Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ວິຊາການຄວບຄຸມພານໃນແລະການກວດສອບພາຍໃນ

ວິຊາການຄວບຄຸມພານໃນແລະການກວດສອບພາຍໃນ

Published by thongla4567, 2021-08-25 01:32:18

Description: ວິຊາການຄວບຄຸມພານໃນແລະການກວດສອບພາຍໃນ

Search

Read the Text Version

129 1. ประโยชน์ของการบริหารความเส่ียงระดบั องคก์ ร (Benefits of Enteprise Risk Management) การบรหิ ารความเสย่ี งตามแนวคดิ ของโคโซ่ออี ารเ์ อม็ (COSO – ERM) จะช่วยใหอ้ งคก์ รไดร้ บั ประโยชน์หลายประการ เช่น 1.1 สรา้ งความมนั่ ใจในความสาเรจ็ ของกลยทุ ธท์ ก่ี าหนด การบรหิ ารความเสย่ี งจะสรา้ ง ความมนั่ ใจว่ากลยุทธ์ดงั กล่าวมแี ผนงานสนับสนุนและวตั ถุประสงค์เช่อื มโยงทงั้ องค์กรเพ่อื เพม่ิ โอกาส ความสาเรจ็ 1.2 สรา้ งความมนั่ ใจในการเตบิ โตในระยะยาว การบรหิ ารความเสย่ี งจะพจิ ารณาขอ้ มลู จากวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายทจ่ี ะรกั ษาสมดุลของอตั ราการเจรญิ เตบิ โตในระยะยาวและอตั ราผลตอบ แทนทเ่ี หมาะสมไมส่ งู หรอื ต่าเกนิ ไป เพราะการตงั้ เป้าหมายทส่ี งู เกนิ จรงิ อาจกดดนั ใหเ้ กดิ การแต่งตวั เลข ทางบญั ชี ในขณะทอ่ี งคก์ รทไ่ี มย่ อมเสย่ี งและกาหนดอตั ราการเจรญิ เตบิ โตหรอื ผลตอบแทนต่าจะพฒั นา ไมท่ นั กบั การเปลย่ี นแปลงจนไมอ่ าจแขง่ ขนั ในระยะยาวได้ 1.3 เป็นการบรหิ ารเชงิ รกุ การบรหิ ารความเสย่ี งเป็นการบรหิ ารเชงิ รกุ โดยการป้องกนั ท่ี ต้นทุนและการรบั ทราบสญั ญาณเตอื นภยั ล่วงหน้า รวมทงั้ การพจิ ารณาเลอื กวธิ กี ารจดั การตอบสนอง ความเสย่ี งทเ่ี หมาะสมไวล้ ว่ งหน้า ไมใ่ ชก่ ารบรหิ ารเชงิ รบั คอื รอใหเ้ กดิ ปญั หาแลว้ จงึ จดั การแกไ้ ข ซง่ึ อาจไมท่ นั กาลหรอื เกดิ ผลกระทบลุกลามเกนิ กว่าทค่ี วร การบรหิ ารความเสย่ี งทาใหก้ ารใชเ้ งนิ ลงทุนและ ทรพั ยากรต่างๆ เกดิ ประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล และประโยชน์สงู สดุ ต่อองคก์ ร 1.4 สรา้ งระบบสารสนเทศและการส่อื สารในองคก์ ร การบรหิ ารความเสย่ี งตอ้ งทารว่ มกนั ทาทุกฝ่ายและทุกระดบั ก่อให้เกิดบรรยากาศในการเรยี นรูร้ ่วมกนั การมรี ะบบสารสนเทศและการ สอ่ื สารทาใหเ้ กดิ การแกไ้ ขปญั หา เกดิ นวตั กรรมใหม่ทางสนิ คา้ และบรกิ าร การสรา้ งโอกาสหรอื กลยทุ ธ์ ใหมเ่ ป็นไปอยา่ งรวดเรว็ ทนั กาลโดยระบบสารสนเทศและการสอ่ื สารจะมาจากแหลง่ ต่างๆ ทงั้ ภายในและ ภายนอกองคก์ ร 1.5 สรา้ งความมนั่ ใจในการปฏบิ ตั แิ ละเปิดเผยตามหลกั การกากบั ดแู ลกจิ การทด่ี ี การ บรหิ ารความเสย่ี งและการควบคุมภายในเป็นเรอ่ื งทต่ี อ้ งปฏบิ ตั แิ ละเปิดเผยตามหลกั การกากบั ดแู ลกจิ การ ทด่ี เี พ่อื สรา้ งความเช่อื มนั่ ให้กบั ผูล้ งทุน ผู้มสี ่วนได้เสยี การปฏบิ ตั โิ ดยอ้างองิ ไดก้ บั หลกั เกณฑส์ ากล สรา้ งความมนั่ ใจและแสดงถงึ คณุ ภาพในการบรหิ ารจดั การระดบั สากล 2. ประโยชน์ของการบริหารความเสี่ยงระดบั ทวั่ ไป (Benefits of General Level Risk Management) การบรหิ ารความเสย่ี งถอื ไดว้ ่าเป็นสงิ่ สาคญั ในการบรรลุวตั ถุประสงคใ์ นกระบวนทางการบรหิ าร เน่ืองจากเก่ยี วขอ้ งกบั ความสมั พนั ธใ์ นการใหค้ วามร่วมมอื ของหน่วยงานต่างๆ โดยจดั หาขอ้ มลู ใหแ้ ก่ คณะกรรมการบรหิ ารได้ทราบถงึ ความเส่ยี งท่มี นี ัยสาคญั เพ่อื นาขอ้ มลู เหล่านัน้ มาป้องกนั ความสูญเสยี ของทรพั ยากรและการหลกี เลย่ี งความเสยี ช่อื เสย่ี งและผลลพั ธท์ ต่ี ามมาอ่นื ๆ ดงั นนั้ จงึ สรปุ ไดว้ า่ การบริหารความเสี่ยง บทท่ี 3

130 ประโยชน์ของการบรหิ ารความเสย่ี งระดบั ทวั่ ไปทน่ี าไปใชจ้ ะเกดิ ผลสาเรจ็ มอี ยหู่ ลายประการดงั น้ี 2.1 ระบบน้สี ามารถใชเ้ ป็นเครอ่ื งมอื เพอ่ื ช่วยใหผ้ บู้ รหิ ารในการประเมนิ ความเพยี งพอ ความเหมาะสมของการควบคุมและทาใหม้ กี ารแก้ไขปญั หา ปรบั ปรุงการทางานใหด้ ขี น้ึ ซง่ึ จะส่งผลให้ งานของทงั้ ส่วนงานยอ่ ย ฝา่ ยงาน และสายการบงั คบั บญั ชาบรรลุวตั ถุประสงคไ์ ดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ มากขน้ึ 2.2 ขอ้ มลู ทไ่ี ดร้ บั จากระบบ เป็นขอ้ มลู รวมจากระดบั ปฏบิ ตั กิ ารทม่ี อี ยขู่ องหน่วยงานยอ่ ย ในองคก์ ร ซง่ึ จะชว่ ยใหค้ น้ พบปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ หรอื มแี นวโน้มทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ก่อนทจ่ี ะเกดิ ความเสยี หาย ทา ใหห้ น่วยงานสามารถวางแผนเพอ่ื จดั การแกไ้ ขได้ 2.3 ขนั้ ตอนการทางานของระบบ เป็นการนาเสนอแนวทางปฏบิ ตั ติ ามกรอบของนโยบาย องคก์ ร ทาใหพ้ นกั งานเขา้ ใจเป้าหมายขององคก์ รทต่ี นไดม้ สี ่วนรว่ ม อกี ทงั้ ช่วยสรา้ งบรรยากาศทด่ี ขี อง การทางานและการรบั ผดิ ชอบรว่ มกนั ต่อผลสาเรจ็ ขององคก์ ร 2.4 ระบบมแี ผนขนั้ ตอนการดาเนินการทช่ี ดั เจนในการกาหนดเป้าหมายขององคก์ ร, ตวั ช้ี วดั ความสาเรจ็ , การวเิ คราะหง์ านเพ่อื ระบุความเสย่ี ง, ประเมนิ ความเสย่ี ง, การควบคุมความเสย่ี งและ การตดิ ตามความเสย่ี ง โดยสามารถนารายละเอยี ดดงั กล่าวมาสรา้ งเป็นรายงานต่างๆ ได้ 2.5 จากการใหพ้ นกั งานมสี ่วนรว่ มในการใหข้ อ้ มลู จะทาใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ และการยอม รบั จากผปู้ ฏบิ ตั งิ านไดด้ มี ากกว่าการควบคมุ สงั่ การโดยผบู้ รหิ ารแต่ฝา่ ยเดยี ว 2.6 การรจู้ กั ใชโ้ อกาสทเ่ี หมาะสม ผบู้ รหิ ารอยใู่ นตาแหน่งทต่ี อ้ งการบง่ ชแ้ี ละตระหนกั ถงึ การฉกฉวยโอกาสท่เี หมาะสมมาใช้ให้เกดิ ประโยชน์ต่อองค์กร โดยการพจิ ารณาขอบเขตทงั้ หมดของ เหตุการณ์ทอ่ี าจเป็นไปได้ 2.7 สามารถนามาจดั ความสอดคลอ้ งของระดบั ความเสย่ี งทอ่ี งคก์ รยอมรบั ไดแ้ ละกลยทุ ธ์ ผู้บรหิ ารจะพิจารณาระดบั ความเส่ียงท่ีองค์กรยอมรบั ได้ ในการประเมนิ ทางเลือกกลยุทธ์กาหนด วตั ถุประสงคท์ เ่ี กย่ี วขอ้ ง และพฒั นากลไกทจ่ี ะบรหิ ารความเสย่ี งทเ่ี กย่ี วขอ้ งใหม้ คี วามสอดคลอ้ งกนั 2.8 สามารถนามาช่วยยกระดบั การตดั สนิ ใจตอบสนองต่อความเสย่ี ง การบรหิ ารความ เสย่ี งทวั่ ทงั้ องคก์ รชว่ ยใหเ้ กดิ ความแมน่ ยาในการบง่ ชแ้ี ละเลอื กแนวทางในการตอบสนองต่อความเสย่ี งท่ี เหมาะสม เช่น การหลกี เล่ยี งความเส่ยี ง การลดความเส่ยี ง การหาผู้ร่วมรบั ความเส่ยี ง และการ ยอมรบั ความเสย่ี ง 2.10 การบง่ ชแ้ี ละจดั การกบั ความเสย่ี งทส่ี ลบั ซบั ซอ้ นและทวั่ ทงั้ องคก์ ร แต่ละกจิ การเผชญิ กบั ความเสย่ี งทม่ี ากมายมหาศาลซง่ึ มผี ลต่อหน่วยงานต่างๆ ในองคก์ ร และการบรหิ ารความเสย่ี งทวั่ ทงั้ องคก์ รช่วยทาใหง้ า่ ยขน้ึ ในการตอบสนองอย่างมปี ระสทิ ธผิ ลต่อผลกระทบทม่ี คี วามสมั พนั ธซ์ ง่ึ กนั และกนั และการตอบสนองทเ่ี ป็นอนั หน่งึ อนั เดยี วกนั ต่อความเสย่ี งทส่ี ลบั ซบั ซอ้ น 2.11 การลดโอกาสทจ่ี ะเกดิ เหตุการณ์ทไ่ี มค่ าดหมายและความสญู เสยี ในการปฏบิ ตั งิ าน ช่วยใหอ้ งคก์ รมขี ดี ความสามารถเพม่ิ ขน้ึ ในการบ่งชเ้ี หตุการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ และทาใหเ้ กดิ การตอบสนองท่ี ช่วยลดโอกาสทจ่ี ะเกดิ เหตุการณ์ทไ่ี มค่ าดหมายและความสญู เสยี ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง บทที่ 3 การบริหารความเส่ียง

131 ข้อจากดั ของการบริหารความเสี่ยง สมาคมผตู้ รวจสอบภายในแหง่ ประเทศไทย (2555 : 110) กล่าวว่าในการบรหิ ารความเสย่ี งทวั่ ทงั้ องค์กรถึงแม้จะให้ประโยชน์ท่สี าคญั ไม่ว่าจะมกี ารออกแบบและดาเนินการได้อย่างมปี ระสทิ ธิผล เพยี งใดกต็ าม การบรหิ ารความเสย่ี งจะใหค้ วามเช่อื มนั่ กบั ฝ่ายบรหิ ารและคณะกรรมการท่จี ะช่วยให้ องคก์ รสามารถบรรลุวตั ถุประสงคไ์ ด้อย่างสมเหตุสมผล แต่กม็ ี ขอ้ จากดั อยู่หลายประการท่อี าจเกดิ ขน้ึ เน่อื งมาจากสาเหตุต่างๆ ในการบรหิ ารงานภายในองคก์ รผดิ พลาด อาทเิ ช่น 1. การใชด้ ุลยพนิ จิ ของผบู้ รหิ ารในการตดั สนิ ใจ ปกตผิ บู้ รหิ ารอาจตอ้ งใชด้ ุลยพนิ จิ ในการตดั สนิ ใจกรณผี ดิ ปกตทิ ไ่ี มเ่ คยเกดิ มาก่อนแต่การใชด้ ุลยพนิ ิจมกั จะผดิ พลาดไดง้ ่าย ดงั นนั้ หากจาเป็นต้อง ใชด้ ุลยพนิ ิจผู้บรหิ ารควรแสดงเหตุผลมหี ลกั ฐานเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร และไม่ควรเกดิ ซ้าหรอื เกดิ ข้นึ บ่อย เพราะกรณผี ดิ ปกตทิ เ่ี กดิ ขน้ึ แลว้ ควรกาหนดวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านหรอื การจดั การในเรอ่ื งนนั้ เพม่ิ เตมิ ให้ เป็นลายลกั ษณ์อกั ษรต่อไป 2. การพจิ ารณาความคุม้ คา่ ของตน้ ทุนและประโยชน์อยา่ งไมถ่ ถ่ี ว้ น เช่น ผบู้ รหิ ารอาจไมส่ งั่ การแกไ้ ขโดยพจิ ารณาว่าไมค่ ุม้ ค่า ยงุ่ ยาก แต่ไมไ่ ดพ้ จิ ารณาถงึ ประโยชน์ในระยะยาว เป็นตน้ 3. ความลม้ เหลวของระบบการควบคมุ ภายใน อาจเกดิ จากการละเลยไมป่ ฏบิ ตั ขิ องบุคลากร รวมทงั้ การทพ่ี นกั งานละเลยไม่ปฏบิ ตั ติ ามวธิ กี ารทก่ี าหนดซง่ึ อาจทาโดยตงั้ ใจหรอื ไม่ตงั้ ใจ เน่ืองจากไม่ ทราบ หลงลมื เบอ่ื หน่ายกไ็ ด้ 4. มกี ารหลกี เลย่ี งการควบคุมหรอื ไมป่ ฏบิ ตั ติ ามทก่ี าหนดไวอ้ ยา่ งตงั้ ใจกระทาผดิ โดยการสมรู้ รว่ มคดิ กนั ของบุคคลตงั้ แต่ 2 คนขน้ึ ไป 5. การทผ่ี บู้ รหิ ารมอี านาจกา้ วก่ายแทรกแซงการตดั สนิ ใจในการบรหิ ารความเสย่ี งหรอื เพกิ เฉย ต่อการควบคุมโดยมชิ อบ จะเหน็ ไดว้ ่าข้อจากดั ดงั กล่าวขา้ งต้นจะเป็นอุปสรรคทาใหค้ ณะกรรมการและผู้บรหิ ารไม่ไดร้ บั ความมนั่ ใจอย่างสมบรู ณ์ในการบรรลุวตั ถุประสงคข์ ององคก์ ร ในการพจิ ารณาขอ้ จากดั ของการบรหิ าร ความเสย่ี งขององคก์ รควรตอ้ งพจิ ารณาถงึ แนวคดิ ทแ่ี ตกต่างอยา่ งชดั เจน 3 ประการไดแ้ ก่ ประการแรก : ความเสย่ี งเป็นเรอ่ื งทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ ในอนาคตซง่ึ มคี วามไมแ่ น่นอนอยใู่ นตวั เอง ประการท่ีสอง : แม้ว่าจะมีการบริหารความเส่ียงอย่างมีประสิทธิผลในองค์กรก็ยังมีการ ดาเนินงานในหลายระดบั ตามแต่ละวตั ถุประสงคท์ แ่ี ตกต่างกนั ออกไป สาหรบั วตั ถุประสงคท์ างดา้ นกล ยุทธ์และการปฏิบัติการ การบริหารความเส่ียงขององค์กรจะช่วยทาให้แน่ใจว่าฝ่ายบริหารและ คณะกรรมการบรษิ ทั ซง่ึ เป็นผูด้ ูแลสอดส่องไดต้ ระหนกั และรบั รไู้ ดอ้ ย่างทนั ท่วงทวี ่าองคก์ รกาลงั มุ่งไปสู่ ความสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงคห์ รอื ไม่ แต่การบรหิ ารความเสย่ี งกไ็ ม่ใช่หลกั ประกนั ว่าวตั ถุประสงคน์ นั้ จะ บรรลผุ ลสาเรจ็ แมแ้ ต่ในระดบั พอสมควร ประการทส่ี าม : การบรหิ ารความเสย่ี งขององคก์ รไมส่ ามารถใหค้ วามเช่อื มนั่ ไดอ้ ย่างเตม็ ท่ี ไม่ ว่าจะเป็นวตั ถุประสงคป์ ระเภทใดกต็ าม การบริหารความเส่ียง บทที่ 3

132 ดงั นนั้ จงึ เป็นทย่ี อมรบั กนั วา่ ขอ้ จากดั ประการแรก คอื ไมม่ ผี ใู้ ดสามารถทานายอนาคตได้ แน่ชดั ประการทส่ี อง คอื เหตุการณ์บางอยา่ งอยนู่ อกเหนอื การควบคุมของฝ่ายบรหิ าร ประการทส่ี าม คอื สจั ธรรมทว่ี า่ ไมม่ กี ระบวนการใดทจ่ี ดั ตงั้ ขน้ี มาแลว้ จะประสบผลสาเรจ็ ได้ตามทต่ี งั้ ใจไวท้ ุกกรณี ปัจจยั สาคญั ต่อความสาเรจ็ ในการบริหารความเส่ียง เพ่อื ใหอ้ งค์กรไดร้ บั ประโยชน์จากการบรหิ ารความเสย่ี ง ผู้บรหิ ารจะต้องสรา้ งกระบวนการเพ่อื สนับสนุนใหเ้ กดิ การบ่งช้ี การประเมนิ การจดั การ และการรายงานความเสย่ี งอย่างต่อเน่ืองและเป็น ส่วนหน่ึงของการปฏบิ ตั งิ านปกติ ซง่ึ ปจั จยั สาคญั จะมอี ยดู่ ว้ ยกนั 8 ประการเพ่อื ช่วยใหก้ ารปฏบิ ตั ติ าม กรอบการบรหิ าความเสย่ี งขององคก์ รประสบความสาเรจ็ มดี งั น้ี (คน้ จาก, http://www.pwc.com/thailand) 1. การสนับสนุนจากผบู้ ริหารระดบั สงู (Support From Senior Management) การปฏบิ ตั ติ ามกรอบการบรหิ ารความเสย่ี งขององคก์ รจะประสบความสาเรจ็ เพยี งใดขน้ึ อยกู่ บั เจตนารมณ์ การสนับสนุน การมีส่วนร่วม และความเป็นผู้นาของผู้บริหารระดับสูงในองค์กร ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร แ ล ะ ผู้บ ริห า ร ร ะ ดับ สู ง ต้ อ ง ใ ห้ค ว า ม ส า คัญ แ ล ะ ส นับ ส นุ น ใ ห้ทุ ก ค น ใ น อ ง ค์ก ร เ ข้า ใ จ ความสาคญั ในคุณค่าของการบรหิ ารความเสย่ี งต่อองคก์ ร มฉิ ะนนั้ แลว้ การบรหิ ารความเสย่ี งไม่สามารถ เกิดข้นึ ได้ การบรหิ ารความเส่ยี งต้องเรมิ่ ต้นจากการท่กี รรมการผู้จดั การหรอื ผู้นาสูงสุดขององค์กร ตอ้ งการใหร้ ะบบน้เี กดิ ขน้ึ โดยกาหนดนโยบายใหม้ กี ารปฏบิ ตั ริ วมถงึ การกาหนดใหผ้ บู้ รหิ ารตอ้ งใช้ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ความเสย่ี งในการตดั สนิ ใจและบรหิ ารงาน เป็นตน้ 2. การใช้คาให้เกิดความเข้าใจแบบเดียวกนั (Using the Sanme Understanding) การใชค้ านยิ ามเกย่ี วกบั ความเสย่ี งและการบรหิ ารความเสย่ี งแบบเดยี วกนั จะทาใหเ้ กดิ ความมี ประสทิ ธภิ าพในการกาหนดวตั ถุประสงค์ นโยบาย กระบวนการ เพ่อื ใชใ้ นการบ่งชแ้ี ละประเมนิ ความ เส่ยี งและกาหนดวธิ กี ารจดั การความเส่ยี งท่เี หมาะสม องค์กรท่ไี ด้มกี ารจดั ทากรอบและนโยบายการ บรหิ ารความเส่ยี งท่มี คี าอธบิ ายองคป์ ระกอบอย่างชดั เจนจะทาใหผ้ ูบ้ รหิ ารและพนักงานทุกคนใชภ้ าษา ความเสย่ี งในแนวทางเดยี วกนั และมจี ดุ มุ่งหมายรว่ มกนั ในการบรหิ ารความเสย่ี ง 3. การปฏิบตั ิตามกระบวนการบริหารความเส่ียงอย่างต่อเนื่อง (Compliance Risk Management Process Continues) องคก์ รทป่ี ระสบความสาเรจ็ ในการปฏบิ ตั ติ ามกระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง คอื องคก์ รท่ี สามารถนากระบวนการบรหิ ารความเสย่ี งมาปฏบิ ตั อิ ยา่ งทวั่ ถงึ ทงั้ องคก์ รและกระทาอยา่ งต่อเน่อื ง สม่าเสมอ บทที่ 3 การบริหารความเสี่ยง

133 4. กระบวนการในการบริหารการเปล่ียนแปลง (Process of Change Management) ในการนาเอากระบวนการและระบบบรหิ ารแบบใหมม่ าใช้ องคก์ รจาเป็นตอ้ งมกี ารบรหิ ารการ เปลย่ี นแปลง การพฒั นาการบรหิ ารความเสย่ี งกเ็ ช่นเดยี วกันทต่ี อ้ งมกี ารชแ้ี จงใหผ้ บู้ รหิ ารและพนกั งาน ทุกคนรบั ทราบถงึ การเปลย่ี นแปลงและผลทอ่ี งคก์ รรวมถงึ แต่ละบคุ คลจะไดร้ บั จากการเปลย่ี นแปลงนนั้ 5. การสื่อสารอย่างมปี ระสิทธิผล (Communicate Effectively) การส่อื สารเกย่ี วกบั กลยทุ ธก์ ารบรหิ ารความเสย่ี งและวธิ ปี ฏบิ ตั มิ คี วามสาคญั อยา่ งมาก เพราะ การส่อื สารจะเน้นใหเ้ หน็ ถงึ การเช่อื มโยงระหว่างการบรหิ ารความเส่ยี งกบั กลยุทธอ์ งคก์ ร การชแ้ี จงทา ความเขา้ ใจต่อพนักงานทุกคนถงึ ความรบั ผดิ ชอบของแต่ละบุคคลต่อกระบวนการบรหิ ารความเส่ยี งจะ ชว่ ยใหเ้ กดิ การยอมรบั ในกระบวนการและนามาซง่ึ ความสาเรจ็ ในการพฒั นาการบรหิ ารความเสย่ี ง โดย ควรได้รบั การสนับสนุนทงั้ ทางวาจาและในทางปฏบิ ตั ิจากผู้บรหิ ารระดบั สูง กรรมการผู้จดั การและ คณะกรรมการขององคก์ ร โดยวตั ถุประสงคข์ องการส่อื สารอยา่ งมปี ระสทิ ธผิ ลนนั้ เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจไดว้ า่ 5.1 ผบู้ รหิ ารไดร้ บั ขอ้ มลู เกย่ี วกบั ความเสย่ี งอยา่ งถูกตอ้ งและทนั เวลา 5.2 ผบู้ รหิ ารสามารถจดั การกบั ความเสย่ี งตามลาดบั ความสาคญั หรอื ตามการเปลย่ี น แปลง หรอื ความเสย่ี งทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหม่ 5.3 มกี ารตดิ ตามแผนการจดั การความเสย่ี งอยา่ งต่อเน่อื งเพอ่ื นามาใชป้ รบั ปรงุ การบรกิ าร องคก์ รและจดั การความเสย่ี งต่างๆ เพอ่ื ใหอ้ งคก์ รมโี อกาสในการบรรลุวตั ถุประสงคไ์ ดม้ ากทส่ี ดุ 6. การวดั ผลการบริหารความเส่ียง (Measuring Risk Management) การวดั ผลการบรหิ ารความเสย่ี งประกอบดว้ ย 2 รปู แบบดงั น้ี 6.1 การวดั ความเสย่ี งในรปู แบบของผลกระทบและโอกาสทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ การบรหิ ารความ เสย่ี งทป่ี ระสบความสาเรจ็ จะชว่ ยใหค้ วามเสย่ี งเหลอื อยใู่ นระดบั ทอ่ี งคก์ รยอมรบั ได้ 6.2 การวดั ความสาเรจ็ ของการบรหิ ารความเสย่ี ง โดยอาศยั ดชั นีวดั ผลการดาเนินงานซง่ึ อาจกาหนดเป็นระดบั องคก์ ร ฝ่ายงาน หรอื ของแต่ละบุคคล การใช้ดชั นีวดั ผลการดาเนินงานน้ีอาจ ปฏบิ ตั ริ ว่ มกบั กระบวนการดา้ นทรพั ยากรบคุ คล 7. การฝึ กอบรมและกลไกด้านทรพั ยากรบคุ คล (Training Mechanism and Human Resources) กรรมการ ผบู้ รหิ าร และพนกั งานทกุ คนในองคก์ รควรตอ้ งไดร้ บั การฝึกอบรมเพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจกรอบ การบรหิ ารความเส่ยี งและความรบั ผดิ ชอบของแต่ละบุคคลในการจดั การความเส่ยี งและส่อื สารขอ้ มูล เกย่ี วกบั ความเสย่ี ง ซง่ึ การฝึกอบรมในองคก์ รควรตอ้ งคานงึ ถงึ ประเดน็ ความแตกต่างกนั ของระดบั ความ รบั ผดิ ชอบในการบรหิ ารความเสย่ี ง หรอื ความรเู้ กย่ี วกบั ความเสย่ี งและการบรหิ ารความเสย่ี งทม่ี อี ยแู่ ลว้ ในองคก์ ร สาหรบั ระบบการประเมนิ ผลการดาเนินงานถอื เป็นเคร่อื งมอื สาคญั ท่ใี ชใ้ นการส่งเสรมิ ความ การบริหารความเสี่ยง บทท่ี 3

134 รบั ผดิ ชอบของแต่ละบุคคลโดยความรบั ผดิ ชอบเกย่ี วกบั การบรหิ ารความเสย่ี งควรกาหนดรวมอยใู่ นงาน ทแ่ี ต่ละบคุ คลรบั ผดิ ชอบและในคาอธบิ ายลกั ษณะงาน (Job Description) การประเมนิ ผลการดาเนินงาน ส่วนทเ่ี ก่ยี วกบั การบรหิ าความเสย่ี งมปี ระเดน็ ท่คี วรประเมนิ เช่น ความรบั ผดิ ชอบและการสนับสนุน กระบวนการบรหิ ารความเส่ยี งและกรอบการบรหิ ารความเส่ยี งทแ่ี ต่ละบุคคลมตี ่อองค์กร หรอื การวดั ระดบั ความเสย่ี งทบ่ี ุคคลนนั้ เป็นผรู้ บั ผดิ ชอบวา่ ความเสย่ี งไดร้ บั การจดั การอยา่ งมปี ระสทิ ธผิ ลเพยี งใด 8. การติดตามกระบวนการบริหารความเส่ียง (Monitoring Risk Management Process) เป็นขนั้ ตอนสดุ ทา้ ยของปจั จยั สาคญั ต่อความสาเรจ็ ของการบรหิ ารความเสย่ี ง คอื การกาหนด วธิ ีท่เี หมาะสมในการติดตามการบรหิ ารความเส่ยี ง การติดตามกระบวนการบรหิ ารความเส่ยี งควร พจิ ารณาประเดน็ ต่อไปน้ี 8.1 การรายงานและการสอบทานขนั้ อตนตามกระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง 8.2 ความชดั เจนและสม่าเสมอของการมสี ว่ นรว่ มและความมงุ่ มนั่ ของผบู้ รหิ ารระดบั สงู 8.3 บทบาทของผนู้ าในการสนบั สนุนและตดิ ตามการบรหิ ารความเสย่ี ง 8.4 การประยกุ ตใ์ ชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ผลการดาเนินงานทเ่ี กย่ี วกบั การบรหิ ารความเสย่ี ง บทบาทหน้าที่และความรบั ผิดชอบต่อการบริหารความเส่ียง จนั ทนา สาขากร, นพิ นั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร. (2557 : 3–12) กล่าวไว้ ว่าบุคลากรทุกคนขององค์กรถือว่าเป็นทรพั ยากรท่ีมีความสาคัญอย่างยง่ิ ต่างก็มสี ่วนร่วมในการ ปฏบิ ตั งิ านโดยมวี ตั ถุประสงคเ์ ดยี วกนั คอื นาพาองคก์ รใหบ้ รรลุผลตามเป้าหมายทผ่ี บู้ รหิ ารไดก้ าหนด ไวเ้ พอ่ื สรา้ งมลู ค่าเพมิ่ ใหเ้ กดิ ขน้ึ กบั ทุกฝา่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง สาหรบั บทบาทหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบต่อการ บรหิ ารความเสย่ี งภายในองคก์ รนนั้ ยอ่ มอาจแตกต่างกนั ดงั น้ี 1. ผบู้ ริหารระดบั สงู (Chief Executive Officer : CEO) มหี น้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบโดยตรงต่อการบรหิ ารความเสย่ี ง เป็นผนู้ าและใหค้ าแนะแนวทาง การปฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ การพฒั นา กาหนดทศิ ทางการบรหิ ารความเสย่ี งใหก้ บั องคก์ ร โครงสรา้ งของสายงาน วตั ถุประสงคด์ า้ นกลยทุ ธ์ วางแผนนโยบายการปฏบิ ตั งิ าน พฒั นาปรชั ญาการบรหิ ารความเสย่ี ง และ ส่งเสรมิ ใหค้ วามร่วมมอื ต่อระดบั ความเสย่ี งทอ่ี งคก์ รยอมรบั ได้ นอกจากน้ี ผบู้ รหิ ารมหี น้าทพ่ี บปะหรอื จดั การประชมุ กบั ระดบั ผจู้ ดั การอยา่ งต่อเน่ือง โดยเฉพาะผูจ้ ดั การของฝา่ ยสาคญั ต่างๆ เช่น การตลาด การผลติ การจดั ซอ้ื การเงนิ ทรพั ยากรบุคคล เป็นต้น เพ่อื ใหแ้ น่ใจว่าผจู้ ดั การไดป้ ฏบิ ตั หิ น้าทอ่ี ยา่ ง เหมาะสมและเขา้ ใจการบรหิ ารความเสย่ี งโดยแทจ้ รงิ บทท่ี 3 การบริหารความเสี่ยง

135 2. คณะกรรมการ (Board of Directors) มหี น้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบในการทาความเขา้ ใจกระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง เพ่อื ใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจวา่ ผบู้ รหิ ารไดด้ าเนินการบรหิ ารความเสย่ี งอย่างมปี ระสทิ ธผิ ล และจะต้องใชอ้ ยา่ งระมดั ระวงั อย่างสม่าเสมอว่า ความเส่ยี งทเ่ี กดิ ขน้ึ อย่ใู นระดบั ทย่ี อมรบั ได้ รวมทงั้ ตดิ ตามตรวจสอบและทบทวน วธิ กี ารบรหิ ารความเสย่ี งต่างๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ของผบู้ รหิ ารวา่ มคี วามเหมาะสมแลว้ 3. คณะกรรมการตรวจสอบ (Audit Committee) มหี น้าทใ่ี นการกากบั ดแู ลและตดิ ตามอยา่ งเป็นอสิ ระจากผบู้ รหิ าร ซง่ึ เป็นการทางานโดยผ่าน ผตู้ รวจสอบภายใน เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจวา่ องคก์ รมรี ะบบการควบคุมภายในทเ่ี หมาะสมในการบรหิ ารความเสย่ี ง และส่อื สารกบั คณะกรรมการบรหิ ารความเสย่ี ง เพ่อื ทาความเขา้ ใจใหต้ รงกนั ในเรอ่ื งความเสย่ี งทส่ี าคญั เช่อื มโยงความเส่ยี งและการจดั กจิ กรรมการควบคุมใหม้ คี วามเหมาะสม เพ่อื ป้องกนั ไมใ่ หอ้ งคก์ รไดร้ บั ผลกระทบอยา่ งรนุ แรง 4. ผจู้ ดั การฝ่าย (Management) มหี น้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบหลกั ทจ่ี ะสรา้ งความมนั่ ใจวา่ ในฝา่ ยงานทต่ี นรบั ผดิ ชอบนนั้ มกี าร ปฏบิ ตั ติ ามงานประจาวนั การประเมนิ การบรหิ ารความเสย่ี ง และรายงานความเสย่ี งอย่างทนั เวลาและ เหมาะสม โดยการส่งเสรมิ และสนบั สนุนพนักงานในฝา่ ยใหม้ จี ติ สานึกทจ่ี ะตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของ การบรหิ ารความเสย่ี ง 5. เจ้าหน้าที่บริหารความเสี่ยง (Risk Officer) มหี น้าทก่ี าหนดนโยบายการบรหิ ารความเสย่ี งรวมถงึ บทบาทและความรบั ผดิ ชอบในการกาหนด เป้าหมายการบรหิ ารความเสย่ี ง กาหนดกรอบความรบั ผดิ ชอบและหน้าทก่ี ารบรหิ ารความเสย่ี งในแต่ละ ฝา่ ยงาน สง่ เสรมิ พฒั นาใหบ้ ุคลากรทวั่ ทงั้ องคก์ รมคี วามสามารถในการบรหิ ารความเสย่ี ง ชน้ี าแนวทาง บูรณาการบรหิ ารความเส่ยี งกบั การวางแผนธุรกิจ จดั ทาภาษาการบรหิ ารความเส่ยี งให้เป็นภาษา เดยี วกนั ในองคก์ ร นอกจากน้ยี งั ช่วยผบู้ รหิ ารในการพฒั นาเกณฑค์ วามเสย่ี งเชงิ ปรมิ าณและเชงิ คุณภาพ ตดิ ตามกระบวนการรายงาน และรายงานความคบื หน้าต่อผบู้ รหิ ารระดบั สงู 6. คณะกรรมการบริหารความเส่ียง (Risk Management Committee) องคก์ รทม่ี ขี นาดใหญ่ควรแยกคณะกรรมการบรหิ ารความเสย่ี งออกจากคณะกรรมการขององคก์ ร เพ่อื ใหด้ แู ลเรอ่ื งความเสย่ี งโดยเฉพาะซง่ึ ครอบคลุมถงึ การอนุมตั นิ โยบายตามกรอบการบรหิ ารความเสย่ี ง พฒั นากรอบการบรหิ ารความเสย่ี ง ตดิ ตามและประเมนิ ความเสย่ี ง อนุมตั แิ ผนการบรหิ ารความเสย่ี ง รายงานต่อคณะกรรมการเก่ยี วกบั การบรหิ ารความเส่ยี ง ประสานงานและส่อื สารกบั คณะกรรมการ ตรวจสอบเกย่ี วกบั เรอ่ื งความเสย่ี งทส่ี าคญั การบริหารความเสี่ยง บทท่ี 3

136 7. ผตู้ รวจสอบภายใน (Internal Auditors) เป็นบุคคลทม่ี บี ทบาทสาคญั มาก หน้าทห่ี ลกั ของผตู้ รวจสอบภายใน คอื การสอบทานและ ประเมนิ ประสทิ ธผิ ลของกระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง ช่วยเพมิ่ ความมนั่ ใจใหก้ บั ผบู้ รหิ ารว่า องคก์ รมี ระบบการควบคุมภายในทเ่ี หมาะสมต่อการบรหิ าร สามารถนากจิ กรรมมาตอบสนองต่อความเสย่ี งนัน้ ไดท้ นั เวลา อกี ทงั้ ยงั ช่วยสรา้ งความเชอ่ื มนั่ ใหเ้ กดิ ขน้ึ ว่าทกุ กจิ กรรมภายในองคก์ รไดม้ ีการควบคุมอยา่ ง ทวั่ ถงึ ฝา่ ยปฏบิ ตั ไิ ดม้ กี ารนานโยบายไปใชใ้ นงานจรงิ อยา่ งครบถว้ น ถูกตอ้ ง ดงั นนั้ การบรหิ ารความเสย่ี งขององคก์ รเป็นหน้าทข่ี องทุกคน ซง่ึ แต่ละคนมสี ่วนรว่ มกบั ความ รบั ผดิ ชอบ ผบู้ รหิ ารควรจดั ทาเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรชแ้ี จงไวใ้ นคาบรรยายลกั ษณะงานของพนักงานทุก คนในองคก์ รเพอ่ื ตระหนกั ใหเ้ หน็ ถงึ ความสาคญั ของการบรหิ ารความเสย่ี ง และต้องมกี ารส่อื สารใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจทต่ี รงกนั อยา่ งมปี ระสทิ ธผิ ล สรปุ หลกั การพน้ื ฐานทส่ี าคญั ของการบรหิ ารความเสย่ี งขององคก์ รกค็ อื องคก์ รทงั้ หลายนนั้ ดารงอยู่ เพอ่ื สรา้ งมลู คา่ ใหก้ บั ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี ต่างกเ็ ผชญิ กบั ความไมแ่ น่นอนซง่ึ ความไมแ่ น่นอนน้ีจะส่งผลกระทบ ลดมลู ค่าเชงิ ลบ (ความเสย่ี ง) หรอื เป็นการเพมิ่ มลู ค่าในเชงิ บวก (โอกาส) ต่อองคก์ รกไ็ ด้ ในขณะทฝ่ี ่าย บรหิ ารกาลงั พยายามเพม่ิ มลู คา่ ของผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี ใหส้ ูงขน้ึ อกี ทงั้ ยงั ช่วยยกระดบั ขดี ความสามารถในการ สรา้ งมูลค่าให้กบั องคก์ รของตน ดงั นัน้ ผูบ้ รหิ ารองคก์ รควรนากรอบโครงสรา้ งการบรหิ ารความเสย่ี ง ตามแนวคดิ ของโคโซ่ออี ารเ์ อ็ม (COSO–ERM ) ทงั้ 8 ประการมาใชใ้ นการบรหิ ารความเสย่ี งภายใน ระดบั องคก์ ร ไดแ้ ก่ 1) สภาพแวดล้อมภายในองค์กร 2) การกาหนดวตั ถุประสงค์ 3) การระบุ เหตุการณ์ทเ่ี ป็นปจั จยั เส่ยี ง 4) การประเมนิ ความเสย่ี ง 5) การตอบสนองความเสย่ี ง 6) กจิ กรรมการ ควบคุม 7) สารสนเทศและการสอ่ื สาร และ 8) การตดิ ตามประเมนิ ผล เพ่อื สามารถบรรลุวตั ถุประสงค์ ทงั้ ในเชงิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของงานรวมถงึ การใชท้ รพั ยากรใหเ้ กดิ ประโยชน์สงู สดุ การบรหิ ารงานภายใต้กรอบแนวคดิ ของโคโซ่ออี ารเ์ อม็ (COSO–ERM ) น้ีผบู้ รหิ ารจาเป็นต้อง กาหนดวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ใหแ้ ต่ละฝา่ ยนานโยบายไปสกู่ ารปฏบิ ตั งิ านทแ่ี ทจ้ รงิ อกี ทงั้ เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจ อย่างสมเหตุสมผลโดยวตั ถุประสงค์เชงิ กลยุทธ์และวตั ถุประสงคก์ ารปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ ผูบ้ รหิ าร จะต้องเป็นผู้ควบคุมดูแลนโยบายดา้ นน้ีด้วยตนเอง เน่ืองจากเป็นการกาหนดเก่ยี วกบั กลยุทธใ์ นการ ปฏบิ ตั งิ าน เป็นการกาหนดถงึ เป้าหมายทผ่ี ูบ้ รหิ ารต้องสรา้ งมลู ค่าเพม่ิ ใหเ้ กดิ ขน้ึ ในอนาคตเพ่อื ส่วนรวม อกี ทงั้ เป็นการทบทวนขอ้ บงั คบั กฎเกณฑ์ ระเบยี บต่างๆ ใหส้ อดคลอ้ งกบั การทางานในปจั จุบนั ส่วน วตั ถุประสงคก์ ารดาเนินงานและวตั ถุประสงคก์ ารรายงาน ควรมอบหมายใหฝ้ า่ ยปฏบิ ตั ทิ ุกคนในองคก์ ร ไดม้ สี ว่ นรว่ มเพราะจะเป็นการพสิ จู น์วา่ นโยบายทก่ี าหนดลงมาจากผบู้ รหิ ารฝา่ ยปฏบิ ตั สิ ามารถทาไดจ้ รงิ ถูกตอ้ งครบถว้ นหรอื หากมอี ุปสรรคกน็ าปญั หาเหล่าน้มี ารว่ มกนั แกไ้ ขเพอ่ื ไมใ่ หเ้ กดิ ขน้ึ ในครงั้ ต่อไป บทท่ี 3 การบริหารความเสี่ยง

137 แบบฝึ กหดั ท้ายบท ตอนที่ 1 คาถามอตั นัย : ถาม – ตอบจากทฤษฎใี นเน้อื หาเพ่อื ทดสอบความเขา้ ใจของผเู้ รยี น ขอ้ 1. ใหอ้ ธบิ ายถงึ ความสาคญั การบรหิ ารความเสย่ี งขององคก์ รตามทท่ี า่ นเขา้ ใจมาพอสงั เขป ขอ้ 2. จงอธบิ ายองคป์ ระกอบของการบรหิ ารความเสย่ี งระดบั องคก์ รประกอบดว้ ย 8 ประการทม่ี คี วาม เกย่ี วขอ้ งซง่ึ กนั และกนั มาพอสงั เขป ขอ้ 3. ใหบ้ อกถงึ วธิ กี ารตอบสนองต่อความเสย่ี งตามกรณตี ่างๆ ดงั ต่อไปน้ี 3.1 สนิ คา้ ทผ่ี ลติ ไมไ่ ดค้ ณุ ภาพ 3.2 มคี ่แู ขง่ ขนั รายใหมเ่ ขา้ มาในตลาด 3.3 รฐั บาลเพม่ิ อตั ราภาษนี าเขา้ วตั ถุดบิ ทก่ี จิ การใชใ้ นการผลติ 3.4 พนกั งานไมม่ คี วามเชย่ี วชาญในงานทต่ี นไดร้ บั มอบหมาย 3.5 ของเสยี ทเ่ี กดิ ขน้ึ เกนิ อตั ราทก่ี าหนด 3.6 นกั ศกึ ษาทเ่ี รยี นวชิ าทเ่ี น้นเกย่ี วกบั ดา้ นทฤษฏสี ว่ นมากไมผ่ า่ นเกณฑม์ าตรฐานท่ี กาหนดไวค้ อื ตดิ “F” 3.7 นกั ศกึ ษาไมน่ ิยมสวมหมวกกนั น๊อคเวลาขบั ขย่ี านพาหนะประเภทรถจกั รยานยนต์ 3.8 ชว่ งเวลาเชา้ ๆ คนทอ่ี ยใู่ นวยั ทางานสว่ นมากไมช่ อบรบั ประทานอาหารเชา้ กนั 3.9 สภาพอากาศทแ่ี ปรปรวนในแต่ละวนั สง่ ผลใหค้ นทวั่ ไปไมส่ บายบ่อย 3.10 บรรยากาศในการทางานภายในองคก์ รส่วนใหญ่พนกั งานชอบนินทาเพอ่ื นรว่ มงาน หรอื เกดิ การทะเลาะกนั บอ่ ยครงั้ ขอ้ 4. ตามแนวคดิ ของโคโซ่ (COSO) องคก์ รนาหลกั การบรหิ ารความเสย่ี งมาใชเ้ พ่อื ใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจ อยา่ งสมเหตุสมผลว่าจะบรรลวุ ตั ถุประสงคใ์ นเรอ่ื งใดบา้ ง ขอ้ 5. จงกล่าวถงึ ขอ้ จากดั การบรหิ ารความเสย่ี งขององคก์ รมหี ลายประการอะไรบา้ ง ขอ้ 6. อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างระดบั หน่วยงาน ประเภทวตั ถุประสงค์ และองคป์ ระกอบของการ บรหิ ารความเสย่ี งตามทท่ี ่านเขา้ ใจมาพอสงั เขป ขอ้ 7. ใหบ้ อกถงึ ประโยชน์ของการบรหิ ารความเสย่ี ง ซง่ึ องคก์ รสามารถนาไปใชไ้ ดห้ ลายประการมี อะไรบา้ ง การบริหารความเส่ียง บทที่ 3

138 ขอ้ 8. จงบอกถงึ บทบาทหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบของบคุ ลากรทส่ี าคญั แต่ละคนในองคก์ ร ต่อการ บรหิ ารความเสย่ี ง ขอ้ 9. บรษิ ทั เป็นหน่ึงจากดั ไดส้ งั่ ซอ้ื สนิ คา้ ทป่ี ระเทศสงิ คโปรม์ กี ารนาเขา้ ประเภทกระเป๋ า และรองเทา้ แฟชนั่ ซง่ึ มคี วามตอ้ งการส่วนแบ่งตลาด 40% ทา่ นคดิ ว่าบรษิ ทั ฯ น้จี ะเผชญิ กบั ความเสย่ี งอะไรบา้ งใน การทาธุรกจิ พรอ้ มใหค้ าแนะนาในการบรหิ ารความเสย่ี งนนั้ ๆ ดว้ ย ขอ้ 10. จากขอ้ มลู ต่อไปน้ีใหท้ ่านระบปุ จั จยั เสย่ี งมา 5 ประเดน็ พรอ้ มทงั้ แนวทางแกไ้ ข บรษิ ทั ฟ้าใสจากดั เป็นบรษิ ทั ชนั้ นาในการให้บรกิ ารด้านการออกแบบและจดั สรา้ งงานแสดง สนิ คา้ นทิ รรศการ โดยมบี รษิ ทั แมอ่ ยทู่ ป่ี ระเทศสงิ คโปรแ์ ละไดข้ ยายฐานมาส่ปู ระเทศไทย บรษิ ทั ฯ ไดจ้ ดั ตงั้ ขน้ึ ในปี 25X0 ดว้ ยทนุ จดทะเบยี น 30 ลา้ นบาท บรษิ ทั ดาเนินธุรกจิ ทางการตลาดแบบทางตรงใหก้ บั ลกู คา้ ทต่ี อ้ งการส่อื ผลติ ภณั ฑไ์ ปยงั กลมุ่ เป้าหมายดว้ ยการทากจิ กรรมทางการตลาด (Event Marketing) การใหบ้ รกิ ารจดั งานแสดงนิทรรศการและพพิ ธิ ภณั ฑแ์ ละอ่นื ๆ ซง่ึ ในการจดั กจิ กรรมทางการตลาดนัน้ บรษิ ทั ฯ ได้แบ่งรปู แบบการบรกิ ารเป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ โดยกลุ่มแรกมุ่งเน้นการทาการตลาดผ่านช่อง ทางการจดั งานแสดงสนิ คา้ ซง่ึ เป็นการจดั แสดงผลติ ภณั ฑข์ องลกู คา้ เพ่อื เป็นช่องทางดาเนินธุรกจิ รว่ มกบั หน่วยงานธุรกจิ อ่นื ๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ในกลุ่มทส่ี องจะเป็นการจดั ทากจิ กรรมการตลาดในรปู แบบอ่นื ๆ อาทิ เชน่ การจดั Consumer Shows เป็นการเปิดช่องทางใหมๆ่ ทางการตลาดในการนาผลติ ภณั ฑข์ องลกู คา้ มาพบผบู้ รโิ ภคโดยตรงโดยบรษิ ทั ฯ จะวางแผนร่วมกบั ฝ่ายการตลาดของลูกคา้ และใหบ้ รกิ ารอยา่ งครบ วงจร นอกจากนนั้ ทางบรษิ ทั ฯ จดั ทา Road Shows การจดั สมั มนาและการจดั กจิ กรรมสาธารณะ บรษิ ทั ฯ พฒั นาและขยายขอบเขตการใหบ้ รกิ ารเพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกบั การแข่งขนั ในอุตสาหกรรม ซ่งึ การขยายตวั ของธุรกิจทาให้บรษิ ทั ขายการบรกิ ารเพ่อื ตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากข้นึ บรษิ ทั ฯ จงึ จดั ตงั้ บรษิ ัทย่อยขน้ึ มา 3 แห่ง เพ่อื เขา้ มาสนับสนุนธุรกจิ ของบรษิ ทั ได้ครบวงจรมากข้นึ เป้าหมายการดาเนินธุรกจิ ของบรษิ ทั ฯ จะใหค้ วามสาคญั กบั ผมู้ สี ว่ นไดเ้ สยี 4 กลุ่มไดแ้ ก่ (1) ผลู้ งทุนทบ่ี รษิ ทั จะตอ้ งการสรา้ งผลตอบแทนใหก้ บั ผถู้ อื หุน้ ใหไ้ ดส้ งู ทส่ี ุด (2) การพฒั นาคุณภาพและมาตรฐานการใหบ้ รกิ าร เพ่อื ใหก้ จิ กรรมทางการตลาดของ ลกู คา้ ประสบผลสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์ และไดร้ บั ผลตอบแทนทส่ี ามารถวดั ผลได้ชดั เจน (3) การดแู ลพนกั งานดว้ ยการสรา้ งสวสั ดกิ ารทค่ี ุม้ ค่า สรา้ งความดงึ ดดู ใจใหบ้ ุคลากรท่ี มคี วามสามารถเขา้ มารว่ มงานกบั บรษิ ทั (4) เป้าหมายในการรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม บทท่ี 3 การบริหารความเส่ียง

139 ตอนที่ 2 แบบฝึ กหดั ปรนัย : คาสงั่ ใหเ้ ขยี นเครอ่ื งหมายวงกลม ลอ้ มรอบตวั อกั ษรทถ่ี ูกตอ้ งทส่ี ุด เพยี งตวั เลอื กเดยี วสาหรบั คาถามแต่ละขอ้ 1. ขอ้ ใด มใิ ช่ การกระจายความเสย่ี ง ก. การจา้ งใหบ้ ุคคลภายนอกมาทาทงานในสว่ นทไ่ี มใ่ ชง่ านหลกั สาคญั ข. การขายหน่วยงานทไ่ี มใ่ ชห่ น่วยงานเชงิ กลยทุ ธ์ ค. การซอ้ื ขายอตั ราแลกเปลย่ี นล่วงหน้า ง. การซอ้ื ประกนั ภยั 2. ตามหลกั ของโคโซ่ (COSO) องคป์ ระกอบใดถอื ว่าเป็นองคป์ ระกอบทเ่ี ป็นพน้ื ฐานสาคญั ในการบรหิ าร ความเสย่ี ง ก. สภาพแวดลอ้ มภายใน ข. โครงสรา้ งองคก์ ร ค. คมู่ อื การปฏบิ ตั งิ าน ง. ระบบการควบคมุ ภายใน 3. ขอ้ ใด ไมใ่ ช่ เหตุผลสาคญั ทเ่ี ป็นตวั ผลกั ดนั ใหม้ กี ารบรหิ ารความเสย่ี งระดบั องคก์ ร ก. การปรบั ปรงุ ผลกาไรระยะสนั้ ข. การลดเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยไมค่ าดฝนั ลง ค. การมสี ารสนเทศทด่ี ใี นการตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั ความเสย่ี ง ง. ระดบั ความเสย่ี งทย่ี อมรบั ไดส้ อดคลอ้ งกบั แผนกลยทุ ธ์ 4. ข้อใดต้องเกิดข้นึ ก่อนเพ่ือท่จี ะระบุเหตุการณ์สาคญั ท่ีอาจจะเกิดข้นึ และปจั จยั ท่ีมผี ลกระทบต่อ ความสาเรจ็ ได้ ก. การสรา้ งสภาพแวดลอ้ มภายในองคก์ ร ข. การกาหนดวตั ถุประสงค์ ค. การประเมนิ ความเสย่ี ง ง. การมอบอานาจหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบในตาแหน่งต่าง ๆ การบริหารความเสี่ยง บทที่ 3

140 5. ขอ้ ใดเป็นองคป์ ระกอบดา้ นการประเมนิ ความเสย่ี ง ก. ฝา่ ยบรหิ ารใหค้ วามสาคญั ในการประเมนิ ความเสย่ี ง ข. การกาหนดระดบั ความน่าจะเกดิ และระดบั ผลกระทบ ค. ผทู้ ป่ี ฏบิ ตั งิ านไดร้ บั สารสนเทศทท่ี นั กาลในการปฏบิ ตั งิ าน ง. การกระจายอานาจและระบบตดิ ตามผล 6. การตอบสนองต่อความเสย่ี งทร่ี กู้ นั อยแู่ ลว้ (Known Risk) จากปจั จยั ภายนอกควรใชว้ ธิ ใี ด ก. การเลกิ ทากจิ กรรมทม่ี คี วามเสย่ี งนนั้ ข. การทาสญั ญาซอ้ื ขายล่วงหน้า ค. การมแี ผนสารองในเหตุฉุกเฉนิ ง. การยอมรบั เพราะแกไ้ ขไมไ่ ด้ 7. ขอ้ ใดเป็นการตดิ ตามผล ก. การใหค้ วามเหน็ ชอบ ข. การยนื ยนั ยอด ค. การวดั ผลความคบื หน้า ง. การกาหนดตวั วดั ผลงงาน 8. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ตอ้ งเกย่ี วกบั กระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง ก. ควรประเมนิ ความเสย่ี งก่อนและหลงั จากการประเมนิ การควบคมุ ข. การกาหนดวตั ถุประสงคท์ าใหท้ ราบปจั จยั ความสาเรจ็ ในการปฏบิ ตั งิ าน ค. ขอ้ มลู จากพนกั งานระดบั ล่างไมจ่ าเป็นในการพจิ ารณากลยทุ ธ์ ง. การบรหิ ารความเสย่ี งเป็นการเพม่ิ โอกาสของธุรกจิ 9. ความเสย่ี งทค่ี ู่แข่งขนั รายใหม่อาจจะลดส่วนแบ่งการตลาดของสนิ ค้าของกจิ การ เป็นความเส่ยี งท่ี เกย่ี วกบั วตั ถุประสงคป์ ระเภทใด ก. กลยทุ ธ์ ข. การปฏบิ ตั งิ าน ค. การรายงาน ง. การปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บ บทที่ 3 การบริหารความเส่ียง

141 10. สมมติว่าองค์กรขนาดใหญ่ได้มกี ารกระจายอานาจให้ผู้บรหิ ารระดบั ต่างๆ ในการตดั สนิ ใจและ บรหิ ารงาน ขอ้ ใดกล่าวถูกตอ้ งน้อยทส่ี ุดเกย่ี วกบั การบรหิ ารความเสย่ี งขององคก์ รน้ี ก. ฝา่ ยบรหิ ารส่วนกลางไมจ่ าเป็นตอ้ งรบั ผดิ ชอบต่อการควบคมุ และการบรหิ ารความเสย่ี ง ของผบู้ รหิ ารระดบั ต่างๆ เพราะไดก้ ระจายอานาจใหไ้ ปแลว้ ข. องคก์ รอาจพบความเสย่ี งและเหตุการณ์ทไ่ี มค่ าดว่าจะเกดิ หรอื ทไ่ี มเ่ คยเกดิ มาก่อน ค. เหตุการณ์ความเสย่ี งทเ่ี กดิ ทส่ี ว่ นกลางและทร่ี ะดบั ต่างๆ อาจไมเ่ หมอื นกนั แมจ้ ะเป็น ธรุ กจิ เดยี วกนั ง. การกระจายอานาจจาเป็นตอ้ งทาในองคก์ รน้ี จาเป็นตอ้ งมรี ะบบการควบคมุ และการ รายงานตามหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบสสู่ ว่ นกลางทท่ี นั กาล การบริหารความเส่ียง บทท่ี 3

142 เอกสารอ้างอิง งานประกนั คุณภาพการศกึ ษา กองนโยบายและแผน มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุดรธานี. (2554). ค่มู อื การบริหารความเส่ียง. ม.ป.พ. จนั ทนา สาขากร, นิพนั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร. (2557). การควบคมุ ภายในและการตรวจสอบภายใน. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 1. กรงุ เทพฯ : ทพี เี อน็ เพรส. เจนเนตร มณนี าค, และคณะ. (2558). การบริหารจดั การความเส่ียงระดบั องคก์ ร. กรงุ เทพฯ : ไฟนอล. เจรญิ เจษฎาวลั ย.์ (2556). การวางมาตรฐานการบริหารความเส่ียง. จานวนพมิ พ์ 500 เลม่ . พมิ พค์ รงั้ ท่ี 1. นนทบรุ ี : พอด.ี นฤมล สะอาดโฉม. (2553). การบริหารความเส่ียงองคก์ ร. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพ : ฐานบคุ๊ . ปัจจยั สาคญั ต่อความสาเรจ็ ในการบริหารความเสี่ยง. สบื คน้ เมอ่ื 11 สงิ หาคม 2558, จาก http://www.pwc.com/thailand สมาคมผตู้ รวจสอบภายในแห่งประเทศไทย. (2555). แนวทางการตรวจสอบภายใน ฉบบั นักศึกษา. จานวนพมิ พ์ 500 เล่ม. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 2. กรงุ เทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั . องคป์ ระกอบของการบริหารความเส่ียง 8 ประการ ตามมาตรฐาน COSO. สบื คน้ เมอ่ื 11 สงิ หาคม 2558, จาก http://www.ermthailand.blogspot.com/p/erm-thailand.thml อุษณา ภทั รมนตร.ี (2558). การตรวจสอบภายในสมยั ใหม่. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 5. กรงุ เทพฯ : จามจรุ โี ปรดกั ท.์ Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission, (2004). Enterprise Risk Management-Intergrated Framework : Executive Summary. บทท่ี 3 การบริหารความเสี่ยง

143 แผนบริหารการสอนประจาบทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน หวั ข้อเนื้อหาประจาบท 1. ความหมายการตรวจสอบภายใน 2. ววิ ฒั นาการของการตรวจสอบภายใน 3. วตั ถุประสงคข์ องการตรวจสอบภายใน 4. ขอบเขตและหน้าทข่ี องผตู้ รวจสอบภายใน 5. ประเภทของการตรวจสอบภายใน 6. ความแตกต่างระหวา่ งการตรวจสอบภายในกบั การสอบบญั ชี 7. สถาบนั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การตรวจสอบภายใน 8. ปจั จยั ทท่ี าใหก้ ารตรวจสอบภายในประสบความสาเรจ็ 9. แมบ่ ทการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี การตรวจสอบภายใน 10. ประโยชน์ของการตรวจสอบภายใน วตั ถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 1. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายความหมายการตรวจสอบภายในได้ 2. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายววิ ฒั นาการของการตรวจสอบภายในได้ 3. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายวตั ถุประสงคข์ องการตรวจสอบภายในได้ 4. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายขอบเขตและหน้าทข่ี องผตู้ รวจสอบภายในได้ 5. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายประเภทของการตรวจสอบภายในได้ 6. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายความแตกต่างระหว่างการตรวจสอบภายในกบั การสอบบญั ชไี ด้ 7. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายสถาบนั ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การตรวจสอบภายในได้ 8. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายปจั จยั ทท่ี าใหก้ ารตรวจสอบภายในประสบความสาเรจ็ ได้ 9. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายแมบ่ ทการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี การตรวจสอบภายในได้ 10. ผเู้ รยี นสามารถอธบิ ายประโยชน์ของการตรวจสอบภายในได้ วิธีการสอนและกิจกรรมการเรยี นการสอนประจาบท 1. ชแ้ี จงรายละเอยี ดรายวชิ า วธิ กี ารจดั การเรยี นการสอน การวดั และการประเมนิ ผล 2. การบรรยายเน้อื หา 3. ถาม–ตอบในชนั้ เรยี น 4. ทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

144 ส่ือการเรยี นการสอน 1. เอกสารประกอบการสอน เรอ่ื ง การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี ตรวจสอบภายใน 2. ชุดการสอน Power Point 3. แหลง่ ขอ้ มลู อเิ ลค็ ทรอนกิ สท์ เ่ี กย่ี วขอ้ ง 4. แหล่งความรจู้ ากวารสารและหนงั สอื พมิ พต์ ่าง ๆ การวดั ผลและการประเมินผล 1. สงั เกตความสนใจขณะฟงั บรรยายและการตอบคาถาม 2. สงั เกตจากการทาแบบฝึกหดั ในชนั้ เรยี น 3. สงั เกตจากพฤตกิ รรมความสนใจ และการรว่ มกจิ กรรมในชนั้ เรยี น 4. ประเมนิ ผลจากการทาแบบฝึกหดั ทา้ ยบท บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

145 บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน การตรวจสอบภายในเป็นวชิ าชพี ทม่ี บี ทบาทสาคญั อย่างมากในปจั จุบนั เพราะถอื ว่าเป็นส่วน หน่งึ ในการบรกิ ารสรา้ งความเช่อื มนั่ ใหเ้ กดิ แก่ฝา่ ยบรหิ าร เพ่อื ใหม้ นั่ ใจว่าระบบการควบคุมภายใน การ บรหิ ารความเสย่ี งไดถ้ กู กาหนดขน้ึ อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและมปี ระสทิ ธผิ ล สามารถชว่ ยสรา้ งมลู ค่าเพมิ่ ให้ เกิดข้นึ กบั องค์กร แต่ผลกระทบของอิทธพิ ลท่เี กิดจากการเปล่ยี นแปลงสภาพแวดล้อมภายในและ ภายนอกนัน้ ย่อมจะส่งผลต่อความสาเรจ็ หรอื ความล้มเหลวได้ เน่ืองจากแต่ละองค์กรมวี ฒั นธรรม โครงสรา้ ง ระบบการทางาน การนาเทคโนโลยเี ขา้ มาช่วยในการปฏบิ ตั งิ านให้เกดิ ความรวดเรว็ การ แข่งขนั ในทางธุรกิจ รวมทงั้ กฎหมายท่ีใช้ในการควบคุมท่ซี ับซ้อนแตกต่างกันไป ตลอดจนการ เรยี กรอ้ งของผมู้ สี ่วนไดเ้ สยี ต่างๆ มสี ่วนส่งเสรมิ ใหอ้ งคก์ รจาเป็นต้องมกี ารกากบั ดูแลกจิ การท่ีดี มกี าร บรหิ ารงานทโ่ี ปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา มลู เหตุเหล่าน้ีจงึ เป็นกลไกทผ่ี ลกั ดนั ใหว้ ชิ าชพี ตรวจสอบภายในไดม้ กี ารพฒั นาอยา่ งต่อเน่อื งและมคี วามจาเป็นอยา่ งยงิ่ ต่อการบรหิ ารองคก์ รในยคุ ใหม่ ความหมายการตรวจสอบภายใน จนั ทนา สาขากร, นพิ นั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร. (2557 : 4–1) กล่าวว่า การตรวจสอบภายในถ้าพจิ ารณาจากพฤตกิ รรมในการปฏิบตั ิงานด้านตรวจสอบภายในนัน้ สามารถ วเิ คราะหค์ าศพั ทแ์ ยกออกไดเ้ ป็น 2 คาดงั น้ี การตรวจสอบ (Auditing) หมายถงึ การตรวจสอบขอ้ มลู ด้านเอกสารถงึ ความครบถว้ นความ ถกู ตอ้ งของตวั เลข ความน่าเช่อื ถอื ได้ การตรวจสอบผลสาเรจ็ การปฏบิ ตั งิ านของบุคลากร รวมถงึ การ ประเมนิ คา่ การปฏบิ ตั งิ านดา้ นต่าง ๆ ของหน่วยงานทุกระดบั ภายใน (Internal) หมายถงึ ขอบเขตของกจิ กรรมทต่ี รวจสอบซง่ึ เป็นกจิ กรรมทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายใน เฉพาะองคก์ รตามรปู แบบการทางาน หรอื เป็นการกระทาโดยบุคลากรภายในองคก์ รนนั้ เอง ดงั นัน้ เม่อื นาคาศพั ท์ 2 คามารวมกนั เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางการปฏบิ ตั งิ านการตรวจสอบใหก้ บั ผทู้ ม่ี หี น้าท่รี บั ผดิ ชอบต่อการสรา้ งความเช่อื มนั่ และสรา้ งมลู ค่าเพม่ิ ใหเ้ กดิ ขน้ึ กบั องคก์ รตามแนวคดิ ของ สมาคมผตู้ รวจสอบภายในสากลทม่ี ชี อ่ื เรยี กวา่ The Institute of Internal Auditors (IIA) จงึ สรปุ ว่า การตรวจสอบภายใน (Internal Auditing) คอื การใหค้ วามเช่อื มนั่ และการใหค้ าปรกึ ษาอย่าง เทย่ี งธรรมและเป็นอสิ ระเพ่อื เพมิ่ คุณค่าและปรบั ปรุงการดาเนินงานขององค์กรใหด้ ขี น้ึ ช่วยใหอ้ งค์กร บรรลุเป้าหมายดว้ ยการประเมนิ ปรบั ปรุงประสทิ ธผิ ลของกระบวนการบรหิ ารความเส่ยี ง การควบคุม และการกากบั ดแู ลอยา่ งเป็นระบบ การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

146 จากความหมายของการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในข้างต้น หากแบ่งการให้บรกิ ารตาม มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี จะสามารถแยกออกเป็น 2 ประเภท (คน้ จาก, สมาคมผตู้ รวจสอบภายใน แห่งประเทศไทย http://www.iiat.or.th) คอื 1. การบริการให้ความเช่ือมนั่ (Assurance Services) คือ การตรวจสอบหลกั ฐานอย่างเท่ยี งธรรมเพ่อื ให้ได้มาซ่ึงการประเมนิ อย่างเป็นอิสระใน กระบวนการบรหิ ารความเสย่ี ง การควบคุม และการกากบั ดูแลขององคก์ ร เช่น การใหค้ วามเช่อื มนั่ ทางดา้ นการเงนิ การปฏบิ ตั งิ าน การปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บความมนั่ คงปลอดภยั ของระบบต่างๆ สาหรบั การบรกิ ารใหค้ วามเชอ่ื มนั่ นนั้ จะประกอบดว้ ย การประเมนิ หลกั ฐานอยา่ งเทย่ี งธรรมโดย ผตู้ รวจสอบภายในเพ่อื ใหค้ วามเหน็ หรอื ขอ้ สรปุ อยา่ งเป็นอสิ ระในกระบวนการ ระบบงาน หรอื เรอ่ื งอ่นื ๆ ซง่ึ ผตู้ รวจสอบภายในจะเป็นผกู้ าหนดลกั ษณะและขอบเขตของภารกจิ การใหค้ วามเช่อื มนั่ โดยจะมบี ุคคล ทเ่ี กย่ี วขอ้ งอยดู่ ว้ ยกนั 3 ฝา่ ย ไดแ้ ก่ 1.1 เจา้ ของงานหรอื ผรู้ บั ตรวจ คอื บคุ คลหรอื กลมุ่ บคุ คลทเ่ี กย่ี วขอ้ งโดยตรงกบั กระบวน การระบบงานหรอื เรอ่ื งอ่นื ๆ 1.2 ผตู้ รวจสอบภายใน คอื บคุ คลหรอื กลุ่มบคุ คลทท่ี าการประเมนิ 1.3 ผใู้ ช้ คอื บคุ คลหรอื กลมุ่ บคุ คลทใ่ี ชผ้ ลการประเมนิ แสดงภาพประกอบดงั น้ี ผตู้ รวจสอบภายใน ตรวจสอบ ผรู้ บั ตรวจ (ผปู้ ระเมนิ ) (ผถู้ ูกประเมนิ ) รายงาน สงั่ การ ผใู้ ช้ (ผบู้ รหิ าร) ภาพท่ี 4.1 ความสมั พนั ธท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งในการบรกิ ารใหค้ วามเช่อื มนั่ สาหรบั มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี การตรวจสอบภายในทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การบรหิ ารใหค้ วาม เช่อื มนั่ หรอื ใหห้ ลกั ประกนั จะมตี วั อกั ษร “A” ซง่ึ ย่อมาจาก Assurance ตามหลงั รหสั ชุด ตวั อยา่ งของ มาตรฐาน เช่น มาตรฐานดา้ นคุณสมบตั ิ จะปรากฎรหสั ชุดและตวั อกั ษรของมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน วชิ าชพี ไวด้ งั น้ี บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

147 1000.A1 การตรวจสอบภายในท่มี ลี กั ษณะเป็นงานใหค้ วามเช่อื มนั่ แก่องคก์ รต้องกาหนดไวใ้ น กฎบตั รงานตรวจสอบภายใน และหากมกี ารใหบ้ รกิ ารลกั ษณะน้ีแก่บุคคลหรอื องคก์ รภายนอกกต็ อ้ งระบุ ไวใ้ นกฎบตั รงานตรวจสอบภายในเชน่ เดยี วกนั 1130.A1 ผู้ตรวจสอบภายในต้องละเว้นการประเมนิ งานทต่ี นเองเคยรบั ผดิ ชอบมาก่อนการท่ี ผตู้ รวจสอบภายในใหบ้ รกิ ารใหค้ วามเช่อื มนั่ แก่กจิ กรรมทผ่ี ตู้ รวจสอบภายในเคยรบั ผดิ ชอบรอบปีทผ่ี ่าน มาอาจทาใหพ้ จิ ารณาไดว้ า่ เป็นเหตุบนั่ ทอนความเทย่ี งธรรมของผตู้ รวจสอบภายใน 1130.A2 ภารกิจท่กี ิจการให้ความเช่อื มนั่ แก่กจิ กรรมท่ีหวั หน้าผู้บรหิ ารงานตรวจสอบรบั ผิด ชอบตอ้ งควบคุมดแู ลโดยหน่วยงานอ่นื ทไ่ี มม่ สี ่วนเกย่ี วขอ้ งกบั การตรวจสอบภายใน 2201.A1 ภารกจิ ทเ่ี ป็นการใหบ้ รกิ ารแก่องคก์ รภายนอก ผตู้ รวจสอบภายในต้องทาความเขา้ ใจ กับผู้รบั บรกิ ารเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรเก่ียวกับวตั ถุประสงค์ ขอบเขต ความรบั ผดิ ชอบ และความ คาดหวงั อ่นื ๆ ของผู้รบั บรกิ าร รวมทงั้ ขอ้ จากดั ในการเผยแพร่ผลงานและการเขา้ ถงึ เอกสารข้อมลู ท่ี เกย่ี วขอ้ งกบั ภารกจิ 2220.A2 ในระหว่างภารกจิ การให้ความเช่อื มนั่ หากผู้รบั บรกิ ารต้องการคาปรกึ ษาในเร่อื งท่มี ี นยั สาคญั ผตู้ รวจสอบภายในควรทาความเขา้ ใจกบั ผรู้ บั บรกิ ารเป็นลายลกั ษณ์อกั ษรเก่ยี วกบั วถั ตุประสงค์ ขอบเขต ความรบั ผดิ ชอบ และความคาดหวงั อ่นื ๆ ของผรู้ บั บรกิ ารและในการสอ่ื สารผลของการบรกิ าร ใหค้ าปรกึ ษา ผตู้ รวจสอบภายในควรปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานในเรอ่ื งการใหค้ าปรกึ ษา 2500.A1 หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องจดั ใหม้ กี ระบวนการตดิ ตามผลการตรวจ สอบ เพอ่ื ใหม้ นั่ ใจว่าฝา่ ยบรหิ ารไดน้ าขอ้ เสนอแนะเพอ่ื การปรบั ปรงุ แกไ้ ขนนั้ ไปปฏบิ ตั อิ ยา่ งมปี ระสทิ ธผิ ล หรอื ผบู้ รหิ ารระดบั สงู ไดย้ อมรบั ความเสย่ี งจากการไมป่ ฏบิ ตั ติ าม หน่วยงานตรวจสอบภายในควรยดึ แนวทางการปฏบิ ตั งิ านตามมาตรฐานการตรวจสอบภายใน เพ่อื ให้การบรกิ ารให้ความเช่อื มนั่ ช่วยเพม่ิ คุณค่าให้แก่องค์กร โดยการเพม่ิ โอกาสท่จี ะทาให้องค์กร สามารถบรรลุเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ สว่ นประเภทของภารกจิ การใหค้ วามเชอ่ื มนั่ จะเกย่ี วขอ้ งกบั ส่วนงาน ต่างๆ ดงั น้ี 1. การใหค้ วามเช่อื มนั่ ทางการเงนิ (Financial Assurance) เป็นการตรวจสอบเพ่อื สรา้ งความ เช่อื มนั่ ต่อขอ้ มลู และตวั เลขต่างๆ ทางการเงนิ การบญั ชี และรายงานทางการเงนิ ว่ามกี ารแสดงรายการ อยา่ งถูกตอ้ ง ครบถว้ น เหมาะสม และเชอ่ื ถอื ไดต้ ลอดจนการประเมนิ การควบคุมภายในของระบบงาน บญั ชแี ละการเงนิ วา่ มคี วามรดั กุมและเหมาะสมเพียงพอหรอื ไม่ เน่ืองจากระบบงานบญั ชแี ละการเงนิ ถอื วา่ เป็นปจั จยั สาคญั ต่อคุณภาพขอ้ มลู ทางการเงนิ และบญั ชขี ององคก์ ร 2. การใหค้ วามเช่อื มนั่ ต่อระบบการควบคุม (Control Assurance) เป็นการตรวจสอบเพ่อื สรา้ ง ความเชอ่ื มนั่ ต่อระบบการควบคุมภายในขององคก์ ร ว่านโยบายและวธิ ปี ฏบิ ตั ทิ ก่ี าหนดขน้ึ ช่วยใหบ้ รรลุ วตั ถุประสงคข์ องผบู้ รหิ ารในเรอ่ื งความเช่อื ถอื ไดข้ องรายงานทางการเงนิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล ของการดาเนนิ งานรวมทงั้ การปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและขอ้ บงั คบั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

148 3. เทคโนโลยสี ารสนเทศ (Infornation Technology) เป็นการตรวจสอบเพ่อื สรา้ งความเช่อื มนั่ ต่อเทคโนโลยสี ารสนเทศทใ่ี ชใ้ นการดาเนินงานโดยการรวบรวมหลกั ฐานและประเมนิ หลกั ฐานทไ่ี ดเ้ พ่อื ให้ ทราบถึงความน่าเช่ือถือของข้อมูล การปกป้องดูแลรกั ษาทรพั ย์สิน การรกั ษาความลบั การใช้ ทรพั ยากรอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ และความปลอดภยั ของระบบงานสารสนเทศทางด้าน คอมพวิ เตอร์ การตรวจสอบประเภทน้ีเป็นส่วนหน่ึงของงานตรวจสอบภายในเกอื บทุกงานท่นี าระบบ คอมพวิ เตอรม์ าใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน 4. การปฏบิ ตั ติ ามขอ้ กาหนด (Compliance) เป็นการตรวจสอบเพ่อื สรา้ งความเช่อื มนั่ ต่อการ ปฏบิ ตั งิ านต่างๆ ขององคก์ รวา่ ไดป้ ฏบิ ตั โิ ดยเป็นไปตามกฎ ระเบยี บ และขอ้ กาหนดทงั้ จากภายในและ ภายนอกหรอื ไมเ่ พยี งใด 5. การดาเนินงาน (Operation) เป็นการตรวจสอบเพ่อื ใหแ้ น่ใจว่าการปฏบิ ตั งิ านหรอื ขนั้ ตอน การดาเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ภายในองคก์ รเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มกี ารใชท้ รพั ยากรอย่าง คุม้ ค่าและมปี ระสทิ ธผิ ลจนสามารถบรรลวุ ตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายทอ่ี งคก์ รไดก้ าหนดไว้ 2. การบริการให้คาปรกึ ษา (Consulting Services) คอื กจิ กรรมการใหค้ าปรกึ ษา แนะนา และบรกิ ารทเ่ี กย่ี วเน่อื งแก่ผรู้ บั บรกิ าร โดยลกั ษณะและ ขอบเขตของงานจะเป็นไปตามข้อตกลงท่ที าข้นึ ร่วมกนั กบั ผู้รับบรกิ ารซ่งึ มจี ุดประสงค์เพ่อื เพมิ่ มูลค่า และปรบั ปรุงกระบวนการกากบั ดูแล การบรหิ ารความเสย่ี ง และการควบคุมขององคก์ ร โดยไมเ่ ขา้ ไป รว่ มรบั ผดิ ชอบในฐานะฝา่ ยบรหิ าร การบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษามลี กั ษณะเป็นการใหค้ าแนะนา และโดยทวั่ ไปจะใหบ้ รกิ ารกต็ ่อเมอ่ื ไดร้ บั การรอ้ งขอจากผรู้ บั บรกิ ารเป็นการเฉพาะ ลกั ษณะและขอบเขตของภารกจิ การใหค้ าปรกึ ษาจะขน้ึ อย่กู บั ขอ้ ตกลงกบั ผรู้ บั บรกิ าร ภารกจิ การใหค้ าปรกึ ษาจะมผี ทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ ง 2 ฝา่ ย ไดแ้ ก่ 2.1 ผตู้ รวจสอบภายใน คอื บุคคลหรอื กลุม่ บุคคลทเ่ี ป็นผใู้ หค้ าปรกึ ษาอยา่ งเทย่ี งธรรม 2.2 ผรู้ บั บรกิ าร คอื บุคคลหรอื กลุม่ บุคคลทต่ี อ้ งการรบั คาปรกึ ษาในการใหบ้ รกิ ารให้ คาปรกึ ษา แสดงภาพประกอบดงั น้ี ผตู้ รวจสอบภายใน ใหค้ าปรกึ ษา ผรู้ บั บรกิ าร (ผใู้ หค้ าปรกึ ษา) (ผรู้ บั คาปรกึ ษา) ภาพท่ี 4.2 ความสมั พนั ธท์ เ่ี กย่ี วขอ้ งในการบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษา บทท่ี 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

149 สาหรบั มาตรฐานการปฏิบัติงานวิชาชีพการตรวจสอบภายในท่ีเก่ียวข้องกบั การบริหารให้ คาปรกึ ษาจะมตี วั อกั ษร “C” ซง่ึ ยอ่ มาจาก Consulting ตามหลงั รหสั ชุด ตวั อย่างเช่น มาตรฐานดา้ น คุณสมบตั ิ มดี งั น้ี 1000.C1 การตรวจสอบภายในทม่ี ลี กั ษณะเป็นงานบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษา ตอ้ งระบุไวใ้ นกฎบตั ร ของงานตรวจสอบภายใน 1130.C2 ถ้าผู้ตรวจสอบภายในพจิ ารณาว่าอาจมเี หตุบัน่ ทอนความเป็นอสิ ระหรอื ความเท่ยี ง ธรรมในงานบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาใดๆ ผตู้ รวจสอบภายในต้องเปิดเผยให้ผรู้ บั บรกิ ารไดร้ บั ทราบก่อนรบั ภารกจิ นนั้ 1210.C1 หวั หน้าผู้บรหิ ารงานตรวจสอบควรปฏเิ สธการใหค้ าปรกึ ษา หรอื ควรขอคาแนะนา และความช่วยเหลอื จากภายนอก ในกรณีทผ่ี ตู้ รวจสอบภายในขาดความรู้ ทกั ษะ และความสามารถ อ่นื ทจ่ี าเป็นต่อการใหบ้ รกิ ารใหค้ าปรกึ ษานนั้ ไมว่ ่าเพยี งบางส่วนหรอื ทงั้ หมดของภารกจิ 1220.C1 ผตู้ รวจสอบภายในต้องปฏบิ ตั งิ านใหค้ าปรกึ ษาดว้ ยความระมดั ระวงั เยย่ี งวชิ าชพี โดย คานึงถงึ - ความตอ้ งการและความคาดหวงั ของผรู้ บั คาปรกึ ษา รวมทงั้ ลกั ษณะของงาน เวลาท่ี ใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน และการส่อื สารผลของภารกจิ - ความสัมพันธ์ของความซับซ้อนและขอบเขตของงานท่ีจาเป็น เพ่ือให้บรรลุ วตั ถุประสงคข์ องภารกจิ - ความคุม้ คา่ ของภารกจิ การใหค้ าปรกึ ษาต่อผลประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะเกดิ แก่องคก์ ร การบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษามลี กั ษณะงานทก่ี วา้ งขวาง ซง่ึ ลกั ษณะงานบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาจงึ ขน้ึ อยู่ กบั วตั ถุประสงคข์ องผูบ้ รหิ ารในองคก์ รทต่ี อ้ งการรบั รกิ าร ในการแก้ปญั หาหรอื เพมิ่ คุณค่าใหแ้ ก่องคก์ ร ในเร่อื งต่างๆ ในปจั จุบนั การบรกิ ารให้คาปรกึ ษาได้รบั ความนิยมจากองค์กรอย่างมาก ผู้ตรวจสอบ ภายในควรมคี วามรู้ ทกั ษะ และความสามารถอ่นื ๆ ทจ่ี าเป็นต่อการให้ บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาเพ่อื ใหก้ าร บรกิ ารเกิดประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลมากท่สี ุด ในหลายองค์กรผู้ตรวจสอบภายในได้กลายเป็น ผเู้ ชย่ี วชาญในการประเมนิ ความเสย่ี งจากการทไ่ี ด้มโี อกาสปฏบิ ตั งิ านบรกิ ารทม่ี ลี กั ษณะหลากหลายซ่งึ ช่วยเพมิ่ โอกาสในการฝึกฝนทกั ษะของผู้ตรวจสอบภายในอีกทงั้ ยงั พฒั นาศกั ยภาพของตนเองด้วย สาหรบั ประเภทภารกจิ การใหค้ าปรกึ ษาสามารถจาแนกออกไดด้ งั น้ี 1. ภารกจิ บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาอยา่ งเป็นทางการ ซง่ึ บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาลกั ษณะน้ีผตู้ รวจสอบ ภายในควรวางแผนและมขี อ้ ตกลงกบั ผรู้ บั รกิ ารอยา่ งเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร 2. ภารกจิ บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาอยา่ งไมเ่ ป็นทางการ ซง่ึ บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาลกั ษณะน้จี ะเกย่ี ว ขอ้ งกบั งานประจา เช่น การเขา้ รว่ มในคณะกรรมการประจา งานโครงการทม่ี กี าหนดเวลา การประชุม เฉพาะกจิ เป็นตน้ 3. ภารกจิ บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาพเิ ศษ เป็นบรกิ ารทเ่ี กดิ ขน้ึ ในกรณีทอ่ี งคก์ รมโี ครงการพเิ ศษหรอื การปรบั โครงสรา้ งขององคก์ ร เช่น การเขา้ มสี ่วนรว่ มในทมี งานการควบกจิ การและการซอ้ื กจิ การ การ เขา้ มสี ว่ นรว่ มในทมี งานทใ่ี ชร้ ะบบใหม่ เป็นตน้ การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

150 4. ภารกจิ บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษากรณมี เี หตุฉุกเฉนิ เป็นบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาภายหลงั เกดิ เหตุการณ์ ภยั พบิ ตั หิ รอื เหตุการณ์พเิ ศษอ่นื เกย่ี วกบั ธุรกจิ โดยผตู้ รวจสอบภายในอาจเขา้ รว่ มกบั ทมี งานทจ่ี ดั ตงั้ เพ่อื ทาการกู้คนื ให้องค์กรสามารถดาเนินงานต่อไปได้ หรอื การเขา้ มสี ่วนร่วมในทมี ท่จี ดั ขน้ึ เพ่อื ให้ความ ช่วยเหลอื ชวั่ คราวทจ่ี ะตอบสนองต่อคารอ้ งขอเป็นพเิ ศษ ดงั นัน้ ประเด็นหน่ึงท่สี าคญั ท่เี ก่ียวข้องกบั ภารกิจการให้คาปรกึ ษาของผู้ตรวจสอบภายใน กล่าวคอื ควรปฏบิ ตั งิ านใหค้ าปรกึ ษาดว้ ยความระมดั ระวงั เยย่ี งวชิ าชพี โดยคานึงถงึ 1) ความตอ้ งการและความคาดหวงั ของผรู้ บั คาปรกึ ษารวมทงั้ ลกั ษณะของงาน เวลาและ การส่อื สารผลของภารกจิ 2) ความซบั ซอ้ นและขอบเขตของงานทจ่ี าเป็นเพ่อื ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคข์ องภารกจิ 3) ความคุม้ คา่ ของภารกจิ การใหค้ าปรกึ ษาต่อผลประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะเกดิ แก่องคก์ ร วิวฒั นาการของการตรวจสอบภายใน การตรวจสอบภายในของต่างประเทศมมี าเป็นระยะเวลานานแลว้ แต่เรมิ่ ทวคี วามสาคญั มากขน้ึ ในช่วงระยะหลงั เช่น ประเทศสหรฐั อเมรกิ า บทบาทของผู้ตรวจสอบภายในเรม่ิ ชดั เจนขน้ึ ประมาณ 30–40 ปีทผ่ี า่ นมา แต่สาหรบั ประเทศไทยไดต้ ระหนกั ถงึ ความสาคญั ของการควบคุมภายในรวมถงึ การ ตรวจสอบภายในภายหลงั การเกดิ วกิ ฤตเศรษฐกจิ ในปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา เช่น เหตุการณ์ความลม้ เหลวของธุรกจิ และวกิ ฤตเศรษฐกจิ กฎหมาย กฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั ท่อี อกโดยหน่วยงานทร่ี บั ผดิ ชอบ ในการกากบั ดแู ลต่าง ๆ กระบวนการดาเนินธุรกจิ ทซ่ี บั ซอ้ นถงึ เทคโนโลยสี ารสนเทศท่เี ปล่ยี นแปลงไป ทาใหเ้ กดิ ความต่นื ตวั เร่อื งการปฏบิ ตั งิ านดว้ ยความโปรง่ ใสทงั้ ในภาครฐั และภาคเอกชน การตรวจสอบ ภายในจงึ เขา้ มามบี ทบาทเพมิ่ ขน้ึ การตรวจสอบภายในเรม่ิ มตี งั้ แต่บุคคลคนเดยี วตรวจสอบสงิ่ ทต่ี นไดท้ าไปแลว้ และถามตวั เองว่า สง่ิ ท่ที าลงไปได้ผลดเี พยี งใด และถ้าตนจะต้องทาสง่ิ เหล่าน้ีอีกครงั้ ตนควรจะทาอย่างไ รให้ได้ผลดี กว่าเดิม เม่อื มผี ู้ร่วมงานเพ่ิมข้นึ อีกการตรวจสอบก็ขยายขอบเขตออกไปเป็นการตรวจสอบการ ปฏบิ ตั งิ านของบคุ คลอ่นื ดว้ ย ในธรุ กจิ ขนาดเลก็ การตรวจสอบการปฏบิ ตั งิ านของพนักงานทุกคนกระทา โดยเจา้ ของหรอื ผบู้ รหิ าร นนั่ คอื หน้าทก่ี ารตรวจสอบภายในเป็นเจา้ ของหรอื ผูบ้ รหิ าร และเจา้ ของหรอื ผู้บรหิ ารยงั คงสามารถปฏบิ ตั ิได้โดยตรงในฐานะเป็นส่วนหน่ึงของบทบาทพ้นื ฐานของการบรหิ ารงาน เม่อื ธุรกิจมปี รมิ าณและความซบั ซ้อนมากข้นึ ในทางปฏิบตั ิจงึ เป็นไปไม่ได้อีกต่อไปท่ีเจ้าของหรือ ผู้บรหิ ารระดบั สูงจะสามารถติดต่อกบั ผู้ปฏบิ ตั งิ านด้านต่างๆ ด้วยตนเอง เพ่อื ท่จี ะตรวจสอบว่าการ ปฏบิ ตั งิ านดา้ นต่างๆ เหลา่ นนั้ ประสบความสาเรจ็ หรอื เป็นทน่ี ่าพอใจหรอื ไม่ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในดา้ น การควบคุมงานเพราะไมส่ ามารถจะทราบถงึ รายละเอยี ดเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั งิ านเทา่ ทค่ี วรจะทราบได้ ทา ให้ไม่สามารถบรหิ ารงานโดยใช้ทรพั ยากรท่ีมอี ยู่ใหไ้ ด้ประโยชน์อย่างเต็มท่ี ผู้บรหิ ารท่ชี าญฉลาดได้ บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

151 เลง็ เหน็ ความสาคญั ของการควบคุมการใช้ทรพั ยากรว่ามอี ยู่ 2 วธิ ดี ว้ ยกนั คอื “การป้องกนั ” ซง่ึ ไดแ้ ก่ การสร้างระบบการควบคุมภายในท่ดี ีให้เกิดข้นึ ในกิจกรรมต่าง ๆ เพ่ือป้องกันการทุจรติ และความ ผดิ พลาดไปจากเป้าหมายทก่ี าหนดไว้ และอกี วธิ หี น่ึงคอื “การตดิ ตาม” ใหผ้ รู้ บั ผดิ ชอบในแต่ละหน้าท่ี ปฏบิ ตั งิ านตามระบบทว่ี างไว้ สาหรบั พฒั นาการของการตรวจสอบภายในของประเทศไทย อาจเรม่ิ ตน้ จากการเป็นหน่วยงาน ภายในแผนกหน่ึงของฝ่ายบญั ชซี ่งึ ทาหน้าท่ตี รวจสอบความถูกต้องและการอนุมตั ิรายการรบั เงนิ และ จา่ ยเงนิ วา่ ตรงตามเอกสารหรอื ตามนโยบายหรอื ระเบยี บปฏบิ ตั ทิ ผ่ี บู้ รหิ ารไดก้ าหนดไวห้ รอื ไม่ ต่อมาการ ตรวจสอบภายในไดข้ ยายขอบเขตหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบออกไปในกิจกรรมด้านอ่นื ๆ นอกเหนือจาก การบญั ชแี ละการเงนิ ในทุก ๆ ดา้ นภายในองค์กรและมสี ายการบงั คบั บญั ชาขน้ึ ตรงต่อผูบ้ รหิ ารระดบั สงู สดุ ไมใ่ ช่อยภู่ ายใตด้ า้ นการบญั ชแี ละการเงนิ อกี ต่อไป หน่วยงานราชการของประเทศไทยการตรวจสอบภายในไดร้ บั การยอมรบั และมหี ลกั ฐานปรากฎ เมอ่ื พ.ศ. 2505 ในระเบยี บการจา่ ยเงนิ จากคลงั ซง่ึ ระบุใหส้ ่วนราชการแต่งตงั้ ผตู้ รวจสอบภายใน ดงั น้ี “ใหส้ ว่ นราชการเจา้ ของงบประมาณทเ่ี ป็นกระทรวง ทบวง กรม แต่งตงั้ ขา้ ราชการคนหน่ึง หรอื หลาย คนเป็นผตู้ รวจสอบภายใน มหี น้าทต่ี รวจสอบการจ่ายเงนิ รวมทงั้ การก่อหน้ีผูกพนั งบประมาณรายจ่าย ของเจา้ ของงบประมาณนนั้ ๆ และตรวจสอบการอ่นื ใดตามแต่หวั หน้าส่วนราชการจะมอบหมายเป็นการ ภายใน และให้ผู้ตรวจสอบภายในรายงานผลการตรวจสอบโดยตรงต่อหวั หน้าส่วนราชการอย่างน้อย เดอื นละครงั้ การตรวจสอบจะใช้วธิ ีทดสอบแบบสุ่มตวั อย่างก็ได้ตามความเหมาะสมโดยคานึงถึง ความสาคญั ของเรอ่ื งทต่ี รวจสอบ และวตั ถุประสงคท์ จ่ี ะใหท้ ราบผลการตรวจสอบโดยเรว็ ” จากระเบยี บ ดงั กล่าวซ่งึ กาหนดให้มกี ารแต่งตงั้ ผู้ตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พรอ้ มทงั้ มกี ารกาหนดหน้าท่ี ความรบั ผิดชอบและการรายงานผลการตรวจสอบภายในระยะเวลาท่กี าหนด แม้ว่าจะไม่มกี ารระบุ คณุ สมบตั แิ ละพน้ื ฐานความรขู้ องผตู้ รวจสอบภายใน และยงั ไม่มกี ารกาหนดตาแหน่งผตู้ รวจสอบภายไว้ อยา่ งเป็นทางการ แต่กน็ บั ไดว้ ่าเป็นจดุ เรม่ิ ตน้ ของการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 คณะรฐั มนตรโี ดยการเสนอของกระทรวงการคลงั ไดม้ มี ตซิ ง่ึ ปรากฏตาม หนงั สอื สานกั เลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรที ่ี สร.0201/ว78 ลงวนั ท่ี 19 สงิ หาคม พ.ศ. 2519 เร่อื งการแต่งตงั้ ผูต้ รวจสอบภายในของส่วนราชการกาหนดให้ “ส่วนราชการท่เี ป็นกระทรวง ทบวง กรม และส่วน ราชการทเ่ี ทยี บเท่า รวมถงึ จงั หวดั ทุกจงั หวดั มตี าแหน่งอตั รากาลงั เพ่อื ทาหน้าทเ่ี ป็นผตู้ รวจสอบภายใน ของสว่ นราชการหรอื ของจงั หวดั โดยเฉพาะกาหนดใหผ้ ทู้ จ่ี ะดารงตาแหน่งดงั กล่าวมคี ณุ วุฒขิ นั้ ต่าในระดบั ปรญิ ญาตรที างการบญั ชหี รอื ทางพาณิชยศาสตร์ให้ข้นึ ตรงต่อหวั หน้าส่วนราชการหรอื ผู้ว่าราชการ จงั หวดั แล้วแต่กรณีและให้สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรอื นพิจารณากาหนดตาแหน่งผู้ ตรวจสอบภายในเป็นขา้ ราชการประจาทุกส่วนราชการระดบั กรมท่มี ปี รมิ าณงานพอ แต่สาหรบั ส่วน ราชการระดบั กรมท่มี งี านน้อยควรตงั้ อตั ราไว้ท่สี านักงานปลดั กระทรวงและให้กระทรวงการคลงั เป็น ผู้รับผิดชอบในการฝึกอบรมผู้ตรวจสอบภายใน เพ่ือให้การปฏิบัติงานของผู้ตรวจสอบภายในมี ประสทิ ธภิ าพและเป็นไปตามความมงุ่ หมายเป็นประโยชน์แก่ทางราชการยง่ิ ขน้ึ การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

152 การตรวจสอบภายในของส่วนราชการไดม้ คี วามสาคญั มากขน้ึ ตามแนวโน้มของงบประมาณ แผ่นดนิ ประจาปีท่เี พม่ิ มากข้นึ ทุกปี กระทรวงการคลงั จงึ ได้จดั ทาคู่มอื การตรวจสอบภายในของส่วน ราชการ พ.ศ. 2521 เพ่อื ใชเ้ ป็นแนวทางในการตรวจสอบและยงั กาหนดระเบยี บกระทรวงการคลงั ว่าดว้ ย การตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. 2532 ใหถ้ อื ปฏบิ ตั ซิ ง่ึ ระเบยี บดงั กล่าวไดถ้ ูกยกเลกิ และให้ ใช้ “ระเบยี บการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. 2535” แทนพรอ้ มทงั้ มกี ารกาหนดมาตรฐาน การตรวจสอบภายในและจรยิ ธรรมของผู้ตรวจสอบภายใน ต่อมาพ.ศ. 2542 กไ็ ดอ้ อกระเบยี บใหมค่ อื “ระเบยี บการตรวจสอบภายในของส่วนราชการ พ.ศ. 2542” ส่วนมาตรฐานการตรวจสอบภายในภาครฐั และจรยิ ธรรมของผตู้ รวจสอบภายในของสว่ นราชการกไ็ ดม้ กี ารปรบั เปลย่ี น และมกี ารออกใหมใ่ นปี พ.ศ. 2545 เพอ่ื ใชแ้ ทนฉบบั เดมิ ทม่ี อี ยู่ ดงั นนั้ จากแนวคดิ ดงั กล่าวจงึ เกดิ มหี น่วยงานตรวจสอบภายในขน้ึ มา เพ่อื ทาหน้าทก่ี ระตุน้ ให้ เกดิ การควบคุมอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ โดยไม่เป็นอุปสรรคในการดาเนินการประจาวนั ของผูป้ ฏบิ ตั งิ าน หรอื อาจกลา่ วไดว้ ่าผตู้ รวจสอบภายในเป็นเสมอื นหแู ละตาของผบู้ รหิ ารระดบั สงู วตั ถปุ ระสงคข์ องการตรวจสอบภายใน การตรวจสอบภายในมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื ช่วยใหอ้ งคก์ รสามารถบรรลุวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายท่ี ไดต้ งั้ ไว้ดว้ ยการประเมนิ และปรบั ปรุงประสทิ ธผิ ลของการกระบวนการบรหิ ารความเส่ยี ง การควบคุม และการกากบั ดูแลอย่างเป็นระบบและเป็นระเบยี บ ซ่งึ ทศิ ทางการทางานของกจิ กรรมการตรวจสอบ ภายในจะถูกกาหนดโดยความเสย่ี งของกจิ กรรมต่างๆ ภายในองคก์ ร โดยผตู้ รวจสอบภายในขององคก์ ร จะเป็นผู้ทาหน้าท่วี เิ คราะห์ และประเมนิ ความเส่ียงท่อี าจเกดิ ขน้ึ กบั องคก์ รในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ดา้ นการกากบั ดแู ล การดาเนนิ งานและระบบสารสนเทศ พรอ้ มทงั้ ดาเนินการตรวจสอบไปตามแผนการ ตรวจสอบภายใน รวมถงึ การใหข้ อ้ เสนอแนะและคาปรกึ ษาในกระบวนการตรวจสอบภายในนนั้ จากทก่ี ล่าวถึงวตั ถุประสงค์ของการตรวจสอบภายในข้างต้นจะเหน็ ว่ามีประเดน็ ท่นี ่าสนใจอยู่ ดว้ ยกนั 3 คาซง่ึ นามาวเิ คราะหแ์ ยกความหมายไดด้ งั น้ี 1. ความเสย่ี ง (Risk) หมายถงึ ภยั รา้ ยทเ่ี ขา้ มาคกุ คามต่อกจิ กรรมการปฏบิ ตั งิ านภายใน องคก์ รทาใหเ้ กดิ ความสญู เสยี ดา้ นผลประโยชน์ในลกั ษณะเชงิ ลบ หรอื เหตุการณ์ทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ ซง่ึ เป็น อุปสรรคต่อการบรรลุถงึ เป้าหมายขององคก์ ร สามารถวดั ไดจ้ ากขนาดความรนุ แรงของผลทจ่ี ะไดร้ บั และ โอกาสทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ 2. การควบคุม (Control) หมายถงึ การกระทาใดๆ กต็ ามทฝ่ี า่ ยบรหิ าร คณะกรรมการ บริหาร และบุคคลอ่ืนได้ทาลงไปเพ่ือส่งเสริมการบริหารความเส่ียงและเพิ่มโอกาสในการบรรลุ วตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายทต่ี งั้ ไวไ้ ดส้ าเรจ็ ในลกั ษณะเชงิ บวก ฝ่ายบรหิ ารมหี น้าทว่ี างแผน จดั องคก์ ร สงั่ การและควบคมุ ใหก้ ารดาเนินการขององคก์ รมปี ระสทิ ธภิ าพอยา่ งเพยี งพอทจ่ี ะใหเ้ กดิ หลกั ประกนั อยา่ ง บทท่ี 4 การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

153 สมเหตุสมผลว่าองคก์ รจะไดร้ บั ความสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายทต่ี งั้ ไว้ 3. กระบวนการกากบั ดแู ลหรอื กระบวนการหลกั ธรรมาภบิ าล (Governance Process) คอื วธิ กี ารต่างๆ ทใ่ี ช้โดยตวั แทนของกลุ่มผู้มผี ลประโยชน์ขององค์กร เช่น ผู้ถอื หุน้ เจา้ หน้ี เป็นต้น เพอ่ื คอยสอดสอ่ งดแู ลความเสย่ี งและกระบวนการควบคมุ ของฝา่ ยบรหิ ารอยา่ งเป็นธรรม ดงั นนั้ จะเหน็ ไดว้ า่ วตั ถุประสงคห์ รอื เป้าหมายของการตรวจสอบภายในเปรยี บเสมอื นเป็นหเู ป็น ตาใหก้ บั ฝา่ ยบรหิ ารมคี วามสาคญั มากในการดูแลการบรหิ ารงานภายในองคก์ ร เพ่อื ใหม้ กี ารปฏบิ ตั งิ าน ใหเ้ ป็นไปตามนโยบายทไ่ี ดว้ างแผนงานไว้ สามารถปฎบิ ตั งิ านสาเรจ็ ทนั ต่อเวลาและบรรลุเป้าหมาย จะ ทาใหอ้ งคก์ รมปี ระสทิ ธภิ าพก่อใหเ้ กดิ กาไรสงู สุดได้ โดยการใหบ้ รกิ ารเป็นหลกั ประกนั ความเช่อื มนั่ และ การใหค้ าปรกึ ษาก่อใหเ้ กดิ กจิ กรรมการเพมิ่ มลู ค่า บรรลุผลสาเร็จขององคก์ ร ดงั นนั้ วตั ถุประสงคก์ าร ตรวจสอบภายในนามาสรปุ เป็นประเดน็ สนั้ ๆ ไดด้ งั น้ี 1) ป้องกนั การรวั่ ไหล ทางดา้ นการเงนิ และบญั ชี ส่งเสรมิ ใหเ้ กดิ การบนั ทกึ บญั ชแี ละ รายงานตามหน้าทค่ี วามรบั ผดิ ชอบ 2) เพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล และประหยดั การใชท้ รพั ยากรใหก้ บั องคก์ ร 3) สง่ เสรมิ ใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ตั งิ าน มกี ระบวนการกากบั ดแู ลทด่ี แี ละมคี วาม โปรง่ ใสในการปฏบิ ตั งิ าน 4) กระตุน้ ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านเป็นไปตามนโยบายทก่ี าหนด เป็นมาตรการถ่วงดุลแห่งอานาจ ใหเ้ ป็นไปอยา่ งเหมาะสมตามลาดบั ความสาคญั เพ่อื ใหไ้ ดผ้ ลงานทเ่ี ป็นประโยชน์สงู สุดต่อองคก์ ร 5) เสนอระเบยี บปฏบิ ตั ิ นโยบายการบรหิ าร ใหเ้ พยี งพอกบั การบรหิ าร ขอบเขตและหน้าที่ของผตู้ รวจสอบภายใน ตลาดหลกั ทรพั ยแ์ ห่งประเทศไทย, และสมาคมผตู้ รวจสอบภายในแห่งประเทศไทย (2554 : 14) กล่าวว่าขอบเขตของการตรวจสอบภายใน หมายถงึ การทดสอบและการประเมนิ ความเพยี งพอและ ความมปี ระสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในขององค์กร และคุณภาพของการปฏบิ ตั ิงานทุก กจิ กรรมภายในองคก์ ร จากความหมายขา้ งตน้ สามารถระบขุ อบเขตและหน้าทข่ี องผตู้ รวจสอบภายในไดด้ งั น้ี 1. สอบทานและรายงานความเช่อื ถอื ไดแ้ ละความครบถว้ นของขอ้ มลู ทางการเงนิ การปฏบิ ตั ิ งาน ตลอดจนวธิ กี ารทใ่ี ชใ้ นการวนิ ิจฉยั และวดั ผลการดาเนินงาน 2. สอบทานการดาเนนิ งานหรอื แผนงาน เพอ่ื ใหแ้ น่ใจวา่ สอดคลอ้ งกบั วตั ถุประสงคเ์ ป้าหมายท่ี กาหนดไว้ มกี ารปฏบิ ตั งิ านตามแผนทก่ี าหนดอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประหยดั มีกระบวนการกากบั ดแู ล ทด่ี แี ละเหมาะสม การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

154 3. สอบทานระบบงานทม่ี ผี ลกระทบสาคญั ต่อการดาเนนิ งานและการรายงานวา่ ไดม้ กี ารปฏบิ ตั ิ ทส่ี อดคลอ้ งกบั นโยบาย แผนงาน ระเบยี บปฏบิ ตั ทิ ก่ี าหนดไว้ รวมถงึ กฎหมายทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 4. สอบทานความเหมาะสมของการเกบ็ รกั ษาทรพั ยส์ นิ และทดสอบวา่ ทรพั ยส์ นิ นนั้ มอี ยจู่ รงิ 5. ประเมนิ วา่ การใชท้ รพั ยากรขององคก์ รเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและคมุ้ ค่า จะเหน็ ไดว้ า่ จากขอบเขตของการตรวจสอบภายในหน้าทห่ี ลกั ของผตู้ รวจสอบภายใน ไดแ้ ก่ การประเมนิ ความเพยี งพอของการควบคุมภายในดว้ ยการใชเ้ ทคนิคการตรวจสอบดว้ ยวธิ กี ารต่างๆ ทงั้ เชงิ ปรมิ าณและเชงิ คณุ ภาพ โดยทงั้ น้คี วรคานงึ ถงึ ผลกระทบจากสงิ่ แวดลอ้ มทต่ี ามมาดว้ ย ประเภทของการตรวจสอบภายใน จนั ทนา สาขากร, นพิ นั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร. (2557 : 4–16) กล่าวถงึ บทบาททเ่ี ปลย่ี นไปของงานตรวจสอบภายใน จากการตรวจสอบเดมิ ทเ่ี คยเน้นความถูกต้องเฉพาะดา้ น บญั ชแี ละการเงนิ ตามแนวคดิ สมยั ใหม่มาเป็นการตรวจสอบระบบควบคุมภายในทงั้ หมด จงึ นาไปส่กู าร พฒั นารูปแบบและวธิ กี ารตรวจสอบ โดยทวั่ ไปนิยมจาแนกประเภทของการตรวจสอบภายในหลกั ๆ ออกไดเ้ ป็น 6 ประเภท ดงั น้ี 1. การตรวจสอบทางการเงิน (Financian Audit) เป็นการตรวจสอบเพอ่ื ใหแ้ น่ใจว่าการบนั ทกึ รายการต่างๆ ในบญั ชี ขอ้ มลู ต่าง ๆ ทางการเงนิ และรายงานทางการเงินได้จดั ทาอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เหมาะสม มีความน่าเช่ือถือ รวมทัง้ ครอบคลุมถงึ การจดั วางระบบ การป้องกนั ดูแลรกั ษาและใช้ทรพั ยส์ นิ ขององค์กรให้ปลอดภยั ตลอดจน การประเมนิ ระบบการควบคุมภายในด้านการเงนิ ท่วี างไว้ว่ารดั กุมเหมาะสมเพยี งพอหรอื ไม่เพยี งใด การตรวจสอบทางการเงนิ มกั ถูกเรยี ก อกี อยา่ งหน่ึงว่า “การตรวจสอบงบการเงนิ ” ซง่ึ เป็นการตรวจสอบ ในเชงิ คน้ หาขอ้ ผดิ พลาดในอดตี ทเ่ี กดิ ขน้ึ แลว้ เพอ่ื นามาปรบั ปรงุ แกไ้ ข ป้องกนั การทุจรติ 2. การตรวจสอบการปฏิบตั ิการ (Operation Audit) หรอื การตรวจสอบการดาเนินงาน เป็นการตรวจสอบเพอ่ื ใหแ้ น่ใจว่าการปฏบิ ตั งิ านหรอื ขนั้ ตอนการดาเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ภายในองคก์ รเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มกี ารใชท้ รพั ยากรอยา่ งคุม้ ค่าและมปี ระสทิ ธผิ ล จนสามารถ บรรลุวตั ถุประสงคแ์ ละเป้าหมายท่อี งค์กรกาหนดไว้ การตรวจสอบประเภทน้ีเป็นการประเมนิ ผลการ ปฏบิ ตั ิงานในปจั จุบนั เพ่ือมุ่งต่อผลในอนาคตเป็นลกั ษณะในการตรวจสอบในเชงิ ป้องกนั เน่ืองจาก ผบู้ รหิ ารตอ้ งการทราบถงึ ปญั หา ขอ้ บกพรอ่ ง อุปสรรคทท่ี าใหอ้ งคก์ รไม่บรรลุเป้าหมาย การตรวจสอบ การปฏบิ ตั กิ ารมขี อบเขตกวา้ งเพราะเป็นการตรวจสอบทวั่ ทงั้ องคก์ ร สามารถแยกไดเ้ ป็น 4 ลกั ษณะคอื บทท่ี 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

155 2.1 การตรวจสอบการจดั องคก์ ร เป็นการตรวจสอบโครงสรา้ งของหน่วยงาน การจดั แบ่ง ส่วนงานและการบรหิ ารงานภายในหน่วยงานนัน้ ๆ ว่าได้กาหนดข้นึ อย่างเหมาะสม เพ่ือให้การ ปฏบิ ตั งิ านเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพหรอื ไมเ่ พยี งใด 2.2 การตรวจสอบระบบงาน เป็นการตรวจสอบความเหมาะสมของขนั้ ตอนและวธิ ีปฏบิ ตั ิ ภายในของหน่วยงานต่างๆ ในการทจ่ี ะเออ้ื อานวยใหม้ กี ารทางานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 2.3 การตรวจสอบหน้าทข่ี องงาน เป็นการตรวจสอบเพ่ือพจิ ารณาว่าหน่วยงานต่างๆ หรอื เจา้ หน้าทภ่ี ายในหน่วยงานนนั้ ไดป้ ฏบิ ตั งิ านจรงิ ตามภาระหน้าทข่ี องงานท่ีกาหนดไวห้ รอื ไม่ และหน้าท่ี นนั้ ๆ ไดก้ าหนดไวอ้ ยา่ งเหมาะสมหรอื ไมเ่ พยี งใด 2.4 การตรวจสอบโครงการ เป็นการตรวจสอบและประเมนิ การปฏบิ ตั งิ านของโครงการใด โครงการหน่งึ โดยเฉพาะ หรอื เป็นการตรวจสอบพเิ ศษตามความต้องการของฝา่ ยบรหิ ารเป็นกรณๆี ไป 3. การตรวจสอบการบริหาร (Management Audit) เป็นการตรวจสอบเพ่อื ประเมนิ ผบู้ รหิ ารว่า มคี วามรคู้ วามสามารถในการปฏบิ ตั หิ น้าทด่ี า้ นการ บรหิ ารงานท่ดี ีหรอื ไม่เพียงใด การควบคุมทางด้านบรหิ ารในทุกระดบั ชนั้ ท่กี ระทาอย่างมรี ะบบเป็น ระเบยี บแบบแผน มคี วามเป็นอสิ ระ รวมถงึ การบรหิ ารงานบรรลุวตั ถุประสงคต์ ่างๆ ทว่ี างไวข้ ององคก์ ร หรอื ไม่ โดยมงุ่ เน้นไปในเชงิ วดั ผลหรอื เชงิ การประมวลผลการดาเนินงานของผบู้ รหิ ารระดบั ต่างๆ และ คานึงถงึ ผลประโยชน์ในอนาคตทท่ี ุกฝ่ายจะไดร้ บั เป็น การตรวจสอบประเภทน้ีไม่ใช่เป็นการประเมนิ ระดบั ปฏบิ ตั กิ ารหรอื ระดบั การบรหิ ารชนั้ ตน้ และชนั้ กลาง แต่ครอบคลุมถงึ ระดบั การบรหิ ารชนั้ สูง ซง่ึ จะ ช่วยใหผ้ บู้ รหิ ารทราบเรอ่ื งต่างๆ ดงั น้ี 3.1 แจง้ ใหท้ ราบถงึ การดาเนนิ งานในจดุ ทย่ี งั ไมม่ ปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ล 3.2 เสนอแนะส่วนทส่ี ามารถปรบั ปรงุ การเพม่ิ ผลผลติ (หรอื ผลงาน) 3.3 เสนอใหเ้ หน็ ถงึ ปญั หาเก่ยี วกบั การจดั การทรพั ยากรบุคคล และเสนอแนะในการแกไ้ ข ปญั หาดงั กลา่ ว 3.4 เสรมิ สรา้ งความสามารถในการทากาไรใหก้ บั องคก์ ร เชน่ เสนอแนะการกาหนด กลยทุ ธด์ า้ นผลติ ภณั ฑ์ การวางแผนการผลติ และกลยทุ ธก์ ารลงทุนของกจิ การ 3.5 ใหข้ อ้ มลู ทจ่ี าเป็นและมปี ระโยชน์แก่ผบู้ รหิ าร 4. การตรวจสอบการปฏิบตั ิการตามข้อกาหนด (Compliance Audit) หรือการตรวจ สอบการปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ เป็นการตรวจสอบเพ่อื ใหแ้ น่ใจว่า องค์กรได้ปฏบิ ตั ติ ามขอ้ กาหนด กฎหมาย ระเบยี บ และ ขอ้ บงั คบั ต่างๆ ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งรวมถงึ จรรยาบรรณหรอื ไม่ เพยี งใด การตรวจสอบประเภทน้ีจงึ เน้นการให้ คาปรกึ ษาแก่พนกั งานในองคก์ รมากกว่าการตรวจสอบภายในเชงิ ลกึ ปจั จบุ นั หลายองคก์ รมกี ารแยง่ แยก โครงสรา้ งออกเป็น 2 ฝา่ ย ไดแ้ ก่ ฝ่ายกากบั ดูแลการปฏบิ ตั งิ าน และฝา่ ยตรวจสอบภายใน เพ่อื ใหม้ ี การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

156 การมุ่งเน้นในการตรวจสอบดา้ นการปฏบิ ตั ิตามกฎระเบยี บอย่างใกลช้ ดิ ยงิ่ ขน้ึ สาหรบั ขอ้ กาหนดจาก ภายนอกองคก์ ร เช่น กฎหมาย ขอ้ บงั คบั ระเบยี บปฏบิ ตั ติ ่างๆ ของทางราชการหรอื หน่วยงานกากบั ดแู ล ส่วนขอ้ กาหนดจากภายในองคก์ ร เช่น ระเบยี บปฏบิ ตั ิ นโยบาย แผนงาน และวธิ กี ารต่างๆ ท่ี ฝา่ ยบรหิ ารกาหนดไว้ 5. การตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Audit) เป็นการตรวจสอบงานทใ่ี ชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศในการดาเนนิ งานเพ่อื ใหพ้ สิ จู น์ถงึ ความถูกตอ้ ง ความน่าเชอ่ื ถอื ของระบบขอ้ มลู และความปลอดภยั ของระบบงานจากการประมวลผลดว้ ยคอมพวิ เตอร์ การตรวจสอบประเภทน้ถี อื วา่ เป็นสว่ นหน่งึ ของการตรวจสอบประเภทอ่นื ๆ ทน่ี าคอมพวิ เตอรม์ าใชใ้ นการ ปฏิบตั ิงานไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบทางการเงิน การตรวจสอบการบรหิ าร การตรวจสอบการ ปฏิบัติการ การตรวจสอบตามข้อกาหนด เป็นต้น ผู้ตรวจสอบภายในจงึ จาเป็นต้องมีความรู้ใน ระบบงานสารสนเทศเพ่อื ให้สามารถดาเนินการตรวจสอบได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ ซ่งึ การตรวจสอบ เทคโนโลยสี ารสนเทศสามารถแบง่ ออกไดเ้ ป็น 4 สว่ นดว้ ยกนั คอื 5.1 การตรวจสอบการควบคุมทวั่ ไป เป็นการตรวจสอบการควบคมุ ทเ่ี ป็นพน้ื ฐานของการ ควบคุมภายในทงั้ หมดของการควบคุมระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ซง่ึ การควบคุมทวั่ ไปนนั้ ส่วนใหญ่จะ เป็นการควบคุมท่นี ามาใช้ในการควบคุมกจิ กรรมต่างๆ ทด่ี าเนินอยู่ในฝ่ายคอมพวิ เตอร์และกิจกรรม ต่างๆ ในศูนยค์ อมพวิ เตอรป์ ระกอบดว้ ย 5.1.1 การจดั ใหม้ นี โยบายการใชส้ ารสนเทศและการบงั คบั ใชน้ โยบาย 5.1.2 การจดั ใหม้ รี ะเบยี บวธิ กี ารปฏบิ ตั งิ านทเ่ี กย่ี วกบั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 5.1.3 การควบคมุ การเปลย่ี นแปลงแกไ้ ขระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 5.1.4 การควบคมุ ความปลอดภยั ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ 5.1.5 การจดั ใหม้ แี ผนรองรบั เหตุการณ์ทอ่ี าจทาใหร้ ะบบคอมพวิ เตอรห์ ยดุ ชะงกั และ สง่ ผลกระทบใหธ้ ุรกจิ หยดุ ชะงกั ตามไปดว้ ย 5.2 การตรวจสอบการควบคุมทางดา้ นเทคนคิ เป็นการตรวจสอบเฉพาะทางดา้ นเทคนคิ คอมพิวเตอร์ในแต่ละระบบปฏบิ ัติการ ระบบฐานข้อมูล หรอื ในแต่ละอุปกรณ์ทางการส่อื สารและ เครอื ขา่ ย ลกั ษณะของการควบคุมทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ไดแ้ ก่ 5.2.1 การรกั ษาความปลอดภยั ของขอ้ มลู และโปรแกรมทใ่ี ชใ้ นการปฏบิ ตั งิ าน เชน่ กาหนดสทิ ธใิ นการเขา้ ถงึ ข้อมลู และระบบโปรแกรม การกาหนดค่าเก่ยี วกบั หลกั เกณฑข์ องรหสั ผ่าน เป็นตน้ 5.2.2 การตดิ ตามดแู ลการปฏบิ ตั งิ านของระบบปฏบิ ตั กิ ารนนั้ ๆ เช่น การกาหนดคา่ ในการตดิ ตามรายการผดิ ปกติ เป็นตน้ 5.3 การตรวจสอบระบบงาน เป็นการตรวจสอบการควบคมุ ทถ่ี ูกออกแบบไวใ้ นระบบงาน คอมพวิ เตอรท์ ใ่ี ชง้ านจรงิ แต่ละระบบและเป็นการควบคุมโดยตรงภายในระบบงาน เพอ่ื ใหแ้ น่ใจว่ามี บทท่ี 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

157 ระบบการควบคมุ อยา่ งเพยี งพอถกู ตอ้ งเชอ่ื ถอื ได้ ตงั้ แต่การนาเขา้ ขอ้ มลู การประมวลผล และการออก ผลลพั ธ์ เชน่ 5.3.1 การควบคมุ การแบ่งแยกหน้าทง่ี านโดยระบบคอมพวิ เตอร์ 5.3.2 การควบคมุ ทางดา้ นการนาขอ้ มลู เขา้ สรู่ ะบบคอมพวิ เตอร์ 5.3.3 การควบคมุ การรบั ส่งขอ้ มลู ระหว่างระบบงานคอมพวิ เตอร์ 5.3.4 การควบคุมความถูกตอ้ งของการประมวลผล 5.3.5 การควบคุมความปลอดภยั ของผลลพั ธท์ ไ่ี ดจ้ ากระบบงาน 5.4 การใชเ้ ทคนคิ คอมพวิ เตอรช์ ว่ ยในการตรวจสอบ การนาระบบสารสนเทศมาใชท้ าให้ จาเป็นตอ้ งใชเ้ ทคโนโลยหี รอื โปรแกรมเพ่อื ดงึ ขอ้ มลู ทจ่ี ดั เกบ็ อยใู่ นระบบฐานขอ้ มลู ออกมาตรวจสอบและ วเิ คราะหไ์ มส่ ามารถใชว้ ธิ กี ารตรวจสอบดว้ ยมอื เน่อื งจากขอ้ มลู มปี รมิ าณมากและถกู จดั เกบ็ ไวใ้ นส่อื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ การใชค้ อมพวิ เตอรเ์ ขา้ ชว่ ยมขี อ้ ไดเ้ ปรยี บและมปี ระโยชน์ดงั น้ี 5.4.1 ช่วยเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพและปรมิ าณตวั อยา่ งของการตรวจสอบเน่อื งจากการ ตรวจสอบโดยคอมพวิ เตอรส์ ามารถดงึ ขอ้ มลู มาตรวจสอบไดท้ งั้ หมดรวมถงึ ขอ้ มลู ยอ้ นหลงั 5.4.2 ตน้ ทนุ ในการตรวจสอบลดลงและประหยดั เวลาในการตรวจสอบ 5.4.3 ช่วยใหผ้ ตู้ รวจสอบภายในเขา้ ใจระบบงานสารสนเทศมากขน้ึ 5.4.4 เป็นการสรา้ งความน่าเช่อื ถอื ต่อผรู้ บั การตรวจสอบ 6. การตรวจสอบพิเศษ (Special Audit) เป็นการตรวจสอบในกรณที ไ่ี ดร้ บั มอบหมายจากฝา่ ยบรหิ าร หรอื กรณที ม่ี กี ารทุจรติ การกระทา ส่อไปในทางผดิ กฎหมาย หรอื กรณีทม่ี เี หตุอนั ควรสงสยั ว่าจะมกี ารกระทาส่อประพฤตมิ ชิ อบเกดิ ขน้ึ ซ่งึ ผตู้ รวจสอบภายในจะดาเนินการตรวจสอบเพ่อื คน้ หาสาเหตุ ขอ้ เทจ็ จรงิ ผลเสยี หายหรอื ผู้รบั ผดิ ชอบ พร้อมทงั้ เสนอแนะมาตรการป้องกนั สาหรบั การตรวจสอบทุจรติ เป็นการตรวจสอบท่คี ่อนขา้ งยาก เพราะผกู้ ระทาการทจุ รติ ส่วนใหญ่ไม่ทง้ิ ร่องรอยไวใ้ หต้ ดิ ตามหลกั ฐานว่าไดท้ ุจรติ ในเร่อื งใด เป็นจานวน เงนิ เท่าใด กระทาไปทงั้ หมดก่ีครงั้ และกระทามาแล้วเป็นเวลานานเท่าใด สาหรบั การตรวจสอบ ประเภทน้ีส่วนใหญ่ผู้ตรวจสอบภายในต้องมปี ระสบการณ์สูงหรอื มคี วามรเู้ ก่ยี วกบั ระบบงานท่เี กดิ การ ทุจรติ เป็นอยา่ งดเี พ่อื ใหส้ ามารถรวบรวมหลกั ฐานไดม้ ากทส่ี ุดรวมถงึ มคี วามสามารถในการสอบสวนเป็น อยา่ งดดี ว้ ย การตรวจสอบพเิ ศษน้มี มี ากมายหลายอยา่ ง เช่น 6.1 การตรวจสอบสบื สวน 6.2 การตรวจสอบการทุจรติ 6.3 การตรวจสอบความซอ่ื สตั ย์ 6.4 การตรวจสอบตามคาสงั่ พเิ ศษของผบู้ รหิ าร 6.5 การตรวจสอบตามโปรแกรม หรอื การตรวจสอบตามความตอ้ งการของผบู้ รหิ ารเฉพาะ การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

158 จากทก่ี ล่าวมาขา้ งตน้ สรปุ เป็นตารางไดด้ งั น้ี ตารางท่ี 4.1 ความสมั พนั ธข์ องประเภทและวตั ถุประสงคก์ ารตรวจสอบ ประเภทการตรวจสอบ วตั ถปุ ระสงคก์ ารตรวจสอบ 1. การตรวจสอบทางการเงนิ เพ่อื เป็นการตรวจสอบความถกู ตอ้ ง ครบถว้ นของ เอกสารทน่ี ามาบนั ทกึ บญั ชแี ละตวั เลขในงบการเงนิ 2. การตรวจสอบการปฏบิ ตั กิ าร หรอื เพอ่ื เป็นการตรวจสอบขนั้ ตอนการปฏบิ ตั งิ าน ภายใน การตรวจสอบดาเนินงาน องคก์ รเป็นไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ มกี ารใชท้ รพั ยากร อยา่ งคุม้ ค่าและมปี ระสทิ ธผิ ล 3. การตรวจสอบการบรหิ าร เพ่อื เป็นการตรวจสอบการบรหิ ารงานใหบ้ รรลุตาม นโยบายทต่ี งั้ เป้าหมายไว้ 4. การตรวจสอบการปฏบิ ตั ติ ามขอ้ กาหนด เพอ่ื ใหแ้ น่ใจว่า องคก์ รไดป้ ฏบิ ตั ติ ามขอ้ กาหนด กฎหมาย ระเบยี บ และขอ้ บงั คบั ต่างๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง รวมถงึ จรรยาบรรณทก่ี าหนดไว้ 5. การตรวจสอบเทคโนโลยสี ารสนเทศ เพ่อื ตรวจสอบความน่าเชอ่ื ถอื ของขอ้ มลู ความ ปลอดภยั และโปรแกรมการปฏบิ ตั งิ านของคอมพวิ เตอร์ 6. การตรวจสอบพเิ ศษ เพอ่ื คน้ หาสาเหตุ ขอ้ เทจ็ จรงิ ผลเสยี หายหรอื ผรู้ บั ผดิ ชอบ พรอ้ มทงั้ เสนอแนะมาตรการป้องกนั ความแตกต่างระหว่างการตรวจสอบภายในกบั การสอบบญั ชี จนั ทนา สาขากร, นิพนั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร. (2557 : 4–21) กล่าวว่า การตรวจสอบภายในกบั การสอบบญั ชีถึงแม้ข้นึ ช่อื ว่าเป็นการตรวจสอบเหมอื นกนั บ่งบอกถึงความ ถูกต้อง ความน่าเช่อื ถอื ได้ของตวั เลขในงบการเงนิ ความมอี ยู่จรงิ ครบถ้วนของทรพั ยากรภายใน องคก์ รแลว้ กต็ าม แต่กม็ บี างประการท่กี ารปฏบิ ตั งิ านของทงั้ สองอาชพี นนั้ ย่อมแตกต่างกนั ไปบา้ งตาม บทบาทหน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบในงานตรวจสอบ ซง่ึ ความแตกต่างของทงั้ สองอาชพี นนั้ นามาสรุปได้ ดงั น้ี 1. วตั ถปุ ระสงคข์ องการตรวจสอบ (Purpose of Auditing) การตรวจสอบภายในมวี ตั ถุประสงคเ์ พ่อื ตรวจสอบประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของการปฏบิ ตั ิ งานภายในองคก์ รทกุ ๆ ดา้ นและใหข้ อ้ เสนอแนะเพอ่ื การปรบั ปรงุ ระบบต่างๆ ใหเ้ หมาะสมและมปี ระสทิ ธิ ภาพยิ่งข้นึ ในขณะท่ีการสอบบัญชีจะตรวจสอบเพ่ือแสดงความเห็นต่อฐานะการเงินและผลการ ดาเนนิ งานของกจิ การว่าถูกตอ้ งตามทค่ี วรหรอื ไม่ บทท่ี 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

159 2. ผใู้ ช้บริการ (Users) การตรวจสอบภายในเป็นงานทใ่ี หบ้ รกิ ารเกย่ี วกบั ความเชอ่ื มนั่ บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาโดยมคี วาม รบั ผดิ ชอบต่อผบู้ รหิ ารขององคก์ ร แต่การสอบบญั ชจี ะรบั ผดิ ชอบต่อเจา้ ของหรอื ผถู้ อื หุน้ และบุคคลทส่ี าม เช่น ผลู้ งทุน เจา้ หน้ี ส่วนราชการผเู้ กย่ี วขอ้ ง เป็นต้น ซ่งึ เป็นผใู้ ชป้ ระโยชน์จากงบการเงนิ ทผ่ี ูส้ อบ บญั ชตี รวจสอบและแสดงความเหน็ ไว้ 3. ความเป็นอิสระ (Freedom) ตามมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านของวชิ าชพี การตรวจสอบภายในจะกาหนดเรอ่ื งความเป็นอสิ ระของ ผตู้ รวจสอบภายในไว้ แต่ในสายตาของบุคคลภายนอกยงั คงเหน็ วา่ การตรวจสอบภายในมไิ ดม้ คี วามเป็น อสิ ระอยา่ งแทจ้ รงิ จากผบู้ รหิ ารหรอื งคก์ รของตน เพราะผตู้ รวจสอบภายในเป็นพนกั งานขององคก์ รไดร้ บั การแต่งตงั้ มาจากความเหน็ ชอบของท่ปี ระชุมองค์กรซ่งึ พจิ ารณาตวั บุคคลจากคุณสมบตั ทิ ่เี หมาะสม รวมถงึ ประสบการณ์จากการทางาน และความน่าเช่อื การยอมรบั ในตวั บุคคลนัน้ ๆ ไม่เหมอื นกบั การ สอบบญั ชซี ง่ึ มคี วามเป็นอสิ ระมากกว่า เพราะผสู้ อบบญั ชเี ป็นบุคคลภายนอกองคก์ รไมใ่ ช่พนกั งานหรอื ลกู จา้ งขององคก์ ร ตอ้ งผ่านการทดสอบประมวลความรดู้ า้ นการบญั ชแี ละงานการสอบบญั ชโี ดยตรง 4. ความสนใจในระบบการควบคมุ ภายใน (Interest in Internal Controls) จากขอบเขตลกั ษณะของการตรวจสอบภายในทก่ี วา้ งกวา่ การสอบบญั ชี จงึ ทาใหผ้ ตู้ รวจสอบ ภายในใหค้ วามสนใจต่อระบบการควบคุมภายในทุกด้านขององค์กร ต้องสอบทานคน้ หาจุดอ่อนของ ระบบการปฏบิ ตั งิ านเพ่อื หาทางทจ่ี ะเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพใหก้ บั หน่วยงาน ในขณะทผ่ี สู้ อบบญั ชจี ะใหค้ วาม สนใจต่อระบบการควบคุมภายในเฉพาะด้านบญั ชแี ละการเงนิ เพ่อื กาหนดปรมิ าณงานท่จี ะตรวจสอบ และรายงานให้ผู้บรหิ ารทราบจุดอ่อนท่มี สี าระสาคญั ด้านบญั ชแี ละการเงนิ ท่มี ผี ลกระทบต่องบการเงนิ เท่านนั้ 5. ปริมาณงาน (Work Load) การตรวจสอบภายในจะมปี รมิ าณงานทท่ี ากวา้ งและมากกว่า เพราะขอบเขตการตรวจสอบกวา้ ง เวลาทางานมากกว่าเน่อื งจากเป็นพนกั งานประจาขององคก์ รทป่ี ฏบิ ตั งิ านตรวจสอบอยา่ งต่อเน่อื งตลอดปี ส่วนการสอบบญั ชจี ะมปี รมิ าณทท่ี าแคบและน้อยกว่า เน่ืองจากผสู้ อบบญั ชเี ป็นบุคคลภายนอกทเ่ี ขา้ มา ทางานเพยี งช่วงระยะเวลาหน่งึ เพ่อื ตรวจสอบความถกู ตอ้ งตามทค่ี วรของงบการเงนิ การสอบบญั ชเี ป็น การตรวจสอบทางการเงนิ ปรมิ าณงานทท่ี าจะขน้ึ อยกู่ บั ประสทิ ธภิ าพของการควบคมุ ภายในขององคก์ ร การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

160 6. แผนงานตรวจสอบ (Audit Plan) การตรวจสอบภายในจะกาหนดแผนงานตรวจสอบตามลกั ษณะงานดา้ นต่างๆ การจดั แบง่ ส่วน งานขององคก์ รและงานเฉพาะอยา่ งตามทผ่ี บู้ รหิ ารกาหนด แต่การสอบบญั ชจี ะกาหนดแผนงานตรวจ สอบตามรายการต่างๆ ทป่ี รากฏในงบการเงนิ ตารางท่ี 4.2 สรปุ ความแตกต่างระหวา่ งการตรวจสอบภายในกบั การสอบบญั ชี ประเดน็ ความแตกต่าง การตรวจสอบภายใน การสอบบญั ชี 1. วตั ถุประสงคข์ องการ เพ่ือประเมินประสิทธิภาพและ เพ่ือแสดงความเห็นต่อฐานะ ตรวจสอบ ประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน การเงนิ และผลการดาเนินงาน ภายในทุกๆ ดา้ นขององคก์ ร 2. ผใู้ ชบ้ รกิ าร ผู้บริหารและบุคคลภายในของ เจา้ ของหรอื ผถู้ อื หุน้ และบคุ คล องคก์ ร ภายนอกองคก์ ร 3. ความเป็นอสิ ระ มคี วามเป็นอสิ ระน้อย เน่อื งจาก มคี วามเป็นอสิ ระมากกว่า เป็นพนกั งานประจาภายในองคก์ ร เน่อื งจากเป็นบคุ คลภายนอก 4. ความสนใจในระบบการ มคี วามสนใจในกจิ กรรมทุกๆ ด้าน มีความสนใจเฉพาะด้านบัญชี ควบคุมภายใน ขององคก์ ร และการเงนิ 5. ปรมิ าณงาน ปรมิ าณงานทต่ี อ้ งทากวา้ งและ ปรมิ าณงานท่ีต้องทาน้อยและ มากกว่า แคบกวา่ 6. แผนงานตรวจสอบ กาหนดตามลกั ษณะของกจิ กรรม กาหนดตามรายการต่างๆ ท่ี งานดา้ นต่างๆ โดยตอ้ งจดั เรยี ง ปรากฎในงบการเงนิ ตามลาดบั ของระดบั คา่ การประเมนิ ความเสย่ี งสงู ไปหาความเสย่ี งต่า บทท่ี 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

161 สถาบนั ที่เกี่ยวข้องกบั การตรวจสอบภายใน จนั ทนา สาขากร, นิพนั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร. (2557 : 4–24) กล่าวว่า สถาบนั วชิ าชพี ตรวจสอบภายในมบี ทบาทสาคญั อยา่ งมากต่อการพฒั นาวชิ าชพี ตรวจสอบภายในใหเ้ ป็น ทย่ี อมรบั ของสงั คมและผลงานไดม้ าตรฐานตามทว่ี ชิ าชพี กาหนดซง่ึ สถาบนั ทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การตรวจสอบ ภายในอาจแบง่ ได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ ดงั น้ี 1. สถาบนั กากบั ดแู ล (Regulators) คอื องคก์ รทม่ี อี านาจทาหน้าทก่ี ากบั ดแู ลกจิ การต่างๆ ภายใตข้ อ้ กาหนดของกฎหมายเพ่อื ปก ป้องคมุ้ ครองผลประโยชน์ของสาธารณชน เช่น 1.1 คณะกรรมการกากบั หลกั ทรพั ยแ์ ละตลาดหลกั ทรพั ย์ (Stock Exchange Commission : SEC) 1.2 ตลาดหลกั ทรพั ยแ์ ห่งประเทศไทย (Stock Exchange of Thailand : SET) 1.3 ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand : BOT) 1.4 กรมบญั ชกี ลาง กระทรวงการคลงั กากบั ดแู ลการตรวจสอบภายในภาครฐั 2. สถาบนั วิชาชีพหรือองคก์ รวิชาชีพ (Professional Organizations) คอื องคก์ รทม่ี หี น้าทเ่ี ผยแพรค่ วามรเู้ ชงิ วชิ าการ การกาหนดมาตรฐานของวชิ าชพี ใหแ้ ก่ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี ตรวจสอบภายใน ไดแ้ ก่ 2.1 สมาคมผตู้ รวจสอบภายในระดบั โลกหรอื สากล (The Institute of Internal Auitors : IIA) เป็นองคก์ รวชิ าชพี ท่กี ่อตงั้ ขน้ึ เม่อื ปี พ.ศ. 2482 สานักงานใหญ่ตงั้ อย่ทู ม่ี ลรฐั ฟลอรดิ า้ ประเทศสหรฐั อเมรกิ า โดยวตั ถุประสงคข์ องสมาคมผตู้ รวจสอบภายใน คอื เพอ่ื พฒั นาวชิ าชพี ตรวจสอบภายในอย่าง ต่อเน่ือง ผสู้ นใจรายละเอยี ดสามารถเขา้ ศกึ ษาหาขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ ไดท้ ่ี www.iia.org ซง่ึ ผลงานทส่ี าคญั ของสถาบนั ผตู้ รวจสอบภายใน เชน่ 2.1.1 มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี ตรวจสอบภายใน 2.1.2 แถลงการณ์เรอ่ื งความรบั ผดิ ชอบของการตรวจสอบภายใน 2.1.3 จรยิ ธรรมหรอื ประมวลจรรยาบรรณแหง่ วชิ าชพี ตรวจสอบภายใน 2.1.4 แถลงการณ์มาตรฐานการตรวจสอบภายใน 2.2 สมาคมผตู้ รวจสอบภายในแห่งประเทศไทย (The Institute of Internal Auitors of Thailnd : IIAT หรอื สตท.) เป็นองคก์ รทไ่ี มแ่ สวงหาผลกาไรก่อตงั้ ขน้ึ เม่อื วนั ท่ี 23 สงิ หาคม พ.ศ. 2532 เพอ่ื เป็นศนู ย์ กลางของวชิ าชพี ตรวจสอบภายในของประเทศไทย ผสู้ นใจรายละเอยี ดสามารถเขา้ ศกึ ษา หาขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ ไดท้ ่ี www.iiat.or.th โดยวตั ถุประสงคห์ ลกั ในการดาเนินงานมดี งั น้ี การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

162 2.2.1 เพอ่ื ยกระดบั มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านดา้ นการตรวจสอบภายในของสมาชกิ ให้ เทยี บเท่ากบั ระดบั สากล 2.2.2 เพ่อื เผยแพรบ่ ทบาทของวชิ าชพี ตรวจสอบภายในทม่ี ตี ่อวงการธรุ กจิ ในการ บรหิ ารงาน 2.2.3 เพ่อื สง่ เสรมิ และเผยแพรผ่ ลงานดเี ด่นของสมาชกิ ใหเ้ ป็นทย่ี อมรบั ของวงการ ต่างๆ 2.2.4 เพ่อื สง่ เสรมิ ความสมั พนั ธอ์ นั ดรี ะหว่างผทู้ ป่ี ระกอบวชิ าชพี ตรวจสอบภายใน และเสรมิ สรา้ งความเขา้ ใจอนั ดกี บั เพ่อื นอาชพี อ่นื 2.2.5 เพ่อื เป็นศูนยก์ ลางในการแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ใหข้ า่ วสารแก่สมาชกิ และ ผเู้ กย่ี วขอ้ งในส่วนทเ่ี กย่ี วกบั ความเป็นอยู่ การประกอบอาชพี และสงั คม นอกจากน้สี มาคมผตู้ รวจสอบภายในแหง่ ประเทศไทย ยงั ไดจ้ ดั สอบวุฒบิ ตั รทเ่ี ป็นสากลของ วชิ าชพี ตรวจสอบภายในข้นึ ซ่งึ วุฒบิ ตั รวิชาชีพตรวจสอบภายในจาแนกออกได้เป็น 3 ประเภทคือ (คน้ จาก, http://www.theiiat.or.th/train/cer.php?cat=90119104353) 1. ผตู้ รวจสอบภายในทไ่ี ดร้ บั การรบั รอง (Certified Internal Auditor : CIA) เป็นผตู้ รวจสอบ ภายใน (อายงุ านตงั้ แต่ 2 ปี) ทไ่ี ดร้ บั การยอมรบั กนั ทวั่ โลกว่าเป็นผตู้ รวจสอบภายในมอื อาชพี ซง่ึ สามารถ ประกอบอาชพี ตรวจสอบภายในไดท้ วั่ โลกในระดบั นานาชาติ 2. ผตู้ รวจสอบภายในมอื อาชพี ทไ่ี ดร้ บั การรบั รอง (Certified Professional Internal Auditor : CPIA) เป็นผู้ตรวจสอบภายในอาวุโส (อายุงานตงั้ แต่ 7 ปี) ท่ไี ด้ผ่านกระบวนการยอมรบั ของแต่ละ ประเทศ CPIA มศี กั ดศิ ์ รเี ทยี บเท่า CIA 3. ผตู้ รวจสอบภายในทม่ี คี ณุ สมบตั ิ (Qualified Internal Auditor : QIA) เป็นผตู้ รวจสอบภาย ใน (อายงุ านตงั้ แต่ 1 ปี) ทผ่ี า่ นการทดสอบสามภาคในสภ่ี าคของ CIA สาหรบั วุฒบิ ตั รท่กี ล่าวไว้ข้างต้นนัน้ จะเหน็ ได้ว่าแต่ละระดบั มคี วามหมายและความสาคญั ต่อ ผตู้ รวจสอบอยา่ งมาก หากผูต้ รวจสอบภายในบุคคลใดได้เป็นผูส้ อบผ่านในวชิ าชพี สายงานตรวจสอบ และไดถ้ อื วฒุ บิ ตั แิ ลว้ ยอ่ มจะแสดงใหเ้ หน็ ว่า ก. ไดร้ บั การยอมรบั จากเพอ่ื นรว่ มงานมากกวา่ เดมิ ข. ได้รบั ความน่าเช่อื ถือจากฝ่ายบรหิ ารท่มี องเห็นว่าตนเป็นท่ปี รกึ ษาคนสาคญั ท่จี ะช่วย นาพาองคก์ รใหเ้ กดิ การพฒั นาในทางทด่ี ขี น้ึ กวา่ เดมิ ค. ไดร้ บั การดแู ลจากองคก์ รของตนในดา้ นเงนิ เดอื นและตาแหน่งงานทด่ี ขี น้ึ ง. ไดเ้ ปรยี บคแู่ ขง่ ขนั ในวชิ าชพี เดยี วกนั ในการสมคั รงานหรอื เล่อื นตาแหน่ง บทท่ี 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

163 ปัจจยั ท่ีทาให้การตรวจสอบภายในประสบความสาเรจ็ พนั ธพ์ งศ์ เกยี รตกิ ุล. (2554 : 20) กล่าวว่าการประกอบวชิ าชพี ตรวจสอบภายในจะต้องคานึง ถงึ ปจั จยั ทท่ี าใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านประสบความสาเรจ็ ซง่ึ มอี ยดู่ ว้ ยกนั 4 ประการ ดงั น้ี 1. คณุ สมบตั ิท่ีดีของผตู้ รวจสอบภายใน (Good Features of the Internal Auditor) ผตู้ รวจสอบภายในทม่ี คี ุณสมบตั ดิ ยี อ่ มมโี อกาสทจ่ี ะประสบความสาเรจ็ ในวชิ าชพี อยา่ งมาก ซง่ึ มี ส่วนประกอบดว้ ยกนั 2 ประการคอื 1.1 คุณสมบตั ทิ างการศกึ ษา (Educational Backgroud) หรอื ดา้ นวชิ าชพี ดงั น้ี 1.1.1 มคี วามรแู้ ละความชานาญเชงิ วชิ าการดี หลากหลายแขนงวชิ าในระดบั เบอ้ื งตน้ และระดบั กลางอาจมคี วามรูแ้ ละความชานาญในบางแขนงวชิ าในระดบั สูงหรอื ลกึ ซง้ึ เช่น การบญั ชี การเงนิ การตรวจสอบ สถิติ การบรหิ ารหรอื การจดั การ เศรษฐศาสตร์ กฎหมาย ภาษีอากร เทคโนโลยสี ารสนเทศ เป็นตน้ ความรอบรเู้ หล่าน้จี ะช่วยใหค้ าแนะนาหรอื คาปรกึ ษาทด่ี ไี ด้ 1.1.2 ชอบศกึ ษาหาความรอู้ ยเู่ สมอ ใฝร่ ู้ อยา่ งไมห่ ยดุ ยงั้ ไมว่ า่ จะเป็นความรภู้ ายใน องคก์ รและความรใู้ หมๆ่ ทม่ี สี ่วนช่วยในการพฒั นาและปรบั ปรงุ งานขององคก์ ร ตวั อยา่ งเช่น ความรู้ ภายในองค์กร ได้แก่ การประกอบธุรกิจ ความเส่ียง วิสัยทศั น์ กฎระเบียบ ประกาศ คาสัง่ ข้อบงั คบั หลกั เกณฑต์ ่างๆ เป็นต้น ส่วนความรูใ้ หม่ๆ ท่มี สี ่วนช่วยในการพฒั นาและปรบั ปรุงงาน ไดแ้ ก่ ISO, TQM, 5ส, Balance Scorecard, KPI, CSA (Control Self-Assessment) เป็นตน้ 1.1.3 มคี วามรู้ ความชานาญในมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี ตรวจสอบภายใน และเทคนิคทจ่ี าเป็นในการตรวจสอบ 1.1.4 มคี วามสามารถในการส่อื สารและรจู้ กั เลอื กใชเ้ ทคนคิ การนาเสนอทด่ี ี 1.2 คุณสมบตั สิ ว่ นตวั (Personal Backgroud) หรอื พฤตกิ รรมทแ่ี สดงออกดงั น้ี 1.2.1 บุคลกิ ภาพดี การแต่งกายสะอาด เรยี บรอ้ ย การวางตวั ถูกตอ้ งตามกาลเทศะ มคี วามเหมาะสม สุภาพ อ่อนน้อมถ่อมตน อดทน และจติ ใจหนกั แน่นเพ่อื สรา้ งความน่าเช่อื ถอื 1.2.2 มนุษยสมั พนั ธด์ ี การพดู จาสภุ าพอ่อนโยนน้อบน้อมถูกตามกาลเทศะ น้าเสยี ง อกั ขระชดั เจน ออกสาเนียงตวั ควบกล่าถูกต้อง เวน้ จงั หวะระยะคาพูดถูกช่วงเพ่อื ใหม้ คี วามหมายใน การส่อื สารตรงกนั ก่อให้มปี ระสิทธิภาพ การให้ความช่วยเหลอื ให้คาแนะนามคี วามจรงิ ใจ และมี ประโยชน์ต่อการนาไปเขยี นรายงานในลกั ษณะเชงิ สรา้ งสรรคไ์ ด้ 1.2.3 ความคดิ สรา้ งสรรค์ ช่างสงั เกต มวี สิ ยั ทศั น์ทก่ี วา้ งไกลแสวงหาช่องทางหรอื วธิ กี ารใหมๆ่ เพอ่ื ปรบั ปรงุ งานหรอื แกไ้ ขปญั หาไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ชอบการเปลย่ี นแปลงทด่ี ขี น้ึ มปี ฏภิ าณ ไหวพรบิ ทด่ี ี 1.2.4 การเกบ็ รกั ษาความลบั ไดเ้ ป็นอยา่ งดไี มน่ าความลบั ขององคก์ รและผูท้ ร่ี บั ตรวจ ไปเผยแพรโ่ ดยทไ่ี มไ่ ดร้ บั อนุญาต การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

164 1.2.5 มคี วามซ่อื สตั ยส์ ุจรติ มคี วามเช่อื มนั่ ในตนเอง มคี วามเป็นอสิ ระและเท่ยี งธรรม มลี กั ษณะเป็นผนู้ าและยนิ ดรี บั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผอู้ ่นื 1.2.6 มกี ารปรบั ปรงุ และพฒั นาตนเองอย่สู ม่าเสมออยา่ งต่อเน่อื ง เกดิ การใฝร่ ู้ ใฝ่ ศึกษาแสวงหาความรู้ใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในงาน มีความกระตือรือร้นและต่ืนตัวในการทางาน พจิ ารณาทบทวนการปฏบิ ตั งิ านวา่ เป็นไปตามแผนงานทว่ี างไวห้ รอื ไม่ และตดิ ตามขา่ วสารทางเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื งอยเู่ สมอ 2. ทศั นคติในการตรวจสอบภายใน (Attutude to Audit) ถอื ว่ามคี วามสาคญั มากในวชิ าชพี การตรวจสอบภายใน เน่อื งจากทศั นคตเิ ป็นลกั ษณะรปู ธรรมท่ี เกดิ จากแนวคดิ ความเช่อื ความรสู้ กึ หรือมุมมองเฉพาะตวั บุคคลใดบุคคลหน่ึงเกบ็ ไวภ้ ายในร่างกาย ซง่ึ คนทวั่ ไปจะเหน็ ไดก้ ต็ ่อเมอ่ื บุคคลนนั้ แสดงเป็นพฤตกิ รรมผลกั ออกมาเป็นนามธรรม ถ้าพจิ ารณาจาก ทศั นคตขิ องความคดิ ความรสู้ กึ แลว้ นนั้ สามารถจาแนกออกไดเ้ ป็น 2 ประการ คอื 2.1 ทศั นคตใิ นการตรวจสอบภายในเชงิ ลบ เป็นการแสดงบทบาทการทางานของผตู้ รวจ สอบภายในลกั ษณะอาชพี ของตารวจ ทนายความ นักสบื หรอื ผพู้ พิ ากษา ซง่ึ แสดงพฤตกิ รรมออกมา ในรปู ของการสบื สวน สอบสวน คน้ หาขอ้ เทจ็ จรงิ คน้ หาหลกั ฐาน ตงั้ คาถาม สอบถาม ไต่สวน และ ตดั สนิ ซ่งึ บรรยากาศในการตรวจสอบจะเกดิ ความตงึ เครยี ด ไม่เป็นมติ ร ไม่น่าไว้วางใจ และหวาด ระแวงซง่ึ กนั และกนั ระหวา่ งผตู้ รวจสอบและหน่วยรบั ตรวจ ถา้ ผตู้ รวจสอบภายในมที ศั นคตใิ นดา้ นน้ีมาก จะทาใหก้ ารทางานไมป่ ระสบความสาเรจ็ ลุล่วงตามทผ่ี บู้ รหิ ารตงั้ เป้าหมายไว้ 2.2 ทศั นคตใิ นการตรวจสอบภายในเชงิ บวก เป็นการแสดงบทบาทการทางานของผตู้ รวจ สอบภายในลกั ษณะเป็นทป่ี รกึ ษา ผใู้ หค้ าแนะนา ผใู้ หบ้ รกิ ารความช่วยเหลอื ทศั นคตเิ ช่นน้ีบรรยากาศ ในการตรวจสอบจะไดร้ บั ความรว่ มมอื จากหน่วยรบั ตรวจเป็นอย่างดี ไม่ตงึ เครยี ด เป็นมติ ร เกดิ ความ ไวว้ างใจกนั การปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบจะบรรลุผลสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงคข์ องผบู้ รหิ ารไดง้ า่ ยขน้ึ หากผู้ ตรวจสอบภายในมที ศั นคติในการเข้าตรวจสอบในด้านน้ีมากย่อมแสดงใหเ้ ห็นว่า ผู้ตรวจสอบเข้าใจ บทบาทหน้าท่ีภารกิจของการตรวจสอบอย่างแท้จรงิ เน่ืองจากงานตรวจสอบนัน้ จะเน้นด้านการ ใหบ้ รกิ ารเป็นหลกั ไมว่ า่ จะบรกิ ารใหค้ วามเชอ่ื มนั่ ในระบบการควบคุมภายในหรอื บรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาใน กจิ กรรมทม่ี จี ดุ บกพรอ่ ง 3. การปฏิบตั ิงานตรวจสอบภายใน (Operational Audit) ในการปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบภายในจะใหป้ ระสบความสาเรจ็ ลุลว่ งไปดว้ ยดนี นั้ มกี ฎพน้ื ฐานอยู่ ดว้ ยกนั 4 ประการ ไดแ้ ก่ 3.1 การตรวจสอบตอ้ งตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ ผตู้ รวจสอบจะใหบ้ รกิ ารแก่ลกู คา้ 3 กลุ่ม คอื ผูร้ บั ตรวจ หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบ และองค์กร โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบเพ่อื การ บรหิ ารเป็นหลกั บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

165 3.2 ผตู้ รวจสอบภายในตอ้ งมคี วามรู้ ทกั ษะ ความสามารถความชานาญในการปฏบิ ตั งิ าน ตรวจสอบภายใน รวมทงั้ ต้องมคี วามเป็นอสิ ระและการส่อื สารท่ดี ที งั้ ทางวาจาและทาเป็นลายลกั ษณ์ อกั ษร ตลอดจนมมี นุษยสมั พนั ธท์ ด่ี ี 3.3 การตรวจสอบภายในตอ้ งวดั ผลการดาเนินงานจรงิ ทเ่ี กดิ ขน้ึ และนามาเปรยี บเทยี บกบั เกณฑก์ ารทางานตรวจสอบทไ่ี ดม้ กี ารตกลงกนั ไวล้ ่วงหน้า เพ่อื สรา้ งการยอมรบั ของทุกฝา่ ยทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง และนาวธิ กี ารตรวจสอบแบบมสี ว่ นรว่ มมาใชอ้ ยา่ งเหมาะสม 3.4 ขอ้ สรปุ ผลจากการตรวจสอบต้องมาจากขอ้ เทจ็ จรงิ หรอื หลกั ฐานทถ่ี ูกตอ้ งและครบถว้ น ตรงต่อความเป็นจรงิ 4. ปัจจยั ที่ส่งเสริมอ่ืน (Other Factors Promoting) มอี ทิ ธพิ ลอยา่ งมากต่อการตรวจสอบภายในใหป้ ระสบความเสรจ็ เน่อื งจากเป็นกจิ กรรมทส่ี นบั สนุนใหก้ ารตรวจสอบบรรลุผลสาเรจ็ ตามเป้าหมายหรอื วตั ถุประสงคท์ ไ่ี ดก้ าหนดไว้ (คน้ จาก, เอกสาร เผยแพรป่ จั จยั ความสาเรจ็ ของการตรวจสอบภายใน http://www.audit.sat.or.th/v2project) เชน่ 4.1 ฝา่ ยบรหิ ารหรอื ผบู้ รหิ ารระดบั สูงขององคก์ รตอ้ งกาหนดนโยบายใหก้ ารสนบั สนุนอย่าง จรงิ จงั และจรงิ ใจแก่หน่วยงานตรวจสอบภายใน โดยเฉพาะความเป็นอิสระในการปฏิบตั ิงานของผู้ ตรวจสอบภายในโดยกาหนดสายการบงั คบั บญั ชาให้ขน้ึ ตรงต่อผู้บรหิ ารระดบั สูงหรอื คณะกรรมการ ตรวจสอบฝา่ ยบรหิ ารไมค่ วรเขา้ ไปกา้ วก่ายหรอื แทรกแซงหรอื ขดั ขวางการทางานของผตู้ รวจสอบภายใน โดยฝา่ ยบรหิ ารควรอนุมตั กิ ฎบตั รของหน่วยงานตรวจสอบภายในตลอดจนสนบั สนุนทางดา้ นงบประมาณ กาลงั คน อุปกรณ์เครอ่ื งมอื และทรพั ยากรทใ่ี ชใ้ นการตรวจสอบอยา่ งเพยี งพอ 4.2 หน่วยงานตรวจสอบภายในตอ้ งมรี ะบบงานและการบรหิ ารจดั การทด่ี ี เช่น การจดั แบ่ง งานภายในอยา่ งดหี รอื เหมาะสม มคี มู่ อื การปฏบิ ตั งิ าน เป็นตน้ 4.3 ความเขา้ ใจและยอมรบั ของผรู้ บั ตรวจ สมั พนั ธภาพระหว่างผตู้ รวจสอบภายในกบั ผรู้ บั ตรวจเป็นไปดว้ ยดี หรอื ความมมี นุษยสมั พนั ธข์ องผู้ตรวจสอบภายในต่างฝ่ายต่างร่วมมอื กนั มุ่งเน้น ประโยชน์ขององคก์ รเป็นเป้าหมายรว่ มกนั 4.4 ผตู้ รวจสอบภายในควรไดห้ ลกั ฐานการตรวจสอบทถ่ี ูกตอ้ ง ครบถ้วน เช่อื ถอื ได้ และ เพียงพอต่อการสรุปผลการตรวจสอบ ดงั นัน้ องค์กรควรมีความพร้อมของระบบงานและระบบ สารสนเทศ 4.5 รายงานการตรวจสอบและขอ้ เสนอแนะเป็นทย่ี อมรบั ของทุกฝ่ายทเ่ี กย่ี วขอ้ งซง่ึ ขอ้ เสนอ แนะนนั้ สามารถนาไปปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ และผรู้ บั ตรวจยนิ ดที จ่ี ะนาไปปฏบิ ตั ดิ ว้ ยความเตม็ ใจ 4.6 การตดิ ตามผลการตรวจสอบภายหลงั การตรวจสอบแลว้ อยา่ งต่อเน่ืองและอยา่ งจรงิ จงั ของผบู้ รหิ ารและผตู้ รวจสอบภายใน 4.7 วฒั นธรรมและความเขา้ ใจขององคก์ ร วฒั นธรรมองคก์ ร คอื พฤตกิ รรมขององคก์ รใน การเขา้ ใจรว่ มมอื ในงานตรวจสอบภายใน ซง่ึ เป็นปจั จยั สาคญั ในการเพมิ่ ความสาเรจ็ ของงานตรวจสอบ ภายในแสดงถงึ มาตรฐานในการบรหิ ารจดั การขององคก์ รนนั้ การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

166 4.8 ความพรอ้ มของระบบงานและสารสนเทศ การปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบภายในจะเก่ยี วขอ้ ง กบั การวเิ คราะห์และประเมนิ ผลซ่งึ ต้องอาศยั หลกั ฐานขอ้ มูลเพ่อื สนับสนุนเพ่มื ความเช่ือมนั่ ทงั้ ขอ้ มูล ดา้ นการเงนิ การบญั ชแี ละการปฏบิ ตั งิ าน ดงั นัน้ กจิ การท่มี รี ะบบงานขอ้ มลู สารสนเทศพรอ้ มกว่าย่อม พฒั นางานตรวจสอบภายในไดเ้ รว็ กว่ากจิ การทไ่ี มม่ รี ะบบขอ้ มลู หรอื ระบบยงั ลา้ สมยั หรอื เชอ่ื ถอื ไมไ่ ด้ 4.9 การทางานเป็นทมี มคี วามสาคญั ในทุกองคก์ รโดยการทางานทเ่ี ป็นทมี เป็นสง่ิ จาเป็น สาหรบั การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลของการบรหิ ารงาน มบี ทบาททจ่ี ะนาไปส่คู วามสาเรจ็ ของ งานทต่ี อ้ งอาศยั ความรว่ มมอื ของทุกคนในทมี เป็นอยา่ งดี แม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพการตรวจสอบภายใน จนั ทนา สาขากร, นิพนั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร. (2557 : 5–2) กล่าวว่า ตงั้ แต่ปี ค.ศ. 1999 สมาคมผตู้ รวจสอบภายในระดบั สากล (IIA) ไดป้ รบั เปลย่ี นแมบ่ ทการปฏบิ ตั งิ านของ วชิ าชพี ตรวจสอบภายในใหมเ่ พ่อื ใหส้ ะทอ้ นถงึ ลกั ษณะบรกิ ารของงานตรวจสอบภายในทข่ี ยายกวา้ งขน้ึ รวมทงั้ การนารูปแบบการบรหิ ารความเส่ยี ง การควบคุม และหลักธรรมาภิบาลเข้ามารวมไว้ใน มาตรฐานการตรวจสอบภายในใหมต่ ามแนวคดิ ของโคโซ่ (COSO) ดงั นนั้ แมบ่ ทการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี การตรวจสอบภายในหลกั ๆ จงึ จาแนกออกไดเ้ ป็น 4 ดา้ นดว้ ยกนั ประกอบดว้ ย ด้านท่ี 1 : จริยธรรมหรือประมวลจรรยาบรรณของวิชาชีพตรวจสอบภายใน จรยิ ธรรมเป็นเร่อื งนามธรรมเกย่ี วกบั ความดงี ามหรอื คุณธรรม ก่อนจะทราบเก่ยี วกบั จรยิ ธรรม ของวชิ าชพี ตรวจสอบภายในนนั้ ผตู้ รวจสอบควรทาความเขา้ ใจเก่ยี วกบั คาศพั ท์ต่างๆ เหล่าน้ีทน่ี ามาใช้ ในการปฏบิ ตั งิ านเพอ่ื ใหเ้ กดิ สง่ิ ดงี ามและสรา้ งมลู ค่าเพม่ิ เกดิ ขน้ึ กบั องคก์ รเป็นทย่ี อมรบั ของบุคคลทวั่ ไปมี ดงั น้ี คุณธรรม (Virtue) หมายถงึ ความดงี ามในจติ ใจของมนุษยห์ รอื หลกั มาตรฐานแห่งความประพฤติ ในทางทด่ี ที ช่ี อบ ซง่ึ เป็นทย่ี อมรบั วา่ เป็นสง่ิ ทถ่ี กู ทค่ี วร จรยิ ธรรม (Ethic) หมายถงึ ธรรมทเ่ี ป็นขอ้ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิ หรอื ศลี ธรรมอนั ดหี รอื แนวคดิ ของ การปฏบิ ตั ติ นว่าถกู หรอื ผดิ จรรยาวชิ าชพี (Professional Ethic) หมายถงึ กฎเกณฑค์ วามประพฤติ หรอื มรรยาทในการ ประกอบอาชพี ของผู้ประกอบวชิ าชพี แต่ละสาขา เช่น การบญั ชี การท่องเทย่ี ว ทนายความแพทย์ วศิ วกร สถาปนิก พยาบาล ผสู้ อบบญั ชี เป็นตน้ ซง่ึ จรรยาวชิ าชพี มผี ลผกู มดั หรอื ผกู พนั ทางจติ ใจของ ผปู้ ระกอบวชิ าชพี โดยมศี กั ดศิ ์ รแี ห่งความเป็นมนุษยแ์ ละศกั ดศิ ์ รแี ห่งวชิ าชพี ของตนเป็นเดมิ พนั หรอื เป็น ประกนั บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

167 จรรยาบรรณ (Code of Ethic) หมายถงึ จรรยาวชิ าชพี ทก่ี าหนดขน้ึ แลว้ นามาประมวลไวเ้ พ่อื ใหผ้ ปู้ ระกอบวชิ าชพี แต่ละสาขาไดม้ หี ลกั เกณฑท์ จ่ี ะยดึ ถอื ปฏบิ ตั ใิ นขณะประกอบวชิ าชพี ของตน และใช้ เป็นมาตรฐานแห่งความประพฤติสาหรบั ผู้ประกอบวชิ าชพี จรรยาบรรณเป็นข้อพงึ ปฏิบตั ิเก่ียวกบั จรยิ ธรรมซ่งึ มคี ุณค่าต่อตนเองและสงั คม ผู้ประกอบวชิ าชพี ต้องปฏิบตั ิงานตามจรรยาบรรณโดยมี หลกั การท่มี ุ่งให้บรกิ ารต่อสงั คมเป็นท่ตี งั้ มากกว่าคานึงถึงการแสวงหาเงนิ และผลประโยชน์เหมอื นผู้ ประกอบธรุ กจิ ทวั่ ไป ประมวลจรรยาบรรณของวชิ าชพี การตรวจสอบภายใน หมายถงึ หลกั การท่เี ก่ยี วกบั วชิ าชพี และการปฏบิ ตั งิ านการตรวจสอบภายใน หรอื หลกั ปฏบิ ตั ทิ อ่ี ธบิ ายถงึ บทบาทหน้าทแ่ี ละสงิ่ ทผ่ี ตู้ รวจสอบ ภายในพงึ ประพฤตปิ ฏบิ ตั ิใช้เป็นแนวทางเดยี วกนั เพ่อื ให้งานตรวจสอบมศี กั ดศิ ์ รแี ห่งวชิ าชพี ท่สี ูงขน้ึ และเป็นทย่ี อมรบั จากสงั คม สาหรบั วตั ถุประสงคข์ องจรยิ ธรรมของวชิ าชพี ตรวจสอบภายใน สมาคมผตู้ รวจสอบภายในแห่ง ประเทศสหรฐั อเมรกิ าไดก้ าหนดจรยิ ธรรมทค่ี วรยดึ ถอื เป็นแนวปฏบิ ตั เิ ดยี วกนั ดงั น้ี 1. เพอ่ื เป็นการยกฐานะและศกั ดศิ ์ รแี หง่ วชิ าชพี ตรวจสอบภายใน 2. เพอ่ื ใหว้ ชิ าชพี ตรวจสอบภายในเป็นทย่ี กย่อง และยอมรบั นับถอื ของบุคคลทวั่ ไปรวมทงั้ การ ปฏบิ ตั หิ น้าทอ่ี ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ สว่ นโครงสรา้ งของจรยิ ธรรมของวชิ าชพี ตรวจสอบภายใน จาแนกออกไดเ้ ป็น 3 สว่ นคอื 1. ขอ้ คดิ เบอ้ื งตน้ เป็นขอ้ ตกลงภายในเฉพาะแต่ละองคก์ รเกย่ี วกบั เงอ่ื นไขในเรอ่ื งต่างๆ ทจ่ี ะ นามาใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านของผบู้ รหิ ารกับผตู้ รวจสอบ และผตู้ รวจสอบกบั หน่วยรบั ตรวจภายในองคก์ ร เท่านัน้ โดยจะกล่าวถงึ วตั ถุประสงค์ของจรยิ ธรรม คานิยามของการตรวจสอบภายใน องคป์ ระกอบ ของจรยิ ธรรม การถอื ปฏบิ ตั แิ ละการบงั คบั ใช้ เป็นตน้ 2. หลกั การพน้ื ฐาน ผตู้ รวจสอบภายในทกุ คนควรยดึ ถอื และดารงไวซ้ ง่ึ หลกั การพ้นื ฐานเดยี ว กนั ทต่ี อ้ งนามาใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านในวชิ าชพี ตรวจสอบภายใน ประกอบดว้ ย 2.1 ความมจี ดุ ยนื ทม่ี นั่ คง (Integrity) จะช่วยใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบของผตู้ รวจสอบมี ความไวเ้ น้อื เช่อื ใจ และเป็นรากฐานแหง่ การตดั สนิ ใจทน่ี ่าเช่อื ถอื และยอมรบั จากบคุ คลทวั่ ไป 2.2 ความเทย่ี งธรรม (Objectivity) ผตู้ รวจสอบทเ่ี ป็นมอื อาชพี ยอ่ มจะต้องตระหนักไวอ้ ยา่ ง ยง่ิ ในการปฏบิ ตั งิ าน ตงั้ แต่กระบวนการรวบรวมขอ้ มลู ประเมนิ ผล ควรมคี วามเช่อื มนั่ อย่างสุจรติ ใจใน ผลงานของตน ไมป่ ล่อยใหผ้ ลประโยชน์สว่ นตวั หรอื ความรสู้ กึ นึกคดิ ของบุคคลอ่ืนเขา้ มามอี ทิ ธพิ ลเหนือ การประเมนิ ของตนและตอ้ งไมต่ กอยภู่ ายใตอ้ านาจของกลุ่มใด 2.3 การรกั ษาความลบั (Confidentiality) ผตู้ รวจสอบภายในตอ้ งเคารพต่อคุณค่าและสทิ ธิ แห่งขอ้ มลู ทต่ี นไดร้ บั ทราบ และต้องไมเ่ ปิดเผยขอ้ มลู ดงั กล่าวโดยไมไ่ ดร้ บั อนุญาตจากผมู้ อี านาจหน้าท่ี โดยตรง ยกเวน้ ในกรณที ม่ี พี นั ธะในแง่ทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั กฎหมายและงานอาชพี เท่านนั้ 2.4 ความสามารถในหน้าทห่ี รอื ความเชย่ี วชาญชานาญงาน (Competency) โดยผตู้ รวจ สอบภายในต้องนาความรทู้ กั ษะ และประสบการณ์ไปใชป้ ฏบิ ตั หิ น้าท่ใี หบ้ รกิ ารตรวจสอบภายในอย่าง เตม็ ความรคู้ วามสามารถเทา่ ทม่ี ี การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

168 3. ขอ้ กาหนด (Rules of Conduct) คอื กฎเกณฑ์ หรอื บรรทดั ฐานของพฤตกิ รรมทก่ี าหนดไว้ เป็นมาตรฐานเดยี วกนั ใหผ้ ตู้ รวจสอบภายในนาไปส่กู ารปฏบิ ตั โิ ดยใชส้ ามญั สานึกและจติ วจิ ารณญาณอนั เหมาะสม ผตู้ รวจสอบภายในควรประพฤตปิ ฏบิ ตั อิ ยา่ งมจี รรยาบรรณดงั ต่อไปน้ี 3.1 ความมจี ดุ ยนื ทม่ี นั่ คง ผตู้ รวจสอบภายในจะตอ้ ง 3.1.1 ปฏบิ ตั หิ น้าทข่ี องตนดว้ ยความซ่อื สตั ย์ ขยนั หมนั่ เพยี งและมคี วามรบั ผดิ ชอบ 3.1.2 ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมายและเปิดเผยขอ้ มลู ตามทร่ี ะบไุ วใ้ นกฎหมายและวชิ าชพี 3.1.3 ไมเ่ ขา้ ไปเกย่ี วขอ้ งพวั พนั กบั การกระทาใดๆ ทข่ี ดั ต่อกฎหมายโดยรอู้ ยแู่ ก่ใจ หรอื ไม่เขา้ ไปมสี ่วนร่วมในการกระทาทอ่ี าจนาความเส่ยี มเสยี มาสู่วชิ าชพี ตรวจสอบภายใน หรอื สรา้ ง ความเสยี หายต่อองคก์ ร 3.1.4 ใหค้ วามเคารพและสนบั สนุนการปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย ขอ้ บงั คบั และจรรยา บรรณขององคก์ ร 3.2 ความเทย่ี งธรรม ผตู้ รวจสอบภายในจะตอ้ ง 3.2.1 ไมม่ สี ่วนเกย่ี วขอ้ งหรอื มคี วามสมั พนั ธใ์ ดๆ ทอ่ี าจทาใหเ้ สอ่ื มเสยี หรอื ถกู เขา้ ใจ ว่าเส่อื มเสยี ความเทย่ี งธรรมในการใชว้ จิ ารณญาณเยย่ี งผปู้ ระกอบวชิ าชพี รวมไปถงึ การกระทาต่างๆ หรอื ความสมั พนั ธต์ ่างๆ ทข่ี ดั ต่อผลประโยชน์ขององคก์ ร 3.2.2 ไมย่ อมรบั สงิ่ ใดๆ ทอ่ี าจทาใหเ้ สอ่ื มเสยี หรอื ถกู เขา้ ใจวา่ เส่อื มเสยี ต่อการตดั สนิ ใจเชงิ วชิ าชพี 3.2.3 แสดงหลกั ฐานความเป็นจรงิ ทร่ี บั ทราบ โดยหากไมเ่ ปิดเผยหรอื ไมร่ ายงาน ขอ้ เทจ็ จรงิ แลว้ อาจทาใหร้ ายงานการตรวจสอบผดิ พลาดไปจากขอ้ เทจ็ จรงิ 3.3 การรกั ษาความลบั ผตู้ รวจสอบภายในจะตอ้ ง 3.3.1 มคี วามรอบคอบในการใชแ้ ละปกป้องขอ้ มลู ทไ่ี ดม้ าระหวา่ งการปฏบิ ตั หิ น้าท่ี 3.3.2 ไมใ่ ชข้ อ้ มลู ทไ่ี ดม้ าเพอ่ื เป็นเครอ่ื งมอื ในการแสวงหาผลประโยชน์เพอ่ื ตนเองและ การกระทาการใดๆ ท่ีขดั ต่อกฎหมาย หรือบ่อนทาลายวัตถุประสงค์ในการทาตามกฎหมายและ จรรยาบรรณขององคก์ ร 3.4 ความสามารถในหน้าทห่ี รอื ความชานาญงาน ผตู้ รวจสอบภายในจะตอ้ ง 3.4.1 ทาหน้าทเ่ี ฉพาะในสว่ นทต่ี นมคี วามรู้ ทกั ษะ และประสบการณ์เท่านนั้ 3.4.2 ปฏบิ ตั หิ น้าทต่ี รวจสอบภายในโดยยดึ มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี ตรวจสอบ ภายใน 3.4.3 พฒั นาความเชย่ี วชาญ ประสทิ ธผิ ล และคณุ ภาพการใหบ้ รกิ ารอยา่ งต่อเน่อื ง จากจรยิ ธรรมหรอื จรรยาบรรณของผตู้ รวจสอบภายในขา้ งตน้ สะทอ้ นใหเ้ หน็ ว่าการเป็นผตู้ รวจ สอบภายในทด่ี นี นั้ มใิ ช่มคี วามรคู้ วามสามารถในดา้ นการตรวจสอบแต่เพยี งอยา่ งเดยี ว แต่จะตอ้ งเป็นผทู้ ่ี ประพฤตติ นตามขอ้ กาหนดดงั กล่าวดว้ ย เพ่อื นามาเป็นหลกั ประกนั ความเช่อื มนั่ ทเ่ี ท่ยี งธรรมและการ เป็นทป่ี รกึ ษาทเ่ี ป่ียมดว้ ยคณุ ภาพ บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

169 ด้านท่ี 2 : มาตรฐานการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน การปฏบิ ตั วิ ชิ าชพี การตรวจสอบภายในนนั้ จะพบว่ามสี ภาวะแวดลอ้ มทแ่ี ตกต่างกนั ทงั้ น้ีขน้ึ อยู่ กบั กฎหมาย โครงสรา้ งองคก์ ร วฒั นธรรมขององคก์ ร ลกั ษณะธรุ กจิ ขนาดขององคก์ ร ความซบั ซอ้ น ในระบบงานและปจั จยั อ่นื ๆ ดงั นนั้ จงึ ไดก้ าหนดวตั ถุประสงคข์ องมาตรฐานสากลสาหรบั การปฏบิ ตั งิ าน วชิ าชพี การตรวจสอบขน้ึ มาโดยเกย่ี วขอ้ งเรอ่ื งต่างๆ ดงั น้ี 1. เพ่อื ใหผ้ บู้ รหิ ารทกุ ระดบั คณะกรรมการ ผสู้ อบบญั ชแี ละบคุ คลทเ่ี กย่ี วขอ้ งในองคก์ รทราบถงึ บทบาท ความรบั ผดิ ชอบ และขอ้ ปฏบิ ตั หิ ลกั ของการปฏบิ ตั งิ านการตรวจสอบภายในอยา่ งทค่ี วรจะเป็น 2. เพ่อื กาหนดขอบเขตหรอื กรอบในการทางาน และการเพมิ่ คุณค่างานตรวจสอบภายในวง กวา้ งขน้ึ 3. เพ่อื กาหนดมาตรฐานในการประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของหน่วยงานตรวจสอบภายในหรอื ผู้ ตรวจสอบภายใน 4. เพอ่ื สนบั สนุนใหเ้ กดิ การปรบั ปรงุ กระบวนการและการดาเนนิ งานในองคก์ รใหด้ ขี น้ึ สานกั งานบญั ชแี ละตรวจสอบภายใน กรมบญั ชกี ลาง (2554 : 3) กล่าวว่าตามแนวคดิ สมยั ใหม่ องคป์ ระกอบจะมอี ย่ดู ว้ ยกนั 3 ส่วนโดยมาตรฐานการตรวจสอบภายในจะมขี อ้ ปฏบิ ตั หิ ลกั ๆ ทไ่ี ดน้ ามา เผยแพร่จดั ทาเป็นค่มู อื ให้ผตู้ รวจสอบภายในไดศ้ กึ ษานามาใชใ้ นงานตรวจสอบมเี พยี ง 2 ส่วนเท่านัน้ คอื มาตรฐานดา้ นคุณสมบตั ิ และมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน ทงั้ น้ีเพ่อื สะดวกต่อการทาความเข้าใจและ นาไปใช้ตลอดจนการอ้างองิ จงึ กาหนดให้มรี หสั ตวั เลขกากบั ในแต่ละหมวด แต่ละหวั ข้อมาตรฐาน พร้อมกับคาอธิบายถึงการนามาตรฐานไปใช้ในการบรกิ ารด้านการให้ความเช่อื มนั่ งานบรกิ ารให้ คาปรกึ ษา ดงั น้ี 1. มาตรฐานดา้ นคณุ สมบตั ิ กาหนดเลขรหสั ชดุ 1000 เป็นมาตรฐานทก่ี ล่าวถงึ ลกั ษณะ ของหน่วยงานและบุคลากรทท่ี าหน้าท่ตี รวจสอบภายใน เรมิ่ ตงั้ แต่รหสั มาตรฐานท่ี 1000 เป็นต้นไป เช่น รหสั 1100 จะเป็นมาตรฐานท่เี ก่ยี วข้องกบั คุณสมบตั ดิ ้านความเป็นอิสระและความเทย่ี งธรรม เป็นตน้ 2. มาตรฐานดา้ นการปฏบิ ตั งิ าน กาหนดเลขรหสั ชุด 2000 เป็นมาตรฐานทก่ี ล่าวถงึ ลกั ษณะของงานตรวจสอบภายในและบรรทดั ฐานท่สี ามารถใช้ประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ิงานตรวจสอบ ภายใน โดยจะเรม่ิ ตงั้ แต่รหสั มาตรฐานท่ี 2000 เป็นต้นไป เช่น รหสั 2200 จะเป็นมาตรฐานการ ปฏบิ ตั งิ านเกย่ี วกบั การวางแผนภารกจิ เป็นตน้ 3. มาตรฐานดา้ นการนาไปปฏบิ ตั ิ กาหนดเลขรหสั ชุดท่ี nnnn.xn เป็นการอธบิ ายขยาย ความถงึ การนามาตรฐานดา้ นคณุ สมบตั แิ ละมาตรฐานการปฏบิ ตั งิ านมาประยกุ ตใ์ ชใ้ นแต่ละเร่อื ง สาหรบั งานดา้ นการให้ความเช่อื มนั่ (Assurance) จะแทนด้วยเลขรหสั มาตรฐานท่มี อี กั ษร “A” ต่อท้าย เช่น 1110.A1 จะเป็นการอธบิ ายถงึ ความอสิ ระภายในองค์กรในส่วนท่เี ก่ยี วข้องกับงานให้บรกิ ารให้ความ เช่อื มนั่ เป็นต้น สาหรบั งานด้านการให้คาปรกึ ษา (Consulting) จะแทนด้วยเลขรหสั มาตรฐานท่มี ี การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

170 อกั ษร “C” ต่อทา้ ย เชน่ 1110.C1 จะเป็นการอธบิ ายถงึ ความเป็นอสิ ระภายในองคก์ รในส่วนทเ่ี ก่ยี วกบั งานใหบ้ รกิ ารใหค้ าปรกึ ษา เป็นตน้ จากทก่ี ลา่ วมานามาเขยี นเป็นภาพประกอบดงั น้ี มาตรฐานการปฏบิ ตั งิ าน วชิ าชพี การตรวจสอบภายใน มาตรฐาน มาตรฐาน มาตรฐาน ทางดา้ นคุณสมบตั ิ การปฏบิ ตั งิ าน การนาไปปฏบิ ตั ิ รหสั ชุดท่ี 1000 รหสั ชดุ 2000 รหสั ชุดท่ี mmmm.xn เกย่ี วกบั เกย่ี วกบั เกย่ี วกบั ลกั ษณะขององคก์ ร ลกั ษณะของงานตรวจสอบ กจิ กรรมใหค้ วาม และบคุ ลากรทท่ี า หน้าทก่ี ารตรวจสอบ ภายในและหลกั เกณฑ์ เชอ่ื มนั่ และ ทางคุณภาพ กจิ กรรมใหค้ าปรกึ ษา ภาพท่ี 4.3 ส่วนประกอบมาตรฐานสากลการปฏบิ ตั งิ านวชิ าชพี การตรวจสอบภายใน ทม่ี า : (จนั ทนา สาขากร, นิพนั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร, 2557 หน้า 5–10) ต่อไปน้ีจะขอกล่าวถึงหวั ข้อเร่อื งของแต่ละมาตรฐานสากลสาหรบั การปฏบิ ตั ิงานวชิ าชพี การ ตรวจสอบภายในดงั รายละเอยี ดเพ่อื นาไปศกึ ษาดงั น้ี 1.1 มาตรฐานดา้ นคณุ สมบตั ิ รหสั ชุด 1000 ประกอบดว้ ย 1000 วตั ถุประสงค์ อานาจหน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบ 1100 ความเป็นอสิ ระและความเทย่ี งธรรม 1200 ความเชย่ี วชาญและความระมดั ระวงั เยย่ี งวชิ าชพี 1300 โครงการประกนั และปรบั ปรงุ คณุ ภาพ บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

171 สรปุ ภาพประกอบมาตรฐานดา้ นคณุ สมบตั ดิ งั น้ี มาตรฐานทางด้าน คณุ สมบตั ิ รหสั ชุดที่ 1000 1300 วตั ถุประสงค์ อานาจ โครงการประกนั และ หน้าทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบ ปรบั ปรงุ คุณภาพ 1100 1200 ความเป็นอสิ ระ ควมเชย่ี วชาญ และ ความระมดั ระวงั เยย่ี ง และ ความเทย่ี งธรรม วชิ าชพี ภาพท่ี 4.4 สว่ นประกอบมาตรฐานสากลดา้ นคณุ สมบตั ิ ทม่ี า : (จนั ทนา สาขากร, นิพนั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร, 2557 หน้า 5–10) 1.2 มาตรฐานดา้ นการปฏบิ ตั งิ าน รหสั ชุด 2000 ประกอบดว้ ย 2000 การบรหิ ารกจิ กรรมการตรวจสอบภายใน 2100 ลกั ษณะของงานตรวจสอบ 2200 การวางแผนภารกจิ 2300 การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ 2400 การสอ่ื สารผลการปฏบิ ตั ภิ ารกจิ 2500 การตดิ ตามผล 2600 การยอมรบั ความเสย่ี ง การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

172 สรปุ ภาพประกอบมาตรฐานดา้ นการปฏบิ ตั งิ านดงั น้ี มาตรฐาน ด้านการปฏิบตั ิงาน รหสั ชุด 2000 2000 การบรหิ ารกจิ กรรม 2100 ลกั ษณะของงาน 2200 การวางแผน การตรวจสอบภายใน ตรวจสอบ ภารกจิ 2300 2500 การปฏบิ ตั ภิ ารกจิ การตดิ ตามผล 2400 การส่อื สารผลการ 2600 การยอมรบั ปฏบิ ตั ภิ ารกจิ ความเสย่ี ง ภาพท่ี 4.5 ส่วนประกอบมาตรฐานสากลการปฏบิ ตั งิ าน ทม่ี า : (จนั ทนา สาขากร, นพิ นั ธ์ เหน็ โชคชยั ชนะ, และศลิ ปพร ศรจี นั่ เพชร, 2557 หน้า 5–11) 1.3. มาตรฐานการนาไปปฏบิ ตั ิ หมายถงึ การนามาตรฐานดา้ นคุณสมบตั แิ ละมาตรฐานการ ปฏบิ ตั งิ านไปใชแ้ ลว้ แต่ผตู้ รวจสอบภายในจะเลอื กเพ่อื ใหม้ คี วามเหมาะสมตามสภาพสงิ่ แวดลอ้ มภายใน ขององคก์ ร ซง่ึ แต่ละมาตรฐานของการนาไปใชอ้ ธบิ ายแต่ละประเดน็ ดงั น้ี 1.3.1 มาตรฐานการนาไปปฏบิ ตั ขิ องมาตรฐานดา้ นคุณสมบตั ิ ประกอบดว้ ย 1000 : วตั ถปุ ระสงค์ อานาจหน้าที่ และความรบั ผิดชอบ หน่วยงานตรวจสอบภายในควรกาหนดวตั ถุประสงค์ อานาจหน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบ ของกจิ กรรมการตรวจสอบภายในอยา่ งเป็นทางการไวใ้ นกฎบตั รการตรวจสอบภายในโดยใหส้ อดคลอ้ ง ตามทก่ี าหนดไวใ้ นระเบยี บมาตรฐานการตรวจสอบภายในของสว่ นราชการ และควรไดร้ บั ความเหน็ ชอบ จากคณะผบู้ รหิ ารระดบั สงู และคณะกรรมการตรวจสอบเพอ่ื ใชเ้ ป็นกรอบอา้ งองิ และเป็นแนวทางปฏบิ ตั ิ งานทส่ี าคญั ของหน่วยงานตรวจสอบภายใน 1000.A1 : ควรกาหนดลกั ษณะของงานบรกิ ารตรวจสอบภายในดา้ นการใหห้ ลกั ประกนั กบั สว่ นราชการไวใ้ นกฎบตั ร บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

173 1000.C1 : ควรกาหนดลกั ษณะของงานบรกิ ารตรวจสอบภายในดา้ นการใหค้ าปรกึ ษาไวใ้ น กฎบตั ร 1010 : กฎบตั รงานตรวจสอบ คานิยามของการตรวจสอบภายใน ประมวลจรรยาบรรณ และมาตรฐานการตรวจสอบ ภายในควรระบุไวใ้ นกฎบตั ร หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในควรปรกึ ษาเร่อื งดงั กล่าวกบั ผู้บรหิ าร ระดบั สงู และคณะกรรมการตรวจสอบ 1100 : ความเป็นอิสระและความเท่ียงธรรม การปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบภายในควรมคี วามเป็นอสิ ระและผตู้ รวจสอบภายในควรปฏบิ ตั หิ น้าท่ี ดว้ ยความเท่ยี งธรรม ซ่อื สตั ยส์ ุจรติ และมจี รยิ ธรรมในการปฏบิ ตั งิ านใหบ้ รรลุเป้าหมายผู้ตรวจสอบ ภายในจะต้องเป็นอสิ ระจากกจิ กรรมทต่ี นตรวจสอบ ความเป็นอสิ ระทาให้ผตู้ รวจสอบภายในสามารถ แสดงความคดิ เหน็ ในสง่ิ ทเ่ี ป็นประโยชน์อย่างเทย่ี งธรรม ความเป็นอสิ ระของผตู้ รวจสอบภายในน้ีขน้ึ อยู่ กบั สถานภาพในองคก์ รและจดุ ยนื ของผตู้ รวจสอบภายใน 1110 : ความเป็นอิสระภายในองคก์ ร หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในควรรายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ หรือ คณะกรรมการบรหิ ารเพ่อื ใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบภายในสามารถดาเนินไปไดอ้ ย่างเตม็ ทต่ี ามหน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบท่ไี ดร้ บั มอบหมาย หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบตอ้ งยนื ยนั ถงึ ความเป็นอสิ ระของ กจิ กรรมการตรวจสอบภายในต่อคณะกรรมการอยา่ งน้อยปีละครงั้ 1110.A1 : การปฏบิ ตั ิงานตรวจสอบภายในควรปราศจากการแทรกแซงไมว่ ่าจะเป็น เรอ่ื งการกาหนดขอบเขตการตรวจสอบ การปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบ และการส่อื สารผลการปฏบิ ตั งิ าน 1111 : การมีปฏิสนั มพนั ธโ์ ดยตรงกบั คณะกรรมการ หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องตดิ ต่อส่อื สารและมปี ฏสิ มั พนั ธ์โดยตรงกบั ผู้บรหิ าร ระดบั สงู และคณะกรรมการตรวจสอบ 1120 : ความเที่ยงธรรมของผตู้ รวจสอบภายใน ผตู้ รวจสอบภายในตอ้ งเป็นผทู้ ม่ี คี วามเทย่ี งธรรมซ่อื สตั ยส์ ุจรติ และมจี รยิ ธรรม มที ศั นคตทิ ไ่ี ม่ เอนเอยี งไปทางใดทางหน่งึ และตอ้ งหลกี เลย่ี งภาวการณ์ขดั แยง้ กนั ทางผลประโยชน์ ผตู้ รวจสอบภายในควรมจี ุดยนื ของตนเองในการปฏบิ ตั งิ าน คาว่า “จดุ ยนื ” หมายถงึ ความ ตงั้ ใจทแ่ี น่วแน่ซง่ึ ผตู้ รวจสอบภายในยดึ ถอื เป็นหลกั ในการปฏบิ ตั งิ าน การตดั สนิ ใจต่างๆ จะใชด้ ุลยพนิ ิจ ของตนเองมใิ ชเ่ ป็นการกระทาโดยการชกั นาของผอู้ ่นื เพ่อื มใิ หจ้ ุดยนื ของผตู้ รวจสอบภายในคลาดเคล่อื น ไป ผตู้ รวจสอบภายในจงึ ไมค่ วรปฏบิ ตั งิ านในสถานการณ์ทท่ี าใหร้ สู้ กึ ไม่สบายใจทจ่ี ะตดั สนิ ใจการจดั คน เขา้ ปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบภายในจงึ ควรกระทาอย่างเหมาะสมเพ่ือป้องกนั ไม่ให้เกดิ การขดั แยง้ แมแ้ ต่ใน จติ ใจในการปฏบิ ตั งิ าน การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

174 1130 : เหตบุ นั่ ทอนความเป็นอิสระหรอื ความเท่ียงธรรม กรณีท่มี เี หตุหรอื ขอ้ จากดั ท่จี ะทาให้ผู้ตรวจสอบภายในไม่สามารถปฏบิ ตั งิ านได้อย่างเป็น อสิ ระหรอื เทย่ี งธรรม ผตู้ รวจสอบภายในควรเปิดเผยถงึ สาเหตุหรอื ขอ้ จากดั ดงั กล่าวใหผ้ ทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ ง ทราบการเปิดเผยขน้ึ อยกู่ บั ลกั ษณะของขอ้ จากดั ในแต่ละกรณไี ป 1130.A1 : ผตู้ รวจสอบภายในไมค่ วรประเมนิ งานทต่ี นเคยมหี น้าทร่ี บั ผดิ ชอบมาก่อนเพราะ อาจทาใหผ้ ตู้ รวจสอบภายในสญู เสยี ความเทย่ี งธรรมได้ 1130.A2 : การให้ความเช่อื มนั ่ ในงานท่หี วั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในมีหน้าทร่ี บั ผดิ ชอบนัน้ ตอ้ งสอดส่องดูแลจากหน่วยงานอ่นื ภายในส่วนราชการท่ไี ม่มสี ่วนเก่ยี วขอ้ งกบั กจิ กรรมการ ตรวจสอบภายในดว้ ยอกี ชนั้ หน่งึ 1130.C1 : ผูต้ รวจสอบภายในควรบรกิ ารให้คาปรกึ ษาในงานทต่ี นเคยมหี น้าท่ีรบั ผดิ ชอบ มาก่อนได้ 1130.C2 : กรณีท่มี เี หตุหรอื ขอ้ จากดั ในอนั ทจ่ี ะทาใหผ้ ู้ตรวจสอบภายในไม่สามารถบรกิ าร ใหค้ าปรกึ ษาไดอ้ ย่างอสิ ระหรอื เทย่ี งธรรมผู้ตรวจสอบภายในควรเปิดเผยขอ้ จากดั ดงั กล่าวใหก้ บั ผมู้ อบ หมายงานหรอื ผรู้ บั บรกิ ารทราบก่อนทจ่ี ะรบั งานนนั้ 1200 : ความเช่ียวชาญและความระมดั ระวงั รอบคอบ ผตู้ รวจสอบภายในควรปฏบิ ตั หิ น้าทด่ี ้วยความเชย่ี วชาญและความระมดั ระวงั รอบคอบเยย่ี ง ผปู้ ระกอบวชิ าชพี และทกั ษะอยา่ งเหมาะสมในอนั ทจ่ี ะทาใหผ้ ลการปฏบิ ตั งิ านเป็นทย่ี อมรบั น่าเช่อื ถอื 1210 : ความเช่ียวชาญเย่ียงวิชาชีพ ผตู้ รวจสอบภายในควรมคี วามรทู้ กั ษะและความสามารถอ่นื ๆ ทจ่ี าเป็นต่อการปฏบิ ตั งิ านท่ี รบั ผดิ ชอบ และควรสะสมความรู้ ทกั ษะและความสามารถอ่นื ๆ จากการปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบ 1210.A1 : หวั หน้าผู้บรหิ ารงานตรวจสอบภายในจะต้องให้คาแนะนาและความช่วย เ ห ลือ ห า ก ทีม ผู้ต ร ว จส อ บ ภ า ย ใ น ข า ด ค ว า ม รู้ทัก ษ ะ แ ล ะ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ท่ีจ า เ ป็ น ใ น ก า ร ป ฏิบัติง า น ตรวจสอบไมว่ า่ จะเป็นบางส่วนหรอื ทงั้ หมดของภารกจิ 1210.A2 : ผู้ตรวจสอบภายในควรเป็นผู้ท่มี คี วามรูแ้ ละใช้วจิ ารณญาณในการสงั เกต และสงสยั เยย่ี งผูป้ ระกอบวชิ าชพี ท่จี ะสามารถประเมนิ ความเสย่ี งของการเกดิ ทุจรติ และแนวทางในการ บรหิ ารจดั การทุจริตขององค์กร แต่ทัง้ น้ีไม่จาเป็นต้องมีความเช่ียวชาญเทียบเท่ากับผู้ท่ีมีหน้าท่ี รบั ผดิ ชอบในการสบื หาหรอื สอบสวนการทุจรติ โดยตรง 1210.A3 : ผู้ตรวจสอบภายในต้องมคี วามรอู้ ย่างเพยี งพอกบั ความเสย่ี งและการควบคุม เก่ยี วกบั เทคโนโลยสี ารสนเทศ และรเู้ ทคนิคการตรวจสอบทางดา้ นเทคนิคการตรวจสอบเทคโนโลยี สารสนเทศ อยา่ งไรกต็ าม ไมไ่ ดห้ มายความว่าผตู้ รวจสอบภายในทนุ คนตอ้ งมคี วามเชย่ี วชาญเทยี บเท่า กบั ผตู้ รวจสอบภายในทร่ี บั ผดิ ชอบงานตรวจสอบเทคโนโลยสี ารสนเทศโดยตรง บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

175 1210.C1 : หวั หน้าผู้บรหิ ารงานตรวจสอบภายในต้องปฏเิ สธงานการใหค้ าปรกึ ษาหรอื ใหค้ าแนะนาและความช่วยเหลอื ใดๆ หากทมี งานขาดความรู้ ทกั ษและความสามารถในการปฏบิ ตั งิ าน ในเรอ่ื งนนั้ ๆ ไมว่ ่าจะเป็นทงั้ หมดหรอื บางสว่ นของภารกจิ 1220 : ความระมดั ระวงั เยี่ยงวิชาชีพ ผู้ตรวจสอบภายในต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความระมดั ระวังรอบคอบและใช้ทักษะอย่าง เหมาะสมในอันท่จี ะทาให้ผลการปฏิบัติงานเป็นท่ยี อมรบั และน่าเช่ือถือในทุกสถานการณ์และต้อง ปฏิบัติงานโดยคานึงถึงวิชาชีพอยู่เสมอ ความระมดั ระวังน้ีจะทาให้ผู้ตรวจสอบภายในทราบถึง ขอ้ ผดิ พลาด การขดั แยง้ ทม่ี สี ถานการณ์ทจ่ี ะก่อใหเ้ กดิ การผดิ ปกติ การควบคุมภายในทไ่ี ม่รดั กุมซง่ึ จะ ทาให้สามารถเสนอแนะวธิ กี ารท่จี ะปรบั ปรุงแก้ไขได้ ความระมดั ระวงั น้ีมไิ ด้หมายความว่าผู้ตรวจสอบ ภายในจะทางานโดยมขี อ้ ผดิ พลาดไม่ไดเ้ ลยหรอื ผลงานตอ้ งเป็นเลศิ แต่หมายถงึ การตรวจสอบอยา่ งมี เหตุผล 1220.A1 : การใหบ้ รกิ ารดา้ นการใหค้ วามเช่อื มนั่ ผตู้ รวจสอบภายในควรคานึงถงึ สง่ิ ต่างๆ ดงั ต่อไปน้ี - ขยายขอบเขตงานในกรณีทเ่ี หน็ ว่าจาเป็นเพ่อื ใหง้ านทไ่ี ดร้ บั มอบหมายบรรลุผลสาเรจ็ ตามวตั ถุประสงค์ - ความซบั ซอ้ นของงานผลกระทบทอ่ี าจจะเกดิ ขน้ึ อย่างมนี ัยสาคญั และความ สาคญั ของ เรอ่ื งทจ่ี ะตรวจสอบ การกากบั ดแู ล - ความเพยี งพอและประสทิ ธภิ าพของการกากบั ดูแล การบรหิ ารความเสย่ี งและการ ควบคมุ - โอกาสหรอื ความเป็นไปไดท้ จ่ี ะก่อใหเ้ กดิ ความผดิ พลาดทส่ี าคญั การทุจรติ หรอื การไม่ ปฏบิ ตั ติ ามกฎ ระเบยี บ ขอ้ บงั คบั - คา่ ใชจ้ า่ ยทใ่ี ชใ้ นการใหค้ วามเช่อื มนั่ เมอ่ื เทยี บกบั ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ บั 1220.A2 : ในการปฏบิ ตั หิ น้าทด่ี ้วยความระมดั ระวงั เยย่ี งวชิ าชพี แต่ ผูต้ รวจสอบภายใน ต้องพจิ ารณาใชก้ ารตรวจสอบดว้ ยเทคโนโลยแี ละเทคนิคการวเิ คราะหข์ ้อมลู อ่นื ๆ เป็นเคร่อื งมอื ช่วย ในงานตรวจสอบ 1220.A3 : เน่ืองจากการบรกิ ารให้ความเช่อื มนั่ เยย่ี งผู้ประกอบวชิ าชพี แต่เพยี งอย่างเดยี ว ยงั ไม่สามารถรบั ประกนั ไดว้ ่าจะสามารถบ่งชถ้ี งึ ความเสย่ี งทส่ี าคญั ๆ ไดท้ งั้ หมด ผตู้ รวจสอบภายในจงึ ควรให้ความสนใจกบั ความเสย่ี งสาคัญต่างๆ ท่อี าจมผี ลกระทบต่อวตั ถุประสงคก์ ารปฏบิ ตั งิ าน และ ทรพั ยากรของหน่วยงานอยตู่ ลอดเวลา 1220.C1 : ในการบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษาผตู้ รวจสอบภายในตอ้ งคานึงถงึ สงิ่ ต่างๆ ดงั น้ี - ความตอ้ งการและความคาดหวงั ของผมู้ อบหมายงานหรอื ผรู้ บั บรกิ าร รวมทงั้ ลกั ษณะ ของเรอ่ื งทจ่ี ะใหค้ าปรกึ ษา เวลา และการรายงานผลของภารกจิ การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทที่ 4

176 - ความซบั ซอ้ นและขอบเขตของงาน เพ่อื ใหง้ านทไ่ี ดร้ บั มอบหมายบรรลุผลสาเรจ็ ตาม วตั ถุประสงค์ - คา่ ใชจ้ า่ ยทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการใหค้ าปรกึ ษาเมอ่ื เทยี บกบั ประโยชน์ทค่ี าดว่าจะไดร้ บั 1230 : การพฒั นาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ผตู้ รวจสอบภายในควรหมนั่ ศกึ ษาหาความรู้ ทกั ษะ และความสามารถอ่นื ๆ เพมิ่ เตมิ อยู่ ตลอดเวลาดว้ ยการพฒั นาวชิ าชพี อยา่ งต่อเน่อื ง 1300 : การประกนั คณุ ภาพและการปรบั ปรงุ งานอย่างต่อเนื่อง หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในควรปรบั ปรงุ และรกั ษาระดบั คุณภาพของงานตรวจสอบ ภายใน โดยมกี ารปรบั ปรุงงานตรวจสอบภายในใหค้ รอบคลุมทุกๆ ดา้ นและตดิ ตามดูแลประสทิ ธภิ าพ ของงานอยา่ งต่อเน่อื ง 1310 : ความจาเป็นของโครงการประกนั และปรบั ปรงุ คณุ ภาพ โครงการประกนั และปรบั ปรงุ คณุ ภาพตอ้ งมกี ารประเมนิ ทงั้ จากภายในและภายนอกองคก์ ร 1311 : การประเมินผลจากภายใน การประเมนิ ผลจากภายในควรประกอบดว้ ย - การกากบั ดแู ลการปฏบิ ตั งิ านตามสายบงั คบั บญั ชาภายในหน่วยงานตรวจสอบภายใน ซง่ึ ควรกระทาอยา่ งต่อเน่อื งตลอดเวลา - การประเมนิ ตนเอง หรอื ประเมนิ โดยคณะทางาน หรอื บุคคลทอ่ี ย่ภู ายในองคก์ รซง่ึ มี ความรเู้ กย่ี วกบั การตรวจสอบภายในและมาตรฐานการตรวจสอบภายในอยา่ งเพยี งพอ 1312 : การประเมินผลจากภายนอก การประเมนิ จากภายนอกองคก์ รควรจดั ใหม้ ขี น้ึ อย่างน้อยทุกๆ 5 ปีโดยผู้ประเมนิ อสิ ระหรอื คณะผู้ประเมินจากภายนอกท่ีมีคุณสมบัติ หัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องหารือกับ คณะกรรมการในเรอ่ื งรปู แบบและความถข่ี องการประเมนิ และคุณสมบตั ขิ องผปู้ ระเมนิ 1320 : การรายงานผลของโครงการประกนั และปรบั ปรงุ คณุ ภาพ หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องส่อื สารผลการประเมนิ จากภายนอกให้คณะกรรมการ ตรวจสอบ หรอื กรรมการบรหิ ารทราบ 1321 : การใช้ข้อความ “สอดคล้องตามมาตรฐานสากลการปฏิบตั ิงานวิชาชีพการ ตรวจสอบภายใน ” หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในจะรายงานผลการดาเนินงานของตนว่า “ไดด้ าเนินการ ตามมาตรฐานการตรวจสอบภายใน” กต็ ่อเมอ่ื ผลการประเมนิ ของโครงการประกนั และปรบั ปรุงคุณภาพ ระบวุ ่าการปฏบิ ตั งิ านตรวจสอบภายในสอดคลอ้ งถกู ตอ้ งตามมาตรฐานการตรวจสอบภายในแลว้ เทา่ นนั้ บทท่ี 4 การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน

177 1322 : การเปิ ดเผยข้อมลู การไมป่ ฏิบตั ิตามมาตรฐาน กรณีท่ไี ม่สามารถปฏบิ ตั ิงานตามท่รี ะบุไว้ในคานิยามของการตรวจสอบภายใน ประมวล จรรยาบรรณ และมาตรฐาน ซ่งึ มผี ลกระทบต่องานตรวจสอบภายในโดยรวม หวั หน้าหน่วยงาน ตรวจสอบภายในตอ้ งแสดงขอ้ เทจ็ จรงิ ใหห้ วั หน้าสว่ นราชการและคณะกรรมการตรวจสอบทราบ 1.3.2 มาตรฐานดา้ นการนาไปปฏบิ ตั ขิ องมาตรฐานดา้ นการปฏบิ ตั งิ าน ประกอบดว้ ย 2000 : การบริหารงานตรวจสอบภายใน หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน ตอ้ งบรหิ ารกจิ กรรมการตรวจสอบภายในใหส้ มั ฤทธผิ ์ ล มปี ระสทิ ธภิ าพ เพ่อื ใหง้ านตรวจสอบภายในสามารถสรา้ งคณุ คา่ เพมิ่ ใหก้ บั องคก์ ร 2010 : การวางแผนการตรวจสอบ หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องจดั ทาแผนการตรวจสอบตามผลการประเมนิ ความ เสย่ี งจดั ลาดบั ความสาคญั ก่อนหลงั ของกจิ กรรมทจ่ี ะทาการตรวจสอบเพ่อื ใหส้ อดคลอ้ งกบั เป้าหมายของ องคก์ ร 2010.A1 : การวางแผนการตรวจสอบภายในควรเรมิ่ จากการประเมนิ ความเสย่ี งและควร กระทาอย่างน้อยปีละหน่ึงครงั้ ทงั้ น้ีควรนาข้อมูลของฝ่ายบรหิ ารและคณะกรรมการตรวจสอบมา พจิ ารณาในขนั้ ตอนการวางแผนดว้ ย 2010.A1 : หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องระบุและพจิ ารณาความคาดหวงั ของ ผูบ้ รหิ ารระดบั สงู คณะกรรมการ และผูม้ สี ่วนไดเ้ สยี อ่ืนในการแสดงความเหน็ ของการตรวจสอบ ภายในและขอ้ สรุปอ่นื 2010.C1 : การบรกิ ารใหค้ าปรกึ ษา หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในควรบรกิ ารใหค้ า ปรกึ ษางานทจ่ี ะช่วยสรา้ งมลู ค่าเพมิ่ บรหิ ารความเสย่ี งและปรบั ปรุงการปฏบิ ตั งิ านขององคก์ รและควร กาหนดงานใหค้ าปรกึ ษาดงั กล่าวไวใ้ นแผนการตรวจสอบภายในดว้ ย 2020 : การสื่อสารและอนุมตั ิแผนการตรวจสอบ ในการเสนอแผนการตรวจสอบใหค้ ณะกรรมการตรวจสอบเพ่อื พจิ ารณาใหค้ วามเหน็ ก่อนทจ่ี ะ นาเสนอคณะกรรมการบรหิ ารพจิ ารณาอนุมตั นิ ัน้ หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในควรนาเสนอเร่อื ง ทรพั ยากรทจ่ี าเป็นตอ้ งใชใ้ นการปฏบิ ตั งิ านและผลกระทบทอ่ี าจเกดิ ขน้ึ จากขอ้ จากดั ของทรพั ยากรทม่ี อี ยู่ ตลอดจนการเปลย่ี นแปลงสาคญั ๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในรอบปีดว้ ย 2030 : การบริหารทรพั ยากร หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องมนั่ ใจว่ามที รพั ยากรท่เี หมาะสมและเพยี งพอต่อการ ปฏบิ ตั งิ านใหบ้ รรลตุ ามแผนการตรวจสอบทไ่ี ดร้ บั อนุมตั ิ 2040 : นโยบายและวิธีการปฏิบตั ิงาน หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องกาหนดนโยบายและขนั้ ตอนในการปฏิบัติงาน ตรวจสอบภายในเพ่อื ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านใชเ้ ป็นแนวทางในการปฏบิ ตั งิ าน การตรวจสอบภายในและแม่บทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน บทท่ี 4

178 2050 : การประสานงาน หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในต้องประสานงานและให้ความร่วมมอื กับผู้สอบบญั ชี รวมทงั้ บุคคลหรอื หน่วยงานอ่ืนท่ปี ฏบิ ตั ิงานเก่ียวข้องกับงานตรวจสอบ เพ่อื ให้ขอบเขตของงาน ตรวจสอบครอบคลมุ ทุกเรอ่ื งอยา่ งเหมาะสมและหลกี เลย่ี งการปฏบิ ตั งิ านทซ่ี ้าซอ้ นกนั 2060 : การรายงานต่อผบู้ ริหารระดบั สงู และคณะกรรมการ หวั หน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในตอ้ งรายงานผลการปฏบิ ตั งิ านใหผ้ บู้ รหิ ารสงู สดุ ขององคก์ ร ทราบถงึ วตั ถุประสงค์ ขอบเขต วธิ ปี ฏบิ ตั งิ านและผลการตรวจสอบ รวมทงั้ ประเดน็ ความเสย่ี งทส่ี าคญั และการควบคุมรวมทงั้ เร่อื งอ่นื ๆ ทผ่ี บู้ รหิ ารควรทราบและรายงานสรปุ ผลการปฏบิ ตั งิ านของหน่วยงาน ตรวจสอบภายในเพ่อื ให้ผบู้ รหิ ารได้ทราบถงึ ผลการดาเนินงานว่าเป็นไปตามแผนการตรวจสอบทไ่ี ดร้ บั อนุมตั ิหรอื ไม่ รวมทงั้ ปญั หาและอุปสรรคท่ีทาให้การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามแผนการตรวจสอบ ความเสย่ี งจากการทุจรติ 2070 : ผใู้ ห้บริการจากภายนอกองคก์ รและความรบั ผิดชอบขององคก์ รต่อการตรวจ สอบภายใน กรณีท่อี งค์กรใช้บรกิ ารตรวจสอบภายในจากบุคคลภายนอกองค์กร องค์กรยงั คงมคี วาม รบั ผดิ ชอบทจ่ี ดั ใหม้ กี จิ กรรมการตรวจสอบภายในทม่ี ปี ระสทิ ธผิ ล 2100 : ลกั ษณะของงานตรวจสอบภายใน งานตรวจสอบภายใน คอื การประเมนิ เพ่อื เพม่ิ คุณค่าและปรบั ปรงุ การปฏบิ ตั งิ านของส่วน ราชการใหด้ ขี น้ึ ช่วยใหอ้ งคก์ รบรรลถุ งึ เป้าหมายทว่ี างไว้ และปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพของการบรหิ ารความ เสย่ี ง และการควบคุม 2110 : การบริหารความเสี่ยง งานตรวจสอบภายในตอ้ งมสี ่วนสนับสนุนใหเ้ กดิ กระบวนการกากบั ดูแลทด่ี หี รือธรรมาภบิ าล เพอ่ื ใหบ้ รรลวุ ตั ถุประสงคต์ ่างๆ ดงั น้ี (1) เพอ่ื เสรมิ สรา้ งจรยิ ธรรมและคณุ ค่าขององคก์ ร (2) เพ่อื ใหเ้ กดิ ความมนั่ ใจผลการปฏบิ ตั งิ าน และความรบั ผดิ ชอบตามหน้าทข่ี องผบู้ รหิ าร (3) เพ่อื ใหก้ ารสอ่ื สารขอ้ มลู เกย่ี วกบั ความเสย่ี งและการควบคุมไปยงั ส่วนงานต่าง ๆ ภายใน องคก์ ร (4) เพ่อื ประสานกจิ กรรมและส่อื สารขอ้ มลู ระหว่างคณะกรรมการ ผสู้ อบบญั ชี ผตู้ รวจสอบ ภายในและผบู้ รหิ าร 2110.A1 : กจิ กรรมการตรวจสอบภายใน ต้องประเมนิ การออกแบบการนาไปปฏบิ ตั ิและ ความมปี ระสทิ ธผิ ลของวตั ถุประสงค์ โครงการ และกจิ กรรมต่างๆ ทเี่ กีย่ วข้องกบั จรยิ ธรรมของ องคก์ ร 2110.C1 : กจิ กรรมตรวจสอบภายใน ตอ้ งประเมนิ ว่าการกากบั ดแู ลดา้ นระบบสารสนเทศ เทคโนโลยชี ว่ ยสนบั สนุนกลยทุ ธ์ และวตั ถุประสงคข์ ององคก์ รหรอื ไม่ บทที่ 4 การตรวจสอบภายในและแมบ่ ทการปฏิบตั ิงานวิชาชีพตรวจสอบภายใน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook