Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

Description: ✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

Search

Read the Text Version

3^ เข้าในโบสถ์มสิ'มมาการวะ; อย่าเอะ:อะ;โวยวายหลายสถาน กื้กกะ;นองมือเท้าไม่เข้าการ จะ;เรยกขานก็่ระ;วังอย่ากังเกิน นุ่งห่มกวรเบ็เนระ;เบยบคูเรยบร้อย ลุกนั่งก่อยเยองห่าน่าสรรเสริญ ระ:วังมือเท้าหนาอย่าคุ่มเดิน อย่าเมืยงเมินสะ;คุกชองมองไม่งาม. สรจอมทอง พรgมุทาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

๙^ ตรร;หนสุดฃว สมเค็่จพระร'มมาร'มพุทธเ'จ้าฅรสสอนหลักปฏิบัติเพอความสงบ กายใจไว้ว่า พึงซนร;ความโกรธ ด้วยความไมโกรธ พึงชนร;ความไม่ด ด้วยความด พึงซนร;ความดรร;หน ด้วยการให้ พึงซนร;คำเหดาร;แหลร; ด้วยการพูดจริง กล่าวโคยเฉพาะคือกวามฅรร:หน ชงเป็นสาเหฅรากัญอย่างหนงท ทำ ให้กนเราไม่อาจมกวามสุขไค้ ทั้งทมทรัพย่สินมร่งของสำหรับบริหารคน มากมาย ทั้งนเพราะคระหนเสิยคายเหนยวแน่น ไม่ถ่ายเทออกไปให้เป็น ประโยซน่แก'ผูอนบ้าง ทำ ให้ทรัพย่สินกองอยู่กับคนคลอคกาล จากนั้นไม่นาน คนก็่คายจากกองทรัพย่สินเหล่านั้นไปคามหลักของซวิค aaizflaaiSa ๘๕ } www.kalyanamitra.org

(เระนำแมจะใหญ่แคไหน ต้องมกาพ่ายเทนํ้าเข้าออกพดยส^ควก แถะต้องมกาพริหารจัศการนำใต้^เ^อาคอยู่เ^^มอ หากไต้แค่พนาไว้อย่างเคยว ถ่ายเทก็่โมไต้ การบริหารก็่ไม่ศ ไม่นานนํ้าก็่จ:!เรมเน่าเ^ย สรพั้นก็่จะกลาย เปีนปอนํ้าเ^ยไปโฅยปริยาย ความตรร;หนเป็นเหมือนกบนํ้าเสิยในส์รร; หากไม่กำจัดออกไป ก็่ จร;ก่อทุกฃก่อโทษให้โดยไม่จำเป็น กวามฅรรเหนเกิคจากการมืทรัพยมืสิงซองทรัก เมอมืก็่ทำให้เกิดการ หวงแหนไม่อยากให้หมดไปสินไป เมือหวงแหนอยู่ ก็่ฅ้องดูแลรักษาอย่างด เข้ม งวด เมือห้องรักษาก็่ฅ้องเฅรยมสิงอำนวยกวามลร;ดวกในการรักษา ห้องลร้าง เกรืองห้องกัน ห้องมือาวุธ แลร:บางกรัง ห้องทำอกุศลกรรมโดยไม่รู้กัว โดยมื การทร;เลาร:การแก่งแย่งการวิวาทหรือการค่าทอส่อเสิยด โกหกมดเท็่จ เพอ รักษาสิงอันเป็นทรักหวงแหน นเป็นผลทเกิดจากกวามฅรร:หน เพราร:ฉร:นั้น ท่านจึงแนร:นำให้กนเราซนร:กวามฅรร:หนเสิยห้วยการ ให้ การเส์ยลลร: ซึงก็่เหมือนกับการถ่ายเทนำเสิยออกจากลรร: เพํ่อรับนั้าใหม่ ทลร:อาดนั่นเอง ท่านแลดงโทษแลร:กุณซองกวามตรร:หนั้ไว้มาก เช่นว่า กวามฅรร:หนั่ เป็นลนิมในใจ กวามฅรร:หนเป็นมลทินแห่งซวิฅ ททำให้เกร้าหมอง ทำ ให้มืห่วงโช่ กอยกล้องใจอยู่เลมอ ช่วิฅก็่ไม่ค่อยมือิลรร: มืแค่กวามหวาดวิฅก กวามกังวล อยู่ดลอดเวลา เมือปราศจากกวามฅรร:หนโดยดัดกวามฅรร:หนั้ออกไห้จิตใจก็่ จร:ปลอดโปร่งโส่งอก ชวิฅก็่จร:เป็นอิลรร:ไม่มืโช่ดรวนกอยผูกไว้!ปไหนไม่ลร:ดวก แลร:ก็่จร:มืผู้ยกย่องลรรเลริญ ไค่รับกวามรุ่งเรืองอยู่ในอังกม พระมหาโพธิวงศาจารย (ทองค) www.kalyanamitra.org

แฅ่มข้อน่าร'งเกฅว่า กนมั่งมแฅ่เป็นคนฅระ:หนนั้นส่วนหนงก็่เพรา::เขา ยังไม่รู้หรือยังไม่เกยให้อะไรแกใกร จึงทำให้[มไคร'มผัสผลแห่งการให้หากผู้นั้น ไค้ผู้แนะนำทคหรือไค้มโอกาศทำบุญให้ทานบ้างก็่จะเรั๋มรู้และเข้าใจว่าการให้นั้น ทำ ให้เกิคกวามศุฃทลึกชงอย่างไร เมอจิ้ถูกจุคจนละลายมลทินกอกวามคระหน ของเขาออกไค้เมอใค เมอนั้นเขาก็่จะหว่านทรัพยั!นการให้ในการสงเกราะห้ เออเฟ้อโคยไม่อั๋มเลย และทำไค้สมํ่าเสมอ ทั้งทำไค้มากกว่ากนอํ่นค้วย คนใจบุญส่วนใหญไม่ว่าจะในบุกของพระพุทธองกหรือในบุกปิจจุบัน มักจะเป็นกนคระหนมาก่อนแทบทั้งร้น คังนั้นจึงไม่กวรคูหมนคูแกลนกนคระหน ว่าไม่มทางไปสวรรค[ค้หรือปล่อยให้เขาคระหนไปเรอยๆโคยไม่ซักซวนแนะนำ อะไรแก่เขาเลย การซักชวนคนมั่งมให้ทำบุญให้ทานนั้นเ!เนเรองทั้ไม่ควร มองข้ามหรือปล่อยเลยตามเลย เป็นเรองทพงทำอย่างยง เมอเขาไค้พบยู้แนะนำทั้คหรือไค้พบปฏิคาหกทั้ประเสริฐเข้า ก็่อาจกลายเป็นเศรษจบุญขนมาอย่างทํ่เป็นกันมาแล้วในอคคก็่ใค้คัวอย่าง มให้เห็่นอยู่มากมาย อย่างเซ่นเรองเศรษจึกนหนงสมัยพุทธกาล เป็นกนคระหนทํ่สุคขั้ว อย่างเหลือเชอ คระหนเลืยคายร่งของแม้ทจะให้แก่บุครธิคาแก่ภรรยาของ คน แม้แค่จะบริโภคค้วยคัวเองก็่ยังคระหนเลืยคายของ ยอมอคยอมทนหิว เอา จนไปไมไหวจึงยอมจ่ายสิงของเล็่กน้อยเพอให้คนรอคคาย แค่สุคท้ายไค้ กัลยาณมิครทส่ากัญ ทำ ให้เกิคปีญญาไค้เลืยสละบริจาคทาน ทำ คระกูลให้เป็น ปอนั้าคํ่มทั้คักไม่แห้ง เมอคระหนก็่คระหนสุคขั้ว เมอทำบุญก็่ทำสุคขั้วเซ่นกัน เป็นเรองอันเหลือเชอ ทั้ท่านบันทิกเป็นหลักฐานไว่ในกัมภรื www.kalyanamitra.org

เรองเกิดเนทํ่เมืองราชคฤห มนิกมแห่งหนงชอว่าสิ'กกระอยูไมไกลเมืองราซกฤหนัก ทนิคมนั้น มื เศรฬกนหนั้งซอโกสิยะ เขามืทรัพยสินถึง ๘0โกฏิ แต่เป็นคนฅระหนั้อย่าง ศุคซั้ว ไม่ยอมใช้ทรัพย่สินอันเป็นมรคกเคิม ไม่ยอมเจือจานอะไรแกใครแม้ เพยงหยคนั้ามันด้วยปลายยอคหญ้า คัวเองก็่ใม่ยอมกินไม่ยอมใช้ทรัพย่สินนั้น ลูกเมืย^ม่ยอมให้แคะด้อง เป็นอยู่เหมือนคนอนาถา จะกินจะใช้ประจำวันกื่ ด้องหามาใหม่ อัฅคัคฃาคแคลนอย่างไร คนรอบช้างก็่ด้องทนกันไป สมบติฃองเศรษเจืงมิไค้ถูกใช้!ห้เ1เนประโยซนอะไร เหมือนสระนํ้า ทถูกรากษสยดครองอยู่ฉะนั้น วันหนง เศรษจืนั้นไปเช้าเด้าพระราชาคามปกติ คอนซากสิบได้เห็่น ซายคนหนั้งกินซนมเบองอย่างเอร็่คอร่อยจืงอยากจะกินบ้าง ครั้นกสิบถึงบ้านกี่ คิคว่าถ้าเราบอกว่าอยากกินซนมเบอง คนอนๆ กี่ด้องอยากกินกะเรา เมอเป็น คังนั้กี่จะสินเปลืองมากทั้งช้าวสาร เนยใส นั้าอ้อยซองเรา คิคแล้วกี่ถ้อคเอา ไม่ยอมบอกใครแม้แต่ภรรยาซองคน แต่อาการแห่งความอยากรุนแรงซั้นทุก วันจนกระทั่งผอมลงๆ เหลือแต่เถ้นเอ็่น ถึงกระนั้นกี่ยังไม่บอกใคร ซุกคัวนอน { II ^ ค 3^ ฝ่ายภรรยาเด้าไต่ถามถึงสาเหตุ เศรษจืกี่ไม่ยอมบอกความจริงเพราะ กสิวเลืยทรัพย่ ในทสุคเมอร่างกายจะไมไหวแล้วและถูกภรรยารบเร้าหนักซน จืงได้อ้อมแอ้มบอกว่าอยากกินซนมเบอง ภรรยาคกใจร้องลั่นว่าทำไมไม่บอก แต่ทแรกจะได้ทำให้กิน ท่านเป็นคนจนหรือไร วันนั้จะทำให้กินกันทั้งนิคมเลย พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

กำ พูคนั้นเหมือนกับศายฟ้'าฟาคทกลางใจ เศรษ^ร้องลั่นห้ามว่าไป กิคถงกนพวกนั้นทำไม กรรยาก็่ฅ่อรองว่าถ้าอย่างนั้นก็่ทำกินกันเฉพาร!กนไน ลร:แวกนั้ก็่แล้วกัน เศรษ^ก็่ห้ามอก ภรรยาจึงต่อรองลงมาเรอยๆ จร:ทำไห้กิน กันไนวงกํฅรร:กูล ทำ กินกันเฉพาร:กนไนบ้าน เฉพาร:กนไนกรอบกรัวพ่อแม่ลูก เฉพาร:สองกนผัวเมืย เศรษจึก็่ร้องห้ามว่าเธอจร:กินไปทำไม ภรรยาจึงฅอบว่า ถ้างั้นก็่ทำไห้ท่านกินกนเคยว เศรษจึจึงนั้งเร็เนอันตกลง ถึงขนาคนั้เศรษ^ยังมืฃ้อแมือกว่าถ้าทอคฃนมเบองไนกรัว ลูกเต้าก็่จร: มามงดูแลร:ขอกินต้วย จึงลั่งไห้พวกกนไซ้ขนเคา กรร:ทร: นมสค เนยไส นั้านั้ง นั้าอ้อยอย่างล^หน่อยๆ ขนไปบนปราสาทชั้นเจ็่ค เมอขนชั้นโปกรบแล้วก็่ไล่ กนไซ้ลง เศรษ^คปรร:ดูแน่นหนาตั้งแต่ชั้นแรกจนถึงชั้นเจ็่คแล้วลั่งภรรยาไห้ ทอคขนมเบอง ตนเองนั่งกอยอยู่ ขณร:นั้นเป็นเวลาเซ้าตรู่ พรร:พทธเจ้าซงปรร:ทับอยู่ทํ่วัคเซตวัน เมือง สาวัตถึ ห่างออกไปถึง <L๕ โยซน่ ทรงเห็่นอุปนิอัยทางธรรมของเศรษจึจึง รับลั่งไห้พรร:มหาโมกกัลลานร:ไปปราบเศรษจ้แล้วไห้ตั้งสองกนนำขนมเฟ้อง มาถวายพรร:องกํพร้อมพรร:สงฆ ๕00 ชงจร:กอยฉันอยู่ทนั่ พรร:เถรร:ทูลรับพรร:พุทธบัญชาแล้วเหาร:ไปต้วยกำลังฤทธมิทันซ้า มา ปรากฏกายอยู่ตรงซ่องหน้าต่างปราสาทชั้นเจึคของเศรษจึพอค เศรษจึมองเหี่นพรร:เถรร:เซ้าก็่ถึงกับหัวไจลั่น กิคว่าเพราร:กลัวมนุษย่ ปรร:เภทนแหลร:จึงหลบชั้นมาถึงบนน แต่สมณร:ท่านนก็่ยังมาอยู่ตรงซ่อง หน้าต่างจนไต้ มองไม่เห็่นทางทจร:ทำอร:ไรไคจึงไต้แต่กัคพ่นกรอคๆ ร้องว่า ชร:ชร:ต้วยกวามแค้นเหมือนเกลือทถกโยนลงไปไนกองไฟแตกเถึยงคังเพยร:พร: อยู่ฉร:บัน แล้วร้องวา อัชเ2/»สิอเร่อ f^c( www.kalyanamitra.org

\"ฒณะเอย ท่านรนถอยศัวอยูในอากาffจะไค้อะไร ถงจะเดินไปเดิน มาทำให้เห็่นรอยเท้าในอากาดิไค้ก็่จะไมไค้อะไร\" พระ:เถระ:จึงเดินจงกรมกลับไปกลับมาบนอากาศให้คู เศรษจึก็่บอกว่า ถึงจะ:นั่งคู้บัลลังก ถึงจะ:มายืนบนธรณหน้าฅ่างก็่จักไมไค้เหมอนกัน พระ:เถระ: ก็่ทำ ตามทเศรษจึพูคทุกอย่าง จนกระ:ทั่งเศรษจึบอกว่าถึงจะ:บังหวนกวันก็่จะ: ไมไค้ พระ:เถระ:จึงบังหวนควันขนทำให้ห้องทั้งห้องศลุ้งไปค้วยกวันไฟจนแลบ ตาเหมือนเอาเฃ็่มมาแทงตา เมอเป็นตังนิ้เศรษจึไม่กล้าห้าให้พระ:เถระ:ทำให้[ฟลุกเพราะ:กลัวไฟไหม้ บ้าน ไค้แฅ่กิคว่าศมณะ:ท่านนิ้ถ้าไมไค้กงไมไป หากให้ขนมเบองลักซนหนั่งกง ไปแน่ กิคแล้วก็่ลังให้ภรรยาตักแบังหน่อยหนั่งใท่ลงไปในกระ:ทะ: แต่ปรากฏว่า กลายเป็นขนมเบองแผ่นโตขนมา เศรษจึเห็่นเข้าถึงกับร้องลั่นว่าภรรยาใส่แบ้ง มากไป จึงฉวยทัพพจากมือภรรยาแล้วใข้มุมทัพพตักแบ้งใส่ลงไปบนกระ:ทะ: ปรากฏว่าไค้ขนมเบองชนโตกว่าเก่า เมอทอคใหม่ค้วยแบ้งทน้อยกว่าเก่า แต่ ก็่ใค้ขนมเบ็้องซนโตขนเรํ่อยๆ เศรษจึอ่อนใจจึงลั่งให้ภรรยานำขนมเบองซนหนั่งในกระ:จาดไปส่งให้ พระ:เถระ: เมอนางหยิบขนมเบองซิ้นหนั่งฃ็้นมา ปรากฏว่าขนมเบองทั้งหมค ททอคไว่กฅิคเป็นแผ่นเคยว ถึงจะ:พยายามแกะ:แยกออกกใม่อาจให้หลุคเป็น แผ่นๆ ไค้เศรษจึจึงลองแกะ:คูบ้างกใม่ส่าเร็่จ ทั้งศองจับกนละ:ข้างดึงไปคงมา ก็่ไม่ออก เส่นซักเย่อขนมเบองจนเหงอไหลโทรมร่างทั้งศองกน พอถึงขั้นนความอยากกี่หายไปเป็นปลิคทั้ง เศรษเจึงบอกให้ภรรยา ยกไปถวายทั้งกรร;จาดเลย ๙๐ j พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

พระ:เถระครั้นทำให้เศรษ^หมคพยศไค้แล้วก็่แสคงธรรมโปรค โคย แสคงถงกณของพระรัฅนฅรัย ซแจงให้เห็่นกระจ่างว่าการให้ทานมผลจริง การ บูชามผลจริงเซ่นนๆ เหมอนอย่างให้เห็่นพระจันทร!นวันเพ็่ญ เศรษ^เกิคมจิฅ ศรัทธาเลอมใสจังนิมนค!ห้พระเถระมานั่งบนทนั่งของคนฉันขนมเบอง แค่พระ เถระบอกว่าคอนนั่พระพุทธองกพร้อมพระสงฆ ๕0๐ กำ ลังรอจะฉันขนมอยู่ท วัคเซควัน ขอให้เศรษจักับภรรยานำขนมไปถวาย เศรษจัจังถามว่าเมืองสาวัคถ ไกลจากทนถึง <1๕โยชนํจะไปไค้อย่างไร พระเถระจังคอบว่าเมอท่านมืศรัทธา จะถวาย การไปก็่ขอให้เ!!นภาระของท่านเอง คังนั่แล้วไค้!ซ้กำลังฤทธิเนรมิค บันไคขน โคยหัวบันไคอยู่ทบ้านเศรษจั เซิงบันไคอยูทประคูวัคเซควัน จากนั้น ก็่พาสองผัวเมืยถึอกระจาคขนมเบองเคินไปคามบันไค ชั่วประเคื้ยวเคยวก็่ถึง ประคูวัคเขควันชงเร็่วกว่าเคินลงจากปราสาทขั้นเจัคเถึยอก เศรษจัและภรรยาไค้เข้าเผัาพระบรมศาสคา นำ ขนมใส่บาครพระพุทธ องกํพร้อมภิกษุสงฆทั้งหมค แบ้กระนั้นขนมก็่บังไม่หมคร้น เป็นทอัศจรรย่ เมอ พระสงฆทำภัคกิจเสร็่จแล้ว เศรษจักับภรรยากึ๋ใค้รับประทานขนมเบองคาม ค้องการ แม้จะนำไปจ่ายแจกแก่กนงานในวัคและพวกคนขอทานแล้วขนมก็่ยัง ไม่หมค เศรษจัจังกราบทูลให้พระพุทธองกํทรงทราบ พระพุทธองคทรงแนะนำ ให้เศรษจันำขนมไปทงทเงอมข้างประคูวัค เศรษจัก็่ปฏิบัติคามพระพุทธประสงก ทฅรงนั้นจังไค้นามถึบมาว่า เงอมขนมเบอง มาคราบเท่าทุกวันนั้ เมอเศรษ^.ค้ทงขนมหมคแล้วก็่เข้าเผัาพระบรมศาสคา ไค้สกับพระ ธรรมเทศนาแล้วไค้บรรลุโสคาปิคติผลเป็นพระโสคาบันบุคคลในพระพุทธศาสนา กราบถวายบังคมลาแล้วขนบันไคกลับไปบังปราสาทของคนคามเติม ซงก็่ไข้ เวลาเท่ากับขามา นับแค่นั้นก็่ใค้หว่านกองทรัพย่ ๘๐ โกฏิทำบุญในพระพุทธ ศาสนาอย่างเฅ็่มท อ้น^สิอเร่อ / www.kalyanamitra.org

ในตอนเย็่นวันรุ่งขน พวกภิกษุนั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาปรารภ ถึงพระมหาโมกคัลลานฟ่าซ่างมอานุภาพมากเสิย'จริง ท่านมิไค้เบยคฒยน ศรัทธา มิไค้แตะค้องโภกทรัพย ปราบเสรษ^ผู้ตระหนั่กรู่เคยวเท่านั้นก็่ทำให้ หายพยศหมคฤทธิ้ตระหนั่ไค้ ทั้งให้ถึอขนมมาเข้าเกัาพระพุทธองก'จนไค้คำรง อยู่พระโสตาปิตติผลแล้ว พระบรมศาสคาเสค็่'จมายังโรงธรรมสภาตรัสถามเรอง ทสนทนา กรั้นทรงทราบว่าเป็นเรองอะไรจึงไค้ตรัสว่า \"คูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธทมศาภิกษุผู้จะtเกผู้คนในศT:เกูลไม่ฅ้อง เปียศเปียนศระกูลให้ลำบาก ไม่กระทบภิรทรา ไม่กระทบโภคะ ไม่ให้ตระกูล ชอกชํ้า พึงเปีนเทปีอนแมลงกู่mคล้าเอาแต่เฉพาะเกลรศอกไม้มิไห้ทำอันตราย แก'ศอกไม้แล้วก็่ปีนไปฉะนั้น\" ต่อ'จากนั้นไค้ตรัสพระกาถาว่า ยถาปิ ภมโร ปุปฺผํ วณฺณคนฺธํ อเหฬ ปเลติ รสมาทาย เอวํ คาเม วนจเร ฯ นุนพึงเทยวไปในบ้าน เหมือนแมลงภูใม่ทำให้คอก ถึ และกลํ่นคอกไมให้ชอกซา กาบเอาแต่รสแล้วบินไป ฉะนิน. จากITอง นัจฉริยโก^บเสรบ^ ปบผวรรค อรรถกถาธรรมมท 'St'tpk\"- - ๙๒ J พygมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

บฌนำพา วาสนาช่วย ๆ QJ นรใโบราณมา ผู้หลัก^หญ่มักจ:;สอนลูกหลานว่า \"แช่งเรือแช่ง พายแช่งกันได้ แต่แช่งบุญแช่งวาสนา แช่งกันไมได้\" กำ สอนน เมอมองในมุม ปกติ เป็นการสอนให้เจยมฅวให้มองคูฅัวเองว่าเป็นอย่างไร อย่าทะเยอทะยาน ไปแข่งขันกับกนอนทเขาเก่งกว่า เมอรู้จักตัวเองค จะไคไม่เห่อเหิม ไม่เจื่บตัว และไม่เจ็่บใจเมอผู้กนอนเขาไมไค้ แค่เมอมองอกมุมหนง เท่ากับสอนให้มกวามกระคือรือร้นไม่งอมืองอ เท้ายอมเขาราไป ค้องทำตัวให้มืบุญมืวาสนา อันจะยกระตับตัวเองให้ทคเทยม กนอนหรือเหมือกว่ากนอนไค้ เพราะมืมุญและวาสนาคืกว่าสูงกว่ากนอน บุญเป็นความด เมอทำบ่อยเข้า เก็่บสิงสมไว้มากเข้า ก็่จร!มืกำลง แลร!อานภาพกลายเป็นวาสนา เป็นบารม ชงเรืยกโดยทั่วไปว่า วาสนาบารม อัมุแwaaiรุ่อ www.kalyanamitra.org

การทำบุญมมากวิธ ทำ ไค้หลายทาง อย่างทรู?ไนโคยทั่วไป เช่น ม นํ้าhช่วยเหลือเกอกูถคนอน ซงเรยกว่าให้ทาน หTอไม่เปียดเปียนศนอนให้ เลือดร้อนห้วยกายหรอห้วยวาจา ประพฤฅิปฏิบัติสงบเรยบร้อย เป็นปกติชน เหปีอนคนทั่วไป ทั่รยกว่ารักษาลืล หรอสำรวนจิฅใจให้สงบนง บังคับควบคุมใจ ไห้ไม่ปล่อยให้ห้งช่านคิดเหลวเละนอกเรองมากมาย ซงเรยกว่าภาวนา เหล่านิ้ จัคเป็นวิธการทำบุญทั้งสิน เมอทำแล้วย่อมมผลคอบแทนกือมอานิสงส์ทั่พึงไค้ แน่นอน หากทำไค้มากทำไค้ม่อย'จนเป็นวาสนาก็่ยงมอานิสงส์มากขน อานิสงส์บุญและวาสนานั้นนำพาไหไครับกวามสุฃ ไฌ^บกวามเ'จริญ ก้าวหน้า พ้น'จากทุกฃเฃ็่ญค่างๆ ไค้[คยอัฅโนมัฅิ อย่างทํ่ท่านกล่าวไว้ว่า - ถ้าบุญนำพา วาสนาช่วย ทั่ป่วยก็่หาย ทั่หน่ายก็่รัก - ถ้าบุญไม่นำพา วาสนาไม่ช่วย ทั่ป่วยก็่หนก ทั่รักก็่ทน่าย เพราะฉะนั้น ท่านจึงสอนให้เชอบุญเข้าไว้ ให้ทำบุญเข้าไว้ อย่าไค้ ประมาท อย่าคูถูกบุญ อย่ามองข้ามบุญ และอย่ากลัวบุญ เพราะบุญนั้นจะ เป็นเงาคามคัวไปทุกหนแห่ง ป็องกันภัยไค้แน่นอน และเมอถึงกราวคับขัน บุญ ย่อมช่วยให้พ้นภัยพ้นทุกฃใค้[คยไม่กาคกิค แต่พ้งรร;วังอย่างเดยว อย่าทำบุญเพํ่อให้บุญช่วยอย่างนั้นอย่างนั้ ตงความหวังไว้'สูงล่ง ถ้าตั้งเป็าหมายไว้อย่างนั้แถ้วทำบุญ เมึ๋อบุญยงไม่เปง บานเพยงพอทั่จร;ช่วยได้ก็่จร;ท้อแท้แลร;เลิกเชอเลิกทำ อย่างนั้ก็่จร;ทำไท้บุญ ในชวิตไม่เพมพูน ไม่ม่การเพั๋มพูนสิงสมไว้ไม่เพยงพอทั่จร;ช่วยอร;ไรได้มาก ในสมัยพุทธกาล มบุกกลส์ากัญทรํ่ารวย มหน้ามคา และไค่ลังสมบุญ ไว้มาก เพราะไค่รับท้เงคำสอนเรํ่องบุญมาแค่เค็่ก ค่อมาไค้ประสบเหตุการณ มากมายทั่คับขัน แค่ก็่สามารถพาคัวรอคมาไค้ทุกกรั้ง อย่างเหลอเชอ แน้มิไค้ i พรร;มหาโพธิวงศาจารย์(ทองด) — www.kalyanamitra.org

อยูในฐานะ:ทํ่จ::ทำหรอพูคอย่างนั้นไค้สะควกนัก ในสมัยนั้น แคกสามารถ ผ่านพ้นมาไค้Iคยสวัสค มซํ่อเส์ยง ฟ้นทยอมรับกันมา'จนถงปิจ'รุนัน บกศถผู้นั้นคือนางวิสาขา ผู้ทไครบยกให้เป็นมหาอบารกาในพระพุทธ สาสนา และเป็นสฅรค้นแบบของกุถสศรยุคต่อมา เป็นสศรผู้มสรัทธานั้นคง เป็นผู้มนั้าใจล้นเหลอ เป็นเหมือนน่อนั้าทศักไม่พร่อง เป็นทพงของพระสงฆ ยุคพุทธกาลอย่างสำคัญ ประวัติและผลงานของนางวิสาขา มแสคงไว้อย่างพิสคารทั้งในพระ ไคร!เฎกและอรรถกถาในทนั้จักยกมาแสคงบางส่วนเพอให้ทราบว่านางมกวาม กับขันและผ่านมาไค้อย่างไร เป็นเรองอันเหลือเชอ ชงท่านไคบนทึกเป็นหลักฐานไว้ในกัมกร เรํ่องเกิดฃํ้นทํ่เมืองส์าเกฅแลร;เมืองสาวัตถ นางวิสาขานั้นเป็นธิคานางสุมนาเทว้กับธนญขัยเกรฬผู้เป็นบุตรของ เมณฑกมหาเศรษ^ เมืองกัททิยะ แกว้นอังคะ เมออายุไค้ ๗ ขวบ เมณฑก บหาเศรษ!!ค้หาเค็่กหญิงรุ่นเคยวกัน ๕00 กนมาเป็นเพํ่อนเล่น และกนรับ ใซอก ๕00 กนกอยดูแลหลานสาว ต่อมาพระบรมศาสคาเสค็่จไปทเมือง กัททิยะ เมณฑกมหาเศรษ!ค้องการทำบุญเลยงพระ จึงให้หลานสาวกับเพํ่อน นั้งรถไปทูลพระพทธองกั นางก็่ไปคามลัง แต่เพราะเป็นเค็่กฉลาคจึงลงจาก รถแล้วเตินคํ่งไปถวายนังกมแล้วนั่งลง พระบรมกาสคาทรงแสคงธรรมคาม บุพจริยากวามเกยชินเก่าทนางบำเพ็่ญไว้ ในทสุคเทกนานางกี่ไค้บรรลุธรรม ระกับใสคาปิคติผล เป็นอริยบุกกลแต่เค็่ก พร้อมค้วยเค็่กหญิงบริวารทั้งห้าร้อย กน จากนั้นกี่กราบทลอาราธนาคามกำลังของป่ ข 'บ อนเพสือเส์อ www.kalyanamitra.org

พระบรมศาศคาก็่ทรงรับอาราธนา และไค้ฟค็่จไปรับภัตตาหารทบ้าน ของเตรษ^พร้อมค้วยภิกษุลงฆ ทรงรับภัตตาหารทนั้นเป็นเวลากงเตือนณ็่ลค็่'ไเ ไปยังเมืองอํ่น ลมัยนั้น พระเจ้าพิมพิสาร เมืองราชกฤห แกว้นอังกะ ภับ พระเจ้า ปเสนทิโกศล เมืองสาวัฅถ แกว้นโกศล ทรงสนิทสนมภัน เพราะต่างเป็นพระ ภัสคา (สามื) ของพระภกิน (น้องสาว) ของภันและภัน พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงต้องการยู้มืบุญให้มาอยูในเมืองสาวัตถ ทรงเห็่นว่าทแกวันอังกะมืเศรษจ้ ยู้มืบุญถึง ๕ กน ตืงเสค็่จไปยังเมืองราชกฤห ทูลขอเศรษจ้ผู้มืบุญต่อพระเจ้า พิมพิสาร พระเจ้าพิมพิสารตรัสว่าพระองก[ม'อาจย้ายเศรษจ้ตระกูลใหญ่ๆ ไค้ แต่ตระกูลเมณฑกมหาเศรษจ้ มืบุฅรชายอยู่กนหนงชอธนญซัยเศรษจ้ หาก บิคาอนุญาตกื่จะพระราชทานให้[ป พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงยอมรับ เมอเมณฑกมหาเศรษ^อนุญาต จึงไค้พาธนญซัยเศรษจ้พร้อมทั้งกรอบกรัวและพวกพ้องเป็นจำนวนมากเสค็่จ กลับเมืองสาวัตถึ เมอใกล้ถึงเมืองสาวัตถึ มืทำ เลเหมาะอยู่ทหนง ธนญซัย เศรษจึจึงทูลขออนุญาตอยู่ทํ่บริเวณนั้น เพราะเมอเข้าไปอยู่ในเมืองจะทำให้ เภิคกวามลับแกบชน พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเห็่นชอบห้วย จึงสร้างเมืองใหม่ ให้ธนญซัยเศรษจึและพวกพ้องอยู่ ณ ทํ่นั้ และพระราชทานนามเมืองใหม่นั้น ว่า เมืองฟ้าเกด ในเมืองสาวัตถึนั้น มืเศรษจึระคับกลางอยู่ตือมิการเศรษจึ เขามืบุฅร กนหนงซอบุณณวัฒนะ เมอบุตรชายเจริญวัยสมกวรมืกรอบกรัวไค้แล้ว จึงถาม บุตรชายว่าค้องการแต่งงานลับหญิงไค บุตรชายบอกว่ายังไม่ค้องการแต่งงาน แต่เมํ่อบิคารบเร้ามากเข้าจึงบอกว่าจะแต่งงานลับหญิงเบญจภัลยาณเท่านั้น หากไม่มืหญิงเซ่นนั้นก็่จะไม่แต่งงาน ๙๖ j พรgมหาโพธวงศา'จา?ย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

อันว่าหญิงเบญจกลยาณนั้น ได้แก่หญิงทมความงาม ๕ อย่าง คือ ผมงาม เนองาม กรร{คูถงาม ผิวงาม วยงาม หญิงทเ!เนเบญจกลยาณ มความงามมความสมบูรณครบถ้วน เช่นนถือว่าเส์นคนมบุญมาก มิคารเศรษ^จงเชิญพรไหมณ ๑๐๘ กนมาเลิ้ยง แล้วขอร้อง ให้ช่วยไปหาหญิงเบญจกัลยาณมาแต่งกับบุตร พราหมณเหล่านั้นจึงแยก ย้ายกันไปแสวงหาทุกหนแห่งในเมืองสาวัฅถ แต่ก็่ไม่มื จึงออกไปแสวงหา นอกเมือง พราหมโนพวกหนงไปถึงเมืองสาเกต ตอนนั้นทํ่เมืองสาเกฅมืงาน นักขัตฤกษปร2จำมิ ในงานนั้นตระกูลทั้งหลายจ2ออกจากบ้านเดินเท้าเปล่า ไปยังแม่นั้าทำพิธ พวกหนุ่มๆ ก็่พากันไปค้วยตั้งใจว่าจะหาหญิงทั้ตนชอบ แล้วกล้องพวงมาลัยเลือกเป็นคู่กรอง พวกพราหมโนหมาจากเมืองสาวัตถึไค้นั่งพักทศาลาริมแม่นั้า คูผู้กน มาทำพิธกัน วันนั้น แม้นางวิสาขาชงอายุไค้ ๑๕-๑V? ป็กับบริวารก็่ออกไปกับ ฝูงชน เมอใกล้ถึงแม่นํ้า ไค้เกิดฝนตกขนกะทันหัน หญิงบริวารของนางต่าง วํ่งหนฝนเข้าไปในศาลา แต่นางวิสาขาเดินกรำฝนไปตามปกติ มืม้าเป็ยกโชก เข้าไปในศาลา พวกพราหมโนจึงไค้เห็่นลักษณะกวามงามของนาง ๕ อย่าง แต่ยังไม่เห็่นพันชงเป็นลักษณะกระคูกงาม จึงทำอุบายเพอให้นางพูค โคยพูค ลอยๆ ขนว่า ช่างเฉอยชาเลืยจริง สามืชองนางเห็่นทจะไมไค้อะไรจากนาง แม้ข้าวปรายเกริยน (ปลายข้าวขนาคเล็่ก) www.kalyanamitra.org

นางวิสาขาทราบว่าพวกพราหมณพูคกระทบฅน จึงถามว่าพูคถง ใกรกัน พวกพราหมณจึงบอกว่าหมายถี้งเธอนั่นแหละ แล้วให้เหตุผลว่าทว่า เฉอยซานั่นเพราะคนอนเขาวงมาทศาลา แต่นางกลับเกินช้าๆ เช้ามา นางวิสาขาจึงตอบว่า นางเป็นสฅร เมอวํ่งย่อมไปงาม แล้วเอ่ย อธิบายด้วยเสิยงอันไพเราะว่า \"คน <£ ประเภท เมอวงย่อมไม่งาม คือ พระราชา ช้างหลวง บรรพชิต สฅร ด้วยว่าพระราชาผู้ทรงอภิเษกแล้ว ทรงเกรองประดับเฅ็่มพระอิ^ริยยภิ เมอ ถกเชมรวํ่งไปตามพระถานหลวง ย่อมไม่งามแปแท้ผู้คนก็่ๆะตำหนิได้ว่าทำไม วํ่งอย่างพวกคฤหบคื ช้างหลวงชงเปีนช้างมงคล เมอวงไปก็่ศูไม่งาม บรรพชิต เมอวงก็่ศูไม่งาม ผู้คนย่อมตำหนิได้ว่าทำไมวงอย่างพวกคฤหัสถ และสตร เมอ วํ่งก็่ไม่งามเช่นกัน ย่อมถูกตำหนิได้ว่าวงเหมือนพวกผู้ชาย อนงเล่า บิดามารคา เลยงดูบุตรสาวมาด้วยการถนอมกล่อมเกลยงอวัยวะน้อยใหญ่ มิใท้มืรอย ขดช่วนพิกลพิการ จะได้แต่งงานไปอยู่กับสามือย่างมืดักฅิสร เมอวงไป เกิด หกล้มเช้า มือเท้าอาจหักหรือพิการ หน้าตาอาจถลอกเปีนแผลเปีน ไม่มืผู้ชาย ท้องการ ท้องเปีนภาระของบิดามารดาชั่วชิวิตชองท่าน\" พวกพราหมโน!คทเงและได้เห็่นฟินของนางแล้วยอมรับว่านางเป็น เบญจกัลยาโนผู้มบุญจริง จึงได้นำพวงมาลัยทองกำออกมากล้องคอนาง แล้ว บอกวัตถุประสงกํทตนมาและบอกว่าเป็นการส่ขอนางเพอแต่งงานกับบุณณ วัฒนะผู้เป็นบุตรของมิการเศรษJ.นเมืองสาวัตถ ชงนางวิสาขาก็่ยอมรับ เมึ๋อ กลับถึงบ้านกี่บอกไห้บิคามารคาทราบเรอง ธนญซัยเศรษ^กี่รู้ว่ามิการเศรษ^ มืสมบักิบ้อยกว่าตนมาก แต่เมอยินครับบุตรสาวของตนเป็นสะไภกโม่ขัคขืน อย่างไร ๙Cงึ^ พTgมุทาโพธวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org

มิการเศรษ^ก็่คใจทระไค้นางวิสาฃาซงฟ้นฅระกูลใหญ่แล^มสมบัฅิ มากมาเป็นสฟ้.ภ้ จึงไปกราบทูลพรร:เจ้าปเสนทิโกศล พรร;เจ้าอยู่หัวฅรัสว่า พระองกก็่จร;เสค็่จ้ใปทเมืองสาเกฅค้วย เพราะพระองกทรงพาธนญซัยเศรษ^ มาอยู่ทเมืองสาเกฅเอง ป๋ายธนญซยเศรษจึก็่เฅรยมงาน เมอทราบว่าพระเจ้าแผ่นดิน'จะเสค็่'จ มาด้วยก็่ฅระเฅรยมความพร้อมอย่างเฅ็่มท เมํ่อยังไม่ถึงกำหนคเวลา ก็่ให้ระคม ช่างทองมา ๕0๐ คน ช่วยกันคิคทำเครองประคับ ซอว่า มหาลดาปสาธน ในวันแต่งงานของบุฅรสาว พร้อมทั้งมอบทองคำถึสุกพันลํ่ม เงิน มณ มุกคา ประพาพั และเพชร พอสมควรกับทองแก่พวกช่างทอง พวกช่างทองรับซอง มาแล้วก็่ช่วยกันคิครูปแบบและเรํ่มประดิษจ้ประคอยอย่างประณฅสวยงาม ใช้เวลาวัคทำมหาลคาปสาธน <i เดือนจึงส์าเร็่'จ อันมหาลดาบ่สาธนนั้นมความงฅงามหาทฅิมิได้ ในการทำนั้น อัวน ทด้องร้อยด้วยด้ายก็่ใช้เด้นเงินแทน บ่ระดับด้วยแก้วมุกดา <5)(ร? ทะนาน แก้ว บ่ระพา'ด้๒๐ ทะนาน ลูกดุมทำด้วยทอง ห่วงทำด้วยเงิน มแหวนวงหนึ่งอยู่ บนกระหม่อม ทหลังหู ๒ วง ทหลมคอ ๐ วง ทเข่า ๒ วง ทฃ้อสอก ๒ วง ทข้างสะเอว๒วง เครองบ่ระดับนั้นทำเปีนรูบ่นกยูง ขนปีกทำด้วยทองคำ ด้าน ขวา ๕๐๐ ขน ด้านข้าย ๕๐๐ ขน จะงอยบ่ากทำด้วยแก้วบ่ระพา'ด้นัย•นดา คอ และแววหางทำด้วยแก้วมณ ก้านขนและขาก็่ทำด้วยแก้วมฌ เมอสวมท คํรษะแล้วจะห้อยลงมาจนถึงหลังเท้า และเมอสวมแล้วก็่จะบ่รากฏเหมือนลับ นกยูงทรนรำแพนอยู่บนยอดเขา ผู้ทเข้าใกล้เห่านั้นจงจะรู้ว่ามิไข่นกยูงจริง www.kalyanamitra.org

เมือถื้งกำหนควันแต่งงาน พระเจ้าปเสนทิโกศล มิการเศรษจ้ และ ปุณณวัฒนะ พร้อมทหารและพวกพ้องญาติมิครเศรษจ้ก็่พากันไปทเมือง สาเกฅไครับการค้อนรับอย่างสมพระเกํยรติ หลัง'จากเสร็่'จพิธแล้วก็่เสค็่จกลับ มิการเศรษจ้ก็่เฅร้ยมพานางวิสาขาและบริวารไปอยู่เมืองสาวัฅถ ก่อนเคินทาง ธนญซัยเศรษจ้ไค้มอบทรัพย่สมบัติมากมายอย่างละ ๕0๐ เล่มเกวิยนแก่ธิคาไป เพํ่อมิไหธคาค้องเสือคร้อนไปขอหรือหยิบยืม^น เมอไม่มื คอนกลางสืนไคใหโอวาทแก่นางวิสาขาเป็นหลักปฏิบัติเมอไปอยู่กับ พ่อแม่ของสามื หลัก ๑๐ ประการ สือ ๑. ไฟในอย่านำออก ๒. ไฟนอกอย่านำเข้า ๓. พึงให้แก่กนทํ่ให้ <1. ไม่พึงให้แก่กนทไมให้ ๕. พึงให้แก่กนทั้งทใหทงทํ่ไมให้ \\ว. พึงนั่งให้เป็นสุข ๗. พึงบริโกกให้เป็นสุข ๘. พึงนอนให้เป็นสุข ๙. พึงบำเรอไฟ ๑๐. พึงนอบน้อมเทวคาภายใน โอวาทน แม้มิการเศรฬทพักอยู่ห้องติคกันก็่ไคยนชัคเ'จน รุ่งเข้าธนญซัยเศรษ^ไค้ประชุมผู้กนแล้วมอบเป็นภาระแก่กฎมพึ ๘ กนใหติคคามไปอยู่กับนางวิสาขาเพอ'จะไค้เป็นผู้กํ้าประกันนางเมอมืเหตุเภทภัย เกิคขนแก่นาง เมอขบวนออกเกินทางก็่ประกาศว่าผูใคค้องการไปอยู่กับนาง วิสาขาก็่ให้[ปไค้ ปรากฏว่าผู้กนต่างก็่แออัคบัคเยยคกันออกไปคามถนนเพํ่อ ๑๐^ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ฅิคฅามนางไป แฅ่มิการเศรษ^บอกว่าไม่อา'จรบกนไคทงหมค จึงให้กนของคน กั้นไว้ พาไปเท่าทพอ'จiอยู่กันไค้เท่ากั้น นางวิสาขาไปอยู่ทเมืองสาวัฅถกับปุณณวัฒน2 ไค้ทำบุญให้ทาน อย่างเฅ็่มทํ่ค้วยสมบัติทํ่บิคามอบให้มา ทำ บ้านให้เป็นบ่อนาทคักคมกินไม่ หมคร้น ถวายภัคคาหารพรร:สงฆวันลรเ ๕00รูปทุกกัน แลร:ไค้สร้างกัคถวาย เป็นพุทธบูชาไวิกัคหนงชอว่ากัคบุพพาราม สร้างโลหปราสาทขนไว้ทํ่กัคกั้นโคย อาคัยพรร:มหาโมกคัลลานร:อักรสาวกเป็นแม่กองงานช่วยกวบกุมการก่อสร้าง ให้ พรร:พุทธเว้าไค้เสค็่'จไปปรร:ทับจำพรรษาทกัคบุพพารามนรวม V) พรรษา นางไครับยกย่องว่าเป็นมหาอุบาสิกาในพรร:พุทธศาสนาแลร:ชอเรยงของนาง เป็นทยอมรับในวงการพรร:พุทธศาสนามาแค่อคคถึงปี'จ'รุบัน นางวิสาขาอยู่กินกับปุณณกัฒนร:มาอย่างสงบสข ไค้ทำบุญ เร้ยงพรร: โคยสร:ควก ไค้กราบพรร:พุทธเว้าเป็นปรร:จำ แค่มิการเศรษจึบิคาของสามืมิไค้ สนใ'จศรัทธาในพรร:พุทธเว้าแบ้จร:ปรร:ทับอยู่ใกล้บ้าน กราวแค่งงานบุครชายกี่ มิไค้นกถึงพรร:พุทธองกี่ เพราร:เป็นยูนบถึอพวกนิกรนถซงเป็นอเจลกร:นักบวช เปลือย บำ รุงเฉพาะพวกอเจลกร:เท่ากั้น กันหนง มิการเศรษจึค้องการเลยงพวกอเจลกะจึงใหจคเคร้ยมอาหาร ไว้หลายร้อยส์ารับให้เชิญพวกอเจลกะมา ๕00 กน แล้วเรยกนางวิสาขาให้ มาไหว้พระอรทันกี่ นางวิสาขาเป็นอริยสาวิการะคับโสคาบัน พอไคยนว่าพระอรทันกี่ กี่ ร่าเริงยินค มายังทเร้ยงอาหาร เห็่นพวกอเจลกะเปลือยกายกั้งหมค จึงกิคว่า ผู้ปฏิบัติอย่างนย่อมเป็นพระอรทันฅใมไค้ จึงคำหนิมิการเศรษจึคามสมกวร แล้วกี่กลับ www.kalyanamitra.org

พวกอเจลก^เห็่นอาการของนางแล้วกึ่ฅำหนิมิการเศรษ^ว่า หา หญิงอํ่นมาเป็นสร:ใภใม่ใล้แล้วหรออย่างไร จึงนำสาวิกาของพรร:พุทธเจ้ามา เป็นสร:ใภ้ นางเป็นกาลกรรณ ไล่นางออกจากบ้านไปเสิย เกรษจึกื่ฅอบว่าไม่ สามารถทำไค้เพราร:พรร:เจ้าแผ่นคินก็่ทรงยินยอมให้มาเป็นสร:โก้ แฅ่ก็่อดกลั้น กวามรู้รกไม่พอใจนางไว้ วันหนงนางวิสาขายืนพัคมิการเกรษจึชงกำลังทานอาหารอยู่ มพรร: เถรร:รูปหนงเข้ามาบิณฑบาตในบ้าน นางเห็่นแล้วก็่กิคว่าบิดากงไม่ถวายอาหาร แน่นอน จึงเบยงตัวออกมาบังมิให้เกรษจึมองเหื่นพรร:เถรร: แด่เกรษจึก็่มองเหื่น เห็่นแล้วก็่แกล้งทำเป็นเหมือนไม่เหื่น ก้มหน้าทานอาหารด่อไป นางวิสาขาเห็่นท่าทางของเกรษจึเช่นนั้นจึงพูดกับพรร:เถรร:ว่า \"ขอนิมนต!ปข้างหน้าเถิดเจ้าค่ร; ฟ่อผวของดิฉันกำลังกินของเก่า อยู่\" เมอไคยินคำว่า กินของเก่า เกรษจึกื่วางมือให้กนมาเก็่บล่ารับ กวาม อดกลั้นลั้นสุด เรยกกนมาแล้วใหขับไล่นางออกจากบ้านไปเส์ย กนทั้งหมดในเรือนนั้นล้วนเป็นกนของนางวิสาขา จึงไม่มืใกรกล้ามา ทำ อร:ไรนาง นางไค้เตือนสติเกรษจึว่า ตนถูกท่านเกรษจึพามาเป็นสร:ใก้อย่าง มืเกยรติ มิใช่พาหญิงรับไข้มา ตนบังมืบิดามารดาทยังมืซวิตอยู่ จึงไม่กวรจร: ออกจากบ้านนั้[ปเพยงแก่ถูกออกปากไล่ ค้วยเหตุนั้บิดามารดาของตนจึงมอบ เรองให้ตุฎุมพ ๘ กนมาอยู่ค้วยเพํ่อกอยบ้องกันแลร:กอยชำรร:เรองทเกิดขน ขอให้ท่านเกรษจึไค้เชิญตุฎมพมาชำรร:กวามในเรองนั้ ^๐๒ไ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

มิการเศรษ^เรมไค้สติ จึงใหไปเชิญกุฎุมพมาชำร::กวามค้'วยกล่าว ว่านางวิสาขากล่าวกับตนว่ากำลังกินของเก่า ซงหมายกวามว่าตนกำลังกิน 'อุจ'จาระ:หรือกินของไม่สะอาด ชงตนรับไมไค้ นางวิสาขากล่าวว่า ตนพูดมิได้หมายความว่าอย่างนั้นเลย แต่ทตน พูดนั้นหมายถงท่านเศรษเมิได้ทำบุญใหมให้แก่ด้วเองเลย กินแต่บุญเก่าอยู่ เท่านั้น จึงได้กล่าวอย่างนั้น พวกกุฎุมพจึงถามมิการเสรษจึว่าเมอนางกล่าวอย่างนั้กวรถูกขับไล่ หรืออย่างไร เสรษจึก็่บอกว่าเรองนั้เข้าใจแล้ว ไม่ถึอโทษกโค้ แต่มวันหนงนาง ออกไปหลังบ้านตอนตก อาจไปกบหากับกนข้างนอกก็่ใค้ นางวิสาขาตอบว่า กินนั้นแม่ลาทเลยงไว้กำลังตกลูกเป็นบ้าอาชาไนย จึงเป็นธุระ:ออกไปกับกนไข้ เพอช่วยดูแลแม่ลา พวกกุฎุมพกื่ถามมิการเสรษจึอกว่านางผิคหรือไม่ เสรษจึ ก็่บอกว่าไม่เป็นไร แต่มข้อทน่าสงลัยอยู่ กิอก่อนเดินทางมาจากเมืองสาเกต บิคาของนางไค้ชุบชิบบอกข้อกวามอันปกปิคลิ้ลับ ทำ ให้ค้างกาใจมาแต่เรํ่มค้น จะ:ให้นางอยู่ต่อไปไค้อย่างไร นางวิสาขาไค้กล่าวว่า ข้อทบิคาของตนกล่าวนั้นถือว่าเป็นโอวาท ส์าหรับปฏิบัติฅัวมื ๑๐ ประ:การค้วยกัน ชงล้วนเป็นหลักปฏิบัติเมอมาอยู่ทนั้ ข้อกวาม ๑๐ ประ:การนั้นมืว่า ไฟในอย่านำออก หมายกวามว่า อย่านำเรองไม่คภายในบ้านหรือ เรองไม่เหมาะ:สมของบิคามารคาสามืหรือของสามืออกไปพูคกุยให้กนภายนอก ร้เพราะ;เป็นร้อนเหมือนไฟ www.kalyanamitra.org

ไฟนอกอย่านำเข้า หมายกวามว่า เรองทํ่ไปคหรอเรองร'พเพเหร:;ท ไปเป็นประโยซนํนอกบ้าน ชงเป็นเรํ่องร้อนๆ ไม่ควรนำมาเล่าภายในบ้าน ไม่ ควรสนใ'จทํ่จะฟ้งเพราะทำไหไม่สบายใ'ไเหรือวิฅกกังวลต่างๆ นานา ควรให้แก่คนทให้ หมายความว่า คนทรมของไปใช้แล้วนำมาคืน อย่างเก่า ไม่งบงิบเก็่บไว้หรือเลินเล่อลมเอามาคืน เมอเขามารมใหม่ควรให้ เขาไป ไม่ควรให้แก่คนทไม่ให้ หมายความว่า คนทรมไปแล้วไม่ยอมใช้คืน หรือเลินเล่อเมินเฉย หลงลืมไม่ล่งคืน เมอมารมอกก็่ไม่ควรให้ ควรให้แก่คนทั้งทให้ทั้งท!มให้หมายความว่า คนทมารมนั้นหากเป็น ญาติหรือมิฅร แม้'จะคืนหรือไม่คืน กี่สมควรให้[ปเพึ๋อสงเคราะหช่วยเหลือกัน พงนั่งให้เป็นสุข หมายความว่า เมอ'จะนั่งกี่พิ'จารณาเลืยก่อนว่า บิคา มารคาของสามหรือสามมาแล้วคน'จะห้องลุกฃ็้นให้ท่านนั่ง ล้าเห็่นว่าปลอคคน กี่นั่งไห้ พงบริโภคให้เป็นสุข หมายความว่า ไม่ควรบริโภคก่อนบิคามารคา ของสามหรือสาม คอยคูแลให้คนเหล่านั้นบริโภคก่อนแล้วฅนคืงค่อยบริโภค ทหลัง จึงควร พงนอนให้เป็นสุข หมายความว่า ไม่ควรนอนก่อนบิคามารคา ของ สามหรือสาม ควรปฏิบัติคูแลท่านเหล่านั้นให้คก่อน แล้วค่อยนอนในภายหลัง จึงควร ^๐^ พfgมหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org

พึงบำเรอไฟ หมายกวามว่า การมองเห็่นบิคามารคาของสามแลร: สามเป็นเสมือนกองไฟแลร:เหมือนพญานาก เป็นการสมกวร จร:ไค้รร:วังคัวไม่ เลินเล่อเผลอคัว พึงนอบน้อมเทวดาภายใน หมายกวามว่า กวรเการพนบนอบบิคา มารคาของสามืแลร:สามื พึงเห็่นท่านเหล่านั้นเหมือนเป็นเหวคา จึงกวร นางวิสาขาอธิบายกวามหมายโอวาทของธนญซัยเศรษ^บิคาของคน อย่างยืคยาวแล้วบอกว่าเมอเรองจบลงค้วยคแล้ว คนขอกลับไปอยู่กับบิคาท เมืองสาเกค มิการเศรษf[คฟงแล้วหูคาสว่าง เข้าใจเจตนาแลร:กวามมืคุณธรรม ของนางวิสาขา แลร:ตกใจเมอนางขอกลับไปเมืองสาเกค จึงกล่าวขอโทษนาง วิสาขาว่าตนทำแลร:พูคไปโคยไม่รู้กวามจริง ตอนนั้รู้ซัคแล้ว ขอให้นางอยู่ต่อไป นางวิสาขาตอบว่า ตนเป็นลูกกนมืฐานร:มืศรัทธาแนบแน่นในพรร:พุทธ ศาสนา หากห่างเว้นจากพรร:สงฆ ห่างเว้นจากการทำบุญแล้วกื่อยูไมไค้หาก ไค้ทำบุญเป็นปกติจึงจร:อยูไค้ มิการเศรษ^บบอกว่า ขอให้นางอยู่ต่อไป แลร:ให้ทำบุญในพรร:พุทธ ศาสนาไค้ตามสร:ควกตลอคไป นางวิสาขาก็่คใจ ให้กนไปนิมนฅพระ:พุทธเจ้า เสค็่จไปฉันทบ้านของนางในวันรุ่งขน พวกนิกรนกอเจลกร:ทราบว่ามิการเศรษจึยินยอมให้สร:ใภ้นิมนฅ พรร:พุทธเจ้าแลร:พรร:สงฆเข้าไปฉันในบ้าน รบไปห้ามมิการเศรษจึ เมอเศรษจึ ตอบว่าไม่อาจห้ามไค้ จึงออกอุบายมิให้เศรษจึพบพรร:พุทธเจ้า โคยกั้นม่าน บังไว้ ให้เศรษจึอยู่แคในม่าน เมึ๋อถึงเวลา พรร:พุทธองกเสคี่จไปพร้อมค้วย อัน1»!สิอเร่อ /๑๐๕ www.kalyanamitra.org

ภิกษุสงฆ เมอฉันเฟ'จแล้วทรงแสคงพระ:ธรรมเทศนา ทรงทราบว่ามิการเศรษ^ อยูในม่านมิไค้ปรากฏกายให้เห็่น ก็่ทรงแสคงธรรมไปคามปกติ ธรรมดาพรร;พุทธเจ้าเมํ่อทรงแสดงธรรมอยู่ คนทอยู่ในม่านก็่ตาม อยู่ข้างหน้าก็่ตาม อยู่ข้างหล้งก็่ตาม อยู่เลยขอบจ้กรวาลก็่ตาม อยู่ในภพ ไหนก็่ตาม ย่อมมความรู้ส์กว่าพรร;บรมศาสดาปรร(ทบทอดพรร;เนตรคูตน คนเดยว ทรงแสดงธรรมโปรดตนคนเดยว เหมือนกบดวงจ้นทรวันเพ็่ญเมอ พ้นจากเมฆหมอกแล้วย่อมปรากฏชดเจน ผู้คนย่อมรู้ส์กว่าดวงจ้นทรอยู่ เหมือติรษร;ของตน ย่องสว่างเพอตน มิการเศรษ^นั่งฟิงเทศนั่อยูในม่านนั่นเอง ไค้ยินพรร;ธรรมเทศนา ทพรร;พุทธองกทรงแสคงยักย้ายถ่ายทอคเนั่อหาส์านวนโวหารไพเราะ:จับใ'จ พิจารณาคามไปเรอยๆ ก[ค้บรรลุโสคาปิคติผล ปรร;กอบค้วยอจลศรัทธา เป็น ผู้หมคสงร'ยในพรร;รัคนครัย ไค้ยกชายม่านขน เข้าปรร;กองสร;ใภ้'จูบทถันของ นางแล้วปรร;กาศว่า \"เธอจงเป็นแม่ของฉนตั้งแต่วนน็้เป็นต้นไป\" นับแค่นั้นมา นางวิสาขาจึงมืชอทํ่ผู้กนเรัยกติคปากอกซอว่า \"มิคาร- มาตุ\" จากนั้นมิการเศรษจ้!ค้ใปหมอบกราบพรร;ผู้มืพรร;ภากเจ้า นวคพิน พรร;บาทค้วยมือ จูบพรร;บาท แล้วปรร;กาศซํ่อของคน m กรั้ง กราบทูลว่า \"ข้าพระองค!ม่ททบเลยว่า ทานทให้แล้วในพระ?1าลนาน็้มผลมาก เพํ่งทราบศอนนิ้เองเพราะอาล้ยสะใภ้ศน& วันค่อมาก็่นิมนฅพรร;พุทธเจ้าแลร;พรร;สงฆใปฉันอก พรร;พุทธองก ๑๐^ พระมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ทรงแศคงธรรมใหโ?งเซ่นเกย ค่อมาแม่สามของนางวิt1าซาก็่ไค้บรรลุโสคา- ปิฅฅิผล เป็นอันว่านับแค่นั้นมาเรอนหลังนั้นไค้เปิคประ:คูรับพระพุทธสาสนา โคยสมบูรณ ^าหรับนางวิ({าขาได้ทำหน้าทมหาอุบา^กาอย่างเหนยวแน่น และ เจ?ญด้วยบุฅพลาน คือนางมบุฅร (5)๐ คน มริดา (5)๐ คน 1JฅTริศาแด่ละ คนก็่มบุดร ๐๐ คนและธิดา(5)๐ คนเช่นกัน บรรดาหลานเหล่านั้นแด่ละคนกึ่ มบุตร(5)๐ คนและธิดา ๐๐ คน รวมบุดรธิดา หลาน และเหลนแล้วได้จำนวน ,<£๒๐ คน นางวิ^าขาเป็นผู้มอาบุปีนถื้ง ๐๒๐ ป็มนมงามทดำaนิทดลอด มิได้มนมหงอกเลย และอวัยวะร่างกายก็่แข็่งแรง ไม่แก่หง่อม เป็นราวกะว่า มอาบุ ๑๖ ป็ดลอดขวิด เดินไปไหนกับลูกหลานทเป็นหญิง คนทไม่เคยเห็่นย่อม มองไม่ออกว่าคนไหนคือนางวิสาขา ทล่ากัญคือนางมกำลังมหาสาลเท่ากับ กำ ลังของช้าง ๕ เช่อก จงสามารถแด่งเครองประกับมหาลดาประสาธน่!ด้ นางวิสาขาเป็นหญิงผู้มบุญ เพราร;ได้ทำบุญไว้มากแต่อดตจนถึง ปีจจุบน แต่ซวิตก็่พลิกผนไปอปูกบดรร;กูลทไม่มศรัทธาในพรร;พุทธศาสนา ถูกรังเกยจ ถูกขบไล่ออกจากบ้าน แต่ก็่สามารถเอาด้วรอดแลร;ช่วยคนอึ๋น ให้รอดได้ เพราร;บุญนำพาวาสนาช่วยโดยแห้. จากเรือง นางวิ ชา ปปผวรรค อรรถกถาธรรมบท www.kalyanamitra.org

l£_ โบราณฟ้อน นาสาม ตามสืกษๆ ให้มมาเป็นเลิฟ้จะเกิคขด กึป็ นํ้ามึปี นํ้าคำ นำ มงกล นาใจ ตนอย่าไร้มให้พอ. ศรจอมทอง ^๐^ พygมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ความเชอฤาจร;เหนือความจริง ความเชื๋อ เป็นเรองปกฅิฃองมบุษย มฅิคฅัวกันมาแฅ่เกิค คือ สามารถเซํ่อโคยศร;ควกเมอไคืยินไคืฟิงหรือไค้เห็่นร่งใคร่งหนง แลร;เมอไเฟิงไค้ เห็่นแล้ว ส่วนหนงก็่เซอคามสนิทใจ ทุ่มเทเชอเฅ็่มทํ่ไม่อาจคืนคลายไค้ อย่าง ทเรืยกว่าปีกใจเชอ อาการอย่างนภาษาพรร;เรืยกว่า ศร้๚ธา อันศร้ฑธาความเชอนั้นยงเป็นกลางๆ อังไม่เป็นบุญเป็นบาป อัง ไม่อยูในรร;ดมผิดหรือถูก แค่เมํ่อเชอโคยไม่พิจารณาให้รอบคอบก่อนว่าจริงหรือไม่จริง ควร หรือไม่ควร ปีกใจเซํ่อลงไป โคยไม่รู้จริง แลร;มักจร;มความคิคเห็่นคงในทางนั้น แน่วแน่อยู่กับความกิคเห็่นนั้น ความเชอลักษณร;นั้เรืยกว่า สิทธาญาณวิปปยุต ความเซํ่อทปราศจากปีญญา aumaaiSa /๑๐๙ www.kalyanamitra.org

ฅรงกันข้าม เมอพิ'จารณาเสิยก่อนอย่างรอบกอบ เห็่น'จริงรู้'จริงว่า ถูกต้องแล้วจึงปีกใ'จเชอ เป็นกวามเชอต้วยปีญญา กวามเชอกักษณ2นเริยกว่า รทธาญาณกัมปยุต กวามเชอทปรร:กอบต้วยปีญญา กำ สอนในพรร:พทธศาสนา มหกักแห่งกวามเชอไว้ เช่นสอนว่าอย่า เพํ่งเชอคามทไคยนไ งมา เป็นต้น กำ สอนเช่นนิ้มิไต้บุ่งให่ไม่เชออร:ไรหรือบุ่ง ใหไม่เซึ๋อใกรเลย หากแฅ่ป็'องกันมิให้เซํ่อในทันท ชงอา'จทำให้เชอรก ทำ ให้หลง งมงาย แลร:ทำให้เสิยหายไต้ เมอรับรู้เรองใคแล้ว เมํ่อต้องการเชอกี่ฃอใหใข้ ปีญญาใข้เหตุผล พินิจให้รอบกอบ หรือให้ปฏิบัติให้เห็่นผลจริงต้วยคนเอง หรือ คูจากผู้ปฏิบัติจริงแล้วไต้ผลจริงเกัยก่อนก่อยเชอ ทำ เช่นนจร:มแคไต้ไม่มเสิย ล้าไต้แค่เพิยงเชอเท่านั้น กี่จร:เชอไปโกยไม่รู้หรือไม่เห็่นกวามจริงว่าม หรือเป็นอย่างทํ่เซอหรือไม่ กนหรือของบางอย่างทมกนพูกว่าวิเศษอย่างนั้นค อย่างนั้ ชงอาจจริงหรือไม่จริง^ต้ พิงแล้วกี่เชอทันทํว่าเป็นเช่นนั้นจริง กี่ไต้ เพิยงกัทธากวามเชํ่อ แค่บังซากปีญญาซงทำใหรู้ว่าจริงหรือไม่จริง อันกวามเชอนั้น'จำ เป็นต้องอากัยกวามจริงต้วย กือเรองทํ่เซอจำต้อง จริงต้วยจึงจร:ปรร:เสริฐ หากไต้แค่เชอ แคใมมไม่เป็นกวามจริง กวามเชอนั้นกี่ ต้อย ไม่เกิกผลคอร:ไร จร:มกี่แค่ผลเสิยคามมา เพราร:กวามเชอนั้นไม่อาจอยู่เหนือกวามจริงไต้ กวามจริงเป็นกัจจร: เป็นชองมอยู่เป็นอยู่คายคัว จร:มกนเชอหรือไม่มกนเซํ่อกี่บังกงกักษณร:จริงอยู่ อย่างนั้น ไม่เปลํ่ยนแปลง ไม่ลกไม่เพั๋มกักษณร:ของคัวเอง กวามจริงนั้นหาก มกนเชอ กนเซอกี่ไต้ปรร:โยชนื หากไม่มกนเซํ่อ กี่มิไต้สูญหายไปไหน บังกง สภาพเป็นจริงอย่อย่างนั้น ๑๑๐! พรร!มหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ในซวิฅปรร:จำวันของคนเราทอยู่ร่วมกันน มเรองความเชอเข้ามา ปร:ปนอยู่มาก ต่างคนค่างก็่มความเซํ่อของฅนโคยอิศรร: เหมือนกันบ้าง ต่าง กันบ้าง แลร:ความเชอนั้นจร:ถูกหรอผิคอย่างไรก็่มิไค้พูคถึงกัน ต่างคนต่างก็่เซํ่อ ไปคามปกติ จร:รู!ค้ว่าเชอถูกหรือเซอผิค เป็นความจริงอย่างทํ่เซอหรือไม่เป็น ความจริงอย่างไร จร:^คกต่อเมอมืการพิศูจนหรือเกิคเหตุเกิคเรองจริงขนมา เมํ่อถึงวารร:นั้น ความจริงก็่จร:ปรากฏ เมอความจริงปรากฏก็่ศามารถรู!ค้ค้วย คัวเองว่า สิงทคนเชอนั้นเป็นความจริงหรือไม่จริง แต่กว่าจรเถึงวารร;เซ่นนั้นก็่อาจสายไป ชวิตอาจจบสินไปก่อน เพราร;มีใซ่จร;รู้เห็่นได้ง่าย แลร;ไม่อาจรู้เห็่นได้ตดอดชวิตเพราร;ไม่มืการพิสูจน หรือไม่มืเหตุการณอร;ไรเกิดข็้นจริง ในกรณทํ่บางคนไค้ปรร:สบพบเห็่นเรองจริงด้วยคนเอง ไคริบผลจาก ความเชอของคนด้วยคนเอง หรือพิสูจนด้วยการปฏิบัติคามคำแนร:นำแล้วได้ ริบผลอย่างนั้นจริง แล้วเชออย่างแน่นแฟ้นว่าความจริงเป็นอย่างไร หากเป็น เรํ่องทคเป็นเรํ่องทเป็นปรร:โยชน่แก่คนแลร:คนอน ย่อมถึอว่าเป็นกำไรซวิค แลร: มืสิงทยึคถึออันเป็นกัจจร:ถูกด้องเป็นแนวทางคำ เนินซวิค ไม่หลงไปผิคทาง ไม่เถึยเวลาไปกับความเชอลมๆ แล้งๆ ทยึคแน่นอนไมได้ หรือยึคได้ แคไมได้ สารร:ปรร:โยชน่อร:ไรเป็นจริงเป็นจัง ในสมัยพุทธกาล มืการพิสูจน่ความเซอทมืการยกย่องว่าอาจารย่ ชองคนเป็นผูวิเศษ เป็นทพงทรร:ถึกอันปรร:เสริฐ เมอเคารพกราบไหว้แล้วจร: ได้ลาภผลมหาศาล แต่เมอพิสูจน่ด้วยชองจริงแล้ว ก็่ปรากฏผลว่ามิได้เป็น อย่างทยกย่อง www.kalyanamitra.org

นับเป็นเรองอันเหลือเซํ่อเรองหนง เพราะเป็นการพิสูจนัเพอทคสอบ ทก่อนข้างจะรุนแรงและทำกันกลางเมึอง รู้เห็่นกันทั่วไป ท่านจึงบันทึกเป็น หลักฐานไว!นกัมภร เรํ่องเกิดฃั้นทํ่เมืองสาวัตถ ในเมืองสาวัฅถ มืสหายทรักกันมากอยู่ก่หนง กนหนงซํ่อรริคุฅฅ กน หนงชอกรหทินน ทั้งสองกนนั้แม้สนิทสนมกันมาก แก่ก็่มืยู้ทฅนเการพนับกอ ก่างส์านักกัน กือรริกกกเป็นอุบาสก นับถือพระพทธเจ้า ส่วนกรหทินนันับถือ พวกนิกรนถืซงเป็นนักบวชเปลือย ทั้งสองกนมิไค้พูคถืงเรองนิ้จึงคบกันไค้สนิท ก่อมา พวกนิกรนถืเห็่นว่าสิริคุฅฅเป็นกนมืฐานะคกนหนงเช่นเคยว กับกรหทินนัลูกสิษยพวกกน หากไคสิริคุกฅมาเป็นสิษยค้วยก็่จะทำให้พวกกน สบายมากซน จึงพูคกับกรหทินนัเป็นประจำว่า ทำ ไมไม่ชวนสิริคุฅฅมาทั้นบ้าง ไปหาพระสมณโกคมทำไม ไปหาแล้วจะไค้อะไรฃ็้นมา กรหทินนัทนรบเร้าไมไค้ จึงไปพูคกับสิริคุกฅเช่นนั้น สิริคุกฅพิงแล้วก็่เฉย ไม่พูคไม่ถามอะไร กรหทินนัก็่พูคปอยๆ ไม่ว่า จะนั่งหรือยืนทั้ไหนก็่พูคชวนอยู่นั้น จนสิริคุกฅเกิกกวามรำกาญ จึงถามว่า อาจารยืชองคุณวิเศษอย่างไรจึงชวนเราให้!ปนับถือค้วย กรหทินนัก็่กอบอย่างมั่นใจว่า อย่าได้ถามอย่างนั้น ฃ็้นชึ๋อว่าร่งทั่ พระผู้เป็นเจ้าของเราจร;ไม่รู้เป็นไม่มื พรร;ผู้เป็นเจ้าของเราท่านรู้เหตุทั่เป็น อคต ปีจจุบัน แลร;อนาคตนั้งหมด กายกรรม วจึกรรม มโนกรรมก็่รูทงหมด ย่อมรู้ถืงเหตุทั่ควรแลร;ไม่ควรทุกอย่าง ((^๑๒^ พร^มหาโพธวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org

รริกฅฅถามว่าคุณพูคว่าท่านรู้ทุกอย่างเลยหรอ ครหทินนพยักหน้า ริบว่าท่านรู้ทุกอย่างจริงๆ สิริคุฅฅจื้งบอกว่าอกสามวันฃอนิมนฅพวกนิกรนถ อาจารย่ฃองคุณไปฉันอาหารทบ้านของเรา กรหทินน้[เฟิงเช่นนั้นก็่คใจริบไป บอกเหล่านิกรนกอาจารย่ของฅนว่าส์าเร็่จแล้ว สิริคุฅฅเสือมใสพวกท่าน ขอ นิมนฅพวกท่านไปฉันทบ้านของเขาในอกสามวัน แบ้พวกนิกรนถกี่ร่าเริงยินค ว่า ก่อไปพวกเรากงสบายขนอกมากเมอสิริคุฅฅหันมานับถือ ฝ่ายสิริคุฅฅต้องการทคสอบว่าพวกนิกรนถืรู้อ2ไรทุกอย่างกามทเพํ่อน บอกหริอไม่ จึงให้กนฃุคหลุมยาวระหว่างบ้านสองหลังใหสืกท่วมหัว แล้วให้เท อุจจาระไว้จนทั่วให้กอกหลักไว้ทปลายหลุมสองข้าง ภายนอกหลุมแล้วขึงเขึอก ไว้ทั่หลักนั้น ให้กั้งอาสนะส์าหริบนั่งไว้!คยใหักงเท้าอาสนะต้านหน้าอยู่บน ปากหลุม กั้งเท้าต้านหลังไว้บนเขึอก ต้วยกิกว่าเมอพวกนิกรนถืมานังจะไต้ พลัคกกลงไปในหลุม จากนั้นลังใหักั้งตุ่มใหญ่ๆไว้ทั่หลังบ้านหลายใบ วันร่งขึน จะเป็นเวลาเลยงก็่ให้ยูกปากตุ่มทุกใบต้วยใบกล้วยและผ้าเก่า ให้ทาใบกล้วย ผ้าเก่าต้วยข้าวต้มบ้าง ข้าวสวยบ้าง เนยใสบ้าง นำ อ้อยบ้าง เพือให้เห็่นว่าใน ตุ่มเหล่านั้นมอาหารส์าหริบเลยงทุกอย่าง เมอถืงกำหนควัน กรหทินนใต้!ปบ้านสิริคุกฅแก่เข้าเพือกรวจสอบว่า เพํ่อนจัคสถานทและอาหารไว้พร้อมหริอยัง สิริคุกฅก็่พาไปคูอาสนะทั่นั่ง พาไป คูตุ่มทปิคปากไว้บอกว่าข้าวต้มมเท่านั้นตุ่ม ข้าวสวยมเท่านั้นตุ่ม ขนม เนยใส นั้าอ้อย มเท่านั้นตุ่ม กรหทินนํเห็่นแล้วกี่สบายใจ ริบไปบอกพวกนิกรนถว่า ทุกอย่างพร้อมแล้ว แล้วกี่นำหน้าพวกนิกรนถืจำนวน ๕๐0ไปยังบ้านสิริคุกฅ เมอเห็่นพวกนิกรนถเกินมา สิริคุกฅกี่กิคในใจว่า ล้าพวกท่านรู้เหตุไต้ ทุกอย่างกามทลูกกิษย่ของพวกท่านบอก กี่ขอให้พวกท่านอย่าไต้เข้าไปในบ้าน หากเข้าไปพวกท่านจะไมไต้ฉันอะไร เพราะในบ้านไม่มอะไรจักไว้!ห้พวกท่าน อนเฬสิอเร่อ /๑๑^ www.kalyanamitra.org

แต่ถ้าพวกท่านไม่รู้'จริง เข้าไปในบ้านแล::นั่งบนอาสน::ก็่'จร;ตกลงไปในหลุมคูถ แล้ว'จะถูกกนใข้ต กิฅอย่างนั่แล้วก็่นิมนฅพวกนิกรนถเข้าบ้าน พวกนิกรนถท เข้าไปก่อนก็่เฅริยม'จะขนนั่งบนอาสนะ ยู้มหน้าทต้อนรับก็่เริยนว่าการนั่งบน อาสนะของทบ้านนั่'จำต้องปฏิบัติตามธรรมเนยม กือต้องยืนเข้าแถวก่อน เมอ พรุอมแล้วจึงต่อยนั่งพร้อมกัน พวกนิกรนถก็่ปฏิบัติตาม เมอพร้อมแล้วก็่ถ้าวไปเพอจะนั่ง พวกกน รับใ^พากันตึงถ้าทปูรองอาสนะไว้ออกแล้วกระตุกเชือก เท้าเตยงทฅั้งอยู่บน เชือกก็่กระคกฃ็้น อาสนะณทลงไปในหลุม พวกนิกรนถ้ทั้งหมคต่างก็่หัวทม ลงไปในหลุม เปรอะเปีอนคูถไปทั้งหมด พวกกนไซ^ซ[ม้บ้าง แล้บ้างหวคซํ้า ลงไป เป็นการลงโทษ สิริกุตฅเดินมาทปากหลุมแล้วตะโกนบอกพวกนิกรนถว่า พวกท่าน ไม่รู้เหตุท้เป็นอดต บัจจุบัน และอนาคตตามทั้สิษย่ฃองพวกท่านบอกจริง หากพวกท่านรู้จริงก็่คงไม่ประสบผลอย่างน แล้วปล่อยพวกนิกรนถทตะกาย ฃ็้นมาไต้ออกจากบ้านไป แบ้ทถนนข้างนอก สิริคุตฅบังนั่งให้ราดนํ้าปูนขาวบน ถนนไว้!หลนอก พวกนิกรนถออกไปอย่างริบร้อน ต่างก็่หกล้มหกลุกและถูก กนไซ!ล่ฅอกระลอกหนั่ง สร้างกวามเจ็่บแต้นแก่พวกนิกรนถเป็นอย่างมาก ฟ้ายกรหทินนั่เมอเห็่นพวกอาจารย่ของตนถูกยายืใหอบอายขายหน้า อย่างนั้นไค!ปกราบทูลท้องพระราซาให้ทรงปรับสินไหมแก่สิริคุฅฅ ๑,00๐ กหาปณะ พระราชาทรงรับนั่งให้ตามสิริคุตฅมาให้การ สิริคุตฅไต้กราบทูล กวามเป็นมาตั้งแต่ต้นว่าททำลงไปเพราะต้องการทดสอบว่าพวกนิกรนถรู้เหตุ ทุกอย่างตามทเพอนบอกจริงหริอไม่ พวกนิกรนถ้!ม่รู้จริงจึงไต้ตกไปในหลุม คูถ พระราซาตรัสถามกรหทินนั่ว่าพูดอย่างนั้นจริงหริอไม่ กรหทินนยอมรับว่า ๑๑^ พระมหาโพธวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org

จริง จึงทรงฅัคสินว่าสิริฅุฅต[ม่ฅ้องเสิยสินไหม แฅ่กรททินนโปกบหากับพวก นิกรนถยูไม่รู้อร:ไรเลยว่าเป็นกรู และ:เพราร:อร:ไรจึงมาพูคกับเพอนว่ากรูรู้ ทุกอย่าง กังนั้นกรหทินนต้องเสิยสินไหมแทน จากนั้น กรหทินนใต้!กรธสิริกุฅฅ ไม่ยอมพูคจาต้วย ปรร:มาณกง เดือนก็่กิคไต้ว่าขนเป็นอยู่อย่างนั้กงเงยบเฉาฅาย เรากวรไปกบหาสิริกุฅฅแล้ว ทำ กวามฉิบหายให้แก'พรร:พุทธเจ้าทเพอนเการพนับถือบ้าง กกลงใจอย่างนั้ แล้วก็่ไปหาสิริคุฅฅ พูคจาต้วยดื ขอโทษขอโพยเริยบร้อย ซํ่งสิริกุฅฅก็่มิไต้ว่า อร:ไร ยินดืกบหากันเหมอนเคิม ก่อมา สิริกุกฅก็่ซักขวนให้กรหทินนัใปเสาพรร:พุทธเจ้าบ้าง จร:ไค7^ง ธรรม จร:ไต้ทำบุญต่างๆ อันเป็นกำไรซัวิกทร่'งสิมไว้ กรหทินนใต้ยินกังนั้นก็่ สมใจนึก ถามเพํ่อนว่าพรร:กาสกาของท่านมกุณพิเศษอย่างไร สิริกุกฅก็่กอบ ไปว่าพรร:บรมกาสกาทรงเป็นพระอัพพัญฌูพุทธเจ้า ทรงทราบเหกุทเป็นอดืก ปีจจุกัน และอนากกทุกอย่าง กรหทินนึจึงแสกงอาการเลอมใสให้เพอนนิมนฅ พระพุทธเจ้าไปฉันทบ้านพร้อมกับภิกษุศงฆ สิริกุกฅจึงไปกราบทูลนิมนกพระพุทธองก และกราบทูลเรํ่องทกนไต้ กระทำก่อพวกนิกรนกให้ทรงทราบเป็นเบองต้น พระพุทธองกํทรงรับ ต้วยทรง รู้ว่ากรหทินนึนั้นต้องการแก้แต้นต้วยการให้พระองกและพระสงฆกกลงไปใน หลุมไฟ แก่จะมเหกุการณพลิกผัน พระองกํจะไม่มอันกรายอันไก และจะแสกง ธรรม กรหทินนึจะไต้กวงกาเห็่นธรรม หันมานับถือพระพุทธกาสนาอย่างสิริกุกฅ ฟ้ายกรหทินนึเมอทราบว่าพระพุทธเจ้าทรงรับนิมนกแล้ว จึงให้กนไป นำ พินไม้กะเกยนแห้งมาประมาณ ๘0 เล่มเกวยน ให้ชุกหลุมยาวในระหว่าง เรือนสองหอังเหมือนทสิริกุกตทำ ใล่ใบ้กะเกยนลงไป จุกไฟเผาจนเป็นก้อน www.kalyanamitra.org

ถ่านแคงๆ แล้วใไ^คปากหลุมไว้ด้วยแผ่นไม้เรยบ ปิคด้วยเร่อลำแพน ทาด้วย โคมัย และ;ลาคไม้ยุไว้ทุกจุค ด้วยตั้งใจว่าเมอพระ;พุทธเว้าและ;พระ;สงฆเหยยบ ไม้ยุก็่จะ;พลาคฅกลงไปในหลุมถ่าน พร้อมตั้งไหตั้งตุ่มเปล่าไว้หลังเรอนเหมือน อย่างทรริคุฅฅทำ ครั้นเวลาเช้า สิริลุฅฅไค!ปทบ้านเพอน เห็่นเพํ่อนทำทุกอย่าง เริยบร้อยจึงไปกราบทูลพระ;พุทธองก!ห้เสค็่จไปพร้อมตั้งภิกษุสงฆ พระ;พุทธองคทรงทราบแล้วว่าอะไรจะ;เกิคขน จึงเสค็่จไปทบ้านครห- ทินน เมอพระพุทธองกเสค็่จไปยังบ้านของผู้เป็นมิจฉาทิฏฐไม่เร่อมใสพระ คาสนา พวกประซาซนก็่จะคามไปชุมนุมกันเป็นหมูใหญ่ พวกทเป็นมิจฉาทิฏฐ คามไปก็่ด้วยหวังจะได้เห็่นพระพุทธองคและพระสงฆ!ครับความวิบัติอย่างไค อย่างหนง พวกทเป็นลัมมาทิฎfคามไปก็่ด้วยหวังจะได้พงธรรมททรงแสคง เป็นพิเคษ และจักได้เห็่นพระพุทธลลาอันงคงาม ครหทินนออกมาด้อนรับพระพุทธองคหน้าม้าน แล้วกิคในใจว่า เพึ๋อน ของช้าพระองคผู้เป็นติษย่ของพระองคพูคกับข้าพระองกว่า พระองคทรงเป็น ลัพพญฌูรู้เหตุทุกอย่าง ถ้าทรงรู้จริงก็่อย่าได้เข้าไปในบ้าน เพราะในบ้าน ไม่มือาหารไม่มือะไรด้อนรัไม หากไม่รู้จริงเข้าไป ก็่จะมือันตรายตกไปในหลุม ถ่าน กิคแล้วก็่รับบาครนิมนฅให้พระพุทธองกคามคนเช้าไป และนิมนค!ห้เช้าไป พระองคเคยวถ่อน ล่วนภิกษุอนๆ ขอให้เช้าไปคามลำคับ นเป็นธรรมเนยม ของทม้านน ๑๑^ พโร!มหาโพธวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org

พรiพุทธองกก็่ทรงยอมรบ ไค้เสค็่จเข้าไปในบ้านพรร!องคเคยว เมํ่อ ถึงปากหลุมกรหทินน[ค้ถอยออกมาแค้'วนิมนฅ1ห้พรร!พุทธองคเหยยบกระ:คาน ฃนไปปรร!ทับบนอาสนร! ชงพรร!พุทธองกก็่ทรงปฏิบัติคามนั้น เมอทรงเหยยบ พรร!บาทลงไปบนหลุม เสือลำแพนไค้หายวับไป คอกบัวปรร!มาณเท่าค้อเกวยน ไค้ผุคฃ็้นมาทำลายหลุมถ่าน ทรงเหยยบกลบบัวแค้วเข้าไปปรร!ทับบนพุทธอาสนั้ ทจัคไว้ แม้ภิกษุทั้งหลายกี่คามเสค็่จไปนั้งเซ่นบันโคยปลอคบัย เพราร!หลุม ถ่านไค้หายไปแค้ว กรหทินนเภิคอาการเร่าร้อนใ'จ เหงอไหลเฅ็่มหน้า รบไปหารริคุคฅ รร:ลารร!ลักว่า'จร!ทำอย่างไรค เพราร!ไมไค้เคริยมอาหารไว้เลย ทุกอย่างค้วน โกหกทั้งสิน สิริกคฅจึงบอกว่าให!ปคูในตุ่มทเคริยมไว้คู ทุกอย่างมพร้อมมูล อยู่แค้ว ให้กนไปวัคมาถวายพรร! กรหทินนริบไปหลังบ้าน เปิคตุ่มคูทุกตุ่ม ตุ่มใคทคนบอกว่าเฅ็่มค้วย ข้าวสวยกี่มข้าวสวยเฅ็่ม ตุ่มใคทบอกว่าเฅ็่มค้วยยากูกี่มยาคูเค็่ม แบ้ตุ่มอืนกี่ มขนม มเนยใส มเนยข้นเฅ็่มทุกตุ่มเซ่นบัน เมอเห็่นแค้วให้เภิคอัส'จรรย่ เภิค ศรัทธาท่วมท้น เชอในบุญกรรมคามทเพอนบอก เพราร!ตุ่มเหล่านเมือเข้าเป็น ตุ่มเปล่าทั้งสิน คนไมไค้!ล่อร!ไรไว้เลย แค่คอนนเกี่มค้วยอาหารทุกซนิค ไม่น่า เซอกี่ค้องเชอ เขาไหวัคเคริยมอาหารเข้ามา แค้วลังกาสกอถวายอาหารแค่พระพุทธ องกี่และสงฆค้วยมือของคนเอง หลัง'จากเสร็่'จภคกิ'จแค้ว ค้องการท'จะไครับทัง อนโมทนากถา'จากพระพทธองกี่จึงรับบาครของพระพุทธองกี่มาไว้ www.kalyanamitra.org

พร2พุทธองกเมอทรงทำอนุโมทนาไค้ฅรสว่า วโลกทั้งหถายมัก ไม่รู้ๆณแห่งพรร!พุทรลาวกและพระพุทธลาลนๆ เพราะไม่มปีญญาจักษุ มัตวโลก ผูป้ราลจากปิญญาจักษุขอว่าผู้มืด ว่วนผู้มืปิญญาชึ๋อว่ามืจักษุ\" 'จากนั้นไค้ตรัสเป็นพรร;กาถาว่า ยถา สงการธานสฺม อุชุฌิตสฺม มหาปเถ ปทุมํ ตตฺถ ซาเยถ สุจิคนฺธํ มโนรมํ เอวํ สงการภูเตสุ อนฺธภูเต ปุถุซฺชเน อติโรจติ ปฌุฌาย สมมาสมุพุทธสาวโก ฯ คอกบัวถึง'จร:เกิคในกองฃยร:ทเฃาทงใกล้ทางใหญ่นั้น ก็่ยังมกลั๋นหอมน่ารนรมยใจ ฉันใค เมอปวงปุถุชนเป็นคังกองฃยร:บัน สาวกของพรร:ล้มมา ร'มพุทธเ'จ้าย่อมไพโรจน่เถยปวงปุถุชนผู้เป็นบังกน มืคบอคค้วยปีญญา ฉันนั้น. จากเรอง นายครหทินน ปปมวรรค อรรถกถาธรรมบท ๑๑(^ พ?gมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

สติมดไป ใจก็่มืดมว สติ เป็นคุณธรรมส์าหรับรักษาตัว ช่วยให้รอคพ้น'จากภัยอันฅราย และกวามวิบัติทั้งปวง ตังนั้นท่านจึงกล่าวว่า สติเป็นธรรมมืธุปการะมาก สติ หมายถึง ความระลึกได้ไม่เผลอไผล ไม่หลงลืม เป็นอาการท จุกกิคขนมาไห้ถึงร่งททำถึงคำทพูคไว้ก่อน และร่งท'จะทำ'จะพูคฅ่อไป ดรงภัน ข้ามภับอาการทเรยกว่าลืมนึกหรือเผลอไผล เป็นธรรมสนับสนุนให้เกิคกวาม ฅนตัว กระติอรือร้น กระฉับกระเฉง กอยกระห้นให้!ปหลงไม่นัวเมาไมยคติค สตินั้มืลักษณะทั้ลืาคญ ๓ประการคือ ระลืกได้ก่อนทั้จะทำก่อนทั้จะ พูด ๑ รู้จกยั้งคิดไม่ผลึผลามทำหรือพูดไปโดยไม่ระวง ๑ จดจำสิงทั้ทำคำทั้ พูดไว้แม้นานมาแล้วได้ (ร) ตังนั้น ท่านจึงกล่าวว่าเป็นธรรมม'อุปการะมาก เป็นเหตุให้กนเราไม่เผอเรอ ไม่หลงลืม และเป็นเหตุให้ทำอะไรไม่ผิคพลาด บกพร่อง แม้จะผิดพลาดบกพร่องไปบ้างถึกลับไห้สติ รูตัวว่าผิดพลาดไป ถึ สามารถกลับตัวกลับใจเลิกละไม่ทำต่อไห้ www.kalyanamitra.org

ศนเฑถ้าศวบศุมสติไ^ศ้เมอจะทำ' อ:;ไพ็่อยู่ในร่องในพย ไม่ ผิดพลาดบกพร่อง ทำ ให้ทำTวมระวังตัว ประพฤติตัวได้สมฐานะ หากขาดสติ มสติมืดบอดไป ก็่หลงใหลเพ้อไปดามอารมณ เพราะใจขาดการควบคุม ใจจื้ง มืดมัว คิดอะไรก็่ตับสนไม่เป็นไปดามปกติ ทำ อะไรพูดอะไรก็่ผิดเพยนจากปกติ ยั๋งถ้าเป็นเรองโลกย หากคุมสติไม่อยู่ ใจก็่เดลิดมืดบอดไปดามครรลองโลกย มืดมนไปดามครรลอง ทำ ให้เสิยงานเส์ยการ เส์ยเวลา แลร;ผู้เส์ยคนกนมามากแล้ว ยํ่งในเรองของกาม เรองของกามารมณ ชงเป็นเรองททำใหจฅใจอ่อน ไหวกล้อยฅามไค้ง่าย หากขาคสฅิควบกุม ปล่อยใจไปฅามกวามค้องการ ก็่จะ; ทำ ให้เสิยหายถึงขั้นร้ายแรงไค้ กวามมักมากในกามกุณ กวามไมอมในกามร'งวาส ไม่เลือกแม้ว่า ผู้ทฅนค้องการจะ:มกู่กรองแล้ว ถ้าเป็นไปค้วยขาคสฅิ เป็นไปกามใจปรารถนา ย่อมทำให้เร่าร้อนคิ้นรน หาทางให้สมปรารถนา แม้จะ:ค้องทำบาปกรรมรุนแรง อย่างไรก็่ยอมทำอย่างหลงลืมสกี ขอให้กนส์าเร็่จสมหวังเป็นพอ อาการอย่างนิ้มิใช่เกิดเฉพาะ:แก่กนธรรมคาทั่วไปเท่านั้น แม้เป็น พระ:เจ้าแผ่นกินแล้วก็่ยังกกอยู่ในวังวนนั้ ทั้งทมพระ:มเหลือยู่แล้ว แกกยัง ปรารถนากู่กรองของกนอํ่นอก และ:ทรงคนรนเกินเกมเพํ่อกำจัดกู่กรองของ หญิงททรงปรารถนา เป็นเรํ่องอันเหลือเซํ่อว่าจะ:เป็นไปไค้แดกเป็นไปแล้ว เป็น เรึ๋องทิ่เกิดขนสมัยพุทธกาล เพอเป็นกรณลืกษา ท่านจึงบันทกเรองนั้เป็นหลักฐานไว!นอัมภร่ ๑๒๐) พรรมหาโพธิวงศาจารย์ {ทองค) www.kalyanamitra.org

เรองเกิดฃํ้นทํ่เมืองสาวฅถ สมัยหนง พระเจ้าปเสนทิโกศล พระราชาแห่งเมืองสาวัฅถ ทรงช้าง เมือกล้วนเชือกหนงเสคี่'จทำประทักษิณพระนกรค้'วยอานุภาพยงใหญ่ เมํ่อเสคี่'จ อย่างน เหล่าราชบุรุษต่างก็่ฃับไล่ยู้กนให้หลกพ้น'จากทางเสคี่'จ ประชาชนต่าง ไค้ชมพระบารมืพระเจ้าอยู่หัวกันล้วนหน้า ทถนนแห่งหนง หญิงงามนางหนงชงมืสามืแล้วไค้แง้มหน้าต่างชั้น บนปราสาทแอบชมพระบารมืพระเจ้าแผ่นกิน เมือเห็่นแล้วก็่หลบไป ชณะมัน พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเหลือบพระเนตรชนไปทรงเห็่นนางพอกิ นางปรากฏ แก่พระองกเหมือนควงจ้นทรวันเพ็่ญลอยหายไปในกลืบเมฆ ทรงมืพระหฤทัย ปฏิพัทธ!นนางกะทันทัน เป็นประหนงลืงอาการพกัคตก'จากกอช้าง รับกังให้ ใสช้างกกับพระราชวังทันท จากนั้นไค้ล่ง'อำมาตย่กนสนิทให้!ปถามหาหญิงนั้น ว่ามืสามืแล้วหรือยัง อำ มาตย่นั้นไปทถนนนั้น ถามถงหญิงกนทอยู่ซันบนปราสาทไค้กวาม ว่าเป็นหญิงมืสามืแล้วจงกลับมากราบทูลรายงาน พระราชาเมอทรงทราบ เรํ่องเช่นนั้ แทนทจะทรงกลายปฏิพ้ทธ!นนาง กลับทรงมืพระหฤทัยเร่าร้อน กว่าเก่า จึงรับกังให้!ปตามตัวสามืนางมา เมํ่อเขามาแล้วรับกังให้รับราชการ เป็นผู้พิทักษพระองก่ แม้เขาจะปฏิเสธก็่ใม่ทรงยอม พร้อมพระราชทานโล่และ อาวุธแก่เขา พรร;เจ้าปเสนทิโกสลทรงทำอย่างนด้วยทรงคิดว่าเมอเขาอยูใกล้ชฅ หากทำผิศพถาดอะไรขั้นมาจร;ได้ปร:;หารชวิฅเขาเ^ย ภรรยาของเขาจะได้เปีน อิสรร aai2«aaเร่อ /๑๒๑^ www.kalyanamitra.org

แต่ซายผู้นันก็่ฅังใจทำงาน ร::วังตัวทุกtlก้าว ไม่ทำให้ผิคพลาเๆ บกพร่องเลยร'กกรังเคยว ทำ ให้พระเจ้าอยู'หัวทรงกรร;วนกรร:วายเร่าร้อน ห้วย อำ นาจกามตัณหามากซ'น ศุคห้ายทรงออกอุบายเพํ่อกำจัคเซาห้วยการให้เซา ไปนำคอกโกมท คอกอุบล และคินรอรุณมาให้ทนในเวลาสรงสนานเวลาเยื่น วันรุ่งขน อนดอกโกมุทเป็นต้นนนเป็นของทมอยูในภพนาคเท่านั้น เขาไม่อาจจะปฏิเสธไห้เพราะมหน้าทเป็นเสวกพระราซา จำ ร้บกลับ บ้านบอกภรรยาให้หุงข้าวเป็นเสบยงแต่เช้าครู่ เข้าวันรุ่งซนภรรยา หุงข้าวยัง ไม่หันสุกก็่บอกว่าไม่ห้องสุภกึ๋ให้ ให้สุกเองระหว่างทาง ภรรยาจึงใรอาหารทํ่ ยังร้อนอยูในภาซนะให้เซาไป เซากื่รบเคินทางไปคามยถากรรม เพราะไม่รู้ เหมือนกันว่าจะไปหาคอกโกมุทคอกอุบลไห้ทไหน ในระหว่างทาง เซาไปพักริมแม่นั้า นำ อาหารทํ่สุกแล้วออกมาแบ'งไว้ นิคหม่อย บริโภคส่วนทเหลือไปพลาง ซณะนั้นกนเคินทางกนหนํ่งผ่านมา จึง แบ่งอาหารทแยกไว่ให้เซาไปทานห้วยกวามมืนั้าใจ ซายน้นั้นบริโภกแล้วก็่ เคินทางต่อไป เซาทานอํ่มแล้วไค[ปรยอาหารกำมือหนั้งลงแม่นั้าเป็นการให้ อาหารปลา บ้วนปากแล้วร้องประกาศฃ็้น ตังๆ ว่า \"ขอพวกนาค ครฑ และเทวดาทั้งหลายนู^งสถิตอยู่ณ แม่'นา แห่งน ไดโปรดฟืงข้าพเจ้า พระราชาทรงปรารถนาจะลงอาญาแก'ข้าพเจ้า จงทรง บังคับให้ข้าพเจ้า'นำดินถิอรุณพร้อมกับดอกโกมุทและดอกอุบลไปใ'ห้พรtองค ก็่ อาหารหน่อยหป็งข้าพเจ้าไห้แบ่งให้แก่คนเดินทางแล้ว ทานทํ่ข้าพเจ้าให้แล้วนม อามิสงล้เปีน'คัน อาหารกำมือหนงทข้าพเจ้าโปรยให้แก่ปลาในแม่นามอามิสงล้ เปีนร้อย ข้าพเจ้าขอให้ผลบญประมาณเท่านเปีนก่วนบุญแก'ห่านทั้งหลาย ขอ ให้พวกห่านไห้นำดินถิอรุณกับดอกโกบุทดอกอุบลมาให้แก่ข้าพเจ้าห้วยเถิด\" ๑๒!^ พรgมหาโพธวงศาจาTt](ทองด) www.kalyanamitra.org

พญานากชงอยู่ทแม่นํ้านั้นไค้ยินแล้วก็่แปลงกายฟ้นกนแก่มาหาเขา แล้วถามว่าท่านพูคว่าอย่างไร เมอเขาฅอบคามทพูค พญานากจึงถามว่าท่าน ให้ส่วนบุญหรือ เขาก็่ฅอบว่าให้แน่นอน พญานากถามอย่างนันถึง ถก กรง เขากื่ฅอบว่าใหทง ๓ กรัง พญานากจึงนำคินถึอรุณแล๙คอกโกบุทคอกอุบล มามอบให้แก่เขา เขาไค้รับแล้วก็่ค้ใ'จรืบกลับเมืองทันท ฝ่ายพระราชาทรงคำริว่า ธรรมคามบุษย่ทั่วไปทํ่มืมนฅมากก็่มือยู่ หาก เขาสามารถนำคอกโกบุทคอกอุบลและคินถึอรุณมาไหไค้ค้วยอุบายบางอย่าง กวามประสงกของเราก็่จักไม่ส่าเร็่จ จึงรับลังให้นายประตูรืบปิคประตูเมืองแค่ ยังวัน ก่อนเวลาทปิคประ'จำ เพอมิให้ชายผูนนเข้าเมืองมาไค้ เรืยกว่าหาทางป้'องยัน มิให้เขาเข้าเมืองมาไค้โคยง่าย เขารืบเคินทางมาแค่ก็่ไม่ทันประตูเมืองเพราะปีคไปก่อนหน้าแล้ว แม้ 'จะขอร้องให้นายประตูเปีคให้ค้วยมืเรองส่ากัญ นายประตูก็่ไม่ยอมค้วยอ้างว่า เป็นกำลังของพระราชา เมอไม่อา'จเข้าเมืองไค้จึงร้องคะโกนค้วยกวามชำใ'จเพือ ให้ชาวเมืองไค้ยินว่า คนถูกพระเค้าแผ่นคินรังแกค้วยเหตอันไม่สมกวร ซึงคน กึ๋โค้ปฏิบัติคามพระราชยัญชาแล้ว แค่ก็่เข้าเมืองไมไค้ เมอหมคหนทางเข้าเมือง เขาก็่กิคว่า'จะไปนอนพักทไหนค้ กิคไปกิค มาก็่นกไค้ว่า ธรรมคาพระสงฆ!นวัคมืจึคใ'จ'อ่อนโยน มืเมฅคาค่อผู้ส่าบากทัวไป คืนน็้!ปนอนทวัคค้กว่า กิคแล้วกโปวัคทอยูใกล้ๆ อากัยนอนอยู่ทสาลาแท่งหนง วัค'นั้นคือวัดเซตวัน ชงพระบรมศาสดาประทับอยู่ ธรรมดาของทัฅวโลกในเวลาทได้รับความสุข มกไม่ทราบไม่สนใจ ว่ามวัดอยู่ตรงไหน ไมได้ให้ความส่ากัญแก่พระสงฆว่าเป็นอยู่อย่างไร ต่อ เมอได้ร้บความลำบากหรือได้รับทุกขฃนมา จึงคิดได้ว่ามวัดมพรร?สงฆทั่คอย ไห้ความช่วยเหลืออยู่ และก็่ดั้นด้นไป'พงพา เหมือนชายผูนน aaiasaaiรุ่อ_J^๒^ www.kalyanamitra.org

ฝ่ายพระเจ้าปเสนทิโกศล กนนั้นก็่มิไค้ทรงบรรทมหลับ ทรงรำพึง ถื้งหญิงกนนันอยู่ กวามรุ่มร้อนค้วยอำนา'ไเกามรากะรบกวนฅลอคเวลา ทรง ตักรนพระหฤทัยว่าพรุ่งนั้เช้า เมอชายยู้นั้นมาเช้าเร'า'จะให้ประหารเขาเรยแล้ว รับภรรยาเขามาเป็นของคน คอนคึกสงัคไค้ทรงศตับเรยงของลัฅว่นรกร่ฅนโกยแค่ล:;คนกล่าวไค้ คนละหนึงอักษรเท่านันคึอ ทุ สนโสซงมนัยว่าในอคึคขาฅิลัคว่นรกทั้งร่คน นเกิกเป็นพระโอรสทขอบทำปรทาริกกรรมคึอ กาเมสุมิ'จฉา'จารในภรรยาของ ผูอืนในเมืองพาราณส์นั่นเอง พวกเขาประพฤติผิกในหญิงทมืเจ้าของค้มกรอง แล้ว ทำ บาปกรรมเล่นอย่างเพลิกเพลินใ'จ ถูกอักรคึอกวามคายบั่นทอนแล้วไป เกิกในโลหฤมภนรกหรือนรกกระทะทองแกงใกล้เมืองสาวัคถ ถูกเผาใหม้อยู่ใน ทนันคลอกเวลาหกหมนป็โผล่ข'นมาเห็่นขอบปากกระท::ทองแกงแล้วค้องการ 'จะร้องบอกกวามโนใ'จค้วยเส์ยงอันตัง แคไปอา'จบอกไค้เฅ็่มกำ เอ่ยใค้เพึยงคน ละอักษรเท่านั้นแล้วก็่'จมลงล่ก้นกระทะอก พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสตับเลิยงนั้นแล้วทรงหวาคหวั่นค่อมรณ- ภัย ทรงหวากสะคุ้งพระหฤทัยคลอกทังราครื กรั้นรุ่งสางคึงรับลังใหใปคาม พราหมณมาแล้วครัสเล่าว่าทรงใคึยนเลิยงลิเคึยงเซ่นนั้ๆ 'จะมืลางร้ายอะไร หรือไม่ พวกพราหมณค่างก็่ดำมืกไปหมก แคก'จำ เป็นค้องรักษาเกยรติภูมิ ของพวกคนไวัจึงไค้กราบทูลไปว่า เลิยงนั้เป็นลางร้าย ก่อนช้าง'จะแกไขไมไค้ แค่พวกคนสามารถนัองภันไค้เพราะไค้คึกษามาคึแล้ว ห้าวเธอครัสถามว่า'จะ ม้องภันอย่างไร พวกพราหมณจึงกราบทูลว่าทำไคึโกยวิธบูชายัญค้วยเกรั้อง สิทุกอย่างม้องภันไว้ พระราขาจึงครัสไหอับลัคว่และกนอย่างละสิๆ คึอช้างสิ ๑๒๕) พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ม้าร่ โก^ ฅามลำคับ'จนลงนกมูลไถส์ แล:;มนษยชายหญิงสิกนมาบูชายัญเพอ ให้เกิคกวามสวัสคแก่พระองค พวกพราหมณรับพระราชบัญชาแล้วกโปคักการกามบัน ก้องการ ร่งไคก็่ยึคเอาสิงนั้นมา ชกหลุมบูชายัญ ผูกสิ'ฅวเรนๆไว้ทํ่หลัก กิกว่าพวกกน 'จะไก้ข้าวปลาอาหารและทรัพยัสินเรนอันมาก'จากงานนั้ ทำ ไห้ชุลมุนวุ่นวาย ไปหมกทั้งพระนกร พระนางบัลสิกาพระมเหสิชองพระเว้าปเสนทิโกศลทรงทราบเข้า ก็่ เข้าเ&ากราบทูลถาม ห้าวเธอกลับก่อว่าพระนางว่ามัวเมาอยู่ยับยศอย่างของ กน มิไก้อาทรก่อทุกฃร้อนของพระองก่เลย พระนางจึงกราบทูลถามเรืองราว ทเรนไป ห้าวเธอจึงกรัสเล่าเรํ่องว่าพระองกใก้ยินเสิยงอย่างนั้ ถามพวก พราหมณคูแล้ว พวกพราหมณก็่บอกว่า'จะมอันกรายแก่ชวิกแลร:ราชสมบัติ ทั้งไค้แนะนำไห้บูชายัญก้วยเกรองสิทำกวามสวัสก พระเทวจึงกรัสถามว่าเรองนั้โก้ทูลถามพราหมณยู้เรนเลิศไนโลกกือ พระสมณโกกมแล้วหรือยัง เมอห้าวเธอกรัสกอบว่ายังมิไก้ทูลถามเลย จึงทูล แนะไห้ห้าวเธอเสค็่'จไปทูลถามก้วยพระองก่เอง ห้าวเธอจึงเสค็่'จไปเข้าเ&'าพระ ลัมมาลัมพุทธเว้าทยักเชกวัน ทูลเล่าเรองทั้งหมกไห้ทรงทราบแล้วกรัสถามว่า 'จะมเหตุร้ายอะไรเถิกขนแก่พระองก่หรือไม่ พระบรมศาสกากรัสว่า \"ขอถวายพร:!พรมหาบพิฅT ภัยจาก^งใคร่งหนงไม่มเลย พวกภัฅว นรกเขาเลวยทุกขเวทนาอยากจะประกา วามจริงใจจึงไค้ร้องออกมาอย่างน แค่ออกเ^ยงให!ค้ยนเพยงคำเค้ยวก็่ฅ้องคงลงนรกอก\" www.kalyanamitra.org

จากนั้น ก็่ทรงเล่าเรองอคฅฃองสิ'ฅวเหล่านั้นว่าไค้ทำปรทาริกกรรม คือไปล่วงลร:เมิคกาเมสุมิจฉาจารในภรรยาผูอน สินซวิฅแล้วไปฅกนรกเป็น พทธันคร พรร:เจ้าปเสนทิโกศลทรงสคับแล้วทรงเกิคกวามสิงเวชสลคพรร;หฤทัย แลร:ทรงหวาคสร:คุ้งกลัวภัยทพรร:องกทรงสุ่มหลงกรร:ทำผิคไป ทรงดำริว่า \"ชึ๋อว่าปTทา?กกTTมนหนักจริงหนอ ไ^นว่าคน <£ คนนั้นทำกรรมนั้ แล้วได้เกิคในอเวจมหานรกตลอดพุทธ้นครหนง จุติจากมหานรกนั้นแล้วได้เกิด ในโลหกุมภนรกชงเป็นนรกกร:!ทะทองแดง ไหม้อยูในนรกนั้นถึงหกหมนป็ แม้ อย่างน กาลเวลาทํฅกนรกอยู่นันจะพ้นเมอไรยังไม่กำหนดได้เลย แม้เราเองก็่ ทำ ความเยอใยในภรรยาของชายอนอยู่ ไมได้หลับนอนเลยทั้งคืน ต่อไปนั้เรา จักไม่ผูกความพอใจในภรรยาของชายอนอกแล้ว\" เมือทรงดำริแล้วก็่กราบทูลพรร:พุทธองกให้ทรงทราบว่าการทนอน ไม่หลับทั้งคืนนั้นทรมานแกไหน แม้ชายยู้นันก็่นั้งอยู่ ณ ทนันค้วย จึงไค้เข้าไปกราบทูลพรร:พุทธองก ถึงการเดินทางไกลชองคน พรร:เจ้าปเสนทิโกศลเสค็่จกลับแล้ว ทรงรับลังให้ปล่อยกนแลร:ลัฅว่ ทังปวงทยูกไว้เพือรอบูชายัญ ยู้กนเหล่านั้นทั้งชายหญิงค่างก็่คใจ กลับม้าน สรงสนานแลร:ทานอาหารอมหนำแล้วก็่ยกย่องสรรเสริญพรร:นางมัลสิกาว่า เป็นเทพธิคาผู้ทรงโปรคให้พวกคนไค้พ้นโทษพ้นภัย ไครับอิสรภาพแห่งซวิฅ ลันสูงก่ายง. ฯากเรอง อัญญฅรไJfffi พาถวรรค อรรถกถาธรรมบท ๑๒•&! พรgมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

๑๓ ทำ ได้ด'วยใจกล้า ศใป้ทมใจกล้าย่อมทำสิงททำไค้ยาก ทำ สิงทกนอํ่นทำไม่ก่อยไค้หรอ สิงทไม่น่าทำไค้อย่างมั่นใจ กนเซ่นนั้น ล้ากล้าทำในสิงทคงาม ย่อมไค้รบผล สิ'มฤทธิ้ทเป็นคุณ แต่ล้ากล้าทำในสิงทไม่ค ย่อมไครับความเสิยหายทั้งแก่ฅน และ:คนอน คนทั้มใจกล้าแสดงว่ามความมั่นใจ มความจริงใจทั้จร:ทำ หรือไม่ก็่ มความมุทรเธุคอทเ ต้องการเอาชนร:ถ่ายเด้ยว โดยไม่คำนงถงผลทํตามมา เพราร:ฉร:นั้น จำ ต้องเร่ยงทจร:ทำอร:ไรลงไปต้วยใจกล้า แต่ความกล้าของกนเรามไม่เท่ากันแลร:มไม่เหมือนกัน บางคนกล้า มาก บางคนกล้าน้อย บางคนกล้าในเรองอย่างนั้น แต่ในเรองอย่างนั้นบางคน ไม่กล้าแม้แต่จร:กิคแฅร:ค้องทำ เพราร:ฉร:นั้นเราจึงเห็่นทั่วไปว่า บางคนทั้งท่าด รกหาญ มุมานร: แสดงว่ามืความกล้าทั้จร:ทำ แต่พอลงมือทำเข้าจริง พบปิญหา อุปสรรคเข้าก็่ท้อแท้ถอดใจ ไม่^ม่ฟินฝ่าต่อไป ทังทํ่สิงทั้ฅังใจทำนันเป็น เรองด ไมใซ่เรองเสิยหายอร:ไร ลักษณร:เซ่นนั้แสดงว่าไม่กล้าจริง aziiwaaiia /Stocir www.kalyanamitra.org

แม้แต่ตัวเราเองก็่เกยเร็เนเซ่นนั้นเหมือนตัน หากมืใ'จกล้าfกหาญ ลงมือทำลงไป รู!ค้ว่าเ?เนเรองผิค เป็นเรอง ทุจริฅ เป็นเรองไม่ค ศร้างกวามเคือกร้อนแก่ยูอน กลับไค้ศฅิกืนมา กลับตัว กลับใ'จไค้ เลิกทำต่อไป อย่างนั้นับว่าเป็นกกลมหากาล เอาตัวรอกไค้ แกกงว่า ไม่กล้าทำกวามซัวเพราะ:เห็่นว่าเป็นเรองไม่คงาม กวามไม่กล้าเซ่นนั้!ม่เลิยหาย หากแต่มืกุณ ท่านยกย่องกรรเกริญ มืความกล้าอย่างหนงทคนเราไมคอยได้ทำหรือไม่คิดทจร;ทำ เพราร; เป็นความกล้าอนยากทจร;ทำได้ ความกล้านั้นคือกล้ากลร;ซวิต กวามกล้ากละ:ซ่วิฅหมายถึงกล้าเลิยงทำโกยเอาซ่วิฅเป็นเดิมพ้น หาก ถูกก็่ถูกไปเลย หากผิกซ่วิฅก็่โม่รอก กวามกล้าเถึยงเซ่นนั้ค้องใจถึงจริงๆ มองเห็่น ประ:โยซนจริงๆ จื้งกล้าเถึยงทำอย่างตังใจไม่กลัวแม้จะ:ค้องกายหากผิกพลาก ยิงเป็นกวามกล้าทํทำเพอบูชาพระ:คุณของผู้มืคุณกวามก ยอมกายแทนไค้ ยิงเป็นเกรืองแกกงถึงจิกใจทํ่กล้าแฃี่ง เค็่กเคยว บุ่งมั่น จริงจังในคุณกวามก เมือกละ:ซวิกทำเซ่นนั้นไปแล้ว ต่วนใหญ่มักจะ:ไม่พลากหวังไครับประ:โยซนเป็น อานิกงต่อย่างเหลอเซอ ในกมัยพุทธกาล ก็่มืกนทยอมกละ:ซวิกบูซาพระ:คุณพระ:พุทธองกโกย แลกตับกวามุบลอกภัยและ:กวามเป็นอยู่ซองตัวเองว่า หากทำอย่างนั้ก็่อาจถูก ประ:หาร อาจถูกจำคุก หรืออาจถูกเนรเทศก็่ยอม เพราะ:เห็่นว่าจักไครับโทษ เพยงซ'ใฅิเคืยว แต่การบูซาพระ:พุทธเจ้าย่อมมือานิกงต่มหาศาล อำ นวยกุฃ ไหในทลายภพหลายซากิ จิงตักลินใจเลือกทำลิงทเป็นการบูซาพระ:คุณของ พระ:พทธเจ้า ๑๒๘) พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

และอานิสงส์ณกิคแก่ผู้ทำอย่างมหาศาล ทั้งโทษทคิคว่าจะไครบก็่ มิไค้ม เป็นไปไค้อย่างนเพราะกวามเป็นกนโจกล้ายอมเส์ยสละซวิฅถวายเป็น พุทธบูชา กนททำไค้ค้วยใจกล้าเซ่นนกือนายสุมนมาลาการ กนสมัยพระพุทธเจ้า เรองของเขาเป็นเรองอันเหลือเซํ่อ จงไครับบันทึกเป็นหลักฐานไว้ เรองเกิดฃํ้นทํ่เมืองราชคฤห ในเมืองราขกฤห มืซ่างทำคอกไม้กนหนงซํ่อสุมนะ ทำ หน้าทเป็นนาย มาลาการประจำราขส์ามักของพระเจ้าพิมพิสาร คอนเช้าทุกวัน เขาจะจัคหา คอกมะลิเช้าไปถวายพระเจ้าพิมพิสารวันละ ๘ ทะนาน และไค้กำจ้างวันละ ๘ กหาปณะ ในคอนเช้าวันหนง ขณะทเขานำคอกมะลิเดินเช้าเมืองไปเพอถวาย พระเจ้าแผ่นดินคามปกคิ พระผู้มืพระกากเจ้าไค้เสค็่จออกบิณฑบาคไปคาม ถนนพร้อมทั้งภิกษุสงฆจำนวนมาก ทรงเปล่งพระฉัพพัณรังลืรอบพระวรกาย ค้วยพระพุทธานุภาพยั๋งใหญ่และค้วยพระพุทธลืลาอันยํ่งใหญ่ คามข้อเท็่จจริง บางครั้งสมเฅ็่จพระผู้มพร:!ภาคเจ้าเมอเสค็่จออก บิณฑบาฅ จะทรงเปล่งพระรัสมฉัพพัณณรังจ้Iปด้วย เช่นอย่างทเสฅ็่จไปเป็อง กบิลพัสฅ บางครั้งจะทรงปีฅพระรัสม เสด็่จไปคามธรรมดา เหมือนภิกษุทั่วไป เช่นอย่างเสค็่จไปพบกับองคุลมาถโจร แมืในวันนั้นทรงเปล่งพระรัสมืเข้าไป ในเมืองราชคฤห อ้พเฬสิอเร่อ /๑๒๙^ www.kalyanamitra.org

นายมาลาการไค้เห็่นพระร'มมาสมพุทธเจ้าผู้ทรงพร้อมมูลด้วยมหา ปุริลลักษณะ งคงามด้วยพระสิริอนุพยัญชนะ ๘๐ ประการ มจิฅเลอมใล กิคว่ากวรจะบูชาพระพุทธองกด้วยอะไรค เมอไม่เห็่นสิงอนนอกจากคอกมะลิ ทฅนถืออยู่ จึงกิคบูชาด้วยคอกมะลิเหล่านั้น แลกิคอกว่า คอกมะลิเหล่านั้ เป็นคอกไม้ลิาหรับบำรุงพระราชาเป็นประจำ ถ้าเราบูชาพระพุทธองกเถืยแล้ว พระราชาก็่จะไม่ทรงได้คอกมะลิในวันนั้ เมอเป็นคังนั้พระองกอาจให้จองจำเรา บ้าง หรือให้ฆ่าเราเลิย หรือไม่อย่างนั้นก็่เนรเทศเราออกไปเลิย กิคแล้วก็่ลังเล ในทศุคก็่ฅกลงใจบูชาพระพุทธองก ยอมลละซวิฅ พระเจ้าแผ่นคิน จะลงโทษอย่างไรก็่ยินยอม ด้วยกิคว่า พระเจ้าแผ่นคินพระราชทานเงินให้แก่ เรา กี่พระราชทานพอเลยงซพในปีจจุบันเท่านั้น แค่การบูชาพระพุทธเจ้าอาจ เป็นไปเพอประโยชนเกอกูล เพํ่อกวามสุฃกวามเจริญแก่เราในหลายโกฏิกัลป็ ทเคยว เมอฅกลงใจแล้วกี่ร่าเริงเบิกบานใจ รืบเข้าไปหาพระพุทธองกี่แล้วบูชา ด้วยคอกมะลิเหล่านั้น ทด้องรืบถวายเพราะเกรงว่าหากมัวกิคข้าไป จิตเลอมใศอาจแปร เปลยนเป็นอํ่นไปกี่ใด้อันนั้นับว่าเป็นกวามฉลาคฃองนายมาลาการ เพราร;ปกติ จิตของคนม้กเปลึ๋ยนแปรได้โดยง่าย ออกจากบ้านมศรัทธาอยากทำบุญเต็่ม ท แต่พอเห็่นอร;ไรไม่ถูกใจได้ยินอร;ไรไม่ถูกหูเข้าหน่อย ยังไม่ทนได้พิจารณา รอบคอบเลย ศรัทธาตกเถืยแล้วไม่ทำบุญเถืยแล้ว หรือเกิดเลิยดายขั้นมา เส์ยแล้ว อย่างนั้กี่มอยู่ ถามว่า นายมาลาการบูชาพระพุทธเจ้าด้วยศอกม:;ลิอย่างไร เพราะเป็นกนฉลาคในการจัคคอกไม้ นายมาลาการจึงได้[ยนคอก มะลิ ๒ กำ ขนไปเบองบนพระเลิยรพระบรมศาสคาก่อน คอกไม้เหล่านั้นกี่กลาย พรgมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

เป็นเพคานอยู่บนพระเรยร แล้วโยนไปทางพระหัคถขวา ๒ กำ ทางพระหัฅถ ซ้าย ๒ กำ ทั้งสิกำนิ้ก็่กลายเป็นกรอบล้อมพระวรกาย เขาโยนไปทางค้านพระ ปฤษฎางกํอก ๒ กำ ให้เป็นฉากหลัง คอกมะลิ ๘ ทะนาน ๘ กำ ไค้แวคล้อม พระบรมศาสคาอย่างลงคัวและสวยงาม มซ่องเพยงให้เสคี่'จพระพุทธคำ เนินไค้ โคยสะควกเท่านั้น และคอกไม้เหล่าก็่มิไค้หล่นหรือแตกแยกกันเลยไค้เลอนลอย ไปคามพระบรมศาสคาซํ่งทรงเปล่งพระรัศม รังสิคลอคเวลาทเสคี่'จบิณฑบาต ประซาขนขาวเมืองทไค้เห็่นค่างกี่ล่งเสิยงอนุโมทนาสาธุการ ฅิคคาม ซนซมยินคี่กันทั่วหน้า พระบรมศาสคากี่เสคี่'จพระพุทธคำเนินโคยอาการนั้น ไปคามถนนค่างๆ เพอให้ประซาซนไค้เห็่นกันถ้วนทั่ว เมอเสคี่'จผ่านไปทางไหน ยู้กนทั้งซายหญิงค่างกี่นำอาหารออกมาโล่บาตรกันค้วยศรัทธาเป็นล้นพ้น นับเป็นภาพมหัศ'จรรย่ เป็นภาพทไม่อา'จเห็่นไคี่ในทุกททเสคี่'จ พระพุทธคำเนิน จึงถือว่าเป็นเรํ่องอันเหถือเซํ่อว่าไค้เกิคซนแล้วทเมืองสาวัฅถื ในครานั้น สรระของนายมาลาการเต็่มเ!เยมด้วย!เติ อมใจ เบิกบานใจ ได้ เข้าไปอยู่ภายในพระรัศมืพระวรกายพระพุทธองคพ้กหนึ๋งจึงได้กลับบ้าน เมอกลับถืงม้านไค้เล่าเรํ่องทฅนไค้ทำให้ภรรยาฟิงเพอนาง'จะไคี่ซนซม อนุโมทนา เสิยงยู้คนออองทฅิคคามพระพุทธองกํอังกงมือยูใม่ซาคสาย และ กล่าวว่าพระราซาคักฆ่า คัก'จำคุก หรือเนรเทศคนอย่างไรกี่ยอมแล้ว แค่ภรรยาซองนายมาลาการเป็นคนโง่เซลาไม่ศรัทธาในพระพุทธเ'จ้า ไม่เลํ่อมใสในปาฏิหาริย่ทเกิคฃนบนถนนคามทํ่สามืเล่า ไค้ยินเรํ่องเซ้าแล้วกี่ ก่นค่าเซาอย่างสาคเสิยเทเสิยว่าไม่น่าทำอย่างนั้ เพราะเป็นการฆ่าคัวคาย และทำให้ครอบครัวเคือคร้อน ครั้นแล้วกี่พาลูกๆไปอังพระราชวัง ซอเซ้าเล้า www.kalyanamitra.org

พระ;เจ้าอยู'หัว เมอไดั้รับโอกาสแล้วก็่เฃ้ๆไปถวายบังคมแล้วกราบทูลเรํ่องราว ให้ทรงทราบ สุคห้ายไค้กราบทูลว่าฅนไล้ค่าว่าเขาแล้วว่าทำไม่เหมา^ไม'ควร เ?!นการทมั๋นพระ:บรมเคชานุภาพ และ:ไค้ฅัคขาค'จากเขาแล้ว นางกราบทูลตังนฅ้วยคิคว่าฅนและถูกๆ มิไศ้เห็่นด้วยตับสาม และ มิได้มตัวนร่วมในการทำความนิศครงน' จึงไม่ควรจะไ^บโทษตันไคจาก พระราชาเพราะมิได้เกยวข้องตัน ซงเร็่เนความคิดเห็่นแลร;เ!เนการกระ;ทำทึ๋เห็่นแก่ตวอย่างยงของ ยู้เร็่เนภรรยา พระ:เจ้าปเสนทิโกศลทรงเป็นอริยสาวกระ:คับใสคาบัน ถึงพร้อมค้วย ศรัทธาทํ่ไม่คลอนแคลน เมอฟิงนางกราบทูลแล้วก็่ทรงคำริว่านางเป็นคน โง่เขลา เห็่นแก'คัว และ:ไม่'จริงใ'จบับสาม แค่ก็่ทรงรับฟิงอย่างปกติ เมอนาง กราบทูล'จบแล้วก็่ทรงทำเป็นกรวนายมาลาการ แล้วรับร่'งให้นางออกไป 'จากบันทรงริบเสค็่'จไปเค้าพระ:พุทธองค่ซงเสค็่'จอยู่บนถนน ถวาย บังคมแล้วเสค็่'จคามพระ:พุทธองกไปคลอค พระ:พุทธองก่เสค็่'จไปทางปรร:คู พระ:ราชวังผ่านพระ:ลานหลวง พระ:เจ้าปเสนทิโกศลจึงทูลนิมนค!ห้เสค็่'จเข้าไป ในพระ:ราชมนเทยรเพํ่อถวายภัคคาหาร แค'พระ:บรมศาสคาทรงมพระ:พุทธ ประ:สงกประ:หับทพระ:ลานหลวง ห้าวเธอจึงริบให้พวกราชบุรุษตั้งปะ:รำชนโคย หันท แห้จริง พระ:พุทธองกทรงมพระ:พุทธประ:สงก่'จะ:ประ:กาศคุณความค ชองนายมาลาการให้ปรากฏแก'มหาชนในทอันเปิคเผยกว้างขวาง เช่นพระ: ลานหลวง เพราร;พรร;พทธเจ้าทงหลายเท่าบันย่อมอาจแสคงคณงามความคิ ๑๓๒ไ) พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ของผู้มคุณทั้งหลายให้ปรากฏได้อย่างกว้างขวาง ส่วนคนทั่วไปแม้จร;มจิตใจ งดงาม เมึ๋อกล่าวคุณความดของผู้อนม้กจร;ออมคำพูด กล่าวเพยงทั้นๆ พอ ให้ทราบกนเท่านั้น เมอปะ:รำพร้อมแล้ว พระ:เจ้าอยู่หัวทรงอังกาศพระ:พุทธองกและ;พระ; ศงฆ เมํ่อทรงเสรื่จภัตกิจแล้วพระ:พุทธองก[ค้ฅรัสอนโมทนากถา ซนชมยินค บุญบารมของนายมาลาการอย่างกว้างขวาง เ?เนเครองตึงดูคสรัทธาและ;กวาม พึงพอใจทจะ;ทำกวามตึเหมือนนายมาลาการให้เกิคขนแก่มหาขนทชุมนุมภัน อยู่ ณ ทนั้นแล้วเสค็่จกลับ จากนั้นพระ;เจ้าปเสนทิโกศลไค้ตรัสขมนายมาลาการว่า ทํ่ไค้บูขา พระ:พุทธองก[ปนั้นเท่าภับเตึยสละ;ซวิตบูขาพระ:พุทธองค ซอว่าเป็นมหาบุรุษ โคยแห้ แล้วก็่พระ;ราขทานของทสมกวรแก่เขาอย่างละ ๘ คือ ข้าง ม้า ทาส ทาสิ เกรองประคับใหญ่ หญิงทนำมาจากราขตระกูล บ้านส่วย ๘ ตำ บล และ เงินอกแปคพันกหาปณะ ในตอนเย็่น พระสงฆโค้สนทนาภัน่ในโรงธรรมสภาว่า การกระทำของ นายสุมนะน่าอัศจรรย่ เขาสละซวิตเพอพระพุทธองคื ทำ การบูขาค้วยคอกไม้ แล้วไครับพระราขทานสิงของมืก่าอย่างละแปคในขณะนั้นเอง น่าอนุโมทนา พระบรมศาป็คาเสค็่จไปอังธรรมสภานั้น ตรัสถามเรํ่องทพระสงฆ สนทนาภัน กรั้นทรงทราบแล้วไค้ตรัสว่า \"อย่างนั้นแหลร^ภิกษุทั้งทลาย เมอษุคคลทำกทมอันใฅแล้ว ไมม ความเศือศพ้นในภายหลัง มแศ่ความโสมนั({เท่านั้นณภิฅขนทุกขณ^ทระลึก ลึง กรรมเห็่นปานนั้นอันษุคคลควรทำแท้\" www.kalyanamitra.org