Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานสืบเนื่องจากการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ครั้งที่ 17

รายงานสืบเนื่องจากการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ครั้งที่ 17

Published by Nuchakorn Kongyarit, 2021-04-29 14:06:08

Description: รายงานสืบเนื่องจากการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ครั้งที่ 17

Proceedings Thai Value Chain Management and Logistics Conference 2017

แนวคิด "Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management"

วันที่ 19 - 23 ตุลาคม 2560

ณ โรงแรมบุรีศรีภู บูติค, อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

Search

Read the Text Version

การประชมุ สมั มนาเชงิ วชิ าการด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อปุ ทาน ครง้ั ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 4.2.2 กระบวนการใหม่หลงั จากการประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยี (To-Be Process) ดังแสดงในรปู ท่ี 3 รูปที่ 3 : กระบวนการทางานใหมข่ องหน่วย CSSD และหน่วยงานผรู้ ับบรกิ าร (To-Be Process) 5. สรุปผล 5.1 เปรยี บเทียบกระบวนการกอ่ นและหลังการประยกุ ตใ์ ช้เทคโนโลยี 5.1.1 หน่วยงานผรู้ บั บริการ (หอผู้ป่วยและหอ้ งผ่าตัด) จากเดิมในกระบวนการรับเข้าและในกระบวนการขาออกเพื่อเตรียมส่งให้กับหน่วย CSSD ต้องใช้พนักงานในการ ตรวจนบั /รบั กระบวนการใหมจ่ ะใช้ระบบการอ่านข้อมูลจาก RFID และ 2D Barcode ในการตรวจนับแทน สามารถลดเวลา ในการตรวจรบั /นับเวชภัณฑ์ ทาใหล้ ดภาระงานของพนกั งานทีต่ ้องทาการตรวจนับหลายคร้ัง และจากเดิมต้องใช้การเขียนใบเบิก-จ่ายเพื่อนาส่งให้กับหน่วย CSSD พร้อมเวชภัณฑ์ กระบวนการใหม่จะช่วยลด การใช้กระดาษในการเบิกจ่าย เน่ืองจากมกี ารบันทกึ ขอ้ มูลรายการการเบกิ จ่ายอยู่ในระบบแลว้ ดังแสดงในตารางที่ 2 และจากการท่ีมีเทคโนโลยีและระบบนั้น ทาให้หน่วยงานมีข้อมูลที่แม่นยาในการพยากรณ์ปริมาณในการจัดเก็บ เพ่อื ใหเ้ พียงพอตอ่ ความต้องการ ส่งผลใหร้ ะดับสินค้าคงคลังมปี รมิ าณท่เี หมาะสมกับความต้องการ ตารางที่ 2 : เปรียบเทียบกระบวนการก่อนและหลังการประยุกต์ใช้เทคโนโลยขี องหนว่ ยผูร้ บั บรกิ าร (หอผู้ปว่ ยและหอ้ งผ่าตัด) ข้นั ตอน กระบวนการก่อนการประยกุ ต์ใช้ กระบวนการหลงั การประยกุ ต์ใช้ (Manual) 2D Barcode and RFID (Container) รับเวชภณั ฑ์ (ขาเข้า) Technology Man M/C Technology Man M/C ใช้เวชภณั ฑ์ท่ี หน่วยงาน - ตรวจนับตาม - RFID เข็นผ่านประตอู ่าน - เครือ่ งอ่าน รายการ (Container) RFID -- - -- - 573

การประชุมสัมมนาเชงิ วชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ตกิ สแ์ ละโซ่อุปทาน ครั้งที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 กระบวนการกอ่ นการประยุกตใ์ ช้ กระบวนการหลงั การประยกุ ตใ์ ช้ ขั้นตอน (Manual) 2D Barcode and RFID (Container) จดบันทึกลงสมดุ Technology Man M/C Technology Man M/C รวบรวมยอด เวชภณั ฑ์ทใ่ี ช้เตรียม ใชก้ ระดาษ จดบนั ทึก - -- - สง่ CSSD (ขาออก) ใช้กระดาษ - ตรวจนับตาม - 2D Barcode + - สแกน - เครอื่ งอ่าน รายการ RFID - พยากรณ์ดว้ ยสถิติ Barcode - อาศยั (Container) - เครอื่ งอ่าน ประสบการณใ์ นการ RFID เบิก 5.1.2 หนว่ ย CSSD - กระบวนการตรวจรับ / นบั : จากเดมิ ใชพ้ นกั งานในการตรวจรบั /นบั และสแกนบารโ์ คด๊ เปลย่ี น มาเปน็ การสแกน RFID ทหี่ น้ากลอ่ งและสแกน 2D Barcode ท่เี คร่อื งมือเดย่ี วทดแทน ซงึ่ สามารถลดเวลาในการทางานได้ ลด ปญั หาจากการนับเครอ่ื งมือผิดพลาด และการท่ีมเี ทคโนโลยีนั้นในกระบวนการน้ีไมจ่ าเปน็ ต้องใช้พนักงานที่มที กั ษะ เนื่องจาก ระบบจะแสดงผลและแจ้งเตือนหากไมถ่ กู ตอ้ ง - กระบวนการลา้ ง : ไมม่ กี ารเปลี่ยนแปลง - กระบวนการบรรจแุ ละจัดเตรยี ม : จากเดมิ ใชพ้ นักงานในการตรวจสอบและนบั เพอื่ จดั ชดุ และปรน้ิ สตก้ิ เกอร์ บาร์โค๊ดในบางส่วน ซึ่งจาเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยพนักงานท่ีมีประสบการณ์เน่ืองจากเครื่องมือมีลักษณะที่คล้ายคลึงกัน กระบวนการใหม่เปล่ียนมาเป็นให้พนักงานบันทึกข้อมูลที่แท็ก RFID และสแกน 2D Barcode ที่เคร่ืองมือเดี่ยว และทาการ จดั เตรียมชดุ เคร่ืองมือตามทีก่ าหนดในระบบ ไม่จาเป็นต้องอาศัยพนกั งานทม่ี ีความเชี่ยวชาญ และลดความผิดพลาดจาก การทางานของพนกั งานได้ - กระบวนการปราศจากเชอื้ : จากเดมิ พนกั งานทาการสแกนเฉพาะชดุ เครื่องมือท่ีมีบารโ์ ค๊ดเทา่ นั้น สว่ น เคร่ืองมือที่ไมม่ บี ารโ์ ค๊ดกไ็ มถ่ ูกบันทึก กระบวนการใหมเ่ ปลยี่ นมาเปน็ การเข็นชุดเครอื่ งมือทั้งหมดท่ผี ่านการปราศจากเชื้อผ่าน เครอ่ื งอา่ นเพ่ือนบั และบันทึกขอ้ มลู วา่ ชดุ เครอ่ื งมอื เหล่านัน้ ผา่ นการปราศจากเชือ้ ด้วยเครอ่ื งใด เพ่อื ช่วยในการสอบทวนหาก เกดิ ปัญหา - กระบวนการจดั เกบ็ : จากเดิมพนักงานทาการสแกนเฉพาะชดุ เครื่องมือทมี่ บี ารโ์ ค๊ดเท่านนั้ ซึ่งเปน็ เพยี งการ สแกนเพ่ือให้ทราบว่าผ่านการปราศจากเชื้อแล้วเทา่ นนั้ ไม่มีการระบุข้อมูลการจัดเก็บ กระบวนการใหม่เปลยี่ นมาเปน็ การเขน็ ชดุ เคร่อื งมือผา่ นเครอ่ื งอ่านเพ่ือนบั และบันทึกข้อมูลว่าเข้าสกู่ ารจดั เก็บและระบสุ ถานท่ีจดั เกบ็ ช่วยทาใหท้ ราบว่าชุดเคร่ืองมือ อยู่ทีช่ ัน้ วางหรือถูกจดั วางไวใ้ นพนื้ ทีใ่ ด - กระบวนการแจกจ่าย : จากเดิมพนักงานทาการสแกนเฉพาะชุดเครื่องมือที่มีบาร์โค๊ดเท่าน้ัน ก็จะทาให้ ทราบว่าเคร่อื งมอื ถกู จ่ายไปหนว่ ยใด ส่วนเคร่ืองมอื ท่ไี ม่มีบารโ์ ค๊ดกไ็ ม่ถูกบนั ทึก เปน็ เพียงการแจกจา่ ยตามใบเบิก กระบวนการ ใหม่เปล่ียนมาเปน็ การเขน็ ชุดเคร่อื งมือผ่านเครอื่ งอา่ นเพือ่ นับและบันทกึ ขอ้ มูลวา่ เครือ่ งมอื ถกู จ่ายไปหนว่ ยใด ดังแสดงในตาราง ท่ี 3 574

การประชุมสัมมนาเชิงวชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ติกสแ์ ละโซอ่ ปุ ทาน ครง้ั ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ตารางท่ี 3 : เปรยี บเทยี บกระบวนการกอ่ นและหลังการประยุกต์ใชเ้ ทคโนโลยีของหน่วย CSSD ขัน้ ตอน กระบวนการกอ่ นการประยุกต์ใช้ กระบวนการหลงั การประยุกต์ใช้ (Manual) 2D Barcode and RFID (Container) 1. ตรวจรับ/ นบั Technology Man M/C Technology Man M/C 2D Barcode+RFID สแกน RFID ทห่ี น้ากล่อง+ 2. ลา้ ง Barcode+ นับ+สแกน - เครอ่ื งอ่าน (Container) สแกน 2D Barcode ที่ละ - เครอ่ื งอ่าน 3.บรรจุและ paper ทีละช้ิน Barcode ชน้ิ Barcode จดั เตรยี ม - - เครอ่ื งอ่าน Single / - - - 2D Barcode+RFID - RFID Pack Barcode+ T- - นับ+ - เครือ่ งอ่าน (Container) สแกน RFID ท่หี น้ากลอ่ ง+ Doc สแกนทลี ะ Barcode สแกน 2D Barcode ที่ละ - 4. ปราศจาก ชน้ิ - เครื่องปริน้ ชน้ิ เช้ือ Barcode+ T- - print - เครื่องอ่าน 5. จัดเกบ็ Doc sticker - เครอื่ งอ่าน Barcode Barcode+ T- สแกน Barcode - เครื่องอ่าน 6. แจกจา่ ย Doc - เคร่ืองอ่าน RFID Barcode +T- สแกน Barcode Doc - เครื่องอา่ น RFID เขน็ ผ่านประตู - เครื่องอา่ น สแกน Barcode (Container) เข็นผ่านประตู RFID เขน็ ผ่านประตู RFID - เครอ่ื งอ่าน (Container) RFID RFID - เครอ่ื งอ่าน (Container) RFID 5.2 ผลลัพธ์ก่อนและหลังการประยกุ ต์ใช้เทคโนโลยี (Before and After Implementation) จากการออกแบบกระบวนการและเทคโนโลยเี พื่อชว่ ยให้การทางานในระบบโลจสิ ตกิ ส์สุขภาพมีประสิทธภิ าพมากข้ึน น้ัน จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีได้เข้ามาช่วยแก้ปัญหาในหลายๆด้าน ซ่ึงผู้วิจยั ได้ทาการเปรียบเทียบกระบวนการทางานก่อนและ หลังการประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยี สามารถสรุปผลลัพธไ์ ด้ทงั้ หมด 6 ด้าน ดงั น้ี 5.2.1 ดา้ นประสทิ ธภิ าพ (Productivity) ก่อน หลัง ลดลง 57 % ด้านประสทิ ธิภาพ (Productivity) เฉลี่ย 7 นาที ต่อ ตะกร้า (*) ลดลง 57 % เวลาในการตรวจนบั เครื่องมือ (หน่วย CSSD) เฉลี่ย 10 นาที ตอ่ คร้งั (*) ไมจ่ าเปน็ ตอ้ งมีทักษะ เวลาในการตรวจนบั เครอ่ื งมอื (หน่วยผรู้ ับบรกิ าร ) ตอ้ งมที กั ษะ ความสามารถพนกั งาน (*) ขอ้ มูลจากโรงพยาบาลกรณีศึกษา 5.2.2 ด้านความผิดพลาด (Error) ก่อน หลงั มีโอกาสเกดิ ข้นึ ลดลง ด้านความผิดพลาด (Error) ความผิดพลาดจากพนกั งาน 575

การประชุมสัมมนาเชงิ วิชาการด้านการจัดการโลจสิ ติกส์และโซ่อุปทาน ครง้ั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 5.2.3 ดา้ นความปลอดภัยและความพงึ พอใจใหก้ บั ผู้ป่วย (Improve safety and Patient satisfaction) ดา้ นความปลอดภยั และความพงึ พอใจใหก้ บั ผปู้ ่วย กอ่ น หลงั (Improve safety and Patient satisfaction) มีระบบการสอบทวนยอ้ นกลับในกรณเี กดิ ปญั หาในการ - สามารถทาได้ รกั ษา 5.2.4 ด้านการตรวจตดิ ตาม (Traceability) กอ่ น หลัง - สามารถทาได้ ด้านการตรวจตดิ ตาม (Traceability) เครือ่ งมอื ใดบรรจุอย่ใู นภาชนะไหนบ้าง /เครอ่ื งมอื อยู่ใน กระบวนการใด / ใครเป็นคนเรียกคืนเครื่องมือและทา ความสะอาด และเกิดข้ึนเมื่อไหร่ / สามารถนับความถ่ี ในการใช้ เพื่อประโยชน์ในการ Maintenance เครือ่ งมือ / เคร่ืองมือใดถูกนาไปซ่อมแซม และถูกซ่อมแซม เมื่อไหร่ / สามารถระบุ Batch และ Expire date / เครื่องมือนั้นถูกนามาใช้กับผู้ป่วยประเภทใด (โรคเอดส์ โรคววั บา้ เป็นตน้ ) 5.2.5 ด้านการบริหารสินค้าคงคลงั (Inventory control) ด้านการบริหารสนิ คา้ คงคลงั (Inventory control) ก่อน หลงั น้อยกวา่ 14 วนั ระดบั สินคา้ คงคลัง (วัน) เฉล่ยี 14 วัน (*) (เน่ืองจากมขี อ้ มูล ชว่ ยในการกาหนด ปริมาณต่าสดุ -สูงสุดให้เหมาะสม) (*) ข้อมลู จากโรงพยาบาลกรณีศกึ ษา 5.2.6 ด้านอื่นๆ (Others) ก่อน หลงั ใชก้ ระดาษ สามารถทาผ่านระบบออนไลน์ ดา้ นอ่ืนๆ (Others) ระบบการเบกิ -จา่ ย 6. อภิปรายผล จากการศึกษาประโยชน์ของเทคโนโลยี 2D Barcode และ RFID พบว่ามีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการนามา ประยุกต์ใช้งานกับสินค้าภายในโรงพยาบาล โดยสินค้าเวชภัณฑ์ปลอดเช้ือ ถือเป็นสินค้าที่มีศักยภาพและความเหมาะสมใน การนาเทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามาช่วยแก้ปัญหา เน่ืองจากโรงพยาบาลมักจะประสบกับปัญหาต่างๆท่ีคล้ายคลงึ กัน ได้แก่ ความ ผิดพลาดในการจัดชดุ เคร่อื งมอื ผดิ ใช้เวลาในการปฏบิ ัตงิ านคอ่ นข้างนาน ไมส่ ามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และอน่ื ๆ เปน็ ตน้ และเมื่อนาเทคโนโลยี 2D Barcode และ RFID เข้ามาประยุกต์ใช้จะทาให้กระบวนการทางานเปลี่ยนแปลงไปทั้งในหน่วย ผู้รับบริการ (หอผู้ป่วยและห้องผ่าตัด) และหน่วย CSSD ซ่ึงเทคโนโลยีนั้นเข้ามาช่วยแก้ปัญหาและเพ่ิมประสิทธิภาพในการ ทางานได้เป็นอย่างดี ได้แก่ ลดข้ันตอนการทางาน ลดภาระงานของพนักงานในการตรวจนับ ลดข้อผิดพลาดท่ีเกิดจากการ ทางาน เพมิ่ ความปลอดภัยใหก้ บั ผูป้ ว่ ย ลดระดับสินค้าคงคลังในหนว่ ยผู้รับบรกิ าร และอน่ื ๆ 576

การประชมุ สมั มนาเชิงวชิ าการด้านการจดั การโลจิสตกิ ส์และโซ่อุปทาน ครั้งท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ดังนั้นผู้บริหารโรงพยาบาลควรศึกษาและพิจารณาเพ่ือนาเอาเทคโนโลยี 2D Barcode และ RFID มาประยุกต์ใช้ เพอื่ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพในกระบวนการโลจสิ ตกิ ส์และยกระดับการใหบ้ รกิ ารอย่างมีคุณภาพใหก้ บั ผู้ปว่ ย 7. ขอ้ เสนอแนะสาหรับการศกึ ษาวจิ ัยครงั้ ตอ่ ไป เนื่องจากงานวิจัยนเ้ี ป็นการศกึ ษาประโยชน์เทคโนโลยีและออกแบบกระบวนการให้มีประสทิ ธิภาพเท่าน้ัน ดังน้ันใน การศกึ ษาวจิ ยั คร้ังตอ่ ไปหากมีการประยุกตใ์ ชเ้ ทคโนโลยี 2D Barcode และ RFID ควรทาการศึกษาผลลัพธห์ ลงั การประยุกตใ์ ช้ ให้เห็นเป็นตัวเลขให้ชัดเจน และควรศึกษาวิเคราะห์จุดคุ้มทุนทางเศรษฐศาสตร์ร่วมด้วย เนื่องจากมีการลงทุนเกี่ยวกับ เทคโนโลยี 8. กติ ติกรรมประกาศ งานวิจัยน้ีได้รับทุนสนับสนุนจากสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในโครงการพัฒนา ศักยภาพบุคลากร STEM (Science, Technology, Engineering, Mathematics) เพ่ือการวิจัยและพัฒนาสาหรับ ภาคอุตสาหกรรม : STEM Workforce ประจาปี 2560 สัญญาเลขที่ SCA-C0-2560-3692-TH เอกสารอ้างอิง โรงพยาบาลเอกชนป’ี 59 ตลาดคนไข้ในประเทศแข่งขนั สูง ฐานเศรษฐกิจ (2559).คน้ หาเมอ่ื 25 กมุ ภาพันธ์ 2560 จาก http://www.thansettakij.com/content/33305 ศนู ยว์ จิ ยั เศรษฐกิจ ธรุ กิจ และเศรษฐกจิ ฐานราก ธนาคารออมสนิ (2559) Angela M. Wicks, J. K. V., and Suhong Li. (2006). Radio frequency identification applications in health care. International Journal of Healthcare Technology and Management, 7. Arendarenko, E. (2009). A study of comparing RFID and 2D barcode tag technologies for pervasive mobile applications. Master, Department of Computer Science and Statistics, University of Joensuu. Denso Wave Incorporated. (2012) QRCode. (Online). From: http:// www.denso-wave.com/en/May 2012. Hanada, E., Ohira, A., Hayashi, M., & Sawa, T. (2015). Improving efficiency through analysis of data obtained from an RFID tag system for surgical instruments. 84-87. doi:10.1109/ICCE-Berlin.2015.7391339 Lin, Y.-C., Su, Y.-C., & Chen, Y.-P. (2014). Developing mobile BIM/2D barcode-based automated facility management system. The Scientific World Journal, 2014. Ochiai, C. (2015). กรณศี กึ ษา: ความสาคญั ของ RFIDและบาร์โคด้ ในการจดั การเคร่อื งมือแพทย์ ในห้องจดั เตรยี มเครื่องมือผ่าตดั . วารสารสถาบันรหัสสากล. Shang-Wei Wang, W.-H. C., Chorng-Shyong Ong, Li Liuc, Yun-Wen Chuang. (2006). RFID applications in hospitals: a case study on a demonstration RFID project in a Taiwan hospital. Proceedings of the 39th Hawaii International Conference on System Sciences - 2006. Yee-Loong Chong, A., Liu, M. J., Luo, J., & Keng-Boon, O. (2015). Predicting RFID adoption in healthcare supply chain from the perspectives of users. International Journal of Production Economics, 159, 66- 75. doi:10.1016/j.ijpe.2014.09.034 577

การประชุมสมั มนาเชงิ วิชาการด้านการจดั การโลจสิ ตกิ ส์และโซอ่ ุปทาน ครงั้ ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 Yao, W., Chu, C. H., & Li, Z. (2012). The adoption and implementation of RFID technologies in healthcare: a literature review. J Med Syst, 36(6), 3507-3525. doi:10.1007/s10916-011-9789-8 Vanany, I., & Shaharoun, A. B. M. (2008). Barriers and Critical Success Factors towards RFID Technology Adoption in South-East Asian Healthcare Industry. Proceedings of The 9th Asia Pasific Industrial Engineering & Management Systems Conference. 578

การประชุมสัมมนาเชิงวชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ตกิ สแ์ ละโซอ่ ปุ ทาน ครงั้ ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 Topic O: Applications in Healthcare Logistics Paper ID: AH 03 การจาลองสถานการณ์ในการเตมิ เตม็ ของหนว่ ยจ่ายผา้ กลาง โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ นิตพิ ฒั น์ เหล่ามงคลชัยศรี1*, วนฐั ฌพงษ์ คงแกว้ 2, นิกร ศริ วิ งศ์ไพศาล3 ชนนท์ กองกมล4, ภาสรุ ี แสงศภุ วานิช5 1* สาขาวชิ าวิศวกรรมโลจสิ ตกิ ส์และโซ่อปุ ทาน ภาควิชาวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ โทร 074-287025 โทรสาร 074-558829 E-mail [email protected] 2 ภาควชิ าวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ โทร 074-287025 โทรสาร 074-558829 E-mail [email protected] 3 ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ โทร 074-451330 โทรสาร 074-429921 E-mail [email protected] 4 ภาควิชาเวชศาสตรช์ มุ ชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ โทร 074-451330 โทรสาร 074-429921 E-mail [email protected] 5 ภาควชิ ากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ โทร 074-451330 โทรสาร 074-429921 E-mail [email protected] บทคัดย่อ งานวิจัยน้ีศึกษารูปแบบการเติมเต็มเคร่ืองแต่งกายและส่ิงทอของหน่วยจ่ายผ้ากลางที่เหมาะสมสาหรับโรงพยาบาล ด้วยการจาลองสถานการณ์ระหว่างการเติมเตม็ แบบ Continuous review policy (r,R) และการเตมิ เต็มแบบ Periodic review policy (R,T) โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือลดจานวนเที่ยวในการเติมเต็มของหน่วยจ่ายผ้ากลาง ซึ่งสามารถสร้างรูปแบบการเติมเต็ม เครื่องแต่งกายและส่ิงทอได้ทั้งหมด 2 รูปแบบ คือ รูปแบบที่ 1 กลุ่มลาดับความสาคัญ A จะใช้รูปแบบการเติมเต็มแบบ Continuous review policy (r,R) และกลุ่มลาดับความสาคัญ B และ C จะใช้รูปแบบการเติมเต็มแบบ Periodic review policy (R,T) และรูปแบบท่ี 2 ทุกกลุ่มลาดับความสาคัญจะใช้รูปแบบการเติมเต็มแบบ Periodic review policy (R,T) โดยมี เป้าหมายท่ีกาหนดไว้ ได้แก่ มาตรฐานการใหบ้ ริการมีค่ามากกว่ารอ้ ยละ 90 และช่วงเวลาในการเตมิ เต็มต้ังแต่ 12.00 น. จนถึง 20.00 น. จากผลการจาลองสถานการณ์ พบว่า รูปแบบที่ 1 จะมีจานวนเท่ียวน้อยท่ีสุด 81 เที่ยว/เดือน แบ่งเป็นลาดับ ความสาคัญ A จานวน 53 เที่ยว/เดือน ลาดบั ความสาคญั B จานวน 20 เทยี่ ว/เดอื น ลาดบั ความสาคัญ C จานวน 8 เทีย่ ว/เดอื น และจานวนเทยี่ วมากที่สดุ 120 เที่ยว/เดือน แบ่งเป็นลาดบั ความสาคัญ A จานวน 64 เท่ียว/เดอื น ลาดับความสาคัญ B จานวน 40 เท่ียว/เดือน ลาดับความสาคัญ C จานวน 16 เที่ยว/เดือน ส่วนรูปแบบที่ 2 จะมีจานวนเที่ยวน้อยท่ีสุด จานวน 58 เท่ียว/ เดือน แบ่งเป็นลาดับความสาคญั A จานวน 30 เท่ียว/เดือน ลาดับความสาคัญ B จานวน 20 เท่ียว/เดือน ลาดับความสาคัญ C จานวน 8 เทย่ี ว/เดือน และจานวนเทีย่ วมากทีส่ ุด จานวน 86 เท่ยี ว/เดือน แบ่งเป็นลาดบั ความสาคัญ A จานวน 30 เทีย่ ว/เดือน ลาดับความสาคัญ B จานวน 40 เท่ียว/เดือน ลาดับความสาคัญ C จานวน 16 เที่ยว/เดือน ดังน้ันจึงเลือกรูปแบบการเติมเต็ม รูปแบบท่ี 2 คือ ทุกกลุ่มลาดับความสาคัญจะทาการเตมิ เตม็ แบบ Periodic review policy (R,T) โดยมีจานวนเทยี่ วในเติมเตม็ น้อยสดุ อยู่ที่จานวน 58 เทีย่ ว/เดอื น และมากที่สดุ อยทู่ ี่จานวน 86 เท่ยี ว/เดือน 579

การประชุมสัมมนาเชิงวิชาการด้านการจดั การโลจสิ ติกส์และโซอ่ ุปทาน ครง้ั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 คาสาคญั : การจดั การการขนสง่ ; ระบบบรกิ ารสขุ ภาพ; การจาลองสถานการณ์ 1. บทนา ปจั จบุ นั การจดั การโลจสิ ตกิ สเ์ ป็นเปา้ หมายสาคัญที่ผู้ประกอบการตา่ ง ๆ สามารถใชเ้ ปน็ ข้อได้เปรียบในการแขง่ ขนั ทง้ั ในระดับธุรกจิ และระดับประเทศ เนือ่ งจากกระแสโลกาภวิ ตั น์ท่สี ่งผลใหม้ ีการแข่งขนั ทางธุรกจิ ท่รี ุนแรงเพิ่มมากขึ้นและการเปิด เสรีทางการค้า ทาให้ภาคธุรกิจต้องยกระดับความสามารถในการดาเนินธุรกิจในทุกวิถีทางท่ีเป็นไปได้ (อุมาพร, 2552) โรงพยาบาลเป็นหน่ึงในภาคธุรกิจที่มีการแข่งขันเป็นจานวนมาก จึงต้องยกระดับความสามารถในการให้บริการภายใน โรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพ โดยเครื่องแต่งกายและสิ่งทอถือเป็นกลุ่มหนึ่งในอุปกรณ์เคร่ืองใช้และวัสดุทางการแพทย์ หลากหลายประเภท ที่ทางโรงพยาบาลต้องมีการจัดการเครื่องใช้และวัสดุทางการแพทย์ในคลงั ที่เหมาะสม เพื่อท่ีจะสามารถ ตอบสนองต่อความต้องการของผรู้ บั บริการในตน้ ทุนท่เี หมาะสมได้ นบั ว่าเป็นสง่ิ สาคัญอย่างย่ิงของโรงพยาบาลในภาวะปัจจบุ นั (ดวงพรรณ และ คณะ, 2559) โรงพยาบาลสงขลานครินทร์มีหนว่ ยงานท่ีรบั ผิดชอบเก่ียวกับเคร่อื งแต่งกายและสง่ิ ทอ คือ หน่วยจ่ายผ้ากลางซ่ึงจะ ทาหน้าท่ีในการเติมเตม็ เครอื่ งแต่งกายและส่ิงทอไปยังหอผปู้ ่วย ซ่ึงในแต่ละวนั จะมีปริมาณการใช้งานเคร่ืองแตง่ กายและสิ่งทอ เป็นจานวนมาก การจัดการคลังจดั เก็บใหม้ ีความเหมาะสมและเพยี งพอตอ่ การใช้งานยอ่ มส่งผลดีตอ่ ทางโรงพยาบาล โดยในแต่ ละวันทางหน่วยจ่ายผา้ กลางต้องทาการเติมเต็มเครอ่ื งแต่งกายและสิ่งทอจานวน 40 เท่ียวต่อวัน ซ่ึงหอผู้ป่วยท่ีทางหน่วยจา่ ย ผ้ากลางต้องทาการเติมเต็มมีท้ังหมด 40 หอผู้ป่วย เฉลี่ยหอผู้ป่วยละ 1 เท่ียวต่อวัน โดยหอผู้ป่วยท่ีมีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน เครื่องแต่งกายและส่ิงทอมากท่ีสุด คือ หออภิบาลโรคทางเดินหายใจ หอผู้ป่วยกระดูกชาย หอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1 หอ ผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง และหอผู้ป่วยอุบัติเหตุ เน่ืองจากหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1 และหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง มีลักษณะ การใชง้ านเคร่ืองแต่งกายและสิง่ ทอทีค่ ลา้ ยคลงึ กนั นอกจากนี้ยังมหี อผู้ปว่ ยอายรุ กรรมชาย 2 และหอผูป้ ว่ ยอายรุ กรรมทว่ั ไป ท่ี มีลักษณะเหมอื นกัน นามาเป็นตน้ แบบในการศกึ ษาการเตมิ เต็มเครื่องแต่งกายและสิง่ ทอเข้ามารว่ มเปน็ ต้นแบบในการศกึ ษา งานวิจัยนี้ทาการศึกษารูปแบบการเติมเต็มเครื่องแต่งกายและสิ่งทอของหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย 1 หอผู้ป่วยอายุรก รรมชาย 2 หอผู้ป่วยอายรุ กรรมทั่วไป และหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง โดยแบ่งตามกลมุ่ ลาดับความสาคัญของเครื่องแตง่ กายและ สิ่งทอ ภายใต้เป้าหมายท่ีกาหนดไว้โดยหน่วยจ่ายผ้ากลาง โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ คอื ระดับการให้บรกิ ารมีคา่ มากกว่ารอ้ ย ละ 90 และชว่ งเวลาในการเติมเตม็ ตง้ั แต่ 12.00 น. จนถงึ 20.00 น. 2. ทฤษฎีและงานวจิ ัยที่เกีย่ วขอ้ ง 2.1. ทฤษฎีที่เก่ียวขอ้ ง 2.1.1. การจัดแบ่งระดบั ความสา้ คัญตามลา้ ดบั ABC (ABC Classification) เปน็ การจัดกลุ่มสินคา้ คงคลงั ท่ีนยิ มใช้กันอยา่ งกว้างขวางโดยแบง่ ออกเป็น 3 กล่มุ หลัก ๆ ตามมลู คา่ หรือปริมาณของ สินค้าคงคลังเป็นเกณฑ์ในการวิเคราะห์ โดยอาศัยหลักการ พาเรโต (Pareto) ท่ีมุ่งเน้นให้ความสาคัญกับสินค้าท่ีมีมูลค่าท่ีสูง หรือปริมาณการใช้งานที่มาก เพื่อลดภาระในการตรวจสอบและควบคุมสิงค้าคงคลังท่ีมีปริมาณมาก (เจริญ, 2547), (ชัยยศ, 2546) สามารถแบ่งประเภทไดด้ ังนี้ 1) สินค้าคงคลังกลุ่ม A คือ เป็นสินค้าที่ควบคุมอย่างเขม้ งวดมาก ด้วยการลงบันทึกทุกครั้งท่ีมีการรบั จา่ ย และมีความถ่ีในการตรวจนับจานวนจริง โดยเป็นสินค้าท่ีมีปริมาณการใช้งานที่มาก คิดเป็นร้อยละ 15 ถึง 20 ของรายการ สินคา้ ท้ังหมด โดยมมี ูลค่ารวมประมาณร้อยละ 75 ถงึ 80 ของมูลคา่ สนิ คา้ คงคลัง 580

การประชมุ สัมมนาเชงิ วชิ าการด้านการจดั การโลจสิ ติกสแ์ ละโซอ่ ปุ ทาน ครง้ั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 2) สินค้าคงคลังกลุ่ม B คือ เปน็ สินคา้ ทีค่ วบคมุ อยา่ งเขม้ งวดมาก ด้วยการลงบันทึกเสมอเชน่ เดียวกับ สนิ ค้า คงคลังกลมุ่ A แตม่ คี วามถี่ในการตรวจนับน้อยกวา่ โดยเป็นสนิ ค้าทีม่ ีปรมิ าณการใช้งานปานกลาง คดิ เปน็ รอ้ ยละ 30 ถึง 40 ของ รายการสนิ คา้ ทงั้ หมด โดยมีมูลคา่ รวมประมาณร้อยละ 15 ของมลู ค่าสินคา้ คงคลัง 3) สินค้าคงคลังกลุ่ม C คือ เป็นสินค้าท่ีไม่มีการจดบันทึกหรือมีการจดเพียงเล็กน้อย สินค้าประเภทนี้ สามารถหยิบใช้ได้สะดวก โดยเป็นสินค้าท่ีมีปริมาณการใช้งานต่า คิดเป็นร้อยละ 40 ถึง 50 ของรายการสินค้าท้ังหมด โดยมี มลู ค่ารวมประมาณรอ้ ยละ 10 ถึง 15 ของมูลคา่ สินค้าคงคลงั 2.1.2. การวางแผน การพยากรณแ์ ละการเตมิ เต็ม (Planing, Forcasting, and Replenishment) เป็นการวางแผนและการพยากรณย์ อดขายในการเตมิ เต็มสนิ ค้า เพ่ือให้เกิดความสอดคลอ้ งในการผลิต ลดต้นทุนใน การเก็บรักษาและตน้ ทุนการผลิต (พภิ พ, 2549) ได้แก่ 1) การเติมเต็มแบบ Continuous review policy (r,R) เป็นการเติมเต็มเคร่ืองแต่งกายและส่ิงทอ เม่ือ เครื่องแตง่ กายและสิ่งทอลดลงจนถึงจุดสงั่ ซอ้ื (Reorder point) โดยในการเติมเต็มแตล่ ะคร้งั จะมีปริมาณการเติมทเี่ ท่ากัน 2) การเติมเต็มแบบ Periodic review policy (R,T) เป็นการเติมเต็มเคร่ืองแต่งกายและสิ่งทอ โดยจะมี การกาหนดช่วงเวลาในการเตมิ เตม็ ของแต่ละคร้งั ซ่ึงในการเติมเตม็ แต่ละคร้ังจะมปี ริมาณในการเติมเตม็ ท่ีไมเ่ ท่ากนั ขึ้นอยู่กับ ปริมาณเครื่องแตง่ กายและสง่ิ ทอทีใ่ ชง้ านในแต่ละครั้งท่ตี อ้ งเตมิ เต็ม 2.2. งานวจิ ัยทเี่ ก่ียวขอ้ ง การศึกษาการวิเคราะห์การควบคุมวัสดุทางทันตกรรมในคลัง ภายในโรงพยาบาลบังคาลอร์ ประเทศอินเดีย (Nitin Gupta, Pushpanjali Krishnappa, 2559) ด้วยเทคนิคการแบ่งระดับความสาคัญตามลาดับแบบ ABC Classification และ เทคนิคการวิเคราะห์โดยใช้วัสดุท่ีมีความสาคัญตอ่ การใช้งาน (Vital-Essential-Desirable Analysis หรือ VED Analysis) ซึ่ง พบว่าเม่ือนาการวิเคราะห์ทั้ง 2 มาวิเคราะห์แบบ ABC – VED Matrix กลุ่ม A จะมีการจัดเก็บวัสดุเพียงร้อยละ 51.6 ของ ทั้งหมด กลุ่ม B จะมีการจัดเก็บวัสดุเพียงร้อยละ 33.5 ของทั้งหมด และกลุ่ม C จะมีการจัดเก็บวัสดุเพียงร้อยละ 14.8 ของ ทงั้ หมด ทาให้สามารถลดตน้ ทุนในการจัดเก็บวัสดุทางทันตกรรมทไี่ ม่จาเป็นลงได้ สาหรับการศึกษาการจัดการสต็อกในแผนกเภสัชกรรมของโรงพยาบาล ซ่ึงมีปัญหาท่ีซับซ้อนเน่ืองจากความไม่ แน่นอนของความต้องการยาและความหลากหลายของข้อจากัด (Isabel Jurado et al., 2558) โดยงานวิจัยน้ีจะทาการ ควบคุมการจัดการกับปญั หาดังกลา่ ว โดยประเมนิ จากข้อมลู จรงิ ของโรงพยาบาล 2 แห่งในประเทศสเปน กลยทุ ธท์ ี่ใช้จะขนึ้ อยู่ กับนโยบายของคณะกรรมการในการจดั การข้อจากัดในการดาเนินงาน ผลท่ีได้จากการวิเคราะห์จะช่วยลดระดับปริมาณการ จดั เกบ็ ยาและภาระการทางาน ในการศึกษากระบวนการวางแผนและจัดการสินคา้ คงคลงั (กนกพรรณ, 2552) ได้ใช้กรณีศึกษาบรษิ ัท ไทยน้าทพิ ย์ จากัด โดยนาหลักการแบ่งระดับความสาคัญตามลาดับแบบ ABC Classification มาใช้ในการตัดสินใจข้อมูลและหาระดับ สนิ คา้ คงคลังด้วยตน้ ทนุ ท่ีเหมาะสมสาหรับสินค้าแตล่ ะกลมุ่ โดยสามารถลดต้นทุนสินคา้ คงคลงั รวมจาก 37,176.89 บาทตอ่ วนั เป็น 35086.11 บาทต่อวัน และสาหรับการจัดการสินคา้ คงคลงั ธุรกิจเส้นด้าย (ภัทรพร, 2552) ได้นาหลักหลักการแบ่งระดบั ความสาคัญตามลาดับแบบ ABC Classification เพื่อหาจุดส่ังซ้ือสินค้า ท่ีทาให้ปริมาณสินค้ามีความเหมาะสมต่อความ ตอ้ งการ โดยเฉพาะสินคา้ กลุ่ม A สามารถลดปรมิ าณการสัง่ ซ้ือแบบประหยัดสดุ จากวตั ถุดบิ 2001 เทา่ กับ 3,933.55 กโิ ลกรัม เป็น 2,217.74 กิโลกรัม วัตถุดิบ 2000 เท่ากับ 1,655.72 กิโลกรัม เป็น 1,470.14 กิโลกรัม และวัตถุดิบ 2001 เท่ากับ 1,540.46 กิโลกรมั เป็น 1,219.14 กโิ ลกรมั ทาให้สามารถลดตน้ ทนุ สินค้าคงคลังและบริหารสนิ ค้าคงคลงั ให้มปี ระสทิ ธภิ าพ 581

การประชุมสัมมนาเชงิ วชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ตกิ ส์และโซอ่ ปุ ทาน ครัง้ ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 3. วธิ กี ารดาเนนิ การวิจยั 3.1. การเก็บรวบรวมข้อมูล เก็บรวบรวมข้อมูลรายงานการเบิก – จ่ายเคร่ืองแต่งกายและสิ่งทอของหน่วยจ่ายผ้ากลาง ในช่วงเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2558 จนถึง เดือนตุลาคม พ.ศ. 2559 และเก็บข้อมูลจากการสารวจการเบิก – จ่ายเครื่องแต่งกายและส่ิงทอจากสภาพ ปัจจุบัน เพื่อนามาเปรียบเทียบข้อมูลการเบิก - จ่าย ในช่วงอดีตและปัจจุบันให้มีความสอดคล้องในการจัดกลุ่มลาดับ ความสาคัญแบบ ABC analysis ของเครอื่ งแต่งกายและสิ่งทอ สามารถแบง่ กลุม่ จากคา่ ใช้จา่ ยทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการเบกิ – จ่ายของ เครื่องแต่งกายและส่ิงทอของแต่ละชนิดจากหอผูป้ ่วยท้ังหมดที่ทาการเบิก - จ่าย โดยกลุ่มลาดับความสาคัญ A จะมีช่วงเวลา นา 3 ช่ัวโมง เนื่องจากเป็นกลุ่มท่ีมีความสาคัญมากต้องมีการเติมเต็มในทุก ๆ วัน กลุ่มลาดับความสาคัญ B และ C จะมี ช่วงเวลานา 3 และ 7 วัน ตามลาดับ เน่อื งจากเป็นกลุ่มทมี่ ีความสาคัญรองลงมา นอกจากน้ยี งั ทาการเกบ็ ข้อมูลปริมาณการใช้ งานเครื่องแต่งกายและสิ่งทอในแต่ละช่วงเวลาของแต่ละหอผู้ป่วย ซึ่งจากข้อมูลท้ังหมดนี้สามารถนาไปช่วยในการออกแบบ รูปแบบการเตมิ เต็มเครอื่ งแตง่ กายและสิ่งทอโดยใหม้ คี วามเหมาะสมสาหรับโรงพยาบาล ดังตารางท่ี 1 ตารางที่ 1: ขอ้ มลู การเบิก – จา่ ยเคร่อื งแตง่ กายและส่งิ ทอ ลาดบั ท่ี รายการ มลู คา่ การใชง้ าน คิดเปน็ รอ้ ยละ ผลรวมของรอ้ ยละ ลาดับความสาคญั 1 ผ้าขวางเตยี งสขี าว 36\" x 60\" 910,469 15.50 15.50 A 2 ผา้ เช็ดตัวสขี าว 12\" x 12\" 824,935 14.05 29.55 A 3 ผ้าอ้อมใหญ่ 36\" x 36\" 610,643 10.40 24.45 A 4 ผ้าถงุ คนไข้สขี าว 284,855 4.85 15.25 B 5 ปลอกหมอนใหญ่สีขาว 18\" x 27\" 273,004 4.65 9.50 B 6 เสือ้ คนไข้ 231,308 3.94 8.59 B 7 ผ้าออ้ มเลก็ 24\" x 24\" 208,860 3.56 7.50 B 8 เสอ้ื ผู้ป่วยอาการหนกั 181,202 3.09 6.64 B 9 ผา้ หม่ ขนาด 60\" x 80\" 171,801 2.93 6.01 B 10 ผา้ เชด็ มอื มหี ู 36\" 163,750 2.79 5.71 B 11 ผา้ ปูที่นอนสขี าว 72\" x 108\" 147,089 2.50 5.29 B 12 ผ้าสี่เหลยี่ ม 2 ชัน้ สเี ขยี ว 36\" x 36\" 119,154 2.03 4.53 C 13 เสอ้ื เด็กออ่ นสีขาว 108,422 1.85 3.88 C 14 ผ้าสเ่ี หล่ียม 2 ชั้นสีเขยี ว 12\" x 12\" 104,490 1.78 3.63 C …… …. …… … 68 ผ้าส่ีเหล่ยี ม 2 ช้ัน สเี ขยี ว 45\"x45\" 20 0.00 0.00 C 69 เส้อื คนไข้ 3XL 19 0.00 0.00 C 70 ผา้ ถุงคนไข้สขี าว 3XL 10 0.00 0.00 C 5,872,563 100.00 100.00 ท้ังหมด 582

การประชมุ สัมมนาเชงิ วชิ าการด้านการจัดการโลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อุปทาน คร้งั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 3.2. รูปแบบการเตมิ เตม็ ทนี่ าเสนอ การออกแบบรปู แบบการเติมเตม็ เครือ่ งแต่งกายและส่งิ ทอ จะตอ้ งสอดคลอ้ งกับสภาพการทางานภายในโรงพยาบาล โดยเฉพาะกลุ่มลาดับความสาคัญ A ที่มีปริมาณความต้องการใช้งานเป็นจานวนมาก ทาให้ต้องมีการเติมเต็มเคร่ืองแต่งกาย และส่งิ ทออยา่ งทนั เวลา ซ่ึงในงานวจิ ยั น้ีทาการศึกษาและเปรียบเทยี บรูปแบบการเตมิ เตม็ ที่สอดคล้องกบั กรณศี กึ ษาท้ังหมด 2 รปู แบบ คือ การเติมเตม็ แบบ Continuous review policy และการเติมเต็มแบบ Periodic review policy อีกทั้งเพ่อื ปอ้ งกัน ปัญหาท่ีจะทาให้เกิดการสูญเสียโอกาสการใช้เครื่องแต่งกายและส่ิงทอจึงกาหนดระดับการให้บริการมีค่ามากกว่าร้อยละ 90 ซงึ่ จะชว่ ยลดโอกาสดงั กลา่ วได้ 3.2.1. การเติมเต็มแบบ Continuous review policy (r,R) เปน็ การเตมิ เตม็ เครอ่ื งแต่งกายและสิ่งทอ เม่อื เคร่ืองแตง่ กายและสิง่ ทอลดลงจนถงึ ปริมาณท่ีน้อยทีส่ ุดทีค่ วรเติมเต็ม (Reorder point) โดยในการเตมิ เตม็ แต่ละครง้ั จะมีปริมาณการเตมิ ท่เี ทา่ กนั ซง่ึ จะนามาใช้งานกับกลุ่มลาดับความสาคญั A เนื่องจากเปน็ กลุ่มที่มีความสาคัญมากทส่ี ุดและเพอ่ื ลดปัญหาโอกาสใน การใช้งานเคร่ืองแต่งกายและสิ่งทอ โดยมีสมการ (1) ในการคานวณหาปริมาณที่ควรจัดเก็บสูงสุดในคลังและปริมาณท่ีน้อย ทสี่ ดุ ท่ีควรเติมเต็มเครือ่ งแต่งกายและสงิ่ ทอ σ̅ − 1 = SDL′(rS−Dμ) (1) R−r σ̅ : ระดับการให้บรกิ าร SD : ค่าเบีย่ งเบนมาตรฐานของความต้องการของเครอื่ งแต่งกายและสิง่ ทอ R : ระดับเครอื่ งแต่งกายและสิ่งทอคงคลังสงู สดุ r : จดุ เตมิ เตม็ เครอ่ื งแต่งกายและสิ่งทอ μ : ค่าเฉล่ยี ความต้องการเครื่องแตง่ กายและสิ่งทอ τ : ช่วงเวลานา (ชั่วโมง) L′ (r−μ) : โอกาสที่เคร่ืองแต่งกายและสิง่ ทอจะไมเ่ พียงพอตอ่ การเตมิ เต็ม 1 คร้งั SD หลังจากท่ีคานวณหาปริมาณท่ีควรจัดเก็บสูงสุดในคลังและจุดเติมเต็มเคร่ืองแต่งกายและสิ่งทอแล้ว จึงจาลอง สถานการณ์การเติมเต็มแบบ Continuous review policy (r,R) เพื่อวิเคราะห์หาจานวนเที่ยวในการเติมเต็มในแต่ละเดือน โดยใช้แผ่นคานวณ (Spreadsheet) ซึ่งในแต่ละแผน่ คานวณจะแสดงข้อมูลปริมาณเครอื่ งแตง่ กายและสงิ่ ทอในแตล่ ะช่ัวโมงที่ ใชง้ านไป โดยมีตวั แปรในการตัดสินใจ คือ ปริมาณทีน่ ้อยท่ีสดุ ทค่ี วรเตมิ เตม็ (Reorder Level) และปรมิ าณทีค่ วรจดั เกบ็ สูงสดุ ในคลัง (Maximum Inventory) และมีเป้าหมายที่กาหนดไว้ คือ ระดับการใหบ้ ริการมีค่ามากกวา่ ร้อยละ 90 และช่วงเวลาใน การเติมเต็มตงั้ แต่ 12.00 น. จนถึง 20.00 น. ดังแสดงในรูปที่ 1 แบบจาลองเวลาในการเตมิ เตม็ เครอ่ื งแตง่ กายและสิ่งทอ (r,R) โดยมรี ายละเอยี ดของขอ้ มลู ดงั ตารางท่ี 2 ค่าแสดงของเซลลใ์ นส่วนของการคานวณชว่ งเวลาท่ีตอ้ งทาการเตมิ เตม็ แบบ (r,R) 583

การประชมุ สัมมนาเชิงวิชาการด้านการจดั การโลจสิ ติกส์และโซ่อปุ ทาน ครงั้ ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 รปู ท่ี 1: แบบจาลองสถานการณ์ในการเตมิ เตม็ เคร่ืองแต่งกายและสงิ่ ทอ (r,R) ตารางท่ี 2: ค่าแสดงของเซลล์ในสว่ นของการคานวณชว่ งเวลาท่ีต้องทาการเตมิ เตม็ แบบ (r,R) ตาแหนง่ เซลล์ คา่ แสดง ฟงั กช์ นั คาอธบิ าย C3 Demand ตารางแสดงสัดส่วนปรมิ าณการใช้งานเครอ่ื งแตง่ กายและส่งิ Table =COUNTIF($M$21:M21,C22) *$K$13 ทอ H3 Lead Time =E21+D22-G21 ตารางแสดงสัดสว่ นเวลานา Table =RANDBETWEEN(0,49) C4 Unit =VLOOKUP(F22,$C$6:$E$12,3) ขอบเขตของการสมุ่ ตวั เลข ของแตล่ ะความตอ้ งการของ =IF(E22-G22>0,E22-G22,0) ผู้ใช้บริการ/เวลานา E4 Demand ความตอ้ งการของผู้ใชบ้ ริการ/เวลานา (แพ๊ค) F4 Pi ความถ่ขี องแตล่ ะความต้องการของผใู้ ช้บรกิ าร/เวลานา I12 Reorder Level จุดทตี่ อ้ งทาการสง่ั ซ้ือ (แพค๊ ) I13 Order Qty ปริมาณท่ตี อ้ งสัง่ ในแตล่ ะครัง้ (แพ๊ค) A20 Day แสดงจานวนวันทต่ี อ้ งการพิจารณา B20 Hour (1) แสดงจานวนชวั่ โมงในแต่ละวัน C20 Hour (2) แสดงจานวนช่ัวโมงทงั้ หมดท่ตี ้องการพจิ ารณา D20 Units Rc นบั จานวนเซลลท์ ่มี คี ่า C22 ในเซลล์ M21 ถงึ M21 คูณกบั คา่ ปรมิ าณทีต่ อ้ งส่ังซอื้ ในแตล่ ะคร้งั E20 Begin Inv. ปรมิ าณสนิ ค้าเรมิ่ ตน้ ในคลังในแตล่ ะช่ัวโมง F20 Rand No. สมุ่ ตัวเลขจากในชว่ งที่กาหนด G20 Demand ค้นหาความตอ้ งการในการสั่งตามตัวเลขทสี่ ุ่ม H20 End Inv. ปริมาณสนิ คา้ ทีค่ งเหลือในคลงั ในแต่ละชว่ั โมง ถ้ามปี ริมาณ มากกว่า 0 ใหใ้ ชป้ รมิ าณสินคา้ ทเี่ หลือ แตถ่ า้ นอ้ ยกวา่ ให้มี ปริมาณเท่ากับ 0 584

การประชมุ สมั มนาเชิงวชิ าการด้านการจัดการโลจิสตกิ ส์และโซอ่ ปุ ทาน ครง้ั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ตาแหน่งเซลล์ คา่ แสดง ฟังก์ชนั คาอธบิ าย I20 New Level =I21-G22+IF(K21=\"Yes\",$K$13,0) ปริมาณสินคา้ คงคลังของชัว่ โมงท่แี ล้ว - ปรมิ าณความ ต้องการทใ่ี ช้งาน + ปริมาณท่ีเตมิ เขา้ มา กรณีทม่ี ีคาสงั่ ซอ้ื J20 Lost Sales =IF(E22-G22<0,G22-E22,) จากชว่ั โมงก่อนหนา้ ปรมิ าณสินคา้ ในคลงั เร่ิมตน้ - ปริมาณความตอ้ งการทใี่ ชง้ าน K20 Order? =IF(I22>$K$12,\"No\",IF(AND( มีคา่ น้อยกว่า 0 ให้แสดงปริมาณสินคา้ ในคลังท่ีไม่เพยี งพอ 8<=B22,B22<=15),\"Yes\",\"No\")) ถ้ามากกวา่ ให้ แสดงค่าเท่า 0 ถ้าปริมาณคงคลงั ใหม่มีปริมาณมากกว่าปรมิ าณที่ตอ้ งการ L20 Lead Time =IF(K22=\"Yes\",VLOOKUP ส่ังซอ้ื ใหแ้ สดงคาวา่ No แตถ่ ้านอ้ ยกว่าให้พจิ ารณาวา่ (F22,$H$6:$J$9,3),\"\") ชว่ งเวลาเติมเต็มอยู่ในชว่ งเวลาท่ีกาหนดหรือไม่ ถา้ อยู่ ในชว่ งท่ีกาหนด ใหแ้ สดงคาว่า Yes แตถ่ า้ ไมอ่ ยู่ในช่วงให้ M20 Receipt Day =IF(K22=\"Yes\",C22+L22+1,\"\") แสดงคาว่า No ถา้ ในช่องคาสั่งซือ้ แสดงคาวา่ Yes ใหแ้ สดงช่วงเวลานาตามที่ กาหนด ถา้ ในช่องคาสั่งซื้อแสดงคาว่า Yes ให้แสดงช่ัวโมงท่ตี อ้ งทา การเตมิ เตม็ 3.2.2. การเติมเต็มแบบ Periodic review policy (R,T) เป็นการเติมเต็มเคร่ืองแต่งกายและสิ่งทอ โดยจะมีการ กาหนดช่วงเวลาในการเติมเต็มของแต่ละคร้ัง ซึ่งในการเติมเต็มแต่ละคร้ังจะมีปริมาณในการเติมเต็มท่ีไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับ ปริมาณเครื่องแต่งกายและสิ่งทอท่ีใช้งานในแต่ละครั้งที่ต้องเติมเต็ม ซ่ึงจะนามาใช้งานกับทุกกลุ่มลาดับความสาคัญ โดยมี สมการ (2) ในการคานวณหาปริมาณทคี่ วรจัดเกบ็ สงู สดุ ในคลงั และปริมาณสินคา้ คงคลงั สารอง σ̅ − 1 = SDL′(RS−Dμ) (2) Td σ̅ : ระดบั การใหบ้ ริการ SD : ค่าเบีย่ งเบนมาตรฐานของความตอ้ งการของเคร่ืองแตง่ กายและส่งิ ทอ R : ระดบั เคร่ืองแต่งกายและสิง่ ทอคงคลงั สูงสดุ T : รอบเวลาในการเตมิ เต็มเครอื่ งแตง่ กายและสงิ่ ทอ μ : ค่าเฉล่ียความต้องการเคร่อื งแต่งกายและสง่ิ ทอ d : คา่ เฉล่ยี ความตอ้ งการเครอื่ งแต่งกายและสง่ิ ทอ L′ (R−μ) : โอกาสทีเ่ ครือ่ งแต่งกายและส่ิงทอจะไมเ่ พียงพอตอ่ การเตมิ เตม็ 1 ครั้ง S หลังจากท่ีคานวณหาปริมาณที่ควรจัดเก็บสูงสุดในคลังและจุดเติมเต็มเคร่ืองแต่งกายและส่ิงทอแล้ว จึงจาลอง สถานการณก์ ารเตมิ เต็มแบบ Periodic review policy (R,T) เพื่อวิเคราะห์หาจานวนเที่ยวในการเตมิ เตม็ ในแตล่ ะเดอื น โดยใช้ แผ่นคานวณ (Spreadsheet) ซึ่งในแต่ละแผ่นคานวณจะแสดงข้อมูลปริมาณเครือ่ งแต่งกายและสงิ่ ทอในแต่ละช่ัวโมงท่ีใช้งาน ไป โดยมตี ัวแปรในการตดั สินใจ คือ ปรมิ าณทีค่ วรจดั เก็บสงู สุดในคลัง (Order Qty) และปรมิ าณสนิ ค้าคงคลังสารอง (Safety 585

การประชุมสมั มนาเชงิ วชิ าการด้านการจดั การโลจสิ ตกิ ส์และโซอ่ ปุ ทาน ครั้งที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 Stock) และมีเป้าหมายที่กาหนดไว้ คือ ระดับการให้บริการมีคา่ มากกวา่ ร้อยละ 90 และช่วงเวลาในการเติมเตม็ ตั้งแต่ 12.00 น. จนถึง 20.00 น. ดังแสดงในรูปท่ี 2 แบบจาลองเวลาในการเติมเต็มเครื่องแต่งกายและสิ่งทอ (R,T) โดยมีรายละเอียดของ ข้อมลู ดงั ตารางที่ 3 ค่าแสดงของเซลล์ในสว่ นของการคานวณช่วงเวลาท่ตี ้องทาการเติมเต็มแบบ (R,T) รูปที่ 2: แบบจาลองสถานการณใ์ นการเตมิ เตม็ เครอ่ื งแตง่ กายและสงิ่ ทอ (R,T) ตารางท่ี 3: ค่าแสดงของเซลลใ์ นสว่ นของการคานวณช่วงเวลาท่ีตอ้ งทาการเตมิ เตม็ แบบ (R,T) ตาแหน่ง ค่าแสดง ฟงั ก์ชัน คาอธิบาย เซลล์ R3 Demand ตารางแสดงสดั สว่ นปรมิ าณการใชง้ านเครอ่ื งแตง่ กายและ Table สง่ิ ทอ W3 Lead Time ตารางแสดงสัดส่วนเวลานา Table R4 Unit ขอบเขตของการสุ่มตวั เลข ของแต่ละความตอ้ งการของ ผใู้ ช้บรกิ าร/เวลานา T4 Demand ความตอ้ งการของผใู้ ชบ้ รกิ าร/เวลานา (แพ๊ค) U4 Pi ความถข่ี องแตล่ ะความตอ้ งการของผู้ใช้บริการ/เวลานา X12 Safety Stock สนิ คา้ คงคลังสารอง (แพ๊ค) X13 Order Qty ปรมิ าณท่ีตอ้ งสง่ั ในแตล่ ะครัง้ (แพค๊ ) P20 Day แสดงจานวนวนั ท่ีตอ้ งการพจิ ารณา Q20 Hour (1) แสดงจานวนช่วั โมงในแตล่ ะวนั R20 Hour (2) แสดงจานวนช่วั โมงทัง้ หมดทตี่ อ้ งการพิจารณา S20 Units Rc =COUNTIF($AB$21:AB21,R22)*$Z$13 นับจานวนเซลล์ท่มี คี า่ C22 ในเซลล์ M21 ถงึ M21 คูณ กบั ค่าปริมาณท่ีต้องสั่งซ้อื ในแตล่ ะคร้งั T20 Begin Inv. =T21+S22-V21 ปริมาณสินค้าเร่มิ ต้นในคลังในแต่ละชวั่ โมง U20 Rand No. =RANDBETWEEN(0,49) สุม่ ตัวเลขจากในช่วงทก่ี าหนด 586

การประชมุ สัมมนาเชิงวิชาการด้านการจดั การโลจสิ ตกิ ส์และโซอ่ ุปทาน ครงั้ ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ตาแหนง่ คา่ แสดง ฟังก์ชนั คาอธบิ าย เซลล์ V20 Demand =VLOOKUP(U22,$C$6:$E$12,3) ค้นหาความต้องการในการสง่ั ตามตัวเลขทส่ี มุ่ W20 End Inv. =IF(T22-V22>0,T22-V22,0) ปรมิ าณสินคา้ ท่ีคงเหลอื ในคลงั ในแต่ละช่ัวโมง ถา้ มี ปรมิ าณมากกว่า 0 ใหใ้ ชป้ ริมาณสินคา้ ทเ่ี หลือ แตถ่ า้ นอ้ ย X20 New Level =X21-V22+IF(Z21=\"Yes\",$K$13,0) กว่าให้มปี รมิ าณเท่ากับ 0 ปรมิ าณสนิ ค้าคงคลงั ของช่วั โมงที่แลว้ - ปริมาณความ Y20 Lost Sales =IF(T22-V22<0,V22-T22,) ต้องการท่ีใช้งาน + ปริมาณท่ีเติมเข้ามา กรณีท่ีมีคาส่งั ซอ้ื จากชว่ั โมงกอ่ นหนา้ Z20 Order? =IF(AND(Q22=8,W22>$Z$12),\"Yes\",\"No\") ปริมาณสินค้าในคลงั เรมิ่ ตน้ - ปริมาณความตอ้ งการที่ใช้ งาน มีคา่ นอ้ ยกวา่ 0 ใหแ้ สดงปริมาณสินคา้ ในคลังท่ไี ม่ AA20 Lead Time =IF(Z22=\"Yes\",VLOOKUP(U22,$H$6:$J$9,3),\"\") เพยี งพอ ถา้ มากกวา่ ให้ แสดงคา่ เท่า 0 AB20 Receipt Day =IF(Z22=\"Yes\",R22+AA22+1,\"\") ถ้า Q22 = 8 และปรมิ าณสนิ ค้าท่คี งเหลือในคลงั มากกวา่ สินค้าคงคลังสารอง ใหแ้ สดงคาว่า Yes แตถ่ า้ นอ้ ยกวา่ ให้แสดงคาวา่ No ถ้าในช่องคาสงั่ ซอื้ แสดงคาว่า Yes ใหแ้ สดงชว่ งเวลานา ตามท่ีกาหนด ถา้ ในชอ่ งคาสั่งซ้อื แสดงคาวา่ Yes ให้แสดงช่วั โมงท่ีต้อง ทาการเติมเต็ม 4. ผลการวิจัยและอภิปรายผล เมื่อนาข้อมูลความต้องการในการใช้งานมาคานวณหาปริมาณการจัดเก็บในคลังท่ีมากท่ีสุดและปริมาณจุดสง่ั สินคา้ ของการเติมเต็มแบบ Continuous review policy (r,R) และคานวณหาปริมาณการจัดเก็บที่มากท่ีสดุ และ ปริมาณสินค้าคง คลังสารองของการเตมิ เต็มแบบ Periodic review policy (R,T) จากสูตรการคานวณของการเติมเตม็ เครอื่ งแตง่ กายและสงิ่ ทอ ของกลุ่มลาดับความสาคัญ A (เนื่องจากหอผู้ป่วยอายุรกรรมไม่มีการใช้ผ้าอ้อมใหญ่ 36\" x 36\" จึงไม่นามาคานวณ) สามารถ สรุปผลจากการคานวณได้ดังตารางท่ี 4 ตารางสรุปผลจากการคานวณการเติมเต็มแบบ (r,R) และ (R,T) ของกลุ่มลาดับ ความสาคัญ A ตารางที่ 4: ตารางสรุปผลจากการคานวณการเติมเตม็ แบบ (r,R) และ (R,T) ของกลุ่มลาดบั ความสาคญั A หอผู้ป่วย ผ้าขวางเตียงสีขาว 36\" x 60\" r ผ้าเช็ดตวั สีขาว 12\" x 12\" r (R,T) (r,R) 4 (R,T) (r,R) 2 อายรุ กรรมหญงิ R ss R 2 R ss R 4 อายุรกรรมทั่วไป 28 3 25 3 16 3 15 3 อายรุ กรรมชาย 1 8 1 10 1 719 2 อายรุ กรรมชาย 2 20 1 20 17 1 20 5 1 10 9 1 10 587

การประชมุ สัมมนาเชงิ วชิ าการด้านการจดั การโลจสิ ตกิ สแ์ ละโซ่อุปทาน ครง้ั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 จากผลการคานวณ เมื่อนาข้อมูลดังกล่าวมาป้อนค่าเข้าสู่แบบจาลองสถานการณ์ที่พัฒนาข้ึน ดังรูปที่ 1 และ 2 ตามลาดับ พบว่าการเติมเต็มแบบ Continuous review policy (r,R) มีค่าระดับการให้บริการน้อยกว่าร้อยละ 90 ดังรูปที่ 3 ดังน้ัน ข้อมูลที่ได้จากการคานวณการเติมเตม็ ไม่สามารถนามาใช้งานได้ จึงต้องทาการปรับปรุงค่าตัวแปรในการตัดสินใจใหม่ ซ่ึงได้แก่ปริมาณท่ีน้อยที่สุดที่ควรเติมเต็ม (Reorder Level) และปริมาณที่ควรจัดเก็บสูงสุดในคลัง (Maximum Inventory) ด้วยวิธีการลองผดิ ลองถูก (Trial and Error) ของกลุ่มลาดบั ความสาคัญ A แสดงดังตารางที่ 5 ตารางสรุปผลจากการทดสอบ แบบลองผิดลองถูกของการเติมเตม็ แบบ (r,R) และ (R,T) ของกล่มุ ลาดบั ความสาคัญ A รูปท่ี 3 : การจาลองสถานการณ์แบบ (r,R) ทีม่ คี ่ามาตรฐานการให้บรกิ ารนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 90 ตารางที่ 5: ตารางสรุปผลจากการทดสอบแบบลองผิดลองถกู ของการเตมิ เต็มแบบ (r,R) และ (R,T) ของกลุ่มลาดับความสาคัญ A หอผูป้ ่วย ผ้าขวางเตยี งสีขาว 36\" x 60\" ผ้าเชด็ ตวั สขี าว 12\" x 12\" (R,T) (r,R) (R,T) (r,R) อายุรกรรมหญิง R ss R r R ss R r อายุรกรรมทั่วไป 28 3 25 15 16 3 15 5 อายุรกรรมชาย 1 8 1 10 5 7195 อายุรกรรมชาย 2 20 1 20 10 17 1 20 10 5174 9185 จากเป้าหมายที่กาหนด ได้แก่ ค่ามาตรฐานการให้บริการมากกว่าร้อยละ 90 และมีช่วงเวลาในการเติมเต็มต้ังแต่ 12.00 น. จนถึง 20.00 น. สามารถสรุปผลจานวนเท่ยี วในการเตมิ เตม็ ได้ 2 รปู แบบ คอื รูปแบบท่ี 1 กลมุ่ ลาดบั ความสาคญั A จะใช้รูปแบบการเตมิ เตม็ แบบ Continuous review policy (r,R) และกลุ่มลาดบั ความสาคัญ B และ C จะใช้รูปแบบการเติม เต็มแบบ Periodic review policy (R,T) ดังแสดงตารางที่ 6 ตารางสรุปผลจานวนเท่ียวในการเติมเต็มรูปแบบท่ี 1 ส่วน รูปแบบท่ี 2 ทุกกลุ่มลาดับความสาคัญจะใช้รูปแบบการเติมเต็มแบบ Periodic review policy (R,T) ดังแสดงตารางที่ 7 ตารางสรปุ ผลจานวนเที่ยวในการเตมิ เตม็ รูปแบบท่ี 2 588

การประชมุ สัมมนาเชงิ วชิ าการด้านการจัดการโลจิสตกิ สแ์ ละโซอ่ ปุ ทาน คร้งั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ตารางที่ 6: ตารางสรปุ ผลจานวนเทยี่ วในการเตมิ เต็มรูปแบบที่ 1 ลาดบั ความสาคัญ รูปแบบการเตมิ เต็ม จานวนเทย่ี วนอ้ ยสดุ (เที่ยว/เดอื น) จานวนเที่ยวมากสุด (เท่ียว/เดอื น) A (r,R) 53 64 B (R,T) 20 40 C (R,T) 8 16 81 120 Total ตารางที่ 7: ตารางสรปุ ผลจานวนเทย่ี วในการเตมิ เต็มรูปแบบที่ 2 ลาดับความสาคญั รูปแบบการเติมเต็ม จานวนเท่ียวนอ้ ยสดุ (เท่ียว/เดอื น) จานวนเทยี่ วมากสดุ (เทย่ี ว/เดือน) A (R,T) 30 30 B (R,T) 20 40 C (R,T) 8 16 58 86 Total 5. สรุปผล บทความน้ีศึกษารูปแบบการเติมเตม็ เครอ่ื งแตง่ กายและสง่ิ ทอของหน่วยจ่ายผา้ กลางที่เหมาะสมสาหรับโรงพยาบาล ด้วยการจาลองสถานการณ์ระหว่างการเติมเต็มแบบ Continuous review policy (r,R) และการเติมเต็มของแบบ Periodic review policy (R,T) โดยมีวตั ถุประสงค์เพือ่ ลดจานวนเท่ียวในการเตมิ เตม็ เคร่ืองแต่งกายและสิ่งทอของหนว่ ยจ่ายผา้ กลาง ซึง่ สามารถแบ่งกลุม่ ลาดับความสาดับของเครอ่ื งแตง่ กายและส่งิ ทอ จากค่าใชจ้ ่ายท่ีเกิดขนึ้ จากการเบกิ – จา่ ยของเคร่อื งแต่งกาย และส่งิ ทอของแตล่ ะชนิดจากหอผู้ปว่ ยทั้งหมดท่ีทาการเบิก - จา่ ย โดยกลุ่มลาดับความสาคญั A จะมีชว่ งเวลานา 3 ชั่วโมง และ กลุ่มลาดบั ความสาคัญ B และ C จะมีช่วงเวลานา 3 และ 7 วนั ตามลาดบั โดยสามารถสร้างรูปแบบการเติมเตม็ เคร่ืองแตง่ กาย และสิ่งทอไดท้ ง้ั หมด 2 รปู แบบ คือ รปู แบบท่ี 1 กลุ่มลาดบั ความสาคัญ A จะใช้รปู แบบการเตมิ เต็มแบบ Continuous review policy (r,R) และกลุม่ ลาดบั ความสาคญั B และ C จะใชร้ ปู แบบการเตมิ เต็มแบบ Periodic review policy (R,T) และรปู แบบ ท่ี 2 ทกุ กลุม่ ลาดบั ความสาคญั จะใชร้ ูปแบบการเตมิ เตม็ แบบ Periodic review policy (R,T) โดยมเี ป้าหมายท่กี าหนดไว้ ได้แก่ มาตรฐานการให้บริการมีค่ามากกว่าร้อยละ 90 และช่วงเวลาในการเติมเต็มตั้งแต่ 12.00 น. จนถึง 20.00 น. จากผลการ จาลองสถานการณ์ พบว่า รูปแบบที่ 1 จะมีจานวนเที่ยวน้อยท่ีสุด 81 เที่ยว/เดือน แบ่งเป็นลาดับความสาคัญ A จานวน 53 เที่ยว/เดือน ลาดับความสาคัญ B 20 เที่ยว/เดือน ลาดับความสาคัญ C 8 เที่ยว/เดือน และจานวนเท่ียวมากที่สุด 120 เที่ยว/ เดือน แบ่งเป็นลาดับความสาคัญ A จานวน 64 เที่ยว/เดือน ลาดับความสาคัญ B 40 เที่ยว/เดือน ลาดับความสาคัญ C 16 เท่ยี ว/เดอื น สว่ นรูปแบบที่ 2 จะมจี านวนเที่ยวน้อยทส่ี ุด 58 เทีย่ ว/เดือน แบง่ เป็นลาดบั ความสาคญั A จานวน 30 เทยี่ ว/เดอื น ลาดับความสาคญั B 20 เทย่ี ว/เดือน ลาดับความสาคญั C 8 เที่ยว/เดือน และจานวนเที่ยวมากท่สี ุด 86 เท่ยี ว/เดอื น แบง่ เป็น ลาดบั ความสาคัญ A จานวน 30 เทย่ี ว/เดือน ลาดับความสาคัญ B 40 เทยี่ ว/เดือน ลาดับความสาคัญ C 16 เท่ยี ว/เดอื น ดงั นัน้ จงึ เลอื กรปู แบบการเตมิ เต็มรปู แบบที่ 2 คือ ทกุ กลมุ่ ลาดับความสาคญั จะทาการเตมิ เต็ม แบบ Periodic review policy (R,T) โดยมจี านวนเท่ยี วในเตมิ เต็มนอ้ ยสดุ อยูท่ ่ี 58 เท่ียว/เดอื น และมากที่สดุ อยู่ที่ 86 เท่ยี ว/เดอื น 589

การประชมุ สมั มนาเชงิ วิชาการด้านการจัดการโลจสิ ตกิ ส์และโซอ่ ปุ ทาน คร้งั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 6. กิตตกิ รรมประกาศ งานวิจัยนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในโครงการพัฒนา ศักยภาพบุคลากร STEM (Science, Tecnology, Engineering, Mathematics) เพื่อการวิจัยและพัฒนาสาหรับ ภาคอตุ สาหกรรม :STEM Workforce ประจาปี 2560 ขอขอบคุณ รศ.นพ.เรืองศกั ดิ์ ลีธนาภรณ์ ผู้อานวยการโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และเจ้าหน้าทห่ี น่วยจา่ ยผา้ กลาง โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ท่กี รณุ าใหข้ อ้ มูลและสถานท่ีในการทางานวิจยั เอกสารอา้ งองิ กนกพรรณ ไชยทา, 2552, “การศึกษากระบวนการวางแผนและการจัดการสินคา้ คงคลงั กรณีศกึ ษาบรษิ ทั ไทยนา้ ทพิ ย์ จากัด,” มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, บรหิ ารธุรกจิ มหาบัณฑติ . เจรญิ เจตวจิ ติ ร, 2547, “การจดั การงานผลติ และการดาเนนิ งาน,” ภาควชิ าวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะ วิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร.์ ชัยยศ สันตวิ งษ,์ 2546, “การบริหารการผลติ ,” พิมพ์ครง้ั ที่ 1, โรงพมิ พ์ บรษิ ัทประชุมชา่ ง จากดั . ดวงพรรณ กรชิ ชาญชัย, โสภณ เมอื งชู, พุทธชาด อิ่มเดชา, และ ปฐมา กิตตสิ วุ รรณ์, 2559, “โลจสิ ตกิ ส์ใน โรงพยาบาล,” ศนู ย์ความเปน็ เลศิ ด้านการจดั การโซ่อุปทานสขุ ภาพ (LogHealth) มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล.[10 เมษายน 2560] พิภพ ลลิตาภรณ์, 2549, “ระบบการวางแผนและควบคุมการผลิต,” พิมพ์คร้ังท่ี 12 กรุงทพฯ: สมาคมส่งเสริม เทคโนโลยี (ไทย-ญีป่ นุ่ ). ภัทรพร สาระโภค, 2552, “การจัดการสินค้าคงคลังธุรกิจเส้นด้าย: กรณีศึกษา,” มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, วิทยานิพนธ์ บริหารธรุ กิจมหาบัณฑติ . อุมาพร มณเี นยี ม, 2552, “ความสาคญั ของการจดั การโลจสิ ติกส์,” http://logisticscorner.com/index.php?option=com_content&view=article&id=407:2009-07- 05-14-54- 35&catid=40:logistics&Itemid=87 [10 เมษายน 2559] I, Jurado, J.M. Maestre, P. Velarde, C. Ocampo-Martinezc, I. Fernández, B. Isla Tejera, & J.R. del Prado, 2 5 5 9 , “ Stock management in hospital pharmacy using chance- constrained model predictive control,” Computers in Biology and Medicine, 246-255. Nitin Gupta, Pushpanjali Krishnappa, 2559, “Inventory Analysis in a Private Dental Hospital in Bangalore, India,” Journal of Clinical and Diagnostic Resrarch, IC10-IC12. 590

การประชมุ สัมมนาเชิงวชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ติกสแ์ ละโซอ่ ุปทาน คร้ังท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 Topic O: Applications in Healthcare Logistics Paper ID: AH 04 การกาหนดทาเลทต่ี ้งั ในการใหบ้ ริการขนส่งสาหรับผู้สูงอายุเพ่อื เดินทางไปยงั โรงพยาบาล กรณีศึกษา อาเภอหาดใหญ่ จงั หวัดสงขลา อาลาวี ลาเตะ๊ 1*, เสกสรร สุธรรมานนท2์ , นกิ ร ศิริวงศ์ไพศาล3 1* สาขาวิชาวศิ วกรรมโลจิสติกส์และโซอ่ ปุ ทาน ภาควิชาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ โทร 074-287158 E-mail [email protected] 2 ภาควิชาวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ โทร 074-287179 โทรสาร 074-558829 E-mail [email protected] 3 ภาควชิ าวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ โทร 074-287153 โทรสาร 074-558829 E-mail [email protected] บทคัดยอ่ การกาหนดตาแหน่งท่ีตั้งของศูนย์บริการที่เหมาะสม มีผลต่อการลดต้นทุนของระบบการขนส่งโดยรวมขององค์กร และยังช่วยให้ระดับความสามารถในการบริการสงู ขึ้นได้ ในการเลือกศูนย์บริการนอกจากการพิจารณาเรื่องการลงทุนแล้วยัง ต้องพิจารณาเรื่องตาแหน่งท่ีตั้ง และการออกแบบการให้บริการให้มีประสิทธิภาพสูงสุดท้ังน้ีได้ทาการออกแบบพัฒนา แบบจาลองตามขั้นตอนดังกล่าวและทดลองดาเนินการวิเคราะห์กับข้อมูลจริงเพื่อตรวจสอบความเป็นไปได้และถูกต้องของ แบบจาลองจาลองทางคณิตศาสตร์ท่ีพัฒนาขึ้นรวมท้ังเพื่อพัฒนาเป็นกระบวนการขั้นตอนของการดาเนินงานด้าน GIS ที่ เก่ียวข้อง โดยในงานวิจัยนี้จะพัฒนาโมเดลเพ่ือหาศูนย์ให้บริการสาหรับผู้สูงอายุในอาเภอหาดใหญ่ซึ่งเดินทางมาใช้บริการที่ โรงพยาบาลกวา่ 100,000 คร้งั ต่อปี โดยใชช้ ุดโปรแกรม ArcGIS เวอรชัน่ 10.2 เป็นเครือ่ งมอื ซ่ึงผลการศกึ ษาจะเปน็ ประโยชน์ อย่างย่ิงต่อหนว่ ยงานด้านการขนส่งหรือหน่วยงานใหบ้ ริการสขุ ภาพท้ังภาครฐั และเอกชนและหน่วยงานอ่ืนท่ีมลี กั ษณะภารกิจ ท่เี ก่ียวข้องกบั การวางแผนพัฒนาระบบการให้บริการโครงขา่ ยการขนสง่ เพอื่ นาไปพัฒนาและประยุกตใ์ ช้ในการวิเคราะหข์ อ้ มลู สนบั สนุนการตดั สินใจแก่ปญั หาที่เกยี่ วข้องต่อไปในอนาคต คาสาคัญ: การหาทาเลทต่ี งั้ ; แบบจาลองทางคณติ ศาสตร์; การบริการขนสง่ ; ระบบสารสนเทศทางภมู ศิ าสตร์ 1. ทีม่ าและความสาคัญ โครงสร้างอายุของประชากรโลก กาลังเปลี่ยนไปในทิศทางท่ีมีอายุสูงขึ้น ปรากฏการณ์ทางประชากรนี้เป็นผลสืบ เนื่องมาจากอัตราเกิดของประชากรท่ัวโลกได้ลดต่าลง ในขณะท่ีผู้คนมีอายุยืนยาวข้ึน การสูงวัยของประชากรย่อมมีผลอย่าง มากต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในแต่ละประเทศ ในปี พ.ศ. 2558 ประชากรโลกมี 7,349 ล้านคน ในจานวนนี้เป็น ประชากรอายุ 60 ปีข้ึนไปประมาณ 901 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 12 ของประชากรท้งั หมด นับได้ว่าประชากรรวมทั้งโลก ได้เขา้ เกณฑ์ท่ีเรียกไดว้ า่ เปน็ “สงั คมสงู วัย” (Aging Society) หมายถงึ สังคมท่ีมีประชากรอายุ 60 ปีขนึ้ ไป มากกว่ารอ้ ยละ 10 ของประชากรทั้งหมดแล้ว สถานการณ์การสูงวัยของประชากรไทยในปีพ.ศ. 2558 ประชากรไทยมีจานวน 65.1 ล้านคน ใน จานวนน้ีเป็นประชากรอายุ 60 ปขี ้นึ ไป 11 ล้านคน หรอื คิดเปน็ ร้อยละ 16 ของประชากรทั้งหมดประเด็นสาคญั คือ ขณะนี้ 591

การประชมุ สัมมนาเชงิ วิชาการด้านการจดั การโลจสิ ติกสแ์ ละโซ่อุปทาน ครัง้ ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ประชากรไทยกาลังสูงวัยขึ้นอย่างรวดเร็ว ประเทศไทยได้กลายเป็นสังคมสูงวัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 แล้ว (สานักสถิติ แหง่ ชาติ,2558) นอกจากน้ีประชาชนไทยปัจจุบันยังถูกคุกคามด้วยโรคเรื้อรงั ส่งผลถึงภาวะสขุ ภาพที่ทาให้ตกอยใู่ นภาวะท่ีต้องการ การดูแลระยะยาว แม้ว่าสังคมไทยมีแนวทางและค่านิยมสนับสนุนให้มีการดูแลผู้ป่วยเรื้อรัง/ผู้สูงอายุท่ีบ้าน โดยสถาบัน ครอบครัวเป็นหลักในการดูแล แต่ก็มีรายงานปัญหาการที่ผู้ดูแลต้องเข้าเมืองเพื่อทางานและทิ้งผู้ป่วยให้ดูแลตนเอง ในบาง พื้นที่ปัญหาความเครียดของผดู้ ูแลและสภาพในเมืองที่บุคคลตอ้ งด้นิ รนหารายได้ จึงเป็นไปไดย้ ากท่ีครอบครัวจะดแู ลผ้ปู ่วยใน ครอบครัวไดเ้ ต็มทส่ี ่งผลทาให้การให้บรกิ ารดูแลผสู้ ูงอายุยงั คงมีความจาเป็นและความสาคญั อยู่ประชากรสูงอายุท่ัวไปที่อาศยั อยู่ในอาเภอหาดใหญท่ ี่ใชส้ ิทธิบัตรทองอยู่ภายใต้การดแู ลของสานักงานหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ (สปสช.) จะมารับบริการ ท่ีโรงพยาบาลหาดใหญ่เนอื่ งจากเปน็ โรงพยาบาลของรัฐจากข้อมูลของสานักงานสถติ ิแห่งชาตพิ บวา่ ผู้สงู อายุมีแนวโน้มเพิ่มมาก ขน้ึ ในปี 2558 ในอาเภอหาดใหญม่ ีจานวน 46,452 คน แบ่งย่อยรายตาบลดงั แสดงในตารางท่ี 1 ตารางที่ 5: จานวนประชากรผสู้ งู อายใุ นอาเภอหาดใหญป่ ี 2558 ลาดบั ตาบล ประชากรอายุ 60 ประชากรรวม สัดสว่ นคนสูงอายุต่อ ประชากรรวม(%) ปีขน้ึ ไป(คน) (คน) 1 เทศบาลนครหาดใหญ่ 19,318 159,130 12.14 2 เทศบาลเมอื งคอหงส์ 4,626 44,830 10.32 3 เทศบาลเมืองควนลัง 4,492 43,570 10.31 4 องคก์ ารบริหารสว่ นตาบลบ้านพรุ 3,457 30,537 11.32 5 เทศบาลเมอื งคลองแห 3,394 33,884 10.02 6 เทศบาลตาบลน้าน้อย 2,392 13,711 17.45 7 เทศบาลเมืองทงุ่ ตาเสา 1,897 16,221 11.69 8 องคก์ ารบรหิ ารส่วนตาบลพะตง 1,884 13,479 13.98 9 องคก์ ารบริหารส่วนตาบลทา่ ข้าม 1,509 8,129 18.56 10 เทศบาลตาบลคูเต่า 1,408 11,085 12.70 11 องค์การบรหิ ารส่วนตาบลทงุ่ ใหญ่ 930 5,211 17.85 12 องค์การบริหารส่วนตาบลฉลุง 772 7,480 10.32 13 องค์การบรหิ ารสว่ นตาบลคลองอู่ตะเภา 373 2,893 12.89 46,452 390,160 รวม ที่มา: สานักงานสถิติแหง่ ชาติ ข้อมูลจากการทาแบบสอบถามผู้สูงอายุที่มาร่วมกิจกรรมของศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านผู้สูงอายุ วิทยาลัย พยาบาลบรมราชชนนี สงขลา พบว่าการคาดหวงั ของผู้สูงอายุจากการบรกิ ารของรัฐเป็นอนั ดับที่ 3 รองจากความตอ้ งการการ ดูแลจากพยาบาลเม่อื เจบ็ ป่วยและอาชพี ท่ีสร้างรายไดท้ ่บี ้านได้ คอื ตอ้ งการพาหนะสาหรับการเดินทางทสี่ ะดวก สอดคลอ้ งกับ การสารวจของสานักสถิติแห่งชาติในปี พ.ศ. 2558 โดยทาแบบสอบถามในภาคใต้จานวนผู้ตอบแบบสอบถามรวมท้ังหมด 30,796 คนเพศชาย 5,313 คนและเพศหญิง 25,483 คนในเขตเทศบาล 6,444 คนและนอกเขตเทศบาล 24,352 คนดว้ ย 592

การประชมุ สัมมนาเชงิ วิชาการด้านการจดั การโลจสิ ติกสแ์ ละโซ่อปุ ทาน คร้ังท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 คาถามลักษณะเดียวกัน โดยวัตถุประสงค์ของงงานวิจัยน้ีเพ่ือหาทาเลท่ีต้ังของศูนย์ให้บริการรถ โดยทาหน้าที่เป็นจุดรับ -ส่ง สาหรับผู้สูงอายุทต่ี ้องการเดนิ ทางไปยังโรงพยาบาล สถานทีร่ บั ดูแล อื่น ๆ งานมรี ายไดท้ ่ีบ้าน ตลอดไป 6% 20% ชว่ ยดัดแปลงทพ่ี ัก 14% ให้เหมาะสมกับการ ดแู ล 5% บรกิ ารพาหนะเวลา จาเป็นต้องไปทอ่ี ่นื การฝกึ อบรมให้ สามารถดแู ลได้ 19% ถูกต้อง 4% พยาบาลมาดแู ลท่ีบา้ นเม่ือจาเป็น 32% รูปท่ี 5: ความตอ้ งการความช่วยเหลอื หรือสวสั ดกิ ารจากรัฐทไี่ ม่ใชเ่ งิน 2. ทฤษฏพี ้ืนฐานและงานวจิ ยั ทเี่ ก่ยี วขอ้ ง 2.1.ระบบสารสนเทศภมู ศิ าสตร์ (GIS) และการพัฒนาดา้ นโลจิสติกส์ GIS เป็นเทคโนโลยีสารเทศชนิดหน่ึงที่ได้เข้ามามีบทบาทในงานด้านต่างๆมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นดา้ นการโทรคมนาคม ด้านการจราจร ด้านการวางแผนการเกษตร การวิเคราะหภ์ ัยพิบัตติ ่างๆ ด้านการพยากรณ์ ด้านการวางผังเมือง ด้านด้านโลจิ สติกส์และด้านทางสาธารสุข เช่น การวิเคราะห์การแพร่ระบาดของเช้ือโรค เป็นต้น โดยข้อมูลจะเก็บในระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์มีลักษณะข้อมูลเชิงพื้นท่ี (Spatial Data) ท่ีแสดงในรูปของภาพ (Graphic) แผนที่ (Map) ท่ีเชื่อโยงกับข้อมูลเชิง บรรยาย (Attribute Data) หรือฐานข้อมูล (Database) โดยในบทความวิจัยน้ีใช้ซอร์ฟแวร์ ArcGIS เวอร์ช่ัน 10.2 ในการ เช่ือมขอ้ มูลและวเิ คราะห์ จะช่วยการเก็บรวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะห์และแสดงขอ้ มูลเปน็ ไปดว้ ยความสะดวกและรวดเร็วซึ่งทาให้ มองเหน็ ภาพของปญั หาได้ชัดเจนและสามารถนาผลจากการวเิ คราะหน์ าไปแกป้ ญั หาได้ถกู จดุ การพัฒนาระบบโลจิกสติกส์มคี วามจาเป็นสาหรับการดาเนินธุรกิจเกือบทุกประเภทในปัจจุบนั เพ่ือให้ธุรกิจสามารถ แข่งขนั ไดแ้ ละเพือ่ ความอยรู่ อดของธุรกิจ อีกทั้งยงั ช่วยในการลดตน้ ทุนและสามารถตอบสนองความตอ้ งการของลูกคา้ ได้อย่าง รวดเรว็ และถกู ตอ้ ง การแสดงใหเ้ ห็นแผนภาพ แผนท่ี ขอ้ มลู เส้นทางการขนส่ง แหลง่ ท่อี ยขู่ องประชากร ทาเลที่ตงั้ โรงงานหรือ คลังสินค้า โดยใช้ระบบสารสนเทศทางภูมิศาสต์ช่วยเชื่อมโยงข้อมูลเหล่าน้ีด้วยกันช่วยให้ปัญหาต่างๆ สามารถมองเห็นเป็น ภาพซึ่งแสดงความสมั พนั ธก์ นั ระหวา่ งแผนท่ีกับข้อมลู สารสนเทศ ไดอ้ ยา่ งชัดเจนข้ึนอีกทัง้ สามารถคานวณตน้ ทนุ ต่างๆที่เกิดขึ้น ด้วยทาให้ผู้บริหารสามารถใช้ในการแก้ปัญหาและการตัดสินใจได้ง่ายข้ึน ส่วนด้านคมนาคมขนส่ง เป็นการนา GIS มา ประยุกต์ใช้เพื่อการเพิ่มประสิทธิผลทางด้านการคมนาคมขนส่งเช่น การวางแผนเส้นทางเดินรถประจาทาง การวางแผนการ สร้างเสน้ ทางคมนาคมขนสง่ ทางรถไฟ ทางด่วน ทางเรอื และทางอากาศ ได้เป็นอย่างดี 2.2.ปญั หาครอบคลุมความต้องการของลกู ค้าใหไ้ ด้มากทีส่ ุด (Maximal Covering Problem) เป็นการเลอื กตาแหน่งท่ีตง้ั ใหก้ ับสถานที่ให้บริการจานวน P แห่ง เพ่ือให้สามารถครอบคลุมความต้องการของลกู คา้ ให้ได้มากท่ีสุด ยกตัวอย่างเช่นการเลอื กทาเลทต่ี ้ังของคลนี ิคโรคทางดา้ นสมองในโรงพยาบาลเพือ่ ใหผ้ ้ปู ่วยเข้ารบั บริการไดใ้ กล้ 593

การประชุมสมั มนาเชงิ วชิ าการด้านการจดั การโลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อุปทาน ครั้งที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 กับที่ๆผู้ป่วยอยู่อาศัย หรือปัญหาการหาจุดในการจอดรถฉุกเฉินเพ่ือให้ไปถึงผู้บาดเจ็บในบริเวณต่างๆ ภายในตัวอาเภอตาม พิกัดต่างๆได้เรว็ ที่สดุ โดยรถฉกุ เฉินไม่มีเส้นทางที่ทับซ้อนกนั ตัวแบบทางคณติ ศาสตรท์ ี่ใช้จาลองปัญหา สามารถแสดงไดใ้ นตัว แบบทางคณติ ศาสตร์ ดัชนี พารามเิ ตอร์ และตัวแปรตัดสินใจสามารถแสดงได้ดงั น้ี โดยที่ (1) ������ แทน ความต้องการของลูกคา้ ������ =1.. ������ (2) ������ แทน สถานท่ีให้บริการ ������ = 1… ������ (3) พารามเิ ตอร์ (4) ������������ เปน็ ความต้องการบริการของลูกคา้ ท่ตี าแหนง่ ท่ี ������ (5) ������ จานวนสถานท่ใี ห้บรกิ าร ตวั แปรตดั สนิ ใจ ������������ = 1 ถ้าความต้องการของลกู ค้าทต่ี าแหน่งท่ี ������ ถกู ครอบคลุม และ ������������ = 0 ไม่ถกู ครอบคลุม ������������ = 1 ถ้าเลือกตั้งสถานที่ใหบ้ ริการที่ตาแหน่งที่ ������ และ ������������ = 0 ถา้ ไม่เลือก สมการเป้าหมาย ∑ni=1 WiZi สมการขอบข่าย ∑������������=1 ������������ ≥ ������������ ; ∀������ = 1 … ������ ∑������������=1 ������������ = ������ ; ∀������ = 1 … ������ ������������ ∈ {0,1} ; ∀������ ������������ ∈ {0,1} ; ∀������ สมการเป้าหมายหรอื สมการที่ (1) เปน็ การครอบคลมุ ความต้องการของลูกคา้ ใหม้ ากทส่ี ดุ โดยมสี มการข้อจากดั (2) รับประกันว่าลูกค้าทถี่ ูกครอบคลุมจะไดร้ บั การให้บรกิ ารจากสถานทใ่ี หบ้ รกิ ารทต่ี ง้ั อยภู่ ายในระยะทางท่ีกาหนดสมการข้อจากัด (3) แสดงถึงข้อจากดั ของจานวนของตาแหนง่ ทต่ี ้ังทจ่ี ะถูกเลือกจะมจี านวนเทา่ กบั P แห่งเทา่ นั้น และสมการ (4-5) เปน็ ข้อจากัด เชิงตวั เลข 594

การประชมุ สมั มนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสตกิ ส์และโซอ่ ปุ ทาน คร้ังท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 3. วิธกี ารดาเนนิ งาน ศึกษาขอ้ มูลสภาพปจั จุบันของการเดนิ ทางของผสู้ ูงอายุ นาเขา้ ขอ้ มูลพิกดั ประชากร ทบทวนงานวจิ ยั ท่เี ก่ยี วข้อง เก็บรวบรวมขอ้ มลู และแปลงพิกัดทาง ภมู ศิ าสตร(์ Geocoding) นาเขา้ ขอ้ มูลโครงขา่ ยถนน นาเขา้ ขอ้ มูลศนู ยใ์ หบ้ ริการรถ วิเคราะหโ์ ดยใช้ ArcGIS 10.2 ในส่วนของฟังก์ชัน Network Analysis สรปุ และวิเคราะหผ์ ล รปู ที่ 6: ข้ันตอนการดาเนนิ งานวจิ ยั 1.การเก็บข้อมูลสถิติการมาโรงพยาบาลของผู้สงู อายใุ นอาเภอหาดใหญ่ จงั หวดั สงขลา ขอ้ มลู ท่ีใช้ในงานวิจยั นีเ้ กบ็ จากบันทึกการใหบ้ รกิ ารของผปู้ ่วยนอกของโรงพยาบาลหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาซึ่งเปน็ ใน พ้ืนทีศ่ กึ ษาระหวา่ ง วันท่ี 1 เดอื นตุลาคม พ.ศ. 2558 ถงึ วนั ที่ 30 เดอื นกนั ยายน พ.ศ. 2559 โดยมรี ายการให้บรกิ ารจานวนกวา่ 100,000 ครัง้ ต่อปขี องประชากรจานวน 15,371 ราย 2. การกาหนดพกิ ัดแตล่ ะจดุ ผสู้ งู อายุและพกิ ัดจดุ ของศูนย์ใหบ้ ริการ การกาหนดพกิ ดั ทาโดยใชร้ ะบบ Geocoding โดยไดร้ บั ความรว่ มมอื จากสานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภมู ิ สารสนเทศสาขาภาคใต้ (GISTDA) ในการระบุพกิ ดั ตา่ งๆ และขอ้ มูลโครงข่ายถนน (Road Network) 3. การวเิ คราะห์ข้อมูลเชงิ โครงข่าย(Network analysis) เป็นการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ประเภทหน่ึงใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพ้ืนที่มีลักษณะเป็น เส้นเช่ือมโยงเป็นโครงข่ายถนน (Road Network) นามาเชื่อมกับข้อมูลของประชากร (Demand Points) และข้อมูลของ ศูนย์บริการ (Facilities) โดยการกาหนดรัศมีครอบคลุม (impedance cutoff) คือค่าที่ใช้กาหนดระยะทางท่ีต้องการ ครอบคลุมในพ้ืนที่น้ันๆมีหน่วยเป็นกิโลเมตร แล้วทาการแก้ปัญหาให้ได้คาตอบที่ดีที่สุดของตัวแบบนี้โดยใช้ระยะทางในการ วิเคราะห์ในการกาหนดพ้นื ทก่ี ารเขา้ ถึงเพอื่ ให้ครอบคลมุ ประชากรให้มากทส่ี ดุ 595

การประชมุ สัมมนาเชิงวชิ าการด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซอ่ ุปทาน ครั้งท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 4. ผลของการวิจยั จากผลคาตอบ ถ้ากาหนดรัศมีครอบคลุม (impedance cutoff) ดงั ตารางที่ 2 ดังนี้ ตารางท่ี 6 แสดงรายละเอียดของการต้ังคา่ รศั มกี ารครอบคลมุ (impedance cutoff)และผลจากการประมวนผล รัศมกี ารครอบคลุม (impedance cutoff) จานวนที่ครอบคลมุ จานวนความตอ้ งการทง้ั หมด ร้อยละ (กโิ ลเมตร) (ราย) (ราย) 3 11,964 15,371 77.83 4 12,916 15,371 84.03 5 14,050 15,371 91.41 6 14,366 15,371 93.46 จากตารางท่ี 2 สรุปได้ว่า ถ้ากาหนด รัศมีการครอบคลุม (impedance cutoff) ท่ี 3 กิโลเมตร จะครอบครุม ประชากรท้ังหมด 11,964 รายจากประชากรทั้งหมด15371 ราย คิดเป็นร้อยละ 77.83 และร้อยละการครอบคลุมจะเพ่ิมขึน้ ตามคา่ รัศมีการครอบคลุมแต่ในทางกลบั กนั หากรัศมีการครอบคลมุ ย่งิ สงู นัน้ หมายถึงตน้ ทุนการขนส่งทีต่ อ้ งจา่ ยสงู ขน้ึ ด้วย จาก กรณีศึกษาท้ัง 13 ตาบลในอาเภอหาดใหญ่ ขอยกตัวอย่างดังรูปท่ี 3 จะแสดงให้เห็นว่า ในตาบลคลองแห มีศูนย์บริการตั้งไว้ หนึ่งจุด ดังน้ันแต่ละจุดในพื้นท่ีท่ีกาหนดจะต้องไปรับและส่งบริการท่ีศูนย์ของตัวเองเท่านั้น และภายในตาบลอื่นๆก็ เชน่ เดียวกันด้วย รปู ท่ี 7 : แสดงตวั อย่างพื้นที่การใหบ้ ริการของศนู ยต์ ามระยะทางทกี่ าหนดในตาบลคลองแห คลองอตู่ ะเภา ในอาเภอหาดใหญ่ 5. สรุปและบทวจิ ารณ์ งานศกึ ษาวิจยั น้ีเป็นการนาระบบสารสนเทศทางภูมศิ าสตร์ (GIS) มาประยุกต์ใชส้ าหรบั การวางแผนการขนส่งสาหรบั ผสู้ ูงอายใุ ห้มีประสิทธิภาพในกระบวนการพจิ ารณาเงอ่ื นไขทางกายภาพที่ได้ถกู พฒั นาขนึ้ สาหรับการหาทตี่ ั้งของสถานีให้บริการ บนพื้นฐานของฟังกช์ ันการวิเคราะห์เชิงโครงขา่ ยดว้ ยระบบขอ้ มูล GIS ท่ีบรรจขุ ้อมลู ทัง้ เชงิ บรรยายและเชงิ กราฟกิ ซ่งึ 596

การประชมุ สัมมนาเชิงวิชาการด้านการจดั การโลจสิ ติกสแ์ ละโซอ่ ุปทาน คร้งั ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ประมวลผลด้วยชุดคาสั่งของโปรแกรม ArcGIS ช่วยให้นักวางแผนนาเสนอวิธีการใหม่ๆ ในการดาเนินการวางแผนระบบการ ขนส่งได้สะดวกย่ิงข้ึน จากข้ันตอนในการศึกษาการวางแผน โดยกาหนดหาพ้ืนท่ีให้บริการและที่ต้ังสถานีให้บริการรับ-ส่ง ผสู้ งู อายเุ พือ่ ให้สามารถรองรบั ครอบคลุมจานวนผ้สู งู อายใุ หไ้ ดม้ ากท่ีสดุ โดยพจิ ารณาตามหลกั ความเป็นไปได้จรงิ 6. กิตติกรรมประกาศ งานวิจัยได้รับความร่วมมือจากโรงพยาบาลหาดใหญ่ในการเข้าถึงข้อมูลการมารับบริก ารของผู้สูงอายุในเขตพ้ืนท่ี อาเภอหาดใหญ่ เอกสารอา้ งอิง จันทร์ศริ ิ สิงหเ์ ถ่ือน,การเลอื กตาแหนง่ ทตี่ ั้งของสถานทีใ่ หบ้ ริการ ดว้ ยวธิ ีการหาคาตอบที่ดที ่สี ุด ( Facility Locations Selection using Exact Algorithm), วิศวกรรมสาร มก. ฉบบั ท่ี 78 ปที ่ี 24 ตุลาคม -ธันวาคม 2554 หนา้ 107-119) เพชร จิรขจรกลุ , 2551, “การวิเคราะห์ และการตัดสนิ ใจดว้ ยขอ้ มล้ ู GIS (analyze and make decision with GIS data),” ศนู ยว์ ิจัยระบบภมู สิ ารสนเทศเพอื่ การพฒั นาทอ้ งถ่นิ ภาควชิ าเทคโนโลยชนบท คณะ วิทยาศาสตรแ์ ละ เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, www.gis2me.com [10 สิงหาคม 2560] สานักสถติ แิ หง่ ชาติ [Online]. Available: http://service.nso.go.th/nso/web/survey/survey_pop.html. [December 14 2015]. \"ศูนย์ความเปน็ เลศิ ทางวชิ าการด้านผสู้ งู อายุ วทิ ยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี สงขลา,\" วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สงขลา, 2010. [Online]. Available: http://www.bcnsk.ac.th/elderly/. [April 22 2017]. Forster, M., 2000, “Review of the use of Geographical Information Systems in the Marketing and Planning of Logistics Services,” Christian Salvesen Logistics Research, 3-10 Gonzalez, M., & Martin, M., (n.d.), “GIS and Logistics Tool for Milk Transportation in Dairy Industries Systems Development Department,” Information technology area,http://gis.esri.com/ [August 10, 2017] Unitednation World Population Prospects, \"Unitednation,” [Online]. Available: https://esa.un.org/unpd/wpp/. [December 10, 2016] 597

การประชมุ สมั มนาเชงิ วชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ติกสแ์ ละโซอ่ ปุ ทาน ครง้ั ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 Topic O: Applications in Healthcare Logistics Paper ID: AH 05 การจาลองสถานการณใ์ นการเข้ารับบริการของอปุ กรณ์ทางการแพทย์แผนกผ่าตัด ในหน่วยงานเวชภณั ฑก์ ลาง โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ทกั ษพร ประเศรษโฐ1*, นภสิ พร มมี งคล2, นิกร ศิรวิ งศ์ไพศาล3, ชนนท์ กองกมล4, ภาสุรี แสงศุภวานิช5 1* สาขาวิชาวิศวกรรมอตุ สาหการและระบบ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ โทร 074-287025 E-mail [email protected] 2 ภาควิชาวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ โทร 074-287152 โทรสาร 074-558829 E-mail [email protected] 3 ภาควชิ าวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ โทร 074-287153 โทรสาร 074-558829 E-mail [email protected] 4 ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ โทร 074-451330 โทรสาร 074-429921 E-mail [email protected] 5 ภาควชิ ากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ โทร 074-451330 โทรสาร 074-429921 E-mail [email protected] บทคดั ย่อ งานวิจัยนี้แสดงให้เห็นถึงการจาลองระบบปัญหาแถวคอยและสถานการณ์เข้ามาประยุกต์ใช้ เพ่ือหาแนวทางการ ปรับปรุงประสิทธิภาพเครื่องน่ึงฆ่าเช้ือด้วยแก๊สของหน่วยงานเวชภัณฑ์กลาง การดาเนินงานวิจัยเริ่มโดยการสารวจ รวบรวม ข้อมูลและวิเคราะห์สภาพปัญหาในปัจจุบันของหน่วยงานเวชภัณฑ์กลางโดยการเก็บข้อมูล และสัมภาษณ์เชิงลึก จากน้ันทา การทบทวนวรรณกรรมเพ่ือหาแนวทางการนาระบบทีเ่ หมาะสมเข้ามาประยุกต์ใชใ้ นการแกไ้ ขปญั หา จากการวเิ คราะห์ปัญหา พบวา่ การจาลองระบบปัญหาแถวคอยหรอื ทฤษฎีแถวคอย (Queuing Theory) รวมถึงการ จาลองสถานการณ์ (Simulation) ด้วยโปรแกรม ProModel เปน็ ระบบทจี่ ะชว่ ยเพิม่ ประสทิ ธิภาพในการปรบั ปรงุ กระบวนการ ทางานและการวเิ คราะห์ปัญหาได้อย่างเหมาะสมท่ีสดุ โดยการหารูปแบบข้อเสนอทางเลือกที่เหมาะสม ด้วยแนวทางท่เี ป็นผล จากการจาลองระบบปัญหาแถวคอยและสถานการณ์ คือ ลดระยะเวลาการรอคอยของอุปกรณ์ทางการแพทยเ์ พ่อื นาเขา้ เครื่อง น่ึงฆ่าเชื้อด้วยแก๊ส ลดระยะเวลาการให้บริการของหน่วยงานที่ต้องส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์กลับสู่แผนกต้นทางให้ได้ตาม ระยะเวลาทก่ี าหนด และการจัดซอื้ จานวนเครื่องนึ่งฆา่ เชิ้อดว้ ยแกส๊ เพ่มิ ยังเป็นแนวทางหนึ่งทจี่ ะช่วยลดปัญหาที่เกิดข้นึ สาหรับ หน่วยงาน ทาให้จานวนสต็อคของอุปกรณ์ทางการแพทย์มีปริมาณท่ีเพียงพอต่อความต้องการ และการสร้างมาตรฐานระดับ คณุ ภาพใหแ้ กห่ นว่ ยงาน และโรงพยาบาลต่อไป คาสาคญั : โรงพยาบาล (Hospital); การจาลองสถานการณ์ (Simulation); ทฤษฎีแถวคอย (Queuing Theory) 598

การประชุมสมั มนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน ครง้ั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 1. บทนา การพัฒนาและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการสาหรับโรงพยาบาล ถือเป็นสิ่งสาคัญที่สามารถเพ่ิมโอกาสทางการ แข่งขัน โดยส่ิงท่ีช่วยพัฒนามาตรฐานของโรงพยาบาลให้ก้าวไปข้างหน้า คือ การนาระบบสารสนเทศเข้ามาช่วยปรับปรงุ การ ทางานให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน ยกตัวอย่างเช่น ระบบสารสนเทศทางคลินิก (Clinical Information System: CIS) การใช้ โปรแกรมในการจาลองสถานการณ์ (Simulation) และอีกมากมาย จึงทาให้โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ก้าวเข้าสู่การเป็น ศนู ย์กลางทางการแพทยข์ องรฐั ทใ่ี หญ่ทส่ี ดุ ในภาคใต้ และยงั เปน็ โรงพยาบาลทีไ่ ด้รับรางวัลการรับรองคุณภาพอีกมากมาย จากการศึกษาการทางานภายในหน่วยงานเวชภัณฑ์กลาง (Central Sterile Supply Department: CSSD) โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ ซึง่ เป็นหน่วยงานทม่ี ีหน้าท่ใี หบ้ รกิ ารอปุ กรณ์ทางการแพทย์ดว้ ยความสะอาดปราศจากเชอื้ อย่างมี คุณภาพและมีประสิทธิภาพ พบว่า วิธีการทาความสะอาดอุปกรณ์ทางการแพทย์ แบ่งออกเป็น 4 วิธี ได้แก่ วิธีพาสเจอไรส์ (Pasteurization) วิธีการทาให้ปราศจากเช้ือโดยการน่ึงฆ่าเชื้อด้วยไอน้า (Steam Sterilization) วิธีการนึ่งฆ่าเช้ือด้วยความ ร้อนแห้ง (Hot Air Oven) และวิธีการน่ึงฆา่ เชื้อดว้ ยแก๊ส (Gas Sterilization) โดยวิธีหนึ่งท่ีสาคัญในการทาความสะอาด และ การทาให้ปลอดเช้ืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เข้ามารับบริการ คือ การทาให้ปราศจากเชื้อด้วยแก๊ส (หน่วยงานเวชภัณฑ์กลาง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์, 2558) โดยจากการศึกษาระยะเวลาความต้องการอปุ กรณท์ างการแพทยค์ ืนกลบั ของแตล่ ะแผนก หลังจากรับบริการ แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ กรณีด่วน ต้องส่งกลับแผนกต้นทางภายใน 48 ชั่วโมง และกรณีธรรมดา ต้อง ส่งกลับแผนกต้นทางภายใน 72 ชั่วโมง ปัญหาที่พบ คือ หน่วยงานเวชภัณฑ์กลางไม่สามารถส่งคืนได้ตามระยะเวลาท่ีกาหนด 7% (24 รายการ จาก 367 รายการ) ในกรณีด่วน และ 9% (12 รายการ จาก 139 รายการ) ในกรณีธรรมดา และจานวนห่อ ของอุปกรณ์ทางการแพทยท์ ่ีเกิดการรอเพื่อทาให้ปราศจากเชื้อด้วยแก๊สเฉลยี่ เป็น 126 ห่อ จากการเก็บข้อมูลในระยะเวลา 1 เดือน ต้ังแต่วันที่ 31 มีนาคม ถึง 30 เมษายน พ.ศ.2560 โดยจากการวิเคราะห์สาเหตุของความล่าช้า คือ อุปกรณ์ทาง การแพทย์เกิดการรอคอยในการนาเข้าเครื่องน่ึงฆ่าเชื้อด้วยแก๊ส แสดงให้เห็นถึงปัญหาการรอคอยของอุปกรณ์ทางการแพทย์ และจานวนเคร่อื งนง่ึ ฆ่าเชอื้ ดว้ ยแก๊สที่ไมเ่ พยี งพอต่อการใหบ้ รกิ าร ความล่าช้าในการใหบ้ ริการของหนว่ ยงาน การจัดระบบโลจิ สติกส์ของการไหลของข้อมลู และอปุ กรณท์ างการแพทยแ์ บบปลอดเช้ือยังสามารถสร้างโอกาสและเพม่ิ ศักยภาพในการพัฒนา ต่อไปได้ ดังนั้น ผู้วิจัยจึงเล็งเห็นการเสนอแนวทางเพื่อจาลองระบบปัญหาแถวคอยและสถานการณเ์ ข้ามาช่วยแก้ปัญหา และ ปรับปรุงการทางานภายในหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพมากข้ึน เพ่ือตอบสนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจให้แก่ ผ้รู บั บรกิ าร บทความน้ีจะกล่าวถึงการรบั บริการอุปกรณท์ างการแพทยจ์ ากแผนกผา่ ตดั (Operating Room: OR) เน่ืองจากเปน็ แผนกทม่ี ีความสาคัญสาหรับหนว่ ยงานเวชภณั ฑก์ ลาง เนื่องจากมกี ารส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้ารับบริการเปน็ จานวนมากใน ทุกๆ วัน และมรี ะยะเวลาความตอ้ งการอุปกรณ์ทางการแพทย์คืนกลบั ท้งั 2 กรณี คอื กรณดี ว่ นและกรณีธรรมดา 2. ทฤษฎีพืน้ ฐานและงานวจิ ยั ทีเ่ กยี่ วข้อง 2.1. ทฤษฎีแถวคอย (Queuing Theory) ในปัจจุบันเรื่องของการเข้าแถวคอยเป็นเร่ืองปกติที่พบเห็นได้ท่ัวๆ ไปในชีวิตประจาวัน ไม่ว่าเป็นการเข้าแถวคอย ของคนที่ไปตรวจรกั ษาท่ีโรงพยาบาล การเข้าแถวคอยคนท่ีไปรอซ้อื ต๋ัวภาพยนตร์ การเข้าแถวคอยเมอ่ื ต้องเข้าไปในร้านเสริม สวย หรือร้านทาผม หรือการเข้าแถวคอยอื่นๆ แถวคอยที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากองค์ประกอบหลายอย่างด้วยกัน เช่น อัตรา การมารบั บริการของผ้รู ับบรกิ ารหรอื ลกู คา้ อัตราการให้บรกิ ารของผใู้ หบ้ ริการ และรปู แบบของแถวคอย เป็นต้น 599

การประชุมสัมมนาเชงิ วิชาการด้านการจัดการโลจสิ ติกส์และโซ่อปุ ทาน ครง้ั ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ในการบริหารจัดการของผู้ให้บริการที่เก่ียวข้องกับระบบแถวคอยน้ัน การจัดรูปแบบของระบบแถวคอย เกณฑ์การ ให้บริการ และจานวนผู้ให้บริการ เป็นส่ิงที่ต้องคานึงถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งจานวนผู้ให้บริการ เพราะเมื่อลูกค้ามาถึงสถานี บริการแต่ยังไม่ได้รับบริการในทันที กล่าวคือ ต้องมีการรอคอย หรือการท่ีลูกค้าต้องรอคอยการรับบริการเป็นเวลานาน ซึ่ง สาเหตุหนึง่ อาจมาจากจานวนผ้ใู ห้บริการมีจานวนน้อยเกินไป และอาจมีผลใหล้ กู ค้าบางคนเปล่ียนใจออกจากการรอรับบริการ หรือมีลูกค้าที่มารับบริการ แต่เห็นว่ามีคนรออยู่ในแถวคอยเป็นจานวนมากจึงไม่เข้ารับบริการ สิ่ งเหล่าน้ีก่อให้เกิดความ เสียหายทางดา้ นการสูญเสียลกู ค้า ในทานองกลับกัน ถ้าจานวนผู้ให้บริการมมี าก ในส่วนของลูกค้าอาจมีความสะดวกรวดเรว็ ไม่ต้องรอคอยนาน แต่ทางด้านผู้ประกอบการให้บริการจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก อีกท้ังเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างไม่มี ประสิทธภิ าพ (ปานวิทย,์ 2560) 2.1.1. องค์ประกอบพน้ื ฐานในระบบแถวคอย ในระบบแถวคอยโดยทั่วไปนั้น มีลกั ษณะหรอื โครงสร้างของระบบท่ีสาคญั เหมือนๆ กนั เช่น ลูกคา้ ท่มี ารับ บริการ รปู แบบของแถวคอย และสถานบี รกิ าร แสดงดังรูปท่ี 1 การมาถงึ ระเบียบการให้ การจากไป ประชากร แถวคอย บรกิ ารแถวคอย สถานีบรกิ าร ออกจากระบบ รปู ที่ 1: โครงสรา้ งระบบแถวคอย 2.2. การจาลองสถานการณ์ (Simulation) การจาลองสถานการณ์ (Simulation) เป็นวิธีการที่ใช้ศึกษาการระบบหรือเป็นกระบวนการออกแบบจาลองระบบ จริง (Real System) เป็นการสร้างสถานการณ์สมมติโดยอาศัยข้อเท็จจริงเสมือนสถานการณ์จริง เพ่ือทดลองตัดสินใจ แก้ปัญหา และวิเคราะห์ผลลัพธ์ท่ีได้จากการทดลองก่อนนาไปใช้แก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริงต่อไป ซึ่งในโลกของความเปน็ จริงระบบงานจริง สลับซับซ้อน เป็นไปได้ลาบากที่จะแก้ไขโดยคณิตศาสตร์ และสิ่งท่ีน่าจะเป็นไปได้ โดยการใช้คอมพิวเตอร์ ช่ ว ย แ ล ะ ใ ช้ ก า ร เ ก็ บ ร ว บ ร ว ม ข้ อ มู ล ม า เ ห มื อ น กั บ ม า จ า ก ร ะ บ บ จ ริ ง แ ล้ ว ท า ก า ร จ า ล อ ง ร ะ บ บ ขึ้ น ม า (รงุ่ รตั น์, 2560) การจาลองสถานการณ์ด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Simulation) เป็นการจาลองท่ีอยู่ในรูปของคอมพิวเตอร์ โปรแกรมในปัจจุบันเป็นที่นิยมใช้กันมาก เน่ืองจากระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงทาให้การ จาลองสถานการณ์สามารถนามาไปประยุกตใ์ ช้ได้กบั หลากหลายอตุ สาหกรรม อาทิเช่น อุตสาหกรรมในโรงงาน การขนสง่ และ การกระจายสินค้า หรือแม้กระท่ังการใหก้ ารบริการทางธุรกิจต่างๆ เช่น ธนาคาร โรงพยาบาล เป็นต้น โดยมีการนาขอ้ มลู เข้า ซ่ึงต้องจัดเตรียมและวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งอาจใช้วิธีการทางสถิติช่วย สิ่งสาคัญหรือข้อดีของการจาลองสถานการณ์คือมีความ สมเหตุสมผล และสามารถพิสูจน์ได้ภายใต้ปัจจัยการนาเข้า (Input) และนามาเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ (Output) ที่ระบบ ประมวลออกมา (รุ่งรัตน์, 2560) ดังแสดงในรูปที่ 2 รวมถึงงานวิจัยของ (A.K. Athula Wijewickrama, 2559) ท่ีได้ทาการ พัฒนาเหตุการณ์แบบไม่ต่อเน่ืองเพื่อหาตารางการทางานของแพทย์และตารางการนัดพบผู้ป่วยท่ีแตกต่างกันภายใน โรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย ซึ่งข้อมูลที่ใช้พัฒนาแบบจาลองได้มาจากฐานข้อมูลท่ีบันทึกไว้โดยพัฒนาแบบจาลองบน โปรแกรม Arena และได้รับการทวนสอบโดยใช้ภาพเคล่ือนไหว ผลลัพธ์ทางสถิติและกราฟ เพื่อเปรียบเทียบกับพฤติกรรม ระบบจรงิ และในการประเมนิ ทางเลอื กได้พจิ ารณาบนตารางการทางานของแพทยแ์ ละตารางนดั พบผปู้ ว่ ยทแี่ ตกตา่ งกัน เพ่ือให้ ได้เวลารอคอยของผ้ปู ว่ ยลดลง 26% ซึง่ ในทางเลอื กนี้ลดเวลารอคอยลง 61 ช่ัวโมง โดยใช้แพทยจ์ านวน 29 คน ซ่งึ มจี านวนลด 600

การประชมุ สมั มนาเชิงวชิ าการด้านการจัดการโลจิสตกิ สแ์ ละโซ่อปุ ทาน ครง้ั ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 น้อยลงจากระบบปัจจุบนั ที่มีแพทย์จานวน 31 คน ในด้านการใช้ตารางการนดั พบผู้ป่วยท่ีแตกต่างกัน พบว่า การใช้ตารางนัด พบผู้ป่วยแบบ Modified Individual-Block/Variable-Interval ช่วยลดเวลารอคอยของผู้ป่วยลง 59% เม่ือเทียบกับระบบ ปจั จบุ ัน Input Simulation Model Output ขอ้ มูลปอ้ นเขา้ ท่ไี ดจ้ ากระบบจรงิ ผลลัพธ์ทไ่ี ด้จากการทดลอง รูปท่ี 2: กระบวนการจาลองสถานการณ์ (Simulation Process) 3. วธิ วี ิจยั งานวิจัยน้ีมุ่งศึกษาแนวทางการออกแบบการลดระยะเวลารอคอยอุปกรณ์ทางการแพทย์ของแผนกต้นทาง ที่ส่ง อุปกรณ์เข้ามาทาให้ปราศจากเชื้อในหน่วยงานเวชภัณฑ์กลางโดยเครื่องน่ึงฆ่าเชื้อด้วยแก๊ส ด้วยการจาลองระบบปัญหา แถวคอยและสถานการณ์เขา้ มาชว่ ยแกป้ ัญหา โดยมีวธิ กี ารวิจยั ดังน้ี 3.1. สารวจรวบรวมขอ้ มูลและวิเคราะห์ปญั หาในปัจจุบัน การสารวจและรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานเวชภัณฑ์กลาง จะทาการสัมภาษณ์เชิงลึกเจ้าหน้าที่ โดยสารวจข้อมูล เกี่ยวกับระบบการทางาน ข้ันตอนการทางาน การจัดชนิดอปุ กรณท์ างการแพทย์ในการเข้าเครอื่ งน่ึงฆ่าเชื้อของแต่ละประเภท ระยะเวลาในการนึ่งฆ่าเชื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ จานวนอุปกรณ์ทางการแพทย์ท่ีเกิดการรอคอย ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะนาไปสู่ การทราบถึงปญั หาของหน่วยงานเวชภัณฑก์ ลาง 3.2. เก็บข้อมลู เก็บข้อมลู ขน้ั ตอนการทางาน การแบ่งประเภทของอปุ กรณท์ างการแพทย์ที่ถกู ส่งไปยังเครื่องนง่ึ ฆ่าเชอ้ื ด้วยแก๊ส แลว้ ทาการศึกษาจานวนแถวคอยของอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จะถูกส่งไปยังเครื่องน่ึงฆ่าเชื้อด้วยแก๊สในแต่ละคร้ัง และดูอัตรา อปุ กรณท์ างการแพทย์ทีใ่ หบ้ ริการในรูปแบบแถวคอย 3.3. สรา้ งแบบจาลองสถานการณป์ จั จุบนั นาข้อมูลท่ีบันทึกได้จากกิจกรรมท่ี 3.2 ทาการสร้างแบบจาลองสถานการณ์ผ่านโปรแกรม ProModel เพ่ือเป็น ตัวแทนเสมือนจริงของระบบปัจจบุ ัน โดยทาการจาลองระบบสถานการณป์ ัจจุบันของอุปกรณ์ทางการแพทย์ของแผนกผ่าตดั (Operating Room: OR) 3.4. วเิ คราะหแ์ ละทวนสอบแบบจาลองสถานการณ์ ทาการทวนสอบโดยใช้การคานวณทางสถิติเพื่อหาความน่าเช่ือถือ และความแม่นยาของแบบจาลองสถานการณ์ เพ่ือให้ไดแ้ บบจาลองที่มีพฤตกิ รรมคล้ายคลงึ กับระบบจรงิ ของแผนกผ่าตดั (Operating Room: OR) ในปัจจุบนั มากทสี่ ดุ 4. ผลของการวิจยั 4.1. กระบวนการทางานในปัจจุบนั และวิเคราะหส์ ภาพปญั หา ผลจากการเกบ็ ข้อมลู กระบวนการทางานของอุปกรณท์ างการแพทยท์ ่สี ง่ เขา้ มารับบรกิ ารกับเครื่องนึ่งฆา่ เช้อื ดว้ ยแกส๊ ในหนว่ ยงานเวชภัณฑก์ ลาง โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ สามารถอธบิ ายกระบวนการทางานของอุปกรณ์ทางการแพทยต์ งั้ แต่ 601

การประชุมสมั มนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสตกิ ส์และโซ่อปุ ทาน ครงั้ ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 การเริ่มรบั อุปกรณ์ทางการแพทยจ์ ากหอผู้ป่วยและห้องผ่าตัด เข้าสู่หน่วยงานเพ่ือทาความสะอาด และทาให้ปราศจากเชื้อ ไป จนถงึ การสง่ กลับสแู่ ผนกตน้ ทาง แสดงดงั รปู ท่ี 3 ก ด เ ิ ส ห บก อบแกสขอ อปุ ก ณ์ท ก แพทยแ์ กเว ภณ ก์ ล (Central Sterile Supply Department : CSSD) แผนกต้นทาง อปุ กรณท์ างการแพทย์ ุจดเ ็ชคของ ตรวจเชค็ อปุ กรณท์ างการแพทย์ อุปกรณ์ครบตามใบรายการหรือไม่ ไม่ครบ ตรวจเชค็ อุปกรณท์ างการแพทย์ แปะฉลาก (วนั หมดอาย)ุ ครบ กับแผนกต้นทาง ุจดบรรจุ ีหบ ่หอ ุอปกรณ์ บรรจุหบี ห่ออุปกรณท์ างการแพทย์ ทางการแพท ์ย ุจด ัจด ุอปกรณ์ทางการแพท ์ยขึ้นรถเ ็ขน เจ้าหน้าทบี่ นั ทึกข้อมลู จัดอปุ กรณ์ทางการแพทย์ อปุ กรณ์ทางการแพทยต์ อ้ งการอบด้วย ไมต่ ้องการ จัดอปุ กรณท์ างการแพทยข์ น้ึ รถเข็นท่จี ะ ขึน้ รถเขน็ แก๊ส EtO หรอื ไม่ นาไปอบดว้ ยแก๊ส H2O2 ต้องการ จัดอปุ กรณ์ทางการแพทยข์ ึ้นรถเข็นท่ีจะนาไปอบ ด้วยแก๊ส EtO ุจด ัจดเ ็กบอุปกรณ์ทาง ุจดอบ ุอปก ณ์ทาง การแพท ์ย นาอปุ กรณ์ทางการแพทย์เขา้ ต้อู บตู้ที่ 1 ตู้ที่ 2 หรือตทู้ ่ี 3 นาอปุ กรณท์ างการแพทยท์ ี่อบแก๊สเสร็จ นาอปุ กรณ์ทางการแพทยเ์ ขา้ ตู้อบตู้ที่ 4 ไปพกั เพื่อรอแกส๊ ระเหย หรอื ตู้ท่ี 5 การแพท ์ย สง่ อปุ กรณ์ทางการ ไม่ผา่ น ผล Spore Test ผ่าน รอผล Spore Test นาอปุ กรณท์ างการแพทย์มาจัดเกบ็ เจ้าหน้าทบ่ี ันทกึ ข้อมลู แพทยเ์ ข้าอบใหม่ หรือไม่ ที่หอ้ งจดั เกบ็ วัสดุทางการแพทย์ ุจด ่จายออก ผา่ น นาอปุ กรณท์ างการแพทย์ จ่ายออกสูแ่ ตล่ ะแผนก รปู ท่ี 3: ขน้ั ตอนการรบั บรกิ ารของอุปกรณท์ างการแพทยเ์ พอื่ จดั สง่ ไปยังเครื่องน่งึ ฆ่าเชือ้ ดว้ ยแกส๊ จากการศึกษากระบวนการการเก็บข้อมูลการรับบริการในแต่ละจุดของอุปกรณ์ทางการแพทย์ท่ีเข้ามาใช้บริการจะ เป็นการบันทึกด้วยคน และแบบฟอร์มในการจดบันทึก หลังจากน้ันจึงทาการนาแบบฟอร์มท่ีบนั ทึกไว้ในแตล่ ะเดอื นบันทึกลง คอมพิวเตอร์ในภายหลงั ซ่งึ จดุ ท่ีพบวา่ อุปกรณ์ทางการแพทย์เกดิ การสะสม ต้องรอเพ่ือสง่ เขา้ เคร่ืองนึ่งฆา่ เชื้อด้วยแก๊ส คือ จดุ บรรจุหีบห่ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ด้วยเหตุนี้ทาให้ระยะเวลาการให้บริการของหน่วยงานท่ีต้องส่งกลับแผนกต้นทางไม่ สามารถส่งคืนได้ตามระยะเวลาทก่ี าหนด 4.2. การจาลองระบบปญั หาแถวคอยและสถานการณ์ จากการศึกษากระบวนการทางานและการสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้วิจัยได้ทาการสร้างแบบจาลองสถานการณข์ องแผนก ผา่ ตัด (Operating Room: OR) แสดงดังรปู ที่ 4 602

การประชุมสมั มนาเชงิ วชิ าการด้านการจดั การโลจสิ ติกสแ์ ละโซอ่ ุปทาน คร้ังที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 รปู ที่ 4: แบบจาลองสถานการณข์ องแผนกผ่าตดั (Operating Room: OR) ผ่านโปรแกรม ProModel จากรูปท่ี 4 แสดงให้เห็นถึงการเข้ามาของอุปกรณ์ทางการแพทย์ตั้งแต่จุดเช็คของ ไปยังจุดบรรจุหีบห่ออุปกรณท์ าง การแพทย์ โดยอุปกรณท์ างการแพทย์ของแผนกผ่าตัดจะไม่มกี ารผ่านจุดล้างทาความสะอาด เน่ืองจากอุปกรณท์ างการแพทย์ ของแผนกผา่ ตัดทั้งหมดจะมีการบรรจุหบี ห่อมาเรยี บรอ้ ยแลว้ ทาให้เมือ่ ผา่ นจุดเช็คของสามารถส่งต่อไปยังจุดบรรจหุ บี ห่อเพื่อ ปิดฉลากวันหมดอายุได้เลย ซึ่งจะพบว่าสามารถนาเข้าเคร่ืองนึ่งฆ่าเชื้อท่ีเป็นแก๊สเอทธิลีนออกไซด์ (Ethylene Oxide: EtO) 100% โดยมีรอบระยะเวลาในการทาใหป้ ราศจากเช้ือประมาณ 17 ช่ัวโมง หลังจากการทาให้ปราศจากเช้ือก็จะส่งเข้าไปพักไว้ ในจุดเก็บของปราศจากเชื้อ (Sterile Store) แล้วจึงจ่ายกลับสู่แผนกต้นทาง โดยการจาลองสถานการณ์น้ัน จะจาลองระบบ การทางานเป็นระยะเวลา 168 ชั่วโมง (1 สัปดาห์) และการใช้เหตุการณ์เดียวกันจาลองซ้า 10 ครั้ง เพ่ือดูความสัมพันธ์หรือ ความต่างของเหตกุ ารณ์ แสดงผลทไ่ี ด้ดงั ตารางท่ี 1 ตารางที่ 1: ผลจากการจาลองสถานการณด์ ้วยโปรแกรม ProModel Replication Name Average Time In System (Min) Average Time In Operation (Min) 1 Medical Supply 2529 1662 2 Medical Supply 3561 1861 3 Medical Supply 3991 2001 4 Medical Supply 2248 1824 5 Medical Supply 3117 1869 6 Medical Supply 3298 2252 7 Medical Supply 3964 2057 8 Medical Supply 4656 2406 9 Medical Supply 3483 1788 10 Medical Supply 5115 2514 หลังจากน้ันนาข้อมูลท่ีไดจ้ ากการเก็บข้อมลู เป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ ต้ังแต่วันท่ี 31 มีนาคม ถึง 9 มิถุนายน พ.ศ. 2560 แสดงดังตารางที่ 2 ทาการทดสอบความนา่ เชื่อถอื ของแบบจาลอง โดยทวนสอบดว้ ยคา่ ทางสถิติ ซ่งึ จากการศกึ ษา 603

การประชุมสัมมนาเชิงวชิ าการด้านการจดั การโลจิสติกส์และโซอ่ ุปทาน คร้ังที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 กระบวนการทางานของระบบ ผู้วิจัยจึงเลือกการทวนสอบทางสถิติด้วยวิธีการทดสอบความแตกต่างของค่ากลางของสอง ประชากรอิสระ (2-Sample t-Test) มาเปน็ ตวั ทดสอบ ตารางท่ี 2: ผลจากการเก็บข้อมลู สถานการณจ์ รงิ ของระยะเวลาเฉลีย่ ภายในระบบ Weeks 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 Average Time In System (Min) 4697 3472 4455 3197 2565 4670 3645 2254 4583 4147 จากตารางท่ี 1 และตารางที่ 2 ขอ้ มลู ท่ีนามาพจิ ารณาคอื ระยะเวลาเฉลยี่ ภายในระบบ (Average Time In System: Min) ผ่านโปรแกรม Minitab โดยข้ันตอนแรกทาการทดสอบข้อมูลของท้ัง 2 กลุ่ม ว่ามีการกระจายเป็นแบบ Normal Distribution หรือไม่ แสดงดังรูปท่ี 5 โดย CURRENT แทนข้อมูลที่ได้จากการเก็บข้อมูลเป็นระยะเวลา 10 สัปดาห์ และ MODEL แทนขอ้ มูลจากการจาลองสถานการณด์ ้วยโปรแกรม ProModel Probability Plot of CURRENT Probability Plot of MODEL Normal Normal 99 Mean 3769 99 Mean 3596 StDev 889.7 StDev 882.5 95 N 95 N 90 AD 10 90 AD 10 P-Value 0.394 P-Value 0.162 80 0.305 80 0.921 70 70 Percent60 60 Percent5050 40 40 30 30 20 20 10 10 5 5 1 3000 4000 5000 6000 1 2000 3000 4000 5000 6000 CURRENT 2000 1000 MODEL รูปท่ี 5: กราฟ Probability Plot ของ CURRENT และ MODEL ตามลาดับ จากกราฟของท้ัง 2 กลุ่มจะสรุปได้ว่า ข้อมูลระยะเวลาเฉลี่ยภายในระบบทั้งสองกลุ่มมีการกระจายเป็นแบบปกติ (Normal distribution) แล้วจึงคานวณหาค่าทางสถติ ิของกลุ่มตวั อย่าง (Sample Statistic) ของข้อมูลทั้ง 2 กลุ่ม แสดงดังรูป ท่ี 6 รูปท่ี 6: ทางสถิติของกลุ่มตัวอย่าง (Sample Statistic) นาค่า Sample Size Mean และ Standard Deviation โดยกาหนดให้ First (1st) แทน CURRENT และ Second (2nd) แทน MODEL โดยกาหนดสมมติฐาน คือ 604

การประชมุ สัมมนาเชงิ วิชาการด้านการจดั การโลจิสตกิ ส์และโซ่อุปทาน ครง้ั ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 H0 : µ1 = µ2 ; ระยะเวลาเฉลี่ยของสถานการณ์ปจั จบุ นั มคี ่าเทา่ กับระยะเวลาเฉลี่ยของแบบจาลองสถานการณ์ H1 : µ1 ≠ µ2 ; ระยะเวลาเฉล่ยี ของสถานการณป์ จั จุบนั มคี า่ ไมเ่ ท่ากบั ระยะเวลาเฉลย่ี ของแบบจาลองสถานการณ์ โดยที่ µ1 คอื ระยะเวลาเฉล่ียของสถานการณ์ปัจจบุ ัน และ µ2 คอื ระยะเวลาเฉลยี่ ของแบบจาลองสถานการณ์ ผลท่ีไดจ้ ากการทดสอบสมมติฐาน ทร่ี ะดับความเช่อื ม่นั 99% แสดงดงั รูปท่ี 7 รปู ท่ี 7: ผลจากการทดสอบทางสถิตดิ ว้ ยวิธีการทดสอบความแตกตา่ งของคา่ กลาง ของ 2 ประชากรอสิ ระ (2-Sample t-Test) จากผลการทดสอบสมมติฐานแสดงให้เห็นว่า ค่า P-Value = 0.669 มีค่ามากกว่า α(0.01) จึงยอมรับ (Do Not Reject) สมมตฐิ านหลัก H0 : µ1 = µ2 น่ันคือจากผลการทดลองสรุปได้ว่า ระยะเวลาเฉลี่ยของสถานการณป์ ัจจบุ ันมคี า่ เทา่ กบั ระยะเวลาเฉลี่ยของแบบจาลองสถานการณ์ จึงแสดงให้เห็นว่า แบบจาลองสถานการณ์ท่ีกาหนดมีความใกล้เคียงกับ สถานการณ์จริง สามารถนามาประยุกต์ใช้ในการศึกษางานวิจัยได้ และจากผลของแบบจาลองสถานการณ์ด้วยโปรแกรม ProModel แสดงดงั รูปท่ี 8, 9 และ 10 รูปที่ 8: คา่ อรรถประโยชน์ (Utilization) ของแตล่ ะจดุ ให้บรกิ าร ผ่านโปรแกรม ProModel 605

การประชมุ สัมมนาเชิงวิชาการด้านการจัดการโลจิสตกิ สแ์ ละโซอ่ ุปทาน ครั้งที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 รูปที่ 9: แผนภูมิแสดงผลการวเิ คราะห์ผ่านโปรแกรม Promodel แบบ Single Capacity Location States รปู ท่ี 10: แผนภูมิแสดงผลการวเิ คราะหผ์ ่านโปรแกรม Promodel แบบ Multiple Capacity Location States จากรูปที่ 8 แสดงให้เห็นว่า การใช้งานของเคร่ืองนึ่งฆ่าเช้ือที่เป็นแก๊สเอทธิลีนออกไซด์ (Ethylene Oxide: EtO) 100% มีการใช้ประโยชน์อย่างเต็มกาลัง คือ ประมาน 94% เมื่อเทียบกับปริมาณห่อของอุปกรณ์ทางการแพทย์ท่ีเกิดการรอ คอยเพ่อื ทาให้ปราศจากเชื้อดว้ ยแก๊ส และระยะเวลาการให้บริการของหน่วยงานท่ตี อ้ งส่งกลับแผนกตน้ ทางไม่สามารถส่งคนื ได้ ตามระยะเวลาท่กี าหนด และจากรปู ที่ 9 แสดงให้เหน็ ว่า เปอรเ์ ซ็นตก์ ารทางานของเครอ่ื งประมาณ 94% (% Operation: สี 606

การประชมุ สัมมนาเชิงวิชาการด้านการจดั การโลจสิ ติกสแ์ ละโซอ่ ุปทาน คร้งั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 เขยี ว) และการว่างงานของเครื่องมีเปอรเ์ ซ็นต์เพียง 6% (% Idle: สีนา้ เงิน) ส่ือให้เหน็ ว่าเคร่ืองมกี ารใช้งานอย่างเตม็ กาลงั และ จากรูปที่ 10 ในตาแหน่งของ Package แสดงให้เห็นเปอร์เซ็นต์ที่อุปกรณ์ทางการแพทย์เกิดการรอเพื่อเข้ารับบริการใน ตาแหน่งน้ันมีค่าประมาณ 99.85% (% Part Occupied: สีฟ้า) ทาให้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของหน่วยงานที่จะต้องทาการ ปรับปรุงกระบวนการทางานที่สามารถรองรับปริมาณอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปจนถึงการส่งกลับสู่แผนกต้นทางได้ตาม ระยะเวลาที่กาหนด และการจัดซ้ือจานวนเคร่ืองนึ่งฆ่าเชื้อด้วยแก๊สเพิ่มยังเป็นอีกแนวทางหน่ึงท่ีจะช่วยลดปัญหาที่เกิดข้ึน สาหรบั หน่วยงานลงได้ 5. สรุปและบทวิจารณ์ การวิจัยน้ีพบว่า การนาเสนอแนวทางการพัฒนาประสิทธิภาพกระบวนการทางาน โดยการจาลองระบบปัญหา แถวคอยและสถานการณ์เขา้ มาประยกุ ตใ์ ช้ สามารถทาให้เขา้ ถงึ ปัญหาที่แท้จรงิ ของหนว่ ยงาน เนื่องจากปญั หาการรอคอยของ อุปกรณ์ทางการแพทย์เพ่ือนาเข้าเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อด้วยแก๊ส และระยะเวลาการให้บริการของหน่วยงานที่ต้องส่งกลับแผนกต้น ทางไม่สามารถส่งคืนได้ตามระยะเวลาท่ีกาหนด ส่งผลให้กระบวนการทางานของหน่วยงานไม่ได้มาตรฐานตามท่ีได้รับรองไว้ นอกจากนี้การนาระบบการจาลองสถานการณ์เข้ามาปรับปรุงยังส่งผลต่อการช่วยในการวางแผนกระบวนการทางานของ หน่วยงานเวชภัณฑ์กลาง (Processing Plan) ให้มีความเป็นระเบียบมากยิ่ง ซ่ึงบทความนี้ได้นาเสนอไว้เพื่อเป็นแนวทาง สาหรับการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทางานของหน่วยงานเวชภัณฑ์กลาง (Central Sterile Supply Department: CSSD) ภายในโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ 6. กิตติกรรมประกาศ บทความเป็นส่วนหน่ึงของงานวิจัยเรื่อง แนวทางการตัดสินใจการจัดหาเครื่องนึ่งฆ่าเชื้อด้วยแก๊สของหน่วยงาน เวชภัณฑ์กลาง กรณีศึกษาโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากบัณฑิตศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ ประจาปกี ารศกึ ษา 2559 ขอขอบคณุ รศ.นพ.เรืองศักดิ์ ลีธนาภรณ์ (ผูอ้ านวยการโรงพยบาล) ทีมผู้บริหารโรงพยาบาล และเจา้ หนา้ ทห่ี นว่ ยงาน เวชภัณฑ์กลาง (Central Sterile Supply Department: CSSD) โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ กรุณาใหข้ ้อมูล และสถานทใ่ี น การทางานวจิ ยั เอกสารอ้างอิง วันชัย ลีลากวีวงศ, 2554, “การเพ่ิมประสทิ ธิภาพสายการผลิตทรานซิสเตอร์ด้วยโปรแกรมการจาลองสถานการณ์ กรณีศกึ ษาโรงงานผลติ ช้ินส่วนอเิ ล็กทรอนิกส์,” การประชุมวิชาการข่ายงานวิศวกรรมอุตสาหการ ประจาปี 2554 20-21 ตุลาคม 2554, ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการและการจัดการ คณะวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวทิ ยาลัยศิลปากร. หน่วยงานเวชภัณฑ์กลาง โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์, 2558, “งานเวชภณั ฑก์ ลาง (Central Sterile Supply Department: CSSD),” โรงพยาบาลสงขลานครินทร์, 6 มีนาคม 2558. ปานวิทย์ ธุวะนุติ, “ทฤษฎีแถวคอย (Queuing Theory),” http://academic.udru.ac.th/~banyat/Thesis/Refs/Ch9- Que.pdf [9 มนี าคม 2560] รงุ่ รัตน์ ภสิ ัชเพญ็ , “การจาลองสถานการณ์ (Simulation),” http://pirun.ku.ac.th/~fengcsr/courses/2008_01/20 607

การประชมุ สมั มนาเชงิ วชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ติกสแ์ ละโซ่อปุ ทาน ครง้ั ท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 9567/H3_53.pdf [10 เมษายน 2560] ชานินทร์ ศรีสุวรรณนภา, “การจาลองสถานการณ์ (Simulation),” staff.cs.psu.ac.th/natikan/Simul/Doc/chap1.doc [12 เมษายน 2560] A.K. Athula Wijewickrama and Soemon Takakuwa, 2016, “Simulation Analysis of an Outpatient Department of Internal Medicine in a University Hospital,” Proceedings of the 2016 Winter Simulation Conference. 608

การประชมุ สัมมนาเชิงวิชาการด้านการจดั การโลจิสตกิ สแ์ ละโซอ่ ปุ ทาน ครั้งท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 Topic O: Applications in Healthcare Logistics Paper ID: AH 06 การศึกษาสภาพปัจจุบนั เพ่ือหาแนวทางในการปรับปรงุ ประสทิ ธิภาพ การใหบ้ รกิ ารขนย้ายผปู้ ว่ ย กรณศี ึกษา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ จิราวรรณ จนั ทรส์ ุวรรณ1, นกิ ร ศิรวิ งศไ์ พศาล2, วนฐั ฌพงษ์ คงแกว้ 3, ชนนท์ กองกมล4, ภาสุรี แสงศภุ วานชิ 5 1 สาขาวชิ าวิศวกรรมโลจสิ ติกส์และโซ่อุปทาน ภาควชิ าวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ โทร 093-5833119 E-mail [email protected] 2 รองศาตราจารย์ ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ โทร 074-287153 โทรสาร 074-558829 E-mail [email protected] 3 ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โทร 074-287181 E-mail [email protected] 4 ภาควิชาเวชศาสตรช์ ุมชน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โทร 074-451330 โทรสาร 074-429921 E-mail [email protected] 5 ภาควิชากมุ ารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ โทร 074-451330 โทรสาร 074-429921 E-mail [email protected] บทคดั ยอ่ ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่ธุรกิจอุตสาหกรรมทุกแขนงมีการแข่งขันทางการค้าที่รุนแรง โรงพยาบาลเป็นหน่ึงใน อุตสาหกรรมที่ต้องปรับตัวเพื่อการแข่งขัน เนื่องจากโรงพยาบาลเป็นองค์กรที่มีความสาคัญและมีบทบาททางสังคม มีต้นทุน การทางานสูงและระบบที่ซบั ซอ้ น การพัฒนาและปรบั ปรงุ คุณภาพการให้บรกิ ารสาหรับโรงพยาบาล ถือเป็นปัจจัยสาคัญทที่ า ให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่สามารถตอบสนองความพึงพอใจของผู้ป่วยและสร้างระบบต้นทุนที่ต่าลงได้ งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษา สภาพปัจจบุ นั เพ่อื เสนอแนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการขนย้ายผปู้ ่วยของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยนา ผลการศกึ ษา มาวเิ คราะหเ์ พอื่ เสนอแนวทางการปรบั ปรุงประสิทธิภาพการขนย้ายผปู้ ว่ ย ด้วยการประยุกตใ์ ชท้ ฤษฏี การจาลอง สถานการณ์ (Simulation) จากระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ในการจัดการคนเปลให้มีความเหมาะสมกับพฤติกรรรมของ พน้ื ทีใ่ หบ้ รกิ ารหรอื โซน เพื่อลดจานวนการรอคอยผูป้ ว่ ยหรอื ลดการใหบ้ ริการไมท่ นั เวลาประกัน คาสาคัญ: การขนย้ายผ้ปู ว่ ยในโรงพยาบาล (Patient Transportation), การจาลองสถานการณ์ (Simulation) 1. บทนา ในสภาวการณ์ปัจจุบันท่ีธุรกิจอุตสาหกรรมทุกแขนงมีการแข่งขันทางการค้าท่ีรุนแรง โรงพยาบาลเป็นหนึ่งใน อุตสาหกรรมท่ีต้องปรับตัวเพ่ือการแข่งขัน เน่ืองจากโรงพยาบาลเป็นองค์กรที่มีความสาคัญและมีบทบาททางสังคม มีต้นทุน การก่อสร้างสูงและระบบทซี่ บั ซ้อน การพัฒนาและปรบั ปรงุ คุณภาพการให้บริการสาหรับโรงพยาบาล ถอื เป็นปจั จัยสาคญั ทที่ า 609

การประชมุ สัมมนาเชงิ วชิ าการด้านการจดั การโลจิสติกส์และโซอ่ ปุ ทาน ครั้งท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ให้โรงพยาบาลขนาดใหญ่สามารถตอบสนองความพึงพอใจของผู้ป่วยและสร้างระบบต้นทุนท่ีต่าลงได้ ( Carly Henshaw, 2015) จากการศึกษาการทางานแผนกขนย้ายผูป้ ่วยของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์จากระบบฐานข้อมลู พบว่า แผนกขน ย้ายมีปริมาณการขอใช้บริการในระบบเป็นจานวนมาก ในปีงบประมาณ 2559 ที่ผ่านมีปริมาณการขอใช้บริการจานวน 209,577 คร้ัง ซึ่งปัญหาที่เกิดข้ึน คือ แผนกขนย้ายผู้ป่วยไม่สามารถให้บริการได้ตามเวลาประกัน (เวลาประกันคือ เวลาที่ ผู้ป่วยจะรอการรบั บริการไมเ่ กิน 10 , 15 และ 30 นาที ในระดับบริการด่วนวกิ ฤต ด่วน และปกติ ตามลาดับ นับจากเวลานดั หมาย) ยกตวั อยา่ งการดาเนินงาน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ทผ่ี า่ นมา ในกรณีดว่ นวกิ ฤต แผนกขนย้ายผู้ปว่ ยการใหบ้ ริการ เกินเวลารับประกันเป็นจานวน 2,145 คร้ัง คิดเป็นร้อยละ 1.02 ในกรณีด่วน แผนกขนย้ายผู้ป่วยการให้บริการเกินเวลา รับประกันเป็นจานวน 9,692 ครัง้ คิดเปน็ รอ้ ยละ 4.62 และในกรณีปกติ แผนกขนย้ายผปู้ ว่ ยการให้บริการเกนิ เวลารับประกัน มากถึง 18,985 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 9.06 การให้บริการไม่ทันเวลาสง่ ผลกระทบให้เกิดการรอคอยของผูป้ ่วย ตารางนัดหมาย ของแพทย์ ตารางผ่าตัด หน่วยบรกิ ารอ่ืนๆ รวมถึงตน้ ทนุ การให้บริการ จากปัญหาท่ีเกิดขึ้น งานวิจัยนี้จึงมุ่งศึกษาสภาพปัจจุบัน ด้วยการสัมภาษณ์การทางานปัจจุบัน สารวจพื้นท่ีการ ให้บรกิ ารงานเปลหรือโซน จดุ จอดเปล และวเิ คราะหข์ ้อมลู จากระบบฐานข้อมูล (Excel Spreadsheet) พรอ้ มทง้ั นาเสนอแนว ทางการปรับปรุงประสทิ ธิภาพการใหบ้ รกิ ารขนย้ายผปู้ ว่ ย โรงพยาบาลสงขลานครนิ ทร์ 2. วธิ ีการศึกษา งานวิจยั นไี้ ดม้ ุง่ เสนอแนวทางเพ่อื การปรบั ปรงุ ประสทิ ธภิ าพการใหบ้ ริการขนย้ายผูป้ ว่ ย โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โดยมีวธิ ีการดาเนนิ งานวิจัย ดังรปู ท่ี 1 ดงั นี้ ศกึ ษาสภาพปญั หาปัจจุบนั จากระบบฐานข้อมลู โรงพยาบาล ศกึ ษาทฤษฎีและงานวิจยั ที่เกยี่ วขอ้ ง สารวจหนา้ งานการให้บรกิ ารงานเปลและจุดจอด วเิ คราะหข์ ้อมลู จากระบบฐานขอ้ มลู โรงพยาบาล วเิ คราะหส์ ภาพปัจจุบนั และสาเหตทุ ี่คาดว่าส่งผลตอ่ ปัญหา เสนอแนวทางการปรับปรุง รูปท่ี 1 แสดงขั้นตอนการดาเนนิ วจิ ัย 610

การประชมุ สัมมนาเชิงวชิ าการด้านการจดั การโลจสิ ตกิ สแ์ ละโซ่อุปทาน ครั้งที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 2.1 ศกึ ษาสภาพปัจจบุ ันจากระบบฐานขอ้ มูล ศึกษาข้อมูลการทางานแผนกขนย้ายผปู้ ่วยจากฐานข้อมูลของโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ถึงการทางานของระบบ ทาให้ทราบว่า ปัจจุบันแผนกขนย้ายผู้ป่วยให้บริการผู้ป่วยตามระดับความจาเป็นในการเรียกใช้บริการ ซึ่งมี 3 กรณี คือ ด่วน วกิ ฤต ดว่ น และปกติ โดยผ้ปู ่วยจะรอการรบั บริการไมเ่ กนิ 10 , 15 และ 30 นาที ตามลาดับ นับจากเวลานัดหมาย (ทางแผนก ขนยา้ ยผู้ปว่ ยเรยี กเวลานว้ี ่า เวลาประกัน) มรี ูปแบบการใหบ้ ริการ 9 รูปแบบ คือ (1) ขอคนเปล (2) ขอรถนงั่ (3) ขอรถนงั่ เปล่า (4) ขอรถน่ังIV (5) ขอรถนอน (6) ขอรถนอนพิเศษ (7) ขอรถนอนเปล่า (8) ขอคนเปลรบั รถนั่ง และ (9) ขอคนเปลรบั รถนอน และในปีงบประมาณ 2559 ท่ีผ่านมา มีจานวนการขอใช้บริการแผนกขนย้ายผู้ป่วย 209,577 ครั้ง โดยแผนกไม่สามารถ ให้บริการได้ตามเวลาประกัน 30,822 คร้ัง คิดเป็นร้อยละ 14.70 จึงทาให้ผู้ป่วยจานวนมากรอคอยการรับบริการ ณ หน่วย บริการ ซึ่งขอ้ มูลท้งั หมดนีจ้ ะนาไปส่กู ารวเิ คราะห์ในเบอื้ งต้น ใหพ้ บถงึ ปญั หาที่แทจ้ รงิ 2.2 ศึกษาทฤษฎีและงานวจิ ยั ที่เกย่ี วข้อง จากการศกึ ษาทฤษฏแี ละงานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง สามารถแบ่งกลมุ่ ทีก่ ารศกึ ษาได้ 2 กล่มุ คือ (1) การศกึ ษาเครื่องมอื ที่ใช้ ในการเกบ็ ข้อมูลการวิจยั และ (2) เครอ่ื งมอื และสถิติในการวเิ คราะห์ข้อมลู 2.2.1 เคร่ืองมือท่ใี ช้ในการเก็บขอ้ มลู เพ่อื ใหไ้ ดม้ าซึ่งสภาพปัจจุบัน ตวั อย่างเชน่ กระบวนการการใหบ้ ริการ งานเปล จานวนคนเปล จานวนเปลนอน พนื้ ทกี่ ารให้บริการและจดุ จอดเปลนอน เปน็ ตน้ โดยทาการเก็บข้อมูลด้วยวธิ ีการ ดังนี้ (1) การสัมภาษณ์บุคคล (interview) เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลสิ่งที่ต้องการ ศึกษาที่มีจานวนไม่มากนัก แต่ต้องการรายเอียดมาก โดยผู้สัมภาษณ์จะทาการถามคาถามที่สนใจหรือคาดว่าจะเกี่ยวข้องกบั การศึกษาแก่หวั หน้าแผนก หวั หนา้ ผู้ปฏบิ ัตงิ าน และผ้ขู นยา้ ย (คนเปล) (2) การสงั เกต (observe) เปน็ การเกบ็ ข้อมูลจากการสงั เกตวธิ ีการปฏบิ ัตงิ านหรอื สิง่ ท่สี นใจ เพ่ือ ค้นหาความจริงด้วยประสาทสัมผัสท้ังห้าของผู้สังเกตโดยตรง ซ่ึงวิธีน้ีผู้ปฏิบัติงานจะไม่เสียเวลาในการให้ข้อมูล เน่ืองจากผู้ สงั เกตจะเกบ็ ขอ้ มลู โดยตรงจากการปฏบิ ัตงิ าน อย่างไรก็ตามควรตอ้ งมกี ารช้ีแจงให้ผ้ปู ฏบิ ัติงานเข้าใจวัตถุประสงค์ของการเก็บ ข้อมูลและให้ผู้ปฏิบัติงานมีความคุ้นเคยกับการเก็บข้อมูลเพื่อให้สามารถเก็บข้อมูลจากสภาวะกา รทางานที่แท้จริงได้ (สานักงานสถิติแห่งชาติ, 2559) 2.2.2 เครอ่ื งมอื และสถิติในการวเิ คราะห์ เพอ่ื ใหม้ าซงึ่ ผลของการดาเนนิ งานท่ีผ่านมา ตวั อย่างเชน่ ร้อยละ ของปัญหาที่เกิดข้ึนจากกระบวนการทางาน จานวนการขอใช้บริการจากโซนต้นทางเพ่ือสง่ ผู้ปว่ ย ณ โซนปลายทาง เวลางาน (เวลาเฉล่ียจากจุดรับถึงจุดส่งผู้ป่วย) ประเภทบริการที่มีการเรียกใช้สูงท่ีสุด เป็นต้น เคร่ืองมือและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์มี ดังน้ี (1) สถิติ (Statistics) เป็นการวางแผนการเก็บรวบรวมข้อมลู การวเิ คราะหข์ อ้ มูล เพื่อนาผลการ วิเคราะห์ที่ได้มาช่วยประกอบการตัดสินใจ ซ่ึงค่าสถิติที่นามาใช้ ได้แก่ ค่าเฉล่ีย (Mean) ค่าสูงสุด (Max) ค่าร้อยละ (Percentage) (วนิดา เลศิ พพิ ฒั นานนท์, 2559) (2) Excel เปน็ โปรแกรมประเภท สเปรดชตี (Speadsheet) หรือโปรแกรมตารางงาน ซึ่งจะเก็บ ข้อมูลต่าง ๆ ลงบนแผ่นตารางงาน คล้ายกับการเขียนข้อมูลลงไปในสมุดท่ีมีการตีช่องตารางทั้งแนวนอนและแนวต้ัง ซ่ึงช่อง ตารางแตล่ ะชอ่ งจะมีช่ือประจาแต่ละชอ่ ง ทาให้งา่ ยตอ่ การป้อนขอ้ มลู การแกไ้ ขขอ้ มูล สะดวกตอ่ การคานวณและการนาขอ้ มูล ไปประยุกต์ใช้ สามารถจัดข้อมลู ต่าง ๆ ได้อย่างเป็นหมวดหมู่และเป็นระเบียบมากยงิ่ ข้ึน โดยคาส่ังที่ใช้ในวิเคราะหข์ ้อมลู ส่วน ใหญจ่ ะเปน็ คาสั่ง Pivot Table 611

การประชมุ สัมมนาเชงิ วิชาการด้านการจัดการโลจสิ ตกิ ส์และโซอ่ ุปทาน ครัง้ ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 Pivot Table เป็นเครื่องมือท่ีใช้สาหรับสรุปผลข้อมูลจานวนมาก ๆ ในรูปแบบของตาราง และ รูปแบบกราฟ (Pivot Chart) โดย Pivot Table จะถูกสร้างจากข้อมูลใน Worksheet หรือ Range ท่ีมีข้อมูลท่ีต้องการจะใช้ สรุปผล (Experttraining, 2560) (3) แผนภูมิการเดินทาง (Travel Chart) หรือ แผนภูมิจากถึง (From-to Chart) เป็นตาราง สี่เหลย่ี มจัตรุ สั ทีม่ จี านวนชอ่ งเท่ากับจานวนแผนกงานท่ตี อ้ งการวเิ คราะห์ ซึง่ ใชบ้ ันทึกตวั เลขแสดงปริมาณการเคลือ่ น จานวน เท่ียวของการขนย้ายหรอื ระยะทางของการขนย้ายระหวา่ งแผนกตา่ งๆ ภายในโรงงาน เพอ่ื ใช้ในการวิเคราะหค์ วามใกล้ไกลของ แผนกตา่ งๆ และปรับปรงุ หรือออกแบบผังโรงงานใหม่ต่อไป (จันทร์ศริ ิ สิงหเ์ ถอ่ื น,2559) 2.3 สารวจหนา้ งานการใหบ้ รกิ ารงานเปลและจุดจอด จากการสัมภาษณข์ ้อมูลหัวหน้าแผนกขนย้ายผปู้ ่วย หัวหน้าผู้ปฏิบัติงาน และผู้ขนย้าย (คนเปล) ทาให้ทราบว่า การ เรียกใช้บริการแผนกขนย้ายผู้ป่วยโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ เริ่มต้นจากข้ันตอนท่ี 1 คือ ผู้ป่วยเข้ามา ณ หน่วยบริการ ข้ันตอนท่ี 2 คือ พยาบาลหรือเจ้าหน้าที่จะพิจารณาผู้ปว่ ยตามระดับความจาเป็นในการเรยี กใช้บริการ (ด่วนวิกฤต ด่วน และ ปกติ) พร้อมทั้งพิจารณาความเหมาะสมในการเรยี กใช้บรกิ ารตามรูปแบบการให้บริการที่มี 9 รูปแบบ แล้วทาการสง่ คาส่งั การ เรยี กใช้บริการไปยงั ระบบสารสนเทศแผนกขนย้ายผูป้ ่วย จากนัน้ ระบบสารสนเทศจะทาการรับคาสัง่ และกระจายงานไปยังคน เปลที่อยู่ใกลผ้ ้ปู ว่ ยทสี่ ดุ ในข้ันตอนที่ 3 ซงึ่ การปฏิบัติงานของคนเปลมีการหมนุ เวียนไปแบบพลวัต กลา่ วคอื คนเปลสามารถรับ ผปู้ ว่ ยจากหนว่ ยบริการหนงึ่ ไปส่งอีกหน่วยบรกิ ารหนึ่งและสามารถรบั งานใหม่ไดอ้ ย่างอสิ ระ โดยไมต่ อ้ งกลับมายังหนว่ ยบริการ เริ่มต้น เมื่อคนเปลรับงานจะดาเนินการหาอุปกรณ์ (ถ้ามี) และเดินทางไปรับผู้ป่วย ณ หน่วยบริการต้นทางและส่งผู้ป่วย ณ หนว่ ยปลายทาง ในข้ันตอนท่ี 4, 5 และ 6 ตามลาดบั ดงั รูปท่ี 2 ผู้ป่วย พยาบาล แผนกขนย้ายผ้ปู ว่ ย (หน่วย) ระบบสารสนเทศ คนเปล 1) เข้าใช้บริการ ชว่ งเวลากระจายงาน 2) ส่งคาส่ังการเรียกใช้บริการ ชว่ งเวลาขนส่ง 3) รบั คาสั่งและกระจายงาน 4) รับงาน ชว่ งเวลาใชบ้ รกิ าร 5) รบั ผปู้ ่วย ณ หนว่ ยต้นทาง 6) สง่ ผู้ป่วย ณ หนว่ ยปลายทาง รปู ท่ี 2 แสดงกระบวนการให้บรกิ ารแผนกขนยา้ ยผู้ปว่ ย แผนกขนย้ายผู้ป่วยในปัจจุบัน มีรถเข็นนอนท่ีหมุนเวียนใช้งานประจาวันประมาณ 50-64 คัน มีแผนการวาง อัตรากาลังอยู่ที่ 54 คน ในวันทางาน (จันทร์-ศุกร์) โดยแบ่งอัตรากาลังสูงสุดในช่วงเช้า (8:30-16-30) บ่าย (16.30-00:00) และดึก (00:00-08:30) เป็น 39 , 10 และ 5 คน ตามลาดับ และมีแผนการวางอัตรากาลังอยู่ท่ี 28 คน ในวันหยุด (เสาร์- อาทติ ย์) โดยแบง่ อัตรากาลงั ในช่วงเช้า บ่าย และดกึ เปน็ 13 , 10 และ 5 คน ตามลาดบั โดยอัตรากาลังจะถูกหมุนเวียนไป ตามวัน ช่วงเวลา และจุดบริการ (แผนกฉุกเฉิน ห้องผ่าตัด เปลกลาง หน้าโรงพยาบาล และสานกั งาน) ตามแผนงาน และจาก การเดนิ สารวจโรงพยาบาลทาใหท้ ราบตาแหน่งพน้ื ท่ีการใหบ้ ริการ ดงั น้ี โซน 1 ให้บริการตกึ รตั นชวี รกั ษ์และตกึ 100 ปี โซน 2 ใหบ้ ริการ OPD-EKG โซน 3 ใหบ้ รกิ ารตึกกระดกู 4 ชั้น, X-ray, lab โซน 4 ใหบ้ ริการตกึ 13 ชั้น (หอผปู้ ว่ ย/ภาควิชา) โซน 5 612

การประชมุ สมั มนาเชงิ วชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ตกิ ส์และโซ่อุปทาน ครั้งที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ให้บริการตึก 13 ชั้น (ห้องตรวจ) โซน 6 ให้บริการตึกนรีเวช 8 ช้ัน โซน 7 ตึกใหม่ (ยังไม่เปิดให้บริการ) โซน 8 ให้บริการ อาคารเฉลมิ พระบารมี และโซน 9 ให้บริการ CCU, Med-ICU, Sur-ICU ส่วนจุดจอดเปลนอน จะมีจุดวางหลัก 5 จุด แสดงดงั รปู ที่ 3 รูปท่ี 3 แสดงโซนการใหบ้ ริการงานเปลและจดุ จอดเปลนอน 2.4 วิเคราะห์ข้อมลู จากระบบฐานข้อมลู โรงพยาบาล การวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบฐานข้อมูล โดยใช้โปรแกรม Excel Spreadsheet ทาให้ทราบถึงจานวนการขอใช้ บริการในแตล่ ะโซนของ ปงี บประมาณ 2559 เวลางาน และประเภทบรกิ ารท่ีเรียกใชง้ านสงู ท่ีสดุ ในแตล่ ะโซน ดังตารางท่ี 1 ซึ่ง ประเภทบรกิ ารในที่น้ีกาหนดให้ A แทนบริการขอคนเปล B แทนบริการขอรถน่ัง C แทนบริการขอรถนอน D แทนบริการ ขอรถนั่งเปล่า E แทนบริการขอเตียงพิเศษ F แทนบริการขอรถน่ัง IV G แทนบริการขอรถนอนเปลา่ H แทนบริการขอคน เปลรบั รถน่งั และ I แทนบรกิ ารขอคนเปลรบั รถนอน ตารางที่ 1 แสดงจานวนการขอใช้บริการจากโซนต้นทางเพื่อส่งผู้ป่วย ณ โซนปลายทาง ในปีงบประมาณ 2559, เวลางาน (นาที), ประเภทบรกิ ารท่ีมีการเรียกใชส้ งู ทีส่ ุด โซน 1 2 3 4 5 6 8 9 1 [31169, [1939, [7617, [4933, [52, [3344, [1709, [1494, 2.43, I ] 5.97, I ] 10.94, C] 13.74, I ] 10.34, C] 11.64, I ] 13.70, I ] 13.07, I ] [3759, [4060, [1223, [1279, 2 [1414, [9608, 5.29, I ] 8.51, H] [171, 8.90, I ] 9.99, H] [82, 7.48, I ] 5.14, G] [18684, [13693, 9.23, I ] [4718, [7559, 7.87, I ] 8.11, I ] 8.49, I ] [129, 9.27, I ] 10.50, I ] [2052, 3 [5508, [3243, [14667, [1383, 8.72, C] [3567, 11.36, I ] 11.11, I ] 8.16, I ] 10.14, C] 11.15, C] [463, [256, 11.35, C] [2724, 7.80, C] 17.10, B] 13.01, C] 4 [1871, [6801, [209, [470, [737, [154, 9.31, C] 9.28, B] 7.71, I ] 6.41, I ] 6.13, G] [40, 9.02, I ] [3, [5340, [271, 9.46, H] [601, 12.25, I ] 5 [62, [97, 9.45, C] 9.68, B] [57, [6080, 12.40, C] 13.48, I ] 8.89, I ] 12.08, B] 10.39, C] [69, 13.87, C] 6 [550, [1225, 11.62, C] 8.98, C] 613

การประชมุ สมั มนาเชิงวิชาการด้านการจดั การโลจสิ ติกส์และโซอ่ ปุ ทาน คร้ังที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครินทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 โซน 1 2 3 4 5 6 8 9 [7639, [3946, [171, [394, [5439, [1515, 8 [880, [3395, 10.75, C] 10.54, I ] 10.60, C] 11.74, I ] 6.55, I ] 13.43, I ] 10.77, C] 8.76, C] [1974, [3788, [1, [136, [1263, [567, 15.80, I ] 15.00, I ] 7.00, I ] 14.45, C] 10.10, I ] 5.18, D] 9 [1162, [171, 16.06, I ] 8.97, I ] 2.5 วิเคราะห์สภาพปจั จบุ ันและสาเหตทุ ่ีคาดวา่ สง่ ผลต่อปัญหา จากตารางที่ 1 แสดงให้เห็นว่า โซนท่ีมีจานวนการขอใช้บริการมากท่ีสุด 4 ลาดับแรก คือ โซน 11, 33, 43 และ 34 โซนที่มีเวลางานสูงสุด 4 ลาดับแรกคือ โซน 46, 91, 93 และ 94 และประเภทบริการท่ีเรียกใช้งานสูงท่ีสุดในแต่ละโซน 2 ลาดับแรกคือ บริการขอคนเปลรับรถนอน และบริการขอรถนอน ผู้วิจัยจึงสนใจในการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน ดังตารางที่ 2 เพ่อื นาเสนอแนวทางการปรับปรงุ ตอ่ ไป ตารางท่ี 2 แสดงการวเิ คราะหส์ ภาพปจั จบุ นั ของแผนกขนยา้ ยผู้ป่วย โซน สภาพปัจจบุ นั 11 เป็นโซนที่ให้บริการอยู่ในตึกรัตนชีวรักษ์ และตึก 100 ปี มีปริมาณการขอใช้บริการสูงสุด คือ 31,169 คร้ัง จาก ปรมิ าณขอใชบ้ ริการทัง้ หมด 201,967 ครัง้ คดิ เป็น 15.43% มีการใชบ้ ริการในช่วงสัน้ ๆ กลา่ วคือใชเ้ วลาจากจุดรับถงึ 33 จดุ ส่งเฉลีย่ ท่ี 2.43 นาที บริการท่เี รยี กใชส้ งู สดุ ในโซนนี้คอื บรกิ ารขอคนเปลรับรถนอน เมอ่ื พจิ ารณาลกึ ลงไปในหน่วย 34, 43 บรกิ าร ดังตารางที่ 3 ทาให้ทราบว่า มีปริมาณการเรยี กใชบ้ ริการค่อนขา้ งกระจุกตวั คือ จากหน่วย X-ray ER เพอื่ ไป คลินกิ ฉุกเฉนิ 17,957 ครัง้ คิดเปน็ 8.89% 46 เปน็ โซนทใ่ี หบ้ ริการอยู่ในตกึ กระดกู X-ray มีปรมิ าณการขอใช้บริการเป็นลาดับ 2 คือ 18,684 ครงั้ คิดเป็น 9.25% มี การใช้บริการการค่อนข้างนาน กล่าวคือใช้เวลาจากจุดรับถึงจดุ ส่งเฉล่ียที่ 8.11 นาที บริการที่เรียกใช้สูงสุดในโซนน้ี 91, 93, 94 คอื บรกิ ารขอคนเปลรับรถนอน ทุกโซน เป็นโซนที่ให้บริการอยู่ในตึกกระดูก X-ray และตึก 13 ช้ัน มีปริมาณการขอใช้บริการเป็นลาดับ 3 และ 4 เมื่อรวม ปริมาณการขอใช้บริการทั้ง 2 โซน จะมีค่าเท่ากับ 28,360 คร้ัง คิดเป็น 14.04% มีการขอให้บริการ 2 ประเภท คือ บริการขอคนเปลรับรถนอน และบริการขอรถนอน ซ่ึงกล่าวได้ว่า การเคล่ือนย้ายของทั้ง 2 โซน เป็นเส้นทางการ เคลือ่ นยา้ ยเปลนอน เปน็ โซนทใี่ ห้บรกิ ารอยูต่ กึ 13 ช้ัน (หอผู้ปว่ ย/ภาควชิ า) และตึกนารเี วช 8 ชนั้ เป็นโซนท่มี ีการใชบ้ ริการนานเปน็ อนั ดบั 1 กล่าวคือ ใช้เวลาจากจุดรับถึงจุดส่งเฉล่ียท่ี 17.10 นาที เน่ืองจากโครงสร้างของตัวอาคารที่หา่ งกนั และมีเส้นทาง เช่ือมต่อกันเพียง 4 ช้ัน ทาให้ต้องมีการใช้ลิฟท์ทุกเท่ียวการขนส่ง แต่อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณท่ีผ่านมา มีการ ขอให้บริการเพยี ง 256 ครง้ั คิดเป็น 0.13% เป็นโซนที่ให้บริการในโซนประเภท ICU และมีโซนปลายทางเป็นโซนตึกรัตนชีวรักษ์ ตึก 100 ปี ตึกกระดูก X-ray และตึก 13 ช้ัน (หอผู้ป่วย/ภาควิชา) จากโซนต้นทางท่ีเป็นโซนประเภท ICU ทาให้มีเวลางานสูงเนื่องจากมี กระบวนการและขัน้ ตอนท่ตี อ้ งใช้เวลามากกวา่ โซนอ่ืนๆ ประเภทบริการทเี่ รยี กใชง้ านสูงเป็นอนั ดับ 1 คอื บริการขอคนเปลรบั รถนอน มจี านวน 95,322 ครั้ง คิดเปน็ 47.20% และบริการทเ่ี รียกใชง้ านสูงเป็นอนั ดับ 2 คอื การขอใช้บริการขอรถนอน มีจานวน 51,938 คร้ัง คิดเปน็ 25.72% แต่ อย่างไรก็ตาม ในทุกๆประเภทการบริการ จาเป็นต้องใช้คนเปล ซึ่งหมายความว่า ในปีงบประมาณ 2559 คนเปลมี งานจะเท่ากบั 201,967 รายการ 614

การประชมุ สัมมนาเชงิ วิชาการด้านการจัดการโลจสิ ติกสแ์ ละโซ่อุปทาน ครั้งท่ี 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควชิ าวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 ตารางท่ี 3 แสดงจานวนการใช้บริการจากหน่วยบริการต้นทางเพ่ือไปหน่วยบริการปลายทางของโซน 11 ในปีงบประมาณ 2559 อุบั ิตเห ุต ัศลยกรรมประสาท ห้อง ่ผา ัตด- ึตก ัรตนชีว ัรกษ์ หอ ู้ผป่วยจิตเวช ูศน ์ย ัคดกรอง ู้ผป่วย ห้อง ่ผา ัตดเ ็ลก ห้องเ ืฝอก ไฟไห ้มน้า ้รอนลวก ห้อง ัสงเก ุตอาการ เปล ER ค ิลนิกฉุกเฉิน X-ray ER ห้องเ ืฝอก ER SDC ห้อง ัสงเก ุตอาการ OPD อา ุยรกรรม ูศน ์ย LASIC CT-ER CT- ึตก ัรตน ีชว ัรกษ์ อบุ ตั เิ หตุ 6 27 2 1 37 40 86 5 194 324 5 324 207 ศลั ยกรรมประสาท 35 3 1 3 8 150 1 9 1 หอ้ งผา่ ตดั -ตกึ รตั นชวี รกั ษ์ 2 12 1 หอผปู้ ว่ ยจิตเวช 21 1 2 34 1 ศนู ย์คดั กรองผู้ปว่ ย 49 1 1 26 1 11 95 155 หอ้ งผา่ ตดั เลก็ 28 7 1 3 1 2 1 14 49 หอ้ งเฝอื ก 23 1 2 839 1 7 21 123 4 ไฟไหม้น้าร้อนลวก 1 13 4 หอ้ งสงั เกตอุ าการ 17 4 34 3 1 6 492 3 400 2 1 เปล ER 4 9 2 333 4 4 588 60 1 1 คลนิ ิกฉกุ เฉนิ 411 234 15 88 47 21 132 10 2097 464 7 820 11 X-ray ER 203 31 6 111 3 327 17957 6 หอ้ งเฝอื ก ER SDC 2 1 หอ้ งสงั เกตอุ าการ OPD อายรุ กรรม 1 CT-ER 54 83 1 1 10 576 3 CT-ตกึ รตั นชีวรกั ษ์ 259 413 1 1 23 1851 9 3. สรุปผลและเสนอแนวทาง จากการศกึ ษาสภาพปัจจบุ ัน ช้ใี ห้เห็นว่า การขอใชบ้ รกิ ารในแตล่ ะโซนหรือระหว่างโซนมพี ฤติกรรมการกระจายตวั ทง้ั คล้ายกันและแตกต่างกัน การจะตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการหรือการให้บริการขนย้ายผู้ป่วยให้ทันเวลาประกัน เพ่ิมข้ึน จาเป็นต้องมีการบรหิ ารจัดการท่ีแตกตา่ งกนั ไปตามพฤติกรรมของแตพ่ ื้นที่บริการหรอื โซน การบริหารทรัพยากรอย่าง คนเปล จะเป็นตัวแปรสาคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการขนย้ายผู้ป่วย เน่ืองจากในทุกๆบริการการเคล่ือนย้าย ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วยหรืออุปกรณ์ จาเป็นจะต้องใช้คนเปลท้ังส้ิน ซึ่งแนวทางการจัดการคนเปลอาจเป็นการจัดคนเปลประจาจุด เช่ น การ เคล่ือนย้ายผูป้ ่วยจาก หน่วย X-ray ER ไปคลนิ กิ ฉกุ เฉนิ เนอ่ื งจากพฤตกิ รรมการเคล่อื นย้ายผู้ปว่ ยเปน็ แบบกระจุกตัว หรอื การ จัดคนเปลแบบหมุนเวียนอย่างอิสระ สาหรับโซนที่มีการเคล่ือนย้ายผู้ป่วยแบบกระจายตัว แต่เน่ืองด้วยลักษณะงานการ ใหบ้ รกิ ารงานเปลค่อนขา้ งมคี วามซับซอ้ นและผนั แปรสูงการทาการปรบั ปรุงทนั ทีทันใด อาจสง่ ผลเสียต่อระบบงานและเกิดการ ต่อต้านของผู้ปฏิบตั ิงาน จากการศึกษาทฤษฎีและงานวิจยั ท่ีเกี่ยวข้องพบว่า การจาลองสถานการณ์ (Simulation) จากระบบ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์สภาพท่ีเป็นอยู่ในปัจจุบันของระบบ และช่วยหาแนวทางหรือทางเลือก (Scenario) ที่เหมาะสม ก่อนนาไปใช้กับสถานการณ์หรือการปฏิบัติงานจริง ซ่ึงจะช่วยให้ลดความเส่ียงในการเกิดความ ผิดพลาด หรือความล้มเหลวได้ (ศิริจันทร์ ทองประเสริฐ, 2544) (สุพจน์ เหล่างาม, 2560) (A. Beaudry, G. Laporte, T. Melo, S. Nickel, 2010) (T. Hanne, T. Melo, S. Nickel,2009) 615

การประชมุ สัมมนาเชิงวชิ าการด้านการจัดการโลจสิ ตกิ ส์และโซอ่ ุปทาน ครง้ั ที่ 17 “Industry 4.0: Challenges, Innovation and Opportunity for Logistics and Supply Chain Management” ภาควิชาวศิ วกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์ 19 – 23 ตุลาคม 2560 4. กิตตกิ รรมประกาศ บทความน้ีเป็นส่วนหน่ึงของงานวิจัยเร่ือง การปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการขนย้ายผู้ป่วย กรณีศึกษา โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ซ่ึงได้รับทุนสนับสนุนจากทุนบัณฑิตศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจาปีการศึกษา 2559 และได้รับทุนสนับสนุนจากสานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ใน โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร STEM (Science, Tecnology, Engineering, Mathematics) เพื่อการวิจัยและพัฒนา สาหรบั ภาคอตุ สาหกรรม :STEM Workforce ประจาปี 2560 ขอขอบคุณ รศ.นพ.เรอื งศักดิ์ ลีธนาภรณ์ (ผู้อานวยการโรงพยาบาล) ทีมผู้บริหารโรงพยาบาล เจ้าหน้าแผนกขอ้ มูล สารสนเทศและแผนกขนยา้ ยผูป้ ว่ ย โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ทีก่ รุณาให้ข้อมูลและสถานที่ในการทางานวิจยั เอกสารอา้ งอิง จนั ทรศ์ ิริ สิงหเ์ ถือ่ น, 2559 “แผนภมู กิ ารเดินทาง,” http://pirun.ku.ac.th/~fengcsr/courses/2008_01/206341/ch8.pdf [10 กนั ยายน 2560] วนดิ า เลิศพพิ ฒั นานนท์, 2559 “สถิติ,” http://www.gened.siam.edu/images/stories/stat/handout/handout1.pdf [10 กนั ยายน 2560] ศริ จิ ันทร์ ทองประเสรฐิ , การจาลองแบบปญั หา, กรงุ เทพมหานคร: โรงพมิ พ์แห่งจฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2544. สพุ จน์ เหล่างาม, 2560 “เทคนิคการจาลองสถานการณ์ (SIMULATION MODEL),” http: / / logisticscorner. com/ index. php?option= com_content&view= article&id= 579% 3Asimulation- model&catid=43%3Atechnologies&Itemid=91. [20 มีนาคม 2560]. สานกั งานสถติ แิ ห่งชาติ, 2559 “การเก็บรวบรวมข้อมลู ” http://service.nso.go.th/nso/nsopublish/know/estat1_9.html [10 กันยายน 2560] A. Beaudry, G. Laporte, T. Melo, S. Nickel, “Dynamic transportation of patients in hospital,” OR spectrum, เล่มท่ี 32, pp. 77-107, 2010. Experttraining, 2560 “Excel,” http://www.9experttraining.com/ [10 กนั ยายน 2560] Henshaw, Carly, Improving Patient Transportation Performance by Developing and Implementing a Generic Simulation Model, Toronto: Mechanical and Industrial Engineering University, 2015. T. Hanne, T. Melo, S. Nickel, “Bringing robustness to patient flow management through optimized patient transports in hospitals,” Interfaces, เล่มท่ี 39, pp. 241-255, 2009. 616