วชิ า กม. (LA) ๒๑๒๐๒ กฎหมายอาญา
ตาํ ÃÒàÃÂÕ ¹ ËÅÑ¡ÊμÙ Ã ¹¡Ñ àÃÂÕ ¹¹ÒÂÊºÔ ตําÃǨ ÇªÔ Ò ¡Á. (LA) òñòðò ¡®ËÁÒÂÍÒÞÒ เอกสารนี้ “໹š ¤ÇÒÁÅºÑ ¢Í§·Ò§ÃÒª¡ÒÔ หา มมใิ หผหู นึง่ ผูใดเผยแพร คัดลอก ถอดความ หรอื แปลสว นหนง่ึ สว นใด หรอื ทง้ั หมดของเอกสารนเ้ี พอื่ การอยา งอนื่ นอกจาก “à¾Í×è ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒͺÃÁ” ของขาราชการตํารวจเทานั้น การเปดเผยขอความแกบุคคลอื่นที่ไมมีอํานาจหนาที่จะมีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา ¡Í§ºÞÑ ªÒ¡ÒÃÈ¡Ö ÉÒ สาํ ¹¡Ñ §Ò¹ตํา¾ÃÇ.Ȩá.òËõ§‹ ªöÒóμÔ
1
คาํ นาํ หลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจ (นสต.) เปนหลักสูตรการศึกษาอบรมท่ีมีเปาหมาย เพื่อเสริมสรางใหบุคคลภายนอกผูมีวุฒิประกาศนียบัตรมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.๖) หรือ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเทา ท่ีเขารับการฝกอบรมมีความรู ความสามารถ และ ทักษะวิชาชีพตํารวจ รวมถึงพัฒนาบุคลิกภาพรางกายใหเหมาะสมสําหรับการปฏิบัติงานตํารวจ ในกลุมสายงานปองกันปราบปราม ตลอดจนเตรียมความพรอมทางดานจิตใจและวุฒิภาวะใหมี จติ สํานึกในการใหบ ริการเพื่อบําบัดทกุ ขบ าํ รุงสขุ ของประชาชนเปน สาํ คัญ กองบัญชาการศึกษา ไดรวมกับ ครู อาจารย และครูฝก ในสังกัดกองบังคับการ ฝก อบรมตาํ รวจกลาง และกลมุ งานอาจารย กองบญั ชาการศกึ ษา ศนู ยฝ ก อบรมตาํ รวจภธู รภาค ๑ - ๙ และกองบัญชาการตํารวจตระเวนชายแดน ตลอดจนผูทรงคุณวุฒิจากภายนอก จัดทําตําราเรียน หลกั สตู รนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจชดุ นี้ ซงึ่ ประกอบดว ยองคค วามรตู า งๆ ทจี่ าํ เปน ตอ การพฒั นาศกั ยภาพ ของนกั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจใหเ ปน ขา ราชการตาํ รวจทพ่ี งึ ประสงคข องประชาชน เพอ่ื ใชส าํ หรบั ประกอบ การเรียนการสอนนักเรียนนายสิบตํารวจใหมีความพรอมทั้งดานความรู ความสามารถ กําลังกาย และจติ ใจ จนสามารถเปน ขา ราชการตาํ รวจทป่ี ฏบิ ตั งิ านใหบ รกิ ารสงั คมและประชาชนไดอ ยา งตรงตาม ความตอ งการอยา งแทจรงิ และมคี วามพรอมในการเขา สปู ระชาคมอาเซยี น ขอขอบคุณครู อาจารย ครูฝก และผูทรงคุณวุฒิทุกทาน ที่ไดรวมกันระดมความคิด ใหคําปรึกษา คําแนะนํา ประสบการณท่ีเปนประโยชน รวมถึงการถายทอดองคความรู ท่ีเปนประโยชน จนทําใหการจัดทําตําราเรียนหลักสูตรนักเรียนนายสิบตํารวจสําเร็จลุลวงไดดวยดี ซึ่งกองบัญชาการศึกษาหวังเปนอยางย่ิงวาตําราเรียนชุดนี้คงเปนประโยชนตอการจัดการเรียน การสอนและการจดั การฝกอบรมของครู อาจารย และครฝู ก รวมตลอดถึงใชเปนคูมือการปฏบิ ัตงิ าน ของขาราชการตํารวจ อันจะสงผลทําใหสํานักงานตํารวจแหงชาติสามารถสรางความเชื่อม่ัน ศรัทธา และความผาสุกใหแกประชาชนไดอ ยา งแทจ รงิ พลตํารวจโท ( อภิรตั นยิ มการ ) ผูบ ัญชาการศกึ ษา
1
ÊÒúÑÞ ÇªÔ Ò ¡®ËÁÒÂÍÒÞÒ ÀÒ¤àÃÕ¹·èÕ ñ ˹Ҍ º··Õè ñ â¤Ã§ÊÌҧ¤ÇÒÁÃºÑ ¼Ô´·Ò§ÍÒÞÒáÅк·¹ÂÔ ÒÁ ñ ôñ º··èÕ ò ¡ÒÃ㪡Œ ®ËÁÒÂÍÒÞÒ õù ๖๐ º··Õè ó ¤ÇÒÁÃѺ¼Ô´·Ò§ÍÒÞÒ ๖๓ - การกระทําโดยเจตนา ๖๖ - การกระทาํ โดยประมาท ๖๘ - การกระทําโดยพลาด ๗๐ - ความสาํ คญั ผดิ ในตวั บุคคล ๗๕ - ความสาํ คญั ผิดในขอเท็จจรงิ ๗๗ - ความไมร กู ฎหมาย ๗๘ - ความมนึ เมา ๘๑ - การกระทําความผิดดวยความจําเปน ๙๑ - การปอ งกนั โดยชอบดว ยกฎหมาย ๙๖ - การกระทาํ ความผดิ ในฐานะเปนญาตหิ รอื สามภี รรยา ๙๙ - บันดาลโทสะ ñð÷ - ผกู ระทาํ ผดิ ท่ีไดรับผลดเี น่ืองจากเกณฑอ ายุ ๑๐๗ ๑๑๓ º··Õè ô ¡ÒþÂÒÂÒÁ¡ÃÐทาํ ¤ÇÒÁ¼´Ô ๑๑๕ - การพยายามกระทาํ ความผิด - การพยายามไมสามารถบรรลผุ ลไดอยา งแนแท - การยบั ยงั้ หรือกลับใจแกไ ข
º··èÕ õ μÇÑ ¡Òà ¼ÙŒãªŒ áÅмŒÊÙ ¹ºÑ ʹع ˹Ҍ - ตัวการ - ใชใ หผูอื่นกระทาํ ความผิด ñòñ - ผสู นับสนุน ๑๒๑ ๑๒๕ º··Õè ö ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ¤ÇÒÁÁÑ蹤§á˧‹ ÃÒªÍÒ³Ò¨¡Ñ à ๑๒๙ - ความผิดตอองคพระมหากษตั ริย พระราชินี รชั ทายาท ñóù ๑๓๙ และผูสาํ เรจ็ ราชการแทนพระองค ๑๔๒ - ความผิดเกย่ี วกบั การกอ การราย ñôù ๑๕๐ º··Õè ÷ ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡èÕÂÇ¡ºÑ ¡Òû¡¤Ãͧ ๑๗๖ - ความผิดตอ เจา พนกั งาน - ความผดิ ตอ ตาํ แหนงหนา ท่รี าชการ òòó ÇªÔ Ò ¡®ËÁÒÂÍÒÞÒ ÀÒ¤àÃÕ¹·Õè ò ๒๒๓ ๒๒๔ º··èÕ ñ ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡èÂÕ Ç¡Ñº¤ÇÒÁʧºÊ¢Ø ¢Í§»ÃЪҪ¹ ๒๒๖ ๒๒๖ - ความผดิ ฐานเปน อง้ั ย่ี ๒๒๘ - ความผดิ ฐานเปนซอ งโจร ๒๒๙ - ความรบั ผดิ รวมกับอ้ังยี่หรอื ซองโจร ๒๓๐ - ความผดิ ฐานชว ยเหลอื พวกอั้งยี่หรือซองโจร - ความผิดฐานชว ยเหลอื ผูกระทําความผดิ òó÷ - ความผดิ ฐานกอ ความวุน วายในบา นเมอื ง ๒๓๗ - ความผดิ ฐานไมย อมเลกิ มัว่ สุมเมื่อเจาพนกั งานส่งั ใหเ ลิก ๒๕๒ º··Õè ò ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè ǡѺ¡Òá‹ÍãËàŒ ¡Ô´ÀÂ¹Ñ μÃÒÂμ‹Í»ÃЪҪ¹ - วางเพลิงเผาทรัพยผ อู ืน่ - การกระทําแกยานพาหนะหรอื ใชย านพาหนะรบั จา งขนสงคนโดยสาร
º··èÕ ó ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕèÂǡѺ¡ÒûÅÍÁáÅСÒÃá»Å§ ˹Ҍ - ปลอมเอกสาร - ปลอมเอกสารสทิ ธหิ รอื เอกสารราชการ òõ÷ - ปลอมเอกสารสิทธิอันเปนเอกสารราชการ พินยั กรรม ใบหนุ ต๋วั เงิน ๒๕๗ - แจง ใหเจา พนกั งานจดขอความเทจ็ ๒๗๑ - ใชหรืออา งเอกสารปลอม ๒๗๕ - ความผดิ เกี่ยวกับบตั รอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ๒๗๘ - ความผดิ เกี่ยวกบั หนงั สือเดินทาง ๒๘๑ ๒๘๕ º··Õè ô ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÕèÂÇ¡ºÑ à¾È ๒๙๔ - การขม ขนื กระทาํ ชําเรา óðõ - การกระทาํ ชาํ เราเด็กอายุไมเกิน ๑๕ ป ๓๐๖ - กระทาํ อนาจาร ๓๑๖ - กระทาํ อนาจารแกเดก็ อายยุ ังไมเ กินสิบหาป ๓๒๐ - กระทําอนาจารอนั ยอมความได ๓๒๕ - คา ส่งิ ลามก ๓๒๘ ๓๔๑ º··èÕ õ ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÕèÂǡѺªÕÇÔμáÅÐËҧ¡Ò óõó - ความผิดตอ ชวี ิต ๓๕๓ - ความผิดตอรางกาย ๓๖๔ ó÷÷ º··Õè ö ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÕèÂÇ¡ºÑ àÊÃÕÀÒ¾áÅЪèÍ× àÊÂÕ § ๓๗๗ - ความผดิ ตอ เสรภี าพ ๓๘๒ - จับคนเรยี กคาไถ ๓๘๕ - พรากผเู ยาว ๓๙๕ - หมนิ่ ประมาท ôðõ ๔๐๕ º··Õè ÷ ¤ÇÒÁ¼Ô´à¡ÂÕè Ç¡ºÑ ·Ã¾Ñ  ๔๑๓ - ลกั ทรัพย ๔๑๘ - ลกั ทรัพย เหตุฉกรรจ - วิ่งราวทรัพย
- กรรโชกทรพั ย ˹ŒÒ - รดี เอาทรพั ย - ชิงทรัพย ๔๑๙ - ปลนทรพั ย ๔๒๓ - ฉอ โกง ๔๒๔ - ฉอ โกงประชาชน ๔๒๙ - โกงเจา หนี้ ๔๓๒ - ยกั ยอก ๔๓๕ - รับของโจร ๔๓๖ - ทําใหเ สียทรัพย ๔๓๗ - ทําใหเสยี ทรพั ยเหตฉุ กรรจ ๔๔๑ - บกุ รุก ๔๔๓ - บุกรกุ โดยไมม เี หตุอันสมควร ๔๔๕ - บุกรุกเหตุฉกรรจ ๔๔๖ ๔๔๘ º··èÕ ø º·ºÞÑ ÞμÑ ·Ô ãèÕ ª¡Œ ºÑ ¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·É ๔๕๐ - บทบัญญัติในลกั ษณะ ๑ ใหใชก ับความผิดลหโุ ทษ ôöñ - ความผิดลหุโทษไมตองกระทาํ โดยเจตนา ๔๖๒ - ไมม พี ยายามกระทําความผดิ ลหุโทษ ๔๖๒ - ผูส นบั สนุนในความผดิ ลหโุ ทษไมต อ งรับโทษ ๔๖๓ ๔๖๓ º··èÕ ù ¤ÇÒÁ¼´Ô ÅËØâ·É ôöõ - ความผิดเกยี่ วกับเจา พนักงาน และเก่ียวกับการกอ ใหเ กิด ๔๖๕ ๔๖๕ ความเดอื ดรอนหรอื อันตรายตอความสงบสขุ ของประชาชน ๔๗๕ - ความผดิ เกี่ยวกบั เจาพนกั งาน ๔๙๒ - ความผิดเกี่ยวกับการกอ ใหเ กดิ ความเดือดรอนหรอื อันตราย ๔๙๒ ตอความสงบสุขของประชาชน - ความผิดเก่ยี วกบั การกอใหเกดิ ความเสียหายตอทรพั ยส ินสาธารณะ และเกี่ยวกับสตั ว - ความผิดเกีย่ วกบั การกอใหเกิดความเสียหายตอทรัพยสนิ สาธารณะ
- ความผิดเก่ยี วกับสตั ว ˹Ҍ - ความผดิ เกย่ี วกบั การกอ ใหเกิดอันตรายแกกายหรอื จิตใจ ๔๙๗ และความผิดลหุโทษอ่ืนๆ ๕๐๒ - ความผดิ เกี่ยวกบั การกอ ใหเ กดิ อนั ตรายแกก ายหรอื จิตใจ ๕๐๒ - ความผิดลหโุ ทษอื่นๆ ๕๑๓
1
ÇªÔ Ò ¡Á. (LA) òñòðò ¡®ËÁÒÂÍÒÞÒ ÀÒ¤àÃÂÕ ¹·èÕ ñ
1
๑ º··èÕ ñ â¤Ã§ÊÃÒŒ §¤ÇÒÁÃѺ¼´Ô ·Ò§ÍÒÞÒáÅк·¹ÔÂÒÁ ๑. วัตถปุ ระสงคการเรยี นรปู ระจําบท ๑. เพอื่ ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจมคี วามรคู วามเขา ใจเรอ่ื งโครงสรา งความรบั ผดิ ทางอาญา และบทนยิ าม ๒. เพอ่ื ใหน กั เรยี นนายสบิ ตาํ รวจ ทราบถงึ การวดั ผลและประเมนิ ผล วชิ ากฎหมายอาญา ๑ ๓. เพ่ือใหนักเรียนนายสิบตํารวจทราบถึงรายละเอียดโครงสรางความรับผิดทางอาญา และบทนิยามลักษณะและการใชกฎหมายอาญาความรับผิดทางอาญา การพยายามกระทําความผิด ตัวการ ผูใช ผูสนับสนุนความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแหงราชอาณาจักร และความผิดเก่ียวกับ การปกครอง ๒. สวนนาํ นกั เรยี นจะไดศ กึ ษาประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๑ เรอ่ื ง บทบญั ญตั ทิ ใ่ี ชแ กค วามผดิ ทว่ั ไป ซง่ึ ประกอบดว ยเนอื้ หาในเรอื่ ง โครงสรา งความรบั ผดิ ทางอาญา บทนยิ าม ลกั ษณะและการใชก ฎหมาย อาญา ความรบั ผดิ ทางอาญา การพยายามกระทาํ ความผิด ตวั การ ผใู ช ผสู นบั สนุน ความผดิ เกย่ี วกับ ความมน่ั คงแหงราชอาณาจักร และความผิดเก่ยี วกบั การปกครอง บทบญั ญตั ทิ ว่ั ไป ลกั ษณะ ๑ บทบญั ญตั ทิ ใี่ ชแ กค วามผดิ ทว่ั ไป ซงึ่ ประกอบดว ยเนอื้ หาในเรอื่ ง ๑. โครงสรางความรับผดิ ทางอาญา ๒. บทนิยามตามมาตรา ๑(๑) – (๑๗) ๓. ขอบเขตการใชก ฎหมายอาญา ๔. โครงสรางความรบั ผิดทางอาญา ความรับผดิ ทางอาญา มาตรา ๕๙ ๕. การกระทําโดยพลาด การกระทําโดยสําคญั ผดิ ในตัวบคุ คล การกระทําโดยสาํ คญั ผิด ในขอ เทจ็ จริง มาตรา ๖๐-๖๒ ๖. เหตยุ กเวน ความผดิ เหตยุ กเวนโทษ เหตลุ ดโทษ มาตรา ๖๔-๗๒ ๗. การพยายามกระทาํ ความผิด ตัวการ ผใู ช ผูส นบั สนนุ มาตรา ๘๐-๘๖ ๘. ความผิดเกี่ยวกับความม่นั คงแหงราชอาณาจักร มาตรา ๑๐๗-๑๑๒ ๙. ความผดิ เกย่ี วกบั การปกครอง มาตรา ๑๓๖-๑๖๒
๒ ๓. เนอ้ื หา ๓.๑ ความหมายของกฎหมายอาญา กฎหมายอาญา คือ กฎหมายท่ีบัญญัติวา การกระทําหรือไมกระทําอยางใดเปนความผิด และกําหนดโทษทีจ่ ะลงแกผูก ระทําความผดิ ไวด วย หรืออาจกลา วไดวา กฎหมายอาญาคือกฎหมายท่ี บัญญัติหามมิใหมีการกระทําอยางหน่ึงอยางใด หรือบังคับใหมีการกระทําอยางหนึ่งอยางใดโดยผูท่ี ฝา ฝนหรือไมปฏบิ ตั ติ ามจะตอ งไดรบั โทษ ดงั นัน้ กฎหมายอาญาจะมี ๒ กรณี คอื เปน บทบัญญตั ิท่ี ๓.๑.๑ หามมิใหมีการกระทําอยางหนึ่งอยางใด ผูท่ีฝาฝนก็จะมีความผิด เชน ฆาผูอื่น (มาตรา ๒๘๘) ขม ขืนกระทําชําเรา (มาตรา ๒๗๖) ลกั ทรพั ยผอู น่ื (มาตรา ๓๓๔) เปน ตน หรือ ๓.๑.๒ บังคับใหมีการกระทําอยางหน่ึงอยางใด ผูที่ไมปฏิบัติตามก็จะมีความผิด เชน มาตรา ๓๗๔ เห็นผูอื่นตกอยูในอันตรายแหงชีวิต ซึ่งตนสามารถชวยไดแตไมยอมชวย ซ่ึงเรียกวา การกระทําดว ยการละเวน กฎหมายอาญานน้ั นอกจากทปี่ รากฏอยใู นประมวลกฎหมายอาญาซงึ่ ถอื วา เปน กฎหมาย อาญาหลักของประเทศแลว ยังรวมถงึ กฎหมายอืน่ ๆ อีกมากมาย ซ่ึงมลี กั ษณะดงั กลาวขางตน เชน พระราชบัญญตั ิอาวธุ ปน พระราชบัญญตั จิ ราจรทางบก พระราชบญั ญตั ปิ รามการคา ประเวณี ซง่ึ เมือ่ ถือวาพระราชบัญญัติน้ัน ๆ เปนกฎหมายอาญาแลวจะมีผลทําใหตองนําบทบัญญัติในภาค ๑ แหง ประมวลกฎหมายอาญาไปใชในพระราชบญั ญตั นิ นั้ ๆ ดว ย ทงั้ น้ีตามท่ีมาตรา ๑๗ ซง่ึ ไดบ ญั ญตั ไิ วว า “บทบญั ญัติในภาค ๑ แหงประมวลกฎหมายนี้ ใหใ ชใ นกรณีแหง ความผดิ ตามกฎหมายอ่ืนดว ย เวน แต กฎหมายน้ัน ๆ จะไดบญั ญตั ไิ วเปน อยางอนื่ ” สาํ หรบั โทษหรอื สภาพบงั คบั ในทางอาญา จะตอ งเปน ไปตามทรี่ ะบไุ วใ นมาตรา ๑๘ เทา นนั้ กลา วคือ ประหารชีวติ จําคกุ กักขงั ปรบั และริบทรัพยส นิ ๓.๒ การใชก ฎหมายอาญา เนอ่ื งจากโทษในทางอาญามผี ลกระทบตอ ชวี ติ รา งกาย เสรภี าพ และทรพั ยส นิ ของประชาชน ดวยเหตุนี้กฎหมายอาญาจึงตองมีลักษณะพิเศษหรือมีเอกลักษณของตนเอง แตกตางจากกฎหมาย อื่น ๆ เชน กฎหมายแพง เปน ตน มาตรา ๒ วรรคแรก บัญญัติวา “บุคคลจะรับโทษในทางอาญาก็ตอเม่ือไดกระทําการ อนั กฎหมายท่ีใชใ นขณะกระทํานน้ั บญั ญตั เิ ปนความผิดและกําหนดโทษไว และโทษที่จะลงแกผ กู ระทํา ความผดิ นั้นตอ งเปนโทษท่บี ญั ญตั ไิ วในกฎหมาย” ซ่งึ ในหัวขอ การใชก ฎหมายอาญา นัน้ นกั เรียนนายสิบตาํ รวจจะไดเรยี นบทที่ ๒
๓ ๓.๓ โครงสรางความรบั ผิดทางอาญา กฎหมายอาญาของไทยน้ันเปนกฎหมายอาญาในรูปแบบของระบบประมวลกฎหมาย หรือระบบลายลักษณอักษร ซ่ึงไดรับอิทธิพลมาจากการปฏิรูปกฎหมายสมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ทรงจัดให มีการจัดทําประมวลกฎหมายอาญาข้ึนใหมใหมีความทันสมัยและไดรับการยอมจากนานาประเทศ ซงึ่ ไดน าํ ระบบประมวลกฎหมายแบบประเทศซวิ ลิ ลอวม าใช ซงึ่ ในปจ จบุ นั เปน ทย่ี อมรบั กนั วา โครงสรา ง ความรับผดิ ทางอาญาของไทยน้นั มีความแตกตางไปจากโครงสรางความรบั ผดิ ชอบของทงั้ common law และ civil law บา ง ซ่งึ เม่ือพจิ ารณาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ในลักษณะ ๓ คําพิพากษาและคําสั่งในมาตรา ๑๘๕ “ถาศาลเห็นวาจําเลยมิไดกระทําผิดก็ดี การกระทําของจําเลย ไมเ ปน ความผดิ ก็ดี คดขี าดอายคุ วามแลว ก็ดี มเี หตตุ ามกฎหมายที่จาํ เลยไมค วรตองรับโทษกด็ ี ใหศ าล ยกฟอ งโจทก ปลอ ยจาํ เลยไป แตศาลจะสัง่ ขงั จาํ เลยไวหรือปลอ ยชั่วคราวระหวา งคดยี ังไมถึงทส่ี ดุ ก็ได เมื่อศาลเห็นวาจําเลยไดกระทําผิดและไมมีการยกเวนโทษตามกฎหมายใหศาลลงโทษแกจําเลย ตามความผิด แตเม่ือเห็นสมควร ศาลจะปลอยจําเลยช่ัวคราวระหวางคดียังไมถึงท่ีสุดก็ได” จากมาตรา ๑๘๕ ทศี่ าลจะตอ งพิจารณาพพิ ากษาลงโทษจาํ เลยตามกฎหมาย เปน ทม่ี าของโครงสรา ง ความรับผดิ ทางอาญา โครงสรางความรบั ผดิ ทางอาญา ๑. มกี ารกระทําครบตามองคป ระกอบทีก่ ฎหมายบัญญตั ิ (แยกพิจารณา ๔ สวน) ๒. ไมมกี ฎหมายยกเวน ความผดิ ๓. ไมม กี ฎหมายยกเวน โทษ ๑. การกระทําครบ “ͧ¤» ÃСͺ” ท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ การกระทาํ ทค่ี รบ “องคป ระกอบ” ความผดิ ทก่ี ฎหมายบญั ญตั ิ หลกั นม้ี าจากมาตรา ๒ และมาตรา ๕๙ ประกอบดว ยหลักเกณฑ ๔ ประการ คือ ๑.๑ มกี ารกระทํา โดยผกู ระทาํ ตอ งกระทาํ โดยรสู าํ นกึ หมายความวา รสู กึ ตวั รวู า จะทาํ อะไร และ ตัดสินใจทําแลวเคล่ือนไหวอิริยาบถไปตามที่คิดน้ัน คือ การกระทําที่อยูภายใตการบังคับของจิตใจ การกระทาํ ทไี่ มอ ยภู ายใตบงั คบั ของจติ ใจ ไมถ อื วา เปน การกระทําทจ่ี ะทําใหตองรบั ผิดทางอาญา เชน แดงนอนละเมอใชมือฟาดไปถูกตาของดํา ทําใหตาบอด แดงเคล่ือนไหว รางกายขณะไมรสู ึกตวั เน่ืองจากเปนโรคลมชกั การเคล่อื นไหวรา งกายดงั กลา วไมอยภู ายใตบ ังคับของ จติ ใจ ถือวาแดงไมร สู าํ นึกในการท่ีกระทาํ จงึ ไมตองรบั ผิดในทางอาญา หรอื ดําเปนคนปญญาออนถึงขนาดท่ีไมอาจรูไดวาการกระทําของตนเปนสิ่งที่ผิด กฎหมาย ดําเหน็ คนอื่นเล่ือยไมกท็ ําตาม โดยไมร กู ารกระทํานนั้ เปน ความผดิ ตาม พ.ร.บ.ปาไม ถอื วา ดํากระทาํ โดยมไิ ดรูสาํ นึกในการที่กระทํา ดําไมต อ งรับผดิ ทางอาญา
๔ การกระทํานั้น จะตองถึงข้ันลงมือกระทําความผิดแลวการเคลื่อนไหวหรือไม เคล่ือนไหวรางกายในขั้นตระเตรียม แมเปนการกระทําโดยรูสํานึกแตถาไมมีกฎหมายบัญญัติวาเปน ความผดิ ผกู ระทําไมมคี วามรับผดิ ทางอาญาในขั้นตระเตรียม เชน แดงตอ งการฆา ดาํ แดงพกอาวธุ ปน ไปดกั ยงิ ดาํ แตถ กู เจา พนกั งานตาํ รวจจบั กมุ เสียกอน แดงมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปน และความผิดตาม ป.อ.มาตรา ๓๗๑ แตไมมี ความผิดฐานพยายามฆาดําเพราะยังไมไดกระทําจนถึงข้ันลงมือฆาดํา เปนเพียงตระเตรียมการ เพอื่ ฆา ดาํ เทา นน้ั ซึ่งไมมกี ฎหมายบัญญัติวา เปน ความผดิ ๑.๒ การกระทํานัน้ ครบองคป ระกอบภายนอกของความผดิ ในเรื่องน้นั ๆ หมายถงึ การเคลอื่ นไหวอริ ยิ าบถโดยรสู กึ ตวั นน้ั ตอ งเปน การเคลอ่ื นไหวอริ ยิ าบถ เขาตามองคป ระกอบความผิดฐานตา ง ๆ ตามทก่ี ฎหมายบญั ญตั ไิ ว เชน - ความผิดฐานฆาผูอื่น ตองมีการกระทําที่เปนการฆา ไดแก การบีบคอ ใชป น ยงิ หรอื ใชไ มต ี เปน การกระทาํ อนั เปน การฆา ซงึ่ เปน องคป ระกอบภายนอกของความผดิ ฐานฆา ผอู นื่ - ความผิดฐานลักทรัพย มีการเอาทรัพยของผูอ่ืนไป เปนการกระทําใน องคป ระกอบความผดิ ฐานลกั ทรพั ย ถอื วา มกี ารกระทาํ ครบตามองคป ระกอบภายนอกแลว การกระทาํ นนั้ จะเปนความผดิ หรือไมเปนความผดิ ก็ไปดูเรือ่ งเจตนาซึ่งองคประกอบภายในตอ ไป ๑.๓ การกระทาํ ครบองคป ระกอบภายในของความผดิ ในเร่ืองนั้น ๆ ผกู ระทาํ ตอ งมเี จตนาตามมาตรา ๕๙ วรรคสอง ซงึ่ รวมไปถงึ เจตนาโดยผลของ กฎหมายตามมาตรา ๖๐ ดว ย หรอื กระทาํ โดยประมาทและมผี ลอยา งใดอยา งหนงึ่ เกดิ ขนึ้ และมกี ฎหมาย บญั ญตั ใิ หต อ งรบั ผดิ เมอ่ื กระทาํ โดยประมาทโดยใชห ลกั ผลโดยตรงหรอื ไมม เี จตนาแตม กี ฎหมายบญั ญตั ิ ใหต อ งรบั ผดิ แมไ มม เี จตนา เชน ความผดิ ลหโุ ทษบางฐาน ๑.๔ ผลของการกระทาํ สมั พันธกบั การกระทํา การกระทําความผิดบางฐานตองการผล ผลน้ันจะตองเปนผลโดยตรงตาม ทฤษฎเี งือ่ นไข ถาไมมกี ารกระทาํ ผลจะไมเกดิ ขอสังเกต เรอื่ งเจตนาจะมี ๒ กรณี คอื เจตนาโดยตรงตามมาตรา ๕๙ และเจตนาโดยผลของกฎหมาย ตามมาตรา ๖๐ สําหรับมาตรา ๖๑ ไมใชบทกฎหมายในสวนของเจตนา เพราะผูกระทําความผิด โดยสําคัญผิดในตัวบุคคลมีเจตนากระทําความผิดตามมาตรา ๕๙ อยูแลว การกระทําความผิด โดยสําคัญผิดในตัวบุคคล เปนกรณีที่กฎหมายไมใหผูกระทําความผิดยกเรื่องความสําคัญผิดเปน ขอ แกตัวใหพ นผิดเทา นัน้ ไมเก่ียวกบั เรอ่ื งเจตนาเพราะมีเจตนากระทาํ ผิดตามมาตรา ๕๙ อยูแลว ทง้ั นี้ แมก ารกระทาํ ของบคุ คลใดจะครบ “องคป ระกอบ” ทบี่ ญั ญตั ติ ามโครงสรา งขอ ๑ กย็ งั ไมอาจจะสรุปไดวาบคุ คลนั้นตอง “รบั ผดิ ในทางอาญา” เพราะจะตอ งพจิ ารณาในโครงสรางขอ ๒ และ ขอ ๓ ตอ ไป
๕ ๒. การกระทําไมม ีกฎหมายยกเวน ความผิด การกระทําท่ีครบ “องคประกอบ” ท่ีกฎหมายบัญญัติตามโครงสรางขอท่ี ๑ หากเปน การกระทาํ ท่มี ีกฎหมายยกเวนความผดิ ผกู ระทาํ กไ็ มต อ งรบั ผิดในทางอาญา กฎหมายยกเวนความผิด มผี ลทาํ ใหผ กู ระทาํ “ไมม คี วามผดิ ” (ดมู าตรา ๖๘) หรอื กลา วอกี ในหนงึ่ คอื ทาํ ใหผ กู ระทาํ มอี าํ นาจกระทาํ ได กฎหมายยกเวนความผิดมมี ากมายหลายกรณี เชน ๑. กฎหมายยกเวนความผิดในประมวลกฎหมายอาญา เชน ๑. การกระทําโดยปอ งกัน ตามมาตรา ๖๘ ๒. การทาํ แทงกรณีพิเศษ ตามมาตรา ๓๐๕ ๓. การแสดงความคิดเห็น หรือขอความใดโดยสุจริต ตามมาตรา ๓๒๙ หรือการแสดงความคิดเห็นหรือขอความในกระบวนพิจารณาคดีในศาลโดยคูความหรือทนายความ ของคูความตามมาตรา ๓๓๑ ๒. กฎหมายยกเวนความผิดท่ีมิไดมีบัญญัติไวเปนลายลักษณอักษร เชน หลักในเร่ือง ความยินยอม ซ่ึงยกเวนความผิดในบางกรณี หลักดังกลาวไมมีกฎหมายบัญญัติไวโดยตรงดังเชน เร่อื งปอ งกนั แตกน็ าํ มาใชไดโ ดยถอื เปน “หลกั กฎหมายทว่ั ไป” การนาํ มาใชไ มขดั ตอ หลักในมาตรา ๖ เพราะนาํ มาใชเพอ่ื เปน คุณแกผ กู ระทํา จารีตประเพณี ก็ถือไดวาเปนหลักกฎหมายท่ัวไปท่ียกเวนความผิดได เชน จารีต ประเพณีใหอํานาจครูตีเด็กนักเรียนพอสมควรเพื่อวากลาวส่ังสอน หรือพระภิกษุมีอํานาจลงโทษ ศิษยวดั ได (ฎีกาท่ี ๔๒๙-๔๓๐/๒๕๐๕) ๓. กฎหมายยกเวนความผิดในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เชน ป.วิอาญา มาตรา ๗๘ (๑) การจบั บุคคลตามหมายจบั ท่อี อกโดยชอบดว ยกฎหมายผูจ บั ไมมคี วามผิดตอเสรภี าพ หรอื หากการจับนนั้ จําเปน ตอ งทาํ ใหทรพั ยข องผูถ ูกจบั เสียหาย เชน จําตอ งยงิ ยางทลี่ อ รถจนยางแตก เพื่อรถหยุดจะจับกุมคน ซึ่งเปนการกระทําท่ีเหมาะแกพฤติการณแหงเรื่องในการจับ ตาม ป.วิอาญา มาตรา ๘๓ ผูจ ับไมมคี วามผิดฐานทําใหเ สยี ทรพั ย อยา งไรกต็ าม แมก ารกระทาํ ทค่ี รบ “องคป ระกอบ” ทก่ี ฎหมายบญั ญตั ติ ามโครงสรา ง ขอ ๑ จะไมม กี ฎหมายยกเวน ความผดิ ตามโครงสรา งขอ ๒ กย็ งั ไมอ าจสรปุ ไดท นั ทวี า ผกู ระทาํ ตอ งรบั ผดิ ในทางอาญาจะตองพิจารณาโครงสรางขอ ๓ ตอไปดวยวา การกระทําน้ันมีกฎหมายยกเวนโทษ หรือไม ๔. กฎหมายยกเวน ความผิดในประมวลกฎหมายแพงและพาณชิ ย เชน ๔.๑ ประมวลกฎหมายแพง และพาณิชย มาตรา ๑๓๔๗ ที่บญั ญตั ใิ หเจา ของท่ีดนิ ใชส ทิ ธติ ดั รากไมท ร่ี กุ เขา มาในทดี่ นิ ทตี่ ดิ ตอ และเอาไวเ สยี ผกู ระทาํ ยอ มไมม คี วามผดิ ฐานทาํ ใหเ สยี ทรพั ย ๔.๒ ประมวลกฎหมายแพง และพาณิชย มาตรา ๔๕๐ การทําบบุ สลายหรอื ทาํ ลาย ทรัพยสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพื่อบําบัดปดปองภยันตรายซ่ึงมีมาเปนสาธารณะโดยฉุกเฉิน เชน ทําลายทํานบ
๖ ก้ันน้ําในที่ดินของผูอ่ืนเพื่อเปล่ียนทิศทางไหลของน้ํามิใหเขาทวมบานเรือนในหมูบาน ผูกระทําไมมี ความผิดฐานทาํ ใหเ สยี ทรัพยแ ละบกุ รุก ๔.๓ ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย มาตรา ๔๕๒ การทผี่ คู รอบครองอสงั หารมิ ทรพั ย ฆา สัตวท่ีเขามาทําความเสียหายในอสงั หาริมทรัพย ผกู ระทําไมมีความผดิ ฐานทาํ ใหเสยี ทรัพย ๔.๔ ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ย มาตรา ๑๕๖๗ (๒) การทผี่ ใู ชอ าํ นาจปกครอง เชน บิดา มารดาทําโทษบตุ รตามสมควรเพ่ือวากลาวส่ังสอน ๔.๕ ประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา ๑๓๗๘ การใชสิทธิเหนือที่ดิน แปลงอืน่ อันตกอยใู นภาระจํายอม ผูกระทําไมมคี วามผิดฐานบกุ รกุ (ฎกี าท่ี ๓๙๒๖/๒๕๔๑) ๔.๖ การที่ผูกระทํามีอํานาจตามสัญญาตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย ทก่ี ระทาํ เชน การทผ่ี ใู หเ ชา และผเู ชา มขี อ ตกลงกาํ หนดไวใ นสญั ญาเชา บา นวา หากผเู ชา ผดิ นดั ไมช าํ ระคา เชา ผูเชายอมใหผูใหเชาเขาไปในบานเชา และตัดน้ํา ตัดไฟฟา หรือใชกุญแจคลองประตูบานเชาได เม่อื ผเู ชาผิดนัดไมช าํ ระคา เชา ผใู หเชา ก็มีสทิ ธิดาํ เนนิ การตาง ๆ ดังกลาวไดไ มเ ปนความผิดฐานบุกรุก หรอื ทาํ ใหเ สยี ทรพั ย (เทยี บเคยี งคาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๔๘๕๔/๒๕๓๗, คาํ พพิ ากษาฎกี าที่ ๓๐๒๕/๒๕๔๑) ๕. กฎหมายยกเวน ความผิดในรัฐธรรมนญู เชน รัฐธรรมนญู แหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๒๔ บัญญตั วิ า “ในท่ปี ระชมุ สภาผูแทนราษฎร ทีป่ ระชุมวุฒิสภาหรอื ทป่ี ระชุมรวมกันของรฐั สภา สมาชิกผใู ดจะกลาว ถอยคําใดในทางแถลงขอเท็จจริง แสดงความคิดเห็นหรือออกเสียงลงคะแนน ยอมเปนเอกสิทธิ์ โดยเดด็ ขาด ผูใดจะนําไปเปนเหตฟุ อ งรองวากลา วสมาชกิ ผูนน้ั ในทางใดมไิ ด” ๓. การกระทําน้นั ไมม ีกฎหมายยกเวนโทษ กฎหมายทยี่ กเวนโทษใหแ กการกระทาํ ตา งๆ ทีเ่ ปน ความผดิ มีหลายกรณีดวยกัน เชน ๑. การกระทาํ ความผดิ โดยจาํ เปน (มาตรา ๖๗) ๒. การกระทําความผิดของเด็กอายุไมเกิน ๑๐ ป และไมเกิน ๑๕ ป (มาตรา ๗๓ และ ๗๔) ๓. การกระทาํ ความผิดของคนวกิ ลจรติ (มาตรา ๖๕) ๔. การกระทําความผิดของผูมนึ เมา (มาตรา ๖๖) ๕. การกระทําความผดิ ตามคาํ สั่งทีม่ ิชอบดวยกฎหมายของเจาพนกั งาน (มาตรา ๗๐) ๖. การกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยในบางความผิดระหวางสามีภรรยา (มาตรา ๗๑ วรรคแรก) นอกจากน้ันกฎหมายยังยกเวนโทษในกรณีที่ความผิดอยูในข้ันพยายาม แตผูกระทํา ยับยง้ั หรอื กลับใจ (มาตรา ๘๒) หรอื เปนการพยายามทําแทงตามมาตรา ๓๐๑ และ ๓๐๒ วรรคแรก (ดมู าตรา ๓๐๔) และการพยายามกระทาํ ความผดิ ลหุโทษ ตามมาตรา ๑๐๕
๗ การกระทําที่ครบ “องคประกอบ” ที่กฎหมายบัญญัติตามโครงสรางขอ ๑ หากไมมี กฎหมายยกเวน ความผดิ ตามโครงสรา ง ขอ ๒ หรอื ไมม กี ฎหมายยกเวน โทษตามโครงสรา งขอ ๓ ผกู ระทาํ กจ็ ะตองรับผิดในทางอาญา อยางไรก็ตาม หากการกระทําน้ันมีเหตุลดโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว ผูกระทําก็อาจ ไดร บั การลดโทษถา ศาลเหน็ สมควรทจี่ ะลดโทษให เหตุลดโทษ คือ เหตุที่อาจทําใหผูกระทํารับโทษนอยลง ซ่ึงข้ึนอยูกับดุลพินิจของศาล ทีจ่ ะลดโทษใหแกผ กู ระทาํ หรือไมก ไ็ ด กฎหมายมักจะบัญญัติเกี่ยวกบั การลดโทษไวใ นทํานองวา “ÈÒÅ ¨ÐÅ´â·Éà¡Ô¹¡Ç‹Ò·Õè¡®ËÁÒ¡íÒ˹´äÇŒÊíÒËÃѺ¤ÇÒÁ¼Ô´¹éѹà¾Õ§㴡çä´Œ” (กรณีบันดาลโทสะตาม มาตรา ๗๒) หรือบางกรณีก็จํากัดขอบเขตการลดโทษของศาลไว เชน “ถาศาลเห็นสมควรจะลดโทษ ไมเ กนิ กงึ่ หน่งึ ของโทษที่จะลงแกผ ูกระทาํ ความผิดนน้ั กไ็ ด” (มาตรา ๗๘) เหตลุ ดโทษ ทบี่ ญั ญัตไิ วม หี ลายกรณี เชน ๑. ความไมรกู ฎหมาย (มาตรา ๖๔) ๒. คนวิกลจริตซ่ึงยังสามารถรูผิดชอบอยูบางหรือยังสามารถบังคับตนเองไดบาง (มาตรา ๖๕ วรรคสอง) ๓. คนมึนเมา ซึ่งยังสามารถรูผิดชอบอยูบางหรือยังสามารถบังคับตนเองไดบาง (มาตรา ๖๖) ๔. ปอ งกัน จําเปน เกินขอบเขต (มาตรา ๖๙) ๕. การกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยบางความผิดระหวางญาติสนิท (มาตรา ๗๒ วรรคสอง) ๖. ผกู ระทาํ อายกุ วา ๑๕ ป แตต า่ํ กวา ๑๘ ป (มาตรา ๗๕) หรือตัง้ แต ๑๘ ป แตไ มเ กิน ๒๐ ป (มาตรา ๗๖) ๗. เหตุบรรเทาโทษ (มาตรา ๗๘) ๘. บันดาลโทสะ (มาตรา ๗๒) ผูกระทําตองรับผิดชอบในทางอาญา แตมีเหตุลดโทษตามที่กลาว อาจไดรับการลดโทษ จากศาล หากศาลเห็นเปนสมควรท่ีจะลดโทษให เชน แดงมีความผิดฐานฆาคนตายโดยเจตนา ตามมาตรา ๒๘๘ และจะตองไดรับโทษจําคุกขั้นต่ําคือ จําคุก ๑๕ ป แตหากมีเหตุบรรเทาโทษ ตามมาตรา ๗๘ ก็อาจไดรับการลดโทษบาง หรือหากมีเหตุลดโทษอื่น ๆ เชน เปนการกระทํา โดยบนั ดาลโทสะตามมาตรา ๗๒ ศาลกอ็ าจลดโทษจาก ๑๕ ป ลงเพยี งใดกไ็ ด ซงึ่ หากศาลลงโทษจาํ คกุ แดงไมเ กนิ ๓ ป แดงกอ็ าจไดร บั การรอลงอาญาไดต ามมาตรา ๕๖ หากเขา เงอื่ นไขของการรอลงอาญา
๘
๙ ๓.๔ บทนยิ าม บทนิยามตามประมวลกฎหมายอาญาเปนการกําหนดไววาในแตละคําในบทนิยามน้ัน มีความหมายอยางไร เนื่องจากคําตางๆ ในบทนิยามน้ันอาจเปนองคประกอบของความผิดในบาง มาตรา หรืออาจเปนบทบัญญัติท่ีทําใหผูกระทําความผิดรับโทษหนักขึ้น ดังนั้น ความหมายของ บทนยิ ามในแตละคาํ จงึ มีความสาํ คญั ซ่ึงนักเรยี นจะตองรแู ละทําความเขา ใจเปนอยางดี เพราะถาไมรู หรอื ไมเ ขา ใจในความหมายของบทนยิ ามในแตล ะคาํ อาจทาํ ใหก ารวนิ จิ ฉยั ฐานความผดิ ตา งๆ เกดิ ผดิ พลาดได บทนยิ ามในแตละคํากจ็ ะมคี าํ พิพากษาของศาลฎีกาวนิ จิ ฉัยไวเปน บรรทดั ฐานอีกดว ย บทนิยาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ อนมุ าตรา ๑ ถงึ อนุมาตรา ๑๗ ไดแ ก ๑. โดยทจุ รติ ๒. ทางสาธารณะ ๓. สาธารณสถาน ๔. เคหสถาน ๕. อาวธุ ๖. ใชกาํ ลงั ประทษุ รา ย ๗. เอกสาร ๘. เอกสารราชการ ๙. เอกสารสิทธิ ๑๐. ลายมือช่ือ ๑๑. กลางคืน ๑๒. คมุ ขัง ๑๓. คา ไถ ๑๔. บตั รอิเลก็ ทรอนกิ ส ๑๕. หนงั สือเดนิ ทาง ๑๖. เจาพนักงาน ๑๗. สอ่ื ลามกอนาจารเด็ก ๑๘. กระทาํ ชาํ เรา ÁÒμÃÒ ñ ã¹»ÃÐÁÇÅ¡®ËÁÒ¹Õé (๑) “â´Â·Ø¨ÃÔμ” หมายความวา เพื่อแสวงหาประโยชนที่มิควรได โดยชอบดวย กฎหมายสําหรบั ตนเองหรือผอู ่ืน (๒) “·Ò§ÊÒ¸ÒóД หมายความวา ทางบกหรือทางนํ้าสําหรับประชาชน ใชในการจราจรและใหหมายความรวมถึงทางรถไฟและทางรถรางท่ีมีรถเดินสําหรับประชาชน โดยสารดว ย
๑๐ (๓) “ÊÒ¸Òóʶҹ” หมายความวา สถานท่ีใดๆ ซ่ึงประชาชนมีความชอบธรรม ทจ่ี ะเขา ไปได (๔) “à¤Ëʶҹ” หมายความวา ที่ซึ่งใชเปนท่ีอยูอาศัย เชน เรือน โรง เรือ หรือ แพ ซ่ึงคนอยูอาศัย และใหหมายความรวมถึงบริเวณของท่ีซ่ึงใชเปนที่อยูอาศัยน้ันดวย จะมีรั้วลอม หรอื ไมก็ตาม (๕) “ÍÒÇØ¸” หมายความรวมถึงส่ิงซึ่งไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตซึ่งไดใชหรือเจตนา จะใชประทษุ รายรา งกายถึงอนั ตรายสาหสั อยา งอาวธุ (๖) “㪌กําÅѧ»ÃзØÉÌҔ หมายความวา ทําการประทุษรายแกกายหรือจิตใจ ของบุคคล ไมวาจะทําดวยใชแรงกายภาพหรือดวยวิธีอื่นใด และใหหมายความรวมถึงการกระทํา ใดๆ ซึ่งเปนเหตใุ หบคุ คลหน่งึ บุคคลใดอยูในภาวะท่ีไมส ามารถขดั ขนื ได ไมว า จะโดยใชยาทาํ ใหม ึนเมา สะกดจติ หรือใชว ธิ ีอน่ื ใดอันคลายคลึงกัน (๗) “àÍ¡ÊÒÔ หมายความวา กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งไดทําใหปรากฏความหมาย ดวยตัวอักษร ตัวเลข ผังหรือแผนแบบอยางอื่น จะเปนโดยวิธีพิมพถายภาพหรือวิธีอื่น อนั เปน หลักฐานแหงความหมายน้ัน (๘) “àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÔ หมายความวา เอกสารซึ่งเจาพนักงานไดทําขึ้น หรือรับรอง ในหนา ที่ และใหหมายความรวมถงึ สําเนาเอกสารนั้นๆ ท่ีเจาพนกั งานไดร บั รองในหนาทด่ี วย (๙) “àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸”Ô หมายความวา เอกสารทเี่ ปน หลกั ฐานแหง การกอ เปลยี่ นแปลง โอน สงวน หรอื ระงับซ่งึ สทิ ธิ (๑๐) “ÅÒÂÁ×ͪ×èÍ” หมายความรวมถึงลายพิมพน้ิวมือและเคร่ืองหมายซ่ึงบุคคล ลงไวแทนลายมอื ชือ่ ของตน (๑๑) “¡ÅÒ§¤×¹” หมายความวา เวลาระหวางพระอาทติ ยตกและพระอาทติ ยข ึน้ (๑๒) “¤ÁØ ¢Ñ§” หมายความวา คมุ ตัว ควบคมุ ขงั กกั ขงั หรอื จาํ คุก (๑๓) “¤Ò‹ ä¶”‹ หมายความวา ทรพั ยส นิ หรอื ประโยชนท เี่ รยี กเอา หรอื ให เพอื่ แลกเปลยี่ น เสรีภาพของผูถูกเอาตัวไป ผถู ูกหนวงเหนีย่ วหรอื ผูถ ูกกกั ขัง (๑๔) “ºÑμÃÍÔàÅ¡ç ·Ã͹¡Ô Ê” หมายความวา (ก) เอกสารหรือวัตถุอื่นใดไมวาจะมีรูปลักษณะใดท่ีผูออกไดออกใหแก ผูมีสิทธิใชซ่ึงจะระบุชื่อหรือไมก็ตาม โดยบันทึกขอมูลหรือรหัสไวดวยการประยุกตใชวิธีการ ทางอิเลก็ ตรอนไฟฟา คลน่ื แมเ หลก็ ไฟฟา หรือวธิ อี ื่นใดในลกั ษณะคลายกัน ซึ่งรวมถึงการประยกุ ตใช วธิ กี ารทางแสงหรอื วิธีการทางแมเ หล็กใหปรากฏความหมายดวยตวั อักษร ตัวเลข รหัส เลขหมายบตั ร หรือสัญลักษณอ่นื ใด ทัง้ ทสี่ ามารถมองเหน็ และมองไมเห็นดวยตาเปลา (ข) ขอมูล รหัส หมายเลขบัญชี หมายเลขชุดทางอิเล็กทรอนิกสหรือ เคร่ืองมอื ทางตวั เลขใดๆ ทีผ่ อู อกไดออกใหแ กผ มู ีสิทธใิ ช โดยมิไดมกี ารออกเอกสารหรือวัตถุอืน่ ใดให แตมีวิธกี ารใชใ นทํานองเดยี วกับ (ก) หรอื
๑๑ (ค) สิ่งอ่ืนใดที่ใชประกอบกับขอมูลอิเล็กทรอนิกส โดยมีวัตถุประสงค เพื่อระบุตวั บคุ คลผเู ปน เจาของ “(๑๕) “˹ѧÊ×Íà´Ô¹·Ò§” หมายความวา เอกสารสําคัญประจําตัวไมวาจะมี รูปลักษณะใดท่ีรัฐบาลไทย รัฐบาลตางประเทศ หรือองคการระหวางประเทศออกใหแกบุคคลใด เพอ่ื ใชแ สดงตนในการเดนิ ทางระหวา งประเทศ และใหห มายความรวมถงึ เอกสารใชแ ทนหนงั สอื เดนิ ทาง และแบบหนงั สือเดินทางทีย่ ังไมไ ดก รอกขอ ความเก่ียวกบั ผถู อื หนังสือเดนิ ทางดว ย “(๑๖) “à¨ÒŒ ¾¹¡Ñ §Ò¹” หมายความวา บคุ คลซงึ่ กฎหมายบญั ญตั วิ า เปน เจา พนกั งานหรอื ไดรับแตงต้ังตามกฎหมายใหปฏิบัติหนาท่ีราชการ ไมวาเปนประจําหรือครั้งคราว และไมวาจะไดรับ คาตอบแทนหรอื ไม” “(๑๗) “Ê×èÍÅÒÁ¡Í¹Ò¨ÒÃà´ç¡” หมายความวา วัตถุหรือส่ิงที่แสดงใหรูหรือเห็นถึง การกระทําทางเพศของเด็กหรือกับเด็กซ่ึงมีอายุไมเกินสิบแปดป โดยรูป เร่ือง หรือลักษณะสามารถ สื่อไปในทางลามกอนาจาร ไมวาจะอยูในรูปแบบของเอกสาร ภาพเขียน ภาพพิมพ ภาพระบายสี ส่งิ พมิ พ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครือ่ งหมาย รปู ถา ย ภาพยนตร แถบบันทกึ เสยี ง แถบบนั ทึกภาพ หรือ รูปแบบอื่นใด ในลักษณะทํานองเดียวกัน และใหหมายความรวมถึงวัตถุหรือสง่ิ ตา งๆ ขางตน ท่จี ัดเกบ็ ในระบบคอมพวิ เตอร หรือในอุปกรณอ ิเลก็ ทรอนกิ สอ่นื ท่สี ามารถแสดงผลใหเขาใจความหมายได” ในประมวลกฎหมายอาญา หรือกฎหมายอื่น ขอความใดท่ีมีความหมายพิเศษ กฎหมายจะกําหนดความหมายไวในบทนิยาม สําหรับประมวลกฎหมายอาญาไดบัญญัติไวใน มาตรา ๑ ดังนี้ “(๑๘) *“¡ÃÐทาํ ชาํ àÃÒ” หมายความวา กระทาํ เพอ่ื สนองความใครข องผกู ระทาํ โดยการใช อวยั วะเพศของผูกระทาํ ลว งลํา้ อวัยวะเพศ ทวารหนัก หรือชองปากของผูอ่นื ” (ñ) “â´Â·¨Ø ÃμÔ ” หมายความวา เพอ่ื แสวงหาประโยชนท ม่ี คิ วรไดโ ดยชอบดว ยกฎหมาย สําหรบั ตนเองหรือผูอนื่ ͧ¤» ÃСͺ ¤Í× ๑. เพ่อื แสวงหาประโยชน ๒ เปนประโยชนท ีม่ ิควรไดโดยชอบดว ยกฎหมาย ๓. ประโยชนสาํ หรับตนเองหรือผูอ ื่น คํา͸ԺÒ ๑. คําวา “ประโยชน” ตามขอน้ียอมมีความหมายทั้งประโยชนท่ีเปนทรัพยสินและ ทม่ี ิใชท รพั ยส นิ ดวย สว นการแสวงหาอาจจะเกิดความเสยี หายแกบุคคลอน่ื หรือไม ไมใชส าระสําคัญ ๒. สําหรับประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายนั้น หมายความวา ประโยชน ท่ีแสวงหาน้ัน ผูแสวงหาไมมีสิทธิท่ีจะไดประโยชนนั้นตามกฎหมายและประโยชนท่ีแสวงหานั้น * มาตรา ๑ (๑๘) เพ่มิ เตมิ โดย พ.ร.บ.แกไ ขเพ่ิมเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบบั ท่ี ๒๗) พ.ศ. ๒๕๖๒ ลง รกจ.เลม ๑๓๖/ ตอนท่ี ๖๙ ก/หนา ๑๒๗/๒๗ พ.ค. ๖๒
๑๒ จะเปน เพอื่ ตนเองกไ็ ด หรอื เพอ่ื ประโยชนแ กผ อู นื่ กไ็ ด เชน ทบ่ี ญั ญตั ไิ วใ นความผดิ เกยี่ วกบั เจา พนกั งาน ตามมาตรา ๑๔๓, ๑๔๔, ๑๔๗, ๑๕๗, ๑๖๗ ความผดิ เกี่ยวกับการปลอมและการแปลงมาตรา ๒๔๒ ความผดิ เกย่ี วกบั เสรภี าพตามมาตรา ๓๑๕, ๓๑๗, ๓๒๔ และความผดิ เกยี่ วกบั ทรพั ยต ามมาตรา ๓๓๔, ๓๔๒, ๓๕๐, ๓๕๓ เปนตน ๓. คําวา “โดยทุจริต” เปนมูลเหตุจูงใจหรือเจตนาพิเศษ นอกเหนือจากเจตนาธรรมดา ®¡Õ Ò·èÕ ñðññ/òôö÷ จําเลยเปนตํารวจมีหนาท่ีทําบัญชีเครื่องแบบตํารวจท่ีออกจาก ราชการแลว นําสงกรมตํารวจ จําเลยเอากางเกงของจําเลยท่ีขาดแลวมาสับเปล่ียนเอากางเกงดี ทจ่ี ะสงกรมตาํ รวจไวใ ชในราชการตอ ไป โดยไมไดร ับอนุญาตจากผบู ังคับบัญชา ตัดสินวาจาํ เลยไมผ ดิ ลักทรัพยเพราะไมมีเจตนาทุจริตกางเกงที่สับเปลี่ยนไปน้ัน จําเลยก็นําไปไวใชในราชการเองไมได เอาเปนประโยชนส ว นตวั อันน้กี ็เห็นชัดวา ไมมีเจตนาทุจริต ®¡Õ Ò·èÕ òñö/òõðù จําเลยยอมใหผูเสียหายรวมประเวณีโดยมีสิ่งตอบแทน แตผูเสียหายผิดขอตกลง จําเลยไมพอใจจึงไดทํารายผูเสียหาย แลวเอาปนไปทิ้งที่ปรักนํ้ากลางทุงนา เพราะกลวั ผเู สียหายจะยิงเอา ไมมีเจตนาทจุ รติ ®Õ¡Ò·èÕ ñõù/òõñò ผูเสียหายปลอยกระบือใหกินหญา กระบือตัวหน่ึงยังจับไมได เพราะติดอยูในกระบือฝูงอื่น ไมใชกระบือเพริดไปจนพนการติดตาม เชนน้ีตามกฎหมายตองถือวา ผูเ สยี หายยังครอบครองกระบอื ทีผ่ เู สยี หายจบั ไมไ ดอยู เพราะยังไมส ละการครอบครอง ฉะน้นั การที่ จําเลยยิงกระบือของผูเสียหาย และชําแหละเน้ือกระบือไปโดยไมไดรับอนุญาตจากผูเสียหาย จึงเปนการเอาไปโดยทุจริต และเปนความผิดฐานลักทรัพย สวนการท่ีจําเลยชําแหละเนื้อกระบือไป ก็เปนการครอบครองเพราะยึดถือเพื่อตน แตเปนผลภายหลังจากการที่จําเลยลักกระบือแลว ไมผิด ฐานยกั ยอกตามมาตรา ๓๕๒ วรรคสอง (การยงิ แลว ชําแหละเนอ้ื ดงั กลา วถอื ไดว า มเี จตนาทจุ ริตเปน ลักทรัพย ไมใชท ําใหเสียทรพั ย) ®¡Õ Ò·èÕ ôôó/òõñõ จําเลยแอบเอารถของผูเสียหายออกมา เพ่ือจะขับไปกินขาวตม แลวจะเอากลับมาคืน กอนหนานี้จําเลยเคยแอบเอารถของผูเสียหายไปขับ โดยผูเสียหายทราบเร่ือง ก็ไมไดหามปรามแตอยางใด แสดงวาไมมีเจตนาเอารถคันน้ันเปนของตนหรือผูอ่ืน การกระทําของ จําเลยไมเ ปนความผิดฐานลักทรพั ย ®¡Õ Ò·Õè ñðñø/òõòù จําเลยไปเลนไพแลว จับไดวาผูเสียหายเลนไพโกง จึงใช เหล็กปลายแหลมจ้ีผูเสียหายบังคับใหคืนเงิน ๙๒๐ บาทที่ถูกโกง เปนการกระทําโดยจําเลยเช่ือวา ตนมีสิทธิอันจะพึงไดเงินที่เสียการพนันไปคืน เพราะผูเสียหายเลนโกง ไมเปนความผิดฐานชิงทรัพย เพราะไมม ีเจตนาทจุ ริต ®Õ¡Ò·èÕ ôôôñ/òõóð จําเลยกับผูเสียหายอยูกินดวยกันฉันสามีภริยา และทํางานอยู ทเ่ี ดยี วกนั จาํ เลยเปน ผซู อ้ื สรอ ยคอใหผ เู สยี หาย บางครงั้ จาํ เลยกน็ าํ ไปใชเ อง วนั เกดิ เหตจุ าํ เลยทราบวา ผูเสียหายจะไปเที่ยวจึงไดไปพูดหามปราม ผูเสียหายไมยอมเชื่อจึงเกิดการโตเถียงกัน จําเลยโมโห ดึงสรอยคอที่ผูเสียหายใสอยูขาดและเอาสรอยน้ันไป แสดงวาจําเลยเอาสรอยไปเพื่อตองการมิให ผูเ สียหาย นําสรอ ยติดตัวไปดว ยเทา นนั้ ถือไมไ ดว าจําเลยมเี จตนาทุจริต
๑๓ ®Õ¡Ò·èÕ òô÷ô/òõóñ จําเลยไปทวงหน้ีจากผูเสียหายแทนเจาหนี้โดยใชอาวุธปนขูบังคับ ใหผูเสียหายมอบทรัพยใหและพูดวา เมื่อมีเงินใหผูเสียหายไปไถคืน เชนนี้ถือไดวาเปนการขูเข็ญ เอาทรัพยของผูเสียหายไปเพ่ือประโยชนของจําเลยโดยเจตนาทุจริต จําเลยจึงมีความผิดฐาน ชงิ ทรัพย และไมมคี วามผดิ ฐานทําใหเสือ่ มเสรภี าพตาม ป.อาญา มาตรา ๓๐๙ วรรคสองอกี ®¡Õ Ò·èÕ óõ÷ö/òõóñ จําเลยเลนการพนันกับ ข. และเลนเสียจนหมดตัวจึงตามมาที่ บาน ข. แลวขอเงนิ คืนจาก ข. สวนหน่งึ อางวา เพอื่ จะนาํ ไปซอื้ ของกินกบั ผูเ ขา เลนการพนันคนอ่ืน เมื่อ ข. ใหเงิน ๒๐ บาท จําเลยตองการจะเอาอกี แต ข. ไมย อมให จําเลยจงึ แยงจะเอาเงนิ จากกระเปา เสอ้ื ของ ข. แตแยงไมได จําเลยถูก ข. ตีศอกถูกท่ีศีรษะหลายครั้งจนศีรษะแตก แตจําเลยก็มิไดโตตอบ ดวยการทําราย ข. ใหไดรับบาดเจ็บ เมื่อมีคนรองหามปรามจําเลยก็จากไป ลักษณะการกระทําของ จําเลยเปนการถือวิสาสะหาไดกระทําไปโดยเจตนาท่ีจะใชกําลังประทุษราย ข. ไม ทั้งการกระทําของ จําเลยก็ถือไมไ ดวามีเจตนาทุจริต ®Õ¡Ò·èÕ ó÷÷ô/òõóò จาํ เลยเปน สามขี อง ส. บตุ รของผเู สยี หาย โดยไมไ ดจ ดทะเบยี น สมรสกัน จําเลยและ ส. ทํานาขายขาวไดเงิน ๗,๕๐๐ บาท ส. นําเงินดังกลาวใสไวในกระเปาถือ ฝากเก็บไวในหีบของผูเสียหาย เชนนี้ การที่จําเลยไขกุญแจเปดหีบของผูเสียหายแลวเอาเงินดังกลาวไป โดยเขาใจวาเปนเงินของจําเลย จําเลยมีสิทธิเอาไปได จึงเปนการกระทําท่ีขาดเจตนาทุจริตไมเปน ความผิดฐานลักทรพั ย ®¡Õ Ò·Õè ô÷ùò/òõóó จําเลยท่ี ๑ กับพวกชกตอยกับพวกผูเสียหาย จําเลยกับพวก ไดด งึ เอาปากกาและกระเปา ของผเู สยี หายท้งั สองไป ไดพูดวาอยากไดของกต็ ามมาเอา จําเลยที่ ๑ กับ พวกไมไดหลบหนีจนกระท่ังถูกเจาพนักงานตํารวจจับกุม พฤติการณของจําเลยท่ี ๑ ดังกลาวท่ีมีการ ดึงทรัพยสิน ก็เปนการหยามนํ้าหนากันเทานั้น เปนการกระทําไปดวยความคะนองเพ่ือแสดงอวด เพ่ือนเห็นเทานั้น จําเลยที่ ๑ ไมมีเจตนาเอาทรัพยสินของผูเสียหายท้ังสองไปโดยทุจริต จําเลยท่ี ๑ จึงไมมีความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย ®Õ¡Ò·Õè ÷õ÷/òõóô จับเอาปลาในสระของวัดมาทําอาหารกินกันโดยเขาใจวา สามารถทาํ ได เพราะเหน็ วา วัดเปน สมบตั ิสว นกลาง ซ่งึ ชาวบา นใชส อยรว มกัน และเม่ือมพี ระทกั ทวง ก็มิไดด ้ือดงึ ทําตอ ไป แสดงวา ขาดเจตนาทุจรติ ®Õ¡Ò·èÕ ññô÷/òõôð เอาวิทยุมือถือของเขาไปขณะเขานอนหลับ แมจะรูจักกัน แตไมปรากฏวามีความสนิทสนมกันถึงขนาดที่จะสามารถหยิบฉวยสิ่งของของเขาไปไดโดยพลการ กเ็ ปน การทจุ ริต ®Õ¡Ò·èÕ òðð/òõôô โจทกชําระคารถยนต และเคร่ืองนวดขาวยังไมครบ จําเลยจึงไป บา นบอกภรยิ า บตุ ร และนอ งชายโจทก วา จะเอารถและเครอื่ งนวดขา วกลบั ไปเกบ็ ไวท บ่ี า นของจาํ เลย เปนเจตนาเอาไปเพอื่ ใหโจทกชาํ ระหนี้ท่คี า ง ไมทุจริต
๑๔ ®Õ¡Ò·Õè öóùð/òõôô การท่ีจําเลยนําน้ํามันซ่ึงจําเลยมีสิทธิเบิกไปใชไดดวยตนเอง ไปเติมใสร ถยนตคนั อื่นเพอ่ื ใชในการปฏบิ ัติหนาทตี่ ามปกติ ไมปรากฏวาจาํ เลยไดนาํ รถยนตค ันอน่ื น้นั ไปใชใ นกจิ กรรมอน่ื ซงึ่ ไมอ ยใู นอาํ นาจหนา ทท่ี จี่ าํ เลยจะพงึ ใชไ ดอ นั อาจถอื ไดว า จาํ เลยไดป ระโยชนจ าก การใชน้ํามันเช้ือเพลิงดังกลาวเปนสวนตัว เมื่อขอเท็จจริงท่ีโจทกนําสืบยังมีความสงสัยตามสมควร วาจําเลยไดกระทําการเบียดบังเอาน้ํามันเช้ือเพลิงท่ีจําเลยสั่งจายไปเปนของจําเลยหรือของผูอ่ืน โดยทุจริตหรือไม จึงใหยกประโยชนแหงความสงสัยน้ันใหจําเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มาตรา ๒๒๗ วรรคสอง ®Õ¡Ò·èÕ òò÷ù/òôõñ การท่ีจําเลยเอาเคร่ืองรับโทรทัศนสี ๑ เครื่อง เครื่องเสียง สเตอริโอ ๑ เคร่ือง ของกลางของผูเสียหายไปจากบานของผูเสียหายเพราะ ส. ซึ่งเปนสามีของ ผูเสียหายเปนหน้ีจําเลย โดยจําเลยไมไดทําใหทรัพยสินอยางอ่ืนเสียหาย คงยกเอาทรัพยของกลาง ไปเทาน้ันโดยจําเลยบอกวาถาอยากไดคืนให ส.เอาเงินไปไถ ซ่ึงวันรุงข้ึนเม่ือเจาพนักงานตํารวจไป ที่บานของจําเลย ก็พบจําเลยและและทรัพยของกลางดังกลาว เชื่อวาจําเลยเอาทรัพยของกลางไป เพื่อให ส. หรือผูเสียหายไปติดตอชําระหนี้ที่คางชําระตอกันการกระทําของจําเลยจึงมิไดเปนการเอา ทรัพยของผูอ่ืนไปโดยทุจริตหรือเพื่อแสวงหาประโยชนที่มิควรไดโดยชอบดวยกฎหมายสําหรับตนเอง หรอื ผอู ื่น ไมเ ปนความผิดฐานลกั ทรัพย ®Õ¡Ò·èÕ ñððñõ/òõõó การที่จําเลยที่ ๑ กับพวกและผูเสียหายนั่งด่ืมเบียรอยูดวยกัน แลว จาํ เลยท่ี ๑ ลว งกระเปา กางเกงของผเู สยี หายหยบิ กระเปา เงนิ ออกมา เมอ่ื เหน็ วา ไมม เี งนิ ในกระเปา จงึ ลว งหยบิ เอาโทรศพั ทเ คลอื่ นทข่ี องผเู สยี หายออกมาโดยจาํ เลยที่ ๑ บอกวา ถา ไมใ หโ ทรศพั ทจ ะทาํ รา ย หลงั เกดิ เหตผุ เู สยี หายกลบั ไปบา นพกั สกั ครหู นง่ึ จาํ เลยที่ ๑ กน็ าํ โทรศพั ทเ คลอื่ นทมี่ าคนื ใหผ เู สยี หายแมจ ะคนื โดยโยนลงพนื้ เอาเทา เหยยี บแลว บอกใหผ เู สยี หายคลานมาเอา จากพฤตกิ ารณด งั กลา วเหน็ วา การกระทาํ ของ จาํ เลยที่ ๑ เปน การทาํ ไปดว ยความคกึ คะนองมไิ ดป ระสงคต อ ทรพั ยโ ดยมเี จตนาทจุ รติ เพอ่ื เอาทรพั ยไ ป เปน ของตนเอง อนั เปน การขาดองคป ระกอบของความผดิ ฐานลกั ทรพั ย จงึ ไมเ ปน ความผดิ ฐานชงิ ทรพั ย ตามฟอ ง การกระทําของจาํ เลยท่ี ๑ เปน เพยี งความผดิ ตอ เสรีภาพตาม ป.อ. มาตรา ๓๐๙ วรรคสอง ®¡Õ Ò·èÕ ö÷ô/òõõô แมข อ เทจ็ จรงิ จะฟง ไดว า จาํ เลยกบั พวกเขา ไปทาํ รา ยรา งกายผเู สยี หาย จนไดรับบาดเจ็บและบังคับเอาทรัพยสินของผูเสียหายไปเทาที่คิดวาพอกับคาจางท่ีผูเสียหายเปนหนี้ พวกจําเลยอยูเทานั้น ไมไดเอาทรัพยสินอื่น ๆ ท่ีมีคามากไปดวยก็ตามแตการกระทําของจําเลย กบั พวกดงั กลา วเปน การกระทาํ ทไี่ มม อี าํ นาจตามกฎหมาย ศาลฎกี าโดยมตทิ ปี่ ระชมุ ใหญ เหน็ วา เปน การ กระทาํ โดยมีเจตนาทุจรติ แลว การกระทําของจําเลยกับพวกเปน การรว มกนั ปลนทรัพยของผเู สียหาย (ò) “·Ò§ÊÒ¸ÒóД หมายความวา ทางบกหรือทางน้ําสําหรับประชาชนใชในการ จราจรและใหห มายความรวมถึงทางรถไฟและทางรถรางท่ีมรี ถเดินสาํ หรับประชาชนโดยสารดว ย ͧ¤» ÃСͺ ¤×Í ๑. ทางบกหรอื ทางนํ้า ๒. สาํ หรบั ประชาชนใชใ นการจราจร
๑๕ ความผิดเกี่ยวกับทางสาธารณะ ไดแก ความผิดที่กอใหเกิดภยันตรายตอประชาชน ตามมาตรา ๒๒๙ และความผดิ ลหุโทษตามมาตรา ๓๗๒, ๓๗๘, ๓๘๕, ๓๘๖, ๓๘๗, ๓๙๖ คํา͸ԺÒ ทางบก คือ ทางสําหรับคนเดิน หรือท้ังคนและยานพาหนะเดิน รวมท้ัง ทางรถไฟ ทางรถรางทมี่ รี ถเดนิ ดว ย สว นทางนา้ํ นนั้ คอื แมน า้ํ ลาํ คลองตา งๆ ทเ่ี กดิ ขนึ้ เองโดยธรรมชาติ หรอื ทาํ การขดุ ขน้ึ แตท างบกหรอื ทางนาํ้ ดงั กลา วนจี้ ะเปน ทางสาธารณะมสี าระสาํ คญั อยทู วี่ า ประชาชน ใชใ นการจราจรได ไมวา จะใชเ ดนิ เขาออกหรือโดยยานพาหนะเขา ออก แตก็มีขอยกเวนอยูในสวนทางของเอกชน ซึ่งเจาของเขาสงวนสิทธ์ิไวแมจะอนุญาตให ประชาชนเดนิ ก็ไมใชท างสาธารณะ ทางหลวงแผน ดนิ ทางหลวงจงั หวดั ไมว า จะใชใ นการจราจรระหวา งจงั หวดั อาํ เภอ ตาํ บล หรือหมูบาน แมนํ้าลําคลองตางๆ ซ่ึงเกิดจากธรรมชาติยอมถือวาเปนทางสาธารณะ สวนทางบก หรอื ทางนา้ํ ของเอกชนทาํ ขน้ึ เมอื่ มกี ารอทุ ศิ ใหเ ปน ทางสาธารณะแลว กย็ อ มถอื เปน ทางสาธารณะดว ย (ทางหลวง คอื ทางสาธารณะ) ®Õ¡Ò·èÕ ÷ðö/òô÷ð ท่ีชายเลนริมทะเลซึ่งน้ําทะเลขึ้นทวมถึง แตมีตนไมงอกข้ึน จนเปนปา ราษฎรใชเดนิ เรอื ไมได ไมเ ปน ทางหลวง (ทางหลวง คือ ทางสาธารณะ) ®¡Õ Ò·èÕ ò÷/òôöö ที่ชายตลิ่งซึ่งติดตอกับถนนหลวง หาใชถนนหลวงไม (เปนทาง สาธารณะ) ®¡Õ Ò·èÕ øùôó/ôò บานเปนเคหสถานซึ่งใชเปนท่ีอยูอาศัยของจําเลยและบริเวณ เพิงหนาบานเปนบริเวณของบานซึ่งใชเปนรานคาและที่อยูอาศัยดวย จําเลยพาอาวุธปนติดตัวอยูใน บรเิ วณท่ีอยอู าศัยของตนจงึ ไมเ ปน ความผดิ ฐานพาอาวุธปน ไปในเมอื งหมูบา น ®Õ¡Ò·Õè ñðòð/òõðó ท่ีดินของจําเลยเปนท่ีดินมือเปลา มีทางพิพาทมาไมนอยกวา ๔๐ ป สาธารณชนไดใชเดินและชักลากไมมาประมาณ ๒๐ ป ตั้งแตเจาของเดิมกอนจําเลยไมมี การหวงหามแสดงสทิ ธิใดๆ เลยดงั นี้ ถือวา เปน การอทุ ศิ โดยปริยายเปนทางสาธารณะแลว จําเลยไป ปด กั้นยอมเปนผิดตามมาตรา ๓๘๕ ®¡Õ Ò·èÕ ÷öõ/òôùø การอุทิศท่ีดินใหทางสาธารณะน้ันแมจะยังมิไดแกโฉนดท่ีดิน และใชมายังไมถ ึง ๑๐ ป กไ็ มส าํ คัญตอ งถือวาเปน ทางสาธารณะ ®Õ¡Ò·èÕ ññøö/òõðð ฎีกาท่ี ๑๐๒๐-๑๐๒๑/๒๕๐๕ คลองที่เจาของที่ดินขุดขึ้น แมจะมีผูใชเ รอื เขา ออกมานาน แตเจา ของมิไดอ ทุ ิศใหเ ปนทางสาธารณะน้นั ไมใ ชท างสาธารณะ (ó) “ÊÒ¸Òóʶҹ” หมายความวา สถานที่ใดๆ ซ่ึงประชาชนมีความชอบธรรม ที่จะเขา ไปได ͧ¤»ÃСͺ ¤Í× ๑. สถานทีใ่ ดๆ ๒. ประชาชนมคี วามชอบธรรมทีจ่ ะเขาไปได ความผิดเก่ียวกับสาธารณสถาน ไดแก ความผิดเก่ียวกับการกอใหเกิดภยันตราย ตอประชาชน มาตรา ๒๑๘(๔) ความผิดเกี่ยวกับทรัพย มาตรา ๓๓๕(๙) และความผิดลหุโทษ ตามมาตรา ๓๗๒, ๓๗๘ และ ๓๙๗
๑๖ คํา͸ºÔ Ò ๑. คําวา สาธารณสถาน เปนคําตรงขามกับคําวา “ที่รโหฐาน” ตามที่บัญญัติไวใน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๑๓) “ท่ีรโหฐาน” หมายถึง สถานท่ีใดๆ ซง่ึ มิใชสาธารณสถาน ๒. คาํ วา สถานที่ใดๆ น้ัน จะเปนทีม่ ีส่งิ ปลกู สรางหรือที่วางเปลา มีขอบเขตกไ็ ด เชน สวนสัตว โรงภาพยนตร แมจ ะตอ งเสยี คาธรรมเนยี มเขาชม กย็ งั ถือวาเปน ทส่ี าธารณสถาน ขอสาํ คัญ จึงอยูที่วาเปนสถานท่ีท่ีประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเขาไปไดหรือไม และการเขาไปนั้นไมวา จะเปนการเปดชั่วคราวหรือประจําตลอดไป แตมีขอยกเวนอยูวาในสถานท่ีแหงเดียวกันน้ันอาจแยก ออกไดเปนสดั สว นวา สวนใดเปนทส่ี าธารณสถาน และสวนใดไมถ อื เปนสถานทีส่ าธารณสถาน ®¡Õ Ò·Õè ñ÷óò/òõñö สถานท่ีเกิดเหตุท่ีโจทกฟองวาจําเลยเลนการพนันโดยไมไดรับ อนุญาตเปนรานขายกาแฟ ประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเขาไปได จึงเปนสาธารณสถานตองดวย ขอยกเวนตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ มาตรา ๖ ตอนทาย จึงมิใหสันนิษฐานวา จําเลยเปนผเู ขา เลน ดวย ®¡Õ Ò·Õè ñùðø/òõñø จาํ เลยจอดรถขวางกนั้ ไมใ หโ จทกถ อยรถออกไปจากซอยทเี่ กดิ เหตุ เปนเพียงขัดขวางไมใหโจทกนํารถออกไปไดเทานั้น สวนตัวโจทกมีอิสระที่จะออกไปจากซอยได การกระทําของจําเลยยังไมเปนความผิดตามประมวลกฎหมายความอาญามาตรา ๓๑๐ แตเปนการ รังแกขมเหงทําใหโจทกไดรับความเดือดรอนรําคาญ แมซอยนั้นจะอยูในท่ีดินของผูมีช่ือแบงใหผูอื่น เชา ปลูกบา น แตป ระชาชนก็ชอบทจ่ี ะเขา ออกไปติดตอกบั ผูท ่ีอยูในซอยนั้นได ถอื ไดวา จาํ เลยไดกระทํา ในท่ีสาธารณสถาน จึงมีความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๗ ®¡Õ Ò·Õè øøó/òõòð หองโถงในสถานการคาประเวณีผิดกฎหมายเวลารับแขก มาเท่ียวเปนสาธารณสถานซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมท่ีจะเขาไปได พลตํารวจมีอํานาจคน โดยไมตองมีหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๙๓ จําเลยขัดขวาง เปน ความผิดตามมาตรา ๑๔๐ ตํารวจจบั ไดตามมาตรา ๗๘ (๓) ๓. สถานท่ีบางแหงเปนสาธารณสถานบางเวลา เชน โรงภาพยนตร สถานที่ราชการ รา นคา เฉพาะเวลาท่ีเปดทาํ การ ๔. สถานท่ีบางแหงเปน สาธารณสถานบางสวน เชน ที่ทําการศาลยุติธรรม รา นอาหาร ๕. สถานทบ่ี างแหงอาจจาํ กดั อายผุ เู ขา เชน สถานบรกิ ารทบ่ี คุ คลท่จี ะเขา ไปตอ งมอี ายุ ไมต ่าํ กวา ๒๐ ป ก็เปนสาธารณสถาน ๖. คาํ วาสาธารณสถาน ตรงขา มกบั คาํ วา ทรี่ โหฐาน ตาม ป.วอิ าญา ซึ่งหมายความถงึ สถานที่ใด ๆ ซึ่งมิใชสาธารณสถานตามกฎหมายลักษณะอาญา ไดแก ประมวลกฎหมายอาญา ในปจ จุบันนัน่ เอง - รานคาเปนที่ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเขาไปได ถือเปนสาธารณสถาน (คําพพิ ากษาฎกี าท่ี ๑๓๖/๒๕๐๘)
๑๗ - รานขายกาแฟเปน สาธารณสถาน (ฎีกาท่ี ๑๗๓๒/๒๕๑๖) - ถนนในซอยเปน สาธารณสถาน (ฎกี าที่ ๑๙๐๘/๒๕๑๘) ¢ŒÍÊѧà¡μ สถานที่ใดจะเปนสาธารณสถานหรือไม ไมคํานึงวาสถานท่ีนั้นเปนสถานที่ ผดิ กฎหมายหรือไม เพียงแตพ จิ ารณาวา สถานท่นี ้นั ประชาชนมคี วามชอบธรรมท่จี ะเขา ไปใชไ ดห รือไม สถานคา ประเวณถี อื ไดว า เปน สถานทปี่ ระชาชนมคี วามชอบธรรมทจ่ี ะเขา ไปไดถ อื วา เปน สาธารณสถาน ไมใชท ีร่ โหฐาน (ฎกี าที่ ๘๘๓/๒๕๒๐) ®Õ¡Ò·èÕ õôõö/òõõó โจทกบรรยายฟองวา จําเลยลักเหรียญกษาปณรวมเปนเงิน ๘๔๒ บาท ของวัดผูเสียหายโดยเหรียญกษาปณดังกลาวอยูในพานและบาตรวางอยูบนชั้นสามของ อาคารเจษฎาบดนิ ทร ซง่ึ เปน ทปี่ ระดษิ ฐานพระพทุ ธรปู เพอื่ ใหป ระชาชนมากราบไหวส กั การะบชู าภายในวดั ผูเสียหาย สถานท่ีเกิดเหตุลักทรัพยจึงเปนสถานที่ซึ่งประชาชนท่ัวไปมีความชอบธรรมที่จะเขาไปได ตรงกับคํานยิ ามคาํ วา “สาธารณสถาน” ตาม ป.อ.มาตรา ๑ (๓) ท้งั น้เี พ่อื การสักการะบชู าพระพุทธรปู ซึ่งประดิษฐานไวใหประชาชนกราบไหวสักการะบูชา จึงเปนการลักทรัพยในสถานท่ีบูชาสาธารณะ ดงั ทโ่ี จทกบรรยายฟองไวแ ลว (ô) “à¤Ëʶҹ” หมายความวา ท่ซี ึง่ ใชเปนทีอ่ ยูอาศยั เชน เรือน โรง เรอื หรือ แพ ซึ่งคนอาศัยอยู และใหหมายความรวมถึงบริเวณของท่ีซึ่งใชเปนท่ีอยูอาศัยน้ันดวย จะมีรั้วลอม หรอื ไมก ต็ าม ͧ¤» ÃСͺ¤Í× ๑. เปน ท่ซี ึง่ ใชอยูอาศัย ๒. ที่น้นั คนอยอู าศัย รวมถงึ บรเิ วณท่ซี ่งึ ใชเ ปนทอ่ี ยอู าศยั นน้ั ดว ย ความผิดเกีย่ วกบั เคหสถาน ไดแก ความผิดฐานลกั ทรัพยตามมาตรา ๓๓๕ (๘) ความผดิ ฐานบุกรุกตามมาตรา ๓๖๔ นอกจากน้ันกฎหมายจะใชคําวาโรงเรือน เชน ความผิดเกี่ยวกับ การกอ ใหเ กิดภยนั ตรายตอประชาชน ตามมาตรา ๒๑๘ และมาตรา ๒๒๖ เปน ตน คาํ ͸ԺÒ ๑. ท่ีซ่ึงใชอยูอาศัยนั้น ไดแก เรือน โรง เรือ หรือแพ ตามที่ระบุไว นอกจากที่ระบุ แลวอาจจะมีส่ิงอื่นๆ อีก ขอสําคัญอยูท่ีวา ท่ีซึ่งใชอยูอาศัยน้ันเปนที่คนอยูอาศัยจริงๆ ถาไมมี คนอยูอ าศยั แลวกไ็ มเรยี กวา เคหสถาน เชน เรอื นปลกู ไว แตไ มม คี นอาศัยอยเู ลย เปน ตน แตถ า เปน ที่อยอู าศยั แลว ขณะทีเ่ กิดเหตุไปธุระเสยี หรือปดใสก ุญแจไวชว่ั คราวก็ยังนับวา เปน เคหสถาน สําหรับหองเชาในโรงแรม บังกะโล แฟลต ท่ีใหคนเชาเปนปกติคงถือเปนเคหสถานได แมผูอาศัยจะเปล่ียนหนากันอยูตลอดเวลา สวนหองนอนในขบวนรถไฟหรือในเรือซึ่งคนโดยสาร ใชน อนชวั่ คราวในระหวา งเดนิ ทางไมเ ปน เคหสถาน แตห อ งนอนของตน เรอื ในเรอื ทอ่ี ยปู ระจาํ เปน เคหสถาน กางเต็นทปลูกเพิงขัดหางนอนระหวางเดินทางเปนระยะๆ ไมเปนที่หลับนอนตามปกติ ถงึ แมจ ะเปน เตน็ ทช นดิ พเิ ศษมเี ครอ่ื งปรบั อากาศกไ็ มเ ปน เคหสถาน ทง้ั น้ี ไมร วมถงึ เตน็ ทท ใี่ ชห ลบั นอน
๑๘ ระหวางทําการสํารวจ ณ ท่ีใดเปนคราวๆ แมเสร็จแลวจะยายไปท่ีอ่ืน ก็ถือเปนเคหสถาน ไดเ ชนเดยี วกับทพี่ กั คนงานกนิ อยูหลับนอนชั่วคราวระหวางกอ สรางอาคารก็เปนเคหสถาน ๒. ขอความทวี่ า รวมถึงบรเิ วณของที่ซงึ่ ใชเ ปนทอี่ ยอู าศัยนน้ั ยอ มหมายถึงเคหสถาน ทต่ี อ เน่อื งกบั ที่ซง่ึ คนใชเปนทอ่ี ยูอ าศัยนั้น เชน นอกชาน หรอื เฉลียง หรือครัว หรอื เลา ไก ซ่ึงติดตอ เกย่ี วเน่อื งกบั เรือน หรือหางเรอื นเล็กนอ ย เปนตน ®Õ¡Ò·èÕ õòò/òô÷õ รั้วบานเปนขอบเขตเคหสถานไมใ ชเ ปน เคหสถาน ®Õ¡Ò·èÕ õñõ/òôøö โรงกลึงแมอยูในรั้วบานแตหางตัวเรือน ๑ เสนไมใชอยูอาศัย ไมเ ปนเคหสถาน ®Õ¡Ò·Õè óùó/òõðù เลาไกไมใชท่ีซ่ึงคนอยูอาศัยก็จริง แตอยูหางจากเรือนผูเสียหาย ประมาณ ๑ เมตร แมแยกออกไปตา งหากจากตวั เรอื นแลว กย็ ังอยูในท่ดี นิ อนั เปนบรเิ วณของโรงเรือน ซ่ึงมีรั้วอยูดวย มิใชอยูในท่ีซ่ึงเปนบริเวณตางหากจากโรงเรือนซึ่งใชเปนที่คนอยูอาศัย จําเลยลักไก ในเลา ซง่ึ อยใู นบรเิ วณทอี่ ยอู าศยั จงึ เปน การลกั ทรพั ยใ นเคหสถานทจี่ าํ เลยไดเ ขา ไปโดยไมไ ดร บั อนญุ าต เปนความผิดตามมาตรา ๓๓๕ (๘) ดว ย ®Õ¡Ò·èÕ ñòõð/òõòð สถานท่ีเกิดเหตเุ ปน คอกสกุ รและหองพกั คนงาน ซึง่ มีรวั้ สังกะสี ลอมรอบทุกดาน คอกสุกรสรางขึ้นเปนวัตถุประสงคอันสําคัญของผูเสียหายสําหรับเก็บรักษาสุกร โดยเฉพาะ สวนหองพักคนงานและหองแถวเปนวัตถุประสงคอันดับรองที่สรางขึ้นใหคนงาน พักอาศัยชว่ั คราวเพือ่ ดแู ลสกุ ร คอกสกุ รแมจะอยูติดกับหอ งแถว ก็ไมใชบ ริเวณของหองแถวซึง่ ใชเปน ทอ่ี ยูอ าศัยของคนดังกลา ว คอกสกุ รจงึ ไมใ ชเคหสถาน ®¡Õ Ò·Õè òðñô/òõóö กฏุ พิ ระเปน เคหสถาน ®Õ¡Ò·Õè ó÷øð/òõóö แผงลอยในตลาดสดท่ีทางราชการจัดใหพอคา แมคาเชา เปน ท่ีขายสินคาของแตละคนเปนสัดสวน ผูเสียหายไดเชาทําเพิงพักเปนท่ีขายของ และไดพักอาศัย ท่ีบริเวณคา ขายนั้นดวย เพิงพกั แผงลอยนัน้ จงึ เปน เคหสถาน ®¡Õ Ò·Õè öù/òõóù สนามหญาหนาบานพักแมจะเปนผืนเดียวตลอดแนวเขตบานพัก ไมมรี ัว้ ลอมหรือเครือ่ งหมายแสดงเขตกต็ ามเปน บริเวณท่อี ยูอาศยั จึงเปน เคหสถาน ó. โดยทว่ั ไปเคหสถานกค็ อื สถานทอี่ ยอู าศยั แตบ ทนยิ ามตามมาตรา ๑(๔) ใหห มายความ รวมถงึ บรเิ วณของทซ่ี งึ่ ใชเ ปน ทอ่ี ยอู าศยั ดว ย บรเิ วณของทซ่ี งึ่ อยอู าศยั หมายถงึ บรเิ วณทอี่ ยใู กลช ดิ ตดิ กบั ทซี่ งึ่ คนใชอ ยูอ าศยั น้นั ถา อยูไ กลออกไปมากก็ไมถ อื วา เปนเคหสถาน μÑÇÍ‹ҧ โรงเก็บรถยนตท ่ีอยูตดิ กับตวั บาน กุฏิพระ นอกชานเรอื น รถตทู เ่ี จา ของใชเ ปน ท่อี ยูอ าศยั หลบั นอน เลา ไกใ ตถ ุนบา น เพิงพักสําหรบั นอนเฝาอวนเวลาตากอวน เคหสถานตอ งเปน ทท่ี ม่ี วี ตั ถปุ ระสงคห ลกั เพอ่ื ใชเ ปน ทอี่ ยอู าศยั คอื ตอ งมคี นอยอู าศยั แลว ถา ยังไมม ีคนอยูอ าศยั กไ็ มเปน เคหสถาน เชน บานที่ยงั ไมมีคนอยอู าศยั บานเชาท่ีไมม คี นเชา เลาไก ไมใ ชท ซี่ งึ่ คนอยูอาศยั ก็จริงแตอยูหางจากเรอื นผูเสียหายประมาณ ๑ เมตร แมจ ะ แยกออกไปจากตัวเรือนแลว ก็ยังอยูในที่ดินอันเปนบริเวณของโรงเรือนซ่ึงมีร้ัวอยูดวยมิใชอยูในท่ีดิน
๑๙ ซ่ึงเปนบริเวณตางหากจากโรงเรือนซึ่งใชเปนที่อยูอาศัย จําเลยลักไกในเลาซ่ึงอยูในบริเวณที่อยูอาศัย จึงเปนการลักทรพั ยใ นเคหสถาน (ฎกี าที่ ๓๙๒/๒๕๐๙) - คอกสกุ ร แมจ ะอยตู ดิ กบั หอ งแถวกไ็ มใ ชบ รเิ วณของหอ งแถว คอกสกุ รจงึ ไมใ ชเ คหสถาน (ฎีกาท่ี ๑๒๕๐/๒๕๒๐) - สนามหญาหนาบานพักแมจะเปนผืนเดียวตลอดแนวเขตบานพักไมมีร้ัวลอม หรือ เครือ่ งหมายแสดงแนวเขตก็ตามเปนบริเวณที่อยูอาศัยจึงเปนเคหสถาน (ฎีกาท่ี ๒๕๕๗/๒๕๓๖) - ทพ่ี กั คนงานกนิ อยหู ลบั นอนระหวา งการกอ สรา งเปน เคหสถาน (ฎกี าที่ ๒๔๕๗/๒๕๑๖) - กฏุ ิพระเปนเคหสถาน (ฎกี าที่ ๒๐๑๔/๒๕๓๖) - ร้ัวบานเปนเพยี งขอบเขตของเคหสถาน ไมถอื เปนเคหสถาน ®Õ¡Ò·Õè ñùðô/òõôö จาํ เลยท่ี ๑ นาํ บนั ไดวางรมิ หนา ตา งชนั้ บนบา นผเู สยี หายและปน ไปเรียกผเู สียหาย เม่อื ผูเสยี หายเปด ประตอู อกมา จําเลยที่ ๑ กอดอมุ ผูเสยี หายและกระทาํ อนาจาร ปลกุ ปลาํ้ ผเู สยี หายทบ่ี รเิ วณสนามหญา ขา งหนา บา นพกั ผเู สยี หาย แมส นามหญา กบั บา นพกั ไมม รี ว้ั ลอ มรอบ และไมมีเครื่องหมายแสดงวาเปนแนวเขตของบานพักแตก็อยูขางหนาบานพักซึ่งเปนท่ีอยูอาศัยของ ผูเสียหายถือไดวาจําเลยท่ี ๑ เขาไปในเคหสถานของผูเสียหายในเวลากลางคืนอันเปนการรบกวน การครอบครองอสังหาริมทรัพยของผูเสียหายโดยปกติสุขและกระทําอนาจารโดยใชกําลังประทุษราย อนั เปน การกระทาํ ตอเนอ่ื งไมข าดตอนกัน จงึ เปนกรรมเดยี วผดิ ตอ กฎหมายหลายบท ®¡Õ Ò·èÕ ÷ðøø/òõõð ทเ่ี กดิ เหตอุ ยบู รเิ วณหนา หอ งพกั ของผเู สยี หายท่ี ๑ มกี ารกน้ั ผนงั ดว ยอฐิ บล็อกและมชี อ งประตทู างเขา กัน้ ไวเ ปนสดั สว น บริเวณดังกลาวเปน พื้นท่ใี ชส อยของผูเสียหาย ที่ ๑ บุคคลอ่ืนไมส ามารถทจ่ี ะเขาไปใชส อยได ทีเ่ กิดเหตถุ อื ไดวา เปน เคหสถานของผูเ สียหายที่ ๑ ตาม ป.อ. มาตรา ๑ (๔) การทจี่ าํ เลยกบั พวกเขา ไปรมุ ชกตอ ย เตะผเู สยี หายทง้ั สองทบี่ รเิ วณหนา หอ งพกั ของ ผเู สียหายที่ ๑ ถือวา เปน การเขาไปในเคหสถานของผอู ่นื โดยไมม เี หตอุ นั สมควร การกระทาํ ของจาํ เลย เปนความผิดฐานรวมกันบุกรุกเคหสถานของผูอื่นในเวลากลางคืนตาม ป.อ. มาตรา ๓๖๕ (๒) (๓) ประกอบ มาตรา ๓๖๔ ®¡Õ Ò·Õè ù÷ùõ/òõõò แมจ ะไดค วามวา บา นของผเู สยี หายไมม รี ว้ั ลอ มและบรเิ วณหลงั บา น ผเู สยี หายอยูติดกับถนนสวนบคุ คลก็ตาม กรณจี ะถือเอาเพียงฝาผนงั และประตเู หล็กดานหลังเปนแนว ของเคหสถานยอมไมได เพราะเคหสถานตามกฎหมายใหหมายความรวมถึงบริเวณของท่ีซ่ึงใชเปน ทอี่ ยอู าศยั นนั้ ดว ย เมอ่ื ผเู สยี หายไดใ ชป ระโยชนบ รเิ วณรอบบา นเปน ทว่ี างสงิ่ ของ เครอ่ื งใชอ ยโู ดยรอบ ทางดานหลังมีโองน้ําและถวยชามวางอยู กับมีหลังคาย่ืนออกมาคลุม การที่จําเลยท้ังสองไปอยูตรง บริเวณดังกลาวยอมตองถือวาเปนการเขาไปในเคหสถานของผูเสียหายแลว จําเลยท้ังสองเขาไปใน ขณะผูเสียหายไมอยูบาน ท้ังไดความวาผูเสียหายกับจําเลยทั้งสองมีสาเหตุโกรธเคืองกันมากอน เรื่องจําเลยลักลอบตอสายไฟจากมิเตอรบานของผูเสียหาย จึงย่ิงไมมีเหตุสมควรท่ีจะเขาไปอยูท่ี บรเิ วณประตหู ลงั บา นของผเู สยี หายและการทจี่ าํ เลยทงั้ สองนาํ สบื ปฏเิ สธวา ไมไ ดเ ขา ไปในบรเิ วณประตู หลงั บา นของผเู สยี หาย จงึ ยงิ่ เปน พริ ธุ สอ แสดงใหเ หน็ ถงึ เจตนาอนั ไมส จุ รติ ของจาํ เลยทง้ั สอง พฤตกิ ารณ
๒๐ ของจาํ เลยทง้ั สองดงั กลา วฟง ไดว า จาํ เลยทงั้ สองกระทาํ ความผดิ ฐานบกุ รกุ เขา ไปในเคหสถานของผอู น่ื โดยไมมีเหตอุ ันสมควร (õ) ÍÒÇØ¸ ใหหมายความรวมถึงส่ิงซ่ึงไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตซึ่งไดใชหรือเจตนา จะใชป ระทษุ รา ยรา งกายถงึ อันตรายสาหัสอยางอาวธุ ความผิดเก่ยี วกบั อาวุธ ไดแก ความผดิ ตอความม่ันคงของรฐั ตามมาตรา ๑๑๔ ความผิด ตอเจาพนักงาน มาตรา ๑๔๐ ความผิดเก่ียวกับความสงบสุขของประชาชน มาตรา ๒๑๕ ความผิด เกยี่ วกบั เพศ มาตรา ๒๗๖ ความผดิ ตอ เสรภี าพ มาตรา ๓๐๙ ความผดิ เกยี่ วกบั ทรพั ย มาตรา ๓๓๕(๗), ๓๓๖ ทวิ, ๓๓๗ (๒), ๓๔๐, ๓๔๐ ทวิ, ๓๔๐ ตรี, ๓๖๕ และความผิดลหุโทษ ตามมาตรา ๓๗๑ และ ๓๗๙ คํา͸ºÔ Ò กฎหมายไมไดใหความหมายของคําวา อาวุธไว ดังน้ัน ความหมายของอาวุธจึงอยูใน ความหมายท่วั ไป หมายถงึ เครอื่ งไมเ คร่อื งมือทส่ี รา งขึ้นมาใชประหตั ประหารโดยตรง เชน ปน, มีด, ลกู ระเบิด สิ่งเหลานเี้ ปนอาวธุ โดยสภาพ บทนิยามบทนี้ใหรวมถึงส่ิงที่มิใชอาวุธโดยสภาพ แตไดใชหรือเจตนาจะใชประทุษราย รา งกายถงึ สาหสั ไดอ ยา งอาวธุ หมายถงึ ใชป ระทษุ รา ยทาํ นองเดยี วกบั อาวธุ โดยสภาพ เชน สว่ิ มดี ทาํ ครวั ขวานผาฟน ไขควง เหลก็ ขดู ชารป เปนตน ÊÃ»Ø อาวุธ แยกออกเปน ๒ ประเภท ๑. อาวธุ โดยสภาพ หรือ เคร่ืองมอื ทําราย ประหัตประหาร ®Õ¡Ò·èÕ ñùðó/òõòð ปนท่ีไมอาจใชยิงทําอันตรายแกชีวิตและวัตถุไดก็เปนอาวุธปน ตาม พ.ร.บ.อาวธุ ปนฯ และเปนอาวธุ โดยสภาพ ®Õ¡Ò·èÕ ñôõù/òõòó อาวุธปนไมมีลูกโม แกนลูกโมไมสามารถใชยิงไดเปนอาวุธ โดยสภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๕) ๒. อาวุธโดยการใช ไมใ ชเครอื่ งมอื ทํารา ยประหตั ประหารโดยตรง แตไดใชห รือเจตนา จะใชป ระทุษรา ยรางกายถงึ สาหัสไดทาํ นองเดียวกับอาวธุ ®Õ¡Ò·èÕ ññòñ/òôøñ ไมพ าย ตามสภาพเปนเคร่อื งใชสําหรับเรอื ชนดิ หนึ่ง แตเ มือ่ ได นํามาทํารายรา งกายถึงอนั ตรายสาหสั กถ็ ือไดวาไมพ ายน้ันเปนอาวุธ ®¡Õ Ò·èÕ òððù/òõòò เหลก็ ขดู ชารป หรอื สวิ่ ทจี่ าํ เลยชกั ออกมาขจู ะทาํ รา ยในการปลน เปน อาวธุ ®¡Õ Ò·èÕ ñøôô/òõóö ปากกา เปน อาวุธโดยการใชได ®Õ¡Ò·èÕ ñôðð/òõóø มีดคัตเตอรแมจะไมเปนอาวุธโดยสภาพ แตจะเอามาใชขมขู ผูเ สยี หายทกุ ครั้ง จึงเปนอาวุธโดยเจตนาจะใช ®¡Õ Ò·èÕ òõôø/òõôõ จาํ เลยใชก อ นหนิ ซงึ่ ถงึ แมจ ะไมใ ชอ าวธุ โดยสภาพ แตเ มอ่ื ขอ เทจ็ จรงิ ปรากฏวาเปน กอ นหนิ ทีม่ นี า้ํ หนกั ถึง ๑ กโิ ลกรัมเศษ และครง่ึ กิโลกรมั จาํ นวนหลายกอนทมุ มาจากท่สี ูง
๒๑ ลงมาในหมคู นจาํ นวนมากทีอ่ ยูในพน้ื ท่จี าํ กัด เชน เรือท่เี กิดเหตเุ ชน นี้ จาํ เลยหรอื บคุ คลผูอยูในฐานะ เชนเดียวกับจําเลยยอมเล็งเห็นผลของการกระทํานั้นไดวากอนหินอาจจะไปถูกที่ศีรษะซึ่งเปนอวัยวะ ทีส่ าํ คัญเปน ผลทาํ ใหถ งึ ตายได แตจําเลยกห็ าไดไ ยดตี อผลท่ีจะเกิดขึ้นไม จึงถือวาจาํ เลย มีเจตนาฆา ®¡Õ Ò·èÕ òðóñ/òõõô สเปรยพริกไทย ผลิตข้ึนโดยมีวัตถุประสงคในการใชฉีดพน เพื่อยับย้ังบุคคลหรือสัตวรายมิใหเขาใกลหรือทําอันตรายผูอ่ืน ผูท่ีถูกฉีดพนสารในกระปองสเปรยใส จะมอี าการสาํ ลกั จาม ระคายเคอื งหรอื แสบตา หลงั จากนน้ั ไมน านกส็ ามารถหายเปน ปกตไิ ด เหน็ ไดว า การผลิตสเปรยพริกไทยดังกลาว มิไดผลิตข้ึนเพ่ือทํารายผูใดจึงไมเปนอาวุธโดยสภาพ ท้ังไมอาจใช ประทุษรายรางกายถึงอันตรายสาหัสอยางอาวุธ สเปรยพริกไทยจึงไมเปนอาวุธตามความหมายของ ป.อ.มาตรา ๑ (๕) (ö) 㪡Œ Òí Å§Ñ »ÃÐ·ÉØ ÃÒŒ  หมายความวา ทาํ การประทษุ รา ยแกก ายหรอื จติ ใจของบคุ คล ไมว าจะทําดวยใชแ รงกายภาพหรือดว ยวิธีอนื่ ใด และใหห มายความรวมถงึ การกระทําใดๆ ซึ่งเปน เหตุ ใหบ ุคคลหนงึ่ บุคคลใดอยใู นภาวะทไี่ มส ามารถขัดขืนได ไมว า จะโดยใชย า ทําใหม ึนเมา สะกดจติ หรือ ใชวิธอี น่ื ใดอันคลายคลงึ กัน คาํ ͸ԺÒ แยกการใชกําลงั ประทุษรายออกได ๒ ประเภท ๑. ทําการประทุษรายแกกายหรือจิตใจโดยตรง กลาวคือ กระทําตอเนื้อตัวรางกาย จติ ใจโดยแท เชน ตี ฟน แทง ๒. ทําใหอยูในภาวะไมอาจขัดขืนได เชน การใชยาทําใหมึนเมา สะกดจิตหรือใชวิธี อ่นื ใดอนั คลายคลึงกัน เชน ใชย านอนหลับใสก าแฟใหดม่ื จนหลับ (ฎกี า ๓๕๖๒/๒๕๓๗) ความผิดเกี่ยวกับการใชกําลังประทุษราย ไดแก ความผิดเกี่ยวกับความม่ันคงแหง ราชอาณาจักร ตามมาตรา ๑๑๓, ๑๑๗, ๑๓๐, ๑๓๑, ๑๓๘ และ ๑๓๙ ความผิดตอเจาพนักงาน ในการยุติธรรม มาตรา ๑๙๐, ๑๙๑ ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน มาตรา ๒๑๕ ความผดิ เกีย่ วกบั เพศ มาตรา ๒๗๙, ๒๘๓ และ ๒๘๔ ความผดิ เกยี่ วกับเสรีภาพ มาตรา ๓๐๙, ๓๑๓, ๓๒๐ และความผดิ เก่ยี วกบั ทรพั ยต ามมาตรา ๓๓๗, ๓๓๙ และ ๓๖๕ ¡ÒÃãªกŒ ําÅ§Ñ »ÃзØÉÌҠกระทาํ ได ๒ วธิ ี ๑. ใชแ รงกายภาพ หมายถงึ การใชค วามสามารถทางกาย เชน ตบ, ชก, ตอ ย ®¡Õ Ò·èÕ ò÷ó/òõðù การใชเทาเง้ือจะถีบไมเปนอันตรายตอจิตใจ เพราะอันตราย ตอจิตใจน้ันตองเปนผลจากการทําราย แตความรูสึกวาถูกเหยียดหยาม เจ็บใจ แคนใจ เหลาน้ีเปน อารมณหาใชเปน อันตรายตอ จติ ใจไม ®Õ¡Ò·Õè ñöðù/òõñö จ. เฝาบา นของ น. กําลงั ถางหญาอยูห นาบา น ไดยนิ เสียงแตร รถในบานจึงเดินไปเปดประตแู ตเปดไมออก ขณะเรยี กบตุ รของ น. อยู จาํ เลยท่ี ๑ เขามาจบั มือ จ. และบอกใหเขาไปในบานและไมใหสงเสียงดัง ซึ่งขณะน้ันจําเลยท่ี ๒ และท่ี ๓ กําลังลักทรัพยของ
๒๒ เจา ทรพั ยอ ยู การกระทาํ ของจาํ เลยดงั กลา ว เปน การใชก าํ ลงั ประทษุ รา ย จ. ถอื ไดว า จาํ เลยรว มกนั ลกั ทรพั ย โดยใชก ําลงั ประทษุ รา ยมีความผิดฐานปลนทรพั ย ®Õ¡Ò·èÕ òñðó/òõòñ ลกั นกเขาพรอมกรง โดยแยงกรงกับผูเสียหาย ผเู สียหายสกู าํ ลงั จําเลยไมได จําเลยแยงเอาไปไดไมถือเปนการประทุษรายแกกายหรือจิตใจ และไมใชทําใหอยูใน ภาวะไมสามารถขัดขืนไดไมเปนชิงทรัพย (แตการปดไฟฉายท่ีถืออยูจนหลุดจากมือ เปนการใชกําลัง ประทุษราย (ฎีกาท่ี ๓๖๑/๒๕๒๐)) ®Õ¡Ò·Õè òñðð/òõòñ จําเลยรวบคอผูเสียหาย เพ่ือใหรูวาสวมสรอยคออยู แลวกระตุกสรอยคอทองคําหนัก ๒ สลึง สรอยบาดคอเปนแผล ไมถึงเปนอันตรายแกกาย ไมเปน ชงิ ทรพั ยเปน การฉกฉวยเอาซ่งึ หนามคี วามผดิ ฐานวงิ่ ราวทรัพย (ไมมเี จตนาใชกาํ ลังประทษุ ราย) ®Õ¡Ò·èÕ õò/òõòó การกอดเอว หรือดึงเสื้อเจาพนักงานเพ่ือไมใหเขาจับกุมผูตองหา เปนการใชแ รงกายภาพ ®¡Õ Ò·èÕ òøõð/òõôó ใชมือผลักเจาพนักงาน กระเด็นไปติดประตูและใชตัวดัน เพ่ือแยง ของกลางเปน การใชกาํ ลงั ประทษุ ราย ๒. ใชวิธีอ่ืนใด หมายถึง การกระทาํ ท่เี กินไปกวา ความสามารถทางกาย อาจจะมีอาวุธ หรอื เคร่อื งมอื อยางอนื่ เขา มาชวยเหลือ เชน ใชย า, ใชไฟฟา ®¡Õ Ò·èÕ õòù/òõðù ใชย านอนหลบั และยาระงบั ประสาทใสก าแฟใหเ จา ทรพั ยก นิ ทาํ ให เจา ทรัพยม นึ เมา เปนเหตุใหตกอยูในภาวะทไ่ี มสามารถขดั ขืนได ถือไดวาเปนการใชก าํ ลงั ประทุษราย ®¡Õ Ò·Õè ñôöõ/òõñù ใชลวดขึงขวางถนน ใหคนขี่จักรยานยนตชนลวดเปนอันตราย แกตนเอง เปนการกระทําท่ีไมไดใชแรงกายภาพโดยตรง แตเปนการกระทําโดยวิธีอื่น ในทํานอง เดยี วกบั การใชแรงกายภาพ ®Õ¡Ò·èÕ óòöù/òõóñ (ประชุมใหญ) จําเลยกับพวกใชยากดประสาทอยางแรง ใสลง ในกาแฟใหผูเสียหายด่ืม เมื่อผูเสียหายดื่มแลวสิ้นสติไปแทบจะทันที แลวจําเลยกับพวกไดลัก เอาทรัพยของผูเสียหายไป ผูเสียหายฟนคืนสติที่โรงพยาบาลหลังจากเวลาลวงเลยไปประมาณ ๑๒ ชว่ั โมงดงั นี้ แมผ เู สยี หายจะไมไ ดร บั อนั ตรายแกก ายอยา งหนงึ่ อยา งใดกถ็ อื ไดว า เปน อนั ตรายแกจ ติ ใจ ของผูเสียหายแลว การกระทําของจําเลยจึงเปนความผิดฐานชิงทรัพยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคสาม ®Õ¡Ò·èÕ ùòôñ/òõô÷ จําเลยกับพวกนําธูปซง่ึ มสี วนผสมของสิ่งของบางอยางท่ีทาํ ให มึนเมาออกมาใหโจทกรวมและ บ. ดม ทําใหโจทกรวมเกิดอาการมึนศีรษะ เปนเหตุใหอยูในภาวะ ไมส ามารถขดั ขนื ไดแ ลว จาํ เลยกบั พวกอกี ๒ คน ไดล กั ทรพั ยข องโจทกร ว มไป ถอื ไปวา เปน การลกั ทรพั ย โดยใชกําลังประทุษรายเพ่ือใหความสะดวกแกการลักทรัพยและการพาทรัพยน้ันไปเม่ือรวมกระทํา ความผิดตั้งแต ๓ คนขนึ้ ไป การกระทําของจาํ เลยจงึ เปนความผดิ ฐานปลน ทรพั ย
๒๓ อาการมึนศีรษะท่ีโจทกรวมและ บ. ไดรับหลังจากดมธูปที่จําเลยกับพวกนํามาใหดม จนจาํ เลยกบั พวกบอกใหท าํ อะไรกท็ าํ ใหท กุ อยา ง ทงั้ หลงั เกดิ เหตโุ จทกร ว มและ บ. กย็ งั อาเจยี นออกมา เปน เลอื ดจนแพทยต อ งฉดี ยาใหน นั้ ยอ มเปน การบง ชชี้ ดั แจง แลว วา ธปู นน้ั มสี ารพษิ ซง่ึ เปน โทษแกร า งกาย และจติ ใจ หากสูดดมแลวจะทําใหเกิดอาการมนึ เมาถึงขนาดตกอยใู นภาวะไมส ามารถขดั ขนื ได ดงั น้ัน โจทกแ ละโจทกรวมจึงไมจําเปนตอ งนําพยานผชู ํานาญการพิเศษสืบอกี (÷) “àÍ¡ÊÒÔ หมายความวา กระดาษหรือวตั ถุอื่นใด ซงึ่ ไดท าํ ใหปรากฏความหมาย ดวยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอยางอ่ืน จะเปนโดยวิธีพิมพ ถายภาพ หรือวิธีอ่ืนอันเปน หลักฐานแหง ความหมายนัน้ ͧ¤»ÃСͺ คอื ๑. กระดาษหรือวัตถอุ นื่ ใด ๒. ซง่ึ ไดท าํ ใหปรากฏความหมายดวยตวั อักษร ตัวเลข ผงั หรือแผนแบบอยางอ่ืน ๓. โดยวธิ ีพมิ พ หรอื ถายภาพ หรอื วธิ อี ่ืน ๔. เปน หลกั ฐานแหงความหมายนั้น ความผิดเก่ียวกับเอกสาร ไดแก ความผิดเกี่ยวกับความม่ันคงของรัฐ มาตรา ๑๒๓, ๑๒๔, ๑๒๕ ความผิดเกี่ยวกับเจาพนักงาน มาตรา ๑๔๒ ความผิดตอตําแหนงหนาที่ราชการ มาตรา ๑๕๘ ความผดิ เกย่ี วกบั การยตุ ธิ รรม มาตรา ๑๖๙, ๑๗๐, ๑๘๕, ๑๘๖ ความผดิ เกย่ี วกบั เอกสาร มาตรา ๒๖๔ ถงึ ๒๖๙ ความผดิ ฐานหมน่ิ ประมาท มาตรา ๓๒๘ และความผดิ ลหโุ ทษ มาตรา ๓๖๙ คํา͸ºÔ Ò ๑. ประมวลกฎหมายอาญานีไ้ ดเอาความหมายของคําวา “จดหมาย” และ “หนงั สอื ” ในกฎหมายลักษณะอาญาเดิมมารวมกันเขาใชคําวา “เอกสาร” แทน ซ่ึงมีความหมายกวางกวาเดิม และเปล่ยี นความผดิ ท่ีเก่ยี วกบั การปลอมหนงั สือเปนความผิดเกยี่ วกบั เอกสารไปดวย ๒. เอกสารนี้ นอกจากจะทําบนกระดาษแลว อาจจะทําไวบนวัตถุอ่ืนใดๆ ก็ได เชน บนแผนทองแดง แผนศิลา แผนไม บนกําแพง บนตนไม บนแผนพลาสติก บนผา หรือโลหะอ่ืนใด ขอสําคัญก็คือจะตองมีการทําใหปรากฏความหมายบนวัตถุน้ัน จะเปนตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรอื แผน แบบอยางอ่นื เชน แบบแปลนกอ สรา ง แผนผัง การประดิษฐ เครอ่ื งบนิ รถยนต แบบบาน ลายพมิ พ น้วิ มือ รอยตราประทับ ๓. การทําใหปรากฏความหมายตางๆ ดังกลาวมาแลวนั้น จะทําใหปรากฏโดย การเขียน การพิมพ การถายภาพ หรือวิธีอื่นใด เชน การแกะสลัก การปน การหลอดวยโลหะก็ได และการทําใหปรากฏความหมายนี้ จุดประสงคก็คือ ใหเปนหลักฐานแหงความหมายน้ัน โดยใชเปน พยานหลกั ฐานแสดงถงึ ส่งิ ท่ีปรากฏนนั้ ได ®Õ¡Ò·Õè ñòðù/òõòò ภาพถายหอง เครื่องใช ตูเส้ือผา และของอ่ืนๆ ในบานไมได แสดงความหมายอยางใด ไมเ ปน เอกสารตามมาตรา ๑ (๗)
๒๔ ®Õ¡Ò·Õè ñõóð/òõòò จําเลยเอาภาพถายผูอ่ืนรับปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิต และสวมครุยวิทยฐานะมาปดภาพถายเฉพาะใบหนาของจําเลยลงไปแทน แกเลข พ.ศ.๒๕๐๘ เปน ๒๕๐๔ แลว ถา ยเปน ภาพใหมด แู ลว เปน ภาพจาํ เลยรบั ปรญิ ญา มตี วั อกั ษรวา มหาวทิ ยาลยั แพทยศาสตร พ.ศ.๒๕๐๔ เปนภาพถายที่ไมไดทําใหปรากฏตามความหมายดวยตัวอักษรฯ ตามมาตรา ๑ (๗) เลข พ.ศ. ก็ไมป รากฏความหมายในตวั เองไมเ ปนปลอมเอกสาร ®Õ¡Ò·èÕ óð/òõòø แบบพิมพเช็คท่ียังมิไดกรอกรายการนี้ยังมิไดทําใหปรากฏ ความหมาย หรือเปนหลักฐานแหงความหมายอยางใดเลย จึงไมเปนเอกสารตามมาตรา ๑(๗) แหง ประมวลกฎหมายอาญา ®¡Õ Ò·Õè ôôùõ/òõôø คําวา “เอกสาร” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๗) หมายความวา กระดาษหรือวตั ถอุ ่นื ใดซึ่งทาํ ใหป รากฏความหมายดว ยอักษร ตวั เลข ผงั หรอื แผนแบบ อยา งอื่น จะเปน โดยวิธีพมิ พ ถายภาพ หรือวิธีอน่ื ใดอนั เปน หลักฐานความหมายน้นั ดงั น้ัน เอกสาร จะมขี ึ้นในรูปใด ๆ ก็ได การปลอมเอกสารจงึ ตองมีเอกสารทแี่ ทจ รงิ อยูกอ น จําเลยปลอมหนังสือลาออกจากตําแหนงผูชวยผูใหญบานและคํารับรองความเห็นชอบ ของกํานันโดยลงลายมือชื่อปลอมบุคคลทั้งสองในหนังสือลาออก กับปลอมหนังสือขอแตงต้ังผูชวย ผูใหญบานโดยจําเลยลงลายมือชื่อปลอมของกํานันลงในเอกสารเพ่ือแสดงวาจําเลยไดรวมกับกํานัน พิจารณาคัดเลือกและจัดทําหนังสือขอแตงต้ังผูชวยผูใหญบานเสนอตอนายอําเภอตามระเบียบ เปนการทาํ เอกสารปลอมขน้ึ ทง้ั ฉบับ จึงเปนความผดิ ฐานปลอมเอกสาร μÇÑ Í‹ҧ·èÕäÁ‹ãª‹àÍ¡ÊÒà ®¡Õ Ò·èÕ õö÷ô/òõôô แบบพิมพเช็คท่ียังไมไดกรอกรายการเทากับยังมิไดทําให ปรากฏความหมายดวยตัวอักษร ตัวเลข อันเปนหลักฐานแหงความหมายน้ันจึงไมเปนเอกสาร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๗) แมจ าํ เลยเอาแบบพมิ พเ ชค็ ของผเู สยี หายไป กไ็ มม คี วามผดิ ตามมาตรา ๑๘๘ (ø) “àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡ÒÔ หมายความวา เอกสารซ่ึงเจาพนักงานไดทําข้ึนหรือรับรอง ในหนาท่ี และใหห มายความรวมถงึ สําเนาเอกสารนั้นๆ ท่ีเจาพนกั งานไดรับรองในหนาท่ีดวย á¹Çคํา¾Ô¾Ò¡ÉÒ àÍ¡ÊÒëÖè§à¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹ä´ทŒ ํา¢é¹Ö ઋ¹ - บัตรประจําตัวประชาชน (ฎีกาที่ ๒๔๐๙/๒๕๓๔) - บัตรประจาํ ตวั ขา ราชการ (ฎีกาที่ ๒๙๗๙/๒๕๒๒) - ใบอนญุ าตขบั ข่รี ถยนต (ฎกี าท่ี ๔๐/๒๕๐๗) - ปา ยทะเบียนรถยนต (ฎีกาที่ ๔๔๙๒/๒๕๓๖) - แผน ปายวงกลมแสดงการเสียภาษรี ถยนต (ฎีกาท่ี ๒๔๕๗/๒๕๒๔) - หมายเลขเครอ่ื งยนต (ฎีกาท่ี ๒๐๙๐/๒๕๓๖) - หนังสือคมู อื จดทะเบยี นรถยนต (ฎีกาท่ี ๒๕๗๐/๒๕๔๑) - บันทึกการจบั กมุ (ฎกี าท่ี ๒๐๑๔-๒๐๑๕/๒๕๓๙)
๒๕ ®Õ¡Ò·èÕ ôöøö/òõôñ ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการขอบใจ หรอื อนุโมทนาบัตร พ.ศ.๒๕๒๓ ขอ ๓ ระบุวา เมื่อมีผบู ริจาคทรัพยสินแกวดั ใหเจา อาวาสหรอื อธิบดี เจา สงั กดั ตอบขอบใจหรอื อนโุ มทนา เหน็ ไดว า การออกอนโุ มทนาบตั รจะตอ งออกโดยเจา พนกั งานซง่ึ กระทาํ การ ตามหนา ทซ่ี ง่ึ ป.อ.มาตรา ๑ (๘) ระบวุ า “เอกสารราชการ” หมายความวา เอกสารซงึ่ เจา พนกั งานไดท าํ ขนึ้ หรือรับรองในหนาที่ และใหหมายรวมถึงสําเนาเอกสารน้ัน ๆ ที่เจาพนักงานไดรับรองในหนาท่ีดวย และตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ พ.ศ.๒๕๐๕ มาตร ๔๕ บัญญัติไวใหไวยาวัจกรและเจาอาวาสเปน เจา พนักงานดวย ดงั น้ันอนุโมทนาบัตรจงึ เปน เอกสารราชการ การกระทาํ ของจาํ เลยทกี่ รอกขอ ความลงในแบบอนโุ มทนาบตั ร จาํ นวน ๓๘ ฉบบั กบั ปลอม หนงั สอื ราชการของจงั หวดั กาฬสนิ ธแุ ละจงั หวดั รอ ยเอด็ รวม ๓ ฉบบั เปน การกระทาํ ตา งกรรมตา งวาระกนั จึงถือไดวา จาํ เลยไดก ระทําหลายกรรมและผดิ ตอ กฎหมายรวม ๔๑ กระทง ®Õ¡Ò·èÕ õôöö/òõóó คําวา “เอกสารราชการ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑(๘) หรอื มาตรา ๒๖๘ หมายถงึ เอกสารของราชการไทยเทา นนั้ การทจ่ี าํ เลยนาํ หนงั สอื เดนิ ทาง ปลอมและเช็คเดินทางปลอมไปแสดงตอพนักงานจายเงินและรับแลกเปลี่ยนเงินตราตางประเทศ ของธนาคารในคราวเดียวกัน เพ่ือขอแลกเงินตามเช็คเดินทางปลอมนั้น เปนการกระทํากรรมเดียว เปนความผิดตอกฎหมายหลายบท ตองใชกฎหมายบทที่มีโทษหนักท่ีสุดลงโทษ สวนปญหาการปรับ บทลงโทษ แมจ าํ เลยจะมไิ ดฎ กี า แตเ ปน ขอ กฎหมายทเี่ กย่ี วกบั ความสงบเรยี บรอ ย ศาลฎกี าเหน็ สมควร แกไ ขใหถูกตอ งและพพิ ากษาตลอดไปถึงจําเลยซ่งึ มไิ ดฎ กี าดว ยเพราะเปนเหตุอยูใ นสวนลกั ษณะคดี เอกสารราชการตามบทนยิ ามนี้ ยอมแบง ออกไดเ ปน ๓ อยา งดวยกนั คอื ๑. เอกสารซงึ่ เจา พนักงานไดทาํ ขึน้ ในหนา ท่ี เชน สํานวนการสอบสวน ใบตรวจโรคที่ เจาพนกั งานแพทยออกให ใบอนญุ าตอาวุธปน หมายแดงแจงโทษของศาลท่มี ถี ึงผูบัญชาการเรอื นจํา เปน ตน ๒. เอกสารซึ่งเจาพนักงานไมไดทําข้ึน แตไดรับรองในหนาที่ เชน จาศาลรับรอง คาํ พพิ ากษาซง่ึ คคู วามขอใหร บั รอง ใบมอบอาํ นาจซงึ่ ทาํ ขนึ้ แลว นาํ ไปใหน ายอาํ เภอรบั รอง เจา พนกั งาน หอทะเบยี น หนุ สวนบริษัทกลางรับรองสําเนาคาํ ขอจดทะเบียนหุน สวนบรษิ ัท เปนตน ๓. สําเนาเอกสารที่เจาพนักงานไดรับรองในหนาท่ี ดังเชน สําเนาเอกสารตาง ๆ ท่ี เจาพนักงานไดทาํ ข้ึนใน ขอ ๑ ซึง่ เจา พนกั งานไดร ับรองในหนาที่ ซ่ึงสาํ เนาเอกสารนัน้ ความผิดเก่ียวกับเอกสารราชการ ไดแก ความผิดเก่ียวกับเอกสารตามมาตรา ๒๖๕ และ มาตรา ๒๖๗ คาํ ͸ºÔ Ò ๑. การที่จะถือวาเปนเอกสารราชการไดนั้น เบ้ืองตนจะตองมีองคประกอบครบถวน ตามความหมายของบทนิยามคําวา เอกสารน้ันบริบูรณเสียกอน ถาไมเปนเอกสารแลวก็ยอมเปน เอกสารราชการไมไ ด
๒๖ ๒. นอกจากเปนเอกสารแลว องคประกอบอันสําคัญท่ีจะเปนเอกสารราชการก็คือ ผกู ระทําเอกสารนน้ั จะตองเปน เจาพนักงาน และตอ งเปน การทาํ ในหนา ท่ดี ว ย ไมวาเอกสารน้นั จะทาํ ขึ้นเองหรือผูอื่นทําข้ึนแลวจึงนํามาใหเจาพนักงานรับรองในหนาที่ แตถาไมใชเปนการกระทํา ในหนาที่ดวยแมบุคคลผูกระทําจะเปนเจาพนักงาน ก็ไมถือวาเปนเอกสารราชการ เชน มีบุคคล วานใหส ารวตั รตาํ รวจ หรอื นายอาํ เภอมาเขียนสัญญากูยมื เงนิ ใหเปนการสวนตวั เปน ตน ๓. ใครบางจะเปนเจาพนักงาน ผูมีหนาที่ทําเอกสารราชการ หรือรับรองในหนาท่ี ไดน ั้น จะตอ งพจิ ารณาดตู ามตวั บทกฎหมาย และตามคําส่ังของทางราชการทีแ่ ตง ตั้งเจาพนักงานผนู ้นั เปนรายๆ ไป เชน ขา ราชการทไ่ี ดแตง ต้งั ตาม พ.ร.บ.ระเบียบขา ราชการพลเรอื น ตลุ าการ พนกั งาน อัยการ ตํารวจ หรือทหาร ถือวาเปนเจาพนักงาน นอกจากน้ีก็มีเจาพนักงานที่กฎหมายบัญญัติ ไวเปนพิเศษ เชน เจาพนักงานในองคการแหงรัฐ พนักงานเทศบาล ฯลฯ ซ่ึงมีกฎหมายบัญญัติไว โดยชัดแจง ๔. การท่ีแยกเอกสารราชการมาไวเปนอีกสวนหน่ึงของเอกสารธรรมดาน้ัน เพราะ กฎหมายเห็นวา สําคัญ และมุงจะคมุ ครองเอกสารราชการนี้มากกวาเอกสารธรรมดา ®Õ¡Ò·èÕ ÷õ/òôöù โฉนดทดี่ นิ เปน หนังสือสําคญั ในราชการ (เอกสารราชการ) ®Õ¡Ò·èÕ ôðù/òô÷ð ตั๋วพิมพรูปพรรณโค เปนหนังสือสําคัญในราชการ (เอกสาร ราชการ) ®¡Õ Ò·Õè óõó/òô÷ø หมายเรียกพยาน ท่ีทางอําเภอจัดทําขึ้นเพ่ือนําสงแกพยานน้ัน เปนหนังสือราชการ (เอกสารราชการ) ®¡Õ Ò·Õè òöö/òô÷ô หมายแจงโทษของศาลถงึ เรอื นจาํ เปนเอกสารราชการ ®Õ¡Ò·Õè ÷óñ/òõðù หนังสือขอยืมเงินทดรองราชการมีลายเซ็นผูบังคับบัญชาอนุมัติ ใหจ ายไดเปน เอกสารราชการ ®Õ¡Ò·èÕ óõö/òôöõ ใบอนุญาตมปี นเอกสารราชการ ®Õ¡Ò·Õè ñó÷õ/òõòò ภาพถายหนังสือรับรองราคาท่ีดินซ่ึงเจาพนักงานที่ดินออกให แตเ จา พนกั งานยงั ไมไ ดร บั รองในหนา ท่ี ไมใ ชเ อกสารราชการ เปน เพยี งเอกสารตามมาตรา ๑(๗) เทา นน้ั ®¡Õ Ò·èÕ õõùù/òõôñ ใบสั่งจายน้ํามันที่พลขับมีหนาที่ตองกรอกวาเติมน้ํามันไปใช ในราชการใด จาํ นวนเทาใด เปน เอกสารท่ีทําขน้ึ ในหนาที่เปน เอกสารราชการ ®¡Õ Ò·Õè òò/òõôò แผน ปา ยแสดงการประกนั คมุ ครองผปู ระสบภยั จากรถมใิ ชเ อกสาร ที่เจา พนักงานไดท ําขนึ้ หรือรับรองในหนาท่ีจึงไมใชเ อกสารราชการ ¡Ã³·Õ èäÕ Áã‹ ª‹àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà - สลากกินแบงของรฐั บาล (ฎกี าท่ี ๕๕๗/๒๕๐๙) - ใบเสรจ็ รบั เงินของการไฟฟา (ฎกี าที่ ๑๖๑๔/๒๕๑๗) - ใบมอบฉันทะตาง ๆ เพราะเปนเอกสารท่ีเอกชนทําย่ืนตอทางราชการ (ฎีกาที่ ๓๕๒/๒๔๗๘)
๒๗ - แผนปายแสดงการประกันภัยคมุ ครองผปู ระสบภัยจากรถยนต (ฎกี าท่ี ๒๒/๒๕๔๒) - ใบรบั รองการตรวจสภาพรถ ทกี่ รมการขนสง ทางบกมอบใหบ รษิ ทั ซงึ่ ไดร บั อนญุ าตให จดั ตงั้ สถานตรวจสภาพรถเพอ่ื ตรวจสภาพรถยนตแ ละออกใบรบั รองเพอ่ื เปน หลกั ฐานวา รถยนตไ ดผ า น การตรวจสภาพแลว (ฎีกาท่ี ๖๒๘๘/๒๕๔๕) (ù) “àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸”Ô หมายความวา เอกสารท่เี ปนหลักฐานแหง การกอ เปลยี่ นแปลง โอน สงวน หรอื ระงบั ซง่ึ สิทธิ ตามบทนิยามนพ้ี อจะแยกเอกสารสิทธิไดเ ปน ๕ ประเภท คือ ๑. เอกสารท่ีเปน หลกั ฐานแหง การกอ ใหเ กดิ สทิ ธิ เชน สัญญากยู มื เงนิ กอใหเกิดสิทธิ แกผใู หกู ๒. เอกสารท่ีเปนหลักฐานแหงการเปลี่ยนแปลงสิทธิ เชน สัญญากูยืมเงินท่ีตอมา ไดทําหนังสือแปลงหนี้กนั ใหม เชน ใหชาํ ระขาวสารแทนการใชเ งินกู หรอื เปลี่ยนลูกหนี้ ๓. เอกสารท่ีเปนหลักฐานแหง การโอนสทิ ธิ เชน สัญญากูยืมเงิน ซ่ึงตอ มาผูใหก ไู ดทํา สัญญาโอนสทิ ธเิ รยี กรอ งเงินกูใหบุคคลอืน่ ไป และแจง การโอนสทิ ธใิ หผ ูก ูทราบ ๔. เอกสารที่เปนหลักฐานแหงการสงวนสิทธ์ิ เชน การกูยืมเงินท่ีจะหมดอายุความ ๑๐ ป ผูใหกูจึงไดใหผูกูทําหนังสือรับสภาพหน้ี ทําใหอายุความสะดุดหยุดลงเปนการสงวนสิทธิ์ เรียกรอ ง ๕. เอกสารที่เปน หลกั ฐานแหง การระงบั สิทธิ เชน ก. เปน หน้ี ข. จํานวน ๑,๐๐๐ บาท ข. สงสาร ก. จงึ แสดงเจตนาตอ ก. วาจะยกหน้ใี ห แลว ทาํ หนงั สอื ปลดหน้ี ความผดิ เกย่ี วกบั เอกสารสทิ ธิ ไดแ ก ความผดิ เกย่ี วกบั เอกสาร มาตรา ๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๘ และความผิดเกี่ยวกับทรัพย มาตรา ๓๔๑ คาํ ͸ºÔ Ò ๑. คาํ วา “àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸”Ô น้ี ตามกฎหมายลักษณะอาญาเดิมใชค ําวา “หนงั สอื สําคัญ” ซ่ึงมีความหมายอยางเดียวกัน แตคําวา “àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸Ô” ตามประมวลกฎหมายอาญาใหมนี้ มีความหมายกวางกวา คาํ วา “˹ѧÊÍ× สํา¤ÞÑ ” ๒. “ÊÔ·¸Ô” หมายถึง อํานาจอยางหน่ึงของบุคคลท่ีกฎหมายรับรองใหมีสิทธิน้ันขึ้น ฉะนัน้ คาํ วา “เอกสารสทิ ธ”ิ จึงหมายถงึ หลกั ฐานท่ีจะเกดิ ผลบังคับไดต ามกฎหมาย ถาไมมีผลบงั คบั ได ตามกฎหมายกไ็ มเ รยี กวา “เอกสารสทิ ธ”ิ ตวั อยา ง ก. ทาํ สญั ญากเู งนิ ข. ไป ๕๐๐ บาท ทาํ หนงั สอื สญั ญา กูยืมใหไวเปนหลักฐาน แตปรากฏวาเงินกูยืมนั้นเกิดจากการพนัน ดังนี้ ตามประมวลกฎหมายแพง และพาณิชยบญั ญัตวิ า การพนนั ขนั ตอ ไมกอ ใหเกิดหนี้ สญั ญากูฉ บบั ดังกลาวจงึ ไมเ ปนเอกสารสิทธิ ®Õ¡Ò·Õè ñóøõ/òõòò หนังสือรับรองการทําประโยชนเปนเอกสารสิทธิอันเปน เอกสารราชการ ®Õ¡Ò·Õè ùòø/òõðö คํารองทุกขของผูเสียหายตาม ป.วิอาญา ไมใชเอกสารสิทธิ ตาม ป.อาญา ม.๑(๙) ฉะนั้น แมจะไดความวาจําเลยเจตนาทุจริตหลอกลวงใหผูเสียหายถอน คํารองทุกขก็ดี กล็ งโทษจาํ เลยฐานฉอโกง ตาม ป.อาญา ม.๓๔๑ ไมได
๒๘ ®Õ¡Ò·èÕ ñññò/òôù÷ ใบทะเบียนสมรส แสดงฐานะบุคคลวาเปนสามีภริยากัน ความเปนสามีภริยาท่ีกอตั้งขึ้นโดยทะเบียนสมรสน้ันเปนฐานะบุคคลไมใชสิทธิและหนาที่ตอกัน เกดิ จากฐานะบุคคลน้ันตามกฎหมายบัญญัตไิ วอกี ช้ันหน่งึ มไิ ดก อตง้ั ขน้ึ โดยเอกสารทะเบียนสมรสนนั้ จึงไมใ ชเ อกสารสิทธิ (เปน เอกสารราชการ) ºμÑ Ã»ÃÐจาํ μÇÑ Ë¹§Ñ ÊÍ× à´¹Ô ·Ò§, ãºสาํ ¤ÞÑ »ÃÐจาํ μÇÑ ¤¹μÒ‹ §´ÒŒ Ç ไมเ ปน เอกสารสทิ ธิ เอกสาร เหลานีแ้ มผ ถู ือจะอาศัยเปนหลักฐานเพื่อเดนิ ทางเขา ออกหรืออยใู นราชอาณาจกั ร หรอื ไดร ับเอกสทิ ธิ์ เชน ลดราคาคาบริการตางๆ ได ก็เปนแตเอกสารแสดงฐานะบุคคล หรือแสดงขอเท็จจริงบางอยาง มใิ ชกอ ใหเกดิ สิทธใิ ดๆ ขึ้นในตวั เอกสารนน้ั เอง (ฎกี าที่ ๙๒๕/๒๔๙๓) (เปนเอกสารราชการ) 㺷ÐàºÂÕ ¹Ã¶Â¹μ มไิ ดท ําขึ้นเพอ่ื กอสิทธิ แตท ําขน้ึ เพื่อความสะดวกในการควบคมุ ของ เจา พนกั งานเทานั้น ไมใ ชเอกสารสิทธิ แตเปน เอกสารราชการ (ฎีกาท่ี ๑๗๐๒/๒๕๐๖) ®¡Õ Ò·Õè õóñ/òôùø สลากกนิ แบงรัฐบาลไมเปนเอกสารราชการแตเ ปน เอกสารสทิ ธิ ®Õ¡Ò·Õè ññð÷/òõð÷ (ประชุมใหญ) ใบแตง ทนายความไมใ ชเอกสารสิทธิ ®¡Õ Ò·èÕ ñôõö/òõðö แบบแจง การครอบครองทด่ี ิน (ส.ค.๑) เปน เอกสารสิทธิ ®¡Õ Ò·Õè øùð/òõðø ประชมุ ใหญเฉพาะปญหาแรก ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ใหแจงการครอบครองที่ดินตามแบบ ส.ค.๑ ตอนายอําเภอทองที่ โดยมีกํานันหรือผูใหญบานรับรอง วาขอความถูกตองและเปนความจริงนั้นเปนประกาศหลักเกณฑและวิธีการ ไมใชเปนขอกําหนด หนาท่ีของกํานันหรือผูใหญบาน การเซ็นชื่อรับรองดังกลาวเปนแตเพียงพยานเทานั้น ไมใชรับรองวา หนงั สอื นนั้ เปน เสมอื นหนงั สอื ราชการ ดงั นน้ั หนงั สอื ส.ค.๑ นจ้ี งึ ไมใ ชเ อกสารสทิ ธอิ นั เปน เอกสารราชการ ถาหากขอเท็จจริงฟงไดวาจําเลยไดปลอมแบบ ส.ค.๑ และไดใชดวยแลวตองลงโทษ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ วรรคสองกระทงเดียว (และฎีกาที่ ๒๘๕/๒๕๐๗ ส.ค.๑ เปนเอกสารสิทธิท่ีผคู รอบครองท่ีดนิ ทาํ ขน้ึ ประมวลกฎหมายที่ดนิ ) ®Õ¡Ò·Õè òôñ÷/òõòð ใบมอบอาํ นาจใหจ ดทะเบียนแกโ ฉนด ไมใชเ อกสารสิทธิ ®¡Õ Ò·Õè óòø÷/òõòò ใบรับรองของผูขอรับเงินชวยเหลือคารักษาพยาบาล เปนคําช้ีแจงของผูขอเบิกเงิน บันทึกของเจาหนาที่วาตรวจถูกตองอนุมัติใหจายเงิน เปนคําชี้แจงของ เจาหนาท่ีบัญชีหนางบ สมุดคูมือวางฎีกาเปนแตเอกสารราชการ มิใชหลักฐานแหงสิทธิไมเปน เอกสารสิทธิ ®¡Õ Ò·Õè ùòø/òõðö, ò÷òð/òõóõ คํารอ งทกุ ขไ มใ ชเ อกสารสิทธิ ®¡Õ Ò·Õè ñöóö-ñöõð/òõñø บัตรอนุญาตของเจาหนาที่เปนแตเอกสารราชการ ไมเ ปน เอกสารสิทธิ ®Õ¡Ò·èÕ òõùù/òõóô สมุดคูฝากบัญชีเงินฝากพิเศษยอมเปนหลักฐานแหงการกอต้ัง สิทธิแกผูฝากทจ่ี ะเรียกถอนเงนิ ฝากคนื จึงเปน เอกสารสทิ ธิ ®¡Õ Ò·Õè ñõðø/òõóø ต๋ัวเครื่องบินเปนเอกสารสิทธิ เพราะมีมูลคาหรือราคาตามที่ ปรากฏในตั๋ว ผูมีชือ่ ในต๋วั มสี ทิ ธทิ ีจ่ ะใชโดยสารเครอ่ื งบินจงึ เปนหลักฐานแหง การกอสิทธิ
๒๙ ®Õ¡Ò·èÕ óùô/òõôô สําเนารายงานการประชุมวิสามัญผูถือหุนท่ีระบุใหจําเลยผูเดียว มอี าํ นาจลงลายมอื ชอื่ ผกู พนั บรษิ ทั เปน หลกั ฐานในการระงบั สทิ ธขิ องโจทก ในการลงลายมอื ชอ่ื ผกู พนั บรษิ ัท จึงเปนเอกสารสิทธิ คํา¾¾Ô Ò¡ÉÒÈÒů¡Õ Ò·èÕ õñùõ/òõõ÷ ».Í. àÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸Ô ÁÒμÃÒ ñ (ù) เอกสารสิทธิตามบทนิยามแหง ป.อ. มาตรา ๑ (๙) หมายความวาเอกสารที่เปน หลกั ฐานแหง การกอ เปลยี่ นแปลง โอน สงวน หรือระงบั ซึ่งสิทธิ แตใบขอซื้อสนิ คา (PR) เปน เพียง คําเสนอที่จะซ้ือสินคาของผูเสียหายเทาน้ัน หาใชเอกสารที่เปนหลักฐานแหงการกอ เปล่ียนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิไม ดังน้ันใบขอซ้ือสินคา (PR) ดังกลาวจึงไมใชเอกสารสิทธิตาม ป.อ. มาตรา ๑ (๙) การกระทําของจําเลยเปนเพียงการปลอมเอกสารธรรมดา มิใชเปนการปลอมเอกสาร สิทธิและใชเ อกสารสิทธปิ ลอม ®Õ¡Ò·èÕ óø÷ð/òõõð การท่ีจําเลยใชหรืออางสัญญาเงินกูซ่ึงเปนเอกสารสิทธิปลอม ก็เพื่อนําคดีไปฟองศาล ตอมาท่ีจําเลยเขาเบิกความเท็จในการพิจารณาคดีอาญาวาโจทกส่ังจายเช็ค จาํ นวน ๓ ฉบบั เพอ่ื ชาํ ระหนเี้ งนิ กู แมจ ะเปน ความเทจ็ แตจ าํ เลยกระทาํ โดยมเี จตนาทจี่ ะใหศ าลพพิ ากษา ลงโทษโจทกตามฟองเปนสําคัญ การกระทําของจําเลยในความผิดฐานใชหรืออางเอกสารสิทธิปลอม กบั ความผดิ ฐานเบกิ ความอนั เปน เทจ็ ในการพจิ ารณาคดอี าญาจงึ เปน กรรมเดยี วผดิ ตอ กฎหมายหลายบท ®Õ¡Ò·Õè ñ÷öò/òõõò ใบสั่งซอ้ื สนิ คา เปนเพยี งคาํ เสนอทีจ่ ะซ้อื สินคาของโจทกเ ทา นนั้ ใบสง่ั ซอ้ื สนิ คา จงึ มใิ ชเ อกสารทเ่ี ปน หลกั ฐานแหง การกอ เปลยี่ นแปลง โอน สงวนหรอื ระงบั ซงึ่ สทิ ธิ มใิ ช เอกสารสิทธิตามความใน ป.อ.มาตรา ๑(๙) ®¡Õ Ò·Õè ñðùõù/òõõó ผูเสียหายวาจางจําเลยใหซอมและเปลี่ยนเคร่ืองยนตรถยนต รวมท้ังใหดําเนินการจดทะเบียนเปล่ียนหมายเลขเคร่ืองยนต จําเลยซื้อเคร่ืองยนตจากบริษัท จ. โดยบรษิ ทั จ. ออกเอกสารใบสงของ/บิลเงนิ สด ใบกาํ กับภาษี กบั หนังสือแจง จําหนา ยและการรับรอง หลกั ฐานการสงบญั ชีรบั และจาํ หนา ยเครอ่ื งยนต ระบชุ ื่อผเู สียหายเปน ผซู ้อื จําเลยนําเอกสารดังกลา ว ไปใหบริษัท จ. แกไขเปล่ียนแปลงชื่อผูซื้อเปน ส. โดยผูเสียหายไมยินยอมทําใหผูเสียหายไดรับ ความเสียหายแม พ. เปน กรรมการผูมอี าํ นาจของบริษทั จ. และเปนผทู ําเอกสารจะเปน ผแู กไข แตเ มื่อ การแกไ ขเกิดจากการแจงของจาํ เลยโดยไมไดรับความยินยอมจากผูเสียหาย ยอมไมมอี ํานาจ เปนการ ปลอมเอกสารโดยถอื ไดว าจาํ เลยเปน ผกู ระทาํ ความผดิ นด้ี วยการใช พ. เปน เคร่ืองมือ ใบกํากับภาษีเปนหลักฐานแสดงวาผูขายไดเรียกเก็บภาษีจากผูเสียหายซ่ึงเปนผูซื้อ เครื่องยนตแลว บริษัท พ. ไมมีสิทธิเรียกเก็บภาษีจากผูเสียหายอีกจึงเปนหลักฐานแหงการระงับไป ซ่งึ สทิ ธิ เปน เอกสารสทิ ธิ ¡Ã³Õ·ÕèäÁ‹ãª‹àÍ¡ÊÒÃÊÔ·¸Ô ใบทะเบียนสมรส บัตรประจําตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบสาํ คญั ประจาํ คนตา งดา ว ใบทะเบยี นรถยนต เอกสารเหลา นเี้ ปน เพยี งเอกสารแสดงฐานะของบคุ คล หรือแสดงขอ เทจ็ จริงบางอยา ง มิไดกอ ใหเกดิ สทิ ธใิ ด ๆ ขน้ึ ดว ยเอกสารน้นั
๓๐ คําพพิ ากษาของศาล เปน แตแ สดงสิทธทิ ่มี ีอยูแ ลว มใิ ชก อ ต้ังสิทธใิ ด ๆ ขนึ้ ใหม คําÌͧ·Ø¡¢ เปนแตคําบอกกลาวแกพนักงานสอบสวนใหดําเนินคดี ไมเปนหลักฐาน แหงการกอตงั้ สทิ ธิ (ฎีกาท่ี ๙๒๘/๒๕๐๖) ดวยเหตนุ ี้ การหลอกใหถอนคํารองทุกขจงึ ไมผ ิดฐานฉอ โกง (ฎีกาท่ี ๒๗๒๐/๒๕๓๕) เพราะไมใชก ารถอนเอกสารสทิ ธิ Ẻ¤Òí ¢Í㪺Œ Ã¡Ô ÒúμÑ ÃàÍ·àÕ ÍÁç มใิ ชเ อกสารทเี่ ปน หลกั ฐานแหง การกอ สทิ ธใิ นการฝาก- ถอนเงินกับธนาคารผูเสียหายโดยตรง จึงไมใ ชเอกสารสทิ ธิ (ฎกี าที่ ๒๒๒๗/๒๕๔๗) μÇÑ Í‹ҧàÍ¡ÊÒÃÊ·Ô ¸ÍÔ Ñ¹à»š¹àÍ¡ÊÒÃÃÒª¡Òà บนั ทกึ นาํ สง รายงานการเดนิ ทางและรายงานการใชจ า ยคา พาหนะและคา ทพ่ี กั ของตาํ รวจ เพื่อเบกิ เงนิ ทางราชการกรมตํารวจ (ฎีกาที่ ๗๓๑/๒๕๐๙) ⩹´·´èÕ ¹Ô (ฎีกาท่ี ๗๕/๒๔๖๙) ãºàÊèç ÃºÑ à§¹Ô ¤Ò‹ ÀÒÉÕÃ¶Â¹μ· Õ·è Ò§ÃÒª¡ÒÃÍÍ¡ãËŒ (ฎีกาที่ ๒๒๖-๒๒๒๘/๒๕๑๙) μÑëǾÔÁ¾Ã Ù»¾ÃóÊμÑ Ç¾ Ò˹Р(ฎีกาท่ี ๔๐๙/๒๔๗๐) ãºÍ¹ÞØ ÒμãËÁŒ ÕÍÒÇ¸Ø »„¹ (ฎีกาท่ี ๗๑๒/๒๔๘๖, ๓๕๖/๒๔๖๕) (ñð) “ÅÒÂÁ×ͪè×Í” หมายความรวมถึงลายพิมพน้ิวมือ และเคร่ืองหมายซ่ึงบุคคลลงไว แทนลายมือชอ่ื ของตน คํา͸ԺÒ ๑. ลายมอื ช่ือของบคุ คล ๒. ลายพิมพน ิ้วมอื ซ่ึงบคุ คลลงไวแทนลายมอื ชื่อ ๓. เคร่ืองหมายซงึ่ บคุ คลลงไวแ ทนลายมือชื่อของตน เชน แกงได ตราประทับ ความผดิ เกย่ี วกบั ลายมอื ชอื่ ไดแ ก ความผดิ เกย่ี วกบั การปลอมเอกสาร ตามมาตรา ๒๖๔ วรรค ๒ ประมวลกฎหมายอาญามีบทนิยามไวเปนพิเศษแสดงวาไมประสงคจะใหเก่ียวของกับ ป.พ.พ. มาตรา ๙ วรรคสุดทาย คือ ลายพิมพน้ิวมือ แกงได หรือเครื่องหมายอยางอื่น ซ่ึงตองมี พยานลงชอ่ื รับรอง ๒ คน จึงจะใชเ ปน หลกั ฐานทางแพงได แตตามประมวลกฎหมายอาญาไมต อ งมี พยานรับรองก็เปนลายมอื ชอื่ ฉะน้นั ในทางอาญา หากผทู ําเอกสารไมล งลายมอื ชอ่ื แตพ ิมพล ายพิมพ น้วิ มือ แกงได หรือเครอ่ื งหมายอืน่ ใด ถือวาเอกสารไดลงลายมือชื่อของผทู ําเอกสารน้ันแลว ®Õ¡Ò·Õè öøùø/òõóù ลายพมิ พนว้ิ มอื ถา ทําถกู ตองกถ็ อื เปน ลายมือชอ่ื ®¡Õ Ò·èÕ ôñôõ/òõôø แมลายพิมพน้ิวมือในหนังสือมอบอํานาจของโจทกเปนเพียง รอยเปอนหมึกไมเห็นลายของนิ้วมือ แตใตลายพิมพก็มีคําอธิบายในวงเล็บวา เปนลายพิมพน้ิวมือ ของบคุ คล ทาํ ใหส ามารถเขา ใจไดว า รอยดงั กลา วเปน รอยของลายนว้ิ มอื มใิ ชร อยเปอ นหมกึ เมอ่ื โจทก มพี ยานลงลายมอื ชอ่ื รบั รองสองคนและโจทกม พี ยานมาเบกิ ความประกอบเอกสารวา ลายพมิ พด งั กลา ว
๓๑ เปนลายพิมพน้ิวหัวแมมือขางขวาของโจทกซึ่งนําสืบไดเพราะเปนรายละเอียด การลงลายมือชื่อใน หนังสอื มอบอาํ นาจของโจทกจงึ ชอบดวยกฎหมายแลว (ññ) “¡ÅÒ§¤×¹” หมายความวา เวลาระหวา งพระอาทิตยตกและพระอาทติ ยขน้ึ คาํ ͸ºÔ Ò กลางคนื ตามบทบญั ญตั ขิ องกฎหมาย ไมถ อื เวลาตามนาฬก า แตถ อื เอาเวลาพระอาทติ ยต ก กลาวคอื ถือเอาเกณฑม องไมเห็นดวงอาทติ ยแ ลว จนกระท่ังถงึ เวลาเหน็ ดวงอาทิตยข ึน้ ®Õ¡Ò·Õè ñòùò/òôùø เวลาจวนพลบค่ํา ยงั ไมม ดื ไมใ ชเ วลากลางคืนตามกฎหมาย ®Õ¡Ò·Õè öôñ/òôùù ตะวนั ตกดนิ แลว แมจ ะยงั ไมม ดื ดี กเ็ ปน เวลากลางคนื ตามกฎหมาย (ñò) “¤ØÁ¢§Ñ ” หมายความวา คมุ ตวั ควบคมุ ขงั กกั ขัง หรือจาํ คกุ คาํ ͸ԺÒ ¤ØÁ¢Ñ§ เปน คํารวมทีก่ ินความหมายถึง การกระทาํ ทกุ อยางท่จี ํากัดเสรภี าพ ¤ÁØ μÇÑ มีทีใ่ ชในมาตรา ๓๙ (๔), ๔๘, ๔๙ ในกรณคี ุมตัวไวในสถานพยาบาล ¤Çº¤ØÁ มีที่ใชในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๒๑) โดยพนักงานฝายปกครอง หรือตาํ รวจควบคมุ ผถู ูกจับในระหวางสบื สวนและสอบสวน ¢Ñ§ มีที่ใชในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒ (๒๒) โดยศาลขัง จาํ เลยหรือผูตองหาโดยศาลออกหมายขัง ¡¡Ñ ¢Ñ§ เปนโทษอยางหนึง่ ซ่งึ บัญญตั ไิ วในมาตรา ๑๘ (๓) จํา¤Ø¡ เปน โทษอยางหนึ่งซง่ึ บัญญตั ิไวใ นมาตรา ๑๘ (๒) ความผิดเกี่ยวกับการคุมขัง ไดแก ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรมตามมาตรา ๑๙๐, ๑๙๑, ๑๙๒, ๑๙๕, ๒๐๔, ๒๐๕ และความผิดเกย่ี วกับเสรภี าพตามมาตรา ๓๑๐, ๓๑๑, ๓๑๓ และ มาตรา ๓๑๖ ®¡Õ Ò·èÕ óõùø/òõóñ แมการท่ีพนักงานสอบสวนจะรับตัวผูตองหาควบคุมไว โดยมไิ ดย น่ื คาํ รอ งตอ ศาลขอหมายขงั อนั เปน การไมป ฏบิ ตั ติ ามประมวลกฎหมายวธิ พี จิ ารณาความอาญา มาตรา ๘๗ กต็ าม แตก ารควบคมุ นนั้ กย็ งั คงเปน การควบคมุ ตามอาํ นาจของพนกั งานสอบสวนอยู ดงั นนั้ จาํ เลยซงึ่ เปน เจา พนกั งานตาํ รวจมหี นา ทคี่ วบคมุ ดแู ลผตู อ งขงั ตามอาํ นาจของพนกั งานสอบสวนไดป ลอ ยตวั ผูตองขงั ไป จึงเปน การกระทาํ ใหผ ทู อ่ี ยใู นระหวา งคมุ ขงั นนั้ หลุดพนจากการคมุ ขัง จาํ เลยจึงมคี วามผดิ ตามประมวลกฎหมาย มาตรา ๒๐๔ (ñó) “¤‹Òä¶‹” หมายความวา ทรัพยสินหรือประโยชนที่เรียกเอา หรือให เพ่อื แลกเปลย่ี นเสรีภาพของผถู กู เอาตวั ไป ผถู กู หนว งเหนย่ี ว หรือผูถกู กักขัง ความผิดเก่ยี วกับคาไถ ไดแก ความผดิ เกยี่ วกับเสรภี าพตามมาตรา ๓๑๓ และ ๓๑๖
๓๒ คาํ ͸ԺÒ ตามความหมายของบทนยิ ามนี้กรณีจะถือวา เปน “คาไถ” จะตองประกอบดว ย ËÅѡࡳ± ó »ÃСÒäÍ× ๑. ตองเปนทรัพยสินหรือประโยชน คําวา “ทรัพยสิน” ประมวลกฎหมายแพง และพาณชิ ยม าตรา ๑๓๘ บญั ญตั วิ า “ทรพั ยส นิ นนั้ ทา นหมายความวา รวมทงั้ ทรพั ยแ ละวตั ถไุ มม รี ปู รา ง ซึ่งอาจมีราคาไดและถือเอาได” เชน ที่ดิน บานเรือน ตึก ทองคํา เพชรนิลจินดา รถยนต หรือ วัตถุอ่ืนใดที่มีราคาและถือเอาได คําวา “ประโยชน” น้ันรวมทั้งประโยชนที่ไมเก่ียวกับทรัพยสินดวย เชน ยกลูกสาวใหเพ่ือใหถอนฟองคดที ่ีถกู ฟองอยใู นศาล ๒. ทรัพยสินหรือประโยชนน้ัน ตองเปนส่ิงที่ผูกระทําผิดเรียกเอาหรือฝายผูเอาตัวไป ผูถูกหนวงเหนี่ยวหรือกักขังใหเองก็ได ประโยชนที่เรียกเอาน้ีไมมีขอจํากัดวาควรไดโดยชอบดวย กฎหมายหรอื ไม ซ่ึงตา งกับทุจริตในมาตรา ๑ (๑) ฉะน้นั ถึงแมจ ะเปนประโยชนท ่ีควรได แตถาเรยี กเอา โดยวธิ กี ารเพื่อแลกเปลย่ี นเสรภี าพของผูถ ูกเอาตวั ไป ก็ถอื วา เปน คาไถแ ลว ๓. ในการเรียกทรัพยสินหรือประโยชนน้ัน ตองเปนการเรียกเอาหรือให เพื่อแลกเปลย่ี นเสรีภาพของผถู ูกเอาตวั ไป ผถู ูกหนว งเหน่ียวหรือกักขงั เมอ่ื ประกอบดวยหลกั เกณฑท ัง้ ๓ ประการแลว จงึ เปน “คา ไถ” ®¡Õ Ò·Õè ñðöñ/òõðô จับเจามือสลากกินรวบขูเรียกเอาเงินที่ติดคางที่เช่ือวาตนควร จะได ศาลเห็นวาไมใ ชคา ไถ ®¡Õ Ò·èÕ ÷÷ôò/òõôò การที่จําเลยท้ังสองกับพวกรวมกันหนวงเหนี่ยวกักขังตัว ผูเสียหาย ก็เพ่ือใหผูเสียหายชําระหน้ีใหแกจําเลยท่ี ๑ โดยจําเลยทั้งสองเช่ือวาสามารถกระทําได ดงั นนั้ ประโยชนท ี่จาํ เลยท่ี ๑ เรยี กรองใหผเู สียหายชําระหนจ้ี งึ ไมใ ชคา ไถต ามความหมายในบทนิยาม คําวา “คาไถ” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑ (๑๓) การกระทําของจําเลยทั้งสองจึงไมเปน ความผดิ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๓ วรรคสอง (ñô) “ºμÑ ÃÍÔàÅç¡·Ã͹ԡʔ หมายความวา (ก) เอกสารหรอื วตั ถอุ น่ื ใดไมว า จะมรี ปู ลกั ษณะใดทผ่ี อู อกไดอ อกใหแ กผ มู สี ทิ ธใิ ช ซง่ึ จะระบชุ อ่ื หรอื ไมก ต็ าม โดยบนั ทกึ ขอ มลู หรอื รหสั ไวด ว ยการประยกุ ตใ ชว ธิ กี ารทางอเิ ลก็ ตรอนไฟฟา คลื่นแมเหล็กไฟฟา หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคลายกัน ซึ่งรวมถึงการประยุกตใชวิธีการทางแสงหรือ วิธีการทางแมเหล็กใหปรากฏความหมายดวยตัวอักษร ตัวเลข รหัส เลขหมายบัตร หรือสัญลักษณ อน่ื ใด ท้ังท่สี ามารถมองเห็นและมองไมเหน็ ดวยตาเปลา (ข) ขอมูล รหัส หมายเลขบัญชี หมายเลขชุดทางอิเล็กทรอนิกสหรือ เครื่องมือทางตวั เลขใดๆ ทผี่ อู อกไดอ อกใหแ กผูมสี ิทธใิ ช โดยมไิ ดม กี ารออกเอกสารหรือวัตถอุ ่นื ใดให แตมวี ธิ กี ารใชใ นทํานองเดียวกับ (ก) หรือ (ค) ส่ิงอ่ืนใดท่ีใชประกอบกับขอมูลอิเล็กทรอนิกส โดยมีวัตถุประสงค เพอ่ื ระบุตวั บุคคลผเู ปน เจา ของ
๓๓ นยิ ามดังกลาวมี ๓ กรณีดวยกนั คือ (ก) (ข) (ค) ¡Ã³áÕ Ã¡ ไดก ําหนดความหมายของคําวาบัตรอิเล็กทรอนกิ สไ ว ดังน้ี (¡) àÍ¡ÊÒÃËÃ×ÍÇÑμ¶ØÍè׹㴠ไมวาจะมีรูปลักษณะใดท่ีผูออกไดออกใหแกผูมีสิทธิใช ซงึ่ จะระบชุ อื่ หรอื ไมก ต็ าม โดยบนั ทกึ ขอ มลู หรอื รหสั ไวด ว ยการประยกุ ตใ ชว ธิ กี ารทางอเิ ลก็ ตรอนไฟฟา คล่ืนแมเหล็กไฟฟา หรือวิธีอ่ืนใดในลักษณะคลายกัน ซึ่งรวมถึงการประยุกตใชวิธีการทางแสง หรอื วธิ กี ารทางแมเ หลก็ ใหป รากฏความหมายดว ยตวั อกั ษร ตวั เลข รหสั หมายเลขบตั ร หรอื สญั ลกั ษณ อื่นใด ท้ังทสี่ ามารถมองเหน็ และมองไมเหน็ ดวยตาเปลา นิยามตามขอ (ก) ดังกลาวขางตนนี้ หมายถึง ºÃôҺÑμÃμ‹Ò§æ หลากหลายประเภท ท่ใี ชกันอยูในปจ จบุ ัน เชน บตั รเครดติ บตั รเดบิต บตั รเอทเี อม็ บัตรซิมการด บัตรสมารทการด ฯลฯ บัตรเหลา นอ้ี าจเปน เอกสารตามนยิ ามของมาตรา ๑(๗) หรือไมก็ได หากไมใชเ อกสาร กถ็ อื วาบัตรนนั้ คือ วัตถอุ น่ื ใด นั่นเอง กรณตี ามขอ (ก) นี้ อาจจะไมไดออกมาในรปู แบบของบัตรกไ็ ด อาจจะเปนรปู แบบของ อุปกรณต างๆ ทํานอง remote control กไ็ ด ซ่งึ กเ็ ปนÇμÑ ¶ØÍè¹× ã´อยา งหนง่ึ น่ันเอง หรืออาจหมายถึง ¡ÃдÒÉ หรือ ËÕºË‹Í ตางๆ ท่ีหอหุมสินคา ซึ่งระบุตัวเลขและ ลายเสนตางๆ ท่ีเรียกกันวา ÃËÊÑ á·‹§ (bar code) หรือปกหลังของหนงั สือทแ่ี สดงลายเสนและตัวเลข ตา งๆ เชนนถ้ี อื วา กระดาษ หีบหอ ปกหลังของหนังสอื ลวนเปน “บตั รอเิ ล็กทรอนิกส” ตามขอ (ก) นี้ เชนกัน (¢) ¢ÍŒ ÁÙÅ ÃËÊÑ ËÁÒÂàÅ¢ºÞÑ ªÕ ËÁÒÂàÅ¢ª´Ø ทางอเิ ล็กทรอนิกสหรือเครอื่ งมือทาง ตวั เลขใดๆ ที่ผูออกไดออกใหแ กผ ูมสี ทิ ธิใช โดยมไิ ดม ีการออกเอกสารหรือวัตถุอนื่ ใดให แตมีวิธกี ารใช ทาํ นองเดยี วกบั (ก) นิยามตามขอ (ข) ขางตนมุงเนนเรื่องของ “¢ŒÍÁÙÅ ÃËÑÊ ËÁÒÂàÅ¢ºÑÞªÕ ËÁÒÂàÅ¢” ที่ผูออกไดออกใหแกผูมีสิทธิใชโดยมิไดมีการออกเอกสารหรือวัตถุอ่ืนใดให แตมีวิธีการใชทํานอง เดียวกบั (ก) μÇÑ Í‹ҧ หมายเลขบัญชหี รือหมายเลขรหสั ตา งๆ ท่บี รษิ ัทผูออกไดออกใหแกล ูกคาของ บริษัทในการทําธุรกรรมกับบริษัททางอินเทอรเน็ต โดยบริษัทมิไดออกบัตรใดๆ ใหแกลูกคา ขอมูล ตา งๆ เหลา นเ้ี ปนบตั รอเิ ลก็ ทรอนิกส ตามขอ (ข) น้ี ดว ยเหตนุ ี้ หากมผี แู อบดกั ฟงทางโทรศพั ทขณะที่ บริษัทแจงหมายเลขหรือรหัสใหแกลูกคา และจดจําไว แลวนําไปใชโดยมิชอบ ผูนั้นก็มีความผิด ตามมาตรา ๒๖๙/๕ เพราะเปนการใช “บัตรอิเล็กทรอนิกส” ของผูอื่นโดยมิชอบ เพราะหมายเลข เหลา นค้ี อื บตั รอิเล็กทรอนิกสตามนยิ ามขอ (ข) นี้ ¡Ã³·Õ ÊÕè ÒÁ ไดก าํ หนดอกี ความหมายหนึง่ ของคาํ วา บัตรอิเลก็ ทรอนกิ สไว ดงั น้ี (ค) ส่ิงอื่นใดท่ีใชประกอบกับขอมูลอิเล็กทรอนิกส เพื่อแสดงความสัมพันธระหวาง บคุ คลกบั ขอมลู อิเลก็ ทรอนกิ ส โดยมวี ัตถุประสงคเ พอ่ื ระบุตัวบคุ คลผูเ ปนเจา ของ μÇÑ Í‹ҧ ลายนว้ิ มอื ลายมือ ลายเทา (ถอยคําจาก ป.ว.ิ อ. มาตรา ๑๓๒ อนมุ าตรา ๑)
๓๔ อวัยวะในนัยนตา คล่ืนเสียง ส่ิงเหลานี้ ก็เปน “บัตรอิเล็กทรอนิกส” ตามกฎหมายนี้ เพราะเปน “สิ่งอื่นใด” ที่เม่ือ “ใชประกอบกับขอมูลอิเล็กทรอนิกส” เชน ใชน้ิวมือหรือฝามือไปสัมผัสกับเคร่ือง ประตหู อ งกจ็ ะเปด ออกเพราะแสดงวา บคุ คลนนั้ เปน บคุ คลจรงิ ทไี่ ดร บั อนญุ าตใหเ ขา ไปในหอ งนน้ั เปน ตน ¢ŒÍÊѧà¡μ ปจจุบันมีการใชวิธีการยืนยันตัวบุคคลดวยการนํานิ้วมือไปสัมผัสกับเคร่ือง เพอื่ แสดงวาบคุ คลนัน้ เปน เจาของบัตรเครดิต ฯลฯ ทแ่ี ทจริงแทนการใหล งลายมือช่ือนวิ้ มอื ของบุคคล นั้นกค็ ือ บตั รอิเล็กทรอนิกสตาม (ข) นั้นเอง ¢ÍŒ 椄 à¡μ ๒. บัตรอิเล็กทรอนิกส เปนเอกสารสิทธิอยูดวยในตัว การที่ผูกระทําผิดปลอมบัตร เครดติ นอกจากจะผิดมาตรา ๒๖๙/๒ แลว ยังผดิ ปลอมเอกสารสิทธิ ตามมาตรา ๒๖๕ และนอกจากนี้ บัตรอิเล็กทรอนิกสอยูในความหมายของเอกสารตามมาตรา ๑ (๗) ผูกระทําผิดเอาไปโดยไมมีสิทธิ กจ็ ะเปนความผดิ ตามมาตรา ๑๘๘ ®¡Õ Ò·èÕ ñðùô/òõõò การท่ีจําเลยเอาไปเสียซ่ึงเอกสารบัตรเครดิตวีซาการดของ บริษัท บ. อันเปนบตั รอิเล็กทรอนิกส และเอกสารตาม ป.อ.มาตรา ๑ (๗) ซงึ่ ออกใหแก น. ในประการ ทน่ี า จะเกดิ ความเสยี หายแก น. และบรษิ ทั บ. แลว การกระทาํ ของจาํ เลยจงึ เปน ความผดิ ตามบทบญั ญตั ิ มาตรา ๑๘๘ การที่จําเลยเอาไปเสียซ่ึงบัตรเครดิตวีซาการดของบริษัท บ. ซ่ึงออกใหแก น. แลวใช บัตรเครดิตวีซาการดดังกลาวชําระคาสินคาแทนการชําระดวยเงินสดอันเปนความผิดฐานใช บัตรอิเล็กทรอนิกสของผูอ่ืนชําระคาสินคา คาบริการหรือหนี้อื่นแทนการชําระดวยเงินสดโดยมิชอบ ตาม ป.อ.มาตรา ๒๖๙/๕ และมาตรา ๒๖๙/๗ รวม ๓ ครงั้ เมอื่ ปรากฏวาโจทกฟอ งจําเลยแยกออก เปนขอ ๆ และการกระทําตามที่โจทกบรรยายฟองมาในแตละขอตางเปนความผิดสําเร็จในตัวเอง ตางกรรมตางวาระ ท้ังทรัพยท่ีจําเลยไดจากการกระทําผิดก็เปนทรัพยคนละประเภทแตกตางกัน เม่ือจําเลยใหการรับสารภาพตามฟองถือไดวาจําเลยกระทําความผิดโดยมีเจตนาตางกัน การกระทํา ของจําเลยฐานเอาไปเสียซ่ึงเอกสารบัตรเครดิตกับฐานใชบัตรเครดิตจึงเปนความผิดหลายกรรม ตาม ป.อ.มาตรา ๙๑ และเมื่อขอ เท็จจรงิ ฟง ไดตามฟองและคาํ ใหก ารรบั สารภาพของจาํ เลยวาจําเลย นาํ บตั รเครดติ วซี า การด ดงั กลา วไปใชช าํ ระคา สนิ คา โทรศพั ทเ คลอื่ นที่ กลอ งวดิ โี อและกลอ งถา ยรปู ดจิ ทิ ลั แทนการชาํ ระดว ยเงนิ สดจาํ นวน ๓ คราว การกระทาํ ของจาํ เลยในสว นนจ้ี งึ เปน ความผดิ ๓ กรรมตา งกนั *(ñõ) “˹ѧÊ×Íà´Ô¹·Ò§” หมายความวา เอกสารสําคัญประจําตัวไมวาจะมี รปู ลกั ษณะใดทรี่ ฐั บาลไทย รฐั บาลตา งประเทศ หรอื องคก ารระหวา งประเทศออกใหแ กบ คุ คลใด เพอื่ ใช แสดงตนในการเดินทางระหวางประเทศ และใหหมายความรวมถึงเอกสารใชแทนหนังสือเดินทาง และแบบหนงั สอื เดินทางท่ียงั ไมไ ดก รอกขอ ความเกยี่ วกบั ผถู อื หนังสอื เดนิ ทางดวย * มาตรา ๑ (๑๕) เพม่ิ เตมิ โดย พ.ร.บ.แกไขเพ่มิ เตมิ ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับท่ี ๑๘) พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๓
๓๕ ͸ºÔ Ò หนงั สอื เดนิ ทางตามมาตรา ๑ (๑๕) และมาตรา ๒๖๙/๘ ไมจ าํ กดั วา ตอ งเปน หนงั สอื เดนิ ทาง ของทางราชการไทย เมอ่ื จาํ เลยผดิ เอาหนงั สอื เดนิ ทางทแี่ ทจ รงิ ของประเทศออสเตรเลยี ไปทาํ ปลอมขนึ้ ก็จะมีความผิดท้ังมาตรา ๒๖๙/๘ และมาตรา ๑๘๘ เปนกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษ มาตรา ๒๖๙/๘ ซงึ่ เปน บทหนักท่ีสุด (ฎีกาที่ ๑๐๙๔/๒๕๕๒) แตเ อกสารราชการตามมาตรา ๑ (๘) หมายความเฉพาะราชการไทยเทา นน้ั หนงั สอื เดนิ ทางของไทย จงึ เปน เอกสารราชการหากทาํ ปลอมขนึ้ ก็จะมคี วามผดิ ตามมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๙/๘ กรรมเดยี วผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตาม มาตรา ๒๖๙/๘ ซ่ึงเปนบททห่ี นกั ทีส่ ุด ¤ÇÒÁ¼´Ô à¡ÕÂè Ç¡ºÑ ˹ѧÊÍ× à´¹Ô ·Ò§ ®Õ¡Ò·Õè ñðùô/òõõò การที่จําเลยกับพวกรวมกันไปเอาเสีย ซ่ึงหนังสือเดินทาง ประเทศออสเตรเลียและปลอมหนังสือเดินทางเลมดังกลาว โดยนํารูปถายของจําเลยมาติดแทน ภาพของผูมีช่ือในหนังสือเดินทาง จากนั้นจําเลยกับพวกไดปลอมรอยตราประทับบันทึกการตรวจ อนุญาตใหคนเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของเจาพนักงานตํารวจตรวจคนเขาเมือง เปนการกระทําที่เก่ียวเนื่องเช่ือมโยงโดยมีเจตนาเดียวกัน คือ เพ่ือใหจําเลยออกนอกราชอาณาจักร ความผดิ ฐานเอาไปเสียซงึ่ เอกสารของผอู ่ืนและความผดิ ฐานปลอมเอกสาร กับปลอมเอกสารราชการ จงึ เปน กรรมเดยี วเปนความผดิ ตอกฎหมายหลายบท ®Õ¡Ò·Õè ñò÷÷/òõó÷ การที่จําเลยเอาหนังสือเดินทางซ่ึงกระทรวงตางประเทศ ออกใหแก ส. มาแกะเอาภาพถายของ ส. ท่ีปดอยูปกหนาดานในออกแลวเอาภาพถายของจําเลย ปดลงไปแทน แมภาพถายจะไมใชเอกสารแตเมื่อนําไปปดในหนังสือเดินทางดังกลาวยอมทําให ความหมายท่ีแทจริงเปลี่ยนแปลงไปวาจําเลยคือนาย ส. และเปนหนังสือเดินทางท่ีกระทรวง ตางประเทศออกใหแกจําเลยโดยตรง การกระทําของจําเลยจึงเปนการปลอมเอกสารราชการ และเมื่อจําเลยนําไปแสดงตอเจาหนาท่ีตรวจคนเขาเมือง เพื่อเดินทางออกไปและเขามาใน ราชอาณาจกั ร ยอ มมคี วามผดิ ฐานใชเ อกสารราชการปลอมดว ย จาํ เลยใชห นงั สอื เดนิ ทางปลอมดงั กลา ว แสดงตอ เจาหนา ทีต่ รวจคนเขาเมืองทัง้ ขาเขาและขาออกคนละคราวกนั จงึ เปน ความผิดหลายกรรมตา งกัน ครั้งแรกจําเลยปลอมเอกสารราชการและใชเอกสารปลอมดวย มีความผิดตามมาตรา ๒๖๕ และ มาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบดว ยมาตรา ๒๖๕ ใหล งโทษตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง กระทงหนง่ึ ครงั้ ทส่ี องจาํ เลยเพยี งแตใ ชเ อกสารปลอมฉบบั เดมิ มไิ ดท าํ ปลอมขน้ึ ใหมม คี วามผดิ ฐานใชเ อกสารปลอม อยา งเดยี วตามมาตรา ๒๖๘ วรรคแรก ประกอบดวยมาตรา ๒๖๔ อกี กระทงหนึง่ เรียงกระทงลงโทษ ตามมาตรา ๙๑ (ñö) “਌Ҿ¹Ñ¡§Ò¹” หมายความวา บุคคลซึ่งกฎหมายบัญญัติวาเปนเจาพนักงาน หรือไดรับแตงตั้งตามกฎหมายใหปฏิบัติหนาท่ีราชการไมวาจะเปนประจําหรือคร้ังคราว และไมวา จะไดรบั คาตอบแทนหรือไม
๓๖ การที่จะพจิ ารณาวา บคุ คลใดเปนเจาพนักงาน เจา พนกั งาน หมายถึง ñ. ºØ¤¤Å·èÕÁÕ¡®ËÁÒ¡Ó˹´ãËŒºØ¤¤Å¹éѹ໚¹à¨ŒÒ¾¹Ñ¡§Ò¹โดยไมตองคํานึงวา เปน ขาราชการหรอื ไม เชน ตามพระราชบญั ญตั ิคณะสงฆ พ.ศ.๒๔๘๔ กําหนดให “เจาอาวาส” เปน เจา พนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา ดงั นนั้ “เจา อาวาส” กเ็ ปน “เจา พนกั งาน” หรอื พระราชบญั ญตั ิ การรถไฟแหง ประเทศไทย พ.ศ.๒๔๙๔ มาตรา ๑๘ บัญญตั ิใหพนักงานของการรถไฟแหง ประเทศไทย เปนเจาพนักงานตามความหมายแหงประมวลกฎหมายอาญา ดังน้ันพนักงานของการรถไฟ แหงประเทศไทยจึงเปน เจาพนกั งาน แมจะมใิ ชข าราชการโดยเปน พนักงานรฐั วสิ าหกจิ กต็ าม ®¡Õ Ò·èÕ ñ÷ø÷/òõòô เจา พนกั งานยอ มหมายถงึ บคุ คลผปู ฏบิ ตั หิ นา ทรี่ าชการโดยไดร บั แตงตัง้ ตามกฎหมาย กลา วคอื ในการแตง ต้ังนนั้ มกี ฎหมายระบุถงึ วธิ กี ารแตงตัง้ ไว และไดมีการแตงตั้ง ถกู ตอ งตามกฎหมายทร่ี ะบไุ วน นั้ จาํ เลยท่ี ๑ เปน กาํ นนั จาํ เลยท่ี ๒ เปน แพทยป ระจาํ ตาํ บล จาํ เลยท่ี ๓ เปนผูใหญบานโดยไดรับการแตงต้ังตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองทองที่ฯ จําเลยทั้งสามจึงมี ฐานะเปน เจา พนักงาน เมือ่ จาํ เลยท้ังสามเปน กรรมการสภาตาํ บลตามกฎหมายวา ดวยการจดั ระเบียบ บริหารของตําบล และมีระเบียบของสํานักนายกวาดวยการปฏิบัติตามโครงการพัฒนาทองถิ่นและ ชว ยประชาชนในชนบทในฤดูแลง พ.ศ.๒๕๑๘ กําหนดใหกาํ นัน แพทยป ระจําตําบล และผใู หญบ า น เปน คณะกรรมการดาํ เนนิ การตามโครงการพฒั นาทอ งถนิ่ และชว ยประชาชนในชนบทฯ เรยี กโดยยอ วา ปชลต. ซงึ่ ระเบยี บดงั กลา วนน้ั เปน ระเบยี บทอ่ี อกโดยชอบดว ยกฎหมาย การทจ่ี าํ เลยทง้ั สามดาํ เนนิ การ ในฐานะเปน คณะกรรมการ ปชลต. ยอ มเปน การปฏบิ ตั หิ นา ทร่ี าชการของเจา พนกั งานผมู ตี าํ แหนง หนา ท่ี ราชการนน้ั อนั อาจเปนความผดิ ตอ ตําแหนง หนาที่ราชการได ò. º¤Ø ¤Å·Õäè ´ŒÃºÑ áμ‹§μéѧμÒÁ¡®ËÁÒÂãË»Œ ¯ºÔ ÑμËÔ ¹ÒŒ ·èÃÕ Òª¡Òà ¢ŒÒÃÒª¡Òà เปนเจาพนักงาน เพราะมีคําพิพากษาฎีกาหลายเร่ืองท่ีไดวินิจฉัยไววา เจา พนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา หมายถงึ บุคคลผูป ฏิบัติหนาทร่ี าชการโดยไดรับการแตงตั้ง ตามกฎหมาย กลาวคือ ในการแตงต้ังน้ันมีกฎหมายระบุถึงวิธีการแตงต้ัง และไดมีการแตงต้ังถูกตอง ตามกฎหมายทรี่ ะบไุ วน นั้ (ฎกี าที่ ๑๗๘๔/๒๕๔๔) ดงั นนั้ จากคาํ พพิ ากษาฎกี าดงั กลา ว บรรดาขา ราชการ ตามกระทรวง ทบวง กรม ตาง ๆ ตามพระราชบญั ญัติระเบียบขา ราชการพลเรอื น พระราชบญั ญัติ ขา ราชการกรงุ เทพมหานคร พระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บขา ราชการฝา ยตลุ าการศาลยตุ ธิ รรม พระราชบญั ญตั ิ ระเบียบขาราชการอัยการ ฯลฯ จึงเปนเจาพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาและหมายความถึง บรรดาขาราชการการเมือง เชน รัฐมนตรี กเ็ ปน เจาพนกั งานดว ย (ฎีกาท่ี ๙๔๘/๒๕๑๐) แตสมาชิกสภาผูแทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ไมใชเจาพนักงาน เพราะมิใชขาราชการ การเมอื ง แตเ ปน “ผดู าํ รงตาํ แหนง ทางการเมอื ง” มหี นา ทคี่ วบคมุ การบรหิ ารราชการแผน ดนิ หรอื ควบคมุ คณะรฐั มนตรี äÁÇ‹ ‹ÒÁËÕ ¹ÒŒ ·èÕ»ÃÐจําËÃÍ× ªèÑǤÃÒÇáÅÐäÁ‹ÇÒ‹ ¨Ðä´ŒÃºÑ ¤‹Òμͺ᷹ËÃÍ× äÁ‹ ดังน้ัน สาํ หรับ กรณีลูกจางประจํา หรือลูกจางช่ัวคราวของหนวยงานราชการตาง ๆ ท่ีไดรับแตงตั้งใหปฏิบัติหนาท่ี ราชการน้นั ¶×֧ͨ໹š “à¨ÒŒ ¾¹Ñ¡§Ò¹”
๓๗ การเปนเจาพนักงานนี้ไมตองคํานึงวาจะไดรับคาตอบแทนหรือไม แมไมมีคาตอบแทน หากมีกฎหมายบัญญัติหรือไดรับแตงต้ังตามกฎหมายใหปฏิบัติราชการ ก็ถือเปนเจาพนักงานตาม กฎหมายแลว ¢ŒÍ椄 à¡μ ๑. บุคคลบางประเภท แมมิใชเ ปน “ขา ราชการ” ศาลฎีกากว็ ินิจฉัยวา เปน เจา พนักงาน เชน กาํ นนั ผใู หญบ า น แพทยป ระจาํ ตาํ บล เพราะไดร บั การแตง ตง้ั ตามพระราชบญั ญตั ลิ กั ษณะปกครอง ทองที่ พ.ศ.๒๔๕๗ อันเปนกฎหมายวาดวยระเบียบบริหารราชการสวนภูมิภาคใหปฏิบัติราชการ (ฎกี าท่ี ๑๗๘๗/๒๕๒๘) ๒. ถา ไมไ ดเ ปน เจา พนกั งานแตร ว มกระทาํ ความผดิ กบั เจา พนกั งาน เปน ตวั การไมไ ดเ ปน ไดแ ตผสู นบั สนุน (ฎกี าที่ ๕๒๘๖/๒๕๔๔) ๓. ความผดิ เกยี่ วกบั เจา พนกั งานอยใู นมาตรา ๙, ๒๕, ๑๓๖-๒๐๕, ๒๑๖, ๒๕๑, ๒๕๕, ๒๖๗, ๒๘๙, ๓๒๓, ๓๒๙ (๒), ๓๓๕ (๖), ๓๕๗, ๓๖๗-๓๖๙ และ ๓๘๓ “(ñ÷) “Ê×èÍÅÒÁ¡Í¹Ò¨ÒÃà´ç¡” หมายความวา วัตถุหรือส่ิงท่ีแสดงใหรูหรือเห็นถึง การกระทาํ ทางเพศของเดก็ หรอื กบั เดก็ ซ่งึ มอี ายไุ มเกนิ สบิ แปดป โดยรปู เร่อื ง หรือลกั ษณะสามารถสอื่ ไปในทางลามกอนาจาร ไมว า จะอยใู นรปู แบบของเอกสาร ภาพเขยี น ภาพพมิ พ ภาพระบายสี สงิ่ พมิ พ รปู ภาพ ภาพโฆษณา เครอ่ื งหมาย รูปถา ย ภาพยนตร แถบบนั ทึกเสยี ง แถบบันทกึ ภาพ หรอื รูปแบบ อน่ื ใด ในลกั ษณะทาํ นองเดยี วกนั และใหห มายความรวมถงึ วตั ถหุ รอื สงิ่ ตา งๆ ขา งตน ทจี่ ดั เกบ็ ในระบบ คอมพิวเตอร หรอื ในอุปกรณอ เิ ลก็ ทรอนกิ สอนื่ ที่สามารถแสดงผลใหเขา ใจความหมายได” ความผิดเกี่ยวกับเพศ แหงประมวลกฎหมายอาญา “มาตรา ๒๘๗/๑ ผูใดครอบครอง สื่อลามกอนาจารเด็กเพอ่ื แสวงหาประโยชนใ นทางเพศ สําหรับตนเองหรอื ผูอ่ืน ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ หาป หรือปรบั ไมเ กนิ หน่งึ แสนบาท หรือทัง้ จําทัง้ ปรับ ถา ผกู ระทําความผิดตามวรรคหนึ่งสง ตอ ซง่ึ สอื่ ลามกอนาจารเดก็ แกผ อู น่ื ตอ งระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ เจด็ ป หรอื ปรบั ไมเ กนิ หนงึ่ แสนสหี่ มนื่ บาท หรอื ทั้งจาํ ท้งั ปรบั มาตรา ๒๘๗/๒ ผูใด (๑) เพื่อความประสงคแ หง การคา หรือโดยการคา เพ่อื การแจกจายหรือเพื่อการแสดงอวด แกป ระชาชน ทํา ผลิต มไี ว นําเขา หรือยงั ใหนําเขาในราชอาณาจักร สงออกหรอื ยงั ใหส งออกไปนอก ราชอาณาจกั ร พาไปหรอื ยงั ใหพาไปหรือทําใหแ พรหลายโดยประการใดๆ ซง่ึ ส่ือลามกอนาจารเด็ก (๒) ประกอบการคา หรือมีสวนหรือเขาเก่ียวของในการคาเก่ียวกับสื่อลามกอนาจาร เด็ก จายแจกหรือแสดงอวดแกประชาชนหรอื ใหเ ชาสือ่ ลามกอนาจารเด็ก (๓) เพื่อจะชวยการทําใหแพรหลาย หรือการคาสื่อลามกอนาจารเด็กแลว โฆษณา หรอื ไขขา ว โดยประการใดๆ วา มบี คุ คลกระทาํ การอนั เปน ความผดิ ตามมาตราน้ี หรอื โฆษณาหรอื ไขขา ว วา ส่อื ลามกอนาจารเดก็ ดังกลาวแลวจะหาไดจ ากบุคคลใด หรือโดยวธิ ใี ด ตองระวางโทษจําคุก ตัง้ แต สามปถ ึงสิบป และปรบั ตงั้ แตหกหม่ืนบาทถึงสองแสนบาท”
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 538
Pages: