พระสตุ ตนั ตปฎก สังยตุ ตนิกาย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 551 ๑๐. สูจมิ ขุ สี ตู รวาดวยความแตกตา งการเลยี้ งชีวิตของสมณพราหมณ [๕๑๘] สมัยหนึง่ ทานพระสารบี ุตรอยู ณ พระวหิ ารเวฬุวัน-กลันทกนิวาปสถาน กรุงราชคฤห ครั้งน้ัน เปน เวลาเชา ทา นพระสารีบุตรนุงแลว ถือบาตรและจวี ร เขาไปบณิ ฑบาตยังกรงุ ราชคฤห เทีย่ วบิณฑบาต ตามลาํ ดับตรอกในกรงุ ราชคฤห แลวอาศยั เชิงฝาแหงหนง่ึฉนั บณิ ฑบาตนัน้ คร้งั น้ันนางปริพาชกิ าช่อื สูจิมขุ ี เขาไปหาทา น-พระสารีบตุ รถึงท่ีอยู คร้ันแลว ไดก ลาวกะทานพระสารีบตุ รวาดูกอ นสมณะ ทานกมหนา ฉนั หรอื ? ทา นพระสารีบุตรตอบวาดูกอนนอ งหญงิ เรามไิ ดกมหนาฉัน. สู. ถา อยางนนั้ ทา นแหงนหนา ฉนั หรือสมณะ ? สา. เรามิไดแหงนหนา ฉันหรอกนอ งหญิง. สู. ถาอยา งนั้น ทานมองดทู ิศใหญฉันหรอื สมณะ ? สา. เรามิไดมองดทู ิศใหญฉันหรอกนอ งหญิง. สู. ถา อยางน้ัน ทานมองดูทิศนอ ยฉันหรอื สมณะ ? สา. เรามิไดมองดูทศิ นอยฉนั หรอกนองหญิง. ส.ู ดฉิ ันถามวา ดูกอนสมณะ ทา นกม หนาฉนั หรอื ทานก็ตอบวา เรามิไดก ม หนา ฉนั หรอกนองหญิง ดฉิ นั ถามวา ถา อยา งนั้นทานแหงนหนา ฉนั หรือสมณะ ทานก็ตอบวา เรามไิ ดแ หงนหนา ฉันหรอก
พระสุตตันตปฎ ก สังยุตตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 552นอ งหญิง ดฉิ นั ถามวา ถาอยา งนั้น ทานมองดทู ศิ ใหญฉ ันหรือสมณะทานกต็ อบวา เราไมไดมองดูทิศใหญฉ นั หรอก นอ งหญิง ดิฉนั ถามวาถาอยา งนน้ั ทานมองดูทศิ นอยฉันหรอื สมณะ ทานก็ตอบวา เรามไิ ดมองดูทิศนอยฉันหรอกนองหญิง ก็บัดน้ี ทานฉนั อยา งไรเลาสมณะ. สา. ดูกอนนองหญิง กส็ มณพราหมณเ หลา ใดเหลาหนงึ่เลี้ยงชวี ติ ดว ยมจิ ฉาชพี เหตดุ ิรจั ฉานวิชา คอื วิชาดพู ้นื ที่ สมณพราหมณเหลานี้เรียกวา กม หนา ฉัน ดูกอ นนอ งหญิง สมณพราหมณเหลาใดเหลาหนง่ึ เลี้ยงชวี ติ ดว ยมจิ ฉาชพี เหตุดิรัจฉานวชิ า คอื วิชาดูดาวนักษตั ร สมณพราหมณเหลา นี้เรยี กวา แหงนหนา ฉนั ดูกอนนอ งหญงิสมณพราหมณเหลา ใดเหลาหน่งึ เลยี้ งชีวิตดวยมจิ ฉาชีพ เหตุประกอบการรบั สง ขา วสาสน สมณพราหมณเ หลานเ้ี รยี กวา มองดูทิศใหญฉ นัดูกอ นนอ งหญงิ สมณพราหมณเ หลา ใดเหลา หนงึ่ เล้ียงชวี ิตดวยมิจฉาชีพ เหตุดิรัจฉานวชิ า คือ วิชาทายองคอวยั วะ สมณพราหมณเหลาน้ีเรยี กวา มองดูทศิ นอยฉัน ดูกอ นนองหญิง สว นเราน้นั มไิ ดเล้ียงชวี ติ ดวยมจิ ฉาชพี เหตุดิรัจฉานวิชา คือ วิชาตรวจพนื้ ท่ี มิไดเลี้ยงชีวิตดว ยมิจฉาชีพ เหตุดริ ัจฉานวชิ า คือวชิ าดูดาวนกั ษัตร มไิ ดเ ลยี้ งชวี ติ ดวยมิจฉาชพี เหตุประกอบการรับสง ขาวสาสน มไิ ดเ ลยี้ งชวี ิตดว ยมิจฉาชพี เหตดุ ิรจั ฉานวชิ า คือ วชิ าทายองคอ วยั วะ (แต) เราแสวงหาภิกษาโดยชอบธรรม ครนั้ แสวงหาไดแลว จึงฉัน. ครัง้ น้นั นางสจู ิมขุ ปี ริพาชกิ าเขา ไปในกรุงราชคฤห จากถนนหนึง่ ไปอกี ถนนหนงึ่ จากตรอกหน่งึ ไปอีกตรอกหน่ึง แลว ประกาศอยางน้ีวา ทานสมณศากยบุตรทง้ั หลายยอ มฉันอาหารอันประกอบ
พระสุตตันตปฎ ก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนาท่ี 553ดวยธรรม สมณศากยบุตรทั้งหลายยอมฉันอาหารอนั หาโทษมิไดขอเชญิ ทานท้งั หลายถวายบิณฑบาตแกสมณศากยบตุ รทง้ั หลายเถิด. จบ สารีปุตตสงั ยตุ ๑๐. อรรถกถาสูจมิ ขุ สี ตู ร พงึ ทราบวนิ จิ ฉยั ในสูตรที่ ๑๐ ดงั ตอ ไปน้ี :- บทวา สูจมิ ุขี คอื นางปริพาชกิ าผมู ีชื่ออยางน้ี บทวา อุปสงกฺ มิ ความวา นางปริพาชกิ าน้ัน เห็นพระเถระมีรูปสวย นาดู มผี วิ พรรณงดงามดงั ทองคาํ ชวนใหเกิดความเลอ่ื มใสตลอดเวลา จึงเขาไปหาดว ยคดิ วา เราจกั ทําการราเรงิ กับพระเถระน้ีคราทีนน้ั เมือ่ พระเถระปฏเิ สธคําพดู นนั้ นางจึงสาํ คญั อยูวา บดั น้ีเราจกั โตว าทะกับพระเถระนัน้ จงึ กลา ววา สมณะ ถาอยางน้นัทานก็แหงนหนา ฉัน (แหงนหนาหากนิ ) ละซี ? บทวา ทสิ ามุโข ไดแก หนั หนา สทู ิศท้ัง ๔. อธบิ ายวามองดทู ง้ั ๔ ทศิ (ทิศใดทศิ หนึ่ง). บทวา วทิ ิสามโุ ข ไดแก มองดูทศิ เฉยี งทง้ั ๔ ทิศ. บทวา วตฺถวุ ิชฺชาติรจฺฉานวิชชฺ าย ไดแ ก ดริ จั ฉานวชิ ากลา วคอื วิชาตรวจดพู ืน้ ท่.ี อบุ ายเครือ่ งรูถ งึ เหตุที่ทาํ ใหพ ้ืนที่ท้ังหลายมีพน้ื ที่ปลกู นา้ํ เตา ฟก เขียว และมัน เปน ตน สมบรู ณพูนผลช่อื วาวชิ าดพู น้ื ท่ี. บทวา มิจฺฉาชีเวน ชีวกิ กปฺเปนฺติ ความวา เลี้ยงชีวิตดวยมจิ ฉาชพี กลา วคือดริ จั ฉานวิชา ไดแ ก วิชาตรวจดพู ื้นที่นน้ั นนั่ แล.
พระสตุ ตันตปฎก สังยตุ ตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนาท่ี 554อธิบายวา บริโภคปจจัยทเี่ หลาชนผเู ลื่อมใส เพราะความสมบรู ณพนู ผลแหง พื้นที่เหลา นั้นอย.ู บทวา อโธมขุ า ความวา ช่อื วา กม หนาบริโภค (กมหนา หากนิ )ดว ยอํานาจตรวจดูพน้ื ที่แลวบริโภค. อีกอยางหนงึ่ ในบทเหลานี้ พึงทราบวนิ ิจฉยั ดังตอ ไปนี้ :- บทวา นกขฺ ตฺตวิชา ไดแ ก วชิ าท่ีเปนเหตุใหรูอยา งนว้ี าวนั น้ี ฤกษนี้ ควรไปดวยฤกษน ้ี ไมควรไปดว ยฤกษน ี้ ควรทาํ สิง่ น้ีสง่ิ นี้ ดว ยฤกษน ้.ี บทวา ทเู ตยยฺ ไดแ ก งานของทูต คือ การรับเอาสาสนของคนเหลา น้ัน ๆ ไปในทน่ี ั้น ๆ. บทวา ปหิณคมน ไดแ ก การเขาไปยงั ตระกลู หนง่ึ ดว ยสาสน ของอกี ตระกูลหนง่ึ ในหมูบา นเดยี วกนั นน่ั แล. บทวา องฺควชิ ฺชา ไดแก วิชชาเปน เหตุใหร ูอ งคสมบัติ(ลักษณะอวยั วะทดี่ ี) ตามอติ ถลี กั ษณะ และปุรสิ ลักษณะ แลวทราบอยา งนีว้ า บุคคลจะไดส ่ิงน้ี ดวยองคสมบตั อิ ยา งนนั้ . บทวา วิทสิ ามขุ า ความวา เพราะวา วิชาตรวจดอู วัยวะช่อื วาเปน ไปในทิศเฉยี งทั้งหลาย เพราะปรารภสวนของสรีระนัน้ ๆเปน ไป (การตรวจดูลักษณะตาง ๆ ตอ งหนั หนา ไปทั่วทกุ ทศิ )เพราะเหตุน้นั บคุ คลทงั้ หลายผูหากินเลย้ี งชวี ิตดวยวิชาน้นั จึงชือ่ วาหนั หนาสูทศิ เฉยี งท้งั หลาย บริโภค (สายหนา หากิน). บทวา เอวมาโรเจสิ ความวา นางปริพาชกิ า เม่ือกลาวคําเปน ตน วา ธมฺมิก สมณ ชอ่ื วา กลา ว (สรรเสรญิ ) คุณของพระศาสนา
พระสตุ ตนั ตปฎก สังยตุ ตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 555วา เปนนยิ ยานกิ ธรรม. ก็มนุษยทั้งหลาย ไดฟง กถานัน้ แลว พากนั เลื่อมใสในพระศาสนาประมาณ ๕๐๐ ตระกูล แล. จบ อรรถกถาสจู มิ ุขสี ูตรท่ี ๑๐ จบ อรรถกถาสารีปตุ ตสงั ยุต รวมพระสูตรทีม่ ีในสงั ยุตน้ี คือ ๑. วิเวกสตู ร ๒. อวิตักกสูตร ๓. ปติสตู ร ๔. อเุ ปกขาสตู ร๕. อากาสานญั จายตนสตู ร ๖. วิญญาณญั จายตนสตู ร ๗. อากญิ -จัญญายตนสูตร ๘. เนวสัญญานาสญั ญายตนสตู ร ๙. สญั ญาเวทยติ -นิโรธสูตร ๑๐. สูจมิ ขุ สี ูตร.
พระสตุ ตันตปฎ ก สังยุตตนกิ าย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 556 ๘. นาคสังยตุ ๑. สุทธกสตู ร [๕๑๙] กรงุ สาวตั ถี. ณ ที่น้นั แล พระผูมพี ระภาคเจา ตรัสวาดูกอนภิกษุทั้งหลาย กําเนดิ ของนาค ๔ จําพวกน้ี ๔ จาํ พวกเปนไฉน ?คอื นาคทีเ่ ปน อัณฑชะ เกิดในไข ๑ นาคท่เี ปนชลาพุชะ เกดิ ในครรภ ๑นาคท่เี ปนสงั เสทชะ เกดิ ในเถา ไคล ๑ นาคทเี่ ปน อปุ ปาตกิ ะ เกดิ ผดุ ขึ้น ๑ดกู อนภิกษุทงั้ หลาย กาํ เนดิ ของนาค ๔ จําพวกนีแ้ ล. จบ สุทธกสูตรท่ี ๑ ๘. อรรถกถานาคสงั ยตุ ๑. อรรถกถาสุทธกสูตร พงึ ทราบวินจิ ฉยั ในนาคสงั ยุต สตู รที่ ๑ ดังตอไปน้ี :- บทวา อณฑฺ ชา แปลวา เกิดในฟอง. บทวา ชลาพุชา แปลวา เกดิ ในมดลูก. บทวา ส เสทชา แปลวา เกิดในท่ีช้นื แฉะ. บทวา อปุ ปาตกิ า แปลวา เกิด (เรว็ ) เหมือนผดุ ขึ้น กแ็ ลสตู รนี้ พระผูม ีพระภาคเจา ตรสั ไว เพราะเปนเหตเุ กดิ ของเรอ่ื ง. เพราะวา ภกิ ษุทัง้ หลายสนทนากนั วา กําเนดิ นาคมีเทา ไรหนอแล?ลําดบั นน้ั พระผูมพี ระภาคเจาเมอ่ื จะทรงอธิบายกาํ เนดิ นาคใหแ จมแจงจงึ ตรสั สตู รนี้ เพ่ือใหบ ุคคลท้ังหลายเบือ่ หนา ยกาํ เนดิ นาค จบ อรรถกถาสทุ ธกสูตรท่ี ๑
พระสุตตนั ตปฎ ก สงั ยุตตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 557 ๒. ปณตี ตรสตู ร [๕๒๐] กรุงสาวตั ถี. ดกู อนภกิ ษุท้ังหลาย กาํ เนดิ ของนาค ๔จาํ พวกนี้ ๔ จาํ พวกเปน ไฉน ? คอื นาคที่เปน อัณฑชะ ๑ นาคที่เปนชลาพชุ ะ ๑ นาคทีเ่ ปน สงั เสทชะ ๑ นาคท่เี ปน อุปปาติกะ ๑ ในนาค ๔จําพวกน้นั นาคทเี่ ปน ชลาพุชะ สงั เสทชะ และอุปปาติกะ ประณตี กวานาคทเี่ ปน อัณฑชะ นาคท่ีเปนสังเสทชะและอปุ ปาตกิ ะ ประณตี กวานาคที่เปน อณั ฑชะและชลาพุชะ นาคทีเ่ ปนอุปปาตกิ ะ ประณีตกวานาคทเ่ี ปนอัณฑชะ ชลาพชุ ะและสงั เสทชะ ดูกอ นภกิ ษุทัง้ หลาย กาํ เนิดของนาค ๔ จําพวกน้แี ล. จบ ปณีตตสูตรท่ี ๒ ๓. อโุ ปสถสตู รที่ ๑ [๕๒๑] สมัยหนึ่ง พระผูมพี ระภาคเจา ประทบั อยู ณ พระ-วหิ ารเชตวัน อารามของทานอนาถบิณฑกิ เครษฐี กรงุ สาวตั ถ.ีคร้งั นนั้ ภิกษรุ ูปหนึ่งเขา ไปเฝา พระผูมีพระภาคเจาถงึ ท่ีประทับถวายบังคมพระผมู พี ระภาคเจา แลว นง่ั ณ ที่ควรสว นขา งหนงึ่คร้ันแลว ไดท ลู ถามพระผูม ีพระภาคเจา วา ขา แตพ ระองคผ เู จรญิอะไรหนอ เปนเหตุเปน ปจ จัยเครอ่ื งใหน าคที่เปนอณั ฑชะบางพวกในโลกนี้ รกั ษาอุโบสถและสละกายได ? พระผมู ีพระภาคเจา ตรสั ตอบวา ดูกอนภกิ ษุ นาคบางพวกท่ีเปน อัณฑชะในโลกนี้ มีความคดิ อยางนวี้ า เมอ่ื กอน พวกเราเปนผกู ระทํากรรมทง้ั สองดว ยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ พวกเราน้นั กระทํา
พระสตุ ตนั ตปฎ ก สงั ยุตตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 558กรรมทงั้ สองดว ยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เมอ่ื ตายไป จึงเขา ถงึ ความเปนสหายของพวกนาคที่เปน อณั ฑชะ ถา วนั น้ี พวกเราพงึ ประพฤตสิ ุจริตดวยกาย ดวยวาจา ดว ยใจไซร เมอื่ เปน อยา งน้ี เมื่อตายไป พวกเราจะพึงเขา ถงึ สคุ ติโลกสวรรค เชิญพวกเรามาประพฤติสุจริตดวยกายดว ยวาจา ดวยใจเสยี ในบดั น้ีเถดิ ดกู อนภิกษุ ขอ นีแ้ ล เปน เหตเุ ปน ปจ จยัเครอื่ งใหนาคที่เปนอณั ฑชะบางพวกในโลกนี้ รักษาอุโบสถและสละกายได. จบ อโุ ปสถสูตรท่ี ๑ ๔. อโุ ปสถสูตรที่ ๒ [๕๒๒] กรุงสาวตั ถี. ครง้ั นัน้ ภกิ ษุรูปหนึ่งเขา ไปเฝาพระผมู พี ระภาคเจา ถงึ ทปี่ ระทบั ครั้นแลว ไดท ลู ถามพระผมู ีพระภาคเจาวา ขาแตพ ระองคผ ูเจรญิ อะไรหนอ เปน เหตุเปนปจจยั เคร่ืองใหน าคท่เี ปนชลาพุชะบางพวกในโลกน้ี รักษาอโุ ปสถและสละกายได ? พระผูมพี ระภาคเจาตรัสตอบวา ดูกอนภิกษุ นาคบางพวกท่ีเปนชลาพชุ ะในโลกนี้ มคี วามคดิ อยา งนวี้ า เม่อื กอน พวกเราเปนผูกระทํากรรมทั้งสองดว ยกาย ดวยวาจา ดว ยใจ พวกเรานั้น กระทํากรรมทงั้ สองดวยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เมอ่ื ตายไป จึงเขา ถึงความเปนสหายของพวกนาคทีเ่ ปน ชลาพชุ ะ ถาวนั นี้ พวกเราพงึ ประพฤติสุจรติ ดวยกาย ดว ยวาจา ดว ยใจไซร เมอ่ื เปนอยางน้ี เม่ือตายไปพวกเราจะพงึ เขา ถึงสุคตโิ ลกสวรรค เชิญพวกเรามาประพฤติสุจริตดวยกาย ดวยวาจา ดวยใจ เสยี ในบดั นี้เถิด ดกู อนภกิ ษุ ขอ น้ีแล
พระสตุ ตันตปฎ ก สังยุตตนกิ าย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนา ที่ 559เปน เหตุเปน ปจจยั เคร่อื งใหนาคท่เี ปน ชลาพชุ ะบางพวกในโลกน้ีรกั ษาอุโบสถและสละกายได. จบ อโุ ปสถสูตรที่ ๒ ๕. อโุ ปสถสูตรที่ ๓ [๕๒๓] กรุงสาวตั ถี. ภิกษุนนั้ นัง่ ณ ที่ควรสวนขางหนึ่งแลวไดท ลู ถามพระผูมีพระภาคเจา วา ขาแตพ ระองคผ ูเจริญ อะไรหนอเปน เหตเุ ปนปจ จัยเคร่อื งใหน าคท่ีเปนสังเสทชะบางพวกในโลกน้ีรกั ษาอุโบสถและสละกายได ? พระผมู พี ระภาคเจา ตรัสตอบวา ดูกอนภกิ ษุ นาคบางพวกท่ีเปนสงั เสทชะในโลกนี้ มคี วามคิดอยางนีว้ า เม่ือกอน พวกเราเปนผกู ระทาํ กรรมท้งั สองดว ยกาย ดวยวาจา ดวยใจ พวกเรานั้นกระทาํกรรมทัง้ สองดว ยกาย ดวยวาจา ดว ยใจ เมอ่ื ตายไป จึงเขา ถึงความเปนสหายของพวกนาคท่เี ปนสงั เสทชะ ถาวันนี้ พวกเราพึงประพฤติสจุ ริตดว ยกาย ดว ยวาจา ดว ยใจไซร เมอ่ื เปน อยา งน้ี เมื่อตายไปพวกเราจะพึงเขาถงึ สคุ ติโลกสวรรค เชิญพวกเรามาประพฤติสุจรติดว ยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เสยี ในบดั นเี้ ถดิ ดกู อ นภกิ ษุ ขอนแี้ ลเปน เหตุเปน ปจจยั เครือ่ งใหนาคท่เี ปน สังเสทชะบางพวกในโลกน้ีรกั ษาอโุ บสถและสละกายได. จบ อุโปสถสตู รท่ี ๓
พระสตุ ตันตปฎ ก สังยตุ ตนิกาย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนาท่ี 560 ๖. อุโปสถสูตรท่ี ๔ [๕๒๔] กรุงสาวตั ถ.ี ภกิ ษนุ ้นั นัง่ ณ ท่คี วรสว นขางหน่ึงแลวไดทูลถามพระผมู พี ระภาคเจา วา ขาแตพ ระองคผเู จรญิ อะไรหนอเปน เหตุเปนปจ จัยเครอ่ื งใหน าคท่เี ปนอปุ ปาติกะบางพวกในโลกน้ีรกั ษาอุโบสถและสละกายได ? พระผมู พี ระภาคเจาตรัสตอบวา ดกู อ นภกิ ษุ นาคบางพวกทีเ่ ปนอุปปาตกิ ะในโลกนี้ มีความคดิ อยา งนีว้ า เมือ่ กอ น พวกเราไดเ ปนผูกระทํากรรมทง้ั สองดวยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ พวกเรานั้นกระทาํกรรมท้งั สองดว ยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เมื่อตายไป จึงเขา ถึงความเปน สหายของพวกนาคที่เปน อุปปาติกะ ถา วนั นี้ พวกเราพงึ ประพฤติสุจรติ ดว ยกาย ดว ยวาจา ดว ยใจ เมื่อเปน อยา งนี้ เมอ่ื ตายไป พวกเราจะพงึ เขาถึงสคุ ตโิ ลกสวรรค เชิญพวกเรามาประพฤตสิ จุ ริตดว ยกายดวยวาจา ดว ยใจ เสยี ในบัดน้ีเถิด ดกู อนภิกษุ ขอนแ้ี ล เปน เหตุเปนปจ จยั ใหนาคท่ีเปนอุปปาตกิ ะบางพวกในโลกน้ี รักษาอุโบสถและสละกายได. จบ อโุ ปสถสตู รที่ ๔ ๗. สุตสตู รท่ี ๑ [๕๒๕] กรุงสาวัตถี. ภกิ ษุน้นั นงั่ ณ ทค่ี วรสว นขา งหนึง่ แลวไดท ลุ ถามพระผมู พี ระภาคเจาวา ขา แตพระองคผเู จริญ อะไรหนอเปน เหตุ เปนปจจยั ใหบ ุคคลบางคนในโลกนี้ เมือ่ ตายไปเขาถึงความเปนสหายของพวกนาคท่ีเปนอัณฑชะ พระเจาขา ?
พระสตุ ตันตปฎ ก สงั ยตุ ตนกิ าย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 561 พระผูม ีพระภาคเจาตรัสวา ดกู อ นภิกษุ บคุ คลบางคนในโลกน้ีเปนผูกระทํากรรมท้ังสองดวยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เขาไดส ดับมาวาพวกนาคที่เปน อัณฑชะ มีอายยุ ืน มีวรรณะงาม มคี วามสุขมากเขาจงึ มีความปรารถนาอยา งน้วี า โอหนอ เมอ่ื ตายไป ขอเราพึงเขา ถึงความเปน สหายของพวกนาคท่เี ปนอัณฑชะ ครนั้ ตายไป เขายอมเขาถึงความเปน สหายของพวกนาคที่เปน อัณฑชะ ดกู อ นภกิ ษุ ขอ นี้แลเปน เหตุเปนปจจัย ใหบ คุ คลบางคนในโลกนี้ เม่ือตายไป เขาถงึ ความเปนสหายของพวกนาคทเ่ี ปนอณั ฑชะ. จบ สตุ สูตรท่ี ๑ ๘. สุตสูตรท่ี ๒ [๕๒๖] กรงุ สาวตั ถ.ี ภิกษุนน้ั นง่ั ณ ที่ควรสว นขา งหนึง่ แลวไดทูลถามพระผมู พี ระภาคเจาวา ขาแตพระองคผ เู จริญ อะไรหนอเปนเหดุ เปนปจจยั ใหบคุ คลบางคนในโลกนี้ เมือ่ ตายไป เขา ถึงความเปน สหายของพวกนาคทีเ่ ปนชลาพุชะ พระเจาขา ? พระผมู ีพระภาคเจาตรัสวา ดูกอ นภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้เปนผกู ระทํากรรมทง้ั สองดวยกาย ดว ยวาจา ดว ยใจ เขาไดสดับมาวาพวกนาคที่เปนชลาพุชะ มอี ายยุ ืน มีวรรณะงาม มคี วามสุขมากเขาจงึ มีความปรารถนาอยา งนี้วา โอหนอ เมื่อตายไป ขอเราพึงเขาถึงความเปน สหายของพวกนาคทเ่ี ปนชลาพชุ ะ ครน้ั ตายไป เขายอ มเขาถึงความเปนสหายของพวกนาคที่เปน ชลาพุชะ ดูกอนภกิ ษุขอนี้แลเปนเหตุเปน ปจจยั ใหบุคคลบางคนในโลกน้ี เม่อื ตายไปเขาถึงความเปนสหายของพวกนาคท่เี ปน ชลาพุชะ. จบ สตุ สตู รที่ ๒
พระสุตตนั ตปฎ ก สังยตุ ตนิกาย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนาที่ 562 ๙. สตุ สตู รท่ี ๓ [๕๒๗] กรุงสาวัตถ.ี ภกิ ษุน้ันนั่ง ณ ท่คี วรสว นขางหน่งึ แลวไดท ูลถามพระผูมพี ระภาคเจาวา ขาแตพ ระองคผ เู จริญ อะไรหนอเปนเหตุเปนปจ จัยใหบุคคลบางคนในโลกน้ี เม่ือตายไป เขาถงึ ความเปนสหายของพวกนาคที่เปนสังเสทชะ พระเจา ขา ? พระผูมีพระภาคเจา ตรสั วา ดกู อ นภิกษุ บคุ คลบางคนในโลกน้ีเปน ผูก ระทํากรรมทัง้ สองดว ยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เขาไดส ดบั มาวาพวกนาคที่เปนสงั เสทชะ มีอายุยนื มีวรรณะงาม มีความสุขมากเขาจงึ มคี วามปรารถนาอยางนวี้ า โอหนอ เมอื่ ตายไป ขอเราพึงเขา ถึงความเปน สหายของพวกนาคที่เปน สังเสทชะ ครั้นตายไปเขายอ มเขาถึงความเปน สหายของพวกนาคที่เปนสังเสทชะ ดูกอ นภกิ ษุขอนแ้ี ลเปนเหตเุ ปน ปจ จัย ใหบ คุ คลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไปเขา ถงึ ความเปนสหายของพวกนาคที่เปนสงั เสทชะ. จบ สุตสูตรที่ ๓ ๑๐. สตุ สูตรท่ี ๔ [๕๒๘] กรงุ สาวัตถ.ี ภิกษนุ ัน้ นัง่ ณ ท่คี วรสวนขา งหนง่ึ แลวไดท ูลถามพระผูมพี ระภาคเจาวา ขา แตพ ระองคผ ูเจรญิ อะไรหนอเปน เหตุ เปนปจจัย ใหบ ุคคลบางคนในโลกน้ี เม่อื ตายไป เขาถงึ ความเปน สหายของพวกนาคท่เี ปนอุปปาติกะ พระเจา ขา ? พระผูมพี ระภาคเจาตรสั วา ดกู อนภิกษุ บคุ คลบางคนในโลกนี้เปนผูก ระทาํ กรรมท้งั สองดว ยกาย ดวยวาจา ดวยใจ เขาไดสดบั มาวา
พระสตุ ตันตปฎก สังยุตตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนา ที่ 563พวกนาคท่ีเปน อปุ ปาติกะ มีอายุยนื มีวรรณะงาม มีความสขุ มาก.เขาจึงมีความปรารถนาอยางน้วี า โอหนอ เมอื่ ตายไป ขอเราพงึ เขาถงึความเปน สหายของพวกนาคทเ่ี ปน อุปปาติกะ ครั้นตายไป เขายอ มเขาถงึ ความเปน สหายของพวกนาคท่เี ปน อปุ ปาติกะ ดกู อนภกิ ษุ ขอนีแ้ ลเปนเหตุเปน ปจ จยั ใหบคุ คลบางคนในโลกนี้ เมอ่ื ตายไป เขาถึงความเปน สหายของพวกนาคท่ีเปนอุปปาติกะ. จบ สุตสูตรท่ี ๔ ๑๑-๒๐ ทานูปการสตู รท่ี ๑ [๕๒๙] กรุงสาวตั ถ.ี ภกิ ษนุ น้ั นง่ั ณ ทค่ี วรสว นขา งหนง่ึ แลวไดท ลู ถามพระผูมพี ระภาคเจาวา ขาแตพระองคผ ูเจรญิ อะไรหนอเปนเหตุเปน ปจจัยใหบ ุคคลบางคนในโลกนี้ เมอ่ื ตายไป เขาถงึ ความเปนสหายของพวกนาคท่ีเปน อัณฑชะ พระเจา ขา ? พระผูมีพระภาคเจาตรสั วา ดกู อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกน้ีเปนผูก ระทํากรรมทง้ั สองดว ยกาย ดวยวาจา ดวยใจ เขาไดส ดบั มาวาพวกนาคทเ่ี ปน อัณฑชะ มอี ายยุ นื มวี รรณะงาม มคี วามสุขมาก เขาจึงมคี วามปรารถนาอยา งนีว้ า โอหนอ เม่อื ตายไป ขอเราพึงเขาถึงความเปน สหายของพวกนาคทีเ่ ปน อัณฑชะ เขาจึงใหข า ว นํา้ ผา ยานมาลา ของหอม เครือ่ งลูบไล ที่นอน ท่พี ัก ประทปี และ อุปกรณแหงประทปี ฯลฯ เมอื่ ตายไป เขายอมเขาถงึ ความเปน สหายของพวกนาคทเี่ ปน อัณฑชะ ดูกอ นภกิ ษุ ขอ น้ีแลเปน เหตเุ ปน ปจ จัย ใหบคุ คลบางคนในโลกน้ี เม่อื ตายไป เขาถงึ ความเปนสหายของพวกนาคทเ่ี ปน อัณฑชะ. จบ ทานูปการสูตรที่ ๑
พระสุตตนั ตปฎ ก สงั ยตุ ตนกิ าย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 564 ๒๑-๔๐. ทานปู การสตู รท่ี ๒-๔ [๕๓๐] กรงุ สาวัตถี. ภกิ ษนุ ้ันน่งั ณ ทีค่ วรสว นขา งหนึง่ แลวไดทูลถามพระผูม พี ระภาคเจาวา ขาแตพระองคผ เู จริญ อะไรหนอเปนเหตเุ ปน ปจ จัยใหบุคคลบางคนในโลกนี้ เมือ่ ตายไป เขายอ มเขา ถึงความเปน สหายของพวกนาคที่เปนชลาพุชะ... ของพวกนาคท่ีเปนสังเสทชะ... ของพวกนาคทีเ่ ปนอุปปาตกิ ะ ? พระผมู ีพระภาคเจาตรัสวา ดกู อนภกิ ษุ บคุ คลบางคนในโลกน้ีเปน ผกู ระทาํ กรรมทงั้ สองดว ยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เขาไดสดบั มาวาพวกนาคท่เี ปน อปุ ปาติกะ มีอายยุ นื มีวรรณะงาม มีความสุขมากเขาจงึ มีความปรารถนาอยางนีว้ า โอหนอ เม่อื ตายไป ขอเราพงึเขา ถึงความเปนสหายของพวกนาคที่เปน อปุ ปาติกะ เขาจงึ ใหขา ว นาํ้ผา ยาน มาลา ของหอม เครือ่ งลูบไล ทนี่ อน ทีพ่ กั ประทีป และอปุ กรณแหงประทปี เมื่อตายไป เขายอมเขา ถงึ ความเปน สหายของพวกนาคทีเ่ ปนอุปปาตกิ ะ ดกู อ นภิกษุ ขอนแ้ี ลเปน เหตุเปน ปจจยัใหบ คุ คลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป เขา ถงึ ความเปนสหายของพวกนาคทเี่ ปนอปุ ปาตกิ ะ. จบ ทานปู การสตู รที่ ๒๑-๕๐ (พรอมไปยาลนี้ ขยายได ๑๐ สตู ร ทาํ เปนไวยากรณะได๔๐ ไวยากรณะ ในกาํ เนดิ ทั้ง ๔ (แตล ะกําเนดิ ไดถ วายทานวัตถุ๑๐ อยา ง แตล ะอยาง ๆ) ๑๐ สูตรกับไวยากรณะ ๔๐ จงึ รวมเปน๕๐ สตู ร) จบ นาคสังยุต
พระสุตตนั ตปฎก สงั ยตุ ตนกิ าย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนาท่ี 565 อรรถกถาสตู รที่ ๒ เปนตน พงึ ทราบวินจิ ฉยั ในสตู รที่ ๒ เปน ตน ดังตอ ไปนี้ :- บทวา โวสฺสฏ กายา คอื ปลอยกายโดยไมคาํ นึงถงึ อนั ตรายทเ่ี กดิ จากหมอง.ู บทวา ทวฺ ยการโิ น แปลวา ผมู ีปกตทิ าํ ท้งั สองอยา ง อธิบายวามีปกตทิ าํ ทัง้ กศุ ลและอกุศล. บทวา สจชชฺ มย ความวา ถา วา วันน้เี ราทงั้ หลาย. บทวา สหพยฺ ต อปุ ปชชฺ ติ ความวา ถงึ ความเปนผู (อย)ูรว มกัน (สหภาพ). อกศุ ลเปน ปจ จัยใหบคุ คลนนั้ เกดิ ข้ึนในกําเนดิ นาคนัน้(สวน) กุศลเปน ปจจัยใหน าคทง้ั หลายทเ่ี กดิ มาแลวสมบรู ณ. บทวา อนฺน ไดแก ของเค้ยี วของกิน. บทวา ปาน ไดแ ก น้ําด่ืมทกุ ชนดิ . บทวา วตฺถ ไดแก ผานุง ผา หม . บทวา ยาน ไดแ ก ปจ จัยท่ีชว ยในการเดนิ ทาง ทกุ ชนดิเรม่ิ ตัง้ แตรม และรองเทา. บทวา มาล ไดแ ก ดอกไมทุกชนิด เชน ดอกมะลเิ ปน ตน. บทวา คนฺธ ไดแ ก เครอ่ื งลบู ไลท ุกชนิด เชนแกน จันทนเปนตน. บทวา เสยฺยาวสถปทเี ปยยฺ ความวา ใหท น่ี อนมเี ตียงและต่ังเปนตน ใหท ี่อยอู าศยั มเี รือนช้ันเดยี วเปน ตน (และ) ใหอ ุปกรณประทีปมไี สและนํา้ มนั เปน ตน. ๑๑. ปาฐะวา....ปทีปการณ ฉบับพมาเปน....ปทปี ปู รณ แปลตามฉบับพมา
พระสตุ ตนั ตปฎ ก สังยุตตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนาท่ี 566 ก็การท่ีนาคเหลาน้ัน ทาํ ความปรารถนาเพือ่ ใหมอี ายยุ ืนมีผวิ พรรณสวยงาม และมากไปดว ยสขุ เอาไว แลวใหท านทง้ั ๑๐ อยา งนี้จึงบงั เกิดในภพนาคนน้ั ก็เพ่ือเสวยสมบัตินนั้ แล. บททีเ่ หลือในทกุ สูตร กม็ คี วามหมายงา ยทัง้ น้นั แล. จบ อรรถกถานาคสงั ยตุ รวมพระสตู รที่มใี นสงั ยุตนี้ คอื ๑. สทุ ธกสตู ร ๒. ปฌตี ตรสตู ร ๓. อุโปสถสูตรที่ ๑ ๔.อุโปสถสูตรท่ี ๒ ๕. อโุ ปสถสูตรท่ี ๓ ๖. อุโปสถสูตรที่ ๔ ๗.สุตสตู รที่ ๑ ๘. สตุ สตู รท่ี ๒ ๙. สุตสูตรท่ี ๓ ๑๐. สตุ สูตรที่ ๔๑๑-๒๐. ทานูปการสตู รที่ ๑ ๒๑-๔๐. ทานปู การสตู รที่ ๒-๔(รวม ๕๐ สูตร)
พระสุตตนั ตปฎ ก สงั ยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนาที่ 567 ๙. สปุ ณ ณสงั ยตุ ๑. สทุ ธกสูตร [๕๓๑] กรุงสาวัตถ.ี ครั้งนั้นแล พระผมู ีพระภาคเจา ไดต รสั กะภิกษทุ งั้ หลายวา ดกู อ นภิกษุทั้งหลาย กําเนดิ ของครฑุ ๔ จําพวกนี้๔ จําพวกเปนไฉน ? คือ ครฑุ ที่เปน อณั ฑชะ ๑ ครฑุ ที่เปน ชลาพุชะ ๑ครุฑท่ีเปนสังเสทชะ ๑ ครุฑทีเ่ ปนอปุ ปาตกิ ะ ๑ ดูกอ นภกิ ษุทัง้ หลายกาํ เนิดของครฑุ ๔ จําพวกนแี้ ล. จบ สทุ ธกสตู รท่ี ๑ ๙. อรรถกถาสุปณณสังยุต อรรถกถาสทุ ธกสตู รท่ี ๑ พงึ ทราบวินจิ ฉัยในสปุ ณ ณสงั ยุต ดังตอ ไปน้ี :- ครุฑทงั้ หลายเรยี กวา สุบรรณ เพราะปก มีสสี วย. สูตรที่ ๑แมในสปุ ณ ณสังยตุ นี้ พระผูมีพระภาคเจา กต็ รัสไวในเพราะเปนเหตุเกดิของเรื่องตามนยั แรกนัน่ เอง. จบ อรรถกถาสุทธกสตู รท่ี ๑ ๒. หรตสิ ูตร [๕๓๒] กรุงสาวัตถี. ดูกอนภกิ ษุท้ังหลาย กําเนิดของครฑุ ๔จาํ พวกนี้ ๔ จําพวกเปน ไฉน ? คอื ครฑุ ท่เี ปน อัณฑชะ ๑ ครุฑท่ีเปนชลาพุชะ ๑ ครุฑทีเ่ ปนสังเสทชะ ๑ ครฑุ ทเี่ ปนอุปปาตกิ ะ ๑ ในครฑุท้ัง ๔ จําพวกน้นั ครฑุ ท่ีเปน อัณฑชะ ยอ มนํานาคทเ่ี ปน อณั ฑชะไปได
พระสุตตนั ตปฎ ก สังยตุ ตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนาที่ 568นาํ นาคทเี่ ปน ชลาพุชะ สงั เสทชะ อปุ ปาติกะไปไมได ครฑุ ที่เปนชลาพุชะ ยอ มนาํ นาคท่เี ปนอัณฑชะและชลาพุชะไปได นาํ นาคท่ีเปนสงั เสทชะ อปุ ปาตกิ ะไปไมไ ด ครุฑที่เปนสังเสทชะ ยอมนํานาคท่ีเปนอณั ฑชะ ชลาพุชะและสังเสทชะไปได นํานาคที่เปนอุปปาตกิ ะไปไมไ ด ครุฑท่เี ปน อปุ ปาติกะ ยอ มนาํ นาคทเี่ ปนอณั ฑชะ ชลาพชุ ะสงั เสทชะ และอปุ ปาตกิ ะไปได ดูกอนภกิ ษุทัง้ หลาย กําเนิดของครุฑมี ๔ จาํ พวกน้ีแล. จบ หรติสูตรท่ี ๒ อรรถกถาหรติสูตรท่ี ๒ บทวา หรนตฺ ิ แปลวา เฉ่ยี วเอาไป. ก็แลครุฑเหลา นั้นเม่อื จะเฉี่ยว ก็จะสามารถเฉ่ียวแตพ วกนาคท่ีไมเ ทาเทยี มกบั ตน หรือท่ีเทากับตน (เทา น้นั ) (แต) ไมส ามารถเฉี่ยวพวกนาคทป่ี ระณีตกวาตนข้ึนไปได. ก็ช่อื วา นาคที่ครุฑเฉ่ียวเอาไปไมไ ด มี ๗ จาํ พวก คือ นาคท่ีชาตสิ ูงกวา พวกหนึ่ง นาคกัมพลอัสสดร พวกหน่ึง นาคธตรฐ พวกหน่งึนาคทอี่ ยใู นมหาสมทุ รสตั ตสีทันดร พวกหนึง่ นาคที่อยบู นแผน ดินพวกหนงึ่ นาคทีอ่ ยูท่ีภูเขา พวกหนึง่ นาคท่อี ยใู นวิมาน พวกหนง่ึ . บรรดานาคเหลา นัน้ นาคทีเ่ ปนชลาพชุ ะกาํ เนดิ เปนตน สงู กวานาคท่เี ปน อัณฑชะกําเนดิ เปน ตน นาคทีเ่ ปน ชลาพชุ ะกําเนิดเปนตนเหลานนั้ อนั ครฑุ เหลา น้ันเฉ่ียวเอาไปไมได. สวนนาคพวกกัมพลอัสสดรเปนนาคเสนาบดี ครุฑทกุ ตวั เหน็ นาคเหลา นั้นในทใี่ ดทห่ี น่งึ แลวก็
พระสุตตนั ตปฎ ก สงั ยตุ ตนกิ าย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 569ไมส ามารถจะเฉย่ี วเอาไปได. นาคธตรฐ เปน นาคราชา แมนาคธตรฐเหลา น้นั ครฑุ ตัวไหนก็ไมสามารถจะเฉยี่ วเอาไปได. สวนนาคเหลา ใด อยใู นมหาสมทุ ร สัตตสที ันดร ครุฑตัวไหนกไ็ มส ามารถจะเฉ่ยี วเอานาคเหลา นัน้ ไปได เพราะเหตทุ ่ีใคร ๆไมส ามารถจะทาํ ใหห วนั่ ไหวไดในทไี่ หน ๆ (ในมหาสมุทรสตั ตสที นั ดรน้นั ). สาํ หรบั พวกนาคท่อี ยตู ามพ้นื ดนิ เปน ตน จะมโี อกาสทีห่ ลบซอ นอยู ฉะนั้นครฑุ จึงไมสามารถจะเฉีย่ วเอานาคแมเ หลานนั้ ไปได.สวนนาคเหลา ใดอยูบนหลงั ละลอกคลืน่ ในมหาสมทุ ร ครุฑลางตวัที่ทดั เทียมกนั หรือประณตี กวา จะไมส ามารถเฉ่ยี วเอานาคเหลา น้ันไปได.บททเ่ี หลือ มีนยั (ความหมาย) ดังกลา วแลว ในนาคสังยตุ นัน่ แล. จบ อรรถกถาหรตสิ ูตรที่ ๒ จบ อรรถกถาสปุ ณ ณสงั ยุต ๓. ทวยการสี ูตรท่ี ๑๑ [๕๓๓] กรงุ สาวตั ถี. ภกิ ษุรูปหน่งึ เขาไปเฝา พระผมู ีพระภาคเจาถงึ ที่ประทับ ถวายบังคับพระผูมพี ระภาคเจาแลว นัง่ ณ ทีค่ วรสวนขา งหน่ึง คร้ันแลว ไดทลู ถามพระผูม ีพระภาคเจาวา ขาแตพ ระองคผ เู จรญิอะไรหนอเปน เหตเุ ปนปจจยั ใหบ คุ คลบางคนในโลกนี้ เมอื่ ตายไป ยอมเขาถึงความเปนสหายของพวกครุฑท่ีเปน อณั ฑชะ พระเจา ขา ? พระผมู พี ระภาคเจาตรัสวา ดกู อ นภิกษุ บคุ คลบางคนในโลกน้ีเปน ผกู ระทํากรรมทง้ั สองดวยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เขาไดส ดับมาวา๑. สูตรที่ ๓ เปนตนไป ไมมีอรรถกถาแกไว
พระสตุ ตันตปฎก สังยตุ ตนิกาย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 570พวกครฑุ ท่ีเปน อณั ฑชะ มีอายุยืน มีวรรณะงาม มีความสขุ มากเขาจึงมีความปรารถนาอยา งนวี้ า โอหนอ เมอ่ื ตายไป ขอเราพงึเขาถงึ ความเปนสหายของพวกครุฑท่ีเปน อณั ฑชะ ครน้ั ตายไปเขายอมเขาถึงความเปน สหายของพวกครุฑที่เปนอณั ฑชะ ดกู อนภิกษุขอ นีแ้ ลเปนเหตุเปน ปจ จยั ใหบุคคลบางคนในโลกนี้ เมือ่ ตายไปยอ มเขาถงึ ความเปน สหายของพวกครฑุ ท่ีเปนอณั ฑชะ. จบ ทวยการีสตู รท่ี ๑ ๔-๖ ทวยการสี ูตรท่ี ๒-๔ [๕๓๔] กรุงสาวตั ถี. ภกิ ษุนนั้ นงั่ ณ ท่ีควรสวนขางหนึ่งแลวไดทูลถามพระผมู พี ระภาคเจา วา ขา แตพ ระองคผ เู จริญ อะไรหนอเปนเหตุเปน ปจ จยั ใหบ คุ คลบางคนในโลกน้ี เมอื่ ตายไป ยอมเขาถงึความเปน สหายของพวกครุฑทเ่ี ปนชลาพุชะ... ของพวกครฑุ ท่ีเปนสังเสทชะ... ของพวกครุฑทเี่ ปนอุปปาติกะ พระเจา ขา ? พระผูม พี ระภาคเจา ตรสั วา ดูกอ นภกิ ษุ บคุ คลบางคนในโลกน้ีเปนผกู ระทาํ กรรมท้งั สองดวยกาย ดว ยวาจา ดวยใจ เขาไดส ดับมาวาพวกครฑุ ทเ่ี ปนอุปปาตกิ ะ มีอายุยนื มวี รรณะงาม มีความสขุ มากเขาจึงมีความปรารถนาอยางน้ีวา โอหนอ เมอื่ ตายไป ขอเราพึงเขา ถึงความเปนสหายของพวกครฑุ ท่เี ปนอปุ ปาตกิ ะ คร้นั ตายไป เขายอ มเขา ถึงความเปนสหายของพวกครุฑทีเ่ ปน อปุ ปาติกะ ดกู อ นภกิ ษุขอนแี้ ลเปน เหตุเปนปจ จัย ใหบคุ คลบางคนในโลกน้ี เมอ่ื ตายไปยอมเขา ถงึ ความเปนสหายของพวกครฑุ ท่เี ปนอปุ ปาตกิ ะ. จบ ทวยการีสูตรท่ี ๒-๔
พระสุตตันตปฎ ก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนาท่ี 571๗-๙. ทานูปการสตู รท่ี ๑[๕๓๕] กรงุ สาวตั ถ.ี ภกิ ษุน้นั นง่ั ณ ที่ควรสว นขา งหน่ึงแลวไดทลู ถามพระผูมีพระภาคเจา วา ขา แตพ ระองคผ ูเ จริญ อะไรหนอเปนเหตเุ ปน ปจจัยใหบ คุ คลบางคนในโลกนี้ เมื่อตายไป ยอ มเขาถึงความเปน สหายของพวกครฑุ ทเ่ี ปนอณั ฑชะ พระเจา ขา ?พระผูมพี ระภาคเจาตรสั วา ดูกอนภกิ ษุ บคุ คลบางคนในโลกนี้เปน ผูกระทาํ กรรมทง้ั สองดวยกาย ดวยวาจา ดวยใจ เขาไดสดับมาวาพวกครฑุ ทีเ่ ปนอัณฑชะ มีอายยุ ืน มวี รรณะงาม มคี วามสุขมากเขาจงึ มคี วามปรารถนาอยา งนี้วา โอหนอ เม่ือตายไป ขอเราพงึเขา ถงึ ความเปน สหายของพวกครฑุ ท่ีเปนอณั ฑชะ เขาจงึ ใหขาว นา้ํ ผายาน มาลา ของหอม เคร่อื งลูบไล ทนี่ อน ที่พกั ประทีปและอุปกรณแหงประทีป เมอ่ื ตายไป เขายอ มเขา ถึงความเปน สหายของพวกครฑุ ทเี่ ปนอัณฑชะ ดกู อนภกิ ษุ ขอนี้แลเปน เหตุเปนปจ จยั ใหบคุ คลบางคนในโลกนี้ เมือ่ ตายไป ยอมเขา ถงึ ความเปน สหายของพวกครฑุท่เี ปนอณั ฑชะ จบ ทานูปการสตู รท่ี ๑๑๐. ทานปู การสตู รท่ี ๒-๔ [๕๓๖] กรงุ สาวตั ถ.ี ภิกษุนัน้ นัง่ ณ ที่ควรสวนขา งหนง่ึ แลวไดท ูลถามพระผูมพี ระภาคเจา วา ขาแตพระองคผ ูเ จริญ อะไรหนอเปน เหตุเปนปจจัยใหบ คุ คลบางคนในโลกน้ี เมือ่ ตายไป ยอ มเขา ถงึความเปนสหายของพวกครุฑทเี่ ปน ชลาพุชะ... ของพวกครุฑท่เี ปนสงั เสทชะ... ของพวกครฑุ ท่ีเปนอปุ ปาตกิ ะพระเจา ขา ?
พระสตุ ตนั ตปฎ ก สงั ยุตตนิกาย ขนั ธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 572 พระผูมพี ระภาคเจา ตรัสวา ดกู อนภิกษุ บุคคลบางคนในโลกนี้เปนผกู ระทํากรรมทงั้ สองดวยกาย ดวยวาจา ดว ยใจ เขาไดสดับมาวาพวกครุฑทเี่ ปนอปุ ปาตกิ ะ มีอายยุ นื มีวรรณะงาม มีความสุขมากเขาจึงมีความปรารถนาอยางนว้ี า โอหนอ เม่อื ตายไป ขอเราพึงเขาถึงความเปนสหายของพวกครุฑทเี่ ปนอุปปาติกะ เขาจงึ ใหข าว นาํ้ ผา ยานมาลา ของหอม เคร่ืองลบู ไล ท่ีนอน ทีพ่ กั ประทีปและอปุ กรณแ หงประทีป เม่ือตายไป เขายอ มเขาถงึ ความเปน สหายของพวกครฑุทเ่ี ปน อปุ ปาติกะ ดูกอ นภิกษุ ขอนแ้ี ลเปนเหตุเปน ปจ จัย ใหบ ุคคลบางคนในโลกน้ี เม่ือตายไป ยอ มเขาถึงความเปนสหายของพวกครุฑทเี่ ปน อปุ ปาติกะ. (พระสูตร ๔๖ สูตร พงึ ประมวลมาอยา งนี้) จบ ทานูปการนูปกสูตรท่ี ๒-๔ จบ สปุ ณณสังยุต รวมพระสตู รทม่ี ีในสงั ยตุ น้ี คือ ๑. สทุ ธกสูตร ๒. หรตสิ ูตร ๓. ทวยการสี ตู ร ๔ สตู ร๔. ทานูปการสูตร ๔ สตู ร.
พระสุตตนั ตปฎก สงั ยตุ ตนกิ าย ขันธวารวรรค เลม ๓ - หนา ท่ี 573 ๑๐. คนั ธัพพกายสงั ยุต ๑. สุทธกสูตร [๕๓๗ ] สมัยหน่งึ พระผมู พี ระภาคเจาประทบั อยู ณ พระวิหารเชตวัน อารามของทา นอนาถบิณฑิกเศรษฐี กรุงสาวตั ถี ณ ที่น้ันแลพระผมู พี ระภาคเจาตรสั กะภกิ ษุทั้งหลายวา ดูกอ นภิกษุทงั้ หลายเราจักแสดงพวกเทวดาซ่ึงนับเนอื่ งในหมูคนธรรพแกเธอทัง้ หลายเธอทง้ั หลายจงฟง ฯลฯ ดูกอนภิกษุทง้ั หลาย พวกเทวดาซึ่งนับเนอ่ื งในหมูคนธรรพเ ปนไฉน ? พวกเทวดาซึง่ สงิ อยทู ตี่ น ไมม กี ลิน่ ทีร่ ากกม็ ีสงิ อยทู ่ีตนไมมกี ลน่ิ ท่แี กน ก็มี สิงอยูท่ีตน ไมมีกลิน่ ทีก่ ะพีก้ ม็ ี สิงอยทู ี่ตนไมม กี ล่ินท่ีเปลอื กก็มี สิงอยูทตี่ น ไมมกี ลิ่นที่สะเก็ดกม็ ี สงิ อยทู ี่ตนไมมีกล่ินท่ีใบก็มี สิงอยทู ต่ี นไมมกี ลิ่นท่ีดอกกม็ ี สิงอยูท่ตี น ไมมกี ล่ินทีผ่ ลก็มี สิงอยทู ตี่ นไมม กี ล่นิ ท่รี สก็มี สิงอยทู ตี่ นไมม กี ลิน่ ท่กี ลน่ิ ก็มีดูกอ นภกิ ษุทั้งหลาย พวกนเ้ี ราเรยี กวา พวกเทวดาซึง่ นับเน่ืองในหมูคนธรรพ. จบ สุทธกสตู รที่ ๑ ๑๐. อรรถกถาคันธพั พกายสงั ยุต อรรถกถาสุทธกสูตรท่ี ๑ พงึ ทราบวนิ ิจฉัยในคันธัพพกายสงั ยุต ดงั ตอ ไปน้ี :- บทวา มุลคนฺเธ อธิวตฺถา ความวา ตน ไมใ ดมีกลน่ิ อยูที่รากเทวดาอาศยั ตน ไมน น้ั บงั เกิด. ก็ตน ไมแ มทง้ั หมดนี้ยอมสาํ เรจ็
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 616
Pages: