ใน ๕อย่างนั้น ส์ถานทตาย ชงเป็นเรองหนั้งทเรากำหนคไมไค!!ม่ใค้ เพราะกนเราอาจถึงคายไค้ทุกททุกเวลา แม้ค้องการว่าจะคายทนั้ แค่สุคท้ายก็่ ไมไค้คายทนั้น เซ่น สร้างม้านไว้ศวยหรู จัคห้องหับไว้อย่างงคงาม กะว่าจะเป็น เรือนคาย แค่ท้ายทสุคก!มไค้คายอยู่ทม้าน กลับไปคายทโรงพยาบาล หรือบาง กรั้งไปคายกลางถนนเถึยก็่ม แค่ก็่มบ้างทลังลูกลังหลานไว้!ห!ค้กลับมาคายท บ้าน ลูกหลานกื่เชอฟึง นำ พ่อแม่หรือป้ฅาย่ายายชงนอนรักษาอยู่ทโรงพยาบาล กลับมารักษาทบ้านแล้วก็่ใหfนลมอยู่ทบ้านคามปรารถนา อย่างนั้มน้อยนัก กาพายอกแบบหนงทเปีนไปคามปnพนาไมไค้ คือการคายอย่าง ^งบ ไม่ค้องคนรนทรมาน หรือตายอย่างนอนหลับไป คลอคถงการคายอย่าง เหมาะสมกับภาว:!ของคน ศูจะเปีนเกยรฅิเปีนสรสมฐานะ มิใช่คายอย่างไร้ ฐานะไรืกักคิสรื การคายอย่างสมฐานะเช่นนก็่ใช่ว่าจะไค้คามปรารถนาทุกคน ไปไม่ เพราะการคายนั้นก็่เปีนไปคามกรรมเช่นกัน ตายตามกรรม หมายถึงคายอย่างผิคภาวะรคสภาพ แล้วแค่ว่าเกย ทำ กรรมอย่างไรมา พอถึงเวลาคายก็่จะเป็นไปคามรูปแบบนั้น กนทเกยเห็่น กนทกำลังคายมาบ่อยๆ ย่อมรู!ค่ชคเจนว่าอาการก่อนคายของแค่ละกนไม่ เหมือนกัน เซ่น บางกนร้องโวยวาย คนรนโผงผาง มืกำ ลังวังชา ค้องจับค้อง กคกันไว้ บางกนร้องว่าร้อนทั้งทอยู่ในท้องทเย็่นเฉยบ บางกนยกมือทั้งสอง ขนไขว่กว้าอากาศกล้ายจะจับอะไร แล้วก็่คายไป อาการเซ่นนั้เรืยกไค้ว่าคาย คามกรรม แล้วแค่ว่าเกยทำกรรมอะไรไว้ก็่เป็นอย่างนั้นอย่างหลกเลยงไมไค้ เพราะฉะนั้น เพอบ้องกันมิใท้คนค้องคายอย่างหมคสภาพ ไม่สมกับ ภาวะของคน ก!ม่พี้งทำกรรมทํ่จะก่งผลใท้ค้องไครับผลกรรมก่อนคาย (ท(ท^ พรgมหาโพธิวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org
โดยเฉพาร!กรรมหนักกรรมรุนแรง ชงสร้างความวิบติความหายนร; ให้เกิดฃ็้นแก่คนอน เพราร;เป็นกรรมททำให้คนอนเดือดร้อนสาห้ส จงเป็น กรรมทรุนแรงแลร;มผลรุนแรง ทั้งสามารถให้ผลในชาตินั้ได้เลย กรรมอกอย่างหนงเป็นกรรมทรุนแรงทเกยทำมาในอคฅชาติ แม้จะ ไครับผลไปดกนรกหมกไหม้มานานแล้ว แด่เกษกรรมย'งติคดามมาอยู่ แม้จะ มบุญทไค้เกิดมาเป็นมนุษย่ ไค้มาร่'งสมบุญไว้มากแล้ว แด่พอเศษกรรมนั้น ให้ผล กลับต้องมาดายอย่างน่าอนาถ กรรมอย่างนั้มไค้!นทุกกน ไม่ว่าผู้นั้น จะยงใหญ่ มบุญวาสนา หรือไครับยกย่องเลอเลิศอย่างไร หากบาปกรรมเก่า ดามมาทันกื่ทำให้ต้องรับผล เมอเป็นเซ่นนั้ย่อมไม่มทางหลบหนหรือแก่ไขพ้น ต้องเป็นไปดามนั้น ในสมัยพุทธกาล พระมหาโมกคัลลานเถระ พระอักรสาวกเบองซ้าย ของพระพุทธเจ้า ผู้เป็นเอดทักกะทมฤทธิ้มาก เป็นคัวอย่างในเรองนั้ ในทํ่สุค แห่งขวิดของท่าน ท่านไต้ถื้งแก่มรณะอย่างไม่สมกวร โคยถูกพวกโจรทุบจน แหลกเหลวไม่สมกับทเป็นผู้มฤทธิ้มากและมบุญวาสนามาก แด่กี่สมกับกรรม ทท่านเกยทำไว้!นอคด เรองนั้เป็นเรองอันเหลอเซอเรองหนง ท่านจึงมันทกเป็นหลักฐาน ไว้!นคัมภร ^ เรองเกิดขนทเมืองราชคฤห์ กรั้งหนง พวกเคยรถย่ (มักบวชนอกพระพุทธศาสนา) ไต้ประชุม ลัมมนากันในทัวซ้อเรั้องว่า \"ลาภลักการร!เป็นอนมากเกิดฃ็้นแก่พรร!สมณ โคดมด้วยเหตุใด\" เมอพูคกุยถกเถยงกันพอสมกวรแล้วกื่ใต้ขอสรุปว่า aai2/iaai§a www.kalyanamitra.org
\"เพฑะอา^ยพร^มหาโมคคัถถานะ ด้วยว่าพระเถระรูปนั้นสามารถ ไปยังเทวโถกได้ ไปเห็่นพวกเทวคาแถะถามเหฅทได้เกิดมาเปีนเทวดา แถ้ว กถับมาบอกพวกมนุษยัให้ทำบุญมากๆ จะได้เกิดเปีนเทวดา แถะสามารถไปยัง นรกภูมิได้ เห็่นพวกยัฅว่นรกแถ้วถามเหตุททำให้มาดกนรก จากนั้นก็่กถับมา บอกพวกมนุษยัให้เถิกทำบาปจะได้ใม่ไปเกิดในนรก ด้วยเหตุนั้ ทำ ให้พวก มนุษยัพายันไปทำบุญกับพระสมณโคดม ทำ ให้เกิดถาภยักการะมาก\" จากนั้นไค้สรุปการร'มมนาว่า \"ต้องฆ่าพรร;มหาโมคค้ลลานร;เสิย ลาภแลร;ต้กการร;จงจร;เกิดข็้น แก่พวกเรา\" เมอตกลงกันอย่างนั้ จึงหาอุบายว่าจร;ฆ่าพรร!เถระไค้อย่างไร ตกลง กันว่าจะต้องจ้างพวกโจรไหไปทำ ตังนั้นจึงเรยไรพวกลูกกิษย่ไต้เงินมา ๑,๐๐๐ กหาปณะ ไปว่าจ้างโจรกลุ่มหนงซํ่งมอาซพทางนั้ใหไปฆ่าพระเถระ ชงขณะนั้นอยู่ทํ่คงเซิงเขากาฬ'สิลา พวกโจรรับเงินแล้วก็่ไปยังทนั้นล้อมกุฏิไว้ พระมหาโมกตัลลานะทราบว่าพวกโจรมาล้อมกุฏิ จึงเนรมิตตัวให้เล็่ก แล้วลอคซ่องลูกกุญแจหลบออกไป พวกโจรเข้าไปข้างในกุฏิจึงไมไค้ตัวพระ เถระ วันรุ่งขนไค้กลับมาล้อมไว่ใหม่ แม!นวันนั้นพระเถระก็่เหาะหลบออกไป ทางซ่อห้ากุฏิ พวกโจรก็่ใม่อาจจับตัวท่านไค้อก พระเถระหลบออกจากกุฏิไป ค้วยอาการอย่างนั้ตลอคสองเตือน พอถึงเตือนทสาม พระเถระพิจารณาฅูกี่ เห็่นว่าทํ่พวกโจรมาล้อมจับตนกรั้งนั้ก็่เพราะตนไค้ทำกรรมหนักไว้แต่ชาติก่อน จำ ค้องรับกรรมนั้น จึงมิไค้หลบออกไปอก พรร!มหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
พวกโจรจงเข้าไปจ้บพรร?เถรร?ได้ แล้วทุบพรร?เถรร?จนกรร?ดูกแหลก ลร?เอยดไปทงร่าง เข้าใจว่าพรร?เถรร?สินซวิตแน่แล้วจื้งโยนร่างของท่านลงไป ททุ่มไม้ข้างกุฏิแล้วก็่พากนกล้มไป เนํ่องจากว่าพระ:เถรร:ฟ้นผู้มฤทธิ ไครับยกย่องให้เป็นเอตทัคคะ:ใน ทางมฤทธิ และ:เป็นพระ:อัครลาวกเปีองซ้ายของพระ:พุทธเจ้า การทจะ:สินซวิฅ ค้วยการถูกทุบจนกระ:คูกแหลกเหลวนั้นย่อมเป็นไนใต้ลำหรับท่าน ความจริง แม้จะ:ถูกทุบละ:เอยคอย่างนันท่านก็่อังไม่สินซวิต ท่านคิคว่าควรไปกราบทูล ลาพระ:พุทธองคก่อนค่อยกลับมาปรินิพพาน กิคแล้วจึงไต้ประ:ลานร่างให้กลับ คืนเหมือนเคิมต้วยเครองประ:ลานคือฌาน จากนันไค!ปอังวัคเวฬุว'น เมือง ราชคฤห กราบทูลลาปรินิพพานต่อพระ:พุทธองค่ พระ:พุทธองกทรงรับลังว่า \"ถ้ากรtนัน เธอกล่าวธรรมกถาแก่เราแถ้ว ค่อยไป เพราะจากน็้1ป เราจักไมไถ้พบปาวกกู้เช่นเธออก\" พรร?เถรร;กราบถวายบงคมพรร?บรมสาลดาแล้วเหาร?ซนไปบนอากาส แผลงฤทธิมปรร?การต่างๆแล้วกล่าวธรรมกถา ถวายบงคมพรร?บรมสาลดาอก ครั้งหนั้ง กล้บไปยงดงบริเวณเขากาฬสิลา ปรินิพพานแล้ว ณ ท่นน ข่าวการปรินิพพานชองพระ:มหาโมคคัลลานร:เพราะ:ถูกโจรทำร้าย แพร่ละ:พัคไปทั่ว พระ:เจ้าอชาฅคัฅรูทรงล่งจารบุรุษไปหาข่าวว่าโจรพวกไหนทำ พวกโจรเหล'านั้นครั้นทำงานเลร็่จแล้วไต้มานังกินเหล้ากัน เมือเมา แล้วต่างก็่อวคอ้างว่าตนเป็นคนทุบพระ:มหาโมคคัลลานร: พวกจารบุรุษจึงจับ โจรเหล่านั้นแล้วนำไปอังราชลำนัก พระเจ้าอชาตคัตรูทรงรับลังถามว่าใครลัง ให้ทำ เมอพวกโจรกราบทูลว่าพวกลมณะเปลอย ลังให้ทำ ทรงให้!ปจับลมณะ เปลือยเหล่านั้นมาทั่งหมค อ2นพสิอ1ร่อ_ www.kalyanamitra.org
ผู้ทร่วมกันทำกรรมครังนทถูกจบได้จำนวน ๑,000 คน เฟ้น สมณร;เปลือย ๕00 เฟ้นโจร ๕00 พระ:เจ้าอชาฅกัฅรูทรงรับกังให้ลงโทษทังหมค โคยทรงให้ฃุคหลุมลืก ระ:ทับสะ;คือทํพระ:ลานหลวง ให้นำกนทังหมดกังลงไปกรงทัว กลบดิน แล้วให้ เกลืยฟางไว้ข้างบน รับกังให้จุคไฟเผา เมอไฟมอคแล้วให้!ถค้วยไถเหลื่ก จน ทุกร่างกลายเป็นเศษเล็่กเศษน้อย ไคืรับโทษเสมอหน้ากันหมค ภิกษุทั้งหลายนั่งกุยกันถึงเรองนว่า พระ:มหาโมกทัลลาน::ถึง มรณภาพอันไม่สมกวรแก่คน พระ:ยู้มพระ:กากเจ้าเสค็่จมาแล้วฅรัสถาม เมอ ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบ จึงตรัสว่า ''คูก่อนภิกษุทั้งหลาย โมคคัลถานะมรณภาพไม่ลมควรแก่อัฅภาพน ทเ^ว แก่เธอถื้งมรณภาพลมควรแท้แก่กรรมททำไวในกาลก่อน\" จากนั้นทรงเล่าเรึ๋องบุรพกรรมของพรร;เถรร;ว่า ''ในอศฅกาล กุลษุฅรคนหนงบำรุงคูแลพ่อแม่เปีนอย่างค ทำ งานบ้าน แทนพ่อแม่ทุกอย่าง พ่อแม่ลงลารจื้งท้องการหาภรรยามาใท้ลูก แก่เขาปฏิเลธ เมือพ่อแม่อ้อนวอนปอยเข้าจื้งไครับปาก พ่อแม่จึงหาหญิงคนหนงมาเปีนลูก ละใภ้ แก่นางบำรุงพ่อแม่ของลามืไศไม่กวันกึ๋ใม่อยากทำไม่อยากเห็่นพ่อแม่ ของลามื จึงบอกลามืว่าฅนไม่อยากอยูในบ้านนแล้ว แก่ลามืก็่นงเฉย ก่อมา เมอลามืไม่อย่ ก็่นำ ภิงของเทั้อผ้าทั้งเรยราดไว้เศ็่มบ้านแล้วบอกลามืว่าเปีน เรองของคนแก่ทลกปรก ทำ ข้าวของเรยราดเกะกะ OOtJl พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ตอนแรกามก็่เฉยเ^ย แต่หลายครั้งเช้าก็่เรมอึดอัด แม้จะมบุญ วาสนาได้ดูแลพ่อแม่มานานปี แต่เมอมาเห็่นเช่นนั้นปอยเช้า สฅิปีญญาณรม หดทาย เชอภรรยาโดยไม่รอบคอบ จงพาพ่อแม่ออกไปจากม้านโดยอ้างว่าจะ ไปหาญาติอึกทหนง พ่อแมกเชอลูกชาย นั่งเกวยนไปกันจนถงกลางดง ลูกชาย บอกว่าทํ่นั่ปีนกลางดง มโจรอากัยอยู่มาก ให้พ่อแม่ระวังคัว ต่วนตนจะคอย ม้องกันอยู่ช้างหลัง มอบเชือกวัวให้พ่อแล้วลงจากเกวยนไป ลักครู่ก็่ต่งเอึยง เอะอะขน ทำ นองเปีนเอึยงโจรกำลังเช้ามาปล้น พ่อแมกร้องตะโกนให้ลูก ระวังคัว ต่วนลูกชายได้ทํขนไปบนเกว่ยนทบติพ่อแม่ชงร้องโอดโอยด้วยความ เจ็่บปวดจนนั้นลมหายใจ จากนั้นลูกชายก็่นั้งสพพ่อแมไว้กลางดงนั่นเอง โมคคัลลานะได้ทำกรรมนั้!ว้แล้ว ได้หมกไหม้อยู่ในนรกหลายแสนปี เกิดมาเปีนมนุษยก็่ลูกทุบติร่างละเอึยดอึก ๑00 อัตภาพ ต่วนโจร ๕๐a ได้ประทุษร้ายต่อโมคคัลลานะผู้บุตรของเราชงมิได้ประทุษร้ายตอบ กึ๋ใด้อึงแก่ ความตายmหมาะแก'กรรมของตนเช่นกัน ด้วยว่าบุคคลทประทุษร้ายต่อบุคคล ผู้ใม่ประทุษร้ายตอบ ย่อมอึงความวิบัติพินาสด้วยเหตุ ๑0ประการเปีนแน่แห้\" จากนั้นไค้ฅรัสพระ;กาถานว่า โย ทณฺเฑน อทณฺเฑสุ อปฺปทุ!]เจโสุ ทุสฺสติ ทสนฺนมฌุฌุตรํ จfานํ ฃิปปเมว นิคจฺฉติ ฯ เป ฯ อชเพสิอเร่อ /^of www.kalyanamitra.org
ผู้ทประทุษร้ายฅ้วยกวามผิคในยูไม่ปร::ทุษร้ายตอบชง ไม่มกวามผิค ย่อมประสบเหตุแห่งกวามทุกฃ ๑0 ประการ อย่างไคอย่างหนงทันฅาเห็่นทเคยว กือ เจ็่บป่วยแฃื่งกล้า ๑ เสือมเสิยทรัพย่ ๑ ร่างกายแตกคับ ๑ ป่วยหนัก ๑ จิตฟ้งซ่าน ๑ อุปสรรกจากราชภัย (ร) ถูกไล้กวามอย่างร้ายแรง ๑ ร้นญาติทจะไห้ พงพาอาคัย ๑ ทรัพย่สมบัติพินาศไป ๑ ไฟไหม้บ้าน ๑ อนง ผู้ทรามปิญญานั้นแตกคับไป ย่อมเข้าถึงนรก. จากเรอง พระมหาโมคคัถถานะ ทัณฑวรรค อรรถกถาธรรมบท 0๔<^ พร หาโพธวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org
(R» บรรลุเร็่วได้ดวยพนฐานด fnTบรรลุธรรมไม่ว่ารร:คับใคย่อมเป็นการยากโคยปกติ การจร:ไค้ บรรลุธรรมนั้นนอกจากอาคัยบุญบารมเก่าติคคามมาให้ฆลแค้าในปิจๅบันค้อง อาคัยฅวามพากเพยรพยายาม กวามอคทน กวามมั่นกงของจิตใจฅ่อเนอง ค้วย ฃ้อนั้ผู้ปฏิบัติธรรมย่อมเข้าใจไค้ค แลร:เป็นข้อเท็่จจริงทํ่จำค้องยอมรับไว้ เป็นเบองค้น จร:ไค้ทำใหจิฅใจมั่นกง ไม่ท้อถอยในการปฏิบัติธรรม ในเมอไค้ ปฏิบัติมาแค้วเนนนาน แฅใมใค้รับผลอร:ไรมากมายคามทํ่ค้องการเพราร:ฃาค เหตุชจจัยบางอย่างมาสนับสบุน แฅในบางกรณทปรากฏในศัมภhถ:!ทเห็่นกันในปีจๅบัน มผู้สามารถ บรรถธรรมไดโคยไม่ยากนัก การบรรลุธรรมได้เช่นนิ้ฅ้องอากัยเหศปีจจัย^ากัญ o-' ๗, ^ l ๘, A เ^..^ aamaaiSa www.kalyanamitra.org
เหตุปีจจยนนผู้บรรลุธรรมต้องสิงสมบ่มเพารเมาต่อเนองยาวนาน ชงเราเรยกกนว่าบารม ยิงการบรรลุธรรมรร;ดบสูงคือรรเดบอรหตผลก็่ยง ต้องบ่มเพารเบารมมากฃึน รรเดบสูงสุฅคือพรรเสิมมาสิมโพธิญาณก็่ยงต้อง มากกว่านนหลายเท่าต้ว อย่างเซ่นพรรเพุทธเจ้าของเรา กว่าจรเไต้ตรัสรู้ธรรม เป็นพรรเสิมมาสิมพุทธเจ้า ต้องบำเพ็่ญบารมมานบอสงไขยแสนกป คนทมพนฐานศเปีนเหตปี'ๆจัยมาแค่เดิมนั้นย่อมไฅ้เปรยบ มกำไรมา แค่ฅ้น พึนฐานทว่านันคือการทำความฅอันเปีนบุญซงเรยกรวมๆ ว่าบารม ความคืทํเปีนบารมนั้น เช่น ให้ทาน รักษาคืถ มเมฅฅา มความอศทน ความคื เหล่านจะฅิคตามให้ผลคลอคเวลา เมอใฅโอกา^^ก็่ให้ผลบรรลุธรรมทันท ไม่ว่า จ:!อยูในสภาพใฅ ซงกล่าวกันว่าบรรลุธรรมไห้เร็่วกว่าคนทั่วไป บางกนมพนฐานคืมาแต่อคืฅ แต่อาต้ยเหตุปิจจ้ยปิ'จจุบันเซ่น เพอน ร่งแวคล้อม การคืกษาอบรมทไม่เอึ๊ออำนวยให้พนฐานคืนั้นให้ผลไ^นท เหตุ ปิจจ้ยปิพุบันนันคืงซักนำใหซ็วิดไขว้เขวไป เช่นลำบากยากจนบ้าง ขอบเทยว เฅร่เฮฮาบ้าง มึนเมาสุราฅิคยาเสพฅิคบ้าง โหดร้ายถึงทำร้ายทุบฅผูอนบ้าง ขวิดดกฅํ่าลำบากไปพักหนง แต่พอพนฐานทคืในอคืฅไคโอกาสให้ผล ก็่ทำ ให้ ผู้บันกลับสฅิร้ถึกตัว กิคไค้ว่าขวิดทผ่านมานั้นไม่คื ล้มเหลว ทำ ให้ค้องผจญ ทุกฃ แล้วกลับตัวกลับใจใหม่ ทิงกราบเดิมออก ปรร:พฤดิปฏิบัติตัวใหม่ พั้นฐาน เดิมทึ๋มึอยู่ก็่กอยสบับสนนเพั๋มพูนให้ทำสิงคืงาม ซัวิดก็่พ้นกวามทุกฃไครับสุข ไครับกวามลำเร็่จสูงสุดจนสามารถบรรลุธรรมรร!ตับสูงไค้ ลำ หรับผู้ทไม่มึพนฐานทดมาแต่เดิม ค้องอาตัยเหตุบัจจัยทบ่มเพาร: บำ เพื่ญใหม่ในขาดินั้เท่านั้นจึงจร:บรรลุธรรมบรรลุกวามลำเรี่จไค้ ซงค้องยาก ลำ บากไม่น้อยกว่าจร:ไครับกวามลำเร็่จ แต่ล้าพยายามพากเพัยรปมเพาร:เรํ่อย ไปก!ม่ยากจนเกินไป พร;;มหาโพ?วงศาจารย (ทองค) www.kalyanamitra.org
แฅ่สำหรับมู้ทไม่มพ็้นฐานคมาแฅ่เดิม ซํ้ายังปมเพา:!นิร^ยใจคอท ห่างเหินจากเหฅุยัๆจัยทํ่คไวัเปีนนิยัย หลงมัวเมาหมกม่นอย่ยับสํงแวคล้อม อันเลวร้ายรอบยัว ชวิฅทคกคามาแค่ค้น แม้เวลาล่วงไปก็่จะยงคกคาลำบาก มากยงชน ท้ายทสุคก็่สํนชวิคไปโคยไม่รู้ว่าชวิคคืออ:!ไร ชวิคเปีนสุขคืออย่างไร เพราะไม่เคยไคอัมยัส ในสมัยทพระพุทธเจ้ายังทรงพระ:ชนมอยู่ มยู้สามารถบรรลุธรรม ระ:คับอรหัตผลไค้จำนวนมาก ทบรรลุธรรมระ:คับฅํ่ากว่านั้นก็่มนับไม่ถ้วน และ: ในจำนวนนั้น ผู้ทบรรลุธรรมระ:คับสูงไค้เร็่วก็่มอยู่ ทเป็นกฤหัสถก็่ม่ ทั้งนั้เพราะ: มพ็้นฐานคมาแฅ่อคฅ แม้ว่าในคอนค้นชวิฅ'จะ:เป็นไปอย่างผกผัน ไครับสุข ไค้ รับทุกฃ เปลยนแปรไปเรอยๆ แค่ท้ายทสุคเมอมทุกข!'จสาหัส ก็่สลัคกราบท มนเมาทั้งไค้ ไค้ทเงธรรมแล้วก็่บรรลุธรรมถึงระ:คับสูงไค้อย่างรวคเร็่ว เพราะ: อาคัยพนฐานค้แค่อค้ฅ แค่ก็่สินชวิฅลงในวันนั้นเอง เป็นเรํ่องอันเหลือเชอ แคกเป็นไปแล้ว ท่านจํงนันทกเรองเป็น หลักฐานไว!นคัมภร เรองเกิดฃั้นทํ่เมืองสาวฅถ ในเมืองสาวัคถึ มืมหาอำมาคย่ท่านหนงชอว่า สิ'นตติ พระ:เจ้าปเสนทิ โกศลทรงมอบหมายหน้าทั้ให!ปปราบปรามอยู่ขายแคน สามารถทำให้ขายแคน สงบสุขไค้แล้วกลับมา ไค้รับพระ:ราชทานรางวัลอย่างสูงสุคกือไค้กรองราช สมบัติ ฟ วัน และ:ไค้รับหญิงงามนางหนงผู้ฉลาคในการฟ้อนรำและขับร้อง มาเป็นกูใ'จ aamaaiSa /ctSct www.kalyanamitra.org
ร'นฅฅิมหาอำมาฅยโค้ฟวยสุฃอย่างเฅมทํ่โคยมึนเมาอยู่กับสุราฅลอค ๗ วัน ในวันท ๗ ไค้แต่งองกทรงเกรองอย่างอลังการขนช้างไปท่านํ้าพรอม กับพวกบริวารเปนลันมาก กลางทางเหนพรร:พุทธองกเสค'จบิณฑบาตอยู่ ไค้ ก้ม^รษร:ถวายบังกมแล้วผ่านไป พรร:พุทธองกทรงแย้มพรร:โอฐฃน พรร:อานนท่ทูลถามลาเหตุ จึงตรัส ว่า วันนรนตติมหาอำมาตยปรร;ดมด้วยอาภรณพร้อมมูลผ่านมา เขาจกได้ บรรลุอรหดผล จกนั่งอยู่บนอากาศสูง ๗ ชั่วลำตาลแล้ๆจกเนซวิด ข่าวนั้นไ^นทั่วไปโดยเรว คนทั่ป็นมิจฉาทิฏฐทิศว่า วันนั้จักไศรู้ กันถะว่าพระสมณโคคมพูดเท็่จ ข่วนคนทเป็นกัมมาทิฏฐทิดว่า วันนั้จักไศ้ศู การเยองกรายของพระพุทธองคแถะของกันฅฅิมหาอำมาดย ทิดอย่างนั้แถ้ว ก็่พากันออกจากบ้านดามมา ลันตฅิมหาอำมาตย่กรั้นเล่นนํ้าจนอั๋มใจแล้วก็่ฃ็้นมาไปนั่งคึ๋มสุราต่อท อุทยานณทนั้น หญิงงามกูใจก็่ออกมาแสคงการฟ้อนรำใหลันตฅิมหาอำมาตย่ แลร:บริวารไค้กู ฃณร:ฟ้อนรำอยู่นั้น นางไค้เกิคลมพิษร้ายแรงขนกร:ทันหันเพราร: ทานอาหารน้อยมา ๗ วันเพํ่อให้ร่างกายอ้อนแอ้นในขณร:ฟ้อนรำ ทำ ให้นาง ล้มลงแลร:ลันซวิตลงทันทํ มหาอำมาฅย้จึงให้กนเช้าไปกูนาง เมอทราบว่านางลันซวิตแล้ว ก็่ เศร้าเลัยใจอย่างมาก กวามเมาสุราทคมไปคลอค ๗ วันไค้หายไปเร็เนปลัคทง กิคว่าไมมกนอนทจร:ทำให้ตนสบายใจหายโศกไค้นอกจากพรร:พุทธองก จึงไค้ ไปทวัค เช้าเย้าพรร:พุทธองกแล้วทูลว่าไม่มึใกรทจร:สามารถคับกวามเศร้าโศก ของตนไค้เท่าพรร:องก ขอไค้ทรงโปรคทำให้ตนหายเศร้าโศกค้วยเถิค ^๕^ พรgมหาโพธิวงศาจารฆ์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
พระพุทธองกโค้ตรัสพระกาถาใจความว่า กิเลสเครึ๋องกังวลโดมอยู่ในกาลก่อน เธอจงยงกิเลส เครึ๋องกังวลนั้นให้เหือดแห้งไป กิเลสเครองกังวลอย่าม แก่เธอในภายหลง ถ้าเธอจกไม่ยดถือขนฟ้.นท่ามกลาง จกเป็นผู้สงบระงบเทยวไปได้. เมอพระพุทธองคฅรสธรรมนจบลง ร'นศฅิมหาอำมาฅ^ต้บรรลุ พระอรทัศผล และไค้พิจารณาทังขารของคน รู้ศ็ว่าฅนไม'อาจจะอยู่ต่อไปไค้แล้ว จี้งกราบทูลลาพระพุทธองค้ พระพุทธองก่ตรัสว่า พวกมิจฉาทิฏฐมาซมบุมกันอยู่เพอฃ่มเราว่า พูคบุสา ส่วนพวกร'มมาทิฏฐมาชุมนุมเพอคูการเยองกรายของเรากับของเธอ กนเหล่านิ้เมอฟิงเรองกรรมทเธอบอกแล้วก็่จักเออเ^อทำบุญกันมากขน กังนั้น ขอไห้เธอบอกเล่าถืงกรรมเก่าทํ่ตนเกยทำมา และเมอจะบอกอย่าบอกบน พนดิน จงเหาะขนไปบอกบนอากาศสูง ๗ ชั่วลำตาล มหาอำมาศยรับพุทธบัญชาแล้วไค้เหาะขนไปบนอากาส ไค้เล่าถง ผลกรรมดทตนทำไ^นสมัยอศฅ โดยเปีนผู้ปาวร้องชักชวนให้พวกชาวบ้านไค้ ทำ บญให้ทาน ใหชัเงธรรม ใหรักษาจี้ลอุโบสถ ใหปีคมั่นในพระรัศนศรัยว่าเปีน ทํ่พงสูงลุด และให้ทำทักการะแก่พระรัศนศรัย ต่อมาไดรับพระราชทานพาหนะ ล่าหรับปาวร้องชักชวนทดขนตามลำดับ คอไค้บ้า ไค้รถ และไค้ช้าง ทำ ให้สะดวก ในการเดินทางไปปาวร้องชักชวนคนทำศวามด รนตดิประกาศกรรมคทตนทำในอตตอย่างนั้แล้วก็่เข้าเตโขธาตุ ปรินิพพานบนอากาศนั่นแล เปลวไฟเกิคขนในสรระแล้วไหม้เนั้อและโลหิต เหลอแต่กระตูกทกลายเป็นพระธาตุมถืกังคอกมะลิ ลอยละลวลงมา พระบรม www.kalyanamitra.org
ศาสคาทรงกลผ้าขาวออก พระธาตุทั้งหลายไค้ฅกลงมาบนผ้าขาวนั้น 'จากนั้น ทรงรับร่'งให้สร้างสถูปบรร'รุพระธาตุเหล่านั้นไว้ทร่แยกเพอให้มหาซนไค้กราบ ไหว้ จักไค้เป็นผ้มล่วนแห่งบุญ ค่อมา ภิกบุทั้งหลายสนทนากันในโรงธรรมว่า ร'นตติมหาอำมาฅย!ศ้ บรรลุพระอรหัฅทั้งทยังปร^ดับประดาด้วยอาภรณเฅ็่มยท และได้กล่าวกรรมกถา บนอากาfiปรินิพพานแล้ว ควรจะเรยกเธอว่า ลมณะ หรือเรยกว่า พราหมณ กันหนอแล พระบรมศาสคาเสค็่'จมาแล้วตรัสถาม เมอภิกบุทั้งหลายกราบทูลให้ ทรงทราบ จึงฅรัสว่า \"ภิกษุทั้งหลาย การจะเรืยกษุฅรของเราว่า ลมณะ ก็่ควร จะเรืยกว่า พราหมณ ก็่ควรเหรอนกัน\"'จากนั้นไค้ตรัสพระกาถานั้ว่า อลงกโต เจปี สมฌจเรยฺย สนฺโต ทนฺโต นิยโต พฺรหมจาร้ สพฺเพสุ ภูเตสุ นิธาย ทณฺฑํ โส พฺราหมโณ โส สมโณ ส ภิกฃ ฯ แม้ถ้าบุกกลประคับแล้ว เป็นผู้สงบ '&กคน เทยงฅรง ในมรรก ประพฤติธรรมประเสริฐ ปล่อยวางอาชญา ในล้ฅว่ทุกจำพวก ประพฤติคนอย่างนั้[ค้อย่างสมํ่าเสมอ ผนั้นซอว่า เป็นพราหมณ เป็นสมณะ เป็นภิกษ. จากเรอง รนฅติมหาอำมาศย ทัณฑวรรค อรรถกถาธรรมบท พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองต) www.kalyanamitra.org
G5/ การมองเห็นกบความจริง rt) \"'^VT^/^a/ะ -' ' y-^iV'-ii '-^^ โ1ไ7มองเห็่นสิงต่างๆ ของคนเรามผลแตกต่างกัน สิงเคยวกัน แต่ ต่างกนต่างมองแล้วให้แสคงความกิคเห็่นออกมา ผลจากการมองจะ:มความ เหมือนกันบ้างต่างกันบ้าง ผลอย่างนเป็นคนละ:มุมมองหรือมองคนละ:มุม ชง เป็นปกติธรรมคาในเรึ๋องน แต่การมองอกแบบหนงทมืผลซับซ้อนขนไปอก มิใช่เพยงแค่เห็่น เท่านั้น แต่ส่งจิตใจเซ้าไปเกยวซ้องค้วย คือเกิคความเห็่นความรูรกทางใจตาม มาว่าสิงทํ่มองเห็่นนั้นเป็นอย่างไร เช่นเหื่นว่าสวยงามหรือไม่สวยไม่งาม เห็่น ว่าคืหรือไม่คื เห็่นว่าน่ารักหรือไม่น่ารัก เป็นไปตามอารมณ เห็่นไปตามอารมโน รู้ล้กไปตามอารมณ เพราะ:เกิคความเห็่นความรู้คืกอย่างนั้เซ้ามาปรุงแต่ง จิง เกิคความยคมั่นถือมั่น เกิคความรักหวงแหน เกิคความเกลยคซัง เกิคความ รูถืกอกมากอย่างตามมา เพราะ:ความรูล้กอย่างนั้มือยู่ ความสุขความทุกฃ ความคืไจเถืยไจ ความเศร้าโศก ความวิตกกังวล ความห่วงไย เป็นต้น จึงตาม มาติคๆ ซวิตของคนเราจึงวกวนอยู่กับเรองเหส่านั้อยู่ตลอคเวลา อั«12^สิอเร่อ /๓๙๗ www.kalyanamitra.org
เพราร;ฉร;นน ท่านจื้งแนร;นำให้มองอย่างฉลาด มองอย่างรอบคอบ อย่ามองแบบผิวเผิน จร;ได!ม่ยดติด จร;ได้โม่เป็นทุกฃเดึอดร้อนในภายหลง มการมองเห็่นทลึกชงยํ่งไปกว่านั้นอก คือการมองเห็่นความจริง ความแท้ของร่งทมอง เพราะการมองนั้นมแง่มุมส์าคัญ ๒ ระคับ คือ ๑. มองอย่างธรรมดา มองอย่างผิวเผินภายนอก ก็่เห็่นเป็นธรรมคา ยอมรับกันว่าเป็นอย่างนั้นจริง มองอย่างนั้เริยกว่า มองในมุมสมมติสิจจร; ๒. มองอย่างเป็นจริงของสิงทมอง คือมองว่าสิงนั้นมธาตุแท้ อย่างไร มปกติเป็นไปอย่างไร มองใท้เหื่นว่าเกิคมาอย่างไร เปลยนแปลงไป อย่างไร ในทสุคเป็นไปอย่างไร คือมองเหื่นความเกิคคับของสิงนั้น มองเหื่น ความเป็นอนิจจัง ทุกขัง อนัฅคาของสิงนั้น มองอย่างนั้เริยกว่า มองในมุม ปรมัตถสิจจร; ถ้ามองแบบสมมติสิ'จจะ มองอย่างธรรมคา ก็่จะเหื่นไปคามอารมณ เมอยึคมั่นถือมั่นก็่จะเกิคความทุกฃ เกิคความรักหวงแหน ไม่ปล่อยวาง ยึค มั่นถือมั่นอยู่ ทุกขัใม่มวันผ่อนคลายลงไค้ มแฅ่จะเพํ่มมากขน ทำ ใท้เคือคร้อน มากขน แล้วก็่สินซวิคไปโคยไมไค้พบเหื่นความจริงของสิงเหล่านั้นเลย ทั้งท ปรากฏภาพความจริงทเป็นปรมัคถสิ'จจะใท้เหื่นอยู่คลอคเวลา แคมไค้มองใน มุมนั้น มองเพยงแก่มุมสมมติสิจจะอย่างเคืยว แค่ถ้ามองแบบปรมัฅถร'จจะ กื่จะเห็่นความจริงของร่งทมองอย่าง ชัดเจน คาดการณถ่วงหน้าไค้ว่าจะมอะไรดามมา จิฅใจก็่จะยอมรับไว้ถ่วงหน้า จะไม่ปีดมั่นถือมั่นไว้ ถืงt^ามารถปถ่อยไค้วางไค้อย่างถาวร จิฅหลุดพ้นจาก ความปีดมั่นถือมั่นไค้เด็่ดขาดกี่ม ซงนู้ทำไค้อย่างน ฟานเรยกว่าพระอริยบคคถ ระดับพระอรหันด พรgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ผู้มองเห็่นอย่างธรรมดาแล้วยดติดกบสิงทมอง มองด้วยจิตโจท เกยวข้องด้วยอารมณ ย่อมเปลยนความคิดความเห็่นแลร;พฤติกรรมไปตาม ความรูสิกตามอารมณโดยขาดการพิจารณาไตร่ตรอง ทท่านว่ามองอย่างขาด โยนิโสมนสิการ ทำ ไห้เกิดทุกฃ ทำ สิงทโม่สมควรไม่สมกบภาวร;ของตนไปก็่ม ในพรร:พุทธศาสนา มภิกษุทมองเห็่นอร:ไรแล้วยึคมั่นถือมั่นในร่งนั้น หมกมุ่นอยู่กับกวามรู้ถืกหลงใหลในร่งนั้น ถืงยอมอคข้าวอคนั้า นอนซมจมอยู่ กับกวามทิค แม้จร:มเพอนมาเสือนให้!ค้สฅิก็่กังไม่ยอมปล่อยวางไครบทุกฃถืง ใกล้มรณภาพ แค่คอนหลัง เมอไค้มองเห็่นร่งทเกยมองมาก่อนคามกวามเป็น จริงเข้า ก็่กลายกวามยึคมั่นถือมั่น ปล่อยวางไค้ แลร:ไค้เป็นพรร:อริยษุกกล ๆ ft-/ รร เรองของภิกษุรปนั้นเป็นเรองอันเหลือเชอว่าเกิดขนแก่ภิกษุไค้อย่างไร ๆขั 1 ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐานไว่ในกัมภร่ ^ เรึ๋องเกิดฃนทํ่เมืองราชคฤห ทเมืองราชกฤห้ มืหญิงงามกนหนงซํ่อ สิริมา เป็นน้องสาวของหมอ ซวกโกมารกัจ หมอปรร:จำพรร;องก่ของพรร:พุทธเจ้า นางเป็นหญิงแพศยา ปรร:จำเมืองชงมืก่าคัวสูงถืงวันลร: ๑,000 กหาปณร: ค้องเป็นรร:คับราชา หรือเศรษจึเท่านั้นจึงจร:ไคฅวนางไป กรั้งหนง นางอุคคราผู้เป็นธิคาชองปุณณกเศรษจ้โค้ว่าจ้างนางสิริมา ไปปรนนิบัติสามืของคนชงเป็นลูกชายสุมนเศรษจ้ เพราร:คนค้องจัดการเรั้อง การทำบุญไม่มืเวลาดูแลสามื ค่อมานางสิริมากิคว่าคัวเองเป็นภรรยาชองสามื นางอุคครา จึงอิจฉานางอุคคราแลร:ทำร้ายนาง ค่อมาไค้ขอขมาค่อพรร:บรม ศาสดาทม้านของนางอุคครานั้น อ้1แ»!สิอ1ร่อ www.kalyanamitra.org
วันนั้นพระ:พทธองก[ค้ทรงแสคงธรรมให้นางง ใจความว่า พงชำนร;คนโกรธด้วยความไม่โกรธ พงชำนร;คนไม่คด้วยความด พงชำนร;คนตรร;หนั้ด้วยการให้ พึงชำนร;คนพูฅพล่อยด้วยคำจริง. เมอฟิงพระ!ธรรมนั้นแล้ว นางรริมาไค้บรรลุใสคาปิฅฅิผล หลังจาก นั้นมานางก็่ทำบุญให้ทานมหาศาล ไค้ถวายอัฏฐกภัคคืออาหารส์าหรับพร2 ๘ รูปทุกวัน อาหารทพระ;รูปหนั้งไคํรับไปมากพอทจะ:ขบฉันภันไค้ถง ๓-<1 รูป ข่าวการถวายทานของนางลัริมาเป็นทรู้ภันในหมู่พระ:สงฆ ค่างพูคคุย ภันว่านางจัคอาหารไค้ประ:ณฅ มากพอทจะ:เลยงภันไค้๓-<1 รูป รูปร่างนางก็่ งคงามสมเป็นสตรมซอเคืยง ภิกษฺรปหนงไค้ยินข่าวเข้าก็่ค้องการจะ:ไปรับบาฅรบ้านนางบ้าง แค่ จฃ ยังไม่อาจไปไคํทนทํ ค้องรอถึงลำคับของคนก่อน เพราะ:สามารถไปไค้ครั้งละ: ๘ รูปเท่านั้น เมอถึงลำคับแห่งคนแล้วก็่ไปทบ้านนั้น รอรับอัฏฐกภัคอยู่ ก็่ในวันนั้นเอง นางเกิคเจ็่บป้วยขนกะ:คันหันจึงค้องนอนซมอยู่ แค่ ไค้ลังให้พวกคนใชํไปถวายอาหารพระ คอยดูแลพระขณะฉัน เมอคนใซจค ถวายเสร็่จแล้วจึงลังให้พยุงคัวนางฃ็้นนำออกจากทพักไปเพอจะไค้กราบไหว้ พระ พวกคนใข้ก็่พานางไปอย่างนั้น นางจึงไค้[หว้พระค้วยร่างกายอันลันเทา ภิกษุรูปนั้นมองดูนางแล้วคิคว่า นั้ขนาดเป็นไข้ยงงามถึงขนาคนั้ถ้า นางมิได้เป็นไข้ ปรร;คับตกแต่งด้วยอาภรณครบถ้วนจร;งามแคไหน จากนั้น กิเลสทเธอลังสมไว้นานป็ก็่กำเริบขน เธอไม่อาจจะฉันอาหารไค้มใจจคจ่ออยู่ ภับนางเท่านั้น แล้วกี่ถึอบาครทมอาหารอยู่เฅี่มกลับวัค นอนคำนึงถึงนางอยู่ ^๓๕<^ พรgมหาโพธวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
แม้เพํ่อนพร2จะมาอ้อนวอนให้ลุกขนมาฉัน ก็่ใม่อาจให้เธอลุกฃ็้นไอ้ ยอมอค อาหารไป วันนั้นเอง นางรริมาไอ้ถื้งแก่กรรมลง พระราชาไอ้ก่งพระราชสาส์น ไปถงพระพุทธองกว่า นางสิริมาน้องสาวหมอซวกไคถึงแก่กรรมแล้ว พระบรม ศาสคาทรงทราบแล้วทรงเห็่นเป็นโอกาสทจะไอ้สอนธรรมจากของจริง จึงทรง รับร่'งให้!ปทูลพระราชาว่า อย่าเพงเผานางในคอนนั้ ให้เก็่บนางไว่สิ'ก <1-๕ วัน พระราชาทรงทราบพระพุทธประสงก่จึงให้เก็่บศพไว้ทป้าช้า ให้เล้ารักษา ไว้อย่างค จากนั้นมาไค้ <£ วัน ศพก็่เรํ่มขนพองอืด เหม็่นเบ่า หมู่หนอนไต่ ออกมาจากทวารนั้งเก้า ร่างกายไค้หมดสภาพแล้ว พระราชาไค้รับสิ'งให้ประกาศทั่วเมืองว่า พรุ่งนั้เป็นวันเผานางสิริมา ขอให้ทุกกนไปเผาศพ เว้นเค็่กและกนเล้าม้านเท่านั้น หากผูใคไมไป จะถูกปรับ ๘กหาปณะ และทรงก่งข่าวไปยังพุทธก่าฉัก นิมนฅพระบรมศาสคาเสค็่จพร้อม อ้วยพระสงฆ!ปในพิธนั้นอ้วย ภิกษุรูปนั้น พอไอ้ข่าวจากเพํ่อนพระว่านางสิริมาคายแล้วและจะมืพิธ เผาวันนั้ ณสิยใจเป็นอย่างมาก เพราะนอนอคช้าวมา d วันแล้ว ไม่ยอมทัเง ไกรทั้งสิน ช้าวบูคเฅ็่มบาคร บาครณ็่รมเป็นสนิม เมอไอ้ยินว่าพระบรมศาสคา จะเสค็่จไปในงานอ้วย ก็่ริบลุกขน จัคการล้างบาคร เคินโซเชอ้วยอ่อนแรงไป ในพิธอ้วย พระบรมศาสคาทรงรับสิ'งถามพระราชาว่าศพนั้เป็นศพนางสิริมา ใข่หรือไม่ เมอพระราชาทูลรับว่าใช่ จึงทรงรับทั่งให้พระราชาให้พวกราชบุรุษ คกลองประกาศประมลศพนางสิริมาว่าใกรอ้องการนางสิริมา ขอให้จ่ายเงิน ข ๑,000 กหาปณะกี่รับนางไปไอ้ อ้ชเพสิอเฮ่อ /ท๕๑ www.kalyanamitra.org
ราชบุรุษฅกลองประกาศอย่างนั้น ปรากฏว่าทุกกนนั้งเงยบ แสคงว่า ไม่ต้องการนางสิริมาเลย พระพุทธองกทรงรับร่'งให้ลครากาลงมาเรอยๆ เป็น ๕00 เป็น ๓00 เป็น ๒00 เป็น ๑00 จนกระทั่งเหลือ ๑ กหาปณะ กี่ ไม่มไกรแสคงกวามจำนงรับนางไป จึงรับทั่งให้ประกาศว่าไกรต้องการกี่รับไป ไต้เลย ใคยไม่ต้องจ่ายเงิน ถึงอย่างนั้นกี่ไม่มไกรแต้งกวามจำนง พระราชากราบทูลว่า \"พระพุทธเจ้าข้า แม้ผู้ทจะรับเอาไปแบบเปล่าๆ ก็่ใม่มเลย\" พระพุทธองกี่จึงฅรัสกะภิกษุทั้งหลายว่า \"ภิกษทั้งหลาย เธอจงคูมาๆคามทเคยเปีนทรักของมหาชน เมอก่อน ใครก็่ฅามจ่ายทรัพยพันหนงแล้วย่อมไฅ้ล่ทธิอภิรมยกับนางวันหนง มาบัดน แม้ผู้ทจะรับเอาไปเปล่าๆ ก็่ใมม้ รูปเห็่นปานนถึงความภินถึงความเล่อม ไปแล้ว ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงคูอัศภาพอันอาคูรป้วยไข้น\" จากนั้นไต้ตรัสพระกาถานั้ว่า ปสฺส จิต.ตกตํ พิมฺพํ อรุกายํ สมุสฺสิตํ อาตุร พหุสง.กปฺป้ ยสส นตฺถิ ธุวํ จิติ ฯ เธอจงคูอัฅภาพทั่กรรมทำไหวจิฅร มปากแผล ๙ แห่ง มกระคูก ๓00 ท่อนเป็นโครง มกวามเจ็่บไชไต้ป้วย อยู่เป็นนิจ ทั่กนเป็นอันมากกิคถึงกัน ชงไม่มกวามยั่งยืน มั่นกงเลย. จบเทศนานแล้ว ภิกษุรูปนั้นไค้ทั้งอยู่ในใสคาปิฅฅิผลแล้วแล. จากเรอง นาง^มา ชราวรรค อรรถกถาธรรมบท (ท๕^) พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
เพรารเอารมณชั่ววูบ ?0 ไ^ร^?^^?^ \\_ อไT34ณชั«่'วIวูบ เป็นกวามรู้สิกทเกิคฃนกร:ทันหัน เกิคชั่วพริบฅา เคยวแล้วก็่หมคไป ส่วนใหญ่มัก'จะ:หมายถึงกวามรู้สิกนึกกิคในทางทไม่คใน ทางเถึย และ;มผลก่อนข้าง'จร:ร้ายแรง เหมอนลมพายุหมุนทผ่านมาแล้วก็่ผ่าน ใปโคยเรว แคไค้ทำลายล้างบ้านเรือนหรอหักโก่นฅ้นใม้ทพัคผ่านวอควายใป อารมณชั่ววูบนั้เกิคฃ็้นได้แก่ทุกคน อยู่ทคนทเกิดอารมณชั่ววูบนั้น จร;มสติแคใหน ควบคุมใจได้แคใหน หากควบคุมให้สงบได้เร็่วก็่รอดด้วไมม โทษตามมา แค่ส่วนใหญ่ใม่อาจกวบคุมไค้เพราะ:เรมค้นก็่ก่อคัวขนจากการกวบกุม ไมไค้นเอง หากกวบคุมไมไค้หรือไมไค้กวบคุม ปส่อยไปคามอารมณไปทำสิงท อารมณร้ถึกอยากจะ:ทำ ไปทำสิงทผิคพลาคเถึยหาย- เป็นบาปเป็นกรรมค่างๆ เมอทำเสร็่จไปแล้วจึงไค้สติร้ถึกคัวคืนมา แค่ก็่แก!ขอะ:ไรไมไค้แล้ว อชเพสิอเร่อ /ctSct www.kalyanamitra.org
แตะเรองมิใช่ระจบลงแก่นั้น หากแฅ่มผลตามมาอกยาว ตัวผู้ทำเอง เมอผู้สิกตัวว่าทำผิคพลาคไปด้วยอารมณซั่ววูบย่อมเกิคกวามเสิยโร ตำ หนิ ตัวเองว่าไม่น่าไปทำอย่างนั้น กวามเสียไรนั้นก็่ระเกาะกุม อยูในกวามกิกกวาม รู้สีกฅลอคไป ชงระลืมและลบเลือนได้ยาก นั้เป็นผลทํ่เกิคไนภายไน ผลทจะมในภายนอกอกเล่า คือทุก'^ทษและความผิคฅ่างๆ ทจะฅ้อง ไครบย่อมฅามมาอก หนักบ้างเบาบาง แล้วแค่ว่าอารมณชั่ววูบนั้นบัญชาให้ ไปทำผิดทำเคืยอะไรมา เคืยมากเคืยน้อยอย่างไร ล้าทำผิคทเคืยมาก ก็่ย่อม ไคืรบทุกข[ทษมาก ล้าทำผิศทเคืยน้อย ก็่ย่อมไครบทุกขโทษน้อย เป็นไปตาม ความผิศทึ๋ทำไป โทษของอารมณซั่ววูบนั้อย่างเช่น เพอนกันนั้งคมสุราด้วยกัน พอเมา ได้ทเกิคเถยงกันไนบางเรอง ฝ่ายหนั้งเกยงสีไมใด้ มกวามโกรธเฅ็่มทวั๋งไป กว้ามคไนกรัวออกมาฟินหัวเพํ่อนเลือคศาค พอเหี่นเพอนเลือคสาคก็่หายเมา รบพาเพึ๋อนไปหาหมอ หรึออย่างบิคาหรึอพชายเกิคอารมโนอยากเฅ็่มทรนไม่ อารกวบกุมตัวเองได้ ทำ อนารารปลุกปตํ้าช่มขืนลูกสาวหรือน้องสาวของตน โคยไมได้สติ พอได้สติก็่สายไปเสียแต้ว หรืออย่างบางกนอยูในห้างสรรพรนด้า อยากไครนด้าบางอย่าง แต่มเงินไม่พอซอ จึงหยิบของนั้นไก่กระเป้ายามเขา เผลอ อาการเหก่านั้เกิคฃ็้นได้เสมอ เรืยกว่าเกิคได้ด้วยอารมโนชั่ววูบ ทำ ผิค ร้ายแรงน้าง เล็่กน้อยบ้าง แตกมโทษทกอย่าง บางกนเป็นผูไหโ!] มหน้ามตา ผู้กนไห้กวามนับถือ ไว้วางไร ปกติ ก็่เป็นกนคมกุณธรรม ไม่ทำชั่วทำบาปอะไรง่ายๆ แต่บางกราวขาคสติขนมา เกิคอารมโนชั่ววูบขน อารมโนร้ายภายไนเกิคแผลงฤทธิ้ขนกะทันหัน ผลักตัน ไห้[ปทำรงเลวร้ายบางอย่างได้อย่างเหลือเชอ เมอทำเสร็่รแต้วเกิคกวามร้ลืก ^๕^ พร;?มหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ตัว จิฅก็่'จะกรุ่นกิคอยู่แฅ่เรองททำนั้น แฅใม่อา'จบอกใกรไม่อา'จระบายใหใกร ฟิงไค้กอายเป็นอารมณร้ายปิงแน่นอยู่ในใ'จฅลอกกาล 'จำค้องอมทุกฃอยู่กลอก เวลา บางกนถึงกับเปลยนวิถซวิฅไปเลย กลายเป็นกนเงองเหงา ไม่ค้หน้ากน หรือกลายเป็นกนอารมณร้ายโกยไม่มสาเหตุไปก็่ม นั้จดเป็นผลของอารมณชั่ววูบทั้งสิน ในสมัยพุทธกาล พระมเหถึพระราชา เป็นมักบุญ เป็นกนใจบุญ หา ผู้หญิงอนเปรืยบไค้ยาก แก่ชั่วขณะหนง เกิกอารมณชั่ววูบขนโกยไปยินครับ กามกันกวะของสุนัขตัวโปรกเข้า พระราขาทรงเห็่นและฅรัสถาม ก็่ไม่อาจรับ สารภาพไค้ แม้จะสามารถแก้ตัวเอาตัวรอกไค้ แกไม่อาจเอาตัวรอกจากผลของ กรรมไค้เมอร้นพระขนม่แล้วค้องกกนรกหมกไหม้อยู่ ๗ วันค้วยผลบาปกรรม จากนั้นเมอพ้นโทษแล้วจื้งไปเกิกบนสวรรก่ค้วยผลบุญ เรองของพระมเหถึองก่ส์ากัญนั้เป็นเรองอันเหลือเซอเรองหนง ท่าน จึงบันทึกเป็นหกักฐานไว!นกัมภร เรองเกิดฃนทเมืองฟ้าวฅถ พระนางมัลลิกาเทว ทรงเป็นพระมเหลืของพระเ'จ้าปเสนทิโกศล เมอง สาวัฅถึ วันหนั้ง พระนางเข้าไปในข้มนั้าเพํ่อชำระพระโอฐ เมอชำระพระโอฐแล้ว ประสงก่จะชำระพระองก่ จึงก้มพระองกลง ขณะนั้นสุนัขตัวโปรกของพระนาง เห็่นพระนางก้มลงเซ่นนั้นก็่แสกงกิริยาค้องการร่วมกันถวะค้วย พระนางก็่ทรง นึกสนุกค้วยจึงรับผัสสะของสุนัขนั้นโกยก้มนํ่งเฉยๆ อ้ชเ2«สิอเสิอ /ctJ? www.kalyanamitra.org
ฃณร;นั้น พรร;ราซาทอคพรร:เนฅรลงมา'จากพรร:แกล เห็่นอาการเซ่น นั้นของพรร;นาง ทรงพรร;พิโรธมาก เมอพรร;นางเลค็่'จออกมาจึงตรัสถามว่า ทำ ไมจึงทำเซ่นนั้น พรร;นางกี่ทรงรู้สิกพรร;องคว่าไค้ทำผิคไป แฅไม่อาจยอมรับ ไค้เพราร;อาจมโทษถงปรร;หาร จึงทรงแกล้งถามว่าอร;ไร เมอพรร;ราซาตรัสว่า ทรงเห็่นพรร;นางทำอย่างนั้ กี่ทูลว่าซุ้มนั้าแห่งนั้เป็นเซ่นนั้น ไกรเข้าไปแล้วจร; มองเกี่นว่ามกนสองคนทำอร;ไรกัน หากไม่ทรงเซอกี่ฃอให้เสกี่จเข้าไปในซุ้มนั้า นั้น พรร;ราซาฅิคก่อนข้างจร;ไม่ฉลาด จึงเสกี่จเข้าไปในซุ้มนั้า พรร;นาง มัลลิกาทำทํเสค็่จไปคูทหน้าต่าง เมอพรร;ราซาเสค็่จออกมาจึงทรงบริภาษว่า พรร;ราซาทรงทำลิงซั่วข้าไปทำกันถวร;กับนางแพร:ในซุ้มนั้า พรร;ราซากี่ตรัสว่า พรร;องก่มิไค้ทำอร;ไรเลย พรร;นางจึงทูลว่าแม้ตนกี่มิไค้ทำอร;ไรเหมือนกัน พรร; ราซากี่ทรงเซอสนิท ไม่ทรงฅิคพรร;ราซหฤทัยในเรองนั้แต่อย่างไค แฅ่พระนางมัถถิกาเทวกลับทรงคิดว่า พระราชาไม่ฉถาฅจี้งถูกเรา ลวงได้แด่พระบรมคิาสศาก็่ศ พระลักรสาวกทั้งสองก็่ศ อ^ฅิมหาสาวกก็่ศ ลัก ทราบศ เราทำกรรมหนักแล้ว วากนั้นมาก็่ทรงไม่สบายพระหฤทัยดลอดเวลา ต่อมาพรร;นางได้มืส่วนในการถวายอสทิสทานอนยั๋งใหญ่ชงพรร; ราชาจดถวายพรร;สงฆ แลร;ได้ถวายสิงของมืค่ารวมถง S)<i โกฏิ เช่น เศวตฉตรบลลงกี่ เชิงบาตร ตั่งรองพรร;พุทธบาท แตในเวลาจร;สินพรร:ซนม พรร;นางหาได้นกถึงบุญทานเหล่านั้ไม่ นกถึงแต่บาปกรรมททำครั้งนั้นอย่าง เคยว เพราร;ฉร;นั้น เมึ๋อพรร:นางสินพรร;ชนมไปแล้วได้โปเกิดในนรกหมก ไหม้อย่ ๗ วน ๕^ พรร!มหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
พระเจ้าปเสนทิโกศตทรงเศร้าโศกถึงพระนาง เพราะพระนางfidวน ช่วยให้พระองก[ค้ถวายทานแตะไค้ทำบุญกุศลมากประการ คนอํ่นไม่อาจรู้ ไค้ว่าพระนางไปเกิคทไหน นอกจากพระผู้fiพระภาคเจ้าเท่านั้น ดังนั้น เมอ พระราชทานเพติงพระศพพระนางเสร็่จแต้วจึงเศค็่จไปยังวัคเซฅวันเพอกราบทูต ถามพระพุทธองคถึงสถานทํ่ธุบัฅิฃองพระนางมัตติกา พระพุทธองคทรงทราบเรองราวและสถานทอุบติของพระนางด แต่ ไม่สามารถจะตอบพระราชาได!นตอนนั้น จึงทรงทำโดยประการทพระราชา จะทรงลืมถามเรองนั้ ถามว่า เพราะเหฅุไรจึงทรงทำอย่างนั้น ฅอบไค้ว่า เพราะพระนางมัลลิกาทรงเปีนทโปรคปรานของพระราชา อย่างทลิฅ และทรงทราบว่าพระนางไค้บำเพ็่ญบุญกุfiถไว้มากขณะคำรง พระชนมัอยู่ หากทรงทราบว่าพระนางไปอุมัฅิหมกไหม้อยูในนรก ก็่จะทรงเกิด มิจฉาทิฏฐเห็่นนิดไปว่า คนทำบุญมากอย่างนั้ยังดกนรกไค้ แล้วเราจะทำบุญ ทำ ทานไปเพออะไร เพอมิให้พระราชาทรงมิความเห็่นนิดเช่นนั้จึงทรงทำให้ พระองค้ลิมทูลถามเลิยทุกครั้งทเลิศ็่จไปวัดเปีนเวลา ๗ วัน เมอพระราชาเสค็่จกลับวัง ทรงนกชนไค้ว่าลืมทูลถามพระพุทธองก จึงฅรัสกับคนโกลืชคว่าวันนั้ลืมทูลถามไป วันพรุ่งนั้จะทูตถาม แมวันรุ่งฃ็้นเสค็่จ ไปก็่ทรงลืมอก แมในวันต่อๆ มาคลอค ๗ วันก็่ทรงลืมไค้ทุกวัน พอถึงวันท ๘ พระนางมลลิกาพ้นจากนรกได้แล้ว ได้โปเกิดเร็่เน เทพบุตรอยู่บนสวรรคชั้นดุลิต www.kalyanamitra.org
ในวันท ๘นั้นพระราชาไค้เสค็่จไปวัคแล้วไค้ทูลถาม เมอพระพุทธองก ฅรัสว่าพระนางอยู่บนสวรรกชั้นคุสิฅ ก็่ทรงปลม!เฅิ กราบทูลว่า เมอพระนาง มิไ^ปเกิศบนสวรรคชั้นดุ^ต ใครเถ่าจะพปเกิดทํ่นั่น หญิงปีนเช่นกับพระนาง มัลลิกานั้นไม่มปีกแล้ว เพราะฅลปีศเวลาทกังมิชวิศปียู่ พระนางได้แต่จัดแจง เรปีงทจะทำบุญ ได้แต่ดระเดรยมขปีงถวายทาน เมปีปรโลกขปีงพระนางเปีน ลิวรรคชั้นดุลิดจึงลิมควรปีย่างยํ่ง แต่หล้งจากทพรร!นางสินไปแล้ว สรรร!ร่างกายของพรร;องคโม่ต่อย กรร!ป็กรร!เปร่าเลย พระพุทธองกฅรัสว่า อย่าไค้ทรงกิคอะไรมากเลย นํ่เป็นธรรมคาท แน่นอนของสรรพล้ฅว่ทุกประเภท จากนั้นไค้ทรงมองไปทรถหลายกันทพระราชาและเหล่าพระประยูร ญาติประท'บมา ตรัสถามว่า รถเหล่านั้เป็นรถของไกรบ้าง เมํ่อพระราชา 1_ \"-' ..4.๘1 Sr'. 'l «-'. 4๘1 . «-' ^๘, กราบทลว่า กันนเบนรถของพระเจ้าบ กันน่เปีนของพระชนก กันนเป็นของ 'บ ^4 พระองก จิงฅรัสวา \"มหาบพิดร รถฃปีงพระเจ้าปูทำไมจึงไม่มาถงรถฃปีงพระชนก รถฃปีง พระชนกทำไมจึงไม่มาถงรถฃปีงมหาบพิดร แม้ท'ปีนไม้เห็่นปานนั้ ความเก่า คราคร่ายังมาถื้งได้ จะป้วยกล่าวไปไยถงความเก่าคราคร่าจะไม่มาถึงอัดภาพ ชปีงคนเราเล่า มหาบพิดร ความจริงธรรมฃปีงอัดบุรุษเท่านั้นทไม่มความชรา ล่วนอัดวโลกทั้งหลายmปีว่าไม่ชรา ย่ปีมไม่ม\" กังนั้แล้วไค้ครัสพระกาถานั้ว่า 0๕<^ พร;!มหาโพธิวงศาจาTtJ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ชรนฺติ เว ราชรถา สุจิตตา อโถ €(รรมฺปี ชรํ อุเปติ สตฌจ ธมฺโม น ชรํ อุฟติ สนฺโต หเว สพฺภิ ปเวทยนฺติ ฯ ราชรถทงามวิจิตรยังกรากร่าไค้แน่แท้ ถึงสรระ:ก็่ เหมือนกัน ย่อมเช้าถึงกวามกรากร่า ส่วนธรรมชอง กัฅบุรุษหาเช้าถึงกวามกรากร่าไม่ กัฅบุรุษย่อมประ:กาศ อย่างนกับร'ตบุรุษค้วยกัน. จากเรอง พร!!นางมัลลิกาเทว ชราวรรค อรรถกถาธรรมบท พ^^ อั1เ12«สิอเร่อ /๓๕จ( , www.kalyanamitra.org
เ£_ กนจลาคจักรักษาทรพยหาไค้ เพํ่มทรัพย!ห้ทบเท่าเป็นเจ้าสิ'ว มแฅ่ทรัพยขาคปิญญาสิน่ากสิา พากรอบกรัวตกยากมามากแถ. f(fsอมทอง โ^ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
วามผิค เป็นเรองททุกกนไม่ปรารถนาไม่อยากให้เกิคขนแก่ ตัว แมตัวจiทำกวามรกทนโท่ แฅ่ก็่พยายามหลกหนกวามรก อ้างโน่นอ้างน เพอให้กนอนยอมรับว่าตัวเองไม่รก บางกรั้งหากมซ่องทางให้ทำไคกโยนกวาม รกให้แก่ผูอนไป พฤติกรรมอย่างนทำกัน'จนชิน 'จนเห็่นเป็นเรั้องธรรมกา แลร: ยอมรับกันในระตับหนง ทั้งฑการไม่ยอมทเผิด การโยนความผิดไปให้แก่คนอึ๋นสิงอนอย่าง นั้นเป็นเรองท!ม่ถูกต้อง เป็นเรึ๋องทคนดเขาไม่ทำกัน เพราะการกระทำอย่างนั้นเป็นการกระทำทปงบอกว่าเป็นกนเห็่นแก่ ตัวอย่างยั๋ง ปงบอกว่าไม่กำนึงถงกวามถูกก้อง กวามชอบธรรม กวาม'จริง และกวามเกือกร้อนของยูอื่น ก้องการเพยงกวามพ้นรคก่วนตัวเท่านั้น แก่แม้ 'จะสามารถหลบเลยงกวามรกไก้'จะก้วยอุบายหรือวิธการอย่างไกอย่างหนั้ง ก็่ฅาม ^ม่อา'จลบรอยกวามรกออกไป'จากผู้กระทำไก้ อ้ชเพสิอเรุ่อ www.kalyanamitra.org
คนเห็่นแก่ฅวมักจร!มพฤติกรรมเช่นน็้ปรร!การหนง ทมแลร!เห็่นกันอยู่เป็นปรร!จำ กี่กือเมอมเหตุการณอย่างใคอย่างหนง เกิคขน มักจร!ถามกันว่าใกรรคหรือเป็นกวามผิคของใกร แล้วก็่ถกเถยงแสวงหา กนทำรคจริงๆ ชงนั่นก็่เป็นเรํ่องทถูกล้อง เพราร!อย่างไรก็่ล้องมกนทำรคนั้น แค่กว่าจร!พบฅัวผู้ทำรคจริงๆ ก็่ก่อกวามยุ่งยากซับซ้อนคามมา มากมาย เพราร!กนทำรคจริงๆ มักจร!ไม่ยอมรับรค ไม่ยอมใหฅวเองล้องรับ โทษฝ็ค จึงหนกวามรค โยนกวามฝ็คไปให้กนอนร่งอน หรือโทษฟ้าโทษคินไป ก็่ม อันนั้แหลร!ททำไหกังกมว่นวายยุ่งยาก ทั้งตำรวจ ทนาย อัยการ ศาล จึง ล้องทำงานกันจนล้นมือ ทำ งานกันไม่หยุค เสิยเวลาเสิยงบปรร!มาณไปมากมาย แค่คนททำนิดจริงๆ ก็่ศิ้นTนค่อ^เพึ๋อให้ฅ'วเองไม่นิด แม้เรยเงินทอง แม้เ^เวลา และเนิยทอยู่หลักแหล่ง หนหัวซุกหัวซุนไป ก็่ยอมเล่ยทั้งร้น แม้ว่า จะทำให้คนอนเขาเล่ยเวลาเล่ยงบประมาณไปด้วยกึ่ไม่คำนง ขอไหหัวเองไดรบ การยอมรับว่าไม่นิดเป็นพอ กำ ว่า ใครผิด นั้เป็นกำถามเพอให้!ล้ซ้อสรุปว่าใกรเป็นกนรคจริงใน เรึ๋องนเท่านั้น ไม่เกินเลยไปถึงว่าเมึ่อรูฅัวว่าใกรรคจริงแล้วล้องนำมาลงโทษ มิใช่อย่างนั้น หากแค่ล้องการให้ผู้ทำรคจริงนั้นปรับปรุงแกั!ขแล^ไม่ทำเซ่นนั้น ค่อไป กวามรคพลาคจร!ไค!ม่เกิคฃนอก คัวอย่างเรองอย่างนั้ มืปรากฏในสมัยพุทธกาลเรองหนั้ง กือเศรษจึ กนหมืงมืลูกชายกนเคยว กิคว่าลูกไม่จำเป็นล้องเรืยนรู้อ2ไรมาก เพรา:!มื ทรัพย่ใซ้จ่ายสร!ควกคลอคซพ จึงไมให้ลูกเรืยน ไมให้ทำงาน ให้กินนอนอยู่บน กองเงินกองทองอย่างเคยว ค่อมาเมอสินพ่อแล้ว ลูกถูกหลอกใหคมสุราแล้ว พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
กลายเป็นนักคํ่มใช้จ่ายเลยงพวกคอสุราไม่อั้น'จนกรร!ทั่งเงินทองหมค แม้ของ ภรรยาอกเท่านั้นก็่หมด ทั่สุคก็่กลายเป็นขอทาน ชวิฅลำบากศาหัส ทั้งทั่เคย เป็นเศรษ^แต่กลายมาเป็นยา'จก กรณอย่างนแหลรเทำไห้เกิดคำถามฃ็้นมาว่าใครผิด จdทษผู้เปีนพ่อว่าศิศผิศทำผิค ทํ่ไม่ยอมให้ลูกไค้เพน ไม่ยอมให้ลูก ทำ งาน มแฝทรัพยให้อย่างเศยว หรอจdทษลูกว่าผิดเอง ทไม่ฉลาด ไม่ทำงาน เพรา:!ทำไม่เปีน ไม่ทู้รองการบริหารกิจการและทรัพย่รน จื้งฅิดสุรายาเมา ใช้ จ่ายสุรุ่ยสุร่ายแล้วยากจนลง หรือจdทษล้งคมโทษร่งแวดล้อมทประดังเช้ามา ทำ ให้เขาห้องเปีนอย่างนั้น เรํ่องทำนองนิ้ย่อมมองไค้หลายมุม แล้วแต่มุมมองของแต่ล2กน เพราร!คนททำผิดในเรองอย่างนิ้คงมิใข่มกนเคยวฝ่ายเคยว ถ้า'จร!ผิดก็่ค้องผิด ค้วยหันทั้งหมดทั้งคนทั้งรร!บบ เพราร!เกยวโยงหันเป็นลูกโข่ มผลพวงต่อเนอง หัน ถ้าจร!กล่าวว่าต่างก็่ผิดค้วยหันก็่คงไม่ผิด ช้อลำกัญก็่คือยอมรับผลทั่ฅาม มา แล้วหาทางแก[ขมิให้เกิดขนแก่ลูกหลาน ตัวเอง แก[ขตังคมมิให้ฟอนเฟร! ทำ ให้หลงไหลไค้ง่าย เท่านก็่น่าจร!คืแลร!พอแล้ว ตัวอย่างอันเหลือเชอนมปรากฏอยู่ ท่านจึงบันทึกเป็นหตักฐาน ไว้ www.kalyanamitra.org
เรองเกิดฃนทํ่เมืองพาราณกิ ในเมืองพาราณสิ มืเศรษ^ฅรร;กูลหนงมืทรพย ๘๐ โกฏิ เศรษ^นั้น มืบุฅรฅนหนง เมอบุฅรเกิคมาแอ้วก็่กิคว่า เรามืทรัพยรนมาก กินไซ้เท่าไรก็่ใม่ หมค ลูกของเราโฅฃนไม่จำเรนต้องทำงานอร:ไรให้เหนั้อยยาก ก็่ศามารถคำรง ชวิฅอยูไต้ ดังนั้นจึงให้บุฅรเรยนหนังสือแก่พออ่านออกเขยนไต้เท่านั้น จนเขา เจริญเติบโฅขน จึงไปรูขอธิคาจากฅรร;กูลเศรษ^อกกนหนงมาเป็นกู่ซจิฅของ บุฅรชาย เศรษJ.นครร;กูลนั้นก็่มืกวามกิคเซ่นเคยวกัน จึงมิให้ธิคาของคน สืกษาเล่าเรยนอร;ไร เศรษ^ทำอย่างนั้ต้วยกวามรักลูก โคยมิไต้กำมืงถึงคำ เตือนทว่า \"หาปีญญาใล่หัวลูก ดกว่าหาเงินใส่กรร;เป้าลูก\" ค่อมาเศรษจึกังสองครร;กูลไต้คายจากไป ทรัพย่สมบัติของทั้งสอง ครร:กูลจำนวน ร)V)o โกฏิ จึงคกมาอยู่รวมกันทบ้านของบุครเศรษ^ บุฅรเศรษจึไต้กรอบกรองทรัพย่จำนวนมากอย่างนั้นอย่างสุขสบายไต้ ไปเราพรร;ราชาทุกวันคามหน้าท แอ้วก็่กกับบ้านโคยไม่ต้องทำอร;ไรอก ทุกอย่าง มืกนทำแทนแลร;ทำให้จนไม่รู้ว่าเขาใซ้จ่ายทรัพย่หมคไปเท่าไร มืเพํ่มฃนเท่าไร ค่อมา พวกนักเลงสุราเห็่นเศรษ^.หม่นั้นเซ้าวังแลร;กกับบ้านทุกวัน ไมใต้ทำงานอร;ไร จึงกิคว่า ถ้าไต้มาเป็นพวกของคนจร;ทำให้สุขสบายไปทั้งชาติ จากนั้นไต้หาอุบายเซ้าถึงเศรษจึโคยนำสุราแลร;กับแกอ้มไปคมกินกันซ้างทางท เศรษจึผ่านตอนกกับบ้าน ร้องรำทำเพลงกันสนุกสนาน เมอเศรษจึเคินผ่านมา เห็่นอาการเหล่านั้น จึงถามกนโกลซิคว่าพวกนั้เขาทำอะไรกัน กนใกลชคบอก ว่าพวกเขาคํ่มสุรากัน ก็่ถามว่าสุราตืออะไร มืรสชาติอย่างไร กนไกลซคอบว่า 0๖^ พรgมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
\"สุราฟ้นนํ้าวิเศษอย่างหนง ไม่มป้าอรเไรทจรมรสชาติอร่อยหอม หวานเท่ากบสุรา\" เศรษ^.คยนคังนั้นก็่ศนใจจึงให้เขาไปหาสุรามาลองคืน กรันไค้คืมสุรา กรั้งแรกก็่ฅิคใจให้[ปหามาใหคมอก พวกนักเลงสุรารู้ว่าเศรษจึเริมชอบแลร:ฅิค สุราแล้ว จึงเข้าไปหา นำ สุราไปให้ แลร:ตั้งวงคมกัน กวามศนิทศนมก็่เกิคฃน เมอว่างจากวังแล้ว เศรษจึก็่มาฅังวงคืมกันให้เงินพวกนักเลงสุราไปหาสุรามา คมวันลร: ๑00 วันลร:๒00 เพมฃนเรั้อยๆ ค่อมาก็่ร่'งให้[ปหากับแกล้มทม รศซาฅิอร่อยมาให้เชิญซวนพวกนักเลงสุรามาร่วมวงค้วย ขยายกวามห้องการ ไปเรั้อยๆให้หาดอกไม้หอมมาปรร:กับแค่งวงสุราให้หาของหอมมาโป^ยปราย รอบห้าน ให้หานักร้องทเก่งมาขับกล่อม หานักฟ้อนศาวศวยมาร่ายรำให้คู ให้หาเกรั้องปรร:โกมคนตริมาขับกล่อม ศารพัคทจร:ทำให้เกิคกวามส์าราญไห้ เพรารทุกอย่างม้ได้ด้วยเงิน เมอมเงินพร้อมทุกอย่างก็่ศมบูรณ แลรเพมฃ็้นเรอยๆ เศรษจึทำอยู่อย่างนั้ทุกวัน แลร:กังจ่ายทรัพย่ทุกวันนานเป็นรบริเ ค่อมาทรัพย่ของกัวเอง ๘0 โกฏิก็่ลร:ลายหายไป เพราร:สุรุ่ยสุร่ายหมคไปใน หลายทาง เมํ่อกนใกลซครายงานว่าทรัพย่ของเศรษจึหมคไปแล้ว เศรษจึก็่ กังให้นำทรัพย่ของภรรยาออกมา ชงภรรยากึ๋โม่ว่าอร:ไรเพราร:เป็นกนไม่ฉลาค แลร:รู้!ม่ทัน ไม่นานทรัพย่ฃองภรรยา ๘0โกฏิก็่หมดไปอก เมอร'งหาริมทรพยหมฅไบ่แล้วก็่^งให้จำหน่ายอร^งหาริมทรพยออก ไป ไม่ว่าทื่นา ทสวน ทบ้าน ขายไปจนหมฅรนเพอนำมาฅืมสุราแส^เสยงพวก amz/iaaiila ^^๕) www.kalyanamitra.org
คอสุราด้วยก'น จากนั้นก็่เกี่บฃ้าวของในบ้านทพอจ:;ขายได้ออกมาขายทอค ฅถาค ท้ายทสุคก็่ขายบ้านทอาด้ย จนไม่มสมบัติอ:;ไรเหลือ จงท้องออกจาก บ้านไปอย่างอนาถา ทั้งสองกนสามภรรยาชงอายุมากแล้วหมคทพง หาทพักพิงก็่ไมใล้ ไม่มใกรเขาต้อนรับ เพราะไม่เกยให้อุปการะแกใกร ไม่เกยช่วยเหลือเกอกูล ไกร นอก'จากพวกกอสุรา ซึงฅอนนก็่หายหน้าหายตาไปกันหมกเมอเสรษ^ไม่ อา'จหาสุราให้พวกฅนคืมไต้ ซึงต้องเร่ร่อนขอทานเขากิน นอนข้างฝาเรือนริม ถนน คืมกินนำตามแอ่งนำทพอหาไต้ 'จำต้องลำบากยากแต้น ถงกระนั้นก็่ไม่ สามารถทำอะไรไต้ร่างกายก็่อ่อนแรงแล้ว กวามรู้กวามสามารถอะไรก็่ใม่ม ทำ อะไรก็่ใม่เป็นด้วยกันทั้งสองสามภรรยา วันหนง พระพุทธองกทรงเห็่นเสรษซึนั้นยืนอยู่ทประตูโรงฉัน รอกอย อาหารทํเหลือ'จาภทํภิกษุสามเณรฉันกันแล้วซึงจร:มกนนำมาให้ ซึงทรงแย้ม พระโอฐฃน เมือพระอานนทํกราบทูลถามถึงสาเหฅ ซึงตรัสให้ตูเสรษซึนั้นแล้ว ตรัสว่า \"นั้ปีนเสรษนเมืองนั้มืทพัย่รวมทั้งของภรรยาด้วยลืง ๑๖0 โกฏิ แต่เขาผลาญทรัพย่ใปเลืยทังหมคด้วยการคมสุรา แล้วพาภรรยาเทยวขอทาน อยูในเมืองนั้ล้าเขาไม่ผลาญทรัฬย่ใท้หมศนั้น แล:;ประกอบการงานไปคามปกติ ในปฐมวัย เขาก็่จะได้เป็นมหาเสรษ4อันดับด้นในเมืองนั้ล้าเขาออกบวช กึ่จะ ได้เป็นพระอรทันฅ ภรรยาของเขาจะได้เป็นพระอนาคามื ถ้าเขาทำอย่างนั้นได้ ในมัชฌิมวัย เขาก็่จะได้เป็นเสรบ4ระดับท kn ล้าออกบวชก็่จักได้เป็นอนาคามื ต่วนภรรยาจะได้เป็นสกทาคามื ล้าเขาทำอย่างนั้นไคในบัจฉิมวัย เขาก็่จะได้ เป็นเสรบ4ระดับท ถก ล้าออกบวชก็่จักได้เป็นสกทาคามื ต่วนภรรยาก็่จักได้เป็น พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
โสดาบัน แด่ว่าฅอนนิ้เขาเ^อมแล้วจากโภคสมบัติ เร่อมแล้วจากสาบัญมล กี่ เมอเร่อมอย่างน็้แล้ว กี่จมปลักอยู่กับความเร่อมนั้น เหมือนนกกระเรยนทจม อยู่ในเปีอกฅมทแห้งนั่นแล\" คังนแล้วไค้ฅรฟ้พระกาถานว่า อจริตวา พฺรหมจริยํ อลทธา โยพฺพเณ ธนํ ซิณณโกฌฺจาวฌายนฺติ ขณมจุเฉว ปลฺลเล ฯ พวกกนเขลาไม่ประพฤติพรหมจรรยไม่แวงหาทรัพย ไว่ในเวลาหยังเป็นหนุ่มเป็นศาวอยู่ จึงซบเซา เหมือน นกกระเริยนแก่ซบเซาอยู่ในโกลนฅมทหมกปลาแล้จ ฉะนั้น. จากกี่ธง มหาธนเcfฏ^บฅร ชราวรรค อรรถกถาธรรมบท โ^r'^ อ้ะแ2«สิอเ§อ www.kalyanamitra.org
_gj |£_ จะจนยากมากมศูงศรสื'กค มกนรกปรากฏมยศฐาน์ ขนอยู่กับบุญกรรมไค้ทำมา หาใช่ว่าเพราะfอทถือกัน. ศรจอมทอง ■^1 โ^ พTgมหาโพธิวงศาจาTtJ (ทองด) www.kalyanamitra.org
<ikD ธรรมดาทมิใช่ธรรมดา 1,14แฅ่ล2วัน คนเราdวนใหญ่ก็่ใซซวิฅปร::จำวันไปดามปกติธรรมคา จนเป็นความเคยชิน โคยไม่ค่อยไค้คำนงว่าการคำรงซวิฅอย่างนนคหรือไม่ค ถูกหรือไม่ถูก ทั้งทํ่การใชิซวิฅบางช่วงมการทำร่งทไม่คไม่ถูกค้องอยู่ เมือม ผลกระทบผิคปกติขนมาจึงจ::คำนงว่าททำไปคหรือไม่ค ถูกหรือไม่ถูกอย่างไร ดงนั้น การทคิดว่าทุกอย่างเป็นเรองธรรมดานน แท้ทั้จริงมิได้เป็น เรองธรรมดาอย่างทั้คิดเลยก็่มื ทว่ามิไศ้เป็นLTองรTTมศานั้นหมายความว่า นลพวงหรือนถกระทบ นั้นอาจรุนแรง อาจให้ผลถึงข้ามภพข้ามชาติไศกม ทัง้ ทเป็นติงททำไปตาม ธรรมดาประจำวันเท่านั้น อน12«สิอเสิอ www.kalyanamitra.org
เพราร;ฉร;นน ท่านจื้งสอนว่า ต้องรัฑษาตนไ^ห้ด อย่าปรร;มาท อย่า เผลอไผลไปทำสิงท่ผิดพลาดบกพร่องไป แม้เป็นเรืองธรรมคา ต้องลร;เอยค อ่อนในการดำเนินชวิต คือต้องรอบคอบพิถพิกน คิดในวงกว้างทงทางบวก ทางลบ แลร;คิดอย่างถูกต้อง อย่างลร;เอยดรอบต้าน อย่างเช่นเรอง การรกษาตน หากถามฃึนว่าทำอย่างไรซือว่ารักษาฅน แก่นก็่อา'ไเไค'กำฅอบ มากมายคามกวามกิคของแค่ล:;กน เพรา::ก่วนใหญ่ก็่มักจรเข้าใจว่าในชวิค ปรรจำวันก็่รักษาคนเป็นปกติธรรมคาอยู่แล้ว แค่กวามเป็นจริงเป็นการรักษา คนโคยแท้จริงหรือไม่ นั่นเป็นอกเรํ่องหนง ในifองนท่านให้คัวอย่างไว้ว่า ถ้าเป็นกฤทั^ถ ศิศว่าจะรักษาคน มิให้ คนเป็นอันฅราย ก็่ควรไม่ยุ่งเกยวกับ^ค อยู่แคในบ้าน อยู่แคในห้องมิคชิศ ม การบ้องกันอย่างค หรออยู่แต่บนปราcfาท ถ้าเป็นบรรพชิค ก็่หถบปลกคัวไป อยู่ในถํ้าซงไม่ไค้ยุ่งเกยวกับผู้คน เมึ๋อทำอย่างนคนก็่จะรอคปลอคกัย เป็นการ รักษาคนไว้ไค้ แต่การทำอย่างนิในทางศาสนายงไม่ชึอว่ารักษาตน ยังปรรมาทอยู่ ถ้าเป็นคฤหัสก นิจิตใจทเป็นบุญกุศล เออเแอเผอแผ่ สร้างสรรคื ปรร;โยซนแก่ผู้อืน ทำ บุญให้ทานอยู่ปร:;จำ หรือเป็นบรรพชิตนิใจบุ่งมั่น ขวนขวายทำกิจปรรจำว้น ทำ ว้ตรสวดมนต ปฏิยัติบำรุงครูอุยัชฌาย่อาจารย่ คืกษาเล่าเรืยนพรร;ธรรมวินย อย่างนแลชึ๋อว่ารักษาตนตามหยักศาสนา และท่านยังแนะนำเพมเศิมไว้ว่า ผู้เป็นคฤหัลถ้ทฉลาด ม่ปีญญา เมอ ไม่อาจจะรักษาคนค้วยการทำอย่างนั้นไคใน ถา วัย แบ้จะามารถทำไคไนวัย ใควัยหนงก็่ใชไค้เหมือนกัน 0)๗^ พระ;มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
เซ่น ผู้ทํ่เป็นกฤหัสถ ในปฐมวัย ไม่อาจทำกวามค ไม่อาจทำร่งท เป็นกุศลเป็นประ:โยชนโก้ เพราะ:ยังหมกมุ่นอยู่กับการเล่น การคื้กกะ:นองไป ฅามประ;สาเคี่กประ:สาวัยรุ่น ในมัซฌิมวัย จำ ก้องปรับตัวหันมาสร้างบุญกุศล ใหัโก้หรึอในมัซฌิมวัย มัวแต่จะ:ทำมาหากิน หมกมุ่นอยู่กับการเลยงดูภรรยา และ:บุฅรธิคา จนไม่มเวลาไม่มโอกาสมาทำความคมาทำบุญกุศลอร:ไรไก้ ใน ปีจฉิมวัย ก็่จำ ก้องหาทางทำบุญกุศล สร้างสรรกรงทํจะ:ฅิคตัวคามคนไปใน ภพซาฅิต่อไปใหัโก้ เมอทำไก้อย่างน็้ย่อมเป็นอันรักษาคน ประ;กับประ:กองคน ไก้คแล้ว แต่ล้าไม่ทำอย่างนั้น ย่อมซอว่าไม่รักคนและ:ไม่รักษาคน เท่ากับทำ คนให้มบาปเป็นทไปในเบองหน้า ราหรับบรรพชิค แมในปฐมวัย จะ;ขยันทำวัครสวคมนฅ ท่องปน สาธยายพระ;ปริคร รกษาเล่าเริยนพระ:ธรรมวิมัยอยู่ แน้จะ:ซือว่ารักษาคน แต่ ก็่ยังซํ่อว่าประ:มาทอยู่ในมัซฌิมวัยไม่พงประ;มาท พี้งหมั่นเพยรบำเพี่ญสมณ ธรรม มุ่งไปทการปฏิบัติ และ;แมในมัซฌิมวัย ก็่ยังมุ่งเน้นแต่การวิเกราะ;ห้ วิจารณธรรม ฅกวาม และ:วินิจฉัยพระ:ปริยัติ ทรกษาเล่าเริยนมาในปฐมวัยอยู่ ก็่ยังมับว่าประ:มาทอยู่ ในปีจฉิมวัยพงเ!เนผูโม่ประ;มาทบำเพ็่ญสมณธรรม ทเคยว เมํ่อทำไก้อย่างนั้ ซอว่ารักษาคนคแล้ว หาไม่เซ่นนั้นย่อมซอว่า ไม*รกตนและ;ไม่รักษาตน ย่อมทำตนให้ เสือดร้อนภายหลังโดยแห้ การรักษาคน คามกวามเข้าใจมั่วไปและ:ททำกันอยู่ก็่ยังถือว่าเป็นเรือง ปกติธรรมคา ยังไม่โซ่เป็นการรักษาคนทแห้อย่างทท่านยกตัวอย่างไว้ แม้เรือง อนก็่เซ่นกัน เพราะ:ท่านกำนึงถืงฆลประ;โยซน่หรืออานิสงส์สูงสุคว่าเมือทำแล้ว จะ:ไก้ผลอานิสงส์สูงสุคอย่างนั้จึงจะ;ไค้ซึ๋อว่ารักษาคน ตังมันจํงกล่าวไก้ว่าแม้ เรองธรรมคาก็่อาจมิใซ่ธรรมคากึ๋โก้ www.kalyanamitra.org
ในสมัยพุทธกาล มเรองทกนคำเนินซวิฅไปตามธรรมคา ทั้งรักษาตน อย่างธรรมคา แฅไมมบุฅร จื้งฅ้องการมบุตร กื่มไมไค้ ค้วยเหตุผลว่าในอคํต ชาติเกยทำกรรมทเป็นเหตุใหไม่มบุตรไว้ ทั้งทกรรมนั้นเป็นกรรมททำไปตาม ปกติธรรมคา เหมือนทํคนทั่วไปทำกัน คือ เผาไข่นกกิน ฆ่านกกิน การกรร:ทำ อย่างนั้นกนทั่วไปมักมองว่าเป็นกรรมธรรมคาทํ่ทำกันทั่วไป แต่กรรมเช่นนั้นมื ผลไม่ธรรมคา คือเป็นเหตุให[ม่มืบุตรไค้ชงเป็นเรืองทํ่น่าสนใจน่าพิเกราร:หแท้ แลร;เป็นเครืองสอนใจผู้ชอบทำกรรมโดยคิดว่าเป็นเรึ๋องปกติ ธรรมดาทํคนทวไปเขาทำกัน แต่ผลนนย่อมไม่ธรรมดา ย่อมส์งผลให้เดือดร้อน ในโอกาสทั่มาถงแน่นอน เรืองนก็่เป็นเรืองอันเหลือเชือทํ่เกิคฃนแค้ว ท่านจึงบันทึกเป็น หลักฐานไว้[นกัมภร ^ เรองเกิดขนทํ่เมืองโกสิมพ สมัยหมืง พระผู้มืพรร:กากเจ้าปรร:ทับอยู่ทเภสกฬามิกทายวัน เมือง สุงสุมารกิระ แกว้นกักกะ พระราชโอรสชองพระเจ้าอุเทนเมืองโกลัมพ ปรร:สูติ แต่พระนางวาสุลทัตตา พระราชธิคาของพระเจ้าวัณฑปีชโชต พรร:นามว่าโพธิ ราชกุมารโปรคให้หาช่างมืรืเมือมาสร้างปราสาทลืาหรับเป็นทํ่ปTร:ทับ ปราสาท นนมืชือว่า โกกนท ชื้งแปลว่า ปราสาทมัวแดง เป็นปราสาทมงกลทั่[ม่เหมือน ปราสาทอืนๆ บนแผ่นดิน ตังเต่นตระหง่านอยู่บนทสูง มองคูเหมือนลอยอยู่ บนอากาศ ^๓๗เ^ พ? หาโพธิวงศาจารย์(ทองด) www.kalyanamitra.org
เมอสร้างใกล้เสร็่'จ โพธิราชกุมารไล้เสค็่'จมาดู ฅรัสถามนายช่างว่า เกยสร้างปราสาทรูปร่างเช่นนมาก่อนหรือไม่ เมอนายช่างทูลว่าไม่เกยสร้าง ท!หนมาก่อน นเป็นสืลป:;กรั้งแรกทสร้างถวาย จื้งทรงพร:;คำริว่า ถ้านายช่าง กนน!ปสร้างปราสาทลักษณ:;นไห้ยูอนอก ปราสาทนก็่'จฟ้.ม่น่าอัศจรรยอร;ไร เพอป้'องกันมิไห้เขาไปสร้างทอนอก กวร'จ:;ฆ่าหรือทำไห้เขาพิการเสิย ทรงพระ คำ ริแล้วไล้ฅรัสเล่าแก่มาณพลัญขิกบุตรผู้เป็นพระสหายสนิทพิง มาณพนั้นเป็นกนมวิลัยทัสนและมองการณ!กล เมือไคํพิงกังนันก็่กิค ว่า พระราขกุมารทรงพระคำริไม่ถูก คนม^ถป:^ถำเลิflเช่นนflวT'Vsilmถยงฅูไว้ เพอ^ร้างflTรคงานลิลปะอนๆ ไว้เปีนเครองประฅับโลก ไม่สมควรจะมาลินชวิฅ ลงอย่างน แฅ่เมอไม่อาจทำอะไรไล้จึงไล้แต่หาโอกาสไปพบนายช่าง เมือไล้พบ แล้วก็่เล่ากวามจริงไหพิงแล้วไห้หนไปเล่ย ต่อมา เมอโพธิราขกุมารมาทรงคูงานและตรัสถามว่างานไกล้เสรืจ หรือยัง นายช่างจึงทูลว่ายังเหลืองานล่ากัญอกเล็่กน้อยชงเป็นงานละเอยต ขอ ไห้ทรงนำไม้แห้งทไม่มืแก่นมาทปราสาทนั้มากๆ เพอจะไล้ทำงานสืลปะล่ากัญ และไนช่วงเวลาทำนั้นห้ามมิไห้ยูใคเข้ามาบริเวณนั้นอก'จากภTรยาของตนซึง จะนำอาหารมาไห้เท่ากัน จะไค!ม่รบกวนสมาธิ จะไล้ทำขินงานทํละเอยคอ่อน ไล้ล่าเร็่จโคยไม่ซักข้า โพริราชกุมารทรงรับงแล้วก็่!หจัดการคามมัน และทรงรับล้งให้คน ของพระองคมาล้อมปราสาทไว้คลอดเวลามัองมันมิให้นายช่างทน นายช่างได้นำไม้แห้งเหล่านนมาตดต่อทำเป็นนกครุฑขนาดใหญ่ จุ คนภายในได้ ๕ คน รับนํ้าหนกข้าวของได้อกเล็กน้อย ทำ !เกให้ไข้กำลัง คนโยกกระพือได้!ม่หนกแรงนก ไม่นานนกงานสร้างนกยกษ์จำลองกี่เสร็่จ อัชเพสือเร่อ /ฑ๗^ www.kalyanamitra.org
เมืองานเฟ้รจแล้ว นายช่างไคล้'งให้ภรรยาก่อยๆ นำ สมบัฅิส์าคัญ มาวนละอย่างสองอย่าง 'จนสุคห้ายให้พาบุฅรธิคามาค้วย เมอพร้อมแล้วกื่ให้ ภรรยาและบุตรธิคาไปนั่งข้างในห้องนกยักษ แนะนำให้[ข้กำลังโยกกันชัก{เก คืนนั่นเมอบรรยากาศเงยบสงบคามปกติ ก็่พานกยักษนั้นบินจากไป แล้วไปลง ทชายฟ้าหิมพานฅ ต่อมาเมอมืยู้กนในถํ่นนั้นมากชนก!ค้สร้างเมืองขน ณ ทนั้น และไค้สถาปนาตัวเองเป็นพระราชาพระนามว่า พระเจ้ากัฏฐวาหนะ ฟ้ายโพธิราชกมารเมือรู้ว่านายช่างหนไปแล้วก็่ไม่ทXงติคใจอะไรทรง คำ ริว่าจะสมโภชปราสาท ไค้!ปกราบทูลนิมนฅพระ'พุท!องก่ขงประทับอยู่ท เกสกฬ'ามิกทายวัน เมอพระพุทธองก่ทรงรับแล้ว ก็่เสค็่จมาจัคเฅริยมสถานท โคยประพรมนั้าหอมทิ่ปราสาทให้หอมกรุ่นไปทั้งหลัง และทรงปูผ้าชาวไว่ฅงแต่ ธรณประคู เพึ๋อให้พระพุทธองก่ทรงเหยยบ การนเป็นความประสงค้ของโพธิราชกุมารเอง ด้วยพระองค!ม่มื พรร;ราชโอรสธิดา ทรงอธิษฐานว่าถ้าจะได้พระโอรสหรือพระธิดาแล้ว ขอ ให้พระพุทธองค้ทรงเหยยบผ้าขาวนั้ แล้วก็่ทรงลาดผ้าขาวไว้ เมือพระพุทธองก่พร้อมพระสงฆเสค็่จมาแล้วโพธิราชกุนๅช่!ค้นินนค้ ให้เสค็่'จเข้าไปข้างใน แต่พระพุทธองก่ทรงประทับยืนเฉย แม้จะทูลนิมนฅ 1๓-๓ กรง พระพุทธองก่ก็่มิไค้เสค็่จเข้าไป และทรงมองไปทพระอานน'ค้ พระอานนท ทราบกวามหมายว่าจะไม่ทรงเหยืยบผ้าทปูไว้จึงถวายพXะพรั1ห้1พ|^ๆชกุนๆJ เกบผ้าทปูไว้ออก เมือโพธิราชกุมาร นำ ผ้าทปูไว้ออกทังหนคแล้วพระพุทธองก่ จึงเสค็่จเข้าไปข้างใน หลังจากทพระพุทธองก่ทำภัคกิจเสร็่จแล้ว โพธิราชกุนารไค้เข้าไป ถวายบังกมแล้วกราบทูลว่า พygมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
\"หม่อมฉันเปีนอุปีฏซากของพร:เองค ถื้งพระองศว่าเปีน({รณะทพง หลายครั้งตั้งแต่อยูในครรภพระมารคา ครั้งทํ่เปีนเศ็่กพอรู้เศยงสา และครั้งน แต่พระองคก็่ไม่ทรงเหยยมผ้าขาวของหม่อมฉันเลย เปีนเพราะเหตุไรเล่า\" พระพุทธองกฅรัสย้อนถามโพธิราชกุมารว่าทรงกิคอย่างไรจึงปูลาด ผ้าขาวไว้ เมอโพธิราชกุมารกราบทูลให้ทราบคามเป็นจริง จึงฅรัลว่าเพราะ เหกุนจึงไม่เหยยบ โพธิราชกุมารกราบทูลถามอกว่า ด้วยเหกุผลโคคนจึงไม่ อาจมบุครหริอธิคาได้ พระพุทธองคจึงครัสว่าเป็นเพราะบุรพกรรมททรงทำมาในอคค คังน แล้วได้ครัสเล่าอคคกรรมชองโพธิราชกุมารว่า ในอดตกาล มนุษยหลายร้อยคนนั่งเรือไปในมหาสมุทร เรือเลิศ อับปางกลางมหาสมุทร ผ้คนต่างแหวกว่ายเอาตัวรอค แต่ก็่จมนํ้าและถูก อัฅว่ทะเลตัศลินฅายหมศ เหลือสองสามภรรยาทึ๋เกาะแม่นไม้แม่นหนึ่งไว่ได้ พยายามเกาะพยุงไปจนลืงเกาะแห่งหนึ่ง ทเกาะฉันมนกอยู่เปีนจำนวนมาก สองสามภรรยาได้อาตัยนกเหล่านั่นเลยงชพ โคยคอนแรกก็่นำไข่นกมาเมาลิน กัน ต่อมาก็่นำลูกนกมาปีงลิน ต่อมาก็่พยายามจับนกใหญ่ๆ มาปีงลิน ทำ อยู่ อย่างนั่ยาวนาน จนกระทั่งนกเลิคไม่ทันลิน ตัง้คู่เลยด้องอคและคายไปในทสุค ตัง้สองคนนั่นต่างก็่คิดแต่จะรกษาตน คิดแต่จะเอาชวิตรอด โดยไม่ คำ นงถงการกระทำเพอร้กษาตนฉันว่าจะก่อความเดือดร้อนให้^ดอย่างไร มิได้คำนงถงไข'นกชงจะได้เกิดมาม่ชวิตต่อไป ก็่ด้องมาถูกเผาเลืยก่อน ทัง มิได้คำนงถงชวิดของนกทั่พวกดนฆ่า คิดแต่เพยงว่าการทำเช่นฉันเปีนเรือง ธรรมดา คนทั่วไปเขาก็่ทำทัน ถือว่าเปีนอยู่ด้วยความประมาท ถ้าในสองคน นัน่ จะมทักคนหนึ่งทไม่ประมาท ก็่จักไดืรับอามิสงถืดือจักมิบุตรหรือธิดาได้ อัชเฬสิอเร่อ /ท๗๕ www.kalyanamitra.org
ต่อจากนั้นไค้ฅรัสสอนโพธิราชกุมารว่า ''ราชกมาร ก็่บุคศถเมอ^าคัญตนว่าเปีนทรักแห่งฅน ก็่ไม่พึงปร!:มาท พึงรักษาตนให่ฅึในวัยทังสาม เมอไม่อาจรักษาได้อย่างนั้น พึงรักษาแมในวัย ใดวัยหนงใหใด้\" จากนั้นไค้ฅรัสพระกาถานั้ว่า อตฺตานญเจ ปียํ ชฌฌา รฦเฃยฺย นํ สุรฦฃิตํ ติณฺณมฌฺฌตรํ ยามํ ปฏิชคฺเคยย ปณฺฑิโต ฯ หากว่ารู้ว่าฅนเป็นทรักแล้ว ก็่พึงรักษาตนนั้นไว่ใหก บัณฑิตพึงประคับประกองตนไว้ฅลอกวัยทั้งสามวัยไค วัยหนง. จากเ'รอง โพธิราชกมาร อัฅฅวรรค อรรถกถาธรรมบท ^>๗^ พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
<iถก ตายง่าย ไร^แวว เรืองเกิด แก่ เจ็่บ ตาย เ!เนเรองmแลร!ยอมnjกันทั่วไปแล้ว ในยุคปีจจุบน เพราร!จากข้อเท็่จจริงในอดตทมนุษยเราหาทางให้มซวิดอยู่ ยนยาว เป็นมนุษยอมดร!ทั่ไม่ดาย ไม่ว่าจร!ด้วยการปรุงยาหรึอด้วยการ ปฎิบติธรรม แต่กั!ม่อาจยือซวิดได้ ทำ ให้คนเราถอดใจจำยอมรบความจริง .1 V' เรืองนกัน แฅ่ทั่ใครบกวามฟ้าเร็่จระ:คับหนงก็่คือ เมึอไม่อาจเป็นอมคะ!ไคืก็่ฃอยืค อายุให้ยาวขน ค้วยการห้องกันและ:แกใฃใหซวิคอยู่ใค้นานขึนมิให้คายเร็่วเกิน ไป อันเป็นงานทเกยวกับการสาธารณยุฃ การดำรงซวิคอย่างถูกต้องเหมาะ:สม มฃ้อปฏิบัติ มข้อห้ามปราม มฃ้อกวรทำกวรเว้นมากประ:การ ก็่ทำ ให้ผู้เชือถือ และ:ปฏิบัติคามมอายุรนกว่ากนปกติทมิไต้สนใจในเTองเหล่าน อ้ชเ2/1สือเร่อ www.kalyanamitra.org
เรืองเกิคแก่เจ็่บฅายเ!เนเรองทกนเรากลัว โคยเฉพาร:เรองแก่ เรอง เจ็่บ แลร;เรืองคาย ส่วนเรองเกิคนันก่วนใหญ่มิไค้กลัวเพราร:คัวเองเกิคมาแล้ว แฅ่ทกลัวความเกิคก็่มบ้างส่าหรับกนทเกิคมาแล้วไคั้Tบกวามทุกขยากลำบาก ลำ บนเหลือเกิน คลอคซวิฅไม่มกวามสฃอร:ไรเลย เห็่นว่าเกิคมาไม่มิอร;ไรคเลย จึงไม่อยากจร:เกิคอก หรือกนทมองเหี่นธรรมคากวามจริงทว่าเกิคเป็นทุกฃ ท ไม่อยากจร:เกิคอก ทำ ให้กลัวกวามเกิค แตกเป็นเรํ่องไกลคัว ส่วนเรืองใกลืคัวลือเรืองแก่ เรืองเจ็่บ เรืองคาย เป็นเรองใหญ่ส่าหรับ กนทั่วไป เมอมิอาการบางอย่างปงบอกว่าเรมค้นแล้ว เซ่นบ่งว่า เรั๋มแก่แล้ว ผมเรํ่มหงอกแล้ว หนังเรํ่มเหยวย่นแล้ว ก็่เรมไม่สบายใจ หาทางบ้องกันแก่ไข หาทางปกปีคมิให้ปรากฏให้เห็่น เอาออกไค้เป็นเอาออก กลบเกลํ่อนไค้เป็น กลบเกลิ่อน วั๋งว่นเลืยเงินทองไปกับเรํ่องนมากมายก็่ยอมเลืย ยิงเรืองตายยิงแล้วใหญ่ แม!ด้ยินก!ม'อยากไล้ยิน โดยทั่สุคแม้ถูก ถามเรืองอายุก็่โกรธ ไม่อยากตอบว่าอายุเท่าไร อาการอย่างนจคว่าหนัก เอาการทเตยว เรองตาย เป็นเรืองปกติของกนเรา พรร:ท่านว่า ชวิตมิความตายเป็น ทั่สุคไม่มิหลืกพ้นความตายไปไล้จร:ยอมรับหรือไม่ยอมรับ ชวิคก็่เป็นอย่างน ไปคามปกติธรรมคา ข้อส่าคญมิใช่อยู่ทว่าจร{ล้องตายหรือจร{ตายเมิอไร แต่ อยู่ทว่าก่อนตายควรจร{ทำอร{ไร ควรเตรืยมตวอย่างไร แลร{ควรตายอย่างไร ล้องคิดลืงเรืองเหล่านไว้ล่วงหน้า หากไม่กิคไม่สนใจ นัวปรร:มาทอยู่ว่ายังไม่คายง่ายๆ หลงหมกมุ่น มวเมาเสพสุขอยู่กับซ่วิค อยู่กับกวามสนุกสนานเฮฮา เมอลืงเวลาจร:คายเข้า มา ก็่ใม่อาจเครืยมคัวไคทน จำ ค้องทิงทุกทุกอย่างทสะ:สมทเก็่บงำไวไปแค่คัว ๓๗<^ พร หาโพธวงศาจารฆ์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
โคยไม่มอะไรท'จะ:ส่งผลใหใปมสุขหลัง'จากสินลมหายใ'จเตย ถ้าบังเอิญว่าไค้ ทำ บาปกรรม ทำ ชั่วทำผิคไว้บ้าง ร่งนั้นก็่'จะ:เป็นเชอวิบัติฅิคคามคัวไป และ:ส่ง ผลไห!ครับทุกช'จากผลของบาปกรรมนั้น และ:ความคายนั้นเป็นสิงทเกิคฃ็้นไค้ง่ายมาก เขาจึงว่า ตายง่าย ความ ทว่าคายง่าย เป็นเรองปกติธรรมคาของคนคัวไป อย่างเซ่น พบกันคอนเช้า คอนลายคายเสิยแล้ว หรือคุยกันอยู่คอนสาย คอนม่ายไปเสิยแล้ว ทำ นองน แต่ส์าหรับคนชั่วคนเลวฑผู้คนแซ่งช้กหกกรร:ดูกอยากให้ตายไปเส์ย เร็่วๆ กลับมอายุยืน อยู่สร้างความเดอดร้อนให้ผู้คนอกนาน หรือคนททุกฃ ทรมานด้วยโรคภยไข้เจ็่บ คนอนเขาสงสารอยากให้ตายๆ ไปเสิย แต่ก!ม* ตายง่ายๆ อย่างนั้เรืยกว่าตายยาก เ'รองคนชั่วคายยากนั้น คงเป็นเพรา:!เขายังทำกรรมชัวไม่พอก'^^ ศกนรกหมกไหมขนถึก^ศ ยังทำบาปไม่เฅ็่มทํนัก รอจนทำกรรมหนัก พอทํจะ หมกไหม้อยูในนรกนานเท่านาน ไมไศ้ผุศไศ้เกิคง่ายๆ ถี้งจะคายไป หfอคนทํ เจ็่บไข้ทุกขทรมานหนักแค'คายยากนัน คงเป็นเพราะจำต้องเ^วยนกกรรมทํ เคยทำไว้ต่อไป กรรมยังไม่เหมศนล เพราะเป็นกรรมหนักและมนลเนินนาน จำ ต้องทุกข้ทรมานต้วยนลกรรมยันศาลให้เป็นไป เรืองเหล่านหากพิจารณา ให้ถ่องแห้จะเห็่นไคชฅเจน โดยทั่วไปความตายนั้นง่าย และไม่มวิแววไม่มสิงปงบอกว่าจะตาย เมึ๋อนั่นเมอน ทำ ให้เตรืยมคัวไม่คัน ปรับคัวไม่คัน ด้ทสุดคือด้องเตรืยมตว ก่อนตาย เตรืยมไว้ล่วงหน้า คือเตรืยมสิงทจะสามารถติดคัวตามตนไปได้ หลังจากสินซวิตแล้ว aamaaiSa ((^๗^ www.kalyanamitra.org
ในสมัยพุทธกาล หญิงสาวคนหนงไคฟิงธรรมแล้วเกิดศรัทธาเลอมใส เจริญมรณสติต่อเนองถึง ๓ ll เป็นการเฅริยมตัวไว้ล่วงหน้าอย่างถ่องแท้ แต่ ไม่รู้ล่วงหน้าไม่มวแววว่าจะถึงแก่ความดาย หลังจากไคฟิงธรรมจากพระพุทธ องกและไค้บรรลุธรรมแล้วนำของไปไท้พ่อซึงเป็นช่างทอน้า เกิดธุมัติเหตุจาก การกระทำของพ่อทไม่รู้ตัว ทำ ใหลันซึวิดลงอย่างน่าเวทนา ถึอว่าเป็นความ ดายทเข้าช่ายดายง่ายและไร้วแววล่วงหน้าแท้ๆริง เรืองนเป็นเรืองอันเหลือเซึอเช่นกัน ท่านจึงมันทึกเป็นหลักฐานไว้!น ตัมภร้ ^ เ'รองเกิดฃนทํ่เมืองอาฬว สมัยหนึง พระพุทธเจ้าเสค็่จไปเมืองอาฬว ประทับอยู่ทอัคคาฬว- เจคย่ พวกชาวเมืองอาฬวเมอทราบว่าพระพุทธเจ้าเสค็่'ๆมๆก็่พากันนาถๆๆย ทานกัน หลงจากเสรืจกัดกิจแล้ว พระพุทธองคเมอทรงทำอนุใมทนากถา ไค้ ดรัสสอนอย่างนิ้ว่า \"ท่านทังหลาย จงเจริญมรฌสติอย่างนว่า ชวิฅของเราไม่ยั่งปีน ความทายของเราเปีนของแม่นอน เราพึงทายแน่แท้ ชวิทของเรามความทาย เปีนทสุด ชวิทของเราไม่เทํ่ยง การทายเปีนของเทํ่ยง ก็่มรณสตินิ้อันชนเหล่า ใดไม่เจริญแล้วในกาลเป็นทสุศ ชนเหล่าทันย่อมถงความส::คุ้ง ร้องอย่างหวาด กลัวทำกาละทายไป เหมือนคนทเห็่นอสรพิษร้ายแล้วหวาศกลัวฉะนั้น ล่วน มรณสตินลันชนเหล่าใดเจริญแล้ว ชนเหล่านั้นย่อมไม่สะคุ้งกลัวในกาลเป็น ทสุด เหมือนคนเห็่นอสรพิษร้ายแทไกล เอาไม้เขยทันออกแล้วเตินไปฉะนั้น เพราะฉะนั้น มรณสตินั้ลันท่านทั้งหลายพึงเจริญลัน\" พร^มหาโพธิวงศา'จารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
กนทั้งหลายไค้ฟิงอนุโมทนากถานแล้วก็่ชนชมยินค แฅ่มิไค้นำไป ปฏิบัติตาม มิไค้เจริญมรณสติกัน ไค้แต่ทำหน้าทการงานของตนเหมือนเติม แต่ธิคาของนายช่างหูกกนหนงอายุ ร)V? มิ กิคว่าล้อยกำของพระบรมศาสดา นน่าอัศจรรยจริง เรากวรปฏิบัติตาม จึงไค้เจริญมรณสติอย่างต่อเมืองทัง กลางวันกลางกืน เมินเวลาไค้ ๓ มิ ฝ่ายพระพุทธองกํหลังจากเสค็่จจากเมืองอาฬวแล้ว ไค้เสค็่จกลับ เมืองสาวัตถ วันหนงทรงเห็่นว่า ธิคาช่างหูกบันไค้เจริญมรณสติต่อเมืองมา ๓ มิแล้ว เมอเสค็่จไปโปรดนางอก นางก็่จักไค้บรรลุโสดาปิตติผล มหาขนก็่ จะไครับประโยขนํจากเทศนา ทรงเห็่นประโยขนํคังนจึงทรงพาภิกษุ <^๐0 รูป เสค็่จไปบังเมืองอาฬวอกกรั้งหนง ธิดาช่างหูกเมอไครับช่าวว่าพระบรมศาสดาเสด็่จมาเมืองอา'V^อกก็่ ยินคยํ่งบัก กิดว่าเมอ ๓ มิทแล้วไค้เห็่นพระบรมศาสดาผู้ทรงมืพระวรรณะทัง ทองกำ แต่วันนเราจักไค้เห็่นพระองคอก และจักไคทเงธรรมทันเมินพระโอวาท ซงมืโอขะทันไพเราะจับใจ จึงเตริยมทัวเตริยมโจทจะไปทังธรรม แตในตอนเข้า บิดาของนาง ก่อนทจะไปบังโรงหูก ไค้ลังให้นางกรอ ค้ายหลอดกำหรับทอผ้าทํ่ทอค้างไว้ทโรงหูกประมาณดืบหนง เมํ่อกรอเสร็่จแล้ว ไหริบนำไปให้ตนทโรงหูกโดยเร็่ว นางจึงเกิดกวามลังเลใจว่าจะไปทังธรรมหริอ จะกรอด้ายให้บิดาค สุดท้ายก็่ทัคสินใจว่า ล้าไม่ทำงานให้พ่อ พ่อก็่อาจโบยฅหริอ ตำ หนิต่าว่าเราว่าไม่ช่วยงาน ขอทำงานให้พ่อก่อนก็่แล้วกัน เมือคิดไค้อย่างน จึงนั่งกรอค้ายอยู่ทบ้าน พวกขาวบ้านไค้ถวายอาหารแต่พระพุทธองก่และพระสงฆ เมือพระ ฉันเสร็่จแล้วก็่รับบาตรออกมา ยืนออกันอยู่เพอทังอนุโมทนาจากพระพุทธองก่ aamaaiia www.kalyanamitra.org
พรร;พุทธองคทรงดำริว่า ทเสด็่จมาทนเป็นรร;ยร;ทางไกลกี่เพอโปรด ธิดาช่างหูก แต่ดอนนนางยงมาไมได้ ด้องทำงานให้พ่อก่อน คงนั้นจงทรง นิงอยู่ เมือทรงนิงอย่างนนกี่ไม่มผู้ใดกล้าทจร;กราบทูลให้ดริสอนุโมทนาได้ ฝ่ายธิคาช่างหูกทำงานให้พ่อเสร็่จแล้ๆกี่นำด้ายทกรอแล้ๅใก่กTร:เช้า เดินทางไปยังโรงหูกซงด้องผ่านท้ายแถวผู้กนทยืนรอกันอยู่ นางมองไปท พระพุทธองกี่ เห็่นพระพุทธองกี่ทรงทอคพระเนฅรมาทฅนเช่นกัน กี่รู้ว่าพรร;พุทธ องกี่ทรงรอการมาของฅนอยู่ จึงวางกระเช้าด้ายลงแล้วเช้าไปหาพรร;พุทธองกี่ มืคำ ถามว่า เพราะเหตุไร พระบรมศาสดาจึงทอดพระเนดรไปทธิดา ช่างหูกนั้น มคำตอบว่า เพราะพTะพุทธองคทรงพร:!ดำริว่า หากนางไปจากทน เพอไปยังโรงหูกก่อน เมอทำกาลกิริยาอย่างปุถุชน ก็่จักเปีนผู้มคติไม่แน่นอน แศ่เมอมายังt^ถานMก่อน ไคโ}งธรรมแล้วไค้บรรลุโลดาปีตติผล กี่จะม่คติ แน่นอนเมือรนชวิฅไป โดยจะไค้[ปเกิดบนครฅวิมาน ททรงพระดำริอย่างนค้วย ทรงเห็่นว่า ในวันน็้ความพ้นจากความตายของธิดาช่างหูกไม่มื ธิดาช่างหูกนันได้เช้าไปอยู่ระหว่างพระฉัพพัณณรังส์ฃองพร!;พุทธ องกี่ ถวายยังฅมแล้วได้ยืนอยู่ ณ ช้างหนง พระบรมศาสดาได้ตริสถามนางด้วยดำถามดำด้ญ ^ ข้อ และนาง กี่กราบทูลคำตอบว่า <ร). เธอมาจากไหน นางกราบทูลว่า ไม่ทราบ พระเจ้าช้า ๒ว. เธอจักไปไหน นางกราบทูลว่า ไม่ทราบ พระเจ้าช้า ๓. เธอไม่ทราบหรือ นางกราบทูลว่า ทราบ พระเจ้าช้า <1. เธอทราบหรือ นางกราบทูลว่า ไม่ทราบ พระเจ้าช้า พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เหล่ามหาซนไค้ใ^งกำถามกำฅอบอย่างน จึงไค้โพนทะ:นากล่าวโทษ นางว่า พวกเราดูตูกสาวช่างหูกซิ เมือพระ:พุทธองกํฅรสถามว่ามาจากไหน กวรจะ:กราบทูลว่ามาจากบ้านช่างหูก กลับไปกราบทูลเสิยว่าไม่ทราบ หรือ เมอทรงตรัสถามว่าจะ:ไปไหน ก็่กวรจะ:กราบทูลว่าไปโรงหูก กลับกราบทูลว่า ไม่ทราบ ช่างเล่นลนเสิยจริง พรร;พุทธองคทรงได้ยินดงนนจึงทรงฟ้าให้มหาซนเงยบเรยง แด้ว ตรัสถามธิดาช่างหูกว่าเพราร;เหตุไรจึงตอบอย่างนั้น ธิคาช่างหูกจึงกราบทูลว่า ''พระองคย่อมทTงทราบศว่าหม่อมฉันมา จากไหนและจะไปไหน แฅ่ทํ่กราบทูลศอบไปว่าไม่ทราบนั้น คือหม่อมฉันไม่ทราบ ว่าคัวเองมาจากไหนจงมาเกิศทน และไม่ทราบว่าไปจากทนแล้วจะไปเกิศทไหน จึงกราบทูลว่าไม่ทราบ และเมอศรั^ถามว่าไม่ทราบหรอ หมายความว่าหม่อม ฉันทราบภาวะคือการตายของหม่อมฉันเท่าฉัน จึงกราบทูลว่าทราบ แท่เมือฅรัป ถามว่าเธอทราบหfอ หม่อมฉันฅอบว่าไม่ทราบนั้นหมายความว่า หม่อมฉัน ไม่ทราบว่าคัวจะฅายเวลากลางหรือกลางวัน หรือเวลาไหน\" พระ:พุทธองกํทรงโปรคประ:ทานสาธุการแก่ธิคาช่างหูกทุกข้อทนาง ^ I_ กราบทูลตอบ \"พวกท่านย่อมไม่ทราบถ้อยคำประมาณเท่านทนางกล่าวแล้ว ไค้แท่ โพนทะนากล่าวโทษนางเท่าฉัน เพราะจักษุคือปีญญาของชนเหล่าใคไม่มื ชน เหล่านั้นย่อมเป็นศจคนศาบอฅทเศยว จักษุคือปีญญาของชนเหล่าใศมือยู่ชน เหล่tาฉะัะนฉ<ั^นแลจัศเปีdน,นู้มืจa-ั'กษุ\" aaiwaaiia www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 527
Pages: