โปรดจดจ่าค่าพูดในวันนี้ให้ดีด้วย สามปีก่อนข้าเคยประสบกับความสูญเสีย เพราะความหเู บาเชื่อใจง่ายมาแล้ว ประโยคที่ว่าโดนงูกัดคร้ังหน่ึงกลัวเชือกป่าน ไปสบิ ป*ี ** ย้ังคดิ ใช้ก่าปั่นอย่างระวงั สามารถใช้ได้หน่ึงหมื่นปี**** สตรีศักดิ์สิทธิ์ ทา่ นวา่ ท่ขี า้ กลา่ วไปถกู ต้องหรอื ไม่?” โอวซือหลันหย่ายิ้มกว้างราวกับบุปผา ดวงตาหร่ีเล็กลง กระซิบกล่าวด้วยเสียง ต่า “คุณชายฉู่ท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว เช่นนั้นยามนี้ขอคุณชายได้โปรดรีบเร่ง เดินทางเถดิ หลันหยา่ ขอนอ้ มส่งถงึ แค่ตรงนี้” ฉเู่ จิงกล่าวดว้ ยเสยี งลึก “จะส่าเร็จหรือล้มเหลวก็ข้ึนอยู่กับการด่าเนินการในครั้ง นี้แล้ว ปัจจุบันเจ็ดฝ่ายร่วมเป็นพันธมิตร หากว่ามีข้อผิดพลาดเกิดข้ึนแม้เพียง เลก็ น้อย ทกุ ส่งิ ทกุ อยา่ งท่ที ่าไปจะหยุดชะงกั ลงทันที ดังน้ันแล้วเร่ืองท้ังหมดต้อง ฝากองคช์ ายคอยสนบั สนนุ แล้ว” โอวซือหลันหย่ากล่าวพร้อมเสียงหัวเราะน้อยๆ “คุณชายวางใจได้ ข่าวของพวก เราได้ถูกปล่อยออกไปเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว ฉินเซวียนอ๋องเวลานี้ก่าลังน่าทหาร เดินทางมา ดูไปแล้วก็เหมือนกับว่าจะมาแก้แค้นให้กับจวงชิงเซ่ียอย่างไรอย่าง น้ัน ไม่เกินสองวัน หุบเขาเผิงไหลจะต้องอึกทึกครึกโครมเป็นอย่างมากแน่ นอกจากนี้ เวลานพี้ วกชาวเผงิ ไหลกา่ ลงั รบี รอ้ นขดุ พนั ธนาคารสายน้่ากนั ใหญ่ ยุ่ง กันยิ่งนัก ไม่มีเวลามาสนใจพวกเราหรอก เรื่องราวด้านนอกทุกอย่างข้าเองก็ วางแผนไว้แลว้ จนหมดสิ้น รอแค่ขา่ วของชยั ชนะท่จี ะสง่ กลบั มาเท่านน้ั คอยจนกระท่ังเจ็ดฝ่ายรวมเป็นหน่ึง คุณชายก็จะกลับขึ้นไปสู่โลกภายนอกได้ กลายเป็นบุคคลแห่งยุคสมัย และเม่ือถึงเวลานั้น เจ็ดฝ่ายตกอยู่ในก่ามือ ผู้ใดใน ใต้หล้าจะยังต่อกรกับแคว้นของพวกเราได้ เมื่อถึงเวลานั้นหากคุณชายฉู่คิด อยากกวาดลา้ งหนานฉู่ให้สน้ิ ซาก ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ตาม
ในอนาคตหลังจากคุณชายท่านล้างแค้นได้ส่าเร็จ แล้วขึ้นสืบราชสมบัติเป็นองค์ จกั รพรรดิ เป็นผ้นู า่ ของใตห้ ล้าเมื่อใด ท่านกอ็ ยา่ ไดล้ มื หลันหย่ากแ็ ล้วกัน!” ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางศีรษะของชิงเซ่ียอย่างแรง ในหูเวลาน้ีก้องสะท้อน เพยี งแต่ขา่ วที่วา่ ฉินจอื เหยยี นกา่ ลงั เดินทางมาเทา่ นนั้ เพียงแต่เหตุใดพวกเขาจึงได้ลงมาอยู่ในถ่้าใต้ดินใต้หุบเขาเผิงไหลได้ หรือว่าท่ี แห่งนี้จะยังมีทางออกอื่นอยู่อีก? องค์ชายผู้น้ันท่ีพวกเขาเอ่ยถึง แท้จริงแล้ว หมายถึงผู้ใด? การท่ีพวกเขาระดมมวลชนและก่อจลาจลวุ่นวายถึงเพียงน้ี หรือ ว่าจะมีการสมคบคิดกันร่วมก่อการกบฏข้ึน แต่ว่ามันก็แค่ช่วยให้ฉู่เจิงได้ขึ้นเป็น ประมุขแหง่ เจด็ ฝา่ ยเทา่ น้ันเองไมใ่ ชห่ รอื ? และข่าวท่ีพวกเขาปล่อยออกไปว่าตัวนางเสียชีวิตไปแล้ว ล่อหลอกให้ฉินจือเห ยียนเดินทางมาติดกับ มาช่วยกวนน่้าให้ขุ่นท่าให้สถานการณ์ยุ่งเหยิงมากขึ้นไป อีก หรือวา่ จะยังมีแผนการช่ัวรา้ ยอ่ืนใดแอบแฝงเอาไว้? ในเวลานี้เอง เสยี งหวั เราะท่ดี งั ลน่ั ของฉเู่ จิงก็ดังส่งมา เขาก้าวขึ้นไปข้างหน้าหน่ึง ก้าว เดินไปหยุดอยู่ด้านหน้าก่าแพงหินท่ียื่นออกมาด้วยรูปร่างแปลกประหลาด ก่อนจะย่ืนมือออกไปยังทิศของก้อนหินขนาดยักษ์ท่ีมีรูปร่างพิสดารน้ัน แล้วกด มนั ลงไป * ดอกถานฮวา(昙花)เป็นพรรณไม้ในตระกูลกระบองเพชรชนิดหน่ึง ชื่อ Epiphyllum Oxypet เป็นพรรณไม้หน่ึงในสายพันธ์ุ Cactus มีดอกงดงาม มีเสนห่ เ์ ฉพาะตัว เปน็ ดอกไมท้ บ่ี านในเวลากลางคนื ความลึกลับอัศจรรย์ของมัน
ก็คือ แม้ว่ามันจะใช้เวลานานนับปีเพ่ือท่ีจะออกดอกให้เราได้ชื่นชม แต่มันก็ใช้ เวลาเพียงค่าคืนเดียวส่าหรับการเบ่งบาน จากน้ันก็จะร่วงโรยลงเม่ือพบกับแสง ทองของวันใหม่ มนั จึงไดส้ มญานามวา่ “ราชนิ ีแหง่ รตั ติกาล” ** หยาดน้่าค้างยามเช้าบนดอกถานฮวา(朝露昙花)เป็นส่านวน เปรียบเทียบวา่ สรรพสงิ่ ในใตห้ ลา้ นน้ั สนั้ นกั ทุกสงิ่ ทกุ อย่างผ่านไปอยา่ งรวดเรว็ *** พักตร์แดงเกศาขาว(红颜白发)เป็นส่านวนมีอยู่สองความหมาย ความหมายแรกบรรยายถึงชายชราที่มีร่างกายแข็งแกร่งและมีอายุท่ียืนยง หรือ เปรียบเทยี บคนแก่ทย่ี ังดูอ่อนเยาวห์ น่มุ แน่น ความหมายที่สองเป็นความหมายที่ แปลตรงๆ ตวั หมายถึงหญิงสาวอายุนอ้ ยกบั ชายชราผมขาว **** โดนงูกัดหนึ่งวันกลัวเชือกไปสิบปี(一朝被蛇咬,十年怕 井绳)เป็นส่านวน อุปมาว่าหลังจากประสบกับเหตุการณ์หรือเรื่องท่ีท่าให้ เกิดความหวาดกลัวครั้งหน่ึง เม่ือพบเข้ากับสถานการณ์หรือเหตุการณ์ท่ีเหมือน หรอื คล้ายคลึงกัน ก็จะพลอยรู้สึกวาดกลัวไปดว้ ย ***** ย้ังคิดใช้ก่าป่ันอย่างระวังสามารถใช้ได้หนึ่งหมื่นปี(小心使得万 年船)ก่าป่ันในที่นี้หมายถึงเรือเดินทะเล ส่านวนน้ีหมายถึงชาวประมงเมื่อ รู้รักษาเรือของตนเอง และใช้มันอย่างระมัดระวัง ก็จะสามารถใช้งานเรือล่าน้ัน ได้ต่อไปอีกหม่ืนปี เปรียบเทียบถึงเรื่องราวหากจะท่าส่ิงใดก็ต้องรอบคอบ ระมัดระวังเขา้ ไว้ ถึงจะสามารถคุมสถานการณ์ และรักษาความส่าเรจ็ เอาไว้ได้
บทที่ 124-1 โอวซือหลันหย่า เสียงดังครืนกระห่ึมก้อง ผืนดินท้ังผืนส่ันสะท้านไปด้วยความบ้าคล่ัง ท่ามกลาง ความมืดมิดท่ีปกคลุมไปทั่ว เสมือนด่ังแสงเหนือยามเมื่อครั้งสวรรค์และปฐพี เร่ิมต้นข้ึน แสงสว่างมหาศาลฉับพลันระเบิดออกและเปิดเป็นช่องว่างช่องหน่ึง ราวกบั สายฟ้าท่ีฟาดผ่าลงมาบนผืนดินแล้วทาเอาทั่วทั้งใต้หล้าสั่นสะเทือนเลือน ลัน่ ไปหมด แสงสว่างจานวนนับไม่ถ้วนถูกยิงส่งมา ห้องโถงหินที่แข็งแกร่งไม่ต่าง อะไรจากเหล็กกล้าเพยี งพริบตาก็ส่ันสะท้านอย่างรุนแรง ฝุ่นทรายและเศษหินที่ แตกเป็นช้ินเล็กชิ้นน้อยตกลงมาจากผนังหินไม่หยุด แสงสีแดงท่ีไร้ส้ินสุดลอย วนเวียนอยู่กลางอากาศเช่นนั้นไม่ไปไหน คล้ายกับพญาหงส์เพลิงอันแสนงาม สง่าท่ีสยายปีกโบยบินอยู่กลางอากาศก็มิปาน แสงและเงากระพริบจนเกิดเป็น ภาพติดตา พลังงานความร้อนเปล่งประกายแปลบปลาบแวบวาบ ฝุ่นละออง ลอยคลุ้งอยู่เต็มห้อง เคว้งคว้างปลิวสะบัดกลางอากาศ เน่ินนานก็ไม่ยอมขจัด ออกไปเสียที! ฉู่เจงิ ใบหนา้ ซดี ขาวมสี ภาพราวกับดวงวิญญาณคนตาย ดวงตาทั้งคู่ของชายหนุ่ม แดงก่าราวกับสีแดงของโลหิต มองดูเศร้าโศกและน่าหวาดกลัว ฉู่เจิงจ้องไปยัง ปากทางแห่งน้ันแน่น่ิง ในแววตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง มือทั้งสองข้างส่ันสะ ระริกอย่างอดไม่ได้ รอยแตกขนาดใหญ่คืบคลานไปบนผนังหินอย่างช้าๆ เหมือนกับแมลงปีกแข็งรูปร่างหน้าตาประหลาดท่ีแสนป่าเถ่ือนฝูงหน่ึงก็มิปาน ทนั ใดนน้ั เอง เสยี งดงั ครืนเสียงหนึ่งก็ดังส่งขึ้น กาแพงหินท้ังผืนฉับพลันพังทลาย ลงมา และภาพทีป่ รากฏสสู่ ายตา กค็ ือเส้นทางลึกลับสายหนึ่งที่ถูกปูด้วยหินและ ถกู จดุ ไปด้วยคบเพลิงส่องสวา่ ง
“ความรู้สึกทเ่ี ด็กน้อยนนั่ มตี อ่ คณุ ชายช่างหนกั แน่นม่นั คงไมเ่ ปลยี่ นแปลงเสียจริง แม้กระทั่งสมบัติของหุบเขาเผิงไหลอย่างระเบิดเพลิงทรงอานุภาพสะเทือนฟ้า สะเทือนดินกย็ อมมอบใหแ้ กท่ ่าน วธิ ีการของคณุ ชาย เหนอื ช้ันมากย่ิงนัก” โอวซอื หลันหยา่ เอ่ยด้วยนา้ เสียงยัว่ เยา้ ทรงเสนห่ ์ มมุ ปากยกข้นึ เปน็ รอยยม้ิ แฉล้ม จบั ใจ คล่ืนในดวงตาราวกับสายนา้ ดวงตาและวงคิ้วเรียวเล็ก คนทั้งคนคล้ายกับ กลายเป็นนางงสู าวผูแ้ สนงดงามไปแล้วอยา่ งไรอย่างนัน้ “ฮึ!” ฉู่เจิงสบถเสียงเย็นทีหน่ึง ก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินไปบนทางเดินหิน ขณะ กาลังก้าวออกไปได้เพียงไม่ก่ีก้าว จู่ๆ เขาก็หันหน้ากลับมา กล่าวด้วยเสียงลึก “หากว่าสตรีศักด์ิสิทธิ์มาโดยไม่ได้รับเชิญ ก็อย่าได้ตาหนิว่าข้าลงมืออย่าง เลือดเยน็ ไรห้ ัวใจ ลงมือทาลายเร่ืองดๆี ของพวกเจ้าอย่างอามหติ เหย้ี มโหดก็แล้ว กัน” โอวซือหลันหย่าหัวเราะด้วยเสียงสูงมีเสน่ห์ ในแววตาพราวระยับไปด้วยความ นับถือ เอ่ยด้วยน้าเสียงอันแสนเย้ายวน “หลันหย่าขอส่งคุณชายแค่ตรงน้ี ขอ อวยพรให้คณุ ชายประสบความสาเร็จ คดิ สิง่ ใดขอใหร้ าบรื่นดัง่ ใจปรารถนา!” ชิงเซี่ยซ่อนตัวอยู่ในรอยแยกของก้อนหิน มองดูเหตุการณ์เปล่ียนแปลงท่ีเกิดข้ึน ตรงหน้าพร้อมขมวดคิ้วมุ่น ขณะคิดที่นางกาลังคิดจะรอฟังว่าแท้จริงแล้วพวก เขายังมีแผนการใดแอบซ่อนไว้อยู่อีกน้ันเอง เสียงของชายชราผู้แสนลึกลับอยู่ๆ ก็ดังขึ้นท่ีข้างหู กลา่ วว่า “เจา้ รอข้าอย่ตู รงน้ี ขา้ ไปประเด๋ียวเดยี วกก็ ลบั มา” ช่วงเวลาน้ันท่ีประตูหินถูกปิดลง ชิงเซี่ยมองเห็นชายชราในอาภรณ์ตัวยาวสีขาว เดินแทรกตัวผ่านเข้าไปราวกับดวงวิญญาณอย่างไรอย่างนั้น อย่างไรก็ตาม เม่ือ หันกลับมามองโอวซือหลันหย่าท่ียังคงยืนหัวเราะมองส่งฉู่เจิงออกไปอยู่ที่เดิมไม่
จากไปไหน ทัง้ ยงั ไม่มีปฏิกิรยิ าใดๆ ตอบสนองกลบั มา กใ็ ห้วางใจลง ประตหู นิ ขนาดใหญค่ ่อยๆ เคลอื่ นปดิ ลงมาช้าๆ ถ้าขนาดใหญ่ใต้ดินฉับพลันเงียบ สงัดไปในทันใด โอวซือหลันหย่ายังคงยืนหัวเราะอยู่ที่เดิมเช่นนั้น มองไม่ออกว่า กาลงั คดิ อะไรอยู่ ศตั รไู มเ่ คลือ่ นไหวขา้ ก็ไม่เคลือ่ นไหว ถึงแม้ชิงเซ่ียไม่รู้ว่านางคิด จะทาอะไร แตถ่ ึงอย่างนนั้ ก็ไม่อาจโผลอ่ อกไปทง้ั เช่นน้ีได้ เพราะอย่างไรเสีย นาง ก็ยังไม่รู้ถึงเบ้ืองลึกเบื้องหลังของโอวซือหลันหย่าผู้นี้ว่าเป็นมาอย่างไรกันแน่ ยิ่ง ไม่ต้องกล่าวถึงสภาพร่างกายตอนน้ีของนาง ไม่รู้ว่าจะต่อกรกับอีกฝ่ายได้หรือ เปล่า อย่างไรก็ตาม ในเวลาน้ันเอง โอวซือหลันหย่าฉับพลันก็เลิกคิ้วขึ้น มุมปากของ นางยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยาะเบาๆ ดวงตาเรียวยาวอันแสนทรงเสน่ห์มองมาทาง ทศิ ทชี่ งิ เซี่ยซอ่ นตวั อยู่คร้ังหนึง่ กอ่ นจะกระโดดข้ึนไปบนท้องฟ้า เส้นผมยาวสีดา ขลบั ท่ถี ูกปล่อยละลงมายงั เอว พ่งุ เข้ามาอยา่ งแรงราวกบั อสรพิษท่มี จี ิตวิญญาณ ชิงเซี่ยร้องในใจว่าไม่ดีแล้ว ขณะท่ีกาลังคิดจะดีดตัวหลบ จู่ๆ เสียงลมพัดแรง สายหน่ึงก็ดังส่งข้ึนท่ีข้างหู เงาร่างท่ีราวกับสายฟ้าพุ่งทะยานออกมาด้านหน้า ดว้ ยความดดุ ัน หอกยาวสีเงนิ กระพริบเปน็ ประกาย คลา้ ยกับมงั กรทที่ รงอนุภาพ ตวั หนึ่งก็มิปาน หมนุ ควงขึ้นไปทางดา้ นหนา้ อยา่ งฉกาจฉกรรจ์ อย่างไรก็ตาม โอวซือหลันหย่ากลับไม่ได้มีท่าทีต่ืนตระหนกแม้แต่น้อย ฝ่ามือที่ แสนงดงามและน่าดึงดูดของหญิงสาวยกขึ้นสะบัด ก่อนจะกระซิบกล่าวพร้อม กบั รอยยิม้ ทบี่ างเบา “ในท่สี ุดก็ยอมแสดงตัวออกมาเสียที?” เห็นเพียงผู้มาใหม่อยู่ในอาภรณ์สีเขียวน้าหมึกท้ังร่าง วงค้ิวคมเข้ม หน้าตาหล่อ เหลา ดวงตาที่เป็นประกายคมกริบจ้องไปทางโอวซือหลันหย่าด้วยความเย็นชา
บนใบหน้ายากจะแยกออกได้ว่ากาลังรู้สึกโกรธอยู่หรือดีใจอยู่กันแน่ หอกยาวสี เงินต้ังทแยงอยูด่ ้านหน้า ทแ่ี ท้คนผ้นู ้ีกค็ ือหยางเฟงิ ได้ยนิ เพียงหยางเฟิงเอ่ยถามดว้ ยเสียงลกึ “เจ้าหาข้าพบได้อย่างไรกัน?” โอวซือหลนั หย่าเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม “ตลอดท้ังชีวิตที่ผ่านมาของข้ามีบุรุษเข้า มาไม่เคยขาด ขอเพียงแค่จมูกน้ีได้กล่ิน ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าภายในถ้าแห่งนี้มีผู้ชาย อยู่ ทักษะการเคลือ่ นไหวของท่านไม่เลวเลย ท้ังท่านยังเป็นประเภทที่ไม่ลักหยก ขโมยบุปผา*อีกด้วย ถูกใจข้าย่ิง หลันหย่าไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเวลานี้ควรจะจัดการ กบั ท่านอยา่ งไรดี? ขา้ ได้ยนิ เรอ่ื งของคุณชายหยางมานาน เห็นวา่ เม่ือคราน้ันเพื่อ ชว่ ยชายาผู้ถกู ทอดท้งิ แหง่ แคว้นหนานฉู่ ท่านถงึ กบั ยอมหักหลงั แคว้นของตนเอง อย่างไม่ลังเล มาวันนี้ ดูเหมือนว่าเรื่องที่ฟังมาจะไม่ผิดเสียแล้ว เพราะกระท่ัง พันธนาคารสายน้าท่ีพังทลายลงมาอย่างหนักท่านก็ยังกล้าเอาชีวิตเข้ามาเสี่ยง นับวา่ ยอดเยีย่ มนัก!” หยางเฟิงหัวเราะด้วยน้าเสียงเย้ยหยันทีหนึ่ง มองดูหญิงสาวท่ีเอาแต่ พะเน้าพะนึงอย่างถึงที่สุดผู้น้ี แม้ว่าท้ังสองคนจะอยู่ในฐานะศัตรูกันก็ตาม แต่ก็ ยังคงพูดจาเยา้ ยวนอ้อนออดเช่นเดิมไม่เปลีย่ น กใ็ ห้กล่าวดว้ ยนา้ เสียงท่ีเย็นเยียบ “แต่ไหนแต่ไรมาได้ยินเพียงแต่ว่าแมวตัวเมียและสุนัขตัวเมียเม่ือมีอาการติดสัด จะมีทักษะความสามารถเช่นน้ี คิดไม่ถึงว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์โอวซือจะมีความ เชี่ยวชาญในด้านนี้ด้วย ช่างน่าประทับใจย่ิงนัก เห็นทีข้าคงต้องมองท่านใหม่ แลว้ ” ค้ิวของโอวซือหลันหย่ากระตุกไปเล็กน้อยในทันใด รอยย้ิมแปรเปลี่ยนเป็นเย็น ชาโดยพลัน ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเบา “วาจาเฉียบคมเสียจริง เพียงแต่ไม่รู้ว่าหาก ผา่ นไปอกี สกั ครู่ คุณชายหยางจะยงั มชี วี ติ ชวี าเช่นน้ีอยู่อกี หรอื ไม่”
หยางเฟิงสบถฮเึ สยี งเยน็ กล่าวด้วยเสียงลึก “อาศัยเจา้ คิดวา่ จะทาอะไรข้าได้?” โอวซือหลันหย่าหัวเราะเสียงดังล่ัน กล่าวพร้อมท่าทีเย้ายวนล่อหลอก “รู้เขารู้ เรา รบร้อยครั้งก็ไม่น่ากลัว คุณชายช่างมีดุลพินิจท่ีสูงส่งเป็นเอกลักษณ์ยิ่ง วร ยุทธ์รวมถึงทักษะศิลปะการต่อสู้ก็ล้าลึกสูงส่ง หลันหย่าไม่ถนัดทางด้านนี้ แน่นอนว่าคงไดแ้ ตต่ อ้ งยอมแพท้ ่าน แตค่ ุณชายกระทง่ั หลันหย่าถนดั เร่ืองใดท่าน ก็ไม่รู้แม้แต่น้อย แต่ยังคิดจะมาประลองฝีมือกับหลันหย่าอีก ไม่คิดว่าบ้าบิ่นไป หนอ่ ยหรือ?” กล่าวจบ ฉับพลันควันสีม่วงจางๆ กลุ่มหนึ่งก็ลอยส่งเข้ามา มองออกไปด้วย ความตกตะลึง ที่แท้กลุ่มควันสีม่วงอ่อนๆ เหล่าน้ันก็คือแมลงที่บินได้กลุ่มหนึ่ง นี่เอง เรียงร้องหึ่งๆ ดังกระหึ่มไปทั่ว และทันใดน้ันมันก็พุ่งเข้าใส่หยางเฟิงด้วย ความเรว็ ราวกบั สายฟ้าแลบ! ชิงเซ่ียตกตะลึงเป็นอย่างมาก กริชในมือกระชับแน่น ขณะที่กาลังคิดจะวิ่ง ออกไป ในเวลาเดียวกันน้ันเอง น้าเสียงที่แสนไพเราะและแสนทรงเสน่ห์ราวกับ หิมะน้าแข็งสายหนึ่งก็ดังขึ้นภายในถ้า กล่ินหอมอ่อนๆ ลอยส่งมาตามแรงลม หญงิ สาวในอาภรณส์ ีเขียวมรกตจู่โจมเข้ามาประหน่ึงเกลียวของก้นหอย เสียงใส กระจา่ งและคมชดั ของลูกกระพรวนกระแทกส่งเขา้ หู “แผนผังแปดทิศของพรรคฝซู ี*! หาความอัปยศให้ตนเองแท้ๆ!” เสียงดังปังๆ ดัง ข้ึนอย่างต่อเนื่อง กลุ่มควันสีม่วงอ่อนๆ พริบตาราวกับคลื่นของมหาสมุทรที่ซัด สาดมาอย่างไรอย่างน้ัน พุ่งไปทางโอวซือหลันหย่าอย่างรวดเร็ว แล้วกวาดเอา กล่ินเหมน็ ทง้ั หมดหายไปไม่มีเหลือ กลิ่นหอมจางๆ โชยเข้ามากระทบกับใบหน้า หญิงสาวในอาภรณ์สีเขียวมรกตที่มีเรือนร่างนูนเว้าน่าหลงใหล ดวงตาสดใส
และฟันที่ขาวสะอาดกระโดดลงมาจากหลังของวิหคยักษ์ดังปัง ยืนหยุดอยู่ ด้านหนา้ ของหยางเฟงิ ด้วยทา่ ทีเยอ่ หยงิ่ อย่างถึงทส่ี ดุ โอวซือหลันหย่าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเซถอยกลับไปด้านหลังสองก้าว มือท้ัง สองข้างที่ราวกับกิ่งหลิวปลิวลมชูข้ึนแล้วล้อมเอากลุ่มควันเหล่านั้นไว้ภายใน ดวงตาเยน็ ยะเยียบ มุมปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มหยัน กล่าวด้วยเสียงท่ีแสนเย็นชา “ข้าก็ยังคิดอยู่ว่าเป็นผู้ใดกัน ท่ีแท้ก็คือปีศาจสาวเจ็ดพฤกษาผู้มีช่ือเสียงโด่งดัง น่ีเอง ไม่เจอกันนานหลายปี ท่านยังคงเป็นเช่นเดิมไม่เปลี่ยน ลาจากกันที่หนาน เจียงเม่ือวันนั้น ปัจจุบันก็ผ่านมาได้หกปีแล้วกระมัง วันนั้นพี่สาวหงสือนอนตาย ตาไม่หลับ ลูกตาท่ีถูกควักออกมาจนถึงบัดน้ีก็ยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี และมิดชิดบนลานเทวะในเผ่าอเู สยี น ไมค่ ดิ ว่าเลยสวรรคไ์ ม่เคยลาเอียง ชาระคืน ความไม่พอใจอันไม่ส้ินสุดของข้า สายน้าและสายลมหมุนกลับ เจ้าและข้ามา พบปะกันอีกครั้งในท่ีแห่งนี้ เล่ียเอ๋อร์ พวกเราพี่น้องวันนี้คงต้องใกล้ชิดๆ กันให้ เต็มที่สกั หนอ่ ยแล้ว” เลี่ยอว๋ินจ้ีมองไปทางหญิงสาวด้วยแววตาที่แสนเย็นเฉียบ ยกยิ้มขึ้นอย่างเฉยชา แม้แต่ใบหน้าก็ไม่คิดท่ีจะเสแสร้งแกล้งทา นางครางฮึเสียงเย็นคราหนึ่ง กล่าว “เมื่อปีน้ันเป็นข้าท่ีดวงตาไร้แวว เช่ือในคาพูดของปีศาจสาวอย่างเจ้า มองเจ้า เป็นดั่งพ่ีสาวน้องสาว แต่สุดท้ายกลับถูกเจ้าหลอกลวง คิดไปคิดมาก็คงเป็นข้าท่ี ทาตัวของข้าเอง สมควรได้รับแล้ว เมื่อปีนั้นถึงแม้พ่ีสาวหงสือจะตายด้วยน้ามือ ของข้า แต่นน่ั ก็ด้วยขา้ ถกู เจ้าใส่ร้ายป้ายสี หากดวงวิญญาณของนางยังคงอยู่บน สรวงสวรรคจ์ ริง คิดว่าก็คงจะตามหาคู่อาฆาตเองได้ แต่ไหนมาข้าไม่เคยคิดท่ีจะ เข้าไปยุ่งเก่ียวกับเร่ืองราวในเผ่าอูเสียน แต่ว่าวันนี้เจ้าบังอาจมารังแกผู้ชายของ ขา้ ต่อใหต้ าแกเ่ ทยี นหวง*ผูน้ ัน้ มาเอง ข้าก็จะเดด็ ชวี ิตสนุ ัขของมันลงมา!”
* ลักหยกขโมยบปุ ผา(偷香窃玉)อุปมาวา่ ลอ่ ลวงอสิ ตรี * ฝูซี(伏羲)เป็นวีรบุรุษทางวัฒนธรรมตามตานานจีนและเทพปกรณัม จีน เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นและสอนให้ผู้คนรู้จักทาแหจับปลา เริ่มประดิษฐ์คิดค้น สัญลักษณ์สาหรับนามาใช้จารึกเรื่องราวแทนการใช้ปมเชือกเช่นท่ีผ่านๆ มา ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องดนตรี อาทิ พิณ และริเริ่มร้อยเรียงทานองเพลง และนา เสียงดนตรีมาสู่ชีวิตของผู้คน สร้างระบบปฏิทิน และเป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้น แผนผังแปดทิศ (八卦) รวมถึงคิดค้นระบบการเขียนแบบชางเจ๋ีย (倉頡) เมื่อราว 2,000 ปีก่อนคริสตกาล นอกจากน้ี ยังนับเป็นพระเจ้าแผ่นดินพระองค์ แรกของจีนในกล่มุ สามกษัตรยิ ์ * เทียนหวง(天皇)หมายถึงจักรพรรดสิ วรรค์ หรือบตุ รแหง่ สวรรค์
บทท่ี 124-2 โอวซือหลันหย่า โอวซือหลันหย่ากล่าวพร้อมเสียงหัวเราะมีเสน่ห์ “ความงามของพี่สาวหงสือ งดงามไร้ที่ใดเปรียบ เป็นหนึ่งในผู้ท่ีหาตัวจับได้ยากในใต้หล้า ทั้งยังเชี่ยวชาญ ทางด้านศาสตร์การทหาร เป็นเสมือนแม่ทัพมีช่ือเสียงที่ยากจะพบได้ในยุคสมัย มีประโยคหน่ึงเคยกล่าวเอาไว้ว่า นับแต่โบราณกาลมาหญิงงามประดุจแม่ทัพท่ีมี ช่อื เสยี ง ไม่อาจอยู่ต่อได้ในโลกจนถึงเม่ือคร้ังยามผมสีดอกเลา* นางเพียงผู้เดียว ก็ครอบครองทั้งสองตาแหน่งแล้ว กับเรื่องราวท่ีดีงามเช่นน้ี เป็นเรื่องธรรมดาท่ี จะทาให้นางต้องอายุส้ันลง ส่วนตัวเจ้า ปากก็เอาแต่กล่าวว่าคนผู้นั้นเป็นผู้ชาย ของเจ้า แต่เจ้ากลับไม่รู้เลยว่าเขาเศร้าโศกเสียใจเพ่ือผู้อ่ืนมากเพียงใด กระท่ัง ยอมเอาชีวิตเข้ามาเส่ียงในถ้าใต้ดินท่ีลึกลับหม่ืนจ้ังแห่งน้ีเพื่อผู้อื่น น้องสาวคิด เองเออเองเช่นน้ี ความรู้สึกของเจา้ ยอมรบั การทาร้ายเชน่ นี้ไดอ้ ยา่ งไรกนั ?” เล่ียอวิน๋ จ้ีคิว้ กระตกุ ตะโกนดา่ ดว้ ยเสียงดงั “จะสูก้ ส็ ู้ ยงั จะมากล่าววาจาไร้สาระ อนั ใด!” โอวซอื หลนั หย่าเอียงศีรษะหัวเราะเสียงดัง รอยยิ้มของนางประดุจด่ังก่ิงบุปผาท่ี สั่นไหว เนินเน้ือสีหยกของหน้าอกเปลือยเปล่าที่โผล่พ้นออกมาจากอาภรณ์กว่า ครึ่งไหวกระเพื่อม แขนเรียวและเอวบางส่ันระริกน้อยๆ ทันใดน้ันเอง เห็นเพียง นางกรีดร้องด้วยเสียงทรงเสน่ห์ขึ้นมาคร้ังหน่ึง น้ิวมือท้ังห้าเกร็งขึ้นเป็นกรงเล็บ เล็บมือวาววับสีขาวพระจันทร์พุ่งแหลมข้ึน ก่อนจะมุ่งตะปบไปที่ศีรษะของ เล่ยี อว๋นิ จี้! “ไม่เจอกันนานถึงหกปี ทักษะของเจ้าก็ยังไม่คืบหน้าไปไหนแม้แต่น้อย กับ ความสามารถเพียงเท่านี้ ยังกล้าจะเอามาแสดงให้อับอายขายขี้หน้าอีก!” เสียง
คมชัดจู่ๆ ก็ดังขึ้น โซ่ยาวสีเขียวมรกตท่ีรัดอยู่ตรงเอวถูกชักออกมา ก่อนจะ สะบัดออกไปแล้วเขา้ ไปเกีย่ วกับตะขอทีอ่ ยู่ในมอื ซา้ ยของโอวซือหลันหย่า หมอก บางเข้ากลืนกิน แมลงพิษบินว่อน เสียงดังห่ึงๆ เข้าล้อมรอบคนท้ังสองเอาไว้ ด้านใน เสยี งหวีดรอ้ งกระแทกเสียดหู หยางเฟิงเลิกคิ้วข้ึน หอกยาวโจมตีออกไป ประสานกับเล่ียอว๋ินจี้ หนึ่งหน้าหน่ึง หลัง เข้าจโู่ จมโอวซอื หลนั หยา่ จากทงั้ ดา้ นในและทง้ั ดา้ นนอก “น้องสาวอยา่ งน้อยก็เปน็ ผูม้ ชี อ่ื เสยี งของแผ่นดินใหญ่ ใช้วิธีการสองรุมหนึ่งแบบ นี้ หากแพรง่ พรายออกไป ไม่กลัวถูกผู้อนื่ หัวเราะเยาะหรอื ?” เล่ียอวิ๋นจี้เห็นหยางเฟิงเป็นห่วงเป็นใยตนเอง ดอกไม้ในหัวใจก็พลันเบ่งบาน ความเกร้ียวกราดถูกโยนท้ิงไปอีกฟากอย่างรวดเร็ว กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะท่ี แจ่มชดั “ทุกคนบนแผ่นดินใหญ่ต่างก็ใหฉ้ ายาข้าวา่ เป็นนางปีศาจสาว เช่นน้ันยัง ต้องกงั วลเร่ืองชื่อเสยี งท่ดี งี ามอนั ใดอีก? ยง่ิ ไมต่ ้องกลา่ วถงึ วา่ วันนต้ี ่อให้เจ้ามาตา ยอย่ทู ี่นี่ เรือ่ งทีเ่ กิดขน้ึ ยังจะมีผู้ใดแพร่งพรายออกไปได้!” กล่าวจบ ผงสีแดงสาย หนึ่งก็ถูกสาดออกไปอย่างรุนแรง ผงแป้งท่ีแต่เดิมราวกับกลุ่มควันจางๆ ทันทีที่ ถูกโปรยขึ้นไปบนอากาศ มันก็สลายไป แล้วกลายเป็นยุงและแมลงวันพิษบินอยู่ กลางท้องฟ้าส่งเสียงร้องหึ่งๆ หัวขอมันมีลักษณะแหลม ดวงตาสีเขียวมรกต ลาตัวสีแดงเขม้ พวกมนั เคลือบคลานข้ึนไปด้านหน้าเป็นเหมือนก้นเกลียวของวัง วน ปีกทั้งสองข้างกลับตาลปัตรลง บินไปยังทิศทางของโอวซือหลันหย่าราวกับ โรครา้ ย! และในขณะน้ันเอง ภาพอันแสนพิสดารก็พลันบังเกิด! ถ้าหินขนาดมหึมาจู่ๆ ก็ ส่ันสะเทือนไปอย่างวิปลาส โลกทั้งโลกแกว่งสะท้านไปอย่างรุนแรง ก้อนหิน ขนาดยักษ์ที่มีน้าหนักกว่าพันจุน*ร่วงหล่นลงมาด้วยความบ้าคล่ัง เกิดเป็นหลุม
ลึกหลายต่อหลายหลมุ รอบๆ พวกเขาทง้ั หลาย ชิงเซี่ยแอบร้องกล่าวในใจ น่ีจะต้องเป็นเพราะฉู่เจิงไปเปิดค่ายกลบางอย่างเข้า เป็นแน่ รู้ดีว่ามีเวลาเหลือไม่มาก ชิงเซี่ยกระโดดออกมาจากท่ีซ่อนในทันที มองเห็นว่าเบ้ืองหน้าเป็นก้อนหินขนาดยักษ์ก้อนหนึ่งกาลังจะตกใส่ศีรษะของห ยางเฟิง ก็ทะยานตัวขึ้นไป ชิงเซ่ียกล้ิงตัวลงไปกับพ้ืนรอบหน่ึง หลบก้อนหิน ขนาดมหึมาท่ีน่าจะมีน้าหนักมากกว่าหนึ่งหมื่นจุน แล้วตะโกนด้วยเสียงดังชัด “สถานทีแ่ ห่งนี้ไม่เหมาะจะอย่นู าน! รีบไป!” “ชงิ เซ่ยี !” หยางเฟิงเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ใบหน้าเตม็ ไปดว้ ยความยินดี ตะโกนเรียกชือ่ นางด้วยความไม่อยากจะเชอ่ื เล่ียอว๋ินจ้ีที่กาลังประมืออยู่กับโอวซือหลันหย่าทันทีท่ีได้ยินเสียงนั้น ก็หันหน้า กลับมามองในทันใด สีหน้าของนางเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด นางไม่สนใจ โอวซือหลันหย่าที่อยู่ด้านข้างตนอีก โซ่ยาวถูกสะบัดออกไปคร้ังหนึ่ง ก่อนจะพุ่ง ทะยานไปยงั ทิศของชิงเซย่ี ราวกบั อสรพิษทีม่ จี ติ วิญญาณในตวั ของมันเอง! “พันธนาคารสายน้าพังทลายลงมาอย่างรุนแรงมากถึงขนาดน้ีก็ยังไม่อาจบดขย้ี ให้เจ้าตายไปได้ เหมือนกับขี้โคลนในบ่อน้า เม็ดทรายในทะเล ไม่มีที่ไหนท่ีเจ้า อยู่ไม่ได้จรงิ ๆ!” ชิงเซ่ียเห็นเล่ียอวิ๋นจ้ีเข้ามาเกาะแกะต่อสู้กับตนโดยที่ไม่คานึงถึงสถานการณ์ โดยรวมแม้แต่น้อย คิ้วเรียวก็พลันกระตุกข้ึน ตะขอท่ีถูกเหน็บไว้อยู่ตรงเอวถูก ปลดลงมา มันตวัดขึ้นไปเก่ียวกับโซ่ยาวของเล่ียอว๋ินจี้ท่ีส่งมาด้วยความรวดเร็ว ราวสายฟ้าแลบ ตะโกนกล่าวด้วยน้าเสียงท่ีแสนคมชัด “นี่มันเวลาไหนแล้ว เจ้า เสยี สติไปแล้วหรอื อย่างไร?”
โอวซือหลันหย่าเลิกค้ิวขึ้นเล็กน้อย ดวงตากวาดมองไป พิจารณาสถานการณ์ โดยรอบครั้งหนึ่ง ก่อนจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เวลาน้ีรอบด้านแกว่งไหวสั่น สะท้าน ก้อนหนิ ขนาดยักษ์บนิ ว่อน หญงิ สาวในชุดอาภรณ์สีม่วงยกย้ิมด้วยความ เกียจครา้ นครั้งหนึง่ กอ่ นก้าวข้ึนไปข้างหน้าด้วยฝีเท้าว่างเปล่า พุ่งทะยานเข้ามา ด้วยความรวดเรว็ หยางเฟิงอยดู่ ้านหน้าเล่ียอว๋ินจี้ ขณะที่กาลังคิดจะแยกหญิงสาวทั้งสองออกจาก กนั ผูใ้ ดเล่าจะรวู้ า่ โอวซือหลันหย่าจ่ๆู ก็ทะยานเขา้ มาแทรก ในสถานการณ์ที่จน ใจ สง่ิ ทีท่ าได้ยามน้ีจึงมีแต่ต้องเข้าปะทะกับโอวซือหลันหย่าอย่างไร้ซึ่งทางเลือก แมลงพิษสีม่วงตัวหน่ึงบินออกมาจากชายเส้ือกว้างของโอวซือหลันหย่า ก่อนจะ เข้าไปกัดท่ีไหล่ของหยางเฟิงหน่ึงที หยางเฟิงถึงแม้ว่าจะถูกเล่ียอว๋ินจี้ ปรับเปล่ียนสภาพร่างกายไปมากแล้ว มีสภาพร้อยพิษไม่อาจกล้ากลาย แต่ทว่า อย่างไรก็ตามท้ายท่ีสุดแล้วร่างกายของเขาก็ยังมีเลือดมีเนื้ออยู่ หลังจากที่ถูก แมลงยักษ์ตัวนั้นกัดจนบาดเจ็บ ความรู้สึกเจ็บปวดเข้ากระดูกฉับพลันก็ถูกส่งไป ท่ัวท้ังรา่ ง โลหติ สแี ดงสดไหลหยดลงมาเป็นทางยาว เล่ียอวิ๋นจ้ีกับชิงเซ่ียหันหน้ากลับไปมองแทบจะในเวลาเดียวกัน ไม่จาเป็นต้อง เอ่ยวาจาใดออกมา ท้ังสองประสานงานกันโจมตีไปทางโอวซือหลันหย่าอย่าง พร้อมเพรียงโดยไม่ได้นัดหมาย เลี่ยอว๋ินจี้จัดการรับมือกับแมลงพิษ ชิงเซี่ยตวัด กริชและตะขอที่แสนคมกริบข้ึนไปพร้อมๆ กัน ก่อนจะปาดเข้ากับไหล่งามของ โอวซือหลันหย่าจนได้เลือด โอวซือหลันหย่าแววตาเยียบเย็น กล่าวด้วยน้าเสียง ทรงเสน่ห์ “น้องสาวเลี่ยช่างมีจิตใจท่ีเผื่อแผ่เอื้ออารียิ่งนัก ท้ังท่ีมีความอาจหาญ และสามารถมากขนาดน้ี แต่กลับช่วยผู้อื่นทาชุดเจ้าสาว* ช่างมีความเป็นธรรม ไมม่ ีจิตใจเหน็ แก่ตวั แม้แตน่ อ้ ย!”
เล่ียอว๋ินจ้ีสบถฮึเสียงเย็นทีหนึ่ง โจมตีเข้าไปด้วยความเดือดดาลมากย่ิงข้ึน การ ประสานระหว่างนางกับชิงเซี่ยเรียกได้ว่าเข้ากันได้ดีจนไร้ที่ติ ไร้ซ่ึงช่องโหว่ใดๆ ให้เห็น และเพียงชั่วพริบตา พวกนางทั้งสองก็บีบให้โอวซือหลันหย่าต้องตกอยู่ ในสถานการณ์อนั ตราย และในขณะน้ีเอง ห้องโถงขนาดใหญจ่ ูๆ่ กส็ ั่นสะท้านรุนแรงมากยง่ิ ขึน้ เล่ียอวิ๋นจ้ี ย้ังฝ่ามือท่ีซัดใส่โอวซือหลันหย่า ก่อนจะเบ่ียงการจู่โจมของนางให้หันไปทาง ชิงเซี่ยแทน แมลงพิษที่ถูกสาดออกมาจากมือของหญิงสาว ทาให้ฝีเท้าท่ีถอย กลับไปของชิงเซ่ียต้องหยุดชะงัก เล่ียอวิ๋นจ้ีหมุนตัวกลับไปด้านหลังด้วยความ รวดเร็ว ดึงแขนข้างที่ได้รับบาดเจ็บของหยางเฟิงขึ้น แล้วพาเขาว่ิงไปยังทิศทาง เดินท่ถี กู จดุ จนส่องสว่าง! “ชิงเซ่ีย!” หยางเฟิงตะโกนเรียกชื่อของชิงเซี่ยด้วยเสียงดัง สะบัดแขนให้หลุด จากการฉุดรั้งของเล่ียอวิ๋นจ้ี แล้วหมุนตัวว่ิงกลับไปยังถ้าหินที่เวลาน้ีเต็มไปด้วย เศษหนิ กอ้ นเล็กก้อนนอ้ ยตกลงมาราวกับสายฝนก็มปิ าน เล่ียอวิ๋นจ้ีค้ิวกระตุกไปในทันที ใบหน้าฉับพลันแปลเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยียบ ตะโกนด้วยนา้ เสียงที่คมชดั “หยางเฟงิ หยดุ เด๋ยี วนี้!” ดวงตาของหยางเฟิงเวลานี้แปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบ เขาตวัดสายตามองไป ยังเล่ียอว๋ินจี้ด้วยความเฉยชา ในแววตาเต็มไปด้วยความรังเกียจและชิงชังอย่าง ปิดไม่มิด น้าเสียงเย็นยะเยือกของเขาท่ีเอ่ยข้ึนมีแต่ความเจ็บปวด “นางปีศาจ เจ้าเล่หช์ ว่ั ชา้ ไสหวั ไป!” กล่าวจบ ก็ซัดฝ่ามือเข้าไปที่หน้าอกของเลี่ยอว๋ินจี้คร้ังหน่ึงอย่างแรง ฝีเท้าของ หญิงสาวเซถลาไปหลายก้าว เปิดเป็นเส้นทางเปล่าให้ได้เดิน หลังจากน้ันหยาง
เฟิงกว็ ่ิงกลับเข้าไปในสถานที่อันตรายในทนั ที! “ชิงเซี่ย!” หอกยาวควงตวัดเข้ามาแล้วสะบัดเอาโซ่ยาวของโอวซือหลันหย่าพัด ปลิวออกไป หยางเฟิงดึงชิงเซ่ียเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ก่อนเอ่ยถามหญิงสาวเสียง ลึกด้วยความเป็นห่วง “เปน็ อย่างไรบา้ ง?” ชิงเซ่ียใบหน้ายังคงไว้ซึ่งความสงบ ส่ายหน้ากล่าว “ไม่เป็นอันใด พวกเรารีบไป เถดิ !” มีดบินขนาดเล็กสามใบถูกซัดให้ปลิวออกไปในมุมทแยงด้วยความรวดเร็วราว สายฟ้า ก่อนจะไปปักอยู่บนพ้ืนทางเดินด้านหน้าโอวซือหลันหย่าพอดดิบพอดี รั้งการเคล่ือนไหวของหญิงสาวไว้ ทาให้นางไม่อาจก้าวข้ึนมาข้างหน้าได้อีก หยางเฟิงกับชิงเซี่ยท้ังสองจับมือกันว่ิงออกมาจากถ้าหินด้วยความเร็วท่ีน่าต่ืน ตระหนก “คิดจะไปท้ังอยา่ งน้ีน่ะหรือ?” โอวซือหลันหย่ายกย้ิมเย็น เรือนร่างที่เต็มไปด้วย เสน่ห์พงุ่ ข้นึ มาดา้ นหน้าทนั ทที กี่ ล่าวจบ เล่ียอว๋ินจ้ีที่อยู่ในชุดอาภรณ์สีเขียวมรกตท้ังร่างยืนอยู่ตรงปากทางของเส้นทาง เดินที่ถูกจุดจนส่องสว่าง สายตาของนางมองเข้าไปในถ้าหินที่เวลาน้ีมีแต่ก้อน หินช้ินเล็กชิ้นน้อยปลิวกันให้ว่อน ภาพแววตาท่ีแฝงไว้ด้วยความรังเกียจและ ชิงชงั อย่างปดิ ไม่มิดของหยางเฟงิ ลอยข้นึ มาปรากฏอยตู่ รงหนา้ ไมห่ ยดุ และเพียง ชั่วพริบตาน้ันเอง เหมือนกับนางได้ย้อนกลับไปในบ่ายวันนั้นของเม่ือหกปีก่อน ดอกไม้ลอยล่องเต็มท้องฟ้า กลีบบุปผาปลิวไสวไปตามสายลม ชายหนุ่มในชุด อาภรณ์ครามนั่งหันหลังพิงไปกับก้อนหินใหญ่ ท่ัวทั้งร่างเป้ือนเปรอะไปด้วย คราบเลือด แววตาทอดมองออกไปยังที่ไกลๆ ในแววตานั้นของเขา คล้ายกับจะ
มองทะลุตนออกไปอย่างไรอย่างน้ัน ทั้งๆ ท่ีจับจ้องมาที่นาง แต่ก็เหมือนกับว่า จะลอยล่องออกไปไกลแสนไกล ไม่สังเกตเหน็ ถงึ การมีอย่ขู องนางเลยแม้แต่น้อย เพราะเหตุใด คนที่ถูกกีดกันให้กลายเป็นคนนอกมักจะเป็นตัวนางเสมอเลย? เพราะเหตุใด ทั้งๆ ที่นางพยายามมากถึงขนาดนี้แต่กลับยังถูกมองเป็นคนนอก ซ้าแลว้ ซ้าเล่า? ดวงตาของหญิงสาวในชุดอาภรณ์สีเขียวมรกตฉับพลันมีประกายเกร้ียวกราด สายหน่ึงวิ่งวาดผ่าน มุมปากนางยกข้ึนเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน ในเม่ือน่ีคือวงล้อ แห่งชะตากรรม เช่นนั้นทุกคนก็กลับไปเกิดใหม่ด้วยกันเถิด ใครก็อย่าได้คิดที่จะ ถอนตวั ออกไปได้ ใครก็อย่าได้คดิ ทีจ่ ะเอาตวั รอดออกไปแคค่ นเดียว! *นับแต่โบราณกาลมาหญิงงามประดุจแม่ทัพท่ีมีช่ือเสียง ไม่อาจอยู่ต่อได้ในโลก จนเมื่อถึงคร้ังยามผมสีดอกเลา(自古美人如名将,不许人 间见白头)หมายถึง หญิงงามนับตั้งแต่สมัยโบราณก็มักจะถูกมองว่า เป็นเคร่ืองสังเวยของอานาจ อย่างเช่น ถูกส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการเป็นต้น แม่ทัพที่มีช่ือเสียงในสมยั โบราณก็เชน่ กัน หลังจากชว่ ยจกั รพรรดิจัดการรวบรวม แผ่นดินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็มักจะถูกจักรพรรดิทาการริบอานาจทางการหาร กลับคืน แล้วยัดข้อหาแปลกๆ ใส่ จากนั้นก็จัดการสังหารล้างครอบครัว ดังนั้น ในสานวนนี้ ท่ีว่า “นับแต่โบราณกาลมาหญิงงามประดุจแม่ทัพท่ีมีช่ือเสียง ไม่ อาจอยู่ตอ่ ไดใ้ นโลกจนเมอื่ ถึงคร้งั ยามผมสีดอกเลา” จึงมีความหมายว่าหญิงงาม ก็เหมือนกับแม่ทัพท่ีมีช่ือเสียง ล้วนต้องมีชีวิตสั้น ไม่อาจอยู่ได้จนถึงแก่เฒ่าผม เปลย่ี นเป็นสีดอกเลา
* จุน(钧)หน่วยวัดน้าหนักของจีนสมัยโบราณ หนึ่งจุนเทียบเท่ากับ สามสบิ จิน โดยหนึง่ จนิ เทา่ กบั ครง่ึ กิโลกรมั หรอื กค็ อื 500 กรัม * ช่วยผู้อ่ืนทาชุดเจ้าสาว(为他人做嫁衣)หมายถึงตนเองยุ่ง วุ่นวาย ทาโน่นทานี่ออกแรงไปไม่น้อย แต่สุดท้ายกลับไม่ได้อะไรตอบแทน กลับมาเลย ตรงกนั ข้ามกลับเป็นผอู้ ่นื ได้รบั ผลประโยชน์แทน
บทท่ี 124-3 โอวซือหลันหย่า เสียงกรีดร้องที่งดงามมีเสน่ห์เสียงหนึ่งดังขึ้น โซ่ยาวสีเขียวมรกตสะบัดม้วน ข้ึนมาราวกับอสรพิษที่มีจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง แล้วพุ่งขึ้นไปรัดเอวของโอว ซอื หลนั หยา่ เอาไว้แนน่ เส้นผมยาวสดี าขลบั กระเพ่ือมไปตามแรงของเคล่ือนไหว เลี่ยอว๋ินจ้ีช่วยให้หยางเฟิงและชิงเซ่ียท้ังสองคนว่ิงผ่านตนเองออกไปด้วยความ รวดเรว็ หยางเฟิงหันหนา้ กลบั ไปมองทันทีด้วยความตื่นตะลึง เห็นเพียงแต่ในถ้า หินที่อยู่ไกลออกไป เล่ียอว๋ินจี้กาลังต่อสู้อยู่กับโอวซือหลันหย่าท่ีตรงมุมหนึ่ง ชว่ ยย้อื เวลาใหต้ นเองไดโ้ อกาสอนั มีคา่ สาหรับการหลบหนี “ปีศาจสาว! รีบไปเร็วเข้า!” หยางเฟิงแผดเสียงดังก้อง ขณะที่กาลังคิดจะก้าว ต่อไปข้างหน้า ก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหน่ึงก็ตกลงมา ร้ังการเคล่ือนไหวของเขา เอาไว้เสียกอ่ น เลี่ยอวน๋ิ จ้ที ีก่ าลงั วนุ่ อยู่กับการตอ่ สูห้ นั หนา้ กลบั ไปมองด้วยความเย็นชา เอ่ยด้วย เสยี งลึก “ทข่ี า้ ทาไปกเ็ พื่อให้เจา้ ตดิ หน้ีข้า! ท่ขี า้ ทาไปก็เพือ่ ให้เจ้าแม้ต้องตายก็ไม่ อาจคืนข้าได้หมด! ท่ีข้าทาไปก็เพื่ออยากจะให้เจ้าได้รู้เอาไว้ ว่าตลอดทั้งชีวิตจน นิรันดร์ อย่าได้คิดท่ีจะมองข้าเป็นแค่คนแปลกหน้าผู้หนึ่งเท่าน้ัน!” ทันทีท่ี ประโยคนี้กล่าวจบ ก้อนหินขนาดใหญ่ก้อนหนึ่งก็ตกลงมา โอวซือหลันหย่าหมุน ตัวหลบไปด้วยทักษะร่างกายท่ีคล่องแคล่ว ขอบของก้อนหินขนาดใหญ่ฉับพลัน ครูดไปกับไหล่บางของเลี่ยอว๋ินจี้ ก่อนจะจมลงไปกับพื้นด้วยความลึกกว่าหน่ึง รอ้ ยจงั้ กาลังของมันทส่ี ง่ มาบ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าหินก้อนนี้ดุร้ายป่าเถื่อนมาก เพียงใด สีหน้าของหญิงสาวในชุดอาภรณ์สีเขียวมรกตซีดขาวไปโดยพลัน โลหิต สีแดงสดสายหน่ึงพุ่งทะยานข้ึนตามในทันที ฝีเท้าของเลี่ยอว๋ินจ้ีเซไปสองก้าว
ร่างท้ังรา่ งโอนเอนส่ันสะท้าน ขาดอีกนดิ กแ็ ทบจะร่วงลงไปกบั พ้ืน “กลบั ไปช่วยนาง!” ชิงเซ่ียขมวดค้ิวเข้าหากันแน่น ก่อนหันไปกล่าวกับหยางเฟิง หลังจากน้ันจึงเด้งตัวครั้งหนึ่ง แล้วหมุนตัวกลับไปเพ่ือช่วยเหลือเล่ียอวิ๋นจี้ อยา่ งไรก็ตาม ขณะน้ันเองเสียงดังชัดจากชายอาภรณ์ที่ฉีกขาดก็ดังส่งมา ชิงเซ่ีย รีบหันหน้ากลับไปมองด้วยความตกใจสุดขีด ภาพท่ีเห็นอยู่เบื้องหน้า ก็คือ เดรัจฉานสีขาวหิมะตัวหนึ่ง รูปร่างของมันมีความสูงไม่เกินข้อเท้าของนาง ดวงตาทั้งสองข้างเป็นสีเขียวมรกตเปล่งประกาย หูยาวๆ ท้ังสองข้างตั้งข้ึนราว กับเป็นหูของกระต่าย เดรัจฉานตัวน้อยเวลานี้กาลังกัดไปท่ีปลายกางเกงข้าง หนง่ึ ของนางแนน่ ทีแ่ ทม้ ันกค็ ือต้าหวงทหี่ ายตวั ไปหลายวันนี่เอง! ดวงตาของต้าหวงเวลาน้ีเป็นประกายวิบวับ รูปร่างแม้ว่าจะมีขนาดเล็ก แต่ทว่า พละกาลังของมนั มากมายมหาศาลยิ่ง มันกัดชิงเซี่ยอยู่เช่นนั้นแน่นไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมใหห้ ญงิ สาววง่ิ กลับไปทางถา้ หนิ แห่งนน้ั “ตา้ หวง! ปลอ่ ยข้า!” ชงิ เซี่ยตะคอกด้วยเสียงท่ีดังล่ัน เดรัจฉานตัวน้อยตัวน้ันทา เพียงสายหน้าปฏิเสธไปมาเท่านั้น และในขณะที่กาลังตกอยู่ในความลังเล เลก็ นอ้ ยนนั้ เอง เงาร่างของหยางเฟิงกห็ ายลับเขา้ ไปในถ้าหนิ เปน็ ท่เี รียบร้อยแล้ว เพยี งช่วั พริบตาน้ันเอง เสียงดังครืนๆ ท่รี าวกับเสยี งของฟ้าร้องก็ดังก้อง ก้อนหิน ขนาดมหึมาซัดสาดเข้ามาแล้วปกคลุมไปทั่วทั้งผืนฟ้า ครอบคลุมไปทั่วท้ัง แผน่ ดนิ แลว้ กลบเอาร่างของคนทง้ั สามหายไปไม่มเี หลือ “พ่ีใหญ่หยาง!” ชิงเซ่ียกรีดร้องเสียงดังก้อง ในน้าเสียงเต็มไปด้วยความเกร้ียว กราดและเจบ็ ปวด อยา่ งไรกต็ าม ไมม่ แี มแ้ ต่เสยี งเดยี วทตี่ อบกลบั มา รอบด้านเวลานี้มืดสนิท ไม่มีแม้กระท่ังครึ่งของเสียงให้ได้ยิน หลังการถล่มของ
ก้อนหินและความสับสนอลหม่านคร้ังใหญ่ ไกลออกไปในส่วนลึกของทางเดิน เสยี งร้องฮมึ ต่าๆ สายหนึ่งจู่ๆ ก็ดังส่งมา คล้ายกับว่ามีสายลมอันเก่าแก่สายหน่ึง กาลงั โชยผ่านใบหน้าไปอย่างช้าๆ และบางเบา สายลมหนาวอันเกร้ียวกราด ส่ง ให้เปลวไฟของเทียนบนทางเดินสั่นไหว เสียงฝีเท้าทุ้มต่าสายหน่ึงอยู่ๆ ก็ดังขึ้น จากทางด้านหลัง หญิงสาวหันหน้ากลับไปมองด้วยความรวดเร็วพร้อมกับ ใบหนา้ ท่ซี ดี เผือด ภาพท่ีเห็นอยู่เบื้องหน้า ก็คือเงาสีฟ้าจางๆ เงาหนึ่งยืนตะคุ่มๆ อยู่ท่ามกลางฝุ่นควันสีเทา เส้นผมยาวพล้ิวไสวกระจายไปทางด้านหลัง ใน ดวงตาพราวระยบั ราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ชิงเซ่ียเบิกตาข้ึนโพลงไปด้วยความ ตืน่ ตะลึง ยืนอยู่กับที่เช่นนั้นนิ่งด้วยความตกใจสุดขดี ! ****** ทา่ มกลางความมืดมิดท่ดี าทมิฬ มีน้ิวมือทซ่ี ดี ขาวกาลังขยับไปเลก็ นอ้ ย สติของหยางเฟิงคมชดั เป็นอย่างมาก เพ่งสายตามองออกไป เห็นว่าตัวเองเวลานี้ อยหู่ า่ งจากถา้ หนิ ด้านหน้าไปเพียงสองเมตรเท่าน้ัน แสงสีม่วงจางๆ ที่แผ่ออกมา จากกาแพงรอบๆ ยิ่งทาให้ภายในถ้าหินยิ่งดูสลัวเข้าไปใหญ่ เมื่อสักครู่ตอนที่ ก้อนหินขนาดยักษ์ตกลงมา ท่ามกลางสถานการณ์อันตราย โอวซือหลันหย่าจู่ๆ ก็หลบออกไปแล้วซัดฝ่ามือเข้าใส่กาแพงหิน และในเวลานั้นเอง ห้องโถงหินท่ี สว่างจ้าห้องหนึ่งก็ปรากฏสู่สายตา มาเวลาน้ี ทั้งสองคนถึงเพ่ิงจะตระหนักได้ว่า เพราะเหตุใดนางปีศาจสาวผู้น้ันถึงได้ไม่มีความหวาดกลัวอยู่เลยแม้แต่น้อย หยางเฟิงอุ้มเลี่ยอวิ๋นจ้ีไว้ในอ้อมแขน กระโดดตามลงไป อย่างไรก็ตาม ผู้ใดเล่า จะรู้ว่าขณะท่ีเท้าเพ่ิงจะก้าวเข้าไปในห้องโถงหินที่สว่างจ้านั้น ก็ตกลงไปในกับ ดกั ของโอวซอื หลนั หย่า ดวงตาฉบั พลนั หนักอ้ึงพรา่ เลือน ในที่สดุ ก็หมดสตไิ ป ในเวลานีเ้ อง เสียงครางอมื ในออ้ มแขนกด็ ังส่งมาให้ได้ยิน ก้มหน้าลงไปมอง เห็น ว่าเล่ียอว๋ินจี้กาลังซบเข้ากับอกของตนด้วยอย่างไร้เร่ียวแรง อาภรณ์ตัวยาวสี
เขียวมรกตยับยู่ย่ี เรียวขางามดุจหยกสีขาวหิมะโผล่พ้นจากอาภรณ์ออกมาให้ เห็น หน้าอกอันแสนใหญ่โตกระเพื่อมข้ึนลงปรากฏให้เห็นรางๆ ดวงตาท้ังคู่พร่า เบลอ คล่ืนในแววตาประดุจดั่งสายน้า ผมยาวสีดากับกระจัดกระจายยุ่งเหยิง ดู ไปแลว้ เหมอื นกับถูกวางยาปลุกกาหนัดอย่างไรอยา่ งน้ัน! “ในดินแดนหนานเจยี ง จะมีสักกคี่ นทจี่ ะไมร่ ูว้ า่ ข้าโอวซอื หลนั หย่าเชย่ี วชาญด้าน การใชแ้ มลงพิษวสนั ต์ ได้ยนิ มานานวา่ ท้งั สองท่านร้อยพิษไม่อาจกล้ากลาย หลัน หย่าจึงปรุงยาท่ีมีคุณสมบัติพิเศษเพ่ือการรักษาฟ้ืนฟูพลังกายให้โดยเฉพาะ ไม่มี แม้เพียงครึ่งเส้ียวของพิษแฝงอยู่ในน้ัน แต่ทว่ากลับเต็มไปด้วยแมลงพิษวสันต์ท่ี มีความสามารถในการปลุกกาหนัดอย่างแรงแทน เม่ือสักครู่ข้าได้ปาดแมลง วสันต์ไปบนตัวของน้องสาวเลี่ยแล้ว คาดว่าเวลาน้ีมันคงจะแทรกเข้าไปในร่าง ของคุณชายแล้วเติบโตงอกเงยแล้วเช่นเดียวกัน น้องสาวงดงามราวกับบุปผา เชญิ คณุ ชายเสพสุขได้เตม็ ท่ี” ทันทีที่สิ้นเสียงของโอวซือหลันหย่า ความรู้สึกร้อนรุ่มราวกับมีเปลวเพลิงเผา ผลาญในร่างกายก็ถูกส่งมาจากท้องน้อยของหยางเฟิง ผ่านไปไม่นาน ประหน่ึง ดาวเคราะห์ที่ตกลงมาบนทุ่งหญ้าแล้วเผาทาลายร่างกายของเขาจนราบเรียบ เลือดในกายเดือดพล่าน ดวงตาท้ังสองข้างเต็มไปด้วยสีของโลหิต ใบหน้าหล่อ เหลาท่ีเม่ือสักครู่ยังซีดขาวราวกับกระดาษยามนี้แดงก่าไปท้ังใบ มองดูเรือนร่าง ราวหยกงามของเลี่ยอว๋ินจ้ีท่ีนอนระทวยไร้แรงอยู่ในอ้อมแขน แม้ว่าจะอยู่ใน อาภรณ์สีเขียวมรกตที่สวมใส่อยู่อย่างมิดชิด แต่ถึงกระน้ันผิวขาวผ่องที่ เหมือนกับหิมะท่ีปรากฏให้เห็นรางๆ คล้ายมีคล้ายไม่มี กลับยิ่งส่งให้เขารู้สึกถึง ความเร้าใจและยั่วยวนอย่างน่าแปลกประหลาด กลิ่นกายอ่อนๆ ของร่างงาม โชยสง่ เขา้ จมูก เส้นผมยาวสีดาขลับที่กระเซอะกระเซิงแนบติดไปกับลาคอสีขาว ผ่องและหน้าอกลูกโตสีหิมะด้วยเหงื่อที่ไหลอาบ คลื่นในดวงตาเรียวงามพร่า
เลือน ริมฝีปากแดงชุ่มฉ่าเหมือนกับกลีบดอกอิงซู่*กระชากเอาสติท้ังหมดของห ยางเฟิงออกจากร่าง สมองของเขาในเวลาน้ีมีแต่ความลุ่มหลง ในขณะที่ไม่อาจ ควบคุมตนเองได้น้ันเอง เสียงหัวเราะร่วนของโอวซือหลันหย่าก็ดังส่งข้ึน สติสัมปชัญญะของหยางเฟิงกลับมาแจ่มชัดในทันที กัดไปท่ีลิ้นของตนเองอย่าง แรงจนกลิ่นคาวเลือดลอยคลุ้งไปทั้งช่องปาก ยับยั้งความปรารถนาทางด้านน้ัน ให้ชะงักลง กอ่ นจะพงุ่ เขา้ ใสโ่ อวซอื หลนั หย่าเต็มแรง ความประหลาดใจในดวงตาของโอวซือหลันหย่ากระพริบผ่านไปอย่างรวดเร็ว ความรู้สึกชื่นชมนับถือเล็กน้อยส่งขึ้นจากภายในจิตใจ แมลงพิษวสันต์ชนิดน้ีมี ฤทธิ์รุนแรงเสียยิ่งกว่ายาท่ัวไปหลายเท่าตัวนัก ต่อให้เป็นชายชราท่ีมีอายุเฉียด รอ้ ยปถี ูกยาชนดิ นเี้ ขา้ แม้เพียงเสี้ยวเดียว ก็ไม่อาจยับย้ังและเป็นตัวของตัวเองได้ ยง่ิ ไม่ต้องกล่าวถึงว่าเป็นชายหนุ่มฉกรรจ์เลือดร้อนเช่นหยางเฟิง ท้ังในอ้อมแขน ยงั โอบสาวงามราวหยกดุจบุปผาอย่างเลี่ยอวิ๋นจี้เอาไว้อีก อย่างไรก็ตาม เห็นเขา พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็วราวสายฟ้า โอวซือหลันหย่ากลับไม่ได้รู้สึกต่ืน ตระหนกแต่อย่างใด ตรงกันข้ามนางทะยานขึ้นไปรับการจู่โจมน้ันของเขา ร่าง งามหมุนตัวโต้ตอบ ชายผ้าคลุมไหล่พลิ้วพัดไปเบาๆ อาภรณ์เส้นไหมสีม่วงที่ถูก สวมอยู่ราวกับปีกของผีเสื้อที่กาลังกระพือขึ้นลงอย่างไรอย่างนั้นปลิวออกไป เรือนร่างอันแสนทรงเสน่ห์ท่ีโผล่พ้นออกมาจากอาภรณ์เพียงพอท่ีจะทาให้บุรุษ ไมว่ า่ ผูใ้ ดก็ตามลุ่มไหลมัวเมาไปดว้ ยความบา้ คลงั่ โอวซอื หลนั หย่ารา่ งกายไร้ซึ่งเส้นไหมใดๆ ติดกาย ร่างท้ังร่างเหมือนกับดินโคลน อย่างไรอย่างน้ัน ซุกเข้าไปในอ้อมอกของหยางเฟิงอย่างไร้เรี่ยวแรง ท่วงท่าของ นางดูบริสุทธ์ิไร้เดียงสา ริมฝีปากท้ังสองกลีบประดุจน้าทิพย์หวานของดอกไม้ ประทบั ลงบนริมฝีปากของหยางเฟงิ อย่างลอ่ ลวง
“โครม!” เหมือนกับถูกพายุเพลิงพัดกวาดเอาสติของหยางเฟิงหายไปจนหมด ตัวอ่อนของแมลงพิษวสันต์จานวนนับไม่ถ้วนแทรกผ่านเข้าไปในอวัยวะทั้งห้า ของหยางเฟิงอย่างป่าเถ่ือนดุดัน มือท้ังสองข้างยกข้ึนกุมขมับแล้วคารามด้วย เสยี งดงั กอ้ ง อย่างไรกต็ าม เสยี งทีแ่ ผดร้องออกมาแหบพรา่ มากอยา่ งหาที่เปรียบ มิได้ โอวซือหลันหย่าอาศัยจังหวะน้ีดิ้นตัวให้หลุดออกจากการเกาะกุมของเขา กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะเย้ายวน “ไม่ทราบคุณชายรู้สึกเช่นไรบ้าง ปรารถนา มากเสียจนยากทีจ่ ะทอดถอนเลยใชห่ รือไม่? วาสนาระหว่างพวกท่านเองก็ไม่ต้ืน เลย ไม่สู้ให้หลันหย่าออกแรงช่วยเหลือสักหน่อย น้องสาวเลี่ยจะได้ไม่เอาแต่ด่ืม นา้ สม้ สายชูผ้อู นื่ ทั้งวัน ปากแหง้ คอแห้ง* เพลงิ โทสะล้นทว่ มเชน่ น้!ี ” กล่าวจบ ร่างนั้นก็หมุนกลับไป มือเรียวโบกขึ้นครั้งหน่ึง ประตูหินก็ถูกเปิดออก และเพียงพริบตา เงาร่างของโอวซือหลันหย่าก็หายลับไป ก่อนประตูหินบาน หนกั จะปิดลงอกี ครง้ั น้าเสียงอันแสนทรงเสน่ห์ของโอวซือหลันหย่าดังข้ึนจากทางด้านนอก “เปลว เทียนสแี ดงเพลิงเผาไหม้รอ้ นแรง ทวิ ทศั น์งดงามฤกษ์ยามดี คุณชายอย่าได้ทาให้ ความหวังดขี องหลนั หย่าตอ้ งสูญเปล่าเลย!” หยางเฟิงตวัดสายตามองออกไปด้วยแววตาที่ดุร้ายราวกับพยัคฆ์ เห็นเพียงเวลา นเ้ี ลีย่ อว๋ินจกี้ าลังนอนอย่บู นพืน้ ดา้ นหน้าหา่ งออกไปไม่ไกลดว้ ยความอ่อนระทวย อาภรณ์สีเขียวมรกตรัดเข้ากับเรือนร่างของนางแน่น คิ้วเรียวทั้งสองข้างผูกเข้า หากนั เป็นปม ในดวงตาเต็มไปด้วยคล่ืนของความมวั เมา เรียวขาขาวดุจหยกเนื้อ ดีโผล่พ้นอาภรณ์ที่สวมใส่ ภายใต้แสงของเปลวเทียนท่ีตกกระทบ ย่ิงส่งให้มัน ราวกบั มีแสงสว่างส่องสะท้อนออกมา
โลหติ อุ่นร้อนสายหนึ่งพุง่ ขึน้ ศีรษะของหยางเฟิงในทันท!ี ****** “เป็นเจา้ ?” ชงิ เซย่ี เบกิ ตากวา้ ง เลกิ คิว้ มองไปยังภาพเบอ้ื งหนา้ ดว้ ยความไม่อยากจะเชอื่ ชายหนุ่มในชุดอาภรณ์สีเขียว วงค้ิวเรียวคม ดวงตาราวกับดวงดาว ใบหน้าหล่อ เหลา วงหน้าเต็มไปด้วยความอิสระและงดงาม รูปร่างขรึมเข้ม อาภรณ์สีเขียวท่ี เขาสวมอยู่ปักประดับไปด้วยเส้นไหมสีทอง มุมปากของเขายกข้ึนเป็นรอยยิ้ม อ่อนๆ แต่ถึงอย่างนั้น ภายในดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความเจ็บปวดหรือมืดมน อยา่ งทไ่ี ม่อาจปกปิดไวไ้ ด้มิด “แม่นางจวง คิดไม่ถึงเลยว่าจะได้มาพบกับท่านอีกครั้งในที่แห่งนี้ ชีวิตของคน ช่างเปล่ียนแปลงไปมาไม่ม่ันคงจริงๆ ไม่มีที่ไหนท่ีจะไม่กระตุ้นให้จิตใจของผู้คน รสู้ ึกประหลาดใจและยินดี” เสียงของชายหนุ่มทุ้มต่า ที่แท้คนที่อยู่เบ้ืองหน้าเวลานี้ก็คือบุตรชายคนโตแห่ง สกุลหลิน คนที่ชิงเซี่ยไม่ได้รับข่าวสารใดๆ ของเขาเลยและคิดไปเองว่าเสียชีวิต ไปแลว้ ซีหลินอวี้! * ดอกองิ ซู่(罂粟花)หมายถงึ ดอกปอ๊ ปปี้ * ปากแห้งคอแห้ง(口干舌燥)หมายถึง พูดจนปากคอแห้งผาก อปุ มาว่าพดู มาก
บทท่ี 124-4 โอวซือหลันหย่า สมองของชิงเซ่ียวิ่งหมุนไปด้วยความรวดเร็ว ฉับพลันเร่ืองราวทุกส่ิงทุกอย่างก็ เชื่อมตอ่ กันเปน็ เชือกเส้นเดยี ว มุมปากโคง้ ขนึ้ เกิดเป็นรอยยิ้มเย็นบนใบหน้า เอ่ย ด้วยน้าเสียงท่ีเย็นเยียบ “ประหลาดใจอย่างน่ายินดีน้ันยังไม่ใช่ ประหลาดใจ อย่างน่าระทึกกล่าวเช่นน้ีจะเหมาะยิ่งกว่า เหตุใดข้าถึงคิดไม่ถึงว่าท่านยังมีชีวิต อยู่” น้าเสียงของชิงเซี่ยท่ีเอ่ยออกมานั้นเต็มไปด้วยความเย็นชา ท่าทีแสดงออกถึง ความเป็นศัตรูอย่างเด่นชัด ทว่าซีหลินอว้ียังคงเยือกเย็น เขาเอ่ยด้วยน้าเสียง ราบเรียบ “แค้นใหญ่ยังไม่ได้ชาระ อวี้จะกล้าตายได้อย่างไร ได้แต่ใช้ชีวิตอย่าง หลบๆ ซ่อนๆ ล่องลอยไปเรื่อย รอคอยโอกาสล้างแค้นท่ีจะมาถึง โชคยังดีที่ สวรรค์ไม่ทรยศคนมุมานะ* วันเวลาท่ีว่านี้รออีกไม่นานแล้ว เมื่อครานั้นท่ีค่าย อุดร เพื่อท่ีจะช่วยเหลือสกุลซีหลินจากการแตกหักกับเจ้าโจรช่ัวฉู่ แม่นางจึงได้ ตัดขาดความสัมพันธ์ทั้งหมดกับฉู่หลี อวี้รู้สึกต้ืนตันเป็นอย่างมาก หลังจากผ่าน วันนี้ไป คิดว่าแมน่ างเองกจ็ ะต้องยนิ ดกี บั ความสาเรจ็ ผ้นู อ้ ยอย่างแน่นอน” “ไม่จาเป็น” ชิงเซ่ียเอ่ยด้วยเสียงเย็น “ข้าทาไปก็เพ่ือความเช่ือใจที่ไม่คู่ควรของ ซีหลินอวีเ่ ฉียว ไมไ่ ด้ทาไปเพ่ือพวกเจา้ สองพ่อลูก อีกาใต้หล้าดาเหมือนกันหมด* ปลูกเหตุเช่นใดก็จะได้ผลตามมาเช่นนั้น พวกเจ้ากระทาสิ่งใดลงไป ใจของพวก เจ้าชัดเจนดี ไม่จาเป็นต้องให้ข้ามาคอยย้าเตือน อย่างไรก็ตาม ทุกสรรพสิ่งทุก เร่ืองราวบนโลกหล้าอย่าได้คิดมั่นใจจนเกินไปนัก ผู้ที่ทาลายกาแพงเมืองด้วย นา้ มือของตนเอง* มกั จะมาจากผทู้ ีเ่ อาแตจ่ มอย่กู ับความปีติของตนอย่างไม่ลืมหู ลืมตาและตกอยู่ในความทะนงหยิ่งยโส ไม่รู้ว่าฟ้าอยู่สูงเพียงใดและแผ่นดินอยู่
ต่าถึงเพยี งใด ท้ายท่ีสุดกไ็ ด้แตต่ กตายอยูใ่ นความฝนั อันงดงามของตนเอง!” ซีหลินอว้ีหัวเราะร่วนด้วยเสียงดัง แล้วกล่าวเสียงลึกว่า “ขอบคุณแม่นางท่ี ตกั เตือน ผู้น้อยจดจาเอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณแม่นางท่ีช่วยดูแล เฉินเอ๋อร์เม่ือยามน้ัน บุญคุณยิ่งใหญ่ของท่าน ผู้น้อยจะจดจาไว้ตราบท่ียังมีชีวิต อยู่” ยังดีที่เขาไม่ใช่ซีหลินเฉิน พอเอ่ยถึงชื่อน้ี โทสะของชิงเซ่ียก็เปี่ยมล้น ในเม่ือเขา ยังไม่ตาย เช่นนั้นเร่ืองราวทุกอย่างก็ง่ายขึ้นมาก เพราะเหตุใดซีหลินเฉินถึงได้ เดินถือรูปของนางมาแล้วมาถูกสองพี่น้องเค่อตัวพบเข้าอย่างบังเอิญถึงเพียงนั้น เพราะเหตใุ ดชาวมเู่ หลยี นถึงได้เขา้ ยกเค้าบ้านของท่านป้าตัวอีฮวา เพราะเหตุใด ตอนท่อี ยใู่ นด่านเหยา ซีหลินเฉินถึงได้รู้ว่าโอกาสไหนเหมาะสมจะลักลอบติดต่อ กับป้อมไป๋ลู่แล้วขนย้ายเสบียงอาหารหลบหนีออกไป และเพราะเหตุใด ตอนที่ อยู่บนพ้ืนที่ราบไป๋ลู่ ถึงได้ล่อหลอกให้นางเข้าไปในค่ายทหารของแคว้นฉู่ ทาให้ ฉินฉู่สองแควน้ ต้องยกทัพเข้าประจนั หน้า พวกเขาวางแผนไวท้ ลี ะขัน้ ทีละตอน ดาเนินการไปเร่ือยๆ ทีละก้าวๆ ขาดอีกนิด ก็จะประสบความสาเร็จท่ีทาให้ฉู่หลีต้องมาตายอยู่ที่น่ีแล้ว พวกเขากระท่ังไม่ แยแสวา่ จะตอ้ งเสยี สละชีวติ ของซหี ลนิ เฉินดว้ ยซา้ ความต้ังใจอันอุบาทว์และร้ายกาจเช่นน้ี การหลอกใช้ท่ีแยบยลและชาญฉลาด เช่นน้ี การวางหมากท่ีปราดเปรียวและหมดจดเช่นนี้ ชั่วช้าสมควรตายเสียจริง หมัดของชิงเซ่ียค่อยๆ กาเข้าหากันแน่น สายตาท่ีใช้มองไปยังซีหลินอวี้ค่อยๆ เย็นเยยี บข้นึ อย่างช้าๆ “เจ้ามนั คนบา้ เสียสติไร้จติ ใจ!”
ซีหลินอว้ีรู้อยู่แก่ใจดีว่าขอเพียงแค่เขาปรากฏตัวออกมา แผนการทุกอย่างที่วาง ไว้ก็จะถูกชิงเซ่ียมองทะลุได้ในทันที ไม่ได้รู้สึกต่ืนตระหนกหรือลนลานแต่อย่าง ใด กล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ “แม่นางจะพูดอย่างไรก็ตามแต่จะสะดวกใจ วันนี้ ท่ีข้ามาที่น่ี ก็แค่อยากจะเกลี้ยกล่อมให้แม่นางออกไปจากสถานที่แห่งนี้เสียก็ เทา่ นน้ั ” ดวงตาของชิงเซ่ียมองผ่านร่างของเขาไป ทอดออกไปไกลยังสุดปลายของ เสน้ ทางเดนิ ท่ีอยดู่ า้ นหน้า แล้วกลา่ วดว้ ยเสียงลึก “หากขา้ บอกว่าไมเ่ ลา่ ?” ซีหลินอวี้สา่ ยหนา้ กลา่ ว “แม่นางไมม่ ีทางเลือก” “เช่นน้ันก็ข้ึนอยู่กับเจ้าแล้วจะมีความสามารถหยุดข้าเอาไว้ได้หรือไม่!” ชิงเซี่ย พดู พร้อมรอยย้ิมเย้ยหยัน ในน้าเสียงเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก กริชในมือถูก กระชบั แนน่ ดวงตาประกายเย็นเฉียบ ซีหลินอว้ีรูม่านตาบีบแน่น ขณะที่กาลังคิดจะพูดน้ันเอง จู่ๆ เสียงระเบิดดังตู้ม เสียงหนง่ึ ก็ดังสง่ มาจากปลายทาง เสียงกรีดร้องครวญครางที่แฝงไว้ด้วยร่องรอย ของกาลเวลาดงั ข้นึ “ฮ่าๆ! สายใยความลบั สวรรค!์ ท่ีแท้สายใยความลับสวรรค์ก็ มาอยูท่ ่นี ่ี! สวรรคไ์ ม่ผดิ ต่อข้า! สวรรคไ์ มผ่ ดิ ตอ่ ขา้ !” ทั้งสองคนตกตะลึงไปพร้อมกันในทันใด หันหลังกลับไปมองยังจุดสิ้นสุดของ ปลายทางเดินสายน้นั ด้วยความวอ่ งไวราวแสงไฟท่ีกระพรบิ ผ่าน! ****** เผ่าอูเสียนในแถบหนานเจียงน้อยนกั ท่จี ะออกมาตดิ ต่อกบั โลกภายนอก พวกเขา มีความลึกลับมากกว่าชนเผ่าเหมียวกู่แห่งหนานเจียงเสียอีก อย่างไรก็ตาม สอง
ปีท่ีผ่านมาน้ีส่ีสตรีศักด์ิสิทธ์ิในชนเผ่าต่อสู้แย่งชิงอานาจกันเอง สองผู้อาวุโสจาก ทักษิณและอุดรก็ทาศึกกันอย่างดุเดือด เผ่าทั้งเผ่าตกอยู่ในความระส่าระสาย และความความโกลาหล ยิ่งถูกชนเผ่าเหมียวกู่แห่งหนานเจียงแอบลอบกัดในที่ ลบั หลายตอ่ หลายครง้ั ก็ยิ่งส่งให้ศึกสงครามท่ีเกิดข้ึนต่อเน่ืองไปไม่มีหยุด เพราะ กาลังของเผ่าอ่อนแอลงเป็นอย่างมาก จึงค่อยๆ ขยับเข้าใกล้ชายแถบแดนของ หนานเจียงมากขึ้นเร่ือยๆ และด้วยเหตุน้ี เหล่าผู้คนในใต้หล้าถึงค่อยๆ มีโอกาส ได้ยลโฉมโฉมหน้าของชนเผ่าโบราณท่ีเรียกได้ว่าลึกลักและถูกซ่อนเร้นจากโลก ภายนอก เมื่อสามสบิ ปีก่อน เผา่ อูเสียนแห่งหนานเจียงเคยให้กาเนิดหญิงงามนางหนึ่งผู้ซ่ึง ทรงเสน่ห์ท่ีสุดแห่งยุคออกมา นามของสตรีนางนั้นคือสือจี เป็นสตรีในฝันของ ชายหนมุ่ ไปท่วั ท้งั แผน่ ดนิ ใหญ่ วา่ กันวา่ สตรนี างน้ีมรี ูปโฉมที่งดงามเปน็ อย่างมาก มากเพียงพอท่ีจะทาให้ก้อนหินก้อนหนึ่งเกิดเป็นบุปผาผลิบานได้ เม่ือปีน้ันตอน ท่ีหญิงสาวลืมตาดูโลก บุปผานับร้อยจากท่ัวท้ังหนานเจียงเบ่งบานสะพรั่ง จิ้งจอกนับหมื่นตัวก้มหัวลงกราบ สตรีศักดิ์สิทธิ์ล่ีว์เหยี่ยมารดาของนางเวลาน้ัน ดารงตาแหนง่ เป็นผู้นาของเหล่าผู้อาวุโส เม่ือครั้งยังเยาว์วัยว่ากันว่าก็มีหน้าตาท่ี งดงามเพริศพร้ิงเช่นกัน ท้ังยังถูกขนานนามจากผู้คนว่าเป็นหน่ึงในสิบหญิงงาม ของแผ่นดินใหญ่อีกด้วย อย่างไรก็ตาม น่าเสียดายในปีน้ันที่นางให้กาเนิด บุตรสาวออกมา เพียงแรกสบตาบุตรสาวก็เสียชีวิตลงทันทีด้วยความริษยาตา ร้อน คาล่าลือนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเรื่องเล่าอันแสนงดงามที่ถูกเล่าต่อกันมา ประหน่ึงสายลมที่พัดผ่าน ไม่อาจเชื่อถือได้ แต่ถึงกระน้ันก็ยังบ่งบอกได้เป็น อย่างดวี า่ ความงามของสอื จงี ดงามโดดเดน่ มากถึงเพยี งไหน ประหนึง่ เทพเซียนที่ จตุ ิลงมาจากสรวงสวรรค์ สตรีนางนี้ไม่เพียงแต่มีรูปโฉมที่งดงามโดดเด่น ศาสตร์ทางด้านการใช้แมลงพิษ
เองก็ย่ิงลึกล้าและไม่เป็นรองใครในใต้หล้า เมื่อตอนอายุได้เพียงสิบสองปี นาง บุกเข้าไปในป้อมเทพแห่งพิษของเมืองศักดิ์สิทธ์ิเผ่าเหมียวกู่ซึ่งตั้งอยู่ตรงแถบ ชายแดนของหนานเจียง เผ่าซ่ึงเป็นศัตรูคู่อาฆาตมาอย่างช้านานของเผ่าอูเสียน ด้วยตัวคนเดียว ใช้กาลังของคนเพียงหนึ่งสังหารสิบเจ็ดผู้อาวุโสของป้อมเทพ แห่งพิษลงอย่างสิ้นซากด้วยพิษร้าย ย่ิงไปกว่านั้น นางยังประสบความสาเร็จใน การปลูกฝังแมลงพิษหมื่นเทวะลงในเผ่าเหมียวกู่ จนเผ่าเหมียวกู่ต้องตกอยู่ ภายใต้การควบคุมของเผ่าอูเสียนนานถึงห้าปีเต็มนับแต่นั้น กระท่ังอัจฉริยะผู้ซ่ึง หาได้ยากแห่งเผา่ เหมยี วกนู่ ามเหมยี วก่อู ีลมื ตาดูโลก วนั เวลาแห่งการเป็นทาสถึง ได้จบส้ินลง อย่างไรก็ตาม เวลาน้ันสือจีไม่ได้มีชีวิตอยู่บนโลกอีกต่อไปแล้ว ณ จุดน้ี ทาให้การจัดอันดับของสตรีศักดิ์สิทธ์ิแห่งหนานเจียงเกิดความยากลาบาก ข้ึนเป็นอย่างมาก นั่นเพราะบุคคลท้ังสองไม่เคยได้มีโอกาสประมือกัน จึงไม่อาจ แบ่งแยกได้ว่าความสามารถของผใู้ ดเหนอื กวา่ ผใู้ ด สดุ ท้าย บนรายนามจดั อันดับ ของเทพพิษ อันดับท่ีสองท่ีสามจึงถูกปล่อยให้เว้นว่างไว้ จะมีก็แต่ฉงหมู่แห่งซัง ชิวผเู้ ดยี วท่ยี ึดตาแหนง่ สตรีผ้ใู ชพ้ ิษอันดับหนง่ึ ไว้อยา่ งเหนียวแนน่ ม่นั คง การถอื กาเนิดของสือจี เป็นเสมือนดั่งเรื่องท่ีเป็นเกียรติยศและเป็นช่วงเวลาแห่ง ประวัติศาสตร์ที่สุกสว่างและรุ่งโรจน์ที่สุดของเผ่าอูเสียน ช่วงท่ีนางยังมีชีวิตอยู่ ไดน้ าเผ่าอูเสียนขน้ึ ไปอยู่บนจดุ สงู สุดของหนานเจียงนานเกือบถึงสิบปี อย่างไรก็ ตาม สวรรค์ริษยาคนงาม ยามน้ันในยุคสมัยเดียวกัน บนแผ่นดินใหญ่ได้ให้ กาเนิดสตรีอีกนางหน่ึง สตรีนางนี้มีรูปโฉมท่ีงดงามเป็นอย่างมาก ท้ังนางยังเป็น ต้นกาเนิดที่ทาให้เกิดศึกสงครามอันแสนวุ่นวายของทั้งส่ีแคว้นอีกด้วย นามของ สตรีนางน้ีคือหงเย่ เป็นเจ้าเมืองแห่งเมืองเฟิงไห สองสตรีแห่งยุคนี้มีความ คล้ายคลึงกันอยู่หลายด้าน นั่นก็คือท้ังสองมีรูปโฉมที่เพริศพริ้งโดดเด่น เหมือนกัน มีตาแหน่งและอานาจในมือที่สูงเหมือนกัน ถูกขนานนามร่วมกันว่า
เป็นบุปผาคแู่ หง่ แผ่นดนิ ใหญ่ น่าเสียดาย ช่างโชคร้ายที่ท้ังสองคนดันไปตกหลุมรักอวิ๋นเหลียงซื่อชังหลุนจวิ้น อ๋องแห่งแคว้นซีชวนเหมือนกัน สุดท้ายหงเย่ถูกแต่งตั้งข้ึนเป็นพระชายารองใน จวิ้นอ๋องแห่งซีชวน วันที่เข้าพิธีรับตาแหน่งในท้องพระโรงของราชสานัก สือจีก็ บกุ เข้ามา นางฝ่ากลุ่มองครกั ษ์รักษาพระองคท์ ัง้ สบิ แปดที่ปิดล้อมเอาไว้เข้าไปใน งาน และทันทีที่นางสบเข้ากับชังหลุนจวิ้นอ๋อง ชั่วพริบตาเส้นผมของหญิงสาวก็ แปรเปลี่ยนไปเป็นสีขาวทั้งศีรษะ นางหัวเราะออกมายาวๆ คร้ังหนึ่ง ก่อนจะ หมนุ กายจากไปแลว้ กลบั ไปยงั หนานเจียงด้วยความเปลา่ เปลย่ี ว ก่อนจะเสียชีวิต ลงด้วยภาวะซึมเศรา้ ทีร่ นุ แรง อย่างไรก็ตาม ช่วงวินาทีท่ีนางปิดตาลง หุบเขาสือจีท่ีอยู่กลางป่าด้านหลังเผ่าอู เสียนก็พังทลายลง เด็กทารกหญิงสี่นางที่งดงามราวกับยกสลักก็ร้องไห้จ้าแล้ว ลมื ตาดโู ลก เผ่าอูเสยี นมองสอื จีเป็นด่ังเทพารักษ์ท้ังเคารพและเทิดทูนนางมาแต่ ไหนแต่ไร จึงเป็นธรรมดาท่ีพวกเขาจะมองว่าส่ีทารกน้อยเป็นสือจีที่กลับชาติมา เกิดใหม่ พวกเขาไม่สนใจแรงทัดทานจากผู้คนท้ังใต้หล้า แต่ตั้งทารกหญิงทั้งส่ี ขึ้นเปน็ สตรศี ักดส์ิ ทิ ธิ์ของเผ่าพรอ้ มกัน และนเ่ี องกเ็ ป็นตน้ เหตุของการแก่งแย่งใน อานาจท่จี ะเกดิ ขึน้ ภายหลังหลงั จากที่พวกนางเติบโตขน้ึ * สวรรค์ไม่ทรยศคนที่มุมานะ(皇天不负苦心人)สวรรค์ไม่ ทรยศต่อความปรารถนาของคนท่ีตั้งใจทางานอย่างหนัก มีความหมายว่า ขอ เพยี งแค่ตั้งใจทางาน ขยันขันแข็ง และยึดมั่นดาเนินการต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ สัก วนั ความปรารถนากจ็ ะเป็นจริง
* อีกาใต้หล้าดาเหมือนกันหมด(天下乌鸦一般黑)อุปมาว่าคน เลวในทใี่ ดๆ กเ็ ปน็ เชน่ เดยี วกันทัง้ นน้ั เหมอื นกับอีกาในใต้หลา้ ที่มีสีดาเหมือนกัน หมด * ทาลายกาแพงเมืองด้วยน้ามือของตนเอง(自毁长城)หมายถึง ตนเองทาลายกาลังหรอื งานของตนเอง
บทที่ 124-5 โอวซือหลันหย่า แต่ไหนแต่ไรมาโอวซือหลันหย่าก็ไม่ใช่คนชอบโอ้อวด ในบรรดาสี่สตรีศักด์ิสิทธ์ิ ย่ิงแอบซ่อนความสามารถไว้อย่างมิดชิดไม่เคยแสดงออกมาให้เห็น เม่ือปีน้ัน ตอนท่ีหงสืออูเสียนกับอูซือเม่ยเอ๋อร์แก่งแย่งชิงอานาจกัน นางมักจะเดินทางไป ท่ีภูเขาซังอูบ่อยๆ แล้วไปศึกษาศาสตร์แห่งการทานานทายทักและศาสตร์แห่ง แมห่ มอเป็นเพ่ือนปี้อน๋ิ อูเสยี นผู้ซึง่ มีจติ ใจเงยี บสงบและมคี วามปรารถนาท่ีไม่มาก เช่นเดียวกับนางเสมอๆ ไหนเลยจะคิดว่าจนกระท่ังถึงเมื่อหกปีก่อน หงสืออู เสียนจะเสียชีวิตลง ส่วนอูซือเม่ยเอ๋อร์ก็ตกตายไปด้วยน้ามือของฉู่หลี ท่าทีและ การกระทาท้ังหมดท่ีเคยปฏิบัติมาจึงเกิดการเปล่ียนแปลงคร้ังใหญ่ แสดง ความสามารถและนิสยั ที่เคยแอบซอ่ นเอาไว้ออกมาจนหมด หยางเฟิงกวาดสายตามองไปรอบๆ เห็นว่าท่ามกลางห้องโถงหินขนาดใหญ่เวลา นี้เต็มไปดว้ ยกลน่ิ หอมอ่อนๆ ลอยโชยส่งเข้าจมูก บนพื้นตรงมุมหนึ่งของห้องโถง ห่อผ้าสีม่วงห่อหน่ึงกองอยู่ตรงนั้น ด้านในห่อผ้าคล้ายกับมีบางอย่างกาลัง เคลือ่ นไหวอยกู่ ม็ ปิ าน มนั บิดขยับอย่างต่อเน่ืองไม่หยุด หยางเฟิงคิดดูก็รู้ได้ทันที ว่าของเหล่านั้นจะต้องเป็นพวกเหล่าแมลงพิษและงูพิษท่ีโอวซือหลันหย่ามักจะ ใชไ้ ปทารา้ ยผอู้ ่นื อยา่ งไม่ต้องสงสยั แน่นอนว่าเขาไม่มีความสนใจที่จะเข้าไปเปิด สารวจเลยแมแ้ ต่นอ้ ย ในเวลานี้เองเขาก็สัมผัสได้ว่าอากาศที่อยู่โดยรอบยิ่งมาก็ย่ิงร้อนระอุมากยิ่งขึ้น ทะเลหมอกจากท้ังส่ีทิศขยับใกล้เข้ามาช้าๆ แสงสีม่วงเปล่งแสงสลัวน่าหลงไหล ผิวสขี าวผ่องราวกบั หิมะที่ถูกซุกซ่อนอยู่ใต้ชุดอาภรณ์สีเขียวมรกตของเล่ียอวิ๋นจ้ี โผล่พ้นออกมาให้เห็น ส่งให้ผู้คนรู้สึกลุ่มหลงและมัวเมาอย่างบ้าคลั่ง หยางเฟิง
มองไปท่ีนางหลายต่อหลายคร้ังอย่างอดไม่ได้ เห็นเพียงแต่ว่าในกลุ่มควันที่ปิด ล้อมอยู่อย่างแน่นหนาน้ัน เส้นเชือกสีครามๆ บนศีรษะของเลี่ยอว๋ินจี้พันกันยุ่ง เหยิงไปหมด กลิ่นเหง่ือหอมๆ ที่ผุดข้ึนมาส่งให้คนรู้สึกลุ่มหลง บนใบหน้างามสี แดงระเร่ือ เส้นผมหลายเส้นแนบติดอยู่บนนั้นด้วยหยาดเหงื่อท่ีหลั่งมาจนเปียก ช้ืน ส่งให้หญิงสาวย่ิงดูรัญจวนใจจนยากจะระงับใจ ข้างใต้ลาคอขาวผ่องราวกับ หิมะ เนินไหล่กลมมนขาวใสเด่นชัด เนินอกเนียนนุ่มสีขาวผ่องตั้งสูงขึ้น กระเพื่อมข้ึนลงตามจังหวะหายใจของหญิงสาว เกิดเป็นภาพที่ดึงดูดใจอย่างน่า ประหลาด หยางเฟิงเลียริมฝีปากท่ีแห้งผากด้วยความกระหาย แล้วกลืนน้าลายลงคอไป หลายอึก ก่อนจะหันหน้ากลับไปด้วยความมุ่งมั่นอันเปี่ยมล้น ไม่มองไปที่ดวงตา งดงามล่อลวงใจที่เหมือนกับสายน้าคู่น้ันของนางอีก หยางเฟิงนั่งขัดสมาธิลงกับ พื้น แล้วเพ่งสมาธิไปท่ีการกาหนดลมหายใจ กดบังคับให้แมลงพิษท่ีกาลังพุ่ง พล่านอยู่ในร่างอยา่ งปา่ เถ่ือนออ่ นกาลังลง การกอดกระหวัดรัดเก่ียวระหว่างเขากับเล่ียอว๋ินจ้ีท่ีจริงก็ไม่ใช่เรื่องท่ีเพ่ิงเกิดใน วันสองวัน กับความรู้สึกที่นางปีศาจสาวผู้น้ีมีให้ หยางเฟิงก็พอจะรับรู้ได้อยู่บ้าง เล็กน้อย น่าเสียดาย หลังจากวันนั้นในค่ายทหารของหนานฉู่ท่ีได้สบกับคนงาม หัวใจทั้งดวงของเขาก็มีแต่ชิงเซี่ยเพียงผู้เดียวเท่าน้ัน การได้เส่ียงอันตรายเป็น ตายเพื่อชิงเซ่ีย สาหรับเขาแล้วนับว่าให้ความรู้สึกที่หอมหวานอย่างน่า ประหลาด ตอนนน้ั หลงั จากทีเ่ ขาถูกลูกน้องของอูซือเม่ยเอ๋อร์ทาร้ายจนบาดเจ็บ และถกู วางยาพิษจนสาหสั เห็นว่าตนเองใกล้จะตายอย่างไร้ศพอยู่รอมร่อ ปีศาจ สาวผู้น้ีกลับช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เล่ียอว๋ินจี้แต่เดิมก็ไม่ใช่ผู้ท่ีมีใจบุญ เห็นคนผู้หนึ่ง ในสภาพคร่ึงตายอยู่ตรงหนา้ จากนสิ ยั เดิมของนางแล้วน่าจะเพิ่มแมลงพิษใส่เข้า ไปให้คนผู้น้ัน แล้วค่อยๆ มองดูเขาตายจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักด้วย
ซา้ อย่างไรตาม นางในวันน้ันเพิ่งจะตัดขาดความสัมพันธ์แล้วประกาศความเป็น ศัตรูกับเผ่าอูเสียนแห่งหนานเจียง ทันทีท่ีเห็นแมลงพิษของอูซือเม่ยเอ๋อร์ จะ อย่างไรก็ได้ลงมือลองแก้พิษให้ หลังจากนั้น ด้วยต้องอยู่ด้วยกันท้ังวันทั้งคืน หยางเฟิงผู้แสนดุร้ายและด้ือดึงไปมา จึงไปทาให้ปีศาจสาวผู้น้ีรู้สึกรักใคร่ในตัว เขาขึ้น ในวันที่หยางเฟิงตัดสินใจไปจากป่าเมฆาเจ็ดพฤกษา เล่ียอว๋ินจ้ีจึง เดินทางตามมาด้วย แม้ว่าตลอดทางเขาจะเอ่ยวาจาต่อนางอย่างเย็นชาและ ปฏิบัตติ อ่ นางด้วยทา่ ทไี รค้ วามรู้สกึ ทวา่ นางกลบั ยงั คงยื่นมือเขา้ มาช่วยเหลือเขา หลายต่อหลายครงั้ วันน้ีหากไม่ใช่เพราะนาง เขาก็คงลงมาถึงถ้าใต้ดินข้างใต้พันธนาคารสายน้าที่ พงั ทลายลงมาแหง่ น้ไี มไ่ ด้ ย่ิงไม่ต้องพูดถึงเรื่องช่วยเหลือชิงเซ่ีย คิดถึงคาพูดของ นางทตี่ ะโกนบอกกบั ตนเมอ่ื ครง้ั ติดพันอยูก่ บั การต่อส้อู ย่ใู นหอ้ งโถงหิน หยางเฟิง กร็ สู้ ึกเจบ็ ปวดทรมานใจ ความรู้สึกผิดและกระวนกระวายที่อยู่ในส่วนลึกถาโถม จูโ่ จมหัวใจของเขาไมห่ ยดุ ในเวลาน้ีเอง เสียงหวีดร้องบางเบาของแมลงสายหนึ่งก็ดังส่งข้ึน หยางเฟิงหัน หน้ากลบั ไปมอง ภาพตรงหน้ากท็ าให้เขาตกใจจนใบหนา้ ถอดสี ไม่รู้ว่าแมลงพิษสีเขียวหลากหลายชนิดจานวนนับไม่ถ้วนออกจากกระเป๋าผ้า ตั้งแต่ตอนไหน พวกมันกาลังไต่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้วไต่ขึ้นไปบนร่างของ เลี่ยอวน๋ิ จ้ี เลี่ยอวิ๋นจี้เวลานี้เหมือนกับลูกบอลขนาดใหญ่ที่ทาขึ้นจากแมลงหลาก สีอยา่ งไรอยา่ งนน้ั ถูกหอ่ อยูข่ ้างในเปน็ ชน้ั ๆ จนแทบจะไร้ซง่ึ อากาศหายใจ หยาง เฟิงตกใจเป็นอยา่ งมาก กริชที่ถืออยู่ในมือกรีดลงไปบนแขนข้างหน่ึงของตนด้วย การตดั สนิ ใจทีแ่ น่วแน่ โลหิตสีแดงสดไหลทะลัก หยดลงไปบนร่างของเล่ียอว๋ินจ้ี
ทันทีที่แมลงพิษเหล่าน้ันสัมผัสกับหยดเลือดของหยางเฟิง พลันเหมือนกับวัวท่ี หางถกู ไฟไหม้ แตกกระจายไปคนละทศิ ละทางอยา่ งบ้าคล่ัง และเพยี งชว่ั พริบตา พวกมันก็ไต่ขึน้ ไปบนรา่ งของเล่ียอวน๋ิ จ้ีไม่ได้อีก วันน้ันตัวเขาถูกวางยาพิษอย่างหนัก บวกกับก่อนหน้านี้เล่ียอว๋ินจี้ยังไม่มี ความรู้สึกใดๆ ต่อเขา ดังนั้นจึงใช้วิธีการรักษาท่ีออกจะชั่วร้ายและทารุณมา ทรมานให้เขาเจบ็ ปวดอย่างแสนสาหสั เลือดสดๆ ที่ไหลอยู่ในกายจึงแปรเปลี่ยน เป็นมีฤทธิ์ร้อยพิษไม่อาจกล้ากลายได้ อย่างไรก็ตาม คิดไม่ถึงว่ามันจะมี ประสทิ ธิภาพในการขับไล่แมลงพษิ ออกไปด้วย ไหล่ของเล่ียอวิ๋นจ้ีมีแต่สีโลหิตเป็นแต้มๆ ล้วนแล้วแต่เป็นร่องรอยที่เกิดจากการ กัดของแมลงพิษท้ังนั้น หยางเฟิงถูกภาพของรอยบวมสีม่วงช้าบนร่างของหญิง สาวทาเอาตกตะลึงจนชะงัก แมลงพิษที่แฝงอยู่ในร่างฉับพลันแตกกระจายไป กว่าครึ่ง เขารีบรุดขึ้นไปพยุงร่างของเลี่ยอวิ๋นจ้ีข้ึนจากพ้ืนด้วยความลนลาน ข้อมือจ่อติดไปกับริมฝีปากของหญิงสาว อาศัยใช้พิษต้านพิษ กริชในมืออีกข้าง ยกขึ้นไปกรีดรอยบวมบนไหล่และข้อมือของหญิงสาว เลือดพิษสีแดงสดจานวน มากไหลออกมา รอยบวมยุบลงไปอย่างรวดเร็ว สีหน้าค่อยๆ กลับมาเป็นปกติ อยา่ งช้าๆ ลมหายใจเองกค็ อ่ ยๆ เสถียรและม่นั คงขนึ้ หยางเฟิงรู้ดีว่าแมลงพิษท่ีถูกโอวซือหลันหย่าทิ้งเอาไว้อย่างไม่ใส่ใจที่นี่ไม่ใช่ ส่ิงของมีค่าหายากอันใด ไม่อย่างนั้นอาศัยเพียงแค่ความสามารถของเขาคงช่วย ให้สถานการณ์ดีขึ้นไม่ได้ เขาก้มหน้าลงไปมองเลี่ยอวิ๋นจ้ีท่ีนอนปิดเปลือกตาใน อ้อมแขน แล้วเพลิงแห่งอารมณ์ในร่างกายก็ถูกจุดติดข้ึนมาอีกคร้ัง ภาพท่ี ปรากฏอยู่ตรงหน้าฉับพลันเปล่ียนไปเป็นคลุมเครือในทันใด มองดูใบหน้าของ เล่ยี อว๋นิ จี้ ไม่รู้ด้วยเหตใุ ดถงึ ค่อยๆ เปล่ียนไปเป็นใบหน้าซูบซีดของชิงเซี่ย มองดู
เรือนร่างโค้งเว้านูนเด่นมีเสน่ห์ ในดวงตาฉับพลันก็เต็มไปด้วยประกายแสงแห่ง วสนั ต์ หัวใจเต้นระรัวขึน้ อยา่ งระงับไม่อยู่ ในขณะที่กาลังคิดอยู่น้ันเอง บริเวณท้องน้อยฉับพลันก็รู้สึกปวดหนึบ เหง่ือจาก ท่ัวทั้งร่างไหลโชก ฟันของเล่ียอว๋ินจี้ขบไปบนริมฝีปากแน่น ดูคล้ายกับว่านาง กาลังอดกลั้นต่อความเจ็บปวดอันมหาศาลไว้ก็มิปาน ผิวหนังเปลือยเปล่าท่ีโผล่ ออกมาจากอาภรณ์เป็นสีแดงก่า ดวงตากระเพื่อมไหวราวกับผีเสื้อกระพือปีก เห็นว่าหญิงสาวใกล้จะลืมตาอยู่รอมร่อ หยางเฟิงมองไปบนริมฝีปากที่ประหนึ่ง กลีบบปุ ผาสองกลีบ และใบหนา้ ทแ่ี ปรเปลยี่ นไปเปน็ ซีดขาวของชิงเซ่ีย แมลงพิษ วสันต์ฉับพลันก็ปะทุขึ้นแล้วเข้าครอบครองร่างของเขา สติของหยางเฟิงเบลอ เลือน ในที่สุดเขาก็อดทนต่อความล่อลวงอันมหาศาลน้ีไม่อยู่อีกต่อไป ฟุบตัวลง ไปบดขยร้ี ิมฝีปากของเล่ียอวนิ๋ จ้ีดว้ ยความดุเดือด เล่ียอว๋ินจ้ีครางอืมออกมาคร้ังหนึ่ง ริมฝีปากแดงที่งดงามมีเสน่ห์ประดุจกลีบบุป ผาถูกหยางเฟิงเข้าครอบครองและประกบติดแน่นไม่ละไปไหน ร่างท้ังร่างส่ัน ระริกอย่างควบคุมไม่อยู่ เพียงช่ัวพริบตา เลี่ยอวิ๋นจี้ที่อยู่ในสภาพเหมือนกับไม่มี สติก็รู้สึกว่าร่างกายกาลังสั่นเทาอย่างหนัก รับรู้ถึงความรู้สึกเว้าวอนและโหยหา อันบ้าคล่ังราวกับพายุลูกน้ัน กับความรู้สึกอันอบอุ่นท่ีถูกกอดกระชับไว้ในอ้อม แขน สติท่ีเหลืออยู่ก็ฟุ้งซ่านไปในทันที ทาได้แต่ยกแขนข้ึนไปโอบเอวของฝ่าย ตรงขา้ มไว้ เบยี ดรา่ งทง้ั รา่ งให้แนบติดไปกบั กายของเขา ทา่ มกลางความมืดมิด นางคล้ายกับว่ามองเห็นใบหน้าของหยางเฟิง ใบหน้าเย็น ชาและทา่ ทที ่ดี ื้อร้ันของเขารวมเข้ากบั เงาร่างสีครามในความทรงจาจนกลายเป็น ภาพเดียวกัน หญิงสาวที่แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาเลยก็ครางอื มอย่างอดไมไ่ ด้ ดวงตาเตม็ ไปดว้ ยหยาดนา้ แขนทกี่ อดไปบนเอวของหยางเฟิงยิ่ง
ออกแรงมากยิง่ ข้ึน สติของหยางเฟิงเวลาน้ีกาลังตกอยู่ในความมึนเมา รับรู้ได้ถึงอารมณ์ที่ร้อนแรง ราวกับเปลวเพลิงของหญิงสาวทีอ่ ยใู่ นออ้ มแขน ลมหายใจย่ิงมาก็ย่ิงหอบกระชั้น มากขึ้น เขาเป็นคนมีนิสัยแน่วแน่และด้ือรั้น รู้อยู่แก่ใจดีว่าตนเองกับชิงเซี่ยไม่มี โอกาส แตก่ ย็ งั คงอดกล้ันและแอบซ่อนมันไว้อย่างทรมานเช่นนั้นเร่ือยมา ทาทุก สิ่งทุกอย่างเพ่ือนางเงียบๆ และไม่เคยคิดจะร้องขอการตอบแทนใดๆ กลับคืน เวลาน้ีสตรีท่ีตนเองหลงรักกระตือรือร้นถึงเพียงน้ัน ไหนเลยจะอดกล้ันอารมณ์ ของตนต่อไปได้ ริมฝีปากท้ังสองกลีบบดขยี้ลงไปราวกับพายุฝนที่ซัดสาด ขบกัด ไปบนใบหูงามอันถูกสรรค์สร้างมาอย่างประณีตด้วยความละเอียดลออ นิ้วเรียว เกลี่ยไปบนลาคอสง่าสีขาวผ่อง แล้วค่อยๆ ไล้ต่าลงไปเรื่อยๆ ก่อนจะขย้าเนิน เนื้อสีหมิ ะของนางไว้ในกามือแน่น แล้วนวดฟัน้ คลงึ เคล้นดว้ ยความดเุ ดือด ท่ามกลางห้องโถงหินที่ล้อมรอบไปด้วยแมลงพิษ ควันหนาแน่นกระจายไปทั่ว หมอกจางๆ จากรอบด้านทาให้คนที่อยู่ด้านในสติไขว้เขวและตกอยู่ท่ามกลาง ความหลงระเริง ร่างของคนท้ังสองเกี่ยวรัดกันแน่นราวกับงูท่ีมีจิตวิญญาณ อยา่ งไรอย่างนนั้ ลมหายใจกระช้ันถ่ี ริมฝีปากและลิ้นบดขย้ีแลกเปล่ียนกันไม่ละ ไปไหน เปลวเพลงิ แห่งความปรารถนาลอยวนเวียนไปทั่วอากาศ
บทท่ี 125-1 กลิ่นอายวสันต์ในห้องโถงหิน ร่างที่แข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบของหยางเฟิงกักร่างของเล่ียอวิ๋นจ้ีเอาไว้ ด้านล่างจนหมดส้ิน อาภรณ์สีเขียวมรกตตัวยาวถูกเขากระชากออกมามากกว่า ครึ่ง เปิดเผยผิวพรรณอันเย้ายวนมีเสน่ห์ของหญิงสาวสู่สายตา ภาพท่ีเห็นอยู่ ตรงหน้ายามน้ี สัดส่วนของเรือนร่างท่ีโค้งเว้าสมบูรณ์แบบของหญิงสาวทาให้ เลือดในกายของหยางเฟิงเดือดพล่าน ร่างทั้งร่างตกอยู่ในเปลวเพลิงอันร้อนรุ่ม แมลงพิษวสนั ต์ท่ีแฝงอยู่ในร่างกายกรีดร้องกันอย่างบ้าคล่ัง หญิงงามท่ีถูกทับอยู่ ใต้ร่างแผเ่ สน่หช์ วนให้ลุ่มหลงและรัญจวนออกมาไม่หยุด ริมฝีปากแดงสีอิงเถาท่ี ราวกับกลีบบุปผาบวมเป่งและปูดข้ึนเล็กน้อย ใบหน้าที่เสมือนลูกท้อยิ่งส่อง ประกายแวววับน่าหลงใหล บริเวณลาคอสีขาวราวกับหิมะถูกแต่งแต้มไปด้วย รอยจ้าสีเขียวม่วง จุมพิตของชายหนุ่มประทับลงไปด้วยความระมัดระวัง หลีกเลยี่ งบาดแผลที่เกดิ จากการกัดของแมลงพิษเหล่านัน้ หยางเฟิงสติเลอะเลือน จติ ใจตกอยู่ในสภาวะสับสน เขาค่อยๆ เลื่อนศีรษะลงไป ชา้ ๆ ก่อนจะฝังมันลงไปบนเนินเนื้อนุ่มหยุ่นคู่น้ันที่ต้ังตระหง่านงดงาม อย่างไรก็ ตาม ฉับพลันเหมือนกับร่างทั้งร่างแปรเปล่ียนไปเป็นก้อนหินแล้วแน่น่ิงอยู่กับที่ มองลงไปยังเรือนร่างขาวผ่องสมบูรณ์แบบและทรงเสน่ห์ที่อยู่ใต้ร่างอย่าง ละเอียดถี่ถ้วน พบว่าบนร่างงามเวลานี้ เต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่จานวน มาก บาดแผลท่ีเกิดจากการถูกมีดกรีด บาดแผลที่เกิดจากการถูกแมลงกัด และ บาดแผลท่ีเกิดจากการถูกความร้อนลวก เหมือนกับว่ามาชุมนุมและรวมตัวกัน บนร่างนางอยา่ งไรอย่างนนั้ ต้ังแต่ส่วนบนไปจนถึงส่วนล่างท้ิงร่องรอยน่าเกลียด เอาไว้เต็มไปหมด คล้ายกับสัตว์เลื้อยคลานจานวนนับไม่ถ้วนบิดงอ กระท่ังบน เนินเขาสีขาวหิมะคู่นั้นก็ถูกครอบครองจากรอยกรีดของคมดาบและร่างกาย
ยาวๆ น้นั ดว้ ยเชน่ กัน นี่ไม่ใช่ชิงเซี่ย! คล้ายกับถูกสายฟ้าทรงกาลังมหาศาลฟาดลงกลางกระหม่อม สติสัมปชัญญะของเขาฉับพลันชัดเจนข้ึนทันที ความเจ็บปวดท่ีเกิดขึ้นตรงช่อง ท้องและความปรารถนาท่ีเกิดข้ึนหายวับไปจนหมด หยางเฟิงเงยหน้าข้ึนไปมอง อย่างรวดเร็ว จ้องมองใบหน้างดงามของเลี่ยอว๋ินจ้ี กวาดตาดูรอยแผลเป็นน่า กลวั ท่ีอยเู่ ตม็ ร่างของนาง กต็ ่นื ตกใจจนหน้าถอดสี สังหารศัตรูหน่ึงพัน ฝ่ายตนสูญเสียแปดร้อย* คิดถึงฐานะท่ีลึกลับแปลก ประหลาดและยากจะคาดเดาของหญิงสาว ความรู้สึกเวทนาสงสารมากมายผุด ขึ้นจากจิตใจของหยางเฟิงอย่างระงับไม่อยู่ กับสตรีอ่อนแอเช่นนาง การเอาตัว รอดอยู่ในยุคสมัยแห่งความวุ่นวายและสงครามเช่นนี้ ไม่รู้ว่าต้องผ่านความ ยากลาบาก ความทุกข์ทรมานและความอันตรายมามากเพียงใด นึกย้อนไปถึง รอยย้ิมและเสียงหัวเราะของหญิงสาว ท่าทีเย้าหยอกแกมเย้ยยัน นิสัยด้ือรั้นหัว ร้อนของหญิงสาว และบุญคุณที่ช่วยชีวิตตนเอาไว้คร้ังแล้วครั้งเล่า จู่ๆ ร่างท้ัง ร่างของเขาก็ชะงักนิ่ง นิว้ มือไล้ผ่านบาดแผลท่ีห้อเลือดและเต็มไปด้วยความบอบ ช้าอย่างบางเบา คนท้ังคนโง่งมไปราวกับไก่ไม*้ ทนั ใดน้ันเอง หยาดน้าตาหยดหน่ึงก็ไหลตกลงมาบนฝ่ามือของหยางเฟิง จิตใจที่ กาลังสับสนวุ่นวายอยู่เด่นชัดขึ้นในทันที เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความร้อนรน มอง ไปทางเล่ียอว๋ินจี้ ภาพที่เห็นอยู่เบื้องหน้า เห็นเพียงในดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาด น้าพร่าเลอื นของหญิงสาว หยาดน้าตาอีกหยดค่อยๆ ไหลผ่านลงมาบนแก้มท่ีส่ัน ระริกนั้นอย่างช้าๆ แล้วไหลลงไปบนปลายคางแหลม ก่อนจะหยดลงบนชุด อาภรณ์สีเขียวมรกต หยางเฟิงกาหมัดแน่น ช่ัวขณะน้ันเขารู้สึกรังเกียจการกระทาของตนเองเป็น
อย่างมาก กระแทกกาปั้นต่อยไปที่ใบหน้าของตนอย่างแรงแล้วปล่อยให้โลหิตสี แดงสดคอ่ ยๆ ไหลหยาดลงมาจากมมุ ปาก เสมอื นกับนา้ ทว่ มปากพดู อะไรไมอ่ อก หยางเฟิงขบฟันเอ่ย “หยางเฟิงผลุนผลันกระทาการละลาบละล้วงต่อแม่นาง สมควรตายนบั หมนื่ ครั้ง” “ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” เลี่ยอว๋ินจ้ีส่ันศีรษะกล่าวด้วยความอ่อนแรง เอ่ยพร้อม รอยยิ้มเศร้า “เจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าข้าไม่มีทางกล่าวโทษเจ้า ซ้าในใจยัง คาดหวังให้เจ้าทาเช่นนี้กับข้าอีก เพียงแต่คิดไม่ถึงว่ากระท่ังตกอยู่ในฤทธิ์ของ แมลงพิษวสนั ตท์ ีโ่ อวซือหลันหย่าปลกู ในตัวเจา้ เจา้ กย็ ังอดทนต่อสิ่งย่ัวยุ และขัด ขืนต่อเสน่ห์ล่อลวงได้ เหน็ ที เจ้าคงจะรักนางมากจริงๆ” หยางเฟิงได้ยินน้าเสียงซึมเศร้าของเลี่ยอว๋ินจ้ี ในใจก็ให้รู้สึกปวดหนึบ ริมฝีปาก เม้มเข้าหากันแน่น ไม่ปริปากกล่าวส่ิงใดอีก พวกเขาทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแทบ จะทั้งวันท้ังคืนมาตลอดเป็นเวลาเกือบสามปี หยางเฟิงรู้ซ้ึงถึงนิสัยด้ือรั้น ยึดมั่น และแน่วแน่ราวกับเหล็กกล้า ทั้งยังสามารถสังหารคนได้โดยตาไม่กระพริบของ เลี่ยอวิ๋นจ้ีดี คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้นางจะยอมลดฐานะของตนเองลงมา แล้วกล่าว ประโยคเช่นนีอ้ อกมา เห็นเพียงเลี่ยอวิ๋นจ้ีถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ค่อยๆ จัดอาภรณ์ของตนให้ เรียบร้อยอย่างช้าๆ กล่าวพร้อมรอยยิ้มแสนขมขื่น “โอวซือหลันหย่าได้รับ บนั ทึกลบั ทสี่ ืบทอดมาจากสือจโี ดยตรง แมลงพษิ ที่มีก็แข็งแกร่งหาที่ใดเปรียบได้ อย่างไรก็ตามเจ้าไม่ต้องกังวลไป ในร่างของเจ้ามีโลหิตศักดิ์สิทธ์ิล้างพิษที่ข้าลง มือปรุงด้วยตัวเองอยู่ ต่อให้สือจีมาเองก็ทาอะไรเจ้าไม่ได้ ส่วนตัวข้า ข้าใช้ชีวิต อยู่มานานเกนิ พอแล้ว” เลี่ยอว๋ินจี้ค่อยๆ ลุกข้ึนยืนอย่างช้าๆ อาศัยกาแพงหินสูงตระหง่านด้านข้างช่วย
ประคองตนเองเดินไปยังหีบที่วางไว้อยู่ตรงมุมหน่ึง ก่อนจะลูบไปบนลวดลายไม้ จันทน์สีม่วงท่ีสลักอยู่ด้านบนอย่างเบามือ พึมพากล่าวด้วยเสียงเบา “เร่ืองราว บนโลกหล้าอัศจรรย์น่าเหลือเชื่อ การได้มาพานพบกันระหว่างคนสองคนก็แสน พศิ วง ตลอดทงั้ ชวี ิตของขา้ สังหารผ้คู นมามากมายนับไม่ถว้ น ปจั จุบนั ผลของการ กระทาท่ีเคยไดท้ ามาย้อนกลบั เข้าสู่ตวั เวรกรรมชา่ งตามสนองได้รวดเร็วเสียจริง รสู้ กึ ไมช่ อบใจเลย” หยางเฟิงชะงักกึก เหลือบมองไปทางหญิงสาว ไม่ว่าจะดูอย่างไรนางก็มีอายุ เพียงแค่สิบหกสิบเจ็ดปีเท่านั้น หรือว่าแท้จริงแล้วนางมีอายุยี่สิบสามสิบแล้ว อย่างนั้นหรือ? อย่างไรก็ตาม สตรีนางน้ีมีแมลงพิษที่แข็งแกร่งยากจะหาที่ใด เทียม มีสูตรสาหรับการคงความเยาว์วัยให้เป็นนิรันดร์อยู่ ดังน้ันก็ไม่ใช่เรื่อง แปลกนัก มองดูเลี่ยอว๋ินจ้ีจู่ๆ ก็ยกมือข้ึนไปกุมหน้าอกของตนเองแล้วกระอัก เลือดออกมาดังพรวดคาใหญ่ หยางเฟิงก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก ขณะท่ีกาลังคิด จะขยับเข้าไปหา เลี่ยอว๋ินจ้ีก็ยกมือข้ึนมาหยุดการเคลื่อนไหวของเขาไว้เสียก่อน “อยา่ ได้เข้ามา หากเจา้ เข้ามา บางทอี าจทาใหข้ ้าตายเร็วข้ึน” ทันทีที่หยางเฟิงได้ยินดังน้ันก็ชะงักฝีเท้าทันที เห็นเพียงเลี่ยอวิ๋นจี้ยกย้ิมจางๆ กล่าว “ผ่านไปอกี หน่งึ ชั่วยาม แมลงพิษวสันต์บนร่างของเจ้าไม่ต้องใช้ยาก็แก้ได้ ด้วยตนเอง ขอใหเ้ จ้าอดทนอกี สักหนอ่ ยเถิด” หยางเฟิงส่ายหน้ามองไปทางหญิงสาวที่หน้าตางดงามราวกับบุปผา ภายในใจ ฉับพลันก็ให้รู้สึกเจ็บปวดและอึดอัดจนไม่อาจบรรยายเป็นคาพูดได้ จึงถอน หายใจด้วยความหนักหน่วง แล้วกล่าวด้วยเสียงลึก “น่ีมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? เจ้ากับเผ่าอูเสียนแห่งหนานเจียงแท้จริงแล้วมีความสัมพันธ์อย่างไรกัน? การท่ี โอวซือหลันหย่ามาโผล่อยู่ในท่ีแห่งนี้ หรือว่าจะมีแผนการร้ายใดแอบซ่อนเอาไว้
อยู่?” ร่างกายของเล่ียอวิ๋นจี้แกว่งสะท้าน กระอักเลือดสดๆ ออกมาจากปากอีกครั้ง เวลาน้ีหยางเฟิงไม่สนใจคาบอกห้ามของเล่ียอวิ๋นจี้อีกต่อไป ก้าวข้ึนไปข้างหน้า อย่างรวดเร็ว ประคองร่างของนางเข้าสู่อ้อมแขนของตน ก่อนจะกดไปบนจุด ต่างๆ บนร่างของหญิงสาวหลายแห่งด้วยการเคล่ือนไหวที่ประดุจดั่งสายฟ้า หลังจากตรวจหาชีพจรของนางเสร็จ พบว่ายามน้ีชีพจรจากทั่วทั้งร่างของหญิง สาวค่อยๆ หายไปเร่ือยๆ แมลงพิษวสันต์เคล่ือนไหวไปทั่วร่าง เหมือนกับมัจฉา ผิวหนังอ่อนนุ่มแต่ไร้ซึ่งกระดูกกาลังแหวกว่ายออกไปอย่างไรอย่างน้ัน นางซบ เข้ากบั อกของเขาอยา่ งปวกเปยี กไรซ้ ึ่งเร่ยี วแรง แก้มของเลี่ยอว๋ินจี้เปรียบเสมือนกับถ่าน หยาดน้าตาคลออยู่เต็มดวงตาทั้งสอง ข้าง กล่าวด้วยน้าเสียงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า “เป็นข้าที่สังหารพ่ีสาวหงสือ สมควรแล้วตอ้ งชดใช้บาปท่ขี ้าได้กระทาลงไป ขา้ สมควรตายไปตั้งนานแลว้ ” เลยี่ อว๋นิ จผ้ี ู้น้ตี ลอดทั้งชวี ติ ของนางมีแตค่ วามภาคภูมิใจและด้ือร้ัน ลงมือได้อย่าง โหดเห้ียมไร้จิตใจ แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยยอมแพ้มาก่อน อย่างไรก็ตามวันน้ีนาง กลับเศร้าสลดทดท้อใจถึงเพียงนี้ ไม่มีแม้กระทั่งเศษเสี้ยวของความปรารถนาท่ี จะมชี วี ติ อยูต่ อ่ ใหเ้ ห็น หยางเฟงิ ก็อดขมวดคว้ิ มุ่นไม่ได้ เขายื่นมือออกไปกระชาก อาภรณ์ของเลี่ยอว๋ินจี้ออกจากร่าง ก่อนจะพลิกตัวขึ้นไปคร่อมนางไว้ กดหญิง สาวไวข้ า้ งใต้ “หยางเฟงิ ! เจ้าทาอะไร!” เลี่ยอว๋ินจี้ตะโกนเสียงสูงด้วยความกราดเกรี้ยว หยาง เฟิงเพิกเฉยต่อเสียงร้องของนายอย่างสิ้นเชิง ขยับเพียงไม่ก่ีครั้งก็ปลดอาภรณ์ จากบนร่างของนางออกจนหมด ก่อนจะถอดชุดที่สวมอยู่บนร่างของตนออก “หากที่เจ้าทาไปทั้งหมดเพียงเพราะความสงสารท่ีมีต่อข้า ข้าจะเกลียดเจ้าไป
ตลอดชวี ติ !” หยางเฟิงไม่สนใจนาง เรือนร่างแข็งแกร่งสมบูรณ์ใต้แสงของเปลวเทียนที่ตก กระทบลงมาย่ิงส่งให้ร่างแกร่งนั้นส่องประกายวาววับ แขนยาวสุขภาพดียื่น ออกไปแล้วกอดกระชับเล่ียอวิ๋นจ้ีไว้ในอ้อมอก จากน้ันจึงบดจูบลงไปท่ีริมฝีปาก ของนางอย่างดดุ นั แม้ว่าตลอดทั้งชีวิตของเลี่ยอวิ๋นจ้ีจะช่ัวช้าและร้ายกาจ ยามน้ีก็ยังอดไม่ได้ที่จะ หล่ังน้าตาออกมา ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ในใจของนางต้องทนรับกับความ เจ็บปวดทุกข์ทรมานและขมขื่นมากถึงเพียงใด มองดูวงแขนอันแข็งแกร่งของห ยางเฟิงท่ีกอดนางเอาไว้ ก็ให้รู้สึกเพียงแต่ว่าเร่ียวแรงจากร่างกายท้ังร่างหายไป จนหมด เหมอื นกับดอกหญ้าอ่อนแรงไร้ซ่ึงที่พ่งึ พงิ ภายในหอ้ งโถงหินเงียบสงดั เหมือนกบั ตัดขาดออกจากโลกภายนอกแล้วก็มิปาน เล่ียอวิ๋นจ้ีถูกหยางเฟิงกดทับไว้อยู่ใต้ร่างแล้วกอดเอาไว้ในอ้อมแขนแน่น ตลอด ทัง้ ชีวิตที่ผา่ นมาของนางเผชิญแต่คล่ืนพายุลมฝนและความยากลาบากเสมอ แต่ เพยี งชัว่ พรบิ ตาน้ี นางกลบั ร้สู กึ คล้ายกบั ว่าชีวติ ที่ผ่านมาไม่เคยได้สัมผัสกับความ สงบและปลอดภัยดั่งเช่นที่รู้สึกในยามนี้มาก่อน เมฆาคล้อยลอยละล่องไปท้ังใต้ หลา้ ความทุกขต์ รมเศร้าโศกขจรขจาย ไหนเลยจะเทียบได้กบั ความสงบเพียงชั่ว หน่ึงเค่อน้ี การต่อสู้แก่งแย่งเมื่อครั้งเก่าก่อน มาเวลาน้ีเหมือนกับสูญเสียไปแล้ว ซงึ่ ความหมายอย่างไรอยา่ งน้นั
* สังหารศัตรูหนึ่งพัน ฝ่ายตนสูญเสียแปดร้อย(杀敌一千,自损 八百)ในการต่อสู้กับศัตรู ถึงแม้ว่าจะสังหารศัตรูได้ถึงหนึ่งพันคน แต่ทาง ฝ่ายของตนเองก็สูญเสียไปถึงแปดร้อยคนเช่นกัน ท้ังสองฝ่ายต่างก็สูญเสียไปไม่ ตา่ งกนั มาก ซึ่งหากกลา่ วทางด้านการทหารแล้วการสูญเสียขนาดน้ีไม่ใช่ผลดีอัน ใด อปุ มาวา่ ไมค่ ุ้มค่า หรอื ไมค่ ูค่ วร * โงง่ มราวกบั ไก่ไม้(呆若木鸡)หมายถึงแน่น่ิงเหมือนกับท่อนไม้ที่ถูก สลักเป็นรูปไก่อย่างไรอย่างน้ัน เปรียบเทียบถึงท่าทางชะงักงันที่เกิดจากการ ตกใจหรือความหวาดกลัว
บทที่ 125-2 กล่ินอายวสันต์ในห้องโถงหิน ตัวนางในเวลาน้ี มองดูความเป็นความตายเป็นสิ่งนอกกายไปเป็นที่เรียบร้อย แล้ว ภายในหัวสมองมึนงงไปหมด คิดซ้าไปซ้ามาอยู่หลายครั้ง หลังจากออกไป จากสถานท่ีแห่งน้ีแล้ว เขาจะยังติดตามหญิงสาวผู้นั้นไปอีกหรือไม่ ถ้าหากเป็น เช่นน้ันจริง ไม่สู้ถูกกักขังอยู่ในห้องโถงหินแห่งนี้ตลอดไปเสียจะดีกว่า ไม่ต้อง ออกไปข้างนอกอกี เลย “โง่งมเสียจริง ทุกคนบนโลกใบน้ีไม่ว่าใครต่างก็หวังให้ข้าตายทั้งน้ัน เหตุใดเจ้า ถงึ ยงั ช่วยข้า ปกป้องข้า ช่ือเสียงของข้าเลวทรามฉาวโฉ่มานานแล้ว คงมีแต่ต้อง ตายเท่าน้ันถงึ จะล้างใหส้ ะอาดได้ เม่อื ตอนน้ัน สงิ่ ท่ขี า้ ทาลงไปกับเจ้า ทาร้ายเจ้า ด่าว่าเจ้า เหตุใดมาจนถึงป่านนี้แล้วเจ้ายังไม่รู้จักสานึก? เจ้าไม่ได้ชอบพอในตัว ข้า ใยต้องฝืนใจบังคับตนเองให้รักกับปีศาจสาวที่รู้จักแต่ด่าว่าผู้อื่นเช่นข้าด้วย เล่า?” เปลวไฟสีแดงของเทียนใกล้จะมอดดับลงทุกที เสียงของเลี่ยอว๋ินจ้ีดัง สะทอ้ นอยู่ในห้องโถงหินเบาๆ หยางเฟิงน่ังอยู่ด้านข้างนาง ค่อยๆ สวมเส้ือผ้าให้นางอย่างช้าๆ ก่อนจะนิ่งเงียบ อยูเ่ ช่นนัน้ ไมก่ ลา่ วสิ่งใด “อยา่ งไรกต็ าม กบั บรุ ษุ เชน่ เจา้ จะมีหญิงสาวนางไหนใจไม้ไส้ระกาทาร้ายเจ้าได้ ลงคอ? การท่ีหญิงสาวนางนั้นไม่ชอบเจ้า น่ันเพราะว่านางไม่มีตา วาสนาเบ่ง บานแล้วแต่กลับสูญสิ้นไป จมดิ่งลงสู่ชาติภพนี้ คิดไม่ถึงว่าก่อนตายข้าจะยังมี โอกาสได้พบกับคนเช่นเจ้า หากข้าได้พบกับเจ้าเร็วกว่านี้อีกสักหน่อย ไม่รู้ว่าจะ ดีเพยี งใด”
แมลงพิษวสันต์ในร่างของเลี่ยอว๋ินจี้ถูกจัดการไปเป็นท่ีเรียบร้อยแล้ว กาลังของ นางคอ่ ยๆ กลับคนื มาอย่างช้าๆ ดวงตากวาดมองไปยังหีบใบหนึ่งท่ีตั้งอยู่ตรงมุม ผนัง จึงย่ืนมือออกไปเปิดมัน แล้วแสงสีแดงสายหน่ึงก็กระพริบผ่านไปอย่าง ว่องไว ผนังหินตรงหน้าของหยางเฟิงฉับพลันปรากฏเป็นภาพอันน่าอัศจรรย์ ภาพหนึ่ง ในภาพนั้นหญิงสาวนางหนึ่งอยู่ในชุดอาภรณ์สีแดงเข้ม เส้นผมยาวสี ดาขลับ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มราวกับบุปผา ดูไปแล้วมีอายุไม่น่าจะเกิน สิบหา้ สิบหกปี ชายอาภรณ์พล้ิวไสวไปตามแรงลมเล็กน้อย อาภรณ์สีแดงเข้มดุจ ดั่งเปลวเพลิง ดวงตาโค้งงอรูปพระจันทร์ท้ังคู่ของหญิงสาวเต็มไปด้วยความร่า เริงเบิกบาน แฝงไวด้ ้วยการไม่รู้ความเล็กน้อยราวกับเด็กเล็ก ท้ังดูบริสุทธิ์และไร้ เดียงสา หญงิ สาวผนู้ กี้ ค็ อื เลย่ี อวิ๋นจ้!ี “น่าท่ึงมากใช่หรือไม่” เลี่ยอว๋ินจ้ีกล่าวพร้อมกับรอยย้ิม “ทักษะทางด้านงาน หัตถกรรมของเผิงไหลลึกซึ้งเป็นอย่างมาก ถึงข้ันสามารถประดิษฐ์สิ่งของ คุณภาพสูงอย่างเครื่องกักเงาเช่นน้ีได้ อันท่ีจริงพวกเราชนเผ่าอูเสียนแห่งหนาน เจียง แท้จริงแล้วก็คือฝ่ายพิษจากทั้งเจ็ดฝ่าย ครอบครองศาสตร์ทางด้านการใช้ แมลงพิษและการควบคมุ สตั วอ์ สูร เพียงแต่หนงึ่ พันปีผา่ นมา พวกเราไม่ได้ยึดม่ัน ต่อความคดิ ของตนเองเหมอื นกับพวกชาวเผิงไหลอีกต่อไป เคร่ืองมือกักเงาช้ินน้ี ก็เป็นสิ่งท่ีบิดาของคุณหนูถาน ท่านผู้เฒ่าถานอดีตผู้นาหุบเขามอบให้แก่บิดา ของขา้ ” เห็นเพียงชายหนุ่มอายุน้อยผู้หนึ่งในชุดอาภรณ์สีครามยืนอยู่ตรงหน้าของนาง แตะสัมผัสไปบนหน้าผากของนางเบาๆ ราวกลับกลัวว่าดอกหญ้าต้นน้อยน้ีจะ แตกหัก รูปร่างหน้าตาของเขาดูอบอุ่นและอ่อนโยนเป็นอย่างมาก แต่ก็แฝงไว้ ด้วยความอิสระไม่แยแสซึ่งสงิ่ ใดไวเ้ ตม็ เปยี่ มเชน่ กัน
เล่ยี อวนิ๋ จีซ้ ึง่ มีอายุยังน้อยแหงนหน้าข้ึนไปมอง เอ่ยพร้อมกับรอยย้ิมท่ีแสนสดใส “พ่ใี หญฉ่ นิ ท่านพาข้าออกไปดว้ ยเถิดนะ พวกเราแอบออกไปกนั อยา่ ให้ท่านพ่อ ร”ู้ ชายหนุ่มผูม้ อี ายุยงั นอ้ ยหวั เราะเบาๆ คร้ังหนง่ึ ส่ายหน้าเล็กน้อยด้วยความสนใจ ในเวลานี้เอง วิหคตัวใหญ่สีแดงเพลิงก็พุ่งออกมาจากภูเขาสูงที่อยู่ด้านหลังของ พวกเขาทัง้ สองคน ด้านบนวิหคยกั ษ์ตัวนั้น หญงิ สาวนางหนึ่งในชุดอาภรณ์สีแดง วงค้วิ เรียวยาวงดงาม ดวงตาคมกรบิ ในมือถือเกาทัณฑ์สีแดงเพลิงตัวยาวราวกับ พระจันทร์กาลังมุ่งมาทางน้ี ลูกธนูพุ่งเป้ามาทางชายหนุ่มที่อยู่ในชุดอาภรณ์สี ครามดว้ ยความรวดเรว็ นางตะคอกกล่าวด้วยเสียงดัง “ฉินจื่อชู! หากเจ้ายังกล้า ล่อลวงอว๋ินเออ๋ รอ์ กี คอยดขู ้าจะยิงเจา้ ใหต้ วั พรุน!” เห็นเพียงดวงตาของชายหนุ่มผู้น้ันฉับพลันสว่างวาบขึ้น มุมปากยกข้ึนเล็กน้อย เปน็ รอยย้ิมเย็นชาไม่แยแส เขาหมุนตัวคร้ังหนึ่ง หลบลูกธนูที่ยิงมาของหญิงสาว ก่อนจะเอ่ยขึ้นพร้อมกับเสียงหัวเราะจางๆ “หงสือ เจ้าไม่ไปศึกษาศาสตร์ของ การเปน็ แมห่ มอนงั่ ทาสมาธิอยู่บนหบุ เขา ลงมาทาอะไรกัน?” หยางเฟิงตกตะลึง ท่ีแท้หญิงสาวนางนั้นก็คือหงสือ สตรีแห่งเผ่าอูสือผู้มีชื่อเสียง โดง่ ดงั ไปทวั่ ทง้ั ใต้หล้า แต่กลับตกตายไปเมื่อหกปีก่อน อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ ได้ฟังคาพูดของโอวซือหลันหย่าท่ีกล่าวไว้ก่อนหน้าน้ี ดูเหมือนว่านางจะตกตาย ดว้ ยเงอ้ื มมือของเล่ยี อวิน๋ จ้ี คิ้วที่เรียวยาวราวกับก่ิงหลิวของหงสืออูเสียนขมวดเข้าหากันเป็นปม เกาทัณฑ์ ตัวยาวทีถ่ ืออย่ใู นมือถูกยกขึ้นง้างพร้อมกับลูกธนู แล้วยิงไปทางชายหนุ่มผู้มีอายุ ยังน้อยผู้นั้นอย่างดุดัน ร่างกายของชายหนุ่มเหมือนกับวิหคตัวใหญ่ การ
เคล่ือนไหวของเขารวดเร็วและทันกาลประหนึ่งกาลังร่ายระบาอยู่อย่างไรอย่าง น้ัน เขาหลบลูกธนูที่ยิงมาได้อย่างง่ายดาย หยางเฟิงเห็นแล้วก็แอบถอนหายใจ เบาๆ วิชาตวั เบาของชายหนมุ่ ผนู้ ี้แขง็ แกร่งเป็นอยา่ งมาก หาได้ยากย่ิงที่จะมีผู้ใด ฝึกวชิ าตัวเบามาถึงขั้นน้ีได้ในโลกใบน้ี หงสืออูเสียนง้างเกาทัณฑ์ข้ึนอีกครั้งอย่าง บ้าคล่ัง อันที่จริงหากว่าเปลี่ยนเป็นตนเอง เขาก็หลบมันไปได้เหมือนกัน เพียงแตก่ ารท่จี ะหลบดว้ ยท่วงทา่ ทส่ี งา่ งามและเป็นอิสระอย่างเช่นท่ีชายผู้นั้นทา ในตอนนีย้ ากเสียยิง่ กวา่ ปนี ปา่ ยขึน้ สวรรค์ เลี่ยอว๋นิ จ้ีที่ยืนอยู่ด้านข้างปรบมือหัวเราะด้วยเสียงดัง กล่าว “พ่ีสาวหงสือ ท่าน ม่ันใจมากมิใช่หรอกหรือว่าทักษะทางด้านธนูของท่านไร้พ่าย? เหตุใดถึงยิงพ่ี ใหญฉ่ ินไม่ถกู แม้แต่ดอกเดยี วเลา่ นา่ ไมอ่ ายเหลอื เกิน” หงสืออูเสียนดวงตาเบิกกว้างไปโดยพลัน ตะโกนกล่าวอย่างโมโห “เจ้ากีบเท้า เล็ก* ไม่รู้ส่ิงใดดีส่ิงใดชั่ว เจ้าบอกกับท่านผู้อาวุโสใหญ่ว่าจะข้ึนหุบเขาซังอูไปหา ข้ากับหลันหย่า แต่กลับว่ิงมาลักลอบพบกับชายคนรักท่ีน่ี คอยดูข้าจะกลับไป รายงานทา่ นผ้อู าวุโสใหญ่ ใหเ้ ขาลงโทษตเี จ้าจนขาหกั ” เลี่ยอว๋ินจ้ีเห็นว่าเรื่องราวลุกลามไปใหญ่โต ไม่ได้สนใจลูกธนูที่บินไปบินมา ระหวา่ งคนทงั้ สองอกี หญงิ สาวว่งิ กลับไปหยุดอยดู่ ้านข้างหงสืออูเสียนด้วยความ รวดเร็ว ก่อนจะยื่นมือออกไปโอบเอวของนางเอาไว้อย่างออดอ้อน กล่าวด้วย น้าเสียงออเซาะ “พสี่ าวหงสอื อวน๋ิ เอ๋อร์ไม่กล้าแล้ว คร้ังน้ีท่านยกโทษให้ข้าด้วย เถดิ นะ” ชายหนุ่มท่ีอยู่ในชุดสีครามดวงตาทั้งคู่ราวกับสายน้า มองไปยังหญิงสาวทั้งสอง ด้วยทา่ ทอี มยมิ้ เลก็ น้อย เพยี งแตใ่ นสายตาของหยางเฟงิ กลับรู้สึกว่าดวงตาคู่น้ัน ของเขา คล้ายวา่ จะจบั จอ้ งไปทางหงสืออูเสียนมากกวา่
ภาพเรื่องราวส่วนแรกตรงหน้าเหมือนกับกาลังจะจบลงแล้ว เลี่ยอว๋ินจี้หัวเราะ ขึ้นเล็กน้อยด้วยเสียงต่า ดีดน้ิวเบาๆ คร้ังหนึ่ง ก่อนจะกดลงไปบนเคร่ืองมือช้ิน นัน้ ภาพเร่อื งราวสว่ นท่ีสองก็ฉายขึ้นบนกาแพงอีกครั้ง หยางเฟิงเพ่งสายตามอง ไปอย่างไม่ลดละ เห็นเพียงแต่ว่าบนอาคารไม้ไผ่ที่สูงล่ิวหลังนั้น เลี่ยอวิ๋นจ้ียกมือ ทั้งสองข้างข้ึนยันคาง ทอดสายตามองออกไปยังนอกหน้าต่างด้วยความเบ่ือ หน่ายอย่างถึงท่ีสุด อย่างไรก็ตาม ฉับพลันน้ันเองหญิงสาวท่ีอยู่ในชุดสีม่วงนาง หนึ่งจู่ๆ ก็เดินเข้ามาในอาคารไม้ไผ่ด้วยท่าทีกระโดดโลดเต้น กระโดดฟุบมาบน ไหล่ของนางด้วยรอยยิ้มกว้าง กล่าวพร้อมเสียงหัวเราะ “สาวน้อย ทาอะไรอยู่ หรือ? กาลังคิดถึงคนรักอยู่ใชห่ รอื ไม่?” เล่ียอว๋ินจี้ใบหน้าแดงก่าไปในทันใด ก่อนย่ืนมือออกไปทุบหลังหญิงสาวที่อยู่ใน ชุดอาภรณ์สีม่วงอย่างแรง เสียงหยอกเย้าคุยเล่นระหว่างสาวน้อยทั้งสองดัง เอะอะอยู่ท่ีมมุ หน่งึ ทว่าทันใดน้ันเอง หญิงสาวที่อยู่ในชุดสีม่วงจู่ๆ ก็กระโดดเข้า ไปประชิดตัวเลี่ยอวิ๋นจี้ ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูนางแล้วเอ่ยอะไรสักอย่าง เลี่ยอวิ๋ นจ้ีทีแรกยังส่ายหน้าด้วยท่าทีไม่ใส่ใจอันใด เพียงแต่หลังจากที่ได้ฟังคาพูดของ หญิงสาวในชุดสีม่วงซ้าไปซ้ามาหลายต่อหลายครั้ง ในที่สุดเลี่ยอว๋ินจี้ก็เดินลง จากอาคารไม้ไผ่ไปด้วยความสงสัยเล็กน้อย หลังจากเดินไปได้สักพัก ก็มาถึง กลางปา่ ทเี่ ต็มไปด้วยต้นหญ้าข้ึนทึบแห่งหนึ่ง เล่ียอวิ๋นจี้ยกมือเท้าข้ึนปัดต้นหญ้า และเถาวลั ยส์ ีเขยี วทึบท่เี กะกะขวางทางเหลา่ น้ันออกไป ฉับพลันใบหน้าของนาง ก็ตอ้ งซดี ขาวราวกบั หิมะ ภาพท่ีอยู่ตรงหน้าของนางเวลานี้ คือฉินจ่ือชูท่ีอยู่ในชุดอาภรณ์สีครามกาลังย่ืน มอื ออกไปฉดุ กระชากหญงิ สาวทอี่ ยใู่ นชดุ อาภรณ์สีแดงด้วยความร้อนรน ดวงตา ทัง้ สองขา้ งของหงสืออูเสียนเต็มไปด้วยหยาดน้าตาคลอ เพียงแต่นางกลับปัดมือ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 620
Pages: