Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

Description: ✍️อันเหลือเชื่อ พระมหาโพธิวงศาจารย์(ทองดี)

Search

Read the Text Version

ถึงเป็นหมาณป็นหมาฃ้าซึ๋อสิ'ฅย์ มิเกยกัคเจ้าของปองเก็้อหนุน รักเจ้านายเป็นขวิดกิครู้กุณ ใกรเกยหนุนมันจำทำไมดร. ศรจอมทอง ^ ^ ฯ£>๘ พระมหาโพ!วงศาจาTtJ (ทองด) www.kalyanamitra.org

r~€^U^^ _^.Lrcr\\ โสดาบันทำปาณาติบาตหรือไร \"?6^''s 3^ unilnรรม หมายถึง การทำความชั่ว การทำความมิค เมอทำแล้ว ทำ ให้คนอนเคึอศร้อน หรอทำไหคัวเองเคึอศร้อน จัคเป็นเรํ่องใหญ่เรองหนงใน ซวิฅของคนเรา สมเค็่จพระ;ร'มมาร'มพทธเจ้าทรงเน้นว่าเรองนั้เป็นกำสอนหลักของ พระ;องกํอย่างหนงใน ๓ ประ;การ คือหลักทว่า \"สพฺพปาปสฺส อกรณํ\" ชง แปลว่า \"การไม่ทำบาปทั้งปวง\" ซํ่งแสคงว่าพระ;องคทรงเน้นยํ้าให้เห็่นว่า บาปกรรมนั้นไม่ควรทำทุกอย่าง เพราะ;เมอทำแล้วจะ;นำผู้ทำให้[ครับผลอันไม่ พึงปรารถนาในชวิค ทำ ให้ชวิฅตกฅํ่า ประ;สบกับเคราะ;ห้กรรมทผู้ทำรู้เห็่นไค้ ขัคเจนเพราะ;คัวเองเป็นผู้[ครับเคราะ;ห้กรรมนั้นเอง บาปกรรมนั้นมมากอย่าง แค่ละ;อย่างล้วนมผลให้เกิคทุก™ร้น มาก บ้างน้อยบ้าง หบักบ้างเบาบ้าง แล้วแค่ว่าไปทำบาปกรรมอะ;ไรไว้ คังนั้นท่าน จึงสอนไว้ว่าบาปกรรมนั้นไม่ควรทำทุกอย่าง อัพmaaiia_^G^ www.kalyanamitra.org

แม้แต่ฟอแม่และผู้หลัก0.หญ่ทเข้าใจเรองน็้ฅก็่มักจ:;สอนถูก^อน หลานให้เว้นจากบาปกรรม อย่าไปทำกรรมชั่วกรรมร้าย ลันเป็นการมัองลัน ลูกหลานของฅนมิให้ต้องไปรับมลพวงจากการทำบาปกรรม แศไต้มลบ้าง ไม่ ไต้มลบ้าง ใช่ว่าลูกหลานทุกคนจะเข้าใจหรอเห็่นmห็่นงามไปลับคำสอนของ ผู[้หญ่ทปรารถนาคํมเมศฅาก็่หาไม่ คังน้นเราจงเห็่นคนทำบาปกรรมกนอยู่ตลอดเวลา แม้ตวเราเองก็่ เหมือนก้น ทงนเพรารเไม่สนใจคำสอนตามทพ่อแม่แลร;^หญ่ร่งสอนไว้ แล้ว ก็่รับผลกรรมนั้นในลำดมต่อมา แต่โดยข้อเท็่พิง ซวิฅประจำวันของกนเราต้องทำมาหากิน ต้อง เสิยงทอาจต้องทำบาปกรรมในบางกรั้ง โดยเจตนาบ้าง ไม่เจฅนาบ้าง การท จะหลกเว้นไค!ดยเคี่ดขาดนั้นเป็นเรั้องก่อนข้างยาก หรือไม่อาจทำไต้เลย จึง ต้องทำบาปกรรมไป แดพงทำกวามเข้าใจว่าบาปกรรมนั้นมิไข่จะทำไค[ดย ง่ายนัก หรือทำบาปกรรมอย่างนั้แล้วต้องไครับผลไปทุกอย่าง หาเป็นเข่นนั้นไม่ บาปกรรมทจร;เป็นบาปกรรมแลร;ให้ผลเป็นบาปกรรมนั้นต้องอาสื'ย การกรร;ทำทํมืเจตนา มืความต้งใจ มืความพยายาม แลร;ทำแล้วลำเร็่จตาม ต้องการ หากไม่ครบองคํประกอบเหล่าน ก!ม่จัดว่าเป็นการทำบาปกรรมทึ๋ จะให้ผลโดยสมบูรณ แมไนทางโลกก็่ถือกคิเข่นนั้ อย่างเข่นขับรถไปซนกนข้ามถนนและ กนถูกซนนั้นดายไป โดยไมไคํนั้งไจ ไม่มืเจดนาทจะฆ่า เป็นแต่ขับรถเร็่วหยุด ไม่อยู่บ้าง ถนนลํ่นเบรกไม่อยู่บ้าง เมอเรั้องถึงโรงถงกาล ศาลเห็่นข้อเท็่จจริง แล้วดัดรนเพยงขับรถต้วยกวามประมาทเป็นเหตุไห้ผูอนถึงแก่กวามดาย บาง กรณไม่ต้องเข้าคุกเข้าดะรางเถึยต้วยซํ้าไป ทั้งทเป็นเรั้องเกยวกับการดาย แต่ ๒๘\"^ พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ถ้าหากขับรถชนกนให้ฅายไปด้วยกวามอาฆาฅ ด้วยกวามจงใ'จ อย่างนิ้ถือว่า มเจกนา ย่อมมกวามผิคฅิคกุกหัวโกไปอย่างแน่นอน เรองของบาปกรรม เรองการรับยลกรรม เป็นเรองละเอยดอ่อนลกซ็้ง คิฅหรือเข้าใจประการเคยวย่อมไมได้ ด้องคำนงถื้งรายละเอ่ยคอนๆ ด้วย ฃ้อส์าคญในเรึ๋องนก็่คือต้องคูทเจตนา ดูทความต้งใจเ!เนส์าคญ คงกล่าวแล้ว ประเภทบาปกรรมเกยวกับปาณาฅิบากคือการฆ่าล้ฅว่ฅัคซวิฅก็่เป็น อกเรํ่องหนึ่งทเป็นข้อวิกกกังวลของผู้กนทั่วไป เพราะหลกเลยงยากโกยเฉพาะ การฆ่ายุง ฆ่ามก ฆ่าปลวก ททำกันเป็นประ'จำ ด้วยเจกนาบ้างไม่มเจกนาบ้าง บางกรั้งแม้จะทราบว่าเป็นปาณาฅิบากแต่ก็่กระทำไปด้วยกวามเกยชินหรือด้วย กวามรำกาญ เมอทำแล้วกื่ไมใด้กิคอะไรมาก ลืมไปแล้ว หรือไมได้สนใจว่าเป็น บาปเป็นกรรมอะไร เรั้องการทำบาปกรรมเซ่นการทำปาณาฅิบากนั้น ท่านแสคงข้อกวาม ไว้เป็นหลักก่อนข้างขัคเจน โดยเปรยมเทยมกับฟ้ามือทไม่ม้แผล สามารถคอม ยาพิษไปไต้โดยทั่ยาพิษไม่อาจซมชามเข้าไปในร่างกายไต้การทำมาปกรรม ณช่นกัน ล้าไม่มืเจดนาไม่มืความตั้งใจทั่จะทำ แสดงว่าใจไม่มืแผล แม้จะทำ เซ่นนั้นจริง แต่ผลกึ๋!ม่เข้าถงใจไม่ทำให!จต้องริบผลกรรมไต้ อันนั้ก่อนข้าง ขัคเจน เป็นเกรั้องฅัคสินวินิจฉัยเรํ่องการทำบาปกรรมได้เป็นอย่างคื ในสมัยพุทธกาล มืสกรืผู้หนึ่งเป็นโสคามันบุกกล แกไปอยู่กินกับนาย พราน ถูกสามใหจคเกรั้องมือล่าลัฅว่ให้ นางกี่จัคให้ทุกวันกามหน้าท แฅ่มิได้ มืเจกนามิไคืลังให้สามืนำเกรั้องมือเหล่านั้นไปฆ่าลักว่ แค่สามืก็่นำเกรั้องมือ เหล่านั้นไปล่าลักว้[ปฆ่าลักว่ทุกวัน ทำ ให้เกิคข้อกังขาฃ็้นมาว่า โสคามันบุกกล ทำ ปาณาฅิบากได้หรือไร อ2น»1สิอเร่อ /รร๗ www.kalyanamitra.org

คำ ตอบในเรึ๋องน็้สมเคี่จพรร;รมมาสิ'มพุทธเจ้าฅรสตอบไว้ชดเจนแล้ว เรองนิ้เป็นเรองอันเหลือเชออกเรองหนง ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐาน ไว้ในอัมภร ^ เรึ๋องเกิดฃนทํ่เมืองราชคฤห์ ธิคาสาวสวยชองเศรษ^ฅนหนงในเมืองราชกฤห บิคารักใกร่หวงแหน นัก จึงให้อยู่บนปราสาทชั้นท ฟ อับหญิงรับใช้ เพอมิให้!ปพบปะ:อับผู้ชายโคย ง่าย แค่แม้จะ;ห้ามและ:บัองอันอย่างไรก็่ใม่อาจบัองอัน บุพเพลันนิวาสไค้โคยอยู่ มาวันหนงธิคาสาวไค้มองลงมาทางหม้าค่าง เห็่นนายพรานกนหนงชั้อ กุกกุฏ มิตร ผู้เป็นพรานป่า อาซพล่าลัฅว้ป่า ไคลัฅว้แล้วชำแหละ:นำเนอไล่เกว้ยนมา ขายทคลาคและ:นอนค้างในเมือง นางเห็่นนายพรานเช้าก็่มืจิฅปฏิพัทธอย่าง ลืกซงค้วยบุพเพลันนิวาส จึงให้หญิงรับใช้ลงไปถามว่านายพรานจะ:กลับเมอไร จากนั้นนางกี่เฅรัยมเลือผ้าและ:ทรัพย่สินทฅนมือยู่รวมห่อไว้ เมอ หญิงรับใช้มาบอกว่านายพรานจะ:ออกจากเมืองไปทางประ:คูทิศนั้นในคอนเช้า ครู่ นางจึงลังหญิงรับใช้!ว้มิให้บอกใกรว่านางไปไหน แล้วนางกื่แฅ่งฅัวค้วย เสัอผ้าเหมือนกนธรรมคาหลบออกไปยืนรอเกว้ยนของนายพรานอยู่ทประ:คู เมือง เมอเกว้ยนผ่านมาจึงเดินคามเกว้ยนไป จนนายพรานลังเกคเห็่นจึงห้าม นางมิให้คามเกว้ยนไป เพราะ:ไม่รู้ว่าเป็นลูกสาวใกร นางก็่บอกให้นายพรานขับ เกว้ยนไป คนก็่จะ:เดินไปคามธรรมคา เส์อจะ:เช้าป่านายพรานก็่ห้ามนางอก นาง ก็่ฅอบว่า อันการห้าม^ซงมา^านักของฅนย่อมไม่กวร นายพรานจึงทราบว่า นางคามคนมาค้วยจุคประ:สงกอะ;ไร จึงอุ้มนางขนเกว้ยนไปค้วยอัน ^csg) พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

นางไปอยู่ในฟ้ากับนายพรานนั้นเป็นเวลานาน จนกรร:ทั่งมบุฅรค้วย กัน ๗ กน เมอบุฅรเฅิบโฅแล้วก็่จัคการให้แฅ่งงาน นำ สร:ใภ้ ๗ กนมาอยู่ ห้วยกันทั่ฟ้า ช่วยกันทำมาหากิน โกยพวกผู้ชายออกไปล่ากัตว พวกผู้หญิง จักเฅรยมเกรองมอแลร:อาหาร เมอไห้เนั้อมาแล้ว พวกผู้ชายนำไปขายในเมือง วันหนั้ง พระ:พุทธองกัทรงเห็่นนายพรานแลร:บุตรพร้อมทังสร:ใภ้ ปรากฏในพรร:ญาณชองพรร:องก จึงเสค็่จไปในฟ้าทนายพรานกุกบุฏมิตรคัก ปวงไว้แต่เช้า วันนั้นเนั้อกักคัวหนั้งก็่มิไห้ติกปวงของนายพราน พรร:องคทรง ปรร:ทับรอยพรร:บาทไว้ทั่ใกล้ปวงแล้วเสค็่จไปปรร:ทับทั่ร่มไม้แห่งหนั้งไมไกล จากทนั้นนัก ตอนเช้านายพรานกุกกุฎมิตรเช้าฟ้าไปกนเคยว เห็่นปวงว่างเปล่า ทุกปวง กิกว่าไกรกันมาปล่อยเนั้อออกจากปวง แลเห็่นรอยพรร:บาทจึงตาม ไป เห็่นพระ:พุทธองกปรร:ทับอยู่ทั่ให้ห้นไมืกเช้าใจว่าสมณร:ผู้นั้แน่แล้วทั่ปล่อย เนั้อออกจากปวงชองกน จึงเกิกกวามโกรธ ซักลูกศรออกมาแล้วโก่งธนูเพอ ยิงพรร:พุทธองก พรร;พุทธองค์ทรงให้เขาทำได้เฉพาร:โก่งธนูเท่านั้น แตใม'อาจยิง ลูกศรออกไปแลรไม่อาจลดคนธนูลงได้ นายพรานได้แต่ยืนโก่งธนูอยู่อย่าง นั้น ออกกำลงจนเทงอแตกพลั่ก สิข้างทั้งศองปวดปานด้งจร!แตก แต่ก็่ \"''ไ'แค*นั้น ฝ่ายบุตรชายทั้งเจ็่กกนรอบิกาอยู่ทบ้าน เห็่นช้ามากแล้ว กิกว่ากงมื เหตุอร:ไรเกิกชนแน่จึงออกตามหา เห็่นบิกายืนโก่งธนูอยู่แลร:เห็่นพรร:พุทธองค์ ปรร:ทับอยู่ช้างหน้าก็่กิกว่าสมณร:นั้กงเป็นคัตรูชองบิกาตน จึงต่างก็่โก่งธนูเพอ จร:ยิงพรร:พุทธองค์ พรร:พุทธองค์ก็่ทรงทำให้พวกเชาไห้แก่โก่งธนูอยู่ในกักษณร: เคยวกับนายพราน อะแ2«สิอเสิอ /๒๘๙ www.kalyanamitra.org

ฝ่ายภรรยานายพรานและลูกสะ:ใภ้รอคอยสามกลับมา เมํ่อเหึ่นหาย ไปทังทมคจึงพากันออกฅาม พบสามของพวกฅนยืนโก่งธนูลันเทากันอยู่อย่าง นัน แฅ่เมึ๋อเห็่นพระ:พทธองคประ;ทับอยู่ข้างหน้าของพวกเขาเท่านั้น ภรรยา นายพรานไค้ประ;คองแขนร้องลั่นขนว่า อย่าทำให้บิคาของฉันพินาศๆ นายพรานกุกกุฏมิฅรไmนศังนั้นก็่ฅกใจ คิฅว่าฅายแล้วเรา นั้นเปีน พ่อตาของเรา เราทำกรรมหนักแล้ว ปีายพวกถูกชายก็่คิฅว่านั้นเปีนตาของเรา พวกเราทำกรรมหนักแล้วทจ:!ฆ่าตา กุกคนไต้เมตตาจิตคือความรักในพร:!บรม คเาสตาอย่างก:!ทันหัน ภรรยานายพรานได้บอกทุกคนว่าให้ทงธนูโดยเร็่วแล้วขอโทษบิดา ของตน สมเค็่จพระ:บรมศาสคาทรงทราบว่าจิฅของนายพรานและ:ลูกๆ อ่อนลง เป็นเมฅฅาจึฅแล้ว จึงให้ลคธนูลงไค้ เมอทุกคนลคธนูลงแล้วเข้าไปกราบขอโทษ ว่าพวกคนไม่ทราบว่าพระองคเป็นใครจึงไค้[ก่งธนูจะ;ยิงแล้วก็่พากันนั่งลง จึง ทรงแสคงธรรมชออนูปุพพิกลาให้พวกเขาพิง หลังจบเทศนานั้น นายพราน และบุฅรชายพร้อมสะใภทงหมคไค้ควงคาเห็่นธรรม ตั้งอยู่ในโสคาปิฅฅิผลแล้ว หลังจากทพระพุทธองคเสค็่จกลับวัคแล้ว พระอานนท่พุทธธุปีฏฐาก ซงมิไค้คามเสค็่จค้วยไค้กราบทูลถาม เมอพระพุทธองก่ฅรัสว่าไปโปรคพราน ทุกกุฎมิตรมา จึงกราบทูลถามว่าทรงทำให้นายพรานไม่ฆ่าลัตว่ต่อไปแล้วหรือ จึงฅรัสว่า พระองคทำให้นายพราน ลูกชาย และลูกสะใภ้รวมตั้งหมคเป็น ๑๕ คนเป็นผู้มศรัทธาไม่คลอคนแคลน เป็นยู้หมคสงลัยในพระรัตนฅรัย และเป็นผู้ ไม่ทำปาณาติบาตอกต่อไปแล้ว ๒๙๐ไ พร;{มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

ภิกษุทั้งหลายไค้ทูลถามต่อว่าภรรยาของนายพรานมอยู่มิใช่หรอ พระพุทธองกทรงฅอบว่า ภรรยานายพรานมอยู่ นางเป็นลูกศาวของยู้มฅระกูล ในเมืองนเอง และไค้บรรลุโสดาปิฅฅิผลมาก่อนทจะไปอยู่กับนายพรานแล้ว ต่อมา พวกภิกษุไค้สนทนากันว่า ภริยาของนายพรานกุกลุฏมิดรไค้ บรรลุโสดาปิฅฅิผลตั้งแต่เป็นเค็่กหญิงแล้วไค้!ปอยู่กับนายพราน มืลูกชาย ๗ กน นางถูกสามืร่'งให้นำธนูมา กังให้นำลูกศรมา กังให้นำหอกนำหลาวมาดลอด กาลนาน นายพรานก็่ถือเกรองประหารทนางจัดให้อย่างนั้นไปทำปาณาฅิบาด ก็่กนทเป็นโสดาบันแล้วยังทำปาณาฅิบาดอยู่อกหรือไร พระบรมศาสดาเสค็่จมาดรัสถาม เมํ่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลเรองทํ่ กยกัน จังดรัสว่า \"ภิกษุทั้งหลาย พระhคาบันย่อมไม่ทำปาณาติบาต แต่นางได้ทำ อย่างนั้นด้วยคิดว่าจักทำตามคำสาม จิตของนางไม่มเลยว่าสามของเราจงกอ เอาเดรองประหารนั้ไปทำปาณาติบาต จริงอยู่ เมอย่ามอไม่ม่แผล ยาพิษก็่ไม่ อาจจะตามไหม้ย่ามือทถึอยาพิษนั้นได้ฉันใด ขอว่าบาปย่อมไม่มืแก่ผู1ม่กระทำ แม้ว่าจะนำเดรองประหารทั้งหลายมืธนู เปีนด้นออกมาใหกตาม เพราะอกุสล เจตนาไม่มื ฉันนั้นเหมือนกัน\" อ้นนรุสิอเส์a_j^๙^ www.kalyanamitra.org

'จากนั้นไค้ฅรัสพรร;คาถานิ้ว่า ปาณิมฺหิ เจ วโณ นาสฺส หเรยฺย ปาณินํ วิส์ นาพฺพณํ วิสมนฺเวติ นตฺถิ ปาป๋ อกุพพโต ฯ ถ้าทํ่ฟ้ามอของเขาไมมแผล เขาก็่พึงกอบยาพิษนำไปไค้ เพราร:ว่ายาพิษจะไม่ซมเข้าไปในฝ่ามือทไม่มแผล บาป ก็่เซ่นเคยวกัน ย่อมไม่มืแก่คนทไมไค้ทำ. จากเรอง พรานกุกกุฏมิตร บ่าปวรรค อรรถกถาธรรมบท ทำ มาไค้อย่ากินจนสินหมค รู้ออมซคเก็่บบ้างทางเศรษ^ กินเพรารหิวนั่นสิถูกวิธ ไม'เหี่นคกินเพรารปากมันอยากกิน. สรจอมทอง ^๙๒^ พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

ถก๑ ผลบาปนั้นทันตา โท?ให้ผลของบาปนั้น บางกรั้งก็่ใม่ทันใ'จกนเรานัก ใกรทำชั่วทำ ผิคหรือทำเลวร้ายต่อกนอนไว้ เราก็่นัก'ๆ:;ห้องการให้กนนั้นไครับผลฅอบแทน โคยเร็่ว ยํ่งเขามาทำไม่คต่อฅนเอง ก็่ยํ่งแช่งซักทักกร::คูกให้เขาพบกับกวาม หายนะกวามวิบัติไปในวันนั้วันพรุ่ง หากบาปให้ผลข้าไป หรือเขาไมไครับทุกข ไมใครับกวามลำบากอะไรเลย ก็่นักเข้าใ'ๆว่าทำชั่วไม่เห็่นไคชั่วไป ทั้งนั้เพราะ เราเอากวามกิคของคัวเองเป็นคัวทั้ง ชงข้อเท็่'ๆๆริงมิไห้เป็นไปอย่างทั้คิคเสมอ ไปทุกอย่าง บาปหรือความชั่วนั้น เมอใครทำไปแล้วย่อมได้รับผลแน่นอน น่เ!เน ของเจริง แต่อาจช้าบ้างเรวบ้าง หนักบ้างเบาบ้าง หรือเรารู้เราเห็่นบ้างไม่รู้ ไม่เห็่นบ้าง เป็นไปตามเหตุผลและล้กษณะของบาปกรรมทั้ทำ ในบางกรณเราเห็่นว่าเขาทำผิคทำชั่ว แต่ข้อเท็่จๆริงเขาทำไปห้วย กวาม'จำ เป็นก็่ม aaiz/iaai^a www.kalyanamitra.org

อย่างเซ่น แม่ทไม่อา'จหาอาหารให้ลูกกินไคโคยปกติ จื้งขโมยอาหาร หรือผลไม้เพือนำมาให้ลูกกินกันคายไมไคกคว่าการทำอย่างนั้นนิคถูกอย่างไร เสียค้วยซํ้า การทำเซ่นนั้นเป็นการทำผิคทำชั่วแน่นอน แค่เจฅนาแลรการกระทำ มิไค้ปงบอกว่าเป็นยูรายหรือเป็นหัวขโมย เมึ๋อขนโรงขนศาลกี่อาจไครับการ บรรเทาโทษ หรือเจ้าทุกฃยอมถอนแจ้งกวามไม่เอาโทษกี่ม บาปกรรมทนับว่ามโทษรุนแรงและหนักแน่นอนกือการกระทำท ประกอบค้วยเจฅนา มกวามพยายามทจะทำ และทำจนกระทั่งสีาเร็่จ อย่างนั้ แมโทษทางกฎหมายหรือทางกังกมเออมไม่ลง แค่โทษทางกฎแห่งกรรม สามารถเอือมถึงไค้แน่นอนไม่โอกาศใคกี่โอกาศหนง อาจช้าไปบ้าง หรืออาจ เร็่วแบบหันฅาเห็่นกี่มอยู่ อย่างกรณหัวขโมยไปกักทรัพย่ยูอนแล้วรืบขับรถนำของหนไปแล้ว เกิคอุบัติเหตุขน เป็นเหตุให้เจ้าหัวขโมยนั้นร้นชวิฅบ้าง อวัยวะหักฉกขาค ทำ ให้พิกลพิการไปบ้าง อย่างนั้เรืยกว่าบาปให้ผลหันตาเห็่น ไครับทุกขรับโทษ ในปิจ'จุบันหันทไม่ค้องรอไปถึงภพหน้าชาติหน้า กรณบาปให้ผลหันคาเห็่นนั้น มมากอย่าง ชงเราเกยเหื่นบ้างไม่เกยเห็่นแคใคยนซ่าวบ้าง บางกรั้งหัวเราเอง นั่นแหละเป็น^ครับผลบาปหันคาเห็่นเอง บาปจร;ให้ผดทนตาเห็่นหรือให้ผลช้าอย่างไรก็่ตาม ก็่ไม่ควรทำ ไม่ ควรปรร;พฤติทงสิน เพราร;เมอทำไปแล้ว ทั่จร;หลบหนผดบาปพ้นนั้น ย่อม ในวิถึซวิฅของแค'ละกนนั้นล้วนไครับผลจากบาปกรรมกันมา ซ่วิคจึง มสุขมทุกฃ มสมหวังผิคหวัง สลับเปลยนกันมาโคยคลอค ทํ่จะสุขคลอคโคยไม่ ทุกขเลย หรือทจะทุกฃคลอคโคยไม่สุขเลยนั้นคูเหมือนจะไม่มแน่นอน (๔) พygมหาโพธิวงศาจารฆ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ชวิตทหมดบุญหมดบาปแล้ว คือซวิตของพรร;อริยบุคคลรรเดม พรร;อรหันตเท่านน พรร;อรหันตจึงไมมผลของบุญของบาปมาทำให้ชวิตสุข หรือทุกขอก กล่าวโดยเฉพาร!เรองผลบาปทันตา เบ็เนเรองททุกคนสนใจ แต่มิใช่จร! เกิดมไค้ง่ายแลร!เห็่นไค้ง่าย ค้องเรนบาปกรรมทหนักหนาสาหัสทเคืยวจึงจร! ไครับผลทันดา อย่างเช่นในสมัยพุทธกาล นายพรานคนหนง โกรธพรร!จึงไล่ สุนัขให้ไปกัดพรร! พรร!หนัฃนไปบนค้นไม้ ก็่ใซ้ลูกศรทั๋มฟ้าเท้าทั้งสองขาง พรร! อ้อนวอนมิให้กรร!ทำก็่tม่ยอมทัง พรร!ไครับความเจึบปวดคนรนจนกรร!ทั่งจึวร หลุดออกจากร่างหล่นลงมา แล้วคลุมร่างของนายพรานทั้งตัว พวกสุนัขเห็่น จึวรหล่นลงมาณฃ้าใจว่าพรร!ตกค้นไม้ลงมาแล้ว จึงเข้าขยำขยิ้กัดกินร่าง นายพรานผู้เป็นเจ้านายของตนจนเหลือแต่กรร!คูก นเป็นผลของบาปกรรมทเห็่นทันตา เป็นเรองอันเหลือเชอ ท่านจึง บันทึกเป็นหลักฐานไว!นตัมภร่ เรื้อง เกิดฃํ้นท เมืองฟ้าวตถ ในเมืองสาวตถ มืนายพรานสุนัขคนหนงซอ โกกร; มือาซพในการ ล่าลัตว่ในป้าโดยอาตัยฝูงสุนัข เข้าวันหนง เขาลือธนูพาฝูงสุนัขออกจาก เมืองไปป้า กลางทางไค้พบพรร!เถรร!ทลือบิณฑบาตเป็นวัตรรูปหนงกำลังเทยว บิณฑบาตอยู่ เกิดความโกรธไม่พอใจขน คิดว่าวันนพบคนกาฬ'กิณเข้าแล้ว คงจร!ไมไค้อร!ไรแน่นอน ตังนิ้แล้วกี่เดินเข้าป้าไป ฟ้ายพรร!เถรร!เทยวบิณฑบาต ฉนเสร็่จแล้วก็่เดินออกจากเมืองมา อัชเฬสิอเร่อ /ร๙๕ www.kalyanamitra.org

ส่วนนายพรานเข้าฟ้าไปแล้วไมใค?'ฅวอร!ไรเลยจึงเดินมือเปล่ากลับ บ้าน กลางทางไค้พบกับพระเถรร;อก ดิคว่าเมอเข้าไค้พบกนกาฬ'กิณ เข้าฟ้า จึงไมไค้อะไร ขากลับมาพบอก ค้องทำอะไรเดิยให้เฃ็่ค คิดแล้วก็่ส่งกัญญาณไล่พวกสุนฃให้ใปกัคพรร;เถรร; พระเถระเห็่นกังนั้นจึงร้องขอว่าอย่าไค้ทำอย่างน็้เลย แค่เขาก็่ร้องคอบ ว่าไม่ทำไมไค้ เพราะวันนั้พบท่านจึงไมไค้อะไร'จากฟ้า กลับมาพบท่านอก'จะเอา ไว้ทำไม ว่าแล้วก็่ยุลุนัขให้เข้าหาพระเถระ พระเถระเห็่น'จวนกัวจึงรบขนค้นไม้ ค้นหนั้งโคยเร็่ว นั่งอยู่ในทสูงชั่วกนหนง พวกสุนัขก็่ล้อมค้นไม้นั้นไว้ เพราะไม่ อา'จกระโคคถึงพระเถระไค้ นายโกกะเห็่นกังนั้นจึงเข้าไปหาพระเถระ บอกว่าสุนัขกัคท่านไมไค้ แค่คนสามารถทำอะไรไค้ว่าแล้วก็่ใข้ลูกศรแทงไปทเท้าของพระเถระ พระเถระ อ้อนวอนว่าอย่าทำอย่างนั้ๆ กโม่ทัเง กระหนํ่าแทงเข้าไป พระเถระเจึบปวคมาก ยกเท้าข้างทถูกแทงขน หย่อนเท้าอกข้างหนงลงไป ก็่ถูกนายโกกะกระหนํ่าแทง อก พระเถระคนทุรนทุรายค้วยกวามเจึบปวค แม้กระทั่งจึวรทห่มอยู่หลุคลุ่ย ลงมากึ๋ใม่อา'จรู้ถึกกัวและคึงกลับไค้ จวรรนนั้นหตุคร่วงลงมาจากร่างพระเถTะแถ้วกถมร่างทั้งหมค ของนายโกกะพอก พวกสุนัขคิกว่าพระเถระหล่นลงมาแล้ว ก็่รมเข้าขยํ้าร่าง เจ้านายของคัวเองอย่างเมานัน คักกินเนั้อของเขาก้วยกวามหิว ไม'นานกี่ เหลือแด่กระกูก พระเถระเห็่นเหตุการณนั้นจึงออกปากไล่สุนัข พวกสุนัขไกปีน คังนั้นกี่วงหนไป ^๒๙ หาโพธวงศาจาyt](ทองด) www.kalyanamitra.org

พระเถระ:ลงจากต้นไม้ เคินไปกิคไปว่า ชายผู้นั้นถูกจวรของเราห่ม กธุมร่าง ถึงกวามฉิบหายไปแล้ว ถึลฃองเราค่างพร้อยไปบ้างหรออย่างไรหนอ เข้าวัคเซตวันแล้วไต้กราบทูลพระ!พทธองกว่า \"อบา^กกนนั้นอา^ยจวรของข้าพร::องคจึงฉิบหายแล้ว ของข้า พระองคค่างพร้อยไปบ้างหรืออย่างไร\" พระ:บรมศาศคาฅรัศว่า ของเธอไม่ค่างพร้อย ปมณภาพของเธอยังม่อยู่ เขาประทุษร้าย ฅ่อเธอผูไม่ประทุษร้าย จึงถึงความพินาป มิใช่เฉพาะในชาศินเท่านนทเขา ประทุษร้ายต่อ^ม่ประทุษร้ายแล้วถึงความวิยัคิ แมในอฅศชาฅิก็่เคยเปีนมา แล้ว ในชาติก่อน เขาเกิคเป็นหมอปรุงยารักษากน แคไมไต้รักษากนมา หลายวัน จึงไม่มเงินซออาหาร ทนหิวไมไหวจึงไข้อุบายหาเงิน โคยกิคหลอก เคี่กให้เจ็่บป้วยขน เขาจับงูพิษไปไว่ในโพรงแห่งหนั้งแล้วมาบอกพวกเก็่กๆ ว่ามนกฟ้าลิกาอยูในโพรง ใกรจับมาไต้จะให้รางวัล เค็่กน้อยกนหนงไต้ยิน คังนั้นจึงร้บวั๋งไปทํ่โพรงนัน ล้วงมือเข้าไปในโพรง จับกองูแล้วลากออกมา เห็่น ว่าเป็นงูจึงเหวยงไปทหมอ งูฅกลงทบ่าของหมอพอค จึงกัคก้านกอของเขา ทำ ให้เขาลินซวิฅในทันท เขาประทุษร้ายในบคคถท[ม่ประทุษร้ายคอม จึงไล้ถึงความพินาfiเช่น นั้เหมือนกัน\" จากนั้นไต้ฅรัฟ้พระกากานั้ว่า อัชเพสิอเร่อ /๒๙ciT www.kalyanamitra.org

โย อปฺปทุฎ1สฺส นรสฺส ทุสุสติ สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงคณสฺส ตเมว พๆลํ ปจฺเจติ ปา!! สุชุโม รโซ ปฏิวาตํว ฃิตฺโต ฯ ประทุษร้ายกนทํ่ไม่ปร^ทุษร้ายฅอบ ชงเป็นยู้บริสุทธิ ไมมกิเลสเกรองยั่วยวน บาปกรรมย่อมกามสนองเขา ผู้เป็นพาลนั่นแหละ เหมือนฝ่นละอองทถูกเป๋าทวนลมไป ย่อมปลิวกลับมาหาผู้เป๋านั้นเอง ฉะนั้น. จาณรอง พรานสุนัขซอโกm ปาปวรรค อรรถกถาธรรมบท lortc) พรร}มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

fllT^'ดสินใจ โททำค้วยใจร้อนใจเรว ฃาคสติฃาคการไฅร่ฅรอง อย่างถถ้วน ย่อมทำให้เกิคกวามผิคพลาคไค้ บางกรั้งทำให้ผิคพลาคถงล่มจม เส์ยหายหรือทำลายทุกอย่างให้หายน:;ไปไค้แม้กระทั่งซวิฅ ดงนั้นท่านจงแนร;นำกนมาว่า ก่อนจร;ตดสินใจเรองอร;ไรแม้จร;เ!เน เรองเล็่กน้อยกี่ควรไตร่ตรองพิจารณาให้ถถ้วนก่อนเสมอ เป็นการ!(องกน ความผิดพลาดแลร;ความบกพร่องแม้เพยงเล็่กน้อยมีให้เกิดฃั้น กนทฅัคสินใจอย่างมีสติ ไม่ประมาท ฉลากพิจารณาอย่างถํ่ถ้วน กิค หน้ากิคหลัง กิคค้านบวกและค้านลบไปพร้อมกัน ย่อมผิคพลากไค้ยาก ชงการ กักสินใจค้วยอาการอย่างนั้จำค้องอาลัยการtเกฝนทำสมาเสมอ จนสามารถ กักสินใจไค้เรืวและถูกก้องทุกกราว ในฅอนเรั๋มค้น ก็่อาจกักสินใจไค้ช้าและ ถูกค้องบ้างผิกพลากบ้างเป็นธรรมกา แก่เมอ'!เกปอยเช้าก็่จะกักสินใจไค้เรี่วและ ถูกค้องแน่นอน หากไม่รืเกฝนไว้บ้าง เมอถึงกราวกักสินใจกะทันหันก็่จะกักสินใจ ama/iaaiSa www.kalyanamitra.org

ไคไม่ทันการณ หรือทัคสินใ'จอย่างไม่รอบกอบ ชงเร่ยงต่อการผิคพลาคไค้ง่าย เพราร;ในบางกรณจำค้องทัคสินใ'จแบบรืบต่วน ถ้าไม่พร้อมอยู่บ้างย่อมลำบาก ในการทัคสินใ'จ ความเป็นคนใจพ้น ความเป็นคนใจเร็่ว ชงเป็นอุปMยประจำตัวของ คนเราทั่วไป นับเป็นอันฅรายใหญ่หลวงในการตัดรนใจ เพราะเมอใจพ้นเมอ ใจเร็่วก็่จะซาดการใคร่ครองพิจารณา ขาดความรอบคอบถ้วนถ เมอต้องตัดรน ใจเรองอะไรก็่จะตัดรนไปโดยเร็่ว ความนิดพลาดบกพร่องก็่มักมคามมาเลมอ โดยเฉพาร;ยู้ทเ!เนยู้นำ เบ็่เนผู้ปกครอง หรือเส์นไหญในหมู่คณร! หากใจร้อนใจเร็่วเ^นหลก แลร;ไม่ค่อยได้!เกเรองการตดสินใจนก ก็่มกจร; ตดสินใจเร็่องต่างๆ โดยอิสรร; เอาความคิดของตวเองเ!!นใหญ่ ตดสินใจ สิงการ ตดสินใจทำตามใจทร้อนแลร;เร็่ว ทำ ให้เกิดความเสิยหาย เสิยเวลา แลร;เสิยความรู้ส์กของผู้อยูในปกครองแลร;ของผู้อยู่ในหมู่คณร;มามากต่อ มากแล้ว ในสมัยพุทธกาลก็่มเรองอันเหลือเชอเกยวกับการฅัคสินใจอย่างรืบ ร้อน ไปทำบาปกรรมทร้ายแรงอย่างไม่น่าทำ ทัคสินเร็่องค้วยใจเร็่ว แม้จร;ถูก ทักท้วงก็่ไม่เชอ ซวิฅทคมาแต่ค้นก็่มาผิคพลาคลง เกิคกวามผิคพลาคเลืยหาย ร้ายแรงทสุคจร;แก!ฃไค้ เป็นเร็่องทัวอย่างทเห็่นไคซคเจนว่าการฅิคสินใจค้วย กวามใจร้อนนั้นผิคพลาคเลืยหายอย่างไร เพราร;เป็นเร็่องอันเหลือเชอเรํ่องหนั้ง ท่านจื้งมันทํกเป็นหลักฐานไว้ พรgมหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org

เรองเกิดฃนทํ่เมืองฟ้าวัตถ พรร:เถระรูปหนงเป็นซฅ้นชงคุ้นเคยกับครอบกรัวนายช่างแก้วซงเป็น ช่างเจยระไนอัญมณประจำราซส์านัก ช่างแก้วและภรรยาไค้อุปกัมภบำรุงพระ เถระเหนือนคังเป็นโยมพ่อโยมแม่ซองท่านมานานถง ๑๒ ป็ อยู่มาวันทนง ขณะทช่างแก้วกำลังนั่งหั่นเนอและศนทนาอยู่กับพระ เถระ พระเจ้าปเศนทิโกศลไค้ส่งเจ้าหน้าทนำแก้วมณควงหนั่งมาไหโคยรับลังให้ ช่างแก้วเจํยระไนแล้วส่งกลับคืนไปทวัง ช่างแก้วจํงรับแก้วมณควงนั้นไว้ค้วย นือทเปีอนเลือคแล้ววางไว้บนเขยง จากนั้นกึ๋ใปทหลังบ้านเพอล้างนือ ก็่ทบ้านนั้นเขาเถยงนกกระLTยนไวฅวหนง คอนนั้นนกกระเรยนเดิน เพ่นพ่านอยู่แถวนั้น เมอช่างแก้วลุกจากทนั้งไป นกกระเรยนจึงเดินมาทเขยง เห็่นแก้วมณเร้อนเถือศนั้นเข้าก็่^ากัญว่าเปีนก้อนเนั้อ จึงคาบขนมาแก้ว กถืนกินเข้าไปโดยเร็่วฅ่อหบ้าพระเถระทนั้งอยู่ ช่างแก้วกลับเข้ามาในห้องไม่เห็่นแก้วมณจํงเรยกภรรยามาถาม เนั่อ นางคอบว่าไม่เหี่น จํงเรยกบุฅรธิคามาถามทุกคน เมอทุกคนคอบเหนือนกันว่า ไม่เห็่น ช่างแก้วไค้เรยกภรรยาเข้าไปข้างในห้องแล้วบอกว่า ศงลัยพระเถระเอา ไปแน่นอน เพราะไม่มคนอนเข้ามาในบ้าน ภรรยาบอกศานืว่าอย่าไค้คิคอย่างนั้น คนอุปกัมภพระเถระมานาน เท่านั้ ยังไม่เห็่นว่าท่านเลืยหายหรอทำผิคอะไร ท่านค้องไม่เอาแก้วมณไป แน่นอน อ้พเพสีอเร่อ_^๐๑^ www.kalyanamitra.org

เขาไม่ฟิงภรรยา ออกไปถามพระ:เถรร:ว่าไค้เอาแก้วมณไปหรือเปล่า พระ:เถรร:ไม่ยอมบอกว่านกกระ:เรืยนกินแก้วมณไป เพราะ:'จะ:เป็นเหตุให้นก กระ:เรืยนถูกฆ่าฅาย จึงฅอบไปว่าฅนไมใค้เอาไปเท่านั้น เขาก็่บอกว่าในทํ่นั้ ไม่มกนอน ท่านค้องเอาไปแน่ ขอแก้วมณกืนมาเถิก พระ:เกระ:ก็่พูคยํ้ากำเคิม ว่ามิไค้เอาไป เมอเป็นกังนั้เขาจึงปรืกษากับกรรยาอก บอกว่าเมอท่านไมรบว่าเอา ไปก็่กักบบกั้นใหรับให้!ค้ กรรยาก็่เสือนสฅิว่า \"นายจา นายอย่าให้พวกเราวิ1Jติฉิบหายเลย พวกเราเข้าถงความ เปีนทาสยังประเย่ริฐกว่า การกล่าวหาพระเถระเห็่นปานนั้1ม'ประเสริฐอะไรเลย\" ช่างมณกลับกล่าวว่า \"พวกเราทั้งหมศแมถงความเปีนทาส ก็่ยังไม่ เท่าราคาแก้วมณดวงน\" ในบางครัง เมอถงคราวคบขนต้องตดสินใจ ส์ตรืกร'บมความ รอบคอบแลร;ลร;เอยดอ่อนกว่าบุรุษ เพราร;มสติรู้ตว มองการณ!กล แลร; รู้จกบาปบุญคุณโทษมากกว่า ส่วนบุรุษนั้น แม้จร;เป็นผู้นำเป็นผู้ฉลาดม ปรร;สิบการณ แต่ม้กเจาร;ยดติดอปูกับเรึ๋องบางเรองอย่างแน่นแ?}น มอง เพยงต้านเตยว ทำ ให้ไม่รอบคอบ ไม่มองทุกต้าน เหมือนช่างมณทมอง พรร;เถรร;อย่างผิวเผิน ทั้งทรู้จกสินิทสินมกันมานานแล้ว แต่มองข้ามราย ลร;เอยดอย่างนั้!ปเสิย จึงไต้ตดสินใจว่าพรร;เถรร;เอาแก้วมณไป ส่วนภรรยา คิดอกแบบหนงว่าไดรู้จักคุ้นเคยแลร;รู้อุปนิล้ยของพรร;เถรร;ค ไว!จไต้ มืใช่ เป็นผู้เห็่นแกใต้แน่นอน 0๐๒1 พ«มหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org

ช่างแก้วไม่ฟิงเสิยงก'คก้านของภรรยาไปหาเชือกมาแล้วยูกรัค ษะ พระเถระไช[ม้สอกเข้าไปในปมเชือกแล้วก่อยๆขัน พระเถระก็่ใม่พูคอะไร เลือก ไค[หลออกมาทางปาก หู และจมูก กวงกาทั้งสองโปนถลนออกมา พระเถระ เจ็่บปวครวกร้าวจนล้มลงทพน นกกระเรยนไก้กลั๋นเลือกจึงไค้เข้าไปกินเลือก ช่างแก้วเห็่นกังนั้นก็่รำกาญและโกรธจักจึงเกะมันเฅ็่มแรงให้พ้นไปจากทนั้น นกกรร;เรยนถงแก่ความตายด้วยการเตะนั้นเอง พระเถระเห็่นเช่นนั้นจึงบอกให้ช่างแก้วกลายเชือกแล้วก่อยไป คูว่านกกระเรยนกายหรือยัง เขารืบกอบพระเถระว่า แม้ท่านก็่จักกายเหมือน นกนั่นเหมือนกัน พระเถระจึงบอกว่า หากนกนั้ยังไม่ตาย อากมาก็่จักไม่บอก ว่านกนั้กินแก้วมณไป แก่กอนนั้มันกายแล้ว ช่างมณรืบนำมืกมาผ่าห้องนกกระเรืยน เมอเห็่นแก้วมณเข้าก็่ถงกับ กัวร่'นงันงก สลกใจในการกระทำของกน รืบแก้เชือกแล้วหมอบลงแทบเห้า พระเถระกราบขอขมาโทษว่า กนทำไปโกยไม่รู้จริง ขอให้พระเถระยกโทษให้ก้วย พระเถระบอกว่า \"อบ'?สก โทษของท่านไม่ม ของอาคมาก็่ไม่ม มแฅ่ โทษของวัฏฏะเท่านั้น อาตมายกโทษให้อุบาสก\" เมอท่านยกโทษให้ ช่างมณจึงนิมนกให้ท่านรับกักกาหารในม้านของ กนประจำเหมือนเดิม พระเถระกอบว่า \"อุบาสก นับแค่วันนั้เป็นค้นไป อาตมาจะไม่ยอมเช้าไปภายในชายคา เรอนของนูอน เพราะmปีนโทษของการเช้าไปภายในเfอนโดยตรง ตั้งแค่ นั้ไป เมอเห้าตั้งสองยังเดินไปไค้ อาตมาจักรนทประตูเรือนเท่านั้นรับอาหาร บิณฑบาต\" อ้ชเฬสิอเร่อ www.kalyanamitra.org

ในคัมภรจารึกไว้ว่า ต่อมาไม่กว้นพรร{เถรร;ก็่ปรินิพพานด้วยการ ถูกรึดรรษร;นัน นกกรร;เรึยนได้ถือปฏิสนธื่ในครรภฃองภรรยาซ่างมณ ซ่าง มณตายแล้วไปเกิดโนนรก ส่วนภรรยาของเขาสินซพแล้วไปเกิดในเทวโลก เพราร;ความเ!เนผู้มจิตอ่อนโยนในพรร;เถรร; แม้พระล้มมาล้มพทธเจ้าก็่ฅรึสถืงกำเนิคต่างๆ ทมนุษยจะไปเกิค หล้งจากสินซวิฅแล้ว โคยทรงกำหนคว่า แล้วแต่กรรมของแต่ละกนททำไว้ ในขณะทเป็นมนษย กรรมนั้นส่งผลให[ปเกิคในกำ เนิคนั้นๆ คามพระบาลว่า คพฺภฌเก อุปปชุซนฺติ นิรยํ ปาปกมมิโน สคฺคํ สุคติโน ยนฺติ ปรินิพพนฺติ อนาสิวา ฯ คนบางพวกย่อมเข้าถืงกรรภ (เกิคในโลกมนุษย่) ยู้ท ชอบทำบาป ย่อมเข้าถืงนรก ผู้ทมกฅิคย่อมเข้าถึง สิวรรกํ ยู้ทไปมอาสิวะย่อมปรินิพพาน. จากifอง พระติ เป็นชฅ้นของนายช่างแก้วมฌ ปาบ่วรรค อรรถกถาธรรมบท ๓๐^ พรgมหาโพธิวงศาจา?ย์(ทองด) www.kalyanamitra.org

ถกถก กรรมนั้นตามสนอง ^3' 't<fi \"l>flTvinlQอย่างไร กึ๋ใต้?มผลอย่างนัน\" กำ นั้เราไคยนกันมาตั้งแต่เค็่ก ผู้หลักยูใหญ่มักจะพูคให้ลูกหลานฟิง เป็นการสอนไปในตัวคือให้มกวามระวังในการทำแต่ลร:อย่าง ไม่ว่าทำคืหรือ ทำ ไม่คื เพราะถ้าทำคืไว้ ก็่จะไค้รบผลคืคอบแทน ถ้าทำไม่คืไว้ กื่จะไครับผล ไม่คืคอบแทน เสมอหน้ากันหมค ไม่มละเว้น ไม่ว่าใคร กังนั้น คนmซอ ฟอแม'เชอฟืงผู้หลัก^ทญ่^งศังใ'^ทำแต'^งทต ไม่ทำร่งทไม่ฅ ชวิฅจื้งอยู่สุขสงบ ไม่ว่าจะอยูในท้องไร่ท้องนา อยู่ตามปาตาม ดอย หรออยู่ตามเกาะแก่งต่างๆ เพราะทุกศนมความรบมิดชอบในตัวเอง เปีน คนไวIจได้ ไม่ข่มเหงรังแกใคร ต่างคนต่างก็่อายชัวกลัวบาปกัน โจรขโมยจื้ง ไม่ม บ้านไม่ด้องไก่กุญแจ รัว้บ้านกี่มไว้บ้องกันมิให้วัวควายเข้ามาเหยยบยา ข้าวของเก่ยหายเท่านั้น อชเ2«สิอ1ร่อ /^0๕ www.kalyanamitra.org

ตรงกันข้าม หากไม่เรือเรืองเวรเรืองกรรมไม่เชํ่อเรองการทำคทำชั่ว ว่าให้ผลเป็นคเป็นชั่วจริง ก็่จร;ไม่เชอกำพูคข้างตัน เมอไม่เชอจงทำคทำชั่วไป ตามใจชอบ เมือทำรงทํฅัวเองกิคว่าคแล้ว หากไมใครับผลต ก็่ค่าทอว่าทำคไม่ ไตัต ทั้งทร่งทตนทำนั้นไมใช่ร่งคอย่างทกิค หรือเมอทำชั่วทำผิคไป แต่กวามชั่ว กวามผิตยังไม่เปีคเผย หรือบางกรั้งยังให้ผลในทางค ทำ ให้ตนเจริญก้าวหน้า กี่ ทำ ให้เข้าใจไปว่า ทำ ชั่วทำผิคย่อมไม่มืโทษถ้าทำตัวยกวามฉลาก อร;ไรทำนองนั้ แห้ทํจริงแล้ว การกรร;ทำไมวาคหรือไม่คย่อมมืผลเป็นคแล:;ไม่คกาม การกรร;ทำ อย่างทท่านพูคไว้ว่า ไกรทำไว้อย่างไรกี่ไครับผลอย่างนั้น ไม่มืผิค เป็นแต่ว่าจร;ไครับผลเมํ่อไรเท่านั้น บางกรั้งกรรมชั่วเกิคมาให้ผลในตอนทกำลัง ทำ กรรมคอย่ จึงตัองไครับทุกชโทษไปก่อนทํผลกรรมคจ:;ให้ผล กี่เลยทำให้ เข้าใจผิคไป เช่นไปทำบุญทวัคมา ขับรถกลับบ้าน รถเกิคยางแตกหรือรถกวํ่า ทำ ให้เสิยซวิต อย่างนั้กี่มือยู่ปอยๆ เรืองนจำตัองหนักแน่นแล2ลึกชงจึงจ:; V ค ^ 2^ แลร;เรืองกรรมโคยเฉพา2กรรมชั่วททำไว้ ย่อมฅิคตามไปให้ผลตาม การกรร;ทำ อย่างหนักกี่ก่งให้!ปรับทุกฃอยูในนรก เศษกรรมทเหลึอกี่ตามมา ให้ผลอก โตยให้มาเกิคเป็นมบุษย่ แต่เป็นกนยากจนบ้าง พิกลพิการหูหนวก ตาบอคบ้าง หรือไครับทุกฃโทษทั้งทั้ไมไตัทำอ2ไรในชาฅินั้บ้าง นันแศคงให้เห็่นว่า เมือทำกรรมอ2ไรไว้ กี่จ2ไครับผลเช่นนั้นแน่นอน ในศนัยพรร;พุทธเจ้า มืผู้ทเกิคมาแล้วไตัรับผลกรรมตามทตนทำไว้ แต่อคตชาติหลายราย ทเป็นภิกษุกี่มืไครับผลตามกรรมในอคตอย่างเหลึอเซอ คือเกยทำกรรมเช่นนันไว้ กี่มาไคืรับผลกรรมในลักษณ2เช่นนั้นในชาตินั้ พรร;พุทธองกทรงเก่าบุรพกรรมคือกรรมในอคืตชองผู้นั้นให้ภิกษุทั้งหลายพิง 01๐๖1) พระมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

เท่ากับทรงเตือนสติให้ระวังการกระทำ อย่าให้เป็นบาปเป็นกรรมไค้ อย่ากิค เอาเองว่าเมอทำไปแล้วจะไมมผลอะไร เพราะเป็นเรองส์ากัญอันเหลอเชอ ท่านจึงบันทกเป็นหลักฐานไว!น กัมภร เรองเกิดฃ็้น ณ ทํ่ตางๆ แลร;ทํ่เมืองสาวัตถ เมอพระบรมสาสคาประทับอยู่ทวัคเซฅวัน เมึองสาวัฅถ มเรองเกิด ฃนหลายเรอง เรองทหนง ภิกษุหลายรูปเดินทางมาจากค่างถํ่นเพํ่อไปเล้าพระพุทธ องกั เช้าไปยังหมู่บ้านแห่งหนงกลางทาง พวกซาวบ้านนิมนฅไหไปพัก ณ ทแท่งหนงเพอรับบิณฑบาตรวมกัน แล้วค่างก็่ไปจัคเฅรยมอาหารกัน ภิกษุ เหล่านั้นนั่งรอเวลาอยู่ ลำ กับนั้น เปลวไฟจากเตาไฟของหญิงกนหนั่งชงกำลังเฅรยมอาหาร อยู่ประทุขนไปติคชายกา เสวยนหญ้าอันหนั่งติดไฟแล้วปลิวชนจากชายกา ไปลอยอยู่กลางอากาศ ขณะนั้นกาตัวหนั่งบินมาทางนั้น ไค้สอดหัวเช้าไป ไนเสวยนหญ้าทไฟติดอยู่ ถูกเกลิยวหญ้าพันไหมทงตัว ตกลงมาตาย ภิกษุ เหล่านั้นเห็่นเหตุการโนนั้นพอดจึงค่างเอ็่ดองซนว่า กรรมหนักๆ พวกเราไค้ เห็่นอาการวิปริตผิดแปลกทกาไครับกันแล้ว เว้นพระบรมศาสดาแล้วกงไม่มยู้ ไดรู้เวรกรรมซองกานั้!ค้ จึงเนั่อรับอาหารจากชาวบ้านและฉันกันเสร็่จแล้วก็่ เดินทางค่อไป www.kalyanamitra.org

เรืองทสอง ภิกษุหลายรูปโคยสารเรือริrามท:;เลมาเพึ๋อไปเร'า พระ:พุทธเจ้า เมอเรือมาถึงกลางทะ;เล ไค้หยุคนํ่งไปเฉยๆ แล่นต่อไปไมไค้เคย ไม่ทราบสาเหตุ แม้นายเรือและ:ผู้กนจะ;ช่วยกันตรวจคราคูอย่างล2เอยคก็่ไม่ พบข้อบกพร่องอะ;ไร ผู้คนจึงกิคกันว่า สงร'ยในเรือลำนค้องมกนกาฬกณอยู่ ค้วยแน่ จึงไปบอกนายเรือและ;ฃออนญาฅให้ทุกกนจับสลากกาฬ'ภิณ นายเรือ ณห็่นค้วยจึงอนญาฅให้ทำ ปรากฏว่า ภรรยาสาวของนายเรือจับไค้สลากกาฬ'ภิณ ผู้กนก็่ยัง เกรงใจนายเรือ จึงให้แจกสลากใหม่ สลากก็่ฅกแก่นางอก เมอแจกกรั้งทสาม สลากนันก็่ยังฅกแก่นางเหมือนเคิม ผู้กนจึงถามนายเรือ นายเรือบอกว่าคนไม่ อาจเอาใจภรรยาคนกนเคยวโคยให้ทุกกนค้องเกวังกว้างอยู่กลางทร;เลไค้ ขอ ให้ทิงนางลงทะ;เลไป และ;เพอฅนจะ;มิไค้เห็่นนางร้องกรวญกรางต่อหน้า ขอให้ เปลยนเสือผ้าและ:เกรั้องแต่งคัวของนางออกเถึยให้นุ่งม้าเก่าก็่พอแล้ว และ;ให้ ทิ้งนางลงไปคอนทฅนไมไค้เห็่น ผู้กนก็่จัคการคามนั้น เมอนางฅกลงไป พวก ปลาและ;เต่าก็่พากันมากัคภินร่างจนเหลือแต่กระ;คูก พวกภิกษุไค้เห็่นเหตุการณนั้น จึงบอกกันว่ากนอํ่นกงไม่มืไกรรู้บุรพ กรรมของนางไคคเท่าพระ;บรมศาสคา พวกเราต่อยทูลถามพระ;องกเมอไปถึง เมืองแล้ว เรืองทสาม ภิกษุ ๓) รูปเคินทางมาจากชายแคนบุ่งหน้าไปเผ้า พระ;พุทธองกทเมืองสาวัฅถึ กลางทางไค้เข้าไปพักทวัคป่าเชิงเขาแห่งหนง ท วัคนั้นมืถํ้าชงเป็นทพักไค้และ;มืเฅยงลำหรับรับรองไว้ ภิกษุเจ้าถนจึงให้ภิกษุ ๗ รูปนั้นไปพักในถานั้น ภิกษุเหล่านั้นก็่เข้าพักกันคามสะ;ควก แต่พอตกคึก เภิคอุบัติเหตุชน โคยก้อนหินขนาคใหญ่เท่าเรือนยอค กลงลงมาจากยอคเขา CTOC^ พรร!มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ปิคประ;ฅูถํ้าพอค เช้าขนมาภิกษเจ้าถนเห็่นก้อนหินปิคปากถำจึงไปบอกซาว บ้านหลายหมู่บ้านให้มาช่วยกันกลิงหินออกจากปากกำ แบ้ภิกษุ ฟ่ รูปทอยู่ ช้างในถํ้าก็่ช่วยกันออกแรง แฅ่ก็่โม่อาจกลิ้งหินให้เขยอนจากปากกำไห้ภิกษุท อยู่ช้างในต่างก็่ขาคนํ้าขาคอาหาร อากาศมคมิค ทุกฃทรมานอยู่ในถํ้านั้นเป็น เวลา ๗ วัน พอ ๗ วันผ่านไป หินก้อนนันไห้ก่อยๆ กลิงตกลงไปช้างล่างเอง ภิกษุเหล่านั้นต่างอ่อนแรง เมอไห้ฉันอาหารแล้วก่อยมกำลังชื้น พูค กันว่า บาปกรรมของพวกเรานั้เว้นพระ:บรมศาศคาแล้วกงไม่มใครรู้ล่าเหตุแน่ เราก่อยถามพระ;องคเมํ่อไห้เช้าเร'า ภิกษุทั้งลามฝ่ายทเห็่นและ;ทประ;ศบเหตุการโนต่างก็่เคินทางมาถึง วัคเซควันในเวลาใกล้เกยงกัน ถามไถ่และพักผ่อนกันแล้ว รุ่งขนไห้เช้าเสา พร้อมกัน ไห้กราบทูลถึงเหตุการณทพวกคนไห้พบเห็่นและ;ทไห้ประ;ลบห้วย คนเองให้ทรงทราบ แล้วกราบทูลว่าเป็นบาปกรรมอะไรจึงไห้เป็นเช่นน พระบรมศาสดาได้ตรัลเล่าบุรพกรรมของแต่ละฝ่ายไปตามลำตบ เรํ่องแรก พระบรมศาลคาครัลเล่าว่า \"กานั้นไครับผลกรรมทเกยทำมาในอคค คือในอคคกาล มซาวนา กนหนั้งถึกโกของคนเพอให้ไถนาเป็น แต่โกของเขาคือไม่ยอมจะทำคาม ถึก ไห้หน่อยก็่ลงนอนเถึยเฉยๆ แม้เขาฅให้ลุกขนก็่เคินไปไห้หน่อยหนั้งแล้วก็่หยุค นอนลงอก ชาวนานั้นถึกโกจนอ่อนใจ ลคห้ายเภิคกวามโกรธขนมาเฅ็่มท พูค ว่าเมออยากจะนอนก็่ขอให้นอนให้ลบายก็่แล้วกัน พูคแล้วก็่นำฟางมามักเป็น เปราะๆ เป็นวงกลม ผูกไว้ทกอโกแล้วจุคไฟเผา โกก็่ถูกไฟกลอกคายครงนั้น เอง ชาวนานั้นคายแล้วไปคกนรกลิ้นกาลนาน มาเภิคไหมในกำเนิคกา ๗ กรั้ง และก็่ถูกไฟไหม้อย่างนั้ทุกกรั้งไป\" อัชเพลอเร่อ www.kalyanamitra.org

เรองทสอง พรร:บรมศาสคาตรัสเล่าว่า \"หญิงผู้เป็นภรรยานายเรือนันก็่ใ^บผลกรรมทํ่ฅนทำมาแล้าเหมือน กน คือในอคฅกาล นางไค้เป็นภรรยาของกฤหบคืกนหนงในเมืองพาราณคื ทำ การงานทุกอย่างค้วยตนเอง นางมืสุนัขตัวหนงทเลยงไก้ สุนัขตัวนั้นกอย ฅิคตามนางไปทุกแห่งทุกtlก้าว ไม่ว่านางจร;ไปไหน จะ:ทำอร;ไรจร:ค้องตามไป ค้วย เมือนางออกปากไล่ก็่ยอมกลับ แต่เมือนางหันหลังไหกวั๋งตามไปอก อัน ทํ่จริงสุนัขนั้นเกยเป็นสามืของนางมาก่อน มาในชาตินั้นจึงรักแลร:ผูกพันนาง อย่างลึกชง วันหนง นางไปตลาค พวกหนุ่มๆ เห็่นนางเข้าก็่พูคเยาร;นางเล่นว่า เป็นนายพรานซงมืสุนัขติคตามอยู่ตลอคเวลา นางเกิคกวามลร:อายแลร;เกิค กวามโกรธสุนัขททำให้เขาเยาร;หยันไค้ วันหนั้งนำอาหารไปให้สามืในนา ไค้ นำ เชือกฅิคตัวไปค้วย เมอให้อาหารสามืแล้วก็่เตินไปทห่านั้า กรอกทรายลงใน กระ:ออม(หม้อนำ) จนเต็่มแล้วเอาเชือกผูกกอกรร;ออมไว้ ล่งเลึยงเรืยกสุนัขให้ เข้ามาใกล้ๆ สุนัขคืใจว่าโชกคืจริงวันน เจ้านายเอ็่นคูเรืยกตนเข้าหา จึงกรร;คิก หางหมอบกลานเข้าไปหานาง นางกื่ผูกเชือกอกข้างหนงทกอสุนัข แล้วยก กรร:ออมไปทท่านำ สุนัขก็่ตามไปค้วยโคยไม่รู้อร;ไร แล้วนางก็่ทุ่มกรร;ออมลงนั้า สุนัขก็่ตกตามลงไปค้วย เมอกรร;ออมจมนั้าไปนอนก้นอยู่ ไม่นานสุนัขก็่ร้นลม หายใจตายไป ค้วยวิบากกรรมนัน นางไค้ตกนรกร้นกาลนาน วิบากกรรมท เหลึอทำให้มาเกิคเป็นภรรยาของนายเรือแลร;ถูกถ่วงนั้าในฐานร;เป็นกาพักิณ\" เรํ่องทสาม พรร;บรมคาสคาตรัสเล่าว่า \"ในอคืตกาล พวกเธอเกิคเป็นเคื่กเร้ยงโก ๗ กนในเมืองพาราณลึ เป็นเพือนกันแลร:เลึยงโกค้วยกัน วันหนั้งขณร;ทเร้ยงโกอยู่ ทั้งเจ็่คกนไค้เห็่นเหย /ฅ๑^ พรgมหาโพธิวงศาจาโย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ใหญ่ฅัวหนงจึงวั๋งไล่จับ เหยไค้วงเช้าไปในโพรงจอมปลวกแห่งหนงซงมโพรง อยู่ ๗ แห่ง พวกเค็่กฅิคว่าจันนจับไมไค้พรุ่งนจะ:มาจับใหม่ จึงไปหาใบไม้และ; กั๋งไม้สคมาอุคโพรงจอมปลวกไว้ทุกโพรงอย่างแน่นหนาแล้วกี่พากันกลับบ้าน รุ่งขน เค็่กเหล่านั้นลืมเรํ่องเห็้ยอยู่ในโพรงทํ่พวกคนอุคไว้ พาโคไป เลิ้ยงทอนเวยนไปเรํ่อยๆ จนจันทเจ็่คจึงหวนกลับมายังบริเวณจอมปลวก พอเห็่นจอมปลวกเช้ากี่นึกไค้ จึงไปเปิคใบไม้ออก เหยนั้นอคอาหารมา ๗ จัน ร่างกายผอมโซ ค่อยๆ ออกมาจากโพรง พวกเค็่กเห็่นเช้ากี่ลงสารบอกกันว่า ปล่อยมันไปเถอะ: อย่าฆ่ามันเลย แล้วกี่ปล่อยมันไป เพราะ:ไมไค้ฆ่าเหิ้ย เกี่กเหล่านั้นจึงมิไค้ฅกนรก ไค้แค่เสวยทุกฃจาก การอคอาหารฅิคค่อกัน ๗ จันใน <ร)<1 อัฅภาพ เมอพระ:พุทธองกฅรัสเล่าบุรพกรรมซองทุกฟ้ายจบแล้ว ภิกษุรูปหนั้ง J\\ กราบทูลถามพระ:พทธองกวา \"ความหถุดพ้นจากบาปกทมย่อมไม่มแก'เหล่าร'ศวททำบาปกรรม ไว้ ทัง้ทํ่เหา:fหนไปทางอากาศ ทั้งทแล่นหนไปในศมุทร ทัง้ ทหนหลบเข้าไปอยู่ ในซอกเขาหรืออย่างไร\" พระ:พุทธองกฅรัสว่า \"อย่างนั้นทเmว ในบรรคาmงหลายมอากาศ เป็นต้น แม้ทร'กล่วนหนงซงบุคคลอยู่แล้วจะพื้งพ้นจากบาปกรรมไต้ย่อมไม่ม\" จากนั้นไค้ฅรัสพระ:คาถานั้ว่า www.kalyanamitra.org

น อนุตลิฤเข น ฟ้มุทุทมชุเฌ น ปพฺพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิชุซเต โส ชคติปปเทโส ยตฺร£jfโต มุจฺเจยุย ปาปกมมา ฯ คนททำบาปกรรมไวถงจะ;หนไปในอากาศ กึ๋ใม่พ้นจาก บาปกรรมไปไค้หนไปกลางทะ:เลกึ๋โม่พ้น เข้าไปหลบตาม ซอกเขาก็่ใม่พ้น ส่วนของแผ่นคินทผู้นั้นอยู่แล้วจะ:พง พ้นจากบาปกรรมไค้ย่อมไม่ม. จากเรอง ฅโยจน ปาปวรรค อรรถกถาธรรมบท พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ทหลบกรรมได้ฟ้นไม่ม A ,, เรอง กฎแห่งกรรม กือเรองเกยวกับกรรมแล^ผลของกรรม เป็น เรองใหญ่ทเกยวข้องกับวิถซวิฅกนเราทุกกน เพราะทุกกนมกรรมกือมการ กระทำทางกายบ้าง ทางวาจาบ้าง ทางใจบ้าง อยู่ฅลอคเวลา และสิงทกระทำ นั้นมกบ้างไม่คบ้าง มเจกนากั้งใจทำบ้าง ไม่มเจกนาไมไคกั้งใจทำบ้าง เมํ่อม การกระทำก็่ย่อมมผลของการกระทำนั้นๆ กามมา หนักบ้างเบาบ้างกามสิง ทกระทำ กฎแฟงกรรมนเปีนกฏธรรมชาติ เป็นไปตามปกติธรรมคา เป็นไป แก'ทุกคนเปมอหน้ากันทั้งหมค จ:แชอหรือไม่เชอ สนใจหรือไม่สนใจ ไมใช่ข้อ ยกเว้น ไม่มข้อต่อรอง ไม่มหยุคนํ่ง เมอมการกระทำเกิคขน พอถึงเวลาก็่ให้นถ ไปตามกฎ โตยเฉพาะเรองผลของกรรมย่อมให้ผลแก่ทุกคนทกระทำกรรม ไม่ อาจหลกพ้นไปไห้และไม่มทั้ใศทจะสามารถหลบช่อนหนพ้นกฎแห่งกรรมนIปไห้ กฎอึ๋นๆ เซ่น กฎหมาย กฎระเบยบ สามารถหลบได้หนได้ แต่ กฎแห่งกรรมนั้1ม่อาจหนได้แน่นอน www.kalyanamitra.org

การทท่านสอนท่านเณร:นำให้กนเราทำแฅ่คทำแต่บุญ ไม่ให้ทำชั่วไม่ ทำ บาปนั้น ณพํ่อเสือนสฅิเตือนไจไห้ดำรงชวิฅอยู่อย่างถูกต้อง โดยไม่ทำชั่ว ทำ แดด แลร;ตังใจให้สงบนิง จร:ไต้อยู่คมสุข มกวามสงบเย็่น มกวามพร้อม เพรยงร่วมมือร่วมไจกันไม่เอารัคเอาเปรยบกัน หาไม่แล้วชวิฅก็่จร:เกลือกกลั้ว อยู่กับบาปกรรมรำไป กินรนแสวงหาไม่ถูกทางราไป โคยปล่อยวิถซวิฅไปคาม อิสรร: สุคแห้แคใจกิคว่าจร:ทำอร:ไรอย่างไรก็่ทำไปคามมัน จร:ผิคจร:ถูกไม่สนไจ ไมใต้กำนงกง ขอเพยงไห้คนไคไนอิงทไจปรารถนาต้องการ ขอเพยงไห้คนมื แลร:เป็นยงขนไปเป็นไช[ต้ โลกทุกวนนจงวุ่นวาย แข่งขน ดินรน เอารดเอาเปรยบกันอย่าง บ้าคลั่ง จนเห็่นเป็นเรองปกดิธรรมดาไป เมือมืการกรร:ทำเกิคขนก็่ย่อมไครับผลแห่งการกรร:ทำนั้น แต่กน ล่วนหนงไม่รู้ไม่เชอ หรือไม่ยอมรับ พยายามหาทางไห้คนพ้นจากผลการกรร:ทำ ไม่ว่าจร:โคยวิ}ไค เช่น ยอมเลืยเงินทองทรัพย่อินบ้าง ยอมเกื่บคัวเงยบอยู่แต่ ไนบ้าน ไม่ยอมออกไปพบหน้าผูใคบ้าง ยอมหนไปอยู่ไนทํ่ทไม่มืกนรู้จักบ้าง ชงเป็นวิ}การทไซ้กันมาโคยคลอค แต่แท้ทจริง ผลของกรรมทเปีนความมิดมิใช่แต่ถูกจำกัดอิ^รภาพทาง กายโดยถูกดัดรนลงโทษใท้อยูในคุกดารางเท่านั้น หากแต่อยู่ทํ่จิฅเปีนราดัญ เปีองท้น แม้ร่างกายจ:!เปีนอิลร:! แดจดจะครุ่นคิดถงความมิดทํ่ไท้กร:!ทำไว้ อยู่ดลอดเวลา ความคิดเช่นนั้แหละทจะทำลายความลุขในช่วิดไมว้าจ:!ยาม ฅืนหรือยามหลับ นอนหลับแล้วก็่กังละคุ้งศึ๋นขนมากลางดันแล้วหวาดผวาไท้ ๑ พygมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

ยั๋งตอนมอายุมากข็้น หน้าทการงานน้อยลง ไม่ต้องร้ไนผิดชอบ อร;ไรมาก จิตก็่มเวลาว่าง เมอจิตมเวลาว่าง ความคิดถึงเรืองอดตก็่จร;มา รบกวน ความรู้ถึกในเรองผิดชอบชั่วดเรมเจิดจ้าขน ตอนน้นแหลร;ความคิด ทรู้ถึกว่าตนทำผิดทำชั่วไปจร;เกิดฃั้นมารวบกวน ทำ ไห1ม่เป็นสุข บางกนอาจกิคหนกวามผิคไปอยู่ทอนทเห็่นว่าปลอดภัย หรืออาจ คนรนหาทางป็'องภันฅนให้พ้นผิด หรือทำกวามผิดเพั๋มฃ็้นด้วยการกำจัดทำลาย ยู้ทํ่จร:เป็นหลักฐานให้ฅนไครับโทษ แดไม่ว่าจร:ทำอย่างไรไม่ว่าจร:หนไปอย่างไร กวามกิดในกวามผิดชงเกิดขนปรร:จำนั้นก็่ฅิคดามไปด้วยดลอดเวลา กอยทำให้ หวาดกลัว ทำ ให้กังวลใจอยู่ดลอดเวลา หนผิดอาจหนไต้ แต่หน้ความรู้ถึกย่อมไมใต้ ดังนั้นท่านจึงแลดงว่า ไม่มสถานทใดในโลกทํ่ลามารถหลบกรรมได้ ในสมัยพทธกาล พรร:ญาฅิผูใหญ่ของพรร:พทธเจ้ามกวามโกรธแลร: กวามอาฆาฅแด้นในพรร:พุทธเจ้า ด้องการทำให้พรร:พุทธเจ้าเถึยหาย จึงรับลัง ใหปีดทางเสค็่จพรร:พุทธดำ เนิน ทำ ให้พรร:พุทธองกํเสค็่จบิณฑบาตต่อไมได้ เพยงแก่นั้นก็่ถึอว่าทำกรรมหมักแล้ว เมอไครับทำนายว่าจร:ถูกแผ่นดินสูบใน ๗ วัน ก็่พยายามหาทางบิ'องกัน ไม่ยอมลงมาเหยยบแผ่นดิน แต่ห้ายทสุดก็่ ไม่อาจหนพ้นกรรมไปได้ ด้องถูกแผ่นดินสูบไปดามกรรม ชงเป็นเรองอันเหลือ เชอว่ากนเราสามารถขาดสติทำบาปกรรมอันหนักได้ถงขนาดนั้น เป็นเรองส์าดัญอันเหลือเชอเรองหนั้ง จึงถูกบันทึกเป็นหลักฐานไว้ www.kalyanamitra.org

เรองเกิคข^นทเมืองกบิลพัสดุ พรร!เจ้าสุปปพุทธร; ทรงอยูในฐานร!เป็นพรร!มาตุลร;คือน้าชายของ พรร!พุทธเจ้า ทรงเป็นพรร!บิคาของพรร!นางยโศธรามารคาพรร!ราหล แลร!พรร! เทวทัฅ ทรงผูกอาฆาตในพรร!พุทธเจ้าคัวยกวามไม่พอใ'จในสาเหตุใหญ่ ๒ ปรร!การ คือ ไม่พอใ'จทํ่ทรงทอคท^งยโสธราพรร!ธิคาของคนออกไปบวช แลร!ไม่ พอใ'จทให้พรร!เทวทัฅพรร!โอรสชองคนบวชแล้วยังตั้งอยู่ในฐานร;เป็นกู่เวรกัน คัวยเหตุน ขณร;ปรร;ทับอยู่ทเมืองกบิลพัสคุคืงทรงหาเหตุ'จร;แก้แค้น วันหนง คำ ริว่าจ้กไม่ยอมให้พรร;พุทธองฅเสค็่จบิณฑบาตไปคามถนน ปกฅิไคัคังนแล้วรับร่'งใหปีคถนนทเป็นทางเสค็่'จของพรร:พุทธองก แล้ว'นงเสวย นํ้าจ้ณฑอยู่กลางถนน เมอพรร!บรมศาสคาซงมืพรร!สงฆห้อมล้อมเสคี่'จบิณฑบาตมาถึงถนน นั้น พวกมหาคเต็่กไคัคูลห้าวเธอว่าพรร!ศาสคาเสคี่'จมาแล้ว ห้าวเธอทรงรับกัง ว่า พวกเจ้า'จงไปบอกพรร!สมณร!นั้นว่า พรร!สมณโกคมองกนั้มิไค้เป็นใหญ่กว่า พรร!องก พรร!องก'จร!ไม่เปีคทางให้แก่พรร;สมณโกคมนั้น แม้พวกมหาคเล็่ก'จร; ทูลเคือนสฅิหลายกรั้ง คี่ยังกงรับกังแลร!นั่งอยู่เซ่นนั้น พระพุทธองคเมอไม่ทรงไค้หนทางเสศ็่จไปบิณฑบาตต่อไปจึงไค้ฬด็่จ กลับ แม้พระเค้าสุปปพุทธะก็่ต่งคนสอดแนมตามไปหาข่าว พรร!พุทธองกเสคี่'จกกับแล้วทรงแย้มพรร!โอฐฃ็้น เมอพรร!อานนทั กราบทลถามสาเหค จึงไค้ครัสบอกว่า ^๑i^ พระมหาโพธิวงศาจาTIJ (ทองด) www.kalyanamitra.org

\"เจ้าสุปปพุทธร;ไม่ให้ทางแก่พรร;พุทธเจ้าเช่นกบพรร{องค ชือว่า ทำ กรรมหนกแล้ว ในวนท ๗ จากวนนไป ห้าวเธอจ้กถูกธรณสูบ ทเซิง บนไคภายใต้ปราสาท\" จารบุรษกนสอคแนมไfฟิงพระพุทธคำรสนันชัคเจนจึงกลับมาทูลแก่ พระเจ้าสุปปพุทธะ ท้าวเธอจึงฅรัสว่า กราวนเราจักจับผิคหลานเราว่าพูคเท็่จ เธอบอกว่าในวันท ๗ เราจักถูกธรณสูบทเซิงบันไคภายใต้ปราสาท ดังนั้นเรา จะไมไปบริเวณนั้นตั้งแฅ่บัคนั้เรนต้นไป เมอเป็นเซ่นนั้ เราก็่จักไม่ถูกธรณสูบ ในทฅรงนั้น จากนั้นเราก็่จักข่มเธอไต้ว่าพูคเท็่จ จากนั้น ท้าวเธอทรงรับลังให้พวกมหาคเล็่กฃนเกรืองใช้สอยส่วน พระองกฃนไปไว้บนปราสาทซั้นท ๗ใหซักบันไคออก ปิคประตูมิคซิค วางกน ทกำยำแฃ็่งแรงไว้ทุกประตู ประตูละ ๒ กน พร้อมลังว่า ถ้าพระองกํเคินออก มาต้วยกวามประมาท ทุกกนต้องห้ามและจับพระองกโว้ อย่าปล่อยให้ลงไป ช้างล่างไต้อย่างเคี่คฃาค ดังนั้แล้วก็่ประดับเสวยนั้าจัณฑและหากวามสุขอยู่ ในห้องอันเป็นสิริอยู่บนปราสาทชั้นท ๗ นั้น พระบรมสาสคาไต้ทรงสดับกวามเป็นไปนั้นเหมือนกัน จึงฅรัสว่า สุปปพุทธ:!โซ่ว่าจะอยู่บนปTาสาทอย่างนั้นแล้วจะรอตฅัว ต่อให้ เหาะขนไปกลางหาว หรอนั่งอยู่กลางอากาfi หรือแล่นเรือไปกลางทะเลหลวง หรือเข้าไปในซอกเขา กโม่พ้นไปไค้ธรรมคาพระฅำรัสของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ทิ่จะเป็นสอง ย่อมไม่ม ห้าวเธอจักถูกธรณสูบในสถานททํ่เราพูศไว้นั่นแหละ\" จากนั้นไต้ตรัสพระกาถานั้ว่า www.kalyanamitra.org

น อนฺตลิฦเฃ น สมุทฺทมชฺเฌ น ปพพตานํ วิวรํ ปวิสฺส น วิซฺซเต โส ชคติปปเทโลิ ยตฺรฎfw นปฺปสเหยย มจจ ฯ กนท'จร:ต้องตาย ถึง'จร:หนไปในอากาศ ก็่ไม่พ้น'จาก กวามตายไปไต้ทนไปกลางทร:เลก็่ใม่พ้น เข้าไปหลบตาม ซอกเขาก็่ไม่พ้น ส่วนแห่งแผ่นตินทยู้นั้นอยู่แล้ว'จร:พึง พ้น'จากมั'จ'รุราชไต้ย่อมไม่ม. ในวันท ๗ ม้ามงกลของพรร:เจ้าศุปปพุทธร:ชงอยู่ใต้ปราลาทนั้นเกิค กกกร:นองฃ็้นแล้วกนกรร:แทกฝากอกเถึยงตังลนั้นโคยไม่ทราบลาเหตุ พรร:เจ้าลุปปพุทธร:ปรร:ทับส่าราญอยู่บนปราลาทมาหลายวันแล้ว เถึอบลืมเรึ๋องธรณลูบไปแล้ว พอทรงไคยนเลืยงม้าร้องก็่ไม่ลบายพรร:ทัย ทรง ต้องการ'จร:รร:งับกวามกร:นองของม้ากู่พรร:ทัย จึงลืมพรร:องกเลค็่'จตรงไปทปรร:ตู ปรากฏว่าปรร:ตูซงปิคลนิทไต้เปิคกว้างออกแลร:บันไคทถูกซักไวกเลอนเข้ามาตั้ง อยู่ตามเติมโคยอัตโนมัติน่าอัศ'จรรย่ แม้พวกกนกำยำในทุกชั้นปราลาทแทนท 'จร:ช่วยกันจับพรร:องกํมิให้ลงไป กลับจับพรร:ศอแล้วผลักให้ขร:นำออกปรร:ตู แลร:ลงบันไคไปโคยเร็่ว ฃณร:นั้น มหาปฐพึตรงเซิงบันไคชั้นล่างไต้แยกออกกอยรับพรร:เจ้า ลุปปพุทธร: เมอห้าวเธอลงบันไคชั้นลุคท้ายมา ก็่ตกลงไปในรอยแยกนั้น แล้วไป บังเกิคในอเวจึมหานรกแล. จากITอง ^ปปพุทธศากยะ ปาปวTTค อT7ถกถาธรรมบท ^๑^ พรgมหาโพธวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org

ถก^ คิดสนุกเลยทุกฃถนัด .''๖ ความคิคฃองคนเราหาฃอบเฃฅมิไค้ ไมมร้นสุค กิคไค้เรอยไป ฅราบเท่าทยังมลมหายใจอยู่ เพราะเป็นอย่างนิ้ ท่านจึงแนะนำให้ระวังความ คิค ให้ส์ารวมในการคิค และให้คิคในทางทํ่ถูกค้องเหมาะสม จึงจะเหมาะสม งคงาม นำ ความเจริญก้าวหน้า และนำความสุขมาให้ หากคิคอย่างไม่ระวัง อย่างไม่รอบคอบ กื่จะไคิรบผลตรงกันข้าม ปกติคนเราใช่ว่าจะระวังความคิคฃองตนไค้ทุกคนไปไม่ บางทก็่คิค เรํ่อยเปีอยหาประโยชนํมิไค้ บางครั้งก็่คิคฟ้งช่านเป็นคุ้งเป็นแคว บางคราวกี่ คิคสนุกอยากทำโน่นนไปตามอารมณ เพราะกิตโคยไม่ระวังอย่างนิ้บางอย่าง กี่ใมมโทษอะไร เพยงฟ้งช่านหรือเพยงเสิยเวลาไปวันๆ เท่านั้น แต่บางอย่าง มผลบานปลาย เพราะกิคแล้วไปทำสิงทเลวทราม ไปทำสิงทเป็นบาปเป็นเวร กรรมเข้า กี่ทำ ให้เกิคผลเรยตามมามหาศาล อ้ชเพสือเฮ่อ /o©^ www.kalyanamitra.org

ทท่านแนฝาให้ระวังกวามกิคนั้น มิใซ่แนะนำให้หยุคกิค เพราะกน เราหยุคกิคไม่ใค้ ให้กิคไค้ แค่ค้องกิคเป็น คือกิคอย่างฉลาคอย่างรอบกอบ เป็นประโยชนํ และศามารถทำคามทกิคโคยก่อให้เกิคประโยซน[ค้พิ กนกิคเป็น ย่อมสร้างสรรกกุณค่าให้เกิคแก่คน แก่ส่วนรวม และแก่โลกไค้ กนทเป็นสุข ร'งกมทสงบสุข และโลกร่มเย็่นมรนฅิ ก็่เพราะอารยกนทกิคเป็นทั้งนั้น คนคิดไม่เป็นแต่มอำนาจ ก็่สามารถทำให้โลกวุ่นวายเดือดร้อนได้ โคยเฉพาะการกิคแบบสนุกคือกิคเส่นๆ เห็่นเป็นกวามสนุกททำคาม ทกิคไค้ มักจะบานปลายกวบคุมไม่อยู่ เรยกว่าสนุกจนเลยเถิค เมอสนุกจน เลยเถิคไป ผลร้ายก็่เกิคฃน และไครับผลเป็นทุกฃใปถนัคใจ แโไขไมไค้เลยก็่ม อย่างเซ่น กนทํ่มนิรยขอบคูกนทะเลาะกัน ขอบกนทค่ากัน เห็่นเป็น เรํ่องสนุกเพลิคเพลิน จงไปยุแยงพูคจาให้เขาเข้าใจผิคกัน จนกระทั้งเขาทะเลาะ กันค่ากันและแตกแยกกันไป แค่กนยุแยงกลับเบิกบานใจ หรืออย่างกนทม ปมค้อย เข้าหน้าใกรเขาไม่ค่อยไค้ไม่มใกรมาเสวนาพาทํค้วย ก็่เลยเหงาและ เฉาอารมณ เมอเหี่นกนอํ่นเขาเฮฮาสามักคืกัน เห็่นกนอนมพวกพ้องพร้อมมูล ก็่ทนคูไมไค้ เลยหาทางทำลายล้างให้เขาแตกกัน ลงทุนลงแรงก็่ยอมทำ พูค โกหกพูคส่อเลิยคก็่ยอมพูค ขอให้ลัมฤทธิคามทปรารถนาเป็นไช[ค้ เมอเขา แตกกันไคืกสบายใจ อย่างนั้เรืยกว่าสนุกเกินเหตุ การกิคสนุกจนเกินเหตุเซ่นนั้ หากไปทำคามทํ่กิค และการกระทำนั้น เป็นบาปกรรม เป็นการทำให้กนอํ่นเคือคร้อน หรือทำให้ทรัพย่ลินลิงของกน อนเลิยหาย นั่นมิใซ่เรองปกติแล้ว ย่อมมผลคามมาแน่นอน จะอ้างว่าทำไป เพอกวามสนุกย่อมฟิงไม่ขนแล้ว เมอผิคก็่ค้องเป็นผิค และค้องไคืรับโทษผิค ไปคามผิคทกระทำ ^^<^ พรร{มหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ดังนั้น ในการคิดจำต้องรร;วงไว้ฟ้นดทสุด ในสมัยก่อน มผู้กคสนุกเกินเหตุ ต้องการให้พระ:ทรักกันเหมือนพน้อง ต้องแตกกัน จึงแกล้งทำให้เข้าใจผิดกัน จนพระ;ทั้งสองรูปไม่ยอมลงโบสถกัน ผูกิคตอนแรกเห็่นเป็นเรองสนุก แต่เมอเห็่นพระ:ท่านแตกกันจริงๆ กึ๋โต้สติ ไป ขอโทษท่าน แม้พระ:ท่านจะ:ยกโทษให้ แต่กื่ไม่อาจหมดโทษไปไต้ กรรมเซ่นมัน ยังติดตามผจญผู้นั้นให้!ครับกวามทุกขเดือดร้อนอก เรํ่องนั้เป็นแบบอย่างและ:สอนใจมักกิดทั้ไม่ระ;วังกวามกิคว่าจร:ไต้รับ ทุกขอย่างถมัด เป็นเรองอันเหลือเชออกเซ่นกัน ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐานไว้!น กัมกิร เรึ๋อง เกิดฃั้นทํ่ เมืองสาวตถ พระ;เถระ:รูปหนงซอ โกณฑธานร; หลังจากท่านบวขแล้วก็่เกิดเหตุ ประ:หลาดฃนแก่ตัวท่าน ดือมืรูปสตริกนหนงเดินตามหลังท่านไปทุกทํ่ พวกภิกษุ และ:ขาวบ้านต่างก็่เห็่นอย่างนั้น แต่ท่านมิไต้มองเห็่นสตรินั้นเลย เวลาท่านออก ไปบิณฑบาต พวกชาวบ้านมักจะ:พูดกับท่านว่า ข้าวทัพพนลืาหรับท่าน แล้ว ก็่ตักอกทัพพหนั้งใส่บาตรพร้อมกล่าวว่า ทัพพนส่าหรับเพอนหญิงของท่าน นบเป็นเรองอนเหลือเชึ๋อทั้เกิดเหตุอย่างนั้ฃ็้น ภิกษุทั้งหลายต่างพากันรังเกิยจท่าน กิดว่าท่านพาผู้หญิงติดตาม ไปต้วยทุกแห่ง ทำ ให้เลืยหายต่อส่วนรวม แตไม่อาจทำอะ:ไรไต้ จึงไปหาท่าน อนาถบิณฑิกกฤหบดื ขอร้องให้!ปบอกพระ:โกณฑธานะ:ไปอยู่ทั้อนเพํ่อรักษา ซอเลืยงของพระ:ทํ่วัดเขตวัน www.kalyanamitra.org

ท่านกฤหบคเป็นฅนฉลาค เห็่นว่าเรองนเป็นเรองภายในของพระ:ไม่ ก้องการเข้าไปก้าวก่ายยุ่งเกํ่ยวกับการกวบกุมคูแลพระ; จึงกราบเรยนใหไป ทูลก่อพระ:พุทธองกักกว่า แก่ภิกษุเหล่านั้นก็่ใม่กล้าไปกราบทูล จึงไปหานาง วิสาขามหาอุบาสิกา ขอร้องเช่นนั้นเหมือนกัน แม้นางวิสาขาณป็นกนฉลาก จึงไก้กราบเร้ยนไหไปกราบทูลพระ:พุทธองกัเช่นกัน คนทึใจบุญ มืศร้ทธามนคง แลร:มืปีญญา ย่อมรู้ว่าการเข้าไป ก้าวก่ายจัคการเรืองของพรร;สงฆนนมิใช่เรืองของผู้เป็นคฤหสก เพราร; พรร;สงฆ์มืผู้ปกครองดูแลเป็นการภายใน ผู้อยู่ภายนอกไม่อาจเข้าใจเรอง ไค้อย่างถูกต้อง เมือเข้าไปยุ่งเกยวค้วยโดยมิใช่หน้าท อาจทำให้เกิดเป็น บาปกรรมแก่ตวไค้ เมอนางวิสาขาแนะ:นำอย่างนั้น ภิกษุเหล่านั้นก็่ใม่กล้ากราบทูลอก จึงเข้าเล้าพระ:ราชา กวายพระ:พรว่า พระ:โกณฑธานะ:พาหญิงกนหนั้งเทยว ไป ยังกวามเสิยหายให้เภิคแก่ภิกษุทั้งหลาย ขอให้ทรงขับไล่พระ:เถระ:นั้นออก จากแว่นแกว้นไป พระ:ราชาตรัสถามถึงซอและ:กฏิทอยู่ของพระ;เถระ: เมึ่อทรงทราบแล้ว ก็่เสค็่จไปทํ่วักเขตกันในตอนเยี่น ขอให้พระ:สงฆ์ล้อมกฏินั้นไว้ เสค็่จเข้าไปยัง บริเวณกุฏิ พระ:โกณฑธานะ:ไก้ยินเถึยงเอะ:อะ:จึงเกินออกมาคูทหนามข พระ: ราชาจึงไก้เห็่นสตรืนันอยู่ข้างหลังพระ:เถระ: เมอเสคื่จขนไปบนกุฏิ ทรงเห็่นแก่ พระ:เถระ:นังอยู่ แตไม่ทรงเหื่นสตรืข้างหลังพระ:เถระ:จึงสอกล่ายพระ:เนตรตรวจ คูไปรอบๆ เมอไม่ทรงเห็่น จึงตรัสถามพระ:เถระ:ว่าสตริอยู่ทไหน เมอพระ:เถระ: ถวายพระ:พรว่าสตริไม่มื อาตมาไม่เห็่น จึงตรัสว่า เมอตอนท่านอยู่ทํ่หม้าบุข 0๒๒) พรรมหาโพธิวงศาจารย (ทองด) www.kalyanamitra.org

เห็่นมสฅรอยู่ข้างหลังท่าน ฅอนนนางอยู่ทไหน พรร!เถระก็่ถวายพระพรเหมือน เคิม ท้าวเธอจึงนิมนฅ1ห้ท่านออกไปข้างนอก เมอพระเกระออกไปข้างนอก สฅร นั้นก็่ปรากฏยืนอยู่ข้างหลังพระเกระ แฅ่เมอท่านกลับมาข้างในสฅรนั้นก็่หายไป พระราชาทรงเห็่นเซ่นนั้นก็่ทรงแน่พระหฤทัยว่า รูปสตรทเห็่นนั้น เป็น รูปเท่ยม ไม่มืจริง จึงตรัสว่า ''ท่านขอรบ เมอร'งกิMเครองLffrhหมองเห็่น ปานนเทยวฅิฅตามท่านไปข้างหลัง คนทจะถวายภัตตาหารแก'ท่านก็่คงลำบาก ใจ ไม่อยากถวายแก'ท่าน ขอให้ท่านไปรับบิณฑบาตในวังเปีนประจำก็่แถ้วภัน\" จากนั้นณสค็่จกลับ ภิกษทั้งหลายรู้เรํ่องเข้าก็่พากันกล่าวโทษพระราชาว่า ดูกิริยาชอง พระราชาชั่วร้ายร เมอพวกเราทูลขอไหขับไล่พระรูปนั้นออกไปจากแว่นแกว้น กลับนิมนต์ไห้พระรูปนั้นไปรับอาหารในวัง และเมอภิกษุเหล่านั้นพบกับ พระโกณฑธานะก็่ทักซนว่า เข้! คนทุท่ล บัคนั้พระราชากลายเป็นชั่วเท่ยแล้ว ก่อนหน้านั้น พระโกณฑธานะไม่พูคไม่โต้เกยงภิกษุทั้งหลายเลย แต่ เมํ่อพระราชานิมนต์ฉันไนวังก็่เกิดทิฏฐชนมา กล่าวโต้ภิกษุเหล่านั้นทันท่ว่า พวกท่านเป็นผู้ทุท่ล พวกท่านเป็นกนชั่ว พวกท่านพาผู้หญิงเทั้ยวไป ภิกษุ เหล่านั้นไต้ยินตังนั้นจึงเข้าเข้าพระบรมศาสดา กราบทูลเรองไห้ทรงทราบ พระพุทธองต์ตรัสเริยกพระโกณฑธานะมาแล้วตรัสกามว่า เธอพูดกะ ภิกษุทั้งหลายว่าเป็นผู้ทุท่ลหรือ เมอพระเกระกราบทูลรับว่าจริงและกราบทูลว่า ภิกษุเหล่านั้ต่าตนก่อน จึงตรัสกามภิกษุทั้งหลายว่าทำไมพวกเธอจึงต่าภิกษุนั้ ว่าเป็นผู้ทุท่ล ภิกษุเหล่านั้นก็่กราบทูลว่า \"พวกข้าพระองต์เห็่นสฅรืเดินตามหลังภิกษุรูปนั้!ปตลอดเวลา\" www.kalyanamitra.org

พระ:บรมศาสฅาจึงฅรัสกะพระโกณฑธานะ:ว่า \"ภิกษุเหถ่านเห็่นผู้หญิงเทยวไปกับเธอ จึงได้กถ่าวอย่างนั้น ถ่วนเธอ มิได้เห็่นผู้หญิงตามหลังภิกษุนั้งหลายเลย เหตุไฉนจึงได้กถ่าวเช่นนั้นก:;ภิกษุ นัง้ หลาย ผลลันนั้เภิตขนเพราะอาลัยทิฏฐของเธอในกาลก่อนมิใช่หรอ เพรา:; เหตุไรในชาตินั้เธอจึงได้ถือทิฏฐลันเลวนั้นอกเก่า'' ภิกษุทังหลายไคยนคังนั้นจึงกราบทูลถามถงเรองในอคฅของพรกร:; พระ;พุทธองกจึงฅรัสเล่าเรองในอคคว่า ในอดตกาล สมัยพระ:พุทธเจ้าพระ;นามว่ากัสสปะ: มภิกษุ ๒ รูป เป็น สหายกัน ช่วยเหลือเกอกูลกันเหมือนเป็นพน้องในสมัยนั้นมืการลงอโบสกทุก \\ว เลือนหรือทุก ๑ ป็ ทังสองรูปเดินทางไปด้วยตั้งใจจะ:ลงอุโบสกร่วมกับภิกษุ ทังหลาย ขณะนั้นมืเทวคาชั้นคาวลืงส์คนหนั้งมืกสนกขนมา อยากใหทงสอง รปแตกกัน เมอภิกษุรปหนั้งขอคัวไปทำภิจล่วนคัวในพุ่มไม้ เสร็่จแล้วก็่กลับมา ■น ใขิ i เทวคามันได้แปลงคัวเป็นสฅรืสาวเดินออกมาพร้อมกับจัคน้านุ่งและ;นมอยู่ข้าง หลังภิกษุรปมัน เพํ่อนภิกษุทรออย่เห็่นสฅรืนั้นเลืมคา แค่ภิกษุทเดินออกมาไม่ 1\"น ๆ 'บ 1 เห็่น ล่วนเทวคาเมอรู้ว่าภิกษุอกรูปหนงเห็่นคนแล้วก็่อันครธานไป เทวดาทำเซ่นน้ด้วยความสนุก แต่ผดทตามมานั้นซ่างรุนแรงนก โคยภิกษุผู้เป็นเพอนกันเข้าใจว่าเพอนกงเลืยลืลแล้ว จึงไคไต่กามว่า ผู้หญิงทคามมาเป็นใคร ภิกษุนั้นปฏิเสธว่าไม่รู้ ภิกษุเพอนก็่ไม่เชออ้างว่าคน เห็่นกับคาจะปฏิเสธได้อย่างไร เมอตั้งสองไม่สามารกยอมกันไคกึ่แคกกันไม่ยอม ทำ อุโบสกร่วมกัน ฝ่ายเทวคาเห็่นภิกษุตั้งสองรูปไม่ยอมทำอุโบสกร่วมกันลื เลืยใจได้สฅิทคนทำไปด้วยฅิคสนุก จึงแสคงคนแล้วกล่าวขอโทษภิกษุตั้งสองว่า พygมหาโพธวงศาจา (ทองด) www.kalyanamitra.org

ฅนทำไปค้วยกวามโง่เขลา ทั้งฟ้องรูปฟิงแล้วณ็่ฃ้าใจและ;ทำอุโบสถร่วมกัน แต่ ก็่ไม่อาจทำใจให้ฟ้นิทฟ้นมกันไค้เหมอนก่อน จากนั้นต่างรูปต่างไปตามอัธยากัย เทวคานั้นไค้เกิคในอเวจมหานรก หมกไหม้อยู่ในทนั้นสินพุทธันดร หนั้ง ในฟ้มัยของพระองก ไค้เกิคมาเป็นพระโกณฑธานะในเมืองฟ้าวัฅถ และ ไครับผลแห่งกรรมทฅนทำไว้ หลังจากทรงเล่ากงบุรพกรรมของพระโกณฑธานะแล้ว ไค้ฅรัฟ้ฟ้อน เธอว่า \"ภิกษุ เธออา^ยบาปกรรมน็้จื้งถึงอาการอันแปลกน็้บัศน็้การทเธอ จ:เมาถึอทิฏฐอันเปีนบาปเช่นนิ้ศ่อไปอกไมอัมควรเลย เธออย่าไค้พูฅอะไรกับ ภิกษุทั้งหลายอก จงเงยบเถึยง ทำ คัวให้เหมือนกังลดาลทถูกศัศขอบปากออก เมอทำไค้อย่างนจักซอว่าไค้บรรลุพระนิพพาน\" จากนั้นไค้ฅรัฟ้พระกาถานั้ว่า มาโวจ ผรุส์ กิญจิ วุตฺตา ปฏิวเทยย ตํ ทุฦฃๆ หิ สารมภกถา ปฏิทณฺฑา ผุเสยย ตํ สเจ เนเรสิ อตตานํ กํโส อุปหโต ยถา เอส ปตฺโตสิ นิพพาน สารมฺโภ เต น วิซฺซติ ฯ เธออย่าไค้กล่าวกำหยาบกะใกรๆ ผู้ทํ่ถูกเธอว่า เขาก็่จะ คอบโค้เธอ เพราะว่าการกล่าวแข่งคกันเป็นเหฅให้เกิค ทุกฃ อาชญาคอบโคกจะถูกเธอเข้าบ้าง อัชเฬสิอเส์อ fci๒๕) www.kalyanamitra.org

ถ้าเธอไม่ทำฅนให้หวั่นไหวคุจกังสคาลทถูกทำให้ชำรุค แถ้วไซร้ เธอนั้นก็่ๆะเป็นผู้บรรลุนิพพานไค้ กวามแช่ง คกันจ::ไมมแก่เธอ. จากเโอง พระโกณฑธานเถระ ทัฌฑวรรค อรรถกถาธรรมบท 3^ หากกนตามใจปาถจรยากยับ กินไม่นับเวลาเรองอาหาร หิวหรือไมไม่หัคจิฅทัคทาน ต่อไปนานจรเศร้าเพรารเมามัว. ๙ ๓๒ พรร{มหาโพธํวงศาจาTtJ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ถก^ น ^— I ะ> — ^ ติดใจถ้อยคำ จงสร้างกรรมเวร กำ พูคเป็นอกเรองหนงทํ่คำคัญของมนุษย เพราะกำพูคทำให้ คนรักกึ๋ใค้ ทำ ให้คนซังก็่ไค้ ทำ ให้เจริญหรือเสือม^ค้ เพราร;ฉร;นั้น ฟานจงให้รร;วงคำพูด ยงเป็นเรองใหญ่เรองคำคญ ก่อนจร;พูดควรคิดควรพินิจให้รอบคอบ มั่นใจแน่ใจก่อนจงค่อยพูด ความ ผิดพลาดจร;ไดโม่เกิดขน ฟานสอนท่านแนร;นำกนมาอย่างนิแค่เก่าก่อน การระวังกำพูคเป็นเรํ่องทคทสค ทำ ให้เกิคความปลอดภัยทุกค้าน เพราะกำพูดเป็นร่งททำไม่ยาก แค่อ้าปากก็่มกำพูดออกมาไค้แล้ว แค่กำพูดทํ ทำ ไค้ง่ายนั้นหากไม่ระวัง อาจมผลกระทบมากมาย ทำ ให้โม่ปลอดภัย ทำ ให้เกิด เรํ่องราวดามมา คนไคยนไคพิงอาจไม่พอใจ อาจเสืยดแทงไปกงหัวใจของเขา อาจทำให้เกิดความเจ็่บใจหรืออาฆาฅแค้น อาจเกิดการโค้เถยงแล้วทะเลาะ ฆ่าแกงกัน และทำให้เกิดอาการค่างๆ ไคอกมากมาย อัชเพสิอเร่อ /c)lD^ www.kalyanamitra.org

ผู้ใหญ่พูดจาต้องรร;วง แม้จร;พูดต้วยเมตตาหรือไมมจิตคิดท้ยอร;ไร แตกอาจมโทษไต้ ผู้น้อย เปีอไ^นคนอนพูฅถื้งฅน อย่าไปฅิศใจอย่าไปคิคว่าเขาด่าฅน อย่างเด่ยว ควรมองอกมุมหนงว่าเขาสอนฅนหfอมความหวังด่ด่อฅนกึ๋1ค้ทรอ คิศว่าเป็นรรรมดาของเขาทชอบพูศเรอยเปีอยไป โดยไม่คำนงว่าจะกร:;ทบใคร หรือทำไห[ครเจ็่บแค้น คิดอย่างนั้1ค้ก็่จะไม่มอะไรมาคิดค้างในใจ ทำ ให้คำพูด นั้นๆ เป็นอากาคิธาดุคือหายไปไค้ แด่ถ้าไม่อาจคิคอย่างน!ค้ กลับไปฅิคใจคำพูคนั้นโคยกิคว่าเขาด่าฅน มายุ่งเกยวอร:ไรด้วยกับคน แล้วเกิคกวามอาฆาฅแด้น ใจก็่จร;รอนขน กวาม โกรธก็่จร:คามมา เมอใจร้อนไม่จบ ก็่จร:ไปทำบาปกรรมอนๆ ทำ ใหค'วเองด้อง เคือคร้อนในสิงทฅนทำเพํ่มขนโคยไม่จำเป็น ถ้าสามารถฅัคไฟแด่ด้นลมได้ เอา หูไปนาเอาคาไปไร่เสิย คือไค้ยนก็่ลักแด่ว่าไคํยนไม่เก็่บมาคิคไม่เก็่บมาอาฆาต แด้นเคือง ทงไว้ฅรงนั้น หรือให้เส์ยงนั้นผ่านหูซ้ายทร:ลุหูขวาออกไปเคืย เรอง ก็่จบแก่นั้น ไม่ด้องก่อเวรก่อกรรมกันก่อไป ในสมัยก่อน ม^หญ่พูคโคยไม่มเจฅนาว่าร้าย พูคไปคามกวามรู้สิก ทเหื่น แด่คำพูคนั้นไปกรร:ทบใจของกนทถูกพูคถึงอย่างรุนแรง ทำ ให้เขาโกรธ แลร:อาฆาต ถื้งตามแถ้แด้นหลายกรั้งหลายหน ทสุคถึงกับไปทำกรรมหมักเพอ กวามสร:ใจ โคยไปเผากุฏิพรร:พุทธเจ้าท^หญ่นั้นสร้างถวายไว้ ยงผู้!หญ่นั้น ไม่เกยคแด้นชิงซังอร:ไรเพราะไม่รู้ว่าใกรทำ หื่ยั๋งแด้นหมักฃ็้น จนถึงกิคจะฆ่า ผู้!หญ่นั้นให้ตายไปทเคืยว เรองอย่างนั้เ!เนเรั้องอนเหลือเชอว่าเกิดขนไต้อย่างไร เพยงคำพูด ธรรมดาเท่านั้น แต่ผู้?}งกลับคิดไปว่าเขาต่าหรือเขาคูถูกตนจนทนไมใต้ต้อง ^1๒๘) พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

ไปแก้แค้นเอาคืน ไปทำกรรมอนอกหลายอย่าง ท้ายทสุดก็่ค้องร้บเครารเห กรรมทตนทำไว้ไม่มึใครช่วยอรไรไค้เลย เพราะ:เป็นเรองส์ากัญ ท่านจึงบันทึกเป็นหลักฐานไวในกัมภร เรองเกิดฃั้นสมยพรร;กัสส์ปพุทธเจ้า ในสมยพรร;ก้สสปพุทธเจ้า มเศรษจึคนหนงซอ สุมงคล เป็นยู้ม ศรัทธาเลํ่อมใสในพระ:พุทธเจ้าเป็นอย่างมากไค้สร้างพระ:กันธกฎเป็นทประ:ทับ ซองพระ:พุทธเจ้า และ:สร้างวิหารเป็นทฟิงธรรมซองซาวบ้านไว้นอกเมือง ปูพน ค้วยแผ่นอิฐทองคำทั้งหลัง และ:จ้คงานสมโกซวิหารอย่างมโหฬ'าร วันหนง เศรษจึออกไปแท่เช้าเพอเลัาพระ:พุทธเจ้าทั้วิหาร พอถึงประ:คู เมือง เห็่นซายกนหนงนอนคลุมโปงอย่ทั้ศาลาช้างประ:คู มืเทัาเ!เอนโคลนอยู่ จึงพูคลับคนฅิคคามว่า เจ้าคนนมเท้าเปีอนโคลน คงเปีนคนชอบเทึ่ยวกถางคืน แล้วมานอนอยู่ทน ซายคนนั้นเป็นโ'จร เทั้ยวลักซโมยฅอนกลางคืนแล้วมานอนทั้นั่น เมอ ไค้ยินเศรษจึพูคอย่างนั้นจึงเปิคผ้าทั้คลุมหน้าออก เห็่นหน้าเศรษจึแล้วเกิค ความไม่พอใ'จทมาว่าคน ผูกอาฆาคไว้ว่าแล้ว'จะ:ไค้เห็่นคืลัน ท่อมาเขาเทยวถึบหาบ้านซองเศรษจึจนพบ จึงคามล้างคามผลาญ เศรษจึเรอยมา โคยไปเผานาซองเศรษจึ ๗ ครั้ง ลอบกัคเท้าโคในคอก ๗ ครั้ง เผาบ้านอก ๗ ครั้ง เท่านั้นแล้วก็่บังไม่อาจระ:งับความแค้นเคืองใหลับลง ไค้ คืบทราบว่าสิงทั้เศรษจึรักและ:หวงแหนมากทั้สุคก็่คือพระ:กันธกุฎทั้ประ:ทับ ซองพระ:พุทธเจ้า กังนั้นจึงไปยังทั้ประ:ทับซองพระ:พุทธเจ้า เมอพระ:พุทธเจ้า aai2/iaai§a www.kalyanamitra.org

เสค็่จออกไปบิณฑบาต จึงเข้าไปทุบสิงของเกรึ๋องใช้แตกหักเป็นจุณแล้วจุดไฟ เผาพระกันธกฎพลางยืนคูอยู่ ฝูงซนก็่ทยอยกันมาคูไฟไหม้ ฝ่ายเศรษจึพอไคยนว่าไฟไหม้พระกันธทุฎกรบมา เหนไฟกำลังไหม้ อยู่ก็่ร้องห้ามมิไค้ผูใคเข้าไปกับไฟและยกมอทั้งศองฃนปรบ มิไค้แศคงอาการ ตกใจหรือเสิยใจอะไรเลย ผู้กนทอยู่รอบข้างจึงถามเหตุผลว่าปรบมือทำไม เศรษจึไค้กล่าวขนว่า \"พ่อแปทั้งหลาย ข้าพเจ้าได้สฑ้งพTะคันธกุ0ถวายเป็นพุทธบูชา ซอ ว่าได้คังทรพยไวในพรร:ศาสนาทั้!ม่สาธารณะทั่วไปแก่อันตรายเช่นไฟเป็นด้น เมํ่อไฟมาไหม้พระคันธกุฎเช่นนจึงศใจปลมใจว่า เราจะได้มโอกาสสร้างพระ คันธกุฎถวายเป็นพุทธบูชาหลังใหม่ เท่าคับว่าเราจะได้บูญเพํ่มขน จึงปรบมือ แสฅงความศใจ\" ฝ่ายโจรไคยนเศรษจึว่าอย่างนั้นก็่ยั๋งโกรธแค้นมากยํ่งฃน กิคว่าจร; ค้องฆ่าเศรษจึเสิยจึงจะหายแค้น จากนั้นก็่ซ่อนกฤขไว้ทขายพก เตรืคเตร่อยู่ แถวนั้นตลอดเวลา แคไม่มืโอกาศเข้าถึงฅัวเศรษ^1ค้ จากวันนั้นมา เศรษจึไค้!ห้ซ่างมาศร้างพระกันธกุฎหลังใหม่ถวาย พระพุทธเจ้า เมึ๋อศร้างเศร็่จแล้วกี่ไค้กำหนดงานศมโภข ในวันศมโภข พระกันธกุฎไค้เชิญพวกขาวม้านให้มาร่วมงาน แม้[จรนั้นกี่มาปะปนอยู่กับ ซาวม้านค้วย เมือไค้ถวายอาหารและถวายพระกันธกุฎแก่พรร;พุทธเจ้าแลร;พรร:ศงฆ แล้ว ท่านเศรษจึไค้กราบทลว่า ^)C)ol พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองค) www.kalyanamitra.org

\"ข้าแฅ่พT:!องคมู้เจ?ญ มบุรษผู้หนงพานาชองข้าพระอง^ป๗ครั้ง ตัดเท้าโคในคอกไป ๗ ครั้ง เผาบัานไป ๗ ครั้ง แม้ว่าพระตันรกุฏหลังเก่าก็่ คงเปีนiมือของบุรุษนูนนนั่นแลมาเมา ทำ ไท้ข้าพระองเ^ศโอกาสเพมพูนบุญ ในการสร้างใหม่ ข้าพระองคฃอใท้ก่วนบุญในทานนจงกงแก'เขาก่อน\" โจรนั้นนั่งฟิงอยู่ จิฅใจเรมอ่อนไหว กวามอาฆาฅแก้นเรํ่มลคลง สุคท้ายกิคว่า \"เราได้ทำกรรมอันหนักหนาแล้ว แด่เสรษ^นิ้มิไฒความแค้นเคือง ในตัวเราเลย ซํ้ายังใท้ด่วนบุญแก'เราเปีนคนแรกอก ถ้าเราไม่ขอโทษเสรษ^นั่ เทวตัณฑจะท้องตกแก'เราแน่นอน\" คังนั้แล้วจึงเข้าไปหมอบลงทแทบเท้าของ เศรษจึ รับลารภาพว่าคนเป็นยู้ทำกรรมเหล่านั้นทั้งหมค ขอให้ท่านเศรษจึ อภัยโทษให้ก้วย เกรษจึฟ้งแล้วก็่ยกโทษให้ แล้วถามโจรว่าเหตุใคจึงไค้มาจองเวรจอง กรรมกับฅนขนาคนั้น โจรก็่เล่ากวามในใจว่าเพรา^เศรษจึพูคคูถูกฅนทประตู เมือง จึงไค้[กรธแค้นแล้วมาแก้แค้น เกรษจึก็่จำเรองวันนั้นไค้ จึงไค้กล่าวรับ ว่าฅนา{เคอย่างนั้นจริง แคใม่มืเจตนาอะไร แล้วก็่ขอโทษโจร โจรก็่ยกโทษให้ แล้วกล่าวว่าคนพร้อมทั้งลูกเมืยขอเป็นทาล รับใข้อยู่ในเรือนของเกรษจึ แค่ เกรษ^ปฏิเสธว่าไม่จำเป็นอะไรเพราะทบ้านมืกนรับใข้มากพอแล้ว โจรนั้น ค?นเนชพไปแล้วได้โปเกิดในอเวจึมหานรกเนกาดนาน ด้วยเศษแห่งกรรมนั้นยงมือยู่ ในสมยพุทธกาดนั้ได้เกิดมาเป็นคนลักษณะ เหมือนงู เดินตามปกติไมได้ด้องเสือกคดานไปแดะร่างกายก็่ถดอกปอกเปีก เหมือนถูกไฟไหม้ ทุกฃทรมานสาห้ส หากินอยู่ทั้เซิงเขาคิชฌถูฏ คนทั่วไป เรืยกเขาว่า อชครเปรต อ้^นฬสิอเฮุ่อ_ www.kalyanamitra.org

วันหนง พร2มหาโมกกัลลานเถรร;กับพระลักฃณเถร^ลงมา'จากเขา กิซฌกูฏเพํ่อไปบิณฑบาต พระมหาโมกคัลลานะเห็่นอซกรเปรตนั้นเข้าจึงแย้ม โอฐขน เมอพระลักขณเถระถามสาเหตุ ก็่บอกว่าไปบิณฑบาตก่อนแล้วก่อย ถามในส์านักพระพุทธเข้า เมอกลับ'จากบิณฑบาตแล้วไค้เข้าเลัาพระพุทธเข้ากัน พระลักขณเถระ จึงถามพระมหาโมกคัลลานเถระถี้งเรองนั้นขน พระเถระก็่เล่าว่าตนไค้เห็่นอชกร เปรตรูปร่างเป็นอย่างนั้ๆ พระพุทธองคทรงสคับแล้วไค้ตรัสเล่าถงบุรพกรรมของเปรตนั้นว่าเกย เผาพระคันธกฎมาในชาติก่อน จึงค้องมารับผลกรรมอย่างนั้ในชาตินั้ แล้วตรัส แก่ภิกษุทั้งหลายว่า \"ภิกษุทั้งหลาย ธรรมคาคนพาลทำบาปกรรมอยู่ย่อมไม่พว แต่ ภายหลังย่อมเร่าร้อนเพรา:^กรรมทฅนทำแล้วศ้วยฅนเอง เทมึอนลังถูกไฟไหม้ ฉะนั้น\" 'จากนั้นไค้ตรัสพระกาถานั้ว่า อถ ปาปานิ กมุมานิ กรํ พาโล น พุซฺฌติ เสหิ กมฺเมหิ ทุม.เมโธ อคฺคิทฑโฒว ตป.ปติ ฯ กนพาลผู้มปิญญาทราม ทำ บาปกรรมอยู่กใปรู้ล้กคัว ภายหลังย่อมค้องเคือคร้อนเพราะการกระทำของตนเอง เหมือนถูกไฟไหม้ฉะนั้น. จากเ'รอง อชครเปรฅ yfwriวรรค อรรถกถาธรรมบท พรรมหาโพธิวงศาจารย์ (ทองด) www.kalyanamitra.org

ะะ,^ ไม่สมแก่ภาวร; แต่สมแก่กรรม 1>14กับmท่านแสคงสิงทไม่มนิมิฅเกรองหมายบ่งบอกไคซัคเจนว่า'จ: มเมอไรจร!บทไหน ๕ อย่าง คือ การมซวิตอยู่ ๑ โรคภยฑจร;ทำให้ตาย ๑ เวลาทตาย ๑ สถานทตาย ๑ <ร7 ทั้งห้าอย่างนิ้^มใค้แน่นอน แมปิจ'รุบันจร:กำหนคไคืโคยใช้เกรอง- มอช่วยหรึอมสถานทรองรับ แฅ่ก็่เป็นไปคามต้องการไค้เป็นต่วนน้อย ปกฅิก็่ ไม่อาจ^ต้แน่นอนซัคเจน am2/iaai^a www.kalyanamitra.org