ชงจับปรร;เค็่นได้ว่าเรึ๋องเช่นนเกิดจาการส่อเส์ยดเ!เนส่าคญ ส่อเส่ยด หมายถึง ยุแหย่, ทำ ให้เขาแดกกัน จัดเป็นวจทุๆริฅ ดือ เป็นการทำชั่วด้วยวาจาอย่างหนง กนทขอบส่อเถึยค ชอบยุแหย่ ขอบยุแยง ดร:แกงรั่วเพํ่อให้กนอนแดกกอกันมปร:;จำอยู่ทุกหนแห่ง เมอทำให้กนอํ่นแดก กันโคกสร:ใจบ้าง สนุกสนานบ้าง คุยอวดว่าฅัวเก่งบ้าง โดยไม่กำนึงว่ากนท เขาแดกกันนันจร:เดือดร้อน จร:อมทุกฃใว้อย่างไร แตแมจร;ทำใหเขาแตกกนได้สมใจ ตวเองก็่ไม่อาจจ:;พ้นจากโทษ ผิดอนนั้นไปได้ โทษนั้นย่อมจร:เกิดทปากเป็นหลัก เซ่นปากเหม็่น รักษาอย่างไร^ม่ หายบ้าง ปากเน่าปากมแผลน่ารังเกยจบ้าง ปากพิการบ้าง หรือพิกลมากซน ไปก็่ดือปากมหางงอกออกมาบ้าง นเป็นผลทํ่เกิดกับอวัยว::ดือปาก เพรา5พูด ส่อเถึยดด้วยปากสร้างกรรมเวรมา โทษจึงมาลงทํ่ปากก่อน หรือไม่อย่างนั้น เมอพูคจาอร:ไรออกไป ผู้กนก็่ใม่เซือไม่พิง หรือกัดด้าน ทั้งทพูดจริง มปรร:โยซน่ แด่ทำให้คูเหมอนว่าขาดนั้าหนัก นก็่เป็นผลจากการส่อเถึยคเซ่นกัน แดร;ทั้ส่ากัญ การพูดส่อเถึยดนั้นมักจร;ผสมด้วยคำเท็่จ คำ ไม่จริง อยู่ด้วย ก็่เดยด้องท]ผดกรรมแห่งการพูดเท็่จผสมกับผลกรรมแห่งการพูด ส่อเสิยดร่วมไปด้วย เพราะมผลอย่างน ท่านจง€^อนจึงแนะนําf^นมาว่าไม่ควTพูคdอเ^ยศ ไม่ฅวรพูศคำเท็่จ กวรพูศแต่คำจริง คำ ตรง คำ สมานสามัคก ก็่เพราะท่านมอง เห็่นโทษอย่างนจึงห้ามจึงแนะนำไว้เปีนเบองต้น เพอให้เว้น ไม่พูต จะได1ม่ต้อง ไปรบโทษในภายหลง แต่คนท่ไม่เชื้อ ไม่สนใจ เอาแต่ต่อเdยค เอาแต่พูคเท็่จ เพอใหตัวไต้ประโยชนก็่มอยู่ ซงก็่ต้องปล่อยไปตามยถากทม ๙0๕ พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ในสมัยพุทธกาล พระ;พุทธmฅรสเล่าเรองของเปรฅทํ่มหางงอก ออกมาทางปาก ว่าเป็นพระ;ผู้คงวิชาเทศนาแฅกฉาน แฅใปพูคล่อเสิยคพระ; มหาเถระ; ทำ ให้ท่านต้องแฅกต้องแยกกันอยู่ ผลกรรมอันนั้นไม่รอช้าเลย ฅอนหลังพระ;รูปนั้นถูกไล่ออกจากวัค คายแล้วอังไปฅกนรกหมกไหม้อยู่ ยาวนาน เศษกรรมทอังเหลืออยู่ ล่งให้มาเกิคเป็นเปรคปากมหางอยู่ทเขา กิซฌถูฏ เป็นเรองอันเหลือเชอ ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐานไวั!นคัมภร เรองเกิดฃ็้นส์มยกส์สปพุทธเจ้า แลร;ทํ่เมืองราชคฤห ในอดตกาล สมัยพระ:พุทธเจ้าพระ;นามว่ากัสสปะ; พระ;เถระ; ๒ รูป อาลัยอยู่ในวัคใกล้หมู่บ้านแห่งหนั้ง รูปหนงพรรษา ๗0 รูปหนั้งพรรษา ๕๙ ทั้งสองรูปอยู่ต้วยกัน รักใคร่กัน ช่วยเหลือกันเหมือนพกับบ้อง รูปทมือาวุโส น้อยปรนนิบัติอกรูปหนั้งเหมือนลัวเองเป็นลัษย ช่วยลือบาตรและ;จึวรเมอไป นอกวัค ชาวบ้านก็่ให้ความเคารพนับลือทั้งสองรูปมาก ต่อมามืพระ;ธรรมกลืกผ้ฉลาคในการเทศนาธรรมเตินทางผ่านมาอัง วัคนัน วันนันเป็นวันพระ;เป็นวันทัเงธรรมลืาหรับชาวบ้าน พระ;เถระ;ทังสองรูป ต้อนรับพระ;ธรรมกลืกแล้วขอให้แสคงธรรมกถาให้ตนและ;ชาวบ้านทัง พระ; ธรรมกลืกก็่แสคงธรรมกถา ทำ ให้พระ;เถระ;และ;ชาวบ้านเกิคความชาบซง ชอบใจ วันรุ่งฃนกื่พาพระ;ธรรมกลืกไปบิณฑบาตในหมู่บ้านแล้วให้แสคงธรรมให้ ชาวบ้านทังอก ทำ ให้ชาวบ้านเกิคศรัทธาเลอมใส วันต่อๆ มาพระ:เถระ;ทั้งสอง ก็่พาท่านไปบิณฑบาตและ;แสคงธรรมในหมู่บ้านอนๆ www.kalyanamitra.org
พระธรรมกถื้กอยู่ทวัคนั้นหลายวันเข้าก็่กิคว่า วัคนั้อุคมลมบูรณ ซาว บ้านศรัทธาในธรรม ถ้าคนไค้อยู่ทวัคนรูปเคยวประจำ กี่'จะไค้ทอยู่เป็นหลักแหล่ง และเป็นอิลระไม่ค้องมไกรบังคับ จึงกวรไห้พระเถระทอยู่ก่อนออกไปเสิย กิค แล้วกี่หาอุบายไห้พระเถระออก'จากวัคไป คอนแรกพระธรรมกถกไปหาพระอนุเถร:;แล้วพูคว่า ท่านอยู่บับพร:; มหาเถระมานานไม่เห็่นหรือว่าพระมหาเถระบกพร่องอ:;ไรบ้าง เมํ่อพระอนุเถระ คอบว่าไม่เห็่นและไม่ม่ กี่บอกว่าคนเห็่น แคใม่อา'จพูคไค้คังนั้แล้วกี่ใม่พูคอะไร ค่อมากี่ไปพูคอย่างบันคับพระมหาเถระอกว่าไม่เห็่นพระอนุเถระผิคค้ลอย่างไร หรือ เมือพระมหาเถระคอบว่าไม่เหี่นม กี่บอกว่ามือยู่ คนเห็่น แคไม่อา'จพูคไค้ แล้วกี่ไม่พูคอะไรค่อ เซ่นคัน คําพูคของพTะธTTมกถึกคTงเเTกไม่ทําให้พTะเถT::ทั้ง€^องติศ่ใจอ/lT แค่เมอพระธรรมกถึกพูดปอยเข้าทั้งสองรูปก็่เรมคลางแคลงใจ เข้าทำนอง \"อัน เสาหินแปดสอกดอกเป็นหลัก ไปมามลักปอยเข้าเสาอังไหว\" หลายวันค่อมา พระธรรมกถึกถามพระมหาเถระว่าทำไมท่านจึงไม่ ถูกคับพระอนุเถระ เมือพระมหาเถระบอกว่า \"อะไรกัน พวกเราอยู่ร่วมกันมา นาน มความเคารพนัมถึอกันเหมือนพเหมือนน้อง ไม่มืเรองทะเลาะอะไรกัน จะไม่ถูกกันได้อย่างไร\" จึงคอบว่า \"คงไม่ใช่ เพราะพระอนุเถระพูดกับผมเอง ว่า ท่านก็่เป็นลัดบุรษ การทไปคบหากับพระมหาเถระด้วยคิดว่าเป็นพร::มืถึล บริสุทธิ้มืความละอาย ควรพิจารฌาใหิถถ้วนแล้วจึงทำ มิดกว่าหรือ\" พระมหาเถระไค้ยินคังบันยังไม่คันไค้กิครอบกอบว่าพระอนุเถระ พูค'จริงหรือไม่'จริง กลับเซํ่อกำพูคพระธรรมกถึกง่ายๆ จึงโกรธ พระอนุเถระ ว่าพูคคูถูกคน และเมอพระธรรมกถึกไปพูคแบบนั้นคับพระอนุเถระ กี่ทำ ไห้ พรgมุทาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
พรร:อนเถรร;โกรธพร:;มหาเถระ:ว่าดูถูกตนเซ่นกัน เพยงแก่นกื่ทำให้พระ:เถระทั้ง สองมองหน้ากันไม่สนิท ทั้งไม่ถามไถ่กันห้วย วันรุ่งขนไปบิณฑบาตก็่มิไห้!ป ห้วยกัน แฅ่เมอไปพบกันกลางทาง พรร:อนุเถรร:ระ:ลื้กถึงพระ:วินัยว่าไม่ตวรทำให้ เถึยธรรมเนิยม จึงเข้าไปเพอรับบาตรของพระ;มหาเถระ;ตามทํเตยทำมา แต่พระ; มหาเถรร;ไม่ยอมให้พร้อมซนวตวาตว่าไปเถึยตนหัวตอไม่ตวรนารับบาตรแต^ จึวรของตน เท่านก็่เพยงพอแล้ว ทำ ให้พรร;อนุเถรร;ติดว่า'จะ;ประ;โยซนัอะ;ไรกับ วัคแลร;กับการอยูในวัคร่วมกับพระ:มหาเถระ:'จากนันก็่ออก'จากหมู่บ้านนันไป แม้พรร;มหาเถรร:ก็่ติคอย่างนัน จึงทิงวัคออกจากหมู่บ้านไปเซ่นกัน ผลของการส่อเสิยดยุแหยให้แตกแยกกันก็่เบ็่เนอนส์าเร็่จโดยไม่ ยาก กังทั้พรร;เถรร;ฑงสองรูปก็่อายุมากแล้ว แต่เพราร;เชือใจพรร;ธรรมกถึก ว่าเบ็่!นพรร;ด้วยกันแลร;มความรู้ จึงยอมเซืออย่างง่ายดาย แลร;ยอมจาก กันอย่างง่ายดาย นเ!เนตวอย่างให้เห็่นว่า ถ้าหูเบา เชือคนง่าย ย่อมเบ็่เน เซ่นนแล เมอพรร;เถรร;ทั้งสองรูปจากไปแล้ว พรร;ธรรมกถึกก็่ลอยตัว อยูใน วัคนั้นอย่างสบาย เมอพวกซาวบ้านถามก็่ตอบว่า อย่าไห้ถามเลย เมือวานนิ ทั้งสองรูปทร;เลาร;กันแล้วก็่ออกจากวัคไป ตนซอร้องอย่างไรกใม่ยอมกัง จึง ไม่อาจห้ามไห้ เมอซาวบ้านกังแล้ว ตนทั้ใม่ฉลาคก็่นั้ง ส่วนตนทฉลาคติคว่า กวามผิคพลาคอร;ไรๆ ของพรร;เถรร;ทั้งสองไม่เตยมืให้เห็่น เรืองทเกิคข็้นตงเป็น เพราร;พรร;ธรรมกถึกนั้แน่นอน จึงไห้แต่เถึยใจ แคใม่รู้จร;ทำอย่างไรไห้ พรร;เถรร;ทั้งสองแยกทางกันไปตนละ:ทิต ต่างจาริกเร่ร่อนไปเรือยๆ ห้วยตวามไม่พอใจ จวบกาลเวลาผ่านไปไห้๑00ป็ไห้จาริกไปพบกนทิวคแท่ง หนั้ง พรร:มหาเถรร:เข้าไปก่อน พรร;อนุเถรร:ตามมาทิหลัง ทั้งสองรูปต่าง'จำกันไห้ เมอเห็่นหน้ากันต่างโผเข้ากอคกัน ร้องไห้เหมือนเค็่กๆ พรร:อนุเถรร:พูคก่อนว่า www.kalyanamitra.org
''ท่านผู้เจริญ นมถึอบาฅทเถร;จวรของท่านเทยวไปตลอดกาลนาน เทาน ตจามนิตพถาตบกพร่องอนไม่ถมควTทางทวารทังหกของกTร!ผมท่าน เคยเห็่นบ้างหรืออย่างไร\" พระมหาเถระฅอบว่าไม่เกยเห็่น พระอนุเถระจึงถามว่า เมอไม่เห็่น ทำ ไมจึงบอกพระธรรมกถึกว่าเกยเหื่นเล่า พระมหาเถร2ก็่บอกว่าไม่เกยพูคไม่ เกยบอกอะไรเลย แล้วถามพระอนุเถระว่าทำไมจึงบอกพระธรรมกถึกว่าฅนมข้อ บกพร่องอย่างนั้นอย่างนิ้พร:;อนุเถรร;ก็่บอกว่าฅนกื่ฏไล้บอทอ-ไรเซ่นเถึยQกัน เมือทราบกวามคังน ทังสองรูปจึงรู้ว่าเป็นแผนของพร:;ธรรมกถึกท 'จะทำลายพวกกนจึงยุแหยให้แตกกัน จึงพากันกลับไปยังกัคทเกยอยู่ พร- ธรรมกถึกเหี่นเข้าก็่นิมนกไหทงสองรูปเข้าไปข้างใน พร:;เถรiทั้งสองรูปซนั้ๆ ไปทประฅูวคแล้วบอกว่าท่านไม่กวร'จ^อยู่ทกัคนั้อทต่อไป พร:;ธรรมกถึกรู้กๆ กว่าเกิดอะไรฃ็้น รบเก็่บของใข้ล่วนตัวแล้วออก'จากวัคไป เรืองมิไค้จบแค่นน ผลกรรมทพร:{ธรรมกถึกผู้ค่อเถึยคทำไว้ยง ติดตามมา ด้วยเวรกรรมทตัวทำไว้กือล่อเถึยคยุแหยให้พระเถระทั้งสองแกกกัน ทำ ให้พระธรรมกถึกไครับผลกรรม เมือสินซวิกแล้วได้เกิดในอเวจึ หมกไหม้อยู่ ในอเวจึมหานรกนันพุทธันดรหมืง'จากกันได้มาเกิคเป็นเปรกอยู่ทเขากิซฌกูฏ ในสมัยสิทธักกพุทธเจ้า เปรตนั้นมืลักษณะรูปร่างเหมือนมนุษย แต่มืถึรษะเหมือนสุกร มื หางงอกออกมาทางปาก มืหมู่หนอนไหลออกจากปากตลอดเวลา จึงซึ๋อ ว่า สุกรเปรด fSoa) พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
วันหนง พรร;มหาโมกกัลตานะลงจากภูเขาคิชฌกูฏเพือไปบิณฑบาต ในเมืองราชคฤหกับพระลักฃณเถระ: ไค้เห็่นเปรฅนันเข้าจึงแย้มโอฐฃั้น เมือ พระลักขณะถามสาเหตุก็่บอกให้ถามในส์านักพระ:พุทธองกเมือกลับจาก บิณฑบาตแล้ว จึงเมอกลับกันมาแล้วไค้เข้าเย้าพระพุทธองก พระลักขณะ: ไค้ถามพระมหาโมกคัลตานะขน พระมหาเถระไค้ตอบว่าไค้เห็่นเปรตซึงมื ลักษณะแปลกประหลาคอย่างน พระบรมศาสคาทรงสคับแล้วไค้ตรัสว่าพระ:องกก็่เกยเห็่นเปรตนับ ในวันตรัสรู้ แต่มิไค้เล่าใหใกรฟิง ค้วยเห็่นว่ากนทไม่อาจรู้!ม่อาจเห็่นไค้ก็่จะ: ไม่เซํ่อ เมอไม่เชอก็่ไม่มืประโยซนัเกอภูตลันไคแก่เขา แฅ่บัคนมืพระมหา โมกคัลลานะเป็นพยานไค้ จึงขอเล่าถึงบุรพกรรมลันเป็น บาปเวรทเปรตนัน เกยทำมาแล้ว จากนั้นก็่ตรัสถึงบุรพกรรมของเปรตนัน ว่าเกิคจากการล่อเถึยค ยุแหยให้พระสงฟ้แตกกัน จัคเป็นวจึทุจริตลันเป็นบาปหนัก จึงทำให้เกิคมา มืปากเน่าเหม็่น มืหมู่หนอนไหลออกมาทางปาก และมืหางงอกออกมาทาง ปากค้วย หลังจากตรัสเล่าบุรพกรรมนั้นจบแล้วไค้ตรัสว่า ''ภิกษุทั้งหลาย รทมคาว่าภิกษุพึงเฃ้าไปเป็นผู้ลงบต้'ายกาย ค้วยวาจา และด้วยใจ\" จากนั้นไค้ฅรัสพระกาถานั้ว่า วาจานุรกข มนสา สุลัวุโต กาเยน จ อกุสลํ น กยิรา เอเต ตโย กมมปเถ วิโสธเย อาราธเย มคฺคมิสิปปเวทิตํ ฯ อัชเ3/1สิอ1สิอ ๓๙ www.kalyanamitra.org
บุกกลพึงรักษาวาจาเนืองๆ พึงส์ารวมคแล้วด้วยใจ ไม่พึงทำชั่วด้วยกาย พึงชำระ;กรรมบถ ๓ ประ;การ เหล่านื้ใหัหมกจก พึงยินคแฅ่ทางทท่านผู้แลวงหา กฺณประ;กากไว้. จากเรือง ^กรเปรต มัคควรรค อรรถกถาธรรมบท 3^ หากทำพูคคิคคทึ๋ในโบศถ์ ก่อปรรโยชน[สฅถิผลกุศลเนึ๋อง ทำ พูคกิคลามกฅกข้างเปลื้อง แม้ผ้าเหลืองทุ้มคนไม่พันเวร. ศรจอมทอง ๕๕^ พรร?มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
i พรร;ใบลานเปล่า 1>นลาน เป็นกำเรยกใบของต้นลานซงมลักษณะเหมอนใบฅาล ต้ค แยกออกมาเป็นแผ่นๆ ใช้'จารกอักษรลงบนแผ่นนั้น ล่วนใหญ่'จะใช้จารกพระ ธรรมกำลอน 'จารกกำรายๆ หรือช้อความกำกัญอนๆ เรืยกว่า คมภรใบลาน ถ้ายังไมไต้'จารืกอะไรลงไป ไม่มช้อกวามอันใคปรากฏ กัคเป็น ใบลานเปล่า คำ ว่า ใบลานเปล่า เปีนคำนวนเปรยบเทยบคำหรับเรยกกนทฉลาฅ เปีนพหูสูต เรยนหนังคํอเรยนรู้ตำรามาก โกยเฉพาะฉลาฅในคัมภร1นหลัก ธรรม แฅไมไค้ประพฤติปฏิบัติตามหลักธรรมเหล่านั้น มแฅ่ความทรงคำและ เข้าไจธรรม แต่บังไม่เข้าถื้งธรรม บังไมไค้บรรถุธรรมตามทรู้กื่เหมือนกับใบลาน ทํ่ชาศอักษรหรือเหมือนกับใบลานเปล่า กนล่วนใหญ่เป็นเหมือนกับใบลานเปล่า เรืยนรู้มาก เช้าใ'จมาก อธิบาย ไต้มาก เป็นพหูลูฅ แฅไม่เกยทำไม่เคยปฏิยัฅิฅามทรู้ หรือทำไม่เป็น ปฏิบัติ ไม่เป็น ลฅท้ายก็่ใม่เกิคผลอะไร พงพากวามรู้นั้นๆ ไมไต้ เช้าทำนอง ความรู้ ท่วมหว เอาตวไม่รอด a«maaiSa /๙๙๑ www.kalyanamitra.org
โบราณท่านสอนกันมาว่า รู้แล้วต้องทำตามทรู้ อย่างนๆง'ไน;เอา ตัวรอคไต้ ไต้แฅ่รู้อย่างเคยว ก็่อา'ไ)พงพาอาตัยไค!นรร:ตับหนง เซ่น เป็นกรู อา'ไ)ารย่สอนกนอน แนร:นำกนอนใหรูให้ทำให้ปฏิบัติอย่างนั้นอย่างนิ้ ก็่ทำ ให้ม ผลคอบแทนพออยู่พอกินไป แคๆร:ถึงรร:ตับเอาตัวรอคไต้หรอรร:ตับสุขสมบูรณ กงไมใต้แน่นอน เพราร:ผลรร:ตับนั้มิโซ่เกิคไต้จากการมกวามรู้แก่นั้น หากแต่ เกิคไต้'จากการลงมึอทำลงมือปฏิบัติ'จนเกิคผลเป็นรูปธรรมอย่างไคอย่างหนง การเอาตัวรอคหรือกวามสุขสมบูรณๆง'จร:เกิคฃ็้น ตังนั้นท่านๆงแนร:นำเตือน สติไว้ว่ารู้แล้วต้องทำคามทํ่รู้ ถ้ามเพยงแฅ่รู้แล้วหยุฅอยู่แค่นั้น ไม่สานค่อเรองการปTะพฤติปฏิบัติ ไม่สานค่อเพือใ1^ฅสงบ ใหจิฅหยุศจิฅนง หรอเพึ๋อให้เกิฅบัญญา รู้ความจริง ในเรองของชวิฅ ของล้งขารร่างกาย ว่าไม่เทยงแท้แม่นอน ไม่อาจทนอยู่ใน สภาพเติมไท้คลอคไป นั้งไม่มสาระแก่นสารอะไรทพอจ:!ปีฅมั่นถือมั่นไท้ เมอ เกิดบัญญารู้อย่างนแล้ว เกิคกวามหน่ายกลายกวามยึคติคไต้ลร:ไต้ปล่อยวาง ไต้มองเห็่นสภาพกวามเป็นจริงของกังขารร่างกายไคซคเจน จิฅก็่จร:เป็นอิสรร: ไม่ถึคบันถึอบัน จากบัน กวามสุขก็่จร:เกิคฃ็้น ถึงกวามสมบูรณฃนเรอยๆ จน ถึงสมบูรณทสุค ตือไต้บรรลุถึงพรร:นิพพานแล้ว ในพรร:พุทธศาสนา พรร:บรมศาสคาทรงเรืยกพรร:รูปหนงทํ่เป็นพหูสูต เป็นกรูอาจารย่ เป็นผู้มืซอเถึยง เป็นทรูจักนับถึอทั่วไป เพอเตือนสติใหรูตัวว่า เป็นพรร:ใบลานเปล่า ชงพรร:รูปนั้นก็่ไต้สติ รูตัวว่าตัวมืแต่ปริบัติตือมืกวามรู้ต้าน วิชาการอย่างเคยว แต่ยังขาคการปฏิบัติอันเป็นข้อทจร:ทำให้บรรลุถึงมรรกผล ไต้ จึงไต้ปล่อยวางมานร:กวามถึอตัวแล้วไปปฏิบัติธรรม ซงก็่หากรูทยอมสอน ทางปฏิบัติไต้ยาก สุคห้ายกใต้สามเณรน้อยมาเป็นอาจารย่ แลร:สามเณรนั้นกี่ สามารถแนร:นำท่านให้กลายมาเป็นพรร:ใบลานเฅ็่มไต้ พรgมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ก็่ฟ้นเรองอ'นเหสือเซออกเรองหนง ท่านจี้งบันที้กเป็นหลักฐานไว้ เรองเกิดฃั้นทเมืองฟ้าวตถ ทวัคเซฅวัน เมืองสาวัฅถ มืพรร:เถระรูปหนงชอว่า โปฐละ เป็นพระ มือาวุโส เป็นผู้ทรงจำพระไฅรปิฎกไค้แม่นยำในศาสนาซองพระพทธเว้าในอคฅ ถง ๗ พระองก มาในซาฅินก็่ยังเป็นผู้ฉลาดในหลักธรรม เป็นกรูสอนธรรมแก่ ภิกษุ ๕00 รูป เป็นทเการพนับถือซองพระทั่วไป แด่พระบรมศาสดาทรงเห็่นว่า พระรูปนโม่เกยมืกวามคิดเลยว่า'จะ ทำ การสลัดออก'จากทุกฃแก่ฅน วักยังเธอให้เภิดกวามลังเวซ จํงฅั้งแด่นั้นมา เมํ่อพระโปฐละมาเข้าเ&'า 'จะฅรัสว่า \"มาน^ คุณใบถานเปล่า มั่งสิ คุณใบถาน เปล่า ไปเถิด คุณใบถานเปล่า\" แมืในเวลาทิ่พระเถระลุกออกไปแล้วก็่ฅรัสว่า คุณใบลานเปล่าไปแล้ว พระโปฐละคิดว่า เราเป็นผู้ททรงจำพระปิฎกธรรมแม่นยำ เป็นอา'จารยํ สอนพระ ๕00รูป ปกกรองพระ ๑๘กณะใหญ่ ถืงอย่างนั้น พระบรมศาสดา ก็่ยังตรัสเรยกเราว่าคุณใบลานเปล่า ทฅรัสอย่างนั้กงเพราะเราไม่มืคุณวิเศษ เซ่นฌานเป็นค้นแน่แห้'จากนั้นก็่เภิดกวามลังเวซสลดใ'จไค้สติว่าเรากวรไปอยู่ ป้าแล้วบำเพ็่ญสมณธรรม 'จากนั้น ก็่วัดแจงบาฅรจํวรค้วยฅัวเอง ไมไค้บอก ใกร ออกเดินทางดามหลังเหล่าภิกษุผู้เรัยนธรรมทเป็นคิษย่ซองฅนไปดอนใกล้ รุ่งโดยไม่มืใกรรู้ว่าอาจารย่เดินดามมาข้างหลัง ภิกษุเหล่านั้นเดินทางไปพักไป ดลอดเวลา สินระยะทางนับพันโยซน่ www.kalyanamitra.org
เมือมาไกลแล้ว พรฟ้ปฐลฟ้,ต้เข้าไปยังวัคป่าแห่งหนงกลางทาง ซงมื ภิกษุอาวัยอยู่ ๓๐ องก ซํ่งทั้งหมคล้วนเป็นพระฃณาสพรันอาสวร;แล้ว พระ โปเละเข้าไปหาพระมหาเถระผู้อาวุโศ แล้วขอร้องไห้ท่านเป็นทพงแก่คนและ บอกวิธปฏิบัติกัมมัฏฐานแก่คน พระมหาเถระประธานสงฆรู้วักพระโปฐละค จึงไค้กล่าวว่า \"ผู้มอายุ ท่านเปีนพระธรรมกถี้ก อะไรทพวกผมจะพึงรู้^ค้อา^ยท่านนแทละๆงมู้กัน ไค้ เหตุไฉนท่านจงมาขออย่าง& พระโปเละขอร้องเท่าไร พระมหาเถระกึ่ใม่ยอมบอกไม่ยอมสอนอะไร แคกแนะนำให้[ปหาพระอนเถระ เพราะท่านร้ว่าพระโปเละมืมานะ ถอคัวว่า เป็นพระวิขาการเพราะอาวัยการเร้ยน 'จำค้องถอนมานะค้วยวิธอย่างน เมอ พระโปเละไปหาพระอนุเถระแล้วขอร้องให้สอนการปฏิบัติ แม้พระอนุเถระกี่ ไม่ยอมบอกไม่ยอมสอนเซ่นกัน แค่กี่แนะนำให้!ปถามพระรูปอนๆ ทมือาวุโส น้อยกว่าคน พระโปเละกี่พยายามไปหาพระทุกองก แค่กี่ไม่มืไกรยอมสอน องกสุคท้ายไค้แนะนำให้!ปหาสามเณรอายุ ๗ ขวบชงเป็นน้องใหม่ล่าสุค แค่ กี่ เป็นฃณาสพเซ่นกัน คอนนั้น พระโป^ละไค้หมดมานะไปแล้วจากการทพระเถระเหล่านั้น ล่งฅ่อๆ กันมาจนกงสามเณร เพราะมความมุ่งมั่นป้าเพ็่ญสมณธรรมอย่าง เศ็่มทจื้งยินยอมทกอย่าง เมอไปหาสามเณรจึงยกมือขนแล้วกล่าวว่า \"ท่านล้ฅบุรุษ ขอท่านจงเปีนทพงของผมค้วยเถิฅ\" สามเณรกล่าวว่า \"ท่านอาจารย่ ท่านเปีนพหูสูต มืความรู้มากกว่า ผม ทำ ไมจึงมาขออย่างนั้\" เมอเห็่นว่าพระโปเละละมานะไค้แล้วจึงบอกว่า ๕๕๕) พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ถ้าท่านศามารถอดทนทำฅามกำสอนทบอกไ^'จ^เป็นอาจาTยให้ พรร:โป^ละ รับปากว่าสามารถทำดามไค้ทุกอย่าง จะให้ลงนํ้าลุยไฟอย่างไร ก็่จะลงนำลุย ไฟอย่างนั้น เมอรับปากอย่างนั้ สามเณรจงซ็้!ปทสระนำใกล้ๆ นันแล้วบอกให้ พระโปฐละลงไปในนั้า โดยไม่ค้องเปลองจวรทห่มออก ทั้งทํ่ทราบว่าจวรของ พระโปฐละนั้นเป็นจวร ๒ ชั้น เนั้อด รากาแพง แด่เพอทดสอบว่าพระโป5ละ จะอดทนทำตามไค้หรือไม่จึงทั้งอย่างนั้น พระโป2ละเดินไปทํสระแล้วหย่อนเท้า ลงไปในสระ พอชายจึวรเป็ยกนั้าเท่านั้น สามเณรกี่บอกให้ท่านกลับมา เมอพระโปฐละกลับมายนด่อหน้า สามเณรไค้บอกลันๆ ว่า \"ท่านขอรับ ในจอมปลวกแท่งทนั้ง มช่องอยู่ \\^ ช่อง เหยได้ เข้าไปข้างในทางช่องหนงใน ช่องน้น บุคคลผู้ประสงค้จะจบมน จึงอุด ช่องเสิย ๕ช่อง พงช่องทั้'๖ ทั้มนเข้าไปนั้นแหละแล้วกี่จบมนได้ทั้ช่อง'^ นั้นในบรรดาทวารV)มจกฃุทวารเป็นด้น แม้ท่านก็่จงปีดทวาร ๕ ทํเหลือ ยกเว้นมโนทวารอย่างนั้นเหมือนกน แล้วเรมตงบริกรรมภาวนากมม้ฏฐาน ในมโนทวาร\" พระโปฐละไค้ยินดังนั้นกี่กล่าวว่า \"ท่านฅบรษ คำ มปร^^มาณเท่าน ก็่พอแล้ว\" เพราะเป็นผู้ฉลาดในธรรมเป็นพืนฐานอยู่แล้ว จากนันกี่หยังญาณ ลงในกรซกายปรารภสมณธรรมแล้ว พระบรมศาสดา ประดับอยู่ทวัดเซตวัน ทอดพระเนตรคูพระโปฐละอยู่ ทรงดำริว่า ภิกษุนั้เป็นผู้มืปิญญาคุจแผ่นดินค้วยประการใด การทเธอดังตนไว้ ค้วยประการนั้น ย่อมสมกวร จึงทรงเปล่งพระรัศมไป ประหนึงตรัสอยู่กับเธอ ไค้ตรัสพระกาถานั้ว่า www.kalyanamitra.org
โยคา เว ชายเต ภู? อโยคา ภู?สงขโย เอตํ เทวธๆปถํ ฌตฺวา ภวาย วิภวาย จ ตถตตาป้ นิเวเสยฺย ยถา ภู?ปวฑฺฒติ ฯ ฮญญาย่อมเกิคเพราะการปรรกอบ (มนสิการโคย แยบกายในกัมมัฏฐาน ๓๘ ประการ) นั่นแล กวาม เสือมไปแห่งปิญญาย่อมเกิคมเพราะการไม่ปรร;กอบ บุ กกลทราบถึงทางแห่งกวามเกิคและความเสือม (ของปิญญา) ทั้งสองทางนิ้แล้ว พึงทั้งคนไวิโคยวิธทั้ ปิญญาจะเจริญขน. ไนกาลจบเทศนา พระโปฐละทั้งอยู่ไนพระอรหัตผลแล้ว. จากเรอง พระโป^ถะ มัคควรรค อรรถกถาธรรมบท ^๕^ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
&]รท ไม่ถูกอธยาร'ย ร)^^ 0^ โทTdอนกนเพอให้เป็นกนค เพอให้มกวามรักวามเข้าใจ หรอเพํ่อ ให้กิคเป็นทำเป็น มิใคช,่จะส<์, าเ๘รจผลไiคo้Zง,่าย เพราะiพนฐานของผู้ทรับสอนน^ัน แตกต่างกันกับยู้สอนและเรองทสอน บางกรั้งสอนไปแล้ว ผู้รับสอนไม่สนใจ ไม่อาจรับไค้ หรือรับไปทำแล้วแฅใมใค้ผล ก็่ทำ ให้ผู้สอนเกิคกวามรู้สิกว่าผูรับ สอนหรือลูกรษยโม่เอาใจใส่ เป็นกนโลเลเหลาะแหละ หรือเป็นกนโง่เขลา ไม่ อาจเอาคอ:''' ชงเป็นการมองข้างเคยว เพTาะแท้จTงอาจไมใช่อย่ทมู้Tบt^อน แค่อยู่ ทฅัวผู้สอนเองทไม่รู้พนเพศวามเคยชิน ไม่รู้ภูมิฐานความรู้เคิม ไม่รู้อัธยาค่'ย แท้จริงของผูรบสอน ก็่ทำ ใท้ผูรบสอนไม่สนใจ หรือสนใจแคไม่อาจทำไท้เกิค ผลเป็นรูปธรรมไค้เพราม่1ม่ตรงกับพนเพ ไม่ตรงกับภูมิฐาน ไม่ตรงกับอัธยากัย ชองตน โดยเฉพาะในเรองอัธยาร'ยนั้นเป็นเรึ๋องใหญ่เป็นเรํ่องส่าร'ญเมองต้น อ้รฺนพสิอเรุ่อ_^๕ www.kalyanamitra.org
อธยาสื'ย ก็่กือ นิสัยใจคอ เป็นพนเพเรนภูมิฐานเคิมของกนเราท ฅิคฅัวมาตั้งแต่เกิค เป็นความเกยชินทสังสมมายาวนานจนล:;ทงไค้ยาก กนท มอัธยาค้ยเป็นอย่างนิ้หากไครบสอนในสิงทฅรงกับอัธยาสัยเดิมของฅนกื่จ:;รบ ไค้ง่ายให้กวามสนใจไค้ง่าย เมอนำไปปฏิบัดิก็่จะทำไค้!ม'ยาก เพราะเกยชินมา กังนั้น การสอนจึงมิใซ่จะสิาเร็่จผลไค้ง่าย ผู้สอนจำค้องรู้และเข้าใจ ถึงอัธยากัยของยูรับสอนอย่างถูกค้องค้วย มิเซ่นนั้นก็่จะสอนไปตามกวาม รู้ถึกของคนเป็นส์ากัญ ชงอฺาจสร้างกวามย่งยากกวามลำบากให้แก่ผู้รับสอน ไค้ และรู^บสอนก็่จะไมไค้อะไรเป็นซนเป็นอันนัก ตั้งกัวผู้สอนเองก็่จะผิคหวัง หรือเถึยใจทใม่อาจสอนเขาให้คไค้กังใจหวัง ยงในเรองการปฏิบติธรรมด้วยแล้ว อธยาสัยของผู้ปฏิบัติธรรม ย่อมเป็นหสักสัาด้ญทเดยว เพราะนั้นเป็นพ็้นเพเติมของเขา หากสอนให้ ปฏิบัติไปตามอธยาสัยเติมของเขาไดกจะเป็นประโยชนและได้ร้บผลลำเร็่จ โดยไม่ยาก และมิใซ่เฉพาะผู้สอนเรองการปฏินัดิเท่านั้นทจำต้องรู้อัธยากัยของ ผูรับสอน ผูรับสอนหรือกัวผู้ปฏิบัดิเองก็่จำค้องรู้อัธยากัยหรือนิสัยใจกอของ คนแนนอนควยวาขอบบฏบฅแบบเหน บฏบฅิแบบเหนทาเหิเกคกวามสบาย เม ลำ บาก และไค้รับผลคามลำกับ เมึ๋อรู้แล้วก็่รับแนววิธปฏิบัติทฅรงกับอัธยากัย ของคนมาปฏิบัติ ก็่จะทำใหสัมฤทธิผลโคยไม่ยาก หาไม่แล้วก็่จะทำให้เกิคกวาม ลำ บาก ทำ ให้เถึยเวลา และไม่เกิคผลอันใค แม้ว่าจะไค้ปฏิบัติมาอย่างต่อเนอง ยาวนานกี่คาม หากบัวแต่ยึคติคอยู่กับแนวปฏิบัติอย่างใคอย่างหนง ตั้งทไค้ปฏิบัติ อย่างเกร่งกรัคมาอย่างต่อเนองแล้วกี่ไมใค้ผลอย่างไร โคยไม่กำถึงว่าแนว ๕๙^ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ปฏิบัตินั้นฅรงกับอัธยา?โยของฅนหรือไม่ ก็่จะทำให้เสิยเวลาอยู่กับแนวปฏิบัติ นั้น ทำ ให้พลาดโอกาสท'จ2ไค้ผลจากการปฏิบัติธรรมอย่างแห้จริงไป หากคำนึง และรูถึงอัธยากัยของฅนถ่องแห้แล้ว เปลยนแนวปฏิบัติให้ฅรงกับอัธยากัยของ ตน แล้วปฏิบัติตามอย่างเข้มงวดต่อเนั้อง ก็่จะไม่พลาดจากประโยซนึไม่พลาด จากอานิสงส์ของการปฏิบัติอย่างถูกต้องนั้นเลย ในสมัยพุทธกาล แม้พระสารืบุตรก็่เกยบอกกรรมฐานแก่ลูกติษย่ แดไม่ตรงกับอัธยากัยของลูกติษย่ ทำ ให้ลูกติษย่ลำบาก เรยเวลาไปกับการ ปฏิบัตินั้นโดยไม่ไต้อะไร สุดท้ายต้องนำไปถวายให้พระพุทธองกทรงแนะนำ พระพุทธองกทรงทราบอัธยากัยกวามเกยชินของเธอ ไต้บอกให้เธอปฏิบัติไป ตามอัธยากัยของเธอ ไม่นานเธอก็่ใต้บรรลุคุณวิเศษ ซงก็่เป็นเรํ่องอันเหลือเซํ่ออกเรํ่องหนง ท่านจงบันทกเป็นหลักฐาน ไว!นกัมภร เรองเกิดข็้นทํ่เมืองสาวัฅถ ลูกชายช่างทองกนหนงมหน้าตาด ไต้บวชอยู่กับพระสารืบุตรทวัด เซตวัน พระเถระกิดว่ากนหนุ่มมักจะมรากะกล้า จึงสอนอสุภกัมมัฏฐาน เพอกำจัดรากะให้เธอปฏิบัติ แต่กัมมัฏฐานนั้นเป็นทไม่สบายแก่เธอ เธอเข้าป้าไปปฏิบัติอสุภกัมมัฏฐานนั้นอยู่ ๓ เดือน กึ๋ใมใต้อะไรเลย แม้เพยงกวามมจิตแน่วแน่ก็่บังไมใต้ เพราะกัมมัฏฐานนั้นไม่ถูกกับอัธยากัย ของเธอ เธอจึงกลับมาหาพระเถระ เมอพระเถระถาม ก็่ตอบว่าไมไต้อะไรแม้ เพยงกวามนํ่งของจิต พระเถระจึงกล่าวว่า การกำหนดปลงใจว่ากัมมัฏฐานไม่ ลำ เร็่จย่อมไม่กวร คังนั้แล้วไต้บอกกัมมัฏฐานนั้นแหละให้คใหชัดเจนขนไปอก amz/iaaiSa www.kalyanamitra.org
แก่เธอ แม้อย่างนั้น เมอเธอเข้าป้าไปปฏิบัติฅามนั้นกึ๋ใมไค้อฟ้.รเหมอนเดิม จึง กลับมาหาพรร;เถรiอก เมํ่อพรร:เถระ:บอกกัมมัฏฐานนั้นแหลร:ให้ลร:เอยคยํ่งขน แลร:มข้ออุปมาเปรยบเทยบ แล้วให้[ปปฏิบัดิใหม่ ก็่ไปปฏิบัติเซ่นนั้นเป็นรอบท ๓ แต่ผลก็่เหมือนเดิมคือไมใค้ส์าเร็่จอร:ไรเซ่นเกย จึงกลับมารายงานพรร:เถรร; พรร:สารบุฅรกิคว่า \"ธรรมคาพระททำความเพยรอยู่ย่อมทTาบถี้ง ป็วรณธรรมเช่นกามฉันททิ่มอยู่ว่าม ทไม่มก็่ย่อมทราบว่าไม่ม แค่ภิกษุนํ่เป็น ผู้ทำ ความเพยรมิใช่เปีนผู้Iม่ทำ เปีนผู้ปฏิบัฅิจริงมิใช่เปีนผูไม่ปฏิบัติจริง แค่เรา ค่างหากทไม่รู้จักอัธยาฉัยของเธอ จื้งใหกมบัฏฐานทไม่ถูกกับอัธยาจัยของเธอ เธอเปีนผู้ทพระบรมติาสคาพึงแนะนำ''กังนั้แล้วพาภิกษุนั้นไปเล้าพรร:พุทธองก แล้วกราบทูลเรํ่องให้ทรงทราบ พรร:พุทธองก่ฅรัสกร:พรร:เถรร:ว่า \"ขอว่าอาสยานุfเยญาณ (ความ หยั่งรู้อัธยากัย)นั้นย่อมมเฉพาะแก่พระพุทธเจ้าทั้งหอายผู้บำเพี่ญบารมแล้ว นูบังหมนโลกธาตุใหบันลือแล้ว กงความเปีนพระกัพพัญฌูเท่านั้น\" จากนั้นไค้ทรงคำริว่าภิกษุหน่มนั้มาจากสกุลไหน ทรงทราบว่ามาจาก สกุลซ่างทอง และเธอไค้เภิคเป็นซ่างทองมาต่อเนอง ๕๐0ชาติ เธอไกMคลับ ทองทมืคืสุกปลั่งมาโคยคลอค ไค้แต่ดิคว่าจักทำทองให้เป็นคอกกรรณิกาเป็น คอกปทุมเป็นค้น กังนั้นอสุภกัมมัฏฐานจึงไม่เหมาะแก่อัธยากัยซองเธอ กังนั้แล้ว ไค้ฅรัสบอกพระสาริบุฅรว่า วันนั้แหละจักไค้เห็่นพระทพระเถระให้กัมมัฏฐาน ไปปฏิบัติอย่างลำบากมาหลายเคือน จักไค้บรรลุพระอรหัต จากนั้นไค้ทรงเนรมิตคอกบัวทองประมาณเท่ากงจักร มืนั้าหยคออก จากใบและก้าน แล้วประทานให้แก่พระใหม่นั้นไปค้วยตรัสว่า ^๕^ พรรมหาโพธิวงศาจารย (ทองค) www.kalyanamitra.org
\"เอาเถิฅภิกษุ เธอจงเอาศอกบัวน1ปวางทกองทรายท้ายวิหาร นั่ง ขัคสมาธิอยู่ฅรงหน้าศอกบัว แล้วทำบริกรรมไปว่า โถหิฅกํ โลหิฅกํ\" เพยงแก่ภิกษุนั้นไครบคอกบัว'จากพร2หัฅถพระบรมศาสคาเท่านั้น จิฅ ก็่เลอมใศแล้ว เธอนำคอกบัวไปท้ายวิหาร พูนทรายไท้เป็นกองขนแล้วเสียบ คอกบัวไว้ทกองทราย นั้งขัคสมาธิหันหน้าไปทางคอกบัว บริกรรมภาวนาไป ว่า โถหิศกํ โถหิฅกํ ไม่นานนัก นัวรณทั้งหลายของเธอก็่ระงับไป'อุป'จารฌานเภิคแล้วใน ลำ หับนั้นเธอไคบังปฐมฌานไท้เภิคขน จากนั้นก็่บังทุติยฌาน ฅติยฌาน และ จตุคลฌานไท้เภิคซน นั่งเล่นฌานชงชำนาญอยู่ พระพทธองก่ทรงทราบว่าฌานไค้เภิคแก่ภิกษุนั้นแล้ว ทรงพิจารณา ว่าเธอจะสามารถบรรลุคุณวิเศษอันยงขนไปไค้หรือไม่ ทรงเห็่นว่าไม่อาจทำไค้ จึงทรงอธิษฐานให้คอกบัวนั้นเหยวแท้งไป คอกบัวนั้นก็่เหยวแท้งไป และมสีคำ เหมือนคอกบัวทถูกขยค้วยมือ ภิกษนั้นออกจากฌานแล้วแลคคอกบัวนั้น เมอเห็่นคอกบัวเหยวก็่ไค้ เห็่นอนัจจลักขณะว่า \"นมนอร;ไรกนหนอ ดอกนัวนั้ถูกชรากรร!ทบเข้าแล้วจึงปรากฏ อย่างนั้ แม้อนุปาทินนกลังขาร (สิงท!ม่มืจิตวิญญาณ) ยงถูกชราครอบงำ ได้อย่างนั้ไม่มืคำทั้ต้องพูดถงอุปาทินนกลังฃารเลย แท้จริงชราก็่จกครอบงำ อุปาทินนกลังฃารแม้น\" เมอเธอเห็่นอนัจจลักขณะอย่างนั้แล้ว ทุกขลักขณะและอนัฅคลักขณะ ก็่เป็นอันเธอไค้เห็่นแล้วเหมือนกัน ภพ ๓ คือกามภพ รูปภพ อรูปภพ ปรากฏ แก่เธอเหมือนไฟทติคอยู่ทั่วหัว และเหมือนซากศพทํ่ถูกผูกไว้ทกอ อ้นmaอเร่อ /๕๕๑ www.kalyanamitra.org
ขณะนั้น พวกเค็่กลงไปในสระนั้าซงอยู่ท้ายวิหารทภิกษุนั้นนั่งอยู่ เค็่ค คอกบัวแล้วนำมากองไว้mมสระ ภิกษุนั้นไค้แลคูคอกบัวทั้งทอยู่บนบกและ อยู่ในนั้า คอกบัวทอยู่ในนั้างคงามยั๋งนัก ปรากฏแก่เธอเหมือนกำลังหยคนั้า ออกมา คอกบัวทํ่อยู่บนบกเหํ่ยวลงๆ ทปลายคอก เธอเห็่นอนิ'จ'จลักขณะ \"ชรากระทบอนุปาทินนกร'งขารอย่างน ทำ ไนจื้งจักไปกระทบ อุปาทินนกร'งฃารเล่า\" พระพุทธองก่ทรงทราบว่าบัคนั้กัมบัฏฐานปรากฏแก่ภิกษุนั้นแล้ว จึง ทรงก่งพระรัศมืไป เมอภิกษุนั้นมืพระรัศมืกระทบหน้าก็่พิ'จารณาว่านั่บันอะไร ก็่ใค้เห็่นพระพุทธองกํเหมือนประทับอยู่ฅรงหน้า จึงลุกขนประกองอัญซล สมเค็่'จพระชินสิหทรงกำหนคธรรมเป็นทสบายแก่เธอแล้วไค้ฅรัสพระ คาถานั้ว่า อุจฺฉินฺท สิเนหมตตโน กุมุทํ สารทิกํว ปาณินา สนุติมคคเมว พฺรูหเย นิพุพานํ สุคเตน เทสิตํ ฯ เธอ'จงฅัคความรักของคนเส์ย ค'จษุกกลใช้มือเค็่คคอก โกมุททเภิคในสารทกาล 'จงเพมพูนทางสงบไว้เถิค พระนิพพานพระลุกฅเจ้าแสคงไว้แล้ว. ในเวลา'จบเทศนา ภิกษุนั้นทั้งอยู่ในพระอรทัฅผลแล้วแล. จากLTอง ¥ทธิวิหา?กของพระ{เวรบุฅร มัคควรรค อรรถกถาธรรมบท ^๕๒1 พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
๕ถก อานภาพพรร;ปริตร ปริตร แปลว่า ความต้านทาน,การป้'องกันรักษา, เครองป็'องกัน, เศรองรักษา ในภาษาไทยใช้หมายถงพระพุทธมนฅซงเป็นบทฟ้วคในพิธกรรม ต่างๆ ในพระพุทธศาสนา เริยกเฅ็่มว่า พระปริตร ปริตร เป็นบทสวคทนำมา'จากพระสูฅรบางพระสูตรในพระไตรปิฎก เซ่น หนังสือเจ็่คตำนาน ก็่กือหนังสือทนำพระสูตรมาบรร'รุไว้เป็นบทสวค ๗ พระสูตร หนังสือสิบสองตำนาน ก็่กอหนังสือทนำพระสูตรมาบรร'รุไว้เป็น บทสวค ๑๒ พระสูตร ปริฅรจากพระปีฅรเหล่านถึอว่ากันว่ากักศิรทธิ สามารถต้มครอง รักษาให้อยู่รอศปถอศกัย ห้องกันอันฅรายค่างๆ มิให้มาแม้วพาน และกำกัศ ทุกข กำ จัดภัย กำ จัดโรคไต้ ผลท!ด้เหล่านจัดเป็นอานุภาพของพระปริตรทั้งสิน อั1แ2/รสิอเสิอ /SSct www.kalyanamitra.org
นอก'จากนั้น กำ ว่าปริฅรนั้ยังนำมาใซ้เรยกสิงของมงคลทผ่านวิธการ สวคพระ:พุทธมนฅมาแล้วค้วย เซ่น ด้ายสายรญจน ซงเริยกกันว่า ด้ายพรร; ปริตร นํ้าพระ;พุทธมนต ซํ่งเริยกกันว่า นํ้าพระ;ปริตร พระ:ปริตรนั้นมมาก ล้วนมอานุภาพกอให้ผลใน การป้องกัน การ รักษา และ: การกำจัฅ แตกต่างกันไป ต่วนใหญ่ทรู้จักกันคก็่คือพระ:ปริตรท นำ มาเป็นบทสิวคกันทั่วไป เซ่น ธัมมจักกัปปวัตตนสิตร มงคลสิตร รัตนสิตร ธชัคคสิตร เป็นต้น โดยเฉพาะรัฅนสูฅรทเปีนฅ้นเรองอันเหถือเชอเรองนิ้จัศเปีนพระปริศร ทมอานุภาพมากปริศรหนงในพระสูตรน็้มเน็้อหาหอักถือแสดงถืงคุณของพระ รัศนศรัย ถือพระพทรคุณ พระธัมมคุณ และพระอังฆคุณ โดยละเอยดกถ้วน เมอสวดอ้างถืงคุณของพระรัศนศรัยแล้ว ก็่จะกำจัดทกข กำ จัดกัย กำ จัดโรค ทเกิดขนหรือทํ่มอยูให้หมดร้นไป แม้อมนุษยถือผู้ทมิใช่มนุษยก็่จะพ่ายแพ้หน ไป โรคทึ๋เปีนอยูกจะบรรเทาเบาบางลงหรือหายไปในทันท ในงานพิฒุญต่างๆ ทั่นิมนต่พระ;สงฆเจริญพระ;พุทธมนต่ด้วยนั้น พระ;สงฆจะ;เจริญบทพระ;ปริตรรัตนสูตรนเป็นประ;จำ เวลาทำนั้ามนตหรือนํ้า พระ;ปริตรก็่จะ;ทำตอนเจริญพระ;พุทธมนต่บทรัตนสูตรนเป็นหลก เพอให้เป็น นั้าพระ;ปริตรททำด้ญและ;ด้กคิ้สิทธิ้ มอานุภาพ ในการ!(องกัน รักษา และ; กำ จัด แก่เจ้าภาพงานและ;ผู1ปร่วมงาน ต้นแบบทพระ:สิงฆใซ้พระ:ปริตรบทรัตนสิตรนั้ทำนั้าพระ:ปริตรก็่โคย อนุวัติตามทปรากฏอยู่ในคัมภร่ ชงแสิคงไว้ว่าพระ:พุทธองคทรงรับทั่งให้พระ: อานนทํเริยนพระ:ปริตรรัตนสิตร แล้วให้[ปสิวคพร้อมประ:พรมนั้าพระ:ปริตรทั่ ระ:หว่างกำแพงเมืองเวสิาล เพอกำจัคกัยทั้งหลายทเกิคขน่ในเมืองนั้น ปรากฏ ^๕๔^ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ว่าสามารถกำจัคภัยได้'จริง และ:ผู้กนหาย'จากโรกได้'จริง จึงถือเป็นแบบอย่าง เป็นธรรมเนยมติคฅ่อภันเรํ่อยมาถืงปิ'จ'รุบัน เรํ่องทเกิคฃนทเมืองเวสาลนเป็นเรํ่องอันเหถือเซออกเรํ่องหนง ท่าน จึงบันทึกเป็นหลักฐานไว่ในฅัมภร เรองเกิดขนทํ่เมืองเวฟ้าล เมืองเวสาล หริอทเริยกในภาษาไทยว่าไพศาล เป็นเมืองหลวงของ แกวันวัชซในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองทํ่มั่งคั่ง กว้างขวาง มืผู้กนหนาแน่น มืการ ปกกรองระ:บบกบัฅริย่ซงแปลกไป'จากระ;บบการปกกรองทั่วไป คือ'จะ:เปลยนภัน เป็นกบัฅริย่ปกกรองราขสมบัติฅามวารร:กรั้งละ: ๗ วัน กังนั้นกษัฅริย่เมืองน จึงมืมากถืง ๗,๗๐๗ พระ:องก ปราสาทเป็นทประ:ทับ เริอนยอก สกานท รั้นรมย่ สระ:โบกฃรณ ก็่มื'จำนวนเท่านั้นเหมือนกัน ถือว่าเป็นการปกกรอง แบบสามักคืธรรม ฆลัคกันเป็นกษัฅริย่หริอเป็นประ:ธานในทประ:ชุมกามวาระ: มืการประ:ชุมกันเมืองนิ'จ มืกิ'จอันใคก็่ปริกษาฅกลงกันเป็นสามักคืเถืยก่อนนำ ไปปฏิบัติ ทำ ให้อยู่กันอย่างสงบและ:เป็นสุข กราวหนั้ง เมืองเวสาถืเกิคกัยกรั้งใหญ่ขน ๓ อย่างพร้อมกัน คือ ทุพภิกขภัย อมบุสสภัย และ:โรคภัย ขาวบ้านขาวเมืองฅ่างอกอยาก แร้นแค้น ข้าวปลาหายาก ทำ ให้ล้มกายเพราะ:กวามหิวโหยกลากเกลอน พวกอมนุษย่และ: ลักวัฅ่างอํ่มหนำเพราะ:มือาหารคือศพเน่าเหม็่นมืให้กินเหถือเทืเอ โรกทั้งหลาย ก็่เภิกฃนกามมาเพราะ:ทุกหนแห่งสกปรกเน่าเหม็่น นั้าบริโภกก็่ขากแกลนเน่า เหม็่น พวกมนษย่ฅ่างอย่กันอย่างอิกโรย กังวล และ;หวากกลัว อ้ชเฬสิอเร่อ /๕๕๕ www.kalyanamitra.org
ชาวเมืองปT^ชุมกันแล้วไปก ชาว่า กัย m อย่างเกิศชน ในเมืองน ภัยอย่างน[ปเคยเกิดขนมาในอดฅ ภัยอย่างนิ้ย่อมไม่มืในสมัยของ พร:!ฑชาผู้ทรงทรม พระผู้ทรงเป็นกษัฅริยวาระนั้นไค้นำเข้าทประชุม เชิญซาวเมืองเข้าไป ปรึกษาหารือกันค้วย ตรัสว่าพระองกมืข้อบกพร่องในข้อธรรมอันไคบ้างหรือ ไม่ ขอให้แจ้งให้ทราบ ทประชุมไค้ตรวจคูประเพณแลร;พร^'จริยวัตรต่างๆ ของพระราชาแล้ว ไม่เห็่นโทษและกวามบกพร่องอันไคทผิคธรรมจึงกราบทูล ให้ทรงทราบตามจริง แล้วปรึกษากันต่อว่าเมอเป็นอย่างนั้จะทำอย่างไรเพํ่อ แกัปิญหา เรองกัยท เกิคขน ในทประชุม ต่างแสคงความกิคเห็่นกันอย่างกว้างขวางแบบเสรึ บาง พวกให้กวามเห็่นว่าค้องทำพลกรรม บางพวกว่าค้องทำบวงสรวง บางพวกว่า ค้องทำมงกล ชงทุกกนณห็่นตาม และไค้!ปจัคการตามกวามเห็่นทุกประการ แต่ก็่ใม่อาจระงับกัยเหล่านั้นไค้ ต่อมา ก็่มืการเสนอกวามเห็่นว่า ครูทั้งหก มือานุภาพมาก เมอกรูทั้งหก มาทเมืองนั้ กัยจะสงบระงับลงไค้อกล่วนหนั้งเสนอว่า พระรมมาสิ'มพุทธเจ้า เสค็่จอุบัติแล้วในโลก อันพระอัมมาอัมพุทธเจ้านั้นทรงมืฤทธิ้มาก ทรงมื อานภาพมาก ทรงแสคงธรรมเพํ่อประโยขนํแก่สรรพอัตว่ เมอพระองค้เสคี่จ มาทํ่นั้ ภัยเหล่านั้ก็่ถงกวามสงบลงไค้ มื ผู้เห็่นห้วยกับการทูลนิมนฅพระอัมมาอัมพุทธเจ้าเสค็่จมาเมือง เวสาลเป็นจำนวนมาก จึงมืมติตกลงตามนั้น แล้วถามกันว่าตอนนั้พระพุทธเจ้า ประทับอย่ทั้[หน ไค้กวามว่าประทับอยู่ทเมืองราชกฤห แคว้นมกธ ซํ่งพระเจ้า พิมพิสารปกกรองอย่ ^๕๖^ พรgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ทประชุมไค้มอบหมายให้เป็นภาระแก่เจ้าลิ'ไเฉวพรร:นามว่ามหาล ชงเป็นโสคาบันบุกกลร่วมกับพระเจ้าพิมพิสาร เป็นทูตไปขออนุญาตนำ พระพุทธเจ้าเสค็่จมาทเมืองเวสาล เจ้ามหาลพร้อมค้วยบุตรปุโรหิตและกน ฅิคตามไปบังเมืองราชกฤห ถวายเกรองราชบรรณาการพร้อมทูลอ้อนวอน พระเจ้าพิมพิสารขออนุญาตกราบทูลนิมนฅพระพุทธเจ้าเสค็่จไปเมืองเวสาสิ พระเจ้าพิมพิสารไปทรงรับเกรองราชบรรณาการและตรัสว่าพวกท่าน'จงรู้ เอาเองเถิค เพราะพระองกัโมใซ่ผู้บังกับบัญชาชองพระพุทธองค และไม่อา'จ ทรงทราบไค้ว่าพระพุทธองกั'จะเสค็่'จหรือไม่เสค็่จ เจ้ามหาสิจึงไปทวัคเวฬุวัน กราบทูลเหตุการณให้ทรงทราบแล้วกราบ ทูลนิมนต!ปโปรคชาวเมืองเวสาสิ พระพุทธองกทรงพี'จารณาแล้วทรงเห็่นว่า'จะ สามารถทำใหิภยเหล่านั้นสงบลงไค้ จึงทรงรับนิมนฅท'จะเสค็่'จ พระเจ้าพีมพีสารกรั้นทรงทราบว่าพระพุทธองกัทรงรับนิมนฅท'จะ เสค็่'จไปเมืองเวสาสิ จึงเสค็่'จไปทวัค กราบทูลให้พระพุทธองกัทรงรอเวลาก่อน ขอใหิกัคแจงเรั้องหนทางให้เรืยบร้อยก่อนก่อยเสค็่'จ จากนั้นก็่รืบรับกังให้ปราบ พนททเป็นทางคำ เนินระหว่างเมืองราชกฤหกับแม่นากงกาอันเป็นชายแคน ระยะทาง ๕ โยซนํ ให้สร้างวิหารทพักไว่ในระยะทก ๑ โยชนํ เสร็่จแล้วก็่ กราบทูลพระพุทธองก่ทรงทราบ สมเคี่จพระบรมสาสคาเสค็่จพร้อมค้วยพระสงฆ ๕๐0 รูป ไปตาม หนทางทพระเจ้าพีมพีสารทรงรับกังใหิจคแจงไว้ พระเจ้าพีมพีสารพร้อมทั้ง เหล่าเสนา'อำมาตยก็่ไค้เสค็่จฅิคตามมาล่งพระพุทธองก่ค้วย ทรงรับกังให้!ปรย คอกไม้ ๕ สิสูงถึงเช่าโคยคลอคระยะทาง ทรงให้ยกธงชัย ธงแผ่นผ้า และค้น กล้วยเป็นค้น ทรงให้กนเสวตฉัตรซ้อน ๒ ชั้นแค่พระบรมสาสคา ทั้นเสวตฉัตร www.kalyanamitra.org
ชั้นเคยวแก่พระสงฆทั้งหมค ทรงทำบูชายั๋งใหญ่คลอคหนทาง ทรงอาราธนาให้ เสค็่'จประทับพักทวิหารทุกระยะ ๑ โยซน กินเวลา ๕ วันก็่เสค็่'จถึงปิงแม่นํ้า กงกา ไค้dงข่าวไปยังเมืองเวสาลว่าพระพุทธองคเสค็่จถึงปิงแม่นํ้ากงกาแล้ว ชาวเมืองเวสาลและเค้าทั้งหลายทราบล่วงหน้าแล้วว่าพระพุทธองก จะเสค็่จมา จึงไคจัคเฅรยมการค้อนรับอย่างมโหฟัารเข่นกัน โคยปรับพ็้นท ระยะทาง ถก โยชนจากแม่นากงกาถึงเมืองเวสาล เฅรยมเกรองค้อนรับ เข่น เศวตฉัคร ธงชัยไหยงใหญ่กว่าทํ่พระเค้าพิมพิสารจัค แล้วมารวมทัวรอกันอยู่ ทแม่นํ้ากงกา เมอทราบว่าพระพุทธองกเสคี่จมาแล้วจึงไค้มายืนรออยู่ทํ่ริม■นา พระเค้าพิมพิสารทรงไห้ขนานเรือสองลำไห้ทำพลับพลาประคับค้วย พวงมาลัย ปูลาคพุทธอาส'น!ว้เ?เนทประทับลำหรับพระพุทธองก เมอพร้อม แล้วไค้กราบ'ทูลเชิญเสค็่จประทับทพุทธอาสนพร้อมค้วยภิกษุสงฆทั้งนั้นแล้ว เลอนเรือไปกลางแม่นั้า ทรงลุยนั้าล่งเสค็่จถึงพระศอจึงหยุค ตรัสว่าจะรออยู่ ท\"ฮ่งโน้นแล้วจะรับเสค็่จกลับ แม้เค้าลิจฉวิทั้งหลายกี่ทรงค้อนรับพระพุทธองกเข่นนั้น ทรงลุยนั้า รับเสค็่จถึงพระศอเข่นกัน การส่งเสด็่จและรับเสด็่จพระพุทธเจ้าของพรร;เจ้าแผ่นดินทั้ง สองพระนครนั้นยงใหญ่มโท'ฬาร สมพระเกยรดิ แสดงถึงพระราชศรัทธาทั้ ห'นกแน่นมั่นคง แสดงถึงความเคารพสูงสุดในองค้พระศาสดา และแสดง ถึงความเบ็่เนพุทธมามกะอย่างเต็่มรูปแบบ เมึ๋อพระบรมfliสคาเสต็่ปีนจากifอทรงเหยยบแฝนดินแคว้นวัชช เท่านั้น กื่เกิฅฝนฅกหนักเป็นฝนโบกชรพรรษแล้วถะลายศัวเปีนนั้าไหลหลาก ^๕๘) พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ท่วมท้นไปทกหนแห่งถึกถี้งเข่าถงสะเอว ไหถพัศพาซากสพส่งเน่าเหมี่นทั้งปวง ถงแม่นํ้าคงคาไปส้น เมอนาถศหมดแล้วแน่นศินก็่สะอาดขน เจ้าลิจฉวทั้งปวงกราบทูลให้เสค็่จพักทวิหารกลางทาง เพยง ๓ วันก็่ เสคี่จถึงเมืองเวสาล เหล่าเทวดาทั้งหลายมืห้าวสิ'กกเทวราชเป็นต้นไค้มาชุมนม กันแล้ว เหล่าอมนษยทั้งหลายผู้มืกักคิน้อยไต้ถอยร่นออกไปดามลำดับ พรร;พุทธองคปรร;ทบยืนอยู่ทปรร;ตูพรร;นคร ทรงมืพรร;พุทธบญชา ให้พรร;อานนทเรยนรัตนสูตรแล้วให้!ปกับเจ้าลิจฉวิกุมารทั้งหลาย ทำ พรร; ปริตรในรร;หว่างกำแพงเมือง ๓ ชั้นในเมืองเวสาล พระ:อานนทเถรร;เริยนรัฅนสูฅรทั้พรร:บรมศาสดาปรร:ทานไห้แล้ว เอา บาดรซองพรร:บรมศาสดาดักนํ้า ยืนอยู่ทั้ปรร:ดูเมือง รำ ถึกถึงพระ:พุทธคุณซอง พรร:ดถากดเจ้าทั้งหมดนับ'จำ เดิมแด่ทั้งกวามเพยรเพอฟ้าเพ็่ญพรร:บารมืลำหรับ ดรัสรู้เป็นพรร:พุทธเจ้า ทั้งแด่บารมื <5)0 อุปบารมื (ร)๐ ปรนัดถบารมื ๑0 ด่อ เนองมาหลายร้อยหลายพันซาดิ 'จนถึงชจ'รุบันชาติ ไต้เสค็่'จออกมหาภิเนษ กรมโน ทรงฟ้าเพ็่ญเพยร ชำ นร:มาร 'จนถึงไต้แทงดลอดพรร:สิ'พพัญโบุดญาณ แล้วทรงยังพรร:ธรรมจักรไห้เป็นไป จากนั้นไต้เข้าไปยังพรร:นกร ทำ ปริดรไปไน ระ:หว่างกำแพงเมืองทั้งสามดลอด ๓ ยามแห่งราดริ เมอพรร;เถรร;สวคพรร;คาถารัตนสูตรขนต้นว่า \"ยานธ ภูตานิ สมาคตานิ\" พลางสาคนํ้าออกไป หยาดนํ้าไต้เป็นดังเทริดเงินพุ่งขนไปบน ห้องห้า แล้วตกลงมาพรมพวกมนุษยืทั้ป่วยกันอยู่ พวกมนุษยืเหล่านั้นต่าง หายป่วยในทนทํทนใดนั้นเอง แล้วลุกขนมาแวดล้อมพรร;เถรร; www.kalyanamitra.org
จำ เดิมแต่ท่านฝ็วคพระกาถารฅนสูฅรต่อไปว่า \"ยงุกิญจิ วิตฺตํ อิธ วา หุรํ วา\"'นาทสากขนไปบนท้องฟัาไค้ฅกลงมาบนหัวของอมนุษยทั้งหลาย พวกอม■เป้ษยซงถูกเม็่คนํ้ากระทบแล้วยังไม่หนไปในฅอนท้น ไท้หลบเข้าไปใน กองขยะและฝาเรือนเป็นท้น ต่างก็่หนออกมา แล้วไปทประดูนั้นๆ ประดูทั้งหลาย แน่นขนัคๆนไมมซ่องว่างทจะพอกันออก จนถงท้องพังกำแพงเมืองหนไป พระบรมกาสกาเสค็่จเข้าไปในท้องพระโรงชงมหาซนไคจกแต่งผูกผ้า เพกานและจักทั้ง'พุทธอาส'น[ว้แล้ว เมอเสค็่จประหับบนพุทธอาส'น และพระ สงฆนั่งกามทอันเหมาะแล้ว พระอานนทเถระหลังจากเสร็่จกิจแล้วก็่เข้ามาใน ท้องพระโรง โกยมืมหาซนทหายจากโรกห้อมล้อม ถวายยังลมพระบรมกาสกา แล้วยืน ณ ข้างหนง พระพุทธองกํทรงกรวจดูบริษัทแล้วไท้ทรงแสกงรัฅนสูฅรนั้นนั้นแล โปรกมหาซนทชุมนุมกันอยู่ ณ ทนั้น ฟ้าให้มหาซนเข้าถงและไท้บรรลุธรรม เป็นจำนวนมาก แมในวันอนกลอก ฟ วัน ก็่ทรงแสกงรักนสูกรนั้นอก เมอ ทรงทราบว่าภัยทั้งปวงของเวสาตไท้สงบแล้วไท้กรัสสอนเตือนใจแก่เจ้าลิจฉว ทั้งหลายแล้วเสคี่จออกจากเมืองเวสาล มหาซนและเจ้าลิจฉวทั้งปวงกามส่ง เสคี่จอย่างมโหพัารเหมือนขามาจนถึงแม่นั้ากงกา ฝ่ายพระเจ้าพิม'พิสารก็่เกรืยมเกรองลักการะท้อนรับพระบรมกาสกา เป็นทวกูณ มากกว่าทเจ้าลิจฉวฟ้า แม้เหส่าเทวกาและพญานากก็่ท้อนรับเสคี่จ เป็นเอิกเกริกถวายเป็นพุทธบูซา พระบรมกาสกาทรงลงเรือพระประเทยบข้าม พระกงกาแล้วเสคี่จกลับ ใข้เวลา ๕ วันก็่ถึงเมืองราซกฤห พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ภิกษทั้งหถายไค้ชุมนุมกันกล่าวขานยกย่องการบูชาททั้งพร:!เจ้า พิมพิสารทั้งเจ้าถิจฉวเมืองเวt^าถแถะมหาชนทั้ง^^องแคว้นได้จศทําถวายเปีน พุทธบูชาว่าเปีนการบูชาทยงใหญ่ เปีนเพราะพุทรานุภาพทํ่น่าอัศจรรย่แท้จริง พระบรมศาฟ้คาฟค็่จมาแล้วฅรัศถาม เมอทรงทราบกวามกิคของ ภิกษุเหล่านั้นจื้งฅรัฟ้ว่า เกรองบูชาและสิ'กถาระเหล่านั้มิไค้เกิคด้วยพุทธานภาพ มิไค้เภิคขนด้วยเทวานุภาพหรือพรหมานภาพ แค่เภิคขนด้วยอานุภาพแห่งการ บริจากมประมาณน้อยในอคฅของพระองก จากนั้นได้ทรงเล่าอคฅประวัติของ พระองกเองทได้บริจาก กือได้ถอนหญ้าทลานพระสถูปเจคยซงบรรจุอัฐของ พระปิจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นษุฅรชายของคน ใช้ผ้าห่มขนทรายมาเกลยทลานให้ เสมอ ประพรมนั้าด้วยลักจั่น ทำ การบูชาด้วยคอกไม้ป่า ยกธงแม่นผ้าสาฎก ผูกฉัฅรไว้บนพระสถูปเจคย แล้วได้ฅรัสสรุปว่า \"ในสมัยอศฅ เราเปีนพราหมณ ไค้ถอนหญ้าทถานพระเจศย่ ค้วย อานิสงล่ทั้น ชนทั้งหถายจึงไค้ทำทาง ๘ โยชนใท้เรยบเสมอ ปราสจากศอ แถะหนาม ทำ ใท้สะอาด ค้วยผถแห่งการเกถึ๋ยทรายทถานพระเจศย่นั้น ชน ทัง้ หถายจึงเกถยทรายทึ่หนทาง รย่โยชนนั้น ด้วยผถแห่งการทำบูชาด้วยคอกไม้ ทพระสถูปเจฅย่ชนทั้งหถายจึงโปรยคอกไม้^ค่างๆ ในหนทางนั้น นั้าในแม่นั้า คงคาจึงไค้คาคาษไปด้วยคอกมัว ๕ ส์ ด้วยผถแห่งการประพรมนั้าทํ่ถาน พระเจศย่ด้วยกักจั่น ฝนโบกขรพรรษจึงฅกถงมาในเมืองเวสาถ ด้วยผถแห่งการ ยกธงแม่นม้าข็้นแถะผูกฉัฅรไว้บนพระเจดย่ ท้องจักรวาถทั้งรันจึงเปีนเหมือน มืมหรสพทประกับด้วยธงชัย ธงแม่นม้า แถะฉัตรช้อน คูก่อนภิกษุทั้งหถาย เพราะเหตุกังนั้แถ บูชากักการะนั่นหาไค้เภิคขนแก'เราด้วยพุทธานุภาพไม่ หาก เกิคขนด้วยอานภาพแห่งการบริจาคมืประมาณน้อยในอฅฅกาถอย่างนั้\" www.kalyanamitra.org
จากนั้นไค้ฅรัสพระกาถานิ้ว่า มตตาสุขปริจุจาคา ปสฺเส เจ วิปุลํ สุขํ จเช มตตาสุฃํ ธโร สมปสฺส์ วิปุลํ สุขํ ฯ ถ้าเมอมองเห็่นสุขอันไพบูลย เพราะสละสุขพอประมาณ นักปราซญผู้เห็่นสุขอันไพบูลยอยู่ ก็่พงสละสุขพอ ประมาณเสิย. จากเรอง บุรพกรรมซองพระองค์ปกิฌณกวรรค อรรถกถาธรรมบท 3\" I 9./ I I คูกระท้อนยิงชำยิงฉำหวาน สุคทนทานใจชํ้าซํ้าเงยบเหงา ไม'หวานเหมือนกระท้อนซ่อนอกเรา ฅหน้าเศร้าเจ่า'รุกทุกประเคี่น. ศรจอมทอง พ»มหา1พธวงศา*^า7ย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
อานิสงส์พุทธานุสติ if'ไ;') fg/ \"^■zy ใ/\\IT๙พุทธคุณ คือ ความฅทมจริง ทเปีนจริง ทเปีนไปคามเปีนจริง ในพร:;พุทธเจ้า ฟ้นพระ:คุณสมบัติทเป็นไปเฉพา^พรร:องค ท่านกำหนคไว้เป็น ๙ ประ:การ คือ ๑. อรฟ้ ๒. สมมาสมพทฺโธ ๓. วิชุชาจรณสมฺปนฺโน <i. สุคโต ๕.โลกวิทู \\ว. อนุตตโร ปุริสทมุมสารถิ ๗.สตถา เทวมนุสุสานํ ๘. พทโธ จ• ๗. ภควา อพฒสิอเร่อ www.kalyanamitra.org
ทั้ง ๙ ปร^การนเรยกว่า นวารหคุณ ชงบางกรงเรยกเลือนมาเป็น นวหรคุณ ก็่ม บทศวคหรือบทภาวนาพรร;ทุทธคุณ ๙ ประการนกี่กือบทว่า อิติปี โส ภควา ฯเปฯ นั่นเอง พระพุทธคุณอกแบบหนํ่งเป็นพระพุทธคุณทํ่ย่อทั้นลงมา ม ๓ประการ ลือ พระมหากรุณาคุณ พระบริสุทธิคุณ พระปีญญาคุณ บทศวคหรือบท ภาวนาพระพุทธคุณ ๓ ประการนลือบทว่า นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมมา สมพทฺธสฺส มกวามหมายว่า - ภควโต หมายลืง พระมหากรุณาคุณ - อรหโต หมายกง พระบริสุทธิคุณ - สมมาสมพทุธสฺส หมายลืง พระปีญญาคุณ หรือบทไหว้พระทว่า อรหํ สมมาสมพทฺโธ ภควา, พุทุธํ ภควนฺตํ อภิวาเทมิ ก็่หมายกงพระพุทธคุณ ๓ ประการช้างต้นเหมอนกัน หากไม่อาจศวคหรือภาวนาพระพุทธคุณ ๙ประการหรือ ๓ ประการ ไคทน จะศวคจะภาวนากันๆว่า นโม พุทธสฺส หรือ นโมพุทฺธาย ก็่ย่อมไต้ กาTC^วศการภาวนาพรร:พุทธคุณนั้น^าคัญอยู่ทใจ ขอพจนงใจสงบ ฅัง้ สฅิไศ้แล้วสวดไปเพอใ^จเปีนสมาธิสงบนงยงฃ็้น เปีนไช[ศ้ ทากใจไม่นั๋ง ไม่สงบ ถึงจร:สวดบทล้นบทยาวแคไหน ก็่ย่อมจร:ไมได้ผลสมบูรณ พระพุทธคุณนจฅเป็นอนุสติอย่างหนั่งทั้มอานิสงส์มผลานุภาพ น่าอศจรรย่ อนุสติ หมายกง การรร:ถึกถึงเนืองๆ ลือน้อมใจนกกงอยู่เป็นประจำ ไม่ว่างเว้น จนเกิคกวามเกยชิน เมอเกิคกวามเกยชินแล้วย่อมไครับอานิสงส์ พygมหาโพธวงศาจารฆ์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ตอบแทนอย่างไม่กาคกิค พรร;พุทธคุณทั้งหลายจัคเป็นอนุ^กิ เรยกว่าพุทธานุสติ ชงหมายถงรวมทั้งการระลื้กถึงองกพร^พุทธเจ้าแล^พ^^คุณ'fองพ^^ใ'^^ธ'''^'ไ การระลกถึงพุทธานุสกิจะระลึกเป็นภาพรวมเป็นพิธกา^ เช่นสวกบท อิติปิใส ภควาไปจนจบ หรือนอบน้อมนกถึงทั้นๆ ว่า นใม พุทธสฺส หรือ นใม พุทฺธาย ก็่ซํ่อว่ามพุทธานุสกิอยูในใจ และย่อมไครับอานิสงส์เช่นกน ข้อส์าคัญ ขอให้ระลึกถึงเนื้องๆ สวดเนื้องๆ ภาวนาเนื้องๆ ถง พุทธานุสติ ปอมเป็นอนใชโด้ พุทธานุ({ตินมอานิง^ศืปีมศุนJIIt::!ยชน ป้องกนปีนตTายก็่ไท้ ท้มครองรักษาให้ปลอดภัย^ท้กำจัดปีดเป้าภัยพิบัติก็่ใฅัพยุงใจให้หยุดให้({งบ ก็่ไท้ ชงล้วนเปีนดุณทโอ'ท้ารยงใหญ่แห้จรัง การระลึกถึงพระพุทธคุณน้นปอมใข้!.ห้กบบุดดลทุกเพ^ทุกวย ทุก ชั้นวรรณะ ทุกศาสนาทุกมุมใลก แม้จะไม่เคยเห็่นพระพุทธเจาไม่เคยได้?!งคำ สอนของพระพุทธเจ้า เพราะเกิดภายหลงหรือเพราะเกิดในกินทไม่มพระพุทธ ศาสนา แต่รู้จกพระพุทธเจ้าตามคำบอก ตามตำรา หรือตามข้อธรรมทมผูนำ มาเผยแผ่ ก็่เกิดศร้ทธาเลอมใส มความเชือถึอ น้อมระลึกนื้กถึงอยู่เป็นประจำ อย่างนก็่ชํ่อว่ามพุทธานุสติ และย่อมได้รับอานิสงส์เช่นเดยวกน ในสมัยพุทธกาล แน้เค็่กทั้โม่เกยเห็่นพระพุทธเจ้า แฅ่บิคาสอนให้ระลึก ถึงพระพุทธเจ้าเป็นพุทธานุสกิว่า นใม พุทธสฺส ซึงเคื่กกี่จคจำไค้แม่นยำ เคก นั้นเมอกล่าวว่า นโม พุทธสฺส แล้วเล่นขลุบกอทอยลูกหินลงหลุมกับเพอน กึ๋โค้ รับชัยชนะ เมอนอนอยู่ในป้ากนเคยว ก็่ปลอคกัยจากอมนุษยโค้ชำถูกจับค้วย ข้อหาว่าเป็นขโมยก็่พ้นจากข้อหาไค้ซึงเป็นเรืองอันเหลึอเซึอทเกิคซึนในยุกนน ค้วยเป็นเรองอันเหลึอเซอ ท่านจงบันทกเป็นหลักฐานไว!นกัมภร อ้!แพสิอเร่อ /๙๖๕ www.kalyanamitra.org
เรืองเกิดฃนทํ่เมืองราชคฤห ในเมองราชกฤห มเค็่กสองกนเป็นเพือนเล่นกัน กนหนงมพ่อเป็น กัมมาทิฏฐ กนหนงมพ่อเป็นมิจฉาทิฏฐ ทั้งสองกนเล่นขลุบกันเป็นปT5จำ ลูก ของกนทเป็นกัมมาทิฏฐเมอจ2หอกขลุบไค้นึกถึงพุทธๅนุtชุฅิฦล่ๅๆๆๅ นXม พุทธสฺส แล้วทอคขลุบไป ล่วนลูกของกนทเป็นมิจฉาทิฏฐกื่นึกถึงคุณของพวก เคยรถึยกล่าวว่า นโม อรหนฺตๆนํ แล้วก็่ทอคขลุบ ปรากฏว่าลูกของกนทํ่เป็น ร'มมาทิฏฐขนะ: ลูกของกนทํ่เป็นมิจฉาทิฏฐแพ้ เป็นอย่างนปรร:จำ ภายหลังวนหนึง พ่อผู้เป็นลัมมาทิฏเไค้เทยมเกวยนแล้วพาลูกขาย ออกไปป้าเพํ่อกักหืเน เมอกักทืเนจนเฅี่มเกวยนแล้วขับกลับมา เห็่นว่าโกเหนอย มากแล้วจึงหยุกพัก ปล่อยโกออกไปกินหญ้าใกล้สร::นํ้า ชงอยู่คิกกับป้าช้า แล้ว จัคแจงอาหารเพอฅนแล^ลูก ในเวลาเย็่น เขาไปกามโกทสร::นํ้าแกไม่พบ เพรา^โกของเขาไค้กาม ฝูงโกเช้าไปในเมือง เขาจึงเช้าไปในเมือง พบโกแล้วก็่จูงกลับมา แกไม่ทันปร^ฅู เมองซงปิคกามเวลา เขาจึงก้องนอนอยู่ในเมือง ล่วนลูกขายของเขารอพ่ออย่ จนกํ่า เมอพ่อไม่มาจึงนอนอยู่ไค้เกวยนแล้วหลับไป ทป้าช้ากัน มือม'นษย่ ๒ กน กนหนึงเป็นลัมมาทิฏf ฅนหนงเป็น มิจฉาทิฏฐ ออกหากินค้วยกัน เมอเห็่นเคื่กนอนอยู่กนเคิยกอมนุบย่มิจฉาทิฏฐ บอกว่าจะกินเค็่กกนนิ้เมํ่ออมนุษย่อกกนห้าม ก็่ไม่ยอมพัง ไค้เช้าไปจับขาเค็่ก แล้วลากออกมา เกกนนกกใจร้องออกมาว่า นโม พุทฺธสฺส ค้วยกวามเกยชิน จน อมนุษย่ทคึงขาเคี่กนั้นถึงกับส2คุ้ง ปล่อยมือแล้วถอยออกมายืนคูอยู่ อมนุษย่ท ๕๖๖^) พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เป็นร'มมาทิฏฐบอกว่า พวกเราทำเรองทไม่สมกวรเรยแล้'ว จำ ล้องซคใช้การ กระทำของพวกเรา คังนแล้วก็่กอยรักษาเค็่กนั้น อมนุษยมิจฉาทิฏฐไล้เช้าไป ในพระราชวัง นำ ถาคโภชนะของพระราชาใdอาหารเฅ็่มแล้วออกมา ทังสอง อมนุษยนั้นทำทัวเป็นทังพ่อแม่ของเค็่ก ปลุกเค็่กขนมาแล้วให้บริโกกอาหาร เมอเค็่กอํ่มแล้วก็่ให้นอนก่อไป แล้วไล้จารึกช้อกวามไว้ทํ่ถาคนัน อธิษฐานว่า ขอให้พระราชาเท่านั้นจงเห็่นข้อความน คนอนอย่าไค้เท็่น ทังนแล้วก็่จากไป เช้าวันรงชน เกิคกวามโกลาหลฃึนในพระราชวัง พวกเจ้าหน้าทํไล้ รับแจ้งว่ามชโมยเช้ามาลักถากใdอาหารประจำพระองก่ใป จื้งปิคประตูเมือง แล้วล้นไปทุกบ้าน เมอไม่พบจึงเปิกประตูเมืองออกไปล้นทุกทิศ ไปพบถากอยู่ บนเกวยนทเค็่กนั้นนอนอยู่ จึงจับเค็่กไป ถวายพระราชาแล้วกราบทูลว่า เค็่ก กนนั้เป็นผู้ขโมยถากอาหารdวนพระองกใป พระราชาทอกพระเนฅรเห็่นช้อกวามทถากนันแล้วจึงกรัสถาบเก็่ก ว่าเรองเป็นอย่างไร เค็่กกี่กราบทูลว่า กนไม่ทราบอะไร เมือกืนนพ่อกับแม่ นำ อาหารมาให้แล้วตูแลอยู่ เมอกิกว่าพ่อแม่อยู่ล้วยจึงนอนหลับสบาย ไม่มื กวามกลัวอะไร ถงฅอนนั้ พ่อแม่ชองเค็่กนั้นชงถูกกามทัวไล้มาถึงพอก พระราชาทรงพาทั้งสามกนไปทิวัค เช้าเล้าพระพุทธองกี่แล้วกราบทูล เรองราวให้ทรงทราบ แล้วทูลถามว่า \"พุทธานุสสติเท่านั้นหรึอทั้เป็นคุณเครองรักษา อย่างอืนเป็น ไมได้หรืออย่างไร\" พระพทธองกี่จึงกรัสเฉลยว่า www.kalyanamitra.org
\"มหาบพิฅร พทธๆ'นสฅิอย่างเศยวเท่านั้นทเป็นคุณLfimrกษา กี่ หาไม่ กี่จิตอันชนเหล่าใฅอบรมดแล้วในฐาน^ b ประการ กิ'ๆล้วยการรักษา และป้'องกันอย่างอืน หรือกิจล้วยมนฅและโอลถ ย่อมไม่มแก่ชนเหล่านั้น\" 'จากนั้นไค้ฅรศพระกาถานว่า สุปฺปพุทธํ ปพุชุฌนฺติ สทา โคตมสาวกา เยส์ ทิวา จ รตฺโต จ นิจฺจํ 'พุทธคตา สติ ฯ ฯ เป ฯ ยู้ทมสติเป็นไปแล้วในพระพุทธเจ้า... ในพระธรรม... ในพระสงฆ...ในกาย...ในการไม่เบยคเบยน...ในภาวนา ทังกลางวันและกลางคืน ซอว่าเป็นสาวกของพระโกคม ย่อมฅนคืแล้วในกาล'ทุกเมอ. จากLTอง นายทารลากฏิกะ ปกิณณกวรรค อรรถกถาธรรมบท ๕๖€^ พygมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ชร;ตากรรม XD ชร!ตไกรรม หมายถึง เหตุหรือความเปีนไปทเกิดขน'^ากCJตแห่ง การทำคหรือทำชัว ส่วนใหญ่คำน'จฟ้.ช้กล่าวถึงเฉพาะ!เหตุหรอก'วามเปน่!'บ่T■น ทางทไม่ค เซ่นใช้ว่า มันเป็นชะตากรรมของบานเมือง เขาทำไว้อย่างนก็่ฅ้อง รับชะตากรรมไป เป็นต้น กนททำกรรมไว้ โคยเฉพาร!กรรมชั่วอันเป็นบาปเป็นทุ'จริก กี่ย่อมไต้ รับผลเซ่นนั้น กี่กือย่อมไคํรับช2กากรรมหริอมซะ!กากรรมเป็นอย่างนั้น อย่าง ทรู้กันว่า ทำ ดย่อมได้ด ทำ ชั่วย่อมได้ชั่ว นั้นแหละ! กรรมชัวนันอา'จทำไว้!น ซาฅิก่อนแล้วกามมาให้ผลกี่ใต้ หริอทำในซากินแก่ทำล่วงเลยมาแล้าหกายป็ กี่ใต้ กรรมอย่างนั้เริยกว่าเป็นกรรมเก่าหริอเป็นอคฅกรรม อำ นาจกรรมเก่าเซ่นนั้แหละ!ทํล่งผลให้ยู้ทำไกรับซ^กากรรนอย่างไน่ กาคกิค แก!ซอร!ไรไมไต้ต้องเป็นไปตามนั้นอย่างหลกเลยงไมไต้นอก'จากไต้กฅิ เกิคจิกส่านกซนมาแล้วแก!ขปรับปรุงการกระ!ทำในบ่ โคยทำกรรมใหบ่ซึงเปน อัชเฬสือเฮ่อ /๙๖๙ไ www.kalyanamitra.org
กรรมคเพํ่มพูนฃนเรอยๆ กี่'จะทำให้กรรมเก่าอ่อนกำลังหรือหมคกำลังลง กี่'จะ: พันจากอำนาจชะ;ฅากรรมเก่าแล้วไครับผลแห่งกทมใหม่ททำเพั๋มพูนไห้ก่อไป เรืองชรเตากรรมนอาจไม่เป็นทยอมทเหรือไม่€|นใจทจร;รับรูฃองคน เรา แต่จร;ยอมรบหรือไม่ยอมรบอย่างไร มี่ใช่ปรร;เด็่นทจร;ทำให้รอดพันจาก ชร;ตากรรมไค้ ย่อมเป็นไปตามนั้นอย่างหลกเลยงไมใค้ เซ่น บางกนเกิคมาในคระ;กูลสูง มี่ฐานะ;มังลัง ทังมี่จิฅใจงคงาม มี่ กวามสมบูรพพูนสุขทุกอย่าง แคมรูปร่างพิการ ไม่สวยงาม หรือมี่ร่างกาย อ่อนแอ เป็นรังของโรก อันนั้นกี่นับว่าเป็นซะ;คากรรมของเขา หรืออย่างบาง กนมี่สฅิปิญญาค ฉลาค รูปร่างกี่ค กล่องแกล'วว่องไว แก่เกิคมามี่ฐานะ;ยากจน มี่ซ่วิคอย่อย่างลำบากลำบน แม้จะ;คิ้นรนขวนขวายทำมาหากินอย่างสุคเหวยง กี่ยังไม่พันกวามลำบากไปไค้ แม้จะ:มี่รายไคค แม้จะ;ประ;หยัคอคออมเฅ็่มทํ่ แก่ มเหทุค้องใหใช้จ่ายท'จำ เป็นมากมาย เคยวเรืองนันเคยวเรองนั้ จนซักหน้า ไม่ถงหลัง อันนั้กี่เป็นเรองของชะ;คากรรมเหมือนกัน ชร;ตากรรมคือความเป็นไปอันเป็นวงเวยนช้วิตเช่นนั้เ,กิดเบ[.พร อำ นาจกรรมทั้งสิน ในสมัยพทธกาล มี่เศรษ^กนหนั้งมี่ทรัพย่สินมาก แสคงว่ามี่กรรมคื ทเกยทำมา จึงล่งผลให้เกิคมามี่บุญ ไคืรับมรคกจากบรรพบุรุษมากมาย ชง กวรจะ;มี่ชวิคอย่อย่างสุขสบาย แก่เศรษจึนั้นมี่ชะ;คากรรมอันเป็นกรรมเก่า เกยทำไห้ ทำ ให้คำรงซ่วิคอยู่อย่างอนากา ไมไค้!ช้ทรัพยั!ห้ค้มก่า ในเรองกิน กี่ไม่ยอมกินอาหารซั้นคื เรองเกรองบุ่งห่มกี่ใช้เสือผัารร;ลับฅํ่าไม่ยอมใช้เสัอผ้า ชั้นคื ไปไหนกี่มี่แค'ยานพาหนะ;เก่าๆ จะ;บอกว่าเขาประ;หยัคอคออมกี่กงไมใช่ จะ;ว่าเขามี่จิคใจงคงามไม'ยอมให้สินเปสืองทรัพย่ฃองบรรพบุรุษกี่ไม่น่า7}ง บ่o) พรgมหาโพธวงศาจาTtl (ทองด) www.kalyanamitra.org
ช้อนท่านกล่าวไว้แน่นอนเลยว่าเพราะ:ฟ้นซ2ฅากTTม เป็นกรรมเก่าท่เขาเคย ทำ มา ล่งผลให้เกิคมาแล้วไม่อาจใช้ทรัพย!ค้เพราะ:จิฅใ'จมความตระ:หนเล่ยคาย ยอมทุกฃลำบาก เพรา2กรรมบังคับให้ต้องทนอย่างนัน มิใซ่แต่'จฟ้.ชซวิตอย่างอัฅคัคเท่านั้น เพราะ;ซะ:ตากรรมทเคยทำมา ทำ ให้เศรษ^นั้นไม่มบุตรรบตระ;กูลอกต่างหาก จึงเมอตายไป ก็่ไม่มผู้รบทอค มรคก สมบัติจงตกเป็นของหลวงไปโคยปริยาย เป็นเรองอันเหลือเชอว่า คนทํ่มฐานะ:ระ:คับเศรษ^จะ;มความเป็นอย่ทํ ลำ บากอย่างนั้น ทั้งทํ่มิไต้ยากแต้นอะ:ไรเลย แต่เพราะ:ซะ:ตากรรมบันคาลให้เป็น ไป ทำ ไหซวิตต้องเป็นไปอย่างอัตคัคอย่างไม่น่าเซํ่อ ทั้งไม่มบุตรทั้จะ;รับมรคก มหาศาลลืบทอคตระ:กูลต่อไปอก นับเป็นซะ:ตากรรมทํเลวร้ายนักแล้ว เพราะ:เป็นเรํ่องอันเหลือเซอเรองหนง ท่านจึงบันทึกเป็นหอักฐานไว้ ในคัมกร เรองเกิดฃ็้นในเมืองสาวัตถ คฤหบคผู้เป็นเศรษจึคนหนั้งในเมืองสาวัตถ!ต้ทงแก่กรรม แต่คฤหบค นั้นไม่มืบุตรลืบตระ:กูล พระ:เจ้าปเสนทิโกศลจึงตรัสถามเหล่าช้าราชบริพารว่า สมบัติซองตระ:กูลทั้!ม่มืบุตรลืบตระ:กูลย่อมตกเป็นซองใคร เมอทรงไครับคำตอบ ว่าตกเป็นซองหลวง จึงทรงให้ซนสมบัติจากบ้านซองคหฤบคนันเช้ามายัง พระ;คอังหลวง ใช้เวลาซนอยู่ ๗ วันจึงหมค เมอซนสมบัติหมคแล้วไต้เสค็่จไปทวัคเซตวัน เช้าเล้าพระ:ผู้มืพระ;ภาค เจ้า ถวายบังคมแล้วประ:ทับนั่ง เมํ่อพระ:พุทธองคํตรัสถามถึงเหฅุทึเสค็่จมาแต่ ยังวัน ก็่กราบทูลว่าคฤหบคในเมืองนั้คนหนงไต้ถึงแก่กรรมลง แต่ตระ:กูลนัน aai2«aaiia /๕๗๑^ www.kalyanamitra.org
ไม่มบุฅร สมบ'ฅิย่อมฅกเป็นของหลวง จึงให้ขนสมบัติเข้าไปในห้องพร:;กลัง หลวง เฉพา::เงินอย่างเคยวมถึง ๑0 ล้านกหาปณร รูปิย^อย่างอํ่นนั้นเหลือ กณานับ แค่กฤหบดผู้เป็นเศรษจึนันคำรงซวิฅอย่างอนาถา คือของกินกื่กินแค่ ข้าวปลายเกรยนกับนำล้มพ:;อูม เลือผ้ากี่เป็นเศษผ้าป่านทํ่เย็่บติคกันเป็นสาม ซน ยานพาหนะกี่เป็นรถเก่าๆ กั้นร่มด้วยใบไม้ สมเค็่จพระลัมมาลัมพุทธเข้าได้ตรัสว่า \"ข้อนเปีนปีย่างนันมหาบพิฅร เรืองนมมาแถ้วในอคฅกาถ คือ คฤหบศ ผู้เปีนเfirษ4นั้นได^งใmศป็ณฑบาศถวายพระปีจเจกพทรเจ้านามว่าฅคTคืข แล้วกี่ลุกจากทนังออกไป แท้จริงคฤหบศนันเปีนfflwfเพัธาแถะไม่ฉลาศ ว่วน ภรรยาของเขาเปีนคนมครทธา เปีอไท้ยินดังนันกี่คิศว่านานทเคืยวจื้งจ:;ไคืปีน คำ ว่าจงไท้จากลาม วันนั้เราไท้[อกาลทำบญแล้ว แล้วกี่จัฅอาหารอันปร:;ณศ ใว่บาศรพระปิจเจกพุทธเจ้า คฤหบดกอับมาแล้วเห็่นพระปีจเจกพุทธเจ้าจึง ถามว่าท่านไท้อะไรบ้างแล้วจับบาศรดู เห็่นบิณฑบาตปร:;พศเกี่มบาตร กี่ม ความเคือดร้อนใจท้วยความเคืยดาย คิดว่าพวกทาลหรือกรรมกรไท้ทินปีาหาร นั้ยังจะดกว่า เพราะพวกเขากินแล้วกี่ทำงานให้เรา แท่ลมณะนั้กินแล้วกี่นอน ไมไท้ทำประโยชนอะไร บิณฑบาตของเราฉิบหายเคืยแล้ว นอกจากนั้น คฤหบศนั้เคยฆ่าลูกชายคนหนงของพชายตายไป เพรา:; เหตุหวงลมบติ ^^งว่าเฅ็่กนันจับนิวมือคฤหบคืณู้ปีนอาเทยวไปพร้อมพูดว่า รถ ดันนั้เปีนของตุณพ่อ โคกี่เหมือนกัน คฤหบดไดปีนเข้ากี่คิดว่า ตอนนั้เปีนเดี่ก ยงกล่าวอย่างนก่อน ท่อไปเมือโตขี้นใครจะท้ามไท้คิดแล้วกี่นำเกี่กเข้าไปในปา จับเกี่กหักคอจนเด็่กตายไปแล้วกี่ทงไวัในปานั้น ^๗!^ พ?gมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
คูก่อนมหาบพิตร ค้วยผลแห่งกรรมทคฤหบศนั้นร่งใmศรฌฑบาต ถวายพร:!ตศรรปีจเจกพุทธเจ้า เขาไต้เข้าถื้ง^คติโลก(iวรรค ๗ ครัง ต้วย ผลอันเหลือเศษชองกรรมนั้น เขาไต้ครองความเป็นเศรษนเมองศาวัตกน ถึง ๗ ครั้ง คูก่อนมหาบพิตร ต้วยผลแห่งกรรมทคฤหบคนั้นถวายบิณ'ตบาต แล้ว ภายหลังไต้มความเลือตร้อนใจต้วยความเลืยตายว่า บิณ'ตบาตนทาศ หรือกรรมกรบริโภคอังจ:!ศกว่า จิตของเขาจึงไม่น้อมไปเพือบริโภค อาหารชันศ จิตของเขาจึงไม่น้อมไปเพอไข้ผ้าเครองนุ่งห่มชันต จิตของเขาจึงไม่น้อมไปเพือ ไข้ยานพาหนะชั้นศ จิตของเขาจึงไม่น้อมไปเพือบริโภคกามๆณ ๕ ชันต คูก่อนมหาบพิตรก็่ต้วยผลแห่งกรรมทคฤหบตินันปลิศชพลูกชายโทน ของพชายเพราะเหตแห่งทรัพยศมอัตินัน เขาไต้หมกไหน้อยู่ไนนรกหลายพัน หลายแศนปี ต้วยผลอันเหลือเศษแห่งกรรมนั้นนั้นแหละ ทรัพยศมบัติชงไม่ม บุตรรับมรตกของเขาจึงถูกขนเข้าพระคลังหลวงเป็นครังท ๗ ก็่แลบุญเก่า ของคฤหบศนั้นหมตร้นแล้ว และบุญไหม่ก็่ไม่ใต้ลังศมไว้คูก่อนมหาบพิตร ก็่ใน วันนั้คฤหบต้นั้นกำลังหมกไหม้อยู่ในมหาโรรุวนรก\" พร:;เจ้าปเสนทิโกศลทรงฟ้คับเรํ่องแล้วกราบทูลว่า \"พระพุทธเจ้าข้า น่าอัศจรรย นั้เป็นกรรมอันหนัก คฤหบศนั้น เมอ โภคศมอัติประมาณเห่านั้มอยู่ แตไมใข้ศอยต้วยอัวเองเลย หรือพระพุทธเจ้า เช่นกับพระองคประทับอยู่ไนวิหารไกล้ๆ ก็่มิไต้ทำบุญอะไรเลย\" พร ทธองกฅรัสว่า อนเ2/5สิอ1สิอ www.kalyanamitra.org
''จริงเช่นนั้น มหาบพิฅรซอว่าบคคถรูปีปีญญๆด้อย ได้[ภคะทั้งหลาย แล้วย่อมไม่แ^^วงหานิพพาน อนง ฅัฌหาชงเกิศขนเพฑะอาด้ยโภคะทั้งหลาย ย่อมฆ่าคนเหล่านั้นนั้นกาลนาน\" คังนแล้วไค้ตรัสพรร:กาถานว่า หนนฺติ โภคา ทุม.เมธํ โน จ ปารคเวสิโน โภคตณทาย ทุม.เมโธ หนฺติ อญเฌว อต.ตนํ ฯ โภคสมบัติทั้งหลายย่อมฆ่ากนมฮญญาทรามไค้ แต่ฆ่ายู้แสวงหา'ส่ง (พระ:นิพพาน)หาไค้[ม' กนมปิญญา ทรามย่อมฆ่าตนเองเหมือนฆ่ากนอนๆ เพราะ:กวาม อยากในโภกสมบัตินั่นเอง. จาก ทฅิยอปุฅฅกปีฅร แถะifอง เศรษ^ไม่มบุตร ตัณหาวรรค อรรถกถาธรรมบท ๕๗^ พrgมหาโพธิวงศาจาTti (ทองด) www.kalyanamitra.org
ธรรมรกษา พ^lOb 1>ใ4พร2พุทธศาสนา มกำสอนอันฟ้นร'จธรรมชงเป็นกวามพิท ส์ากัญกำสอนหนงว่า \"ธมุนเ หเว รก.ขติ ธมุมจาร - ธรรมย่อมรกษายู้ปรร{พฤติธรรม\" กำ สอนน!คยนและ{รู้กันทั่วไป แก่จะ:สนใจหรือเรือถืออย่างไรแกไหน นั้นเป็นอกเรองหนง เพราะ:กำสอนนั้เป็นการกำหนคทั่แน่นอนฅายกัวลงไปว่า ยูใคประ:พฤติธรรม ธรรมย่อมรักษายูนน รืงก็่ยากทจะ:เรือไคโคยง่าย เช่น ผูป้ ระพฤฅิธรรมบางกน himบกๆรรักษา ไมได้รับความคุ้มครอง อะไรจากใครหรือจาก^งใค ซํ้ายังถูกละเมิค^ทธิ ถูกทำร้าย ถูกช่มเหงรังแก หรือได้รับความความยากลำบากก็่ม จงไม่แนใจว่าประพฤติธรรมแก้วธรรม จะรักษาจริงหรือไม่ aamaaiSa/Snj๕1 www.kalyanamitra.org
ช้อนมปรร;เด็่นทต้องพิจารณาหลายแง่มุม จำ ต้องอาศยเหตุผล แลร;ช้อเท็่จจริงเป็นหลก ธรรม ฅามกำสอนข้างฅ้นนันหมายถึง คุณความค, ความดงาม, ความถูกต้อง, ความจริง เป็นค้น อันร่งทเรยกว่าคุณกวามคนั้นมหลาย ปรร:การ เช่น กวามขยัน กวามจริงใจ กวามซออัฅยั กวามกฅัญฌู กวาม อกทน เป็นค้น คังนัน ผู้ปรร;พฤติธรรม ย่อมหมายถึง คนทปรร;พฤติอยูในหลัก คุณความด มตุณความดเป็นหลักปฏิบแในชวิตปรร;จำวน เช่น มกวามขยัน หมันเพิยรมกวามจริงใจซํ่ออัฅย่มกวามกฅัญฌูมกวามอกทนอกกลั้น เป็นค้น กนผูปรร:พฤติเช่นนิ้นับไค้ว่าเป็นยู้ปรร:พฤติธรรม แลร:ธรรมนั้นย่อมรักษาผู้ ปรร:พฤติธรรมเช่นนั้ ในกำสอนข้างค้น มกำทน่าสนใจอยู่กำหนํ่งกือกำว่า ธมมจาริ กำ นั้ ปกติแปลยันแบบธรรมกาว่า ผู้ปรร;พฤติธรรม แก่แปลเฅ็่มกามรูปยัพทใค้ว่า ผู้ปรร;พฤติธรรมเป็นปกติ คือมปกติปรร:พฤติธรรมเป็นนิลัย ปรร:พฤติเป็นปรร:จำ ปรร:พฤติปอยๆไมใช่ปรร:พฤติเพิยงกรังสองกรัง หรือปรร:พฤติแบบทงๆ ขว้างๆ ไม่จริงใจไม่หนักแน่น เมือพิจารณากามนิย่อมเข้าใจไค้ว่า การทธทมจ:fTกษานั้น ย่อม รักษาเฉพาะผู้ปร:;พฤติธรรมเปีนปกติ มิใช่จะรักษาผู้ประพฤติธรรมทโม่มั่นคง หนักแน่นไค้เสมอไป เมํ่อเป็นคังนั้ย่อมปงกวามไค้ก่อนข้างชักเจนว่า คนทประพฤติธรรม บางคนทไมไครับการรักษาคุ้มครองจากธรรม เนองจากมิไค้ประพฤติธรรม เปีนปกติ ^๗ พรgมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
คำ ว่า รักษาในคำสอนนหมายถึง การก้มกรองให้ปลอดภัยให้ปลอด อันฅราย การป้'องภันมิให้ภัยอันฅรายเกิดขน การกำจัดปิดเป้าภัยอันฅรายท เกิดฃ็้นแก้วให้หมดไป รวมหมายถึง การรักษาลาภผลทมอยู่ ภักดีfit ซอเถึยง เกิยรดีคุณ และกวามสุฃสงบเข้าไว้ด้วย ธรรมนั้นย่อมรักษาผู้ประพฤติธรรม ผู้มธรรมเร็่เนทลกดำเนินชวิต ผู้ เ11นอยู่ด้วยธรรมได้อย่างแน่นอน ขอให้ผู้ประพฤติน่นได้ประ!พฤติเ11นธรรม ถูกด้องธรรม หนกแน่นมั่นคงและ นประจำ เท่านน ในสมัยพุทธกาล มอุมารกากนหนงเป็นผูมั่นกงอยู่ในธรรม ก้องการ จะฟงเทศนของพระลูกชาย จัดสถานทอย่างสวยงามไว้กลางหมู่บ้าน ออกไปฟิง เทศนร่วมภับกนในบ้าน พวกโจรเข้าไปในบ้านของอุบาสิกาด้วยการฃุดอุโมงก เข้าไป อุบาสิการู้เรํ่องแดกปล่อยวางว่าโจรก้องการอะไรกื่ให้เอาไป แฅ่ฅนจะ ไม่กลับบ้าน ก้องการจะฟิงเทศนอย่างเคยว จนพวกโจรเห็่นใจ เก็่บสมบัดีทขน ออกมาแก้วเข้าไปเก็่บยงทเดีม แก้วขอบวชอยู่ภับพระลูกชายของอุบาสิกามัน เรองนั้เป็นการแสดงถึงกนทประพฤดีธรรมแน่วแน่ ยอมสละแบ้สมบัติ แด่กใน่ยอมทงกวามดั้งใจทจะฟิงธรรม ธรรมจึงไครักษาคุ้มกรอง โดยได้สมบัติ กนและไ งธรรมดามประสงก ซงเรองนั้เป็นเรองอันเหลือเซอไน่น้อย ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐาน ไว้!นภัมภร่ www.kalyanamitra.org
เรืองเกิดฃนทเมืองกุรรฆรนคร แคว้นอวนต สมัยหนึง พระมหากัจจายนร;ได้'จาริกไปอามัยอยู่ทภูเขาปวัฅฅร:ใกล้ เมืองกุรรฆรนกร แกว้นอวันฅ อุบาสกคนหมืงซอ โสณกุฏิกณณร! เกิคกวาม เลือนใสในพระ:เถระจื้งฃอบวช แม้พระเถระ'จะห้ามถง ๒ กรั้งว่า พรหมจรรยน็้ ฉนหนเดยว นอนคนเดยวตดอดซพ เป็นสิงท'ดำได้ยาก แดกยังเกิคอุดสาหะ อย่างแรงกล้า ในกรังท ๓ ได้อ้อนวอนพระเถรร:อก พระเถระจื้งให้บรรพซา 'จากนนมาอก ๓ ป็จื้งได้อุปสมบท เพราะในทนัน กว่า'จะได้ภิกษุกรบองกสงฆ ททำอุปสมบทกรรมได้ก็่ภินเวลาไปมาก เมือได้อุปสมบทแล้วพระโสณะด้องการไปเล้าพรร:พุทฐองกจึงลาพรร: อุปิซฌาย่แล้วเดินทางไปเมืองสาวัดถ เมือถึงวัคเชฅวันแล้วได้เซ้าเล้าพรร:บรม- ศาสคา ได้รับโอกาสอันเป็นมงกลซวิดลือพระ'พุทธองคทรงอนุญาดให้พักใน พระมันธกุฎเคยวกับพระองก พระโสณะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่นอกพรร:มันธกุฎ กลางลืนจึงเช้าไปพัก ในเสนาสนะทถึงแก่ดน หลับนอนไป'จนถึงเวลาใกล้รุ่ง พรร;บรมศาสดานิมนตให้ สวดพรร;สูตรใหพัง กราบซอโอกาสแล้วได้สวคพรร:สูฅรจำนวน ๑No พรร:สูดร อันเป็นอัฏฐกวักกิกะ มืกามสูดรเป็นด้น โดยทำนองสรกัญญร:ถวาย กรงมัน สมเค็่'จพระผูมืพระกากเช้าได้ทรงอนุโมทนาเป็นพิเศษ ได้ ประทานสาธุการแก่ท่านในเวลาจบสรกัญญร:ว่า คดร; คแด้ว ภิกษุ เมือพระ•พุทธองกทรงประทานสาธุการ เหส่าเทวคา นาก กรุจา ด่าง ก็่กส่าวสาธุการพร้อมกัน จนเลืยงมังถึกก้องไปทั่วเทวโลกถึงพรหมโลก แม้ เทวคาทํสถิดอยู่ทบ้านซองอุบาสิกาผู้เป็นมารคาซองพรร:โสณร:ก็่เปล่งเถึยง ^๗<^ พรgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
สาธุการเหมือนกัน เมออุบาสิกาถามว่าให้สาธุการทำไม ก็่ไห้เล่าใพ^งว่าพระ โสณะไค้อยูในพระกันธกุฎเคยวกับพร2พทธเจ้าไค้แสคงธรรมแก'พระพุทธองก พระพุทธองคทรงประทานสาธุการแก่ท่าน แม้เทวคานากครุฑและคนเองก็่ให้ สาธุการแก่ท่านเช่นกัน อุบาสิกาไเฟิงแล้วก็่เกิค!เฅิอย่างล้นพ้น ตั้งใจไว้ว่าหากพระลูกชาย กลับมาจะนิมนค!ห้แสคงธรรมให้คนและซาวม้านฟิงบ้าง พระโสณะไค้กราบทูลขอพร ๕ ประการก่อพระพุทธองก่คามทพระ อุปิชฌาย่ลังมา พร ๕ ปรรเการคือ - ในปิจจันฅชนบทขอให้พระสงฆ ๕ รูปทำอุปสมบทกรรมไค้ ๑ - ขอให้!ซ้รองเท้าหลายชั้นไค้ (ร) - ขอให้อาบนํ้าไค้ทุกเวลา (ร) . ขอให้!ซ้เกรองปูลาคททำค้วยหนังไค้ ๑ - ขอใหรับจวรทยู้อยู่นอกสิมาลังให้ถวายไคโคยไม่เป็นอาบัติ ๑ เมอไครับพุทธานุญาฅเช่นนั้นแล้ว ไค้พักอยู่อก ๒-ดก วันก็่กราบทูล ลาพระบรมคาสคากลับไปหาพระอุปิชฌาย่ ฝ่ายอุบาสิกาโยมมารคาของท่านรู้ช่าวว่าพระลูกชายกลับมาแล้ว ก็่ คใจ ไปวัค ถวายกัฅคาหารแล้วเรยนถามว่า ไปเล้าพระพุทธเจ้าไค้แสคงธรรม ถวายพระพุทธองกั พระพุทธองก่ทรงประทานสาธุการให้จริงหรืออย่างไร เมอ พระโสณะถามว่ารู1ค้อย่างไร จึงเรืยนว่าเทวคาบอก แล้วนิมนฅให้พระโสณะ แสคงธรรมให้คนพังบ้าง ชงพระโสณะก็่รับนิมนฅคามทํ่โยมแม่ค้องการ อ้ชเพสิอเร่อ /๙๗๙ www.kalyanamitra.org
อบาสิกากลับบ้านแล้วร่'งการให้ปลูกปะรำพิธฃ็้นกลางหมู่บ้าน เชิญ ซวนซาวบ้านให้มาชุมนุมลันในวันนั้นเพํ่อ'จะไค้ฟิงธรรมพระลูกชาย ไค้ลัคแต่ง ธรรมาสนั้เป็นทนั้งแสคงธรรมไว้อย่างสวยงาม ตกแต่งปะรำห้วยผ้าและต้นไม้ ประลับเท่าทหาไห้ไม่กวันทุกอย่างณสร็่'จเรยบร้อย เมอถึงเวลานัค ซาวบ้าน ก็่พาลันไปทปะรำพิธนั้น ส์าหรับ'อุบาสิกานั้นตั้งใ'จเป็นพิเศษ ถึอว่าเป็นบุญวาสนาซองลัว จึงไห้ บอกเหล่าบริวารกนใช้และคนงานทั้งหมคไปพิงธรรมลันให้หญิงรับใช้กนหนั้ง อยู่เผ้าบ้านเท่านั้น ไปทปะรำพิธแล้วก็่กอยเวลาทพระโสณะ'จะมาเทศน ก็่ในเวลานั้น โ'จร ๗a๐ กนกอยหาโอกาสทํ่'จะเช้าไปทำโ'จรกรรมใน บ้านของ'อุบาสิกาอยู่ เมอ'อุบาสิกาวัคงานและ'จะไม่อยู่บ้าน จึงไค้โอกาสทํ่จะ เช้าไปในบ้านทำโ'จรกรรม โคยหัวหน้าโ'จรลังให้โ'จรทเหลอเช้าไปซนทรัพย่สิน ออกมาแล้วไปแย่งลัน ล่วนคนไปทปะรำพิธกอยคูว่าอุบาสิกา'จะกลับบ้านเมํ่อไร หรือแสคงอาการอย่างไร ถ้าหากเป็นอันตรายก็่'จะฆ่าเถึย mfอนของอุบารกานั้นล้อมด้วยกำแพง ๓!ชั้น ปีซุ้มปร::เฅู ๓!ซุม้ ปี อุนัขอุคอยคุมอยู่ทุกปรร:ฅู แลร:ปีคูทขุดไวรมชายคารอบเรือน ในคูนั้นyดบุกไว้ จนเฅ็่ม ซงฅบุกเหล่านั้นเมอถูกแสงอาทิฅยแล้วก็่จร:หลอมลร:ลายเดือดพล่าน อยู่ ดอนกลางดืนจึงจร:เย็่นแลร:แข็่งคืนตัว แลร:ทพนดินรร:หว่างตัวเรือนตับคู นั้นปีขวากเหล็่กใหญ่!]กไว้เปีนรร:ยร:ๆ เพราร:เรือนนั้นปีการนัองตันแน่นหนา อย่างนั้ แลร:เจ้าของเรือนก็่มิได้Iบ่ไหน ในวันก่อนๆ พวกโจรจึงไมได้โอกาสท จร:เข้าไปทำโจรกรรมได้ เมํ่ออุบาสิกาและกนในบ้านออกไปลันแล้ว พวกโ'จรไห้ชุคอุโมงก ลอค กำ แพงและกูค้บุกเช้าไป'จนถึงในเรือน เช้าไปในห้องเก็่บกหาปณะแล้วซนออก i๘ พร หาโพธวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
มา หญิงรับใช้ทเ&'าเรอนเห็่นเข้าณลึ่คลอคออกมา ไปยังปะรำพิธแล้วแจ้งให้ อุบาสิกาทราบ อุบาสิกากล่าวว่าพวกโจรจะเอาอะไรณ็่อาไปคามใจชอบเถิค เราจะฟิงธรรมกถาของพระลูกชาย อย่าไค้มารบกวนเวลาเลย หญิงรับใช้นน จึงไค้กลับไป ต่อมาพวกโจรไค้เช้าไปในห้องเก็่บเงินแล้วขนออกมากองไว้หญิงรับ ใช้ก็่กลับไปรายงานอุบาสิกาอก อุบาสิกาก็่บอกอย่างเคิมว่าโจรจะเอาอะไรก็่ให้ เอาไป ไม่ค้องมาบอกอก หญิงรับใช้ก็่กลับไป ไม่นานนักพวกโจรไค้เช้าไปในห้องเก็่บทองแล้วขนออกมากองไว้ หญิงรับใช้ก็่รบไปบอกอุบาสิกาเหมอนเค็ม อุบาสิกาจึงกล่าวว่า ''นางฅัวฅ เจ้านาทลายครั้งแล้ว แม้เราจะบอกว่าให้พวกโจทอาลมบัฅิ ไปฅามใจชอบ เราจะv}งธรรมกถาลูกชายเรา แต่เจ้าก็่มิไล้เอือเหืเอต่อคำของเรา เลย ยังขืนมาชํ้าๆ ชากๆ อยู่ ล้าเจ้ามาอกครัง เราจะทำรงทควรทำแก'เจ้า เจ้า จงกลับม้านไปเรย\" นายโจรทเค้าคูอุบาสิกาอยู่ ไค้เห็่นกิริยาของอุบาสิกาและหญิงรับใช้ ไค้ยินคำพูคฃองนางขัคเจน จึงกิคว่าถ้าเรานำทรัพย่สินซอง่หญิงเห็่นปานน ไป จะค้องโคนฟ้าผ่าแน่นอน คังนํแล้วก็่ริบไปยังบ้านของอุบาสิกาแล้วบอก พรรกพวกให้นำสิงของกลับไปไวยังทเค็มทุกอย่างโคยเร็่ว พวกโจรก็่ใค้ปฏิบัค็ คามคำลังนั้นทุกประการ แล้วก็่ใปยังปะรำพิธลัน นเป็นผลแท่งการประพฤฅิปฏิบัติธรรม ธรรมนั้นย่อมรักษาผู้ประพฤติ ปฏิบัติธรรม อย่างทพระพุทธองคฅรัลไว้ว่า อ1แ2«สิอเร่อ /5๘๑ www.kalyanamitra.org
ธรรมแลย่อมรักษาบุคคลผูปรร;พฤติธรรม ธรรมท บุคคลปรร;พฤติดแล้วย่อมนำความลุขมาให้นั้ฟ้น อานิสงส์ในธรรมทบุคคลปรร;พฤติคแล้ว ผู้ม ปกติปรร;พฤติธรรมย่อมไมใปส์ทุคติ. พวกโจรไคไปยืนอยูในทฟ้งธรรม ฝ่ายพรร;โสณร:ไค้แสคงธรรมจนถึง สว่าง จึงไค้ลงจากธรรมาสนํ หัวหน้าโจรไค้เข้าไปหาอุบาสิกาแล้วกล่าวฃอโทษ เมืออุบาสิกาถามว่าขอโทษเรืองอร;ไร จึงบอกว่าคนเป็นโจรไค้ผูกอาฆาตในหัว อุบาสิกา ปรร;สงกจร:ฆ่าอุบาสิกาจึงยืนกมอยู่ฅรงน อุบาสิกาฟ้งแล้วก็่ยกโทษให้ แม้พวกโจรทเหถึอก็่กล่าวขอโทษอุบาสิกาเหมือนกัน เมออุบาสิกายกโทษให้ แล้ว พวกโจรก็่ขอร้องให้อุบาสิกาบอกพรร;ลูกชายใหรับพวกคนเป็นสิษยืค้วย พวกคนค้องการบวชฅิคคามพรร;ลูกชายของอุบาสิกาไป อุบาสิกานำเรํ่องไปบอกให้พรร;โสณร; ท่านก็่ยินครับ ให้พวกเขาบวช แล้วให้หังอยูในถึล ต่อมาเมือพวกเขาไค้อุปสมบท ก็่ไคั้ไหกัมมัฏฐานแก่ภิกษุ เหล่ามัน ๑0๐ รูปต่อกัมมัฏฐานหนงอย่าง ภิกษุ c^oo รูปเหล่านั้นเรืยนพรร; กัมมัฏฐาน ๙ อย่างต่างกัน แล้วขนไปบนภูเขาลูกหนง แยกย้ายกันบำเพ็่ญ สมณธรรม พรร;บรมศาสคาปรร;หับอยู่ทวัคเชควนมหาวิหารชงอยู่ห่างจากภูเขา มันถึง ๑๒๐ โยชนํ ทรงเหื่นภิกษุเหล่านั้นนำเพ็่ญสมณธรรม ทรงกำหนค เทศนาทครงกับกวามปรร;พฤติของพวกเธอแล้ว ทรงเปล่งพรร;รัศมืไปปรร;หนง ว่าปรร;หับนั่งครัสอยู่ต่อหน้าพวกเธอ ไค้ครัสพรร:ภารคทาถานั้ว่า ๔๘1^ พygมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เมตฺตาวิหาริ โย ภิกฃ ปสนฺโน พุทฺรสาสเน อธิคจฺเฉ ปทํ สนฺตํ สงขารูปสมํ สุขํ สิญจ ภิกข อิมํ นาวํ สิต.ตา เต ลหุเมสุสติ เฉต.วา ราคญจ โทสฌ.จ ตโต นิพ.พานเมหิสิ ฯ ภิกษุผู้อยู่ค้วยเมฅฅาเป็นอาจิณ เลอมใสในพระพุทธ ศาสนา พี้งบรรธุบทอันสงบคือนิพพาน เป็นทเข้าไปสงบ อังฃาร อันนำสุขมาให้ คูก่อนภิกษุ เธอจงวิคเรือคืออัฅภาพน เรือทํ่เธอวิคแล้ว จักถื้งเรว เธออัคราฅะและโทสะไค้แล้ว ต่อจากนั้น จักบรรลนิพพาน. จากเรอง ^มพหลภิกษุ ภิกชุวรรค อรรถกถาธรรมบท '\"''พิ^ อ้น12«สิอเสิอ /SScT^ www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 527
Pages: