คังนแล้วไค้ตรัสพระกาถานว่า ตฌจ กมมํ กตํ สาธุ ยํ กตวา นานุตป.ปติ ยสฺส ปติโต สุมโน วิปากํ ปฏิเสวติ ฯ บุคคลทำกรรมโคแล้วย่อมไม่เสือคร้อนในภายหลัง และ เป็นผูอมเอิบ มใจสืไค้เสวยผลของกรรมไค กรรมนั้นแล อันบกคลทำแล้วเป็นกรรมค. 'ๆากเรอง นายฒุนมาถาการ พาลวรรค อรรถกถาธรรมบท '\"'''\"'รi jg^ ปรรหลาคเหถือเชึ๋อถือชึ๋อไม่หมค \"หลวงพ่อลด\" ซึ๋อท่านนั้นศูงถืง แม้วิญญาณพลคพรากจากกายลง ซึ๋อยังกงกูใจไม่ถืมเถือน. สรจอมทอง ๙ ๑๓๙) พระ!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ต้นร้ายปลายด ใโไตฃองกนเรานั้นใช่ว่า'จะคโคคเค่นมาแฅ่เกิคทุกกนไป กนทเกิค มาแล้วพร้อมมูล ทั้งรูปร่าง ทั้งตระกูล ทรัพยสิน และซอเส์ยง ก็่เพราะเป็นกน มบุญมาเกิค ไค้ทำกวามคมาแล้วในอคฅชาติ ผลกวามคนั้นติคตามมาให้ผล เป็นกวามพร้อมมูล เป็นกำไรซวิตมาแต่ค้น แต่กนส่วนหนงตรงกันข้าม ทั้งรูปร่าง ฐานะ สติปิญฌา ล้วนบกพร่อง ฃาคๆ เกินๆไม่พร้อมมูล เพราะเป็นกนมบาปติคฅัวมาแต่เกิค ทำ บาปอะไรมา บาปนั้นก็่ส่งผลนั้น แม้'จะมกวามพร้อมมูลในบางเรอง แตกบกพร่องในบาง อย่าง เช่น กนทั้มฐานะค มรูปร่างหน้าตาค แต่เป็นกนปิญญาอ่อน นั้นเป็น เพราะในอคตชาติ ไค้เกยทำบุญกือให้ทานและรักษากิลไว่ค แตไม่สนใ'จเรํ่อง ภาวนาไม่สนใจเรองการทำใ'จให้สงบ มัวเมาแต่คมสุราหรือเสพสิงเสพติค หรือ ไม่ก็่เกยทำอันตรายต่อการกิกษาเส่าเรืยนฃองกนอน ขัคขวางการหากวามรู้' ชองกนอน เป็นค้น อัชเฬสิอเร่อ_^๑ctJ www.kalyanamitra.org
ในอคฅซาฅิเกยทำบาปกรรมหนักไว้ แม้จร;ไครับผลตกนรกหมกไหม้ มาเป็นหมนเป็นแลน!) แต่เศษกรรมอันเป็นวิบากยังไม่หมค ทำ ให้เกิคมารับผล กรรม มกวามบกพร่องทางร่างกายม้าง ทางจิตใจม้าง ทางกวามประ:พฤติม้าง บางกรั้งก็่คูวิปริตไปจากคนทั่วไปมากมาย กงกระ:นั้น ผู้เป็นอย่างนั้นยังไมไค้ลติมองคูตัวเองว่าเพราะ:กรรม เก่า ของตนทำมาไม่คจิงเป็นอย่างนั้ แทนทจะ:ปรับปรุงตัวไหมไมให้ทำชั่วทำผิค เหมือนในอคตชาติจะ:ไคคฃ็้นไค้แต่กลับเพมเวรกรรมให้แก่ตัวเองเข้าไปอกโคย ทำ ชั่วทำผิคโกหกหลอกลวงทำกวามเคือคร้อนให้แก่กนอํ่นหรือไม่ก็่ประ:พฤติ เกเรเหลวไหล ประ:ชคประ:ชันซวิต ไม่อาจยกระ:ตับตัวเองทํ่ค้อยอยู่แล้วให้ โคคเต่นในทางใคทางหนั้งชนมาไค้ แต่กนทโชกร้ายมาแต่เกิคหรือโชกร้ายในภายหลังไค้เกยทำเรั้องเลว ร้ายมาค้วยกวามประ:มาท ค้วยกวามลนกคืกกร:นอง หรือค้วยเหตุอย่างใคก็่ตาม ปงบอกไค้ว่าเป็นกนชาคลติ ฃาคจิตทำนึก หรือฃาคการคืกษา ชาคการอบรม ลังลอนจากผู้หลักยูใหญ่มาแต่ค้น จึงทำให้[ม่รูจักบาปบุญคุณโทษ แยกแยะ:คื ชั่วไมไค้จึงล่องลอยไปตามอารมณทอิลระ: แม้ทำผิคทำชั่วก[ม่รู้ว่าผิค บางกรั้ง เข้าใจว่าเป็นกวามคืเป็นกวามถูกททำลงไปก็่มื คนโชคร้ายอย่างน หากมบุญวาสนาอยู่บ้างกี่อาจไค้พบทาง^ว่าง ไค้พบผู้แนรiนำร่'งสอน นำ พาให้พ้นจากความมดบอคเช่นนั้น กลายเป็นคท ข้ามพ้นความชั่วร้ายมาไค้ คนเช่นนั้อยู่ในข่ายของคำว่า \"ต้นร้ายปลายด\" ๑(ท?ไ พระ!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
เรํ่องของกนต้นร้ายปลายคนมอยู่ทั่วไปในปิจ'รุบัน แมในสมัย พุทธกาลก็่ม ในสมัยนั้นบุคคลทว่าร้ายนั้นมิใช่ร้ายในทางข่มขู่เข่นฆ่า ในทาง ลักปล้น หรอในทางสร้างเวรสร้างกรรม แต่ร้ายในทางหลอกลวง ในทางโกหก อย่างเหลือเชอ ลืงกระ:นั้นก็่ยังมยู้คนทไมไค้ใช้ความกิค ไมไค!ฅร่ฅรองพากัน มานับถือบูชายกย่องสรรเสริญกันยาวนานว่าเป็นยูวั้เศษ ดงนั้น ท่านจงแนะ?นำร่งสอนกันมาว่าอย่าหูเบา อย่าเชอคนง่าย อย่าหลวมตวถูกหลอกลวงโดยง่าย ต้องดูต้องพิเคราร;ฟ้ห้รอบคอบจร;ได้ ไม่เสิยท แต่ม่ใช่ว่าไม่ควรเชึ๋ออร;ไรใครเลย มี่ใช่เช่นนั้น คนเรานั้นเชึ๋อไต้ แต่ อย่าเพงเซึ๋อโดยกร;ทนหน แปงnjแปง!'เป็นกลางๆ ไว้ก่อนเป็นด เรํ่องต้นร้ายปลายค้ทเกิคเนในสมัยพุทธกาลนั้นเป็นทกล่าวชานกัน เป็นเรํ่องอันเหลือเชอ ท่านจึงบันทกเป็นหลักฐานไว้!นคัมภร เรองเกิดฃ็้นทํ่เมืองราชคฤห บุพเหตุชองเรองเบองต้นเกิคชนในสมัยพระ:กัสสปลัมมาลัมพุทธเจ้า ความว่า บุอุมพยู้มี่ศรัทธาคนหนั้งไต้สร้างวิหารอันเป็นทอยู่ถวาย แก่พระ:เถระ:รูปหนั้งแล้วบำรุงท่านต้วยปิจจัยทั้งหลายมิให้ชาคแคลน ต่อมา มี่พระ:เถระ:ยู้เป็นฃณาสพหมคกิเลสแล้วองกหนั้งเทยวบิณฑบาตผ่านไปทาง บ้านชองกุอุมพ บุฎุมพเห็่นท่านแล้วกื่เลํ่อมใสในอิริยาบถชองท่าน จึงนิมนฅ ให้เช้าไปในบ้าน ถวายอาหารต้วยความเคารพแล้วถวายบ้าสาฎกใหม่รนหนั้ง ต้วยเริยนว่าชอให้นำไปย้อมแล้วทำเป็นบ้าบุ่ง และ:เห็่นว่าผมชองพระ:เถระ: อ21เ»1สิอเสิอ /๑ท^ www.kalyanamitra.org
ยาวไป จึงฅิคฅ่อช่างฅัคผมใหไปทวิหารเพํ่อปลงผมให้ท่าน แล คเฅยงไปท วิหารเพอให้ท่านไค้นอน พรร;ทุลุปก:!ผูอยูในวิหารนั้นก่อน เห็่นการกรร;ทำแล::สิ'กการะ:ทกุฎุมพ ถวายแก่พร:;มาใหม่ก็่ใม่พอใจ ไม่อาจอนุโมทนาไค้ จึงกสิ'บวิหาร แม้พระเถร:; มาใหม่ก็่ฅามพระรูปนั้นไป กุฎุมพกื่พาช่างฅัคผมไปปลงผมให้ จัคเฅยงให้แล้ว นิมนฅ1ห้พระเถระนอนบนเตยงนั้น และไค้นิมนฅพระเถระทั้งสองไปฉันทบ้าน ตกตอนเย็่น พระทั้อยู่ก่อนไค้[ปยังเตยงนอนของพระเถระทั้มาใหม่ชง นอนพักผ่อนอยู่ ไค้ค่าพระเถระอย่างเผ็่คร้อนว่า \"ท่านอาคันฅุกะ ท่านกินคูถเ^ยยังจะฅกว่าบริโภคอาหารในบ้านของ กุฏฺมพ ท่านให้ถอนผมฅ้วยแปรงฅาล ยังจะดกว่าให้ช่างตัดผมมาปลงผมให้ ท่านเปลือยกายเทยวไป ยังจะศกว่านุ่งผ้าสาฎกทํ่กุฏุมพถวาย ท่านนอนบนดิน ยังจะดกว่านอนบนเตยงทกุฏุมพจัดให้\" พระเถระไค้ยินตังนั้นก็่กิคว่า กนพาลนอย่าไค่วิบัติเพราะเราเลย จึง ไม่คิคไปรับภัตตามกิจนิมนตั พอรุ่งฃนก็่ออกจากวิหารไปแค่เช้ามืค ฝ่ายพระเจ้าถนฅํ่นฃนมาไม่รู้'ว่าพระเถระไปแล้ว เห็่นเงยบอยู่ก็่กิคว่า กงตนสาย เมอถึงเวลาแล้วก็่ไปเกาะระฆังใหภัญญาณค้วยหลังเล็่บมือ เมอ พระเถระไม่ออกมากื่ไปม้านนุฎุมพัรูปเคยว เขาถามหาพระเถระ พระเจ้าถํ่นก็่ บอกว่าอย่าไค้พูคถึงเลย ท่านเช้านอนแค่หัวกาเมํ่อวาน เมอเช้าไปเกาะระฆัง ก็่แล้ว ทำ เถึยงกวาควัคก็่แล้ว กรอกนั้าในหม้อนั้าตังๆ ก็่แล้ว ยังไม่ฅํ่นเลย พรร;มหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
กุฎุมพไคยนแล้วก็่พอเข้าใ'จเรํ่องเพราะเป็นกนฉลาด กิคว่าพระเถระผู้ งดงามน่าเลอมใสนั้นกงไปเกย'จกร้านตนสายขนาดนั้นแน่ แด่พระคุณเ'จ้ารูปนั้ กงไปพูดอะไรให้ท่านไม่พอใ'จ เพราะเห็่นเราต้อนรับและสิ'กถาระท่านเป็นพิเศษ เมํ่อวาน แด่^ต้แฅกดเท่านั้น เมออาหารพร้อมแล้วก็่นำมาถวายพระเจ้าถํ่น เมํ่อท่านฉันเสร็่'จแล้วก็่ฝากอาหารไปถวายพระเถระต้วย พระเจ้าถั๋นนั้นเดินมาดามทางกิดว่า ถ้านำอาหารไปถวายพระเถระ ท่านก็่จะดิดใ'จและอยู่ทํ่นั้นาน ทำ ให้เราต้องลำบาก คิดแล้วกี่โยนอาหารทงไป ถึงวิหารแล้วไปคูทพระเถระพกกี่มิไต้เห็่นท่านแล้ว พรร;เจ้าถนนั้นแม้จะบำเพ็่ญสมณธรรมมายาวนาน สมณธรรมนั้น กี่ไม่อาจคุ้มครองเธอได้ เธอมรณภาพแล้วได้โปเกิดในอเวจมหานรก เสวย ทุกฃหนกตลอดพุทธ้นดรหนั้งในสม้ยสิทธตถพุทธเจ้านั้ได้มาเกิดในตระกูลท มั่งคั่งตระกูลหนั้ง ในเมืองราชคฤห้ เมอเกี่กนั้นเจริญเดิบโดขนจนเดินไต้ เขากี่มือาการวิปริตผิดธรรมดา ทั่วไป กือไม่ยอมนอนบนทนอน ขอบนอนแด่บนดิน อาหารกี่ใม่ยอมกิน กินแด่ กูถกือ'อุจจาระของฅัวเอง ผ้ากี่ไม่ยอมนุ่ง เปลือยกายอยู่อย่างนั้น พ่อแม่ของ เขาในดอนแรกกี่ไมใดรูลืกอะไรมากต้วยคิดว่าเป็นวิสิ'ยของเกี่ก ยังไม่รู้เคยงสา อะไรจึงทำเซ่นนั้น เมํ่อโดขนเรํ่อยๆ เขากี่มือาการอย่างนั้นไม่เปลยนแปลง เปลือยกาย ล่อนจ้อนเดินไปมา กินแด่อุจจาระตัวเอง จนแม่ทนไมไหวปรึกษากับพ่อว่า ไม่สามารถเล'ยงเขาด่อไปไต้แล้ว เพราะทำให้เกิดกวามละอายแก่ญาติพน้อง สมกวรพาเขาไปบวชเป็นอาชวกชงเป็นนักบวชเปลือยกายจะดกว่า ผู้เป็นพ่อ เกี่นคต้วยจึงนำเขาไปยังทอยู่ของพวกอาซวก เมออาซวกถามกี่ฅอบแด่เพิยง www.kalyanamitra.org
ว่าเขาซอบเปลึอยกาย อาซวกทั้งหลายก็่ยินค จัคการบวชให้เขา โคยให้เขา ไปยืนในหลุมลึกเฒอกอ วางไม้เรยบบนจะ:งอยปาทั้งลองข้าง นั่งบนไม้เรยบ นั้นแล้วถอนผมเขาด้วยแปรงตาล อาซวกใหม่นั้นเรยกกันว่า ชมพุกาชวก หลังจากบวชแล้วพ่อแม่ของอาซวกใหมกนิมนฅพวกอาซวกไปรับ ภัตตาหารทบ้าน วันรุ่งขนพวกอาชวกได้บอกซัมพุกาชวกให้เตรัยมตัวไปกิจนิมนฅ แต่ ซัมพุกาซวกปฏิเสธว่าไม่ด้องการไป เพราะ:ได้อาหาร^แล้ว พวกอาชวกก็่มิได้ ฅิคไจอะ:ไร ออกไปตามกิจนิมนฅ แมไนวันต่อๆ มา พวกอาชวกกบอกไห้เขาไปกับพวกตนตามกิจ นิมนฅ แต่ซัมพุกาซวก็่ตอบเหมือนเดิมว่าได้อาหารทนแล้ว ผ่านไป ๓-<1 กรั้ง พวกอาชวกก็่สงลัยว่าเขาได้อาหารทนั่นั้นกือได้อะ:ไร จึงได้มอบเป็นภาระ:แก' อาชวกสองสามท่านไห้ช่วยสะ:กครอยคู แล้วก็่ออกไปข้างนอก ซัมพุกาซวกเหี่นว่าพวกอาชวกไปกันหมคแล้ว จึงไปทล้วมส่วนกลาง หยิบคูถไหม'คูถเก่าออกมาทำเป็นก้อนแล้วกินด้วยท่าทางอร่อย เสร็่จแล้วก็่ ล้างมือล้างปากนั่งอยูไนทํ่พัก พวกอาซวกทแอบคูอยู'ก็่รู้ว่าอะ:ไรเป็นอะ:ไร เมอ พวกอาชวกกลับมาแล้วจึงเล่าไหพัง พวกอาซวกไคยินเข้าก็่ฅกไจว่าไมได้เรํ่อง แล้ว หากขืนไห้เขาอยู่ทนั่ต่อไปจะ:ด้องฉาวโฉ่น่าอายแน่ ดิษยืพระ:สมณโกคม รู้เข้ากงได้หัวเราะ:เยาะ:ประ:กากไห้เลึยเกิยรดิว่าพวกอาขืวกกินคูถ ตังนั้แล้ว จึงประ:รมกันไห้เขาออกไปจากส่านัก พTi{มหาโพธวงศาจารฆ์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ซัมพุกาซวกถูกขับไล่ออกจากส์านักอาชวกแล้ว ไม่รู้จร;ไปทางไหน เคินเรอยไปจนถึงลานหินคาคแห่งหนงซงฟ้นทถ่ายอุจจาร^ของซาวบ้าน บน ลานนั้นมฅรร;พังใหญ่ซังนํ้าอยู่ เขาจงไปนอนบนหินคาคนั้น เมอขาวบ้านพากัน มาถ่ายอุจจารร;แล้วกลับไป เขาก็่ออกจากทหลบคัวมากินคูถ เมอมกนมาก็่ ทำ ห่าบำเพ็่ญพรฅ โคยใช้มือเหนั้ยวก้อนหินก้อนหนั้ง ยกเก้าช้างหนั้งฃ็้นมา พาคบนเข่าอกช้างหนั้ง ยืนเงยหน้าอ้าปากอยู่ ชาวบ้านมาเห็่นเช้าก็่เช้าไปถามว่าทำอร;ไร ก็่บอกว่าบำเพ็่ญพรฅ ถามว่าทำไมจึงยืนขาเคยวแลร;อ้าปาก ก็่บอกว่าคนเป็นกนมืฅบร;กล้า หากคน เหยืยบแผ่นคินเฅ็่มสองเก้า แผ่นคินจร:ไหวสร;เทือน ซาวบ้านจร;เทือคร้อน จึง ยืนคัวยเก้าช้างเคยวสงเกราร;ห่ซาวบ้าน ล่วนทอ้าปากนั้นเพราร;คนมืลมเป็น กักษา อาหารอนของคนไม่มื ซาวบ้านไคยนเช้าค่างก็่นั่งลงกราบคัวยศรัทธาว่า น่าอัศจรรยืไม่เกย มืไม่เกยเหึ่น แล้วนำเอาร่งของมาลักการบูซา ซงซัมพุกาชวกก[ม่ยอมรับร่ง ใคๆ ทำ ใก้ยู้กนศรัทธามากยํ่งฃน แล้วก็่เล่าลือกันไป เรองนั้เป็นข่าวใหญ่ ทำ ใก้ยู้กนสนใจกันอย่างมาก เพราร;เป็นธรรมดา ของมนุษยโดยมาก มกเชึ๋อเพยงถ้อยคำเท่านั้น ใครพูดใครเล่าอร;ไรก็่มกจร; เชอทนทื โดยไม่คิดตรองให้ล่องแท้ก่อนว่าจริงหรือไม่จริงอย่างไร เมอสนใจ แลร;เซํ่อแล้วกี่พากันมากราบไหว่ซัมพุกาซัวกกัน แลร;ยกย่องว่าเป็นผูวั้เศษ ผู้กน ทํ่มานั้นมากันทุกทิศทาง ไม่ว่าจร;เป็นซาวแกว้นมกธหรือแกก้นโกศล อาชวกนั้นเปีนศนถวง เปลือยกาย กินอุจจาระ ถอนผม และนอน บนกิน ท่ามกลางความกิรัทธาเลอมhของผู้กนทหลั่งไหลมาร'กการบูชาจาก ทกทิกิ เปีนเวลายาวนานลืง ๕๕ ปี อ1แ2«สิอเสิอ /๑๕๑ www.kalyanamitra.org
กวามวิเศษยั๋งใหญ่ของซัมพกาชวกสมัยนั้นช่างเหลือเชอจริงๆ การฅรวจคูร'ฅวโลกในเวลาใกล้รุ่งจัคเป็นพุทธกิจทพร::ทุทธเจ้า ทั้งหลายไม่ทรงละเลยแล้ว แม้พระร'มมาล้มพุทธเจ้ารทธัฅถะกี่ทรงปฏิบัติ พุทธกิจนั้ประจำ กังนั้นในวันหนงพระองคทรงตรวจคูล้ฅวโลกแล้วไค้ทรงเหื่น ซัมพุกาซวกปรากฏอยูในพระญาณ ทรงเห็่นว่าซัมพุกาซวกสามารถเลิกละ พฤติกรรมต่างๆ ททำมานานไค้ฟิงธรรมแล้วสามารถบรรลุธรรมไค้จํงไค้ตรัส บอกพระอานนทว่าจะเสค็่จไปหาซัมพุกาช่วก เหล่าเทวตากรั้นทราบว่าพระบรมศาสคาจะเสค็่จไปทํ่หินตากล้นเป็น ทพักของซัมพุกาซวก ก็่กิคว่าสถานทตรงนั้นน่ารังเกิยจ สกปรก มกลั๋นเหมี่น สมกวรเป็นทสะอาคลิาหรับรับเสค็่จพระบรมศาสคา จึงทำให้ฝนตกลงมาห่า ใหญ่ ชำ ระล้างแผ่นหินคาคและบริเวณนั้นจนสะอาค ไม่มกราบกวามสกปรก ให้เห็่น แล้วทำฝนคอกไม้ ๕ ลืให้ตกลงบนแผ่นหินคาคนั้นอก นั้ก็่เป็นเรึ๋องอัศจรรยทั้เหลือเชอเหมือนกน ตกเย็่น พระบรมศาสคาเสค็่จถึงหินคาค ทรงเปล่งพระลุรเลืยงเริยกว่า ซัมพุกะ ซัมพุกาชํวกไค้ยินแล้วก็่สงล้ยว่าไกรกันมาเริยกซอตนไค้ถูกค้อง เมี่อ พบพระบรมกรูแล้วไค้ถามว่ามาทำไม พระองกัตรัสว่ามาซอพักค้วยกืนหนง ซัมพุกาซวกปฏิเสธว่าไมไค้ไม่มืทํ่ให้พัก พร:;พุทธองคตรัสว่า ธรรมดาบรรพชิต ย่อมช่วยบรรพชิต มนุษย่ย่อมช่วยมนุษย่ ปศุล้ตว่ย่อมช่วยปศุล้ตว่ นั้เป็น เรั้องธรรมดาของโลก ซมพุกาซวกจึงซ!ปทเงอมหินข้างหนั้งว่ามืทพัก จะไปพักทํ่นั่นก็่ไค้ พระพุทธองกเสค็่จไปพักค้างทํ่เงอมนั้น ตกตอนกลางกืนในปฐมยาม ๑๕เ^ พรร?มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ท้าวมหาราชทั้งสิพากันมากอยดูแล ทำ ใท้มแสงลว่างไปทั่วบริเวณ ใน มัซฌิมยาม ท้าวกักกเทวราชเสค็่จมากอยดูแล ในปีจฉิมยาม ท้าวมหาพรหม เสค็่จมากอยดูแล แมซมพกาซวกนอนอยู่อกทหนงก!ค้เห็่นทั้งท้าวมหาราช ท้าวกักกเหวราช และท้าวมหาพรหม แฅไม่รู้ว่าเป็นไกร และกักจรรย!'จว่าทำไม แผ่นกินจึงไค้สว่างไสวเหมือนกลางวัน รุ่งชนชัมทุกาชวกไค้!ปหาพระพุทธองกแฅ่เช้า ทูลถามว่ายู้ทํ่มาเมอ กืนเป็นไกร มาทำไม และทรงรู้จักดหรืออย่างไร พระพุทธองกก็่ฅรัส ว่าเป็น ท้าวมหาราช ท้าวกักกเทวราช และท้าวมหาพรหม พระองกทรงรู้จักคทั้งหมก เทพเหล่านั้นมาเพํ่อดูแลพระองก ชมพุกาชวกทูลถามก่อว่าพระองกทรงยอกเยยมกว่าเทพทั้งหมก หรืออย่างไร ก็่ฅรัสว่ายอกเยยมกว่า เพราะพระองกเป็นราชาทํ่เยํ่ยมกว่าราชา ทั้งหลาย ทรงเป็นพรหมยํ่งกว่าพรหมทั้งหลาย แม้ท้าวกักกะก็่เป็นกิลานุปิฏฐาก กือเป็นม้กอยกแลสขภาพชองพระองค้ ซัมพุกาซวกไค้ยนกังนั้นจึงทูลว่า \"มหาสมณะ ท่านเปีนผูอัสจรรยแท้ ณมอเราอยู่ ณ ที่มิ้ถึง ๕๕t เทพเหล่านiiMกองคหนงก็่ใม่เคยมาเพอบำรุง เราเลย ทัง้ทเราเป็นผูกินลม มลมเป็นภักษา ปีนอย่างเคยว ไม่นั่งไม่นอน แม้ ฝานไปนานขนาคน เทพเหล่านก!ม่เคยมาหาเราเลย\" พระพุทธองก!ค้ฅรัสกะซัมพุกาซวกว่า \"ซัมพุกะ เธอหลอกมหาชนผูโง่เขลาในโลกมานานแล้ว ยังปรารถนา จะหลอกเราอก เธอกินคูถ นอนบนคิน เปลือยกาย และถอนผมค้วยแปรงฅาล มาคลอค ๕๕ปีแล้วมิใช่หรือ ลืงทำอย่างนอยู่ เธอกี่ยังลวงโลกคลอคเวลาว่า คนมลมเป็นภักษา ปีนค้วยเท้าข้างเคยว ไม่นั่งไม่นอน สมัยก่อน เธอกี่อาภัย www.kalyanamitra.org
ทิฏฐอันชั่วลามก กินศูถเปีนภักษา นอนบนดิน เปลือยกาย และถอนผมด้วย แปรงฅาลมาตลอดกาลนาน แมIนบัคนเรอก็่ยังลือทิฏฐอันชั่วลามกนั้นเหมือน เดิม\" 'จากนั้นก็่ฅรศเต่าอคฅกรรมของซัมพุกาซวกให้เขาฟิง เมอพร:;พุทธ องกฅรัสเต่าอยู่ กวามร'งเวชสลดใ'จไค้เกิคขนแก่เขา หิริกวามละอายใ'จแล:: โอฅฅัปปะกวามเกรงกลัวบาปกรรมไค้ปรากฏเน เขาริบนั่งกระหย่งลงทพน พระพุทธองก่ทรงโยนผ้าอาบนั้าฝนไปให้เขา เขาบุ่งผ้า แล้วก็่นั่งสงบอยู่ตรง พระพักดร พระพุทธองก่ทรงแสดงอ'นบุ่พพกถาให้เขาพัง ในดอน'จบเทศนา เขาไค้บรรลุพระอรหัดผลพร้อมทั้งปฏิลัมภิทา เมอไค้บรรลุพระอรหัตผลแล้วกรรมของเขากี่เป็นอันสินสุด 'จากนั้นเขาไค้'หูลขออุปสมบท ไค้เป็นภิกษุในพระพุทธศาสนา เมํ่อ มหาซนมาหาเห็่นท่านเข้ากี่สงลัยว่าระหว่างพระพุทธเ'จ้ากับท่านใกรใหญ่กว่า กัน บางกนกี่กิดว่าท่านใหญ่กว่าแน่เพราะพระพุทธองกเสคี่'จมาหาท่านถึงท นั่ พระซัมพุกะไครับโอกาส'จากพระพุทธองคแล้ว ไค้เข้าฌานเหาะขนไปบน อากาศประกาศว่าพระพุทธเจ้าเป็นศาสดาของตน ตนเป็นสาวก เมํ่อทราบเรอง มหาซนต่างกิดว่าพระพุทธเจ้าช่างน่าอัศ'จรรย่'จริง ทรงพระกณไม่ตาค้อยเลย. จากเรอง ซัมพกาhก พาลวรรค อรรถกถาธรรมบท ๑๕๕} พรรมหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
พิการพนลก ใ^เการ หมายถื้ง กวามมอวัยวะผิคปกติไป'จากปกติ หรอมอวัยวะ เสิยไป ไม่อยูในสภาพเติม เซ่น แขนหัก ขาหัก เป็นต้น กวามพิการนเป็นมาแฅ่กำเนิคก็่ม เกิคขนในภายหลังก็่ม ทเป็นหรือ ทเกิคพิการขนนั้นท่านระบุไว้ว่าเพราะกรรมกึอการกระ!ฟ้าของต้พิกา7หัน''อง เป็นส์าคัญ ชงกรรมนั้อา'จแยกไต้เป็น ๓ ประเภทหลัก กือ ๑. บุรพกรรม หมายถึงกรรมเก่าทฟ้าไว้แต่อคฅชาติลังผลให้เป็นไป แม้'จะไครับทุกฃโทษในอบายภูมิมาแล้ว แต่เศษบุรพกรรมยังมอยู่ก็่ลังผลให้เกิค มาพิการไปคามกรรม ฟ้ากรรมอย่างไคไว้ ก็่ใครับผลพิการอย่างหัน ๒. พนธุกรรม หมายถึง กรรมทางสายเลอคต้นกำเนิค ทถึบสายต่อ เนองมา'จนถึงบิคามารคาผูให้กำ เนิค เมอให้กำเนิคบุฅร พันธุกรรมก็่ติคคาม บุตรมา ซงกวามพิการทางพันธุกรรมนเกยวเนํ่องลับบุรพกรรมต้วย เพราะผู้ม อ้นเพสิอเสิอ /๑๙๕ www.kalyanamitra.org
บุรพกรรมไม่คจึงทำให้มารบกวามพิการทางพันธุกรรมต่อ'จากมารคาบิคา หรือ มารคาบิคามบุรพกรรมไม่คจึงไค้กนทมบุรพกรรมไม่คเป็นบุฅรสืบศาย ๓. พฤติกรรม หมายสืง กรรมคือการประพฤคิคัว การทำคัวของผู้ ทำ เอง เซ่น ประมาทเลินเล่อ คมสุรามึนเมา คืกกะนองบุทะลุ อวคกล้าบ้าบํ่น ผู้มึพฤติกรรมอย่างนย่อมถึงกวามพิการไค้ง่าย เซ่นขับรถประมาท มึนเมาแล้ว ซกต่อยเซ่นฆ่ากัน คืกกะนองเสืยงซวิฅค้วยกวามสบุกสนาน เมอพลาคฃ็้นมา ก็่ เกิคกวามพิการขน เรองกรรมอันเป็นผลให้เกิคกวามพิการเหล่านิ้ เป็นไปคามกฎเกณฑ ธรรมคา ไม่มึใกรบังคับให้เป็นไปหรือให้หยุคไค้ 'จะเชอหรือไม่เชอ จะยอมรับ หรือไม่ยอมรับ ไม่อาจเป็นข้อยกเว้นให้[ม่ค้องรับกรรมทํ่ฅนทำไค้ กวามพิการจากกรรมนมึอย่ทั่วโลก กนพิการมึให้เห็่นกันทั่วไป พิการ มากบ้างน้อยบ้าง น่ากลัวน่าเกลยคบ้าง ให้เกิคลังเวชสลคใจบ้าง แล้วแต่ ลักษณะกวามพิการ กนพิการทพันลึกถึกคือ น่ากลัว หรือน่าแปลกไม่น่าเป็น ทเขาไม่เป็คเผยให้กนนอกรู้ ก็่มึอยูใม่น้อยในโลกน กนพิการนั้นปกติกี่เป็นกนทบอบซาทางใจอยู่แล้ว ทั้งน้อยเนั้อฅํ่าใจ ในวาสนาคัวเอง ทั้งห้อแห้กังวลอนากฅคัวเองสารพัค ทั้งบังถูกกนรอบข้าง บ้าง กนนอกบ้างคูหมั๋นเหยยคหยามหรือเมินเฉยไม่สนใจบ้าง เหล่านั้เหมึอน กับหนามยอกอกของผู้พิการ ทั้งทกวรไครับกวามเหี่นใจในวาสนาของเขาโคย เฉพาะกนพิการแต่กำเนิค เพราะไม่อาจจะแกไขอะไรให้คข็้นไค้แล้ว แม้จะมึ อวัยวะเทยมมาทคแทนไค้บ้าง กี่ไม่สามารถเติมให้เฅ็่มเหมึอนกนปกติไค้ ๑๕^ พygมหาโพธิวงสาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ส์าหรบกนพิการเพราะพฤติกรรม ย่อมเป็นบทเรยนอันส์ากัญต่อยูนน เพราะตนทำเอง แม้กนอนทำแต่ตนต้องมารับผล ก็่เพราะบุรพกรรมคือกรรม เก่าของตนคืงต้องมารับผลเซ่นนั้น บทเรยนนั้ทำใหไต้สติ ทำ ให้ส์ารวมระวัง ทำ ให้เลิกละพฤติกรรมเซ่นนั้น ก็่เป็นบุกคลทํ่น่าเห็่นใจไม่น่าคูถูกเหยยคหยาม แต่ถ้าได้รับผดกรรมแล้วยงไม่ส์านกผิด ยงไมได้สติ ยังดะพฤติกรรม นั้นๆไมได้หรือยังอหงการัยงกว่าเก่า อย่างนก็่ด้องปล่อยไปตามยถากรรม แดะจะเป็นกรรมต่อเนั้องล่าหรับผู้ทเกยวข้องกบเขา กนพิการบางกน ยอมรับกวามพิการของกัวเอง ทำ ตัวทำใจไต้ และม จิตใจเข้มแฃ็่ง บุมานะพยายามซ่วยตัวเอง พัฒนาตัวเอง ทำ อะไรต่อมิอะไรไต้ อย่างน่าทง แม้จะไม่มมือ แต่ใข้ปากใข้เท้าทำงาน หรือตาบอคหูหนวก แตใข้มอใข้ สมองทำงานกล่องแกล่วว่องไวจนพงพาตัวเองไต้อย่างสบาย กนพิการอย่างน น่านับถึอโคยแท้ น่ายกย่อง ให้เกยรติเป็นพิเศษเคืยต้วยชำไป กนไม่พิการ ม อวัยวะสมบูรณทุกอย่างเคืยอก กลับมจิตใจอ่อนแอ ไม่กล้าต้งาน เกยจกร้าน ทอคธุระ ไม่รับผิคซอบ พงพาแต่กนอนรัาไป อย่างนั้ย่อมไม่น่านับถือ ไม่น่า ผู้พิการพันลึกไม่น่ามไม่น่าเป็นทกนเราไม่ต่อยไต้เห็่นนันมอยู่ แตไม่ ต่อยไต้เปิคเผยกัน แต่ในสนัยพุทธกาลมปรากฏให้เห็่นปอยกรั้ง ตามสถานทท มกนใจบุญผ่านไปผ่านมา เซ่นทเซิงเขาคิชฌกูฏเมืองราชกฤห ชงพระพุทธองก ประทับอยู่และมืผู้กนพลุกพล่าน พระพุทธองกทรงเกยเห็่นผู้พิการพันลึกเซ่นนั้ พระมหาเถระอรหันฅบางองกก็่เกยเห็่น ผู้พิการพันลึกนั้นท่านเรืยกประเภทและนันทกไว้เป็นหลักฐานว่า เปรต www.kalyanamitra.org
คำ ว่า เปรต ปกติเป็นชอฃองอบายภูมิอย่างหนงใน^อย่างกือ นรก เปรต อสุรกาย และติรัจฉาน ชงเรารูกนทั่วไป เปรตทว่านั้นหมายถื้งผเลว ประเภทหนั้ง มหลายลักษณะ อย่างเซ่นทในลัมภรพระพุทธศาสนาและใน พจนานุกรมไทยไค้แสคงไว้ว่า '๚นิคหนงฅามทว่ากันว่ามรูปร่างปีงโย่งเท่ากับฅ้นฅาล ผมยาวหยอก ทยอย คอยาว ผอมโซ มปากเท่ารูเข็่ม ปีอเท่าใบฅาถ กินแฅ่เอือคแถ:;หนอง เป็นอาหาร มักร้องเอืยงกังว่ฅๆ ในศอนกถางคืน\" แต่คำว่าเปรตในความรู้สิกของคนไทย เ!เนคำเรยกเชิงต่าหรือดูถูก คนทั่อดอยากผอมโซ เทั่ยวรบกวนขอเขากินหรือเมึ๋อมใครได้โซคลาภก็่เข้า มาขอแปงปีน เร็่เนอปางขอต่วนบุญ ดงนั้นเปรตในความเข้าใจของคนไทย จงหนกไม่ในทางทั่เป็นคนมากกว่าเป็นผ กนทมรูปร่างพิการแบบต่างๆ จึงเข้าซ่ายทเรืยกไค้ว่าเปรต ทเซิงเขากิซฌภูฏเมืองราชกฤห พระพุทธเจ้ทรงเกยเห็่นเปรตชงเป็น กนทมืกวามพิการซนิคทเรืยกว่าพันลึก แต่มิไค้ทรงเล่าให้กนอนพิง แม้พระพุทธ สาวกบางองกก็่เกยเห็่น ถงในปิจจุบันนั้ กนทเกยไปเขากิชฌภูฏเมืองราชกฤห ก็่กงไค้เห็่นกนขอทานทเรืยงรายขอทานอยู่สองข้างทางฃ็้นและบริเวณร้านค้า ใกล้ทจอครถ ชงขอทานเหล่านั้บางกน ก็่มืรูปร่างประหลาค พิการพันลึกอย่าง เหลึอเชอ เมอเห็่นแล้วก็่ไค้แต่ลังเวชสลคใจว่าโอหนอ เวรกรรมอะไรเล่าถึงไค้ พิการพันลึกขนาคนั้ แล้วกนพิการพันลึกทพระพุทธเจ้าทรงเห็่นและทพระสาวก เห็่นจะพันลึกขนาคไหน เพราะเป็นเรองอันเหลึอเซอเหมือนกัน ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐาน ไว้!นกัมภร่ ๑๕^ พรgมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เรองเกิดฃ็้นทํ่เมืองราชคฤห ท่านพระ;มหาโมกกัลลานเถรร:แลร!ท่านพระลักขณเถรร:ผู้เกยฟ้น ชฎิลจำนวนพันหนงซองท่านพระอุรุเวลกัสสปะ ลงจากภูเขากิซฌกูฏเพํ่อไป บิณฑบาตในเมืองราชกฤห ชณะทเคินลงมา ท่านพระมหาโมกกัลลานะไค้เห็่น เปรตฅนหนงรูปร่างเหมือนงู จึงไคยิ้มออกมา ท่านพระลักชณะจึงถามถงสาเหตุ ^ม พระมหาโมกคัลลานะตอบว่ายังมิใซ่เวลาตอบ บิณฑบาตเสร็่จแล้วก่อย ถามต่อพระพักตรสมเค็่จพระบรมกรูก็่แล้วกัน เมํ่อทั้งสองพระเถระกลับชนไปบนเขากิชณกูฏ พระลักขณะจึงเอ่ย ถามถงสาเหตุของการยิ้มต่อพระมหาโมกคัลลานะเมอเข้าไปเกัาพรร;พทธองก่ ค้วยกัน พระมหาโมกคัลลานเถระจึงตอบว่า ทํ่ตนยิมนันเพราะไค้เหื่นเปรตตน หนง มืจึรษะเป็นมนุษย แต่อ่วนทเหลือเหมือนงู กันมืซือว่า อหิเปรต (เปรตงู) มืเปลวไฟลุกขนจากลืรษะลามไปถึงหาง ลุกจากหาง ลามขนไปถึงลืรษะ ลุกฃึน จากข้างข้ายลามไปข้างขวา ลุกขนจากข้างขวาลามไปข้างข้าย เมือเหื่นแล้วจึง ไค้ยํ้ม เพราะเหื่นเปรตนั้นทุรนทุรายค้วยกวามร้อนอย่างน่าเวทนา พระพุทธองก่ทรงสคับแล้วทรงเป็นพยานให้พระมหาเถระว่า พระองก่ ก็่เกยเหื่นอหิเปรตนั้เซ่นกันในวันทบรรลุพระลัมมาลัมโพธิญาณ แตไม่ทรงบอก กล่าวไกรค้วยทรงเอ็่นคูว่า กนทั้ใม่เชอพระองก่มือยู่ เมอไม่เซือพระองก่ก็่ใม่เป็น ประโยขนอะไรแก่พวกเขา แต่เมอพระมหาเถระทูลเล่าว่าไค้เหื่นอหิเปรตจึงทรง รับรองว่าเป็นกวามจริง www.kalyanamitra.org
พรร:สงฆใคฟิงแล้วสนใ'จมากจึงไค้กราบทูลถามว่าอหิเปรฅไค้ทำกรรม อร:ไรไว่จึงไครับผลเซ่นน พระ:พุทธองกฅรัสเล่าเรองอคฅใหิรัเงว่า ในอศฅกาล พวกชาวบานเมืองพาราณ^จำนวนหนงไฅ้ลร้างบรรณ- สาลาไว้mม\"^งแปนํ้า เพอเปีนทอา^ยของพรร;ปีจเจกพุทรเจ้าทเลคี่จมาโปรฅ พวกคน พรร;ปีจเจกพุทธเจ้าเสศ็่จมาแล้วก็่พักอยู่ทบรรณสาลานั้นปรร;จำ เมอ เสศ็่จไปบิณฑบาตชาวบ้านเหล่านั้นณฅรยมอาหารไว้Idบาศร แลร;คอนเยน ทุกวันไศ้จัศคอกไบ้เครองบูชาค่างๆ นำ ไปถวายพรร;ปีจเจกพุทธเจ้าทบรรณ- สาลาวัน ในรร;หว่างทางนั้น ชาวนาเมืองพาราณมืคนหนงอาวัยทางนั้นทำนา เขาไถนาแล้วหว่านข้าวลงไป ข้าวก็่งอกงามขน พวกชาวบ้านทไปบรรณสาลา บางคนก็่ไมไค่รฬัง เดินเหยยบข้าวเขาเล่ยหายไปบ้าง เขาไปขอร้องว่าให้รร;วัง อย่าเหยยบยำข้าวกล้าของคน แค่กึ๋โม่อาจห้ามไค้ทุกคน เขาจึงดิศว่าล้าไม่มื บรรณสาลาอยู่ครงนั้น พรร;บิจเจกพุทธเจ้าก็่จรม่ม่มา พวกชาวบ้านกี่จร;ไม่มา บริเวณน ข้าวกล้าชองเรากี่จร;ไม่เปียหาย เมอคิศแล้วกี่คกลงใจแกปีญหา เมือพรร;บิจเจกพุทธเจ้าเสกี่จไปบิณฑบาตในเมือง เขาไปทบรรณสาลา วันแล้วจคไฟเนา บรรณสาลากี่ไหม้วอควายไปนั้งหลัง พรร:ปีจเจกพุทธเจ้าเสค็่จ กลับ เมอไม่เห็่นบรรณสาลาจึงเสกี่จไปบิาทิมพานศคามสร;ควก มหาชนไปทบรรณสาลาคามปกติ เมอเห็่นบรรณสาลาถูกไฟไหม้ กี่ ถามไถ่วันว่าใครเนา ชาวนาออกมาพูคว่าคนเปีนคนเนาเอง เพราร;พวกท่าน เหยยบข้าวกล้าของคนเปียหาย หากไม่มืบรรณสาลาพวกท่านกี่จ^ม่มาทน อก พวกชาวบ้านไดิปีนวังนั้นกี่โกรธแค้นชาวนาว่าทำให้พวกคนไมไค้ทำบูญ ๑๕^ พรร!มหาโพ!วงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ไมไค้กราบไหว้พระปีจเ'ๆกพุทธเจ้า จึงช่วยกันจับเขาแล้วรมทำโทษ บ้างก็่เฅะ ฝอย บ้างกี่ทบฅค้วยท่อนไม้จนเขาร้นช่วิศ ณ ทตรงนั้น เขาร้นชวิฅแล้ว ไคบงเถิฅในอเวจึ เ^^วยผถกรรมทเผาบรรณfiาลา หมกไหม้ทกฃทรมานอยูในอเวจึนั้นนานเท่านานจนแผ่นศินปีงขนไค้โยขนั้หนึ๋ง ค้วยเ11ษผถของกรรมนั้น ไค้เกิคมาเปีนมนุษยแต่มรูปร่างเหมือนงู อยู่ทเชิงเขา คิชฌกูฏ จนพระมหาโมคกัถถานะไปเห็่น พระพุทธองกกรนตรัสเล่าถึงบุพกรรมของอหิเปรฅจบแล้วไค้ฅรสว่า \"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ซอว่าบาปกรรมนนฟ้นเหมือนกบนำนม นํ้านมนนย่อมไม่แปรสภาพไปในขณะทรดอยู่ฉันใด กรรมทบุคคลกำลงทำก็่ ยงไมให้ผลฉันนั้น แต่เมอกรรมให้ผลในภายหลง ผู้ฟ้ากรรมนนย่อมประกอบ ด้วยทุกขโทษตามควรแก่กรรม\" คังนั้แล้วไค้ตรัสพระกาถาน!ว้ว่า น หิ ปาป้ กตํ กมฺนํ สชฺชุขรํว มุจจติ ทหนฺตํ พาลมนฺเวติ ภสฺมาจฺฉนฺโนว ปาวโก ฯ ก็่บาปกรรมทบุกกลทำแล้วจะยังไม่เผล็่คผลก่อน เหมือน 'นานมmคในวันนั้จะยังไม่แปรสภาพไป แต่จะตามเผา กนพาลไป เหมือนไฟทมืเถ้ากลบไว้ฉะนั้น. จากLTอง ธหิเปรฅ พาถวทค อรรถกถาธรรมบท อั2*13«สิอเร่อ ๕๑ www.kalyanamitra.org
jj เ£_ พระส์วคผศวคกนบ่นเขาเจ็่บ โยมจะเก็่บศวคพระบ้างฟิงMหม หากพระคุณทำเสิยละเหยใจ เพึ๋อจะไ^กส์านึกฅน. ศรจธมทอง ๑๕๒J พรรมหาโพธํวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
๑ มสืลฟ้แต่ไร้ส์ล สืลฟ้ หรึอ สืลปร; หมายถึง ^ป็อทางการช่าง, ความ{เามารถใน การถ่ายทอศวิชาความรู1ห้ปรากฏเปีนปีนชมและชนชอบแก่นู้พบเหี่น ผู้ทม ฟ้มือมกวามสามารถอย่างนั้นเร้ยกว่า สิลปีน อันว่ารลฟ้นั้นมหลายปรร!เภท ถ่ายทอคออกมาโกยการกรร:ทำทาง กายก็่ม ทางวาจาก็่ม กืออวัยวร:ทุกถ่วนของกนเราสามารกแสคงออกมาเป็น สืลฟ้Iค้ถ้าไคtเกฝนซํ่าซอง เซ่นมือ สามารกเขยนภาพ ปีนแต่งรูปทรง คคถึฅเป่า เกรํ่องคนครโคยทสุคแม้ชกค่อย หรือปากก็่สามารกร้องเพลง เห่กล่อม แสคง กวามบิคเบยวผิคปกติ กิริยาอาการเหล่านั้เมอแสคงออกมาเป็นทซนชอบของ ผู้กนไค้จ'คว่าเป็นติลมืทั้งสิน ปีจๆบันมชอเรยกแตกค่างfiนไป เช่น วิจิตร^ลร็เ บัณฑนวิล!! ฅริยางควิลปี วาท^ลปี เป็นต้น อชเ2«สิอเคู่[อ /๑๕cT www.kalyanamitra.org
งานทฟ้นสืลฟ้ล้วนมคุณค่าสูง ล้วนฟ้นทปรารถนาของคนฉลาด ทั่วไป งานสืลฟ้บางอย่างไม่อาจปรรเมาณค่าไค้ เหมาร;ควรแก่การดูแลรกษา ในทปลอดภยแลร;นำออกแสดงไห!ด้ซนซมกนในบางคราว แต่งานสืลม่บางอย่าง เจ้าของเขานำออกมาดั้งหรือฅิคแขวนไว[ห้ กนคูกันไค้ฅลอคเวลา ไม่หวงแหน เช่นงานแกร:สลักหินรูปแบบต่างๆ งาน แกร:สลักไม้ขนาคเล็่กขนาคใหญ่ทประ:กับดามโบสถวิหาร ดามอาการ ดามซุ้ม ปรร:คูหน้าต่าง หรืองานเขยนรูปกนหรือเรองราวต่างๆ ทเขยนบนแผ่นกรร:คาษ แผ่นผ้า แผ่นไม้ แผ่นหิน ซงงคงามทำให้เกิคกวามรู้สืกซนชม คึงคูคดา ชงงาน หิลนํเหล่านิ้ล้วนทรงกณค่า ทํ่เป็นอมดร: เป็นแบบอย่างให้กนรุ่นต่อไปสืกษาแลร: ทำ ดามหรือยักย้ายพัฒนาใหิโคคเต่นไปอกรูปแบบหนง สิลฟ้นํนพรร;พุทธองค่ตรสว่าเป็นมงคลแห่งขวิดปรร;การหนง คือ นำ ให้เกิดความส์าเร็่จ นำ ให้เกิดความเจริญรุ่งเรือง นำ ให้ผูมกิลฟ้ได้รับการ ยกย่องเชิดชูได้รับเกิยรติ ห่านว่า งานติลป็แม้เพัยงอย่างใดอย่างหนงก็่ยัง ปรร;โยซนIห้ส์าเร็่จได้โดยแห้ เพราร:ฉร:นั้น ย่อมเป็นการสมกวรทกนเราจร:พึงป็กฝนให้มติลป็อยู่ใน กัว แม้เพึยงอย่างเคืยวณ็่พึยงพอแล้ว ขอให้เก่งให้ชำนาญอย่างหากัวจับยาก ก็่สามารถโคคเค่น มเสน่ห่ หาเลยงกัวเองแลร:กนรอบข้างไค้อย่างภากภูมิ หาก สามารถมติลฟ้!ค้หลายอย่างก็่ยํ่งปรร:เสริฐ แค่งานติลฟ้นั้นแม้มคุณค่ามประ;โยชนํในตวก็่จริง ถงกรร;นั้นก็่เป็น งานทมโทษดามมาไค้เช่นกัน ๑๕^ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ข้อนิ้เป็นฃ้อแม้เ?เนเงอนไขทส์ากัญยํ่ง กือถ้าผู้มกัล!! ชำ นาญใน งานรล!! เชยวชาญในการแสคงออก แค่เป็นยูไข้^ล เป็นยูไม่มสืลควบคุม พฤติกรรมทแสคงออก ย่อมมโทษแน่นอน เช่นfitเมือในการค่อยมวย ถ้าค่อย บนเวท ค่อยคามกติกา แม้จ:;ค่อยคู่ค่อถ้จนพิการหรือสินซวิฅ โทษก็่มิไค้หนัก อะไรมาก แค่หากค่อยคนทเป็นกู่ปรับกับคนถึงคาย อันนิ้ถึอว่าค่อยค้วยอาการ ชาคถึล ย่อมไครับโทษ^านทำให้คนคายแน่นอน ca สิล กคึอการปรรเพฤฅิหรือปฏิบัติตัวไปฅามปกติ ไปตามกฎตาม ระเปียบ ไม่ละเมิตกฎ ไม่ละเมิตติทธิของผูอน ไม่ลร้างความเดือดร้อนให้แก่ มูอนไม่ว่าด้วยกายหรือด้วยวาจา การทำตัวปฏิบัติตัวไปตามปกติธรรมดา ทำ มา หากินไปตามปกติธรรมดา อยู่กันอย่างปกติธรรมดา อย่างนิ้เรืยกว่ามดืล หาก ไปทำร้าย ไปล่วงละเมิดผูอน ไปทำความเดือดร้อนให้แก'ผูอึ๋น อย่างนเรืยกว่า ผิดดืล คนทมืติล!! มืรืเมือในติลปกรรมอย่างใคอย่างหนง หากไม่ตั้งอยู่ ในถึล ก็่นักจะใข้ติล!!ไปในทางล่วงละเมิคยูอน ไปทำร้ายยูอน หรือเอารัค เอาเปรยบยูอน เมอเป็นคังนิ้ย่อมไคชอว่าใข้สิลฟ้โปในทางทุจริค เป็นเวรเป็น กรรมติคกัวเรอยไป ในพระพุทธศาสนา ได้บนทกเรํ่องของคนทมติดฟ้แค่ไร้รลไว้เป็น ตวอย่าง เพอ!(องกันและเพึ๋อเตือนใจให้คนมติล!!ได้มสติ จะได้โมใร้ติล แล้วไปก่อกรรมทำเฃ็่ญแก่ผู้อํ่น อนจกได้รับทุกฃโดรมโทษโดยไมจาเป็น เรํ่องน็้เป็นเรองอันเหลือเซอเรองหนง ชงท่านบันทึกเป็นหลักฐานไว้ ในกัมภรื อชเ2«สิอเร่อ /๑๕๕ www.kalyanamitra.org
เรองเกิดฃ็้นทเมืองราชคฤห ท่านพระมหาโมกคัลลานเถระแลร:ท่านพร2ลักขณเถระ ลงจากภูเขา กิชฌถูฏเพอไปบิณฑบาตในเมืองราชฅฤห ขณะทเคินลงมา ท่านพระมหา โมกคัลลานะไค้เห็่นเปรตฅนหนงจงยมขน ท่านพระลักขณะเห็่นพระเถระยม จึงถาม พระเถระขอไหไปถามต่อพระพักตรสมเค็่จพระบรมศาสดา เมึ๋อกลับ จากบิณฑบาตแล้วไค้เข้าเค้าพระบรมศาสคาค้วยกัน ท่านพระลักขณะไค้ ถามพระมหาโมกคัลลานะอก พระเถระตอบว่าท่านไค้เห็่นเปรตตนหนงจึงยม ออกมา เปรตนันถูกค้อนเหล็่กติคไฟลุกโชติช่วงหล่นลงบนส์รษร;ของเปรตนั้น ส์รษร;แตกเลร;ไปแล้วก็่ตั้งขั้นมาโหมรมค้อนเหล็่กนั้นอก เปรตลักษณะนั้ท่าน ไม่เกยเห็่น เมอเห็่นแล้วยมออกมา พระบรมศาสดาตรัสว่าพระองกก็่ทรงเกยเห็่นเปรตนั้ในวันตรัสรู้ จึง เรนพยานให้พระมหาโมกคัลลานะ จากนั้นไค้ตรัสเล่าบุรพกรรมของเปรตนั้น ให้ภิกบุทั้งหลายฟิงว่า ในอดตกาลในเมืองพาราณสิ มืซายกนหนั้งเป็นกนเปลยไม่สามารถ เกลอนไหวไข้กำลังไค้เหมือนกนทั่วไป แต่เขามืวิซาดอย่างหนั้งคือติลปะดด ก้อนกรวด เขาสามารถคืดก้อนกรวดเล็่กๆไปทํ่ใบไมืใหญ่ๆ ทอยู่บนค้น ทำ ให้ ใบไม้เป็นรูเล็่กๆ เป็นรูปลัตว่ต่างๆไค้เมอแสงอาทิตย่ล่องผ่านรูเหล่านั้นลงมา ทพนดิน จะปรากฏเป็นรูปลัตว่นั้นๆ ทพ็้นดิน เขาอาคัยดิลปะนั้แสดงให้เค็่กๆ คู เค็่กพากันชอบใจ จึงให้อาหารแก่เขาเป็นการตอบแทน เขาจึงอยูทั่โกนค้นไม้ นั้นตลอดเวลา ^๕^ พระ!มหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
วันหนงพรร;ราซาเสค็่'จผ่านไป เห็่นรูปร'ฅวัต่างๆ ทพนคินก็่เสค็่จ เข้าไปถาม เมอทราบว่าเป็นtlมือของชายเปลิ้ยคดก้อนกรวดจึงให้นำเซาไป ทพระ:ราซวัง ทรงรับร่งให้เซาคดมูลแพร:ไต่ปากปุโรหิตในเวลาประ:ชุมชุนนาง เพราะ:ในเวลาประ:ชุมชุนนาง ปุโรหิตซอบพูดมากไม่เปิดโอกาสให้กนอนพูดบ้าง แบ้พระ:องกก็่ถูกแย่งพูดประ:จำ เมอมืการประ:ชุมชุนนาง ซายเปลยหลบอยูในม่านพร้อมมูลแพะ:ทปิน เป็นเม็่ดเล็่กๆ ทํ่พระ:ราซารับร่งใหิจัดหาไว้ ปุโรหิตก็่พูดไม่ยอมหยุด เมอเซา อ้าปาก ซายเปลิ้ยก็่คดมูลแพะ:ไต่ปากเซาทุกกรั้ง กงอย่างนั้นปุโรหิตก็่ยังไม่รู้ตัว ยังพูดต่อไปจนพระ:ราซาตรัสเตือนให้กรบไปบ้านแล้วถ่ายท้องเต่ย ปุโรหิตไค้สติ รู้ตัว เกิดกวามละ:อายจึงรบกรบบ้านไปถ่ายห้อง จากนั้นก็่กลายเป็นกนไม่พูดไป พระราชาทรงพอพระราชหฤทัยจื้งพระราชทานรางวัลร่งฃองมากมาย แก'ชายเปลิ้ยพร้อมทั้งบ้านdวยเพื่อให้เก็่บกินผลประโยชน เขาจงมชวิคอย่าง เปีนลุฃนับแค่นั้น ซายกนหนงเห็่นซายเปลยไค้รับซองพระ:ราซทานมากมายเซ่นนั้นจึง อยากจะ:ไค้ กีดว่าแม้เราก็่กวรจะ:เร้ยนติลปะ:คดกรวดนั้!ว้บ้าง จึงไปหาซาย เปลยซอเรยนวิซานั้น แต่ซายเปล็้ยไม่ยอมให้ ซายยู้นั้นก็่กีดว่าไม่เป็นไร ต่อไป กงจะ:ให้เอง จึงไค้เทยวไปเทยวมาหาเซา ไมไค้มาซอวิซา แต่มาทำกวามดเซ่น นวดมือนวดเห้าให้บ้าง หาซองกินทแปลกมาให้บ้าง มาซวนกุยเรั้องนั้นเรํ่องนั้ ให้สบายใจบ้าง ทำ อย่างนั้เป็นเวลานาน จนซายเปลิ้ยเห็่นใจว่าเซามาอุปการะ: ซ่วยเหลือและ:มืกวามพยายามจึงบอกกีลปะ:ดดกรวดให้เขาเรยน เข้าทำนองทว่า อนเสาหินแปดศอกตอกเร็่เนหรก ไปมาผรกปอย เข้าเสายังไหว www.kalyanamitra.org
เมอเขาเรยนจนชำนาญแล้วจึงลาชายเปลยผู้อาจารย อาจารยร่'งว่า ถ้าจะทคลองวิชา ก็่จงพิจารณาคูให้แน่ ถ้าทศถองกับร'ฅวกี่'V:!เ^ย^นไหม ถ้า ทศถองกับกนทเขามพ่อแม่กี่จะถูกปรับมาก กงหาค่าปรับไมไถ้ ถ้าทศถอง กับกนทเขาไม่มพ่อไม่มแม่ ไม่ถ้องเกี่ยค่าปรับอะไร ก็่พิจารณาคูให้ค อย่าให้ เสือคร้อน อาจารย่เสือนอย่างนั้น เชารับกำอาจารย่แล้วก็่ไปหาผู้ทํ่จะทคลอง เห็่นแม่โกคัวหนั้งแค่ม กนเลยงอยู่ กิคว่ามเจ้าชอง ทคลองไมไค้ เคินไปพบเค็่กกนหนั้งเล่นอยู่ก็่กิคว่า เค็่กเชามพ่อมแม่ ทคลองไมไค้ จะเส์ยก่าปรับ เคินหาค่อไปอก ชณะนั้น พระปิจเจกพุทธเจ้าองกํหนั้งซอว่าสุเนฅฅะ เคินไปบิณฑบาฅ อยู่ ชายผู้นันเห็่นท่านแล้วก็่กิคว่า พระองค้นไม่มพ่อไม่มแม่แน่นอน เรา คดก้อนกรวดแล้วคงไม่ต้องเส์ยอะไร เมํ่อท่านเดินผ่านมาฅรงหน้าคนจึงคค ถ้อนกรวคออกไปทํ่ช่องหูชวาชองท่าน ถ้อนกรวคนั้นเช้าช่องหูชวาทะลออกไป ทางช่องหูช้ายชั่วพริบคา พระปีจเจกพุทธเจ้าไถ้รับกวามเจ็่บปวศมาก เกิศทุกขเวทนาอย่าง แรงกถ้า ไม่อาจเกินต่อไปไศจึงเหาะกกับมาทบรรณกาถาแถ้วปรินิพพาน ณ ทินิน มหาชนเมึA๋อ^ไมI่เdห็่นพระฮจเจกพุทธเจ้าไปรับบิณฑบาตจึงไคไปท บรรณศาลากัน เห็่นท่านปรินิพพานเส์ยแล้ว จึงถามไถ่กันว่าใกรทำร้ายท่าน ชายยูนนก็่รับว่าฅนทคลองวิชาไม่นกว่าจะมผลรุนแรงถงชนาคนั้มหาชนไคยน คังนั้นจึงพากันรุมเฅะค่อยและฅค้วยไน้จนเชาคายไป เพราะบาปกรรมอันหนักค้วยการทำให้พระปีจเจกพุทธเจ้าปรินิพพาน เชาจึงไปบังเกิคในอเวจึ หมกไหม้อยู่ในนรกนั้นนานจนแผ่นดินลูงไค้หนั้งโยชน่ ๑๕๘) พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เศษบาปกรรมยังส่งผลให้กลับมาบังเกิคเป็นเปรตอยู่ทํ่เขากิซฌกูฏ ตามทพระ มหาโมกลัลลานะ:ไค้เห็่น ชายผู้นั้นเป็นคนมสิลฟ้มวิชาแตไร้ส์ลควบคุม จงไร้สติ ไร้การ ควบคุมการกรรเทำ ไมคานงถงเวรกรรมทจร:ตามมา เมือล่วงลร:เมิดสิลแล้ว จี้งทำกรรม ทำ แล้วกึ๋ใด้รับโทษรุนแรง พระ:บรมศาศคาตรัสเส่าบุรพกรรมของเปรตนั้นแล้วตรัสว่า \"ภิกษุทั้งหลาย ภิลปะกึ่ฅ ความเปีนใหญ่ก็่ศ เมอเภิฅขนแก่คนทไศ้ ชอว่าคนพาล ย่อมเกิคขนเพอความฉิบหายอันหาปTะโยชนมิไค้ ค้วยว่าคน พาลไคTบภิลปะหรือโ^บความเปีนใหญ่แล้ว ย่อมทำความฉิบหายให้แก่คน โดยก่ายเคยว\" จากนั้นไค้ตรัสพระ;กาถานั้ว่า ยาวเทว อนตุถาย ฌตฺตํ พาลสฺส ชายติ หนฺติ พาลสฺส สุก.กํล่ มุท.ธมสฺส วิปาตยํ ฯ กวามรู้(กือสิลปะ: กวามเป็นใหญ่ และ:ยศ)ย่อมเกิคแก่ กนพาลเพํ่อทำกวามฉิบหายให้เท่านั้น กวามรู้นั้นย่อม ทำ ใหปิญญาของกนพาลนั้นตกไป ฆ่าส่วนทเป็นกุศล ธรรมของเขาเลย. จากเรอง ^ฏ^กูฏเปรต พาลวรรค อรรถกถาธรรมบท พ^^ aamaaiสิอ /๑๕๙ www.kalyanamitra.org
jj เ£_ โบราณส์อนให้คำนึงป็ย่อึงม ว่า คับทํ่อยูไต้ใน่ว่าขาM แต่ คับใจอยู่ยาก ลำ บากนาน มักรำกาญเรองฟ้อนสะเทือนใจ. อมทอง ๑•£>^^ พรgมหาโพธวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org
(ร)cri เพราร;อิจฉาจงตาร้อน vJ fllJโบราณมักสิ'งสอนลูกหลานว่า ความอิจฉาตาร้อนไม่ดไม่ควร ไปอิจฉาตาร้อนใคร ควรจร;อนุนเทนายินดต่อเขาดกว่า อะไรทำนองน แสคงว่า มกวามเข้าใจในกำนเป็นอย่างค อิจฉาในกำพระไข้ว่า อิสสา หมายถึง ความริษยา, ความไม่อยากให้ คนอนไmไปกว่าฅัว,นิห้ยทเห็่นเขาไห้คแล้วทนอยูไมไฅ้ านmnmrnuhxi อารมณพล่านไป บางกรั้งเราพูคฅิคกันไปว่า อิจฉาริษยา อิจฉานจคเป็นอุปกิเลส เป็นเกรั้องเศร้าหมองใจ กือเมอเกิคฃ็้นแล้วก็่ ทำ ไห!จเศร้าหมองขุ่นมัวไม่ผ่องใส บางกรั้งเกิคปะทุขนทำให้เกิคกวามโกรธไม่ พอใจ เกิคหงคหงิคงุ่นง่านทุบฅข้าวของเถึยหาย หรือไม่ก็่ไปลงหาเรั้องรุกราน กนทฅนสามารถทำไค้ ทคแทนการทไปทำกับกนทกัวอิจฉาไมไค้ เซ่นไปลงท ภรรยา ลงทบุฅรธิคา หรือลงทบริวารลูกน้องของคัว เพราะเมอใจหงุคหงิค แล้วก็่ปราศจากสติ เมึ๋อใจและกวามกิคสิ'บสนกวบกุมไมไค้แล้ว จึงไปทำสิงท ไมเหมาะไม่กว^ม^า^ฟ้ a«maai§a /๑๖๑ www.kalyanamitra.org
ถ้าไม่อาจทำให้อจฉาความริษยานิ้ระงับลงได้ บางครั้งกี่อาจกระทุ้ง จิฅให้บ้าคลั่งจนถึงคิศทำลายล้างคนทเขาไดฅซงเป็นด้ศรูของตนหริอเป็นคน ทศนไม่ขอบ หาทางทำลายล้างด้วยอุบายต่างๆ หากไม่ถึาเรจด้วยอุบายกี่อาจ ลงปีอทำรายเขาด้วยตัวเองซงหบ้า ทำ นองเมอตัวเองไมได้ คนอนกี่โม่ควรได้ จำ ด้องตายด้วยกัน ดังนั้นท่านจึงกล่าวไว้ว่า ความริษยาฟ้นเครองทำลายโลก เ!เนสิง ททำให้โลกวิบติ เพราร;อิจฉาทำให้'เกิดทุกฃเกิดความเดือดร้อนอย่างน็้ จึงกล่าวว่า เพรารเอิจฉาจึงตาร้อน กำ ว่า ตา ในทนั้หมายถึง คราว, เวลา, โอกาล ตาร้อน จึงหมายถึง คราวเคือศร้อน, เวลาทด้องเดึอดร้อน กือเมอเกิคกวามอิจฉาขนมา ก็่ถึงกราว ทรอเวลาทต้องเสือคร้อน เพราร:เมอเห็่นกนอนไต้สืกว่าดัว ซงดัวไม่มหรือไมไต้ อย่างนั้น ไม่ว่าจร:เป็นยู้ทฅนชอบหรือไม่ขอบก็่ฅาม ก็่ทนไมใต้ สือทนรู้ทนเห็่น เขาเสวยสุข สนุกสนาน หรือสืกว่าดัวไปไมใต้จร:หงุคหงิคง่นง่านไม่สบอารมโน เมอเป็นอย่างนั้แสคงว่ามกวามอิจฉาเกิดขน เมอเกิคขนแล้วกวามทุกฃก็่เข้ากุม จิตใจ เมอใจไม่สบาย กายกื่พลอยเป็นตามไปต้วย อันทจริงความอิจฉานลามารถควบคมได้ เมอเกี่นเขาไคศกี่เปีดใจให้ กว้าง จะได้เห็่นความเป็นไปตามปกติของคนเรา ยอมรับความจริงทเกิดชนกับ คนอนซงมการพัฒนาขนจนไดรับผลฅตอบแทน เมอเขาทำด เขากี่ย่อมไดรับ มลด ไดรับความเจริญล้าวหบ้าไปตามปกติธรรมดา ไมวาใครกี่ลามารถเป็นได้ ทัง้ลั่น เมอเขาได้ดแล้วแทนทจะไปอิจฉาเขา ควรทจะชนชมยินฅในล่งดทเขา ไดรับ จะทำให้ตนมความแช่มชนเบิกบานไปด้วย ๑๖1^ พรgมหาโพธวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org
แต่การควบคุมความอิจฉามิให้เกิดข็้นน็้มักจรเกส่าวกันว่ายาก มักหนา ส่วนใหญ่เมอเห็่นกนอนไค้คแล้ว มักจะมองว่า เขาไม่ศวTไต้ทเขาม ทเขาไต้นนก็่เพราะม่การทุจริต มการเห็่นแก'พวก ผูไหญ'หริอผู้มอำนาจในการ ไห!ม่ยฅิธรรม หริอศิศว่าเขาใช้อำนาจใช้อทธิพถมังศับ ใช้เงินทองหว่านจึงไต้ มา อะไรทำนองนิ้ เมอมองอย่างน็้ก็่สรุปว่าเขาไม่กวรไค้ จึงทนไมไค้ การมองของตัวอย่างนั้นอาจถูกต้องก็่ไต้ แต่เมอเขาไศศมาแต้ว ตัว จะไปทำอะไรไต้จะไปแกไขหริอไปต่อว่าเขา หริอไปอิจฉาเขา เขาจะเคือศร้อน เขาจะปฏิเปธคืทไต้มาก็่หาไม่ เขาจะเปีนทุกขหงคหงิศก็่หาไม่ รูอิจฉาเขาต่างหาก ทํ่ม่ตาร้อนไปตามลำพัง มใจหงุศหงิศอยู่ตามลำพัง หากคนทไตดเขารู้ว่ามศน ตาร้อนเพราะอิจฉาตนอยู่ เขาอาจหัวเราะเยาะหริอพูคเยาะเย้ยฝากศนอนไว้ ให้คนทอิจฉารู้แต้วง่นง่านเพมขนก็่ใต้ แล้วเรึ๋องอฟ้.รจรเไปอิจฉาเขา เมึ๋อไม่อาจยินดกร;เขาได้ กึ๋นงเฉย เส์ย ทำ เ!เนไม่รู!ม่ซ็้เสิย กึ๋ใม่ด้องมอร;ไรมาติดด้างอยูในไจ แด่ล้าทำไมไค้ มเงอนไข มฃ้ออ้างมากมาย แล้วไปอิจฉาเช้า กึ๋รบ ภาวร;ฅาร้อนไปช้างเค้ยว โคยทํ่ไกรกึ๋ช่วยอร:ไรไมไค้ มิใช่เฉพาร;กฤหัสถซนเท่านั้นทมกวามอิจฉา แม้พรร;สงฆครั้งพุทธกาล กึ๋มอย่างเหลือเชอ มกวามอิจฉาริษยาทซาวบ้านไปค้กับพระ:รูปอน กิคว่า เป็นการมองช้ามฅนโคยไม่เห็่นกวามส่ากัญของตัวไป เมอทำกับพรร;ไมไค้กึ๋หัน ไปเส่นงานซาวบ้าน พูคจากรร;ทบซาวบ้านทอุปกัมภคนมา ซาวบ้านก็่ค้องปส่อย ไป เมอถูกพรร;สงฆลงโทษกึ๋กลับไปขอโทษซาวบ้าน แคไม่กล้าเช้าหน้าซาวบ้าน ทำ ไหตัวเคือคร้อน ต้องพงพระค้วยกันไปช่วยออกหน้า จึงขอโทษซาวบ้านไค้ อ้ชเพสิอเร่อ_£^^ www.kalyanamitra.org
ฟ้นบทเรยนชวิตทส์าคัญ ทความอิจฉาริษยานั้นหากเกิดขนแกใคร ก็่ทำ ให้^นั้นกงตาร้อน ต้องเดือดร้อนวุ่นวาย ต้องงุ่นง่านดนไป หาความสุข i M JL/ เพราะ:เ?]นเรองอันเหลือเชอทเกิคฃนแล้ว ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐาน ไว[นอัมภร ^ เรองเกิดขนทํ่มจฉิกาสิณฑนครแลรเมืองสาวัตถ ในบัจฉิกาลัณฑนคร มคฤหบดกนหนงซอ จิตตคฤหบดื วันหนง คฤหบคนั้นเห็่นพระมหานามเถระ: ผู้เป็นองกหนงในพระ:ปิญจวัคคย เทยว บิณฑบาฅอยูในเมือง เกิดศรัทธาเลอมใศในอิริยาบถและ;ในสมณสารูปของ ท่าน จึงรับบาดรแล้วนิมนฅใหไปฉันทบ้านของฅน เมอพระ:เถระ:ฉันเสร็่จแล้ว ไค้นิมนด!ห้ท่านแสดงธรรมใหใ?ง ในขณะ:ทใเงเทศนา จิดดคฤหบดไค้ลืงจิดไปดามกระ:แสเทศนาแล้วไค้ บรรลโสดาปิดฅิผล เป็นผู้มืศรัทธามั่นคงในพระ:รัดนดรัย ค้องการทจะ:ทำบุญให้ ยํ่งฃนไปอิกจึงถวายสวนอัมพาฏกวันซองดนแค่พระ:เถระ:เพํ่อสร้างเป็นวัค เมึ๋อ พระเถระ:รับแล้วก็่คำ เนินการสร้างเป็นลังฆารามขน วัดนั้นเมั่อสร้างเสร็่จแต้วได้ซอว่า วัดมจฉิกาต้ณฑ เป็นวัด^หญ่ โด เป็นสถานทเปีดไว้ส์าหรับภิกษุผู้มาจากทิศนั้งลื โดยมืพระสุธรรมเถระ เป็นเจ้าอาวาสองคแรก พระสุธรรมเถระเป็นช่างก่อสร้าง ไปรับบิณฑบาดทบ้านจิดดคฤหบด เป็นประจำ จิดดคฤหบคมืความศรัทธาและไว้!จพระสุธรรมเถระมาก เมอนิมนฅ พระสงฆหรือเชิญผู้!คไปวัคทจะไม่บอกพระเถระก่อนเป็นไม่มื ^๑^๔) พ หาโพธิวงศาจารฆ์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ต่อมา พระ;เถระหลายรูปค้วยโณเซ่นพระสารบุฅรพระ:มหาโมกคัลลานะ พระมหากัพายนะ พระอุบาล พระอานนท พระราทุล ไค้เทยวจาริกเรอยไป จนถงมัจฉิกาคัณฑนคร จิฅฅกฤหบคทราบซ่าวก็่คใจ ไคไปหาพระมหาเถระ ทั้งหลายถึงทพัก แล้วนั่ง ณ ทสมควรค้านหนั่ง พระสาริบุฅรไค้กล่าวธรรมกถา แนะนำจิฅฅคฤหบคให้เห็่นแจ้ง ให้ สมาทาน ให้อาจหาญ ให้ร่าเริง เป็นทปลาบปลมใจแก่คฤหบคเป็นอย่างยง จึงไค้กราบนิมนฅพระมหาเถระกับพระสงฆทั้งหมคไปฉันทบ้านของคนในวัน รุ่งขน เมอท่านรับแล้วก็่กราบลาไปทวัคของคน นิมนฅพระสุธรรมเถระไปฉัน ทบ้านค้วย พระสุธรรมเถระกิคอย่างน้อยใจว่า เมอก'ปีนจิศฅคฤหบดน็้ประสงก จะนิมนฅพระหรืปีเชิญรูใศ ฅ้ปีงมาบปีกเราก่ปีน แศ่เศึ๋ยวนิคฤหบฅ!ม่บปีกเรา ก'ปีนไปนิมนฅพระมหาเถระปีาคันๆกะ เป็นการข้ามหน้าเรา แสดงว่าลบหลู่ เมินเฉย ไม่พปีใจในคัวเราจึงเกิคอารมโนโกรธไม่พอใจคฤหบค เห็่นว่าไปเอาใจ พระอาคันตุกะมากกว่าคน ชงคนยอมไมไค้ จึงไม่ยอมรับนิมนฅ ทั้คิคอย่างนก็่ด้วยเกิดความอิจฉาในพระมหาเถระอยู่ในใจ แม้จิฅคคฤหบคจะนิมนฅหลายครั้งค้วยความเคารพก็่ยังปฏิเสธ เหมอนเคิม คฤหบคจึงกิคว่าท่านจะรับนิมนฅหรือไม่รับนิมนฅก็่ทำอะไรให้เรา ไมไค้ จึงกราบลาออกไป ค้วยความไม่พอใจทคฤหบคค้อนรับและเอาใจพระมหาเถระทังหลาย เหมือนมองข้ามคนไป ทำ ให้พระสุธรรมเถระเกิคความหงุคหงิค แคกทำอะไร พระมหาเถระทั้งหลายไมไค้จึงในวันรุ่งขน กิคว่าล้าเราไมไปก็่จะไม่รู้ว่าคฤหบค จัคอะไรถวายพระอาคันตุกะบ้าง จำ ค้องไปคูใหรู้'แน่ จึงถึอบาครไปบ้านของ คฤหบคแต่เข้าครู่ก่อนทพระมหาเถระทั้งหลายจะไปถึง www.kalyanamitra.org
จิฅฅกฤหบคออกมาต้อนรับแล้วนิมนฅให้เข้าไปนั่ง แค่พระสุธรรม เถระปฏิเสธว่าไม่นั่ง รักออกไปบิณฑบาต แล้วเดินดูอาหารทเขารัคไว้เมอเห็่น อาหารและร่งของอันประณตมากมายก็่ทนดูไมไต้ ยํ่งเกิคความอิจฉากับแค้น ใจมากขน จึงกล่าวเสิยคสีกฤหบคว่ายังขาคของส์ากัญอย่างหนงไป กฤหบค ก็่ถามว่าขาคอะไร พรร;สุธรรมเถระกล่าวว่าสิงส์ากัญฑขาดไปก็่คึอ ขนมแดกงา จิตตกฤหบคไต้ยินกังนั้นก็่รู้'ว่าพระสุธรรมเถระเสิยคสีตน จึงกล่าว อย่างนอบน้อมว่า *'ท่านขอรับ เมอพระพุทธพจนก็่มฅั้งมากบาย แต่ท่านไมไค้กล่าว พระพุทธพจนเลย กลับมากล่าวว่าขนมแคกงา ท่านขอรับ เรองเคยมมาแล้ว พ่อค้าทางใฅไค้[ปค้าขายทางภาคตะวันออก พวกเขานำแมไก'มาจากทนั้น ต่อมาแมไก่นั้นไปลมล่กับพ่อกาแล้วออกลูกมา คราวทลูกไก่นั้นจะร้องอย่าง กา กลับร้องเป็นเล่ยงกาปนไก่ คราวทค้องการขันอย่างไก่ กลับขันออกมาเป็น เล่ยงไก่ปนกา ฉันใคก็่ฉันนั้นแล เมอพระพุทธพจนมมากมาย แต่พระคุณเจ้า กลับมาพูฅอะไรว่าขนมแคกงา'' พระเถระไคยนกังนั้นก็่โกรธลืมตัวบอกกฤหบคว่า \"คฤทบคต่าอาฅมา นั้นเป็นวัคของท่านอาคมาไม่อยู่แล้ว\" แม้กฤหบคจะทัคทานเพอให้อยู่ค่อไปก็่ ไม่ยอมไต้เดินทางไปเมืองสาวัตถ เข้าไปเ&าพระพุทธองกัแล้วกราบทูลเล่าเรอง ทตนกับกฤหบคพูคกัน พระบรมศาสคาทรงสกับแล้วทรงตำหนิพระสุธรรมเถระอย่างยืคยาว ว่า ทำ ไม่เหมาะ ไม่ลม ไม่ควรมิใช่กิจของลมณะไชIมไค้1ม่ควรทำ จิฅตคฤหบค เป็นอุบาลกนู้มลรัทธาเลอมใลนั้นคง เป็นทายกนูให้ เป็นลัปป็ยการก เป็น /๑๖๖^ พygมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ถูก^ษย เปีนนู้บําTงf^งฆ เหตุใดจึงไปพูศกศพูศข่มด้วยถ้อยคำทตาช้า การทำ เข่น^ม่เปีนไปเพอดวามเลอมโ^ซองปวงชนทยังไม่เถอมใสเลย จากนั้นทรง รบร่'งให้สงฆทำ ปฏิสาราณยกรรม คือการให้รร:ลึกถึงความผิคแก่เธอ ให้เธอ ไปขอโทษจิฅฅคฤหบคืเลึยจึงจร:พ้นโทษ พรร:สุธรรมเถรร:บากหน้ากลับไปทมัจฉิกาสิ'ณฑนคร แฅ่ก็่ลร:อาย เก้อเขิน ไม่กล้าเข้าไปหาจิฅฅคฤหบคืเพอขอโทษ จึงกสิบไปเมืองสาวัฅถึอก พรร:สงฆถามพรร:สุธรรมเถรร:ว่าไค้ขอโทษจิฅฅคฤหบคืแล้วหรอยัง เมอพรร: เถรร:บอกว่ายังเลย จึงไปกราบทูลเรองแค่พรร:พุทธองก พรร:บรมครูทรงทราบล่วงหน้าอยู่แล้วว่าพรร:สุธรรมเถรร:ไม่กล้า ขอโทษจิฅตคฤหบคื แค่ทรงค้องการไห้พรร:สุธรรมเถรร:ผู้กรร:ค้างค้วยทิฏขิมานร: ไค้คลายทิฏขิมานร:ลงค้วยการไห้เดินทางไปกสิบ ๓0 โยชน จึงไห้[ปค้วย ลัวเอง เมอเธอไค้คลายทิฏฐมานร:ออกไปมากแล้วกลับมา จึงเรยกเธอมาแล้ว ไค้ตรัสสอนเธอว่า \"รรรมดาสมณ:!ไม่ควรทำมานะดวามถือคัวและดวามริษยาว่าวิหาร ชองเรา ทอยู่ของเรา อุบาสกของเรา อุบาสกาของเรา เพราะเมอสมณะทำ อย่างนั้น เหล่ากิเลสมดวามริษยาและมานะเปีนด้นคักเ'Vริญขน\" คังนั้แล้วตรัสพรร:คาถาว่า อสนฺตํ ภาวมิจฺเฉยย ปุเรกขารฌฺจ ภิกฃสุ อาวาเสสุ จ อิสฺสริยํ ฯ เป ฯ อิติ พาลสส สงกปโป อิสสา มาโน จ วฑฒติ ฯ www.kalyanamitra.org
ภิกษุพาลมักปรารถนากวามศรรเสริญในร่งทฅนไมม พิ กวามห้อมล้อมในหมู่ภิกษุ กวามเป็นไหญในอาวาส แลร:การบูชาในตระกูลของกนเหล่าอน ภิกษุพาลย่อมมกวามดำริว่า \"กฤหัสถและบรรพชิต ทั้งสองฝ่าย'ไเงเข้าใจว่างานททำเสร็่จแล้วเป็นเพราะ อาหัยเรายู้เคยว กฤหัสถและบรรพชิตเหล่านั้นจงอยูใน อำ นาจซองเราผู้เคยว ในบรรคาภิจน้อยใหญ่ทั้งหลาย ไม่ว่าภิจอะไรๆ ก็่ตาม\" กวามอยากและความถือตัว ของเธอย่อมขยายตัวขน. จากนั้นพระบรมกาสคาไค้ล่งเธอไปขอโทษจิตตกฤหบคกับพระอนุทูต รูปหนั้งเพอเป็นเพอนและเป็นสิ'กฃพยาน เธอจิงกล้ากสิบไป เมํ่อไปถืงบ้าน กฤหบคแล้วพระสุธรรมเถระไค้ทำคืนอาบัติในกลองจักษุของกฤหบค แล้วกล่าว ดำ ขอโทษ กฤหบคืก็่ยกโทษให้เธอก็่พ้นจากโทษปฏิสาราณยกรรม จากนั้นก็่ทั้ง อยูในกวามไม่ประมาท ทั้งใจป้าเพ็่ญธรรมตามพระโอวาทพระบรมกาสคา โคย ๒-๓ วันต่อมาเธอก็่ไค้บรรลุพระอรหัตผลพร้อมค้วยปฏิสิมภิทา เมึ๋อความอิจฉาหมดไป ความฅาร้อนก็่หมดสิน ด้วยปรร;การฉร;นั้. จากเรอง ปฏิ{แราฌยกรรม กันนขันธกร วินัยปีฎก แถรเรปีงพรร^ธรรมเถรร พาลวรรค อรรถกถาธรรมบท ^๖๘ไ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
(ฝ อานภาพพร;1{ไตรรตน่ พT๙ไตรรตน หรอ พรร;รฅนตรย อันไค้แก่ พรร:พุทธ พระ:ธรรม พระ:สงฆนั้น อัคว่าเป็นรัฅนมณทํ่มก่ายํ่งกว่ารัฅนะ:ใคๆ ในโลก มทั้งกุณและ: ค่ามากล้นสุคทจะ:พรรณนา มกวามขลังอักคิสิทธิมอานภาพคืออำนาจและ: กวามยั๋งใหญ่มหาศาล อานุภาพของพระ:ไฅรรัฅน หากแยกประ:เภทไปแค่ละ:ค่วนย่อมไค้ ขัคเจนคังนิ้ พรร;พุทธ ชํ่อว่ารัฅนะ: เพราะขจัดภัยพิบัฅิแก'fiTwS'ตว โดยแนะนำ ร่งสอนให้ตงอยูใน^งทเปีนประโยชน ให้ทาร่งmปีนคณความด แสะภัองภัน มิให้ตกอยูใน^งทไม่เปีนประโยชน พรร;ธรรม ซอว่ารัตนะ: เพราะนำผู้ปฏิบัติตามให้พ้นทุกขภันดาร ในภพ แสะให้ประสบดวามแช่มชึ๋นใจอันเกิดจากการปฏิบัติตาม อัชเฬสิอเร่อ /๑๖€^ www.kalyanamitra.org
พรร;สงฆ ซํ่อว่ารฅนi เพราะทำผู้อปถัมภป้ารงให้ประสบผลอ'นไพบูลย ไค้อานิสง^สมปรารถนา กล่าวโดยสรุปก็่คือพรร;ไตรรัตนมอานุภาพในการกำจดทุกข กำ จด ภย กำ จดโรค แก่สรรพรตว นำ ให้เกิดสวสดิมงคล ให้เกิดรนติสุข แลร;นำ ความมโชคมชัยมาให้ เรองอานุภาพพระไฅรรัฅนนฅูเหมือนจะเปีนเรองเหลือเชอไม่น่าเปีน ไปไค้ หรอคูจะเกินเลยไปมาก จะเปีนไค้อย่างไร อะไรทำนองน แฅ่เรองนมิใช่ อยู่ทเชือจงมื ถ้าไม่เชอกใม่มื มิใช่เช่นนั้น แฅ่เปีนเรองทมืเปีนปกติอยู่แล้ว อยู่ ท^ฅจะไครับผลอานุภาพนั้นเท่านั้น ผู้มศรัดธามันคงอยูในพรร;ไตรรัตนํ มึใจแน่วแน่แนบสนิทอยู่กบพรร; ไตรรัตนํ แลร;ผู้ทเคยได้รับผลรมฤทธิจากพรร;ไตรรัตนํด้วยตวเอง ย่อมเชํ่อ อานุภาพของพรร;ไตรรัตนโดยไม่รงเลแลร;ไม่เปลยนแปร แม้จร;มผู้มากล่าว มาแสดงว่าพรร;ไตรรัตน!มมอานุภาพไม่มคุณอร;ไรอย่างนั้นอย่างนก็่โม่รู้รก คล้อยดาม เพราร;ตนได้ปรร;สบผลอานุภาพมาด้วยตวเอง บุคคลผู้ทไครับผลจากอานุภาพพระไฅรรัฅนนั้นย่อมไครับโคยฅรงก็่มื โคยอ้อมก็่มื คนรู้กมืไม่พูมื ต่อเมือไฅร่ครองรอบคอบค้วยโยนิโสมนกิการหรอ ค้วยปีญญาอันชอบแล้วย่อมรู1ค้อย่างชัคเจน ฅนททำบุญกุศลร่งสมไว้เป็นอเนกปรร:การดั้งแด่อคฅชาติจนถึงชๆฅินั้ ย่อมมโอกาสไครบผลจากบุญมากกว่ายูอนซงร่งสมบุญไว้เฉพาร;ในชาตินั้ ชง เป็นเรํ่องทยอมรับกันในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรมว่า ปุพเพกตปุญญตา คือความเป็น ผู้มบุญเคยทำไว้!นอคืตนนย่อมเป็นมงคลสูงสุดของชัวิต กังนั้นจึงไครับผล ^๗o) พรรมหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
แห่งบุญนั้นโดยประ;การต่างๆทั้งนเพรๆร;มฐานทฟ้าให้ร่งสมบุญไว้กสือความ มืใจศรัทธามั่นคงอยูในพรร;ไตรรัตนั้ อานุภาพของพร2ไฅรรัฅนจึงแผ่ปกก้มให้ ทำ ในล่งทฟ้นบุญไค[คยสะดวก ห้องกันมิให้เกิดทุกฃเกิดภัยอะไร ด้วยพรร;ไตรรัตนมอานุภาพกว้างขวางแลร;ยงใหญ่ฉะนั้ ท่านจึง แนร;นำให้มั่นอยูในพรร;ไตรรัตน!ม'เปล่ยนแปร ยามใดมทุกฃ ไม่สบายใ'จ ไครับกวามลำบาก มกวามกับขันในเรอง ใด ก็่ให้ทั้งสติให้แน่วแน่มั่นกง ทำ ใ'จให้มั่นกง หลับดาน้อมระลึกถึงพระไตรรัฅน่ ภาวนาในใ'ๆถึงบทพระพุทธคุณว่า อิติปิ โส ภร;คร;วา ไป'จน'จบ ต่อด้วยบท พระธรรมคุณว่า สวากฃาโตไปจน'จบ และต่อด้วยบทลังฆคุณว่า สุปร;ฏิปีนโน ไปจนจบ แล้วทำสมาธิลักกรู่หนง ทำ ได้เซ่นนั้ฅลอดเวลา ก็่จะสามารถมสติ ม ปิญญา มองเห็่นทางแโไฃกวามทุกข!คชัดเจน หรือกวามทุกฃจะก่อยกล่กลาย ไปเรอยๆ หรือหมดล่นไปโดยพลันก็่ใด้ ยามใดมภย เกิดกวามสะคุ้ง กวามกลัว หรือหวาดเลึยวขนลุกขนพอง เซ่นเดินทางกนเคยว อยู่ในทมืด หรือก้องเผชิญภัยเฉพาะหน้า กี่น้อมระลึกถึง พระไฅรรัฅน ภาวนาในใจถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระลังฆคุณอย่างท กล่าวข้างด้นหรือหากเผชิญภัยเฉพาะหน้ารืบต่วนไม่อาจภาวนาได้นานขนาด นั้นกี่สามารถระลึกอย่างกะทัดรัด อย่างเซ่นกาถาทหมายถึงคุณพระไฅรรัฅน่ว่า อี-สวา-สุ เป็นด้น ชงพระโบราณาจารย่ท่านใข้เสกของให้กักคิ้ดิทธิ้กี่โด้ ขอให้ ใจมั่นกงแน่วแน่เท่านั้น ยามใตมโรค ทไมใซ่โรกเกิดแต่กรรม ไม่ว่าจะเป็นโรกทางกาย โรก ทางใจ หรือโรกทเกิดจากกวามอยาก กวามหิวโหย กี่สามารถบำบัดได้ด้วย อานุภาพพระไฅรรัตน่ โดยสวดมนฅภาวนาถึงคุณพระไฅรรัฅน่ทั้งสามบทข้าง www.kalyanamitra.org
ต้นนั้นให้แน่วแน่เป็นประ:จำ 'จะ!ทำให้[รกนั้นค่อยๆ อันตรธานไปเรอยๆ 'จนอยู่ เป็นปกติสุขอย่างธรรมคาไต้ อานุภาพเซ่นนั้ค่อนข้างเหลือเซึ๋อ แค่ยู้ททำไค้จริง ปฏิบติไค้จริง Ck I >1 I A d, Ck XI แล ในสมัยพุทธกาล ยู้ทํ่ไต้รบผล'จากอานุภาพพระ:ไตรรัตน่นั้มไม่น้อย ท่านผู้หนั้งเป็นถึงพระ:เ'จ้าแผ่นคินแฅ่มศรัทธาทำนุญร่'งสมมาแค่อคต พอไต้ยิน คำ ว่าพระ:พุทธพระ:ธรรม พระ:สงฆเท่านั้นก็่ชน่ใ'จมัก พระ:ราชทานรางวัลให้แก่ยู้ กล่าวถึงพระ:ไตรรัตน่จำนวนมหาศาล ยอมสละ:มัลอังกเสค็่'จไปเมัาพระ:พุทธเจ้า พร้อมกับเหล่า'อำมาตย่บริวารเพอฃอบวช กลางทางต้องผ่านแม่นั้า ไม่มเรือ ข้าม ไต้อธิษฐานจิตรำถึกถึงคุณพระ:ไตรรัตน่ ทำ ให้เกิคอัศจรรย่เตินข้ามแม่นั้า ไต้เหมือนเตินบนแผ่นหิน ต้วยอานุภาพแห่งพระ:ไตรรัตน่ แม้พระ:มเหถึชองพระ:เจ้าแผ่นตินพระ:องกนั้นก็่ทรงมืศรัทธา เมํ่อทราบ ข่าวว่าพระ:ราชสวามืเสค็่จไปบวชแล้วทรงมอบราชสมบัติให้พระ:นางกรอบกรอง พระ:นางก็่ไม่ปรารถนาจะ:กรองแผ่นดิน แค่ปรารถนาจะ:บวชเหมือนกัน จึงไต้ เสค็่จออกบวชตามพระ:เจ้าแผ่นติน ค่อมาทั้งหมคก็่ใต้เป็นพระ:อริยนุกกลสูงสุคในพระ:พุทธศาสนา เรํ่องอานุภาพแห่งพระ:ไตรรัตน่เป็นเรองอันเหถึอเซํ่อ ท่านจึงบันทึก เป็นหลักจุานไว้กัมภรํ ^๑๗ พระมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เรองเกิดฃนทํ่เมืองกุกกุฏวดนครแลร;เมืองสาวตถ เมืองทุกกุฏวคนกร มืพระเจ้าแผ่นคินพระนามว่า มหากป!]นะ พระมเหส์ พระนามว่า อโนชา ทั้งพระเจ้าแผ่นคินและพระมเหสิทรงมืพระบุญญาภินิหาร ทไค้บำเพ็่ญมาคแล้วในอคฅ จึงทรงเป็นราชา^งอยู่ในธรรม ประวติฃองทั้งสองพระองคนั้นมือนุปุพพิกถาว่า ในอดตกาล มืหมู่บ้านช่างหูกอยู่ไมใกลเมืองพาราณสิ กรั้งหนง พระปิาแจกพุทธเจ้าจึานวนพันองกอยู่ทป้าหิมพานค ปรารถนาสงเกราะหซาว บ้าน จึงพากันเคินทางมาทเมืองพาราณสิ เมอมาถงชานเมืองไค้ส่งพระปิจเจก- พุทธเจ้า ๒ว องกใปขอหัฅถกรรมกือฃอกำลังกนมาช่วยทำทพักต่อพระเจ้า พาราณ! กี่ในคอนนั้นเป็นฤคูแรกนาขวัญพอค พระเจ้าพาราณสิไค้ทรงสลับว่า พระปิจเจกพุทธเจ้ามาขอหัตถกรรม จึงฅรัสว่าวันนยังไม่มืโอกาส วันพรุ่งนกี่ ค้องไปประกอบพิธแรกนาขวัญ ไว่วันทสามจักส่งกนไปทำให้ ฅรัสแล้วกี่เสค็่จ เข้าทประหับ มิไค้นิมนฅพระปิจเจกพุทธเจ้าไว้เลย พระปิจเจกพุทธเจ้าจึงไค้ ออกจากราขส์านักมาโคยมิไค้อะไร ขณะนั้น ภรรยาของนายช่างหูกเข้าไปไนเมืองพาราณสิ เห็่นพระ ปิจเจกพุทธเจ้าทั้งสองนั้นจึงเข้าไปถาม กรันทราบกวามค้องการแล้ว จึงนิมนฅ พระปิจเจกพุทธเจ้าทั้งพันองกใปฉันทหมู่บ้านของคน เมอกลับไปสิงหมู่บ้าน นางไค้ป้าวประกาสไห้กนไนหมู่บ้านจัคเครัยม อาหารทั้งข้าวค้มข้าวสวยเพอเลยงพระปิจเจกพุทธเจ้า ไห้สร้างปะรำไหญ่ฃ็้น ทกลางหมู่บ้าน ปูลาคอาสนะไว้ วันรุ่งฃ็้น เมํ่อพระปิจเจกพุทธเจ้าพันองกํมา aamaai^a www.kalyanamitra.org
แล้วก็่นิมนฅให้ฃบฉันทปะรำ ช่วยกันอังคาสฉัคถวายอย่างพร้อมmfยง เมอ ท่านฉันเสร'จแล้วกึ่นิมนฅให้จำพรรษาอยูในหมู่บ้าน เมอทุกองครับอาราธนา แล้ว จํงไค้ป้าวประกาศให้ผู้ชายแท่ละคน'จากบ้านแค่ละหลังนำมดพร้าเข้าไป ดัดไมในป้ามาทำทํ่พักจำพรรษาชองพระปิ'จเ'จกพุทธเข้า ผู้ชายทุกคนรับอาสา ไปป้าชนไม้และใบไม้มาทำเป็นศาลาหลังเลี่ก มุงค้วยใบไมไค้ ๑,000 หลัง นิมนด!ห้พระปิ'จเ'จกพุทธเข้าพักองคละหลัง แล้วช่วยกันบำรุงพระปี'จเ'จกพุทธเข้าองคทอาดัยอยูในศาลาชองตนๆ เมอ ออกพรรษาแล้ว นางก็่ประกาศให้ทุกครัวเรือนอัดหาผ้ามาทำจํวรถวายพร:! ครัวละองค เมือออกพรรษาแล้วพระปีจเ'จกพุทธเข้าก็่กลับไปยังป้าหิมพานฅ คนเหล่านั้นหลัง'จากทำบุญ'นั้นแล้ว ก็่เป็นอย่สุชสบายตามปกติ หลัง 'จากสินชวิตแล้วทังหมดไปเกิดในสวรรคชันดาวดึงส์ ครั้นหมดบุญแล้วกี่'จติลง มาเกิดในตระกูลกุฎุมพยูมงคั่งค้วยกันทังหมด โดยหัวหน้าช่าง'คูกไค้เป็นบุตร ชองกฎม'ผผูใหญ่ตระกูลหนึ่ง ภรรยาช่างหูกไค้เกิดเป็นบุตรืชองทุฎุมพรูใหญ่ อกตระกูลหนึ่ง บริวารพวกพ้องกี่เกิดในตระกูลอนๆ เมอเ'จริญวัยแล้วค่างกี่ไค้ แท่งงานกันและกัน ยุคน้นเป็นยุคของสมเด็่จพระสมมาลัมพุทธเจ้าพรร;นามว่ๆกัสสปg วันหนึ่ง พวกกุฎุม'พเหล่านั้นทราบว่าในวิหาร'จะมืการแสดงธรรม โดยพระลัมมาลัมพุทธเข้า ดึงไค้พาภรรยาไปวิหารกัน พร้อมกับประชาชนอนๆ เนึ่อเข้าไปถึงกลางบริเวณวิหาร ฝนไคตงเค้าขนแล้วกี่ตกลงมา ฝูงชน ทมาค่างกี่หลบเข้าไปอาดัยอยูในกุฏิชองพระทเป็นญาติชองตนหรือทตน 'อุปกัมภบำรุงอยู่ ฝ่ายพวกกุฎุม'พไม่รู้อักใคร ไม่ค้นเคยกับพระองก!หน ดึงไม่ อา'จไปหลบทไหนไค้ ค้องยืนตากฝนกันอยู่กลางบริเวณนั้นเอง ^๗^ พรgมหาโพธิวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org
เมอพบกับศภาพอย่างน็้ หัวหน้ากุอุมพจึงกล่าวกับพวกกนของฅน ว่า พวกเฑศ้องมาปร:!สบภาวะทน่าเกลยศอย่างน' ช่างน่าอายนัก ธรรมดา กุถบฅรทั้งหลายถึงความถะอายด้วยอาการอย่างนิ้ก็่สมดวรแล้ว พวกเราถึง ภาวะอย่างนเพราะไมมสถานททด้นเคย พวกเราควรสละทรัพย่กันแล้วสร้าง บริเวณนใท้กันแดดฝนได้ จากนั้นก็่ลงขันกันกนละ ๑,000 กหาปณะ แล้วลงมือสร้างวิหาร ใหญ่มืเรือนยอคพันหลังแวคล้อม เพอเป็นทประหับของพระพุทธเจ้าและพระ สาวก เมอสร้างไปไล้ล่วนหนง เงินหมก จงช่วยกันบริจากอกกรัวละ ๕00 กหาปณะจึงสร้างเสร็่จ หลังจากเสร็่จแล้วก็่จักงานสมโกชวิหาร ถวายมหา ทานแค่พระสงฆมืพระพุทธเจ้าเป็นประมุขเป็นเวลา ๗ วัน การสมโภชหรือการฉลองวิหารหรือเสนาสนะทสร้างเสร็่จใหม่ๆ จึง เป็นรรรมเนยมทถือปฏิบติตามกันมาจนถงปีจจุบน กรรยาของกฎุมพัผู้เป็นหัวหน้าเป็นผู้มืปิญญา กิกว่าจักทำการบูชา พระสาสกาใหยงใหญ่โม่เหมือนกนอน จึงนำผอบกอกอโนชาหรือกอกอังกาบ กับน้าสาฎกลักอกอังกาบรากา ๑,000 กหาปณะไปวางทบาทมูลของ พระพุทธเจ้าก่อนทจะทรงอมุโมทนา กั้งกวามปรารถนาว่า เมอไปเกิดในภพใดๆ ซอให้มืผิวพรรณเหมือนดอกองกาบน และ ขอให้มืชึ๋อว่าอโนชานั่นแล พระพุทธเจ้ากัสสปะทรงทำอมุโมทนาว่าจงล่าเรืจอย่างนั้น อัพเพสิอเร่อ /๑๗๕ www.kalyanamitra.org
กนเหล่านั้นทั้งหมคเมอร้นอายุขัยแล้วไคไปเกิดในเทวโลก ในพทธ นาทกาลนั้ ไค้'รุฅิมาเกิดในเมืองกุกกุฏวคนกร กุฎุมพหัวหน้าเกิดเป็นพระ:ราช กุมาร เมอเจริญวัยแล้วไค้เป็นพระ:ราชาพระ:นามว่า พระ;เจ้ามหากัปปีนร; กน ทเหลือเกิดในดระ:กูลอำมาดย ล่วนภรรยาชองกุฎุมพเกิดเป็นพระ:ราชธิดาใน ศากลนกร มัททรัฐ ทรงมืพระ;ฉวัวรรณกล้ายลืดอกอังกาบจึงมืพระ;นามว่า อโนชา หญิงทเหลือก็่เกิดในดระ:กูลอำมาดย เมอเจริญวัยชนทั้งหมดนั้นไค้แต่งงานกันและ:กันค้วยอำนาจบุญกุศล ทํ่ทำ ร่วมกันมา และ:อยู่ร่วมกันในเมืองกุกกุฏวคนกร เป็นศหายบริวารชอง พระ;เจ้ามหากัปปีนะ:กับพระ:นางอโนชา วันหนั้ง พระ:เจ้ามหากัปปีนะ;ทรงน้าซอศุปิดดะ: มือำ มาดยพันกน แวดล้อมเศค็่จไปพระ;ราชอุทยาน ทรงเห็่นพวกพ่อค้าประ;มาณ ๕00 กน ท่าทางอิดโรยเหนํ่อยอ่อน แศดงว่าเดินทางมาไกล ทรงกิดว่าพวกเขามาจาก เมืองไกล กงมืฃ่าวอะ:ไรทส์ากัญมาบอกให้ทราบบ้าง จึงรับร่'งให้เข้าเค้าแล้ว ดรัศถามว่ามาจากเมืองไหน เมอพวกเชาดอบว่ามาจากเมืองศาวัดถ จึงดรัศ ถามว่าทเมืองศาวัดถมืข่าวคอะ:ไรเกิดขนบ้าง พวกพ่อค้าทูลว่า ข่าวอร;ไรๆ อย่างอนไม่มื แต่พรร;กัมมากัมพุทธ เจ้าทรงอุบติฃั้นแล้ว พอไค้ทรงศคับว่า พรร;พุทธเจ้า เท่านั้น พระ:ศรระ;ของพระ:ราชามืป็ฅิ อัมผัศแล้ว ทรงนํ่งงันไปอาจกำหนดอะ:ไรไคชั่วกรู่ เมอทรงไค้ศฅิแล้ว ดรัศถาม ใหม่ว่าท่านพูดว่าอย่างไรนะ: เมํ่อพวกพ่อค้าทูลว่าพระ;พุทธเจ้าทรงอุบัดิแล้ว ถงอย่างนั้นกึ่ทรงถามยํ้าอกเป็นกรั้งท ๒ ท ๓ ในกรั้งท ๕ เมอพวกค้าทูล ^๗^ พTgมหาโพธิวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org
อย่างเดิม ก็่ฅรัสว่าเป็นข่าวทส์ากัญมาก แล้วฅรสพร๓ซทานรางวัลเป็นเงิน หนงแสนกหาปณะหนำข่าวนมาทูล จากนั้นก็่ฅรัสถามพ่อล้าอกว่ามข่าวอํ่นอกหรือไม่ พวกพ่อล้าทูลว่า พระธรรมอุบติฃนแล้ว ก็่ทรงมพระอาการเข่นนันในกรังท <1ไล้พระราชทาน รางวัลใหอกหนงแสนกหาปณะ แมในการททรงรับข่าวว่า พระสงฆอุบติฃนแล้ว ก็่พระราชทานให้ หนั้งแสนกหาปณะเข่นกัน เ!เนอนว่าพวกค้าได้รบพระราชทานรางวัลถงสามแสนกหาปณร^ ค้วยเหตุเพยงทูลให้พระราชาทรงทราบว่าพรร^พุทชเจ้า พระธรรม แลร5 พระสงฆอุบติชั้นแล้วเท่านั้น ลำ กับนั้นพระเจ้ามหากัปปินะทรงรับกังกับอำมาฅยทกิคตามพระ งก มาว่าจักเสค็่จทรงผนวชอุทิศพระบรมสาสกา แม้อำมากย่เหล่านันผู้มอุปนิกัย ในปุญญกัมปทาอยู่แล้วก็่ทูลกามเสค็่จออกบวชล้วย ห้าวเธอจึงทรงรับกังให้ เจ้าพนักงานอากักษณจารืกข้อกวามลงในแผ่นทอง เสร็่จแล้วพระราชทาน ให้แก'พวกพ่อล้าพร้อมรับกังให้พวกเขาเข้าเล้าพระ5นางอโนชา s พระนางจัก พระราชทานเงินให้สามแสนกหาปณะ และชอให้ทูลพระนางล้วยว่าพระเจ้า อยู่หัวพระราชทานราชสมนัฅิให้ ขอให้ทรงเสวยราชสมบัตินั้นกามสบายเถิก พวกอำมากย่ก็่ล่งข่าวไปถึงภรรยาชองกนๆในกักษณะะนันเหมือนกัน ฝ่ายพระนางอโนชาเมอทรงรับทราบพระราชกระแสกามทพ่อล้าทูล แล้วกรัสถามว่าไล้ทำกวามกอะไรจึงไกรับพระ;ราชทานรางวัลมากชนากนั้พวก พ่อล้าก็่ทูลให้ทราบว่าไล้กราบทูลเรองทพระพุทธเข้าเสค็่จอุบักิแล้ว พระธรรม อ้นmaaiSa /๑๗๗ www.kalyanamitra.org
อุบัติแล้ว พระสงฆอุบัติแล้ว แม้พระนางอโนชาก็่ทรงเกิค!)ติเป็นล้นพ้นเมํ่อ ไค้ทรงสคับคังนั้น ไค้พระราชทานรางวัลแก่พวกพ่อค้าเหล่านั้นอกสามแสน กหาปณะ และพระนางไม่ทรงยอมรับราชสมบัติไค้เสค็่จออกจากเมืองไปพร้อม กับภรรยาชองอำมาฅยทั้งหมคเพอบวชคาม เสค็่จ ในวันนั้นสมเค็่จพระกัมมาร'มพุทธเจ้าทรงฅรวจคูกัฅวโลกในเวลา ใกล้รุ่ง ไค้ทอคพระเนตรเห็่นพระเจ้ามหากัปปินะเสค็่จออกพร้อมค้วยอำมาฅย นับพันเพือมาขอบวช จึงทรงสงเกราะหท้าวเธอค้วยการเสค็่จไปรอรับทนั้ง แม่นั้าจันทภากานท พระเจ้ามหากัปปินะไค้เสค็่จมาเป็นขบวนใหญ่ จนถึงแม่นาอารวปิจฉา นท ซงลกกาวุฅหนง กว้าง ๒ กาวุฅ ทรงรับกังกับพวกอำมาฅยว่า \"เมือพวกเราเถึยเวลาไปกับการหาเรื้อหรือแพข้ามไป ชาติย่อม ฟ้าไปฟูชรา ชราย่อมฟ้าไปฟูมรณะ พวกเราไม่มืความสงกัยออกบวชอุทิศ พระรัตนตรัย ด้วยอานุภาพแห่งพระรัตนตรัยนัน ขอให้ฟ้านอย่าได้เป็นเหมือน นํ้าเลย\" จากนั้นก็่พากันอธิษฐานจิคระถึกถึงพระพุทธคุณว่า อิติปีโสภะคะวา เป็นค้น พร้อมกับเสค็่จไปบนหลังนำค้วยม้ารนธพพันคัว ม้าทั้งหมคกี่วั๋งไปบน หลังนั้าเหมือนวั๋งไปบนหลังแผ่นหิน นั้เป็นอานุภาพแห่งพระพุทธรัตนะททรงอธิษฐานระลกถึง จากนั้นไค้เสค็่จไปถึงแม่นั้านลวาหนานท ชงทั้งล่วนถึกและล่วน กว้างประมาณกรงโยชน ก็่ทรงอธิษฐานระถึกถึงพระธรรมคุณว่า สวากฃาโต ภะคะวะตา ธ้มโม เป็นค้น กี่ทรงสามารถข้ามแม่นั้านั้นไปไค้[คยสะควกเซ่นกัน ค้วยอานุภาพแห่งพระธรรมรัคนะ (^๗^ พรgมหาโพธิวงศาจาftJ (ทองด) www.kalyanamitra.org
จากนั้นไค้เสค็่จถงแม่นาจันทภากานท ชงทั้งdวนลึกและ:ส่วนกว้าง ประ;มาณโยซนหนั้ง ก็่ทรงอธิษฐานระ:ลึกถึงพระค้งฆคุณว่า สุปะฏิฮนโน ภร;คะวโต สาวะกะสิงโฆ เรนค้น ก็่ทรงสามารถข้ามแม่นั้านั้นไปไค้[คยสะดวก ค้วยอานุภาพแห่งพระร'งฆรัดนะ อานุภาพแห่งพระไตรรัตน!ด้แสดงความอัศจรรยให้พระเจ้ามหา กปปินะและเทล่าอำมาตยผู้มบุญวาสนาเก่าสิงสมไว้มากและมจิตมั่นคงใน พระไตรรัตนอย่างหาทั้สุดมิได้ เฟ้นเรองทั้เหลือเชอจริงๆ เมอท้าวเธอเสค็่จข้ามแม่นั้าไค้แล้ว ก็่ทอคพระเนฅรเห็่นพระฉัพ- พัณณรังลึแห่งพระสรระของพระบรมศาสดา ทั้งกงและใบของค้นนิโกรธททรง ประทับอยู่กเรืองรองประคุจส่าเร็่จค้วยทองคำ จึงเสค็่จเข้าไปในพระฉัพพัณณ- รังลึนั้นแล้วถวายบังคมพระบรมศาสดาพร้อมค้วยอำมาดย่ทั้งปวง พระบรมศาสดาไค้ฅรัสเทศนาเรองอนุปุพพิกถาใท้ท้าวเธอพร้อม เหส่าอำมาดยทัง กรั้น'จบแทศนา ท้าวเธอและเหส่าอำมาดย่ทั้งนั้นไคดงอยู่ใน โสดาปิดฅิผล เป็นอริยบุกกลระทับค้น แล้วทูลขอบวช พระบรมศาสดาทรงดรว'จคูว่าทั้งหมดมบุญบารมเรั้องการถวายผ้า จึวรมาแด่อคดหรือไม่ ทรงเห็่นว่าไค้มบุญค้านนั้สมบูรณจึงไค้ประทานอปสมบท ให้ค้วยทรงเหยยดพระทัดถึขวาออกดรัสว่า \"ท่านทั้งหลายจงเฟ้นภิกษุมาเถิด ท่านทั้งหลายจงประพฤติ พรหมจรรย่เพอทำทั้สดหกฃโดยชอบเถิด\" จ จิ ทันโดนั้นเอง ทัง้ หมดนั้นก็่ทรงเพเแปีนบรพชิฅเหมือนมพรรษานับ ร้อย มืบริขารพร้อมมูลด้วยอำนาจบญทปาเพ็่ญกันมาในอดฅ aamaaเร่อ /๑๗0 www.kalyanamitra.org
แม้พรร;นางอโนชาและเหล่าภรรยาของเหล่าอำมาฅยใค้เสค็่จฅิคฅาม มาถึงแม่นํ้า ก็่ทรงอธิษฐานระลึกถี้งคุณพระไฅรรัฅนและไค้ข้ามแม่นาทั้งสาม สายค้วยพุทธาบุภาพ ธัมมาบุภาพ และร'งฆาบุภาพเช่นเคยวกัน สมเค็่'จพระกัมมาร'มพุทธเค้าทรงทราบว่าพระนางอโนชาเสค็่จข้ามนํ้า ค้นทภาคานทมาแล้ว ก็่ทรงทำโคยประการทพระมหากัปปินะและภิกษุทั้งหลาย จะไม่ปรากฏพระองก เมอพระนางเข้ามาเม้าจงไม่ทรงเหี่นผูอนไคนอกจาก พระพุทธองก พระพุทธองกฅรัสอบุปุพพกถาเทศนาให้พระนางท้เงพร้อมค้วย หญิงบริวาร เมอจบเทศนา พระนางและหญิงทั้งหมคไค้บรรลุโสคาปิคติผล ล่วนพระมหากัปปีนร;แลร;เหล่าภิกษุบริวารได้ฟ้งเทศนาทั้ตรสแก่ พรร;นางอโนชาอกครั้งหนง ก็่ได้บรรลุพรร;อรหัตผลพร้อมทั้งปฏิกัมภิทา ทั้งหมด เมํ่อเป็นพระอรหันฅแล้ว พระพุทธองก่จึงทรงกลายฤทธิ้ ทำ ให้หญิง เหล่านั้นเห็่นภิกษุทั้งหลายเหล่านั้น นัยว่า ในคอนทหญิงเหล่านั้นเฃ้าเนัๆพร:!พุทธเจ้า เมอไค้เห็่นสาม ของคนนุ่งห่มน้าย้อมนั้าฝาฅ ษะโล้น จิคก็่จ:;ไม่อาจแน่วแน่เปีนหนงเmว ไค้เมอเปีนฅังนั้นก็่จะไม่อาจบรรลุมรรคมลไค้พระพุทธองค้จื้งทรงปีคมิให้พวก นางเท็่นสามเมอมาถื้ง ฅ่อเมอพวกนางไคโ}งธรรมและไค้บรรลุโสคาปีคฅิมล มสรัทธามั่นคงแล้ว จึงทรงคลายฤทธให้เห็่นภิกษุนั้งหลาย คอนนั้นย่อมไม่ม อันครายค่อการบรรลธรรมค'อไป พ?gมหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
ซงก็่เป็นอย่างนั้น เมอพวกนางเห็่นภิกษุเหล่านั้นแล้วก็่กมกราบด้วย เบญจางกประ:คิษ^ กราบเรยนว่ากิจแห่งการบวชของพวกท่านไคถึงทสุคก่อน คังนั้แล้วก็่กราบถวายบังกมพระ:พุทธองคทูลขอบวช พระ:บรมศาฟ้คาฅรัสว่าขอให้พวกนางเข้าไปในเมองสาวัฅถแล้วขอ บวชเป็นภิกษุณในล่านักภิกษุณ พวกนางก็่เคินทางไปถึงเมืองสาวัฅถ ได้บวช ในล่านักภิกษุณ บำ เพ็่ญเพยรแล้วก!ด้บรรลุพระ:อรหัตผล ได้เป็นพระ:อรหันฅ ด้วยกันทั้งหมค ล่วนพระ:มหากัปปินะ:ไปอยู่ทั้วัคเชฅวัน เมืองสาวัฅถึ เมออยูในทั้สงัค ไม่ว่าจะ:เป็นทั้พักกลางวันหรอทพักกลางคืน นักเปล่งอุทานออกมาว่า \"สุข หนอ สุขทนอ\" ภิกษุทั้งหลายเข้าใจว่าพระ:มหากัปปินะ:กิคถงกวามสุขในราชสมบัติ จึงเปล่งอุทานออกมาอย่างนั้น พากันไปกราบทูลพระ:พุทธองก พระ:พุทธองก ทรงรับร่'งให้ตามพระ:มหากัปปีนะ:มา ทรงไต่สวน พระ:มหากัปปีนะ:กึ่กราบทูลว่า พระ:พุทธองกทรงทราบคืว่าอุทานชองตนหมายถึงอะไรพร^พุทธองกจึงสรุปว่า \"ภิกษุทั้งหลาย ถูกของเราเปล่งอุทานปรารภ^^ฃในกามหรือ^ฃในราช สมบัติหามิไศ้ ก็่แฅ่ว่าความอั๋มเอิบในธรรมย่อมเภิฅแก่ถูกของเรา ถูกของเรา นั้นเปล่งอุทานอย่างนั้นเพราะปรารภอมฅมหานิพพาน\" คังนั้แล้วได้ตรัสพระ:กาถาว่า อันเพสิอเร่อ www.kalyanamitra.org
ธมม!เติ สุขํ เส์ติ วิปปส์นฺเนน เจตสา อริยปปเวทิเต ธม.เม สทา รมติ ปณฺฑิโต ฯ บุกกลยูอมเอิบในธรรม มใจผ่องใส ย่อมอยู่เป็นสุข บัณฑิฅย่อมยินคในธรรมทพระอริย เจ้าประกาศแล้ว ทุกเมอ. จากเรอง พระมหากัปปีนเถร:! พาถวรรค อรรถกถาธรรมบท กนใจคำกำหวานอย่าพานพบ คำ แต่กายใจคนํ่อยากปอง ไม่หวังถองรักใฝ่กนใจคำ. ศรจอมทอง ไจ๘เ^ พรgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
จนทรัพยแต่ไม่จนศร้ฑธา ^' hWi ■•-> ศรัทธา หมายถง ความเชึ๋อ ซงฟ้นกวามเชอททำให้เกิคกวาม มั่นใจ ทำ ให้เกิคกวามเชอมั่น ไม่กลอนแกลนถ่ายถอนไห้ง่าย ศรทธานั้เส์นเรองของใจ ถ้าใจมศรทธามั่นคง ศรัฑธานั้นก็่จร; ปรร;คองใจไว้ ไมให้หวั่นไหว ไมให้โลเล ไมให้เหลาร;แหลร;ง่าย ในทางตรง กนข้าม ถ้าใจวิปริต ศรัฑธาก็่จร;วิปริตตามไปด้วย วิปริต ก็่กือมกวามผิคแปลกไปจากข้อเท็่จจริงหรอจากกวามจริง ท กนทั้งหลายเชอถือแลร:ยอมรับกัน โคยมกวามเห็่นต่างไป ซงกวามเห็่นต่าง นั้นมิใช่ต่างแก่กวามเห็่น แต่ต่างจากกวามจริงต่างจากข้อเท็่จจริงห้วย เมอ ใจวิปริตไป ศรัทธากวามเชอทั้เกิคจากใจนั้นก็่จร;พลอยวิปริตถือเชอแปลกๆ ไปห้วย อย่างนั้แหลร;ทเป็นอันตราย aai2«สิอเสิอ /๑0๓ www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 527
Pages: