'จากนั้นร่างของพระเทวทัฅก็่ก่อยๆ หายลงไปในแผ่นดิน กล่าวอย่าง แบบไทยก็่ว่าถูกแผ่นสูบลงไป สถานทฅรงนั้น แป้ในปีจๅบันก็่ยังปรากฏอยู่ เปีนหนองนั้าหน้าประตู ทางเข้าวัดเซตยัน แต่ตนเขินมากแล้ว ซงชาวบ้านแกวนั้นก็่ยอมรบว่าทตรงนั้ เปีนทจัญไรไมมใครกล้ารุกถาเข้าไปทำนาหรือปลูกยัก ณปีนเรองอันเหถือเชอ ปีตู พระเทวทัฅหลัง'จากถูกแผ่นดินสูบแล้ว ตำ นานบันทึกไว้ว่า ไดไป ยังเกิดในอเวจมหานรก ชงเป็นนรกทถืกทสุด มการพรรณนาไว้ว่า พระเทวทัต เกิดอยู่ไนนรกอเวจนั้นไม่อาจไหวติงได้ ถูกไฟไหม้อยู่ เพราะได้ทำผิดต่อ พระพทmจ้าผูไม่หวั่นไหว สรระของเธอสูงประมาณ (5)๐๐ โยชน้ เกิดอยู่ใน ก้นอเวจชงถืกประมาณ ๓๐๐ โยชน้ถืรษะสอดอยู่ในแผ่นเหถ็่กข้างบนจนถืง หมวกหู เท้าทั้งสองจมอยู่ไนแผ่นเหล็่กข้างล่างถืงข้อเท้า หลาวเหถ็่กเท่าด้นตาถ ขนาดใหญ่ทะลุออกมาจากผ่าด้านหลังแทงหลังทะลุหน้าอก ยักติดกับผ่าด้าน หน้า อกหลาวหนงทะลุออกจากผ่าด้านขวา แทงถืข้างด้านขวาทะลุถืข้างด้าน ข้าย ยักติดกับผ่าด้านข้าย อกหลาวหนง ทะลุออกจากแผ่นเหถ็่กด้านบน แทง กระหม่อมทะลุลงไปถืงด้านล่าง ยักติดอยู่กับแผ่นตินเหล็่ก ช่างเป็นการลงโทษทรุนแรงอะไรเซ่นนั้ ถามว่า เมอพระเทวทัตจำด้องไดรับโทษเช่นนั้แล้วทำไมพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเป็นพระลัพพัญฌูจึงทรงอนญาตให้พระเทวทัตบวช หากเธอไมได้บวช เธอก็่จะไม่ด้องทำผิดต่อพระพทธองคไม่ด้องรับโทษเช่นนั้ og j พygมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ในตำนานไค้แสคงกำฅอบไว้ว่า เพทะพระตถาคตทรงเห็่นว่า พระ เทวทัตแม้จะทำกรรมหนัก แต่ตอนสุศท้ายไค้กล่าวแf^ตงตนถงพระพทธองกว่า เปีน^รณะ การแสตงตนเปีนฒูงพระพุทธ้เปีนtiรณะนํ่แหละทจะทำให้พระเทวทัต ไค้มปีจจัยแห่งภพชาติต่อไป คือทำให้ไค้เกิตอก และเมอเกิตใหม่ก็่มโอกาสไค้ สร้างบุญสร้างกุสลไค้เมึ๋อทรงเห็่นอย่างนคืงทรงอนุญาตให้พระเทวทัตไค้บวช หากไมไค้บวชไชร้ จักไค้ทำกรรมหนักตอนเปีนคฤหัสถ เมอทำกรรมหนักก็่จัก ไมไตโอกาสทำปีจจัยแห่งภพชาติต่อไป ตังนั้น เมอบวชแล้ว แม้จะทำกรรมหนัก ก็่จริง กงอย่างนั้นก็่จะสามารถทำนัจจัยแห่งภพชาติต่อไปไค้ และตำนานไค้แสคงไว้ว่า พรร;เทวทัตนั้นจักเสวยทุกขอยูในอเวจ มหานรกตลอดแสนกลฟ้ ถดจากนั้นจักได้มาเกิดเป็นมนุษย จักได้ออกบวช แลร;ได้เป็นพรร;ปีจเจกพุทธเจ้า มนามว่า อฏฐสสรร; พระเหวทัฅไครบทุกฃโทษหนักเช่นนั้ เพราะไค้ทำร่งซั่วร้ายมหาศาล ททำชั่วร้ายเช่นนั้ เพราะไม่อาจกุมจิฅไว้[ค้ ปล่อยไปคามอารมณร้ายทเกิคฃน จึงไค้ทำร่งชั่วร้ายมหาศาล และไครับทุกฃโทษหนักเช่นนั้แล. จากITอง ธัมมิกอุบา(เก ยมกวรรค อรรถกถาธรรมบท www.kalyanamitra.org
3^ อยู่กับท่าระวังไว้อย่าให้ท่า อย่าทำก๋ากั่นจริงหยํ่งผสม จะสินท่าถ้าชํ้าเพราะกำกม ไม่ฅรอมตรมเพราะว่าวางท่าค เกิคเป็นกนจะคเพราะมท่า วางสง่าน่านิยมสมกักคกริ อย่าอวคท่าจะเสิยท่าเป็นราก คูท่าทํให้จบก่อนกบกัน. ฟรจอมทอง ๓๖ J พรร;มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
กรรมใดใครก่อ '^-'\" ' C-k:'~l> ' 0' กฎแห่งกรรม ถือว่าเป็นกฎทแน่นอนดายตัว นกวามยุติธรรมทสุค ไม่มเอนเอยงเข้าข้าง ไม่มยกเว้นด้วยอกติ เพราร;เป็นกฎทไม่ด้องอาตัยบุกกล เป็นผูตัคสิน หากมกรรมนั้นเองเป็นผูตั'คสิน จึงเทยงฅรง เชอได้ แลร:เชอได้ ดลอดมาทุกยุกทุกสมัย กฎแห่งกรรม กือฃอบเฃดในการให้ผลดอบแทนแก่ผู้ทำ ไม่ว่าทำค หรือทำชั่ว ล้วนแล้วแด่มผลดอบแทนในตัวทแน่นอน กือทำคก็่ใด้ด ทำ ชั่วกใด้ ชั่ว แม้จร:เห็่นว่า \"ทำฅไ^มทไหน ทำ ชัว่ ไmiถมไป\" ก็่ดาม ก็่ใม่อาจเปลยน ชอบเขดกติกาทแน่นอนดายตัวเซ่นนั้นไปได้ ตังนั้น ท่านจึงสอนให้กนเรากลัวบาปกรรม กือกลัวผลแห่งการทำชั่ว ทำ ผิดอันเป็นบาปเป็นทุจริดประ:การด่างๆ โดยห่างเว้นจากบาปกรรม ไม่ข้อง แวะ:กับการทำชั่วทำผิดทุกอย่าง เมอเผลอไปทำเข้าก็่ให้มสติระ;ลกรู้แล้วเลิก เลิย ไม่ปล่อยเลยตามเลยทำต่อไปจนเป็นความเคยชินจนไม่อาจเลิกละ;ได้ am3/iaai§a www.kalyanamitra.org
หากเป็นเซ่นนเรยกว่าร่'งสมบาปเข้าไว้ บาปทร่'งสมเข้าไว้นั่นแหละก็่จะส่งผล ให้ผูนั่งสมไค้รบผลเป็นกวามทุกข เป็นกวามเคือคร้อน เป็นกวามฅกฅา หรอ เป็นอปสรรกขวากหนาม มิให้เจริญรุ่งเรืองเซ่นกนอํ่นไค้ นอกจากสอนให้กลัวบาปกรรมแล้ว ท่านยงสอนให้อย่ากลัวบุญ กรรม คืออย่ากลัวความด อย่ากลัวการทำความด เพราะกนเรานั้นบางกรั้ง ก็่กลัวกวามคื กลัวว่าเมอทำคืแล้วจะเกินหน้ากนอนบ้าง กลัวว่าเมอทำแล้ว จะทำให้กนอนต่อว่านินทาบ้าง หรือกลัวว่าการทำกวามคืนั้นจะไค้ริบผลคื ตอบแทนจริงหรือไม่ อาการกลัวอย่างนั้ทำให้กนเราไม่กล้าทำกวามคือะไรมาก ซงก็่เป็นเหตุใหไมไคืริบผลทคือย่างเคืมทหรืออย่างทกวรจะไค้ โคยเฉพาะเรั้องการทำบาป ท่านสอนให้กลัว เพราะกนเราทำบาป ไค้ง่าย จิตใจก็่โอนเอนไปหากวามชั่วร้ายไค้ง่าย เพยงแกไม่พอใจอะไรกันนิค หน่อยก็่ทำร้ายกันไค้ฆ่าแกงกันกใค้หรือไม่อย่างนั้นก็่มกวามอาฆาตมาคร้าย หาทางแก้แก้นรํ่าไป ยงหาทางแก้แก้นเท่าไร จิตใจก็่ว้าวุ่นมากขนเท่านั้น ซ่วิต ก็่หากวามสุขสงบไมไค้ ก้องคนรน ก้องกิคหาทางทำลายล้างตลอคเวลา ทั้งทํ่ เรั้องททำให้เกิคอาการอย่างนั้นมไม่มากเลย เพยงแคให้อภย ไมถอโทษ หรือเพยงแค่ปล่อยไป ไม่เก็่บมาคิด เท่านั้น ทุกอย่างก็่จะจบ ไม่ม่การต่อความยาวสาวความยืดอะไรต่อไป แต่กนเราส่วนใหญ่ ให้อกัยไมไค้ ปส่อยวางไมไค้ ล้าทำตอบแทนไค้ ขณะนั้นก็่ทำ หากทำไมไคืกเก็่บมากิคหาทางแก้แค้น เคืยเวลา เคืยเงิน เสิย ทองเท่าไรไม่ว่า ขอให้ใค้แก้แค้นเป็นพอใจ กลายเป็นว่า ตนเองไคืริบผลแห่ง การนั้ฅั้งแต่เรั้มก้นโคยไม่รู้ฅัว แต่กว่าจะรู้ฅัวกื่สายเส่ยแล้ว แก้!ขอะไรไมไค้แล้ว ก้องไปริบผลแห่งการกระทำโคยไม่มทางหลกเลํ่ยง พรgมหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
หรออา'จไม่รู้ฅัวเสิยด้วยซาไปว่าสิงทฅนทำลงไปนั้นเป็นกวามชั่ว ความผิค หรอกิคว่าไม่เป็นความชั่วกวามผิคอร:ไร คนอนเขาก็่ทำกัน เลยทำ ไปเรอยๆ ร้ายฃนเรอยๆ ผู้ทํ่หถงผิศคิฅทำ^งทํ่ชั่วร้ายโดยไม่รู้ฅัวนั้นมิใช่'V:!มเฉพาะคนรTTมคา เท่านั้น คนมความร้มยf1ท่'กศิ้หรอมซาน:;ปีงท่ง ก็่หถงผิศไปทำชั่วร้ายได้เช่นกัน ซงกึ่เหลือเชอเหมือนกันว่า คนร::คับนั้แล้ว ไปทำเรองร้ายๆ เข้าไว้ และด้องรับผลแห่งการทำนั้นซงมือยู่ และเคยมืมาแล้วในสมัยพทธกาลโน้น อย่างเรํ่องทเกิคฃนทเมืองโกกัมพ สมัยพระเว้า'อุเทนเป็นกษัฅริย่ปกครอง เพราะเป็นเรองอันเหลือเชอ ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐานไว้!นคัมภร ^ เรองเกิดขนทํ่เมืองโกสิมพ ในกาลนั้น มืเศรษจึคนหนงซอกัททวฅิยะ อยู่ทเมืองกัททวค กับภริยา และธิคา กัททวฅิยเศรษจึนั้เป็นเพอนกับโฆสกเสรษจึ เมืองโกลัมพ แฅ่เป็นเพํ่อน ทํ่ไม่เคยเห็่นหน้ากัน ได้แต่ส่งข่าวแลกของขวัญกัน เพราะมืทรัพย่สินและอายุ พอๆกัน ฅิคต่อกันโคยพ่อก้าทไปค้าขายในแต่ละเมือง ต่อมา เกิคอหิวาตกโรค ขนในบ้านกัททวติยเศรษจึ ผู้คนและลัฅว่เล็้ยงล้มตายไปตามลำคับ เศรษจึจึง พาภริยาและธิคาออก'จากน้านเคินทางไปเมืองโกลัมพ เพํ่อไปขออาคัยเพอน โฆสกเศรษจึ รอนแรมเรอยมาด้วยความลำบาก'จนลืงเมืองโกลัมพ่ เมอลืงเมืองโกลัมพ่แล้ว เศรษจึบอกลูกเมืยว่ายังไม่ควรไปหาเพอน ตอนนั้ เพราะเดินทางมาไกล ร่างกายหมักหมมซูบผอม อา'จไม่เป็นทชอบใ'จ ของเพอนก็่ได้จึงขอพักอยู่ศาลานอกเมืองลัก <1-๕ วันก่อนไปหาเพอน เพราะ www.kalyanamitra.org
นอกเมืองนก็่มโรงทานทเพํ่อนตั้งไว้ส์าหรบแจกอาหารแก่กนยากจนอยู่ กังนั้น จึงไค้นอนพักกันทศาลา วันร่งฃ็้นเศรษจึไค้ก่งธิคาไปขออาหารทํ่โรงทาน ธิคานั้นแม้จะ!เป็นลูก เศรษจึ เกยอคมศมบูรณ แค่เมอลำบากขนมาก็่ทำใจไค้ไม่เขินอายอย่างไร จึง ไปทศาลาโรงทานไปขออาหารค่อเจ้าหน้าท เจ้าหน้าทถามว่าจะ:รับไปกชุค นาง ก็่ฅอบว่า ๓ ซค เจ้าหน้าทก็่จัคให้คามนั้น นางนำอาหารมาแล้วก่งให้แม่ แม่ก็่ บอกพ่อว่าขอให้พ่อทานใหอมเถิค ไม่ค้องห่วงพวกคน เศรษจึจึงทานอาหารไป ตั้งหมค พอคกคึก เกิคห้องอืคเพราะ:อาหารไม่ย่อย เศรษจึก็่ร้นซวิคไป ภริยา และ:ธิคาค่างเศร้าโศกแค่ก็่ทำอะ:ไรไมไค้มากไปว่าตั้งศพไว้เซ่นนั้น วันรุ่งฃนธิคา ไค้[ปขออาหารอก กราวนั้ขอเพ่ยง ๒ ซค เจ้าหน้าทก็่จัคให้คามนั้น เมอไค้แล้ว ก็่นำ มาให้แม่ แมกทานไปตั้งศองซค คกคึกอาหารไม่ย่อยก็่ถึงแก'กรรมไปอก ธิคาเหลือคนเพยงกนเคึยว ให้อ้างว้างว้าเหว่ยงนัก แค่ก็่ทำอะ:ไรไมไค้เซ่นเคิม รุ่งฃ็้นนางไค้[ปขออาหารเหมือนเกย แค่บอกว่าขอชุคเคึยว เจ้าหน้าท จำ นางไค้จึงไค้กล่าวผรุศวาทกับนางว่ากงรู้ประ:มาณห้องของคนแล้วจึงขอ อาหารเพยงธุคเคึยว วันก่อนรับไป ๓ ขุคและ:๒ ชุคเพราะ:ไม่รู้ประ:มาณ นาง พังแล้วกึ๋โมไค้โกรธเคึอง แคไค้'เก่าเรองจริงไหพังว่าคนเป็นไกร มาจากไหน ขอ อาหารไปใหใกร เจ้าหน้าทพังเรํ่องแล้วก็่อคศงสารไมไค้ จึงพาไปม้านคนแล้ว ยกนางไว้!นฐานะ:เป็นธิคาของคน ทโรงทานนั้นมิไค้มืการจัคระ:เบยบในการรับ ทำ ให้เกิคเลืยงกังจอแจ อลหม่านไปหมค ธิคากนใหม่ของเจ้าหน้าทไค้ยนเฃ้าก็่รับอาสาจัดการ โคยตั้น รั้วเป็นล็่อกๆ จัคระ:เบยบให้เคินเข้าแถวไปรับอาหารแล้วออกไปอกทางหนั้ง ทำ ให้เลืยงกังและ:กวามชุลมุนวุ่นวายหายไป go J หาโพธิวงศาจา?ย (ทองด) www.kalyanamitra.org
เพราะนางทำรั้วจัคระเบยบคนเข้าไปรับทาน ทำ ให้สงบเสิยงและความ ไร้ระเบยบไปไค้ นางจึงไครับการเรยถซอว่า สามาวด โฆสกเสรษจึเคยไคยินเส์ยงโกลาหลทุกวัน แฅ่เสิยงเงยบไปหลายวัน แล้วจึงให้คนไปคามเข้าหน้าทมาถาม เข้าหน้าทก็่เล่าความพิให้พง โฆสก เสรษข้1คยินคังนั้นจึงบอกว่า เมอเป็นธิคาของภัททวฅิยเสรษจึเพอนเรากื่เท่ากับ เป็นธิคาของเรา จึงให้คนไปคามนางมา แล้วสถาปนาให้เป็นธิคาของคน พร้อมทั้งมอบหญิงรับใซ้อก ๕๐0 คนส์าหรับคอยคูแลรับใข้ ต่อมาทเมืองใกล้มพนั้นมงานนักขัคฤกษประ:จึาป็ ในงานนั้นพวก ผู้หญิงมืฅระกูลทั้งหลาย'จะค้องออก'จากบ้านพร้อมกับบรัวารเคิหเห้าไปถง แม่นั้า นางสามาวคพร้อมกับหญิงบริวารก็่ออก'จากบ้านเคินผ่านหน้าพระ:ลาน หลวงไปยังท่านั้า ขณะนั้นพระเข้าอเทน กษัฅริยัเมืองโกล้มพเห็่นนางเข้าก็่ เกิคพอพระราขหฤทัย ทรงทราบว่าเป็นธิคาของโฆสกเสรษข้ จึงล่งคนไป ล่ฃอ แคโฆสกเสรษข้โม่ยอมยกให้ จึงทรงให้เหล่าทหารไปริบทรัพยเสรษข้ แล้วไล่ออก'จากบ้าน ให้โปอยู่ข้างนอก เมือนางสามาวคกลับมาเห็่นบ้านว่าง เปล่า สอบถามไค้ความแล้วจึงไปหาโฆสกเสรษข้ บอกเสรษจึว่า เมอพระเจ้า แผ่นกินdงคนมาdขอ ก็่ไม่ควรจะกราบทูลว่าไมให้ แต่ศวรกราบทูลว่า 'หาก จะรับธิศาของตนไปก็่ควรรับไปพร้อมกับหญิงบริวารทังหมคห้วย 'หำไห้เช่นน จึงจะยกให้เสรษจึกี่ปฏินัฅิคาม พระเข้า'อุเทนก็่ทรงรับนางสามาวคจึงไค้เข้าไป อยู่ในวังหลวงพร้อมกับหญิงบริวารทั้งหมคไค้เป็นอัครมเหสของพระ:''ข้าอุ''ท'^ พระเข้าอุเทนนั้ยังมือัครมเหสิอกสองพระ:องค พระองกหนงชือว่า พระนางวาสุลทัคคา เป็นพระราขธิคาของพระเข้าจัณฑปิขโขค กษัคริยเมือง อุขเขน อกพระองกหนงมืซอว่าพระนางมาคันทิยา เป็นบุครของพราหมณ มาคันทิยะ อัชเพสิอเร่อ /๔๑ www.kalyanamitra.org
พระ:นางมาฅันทิยาน เป็นคนมรูปร่างสวยงาม บิคามารคาต้องการ 'จะ:ยกให้แก่ผู้มบุญหนักต้กคิใหญ่เท่านั้น เศรษ^หลายกนมาขอ ก็่ไม่ยอม ให้ วันหนงพระ:พุทธเ'จ้าเสคี่'จไปทบูซาไฟของพวกพราหมณ พราหมณเห็่น พระ:พุทธเจ้าเข้าก็่รู้สิกพอใ'จ คิคว่าบุคคลฆู้นแหละทสมควรแก่ลูกสาวของคน จึงทูลขอให้พระ:พุทธเจ้ารออยู่ฅรงนั้ก่อน อย่าเพั๋งไปไหน พราหมณกลับไป บ้านไปบอกเมยว่าคนพบผู้สมควรเป็นลูกเขยแล้ว รบพาเมยและลูกสาวไปหา พระพุทธเจ้า แค่พระพุทธองคี่เสคี่'จไปทอืนแล้ว เป็นแค่ประทับรอยพระบาทไว้ เป็นส์าคัญ พราหมณไปถึงทครงนั้นไม่พบพระพุทธเจ้าเห็่นแค่รอยพร:;บาทจึง บอกภรรยาว่านคึอรอยเท้าของคนผู้นั้น นางพราหมณเป็นคนฉลาคในการคูรอยเท้าคน พอเห็่นรอยพระบาท ของพระพุทธองคี่แล้วก็่กล่าวฃึนว่านมิใช่รอยเห้ๅของผู้เสพกาม พราหมณก็่ ค่อว่าภรรยาว่าอย่ารู้คไปกว่าคน แล้วรบพาภรรยาและลูกสาวเคินคามหา'จน ไปพบพระพุทธเจ้า พราหมณค่อว่าพระพุทธเจ้าว่าขอให้รออยู่ก่อนทำไมไม่รอ พระพุทธเจ้าครัสว่า ''นบแฅ่ออกบวชมา เมือไค้ตรัสรู้แล้วก็่ไม่ปีนกในกามฦพ แม้นาง ตัณหา นางราคา นางอรต ผู้สวยงามปานนาง'ค้ามาเล้าโลมทค้นอชปาปีนิโครธ ยังไม่ทรงปีนค ไฉนจะมาปีนคในธิตาชองท่าน ไม่ค้องการ แม้จะแตะค้องนาง ค้วยเท้า\" เมือพระพุทธองคี่ครัส'จบ พราหมณและนางพราหมณค่างไต้เห็่นธรรม ไคคงอยู่ในอนาคามิผล ล่วนนางมากันทิยาบุครสาวกลับคิคว่าพร^พุทfองคี่ ทรงเปรยบนางเหมือนมูครเหมือนคูถจึงไม่ปรารถนาแค:;ต้อง จึงผูกอาฆาคไว้ ว่าหากมืโอกาส'จะต้อง แก้แค้น ๙๒ J พygมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ต่อมาพราหมณใค้พาลูกสาวไปถวายฅัวฅ่อพรร:เจ้าอุเทน พระเจ้า อุเทนเห็่นนางเข้าก็่พอพระราชหฤทัยในกวามสวยงาม ทรงรับไว้แล้วแต่งทั้ง ให้เป็นพระอักรมเหสิอกพระองกหนง พระนางสามาวค ในฅอนแรกยังไม่รูจ้กพระพุทธเจ้า แต่กนใข้ฃอง พระนางกนหนงเป็นกนหลังต่อมซํ่อฃุซซุฅฅรา นางไค้เข้าเล้าพระพุทธเจ้า และไค้ทังธรรมจนไค้บรรลุโสคาซฅฅิผล และสามารถถ่ายทอคข้อธรรมให้ แก'พระนางสามาวคและหญิงรับใซ!ค้ จนพระนางและหญิงทั้งหมคไค้บรรลุ โสคาซฅติผลเหมอนกัน ด้วยเหตุดงน พระพุทธเจ้าจึงตรัสยกย่องนางฃุชชุตตราว่าเป็น เอตทัคคะในทางแสคงธรรม พระนางสามาวคค้องการเห็่นพระพุทธเจ้า แต่ออกจากวังไมไค้เพราะ ไม่มอิสระไค้ปรกษากับนางซุชชุฅครา นางซุชชุคคราจึงออกกวามกิคให้พระนาง สามาวคเจาะซ่องเล็่กๆทํ่อาการค้านฅิคกับถนน จะสามารถมองลอคซ่องไปเห็่น พระพุทธเจ้าไค้เมอเสค็่จไปคามถนน เมอทำเสร็่จแล้วพระนางและหญิงบริวาร จึงไค้[อกาสเห็่นพระพุทธเจ้ากัน วันหนงพระนางมากันทิยาเสค็่จไปทั้ปราสาทของพระนางสามาวค เห็่นซ่องนั้นเข้าจึงถามหญิงรับไข้พวกหญิงรับใข้ก็่คอบไปคามครงว่าเป็นซ่อง เจาะไว้ส์าหรับมองพระพุทธเจ้า พระนางมาอันทิยาไค้ยินทังนั้น กวามแค้นไค้ ทันฃ็้นมา จึงกิคกำจคพระพุทธเจ้าและพระนางสามาวคล้เป็นอิษย่พระพุทธเจ้า คอนแรก พระนางไค้กราบทูลพระเจ้าอุเทนว่าให้ระวังอันคราย เพราะ พระนางสามาวคฅิคฅ่อกับบุกกลภายนอก พระเจ้าอุเทนไม่ทรงเซํ่อ พระนาง ama^aai^a ^5๓ www.kalyanamitra.org
กราบทูลถึง ๓ กรั้งแล้วให้เสค็่'จไปคูซ่องทฅำหนักของพระนางสามาวค พระเล้า อุเทนเสค็่จไปทอดพระเนตร ทรงเห็่นซ่องเข้าจึงตรัสถาม ไครับกำตอบว่าเ'ไเาะ ไว้เพิ่อคูพระพทธเล้า พระองคจึงทรงให้อุคซ่องเถึย แล้วให้เจาะซ่องทำเป็น หน้าต่างมซ่องเล็่กๆ ไว้คูแทน หน้าต่างจึงเกิคมฃนแต่กาลนั้น หน้าต่างนั้นเรัยกสมยนั้นว่า วาฅปานะ แปลว่า ซ่องเป็นทดึ๋มลม เมอพระนางมากันทิยาไปอาจทำอะไรในเรั้องนั้1ค้ จึงหาซ่องทางใหม่ เพอให้พระพุทธเล้าออกไปจากเมืองโกล้มพโคยให้เงินกนสนิทไปล้างกนยากจน กนขอทาน กนไร้ทํ่อยู่ให้กอยตามค่าพระพุทธเล้าในทุกถนนทพระพุทธองกํ เสค็่จไป ดังนั้น เมอพระพุทธเล้าเสค็่จไปทางไหน ก็่มืยู้กนฅิคตามร้องค่าอย่าง หยาบกายไปทุกหนทุกแห่ง พระอานนท!ค้ยินเข้าก็่ทนไมไหว จึงกราบทูลให้เสค็่จไปเมืองอน พระพุทธองกํตรัสถามว่าจะให้!ปเมืองไหน พระอานนทํทูลว่าไปเมืองนั้น ตรัส ถามว่าถ้าในเมืองนั้นเขาค่าอกจะทำอย่างไร พระอานนทํทูลว่าก็่ไปเมืองอน ต่อไป พระพุทธองกํตรัสว่า \"เราจกอดกล้นต่อคำล่วงเกิน ดงช้างอดทนต่อ ลูกสรชงถูกยิงไปจากแล่งในสงคราม เพราะคน เป็นอนมากเป็นผู้ทุกิล ราชบุรุษทั้งหลายย่อมนำ พาหนะ^กแล้วไปล่ทประชุม พระราชาย่อมเสด็่จขน พาหนะทั้!เกแล้ว ในหมู่มนุษย่ผู้!ดอดกลั้นถ้อยคำ ล่วงเกินได้ ผู้นั้นซอว่า!!กฅนแล้ว เป็นผู้ประเสริฐสุด ม้าอสดรท!]กแล้วเป็นล้ตว่ประเสริฐ น้าอาชาไนย /๕๕ J พระ!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ม้าสินธพ^กแล้ว เliนล้ตวปรร;เ€1ริฐ พญาช้างชาติ กุญชรฑั่&กแล้ว ก็่ฟ้นล้ตวปรร;เ^เริฐ แต่ผู้แกตนเอง ได้แล้ว ปรร;If(ริฐกว่านั้น\" พรร!บรมศาสคาตรัสอย่างนั้แล้วไค้ฅรสบอกพรร;อานนทว่าอย่าไค้ วิตกกังวลไปเลย เสิยงค่านั้จร:อยูไค้เพยง ๗ วันเท่านั้น หลังจากนั้นกนค่าก็่จร: นํ่งไปเอง เพราร:ไม่มผลอร:ไร แลร:เหตุการถ!ก็่เป็นไปอย่างนั้นจริงๆ พรร:นางมากันทิยาไม่อาจขับไล่พรร:พทธเจ้าไค้ จึงหันมาเล่นงาน พรร:นางสามาวคเพอฅัคผู้อุปกัมภพรร:พุทธเจ้า โคยหาทางไล่กวามพรร:นาง สามาวคค้วยเรองต่างๆ เซ่น เรองแกงไก่ โคยนางฅิคต่อกับอาของตนให้นำ ไก่เป็นมา ๘ ตัว นำ ไก่ตายมา ๘ ตัว เมออานำมาให้แล้ว ก็่รับลังให้นำ ไก่เป็น ๘ ตัวไปเกัาพรร:เจ้าอุเทน พร้อมทูลให้นำไปให้พรร:นางสามาวคแกงมา เพอกวายแก่พรร:องก่ พรร:เจ้าอุเทนก็่ปฏิบัติตาม พรร:นางสามาวคเห็่นไก่แล้ว ก็่บอกกนนำไก่มาล่งว่าตนถือติล ไม่ทำปาณาติบาต ขอให้นำไกไปคืน เมอเขา นำ ไก่มาคืน พรร:นางมาตันทิยา กราบทูลว่า ขอให้ล่งไกไปใหม่โคยบอกว่าขอ ให้แกงไก่เพอนำไปถวายพรร:พุทธเจ้า พรร:เจ้าอุเทนก็่ทรงรับลังอย่างนน ในรร:หว่างทกนนำไก่เป็น ๘ ตัวไปให้พรร:นางสามาวคื อาของ พรร:นางมาตันทิยาไค้นำไก่ตาย ตัวมาขอแลกไก่เป็น ตัวให้แก่กนนำไกไป กนนำไก่ไม่รู้กลอุบาย จึงนำไก่ไปให้พรร:นางสามาวคืตามพรร:ราชคำรัส พรร:นางสามาวคืเห็่นว่าเป็นไก่ตายแล้ว จึงจคการแกงให้ แล้วให้นำไปถวาย พรร:เจ้าอุเทน พรร:นางมาตันทิยาจึงกราบทูลว่า เห็่นหรือไม่ว่าพรร:นางสามาวคื มกวามเการพพรร:พุทธเจ้ามากกว่าพรร:องก่ แม้เพยงแกงไก่ถวายพรร:องก่ ยังไมไค้ แต่เมอจร:ถวายพรร:พุทธเจ้าก็่สามารถทำให้!ค้ aata^aaiia www.kalyanamitra.org
พT^mอเทนทรงสตับแล้วมิไศ้ฅTสอะไT ทรงอฅกลั้นนงไว้ พระ:นางมากันทิยาหาซ่องทางเล่นงานพระ:นางศามาวคใหม่ โคยให้ อานำงูทถอนเขยวแล้วมาฅัวหนง เมอพระ:เจ้าอุเทนเสค็่จมาทคำหนักของคน จี้งแอบใล่งูลงไปในซ่องรางพิณหัสคํกันฅซงเป็นพิณล่าก'ญคู่พระ:หัฅถแล้วใช้ ล่าล่ธุคซ่องไว้ เมอพระ:เจ้าอุเทนหมควาระ:ท'จะ:ประ:ทับอยู่ทคำหนักพระ:นาง มากันทิยา พระ:นางทูลถามว่า'จะ:ไปประ:ทับทคำหนักไหน เมํ่อพระ:เจ้า'อุเทน คอบว่าคำหนักพระ:นางสามาวคํ จื้งขอฅิคคามไปค้วย แม้'จะ:ทรงห้าม^ม่พิง รึงไล้ฅิคคามไป เมอถึงคำหนักพระ:นางสามาวค พระ:นางพร้อมทั้งหญิงบริวารก็่ ปรนนิบัติพระ:ราชาอย่างคเยํ่ยม'จนถึงเวลาบรรทม พระ:นางมากันทิยาแสร้ง เดินไปทพระ:แท่นบรรทม คึงล่าลท'อุคช่องพิณไว้ออก งูก็่เลอยออกมาทํ่ พระ:แท่น ขู่ฟ้อๆ อยู่ พระ:เจ้าอุเทนทรงกลัวงูเป็นพนอยู่แล้วก็่กร::โคคลง'จาก พระ:แท่น ทรงยืนพระ:องกลันอยู่ช้างหนง ฝ่ายพระ:นางมากันทิยาไคโอกาสรึงทั้งหม้าค่าพร::นางสามาวคพร้อม หญิงบริวารว่าล้องการปลงพร::ชนม่พระราซาเ'พอล้องการเป็นใหญ่ ช่างไม่ ร้ถึกในบุฌกุณอะ:ไรเถึยเลย จ ^ใ พระ:นางสามาวคไล้เห็่นงู ไล้เห็่นพระ:ราชาทรงมพระอาการอย่างนั้น และไคพิงคำค่าของพระนางมากันทิยาแล้วก็่ทรงทราบเรองไคโคยละเอยค ไล้ ครัสกับหญิงบริวารทั้งปวงว่า \"ทพิงอืนของพวกเราไม่ม เธอทังหลายจงแผ่เมตตาจิตอน สมำเสมอทันแลให้เป็นไปในพรร!เจ้าอปูทัวผู้เ!เนจอมนรซน ในพรร;เทว แลร; ในตนเอง เธอทั้งหลายอย่าได้ทำความโกรธต่อใครๆ\" ๕๖ J พรgมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
พระเจ้าอุเทนทรงไค้สติ ทรงหยิบธนูประจำพระองกซนมา ทรงพาด ลูกศรแล้วง้างธนูขน ทรงบังกับให้พระนางสามาวคยืนข้างหน้าให้หญิงอํ่นยืน เรยงข้างหลังต่อกันไป เพํ่อ'จะไคยิงกรั้งเคยวเจาะทะลุกลางอกไค้ทุกกน เมอ พระนางสามาวคและหญิงเหล่านั้นทำคามนั้นแล้ว พระเจ้าธุเทนก็่ปล่อยลูกธนู ออกไป ลูกธนูก็่วํ่งตรงเข้าหาพระธุระของพระนางสามาวค แต่ด้วยอำนาจเมตตาจิตทพระนางสามาวดและหญิงเหล่านั้น ตั้งไว้อย่างมั่นคง มพลานุภาพแข็่งแกร่ง เมั่นเกราะกำบังภยได้เ!เนอย่าง ด และมฤทธิอำกัญ ลูกธนูทแล่นไปด้วยความเร็่วนั้น เมึ๋อใกล้ถึงพระอุระ พระนางสามาวด ก็่หวนกล้มแล่นเข้าหาพระเจ้าอุเทนโดยตรง พระเจ้าธุเทนทรงหลบแล้วทรงพระดำริว่า ลูกศรนั้สามารถทะลุไค้แม้ ติลาหนาทึบ แต่ลูกศรนั้กลับวํ่งกลับมาล่หัวใจเรา แห้จริงลูกศรนั้[มมจิค ไมใช่ ลัฅว่ไม่ใช่สิงมซวิฅ บังรูจักกุณของพระนางสามาวคไม่ยอมทำอันครายแก่นาง เราแท้ๆ แม้เป็นมนุษยื บังหารู้กุณของพระนางไม่ เมอทรงดำริแล้วก็่โยนธนูทง ทรงประคองอัญชล ย่อพระองคกระหย่ง แทบบาทมูลของพระนางสามาวฅ พร้อมศรัสขอโทษล้วยประการค่างๆ ว่าทรง ^นเ^อนเลือนหลงไป ขอให้พระนางเปีนทพงแก'พระองค่ด้วย พระนางสามาวคกราบทูลว่า เมอทรงเหี่นว่าพระนางเป็นทึพึงของ ห้าวเธอไค้ ก็่ฃอให้ห้าวเธอทรงถึงพระพทธเจ้าทเป็นสรณะทพงของพระนาง ว่าเป็นสรณะของห้าวเธอค้วย พระเจ้าธุเทนทรงรับว่าขอถึงพระพุทธเจ้าเป็นสรณะ และขอนิมนฅ พระพุทธเจ้ามาฉันทวัง พระนางสามาวคก็่ทรงจัคแจงให้คามพระราชประสงกั จากนั้นก็่ทรงเป็นพุทธมามกะ นิมนฅพระสงฟ้.ห้เข้าไปรับกัคคาหารในกังเป็น ประจำ aamaaiia ๗ www.kalyanamitra.org
ฝ่ายพระนางมากันทิยาผู้คุมกวามแก้นกวามอาฆาฅไว้เฅ็่มอก เมอไม่ อาจทำอะไรพระนางสามาวคและพระพุทธเจ้าไค้ก็่ใก้แก่กลัดกลุ้ม หาทางกำจัด ในทสุดก็่ไก้ข้อสรุปสุดท้าย แม้จะร้ายแรงอย่างไรก็่จำต้องทำไห[ก้ สิงทพระนางคิดได้คือเผาพระตำหนกพร้อมทั้งพระนางสามาวดและ หญิงบริวารทั้งหมด พระนางมาคันทิยาไค้เรั๋มก้นดามแผน นัดแนะกับอาของฅนไท้เฅร้ยม ผ้าชุบนํ้ามันไว้!หมากพอ เมอพระเจ้าอุเทนเสคื่จไปทรงกํฬ'านอกเมือง พระนาง จึงไหลัญญาณแก่อา อาไคจัดผู้กนนำผ้าไปพันดามเสาพระดำหนักของพระ นางสามาวคิทุกค้น เมอถูกถามกื่ดอบว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงรับลังไท้ทำเพํ่อไท้ พระดำหนักแฃ็่งแรง แล้วบอกไท้ทุกกนเข้าไปรวมกันอยู่ไนท้องโถงเสิยจะไค้ ไม่ส์าลักกลํ่นนํ้ามัน หญิงทุกกนรวมทั้งพระนางสามาวคิก็่ไปรวมกันอยูใน ท้องโถง อาของพระนางมากันทิยาก็่ปิดประฅูไส่กลอนแน่นหนา เสร็่จแล้วก็่ จุดไฟทพันผ้าไว้ทุกค้น ไฟก็่ลุกลามไหม้พระดำหนักมอดไหม้!ปทั้งหมด พระนางสามาวคิเมอไค้กลั๋นกวันไฟก็่รู้ว่าเกิดอะไรขน จึงเดือนสติ หญิงบริวารว่า \"การกำหนดอดภาพชงถูกไฟเผาอย่างนของพวกเราผู้ท่องเทั้ยว อยู่ในรงสารวัฏอ้'นหาทั้สุดมิได้' แม้พระพุทธญาณก!มหาได้โดยง่าย ขอให้ ทุกคนจงเร็่เนผู้ใม่ประมาทเถิด\" หญิงเหล่านั้นเมอพระดำหนักถูกไฟโหมไหม้อยู่ ด่างมืสติกำหนด เวทนาปริกกหกัมมัฏฐาน ดือกำหนดเวทนาดือกวามร้อนทั้เกิดแก่ดนเป็น อารมณ สติทั้งมั่น บางพวกไค้บรรลุสกทากามิผล บางพวกไค้บรรลุอนากามิผล แล้วร่างกื่มอดไหม้!ปหมดพร้อมกับพระดำหนัก gg J พร;;มหาโพธิวงศาจารฆ์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ลำ คับนั้น พร;^สงฆนั้งหลายไปบิณฑบาฅ รับทราบว่าพร::ตำหนักของ พระนางสามาวคถูกไฟไหม้พระนางพร้อมนับหญิงบริวารทั้งหมคไค้ทำกาละใน กองไฟ เมอฉันเสร็่จแล้วไค้เข้าไปเค้าพระยู้มพระกากเค้า ทูลถามว่าพระนาง สามาวคและหญิงบริวารถูกไฟกลอกถึงกาละทั้งหมก กฅิฃองพวกนางเป็น อย่างไร คัมปรายภพเฉพาะหน้าเป็นอย่างไร พระบรมสาสกาฅรัสว่าในอุบาสิกาเหล่านั้ทั้เป็นโสดาบนก็่ม ทั้เป็น สกทาคามก็่ม ทั้เป็นอนาคามก็่ม อุบาสิกาทั้งหมดนั้นไม่เป็นรูไร้ผลทำ กาดะเลย แล้วทรงแสกงธรรมว่า \"ภิกษุทั้งหลาย ธรรมดาสิตวทั้งหลายท่องเทั้ยวไปในวฏฏะ เป็น ผู!ม่ประมาทดลอดกาลเป็นนิจ ได้ทำบุญกรรมไว้กม เป็นผูมความประมาท ได้ทำบาปกรรมไว้กม เหตุนั้น สิตว้ยู้เทั้ยวไปในวฏฏะจงได้ประสพสุขบ้างได้ ประสพทุกฃบ้าง\" ฝ่ายพระเค้าอุเทนเมอทรงไค้รับข่าวร้ายเซ่นนั้ก็่ร้บเสค็่จกลับวัง ไค้ เห็่นพระตำหนักพระนางสามาวคมอกไหม้หมกพร้อมทั้งพระนางสามาวกและ หญิงบริวาร ทรงเกิกโทมนัสยํ่งนัก ทรงตำริว่าผูทกวามชั่วร้ายเข่นนั้!ค้ค้องเป็น พระนางมานันทิยาแน่นอน แก่หากจะถามโกยกรง กงไครับการปฏิเสธ จำ ค้อง ใข้อุบายหากวามจริง จื้งทรงรับลังให้ประชุมมุขอำมากย่พร้อมนันทท้องพระโรง เมอพร้อมแล้วก็่รับลังว่า พระนางcfามาวคแสวงหาแค่ช่องทางมิคของพระองค เนองนิจ บัดนพระนางสันช่วิฅไปแล้ว ทำ ให้เย็่นใจไปไล้ ศนททำให้พระองค เย็่นใจไล้เช่นน จะล้องมความรักมกวามปรารถนาค่ค่อพระองคอย่างยง พระนางมานันทิยาอยูในทประชุมนั้นค้วย ก็่ริบออกมาแสกงกน เปิก เผยให้ทประชุมไครับร้ว่า คนทจะมความรักความปรารถนาศในพระราชายั๋งกว่า คนคงไม่ม คนและอาของคนทำเช่นนเพราะรักและปรารถนาศเปีนทฅั้ง www.kalyanamitra.org
พรร;เจ้าอุเทนทรงรฟ้บอารมณโว้ ทรงรับร่'งว่า พรร;นางมากันทิยา เป็นผู้หวังคฅ่อพรร;องค พรร;องก'จร;พรร;ราชทานรางวัลใหญ่หลวงให้แก่พรร;นาง แลร;หมู่ญาติ ขอให้พรร;นางมากันทิยาป้าวร้องให้พวกญาติมารับรางวัลทห้อง สนามหลวงในอก ๓ วันช้างหน้า พระนางมากันทิยายินคยํ่งนัก จงออกประกาศบอกให้ญาติพน้อง ซองฅนทั้งทอยูในเมืองและนอกเมืองไค้ทราบ ขอให้!ปรวมตัวกันทห้องสนาม หลวงในวันนัคหมาย ในช่วงกลางสืน พระเจ้าอุเทนทรงรับร่'งให้เจ้าหน้าทั้!ปฃุคหลุมทสนาม หลวง เป็นหลุกลึกแก่สะคือ เป็นร้อยเป็นพันหลุม แล้วปิดทับไว้ค้วยเลึอ พอลึงวันนัดญาติของพระนางมาตันทิยามากันเคืมท้องถนนรอบ ท้องสนามหลวง ฅนโลภทฅ้องกาTไฅรับฑงวัลพระราชทาน มิได้เป็นญาติ ของพระนาง ก็่ใหตินบนแก่พวกญาติแล้วให้บอกว่าเป็นญาติ เมอไค้เวลาแล้ว พระเจ้าอุเทนไค้เสค็่'จมาทท้องสนามหลวง ทรงรับกังให้พับทุกกนเช้าไปทท้อง สนามหลวง โดยให้โยนทุกกนลงไปนั่งอยูในหลุม เสร็่'จแล้วรับกังให้นำฟางมา เกลยช้างบนหลุมทุกหลุม แล้วให้'รุดไฟเผา ผู้กนเหล่านั้นด่างร้องโอดโอยค้วย ถูกไฟลน เมอหนังถูกไฟไหน้เกรยม แด่ยังไม่ดาย รับกังให้ไถค้วยไถเหล็่กไป บนร่างของกนเหล่านั้น 'จนกระนั่งกลายเป็นเศษซนเนั้อไปทั้งนั้น ส์าหnjพรร;นางมาคนทิยา ร้ฆสิงให้เชึอดเน็้อออกฟ้นซนๆ ด้วยมืค อนคมกริบเหมือนเชือดหมู แล้วให้นำไปทอดในกรร;ทร;ทร้อนรร;อุด้วยนํ้ามน บนเตาไฟทลุกโชนเหมือนทอดขนม ๕(ว^ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองค) www.kalyanamitra.org
พระนางมากันทิยาก่อกรรมไว้เช่นไร ^ครับผลเช่นนั้น ค้วยประการ ฉะนั้ ถามว่า พระนางสามาวดและหญิงบริวาทปีนอุบา^กานู้ถึงหพ้มด้วย สรทธา เปีนผู้มอุปMยในทางบุญเห็่นปานนิ้ ไฉนจึงไ^งแก่ความทายอันไม่ สมควรเช่นนเลย กำ คอบในข้อนั้ศมเค็่จพระบรมศาศคาไค้ฅรัสไว้ว่า กวามคายอันหญิง เหล่านั้นไค้แล้ว ศมกวรแท้แก่กรรมชงพวกนางไค้ทำไว้!นอคคซาฅิ อังนั้แล้ว ครัศเล่าเรํ่องอคคให้ภิกษุทั้งหลายฟิงว่า ในอคคกาล สมัยพระเจ้าพรหมทัคเสวยราชสมบัติอยู่ทเมือง พาราณล่ มืพระปิจเจกพุทธเจ้า ๘ พระองกํเช้าไปรับอาหารในวังเป็นประจำ หญิง ๕00กน มืศรัทธากอยบำรุงคูแลพระปิจเจกพุทธเจ้าทั้งหมคนั้น ต่อมา พระปิจเจกพุทธเจ้า ๗ พระองกใค้กลับไปยังบำหิมพานค อกองกํหนึ่งปลกคัว ไปเช้ากรรมฐานทพงหญ้าแห่งหนึ่งใกล้แม่นั้า เมอพระปีจเจกพุทธเจ้าออกจากวังไปทั้งหมคแล้ว พระเจ้าพรหมทัค จึงพาหญิงเหล่านั้นไปเล่นนั้ากันทแม่นั้า พวกนางเล่นลันจนเหนึ่อยจึงชนมา ถูกกวามหนาวรบกวนจึงไปทพงหญ้า จุคไฟฃ็้นแล้วยืนผิงไฟลัน โคยไม่รู้ว่า พระบัจเจกพุทธเจ้าอยู่ในพงหญ้านั้น เมอไฟลามไปจนถึงคัวท่านจึงมองเห็่น ลัน พวกนางต่างคกใจกลัวลัย คิคว่าล้าพระเจ้าอยู่หัวหรือใกรมาเห็่นศพพระ บัจเจกพุทธเจ้าเช้า พวกคนจะค้องถูกลงโทษ จึงช่วยลันหาพืเนหาเศษไม้มา สุมทร่างชองพระปิจเจกพุทธเจ้าเพอเผามิให้เหลือชากแล้วก็่พาลันกลับ ห้วย เช้าใจว่าศพกงถูกไฟไหม้หมค amz/iaatia ๑ www.kalyanamitra.org
แค่ข้อเท็่จจริง จเจกพุทธเจ้าหรอผู้ทเข้า าบัศิอยู่ จ:เมคนนำ ^นมาพุมเผาฟาน ก็่ไม่อาจทำอันฅรายแก่ท่านแม้เพยงให้ท่านมู้รกอุ่นไค้เลย ศังนั้นพระปีจเจกพุทธเจ้านั้นเมอออกจากลมาบัฅิในวันท ๗ แล้วก็่ลุกขนไป คามลบาย dauหญิง ๕00 กนเหล่านั้นไครบผลกรรมทํ่ฅนทำไวโคยไหม้อยู่ โนนรกหลายพัน!! เมอมาเกิคเป็นมนุษย ก็่ถูกเผาไหม้อยู่ในเรือนฟ้.ฟไหม้อยู่ ในทำนองนั้ร้น ๑00 อัฅภาพ แม้!นซาฅิปิจ'รุบันทเกิคเป็นพระนางสามาวค และเป็นหญิงบริวารกี่ถูกไฟเผาไหม้เซ่นบัน ค้วยอำนา'จบาปกรรมททำไว้ แม้ ในคอนแรก'จะไม่มเ'จฅนา'จะเผา แค่คอนหลังมเ'จคนาเฅ็่มทเพอลบล้างหลักฐาน. จากเรอง พระนางอามาวฅ อัปปมาทวรรค อรรถกถาธรรมบท ใt๒^ พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
i จำ ไม่ได้ ใช่ว่าโง่ ร^)\" A ทJ ^ ป็ใ4ว่าสมองนั้นถือว่าเป็นอวัยว^ส์ากัญอย่างหนงฃองมนุษย เป็น ระบบทคอยกวบกุมเรองกวามจำแล วามลืมเป็นหลัก เป็นเกรองบันทึก'จดจำ เรองด่างๆไว้และถ่ายออกไปด้วยการลืม แด่กนเรามฝ็มองไม่เท่ากันและมกวามจำไม่เท่าบัน หรืออา'จมสมอง เท่ากัน แด่มกวามจำเรํ่องได้ดด่างกัน เพราะสมองไปรับจำเรํ่องอนๆ มากกว่า ดังนั้นกนเราจึงสามารถจดจำเรองด่างๆได้ด่างกัน อย่างเซ่นบางกนจำซอกน แม่น แด่จำหน้าไม่ก่อยได้บางกนจำซํ่อกนไม่ก่อยได้ แด่จำหน้าได้หรือบางกน จำ เรองประวัติกาสด!ได้แม่นยำ จำ พ.ศ.ทเกิดเหตุการณโด้บางกนจำกำสอน ของกรูอาจารย่โด้แม่นยำ แด่บางกนแม้สนใจเรองสนใจกำสอนอย่างนั้นแดก จำ ไมได้ หรือจำได้'เพยงเล็่กน้อย ระบบกวามจำของกนเราเป็นอย่างนั้ อุ้ สือฟุ[อ_£^๕cTl www.kalyanamitra.org
แต่กนทๆาอiไรไปค่อยไค้ใช่ว่า'จะเป็นคนโง่เขลาหรือเป็นกนทไม่เช้าใจ อะไรทั้งนั้น หาเป็นเช่นนั้นไม่ เพราะระบบกวาม'จำบางค่วนเท่านั้นทขากไป แต่ มกวามเข้าใ'จในเรํ่องอนๆ ไคซคเ'จน กล่าวกือระบบกวาม'จำขากไป แต่ระบบ กวามกิกยังหนักแน่น สามารถกิกเรองต่างๆ ไคชกเ'จน กังนั้น จึงกล่าวไค้ว่า กนทขากทักษะในการจำ คือขากกวามสามารถ ในเรองจำ จำ อะไรไม่ค่อยไค้ใช่ว่า'จะเป็นกนไม่มทักษะกวามสามารถในเรองอน ทำ อะไรไมไค้ หรือเป็นกนทล้มเหลวในซวิฅ มิใช่เช่นนั้น ก็่อยูทฅนTอบข้างหfอกนใกลชิฅจะช่วยเหลือ ไมใช่ทิศว่าศนทจำอะไร ไม่ค่อยไฅ้นั้นเปีนคนโง่ เปีนคนทรับอะไรไมได้เปีนคนท1ม่ควรสอนไม่ควรใค่ใจ แล้วปล่อยไปฅามยถากรรม ทากเปีนเช่นนั้น คนทจำอะไรไม่ค่อยไศกจะกลาย เปีนคนโง่เขลาไปเลืยจริงๆ หากไคืรับกวามเข้าใ'จ'จากกนรอบข้างหรือกนใกลซก รู้ทักษะ'จุกค้อย ล่วนนั้นแล้วไปเสริมทักษะ'จุกเต่นทเขามอยูให้ลุกโพลงขน กี่'จะทำให้ผู้จำอะไรไม่ ค่อยไค้นั้นไค้เปงบานกวามกิกของกนออกมากามทฅนถนัก'จริงๆ ถ้าไค้อย่างนั้ ผู้ทค้อยค้านกวามจำกี่'จะสามารถโกกเด่น สร้างสรรกผลงานทเป็นรูปธรรมเป็น ประโยชน่ต่อกนและกนอนไค้เหมือนกนทั่วไป กี่อยู่ทั่กนรอบข้างหรือกนใกล้ซิกจะใ'จกว้างกอยพินิ'จมองคูให้รู้ ถ่องแทถึงพ'นภายในของผู้มืกวามจำค้อยนั้น แล้วเส์ยสละกอยแก[ข ปรับปรุง เปลยนแปลง และป็กฝนให้เขาไค้แสกงธาตุแห้ภายในออกมาให้ปรากฏ มิใช่ ปล่อยทั้งเขาไปกามยถากรรม หรือคูถูกเหยยกหยาม หัวเราะเยาะในกวาม เฉอยข้าเพราะสมองข้าของเขา ๕Ct I พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ในอคฅกาลสมัยพร2พุทธเจ้า ก็่มเรองเช่นนเกิคฃน มพร2เถระทด้อย กวามจำอยู่'จนถูกทอคทง เจ้าฅัวก็่เกิคความท้อแท้'จนอยากจะละเพกไป แต่ พระพุทธองททรงทราบ ทรงแก!ขด้วยพระองกเอง จนพระเถระผู้ด้อยกวาม จำ มันโคคเต่นส์าแคงกวามรู้กวามสามารถออกมาได้อย่างชักเจน เป็นเรํ่องอันเหลือเชอ ท่านจึงมันทื้กเป็นหลักฐานไวในกัมกร ^ เรํ่องเกิดฃนทํ่เมืองราชคฤห์ เศรษจึในเมองราซกฤหมธิคาวัยสาวแรกรุ่นกนหนง ชงเกรษจึรักและ หวงแหนมาก ไม่ด้องการให้นางออกนอกลู่นอกทาง จึงปลูกบ้านเป็นปราสาท ๗ ชั้นให้นางอยู่ มทาสรับใช้กอยคูแลเข้มงวค นางอยู่บนปราสาทนั้นอย่าง โคคเคยว นานวันเช้าไม่อาจtiนกวามด้องการในบุรุษเพศได้เพราะมใจโลเล จึงได้เลืยกับทาสชองคน นางบอกสามว่าท้าหากบิคารู้เช้าด้องคายแน่นอน กวรจะหนไปอยู่ทอน จึงได้รวบรวมทรัพย่แล้วหนไปอยู่ในถํ่นทไม่มกนรูจัก ทั้งสองอยู่กินกันมาจนกระทั่งภรรยาตั้งกรรภ นางจึงขอร้องให้สาม พากลับไปกลอคทบ้านเกิค สามก็่ไม่กล้าพาไปจึงอิคออคเรํ่อยมา นางทนไม่ ไหวจึงออกจากบ้านไปกนเคยว แล้วไปกลอคบุฅรทกลางทาง สามคามไปทหลัง พบภรรยากลอกบุครแล้วจึงพากลับบ้าน แม้ต่อมานางตั้งกรรกอก ก็่ให้สามพา ไปทบ้าน สามกื่อิคออคเหมือนเคิม นางก็่เคินทางไปกนเคยวและได้กลอคบุคร กลางทางเหมือนกัน สามืคามไปพบก็่พากันกลับบ้าน เพราะลูกทั้งสองกลอคกลางทาง ทั้งสองจึงตั้งซอลูกกนแรกว่า มหา มันถก ลูกกนทสองตั้งซอว่า จูฬมันถก www.kalyanamitra.org
เค็่กทั้งสองกนเติบโตขนฅามลำคับ ไคยินเค็่กอํ่นๆเรยกฅาเรยกยาย เรยกป่เรยกย่า จื้งไปถามพ่อแม่ว่าป้ย่าตายายของฅนมไหม อยู่ทไหน รบเร้า หนักเข้ามารคาก็่บอกแก่ลูกตามจริง ลูกจึงรบเร้าให้พ่อแม่พาไปหาตายายท เมืองราชกฤห ทั้งสองทนรบเร้าไมไหวจึงพากันเตินทางไปเมืองราชกฤห เมือ ไปถึงเมืองแล้วไม่กล้าทจฟ้.ปบ้านโคยตรงเพราะไม่รู้ว่าบิตาจ::โกรธอยู่หรือไม่ ไค้แต่ส่งข่าวไปว่าลูกสาวทหนไปพร้อมกับหลานสองกนชอเข้าพบท่านเสรบ^ ท่านเสรษจึไค้รับข่าวแล้ว บอกกะกนไข้ว่า ฅลอคเวลา ๑๒ มืท ผ่านมา ธิคาชองตนหนตามผู้ชายไป ตนไม่อาจยอมรับไค้ทั้งไม่อาจจะเห็่นหน้า ไค้ค้วย ขอให้นำเงินส่วนหนงไปให้แก่นาง แต่ลูกทั้งสองกนให้พามาทั้น จะไค้ ชุบเลยงให้ตต่อไป แล้วส่งกนใช[ปจัคการตามนั้น กนไซ!ปแล้วไค้เล่าเรองทเสรษจึพูฅใหธิคาเสรษจึพ่ง พร้อมมอบเงิน ให้แล้วก็่พาเค็่กทั้งสองกนมามอบให้แก่เสรษจึ สองสามืภรรยาก็่กลับบ้านอยู่ กันตามยถากรรม เค็่กทั้งสองกนไค้อยู่กับท่านเสรษจึ ท่านเสรษ^.ค้พามหาปีนถกไปวัค ปอยๆ ส่วนจูฬปีนถกยังเล็่กนักจึงไค้อยู่แฅในบ้าน มหาปีนถกไคพ่งธรรมจาก พระพุทธเจ้าปอยเข้าก็่เกิคสรัทธาอยากจะบวชเป็นสามเณร จึงขออนุญาตคุณ ตา ชงคุณตาก็่อนุญาตเพราะมืกวามรู้ถึกละอายผู้กนเหมือนกันทมืหลานเกิค จากลูกสาวทหนตามผู้ชายไปมาอยู่ค้วย จึงพาไปเค้าพระพุทธเจ้า พระพุทธ องกก็่ทรงอนุญาตให้ภิกษุรปหนั้งเป็นพระอุปีชณาย่ จ \"\" จขํ จ สามเณรมหาปีนถกบวชแล้วได้รกษาเล่าเรืยนตามลำคับ เป็น ผู้ฉลาด เรยนรู้พระพุทธพจนได้มาก เมืออายุครบแล้วก็่ได้อุปสมบท เจริญกมมฏฐานจนชำนาญแล้วก็่ได้บรรลุพระอรหต ๕๖ I พระ!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เมอท่านไค้บรรลุธรรมศูงสุคแต้วก็่มกวามสุขอยูในฌานแลร:กวามสุฃ อันเกิคจากอรหัตผล เมอผ่านไปหลายรก็่กิคถึงน้องชาย ค้องการให้น้องชาย มาบวชจึงกลับไปเมืองราชกฤหั ชอน้องชายมาจากท่านเศรษจึแต้วพามาทวัค บวชให้แต้วกื่ใหตงอยูในถึลอันเป็นพนฐาน พรร;จูฬป็นถกนั้น พั้นเพเดิมเป็นคนเฉึ๋อยช้า ความจำไม่ค ต่อมา พรร!มหาปีนถกไค้แต่งกาถาบทหนงให้พรร!จูฬ!]นถกไปท่อง กวามว่า ปทมํ ยถา โกกนทํ สุคนฺธํ ปาโต สิยา ผุลุลมวฅคนฺธํ อง.ครสิ ปสฺส วิโรจมานํ ตปนฺตมาฑิจุจมิวนฺตสิก.เข ฯ (คอกบัวโกกนท มืกลนหอม บานแต่เช้า พึงมืกลั๋น ไม่ เสือมหาย ฉันไค เธอจงเห็่นพรร!อังครสยูโพโรจนอยู่ คุจควงอาทิตยส่องแศงในกลางหาวฉร!นั้น) กาถาเคยว d บรรหัคนั้ พรร!จูฬปินถกพยายามท่องจำอยู่ d เสือน กโม่อาจจำไค้ ถามว่า เพรา ไรทรอ คอบว่า เพราะในอmกาล เธอบวชในศาลนาของพระมหา11ลลปร'มมา ร'มพุทธเจ้า เป็นผูมลติปีญญาค ไmoเราะเยาะภิกษุรูปหนงซงเป็นพระเฉอยช้า กำ รงเรยนอเทสอย่ ภิกษุนั้นละอายเพราะถูกหัวเราะเยาะ เลยเลิกเรยนอุเทล ไม่สวดไม่สาธยายอะไรต่อไป อั^นฬสิอเร่อ ๗ www.kalyanamitra.org
พระ:มหาปีนถกไม่อาจช่วยเหลออ:!ไรไค้จึงบอกพรร;น้องชายว่า เธอ เป็นกนอาภัพในพระ;ศาสนานิ้ ตั้ง d เคือนยังท่องกาถาเพยงกาถาเค้ยวไมไค้' เธอไม่อาจยังกิจชองบรรพซิฅให้สำเร็่จไค้' เธอพื้งออกไปจากพระ;ศาสนาน เสิยเถิก พระ:จูฬปินถกยังมเยอใยในพระ;พุทธศาสนาอยู่จึงไม่อยากจะ;สิก ฅอนเย็่นหมอซวกโกมารภัจจึมานิมนฅพระ;ทั้งหมกไปฉันทบ้าน พระ; มหาปีนถกทำหน้าทรับนิมนก ไค้กล่าวกะ;หมอซวกว่า ทวัคมพระ;เฉอยช้าอยู่ รูปหนง จะ;เว้นเธอเสํย ไม่พาไปฉันทบ้าน พระ;จูฬปินถกทราบเรองก็่น้อยใจว่า พระ;พชายไม่รักกน แบ้มกิจ นิมนกก็่ใม่พาไปค้วย จึงกิคอยากจะ;สิก เพราะ;เมอไปเป็นกฤหัสถก็่ยังสามารถ ปฏิบัติและ;ทำบุญกุศลไค้พอรุ่งเช้าจึงไค้เกินออกจากทอยู่เพอไปสํกไค้พบพระ; พุทธเจ้าเสค็่จจงกรมอยู่ทประ;ตู จึงเช้าไปถวายบังกม พระ;บรมศาสคากรัสถาม เธอกราบทูลให้ทรงทราบเรํ่อง พระ;พุทธเจ้ากรัสว่า \"จูฟปีนถก เธอชอว่าไศ้มาบวชใน^านักของเรา แม้ถูกพชายขับไล่ ทำ ไมจึงไม่มายังล่านักเรา มาเถิด เธอจะต้องการอร!ไรด้วยความเป็นคฤนัสถ เธอต้องอยู่ฅ่อไปในล่านักของเรา\" จากทั้นก็่ทรงลูบกิรษะ;พระ;จูฬปินถกค้วยพระ;หักถทมพึ๊นวิจิกรค้วย จักร พาไปนั่งหน้าบุชพระ;กันธกุฎ ประ;ทานท่อนผ้าทสะ;อาคผืนหนั่งให้ กรัส กังให้พระ;จูฬปีนถกนั่งหันหน้าไปทางทิศกะ;วันออก ใช้มือลูบผ้าท่อนพร้อมกับ บริกรรมไปว่า \"รโซหรณํ รโซหรณํ\" อยู่กรงนั้น แล้วณสคื่จไปบ้านหมอซวก พรgมุทาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
พระ:จูฬปินถกนั่งมองพระอาทิฅยพลางลูบท่อนผ้าไปบริกรรมไป ว่า \"รโซหรณํ รโชหรณํ\" เมอลูบท่อนผ้าไป ควงอาทิฅยก็่แก่กล้าขน เหงอออกท มือก็่ทำให้ผ้าเศร้าหมอง ท่านมองคูผ้าแล้วก็่กิคว่า \"ท่อนผ้าน^^ะอาดแท้ๆ แต่อาKยอัฅภาพนจื้งถะปกฅิเคิม กลาย เปีนผ้าIfiร้าหมองไปได้ด้งขารทั้งหลายไม่เทยงหนอ\" 'จากนั้นท่านณรํ่มตั้งไรพิจารณาความสินและ:กวามเร่อมเจริญ วิปิศศนา พระ:พุทธองก่ทรงทราบว่าจิฅของพระ:'จูฬปินถกฃนส่วิปิลศนาแล้ว จึงฅรัสให้ เธออย่าทำความหมายเฉพาะท่อนผ้าทั้นว่าเกร้าหมองแล้วศิฅธุล แล้ว ในใจของเธอยังมธุลม่ราคะเปีนด้นอยู่ เธอพี้งกำจัคธุลทั้งหลายออกเ^ย แล้วไค้ฅริสิพระ:กาถาเกยวกับเร่องธุลนั้อกหลายพระ:กาถา ในกาลจบพระ:กาถา พระ:'จูฟปินถกไค้ก่งจิฅไปคามเทศนา ลามารถ กำ จัคธุลกิเลสไคสินเชิง ไค้บรรลุพระ:อรหัตพร้อมค้วยปฏิสิ'มภิทา พระ:ไฅรปิฎก ไค้มาปรากฏซัคแ'จังแก่ท่านพร้อมกับปฏิสิ'มกิทานั้นเลยทิเคยว ลำ คับนั้น หมอซวกไค้ถวายกัฅคาหารแล้วกราบทูลให้พระ:พุทธเจัา ทรงอนุโมทนา พระ:พุทธเจัาฅรัสว่าทวคยังมืพระ:อกองกํหนง หมอซวกจึงให้กน ไปนิมนฅมา กนรับใช้นั้นไปทวัค เห็่นภิกษุเฅ็่มวัคไปหมค เพราะ:พระ'จูฬปินถก เนรมิตให้เป็นไป กนรับใช้จึงกลับไปรายงานว่าทวัคมืพระเฅ็่มวัคไปหมค พระพุทธองกํฅรัสลังว่าให้[ปนิมนฅพระระบุซอว่า'จูฬปินถก กนรับใซกไปปฏิบัติ คามนั้น เมอนิมนฅระบุซอว่า'จูฟปินถก พระทุกรูปก็่กก่าวว่าคนซอ'จูฬปินถก กนรับใช้จึงกลับไปกราบทูลอก พระพุทธเจัารับลังว่าเมอระบุซอแล้วให้จับมือ รูปนั้นไว้ทเหลือก็่จะหายไปเอง กนรับใช้กลับไปทำเช่นนั้นจึงไค้พาพระ'จูฟปินถก มาในงานไค้ www.kalyanamitra.org
พระพทธองกทรงประ:ทานโอกาศให้พระจูฬปินถกฟ้นยู้อนุโมทนา ท่านไห้บันลือสิหนาทคุจส์หะวัยคะนอง ไห้ทำอนุโมทนา บังพระไฅรปิฎกไห้ กระฉ่อนแล้ว ไนคอนเย็่นพระสงฆนั่งคุยกันกงพระคุณฃองพระพทธเล้าว่า พระมหา บันถกไม่อา'จtเกพระน้องชายไห้เพราะกิคว่าพระน้องชายเฉํ่อยซ้า แค่พระพุทธ องกทรงประทานพระอรหัฅผลพร้อมห้วยปฏิร'มภิทาแก'เธอ พระพุทธองคทรง เป็นพระธรรมราชาชั้นเยยมหายูทคเท่ยมมิไห้[คยแห้ กำ ลังชองพระพุทธองก มมากเลืย'จริงๆ พระบรมศาสคาเสค็่'จไปยังทํ่ซุมนุมนั้น ภิกษุทั้งหลายเห็่นพระพุทธ องกํเสคี่'จมาก็่พากันนั้งเงยบ ส์ารวมกิริยาอาการโคยสงบ พระพุทธองกทรง เห็่นเช่นนั้น คี่ทรงรำพึงห้วยพระหฤทัยลัน'อ่อนโยนว่า \"บริษทนั้งามยงน้ก การคะนองมือกด คะนองเท้ากด เลืยงไอกด เลืยงจามคี่ด ของภิกษุแม้รูปหนั้งก็่ใม่มื ภิกษุเหล่านั้แม้ทั้งหมดมืความเคารพ ด้วยพุทธคารวะ อนเดชแห่งพระพุทธะคุกคามแล้ว เมึ๋อเรานั่งนั้งเฉยไม่พูด อะไรแม้ตลอดอายุ รูปไหนๆ ก็่จกไม่ยกเรองฃ็้นพูดก่อน ธรรมเนยมการยก เรํ่องฃั้นพูด เราควรรู้ เราจกพูดขนก่อน\" จากนั้นพระองคคี่ฅรัสถามภิกษุเหล่านั้นว่าคุยอะไรกันห้างไว้ ภิกษุ เหล่านั้นจึงกราบทูลไห้ทรงทราบ เมอทรงทังแล้วไห้ตรัสว่า \"คูก่อนภิกษุทั้งหลาย จูฟปีนถกหาไศ้เปีนผู้เฉอยช้าแฅในบัศนเก่านั้น ไม่ แม่ในปางก่อนณฉอยช้าเหมือนกัน อนง เราเปีนทํ่พงของเรอเฉพาะใน บัดนั้เก่านั้นก็่หาไม่ กงในกาลก่อน ก็่ไฅ้เปีนทพงของเธอเหมือนกัน และใน พระ?มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
กาถก่อน เราไฅ้ทำจูฬปีนถกนให้เปีนเจ้าของโถกิยทรัพยแล้ว บัคนIศ้ทำให้ เปีนเจ้าของโถกุศศรทรพย\" จากนั้นไค้ฅรสเล่าเรองอคฅฃองพระ'จูฬปินถกให้ภิกษุทั้งหลายฟิง กวามว่า อตเต ในอคฅกาลนานมาแล้ว กรั้งเมอพระเจ้าพรหมทัฅเสวยราช สมบัติ ณ เมืองพาราณส์ แกวันกาสิ พระโพธิล้ฅว่อุบัติในกระกูลเศรษจ้ เมอ เจริญวัยแล้วไครับตำแหน่งเศรษจ้มืซอว่า'จุลกเศรษจ้ เศรษจ้นั้นเป็นยู้ฉลาค รอบรู้สารพัคนิมิฅ อยู่มาวันหนงเศรษจ้ออกจากบ้านไปเข้าเวัาพระราชาคาม ปกติ เห็่นหนูคายอยู่ข้างถนนฅัวหนง พิเกราะห้คูฤกษล่างฤกษบนแล้วพูค เปรยชนว่า \"กนมศาย่อมจะเอาหนูฅายตัวน[ปทำทุนเถยงกรอบครัวหfอประกอบ อาชพไล้\" ขณะนั้น ชายทุกคะกนหนง (ในบางแห่งระบุว่าเป็นกนรับไข้ชองจุลก เศรษจ้) ชอ'จู??'นเควารก ไคยินคำนั้นก็่คิคว่าคนระคับนั้ล้าไม่แนใจกงจะไม่พูค เช่นนั้ จึงหยิบหนูคายคัวนั้นมาแล้วกิคหาวิธทจะไค้เงินมาทำทุนเป็นเบองคัน และวิธการอํ่นหลังจากนั้น กิคคกแล้วเขาไค้!ปทคลาคทเชาเลยงแมว ไห้หนู คายแก่เจ้าชองแมวแล้วไค้เงินมากากณิกหนง (ประมาณ สคางก) เขานำ เงินนั้นไปชอนั้าอ้อยไค้งบหนงแล้วนำไปผสมลับนั้าไค้นั้าหวานหบ้อหนึ่ง เขานำ หม้อนั้าหวานไปทั้งไวัทประตูสวนคอกไม้ เมอพวกกนเกี่บคอกไม้ชายออกมาก็่ คักนั้าไหคมกนละกระบวย พวกกนเก็่บดอกไม้กื่ไห้คอกไม้เขากนละกำ เขานำ คอกไม้!ปขายไค้เงินมาก็่นำไปซอนั้าอ้อยไค้อกหลายงบ เขานำไปผสมลับนั้า แล้วนำไปแจก'จ่ายลันถึงไนสวน พวกเก็่บคอกไม้^ห้คอกไม้เขากนละหลายกำ www.kalyanamitra.org
เขาไค้คอกไม้แล้วก็่นำไปขายแล้วไปซอนํ้าอ้อยไปบริการเหมอนเคิม แฅ่มเงิน เหลือเก็่บไว้ส่วนหนง เขาทำอย่างน!ม่กวันก็่มเงินเก็่บ ๘ กหาปณร: วันหนง ฝนคกและ:มลมพายุวัค กั๋งไมทงศคและ:แห้งในพระ:อุทยาน หลวงหักหล่นลงมาเกลอนกลาค เขาเห็่นทางไค้เงินจึงไปหาหัวหน้าพระ:อุทยาน แล้วขออนุญาตนำกั๋งไม้ทั้งหมคออกไปทงให้ หัวหน้าพระ:อุทยานก็่อนุญาต ค้วยเต็่มใจเพราะ:ไม่ค้องออกแรงขนไปทั้ง เขาไปทํ่สนามเค็่กเล่น นำ นํ้าหวาน จากนํ้าอ้อยไปแจกเค็่กๆ แล้วขอแรงให้พวกเขาช่วยขนกั๋งไม้ออกมากองไว้ ทประ:ดูพระ:อุทยาน ไม่นานกงไมกถูกแรงงานเค็่กช่วยหันขนออกมาจนหมค และ:เย็่นวันนั้นเองพวกช่างหม้อหลวงมาเห็่นกองไม้อย่ทั้ประ:ดูพระ:อุทยานเป็น จำ นวนมากจึงขอซอจากเขา เขาขายไค้รากา ๑'๖ กหาปณะ: เมอมเงิน ๒<1 กหาปณะ:แล้วเขาก็่ใปทั้งตุ่มนั้าไว้ทั้ใกล้ประ:ดูเมอง กอย บริการนั้าแก่พวกกนเกยวหญ้าขายประ:มาณ ๕00 กนอยู่หลายวัน พวกกน เกํ่ยวหญ้ารู้ลืกในบุญกณของเขาจึงบอกเขาว่าค้องการอะ:ไรขอให้บอก จากนั้น เขาไค้[ปฅสนิทหับพ่อค้าทางบกและพ่อค้าทางนั้าจนเป็นเพํ่อนหัน วันหนงเพอน พ่อค้าทางบกบอกเขาว่าพรุ่งนั้พวกพ่อค้าม้าจากต่างเมืองจะนำม้ามาขายใน เมืองนั้ เขาไค้ยินคังนั้นจึงริบไปหาพวกกนเกํ่ยวหญ้าขายแล้วขอหญ้าจาก ทุกกนกนละฟ้อนไค้หญ้ามา ๕00ฟ้อน เขาขอร้องว่าล้าตนยังไมไค้ขายหญ้า เหล่านั้ก็่อย่าเพั๋งขายหญ้าหันก่อน ทุกกนก็่รับปาก พวกพ่อค้าม้าเมอนำม้ามาลืงเมืองพาราณลืก็่หาซอหญ้า แตไมมใกร ขายให้ไปพบกองหญ้าของเขาเข้ากื่ขอซอ ประมูลรากาสูงขนไปจนถึง ๑,00๐ กหาปณะ พ่อค้าม้าก็่จำเป็นค้องซอเพราะไม่มืหญ้าให้ม้าซงเคินทางมาไกลกิน ทำ ให้กนอนๆ ขายหญ้าไค้รากาค้ในวันต่อๆ มาค้วย พygมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ล่วงมาไคไมกวัน เขาไค้ข่าวจากเพึ๋อนพ่อค้าทางนํ้าว่ามเรือรนค้า ลำ ใหญ่มาถึงท่าแล้ว เขาจึงไปเข่ารถเข่าทมระคับพร้อมค้วยกนแวคล้อม ใน รากา ๘ กหาปณะ ขับไปยังท่าเรือค้วยอิสริยยศยํ่งใหญ่ทจัคฉากขน มอบ แหวนวงหนงให้?ไปคันเรือเป็นก่ามัคจำสินค้าเบองค้นแล้วทำร'ญญาซอขายกัน ไว้พร้อมกับนัคแนะกนของคนว่าล้าพวกพ่อค้ามาฅิคฅ่อซอสินค้าให้แจ้งข่าวไป ยังเขาโคยผ่านการประสานงานถึงสามซั้นเพอให้เห็่นว่าคนเป็นพ่อค้าใหญ่มิใข่ จะเข้าพบไค้ง่ายๆ พวกพ่อค้าเมืองพาราณถึ ๑๐0 กนพอไค้ทราบว่าเรือสินค้ามาถึงท่า แล้วจึงรืบมาเพอซิ้อสินค้าเหมือนทเกยทำมา แค่กัปคันเรือบอกว่าสินค้างวคนิ้มื กนจองและทำรญญาไว้แล้ว พวกพ่อค้าจึงไปหาเขาเพอขอแปงสินค้า แค'พวก กนของเขาซงทำหน้าทเป็นหน้าม้ากื่บอกว่าค้องเข้าหุ้นกับเขาจึงจะไค้สินค้า ทุกกนจึงยอมจ่ายเงินให้เขากนละหนงพันเพอมืหุ้นล่วน และยอมจ่ายให้อก กนละหนงพันเพํ่อให้เขาขายหุ้นของเขาให้แก'พวกคนแล้วรับสิทธิในรฌญาไป เขาไค้เงินจากการนิ้ถึงสองแสนกหาปณะโคยไมไค้ใข้เงินลงทุนเลย นายจูพันเควาสิกกิคว่าคนกวรเป็นกนกคัญฌู ไม'กวรลืมบุญกุณ ของท่านจูลกเศรษจึ จึงให้กนขนเงินหนงแสนกหาปณะไปยังบ้านของเศรษจึ แล้วมอบให้เศรษ^พร้อมทั้งเล่าเรองเมองหลังทั้งหมคให้พัง ทั้งแค'เศรษจึพบ หนูคายแล้วพูคปรารภฃ็้น คนจึงนำหนูคายไปเป็นค้นทุนจนกระทั่งไปทำการ ค้าและไค้เงินมาสองแสนกหาปณะโคยอาคัยมืคาคามทั้เศรษจึปรารภไว้ โคย ไข้เวลา d เลือนเศษเท่านั้น เศรษ^กิคว่าไม่กวรจะปล่อยเค็่กกนนั้ให้คกเป็นของกนอน จึงยกบุครื ซงมืวัยเหมาะสมกันให้เป็นภรรยาของเขา พร้อมทั้งมอบทรัพยัสินทั้งหมคให้เขา aaiz/iaacSa www.kalyanamitra.org
คูแลเพราร;เซํ่อในสฅิปิญญาและกวามสามารถของเขา เมอเสรษ^เสิยซวิฅแล้ว เขาก็่ใครับตำแหน่งเศรษ^สืบต่อมา เมอทรงเล่าเรองอคฅของพระจูฬปินถกจบแล้ว พระบรมศาสคาไค้ ฅรัสเสริมกวามไว้ว่า อปปเกนอ เมธาว ปาภเฏน วิจกฃโณ สมุฎจfาเปติ อต.ตานํ อณุ๊ อคคว สนฺธมํ ฯ บุกกลยู้มปิญญา มกวามพินิจ เห็่นผลประจักษ ปอม ตั้งคัวไค้ค้วยทรัพยค้นทุนแม้น้อย เหมือนกนก่อไฟ น้อยๆ ให้เป็นไฟกองไหญไค้ฉะนั้น. จากเรอง พระจูฟปีนถก อัปปมาทวรรค อรรถกถาธรรมบท ©ไ!' •^1 เ^^ ว่ 0 พรgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
cri เพศกลบ พ^ เพศกลับ คือการทผู้ชายกลับเพศเป็นผู้หญิง หรอผู้หญิงกลับเพศ เป็นผู้ชาย ในศมัยปิจจุบันศามารถทำไค้ด้วยลัลยกรรมผ่าฅัค มทำกันอยู่โคย ทั่วไป และ:เห็่นกันว่าเป็นเรองปกติ เรยกการทำอย่างนว่าการแปลงเพศ แค่ ก็่สามารถเปลยนไค้เฉพา^อวัยวะภายนอกเท่านั้น ส่วนอวัยวะ:ภายในยังไม่ม ข่าวว่าทำไค้ ชงอาจมก็่ไค้แค่ใม่เป็นทํ่แพร่หลายทั่วไป แฅ่เรองเพศกลับทเกิคขนมัยพุทธกาล มิใช่เป็นการแปลงเพfi แฅ่ เป็นการเปลยนระบบอวัยวะทั้งหมครวมถึงจิศใจศ้วย คือเป็นบุรุษเพfl เมอกลับ เป็นปศรเพffแล้ว จิฅใจก็่เป็นf^ศร อวัยวะภายนอกภายในก็่เป็น(^ศร สามารถ มลามไค้มบุศรไค้ลมบูรณเทปีอนลฅรปกติทั่วไป นแหละ:เป็นเรํ่องอันเหลือเชอ วิทยาศาสครกงไม่รับรอง กนทั่วไปก็่ กงเชอไค้ยากว่าศามารถเป็นไปไค้ แค่ก็่มเรํ่องทั่เป็นไปแล้วและ:ถูกจารึกไว้เป็น คำ นานแล้ว อพฒสิอเร่อ /^๕ www.kalyanamitra.org
การกลับเพศ ชายกลับเส์นผู้หญิง หญิงกลับเป็นชายนั้น ย่อม สามารถเป็นไปได้ตามปกติด้วยอำนาจกรรม แต่มิได้เป็นในภพชาตินั้น หาก เป็นได้ในภพชาติต่อไป อย่างทพูดกนว่ากลับชาติมาเกิดจงเป็นนั่นแหลร; อย่างทท่านแสคงไว้ว่า พวกผู้ชายชงไม่เคยกถับเปีนผู้หญิง หรือ พวก ผู้หญิงหไม่เคยกลับเปีนผู้ชาย ย่อมไม่ม เพราะว่าพวกผู้ชายทประพฤติถ่วง ถะเมิฅในภรรยาผู้อน คายแล้วย่อมไปหมกไหม้อยูในนรกหลายแสนปี เมอกลับ มาเกิคเปีนมนษย่อก ย่อมเปีนสศรืเพสฅ่อเนองถง(5)๐๐ ลัศภาพ ยกตัวอย่าง เซ่น พรร:อานนทเถระ:ผู้เป็นอริยสาวก ไค้บำเพ็่ญบารมฅิคฅ่อกันนับแสนกัลฟ้ แค่ในอัตภาพหนง เกิคในตระ:กูลซ่างทอง ไค้ทำปรทารกรรมกือล่วงละ:เมิคใน ภรรยาของผูอน ค้องหมกไหม้อยู่ในนรกยาวนาน เศษกรรมทํ่เหลือค่งผลให้ กลับมาเกิคเป็นมนุษย่ เป็นผู้หญิงทค้องบำเรอเท้าของผู้ชายใน อัตภาพ ถูกถอนพืช (เป็นหมันมบุตรไมไค)ใน ๗ อัตภาพ ถ่วนผู้หญิง ทำ บญให้ทานเปีนคันแล้วตั้งจิตปรารถนาว่าฅ้วยอำนาจ บญกสถตั้งหลายนชอให้ไดอฅภาพเปีนชาย เมอตั้นชวิฅแล้วกลับมาเกิดใหม่ ย่อมไคัความเปีนชายคามปรารถนา หรือไคัเปีนหญิงผู้เปีนปติเทวคา(ปรนนิบัติ สามประดุจเทวดา) กึ๋ใคัเช่นกัน ในสมัยพุทธกาล มเหตุการณทํ่เรยกว่าเพศกลับเกิคขน เพราะ:มจิต อกุศลกิคโคยไม่แยบกายโคยเป็นชายกลับไค้เพศเป็นผู้หญิงสมบูรณ็ในอัตภาพ นั้นกันท ชงเป็นเรองอันเหลือเชอ แม้เป็นเรองอันเหลือเชอ แค่ก็่เป็นไปแล้ว และ:เป็นเกรองเตือนใจไค้ ว่า การคิดในทางไม่คต่อผู้อนนั้นเป็นมโนทุจริต เป็นการคิดชั่ว แต่ผลย่อม มแตกต่างกน ถ้าคิดไม่ดต่อคนไม่ค ก็่พอทำเนา หากคิดไม่ดต่อผู้มพรร;คุณ พ?;!มหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ต่อผู้ทรงส์ล ต่อผู้มอุปการคุณ ย่อมมผลร้าย คอยทำอนตราย คอยขดขวาง ความเจริญรุ่งเรือง หรือคอยบั่นทอนลาภผลทพงได้ หากคิดไม่ดต่อพรร! อริยบุคคล ย่อมม่ผลทร้ายแรงถึงกบทำให้เพศกลบได้ในทนทํ เรองเพศกลับทเกิคฃนในศมัยทุทธกาลนั้นท่านบนทํกเป็นหลักฐาน ไว้ในก้มภร เรองเกิดขนทํ่เมืองโฟ้รัยนคร ไคยนคิว่า ในโลไรยนกร มเศรษ^อยู่ฅรร:กูลหนั้ง ลูกชายของเศรษ^ นั้นมภรรยาแลร:มบุฅร ๒ กน วันหนั้ง ลูกชายเศรฬนั้นไค้นั่งยานน้อยไปกับ เพอนออก'จากเมืองบุ่งไปยังแม่นั้านอกเมืองเพอเล่นนั้ากับพรรกพวก ขณร:นั้น พรร:มหากั'จ'จายนเถรร:เดินบุ่งหน้าเช้าเมืองไปเพอบิณฑบาฅ รร:หว่างทางไค้หยุค ห่มผ้าลังฆาฏิ ก็่ผิวกายของพรร:มหาเถรร:ยุคผ่องงคงามคุ'จทองกำ ลูกชาย โล่ไรยเศรฟ่ผ่านไปเห็่นเช้าพอค จึงกิคค้วยกวามกร:นองใ'จว่า «3 \"สวยเ^ยจริงหนอ พระองคนควรเปีนภรพาของเรา หรือผิวพรรณ ภรรยาของเราพึงเหมอนกับผิวพรรณของพระองค& ชั่วชณร:ทเฃากิคแล้วอย่างนั้เท่านั้น บุรุษเพศชองเขาไคอ'นครธานไป ศฅรืเพศปรากฏขนแทน เขารูถึกคัวว่าเกิคอร:ไรขน เกิคกวามลร:อายใ'จจึงลง'จากยานหลบหน ไป กนรอบช้างก็่ไม่รู้ว่าเกิคอร:ไรชน ถามไถ่กันกใม่รู้ว่าเขาหายไปไหน คามหา กึ๋ไม่พบ ค่างก็่กิคกันว่าเขากงฅกนั้าฅายไปแล้ว มารคาบิคาของเขาก็่เศร้าโศก เถึยใ'จปลงใ'จว่าเขาคายไปแล้วจึงทำมฅกกัฅอุทิศกศลไปให้ www.kalyanamitra.org
เมือเป็นหญิงแล้ว นางไค้เดินป๗นกับผู้กนซงไม่มืใกรรู้จักนางออก นอกเมืองไปไค้เดินกามกองเกวยนหมู่หนงมุ่งหน้าไปเมืองกักกสิลา พวกกอง เกวยนถามประวัติ นางกี่บอกปฏิเสธและฃอเดินกามไปเท่านั้น นานวันเข้ากี่ลอก แหวนวงหนงมอบให้พ่อค้าเกวยนแลกกับการไค้นงเกวยนเข้าเมืองกักกสิลา เมอถึงเมืองแล้วหัวหน้าพ่อค้าเกวยนกิกว่า ลูกเศรษ^ในเมืองยังไม่มื ภรรยา หญิงทมาจากโสไรยนกรกี่สวยงาม กวรเป็นกู่กรองของลูกเศรษ^.ค้จึง นำ นางไปมอบให้ท่านเศรษจึแล้วรับก่ากอบแทนกลับบ้าน ลูกซายเศรษจึเห็่น นางเข้ากี่ถูกใจจึงยอมรับเป็นภรรยา นางอยู่กับลูกซายเศรษ^เมืองกักกสิลาไม่นานกี่กั้งกรรภ กรบกำหนด แล้วกี่กลอกบุกรชาย เมือบุกรเติบโกพอเดินไค้นางกี่ไค้บุกรซายอกหนั้งกน เป็นอันว่าเธอมืบุตร <i คน เป็นบุตรทเกิดจากภรรยาเดิมของตน ๒ คน เกิดจากตนโดยตรง ๒] คน ภายหลังวันหนง เพํ่อนซองนางทิ่นั้งยานออกไปเล่นนั้าค้วยกันไค้เดิน ทางมาค้าซายทเมืองกักกสิลาค้วยหมู่เกวยน ๕00 เล่ม นางเปิกหน้าต่าง เห็่นเข้ากี่จำไค้ จึงให้สาวไซ!ปเชิญเซาเข้ามาในบ้าน เพํ่อน กี่เข้ามากามกำซอ เห็่นนางแล้วบอกว่ากนไม่รู้จักนาง แต่นางกี่ยังไมไค้เล่าอะไรใหพ่งในกอนแรก เป็นแต่ถามถึงบิกามารคา ถึงภรรยาและบุตร ๒ กนซองกนทเมืองโสไรยนกร เพ่อนกี่บอกว่าสบายคทุกกน เมือนางถามถึงเพอนซองเซา เซากี่กอบเฅี่มปาก ว่าเพํ่อนไค้หายไปเข้าใจว่ากายไปแล้ว นางจึงบอกว่าฅนนแหลร!คึอเพอนคนนั้น แล้วเล่าเรองให้^งว่าฅน คิฅอย่างไรฅ่อพระ เพคจึงกลับกลาย และไล้ละอายใจหนออกมาอยู่ทนจนม บุศรอกสองคน j พรgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เพอนไ งแล้วณซอเพราะ:ฅนก็่เห็่นและรู้จักพร^องกนั้นคว่ากึอพระ มหากั'ไเจายนะ จึงบอกเพํ่อนว่าเธอทำกรรมหนักแล้ว แล้วถามว่าไค้ขอโทษ พระมหาเถระหรือยัง เมอนางฅอบว่ายังไมไค้ขอโทษ และไม่รู้'ว่าฅอนนั้พระมหา เถระอยู่ทไหน เพํ่อนก็่บอกว่าท่านอยู่ทเมืองนั้แหละ กังนั้นขอให้นางเฅรืยมของ ไว้เพอทำภัฅกาหารถวายท่านในวันพรุ่งนั้เช้า นางก็่รับปากและบอกให้สามื เมืองกักกสิลาทราบ ฝ่ายเพํ่อนไปยังทพักของพระมหาเถระ นิมนก[ห้ท่านไปรับบากร ท บ้านลูกซายเศรษจึ พระมหาเถระถามว่าเธออยู่โสไรยนกร รู้จักเจ้าของบ้าน ทนํ่ไค้อย่างไร เขากราบเรืยนว่าเป็นเพอนเก่ากัน แฅ่มิไค้เล่ารายละเอยคให??ง พระมหาเถระกี่รับนิมนก วันรุ่งขน นางก็่จัคเกรืยมอาหารไว้พร้อม ศามืและเพอนก็่อยู่พร้อมหน้า เมอพระมหาเถระมาแล้ว^คจัคอาหารถวายอย่างพร้อมมูล จากนั้นเพอนไค้ พานางออกมากราบแทบเท้าพระมหาเถระแล้วกราบเรืยนว่าขอให้ยกโทษ ให้นางค้วย พระมหาเถระก็่งุนงงจึงถามว่านมันอะไรกัน เพอนจึงเล่าเรํ่อง เก่าสมัยอยู่โล่โรยนกรให้ท่าน??ง พระมหาเถระ??งแล้วก็่เช้าใจจึงรับกำขอโทษ แล้วยกโทษให้ เมํ่อพระมหาเถระกล่าวว่าฉนยกโทษให้เท่านั้น เพศหญิงก็่หายไป เพศชายปรากฏขนแทน เป็นเรํ่องอัศจรรย่ทเหลือเชอจริงๆ เมํ่อเรํ่องกลับกลายเป็นอย่างนั้ ลูกซายเศรษจึเมืองกักกสิลาก็่บอก เขาว่า www.kalyanamitra.org
\"เพอนผู้ร่วมทกข เคึ่ก ๒ ศนนิ้เป็นถูกเฑทั้งสองคนแท้ขอใท้ท่านอยู่ ในเมืองนแหละ ไม่พึงกังวลอะไร ช่วยกันเลยงดูพวกเขาไท้เจริญเติบโคเป็นพอ\" เขาบอกว่า เขาไคถึงอาการอันแปลกประหลาค เป็นผู้ชายกลายเป็น ผู้หญิง มลูกของคัวเอง แล้วกลับเป็นผู้ชายอก เค็่ก ๒ กนนขอให้ท่านไค้เลิ้ยง ดูไป ส่วนเขาก็่จะไม่กลับไปเมองโสไรยนกรอก แต่จะขอออกบวชฅิคตามพระ: มหากัจจายนะไปทุกหนแห่ง ว่าแล้วก็่จูบลาบุตรทั้งสองกนแล้วจูงมอมามอบ ให้แก่บิคา แล้วก็่ฅิคตามพระมหาเถระออกจากบ้าน พระมหาเถระพาเธอมาถึงทพักแล้วก็่ให้บรรพชาอุปสมบทแก่เธอ เสร็่จแล้วก็่พาจาริกเรอยไปจนถึงเมึองสาวัตถึทพระพุทธเจ้าประทับอยู่ ท่านมนามทั้ได้njว่า โสไรยะ ท่านอยู่ทิ่เมืองสาวัตถึ ผู้กนทราบเรํ่องของท่านก็่พากันมาถามถึง เหตุการณทเกิคขน ท่านณ็่ส่าไหทัเง กนบางกนถามท่านว่า ท่านมลูกทเกิคกับ ภรรยาเคิมกับลูกทเกิคในห้อง ท่านมกวามเสน่หามกวามรักในลูกกนไหนมาก ท่านก็่ตอบว่ารักลูกทเกิคในห้องขณะเป็นหญิงมากกว่า ชาวบ้านก็่ราถึอบอก กส่าวกันไป แวะเวยนมาถามไม่ขาคสาย นานวันเข้า ท่านเกิศความรำคาญใจเพราะวุ่นวายอยู่กับการเล่าเรอง และคอบคำถามราไป จงไท้ปล่กคัวหลบไปอยู่ไนทสงัด ไม่ท้อนรับผูไศ เมออยู่ คนเดยวจิคก็่เรมสงบ เรมตั้งใจระลึกถึงความส้นและความเล่อมในคัคภาพ ใน ทสฅก็่ไท้บรรลุอรหัคผลพร้อมตั้งปฏิกัมภิทาตั้งหลาย เมํ่อท่านไค้บรรลุธรรมแล้วก็่ออกจากบุมสงบ ผู้กนก็่เรั๋มมาหาและถาม ท่านอกว่ารักลูกกนไหนมากกว่า เพราะท่านบรรลุมรรกผลสูงสตแล้วไม่มกิเลส ๗๐ I พระ!มหาโพธิวงศาจารย (ทองค) www.kalyanamitra.org
ผูกพันแต้ว ท่านจึงฅอบว่าไมใ^กบุฅรกนไหนและฅอบเซ่นนทุกกรง พระงฆ ทู้รองเข้าก็่กล่าวหาว่าท่านโลเลเหลาะแหละ ฅอนแรกฅอบอย่างหนง ฅอนหลัง ฅอบอกอย่างหนิ่ง จึงไปกราบทูลพระพุทธองกว่าท่านอวคธุฅริมนุสสธรรม พยากรณอรหักผล พระพุทธองกฅรัสว่า พระโศไรยะหาไค้พยากรณอรหักผลไม่ เพราะ ตั้งแต่เธอไค้เห็่นอริยทัสสนะแต้วค้วยจิกทฅั้งชอบแต้ว ก็่มิไค้เกิกกวามเสน่หา ในบุกรกนไคทั้งร้น จิกชองกนเราย่อมเป็นเซ่นนิ่ เมอตั้งมั่นโกยชอบแต้วย่อม ให้สมบัฅิทร้าก่าหาประมาณมิไค้ซงบิกามารกาและญาติมิกรไม่อาจไหไค้คังนิ่ แต้วไค้กรัสสอนไว้ว่า น ตํ มาตา ปีตา กรรา อฌฺเฌ วาปีจ ฌาตกา ส์มฺมาปณิหิตํจิตฺตํ เสยยโสนํตโตกเรฯ มารกาบิกาหรือญาติทั้งหลายเหล่าอํ่นไมพงทำเหตุนั้น ไหไค้ แต่จิกทตั้งไว้ชอบแต้ว พึงทำเข้าของจิกนั้นไห้ ประเสริฐกว่านั้นไค้ มกำอธิบายไว้ว่า มารศาบิดาหรือญาฅิพน้องสามารถมอบทรพย สมบัติให้แก่บศรริศา^าหรับเถยงชพไค้อย่างสุขสบายในอัตภาพนิ้เท่านั้น อย่าง เช่นนางวิสาขามหาอบาติกา ไค้ทรัพย่สมบัติของมารดาบิดาผู้รารวย มความ สุขสบายในการดำเนินขวิดในอัดภาพเดยวเท่านั้น มารดาบิดาหรือญาติพน้อง ทจะสามารถให้ติริในความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิในทวิปทั้ง^ ย่อมไม่มแก่บุดร นัง้ หลาย จะป็วยกล่าวไปไยถงมารดาบิดาทสามารถให้ทิพยสมบติหรือฌาน สมบัติ ย่อมไม่มแก่บุดรแน่นอน โดยทสุดแม้ทจะให้[ลกุดดรสมบัติไม่จำค้อง กล่าวถงเลย 3พ2/1ลรเร่อ ((^๗๑ www.kalyanamitra.org
กล่าวได้ว่า สมบัติเหล่านั้นไซร้ เมออยากได้ตองทำเอง แต่ว่าจิฅทเจ้าฃองจิฅฅั้งไว้ชอบแต้ว คำ เนินไปตามแนวปฏิปทาอันเป็น อริยะแลร:เข้าถึงอริยผลแต้วย่อมอาจให้สมบัติเช่นนั้นทั้งหมดไค้. จากเรอง พระMรยi จิฅฅวรรค อรรถกถาธรรมบท 3J เ£_ ทั้งผ้าผ่อนไม'รรวั'งพดาคพถั้งเผดอ นอนละเมอยุ่มย่ามฅามไหนไหน คูอัปลักษณเสิยรริงหญิงชายไค หาก เป็นไป เร่ง แก้แค่ก้นมือ. ^๙ ๗๒! พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
(m บาปijนดาล mTnระทำทไม่ถูกต้องทไม่สมกวร การกระทำต้วยกวามเกยคแต้น หรือการกระทำทผิคทกระทำไปโคยไม่รู้ ล้วนเป็นกรรมชั่วเป็นบาปเป็นทุจริต ทั้งร้น เมอเป็นกรรมแล้วกรรมนั้นก็่จะบันคาลกือยังผลให้เป็นไปตามกรรม ไม่ บิคพร้ว ไม่แปรเปลยนให้เป็นคไปไต้ เมอกรรมบันคาลแล้ว ผู้ทำ กรรมย่อมไต้ รับผลอันเหมาะสมยับกรรมทํ่ตนทำ เรํ่องกรรมเป็นเรองทเกิคฃนไคยับทุกกน ทั้งกรรมคและกรรมไม่คโคย เฉพาะเรองกรรมไม่คบักจะเกิคไต้ง่ายกว่ากรรมค เพราะจิตของกนเรามักโน้ม ไปในทางทำชั่วทำผิค เหมือนนาทมปกติไหลไปส่ทฅํ่า การยกระคับจิตให้สูงขน เพอทำกวามคเป็นการยากไม่น้อย เหมือนการทคนํ้าขนไปบนทคอน ผูม่งทำความดจงสมควรได้ร้ไมยกย่องสรรเสริญว่ามืความบากบั่น พยายามยกจิตของตนให้ข้ามพ้นจากอารมณและแรงเสิยดทานทต้องการ ให้โปย่ความตาทรามอย่างมาก จิงกล้าทำความคต่างๆ ไต้อย่างกล้าหาญ อชเสิอเร่อ www.kalyanamitra.org
แค่ว่าเรองการทำคทำชั่วนอdmนเพเดิมของคนเรา คนทมพนเพมา ดิ จิฅใจก็่จะค ย่อมทำความคโดยไม่ยาก ทำ นองเคยวกัน คนทมพนเพมาไม่ฅ จิฅก็่จะไม่ศ ย่อมทำความชั่วไค้ง่าย ท่านแสคงไว้ว่า ความค คนดไค้ทำง่าย ความชั่ว คนชั่วทำได้ง่าย ความดคนชั่วทำได้ยาก ความชั่ว คนดทำได้ยาก เป็นการแสคงกวามพิท ถูกต้องทสุค เพราะฉ::นั้น ก็่อยู่ทํ่กนเราจะโน้มจิฅไปทางไหน ต้วยการ'!เกฝนอบรม จิฅไปในทิศทางทํ่ต้องการ เมอจิฅมั่นในทางนั้นแล้วก็่จะโน้มไห!ปทำกรรมต่างๆ กรรมคบ้าง กรรมชั่วบ้าง เมอทำกรรมคอันเป็นบุญ บุญก็่จะบันคาลให[ครับผล เป็นความค เป็นความสุขความเจริญ เมอทำกรรมชั่วอันเป็นบาป บาปก็่จะ บันคาลใหไครับผลเป็นความผิค เป็นโทษ ไม่เจริญไม่ก้าวหน้า นเป็นเ'รองปกติของกรรม ของบุญและบาป จะเชอหรือไม่เชอไมใช่ ข้อยกเว้น เชอหรือไม่เซอก็่ต้องไครับผลเช่นนั้น รู้หรือไม่รู้กต้องไครับผล เช่นนั้น เมอไปทำกรรมอย่างไคอย่างหนงเข้า ในสมัยพุทธกาล มผู้ประกอบกรรมอันเป็นบาปไว้ต้วยความจงใจบ้าง ต้วยความอาฆาตบ้าง ต้วยความคึกคะนองบ้าง บาปนั้นก็่บันคาลผลให้เป็นไป แก่ผู้ทำ เบาบ้างหนักบ้าง ทหนักทสุคคึอล้างผลาญกันจนร้นบ้านสินเมือง ร้น ช่วิฅกันเป็นเมือ และทเหลือเชอก็่คึอ คนทใมไต้ทำกรรมชั่วไว้ แฅใปอยู่รวมกับคนท ทำ กรรมชั่ว กี่มืเหตุบังเอิญให้เป็นไป สามารถแยกตัวออกมาทำให้รอคตายไต้ ส่วนคนททำกรรมชั่วไว้ อยู่ในททไม่ควรตายแล้ว แต่เหตุบังเอิญนั้นทำให้ต้อง ไปหาทํ่ตายโคยไม่รู้ตัว ^^๗๔^ พรgมหาโพธิวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org
ตัวอย่างในเรองนก็่คือ การล่มสลายของศากยวงคืแล::เมองกบิลพัสคุ ชงเกิคจากกวามแก้นของเชอสายศากยวงคืเอง ก้นฅอของเหตุการณนมไม่มาก แต่เ?]นกวามจงใจของเจ้าศากยวงคื ว่ากงไม่เรนไร แต่ผลทตามมาทำให้เกิดกวามแก้นหนักหนาแก่ณู้กํ่ยวข้อง จึง ก้องล้างผลาญกันไหfนสุด และผู้ล้างผลาญนั้นก็่สินสุดไปด้วยบาปบันดาล เรองนเป็นเรองอันเหลือเชอเรองหนง ชงท่านบันทึกเป็นหลักฐานไว้ เรองเกิดฃนทํ่เมืองสาวัตถแลรแมืองกบิลพสคุ เรองมว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล พระเจ้าแผ่นดินเมืองสาวัฅถ แกว้น โกศล สมัยเป็นพระราชกุมารได้ทรงลืาเร็่จการคืกษาจากอาจารย่ทิสาปาโมกข เมืองตักกสิลาพร้อมกับสหายอกสองกน คือมหาลิกุมาร พระโอรสเจ้าสิจฉว เมืองเวสาลื และ พันธุละ โอรสของเจ้ามัลละ เมืองกุสินารา เมอลืาเร็่จการ คืกษาแล้ว ปเสนทิราชกุมารได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินเมืองสาวัฅถ มหาลิกุมารได้ กลับไปแสดงดิลปะให้ประยูรญาดิคู แต่พลาดกงกับตาแตกทั้งสองข้าง แต่ก็่ได้ รับรางวัลเป็นประตูเมืองก้านหนงลืาหรับเก็่บล่วยเลยงซพ ล่วนเจ้าพันธุละได้แสดงดิลปะให้พวกเจ้ามัลละทั้งหลายคู ด้วยการผูก ไมืไผ่สูง ๘0 ศอกจำนวน\\ว0 ลำ แล้วกระโดดพันไมืไผ่ทั้งหมด ขาดในพริบ ตา แตไคยนเลืยงตังกรกหนง ทราบว่าพวกเจ้ามัลละใล่เหล็่ก ไว้ข้างในไมื!ผ่ ลำ หนง จึงน้อยใจว่าพวกเจ้ามัลละทดสอบตนไม่บอกให้ทราบล่วงหน้าจะไคพัน ไมให้มืเลืยงได้ปรกษาบิดามารดาว่าจักฆ่าพวกเจ้ามัลละให้หมดแล้วกรองราชย่ กนเดยว แต่บิดามารดาห้ามไว้ บอกว่าข้อทดสอบนเป็นธรรมเนยมเก่า เมอ อชmสิอเส์อ /^๗๕ www.kalyanamitra.org
ทำ อะไรไมใคจึงกราบลาบิคามารคาไปเมืองสาวัฅถ พระเร้าปเสนทิโกศลก็่รับ ไว้แล้วให้คำรงคำแหน่งเป็นเสนาบค วันหนงพระเร้าปเสนทิโกศลเห็่นภิกษุหลายพันรูปเคินไปคามถนน ทราบว่าไปรับบิณฑบาฅทกฤหาสนของท่านอนาถบิณฑิกเศรษร้ ของ จูพัอนาถบิณฑิกเศรษร้ ของนางวิสาขา และของนางสุปปวาสา จึงทรงมื พระราชประสงกจะวัคภัคคาหารถวายบ้าง ไค้เสค็่'ๆไปทพระวิหารทประทับ ของพระพุทธองก ทรงนิมนครับภัคคาหารพร้อมภับพระสงฆ ๑,000 รูป พระพุทธองกทรงรับนิมนฅ และเสค็่าเไปฉันในวังพร้อมพระสงฆทั้งปวง พระเร้าปเสนทิโกศลถวายภัคคาหารค้วยพระองกเอง ฟ่ วัน จากนั้น ไค้นิมนฅพระพุทธเร้าให้เสค็่จมารับอาหารทวังทุกวันพระพุทธองกทรงปฏิเสธ ว่าไม่อาจรับเช่นนั้นไค้ เพราะประซาซนทั่วไปก็่ค้องการทำษุญถวายทานเช่น เคํยวกัน จึงทรงนิมนค!ห้ส่งพระมาแทน พระพุทธองกทรงมอบให้เป็นภาระ ซองพระอานนท่นำพระสงฆเพอไปรับอาหารในวัง พระอานนท!ปรับอาหารทวังพร้อมพระสงฆทุกวัน คอนแรกพระเร้า ปเสนทิโกศลเสค็่จมาถวายเอง ต่อมาทรงลืมเสค็่จ ๓ วัน และมิไค้มอบหมาย ให้ยูใครับขิคซอบ ทำ ให้เภิคกวามเนั้นช้าและวุ่นวายขน พระส่วนใหญไม่อาจ รอไค้ก็่กลับวัค ในวันท ๓ ก็่เหลือแต่พระอานนท่องกเคยว พระอานนทเถระ เป็นผู้มืมารมือนบำเพ็่ญมาแล้วนับแสนกลฟ้ สมบูรณด้วยอภินิหาร มืบุญมาก และเป็นการณวสิกบุคคล คือเป็นผู้ตั้งอยู่ ในอำนาจแห่งเหตุ เมอจะรักษาศรัทธาของเจ้าภาพไว้จึงได้รออยู่ แม้จะ เนั้นช้าอย่างไรก็่ตาม ๗๖ J พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองต) www.kalyanamitra.org
นฟ้นปฏิปทาแลรเอัธยา^ยฃองผู้ฟ้นบณฑิต มความnjผิคชอบใน กิจทได้?มมอบหมาย พระเจ้าปเสนทิโกศลเสค็่จมา เห็่นมพระอยู่องกเคยวมารับบิณฑบาต ก็่ทรงไม่สบายพระราชหฤทัย จากนั้นก็่เสค็่จไปทูลถามพระพุทธเจ้าว่าทำไม พระสงฆจึงไม่เข้าวังไปรับบิณฑบาต พระพุทธเจ้าตรัสว่าพระสงฆใม่คุ้นเกยใน ราซส์านัก จึงไม่มกวามกังวลห่วงใย เมอฅิคขัคบางอย่างก็่ไมใปฉลองศรัทธา พระเจ้าปเสนทิโกศลจึงทรงคำริว่าทำอย่างไรจึงจะไค้เป็นญาติกับ พระศาสนา จะไคไกลั้ซคคุ้นเกยกับพระสงฆ ทรงไตร่ตรองแล้วทรงกิคไค้ว่า กวรจะไปส่ฃอพระธิคาศากยวงห่ยู้เป็นพระญาติกับพระพุทธเจ้า มาไว่ใน พระราชมนเทํยร เมอเป็นทังนพระสงฆทั้งหลายจะไครูล้กว่าพระองกทรงเป็น พระญาติกับพระพุทธเจ้า จะไค้สนิทสนมคุ้นเกย ทรงคำริฉะนแล้วก็่ย่งทูตไป ยู่ฃอพระธิคาเจ้าศากยวงห่ และทรงทำขับทูตว่าให้ถามค้วยว่าเป็นพระธิคาเจ้า ศากยวงห่องก!หน เจ้าศากยะทั้งหลายประชุมกันแล้ว ต่างปรกษากันว่า พระเจ้าปเสนทิ โกศลเป็นกนละฝ่ายกับศากยะ แม้จะเป็นกษัตริย่เมืองใหญ่ แต่ก็่มืฐานะฅํ่าค้อย ไม่เสมอกับเหล่าศากยะ เมอเราจักไมให้พระธิคาไป ห้าวเธอจักทำให้ศากยะ ฉิบหายไค้ แล้วจะให้พระธิคาศากยะ^คไป ท้าวมหานามะ ตรัสว่าตนมืธิคาทเกิคจากนางทาสิกนหนงชอ วาสกขัฅติยา เป็นกนมืรูปร่างหน้าตาค สมกวรล่งนางไป เจ้าศากยะทั้งหลายเห็่นชอบค้วย จึงมอบนางให้แก่ทูตเมืองสาวัตถไป พร้อมบอกว่าเป็นพระธิคาชองพระเจ้ามหานามศากยราช ผู้ทรงเป็นพระโอรส ของพระเจ้าอาชองพระพทธเจ้า อ้2ม3«สิอเร่อ /^๗ www.kalyanamitra.org
พรร;เจ้าปเสนทิโกศลเมอทรงเห็่นนางวาศภฃัฅฅิยาแล้วก็่พอพระ ราชหฤทัย จึงสถาปนาให้เป็นพระอักรมเหสิ เป็นใหญ่กว่าสฅรบริวารจำนวน ๕0๐ นาง ต่อมาไม่นานพระนางก็่ทรงพระกรรรถ กรบทสมาสแล้วก็่ประสูฅิ พระราชโอรสผู้ทรงมผิวพรรณตุ'จทองกำ พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงปลาบปล็้ม พระราชหฤทัยยํ่งนัก ห้องการให้เจ้าศากยะพระราชทานพระนามพระราชโอรส จึงส่งทูตไปชอให้พระราชทานพระนามต่อเจ้าศากยะ แต่อำมาฅยผูถือสาTไปเปีนคนหูศื้ง พระเจ้ามหานามะทรงกำริว่าพระธิคากงเป็นทรักยั๋งฃองพระเจ้า ปเสนทิโกศล จึงตรัสว่าขอให้พระราชโอรสมพระนามว่า วลลภะ หมายกวาม ว่าเป็นกนรักกนโปรค แต่อำมาตยหูฅึงไกํยนไปว่า วิฑูฑภะ กลับมากราบทูล พระเจ้าปเสนทิโกศลว่าไครับพระราชทานนามมาว่าวิฑูฑภ2 ชงไม่มกวามหมาย อะไร พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงเช้าพระทัยว่า กงเป็นซอเก่าประจำศากยวงส่ ก็่ทรงพอพระราชหฤทัย เมอพระราชกุมารเ'จริญวัยขนไม่ถง ๗ พรรษา ก็่ พระราชทานกำ แหน่งเสนาบคไห้ เพอไห้พระบรมศาสคาทรงโปรคปราน วิฑูฑภราชกุมาร เมือมพระชนม่ให้ ๗ พรรษาทรงรบเร้าถามถึงตา ยายต่อพระมารคา พระนางกี่ตอบว่าตายายเป็นเจ้าศากยะ;อยู่เมืองกบิลพัสตุ ชงอยู่ห่างไกลมาก พระราชกุมารกี่ทรงกำหนคไว้ เมอพระชนม่ให้๑^5 พรรษา จึงทูลลาพระชนกพระชนนเสกี่'จไปเมืองกบิลพัสตุพร้อมกับบริวารจำนวนมาก พระนางวาสกชัตติยาริบส่งข่าวส่วงหน้าไปไห้เจ้าศากยะ!ทั้งหลายทราบ เจ้าศากยะทั้งหลายประชุมกันแล้วตกลงกันว่าพวกตนไม่อา''^ไหว้ วิฑูฑกะไห้ จึงส่งเหล่าศากยกุมารทเกี่กว่าวิฑูฑกะทั้งหมคไปยังชนบทเสิย เพอท'ไเะไคไม่ห้องไหวิวิฑูฑกะ อังนั้นเมอวิฑูฑกะไปถึงจึงไคไหว้แต่เจ้าศากยะ; cicoj พรร:มหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
ผูใหญ่ฅามกำแน^นำว่า ผู้นกือพระmตา ผู้นิ้กือพระเจ้าอา เป็นต้น วิฑูฑภะ ก็่สงสิ'ยเหมือนกันว่าตนไค[หว้เจ้าศากยะ แตไม่มืเจ้าศากยะสิ'กพระองกเคยว ไหว้ตนเลย และกใม่เห็่นศากยกุมารเลยกักองกเคยว จึงทูลถาม ไครับกำตอบ ว่าศากยกุมารทเป็นรุ่นน้องๆ ของวิฑูฑกะไปชนบทกันหมค วิฑูฑภะก็่มิไคฅคใ'จ อะไร เศค็่จอยู่ทเมืองกบิลพัศคุ ๒-๓ กันแล้วก็่เศค็่จกกับ เมธเสศ็่จกลับแล้ว พวกนางทา^ทั้งหลายไล้ลับคำลังให้ล้างแน่น กระดานและทนั่งทวิฑูทภะเดินเหยยบแล:!นั่งล้วยนํ้าเจือล้วยนานม นางหนง ไล้ล้างไปด่าไปว่า กระดานแน่นน เก้าอลัวน ลูกชายของนางทา^mอว่า วาสภฃัฅดิยานั่ง มืมหาคเล็่กกนหนงของวิฑูฑกะลืมอาวุธไว่ในกังจึงกกับไปเอาไต้ยิน เลืยงนางทาลืกนนั้นค่าเซ่นนั้นจึงเข้าไปถาม จึงไต้รับทราบว่าพระนางวาศภ- ขัตฅิยาเป็นลูกพระเจ้ามหานามะทเกิคจากนางทาลื จึงเมอกกับมาทันวิฑูฑกะ ก็่ทูลเรองทํ่ไต้เห็่นและทไค้ทังมา เจ้าวิฑูฑภรเทรงสดบแล้วก็่ตั้งพระหฤทัยไว้ว่า พวกเจ้าศากยรเจง ล้างเก้าอทเรานั่งด้วยนํ้าเจือด้วยนํ้านมก่อนเถิด เมํ่อเราได้ครองราชสมบติ แล้วจ้กกล้มมาเอาเลือดในดำคอของเจ้าศากยะทั้งหมดล้างเก้าอทเรานั่ง เมํ่อกกับถงเมืองสากัตถแล้ว ซ่าวเรองพระนางวาศกฃัตฅิยาเป็นลูก ของนางทาลืก็่แพร่สะพัคไปทั่ว พระเจ้าปเสนทิโกศลก็่ไม่สบายพระราชหฤทัย รบเข้าไปเล้าพระพุทธองกํ ทูลเรองไหทัง พระพุทธองกํตรัสว่า \"มหาบพิดร พวกเจ้าnากยะทำกรรมไม่สมควรจริง กี่เมอจะ พระราชทานพระธิดาให้ กี่ควรจะเปีนผู้ทเสมอกันกับพระองค แด่ขอถวาย พระพรว่า พระนางวาสภชัดดิยาเปีนพระธิดาของขัฅดิยราช ไล้อภิเษกในพระ www.kalyanamitra.org
ราชมนเทยTของขัฅฅิยฑช ป้ายวิฑูฑภะก็่ทรงอา^ยขัฅฅิยราชนั่นแลประปีติ แล้ว ธรรมคาว่าโคตรป้ายปิฅาเท่านั้นเปีนป้ากัญ โคตรป้ายมารคาจักทำอะไรไค้\" พร^เจ้าปเสนทิโกศลทรงสคับแล้วทรงพอพรรเราซหฤทัยว่าโคตรฃอง บิคาเท่านั้นส์าคัญ จึงพรร:ราชทานเกรองบริหารททรงเรยกกืนไ^นแก่พระนาง วาสภฃัคติยา แลร:วิฑูฑภราซกุมาร ต่อมา พรร:เจ้าปเลนทิโกศลทรงเชอเหล่าอำมาฅยทสอพลอว่า พันธุลร:เสนาบคยู้ทรงเรนพรร:สหายต้องการเป็นพรร:เจ้าแผ่นติน จึงรับร่'งให้ ลอบฆ่าพันธุลร:เส์ย สร้างกวามไม่พอใจให้แก'ท่ฆการายนร:ผู้เป็นหลานพันธุลร: ไม่น้อย จากนั้นพรร:องก่ก็่ไม่สบายพรร:ทัย ทรงมอบเกรองราชกกุธภัณฑแก่ ทฆการายนร;ไว้แล้วเสค็่จไปเ&าพรร:พุทธองกทปรร:ทับอยู่ชายแคนแกว้นโกศล กับแกว้นศากยร: ท่ฆการายนร:ชงคิคแต้นพรร:เจ้าปเสนทิโกศลเป็นทุนเติมอยู่ แล้ว จึงมอบเกรํ่องราชกทุธภัณฑแก่วิฑูฑกร:แล้วปรร:กาศให้เป็นพรร:เจ้าแผ่นติน เมองสาวัฅถ พระเจ้าปเลนทิโก^ลเล้าพระพุทธเจ้าแล้วเลค็่จกกับ ทรงทราบว่า ท่ฆการายนะคิคคคไปตั้งวิฑูฑภะเปีนพระเจ้าแผ่นดินแล้ว จื้งข็้นม้าไป^ปีอง ราชคฤหเพอขอกำกังมาปีคเมองลาวัตถคึน เมอเลศ็่จไปถึงเมืองราชคฤห เขา ปีคประตูเมืองแล้ว จื้งพักบรรทมอยู่ทคาถานอกเมือง แฅ่ก็่เลค็่จลวรรคตใน คืนนั้นเอง เพราะทรงเหน็่คเหนอยและถูกแคคถูกลมระหว่างทางมาหลายวัน ฝ่ายพรร:เจ้าวิฑูฑกร: เมอไต้เสวยราชสมบัติแล้วก็่รร:ลึกถึงอคฅทํ่ เมองกบิลพัสคุ กวามอาฆาฅแต้นคุกร่นขนจึงยกกองทหารหมู่ใหญ่ม่งไปเมือง กบิลพัสคุเพํ่อเช่นฆ่าเหล่าศากยร:คามทฅั้งพรร:ราชหฤทัยไว้แต่เติม ไ พรgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
วันนั้นสมเค็่'จพระยู้มพร::ภาคเจ้าทรงฅรว'จคูร'ฅวโลก ทรงมองเห็่น ความวิบัติซองหมู่พระญาติแล้ว จึงทรงดำริว่าพระองกสมควรกระทำญาติ ร'งคหะ คือการช่วยเหลอพระญาติวงส์ จึงเสค็่จไปประทับอยู่ทโคนไมชงโล่งแจ้ง แสงแคคล่องกงแห่งหนงใกล้เมืองกบิลพัสคุ ชงเป็นทางผ่านของกองทหาร พระเจ้าวิฑูฑกะ ทั้งทใกล้ๆ นั้นมืฅ้นไทรซงมืร่มเงาร่มเย็่นอยู่ เมอพระเจ้า วิฑูฑกะทอคพระเนฅรเห็่นพระพุทธองคืจึงเสค็่จเข้าไปเวัาแล้วทูลว่าทำไมมา ประทับอยู่ ณ ทํ่นัใ้ นเวลาแคคร้อนเช่นนั้ ซอให้เสค็่'จไปประทับทโคนค้นไทรทํ่ ร่มเย็่นนั่นคืกว่า พระพุทธองคืฅรัสว่า \"ช่างเถิดมหาบพิตร ธรรมดาว่าร่มเงาของหมู่พระญาติต่างหากท ร่มเย็่น\" พระเจ้าวิฑูฑกะทรงสคับแล้วก็่ทรงรู้ว่าพระพุทธองคืเสคี่'จมาอยู่ทนั่ เพอมิให้คนไปเมืองกบิลพัสคุ จึงยกกองทหารกลับ ต่อมาไม่นาน ก็่ยกกอง ทหารไปอกเป็นครั้งท ๒ ไค้พบพระพุทธองคื ณ ทนั้นอกกื่ยกกองทหารกลับ ครั้งท ๓ คี่เช่นเคืยวกัน เมํ่อพระเจ้าวิฑูฑกะยกกองทหารไปครั้งท <i พระพุทธองค้ทรง พิจารณาเห็่นบุรพกรรมของหมู่พระญาติว่า เคยทำกรรมชวช้าโดย'&Jรยยาพิษ ลงในแม่นํ้า ทำ ใ'ห้พตว่นํ้าและผู้คนล้มตายกันเป็นเปึอ ชงกรรมเช่นนนไม่ว่า ใครกึ๋ใม่อาจจะห้ามผลทั้ต้องร้^.ค้จึงมิไค้เสคี่'ใเไปเป็นครั้งท <1 พระเจ้าวิฑูฑกะ จึงเสคี่จกงเมืองกบิลพัส^คยสะควก ปกติธรรมคาพวกเจ้าศากยะทั้งหลายนั่นคงอยู่ในคืล เป็นยู!ม่ฆ่าลัฅว่ แม้จะค้องคาย คี่ใม่ยอมทำลายซวิคลัคว่ทั้งปวง คังนั้นเมอเคริยมการรบแล้ว คี่ลังทหารทุกคนว่าเวลายิงข้าคืกอปายิงให้ถูกคัว ห้ามทำให้คัครูเคืยซวิคเป็น www.kalyanamitra.org
เคื่คขาคคังนั้นเมอเผชิญหน้ากัน ทหารศากย:;ยิงธนูออกไปแต่ก็่ยิงไปร:;หว่าง ซ่องโล่แลฟองหูของแต่ละกน พระเจ้าวิฑูฑภฟงฅรัศว่าเจ้าศากยะเร็เนผูไม่ฆ่าร'ฅว่มิโซ่หรือ ทำ ไม มายิงคนของพระองกฅาย เมอทหารกราบทูลไห้ทราบกวาม'ไเริงว่าไม่มไกรฅาย รกกน จงฅรัสว่า ถ้าอย่างนั้นก็่ไห้ถามเรยก่อนว่าเป็นเจ้าศากยะไซ่ไหม ถ้าฅอบว่าไซ่ก็่ไห้ฆ่าเรย ถ้ากอบว่าไมใซ่ก็่ไห้ปล่อยไป เพราะเจ้าศากยะจะไม่ พูคโกหก ล่วนพระเจ้ามหานามะผู้ทรงเป็นพระเจ้ากาของพระองก่และผู้ทอยู่ ตระกูลศากยวงส์!ด้ถงกาลอวสานลงในวันเคยว พรร;เจ้าวิฑูฑกะ ให้รงหารทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่ทารกซงรงดึ๋มนม แม่นํ้าโลหิตได้หลั่งไหลไป ทั่วเมือง ทรงไห้ล้างเก้าอและแผ่นกระดานทเคยประทบ ด้วยพระโลหิตไน ลำ คอของพวกเจ้าศากยะตามทอาฆาตไว้ ล่วนพระเจ้ามหานามะรอกพระชนม่ พระเจ้าวิฑูฑกะทูลเชิญไห้เสวย ร่วมห้วย แต่พระเจ้ามหานามะทรงมืพระทิชิว่าจะไม่เสวยกับลูกทาส จึงทรงออก อบายว่าจะไปอาบนํ้าทสระนํ้า แล้วเสค็่จลุยลงสระนํ้าหายไป พระเจ้าวิฑูฑกะ ทรงรับร่งไห้กามหา เมอไม่พบก็่ทรงเห็่นว่ากงเสค็่จหนไปแล้ว พระเจ้าวิฑูฑกะพร้อมทั้งกองทหารไห้เสค็่จกลับเมืองสาวักถ เสคึ่จ ถึงแม่นํ้าอจึรวกไนเวลากลางกืน รับลังไห้ทั้งก่ายพัก ณ ทนั้น ทหารล่วนหนง นอนบนหากทรายริมนํ้า ล่วนหนงนอนบนกลํ่งทอยู่ขอบแม่นํ้า ในทหารสองdวนน คนทนอนอย่บนหาคทราย เป็นคนทไม่เคยทำบาป กรรมไว้มอยู่ และคนทนอนบนฅถํ่ง เป็นคนทเคยทำบาปกรรมไ^มอยู่ เมอ (งีเอ I พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองต) www.kalyanamitra.org
ทุกคนกำถังนอนหลับสนิท มคแคงทั้งหลายได้ออกหากิน และกัคทหารทกำลัง นอนอยู่ ในทหารทนอนอยู่บนหาด ทํ่ไม่เคยทำบาปกรรมไว้ ก็่ลุกขนไปนอน บนฅลํ่ง ส่วนคนทนอนบนฅลํ่ง ทั้คยทำบาปกรรมไว้ ก็่ลุกลงไปนอนบนหาค ทราย สลับทํ่กันอย่างน ตกคึก เกิคฝนตกหนักค้านทิศเหนือแม่นํ้า นํ้าไค้หลากไหลลงมาอย่าง เร็่ว ท่วมทับพัคพาพระ:เค้าวิฑูฑภร;และพวกทหารทนอนอยู่บนหาคทรายให้'จม นํ้าจมโกลนศวรรกตและ:เคึยซวิฅไปหมดสิ^น ส่วนผูทนอนอยู่บนตลง มิไค้ทำบาป กรรมไวกรอคตัวไป รุ่งขนพระ:ศงฆใค้นั่งกุยกันว่า พระ:เค้าวิฑูฑภะ:ไค้ยกกองทหารไปเข่น ฆ่าเหส่าเค้าศากยะ:แล้วเศคึ'จกลับ มโนรถของตนยังไม่ทันกงทสุคเลย ก็่พากน มาตายเป็นเบอกลางแม่นํ้าอก เมอพระ:พุทธเค้าเศค็่'จมา ถามถงเรองทํ่กุยกัน ก็่กราบทูลให้ทรงทราบ พระ:พุทธองกคึงตรัศว่า ปุป.ผานิ เหว ปจินนฺตํ พ.ยาศต.ตมนส่ นร ศุตฺตํ คามํ ปโหโฆว มจฺจุ อาทาย คจฺฉติ ฯ นั'จ'รุคึอกวามตายย่อมพาไปซงนรชนผู้มใ'จข้องเกยวอยู่ ในอารมณต่างๆ ผู้เลือกเก็่บคอกไม้อยู่ เหมือนห้วงนั่า ใหญ่พัคพาขาวม้านทํ่หลับใหลอยูไปฉะ:นั่น. จากifอง พระเจ้าวิฑูฑภi บุปผวรรค อรรถกถาธรรมบท เ^ -^1 aamaaเสิอ www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 527
Pages: