย่างอ้างว้างโดดเดี่ยวและส้ิน หวงั เพียงน้ัน คนที่ฆ่าหญิงสาวผู้อ่อนแอนางน้ัน ไม่ใช่ตันเฟย ไม่ใช่วังหลังที่กลืนกินผู้คนของ หนานฉู่ ยิ่งไม่ใช่โชคชะตาท่ีแสนบัดซบอะไรน่ัน แต่เป็นพวกคนเหล่านั้นท่ี ภายนอกทาทีเป็นมคี ุณธรรมหนกั หนา เป็นญาติสนทิ ทีต่ หี นา้ เสแสร้งทาเป็นเศร้า โศกทกุ ขต์ รมพวกนัน้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 620
Pages: