Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

Published by novellabook2562, 2023-01-28 07:27:55

Description: ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

Search

Read the Text Version

สวรรคเ์ ฝา้ มองยุคสมัยผวนผ่าน หบุ เขาเผิงไหลข้ามมรสมุ ร้อยปี บนเสาไม้ขนาดใหญ่ท่ีสูงนับร้อยจั้งท้ังสองต้น สลักอักษรที่เขียนจากพู่กันไว้อย่าง เป็นระเบียบ อักษรบนเสาตวัดเขียนได้อย่างมีพลัง โดดเด่นเป็นอิสระ จังหวะพู่กัน เปิดเผย ทั้งสองคนยืนอยู่ตรงมุมหน่ึง ก่อนแหงนหน้ามองโคลงคู่ที่สลักอยู่ด้านบน ความรูส้ ึกหา้ วหาญพลันพุ่งทะลักออกมา นกสีดาขนาดใหญ่บินวนอยบู่ นท้องฟ้า บรรยากาศรอบกายราวกับมีไอเซียนปกคลุม ม่านหมอกเข้ากลืนกินไปทุกพ้ืนท่ี บนท้องฟ้าไกลออกไปนับหม่ืนล้ี ผืนนภาสีคราม สะอาดดจุ เคร่ืองเคลือบชั้นดีไม่มหี มูเ่ มฆมาบดบังแม้แต่น้อย แสงสว่างฉายส่องลงมา สู่ต้นไม้เบื้องล่างที่ขึ้นเต็มผืนปฐพีราวกับระลอกคลื่น ส่งให้แสงที่สาดส่องมายังโลก เบ้ืองล่างเรืองรองไม่มีท่ีส้ินสุด เสมือนดั่งบรรยากาศของเทพเซียนที่บริสุทธิ์และ ศักดิส์ ิทธ์ิ ที่แท้หุบเขาท่ีต้ังอยู่ในส่วนลึกของรอยแยกท่ีมีดอกไม้ประหลาดเบ่งบานไปท่ัว จะมี ชือ่ เรยี กวา่ หุบเขาเผิงไหล? ชิงเซ่ียและฉู่หลีพยายามระงับความตื่นตระหนกท่ีเกิดขึ้นในจิตใจ ก่อนค่อยๆ ก้าว ข้ึนไปข้างหน้าอย่างช้าๆ สายลมท่ีแสนอ่อนโยนพัดเข้ามาปะทะใบหน้าเบาๆ บุปผา นบั รอ้ ยชนิดเบง่ บานเตม็ พื้น สเี ขยี วมรกตจากต้นหญ้าและใบไม้ทอดยาวออกไปไกล ไม่มีท่ีสิ้นสุด รอบด้านมีแต่วิหคสวรรค์หายากท่ีไม่อาจพบเห็นได้จากบนผืนดินใหญ่ เหมือนกับว่าวิหคจากท่ัวท้ังใต้หล้าล้วนแล้วแต่บินมาสร้างรังที่นี่อย่างไรอย่างน้ัน เสียงร้องดงั จิ๊บๆ ดังขึ้นไม่ขาดสาย ครึกคร้นื มชี ีวติ ชีวาเป็นอย่างยิง่ รอบด้านดอกกุหลาบสีสันสวยงามเบ่งบานสะพร่ัง สัตว์เดรัจฉานล้าค่าหายากเดิน แหวกผา่ นพงหญา้ ไป อุปกรณ์ทาไร่ทานาสามารถมองเห็นได้จากทุกที่ ศิลปะจากไม้ รูปร่างแปลกตาผุดขึ้นมาเต็มไปหมด ทั้งคู่อดไม่ได้หันไปสบตากันคร้ังหน่ึง ก่อนจะ

เหน็ ว่าในแววตาของฝา่ ยตรงขา้ มเต็มไปดว้ ยความตกตะลึงและกังวลใจ ทกุ สรรพสง่ิ รอบด้านเงยี บสงดั หลงเหลือแต่เพียงเสียงร้องของนกเท่าน้ัน ไม่มีแม้แต่ เงาของคนใหเ้ ห็น หลงั จากเดินต่อไปได้อีกครหู่ น่ึง ห้องโถงทีย่ ิง่ ใหญ่อลังการหลังหน่ึงก็ปรากฏสู่สายตา ชิงเซ่ียแหงนหน้าข้ึนมองไปด้านบน ประกายแสงสีทองระยิบระยับสดใสทาเอา ดวงตาพร่าเลือนไปหมด ป้ายไม้แกะสลกั แผ่นใหญ่ทที่ าจากตน้ แพรเหลอื งนาเข้าจากทะเลทักษิณทั้งชิ้นแขวน อยู่บนนั้น อักษรสีทองเขียนสลักไว้อย่างสง่างามว่า ‘รัดพระองค์หยกเรียงรายเบ้ือง หนา้ บริพาร ร้อยวหิ กแซ่ซอ้ งพระราชวงั เฟงิ่ หมิง’ หลงั จากผลักบานประตใู หญ่เข้าไป ที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็คือเส้นทางท่ีทาจากหยก สายหน่ึงทอดยาวไปจนถึงพระตาหนักกลาง สีเขียวมรกตจากหยกชั้นดีท่ีใช้ปูพ้ืน เปล่งประกายระยิบระยับ ล่อลวงผู้คนให้หลงใหลมัวเมา ทุกหนแห่งสะท้อนไปด้วย แสงสายหนง่ึ ทแ่ี สนอัศจรรย์ เวลานที้ อ้ งฟ้าด้านนอกค่อยๆ มืดลงแล้ว แต่ภายในพระราชวังกลับยังส่องสว่างเป็น ประกาย ไข่มุกบูรพาขนาดใหญ่ประดับประดาอยู่ทั่วท้องพระโรง มุกราตรีส่องแสง สุกใส กล่ินหอมจางๆ จากดอกไม้และต้นหญ้ารูปร่างแปลกตาโชยเข้าสู่จมูก ทุกสิ่ง ทกุ อย่างหรูหรางดงาม ราวกับสรวงสวรรคท์ เ่ี ต็มไปด้วยไอเซยี น ท่ามกลางแสงท่ีส่องประกาย กลิ่นหอมจากหมู่แมกไม้ และพระราชวังขนาด มโหฬาร ตรงกลางยงั ถกู ปูไว้ด้วยพรมรปู ทรงกลมผืนใหญ่ผนื หนึง่ ดา้ นบนผืนพรมถูก ปกั ไว้ด้วยรูปดอกไมส้ ีทองทส่ี วยงามกบั รูปหงสร์ าชาแห่งเหล่าวิหค โต๊ะเลก็ สาหรับใช้ ในงานเล้ียงถูกตั้งไว้เป็นรูปวงกลมล้อมรอบพรมเอาไว้ ท้ังบนโต๊ะยังวางอาหารไว้

เสรจ็ สรรพเรียบร้อย เหมือนกับรอใหม้ คี นมาดม่ื กนิ อย่างไรอย่างนั้น กลน่ิ หอมท่ีรนุ แรงสายหนง่ึ ก็โชยส่งมาโดยพลนั ต้าหวงเห่ารอ้ งเสียงดัง ก่อนจะว่ิงขึ้น ไปข้างหน้าอยา่ งรวดเรว็ ในเวลานเ้ี อง ท่ีเสยี งฮึมฮาเสยี งหน่ึงดังส่งเขา้ หู ชิงเซ่ยี และฉหู่ ลีได้ยินในเวลาเดียวกัน ก่อนจะหันหน้ากลับไปมอง เห็นเป็นชายหนุ่มผู้หนึ่งในชุดผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดกาลัง ถูกมดั ไว้ ใบหน้าของเขาปิดด้วยผ้าสีดาสนิท นอนอยู่ที่ตรงมุมหน่ึงของห้องโถง เห็น ได้ชัดว่าหลังจากท่ีคนผู้น้ันได้ยินเสียงจากทางน้ี จึงได้พยายามด้ินรนให้หลุดจาก พนั ธนาการ ชิงเซ่ียและฉู่หลีรีบวิ่งข้ึนไปด้วยความรวดเร็วราวสายฟ้า ก่อนจะย่ืนมือออกไป กระชากผา้ ปิดหนา้ ของคนผ้นู ้นั ออก ช่วงสถานการณ์อนั ตรายน้นั เอง ทง้ั สามคนพลันตกตะลงึ ขึน้ ไปพรอ้ มๆ กัน “หลินมู่ไป๋?” ชิงเซ่ียอ้าปากค้าง เอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก “เหตุใดท่านถึงมา อยูท่ น่ี ่ีได?้ ” *กวางซวิ่นลู่ คือกวางเรนเดยี ร์

บทที่ 116-1 คล่ืนวสันต์ในห้องมืด ฉู่หลีรุดขึ้นไปแก้เชือกท่ีมัดอยู่บนตัวหลินมู่ไป๋ออกอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเอา ผา้ ฝ้ายทอ่ี ดุ ไวใ้ นปากเขาออกมา ทว่ากลับเห็นเพียงความไร้มารยาทที่น่าตาย ไร้ ซ่ึงการโค้งค้านับของใต้เท้าหลินแห่งกรมพระอาลักษณ์ที่ซ่ึงยามน้ีมีรอยพกช้าสี เขียวบนหน้า และชุดเสื้อผ้าอยู่ในสภาพเละเทะเท่าน้ัน ดวงตาทั้งคู่ของเขาจ้อง มายงั ชิงเซ่ยี ไม่ไหวติง ผ่านไปเนิ่นนานถึงจะค่อยๆ พยักหน้าช้าๆ ก่อนกล่าวด้วย ความเศร้าโศกเสียใจว่า “ท่ีแท้เรื่องของเทพเซียนภูตผี จริงๆ แล้วก็ไม่ได้เป็น เพียงค้าหลอกลวงอันใด คิดไม่ถึงว่าดินแดนสงบของปรโลกแห่งน้ี จะมี พระราชวงั ทีห่ รหู รางดงามเชน่ น้ี ช่างตรงกนั ข้ามกับที่ขา้ จนิ ตนาการไว้มากนกั ” ราวกับถูกไม้กระบองแท่งใหญ่ฟาดเข้าท่ีศีรษะของชิงเซี่ยอย่างจัง ประโยค ค้าถามมากมายท่ีเตรียมไว้เต็มท้องของชิงเซ่ียหยุดชะงักไปโดยพลัน นางจ้องไป ท่ีหลินมู่ไป๋เขม็ง แล้วเพลิงโทสะก็ค่อยๆ โหมปะทุข้ึน แทบอดไม่ได้ท่ีจะเหว่ียง หมัดออกไปอัดเจ้าบณั ฑติ โง่งมน่นั ให้ตายคากา้ ปน้ั ใบหน้าของฉู่หลีประเด๋ียวขาวประเด๋ียวแดงสลับกันไปมาไม่หยุด ริมฝีปากเม้ม แน่น ไม่กลา่ วอะไรออกมาแม้เพยี งสักคา้ เดิมทีเป็นเขาเองที่บอกหลินมู่ไป๋ว่าชิงเซี่ยก็คือเซียงจว๋ี อีกท้ังยังบอกว่านางตาย ไปแล้ว ดังนั้นเวลานี้ยามต้องเผชิญหน้ากับข้าราชบริพารผู้ซ่ือสัตย์และภักดีต่อ ตนเอง จะให้เขาเอ่ยปากบอกหลินมู่ไป๋อย่างไร ว่าตลอดมาเขาเห็นอีกฝ่ายเป็น เพียงคนโง่ท่หี ลอกงา่ ยเทา่ น้นั ? “ท้าดีได้ดี ท้าชั่วได้ช่ัว เมื่อคราน้ันเป็นข้าที่ผิดต่อแม่นาง คิดไม่ถึงว่าวันนี้ในโลก

ของดวงวิญญาณ ขา้ จะสามารถพบพานกับแม่นางไดอ้ กี ครง้ั เรื่องราวในโลกหล้า น้ีช่างลึกลับเกนิ หยง่ั ยากเกินกว่าที่จะคาดเดาจรงิ ๆ” ชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมขงจ่ือผมเผ้ารุงรัง ใบหน้าเจ่ือนๆ ที่อยู่ในสภาพทุลักทุเล ของเขาฉายแววกระอักกระอ่วนใจ แต่ทว่าเขายังคงส่ายศีรษะทอดถอนใจอย่าง ไมร่ ู้เรือ่ งรู้ราวอยู่เชน่ นัน้ ดูไปแลว้ กท็ งั้ นา่ ขบขนั และนา่ โมโห ชิงเซย่ี ถลึงตาจ้องไปทฉ่ี ู่หลีด้วยความฉุนเฉียว ในแววตาคู่น้ันแทบจะสามารถพ่น ไฟออกมาได้ ฉู่หลีกระแอมไอเสยี งเบาออกมาครง้ั หน่ึง ก่อนเอ่ยถามด้วยเสียงลึก “ขนุ นางหลิน เกิดอะไรข้นึ ? เจา้ มาอย่ทู น่ี ่ไี ด้อยา่ งไร?” หลินมู่ไป๋ราวกับเพิ่งจะตระหนักถึงฉู่หลีท่ียืนอยู่ด้านข้างตน ฉับพลันก็ต่ืนตะลึง ใบหน้าถอดสี เขาชะงักมองไปท่ีฉู่หลีน่ิง ค้ิวขมวดเข้าหากันจนเป็นปม ขอบตา แดงระเรื่อราวกับจะร้องไห้อะไรอย่างนั้น ชิงเซี่ยกับฉู่หลีต่างก็พลันตื่นตกใจ ขณะท่ีกา้ ลังจะเอ่ยปากพดู น้าตาของหลินม่ไู ป๋ก็หลั่งออกมาราวกับน้าพุเสียก่อน เขารอ้ งไห้เสยี งดงั กล่าว “ฝ่าบาท เหตใุ ดพระองค์ทรงมาอยู่ท่ีน่ีได้ หรือว่าสวรรค์ หมายมาดจะทา้ ลายตา้ ฉขู่ องพวกเราแนแ่ ล้ว?” โลกท้ังใบของชิงเซ่ียและฉู่หลีมืดลงในพริบตา คิดไม่ถึงว่าเจ้าบัณฑิตอวดภูมิผู้นี้ จะถึงขน้ั ขนาดทีว่ ่าไม่อาจแยกแยะจริงเท็จได้ ค้ิวของฉู่หลีเลิกขึ้น ก่อนกล่าวด้วย เสยี งลกึ “หุบปาก รีบตอบคา้ ถามเรามา!” เสียงตะคอกน้ีของเขาท้าให้หลินมู่ไป๋ได้สติ และเห็นถึงมาดขององค์จักรพรรดิที่ สมควรมี เขาหยุดเสียงสะอ้ืนไว้ในล้าคออย่างรีบร้อน ก่อนกล่าวตอบ “ข้าเองก็ ไม่ทราบเช่นกัน เย็นวันน้ันข้าก้าลังอ่านหนังสืออยู่ในกระโจม ขณะท่ีก้าลังอ่าน ถึงท่อนหลักการของเซ่ียวเหลียน* ในบทประพันธ์อันมีชื่อเสียงเรื่องบันทึกการ

เดินทางของไป๋จั่งซ่ึงเป็นผลงานเขียนของซูเหยียนจื่อ ก็ให้รู้สึกว่ารู้ต่ืน จุด ประกายซึ่งแรงบันดาลใจ รู้สึกประทับใจมากยิ่งนัก เสมือนด่ังบ่อน้าพุแห่ง ตรรกะไดพ้ วยพงุ่ ออกมา อยากจะหาพู่กนั สกั ดา้ มมาขีดเขียนส่ิงทอ่ี ย่ใู นใจ แต่ผู้ใดเล่าจะรู้ว่า เพิง่ จะเขียนบทน้าไปได้ไมเ่ ท่าไร กลบั ไมส่ ามารถเขยี นต่อไปได้ พบว่าถึงอย่างไรก็ไม่อาจก้าวข้ามภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนไปได้ ฉับพลันจึงได้ ตระหนกั ว่าคนสมัยก่อนช่างลกึ ซ้งึ เกินที่จะหยง่ั ถงึ ยากทจ่ี ะ...” ชิงเซ่ียและฉู่หลีขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น อดไม่ได้อยากจะชักดาบออกมาแล้วฟัน ไปที่ศีรษะของบัณฑิตผู้น้ีแรงๆ สักที แล้วแหวกออกดูว่าข้างในบรรจุแต่ต้นหญ้า ไว้ใช่หรือไม่ ใบหน้าของฉู่หลีมืดครึ้ม ด้วยทนฟังอีกฝ่ายกล่าวถึงทฤษฎีท่อนยาว ต่อไปไม่ได้ จึงตะคอกกล่าวเสียงดังสนั่น “กล่าวส่วนส้าคัญมา หาได้มีผู้ใดยินดี อยากฟงั วาจาอวดภูมคิ วามรู้นัน้ ของเจ้าไม!่ ” หลักการของเซี่ยวเหลียนท่ีกล่าวออกมาอย่างคมคายของหลินมู่ไป๋ถูกขัดจังหวะ ไปโดยพลัน เขาอ้าปากค้างชะงักอยู่เช่นน้ันเนิ่นนาน ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน ด้วยความโมโห แล้วกล่าวด้วยใบหน้าถมึงทึง “องค์จักรพรรดิ แม้กระหม่อมจะ โง่เขลาและเลอะเลือน แต่ทว่าในใจของกระหม่อมเวลาน้ีมีวาจาอยากจะกล่าว หากไม่กล่าวออกมาเกรงว่าคงมิอาจสงบใจได้ ดังน้ันกระหม่อมขอบังอาจเส่ียง ชวี ิตเพอ่ื ทลู กลา่ วตอ่ ขอฝา่ บาททรงประทานอนุญาตด้วยพ่ะย่ะคะ่ ” ฉู่หลีฉับพลันรู้สึกปวดศีรษะข้ึนอย่างแสนสาหัส สองปีท่ีผ่านมาน้ีหลินมู่ไป๋ท้า หน้าท่ีดูแลสภาองคมนตรี ความภักดีต่อหน้าท่ีของเขาเป็นที่ประจักษ์ สมกับท่ี เป็นข้าราชบริพารภักดี ทว่านิสัยของเขาชอบคุยโวอวดภูมิมากจนเกินไป มาก จนถึงขนาดท่ียากจะจินตนาการได้ โดยเฉพาะอย่างย่ิงทุกครั้งหากได้เอ่ยปาก ตกั เตอื นแลว้ แทบจะท้าให้ผ้คู นเปน็ บ้าไดเ้ ลยทเี ดียว

อย่างไรก็ตาม หลินมู่ไป๋กลับเป็นบุคคลอันดับต้นๆ ของหนานฉู่ อีกท้ังยังเป็น แบบอย่างของบัณฑิตของท้ังแคว้นหนานฉู่อีกด้วย เบ้ืองหลังของเขายังมีเหล่า ขุนนางจากกรมอาลักษณ์ลงนามให้การสนับสนุน ต่อให้เป็นตนเองก็ไม่สามารถ ขัดอีกฝ่ายให้หยุดกล่าวทฤษฎีอันยาวเหยียดกลางท้องพระโรงตามอ้าเภอใจได้ แต่ทว่าในเวลาน้ี และในสถานการณ์เช่นน้ี เห็นเขายังมีอารมณ์มากล่าววาจาไร้ สาระอยู่อกี กใ็ ห้รสู้ กึ วา่ ใบหน้ามดื คร้ึม อยากจะย่นื มอื ออกไปหกั คอของเขาทง้ิ อย่างไรก็ตาม ยังดีที่เขาหยุดมันไว้เพียงแค่ความคิด ตรงกันข้ามกับชิงเซ่ียท่ียื่น มือออกไปเปน็ ท่เี รียบร้อยแลว้ หญงิ สาวร่างเล็กกะทดั รัดตวดั สายตามองไปอย่าง ดุดันครง้ั หน่ึง แล้วย่ืนมอื ออกไปจบั ท่ลี า้ คอของหลินมู่ไป๋ไว้ ก่อนจะโบกก้าป้ันข้ึน แหวกอากาศไปหยุดอยู่ด้านหน้าของเขา พลางกล่าวด้วยน้าเสียงคมชัด “หาก เจ้ายังคงโพนทะนาวาจาไร้สาระไม่ยอมหยุด ข้าจะส่งเจ้าไปดูว่าปรโลกของจริง หน้าตาเปน็ อย่างไร!” หลินมู่ไป๋เป็นคนเถรตรง ตลอดท้ังชีวิตเช่ือมั่นว่าหลักการและเหตุผลสามารถ พิชิตคนทั้งใต้หล้าได้ ดังนั้นต่อให้เป็นองค์จักรพรรดิแห่งหนานฉู่ เขาก็กล้าออก ปากถกเถียงอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา ทว่าพอเผชิญหน้าเข้ากับดวงวิญญาณ ของแม่นางเซียงจว๋ีท่ีเป็นเพียงหน่ึงเดียวจากตลอดชีวิตของตนเองที่รู้สึกติดค้าง กใ็ ห้กลา่ วอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ดว้ ยเพราะหวาดกลวั และละอายใจ พอเหน็ ชงิ เซี่ยกระดกคว้ิ จ้องมาดวงตาถลน จึงพึมพ้ากลา่ วอย่างตะกกุ ตะกัก “ขา้ เห็นองค์จักรพรรดิน้าก้าลังทหารออกต่อต้านเซวียนอ๋องแห่งแคว้นฉิน ก็รีบกาง ม้วนบันทึกข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ออก ทว่าผู้ใดเล่าจะรู้ว่าเพิ่งผ่านไปได้ เพยี งไมน่ าน เสียงกอ้ งสะทอ้ นสน่ั สะท้านทงั้ ฟ้าดินเสยี งหนงึ่ ก็ดงั ขนึ้ ก่อน ฉับพลนั ข้าก็ได้สติขึ้นมา รับรู้ได้ว่าเหตุการณ์ท่ีเกิดขึ้นน้ีก็คือการพิโรธของผืนปฐพีตาม

แบบท่ีหนังสือไดบ้ ันทึกเอาไว้ รอยแยกขนาดใหญท่ ี่แผดเสยี งคา้ รามก้องก็เกิดข้ึน จริงเช่นเดียวกัน ดังน้ันจึงได้รีบหาตู้หนังสือแล้วมุดตัวเข้าไปหลบตามค้าแนะน้า ท่ีได้อ่านมา และขณะท่ีข้าก้าลังจะดึงผ้าห่มขึ้นคลุมตัว แผ่นดินท้ังผืนก็ยุบตัวลง ไป เวลาน้ันเองที่ศีรษะของข้ากระแทกเข้ากับชั้นหนังสืออย่างหนักจนหมดสติ ไป” ค้ิวของชงิ เซ่ยี และฉ่หู ลยี ิ่งขมวดเข้าหากันแน่นขึ้นกว่าเดิม ทั้งสองหันไปสบตากัน ครั้งหนึ่ง แอบกล่าวในใจว่า หรือรอยแยกของหุบเหวลึกที่เกิดข้ึนในสนามรบวัน นั้น เป็นเพียงผลพวงของแผ่นดินไหวหลักท่ีเกิดข้ึนกลางค่ายทหารแห่งหนานฉู่ กัน? หากว่าเป็นเช่นน้ันจริง ถ้าหากไม่มีฉินจือเหยียนยกก้าลังทหารมาแย่งคน น่ากลัวว่าทหารฝีมือดีจากกองทัพทหารแคว้นหนานฉู่ คงถูกท้าลายอย่างวินาศ โดยสิ้นเชิง? ภาพของที่ลาดชันท่ีเกิดจากการทับถมของดินเหลืองจากทางทิศตะวันตกลอย ขึ้นมาปรากฏอยู่ตรงหน้า หากแผ่นดินไม่แยกออกจากกัน ค่ายทหารท้ังค่ายจะ ถกู พังทลายลงหรือไม่? พอคิดถึงตรงน้ี คนท้ังสองแทบจะสามารถมองเห็นความ ต่ืนตระหนกและหวาดกลัวจากดวงตาของฝ่ายตรงข้ามได้ ภายใต้พลังอ้านาจท่ี ดดุ นั และรุนแรงของธรรมชาติเช่นน้ี คงไม่มีที่ใดท่ีจะสามารถหลบหนีไปได้ นอก เสียจากหนอนหนังสือที่อาศัยพ่ึงพาหนังสือมาตลอดท้ังชีวิตอย่างคนผู้น้ี จะยังมี ผใู้ ดทเ่ี อาชวี ิตรอดจากภัยพบิ ตั อิ ันยิ่งใหญ่นม้ี าได้? ในเวลาน้ีเอง ทหี่ ูของต้าหวงพลนั ต้งั ชข้ี น้ึ ดวงตากลมโตทงั้ สองข้างของมันจ้องไป ยงั ด้านนอกของประตนู ่งิ ชิงเซี่ยขมวดคิ้วเข้าหากันในทันใด สัญชาตญาณในใจร้องเตือนเสียงดัง หญิงสาว ฟบุ ตวั ลงกบั พืน้ ฟังดูฝีเท้าที่ยุ่งเหยิงที่ก้าลังขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ที่ดังส่งมาจาก

ด้านนอก กะประมาณไดว้ า่ ผมู้ ามีไม่น้อยกวา่ หา้ สิบหรือหกสิบคน มิตรหรือศัตรูยังไม่แน่ชัด ก้าลังพลของทั้งสองฝ่ายก็ไม่เท่าเทียมกัน อีกทั้งฐานะ ของฝั่งตรงข้ามยังยากที่จะคาดเดา ซ้าตนเองยังอยู่ในสภาพแวดล้อมท่ีแปลก หนา้ ไม่คนุ้ เคย ตกอยูภ่ ายใต้สถานการณเ์ ปน็ รองโดยสมบรู ณ์ ศึกนี้เกรงว่าไม่ต้อง สู้กส็ ามารถรผู้ ลแพ้ชนะได้โดยไมต่ ้องสงสยั กระโดดตัวเด้งข้ึนจากพ้ืนอย่างดุดัน คว้าเชือกข้ึน แล้วจับหลินมู่ไป๋มัดอีกคร้ัง ก่อนจะคลุมผ้าคลุมหน้าให้เขา แล้วลากฉู่หลีว่ิงออกไปด้านนอก กล่าวด้วยเสียง ลึก “ต้าหวง ตามหลงั ขา้ มา!” เดรัจฉานตัวน้อยสีขาวหิมะมองไปที่โต๊ะเล็กตัวหนึ่งท่ีวางเน้ือและอาหารไว้นาน โดยท่ีไม่ถูกกินเสียทีด้วยดวงตาละห้อย ก่อนจะสับฝีเท้าวิ่งตามชิงเซ่ียออกไป อยา่ งรีบร้อน อยา่ งไรก็ตาม ขณะทีค่ นทัง้ สองกา้ ลังจะก้าวออกนอกประตู เสียงฝีเท้าที่ดังส่งมา จากทางด้านนอกก็ขยับเข้ามาใกล้มากแล้ว ชิงเซี่ยรู้ดีว่าไม่ทันการแล้ว จึงรีบ กวาดสายตามองไปรอบๆ ห้องคร้ังหน่ึง ก่อนจะไปสะดุดตาเข้ากับหีบไม้สีแดงท่ี มลี ักษณะแคบยาวหีบหน่ึงท่ีตัง้ ไว้อยู่ตรงมุมเล็กๆ มุมหนึ่ง นางจึงรีบสาวเท้าก้าว ข้ึนไปข้างหน้าก่อนจะเปิดหีบน้ันออกอย่างเร่งรีบ เห็นเป็นด้านในใส่ชุดท่ี สวยงามของหญิงสาวไว้เต็ม จึงไม่ลังเลผลักฉู่หลีเข้าไป ก่อนท่ีตนเองจะกระโดด ลงไปตาม พอเห็นต้าหวงร้องเห่าเอ๋าๆ อยู่ด้านข้างหีบไม้ จึงยกน้ิวข้ึนปิดปาก ท้าท่าเป็นสัญญาณให้มันเงียบไว้ กล่าวด้วยเสียงลึกว่า “เจ้าไปหาท่ีหลบเอง ก่อน” กลา่ วจบจึงค่อยๆ ปดิ ฝาของหบี ไมน้ ้นั ลงเบาๆ

* เซี่ยวเหลียน(孝廉)เป็นหน่ึงในหัวข้อทดสอบบัณฑิตในสมัยโบราณ เป็นบทความที่ว่าด้วยหลักการความกตัญญู รู้กตัญญูญาติผู้ใหญ่ วางตนอย่าง เรียบง่ายและถูกต้องเถรตรง * ขงจื่อ(孔子)ป็นนักคิดและนักปรัชญาสังคมที่มีช่ือเสียงของจีน ค้า สอนของขงจ๊ือนั้น ฝังรากอิทธิพลลึกลงไปในสังคมเอเชียตะวันออกมาเป็นเวลา ถึง 20 ศตวรรษ หลักปรัชญาของขงจื๊อนั้นเน้นเกี่ยวกับศีลธรรมส่วนตัว และ ศีลธรรมในการปกครอง ความถูกต้องเหมาะสมของความสัมพันธ์ในสังคม และ ความยุติธรรมและบริสุทธิ์ใจ

บทที่ 116-2 คลื่นวสันต์ในห้องลับ เกือบจะในเวลาเดียวกันนั้นเอง ท่ีประตูของพระต้าหนักใหญ่ถูกผลักให้เปิดออก ด้วยคนบางคน ฝีเท้าท่ีนุ่มนวลสายหนึ่งดังสะท้อนไปในพระต้าหนัก พวกชิงเซ่ีย ท้ังสองคนแอบสอดสายตามองผ่านลอดรูกุญแจออกไปยังด้านนอก ทว่าก็ มองเหน็ แตเ่ พียงสว่ นเอวลงมาของฝา่ ยตรงขา้ มเท่าน้นั เท่าท่ีรู้ก็คือผู้ที่เข้ามาใหม่เป็นหญิงสาวนางหน่ึง นางสวมรองเท้าผ้าสีขาวท่ีปัก ลายสวยงามเป็นอย่างดี ทั้งยังอยู่ในชุดกระโปรงสีขาวปักลายบุปผาสีฟ้าอ่อน เส้นผมยาวสีด้าขลับปล่อยระลงมาถึงกลางหลัง ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็น ใบหน้าของนางได้ ทวา่ กพ็ อจะสามารถคาดเดาไดว้ ่านางจะตอ้ งเป็นสตรีที่งดงาม ไม่ธรรมดาผหู้ นง่ึ คนทีเ่ ข้ามาด้านในมีเพียงนางผู้เดียวเท่านั้น หญิงสาวเดินตรงไปหยุดอยู่ด้านข้าง ของหลนิ มไู่ ป๋ทีถ่ ูกมัดอยู่ กอ่ นจะยอบกายลง ทว่าจากมุมที่พวกชิงเซ่ียท้ังสองคน มองดู เหน็ เพียงแตแ่ ผ่นหลังท่ที อแววออ่ นโยนบอบบางของนางเทา่ น้นั หญิงสาวยื่นมือท่ีเรียวยาวดุจหยกช้ันดีออกไปปลดผ้าคลุมหน้าของหลินมู่ไป๋ลง จู่ๆ ก็ถอนหายใจออกมาเสียงเบา แล้วกล่าวด้วยเสียงลึก “ใต้เท้าท่านนี้ ท้าให้ ทา่ นตอ้ งไดร้ ับความไมเ่ ปน็ ธรรมแล้ว” หลินมู่ไป๋ถูกอุดปากเอาไว้อยู่ ต่อให้โมโหเช่นใดก็ได้แต่ส่งเสียงร้องอู้อี้ออกมา เท่านัน้ ไม่สามารถกล่าวส่งิ ใดออกไปได้ เสียงของหญิงสาวท้ังอ่อนโยนและนุ่มลึกดุจล้าห้วยลึก นางกล่าวด้วยเสียงเบา “ข้ารู้ว่าท่านอยู่ในสภาพนี้คงรู้สึกอึดอัดไม่สบาย แต่ข้าก็ไม่อาจปล่อยท่านได้

ไม่เช่นนั้นหากเขารู้เข้าจะต้องไม่พอใจข้าอย่างแน่นอน แต่ทว่าหากท่านสัญญา กับข้าว่าท่านจะไม่ร้องตะโกนโวยวาย ข้าจะให้ท่านได้ด่ืมน้านิดหน่อย และทาน อาหารอีกสักเล็กน้อย ข้าไม่กลัวว่าท่านจะตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ นั่น เพราะว่าที่นี่ล้วนแล้วแต่เป็นคนของพวกเรา ไม่มีผู้ใดมาช่วยท่านออกไปหรอก เพียงแต่กลัวว่าเสียงร้องของท่านจะถูกผู้อ่ืนได้ยินเข้า หากว่ามีคนน้าไปฟ้องเขา เขาจะตอ้ งตา้ หนขิ ้าว่าท้าตัวเป็นคนดอี ยา่ งไม่คิดหน้าคดิ หลงั อกี แน่” หลินมู่ไป๋ได้ยินดังน้ันจึงพยักหน้ารับหลายครั้งอย่างเข้าใจ หญิงสาวยกย้ิมกว้าง กอ่ นทีจ่ ะดงึ ผา้ ทอี่ ุดไว้ในปากของเขาออกมา “ทา่ นรอสักครู่ ข้าจะไปหยิบอะไรมาใหท้ า่ นทาน” บัณฑิตผู้โง่งมมายามน้ีถึงเพิ่งตระหนักได้ในที่สุด ว่าตนเองไม่ได้เป็นคนตายอีก ต่อไปแล้ว เขาจึงเร่งรีบเอ่ยปากถามอย่างลนลาน “คุณหนูท่านน้ี รบกวนท่าน บอกข้าหนอ่ ยไดห้ รอื ไม่ ว่าสถานท่แี ห่งน้คี ือที่ใดกัน? พวกท่านเป็นใคร? แล้วเหตุ ใดข้าจงึ มาอยูท่ ่ีนไี่ ด้?” หญิงสาวกล่าวตอบ “ท่ีน่ีคือหุบเขาเผิงไหล ท่านไม่น่าจะเคยได้ยินชื่อมาก่อน มันตั้งอยู่ในส่วนลึกของหุบเหวท่ีลึกนับหม่ืนจั้งของพ้ืนที่ท่ีราบไป๋หยวน บรรพ บรุ ษุ ของพวกเราตงั้ รกรากอยู่ท่นี ม่ี าชา้ นานแลว้ ข้าแซ่ถาน เปน็ เจา้ ของท่ีน่ี” “อ้อ ที่แท้ก็แม่นางถาน เสียมารยาทแล้ว เสียมารยาทแล้ว” แม้ว่าจะอยู่ใน สภาพที่สะบักสะบอมเช่นน้ี หลินมู่ไป๋ก็ยังไม่ลืมกล่าวอย่างเป็นมารยาทกับฝ่าย ตรงข้าม เขาเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย “ข้าจ้าได้ว่าด้านบนเกิดแผ่นดินไหวข้ึน ตัว ขา้ หลงั จากทีห่ มดสติไปก็มาถึงทแี่ ห่งนีแ้ ลว้ หรอื วา่ เป็นเพราะแผ่นดินไหวคร้ังน้ัน ท้าให้ข้าตกลงมาจากด้านบน แล้วตกลงมากลางหุบเหวของพวกท่านอย่างน้ัน

หรอื ?” “ใต้เท้าช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก” หญิงสาวยิ้มตอบ “เป็นข้ารับใช้ของบ้านข้า ที่ขุดเอาท่านออกมาจากซากปรักหักพัง ท่านช่างโชคดีเหลือเกินท่ีตกลงไปบน กองหิมะแลว้ ไมไ่ ด้รบั อนั ตราย กอปรกับสภาพภูมิอากาศของพวกเราท่ีนี่อุ่นร้อน หิมะไม่ทันไรก็ละลายหมดแล้ว ดังน้ันท่านจึงไม่ถูกแช่แข็งตาย นับว่าเก็บชีวิต รอดมาไดค้ ร้งั หนง่ึ ” หลินมู่ไป๋พยักหน้ารับด้วยความรู้สึกขอบคุณ ก่อนกล่าว “หากกล่าวเช่นน้ี แม่ นางก็นับว่าเป็นผู้มีพระคุณของข้าน้อย หากไม่ใช่เพราะเวลาน้ีข้าน้อยไม่สะดวก อยากจะขอโค้งคา้ นบั ใหก้ บั แม่นางอยา่ งเต็มพิธีการครัง้ หนงึ่ จรงิ ๆ” ชิงเซี่ยท่ีได้ยินดังนั้นแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความโมโห ตนเองถูกผู้อ่ืน จับมัดไว้เช่นน้ียังจะมามีคุณธรรมอะไรอีก ซ้ายังจะโค้งตัวค้านับให้อย่างเต็มพิธี การอีกดว้ ย เจ้ามนั หัวขเ้ี ลือ่ ยโดยแท้ “เพียงแต่ ในเม่ือช่วยข้าน้อยเอาไว้แล้ว แล้วเหตุใดยังจับข้าน้อยมัดไว้เช่นนี้อีก เล่า? มองดูใบหน้าของแม่นางก็งดงามดั่งนางเซียนสวรรค์ ดูอย่างไรก็ไม่ใช่คน เลวร้าย หรือว่าท่ีบ้านของแม่นางมีประเพณีที่พิเศษเช่นน้ี ใช้วิธีการท่ีเป็น เอกลักษณเ์ ชน่ น้มี าต้อนรบั แขกอยา่ งนั้นหรือ?” ค้าพูดประโยคน้ีหากว่าออกจากปากของผู้อื่น น่ันนับได้ว่าเป็นถ้อยค้าเสียดสี ประโยคหน่ึง แต่ทว่าหากออกมาจากปากของหลินมู่ไป๋ มันกลับเป็นประโยคที่ จริงใจและออกมามาจากใจจริงอย่างเห็นได้ชัด หญิงสาวผู้น้ันอายุยังน้อย นิสัย สุภาพถ่อมตวั กลา่ วอธิบายขึ้นอยา่ งไมช่ า้ ไมเ่ รว็ วา่ “ไม่ใช่หรอก พวกเราท่ีน่ีไม่ได้ มีประเพณีเช่นน้ีอยู่ หรือว่าด้านนอกมีวิธีการรับแขกที่เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้อยู่

กนั ?” หลินมู่ไป๋รีบร้อนส่ายหน้าเอ่ย “ข้าเองก็ไม่รู้หรอก เพียงแต่คาดเดาไปเอง เทา่ น้นั ” “อ้อ” หญิงสาวพยักหน้ารับ กล่าวพร้อมหัวเราะน้อยๆ “ท่านอย่าได้ล้อข้าเล่น เลย ข้าไม่เคยออกไปข้างนอกมาก่อน จึงได้สนใจเร่ืองราวที่เกิดข้ึนด้านนอกยิ่ง นัก” หลินมูไ่ ป๋ไดย้ ินดงั น้นั ก็ชะงักกึกไปในทันที กอ่ นเอ่ยถามด้วยความสงสัย “หรือว่า แม่นางจะไม่เคยออกไปจากที่นี่เลยอย่างน้ันหรือ? ท่านอาศัยอยู่ในหุบเหวลึก แห่งนี้ตลอดเลยอยา่ งนั้นหรือ?” “ถูกตอ้ งแล้ว” หญงิ สาวตอบกลับอย่างให้ความร่วมมือเต็มที่ “ตั้งแต่เด็กข้าก็อยู่ ที่นี่กับครอบครัว เติบโตขึ้นที่น่ี หลังจากนั้นไม่นานท่านพ่อกับท่านแม่ของข้าก็ เสียชีวิตไป ข้าจึงอยู่ดูแลท่ีน่ีต่อกับคนรับใช้ของข้า เขาเป็นคนจากด้านนอกคน แรกท่ขี า้ พบ ทา่ นเป็นคนท่สี อง” หลินมู่ไป๋พยักหน้ารับอย่างทอดถอนใจกล่าว “เช่นนั้นก็นับว่าน่าเสียดายยิ่ง แต่ ว่าที่นี่ราวกับว่าเป็นแดนสวรรค์ท่ีตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างไรอย่างน้ัน ช่าง เปน็ สถานท่ที เี่ หมาะแก่การร่ายโคลงกลอน ดภู าพวาดนัก” ชิงเซี่ยและฉู่หลีท่ีซ่อนตัวอยู่ในหีบไม้ ปอดของพวกเขาแทบจะระเบิดออกด้วย เพลิงโทสะ คิดไม่ถึงว่าเจ้าท่อนไม้ท่ีนอนอยู่ด้านนอกน่ัน จะเปิดฉากสนทนากับ อีกฝ่ายราวกับเป็นสหายเก่าที่ไม่ได้พบกันมานานปี หากไม่ใช่เพราะกลัวยามเฝ้า ระวังที่ยืนอยู่ด้านนอกประตูที่มีจ้านวนอย่างต่้าก็ปาเข้าไปห้าสิบหกสิบคนน้ัน

แล้ว ชิงเซี่ยคงงัดฝาหีบออก แล้วพุ่งออกไปต่อยเจ้าบัณฑิตโง่งมผู้นั้นเพื่อระบาย อารมณใ์ หห้ ายแค้นสักหลายหมดั สนทนากนั ได้เกือบครง่ึ คอ่ นวนั ในท่สี ุดหลนิ มูไ่ ปก๋ ต็ ระหนกั ได้ถึงสถานการณ์ของ เขาในตอนนี้ ก่อน กล่าวพร้อมย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย “แต่ว่านะแม่นาง ต่อให้ ข้าน้อยรุกล้าเข้ามาในดินแดนของพวกท่านโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ก็ไม่สมควร มัดผู้กระท้าความผิดไว้อย่างน้ีตลอดเวลามิใช่หรือ ข้าเป็นไท่ชิง* ผู้ดูแลสภา องคมนตรีแห่งแคว้นหนานฉู่ เข้าศึกษาที่ส้านักศึกษาเป็นบัณฑิตรุ่นท่ีสามสิบหก บรรพบรุ ษุ หลายชั่วอายุคนประวตั ขิ าวสะอาด ไม่ใช่คนทเี่ ลวรา้ ยอยา่ งแน่นอน” “ขา้ เองกร็ ู้วา่ ท่านไมใ่ ชค่ นไมด่ ี แตท่ วา่ เร่ืองนีข้ ้าไมอ่ าจตัดสนิ ใจเองได้” หญิงสาวถอนหายใจออกมาอย่างหมดแรง กล่าว “ข้าท้าเรื่องผิดพลาดคร้ังใหญ่ ลงไป เวลานี้ไม่อาจย้อนกลับไปได้อีกแล้ว โชคยังดีที่สวรรค์ไม่ตัดเส้นทางคน** เจ้านายของท่านไม่อยู่ หนีรอดไปได้ สงสารก็แต่ท่านท่ีต้องมารับเคราะห์ เอา เถิดเขาใกล้จะกลับมาแล้ว ท่านทานอะไรรองท้องก่อนสักหน่อย รอให้เขากลับ มาถงึ ข้าจะช่วยออ้ นวอนเขาแทนทา่ นอีกครงั้ ” ในเวลาน้ีเอง จู่ๆ เสียงเคาะประตูดังก๊อกๆ ก็ดังส่งมาจากด้านนอก หญิงสาวต่ืน ตระหนกลนลานไปในทันใด แล้วคว้าผ้าปิดหน้าข้ึนปิดหน้าหลินมู่ไป๋ด้วยความ รอ้ นรน ก่อนจะลุกขึ้นยืนกล่าว “ผู้ใดกัน?” “คณุ หนู เป็นข้าเองขอรับ” น้าเสียงทุ้มต่้าของชายหนุ่มดังส่งขึ้น หญิงสาวได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกยาว ดว้ ยความโลง่ อก “เปน็ ถานเซงิ นี่เอง เจ้าเข้ามาเถิด”

ชดุ กางเกงขายาวสีน้าตาล รองเท้าบูทยาวสีเทา ขาของชายหนุ่มยาวมาก มองดู สัดสว่ นกร็ ู้ว่าน่าจะสูงไม่น้อย บุรุษผู้ท่ีถูกเรียกว่าถานเซิงเดินเข้ามาค้านับคุณหนู ถานคร้ังหนึ่ง ก่อนจะรายงานด้วยเสียงลึกว่า “คุณชายเวลาน้ีน้าก้าลังพลกลับ จากลาดตระเวนที่ห้วยไป๋หยวนแล้ว ไม่พบรอ่ งรอยขององค์จักรพรรดิแห่งหนาน ฉู่ แต่ทว่าทางรังของสัตว์อสูรไป๋หยวนฟากน้ัน พบซากศพของพวกมันท่ีถูกฆ่า ตายอยู่เป็นจ้านวนมาก ซ้าภายในถ้ายังมีร่องรอยของการจุดไฟ คิดว่าพวกเขา น่าจะยังไมต่ าย” * ไทช่ งิ (太卿)ช่อื ตา้ แหน่งของขา้ ราชการช้นั สงู ในสมัยโบราณ ** สวรรค์ไม่ตัดเส้นทางคน(天无绝人之路)หมายถึงฟ้าย่อมมี ทางออกให้คนเราเสมอ

บทท่ี 116-3 คลื่นวสันต์ในห้องลับ ท้ังสองคนท่ีแอบซ่อนอยู่ในหีบไม้ทันทีที่ได้ยินก็ตกตะลึงไปในทันใด คนพวกนี้ เป็นใครกันแน่ เหตุใดถึงรู้ถึงต้าแหน่งของพวกเขาทั้งสองคน? แล้วเพราะเหตุผล ใดถึงต้องตามหาพวกเขากัน? หุบเขาเผิงไหลแห่งน้ีช่างลึกล้าเกินหย่ังย่ิงนัก ราว กบั ว่าเปน็ ปรศิ นาทถ่ี ูกแอบซอ่ นเอาไว้ ยากทจ่ี ะมองเหน็ ไดอ้ ย่างชัดเจน หญิงสาวถอนหายใจออกอย่างโล่งอกอีกคร้ัง กล่าวต่อ “สวรรค์คุ้มครอง หวังว่า พวกเขาจะสามารถรอดพ้นจากอันตรายคร้ังน้ีไปได้ มิเช่นน้ันบาปของข้าคง มหนั ต์แลว้ ” ถานเซิงเอย่ เตือนดว้ ยเสียงลึก “คณุ หนู หากว่าให้คุณชายมาได้ยินประโยคนี้ของ ท่านเข้า เกรงวา่ เขาคงมพิ อใจมากเป็นแน่” หญิงสาวชะงักกึกไปโดยพลัน ก่อนสูดหายใจเข้าอย่างช้าๆ แล้วกล่าวว่า “ข้า ไหนเลยจะไม่ทราบ แต่ว่าข้าไม่อยากท้าร้ายผู้อ่ืนอีกแล้วจริงๆ ท่านพ่อเคยกล่าว เอาไว้ว่า ลูกระเบิดที่เหลือทิ้งไว้เม่ือคราท่านยังมีชีวิตอยู่น้ัน อาจจะมีประโยชน์ ต่อพวกเรามากในอนาคตสักวันหน่ึง แต่ทว่าเขากลับใช้มันเพื่อแก้แค้นส่วนตัว ทา้ ลายล้างสังหารหมู่ ทา้ ให้สมดุลแหง่ สวรรคพ์ งั ทลาย เช่นน้กี ็ไมส่ มควรเกนิ ไป” ชิงเซ่ียหันขวับไปมองฉู่หลีน่ิงด้วยความตกใจ เห็นเพียงเขาขมวดคิ้วเข้าหากัน เล็กน้อยเท่าน้ัน หรือว่าภัยแผ่นดินไหวเม่ือวันน้ันจะเกิดจากหญิงสาวผู้ที่ดู อ่อนแอและบอบบางนางน้ี? หรือว่าในยุคสมัยที่จับดาบจับอาวุธเช่นน้ีได้มีการ ผลิตลูกระเบิดท่ีมีพลังท้าลายล้างมหาศาลข้ึนแล้ว? ความรู้สึกไม่สบายใจในส่วน ลึกจิตใจของชิงเซ่ียย่ิงมาก็ยิ่งขยายใหญ่มากข้ึน แต่ทว่าก็ไร้ซ่ึงเง่ือนง้าใดๆ ให้

ปะติดปะต่อ ทุกสิ่งทุกอย่างดูโกลาหลวุ่นวาย ท้าให้นางไม่อาจจับต้องในสิ่งที่ ปรารถนาได้ ถานเซิงย่นคิ้วเล็กน้อย คิดพิจารณากับตนเองอยู่ในที ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงลึก “แต่ว่าคุณหนูขอรับ ต่อให้ครั้งน้ีคุณชายท้าไม่ส้าเร็จ ก็ใช่ว่าจะคิดถึงวิธีอื่นไม่ได้ พวกเราหลวมตวั เข้าร่วมไปแลว้ ยงั จะถอนตัวไดอ้ กี หรือ?” หญิงสาวได้ยินดังน้ันก็ชะงักไปเล็กน้อย ผ่านไปเน่ินนาน ถึงกล่าวออกมาด้วย เสียงเบาวา่ “ในใจของเขามคี วามแค้นสมุ อยเู่ ต็มอก ไหนเลยจะยงั มตี า้ แหน่งของ ข้าให้ยนื อยู่ ข้าอยากใหเ้ ขาอยกู่ ับข้าทนี่ ตี่ ลอดไป ใช้ชีวิตอยู่ในหุบเขาแห่งนี้อย่าง มีความสขุ แตเ่ กรงวา่ คงไมเ่ ป็นเช่นนั้นแล้ว” ถานเซิงถอนหายใจออกอย่างช้าๆ เหมือนกับว่าตัดสินใจซึ่งบางสิ่งบางอย่างได้ แล้วอย่างไรอย่างนน้ั เขากล่าวด้วยเสียงลึก “คณุ หนขู อรบั แทจ้ ริงแลว้ ...” “คุณหน!ู เมง่ิ ซูกลับมาแลว้ ขอรบั ” เสียงฝีเท้าวุ่นวายสายหนึ่งดังส่งมาจากด้านนอกประตู ถานเซิงชะงักงัน ก่อนจะ ถอยหลังหลบไปหยุดอยู่ด้านข้าง ประตูใหญ่ถูกผลักให้เปิดออก เมิ่งซูเดินเข้ามา ในต้าหนักก่อนจะเข้าไปโค้งตัวท้าความเคารพหญิงสาวแล้วกล่าว “คุณหนู เม่ือ สักครู่คุณชายเพิ่งส่งคนกลับมารายงานว่าองครักษ์มนุษย์หินท่ีเส้นทางเล็กถูก ท้าลาย วิหคเพลิงเองก็ถูกสังหารไปถึงสองตัว คิดว่าเวลานี้ทั้งสองคนนั้นน่าจะ เขา้ มาในหุบเขาเรยี บรอ้ ยแลว้ ” “อะไรนะ?” คุณหนูถานตะโกนร้องเสียงดังด้วยความตกใจ “พวกเขาเข้ามาใน หบุ เขาแล้ว? เชน่ นน้ั อยทู่ ่ีไหนเลา่ ?”

“คุณหนูไม่จ้าเป็นต้องตื่นตระหนกไป พวกเขาไม่รู้เส้นทาง ด้านนอกหมู่บ้านมี เส้นทางหลุมกับดัก ถึงย่ีสิบแปดเส้น มีกับดักโซ่เมฆาถึงสิบเจ็ดจุด และก้าดักอีก นับไม่ถ้วน ต่อให้พวกเขามีสามเศียรหกกร* ก็ไม่อาจเข้ามาถึงท่ีนี่ได้ เวลาน้ี คุณชายก้าลังรวบรวมเหล่าบุรุษหนุ่มในหุบเขาเพื่อออกไปค้นหาด้านนอก หมู่บ้านอยู่ เกรงว่าจะกลับมาค่อนข้างดึก ดังนั้นจึงได้ส่งข้ามาแจ้งให้คุณหนู ทราบว่าให้เปิดค่ายกล ปิดเส้นทางเล็กทั้งหมด อย่าปล่อยให้พวกเขาหนีรอดไป ได้” คุณหนูถานถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบากล่าว “ข้ารู้แล้ว พวกเจ้าออกไป เถดิ ” เม่ิงซูกับถานเซิงถอยออกไปพร้อมกัน คุณหนูถานน่ังอยู่บนเก้าอี้ สูดลมเข้าปอด ด้วยความทอดถอนใจกล่าวอะไรไม่ออก เหม่อลอยเช่นน้ันอยู่นาน ชิงเซี่ยและฉู่ ยังอยู่ในหีบไม้ เวลาน้ีพวกเขาไม่แม้แต่จะกล้าเคล่ือนไหวใดๆ และเพียงชั่ว พรบิ ตา ท้งั ท้องพระโรงก็ตกอยู่ในความเงยี บงัน หีบใบน้ีมีลักษณะยาวมาก ดังน้ันต่อให้คนสองคนนอนลงไป ก็ไม่รู้สึกอึดอัดหรือ คับแคบ เสียดายก็เพียงแต่มีความกว้างไม่เพียงพอ ดังน้ันชิงเซ่ียจึงนอนทับอยู่ บนร่างของฉู่หลี เม่ือสักครู่เน่ืองจากต้องตั้งใจรับฟังการเคล่ือนไหวจากภายนอก ดังน้นั จงึ ไมไ่ ด้รู้สึกอะไรแต่อยา่ งใด แต่ทวา่ มาตอนน้ี เนือ่ งจากรอบด้านเงียบสงัด ลงอีกคร้ัง หลังจากที่ต่างฝ่ายต่างสบตากัน บรรยากาศฉับพลันก็ให้กระอัก กระอ่วนข้ึนมา อุณหภูมิย่ิงมาก็ยิ่งเพ่ิมสูงข้ึน ภายในหีบไม้ย่ิงมาก็ย่ิงอึดอัด เม็ดเหงื่อค่อยๆ ซึม ไหลออกมาจากหน้าผากของชิงเซี่ย ก่อนจะค่อยๆ ไหลผ่านลงไปบนล้าคอขาว

ผ่องของนางอย่างช้าๆ ดวงตาของหญิงสาวราวกับดวงดาราท่ีเปล่งประกาย ระยิบระยับท่ามกลางความมืดมิด จมูกเล็กๆ ของนางเชิดขึ้นอย่างดื้อร้ัน ริม ฝีปากบางแดงระเรื่อราวกับสีดอกเหมย ใบหูเล็กๆ ขาวกระจ่างดุจดั่งเคร่ือง เคลอื บลายครามชั้นดีท่ีมีสีโปรง่ ใส หยาดเหง่ือที่ตดิ อยู่บนปลายเส้นผมหลายเส้น ไหลอาบผ่านแก้มและไล้ผ่านไปบนซอกคอ เมื่อรวมกับชุดเส้ือผ้าสีด้าแนบกาย ของนาง ก็ยง่ิ สง่ ใหส้ ว่ นโคง้ เว้าของเรอื นร่างเดน่ ชัดและมีเสนห่ จ์ นยากจะห้ามใจ มือทั้งสองข้างของชิงเซี่ยทาบอยู่บนหน้าอกของฉู่หลี หญิงสาวยกศีรษะข้ึน เล็กน้อย เอียงหูรับฟังการเคล่ือนไหวจากภายนอกอย่างตั้งใจ สมาธิของนางนั้น แน่วแน่มาก สัญชาตญาณการป้องกันภัยในร่างถูกเปิดให้เตรียมพร้อมราวกับ เปน็ เสอื ดาวตัวน้อยตวั หน่งึ ลมหายใจของฉู่หลีค่อยๆ ร้อนข้ึน เหมือนกับว่ามีเปลวไฟสองกองก้าลังลุกลาม มาจากฝ่ามอื เลก็ ๆ สขี าวนวลท้ังสองขา้ งของชงิ เซ่ยี แลว้ ส่งผ่านมายงั หนา้ อกของ เขาไมห่ ยุดหย่อน ท้าใหภ้ ายในร่างกายของเขาเวลาน้ีแทบจะลุกไหม้ แรงกระตุ้น ที่พวยพุ่งข้ึนมานั้น ส่งให้บังเกิดเป็นความหุนหันพลันแล่นบางอย่างท่ียากเกิน กวา่ จะควบคุมได้ เสียงของลมหายใจทดี่ งั ขนึ้ ข้างหูยงิ่ มาย่ิงหนักหน่วง ชิงเซี่ยไหนเลยจะไม่รู้ถึงการ เปลี่ยนแปลงของเขา เพียงแต่แกล้งท้าเป็นเอียงหูฟังเรื่องราวจากภายนอกก็ เท่าน้ัน ลมหายใจของนางค่อยๆ ถี่กระชั้นขึ้น พยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะอดทน ตอ่ ความกระอักกระอ่วนท่ยี ากจะอธบิ ายเป็นคา้ พูดนไ้ี ด้ ไอร้อนจากกายของฉู่หลีปะทุขึ้นเร่ือยๆ แม้แต่เส้ือผ้าของตนเองก็ยังเปียกชุ่มไป ด้วยเหง่ือ เพราะเส้ือผ้าบนกายของนางแนบไปกับเรือนร่างมากย่ิงข้ึน ดังน้ันจึง ส่งให้ความโค้งเว้าของเรือนร่างเด่นชัดข้ึนไปอีก และมีเสน่ห์น่าหลงใหล

เหมอื นกับเปลวไฟ หน้าอกนุ่มน่ิมทั้งสองข้างแนบชิดไปกับล้าอกที่แข็งแกร่งของ ฉูห่ ลี จังหวะการเต้นของหัวใจของท้ังสองเวลาน้ีแทบจะอยู่ในจังหวะเดียวกัน ทา่ มกลางบรรยากาศรอบด้านทเ่ี งยี บสนทิ ไดย้ นิ เพยี งเสียงของหัวใจท่ีเต้นตึกตัก ดังระรัวราวเสียงของกลองเท่าน้ัน ปอยผมของชิงเซ่ียระตกไปบนแก้มของฉู่หลี แลว้ วาดไลไ้ ปกับผวิ หนงั ของเขา ราวกับเด็กนอ้ ยท่ซี ุกซน มือของชิงเซี่ยยึดร่างอยู่อย่างนั้นแน่น่ิงไม่ไหวติง แต่ทว่าหลังจากที่เวลาค่อยๆ ผ่านไปทีละเล็กทีละน้อย มือท้ังสองข้างของนางก็ท้ังล้าท้ังชา เม็ดเหงื่อค่อยๆ ไหลซึมลงมาผ่านแก้ม แล้วไหลผ่านไปรวมอยู่ที่ปลายจมูก ก่อนจะหยดลงไปบน ใบหน้าของฉหู่ ลี เหน็ ได้ชัดว่านางทนได้อกี ไม่นานแล้ว ฉู่หลีขมวดค้ิวมุ่น ฉับพลันนั้นเองที่มือของเขาก็คว้าข้ึนไปโอบเอวบางของชิงเซี่ย ไว้แน่น น้ิวมือท่ีเรียวยาวท้ังห้าถูไถไปกับเอวบางที่ยืดหยุ่นของหญิงสาว ชิงเซี่ย ขมวดค้ิวเข้าหากันแน่นในทันใด คิดอยากที่จะด้ินสู้ แต่ก็หวาดกลัวว่าคนข้าง นอกจะได้ยิน จึงค่อยๆ เลื่อนไปหน้าออกไปอีกด้าน ไม่เต็มใจท่ีจะเผชิญหน้ากับ สถานการณ์ท่ีท้าให้นางรู้สกึ อกึ อกั เขนิ อายเช่นน้ี * สามเศียรหกกร(三头六臂)เปรียบเทียบถึงมีอิทธิฤทธิ์มากมาย มี พละก้าลงั เกินคน

บทที่ 116-4 คลื่นวสันต์ในห้องลับ เม็ดทรายจากข้างในนาฬิกาทรายค่อยๆ ไหลลง แต่ทว่าคุณหนูถานยังคงเหม่อ ลอยอยู่เช่นน้ันไม่ขยับไปไหน ด้านในท้องพระโรงเงียบงันไร้เสียง แม้แต่ตัว นักโทษอย่างหลินมู่ไป๋เองก็ดูเหมือนจะเข้าสู่ห้วงนิทราไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เวน้ ก็แตภ่ ายในหีบไม้ที่มืดสนิท ที่ไอความร้อนจากร่างของคนท้ังสองตีปะทุสอด ประสานกนั ไมห่ ยุด บรรยากาศทก่ี ระอักกระอ่วนเพม่ิ สูงข้ึนเรือ่ ยๆ ฉู่หลีมองสบหญิงสาวจากระยะใกล้ ในที่สุดก็ไม่สามารถยับย้ังอารมณ์ของตนได้ อีกต่อไป เขาเงยหน้าข้ึนช้าๆ ก่อนจะประทับริมฝีปากที่อุ่นร้อนไปยังใบหูสีขาว กระจา่ งใสของชิงเซี่ย ราวกับว่ามีสายฟ้าสายหน่ึงวิ่งผ่านไปท่ัวท้ังร่าง ร่างกายของชิงเซ่ียกระตุกส่ันไป ในทันใด นางหันหน้ากลับมาอย่างรวดเร็ว นัยน์ตาสีด้าสนิทหมายจ้องไปท่ีฉู่หลี อยา่ งไรก็ตาม ขณะท่กี า้ ลังหนั หนา้ กลับมานนั่ เอง ริมฝีปากอวบอม่ิ ก็พลันถูกฉู่หลี ประกบไว้แน่น ลมหายใจท่ีรุนแรงบ้าคล่ังถูกส่งผ่านเข้าไปในร่างของชิงเซ่ีย ล้ิน ของเขาตวัดลึกเข้าไปในปากสีดอกเหมยของหญิงสาวอย่างเอาแต่ใจ ฟันท่ีขึ้น เรียงสวยถกู ยัง้ ใหอ้ ยดู่ ้านนอก ก่อนทล่ี ้นิ รอ้ นจะสอดส้ารวจไปทั่วท้ังช่องปากของ นางอย่างเผด็จการ เหมือนกับมีพายุฝนพิโรธโหมกระหน้่าไปทั่งทั้งฟ้าดิน ท้ังยัง เต็มไปด้วยบรรยากาศของความมืดมิดที่หมายจะล้างผลาญท้าลายทุกส่ิงให้สิ้น ซาก พริบตาภายในหัวของชิงเซ่ียขาวโพลนไปหมด ร่างทั้งร่างชะงักน่ิงราวกับ เปน็ รปู ปั้นหนิ มือใหญ่ของฉู่หลีขยับลูบไล้ข้ึนบนไปเรื่อยๆ ลูบผ่านกระดูกสันหลังท่ีอ่อนนุ่ม งดงามของหญิงสาว ก่อนจะกดร่างของนางลงให้แนบกาย ทันทีที่สัมผัสได้ถึง

อาการแข็งเกร็งของร่างบาง ภาพเงาร่างของชายหนุ่มท่ีสะอาดบริสุทธ์ิผู้น้ันก็ ลอยขนึ้ มาปรากฏอยู่ในหวั สมองของฉ่หู ลี เพลิงโทสะพลันปะทุขึ้นจากส่วนลึกใน จติ ใจขององค์กษตั รยิ ผ์ ้นู ี้ ก่อนจะกลนื กินไปทัว่ ฉหู่ ลเี รยี กรอ้ งกับหญิงสาวรุนแรง มากข้ึน กวาดส้ารวจไปทุกๆ ความงดงามของนาง ก่อนจะสอดมือเข้าไปควาน หาหน้าอกอุน่ ที่แสนอ่อนน่มุ คนู่ ้ัน ทันทีที่สัมผัสได้ว่าทรวงอกถูกผู้อ่ืนบีบขย้าชิงเซี่ยก็ราวกับลูกแมวน้อย เกือบจะ ร้องครางออกมาด้วยเสียงเบา อย่างไรก็ตาม ในเวลาน้ีเองที่ภาพของฉินจือเห ยียนพลันปรากฏข้ึนอยู่ตรงหน้า ภาพของฉินจือเหยียนที่เคล้าคลึงหน้าอกของ นางอย่างอ่อนโยนราวกับสายน้าไหลในกระโจมเม่ือวันน้ันผุดข้ึนมาให้เห็นในหัว นางทา้ เช่นน้ีไดอ้ ย่างไร? ขณะที่สติสัมปชัญญะของหญิงสาวก้าลังตีกันด้วยความสับสนมึนงงอยู่น้ัน ชาย หนุ่มผู้มีใบหน้าซีดขาวท่ีเกือบจะต้องเอาชีวิตมาท้ิงเพื่อนางคร้ังแล้วครั้งเล่า คง ก้าลังทุกข์ทรมานอยู่กับความกังวลถึงนางอยู่ที่ไหนสักแห่ง? วิญญาณท่ีลอย ออกไปไกลดา้ นนอกว่ิงหวนกลับเข้าร่างโดยพลัน ชิงเซี่ยยกมือข้ึนไปคว้ามือใหญ่ ของฉหู่ ลีไว้ กอ่ นจะพยายามด้นิ เพอ่ื ใหห้ ลุดออกจากพนั ธนาการของเขา อยา่ งไรก็ตาม อาการด้ินสูข้ ัดขนื ของชงิ เซี่ยยง่ิ กระตนุ้ ให้เพลงิ โทสะในใจของฉู่หลี รุนแรงมากข้ึน ความรู้สึกเจ็บปวดมากมายมหาศาลฉับพลันพุ่งแทรกผ่านเข้าไป ในห้องหัวใจของเขา พื้นที่ว่างภายในหีบน้ันแคบมาก ดังนั้นมือของชิงเซ่ียจึงไม่ อาจเคลอื่ นไหวไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี ดว้ ยเหตนุ ไี้ หนเลยจะมีเรย่ี วแรงมาตอ่ กรกบั ฉหู่ ลีได้ ตรงกันขา้ มแรงเสียดทานของร่างกายกลับยิ่งจุดให้ความปรารถนาของชายหนุ่ม เพ่ิมมากขึ้น ฝ่ามือร้อนแนบไล้ไปกับท้องน้อยของชิงเซ่ียด้วยแรงปรารถนา ฉับพลันน้ันเองชิงเซ่ียก็เหมือนกับถูกสายฟ้าสายหน่ึงฟาดลงกลางศีรษะของ

ตนเองอยา่ งจงั ริมฝีปากเล็กเผยอขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ฉู่หลีอาศัยจังหวะน้ีสอดล้ินเข้าไป ด้านใน ก่อนจะตวัดโลมเลียราวกับงูท่ีมีชีวิต แล้วดูดกินความหวานดุจน้าผึ้งจาก ปากของชิงเซี่ยอย่างกระหายอยาก โลภมากเหมือนกับนักเดินทางที่เดินอยู่บน ผืนทะเลทราย ชิงเซี่ย เจ้ารู้หรือไม่ว่าจุมพิตนี้ข้ารอคอยมานานเพียงใด? ตลอดสองปีท่ีผ่านมา ทุกๆ ราตรีทฝ่ี นั ร้ายถึงเจา้ ขา้ มกั จะจินตนาการถึงภาพเจ้าอยู่ในอ้อมกอดของข้า เสมอ แต่ว่าเจ้าช่างโหดร้ายย่ิง แม้แต่ในความฝัน เจ้าเองก็ไม่เคยมอบความ อบอุ่นให้แก่ข้าแม้เพียงสักครั้ง นั่นเป็นเพราะใจของเจ้ากลายเป็นของผู้อ่ืนไป แล้วหรือ? หรือว่าเป็นเพราะเจ้าผิดหวังในความหน้ามืดตามัวและความเย่อหยิ่ง ของข้ากัน? หรือว่าแต่ไหนแต่ไรมาเจ้าก็ไม่เคยเป็นของข้า ส่วนข้าก็ไม่เคยเข้าไป อยใู่ นหัวใจของเจา้ ? จุมพิตที่ร้อนแรงและยาวนาน เต็มไปด้วยอุณหภูมิท่ีแทบจะท้าลายผืนฟ้าและ พื้นปฐพีได้ ความร้อนแรงนี้เปรียบเสมือนดั่งลาวาในภูเขาไฟท่ีก้าลังปะทุ ชิงเซี่ย สูญเสียสติไปท่ามกลางฝันร้ายที่มืดมิดน้ีแล้วอย่างแท้จริง ภาพใบหน้าของ ฉินจือเหยียนท่ีมองมาท่ีนางอย่างอ่อนโยน ไม่มีแม้เพียงร่องรอยของการต้าหนิ หรือความโกรธเคืองแม้แต่น้อย เขายังคงอบอุ่นอยู่เช่นน้ัน อ่อนโยนอยู่เช่นน้ัน มองมาท่ีนางพร้อมรอยยิ้มบางเบา แต่ทว่านั่นกลับเหมือนด่ังลูกศรนับพันนับ หมน่ื ท่ีเสียบทะลุเข้าไปในหัวใจของชิงเซยี่ ยอมรบั เถิด เจ้ามนั กเ็ พียงสตรีทเ่ี ป็นดง่ั ดอกหยางฮวากลางน้า*ดอกหนง่ึ เท่านนั้ ! มิเช่นน้ัน เหตุใดในขณะที่ใจเจ้ายังไม่ลืมฉู่หลี ถึงได้หลงใหลไปกับความอบอุ่นท่ี

ฉินจือเหยียนมอบให้ เพลิดเพลินไปกับความอ่อนโยนของเขา ความโปรดปราน ของเขา ความห่วงใยและเอาใจใส่ของเขาอย่างหน้าไม่อายเล่า? แล้วเพราะเหตุ ใด ในขณะท่ีเขายอมเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยงตายเพื่อเจ้า ตกอยู่ในสภาพปางตาย และกา้ ลังอยู่ในอาการตื่นตระหนก เจ้าถึงมาอยู่กับฉู่หลี ช่วยเหลือเขาซ้าแล้วซ้า เล่า ดูแลเขาไม่ห่างกาย และสาบานว่าจะเดินเคียงข้างกันไปจนกว่าชีวิตจะหา ไม่? ในเม่ือตัดสินใจเลือกไปแล้ว เพราะเหตุใดถึงไม่ท้าลายฝันกลางวันนี้ของเขาให้ เด็ดขาด แตก่ ลบั ยงั คงเก่ยี วร้งั ผกู พนั ไม่ทุบทา้ ลายและปฏิเสธความรูส้ ึกน้ที ิง้ ? ยอมรับเถิด ว่าเจ้าก็เป็นสตรีที่เห็นแก่ตัวเช่นนี้ ปรารถนาที่จะเพลิดเพลินไปกับ การดูแลของบุรุษท้ังสองคน ความอบอุ่นของบุรุษทั้งสองคน และความหลงใหล ของบุรุษทั้งสองคนที่มีต่อเจ้า คิดเพียงแต่ว่าขอเพียงท้าตัวเป็นเหมือนกับ นกกระจอกเทศ ท่ีหดหัวเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในรัง ไม่ออกไปเผชิญหน้ากับโลก ภายนอก ก็จะสามารถท้าเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดข้ึนได้ ช่างเป็นการตัดสินใจ ที่โง่เง่ายิ่ง เพราะน่ันเท่ากับว่าเป็นการล้อเล่นกับจิตใจของผู้อื่น ล้อเล่นกับ ความรู้สึกของผู้อ่ืน และล้อเล่นกับความจริงใจของผู้อ่ืนท่ีมีต่อตน เจ้ามันเป็น สตรีที่โง่เขลาและเห็นแก่ตัวเกินกว่าผู้ใด ท่ีบีบให้คนสามคนต้องมาถูกท้าลายลง เพราะเจา้ แมแ้ ต่ตัวเจา้ เองก็ยงั ต้องถูกดึงลงมา ณ หบุ เหวทม่ี ีความลึกลับหมื่นจ้ัง แห่งน้ี เผชญิ กบั เคราะห์กรรมที่ไมอ่ าจคาดเดาได้! หยาดน้าตาสีใสหยดหน่ึงไหลออกมาจากดวงตาของชิงเซ่ีย แล้วหยดลงไปบน ใบหน้าของฉู่หลี ความเย็นจากของเหลวเรียกให้สติของฉู่หลีกลับมาเด่นชัดขึ้น เขาคอ่ ยๆ ปลอ่ ยชิงเซยี่ ออกอย่างช้าๆ แลว้ ดนั รา่ งของนางใหอ้ อกหา่ งไป ก่อนจะ ไล่ส้ารวจมองดูชุดเสื้อผ้าของหญิงสาวที่ยับยุ่งเหยิง และดวงตาท่ีเต็มไปด้วย

น้าตาของนาง ฉับพลันก็ให้รู้สึกราวกับวา่ มีแท่งนา้ แข็งท่แี หลมคมแท่งหนึ่ง ก้าลัง แทงทะลผุ า่ นเข้าไปในหวั ใจของเขาอยา่ งโหดเห้ียม พอจดั เสือ้ ผ้าของนางเข้าหากันอย่างเรยี บร้อย ฝา่ มอื หยาบทเ่ี กิดจากการเรียนวร ยุทธ์เน่ินนานหลายปี ก็เอ้ือมขึ้นไปปัดหยาดน้าตาท่ีหยดลงมาบนแก้มของหญิง สาว ในทส่ี ุดจงึ คอ่ ยถอนหายใจออกอยา่ งไรเ้ สยี ง ในเวลาน้ีเอง ท่ีเสียงฝีเท้าสายหนึ่งพลันดังส่งมาจากด้านนอกของประตู ฝีเท้าท่ี คอ่ นข้างไปทางหนกั หนว่ ง กับนา้ เสียงทีค่ ่อนข้างฟงั ดูค้นุ หูดงั ขึ้น “ซหู่ นิง ข้ากลับ มาแลว้ ” “อา!” คุณหนูถานที่นั่งแหมะอยู่บนเก้าอี้เด้งตัวข้ึนในทันใด นางหันรีหันขวางไป รอบหนึ่ง ก่อนจะจัดชายเส้ือของตนเองด้วยความตื่นตระหนก แล้วกล่าวอย่าง รีบร้อนว่า “เจ้ารอสักครู่ ขอข้าเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน” กล่าวจบจึงรีบวิ่งมายัง ทิศทางทชี่ ิงเซยี่ และฉ่หู ลีอยู่! สองคนที่ซ่อนตัวอยู่ในหีบต่ืนตะลึงไปโดยพลัน บรรยากาศกระอักกระอ่วนก่อน หน้าท่ีมีพริบตาก็สลายหายไปจนหมดสิ้น ไม่จริงใช่หรือไม่ คุณหนูผู้น้ีเพราะได้ ยนิ เสยี งของชายในดวงใจ จึงร้สู กึ ต่นื เต้นถงึ ขนาดท่ีต้องลุกขึ้นมาแต่งหน้าแต่งตัว ใหม่เลยหรือ แล้วตอนน้ี นางก็ก้าลังเดินมายังหีบไม้เพ่ือท่ีจะหยิบชุดท่ีสวยงาม ของนาง? เพียงเวลาสน้ั ๆ ยังไมท่ นั ให้พวกเขาไดม้ ีปฏิกิริยาตอบสนองใด ฝาหีบก็ถูกเปิดข้ึน ดงั ฉับ แสงสะท้อนจากดวงตาของหญิงสาวตกกระทบลงบนร่างของคนทั้งสองท่ี นอนทับกันอยู่ในหีบของนางด้วยสภาพทุลักทุเลทันใด คุณหนูใหญ่ผู้งดงามจาก หุบเขาเผงิ ไหลปากคา้ งโดยพลัน ดวงตาทง้ั สองข้างเบิกถลน มองไปยังคนทั้งสอง

ทีใ่ บหนา้ แดงก้า่ ก้าลังนอนอยู่ในหีบไม้ของนางด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะ ท้าท่าราวกับจะกรีดรอ้ งออกมา “ชู่ว!” เสียงฝีเท้าจากด้านนอกดังขึ้นแล้ว เวลาน้ีมิตรหรือศัตรูก็แยกแล้วอย่างชัดเจน ดงั น้ันในสถานการณ์ที่เวลาจ้ากัด การเลือกจับคนเป็นตัวประกันจึงเป็นวิธีการท่ี สมบูรณ์แบบท่ีสุด ชิงเซ่ียรีบยกมือขึ้นจุปากเป็นท่าให้หญิงสาวเงียบเสียงลงด้วย ความรอ้ นรน “ซหู่ นิง? เจา้ กา้ ลังท้าอะไรอยกู่ นั ?” เสียงดังล่ันเอ๊ียดอ๊าดจากทางประตูใหญ่ดังขึ้น ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก หญิง สาวในชดุ ผ้าไหมเดินข้นึ มาบังอยดู่ า้ นหน้าของคนท้ังสอง ก่อนจะหันหน้ากลับไป ดว้ ยความลนลาน กลา่ วอยา่ งตะกกุ ตะกักว่า “ข้า...ขา้ ...ขา้ อยากเปลยี่ นเสือ้ ผา้ ” “ไม่จ้าเป็นต้องเปลี่ยนแล้ว” ชายหนุ่มยกยิ้มอบอุ่น ก่อนจะกล่าวเสียงเบาด้วย น้าเสียงที่อ่อนโยน “เจา้ ใสอ่ ะไร ขา้ กช็ อบทั้งน้ัน” จากมุมที่เขายืนอยู่ไม่สามารถมองเห็นคนท้ังสองที่ซ่อนตัวอยู่ในหีบได้ แต่ทว่า กับชิงเซี่ยและฉู่หลีท่ีมองผ่านชุดผ้าไหมสีขาวเพียวลมของคุณหนูถานออกไปนั้น แทบจะตาค้างไปทันทีหลังจากที่มองเห็นชายหนุ่มในชุดเสื้อผ้าสีขาวท่ีก้าลังเดิน ใกล้เข้ามา เขามีใบหน้าหล่อเหลา วงคิ้วดาบคมเข้ม อีกทั้งยังมีบรรยากาศของ ความด้ือรั้นไม่ยอมใครแผ่กระจายออกมาจากร่างไม่หยุด ยิ่งไปกว่าน้ันเขายังมี ใบหน้าทีค่ ล้ายคลงึ กับฉู่หลีถงึ เจ็ดแปดส่วนอีกดว้ ย ในขณะที่ก้าลังตกตะลึงถึงขีดสุดอยู่นั้นเอง ฝาของหีบก็ถูกปิดลงดังฉับ คุณหนู

ถานยกยิ้มข้ึนอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติเท่าไร ก่อนกล่าว “เช่นน้ันก็ไม่เปลี่ยน แล้ว” ชายหนุ่มในชุดสีขาวเดินย้ิมขึ้นมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะยื่นมือ ออกมาจงู มอื ของนางแลว้ เดินออกไปดว้ ยกนั ชิงเซ่ียและฉู่หลีพยายามกดระงับความตื่นตะลึงท่ีเกิดขึ้นในจิตใจ ท้ังสองหันไป สบตากันครั้งหนึ่ง ก่อนท่ีความสงสัยสายหน่ึงจะพุ่งทะยานข้ึนมาจากก้นบึ้งของ ส่วนลึก ชายหนุ่มในชุดขาวผู้น้ัน ท่ีแท้ก็คือชายหนุ่มในชุดสีครามที่ชิงเซ่ียเคยเจอในป่า เหมยครั้งยังอยู่ในพระราชวังฉู่เม่ือตอนน้ัน เขาเป็นพระโอรสร่วมพระอุทร เดียวกันกับฉู่หลี เป็นไหวหนานจว้ินอ๋องแห่งหนานฉู่ผู้ท่ีถูกคนจากแคว้นฉีปล้น คกุ แลว้ พาตวั หนีไป------ฉูเ่ จิง! * ดอกหยางฮวากลางน้า(水性杨花)ดอกหยางฮวา หมายถึงดอกป๊ อปป้ี ส้านวนท่ีว่า “ดอกหยางฮวากลางน้า” เป็นส้านวนที่เปรียบเปรยเทียบถึง สตรที ่หี ลายใจ

บทท่ี 117 งานชุมนุมของกรมโยธาธิการ “ซู่หนงิ วันนี้อยู่บ้านเจ้าทาอะไรบ้างหรือ?” ฉู่เจิงยกย้ิมบางเบา น้าเสียงของเขา เต็มไปด้วยความนุ่มนวล ท้ังยังเจือไว้ด้วยความคมชัดสายหนึ่ง ท่าทางของเขา ช่างโดดเด่นเป็นสง่า หน้าตาหล่อเหลา บรรยากาศท่ีแผ่ออกมาจากร่างแฝงไป ดว้ ยความออ่ นโยนละมุนละไม “ก็ไม่ได้ทาอะไรน่ี” น้าเสียงของคุณหนูถานติดจะกระวนกระวายเล็กน้อย นาง รีบรินน้าชาลงถว้ ยแลว้ ยกให้ฉู่เจงิ ดว้ ยทา่ ทลี ุกล้ลี กุ ลน ก่อนจะหันไปหยิบพัดแล้ว เดินมาหยุดอยู่ด้านข้างเขา แล้วพัดให้เขาเบาๆ พร้อมกับกล่าวด้วยเสียงเบาว่า “ท่านให้ข้าศึกษาเรื่องน้ามันม้า แต่ทว่าสุดท้ายก็ยังศึกษาไปได้ไม่ถึงไหนเลย ข้า กบั พวกลงุ ชิงลองเข้าไปพลกิ หนงั สอื ท่ีห้องอิ๋งจ้าวท่ีนายท่านเหลือทิ้งไว้ดูแล้ว แต่ กย็ ังรู้สกึ เหมือนกับวา่ ขาดอะไรบางอยา่ งไปอยู่” “ไม่จาเป็นต้องรีบไปหรอก” ฉู่เจิงกล่าวพร้อมรอยย้ิม ก่อนจะก้มศีรษะลงไปจิบ ชา แล้วกล่าวด้วยเสียงเบา “นายท่านเก่งกาจ มีสติปัญญาเฉียบแหลม หากข้า รวมทั้งคนธรรมดาท่ัวไปไม่สามารถมองทะลุเขาไดใ้ นระยะเวลาสั้นๆ ก็นับว่าเป็น เรื่องปกติ เพยี งแต่ว่าหากทกุ คนรว่ มแรงรว่ มใจกัน ประสานงานเป็นหน่ึง แล้วลง แรงไปมากอีกสักหน่อย ข้าคิดว่าจะต้องได้รับผลลัพธ์บางอย่างกลับมาอย่าง แน่นอน” น้าเสียงของคุณหนูถานดูซึมไปเล็กน้อย นางเดินไปหยุดอยู่ด้านหน้าฉู่เจิง ก่อน จะคุกเข่าลงด้านข้างเขา เส้นผมยาวสีน้าหมึกลากลงไปกับพื้น ดวงตากลมโตสี ดาขลับทั้งคทู่ ีเ่ ต็มไปดว้ ยหยาดนา้ จับจ้องไปยังชายหนมุ่ ผิวสีคล้าทว่าหน้าตาหล่อ เหลาเบอ้ื งหน้า แลว้ กล่าวด้วยเสยี งลึก “เจิง ขา้ รู้ว่าท่านอยากเข้าไปในห้องอ๋ิงจ้า

ว แต่ว่าปีนั้นนายท่านออกกฎท้ิงไว้ หากไม่ใช่ลูกศิษย์ที่สืบสายเลือดของคนใน หุบเขา ไมอ่ าจเข้าไปในหอ้ งอิ๋งจ้าวได้ บรรพบุรุษของพวกเราด้วยเพราะราลึกถึง บญุ คุณของนายท่าน ดงั นนั้ ตลอดหนึ่งพันปีท่ีผ่านมาจึงไม่เคยมีผู้ใดฝ่าฝืนกฎเลย หากวา่ ทา่ นอยากจะเข้าไปจริงๆ ก็ใชว่ า่ จะไม่มวี ธิ ี เพยี งแต่...เพยี งแต่ตอ้ ง...” กล่าวได้เพียงเท่านั้น หญิงสาวก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่ออีก เพียงแต่ก้มหน้าลง เล็กน้อย วงแก้มแดงระเร่ือไปด้วยความเขนิ อาย ฉเู่ จงิ หวั เราะเบาๆ นิ้วมอื เรียวยาวยื่นออกไปเชยคางของซู่หนิงที่กาลังก้มหน้าลง ข้นึ จากนน้ั จงึ กล่าวดว้ ยน้าเสียงทีอ่ ่อนโยนดจุ สายนา้ “ซหู่ นิง หากไมม่ เี จา้ ต่อให้ ยกโลกทั้งใบให้ข้า ข้าเองก็คงไม่มีความสุข เจ้าคิดว่าท่ีข้าชอบเจ้าเพียงเพราะ ต้องการเข้าหอ้ งอิ๋งจา้ วหรือ?” “เจงิ ข้า...” คุณหนูถานได้ยินดังน้ันก็ตกตะลึงไปในทันใด ก่อนรีบส่ายหน้าปฏิเสธด้วยความ ร้อนรน ฉู่เจิงเห็นดังนั้นจึงยกมือขึ้นไปจุปากของซู่หนิงไว้ พลางกล่าวด้วยเสียง เบา “เหตุที่ข้ายังไม่ยอมแต่งเจ้า ไม่ใช่เพราะข้าไม่ชอบเจ้า เจ้างดงามถึงเพียงน้ี บริสุทธ์ิดุจหยกและสุกใสดุจด่ังน้าแข็ง เพราะมีเจ้า ข้าถึงไม่ได้สนใจชายตามอง สตรีใดอีก เพียงแต่ ข้าอยากให้ตนเองมีฐานะทัดเทียมเหมาะสมกับเจ้าก่อน ข้า อยากจะนาส่ิงที่ดีที่สุดจากทั่วท้ังใต้หล้ามามอบให้แก่เจ้า ข้าอยากพาเจ้าออกไป เคารพบรรพบุรุษของข้าอย่างเปิดเผย แล้วบอกพวกเขาว่าข้าโชคดีเพียงใดที่มี สตรีงดงามดัง่ นางเซียนสวรรคเ์ ช่นน้ีเดนิ อยเู่ คียงข้าง ขา้ อยากให้เจ้าเป็นสตรีท่ีสูง ศักดิ์ท่ีสุดและมีความสุขที่สุดในใต้หล้าน้ี ดังน้ัน ซู่หนิง อดทนรอข้าอีกสักหน่อย ได้หรือไม่?”

ประโยคนี้ของเขาช่างอ่อนโยนราวกับปุยฝ้าย ไม่ว่าสตรีใดได้ยินเป็นต้องใจเต้น ระส่าด้วยกันท้ังน้ัน ไม่ผิดจากที่คาดไว้ คุณหนูถานยกย้ิมเต็มใบหน้าด้วยความ ต้ืนตัน นางเอียงศีรษะไปเล็กน้อย แววตาท่ีมองไปทางเขาเต็มไปด้วยความสุข พลางกล่าวด้วยเสียงเบา “เจิง ที่จริงแล้วข้าไม่ได้ต้องการตาแหน่งหรืออานาจ ใดๆ เลย ขอเพยี งมเี จ้าอยขู่ ้างกายขา้ เทา่ นี้ข้ากพ็ อใจมากแลว้ ” “เด็กโง่!” ฉู่เจิงยกนิ้วเคาะไปท่ีปลายจมูกซู่หนิงเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม ก่อนกล่าว ดว้ ยความเอ็นดู “เจ้าเป็นสมบัติของข้า เป็นด่ังหัวใจของข้าที่จะรักและถนอมไป ทง้ั ชีวิต ข้าไหนเลยจะทนเห็นเจ้าไม่ไดร้ บั ความเป็นธรรมได้?” คุณหนูถานก้มหน้าลงน้อยๆ ริมฝีปากเม้มแน่นยกย้ิมอ่อน ท่าทางนุ่มนวล ออ่ นหวานราวกบั น้าผ้งึ ทนั ใดนน้ั เองจูๆ่ สายตาของนางกก็ วาดมองไปยังหีบไม้ที่ ตั้งอยู่ด้านข้าง กับหลินมู่ไป๋ท่ีถูกมัดไว้อยู่ตรงมุมหน่ึง พอคิดไปถึงว่าเร่ืองรักๆ ใครๆ่ ของพวกเขาท้ังสองถูกผู้อ่นื ไดย้ ินเข้า ใบหน้าของนางก็แดงเถือกไปทั้งหน้า ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเบา “เจิง ท่านหิวแล้วหรือไม่? พวกเราไปทานอาหารที่ หอ้ งอาหารกันเถิด” “ข้ายังไม่หิว” ใบหน้าของฉู่เจิงระบายเป็นรอยยิ้มท่ีลึกซึ้งสายหน่ึง ก่อนกล่าว ด้วยเสียงลึก “ทางเดินไปสวรรค์มีเขาไม่ไป กลับบุกเข้ามาในประตูนรก ข้ารอ คอยวันน้ีมานานมากเหลือเกินแล้ว ในเมื่อสวรรค์มอบโอกาสที่ดีเช่นนี้ให้แก่ข้า เหตุใดข้าจะไม่ใช้ประโยชน์จากมันสักหน่อยเล่า ซู่หนิง แผนการของข้าใกล้จะ ประสบผลสาเร็จแล้ว ข้าได้เปิดค่ายกลของท้ังหุบเขาไปหมดแล้ว อีกทั้งยังปิด ผนึกเส้นทางเล็กท่ีใช้เข้าออกทั้งหมดด้วย คร้ังนี้ ต่อให้เขามีปีกงอกออกมาจาก กลางหลัง กอ็ ยา่ หวงั วา่ จะบนิ หนีออกไปได้ง่ายๆ”

หญิงสาวในชุดขาวชะงักงัน ด้วยเพราะไม่ถนัดโป้ปด ดังนั้นดวงตาของหญิงสาว จงึ อดไมไ่ ดท้ ่จี ะเหลือบมองมาทางทีพ่ วกเขาอยู่หลายครง้ั ใบหน้างามฉายแววตื่น กลวั อยา่ งเหน็ ไดช้ ดั โชคยังดที ่ฉี เู่ จิงกาลังจมด่ิงอยู่กับความตื่นเต้นของตนเอง จึง ไม่ได้สังเกตเห็น แล้วยังคงกล่าวต่อว่า “ข้าจัดคนให้เฝ้าระวังอยู่ด้านนอกเป็นท่ี เรียบร้อยแล้ว รอเพียงแต่เขามาติดกับ แล้วจัดการสังหารผู้นาของพวกเขาเสีย เพียงเท่าน้ีข้าก็สามารถกลับแคว้นได้อย่างเปิดเผย และข้ึนสถาปนาเป็น จักรพรรดิองค์ใหม่ได้อย่างถูกต้องตามธรรมเนียม ซู่หนิง ความแค้นของข้าใกล้ จะได้เวลาชาระแล้ว วันเวลาท่ยี ากลาบากของข้าใกล้จะสน้ิ สดุ ลงแลว้ ” ถานซู่หนิงยกย้ิมอย่างอ้างว้าง รอยย้ิมของนางช่างแปลกแยกและโดดเดี่ยว นาง เอ่ยถามด้วยเสียงเบาว่า “ฉู่เจิง สองปีที่ผ่านมาน้ีที่ท่านอยู่ด้วยกันกับข้า ใน สายตาของท่าน นบั เปน็ วันคืนท่ียากลาบากและทกุ ข์ทรมานมากหรอื ?” ฉู่เจิงสูญเสียคาพูดไปในทันใด ก่อนรีบอธิบายด้วยความร้อนรน “จะเป็นเช่นน้ัน ไปได้อย่างไรเล่า เป็นข้าเองที่ไม่ดี ข้ากล่าวผิดไปแล้ว วันเวลาท่ีได้อยู่ร่วมกันกับ เจ้า เป็นช่วงเวลาที่ข้ามีความสุขท่ีสุดในชีวิต ข้าจะจดจาทุกวันท่ีได้อยู่ที่นี่ไว้ใน ความทรงจาเสมอ และตลอดไป” “แต่ทว่าอีกไม่นานท่านก็จะจากไปแล้ว” ถานซู่หนิงถอนหายใจด้วยความ โศกเศร้า แล้วจมอยู่ในความคิดของตนเองสักพัก ก่อนจะยื่นมือออกไปคว้ามือ ของฉ่เู จิงไว้ จากน้ันก็กล่าวด้วยความจรงิ ใจวา่ “เจงิ พวกเราอยใู่ นหุบเขานี้ต่อไป ไม่ดหี รอื ? มีขา้ อยเู่ คียงข้างทา่ น ไมต่ ้องออกไปแล้ว เช่นนด้ี หี รือไม่?” ฉูเ่ จิงเลิกค้ิวขึ้นข้าง ก่อนถอนหายใจเสียงต่าไม่กล่าวอะไร ในเวลาน้ีเอง ฉับพลัน เสียงเคาะประตูอย่างรีบร้อนจากทางด้านนอกก็ดังส่งข้ึนขัดจังหวะบทสนทนา

ของพวกเขาทั้งสอง คุณหนูถานรีบลุกขึ้นจากพื้นด้วยความรีบร้อน ก่อนตะโกน ถามเสยี งดัง “ผู้ใดกนั ?” “คณุ หน”ู น้าเสียงชราเสียงหนึ่งดงั ตอบกลับมา “พวกทายาทของแต่ละสายสกุล มารวมกนั ตวั เรียบร้อยแล้ว กลา่ ววา่ มเี ร่อื งอยากจะขอพบคณุ หนูขอรับ” “อ้อ” คุณหนูถานเหลือบมองไปยังทิศทางของหีบไม้อย่างลาบากใจครั้งหนึ่ง จากนน้ั จงึ กล่าวดว้ ยเสยี งลกึ “พวกเจ้าเขา้ มาเถดิ ” ประตูใหญ่ถูกเปิดออก จากน้ันคนสามสิบกว่าคนก็เดินเข้ามาอย่างพร้อมเพรียง ภายในห้องโถงใหญ่ฉับพลันแปรเปลี่ยนไปเป็นคับแคบในทันใด คุณหนูถาน ชะงักไปเล็กน้อยกลา่ ว “ท่านผ้อู าวโุ ส ท่านลุง ท่านอาทุกท่าน ไม่ทราบว่ามีเรื่อง อนั ใดหรอื ถึงได้คุ้มคา่ ให้ทุกทา่ นมารวมตัวกนั เช่นนี้?” “อะแฮ่ม!” ชายชราผู้หนึ่งกระแอมไอเสียงเบาก่อนกล่าวด้วยเสียงลึก “คุณหนู เดือนหน้าก็เปน็ งานชมุ นุมของกรมโยธาธิการแล้ว แต่ว่าอีกไม่นานคุณชายฉู่ก็จะ จากไป ตลอดสองปีผา่ นมาที่คุณชายอาศยั อยู่ในหุบเขาแห่งนี้ ได้ให้คาแนะนาท้ัง ยังดูแลพวกเราคนจากหุบเขาเผิงไหลไม่น้อย ทั้งมีคุณธรรมและมนุษยธรรมยิ่ง ดังน้ันพวกข้าคิดว่า มีความจาเป็นท่ีจะต้องเล่ือนเวลางานชุมนุมของกรมโยธาธิ การใหเ้ รว็ ขนึ้ อกี หน่อย ถอื เป็นของขวญั เล้ยี งส่งแด่คณุ ชายฉูจ่ ากพวกเรา” คุณหนูถานเป็นคนมีเมตตา แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยวางท่า ดังน้ันหลังจากท่ีได้ยิน ว่าเปน็ การเลี้ยงส่งชายในดวงใจ จึงพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเล “ดียิ่ง ถ้าเช่นน้ันก็ รบกวนทา่ นปมู่ ู่เตรยี มงานแลว้ อีกสามวนั หลังจากนีพ้ วกเราจะจดั งานกัน” “คุณหนู เวลาไม่รอคน อีกท้ังพวกเราได้เตรียมงานไปไม่น้อยแล้ว วันท่ีเลือกไว้

ไม่สู้วันที่มาถงึ * ไม่สพู้ วกเราจัดกนั วันน้ีเลยเถดิ ” “วันน?้ี ” คุณหนถู านตะลงึ งนั ถานเซิงท่ียืนอยดู่ า้ นขา้ งฉับพลนั ก็กลา่ วขน้ึ เสียงดัง “ท่านมู่ งานชุมนุมของกรมโยธาธิการมีคุณหนูท่ีรับตาแหน่งเป็นผู้นาหุบเขาเข้า ทาพิธี เหตุใดพวกท่านจึงไม่ปรึกษาคุณหนูเสียก่อนเล่า ใยจึงตัดสินใจโดยพละ การเชน่ น้ี?” คิ้วขาวราวหมิ ะของทา่ นมขู่ มวดเขา้ หากนั มุน่ กล่าวด้วยเสยี งลึก “พระราชวังเฟ่ิง หมิงเป็นสถานทีใ่ ดกัน ไหนเลยจะมสี ิทธ์ใิ ห้สามัญชนท่ตี า่ ตอ้ ยเช่นเจ้ามาออกปาก ได้ เจ้าคงไมค่ ิดวา่ ตนเองแซถ่ านไปจรงิ ๆ แลว้ กระมัง” “ท่านปู่มู่ ถานเซิงเป็นพ่ีชายของข้า เป็นบุตรชายบุญธรรมที่ท่านพ่อรับเลี้ยงไว้ เมื่อปนี ้นั ท่านไม่อาจกล่าววาจาเชน่ นก้ี บั เขาได้” คณุ หนตู าหนิด้วยเสยี งลึก ฉู่เจิงที่อยู่ด้านข้างฉับพลันก็ยืนขึ้นแล้วยกยิ้มในทันใด ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ ด้านหน้าคณุ หนถู าน แล้วยกยม้ิ กล่าวดว้ ยความอ่อนโยน “ซู่หนิง ที่จริงแล้วเร่ือง น้ีเป็นข้าท่ีเตรียมการเอง เพราะอยากให้เจ้าประทับใจ จึงไม่ได้ปรึกษากับเจ้า ก่อน ข้าใกล้จะจากไปแล้ว ดังนั้นจึงอยากเห็นเจ้าน่ังอยู่บนบัลลังก์ในตาแหน่ง ผู้นาหบุ เขาอีกคร้ัง เชน่ นี้ขา้ ถึงจะจากไปไดอ้ ย่างวางใจ คดิ ไม่ถึงวา่ กลับกลายเป็น ทาให้เจา้ ไมพ่ อใจเสียได้ ต้องขอโทษเจา้ ดว้ ย” คุณหนูถานแต่เดิมก็ไม่ได้คิดจะกล่าวอะไรออกมา แต่ทว่าหลังจากท่ีฟังคาของ เขาจบ ใบหน้าก็แดงระเรื่อไปในทันใด คิดว่าท่ีเขาทาไปเพราะห่วงใยตนเอง ใน ใจก็ยิ่งรู้สึกปีติมากยง่ิ ข้นึ ในเวลานีเ้ อง ชายหนมุ่ ผูห้ ยาบกร้านทีอ่ ยใู่ นชุดสีแดงผหู้ น่ึงพลันเอ่ยขน้ึ “ถา้ อยา่ ง

น้ันก็เป็นอันว่าตัดสินใจเช่นนี้แหละ ใครก็ได้! เปิดแท่นบูชา! เรียกรวมเหล่า ทายาทจากทุกสายสกุลท้ังหมด อีกหนึ่งช่ัวยามให้หลัง พวกเราจะเร่ิมงานชุมนุม ของกรมโยธาธกิ าร!” กล่าวจบ จึงปรบมอื แปะๆ สองครั้ง เหล่าผเู้ ยาวท์ ี่ยนื รออยู่ท้งั สองด้านก็วิ่งเข้ามา ในท้องพระโรง ก่อนจะเข้าไปประจาอยู่ในแต่ละมุม แล้วจุดโคมไฟขึ้นรอบ ฉับพลันนั้นเองเสียงดังแกร๊กๆ พลันดังสน่ันขึ้น ราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาด ใหญ่ขึ้นก็มิปาน ทั่วทั้งผืนปฐพีจู่ๆ ก็ส่ันสะเทือน ชิงเซี่ยและฉู่หลีตื่นตกใจไปใน ทันใด จากน้ันพวกเขาก็อาศยั จังหวะทร่ี อบด้านกาลงั วุ่นวาย แง้มฝาหีบออกด้วย เสยี งเบา กอ่ นจะทอดสายตามองสารวจออกไปยังด้านนอก เห็นเพียงท้องพระโรงท่ีเปล่งประกายสีทองอร่ามกาลังแยกออกจากกัน กาแพง ทั้งสี่ด้านที่ราวกับประตูอัตโนมัติในยุคปัจจุบันกาลังเล่ือนขึ้นอย่างช้าๆ เหลือ เพียงแต่เสาขนาดใหญ่ที่เป็นเสมือนฐานรองรับฝาโดมด้านบนให้เห็น เหล่าลูก ศิษยข์ องหบุ เขาที่อายุยังน้อย ทยอยยกโต๊ะและเก้าอี้ท่ีปูพรมไว้พร้อมสรรพขยับ ยา้ ยเขา้ มาตง้ั ดา้ นบนน้นั เหลือเปน็ พน้ื ทโ่ี ลง่ ให้อากาศได้ระบาย พน้ื ที่ของพระราชวังเฟง่ิ หมงิ แตเ่ ดิมก็ถูกสร้างไว้สูงลิ่ว ดังนั้นพอมาเวลานี้ เม่ือได้ มองออกไปแล้ววิสัยทัศน์จึงค่อนข้างกว้างไกล สายลมสามารถพัดเข้ามาจากท้ัง แปดด้านได้อย่างสะดวก ใช้เวลาไม่เกินครึ่งถ้วยชา ท้องพระโรงแห่งน้ีก็ กลายเป็นลานพธิ แี บบเปดิ โล่งขนาดใหญ่ หบี ไมส้ ีแดงถูกคนย้ายออกไปตั้งไว้ท่ีมุมหน่ึง รอบด้านถูกวางแทนที่ไว้ด้วยแจกัน ลักษณะเก่าแก่แทน ของประดับตกแต่งจานวนนับไม่ถ้วนถูกตั้งซ้อนๆ กันจน แออัดไปหมด หลินมู่ไป๋เองก็ถูกมองเป็นเพียงวัตถุช้ินหนึ่ง ถูกโยนไปด้านข้าง อย่างสุ่มๆ ไมใ่ ส่ใจ ชิงเซ่ียและฉู่หลีอาศัยจังหวะที่คนเพ่ิมมากข้ึน เปิดฝาหีบออก

จากนั้นจึงยอบกายลง แล้วเข้าไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังกองของประดับเหล่าน้ัน โดยไร้ซึง่ ผใู้ ดสังเกตเหน็ ด้านบนเหนือหุบเขา ธงท่ีชักข้ึนโบกสะบัดพัดไปตามแรงลม พ้ืนที่วงกลมขนาด ใหญเ่ หนอื ขนึ้ ไปบนกาแพง หญงิ สาวในชุดกระโปรงสมี ่วงพลวิ้ ไสวจานวนสามสิบ กวา่ นาง กาลังยกแขนที่เรียวบางราวกับหยกชั้นดี ร่ายราไปตามท่วงทานองของ ดนตรีอย่างอ้อยอิ่ง ท่วงท่าการเคล่ือนไหวจับใจผู้คนย่ิง ท่ามกลางความมีเสน่ห์ น่าหลงใหลน้ันยังเจือไว้ด้วยความศักด์ิสิทธ์ิสายหน่ึงอีกด้วย ราวกับมีแสงสีขาว แผ่กระจายออกมารอบๆ เส้นผมสีดาขลับร่ายระบาสะพัดพลิ้วไหว ประดุจดั่ง เทพเซียนกาลังลงมาย่าเหยียบอยู่บนลานพิธี เกิดเป็นการแสดงท่ีสูงสง่าอันเป็น เอกลกั ษณ์ของหุบเขาเซยี นเผิงไหล ทันใดนั้นเอง เสียงสูงที่คมชัดสายหนึ่งจู่ๆ ก็ดังข้ึน เสมือนดั่งพิณแต่ไม่คล้ายพิณ ราวกับขิมแต่ก็ไม่คล้ายขิม ท่วงทานองสะท้อนกังวาน บรรยากาศงดงามมีเสน่ห์ หญงิ สาวในชดุ ผา้ ไหมสแี ดงเพลิงผู้หนงึ่ กา้ วข้ึนมายืนบนอยู่เวที ยกยิ้มระบายเต็ม ใบหน้า ในมือของนางจับกระบี่เทวะเล่มหนึ่งเอาไว้ ชายผ้าผูกผมสีแดงเพลิงท่ี ปล่อยยาวลงมาสะบัดไปตามแรงลม ร่างของนางกระโดดขึ้นตามจังหวะ เหมือนกับแมลงปอท่ีกาลังสยายปีกโบยบิน และก็เหมือนกับเสือดาวเพศเมียท่ี แสนดดุ ัน ท้งั เตม็ ไปด้วยความแข็งแกรง่ ของพละกาลังและความมีชีวิตชีวาอันน่า อศั จรรย์ ในเวลานี้เอง เสียงตีฆ้องพลันก้องสะท้อนไปทั่ว ทานองจากกลองตีถี่ขึ้น บน ท้องฟ้าท่ีสว่างไสว แสงของพระอาทิตย์ยามตกดินประกายพร่างพราว สาด สะท้อนไปทั่วทุกความอัศจรรย์ของโลก เสียงของแตรทองเหลืองดังซ้อนสอด ประสาน นกกระจอกยกั ษ์กางปกี ลงมาหยุดอยู่บนลานพิธีด้วยท่วงท่าอันงามสง่า

บนท้องฟ้า ก้อนเมฆสีสันหลากหลายคล้อยเคล่ือนไปตามจังหวะของสวรรค์ ดูมี พลังอานาจมากเสยี จนยากเกนิ กว่าจะอธบิ ายเปน็ คาพูดได้ ด้านล่างของลานพิธีท่ียกสูงข้ึน ผู้คนนับพันท่ีแออัดอยู่ด้านล่าง บ้างยืน บ้างน่ัง กาลังแหงนหนา้ มองขึ้นไปดูฉากทีย่ ่ิงใหญ่อลังการด้านบน ถงึ แมจ้ ะกะทันหนั ไปหน่อย แต่ทว่างานน้ีก็จัดเตรียมได้อย่างสมบูรณ์พร้อม ด้วย เพราะความรีบเร่ง ดังนั้นคุณหนูถานจึงไม่มีเวลาเปล่ียนชุด นางยังอยู่ในชุดผ้า ไหมสีขาวเช่นนั้น เน้ือผ้าบางดูสะอาดตา เส้นผมสีน้าหมึกถูกปล่อยยาวให้ระลง กับแผ่นหลัง ถึงแม้ว่ามองไปแล้วจะค่อนข้างดูอิสระและแปลกแยก แต่ในเวลา เดยี วกันกด็ ูสูงสงา่ ทงั้ ยังเต็มไปดว้ ยความขงึ ขัง ชิงเซ่ียแหงนหน้าข้ึนมองไปอย่างสารวจ ด้านบนลานพิธีสูงนั้น ถูกจุดประดับไว้ ด้วยเทียนหอมช้ันดี ชายชราผมขาวห้าคนกาลังยืนอยู่ด้านข้างคุณหนูถาน ชาย หนุ่มอายนุ ้อยหลายคนทยี่ ืนล้อมอยู่ด้านข้าง ในมอื ถอื ถาดทใี่ สเ่ ครือ่ งสังเวยเอาไว้ ดูเหมอื นพธิ ีการทีซ่ บั ซ้อนกาลงั จะเร่มิ ขึ้นแลว้ เวลานี้เอง ท่ีท้องฟ้าในยามพระอาทิตย์ตกดินฉับพลันแปรเปลี่ยนไปเป็นสีแดง เพลงิ หญงิ สาวชดุ แดงท่ีรา่ ยราอย่บู นลานพิธีขยับเดินเข้ามาใกล้คุณหนูถาน นาง มีใบหน้ากระจ่างใส ฟันขาวสะอาด ดวงตาเรียวเล็ก เท้าเปล่าท่ีโผล่ออกมาผุด ผ่องดุจสีหิมะ เส้นผมบนศีรษะผูกประดับไปด้วยริบบิ้นสีแดง มุมปากยกเป็น รอยยิ้มมีเสน่ห์ล่อลวงผู้คน หญิงสาวก้าวข้ึนมาข้างหน้าช้าๆ ก่อนจะย่ืนมือท่ีถือ กญุ แจสที องดอกหนง่ึ มอบให้แกค่ ุณหนถู าน ถึงแม้คุณหนูถานเองก็เป็นหญิงงามผู้หนึ่ง แต่ทว่าหากเทียบกับสตรีท่ียืนอยู่ ดา้ นขา้ งนางน้ีแล้ว ก็ให้จืดชืดหม่นแสงลงไปไม่น้อย เหมือนกับเด็กน้อยข้างบ้าน

ทยี่ งั ไมโ่ ตเตม็ ทีอ่ ยา่ งไรอยา่ งนน้ั ขณะที่คุณหนูถานกาลังจะย่ืนมือออกไปรับของท่ีส่งมา เสียงตะโกนเสียงหน่ึงก็ ดังขึ้นทา่ มกลางฝงู ชนเสยี กอ่ น “ชา้ กอ่ น!” เหล่าผู้คนที่ได้ยินดังน้ันฉับพลันก็หันหน้ากลับไปมองยังต้นเสียง แต่ทว่าทันทีที่ สบเขา้ กับเป้าหมาย ใบหน้าของพวกเขากต็ ้องซีดเผอื ดด้วยความตกตะลึง * วันที่เลือกไว้ไม่สู้วันที่มาถึง(择日不如撞日)หมายถึงเร่ืองราว บนโลกใบนี้แปรเปล่ียนไปรวดเร็วอย่างคาดไม่ถึง ดังนั้นให้ปล่อยไปตาม ธรรมชาติดีท่ีสุด ดังน้ัน แทนที่จะจัดงาน (งานแต่งงาน พิธีการ ฯลฯ) ตามวันที่ เลอื กเอาไว้ ไมส่ ูเ้ ลือกวันเอาตามใจชอบสักวันแล้วจัดขน้ึ

บทท่ี 118-1 ผู้ใดจะกล้ามาแก่งแย่ง ณ ท้องฟา้ ทางทิศตะวันตก พระอาทติ ยค์ อ่ ยๆ คล้อยลาลับฟ้าไป ย้อมให้ผืนนภา แดงก่าดุจเปลวเพลิง เสมือนดังอาภรณ์ของเทพธิดาทีมีสีสันสุกสกาวที ชายกระโปรงตัวยาวพล้ิวพรายไปกับสายลม บนผืนดิน หมู่มวลบุปผาในทุ่งบุปผ ชาติกว้างไกลสุดลูกตาสะพัดตามสายลมเอือยๆ ของเมือยามย่าค่า เบียดเสียด กันจนเกิดเป็นเสียงดังแซ่กๆ ส่งกลินหอมอบอวลโชยไปทัวอากาศ ไม่ว่าจะใกล้ หรือไกล ราวกับว่าถูกปกคลุมอยู่ภายใต้กลินรัญจวนใจเหล่านี้หมดสิ้น หยกงาม ทปี ระดับอยบู่ นลานพิธี ถกู จดั เรยี งไว้สูงต่าไล่ระดับกันไป ดูสอดคล้องซึงกันและ กันอย่างไม่มีทีติ ยิงเมือตกกระทบกับแสงไฟ ก็ยิงเปล่งประกายระยิบระยับ งดงามหาใดเปรียบ ทั้งยังเต็มไปด้วยความมีเสน่ห์อันลึกลับบางอย่าง ไม่เพียง เท่านั้น ท้ังขุนเขาประดับทีมีสายน้่าใสไหลผ่าน ทั้งการประดับตกแต่งของลาน พิธี ไม่มีสิงใดเลย ทีไม่แสดงออกถึงความงดงามดุจดังสรวงสวรรค์ทีตัดขาดแล้ว จากโลกภายนอกของหุบเขาแหง่ นี้ พระราชวงั เฟงิ่ หมิงทีถูกรอ้ื ออกจนกลายเป็นลานพิธเี ฟิ่งหมิง เปล่งประกายสที อง อร่ามวับวาวท่ามกลางแสงไฟทีตกกระทบ แอ่งน้่าและทะเลสาบทีอยู่ด้านนอก พระราชวัง ถูกแผน่ เหล็กขนาดใหญป่ ิดทบั ไว้ด้านบนจนกลายเป็นพื้นทีราบ ผู้คน จ่านวนไม่น้อยช่วยกันผลักอุปกรณ์กองหนึงทีมีหน้าตาแปลกประหลาดเข้ามา บางชิ้นมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับห้องห้องหนึง บางชิ้นทีมีขนาดเล็กก็เล็กเท่ากับ โตะ๊ เกา้ อี้ จากรปู ร่างภายนอกทีเห็นไม่ว่าอย่างไรก็มีหมด แปลกพิกลยิง คาดเดา ไม่ออกเลยวา่ มนั สามารถนา่ มาใช้งานสงิ ใดได้ ประชาชนคนในหุบเขานับพัน ต่างพากันมาชุมนุมทีลานพิธีอย่างพร้อมเพรียง

ฝูงชนพลุกพล่าน แต่ละคนต่างก็เงยหน้าขึ้นมองไปยังด้านบน เสียงฆ้องกังวาน ดงั ประสานขึ้นอีกครั้ง ท่วงท่านองของบทเพลงบรรเลงอย่างขึงขังฮึกเหิม วิหคที สยายปีกโบยบินอยู่บนท้องฟ้า พากันส่งเสียงร้องราวกับจะอวยชัย กลีบบุปผา พดั กระจายไปทัวลานพิธีเฟิ่งหมิง ถานซู่หนิงอยู่ในชุดกระโปรงตัวยาวสีขาวหิมะ ยืนอยู่บนลานพิธีสูง ดูสง่างามและบริสุทธ์ิราวกับเทพเซียน มีบรรยากาศทีราว กบั วา่ ตัดขาดแลว้ ซึงทางโลกแผอ่ อกมารอบๆ กาย ขณะทหี ญงิ สาวทีอยู่ในชุดสีแดงเพลิงก่าลังยืนกุญแจสีทองซึงเป็นสัญลักษณ์ของ ตัวแทนของหุบเขาเซียนเผิงไหลมอบให้แก่คุณหนูถาน เสียงสูงเสียงหนึงก็พลัน ดังข้ึนเสียก่อน เหล่าผู้คนทีได้ยินดังน้ันฉับพลันก็หันหน้ากลับไปมองยังต้นเสียง ในทนั ใด “ชา้ ก่อน!” ย่ามผ้าพริ้วไหวเบาๆ ชายแขนเสื้อเปิดอ้ากว้างเล็กน้อย บุรุษทีอยู่ในชุดคลุมสี ม่วงผู้หนึง สยายผมปล่อยระไปกับแผ่นหลัง ใบหน้าเขางดงามดังหยก ดวงตา เรียวคมดุจใบหลิว รมิ ฝีปากแดงราวผลอิงเถา ตรงเอวผูกผ้าคาดสีมรกตเส้นหนึง เอาไวอ้ ยา่ งหลวมๆ เผยใหเ้ หน็ แผงอกกว้างครงึ หนึง เขานงั อยบู่ นพืน้ เส้นผมยาว ทีปล่อยลงลาดไปกับผืนดิน ในมือขวายังถือกาน่้าชาไว้ใบหนึงทีท่ามาจากหยก เน้ือดี หลังจากทีเขาเพิงจะออกปากขัดไปเมือสักครู่ ก็กระดกเหล้าขึ้นดืมจอก หนงึ ก่อนจะวางทวงท่าอยา่ งอสิ ระและไมใ่ ส่ใจ อีกท้ังยังดลู อ่ ลวงชวนใหห้ ลงใหล มึนเมา หลังจากทีเห็นสายตาของผู้คนมองมายังตนเอง จึงค่อยๆ ยกย้ิมอย่างข้ี เกยี จกล่าว “คุณหนู นีหมายความว่าท่านก่าลังจะรับสืบทอดต่อเป็นผู้น่าหุบเขา ใช่หรือไม่?”

คณุ หนถู านชะงกั งนั ไปในทนั ใด ขมวดคิ้วเข้าหากันแน่น เอ่ยถามด้วยความสงสัย “ถูกตอ้ งแล้ว ไม่ทราบวา่ ท่านเป็นผูใ้ ดกัน? เพราะเหตุใดถึงต้องขัดจังหวะการท่า พิธีดว้ ย?” ชายหนุ่มในชุดอาภรณ์สีม่วงหัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง กระดกเหล้าเข้าปากอีกคร้ัง กล่าว “ผู้น้อยหัวหน้าของแผนกเครืองจักรจากหุบเขาทิศอุดรนามจู้ยวนชิง เหน็ สมควรวา่ คุณหนไู มเ่ หมาะสมทจี ะรับสบื ทอดตา่ แหน่งเป็นผนู้ ่าหุบเขา” เสียงโห่ร้องเก้ียวกราดดังขึ้นในทันที ยังไม่ทันทีคุณหนูถานจะได้กล่าววาจาใดๆ ท่านมู่ทียืนอยู่ด้านข้างของนางก็ตะโกนข้ึนแทรกด้วยเสียงดังเสียก่อน “บังอาจ! หัวหน้างานตัวเล็กๆ ผู้หนึงเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรมากล่าววาจาไร้สาระในงาน ชมุ นุมกรมโยธาธกิ ารเชน่ นี้ วันนี้หากเจา้ ไม่อธิบายออกมาใหช้ ดั เจนแจ้งแจ้ง อย่า หวังว่าจะไดอ้ อกไปอยา่ งปลอดภยั !” ชิงเซียได้ยินดังน้ันก็พลันย่นคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ตามหลักการแล้วใน สถานการณ์วุ่นวายเช่นน้ี ผู้ทีสมควรถูกไล่ออกจากลานพิธี ก็คือท่านมู่ทีชิงออก ปากก่อนใครผู้นี้นีแหละ วาจาของเขาแม้ว่าจะดูเหมือนเป็นการปกป้องคุณหนู ถาน แตแ่ ทจ้ ริงแล้วกลับเปน็ การเปิดโอกาสใหบ้ ุรุษผูน้ ้ไี ดพ้ ูด หญิงสาวเลิกคิ้วงาม ขึ้น มองไปยังลานพิธีทียกสูงขึ้นด้วยความสนใจ ก่อนจะเห็นเป็นฉู่เจิงทียังคงนัง อยู่ตรงน้ันด้วยใบหน้าเรียบนิง แต่ทว่ามุมปากกลับยกโค้งขึ้นเป็นรอยย้ิมอ่อนๆ ฉับพลันก็อดไม่ได้รูส้ ึกเปน็ ห่วงคุณหนถู านผูม้ จี ติ ใจงดงามนางนี้ขน้ึ มา ไมผ่ ดิ จากทคี าดไว้ ทันทที ที า่ นม่กู ล่าวจบ คุณหนูถานก็หันขวับไปมองท่านมู่ด้วย ค้วิ ทขี มวดเขา้ หากันเลก็ น้อย ท่านมู่ใบหน้าแดงก่าไปในทันที หันไปกล่าวกับคุณหนูถานอย่างนอบน้อมว่า

“คุณหนูได้โปรดอภัยให้แก่ข้าน้อยผู้ชราทีท่าอะไรไปตามอ่าเภอใจด้วย เพียงแต่ คนผู้นี้กล่าววาจาหลักลอยไปเรือย หากไม่ให้เขากล่าวให้จบ ก็จะดูเหมือนว่า พวกเรากระทา่ ความผิดแต่อับอายทีจะเปิดเผย เช่นน้ันมิสู้ฟังดูว่าเขาจะกล่าวว่า อย่างไร เช่นนเี้ ปน็ ผลดตี อ่ ชือเสยี งดา้ นความมีคุณธรรมของคุณหนูเช่นกนั ” คุณหนูถานยังคงขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้ารับ กล่าวด้วยเสียง เบา “กไ็ ด้ ทา่ นพูดเถดิ เพราะเหตใุ ดท่านถึงไมย่ อมรับให้ขา้ เปน็ ผนู้ า่ หบุ เขา?” ชายหน่มุ ในชดุ เสื้อคลมุ สีมว่ งปัดเส้นผมสีน้่าหมึกของเขาไปด้านหลังอย่างข้ีเกียจ ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แล้วมองไปยังคุณหนูถานกล่าว “ก่อนอืน ข้า มคี ่าถามหนึงรบกวนท่านหลู่ให้ความกระจ่าง ต่าแหน่งผู้น่าหบุ เขาของหบุ เขาเผิง ไหลแห่งน้ี สืบทอดไดเ้ ฉพาะแต่ผทู้ ีสบื สายเลือดมาจากผนู้ า่ ร่นุ ก่อนๆ เทา่ น้นั หรือ ผูอ้ ืนไม่สามารถเขา้ ไปก้าวก่ายได้?” ชายชราเคราเหลืองผู้หนงึ หลังจากทีได้ยินค่าถาม ก็ก้าวออกมาจากแถวด้านข้าง ของคุณหนูถาน กล่าวอธิบาย “ก่อนทีนายท่านจะสร้างหุบเขาแห่งน้ีขึ้นมา ได้ ตรากฎเอาไว้ว่าให้สายเลือดสกุลถานแต่ละรุ่นสืบทอดเป็นผู้น่าหุบเขา ตลอด หลายศตวรรษทผี า่ นมา ไมว่ ่าหุบเขาเผิงไหลแห่งน้ีจะรุ่งโรจน์หรือตกต่า พวกเรา กไ็ มเ่ คยฝา่ ฝนื กฎเกณฑ์เลยแม้เพยี งสกั ครั้ง ท่านหัวหน้าจู้เอ่ยถามเช่นน้ีใช่ว่าไม่มี ความจ่าเป็นหรอกหรอื ?” “เช่นนน้ั ก็ถูกแล้ว!” จู้ยวนชิงกล่าวพร้อมหัวเราะเสียงใส “ในเมือเป็นเช่นน้ี การ ทีจะให้คุณหนูสืบต่อต่าแหน่งเป็นผู้น่าของเขา ยิงเป็นเรืองทีเป็นไปไม่ได้เข้าไป ใหญ”่ ท่านมู่ตวาดกลับด้วยความโมโห “ไอ้หนูหน้าละอ่อนผู้นี้มาจากทีไหนกัน เหตุใด

วาจาถึงได้เหลวไหลกวนอารมณ์เช่นน้ี! คุณหนูเป็นสายเลือดสืบทอดเพียงหนึง เดียวของท่านผู้น่าหุบเขา ภายในกายมีเลือดของคนสกุลถานไหลเวียนอยู่ แล้ว เหตุใดถงึ สบื ทอดตา่ แหน่งผนู้ ่าหบุ เขาไม่ได้ วาจาของเจ้าช่างไร้สาระยิงนัก ข้าจะ ไมย่ อมปล่อยเจา้ ไปแน่!” “ท่านมู่อย่าเพิงโมโหไป ผู้น้อยเพียงแต่เป็นกังวลว่าคุณหนูนั้นเป็นอิสตรี อีกท้ัง ยังไร้ซึงญาติพีนอ้ ง หากเป็นเช่นนตี้ อ่ ไป ในอกี หนึงร้อยปีให้หลัง ผู้ใดจะข้ึนมารับ ตา่ แหน่งสบื ทอดตอ่ เป็นผนู้ ่าหุบเขาเล่า?” ท่านมู่ตอบกลับด้วยเสียงลึก “แน่นอนว่าต้องเป็นทายาทของคุณหนูสืบทอดต่อ หรือวา่ จะใหห้ วั หน้าจทู้ า่ นขน้ึ สบื ต่อหรอื อย่างไร?” ทันทีทีกล่าวจบ ผู้คนทีอยู่ในลานพิธีด้านล่างก็พลันหัวเราะเย้ยหยันขึ้นอย่าง พร้อมเพียง จู้ยวนชิงหาได้ใส่ใจพวกเขาไม่ ยังคงกล่าวพร้อมรอยยิ้มดังเดิม “แน่นอนว่าต้องเป็นเช่นนั้น เพียงแต่ ทายาทของคุณหนูควรจะใช้ชือแซ่ใดดี? แซ่ถานหรือ? ไม่ใช่ว่าภายในกายของพวกเขามีสายเลือดของคุณสกุลถาน ไหลเวียนอยู่หรอกหรือ?” และทันทีทีประโยคน้ีจบลง ทัวท้ังหลายพิธีก็เงียบกริบเป็นป่าช้าในทันใด ท่านมู่ แคน่ เสียงฮึพึมพ่ากับตนเองอยู่นาน ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงทุ้มว่า “ปัญหาน้ีพวก เราเองก็ขบคิดกันมานานแล้ว เพียงแต่โชคชะตาลิขิตให้เป็นเช่นนี้ เมือตอนที ท่านผเู้ ฒ่าผูน้ า่ เขารุน่ กอ่ นยงั มีชีวิตอยู่ ท่านเหลือทายาทสืบทอดไว้เพียงคนเดียว เทา่ น้นั นจี งึ เปน็ วธิ ีการทไี ดเ้ ปรียบทีสดุ ” จยู้ วนชงิ ยกย้มิ กล่าว “เชน่ น้นั กห็ มายความว่า ผู้น่าหุบเขารุ่นต่อไป ก็จะไม่ใช่คน สกุลถานแล้วใช่หรือไม่? เช่นน้ีกฎเกณฑ์ของหุบเขาก็ต้องถูกท่าลายลง เช่นน้ัน

อีกหน่อยคนจากสกลุ อนื ก็มโี อกาสทีจะได้ขน้ึ เป็นผ้นู า่ หบุ เขาดว้ ย?” แม้ว่าใบหน้าของเขาจะประดับไปด้วยรอยย้ิม แต่ทว่าวาจาทีเปล่งออกมาจาก ปากนั้นกลับคมคายเชือดเฉือนยิง ทันทีทีประโยคนี้กล่าวจบ ทุกผู้คนทียืนอยู่ ด้านล่างลานพิธีก็ตกตะลึงไปในทันใด จะมีก็เพียงแต่ท่านมู่ทีหลังจากพิจารณา ค่าพูดของฝ่ายตรงข้ามแล้ว จึงกัดกรอดฟันกล่าวด้วยเสียงลึก “เป็นเช่นน้ันมิ ผดิ ” “ฮ่าๆ!” จู้ยวนชิงหัวเราะเสียงดังลัน เขากระโดดขึ้นไปหยุดอยู่บนเวที ก่อนจะ ค่อยๆ สาวเท้าก้าวไปยังกลางลานพิธีอย่างสบายอารมณ์ แล้วกล่าวด้วยน้่าเสียง สดใส “ในเมือกฎเกณฑ์ช้าเร็วอย่างไรก็ต้องถูกท่าลายลง มิสู้มาร่างกฎใหม่เสีย ต้ังแต่วันนี้ ในเมือต่าแหน่งผู้น่าหุบเขาช้าเร็วอย่างไรก็ต้องให้คนนอกเข้ามาสืบ ทอดต่อ เชน่ นั้นเหตุใดจะต้องไปหมกมุ่นอยู่กบั เรอื งของวนั นพี้ รุ่งน้ีเล่า?” ถานเซิงทียืนอยู่ด้านข้าง หลังจากทีได้ยินดังน้ันก็โมโหเป็นอย่างมาก กล่าวด้วย น้่าเสียงเกรี้ยวกราด “ดียิง! พูดมาพูดไป สุดท้ายทีจริงเจ้าก็แค่อยากจะมีส่วน รว่ มในตา่ แหนง่ ผนู้ ่าหบุ เขาเทา่ นนั้ !” จูย้ วนชงิ ยังคงรกั ษารอยยิ้มสดใสไวด้ ังเดมิ ไม่เปลียนแปลง กล่าว “ถ้าเป็นเช่นน้ัน จรงิ แล้วจะอยา่ งไร? สบิ เจด็ สายสกลุ ในหุบเขาเผงิ ไหล สกุลถานเป็นดงั จกั รพรรดิ มู่ หลู่ เหยา หวง เซีย เป็นสกุลช้ันสูง ส่วน ลู่ ซ่ง ไป๋ หลี จัง จ้าว สวี หลัง ซุน จี้ จู้ เปน็ สกุลชัน้ ล่าง น่าเสียดายหลังจากผ่านมาหนึงพันปี สายสกุลของผู้น่าหุบเขากลับเหียวแห้ง เวลานี้เหลือเพียงคุณหนูผู้เดียวเท่านั้น หากยังคงฝืนสืบทอดต่าแหน่งต่อไป ก็ไม่ ต่างอะไรกับสายป่านทีถูกตัดออก ไม่สู้วันน้ีพวกเรามาร่างกฎของหุบเขากันเสีย

ใหม่ แล้วยกย่องผู้มีคุณธรรมเป็นหลัก คนจากในหุบเขาเผิงไหลสองพันกว่าคน ทุกคนต่างยกย่องในความเป็นอัจฉริยภาพทีเป็นหนึงไม่มีสองของนายท่าน ซาบซึ้งในคุณความรู้ท้ังเรืองงานศิลปกรรมและอาวุธต่างๆ ทีนายท่านได้บันทึก ไว้และมอบให้ ยิงไมต่ ้องกล่าวถึงเงนิ ทองและเสบียงอาหารทีมีไม่จ่ากัด ดังนั้นหากว่าพวกเราใช้คนทีไม่เหมาะสม แล้วมาสร้างความวุ่นวายให้กับหุบเขา ดึงดูดสายตาของคนทีอยู่ด้านนอก จนเป็นเหตุให้รากฐานและกิจการทีบรรพ บุรษุ อุตสา่ หส์ ง่ ตอ่ มาตอ้ งหยดุ ชะงกั ลง ข้ารวมถึงผู้คนทีอยู่ในปรโลก จะมีหน้าไป พบหนา้ บรรพบรุ ุษไดอ้ ยา่ งไร?” ประโยคน้ีทีกล่าวออกมา ท่าเอารอบด้านเงียบสนิท ถานเซิงกวาดสายตามองไป รอบๆ ครั้งหนึง ก่อนจะกล่าวด้วยความโมโห “เจ้าคนแซ่จู้! เจ้าว่าคุณหนูไม่ เหมาะสมจะสบื ทอดตอ่ เปน็ ผนู้ า่ หบุ เขา หรอื ว่าเจา้ เหมาะสมหรอื ?” จูย้ วนชิงกลา่ วพร้อมรอยย้ิม “พชี ายช่างมีสายตาทเี ฉยี บแหลมยงิ นกั ความหมาย ของขา้ ก็เป็นเช่นนน้ั ” ถานเซิงโมโหมากเสียจนหัวเราะออกมา ก้าวขึ้นไปข้างหน้า ก่อนจะชักกระบี หยกทเี หน็บอยูต่ รงเอวออก กล่าวด้วยเสยี งลกึ “ดี ให้ข้าได้ทดสอบก่าลังของเจ้า เสียหน่อย ดูทีว่าเจ้ามีความสามารถอะไรถึงได้มาท่าท่าจองหอง กล่าววาจาไร้ สาระทนี ี!” จู้ยวนชิงหักตัวหลบ กล่าวด้วยรอยย้ิม “วิเศษ! วิเศษ! ทีแท้พีชายถานเซิงเองก็ หมายตาต่าแหน่งผู้น่าหบุ เขาไว้เชน่ กันถึงได้มาแยง่ กับขา้ ? เอาอยา่ งนั้นก็ได้ พวก เราสองคนมาประลองกันหน่อย”

บทท่ี 118-2 ผู้ใดจะกล้ามาแก่งแย่ง ถานเซงิ ตวัดสายตากลบั ไปมองเขาอย่างเกรี้ยวกราด กล่าวด้วยเสียงลึก “ข้าไหน เลยอยากจะได้ต่าแหน่งผู้น่าหุบเขาอะไรนี ก็แค่อยากจะสังสอนไอ้คนทีโอหังไม่ เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาเช่นเจ้าก็เท่าน้ัน คุณหนูเป็นสายเลือดผู้สืบทอดเพียงหนึง เดียวของอดีตผู้น่าหุบเขา การทีนางจะขึ้นรับต่าแหน่งก็เป็นเรืองทีเหมาะสม อย่างไม่ต้องสงสัย ข้าว่าเจ้ายอมถอยออกไปอย่างรู้กาลเทศะเสียหน่อยจะดีกว่า มิเช่นน้ันอย่าหาว่าดาบในมือของข้าไร้ตา ไปท่าร้ายร่างกายทีแสนบอบบางของ เจ้าเข้า” “เหอะๆ ข้าน้ันช่างโง่เขลาเบาปัญญา พีชายถานเซิงย่อมไม่ปรารถนาต่าแหน่ง ผนู้ า่ หุบเขา แตจ่ ากทขี ้าเหน็ แปดในสิบส่วนคงหมายตาต่าแหน่งสามีผู้น่าหุบเขา กระมัง” ถานเซิงตะคอกกลบั ด้วยความโมโห “เจ้ากลา่ ววาจาเลอะเทอะอันใดกัน?” จู้ยวนชิงยกมุมปากขึ้นเป็นรอยย้ิมจางๆ กล่าว “ท่านผู้น่าหุบเขาไร้ทายาทชาย สืบสกุล เพือทีจะได้มีสายเลือดสืบต่อไปอีกร้อยปี จึงรับเจ้าเข้าสกุลถาน เปลียน ชือเป็นถานเซิง เป้าหมายไม่ใช่เพือให้แต่งงานกับคุณหนูถานหรอกหรือ เช่นน้ี ทายาททเี กิดมาก็จะยงั มสี กุลถานดงั เดิม สามารถสืบทอดต่าแหน่งผู้น่าหุบเขาได้ อย่างถกู ตอ้ งสมบูรณพ์ รอ้ ม ทว่าน่าเสียดาย ไก่ดินอย่างไรก็ยังคงเป็นไก่ดินอยู่ยัง วันยังค่า ไม่อาจแปรเปลียนไปเป็นหงส์ฟ้าได้ตลอดชีวิต ยิงไปกว่าน้ัน การที คุณหนูถานจะยอมแต่งให้เจ้าตามค่าสังของอดีตผู้น่าหุบเขาหรือไม่น้ัน มันก็เป็น อีกเรอื งหนึง ทา่ นไมค่ ิดว่าตนเองดดี ลูกคิดสมปรารถนาเร็วเกินไปหน่อยหรือ”

“เจา้ !” ถานเซงิ ดวงตาแดงกา่ แทบจะคลมุ้ คลงั จู้ยวนชิงหมุนกายกลับไป ตะโกนกล่าวด้วยเสียงดัง “พีน้องจากแต่ละสายสกุล ทุกท่าน ข้ากับสกุลของทุกท่านอยู่ในหุบเขาเผิงไหลแห่งนี้อย่างสันโดษ เป็นวัว เป็นม้าเป็นลาให้คนสกุลถานได้เรียกใช้มานานนับพันปีแล้ว มาวันนี้ โลก ภายนอกเกิดสงครามระส่าระสาย ประชาชนต้องพลัดพรากแยกจาก แต่ละ แคว้นท่าสงครามแย่งชิงกันมายาวนานเกือบสามร้อยปี พวกเราครอบครอง วิทยาการความรู้และอาวุธทีทรงอานุภาพทีสุดในยุคสมัย มีทั้งเงินทองและ เสบยี งอาหารมากเพียงพอ ขอเพียงพวกเราก้าวออกไป นา่ มันไปขาย เรยี กระดม พลรับสมัครทหาร ยังต้องกังวลว่าจะไม่เป็นใหญ่ได้อีกหรือ? เมือถึงเวลานั้น ผู้คนต่างก็ต้องเคารพบูชาในตัวเรา นับเป็นการสร้างเกียรติยศประดับวงศ์ ตระกูล สามารถพุ่งทะยานไปได้สูงดุจดังก้อนเมฆ! ในเมือเป็นเช่นนี้ เหตุใดพวก เรายังต้องท่าตัวเป็นเต่าเอาแต่หดหัวอยู่ในกระดองไม่มีวันได้แหงนหน้ามอง ตะวันอยอู่ กี ?” ประโยคทีเขากล่าวมานี้ช่างปลุกเร้าจิตใจเป็นอย่างยิง เหล่าผู้คนหนุ่มสาวในหุบ เขามีไม่น้อยทียกมือเห็นด้วยไปกับความคิดของจู้ยวนชิง เพียงไม่นานเสียงร้อง แซ่ซอ้ งสรรเสริญก็ดงั กอ้ ง คณุ หนถู านใบหน้าซดี ขาวไปในทันใด คิ้วขมวดเป็นปม แววตาทีตืนตระหนกของนางมองไปทางฉู่เจิงทียืนอยู่ตรงมุมหนึงด้วยความ คาดหวัง ทวา่ สิงทีนางเห็นมีเพียงใบหน้าทีเรียบนิงของฉู่เจิงเท่าน้ัน เขายิ้มให้กับ นางเลก็ น้อย ก่อนจะหมุนกายกลับไป “เจ้าพวกอึสุนัข!” ถานเซิงตะเบ็งเสียงตวาด “เมือปีน้ันเหตุทีบรรพบุรุษเข้ามา ต้ังรกรากอยู่ในหุบเขาเผิงไหลแห่งนี้ ก็เพือหลีกลี้จากความวุ่นวายของสงคราม ศาสตร์แห่งการสร้างสรรค์ทีนายท่านได้เหลือทิ้งไว้ ก็เพือให้พวกเราสามารถ

ป้องกันตัวเองจากภยั อันตรายได้ มาวนั นที้ หารจากดา้ นนอกล้วนต้องจับดาบเข้า ฟาดฟัน เจ้ากลับจะออกจากหุบเขาทีสงบสุขไปเข้าร่วมกองทัพ? ช่างเป็นเรืองที บ้าบอคอแตกยงิ !” จู้ยวนชิงหัวเราะร่วนกล่าว “พีชายถานเซิงกล่าวได้ไม่มีผิด เพียงแต่เวลาน้ันกับ เวลานี้ต่างกัน เมือปีน้ันเหตุทีบรรพบุรุษต้องล้ีหนีจากสงคราม นันเพราะในมือ ของพวกเขายังไม่มีอาวุธ และยังไม่มีทักษะพอจะต่อกรกับกลียุคได้ แต่มาวันนี้ พวกเรามีก่าลังทหารทีแข็งแกร่ง มีผลงานประดิษฐ์ทีท่าให้โลกต้องตะลึง มี ระเบดิ และดินปนื ทที รงอานุภาพ เพยี งพอทจี ะต่อกรกบั กองทพั นบั พนั และทหาร ม้านับหมืนได้ สุภาพบุรุษลูกผู้ชายต้องแยกแยะเรืองทีสมควรท่ากับเรืองทีไม่ สมควรทา่ ออก เวลาน้ีสวรรค์ได้มอบภาระหน้าทีอันยิงใหญ่ไว้ในมือข้าแล้ว นันก็ หมายถึงให้ข้าท่าลายกฎเกณฑ์เก่าๆ ทิ้งไปเสีย แล้วตรากฎขึ้นมาใหม่ รวบรวม ก่าลังพลเปน็ หนึงเดียว แล้วเข้ายุติความวุ่นวายของสงครามทีมีมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันวันเวลาและสถานทีเหมาะสม ผู้คนมาชุมนุมกันพร้อมหน้า ข้าจู้ยวนชิง ขอประกาศว่าข้ายินดีจะเป็นวีรบุรุษทีต้องตายในสนามรบ แต่จะไม่ยอมเป็นคน ธรรมดาทีมสี ายตาแคบสน้ั ไร้ซึงอนาคตและความหวัง!” “ธิดาศักด์ิสิทธิ์โอวซือ ท่านเป็นผู้รับหน้าทีเจ้ากรมพิธีการ รับรู้สถานการณ์ ภายนอกอย่างลึกซึ้ง น่าจะทราบว่าสิงทีข้าน้อยพูดไปน้ัน มิได้โป้ปดเลยแม้แต่ น้อย” หญิงสาวชุดแดงหลังจากทีได้ยินดังนั้นก็ยกย้ิมขึ้นจางๆ อย่างทรงเสน่ห์ ดวงตา หรีลงเล็กน้อย กล่าวด้วยความอ่อนใจ “เป็นอย่างทีท่านหัวหน้าจู้กล่าวไว้ไม่ผิด เวลานี้ใต้หล้าแตกแยก แคว้นเล็กแคว้นน้อยผุดขึ้นนับไม่ถ้วน ความระส่าระสาย กระจายไปทัวทุกพ้ืนที อ่านาจภายในของแต่ละแคว้นปั่นป่วนไม่เป็นระเบียบ

นับเป็นโอกาสทีหาได้ยากทีจะเปิดตัวออกไปสู่โลกภายนอก ปัจจุบันพวกเราแต่ ละฝ่ายต่างก็กอบกุมอ่านาจในแต่ละด้านเอาไว้ ขอเพียงแต่กรมโยธาธิการยังคง ปลอดภัย ท่าตามคา่ สงั เสยี ของนายท่านทใี ห้ไว้เมอื หนึงพันปีก่อน คุ้มครองอยู่ใน หุบเขาเผงิ ไหลแห่งน้กี เ็ พียงพอ” ท่านมู่พึมพ่าเสียงเบากล่าว “ก่อนหน้านี้พักใหญ่ข้ายังได้รับจดหมายจากพิราบ สือสารจากผู้น่าสกุลของสกุลชุยจากกรมคลัง ดูเหมือนว่าแต่ละสายสกุลจะ เตรียมพร้อมเคลือนไหว คดิ ทา่ การใหญ่แลว้ ” ผู้คนทีได้ยินท้ังน้ัน ฉับพลันก็ตอบรับขึ้นอย่างพร้อมเพียง ก่อนทีน่้าเสียงจะ ค่อยๆ ขยายใหญข่ ้ึน ตา่ งคนตา่ งเรมิ ร้สู กึ ตนื เต้นเรา่ รอ้ น จู้ยวนชิงกล่าวด้วยน่้าเสียงฟังชัด “หุบเขาเผิงไหลของพวกเราไม่ใช่หุบเขาเซียน เผิงไหล ข้าและพวกท่านเองก็หาใช่เทพเซียนไม่ หรือว่าพวกเราจะเอาแต่หดหัว อยู่ในหุบเขาแห่งน้ีตลอดไป รอให้ตัวเองกลายเป็นเซียนไปจริงๆ อย่างน้ันหรือ วันนี้ในก่ามือของข้ากอบกุมศาสตร์แห่งการสร้างดินปืนและระเบิดเอาไว้ ขอ เพียงแต่คณุ หนูยอมเปิดคลังอ๋ิงจ้าว แล้วมอบบันทึกลับของศาสตร์แห่งการสร้าง ให้กับพวกเรา เมือถึงเวลาน้ัน ต่อให้ใต้หล้านี้กว้างใหญ่ ข้าและพวกท่านก็จะไร้ ซึงศัตรูให้ต่อกร ใต้หล้าก็จะสงบสุข ไม่มีสงครามอีกต่อไป ในเมือเป็นเช่นนี้ เหตุ ใดยงั ตอ้ งยดึ ตดิ อย่กู ับจตั ุรัสทคี ับแคบผนื น้อี กี เลา่ ?” ถานเซิงก้มหน้าลงไปมองเหล่าลูกศิษย์ทีก่าลังตืนเต้นฮึกเหิม กับเหล่าผู้ปกครอง หลายท่านทีพยักหน้าหงึกหงักเห็นด้วย แล้วคิดไปถึงการเคลือนไหวท้ังหมดที เกิดขึ้นในวันน้ี ก็ให้รู้สึกราวกับว่าเป็นสถานการณ์ทีผ่านการปรึกษาพูดคุยมาดี แล้วอย่างไรอย่างนั้น หนึงร้องหนึงรับสอดประสานจนเกิดเป็นเหตุการณ์ดังเช่น ในปัจจุบัน ลุกลามว่องไวเหมือนกับเปลวเพลิงทีไม่อาจหยุดย้ังได้ทัน ในขณะที

เขาก่าลงั จะออกปากโต้กลับนนั้ มอื ของคนผู้หนงึ ก็ยกขน้ึ มาขดั เขาไว้เสียก่อน บนใบหน้าของคุณหนูถานยังคงประดับรอยยิ้มเฉือยชาไว้เช่นนั้น นางก้าวข้ึนไป ข้างหน้าช้าๆ สองก้าว ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงลึก “ไม่ใช่ว่าข้าโลภมากอยากจะได้ ตา่ แหน่งผู้นา่ หุบเขา เพยี งแตค่ ่าสังเสยี ของท่านบรรพบุรษุ เมือปีน้ัน บอกไว้อย่าง ชัดเจนแลว้ วา่ นอกเสียจากว่าจะมีการเรียกขานจากนายท่าน หุบเขาเผิงไหลจะ ไม่ปรากฏตัวออกสู่โลกภายนอกเป็นอันขาด เนินนานนับหนึงพันปีทีผ่านมา ตัว ของนายท่านเองได้กลับสู่ผืนปฐพีไปเรียบร้อยแล้ว อีกท้ังด้านนอกเวลานี้ยัง สับสนวุ่นวาย ข้าจึงเห็นสมควรว่า ควรจะท่าตามความปรารถนาของนายท่าน เป็นดีทีสดุ ใช้ชีวติ อย่ใู นหุบเขาอย่างสงบสขุ เรยี บง่าย ไม่ต้องออกไปแก่งแย่งชิงดี กับโลกภายนอก ยิงไปกว่านั้น หุบเขาของพวกเรายังกุมอาวุธทีทรงอานุภาพไว้ ในก่ามือ หากมีแม้เพียงหนึงชิ้นทีหลุดลอดออกไป เกรงว่าจะเป็นการน่ามาซึง การบาดเจ็บล้มตายทีมากข้ึน และศึกสงครามทีไม่หยุดหย่อน นอกจากนี้ ข้าว ของเงินทองรวมท้ังเสบียงเองก็ถูกเก็บซ่อนไว้ในเมืองอย่างมิดชิด ไม่ง่ายทีจะขน ย้ายหรอื น่าออกมาใช้ พวกเรากรมโยธาธกิ ารเองก็อาศัยอยู่ในหุบเขามาเนินนาน หลายชัวอายุคน ข้าคิดว่าไม่สมควรจริงๆทีจะออกไปยุ่งเกียวกับสถานการณ์ วนุ่ วายภายนอก” “นันกไ็ ม่แน่! นนั กไ็ มแ่ น!่ ” จ้ยู วนชงิ ยกย้ิมกลา่ ว “ของสิงใดกต็ ามทีมตี ัวตนอยบู่ น ในโลกนี้ ล้วนมีหลักการและโชคชะตาของมันเอง ในเมือพวกเราสร้างสิงเหล่านี้ ขึ้นมา ก็สมควรทีจะเผยแพร่พวกมันออกไปให้คนทั้งใต้หล้าได้รับรู้ มิเช่นนั้น ที พวกเราอุตส่าห์ลงแรงไปอย่างยากล่าบากเพือสร้างพวกมันข้ึนมา จะไปมี ประโยชน์อันใด? ยิงไม่ต้องพูดถึงใต้หล้าเวลานี้ตกอยู่ในสภาวะสงคราม พวกเรา ออกไป เปา้ หมายกแ็ คเ่ พอื หยดุ ยง้ั ความวุ่นวายจากสงคราม ท่าให้ใต้หล้าสงบสุข ช่วยเหลือเหล่าประชาชนจากความทุกข์ทีแสนสาหัสเท่านั้น นีแหละถึงจะเป็น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook