Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แฟ้มสะสมงานเด็กชายณัฐพงศ์ พรมจิโน

แฟ้มสะสมงานเด็กชายณัฐพงศ์ พรมจิโน

Published by patcharanan, 2023-04-19 16:09:47

Description: ๑๐๘๕ เด็กชายณัฐพงศ์ พรมจิโน

Search

Read the Text Version

125 ๒) ความสัมพันธ์ของนกั เรียนกับชมุ ชน  มีสว่ นร่วมในชุมชน  เปน็ ท่ีรู้จกั ในชุมชน  ชุมชนใหค้ วามช่วยเหลือ  เปน็ ท่ีรักของคนในชมุ ชน  ไม่สนใจ  ไม่มคี นในชุมชนรู้จกั  สรา้ งความเดือดร้อนให้คนในชุมชน ๔. ข้อมูลด้านความปลอดภัยสถานศึกษา ๔.๑ ภยั ที่เกิดจากการใช้ความรุนแรงของมนุษย์ ๑) การล่วงละเมดิ ทางเพศ  นกั เรยี นมผี ู้ดูแลใกล้ชดิ ตลอดเวลา  นักเรยี นมีผ้ดู ูแลใกลช้ ดิ เป็นบางเวลา  นักเรียนมกั ถูกทิ้งใหอ้ ยตู่ ามลำพังหรือไม่มีผู้ดูแล  นกั เรียนมปี ฏิสัมพันธ์ทางสังคมโดยมีระยะห่างกบั ผู้อน่ื  นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมกอดหรือหอมแก้มเพศตรงขา้ มท่ีไม่ใช่ญาติหรือคนรูจ้ กั  นกั เรียนมีพฤติกรรมลว้ งหรอื จับอวัยวะเพศของตนเอง  นักเรยี นมีพฤตกิ รรมล้วงหรือจบั อวยั วะเพศของผู้อื่น  นักเรยี นมพี ฤติกรรมกระตนุ้ ตนเองทางเพศเปน็ บางครั้ง  นักเรียนมีพฤติกรรมกระตุ้นตนเองทางเพศบ่อยครัง้ /เปน็ ประจำ  นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมการเขา้ ใช้สอื่ เทคโนโลยโี ดยไม่มกี ารควบคุมดแู ล  นกั เรียนมพี ฤติกรรมชอบดูสอ่ื อนาจารลามก ๒) การทะเลาะววิ าท นกั เรยี นมผี ้ดู ูแลใกล้ชดิ ตลอดเวลา  นักเรียนมผี ้ดู แู ลใกล้ชิดเป็นบางเวลา  นกั เรียนมกั ถูกทิง้ ให้อยูต่ ามลำพังหรือไม่มีผูด้ แู ล  นกั เรียนมกี รยิ าท่าทางเรียบรอ้ ย สภุ าพ ไม่กา้ วร้าว ไม่มีพฤติกรรมทำร้ายตนเองหรือผู้อื่น  นกั เรยี นมีพฤตกิ รรมเลน่ ไม่เป็นหรอื แยง่ สงิ่ ของ ของเพ่ือนหรือผูอ้ ื่นเป็นบางคร้ัง  นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมชอบแย่งของ ของผ้อู ื่นหรือเพื่อนบ่อยครงั้ /เปน็ ประจำ  นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมชอบดสู อื่ หรือให้ความสนใจสอื่ ท่มี ีความรุนแรงในสงั คม  นักเรยี นมีพฤติกรรมเลียนแบบการกระทำหรือคำพูดท่กี ้าวร้าวรนุ แรงเม่ือเหน็ ผู้อน่ื ทำหรือ จากการเสพส่ือ  นักเรยี นมักแสดงพฤติกรรมหรือคำพูดที่ก้าวรา้ วรนุ แรงตอ่ ผอู้ ่ืน  นักเรยี นได้รับยาท่ีมฤี ทธิใ์ นการปรบั พฤตกิ รรม (ยากล่มุ จติ เวช) แต่ทานยาไมส่ ม่ำเสมอ

126 ๓) การกล่นั แกล้งรังแก  นกั เรยี นมีผูด้ ูแลใกล้ชดิ ตลอดเวลา  นกั เรยี นมผี ู้ดูแลใกลช้ ดิ เป็นบางเวลา  นักเรยี นมกั ถูกทิง้ ให้อยตู่ ามลำพงั หรือไม่มผี ู้ดูแล  นักเรยี นมีกรยิ าทา่ ทางเรียบรอ้ ย สุภาพ ไม่กา้ วรา้ ว ไม่มีพฤติกรรมทำรา้ ยตนเองหรือผู้อน่ื  นักเรียนมีพฤติกรรมเล่นไมเ่ ปน็ หรอื แยง่ สิง่ ของ ของเพ่ือนหรอื ผอู้ ืน่ เปน็ บางครั้ง  นกั เรยี นมีพฤติกรรมชอบแย่งของ ของผ้อู ืน่ หรือเพ่ือนบ่อยๆ/เป็นประจำ  นกั เรียนมพี ฤติกรรมชอบดสู ่ือหรอื ให้ความสนใจสือ่ ทม่ี ีความรนุ แรงในสังคม  นกั เรยี นมีพฤติกรรมเลียนแบบการกระทำหรือคำพดู ท่ีแสดงถึงการกลัน่ แกล้งรงั แก เช่น พดู แซว พูดคำหยาบคาย ดงึ ผมผู้อ่ืน กดั หยิกหรอื ตีผู้อน่ื เมื่อเห็นผ้อู ่นื ทำหรือจากการเสพสื่อ  นักเรยี นมกั แสดงพฤติกรรมหรือคำพดู ท่ีแสดงถึงการกล่ันแกลง้ รงั แก เชน่ พูดแซว พูดคำ หยาบคาย ดึงผมผู้อ่นื กดั หยิกหรือตผี อู้ ่ืน อยู่เสมอ ๔) การชมุ นุมประท้วงและการจลาจล  นักเรียนมผี ู้ดแู ลใกลช้ ิดตลอดเวลา  นักเรยี นมีผดู้ ูแลใกลช้ ิดเป็นบางเวลา  นักเรยี นมักถูกทิ้งใหอ้ ยู่ตามลำพงั หรือไม่มีผูด้ ูแล  นักเรียนมีกรยิ าท่าทางเรียบร้อย สภุ าพ ไมม่ ีพฤตกิ รรม ก้าวรา้ ว กอ่ กวน ทำร้ายตนเองหรอื ผอู้ น่ื และไม่มีการแสดงพฤติกรรมทกี่ ่อให้เกดิ การชุมนมุ ชักจูงผู้อนื่ หรอื การประท้วง  นกั เรียนมพี ฤติกรรมชอบดสู อื่ หรือให้ความสนใจสื่อทเ่ี ก่ียวกบั การชุมนุมประทว้ งและ การจลาจลในสงั คม  นักเรยี นเส่ยี งต่อการถกู ชักชวนจากผู้อื่นไปร่วมหรือก่อการชุมนมุ ประทว้ งและการจลาจล  นกั เรยี นถูกชกั ชวนไปรว่ มการชมุ นมุ ประท้วงและการจลาจล ๕) การก่อวนิ าศกรรม  นักเรียนมผี ู้ดแู ลใกล้ชดิ ตลอดเวลา  นักเรยี นมผี ้ดู ูแลใกล้ชดิ เป็นบางเวลา  นักเรียนมกั ถูกทง้ิ ใหอ้ ยู่ตามลำพงั หรือไม่มีผดู้ แู ล  นกั เรียนมกี รยิ าท่าทางเรียบร้อย สภุ าพ ไม่มีพฤติกรรม กา้ วรา้ ว กอ่ กวน ทำร้ายตนเองหรือ ผู้อืน่ และไมม่ ีการแสดงพฤติกรรมทเกี่ยวกับ ทำรา้ ยผู้อ่นื ทำลายสาธารณะสมบัตใิ นสงั คม เป็นตน้  นักเรียนมพี ฤติกรรมชอบดสู ่ือหรือให้ความสนใจส่อื ที่เก่ียวกับ ทำร้ายผู้อืน่ ทำลายสาธารณะ สมบตั ิในสงั คม เป็นต้น  นักเรียนเสยี่ งต่อการถูกชักชวนจากผูอ้ ืน่ ไปร่วมหรือก่อการชุมนุมประท้วงและการจลาจล

127  นกั เรยี นถูกชักชวนไปร่วม ทำร้ายผ้อู ่ืน ทำลายสาธารณะสมบัตใิ นสงั คม เปน็ ตน้ ๖) การระเบิด  นกั เรยี นมีผดู้ ูแลใกลช้ ิดตลอดเวลา  นักเรียนมีผู้ดูแลใกล้ชดิ เป็นบางเวลา  นักเรยี นมักถูกทิ้งใหอ้ ยู่ตามลำพงั หรือไม่มผี ู้ดแู ล  นกั เรยี นไมม่ ีแนวโนม้ ท่จี ะแสดงพฤติกรรม การพกพาหรือเล่นสารเคมีหรือวัตถุที่อาจ กอ่ ให้เกดิ ระเบดิ  บุคคลในครอบครวั นกั เรยี นมีการใช้สารเคมหี รือวตั ถุทีอ่ าจกอ่ ใหเ้ กิดระเบดิ ในครอบครวั หรือ ในการประกอบอาชีพของครอบครัว เช่น ยาฆา่ แมลงวชั พืช หรือสารประกอบในปุ๋ยเคมี หรือสารเคมที ำประทัด พลุ หรอื บั้งไฟ หรอื มวี ัตถอุ ันตราย เช่น กระป๋องสเปรย์ น้ำมัน ไม้ขดี ไฟ ไฟแชค็ ในบ้าน  นักเรยี นคลุกคลีกับบคุ คลมีการใชส้ ารเคมีหรือใชว้ ตั ถุอัตรายในการประกอบอาชีพที่อาจ กอ่ ให้เกดิ ระเบิด  นักเรยี นคลกุ คลีกับบุคคลมีการใช้สารเคมหี รือใช้วตั ถุอัตรายในการทำประทัด พลุ หรอื บัง้ ไฟ  นกั เรียนเสยี่ งต่อการถูกชักชวนจากผอู้ ่นื ในการพกพาหรอื เล่นสารเคมหี รือใช้วตั ถุที่อาจ ก่อให้เกดิ ระเบิด  นกั เรยี นมพี ฤตกิ รรมพกพาหรือนำสารเคมีหรือวัตถุท่ีอาจกอ่ ให้เกิดระเบดิ เช่น ยาฆา่ แมลง วชั พชื หรอื สารประกอบในปุ๋ยเคมี หรอื สารเคมที ำประทดั พลุ หรอื บ้ังไฟ หรอื มวี ตั ถุอันตราย เชน่ กระป๋องสเปรย์ นำ้ มนั ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ค ๗) สารเคมแี ละวตั ถุอนั ตราย  นกั เรยี นมผี ดู้ ูแลใกล้ชิดตลอดเวลา  นกั เรียนมผี ดู้ ูแลใกล้ชิดเป็นบางเวลา  นกั เรยี นมักถูกท้งิ ให้อยูต่ ามลำพังหรือไม่มผี ู้ดแู ล  นกั เรยี นไมม่ ีแนวโน้มที่จะแสดงพฤตกิ รรม การพกพาหรือเลน่ สารเคมหี รือวัตถอุ ันตราย  บุคคลในครอบครัวนักเรียนมีการใช้สารเคมีหรือวัตถุอันตราย ในครอบครัวหรือใน การประกอบอาชีพของครอบครัว เช่น น้ำยาล้างจาน น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำส้มสายชู ยาฆ่าแมลง ผงซักฟอก นำ้ ยาซกั ฟอก กระปอ๋ งสเปรย์ นำ้ มนั ไมข้ ีดไฟ ไฟแช็ค เปน็ ต้น  นกั เรยี นคลกุ คลกี บั บุคคลมีการใชส้ ารเคมหี รอื ใชว้ ัตถุอัตรายในการประกอบอาชพี  นกั เรยี นคลุกคลกี ับบคุ คลมีการใช้สารเคมีหรือใช้วัตถุอัตรายในการทำประทดั พลุ หรือบั้งไฟ  นักเรยี นเสย่ี งต่อการถูกชักชวนจากผอู้ ่นื ในการพกพาหรือเล่นสารเคมหี รือใช้วตั ถอุ ันตราย  นกั เรยี นมีพฤติกรรมพกพาหรือนำสารเคมหี รือวตั ถุอตั รายนำ้ ยาล้างจาน นำ้ ยาลา้ งห้องน้ำ น้ำส้มสายชู ยาฆ่าแมลง ผงซักฟอก นำ้ ยาซักฟอก กระป๋องสเปรย์ นำ้ มนั ไม้ขีดไฟ ไฟแชค็ เป็นต้น

128 ๘) การล่อลวง ลักพาตัว  นกั เรียนมผี ูด้ แู ลใกลช้ ิดตลอดเวลา  นักเรยี นถกู ท้ิงอยู่ตามลำพงั ในห้องเรยี นหรือที่บา้ นหรือสถานท่ีสาธารณะในชุมชนเปน็ บางคร้ัง  นกั เรยี นถูกทิ้งอยตู่ ามลำพงั ในห้องเรยี นหรอื ทีบ่ ้านหรือสถานทีส่ าธารณะในชุมชนบ่อยคร้งั หรอื เปน็ ประจำ  นักเรียนสามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏิเสธเม่ือถูกชกั ชวนจากผู้อื่นหรอื คนแปลกหน้า  นักเรียนสามารถแสดงอาการหรอื พดู ปฏิเสธเมือ่ ถูกชักชวนจากผูอ้ ่นื หรือคนแปลกหน้าเปน็ บางคร้ัง  นักเรยี นสามารถแสดงอาการหรือพูดปฏเิ สธหรือไมร่ ับของจากผู้อ่นื หรือคนแปลกหนา้ ท่ใี ห้ สิ่งของ/ขนม  นักเรียนไม่สามารถแสดงอาการหรือพดู ปฏเิ สธเม่ือถูกชักชวนจากผ้อู ่ืนหรอื คนแปลกหนา้  นักเรียนสามารถแสดงอาการหรือพูดปฏเิ สธในการรับของจากผู้อ่ืนหรอื คนแปลกหน้าท่ใี ห้ สง่ิ ของ/ขนมเปน็ บางครงั้  นกั เรียนไม่สามารถแสดงอาการหรือพูดปฏเิ สธในการรับของจากผอู้ ืน่ หรือคนแปลกหน้าท่ใี ห้ ส่ิงของ/ขนม ๔.๒ ภยั ท่ีเกิดจากอบุ ตั ิเหตุ ๑) ภัยธรรมชาติ ๑.๑) ภยั จากนำ้ ทว่ ม (จมนำ้ /ไฟดูด/สตั ว์มีพิษ)  นกั เรียนมีผดู้ แู ลใกล้ชิดตลอดเวลา  นักเรยี นมีผู้ดแู ลใกล้ชิดเป็นบางเวลา  นักเรียนบอกสถานการณ์ คำเตอื นภยั หรอื ภาพสัญลักษณใ์ นการเตือนภัยท่ีเกิดขนึ้ ได้  นกั เรียนไมส่ ามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรอื ภาพสญั ลกั ษณ์ในการเตอื นภัยท่ีเกดิ ข้ึน ได้  นกั เรยี นสามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกดิ เหตกุ ารณ์ได้  นักเรยี นไมส่ ามารถดูแลตัวเองเม่ือเกิดเหตุการณ์ได้  นักเรียนมีพฤตกิ รรม ชอบเล่นนำ้ ชอบเอาน้ิวไปแหย่ ชอบไปจับ ชอบเอาของหรือมือใส่ปาก  นักเรียนบอกไม่ได้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ไม่สามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณ์ได้ และมีพฤติกรรม ชอบเลน่ นำ้ ชอบเอานว้ิ ไปแหย่ ชอบไปจบั ชอบเอาของหรือมือใส่ปาก และถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง หรอื ไมม่ ีผดู้ ูแล

129 ๑.๒) ไฟไหมป้ า่ หรอื ไฟไหมท้ ี่ลุกลามในสถานทต่ี ่าง ๆ  นกั เรียนมผี ู้ดแู ลใกลช้ ดิ ตลอดเวลา  เรยี นมีผดู้ แู ลใกล้ชิดเป็นบางเวลา  นักเรยี นสามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรอื ภาพสญั ลกั ษณใ์ นการเตือนภยั ทีเ่ กิดขึ้นได้  นกั เรยี นไมส่ ามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรอื ภาพสัญลักษณ์ในการเตือนภัยทีเ่ กิดขน้ึ ได้  นักเรียนสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกดิ เหตุการณไ์ ด้  นักเรียนไมส่ ามารถดูแลตัวเองเม่ือเกดิ เหตุการณ์ได้  นกั เรียนมพี ฤตกิ รรมชอบเลน่ วตั ถุไวไฟ วตั ถุท่ีก่อใหเ้ กิดไฟหรือเชื้อเพลงิ  นกั เรียนไมส่ ามารถบอกเหตุการณท์ ี่เกดิ ข้นึ ไมส่ ามารถดแู ลตวั เองเมื่อเกิดเหตกุ ารณไ์ ด้ และมี พฤติกรรม ชอบเล่นวตั ถุไวไฟ วัตถทุ ีก่ ่อให้เกดิ ไฟหรือเช้ือเพลิง และถูกท้ิงให้อยู่ตามลำพงั หรอื ไม่มผี ้ดู แู ล ๑.๓) พายุ  นกั เรียนมีผดู้ ูแลใกลช้ ดิ ตลอดเวลา  เรียนมีผู้ดแู ลใกล้ชิดเป็นบางเวลา  นกั เรียนสามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรอื ภาพสญั ลกั ษณใ์ นการเตือนภยั ที่เกิดขึน้ ได้  นกั เรยี นไม่สามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรอื ภาพสญั ลักษณใ์ นการเตือนภัยทเ่ี กดิ ขนึ้ ได้  นกั เรยี นสามารถดูแลตัวเองเม่ือเกิดเหตกุ ารณไ์ ด้  นกั เรยี นไม่สามารถดูแลตัวเองเม่ือเกดิ เหตุการณ์ได้  นกั เรียนไมส่ ามารถบอกเหตุการณ์ทเ่ี กดิ ขึ้น ไมส่ ามารถดูแลตวั เองเม่ือเกิดเหตุการณ์ได้ และ ถกู ทิ้งให้อย่ตู ามลำพังหรือไมม่ ีผู้ดูแล ๑.๔) แผ่นดินไหว  นกั เรยี นมีผดู้ ูแลใกล้ชดิ ตลอดเวลา  เรยี นมีผู้ดแู ลใกล้ชิดเปน็ บางเวลา  นักเรยี นสามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรือภาพสญั ลักษณ์ในการเตือนภยั ท่เี กิดขน้ึ ได้  นกั เรียนไมส่ ามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรือภาพสัญลกั ษณใ์ นการเตอื นภยั ท่เี กดิ ขนึ้ ได้  นักเรยี นสามารถดแู ลตวั เองเมื่อเกิดเหตุการณไ์ ด้  นักเรียนไมส่ ามารถดูแลตัวเองเมื่อเกดิ เหตุการณ์ได้

130  นกั เรียนไม่สามารถบอกเหตุการณท์ ี่เกิดขึ้น ไมส่ ามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกิดเหตกุ ารณ์ได้ และ ถูกท้งิ ให้อย่ตู ามลำพังหรือไม่มีผดู้ แู ล ๑.๕) ภยั ธรรมชาตใิ นชว่ งฤดูหนาว  นกั เรียนมผี ้ดู แู ลใกลช้ ดิ ตลอดเวลา  เรยี นมีผ้ดู แู ลใกลช้ ดิ เปน็ บางเวลา  นกั เรยี นสามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรือภาพสัญลกั ษณใ์ นการเตือนภัยทเ่ี กิดขึน้ ได้  นกั เรียนไม่สามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรือภาพสัญลกั ษณ์ในการเตือนภยั ท่เี กิดขนึ้ ได้  นกั เรียนสามารถดแู ลตวั เองเมื่อเกดิ เหตกุ ารณ์ได้  นกั เรียนไมส่ ามารถดูแลตัวเองเมื่อเกดิ เหตุการณ์ได้  นกั เรียนไมส่ ามารถบอกเหตุการณท์ ่ีเกิดข้นึ ไมส่ ามารถดแู ลตวั เองเมื่อเกิดเหตุการณไ์ ด้ และ ถูกทิ้งใหอ้ ยตู่ ามลำพังหรอื ไมม่ ีผ้ดู ูแล ๒) ภยั จากอาคารเรียน สิง่ ก่อสรา้ ง  นักเรยี นมีผดู้ แู ลใกล้ชิดตลอดเวลา  เรียนมีผดู้ ูแลใกล้ชดิ เป็นบางเวลา  นกั เรียนสามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรอื ภาพสญั ลักษณใ์ นการเตือนภยั ท่เี กิดข้ึนได้  นักเรยี นไมส่ ามารถบอกสถานการณ์ คำเตือนภัยหรือภาพสัญลักษณใ์ นการเตือนภัยทเี่ กิดข้นึ ได้  นกั เรยี นสามารถดูแลตัวเองเมื่อเกิดเหตุการณไ์ ด้  นักเรียนไมส่ ามารถดแู ลตัวเองเม่ือเกดิ เหตุการณ์ได้  นักเรยี นไมส่ ามารถบอกเหตุการณท์ ีเ่ กิดข้นึ ไม่สามารถดแู ลตวั เองเม่ือเกิดเหตุการณไ์ ด้ และ ถกู ทงิ้ ให้อยูต่ ามลำพังหรอื ไม่มีผดู้ ูแล ๓) ภยั จากยานพาหนะ  นักเรียนมผี ูด้ แู ลใกล้ชิดตลอดเวลา  นักเรยี นมีผดู้ ูแลใกลช้ ดิ เป็นบางเวลา  นกั เรียนสามารถปฏบิ ัติตนเมอ่ื ใช้หรือโดยสารยานพาหนะท่ีจำเป็นในชวี ติ ประจำวันได้ เชน่ รถจกั รยาน รถจกั รยานยนต์ รถยนต์ เปน็ ตน้  นักเรยี นไม่สามารถปฏบิ ตั ิตนเม่ือใชห้ รือโดยสารยานพาหนะทีจ่ ำเป็นในชีวิตประจำวันได้ เชน่ รถจักรยาน รถจักรยานยนต์ รถยนต์ เปน็ ต้น

131  นักเรยี นสามารถปฏิบัตติ นในการปอ้ งกนั อนั ตรายที่อาจเกิดจากยานพาหนะในชีวิตประจำวัน ได้  นกั เรียนไม่สามารถปฏิบัติตนในการป้องกนั อันตรายท่ีอาจเกิดจากยานพาหนะใน ชีวติ ประจำวันได้  นักเรียนไม่สามารถปฏิบัติตนเมื่อใช้หรือโดยสารยานพาหนะและไม่สามารถปฏิบัติตนใน การปอ้ งกันอันตรายทีอ่ าจเกิดจากยานพาหนะในชวี ิตประจำวนั ได้ รวมถงึ มกั ถูกทงิ้ ให้อยู่ตามลำพงั หรือไม่มผี ้ดู ูแล ๔) ภัยจากการจดั กจิ กรรม  นักเรยี นมีผ้ดู ูแลใกล้ชิดตลอดเวลา  นกั เรยี นมีผ้ดู ูแลใกล้ชิดเป็นบางเวลา  นักเรยี นสามารถปฏบิ ัตติ ามกฎ กติกา ขอ้ ตกลงได้  นักเรยี นปฏิบัตติ ามกฎ กติกา ข้อตกลงได้เปน็ บางครงั้  นักเรียนไมส่ ามารถปฏิบัติตามกฎ กติกา ข้อตกลงได้ และ มักถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพงั หรือไม่มี ผู้ดูแล ๕) ภัยจากเคร่ืองมือ อุปกรณ์  นักเรยี นมผี ู้ดแู ลใกล้ชดิ ตลอดเวลา  นักเรียนมผี ูด้ ูแลใกล้ชิดเป็นบางเวลา  นักเรียนสามารถใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เช่น กรรไกร/กาว/ดินสอแหลม/มีดครัว/ เครือ่ งใช้ไฟฟ้า/เครอื่ งมอื ชา่ งในบ้านหรือสถานศกึ ษา ได้ด้วยตนเองอย่างปลอดภัย  นักเรียนไม่สามารถใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เช่น กรรไกร/กาว/ดินสอแหลม/มีดครัว/ เครอื่ งใชไ้ ฟฟ้า/เคร่ืองมอื ช่างในบ้านหรือสถานศึกษา ได้ด้วยตนเองอยา่ งปลอดภยั  นักเรียนไม่สามารถใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ เช่น กรรไกร/กาว/ดินสอแหลม/มีดครัว/ เครื่องใช้ไฟฟ้า/เครื่องมือช่างในบ้านหรือสถานศึกษา ได้ด้วยตนเองอย่างปลอดภัย และมักถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพัง หรือไม่มผี ู้ดูแล ๔.๓ ภยั ที่เกิดจากการถกู ละเมิดสิทธิ์ ๑) การถูกปล่อยปละ ละเลย ทอดท้ิง  นักเรียนได้รับการดแู ลเล้ียงดูจากผปู้ กครองและผดู้ แู ลเป็นอย่างดี  นกั เรยี นถกู ปล่อยปละ ละเลย ทอดท้งิ เปน็ บางครั้ง  นกั เรยี นถูกปล่อยปละ ละเลย ทอดทงิ้ เปน็ บ่อยคร้งั ๒) การคกุ คามทางเพศ  นกั เรยี นรู้วธิ กี ารเอาตัวรอดจากการคกุ คามทางเพศ  นักเรยี นไดร้ ับการดแู ลเลี้ยงดจู ากผปู้ กครองและผู้ดแู ลเป็นอยา่ งดี

132  นักเรยี นถกู ทิ้งให้อยู่บ้านเพียงลำพังเปน็ บางครั้ง  นักเรียนถูกท้ิงให้อยูบ่ ้านเพยี งลำพังเป็นประจำ  บ้านนักเรียนอยใู่ นพื้นทหี่ ่างไกลชมุ ชน  บา้ นนกั เรียนอยใู่ นพื้นที่ห่างไกลชุมชน เมื่อมเี หตุสุดวิสัยไม่สามารถขอความช่วยเหลือจาก ผู้อ่ืนหรือหนว่ ยงานต่าง ๆ ได้ทนั ที  บา้ นนกั เรยี นอยใู่ นพ้นื ที่ที่มกี ารมั่วสมุ เช่น ยาเสพตดิ สุรา การพนนั  บ้านนักเรียนอยู่ในพนื้ ท่ีที่มกี ารมวั่ สุม เชน่ ยาเสพตดิ สุรา การพนัน เมื่อมีเหตสุ ดุ วิสัยไม่ สามารถขอความช่วยเหลือจากผอู้ ่ืนหรือหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทันที ๓) การไมไ่ ด้รบั ความเปน็ ธรรมจากระบบการศึกษา  นักเรียนได้รับการศึกษาและการพัฒนาตนเองจากหน่วยงานทเ่ี กี่ยวข้องกบั ระบบการศกึ ษา  ครอบครัวนักเรียนขาดการรับข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานต่าง ๆ เนื่องจากอยู่ในพื้นท่ี ห่างไกล บนเขา ตดิ ชายแดน หรือพื้นที่เสี่ยงภยั  ผ้ปู กครองกลัวลกู ถูกรงั แกหรอื กล่ันแกลง้ หรอื ไม่ไดร้ ับการดแู ลเท่าท่ีควรเหมาะสม  ผู้ปกครองขาดความรู้ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ระบบการศึกษา เพราะคดิ ว่าเด็กพิการไมต่ ้องเขา้ ระบบการศึกษา  การคมนาคมและระบการติดต่อส่ือสารไมส่ ะดวก  การสอ่ื สารด้านภาษา เช่น กล่มุ ชาตพิ นั ธ์ กลุ่มชนกลุ่มนอ้ ย ๔.๔ ภัยทเ่ี กดิ จากผลกระทบตอ่ สขุ ภาวะทางกายและจติ ใจ ๑) ภาวะจิตเวช  นกั เรยี นได้รับการดูแลเล้ยี งดูจากผปู้ กครองและผดู้ แู ลเป็นอย่างดี  นกั เรยี นมีพฤติกรรม อารมณ์ ร่างเรงิ แจ่มใส่ หรือสามารถแสดงพฤตกิ รรม อารมณ์ได้อยา่ ง เหมาะสมและสอดคล้องตามสถานการณ์  นกั เรียนมีพฤตกิ รรม อารมณ์ไมเ่ หมาะสมบางสถานการณ์  นักเรยี นปญั หาด้านครอบครัวสง่ ผลกระทบต่อจติ ใจ  นกั เรียนมปี ญั หาด้านสภาพแวดลอ้ มในชุมชน ทีส่ ง่ ผลต่อพฤติกรรม  นักเรียนมภี าวะอาการโรคซึมเศรา้  นักเรยี นมปี ญั หาทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์ที่รุนแรง ๒) ติดเกม  นักเรียนได้รบั การดูแลเลี้ยงดจู ากผู้ปกครองและผู้ดแู ลเปน็ อยา่ งดี  นักเรียนสามารถแบ่งเวลาในการเล่นเกมและทำกิจกรรมอื่น ๆ โดยไม่มีภาวะพฤติกรรม ต่อต้าน

133  นกั เรยี นถกู ปลอ่ ยปละละเลยให้เล่นโทรศัพท์หรือเล่นคอมพิวเตอรโ์ ดยไม่มีการควบคุม ดูแล เป็นบางครั้ง  นกั เรยี นถกู ปลอ่ ยปละละเลยให้เล่นโทรศัพท์หรือเล่นคอมพิวเตอร์โดยไม่มีการควบคุม ดูแล บอ่ ยคร้ัง  สภาพแวดลอ้ มท่ีใกล้ชิดทำให้นกั เรยี นมีพฤติกรรมเลยี นแบบ เช่น ผ้ดู ูแลเลน่ เกมคอมพวิ เตอร์ หรือมือถอื อย่างไมร่ ะมดั ระวงั  นกั เรยี นแสดงพฤตกิ รรมหรอื อารมณท์ ่ีกา้ วรา้ วรุนแรง เมื่อถูกหา้ ม ยึด หรือจำกดั เวลาใน การเลน่ เกม  ผ้ดู ูแลขาดความเขา้ ใจในสือ่ ออนไลน์ไมส่ ามารถแนะนำใหน้ กั เรยี นเล่นเกมอย่างระมัดระวงั ได้ ๓) ยาเสพตดิ  นักเรยี นไดร้ ับการดูแลเลย้ี งดจู ากผปู้ กครองและผดู้ ูแลเป็นอยา่ งดี  นักเรยี นสามารถรับรถู้ ึงโทษของยาเสพตดิ  นักเรียนอยู่ในสภาพแวดล้อม ครอบครัวหรือชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติดหรือมีความ เก่ียวข้องกบั ยาเสพตดิ และการกระทำผดิ กฎหมาย  นักเรียนถกู ชักชวนจากผู้อ่นื ได้ง่าย  นักเรียนมีพฤติกรรม เลียนแบบหรือทำตามผอู้ น่ื  นกั เรียนเคยทดลองใชย้ าเสพตดิ  นกั เรียนใช้ยาเสพติด  นักเรยี นถกู หลอกใช้ใหเ้ ป็นผูส้ ่ง-รับ ยาเสพตดิ  นกั เรียนเป็นผขู้ ายหรอื ผ้ซู ื้อยาเสพตดิ ๔) โรคระบาดในมนุษย์  นักเรยี นไดร้ บั การดูแลเล้ยี งดจู ากผ้ปู กครองและผดู้ ูแลเป็นอยา่ งดี  นกั เรยี นมผี ดู้ ูแลใกล้ชิดเป็นบางเวลา  นักเรียนมกั ถูกท้งิ ให้อยตู่ ามลำพงั หรือไม่มีผ้ดู แู ล  นกั เรยี นรู้จักวิธีการปอ้ งกนั และสามารถดูแลตนเองให้ปลอดภัยจากโรคระบาดได้ รา่ งกาย  นกั เรยี นไมส่ ามารถดูแลตนเองจากโรคระบาดได้ เชน่ การใสแ่ มส ล้างมอื ทำความสะอาด  นักเรยี นอาศัยหรือใชช้ วี ิตอยใู่ นสภาพแวดล้อมทเ่ี ปน็ แหลง่ แพร่เช้ือโรค  นกั เรียนอยใู่ กลช้ ดิ กับผู้ปว่ ย เชน่ บคุ คลในครอบครวั เพ่อื น  ผู้ใกล้ชิดหรือบุคคลในครอบครัวเปน็ โรคระบาดและนักเรยี นไม่สามารถปอ้ งกนั ตัวเองได้  นกั เรยี นป่วยเป็นโรคระบาดและไมส่ ามารถป้องกนั การแพรก่ ระจายเชื้อจากตนเองไปสู่ผอู้ ่ืน ได้

134 ๕) ภัยไซเบอร์  นกั เรียนไดร้ บั การดูแลเลยี้ งดูจากผปู้ กครองและผู้ดแู ลเปน็ อยา่ งดี  นักเรยี นสามารถแบง่ เวลาในใชส้ อื่ เครือขา่ ยสังคมออนไลนแ์ ละทำกจิ กรรมอนื่ ๆ โดยไม่มี ภาวะพฤติกรรมต่อตา้ น  นักเรียนถกู ปลอ่ ยปละละเลยใหเ้ ลน่ โทรศัพท์หรือเล่นคอมพิวเตอรโ์ ดยไมม่ ีการควบคุม ดแู ล เปน็ บางครั้ง  สภาพแวดล้อมทีใ่ กลช้ ดิ ทำให้เดก็ มีพฤติกรรมเลียนแบบ เชน่ ผดู้ แู ลใชส้ ือ่ เครือข่ายสังคม ออนไลนอ์ ยา่ งไมร่ ะมดั ระวัง  ผูด้ ูแลขาดความเข้าใจในใช้สื่อเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์ ไม่สามารถแนะนำ ให้เด็กใชอ้ ยา่ ง ระมัดระวงั ได้  นักเรียนถกู ปลอ่ ยปละละเลยใหเ้ ลน่ โทรศพั ท์หรือเล่นคอมพวิ เตอรโ์ ดยไม่มีการควบคุม ดแู ล บ่อยครั้ง นกั เรียนแสดงพฤติกรรมหรืออารมณ์ท่ีก้าวรา้ วรุนแรง เมื่อถูกห้าม ยึด หรอื จำกดั เวลาในใชส้ ือ่ เครอื ข่ายสังคมออนไลนแ์ ละทำกจิ กรรมอื่น ๆ ๖) การพนัน  นกั เรยี นได้รบั การดแู ลเล้ยี งดูจากผู้ปกครองและผู้ดูแลเป็นอย่างดี  นักเรียนสามารถรบั รู้ถงึ โทษของการเลน่ การพนนั  นกั เรยี นอย่ใู นครอบครัว ชุมชนหรอื สภาพแวดล้อม ที่มีการเล่นพนนั  นักเรยี นถกู ชักชวนจากเพ่ือนหรือผู้ใกลช้ ิดใหเ้ ลน่ การพนัน  นกั เรียนมีพฤติกรรมอยากทดลอง เลยี นแบบการเลน่ การพนันตามเพ่ือนหรอื ผทู้ ่ีอยู่ใกล้ชิด  นักเรยี นมพี ฤตกิ รรมส่อไปทางการเล่นหรือติดการพนัน ๗) มลภาวะเป็นพิษ  นกั เรียนได้รับการดแู ลเล้ียงดูจากผปู้ กครองและผ้ดู ูแลเปน็ อยา่ งดี  นกั เรียนรู้จกั วิธีการป้องกันและสามารถดแู ลตนเองใหป้ ลอดภยั จากมลภาวะต่าง ๆ ได้  นกั เรียนอยใู่ นสภาพแวดล้อมทเี่ ป็นแหล่งมลภาวะ ทางอากาศ ทางเสียง ทางดนิ ทางนำ้  นักเรยี นไมส่ ามารถดูแลตนเองจากมลภาวะได้ เช่น การใส่แมสเพื่อปอ้ งกนั มลภาวะทาง อากาศ  นกั เรียนปว่ ยหรือเป็นโรคทเ่ี กดิ จากมลภาวะ ทางอากาศ ทางเสยี ง ทางดิน ทางน้ำ เชน่ โรคระบบทางเดินหายใจ โรคทีเ่ กี่ยวกบั การไดย้ นิ เสยี ง โรคทางระบบทางเดินอาหาร และสขุ ภาวะทางกายอืน่ ๆ ท่ี เกดิ จากมลภาวะเป็นพิษ ๘) โรคระบาดในสัตว์  นกั เรยี นไดร้ บั การดแู ลเลย้ี งดูจากผ้ปู กครองและผดู้ ูแลเปน็ อย่างดี  ครอบครัวนักเรยี นรจู้ กั วิธีการป้องกนั และสามารถดูแลสัตว์เลีย้ งและคนในครอบครวั ให้ ปลอดภัยจากโรคระบาดหรือโรคติดตอ่ จากสตั วไ์ ด้

135  ครอบครวั นกั เรยี นไม่มีความรู้ในการดูแล ป้องกนั โรคตา่ ง ๆ จากสตั วเ์ ล้ียง  นกั เรยี นอยใู่ นสภาพแวดลอ้ มหรือชมุ ชนท่ีมกี ารเล้ียงสัตว์ ทำการปศุสตั ว์  นกั เรยี นอยใู่ นสภาพแวดลอ้ มหรือชุมชนที่มกี ารเกดิ โรคระบาดสตั ว์  นกั เรียนป่วยหรอื ติดเช้อื จากโรคตา่ ง ๆ จากสตั ว์เลีย้ ง หรือโรคระบาดในสตั ว์ เชน่ โรคพิษ สนุ ัขบ้า โรคไข้เลือดออก ไข้หวดั นก โรคฉ่ีหนู โรคอหิวาในสัตว์ โรคเช้อื ราผิวหนงั โรคเกย่ี วกับพยาธิในสตั ว์ เปน็ ต้น ๙) โรคภาวะทพุ โภชนาการ นักเรียนสามารถรบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์ ถกู ต้องตามหลกั โภชนาการ ครบ 5 หมู่  นกั เรียนรจู้ กั โทษของอาหารทีไ่ ม่มปี ระโยชน์ตอ่ รา่ งกาย  นักเรียนสามารถออกกำลังกายได้อย่างสม่ำเสมอ  ผปู้ กครองดูแลและมีความรคู้ วามเข้าใจดา้ นโภชนาการอยา่ งถูกต้อง  นกั เรยี นรับประทานที่ไม่มปี ระโยชน์ ไม่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ  ผปู้ กครองขาดความรู้และไม่มีเวลาในการดูแลจัดอาหารใหถ้ ูกต้องตามหลักโภชนาการ  นักเรยี นมีนำ้ หนกั ผดิ ปกติไม่สัมพันธ์กับส่วนสงู หรอื อายุ  นักเรียนปว่ ยเปน็ โรคขาดสารอาหาร  นักเรยี นปว่ ยเป็นโรคขาดสารอาหารหรือมีปญั หาทางด้านสุขภาพต้งั แต่กำเนดิ ๔.๕ ภัยสงั คมในเทศกาลตา่ ง ๆ ๑) ถกู จ้ปี ล้น/ถูกวิง่ ราวทรัพย์/ถูกลว้ งกระเปา๋  นักเรียนรู้จักวธิ ีการปอ้ งกันตนเองต่อการถกู จ้ปี ล้น/ถูกว่ิงราวทรพั ย์/ถูกล้วงกระเปา๋ และผู้ปกครองดูแลอย่างใกลช้ ิด  นักเรยี นไมร่ จู้ กั วิธีการป้องกันตนเองต่อการถูกจีป้ ลน้ /ถูกว่งิ ราวทรัพย์/ถูกลว้ งกระเป๋า แตผ่ ปู้ กครองดูแลอยา่ งใกล้ชดิ  นกั เรียนรู้จกั วธิ ีการปอ้ งกันตนเองต่อการถกู จ้ีปล้น/ถูกว่ิงราวทรพั ย/์ ถูกล้วงกระเป๋า และมีผดู้ ูแลใกล้ชดิ บางเวลา  นกั เรยี นไมร่ จู้ ักวิธีการป้องกนั ตนเองต่อการถูกจป้ี ลน้ /ถูกวงิ่ ราวทรัพย์/ถูกล้วงกระเป๋า และมผี ู้ดแู ลใกล้ชดิ บางเวลา  รู้นักเรียนจกั วธิ กี ารป้องกันตนเองต่อการถกู จีป้ ลน้ /ถูกวิ่งราวทรัพย/์ ถูกล้วงกระเป๋า แต่ถกู ทิ้งให้อยตู่ ามลำพังหรือไม่มผี ู้ดูแล  นกั เรยี นไมร่ จู้ ักวิธีการป้องกนั ตนเองต่อการถูกจี้ปลน้ /ถูกวิ่งราวทรัพย์/ถูกลว้ งกระเป๋า และถูกทิง้ ให้อยูต่ ามลำพงั หรือไม่มีผู้ดูแล

136 ๒) ถกู ลอ่ ลวง/ถกู หลอก  นกั เรียนรจู้ กั วธิ ีการป้องกันตนเองต่อการถกู ล่อลวง/ถูกหลอก และผูป้ กครองดูแลอย่าง ใกล้ชิด  นักเรยี นไมร่ จู้ ักวิธีการป้องกันตนเองต่อการถูกลอ่ ลวง/ถกู หลอก แตผ่ ปู้ กครองดูแลอยา่ ง ใกล้ชดิ  นกั เรยี นรจู้ ักวธิ ีการป้องกันตนเองต่อการถูกล่อลวง/ถูกหลอกและมผี ู้ดแู ลใกล้ชิดบางเวลา  นักเรยี นไม่รู้จักวิธกี ารป้องกนั ตนเองต่อการถูกลอ่ ลวง/ถกู หลอกและมผี ูด้ แู ลใกลช้ ิดบางเวลา  นกั เรียนรู้จักวธิ ีการปอ้ งกันตนเองต่อการถูกล่อลวง/ถูกหลอกแต่ถูกท้ิงใหอ้ ยู่ตามลำพังหรอื ไม่ มีผู้ดแู ล  นกั เรียนไม่รู้จักวธิ กี ารป้องกันตนเองตอ่ การถูกลอ่ ลวง/ถูกหลอก และถูกท้ิงให้อยู่ตามลำพงั หรือไม่มผี ู้ดแู ล ๓) ถกู ลักพาตัว  นกั เรยี นรจู้ กั วธิ กี ารปอ้ งกันตนเองต่อการถกู ลกั พาตวั และผ้ปู กครองดูแลอยา่ งใกลช้ ิด  นกั เรยี นไม่รู้จักวธิ ีการป้องกนั ตนเองต่อการถูกลักพาตวั แต่ผูป้ กครองดแู ลอยา่ งใกลช้ ดิ  นักเรยี นรู้จกั วธิ กี ารป้องกันตนเองต่อการถกู ลักพาตัวและมีผ้ดู แู ลใกล้ชิดบางเวลา  นกั เรยี นไม่รู้จกั วิธีการป้องกนั ตนเองต่อการถูกลักพาตัวและมีผูด้ ูแลใกล้ชดิ บางเวลา  นักเรยี นรจู้ กั วธิ ีการป้องกันตนเองต่อการถกู ลกั พาตัว แต่ถูกท้ิงใหอ้ ยตู่ ามลำพังหรอื ไม่มีผดู้ แู ล  นกั เรียนไม่รู้จักวธิ กี ารป้องกนั ตนเองต่อการถูกลักพาตวั และถูกทง้ิ ให้อยู่ตามลำพังหรือไม่มี ผูด้ แู ล ๔) ถกู วางยาดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆ  นักเรียนรจู้ ักวธิ ีการปอ้ งกันตนเองต่อการถกู วางยาด้วยวธิ กี ารต่าง ๆ และผปู้ กครองดูแลอย่าง ใกล้ชดิ  นักเรียนไมร่ ้จู กั วธิ ีการป้องกันตนเองตอ่ การถูกวางยาด้วยวธิ ีการตา่ ง ๆ แต่ผปู้ กครองดแู ล อย่างใกลช้ ิด  นกั เรยี นร้จู ักวิธกี ารปอ้ งกันตนเองต่อการถกู วางยาด้วยวิธีการต่าง ๆ และมีผดู้ แู ลใกล้ชดิ บาง เวลา  นกั เรยี นไม่ร้จู กั วธิ ีการป้องกันตนเองตอ่ การถูกวางยาด้วยวธิ กี ารต่าง ๆ และมผี ดู้ ูแลใกลช้ ดิ บางเวลา  นกั เรียนร้จู กั วธิ กี ารปอ้ งกันตนเองต่อการถกู วางยาด้วยวิธกี ารต่าง ๆ แต่ถูกท้งิ ให้อยตู่ ามลำพัง หรือไม่มผี ู้ดูแล

137  นกั เรียนไม่รู้จกั วิธกี ารป้องกันตนเองตอ่ การถูกวางยาด้วยวธิ ีการตา่ ง ๆ และถกู ทิ้งให้อย่ตู าม ลำพังหรอื ไมม่ ีผดู้ ูแล ๕) อนาจารขม่ ขนื กระทำชำเรา  รจู้ ักวิธกี ารปอ้ งกันตนเองต่อการอนาจารข่มขืนกระทำชำเรา และผู้ปกครองดูแลอย่างใกล้ชดิ  ไมร่ ู้จักวิธีการปอ้ งกนั ตนเองต่อการอนาจารข่มขืนกระทำชำเรา แตผ่ ้ปู กครองดูแลอย่าง ใกล้ชดิ  รูจ้ กั วิธีการปอ้ งกันตนเองต่อการอนาจารข่มขนื กระทำชำเราและมีผดู้ ูแลใกลช้ ิดบางเวลา  ไมร่ ู้จักวิธกี ารปอ้ งกันตนเองต่อการอนาจารข่มขนื กระทำชำเราและมีผ้ดู ูแลใกลช้ ดิ บางเวลา  รจู้ ักวธิ ีการปอ้ งกนั ตนเองตอ่ การอนาจารข่มขืนกระทำชำเราแต่ ถูกทิ้งใหอ้ ยู่ตามลำพังหรอื ไม่ มผี ูด้ ูแล  ไมร่ ้จู ักวธิ ีการป้องกันตนเองต่อการอนาจารข่มขืนกระทำชำเรา และถูกท้งิ ให้อย่ตู ามลำพงั หรือไม่มีผดู้ ูแล ลงช่ือ...............................................ผบู้ ันทึกขอ้ มลู (นางสาวพชั รนนั ท์ ไชยวงศ์) ตำแหนง่ พนักงานราชการ

138 แบบรวบรวมข้อมูลผเู้ รียน ตามกรอบคิดแนวเชงิ นิเวศ (Ecological System) และกรอบการประเมนิ ของฟานไดจ์ค (The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities) ช่อื -นามสกุลนักเรียน เดก็ ชายณัฐพงศ์ พรมจโิ น ชอ่ื เลน่ สมบรู ณ์ ระดบั ชัน้ เตรยี มความพร้อม ปีการศกึ ษา ๒๕๖๕ ประเภทการรบั บริการ ที่บ้าน ชื่อสถานศึกษา ศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจำจงั หวัดลำปาง อำเภอ เกาะคา จงั หวัด ลำปาง ขอ้ มลู ณ วนั ที่ ๒๖ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ ศูนยก์ ารศึกษาพิเศษประจำจังหวดั ลำปาง

139 รวบรวมข้อมูลผ้เู รียน ข้อมูลของผเู้ รยี น ๑. ข้อมลู ของผเู้ รยี น ช่ือ-นามสกุลนักเรียน เดก็ ชายณฐั พงศ์ พรมจโิ น ชื่อเลน่ สมบรู ณ์ อายุ ๖ ปี เพศ หญิง เช้อื ชาติ - ประเภทความพกิ าร บคุ คลทีม่ คี วามบกพร่องทางรา่ งกายหรือการเคลื่อนไหวหรือสุขภาพ โรคประจำตวั กลา้ มเน้อื อ่อนแรง  ลกั ษณะความพิการ นักเรียนมีการผิดรูปของกระดูกสันหลังคด กล้ามเนื้อแขนสามารถยกแขนขึ้นต้านแรงโน้มถ่วงได้ เอื้อมมือหยิบวัตถุ ปล่อยวัตถุได้ กล้ามเนื้อขาทั้งสองข้างอ่อนแรง มีการเคล่ือนไหวร่างกายโดยการคืบ การเคลือ่ นไหวในลักษณะท้องติดพ้ืนในการเคลื่อนไหวร่างกายไปในทิศทางต่างๆในบริเวณทอี่ ยู่อาศัยชั้นล่าง ของบ้านนักเรียน กล้ามเน้ือขาท้ังสองข้างมีการเกร็ง กระตุก เป็นประจำทุกวันเม่ือผู้ปกครอง ทำกายภาพบำบัดให้นักเรียนหลังจากอาบน้ำ ครั้งละประมาณ ๑๐ วินาที สามารถเคล่ือนไหวศีรษะ ไปด้านซ้าย ขวา ในท่านอนหงายและนอนคว่ำได้ สามารถชันคอ พลิกตะแคงตัว น่ังทรงตัวได้โดยมีผู้ ช่วยเหลือเล็กน้อย ลุกขึ้นยืน ยืนทรงตัวโดยมีผู้ช่วยเหลือตลอดเวลา สามารถยืนทรงตัวได้คร้ังละประมาณ ๑๐ นาที ไม่สามารถเคลือ่ นยา้ ยตนเองได้  พฤตกิ รรมของผเู้ รียน พฤติกรรมส่วนบคุ คล นักเรียนต่อต้านเม่ือครูหรือผู้ปกครองให้ทำกิจกรรม นักเรียนปฏิเสธการยืนทรงตัว โดยการเกร็ง กระตกุ ของกล้ามเน้ือ ต้านแรงเมื่อมีผู้อื่นจับร่างกายเพื่อฝึกการยืนทรงตวั มีการแสดงอารมณ์ผ่านสหี น้าและ ส่งเสียงโวยวาย หากพอใจจะแสดงสีหน้าย้ิมและหัวเราะ แต่หากไม่พอใจจะแสดงสีหน้าบึ้งตึงและส่งเสียง โวยวาย รอ้ งไห้ พฤตกิ รรมการเรยี นรู้ นักเรียนสามารถรับรู้สิ่งเร้าต่างๆรอบตัวผ่านการมอง การสัมผัสผ่านผิวหนัง และการได้ยินเสียง สงิ่ แวดล้อมรอบตวั โดยมกี ารตอบสนองด้วยการแสดงสีหน้า ย้ิม หัวเราะ และสามารถใช้แขนและมือทั้งสอง ข้างเพื่อสัมผัสส่ิงต่างๆรอบตัว ได้แก่ การหยิบ การกำวัตถุ เป็นต้น นักเรียนควรได้รับการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ผ่านการมอง การฟัง และการใช้มือสัมผัส โดยมีผู้ช่วยเหลือในการทำกิจกรรมทุกข้ันตอน ด้วยการกระต้นุ เตือนด้วยวาจา หรอื กระต้นุ เตอื นทางกายร่วมดว้ ย จึงจะสามารถกลบั มาทำกจิ กรรมตอ่ ได้ กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจำจังหวดั ลำปาง

140 ภาพนักเรยี น กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนย์การศึกษาพเิ ศษประจำจังหวดั ลำปาง

141 รวบรวมขอ้ มลู ผ้เู รียน ข้อมูลความสามารถผเู้ รยี น  ความสามารถพื้นฐานของผเู้ รยี น จดุ อ่อน ๑.๑ ความสามารถพืน้ ฐานทางดา้ นร่างกาย ๑. นกั เรยี นมกี ลา้ มเน้ือขาท้ังสองขา้ งอ่อนแรง จุดเด่น กล้ามเนื้อขาทั้งสองขา้ งมีการเกร็ง กระตกุ ๑. นักเรียนสามารถยกแขนท้ังสองขา้ งต้านแรงโน้ม ๒. นกั เรียนไม่สามารถเคล่ือนไหวลำตวั โดยการคลาน ถว่ ง ไปด้านซ้าย ขวาขา้ งลำตัวได้ด้วยตนเอง เพ่ือ ได้ สมั ผัสสิ่งต่างๆรอบตวั ๒. นักเรียนสามารถเคลื่อนไหวศีรษะไปดา้ นซ้าย ขวา ในทา่ นอนหงาย ทา่ นอนคว่ำ ได้ดว้ ยตนเอง ๓. นกั เรียนสามารถมองตามส่ิงที่สนใจได้ด้วยการ กลอกตาและหนั ศรี ษะไปดา้ นซา้ ย ขวา มองตาม สงิ่ ของ วตั ถุ ท่นี ักเรียนมีความสนใจ ๑.๒ ความสามารถพืน้ ฐานทางดา้ นอารมณ์ จิตใจ จดุ เด่น จุดออ่ น ๑. เม่อื ผดู้ ูแลส่งเสียงเรยี กช่ือ นกั เรยี นตอบสนองโดย ๑. นกั เรยี นจำเสียงเฉพาะสมาชกิ ในบา้ น เม่ือมคี น การมองหาและแสดงสหี นา้ ย้ิม แปลกหนา้ มาเรยี กชอ่ื นักเรียนจะตอบสนองโดยการ มองหนา้ และกระพริบตา ๒. นักเรยี นสามารถแสดงอารมณ์ผา่ นทางสีหน้าได้ ๒. นกั เรียนไม่สามารถส่ือสารกบั ผอู้ ื่นได้ดว้ ยวาจา เชน่ เมือ่ พ่อของนักเรยี นมาหา นักเรียนจะแสดง อารมณ์ดใี จ ตนื่ เตน้ ทุกคร้งั ที่เห็นพอ่ มาหา ๓. นักเรียนตอบสนองต่อเสยี งเพลง การ์ตนู ท่ีตนเอง ๓. เมอ่ื ผู้ดูแลทำกิจวตั รประจำวนั ให้นกั เรียนแสดงสี ชน่ื ชอบไดโ้ ดยการยม้ิ หนา้ ส่งเสยี งโวยวาย ร้องไห้ และตอ่ ต้านดว้ ยการ เกรง็ กลา้ มเนื้อ กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ ศูนย์การศกึ ษาพิเศษประจำจังหวดั ลำปาง

142 รวบรวมขอ้ มูลผเู้ รียน ข้อมูลความสามารถผเู้ รยี น ๑.๓ ความสามารถพน้ื ฐานทางดา้ นสังคม จดุ ออ่ น นกั เรียนไม่มโี อกาสในการออกไปข้างนอกบ้านเพ่ือ จุดเดน่ มีปฏิสมั พันธ์กบั คนภายในชมุ ชน เนอื่ งจากผู้ดแู ล นักเรยี นรู้จักบคุ คลภายในครอบครัวของตนเอง ได้แก่ นกั เรียนทำงานรบั จ้างในตวั อำเภอเกาะคาทำใหใ้ น ยาย พอ่ แม่ พช่ี าย อา โดยแสดงสหี นา้ ยิ้มและ ระหวา่ งวนั นักเรยี นจะอาศยั อยู่กบั อาซ่ึงเป็นบุคคลทม่ี ี มองตามเมื่อเหน็ หน้าหรอื ไดย้ ินเสยี งและนักเรยี นไดม้ ี ความบกพรอ่ งทางรา่ งกายหรือสุขภาพหรือการ โอกาสได้รจู้ ักบุคคลภายนอกครอบครัว ได้แก่ เคล่ือนไหว ทำใหน้ กั เรยี นไมม่ ีโอกาสในการออกไปขา้ ง ครปู ระจำช้ัน นักกายภาพบำบดั นักกิจกรรมบำบดั นอก นักจติ วิทยาคลินกิ แพทย์ พยาบาล และอสม ประจำ หมู่บ้าน ๑.๔ ความสามารถพืน้ ฐานทางด้านสตปิ ญั ญา จุดเดน่ จดุ ออ่ น นักเรยี นสามารถรับรูส้ ่งิ เรา้ รอบตวั ผ่านการมอง รบั รู้ นกั เรยี นมีข้อจำกัดดา้ นการสื่อสารดว้ ยภาษา การสัมผัสผ่านทางผิวหนงั ได้ยินเสียงจากธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมรอบตัว มกี ารตอบสนองผ่านการแสดงสี หนา้ ย้มิ หัวเราะ ร้องไห้ และสามารถใชแ้ ขนรวมไปถึง มือทงั้ สองข้างเพื่อสมั ผสั สง่ิ ตา่ งๆรอบตวั และเอื้อมมือ ไปยังเปา้ หมายได้ กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ศูนย์การศกึ ษาพเิ ศษประจำจังหวดั ลำปาง

143 รวบรวมข้อมูลผูเ้ รยี น ข้อมลู ความสามารถผเู้ รียน ๑.๕ ความสามารถพื้นฐานทางดา้ นทักษะจำเป็นเฉพาะความพกิ าร จดุ เด่น จดุ อ่อน นักเรียนไดร้ ับการบริหารกลา้ มเน้อื และข้อตอ่ เพ่ือคง ๑. รา่ งกายของนักเรยี นมีการผิดรปู ของกระดูกสนั หลงั สภาพจากผู้ปกครองและนกั กายภาพบำบดั และไดร้ บั คด การจัดทา่ ยืนทรงตวั หรอื ทำกิจกรรมในท่าทางท่ี ๒. กลา้ มเนอ้ื ขาท้ังสองข้างของนกั เรียนอ่อนแรง ถูกต้อง ทำให้ไมม่ ีการผดิ รูปของข้อต่อ ๓. นกั เรียนมีการเคล่ือนไหวร่างกายโดยการคืบ การเคลือ่ นไหวในลกั ษณะทอ้ งติดพื้นในการ เคลอ่ื นไหวรา่ งกายไปในทิศทางต่างๆในบรเิ วณที่อยู่ อาศัย ๔. นกั เรยี นมกี ารเคลื่อนไหวที่ผิดปกตใิ นรปู แบบเกรง็ กระตุก ในระหวา่ งเวลาท่ีผู้ดแู ลทำกายภาพให้ นกั เรียน ๕. นักเรียนสามารถน่งั ทรงตวั ยนื ทรงตวั ไดโ้ ดยมผี ู้ ช่วยเหลือ กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษประจำจังหวดั ลำปาง

144 รวบรวมขอ้ มูลผูเ้ รียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework การรวบรวมขอ้ มูลผู้เรียนตามกรอบการประเมิน The Van Dijk Framework for Assessment of Individuals who have Severe Multiple Disabilities ๑. การเขา้ ใกล้-ถอนหนี (Approach-Withdrawal) การดูปฏิกิริยาของเดก็ ในการเผชิญส่งิ ใหม่ ประสบการณ์ บคุ คล/สถานท่ี สง่ิ ของ ความคดิ ๑.๑ อะไรท่เี ป็นตัวชบ้ี อกว่าเด็กเขา้ รว่ ม สง่ิ ท่ีสนใจ ๑.๒ อะไรที่เป็นตัวช้ีบอกว่าเด็กไม่เข้ารว่ ม สงิ่ ท่ีไมส่ นใจ ๑.๓ มีอะไรท่สี ังเกตเห็นวา่ จงู ใจเดก็ บ้าง ย้ิม ดใี จ ๑.๔ อะไรท่ีสงั เกตเห็นวา่ เด็กไม่สนใจ/หลีกหนบี า้ ง ไมย่ อมทำ ๒. ช่องทางการเรียนรู้ดา้ นประสาทการรบั รู้ (Sensory Learning Channels) ๒.๑ เดก็ รับข้อมลู ได้โดยวธิ ใี ดบ้าง การสือ่ สาร ๒.๒ เด็กตอบสนองต่อเสยี งอย่างไร มีปฏกิ ริ ิยาในการโตต้ อบ ๒.๓ เดก็ ตอบสนองต่อสงิ่ เร้าทางสายตาอยา่ งไร มองตามส่งิ ของ ๒.๔ เดก็ ตอบสนองต่อการสัมผัสอยา่ งไร มีปฏกิ ริ ิยาในการโตต้ อบในการสมั ผสั ๒.๕ เด็กใชป้ ระสาทสัมผัสมากกวา่ หนงึ่ อย่างในเวลา ใช่ เดียวกนั หรอื ไม่ ๒.๖ เดก็ แสดงตวั ช้ีแนะการร่วมหรือไม่เขา้ รว่ มในการ ใช่ ตอบสนองข้อมลู ทางประสาทสัมผัสเฉพาะหรือไม่ ๓. สถานะทางชีวพฤติกรรม (Biobehavioral State) ชุดของสภาพการณ์ดา้ นชวี พฤติกรรมและกายภาพตั้งแต่การนอนหลบั จนถึงการตนื่ นอนและการร้อง ๓.๑ สภาพปัจจุบนั ของเดก็ คอื อะไร ร่างกายแขง็ แรง ไมส่ มบรู ณ์ กลา้ มเนื้อขาลบี ๓.๒ เด็กสามารถควบคุม/เปลี่ยนสภาพของตนได้ ได้ หรือไม่ ๓.๓ เด็กใช้เวลาในการตน่ื ตัวมากน้อยแค่ไหน มาก ๓.๔ มชี ว่ งกวา้ งของแตล่ ะสภาพเทา่ ใดที่เด็กแสดงให้ มมี าก เหน็ และมแี บบแผนการเปลี่ยนแปลงอะไรระหว่าง สภาพ ๓.๕ มีตัวแปรอะไรบ้างทีก่ ระทบต่อสภาพเดก็ ไม่มี กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ศูนยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษประจำจังหวดั ลำปาง

145 รวบรวมขอ้ มูลผ้เู รียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๔. การตอบสนองปฏิกริ ยิ าตอบสนองของร่างกายในสภาพแวดล้อม (Orienting Response) ๔.๑ มปี ัจจยั อะไรบ้างท่ีทำใหเ้ ดก็ การตอบสนองไป ความชอบ ในทิศทางนั้นไดช้ ัดแจ้ง ๔.๒ เด็กแสดงการตอบสนองตอ่ ทิศทางออกอย่างไร มปี ฏกิ ิรยิ าโตต้ อบ ๔.๓ ประสาทการรบั รู้ชอ่ งทางใดที่ปรากฏเชอื่ มโยง ประสาทสมั ผัสทัง้ ๕ กบั การตอบสนอง (ข้อมูลประสาทการรบั รู้ท่ีกระตนุ้ ใหม้ กี ารตอบสนองและประสาทการรับรู้ที่ใช้ ประโยชน์) ๕. ความจำ (Memory) ๕.๑ เด็กใช้/คนุ้ กับสงิ่ เร้าที่คุ้นชินหรือไม่ ใช่ ๕.๒ การนำเสนอสงิ่ เรา้ จำเป็นต้องใช้เวลานานหรอื กี่ ๓ ครัง้ ครั้งก่อนทเี่ ด็ดจะคุ้นชนิ ๕.๓ เด็กเข้ารว่ มอกี ครงั้ ไหมเม่ือเปล่ียนแปลง เขา้ ร่วม ลกั ษณะของสิ่งเร้า ๕.๔ การตอบสองแตงต่างไปหรอื ไม่ แตกตา่ ง ๕.๕ เดก็ แสดงการตองสนองแตกต่างหรือไม่กบั แตกต่าง บุคคลท่ีคยุ้ เคยและไม่คุ้นเคย ๕.๕ เดก็ แสดงการรบั รู้หรือไม่ว่าส่งิ ของนั้นยงั อยู่แม้ รบั รู้ จะไม่อยู่ในสายตาตอนนั้น ๕.๖ เดก็ เชื่อมโยงเหตุการณ์ที่กำลังเผชญิ กับส่ิงท่ี ไม่ ตามมาไหม ๕.๗ เด็กแสดงการคาดเดาต่อสง่ิ /เหตุการณท์ ่ีกำลงั ไม่ เผชิญหรอื ไม่ ๕.๘ เดก็ แสดงอาการหรือไมเ่ มือ่ ส่งิ ท่เี กิดใหม่ไม่ตรง ใช่ กับความคาดหวัง ๕.๙ เด็กสามารถเรียนรูก้ ิจวัตรงา่ ย ๆ ไดห้ รือไม่ ได้ ๕.๑๐ กจิ วัตรที่ให้เดก็ เรียนรจู้ ำได้ไหม ได้ กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพเิ ศษประจำจังหวัดลำปาง

146 รวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รยี น กรอบการประเมนิ The Van Dijk Framework ๖. ปฏสิ ัมพันธ์ทางสังคม (Social Interactions) หนั ๖.๑ เดก็ หนั ไปหาบคุ คลหรือไม่ ใช่ ๖.๒ เดก็ แสดงความผูกพนั วา่ มคี วามปลอดภยั กับ บคุ คลสำคัญในชวี ิตของเขา/เธอหรือไม่ ใช่ ๖.๓ เด็กมสี ว่ นรว่ มในการผลัดเปลยี่ นกนั เม่ือเร่ิมมี ปฏสิ มั พันธห์ รือไม่ ใช่ ๖.๔ เดก็ มสี ่วนร่วมในการผลัดเปลย่ี นกนั เม่ือคนอ่นื เริม่ ปฏิสัมพันธ์หรือไม่ ๓ รอบ ๖.๕ เดก็ ผลดั เปล่ียนกร่ี อบก่อนทจี่ ะไมร่ ว่ ม ใช่ ๖.๖ เด็กเพิ่มการผลดั เปลย่ี นการมีปฏสิ มั พันธม์ าก ขึ้น เพื่อตอบสนองต่อปฏิสัมพันธข์ องค่หู รือไม่ ๗. การสือ่ สาร (Communication) ใช่ ๗.๑ เดก็ แสดงให้เหน็ ความตง้ั ใจในการส่อื สารผ่าน การใช้งานของสัญญาณ การเปล่งเสยี ง ทา่ ทาง ฯลฯ ใช่ หรือไม่ อธิบายการสื่อสารทใี่ ช้ ใช่ ๗.๒ เดก็ ใช้สญั ญาณอย่างสอดคลอ้ งกันหรอื ไม่ ๗.๓ เด็กใช้การสอื่ สารแตกตา่ งกันหรอื ไม่ อธบิ าย ใช่ การส่อื สารและความความหมายทน่ี า่ จะเป็น ใช่ ๗.๔ เมอ่ื นำเสนอตัวเลือกเดก็ ตดั สนิ ใจเลอื กหรือไม่ ใช่ ๗.๕ เด็กใช้ท่าทางเหมือนบุคคลทว่ั ไปใช้หรือไม่ ๗.๖ เด็กสามารถใชข้ องหนึ่งอย่างหรือสัญลักษณ์ ใช่ แทนกิจกรรมหรอื วตั ถหุ รือไม่ ๗.๗ เด็กแสดงให้เหน็ ความเข้าใจในการสื่อสารโดย ไมใ่ ช่ นกั เรยี นสามารถสอื่ สารได้โดยไมผ่ ่านการ ใช้สัญลักษณห์ รือไม่ (การได้ยิน ภาพ หรือการ สือ่ สารทางสัญลักษณ์ สัมผัส) ๗.๘ เดก็ ใชก้ ารสอ่ื สารทางสัญลักษณ์หรือไม่ อธบิ าย กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ศนู ย์การศึกษาพเิ ศษประจำจังหวดั ลำปาง

147 รวบรวมขอ้ มลู ผเู้ รียน กรอบการประเมิน The Van Dijk Framework ๘. การแกป้ ญั หา (Problem solving) ๘.๑ เดก็ แสดงให้เห็นสาเหตแุ ละผลกระทบหรือไม่ ไม่ ๘.๒ เดก็ แสดงความเขา้ ใจในวิธกี าร/จดุ สิ้นสุดหรือ ไม่ การใชข้ นั้ ตอนกลางเพื่อแกป้ ัญหาหรือไม่ ๘.๓ เดก็ แสดงความเข้าใจในหน้าที่ของวตั ถทุ ั่วไป ไม่ หรอื ไม่ ๘.๔ เด็กมีวิธีการแกป้ ญั หาอย่างไร ยังไม่มวี ิธีการแกป้ ญั หาด้วยตนเองสว่ นใหญ่จะมคี รู คอยชี้แนะในการแก้ปัญหา ๘.๕ เดก็ รักษาความสนใจและคงอยู่กบั สงิ่ น้นั หรือไม่ ใช่ กล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยก์ ารศึกษาพเิ ศษประจำจังหวัดลำปาง

148 รวบรวมขอ้ มูลผเู้ รียน กรอบแนวคิดตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒. กรอบแนวคดิ ตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๑ ดา้ นสภาพแวดล้อมของผู้เรียน (Microsystem)  บคุ คลภายในครอบครัวที่ผเู้ รยี นไวว้ างใจ แม่บี เป็นผู้ดูแลหลักและเป็นบุ คคลในบ้ านท่ีนักเรียนไว้วางใจมาก ที่สุด ในทุกๆวัน ได้ดูแลกิจวัตรประจำวันทั้งหมดของนักเรียน ได้แก่ การทำความสะอาดร่างกาย การป้อนอาหารและยา เปลี่ยนเสอ้ื ผา้ จัดเตรยี มนม นำ้ ดมื่ การทำกายภาพบำบดั การนวดให้กับนกั เรียน อาโบว์ เป็นคนที่นักเรียนไว้วางใจรองลงมาจากแม่บี เป็นผู้ดูแลสมาชกิ ในครอบครัว เป็นผูห้ ารายได้ หลักและช่วยดูแลนักเรียนในบางคร้ังเมื่อแม่บีไม่สบายหรือไปพบแพทย์ตามนัด ทำงานหาเงินเลี้ยงสมาชิกใน ครอบครัว ทำอาหารให้สมาชกิ ทำความสะอาดภายในบ้านและนอกบา้ น ซักผา้ ล้างถ้วย จาน ชาม  ลกั ษณะที่อยู่อาศัย (หอ้ งอะไรบา้ ง / ความสะอาด) ที่อยู่อาศัยเป็นบ้าน ๒ ช้ัน ครึ่งล่างเป็นปูน ครึ่งบนเป็นไม้ มีลานหน้าบ้านสามารถจอดรถยนต์ได้ บ้านล้อมรอบด้วยร้ัวปูนและมีประตูเล่ือนทำจากเหล็ก ปิดไว้ตลอดเวลา และเปิดเม่ือมีผู้เข้าออกบ้าน ภายใน บริเวณบ้านมียุ้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออกของบ้าน ทางทิศใต้จะมีบ้านปูนของป้าอีกหนึ่งหลังที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ เดียวกัน ข้างด้านหน้าของบ้านมีวัดบ้านสองแควสันติสุข ศาลเจ้าพ่อประจำหมูบ้านอยู่ถัดจากต้นโพธิ์บริเวณ ข้างบ้าน มีการต่อเติมหลังบ้านให้เป็นห้องครัวแยกออกมาจากตัวบ้าน มีห้องนอนทั้งหมด ๒ ห้องนอนอยู่ช้ันบน บ้านและมี ๑ ห้องโถงสำหรับชั้นล่างของบ้านเพ่ือเป็นท่ีอยู่อาศัย สภาพบ้านมีอากาศถ่ายเทสะดวก แสงสว่าง เพียงพอ มีการเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท มีห้องน้ำอยู่ในบ้าน สภาพโดยทั่วไปของที่อยู่อาศัย มีความสะอาด มีการจัดมุมเกบ็ ของเปน็ สัดสว่ น มคี วามเปน็ ระเบียบเรยี บรอ้ ย • ลักษณะหอ้ งน้ำ (ระบรุ ายละเอยี ด) มีห้องน้ำชักโครกแบบกดน้ำ แบ่งมุมสำหรับวางเคร่ืองซักผ้า ถังอาบน้ำ มีชั้นวางอุปกรณ์ ทำความสะอาดร่างกายและอุปกรณ์ทำความสะอาดห้องน้ำเป็นสัดส่วน สะอาด ห้องน้ำมีความกว้าง โล่งสบาย มปี ระตูแบบกลอนปดิ มิดชิด ปูพ้นื ดว้ ยกระเบอื้ ง มไี ฟและแสงสว่างสองทั่วถงึ • ลักษณะห้องนอน (ระบุรายละเอยี ด) มีการนอนรวมกัน จำนวน ๑ ห้อง ใช้เป็นห้องเก็บของจำนวน ๑ ห้อง ห้องนอนมีการกางมุ้ง ที่นอน จะเป็นลักษณะ ๖ ฟุต มกี ารพบั ผ้าห่มเก็บเรียบร้อยหลังจากต่ืนนอน หอ้ งนอนมีประตปู ิดมิดชดิ ห้องเก็บของมตี ู้ เสื้อผ้า ราวแขวนผ้า ในการเก็บเสื้อผ้าไว้เป็นสัดส่วน และมีตู้ลิ้นชักในการเก็บของ อุปกรณ์ ต่างๆ ได้แก่ กระดาษชำระ เอกสาร เปน็ ต้น และมโี ทรทัศนอ์ ยใู่ นหอ้ งโถง จำนวน ๑ เครอ่ื ง กลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจำจังหวดั ลำปาง

149 • พื้นที่ในการฝกึ /ทำกิจกรรมกบั ผเู้ รียน (ระบรุ ายละเอียด) นักเรียนทำกิจวัตรทุกอย่างในห้องโถงช้ันสองของบ้านร่วมกับผู้ปกครอง การทำกิจกรรมร่วมกับครู นักกายภาพบำบัด นกั กจิ กรรมบำบดั นกั จติ วิทยาในการฝกึ พฒั นานกั เรยี นโดยชมุ ชน ๒.๒ ดา้ นความสมั พันธ์และปฏิสัมพันธร์ ะหว่างบคุ คลท่ีเกย่ี วขอ้ งของผูเ้ รียน (Mesosystem)  ลักษณะของครอบครัวและความสัมพนั ธ์ของบคุ คลในครอบครวั ครอบครัวมีความรักใคร่ สามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และให้ความเอาใจใส่แก่นักเรียน ในบทบาทของพอ่ แม่ สมาชิกในครอบครวั เป็นอย่างดี  ความสัมพนั ธก์ ับบคุ คลในห้องเรยี น/โรงเรยี น นักเรียนได้มีการฝึกและได้รู้จัก ครูพัชรนันท์ ซ่ึงเป็นครูประจำช้ันโดยให้บริการทาง การศึกษาพิเศษและคำแนะนำแก่ผู้ปกครองของนักเรียน โดยครูอนุชา เป็นครูกายภาพบำบัดประจำอำเภอ เกาะคาร่วมให้บริการและร่วมประเมินศักยภาพแก่นักเรียน ให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ผู้ปกครองด้านการ ดูแลนักเรียนเกี่ยวกับกล้ามเน้ือ การเคล่ือนไหว และข้อต่อ ครูรักศิธร เป็นครูกิจกรรมบำบัดมีหน้าที่ให้ คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ผู้ปกครองด้านการบูรณาการประสาทความรู้สึก การปรับกิจกรรมให้เหมาะสมกับ ศักยภาพของนักเรียน และครูศศิกมล เป็นครูจิตวิทยาคลินิกมีหน้าท่ีให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ผู้ปกครอง เรือ่ งพฤตกิ รรมที่ไมพ่ งึ ประสงค์และแนวทางในการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของนักเรียน  ความสมั พันธ์กับบุคคลอืน่ ๆ เช่น ญาตพิ น่ี ้อง เพอื่ น เพื่อนบ้าน คนในชมุ ชน เป็นตน้ เพื่อนบ้านมาเย่ียมเยือนบุคคลในครอบครัวบ้างเป็นบางคร้ัง โดยพูดคุยกับป้าพรและลุง ศรีไวบริเวณลานบ้าน ไม่ได้เข้ามาในห้องท่ีนักเรียนพักอาศัยอยู่ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ตดิ เช้ือไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19)  สถานการณป์ ัจจุบนั ท่ีสง่ ผลกระทบกับผเู้ รียน เน่ืองจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) นักเรียนมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และนักเรียนไม่ได้รับวัคซีนเพ่ือป้องกันโรคทำให้สมาชิกครอบครัวต้องคอย ระมัดระวังตนเองและลดการออกไปพบเจอผู้คนและจากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน สิ่งของมีราคาแพงขึ้นทำให้ รายได้ท่ีได้รับไม่เพียงพอต่อการนำไปใช้ท้ังครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลนักเรียนท่ีมีค่าใช้จ่ายเพ่ิมเติม เช่น คา่ นม ค่าผ้าออ้ มสำเร็จรปู ค่าอาหาร คา่ ไฟฟา้ และคา่ จปิ าถะอ่ืนๆ กลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจำจังหวดั ลำปาง

150 รวบรวมข้อมลู ผเู้ รียน กรอบแนวคดิ ตามระบบนเิ วศวิทยา (Ecological Framework) ๒.๓ ด้านส่ิงแวดลอ้ มและสภาพสงั คมท่ีมีผลต่อครอบครัว (Exosystem)  สถานที่ทำงานของพอ่ แม่/ผู้ปกครอง แม่บีประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป สถานท่ีทำงานอยู่ในร้านพิซซ่าป้าต้อม อำเภอเกาะคา จงั หวดั ลำปาง สภาพแวดล้อมทางกายภาพ หรือ การจัดสง่ิ อำนวยความสะดวกของชุมชนท่ีผเู้ รียนอาศัย อยู่ ชุมชนท่ีนักเรียนอาศัยอยู่เป็นชุมชนที่อยู่ร่วมกันแบบเครือญาติ มีการให้ความช่วยเหลือ และแบ่งปันกันระหว่างครอบครัว บ้านของนักเรียนอยู่ในเขตอำเภอเกาะคาและสามารถเรียกใช้บริการ รถฉุกเฉินสำหรับพานกั เรียนหรือสมาชิกในบา้ นไปพบแพทย์ไดเ้ ม่ือเวลาเจบ็ ปว่ ยหรือประสบอบุ ัติเหตุ ๒.๔ ดา้ นวัฒนธรรม ประเพณี ค่านยิ มของสังคม (Macrosystem) ครอบครัวของนักเรียนนับถือศาสนาพุทธ เชือ่ ในการทำความดี แต่ยงั มีความเชอื่ เร่ืองเวรกรรมท่ีทำ ให้นักเรียนมีความพิการ สมาชิกในครอบครัวดูแลนักเรียนด้วยความรักและคิดว่าเป็นหน้าที่ของสมาชิกใน ครอบครัวที่ตอ้ งชว่ ยเหลือกนั ๒.๕ ดา้ นสงิ่ ต่างๆท่อี าจกระทบต่อผู้เรียน เชน่ กฎหมาย การได้รบั สิทธิดา้ นตา่ งๆ เทคโนโลยี หรอื แอพพลิเคชน่ั ท่เี กย่ี วขอ้ งกับผเู้ รียนในชวี ิตประจำวัน (Chronosystem) นักเรียนได้รับการให้บริการทางการศึกษาจากศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง โครงการ ปรับบ้านเป็นห้องเรียนเปลี่ยนพ่อแม่เป็นครู ห้องเรียนอำเภอเกาะคา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย อีกท้ังนักเรียนสามารถ เขา้ ถงึ สอ่ื เทคโนโลยผี า่ นทางโทรศพั ท์ แทบ็ เลต และโทรทัศนโ์ ดยมีผูป้ กครองกำกบั ดแู ล ๓. ความคาดหวังของผู้ปกครองท่ีมีต่อตวั ผ้เู รยี น ๑) ผู้ปกครองมคี วามคาดหวังให้นักเรียนมีพัฒนาการที่ดีข้ึน มีชวี ิตอยู่ต่อไปให้นานที่สดุ ต้องการให้ นักเรียนสามารถส่ือสารความต้องการ การบอกความรู้สึกของตนเองแก่ผู้ดูแลได้รวมถึงสามารถช่วยเหลือตนเอง ในกิจวัตรประจำวันของตนเองได้ ๒) ผู้ปกครองไม่ได้มีความคาดหวังให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ด้านวิชาการหรือทักษะอาชีพ เน่อื งจากผปู้ กครองกลวั ท่จี ะต้งั ความหวังไวแ้ ลว้ พฒั นาลูกไมถ่ ึงเปา้ หมายทีต่ ั้งไว้ กลมุ่ บรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยก์ ารศกึ ษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง

151 รวบรวมข้อมูลผเู้ รียน กรอบแนวคิดตามระบบนิเวศวิทยา (Ecological Framework) ๔. เป้าหมายหลกั ที่ผูเ้ รียนควรไดร้ บั การพัฒนา/ส่งเสริม ๑) นักเรียนควรได้รับการพัฒนาด้านการสื่อสารโดยใช้อุปกรณ์ช่วย เน่ืองจากเป็นส่ิงที่ผู้ปกครอง เห็นความสำคญั และจากการประเมนิ ความสามารถพืน้ ฐานเบ้อื งต้น ๒) นักเรียนสามารถแสดงออกถึงความต้องการและตอบสนองต่อส่ิงเร้าได้ สามารถนำทักษะนี้ไป เปน็ แนวทางจัดการเรียนการสอนและพฒั นาไปสูก่ ารสือ่ สารของนกั เรยี น ๕. เปา้ หมายหลักทผ่ี เู้ รียนควรไดร้ บั การป้องกัน/แก้ไขปัญหา ๑) นักเรยี นมีปัญหาด้านสุขภาพ ทำให้มีข้อจำกัดในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูผู้สอนควรศึกษา ข้อมลู ของนกั เรียนโดยละเอยี ด เพือ่ ใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการจดั การศกึ ษา ๒) ครูผู้สอนควรจัดกิจกรรมให้มีความเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียนและเพื่อให้นักเรียน สามารถเรียนร้ไู ดอ้ ยา่ งเต็มตามศกั ยภาพ . ผู้บนั ทึกข้อมูล…………………………………………… (นางสาวพัชรนันท์ ไชยวงศ์) ตำแหนง่ พนกั งานราชการ วันที่ ๒๖ เดอื น กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ กลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ ศนู ยก์ ารศึกษาพิเศษประจำจังหวัดลำปาง

152 ประเมนิ คร้ังท่ี ๓ แบบคดั กรองบุคคลท่มี คี วามบกพรอ่ งทางร่างกาย หรือการเคล่ือนไหว หรอื สุขภาพ ชอื่ -นามสกุล (ด.ช. / ด.ญ. / นาย / นางสาว).........เ.ด..็ก...ช..า..ย..ณ....ฐั ..พ..ง..ศ...์ ..พ...ร..ม...จ..ิโ.น.............................................. วัน เดือน ปี เกดิ ..........๑...๑.....ธ..ัน...ว..า..ค..ม....๒...๕...๕..๘.............................อาย…ุ ………๖………..... ปี ...............๕............เดือน ระดบั ชน้ั .. .............ก...า..ร..ศ..ึก..ษ...า..ป...ฐ..ม..ว..ัย................วัน เดอื น ปี ท่ีประเมนิ .........๒...๗.....พ...ฤ...ษ..ภ...า..ค..ม.....๒...๕...๖...๕............. คำช้ีแจง ๑ แบบคดั กรองฉบบั นเี้ ปน็ แบบคัดกรองเพ่ือประโยชนใ์ นทางการจดั การศึกษาเท่านน้ั ๒ วิเคราะห์ลักษณะ/พฤติกรรม ของเด็กซึ่งเป็นลักษณะหรือพฤติกรรม ท่ีเด็กแสดงออกบ่อย ๆ โดยให้ ทำเครือ่ งหมาย /ลงในช่อง “ ใช่ ” หรือ “ไม่ใช่ ” ทตี่ รงกับลักษณะหรือพฤติกรรมนั้น ๆ ของเดก็ ๓ ผทู้ ำการคดั กรองเบื้องต้นต้องผ่านการอบรมวิธีการใช้ และการประเมิน ตามแบบคดั กรองน้ี และควรสอบถาม ข้อมูลเพม่ิ เติมจากผ้ทู ีอ่ ยู่ใกล้ชิดเดก็ มากท่ีสุด เช่น ผู้ปกครองหรือครู เพอ่ื ให้เกิด ความชดั เจน ถกู ต้อง ๔ ผู้คดั กรองควรจะมีอย่างน้อย ๒ คนข้ึนไป ท่ี ลกั ษณะ / พฤติกรรม ผลการวเิ คราะห์ ใช่ ไม่ใช่ ดา้ นรา่ งกาย ๑ มีอวัยวะไมส่ มสว่ น หรอื แขน ขา ลบี ✓✓ ๒ มีอวัยวะขาดหายไปและเป็นอุปสรรคในการดำรงชวี ิต ✓ ๓ มกี ารผดิ รปู ของกระดูกและข้อ ๔ มีลกั ษณะกลา้ มเน้อื แขนขาเกรง็ ✓ ๕ มีลักษณะกล้ามเนอื้ แขนขาอ่อนแรง ✓ ดา้ นการเคลื่อนไหว ✓ ๖ มีการเคล่ือนไหวที่ผิดปกติ ทิศทางการเคลือ่ นไหว และจังหวะ ✓ การเคล่อื นไหว เชน่ กระตุก เกร็ง ๗ ไมส่ ามารถนั่งทรงตวั ได้ดว้ ยตนเอง ✓ ๘ ไมส่ ามารถลุกขน้ึ ยนื ไดด้ ว้ ยตนเอง ✓ ๙ ไมส่ ามารถยืนทรงตวั ไดด้ ว้ ยตนเอง ✓ ๑๐ ไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง ✓

153 ที่ ลักษณะ / พฤติกรรม ผลการวิเคราะห์ ใช่ ไม่ใช่ ดา้ นสขุ ภาพ ✓ ๑๑ มคี วามเจ็บป่วยทตี่ ้องได้รบั การรักษาเป็นระยะเวลานาน และเปน็ อุปสรรคต่อการศึกษา เช่น ๑๑.๑ ประสบอบุ ตั ิเหตุ ผ่าตดั เปน็ ตน้ ๑๑.๒ เป็นโรคเร้อื รงั หรือมภี าวะผดิ ปกตขิ องระบบต่าง ๆ ดงั ตอ่ ไปนี้ ระบบโลหิต เช่น ภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก ธาลัสซเี มีย ไขกระดูกฝอ่ ระบบหวั ใจและหลอดเลือด เชน่ หัวใจพกิ ารแตก่ ำเนดิ โรคหัวใจรมู าติก ระบบไต เชน่ โรคเนโฟรตกิ โรคไตเรื้อรัง ระบบประสาท เชน่ อมั พาต สมองพิการ ลมชัก ระบบหายใจ เชน่ หอบหืด โรคปอด ระบบภูมิคมุ้ กนั และภมู ิแพ้ เช่น ขอ้ อักเสบ–รมู าตอยด์ , SLE (เอส แอล อี) ระบบตอ่ มไร้ทอ่ เชน่ โรคเบาหวาน แคระ หรือโตผดิ ปกติ ระบบผวิ หนงั เชน่ เด็กดกั แด้ เป็นตน้ เกณฑก์ ารพิจารณา ด้านรา่ งกายและด้านการเคลื่อนไหว ถ้าตอบว่าใช่ต้ังแต่ ๑ ข้อ ขึ้นไป แสดงว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นบุคคลที่มีความบกพร่องทางร่างกาย หรอื การเคล่อื นไหว ใหจ้ ดั บริการช่วยเหลือทางการศึกษาพเิ ศษ และสง่ ต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยต่อไป ด้านสุขภาพ ถ้าตอบว่าใช่ข้อใดข้อหน่ึง แสดงว่ามีแนวโน้มท่ีจะเป็นบุคคลท่ีมีความบกพร่องทางสุขภาพ ใหจ้ ัดบรกิ ารชว่ ยเหลอื ทางการศึกษาพิเศษ และสง่ ต่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉยั ต่อไป ผลการคัดกรอง  ไมพ่ บความบกพร่อง  พบความบกพร่อง ความคดิ เหน็ เพ่ิมเตมิ ...ม...ีแ...น...ว..โ.น...้ม...ท...ี่จ...ะ..เ.ป...็น...บ...ุค...ค..ล...ท...่ีม..ี.ค...ว..า..ม...บ...ก..พ...ร..่.อ..ง..ท...า..ง..ส...ุข...ภ..า...พ...ใ.ห...้จ...ัด...บ..ร..ิ.ก..า..ร...ช..่ว..ย...เ.ห...ล..ือ...ท...า..ง..ก...า..ร..ศ...ึก...ษ...า..พ..ิ.เ.ศ...ษ..... ...แ...ล..ะ..ส...่ง.ต...อ่ ..ใ..ห..้แ...พ..ท...ย..์ต...ร..ว..จ..ว..นิ...จิ..ฉ...ยั ..ต..อ่...ไ.ป.................................................................................................................. ลงช่ือ .................................................. ใบวุฒบิ ตั ร เลขท.ี่ .....ศ..ก..ศ....ล..ป....๒...๐.../.๒...๕...๖...๐......................(ผูค้ ดั กรอง) (.....น...า..ง..ส..า..ว..ป...ิย..ะ..น...ุช.....ต..ิ๊บ...ว..ง..ศ..์.....) ลงชื่อ .................................................. ใบวฒุ ิบัตร เลขที่.....ศ...ก..ศ....ล..ป....๒...๖.../.๒...๕...๖...๓......................(ผ้คู ดั กรอง) (...น..า..ง..ส..า..ว...พ..ชั...ร..น..นั...ท..์...ไ..ช..ย..ว..ง..ศ...์ ...) ลงช่อื .................................................. ใบวุฒบิ ตั ร เลขท่.ี .....ศ..ก..ศ....-.ล...ป...๘...๗.../.๒...๕...๖...๑......................(ผ้คู ดั กรอง) (.......น...า..ง..ส..า..ว..น...นั ..ท...ชิ..า.....ก..ะ..ร..ิโ..ส......)

154 ๑๐ คำยนิ ยอมของผู้ปกครอง ขา้ พเจ้า(นาย / นาง / นางสาว)..............น...า..ง..ส..า..ว..ศ...ศ..ธิ ..ร.....ศ..ิร..ิท...ห..า..ร.............................. เปน็ ผปู้ กครองของ (ด.ช. / ด.ญ./ นาย / นางสาว) .......เ..ด..ก็..ช...า..ย..ณ...ฐั..พ...ง..ศ...์ ..พ...ร..ม..จ...ิโ.น..............................................................................  ยินยอม  ไมย่ นิ ยอม ให้ดำเนินการคัดกรอง (ด.ช./ ด.ญ./ นาย / น.ส.)......เ..ด..ก็...ช..า..ย..ณ...ฐั...พ..ง..ศ...์ ..พ...ร..ม..จ...ิโ.น..... ตามแบบคัดกรองน้ี เมือ่ พบว่ามแี นวโน้มเปน็ ผูท้ ่มี ีความบกพรอ่ งตามแบบคัดกรองขา้ งต้น  ยินดี  ไม่ยนิ ดี ให้จดั บรกิ ารชว่ ยเหลือทางการศึกษาพิเศษต่อไป ลงชอ่ื .................................................ผู้ปกครอง (.........น...า..ง..ส..า..ว..ศ..ศ...ิธ..ร.....ศ..ิร..ิท...ห..า..ร.....)

15 ๑.๙ ทกั ษะการเขา้ จงั หวะ กราฟแสดงอา ุยทางพ ๑.๘ ทกั ษะการส่งลกู บอล ูศน ์ยการ ึศกษาพิเศษ ๑.๗ ทกั ษะการกระโดด ๑.๖ ทกั ษะการวิ่ง ๑. ทักษะก ้ลามเ ืน้อมัดให ่ญ ๑.๕ ทกั ษะการเดนิ ๑.๔ ทกั ษะการยืน หมายเห ุต : ใน ่ชอง ี่ทตรงกับทักษะย่อยใด แส๑.๓ ทกั ษะการนงั่ ๑.๒ ทกั ษะการคบื และการคลาน ๑.๑ ทกั ษะการเคลอ่ื นไหวในทา่ นอน

๓. ทักษะการ ่ชวยเห ืลอตนเองใน ๓.๕ ทกั ษะการรบั ผดิ ชอบงานบา้ น สดงว่าไ ่มประเ ิมนพัฒนาการใน ่ชวงอายุ ้นัน ีชวิตประจาวัน ๓.๔ ทกั ษะการดแู ลอนามยั ตนเอง 55 พัฒนาการของ ู้ผเ ีรยน ษประจาจังหวัดลาปาง ๓.๓ ทกั ษะการขบั ถา่ ย ๒. ทักษะก ้ลามเ ื้นอมัดเล็ก ๓.๒ ทกั ษะการแตง่ กาย ๓.๑ ทกั ษะการรบั ประทานอาหาร ๒.๔ ทกั ษะการเคลอื่ นไหวอวยั วะ ทใี่ ชใ้ นการพดู ๒.๓ ทกั ษะการประสานสมั พนั ธ์ ระหว่างตากบั มือ ๒.๒ ทกั ษะการใชม้ ือ ๒.๑ ทกั ษะการมอง ๑.๑๐ ทกั ษะการถีบจกั รยาน

15 กราฟแสดงอา ุยทางพ ๖.๓ ทกั ษะการจดั หมวดหมู่ หมายเห ุต : ใน ่ชอง ่ีทตรงกับทักษะย่อยใด แส ผู้ประเม (นางสาว ัพชรน ูศน ์ยการ ึศกษาพิเศษ ค ูรประ ๖.๒ ทกั ษะการจาแนก ๕. ทักษะ ัสงคม ผู้ประเมิน ีป ี่ท ๒ (นางสาว ิปยะ ุนช ติ๊บวงศ์) ๖.๑ ทกั ษะการรบั รู้ ครูประจำ ้ัชน ๕.๓ ทกั ษะการปฏบิ ตั ิตนในสังคม ๔. ทักษะการ ูพดและการใ ้ชภาษา และทกั ษะชีวติ ผู้ประเมินปี ี่ท ๑ ๕.๒ ทกั ษะการเลน่ (นางสาว ิปยะนุช ติ๊บวง ์ศ) ๕.๑ ทกั ษะการมีปฏิสมั พนั ธ์ ครูประจำ ้ัชน ๔.๕ ทกั ษะการบอกขอ้ มูลส่วนตวั ๔.๔ ทกั ษะการสรา้ งคาพดู และ ประโยค ๔.๓ ทกั ษะการออกเสียงพยญั ชนะ และสระ ๔.๒ ทกั ษะการแสดงสีหนา้ ท่าทาง และคาพดู ๔.๑ ทกั ษะการรบั รูเ้ สียงและคา

56 พฒั นาการของผู้เรียน ษประจาจงั หวัดลาปาง ๖. ทกั ษะทางสติปัญญาหรือการเตรียมความพร้อมทางวิชาการ ๖.๑๔ ทกั ษะความเขา้ ใจและการ แกป้ ัญหา ๖.๑๓ ทกั ษะการเขยี นตวั เลข ๖.๑๒ ทกั ษะการอา่ นสญั ลกั ษณ์ ตวั เลข ๖.๑๑ ทกั ษะการนบั ๖.๑๐ ทกั ษะการเขยี น ๖.๙ ทกั ษะการเตรียมความพรอ้ ม ดา้ นการเขยี น ๖.๘ ทกั ษะการอา่ น ๖.๗ ทกั ษะการเตรียมความพรอ้ ม ดา้ นการอา่ น ๖.๖ ทกั ษะการเตรียมความพรอ้ ม พน้ื ฐานภาษาไทย ๖.๕ ทกั ษะการเปรียบเทียบจานวน ๖.๔ ทกั ษะการจบั คู่ สดงวา่ ไมป่ ระเมนิ พฒั นาการในช่วงอายนุ ้นั มนิ ปีท่ี ๓ ผปู้ ระเมินปที ่ี ๔ ผปู้ ระเมินปีท่ี ๕ นันท์ ไชยวงศ์) (................................................) (................................................) ะจำชนั้ ครปู ระจำช้ัน ครูประจำช้ัน

15 พฒั นาก ชือ่ –สกุลเรยี น เดก็ ชายณัฐพงศ์ พรมจโิ น ประเภทความบกพรอ่ ง บกพร่องทา

57 การตามวัย างร่างกายหรอื การเคลอ่ื นไหว วนั /เดอื น/ปี ท่ีประเมิน ๑๐ มถิ นุ ายน ๒๕๖๕

158 แบบประเมนิ ความสามารถพ้นื ฐาน ตามมาตรฐานคณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ ของ หลกั สตู รสถานศึกษาการศึกษาปฐมวยั สำหรบั เดก็ ท่ีมคี วามตอ้ งการจำเป็นพิเศษ ศนู ย์การศึกษาพิเศษประจำจงั หวัดลำปาง ฉบับปรบั ปรงุ พุทธศักราช ๒๕๖๕ ชื่อ-สกุล ………เด…ก็ …ช…าย…ณ…ัฐ…พ…งศ…์ …พ…รม…จ…โิ น………………………………………. อายุ………๖…….ป…ี ……๕…..…เดือน วนั /เดือน/ปี เกดิ ………๑…๑……ธัน…ว…า…คม……๒…๕๕…๘………………………………………. วันท่ีประเมิน ………๒…๗…พล…ฤี่ …ษ…ภา…ค…ม…๒…๕…๖…๕…………………………………………. คำชี้แจง ลี่ ๑. แบบประเมินความสามารถพนื้ ฐานตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยสำหรับเด็กที่มีความตอ้ งการจำเป็นพเิ ศษ ฉบับปรบั ปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๕ ใชเ้ กณฑ์ตามพัฒนาการของเด็กท่ัวไปตง้ั แรกเกดิ ถึง ๖ ปี ๒. แบบประเมนิ ฉบบั นสี้ ามารถใช้ไดก้ ับผูร้ ับการประเมินทุกประเภทความพิการ โดยคำนึงถึงอายจุ ริง ของผู้รับการประเมิน ๓. กรณผี ู้รับการประเมินมีข้อจำกดั ของสภาพความพิการจนไม่สามารถพฒั นาตามพฒั นาการที่คาดหวงั ได้ ให้ยกเวน้ การประเมินตามพฒั นาการทีค่ าดหวังน้นั ๔. ระดบั ความสามารถต้ังแต่ระดับท่ี ๔ ขน้ึ ไปที่ถือว่า ผ่าน ๕. การประเมนิ ความสามารถพืน้ ฐานน้นั ให้เร่ิมประเมินพัฒนาการจากอายจุ ริงแล้วค่อยๆ ลดลงจนถงึ ขน้ั พัฒนาการท่ีได้ระดบั ๔ หรือ ๕ หากผู้รับการประเมินมีอายุจรงิ เกินกวา่ ๖ ปีใหเ้ ร่มิ ประเมินจากอายุ ๖ ปี

159 เกณฑก์ ารประเมนิ ผลก่อนพัฒนา ระดับ ๔ หมายถงึ ไม่ตอ้ งชว่ ยเหลือ/ทำได้ด้วยตนเอง ระดบั ๓ หมายถึง กระตนุ้ เตอื นดว้ ยวาจา ระดับ ๒ หมายถึง กระตนุ้ เตือนด้วยท่าทาง และวาจา ระดับ ๑ หมายถึง กระตุ้นเตอื นทางกาย ทา่ ทาง และวาจา ระดับ ๐ หมายถึง ตอบสนองผดิ หรอื ไมม่ ีการตอบสนอง หมายเหตุ กระตุน้ เตือนทางกาย หมายถงึ ผ้สู อนจับมือทำ เมอ่ื เด็กทำได้ลดการชว่ ยเหลือลง โดยให้แตะขอ้ ศอกของเดก็ และกระตุ้นโดยพูดซ้ำใหเ้ ด็กทำ กระตุ้นเตือนด้วยทา่ ทาง หมายถึง ผู้สอนชี้ใหเ้ ด็กทำ/ผงกศีรษะเมื่อเด็กทำถูกต้อง/ส่ายหนา้ เม่ือเดก็ ทำไม่ถูกต้อง กระต้นุ ดว้ ยวาจา หมายถงึ ผู้สอนพูดใหเ้ ด็กทราบในสงิ่ ทผ่ี สู้ อนต้องการให้เดก็ ทำ ๑. พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบดว้ ย ๒ มาตรฐาน มาตรฐานท่ี ๑ รา่ งกายเจริญเติบโตตามวยั และมสี ขุ นสิ ัยท่ีดี ตัวบง่ ชี้ ๑.๑ นำ้ หนกั สว่ นสูงและเสน้ รอบศีรษะตามเกณฑ์ อายุ ขอ้ สภาพท่พี ึงประสงค์ / พัฒนาการที่คาดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป ท่ี ก่อนการพัฒนา หนว่ ยฯ IIP/FCSP แรกเกิด – ๓ ปี ๑ นำ้ หนกั และสว่ นสูงตามเกณฑ์ */ ** ๔ ๓ ๒๑ ๐ แรกเกดิ – ๓ ปี ๒ เส้นรอบศรี ษะตามเกณฑ์ */ ** ✓ ✓ ๓ – ๖ ปี ๓ นำ้ หนักและส่วนสูงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย */ **

160 ตัวบง่ ช้ี ๑.๒ มสี ุขภาพอนามัยสุขนสิ ัยทด่ี ี อายุ ข้อ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป ที่ ก่อนการพัฒนา ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หนว่ ยฯ IIP/FCSP แรกเกดิ – ๓ ปี ๑ มีภูมติ ้านทานโรค ไม่ป่วยบอ่ ย ขบั ถา่ ยเป็นเวลา ✓✓ รบั ประทานอาหาร นอนและพักผอ่ นเหมาะสม ✓✓ กบั วยั */ ** ✓✓ ✓✓ แรกเกิด – ๓ ปี ๒ กจิ กรรมการเคล่อื นไหวสอดคลอ้ งตามพัฒนาการ ✓✓ ✓✓ */ ** ✓✓ ๓ – ๔ ปี ๓ ยอมรับประทานอาหารท่ีมีประโยชนแ์ ละดื่มน้ำ ✓✓ ท่ีสะอาดเม่ือมีผชู้ ี้แนะ */ ** ✓✓ ๔ ลา้ งมอื ก่อน-หลังรบั ประทานอาหารและหลังจาก ขบั ถา่ ย การใชห้ ้องน้ำห้องส้วมเมอื่ มีผ้ชู ีแ้ นะ */ ** ✓✓ ✓✓ ๕ ดูแลสขุ ภาพชอ่ งปากและฟนั โดยมีผู้ชีแ้ นะ */ ** ๓ – ๖ ปี ๖ นอนพักผอ่ นเปน็ เวลา */ ** ๗ ออกกำลงั กายเป็นเวลา * ๔ – ๕ ปี ๘ รับประทานอาหารที่มปี ระโยชน์และดม่ื น้ำสะอาด ๔ – ๖ ปี ด้วยตนเอง */ ** ๙ ดแู ลสขุ ภาพช่องปากและฟันโดยการบว้ นปาก/ แปรงฟนั ได้ด้วยตนเอง */ ** ๑๐ ล้างมอื ก่อน-หลังรบั ประทานอาหารและหลังจาก ขับถ่าย การใชห้ อ้ งน้ำ ห้องส้วมได้ด้วยตนเอง */ ** ๕ – ๖ ปี ๑๑ รบั ประทานอาหารท่ีมปี ระโยชนต์ ามหลัก โภชนาการอาหารหลัก ๕ หมู่ และด่มื น้ำสะอาด ได้ดว้ ยตนเอง ** ๑๒ รับประทานอาหารท่ีมปี ระโยชน์ไดห้ ลายชนิด และดื่มน้ำสะอาดไดด้ ว้ ยตนเอง * ๑๓ ดูแลสุขภาพช่องปากและฟันโดยการแปรงฟัน ได้ดว้ ยตนเอง */ **

161 ตัวบง่ ช้ี ๑.๓ รักษาความปลอดภยั ของตนเองและผู้อ่ืน อายุ ขอ้ สภาพที่พงึ ประสงค์ / พัฒนาการทีค่ าดหวัง ระดับความสามารถ สรปุ ที่ ก่อนการพัฒนา ๓ – ๔ ปี ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หน่วยฯ IIP/FCSP ๔ - ๕ ปี ๕ - ๖ ปี ๑ เลน่ และทำกิจกรรมอย่างปลอดภยั เมอ่ื มีผชู้ แ้ี นะ */ ✓ ✓ ** ๒ เลน่ และทำกิจกรรมอย่างปลอดภัยดว้ ยตนเอง */ ** ✓ ✓ ๓ เล่น ทำกจิ กรรมและปฏิบัติต่อผ้อู นื่ อยา่ งปลอดภยั ✓ ✓ */ ** มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนอื้ ใหญ่และกล้ามเน้อื เล็กแข็งแรง ใชไ้ ดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่ และ ประสานสมั พันธ์กนั ตัวบง่ ชี้ ๒.๑ เคล่ือนไหวร่างกายอยา่ งคลอ่ งแคล่วประสานสัมพนั ธแ์ ละทรงตัวได้ อายุ ข้อที่ สภาพทพี่ ึงประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวงั ระดบั ความสามารถ สรปุ ก่อนการพัฒนา เคลอื่ นไหวร่างกายในทา่ นอนคว่ำ หนว่ ยฯ IIP/FCSP แรกเกดิ – ๒ ๑ นอนควำ่ ยกศีรษะและหันไปข้างใดขา้ งหนงึ่ ได้ ๔ ๓ ๒๑ ๐ เดอื น */**/****/***** แรกเกิด – ๓ ๒ สามารถเคล่ือนไหวแขนได้ ****/****** เดอื น ๓ สามารถเคล่ือนไหวขาได้ ****/****** ๔ สามารถควบคุมศีรษะและลกู ตาตามเปา้ หมายได้ ****** ๕ สามารถควบคุมศรี ษะให้อยู่ในแนวก่ึงกลางได้ ****** ๖ สามารถควบคุมศีรษะ เม่ือยกลำตัวขึ้นจากทา่ นอน หงายได้ ****** แรกเกิด – ๓ ๗ มอื กำแนน่ เม่ือสัมผสั ****** เดือน ๘ มองดูมอื ของตนเองหรือวัตถุท่ีอยู่ในมอื ****** ๙ ยกวตั ถใุ นมือขนึ้ มาดูดหรือใสใ่ นปาก ******

162 ระดบั ความสามารถ สรุป อายุ ข้อท่ี สภาพท่ีพึงประสงค์ / พัฒนาการทคี่ าดหวัง ก่อนการพัฒนา ๔ ๓ ๒ ๑ ๐ หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๑ – ๖ เดือน ๑๐ สามารถชันคอได้ ****** ๑๑ ยกศรี ษะขึ้นสูง ๙๐ องศา ในแนวกึง่ กลางลำตัวตั้ง ศรี ษะตรงและควบคุมได้ *** ๑๒ พลกิ หน้าไปมาท้ังดา้ นซ้ายและขวา *** ๑๓ สามารถพลิกตะแคงซ้าย-ขวาได้ ****** ๑๔ สามารถพลกิ ตะแคงตัวคว่ำและหงายได้ ****/****** ๑ – ๗ เดอื น ๑๕ ยกศีรษะไปด้านใดด้านหนึ่งขณะนอนควำ่ ได้ ****** ๑๖ ยกส่วนอกขนึ้ โดยใช้ข้อศอกและแขนท่อนล่าง พยงุ ตวั *** ๑๗ พยงุ น้ำหนกั ตัวไดเ้ กือบทั้งหมดดว้ ยมอื ท้งั สองข้าง *** ๑๘ หมุนตวั ไปได้ทุกทิศทาง *** ๒ เดือน ท่านอนคว่ำ ยกศรี ษะต้ังขนึ้ ได้ ๔๕ องศา นาน ๓ วินาที ****/***** ๒ – ๔ เดือน ๑๙ นอนควำ่ ยกศีรษะและอกพน้ พืน้ */**/****/***** ๓ – ๖ เดอื น ๒๐ แบฝ่ามือโดยตั้งใจแลว้ เคลอื่ นเขา้ หาเสน้ กงึ่ กลาง ลำตวั *** ๒๑ เล่นกับมอื และน้วิ ของตนเอง*** ๒๒ เอ้ือมมือเขา้ ไปในทิศทางเดยี วกบั วัตถุท่ีเหน็ *** ๔ – ๖ เดือน ๒๓ ยันหน้าอกพน้ พื้น โดยใชแ้ ขนช่วย */ **/****/***** ๕ – ๖ เดอื น ๒๔ ดงึ ตวั ข้ึนนง่ั จากท่านอนหงาย เด็กสามารถชัน/ ยกศรี ษะขนึ้ มาก่อนลำตัว **** ๖ – ๙ เดอื น ๒๕ หยบิ จบั วตั ถุส่ิงของดว้ ยอุง้ มือ*** ๒๖ หยบิ จับวตั ถุสิ่งของด้วยครงึ่ อุ้งมอื คร่ึงน้ิวมือ*** ๒๗ ใชม้ อื ขา้ งหน่ึงเอ้ือมไปหาและจับวัตถุ***

163 อายุ ขอ้ ที่ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ / พัฒนาการทีค่ าดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป ก่อนการพัฒนา สน่ั เขย่าและทุบของเลน่ ทีม่ ีเสียงดงั *** หน่วยฯ IIP/FCSP ส่งวตั ถจุ ากมือหน่ึงไปยังอีกมือหน่ึง*** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๒๘ ตัง้ คอแขง็ แต่ยังควบคุมศรี ษะให้ตรงไม่ได้ *** ๒๙ สามารถควบคมุ ศรี ษะให้ตั้งตรง (ในทา่ น่ังโดยผู้อืน่ การทรงตวั ในท่านงั่ ช่วยเหลอื ) ได้ ****** ๑ – ๖ เดือน ๓๐ นงั่ ได้โดยมีเคร่ืองชว่ ยพยุงตัวไว้ *** ๓ – ๑๒ เดือน ๓๑ สามารถนง่ั โดยใชม้ ือทั้งสองข้างยนั พืน้ ได้ ****** น่งั ได้ช่วั ครู่หนงึ่ โดยใช้มือข้างหนึ่งยนั ตวั ไว้ *** ๓๒ สามารถน่ังโดยใชม้ ือ ๑ ข้างยันพื้นได้ ****** ๓๓ น่ังตัวตรงและไมต่ ้องใช้มือพยุงไดน้ าน ๒ - ๕ นาที ๓๔ *** ๓๕ สามารถนงั่ ได้อย่างอสิ ระ ****** ๓๖ นั่งทรงตัวเองและใช้มือขา้ งทว่ี ่างทำกจิ กรรม *** น่ังและหมนุ ไปรอบๆ ตวั ได้ *** ๔ – ๖ เดอื น ๓๗ นั่งได้ โดยต้องมีผู้ประคอง นงั่ โดยใชม้ อื ยนั พน้ื ด้วย ๓๘ ตนเอง */** ๓๙ นง่ั หลงั ตรงและเอีย้ วตัวใช้มอื เล่นไดอ้ ยา่ งอสิ ระ*/** ๔๐ สามารถเออ้ื มมือหยบิ วตั ถุทางดา้ นหน้าไดใ้ นท่าน่ัง ****** ๖ – ๙ เดอื น ๔๑ สามารถเอื้อมมือหยบิ วัตถทุ างด้านข้างไดใ้ นท่าน่ัง ๔๒ ****** สามารถเอื้อมมือหยิบวัตถุจากที่สงู ได้ในทา่ นั่ง ****** ๔๓ สามารถเอ้ียวตัวใช้มอื เลน่ อยา่ งอสิ ระในทา่ นง่ั ได้ ****** ๖ – ๙ เดือน ๔๔ สามารถกลง้ิ ลกู บอลขณะอยู่ในทา่ นง่ั ได้****** ๔๕ ๔๖

164 อายุ ข้อที่ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวัง ระดับความสามารถ สรุป ก่อนการพัฒนา ๔๗ น่ังหลงั ตรงและเอยี้ วตวั ใชม้ ือเล่นได้อย่างอสิ ระ หน่วยฯ IIP/FCSP */ **/****/***** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๙ เดือน ๔๘ ลุกข้นึ นง่ั ไดจ้ ากท่านอน ****/***** ๙ – ๑๒ เดือน ๔๙ สามารถนง่ั เกา้ อ้ีโดยมกี ารชว่ ยเหลอื ได้ ****** ๕๐ สามารถนง่ั เก้าอีไ้ ด้อยา่ งอิสระ ****** ๕๑ สามารถนั่งบนเก้าอแ้ี ลว้ เอื้อมมอื หยิบวัตถทุ างด้าน หนา้ ได้ ****** ๕๒ สามารถนงั่ บนเก้าอแ้ี ล้วเอื้อมมือหยิบวัตถุทางด้าน ขา้ งได้ ****** ๕๓ สามารถนง่ั บนเกา้ อแ้ี ลว้ เออื้ มมือหยบิ วตั ถุจากทส่ี ูง ได้ ****** ๕๔ สามารถนง่ั บนเก้าอีแ้ ล้วเออ้ื มมือหยิบวัตถทุ าง ระดับตำ่ ได้ ****** ๕๕ สามารถนงั่ บนเกา้ อ้ีแล้วเอือ้ มมอื หยิบวัตถุทางด้าน หลังได้ ****** ๑ – ๒ ปี ๕๖ สามารถเปล่ียนท่านอนตะแคงเป็นนงั่ ได้ ****** ๕๗ เปลีย่ นจากทา่ คืบคลานเป็นท่านัง่ *** ๒ – ๓ ปี ๕๘ นง่ั ยองๆ เลน่ โดยไม่เสยี การทรงตัว */ ** การเคล่อื นไหวรา่ งกายในทา่ คลาน ๖ – ๑๒ เดือน ๕๙ สามารถคบื ได*้ ***** ๖๐ เอ้ือมไปหยิบวัตถโุ ดยท้ิงนำ้ หนักตวั บนแขนขา้ งเดียว *** ๖ – ๑๒ เดอื น ๖๑ คลานโดยใช้มือและเข่า */ **/***/****** การทรงตัวในท่ายืน ๒ – ๔ เดือน ๖๒ เมอื่ จับยนื เริ่มลงน้ำหนกั ทีเ่ ท้าทง้ั สองข้างได้ */ ** ๖ – ๙ เดือน ๖๓ ยนื เกาะเคร่อื งเรอื นสงู ระดับอกได้ */**/***/****/*****/******

165 อายุ ขอ้ ท่ี สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พัฒนาการทีค่ าดหวงั ระดับความสามารถ สรปุ ก่อนการพัฒนา ๙ เดือน – ๑ ปี ๖๔ หย่อนตัวลงนงั่ จากท่ายนื */ ** หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๖๕ ยืนทรงตัว (ตัง้ ไข)่ ไดช้ ่วงสัน้ ๆ */ ** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๖๖ ยนื ทรงตัว (ตั้งไข)่ ได้ชว่ งสั้นๆ */ ** ๑๐เดือน–๑ปี ๖๗ ยืนอยู่ตามลำพงั ได้นาน ๒ วินาที ***** ๑ – ๑ ปี ๖๘ ยนื อยูต่ ามลำพังได้นานอย่างนอ้ ย ๑๐ วนิ าที ****** ๓ เดอื น ๑ ปี – ๑ ปี ๖๙ ลกุ ขนึ้ ยนื ด้วยตนเอง */ **/***/****** ๖ เดอื น ๗๐ ยืนได้เองอย่างอสิ ระ */ ** ๗๑ ยืนแล้วกม้ ลงหยบิ ของท่ีพ้ืนได้ */ **/*** ๑ – ๒ ปี ๗๒ ยนื โดยต้องชว่ ยพยงุ ลำตวั ไว้ *** ๗๓ ยืนโดยพยงุ รับน้ำหนกั ตัวเองได้บา้ ง*** ๗๔ จับยนื ทำท่าจะกา้ วเทา้ *** ๗๕ ยนื ด้วยทา่ ทข่ี ากางออกไป*** ๗๖ ยนื บนกระดานทรงตัวโดยใชม้ ือขา้ งหน่ึงจบั ราวไว้*** ๒ – ๓ ปี ๗๗ ยืนบนกระดานทรงตัวดว้ ยเทา้ ท้งั สองขา้ ง โดยไม่ตอ้ งชว่ ย *** ๗๘ สามารถยนื โดยอสิ ระดว้ ยขาสองข้างได้ ****** ๗๙ นัง่ ยองเพอื่ หยิบวัตถจุ ากพ้ืนและลกุ ขึ้นยนื ตรง *** ๒ – ๓ ปี ๘๐ สามารถลกุ ยืนขึ้นจากเก้าอไี้ ด้ ****** ๘๑ สามารถลกุ ข้ึนยนื จากพ้นื ได้ ****** ๘๒ ยืนด้วยทา่ ทข่ี ากางออกไป ****** ๘๓ ยืนขาเดยี วได้ */ **/***/****/*****/****** ๓ – ๔ ปี ๘๔ ยนื ทรงตัวดว้ ยขาข้างเดยี วนาน ๒-๓ วนิ าที ทง้ั ซา้ ยและขวา*** ๘๕ ยนื ทรงตัวด้วยขาขา้ งใดข้างหน่งึ นาน ๕ วนิ าที

166 อายุ ขอ้ ที่ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ / พัฒนาการทค่ี าดหวงั ระดับความสามารถ สรุป ก่อนการพัฒนา ****/*****/****** หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๕ – ๖ ปี ๘๖ ยนื ดว้ ยเท้าทง้ั ๒ ข้างขณะหลบั ตา นาน ๒ – ๑๐ ๔ ๓ ๒๑ ๐ วินาที *** ๘๗ ยืนทรงตวั ด้วยขาขา้ งใดขา้ งหน่งึ นาน ๑๐ วนิ าที (ขา้ งซ้ายหรือข้างขวาก็ได)้ *** ๖ – ๗ ปี ๘๘ ยนื ดว้ ยเทา้ ขา้ งเดียวขณะหลบั ตา นาน ๒ – ๑๐ วนิ าที *** การทรงตัวในท่าเดนิ ๙ – ๑๒ เดอื น ๘๙ สามารถเกาะเดินไปด้านข้างได้ ****** ๙๐ เดินไปทางดา้ นขา้ งโดยยดึ จับโตะ๊ หรอื เกา้ อ้ีไว้ *** ๙๑ สามารถเกาะเดนิ ไปด้านหน้าได้ ****** ๑ ปี ๖ เดือน ๙๒ เดินถอื ลกู บอลไปได้ไกล ๓ เมตร ****/***** ๑ – ๒ ปี ๙๓ คบื คลานขนึ้ และลงบันได *** ๙๔ เกาะปีนข้นึ และลงเกา้ อขี้ องผู้ใหญ่ *** ๙๕ เดินขนึ้ -ลงบนั ไดโดยช่วยจบั มือข้างหนง่ึ ไว้ *** ๙๖ เดินบนกระดานทรงตัวโดยเท้าอีกขา้ งหนงึ่ เดินบนพนื้ *** ๙๗ สามารถเดนิ บนคานทรงตัวได้ ****** ๑ ปี ๖ เดือน ๙๘ เดินข้ึนบันได โดยมือข้างหนงึ่ จับราวบนั ไดอีกมือจับ – ๒ ปี มือผู้ใหญก่ ้าวเท้า โดยมีการพักเทา้ ในขน้ั เดียวกนั */ ** ๑ – ๒ ปี ๖ ๙๙ เดินดว้ ยท่าที่ขากางออกไป *** เดือน ๑๐๐ เดินในทา่ งอเข่าและไหล่งมุ้ เล็กน้อย *** ๑๐๑ เดนิ โดยแขนกางออกไปแนบกับลำตวั เพื่อช่วย ทรงตวั *** ๑๐๒ เดินได้เองโดยปลอ่ ยแขนเปน็ อสิ ระและแกว่งแขน ตามสบาย */ **/***

167 อายุ ขอ้ ที่ สภาพที่พึงประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวงั ระดบั ความสามารถ สรุป ๒ – ๓ ปี ก่อนการพัฒนา ๑๐๓ สามารถเดนิ บนเส้นตรงได้ ****** หน่วยฯ IIP/FCSP ๒ – ๓ ปี ๑๐๔ สามารถเดนิ ต่อส้นเท้าตามระยะทางที่กำหนดได้ ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๓ – ๔ ปี ****** ๑๐๕ เดินบนกระดานทรงตัวโดยใช้มือทง้ั สองข้างจบั ราว ไว้*** ๑๐๖ เดินถอยหลงั ได้ */ ** ๑๐๗ เดนิ ถอยหลงั ได้สามกา้ วถึงไกล ๒ เมตร *** ๑๐๘ เดนิ เขย่งปลายเทา้ ไปข้างหน้าได้สามก้าว *** ๑๐๙ เดนิ ขึ้นลงบันได โดยมือขา้ งหนง่ึ จับราวและก้าวเทา้ โดยมกี ารพักเทา้ ใน ขน้ั เดยี วกัน */ ** ๑๑๐ เดินข้นึ -ลงบันไดตามลำพังโดยใช้มอื จับราวบันได*** ๑๑๑ เดนิ ขนึ้ ลงบันได โดยมือข้างหน่ึงจบั ราวและก้าวเทา้ โดยมกี ารพักเท้าใน ขั้นเดียวกัน */ **/****** ๑๑๒ สามารถเดนิ ข้ึน-ลงบนั ไดโดยจบั ราวบนั ได แบบสลับเท้าได้ ****** ๑๑๓ เดินข้ึน-ลงบันไดสลับเท้าโดยช่วยจับมือข้างหนงึ่ ไว้ *** ๑๑๔ เดนิ บนกระดานทรงตัวโดยใช้มอื ท้งั สองข้างจบั ราว ไว้ ****** ๑๑๕ สามารถเดนิ ขา้ มส่ิงกีดขวางได้ ****** ๑๑๖ เดินข้ึน-ลงบันไดสลับเท้าโดยใช้มอื จับราวบนั ได*** ๑๑๗ ปนี เครอ่ื งเลน่ สนามในระดับสูงเล็กนอ้ ยได้ ****** ๑๑๘ เดินไปขา้ งหน้าโดยตอ่ ส้นเท้าบนปลายนวิ้ ได้ สามกา้ ว *** ๑๑๙ เดินไดก้ ้าวหน่ึงบนกระดานทรงตวั โดยไมต่ อ้ งชว่ ย* ๑๒๐ เดนิ บนกระดานทรงตัวไปขา้ งหนา้ โดยใชแ้ ขนกางออก*

168 อายุ ขอ้ ที่ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ / พัฒนาการท่คี าดหวงั ระดบั ความสามารถ สรุป ๔ – ๕ ปี ก่อนการพัฒนา ๕ – ๖ ปี ๑๒๑ เดนิ เขย่งบนปลายเท้าไปข้างหน้าได้ไกล ๒ เมตร*** หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๕ – ๖ ปี ๑๒๒ เดินบนเสน้ ตรงไปข้างหนา้ ไกล ๓ เมตร *** ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๑๒๓ เดนิ ตามทิศทางทกี่ ำหนดได้ */ ** ๖ – ๗ ปี ๑๒๔ เดนิ ข้นึ -ลงบันไดตามลำพังโดยไม่ใชม้ อื จับราวบันได *** ๑๒๕ เดินบนกระดานทรงตวั โดยแขนแนบลำตัว* ๑๒๖ เดินต่อเทา้ ไปข้างหน้าเป็นเสน้ ตรงได้โดยไม่ตอ้ ง กางแขน */ **/****/***** ๑๒๗ เดนิ ไปข้างหน้าตอ่ สน้ เทา้ บนปลายนิว้ ไกล ๒ เมตร *** ๑๒๘ เดนิ ด้วยมอื ในท่าไถนาได้ไกล ๓ เมตร *** ๑๒๙ เดนิ ข้ึน-ลงบนั ไดโดยจบั มือข้างหนงึ่ ถอื ของไว้ และมืออีกขา้ งหน่ึงจบั ราวบนั ได *** ๑๓๐ สามารถเดนิ ขึ้น-ลงบนั ไดโดย ไมจ่ บั ราวบันได แบบพกั เท้าได้ ****** ๑๓๑ สามารถเดินขนึ้ -ลงบนั ไดโดย ไม่จับราวบนั ได แบบสลับเท้าได้ ****** ๑๓๒ เดินถอยหลงั บนกระดานทรงตัว*** ๑๓๓ เดนิ ตอ่ เทา้ ถอยหลังเป็นเส้นตรงไดโ้ ดยไม่ต้องกาง แขน */ **/**** ๑๓๔ เดินก้าวเทา้ ไขวส้ ลบั ขา้ งข้ามเส้นตรง (ขนาดกวา้ ง ๒.๕ เซนติเมตร) ได้ไกล ๒ เมตร *** ๑๓๕ เดนิ ถอยหลงั ต่อปลายนิ้วกบั ส้นเท้าไกล ๑ เมตร *** ๑๓๖ เดินตรงไปข้างหนา้ โดยจบั ตาจ้องที่เปา้ หมายระดับ สายตา *** ๑๓๗ เดินบนกระดานทรงตวั โดยตามองตรงไปข้างหน้า ******

169 อายุ ขอ้ ท่ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวงั ระดบั ความสามารถ สรปุ ก่อนการพัฒนา ๑๓๘ เดินข้นึ -ลงบนั ไดโดยมือทงั้ สองขา้ งถือของไว้*** หน่วยฯ IIP/FCSP การทรงตัวในทา่ กระโดด ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๑ – ๒ ปี ๑๓๙ กระโดดพร้อมกนั ทัง้ สองขาไดต้ ิดต่อกนั ๑ - ๒ ครง้ั *** ๒ ปี ๑ เดือน ๑๔๐ กระโดดเทา้ พ้นพนื้ ทงั้ ๒ ข้าง ****/***** - ๒ ปี ๕ เดือน ๒ ปี ๖ เดอื น ๑๔๑ กระโดดขา้ มเชือกบนพนื้ ไปขา้ งหน้าได้ ****/***** ๒ – ๓ ปี ๑๔๒ พยายามกระโดดดว้ ยขาขา้ งที่ถนัดขา้ งเดยี ว *** ๑๔๓ พยายามกระโดดดว้ ยขาข้างใดข้างหนง่ึ (ท้ังซา้ ย และขวา) *** ๑๔๔ กระโดดอย่กู ับที่ โดยเทา้ ทงั้ สองข้างลอยพ้นพื้น */ ** ๑๔๕ กระโดดไดค้ รัง้ หนงึ่ สงู จากพน้ื ๕-๘ เซนติเมตร *** ๑๔๖ สามารถกระโดดโดยช่วยพยุงได้ ****** ๒ – ๓ ปี ๑๔๗ สามารถกระโดดเองโดยเท้าทั้งสองลอยจากพืน้ ได้ ****** ๑๔๘ สามารถกระโดดสองขาอยู่กบั ทไี่ ด้อยา่ งต่อเนอ่ื ง ****** ๑๔๙ กระโดดไดค้ รั้งหนง่ึ เป็นระยะไกล ๕ – ๒๐ เซนติเมตร ****** ๓ – ๔ ปี ๑๕๐ กระโดดสองขาขนึ้ ลงอยู่กบั ท่ีได้ ***** ๑๕๑ สามารถกระโดดไปข้างหน้า โดยช่วยพยงุ ได้ ****** ๑๕๒ กระโดดไดค้ ร้งั หนึง่ ระยะไกล ๒๑-๓๐ เซนตเิ มตร ****** ๑๕๓ กระโดดพร้อมกนั ท้งั สองขาได้ติดตอ่ กนั ๓-๖ คร้งั *** ๑๕๔ กระโดดครงั้ หน่ึงสูงจากพ้นื ประมาณ ๑๐ เซนติเมตร ***

170 อายุ ข้อที่ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวัง ระดับความสามารถ สรปุ ก่อนการพัฒนา หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๔ ๓ ๒๑ ๐ ๑๕๕ กระโดดสองขาขน้ึ ลงบนพื้นต่างระดบั ได้ */ ** ๑๕๖ กระโดดดว้ ยขาขา้ งท่ถี นดั ขา้ งเดียวติดตอ่ กนั ๑-๒ คร้ัง *** ๑๕๗ กระโดดข้ามสงิ่ กีดขวางได้ */ ** ๓ ปี ๘ เดอื น - ๑๕๘ กระโดดขาเดยี วได้ อย่างน้อย ๒ ครงั้ ****/***** ๔ ปี ๔ ปี ๑ เดอื น - ๑๕๙ กระโดดสองเทา้ พรอ้ มกันไปด้านขา้ งและถอยหลงั ๔ ปี ๖ เดือน) ได้ ****/***** ๔ – ๕ ปี ๑๖๐ กระโดดขาเดยี วอย่กู ับทไ่ี ดโ้ ดยไมเ่ สยี การทรงตวั */ ** ๑๖๑ กระโดดเชือกได้ทีละครั้งไม่ติดต่อกัน *** ๑๖๒ กระโดดคร้งั หน่ึงสงู จากพนื้ ๑๒ เซนตเิ มตร *** ๔ – ๕ ปี ๑๖๓ กระโดดพร้อมกนั ท้งั สองขาไดต้ ิดตอ่ กนั ๘-๑๐ ครง้ั *** ๑๖๔ สามารถกระโดดไปด้านหนา้ เองได้ ****** ๑๖๕ สามารถกระโดดไปด้านข้างได้ ****** ๑๖๖ สามารถกระโดดถอยหลงั ได้ ****** ๑๖๗ กระโดดสองขาเปน็ ระยะทาง ๒ เมตร โดยไม่หกลม้ ****** ๑๖๘ กระโดดคร้ังหน่ึงได้ไกลประมาณ ๔๐ เซนตเิ มตร ****** ๑๖๙ สามารถกระโดดจากทสี่ งู ลงพ้ืนทต่ี ่ำกว่าได้ ****** ๑๗๐ สามารถกระโดดจากทตี่ ่ำขึน้ สู่ที่สงู ได้ ****** ๑๗๑ สามารถกระโดดข้ามสิ่งกีดขวางได้ ****** ๑๗๒ สามารถกระโดดขาเดยี วอยู่กับที่ได้ ****** ๑๗๓ กระโดดขาเดยี วอยู่กับทโ่ี ดยไมเ่ สยี การทรงตัว * ๑๗๔ กระโดดดว้ ยขาที่ถนัดข้างเดียวเป็นระยะทาง ๑ เมตร *** ๑๗๕ สามารถกระโดดขาเดียวไปในทิศทางต่างๆ ได้

171 อายุ ขอ้ ท่ี สภาพท่พี ึงประสงค์ / พัฒนาการท่ีคาดหวัง ระดบั ความสามารถ สรุป ก่อนการพัฒนา หนว่ ยฯ IIP/FCSP ๔ ๓ ๒๑ ๐ ติดต่อกัน****** ๕ ปี - ๕ ปี ๑๗๖ กระโดดขาเดียวไปขา้ งหน้า ๔ คร้ัง ทีละข้าง ***** ๖ เดือน ๕ – ๖ ปี ๑๗๗ กระโดดขาเดียวไปขา้ งหนา้ ได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ เสยี การทรงตัว */ ** ๑๗๘ กระโดดด้วยขาทถ่ี นดั ข้างเดียวเป็นระยะทาง ๒ เมตร *** ๑๗๙ กระโดดเชอื กไดต้ ิดต่อกนั ๒-๔ คร้ัง *** ๑๘๐ กระโดดครงั้ หนึ่งสงู จากพ้ืน ๑๕ เซนติเมตร *** ๕ – ๖ ปี ๑๘๑ กระโดดครง้ั หนึ่งได้ไกลประมาณ ๕๐ เซนตเิ มตร ****** ๖ – ๗ ปี ๑๘๒ กระโดดคร้ังหน่ึงได้ระยะไกล ๖๐ – ๘๐ เซนตเิ มตร ****** ๖ – ๗ ปี ๑๘๓ กระโดดเชือกได้ติดตอ่ กัน ๕ – ๘ ครง้ั *** ๑๘๔ กระโดดครง้ั หน่ึงไดส้ ูงจากพน้ื ๑๗ – ๒๐ เซนตเิ มตร *** ๑๘๕ กระโดดดว้ ยขาข้างใดข้างหน่ึงได้ไกล ๒ เมตร *** การทรงตวั ในท่าวิ่ง ๑ – ๑ ปี ๖ ๑๘๖ เรมิ่ วิง่ หรอื เดนิ เร็วๆ ได้ */ **/***** เดอื น ๑ ปี ๔ เดือน - ๑๘๗ วง่ิ หรือเดินเร็ว ๆ โดยสายตาอาจจ้องมองอยู่ท่ีพนื้ ๑ ปี ๕ เดอื น **** ๑ – ๒ ปี ๑๘๘ วงิ่ ได้แต่การทรงตัวยังไมด่ ี อาจหกล้มบา้ ง *** ๑๘๙ ว่ิงดว้ ยความเรว็ คงท่ีโดยไม่หกลม้ ****** ๑ ปี ๖ เดอื น ๑๙๐ วิ่งและหยดุ ได้ทันที และเริ่มว่งิ ใหม่ */ ** – ๒ ปี


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook