Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

Published by novellabook2562, 2023-01-28 07:27:55

Description: ลิขิตรักข้ามภพ 101-130

Search

Read the Text Version

บทท่ี 101-1 เส้นผมดำยำว ความมืดมิดโรยตัวอยู่บนแผ่นดินกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ชิงเซ่ียคลุมผ้าคลุมกัน ลมตัวยาว ยืนอยู่ในค่ายทหาร เงยหน้าขึ้น รู้สึกได้ถึงลมหนาวพัดผ่านร่างกาย ของนางเสียจนรูส้ ึกถึงความหนาวเย็นท่มิ แทงกระดกู ดง่ั คนจมน้า สา้ หรับซีหลนิ เฉิน นางมักจะไม่สามารถอธิบายความร้สู กึ ตัวเองทม่ี ตี ่อเขาได้ เวทนา? สา้ นึกผิด? หรือวา่ จะเป็นการลบล้างความผิด? หากเปน็ การลบล้างความผิด จะเป็นการลบลา้ งความผิดตอ่ ผใู้ ด? ภายหลังจากออกมาจากหนานฉู่แล้ว นางก็มักจะบังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเรื่อง ของฉู่หลี แม้บางครั้งจะได้ยนิ ขา่ วคราวของเขาโดยไม่ต้ังใจ นางก็ยังท้าท่าทีไม่ใส่ ใจ เพียงไม่นานก็เก็บกดความทรงจ้าทั้งหมดเอาไว้ในกดบ้ึงของจิตใจ นางคิดมา ตลอดว่าตัวนางเองควรจะโกรธเกลยี ดเขา เพราะเขาหลอกลวงนาง หลอกใชน้ าง ท้าเหมือนตัวนางเป็นคนโง่คร้ังแล้วคร้ังเล่า ทว่าเพราะอะไรกันในความฝันซ้าไป ซ้ามายามค่า้ คนื เม่อื ได้เหน็ ใบหน้าแก่ชราและเสือ้ ผา้ เปอ้ื นเลือดของเขาแล้วกลับ ยังรู้สึกเจ็บปวดเหมือนดวงใจและเลือดเนื้อโดนท่ิมแทง หรือตัวนางเองเป็น เหมอื นกบั หญิงใจงา่ ยที่มักจะหลงรกั ผู้ชายคนแรกทีไ่ ดเ้ ห็นหน้า? ในอีกมุมมองหนึ่ง นางก็เข้าใจฉู่หลี และเข้าใจในสิ่งที่เขาท้าทั้งหมด โดย พิจารณาจากขอบเขตความรู้สึกของตัวนางเอง นางเคยเห็นนักการเมืองของ หลายประเทศที่ท้าทุกอย่างเพ่ือให้บรรลุเป้าหมาย หากฉู่หลีให้ความสนใจในตัว นางไปเสียทกุ คร้ัง ในทางการเมืองแล้ว ก็คงจะเปน็ เร่ืองท่ีแสนโง่เขลา หากอยู่ใน ห้องบรรยายของกองทัพในยุคปัจจุบัน อาจารย์บรรยายคงบริภาษอย่างรุนแรง

ว่ากษัตริย์ผู้นี้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวไม่เพียงพอ ทว่าหากละท้ิงปัจจัยทางการเมือง ล้วนๆ ทิ้งไป เขาเองก็ยังเป็นมนุษย์ เป็นมนุษย์ท่ีมีเลือดมีเนื้ออยู่ในโลกใบนี้ ก็ เพราะวา่ เป็นมนุษย์ จะสามารถละท้งิ ความรู้สึกเสียท้ังหมดเพ่ือเผชิญหน้ากับทุก เรื่องไดห้ รอื ? ชิงเซ่ียคิดว่าอาจจะเป็นเพราะตัวนางเองไม่สามารถรู้สึกต่อฉู่หลีอยู่ในความรู้สึก แบบที่ควรจะเป็นได้ หากเป็นเพียงเพื่อนกัน เป็นเพียงคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้อง กัน ความรูส้ กึ ท่ีมีต่อกนั กค็ งอยูใ่ นระดับปกติ ตัวนางเองท่ีท้าเพ่ือประเทศชาติมา นานหลายปกี ็ยังถูกทอดทง้ิ อย่างงา่ ยดายมใิ ช่หรือ? อย่างน้นั แล้วจะไปโทษฉู่หลีที่ ปิดบังนางหลายเรือ่ งแลว้ กนั ตวั นางออกไปจากตวั เขาไดอ้ ยู่หรอื ? หรือไม่ก็เป็นเพราะตัวนางที่ต้ังความหวังไว้กับฉู่หลีมากเกินไป รู้สึกไปเองอย่าง ไร้เดียงสาว่าตัวนางเองแตกต่างจากผู้อื่นแล้วคิดว่าเขาน่าจะเชื่อใจนาง คิดว่า เพราะนางให้ความส้าคัญกับเขาแล้วจะได้รับความส้าคัญกลับมาบ้าง คิดไปเอง ว่าความคิดของตัวนางเองจะได้รับความยอมรับจากเขา ดังน้ันเม่ือพบกับความ จรงิ ท่ีพ่งุ เข้ามาปะทะ จึงตอ้ งเจ็บปวดผดิ หวงั เสยี ใจและส้านึกผิดถงึ เพยี งน้ี มนุษย์มักจะฝากความหวังกับคนท่ีตัวเองชอบไว้สูงเสมอ มากกว่าท่ีฝากใจไว้กับ สหาย เพราะฉะนัน้ แล้วในคา่ ยทหารของหนานฉวู่ นั น้ัน ตวั นางไดเ้ ร่ิมมคี วามรู้สึก ตอ่ ชายที่ต่อตา้ นนางครงั้ แลว้ ครัง้ เล่าโดยไมร่ ูต้ ัว? มิเช่นน้ันแล้ว เหตุใดจึงต้องช่วยวางแผนการเพ่ือเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ยอมท้า เรื่องที่เกินความสามารถเพื่อเขาหลายครั้ง เหตุใดจึงยอมช่วยเหลือเขาให้พ้น อันตรายในทะเลทรายโดยไม่เสียดายชีวิต เหตุใดจึงยอมทอดทิ้งฉินจือเหยียนไม่ ยอมกลับไปกับเขา แล้วเหตุใดจึงหลบหนีจากเขาไปด้วยความเจ็บปวดผิดหวัง หลงั จากร้เู รื่องท้ังหมดด้วยเล่า?

ความรัก มักจะเข้ามาในช่วงเวลาท่ีไม่ได้ต้ังใจให้เกิด ชิงเซ่ียไม่อาจบอกได้ว่ามัน เกิดข้ึนในช่วงเวลาใด อาจจะเป็นกลางทะเลทรายในการล้อมล่าสัตว์? หรือจะ เป็นบนเตียงใหญ่สวยงามของนางมารที่หนานเจียง? หรือเพราะเป็นคืนที่พบกับ จู๋หลันฮูหยนิ เปน็ คร้งั แรก? หรอื จะเป็นคืนในป่ารกร้างที่ได้เดินทางออกจากเมือง หลวงของหนานฉู่ตัง้ แต่แรกแลว้ กนั แน่? เพียงแต่ไม่ว่าจะเป็นช่วงเลาใดก็ตาม ความรู้สึกที่เพ่ิงก่อร่างขึ้นมาเป็นต้นอ่อนนี้ ก็ถูกดึงถอนออกอย่างโหดร้าย ความรู้สึกอันเร่าร้อนและความฝันที่ไม่อาจเป็น จรงิ ใดเชน่ น้ี ล้วนตายอยา่ งทกุ ข์ทรมาณลงในค่ายทหารของหนานฉู่ เหตุการณ์ท่ี ส่ันสะเทือนระบบอ้านาจท้ังหมดของหนานฉู่ท่ีน้าไปสู่การปฏิวัติอย่างเลือดเย็น จนกลายเป็นเถา้ ถ่าน แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น นางก็ยังแบกรับเอาความผิดบาปของฉู่หลีเอาไว้กับตัว ที่ ชว่ ยชวี ิตซีหลินเฉนิ ซ้าแลว้ ซา้ เล่า เป็นเพราะความรู้สึกผิดท่ีไม่สามารถช่วยชีวิตซี หลนิ อวเี่ ฉียวได้จรงิ หรือ? ชิงเซี่ยส่ายศีรษะหัวเราะอย่างขมข่ืน ไม่คิดว่าตัวนางเองจะมีวันท่ีพยายามอย่าง สดุ ก้าลังเพื่อผู้ชายสักคน การมองใหอ้ อกถงึ ความคิดในใจของตวั เองเปน็ เรื่องที่ถูกต้อง เพราะเม่ือสามารถ เข้าใจความคิดในจิตใจของตัวเองได้อย่างแจ่มชัด ก็จะสามารถค้นพบหนทางท่ี ตวั เองจะเดินต่อไปไดอ้ ยา่ งชดั เจน เม่อื พบกบั คนทค่ี นุ้ เคยก็สามารถแสดงออกถึง ทา่ ทีท่คี วรจะแสดง นางท้าตัวเหมือนเป็นนกกระจอกเทศที่หมกตัวอยู่ในหมู่บ้าน ทางเหนือมานานเต็มที ยามนี้เป็นเวลาท่ีเหมาะควรแก่การเข้าถึงสถานการณ์ ตามความเป็นจริงเสยี ที

ซหี ลนิ เฉินและฉู่หลีจะต้องต่อสู้กันในสักวันหน่ึง จะต้องมีฝั่งใดฝ่ังหน่ึงที่บาดเจ็บ พ่ายแพ้กันไปข้าง แม้โอกาสในชัยชนะของซีหลินเฉินจะยังน้อย แต่เด็กคนน้ีมี ความคิดลึกซึ้งที่มักจะปกปิดเอาไว้ไม่แสดงออก ใช่ว่าจะหมดโอกาสคว้าชัยชนะ หรือฟาดฟันสังหารศัตรูซะทีเดียว ทว่าเร่ืองแบบน้ีนางจะขัดขวางได้หรือ? คน ทุกคนย่อมมีหนทางที่ควรเดินและหน้าที่ท่ีควรจะรับผิดชอบ ซีหลินเฉินคือ ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซีหลินท่ียังมีชีวิตรอด การแก้แค้นให้คนใกล้ชิด ไม่ใช่เรื่องผิด มือของฉู่หลีเต็มไปด้วยคาวเลือด ไม่แปลกเลยที่จะโดนผู้อื่นลอบ สังหาร เขาจะรอดพ้นได้หรือไม่ ก็เป็นเร่ืองของเขาแล้ว นางจะไปท้าอะไรได้ เล่า? บางคร้ัง คนเราก็ต้องเห็นแก่ตัวบ้าง ก็เพราะว่าเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ได้เป็น นักพรตผูม้ ีบุญ เมือ่ คิดแล้วชงิ เซยี่ ก็ยม้ิ บางๆ กอ่ นหมุนกายเพื่อมุ่งหน้าสู่กระโจมของตัวเองอย่าง อึดอัดใจ ก่อนหน้าน้ี วงล้อชีวิตของนางแคบนัก ชีวิตของนางนอกจากภารกิจ แล้วก็คือชั้นเรียน นางช้านาญวิธีการสังหารเป็นสิบกว่าวิธีโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้ แต่กลับไม่รู้วิธีการจัดการต่อผู้อ่ืนอย่างเหมาะสม มนุษย์ธรรมดาสามัญ เม่ือ ได้รับส่ิงใดสิ่งหน่ึงก็มักจะต้องทิ้งส่ิงใดสิ่งหน่ึง ซึ่งนี่ก็อาจจะเป็นสถานะของนาง ตอนนกี้ เ็ ปน็ ได้ เมื่อนางคิดท่ีจะเปิดผ้าม่านของกระโจม ทันใดน้ันก็พบกับเหล่าทหารยศกลาง และยศสูงก้าลงั ย้่าเท้าเขา้ มาในกระโจมหลงั ใหญ่ แพทย์ทหารก้าลังแบกกล่องยา สองนายกา้ วยาวๆ เข้ามาดว้ ยท่าทีรอ้ นอกร้อนใจ กระวนกระวายเป็นอย่างมาก ชงิ เซี่ยขมวดคิ้ว กอ่ นค่อยๆ เดินเลียบเขา้ มา

พลทหารรักษาประตูสองนายเม่ือเห็นชิงเซี่ยแล้วก็รีบยื่นมือออกมาขวางไว้ “แม่ นาง องคช์ ายมีรับสัง่ ว่าทหารทุกชน้ั ไมว่ ่าจะเปน็ ใครกต็ ามก็หา้ มเขา้ มาเดด็ ขาด” ชิงเซีย่ เลิกคิ้ว ถามกลบั ไปวา่ “ขา้ เปน็ คนในกองทพั ของพวกเจา้ หรืออย่างไร?” พลทหารท้ังสองน่ิงไป มองตากัน ไมค่ ดิ วา่ จะพบกบั สถานการณ์เช่นนี้ อึกๆ อักๆ อย่คู ร่หู น่งึ พูดไมอ่ อกแมแ้ ต่สกั ค้าเดยี ว ชิงเซ่ียมองพวกเขาเพียงครู่เดียว ก่อนจะก้าวเข้ามาด้านในอีกครั้ง พลทหารท่ี เพ่งิ ออกปากอย่างเขม้ งวดเมอื่ ครู่ กา้ วเข้ามาขวางชงิ เซ่ียเอาไว้ “แม่นาง ไม่ได้นะ ขอรับ! ค้าสั่งขององค์ชาย ใครกเ็ ข้าไปไมไ่ ด้” ชิงเซี่ยพยักหน้า ก่อนย้ิมบางแล้วพูดว่า “ก็ได้ อย่างนั้นเจ้าก็เข้าไปรายงานเสีย หน่อยเถดิ ” “หากไมม่ ีคา้ สั่งขององค์ชาย ขา้ กไ็ มอ่ าจเขา้ ไปในกระโจมอย่างตามใจชอบได้” “ดมี าก อย่างนนั้ เจา้ บอกขา้ ที ข้าตอ้ งทา้ อยา่ งไรจงึ จะเขา้ ไปได้” พลทหารไม่หยุดคิดแม้สักนิด แล้วเอ่ยปากพูดว่า “ต้องมีค้าส่ังเรียกตัวแม่นาง จากองค์ชาย แมน่ างจงึ จะสามารถเขา้ ไปได้” “นอกจากน้เี ล่า?” “นอกเสียจากว่าข้าตายไปเสีย มิเช่นน้ันไม่ว่าใครก็ก้าวผ่านประตูกระโจมไป ไม่ได.้ ..” ส้ินเสียงดังตึง มีดพกของชิงเซี่ยก็ฟันเข้าที่คอของพลทหารนายนั้นท้ังๆ ที่เขายัง

พูดไม่ทันจบเสียด้วยซ้า ร่างกายของเขาค่อยๆ ล้มลงท่ีพื้นอย่างอ่อนแรง นายทหารอีกคนหน่ึงตกตะลึงตาค้าง คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะมาถึงขั้นนี้ได้ เมื่อ ก้าลังจะเอ่ยปากพูด ชิงเซ่ียก็จู่โจมราวสายฟ้าแลบ ท้าให้นายทหารผู้นั้นหยุด ฝีเท้าอยู่ท่เี ดมิ ดว้ ยวิธเี ดมิ เม่ือม้วนผา้ ม่านขน้ึ ความรอ้ นในกระโจมหลังใหญ่ก็พวยพุ่งออกมา เหมือนอยู่ใน เตานึ่งยักษ์ใหญ่ มองเห็นเตาทองแดงขนาดใหญ่ที่ถูกเปลวไฟเผาไหม้จนเป็นสี แดงวางอยู่ตรงกลางกระโจม ภายในมีเสียงเล็ดลอดออกมา ชิงเซี่ยค่อยๆ เข้าไป ใกล้ ไดย้ นิ น้าเสียงชราดงั ข้นึ “องค์ชาย ยาชนดิ นี้ไม่อาจใช้เกินขนาดได้ เม่ือส่ีวัน ก่อนพระองค์เข้ารับการรักษาโรคได้เพียงคร่ึงเดียวก็น้าทัพไปต่อสู้กับพวกคนที่ ป้อมไป๋ลู่ บาดเจ็บถึงอวัยวะภายใน หากยังใช้ยาเกินขนาดอีก ไม่นานคงจะต้อง เปน็ ปัญหาใหญ่แน่นอน” และน้าเสียงอ่อนเยาว์กว่าก็ดังข้ึน “องค์ชาย ท่ีท่านอาวุโสพูดน้ันถูกต้องแล้ว คร้ังนี้เป็นครั้งที่สามของปีแล้ว หากยังเสียเลือดมากเช่นน้ีอีก แม้ว่าจะมีผู้สืบ ทอดวิชาจากซางชวิ ปรากฎกาย กเ็ กรงวา่ จะหมดหนทางแกไ้ ขเสียแล้ว” “ข้ารู้แล้ว” น้าเสียงทุ่มนุ่มของฉินจือเหยียนดังขึ้นมาทันที ทว่าน้าเสียงในยามน้ี กลับฟังดูอ่อนเพลียแหละเหน่ือยอ่อน เหมือนก้าลังป่วยหนัก ได้ยินเสียงเขาไอ สองสามคร้ัง แลว้ เอ่ยเสยี งนง่ิ ๆ “ไดท้ า้ ใหท้ ั้งสองท่านกงั วลเสียแลว้ ” “กระหม่อมเคยบอกไว้เสียนานแล้วว่าโรคขององค์ชายต้องละทิ้งเรื่องทางโลก แล้วรักษาความสงบ อยา่ ใหก้ ายใจตอ้ งเหนอื่ ยหนัก อาจจะมชี ีวิตอยูไ่ ด้เจ็ดแปดปี ทวา่ องคช์ ายไม่สนอาการเจ็บปวดเช่นน้ี ผู้เฒา่ คิดว่า...” “ท่านผู้อาวุโสไม่ต้องพูดแล้ว เป็นเพราะข้าจึงท้าให้ทั้งสองท่านล้าบาก ขอโทษ

ทา่ นด้วยจรงิ ๆ หานโจว ส่งทา่ นผูอ้ าวุโสทง้ั สองเถดิ ” “ พ่ะยะ่ คะ่ !” “เฮ้อ” ผูอ้ าวุโสทง้ั สองถอนหายใจ “องคช์ ายรบี พักผอ่ นเถดิ ผ้เู ฒา่ ขอลากอ่ น” “ผู้อาวโุ สเดนิ ทางระวังดว้ ย” เมื่อชิงเซ่ียเห็นท้ังสองก้าลังจะออกมา จึงอยากจะหมุนกายเตรียมจะจากไป องครักษ์วัยหนุ่มนามหานโจวเป็นผู้มีฝีมือคล่องแคล่วว่องไว ได้รีบเร่งพุ่งออกมา จากห้องด้านใน ดึงกระบี่ยาวที่เหน็บไว้ข้างเอวออก พุ่งเข้าใส้ชิงเซ่ีย เอ่ยปาก ถามด้วยน้าเสยี งเข้มงวดวา่ “เจา้ เปน็ ใคร?” “ขา้ เอง!” ชงิ เซี่ยเบย่ี งตัวหลบ รบี เอ่ยปากตอบ “แม่นาง?” หานโจวน่ิงไป ยืนขึ้นที่เดิม รีบหันหน้าเข้าไปทางด้านในห้องอย่าง ล้าบากใจ ตัวเขาเข้าใจเป็นอย่างยิ่งว่าการปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันของแม่ นางท่านนส้ี ่งผลไม่ธรรมดาตอ่ องค์ชายของตน “หานโจว เจ้าออกไปก่อนเถิด” น้าเสียงอ่อนบางของฉินจือเหยียนดังข้ึน จาก น้าเสียงออ่ นระโหยเมื่อครู่ กเ็ ปลีย่ นไปเปน็ สดใสขึน้ มา หมออาวุโสทั้งสองยืนอยู่ข้างหานโจว มองชิงเซ่ียด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ แล้ว คอ่ ยๆ ถอยออกไป ชิงเซี่ยยืนอยู่ในห้องโถงด้านหน้า ภายในห้องด้านในเงียบเสียงลงเป็นเวลานาน จงึ เอย่ เสยี งเบาว่า “ฉนิ จือเหยยี น เจา้ ยังอยู่ข้างในหรือไม่?”

เม่ือพูดจบ ก็อยากจะตีปากตัวเองเสียหนึ่งที ก็เพ่ิงจะได้ยินเสียงเขาพูด ยังจะ ถามค้าถามสิ้นคดิ เชน่ นีอ้ ีก ชา่ งโง่เง่าเสียยง่ิ นัก “อืม” เสียงของฉินจือเหยียนดังขึ้น ฟังดูสงบเป็นอย่างยิ่ง เขาเอ่ยเสียงน่ิงๆ “อี หม่าเออ๋ ร์ ดกึ ขนาดนีแ้ ลว้ เจ้ามาหาขา้ เช่นนีม้ ีธุระอะไรหรอื ?” “โอ ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพยี งเหน็ วา่ มหี มอเข้ามาในกระโจมใหญ่ จึงอยากรู้ว่าเจ้า เป็นอะไรไปหรือป่าว” ฉินจือเหยียนเอ่ยตอบเสียงเบา “ก็แค่โรคเก่า ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก หากเจ้า ไม่มเี รื่องอะไร กก็ ลับไปก่อนเถิด ขา้ เหน่อื ยมาก อยากจะพกั ผอ่ นสักหนอ่ ย” “อ่อ” ชิงเซ่ียตอบกลับอย่างอึดอัด ในหัวใจมีความไม่สบายใจอยู่บ้าง นางเอง อุตสส่าห์มีแก่ใจเข้ามาเย่ียม สุดท้ายไม่เพียงไม่มีเย่ือใยเขายังท้าเหมือนโทษนาง ว่าเร่ืองมากไปเสียอีก จึงหมุนกายเตรียมจะจากไป ทันใดนั้นจึงได้ยินเสียงไอที่ กล้ันเอาไว้เบาๆ แม้ว่าเสียงจะฟังดูอ่อนเบา แต่ชิงเซ่ียก็ยังได้ยิน ค้ิวของชิงเซ่ีย ยน่ ลง เปิดผ้ามา่ นออก เทา้ ยา่้ ท้าเสยี งเหมอื นออกไปจากกระโจมแลว้ สะบัดมา่ น หนาหนกั ออกไป

บทที่ 101-2 เส้นผมดำยำว ภายในกระโจมใหญ่ยังคงเงียบสนิท ชิงเซ่ียเอียงหูคอยฟัง กลั้นหายใจ รู้สึกถึงรู ขุมขนในรา่ งกายลว้ นแลว้ แต่เครยี ดขมึงขน้ึ มาทนั ที ในตอนนี้ เสียงไอหนักๆ ดังขึ้น แฝงไปด้วยความเจ็บปวดอ่างแสนสาหัส เหมือน ผปู้ ว่ ยวัณโรคทีอ่ ยู่ในชว่ งท้ายของชวี ติ ชิงเซยี่ กา้ วเท้าเขา้ ไปด้านในหอ้ งโดยไม่คดิ ฉินจือเหยียนสวมเส้ือตัวยาวสีขาวบริสุทธิ์ นั่งพิงอยู่บนเตียง ตัวเส้ือย้อมไปด้วย เลือด สีหน้าขาวซีด ผมสีเข้มกระจายอยู่บนไหล่ เม่ือได้ยินเสียงจึงเอียงกายมอง มาทชี่ ิงเซี่ย ไมพ่ ดู อะไร ทา้ เพยี งค่อยๆ ส่ายศีรษะ แล้วไอออกออกมาก่อนยืนขึ้น เดินไปทางโตะ๊ ตัวเต้ีย ชิงเซย่ี เหน็ ดงั น้นั จึงรีบวง่ิ เข้าไปหา แล้วยกถ้วยชาท่ีวางอยู่บนโต๊ะตัวเตี้ย รีบร้อน รนิ น้าชาเป็นพลั วนั แล้วส่งใหฉ้ นิ จอื เหยียน นี่ไม่ใช่ชาเขียว กลิ่นอ่อนบางของยาสมุนไพรท่ีมีรสขมอย่างหวงเหลียนลอย ขึ้นมา ฉินจือเหยียนดื่มลงไปอึกหน่ึง อาการจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง เสียงไอเบา ลง สุดท้ายลมหายใจจึงค่อยๆ สงบลง หันหน้ามาหาชิงเซี่ย จึงสบตาเข้ากับ ดวงตาเป็นกังวลขอนางเข้าพอดี ถึงแม้จะทราบว่าเมื่อครู่นางจงใจหลอกเขา ทว่าค้ากล่าวโทษแม้สักค้ายังไม่อาจพูดออกมาได้ จึงท้าได้เพียงส่ายหน้าบางๆ เอย่ เสยี งต้า่ ว่า “ดอ้ื นัก” ชิงเซี่ยนิ่งไป แก้มของนางถูกย้อมด้วยสีแดงชาด ประคองมือของเขาข้ึนมา เพ่ือให้เขานั่งลงบนเตียงนอน หลังจากน้ันจึงวิ่งไปรินน้ามาหนึ่งถ้วยแล้วส่งให้ ฉนิ จือเหยยี น พูดว่า “ยังดืม่ อกี หรอื ไม่?”

ฉินจือเหยียนส่ายศีรษะเบาๆ ก่อนน่ังลงบนเตียงด้วยความอ่อนเพลีย ใบหน้า ขาวซีดเหมือนกระดาษ ผมสีเข้มย้อยลงมาปิดใบหน้าเขาไปครึ่งหน่ึง เห็นแต่ เพยี งบริเวณคางเท่าน้นั ชิงเซี่ยยืนอยู่อีกทางหนึ่ง ยกถ้วยถ้วยน้าชาข้ึนมา มองหน้าฉินจือเหยียนอย่าง สับสน เม่ือเห็นว่าเสื้อผ้าของเขาเป้ือนเลือด จึงรีบเข้าไปพลิกหาอะไรบางอย่าง ในตู้ ในที่สุดก็พบเสื้อตัวในที่ท้ามาจากผ้าฝ้ายสีน้าเงินเรียบๆ หนึ่งตัว แล้ววิ่ง กลับมา ส่งให้ตรงหน้าของฉินจือเหยียน ก่อนเอ่ยปากพูดด้วยเสียงอันเบาว่า “ฉนิ จอื เหยยี น เจ้าเปล่ียนเสอื้ ผ้าเสยี เถดิ ” ฉินจอื เหยยี นคอ่ ยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตารูปหงส์แฝงไปด้วยรอยยิ้มเมื่อมองชิงเซี่ย มุมปากยกขึ้น แลว้ ค่อยๆ ยม้ิ ออกมา ชิงเซ่ียที่โดนหัวเราะใส่ก็รู้สึกอึดอัดใจขึ้นมา แล้วท่าทีของสาวน้อยแบบที่ไม่ค่อย มีให้เห็นนักก็ปรากฎสู่สายตา นางยู่ปากเล็กน้อย ก่อนกัดริมฝีปากพูดว่า “ท่าน จะเปลย่ี นหรือไม่เปลย่ี นกันแน่?” ฉินจือเหยียนหัวเราะแล้วยืนข้ึน กางแขนท้ังสองข้างออก ท้าท่าทีเหมือน อยากจะใหช้ ิงเซย่ี ชว่ ยเขาเปลี่ยนเส้อื ผ้า ชงิ เซ่ียนิง่ ไปนดิ แลว้ วางเสื้อคลุมตวั ยาวที่อยู่ในมือลง ก่อนยื่นมือออกไปเพ่ือช่วย ปลดกระดุมผา้ ท่ีอยูด่ า้ นหนา้ ใหฉ้ นิ จอื เหยียน รอยเลือดขนาดใหญ่สีแดงสดเปรอะไปท่ัวด้านหน้าของเสื้อ เหมือนกับดอกไม้ที่ กา้ ลงั บานหนึง่ ดอก ชงิ เซี่ยใช้นิ้วมือเรียวขาวสะอาดกวาดไปทั่วของเหลวอุ่นร้อน เหลา่ น้นั เหมอื นยงั คงได้กลน่ิ คาวเลือดอยู่

ฉินจือเหยียนสูงมาก สูงกว่าชิงเซ่ียกว่าหนึ่งช่วงศีรษะ ศีรษะของชิงเซี่ยสูงถึง เพียงแค่คางของเขาเท่าน้ัน เส้นผมยาวๆ พันระเกะระกะอยู่บริเวณล้าคอและ คางของเขา จนทา้ ใหเ้ กดิ อาการระคายเคืองและขนลกุ ชัน มือของชิงเซ่ียสามารถถือดาบได้ ถือปืนได้ สามารถควบคุมกองทัพ ประกอบ อาวุธสงครามและระเบิดหลากหลายชนิด ทว่าเม่ือต้องเผชิญกับกระดุมผ้าสัก เมด็ ในยามน้ี กลับมีเหง่อื ผดุ ข้นึ บนหน้าผาก และรู้สึกว่าห้องน้ีมนั รอ้ นข้ึนอย่างไม่ ทราบสาเหตุ ในใจยงั รู้สกึ ตืน่ เตน้ เป็นอยา่ งมาก เสอื้ ผ้าของคนโบราณน้นั ถอดไดย้ ากยงิ่ นกั ชิงเซี่ยต้องใช้ความพยายามเป็นอย่าง มาก แตแ่ มเ้ พยี งกระดุมสักเม็ดก็ยังแก้ไม่ออก ในใจของชิงเซ่ียบังเกิดโมโหขึ้นมา จึงใช้แรงมากข้ึนกว่าเดิม ได้ยินเสียงดังผึงเกิดขึ้น แม้เสียงนั้นจะเบายิ่งนัก ทว่า ในห้องที่เงียบสงบเช่นนี้ เสียงกลับดังเหมือนขว้างก้อนหินลงไปในน้าไหลน่ิง กระดมุ เม็ดน้ันกระเด็นออกจากมือของชิงเซ่ีย แล้วตกลงไปท่ีพื้น กลิ้งไปตามพ้ืน พรมผ้าฝ้ายสองสามรอบ แล้วจึงหยุดลงตรงน้ันตรงระหว่างเส้นของฝ้าย เหลือ ใหเ้ ห็นเพียงครึ่งเดียวเทา่ นน้ั ชิงเซ่ียน่ิงงัน ถลึงตาขึ้นเล็กน้อย เงยหน้าขึ้น ปากเล็กอ้าค้างอย่างตกตะลึง จ้อง มองฉินจือเหยยี นอย่างตกใจ ฉินจือเหยียนก็น่ิงไปเช่นเดียวกัน ก้มหน้าลง พอดีกับที่ได้เห็นท่าทีตกอกตกใจ ของชิงเซีย่ เขามองมอื ของนางทย่ี กค้างเอาไว้ กอ่ นจ้องมองตัวเองย่งิ งนั อย่างเซ่อ ซ่า แล้วรอยยิ้มก็ผุดข้ึนมาในดวงตาของเขา เขาหันกลับไปมองจากด้านล่าง จึง เหน็ เพยี งมมุ ปากทซ่ี อ่ นรอยย้ิมอันออ่ นโยนของเขาเท่านนั้ ชิงเซ่ียโกรธข้ึนมาบ้าง มือของนางก่ึงกดลงไปท่ีช่วงอกของฉินจือเหยียน

เพราะฉะนนั้ จงึ สามารถรสู้ ึกไดถ้ งึ เสียงหวั เราะเบาๆ ท่ีเขาซ่อนเอาไว้ นางจึงผลัก อกของฉินจอื เหยยี นไมเ่ บานกั แต่ก็ไม่แรงจนเกนิ ไปด้วยอารมณ์โกรธ เสียงไอถ่รี วั ดังขึ้นทันที ฉินจอื เหยยี นที่ก้าลังหัวเราะอย่างยินดีอยู่นั้น เม่ือถูกนาง ผลักเช่นน้ี จงึ ไมแ่ ปลกทีอ่ าการจะก้าเริบขน้ึ มาอีก ชิงเซี่ยตกใจเป็นอย่างมาก รีบ เข้าไปประคองฉินจือเหยียน ใช้มือลูบแผ่นหลังของเขาอย่างร้อนรน ทว่าอาการ ไอของฉินจือเหยียนยังคงไม่เบาลง กลับย่ิงแย่ลงไปอีก เขาค่อมตัวลง ดูเจ็บปวด ทรมานเป็นอย่างมาก ชิงเซ่ียจึงย่ิงลุกลี้ลุกลน น้าตาคลออยู่ท่ีเบ้าตา รู้สึกผิดเสีย จนอยากจะเอาตัวเองไปชนกับก้าแพง หมุนกายเตรียมจะว่ิงออกไปด้านนอก ทว่ากลับถูกฉินจือเหยียนกุมมือไว้แน่น นางไม่กล้าท่ีจะใช้แรงเพื่อแกะมือเขา ออก เอาแตล่ ูบหลงั เขาไม่หยุด “อย่ากลัวไปเลย” ในที่สุดก็หยุด สีหน้าของฉินจือเหยียนขาวซีด ทว่ากลับยังคง ส่งย้ิมอย่างอ่อนโยนไปให้ชิงเซ่ีย ก่อนย่ืนมือไปลูบศีรษะนางเบาๆ แล้วเอ่ยปาก ปลอบโยนนางวา่ “ไม่เปน็ อะไรแล้ว” ชิงเซ่ียเม้มปาก เม่ือเห็นท่าทีของเขาแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดจึงแทบจะไม่ สามารถหยุดยั้งน้าตาไม่ให้ไหลลงมาได้ นางได้แต่ก้มหน้าลง แล้วไม่พูดอะไรอีก ก่อนช่วยเขาปลดกระดุมต่อไป นางท้าได้อย่างช้านาญยิ่งขึ้น เมื่อปลดกระดุมได้ หนึ่งเม็ด เม็ดต่อๆ ไปก็ปลดได้ง่ายขึ้น เพียงพริบตาก็ปลดกระดุมผ้าได้ท้ังแถว เหลอื เพียงกระดุมสองเม็ดบริเวณคอเส้ือเท่าน้ัน ชิงเซี่ยเขย่งปลายเท้า ยกมือข้ึน สามารถสัมผัสลมหายใจอุ่นร้อนของฉินจือเหยียนท่ีเป่ารดอยู่บริเวณหน้าผากได้ ร่างกายของเขาส่งกล่ินหอมอ่อนๆ เหมือนยาท่ีท้าให้จิตใจสงบ ค่อยๆ กล่อม เกลาความรสู้ กึ ของนางใหส้ งบ นิ้วมือของนางคล่องแคล่วเหมือนปีกผีเส้ือ ค่อยๆ ปลดคอเส้ือที่พันทบกันอยู่รอบคอชั้นแล้วชั้นเล่า ก่อนปลดกระดุมจีน แล้วปลด

ผ้าพันคอที่ท้ามาจากขนตัวเสว่ียเตียวออกให้เขาด้วย ค่อยๆ วางไว้อีกด้านหน่ึง ของเตยี ง ชิงเซี่ยอ้อมไปทางด้านหลังของฉินจือเหยียน ถอดเสื้อคลุมตัวนอกออก จากนั้น จงึ ย่ืนออกมาจากด้านหลัง โอบรอบร่างกายของฉินจือเหยยี น ปลดเส้อื ท่ีวางป้าย อยดู่ ้านหน้า แล้วถอดเส้อื ตัวยาวออกอีกช้นั หนึ่ง ร่ากายของฉินจือเหยียนค่อยๆ สะท้อนออกมาจากแสงโคมไฟ ชิงเซ่ียรู้สึกเขิน อายอยู่บา้ ง นางไมท่ ราบวา่ ตวั เองเป็นอะไรไป ตัวนางเองไม่ได้เป็นหญิงสาวแสน ซ่ือมาแตไ่ หนแตไ่ ร ในยุคปัจจุบนั นางผา่ นเร่อื งแบบนีไ้ มใช่เพียงคร้ังสองคร้ังเพ่ือ ภารกิจ ทว่าในตอนน้ี เพียงได้เห็นร่างกายเปลือยเปล่าของฉินจือเหยียน ก็รู้สึก ใบหนา้ เห่อร้อน แทบจะไม่กล้าเงยหน้าขึน้ มาดว้ ยซา้ ฉินจือเหยียนผอมมาก แต่ก็ไม่ได้ผอมเหมือนอย่างที่ตัวนางเคยจินตนาการไว้ อาจจะเปน็ เพราะเคยฝกึ วิชายทุ ธ์ รา่ งกายของเขาจึงแข็งแกร่ง ผวิ กายเป็นเงามัน ร่างกายสูงใหญ่ และมีพละก้าลังเป็นอย่างมาก ไม่เหมือนกับนักรบแบบที่เคย เหน็ กนั แตเ่ หมอื นกับกกั เก็บพลังไวด้ า้ นใน แฝงไว้ด้วยท่าทีอ่อนโยนและสง่างาม อาจจะเป็นเพราะอาการป่วยไข้ของเขา จึงท้าให้กล้ามเนื้อของเขาเป็นสีขาว สว่างกระจ่างใสเหมือนงาช้าง ชิงเซ่ียเคยคิดว่าฉินจือเหยียนจะผอมบางเสียจน หนังหุ้มกระดูก ทว่าเม่ือพบร่างกายภายใต้เส้ือของเขาแล้ว ก็ยังคงเป็นเหมือน ส่วนของร่างกายที่โผล่พ้นเส้ือผ้า ยังคงมีความสะอาดสะอ้านและสว่างกระจ่าง ใส “อหี ม่าเออ๋ ร์” เสยี งของฉนิ จอื เหยยี นดังข้ึน ตดั ตอนอารมณ์ความรู้สึกและดวงตาเหม่อลอยของ

ชิงเซย่ี ชิงเซย่ี ตกใจ พูดข้นึ โดยไมร่ ู้ตัวว่า “หืม? มอี ะไรหรือ?” “อืม” ฉินจือเหยียนส่งเสียงในล้าคอ เหมือนยากที่จะพูดออกมาสักค้า เม่ือคิก สักครู่ จงึ กระแอมไอเบาๆ ค่อยๆ เอย่ ปากพูดวา่ “ขา้ หนาวน่ะ” ทันใดน้ันใบหน้าของชิงเซี่ยก็ค่อยๆ แดงขึ้นเรื่อยๆ แดงขึ้นเร่ือยๆ นางหยิบเสื้อ คลุมสะอาดๆ ขน้ึ มา มอื เท้าวุน่ วายไปหมด เพื่อชว่ ยสวมให้ฉินจือเหยียน จากนั้น จึงออ้ มมาดา้ นหน้า แล้วชว่ ยตดิ กระดมุ จนี ให้ทีละแถว หลังจากผ่านการตรวจวินิจฉัยโรคไปเมื่อครู่ ร่างกายของฉินจือเหยียนก็ อ่อนเพลียเป็นอย่างมาก จึงท้าให้ร่างกายรู้สึกหนาวเย็น แล้วไอออกมาเบาๆ ชิงเซี่ยสัมผัสได้ถึงความพยายามในการอดกลั้นอาการไอเอาไว้ในอกของเขา อย่างหนักหนว่ ง ในใจจึงรู้สึกกดดันเหมือนถูกหินทับอยู่ มือช่วยติดกระดุมจีนให้ อยา่ งยากลา้ บาก ก่อนรีบยกอ่างทองแดงข้ึนมา แล้วพูดกับฉินจือเหยียนว่า “ข้า จะไปเตรียมน้าร้อนมาให้” เม่อื พูดจบก็วิง่ ออกไปทนั ที ทันทที มี่ ่านของกระโจมหลงั ใหญ่ถูกปิดลง เสียงไอของฉินจือเหยียนก็ดังข้ึนทันที เสียงท่ีอ้ันเอาไว้ก็ระเบิดออกมาทันที และยังแฝงไปด้วยความเจ็บปวด ชิงเซี่ย กอดอ่างโลหะสีทองเอาไว้ ก่อนพิงเสาของกระโจมใหญ่ แล้วน้าตาหยดโตๆ ก็ ไหลออกมา ลมยามราตรีท้ังหนาวทั้งเย็น โบกพัดผ่านใบหน้าของนางเหมือน ใบมดี

บทที่ 101-3 เส้นผมดำยำว ดวงดาวมากมายพราวระยับอยู่บนท้องฟ้า ภูเขาสูงที่อยู่ไกลๆ มองดูเหมือน ปีศาจท่ีหลบซ่อนร่างกายอันย่ิงใหญ่และโหดร้ายแฝงตัวอยู่ในความมืด ใต้หล้า กว้างใหญถ่ งึ เพียงน้ี กา้ ลังของมนษุ ย์ช่างน้อยนิดเสยี เหลอื เกนิ เม่ือนางไดน้ ้าร้อนแลว้ เข้ามาในกระโจม ก็เห็นฉินจอื เหยยี นอยใู่ นเสื้อสีน้าเงิน น่ัง พิงหวั เตยี ง มองอย่างรอคอยให้ชงิ เซี่ยกลบั มา ชิงเซี่ยมองเขาแล้วย้ิม ก่อนซักผ้าเช็ดหน้าจนสะอาดโดยไม่ส่งเสียงดังมากนัก แลว้ ยังแพรค่ วามรอ้ นออกมา เดนิ เขา้ ไปแลว้ คว้ามอื ของฉินจือเหยียนเอาไว้ “อีหม่าเอ๋อร์” ฉินจือเหยียนเรียกเบาๆ แฝงไปด้วยรอยย้ิมอันอบอุ่น “ข้าท้า เอง” เม่ือพูดจบก็ยื่นมือไปรับผ้าเช็ดหน้าจากมือของชิงเซี่ย ทว่าชิงเซี่ยกลับไม่ปล่อย มือ นางก้าผ้าเช็ดหน้าเอาไว้แน่น ถลึงตาเสียจนเห็นตาด้าและตาขาวอย่าง ชัดเจน จ้องมองไปทเี่ ขา ฉินจือเหยยี นนิ่งงนั มองชงิ เซีย่ สดุ ท้ายจงึ ยอมปล่อยมือ แตโ่ ดยดี ชิงเซ่ยี ยอ่ ตัวลงไปที่พ้นื เงยหน้าขึน้ ก่อนใช้ผ้าเช็ดหน้าอุ่นร้อนเช็ดไปท่ีล้าคอของ ฉินจือเหยียน สองแก้ม จมูกโด่งหล่อเหลา ริมฝีปากขาวซีดไร้สีเลือด จากนั้นจึง วางผ้าเช็ดหน้าลง ถอดรองเท้าออก แล้วปีนข้ึนไปบนเตียง ก่อนคุกเข่าลง ด้านหลงั ของเขา ปลอ่ ยผมยาวสยายให้เขา เส้นผมของฉินจือเหยียนสวยงามเปน็ อย่างมาก แต่ก่อนน้ันชิงเซ่ียไม่ชอบผู้ชายท่ี

ไว้ผมยาวเอาเสียเลย แต่เม่ือมาถึงในโลกน้ีแล้ว ก็เปลี่ยนแนวคิดเช่นน้ันโดยไม่ รู้ตัว นางหยิบหวีไม้ข้ึนมา น้ิวมือขาวราวหิมะสอดเข้าไปในเส้นผมสีด้าของ ฉินจือเหยียน ท้าให้สีด้าและสีขาวแบ่งแยกกันอย่างสวยงามชัดเจน นางค่อยๆ หวีผม อากาศในห้องอบอนุ่ เป็นอย่างมาก ความงว่ งเขา้ จโู่ จมจนท้าให้อยากนอน บรรยากาศทุกอย่างเงียบสงบ เหมือนชิงเซี่ยเพิ่งจะตื่นจากความฝันยามค้่าคืน ฉินจือเหยียนวางกายตัวเองลง ดังเช่นไม่มีมีคนที่คอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิดและ ละเอียดอ่อนเช่นนางมานานแล้ว ชิงเซี่ยคิดว่าฉินจือเหยียนเหมือนดังเช่นแสง จันทร์ ท่ีมีแสงสวา่ งอันอ่อนโยน ไม่เผาไหม้รุม่ รอ้ น ภายใตแ้ สงสว่างทีก่ ระจายอยู่ เตม็ ท้องฟา้ เสียจนมองไม่เห็นเงาร่างของตัวเอง ทว่าเม่ือมาถึงยามท่ีโลกของนาง เกิดความมืดมิดข้ึนมา เขาจึงได้ปรากฏข้ึนมาข้างกายของนาง ใช้แสงสว่างเล็ก ละเอียดออ่ นปกคลุมตวั นาง ขจดั ความมืดมดิ ออกไป แลว้ ให้แสงสว่างกลับมา เมื่อหวีผมจนเสร็จแล้ว จึงผูกเอาไว้ให้ห้อยไปทางด้านหลัง ชิงเซ่ียลงจากเตียง สวมรองเท้า แลว้ วิง่ ไปทีห่ อ้ งโถง ท่ีน่ัน มีหม้อเล็กๆ ท่ีก้าลังเดือดปุดๆ อยู่บนเตา ถา่ น แผค่ วามร้อนออกมา จากน้ันชิงเซี่ยก็เปิดฝาหม้อออก แล้วไอร้อนก็พวยพุ่ง ออกมพร้อมกับกลิน่ หอมสดใหม่ กอ่ นตกั ใสช่ ามใบเล็ก ชิงเซี่ยรีบกลับเข้ามาด้าน ใน แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าของฉินจือเหยียน พูดว่า “กินสักหน่อยไหม? ข้าน้า สาลี่ ผลชวนป๋วย และเมด็ บัวมาต๋นุ รวมกัน ดีต่ออาการไอ” ฉินจอื เหยียนพยักหน้า ยิ้มแล้วพูดวา่ “ได้” ชงิ เซ่ียหร่ีตาลงอย่างดีใจ ก่อนคุกเข่าลงตรงหน้าเขา แล้วตักข้ึนมาหนึ่งช้อน วาง ไว้ตรงกับริมฝีปากแล้วเป่าเบาๆ จากน้ันจึงเงยหน้าข้ึน ส่งไปท่ีริมฝีปากของ ฉนิ จือเหยยี น แลว้ ท้าท่าอา้ ปากออกโดยไมร่ ูต้ ัว สง่ เสียง “อา” ออกมาเบาๆ

ฉินจือเหยียนให้ความร่วมมือในการอ้าปากเป็นอย่างดี กลืนกินความหอมเข้าไป หนง่ึ ค้า ชิงเซ่ียเตรยี มส่ิงนี้เอาไวต้ อนออกไปเอาน้าร้อนเมือ่ ครู่ หลงั จากเช็ดตัวหวี ผมเรียบร้อยแล้ว เวลาผ่านไปราวหน่ึงช่ัวโมง จึงจะเป็นเวลาที่เหมาะสมในการ รับประทาน ฉินจือเหยียนกินไปหนึ่งชามเล็ก ชิงเซ่ียจึงวางชามลงอย่างพอใจ แลว้ พูดด้วยเสียงยินดวี า่ “ต่อไปท่านต้องกินทุกวนั ” ฉินจือเหยียนน่ิงไป เม่ือคิดอยู่สักครู่ จึงก้มหน้าแล้วพูดว่า “อีหม่าเอ๋อร์จะท้าให้ ข้ากินทกุ วนั หรือไม่?” ชิงเซ่ียตอบกลับไปอย่างเป็นธรรมชาติ “แน่นอนอยู่แล้ว เพ่ือให้ส่งผลดีต่อ รา่ งกายท่าน ต้องดูแลท่านอย่างถี่ถว้ น จะตอ้ งทา้ ให้ดๆี ซี” ฉินจอื เหยียนหวั เราะ ก่อนส่ายหนา้ แลว้ ไม่ตอบคา้ ชิงเซี่ยน่งิ ไป ย่ปู ากแลว้ พดู วา่ “ท่านหวั เราะท้าไม ไมเ่ ช่อื ข้าหรือ? หรอื วา่ ทา่ นไม่อยากกนิ แล้ว?” “อีหม่าเออ๋ ร์ ท่ีเจา้ พูดนะ่ ก็คอื ตอ่ จากนี้ทุกวนั ใช่หรือไม่?” ชิงเซี่ยนิ่งไปช่ัวครู่ ก่อนยกชามเปล่าขึ้นมาอย่างเงอะงะ แล้วไม่รู้ว่าจะตอบ อย่างไรดี “อีหม่าเอ๋อร์” ฉินจือเหยียนลูบเส้นผมสวยงามของนางอย่างเบามือ ย้ิมบางๆ แล้วพูดว่า “เจ้าไม่ต้องตอบอะไรข้าหรอก แล้วก็ไม่ต้องรับปากสัญญาอะไรด้วย เพียงแค่เจ้าอยู่ข้างกายข้าเช่นน้ี ให้ข้าได้มองเห็นเจ้าแบบน้ีตลอดเวลาก็ดีแล้ว หากวันหนึง่ เจา้ เกดิ เบ่ือหน่ายขึ้นมา อยากจะไป ข้าก็จะไม่ห้ามเจา้ เลย” “ฉนิ จือเหยียน...” ชิงเซ่ียสง่ เสยี งเรียกด้วยเสยี งเบาๆ อย่างออ่ นระโหย

“ในโลกนี้ไม่ใช่ว่าจะไดร้ ับทุกอย่างท่ีต้องการ มีของบางส่ิงที่ไม่ว่าเจ้าจะพยายาม แย่งชิงมาอย่างไร สุดท้ายก็ไม่อาจครอบครองได้ เพราะฉะนั้นข้าจึงแทบจะไม่มี ใจปรารถนาต่อสิง่ ใดเป็นพเิ ศษ เจา้ ไมต่ อ้ งกงั วลอะไรหรอก” “อะไร?” ชิงเซี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยเสียงน่ิง “ถ้าอย่างน้ันต้าแหน่งกษัตริย์ แหง่ ต้าฉินเล่า? ท่านไมอ่ ยากไดห้ รือ?” น้าเสยี งของฉินจือเหยียนบางเบา ก่อนค่อยๆ พูดว่า “เกิดอยู่ในราชสกุลกษัตริย์ มีหลายเร่ืองท่ีถกู กา้ หนดไวแ้ ล้ว ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ปรารถนาในต้าแหน่งกษัตริย์ ก็ จ้าต้องมีกา้ ลังปกปอ้ งตัวเอง การถอนตัวออกจากสงครามนั้นไม่ใช่วิธีการป้องกัน ตัวเองท่ีดีที่สุด จะต้องส่งมีดไปให้ถึงมือผู้อ่ืน เพื่อให้คนพวกนั้นประหัตประหาร กันตามใจชอบ ข้าเป็นเช่นนี้ ฉู่หลีเองก็เป็นเช่นน้ี ที่เขาก้าจัดตระกูลซีหลินเสีย จนหมดบ้านน้ัน เป็นเร่ืองสมเหตุสมผลแล้ว หากเปล่ียนเป็นข้า ข้าก็คงจะท้า เช่นน้ัน” ชงิ เซ่ยี นง่ิ งัน ทนั ใดน้ันกถ็ ลงึ ตาโต ฉินจือเหยียนจับจ้องมองชิงเซ่ียน่ิง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบน่ิงว่า “แมลงพิษตัวแม่ และตัวลูกของแม่หมอแห่งเผ่าหมาป่าพิสุทธ์ิเป็นหน่ึงในแมลงพิษวิเศษของ แผน่ ดนิ นี้ หากเข้าสู่ร่างกายก็ต้องตาย ไม่อาจมีโชครอดตายมา แต่ฉู่หลีสามารถ รักษาชีวิตให้อยู่รอดมาได้ แน่นอนว่าคงเพราะในร่างกายของเขามีแมลงพิษเจ็ด สังหารท่ีเป็นศัตรูกับแมลงพิษแม่ลูกอยู่ แมลงพิษเจ็ดสังหารเป็นมลงพิษท่ีฆ่า แมลงพิษด้วยกันเอง แม่หนึ่งตัวมีลูกได้ถึงเจ็ดตัว เติบโตอยู่ในอวัยวะภายในของ ร่างกาย หากมลงพิษตัวแม่ตาย ลูกท้ังเจ็ดของมันก็ต้องตาย เพราะฉะน้ันจึงถือ ว่าเป็นยาพิษท่ีควบคุมได้จากระยะไกล ในโลกน้ีนอกจากแมลงพิษแม่ลูกที่

สามารถท้าลายแมลงพิษเจ็ดสังหารแล้ว ก็มีเพียงดอกบัวปั้นมู่บนภูเขาหิมะไป๋ห ลิงเท่าน้ันที่จะแก้พิษของแมลงพิษได้ ได้ยินมาว่าหลังจากท่ีฉู่หลีกลับแคว้นไปก็ ไปเยอื นบา้ นตระกูลซีหลินแหง่ เมอื งเหงิ เมอื่ คิดดูแล้วกน็ ับต้งั แต่วินาทีนั้น ท่ีฉู่หลี ได้กลายเป็นหุ่นเชิดของตระกลู ซีหลิน” ชิงเซี่ยนิ่งงันไปช่ัวขณะ นางพลันก็นึกถึงค้าพูดของซีหลินอว่ีเฉียวท่ีค่ายอุดรเม่ือ สองปีก่อนได้ ตอนน้ันนางร้องไห้แล้วซบอกซีหลินอว้ี ร้องไห้เสียงดังพูดว่าท้าไม หลังจากนางกลับมาจากไป๋หลิงแล้ว เหตุใดทุกส่ิงทุกอย่างจึงเปล่ียนไปเสียหมด แล้วยิ่งขึ้นถึงดอกบัวปั้นมู่ที่ซีหลินเฉินให้นางไว้ จึงเข้าใจได้ว่าที่แท้แล้วซีหลินอวี่ เฉียวรู้ว่าฉู่หลีน้ันโดนพิษจากแมลงพิษอยู่แล้ว จึงลอบไปที่ภูเขาหิมะ เพื่อค้นหา ยาแก้พิษ ทว่ายามนั้นฉู่หลีก็กลับเมืองหลวงไปเสียแล้ว ฉู่หลีถูกบ้านตระกูลซี หลินควบคุมเป็นเวลานาน หากไม่โชคดีถูกแม่หมอแห่งเผ่าหมาป่าพิสุทธ์ิลอบ โจมตีเขา้ ล่ะก็ เขาก็คงจะโดนควบคุมไปท้งั ชีวิต เมื่อคดิ ถงึ ตรงน้แี ลว้ ในใจนางก็รู้สึกเหน็บหนาวโดดเด่ียว ใช่แล้ว เป็นเพราะนาง ไร้เดียงสาจนเกินไป เพราะนางเห็นว่าซีหลินอวี่เฉียวเร้าร้อนตรงไปตรงมา เห็น ว่าซีหลินอว้ีซื่อสัตย์สุจริต เห็นว่าซีหลินอว่ีอ่อนโยนมีเมตตา แล้วยังซีหลินเฉินท่ี โดดเด่ียวหมองเศร้า จึงท้าให้คิดอย่างไร้เดียงสาว่าตระกูลซีหลินน้ันเป็นตระกูล ขุนนางท่ีซื่อสัตย์รักชาติอย่างหาได้ยากย่ิง คิดว่าฉู่หลีหลงผิดสังหารขุนนางท่ี ซ่ือสัตย์ ทว่ากลับไม่เคยคิดเลยว่า หากอาศัยแต่ความภักดีเพียงอย่างเดียว ครอบครัวเพียงหน่ึงครอบครัวจะสามารถหยัดยืนไม่ล้มครืนลงได้อย่างไรใน ความสมั พันธอ์ ันซบั ซ้อนยุ่งเหยิงนเ้ี ปน็ เวลากว่าศตวรรษ นางย้ิมอยา่ งขมข่นื แล้วพูดกบั ฉินจือเหยียน “เพราะเหตุใดเจา้ จึงบอกข้า?” “ไมช่ า้ กเ็ ร็วเจ้าก็จะต้องได้รู้” ฉินจือเหยียนพูด “ถ้าเป็นอย่างน้ันไม่สู้ข้าบอกเจ้า

เองไม่ดีกว่าหรือ ข้าไม่อยากหลอกเจ้า จึงบอกเจ้าทุกเร่ือง เจ้าจึงจะสามารถ เผชิญหน้ากับจิตใจของตัวเองไดอ้ ย่างยุติธรรม แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะอยู่ฝ่ังไหน ดี” เบ้าตาของชิงเซี่ยร้อนข้ึนมา ก่อนเอ่ยเสียงเบา “ฉินจือเหยียน เหตุใดท่านจึงดี กับข้าเช่นน้ี? ท่านรู้ดีว่าข้าเป็นเช่นไร ผ่านอะไรมาบ้าง ท้าไมจึงยังท้าดีต่อข้า อกี ?” “เพราะว่าข้าชอบเจ้า” ฉินจือเหยียนย้ิมบาง ใบหน้าสะอาดสะอ้านหล่อเหลา คิ้วตาผ่อนคลาย ทั่วทั้งร่างเหมือนปล่อยรังสีแห่งความอ่อนโยนออกมาอย่างไม่ อาจอธิบายเป็นค้าพูดได้ “อยากให้เจ้าได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ให้ใช้ชีวิตผ่านคืน วันท่ีมีความสุขท่ีสุด ไม่ต้องวิ่งไปทั่วในโลกอันสับสนวุ่นวายแห่งน้ี สามารถท้า ตามใจตัวเองได้ และมชี วี ิตท่อี บอุน่ มคี วามสุขที่สดุ ” ชงิ เซย่ี คอ่ ยๆ ก้มหน้าลง แล้วคุกเขา่ ลงบนพรมพื้นหนา เอนศรี ษะลงพิงกบั หัวเข่า ของฉินจือเหยียน ผมยาวสยายไปตามบ่าไหล่บอบบางของนาง ค่อยๆ ตกห้อย ลงไป ปกปิดใบหน้าเรียวผอมของนาง น้าตาหน่ึงหยดค่อยๆ ไหลออกมา เปียก ซึมไปท่วั ผา้ คลมุ ส่วนขาอนั อบอุ่นของฉินจือเหยยี นจนเปน็ วงกว้าง ฝา่ มือยาวเรียวของฉินจือเหยียนลูบเส้นผมชิงเซ่ียแผ่วเบา ก่อนเอ่ยปากพูดเบาๆ “อีหม่าเอ๋อร์ เจ้าเหน่ือยเกินไปแล้ว ควรจะไปพักผ่อนเถิด เรื่องของราชบัลลังก์ และเร่ืองสงครามการแย่งชิงเป็นเร่ืองของบุรุษ ไม่ควรให้เจ้าเข้ามาพัวพัน ไม่ว่า จะเป็นตงฉี หนานฉู่ หรือเร่ืองของลูกก้าพร้าตระกูลซีหลิน ล้วนแล้วมีทางท่ีพวก เขาเลือกเดนิ เจ้าไมต่ ้องใส่ใจถงึ เพยี งนน้ั หรอก” ชิงเซ่ียพยักหน้ารับช้าๆ บริเวณหน้าผากท่ีพิงเข้ากับหัวเข่าแข็งๆ ของฉินจือเห

ยยี นกร็ สู้ กึ เจ็บขนึ้ มา ฉินจือเหยียนยิ้มแล้วตบหลังนาง เหมือนก้าลังปลอบใจเด็กดื้อเจ้าอารมณ์อยู่ อยา่ งไรอย่างน้ัน รตั ตกิ าลยาวนานอันอ้างว้าง ผ่านไปสองวัน ก็มาถึงที่ราบไป๋ลู่ การล้อมปราบล่า สัตว์ของทั้งส่ีแคว้น การรวมตัวกันของลมฝน เหล่าบุรุษท่ีมีอิทธิพลในชีวิตของ นาง ในทสี่ ุดกเ็ ขา้ มารวมตัวกนั อยูท่ ีเ่ ดียว ในเวลาสองปีท่ีผ่านไปเป็นที่ประจักษ์น้ี ตัวนางกเ็ กิดความเปลย่ี นแปลงไปบา้ ง แผ่นดินเหลืองทางตะวันตกอันกว้างใหญ่ วายุแห่งคาวเลือดอันเข้มข้นก้าลังโหม พัดกระหน่้า เหล่ากษัตริย์หนุ่มผู้กุมอ้านาจไว้ในมือท้ังส่ีแคว้น ท่ีแผ่ขยายอ้านาจ ของตนเองมาท้งั ชวี ติ ไดม้ าพบเจอกันเป็นครง้ั แรก ลมฝนพายุแห่งความวุ่นวายเริ่มโบกพัดเสียงแผ่ว กงล้อแห่งประวัติศาสตร์เริ่มท่ี จะเคล่ือนไหว ในการรวมตัวกันของโลหิตและอัคคี ผู้กล้าจะหยัดยืนข้ึน ท่ามกลางความวุ่นวายสับสน เทพแห่งโชคชะตาเริ่มเดินหมากท่ีอยู่ในมือ เพ่ือ ค่อยๆ ถักทอชะตาชีวิตของพวกเขาเข้าด้วยกัน บนท้องฟ้าที่อยู่สูงเสียจนมนุษย์ ธรรมดามองไม่เห็น เส้นใยแห่งชะตาชวี ิตพวั วันกันยุ่งเหยิง เหมือนเส้นผมยาวด้า ขลบั ของสตรีเลยทีเดียว

บทที่ 102-1 เยี่ยนหุยแห่งซีชวน เดินทัพมาได้สองวนั ในท่ีสุดกองทพั ใหญข่ องแคว้นฉินก็มาถึงหุบเขาสุดท้ายท่ีจะ นา้ ไปสูท่ ่ีราบไปล๋ ู่ หบุ เขากระบ่เี ดยี ว หุบเขากระบเี่ ดียวมอี ายยุ าวนานหลายยุคหลายสมัย แต่เดิมชื่อนี้มาจากสงคราม แหง่ ที่ราบไป๋ลเู่ ม่อื หนงึ่ พนั กวา่ ปีก่อน ในสงครามคร้งั น้นั จักรพรรดิฉินทสี่ องไดน้ ้า ทัพใหญ่มีทหารหนึ่งแสนนายมาสู่ท่ีแห่งนี้เพ่ือโจมตีเผ่าซงหนูทางเหนือจ้านวน สามแสนนายอย่างสุดความสามารถ โจมตีเพียงคร้ังเดียวก็ท้าลายกองก้าลัง ทหารม้าของซงหนูได้ เพราะเหตุน้ีจึงปรับเปล่ียนข้ัวความแข็งแกร่งและความ อ่อนแอในสงครามระหว่างชาวฮั่นและชาวซงหนู และเป็นจุดเปล่ียนในด้าน ความมั่นคงของเขตแดนแบบเดมิ ของชาวฮัน่ หบุ เขากระบ่ีเดยี ว ชอื่ นจ้ี ึงได้ผงาดขึน้ ในใตห้ ล้า! ชงิ เซ่ียนง่ั อย่บู นหลงั ม้า มองยอดเขาสูงตระหง่านที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ของหุบเขากระบี่เดียว อย่างยอมสยบต่อความมหัศจรรย์ล้าลึกของพระผู้สร้าง นางกระโดดลงจากหลังม้า เมื่อพกพาอุปกรณ์มาเป็นอย่างดีแล้ว ก็เดินไปท่ีตีน เขา ขยับมือเท้าและต้นคอ ก่อนคว้าเอาแผ่นธารน้าแข็งท่ีไม่ล่ืนมือ แล้วค่อยๆ ปีนขนึ้ สู่ยอดเขาสูงตระหงา่ นท่ีปกคลุมไปด้วยหิมะ หน่วยรักษาความมั่นคงแห่งชาติท่ี 9 สายลับรหัส 003 ในยุคปัจจุบันน้ันไม่ เพียงแต่เป็นยอดฝีมือเร่ืองลอบสังหารหรือสอดแนมข้อมูลลับเท่านั้น ในเวลา เดียวกันยังเป็นผู้สนใจการเล่นกีฬาผาดโผนอีกด้วย ทุกปีไม่ว่าที่ใดในโลกจะ จัดการแข่งขันกีฬาผาดโผน นางมักจะเข้าร่วมด้วยอย่างลับๆ ซ่ึงน่ีเป็นหน่ึงใน

งานอดิเรกส้าคัญท่ีมีไม่มากนักของนาง ในกีฬาผาดโผนหลายชนิดน้ันนาง ช้านาญและชอบการปีนเขาที่สุด นางถึงขนาดสามารถท้าการปีนก้าแพงกระจก ของตึกระฟ้าโดยอาศัยเพียงช่องว่างระหว่างกระจกสองแผ่นเท่านั้น มีทักษะ ความช้านาญจนอยู่ในระดับแนวหน้า หากภารกิจท่ีโตเกียวสามารถลุล่วงไปได้ ด้วยดี นางยังคิดจะใช้เวลาในวันหยุดในการไปปีนเขาที่ยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ทว่าน่าเสียดายทคี่ งไมม่ โี อกาสอกี แล้ว แม้ว่าหุบเขากระบี่เดียวจะมีชื่อเป็นหุบเขา ทว่ารูปร่างของภูเขาน้ันสูงชันเป็น อยา่ งมาก เป็นภูเขาหินขนาดใหญ่สูงลิ่ว แต่ตรงกลางบนยอดเขากลับเหมือนกับ ถูกขวานยักษ์ของเทพสวรรค์จามผ่าเป็นแนวยาว ท้าให้เกิดเป็นร่องของภูเขาที่ ตรงด่ิงและสงู ชัน มองขึน้ ไปจะรสู้ ึกตาพรา่ วิงเวียน และรสู้ ึกหวาดกลวั ในนาทีนี้ บนภูเขาหิมะสีขาวสะอาดกว้างใหญ่ ชิงเซี่ยเกาะติดอยู่กับหน้าผาราว กับตุ๊กแกตัวน้อย หากใช้ตาเปล่ามองก็จะเห็นว่านางก้าลังปีนป่ายขึ้นไปด้านบน อย่างคล่องแคลว่ วอ่ งไว ยามนีเ้ ปน็ เวลาเย็นพอดี ดวงตะวันคลอ้ ยไปทางทิศตะวันตก แผ่นดินกลายเป็นสี มะม่วงสุก แสงสีทองส่องสว่าง ยอดเขาหิมะกว้างใหญ่สวยงามเหมือนสาวน้อย แรกแย้ม ร่างแน่งน้อยของชิงเซ่ียกระโดดทันควันก็ถึงส่วนท่ีสูงที่สุดของยอดเขา แล้ว หญ้าเซียนเฉาใบคู่สีขาวสะอาดเติบโตข้ึนเป็นต้นสูงใหญ่บนหินผาสูง ชิงเซ่ียปัด มอื ไปมา เดนิ ไปทางดอกหญ้าจูหลันอย่างผ่อนคลาย เส้ือขนสัตว์ตัวสั้นห่อหุ้มตัว นางไว้เหมือนจ้ิงจอกน้อย หมวกและผ้าพันคอขนสัตว์ปกคลุมใบหน้าของนาง เหลอื ใหเ้ ห็นเพยี งดวงตากลมดา้ คนู่ นั้ ท่ีสอ่ งแสงแวววาวเหมอื นดวงดาว

ชิงเซ่ียเดินมาจนถึงข้างล้าต้นของหญ้าจูหลัน ก่อนเอียงคอมองอย่าง ละเอยี ดลออ ทันใดนัน้ ก็ยน่ื มือออกไปแลว้ ดึงออกมาทง้ั ต้น ชิงเซี่ยยม้ิ บาง ทา้ ใหด้ วงตาโค้งลงเหมือนพระจันทร์เส้ียว แฝงไปด้วยความฉลาด เฉลียวและเจา้ แผนการณ์ “ไมใ่ ชว่ ่ามีสองดอกบานพร้อมกันบนล้าต้นเดียวกันหรอกหรือ? เหตุใดจึงมีเพียง เจา้ ทนหนาวอย่ผู ู้เดียวเช่นน้ีเล่า?” ชงิ เซีย่ เอ่ยเสยี งเบา เม่ือคิดอยู่สักครู่ก็สอดมือ เข้าไปในอกเสื้อ หยิบกล่องไม้สีด้าออกมา เพ่ือท่ีจะบรรจุลงไป ในนาทีนี้เอง จึง ได้ยนิ เสยี งดังสวบ ชงิ เซีย่ ตื่นตัวขน้ึ มาทนั ควัน ก่อนโยกหลบไปดา้ นหลัง แล้วก้าว ไปทางพ้ืนที่ว่าง ทันใดน้ันก็หมุนตัวหลบการโจมตี จึงมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กา้ ลังเผชิญหน้ากับแส้สีเงินเส้นหนึ่งซ่ึงม้วนขดอยู่ใต้หน้าผา ชิงเซ่ียคว้าจับเอาไว้ ได้จึงก้าเอาไว้แน่นในก้ามือ แล้วใช้พละก้าลังมากมายจนลากคนที่อยู่ใต้หน้าผา ขนึ้ มาได้ในเวลาต่อมา “ปีนข้นึ ไปสูย่ อดเขา เพอื่ เหม่อมองเหล่าเขาน้อยใหญ่ใตฝ้ ่าเท้า ไมน่ า่ เช่ือว่าจะได้ พบสตรีไม่ธรรมดาทา่ มกลางขุนเขาเชน่ นี้ ฮา่ ! ขา้ นอ้ ยนช่ี า่ งมบี ุญวาสนาย่งิ นกั !” ลมหอมพันผ่านใบหน้ารุนแรงเสียจนแสบจมูก ชิงเซ่ียย่นคิ้ว ก่อนโยกตัวถอยไป ข้างหลัง ได้ยินเสียงแผดก้องดังข้ึน ชายผู้สวมชุดหรูหรางดงามผู้หนึ่งลอยเข้ามา แขนเส้ือกว้างสะบัดโบก เส้นผมสีเข้มลอยล่อง หยุดยืนอยู่ตรงหน้าชิงเซ่ีย สวม เสื้อคลุมขนสัตว์ คาดเข็มขัดหยกสีเขียวเข้ม คิ้วโก่งหนาตาเป็นประกาย ท่าที กลา้ หาญสง่างาม ดวงตาเหมือนดวงดาวยามรุ่งอรุณ ใบหน้าขาวดั่งหยก มือข้าง หนึ่งถือแส้ อีกมือสะบัดพัดขนนก มุมปากปรากฏเป็นรอยยิ้มไม่สนใจโลก ดวงตาแคบยาวเหมือนจิ้งจอกเผยให้เห็นถึงความฉลาดเฉลียวที่ปิดไม่มิด ยืนรับ

ลมอย่รู มิ ผาสูงชัน เหมือนรอใหล้ มหอบพากลบั ลงอยา่ งไรอย่างนัน้ “เปน็ ท่านเองหรือ?” ชิงเซีย่ ขมวดควิ้ พดู ดว้ ยเสียงเขม้ ๆ “อะไรกัน? แม่นางรู้จักข้าน้อยด้วยหรือ?” ชายหนุ่มจ้าชิงเซี่ยไม่ได้ เขาพูดด้วย เสียงสูง แลว้ กา้ วเขา้ มาหาดว้ ยความยนิ ดเี ป็นอยา่ งยง่ิ นางจู่โจมเข้าใส่ชายหนุ่มจนเกิดเสียงดังฉับผ่านอากาศหนาวเย็น ร่างของชาย หนุ่มหมุนตวั ทันใด กอ่ นถอยหลงั อยา่ งวอ่ งไว แล้วหลบมีดบินของชิงเซี่ยได้อย่าง หวุดหวิด จากน้ันก็ยืนอยู่ห่างๆ จากชิงเซี่ย มุมปากปรากฏย้ิมร้าย ก่อนพูดด้วย น้าเสียงสดใสว่า “ข้าชอบกล้วยไม้งามตามหุบเขามากกว่าดอกกุหลาบท่ีหาได้ ท่ัวไป มีลักษณะเฉพาะตัว ข้าช่ืนชมนัก ไม่ทราบว่าแม่นางสมรสหรือมีคู่ครอง แล้วหรอื ไม่? ” ชิงเซี่ยยม้ิ เย็น พดู ว่า “อะไร? คุณชายยังอยากจะแต่งภรรยาน้อยคนที่สิบเจ็ดอีก หรือ? ใช่แล้ว ไม่เจอกันหนึ่งปี กลุ่มผู้หญิงในบ้านของคุณชายคงจะใหญ่โตข้ึน มาก อาจจะมากกวา่ สบิ เจด็ คนไปแล้วกระมัง” ชายหนุ่มน่ิงไป กอ่ นมองชิงเซี่ยอย่างละเอยี ด จากนนั้ จงึ ร้องตะโกนเสยี งดังข้ึนมา ทันที “โชคชะตายังพาให้มาเจอกัน วันน้ันข้ามีธุระเร่งด่วนพอดี หลังจากกลับ มาแลว้ ในใจก็ยงั คิดค้านึงถึงแม่นาง ไม่สนกินข้าวดื่มชา ไม่คิดว่าวันน้ีจะได้มาพบ เจอ ดูทา่ แลว้ ข้าคงจะมีบญุ วาสนาตอ่ แมน่ าง ช่างโชคดเี สียจรงิ ” ท่ีแท้แลว้ คนผู้นเ้ี ป็นคุณชายผสู้ วมชดุ หรูหราท่ีใช้ชอื่ ของฉินจอื เหยียน เพอื่ รบั นาง มาเป็นภรรยาน้อยผู้ซึ่งชิงเซี่ยเคยพบเมื่อหนึ่งปีก่อนที่เขตไป๋หลิง ชะตาชีวิตช่าง ประหลาดและมหัศจรรย์ คนสองคนที่กระทบไหล่กันเม่ือวันน้ัน วันน้ียังกลับมา

พบกันบนภูเขาหิมะไดอ้ กี ! “ง้ันหรือ? เจ้าคิดว่าเป็นโชคดี แต่ข้าว่ามันกลับเป็นโชคร้ายเสียมากกว่า ข้าขอ ลาก่อน เชิญคุณชายตามสบาย” เมื่อพูดจบก็ปล่อยแส้ในมือ ก่อนหมุนกายเพื่อจากไป ใครจะรู้ว่าชายหนุ่มในชุด หรูหราผู้นั้นจะหัวเราะออกมาด้วยเสียงสดใส แส้ยาวในมือขยับเข้าไปพันรอบ ขอ้ มือขวาของชิงเซ่ียราวกับงูท่ีมีชีวิตจิตใจ ชิงเซี่ยขมวดค้ิว แล้วม้วนตัวลงไปกับ พื้น หลบการโจมตีของชายหนุ่มอย่างว่องไว ก่อนดึงกริชท่ีปักอยู่กับพื้นออกมา แล้วหันกายกลับไปฟันแส้ยาว เม่ือได้ยินเสียงดังฉับ แส้ยาวก็ขาดออกจากันเป็น สองสว่ น ในยามนลี้ มหอมพุ่งเข้ามาปะทะใบหน้า เสียงหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นข้างหู ชงิ เซ่ยี น่ิงงัน ตอนนขี้ ้อมอื ถูกควา้ เอาไว้เปน็ ท่ีเรยี บรอ้ ยแล้ว “ผิวสวยเรียบลื่น ใบหน้างามดังบุบผา สตรีเช่นแม่นาง เหตุใดจึงไม่ยอมให้ข้าได้ หลงรักเล่า?” ชิงเซี่ยยิ้มเย็น ทันใดนั้นข้อมือของนางก็ล่ืนเหมือนปลา ไหลหลุดออกมาจากฝ่า มือของชายหนุม่ ก่อนไขว้ฝ่ามอื กลับไปเพ่อื โจมตขี ้อมอื ของชายหนุ่ม แล้วมือเล็ก ก็ควา้ จับขอ้ มือของเขาเอาไวแ้ น่น คุณชายในชุดหรูหราหัวเราะเบาๆ ก่อนพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “อารมณ์เช่นนี้ของ แม่นาง จะตอ้ งเปลี่ยนเสีย มิเช่นนั้นจะเขา้ ไปอยู่ในบา้ นของขา้ ไดห้ รอื ?” “ฝันไปเถิด!” ชงิ เซ่ียหวั เราะเสียงเย็น กอ่ นคว้าแส้ยาวของคุณชายชุดหรู เพ่ือผูก เงื่อนทหารให้ชายหนุ่มอย่างรวดเร็วไม่ฟังเสียงใดๆ หัวเราะแล้วพูดว่า “ท่านก็ อยู่ท่ีน่ีเพ่ือรอหญิงสาวแสนสวยต่อไปเถิด ข้ายังมีธุระ อยู่เล่นกับท่านไม่ได้

หรอก” ชิงเซย่ี ยิม้ ก่อนยอ่ ตวั กระโดนลงไปในหนา้ ผา แลว้ ปนี ป่ายอยา่ งรวดเร็วลงไปตาม หนา้ ผาลนื่ เปน็ มัน ลมหนาวพัดผ่านใบหู แผ่นดินเป็นสีขาวสะอาดกว้างใหญ่ ร่างกายและมือของ ชิงเซี่ยคล่องแคล่ว เหมือนวานรขาวบนภูเขาหิมะ ไต่ลงไปตามพนังน้าแข็ง ใคร จะรู้ว่าเมื่อไต่ลงมาได้ครึ่งทางกลางเขา ก็ได้ยินเสียงแตกออกในอากาศจาก ด้านบน เม่ือเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นใบหน้ายิ้มแย้มของคุณชายชุดหรูปรากฏสู่ สายตา อยหู่ า่ งจากนางตวั นางไมเ่ กดิ สองกา้ ว “ฮึ!” ในใจของชิงเซี่ยบังเกิดความโกรธขึ้นมาบางเบา ก่อนเคล่ือนตัวลงอย่าง ตง้ั ใจ กางแขนออก แผดเสยี งใส่แล้วไต่ลงไปดา้ นลา่ งเหมือนนกตัวใหญ่อย่างกล้า หาญ ชายหนมุ่ ที่อยู่ดา้ นบนสง่ เสียงรอ้ งอยา่ งตกใจ เขาต่ืนตระหนกเป็นอย่างมาก ทว่า กลับยิ้มออกมาอย่างฉับพลัน แล้วรีบตามลงไปอย่างรวดเร็ว ในยามน้ีเกิดเสียง สวบสวบดังขึ้นจากด้านล่าง ชิงเซี่ยก้มหน้าลงไปมอง ก็เห็นเงาร่างสีด้าห้าหกคน ก้าลงั ปนี ขน้ึ มาอย่างรวดเรว็ ดูแลว้ คงก้าลังจะเขา้ มาใกลต้ วั นาง ในใจของชิงเซ่ียโกรธเคืองย่ิงนัก ผู้ชายคนนี้ช่างด้ือด้าน ฐานะก็ยังน่าสงสัย ยัง จะต้องพบเจอกับเร่ืองเช่นนี้ในที่แห่งนี้อีก นางเงยหน้าขึ้น แล้วจ้องมองอย่าง โกรธเคืองไปท่ีชายหนุ่มชุดหรู ก่อนพูดด้วยเสียงโกรธเคือง “ท่านคิดจะท้า อะไร?” ชายหนุม่ ชุดหรูเห็นชิงเซี่ยหยุดการกระท้า มือและเท้าก็พักไว้ที่ช่องว่างของก้อน

หิน เหมือนตุ๊กแกท่ีติดอยู่กับหน้าผา ก่อนยิ้มแล้วพูดว่า “มีสองทางเลือก หน่ึง คือเจ้าตามข้ากลับบ้าน แล้วมาเป็นภรรยาน้อยของข้า ให้ข้าน้าเจ้าเข้าห้องหอ และมอบความรักให้ และสองน้าดอกบัวคู่ในมือของเจ้าส่งให้ข้า แล้วข้าก็จะ ปล่อยเจา้ ไปอยา่ งสวสั ดิภาพ” “ท่ีแท้แล้วเจ้าสนใจตัวดอกบัวนั่นเอง” ชิงเซี่ยนิ่งไป ก่อนพูดด้วยเสียงเข้มขรึม ดวงดอกบวั คใู่ นลา้ ต้นเดียวซ่งึ อยใู่ นมอื กลีบดอกขาวสะอาดสะท้อนแสงราวแก้ว ใส เหมือนหมิ ะแรกในฤดูหนาว แวววาวขาวใสระยิบระยับ “ก็ไม่ใช่แบบน้ันเสียทีเดียวหรอก” คุณชายชุดหรูหัวเราะอย่างแจ่มใส ก่อนพูด ว่า “หากแม่นางยอมกลับไปกับข้า ข้าจะยอมอดทนกล้ากลืนเพ่ือความรัก แล้ว มอบดอกบัวค่ใู หแ้ กแ่ ม่นาง” “เฮอะ!” ชิงเซี่ยย่นจมูก แล้วเอ่ยเสียงเย็น “ถ้าอย่างนั้นก็ต้องดูว่าเจ้าสามารถ หรอื ไม่” ชิงเซี่ยถอดหมวกออก เส้นผมยาวสีด้าห้อยตกลง ท่ามกลางภูเขาหิมะกว้างใหญ่ และสายลมหนาวเย็น สวยงามหรูหราเหมือนผ้าไหมชั้นดี รวมกับใบหน้างดงาม ของนางแล้ว ยิง่ ดสู วยงามราวกับนางฟ้าแหง่ หบุ เขา คุณชายชุดหรูมองแล้วน่ิงงันไปเล็กน้อย หลังจากน้ันก็ปรบมือหัวเราะเสียงดัง ทา่ ทดี ีอกดใี จเป็นอยา่ งมาก ชิงเซ่ียวางดอกบัวคู่ไว้ในหมวก จากน้ันก็ยืนข้ึนบนหินผาอย่างอันตราย ก่อนหัน กลับมาแล้วพูดด้วยเสียงเย็น “พอเท่านี้แหละ ถ้ามีโอกาสคงได้พบกันอีก!” เมื่อ พูดจบกป็ ล่อยมอื ทนั ที จากนน้ั กไ็ ถลลงจากหนา้ ผาสูงชนั !

สหี นา้ ของคุณชายชุดหรูเปล่ียนสี ก่อนรอ้ งออกมาด้วยเสยี งแหบๆ วา่ “เฮย้ !” เขาเหน็ รา่ งของชิงเซ่ียร่วงลงไปตามผาน้าแข็งรวดเร็วดังลูกกระสุน พริบตาเดียว กห็ ายไปตามแผ่นน้าแขง็ แสนอันตราย กลายเปน็ กลมุ่ หมอกควันสขี าว ผ่านไปเพยี งไม่นาน ก็ไดย้ นิ เสียงฝเี ทา้ มา้ ดังขนึ้ ชงิ เซี่ยข้ึนข่ีบนหลังม้า ทิ้งไว้เพียง ละอองหิมะอยบู่ นพื้น คณุ ชายชุดหรแู ละบา่ วรบั ใชส้ องสามคนมองสง่ ชงิ เซ่ียที่ค่อยๆ จากไปด้วยสองตา ถลนและปากทอ่ี า้ ค้าง สูญเสยี ความกระตือรือรน้ ทีอ่ ยากจะไล่ตามไปเสียหมด

บทท่ี 102-2 เย่ียนหุยแห่งซีชวน เวลาผ่านไปไม่นาน ชิงเซ่ียก็กลับมาถึงค่ายทหาร ก่อนพุ่งตรงเข้าไปในค่าย แล้ว หมุนกายลงจากม้า พลทหารรักษาการณ์จูงม้าจากไป ตัวนางก้าวเร็วๆ ไปที่ กระโจมของแพทย์ทหารผอู้ าวุโสชางซวี เม่ือเลิกม่านข้ึนจึงร้องว่า “ท่านผู้อาวุโส ขา้ กลบั มาแลว้ !” “อา” ผู้เฒ่าหัวเราะแล้วลุกขึ้นยืน ก่อนถูฝ่ามือไปมา แล้วปัดเศษสมุนไพรบน เส้ือผ้าออก พดู วา่ “ฝเี ทา้ ของแม่นางชา่ งรวดเร็วเสยี จรงิ ” “ให้ท่าน” นางหยิบดอกบัวที่อยู่ในหมวกออกมา พลันพูดว่า “ข้ากลัวว่าหาก ลา่ ชา้ อาจจะส่งผลรา้ ยตอ่ ฤทธข์ิ องยา ทา่ นรีบลงมือเถิด” ผ้เู ฒา่ ชางซวีพูดว่า “เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมหมดแล้ว รอเพียงให้แม่นางกลับมา เท่านั้น” “ท่านผู้อาวุโส” ชิงเซย่ี คิดค้านงึ กอ่ นค่อยๆ กดเสยี งใหเ้ บาลง “เรื่องที่ข้าออกไป หาสมุนไพรนี้ อย่าให้องค์ชายรเู้ ป็นเด็ดขาดนะ” ผ้เู ฒ่าชางซวนี ง่ิ ไป จากนน้ั กพ็ ยักหน้า ชิงเซ่ียย้ิม แล้วออกจากกระโจมไป พบกับ พวกของน่าเค่อตัวและหล่ีเสี่ยนก้าลังเดินมาหา ตอนน้ีพวกเขาเข้าร่วมกองทัพ ประจ้าการของฉินจือเหยียน กองทัพเหยียนจื้อมีช่ือเสียงขจรไปไกล ได้เข้า ประจ้าการในกองทัพท่ียอดเยี่ยมที่สุดของแคว้นฉินเช่นน้ี พวกเขาจึงพากันยินดี เป็นอย่างมาก “พ่ีชิง!” หล่ีเสี่ยนตาไว เม่อื เหน็ ชิงเซยี่ เข้า กร็ ้องเรยี กเสยี งดงั

ชงิ เซีย่ ย้ิม ค่อยๆ ก้าวไปข้างหนา้ กอ่ นพูดว่า “พวกเจา้ ไดพ้ ักแล้วหรือ?” “พวกเราเพิง่ ไปรบั เสอื้ เกราะทหารกนั มา” น่าเค่อตัวยมิ้ อย่างสดใส ก่อนชูเกราะ ทหารในมือขนึ้ แล้วพูด เกราะทหารสีด้าสนิทของกองก้าลังประจ้าการแห่งกองทัพเหยียนจ้ือ ส่อง ประกายเป็นมันเงาภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ชิงเซ่ียตบบ่าของน่าเค่อตัว ก่อน พดู พลางย้ิมว่า “ทา้ ได้ดมี าก!” “พ่ีชิง!องค์ชายอยู่ในกระโจมใหญ่แน่ะ เพ่ิงจะประชุมเสร็จ รองแม่ทัพอี้โจวบอก ว่าพรุ่งน้ีก็จะเดินทัพเข้าสู่ท่ีราบไป๋ลู่แล้วล่ะ” คนเหล่านี้ได้ประสบกับการลอบ โจมตีของป้อมไป๋ลู่ แม้จะพูดว่าเพราะโชคร้ายมาก่อนจึงได้พบกับโชคดีในวันน้ี แต่พวกเขากร็ ้สู กึ อดั อัน้ ตันใจอยู่ลึกๆ โดยเฉพาะน่าเค่อตัวท่ีต้องการก่อร่างสร้าง ตวั และแก้แคน้ ใหม้ ารดา ยิง่ รอคอยสนามรบสักคร้ังอยา่ งใจจดใจจ่อ ชิงเซย่ี พยกั หนา้ กอ่ นพูดคุยกับพวกเขาอีกสองสามค้า แล้วเดินไปที่กระโจมหลัง ใหญ่ องค์รักษ์ท่ีรักษาการณ์ของค่ายรู้จักชิงเซี่ยมานานแล้ว จึงไม่ได้เข้ามาขัดขวาง ชิงเซี่ยเปิดม่านขึ้น ก็เห็นฉินจือเหยียนนั่งอยู่ตรงกลางของกระโจมหลังใหญ่ของ ค่าย ก้มหน้าลงเขียนอะไรบางอย่างอยู่ ร่างของฉินจือเหยียนอยู่ในเสื้อตัวส้ันสีน้าเงิน ผูกผมสวมหมวกบัณฑิต คิ้วตา ผ่อนคลาย ทั่วร่างแผ่รังสีของผู้ทรงภูมิที่ดูไม่อึดอัดออกมา ดูอย่างไรก็ไม่ เหมือนกับแม่ทัพผู้ที่สวมเส้ือผ้าซึ่งถูกย้อมด้วยเลือดในสนามรบอันบ้าคล่ังเลย แม้แตน่ ้อย

เม่ือได้ยินเสียง ฉินจือเหยียนก็เงยหน้าขึ้น เห็นชิงเซี่ยสวมเส้ือขนสัตว์สีขาวราว หิมะยืนส่งย้ิมกว้างมาให้จากหน้าประตู ก่อนยกมุมปากข้ึนอย่างอบอุ่น ยิ้มแล้ว พดู วา่ “ด้านนอกหนาว รีบเข้ามาข้างในเถิด” ชิงเซี่ยปล่อยม่านลง แล้วเดินเข้ามาด้านใน ก็เห็นชามเปล่าหน่ึงใบวางไว้บนโต๊ะ ตัวเตี้ยของฉินจือเหยียน ก็รู้ว่าเขายอมทานสาลี่และเม็ดบัวที่ตัวนางตุ๋นให้ นาง จึงพูดอย่างยินดีว่า “ท่านก้าลังเขียนอะไรอยู่ เดินทางมาทั้งวัน ท่านคงเหน่ือย แลว้ ” ฉินจือเหยียนวางพู่กันในมือลง ใบหน้าอ่อนโยน เลื่อนท่ีนั่งออกครึ่งหน่ึงอย่าง เป็นธรรมชาติ น้าหอมกล่ินชานเป้ยค่อยๆ โอบล้อมตัวนาง บรรยากาศการต่อสู้ เมื่อสักครู่กับคนเหล่าน้ันได้จางหายไปเสียแล้ว น่ังข้างฉินจือเหยียน จึงค่อย หายใจได้สะดวก ก่อนยกถ้วยชาท่อี ยบู่ นโต๊ะตัวเตีย้ ขึ้นมาโดยไม่สนวา่ จะเป็นถว้ ย ท่ฉี ินจอื เหยยี นใช้แลว้ หรอื ไม่ แล้วดืม่ ชาลงไปหนึ่งอึก “น่ีคือชาอู๋ชุนที่ส่งมาจากหนานเจียง ช่วยให้ชุ่มคอแล้วยังช่วยดูแลผิว เจ้าด่ืมให้ มากๆ” ชิงเซ่ียเอ่ยข้ึนอย่างไม่ใส่ใจว่า “ข้าไม่รู้เร่ืองชา แต่ไหนแต่ไรมาก็เอาแต่ดื่มอย่าง เดียว แต่ว่าชาชนิดน้ีไม่เลวเลยเสียจริง ท่านได้ชุ่มปอดชุ่มคอ ข้าได้ฟื้นฟูผิวหน้า ได้ประโยชน์ไปคนละอยา่ ง” ฉินจือเหยียนหัวเราะ ก่อนส่ายหน้าไม่พูดอะไร แล้วชิงเซ่ียก็ยกม้วนหนังสือสอง สามม้วนขึ้นมาดูตามใจชอบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นข้อมูลทางทหาร และมีประกาศ จากราชส้านักแห่งเสียนหยาง ชิงเซ่ียไม่สนใจการทหารของแคว้นฉิน เม่ือกวาด ตามองสองสามที ก็ผลักไปอีกทาง จากน้ันก็เปิดแผนที่ทางภูมิศาสตร์หนึ่งเล่ม

อยา่ งลวกๆ ฉินจือเหยียนนั่งด่ืมชาอยู่อีกด้าน ใบหน้าสงบน่ิง เหมือนภาพวาดแม่น้าภูเขาอัน สวยงาม “ฉินจือเหยียน” ชิงเซี่ยกินขนมบนโต๊ะไปพลาง พูดด้วยท่าทีสบายๆ ว่า “ผู้ อาวุโสชางซวีบอกว่าท่านต้องพักผ่อนร่างกายให้มากๆ ท้างานให้น้อยลง จึงจะ ทา้ ให้รา่ งกายปรับตวั ได้ดีขนึ้ ” ฉินจือเหยียนหัวเราะแล้วหันหน้ามามอง ย้ิมบางๆ “อืม ผู้อาวุโสพูดถูก ข้าจะ ระวงั ” “ถ้าอย่างนนั้ กไ็ มต่ ้องนง่ั ตรงน้แี ล้ว เข้าไปพกั ผอ่ นทีด่ ้านหลงั ของกระโจมเถิด” ฉินจือเหยียนส่ายหน้า ก่อนค่อยๆ พูดว่า “ไม่ได้หรอก วันน้ีจะมีแขกผู้มีเกียรติ มาเยอื น ขา้ จะตอ้ งอยู่รอ หากเจา้ เหน่อื ย ก็ไปพักผ่อนเถดิ ” “แขกผมู้ ีเกียรติ?” ชงิ เซยี่ ขมวดค้วิ ฉับ ก่อนเอย่ ปากถามอย่างสงสัย “ใครกนั ?” เมื่อฉินจือเหยียนเตรียมตัวจะตอบค้าถาม ทันใดนั้นเสียงของทหารที่อยู่นอก กระโจมก็ดังข้ึน “องค์ชาย แม่ทัพแห่งซีชวนแม่ทัพเย่ียนหุยรอเข้าพบอยู่ ทางด้านนอกค่ายพะ่ ยะ่ ค่ะ!” ชิงเซีย่ ผุดลุกขึ้นยืนทนั ที ไม่คิดว่าแขกที่ฉินจือเหยียนพูดจะเป็นแม่ทัพแห่งซีชวน เหย่ียนหุย บุรุษหนุ่มรูปงามที่มีช่ือเสียงท้ังสี่คนของใต้หล้าอันวุ่นวายแห่งนี้ ตอนน้ีชิงเซี่ยได้พบแล้วสาม เหลือเพียงคนสุดท้ายที่นางยังคงไม่มีโอกาสได้พบ ไมร่ ู้ว่าเขาจะรปู งามจนชวนตะลงึ และมีอา้ นาจล้นฟ้าเหมือนฉินจือเหยียนและอีก

สองคนหรือไม่ ฉินจือเหยียนหยัดกายข้ึนยืนด้วยท่าทีสง่างาม ก่อนเดินไปที่ประตูทางเข้าของ กระโจม แล้วทหารที่อยู่ด้านนอกก็รีบยกม่านข้ึนทันที ได้ยินฉินจือเหยียนพูดว่า “ทหารท้ังหมดเข้าแถว แล้วออกไปต้อนรับ” ชิงเซ่ียคลุมเสื้อคลุมกันลมให้ ฉินจือเหยียน แล้วยืนอยู่ด้านข้างของเขา ด้านหลังคือกองทัพเหยียนจื้อซึ่ง ย่ิงใหญ่เกรียงไกร คบไฟมากมายถูกจุดข้ึน ธงถูกชูข้ึนสูงพร้อมโบกสะบัด ลม กลางคืนพัดผ่านใบหน้า ธงใหญ่ท่ีอยู่ด้านหลังสะบัดลอยไปตามลม มองดูช่าง เป็นกองทัพท่ีย่งิ ใหญ่ กองทหารของซีชวนด้าทะมึนค่อยๆ เข้ามาใกล้ ชิงเซ่ียยืนอยู่ข้างกายของ ฉินจือเหยียน ก่อนค่อยๆ หันไปมองท่าทีแข็งแกร่งดังดาบของฉินจือเหยียน ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนว่าเขาได้กลายเป็นภูเขาสูงตระหง่านท่ีต้องแหงนหน้าขึ้น มอง ในยามนี้ยามท่ีก้าลังยืนอยู่ตรงหน้าของกองทัพใหญ่จ้านวนมากเช่นนี้ ลม กลางคืนพดั มาจนเสน้ ผมสดี า้ ยาวของเขาสะบัดพันกัน พัดผ่านเกราะเย็นเหยียบ ของเขา เปลวเพลงิ ลัน่ เปร๊ียะจากคบไฟ ย้อมเกราะเหล็กจนส่องประกาย แม่ทัพ วัยหนุ่มหล่อเหลาองอาจอย่างไร้ที่เปรียบ หากได้เป็นเทพบนสวรรค์ จะต้องมี เหล่าเทวดาอิจฉาท่าทสี งา่ และใบหนา้ งดงามเชน่ น้ีเปน็ แน่ เม่ือรับรู้ได้ถึงสายตาสงสัยของชิงเซี่ย ฉินจือเหยียนก็หันกลับมา ก่อนจ้องมอง เข้าไปในดวงตาของชิงเซี่ยนิ่งๆ ดวงตาอ่อนโยนขยายใหญ่ข้ึนเหมือนกับท้อง ทะเลกันกว้างขวาง ทันใดนั้นเขาก็ยกมุมปากเป็นรอยยิ้มอบอุ่น ชิงเซ่ียรู้สึกว่า แสงแห่งเปลวไฟท้ังหมดบนโลกใบนี้สิ้นแสงไปโดยพลัน ดวงตาของนางมองเห็น เพียงรอยย้ิมสง่างามและใบหน้าอ่อนโยนดุจหยกของฉินจือเหยียนเท่านั้น ฉินจือเหยียนยกมือขึ้น เพื่อเหน็บผมบริเวณจอนให้ชิงเซ่ีย จากน้ันก็เอามือลง

แล้วกุมมือของชิงเซย่ี ไวแ้ น่น ทันใดน้ันร่างเล็กของชิงเซ่ียก็พิงเข้ากับร่างของเขาเหมือนถูกไฟดูดเข้าหากัน กอ่ นเงยหน้าขึ้นมองชายที่ยนื่ มือเข้าช่วยเหลือยามที่นางอยู่ในภาวะอันตรายไม่รู้ ก่คี รงั้ ตอ่ กีค่ รัง้ ผู้นี้ ก็รู้สึกอบอุ่นในใจเหมือนคลื่นลมสงบน่ิงในท้องทะเล ในค่้าคืน ด้ามืดที่มีลมหนาวพัดโบกเช่นนี้ ทั้งสองคนยืนเคียงไหล่กันในทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มือจับกันไว้ มองกองทหารม้าของซีชวนที่ก้าลังเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว ดูแลกัน และกนั เหมอื นตน้ ไม้สองต้นทเี่ ติบโตเคียงข้างกนั “องค์ชายสาม!” น้าเสียงสดใสที่ฟังดูโดดเด่นจากเสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นทันใด ชิงเซ่ียเลิกค้ิว ก่อนมองไปด้านหน้าอย่างเย็นชา ก็เห็นกองทัพท่ีก้าลังโบกสะบัด ธงอยู่ แม่ทัพเกราะเงินผู้หน่ึงควบม้าออกจากแถวทหารเข้ามาเป็นคนแรก ค้ิว โก่งหน้าตาเป็นประกาย ใบหน้าขาวดั่งหยก สวมผ้าคลุมกันลมสีแดงสดโบก สะบัดตามลมไปด้านหลังจนดูเหมือนเป็นเปลวเพลิง ดวงตาเรียวแคบเหมือน จ้ิงจอก ส่องประกายเจ้าเล่ห์ เพียงไม่นานก็ควบม้าเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อน หมุนกายกระโดดลงจากหลงั ม้า แลว้ ประสานมือพร้อมกับกองทหารของซีชวนท่ี อยู่ด้านหลัง ก่อนพูดด้วยน้าเสียงสดใสว่า “ไม่เจอกันนาน องค์ชายสามก็ยังคง งดงามเชน่ เคย เยย่ี นหุยขอถวายความเคารพ” ฉนิ จือเหยียนหวั เราะเบาๆ ก่อนประสานมือค้านับแล้วพูดว่า “งานล่าสัตว์แห่งท่ี ราบไป๋ลู่คร้ังน้ี ยังต้องอาศัยกองก้าลังเกราะเหล็กของแม่ทัพเหยียน หวังว่าท่าน แมท่ พั จะไมร่ งั เกยี จสอนสั่ง” ดวงตาของเยี่ยนหุยหรี่ลง ค้ิวเลิกขึ้นสูง ท้าให้ย่ิงดูเหมือนจ้ิงจอกมากข้ึน ก่อน หัวเราะแล้วพูดว่า “พูดอะไรเช่นนั้น มีเทพสงครามแห่งต้าฉินอยู่ที่นี่ทั้งคน ไหน เลยเย่ียนหุยท่ีมีรัศมีน้อยนิดดังเมล็ดข้าวจะกล้าเทียบรัศมีเดือนดาว องค์ชาย

โปรดอยา่ ทรงลอ้ กระหม่อมเล่นหน่อยเลย” ฉินจือเหยียนย้ิมแล้วพูดว่า “ท่านแม่ทัพเก่งกาจฉลาดเฉลียว รู้ทั่วไปท้ังแผ่นดิน หากท่านถ่อมตัวว่าตัวเองมีรัศมีเพียงเมล็ดข้าว ฉะน้ันโลกนี้คงต้องตกอยู่ใน รตั ตกิ าลช่ัวนิรันดร์ ไมม่ ีแสงเดอื นดาวแสงตะวนั ทไ่ี หนอกี แลว้ ” เม่ือเย่ียนหุยได้ยินค้าก็หัวเราะเสียงดังด้วยน้าเสียงสดใส เกราะสีเงินในตัวส่อง ประกายสดใส สะท้อนใบหน้าหล่อร้ายของเขา เหมือนดังเช่นเทพมารท่ีมีความ งดงามของปีศาจ “ไม่ทราบว่าท่านนี้คือ?” สายตาของเยี่ยนหุยท้าราวกับเพ่ิงหันมาสนใจชิงเซ่ีย เหมือนไม่เคยพบนางมาก่อน ปลายคิ้วยกข้ึนสูง ท่าทีสงสัยใคร่รู้ เจือไปด้วย ความร้สู ึกสนกุ สนานและเสยี งหวั เราะ ฉินจือเหยียนกุมมือของชิงเซี่ย ท่าทีสบายๆ ใบหน้าสง่างาม ลมหนาวยาม กลางคนื พัดผา่ นผมยาวของทั้งสองคนเสียจนพันเข้าด้วยกัน เขายิ้มบางแล้วมอง ชงิ เซย่ี กอ่ นคอ่ ยๆ พูดขน้ึ ว่า “นางคือหญิงในดวงใจของจอื เหยียน” ชิงเซย่ี นง่ิ ไป ทนั ใดนัน้ กห็ นั มามองฉนิ จือเหยียนด้วยท่าทีตกตะลึง นางเองรู้ว่าต้ัง นานแล้วว่าฉินจือเหยียนชอบนาง เพียงแต่นางไม่คิดว่าเขาจะยอมรับต่อหน้า ธารก้านัลด้วยปากของตัวเองเช่นน้ี เย่ียนหุยนิ่งชะงัก จมอยู่ในความคิดแล้วจึง ย้ิมอย่างอึดอัดใจอยบู่ ้าง “ได้รับความรักจากเซวียนอ๋องเช่นน้ี ดูแล้วแม่นางคนนี้ คงเป็นหงสง์ ามในหมสู่ ตรที ั่วไป งดงามไมธ่ รรมดา เปน็ ป่นิ แหง่ ใตห้ ลา้ น้ี” ชิงเซ่ียย้ิมบาง ไม่คิดว่าจะมาเจอศัตรูในท่ีเช่นน้ี แล้วคนผู้น้ียังเป็นเย่ียนหุยผู้มี ชอ่ื เสยี งเสียอกี สายตาดังจ้ิงจอกของเขาเอาแต่จ้องมองนางและฉินจือเหยียนไม่

วางตา ก่อนย้ิมบางแล้วพูดว่า “มิกล้า ท่านแม่ทัพเย่ียนมีชื่อเสียงแต่ยังเยาว์ พบ เจอหญิงงามมากมายในแผ่นดิน ในจวนของท่านมีภรรยางดงามมากมายนับไม่ หวาดไม่ไหว ข้าน้อยเป็นเพียงหญิงธรรมดาไม่มีอะไรพิเศษ จะไปเข้าตาท่านแม่ ทพั ได้อยา่ งไร ทา่ นแม่ทัพอยา่ งพดู เล่นไปเลย” ฉินจือเหยียนยิ้มบาง จากน้ันก็พูดขึ้น “ในค่ายได้เตรียมสุราเลิศรสไว้แล้ว หาก ทา่ นแมท่ พั เยย่ี นไมร่ งั เกยี จ ก็มารว่ มดม่ื ด้วยกนั เถิด” เยีย่ นหยุ ยิ้ม “องค์ชายอยา่ ไดล้ า้ บากเลย พร่งุ นท้ี หารทั้งสี่แคว้นก็จะได้มารวมตัว กัน ณ ทร่ี าบไปล๋ ู่แลว้ เม่ือถึงเวลาน้นั แล้วจะรว่ มดมื่ กินด้วยกนั กค็ งไม่สาย” ค้ิวของฉินจือเหยียนขมวดเล็กน้อย ก่อนเอ่ยถามเสียงนิ่งๆ ว่า “อะไรกัน? รัช ทายาทอันและเจา้ แคว้นฉจู่ ะมาถึงทร่ี าบไปล๋ เู่ รว็ ถึงเพยี งนเี้ ชยี วหรือ?” “แน่นอนอยู่แล้ว!” เยี่ยนหุยกวาดสายตามองชิงเซี่ยที่ยืนอยู่ข้างฉินจือเหยียน อยา่ งมนี ยั ดวงตาเจา้ เลห่ ก์ ระตุกเลก็ น้อย ก่อนพูดว่า “สงครามกับพวกป้อมไป๋ลู่ ที่ด้านนอกด่านเหยาน้ัน ได้องค์ชายช่วยเหลือไว้ทันเวลา ท้าให้บุตรชายตระกูล สอื่ แห่งซีชวนรอดชวี ิตมาได้ ไมต่ ้องไม่เกิดใหม่ แม่นางเซยี่ ชิงยังปลอมตัวเป็นชาย เข้าร่วมกองทัพ เรื่องที่นางต่อกรกับทหารรับจ้างของป้อมไป๋ลู่กว่าสามพันคน ด้วยตัวคนเดียวนั้นถูกเล่าลือไปทุกทิศ ในยามนี้เจ้าแคว้นฉู่หลีและรัชทายาท แคว้นฉีได้เดินทัพเขา้ มาสู่ท่รี าบไป๋ลู่อย่างรวดเรว็ เพ่อื อยากเห็นใบหนา้ งดงามจน ตอ้ งตกตะลึง เยี่ยนหุยเองก็ต้องใจอยู่นานแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้จะได้พบแม่นางเซี่ย ชงิ ตวั จริง ช่างเปน็ โชคดีท่ีหาไดย้ ากยง่ิ นกั ” เม่ือพดู จบก็ประสานมอื เล็กนอ้ ย คา้ นบั ใหช้ งิ เซ่ยี กอ่ นพดู ด้วยน้าเสียงสดใส “แม่ นางชา่ งสงู ส่งนกั ไดห้ ญิงทม่ี คี ณุ ธรรมและมคี วามกลา้ หาญเช่นน้ีเข้ามาในกองทัพ

ถือว่าเป็นโชคดีของซีชวน เย่ียนหุยได้รายงานต่อฮ่องเต้แล้ว เพื่อมอบต้าแหน่ง ตอบแทนใหก้ บั แม่นาง นับจากนตี้ อ่ ไป แมน่ างเซ่ยี ชิงจะเปน็ แมท่ ัพหญงิ ผปู้ กป้อง แคว้นแห่งซีชวน ประทานกองทัพแห่งแดนเหนือให้อยู่ในการดูแล มีฐานะ เทียบเท่าองค์หญิงแห่งซีชวน ได้รับเงินตอบแทนข้ันหนึ่ง นับแต่น้ีท่านและข้า สองคนได้เป็นขุนนางในราชส้านักเดียวกันแล้ว หวังว่าท่านแม่ทัพเซ่ียชิงจะช่วย สนบั สนุนดว้ ย!” สายลมพดั โบก ดวงตานง่ิ งนั จ้องมองเยีย่ นหยุ อย่างเย็นชา

บทที่ 103-1 ความอบอุ่นของกระโจมดอกพุดตาน “ท่านแม่ทัพเย่ียนจาคนผิดแล้ว ข้ามีชื่อมีแซ่ ทว่าไม่ได้ชื่อเซ่ียชิงอย่างที่ท่านว่า หรอกเจ้าค่ะ” มุมปากของชิงเซ่ียแฝงไปด้วยรอยย้ิม สายตาเย็นเหยียบ มอง เย่ียนหยุ อยา่ งเย็นชา กอ่ นเอ่ยพดู เสียงนิง่ เย่ียนหุยหัวเราะเสียงดัง พูดว่า “ได้อยู่ในสายตาขององค์ชายสามเช่นนี้ ตาแหน่งแมท่ พั หญงิ แห่งซีชวนคงไม่อยู่ในสายตาของแม่นาง ทว่าทะเบียนทหาร ของแม่นางอยู่ในกองทัพซีชวนแล้ว การรับรองเป็นที่รู้โดยทั่วกัน จักรพรรดิของ พวกเรามีเจตนาดี หากว่าถูกปฏิเสธซ่ึงๆ หน้าเช่นนี้ เกรงว่าจะเกิดเร่ืองยุ่งยาก ข้นึ ” ชิงเซ่ียย้ิมเย็น ทว่าพูดด้วยน้าเสียงแจ่มใสว่า “ข้าเป็นเพียงคนธรรมดาท่ีกลัว ความมืดกลัวเจ็บกลัวจน แต่ไม่กลัวความวุ่นวาย ท่านแม่ทัพเองก็ไม่ได้เพิ่งจะ รจู้ กั ขา้ เพียงวันสองวัน หากยังไม่เชอื่ กค็ งตอ้ งลองดูสกั ตั้ง” เย่ียนหุยนิ่งงัน ไม่คิดว่านางท่ียืนอยู่ข้างฉินจือเหยียนท่ามกลางสถานะเช่นน้ีใน กองทัพใหญ่ของสองแคว้น จะยังคงด้ือร้ันไม่ฟังใคร ไม่ยอมลดราวาศอกเลย แม้แต่น้อย ในทางกลับกัน ฉินจือเหยียนกลับย้ิมบางเหมือนสายน้าน่ิง เหมือน รู้อยแู่ ลว้ วา่ ชิงเซย่ี จะพดู เชน่ นี้และไม่ใสใ่ จ ยนื ย้มิ นิ่งไมพ่ ดู จา ภายหลังสงครามของสองกองทัพระหว่างแคว้นฉินและฉู่ ด้วยการร่ัวไหลของผล สารวจลับๆ ของผู้ที่หวนคิดถึงหรือมีใจต่อตระกูลใหญ่ต่างๆ ในกองทัพของฉู่หลี ชือ่ ของเซยี่ ชงิ แทบจะถกู ขยายไปไกลในฐานะศตั รู ในฐานะทเ่ี ป็นศตั รูผ้ทู ี่ต้องการ เห็นความพินาศในความสัมพันธ์ระหว่างแคว้นฉินและแคว้นฉู่อย่างซีชวน ย่ิง

ต้องเขา้ มารว่ มลงทุนลงแรงในเร่ืองนี้ด้วย หลงั จากหลบหนจี ากสายตาของหนาน ฉู่แทบตาย ในที่สดุ ก็พสิ จู น์ได้วา่ หญงิ ท่ใี ชน้ ามแฝงว่าเซี่ยชิงผู้ถูกเกณฑ์เข้ามาเป็น ทหารในกองทัพผู้นี้ ก็คือจวงชิงเซี่ยผู้เป็นตัวชนวนให้เกิดความขัดแย้งของ แคว้นฉแี ละแควน้ ฉู่ เม่ือได้รับรู้ข้อมูลเร่ืองนี้ เยี่ยนหุยก็สนใจข้ึนมาในทันที หญิงผู้น้ีมีมนตร์วิเศษอัน ใดจึงดึงดูดสายตาของบุรุษหนุ่มรูปงามของท้ังสามแคว้นได้ หากกลายเป็นตัว หมากของซีชวนได้ก็คงจะนาพาผลประโยชน์มาให้อีกมาก อีกอย่างตัวเขาน้ัน คน้ หาดอกไม้งามมาทั้งชีวิต เดินทางไปทั่วแผ่นดินเสียจนติดเป็นนิสัยเพ่ือพบกับ หญิงงามเพียบพรอ้ ม เมอื่ มีหญงิ ทม่ี ีเสนห่ ไ์ มธ่ รรมดาพรอ้ มทั้งมีลักษณะเฉพาะตัว เช่นนี้ปรากฏข้ึน จะไม่ให้ใจของเขาหวั่นไหวได้อย่างไร ที่ต้องไปไป๋หลิงด้วย ตัวเอง ก็เพราะได้รับรายงานมาว่าจวงชิงเซ่ียอาจจะปรากฏตัวอยู่ท่ีเขตไป๋หลิง ทวา่ หลังจากนั้นราชสานกั ซีชวนกลับเกดิ เรอื่ งข้ึน จึงต้องรีบกลับแคว้นอย่างด่วน จ๋ี จนทาให้เสียเวลาเช่นน้ี เมื่อวันก่อนได้พบสื่อหางท่ีรอดตายจากด่านเหยามาได้ คุณชายหนุ่มเยาว์วัยผู้น้ี แม้ว่าจะไม่มีความสามารถอะไร ทว่ากลับมีพี่สาวที่มีรูปร่างหน้าตาราวกับ นางฟ้าอยู่สองคน เยี่ยนหุยเองก็เคยมีความสัมพันธ์ระยะส้ันกับพวกนางทั้งสอง ส่ือหางรู้ว่าได้ทาความผิดใหญ่หลวง ดังน้ันจึงหนีมาหาเย่ียนหุยเพ่ือขอความ ช่วยเหลือ เพ่ือให้พ้นผิดเขาจึงโยนความผิดทั้งหมดไปที่ชิงเซ่ีย โกหกพกลมว่า เป็นเพราะหวั หนา้ กองพลเล็กเซย่ี ชงิ ดาเนินแผนการรบลา่ ช้า กระหายชัยชนะจน ไมด่ กู าลงั ตนเอง เขา้ โจมตีกองกาลังของศัตรู เป็นเหตุให้ถูกจู่โจมจนพ่ายแพ้และ สญู เสียเสบยี งอาหาร เย่ียนหุยเป็นคนระดับไหนทาไมจะไม่รู้ว่าคาพูดเหล่านี้เป็นคาพูดแก้ตัวเพ่ือให้

ตัวเองพ้นผิด ทว่าคาว่าเซ่ียชิงสองคานี้โดดเด่นเตะหูเสียจนลบล้างความโกรธ เคืองของเขาไปได้จนหมด ภายใต้การตรวจสอบ จึงได้รู้ว่าเซ่ียชิงและเด็กหนุ่ม จากเขตไป๋หลิงอีกสามคนได้เข้ารับการเกณฑ์ทหารพร้อมกัน และจากการ วิเคราะห์การกระทาต่างๆ ของนางหลังจากเข้ารับการเกณฑ์ทหารแล้ว ในท่ีสุด กย็ นื ยนั ไดว้ ่าเซี่ยชิงผู้น้คี ือจวงชิงเซ่ีย เพราะฉะนน้ั เมื่อรู้ว่ากลุ่มทหารกองพลน้อย ของเซี่ยชิงหนีเข้ามาอยู่ในกองทัพเหยียนจื้อของฉินจือเหยียน เขาจึงไม่ค่อย แปลกใจเท่าใดนัก วันนั้นท่ีค่ายใหญ่ของซีชวนบรรดาจอกเหล้าไม่มีว่างเปล่า มีการร้องราทาเพลง แล้วจึงมีผู้พูดพล่ามเร่ืองที่เซ่ียชิงเข้ารับการเกณฑ์ทหารแล้วโดนโจมตีจน บาดเจ็บสาหัส จนฉินจือเหยียนต้องนากองทัพเหยียนจื้อด้วยตัวเองมาไกลถึง ร้อยลเ้ี พอ่ื เข้าชว่ ยเหลือ หลงั จากนัน้ เร่อื งการโจมตีของป้อมไป๋ลู่จึงถูกขยายไปให้ โลกรู้ เป็นดังคาด วันต่อมากองทัพใหญ่ของแคว้นฉีและแคว้นฉู่ท่ีแต่เดิมเฝ้า สังเกตการณ์อยู่ภายนอกกลับมุ่งหน้าสู่พ้ืนท่ีด้านในเขตของซีชวน รีบเดินทาง ไปสู่ท่ีราบไป๋ลู่อย่างลืมวันลืมคืน จนตอนน้ีอยู่ห่างออกไปไม่ถึงหนึ่งคืนเสียด้วย ซา้ แล้วเขายังไม่อยากจะเชื่อว่าตัวต้นเหตุผู้นามาซ่ึงเรื่องร้ายในใต้หล้าอันแสน สับสนวุ่นวายแห่งน้ีอย่างจวงชิงเซี่ยจะเป็นหญิงสาวแสนเย็นชาที่เคยมีวาสนาได้ พบหน้าถึงสองคร้ังแล้ว ยามน้ีนางยืนอยู่ข้างฉินจือเหยียน คนทั้งสองคนหนึ่ง อบอุ่นอ่อนโยน อีกคนหน่ึงเย็นชาสง่างาม เหมือนคู่ของเทพและเทพี ให้ บรรยากาศแบบทีค่ นทว่ั ไปไม่อาจเทยี บเคียงได้ ชีวิตของเขาพบเจอกับสาวงามมานับไม่ถ้วน สตรีงดงามอ่อนหวานเหล่าน้ันเม่ือ อยู่ตรงหน้ายศถาบรรดาศักด์ิและหน้าตาของเขาแล้วก็ต้องลดลาความยโสของ

ตนโดยพลัน ถูกความองอาจสง่างามของเขาสยบ เพ่ิงจะเคยพบสตรีท่ีด้ือร้ันไม่ ยอมฟังอย่างชิงเซี่ยเป็นคร้ังแรก เมื่อก่อนเหล่าดอกไม้งามท่ีมีสีสันสวยสดก็ สูญเสียกล่ินสีอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นสีธรรมดาพ้ืนๆ ไม่อาจดึงดูดความสนใจ ใดๆ ได้อีก เขาหัวเราะพลางพูดว่า “แม่นางไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ ดูท่าแล้วการ ผูกมัดด้วยโซ่ตรวนธรรมดาคงจะตื้นเขินจนเกินไป เพียงแต่ไม่รู้ว่าเมื่อแม่นางได้ เผชิญหน้ากับท่านเจ้าแคว้นฉู่หลีแล้ว จะรักษาท่าทีไม่ธรรมดาเช่นน้ีได้อยู่อีก หรือไม่” ชิงเซยี่ รู้แน่แลว้ วา่ ฐานะของนางจะตอ้ งถูกเปดิ โปงต่อหน้าชายผู้เจ้าเล่ห์ดงั จ้ิงจอก ผู้น้ีแน่นอน จึงไม่คิดจะปิดบังอีก ก่อนหัวเราะเสียงเย็นแล้วพูดว่า “เป็นเรื่อง ระหว่างข้าและเจ้าแคว้นฉู่เพียงสองคน ไม่รบกวนท่านแม่ทัพให้ลาบากใจหรอก เจ้าคะ่ ” “ฮ่าๆ ” ทันใดนั้นเย่ียนหุยก็หัวเราะเสียงดังด้วยน้าเสียงสดใส สองตาแคบยาว หร่ีลงเล็กน้อย สาดส่องไปท่ัวทุกทิศ ใบหน้าภายใต้คบไฟย่ิงฉายแววเจ้าเล่ห์ร้าย กาจ เขาพูดเสียงดังว่า “แม่นางช่างกล้าหาญยิ่งนัก ปากไวทันคน ในเม่ือเป็น เช่นนี้ ข้าคงไม่รบกวนแล้ว พรุ่งนี้ท่ีการศึกแห่งที่ราบไป๋ลู่ คงได้ร่าสุรากับองค์ ชายสามอกี ครัง้ !” ฉินจือเหยียนประสานมือนิ่งๆ น้าเสียงทุ้มต่าเหมือนเหล้าที่บ่มเป็นอย่างดี “ขอ แม่ทพั เยยี่ นเดนิ ทางปลอดภยั เกรงวา่ ไม่อาจไปสง่ ได้” เมื่อเห็นกองทัพของของซีชวนค่อยๆ ห่างไกลออกไป ชิงเซ่ียจึงค่อยถอนหายใจ ออกมา เหมือนเหน็ดเหนอื่ ยการการผ่านศกึ ใหญ่มา ฉินจือเหยียนก้มศีรษะลงเล็กน้อย ก่อนมองใบหน้าเล็กของชิงเซี่ยท่ีสูญเสียรัศมี

ความเย็นชากลายเป็นเหนื่อยอ่อนโดยฉับพลัน แล้วย่ืนมือไปตบไหล่ชิงเซ่ีย จากนัน้ ก็ถามดว้ ยเสยี งเบาๆ วา่ “เหน่อื ยหรือไม่?” เม่ือชิงเซ่ียได้ยินจึงรีบเงยหน้าข้ึนแล้วส่ายหน้า พูดว่า “ไม่เหน่ือย” พอเห็นสี หน้าของฉินจือเหยียนไม่ค่อยดีนัก นางจึงย่นจมูกแล้วพูดว่า “ฉินจือเหยียน ข้า หนาวมาก พวกเรารบี กลบั กันเถิด” ฉินจือเหยียนพยักหน้า กองทัพเหยียนจื้อท่ีอยู่ด้านหลังเปิดทางให้ ชิงเซี่ยและ ฉินจือเหยียนเดินเคยี งไหลก่ นั ไปที่กระโจมหลังใหญ่ ม่านของกระโจมหลงั ใหญ่ถูกเปิดออก กลิ่นหอมอบอุ่นก็ประทะ เต็มไปด้วยกลิ่น หอมของสมุนไพร ชงิ เซี่ยสดู ดมเขา้ ไปหนง่ึ ครั้ง ก่อนเดินอ้อมไปทางด้านหลังของ ฉินจือเหยียนเพื่อปลดเส้ือคลุมกันลมหนาหนักให้เขา แล้ววางไว้ด้านข้างของตู้ เสือ้ ผา้ จากนน้ั จึงซักผา้ เชด็ หนา้ สขี าวสะอาดในน้ารอ้ น แล้วจึงส่งให้ ฉินจือเหยียนยิ้มแล้วรับเอามาเช็ดที่ใบหน้า ทันใดน้ันก็เห็นชิงเซ่ียคุกเข่าลงข้าง หนึง่ ตรงหน้าเตยี งนอนเพ่อื ถอดรองเท้าใหเ้ ขา จึงอดไม่ได้ท่ีจะตกตะลงึ ชิงเซี่ยเห็นเขาชักเท้าถอยกลับ ในใจก็แอบหัวเราะ นางดึงเท้าของเขาออกมา แลว้ ถอดรองเทา้ สีขาวผ่องราวกบั หิมะออก เปล่ยี นเปน็ รองเท้าผ้านุ่มๆ พ้ืนบางที่ ใช้ใส่ในห้องแทน ก่อนย้ิมแล้วเงยหน้าขึ้น สองตาหรี่ลงจนดูเหมือนพระจันทร์ เสี้ยวสองดวง เผยให้เห็นฟันขาวสะอาด “กลัวอะไรเล่า? เท้าของฉินจือเหยียน ไมเ่ หม็นหรอกนา่ ” ฉินจือเหยียนหัวเราะ ดึงมือของชิงเซี่ยให้นางน่ังลงบนเตียง ยิ้มแล้วพูดว่า “ด้ือ นกั นะ”

ชิงเซยี่ รสู้ กึ อบอุ่นในหวั ใจ นางชอบท่าทีท่ีฉินจือเหยียนหัวเราะแล้วพูดว่านางดื้น ร้ันเอาเสียจริงๆ ช่างอบอุ่นอ่อนโยน เหมือนท้องฟ้าสดใสในเดือนหกไร้ซึ่งความ หม่นหมอง รอยย้มิ ของนางย่ิงสดใสยิง่ ขน้ึ รอยย้ิมในดวงตาพัดโหมเข้ามาเหมือน ทะเลกว้าง ใบหน้าเลก็ ส่องประกายแห่งความสขุ ใจอย่างแทจ้ ริงออกมา เม่ือพูดไปแล้ว น่ีเป็นเพียงการพบกันในคร้ังท่ีสามเท่านั้น เม่ือรวมเอาเวลา ท้ังหมดเข้าด้วยกันยังไม่ถึงหน่ึงเดือนเสียด้วยซ้า ทว่าไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใด กลับเหมือนว่าได้รู้จักกันมาเป็นเวลานาน รับรู้ทุกการกระทา ทุกรอยย้ิมของอีก ฝา่ ย ล้วนแล้วแต่ไดเ้ ขา้ สมั ผสั ถึงส่วนลึกภายในใจ ชิงเซ่ียไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไรไป นางจ้องมองฉินจือเหยียนนิ่งเหมือนต้องมนตร์ ไม่อาจถอนสายตาไปไหนได้ ดวงตาของฉนิ จอื เหยียนส่องสวา่ งเหมือนดวงดาว ชิงเซ่ียสามารถมองเหน็ ใบหน้า ตัวเองได้อย่างชัดเจนผ่านทางดวงตาของเขา หญิงสาวผอมบางทั้งสองค่อยๆ ขยับเข้ามาหานางทีละนิดพร้อมทั้งกลิ่นหอมสะอาดอ่อนโยน สายตาของ ฉนิ จือเหยยี นอ่อนโยนเหมือนจะทาให้ชิงเซี่ยจมหายไปในสระน้าของต้นฤดูใบไม้ ผลิ รอบด้านล้วนนิ่งเงียบ ด้านนอกกระโจมมีแสงจันทร์ที่ส่องสว่าง และ เสียงเพลงพ้ืนเมืองฟังดูอ้างว้าง ด้านในกระโจมปรากฏเสียงลั่นของเปลวไฟและ ควันขาวลอยเอ่ือย ชิงเซี่ยนั่งพิงลาตัวของฉินจือเหยียน ก่อนเงยหน้าข้ึน แล้ว มองใบหน้าท่ีคอ่ ยๆ เขา้ มาใกล้ มองดวงตาสว่างไสวและเครื่องหน้าอ่อนโยนของ เขา มีความรู้สึกคล้ายจะหายใจไม่ออก กล่ินยาบางๆ ของชานเป้ยโอบล้อมตัว นางทั้งตัว กลิ่นนั้นเป็นกล่ินประจาตัวของฉินจือเหยียน อ่อนโยน อบอุ่น เจือ ความขมเล็กน้อย และมากไปด้วยความอ่อนโยนอ่อนหวาน ไม่เหมือนน้าหอม กลิ่นฉุนจมูกของเยี่ยนหุย และยิ่งไม่เหมือนกับความเหน็บหนาวเสียจนไม่อาจ

เข้าถึงได้ของฉู่หลี เป็นบรรยากาศผ่อนคลายสูงส่งเฉพาะตัวของฉินจือเหยียน ทาให้รูขมุ ขนทว่ั ร่างขยายออกเพอ่ื ผอ่ นคลายสบายใจ นางแทบจะลืมว่าควรจะหลับตาลง กลีบปากก็ถูกปิดครอบโดยสัมผัสอ่อนโยน อบอุ่น ท่ีเพียงแตะแผ่วเบาในคราแรก ค่อยๆ หย่ังเชิงอย่างระมัดระวัง จากนั้น เมื่อเห็นว่าเจ้าของริมฝีปากไม่ได้หลบล้ี จึงเปล่ียนเป็นขบเบาๆ ด้วยสัมผัส อ่อนโยน มือของฉินจือเหยียนเกี่ยวอยู่กับเอวของชิงเซี่ย มืออีกข้างประคอง ด้านหลังศีรษะของนางไว้ ชิงเซี่ยพิงตัวไปในอกของเขา จบู ของฉินจอื เหยียนแตะ ลงท่ีค้ิวตา ปลายจมูก แก้ม และด้านหลังใบหูอย่างอ่อนโยนแผ่วเบา เหมือน แมลงปอล้อคลื่นน้าในทะเลสาบ แก้มของนางหลงเหลือกลิ่นหอมของชานเป้ย สุดท้ายจึงวกกลับมาที่แก้มของชิงเซ่ียอีกคร้ัง นางแทบจะไร้ซ่ึงแรงต้านทานใดๆ เขาจึงเปิดริมฝปี ากและฟนั ของนางออก เพอื่ สัมผสั กับลิ้นของนาง

บทที่ 103-2 ความอบอุ่นของกระโจมดอกพุดตาน ทุกส่ิงทุกอย่างล้วนดูเหมือนว่าจะอยู่เหนือความเป็นจริง ดังเช่นกาลังเดินอยู่บน กลุ่มเมฆก็ไม่ปาน จูบของฉินจือเหยียนเหมือนน้าพุใสสะอาด เจือด้วยกลิ่น สมุนไพรหอมหวน สติของชิงเซี่ยดูเหมือนจะล่องลอยไปเสียแล้ว น่ีเป็นเรื่องที่ นางไม่เคยพานพบมาก่อน แท้จริงแล้ว การได้จูบกับคนท่ีตัวเองชอบก็คือ ความรู้สึกเช่นนี้เอง ไร้ซ่ึงความขยะแขยง ไร้ซ่ึงความแหนงหน่าย ไม่มีเวลาคิด คานึงอะไรใดๆ ในใจ เพียงลืมตากว้างอย่างโง่งม เหมือนเด็กน้อยแสนบริสุทธิ์ผู้ ไมเ่ คยมีประสบการณ์ ท่ยี อมใหอ้ ีกฝ่ายจัดการอย่างไม่รูป้ ระสปี ระสา ในท่ีสุด ดอกไม้ที่อยู่ในใจก็ค่อยๆ ผลิบานข้ึนในยามนี้ แล้วประตูท่ีถูกปล่อยทิ้ง ร้างจนฝุ่นจับก็ค่อยๆ ถูกเปิดออกจนส่งเสียงเอ๊ียดอ๊าด สองมือของชิงเซ่ียโอบ รอบเอวของฉินจือเหยียนอย่างเงอะงะ กอ่ นค่อยๆ มีปฏิกริ ิยาตอบกลบั ไปบ้าง เม่ือรู้สึกถึงปฏิกิริยาตอบกลับของชิงเซี่ย ฉินจือเหยียนก็ดูเหมือนจะน่ิงงันไป จากนั้นจึงเพ่ิมแรงบนมือมากขึ้น กอดรัดชิงเซ่ียเข้ามาในอก และย่ิงเพิ่มความ อ่อนโยนในสัมผัสให้มากข้ึน รอยจูบเคลื่อนย้ายมาหยุดอยู่ที่ข้างแก้มและลาคอ ของนาง วนเวียนอยู่ท่ีกระดูกไหปลาร้างดงามของนาง มือท่ีกอดชิงเซี่ยไว้ค่อยๆ โอบลงไปด้านหลัง ในทีส่ ุดทั้งสองก็ลม้ ลงไปบนเตียงอบอุ่น ลาคอของชิงเซ่ียกลายเป็นสีชมพู เหมือนแช่อยู่ในน้าพุร้อน เน้ือตัวทุกตารางน้ิว อ่อนแรงไปหมด เสยี งนางรา่ รอ้ งเรยี กเสียงเบา “จอื เหยยี น...” ฉินจือเหยียนหยัดกายขึ้น มุมปากเผยยิ้มบาง จ้องมองหญิงที่ไม่หลงเหลือความ เย็นชาเหน็บหนาวแม้แต่น้อยด้วยสายตาอ่อนโยนเหมือนแสงตะวัน ใบหน้า

อ่อนโยนงดงามเหมือนเทพเซียน ชิงเซี่ยลืมตาท้ังสองข้าง เหม่อมองใบหน้าหล่อ เหลางดงามของฉินจือเหยียนอย่างลุ่มหลง รู้สึกเหมือนสติสัมปชัญญะที่เคยมีได้ ปลิวหายไปไหนแล้วไมท่ ราบ ไมย่ อมกลับเขา้ ร่างเปน็ เวลานานทีเดยี ว “อีหม่าเอ๋อร์” เสียงของเขาแผ่วเบาย่ิงนัก ท้ังยังเจือความส่ันไหวเล็กน้อยอย่าง รักใคร่ จ้องมองใบหน้าของชิงเซี่ยลกึ ซง้ึ ก่อนถามดว้ ยเสยี งอนั เบา “ได้หรอื ไม่?” ชิงเซยี่ ร้สู ึกว่าร่างกายหมดแรง นางมองค้ิวตาของฉินจือเหยียนนิ่ง เหมือนทั้งร่าง ของเขาได้ปล่อยรังสีแห่งเมฆหมอกออกมา เรื่องราวในอดีตท่ีถูกฝุ่นจับจนหนา มานานปี กาลงั เตน้ ระบาอยา่ งเลอื นรางในหัวของนาง เม่อื หวนกลบั ไปคิดถงึ คร้งั แรกท่เี จอกนั ฉินจอื เหยยี นได้โยนตน้ ข้าวแหง่ ชวี ติ มาไว้ ตรงหน้านางที่กาลังหิวโหยเหน็บหนาวราวกับเทวดา ช่วยให้นางหนีพ้นจากเส้น แบ่งแห่งความตายได้ ท้ังจากน้ันชะตาชีวิตของคนท้ังสองก็เหมือนถูกเหล่าเทวา ถักทอมาบรรจบที่เดยี วกัน ไม่มีทางหนีหายจากไปได้ หลังจากน้ัน นางก็ทาเป็นอวดฉลาดวางแผนการเพ่ือช่วยเหลือหลายคร้ังหลาย ครา กลับไม่คิดว่าจะเป็นการสะเพร่า ทาให้แผนการของฉินจือเหยียนวุ่นวายยุ่ง เหยิง จนทาให้เขาถลาเข้าสู่ภาวะจนตรอกท่ีสุสานจักรพรรดิ หลังจากนั้นเขา กลับปกปิดความลับเอาไว้ ทั้งสองร่วมหัวจมท้าย ร่วมเป็นร่วมตายเผชิญความ ยากลาบากท่ีสุสานจักรพรรดิโดยไม่หนีหน้าไปไหน ในอุโมงค์ยาวดามืด ในห้อง โถงแหง่ เปลวไฟทเ่ี ต็มไปดว้ ยเสยี งคารามของเปลวไฟทแ่ี ผดเผา ห้องนา้ แข็งท่ีเย็น เหยียบเหน็บหนาวเสียจนบาดกระดูก บ่อทรายดูดสีเหลืองทองขนาดใหญ่ รังงู ขนาดใหญ่เหม็นคาว สุดท้ายคือโถงพฤกษาแห่งสวนดอกท้อของแดนเทพเซียน ลูกปัดไล่แมลงสีทองสว่าง ทะเลป่าไผ่สีเขียวเข้ม น้าพุร้อนท่ีอยู่อ้อมกอดแห่ง ขนุ เขาชายผู้สวมชุดขาวแบกร่างของนางผ่านหนทางยากลาบากอันซับซ้อนและ

ไม่แน่นอน มอบความหวังแห่งชีวิตให้กับนางซ้าแล้วซ้าแล้ว เพ่ือให้นางยังคงมี ความหวังและพละกาลังในการมีชีวิตรอดจากอันตรายรอบด้านแห่งสุสาน จักรพรรดิ จนสุดท้ายกร็ อดมาได้ ในการล้อมปราบล่าสัตว์แห่งทะเลทราย ใบหน้าขาวซีดของฉินจือเหยียน ยืน หยัดอย่างสิ้นหวัง สุดท้ายจึงปล่อยเส้นทางในการกลับตัวกลับใจให้หลุดลอยไป ปล่อยใหน้ างนาพาตัวศตั รตู ัวฉกาจในชวี ติ ของเขาหนีไปได้ จากนัน้ ทท่ี ะเลแห่งเลือดนอกดา่ นเหยา เขาก็ปรากฏตัวตรงหน้านางราวกับเทพ เทวา ในยามท่ีนางส้ินหวังมากที่สุด ได้ยื่นมือออกมาช่วยเหลือ กอดรัดนางท่ีมี ใบหน้าย้อมไปด้วยเลือดไว้ในอก แย่งชิงตัวนางมาจากเง้ือมมือของเทพเจ้าแห่ง ความตายอีกคร้ัง ความทรงจาต่างๆ เหล่าน้ี ผุดข้ึนมาในสมองของนางราวกับภาพฉายใน ภาพยนตร์ รอยย้ิมบางบาของฉินจือเหยียน คิ้วตาอ่อนโยน น้าเสียงแหบแห้ง วนเวียนเหมือนเป็นฝันอยู่ในส่วนลึกในจิตใจของนาง หมุนวนจนเกิดเป็นม้วน ภาพวาดขนาดยาวอนั ยง่ิ ใหญ่ ท้ายที่สุด นางก็ค่อยๆ เผยรอยย้ิมออกมา ก่อนใช้ข้อศอกทั้งสองยันร่างข้ึนมา ชิงเซ่ียค่อยๆ ขยับเข้าไปด้านหน้า จูบร้อนชื้น ประทับลงบนริมฝีปากของ ฉินจอื เหยยี นอย่างอ่อนโยน เหมือนดอกไม้ต้องละอองฝน ปลดปล่อยความหอม หวานไปทว่ั ท้ังแผ่นดนิ อย่างสดชนื่ ในที่สุดฉินจือเหยียนก็ถอนใจยาว เหมือนสายพิณที่ตึงแน่นในที่สุดก็ถูกคลาย ออก จูบค้างอยู่ท่ีริมฝีปากของชิงเซี่ย บดเบียดไปท้ังร่าง ลมหายใจอุ่นร้อนโอบ ไล้ห้วงอารมณข์ องชงิ เซยี่ จนดวงตาสวยงามของนางรู้สกึ ป่วนปนั่

ชิงเซ่ียยื่นแขนขาวราวหิมะของนางออกไปโอบล้อมเอวของฉินจือเหยียน ก่อน ค่อยๆ ตอบโต้อย่างเร่าร้อน ไม่หวนคิดถึงช่องว่างทางฐานะอีกต่อไป ท้ังเรื่อง ความแตกต่างทางด้านเวลา เร่ืองสงคราม เร่ืองของฉู่หลี นางล้วนฝังความไม่ สบายใจทั้งหลายเอาไว้ แล้วตักตวงความอบอุ่นของฉินจือเหยียนอย่างละโมบ เหมอื นคนจมนา้ ทเ่ี กาะเชอื กฟางเส้นสุดท้ายไวแ้ น่นเพ่อื รกั ษาชีวิต คร้งั แรกในชวี ติ ทีต่ ้องการควา้ จบั สง่ิ ของเช่นน้เี อาไว้ คร้ังแรกในชีวติ ท่ีคิดอยากจะแยง่ ชงิ คนผ้หู น่งึ โดยไม่คิด ฉินจือเหยียน ฉินจือเหยียน ท่านคือความเชื่อมั่นสุดท้ายในเร่ืองความรักของข้า ให้ข้าได้เชื่อท่านอย่างดื้อรั้นทั้งหมดท้ังหัวใจของข้าเถิด ข้าไม่อยากจะคิดถึง พรุ่งนี้ ไม่อยากคิดเร่ืองสงคราม ไม่อยากคิดเร่ืองแย่งชิงอานาจวาสนา หรืแผน ลับร้ายกาจอะไรอีกแล้ว ขอเพียงให้ข้าได้เชื่อม่ันในคนผู้หนึ่งจนหมดใจ เช่ือมั่น ว่าท่านสามารถทาให้จิตใจของข้าสงบนิ่งได้ สามารถมอบความรักทั้งหมดให้ข้า ได้ เช่ือว่าเจ้าคือผู้ท่ีช่วยเหลือข้าได้ เพื่อช่วยล้างฝ่ามือเปื้อนเลือดและความผิด บาป เพยี งแต่มที า่ นอยู่ ขา้ ก็ไมต่ ้องกลวั สิ่งใดอีก กระดุมผ้าที่อยู่บนเส้ือถูกแก้ออกทีละเม็ด ผิวกายสีขาวสะอาดของชิงเซี่ยส่อง ประกายแวววาวราวไข่มุกอยู่ท่ามกลางอากาศอบอุ่น สายตาอบอุ่นของฉินจือเห ยียนเหมือนทะเลกว้าง ที่อัดแน่นไปด้วยละอองคลื่นและคลื่นน้าขนาดใหญ่ ค่อยๆ แนบลงมาทุกตารางนิ้ว จูบเบาๆ ลงบนช่วงอกขาวผ่องดุจอัญมณีของชิง เซ่ีย พ้ืนท่ีที่ปราศจากผู้ใดเข้ามารุกล้าได้ตามเขตใจ สองมือเรียวยาวค่อยๆ กอด รดั บา่ ไหล่ของชิงเซยี่ เหมอื นกาลงั โอบกอดอัญมณีอันล้าค่าที่สุดในโลกเอาไว้ ริม ฝีปากหายใจหอบตา่

ประกายในดวงตาของเขาส่องแสงประหลาด เป็นอารมณ์ท่ียากจะพบเห็น ก่อน ค่อยๆ ใช้ริมฝีปากที่เย็นเล็กน้อยประทับไปท่ีร่างกายของชิงเซี่ย ท่องไปตามร่าง ของนางเหมือนปลาท่มี ีเกร็ดเรียบลื่นอ่อนนุ่ม ร่างกายของชิงเซ่ียเร่าร้อนและบิด เกร็งข้ึนมา นิ้วมือกอดรัดแผ่นหลังของฉินจือเหยียนเอาไว้แน่น สอดเข้าไปด้าน ในเส้อื ของเขา ลูบคลาหน้าอก กระดูกสันหลัง เอวเล็ก แล้วค่อยๆ ลงต่า เพื่อทา ความรู้จักกบั ความรกั และความเร่าร้อนที่เขามีตอ่ นาง “อืม...” ฉินจือเหยียนส่งเสียงครางฮือขึ้นมา สายตาเปล่ียนไปเป็นความเร่าร้อน ดุจเปลวเพลิง เขาจ้องมองตัวนางนิ่ง จากนั้นก็ก้มตัวลงขบกัดหน้าอกขาวสวย ของชงิ เซ่ยี ความร้อนประหลาดสายหน่ึงเอ่อล้นไปท่ัวร่างของชิงเซี่ย นางค่อมตัวเล็กน้อย เหมอื นสตั วร์ า้ ยตัวน้อยทีใ่ กล้ตาย ควา้ จบั เอวของฉนิ จอื เหยียนไว้แน่น ปลายเล็บ จกิ ลงลึก ครวญครางเสียงเบา ร้องเรยี กเหมือนสตั ว์ตวั น้อยๆ “จอื เหยยี น...” ดวงไฟทัง้ สองดวงกาลงั เผาไหม้อยใู่ นดวงตาของฉินจอื เหยียน เขาจ้องมองชิงเซ่ีย อย่างลึกซ้ึง หอบหายใจถี่รัว หลอดเลือดขยายใหญ่ ในท่ีสุดก็ยืดกายเข้าไปตาม คาเชญิ ชวน “อืม...” ทันใดน้ันชิงเซ่ียก็ครางเสียงต่าทันที ท่ัวทั้งร่างเหมือนร้อนเร่าข้ึนมาใน เวลาเดียวกัน ฉินจือเหยียนท้ังอ่อนโยนทั้งแข็งแรง เจือไปด้วยความอบอุ่นและ กลิ่นยาของเขา เติมเต็มไปทั่งร่างกายของชิงเซ่ียทุกตารางนิ้ว ความเจ็บปวด เล็กน้อยไม่นานก็ถูกปกคลุมด้วยความพึงพอใจและความสุขสม ไม่ใช่ความเร่า ร้อนรุนแรง แตค่ อื ความสขุ สมทเี่ จอื ไปดว้ ยความเร่าร้อนเต็มเป่ียม เหมือนร่างทั้ง ร่างถูกปกคลุมด้วยน้าพุร้อนจนรูขุมขนเปิดออกพร้อมๆ กัน อวัยวะภายในถูก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook