ทอบอุ่น หรือท่ามกลางอำนา'จเฅ็่มล้น ก็่ยั๋งล้องการมอายุยืน ฒํ่ออายุกาลผ่าน วัยไปมากขนก็่ยํ่งวิฅกกังวลใ'จ หาทางให้มอายุยืนใกรว่าอย่างไรทำให้อายุยืน ไคกทำ 'จริงหรือไม่'จริงไม่ว่ากัน ด้วยเหตุดงน ยาอายุวัฒนรเจงมเกลอนมาแดโบราณ แม้คำอวยพร ว่าขอให้มอายุยืนเ!!นหมึ๋น!เก็่ชึ๋นใจนกหนาแล้ว การทำให้อายปีนไค้อย่างแท้จ?งจนเรยกว่าเปีนชวิศอมศ:;หรือไม่ฅาย นันย่'งไม่เคยไmน ไค้ปีนแค่ว่านู้นนนู้นเปีนอมฅะ แค่ความเปีนอมตMงนู้นน ทมายความว่าเฃาไค้ทําไค้f^Tางร่งทเปีนสาธาTณปT:!โยชน ปีงmงปีนถาวร ไว้เมอคอนยังมชวิตอยู่ แม้เขาคายไปแล้วแค่ร่งนั้นๆ ยังอยู่ ยังเปีนปรdยฃน อยู่ ซงมิไค้หมายความว่าชวิคของเขายังอยู่หรือเขายังคำรงชพอยู่ ขวิคอมคะ ทไค้ปีนและไค้รูกนมความหมายอย่างนั้ การทำให้มอายุยืนจึงหมายเพยงให้มซวิฅอยูไล้นานทยุคเท่าทจร:นาน ไล้ปิจ'จุบนอยูในเกณฑหนงร้อย!]หรือมากกว่านั้นเล็่กน้อย ซงส่วนใหญไม่ถึง ร้อย!เก็่กับว่ามอายุยืนแล้ว การทำให้มอายปีนในทัค!นะของค้รนั้งหลายนั้นมหลายวิธ เช่นล้ทเปีน ๆ VV V แพทยักึ่มวิธแบบหนง ผู้เปีนหมอคูกึ่มวิธแบบหนง นู้ทมอายุปีน ก็่มวิธของคัว เองแบบหนํ่ง เหมือนกันบ้าง คล้ายกันบ้าง ค่างกันบ้าง ฃงก็่มืคนเชอและมือ ปฏิบัติกันอยู่ และก็่มือายุปีนไค้1นระคับหนงจริง แค่วิธทปฏิบัติคามแล้วไมไค้ ผล ผู้คนก็่เถิกสนใจ วิธนั้นกี่ล้มหายคายไป ในพรร;พุทธศาสนาก็่แสดงวิ^ทำให้อายุยืนไว้เหมือนกัน ทเห็่น อยูกมืสองวิธ คือวิธแรกใช้อำนาจพล้งปริตร โดยนิมนตพรร;ให้สวดปริตร ๒^๕) พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ติดต่อกนต่อเนึ๋อง ๗ วน ๗ คืน กบอกวิ^นงคือปฏิบติตามหร'กธรรมท ท่านกำหนดไว้ คำ ว่า ปริตร นั้นแปถว่า รงต้านทาน, ร่ง!เองกน, รงรักษาต้มครอง หมายถื้ง บทสวศมนศ1นพร:!ฬุทธ^าสนา ซงใช้ดในการทำพิธต่างๆ ของ mะ€^งฆ เพอความเปีนรริมงคล เพอต้านทาน เพํ่อffองกันภัยอันตราย เพอรักษา ต้มครองให้พ้นทุกฃ ภัย แล:^โรค และเรยกปริตรต้วยความยกย่องว่า พระปริตร เฉพาฟ้.นปรร:เทศไทย พรร:ปริตรนมบทศวดทท่านกำหนคไว้[นหนังสิอ ส์าหรับเป็นกูมอสวคมนฅ ๗ บทบ้าง ๑๒ บทบ้าง เกินกว่านั้นบ้าง หนังสือท ว่านั้ ก้าม ๗ บทเริยกว่า เจ็่ดตำนาน ก้าม ๑๒ บทเริยกว่า รบสองตำนาน ก้ามบทศวคมนฅรวมเริยกว่า สวดมนตํฉบบหลวง พรร:ปริตรหรือบทศวคมนฅเหล่านั้มทมาทไป มปรร:วัติ มความหมาย ทเป็นเกรองเตือนศติก็่ม ทเป็นหลักปรร:พฤติก็่ม ทเป็นกู่มึอศอนแนวการปฏิบัติกี่ ม เพราร:ฉร:นั้น บทศวคมนฅจึงมความขลังแลร:กวามลักติรทธิอยู่ในตัว หากนำ ไปปรร:พฤติปฏิบัติไคกี่ยั๋งมพลังศามารถ เป็นเกรํ่องต้านทาน เป็นเกรองบ้องกัน เป็นเกรองรักษาต้มกรองให้พ้นจากทุกข กัย แลร:โรคไต้ พระสงฆจึงนิยมใช้บทลวศมนต่เหล่านั้เปีนองคประกอบคำกัญในการ ทำ พิธต่างๆ และไต้มลแห้จริง จึงนิยมและปฏิบัติต่อเนองกันมาโดยไม่ชาดสาย ล่าหรับพรร:ปริตรทมพลังในการต่ออายุ ทำ ให้มอายุวัฒนร:นั้น ม ปรากฏเป็นหลักฐานในพรร:พุทธศาศนา ศามารถต่ออายุเค็่กซงไครับทำนายว่า จะ:มอายุ ๗ วัน แต่เมอผ่านพิธศวคพรร:ปริตรนั้ต่อเนั้อง ๗ วัน ๗ คืน ทำ ให้ รอคจากกวามตาย กลายเป็นผู้มอายุยืนถึง ๑๒0 ป็ เรองนั้เกิคฃนในศบัย www.kalyanamitra.org
พุทธกาล พรร;พุทธเจ้าทรงกำหนคพิธเอง และทรงสวดพระ:ปริตรเองในช่วง สุดท้ายของพิธฅลอดคืนยังรุ่ง ต่อมาก็่นิยมปฏิบัติดามแบบนั้นกันจนถึงปิจจุบัน แต่ส่วนใหญ่ลดจำนวนวันและ:คืนลง และ:สวดไม่ต่อเนั้อง วิธททำให้มอายุยืนวิธทสองตามหลักพระ:พุทธศาสนานั้นคือ ปฏิบัติ ตามหลักธรรมทท่านกำหนดไว้อย่างเกร่งกรัดต่อเนั้อง ก็่สามารถทำให้อายุ ยืนไค้ มิใช่จะ:ไค้แต่อายุเท่านั้น ยังไค้คุณอย่างอน คือไค้วรรณะ:ไค้สุขะ; และ;ไค้ พละ:ตามมาค้วย ชงวิธอย่างนั้ก็่ถึอปฏิบัติกันโดยทั่วไป แต่จะ:เกร่งกรัดต่อเนอง หรอขาดๆ หายๆ ทั่งๆ ขว้างๆ อย่างไรก็่เร็เนอกเรองหนั้ง ถ้าสามารถปฏิบัติ ไค้อย่างเกร่งกรัดต่อเนั้อง ย่อมมอายุยืน ย่อมเจริญค้วยอายุแน่นอน เรองนั้ก็่เ!!นเรองอันเหลือเชอเหมือนกัน แตกเป็นไปแล้ว ท่านจง บันทึกเป็นหลักฐานไวัในกัมภร เรองเกิดฃํ้นทํ่ทฆลมพิกนคร พราหมณขาวทึฆลัมพิกนกรสองกนเป็นเพอนกันไค้ออกบวชบำเพ็่ญ เพยรในลัทธิภายนอกจนอายุไค้ ๙ป็ กนหนงกิดว่าถ้าบวชอยู่อย่างนั้ต่อไป ประ:เพณตระ:กูลวงคืก็่จักเลืย ค้วยกวามห่วงใยในตระ:กูลพราหมณจงบอกลา สหายแล้วลืกออกไป มืภรรยาและ:ปฏิบัติตนตามแบบพราหมโนเหมือนเติม ไค้ เลยงโก ๑๐0 ตัวและ:เก็่บเงิน ๑๐๐ กหาปณะ:ตั้งเป็นกองทุนไว้ส่าหรับเลยง กรอบกรัว ต่อมาภรรยาของเขาตั้งกรรภแล้วกลอดบุตรกนหนั้ง ส่วนสหายของเขาจาริกไปต่างถํ่นแล้วกลับมายังถํ่นเดิม ทราบช่าวว่า ภรรยาของเพอนเก่าเพงกลอดบุตรจงไปเยยมทั่บ้าน พราหมโนทราบว่าสหาย พรgมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
นักบวชมาก็่คใ'จให้ภรรยาพาบุฅรทํ่เกิคใหม่มาต้อนรบสหาย ฒํ่อฅนไหว้สหาย ก่อน สหายก็่อวยพรว่าขอให้มอายุยึน เมอภรรยามอบบุตรให้พราหมณแล้ว ไหว้ สหายกี่อวยพรว่าขอให้มอายุยืนเหมือนกน แต่พอพราหมณจับมือลูกชายยกขั้นไหว้สหาย สหายกล้มนงเฉย ไม่อวยพรว่าอย่างไร พราหมณสงล้ยในกิริยาของสหาย จึงไต้ถามว่าทำไมตอนทลูกขายตน ไหว่จึงไต้นงเฉย ไม่อวยพรให้มือายุยืนเหมือนตอนทตนและภรรยาไหว้ สหายตอบว่ามืเหฅุทอวยพรไมใต้ เพราะเค็่กกนนอายุ'จะไม่ยืน 'จะ เป็นอยูใต้ ๓! วันเท่านั้น พราหมณจึงถามว่ามืทางแก่ไขให้ลูภขายอายุยืนบ้าง ไหม สหายกี่ตอบว่ามือยู่ แต่ตนทำให้!มใต้ ต้องไปถามพระสมณโกคมจึง'จะรู้ พราหมณจึงกล่าวว่าถ้าตนไปหาพระ!สมณโคดม ตบะของตน ประเพณของตนก็่จะเสือม สหายจึงบอกว่าถ้ามืความรักในลูกชาย ก็่อย่า คิดถงเรองเสือมตบะ ให้รบไปหาพระสมณโคดมเสิยโดยเร็่ว พราหมณจึงพาภรรยาพร้อมบุตรขายไปยังกุฎป่าทํ่ประนับของ พระพุทธเว้า เมอถึงแล้วไต้ถวายนังกมพระพุทธองก่ พระพุทธองก่กี่ตรัสว่า ขอให้มือายุยืน เมอภรรยาถวายบังกมกี่ตรัสอย่างนั้น แต่พอจับมือลูกขายให้ ไหว้ไต้ทรงนั้งเถึย เมอพราหมณทูลถามกี่ทรงแสคงเหตุผลเซ่นนั้นเหมือนกัน พราหมณนั้นแบ้'จะเกยป่าเพ็่ญตบะมามาก แต่กี่ยังมิไต้บรรลุถึงพระ กัพพัญโบุตญาณเหมือนพระพุทธองก่ เมอเทยบเกยงมนฅฃองตนกับของ พระพุทธเว้ากี่ไม่อา'จรู้ธุบายวิธเกรํ่องบ้องกันมิให้บุตรของตนมือายุนั้น เมอ เป็นคังนั้ จึงทูลถามพระพุทธองกว่า'จะต้องทำอย่างไรบ้าง aat2/iaai§a www.kalyanamitra.org
พรร;บรมศาสดาตรสว่าให้สร้างปร;รำมณฑปฃนทหน้าปรร;ตูบ้าน ตั้ง ตงไว้ตรงกลางมณฑปน้น ปูอาสนร; ๗ ทหรือ ร) ทล้อมตั่งนั้นไว้เพอให้ พรร;สงฆนั้ง นิมนตพรร;สงฆเท่าจำนวนอาสนร; ให้สวตปริตรตลอด ๗ ว้น โดยไม่ขาดตอน เมึ๋อทำอย่างนั้อนตรายของเด็่กนั้นก็่จร;หมดไป พราหมณกลับบ้านแล้วรบให้สร้างป^รำพิธ จัคฅั้งตั่งแลร;อาสนร: เสรี่ๆ ภายในวันเคยว แล้วไปกราบทูลพรร;พุทธองก พรร;พุทธองคทรงลังพรร;สงฆคาม จำ นวนอาสนะ;ไปลับพราหมณ เมอไปถึงบริเวณพิธแล้วพรร;สงฆโค้เข้านั่งปรร;จำอาสนร;ทํ่เฃาจัคไว้ พราหมณแลร;ภรรยาอมลูกชายมาให้นอนบนตั่งทแวคล้อมห้วยอาสนร;พรร;สงฆ พรร:สงฆสวคพรร;ปริฅรฅ่อเนั่องลันไปโคยไม่ฃาคคอน คลอค ๗ วัน ๗ สืนใน วันท ๗ พรร;บรมศาสคาไห้เสค็่จไปในพธนั้น แลร;ทรงสวคพรร;ปริตรห้วยคลอค คืนยังรุ่ง เมอรุ่งสางวันท ๘ พิธกรรมสวคพรร;ปริครก็่ยุติลง มเรองเล่าแทรกขนในระหว่างอันแคงถึงพุทธานุภาพว่า เมอ พระพุทธองmciค็่จไป เทวดาทั้งหลายในจักรวาลทั้งร้นไคฅคคามห้อมล้อม พระพุทธองคไปห้วย เมึ๋อเทวคาผู้มห้กคใหญ่มาห้วย เทวคาผู้มห้กคิน้อยถึห้อง ถอยร่นออกไปคามลำดับ เทวคาน้มดักคิน้อยท^คอยู่ห่างจากพระบรมf!าลคา ถึง (ร)๒ โยชน้ ในจำนวนน้มดักศิน้อยทั้นมอวรุทธกยักษฅนหนงห้วย ยักษ ทั้นไครับพรจากห้าวเวสสุวัฌก่อนหน้าทจะมาชุมนุมกันว่าฅ่อจากนไป ๗ จัน ลามารถจับเอาเค็่กคนน1ห้ แค่เมอห้องถอยออกไปอยู่ห่างปีนยักลางถึง <5)๒ โยชน ในจันท ๗ จึงไม่ไคโอกาลเพอจับเค็่ก เม่อถึงเช้าจันท ๘ กื่หมคลทธิ คามทไครับมา /tooc) พระมหาโพธิวงศาจารย (ทองค) www.kalyanamitra.org
เมออรณขนในวันทํ่ ๘ สองสามภรรยาอุ้มลูกชายมาจับมือให้ถวาย บังกมพรร!พุทธองก พรร:พุทธองกทรงอวยพรว่าขอให้มือายุยืนเถิค พราหมโน ทูลถามว่าลูกขายของฅนจร!มือายุยืนเท่าไร พรร!พุทธองกฅรัสว่า ๑๒๐ ll พราหมโนจงฅั้งซํ่อลูกชายว่า อายุวฒนร; เค็่กชายอายุวัฒนร!นั้นกรั้นเติบโฅเนก็่ไค้เป็นอุบาสกบำรุงพรร!พุทธ ศาสนา มือุบาสก ๕๐๐ กนเป็นบริวารแวคล้อม ช่วยทำกิจอันเป็นกุศลแก่ พรร!พุทธศาสนา วันหนั้ง พรร!สงฆปรร!ซมสนทนากันในโรงธรรมว่า อายุวัฒนร!พึงตาย ใน ๗ วันนับแต่เกิค แต่วันนั้เขาจร!มือายุอยูไคถึง ๑๒๐ป็ มือุบาสกถง ๕๐๐ คนติคตามห้อมล้อม เหตุทจร:ทำให้อายุยืนนั้นเห็่นจร:มืแน่นอน สมเค็่จพรร!บรมศาสคาเสค็่จไปยังโรงธรรม ตรัสถามถงเรองทพรร:สงฆ กุยกัน ทรงทราบแล้วไค้ตรัสว่า \"ภิกษุทั้งหลาย อายุเจริญอย่างเคยวเท่าทั้นก็่หาไม่ ก็่ภิ'ฅวโลกเหถ่าน ออนน้อมนบไหว้ท่านผู้ม่พร:^คุณทั้งคฤหัสถ่และบทพซิตแล้ว ย่อมเจริญด้วย เหคุ ๔ ประการ คืออายุ วรรณะ สฃะ และพละ ย่อมพ้นจากอันครายแท่งชวิศ คำ รงอยู่จนคลอคอายุขัยท่เคืยว\" ต่อนั้นไค้ตรัสพรร!คาถานั้ว่า www.kalyanamitra.org
อภิวาทนสิลสฺส นิจจํ วุฑฺณาปจายิโน จตตาโร ธมมา วฑฺฒนฺติ อายุ วณฺโณ สุขํ พลํ ฯ พร <1 ประการ กือ อายุ วรรณะ ศุขะ พละ ย่อมเจริญ แก่ยู้มปกติกราบไหว้ อ่อนน้อมถ่อมฅนฅ่อท่านผูใหญ่ เป็นนิจ. จากเรอง อายวัฑฒนกุมาร รค อรรถกถาธรรมบท พ^^ 3^ กนอำ เภอชอบพ่นก่นขู่ว่า ชาวประชาถ็่งงน่าสงสาร ถ้อยอาสื'ยกันเหี่นจะเป็นการ อยูไม่นานหรอกทำอำเภอใจ. สรจอมทอง ๒๕^ พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
๗ ขวบ แต่ขนกล้า ..'\" >ว Tijfาณท่านว่า\"เมอมความกล้า ก็่ส์าเร็่จไปแล้วครงหนึ๋ง\" แสคง ให้เห็่นว่าท่านให้กวามส์ากัญแก่ความกล้าฟ้นอย่างมาก ข้อนหมายความว่า หากมความกล้าเ!เนเบืองต้นแล้ว แม้จ๙ยง ไม่ลงมือทำอรไรเลย เพยงมืแต่ความกล้าเบืนต้นทุนเท่านน ณท่ากับได้รับ ความส์าเร็่จไปแล้วครงทาง คามกำโบราณนเป็นทยอมรับไค้ เพราะกวามกล้าเป็นค้นทุน เป็น'รุค เรมค้นของการทำงานทุกอย่าง ไม่ว่า'จะเป็นกวามกล้าไค้ กล้าเสิย กล้าเสิยง หรึอกวามกล้าทำ กล้าพูค กล้ากิค กวามกล้าเหล่านย่อม'จุคซะนวนให้เกิคการ ลงมือทำ เมอลงมือทำแล้ว หากมืปิญหาอุปสรรกอันใคเกิคฃึน ก็่อากัยกวาม กล้านอกเหมือนกันทํ่ปลุกใ'จไม่ยอมห้อถอย ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมทอคทิ้ง ย่อม กล้ากิคกล้าเสิยงแก!ซ หรือกล้าเพมทุนเพิมแรงทุ่มเข้าไปอก กวามกล้าเป็น ค้นทุนให้เกิคกวามล่าเร็่'จไคกังน amz/iaaiia www.kalyanamitra.org
แต่กวามกล้านันฅ้องอาfโยสติปิญญา ก้องอาติ'ยจิฅใ'จทมั่นกงแน่ว แน่ ก้องอาติ'ยปรร:สบการณ และก้องอาติ'ยเรยวแรงปร:;กอบก้วยจึง'จ:;ไก้ผลค กล่าวกือ จำ ต้องกล้าแบบมหลักประก้น สติปิญญาเป็นก้นเหล่านั้นล้วนเป็น หลกประก้นเป็นองกประกอบทล่ากัญ เมือมสมบูรณแล้วจึงกล้าทำกล้าเร่ยง และเมือทำก็่ทำอย่างระมักระวัง อย่างละเอยค รอบกอบ ถล้วน เพอมิให้เกิค กวามบกพร่องเล่ยหาย กวามล่าเร็่'จก็่เกิคข็้นไก้เรอยๆ แต่หากกล้าแบบบ้าบํ่น กล้าแบบมทะลุตุกัน หรือกล้าอย่างไร้สมอง แบ้'จะกล้าเล่ยงกล้าลงมือ แต่ก็่ขากหลักประก้น มืแต่จะทำให้หายนะล่ม'จม มื แต่จะทำให้เกือกร้อนในภายหลัง กนกล้าจำนวนไม่น้อยไกืรับกวามวิบัติไครับ ทุกฃก็่เพราะกล้าบ้าบํ่นไร้สมองนเอง อันกวามกล้านั้นย่อมมืแก่กนทมืลักษณะ ๕ ประการประจำกัว กือ - มศร้ฑธา กือมืกวามเซํ่อมั่นในกัว ๑ - มืกืล กือมืกวามประพฤติสุจริต ๑ - เป็นพหูสูต กือกืกษาเรืยนรู้มาก (ร) - ปรารภความเพยร กือมืกวามหมั่นเพยรพยายาม ๑ - มมัญญา กือฉลาก^นร่งททำและวิธการทำ (5) กนทมืลักษณะ ๕ ประการนย่อมจะไม่กรั่นกร้าม ไม่ห้อถอยในการ ทำ งาน มืแต่จะมุมานะ มุ่งมัน และเอาจริงเอาจังกลอกเวลา กรงก้นข้ามผู้ ขากลักษณะ ๕ประการน จะมืแต่กวามกรั่นกร้าม มืแต่กวามกลัว มืเงึ๋อนไขมื ข้อแบ้มาก ทังทเงือนไขข้อแบ้ต่างๆ ทกัวเองกั้งขนหรือกิกเอาเองนั้นเป็น เงือนไขทเลือนลอยหรือเป็นข้อทแกืไขเปร่ยนแปลงไก้ง่ายล่าหรับกนทมื กวามกล้า ไอ๕เ^ พระ!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ความกล้าฟ้นทางแห่งความส์าเร็่จ ความกล้วฟ้นทางแห่งความ เร่อมถอย เฟ้นข้อคิดทท้าทายการพิสูจน เพราะฉะนั้น คนทมแฅ่ความกลัว แม้จะไม่ฅ้องเ^ยง ไม่ต้องทำอะไร สุขสบายอยู่ลับบ้าน แค่ก็่ไม่อาจสร้างสรรคความเจริญอะไรโห้เทิศชนแก่คน และลังคมไต้หากเปีนม้นำเป็นผู้ต้องรับผิศชอบค่อลังคม มอำนาจหน้าท1นการ พัฒนาลังคม แคม้ความกลัว ไม่กล้าทำอะไรไม่กล้าฅัศทินใจอะไร ยํ่งเป็นงาน ใหญ่งานทิาลัญ มความเทิยงมาก ก็่ยงไม่กล้าลัคทินใจ ปล่อยเฉยทิงไว้ก่อน กี่กลับเป็นโทษค่อลังคม ทำ ใหลังคมไม่อาจพัฒนาไม่อาจเศินหน้าไต้ เพราะ คิศฃัคอยู่ทผู้นำผู้รับมิคชอบนั้น เมอหวไม่ส์าย หางย่อมไม่กรร{ดิก เฟ้นธรรมคา และกนกล้านั้น มิใซ่จะมเฉพาะยูใหญ่อายุมากเท่านั้น แม้เค็่กก็่ สามารถเฟ้นกนกล้าไค้ ถ้ามกุณลักษณะ ๕ ประการข้างค้นกรบถ้วนสมบูรโน ยู้ทเฟ้นเค็่ก ถ้ามกวามกล้า ก็่ใม่กรั่นกร้าม ไม่ย่อท้อก่อปิญหาอุปสรรกโคๆ ทำ สิงทจำเฟ้นค้องทำไค้อย่างกล่องแกล่ว อย่างเซ่นเค็่กเล็่กอายุ <£-๕ ขวบ สามารถเลิ้ยงน้อง อุ้มน้องไปเล่น หร้อสามารถหุงหาอาหารหายา ซักน้า ดูแล พ่อหรือแม่ทนอนเจ็่บป่วยอยูไค้ ชงงานเหล่านั้ บางทํเค็่กโฅๆ หรือ^หญก ไม่ทำหรือทำไมไค้ ทั้งทค้องทำเพราะเฟ้นหน้าท แก่ขาคกวามกล้า มแก่กวาม กลัว คือกลัวตัวเองจะลำบาก กลัวจะไมไค้!ปเล่น กลัวจะเคืยเวลาทำมาหากิน อะไรทำนองนั้ แล้วก็่ทั้งหน้าท หรือไมกทั้งพ่อทั้งแมไป ตังนั้น ความกล้าจงเฟ้นหล้กประตันลำตัญของคนเรา เฟ้นเครึ๋อง บ่งบอกว่าจะทำอะไรลำเร็่จหรือไม่ลำเร็่จ อั1แ2/1สิอเร่อ /ร๙0 www.kalyanamitra.org
ในสมัยพุทธกาล มสามเณรอายุ ๓)ขวบ ไคฅคฅามภิกษุหมู่ไหญไป ธุปิฏฐากคูแล ค่อมามเหฅุฅ้องสล2ซวิฅ สามเณรขันกล้าอาสาสลร;ชวิฅ ยอม คายแทนพระสงฆโคยไม่กรั่นคร้ามค่ออ'นคราย แม้'จะถูกห้ามก็่มเหตุผลให้ต้อง ยอมคาม แค่สามเณรนั้นก็่สามารถเอาชนะพวกโ'จรยูขับคัวไปไต้ และกลับไต้ พวกโจรเหล่านั้นมาเป็นบริวารทั้งหมค กวามกล้า ทำ ไหขันอาสาเสิยสละชวิฅ ทั้งทเป็นสามเณรอายุแค่ ๓) ขวบ เป็นแบบอย่างทเภิคฃนจริงสมัยพุทธกาล เป็นเรํ่องอันเหลือเซอเรองหนิ่ง ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐานไว[นคัมภิร ^ เรองเกิดฃนทํ่เมืองสาวตถ ในเมืองสาวัฅถ มืสามเณรรูปหนิ่งซอว่า รงกิจจะ อายุ ๓)ขวบ เธอเป็น อริยษุคกลระคับพระอรหันฅ เธอเป็นลูกของคระถูลทมั่งคั่งในเมืองนั้นเอง ประวติฃองเธอมืว่า เมอเธออยูในห้องมารคา มารคาไต้ถึงแก่กรรมลงต้วยโรกอย่างหนิ่ง พวกญาติไต้นำศพไปเผาทป่าช้า ลัปเหร่อเผาจนอวัยวะล่วนอนไหม้หมคแล้ว เหลือแค่ล่วนห้องทยังไมไหม้ จึงใช้หลาวเหล็่กจมไปทห้องศพ ๒-๓ กรั้ง หลาวเหล็่กจมไปถูกหางคาของเค็่กในห้องโคยไม่รู้เกลยถ่านกลบล่วนนั้นแล้ว ก็่กลับม้าน เนั้อห้องถูกไฟไหม้หมค เหลือแค่เค็่กชงนอนอยู่บนกองถ่าน โคยไม่มื อันครายใคๆ เหมือนนอนอยู่บนกลืบคอกบัว \\D๕๔} พรgมหาโพธิวงศาจารย (ทองต) www.kalyanamitra.org
ท่านว่า สัตว่ผูมบุญวาส์นาอุบติมาฟ้นชาติสุดท้าย แม้จรเถูกภูเขา สิเนรุราชท้บก็่จรเไม่เ1|นอนตราย เมือยงมิได้บรรลุพรร5อรหตผล จรสินซวิต ไปก่อนเ^นไม่มื เป็นเรองทเหลือเชอส์าหรับกนยุคปิจๅบัน สัปเหร่อมาเก็่บกรรดูกในฅอนเช้า เห็่นเคี่กนอนกินอยู่บนกองฟอนซึง คับแล้ว ก็่อัศจรรยใจว่าเป็นไปไล้อย่างไร จึงอุ้มเค็่กนั้นไปทบ้าน ถามพวกหมอ ทายนิมิตว่าเกิคชนไล้อย่างไร พวกหมอทายนิมิตเห็่นเค็่ก มแผลเป็นทหางตา ล้วยถูกหลาวเหล็่กทํ่ม จึงตั้งซอว่า สังกิจจร แล้วทำนายไว้ว่า \"เศ็่กคนนเปีนเฅ็่กมบญวา^^นา หากอยู่ครองเรือน พวกญาติตลอด g4 เครือกุลจะไม่ยากจน ถ้าออกบวช จะนบริวาร ๕๐a คอยติดตามเทยวไป\" พวกญากิเลยงเค็่กนั้นไว้ล้วยกวามงลาร กิคว่าเมือโตซึนเชาจรบวช ก็่จรให้บวช คังนั้น เมอเค็่กชายสังกิจจรอายุไล้ฟ ขวบไคฟงเรองราวชองตน จาก^หญ่กึ๋ใม่กิคจรอยู่กรองเรือน อยากจรบวช จึงไปบอกญากิ พวกญาติ ก็่ เห็่นคล้วยจึงพาเค็่กไปมอบให้พรรลารืบุตรชงเป็นพระะมหาเถ^ะ!ทํ่กบเกา^พ นับลือ พรรลารืบุตรก็่จัคการบรรพชาให้เป็นลามเณรตามปรรลงก ลามเณรไล้ บรรลุพรรอรหัตผลแลรปฏิสัมภิทาทั้งหลายในเวลาปลงผมเลร็่จนับเอง ลมัยนั้น ชายชาวเมืองลาวัตลื ๓๐ กนเป็นเพอนรักกบหาลนิทลนม กัน เมออายุมากแล้ว มืศรัทธาไล้ออกบวชถวายซึวิตในพรรพุทธศาลนา อยู่ จำ พรรษาล้วยกันในเมือง ๕ พรรษาแล้ว ไล้เช้าไปกราบทูลลาพรรพุทธเจ้าขอ อนุญาตไปปฏิบัติวิปิลลนากัมมัฏฐานในทลงัคนอกเมืองแห่งหนั้ง พรรพุทธองก ทรงเห็่นว่าในทนั้นจรมืกัยจากบุกกลกนหมืง แต่หากให้สังกิจจลามเณรไปล้วย aamaai2la_^๒๙๕ www.kalyanamitra.org
ก็่จะรร;งับภยไค้ แต่สามเณรร'งกิจ'จร;นันเป็นสามเณรลูกสืษยของพรร:สารบุฅร พรร:พุทธองกจึงตรัสให้ภิกษุเหล่านั้นไปลาพรรสาTบุตรก่อนไป ภิกษุเหล่านันจึงพากันไปทล่านักพรร;สารบุตร กราบเรยนให้ทราบว่า พวกตนจร;ออกไปบำเพ็่ญกัมมัฏฐานในป่า แต่พระพุทธองก่ตรัสให้มาลาพร:แคช พรร;คุณก่อน พรร:สารบุตรหยั่งทราบวัตคุปรร;สงก่ของพระบรมสาสคาในการ ให้พระสงฆมาลาตน เพราะเป็นผู้มปรขาฉลาตแหลมสม เป็นอักรสาวกฝ่าย ขวา เป็นเอตทักกะเลิศในทางมปิญญามาก จึงถามภิกษุเหล่านั้นว่ามผู้กอย อุปิฏฐากติดตามไปค้วยหรือไม่ เมือพระเหล่านั้นตอบว่าไม่ม จึงบอกให้พา อังภิจจสามเณรไปค้วย ภิกษุเหล่านันปฏิเสธว่าจะเป็นภาระเปล่าๆ เพราะเต็่ก อายุ ฟ ขวบจะทำอะไรไค้ พระมหาเถระจึงบอกว่าการทพระพุทธองก!ห้พวก ท่านมาทนก่อนไปก็่ค้วยทรงมืพระพุทธประสงก่อย่างนั้แหล^ ค้วยเหๆน พระเหถ่านั้นจึงยอมรบามเณร แล้วพาสามเณรเดินทาง ไกลไปไค้<5)๒๐ โยชน จนถึงป้าแห่งหนงซงมหมู่บ้านทชาวบ้านพันทรัวเรอน อยูใกล้ๆ ชาวบ้านมสรัทธานีมนฅ[ห้อยู่จำพรรษาทชายป้านั้น ในวันเข้าพรรษา ภิกษุเหล่านันไค้ทำกติกากันว่า พวกเราเรืยนพระ กัมมัฏฐานมาจากล่านักพระพุทธเจ้ากัน หากไมถงพร้อมค้วยข้อปฏิบัติตามท เรืยนมา ก!ม่อาจจะให้พระพุทธองก่ทรงยินติไค้ และประตูอบายภูมิก็่เปิคอ้า รอกอยพวกเราอยู่ เพราะฉะนัน เว้นเวลาทออกไปบิณฑบาตตอนเข้า และเวลาไป ดูแลพระ^หญในตอนเย็่นในเวลาทเหลือจากนั้น พวกเราจะค้องไม่อยู่รวมกัน สองรูป หากท่านผูใคมืกวามไม่ผาสุกเภิคขน กี่ขอให้เกาะระฆังอัญญาณ พวกเราจึงจะออกมาช่วยเหลือ นอกจากนั้พวกเราจงอย่าประมาทปฏิบัติ พรร;กมมธุฐานเห้เฅ็่มท ไอ(ร:๖^ พรgมหาโพgวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เมึ๋อตกลงตามกติกาโไนแล้ว ต่างรูปก็่แยกย้ายกนไปปฏิบติธรรม อยู่จำพรรษาอย่างสงบ ต่อมา มชายเฃ็่ญใจกนหนงอาล้ยลูกสาวเป็นอยู่ แต่เมอเกิคทุพภิกขภัย อคอยากขนในทํ่นั้น ก็่ออกเดินทางเพอไปยังบ้านลูกสาวอกกนหนง เดินผ่าน เข้าไปในหมู่บ้านนั้น ขณร:นั้นพรtสงฆเหล่านั้นบิณฑบาฅภันแล้วไปรวมฉัน ภัคคาหารภันทแม่นั้า เขาเข้าไปหาพรร:เหล่านั้น พรร:เหล่านั้นก็่ถามเขาคาม ธรรมเนยมว่าจฟ้.ปไหน เขาก็่กราบเรยนว่าจร:ไปบ้านลูกสาวอกกนหนง พรร:สงฆ ก็่สงสารจึงแปงอาหารให้เขาองกลร:ก้อน โคยกลุกภับแกงแลร:ภับพร้อม เขา รับแล้วนำมาทาน ทานเสร็่จแล้วเร้ยนถามว่าอาหารนั้มกนถวายปรร:จำหรือ อย่างไร เมอพรร:คอบว่าโยมเขาใล่บาครถวายทุกวัน เขาจึงกิคว่า เราแม้ทำงาน หนักทั้งวันก็่ยังไม่อาจไค้อาหารอร่อยแลร:มากอย่างนั้ เราจร:ไปอยู่ภับลูกสาว ทำ ไม อยู่เป็นลูกดิษย่พรร:คกว่า กิคแล้วก็่กราบเรืยนขออยู่ปรนนินัดิในล่านัก ค้วย พรร:เหล่านั้นก็่ใม่ปฏิเสธเขา เขาอยู่ภับพรร:ปรนนิบัติคูแลพรร:อย่างค จนเป็นทรักของพรร:ทั้งหลาย ผ่านไปไค้ ๒ เคือน เขาคิคถึงลูกสาวฃ็้นมาจึงกิคจร:ไปหา แต่คิคว่าก้าจร:ลา พรร:สงฆใป พรร:สงฆกงไมให้ใป เรากวรจร:หนไปสิ'กกรงเคือน กลับมาใหม่ ท่านกงไม่ว่าอร:ไร กิคแล้วก็่หนํออกจากล่านักไป โคยค้องเดินผ่านคงไป แลร: ในคงนั้นมชุมนุมโจรชงอยู่ภัน ๕00 กน คอนนั้นเป็นช่วงทพวกโจรจร:มพิธ บวงสรวงเทวคาค้วยช่วิคกนพอคื พวกโจรคกลงภันว่าก้ามกนเดินเข้าคงมา ใหจับไว้ จร:ไค้ทำพิธ เมอเขาเดินไปถึงกลางคง พวกโจรจึงจับเขาไว้แล้วผูกไว้ภับหลัก อย่างแน่นหนา ขนทืเนมากองไว้เพอจุคไฟเผา เถึยมหลาวไว้ รอเวลาทำพิธ www.kalyanamitra.org
เขาเหี่นพวกโจรทำอย่างนั้นจึงออกปากถาม พวกโจรก็่ฅอบว่าจะ:สุมไฟเผาเขา บวงรวงเทวคา เขาฅกใจมาก กิคว่ากงคายเป็นแน่แท้ เมอความกลัวครอบงำ ฟ้ติก็่เตลิด มิได้คำนงถงความผิดชอบซั่วด คิดถึงแต่ชวิตของตนเป็นส์าด้ญ จึงบอกพวกโจรว่า คนเป็นกนกาลกิณ เป็นกนกินเศษกินเคนเติบโคมา เนั้อหนัง ไม่เป็นสิริมงกล แคมพระ:ศงฆจำนวนมากอยู่ทริมป่านั้ เป็นบุกกลพิเศษ เนั้อ หนังเป็นสิริมงกล หากไค้นำมาบูชายัญ จะ:เป็นทโปรคปรานของเทวคาแน่นอน พวกโจรไค้ยินคังนั้นก็่เชอ จึงให้เขาพาไปยังทพักของพระ:ศงฆ ใหค ระ:ฆังข็้น เมํ่อพระ:สงฆมาพร้อมแล้ว พระ:เถระ:หัวหน้าไค้ถามฃ็้นว่าใกรมกวามไม่ ผาสุกอะ:ไรจึงคระ:ฆัง หัวหน้าโจรเริยนว่าคนเป็นกนฅเอง คนเป็นโจรอยูในคงไค้ บนบานต่อเทวคาประ:จำคงไว้ค้องการภิกษุรูปหนงไปทำพลกรรมแก่เทวคานั้น พระ:เถระ:หัวหน้าไคพิงแล้วกี่หันมาบอกภิกษุทั้งหลายว่า คนจะ:ไปกับ พวกโจรเอง ขอให้พวกท่านอยู่กันอย่างสงบ ไม่ประ:มาทในการปฏิบัติธรรม พระ:ทเหลือไคยินดังนั้นต่างกี่ขันอาสา ขอไปกับโจรเอง ไม่ยอมให้พระ:อาวุโส ไป ทุกรูปทั้งแต่รูปแรกถึงรูปทสามสิบสุคท้ายต่างอาสาเหมือนกันหมค จนไม่รู้ ว่าจะ:ให้รูปไหนไป สามเณรกังภิจจะ:นั่งเฉยอยู่ จนทุกรูปพูคขันอาสาหมคแล้วจึงขอ โอกาสพระ:ว่าคนขอสละ:ชวิคเพอพวกท่านไปกับพวกโจรเอง ภิกษุเหล่านั้นไคยิน ดังนั้นต่างกี่พูคเป็นเลืยงเคยวกันว่า ถึงแม้คนจะ:ค้องคายทั้งหมค กี่ยอมให้เธอ คายไมไค้ เพราะ:เธอเป็นติษย่ของพระ:สาริบุคร ถ้าพวกคนยอมให้เธอไป พระ: มหาเถระ:จะ:ตำหนิพวกคนไค้ว่าพาสามเณรไปมอบให้แก่โจร สามเณรพิงแล้วกี่กราบเริยนว่า การทพระ:พุทธองก่ล่งพวกท่านไป ลาพระ:มหาเถระ:สาริบุครกี่ค การทั้พระ:มหาเถระ:ยอมให้คนมากับพวกท่านกี่ค ไ^ พร;!มหาโพธวงศาจารฆ์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ล้วนมเป้'าหมายอย่างเคยวกันคือฅ้องการให้ฅนไปกับโจรน ขอให้พวกท่าน สบายใจ ปฏิบัติธรรมกันค้วยความไม่ปร๙มาทเถิค จากนั้นไค้กราบลาพระสงฆ แล้วออกไปกับพวกโจร นั้ก็่ฟ้นเรองทเหลือเชือ สามเณรน้อยอายุ ๗ ขวบมความคิด ม ความเลืยสลร;ยงใหญ่ ยอมสดร;ซวิตของตนเพือพรร;สงฆหมู่ใหญ่โด้อย่าง อาจหาญ นั้แหดร;ลือผู้เน้นอรหนตอริยบุคคล หัวหน้าโจรพาสามเณรไปแล้วก็่พักสามเณรไว้ณ ทหนั้งฅามทหัวหน้า พรร:สงฆฃอร้องก่อนจากมาว่าขอไหจคแจงสถานททำพิธ กองไฟ และอาวุธท่ จร:ใช้ปรร:หารให้เสร็่จก่อนพาสามเณรไปบังทํ่ท่าพิธ เพราะสามเณรบังเป็นเค็่ก เห็่นแล้วจะฅกใจร้องไห้เลืยพิธไป เพราะไม่ทราบว่าสามเณรนั้นบรรลุพระอรหัฅ แล้ว ชงหัวหน้าโจรก็่รับปาก จื้งเมอเสร็่จพิธแล้วให้นำสามเณรมายูกไว้กับหลัก เมออยู่กับหลัก สามเณรก็่นั่งเช้าณานนั้น หัวหน้าโจรคว้ามคกมกริบประจำคัว ออกมา กกัคแกว่งคามพิธแล้วฟนลงทคอสามเณร ดาบงอกดบคมกรร;ทบคม ไม่รร;คายผิวหน้งสามเณรเดย น่า อสจรรย่น้ก หัวหน้าโจรเห็่นคาบเป็นอย่างนั้นก็่คิคว่าฅนฟนไม่ค จึงคัคคาบให้ฅรง ใหม่แล้วฟาคลงไปอก คราวนั้คาบไค้ม้วนคัวร่นเช้าหาโคนคาบ คังใบฅาลม้วน ฉร:นั้น หัวหน้าโจรเห็่นคังนั้นก็่คิคว่า เมอก่อนคาบของคน สามารถคัคเสาหิน หรือกอไม้คะเคยนให้ขาคไค้เหมอนคัคหยวกกล้วย แต่คอนนํคาบของฅนคัคคอ สามเณรไมไค้ไค้งอกลับครั้งหน้ง ม้วนคัวเหมือนใบตาลม้วนอกครั้งหน้ง คาบนั้ แมืไม่มืเจตนาบังรู้คุณของสามเณร เราเส์ยอกมืเจตนาแตใม่รู้ กิคอย่างน แล้วกี่ทงคาบ หมอบลงทแทบเท้าสามเณรแล้วพูคว่า aai2/iaai§a /๒๕๙^ www.kalyanamitra.org
\"ท่านขอรับ พวกผมเข้ามาอยูในศงนเพรา^ฅ้องการทรั'^ย ชายชาตร แมตงฬันคนเห็่นพวกผมแก้วยังฅัวร่'น จะพูศก้กคำtiองคำก็่ยังไมไค้ แท่ท่าน แม้เพยงความสะค้งกลัวก็่มิไค้ม หม้าของท่านผ่องใสดังทองคำในปากเม้าแคะ คอกกรณณิการทบานดแก้ว\" สามเณรสิงกิจจร{ไค้พูดจากับพวกโจรว่า การทเป็นดงน็้เพราร{ทุกข ทางใจของผู้เป็นพรร{อรหนตนนย่อมไมม กัยทงหลายก!มม ความตายของ พรร;อรหนตนั้นเป็นกังปลงภารร;ลงฉร{นั้น พวกโจรไคฟ้งแล้วก็่รู้ว่าสามเณรเป็นอย่างไร จึงไค้สมัครกัวบวชเพอ คิคคามสามเณรไป สามเณรกี่ใช้คาบของพวกโจรฅัคผมแล:;ให้ย้อมล้านุ่งห่ม ทมอยู่ค้วยคินแคง ให้สมาทานจึล ๑0 แล้วพาไปพบพรร:สงฆ ๓0 รูปทยัง จำ พรรษาอยู่ ค้วยคิคว่าล้าคนไมไปหาพรร:สงฆเหล่านั้นกี่จร;ไม่อาจปฏิบัติธรรม ไค้อย่างสงบ เพราะค้องวิคกกังวลเรองของคนว่ากงถูกฆ่าไปแล้ว หรือคงทุกฃ ทรมานอยู่ในคงโจร หากไปพบให้เห็่นหน้ากี่จร;ไค้สบายใจ ปฏิบัติธรรมไค้ล่าเรืจ จึงไค้พาสามเณรผู้เคยเป็นโจรไปพบพรร;สงฆ่เหล่านั้น พรร;สงฆ่เหล่านั้นเห็่นสามเณรมาพร้อมกับบริวารทั้งห้าร้อยคน กี่ ใจซืน รู้ว่าสามเณรรอคกัวแล้ว จึงทั้งใจปฏิบัติธรรมกันเป็นปกติ จากมันสามเณรกังกิจจร;ไค้พาสามเณรบริวารไปเมืองสากัคถ ไป เยยมเยยนพรร;สารืบุครผู้เป็นพรร;อปิซฌายร; เล่าเรองให้ห่านฟิง พรร;สารืบุคร จึงแนร:นำให้พาเหล่าสามเณรไปเล้าพรร;พุทธองค สามเณรกี่พาสามเณรบริวาร ไปเล้าพรร;พุทธองก กราบทูลเรองราวทั้เกิคฃนให้ทรงทราบ พรร;พทธองกัโค้ครัสว่า ๒๕ พรgมุทาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
\"ความศั้งอยูใน^ถแล้วเปีนอยู่เพยงวันเคยวในบัศนิ้ บ่รtเล้ริ^กว่า การทพวกเธอทำโจรกรรมทำการท^ลเป็นอยู่คั้งร้อยปี\" คังนแล้วตรัสพรร:คาถานว่า โย จ วสฺสสตํ ชเว ทุสฺส์โล อสมาหิโต เอกาหํ ซวิตํ เสยุโย สิลวนฺเตตุถ ฌายิโน ฯ การมซวิฅอยู่เพยงวันเคยวของบุคคลยูมสืล เพ่งพินิจอยู่ ยังปรร:เสริฐกว่าการมซวิฅอยู่ตั้ง ๑0๐ ปี ของบุคคล จากเรธง กิจจCเามเณร C^Pf(^C{วT7ค อรรถกถาธรรมบท Siโ อ้ชเ2/!สิอเร่อ /๒๕๑ www.kalyanamitra.org
3^' สายธารนํ้าไหลน็้มวันหมค จะทานทคแห้งขากไม่ยากหนา ธารนํ้าใจไหลเททุกเวลา ทานทดหาแห้งไปนํ้าใจกน. ศรจอมทอง ๙ ไอ๕๒) พร!!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองต) www.kalyanamitra.org
['ร{๒^>^.... ไมตรติดตามข้ามชาติ ■^— •. เมตร หมายถึง ความเป็นเพํ่อน, ความหวังดั๋ต่อกัน ไมฅร นั้น เกิค'จากจิต คือมจิฅสิ'มพันธเกยวฃ้องกันมิรู้กลาย ทำ ให้เกิคความฟ้นิทสนม คุ้นเคย เกิคความเป็นเพอน เกิคความรักความปรารถนาคืฅ่อกันไม่เร่อมคลาย ด้วยเหฅนคืงเรยกภาวะ:อย่างนว่า ไมตรัจิต ไมฅรจิตนแหละ:ทเรยกเป็นคุณธรรมในซอว่า เมตตา บ้าง มิตรธรรม บ้าง ยู้มไมฅรจิตต่อกัน มเมตตาต่อกันด้วยความรักความสนิทสนม แน่นแพัน เรยกว่า มิตร หากไปไหนมาไหนด้วยกัน ปรกษาหารือกัน พงพา อากัยกันได้ เรืยกว่า สหาย ในคำไทยเรืยกมิตรหรือสหายว่า เพือน เป็นคำทปงบอกถื้งไมตรืจิต ต่อกันอย่างลึกชง และ:หมายกง กัลยาณมิตรคือเพึ๋อนด เป็นหลัก หากเป็น มิตรชั่วหรือปาปมิตร ก็่'จะ:ไมให้ความส์าคัญหนักแน่นและ:ลึกชงนัก amz/iaai^a www.kalyanamitra.org
ไมศรจิฅน^ากัญนัก เพราะทำให้คนเราอยู่ร่วมกันไศ้อย่างสุขงบ ช่วย เหลือเกือกูถกันไห้แบ่งเบาภาระกันไห้ไปมาหายู่คบทาสมาคมกันไห้สนิทนม คนมไมศรจิตย่อมมมิฅรสหายมาก มเพอนมาก และคบหามิศรสหายห้วยมจิศ ผูกพันรักใคร่กลมเกลืยว ไม่คิศประทษร้าย ไม่คิศหลอกลวง ไม่คิดเอารัศ เอาเปรยบมิศรสหายเปีนหลัก มิตรทไม่ปรส์ทุษร้ายมิตรนนท่านว่าปรร;Iffริฐทสุด ย่อมฟ้นทนิยม ยกย่องนับถือของปวงชน พ้นจากภ้'ยอนจร;เกิดจากนัตรูหมู่อมิตรทั้งปวง ท่านแศคงอานิสงส์การไม่ประทุษร้ายมิตรไว้มากอย่าง เป็นต้นว่า - ผู้1ม่ปรร;ทุษร้ายมิตร แม้จากบ้านเรือนของตนไป ย่อมเป็นยู้บริบูรณ ต้วยอาหาร มคนคอยบริการต้อนรับ ผู้!ม่ปรร;ทุษร้ายมิตร ไปยังสถานทใคๆ ย่อมเป็นยูอนเขาเการพ บูชา ยกย่อง *1 V ^\" « ®1 แ^ - ผู้!ม่ปรร;ทุษร้ายมิตร โจรทั้งหลายไม่อาจยํ่ายไต้เพราะมพวก พ้องมาก มหูมตากอยบ้องกันมาก ทั้งเจ้านายก็่ใม่รังเกยจ - ผู้!ม่ปรร;ทุษร้ายมิตร ย่อมไต้รับกวามยินคไต้รับกวามซํ่นซมใน ทประชุม ยู้กนย่อมต้อนรับให้เกยรติต้วยกวามเต็่มใจ - ผู้!ม่ปรร;ทุษร้ายมิตร เป็นผูรักกนอึ๋น ย่อมไต้กวามรักตอบ เการพ กนอืน ย่อมไต้กวามเการพตอบ ยกย่องกนอน ย่อมไครับกวามยกย่องตอบ เป็นต้น ๒๕^ พระมุทาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ผู1ม่ปรรเทุษร้ายมิตรด้วยมไมตรจิต มความผูกพนแน่นเฟ้นต่อยู้อืน อย่างน จิงได้ร้บยกย่องว่าเ1|นยู้ปรรแf(ริฐ เฟ้นกลยาณมิตรทบุคคลทวไปพง แสวงหาแลรเคบหาไว้เฟ้นมิตรสหาย คนเราจิงควรเพยบพร้อมด้วยไมตร้จิต จรได้โม่ปรร;ทุษร้ายมิตร จากนั้นก็่จร;ได้อานิสงส์ข้างด้นอย่างล้นหลาม อันไมฅรจิฅอย่างน มิใซ่จะ:เกิคมแล้วหมคไปเมอฅายไป แต่สามารถ สืบสานอัมพันธเชอมโยงไปถึงภพชาติต่อไปไค้อย่างน่าอัสจรรย่ กนทมกวาม อัมพันธทคงาม มกวามสนิทสนมเกอกูลกันมายาวนาน หรือกนทผูกพันกันมา ฐานเฟ้นพ่อแม่ลูก ฐานเฟ้นสามภรรยา ฐานเฟ้นเจ้านายลูกน้อง เฟ้นค้น เมํ่อ เกิคมาอกชาติหนง กวามอัมพันธอันนั้นก็่ยังต่อเนํ่องมา แม้จะ:ไม่รู!ม่ทราบค้น สาย แต่พฤติกรรมทแสคงออกย่อมแสคงให้เห็่นชัคเจน เซ่น สุนัช ปกติจะ:เห่า จะ:กัคกนทไม่รู้จักสนิทสนมทั่วไป แต่ส์าหรับบางกน แม้จะไม่เกยพบเกยเห็่นมา ก่อน แต่เมอเผชิญหน้ากอับไม่ทำร้าย บางกรั้งอังกระติกหางเช้าหาเหมือนอย่าง สนิทกันมาก่อน อันนั้กล่าวไค้ว่าเฟ้นเพราะกวามอัมพันธ์ในอคฅชาติติคคามมา ทำ ให้มืพฤติกรรมอย่างนั้น ในสมัยพุทธกาล ภิกษุรปหนงค้องการฆ่าคัวคาย จึงหย่อนมือลงไป ในหม้องูเพอให้งูกัค แต่งูก็่ไม่กัค จับงูอ้าปากแล้วสอคนั้วเช้าไปในปากงู งูก็่ ไม่กัค ทั้งทเฟ้นงูมืพิษร้าย เฟ้นเรั้องทเหลอเชํ่อว่าเฟ้นไปไค้อย่างไร ชงเรั้องนั้ พระพุทธองกครัสว่าเฟ้นเพราะงฺนั้นเกยเฟ้นทาสชองภิกษุรปนั้นมาก่อน เกยมื จ่ 'น าข่ ไมครืสนิทสนมกันมาในอคคชาติ จึงไม่ยอมทำร้ายเจ้านายเก่าชองคน เรั้องนั้เฟ้นเรั้องอันเหลือเซออกเรํ่องหนง ห่านจึงบันทกเฟ้นหอักฐาน ไว่ในกัมภร aumaaiSa /๒๕๕ www.kalyanamitra.org
'พ เรองเกิดฃ็้นทเมึองฟ้าวฅถ กลบุฅรซาวเมองสาวัฅถกนหนงไค[ปวัคไค้สคับพร::ธรรมเทศนาของ พร::พุทธเจ้าแล้วเกิคศรัทธาจึงขอบวช ไค้อุปสมบทเป็นภิกษุแล้วปฏิบัติธรรม ค่อมาไปนานเธอเกิคกวามวุ่นวายใ'จฃน ไม่อยากมชวิคอม่ค่อไป ค้วยกิคว่า ภาว::ของกฤบัสถวุ่นวายนัก ไม่สมกวรแก่เรา แม้การไค้บวขแล้วอยู่เฉยๆ ก็่ ไม่สมกวรเหมือนกัน เราคายไปเสิยคอนนย่อม'จะคเป็นแน่ คิดแด้วก็่หาอุบายทจะฆ่าตวตาย ภายหลังวันหนง ภิภษุทั้งหลายไปสรงนํ้ากันแล้วกระทำกัคภิ'จ ฉัน เสร็่'จแล้วก็่ใปบังโรงไฟ เห็่นงูคัวหนงจึงช่วยกันคับแล้วไก่ใวัในหม้อ ปีคฝาหม้อ แล้วถือออกมา'จากโรงไฟ พอคพระผูกคอยากคายเคินสวนเข้าไปในโรงไฟจึง ถามขน ไครับกำคอบว่าเป็นหม้อใก่งู ค้องการนำไปทั้งนอกวัค จึงขอหม้อใบ นั้นรับอาสาว่า'จะนำไปทั้งเอง รับหม้องูมาแล้วทั้งใ'จว่า'จะฆ่าคัวคายค้วยการ ให้งูกัค จึงไปในทั้แห่งหนั้ง วางหม้อแล้วเปิคฝาหม้อออก หย่อนมือลงไปใน หม้อ แค่งูมิไคกคเธอ เธอแกว่งมือกนให้มือถูกปากงู งูก็่บังกงไม่กัค เธออ้า ปากงูออกแล้วสอคนั้วเข้าไป งูก็่ใม่กัคอก เธอจึงกิคว่านั้กงมิใช่งูมืพิษ แค่เป็น งูเรือนธรรมคา จึงทั้งงูนั้นแล้วเข้าไปในวิหาร ภิกษุทั้งหลายถามเธอว่าทั้งงูพิษแล้วหรือ เธอคอบว่านั่นมิใช่งูพิษ แค่ เป็นงูเรือนธรรมคา ภิกษุเหล่านั้นก็่ยืนบันว่าเป็นงูพิษ เพราะแผ่แม่เบย ช่ฟูฟู พวกคนต้องช่วยกันออกแรงคับ กว่า'จะคับไค้ค้องเถืยเวลาไปมาก ทั้ว่าไมใช่ งูพิษนั้นรู!ค้อย่างไร เธอจึงบอกว่าคนทำอย่างนั้เพอให้งูกัค แค่งูก!ม่กัค สอค นั้วเข้าไปในปากแล้วก็่บังไม่กัค แสคงว่ามิใช่งูพิษ'จริง ภิกษุเหล่านั้นพิงแล้วก็่ นั้งกันไป ไม่ติคใ'จสงลัยอะไร ๒๕^ พTgมหาโ'พธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
เธอรอดซวิตจากงูมาได้อย่างเหลือเซึ๋อ ต่อมาอกครั้งหนง ซ่างฅัคผมถือมคโกน ๒-๓ เล่มมาทวัคเพอปลงผม พรร:สงฆ วางมคโกนทํ่ส์ารองไว้ทพั้น ปลงผมภิกษุทั้งหลายคัวยมคโกนอกเล่ม หนง ภิกษุผู้อยากดายนั้นจับมคโกนทวางไว้นั้นฃนคู เห็่นใบมดคมกริบ จงคิด ใช้มดโกนนั้นปาดคอฅัวเอง จึงหยิบมดไปทั้คันไม้คันหนั้ง พาดคอไ'พ'บกํ่งไม้ จ่อคมมดไว้ทั้ก้านคอ ก่อนทั้จร!กรร;ซากใบมดให้ปาดคอ เธอได้!คร่ครวญถงลืลฃองดน ตั้งแต่บวชมา ได้เห็่นคิกซองตนหมดจดไม่มมลทิน ตนรกษาคิลได้อย่าง บริสุทธิผุดผ่องยงนก ด้งดวงจันทรทปราศจากเมฆหมอกบง ด้งดวงแก้ว มณทั้ซดคิแล้วฉร;นั้น เมํ่อเห็่นอย่างนั้!เฅิก็่แผ่ซ่านไปทั่วสริระ: เธอซ่มรฅิไว้แล้วเจริญ วิปิสสนา จิดใจสงบนั้งเกิดปิญญารู้แจ้ง ไคับรรลุพระ:อรหัดผลและ:ปฏิร'มภิทา ทั้งหลาย จึงลดมดโกนลง ถือมดโกนกลับไปหาซ่างด้ดผมทํ่กำลังปลงผมพระ:อยู่ ภิกษุทั้งหลายจึงถามเธอว่าถือมดโกนไปทำอะ:ไรมา เธอดอบดามดรง ว่าถือไปเพํ่อปาดคอตัวเอง เมอถูกถามว่า ก็่เมอเป็นเซ่นนั้นทำไมจึงยังไปดาย เธอจึงดอบว่า ตนไม่สมควรทจร!ฆ่าด้วตาย ตอนแรกคิดว่าจักด้ดก้านคอด้วย มดโกนนั้ แต่มาด้ดกิเลสเลืยสินด้วยมดโกนลือญาณ ภิกษุเหล่านั้นจึงเช้าใจ ว่าเธอแสดงดนว่าเป็นพระ:อรหันฅ อวดอ้างอุดริมนุสสธรรม จึงไปกราบทูล ฟ้องพระ;พุทธเจ้า พรร;พุทธองคดรสว่า ธรรมดาพรร;ฃณาสพย่อมไม่ปลงซวิตตนด้วย มอของตน อ้ณฬสิอเร่อ /ร5๗ www.kalyanamitra.org
ภิกษุเหล่านั้นจึงกราบทลว่า \"ก็่ภิกษุรฺปนสมบรณศ้วยอุปนิร'ยพระ ๆ ข่ fii V 1 อรหัตอย่างน ทำ ไมๆงฅินรนฆ่าตัวตาย อะไรเปีนเหตุแห'งอปนิรยเช่นนั้น และ เพราะเหตุไรงูจึงไม่กัดเธอ'* พระพุทธองสื.ค้ฅรัสว่าในอคฅกาล สมัยพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่า กัสสปะ กุลบุฅรคนหนั้งไ^งธรรมแล้วเภิคศรัทธาขอบวช ครั้นไค้เป็นภิกษุแล้ว ณภิคความเบอหน่าย คิคอยาก'จะสิก จึงบอกเพํ่อนภิกษุรปหนั้ง เพึ่อนภิกษุ ๆฃํ ๆ ห้ามเธอไว้บอกว่าเพศคฤหัสถนั้นวุ่นวาย เธอจึงระงับใ'จไค้และอยู่ต่อไป ต่อมา เธอนั่งขัคสมณบริขารอยู่ เห็่นเพอนภิกษุเคินมาจึงบอกว่า เมอฅนสิกออกไป ตั้งใ'จ'จะถวายบริขารเหล่านั้แก่ท่าน เพอนภิกษุไคยนคังนั้นก็่เภิคความโลภใน บริขารเหล่านั้นขนมา จึงคิคว่าควรให้เธอสิกไปเสิย คนจะไค้บริขารเหล่านั้ จึงหลังจากนั้นไค้พรรณนากุณของคฤหัสถมประการต่างๆ จนกระทั่งเธอเภิค ความเบอหน่ายค้องการสิกอก แต่ก่อนทํ่จะสิก เธอไค้พิจารณาคำของเพอนภิกษุว่า เมอก่อน คน บอกว่าจะสิก เพอนก็่บอกว่าสิกไมค ซวิคคฤหัสถวุ่นวาย คอนนั้เมอเราบอกว่า ล้าสิกไปจะถวายบริขารให้กลับบอกว่าการเป็นคฤหัสถนั้นค ก็่แสคงว่าเพอนม ความโลภค้องการบริขารจึงกล่าวอย่างนั้ จากนั้นกึ๋โค้สติกลับใจไค้ค้วยคนเอง ไม่คิคสิกอกเลย เพอนภิกษุรูปนั้นไค้พูคทำใหจคของเพอนเภิคความกระลัน มาในชาติ นั้เธอจึงเภิคกระลันเบํ่อหน่าย อยากฆ่าคัวคาย แต่เพราะเธอไค้บำเพ็่ญสมณ ธรรมมาเนั๋นนานในสมัยพระกัสสปพุทธเจ้า สมณธรรมนั้นเภิคเป็น'อุปนิลัยแห่ง พระอรหัคผลของเธอ ล่วนทงูไม่กัคเธอนั้น เพราะงูนั้นเคยเป็นทาสของเธอมา ในอดคชาติ มความค้นเคยกับเธอมา เคยมไมคริจิคต่อกันมายาวนาน จึงไม่ อาจจะกัคสรระของผู้เคยเป็นนายของคนไค้ เอ๕๘) พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
เพราร;เธอเกยมงูนั้นเป็นทาส ฅอนหลังภิกษุทั้งหลายจึงเรยกเธอว่า พรร{สิ'ปปทาส ภิกษุทั้งหลายกราบทูลถามอกว่า ภิกษุนั้นยืน'จ่อมคโกนทก้านกออยู่ แฅใค้บรรลุพระอรหัฅผล ก็่พระอรหัฅผลเภิคขนไค[คยขณะเพยงเท่านั้นหรือ หนอ พระพุทธองกฅรัสว่า \"อย่างนั้น ภิกษุทั้งหลาย เมอภิกษุผู้ปรารภความ เพยรยกเท้าฃ็้นวางบนพน เมอเท้ายังไม่ทันถื้งพนเลย พระอรทัฅมรรคก็่โท้เภิฅ ฃนแmริง ความเปีนอยู่แม้เพยงชั่วขณะของท่านผู้ปรารภความเพยรประเสริฐ กว่าความเป็นอยู่ 6>oo ปีของษุคคลผู้เกยจคร้าน\" 'จากนั้นไค้ฅรัสพระกาถานั้ว่า โย จ วสฺสสตํ ชเว กุสิโต หนวริโย เอกาหํ ซวิตํ เสยโย วริยํ อารภโต ทฬุห ฯ การมชวิคอยู่เพยงวันเคยวของบุกกลผู้ปรารภกวาม เพยรมั่น ยังประเสริฐกว่าการมซวิฅอยู่ทั้ง ๑๐๐ ป็ ของบกกลผ้เกย'จกร้าน มกวามเพยรฅํ่า. จากเรอง ^ปปทา เถระ ถหัถถวรรค อรรถกถาธรรมบท amz/iaaiSa (^๕^ www.kalyanamitra.org
มัคใจกนเขาใช้อะไรมัก เอา เชอกรกจับขังยังคนหน ฆูกอะไรไม่เท่าผูกปลูกไมกร มันกงกกว่ารักเชือกมักฅรึง. ^^ ไอ๖๐^ พygมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ทองกลายฟ้นถ่าน พ^^^พ^ lUBfiคนมาเล่.าใคพรเ^งว่.า ทบ้านหลังโน้น อยู.่ๆ ทองกลายเป๘็นถ่.านVไ,ป กนทไค^งก็่อาจหัวเราร: หรอพูคว่าเป็นไปไมไค้ หรือว่าเป็นไปไค้ยังไง อร;ไร ทำ นองน เพรารแรองอย่างนิ้เป็นเรองทคนทั่วไปกิคว่าเกิคซนไมไค้จร:มกื่แก่เป็น เรองเล่าก่อกันมาเท่านั้น ซงฟิงแลัวก็่มิไค้เชอว่าเป็นจริงเป็นจังอร:ไร แฅในความเปีนจริง เรองทคิศว่าไม่น่าเกิดขนไค้หรือไม่น่าเปีนไปไค้แด่ ก็่เกิดขนแค้วหรือเปีนไปแล้วทนั่นทน สร้างความค้บฒแอะสร้างความอักิจรรย ใจแก่ผู้พบเห็่นโดยฅรงมามากด่อมากแล้ว เพรา^ส่งทคนคิดกับร่งทํ่เกิดขนจริง นั้นมักจะสวนทางกันเสมอ แม้เรองทองกลายเป็นถ่านนั้ก็่เช่นกัน คนถ่วนใหญ่ย่อมคิดว่าเป็น ไปไมได้ แต่คนทั่เป็นเจ้าของทองทั่กลายเป็นถ่านไปนั้นย่อมบอกไดชดเจนว่า เป็นเรองจริง เกิดขั้นจริงแก่ตนเองมา amyiaaiila ^ www.kalyanamitra.org
เรองทำนองน็้ เป็นเ'รองทเกิคฃนเฉพาะ:'รุคเฉพา2บุคกล และ:เกิดซน ไม่ปอย อา'จเกิคมแก่กรั้งเคยวและ:เกิดมานานแล้ว จึงทำใหรูกันในทำนองเรั้อง เล่า กือบอกเล่าสืบๆ กันมา ยํ่งศมัยโบราณทการสือลารยังไม่ม ท?อมแล้วแค่ ไม่แพร่หลาย ก็่ยั๋งเป็นเรั้องทกนอนไม่รู้'ห?อรู!มใคไปโดยปริยาย และเรองทำนองน ทคนไม่ค่อยเชอหรอไม่ค่อยลเนใจ'ๆริงจังก็่เพราะ พิปีจนใฅ้ยาก เห็่นได้ยาก และคิดหาเหตุผลไมได้ว่าเกิศขนได้อย่างไร ทศลอง หรือพิสูจนดามหลักการสมัยใหม่ก็่ไมได้ดังนั้นจึงม่ศเปีนไม่เชอและบอกว่าเปีน ไปไมได้[ป นัง้ทความจริงเปีนได้และเกิดขนจริงได้เปีนแค่คนเราปีจ'ตุมันเข้าไม่ ถงและไม่มเกิดฃ็้นในสมัยของฅนเท่านั้นเอง มหลายเรั้องทำนองนิ้ ทมและ:ทเป็นไปแล้วในโลกน แค่เราไม่รู้!ม' แพร่หลาย เพราะ:ในยุกก่อนๆ กใมไค้มการบันทึกห?อมการบอกเล่ากันไ^ล้ เพราะ:มเพราะ:เป็นดอนทไม่มการเผยแพร่ข่าวกว้างขวางก!ค้ แค่เมอเกิดซนใน ปี'จ'รุบันจึงเป็นเรั้องอัก'จรรย เป็นเรั้องทมกนสนใ'จ มการพิสูจน มการทดลอง ทางวิทยากาสฅร่ มการบันทึกเรั้องราวไวิโดยละ:เอยด จนเกือบจะ:กลายเป็น เรั้องธรรมดาไป เข่นเรั้องการเปลยนเพก ห?อการแปลงเพก ซงปีจ'รุบันมการ เปลํ่ยนอวัยวะ:เพกไหมไค้เกือบ ๑00% แล้ว ค่อไปหากพัฒนาไปเรั้อยๆ อาจ เปลยนไค้เฅ็่มสมบูรณกืใค้ ในสมัยพุทธกาล มเ'รองทองกลายเป็นถ่านเกิดซน และ:ไค้กลับเป็น ทองเหมือนเดิมค้วยบุญญานุภาพซองผู้มบุญ ชงเป็นเรั้องอันเหสือเซอ ท่าน จึงบันทึกเป็นหลักจฺานไวิในกัมภร่ ^๖๒)พร!?มหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
เรํ่องเกิดฃั้นทํ่เมืองสาวตถ ได้ยินว่า ทรัพยสินทเป็นเงินและทอง โกฏิของเศรษ^กนหนงใน เมืองสาวัตถไค้กลายเป็นก้อนถ่านสิคำไปทั้งหมคอย่างน่าอัก'จรรย เป็นเรอง เหสิอเซอ'จริงๆ เกรฬเจ้าซองทรัพย่เห็่นแล้วก็่โทมนัสเศร้าโศกอย่างมาก ถึง กับห้ามอาหารไม่ยอมกินไม่ยอมไปไหน นอนระทมทุกฃอย่บนเตยงอย่างเคยว ไม่รู้ว่าเวรกรรมอะไร จงทำให้เหตุการณอย่างน็้เกิคฃ็้นแก่ตน ต่อมาเพอนฃองเกรษ^กนหนงไปเยยมถามอาการ กรั้นไค้ทราบ สาเหตุแล้วก็่ปลอบใ'จ บอกว่ามืวิธแก้!ซ แล้วไค้บอกวิธให้ทราบ กือ ให้เกรษ^ นำ ถ่านไปกองรวมกันบนเสิอทํ่ตลาคซองตนในเมือง ทำ ทเหมือนกนขายถ่าน บรรตาผู้กนทเคินผ่านไปมา หากมืใกรพูตขนว่า คนปีนเขาขายผ้าขาย'นามัน แฅ่ท่านมานั่งขายถ่าน คูกระไรปียู่ ก็่จง'หูดกับเขาไปว่า ถ้าไม่ขายขปีงขปีงคน จะให้ทำปีะไร ถ้าม่คนมาพูดว่า คนปีนเขาขายผ้าขายนํ้ามัน แด่ท่านมานั่งขาย เงินขายทปีงปียู่กถางพ็้นถาน ก็่'จงพูคว่าเงินทองอยู่ทไหน เมอเขาหยิบถ่านขน มาแล้วกี่'จงรับถ่านทเขาส่งให้ ถ่านกี่'จะกลายเป็นเงินเป็นทองตามเติม ถ้ากน ททำไค้เซ่นนเป็นหญิงสาว ท่าน'จงนำมาแต่งงานกับลูกขายท่าน มอบทรัพย่ สมบัติให้นางทั้งหมตดูแล หากเป็นซายหนุ่ม กี่'จงนำมาแต่งงานกับลูกสาวท่าน มอบสมบัติให้เขาทั้งหมค ส่วนตัวท่านกี่ใช้'จ่ายตามทเขาให้ เกรษจ้ไคท้เงตังนั้นกี่ยินคว่า'จะคำ เนินการตามนั้น แล้วนำถ่านไปกอง ไว้บนเสิอกลางตลาค นั่งเล้าเหมือนรอขายซอง เมอมืกนมาทักว่า มานั่งขาย ถ่านอยู่ แปลก'จริงๆ กี่ให้กำตอบเขาไปตามทเพอนบอก www.kalyanamitra.org
กรงนั้น มหญิงสาวกนหนงฟ้นธิคาของฅร2กูลเก่าแกในเมืองนั้น ซอ ว่า กิสาโคตมื เพราะมืรูปร่างบอบบาง เธอไปคลาคแค่เช้า เห็่นเศรษ^นั้นนั่ง ขายของอยู่จึงกล่าวว่า คนอนๆ เขาชายม้าขาย'นามันกัน (1วนท่านมานั่งขาย เงินขายทองทำไม เกรษจึจึงถามว่าเงินทองอยู่ทไหนเล่า นางกี่กอบถ่านฃ็้นมา แล้วบอกว่านั่ไงเงินทอง แล้วล่งให้เกรษจึ เกรษจึรับมาแล้ว ถ่านนั้นกี่กลายเป็น เงินแลร;ทองคามเดิม สร้างกวามยินคแถ่เกรษ^เป็นอย่างมาก เกรษจึจึงถามซํ่อแล::ครร;กูลวงกี่ของนาง เมอทราบว่านางยังไมไค้ แค่งงาน จึงไค้[ปล่ขอนางให้มาอยู่กับลูกชายคน มอบทรัพย่สมบัติ <1๐ โกฏิ ให้นางกรอบกรอง ทรัพย่ทั้งหมคกี่กลับสภาพเป็นเงินแลร;ทองคามเดิม ค่อมานางกิสาโกคมืไคฅงกรรภแล้วกลอคบุคร เลยงคูลูกค้วยกวาม รัก'จนกรร:ทั่งเติบโคพอเดินไค้ลูกกี่เส์ยซวิคไปกร:ทันหัน นางไม่ยอมให้ผู้กนแคร; ต้องลูกชายเพราร:นางไม่เกยเห็่นกนคายมาก่อน อุ้มลูกชายไว่กับอก ออกไปทํ่ ถนน ถามหายาท'จร:มารักษาลูกชายไปทุกบ้าน ผู้กนค่างกี่สงสารเหื่นใ'จ บอกว่า \"แม่ๆณ เธอเปีนบ้าไปแม้วหรออย่างไร ถูกฅายแม้ว จะมยาทไหน มารักษาไม้\" ชายกนหนงเห็่นนางแล้วกิคว่านางกงไม่เกยเห็่นกนคาย จึงไม่รู้ว่า ลูกคนคายแล้ว ไม่อาจฟ้นไค้ จึงไค้บอกแก่นางว่า คนไม่รู้ยาทจร:รักษาลูกของ นาง แค่รู้ผู้ทรู้ยาว่าเป็นไกร ขอให้นางไปถามเองกี่แล้วกัน คังนั้แล้วกี่ซ!ปทวัค เชควัน ชงสมเค็่จพรร:ลัมมาลัมพุทธเ'จ้าปรร:ทับอยู่ทนั่น นางรับไปทวัค เช้าเกัาพรร:พุทธองกี่ วางลูกแล้วกราบถวายบังคม ทูล ถามถึงยาทจร:รักษาลูกชาย พรร;พุทธองกี่ครัสบอกยาให้แก่นางว่า ไฮ๖๙) พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
\"ไปนำเมถ็่คผักกาศมาทยิบมือหนง เมล็่ศผักกาคนั้นจะต้องไฅ้'^าก เรือนทไม่เศยมืคนตายเท่านั้น จึงจะใช!ต้\" นางรับทราบแล้วรบอุ้มลูกไปถามหาเมล็่คผักกาค เมอเขานำออก มาใหกถามว่าทํ่บ้านนิ้มกนตายบ้างไหม เขาตอบว่าม เมอ!)ทแล้วยายตายไป เมอสองเตือนก่อนตากึ่ตายตามไป นางตืนเมล็่คผักกาคทรับมาบอกว่าไซ1ม่ ไค้ แล้วไปบ้านอนขอเมส็่ตผักกาค แตกรับไมไค้เมอเค้าของบ้านบอกว่าทบ้าน นมกนตายมาแล้วหลายกนเพราะอยู่กันมานาน นางก็่ใปบ้านอนๆ ตามลำคับ ทุกบ้านต่างยอมรับว่าเกยมกนตายในบ้าน พ่อตายบ้าง แม่ตายบ้าง ลูกขาย ตายบ้าง ลูกสาวตายบ้าง นางเดินถามอย่างนจนกระทั่งเย็่นกาก็่ยังไมไค้เมล็่ตผักกาคจากบ้าน ทไม่เกยมกนตายในบ้านตามทํ่ค้องการ ศพลูกชายก็่เรํ่มซึนอืคส่งกลินเหม็่น จิตใจนางทอ่อนค้วยกวามรักในบุตรก็่เรั๋มแฃ็่งกล้าขน สดิเรมกลับมา นางเรํ่ม กิคไค้ว่า ทเดินถามมาเกือบทั้งวันนั้น ทุกบ้านบอกว่ามคนตาย และคนตาย นั้นก็่มมากพอๆ กับคนเกิด ไม่มืใครทไม่ตาย ทุกคนต้องตายฑงนน เมอกิคไคจึงทั้งศพลูกขายไว้ในฟ้า แล้วเดินกลับไปทั้วัคเขตวัน พระบรมศาสคาตรัสถามนางว่าไค้เมล็่คผักกาคตามทค้องการหรือ เปล่า เมอนางกราบทูลว่าไมไคลักบ้านเคยว เพราะทุกบ้านมกนเกยตายในบ้าน ทั้งนั้น จึงตรัสบอกนางว่า \"เธอเข้าใจว่าถูกชายของเฑเท่านั้นตาย แต่แท้จริงแล้ว ความตายนั้น เปีนธรรมฅาทแปนอนนำหพัล้ตวโถกนั้งหลายทเกิศมา เพราะว่ามัจจุราชย่อม คร่าชวิตล้ตวโถกนั้งมวลนู้มือัธยาต้ยยังไม่เต็่มเปียมถงไปในทะเลคืออบาย ศุจ ท้วงนั้าใหญ่พัดพาไปฉะนั้น อ้ชเ2^สิอเร่อ ๕ www.kalyanamitra.org
มฤตยู^ ย่อมพดพาไปชงนรชนยู้มวเมาในบุตรแลร; สัตวเลยง ผูมใจซดซ่านไปในอารมณต่างๆ ดุจห้วง นํ้าใหญ่พคพาซาวบ้านผหสับโหลไปฉร;นั้น\" ฌํ่อจบเทศนาน นางกิศาโคฅมไค้ส์าเรจโสดาปิฅฅิผลแล้ว จากนั้น นางก็่ทูลขอบวชในพระพุทธศาสนา พระบรมศาสดาก็่ทรงอนเกราะห้!ห้ เมอ นางบวชแล้วไค้นามว่า กิสาโคตมเถร วันหนง นางถื้งวาระดูแลโรงอุโบสถ ดามประทบแล้วนั่งดูไฟอยู่ เห็่น เปลวไฟอุกโพลงชนแล้วหรลงเป็นระยะๆ ก็่คิดว่าสัฅวโลกก็่เหมือนกัน เกิดฃ็้น แล้วคับไปเป็นธรรมดา ผูถงพระนิพพานแล้วย่อมไปปรากฏอย่างนั้น สมเค็่จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประทับอยู่ทพระคันธกฎนั่นแล ทรงแผ่ พระรัศมืไป คังประทับนั่งอยู่ต่อหน้าของพระเถร ฅรัสว่า \"อย่างนั้นนั่นแหละ โคตม ^ฅวโลกทั้งหลายย่อมเกิคและคับเหมือน เปลวประทป ถงนิพพานแล้วย่อมไม่ปรากฏอย่างนั้น ความเปีนอยู่แม้เพยง ขณะเ^วชองผู้เห็่นนิพพาน ประเ^^ริฐกว่าความเปีนอยู่ (5)๐๐ ปี ของ^ม่ เห็่นนิพพานอย่างนั้น\" จากนั้นไค้ตรัสพระคาถานั้ว่า โย จ วสฺสสตํ ชเว อปสฺส์ อมตํ ปทํ เอกาหํ ชวิตํ เสยฺโย ปสฺสโต อมตํ ปทํ ฯ ก็่การมืซวิดอยู่เพยงวันเคยวของบุคคลผูเห็่นอมดบทคือ นิพพาน ยังประเสริฐกว่าการมืชวิดอยู่ดั้ง ๑๐0ป็ของ บคคลผไม่เห็่นอมดบท. จากว่อง กิ าโคตม ({วทค อทถกถาธรรมบท ^๖๖ไ พร!!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
๒(ส่ จนแต่ใจถง ๆ^^^^(■v;. ความจน จัคว่าฟ้นธุปสรรกส์ากัญทสุคในการคำรงซวิฅของ มบุษย ไม่ว่าจะจนทรัพย จนกำลัง จนพวกพ้อง จนกวามคิค จนปิญญา รวม ทั้งจนใจ ความจนเหล่านแม้เพยงอย่างเคํยวฌอเกิคขนแก่ยูไค ก็่ทำ ให้ยู้นั้น ประสบกับกวามลำบาก กวามทุกฃเฃ็่ญ กวามท้อถอย กวามมืคมน รวมไปถึง กวามลำบากลำ เกื่ญ กวามขิคหวัง กวามสูญเถึยโอกาส เป็นค้นอกมากอย่าง เพราะฉะนั้น กวามจนจงถึอว่าเป็นภัยร้ายแรงอย่างหนํ่ง อันทจริง ความจนมอยูในตัวซองบุคคลทุกคน แต่ทุกคนมความจน ไม่เหมือนกันแล^จนไม่เท่ากัน บางคนจนทรฬยแฅไม่จนปีญญา คือฉลาคทุก อย่าง ๆยโฅโอ้อวดได้ทุกอย่าง แต่ก็่ยากจน ทัง้ทมืปีญญาแต่ก็่จน เพราร!ฉลาด อย่างอึ่นแต่จนความคิดทึ๋จร!ทำให้เกิดทรัพย่บ้าง เพราร!จนกำอัง ทำ ไมได้หรือทำ ไม่ไหวบ้าง บางคนจนปีญญา แดไม่จนทรัพย่ จงลรุ่ยลุร่าย ไม่เห็่นคุณค่าของ www.kalyanamitra.org
ทรัพย หาทรัพ^ม่เป็น ทมอย่ก็่เป็นมรดกจากพ่อแม่ ไม่นานทรพยf^มบัฅิก็่วิบัติ หมดร้นไปโดยไม่เป็นประโยชน เพราะจนบัญญา บริหารจัดการทรัพยไม'เป็น บางคนจนทั้งทร้ฑยจนทั้งชญญา ซวิตก็่หมดท่าไม่เ!เนโด้ฟ้นพาย แต่บางกนไม่'จนทั้งสองอย่าง ทรัพย่ก็่เลิศ ฮญญาก็่เยยม นับว่า ปร^เสริรุ สฃสบายไปทั้งชาติ ceS จิ แต่แม้จ2สมบูรณด้วยทรพย่แลร:ปิญญาอย่างนั้น หากว่าจนศรัทธา ไม่เชอเรองบาปบุญ ไม่สร้างสรรคปรร:โยชนั ไม่สร้างสรรกกวามคอันจร:มผล ติคกามตนไปไค้ในชาติหน้า ร่งทั้มอปูก็่ให้ผลเฉพาร;ในชาตินั้ชาติเดยว หมด ลมไปแล้วชญญาก็่หมด ทรัพย่ก็่เปลยนมือ ไม่มือร;ไรติดตามไปได้เลย เมึ๋อ กล้บมาเกิดใหม่ ก็่จร;ยากจนแลร;ไร้ชญญา เพราร:ทรัพย่กับปิญญาทมืในชาติ ก่อนไม่อาจติคกามมาให้ผลในซาตินั้!ด้เพราร:จนศรัทธา กวามจน มิใช่กาวร:ทน่ารังเกิยจ มิใช่กาวร:ทน่าคูถูกเหยยกหยาม ผู้มื สมอง ผูมปิญญา ผูมจิกกล้าแฃ็่ง ชนร:ใจกนเองได้ก็่สามารถเอาชนร:กวามจนได้ สามารถใช้กวามจนเป็นบทเร้ยนซวิกได้ด้วยการใซปิญญาใช้สมอง แลร:สองมือ มุมานร:พยายาม ฟินฝ่าอุปสรรก ทำ งานสุจริก เก็่บหอมรอมริบรายได้สร:สมไว้ เรํ่อยๆ กินใช้อย่างปรร:หยักไม่สร่ยสุร่าย ห้ายทสุกก็่พ้นจากกวามยากจน พ้น จากกวามยากลำบากแบบเก่า มาเสวยสุขเสวยสมยัติอย่างภากภูมิใจ ช้อลำกัญทสุกในการเอาชนร:กวามจนก็่กือด้องใจถึงใจทั้อยู่ในรร;ด้บ ใจถึงก็่คือใจทั้กล้าทำ ทำ จริงอย่างทั้งใจไม่เหลาร;แหลร;โอนเอน ตดเงึ๋อนไข แลร;ข้อกงวลได้เด็่ดขาด เถึยสลร;ทำสิงทั้คิดไว้อย่างเต็่มทั้ อย่างนั้เริยกว่าใจถึง เอไช๘! พygมหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
กนใ'จถึงเท่านั้นจึง'จะซน วามจนไค้อย่างเค็่คฃาค หาไม่แล้วก็่จะรวนเร หาย จนแล้วลืมตว ก็่จร;กลบมาจนอก ใจถึงแล้วรวนเร ก็่จะกล้บมาจนอก มกน ม่วนหนงทเรนอย่างนั้ กนจนม่วนไหญใจไม่ถึง มกวามฅระหนเถึยคาย กิคแค่เพยงว่าคัวเอง ยังจน ยังไม่มทจะเถึยสละช่วยเหถึอกนอน ขอให้รวยเถึยก่อนก่อยทำ หรือให้ กนรวยเซาทำไปก็่แล้วกัน คิดแต่เ'พยงว่าการทำบุญการช่วยเหลือคนอึ๋นเรน เรองของคนรวย มี่ใช่เรองของคนจน คนจนมี่หน้าหรับ มี่ใช่มี่หน้า^ห้อร;ไร ทำ นองนั้ใจเลยไม่ถึง เมอใจไม่ถึง ก็่ไมไค้ทำ เมอไมไค้ทำ ก็่ไม่มี่อานิสงม่ เมอ ไม่มี่อานิสงส์ จะทำให้พ้นจากกวามจนไค้อย่างไร ย่วนคนจนทใจถี้ง เห็่นว่าตัวเองจนเmาะไมพ'^มไค้ช่วยเหถือ เกอกูถคนอนร่'งฒไว้แฅ่อศต จงไปมผลอานิงถืช่งนองมาถืงปีจๅบัน เมอ คิศเห็่นอย่างนจี้งใจถืง ยอมเถืยถะบริจาค เกอกูถคนอน แม้จะเถ็่กน้อยตาม ประaาจนแตกทำก็่ช่วย พอมิใmวเองเดือคร้อนมากนัก เมอทำไปปอยเข้า ตังสมไปมากขนก็่เป็นกอบเปีนกำ เป็นเนอเป็นหนัง มอานิสงตัสนองไหIครบ มถ พ้นจากความจนไปไค้เรึ่อยๆ ก้าวหน้าสูงขนไปเรึ๋อยๆ กนจนใจถึงในสมัยพุทธกาลก็่มี่ เป็นกนจนแค่มี่ศรัทธาอยากทำบุญ ไม่มี่เงินทำบุญ ก็่สละผ้าห่มทฅนใช้ร่วมกับภรรยาทำบุญ แค่กว่าจะซนะใจ คนเองไคกค้องรบกับกวามวิฅกกังวลในกวามจนของคัวเนั๋นนานพอสมกวร แค่ ในทสุคก็่คัคสินใจบริจาก ใจถึงในวินาทสุคท้าย ถึงกระนั้นกึ๋ใครับผลคอบแทน มากมาย สุขสบายไปทั้งซาฅิ จนแคใจถึงอย่างนั้มี่แล้ว ท่านจึงมันทกเป็นหลักฐานไวิในกัมภร่ อัพเ2/!สิอเร่อ /๒๖๙^ www.kalyanamitra.org
เรองเกิดฃนทํ่เมองสาวตถ พราหมณกนหนงในฌืองสาวัฅถผูกนเรยกเขาว่า จูเฬกสาฎกเพรา:: เขามผ้าทน่งปร::จำผืนเคยว ส่วนผ้าห่มมอกผืนหนงแคใช้ร่วมกันกับภรรยา ชงกี่มผ้าน่งผืนเคยวเหมอนกัน เวลาออก'จากบ้านค้องออกไปทละกน จัคว่า เป็นกรอบกรัวท'จนทสุคกรอบกรัวหนง วันหนง มประกาศว่าทวัค'จฟ้เทสนทั้งกลางวันและกลางคืนในวาร:: ส่ากัญ พราหมณมจิฅศรัทธาอยากไปทัเงธรรมจํงบอกภรรยา ภรรยากี่อยากไป เหมือนกัน เลยตกลงให้ภรรยาไปคอนกลางวัน ส่วนตน'จะไปคอนกลางคืน เมอ ภรรยากลับมาแล้ว พราหมณจํงไค้[อกาสไปวัค และกี่โขกคืทไค้ทนั่งฟ้งธรรม ต่อหน้าพระพักตร่พระพุทธเค้า เขาพังธรรมไปเกิคป็ฅิซาบซ่านทั่วสรระไป เขากิค 'จะบูชาธรรมพระศาสคาค้วยจิตศรัทธา แคใปมืเงิน'จะบูชาธรรม มืแต่ผ้าห่มผืน เคืยว แม้'จะเก่าแต่กี่พอใช้ทำอย่างอนไค้ แต่กี่มากิคอกทํว่า ล้าตนบูชาธรรมค้วย ผ้าห่ม ภรรยาและตนกี่'จะไม่มืผ้าห่มใช้ต่อไป กิคแล้วกี่เกิคกวามเส่ยคายฃ็้นมา ความคิศแพทศ้องการบูชาธทม เรยกว่า รทราจิต คือจิฅทมความ เซอเถอมh ความคิคอย่างหลังเรยกว่า มัจเฉรจิต คือจิฅทมความฅร:!หน เคืยคาย ต่อมา เขามืลัทธาจิตกิค'จะบูชาธรรมอก แตกถูกมั'จเฉรจิตกิคห่วง กังวลใ'จว่า'จะไม่มืผ้าห่มใช้เช้ามารบกวนอก กี่เลยค้องหยุคกิคบูชาธรรม เขา ถูกกวามกิคตระหนเส่ยคายรบกวนส่ย่างน 'จนกระทั่งปฐมยามผ่านไป และ ในมัชฌิมยามเล่า เขากี่กังกิคว่าจักถวายแล้วกี่กิคว่ากักไม่ถวาย สลับกันอยู่ อย่างน 'จนล่วงไปถึงปี'จฉิมยาม ชงอกไม่นานกี่'จะสว่างแล้ว ในคอนสุคท้าย เขากัคสินใ'จเค็่คขาคว่าจักถวาย โคยกิคว่า ไอ๗^ พรรมหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org
\"เมอร'ทธาจิฅของเรารบกับมัจเฉรจิตอยู่ ทำ ให้เวลาม่านไป ๒ ยาม แล้ว ล้ามัจเฉรจิฅของเรากังเจริญอยู่อย่างนั้ ก็่จักทำให้เราโงหัวขนไมได้จาก อบายภูมิทั้งร่ เราขอบูชาธรรมเรยเศึ๋ยวนละ\" เขาข่มกวามฅรร:หนไค้แล้วทำร'ทธาจิฅให้เป็นเบองหน้า ถือน้าห่มไป วางลงแทบพระบาทสมเค็่จพรร:รมมารมพุทธเจ้า เปล่งเถืยงขนอย่างคัง ๓ กรั้งว่า \"ซิตํ เม, ซิตํ เม, ชิตํ เม\" ชงแปลเป็นกวามไทยไค้ว่า \"เราซนร;แล้วๆๆ\" ขณร:นั้น พรร:เจ้าปเสนทิโกศล พรร:ราชาแห่งเมองสาวัฅถื แกว้นโกศล ก็่ปรร:ทับฟ้งธรรมอยู่ค้วย เมอทรงไค้ยนเถืยงเขาร้องขนอย่างนั้น ทรงรับร่ง ให้อำมาฅย่ยูฅคฅามไปถามพราหมณว่าเขาซนร:อร:ไรมา เมํ่ออำมาฅย่ใปถาม พราหมณกื่ฅอบว่ากนรบกับมั'จเฉรจิฅกวามกรร:หนั้ไค้ชยขนร;จงเปล่งเถืยงออก มาอย่างนั้น อำ มากย[ปกราบทูลให้ทรงทราบ พรร:เจ้าปเสนทิโกศลทรงดำริว่า พราหมณกนนั้ซนร:กิเลสไค้ กวรจร:สงเกราร:ห่เขา แล้วรับร่'งให้นำน้าสาฎกคู่ หนั้ง เป็นน้าล่าหรับน่งถืนหนั้ง ล่าหรับห่มฝ็นหนั้งมาพรร:ราขทานแก่พราหมณ พราหมณรับพรร:ราชทานน้ามาแล้ว เห็่นว่าเป็นน้าอย่างค้ไม่เหมาร: กับกน จึงบูชาธรรมพรร:บรมศาสคาค้วยน้าคู่นั้น พรร:เจ้าปเสนทิโกศลยํ่งทรงเลํ่อมใสในฅัวพราหมก! ทรงรับร่'งให้นำ น้ามาให้พราหมณอํก ๒ คู่ แม้พราหมณก็่ถวายพรร:บรมศาสคาอก ไค้รับ พรร:ราชทานน้าเพั๋มเป็นทวกูณ ถือ <1 คู่ ๘ คู่ (ร)V) คู่ ก็่ถวายพรร:บรมศาสคา ทั้งหมค ก่อมาไค้รับพรร:ราชทานน้า ๓๒ คู่ พราหมณคงน้าออกมา ๒ คู่ ล่าหรับกนแลร:ภรรยากนลร:คู่ อํก ๓0 กูใค้ถวายพรร:บรมศาสคา อ้นเฬสิอเร่อ /๒๗^ www.kalyanamitra.org
ท้าวเธอทรงเลึ๋อมใสยงฃั้นในความเส์ยสลร;แลร;ความสันโคษ มกน้อยของพราหมณทไมใช่เส์นคนมักมาก ทรงรบสังไท้อำมาตย!ปนำ ผ้ากมพล ๒ ผืนมาจากวง พรร;ราชทานให้แก่เขาแล้วเสด็่จกสับวัง พราหมณรับผ้ากัมพลแล้วกิคว่า ผ้าลองผืนนั้[ม่ศมกวรแฅะ:ต้องท สรระ:ของเรา เพราะ:เป็นของมก่ารากาสูง สมกวรแค่พระ:บรมศาสคาเท่านั้น คังนั้แล้วก็่นำผ้ากัมพลผืนหนงไปขึงทำเป็นเพคานผ้าต้านบนของเคยงทบรรทม ของพระ:บรมศาสคา อกผืนหนั้งนำไปขึงเป็นเพคานในททำกัฅกิจของภิกษทจะ: มาฉันประ:จำในเรือนของคน ต่อมา พระ:เจ้าปเสนทิโกศลเสค็่จไปทวัค ทรงเห็่นผ้ากัมพลท พระ:ราชทานกี่ทรงจำไต้ทรงคำริว่าพราหมณกนนั้เลอมใสในพระ:ศาสคาเหมึอน เรา จึงรับร่'งให้พระ:ราขทานสัคว่และ:ร่งของอย่างละ: d แก่พราหมณ คือ ช้าง d น้า d หญิง d ขาย d ทาส <1 เงิน <1,๐๐0 และ:บ้านส่วย d ตำ บล ค่อมาภิกษุทั้งหลายสนทนากันโรงธรรมว่า น่าอัศจรรย่จริง พราหมณ จูเฬ'กสาฎกไต้ถวายผ้าห่มผืนเคืยว แคไต้อานิสงส์มากมายโคยไคํริบพระ:ราชทาน เป็นสัคว่และ:สิงของอย่างละ:กิ พระ:บรมศาสคาเสค็่จมา คริสถามเรํ่องทพวกภิกษุสนทนากัน กรั้นภิกษุ เหส่านั้นกราบทูลแล้ว จึงคริสว่า \"ภิกษุทั้งหถาย ถ้าพฑหมณนั้นไศัถวายผ้าห่มในปฐมยาม เขาจักไค้ สรรพร่งทั้[ครบอย่างถร! <5>b ถ้าเขาไค้ถวายในมัชฌิมยาม ก็่จักไครับอย่างถร! ๘แค่เพราะไค้ถวายเวถาใกถ้รุ่ง จงไค้รับอย่างถร!d แค้จริง กรรมอันงาม เมอ ษุคคถจร!กรร!ทำ ก็่ไม่ควรให่อัทธาจิตmกิคฃนเภิยไป ควรทำในทันทํทั้นเอง ค้วย ^๒๗^ พรร;มทาโพgวงศาจาโย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ว่ากุffถกทมทบุกคลทำช้าไป เมอให้สมบัติ ก็่จะให้ช้าเหมือนกัน เพราะฉะบัน พึงทำกรรมอันงามต่อจากความคิศทจะทำเกิฅฃึนทเคยว\" จากนั้นไค้ฅรัสพระกาถานว่า อภิตถเรถ กลยาเณ ปาปา จิตุตํ นิวารเย ทนฺธํ หิ กรโต ปุฌฺฌํ ปาปสฺม รมต มโน ฯ พึงรบทำกวามค พึงห้ามจิกจากบาป เพราะว่าเมือ ทำ บุญช้าไป ใจจะยินคในบาป. จากเรอง พราหมณจูเอักรเาฏก ปาปวรรค อรรถกถาธรรมบท งเ^!0? aaiz^aaiila www.kalyanamitra.org
L£_ กำ เขาว่ากับทํ่นอยูไค้ ารู้อยู่|o_/ ๆM รน' กวรอยู่ง่ายกินง่ายกายแกปรือ ใหโถกลือองอาจชาติชายชาญ. ๙ พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ว^ คราวเศรษเไรฑุน ซวิตกนเรา เมอมองในค้านเศรษฐกิจการกรองซพอา'จเปลํ่ยนแปร ไปไค้เศมอ เคิ้ยวฃ็้นเคํ่ยวลง เคิ้ยวจนเคิ้ยวรวย เคยวศบายเคยวลำบาก กวาม เ?!นอย่างนิ้ย่อมเป็นไปไค้!คยไม่กาคกิค อยู่ทเหฅปิจจัยให้เป็นไป เหฅุปีจจัยอย่างหนงททำให้เปีนอย่างนก็่คือกรรมไค้แก่บุญและบาปท ทำ มา ใศรจะเชอหรือไม่เชอไมใช่ฃ้อฅ่อรองยกเว้น เพราะมันเปีนไปฅามครรลอง ปกติ เมึ๋อบุญขนมาให้ผล ช่วิฅก็่ฃนมาอยูในระดับเจริญ เมอบาปขนมาให้ผล ชวิศก็่ศกอับอยูในระดับฅา เป็นทำนองทํ่ท่านว่าไว้\"เมอบุญพาวาสนาส่ง ทป๋วยก็่หาย ทหน่าย กี่รก\" และ \"เมึ๋อบุญไม่พาวาสนาไม่ช่วย ทป่วยกี่หน่ฑทรกกี่หน่าย\" เพราะฉะนั้น ท่านจงไหร่'งสมเพํ่มพูนบุญเข้าไว้เรํ่อยๆ อย่าไค้ประมาท โคยเฉพาะคอนทเศรษฐกิจในซวิฅค เสพสุขอยู่กิ'บกวามสะควกสบาย มกิน มใข้เหลึอเทืเอ กินใซ[ปอกสิบซาฅิกี่โม่หมค เมํ่อคไค้อย่างนั้ก็่อย่ากิคประมาท อ้นเ»1สิอ1ร่อ /๒๗๕ไ www.kalyanamitra.org
เพราะถ้ามัวประมาท กินใช้อย่างประมาท สุรุ่ยสุร่ายอย่างประมาท ถ้าบุญยัง มอยูกยังกงไค้เสพสุฃส์าราญต่อไป แต่ถ้าบุญหมกและวาสนาสิ^นไป ทรัพย่สิน กี่จะเทือกหายไปอย่างรวกเร็่ว และเมอหมกแล้วกี่หมกเลย โอกาสทจะไค้กลับ กืนมาไหมโกยทไม่มบุญพาวาสนาช่วย กี่ป้วยการคิก ย่อมเป็นไปไมไค้ ย่อม ลำ บากยากจนไปจนหมกลมหายใจ ลูกหลานกี่ช่วยอะไรไมไค้ เพราะไคิรับผล กระทบเช่นเคยวกัน ถ้ามบุญวาสนากอยช่วยเหลออยู่ ไปประมาทในการทำบุญ ในการ ทำ กวามก ในการช่วยเหลือเกอกูลกนอน แม้ถึงกราวบาปกรรมเก่ามาให้ผล เกิกผลกระทบทำให้ค้องลำบากยากจนลงกลางกัน จะค้วยเหตุอะไรกี่แล้วแต่ เมอถึงวาระอย่างนั้นกี่ค้องลำบากค้องยากจนลงไป ค้องเผชิญกับกวามวนวาย ยุ่งยากไประกับหนั้ง แต่เพราะกวามไม่ประมาท เพราะบุญทลังสมไว้เรอยๆ ยังกอยประกับประกองอยู่ เมอบาปมันให้ผลจบสินแล้ว กี่จะกลับมาไค้สมบัติ ทรัพย่สินอก เท่าเติมบ้าง น้อยกว่าเติมบ้าง หรืออาจมากกว่าเติมบ้าง ย่อม เป็นไปไคทงสิน เพราะบุญมันย่อมไมทงผู้มบุญ ไม่ทงผู้ทำบุญไว้แล้วแน่นอน ^าหรับบางคน คอนเกิศมาแสนยากนัก มบุญเพยงแค่ส่งใ^ค้เกิค มาเปีนคน ยากจนก็่ยากคน รูปร่างเรยๆแรง^ม่โศฅเค่นน่าสนใจนัก แค่เปีน คนมจิตใจกล้าแฃ็่ง สฅิปีญญาใช!ล้ไม่ยอมแพชวิฅ ไม่ย่อท้ออ่อนแอ ไม่ปส่อย ชวิฅให[ลศแส่นไปคามความยากจน มุมานะในการทำงาน แร่ม่ม่มโอกาสไท้ ^กษาเส่าเรยนสูง แฅ่กึ่หาประสบการณ สร้างสรรค่แนวคิฅ ความฉถาค ความ รอบรู้จากทุกล้าน ใช้ตาเปีนครูใช้หูเปีนอาจารย กื่จะทำใท้กระโศฅข้ามความ ยากจน กระโฅศข้ามความคับแล้นทุกอย่างไล้อย่างไม่ยากเย็่น โดยจะสามารถ ^๒๗^ พTgมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
ใช้ความพู้วามสามารถและความคิศบ่ บการณท^งมปมเพาะไว้มาciร้าง สรรคทรัพยรน คำ รงชพให้เจิคจ้ารุ่งโรจน!ค้อย่างโคคเค่น ถงอาจเกินเลย คนอนทเขาโคศเศ่นมาแศ่เกิศก็่ไค้ ฃ้อส์าคัญต้องไม่ปรรเมาทในการดำ เนินชวิตทุกขนตอนไม่ปรรเมาท ในการทำบุญ ในการทำความดํ ในการช่วยเหลือคนอืน การทำอย่างนั้!ว้ เท่ากบสรเสมพรงเงยบไว้ เมือลืงคราวเหมาร{สมหรือกงคราวคบขน พกง เงยบเหล่านก็่จรแปิคต้วออกมาแสดงผกอย่างน่าอสจรรย ในเรํ่องการทำบุญน มืฃ้อทํ่ฅ้องทำกวามเข้าใ'จใหชัดเจนเร็เนเบืองต้น กือต้องทำบุญเป็น ถ้าทำเป็น แม้ทำไม่มาก ทำ ไม่นาน แล::ทำไม่ปอย บุญก็่ ร่งศมเป็นพลังเงยบไว1ต้อย่างมั่นกง ทว่าทำบุญเป็นนินมืสิงทํพี้งพิจารณาแกรเทำไห!ต้คือ ทำ ถูกบุญ กบ ทำ กงบุญ ทำ ถูกบุญ กึอต้องรู!หชัคเจนว่าบุญกืออฟ้.ร ทำ อฟ้,รบ้างจงเป็นบุญแท้ แล::ทำเซ่นนั้นอย่างไรจึงจะสมบูรณ เป็นต้น เพราะเมอรู้แน่ชัดแล้วย่อมทำบุญ ไต้อย่างถูกต้องและเป็นการทำบุญทํแท้จริง ถ้าไม่รู้แน่ชัด กิดเอาเองว่าทำ อย่างนั้เป็นบุญ หรือเหื่นกนอํ่นเซาทำอย่างนั้ว่าเป็นการทำบุญก็่ทำดามอย่าง เซา โดยทการทำอย่างนั้นทเป็นบุญแทกม ไม่แท้ก็่ม ทำ ให้การทำดามพลอย เร่ยงไปด้วย ดือหากเป็นการทำทไม่เป็นบุญจริง ทำ ไปแล้วย่อมทำให้พลาด จากผลอันเป็นผลบุญแท้จริง ฟ้ากงบุญ ดือเมอทำถูกบุญ ทำ บุญถูกต้อง เป็นบุญจริงเป็นบุญแท้ แล้ว อังต้องทำใท้ถึงบุญ ทำ ให้ถึงขอบเซดทํบุญจะส่งผลให้!ต้ต้วย มิใซ่ทำถูก อชเพสิอเร่อ /๒๗๗ www.kalyanamitra.org
บุญแล้ว แฅทาๆ หยุเๆๆ ทำ ไม่ฅ่อฅ่อเนือง หรือทำไม่กรบไม่ศมบูรณทกวรเ!เน อย่างนเรืยกว่าทำไม่ถง เมอทำไมถง ^ล้ผลในระคับหนง เหมือนการแข่งเกิน แข่งวิง มืการกำหนคเล้นชัยไว้ ถ้าเกินหรือวิงไปจนถึงเล้นชัยไกิกถือว่าถึง เล้นชัย เป็นผู้ชนะหรือเป็นผู้ทเกินหรือวํ่งถืงเล้นชัย หากไปไม่ถึง ก!ม่นับว่าถึง เล้นชัย แม้ทำบุญก็่เข่นกัน ทำ ถูกบุญแฅไม่ถึงบุญ ลือไปไม่ถึงเล้นชัยบุญ ก!ค้ ผลระคับหนงซงมิใข่ผลสูงสุกของบุญ บุญทุกอย่างมืผลสูงสุดทังสิน ผดทบุญให้นนมืทั้งระคับมนุษย่ส์มบ้'ติ สวรรคสมบติ แดร;นิพพานสมบติใครต้องการสมบัติแบบไหน ก็่จำ ต้องทำบุญ ให้ถึงรร;คับนั้น วกกลับมาพูฅถึงเรืองการคำเนินชวิฅของกนITl ชงอาจผกลัน เปถยนแปถงจากหน้ามือเป็นหลังปีอไศ้เมอบุญหรือบาปให้ผก กนทฉถาด เมอ ขวิดผกผนจากดมาเป็นลำบาก ก็่ใม่ห้อแห้ ไม่ถดถอย ไม่ยอมแห้ ยังทำยังน้ เหมือนอย่างทเกยทำ กงเน้นกงวา แม้จะไมไศัผถเท่าทเกยได้ แม้จะไม่มืกำลัง พอทจะทำได้อย่างทเกยทำ แด่^ม่เถยถะ ยงในเรองการบุญด้วยแน้วยงไม่ ทอดทิง ทำ ได้อย่างน โอกาสทขวิดจะผกลันกลับมาดได้เหมือนเกินย่อมมืมาถ กรงกันข้าม หากเมึ๋อก่อนเกยเสพสุข ฅอนหลังกลับมาลำบาก ทรพยสิน ยสฐานื หรือกวามสุขลำราญเก่าหมกสินไปค้วยเหฅใคเหตุหนง ใจ ยอมรบไมไค้ กายกี่อ่อนแปล้ไม่ล้!ม่ถึนหยัก ยอมแพ้ ท้อแท้ถกถอย ไม่กิกทำ อร:ไรเพือให้พสิก^นฃึนไหม่ ปล่อยซวิฅไปกามยถากรรม อย่างนั้กี่เป็นอันจบสิน ซวิฅทํเคยเสพสุขแล้วมาตกอบย่อมกดบดฃึนไต้เหมือนเติมต้ๆยบุญ ความด ขอให้ทำเป็นคือทำให้ถูกแดะทำให้ถึงเท่านั้น lOCT/C^ พรgมหาโพธวงศา'รารย (ทองค) www.kalyanamitra.org
ในสมัยพุทธกาล มหาเศรษ^ผู้ยํ่งใหญในพรร;พุทธศาสนากือท่าน อนาถบิณฑิกะ แม้'จะรํ่ารวยมหาศาล แม้'จะเป็นพุทธสาวกระคับมหา'อุบาสก แม้'จะเป็นกนใ'จบุญ ช่วยเหลือเกอกูลคนอึ่นมามาก แฅ่กรั้งหนํ่ง บาปกรรมมา ให้ผล ทำ ให้ทรัพยสินทเกยมหมคร้น ทปิงเก็่บไ^ถูกนํ้าพัคพากระคัดกระ'จาย ไปบ้าง ถูกโกงไปบ้างไมใช้หนให้บ้าง แด่ท่านก็่มิไค้ถดถอยห้อแห้หมดกำลังใ'จ จิฅใ'จยังเหนยวแน่นในเรั้องบุญ ยังทำบุญเหมือนเดิม แด่ฃองถวายก็่ค'จำนวน พระสงฆทมารับก็่ค ลดคุณภาพและจำนวนลง สุดห้ายค้วยบุญญาบุภาพ ทำ ให้ ท่านไค้ทรัพยัรนกลับลืนมา และไค้ทำบุญเหมือนเดิมไปดามปกติ นับเป็นเรั้องแปลกแด่จริง เป็นเรั้องทเกิดขนจริงอย่างเหลือเชอ และ เป็นแบบอย่างในเรั้องการปฏิบัติคัวของเศรษคัเมอถึงกราวไร้ทุน ค้วยเหทุน ท่านจึงบันทึกเรั้องเป็นหลักฐานไว!นคัมภร เรํ่อง เกิดฃ็้นท เมืองฟ้าวตถ ท่านอนาถบิณฑิกะ มหาเศรษจึซาวเมืองสาวัฅถึ มหาอุบาสกใน พระพุทธศาสนา เป็นคู่กับมหาอุบาสิกาลือนางวิสาขา เป็นผู้มืศรัทธาแก่กล้า ในพระพุทธศาสนา สร้างวัดถวายเป็นพุทธบูชาซอว่าวัดเซฅวัน เมืองสาวัฅถึ ค้วยการบริจากทรัพย่ถึง ๕<1 โกฏิ แมืปิจ'จบันซากวัดเชฅวันยังดำรงอยู่เป็น อบุสรณสถานถึงผู้สร้างและพระพุทธศาสนา ทำ บุญเลยงพระทบ้านวันละ ๕00 รูปทุกวัน และไปวัดเพํ่อดูแลพระ เพํ่อให้ทาน เพํ่อรักษาลืล และเพํ่อฟ้ง ธรรมทุกวัน มืเกยรติคุณเป็นทํ่เการพมับถึอฃองปวงซนทั่วไป เพราะกวามทั่ท่านเศรษจึเป็นกนใจค ช่วยเหลือเกอกูลกนอนโดยไม่มื กวามรังเกยจและเงอนไข ทำ ให้คนทั่มืจิฅใจไม่ซอฅรงเอาเปรยบ ถูยมไปแล้ว www.kalyanamitra.org
ไม่ส่งทังต้นทั้งคอกบ้าง มาฃอกู้เงินไปลงทุนแต้วโกงไปเสิยบ้าง ทำ ให้ต้องเสิย เงินทองไปอย่างนถึง ๑๘ โกฏิ และเงินท!!งไ'พมแมนาจำนวน ๑๘ โกฏิ กี่ ถูกนำท่วมพังฅลํ่งเข้ามาพัคพากระจํ'คกระ'จายไปทั้งหมค ท่านเศรษ^หมคเงิน ทองไปร้น แต่กี่ยังทำบุญอยู่ทุกวัน แบ้'จะทำไค[ม'มากเหมือนก่อน แต่กี่ทั้งใจ ทำ และทำคามมืฅามไต้ วันหนงพระบรมศาสคาฅรสถามถึงการทำบุญของท่านเศรษ^ ท่าน กราบทูลว่ายังทำอยู่ แคไม่ประณฅเหมือนก่อน มืแต่ข้าวปลายเกรยนผสมกับ นํ้าต้มพะ'อูมเท่านั้น พระพุทธองคครัสว่า \"คฤหบด ท่านอย่าคิดว่าเราถวายทานทLflTlหมอง ด้วยว่าเมอจิฅ ปร:เฌฅแล้ว ทานทบคศถถวายแก'พระอรหันฅทั้งหถายมพระพุทธเด้าเปีนด้น ซอว่าเคิร้าหมองย่อมไม่ม คฤหบด ท่านได้ม่โอกาสถวายทานแก'พระอริยบุคคล แล้ว ม่วนเราคิ ในกาลทเกิดเปีนเวลามพราหมณในอศฅ ชักชวนชาวบ้าน ให้พักไถนาแล้วมาทำมหาล้งฆทานกัน ดอนนั้นพระอริยบุคคลไม่ม่ จงไม่ม หักขิไณยบุคคลใดๆ แบ้ทจะถึงเปีนสรณคมน ไดทกขิไณยบุคคลเปีนบุคคลท ไม่อาจจะหาได้โดยง่ายเลย บัดนั้ท่านได้ถวายทานแก'หักขิไฌยบุคคลแล้ว ท่าน อย่าคิดว่าทานของเราเสร้าหมอง\" ท่านเศรษ^ได้สดบดงนั้นกี่ปลมใจ ไมใด้ท้อแท[นเรึ๋องบุญ ได้ถวาย ทานอย่างต่อเนึ๋อง แม้จร;ไม่ประณตเหมือนเดิมกี่ตาม กรั้งหนั้ง เทวคาทสถิคอยู่ทข้มประตูบ้านของท่านอนาถบิณฑิก เศรษ^ ไครับกวามลำบากเมอพระพุทธเจ้าเสค็่จพร้อมต้วยพระสาวกเข้าไป พระมหาโพธวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org
ในบ้านของท่านเศรษ^ จำ ต้องออกจากซุ้มประฅูไป เมือท่านเศรษ^จนลงจึง คิคว่า เมอก่อนท่านเศรษจึไม่ยอมฟ้งใคร ฅอนนจนแล้ว กงฟิงเราบ้าง จึงไต้ เข้าไปยังห้องนอนของท่านเศรษจึฅอนกลางคืน เมือถูกถามก็่ฅอบว่าคนเป็น เทวคาประจำอยู่ทซุ้มประตูหน้าบ้าน มาทนเพึ๋อเคือนสฅิ ท่านเศรษจึก็่เชิญไห้ พูคไต้ จึงไต้กล่าวว่า \"ท่านLflTษ^ท่านไม่เหถยวแลถื้งกาลภายหลังเลย ฅัง้หน้าแท่จ่ายเงิน ทองในพระลาลนาของพระมณโคฅม บัศนท่านยาก'Vนลงแล้ว ก็่ยังไม่ละเว้น การใช้จ่ายเงินทองเช่นนั้นอก เมอเปีนอย่างนั้ท่านก็่จะไมไค้อะไรฅอบแทนแม้ เ'พยงอาหารและเครอง'นุ่งท่มทควรไค้ท่านจะค้องการอะไรค้วยพระลมณโคคม ขอให้ท่านเลิกจากการบริจาคเงินทองฟุมเ^อยในการบุญเ^ยเถิค ขอใหนั้งใจ ประกอบการงานรวบรวมเงินทองไว้กนใจ้คกว่า\" ท่านเศรษเโต้ยินคังนั้นก็่ฅอบว่า *'คนเช่นข้าพเจ้า อันบุคคลเช่นฟานตงพนหรอตงแสนคนมาห้าม มให้ทำบุญ กึ๋ไม'อาจให้จตใจไหวหวนไห้ท่านกล่าวคำไม'สมควร ไปเถิดท่าน ขอให้ท่านออกไปจากประตูบ้านของข้าพเจ้าเล่ยเร็่วๆ อย่าอยู่อกเลย\" เทวคานั้นถูกท่านเกรษจึออกปากไล่อย่างนันไม่อาจทจร!อยู่โคือถ จึง พาลูกๆ ออกจากทนั้นไป แฅ่ก็่ไม่อาจหาทอยู่แห่งไหมไต้ เร่ร่อนไปพักหมืงก็่ กลับไต้สคิว่าฅนพูคไปโคยไม่กิค จึงต้องการขอโทษท่านเกรษจึ ไคืไปขอร้อง เหล่าเทวคาผูรักษาพระนครไห้ช่วยพาไปพูคลับท่านเกรษ^ แฅกถูกปฏิเลธว่า ไม่อาจไปขอร้องท่านเกรษเไต้ จึงไปหาห้าวมหาราชลังร่ กี่ถูกปฏิเสธเช่นลัน อก สุคท้ายเข้าไปหาห้าวลักกเทวราช ห้าวลักกะกี่ปฏิเสธ แคไต้บอกอุบายไห้ แก่เทวคานั้นโคยไห้แปลงเพกเป็นเสมืยนของเกรษ^ นำ หลังคืออันเป็นลัญญา aiimaaiia /๒๘๑^ www.kalyanamitra.org
เงินต่างๆ จาก{ทนเศรษ^ไปให้แก่เหล่าลูกหน ขอให้นำเงินทั้งต้นแลร;คอก คืนมาให้ เมอไต้แล้วก็่จงนำไปเก็่บไว!นห้องให้มิคซิค นอกจากนั้นเงินทองทํ่ กระจัคกรร;จายจมอยูในนั้าอก ๑๘ โกฏิ ก็่ฃอให้รวบรวมเก็่บมารวมไว้ต้วย เมือทำเสร็่จแล้ว ค่อยไปบอกเศรษ^ให้ทราบแล้วขอขมาโทษต่อเศรษ^ ฬ่ <*3 เทวคาไต้คำ เนินการคามนั้น ไต้ทรัพยสินเดิมทั้เขา^มไป ทรัพยสิน ของเศรษ^ทจมนำ และทร้พยสินทํ่หาเจ้าของมิไคชงจมนั้ากระจัคกระจายอยู่มา รวมกันไว้ใต้ ๕<i โกฏิ หลังจากเสร็่จการแล้วไต้เข้าไปหาเศรษ^อกแล้วกล่าว ขอโทษว่า คนเป็นเทวคาอันธพาล ไต้กล่าวคำทไม่เป็นทขอบใจและ;ไม่สมควรไป เพราะโง่เขลา บัคนั้ใต้ทำร่งนๆ เพิ่อชคใข้กวามผิคพลาค ขอให้ยกโทษให้คนต้วย เมือเทวคากล่าวเช่นนั้น ท่านเศรษจ้ก็่ยกโทษให้ แล้วพาไปทั้วัค กราบทูลเรองราวให้พระพุทธองคืทรงทราบ พระพุทธองกฅรัสว่า \"คูก่อนคฤหบด คนททำบาปอยูในโถกน ศราบใศทบาปยังไม่พล็่ด ผล ย่อมเห็่นบาปนั้นว่าด แฅ่เมอใด บาปของเขาเผถ็่ดผถ เมอนั้น เขาย่อมเท็่น บาปนันว่าชัวแท้ๆ แด่บุคคลผู้ทำกรรมดอยู่ ดราบใดทกรรมด่นั้นยังไม่เผลื่ดผล ย่อมเห็่นกรรมศนันว่าชัวไปได้ แด่เมือใด กรรมด่ของเขาเผล็่ดผล เมึ๋อนั้น เขา ย่อมเห็่นกรรมด่นั้นว่าด่จริงๆ\" จากนั้นไต้ฅรัสพระกาถานั้ว่า ปาโปปี ปสฺสต ภทรํ ยาว ปาปี น ปจุจติ ยทา จ ปจฺจต ปาปี อถ (ปาโป) ปาปานิ ปสฺสติ ฯ ภทฺโร่ปี ปสฺสต ปาปี ยาว ภทรํ น ปจจติ ยทา จ ปจฺจต ภทรํ อถ (ภทฺโร) ภทุรานิ ปสฺสติ ฯ ไ^เ^ พร^มหาโพธวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org
กนชั่วย่อมเห็่นการทำกวามชั่วว่าคไปไค้ ตราบเท่าท กวามชั่วยังไมให้ผล แต่กวามชั่วให้ผลเมอใค เขาก็่จร:เห็่น กวามชั่วเมํ่อนั้น ฟ้ายกนคย่อมเห็่นการทำกวามคว่าชั่วไปไค้ตราบเท่าทํ่ กวามคยังไมให้ผล แต่กวามคให้ผลเมอใค เขาก็่จร:เห็่น กวามคเมอนั้น. 'ๆากเรอง อนาถป็ณฑิกเ ปาปวรรค อรรถกถาธรรมบท ร^!^A^ am2/iaai§a www.kalyanamitra.org
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 527
Pages: