พระสุตตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนาท่ี 280 [๔๐๖] คาํ วา กเิ ลสเคร่ืองกงั วลในภายหลังอยา ไดม แี ลว แกท า นความวา กเิ ลสเครื่องกงั วลในอนาคต ตรสั วา กเิ ลสเครือ่ งกังวลในภายหลัง กิเลสเครื่องกงั วลคอื ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ กิเลสทจุ ริต พงึ เกิดขนึ้ เพราะปรารภสงั ขารทงั้ หลายในอนาคต กิเลสเครือ่ งกังวลนี้ อยา ไดมมี าแลวแกทา น คือ ทานจงอยายงั กเิ ลสเครือ่ งกงั วลนั้นใหเ กดิ อยาใหเ กดิ พรอม อยาใหบงั เกดิ จงละ จงบรรเทา จงทําใหสิ้นสุด จงใหถ งึ ความไมมี เพราะฉะนัน้ จึงชื่อวา กิเลสเคร่ืองกังวลในภายหลังอยาไดมีแลวแกท า น. [๔๐๗] คาํ วา ถาทานจักไมถอื (รูปาทสิ งั ขาร) ในทา มกลางความวา รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ อนั เปน ปจ จบุ ัน ตรัสวาทา มกลาง ทา นจักไมถ อื คอื จักไมย ดึ ถอื จักไมลูบคลํา จกั ไมเ พลิดเพลนิจักไมต ิดใจ ซ่งึ สังขารอนั เปน ปจจุบนั ดว ยสามารถตัณหา ดว ยสามารถทฏิ ฐิ คอื จักละ จักบรรเทา จักทําใหสนิ้ สุด จักใหถ ึงความไมม ี ซง่ึความยินดี ความชอบใจ ความยึด ความถอื ความถอื ม่นั เพราะฉะน้นัจงึ ชื่อวา ถา ทา นจกั ไมถ ือ (รปู าทสิ ังขาร) ในทามกลาง. [๔๐๘] คาํ วา จกั เปนผูส งบแลวเทีย่ วไป ความวา ชอ่ื วา จักเปนผูสงบ เขา ไปสงบ เขาไปสงบวเิ ศษ ดับ ระงบั เพราะความทร่ี าคะโทสะ โมหะ ความโกรธ ความผกู โกรธ ฯ ล ฯ อกสุ ลาภิสังขารท้งั ปวงสงบแลว ถึงความสงบแลว สงบวเิ ศษ เผาเสยี แลว ใหด บั ไปแลว จักเทย่ี วไป เท่ียวไปท่วั เปนไป รักษา บาํ รงุ เยียวยา เพราะฉะน้ันจงึ ชอ่ื วา จักเปนผูส งบแลวเที่ยวไป เพราะเหตุนนั้ พระผูมีพระภาคเจาจงึ ตรสั วา
พระสตุ ตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาท่ี 281 กิเลสชาติใดในกาลกอน ทานจงเผากเิ ลสชาตินน้ั ให เหอื ดแหงไป กิเลสเคร่ืองกังวลในภายหลงั อยา ไดม ีแลว แกทา น ถาทานจกั ไมถือ (รปู าทสิ งั ขาร) ในทา มกลาง ทานจักเปน ผสู งบแลว เที่ยวไป. [๔๐๙] ดูกอ นพราหมณ อาสวะทงั้ หลายอนั เปนเหตุใหถงึ อํานาจแหงมจั จุ ยอมไมมีแกพระอรหนั ตขณี าสพ ผู ปราศจากความกาํ หนัดในนามรปู โดยประการท้ังปวง. [๔๑๐] คาํ วา โดยประการทงั้ ปวง ในอุเทศวา สพฺพโส นาม-รปู สฺมึ วตี เคธสสฺ พฺราหฺมณ ความวา ท้งั ปวงโดยกาํ หนดทั้งปวงทัง้ ปวงโดยประการทั้งปวง ไมเหลอื มีสว นไมเ หลอื . คําวา สพพฺ โส น้ี เปนเครอื่ งกลา วรวมหมด. อรูปขันธ ๔ ชื่อวานาม มหาภตู รปู ๔ และรูปอาศยั มหาภตู รูป ๔ ช่อื วา รปู . ตณั หา ราคะสาราคะ ฯ ล ฯ อภิชฌา โลภะ อกศุ ลมลู ตรัสวา ความกาํ หนัด. คาํ วา ดูกอ นพราหมณ. . . ผปู ราศจากความกาํ หนดั ในนามรปูโดยประการทัง้ ปวง ความวา ผปู ราศจากความกําหนัดในนามรปู คอืมคี วามกําหนัดในนามรูปไปปราศแลว มีความกาํ หนดั อนั สละแลว สํารอกแลว ปลอยแลว ละแลว สละคืนแลว ปราศจากความยนิ ดี คือมีความยนิ ดไี ปปราศแลว มีความยนิ ดอี นั สละแลว สํารอกแลว ปลอ ยแลวละแลว สละคืนแลว ในนามรปู โดยประการท้ังปวง เพราะฉะนัน้จงึ ชอ่ื วา ดกู อ นพราหมณ. . . ผูปราศจากความกาํ หนัดในนามรปู โดยประการทงั้ ปวง.
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขุททกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 282 [๔๑๑] อาสวะ ในคําวา อาสวา ในอุเทศวา อาสวสฺส นวชิ ชฺ นตฺ ิ ดังนี้ มี ๔ คอื กามาสวะ ภวาสวะ ทฏิ ฐาสวะ อวชิ ชาสวะ. คําวา อสฺส คือ พระอรหันตขีณาสพ. คําวา ยอ มไมม ี คือ อาสวะเหลา นยี้ อมไมม ี ไมม ีอยู ไมปรากฏไมป ระจกั ษ แกพระอรหนั ตขีณาสพเหลา น้นั คืออาสวะเหลา น้ีอนั พระ-อรหันตขีณาสพน้นั ละไดแลว ตดั ขาดแลว สงบแลว ระงับแลว ทําไมใหอ าจเกดิ ข้นึ เผาเสียแลวดว ยไฟคอื ญาณ เพราะฉะน้ัน จงึ ชือ่ วา อาสวะท้ังหลาย . . . ยอมไมม แี กพ ระอรหนั ตขณี าสพน้นั . [๔๑๒] คําวา เปน เหตุใหถ ึงอํานาจแหง มจั จุ ความวา บุคคลพึงถึงอํานาจแหง มจั จุ พงึ ถึงอํานาจแหงมรณะ หรือพงึ ถึงอาํ นาจแหงพวกของมารดวยอาสวะเหลาใด อาสวะเหลา นน้ั ยอ มไมม ี ไมม ีอยู ไมปรากฏ ไมประจักษแกพ ระอรหนั ตขีณาสพนัน้ คืออาสวะเหลา นัน้ อนัพระอรหนั ตขีณาสพนั้นละไดแลว ตัดขาดแลว สงบแลว ระงับแลวทําไมใ หอาจเกดิ ขน้ึ เผาเสียแลว ดวยไฟคือญาณ เพราะฉะน้ัน จงึ ชอื่ วาเปนเหตุใหถึงอํานาจแหงมัจจุ เพราะเหตุน้นั พระผมู พี ระภาคเจา จงึ ตรัสวา ดูกอ นพราหมณ อาสวะทง้ั หลายอันเปนเหตใุ หถึง อํานาจแหงมัจจุ ยอ มไมม ีแกพระอรหนั ตขณี าสพ ผู ปราศจากความกําหนัดในนามรปู โดยประการท้งั ปวง. พรอมดวยเวลาจบพระคาถา ฯ ล ฯ ขา แตพระองคผ ูเ จริญ พระผมู -ีพระภาคเจาเปน ศาสดาของขา พระองค ขา พระองคเ ปน สาวก ฉะน้ีแล. จบชตุกัณณีมาณวกปญ หานิทเทสท่ี ๑๑
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนาท่ี 283 อรรถกถาชตุกัณณมี าณวกปญ หานทิ เทสที่ ๑๑ พงึ ทราบวินจิ ฉัยในชตกุ ัณณีสูตรที่ ๑๑ ดงั ตอ ไปนี้. บทวา สุตฺวานห วรี อกามกามึ ขาแตพ ระองคผ ูแ กลว กลา ขา-พระองคไ ดฟง แลว วาพระองคไ มม ีความใครกาม คือขา พระองคไ ดฟ ง แลววาพระพทุ ธองคไมม คี วามใครกาม เพราะไมประสงคก ามทงั้ หลาย โดยนยั มอี าทวิ า อติ ปิ โส ภควา ดังนี้. บทวา อกามมาคม ผูไ มมีกาม คือขาพระองคม าเพ่ือจะทลู ถามพระผมู พี ระภาคเจา ผูไ มมกี าม. บทวา สหา-ชเนตตฺ คอื ผูมญี าณดังดวงตาอันเกดิ พรอ มกับการตรสั ร.ู บทวายถาตจฺฉ คอื ธรรมอนั แทจ ริง. ชตกุ ณั ณมี าณพทลู วิงวอนอยูอกี วาขอพระองคจ งทรงบอกแกขา พระองคเถดิ . เพราะวา ชตุกณั ณมี าณพควรจะทูลวงิ วอนอยแู มพ ันครงั้ จะกลาวพูดไปทาํ ไมถงึ สองครงั้ . ความแหง บททั้งหลายนีว้ า อิติป โส ภควา อรห สมมฺ าสมพฺ ทุ ฺโธไดก ลา วไวพิสดารแลว ในหนหลัง. พระผมู ีพระภาคเจาเปน วิชฺชาจรณสมปฺ นฺโน เพราะเปน ผถู งึ พรอมแลว ดวยวิชชาและจรณะ. ในบทนน้ั บทวา วิชฺชา ไดแ กวชิ ชา ๓ บา งวิชชา ๘ บา ง. วิชชา ๓ พงึ ทราบโดยนัยที่กลาวแลวในภยเภรวสูตรนั่นแล. วชิ ชา ๘ พงึ ทราบโดยนยั ที่กลาวแลว ในอมั พฏั ฐสูตร. ในบทวาวชิ ฺชาจรณสมฺปนโฺ น นัน้ ทา นกลาววชิ ชา ๘ กาํ หนดเอาอภิญญา ๖พรอมดว ยวิปสสนาญาณและมโนมยิทธิ. พงึ ทราบธรรม ๑๕ อยา งเหลานี้คอื การสาํ รวมในศลี ๑ ความเปนผมู ีทวารคมุ ครองแลวในอนิ ทรยี ทง้ั หลาย ๑ ความเปนผรู จู กั ประมาณในการบรโิ ภค ๑ การประกอบความ
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนกิ าย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 284เพียร ๑ สัทธรรม ๗ รปู าวจรฌาน ๔ ชอ่ื วา จรณะ. เพราะพระอรยิ -สาวกยอ มเท่ยี วไปสูทิศอนั เปนอมตะดวยธรรม ๑๕ อยางเหลานี้ ฉะน้ันทานจงึ กลา ววา จรณะ. สมดังท่พี ระผมู พี ระภาคเจา ตรัสไววา ดูกอ นมหานาม อรยิ สาวกในศาสนานเี้ ปนผูมศี ลี . บทท้ังปวงพงึ ทราบโดยนยัทกี่ ลาวแลวในมัชฌิมปณณาสก. พระผมู พี ระภาคเจาทรงประกอบดวยวิชชาท้ังหลายเหลา นี้ และดวยจรณะน้ี ดว ยเหตนุ ี้ จงึ เรยี กวา วิชชฺ าจรณ-สมปฺ นฺโน. ในบทน้นั การถงึ พรอมดวยวชิ ชา ยังพระสพั พญั ตุ ญาณของพระผูมีพระภาคเจาใหบ รบิ ูรณด าํ รงอยู. การถึงพรอมดวยจรณะ ยังความเปน ผูมพี ระมหากรณุ าใหบรบิ รู ณด าํ รงอยู. พระผูมพี ระภาคเจาพระองคนั้น ทรงทราบถึงประโยชนและมใิ ชประโยชนข องสรรพสัตวเพราะพระสัพพญั ุตญาณ ทรงเวนสง่ิ ไมเปนประโยชน ประกอบสิ่งที่เปน ประโยชน เพราะพระองคมพี ระมหากรุณา สมกบั ท่ีพระองคเปนวิชชฺ าจรณสมปฺ นฺโน. ดวยเหตนุ ้ัน สาวกของพระองคเ ปนผูปฏบิ ัติชอบมิใชป ฏบิ ตั ไิ มชอบ ดุจสาวกของผปู ฏบิ ัตผิ ดิ ในวิชชาและจรณะมีการทําตนใหเรา รอนเปน ตน. พระผูมีพระภาคเจาพระนามวา สคุ โต เสดจ็ ไปดีแลว เพราะเสด็จไปงาม เสดจ็ ไปสูฐานะอันดี เสด็จไปโดยชอบ และเพราะตรสั ชอบ.จริงอยู แมก ารไปก็เรียกวา คต ไปแลว . การเสด็จไปของพระผูมพี ระ-ภาคเจานนั้ งามบริสทุ ธไ์ิ มมโี ทษ. ก็น่ันเพราะอะไร. เพราะอริยมรรค.ดว ยเหตทุ พ่ี ระผูมพี ระภาคเจาพระองคน ั้น เสดจ็ ไปไมต ิดขัดยงั ทศิ อนัเกษมดวยการเสดจ็ ไป เพราะเหตนุ ัน้ จึงมพี ระนามวา สุคโต เพราะเสดจ็ไปงาม. อนงึ่ พระผูม ีพระภาคเจา พระองคน ั้น เสด็จไปสฐู านะอันดี คือ
พระสุตตนั ตปฎก ขุททกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนาท่ี 285อมตนพิ พาน เพราะเหตนุ น้ั จึงมพี ระนามวา สคุ โต เพราะเสด็จไปสูฐานะอนั ด.ี อน่งึ พระองคเ สด็จไปแลว โดยชอบ ไมท รงกลับมาหากิเลสท่พี ระองคทรงละไดแลว ดวยมรรคน้นั ๆ. สมดงั ท่ที า นกลา วไววาพระผูม พี ระภาคเจา พระนามวา สคุ โต เพราะไมกลบั ไปหากิเลสทพี่ ระองคละไดแ ลว ดวยโสดาปต ติมรรค ฯ ล ฯ พระนามวา สุคโต เพราะไมก ลบัไปหากิเลสท่พี ระองคละไดแลว ดวยอรหตั มรรค. หรือวา พระองคเสด็จไปแลวโดยชอบ ทรงบําเพ็ญประโยชนส ขุ เทา นนั้ แกส รรพโลก ดว ยการทรงปฏบิ ัติชอบบรสิ ุทธ์ิ เพราะทรงบําเพญ็ บารมีครบ ๓๐ จาํ เดิมแตบาทมูลของพระทีปงกรพุทธเจา ตราบเทาถงึ โพธมิ ณฑล ไมท รงเขาถงึ ที่สดุเหลานี้ คอื กามสุขและการทาํ ตนใหล ําบาก อนั เปนสสั สตทฏิ ฐิ และอจุ เฉททฏิ ฐิ เสดจ็ ไปแลว เพราะเหตนุ ้นั พระองคจึงมีพระนามวา สคุ โตเพราะเสด็จไปโดยชอบ. อนง่ึ พระผูมีพระภาคเจา พระองคน ้นั ดํารัสชอบ ตรัสพระวาจาอนั สมควร ในฐานะที่เหมาะสม เพราะเหตุนนั้พระองคจึงมพี ระนามวา สุคโต เพราะพระดาํ รัสชอบ. ยกตวั อยา งพระ-สตู รตอ ไปนี้ พระตถาคตทรงทราบวาจาใด ไมจ รงิ ไมแ ท ไมประกอบดวยประโยชน วาจานั้นไมเ ปน ท่รี ัก ไมเ ปน ท่ชี อบใจของคนอื่น พระ-ตถาคตจะไมต รัสวาจาน้ัน พระตถาคตทรงทราบวาจาแมใด จรงิ แทไมป ระกอบดว ยประโยชน วาจาน้ันไมเ ปนทร่ี กั ไมเ ปนที่ชอบใจของคนอ่ืน พระตถาคตจะไมตรสั วาจาแมน น้ั อนง่ึ พระตถาคตทรงทราบวาจาใด จริง แท ประกอบดว ยประโยชน วาจานั้นไมเปนทร่ี กั ไมเ ปน ที่ชอบใจของคนอ่ืน พระตถาคตเปนผูรูจกั กาลในขอ นั้น เพื่อทาํ ใหแจงวาจาน้ัน พระตถาคตทรงทราบวาจาใด ไมจ รงิ ไมแ ท ไมประกอบ
พระสุตตนั ตปฎก ขทุ ทกนกิ าย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนาท่ี 286ดวยประโยชน แตว าจานน้ั เปนท่ีรัก เปนท่ชี อบใจของคนอ่ืน พระตถาคตจะไมต รัสวาจาแมน้ัน อนง่ึ พระตถาคตทรงทราบวาจาใด จริง แทประกอบดว ยประโยชน และวาจานน้ั เปน ท่ีรัก เปน ท่ีชอบใจของคนอื่นพระตถาคตเปน ผูรจู ักกาลในขอนั้น เพ่ือทาํ ใหแจง วาจานนั้ ฉะนี้แล. พึงทราบวา พระผูม พี ระภาคเจามพี ระนามวา สคุ โต เพราะมีพระดาํ รสั ชอบดวยประการฉะน้ี. อนึ่ง พระผมู พี ระภาคเจา มีพระนามวา โลกวิทู เพราะทรงรแู จงโลกดวยประการท้งั ปวง. จรงิ อยู พระผมู ีพระภาคเจา พระองคน ้ัน ไดทรงรูทวั่ ทรงแทงตลอดโลกดวยประการทง้ั ปวง คอื โดยสภาวะ โดยเหตุเกดิ โดยดับเหตุ โดยอุบายดับเหตุ. สมดังทพ่ี ระองคต รสั ไววา ดกู อ นอาวุโสท้งั หลาย เราไมกลาววาควรรูควรเห็นควรถงึ ทสี่ ดุ โลกดว ยการไปของผทู ่ไี มเกดิ ไมแก ไมต าย ไมจตุ ิ ไมอ บุ ตั ิ ดูกอนอาวโุ สท้ังหลาย เรายงัไมบ รรลุ จะไมก ลาวถงึ ทส่ี ุดโลก การทําที่สดุ ทุกข อนงึ่ ดูกอ นอาวโุ สทงั้ หลาย เราจะไมบญั ญัติโลก เหตุเกดิ โลก การดบั โลก และปฏิปทาใหถึงการดับโลก ในเพราะซากอนั มสี ัญญา มใี จประมาณวาหนง่ึ นี้เทา นน้ั . แตไหนแตไรมาบุคคลพึงถึงท่ีสุดของโลกดว ยการเดนิ ทางได แตจะไมมีการพน จากทุกข เพราะยงั ไมถึงทส่ี ุด ของโลก เพราะฉะน้นั แล พระผูมีพระภาคเจา เปนผรู แู จง โลก ทรงมีปญ ญาดีถงึ ทสี่ ุดโลก อยจู บพรหมจรรยแลว เปนผูมีความสงบ ทรงรูทส่ี ดุ ของโลก ไมท รงหวังโลกนี้ และโลกหนา .
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 287 อน่งึ โลกมี ๓ อยา ง คอื สงั ขารโลก ๑ สตั วโลก ๑ โอกาสโลก ๑ในโลกทั้ง ๓ นน้ั พึงทราบสงั ขารโลกในอาคตสถานวา โลกหนึง่ คอื สัตวท้ังหลายท้ังปวงตงั้ อยูไ ดดวยอาหาร. พงึ ทราบสตั วโลกในอาคตสถานวาโลกเทย่ี งหรือโลกไมเที่ยง. พึงทราบโอกาสโลกในอาคตสถานวา พระจนั ทรแ ละพระอาทติ ยย ังบรหิ ารโลก แสงสวาง ยงั หมนุ ไปทวั่ ทศิ ตราบใด ตราบนนั้ อาํ นาจของทานยัง เปน ไปในโลกนี้ต้งั พนั สวน. พระผมู ีพระภาคเจา ไดทรงรแู มโอกาสโลกน้ีดว ยประการท้งั ปวง.จรงิ ดงั นั้น โลก ๑ คือสตั วท ง้ั หลายต้ังอยูไดดวยอาหาร โลก ๒ คือนามและรูป โลก ๓ คอื เวทนา ๓ โลก ๔ คืออาหาร ๔ โลก ๕ คอือุปาทานขันธ ๕ โลก ๖ คอื อายตนะภายใน ๖ โลก ๗ คือวญิ ญาณ-ฐติ ิ ๗ โลก ๘ คอื โลกธรรม ๘ โลก ๙ คอื สตั ตาวาส ๙ โลก ๑๐คืออายตนะ ๑๐ โลก ๑๒ คืออายตนะ ๑๒ โลก ๑๘ คือธาตุ ๑๘ แมสังขารโลกน้ี พระผมู ีพระภาคเจาก็ทรงทราบดวยประการทั้งปวง. อน่ึงเพราะพระผมู พี ระภาคเจาพระองคน ัน้ ทรงรูอ ัธยาศัย ทรงรูความประพฤติอนั นอนเนื่องอยูใ นสันดาน ทรงรอู ารมณข องสัตวทั้งหลายแมท้งั หมดทรงรูส ตั วทง้ั หลายมีกิเลสเพยี งดังธุลีนอย มีกิเลสเพยี งดงั ธลุ มี าก มีอนิ ทรยี ก ลา มีอินทรียออน มอี าการดี มีอาการชั่ว ใหร ไู ดงาย ใหร ูไ ดย ากควรตรสั รู ไมควรตรัสรู ฉะน้นั พระองคทรงรแู จง แมส ัตวโลกดวยประการท้ังปวง. แมโ อกาสโลก กท็ รงรูแจงเหมอื นสตั วโลก. จรงิ ดังนน้ั โอกาส-โลกนนั้ เปนจกั รวาลหนง่ึ โดยยาว โดยกวา ง โดยรอบ หนึง่ ลา นสองแสนสร่ี อ ยหา สบิ โยชน๑๑. ม. ทวาทส สตสหสฺสานิ จตตุ สึ สตานิ จ ปฺ าสจฺ โยชนานิ แปลวา ๑,๒๐๓,๔๕๐โยชน.
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 288 จักรวาลท้งั หมดมปี ริมณฑล สามลานหกแสนหน่งึ หมนื่ สามรอ ยหาสบิ โยชน.ในโอกาสโลกน้นั มแี ผน ดินหนาสองแสนสี่หม่ืนโยชน น้ํารองแผนดินสีแ่ สนแปดหมื่นโยชน ตั้งอยูบนลม.ลมท่รี องนํ้าแมน ัน้ ลมพุงขั้นสูท อ งฟา เกาแสนหกหมื่นโยชน น้ีเปนการต้งั อยขู องโลก.เม่ือสณั ฐานโลกเปนอยูอ ยางน้ี ภเู ขาสเิ นรุหยัง่ ลงในหวงนํ้าใหญโ ผลขนึ้ สูงแปดหมนื่สพี่ ันโยชน. รัตนะวจิ ิตรนานาชนิดลว นเปนของทพิ ยมีอยทู ภี่ ูเขาสเิ นรใุ นสว นทหี่ ยง่ั ลงและโผลข นึ้ ตามลาํ ดบัประมาณสวนละคร่ึงหนึ่ง ๆ. ภเู ขาหนิ ลว นเปน ภูเขาใหญ ๗ ลูก คือยคุ นธระ อสิ ิน-ธระ กรวิกะ สุทสั สนะ เนมนิ ธระ วนิ ตกะ อสั สกณั ณะตั้งอยรู อบภเู ขาสเิ นรุ เปน ท่อี ยขู องทาวมหาราช เทวดาและยักษอาศยั อยู. ภูเขาหิมวันต ๕ ลูก สงู รอยโยชน ยาวและกวางสามพนั โยชน ประดับดวยยอดแปดหม่ืนส่พี นั ยอด. ภูเขาลอ มรอบโคน สามสิบหาโยชน ความกวา งของสาขาท่โี คนหาสิบโยชน ตง้ั อยูโดยรอบ. ตน ชมพูขนึ้ เต็มแผไ ปรอยโยชน ดวยความหนาแนนของตนชมพนู ้ัน จึงเรยี กวา ชมพูทวปี .
พระสุตตนั ตปฎก ขทุ ทกนกิ าย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 289 ก็ขนาดของตน ชมพูนี้เทาใด ของตน แคฝอยของพวกอสูร ของตน งวิ้ ของพวกครฑุ ของตน กระทุมในอมรโคยานทวีป ของตน กลั ปพฤกษในอตุ ตรกุรุทวปี ของตนซกี ในปพุ พวิเทหทวีป ของตน ปาริฉตั ตกะในดาวดึงส ก็มีขนาดเทา นั้นเหมือนกนั . ดว ยเหตนุ ้นั โบราณาจารยทง้ั หลายจงึ กลาววา ตน แคฝอย ตน งว้ิ ตน ชมพู ตน ไมป ารฉิ ตั ตกะ ของ พวกเทวดา ตนกระทมุ ตนกลั ปพฤกษ ตนซีกท้งั ๗ นี้ เกดิ ข้นึ ดว ยสิริ. การกอ ตวั ขึ้นของหนิ จักรวาล หย่งั ลงในหว ง น้ําใหญ ผุดข้ึนแปดหม่ืนสองพนั โยชน ลอ มโลกธาตุนน้ั ท้ังหมดตั้งอย.ูในจกั รวาลน้นั จนั ทมณฑล สี่สิบเกาโยชน สุริยมณฑลหา สบิ โยชน ดาวดึงสพิภพ หนึ่งหมืน่ โยชน อสุรพภิ พ อเวจมี หานรกและชมพูทวีปก็เหมือนกัน อมรโคยานทวปี เจด็ พันโยชน ปุพพวเิ ทหทวปีกเ็ หมอื นกัน อตุ ตรกุรุทวีป แปดพนั โยชน. ในจักรวาล มหาทวปี หนง่ึ ๆมที วปี นอย ทวีปละหา รอยเปนบริวาร. จักรวาลหนงึ่ ท้ังหมดน้นั เปนโลกธาตเุ ดยี ว โลกันตรกิ นรก อยูในระหวา งโลกธาตนุ ้นั . ดวยประการฉะนี้ พระผูม ีพระภาคเจา จงึ ไดทรงรู ทรงรูท่วั ถงึ ทรงแทงตลอดจักรวาลอันไมมีทีส่ ุด โลกธาตอุ นั ไมมที ีส่ ุด ดว ยพระพทุ ธญาณอนั ไมมที ่สี ดุ . แมโอกาสโลก พระองคก็ทรงรแู จง ดว ยประการท้งั ปวงอยางนน้ั . พระ-ผมู พี ระภาคเจา เปน โลกวิทู เพราะทรงรูแ จง ดวยประการทั้งปวง ดว ยประการฉะน.้ี อน่งึ พระผมู พี ระภาคเจาทรงพระนามวา อนุตตฺ โร เพราะไมม ีใคร ๆ ประเสรฐิ กวาดวยพระคุณของพระองค คอื ไมม ีผูยอดเย่ียม. จริง
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาท่ี 290ดงั น้นั พระผูมพี ระภาคเจา ยอมทรงครอบงาํ สรรพโลก ดว ยคณุคือศีลบาง ดวยคณุ คือสมาธิ ปญญา วมิ ตุ ติ วิมตุ ติญาณทสั สนะบาง.พระผมู พี ระภาคเจาไมมผี เู สมอ สมกบั เปน ผูไ มมีผเู สมอ ไมมีผเู ปรียบไมมีผูแมน หาบุคคลเปรียบมไิ ด ดวยคณุ คอื ศีลบา ง ดว ยคณุ คอื สมาธิปญ ญา วิมุตติ วิมุตตญิ าณทัสสนะบาง. สมดังทพี่ ระองคต รสั ไวว า ก็เรายังไมเ ห็นผทู ีถ่ ึงพรอ มดว ยศีลย่งิ กวาตน ในพวกเทวดาในเทวโลกและมนษุ ยในโลกเลย. พงึ ทราบความพสิ ดารตอ ไป. พึงยังอคั คปั ปสาทสูตรเปนตนและยงั คาถาทัง้ หลายมอี าทิวา อาจารยข องเราไมมีดงั น้ี ใหพิสดารดวยประการฉะน.้ี พระผูม พี ระภาคเจา ทรงพระนามวา ปรุ ิสทมมฺ สารถิ เพราะทรงฝก คนท่คี วรฝกได. อธบิ ายวา ฝกคอื แนะนาํ . บทวา ปรุ ิสทมฺม ในบทวาปรุ สิ ทมมฺ สารถิ นน้ั คอื คนฝก ไมได เปน ดริ จั ฉานบรุ ุษกด็ ี มนุษยบรุ ุษก็ดี อมนษุ ยบรุ ษุ กด็ ี ควรฝก ได. จรงิ ดังนน้ั แมด ริ จั ฉานบุรษุ เปนตนวาอปลาลนาคราช จโู ฬทรนาคราช มโหทรนาคราช อคั คสิ ิขนาคราชธูมสขิ นาคราช อารวาฬนาคราช และชา งชื่อวา ธนปาลกะ พระผมู ีพระ-ภาคเจา ก็ทรงฝก ได ทําใหห มดพยศได และใหตัง้ อยูในสรณะและศลี ได.แมมนุษยบรุ ษุ เปนตนวา สจั จกนิคณั ฐบตุ ร อัมพฏั ฐมาณพ โปกขรสาติ-พราหมณ โสณทัณฑพราหมณ กูฏทนั ตพราหมณ พระองคก ็ทรงฝกไดทําใหห มดพยศได และใหตัง้ อยใู นสรณะและศลี ได. แมอมนุษยบุรุษเปนตนวา อาฬวกยักษ สูจโิ ลมยักษ ขรโลมยกั ษ และทาวสักกเทวราชพระองคก ็ยังทรงฝกได ทรงแนะน าดว ยอบุ ายเปนเครื่องแนะน าอยางวิจติ รได. ในบทนีพ้ ึงใหพ ิสดารดว ยพระสตู รน้ีวา ดกู อนเกสี เราแนะนํา
พระสุตตันตปฎก ขุททกนกิ าย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนา ที่ 291คนท่คี วรฝกดว ยถอยคาํ ไพเราะบา ง หยาบบา ง ทงั้ ไพเราะและหยาบบางดงั น้ี. อนงึ่ พระผมู ีพระภาคเจาเม่ือจะตรสั บอกปฐมฌานเปนตน แกผูมศี ลีบรสิ ุทธิเ์ ปน ตน และมรรคปฏทิ าอันย่งิ แกพระโสดาบนั เปน ตน ชื่อวา ยอ มทรงฝกแมค นท่ฝี ก แลว. อกี อยา งหนงึ่ บทวา อนตุ ตฺ โร ปุริสทมมฺ สารถิเปน สารถีฝกคนทพ่ี ึงฝก ไดอ ยางยอดเยย่ี มนี้ เปนบทมีความเปน อันเดียวกันน่ันเอง. จรงิ อยู พระผูมพี ระภาคเจาทรงฝก คนทคี่ วรฝกได โดยประการทีค่ นทั้งหลายนงั่ อยูโดยบัลลงั กเดียวกัน แลนไปไมตดิ ทิศท้ัง ๘. บทวา ปหุ คือ ผูส ามารถ. บทวา วสิ วิ ใหผอู น่ื มคี วามเพยี รคอื ยังความเพยี รใหเกดิ ในสนั ดานของผูอ ่ืน. บทวา อลมตฺโต คือ มีความสามารถ. บทวา วริ โต คอื ทรงเวน จากบาปท้งั ปวงดว ยอริยมรรค.ไมมีปฏสิ นธติ อ ไป เพราะเวนไดดวยอริยมรรค. บทวา นิรยทุกขฺ มตจิ ฺจคอื ลวงเสียซึ่งทกุ ขในนรก เพราะไมม ปี ฏิสนธติ อไป. บทวา วิรยิ วาโสคือ ทรงอยดู ว ยความเพียร. บทวา โส วิริยวา พระองคมวี ริ ยิ ะ คือพระองคเ ปน ผูส นิ้ อาสวะ ยอมสมควรซ่ึงความเปนผูอันบุคคลควรกลาววาวิริยวา. บทวา ปธานวา วโี ร ตาที มปี ธานะ ทรงแกลวกลา เปนผูคงท่ี น้เี ปนคํายกยอ งพระองค. เพราะพระองคช ือ่ วา มปี ธานะ เพราะมีปธานะในมรรคและฌาน ชือ่ วาทรงแกลว กลา เพราะสามารถกําจดัขา ศกึ คอื กิเลสได. ชอ่ื วา เปนผคู งท่ี เพราะไมมวี กิ าร. บทวา. ปวจุ ฺจเตตถตตฺ า ทานกลา ววามพี ระองคเปน อยางนนั้ คือทา นกลา วผูเปนอยางน้ันวา วิริยวา. บทวา เต กามกามิโน ชนเหลานน้ั เปนผูใครก าม คือปรารถนาวัตถุกามมรี ปู เปน ตน. บทวา ราคราคโิ น คอื กําหนัดดวยราคะ. บทวา
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 292สสฺ ฺ โิ น คือ มคี วามสาํ คัญในราคสัญญา. บทวา น กาเม กาเมติคือ ไมปรารถนาวตั ถกุ ามมีรปู เปนตน . บทวา อกาโม คือ เวน จากกาม.บทวา นิกฺกาโม คอื ออกจากกาม. บทวา สพฺพฺ ตุ าณ พระพุทธเจาพระนามวา สพพฺ ฺู เพราะทรงรูทางทีค่ วรแนะนาํ ทัง้ ปวงใหถ งึ ความเจริญ. ความเปน แหง สพั พญั ู นนั้ ชือ่ วา สพฺพฺุตา. ญาณคอืความเปนแหงสพั พัญู ชื่อวา สพพฺ ฺ ตุ าณ . ดวงตาคอื สพั พัญ-ุตญาณและความเปน ผูชนะ เพราะยังกเิ ลสทงั้ หลายพรอมดวยวาสนาใหแ พแ ลวชนะ เกดิ ขน้ึ แลว ในขณะเดยี วกัน ในกาลเดยี วกนั ไมก อ นไมห ลัง. ชอื่ วา เกิดขึน้ แลว เพราะถงึ ในเบือ้ งสูงจากสวนสดุ ในเบอ้ื งตน . บทวา เตชี เตชสา พระผูม พี ระภาคเจามีเดช ทรงประกอบดว ยเดช คอื ทรงประกอบดว ยเดช ครอบงําดว ยเด. บทวา ยมห วชิ ฺชาตชิ ราย อชิธ วปิ ฺปหาน โปรดตรัสบอกธรรมเครอ่ื งละชาตชิ ราในภพนี้ที่ขา พระองคพึงทราบได คือขาพระองคพงึ ทราบธรรมเปน เครื่องละชาติและชราในภพน้.ี บทวา ชคติ คือ แผน ดนิ . บทวา สพฺพ อากาสคต คือเลอ่ื นลอยแผไ ปในอากาศทัว่ ไป. บทวา ตมคต ความมดื น่ันแล ชอ่ื วาตมคต คือ ไปในความมืด เหมือนไปในคถู ในมตู รฉะนนั้ . บทวาอภิวิหจฺจ เล่ืลนลอยไป คอื หายไป. บทวา อนฺธการ วธิ มิตฺวา กําจัดมดืคือทาํ ลายความมืดอนั หา มการเกิดแหงจกั ขุวญิ ญาณ. บทวา อาโลกทสสฺ ยิตฺวา คอื สองแสงสวา งของดวงอาทิตย. บทวา อากาเส คอืในอากาศอันไมร กชฎั . บทวา อนตฺ ลิกเฺ ข คือ ในอากาศอันวางเปลา
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนาท่ี 293ไมส ามารถจะขีดเขียนได. บทวา คมนปเถ เปนทางเดนิ คอื ไปในทางเดนิ ของพวกเทวดา. บทวา สพพฺ อภิสงขฺ ารสมทุ ย สมทุ ัยแหงอภสิ งั ขารทัง้ ปวง.คอื สมทุ ยั แหงกรรมทั้งส้นิ . อธบิ ายวา ตัณหาทาํ ใหเ กดิ . บทวา กเิ ลสตมอวชิ ชฺ นธฺ การ วธิ มติ ฺวา ทรงกาํ จดั ความมืดคือกิเลส ความมืดคือ อวชิ ชาคือทรงนาํ ความไมร อู ันไดแ กค วามมดื คือกเิ ลส ความมืดคอื อวชิ ชาออกใหพนิ าศไป แลว ทรงแสดงแสงสวางคอื พระญาณ แสงสวา งคือปญญา. บทวาวตฺถุกาเม ปริชานติ ฺวา ทรงกําหนดรูว ัตถกุ าม คอื ทรงรูวัตถุกามมรี ปูเปน ตน ดวยญาตปริญญา (กําหนดรูด วยการรู) ตริ ณปรญิ ญา (กาํ หนดรูดว ยการพิจารณา). บทวา กเิ ลสกาเม ปหาย ทรงละกเิ ลสกาม คอือนั ไดแกท ําความเดือนรอนดวยปหานปรญิ ญา (กําหนดรูดวยการละ). ลาํ ดับนน้ั พระผมู พี ระภาคเจา เมอ่ื จะตรสั บอกธรรมนน้ั แกช ตุกัณณีมาณพ จึงไดต รสั คาถาตอ ๆ ไป. ในบทเหลา นั้น บทวา เนกฺขมมฺ ทุฏุ เขมโต ทา นเหน็ เนกขมั มะโดยความเกษม คอื เห็นนพิ พานและปฏปิ ทาอันทาํ ใหถงึ นพิ พานวา เปนความเกษม. บทวา อุคคฺ หิต คอื กเิ ลสเครือ่ งกังวลท่ีทานยึดไวดวยอาํ นาจแหงทิฏฐ.ิ บทวา นิรตตฺ วา คอื ควรสลัดเสีย. อธิบายวาพึงปลอยเสยี . บทวา มา เต วชิ ชฺ ิตฺถ คอื อยา ไดม แี กทา นเลย. บทวากิจฺ น คือ เครอื่ งกงั วลมรี าคะเปนตน. กเิ ลสเคร่อื งกังวลแมน น้ั ก็อยาไดมีแกทา นเลย. บทวา มุ ฺจติ พฺพ คอื ควรปลอยเสยี ไมควรยดึ ถอื อีก.บทวา ปชหิตพพฺ ควรละ คือควรเวน. บทวา วิโนเทตพพฺ ควรบรรเทาคอื ควรซัดไป. บทวา พฺยนตฺ ิกาตพฺพ ควรทาํ ใหส นิ้ สุด คอื ควรทาํ
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนกิ าย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 294กเิ ลสเครื่องกังวลน้นั ใหปราศจากไป. บทวา อนภาว คเมตพฺพ ควรใหถงึ ความไมมแี มแตน อย. บทวา ปุพเฺ พ กเิ ลสชาติในกาลกอ น คอื กเิ ลสอันเกิดข้ึนปรารภสงั ขารในอดตี . พระผมู ีพระภาคเจา ทรงเรยี กชตุกณั ณีมาณพวา พฺราหมฺ ณดูกอ นพราหมณ. บททีเ่ หลือในบททั้งปวงชัดดแี ลว . พระผูม ีพระภาคเจา ทรงแสดงพระสูตรแมนี้ ดว ยธรรมเปนยอดคือพระอรหัต. เมื่อจบเทศนา ไดมีผบู รรลธุ รรมเชนกับคราวกอ นน่นั เอง. จบอรรถกถาชตกุ ัณณมี าณวกปญ หานิทเทสที่ ๑๑
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 295 ภทั ราวธุ มาณวกปญ หานทิ เทส วา ดวยปญ หาของทา นภทั ราวุธะ [๔๑๓] (ทา นภัทราวธุ ะทลู ถามวา ) ขา พระองคขออาราธนาพระองคผลู ะความอาลยั ตัด ตณั หาเสียได ไมมีความหวัน่ ไหว ละความเพลนิ เสีย ขามโอฆะแลว พนวเิ ศษแลว ละความดําริ มีปญญาดี ชนท้งั หลายไดฟ ง พระดาํ รสั ของพระองค ผูเ ปนนาคแลว จักหลีกไปแตท ี่น.้ี [๔๑๔] คําวา ผลู ะความอาลัย ในอเุ ทศวา โอกฺชห ตณฺหจฉฺ ทิ อเนช ดังน้ี ความวา ความพอใจ ความกาํ หนัด ความเพลิน ความทะยานอยาก ความเขาไปยดึ ถือดว ยตัณหา ทิฏฐแิ ละอุปาทาน อันเปนที่ตั้งเปนท่ีผูกพันและเปน อนสุ ยั แหง ใจในรปู ธาตุ กิเลสชาติมคี วามพอใจเปนตนเหลานน้ั พระผูม ีพระภาคเจา ผตู รสั รแู ลว ทรงละไดแ ลว ตดั รากขาดแลว ทรงทาํ ไมใหม ีท่ตี ัง้ ดงั ตาลยอดดวน ทรงใหถ งึ ความไมม ี ไมใ หเกิดขน้ึ ตอ ไปเปนธรรมดา เพราะฉะนัน้ พระผมู พี ระภาคเจา ผตู รสั รูแ ลวจงึ ชื่อวา ผูละความอาลัย ความพอใจ ความกําหนดั ... ในเวทนาธาตุในสัญญาธาตุ ในสังขารธาตุ ในวิญญาณธาตุ กิเลสชาตมิ คี วามพอใจเปน ตน เหลานน้ั พระผูม พี ระภาคเจาผูตรัสรูแลว ทรงละไดแ ลวตดั รากขาดแลว ทรงทาํ ไมใหม ที ต่ี ั้งดังตาลยอดดว น ใหถึงความไมมีไมใหเ กดิ ข้ึนอีกตอไปเปน ธรรมดา เพราะฉะน้ัน พระผมู ีพระภาคเจาผตู รัสรแู ลว จงึ ช่อื วา ผลู ะความอาลัย.
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 296 รูปตัณหา สทั ทตณั หา คนั ธตัณหา รสตณั หา โผฏฐัพพตณั หาธรรมตณั หา ชือ่ วา ตณั หา ในคาํ วา ตณหฺ จฉฺ ทิ ดังน้ี ตัณหานั้นอันพระผูมพี ระภาคเจา ผตู รัสรแู ลว ทรงตัดแลว ตัดขาดแลว ตดั ขาดพรอ มแลว สงบแลว ระงบั แลว ทําไมใหอาจเกดิ ขึน้ เผาเสียแลวดวยไฟคอื ญาณ เพราะเหตนุ ้ัน พระผมู ีพระภาคเจาผูตรสั รแู ลว จึงชอื่ วาทรงตัดตัณหา. ตณั หา ความกาํ หนัด ความกําหนดั นัก ฯ ล ฯ อภิชฌา โลภะอกศุ ลมูล ทา นกลา ววา ความหวั่นไหว ในคําวา ผูไมม ีความหวัน่ ไหวตัณหาอนั เปน ความหวน่ั ไหวนน้ั อันพระผมู ีพระภาคเจา ผตู รสั รแู ลว ทรงละไดแลว ตัดรากขาดแลว ทรงทําไมใ หมที ีต่ ้งั ดงั ตาลยอดดว น ใหถึงความไมม ี ไมใหเ กิดขึ้นอีกตอไปเปน ธรรมดา เพราะเหตุนน้ั พระ-ผมู ีพระภาคเจาผตู รสั รูแลว จงึ ช่อื วา ผูไมม ีความหว่นั ไหว. พระผมู ีพระภาคเจาผตู รัสรแู ลว ชื่อวา ผไู มม ีความหว่ันไหว เพราะพระองคทรงละความหวั่นไหวเสยี แลว พระผมู ีพระภาคเจา ไมสะทกสะทานไมทรงหวั่น ไมท รงไหว ไมพ ร่ัน ไมพรงึ แมในเพราะลาภ แมใ นเพราะความเสอ่ื มลาภ แมในเพราะยศ แมใ นเพราะความเส่อื มยศ แมในเพราะความสรรเสริญ แมในเพราะความนินทา แมใ นเพราะสุขแมใ นเพราะทกุ ข เพราะเหตุนั้น พระผมู พี ระภาคเจา ผตู รัสรูแ ลว จงึ ช่อื วาไมม ีความหว่นั ไหว เพราะฉะน้นั จงึ ชอื่ วา พระองคผูละความอาลัยตัดตัณหาเสียได ไมมคี วามหว่นั ไหว. คาํ วา อติ ิ ในอเุ ทศวา อิจจฺ ายสฺมา ภทฺราวโุ ธ ดังนี้ เปนบทสนธิ ฯ ล ฯ คําวา อติ ิ นี้ เปนไปตามลาํ ดบั บท.
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนกิ าย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนาท่ี 297 คําวา อายสฺมา เปน เครื่องกลา วดว ยความรัก เปนเครอื่ งกลาวโดยเคารพ. คําวา อายสมฺ า นี้ เปนเคร่อื งกลาวเปนไปกับดวยความเคารพและความยําเกรง. คาํ วา ภทฺราวุโธ เปน ชือ่ ฯ ล ฯ เปน คาํ รอ งเรยี กของพราหมณนั้น เพราะฉะนนั้ จึงช่ือวา ทา นภทั ราวุธะทูลถามวา . [๔๑๕] ตณั หา ความกําหนัด ความกาํ หนัดนกั ฯ ล ฯ อภชิ ฌาโลภะ อกุศลมลู ทานกลา ววา ความเพลนิ ในอุเทศวา นนทฺ ิ ฺชหโอฆติณณฺ วมิ ตุ ตฺ ดังน้ี ตัณหาอันเปนความเพลินน้นั พระผูมีพระภาคเจาผตู รัสรูแลว ทรงละไดแ ลว ตัดรากขาดแลว ทรงทําไมใหมที ่ตี ้ังดังตาลยอดดวน ใหถึงความไมม ี ไมใหเ กดิ ขนึ้ อีกตอไปเปน ธรรมดา เพราะเหตนุ ้ัน พระผมู ีพระภาคเจาผูตรัสรแู ลว จึงชื่อวา ผูละความเพลนิ เสยี . คาํ วา ขา มโอฆะแลว ความวา พระผมู ีพระภาคเจาทรงขามแลวซึง่ กามโอฆะ ภวโอฆะ ทฏิ ฐโิ อฆะ อวิชชาโอฆะ ทรงขา มแลว คอืทรงขามขน้ึ แลว ทรงขา มพน แลว ทรงกา วลวงแลว ทรงลว งเลยไปแลวซึ่งคลองแหง สงสารทง้ั ปวง พระผูมีพระภาคเจา น้ัน มีธรรมเปน เคร่ืองอยูอ ันพระองคอ ยจู บแลว มีจรณะทรงประพฤตแิ ลว ฯ ล ฯ มไิ ดมสี งสารคอื ชาติ ชรา และมรณะ ไมม ภี พใหม เพราะฉะนัน้ จึงชื่อวา ทรงละความเพลนิ เสีย ทรงขามโอฆะแลว . คําวา พนวิเศษแลว คอื พระผูมพี ระภาคเจา มพี ระทยั พน แลวพนวิเศษแลว พน วเิ ศษดแี ลว จากราคะ โทสะ โมหะ ความโกรธความผูกโกรธ ฯ ล ฯ อกสุ ลาภสิ ังขารทัง้ ปวง เพราะฉะนั้น จงึ ช่อื วาทรงละความเพลินเสยี ทรงขามโอฆะแลว พน วเิ ศษแลว .
พระสตุ ตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 298 [๔๑๖] ความดําริ ในคําวา กปฺป ในอเุ ทศวา กปฺปฺชหอภิยาเจ สุเมธ ดังน้ี ม๒ี อยาง คอื ความดํารดิ ว ยอาํ นาจตณั หา ๑ความดํารดิ ว ยอาํ นาจทิฏฐิ ๑ ฯ ล ฯ นเ้ี ปนความดาํ ริดวยอํานาจตัณหา ฯ ล ฯนี้เปนความดาํ รดิ วยอาํ นาจทิฏฐิ. พระผมู ีพระภาคเจาตรัสรูแลว ทรงละความดํารดิ ว ยอาํ นาจตณั หาทรงสละคืนความดาํ ริดว ยอาํ นาจทิฏฐิแลว พระผูมีพระภาคเจาผูต รัสรูแลวช่อื วาทรงละความดาํ ริ เพราะพระองคท รงละความดาํ ริดว ยอาํ นาจตัณหาเพราะพระองคทรงสละคนื ความดําริดวยอาํ นาจทฏิ ฐิ. คําวา ขออาราธนา คอื ทลู อาราธนา ทูลเชือ้ เชิญ ทูลยนิ ดีปรารถนา รักใคร ชอบใจ (คาํ ของพระองค) . ปญญา ความรู กิรยิ าทร่ี ู ฯ ล ฯ ความไมห ลง ความเลอื กเฟนธรรม สมั มาทิฏฐิ ทา นกลา ววา เมธา ในคําวา สุเมธ . พระผมู พี ระภาคเจา ทรงเขา ไป เขา ไปพรอม เขามา เขา มาพรอมเขา ถงึ เขา ถงึ พรอม ประกอบดวยปญ ญาชือ่ เมธานี้ เพราะเหตนุ นั้พระผมู ีพระภาคเจาจงึ ชอ่ื วา มปี ญญาดี เพราะฉะนั้น จึงช่ือวา ขาพระองคขออาราธนา ... ละความดําริ มปี ญ ญาด.ี [๔๑๗] พระผูมพี ระภาคเจา ชื่อวา เปน นาค ในคาํ วา นาคสฺสในอุเทศวา สุตฺวาน นาคสสฺ อปนมิสสฺ นตฺ ิ อิโต ดังน้ี. พระผมู พี ระภาคเจาไมทรงกระทําความชวั่ เพราะฉะนน้ั จงึ ทรงพระนามวา นาค ไมเสดจ็ ไปสูค วามชั่ว เพราะฉะนัน้ จงึ ทรงพระนามวา นาค ไมเสด็จมาสูค วามชวั่ เพราะฉะนน้ั จงึ ทรงพระนาม
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนาท่ี 299วา นาค ฯ ล ฯ พระผูมีพระภาคเจา ไมเ สด็จมาสคู วามชัว่ อยา งนี้ เพราะฉะนน้ั จงึ ทรงพระนามวา นาค. ขอ วา ชนท้ังหลายไดฟ งพระดาํ รสั ของพระองคผ เู ปนนาคแลวจักหลกี ไปแตท น่ี ี้ ความวา ชนเปนอันมาก ไดยิน ไดฟง ศึกษาทรงจาํ เขา ไปกาํ หนดแลว ซ่งึ พระดํารสั คอื พระดาํ รัสทเ่ี ปน ทางเทศนาอนสุ นธิ ของพระองคแ ลว จกั หลีก จกั เลีย่ งไปแตทีน่ ้ี คือ จกั ไปสทู ศิ ใหญแ ละทศิ นอย เพราะฉะน้ัน จึงช่อื วา ชนทั้งหลายไดฟ งพระ-ดาํ รัสของพระองคผ เู ปนนาคแลว จกั หลกี ไปแตทนี่ ้ี เพราะเหตุน้ันพราหมณน้นั จงึ กลาววา ขาพระองคข ออาราธนาพระองคผ ลู ะความอาลยั ตัด ตณั หาเสยี ได ไมม คี วามหว่ันไหว ละความเพลนิ เสีย ขา มโอฆะแลว พน วเิ ศษแลว ละความดําริ มปี ญ ญาดี ชนทัง้ หลายไดฟ งคําของพระองคผเู ปน นาคแลว จกั หลกี ไปแตที่นี้.[๔๑๘ ] ขาแตพระองคผ ูก ลา ชนตาง ๆ มาแตชนบททงั้ หลาย ประชมุ กนั แลว หวังอยูซ่งึ พระดาํ รสั ของพระองค ขอ พระองคท รงพยากรณดวยดีแกชนเหลานัน้ เพราะวา ธรรมน้นั พระองคทรงทราบแลวอยา งแทจ ริง. [๔๑๙] กษตั รยิ พราหมณ แพศย ศทู ร คฤหัสถ บรรพชติเทวดา และมนษุ ย ชือ่ วา ชนตางๆ ในอเุ ทศวา นานาชนา ชนปเทหิสงฺคตา ดังน้.ี
พระสุตตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 300 คาํ วา มาแตชนบททงั้ หลายประชุมกันแลว คอื มาแตองั คะมคธะ กาสี โกสละ วัชชี มัลละ เจตียะ สาคระ๑ ปญจาละ อวนั ตีโยนะ และกมั โพชะ. คําวา ประชมุ กนั แลว คือ ถงึ พรอม มาพรอม มารวมประชมุกันแลว เพราะฉะนัน้ จึงชือ่ วา ชนตาง ๆ มาแตชนบททัง้ หลาย ประชุมกันแลว. [๔๒๐] พระผูมพี ระภาคเจาทรงเปน ผูก ลา จงึ ชื่อวา วีระ ในอุเทศวา ตว วรี วากยฺ อภิกงฺขมานา ดงั น้ี พระผมู พี ระภาคเจาทรงมีความเพยี รเพราะฉะนน้ั จึงชือ่ วา วรี ะ พระผูมีพระภาคเจา เปน ผูอ งอาจ เพราะ-ฉะน้ัน จึงชือ่ วา วีระ พระผมู ีพระภาคเจา ทรงใหผูอ นื่ มคี วามเพยี ร เพราะ-ฉะนนั้ จึงชอ่ื วา วรี ะ พระผมู พี ระภาคเจาผูสามารถ เพราะฉะน้ันจงึ ช่อื วา วีระ. พระผมู ีพระภาคเจาปราศจากความเปนผูมขี นลุกขนพองเพราะฉะนั้น จึงชื่อวา วรี ะ. พระผูมพี ระภาคเจา ทรงเวนแลว จากบาปธรรมทง้ั ปวง ในโลกน้ี ลว งเสียแลวซ่งึ ทกุ ขใ นนรก ทรงอยดู ว ยความ เพยี ร พระองคท รงมีวิริยะ มีปธาน ทรงแกลว กลา เปนผคู งท่ี ทา นกลาววา พระหฤทยั เปนอยา งน้นั .เพราะฉะนนั้ จึงชือ่ วา ขาแตพ ระองคผ ูกลา. . . ของพระองค. คําวา หวังอยซู งึ่ พระดาํ รสั ความวา พระดํารสั ทางแหง พระดาํ รสั เทศนา อนสุ นธิ ของพระองค. คําวา หวงั อยู คือ มุง หวัง ปรารถนา ยินดี ประสงค๑. ม. กรุ .ุ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 740
Pages: