Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รวมข้อสอบ

รวมข้อสอบ

Published by audamnat.rd, 2020-08-22 08:32:46

Description: รวมข้อสอบที่ผ่านการสอบทานเบื้องต้นแล้ว

Keywords: c8

Search

Read the Text Version

หนา้ 451 ข. การใหบ้ ริการเชา่ สงั หาริมทรัพยแ์ กอ่ งคก์ ารสหประชาชาตอิ ตั ราภาษมี ลู ค่าเพิมร้อยละ 0 ค. การนาํ เขา้ สินคา้ อตั ราภาษีมลู ค่าเพิมร้อยละ 7 ง. ขอ้ ก และขอ้ ข .ขอ้ ใดมไิ ดห้ มายความรวมถงึ ตามความหมายของ “ใบกาํ กบั ภาษี” ตามมาตรา 77/1 (22) แห่งประมวลรษั ฎากร ก. ใบเพมิ หนีอยา่ งยอ่ ข. ใบเสร็จรบั เงินคา่ ธรรมเนียมของกรมสรรพากร ค. ถกู ทงั ขอ้ ก และ ขอ้ ข ง. ใบเสร็จรบั เงินทที างราชการออกใหใ้ นการขายทอดตลาดตามมาตรา 83/5 .ขอ้ ใดเป็นแบบแสดงรายการภาษมี ลู คา่ เพิม ก. ภ.พ.03 ข. ภ.พ.36 ค. ภ.พ.01 ง. ถกู ทุกขอ้ .บริษทั ก จาํ กดั ประกอบกจิ การนาํ เขา้ สินคา้ จากต่างประเทศ บริษทั ฯ จะบนั ทกึ ตน้ ทนุ สินคา้ อยา่ งไร ก. บนั ทกึ เมอื บริษทั เปิ ด L/C ข. บนั ทกึ เมือสินคา้ ลงเรือเดินทะเลทีตา่ งประเทศ ค. บนั ทกึ เมอื ออกใบขนสินคา้ ขาเขา้ พรอ้ มชาํ ระภาษมี ลู คา่ เพิมทีกรมศลุ กากร ง. บนั ทกึ เมอื สินคา้ มาเทียบท่าเรือในประเทศไทย .บุคคลใดมหี นา้ ทีเสียภาษีมลู คา่ เพิม ก. ผเู้ยาว์ ข. กองมรดก ค. เทศบาล ง. ถกู ทุกขอ้ 2

หน้า 452 ชุดที ข้อสอบ วิชา ภาษีมูลค่าเพมิ 1. กรณีทีผสู้ ่งออกไดร้ ับเงินชดเชยในรูปของบตั รภาษีไดโ้ อนสิทธิในบตั รภาษี ซึงเป็นตราสารแสดงสิทธิในหนี ของรฐั บาล อยใู่ นบงั คบั ตอ้ งเสียภาษี VAT หรือไม่ ก. ไมเ่ สีย เพราะไมเ่ ป็นการขายสินคา้ หรือใหบ้ ริการ ข. เสีย เพราะ เป็นการขายสินคา้ ค. เสีย เพราะ เป็นการใหบ้ ริการ ง. เสีย เพราะ เป็นการส่งออก 2. ราคา ซี. ไอ. เอฟ. ตามมาตรา 79/2 แห่งประมวลรษั ฎากร หมายถงึ ราคาใด ก. ราคาสินคา้ บวกดว้ ยค่าประกนั ภยั และคา่ ขนส่งถงึ ดา่ นศลุ กากรทนี าํ สินคา้ นันเขา้ มาใน ราชอาณาจกั ร ข. ราคาสินคา้ ณ ดา่ นศลุ กากร ส่งออกโดยไมร่ วมคา่ ประกนั ภยั และค่าขนส่ง ค. ราคาสินคา้ บวกดว้ ยค่าประกนั ภยั ระหวา่ งประเทศ ง. ราคาสินคา้ บวกดว้ ยค่าขนส่งและคา่ ธรรมเนียมตา่ ง ๆ 3. ขอ้ ใดไมเ่ กียวขอ้ งกบั ภาษีมลู ค่าเพิม ก. ภาษีซือ ข. อตั ราภาษกี า้ วหนา้ ค. ใบกาํ กบั ภาษี ง. รายงานภาษีขาย 4. ขอ้ ใดเป็นความหมายของคาํ วา่ “OUTPUT TAX” ก. ภาษขี าย ข. ภาษีซือ ค. ภาษที างตรง ง. ภาษีทางออ้ ม 5. การกระทาํ ใดไมอ่ ยใู่ นบงั คบั ตอ้ งเสียภาษีมลู ค่าเพิม ก. การนาํ เขา้ สินคา้ ข. การใหบ้ ริการในราชอาณาจกั รและมกี ารใชบ้ ริการในตา่ งประเทศ ค. การขายสินคา้ ใหก้ บั คนต่างประเทศ ง. การจ่ายค่าเช่าอสงั หาริมทรพั ย์ 3

หนา้ 453 6. ผปู้ ระกอบการจดทะเบียนภาษมี ลู คา่ เพิมมหี นา้ ทีตอ้ งเกบ็ และรักษารายงานใบกาํ กบั ภาษีและเอกสารประกอบการลง รายงานดงั กลา่ วไวเ้ ป็นเวลาเท่าใด ก. ไมน่ อ้ ยกวา่ 3 ปี นบั แต่วนั ทไี ดย้ นื แบบแสดงรายการหรือวนั ทาํ รายงาน ข. ไมน่ อ้ ยกวา่ 4 ปี นบั แต่วนั ทไี ดย้ นื แบบแสดงรายการหรือวนั ทาํ รายงาน ค. ไมน่ อ้ ยกวา่ 5 ปี นบั แต่วนั ทไี ดย้ นื แบบแสดงรายการหรือวนั ทาํ รายงาน ง. ไมน่ อ้ ยกวา่ 6 ปี นบั แต่วนั ทไี ดย้ นื แบบแสดงรายการหรือวนั ทาํ รายงาน 7. การขายสินคา้ ใดต่อไปนีไมไ่ ดร้ บั ยกเวน้ ภาษมี ลู คา่ เพิม ก. การขายหนงั สือพมิ พ์ ข. เจา้ ของเตน้ ทร์ ถยนตโ์ อนรถใหแ้ ก่เพอื นบา้ น ค. การขายสุนขั ง. การขายสินคา้ ของผปู้ ระกอบการทมี รี ายรบั ไมเ่ กิน 1,800,000 บาท ตอ่ ปี 8. การจดทะเบียนภาษมี ลู คา่ เพิม ผปู้ ระกอบการสามารถหรือจะตอ้ งจดทะเบยี นภาษีมลู คา่ เพิม เมอื ใด ก. ก่อนเริมประกอบกจิ การ ข. เริมประกอบกจิ การแลว้ และมมี ลู คา่ ของฐานภาษีตามกฎหมายกาํ หนด ค. เริมประกอบกจิ การแลว้ แตม่ มี ลู คา่ ของฐานภาษี ไมถ่ งึ เกณฑต์ ามทกี ฎหมายกาํ หนด ง. ถกู ทกุ ขอ้ 9. ความรับผดิ ในการเสียภาษมี ลู คา่ เพิม จากการใหเ้ ช่าซือ หรือขายเงนิ ผอ่ น คอื ส่งมอบสินคา้ ทีเช่าซือโดยกรรมสิทธิยงั ไมไ่ ดโ้ อน ไดร้ บั ชาํ ระราคาสินคา้ ในแต่ละงวด ก. ออกใบกาํ กบั ภาษี ง. ถกู ทงั ขอ้ ข.และ ค. 10. สิงต่อไปนี ไม่ใช่ความหมายของคาํ ว่า “สินคา้ ” ตามกฎหมายภาษมี ลู คา่ เพิม ก. สิทธิการเช่า ข. ใบสมคั รงาน ค. แบบประกวดราคา ง. บตั รโทรศพั ท์ 4

หนา้ 454 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที 1 1. อากรแสตมป์ เป็นภาษอี ากรตามประมวลรษั ฎากร ประเภทหนึง ปัจจบุ นั มวี ธิ ีเสียภาษอี ากร แสตมป์ ไดก้ วี ธิ ี คอื วธิ ีอะไรบา้ ง ก. 2 วธิ ี คอื ตดิ อากรแสตมป์ และชาํ ระเป็นตวั เงนิ ข. 3 วธิ ี คือ ปิ ดบนตราสาร ปิ ดทบั แสตมป์ ดนุ ชาํ ระเป็นตัวเงิน ค. 4 วธิ ี คอื ตดิ แสตมป์ ปิดทบั แสตมป์ ดนุ ชาํ ระเป็นตวั เงิน ง. 5 วิธี คือ ชาํ ระเป็นตวั เงิน ปิ ดทบั แสตมป์ ดุน ติดอากรแสตมป์ ซือตราสาร 2. บริษทั การเสียภาษีอากร จาํ กดั ไดจ้ ดั ทาํ หนงั สือมอบอาํ นาจใหแ้ ก่ นายชดิ ชอบ ยมิ กวา้ ง เพอื ไป ตดิ ตอ่ ราชการ กรมสรรพากร ในการขอรับเอกสารทะเบียนภาษีมลู คา่ เพิม โดยในการมอบ อาํ นาจในครังนี เป็นการมอบใหก้ ระทาํ การเพยี งครังเดยี ว ในการมอบอาํ นาจดงั กลา่ วตอ้ งตดิ อากร แสตมป์ เทา่ ใด ก. จาํ นวน 10 บาท ข. จาํ นวน 20 บาท ค. จาํ นวน 30 บาท ง. ไดร้ บั การยกเวน้ ไมต่ อ้ งติดอากรแสตมป์ 3. นายชดิ ชอบ ยมิ กวา้ ง ถกู กรมสรรพากรประเมนิ เรียกเกบ็ ภาษอี ากรเพิมเตมิ และต่อมาจาํ เป็นตอ้ ง ต่อสู้คดีในชนั ศาล นายชิดชอบ ยิมกวา้ ง จงึ ไดแ้ ตง่ ตงั ทนายความโดยทาํ ใบมอบอาํ นาจให้แก่ นาย ชอบวา่ ตา่ ง แกค้ ดี เพอื เป็นตวั แทนวา่ ต่างคดใี นชนั ศาล ใบแต่งทนายความและในมอบอาํ นาจ ดงั กลา่ ว ตอ้ งตดิ อากรแสตมป์ เป็นจาํ นวนเทา่ ใด ก. จาํ นวน 30 บาท ข. จาํ นวน 10 บาท ค. ไดร้ บั การยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียอากร ง. ตดิ เฉพาะใบมอบอาํ นาจ 10 บาท ส่วนใบแตง่ ทนายความไดร้ บั การยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสีย อากร

หนา้ 455 4. นายชดิ ชอบ ยมิ กวา้ ง ถกู พนกั งานเจา้ หนา้ ทีมคี าํ สังเรียกเกบ็ อากรและเงนิ เพิมอากร จาํ นวน 80,000 บาท และนายชิดชอบ ยมิ กวา้ ง ไดร้ บั ทราบคาํ สังดงั กลา่ วโดยชอบดว้ ยกฎหมายแลว้ แตไ่ ม่ เห็นดว้ ยกบั คาํ สังดงั กลา่ ว นายชดิ ชอบ ยมิ กวา้ ง สามารถทจี ะอทุ ธรณค์ ดั คา้ นตาํ สังตอ่ คณะกรรมการ พจิ ารณาอทุ ธรณไ์ ดห้ รือไม่ ก. ไมไ่ ด้ เพราะ ไมม่ กี ฎหมายบญั ญตั ิไว้ ข. ไมไ่ ด้ แตส่ ามารถทีจะฟ้ องคดีตอ่ ศาลภาษอี ากรกลางโดยตรงได้ ค. อทุ ธรณ์คาํ สงั ตอ่ คณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณ์ ง. อทุ ธรณ์คาํ สงั ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ได้ ภายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ทไี ดร้ บั ทราบ คาํ สัง 5. กรณีทีบคุ คลไดเ้ สียคา่ อากรหรือคา่ เพิมอากรเกนิ ไปสาํ หรบั ตราสารลกั ษณะเดยี วหรือเรืองเดียว สามารถทีจะยนื คาํ รอ้ งกใ็ หค้ ืนคา่ อากรหรือเงินเพิมอากรทเี กินไปภายในกาํ หนดเวลาเท่าใด ก. ภายใน 3 ปี นบั ตงั แตว่ นั เสียอากรหรือคา่ เพิมอากร ข. ภายใน 1 ปี นบั แต่วนั เสียอากรหรือคา่ เพิมอากร ค. ภายใน 6 เดอื น นบั แต่วนั เสียอากรหรือคา่ เพิมอากร ง. ภายใน 10 ปี นบั แต่วนั เสียอากรหรือคา่ เพิมอากร -----------------------------------

หนา้ 456 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที 1. อากรแสตมป์ ทีใชอ้ ยใู่ นปัจจบุ นั มี กี ชนิด ก. 2 ชนิด ข. 3 ชนิด ค. 4 ชนิด ง. 5 ชนิด 2. ทาํ สญั ญาเช่าอาคารพรอ้ มตกึ แถว 3 ปี ปี ละ 50,000 บาท ตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ เท่าใด ก. 100 บาท ข. 150 บาท ค. 50 บาท ง. ไมต่ อ้ งปิ ดอากรแสตมป์ เพราะไดร้ บั ยกเวน้ 3. ทาํ สัญญาเช่าทีดินทาํ นากาํ หนดเวลา 3 ปี ปี ละ 10,000 บาท ตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ เท่าใด ก. 30 บาท ข. 10 บาท ค. 60 บาท ง. ไมต่ อ้ งปิ ดอากรแสตมป์ เพราะไดร้ บั การยกเวน้ 4. กรมสรรพากรมอบอาํ นาจใหข้ า้ ราชการ 2 คน ไปร่วมกระทาํ การขอรับชาํ ระหนีแทนตอ้ งปิด แสตมป์ ภาษี เท่าใด ก. 30 บาท ข. 10 บาท ค. 20 บาท ง. ไมต่ อ้ งปิ ดอากรแสตมป์ เพราะไดร้ บั การยกเวน้ 5. คาํ วา่ “ปิ ดแสตมป์ บริบรู ณ์” หมายความวา่ ก. ในกรณีแสตมป์ ปิ ดทบั ไดเ้ สียอากรโดยปิ ดแสตมป์ ทบั กระดาษกอ่ นหรือทบั ทีทาํ ตรา สารเป็นราคาไมน่ อ้ ยกวา่ อากรทีตอ้ งเสียและไดข้ ดี ฆา่ แสตมป์ อนั นันแลว้ ข. ในกรณีชาํ ระเป็นตวั เงนิ ไดเ้ สียอากรเป็นตวั เงนิ เป็นราคาไมน่ อ้ ยกวา่ อากรทตี อ้ งเสีย ค. ถกู ทุกขอ้ ง. ผดิ ทุกขอ้ ----------------------------------

ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ หนา้ 457 1. ขอ้ ตอ่ ไปนีขอ้ ใดไมถ่ กู ตอ้ ง ชุดที ก. องคก์ ารบริหารส่วนทอ้ งถิน ไดร้ บั ยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียอากร ข. สภากาชาดไทย ไดร้ บั ยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียอากร ค. วดั วาอาราม ไดร้ บั ยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียอากร ง. โรงงานยาสูบ กระทรวงการคลงั ไดร้ บั ยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียอากร 2. ลกั ษณะแห่งอากรตามบญั ชีอตั ราอากรแสตมป์ มีกีลกั ษณะ ก. 27 ลกั ษณะ ข. 28 ลกั ษณะ ค. 29 ลกั ษณะ ง. 30 ลกั ษณะ 3. ในสญั ญากยู้ มื เงินผทู้ ีตอ้ งเสียอากรคือ ก. ผกู้ ู้ ข. ผใู้ หก้ ู้ ค. ผกู้ แู้ ละผใู้ หก้ รู้ ่วมกนั รับปิ ดคนละกึงหนึง ง. ถกู ทุกขอ้ 4. ในสญั ญาจา้ งทาํ งานผทู้ ีตอ้ งเสียอากรคือ ก. ผรู้ บั จา้ ง ข. ผวู้ า่ จา้ ง ค. ผวู้ าจา้ ง และผรู้ บั จา้ งร่วมกนั รับผดิ คนละกึงหนึง ง. ถกู ทุกขอ้ 5. ในสญั ญาเช่าซือทรัพยส์ ินผทู้ ีตอ้ งเสียอากรคือ ก. ผเู้ ช่า ข. ผใู้ หเ้ ช่า ค. ผเู้ ช่าและผใู้ หเ้ ช่าร่วมกนั รับผดิ คนละกึงหนึง ง. ถกู ทุกขอ้ --------------------------------------

หนา้ 458 ชุดที ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ 1. นาย ก. เป็นสมาชิกสหกรณก์ ารเกษตรไดก้ เู้ งินจากสหกรณก์ ารเกษตร เป็นเงนิ 50,000 บาท จะตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ ในตราสารอยา่ งไร ก. ปิ ดอากร 30 บาท ข. ปิ ดอากร 50 บาท ค. ปิ ดอากร 100 บาท ง. ไมต่ อ้ งปิ ดอากรเพราะไดร้ บั ยกเวน้ 2. กรณีดงั ต่อไปนีขอ้ ใด ถกู ตอ้ งทีสุด ก. กรณีแสตมป์ ปิ ดทบั ไดล้ งลายมอื ชือบนแสตมป์ ถอื วา่ ไดข้ ดี ฆา่ แสตมป์ ข. กรณีแสตมป์ ปิ ดทบั ไดล้ งชือหา้ งร้านบนแสตมป์ ถอื วา่ ไดข้ ดี ฆา่ แสตมป์ ค. กรณีแสตมป์ ปิ ดทบั ไดข้ ีดเส้นคร่อมฆ่าแสตมป์ ทีปิ ดทบั กระดาษ และ ลงวนั เดือน ปี ถอื วา่ ไดข้ ดี ฆา่ แสตมป์ ง. ถกู ทกุ ขอ้ 3 นาย ก. ขายทดี นิ ใหแ้ กน่ าย ข. ผทู้ ีตอ้ งเสียอากร คอื ก. นาย ก. ข. นาย ข ค. นาย ก. และนาย ข ร่วมรับผดิ คนละกึงหนึง ง. ถกู ทกุ ขอ้ 4 . กรณีการตรวจสอบถา้ ปรากฏวา่ ตราสารมไิ ดป้ ิ ดแสตมป์ บริบรู ณ์ เจา้ พนกั งานมอี าํ นาจ เรียกเกบ็ เงนิ เพิมอากรอีก ดงั นี ก. 2 เทา่ ของเงนิ อากรทตี อ้ งเสียหรือเป็นเงนิ 25 บาท แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะมากกว่า ข. 6 เทา่ ของเงนิ อากรทตี อ้ งเสียหรือเป็นเงนิ 25 บาท แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะมากกว่า ค. 7 เทา่ ของเงนิ อากรทตี อ้ งเสียหรือ เป็นเงนิ 25 บาท แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะมากกว่า ง. รอ้ ยละ 1.5 ตอ่ เดือนของเงินอากรทีตอ้ งเสีย

หนา้ 459 5. ขอ้ ตอ่ ไปนีขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ก. พนกั งานเจา้ หนา้ ทีผรู้ บั จดทะเบียนสิทธิ และ นิตกิ รรมเกยี วกบั อสงั หาริมทรพั ยต์ าม ประมวลกฎหมายทีดนิ เป็นพนกั งานเจา้ หนา้ ทีอากรแสตมป์ ตามมาตรา.103 เฉพาะ กรณีตามจดทะเบียนสิทธิและนิตกิ รรมเกียวกบั อสงั หาริมทรพั ย์ ข. ขา้ ราชการพลเรือนสามญั ตงั แต่ระดบั 1 ขึนไป สงั กดั ราชการบริหารส่วนกลาง สาํ หรับ ทอ้ งทีทวั ราชอาณาจกั รเป็นพนกั งานเจา้ หนา้ ทอี ากรแสตมป์ ตามมาตรา 103 ค. ถกู ทุกขอ้ ง. ผดิ ทกุ ขอ้ ------------------------------------------

หน้า 460 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที 1. ขอ้ ใดต่อไปนีถกู ตอ้ ง ก. อากรแสตมป์ ชนิดราคา 1 บาท สีนาํ เงนิ ออ่ น ข. อากรแสตมป์ ชนิดราคา 1 บาท สีหมากสุก ค. อากรแสตมป์ ชนิดราคา 1 บาท สีเขยี วออ่ น ง. อากรแสตมป์ ชนิดราคา 1 บาท สีสม้ แกท่ บั สีเหลอื ง 2. สรรพากรพืนทกี รุงเทพมหานคร มอี าํ นาจในการพจิ ารณาอนุมตั ใิ หเ้ สียเงินเพิมอากรแสตมป์ กรณีผู้ มหี นา้ ทีเสียอากรไดป้ ิ ดแสตมป์ ลงบนตราสารที กฎหมายกาํ หนดใหต้ อ้ งชาํ ระอากรเป็นตวั เงนิ ในอตั รา รอ้ ยละเท่าใด ตอ่ เดอื น หรือ เศษของเดือนของเงินอากร ก. อตั รารอ้ ยละ 0.76 ข. อตั รารอ้ ยละ 1 ค. อตั รารอ้ ยละ 1.6 ง. อตั รารอ้ ยละ 2 3. ตราสารทีตอ้ งเสียอากรไดท้ าํ ขึนนอกประเทศไทย ใหเ้ ป็นหนา้ ทีของผทู้ รงตราสารคนแรกใน ประเทศไทย ตอ้ งเสียอากรโดยปิดแสตมป์ ครบจาํ นวนอากรและขีดฆ่าภายในกีวนั ก. 15 วนั ข. 20 วนั ค. 30 วนั ง. 60 วนั 4. กรณีมไิ ดม้ กี ารออกใบรบั ในกรณีทีตอ้ งออกใบรบั โดยพนกั งานเจา้ หนา้ ทีไดต้ รวจสอบ พนกั งาน เจา้ หนา้ ทีมอี าํ นาจเรียกเกบ็ เงนิ เพิม จาํ นวน เท่าใด ก. 1 เท่า ข. 2 เท่า ค. 6 เท่า ง. 25 เท่า 5. อาํ นาจในการเขา้ ตรวจในสถานการคา้ เมือทาํ การตรวจสอบตราสารว่าไดป้ ิดแสตมป์ บริบูรณ์ตาม ความใน มาตรา 104 หรือไม่ คอื อาํ นาจในมาตราใด ก. 103 ข. 113 ค. 123 ง. ไมม่ ขี อ้ ใดถกู --------------------------------------

หน้า 461 ตวั อยา่ งขอ้ ทดสอบระดบั 8 .ขอ้ ใดตอ่ ไปนีไม่ถูกตอ้ งเกียวกบั โครงสร้างภาษีมูลค่าเพิม (1) จดั เกบ็ จากการขายสินคา้ หรือการใหบ้ ริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพในราชอาณาจกั ร (2) คาํ นวณภาษีมูลค่าเพิมทีตอ้ งเสียจากยอดภาษีขายหกั ดว้ ยภาษีซือในแต่ละเดือนภาษี (3) การยกเวน้ ภาษีมูลค่าเพิมกาํ หนดยกเวน้ เฉพาะกรณีทีจาํ เป็นเท่านัน (4) ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิมสาํ หรับการขายสินคา้ เกดิ ขึนเมอื รับชาํ ระราคา *** .ขอ้ ใดตอ่ ไปนีไมใ่ ชห่ นา้ ทขี องผูป้ ระกอบการในระบบภาษมี ลู ค่าเพิม (1) แจง้ การเปลียนแปลงรายการในทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม (2) คาํ นวณภาษีมูลค่าเพิมทีตอ้ งเสียจากยอดภาษีขายหกั ดว้ ยภาษีซือในแต่ละเดือนภาษี (3) จดั ทาํ รายงานและการเกบ็ รักษารายงานและหลกั ฐานเอกสาร (4) การจดั ให้มีการตรวจสอบและรับรองงบการเงิน *** .ขอ้ ความตอ่ ไปนีขอ้ ใดไม่ไดส้ ิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิมอตั ราร้อยละ (1) บริษทั ก. จาํ กดั ขายสินคา้ ใหแ้ กอ่ งคก์ ารสหประชาชาติ และสถานทตู ต่างประเทศ (2) บริษทั ข. จาํ กดั ในเขตอตุ สาหกรรมส่งออกขายสินคา้ ใหแ้ กบ่ ริษทั ค. จาํ กดั ในเขตคลงั สินคา้ ทณั ฑบ์ น (3) บริษทั ง. จาํ กดั ส่งสินคา้ ตวั อยา่ งไปตา่ งประเทศโดยทางไปรษณีย์ *** (4) บริษทั จ. จาํ กดั ขายสินคา้ ใหแ้ กบ่ ริษทั X จาํ กดั ในต่างประเทศ โดยซือสินคา้ จากบริษทั ฉ. จาํ กดั ซึงเป็นผผู้ ลติ สินคา้ โดยบริษทั ฉ.จาํ กดั เป็นผ่านพิธีการทางศุลกากร .ขอ้ ใดตอ่ ไปนีผูจ้ า่ ยเงนิ ตอ้ งนาํ ส่งภาษมี ลู คา่ เพิม (1) บริษทั ก. จาํ กดั จ่ายค่าฝึ กอบรมให้แก่บริษทั ในประเทศสิงค์โปร์ เนืองจากการส่งพนกั งานของตนเองไปฝึ กอบรมใน ประเทศสิงค์โปร์ (2) บริษทั ข. จาํ กดั ส่งคา่ นายหนา้ ไปใหบ้ ริษทั ตวั แทนในตา่ งประเทศ เนอื งจากการรบั เป็นตวั แทนขายสินคา้ หรือใหบ้ ริการ ในต่างประเทศ (3) บริษทั ค. จ่ายชาํ ระค่าโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทีซือขาดจากบริษทั ในต่างประเทศ (4) บริษทั ง. จาํ กดั จ่ายค่าซ่อมแซมเครืองจกั รใหแ้ ก่บริษทั ในต่างประเทศ เนืองจากการซ่อมแซมเครืองจกั รนันในประเทศ ไทย *** .ขอ้ ความตอ่ ไปนีขอ้ ใดไม่ถูกตอ้ ง (1) ภาษซี ือสาํ หรบั กจิ กรรมกอ่ นเป็นผูป้ ระกอบการจดทะเบยี น แมจ้ ะไดร้ บั ภายหลงั จากทไี ดจ้ ดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพิมแลว้ กไ็ ม่มีสิทธินาํ มาเครดิตหกั ออกจากภาษีขาย (2) ภาษซี ืออาจนาํ มาใชเ้ ป็นเครดิตในเดือนภาษีถดั ไปไดไ้ ม่เกิน 6 เดือน (3) ภาษซี ือตามใบเพิมหนีหรือใบลดหนี ใหม้ ีสิทธินาํ ไปใชใ้ นการคาํ นวณภาษีมูลค่าเพิมในเดอื นภาษที ไี ดร้ บั เทา่ นัน (4) ภาษซี ือตามใบกาํ กบั ภาษแี บบเตม็ รูปเทา่ นันทสี ามารถนาํ มาใชเ้ ป็นเครดิตในการคาํ นวณภาษีมูลค่าเพิม .ขอ้ ใดตอ่ ไปนีเป็นผูม้ สี ิทธิออกใบกาํ กบั ภาษี (1) ผูป้ ระกอบการจดทะเบียนทีนาํ สินคา้ ของตนออกขายทอดตลาดผ่านตวั แทน (2) ผูป้ ระกอบการจดทะเบยี นในตา่ งประเทศทตี งั ตวั แทนประกอบกิจการในราชอาณาจกั ร

หน้า 462 2 (3) ผูป้ ระกอบการทีมีรายไดเ้ กิน 1.2 ลา้ นแต่มิไดจ้ ด ทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม (4) ผูป้ ระกอบการจดทะเบยี นทขี ายสินคา้ ใหแ้ กอ่ งคก์ ารสหประชาชาติ หรือสถานทตู .ขอ้ ใดตอ่ ไปนีไม่ถูกตอ้ งเกียวกบั การจดั ทาํ รายงานในระบบภาษมี ูลค่าเพิม (1) ตอ้ งจดั ทาํ ใหแ้ ลว้ เสร็จภายใน 15 วนั นบั แต่วนั ทีเกิดรายการ (2) การใชโ้ ปรแกรมสาํ เร็จรูป เช่น Lotus, Excel ให้ ถือว่าเป็นการจดั ทาํ รายงานโดยวิธีพิมพ์ (3) การจดั ทาํ รายงานดว้ ยระบบคอมพิวเตอร์ตอ้ งปฏิบตั ิตามหลกั เกณฑ์ของกรมสรรพากร (4) การไม่จดั ทาํ รายงานภาษีมูลค่าเพิมใหถ้ ูกตอ้ งอาจตอ้ งเสียเบียปรบั สองเทา่ .เดือนภาษีทีมีผลการจดั เกบ็ ภาษีอากรสูงกว่าประมาณการ เกินหมืนลา้ นบาท คือ (1) เดอื นเมษายน (2) เดอื นพฤษภาคม ขอ้ สอบเกา่ ขา้ ม (3) เดอื นมถิ นุ ายน (4) เดอื นกรกฎาคม .ภาษีทีจดั เกบ็ ไดม้ ากทีสุด ไดแ้ ก่ (1) ภาษีมูลค่าเพิม (2) ภาษีมูลค่าเพิม, ภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คล (3) ภาษีมูลค่าเพิม, ภาษเี งนิ ไดบ้ คุ คลธรรมดา (4) ภาษีมูลค่าเพิม, ภาษีธุรกิจเฉพาะ 150. “เจา้ หนา้ ทีรับเงินชาํ ระภาษีอากร” คือเจา้ หนา้ ทีในระดบั (1) ระดบั ขึนไป (2) ระดบั ขึนไป (3) ระดบั (4) ระดบั ขึนไป .ประกอบการรายยอ่ ยไม่จาํ เป็นตอ้ งออกใบกาํ กบั ภาษีทุกครังทีขายสินคา้ หรือใหบ้ ริการ เวน้ แตผ่ ซู้ ือจะรอ้ งขอ จะตอ้ งเป็น ผูป้ ระกอบการที (1) มมี ลู คา่ ของฐานภาษไี มถ่ งึ , บาทตอ่ เดอื น และการขายหรือใหบ้ ริการตอ่ ครังไมเ่ กนิ , บาท (2) มมี ลู คา่ ของฐานภาษไี มถ่ งึ , บาทตอ่ เดอื น และการขายหรือใหบ้ ริการตอ่ ครังไมเ่ กนิ บาท (3) มมี ลู คา่ ของฐานภาษไี มถ่ งึ , บาทตอ่ เดอื น และการขายหรือใหบ้ ริการต่อครังไมเ่ กนิ บาท (4) มมี ลู คา่ ของฐานภาษไี มถ่ งึ , บาทตอ่ เดอื น และการขายหรือใหบ้ ริการตอ่ ครังไมเ่ กนิ บาท . พนั ธกจิ (MISSION) ทีสาํ คญั ของกรมสรรพากร คือ (1) จดั เกบ็ ภาษีใหไ้ ดต้ ามประมาณการ (2) เสนอแนะการใชน้ โยบายภาษีอากรเพือช่วยพฒั นาเศรษฐกิจและสังคม และช่วยสนบั สนุนการแข่งขนั ของประเทศ (3) ใหบ้ ริการ และสร้างความสมคั รใจการเสียภาษี

หนา้ 463 3 (4) ถูกทุกขอ้ (5) . การทาํ ลายเอกสารสามารถทาํ ได้ ดงั นี (1) ฉีกแลว้ ทิงถงั ขยะ (2) เผาทิง (3) ยอ่ ยสลายดว้ ยเครือง (4) การเผา, การตม้ , การตดั , การยอ่ ยสลาย, การบดอดั และวธิ ีอืน ๆ ทไี มส่ ามารถอา่ นเอกสารเป็นเรืองราวได้ . แผนปฏิรูปกรมสรรพากร ประกอบดว้ ย (1) แผนปฏริ ูปงานจดั เกบ็ และแผนพฒั นาบคุ ลากร (2) แผนปฏริ ูปงานจดั เกบ็ , แผน E-Revenue, แผนพฒั นาบคุ คลากร และปฏริ ูปองคก์ ร (3) เพิมประสิทธิภาพ และสร้างความสมคั รใจ (4) เกบ็ ภาษใี หท้ วั ถึง เป็นธรรม โปร่งใส . สิทธิประโยชนท์ ี “ผูป้ ระกอบการส่งออกทีดีของกรมสรรพากร” ไดร้ บั คอื วนั (1) ยนื แบบ ภพ. ผา่ นเครือขา่ ยอนิ เตอร์เนต็ จะไดร้ บั คนื ภาษมี ลู คา่ เพิมภายใน วนั (2) ยนื แบบ ภพ. ผา่ นเครือขา่ ยอนิ เตอร์เนต็ จะไดร้ บั คนื ภาษมี ลู คา่ เพิมภายใน วนั และกรณียนื แบบ ภพ. ณ (3) ยนื แบบ ภพ. ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะไดร้ บั คนื ภาษมี ลู คา่ เพมิ ภายใน วนั และกรณียนื แบบ ภพ. ณ สาํ นักงานสรรพากรพืนทีสาขา จะไดร้ ับการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิมภายใน วนั (4) ยนื แบบ ภพ. ผา่ นเครือขา่ ยอนิ เตอร์เนต็ จะไดร้ บั คนื ภาษมี ลู คา่ เพิมภายใน สาํ นักงานสรรพากรพืนทีสาขา จะไดร้ ับการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิมภายใน วนั .สิทธิประโยชนท์ ี “ผูส้ ่งออกขนึ ทะเบียนของกรมสรรพากร” ไดร้ บั คอื วนั ณ (1) ยนื แบบ ภพ. ผา่ นเครือขา่ ยอนิ เตอร์เนต็ จะไดร้ บั คนื ภาษมี ลู คา่ เพิมภายใน วนั ณ (2) ยนื แบบ ภพ. ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะไดร้ ับคืนภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน วนั และกรณียนื แบบ ภพ. (3) ยนื แบบ ภพ. ผา่ นเครือขา่ ยอนิ เตอร์เนต็ จะไดร้ บั คนื ภาษมี ลู คา่ เพิมภายใน วนั และกรณียนื แบบ ภพ. สาํ นักงานสรรพากรพืนทีสาขา จะไดร้ ับการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิมภายใน วนั (4) ยนื แบบ ภพ. ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะไดร้ ับคืนภาษีมูลค่าเพมิ ภายใน สาํ นักงานสรรพากรพืนทีสาขา จะไดร้ ับการคืนเงินภาษีมูลค่าเพิมภายใน วนั .บริษทั ก. เป็นนติ บิ คุ คลในไทย ไดย้ มื ตวั นาย A ผูเ้ ชยี วชาญชา่ งเทคนคิ จากประเทศญปี ่ นุ มาชว่ ยฝึ กสอนคนไทย ทางเทคนิคใน ตาํ แหนง่ ผเู้ ชยี วชาญชา่ งเทคนคิ และไดร้ บั เงนิ เดอื นและคา่ ตอบแทนจากบริษทั ไทยทังปี ขณะเดยี วกนั กม็ เี งนิ ไดท้ ปี ระเทศญปี ุ่นดว้ ย (1) นาย A จะตอ้ งยนื แบบ ภ.ง.ด.91 จากเงินไดใ้ นประเทศไทย (2) นาย A จะตอ้ งยนื แบบ ภ.ง.ด.91 แตต่ อ้ งถกู บริษทั ในไทยหกั ภาษี ณ ทจี า่ ยไว้ (3) นาย A จะตอ้ งยนื แบบ ภ.ง.ด.91 จากเงินไดใ้ นประเทศไทย และเงินไดจ้ ากประเทศญีป่ นุ (4) นาย A ไม่ตอ้ งยนื แบบเสียภาษีเงินไดเ้ ลย และไม่ตอ้ งถูกหักภาษี ณ ทีจ่าย

หน้า 464 4 .ผูท้ ไี มม่ หี นา้ ทเี สียภาษเี งนิ ไดน้ ติ บิ คุ คลไดแ้ ก่ ขอ้ สอบเก่า (1) มูลนิธิ (2) กิจการร่วมคา้ (3) สมาคม (4) ตลาดหลกั ทรพั ยแ์ ห่งประเทศไทย .บริษทั ประกอบกิจการโรงพยาบาล มีรายไดด้ งั นี 1. รายไดจ้ ากการใหบ้ ริการดา้ นอาหารและนาํ ดืมแก่ผูป้ ่ วย 2. รายไดค้ ่านมผงเลียงเด็กทารกแรกเกิดหรือเดก็ เลก็ ขณะพกั หลงั มารดาคลอด 3. รายไดจ้ ากการขายนมผงของแผนกเดก็ ทขี ายใหบ้ คุ คลทัวไป ถามว่ารายไดต้ ามขอ้ ใดตอ้ งเสียภาษีมูลค่าเพิม (1) ขอ้ .1 (2) ขอ้ .2 (3) ขอ้ .3 (4) ทงั ขอ้ .คณุ สมบตั ขิ องสาํ นกั งานบญั ชตี วั แทนทเี ป็นนติ บิ คุ คลตามกฎหมายไทย (1) เป็นผทู้ าํ บญั ชีตามมาตรา 7(6) แห่งพระราชบญั ญตั กิ ารบญั ชี และมีประสบการณ์ในการทาํ บญั ชีไมน่ ้อยกวา่ 5 ปี และ เป็นตวั แทนของผมู้ ีหน้าทีเสียภาษีไม่นอ้ ยกว่า 30 ราย ณ วนั ทีขออนญุ าต (2) เป็นผทู้ าํ บญั ชีตามมาตรา 7(6) แห่งพระราชบญั ญตั กิ ารบญั ชี และมีประสบการณ์ในการทาํ บญั ชีไมน่ ้อยกวา่ 5 ปี และ เป็นตวั แทนของผมู้ ีหน้าทีเสียภาษีไม่นอ้ ยกว่า 100 ราย ณ วนั ทขี ออนุญาต (3) เป็นผทู้ าํ บญั ชีตามมาตรา 7(6) แห่งพระราชบญั ญตั กิ ารบญั ชี และมีประสบการณ์ในการทาํ บญั ชีไมน่ ้อยกวา่ 10 ปี และ เป็นตวั แทนของผมู้ ีหน้าทีเสียภาษีไม่นอ้ ยกว่า 50 ราย ณ วนั ทีขออนญุ าต (4) เป็นผทู้ าํ บญั ชีตามมาตรา 7(6) แห่งพระราชบญั ญตั กิ ารบญั ชี และมีประสบการณ์ในการทาํ บญั ชีไมน่ ้อยกวา่ 10ปี และ เป็นตวั แทนของผมู้ ีหน้าทีเสียภาษีไม่นอ้ ยกว่า 100 ราย ณ วนั ทขี ออนุญาต .การขายสินคา้ ในขอ้ ใดไม่ไดร้ ับการยกเวน้ ภาษีมูลค่าเพิม (1) เชือจุลนิ ทรียเ์ พอื ใชบ้ าํ บดั นําเสีย (2) วารสารของสมาคมวิชาชีพ (3) การขายอปุ กรณ์และฟิ ล์มเอกซเรยข์ องสถานพยาบาล (4) ผิดทุกขอ้ .สาระสาํ คญั ของใบกาํ กบั ภาษีใดทีตอ้ งพิมพ์จากโรงพิมพ์ (1) คาํ ว่า ใบกาํ กบั ภาษ,ี มลู คา่ สินคา้ ,ภาษีมูลค่าเพิม,เลขประจาํ ตวั ผูเ้ สียภาษี (2) คาํ ว่า ใบกาํ กบั ภาษ,ี ชือทีอย,ู่ เลขประจาํ ตวั ผูเ้ สียภาษีของผูอ้ อก,เอกสารออกเป็นชุด (3) คาํ ว่า ใบกาํ กบั ภาษ,ี เอกสารออกเป็นชุด,มูลค่าสินคา้ ,ภาษีมูลค่าเพิม (4) ไม่มีขอ้ ถูก .คาํ วา่ “ขาย” ตามมาตรา 77/1(8) หมายถงึ (1) การแจกสินคา้ แก่ลูกคา้ (2) การใหร้ างวลั แก่พนกั งาน

หนา้ 465 5 (3) การบริจาคสินคา้ ใหส้ ถานทีราชการ (4) ถูกทุกขอ้ .เมือไดท้ าํ การยดึ หรืออายดั ทรัพยส์ ินทีไดร้ ับอนุมตั ิให้ทาํ การยดึ หรืออายดั เสร็จสิ นแลว้ ใหด้ าํ เนินการขออนุมตั ขิ าย ทอดตลาด ภายในเวลาเทา่ ใด (1) 15 วนั นบั แตม่ คี าํ สัง (2) 15 วนั นับแต่ทาํ การยดึ หรืออายดั เสร็จสิน (3) 30 วนั นับแต่มีคาํ สัง (4) 45 วนั นับแต่ทาํ การยดึ หรืออายดั เสร็จสิน .การเร่งรัดจดั เกบ็ ภาษีอากรคา้ งจากบุคคลธรรมดา กรณีทีผูม้ ีหน้าทีหัก ณ ทีจ่าย ตามประมวลรัษฎากรมิไดห้ กั หรือนาํ ส่งหรือหกั แต่นาํ ส่งไมค่ รบถว้ น ขอ้ ความใดถูกตอ้ ง (1) ใหท้ าํ การเร่งรัดจัดเกบ็ ภาษีอากรคา้ ง จากผมู้ หี นา้ ทเี สียภาษีตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร (2) ใหท้ าํ การเร่งรัดจดั เกบ็ ภาษีอากรคา้ ง จากผูม้ ีหน้าทีหกั ภาษี ณ ทีจ่าย ไดแ้ ต่ยดึ อายดั ทรัพยส์ ินของผูม้ ีหนา้ ที หกั ณ ทีจ่าย ไม่ได้ (3) ใหท้ าํ การเร่งรัดจดั เกบ็ ภาษีอากรคา้ ง จากผูม้ ีหน้าทีหกั ภาษี ณ ทีจ่าย นัน ตลอดจนยดึ หรืออายดั และขายทอดตลาด ทรัพยส์ ิน ตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร ได้ (4) ใหท้ าํ การเร่งรัดจัดเกบ็ ภาษีอากรคา้ ง จากผูม้ ีหน้าทีหกั ภาษี ณ ทีจ่าย แต่ยดึ อายดั และขายทอดตลาด ทรัพยส์ ินตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากร ของผเู้ สียภาษี .แบบแสดงรายการเสียภาษีเงินไดท้ ีห้ามผ่อนชาํ ระ ตามระเบียบกรมสรรพากร ว่าดว้ ยการผ่อนชาํ ระภาษีอากร พ.ศ. 2545 (1) ภ.ง.ด.91 (2) ภ.ง.ด.90 (3) ภ.ง.ด.51 (4) ภ.ง.ด.50 .ปัจจุบนั ระเบยี บสาํ นักนายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการพสั ดุุ พ.ศ. และทีแกไ้ ขเพิมเตมิ ระเบียบสานกั นายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยการ พสั ดุดว้ ยวิธีการทางอิเลก็ ทรอนิกส์ พ.ศ. กาํ หนดวิธีซือและวิธีจา้ ง ใหก้ ารซือหรือการจา้ งกระทาํ ไดก้ ีวิธี (1) วธิ ี (2) วธิ ี (3) วธิ ี (4) วธิ ี 167. ตามพระราชบญั ญตั ิการจัดซือจัดจา้ งและการบริหารพสั ดภุ าครัฐ พ.ศ. 2560 กาํ หนดวิธีซือและวิธีจา้ ง ใหก้ ารซือหรือการจา้ ง กระทาํ ไดก้ ีวิธี (1) วธิ ี (2) วธิ ี

หนา้ 466 6 (3) วธิ ี (4) วธิ ี .แบบคาํ สังทีถูกตอ้ งตามระเบียบสาํ นกั นายกรัฐมนตรีว่าดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ. ใหม้ ีการระบุวนั ทีออกคาํ สังอยา่ งไร (1) สัง ณ วนั ที ธนั วาคม พ.ศ. (2) สัง ณ วนั ที เดอื นธนั วาคม พ.ศ. (3) สัง ณ วนั ที ธนั วาคม (4) สัง ณ วนั ที ธนั วาคม พุทธศกั ราช .อายกุ ารเกบ็ รักษาแบบ ภ.ง.ด. , ภ.ง.ด. , ภ.ง.ด. และ ภ.ง.ด. ทไี ดม้ กี ารถ่ายเอกสารเก็บไวต้ ามระบบไมโครฟิ ลม์ หรือ ระบบ Image Processing แลว้ (1) ปี (2) ปี (3) ปี (4) ปี .ผถู้ ูกตรวจสอบยนั หมายความวา่ บคุ คลใด (1) ผูซ้ ือสินคา้ หรือผูร้ บั บริการจากผปู้ ระกอบการจดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพิมทอี อกใบกาํ กบั ภาษี (2) ผูป้ ระกอบการจดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพิมทีออกใบกาํ กบั ภาษีใหแ้ ก่ผูซ้ ือสินคา้ หรือรบั บริการ (3) ถูกทงั ขอ้ ( ) และ ( ) (4) ผดิ ทงั ขอ้ ( ) และ ( ) .การตรวจสภาพกิจการมีเกณฑ์ประเมินความเหมาะสมและความน่าเชือถือของผปู้ ระกอบการเป็นกีระดบั (1) ระดบั (2) ระดบั (3) ระดบั ขอ้ สอบเกา่ ขา้ ม (4) ระดบั .การหกั ภาษี ณ ทีจ่าย บริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนติ บิ คุ คลทตี งั ขึนตามกฎหมายของตา่ งประเทศ ประกอบกจิ การในประเทศไทย โดยมิไดม้ สี าํ นักงานสาขาตงั อยู่เป็นการถาวรในประเทศไทย อตั ราภาษีร้อยละ (1) (2) (3) (4) .ระเบียบกรมสรรพากรว่าดว้ ยการรับเงินภาษีอากรเป็นเชค็ พ.ศ. กาํ หนดใหก้ รณีทีเช็คของผูเ้ สียภาษีอากรรายใดขดั ขอ้ งและ ยงั เรียกเกบ็ เงินไม่ได้ ให้ (1) ห้ามรับเช็คฉบบั ใหม่ จนกว่าจะเรียกเกบ็ เงินตามเชค็ ฉบบั นันไดค้ รบถว้ นแลว้ (2) หา้ มรับเชค็ ฉบบั ใหม่ จนกวา่ จะขอผ่อนชาํ ระตามระเบียบว่าดว้ ยการผอ่ นชาํ ระแลว้

หนา้ 467 7 (3) ใหอ้ ยใู่ นดุลพินิจของสรรพากรอาํ เภอ หรือหวั หนา้ ฝ่ ายอากรและชาํ ระภาษผี ่านธนาคาร กองคลงั แลว้ แต่กรณีทีจะ พิจารณางดรับเชค็ ชาํ ระภาษีอากรของผเู้ สียภาษีอากรรายนันในคราวตอ่ ไป (4) ขอ้ ( ) และ ( ) ถูก .กรณีบริษทั หรือ หา้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคลถูกหักภาษี ณ ทีจ่าย ตามมาตรา เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ใหย้ นื ขอคืนภาษีภายใน กาํ หนดเวลา (1) ปี นบั แต่วนั สุดทา้ ยแห่งปี ซึงไดถ้ ูกหกั ภาษีเกินไป (2) ปี นับแต่วนั สุดทา้ ยแห่งกาํ หนดเวลายนื รายการภาษตี ามทกี ฎหมายกาํ หนด (3) ปี นบั แต่วนั สุดทา้ ยแห่งกาํ หนดเวลายนื รายการภาษีตามทีกฎหมายกาํ หนด เวน้ แต่ในกรณีทีผูข้ อคืนยนื รายการเมือพน้ เวลาทกี ฎหมายกาํ หนด หรือยนื ภายในเวลาทรี ฐั มนตรีหรืออธบิ ดขี ยายหรือเลอื นออกไป ใหย้ นื ขอคนื ภายใน ปี นบั แตว่ นั ทไี ดย้ นื รายการ (4) ปี นบั แต่วนั สุดทา้ ยแห่งกาํ หนดเวลายนื รายการภาษีตามทีกฎหมายกาํ หนด เวน้ แต่ในกรณีทีผูข้ อคืนยนื รายการเมือพน้ กาํ หนดเวลาทกี ฎหมายกาํ หนด หรือยนื ภายในเวลาทรี ฐั มนตรีหรืออธบิ ดขี ยายหรือเลอื นออกไป ใหย้ นื ขอคนื ภายใน ปี นบั แต่ วนั ทไี ดย้ นื รายการ หรือในกรณีทผี ูข้ อคนื อทุ ธรณ์การประเมนิ หรือเป็นคดใี นศาล ใหข้ อคนื ภายใน ปี นบั แตว่ นั ทไี ดร้ บั แจง้ คาํ วินิจฉัยอุทธรณ์ หรือนบั แต่วนั ทีมีคาํ พิพากษาถึงทีสุดแลว้ แต่กรณี .การแจง้ ยา้ ยสถานประกอบการทีมิใช่สาํ นกั งานใหญ่ ใหแ้ จง้ การเปิ ดสถานประกอบการแห่งใหม่ก่อนวนั เปิ ดไม่น้อยกว่า วนั เพอื ขอรบั ใบทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพิม สาํ หรบั สถานประกอบการแหง่ ใหม่ พรอ้ มกบั คนื ใบทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพิมของสถาน ประกอบการเดิม ณ (1) สถานทที ไี ดจ้ ดทะเบยี นภาษมี ลู ค่าเพิมไว้ (2) สาํ นักงานสรรพากรพืนทใี นทอ้ งทที สี ถานประกอบการแหง่ ใหมต่ งั อยู่ (3) สาํ นักงานสรรพากรพืนทสี าขาในทอ้ งทที สี ถานประกอบการแห่งใหมต่ ังอยู่ (4) ถูกทุกขอ้ .ผูป้ ระกอบการจดทะเบียนประสงค์จะหยดุ ประกอบกิจการชัวคราวเป็นเวลาตดิ ต่อกนั เกนิ กวา่ วนั ใหผ้ ปู้ ระกอบการจด ทะเบียนแจง้ การหยดุ ประกอบกิจการชวั คราว ณ (1) สถานทที ไี ดจ้ ดทะเบยี นภาษมี ลู คา่ เพิมไว้ (2) สาํ นักงานสรรพากรพืนทใี นทอ้ งทที สี ถานประกอบการตงั อยู่ (3) สาํ นักงานสรรพากรพืนทสี าขาในทอ้ งทที สี ถานประกอบการตงั อยู่ (4) ถูกทุกขอ้ .หน้าทีการทาํ งานหลกั ของโปรแกรม Transection Control Log and Account คอื อะไร (1) ควบคุมแบบแสดงรายการ แบบคาํ ร้องคาํ ขอ และแบบอืนๆ รวมทังควบคุมหนังสือแจง้ การประเมินหรือ แจง้ คืนเงิน ภาษีอากร (2) การควบคุมรายงานการจดั เกบ็ ภาษีอากรทีไดร้ ับจากหน่วยงานภายนอก (3) สืบคน้ ขอ้ มลู การรบั แบบตา่ ง ๆ (4) ถูกทงั ( ) และ ( )

หน้า 468 8 .ผูม้ ีหน้าทีเสียภาษีตามแนวทางปฏิบตั ิในการยนื คาํ ขอเป็น สาํ นักงานบญั ชีตวั แทน หมายถงึ ใคร (1) ผูม้ ีหน้าทียนื แบบแสดงรายการภาษีทุกประเภทภาษี, ผูม้ ีหน้าทีชาํ ระภาษี และ ผมู้ ีหน้าทีหกั ภาษี ณ ทีจ่าย (2) ผูม้ หี นา้ ทียนื แบบแสดงรายการภาษีทกุ ประเภทภาษี, ผูม้ หี นา้ ทีนาํ ส่งภาษี และ ผูม้ หี นา้ ทีหกั ภาษี ณ ทีจ่าย (3) ผูม้ หี นา้ ทยี นื แบบแสดงรายการภาษที กุ ประเภทภาษี และ ผูม้ หี นา้ ทหี กั ภาษี ณ ทจี ่าย (4) ผูม้ ีหน้าทียนื แบบแสดงรายการภาษี, ผูม้ ีหน้าทีชาํ ระภาษี และ ผมู้ ีหน้าทีหกั ภาษี ณ ทีจ่าย .การประเมินภาษีใดสามารถกระทาํ ไดโ้ ดยไม่ตอ้ งออกหมายเรียกตามประมวลรัษฎากร (1) ประเมินตามมาตรา ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร (2) ประเมินตามมาตรา แห่งประมวลรัษฎากร (3) ประเมินภาษีมูลค่าเพิม (4) ถูกทุกขอ้ .ผปู้ ระกอบกิจการประเภทใดทีมีสิทธิแจง้ ต่ออธิบดีกรมสรรพากรเพือขดจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิมได้ (1) กจิ การสถานพยาบาล (2) กจิ การใหบ้ ริการขนส่ง (3) กจิ การขายหนังสือตาํ ราเรียน (4) กิจการใหบ้ ริการเช่าอสังหาริมทรัพย์ .การเพิกถอนการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิม ใหม้ ผี ลตงั แต่เมอื ใด (1) วนั ทมี ีคาํ สังเพิกถอนการจดทะเบียน (2) วนั ทผี ูป้ ระกอบการจดทะเบยี นไดร้ บั แจง้ การเพกิ ถอนเป็นหนงั สือ (3) วนั ถดั จากวนั ครบกาํ หนด วนั นบั แตว่ นั ไดร้ บั แจง้ การเพกิ ถอนเป็นหนงั สือ (4) วนั ถดั จากวนั ครบกาํ หนด วนั นบั แตว่ นั ทไี ดร้ บั แจง้ การเพกิ ถอนเป็นหนงั สือ .จาํ นวนเงนิ รางวลั “ใบกาํ กบั ภาษีมีรางวลั ” ต่อครัง ตงั แตว่ นั ที สิงหาคม มมี ลู คา่ เทา่ ใด (1) , บาท (2) , , บาท (3) , , บาท ขอ้ สอบเกา่ ขา้ ม (4) , , บาท .ในกรณีที บิดา มารดา ค่สู มรส บุตร ของเจ้าหน้าทีสังกดั สาํ นักงานสรรพากรพืนทีสาขา ... ถึงแก่กรรมหากจะส่งพวงหรีด สวสั ดกิ ารไปเคารพศพ ตอ้ งใหข้ อ้ ความในพวงหรีดวา่ อยา่ งไร (1) สรรพากรพืนทสี าขา ... (2) สรรพากรภาค ... (3) อธิบดีกรมสรรพากร (4) กรมสรรพากร .บริษทั ก ยนื แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิม เพมิ เติม (ยนื เมือพน้ กาํ หนดเวลายนื แบบ) ชาํ ระภาษีพร้อมเบียปรับและเงินเพิม ต่อมากรมสรรพากรไดอ้ นุมตั ิให้งดเบียปรับ บริษทั ก จะตอ้ งยนื คาํ ร้องขอคนื เบียปรับกรณีดงั กล่าวภายในกาํ หนดเวลาใด (1) ภายใน ปี นบั แต่วนั ทีไดย้ นื รายการ

หน้า 469 9 (2) ภายใน ปี นบั แตว่ นั ทไี ดร้ บั อนมุ ตั ใิ หง้ ดเบียปรับ (3) ภายใน ปี นบั แต่วนั พน้ กาํ หนดเวลายนื แบบ (4) ภายใน ปี นบั แต่วนั ทีไดย้ นื รายการ .ในกรณีทบี ริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิตบิ คุ คลเลกิ หากผูช้ าํ ระบญั ชแี ละผจู้ ดั การไมแ่ จ้งใหเ้ จา้ พนกั งานทราบการเลกิ ของบริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิตบิ คุ คล ภายใน วนั นบั แตว่ นั ทเี จา้ พนกั งานรบั จดทะเบยี นเลกิ เจา้ พนกั งานประเมนิ อาจสังใหบ้ ริษทั หรือหา้ ง หุน้ ส่วนนติ บิ คุ คลนนั เสียเงินเพมิ ขึนอีกเท่าใด (1) ร้อยละ . ต่อเดือนของภาษีทีตอ้ งเสีย (2) ร้อยละ ของภาษีทีตอ้ งเสีย (3) เทา่ ของจาํ นวนภาษีทตี อ้ งเสีย (4) เท่าของจาํ นวนภาษีทตี อ้ งเสีย .การลงโทษวินยั กรณีทาํ ผิดวินยั อยา่ งไมร่ ้ายแรง ตามมาตรา 103 และการลงโทษวินยั กรณีกระทาํ ผิดวินยั อยา่ งร้ายแรง ตามมาตรา 104 ไดแ้ ก่ (1) ตกั เตือน , ภาคทณั ฑ์ , ตดั เงินเดือน , ลดขนั เงินเดือน , ปลดออก (2) ปลดออก , ภาคทณั ฑ์ , ตดั เงินเดือน , ตกั เตือน , ลดขนั เงินเดือน (3) ภาคทณั ฑ์ , ตดั เงินเดือน , ลดขนั เงินเดือน , ปลดออก , ไล่ออก (4) ตกั เตือน , ไล่ออก , ปลดออก , ภาคทณั ฑ์ , ตดั เงินเดือน .การบญั ชีตามเกณฑ์คงคา้ งจะช่วยวางกรอบในการผลิตขอ้ มูลทางการเงินเพือนนาํ ไปใชใ้ นการประเมินผลการบริหารจดั การ สินทรัพย์ การบนั ทึกตน้ ทุนผลผลิตและบริการ และการควบคุมดูแลผลผลิตซึงเป็น ขอ้ มูลสาํ คญั ในการตดั สินใจจดั สรรทรัพยากร หลกั เกณฑ์การกาํ หนดตวั ชีวดั ผลสาํ เร็จของผลผลิต ประกอบดว้ ย (1) ตวั ชีวดั เชิงปริมาณ, ตวั ชีวดั เชิงคุณภาพ, เปรียบเทยี บผลผลติ ทเี กดิ ขึนจริงกบั มาตรฐานทีกาํ หนด, เปรียบเทยี บผลผลติ ที เกดิ ขึนจริงกบั เป้ าหมายทีตอ้ งการใหเ้ กิด (2) ตวั ชีวดั เชิงเวลา, ตวั ชีวดั เชงิ ตน้ ทนุ , วดั ผลผลติ ทเี กดิ ขึนจริงกบั ผลทีเคยไดใ้ นปี ทีผ่านมา, วดั ผลผลติ ทเี กดิ ขึนจริงกบั เป้ าหมายทีตอ้ งการใหเ้ กิด (3) วดั ผลผลติ ทเี กดิ ขึนจริงเปรียบเทยี บกบั มาตรฐานทกี าํ หนดไว,้ วดั ผลผลติ ทเี กดิ ขึนจริงเปรียบเทยี บผลทเี คยทาํ ไดใ้ นปี ที ผ่านมา,วดั ผลผลติ ทเี กดิ ขึนจริงเปรียบเทยี บกบั เป้ าหมายทตี อ้ งการใหเ้ กดิ (4) ตวั ชีวดั เชิงปริมาณ, ตวั ชีวดั เชิงคุณภาพ, ตวั ชีวดั เชิงเวลา, ตวั ชีวดั เชงิ ตน้ ทนุ

หนา้ 470 ขอ สอบชดุ ท่ี 9 เสรจ็ พรอ มกนั วนั ท่ี 28 กนั ยายน 2561 จติ อาสาปน โตฯ กลมุ 5 ทําขอ 68-84 68. ระบบบรหิ ารกิจการบา นเมอื งและสังคมที่ดี หมายถงึ หลกั ธรรมาภบิ าล” หรืออาจเรียกวา “การบรหิ ารกจิ การ บานเมืองท่ีดี” ซ่ึงรูจักกันในนาม “Good Governance” นั้น เปนหลักการเพ่ือการอยูรวมกันในบานเมืองและ สังคมอยางมคี วามสงบสุข สามารถประสานประโยชนและคลี่คลายปญหาขอขัดแยงโดยสันติวิธีและพัฒนาสังคมให มีความย่ังยืน แตหากพิจารณาตามความหมายท่ีทางสถาบันวิจัยเพ่ือการพัฒนาประเทศ หรือ TDRI ไดให ความหมายไวพ บวา “ธรรมาภบิ าล” มาจากคาํ วา“ธรรม” (แปลวา คุณความดี) รวมกับคําวา “อภิ” (แปลวา ย่ิง) และคําวา “บาล” (แปลวา ปกครองหรือเล้ียงดู) ดังน้ันคําวา “ธรรมาภบิ าล” จึงหมายถึง การบริหารหรือการ ปกครองท่ีมีความถูกตอง มีความยุติธรรม และมีคุณความดีอยางย่ิง ซ่ึงตรงกับคําภาษาอังกฤษวา “Good governance” (1) การพัฒนาประสิทธิภาพการใหบริการ เพื่อใหประชาชนพึงพอใจ (2) การดําเนินกิจกรรมภาครัฐ เพื่อใหประชาชนอยูรวมกันอยางสันติ (3) แนวทางการบรหิ ารจัดการเพอ่ื ใหสังคมของประเทศ ทง้ั ภาครฐั ภาคธรุ กิจ และภาคประชาชนอยู รว มกนั ไดอยา งสงบสขุ มีโอกาสทจ่ี ะเกดิ ความเจริญอยา งยงั่ ยนื (4) การพัฒนาโครงสรางและกระบวนการตาง ๆ ของสังคม เพื่อใหอยูรวมกันอยางสงบ เฉลย (3) 69. กรมสรรพากรกําหนดตัวชี้วัด (KPIs) การคืนเงินภาษีมูลคาเพิ่ม กรณียื่นแบบทาง Internet ไดอยางไร ระยะเวลาการคนื ภาษีมลู คา เพม่ิ (กรณยี น่ื แบบฯ ขอคนื ภายในกาํ หนดเวลา) 1. ผูป ระกอบการสงออกท่ดี ี 1.1. ย่ืนแบบ ภ.พ.30 ผา นทาง Internet ภายใน 15 วนั นับแตวนั ที่ยืน่ แบบฯ 1.2. ยน่ื แบบ ภ.พ.30 ผา นทางสานักงานสรรพากรพน้ื ทส่ี าขา ภายใน 45 วัน นับแตว ันยน่ื แบบฯ 2. ผูส ง ออกขนึ้ ทะเบียน 2.1. ยนื่ แบบ ภ.พ.30 ผานทาง Internet ภายใน 30 วัน นับแตว ันทย่ี ื่นแบบฯ 2.2. ยน่ื แบบ ภ.พ.30 ผา นทางสานักงานสรรพากรพน้ื ทส่ี าขา ภายใน 60 วัน นับแตว ันยน่ื แบบฯ 3. ผปู ระกอบการทว่ั ไป ภายใน 90 วนั นับแตวันทย่ี น่ื แบบฯ (1) ภายใน 45 วัน กรณีเปน ผสู ง ออกทดี่ ี (2) ภายใน 30 วัน กรณีเปน ผูสงออกที่ดี (3) ภายใน 15 วัน กรณเี ปน ผูสงออกทด่ี ี และ 30 วนั กรณเี ปน ผสู งออกขน้ึ ทะเบียน (4) ภายใน 60 วัน กรณเี ปน ผสู งออกทีด่ ี เฉลย (3)

หน้า 471 70. กรมสรรพากรกําหนดตัวชี้วัด (KPIs) การจดทะเบยี นภาษีมูลคาเพิ่ม หรือธุรกิจเฉพาะ (สําหรับใบทะเบียนจะ สง ตามในภายหลงั ) ไดอยา งไร (1) ไมเ กนิ 60 นาที (2) ไมเ กนิ 45 นาที (3) ไมเ กนิ 30 นาที (4) ไมเ กนิ 15 นาที เฉลย (3) ถกู ตอ งแลว 71. ระบบบรกิ ารขอมลู ภาษีสรรพากรทางอิเล็กทรอนิกส (Interactive Call Center) เพื่อใหการบริการผูเสีย ภาษี / ประชาชนสอบถามขอ มลู ภาษสี รรพากร ใหม คี ําตอบมาตรฐานเดียวกนั จะเรม่ิ ในป พ.ศ. ใด (1) พ.ศ. 2548 (2) พ.ศ. 2549 (3) พ.ศ. 2550 (4) พ.ศ. 2551 เฉลย (1) ถกู ตองแลว 72. กรมสรรพากรกาํ หนดใหท กุ หนว ยงานของกรม ฯ ทาํ งานดว ยระบบ Electronic เมอ่ื ใด (1) พ.ศ. 2547 (2) พ.ศ. 2549 (3) พ.ศ. 2550 (4) พ.ศ. 2551 เฉลย (4) ถูกตองแลว 73. เลขระบเุ อกสาร (Unique Identification Document : UID) ในระบบ TCL หมายความวาอยา งไร (1) ตัวเลขที่ระบบฯ กําหนดขึ้นเพื่อใชอางอิงหรือคนหารายการขอมูล มี 5 สวน จํานวน 25 หลัก (2) ตัวเลขท่ีระบบฯ กําหนดข้ึนสําหรับการเก็บหรือคนหาเอกสารท่ีผานการบันทึกขอมูลในระบบฯ มี 10 สว น จาํ นวน 42 หลกั (3) ตัวเลขที่ระบบฯ กําหนดขึ้นเพื่อใชอางอิงหรือคนหาขอมูลใบแจงการคางชําระภาษีอากร หนังสือแจงการ ประเมนิ ภาษอี ากร เปน ตน มี 5 สว น จาํ นวน 31 หลกั (4) ตัวเลขที่ระบบฯ กําหนดขึ้นเพื่อใชในการจัดชุดเอกสาร เฉลย (1) ถูกตองแลว

หน้า 472 74. การจัดทําทะเบียนคุมรายการและจดั ทําบัญชีดวยระบบคอมพิวเตอร กรณีไฟฟาขัดของหรือไมสามารถใชระบบ ฯ ได ขอ ใดดาํ เนินการไมถ กู ตอง การจัดทําทะเบียนคุมรายการ กรณีไฟฟาขัดของ หรือไมสามารถใชระบบได หนวย จดั เก็บใดท่ีไฟฟา ขดั ขอ ง หรือไมสามารถใชร ะบบฯ ได เชน มีอุทกภัย อัคคีภัย หรือภัยอืน่ ท่ที ําใหร ะบบฯ ขัดของ ให ดาํ เนนิ การดงั น้ี 3.1 ออกใบเสรจ็ รบั เงนิ โดยการเขียน (บ.ช.10) 3.2 เมอ่ื สน้ิ วันทาํ การ ใหร วบรวมแบบแสดงรายการภาษแี ละแบบคาํ ขอ จดั ทาํ รายงาน การออกใบเสร็จรับเงิน (บ.ช.1) งบหนาประเภทภาษีอากรประจาวนั (บ.ช.5) แลวตรวจสอบจานวนแบบฯ จานวนใบเสร็จรับเงิน และจานวนเงนิ ใหถ กู ตอ งตรงกัน 3.3 จัดทาํ แบบ บ.ช.1 ข้ึน 1 ชุด จํานวน 2 ฉบับ ระบุประเภทแบบ จํานวนแบบ และจํานวนเงิน ท่ีรับชําระ ท้ังหมด 3.4 เมื่อไฟฟาใชการไดแลว ใหบันทึกขอมูลแบบฯ ที่รับไวทั้งหมดเขาสูระบบฯ โดยเร็ว 3.5 กรณีไฟฟาขัดของเกินกวา 1 วันทําการ ใหสงแบบแสดงรายการภาษีและแบบคําขอพรอม แบบ บ.ช.1 (ฉบับที่ ไปยังสานักงานสรรพากรพนื้ ที่ที่รับผิดชอบเพื่อบนั ทึกขอมูลเขาสูระบบฯ โดยเร็ว อยางชาไมเกิน 3 วันทาํ การ นบั แตว นั รับแบบฯ จากผูเ สียภาษี 3.6 กรณีบนั ทกึ รายการขอมลู แบบแสดงรายการภาษี ภายใตเมนู บ.ช.1 ในระบบฯ ไมถ ูกตอง ใหด าเนินการดงั นี้ (1) กรณแี กไ ขกอ นปด ระบบฯ ใหแ กไ ขไดทกุ รายการ ในสว นขอ มูลแบบแสดงรายการภาษี ขอมูลผูเสียภาษี และขอ มูลการชาระเงิน การแกไขกรณีบันทกึ จานวนเงนิ ที่ชาระไมถูกตอง ใหแกไขเลขทใ่ี บเสรจ็ รบั เงิน โดยบันทึก “E ” ไวห นาเลขที่ บ.ช.10 เลขเดมิ ดว ย ( หากเปนกรณีแกไขเลขทใ่ี บเสร็จรับเงนิ เน่ืองจาก บันทกึ เลขท่ี บ.ช.10 ไวไ มถ กู ตอ ง ใหแ กไขโดยไมตองบนั ทกึ “E ” ไวหนา เลขที่ บ.ช.10) (2) กรณีแกไขหลังปด ระบบฯ ใหแ กไขไดท กุ รายการ ในสวนขอมูลแบบแสดงรายการภาษี และขอ มูลผูเ สยี ภาษี เวนแตข อ มลู การชาระเงนิ ไมส ามารถแกไขได (1) ออกใบเสรจ็ รบั เงนิ โดยการเขยี น (บ.ช.10) (2) จดั ทาํ แบบ บ.ข.1 ขน้ึ 1 ชดุ จาํ นวน 2 ฉบบั ระบปุ ระเภทแบบ จํานวนแบบ และจํานวนเงินท่ีชําระ ทง้ั หมด (3) เมื่อไฟฟาใชการไดแลวไมตองนําขอมูลการรับแบบฯ ที่รับไวทั้งหมดเขาสูระบบฯ (4) กรณีไฟฟาขัดของเกินกวา 1 วันทําการ ใหสงแบบแสดงรายการและแบบคําขอไปยังสํานักงานสรรพากร พื้นที่ที่สังกัดเพื่อบันทึกขอมูลเขาสูระบบ เฉลย (3) 75. การออกเลขประจําตัวผเู สียภาษีอากรทางอนิ เตอรเ น็ตไมส ามารถออกใหแ กบคุ คลใด (1) บรษิ ทั ทีต่ ้ังขน้ึ ตามกฎหมายไทย (2) หา งหุน สว นนิตบิ ุคคลทตี่ ัง้ ขนึ้ ตามกฎหมายไทย (3) หางหุนสวนสามัญ (4) บุคคลธรรมดาไทยที่จดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่มทางอินเตอรเน็ต เฉลย (3) ถูกตองแลว

หนา้ 473 76. การสง บตั รประจาํ ตัวผูเสยี ภาษีอากรใหแกผูเสียภาษีท่ีขอมีเลขประจําตัวผูเสียภาษีอากรทางอินเตอรเน็ต จะตอ งสงภายในก่วี ัน ถูกตองจากคูมือประชาชน (1) 3 วนั ทาํ การนับแตว ันท่ีย่ืนคาํ รองขอมเี ลข (2) 3 วนั นับแตว ันยืน่ คํารองขอมเี ลข (3) 7 วันทําการนับแตวนั ท่ียน่ื คํารองขอมเี ลข (4) 7 วันนบั แตว ันยนื่ คาํ รองขอมเี ลข เฉลย (1) ถกู ตองแลว (จากคูม อื ประชาชน) 77. บคุ คลตามขอใดไมต อ งย่ืนคํารองขอมีเลขประจาํ ตวั ผูเสียภาษอี ากร (1) คนตางดาวที่มีเลขประจําตัวประชาชนตามกฎหมายวาดวยการทะเบียนราษฎร (2) ผูที่ประสงคจะจดทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม (3) กองมรดกที่ยงั มไิ ดแบง (4) คนตา งดา วท่เี ขา มาในประเทศไทยและอยูในประเทศไทยเกิน 90 วนั ในปภ าษีนั้น ๆ เฉลย (1) ถกู ตอ งแลว 78. กรณีอุทธรณการประเมินภาษีอากรของเจาพนักงานประเมินหรือพนักงานเจาหนาท่ีจะตองอุทธรณตอ คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ ซึ่งประกอบดวย (1) ในเขตกรงุ เทพมหานคร ผแู ทนอธิบดี ผูแ ทนสาํ นกั อัยการสูงสุด และผแู ทนกรรมการปกครอง (2) ในเขตกรงุ เทพมหานคร อธบิ ดหี รอื ผแู ทน ผแู ทนสาํ นกั อยั การสงู สดุ และผแู ทนกรมการปกครอง (3) ในเขตทจ่ี งั หวัดอน่ื นอกจากกรงุ เทพมหานคร ผวู าราชการหรอื ผแู ทน สรรพากรภาคหรอื ผแู ทน อยั การ จังหวัดหรอื ผแู ทน (4) ไมมีขอใดถูก เฉลย (2) ถกู ตองแลว 79. ในการขอทเุ ลาการเสียภาษี ผูอ ุทธรณจ ะตองจัดใหมหี ลักประกนั ดงั นี้ (1) ธนาคารค้าํ ประกนั โดยมหี นงั สอื คาํ้ ประกนั ตามแบบทอ่ี ธิบดกี าํ หนด ตามจาํ นวนหนภ้ี าษีอากรหรอื จะนาํ อสงั หาริมทรพั ยมาจดทะเบียนจํานองเปน ประกันและอสังหาริมทรัพย ตองมีราคาซ้อื ขายทค่ี ุมกบั หนภี้ าษอี ากรที่ ตอ งชําระ (2) นาํ อสังหารมิ ทรพั ยมาจดทะเบยี นจํานนองเปน ประกันและอสังหาริมทรัพยน ั้นมีราคาประเมินทุนทรัพย ตามประมวลกฎหมายที่ดินในจํานวนหน้คี ุมกบั หน้ีภาษอี ากรที่ตองชําระ หรอื บุคคลท่มี ชี ่อื เสียงและตําแหนง หนา ที่ ในวงราชการ (3) นาํ พันธบัตรรัฐบาล หรอื หุน กู มาจดทะเบยี นจํานาํ เปน ประกันในจํานวนคมุ กับหน้ีภาษีทตี่ องชาํ ระ หรอื ธนาคารค้าํ ประกนั โดยมหี นงั สอื คาํ้ ประกนั ตามแบบทอ่ี ธิบดกี าํ หนดตามจาํ นวนหนภ้ี าษีอากร (4) ไมมีขอใดถูก เฉลย (4) ถกู ตองแลว

หนา้ 474 80. คณะกรรมการพิจารณางดเบี้ยปรับ ตามขอ 2 ของคําสั่งกรมสรรพากรที่ ทป.140/2547 เรื่องมอบหมายให สง่ั และดาํ เนนิ การเกย่ี วกบั การพจิ ารณางดเบย้ี ปรบั ภาษมี ูลคาเพ่ิม ตามมาตรา 89 แหงประมวลรัษฎากร ประกอบดว ยกรรมการ ดงั น้ี (1) สาํ นักตรวจสอบภาษีกลาง ประกอบดว ย นติ กิ ร 9 ชช. เปน ประธานกรรมการ ผอู าํ นวยการสว นตรวจสอบภาษี (กรรมการ) ผอู าํ นวยการสว นสอบยนั กลาง (กรรมการ) (2) สาํ นกั บรหิ ารธุรกิจขนาดใหญ ประกอบดวย นกั วชิ าการภาษี 9 ชช. เปน ประธานกรรมการ ผอู าํ นวยการสว นกฎหมาย (กรรมการ) ผอู าํ นวยการสว นวางแผนประเมนิ ผล (กรรมการ) (3) สาํ นกั สรรพากรภาค นกั วชิ าการภาษี 9 ชช. เปน ประธานกรรมการ ผอู าํ นวยการสว นกฎหมายเรง รดั ภาษีอากรคาง (กรรมการ) ผอู าํ นวยการสว นวางแผนและประเมนิ ผล (กรรมการ) (4) ไมม ขี อ ใดถกู ท.ป.140/2547 ขอ 2 มอบหมายใหผ อู าํ นวยการสํานักตรวจสอบภาษกี ลาง สําหรับเขตทองท่ีท่ัวราชอาณาจักร ผอู าํ นวยการสาํ นกั บรหิ ารภาษีธุรกิจขนาดใหญ สาํ หรบั ผปู ระกอบธรุ กิจขนาดใหญต ามทก่ี รมสรรพากรกาํ หนด และ สรรพากรภาค สําหรับเขตทองที่สํานักงานสรรพากรภาคนั้น สั่งงดเบี้ยปรับภาษีมูลคาเพิ่มตามมาตรา 89 แหง ประมวลรษั ฎากร สาํ หรบั คาํ รอ งทีม่ ีจํานวนเบี้ยปรบั เต็มอัตราตามกฎหมายไมเ กิน 5,000,000 บาท ทง้ั น้ี เฉพาะ ในกรณบี คุ คลทจ่ี ะตอ งเสยี เบย้ี ปรบั ไดก ระทาํ ความผดิ ดงั น้ี (1) ไมจดทะเบียนภาษีมูลคาเพ่ิมเน่ืองจากเขาใจวาเปนกิจการท่ีไดรับการยกเวนภาษีมูลคาเพ่ิม และ ผปู ระกอบการเปน บุคคลธรรมดา (2) ไมจดทะเบยี นภาษีมูลคาเพิ่ม เนื่องจากไมทราบวาเมอื่ รายรับตอปเกินกวามูลคาของฐานภาษีของกิจการ ขนาดยอมตามท่ีกําหนดโดยพระราชกฤษฎกี าซึ่งออกตามความในมาตรา 81/1 แหงประมวลรัษฎากร ตอ งจด ทะเบียนภาษีมูลคาเพิ่ม และผูประกอบการเปนบุคคลธรรมดา (3) นาํ ภาษซี ้อื ทเ่ี กิดจากการกอสรา งอาคารหรอื อสังหาริมทรพั ยอื่นเพอื่ ใชหรือจะใชในกิจการหลักประเภทที่ ตองเสียภาษีมูลคาเพมิ่ มาหักในการคํานวณภาษีมูลคาเพิ่ม ตอมาไดขายหรือใหเชาหรือนําไปใชในกิจการประเภทที่ ไมตองเสียภาษีมูลคาเพิ่ม ภายในสามปนับแตเดือนที่กอสรางเสร็จสมบูรณ (4) การกระทําความผิดในการเสียภาษมี ูลคาเพ่ิมเกิดข้ึนภายในหน่ึงป นบั แตวนั ท่ีเปนผูประกอบการจด ทะเบียน ในกรณี (ก) มิไดเฉล่ียภาษีซ้ือหรือเฉล่ียภาษีซ้ือไมเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีกําหนดตาม ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลคาเพิ่ม (ฉบับที่ 29) เรื่อง กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขการ เฉล่ยี ภาษซี อ้ื ตามมาตรา 82/6 แหงประมวลรัษฎากร ลงวันท่ี 9 มนี าคม พ.ศ. 2535 (ข) นําภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อทรัพยสินเพื่อใชหรือจะใชในกิจการประเภทที่ไมตองเสียภาษีมูลคาเพิ่ม หรือนําภาษีที่เกิดจากรายจายของกิจการประเภทที่ไมตองเสียภาษีมูลคาเพิ่มมาหักในการคํานวณภาษีมูลคาเพิ่ม (ค) นําภาษีซื้อตามมาตรา 82/5(2) ถึง (4) แหงประมวลรัษฎากร มาหักในการคํานวณภาษีมูลคาเพิ่ม (ง) ออกใบเพม่ิ หนแ้ี ละนาํ ภาษมี ลู คา เพม่ิ ตามใบเพม่ิ หนไ้ี ปหกั ออกจากภาษซี ้ือแทนท่ีจะนําไปรวมเปน ภาษีขาย ทําใหภ าษีขายแจง ขาด

หนา้ 475 (จ) ไดรับใบลดหนี้และนําภาษีมูลคาเพิ่มตามใบลดหนี้ไปรวมเปนภาษีขาย แทนที่จะนําไปหักออกจาก ภาษีซ้อื ทาํ ใหภ าษีซอื้ แจง เกนิ ขอ 3 การพิจารณาคํารองของดเบี้ยปรับตามขอ 2 ใหกระทําโดยคณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับแลวเสนอ มติตอผูที่ไดรับมอบหมาย เพื่อพิจารณาสั่งการ ขอ 4 คณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ สําหรับสํานกั ตรวจสอบภาษกี ลางประกอบดว ย เจา หนา ทท่ี ่ีปฏิบัติ ราชการ ณ สํานกั ตรวจสอบภาษีกลาง ในตําแหนง ตอ ไปน้ี 4.1 นกั วชิ าการภาษี 9 ชช. (ประธานกรรมการ) 4.2 ผอู าํ นวยการสว นตรวจสอบภาษี (กรรมการ) 4.3 ผอู าํ นวยการสว นสอบยนั กลาง (กรรมการ) ในกรณที ไ่ี มม ผี ดู าํ รงตาํ แหนง ตามวรรคหนง่ึ หรอื มแี ตไ มอ าจปฏบิ ัตหิ นาท่ีไดใ หผูอํานวยการสํานกั ตรวจสอบ ภาษีกลางหรอื ผรู ักษาราชการแทน แตง ตัง้ เจา หนา ทตี่ ั้งแตร ะดับ 8 ขึ้นไปของสาํ นกั ตรวจสอบภาษีกลางเปนประธาน กรรมการหรือกรรมการ (แกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.162/2550 ใชบังคับตั้งแตวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2550 เปน ตน ไป ) ขอ 5 คณะกรรมการพิจารณาการงดเบี้ยปรับ สําหรับสํานักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ ประกอบดวย เจาหนาที่ที่ ปฏบิ ัติราชการ ณ สาํ นักบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ ในตาํ แหนง ตอไปนี้ 5.1 นติ กิ ร 9 ชช. (ประธานกรรมการ) 5.2 ผอู าํ นวยการสว นกฎหมาย (กรรมการ) 5.3 ผอู าํ นวยการสว นวางแผนและประเมนิ ผล (กรรมการ) ในกรณที ไ่ี มม ผี ดู าํ รงตาํ แหนง ตามวรรคหนง่ึ หรอื มแี ตไ มอ าจปฏบิ ตั หิ นา ทไ่ี ดใ หผ ูอ าํ นวยการสาํ นกั บรหิ ารภาษี ธรุ กจิ ขนาดใหญห รอื ผรู กั ษาราชการแทน แตง ตง้ั เจา หนา ทต่ี ง้ั แตร ะดบั 8 ขน้ึ ไปของสํานกั บริหารภาษีธรุ กิจขนาด ใหญเปนประธานกรรมการหรือกรรมการ แกไขเพิ่มเติมโดยคําสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.162/2550 ใชบังคับตั้งแต วันท่ี 22 มิถนุ ายน พ.ศ. 2550 เปนตนไป ) ขอ 6 คณะกรรมการพจิ ารณาการงดเบย้ี ปรับ สําหรับสํานักงานสรรพากรภาค ประกอบดวย เจาหนาท่ีท่ีปฏิบัติ ราชการ ณ สํานกั งานสรรพากรภาคนัน้ ในตําแหนง ตอ ไปน้ี 6.1 นกั วชิ าการภาษี 9 ชช. ซง่ึ กาํ กบั ดแู ลสายงานกฎหมาย (ประธานกรรมการ 6.2 ผอู าํ นวยการสว นกฎหมายและเรง รดั ภาษีอากรคาง (กรรมการ) 6.3 ผอู าํ นวยการสว นวางแผนและประเมนิ ผล (กรรมการ) ในกรณีทไี่ มมีผูดํารงตําแหนงตามวรรคหนึ่งหรือมีแตไมอาจปฏิบัติหนาท่ีได ใหสรรพากรภาคหรือผูรักษา ราชการแทน แตงตง้ั เจา หนาทต่ี ัง้ แตระดับ 8 ขึน้ ไปของสาํ นกั งานสรรพากรภาคเปน ประธานกรรมการหรอื กรรมการ 81. รางวัลดีเดนบริการประชาชน ซึ่งสํานักคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการมอบใหมีสัญลักษณอะไร (1) สองมอื สที องอรา มประคองใจสแี ดง (2) สองมือสีเงนิ วาวประคองใจสแี ดง (3) สองมอื สที องอรา มประคองประเทศไทยสีแดง (4) สองมอื สเี งนิ วาวประคองประเทศไทยสแี ดง เฉลย (1) ถูกตองแลว

หนา้ 476 82. เงนิ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชีพ ขาราชการบาํ นาญสามารถใชส ทิ ธนิ าํ ไปใชกอ นจาํ นวนเทา ใด (1) 15 เทา ของเงนิ บํานาญรายเดือน เม่ือขาราชการบํานาญผทู ี่รบั เงนิ บําเหน็จนี้ไปแลวเสียชีวิต ทายาทและ คูส มรสก็ยงั คงไดรบั บาํ เหนจ็ ตกทอด แตเ ปนจาํ นวนทีห่ ักบําเหน็จดาํ รงชพี ออกไป (2) 25 เทาของเงนิ บํานาญรายเดือน เมือ่ ขา ราชการบํานาญผูท ี่รบั เงนิ บําเหนจ็ ไปแลว เสียชีวติ ทายาทและคู สมรสจะไมไ ดรบั บาํ เหน็จตกทอดอกี ตอ ไป (3) 15 เทาของเงินบํานาญรายเดือน แตไมเกิน 200,000 บาท เมื่อขาราชการบํานาญผูที่รับเงินบําเหน็จ ไปแลวเสียชีวิต ทายาทและคูสมรสก็ยังคงไดรับเงินบําเหน็จตกทอดแตเปนจํานวนที่หักบําเหน็จดํารงชีพ ออกไปแลว (4) ไมม ขี อ ใดถกู (จา ยแค 200,000 บาท เปลย่ี นสมยั ทักษิณ เปน ไมเ กนิ 600,000บาท แบง จา ย 3 ไมเ กนิ ครง้ั ละ 200,000 บาท ครง้ั ที่ 1 อายุ 60ป ไมเกิน 200,000 บาท คร้ังท่ี2 อายุ 65 ป คร้ังท่ี 3ตาย กรมบัญชีกลางรายงาน กฎหมายขยาย เพดานเงินบําเหน็จดํารงชีพ เพิ่ม เปน 400,000 บาท ใหผูรับบํานาญอายุ 65 ปบริบูรณ ออกแลว รอประกาศในราช กิจจานเุ บกษา กข็ อเบกิ ไดเลยนายมนสั แจมเวหา รองอธบิ ดกี รมบัญชีกลาง ในฐานะโฆษกกรมบัญชีกลาง เปดเผย วา ขณะนีร้ ฐั มนตรวี าการกระทรวงการคลงั ไดล งนามในกฎกระทรวงกาํ หนดอัตราและวิธีการรับบําเหน็จดํารงชีพ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ. 2551 แลว เมื่อวนั ท่ี 11 กันยายน 2551 ข้ันตอนตอ ไปก็จะสงไปประกาศในราชกจิ จานุเบกษา และ แจงเวียนวิธีปฏิบัติใหสวนราชการทราบเกี่ยวกับการขอรับเงินบําเหน็จดํารงชีพเพิ่ม ในหลักการ ของกฎกระทรวง คอื ใหจ า ยบาํ เหนจ็ ดาํ รงชพี ในอัตรา 15 เทาของบํานาญรายเดือน แตไ มเกิน 400,000 บาท และผูมีสิทธิขอรับ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชพี กรณีแรก คือ ผูรับบาํ นาญท่มี ีอายุตํา่ กวา 65 ปบ รบิ รู ณ จะมีสทิ ธไิ ดร บั ไมเกิน 200,000 บาท และ กรณีทสี่ อง คือ ผูรับบํานาญที่มีอายุครบ 65 ปบริบูรณขึ้นไป ใหมีสิทธิขอรับไดไมเกิน 400,000 บาท แตถารับ 200,000 บาท ไปแลว ก็ใหขอรับเพ่ิมไมเกินสวนท่ียังไมครบตามสิทธิ แตรวมกันแลวไมเกิน 400,000 บาท ตวั อยา งเชน 1. ผรู บั บาํ นาญ เมอ่ื ออกจากราชการไดรบั เงินบาํ นาญเดอื นละ 10,000 บาท คาํ นวณ 15 เทา เปน เงนิ บาํ เหนจ็ ดาํ รง ชีพจํานวน 150,000 บาท และถา ขอรับไปแลว กไ็ มเ ขา ขา ยทีจ่ ะไดรบั เงินบําเหนจ็ ดาํ รงชพี เพิม่ อีก แมจะมีอายุครบ 65 ปก็ตาม หรือ เชน 2. ผรู บั บาํ นาญ เมอ่ื ออกจากราชการไดรบั เงินบาํ นาญเดือนละ 15,000 บาท คาํ นวณ 15 เทา เปน จาํ นวน 225,000 บาท ขอรบั เงนิ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชีพตอนออกจากราชการได จาํ นวน 200,000 บาท และเมอ่ื มอี ายุครบ 65 ปบริบูรณ และตองการขอรับบําเหน็จดํารงชีพเพิ่ม จึงขอรับเงินบําเหน็จดํารงชีพเพิ่มไดอีก 25,000 บาท หรือ เชน 3. ผรู บั บาํ นาญ เมอ่ื ออกจากราชการไดรบั เงินบาํ นาญเดือนละ 28,000 บาท คาํ นวณ 15 เทา เปน จาํ นวน 420,000 บาท ขอรบั เงนิ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชีพตอนออกจากราชการได จาํ นวน 200,000 บาท และเมอ่ื มอี ายุครบ 65 ปบริบูรณ และตองการขอรับบําเหน็จดํารงชีพเพิ่ม สามารถขอรับเพิ่มไดอีกเพียง 200,000 บาท เนื่องจากรวมกันแลวไมเกิน 400,000 บาท นายมนัส แจมเวหา กลาวเพิ่มเติม วา สําหรับขั้นตอนการขอรับบําเหน็จดํารงชีพนั้น ผูรับบํานาญที่มีสิทธิสามารถ ใชส ทิ ธไิ ดต ง้ั แตว นั ท่มี ีอายคุ รบ 65 ปบรบิ ูรณ ถาประสงคจะขอรบั บําเหน็จดํารงชีพเพิม่ จะตองไปกรอกรายละเอยี ด ในหนงั สอื รบั รองและแบบขอเบกิ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชพี (แบบ สบง. 12) พรอมกับแนบสําเนาบัญชีเงินฝากธนาคารท่ี เขยี นรบั รองสาํ เนาถกู ตอ งแลว ยน่ื เอกสารทง้ั หมดใหก บั เจา หนา ท่ีของหนวยงานท่ีผูรับบํานาญสังกัดอยูในตอนท่ี ออกจากราชการ และเมือ่ เจาหนา ท่ตี รวจสอบเอกสารและหลักฐานครบถว นและถูกตอ งสง ใหห ัวหนาสวนราชการผู เบกิ หรอื ผูไดร ับมอบหมายลงนาม แลวสง มายงั กรมบญั ชีกลางหรอื สํานักงานคลงั เขต จากนัน้ กรมบญั ชีกลางโอน เงินเขา บัญชขี องผรู บั บาํ นาญตอไป

หนา้ 477 83. ลกั ษณะเดน ของ Service Delivery Unit (SDU) คอื (1) อิสระ ไมมีสถานะเปนบุคคล เปนหนวยงานของรัฐท่ีไมใชสวนราชการข้ึนตรงตออธิบดีหรือ ปลัดกระทรวง มีวตั ถุประสงคห ารายได (2) กึ่งอิสระ ไมมีสถานะเปนบุคคล เปนหนวยงานของรัฐที่ไมใชสวนราชการขึ้นตรงตออธิบดีหรือ ปลัดกระทรวง ไมมีวัตถุประสงคหารายได (3) อิสระ มีสถานะเปนบุคคล เปนหนวยงานของรัฐท่ีเปนสวนหน่ึงของราชการข้ึนตรงตออธบิ ดีหรือ ปลัดกระทรวง มวี ัตถปุ ระสงคห ารายไดใหก ับหนวยงานนั้นๆ (4) กง่ึ อสิ ระ มสี ถานะเปน บคุ คล เปนหนวยงานของรัฐท่ีไมใชส วนหน่ึงของราชการข้ึนตรงตออธิบดี หรอื ปลัดกระทรวง มวี ัตถุประสงคห ารายไดใหกบั หนวยงานนน้ั ๆ 84. คนตางดาวท่ีเดินทางออกนอกประเทศไทย ซ่ึงย่ืนคํารองขอรับใบผานภาษีอากรกอนเดินทางออกนอก ประเทศไทย ไดแ ก (1) คนตา งดา วผตู อ งรบั ผดิ เสยี ภาษอี ากรหรอื นาํ สง ภาษอี ากรท่ีคา งชาํ ระหรือภาษอี ากรท่ีจะตองชําระตาม การประเมนิ ของเจา พนักงานหลงั หรอื ในคณะเดินทางออกนอกประเทศไทย (2) คนตางดา วผูมหี นา ท่ีและรับผดิ ชอบในการยืน่ แบบรายการและเสยี ภาษเี งนิ ไดข องบรษิ ัทหรือหางหุนสวน นติ บิ คุ คลท่ีตง้ั ขน้ึ ตามกฎหมายไทย และประกอบกจิ การในประเทศไทย (3) คนตา งดาวท่ีมีเงินไดพ ึงประเมินจากการเปนนักแสดงสาธารณะในประเทศไทยเฉพาะเงินไดท ่ีจายใน ประเทศไทย (4) ไมม ขี อ ใดถกู คูมือสําหรับประชาชน: คูมือการขอรับใบผานภาษีอากรของคนตางดาว คนตา งดา วทต่ี องยน่ื คํารองขอรบั ใบผานภาษีอากรกอ นเดนิ ทางออกนอกราชอาณาจกั ร ไดแก 1. คนตา งดาวผูตอ งรับผิดเสยี ภาษีอากร หรอื นําสงภาษีอากรคา งชาํ ระ หรือที่ตอ งชาํ ระตามการประเมินของ เจา พนกั งานประเมนิ อยูก อ นหรอื ในขณะเดินทางออกนอกราชอาณาจักร 2. คนตา งดาวผูมหี นา ท่ีและความรบั ผิดในการยืน่ รายการและเสียภาษเี งนิ ไดแ ทนบรษิ ทั หรอื หา งหุนสว นนติ ิ บุคคล ที่ต้งั ขนึ้ ตามกฎหมายของตา งประเทศประกอบกจิ การในประเทศไทย 3. คนตา งดา วทม่ี เี งนิ ไดพ งึ ประเมนิ จากการเปน นกั แสดงสาธารณะในประเทศไทย ไมวา เงินไดน ้ันจะจายใน หรือ นอกประเทศ 4. คนตางดาวที่มีเงินไดพึงประเมินจากการขายพลอย ทับทิม มรกต บุษราคัม โอปอล นิล เพทาย ไพฑูรย หยก และอัญมณีที่มีลักษณะทํานองเดียวกันเฉพาะทยี่ ังมิไดเจียระไน แตไมรวมถึงที่ทําเทียมวัตถุดังกลาวหรือที่ทําขึ้น ใหม เพชร ไขมุก และสิ่งทําเทียมเพชรหรือไขมุกหรือที่ทําขึ้นใหม

หน้า 478 68. การบริหารบา้ นเมืองทดี ี หมายถึงแนวทาง ขอ้ ถูกตอ้ ง หลักธรรมาภิบาล” หรืออาจเรียกว่า “การบริหารกจิ การบ้านเมอื งทีดี” ซึงรู้จกั กนั ในนาม “Good Governance” นนั เป็น หลกั การเพือการอยรู่ ่วมกนั ในบา้ นเมืองและสังคมอยา่ งมีความสงบสุข สามารถประสานประโยชน์และคลคี ลายปัญหาขอ้ ขดั แยง้ โดยสันติวธิ ีและพฒั นาสงั คมให้มคี วามยงั ยนื แต่หากพจิ ารณาตามความหมายทที างสถาบนั วิจยั เพือการพฒั นา ประเทศ หรือ TDRI ไดใ้ หค้ วามหมายไวพ้ บว่า “ธรรมาภิบาล” มาจากคาํ ว่า“ธรรม” (แปลว่า คณุ ความดี) รวมกบั คาํ ว่า “อภิ” (แปลว่า ยงิ ) และคาํ วา่ “บาล” (แปลว่า ปกครองหรือเลียงดู) ดงั นนั คาํ ว่า “ธรรมาภิบาล” จึงหมายถึง การบริหาร หรือการปกครองทีมคี วามถูกต้อง มีความยตุ ธิ รรม และมคี ุณความดอี ย่างยงิ ซึงตรงกบั คาํ ภาษาองั กฤษวา่ “Good governance” 69. กรมสรรพากรกําหนดตวั ชีวดั KPI การคืนเงินVAT ตอบ ข ถูก 42.44 ระยะเวลาการคืนภาษีมูลค่าเพิม (กรณียนื แบบฯ ขอคืนภายในกาํ หนดเวลา) 1. ผูป้ ระกอบการส่งออกทีดี 1.1. ยนื แบบ ภ.พ.30 ผ่านทาง Internet ภายใน 15 วนั นบั แตว่ นั ทยี นื แบบฯ 1.2. ยนื แบบ ภ.พ.30 ผ่านทางสานักงานสรรพากรพืนทสี าขา ภายใน 45 วนั นบั แตว่ นั ยนื แบบฯ 2. ผูส้ ่งออกขนึ ทะเบียน 2.1. ยนื แบบ ภ.พ.30 ผ่านทาง Internet ภายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ทยี นื แบบฯ 2.2. ยนื แบบ ภ.พ.30 ผ่านทางสานักงานสรรพากรพืนทสี าขา ภายใน 60 วนั นบั แตว่ นั ยนื แบบฯ 3. ผูป้ ระกอบการทวั ไป ภายใน 90 วนั นบั แตว่ นั ทยี นื แบบฯ 70. ส่งมอบใบทะเบียน VAT SBT ไม่เกิน นาที 71. ระบบบริการขอ้ มูลอิเลคทรอนิค คาํ ตอบมาตาฐานเดียวกนั 2548 72. ทกุ หน่วยงานทาํ งานดว้ ย Electronic 2551 73. UID ในระบบ TCL หมายความวา่ ตวั เลขทีระบบฯ กาํ หนดขึนเพือใชอ้ า้ งอิง หรือคน้ หารายการขอ้ มูล มี 5 ส่วน จํานวน 25 หลกั ตอบ ถกู แล้ว ถกู ต้อง 3. การจดั ทาทะเบียนคมุ รายการ กรณไี ฟฟ้ าขดั ข้อง หรือไม่สามารถใช้ระบบได้ หนว่ ยจดั เกบ็ ใดทไี ฟฟ้ าขดั ขอ้ ง หรือไมส่ ามารถใชร้ ะบบฯ ได้ เช่น มีอุทกภยั อคั คีภยั หรือภยั อนื ทีทาใหร้ ะบบฯ ขดั ขอ้ ง ให้ ดาเนินการดงั นี 3.1 ออกใบเสร็จรับเงนิ โดยการเขยี น (บ.ช.10) 3.2 เมือสินวนั ทาการ ใหร้ วบรวมแบบแสดงรายการภาษแี ละแบบคาขอ จดั ทารายงาน การออกใบเสร็จรับเงิน (บ.ช.1) งบหนา้ ประเภทภาษีอากรประจาวนั (บ.ช.5) แลว้ ตรวจสอบจานวนแบบฯ จานวน ใบเสร็จรับเงิน และจานวนเงินให้ถูกตอ้ งตรงกนั 3.3 จดั ทาแบบ บ.ช.1 ขึน 1 ชุด จานวน 2 ฉบบั ระบปุ ระเภทแบบ จานวนแบบ และจานวนเงนิ ทรี บั ชาระทงั หมด

หน้า 479 3.4 เมือไฟฟ้ าใชก้ ารไดแ้ ลว้ ใหบ้ นั ทึกขอ้ มูลแบบฯ ทีรับไวท้ งั หมดเขา้ สู่ระบบฯ โดยเร็ว 3.5 กรณีไฟฟ้ าขดั ขอ้ งเกินกว่า 1 วนั ทาการ ให้ส่งแบบแสดงรายการภาษีและแบบคาขอพร้อม แบบ บ.ข.1 (ฉบบั ที ไปยงั สานกั งานสรรพากรพืนทที รี บั ผดิ ชอบเพอื บนั ทกึ ขอ้ มลู เขา้ สู่ระบบฯ โดยเร็ว อยา่ งชา้ ไม่เกิน 3 วนั ทาการ นบั แตว่ นั รบั แบบฯ จากผเู้ สียภาษี 3.6 กรณีบนั ทึกรายการขอ้ มูลแบบแสดงรายการภาษี ภายใตเ้ มนู บ.ข.1 ในระบบฯ ไม่ถูกตอ้ ง ใหด้ าเนินการดงั นี (1) กรณีแกไ้ ขก่อนปิ ดระบบฯ ใหแ้ กไ้ ขไดท้ ุกรายการ ในส่วนขอ้ มลู แบบแสดงรายการภาษี ขอ้ มูลผเู้ สียภาษี และขอ้ มูลการ ชาระเงิน การแกไ้ ขกรณีบนั ทึกจานวนเงินทีชาระไม่ถูกตอ้ ง ใหแ้ กไ้ ขเลขทีใบเสร็จรับเงิน โดยบนั ทกึ “E ” ไวห้ นา้ เลขที บ.ช.10 เลข เดมิ ดว้ ย ( หากเป็นกรณีแกไ้ ขเลขทใี บเสร็จรบั เงนิ เนอื งจากบนั ทกึ เลขที บ.ช.10 ไวไ้ ม่ถูกตอ้ ง ใหแ้ กไ้ ขโดยไม่ตอ้ งบนั ทึก “E ” ไวห้ นา้ เลขที บ.ช.10 ) (2) กรณีแกไ้ ขหลงั ปิ ดระบบฯ ใหแ้ กไ้ ขไดท้ ุกรายการ ในส่วนขอ้ มูลแบบ แสดงรายการภาษี และขอ้ มูลผเู้ สียภาษี เวน้ แต่ขอ้ มูลการชาระเงินไม่สามารถแกไ้ ขได้ 75 การออก เลขประจาํ ตวั ฯ ไม่สามารถออกทางอินเตอร์เน็ต หสม. 76 ส่งบตั รประจาํ ตวั ให้ผเู้ สียภาษี ภายใน วนั ทาํ การนบั แต่วนั ทียนื คาํ ร้องขอมีเลข 77 ไม่ต้องยนื คาํ ร้องขอมบี ตั ร คนต่างด้วยทมี เี ลขประชน ถกู ต้อง 78 อุทธรณ์การประเมิน ม.30 79 หลกั ประกนั การขอทเุ ลาภาษี 80 งดเบยี ปรับVAT ท.ป. / 81 รางวนั ดีเด่นบริหารประชาชน สนง.พฒั นาระบบราชการ รูปสองมือสีทองอร่ามประคองใจสีแดงเงินบาํ เหน็จดาํ รงชพี ถูกตอ้ ง 82 เงนิ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชีพ เทา่ ถกู ตอ้ ง แตไ่ มเ่ กนิ , (จา่ ยแค่ , บาทเปลยี นสมยั ทกั ษณิ เป็นไมเ่ กนิ , บาทแบง่ จา่ ย ไมเ่ กนิ ครังละ , บาท ครังที อายุ ปี ไมเ่ กิน , บาท ครังที อายุ ปี ครังที ตาย กรมบญั ชีกลางรายงาน กฎหมายขยายเพดานเงินบาํ เหน็จดาํ รงชีพ เพิม เป็น 400,000 บาท ใหผ้ รู้ บั บาํ นาญอายุ 65 ปี บริบรู ณ์ ออกแลว้ รอประกาศในราชกิจจานุเบกษา กข็ อเบิกไดเ้ ลยนายมนสั แจ่มเวหา รองอธิบดีกรมบญั ชีกลาง ในฐานะโฆษก กรมบญั ชีกลาง เปิ ดเผยว่า ขณะนีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลงั ไดล้ งนามในกฎกระทรวงกาํ หนดอตั ราและวิธีการรับ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชีพ (ฉบบั ที 2) พ.ศ. 2551 แลว้ เมือวนั ที 11 กนั ยายน 2551 ขนั ตอนต่อไปก็จะส่งไปประกาศในราชกิจจา นุเบกษา และแจง้ เวียนวิธีปฏิบตั ิใหส้ ่วนราชการทราบเกียวกบั การขอรับเงินบาํ เหน็จดาํ รงชีพเพิม ในหลกั การ ของ กฎกระทรวง คือ ใหจ้ ่ายบาํ เหน็จดาํ รงชีพในอตั รา 15 เท่าของบาํ นาญรายเดือน แต่ไม่เกิน 400,000 บาท และผมู้ ีสิทธิขอรับ บาํ เหน็จดาํ รงชีพ กรณีแรก คือ ผรู้ ับบาํ นาญทีมีอายุ

หนา้ 480 ตาํ กว่า 65 ปี บริบรู ณ์ จะมสี ิทธไิ ดร้ บั ไมเ่ กนิ 200,000 บาท และกรณีทสี อง คอื ผรู้ บั บาํ นาญทมี อี ายคุ รบ 65 ปี บริบรู ณข์ ึนไป ใหม้ สี ิทธขิ อรับไดไ้ มเ่ กนิ 400,000 บาท แตถ่ า้ รับ 200,000 บาท ไปแลว้ กใ็ หข้ อรับเพิมไม่เกินส่วนทียงั ไม่ครบตามสิทธิ แต่ รวมกนั แลว้ ไมเ่ กิน 400,000 บาท ตวั อยา่ งเชน่ 1. ผูร้ ับบาํ นาญ เมือออกจากราชการไดร้ ับเงินบาํ นาญเดือนละ 10,000 บาท คาํ นวณ 15 เทา่ เป็นเงินบาํ เหนจ็ ดาํ รงชีพ จาํ นวน 150,000 บาท และถา้ ขอรับไปแลว้ กไ็ มเ่ ขา้ ขา่ ยทจี ะไดร้ บั เงนิ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชพี เพิมอีก แมจ้ ะมีอายคุ รบ 65 ปี ก็ตาม หรือ เช่น 2. ผรู้ ับบาํ นาญ เมือออกจากราชการไดร้ ับเงินบาํ นาญเดือนละ 15,000 บาท คาํ นวณ 15 เทา่ เป็นจาํ นวน 225,000 บาท ขอรบั เงินบาํ เหน็จดาํ รงชีพตอนออกจากราชการได้ จาํ นวน 200,000 บาท และเมือมีอายุครบ 65 ปี บริบูรณ์ และตอ้ งการขอรับ บาํ เหน็จดาํ รงชพี เพิม จึงขอรับเงินบาํ เหน็จดาํ รงชีพเพิมไดอ้ ีก 25,000 บาท หรือ เช่น 3. ผูร้ ับบาํ นาญ เมือออกจากราชการไดร้ ับเงินบาํ นาญเดือนละ 28,000 บาท คาํ นวณ 15 เทา่ เป็นจาํ นวน 420,000 บาท ขอรบั เงินบาํ เหน็จดาํ รงชีพตอนออกจากราชการได้ จาํ นวน 200,000 บาท และเมือมีอายุครบ 65 ปี บริบูรณ์และตอ้ งการขอรับ บาํ เหน็จดาํ รงชพี เพิม สามารถขอรับเพมิ ไดอ้ ีกเพียง 200,000 บาท เนืองจากรวมกนั แลว้ ไม่เกิน 400,000 บาท นายมนัส แจ่มเวหา กลา่ วเพิมเตมิ ว่า สาํ หรับขนั ตอนการขอรับบาํ เหน็จดาํ รงชีพนัน ผรู้ ับบาํ นาญทมี ีสิทธิสามารถใชส้ ิทธิได้ ตงั แต่วนั ทีมีอายคุ รบ 65 ปี บริบรู ณ์ ถา้ ประสงคจ์ ะขอรบั บาํ เหนจ็ ดาํ รงชีพเพิม จะตอ้ งไปกรอกรายละเอียดในหนังสือรับรอง และแบบขอเบกิ บาํ เหนจ็ ดาํ รงชพี (แบบ สบง. 12) พร้อมกบั แนบสาํ เนาบญั ชีเงินฝากธนาคารทีเขียนรับรองสาํ เนาถูกตอ้ ง แลว้ ยนื เอกสารทงั หมดใหก้ บั เจา้ หนา้ ทีของหน่วยงานทีผูร้ ับบาํ นาญสังกดั อยใู่ นตอนทีออกจากราชการ และเมือเจา้ หนา้ ที ตรวจสอบเอกสารและหลกั ฐานครบถว้ นและถกู ตอ้ งส่งใหห้ วั หนา้ ส่วนราชการผเู้ บกิ หรือผไู้ ดร้ ับมอบหมายลงนาม แลว้ ส่ง มายงั กรมบญั ชีกลางหรือสาํ นกั งานคลงั เขต จากนัน กรมบญั ชกี ลางโอนเงนิ เขา้ บญั ชขี องผูร้ บั บาํ นาญตอ่ ไป 83 ลกั ษณะของ SDU ตอบขอ้ ถูกแลว้ 84.ใบผา่ นภาษี ตอ้ งขอใบผา่ น ง. ถกู แล้ว การขอใบผ่านภาษีอากรของชาวตา่ งชาติ 1. คาร้องขอรับใบผา่ นภาษอี ากร คอื แบบ ผ.1 2. ใบผ่านภาษีอากรมีอายใุ ชไ้ ด้ 15 วนั นบั แต่วนั ออกถา้ มีการขอต่ออายใุ บผ่านภาษีอากรก่อนสินอายจุ ะต่ออายใุ หอ้ ีก 15 วนั 3. คนต่างดา้ วผใู้ ดจะเดินทางออกจากประเทศไทย ตอ้ งขอรับใบผ่านภาษีอากรแลว้ แต่กรณี ดงั นี 3.1 คนต่างดา้ วผูต้ อ้ งรับผิดเสียภาษีอากร หรือนาส่งภาษีทีคา้ งชาระ หรือทีตอ้ งชาระตามการประเมินของเจ้าพนักงาน ประเมินอยกู่ ่อนหรือในขณะเดินทางออกนอกราชอาณาจกั ร 3.2 คนต่างดา้ วผูม้ ีหน้าทีและความรับผิดในการยนื รายการ และเสียภาษเี งนิ ไดแ้ ทนบริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนติ บิ คุ คลทตี ังขึน ตามกฎหมายของตา่ งประเทศประกอบกจิ การในประเทศไทย 3.3 คนต่างดา้ วทีมีเงินไดพ้ ึงประเมิน จากการเป็นนกั แสดงสาธารณะในประเทศไทย ไม่ว่าเงินไดน้ นั จะจ่ายในหรือนอก ประเทศ (ยนื คาร้องขอรับใบผ่านภาษีอากรภายในกาหนดเวลาไม่เกิน 15 วนั ก่อนออกเดินทางไม่ว่าจะมีภาษีอากรทีตอ้ งชาระหรือไม่ ณ สานักงานสรรพากรพืนทใี นทอ้ งทนี นั ๆ) 3.4 คนต่างดา้ วทีมีเงินไดพ้ ึงประเมิน จากการขายพลอย ทบั ทมิ มรกต บุษราคมั โกเมน โอปอ

หนา้ 481 ชดุ ที ข้อสอบ วชิ า ภาษเี งนิ ได้นติ บิ ุคคล . ในมาตรา ทวิ อนุมาตรา ทเี ป็นเงือนไขเกยี วกบั รายจา่ ยคือขอ้ ใด ก. มาตรา ทวิ ( ) (1) รายการทรี ะบุไวใ้ นมาตรา 65 ตรี ไมใ่ หถ้ อื เป็นรายจา่ ย ข. มาตรา ทวิ ( ) (2) คา่ สึกหรอและค่าเสือมราคาของทรพั ยส์ ิน ใหห้ กั ไดต้ ามหลกั เกณฑ์ วธิ กี าร เงือนไขและอตั ราทกี าํ หนดโดยพระราชกฤษฎกี า ค. มาตรา 5 ทวิ (3) (3) ราคาทรัพยส์ ินอนื นอกจาก (6) ใหถ้ อื ตามราคาทีพงึ ซือทรัพยส์ ินนนั ได้ ตามปกติ และในกรณีทีมกี ารตรี าคาทรัพยส์ ินเพิมขึน หา้ มมใิ หน้ าํ ราคาทตี รี าคาเพิมขึนมารวม คาํ นวณกาํ ไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ ง. ถกู ทุกขอ้ 2. รายจา่ ยทกี ฎหมายยอมใหห้ กั ไดเ้ พิมขึน คือรายจ่ายในขอ้ ใด ก. รายจา่ ยคา่ จา้ งเพอื ทาํ การวจิ ยั และพฒั นาเทคโนโลยี ข. รายจา่ ยค่าฝึกอบรมใหแ้ กล่ กู จา้ งทางบริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิตบิ คุ คล ค. คา่ ใชจ้ า่ ย ค่าจา้ งคนพกิ าร ง. ถกู ทุกขอ้ 3. รายจา่ ยใดทที างบญั ชียอมรับรู้เป็นรายจ่าย แต่ทางภาษไี มย่ อมใหถ้ อื เป็นรายจา่ ย หมายถงึ ก. คา่ รบั รองทไี มเ่ ป็นไปตามกฎกระทรวง ฉบบั ที 147 (พ.ศ.2522)กฎกระทรวง ฉบบั ที 143(พ.ศ. 2522) ข. เบียปรบั หรือเงนิ เพิมภาษอี ากร คา่ ปรับทางอาญา ภาษเี งนิ ไดข้ องบริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิตบิ คุ คล ค. เงินเดือนของผถู้ ือหุน้ หรือผเู้ ป็นหุน้ ส่วนเฉพาะส่วนทีจ่ายเกินสมควร ง. ถกู ทุกขอ้ 4. ขอ้ ใดเป็นการจดั เกบ็ ภาษอี ากรตามส่วน 3 หมวด 3 ลกั ษณะ 2 ส่วน 3 การเกบ็ ภาษีจากบริษทั และหา้ งหุน้ ส่วนนิติ บุคคล ก. กาํ ไรสุทธิ ข. ประเภทรายได้ ค. เกณฑร์ ับรูร้ ายได้ ง. ถกู ทุกขอ้ 5. เงือนไขสาํ คญั ในการจดั เกบ็ ภาษเี งินไดจ้ ากกาํ ไรธุรกิจของนิตบิ คุ คลผมู้ ถี ินทีอยใู่ นรัฐค่สู ญั ญาภาษีซอ้ นของไทยคือ ก. สาํ นกั งานสาขาตงั อยเู่ ป็นการถาวรในประเทศไทย ข. สถานธุรกิจประจาํ ค. สถานประกอบการ ง. การประกอบกจิ การในไทย

หนา้ 482 6. บริษทั ฯ จะตอ้ งยืนรายการตามแบบ ภ.ง.ด.50 ภายในกีวนั ก. ภายใน 5 เดอื นนบั แตว่ นั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาบญั ชี ข. ภายใน 6 เดอื นนบั แตว่ นั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาบญั ชี ค. ภายใน 150 วนั นบั แต่วนั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาบญั ชี มาตรา 68 ภายในหนึงรอ้ ยหา้ สิบวนั นบั แต่ วนั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาบญั ชี ง ภายใน 150 วนั นับแต่วนั สินปีปฏิทิน 7. บริษทั ฯ จะตอ้ งยืนรายการตามแบบ ภ.ง.ด.51 ภายในกีวนั ก. ภายใน 2 เดือน นบั แต่วนั สุดทา้ ยของเดือนมิถุนายน ข. ภายใน 2 เดอื น นบั แตว่ นั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลา 6 เดอื น มาตรา 67 ทวิ เพอื ประโยชนใ์ นการ จดั เกบ็ ภาษกี ่อนถงึ กาํ หนดเวลาตามมาตรา 68 ใหบ้ ริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิตบิ คุ คลยนื รายการตามแบบทีอธิบดี กาํ หนดพรอ้ มกบั ชาํ ระภาษีตอ่ อาํ เภอ ณ ทวี า่ การอาํ เภอทอ้ งที ภายในสองเดือนนบั แต่วนั สุดทา้ ยของรอบ ระยะเวลาหกเดอื นนบั แตว่ นั แรกของรอบระยะเวลาบญั ชี ค. ภายใน 60 วนั นบั แตว่ นั สุดทา้ ยของเดอื นมถิ นุ ายน ง. ภายใน 60 วนั นบั แต่วนั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาบญั ชี 6 เดอื น 8. รายการใดต่อไปนีถอื เป็นรายจา่ ยได้ ก. คา่ ปรบั ทางอาญา ข. รายจา่ ยซึงควรจะไดจ้ า่ ยในรอบระยะเวลาบญั ชีอนื ค. ผลเสียหายอนั อาจไดก้ ลบั คนื ง. รายจา่ ยทเี ป็นการซ่อมแซมใหค้ งสภาพเดมิ 9. ขอ้ ใดต่อไปนี ไมใ่ ช่เงือนไขเกยี วกบั รายไดใ้ นการคาํ นวณกาํ ไรสุทธิและขาดทนุ สุทธิตามหลกั เกณฑม์ าตรา 65 ทวิ ก. คา่ สึกหรอ ข. การโอนทรัพยส์ ิน ค. การใหบ้ ริการ ง. เงินปันผล 10. ขอ้ ใดต่อไปนี คือความหมายของคาํ ว่า “บริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคล” มาตรา 39 ในหมวดนี เวน้ แต่ขอ้ ความ จะแสดงใหเ้ ห็นเป็นอยา่ งอนื ก. กิจการร่วมคา้ ข. มลู นิธิหรือสมาคมทรี ฐั มนตรีประกาศกาํ หนดตามมาตรา 47 (7) (ข) ค. นิติบุคคลทีอธิบดีกาํ หนดโดยอนุมตั ิรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ง. นิติบุคคลอนื ทีตงั ขึนตามกฎหมายของต่างประเทศ

หน้า 483 ชดุ ที 0 ข้อสอบ วชิ า ภาษเี งนิ ได้นติ บิ ุคคล . การประเมินตามมาตรา 71 มเี บียปรบั หรือไม่ ก. มี เพราะใชอ้ าํ นาจ มาตรา 20, 21 ข. มี เพราะใชอ้ าํ นาจตาม มาตรา 23, 24 ค. ไมม่ ี เพราะไมไ่ ดใ้ ชอ้ าํ นาจตาม มาตรา 20, 21 มาตรา 22 ในการประเมนิ ตามมาตรา 20 หรือมาตรา 21 ผตู้ อ้ งเสียภาษีตอ้ งรบั ผดิ เสียเบียปรบั หนึงเท่าของจาํ นวนเงินภาษีทตี อ้ งชาํ ระอกี ง. ไมม่ ี เพราะไมไ่ ดใ้ ชอ้ าํ นาจ ตามมาตรา 27 2. บริษทั ไดเ้ ปลยี นแปลงวนั สุดทา้ ยของรอบระยะเวลาบญั ชี เกนิ กวา่ 6 เดอื น จะตอ้ งยนื แบบ ภ.ง.ด.51 (ครึงปี ) หรือไม่ ก. ไมต่ อ้ งยนื เพราะ รอบระยะเวลาบญั ชีนอ้ ยกวา่ 12 เดอื น ข. ไม่ตอ้ งยืน เพราะ รอบระยะเวลาบญั ชีไม่ตรงตามรอบ ค. ตอ้ งยนื เพราะ ไมใ่ ช่รอบระยะเวลาบญั ชีแรก หรือสุดทา้ ย มาตรา 67 ทวิ เพือประโยชน์ในการจดั เก็บ ภาษกี อ่ นถงึ กาํ หนดเวลาตามมาตรา 68 ง. ตอ้ งยนื เพราะ รอบระยะเวลาเกนิ กวา่ ครึงปี แลว้ 3. ขอ้ ใด ไม่ใช่ ประโยชน์ทางภาษีอากรทีไดร้ ับการสนบั สนุนจากมาตรการภาษี SME ก. ปรับลดอตั ราภาษีเงินไดน้ ิติบุคคล ข. ใหห้ กั คา่ เสือมราคาเบืองตน้ ในอตั ราพเิ ศษ ค. ใหส้ ิทธิประโยชนท์ างภาษีสาํ หรับธุรกิจเงินร่วมลงทุน ง. ไดร้ บั สิทธิในการคนื ภาษีไดเ้ ร็วขึน 4. ขอ้ ใดไม่ใช่จาํ นวนอตั ราร้อยละในบญั ชีอตั ราภาษีเงินไดส้ าํ หรับบริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคล ก. 10 ข. 15 ค. 20 ง. 30 5. ผทู้ าํ การแทนของบริษทั ซึงตงั ขึนตามกฎหมายของต่างประเทศทีประกอบกจิ การในประเทศไทย จะตอ้ งมหี นา้ ที และความรับผดิ ในการยนื รายการและเสียภาษีตามมาตราใด ก. มาตรา 70 ข. มาตรา 70 ทวิ ค. มาตรา 70 ตรี ง. มาตรา 76 ทวิ

หนา้ 484 6. องคก์ ารคา้ ของครุ ุสภา จ่ายคา่ จา้ งใหก้ บั บริษทั ฯ ทเี ขา้ มาตอ่ เตมิ อาคารใหจ้ ะตอ้ งหกั ภาษเี งินได้ ณ ทจี า่ ยในอตั ราร้อย ละเท่าใด ก. 1% มาตรา ทวิ ภายใตบ้ งั คบั มาตรา 70 ถา้ รฐั บาล องคก์ ารของรฐั บาล เทศบาล สุขาภบิ าล หรือ องคก์ ารบริหารราชการส่วนทอ้ งถินอืน เป็นผจู้ ่ายเงินไดพ้ ึงประเมินตามมาตรา 40 ใหก้ บั บริษทั หรือ หา้ งหุน้ ส่วนนิตบิ คุ คลใด ใหค้ าํ นวณหกั ภาษีเงินไดไ้ ว้ ณ ทจี า่ ยในอตั รารอ้ ยละ 1 ข. 3% ค. 5% ง. 10% 7. ขอ้ ใดต่อไปนี ไมใ่ ช่เงือนไขเกยี วกบั รายจา่ ยในการคาํ นวณกาํ ไรสุทธิและขาดทุนสุทธิตามหลกั เกณฑม์ าตรา 65 ทวิ ก. ค่าเสือมราคา ข. การจาํ หน่ายหนีสูญ ค. การคาํ นวณราคาทุน ง. ดอกเบียเงินกยู้ มื 8. หนีสูญทีจะจาํ หน่ายจากบญั ชีลกู หนีตอ้ งเป็นหนีทีมลี กั ษณะอยา่ งไร ก. ตอ้ งเป็นหนีทีขาดอายคุ วาม ข. ตอ้ งไมม่ หี ลกั ฐานโดยชดั แจง้ ทีสามารถฟ้ องลกู หนีได้ ค. รวมถงึ หนีทีเป็นกรรมการเป็นลกู หนีในหนีทีเกิดขึนในขณะทีผนู้ นั เป็นกรรมการอยู่ ง. ตอ้ งเป็นหนีเนืองจากการประกอบกจิ การ ตามกฎกระทรวง ฉบบั ที ๑๘๖ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตาม ความในประมวลรัษฎากร ว่าดว้ ยการจาํ หน่ายหนีสูญจากบญั ชีลูกหนี 9. ภาษเี งนิ ไดน้ ิตบิ คุ คลหกั ณ ทีจา่ ย วธิ ีการคาํ นวณใหเ้ ป็นไปตามมาตราใดแห่งประมวลรษั ฎากร ก. มาตรา 70 ข. มาตรา 69 ทวิ และ มาตรา 69 ตรี ค. มาตรา 69 ทวิ การหกั ภาษี ณ ทีจ่ายของรัฐบาล ,มาตรา 69 ตรี การหกั ภาษกี รณีขายอสงั หาริมทรพั ย์ , มาตรา 3เตรส การกาํ หนดใหห้ กั ภาษี ณ ทีจา่ ย ในกรณีจาํ เป็น และมาตรา 70บริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิติบุคคล ทีตงั ขึนตามกฎหมายของตา่ งประเทศ มไิ ดป้ ระกอบกิจการในประเทศไทย แตไ่ ดร้ บั เงินไดพ้ งึ ประเมนิ ตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ทีจา่ ยจากหรือในประเทศไทย ใหบ้ ริษทั หรือหา้ งหุน้ ส่วนนิตบิ คุ คลนันเสียภาษี โดยใหผ้ จู้ ่ายหกั ภาษีจากเงินไดพ้ ึงประเมินทีจ่ายตามอตั ราภาษีเงินได้ ง. มาตรา 50 และมาตรา 3 เตรส

หนา้ 485 10. กรมทางหลวงจา่ ยคา่ กอ่ สรา้ งสะพานใหบ้ ริษทั ก จาํ กดั เป็นเงนิ 15,000,000 บาท จะตอ้ งหกั ภาษี ณ ทจี า่ ยเป็นเงินจาํ นวนเท่าใด ก. 150,000 บาทตามมาตรา 69 ทวิ การหกั ภาษี ณ ทจี า่ ยของรัฐบาล ข. 450,000 บาท ค. 750,000 บาท ง. 112,500 บาท ---------------------------------------

หนา้ 486 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที 1. สญั ญาเช่าทรพั ยส์ ินใชใ้ นการทาํ นา ไร่ สวน ตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ มลู คา่ เท่าใด ก. 1 บาท ทุกจาํ นวนเงิน 1,000 บาท ข. 5 บาท ทุกจาํ นวนเงิน 1,000 บาท ค. 1 บาท ทุกจาํ นวน 2,000 บาท ง. ไม่ตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ บญั ชีอตั ราอากรแสตมป์ 2.ใบรบั ใดในขอ้ ตอ่ ไปนีทีไมต่ อ้ งเสียอากร ก. ใบรับสาํ หรับจาํ นวนเงินทีผรู้ ับตอ้ งเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียอากร ใบรับ สาํ หรับ จาํ นวนเงนิ ทผี รู้ บั ตอ้ งเสียภาษีมลู คา่ เพิมหรือภาษีธุรกิจเฉพาะ(พระราชบญั ญตั แิ กไ้ ขเพิมเติม ประมวลรษั ฎากร (ฉบบั ที 30) พ.ศ.2534 ใชบ้ งั คบั 1 ม.ค.2535 เป็นตน้ ไป) ข. ใบรับรางวลั สลากกินแบง่ ของรฐั บาล ค. ใบรับสาํ หรับการโอนหรือกอ่ ตวั สิทธิใด ๆ เกยี วกบั อสงั หาริมทรพั ยใ์ นเมอื นิตกิ รรมมเี ป็นเหตุ ใหอ้ อกใบรับซึงมกี ารจดทะเบยี นตามกฎหมาย ง. ใบรับสาํ หรับการขาย ขายฝาก ใหเ้ ช่าซือ หรือโอนกรรมสิทธิยานพาหนะ ทงั นีเฉพาะ ยานพาหนะ ซึงมกี ารจดทะเบียนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยยานพาหนะนัน ๆ 3.กิจการใดในขอ้ ต่อไปนี เป็นกิจการทีผปู้ ระกอบกจิ การ ไมต่ อ้ งทาํ และเกบ็ ตน้ ขวั หรือสาํ เนาใบรับ ตาม มาตรา 105 ทวิ วรรคหนึง ก. กจิ การขายหนงั สือ อปุ กรณ์ ตาํ ราเรียน ข. กจิ การภตั ตาคาร ค. กจิ การขายผลติ ผลของเกษตรกรอนั เกิดจากเกษตรกรรมทีคนและ / หรือครอบครวั ไดท้ าํ เอง ง. กจิ การขายอาหารสตั ว์

หนา้ 487 4.การมอบอาํ นาจในขอ้ ใดต่อไปนีทีไดร้ ับการยกเวน้ อากรแสตมป์ ก. ใบมอบอาํ นาจใหร้ บั เงนิ หรือสังของแทน ข. ใบมอบอาํ นาจใหโ้ อนหรือใหก้ ระทาํ การใด ๆ เกยี วดว้ ยสตั วพ์ าหนะ ตามกฎหมายว่าดว้ ยสัตว์ พาหนะยกเวน้ ไมต่ อ้ งเสียอากร (1) ใบแต่งทนายและใบมอบอาํ นาจซึงทนายความใหแ้ ก่ เสมยี นของตนเพอื เป็นตวั แทนดาํ เนินคดใี นศาล (2) ใบมอบอาํ นาจใหโ้ อนหรือใหก้ ระทาํ การใด ๆ เกยี วดว้ ยสตั วพ์ าหนะตามกฎหมายวา่ ดว้ ย สตั วห์ าหนะ ค. ใบมอบอาํ นาจใหบ้ ุคคลธรรมดาเป็นตวั แทน ในการยนื แบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ตามแบบ ภ.ง.ด.91 ดว้ ยสือคอมพวิ เตอร์ ง. ใบมอบอาํ นาจใหก้ ระทาํ การมากกวา่ ครังเดยี ว โดยใหบ้ ุคคลหลายคนตา่ งคนต่างกระทาํ กจิ การ แยกกนั ได้ 5. ขอ้ ใดในต่อไปนีไมไ่ ดร้ บั ยกเวน้ อากรแสตมป์ ก. การกระทาํ ตราสารอนั เนืองมาจากการดาํ เนินการระหวา่ งการไฟฟ้ าฝ่ ายผลติ แห่งประเทศไทย กบั บริษทั ผลติ ไฟฟ้ าราชบรุ ี ข. การกระทาํ ตราสารอนั เนืองมาจากการดาํ เนินตามคาํ ขอประนอมหนี หรือแบบฟื นฟกู จิ การของ ลกู หนีทีศาลไดม้ ีคาํ สงั เห็นชอบตามกฎหมายวา่ ดว้ ยลม้ ละลาย ค. มลู ค่าของฐานภาษรี ายรบั หรือการกระทาํ ตราสารของตาํ บล และองคก์ ารบริหารส่วนตาํ บล ง. ถกู ทุกขอ้ -----------------------------

หนา้ 488 ชุดที ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ 1.อายคุ วามการขอคนื อากรแสตมป์ กรณีทีไดข้ ายอสงั หาริมทรัพย์ และไดม้ กี ารชาํ ระภาษีธุรกจิ เฉพาะ ไวแ้ ลว้ คอื ก. ภายใน 3 ปี นบั แต่วนั พน้ กาํ หนดการยืนแบบแสดงรายการ ข. ภายใน 3 ปี นบั แต่วนั สุดทา้ ยแห่งปี ซึงไดถ้ ูกภาษีเกินไป ค. ภายใน 10 ปี นบั แตท่ ไี ดเ้ สียอากรแสตมป์ ไว้ อากรแสตมป์ กรณีการโอนอสงั หาริมทรัพยไ์ ด้ มกี ารเสียอากรแสตมป์ ไปแลว้ สาํ หรบั ใบรับ จากการโอนอสงั หาริมทรพั ยท์ ีไดร้ บั ยกเวน้ อากร แสตมป์ จงึ เป็นการเสียอากรแสตมป์ โดยไมม่ หี นา้ ทีตอ้ ง เสีย จงึ มสี ิทธิขอคนื คา่ อากรไดภ้ ายใน 10 ปี นบั แตว่ นั เสียคา่ อากรแสตมป์ ตามมาตรา 193/30 แห่งประมวลกฎหมายแพง่ และพาณิชย์ ง. ไมม่ ขี อ้ ถกู 2.กาํ หนดวิธีการชาํ ระอากรเป็นตวั เงินแทนการปิ ดแสตมป์ สาํ หรับตราสารใดในขอ้ ต่อไปนี ไมถ่ กู ตอ้ ง ก. ใบรับรางวลั สลากกินแบง่ รฐั บาล ข. เช่าซือทรัพยส์ ิน เฉพาะมนี ิตบิ คุ ล หรือสถาบนั การเงินเป็นผใู้ หเ้ ช่าซือทรัพยส์ ิน ค. จา้ งทาํ ของ เฉพาะทรี ฐั บาล องคก์ ารของรัฐบาล เทศบาล สุขาภบิ าล หรือ องคก์ ารบริหาร ราชการส่วนทอ้ งถิน เป็นผวู้ า่ จา้ ง และมสี ินจา้ ง ตงั แต่ 100,000 บาท ขึนไป ตามลกั ษณะแห่ง ตราสาร 4 แห่งบญั ชีอตั ราอากรแสตมป์ ง. กรมธรรมป์ ระกนั ภยั ตามลกั ษณะแห่งตราสาร 6 แห่งบญั ชีอากรแสตมป์ 3.กรณีไดร้ บั แจง้ จากพนกั งานเจา้ หนา้ ทีใหช้ าํ ระเงนิ เพิมอากร บุคคลทีตอ้ งเสียเงินเพิมอากร จะตอ้ งทาํ คาํ รอ้ งเป็นหนงั สือยนื ตอ่ พนกั งาน เจา้ หนา้ ที และชาํ ระเงนิ เพิมอากรภายในกีวนั จงึ จะไดล้ ดเงินเพิมตาม กฎกระทรวง ฉบบั ที 129 ( พ.ศ. 2512 ) ก. 7 วนั นบั แตว่ นั ไดร้ บั คาํ สัง ข. 10 วนั นบั แตว่ นั ไดร้ บั คาํ สัง ขอ้ 3 บคุ คลทีตอ้ งเสียเงนิ เพิมอากรจะตอ้ งทาํ คาํ ร้องเป็น หนงั สือยนื ตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ทีชีแจงเหตผุ ลทีมไิ ดป้ ฏบิ ตั ติ ามบทบญั ญตั หิ มวด 6 และหมวด 7 ลกั ษณะ 2 โดยสุจริตมไิ ดม้ เี จตนาหลกี เลยี งอากรและยนิ ยอมชาํ ระเงินเพิมอากรภายในสิบวนั นบั แตว่ นั ไดร้ บั แจง้ จากพนกั งานเจา้ หนา้ ที ค. 15 วนั นบั แตว่ นั ไดร้ บั คาํ สัง ง. 30 วนั นบั แตว่ นั ไดร้ บั คาํ สัง

หนา้ 489 4.“พนกั งานเจา้ หนา้ ที” ใน มาตรา 103 หมายถงึ เจา้ หนา้ ทีในขอ้ ใด ก. เจา้ พนกั งานเจา้ หนา้ ทีผรู้ บั จดทะเบียนสิทธิและนิตกิ รรมเกยี วกบั อสงั หาริมทรพั ย์ ตามประมวล กฎหมายทีดิน ข. ขา้ ราชการ สามญั ตงั แต่ 1 ปี ขึนไป ค. เจา้ หนา้ ทีไปรษณีย์ ง. ถกู ทงั ก และ ข \"พนกั งานเจา้ หนา้ ที\" หมายความวา่ เจา้ พนกั งานซึงรฐั มนตรีแตง่ ตัง ( ดปู ระกาศกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการแต่งตังเจา้ พนกั งาน (ฉบบั ที 11) ) ( ดปู ระกาศกระทรวงการคลงั วา่ ดว้ ยการแต่งตังเจา้ พนกั งาน (ฉบบั ที 39) ) 5.กรณีเจา้ หนา้ ทีตรวจพบวา่ มไิ ดม้ กี ารปิ ดแสตมป์ บนตราสาร พนกั งานเจา้ หนา้ ทีมอี าํ นาจเรียกเกบ็ เงิน เพิมอากร ในขอ้ ใดตอ่ ไปนี ก. 2 เท่า ของเงนิ อากรทีตอ้ งเสีย หรือ เป็นเงนิ 25 บาท แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะมากกว่า ข. 5 เท่า ของเงนิ อากรทีตอ้ งเสีย หรือ เป็นเงนิ 25 บาท แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะมากกว่า ค. 6 เท่า ของเงนิ อากรทีตอ้ งเสีย หรือ เป็นเงนิ 25 บาท แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะมากกว่ามาตรา โดยการตรวจสอบตามความในมาตรา กด็ ี โดยการกลา่ วหาแจง้ ความของบคุ คลใด ไมว่ า่ จะ เป็นเจา้ พนกั งานรฐั บาลหรือมใิ ช่กด็ ี ถา้ ปรากฏวา่ ( ) มไิ ดม้ กี ารออกใบรับในกรณีทีตอ้ งออกใบรับตามความในมาตรา หรือมาตรา ให้ พนกั งานเจา้ หนา้ ทีมอี าํ นาจเรียกเกบ็ เงนิ อากรจนครบ และเงนิ เพิมอากรอกี เป็นจาํ นวน เทา่ ของเงิน อากร หรือเป็นเงนิ บาท แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะมากกวา่ ง. 2 เท่า ของเงนิ อากรทีตอ้ งเสีย หรือ เป็นเงนิ 10 บาท แลว้ แตอ่ ยา่ งใดจะมากกวา่ -------------------------------------

หนา้ 490 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที 1. กรณีใดดงั ต่อไปนี ไมต่ อ้ งตดิ อากรแสตมป์ ก. สญั ญาเช่าแบบลสิ ซิง ข.สญั ญาจา้ งทาํ ของ ค.โอนพนั ธบตั ร ง. บิลออฟเลดิง 2.กรมสรรพากรมอบอาํ นาจใหเ้ จา้ หนา้ ทีไปดาํ เนินการตดิ ตอ่ กับหน่วยงานภายนอกในนามกรมสรรพากร ใบมอบอาํ นาจดงั กลา่ วตอ่ ปิ ดอากรแสตมป์ จาํ นวนเท่าใดเพราะอะไร ก.ปิ ดตามจาํ นวนทุนทรพั ยต์ ามบญั ชอี ตั ราอากรแสตมป์ ข.ไมต่ อ้ งปิ ดเพราะกรมสรรพากรจดั เกบ็ ภาษเี อง ค.ไมต่ อ้ งปิ ดเพราะบทบญั ญตั ใิ นมาตรา 121 แห่งประมวลรษั ฎากรยกเวน้ ไว้ ง. ปิ ดเพราะบทบญั ญตั ใิ นหมวด 6 ลกั ษณะ 2 กาํ หนดไวโ้ ดยไมม่ ขี อ้ ยกเวน้ 3.ขอ้ ใดคอื กจิ การทอี ยใู่ นบงั คบั ตอ้ งเสียภาษีธุรกิจเฉพาะ ก. การธนาคาร การรับประกนั ชวี ติ โรงรบั จาํ นาํ และการขายอสงั หาริมทรพั ยเ์ ป็นการคา้ หรือ หากาํ ไร ข. การธนาคาร การรับประกนั วนิ าศภยั และการขายอสงั หาริมทรพั ยเ์ ป็นทางคา้ หรือหากาํ ไร ค. การธนาคาร การรับประกนั โรงรบั จาํ นาํ แลการขายอสงั หาริมทรพั ยเ์ ป็นทางคา้ หรือหา กาํ ไร ง. ถกู ทุกขอ้ 4. อตั ราภาษีธุรกิจเฉพาะ มจี าํ นวนเท่าใด ก. รอ้ ยละ 0.1 ข. รอ้ ยละ 2.5 ค. รอ้ ยละ 3.0 ง. ถกู ทกุ ขอั มาตรา 91/6 อตั ราภาษีธุรกิจเฉพาะมีดงั ต่อไปนี (1) รอ้ ยละ 0.1 สาํ หรับรายรบั ตามมาตรา 91/5 (7) (2) รอ้ ยละ 2.5 สาํ หรับรายรบั ตามมาตรา 91/5 (3) (ก) และมาตรา 91/5 (4) (3) รอ้ ยละ 3.0 สาํ หรับรายรบั ตามมาตรา 91/5 นอกจากกรณีตาม (1) และ (2)

หนา้ 491 5. กจิ การขายอสงั หาริมทรพั ย์ เป็นทางคา้ หรือหากาํ ไร รายรบั สาํ หรับจากการประกอบกจิ การ หมายถงึ ก. ราคาตลาด ข. ราคาประเมนิ ค. รายรบั กอ่ นหกั รายจา่ ยใด ๆ ทงั สิน (6) สาํ หรบั กจิ การขายอสงั หาริมทรพั ยเ์ ป็นทางคา้ หรือ หากาํ ไรตามมาตรา 91/2 (6) รายรบั จากการประกอบกิจการ คอื รายรบั กอ่ นหกั รายจา่ ยใด ๆ ทงั สิน ง. รายรบั หลงั จากค่าใชจ้ า่ ยคา่ ธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิแลว้

หนา้ 492 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที 1. ปัจจบุ นั การชาํ ระภาษีธุรกิจเฉพาะ ตอ้ งชาํ ระที ก. ชาํ ระผา่ นธนาคาร ข. สรรพากรอาํ เภอทอ้ งที ค. พนกั งานเจา้ หนา้ ทีผรู้ ับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ง. ขอ้ ก. และ ข. แลว้ แตก่ รณี 2. ภาษธี รุ กจิ เฉพาะ ขนั ตน้ ทีตอ้ งชาํ ระมีจาํ นวนเท่าใด ก. ไม่มีกาํ หนดไว้ ข. 100 บาท มาตรา 91/17 ภาษตี ามหมวดนี ถา้ ในเดือนภาษใี ดมจี าํ นวนไมถ่ งึ หนึงรอ้ ยบาทเป็น อนั ไม่ตอ้ งเสียสาํ หรับเดือนภาษีนัน ค. 300 บาท ง. 500 บาท 3. สญั ญาจา้ งทาํ ของทีรฐั บาลเป็นผวู้ า่ จา้ ง จะชาํ ระอากรเป็นตวั เงนิ แทนการปิ ดแสตมป์ จะตอ้ งมสี ินจา้ งเป็น จาํ นวนเงินเท่าไร ก. ตงั แต่ 10,000 บาทขึนไป ข. ตงั แต่ 50,000 บาทขึนไป ค. ตงั แต่ 100,000 บาทขึนไป ง. ตงั แต่ 200,000 บาทขึนไปประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกยี วกบั อากรแสตมป์ (ฉบบั ที 37) เรือง กาํ หนดวธิ กี ารชาํ ระอากรเป็นตวั เงินแทนการปิ ดแสตมป์ อากร สาํ หรับตราสารบางลกั ษณะ “(๓) จา้ งทาํ ของ ตามลกั ษณะแห่งตราสาร ๔. แห่งบญั ชีอตั รา อากรแสตมป์ ดงั ตอ่ ไปนี (ก) มสี ินจา้ งตงั แต่ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึนไป หรือ (ข) รฐั บาล องคก์ ารของรฐั บาล เทศบาล สุขาภบิ าล หรือองคก์ ารบริหารราชการส่วนทอ้ งถินเป็น ผวู้ า่ จา้ งและมสี ินจา้ งตงั แต่ ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึนไป”

หน้า 493 4. สญั ญาเช่าบา้ นโดยมไิ ดก้ าํ หนดอายกุ ารเชา่ ไว้ และไดช้ าํ ระค่าอากรแสตมป์ ครบถว้ นแลว้ จะตอ้ งเสียอากร แสตมป์ อกี หรือไม่ ก. ไมต่ อ้ งเสียอกี แลว้ ข. จะตอ้ งเสียอกี ครัง เมอื ครบกาํ หนด 1 ปี ค. จะตอ้ งเสียอกี ครัง เมอื ครบกาํ หนด 3 ปี หมายเหตุ (1) ถา้ สญั ญาเช่ามไิ ดก้ าํ หนดอายกุ ารเชา่ ใหถ้ อื วา่ มกี าํ หนด 3 ปี (2) ถา้ สญั ญาเช่าฉบบั ใดครบกาํ หนดอายกุ ารเช่า หรือครบกาํ หนด 3 ปี ตาม (1) แลว้ ผเู้ ช่ายงั คงครองทรัพยส์ ินอยแู่ ละให้ผเู้ ช่ารู้ความนันแลว้ ไมท่ กั ทว้ ง ทงั มไิ ดท้ าํ สญั ญาใหม่ ใหถ้ ือวา่ สญั ญาเช่าเดิมนันไดเ้ ริมทาํ กนั ใหม่ โดยไมม่ กี าํ หนดอายกุ ารเชา่ และ ตอ้ งเสียอากรภายในสามสิบวนั นบั แตว่ นั ทถี อื วา่ เริมทาํ สญั ญาใหมน่ ัน ง. จะตอ้ งเสียอกี ครัง เมอื ครบกาํ หนด 10 ปี . 5. ขอ้ ใดถูกตอ้ งเกียวกบั ตราสารกรมธรรมป์ ระกนั ชีวิต ก. ผรู้ บั ประกนั ภยั เสียอากร และผรู้ บั ประกนั ภยั ขดี ฆา่ แสตมป์ ข. ผรู้ บั ประกนั ภยั เสียอากร แตผ่ เู้ อาประกนั ภยั ขดี ฆา่ แสตมป์ ค. ผเู้ อาประกนั ภยั เสียอากร แต่ผรู้ บั ประกนั ภยั ขดี ฆา่ แสตมป์ ง. ผเู้ อาประกนั ภยั เสียอากร และผเู้ อาประกนั ภยั ขีดฆา่ แสตมป์

หน้า 494 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที 1. กรณีมกี ารมอบอาํ นาจใหบ้ ุคคล 3 คน เป็นผรู้ ับมอบอาํ นาจโดยทีต่างคนต่างทาํ กิจกรรมแยกกนั ได้ ตราสาร ในการมอบอาํ นาจจะตอ้ งติดอากรเท่าใด ก.10 บาท ข.30 บาท ค.60 บาท ง. 90 บาท 2. ตราสารใดต่อไปนี ตอ้ งติดอากรแสตมป์ ก. ใบแต่งทนายความ ข. สญั ญากยู้ มื เงินซึงสมาชิกกยู้ มื จากสหกรณ์ ค. ใบมอบอาํ นาจของสหกรณ์ ง. บิลออฟเลดิง 3. สญั ญากยู้ มื เงินฉบบั หนึงมีมลู ค่า 10,000.- บาท ดงั นนั การทาํ คฉู่ บบั จะตอ้ งปิ ดอากรเทา่ ใด ก.1 บาท ข.5 บาท 5. กยู้ มื เงิน หรือการตกลงใหเ้ บิกเงนิ เกินบญั ชจี ากธนาคาร ทุกจาํ นวนเงิน 2,000 บาท หรือเศษของเงนิ 2,000 บาท แห่งยอดเงินทีกยู้ มื หรือตกลงใหเ้ บิกเกินบญั ชี คา่ อากรตามลกั ษณะแห่งตราสารนี เมอื คาํ นวณแลว้ ถา้ เกนิ 10,000 บาท ใหเ้ สีย 10,000 บาท ค.10 บาท ง. 30 บาท 4. หนงั สือสญั ญาจดั ตงั ห้างหุน้ ส่วน ตอ้ งปิดอากรเท่าใด และใครเป็นผตู้ อ้ งเสียอากร ก.50 บาท ผเู้ ริมกอ่ การ ข.50 บาท กรรมการ ค.100 บาท กรรมการ ง. 100 บาท ผเู้ ป็นหุน้ ส่วน บญั ชอี ตั ราอากรแสตมป์ 27. หนงั สือสญั ญาหา้ งหุน้ ส่วน

หน้า 495 5. กรณีใดต่อไปนี ตอ้ งปิ ดอากร จาํ นวน 30 บาท ก.สญั ญาจา้ งทาํ ของทีมสี ินจา้ ง จาํ นวน 30 บาท ข.ใบมอบอาํ นาจใหบ้ ุคคลหลายคนร่วมกระทาํ การมากกว่า 1 ครัง ค.ตวั แทนมอบอาํ นาจเฉพาะกาล ง. ใบมอบฉนั ทะใหล้ งมตใิ นทปี ระชุมครังเดียว

หนา้ 496 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที . สญั ญาคาํ ประกนั กรณีทีมไิ ดจ้ าํ กดั จาํ นวนไว้ เสียอากรเท่าใด ก. บาท ข. บาท บญั ชีอตั ราอากรแสตมป์ 17. คาํ ประกนั (ก) สาํ หรบั กรณีทีมไิ ดจ้ าํ กดั จาํ นวนเงนิ ไว้ ค. บาท ง. บาท 2. ผมู้ หี นา้ ทีเสียอากร แตเ่ พกิ เฉยหรือปฏเิ สธไมเ่ สียอากร ตอ้ งระวางโทษเทา่ ใด ก.ปรบั ไมเ่ กิน บาท ข.ปรบั ไมเ่ กนิ บาท มาตรา 124 ผใู้ ดมหี นา้ ทีเสียอากร หรือขดี ฆา่ แสตมป์ เพกิ เฉยหรือปฏเิ สธไมเ่ สีย อากร หรือไมข่ ดี ฆา่ แสตมป์ ตอ้ งระวางโทษปรับไมเ่ กนิ หา้ รอ้ ยบาท ค.ปรบั ไมเ่ กนิ , บาท ง. ปรบั ไมเ่ กนิ 1,000 บาทหรือจาํ คกุ ไมเ่ กนิ 1 เดือน หรือทงั ปรบั ทงั จาํ 3. ผถู้ กู เรียกเกบ็ เงนิ อากร และเงินเพิมอากรจะอทุ ธรณค์ าํ สังไดห้ รือไม่ ก. ไมไ่ ด้ เพราะ ตามประมวลรัษฎากรเกยี วกบั อากรแสตมป์ ไมก่ าํ หนดไว้ ข. ไมไ่ ด้ เพราะใหถ้ อื วา่ เป็นทสี ุด ค. ได้ เพราะ เป็นสิทธิส่วนบคุ คลตามรฐั ธรรมนูญ ง. ได้ เพราะใหน้ าํ เรืองการอทุ ธรณข์ องลกั ษณะ 2 มาใช้ มาตรา 13 ทวิ ใหม้ คี ณะกรรมการ วินิจฉัยภาษีอากรประกอบดว้ ย ปลดั กระทรวงการคลงั เป็นประธานกรรมการ อธิบดี กรมสรรพากร อธบิ ดีกรมศลุ กากร อธบิ ดกี รมสรรพสามติ ผอู้ าํ นวยการสาํ นกั งานเศรษฐกจิ การ คลงั เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎกี า และผทู้ รงคณุ วฒุ อิ กี จาํ นวนสามคนซึงรฐั มนตรี แต่งตงั เป็น กรรมการใหค้ ณะกรรมการแต่งตงั ขา้ ราชการสงั กดั กระทรวงการคลงั เป็นเลขานุการ และ ผชู้ ่วยเลขานุการ การอทุ ธรณก์ ารประเมนิ อากรดา้ นราคาํ ศลุ กากรและดา้ นอนื ๆ (ไม่รวมพกิ ดั อตั ราศุลกากร หรือ ถินกาํ เนิดสินคา้ ) การอุทธรณ์การประเมินอากรเป็นกระบวนการของกรมศุลกากรทีเปิดโอกาสใหก้ บั ผปู้ ระกอบการ กรณีทีไม่เห็นดว้ ยกบั การประเมินอากรเพิมในเรืองทีเกยี วขอ้ งกบั ราคาศลุ กากรและดา้ นอนื ๆ ตาม พระราชบญั ญตั ศิ ลุ กากร พ.ศ. 2469 แกไ้ ขเพิมเติมโดยพระราชบญั ญตั ศิ ลุ กากร (ฉบบั ที 17) พ.ศ. 2543 สามารถใชส้ ิทธิอทุ ธรณก์ ารประเมนิ อากรของพนกั งานเจา้ หน้าทีต่อคณะกรรมการพิจารณา อทุ ธรณ์ตามมาตรา 112 ฉ

หนา้ 497 1. ผมู้ สี ิทธิอทุ ธรณก์ ารประเมนิ อากรจะตอ้ งเป็นผนู้ าํ ของเขา้ หรือส่งของออกตามความหมายของ กฎหมายศุลกากรและเป็นผถู้ กู เจา้ พนกั งานประเมนิ เรียกเกบ็ ภาษอี ากรโดยจะตอ้ งมหี นงั สือแจง้ การประเมนิ (แบบ กศก. 114 หรือ แบบ กศก. 115 หรือ แบบ กศก. 182 ในกรณีขอสงวนสิทธิขอ คนื อากรเกยี วกบั ปัญหาพกิ ดั อตั ราศลุ กากร ราคาศลุ กากร หรือ แบบแจง้ การประเมนิ อากรอนื ๆ) จากเจา้ พนกั งานประเมนิ แจง้ จาํ นวนคา่ ภาษอี ากรทีประเมนิ ใหน้ าํ เงินไปเสียภาษอี ากร ทังนีผู้ อทุ ธรณ์ตอ้ งยนื คาํ อทุ ธรณ์ฯ ดว้ ยตนเอง หากไมส่ ามารถยนื ไดใ้ หท้ าํ หนงั สือมอบอาํ นาจใหผ้ อู้ นื ยนื แทนตน แตจ่ ะยนื อทุ ธรณท์ างไปรษณีย์ โทรเลข จดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส์ หรือวธิ ีการทาํ นอง เดียวกนั นีมไิ ด้ 2. การยนื อทุ ธรณก์ ารประเมนิ อากร หากตอ้ งการอทุ ธรณก์ ารประเมนิ อากรของพนกั งาน เจา้ หนา้ ทีผอู้ ทุ ธรณ์จะตอ้ งยนื คาํ อทุ ธรณ์เป็นหนงั สือโดยใชค้ าํ อทุ ธรณ์ตามแบบทีอธิบดกี าํ หนด (แบบ กศก. 171) โดยตอ้ งแสดงเหตผุ ลในการอทุ ธรณ์และเหตุผลคดั คา้ นหรือโตแ้ ยง้ ในประเดน็ ขอ้ เทจ็ จริง และขอ้ กฎหมายทีเป็นเหตุผลในการอทุ ธรณอ์ ยา่ งเพยี งพอ เช่น อทุ ธรณ์คดั คา้ นการ ประเมนิ ภาษีตามใบขนสินคา้ ขาเขา้ เลขทีเท่าใด หนงั สือแจง้ การประเมนิ (แบบกศก. 114 หรือ แบบ กศก. 115 หรือ แบบ กศก. 182 หรือ แบบแจง้ การประเมนิ อากรอนื ๆ) ฉบบั ใด เป็นจาํ นวน เงนิ ภาษีเทา่ ใด และสิงสาํ คญั ทตี อ้ งระบุคอื ไมเ่ ห็นดว้ ยกบั การประเมนิ ในประเดน็ ใด พรอ้ มเหตุผล ทุกประเดน็ และแสดงหลกั ฐานประกอบเหตผุ ลนันดว้ ย เป็นตน้ ทงั นีหากคาํ อทุ ธรณฯ์ ทยี นื ไวไ้ มม่ ี เหตุผลหรือไมช่ อบคณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณอ์ าจพจิ ารณาไมร่ บั คาํ อทุ ธรณฯ์ และ/หรืออาจ วนิ ิจฉัยยกอทุ ธรณไ์ ด้ 3. กาํ หนดเวลาการยนื คาํ อทุ ธรณ์ ผจู้ ะใชส้ ิทธิอทุ ธรณ์จะตอ้ งยนื อทุ ธรณ์ตอ่ คณะกรรมการ พจิ ารณาอทุ ธรณภ์ ายใน 30 วนั นบั แตว่ นั ทไี ดร้ บั แบบแจง้ การประเมนิ อากรจากพนกั งาน เจา้ หนา้ ทีซึงจะพจิ ารณาจากหลกั ฐานแบบตอบรบั ทางไปรษณียเ์ ป็นเกณฑใ์ นการนบั เวลา หากไม่ ยนื อทุ ธรณ์การประเมนิ อากรภายในกาํ หนดเวลาดงั กลา่ ว ใหถ้ อื วา่ สินสิทธิในการอทุ ธรณ์ และ/ หรือ คณะกรรมการพจิ ารณาอทุ ธรณ์อาจวนิ ิจฉยั ไมร่ บั อทุ ธรณ์ไวว้ นิ ิจฉยั ได้ ตวั อยา่ งเช่น - ไดร้ บั หนงั สือแจง้ การประเมนิ วนั ที 1 ตลุ าคม 2550 จะตอ้ งยืนอุทธรณ์ภายในวนั ที 31 ตุลาคม 2550 หรือ - ไดร้ บั หนงั สือแจง้ การประเมนิ วนั ที 2 สิงหาคม 2550 จะตอ้ งยนื อทุ ธรณภ์ ายใน วนั ที 1 กนั ยายน 2550 แต่เนืองจากวนั ที 1-2 กนั ยายน 2550 เป็นวนั เสาร์-อาทิตย์ ซึงเป็น วนั หยุดราชการจึงสามารถยนื อุทธรณ์ภายในวนั ที 3 กนั ยายน 2550 ได้ เป็นตน้

หนา้ 498 4. ขอ้ ใดต่อไปนีถกู ตอ้ งทีสุด ก.คู่ฉบบั ปิ ดอากรครบถว้ นแลว้ ใชเ้ ป็นพยานหลกั ฐานไดแ้ มว้ ่าจะมิไดแ้ สดงไวว้ ่าตน้ ฉบบั ปิ ดแสตมป์ บริบรู ณแ์ ลว้ กต็ าม ข.คู่ฉบบั ปิ ดอากรครบถว้ นแลว้ ยงั ตอ้ งแสดงให้ทราบดว้ ยว่าตน้ ฉบบั ก็ปิ ดแสตมป์ บริบูรณ์แลว้ ดว้ ย จึง ใชเ้ ป็นพยานหลกั ฐานได้ ค.คู่ฉบบั ปิ ดอากรครบถว้ นแลว้ ยงั ตอ้ งแสดงให้ทราบดว้ ยว่าตน้ ฉบบั ก็ปิ ดแสตมป์ บริบูรณ์แลว้ และขีด ฆา่ แลว้ ดว้ ย จงึ ใชเ้ ป็นพยานหลกั ฐานได้ ง. คฉู่ บบั ปิ ดอากรครบถว้ นแลว้ และตอ้ งแสดงใหศ้ าลเห็นวา่ ขีดฆา่ อากรกเ็ พยี งพอแลว้ จงึ ใชเ้ ป็น พยานหลกั ฐานใด 5. อากรแสตมป์ จดั เกบ็ จาก ก. ตราสาร 26 ลกั ษณะ ข. ตราสาร 27 ลกั ษณะ ค. ตราสาร 28 ลกั ษณะ บญั ชีอตั ราอากรแสตมป์ ง. การส่งจดหมาย ----------------------------------

หน้า 499 ข้อสอบ วชิ า อากรแสตมป์ ชุดที 1. สญั ญาจา้ งทาํ ของตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ ข. 5 บาท ก. 1,000 บาทตอ่ 1 บาท ง. 2,000 บาทตอ่ 1 บาท ค. 30 บาท 2. ตราสารทีทาํ ขึนนอกประเทศ ก. ไมต่ อ้ งเสียอากร ข. ผทู้ รงตราสารคนแรกในไทยเป็นผเู้ สีย ค. ผทู้ รงเป็นผเู้ สีย ง. ผทู้ าํ ตราสารเป็นผเู้ สีย 3. สญั ญากยู้ มื เงิน 200,000 บาท ตราสารคฉู่ บบั สญั ญากตู้ อ้ งเสียอากรแสตมป์ ก. 1 บาท ข. 5 บาท ค. 10 บาท ง. 30 บาท 4. วิธีการเสียอากรสาํ หรับตราสารตามทีกาํ หนดไวใ้ นบญั ชีอตั ราอากรแสตมป์ แยกออกเป็นกีวิธี ก. 2 วธิ ี ข. 3 วิธี ค. 4 วิธี ง. 5 วธิ ี 5. วดั ใหเ้ ช่าทีดินสญั ญาเช่า ก. ปิ ดอากรแสตมป์ 1,000 บาทตอ่ 1 บาท ข. ปิ ดอากรแสตมป์ 2,000 บาทตอ่ 1 บาท ค. ตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ ง. ไมต่ อ้ งปิ ดอากรแสตมป์

ขอ้ สอบ วิชา อากรแสตมป์ ชุดที ๑๑ หนา้ 500 ๑. สญั ญาจา้ งทาํ ของตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ * ก. ๑,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ บาท ข. ๕ บาท * ค. ๓๐ บาท * ง. ๒,๐๐๐ บาท ต่อ ๑ บาท * เฉลยเดิม ไม่มี คาํ ตอบทีถกู ตอ้ ง ก บญั ชีอากรแสตมป์ ลกั ษณะแห่งตราสาร ๔ * ๒. ตราสารทีกระทาํ ขึนนอกประเทศ ก. ไมต่ อ้ งเสียอากร ข. ผทู้ รงตราสารคนแรกใบไทยเป็นผเู้ สีย ค. ผทู้ รงเป็นผเู้ สีย ง. ผทู้ าํ ตราสารเป็นผเู้ สีย เฉลยเดิม ไม่มี คาํ ตอบทีถูกตอ้ ง ข มาตรา 111 แห่งประมวลรัษฎากร ๓. สญั ญากยู้ มื เงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท ตราสารค่ฉู บบั สญั ญากตู้ อ้ งเสียอากรแสตมป์ ก. ๑ บาท ข. ๕ บาท ค. ๑๐ บาท ง. ๓๐ บาท เดมิ ไมม่ ี ทถี กู ตอบ ข ๔. วธิ กี ารเสยี อากรสาํ หรบั ตราสารตามทกี าํ หนดไวใ้ นบญั ชีอตั ราอากรแสตมป์แยกออกเป็นกวี ธิ ี ก. ๒ วธิ ี ข. ๓ วธิ ี ค. ๔ วิธี ง. ๕ วิธี เดมิ ไมม่ ี ทถี ูกตอบ ข ๕. วดั ใหเ้ ช่าทดี ินสัญญาเช่า ก. จดอากรแสตมป์ ๑,๐๐๐ บาทต่อ ๑ บาท ข. จดอากรแสตมป์ ๒, บาทต่อ ๑ บาท ค. ตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ ง. ไม่ตอ้ งปิ ดอากรแสตมป์ เดิมไม่มี ทีถูกตอบ ง 1


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook