พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาท่ี 466ปฏปิ ทาอนั ใหถงึ นพิ พาน เพราะฉะนั้น จงึ ช่อื วา พระผมู ีพระภาคเจาไดทรงแสดงแลวซงึ่ ธรรม... แกอ าตมา. [๖๐๑] คาํ วา อนั ธรรมจารบี คุ คลพึงเหน็ เอง ไมประกอบดว ยกาล ความวา อันธรรมจารีบุคคลพงึ เหน็ เอง ไมป ระกอบดวยกาล ควรเรียกใหม าดู ควรนอ มเขามา อนั วญิ ูชนทั้งหลายพงึ รเู ฉพาะตน ดวยเหตุอยา งน้ี ดงั นี้ จึงช่อื วา อันธรรมจารีบคุ คลพงึ เห็นเอง ไมป ระกอบดว ยกาล. อีกอยา งหนึง่ ผใู ดเจริญอริยมรรคมีองค ๘ ในภพนี้ ผูน ้นั ยอ มบรรลุ ประสบ ไดร บั ผลแหง มรรคนนั้ ในกาลเปน ลาํ ดับ มิไดมกี าลอ่ืนคั่นแมดวยเหตุอยา งนี้ ดงั นี้ จึงช่ือวา อันธรรมจารีบุคคลพงึ เห็นเอง ไมประกอบดว ยกาล. มนษุ ยท ั้งหลายลงทนุ ทรพั ยตามกาลอนั ควร ยงั ไมไ ดอฐิ ผลในกาลเปน ลาํ ดับ ยังตองรอเวลา ฉันใดธรรมนีย้ อ มไมเปน ฉนั นน้ั ผใู ดเจรญิอรยิ มรรคมีองค ๘ ในภพน้ี ผูนน้ั ยอมบรรลุ ประสบ ไดผลแหง มรรคน้ันในกาลเปนลาํ ดบั มิไดม กี าลอนื่ ค่ัน ยอมไมไดใ นภพหนา ยอมไมไดในปรโลก ดวยเหตอุ ยางนี้ จงึ ชอื่ วา ไมประกอบดว ยกาล เพราะฉะน้ันจึงชอื่ วา อนั ธรรมจารบี ุคคลพึงเห็นเอง ไมป ระกอบดวยกาล. [๖๐๒] รปู ตณั หา สทั ทตัณหา คนั ธตัณหา รสตัณหา โผฏฐพั พ-ตณั หา ธรรมตัณหา ชือ่ วา ตัณหา ในอุเทศวา ตณหฺ กขฺ ยมนีติกดังนี้. คําวา ตณฺหกขฺ ย ความวา เปนทส่ี ้นิ ตัณหา เปน ที่ส้นิ ราคะ เปนท่สี ิน้ โทสะ เปน ที่สิน้ โมหะ เปน ท่สี ิ้นคติ เปน ที่สิน้ อปุ บัติ เปนทส่ี ้ิน
พระสุตตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 467ปฏสิ นธิ เปนท่ีสิน้ ภพ เปนท่สี น้ิ สงสาร เปน ท่สี ิ้นวัฏฏะ กิเลส ขันธและอภิสงั ขาร. ทานกลาววา อันตราย ในคาํ วา อนีตกิ ดงั นี้ เปน ที่ละ สงบสละคืน ระงบั อันตราย เปนอมตนพิ พาน เพราะฉะนั้น จึงชื่อวาเปน ท่สี น้ิ ตณั หา ไมม ีอันตราย. [๖๐๓] คําวา ยสฺส ในอเุ ทศวา ยสฺส นตถฺ ิ อุปมา กฺวจิ ดังนี้ไดแ กน พิ พาน. คาํ วา ไมม อี ุปมา ความวา ไมม ีอปุ มา ไมมขี อ เปรียบเทียบ ไมมีสิง่ เสมอ ไมมอี ะไรเปรยี บ ไมป รากฏ ไมป ระจักษ คาํ วาในทไี่ หน ๆ ความวา ในทไ่ี หน ๆ ในที่ไร ๆ ในทบี่ างแหง ในภายในภายนอก หรือทั้งภายในและภายนอก เพราะฉะนนั้ จึงชอ่ื วา นพิ พานไมมอี ุปมาในท่ไี หน ๆ เพราะเหตนุ นั้ พระปง คยิ เถระจงึ กลา ววา พระผูมีพระภาคเจา ไดท รงแสดงธรรมอนั ธรรมจารี- บุคคลพงึ เหน็ เอง ไมป ระกอบดว ยกาล เปนท่สี นิ้ ตณั หา อนั ไมม ีอันตรายแกอ าตมา นพิ พานมไิ ดม อี ปุ มาในที่ ไหน ๆ. [๖๐๔] ดูกอนปง คิยะ ทานอยปู ราศจากพระพุทธเจา ผโู คดม พระองคน ้นั ซง่ึ มีพระปญ ญาเปนเคร่ืองปรากฏ มีพระ- ปญญากวางขวางดงั แผน ดนิ แมค รหู นงึ่ หรอื หนอ. [๖๐๕] คาํ วา ... อยปู ราศจากพระพุทธเจาพระองคนน้ั ... หรือหนอ ความวา ยอมอยูปราศ คือ หลีกไป ไปปราศ เวนจากพระพุทธ-เจาพระองคนน้ั หรอื หนอ เพราะฉะน้ัน จงึ ช่อื วา ทานอยปู ราศจากพระพุทธเจาพระองคน ัน้ หรอื หนอ.
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนิกาย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนา ท่ี 468 [๖๐๖] คําวา ดกู อนปงคิยะ... แมครูห นงึ่ ความวา แมครูหนึง่ ขณะหนึ่ง พักหนงึ่ สวนหนงึ่ วนั หนึง่ เพราะฉะนน้ั จงึ ชอื่ วาแมค รหู น่ึง พาวรีพราหมณเรียกพระเถระผเู ปนหลานนน้ั โดยชอื่ วาปง คิยะ. [๖๐๗] คําวา ผูโคดมซึง่ มพี ระปญญาเปนเครอ่ื งปรากฏ ความวาผโู คดมซ่งึ มีปญ ญาเปน เครอ่ื งปรากฏ มีญาณเปนเคร่อื งปรากฏ มีปญญาเปน ดังธงชยั มปี ญญาดงั ธงนําหนา มปี ญญาเปนอธิบดี มคี วามเลือกเฟนมาก มคี วามเลือกเฟนทว่ั ไปมาก มากดวยปญ ญาเครอื่ งพจิ ารณา มีธรรมเปนเครอ่ื งพิจารณาพรอม มธี รรมเปนเครือ่ งอยแู จม แจง ทรงประพฤติในธรรมนน้ั มีปญ ญามาก หนักอยูด ว ยปญ ญา โนม ไปในปญญา โอนไปในปญ ญา เงอ้ื มไปในปญ ญา นอมไปในปญญา มปี ญ ญาเปนใหญเพราะฉะน้ัน จึงช่อื วา ผูโคดมซึง่ มีปญญาเปนเครอ่ื งปรากฏ. [๖๐๘] แผนดินทา นกลา ววา ภูริ ในอุเทศวา โคตมา ภรู เิ มธสาดังน้ี พระโคดมประกอบดว ยปญญาอันไพบูลย กวางขวางเสมอดว ยแผนดนิ ปญ ญา ความรู กริ ยิ าทร่ี ู ฯ ล ฯ ความไมห ลง ความเลือกเฟนธรรม สมั มาทิฏฐิ ทานกลา ววา เมธา. พระผมู ีพระภาคเจาทรงเขาไป เขา ไปพรอ ม เขามา เขามาพรอ ม เขา ถึง เขาถึงพรอ ม ประกอบดวยปญ ญาเปนเมธานี้ เพราะเหตุนัน้ พระผูมพี ระภาคเจาผูตรัสรแู ลวจึงชื่อวา มปี ญญากวางขวางดังแผนดิน. เพราะฉะนน้ั จึงชือ่ วา ผูโคดมซ่งึ มปี ญ ญากวา งขวางดงั แผนดิน. เพราะเหตนุ นั้ พราหมณพ าวรีน้ันจงึ กลาววา
พระสุตตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนาท่ี 469 ดูกอ นปงคยิ ะ ทานอยปู ราศจากพระพทุ ธเจา ผูโคตม พระองคนน้ั ซึง่ มีพระปญญาเปน เครื่องปรากฏ มีพระ- ปญ ญากวางขวางดังแผนดนิ แมค รหู นง่ึ หรอื หนอ. [๖๐๙] พระผูม ีพระภาคเจา ไดทรงแสดงธรรม อันธรรมจาร-ี บคุ คลพึงเหน็ เอง ไมป ระกอบดว ยกาล เปน ทส่ี น้ิ ตรสั หา อันไมมอี ันตรายแกท าน นิพพานมิไดมอี ปุ มาในที่ไหน ๆ. [๖๑๐] คําวา โย ในอเุ ทศวา โย เต ธมมฺ มเทเสสิ ดงั น้ีความวา พระผูมีพระภาคเจา ฯ ล ฯ เปน ผถู งึ แลวซึ่งความเปน พระ-สัพพญั ูในธรรมนน้ั และทรงถงึ แลวซึ่งความเปน ผชู ํานาญ ในพลธรรมทง้ั หลาย. คําวา ธมฺม ในอเุ ทศวา โย เม ธมฺมมเทเสสิ ดงั นี้ ความวาพระผูม ีพระภาคเจา ตรสั บอก... ทรงประกาศแลวซึ่งพรหมจรรยอนั งามในเบ้ืองตน ฯ ล ฯ และปฏิปทาอันใหถงึ นิพพาน เพราะฉะน้นั จงึ ชื่อวาพระผมู พี ระภาคเจาไดทรงแสดงแลวซง่ึ ธรรม... แกท า น. [๖๑๑] คําวา อันธรรมจารบี ุคคลพึงเหน็ เอง ไมประกอบดว ยกาล ความวา อนั ธรรมจารบี ุคคลพึงเหน็ เอง ... อันวิญชู นทง้ั หลายพงึ รูเฉพาะตน ดวยเหตอุ ยา งนี้ ดังน้ี จงึ ช่ือวา อันธรรมจารีบุคคลพึงเหน็ เองไมป ระกอบดวยกาล. อีกอยางหน่ึง ผูใดเจรญิ อรยิ มรรคมอี งค ๘ ในภพน้ี ... มไิ ดมีกาลอ่ืนคั่น แมด ว ยเหตุอยา งนี้ ดงั น้ี จงึ ช่อื วา อันธรรมจารบี คุ คลพงึ เห็นเองไมป ระกอบดว ยกาล.
พระสุตตันตปฎก ขุททกนกิ าย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 470 มนุษยท ้ังหลายลงทุนทรพั ยต ามกาลอันควร... ยอ มไมไดใ นปรโลกดว ยเหตุอยางนี้ จงึ ชอื่ วา ไมประกอบดวยกาล เพราะฉะนน้ั จงึ ช่ือวาอันธรรมจารบี ุคคลพงึ เห็นเอง ไมประกอบดว ยกาล. [๖๑๒] รปู ตัณหา... ธรรมตัณหา ช่ือวา ตัณหา ในอุเทศวาตณหฺ กขยมนีตกิ ดงั นี.้ คาํ วา ตณหฺ กฺขย ความวา เปน ทส่ี ้ินตณั หา...เปนทส่ี ิน้ วฏั ฏะ กิเลส ขนั ธและอภสิ งั ขาร ทานกลาววาอันตราย ในบทวาอนีติก ดงั นี้ เปน ที่ละ ... เปน อมตนิพพาน เพราะฉะนนั้ จงึ ช่อื วา เปนทส่ี ้นิ ตัณหา ไมมีอันตราย. [๖๑๓] คําวา ยสสฺ ในอุเทศวา ยสสฺ นตถฺ ิ อุปมา กฺวจิ ดงั น้ีไดแ ก นิพพาน. คําวา ไมม ีอปุ มา ความวา ไมม ีอปุ มา... ไมป ระจกั ษ.คําวา ในทีไ่ หน ๆ ความวา ในทไี่ หน ๆ ... หรือทงั้ ภายในและภายนอกเพราะฉะน้นั จึงชือ่ วา นพิ พานไมม อี ุปมาในที่ไหน เพราะเหตุน้นัพาวรพี ราหมณจ ึงกลาววา พระผูมีพระภาคเจา ไดทรงแสดงธรรม อันธรรมจารี- บุคคลพงึ เหน็ เอง ไมป ระกอบดวยกาล เปนทีส่ ิน้ ตัณหา อันไมมอี ันตรายแกทา น นพิ พานมิไดม ีอปุ มาในทไี่ หน ๆ. [๖๑๔] ทา นพราหมณ อาตมามิไดอ ยปู ราศจากพระพทุ ธเจา พระองคนน้ั ผโู คดม ซง่ึ มีพระปญ ญาเปนเครอ่ื งปรากฏ มพี ระปญ ญากวา งขวางดังแผน ดิน แมครูหน่ึง. [๖๑๕] คาํ วา อาตมามิไดอยูป ราศจากพระพทุ ธเจาพระองคน้นั
พระสตุ ตนั ตปฎก ขทุ ทกนกิ าย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 471ความวา อาตมามิไดอ ยูปราศ คอื มไิ ดหลีกไป มิไดไ ปปราศ มิไดเ วนจากพระพุทธเจา พระองคนัน้ เพราะฉะนั้น จงึ ช่อื วา อาตมามไิ ดอ ยูปราศจากพระพทุ ธเจา พระองคน้นั . [๖๑๖] คาํ วา ทา นพราหมณ... แมค รูหน่ึง ความวา แมครูห นึ่งขณะหนึง่ พกั หนึ่ง สวนหนง่ึ วันหนึ่ง เพราะฉะน้ัน จึงชอื่ วา แมค รูหน่ึง พระปงคิยเถระเรียกพาวรีพราหมณผูเปน ลุงดว ยความเคารพวา ทา นพราหมณ. [๖๑๗] คาํ วา ผูโคดมซ่งึ มีพระปญ ญาเปน เคร่อื งปรากฏ ความวาผโู คดมซ่ึงมพี ระปญ ญาเปน เครอื่ งปรากฏ... มปี ญญาเปนใหญ เพราะฉะน้นัจึงชื่อวา ผูโ คดมซงึ่ มีพระปญ ญาเปนเคร่ืองปรากฏ. [๖๑๘] แผนดนิ ทานกลา ววา ภูริ ในอุเทศวา โคตมา ภูรเิ มธสาดงั นี้ พระโคดมประกอบดวยปญญาอนั ไพบูลยก วา งขวางเสมอดว ยแผนดนิปญญา ความรู กริ ยิ าทร่ี ู ฯลฯ ความไมห ลง ความเลอื กเฟนธรรมสมั มาทฏิ ฐิ ทา นกลาววา เมธา พระผูมพี ระภาคเจาทรงเขาไป... ทรงประกอบดว ยปญ ญาเปนเมธานี้ เพราะเหตนุ ้ัน พระผูมพี ระภาคเจา ผตู รสั รูแลว จงึ ชอ่ื วา มปี ญ ญากวา งขวางดงั แผน ดิน เพราะฉะนั้น จึงช่ือวาผโู คดมซ่งึ มพี ระปญ ญากวา งขวางดงั แผนดนิ เพราะเหตนุ ้ัน พระปง คยิ -เถระจึงกลา ววา ทานพราหมณ อาตมามไิ ดอ ยูปราศจากพระพทุ ธเจา ผูโคดม ซง่ึ มพี ระปญญาเปนเครื่องปรากฏ มีพระปญ ญา กวา งขวางดังแผน ดนิ แมค รูหน่ึง.
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 472[๖๑๙] พระผูมีพระภาคเจาไดท รงแสดงธรรม อันธรรมจาร-ี บคุ คลพงึ เหน็ เอง ไมป ระกอบดวยกาล เปนทส่ี ิน้ ตณั หา อนั ไมม อี ันตรายแกอ าตมา นิพพานมไิ ดมอี ุปมาในที่ ไหน ๆ [๖๒๐] คาํ วา โย ในอุเทศวา โย เม ธมมฺ มเทเสสิ ดงั นี้ ความวา พระผูมีพระภาคเจาเปนพระสยัมภู ... และทรงถงึ แลวซึ่งความเปนผูชาํ นาญในพลธรรมท้ังหลาย. คําวา ธมมฺ ในอุเทศวา ธมฺมมเทเสสิ ดงั น้ี ความวา พระ-ผมู พี ระภาคเจา ตรัสบอก ... ทรงประกาศแลวซง่ึ พรหมจรรย อันงามในเบือ้ งตน ... และปฏปิ ทาอนั ใหถงึ นิพพาน เพราะฉะนนั้ จงึ ชือ่ วา พระ-ผูมพี ระภาคเจาไดท รงแสดงแลว ซึ่งธรรม แกอาตมา. [๖๒๑] คําวา อันธรรมจารีบุคคลพงึ เห็นเอง ไมประกอบดวยกาล ความวา อันธรรมจารีบคุ คลพงึ เห็นเอง ... อนั วิญชู นทงั้ หลายพงึ รเู ฉพาะตน ดวยเหตอุ ยา งนี้ ดงั น้ี จึงชือ่ วา อันธรรมจารบี ุคคลพงึเห็นเอง ไมป ระกอบดวยกาล. อกี อยางหน่งึ ผใู ดเจรญิ อรยิ มรรคมอี งค ๘ ในภพนี้ ... มิไดม กี าลอื่นคน่ั แมด ว ยเหตอุ ยางน้ี ดงั น้ี จึงชอื่ วา อนั ธรรมจารีบคุ คลพึงเห็นเองไมป ระกอบดว ยกาล. มนุษยทงั้ หลายลงทนุ ทรพั ยต ามกาลอันควร ... ยอ มไมไ ดใ นปรโลกดวยเหตอุ ยางน้ี จงึ ชือ่ วา ไมประกอบดวยกาล เพราะฉะนน้ั จงึ ชอื่ วาอนั ธรรมจารบี คุ คลพงึ เหน็ เอง ไมประกอบดวยกาล.
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 473 [๖๒๒] รปู ตณั หา... ธรรมตณั หา ชอื่ วา ตัณหา ในอเุ ทศวาตณฺหกฺขยมนตี กิ ดงั นี.้ คําวา ตณฺหกขฺ ย ความวา เปน ที่สิน้ ตัณหา...เปน ทสี่ ้นิ วฏั ฏะ กเิ ลส ขนั ธแ ละอภสิ งั ขาร ทานกลาววาอันตราย ในบทวาอนีตกิ ดงั นี้ เปน ทลี่ ะ ... เปนอมตนิพพาน เพราะฉะนน้ั จงึ ชอ่ื วาเปนทีส่ ้นิ ตณั หา ไมม อี ันตราย. [๖๒๓] คาํ วา ยสสฺ ในอุเทศวา นตถฺ ิ อุปมา กวฺ จิ ดังน้ี ไดแกนพิ พาน. คาํ วา ไมม อี ุปมา ความวา ไมม ีอุปมา... ไมประจัก ษ. คําวาในที่ไหน ๆ ความวา ในท่ไี หน ๆ... หรอื ทง้ั ภายในและภายนอก เพราะ-ฉะนั้น จึงช่อื วา นิพพาน ไมมีอปุ มาในที่ไหนๆ เพราะเหตุนนั้ พระ-ปง คยิ เถระจงึ กลา ววา พระผมู ีพระภาคเจาไดทรงแสดงธรรม อันธรรมจาร-ี บคุ คลพงึ เห็นเอง ไมป ระกอบดว ยกาล เปนที่สนิ้ ตณั หา อันไมมีอันตรายแกอ าตมา นพิ พานมิไดม อี ุปมาในที่ ไหน ๆ. [๖๒๔] ทา นพราหมณ อาตมายอมเหน็ พระพทุ ธเจา พระองค น้ันดว ยใจ เหมอื นเหน็ ดว ยจกั ษุ อาตมาเปน ผไู มประมาท ตลอดคืนและวัน นมัสการอยตู ลอดคืนและวัน อาตมา ยอ มสาํ คญั การไมอ ยปู ราศจากพระพุทธเจา นน้ั นน่ั แล. [๖๒๕] คําวา อาตมายอมเห็นพระพุทธเจาพระองคนั้นดวยใจเหมือนเหน็ ดายจักษุ ความวา บุรุษผมู ีนัยนต าพงึ แลเหน็ มองเห็น แลดู
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนาท่ี 474ตรวจดู เพง ดู พจิ ารณาดู ซง่ึ รูปท้ังหลาย ฉันใด อาตมาแลเห็น มองเหน็แลดู ตรวจดู เพง ดู พจิ ารณาดู ซ่ึงพระผูมพี ระภาคเจาผตู รัสรแู ลว ฉันน้ันเหมือนกนั เพราะฉะนนั้ จงึ ช่ือวา อาตมายอ มเหน็ พระพุทธเจา พระองคนน้ั ดว ยใจ เหมือนเหน็ ดวยจกั ษุ. [๖๒๖] คาํ วา ทา นพราหมณ. .. เปนผูไ มประมาท ตลอดคืนและวัน ความวา เม่อื อาตมาอบรมดวยใจ ชื่อวาเปนผูไมป ระมาทตลอดคนื และวนั เพราะฉะนนั้ จงึ ช่อื วา ทา นพราหมณ. .. เปน ผูไมประมาทตลอดคืนและวนั . [๖๒๗] คําวา นมสั การอยู ในอเุ ทศวา นมสฺสมาโน วิสสามิรตฺตึ ดงั นี้ ความวา นมสั การ สักการะ เคารพ นบั ถอื บชู าอยู ดว ยกายบา ง ดว ยวาจาบา ง ดว ยจติ บาง ดว ยการปฏบิ ัติเปน ไปตามประโยชนบาง ดวยการปฏบิ ตั ิธรรมสมควรแกธ รรมบา ง ยอมอยู คอื ยับยง้ั อยูตลอดคืนและวัน เพราะฉะนั้น จงึ ชอื่ วา นมัสการอยตู ลอดคืนและวัน. [๖๒๘] คําวา ยอ มสาํ คัญการไมอยูป ราศจากพระพุทธเจา นั่น-แหละ ความวา เมือ่ อาตมาเจริญดว ยพทุ ธานุสสติน้นั จงึ สาํ คัญพระพทุ ธ-เจา พระองคน้นั วา เปน ผูไมอยปู ราศ คอื เปน ผไู มอ ยปู ราศแลว คอือาตมารู ทราบ รูท่ัว รแู จง รชู ัด อยางนี้ เพราะฉะนน้ั จงึ ชื่อวาอาตมายอ มสําคัญการไมอยปู ราศจากพระพุทธเจา นน้ั นน่ั แหละ เพราะเหตุนน้ั พระปง คิยเถระจึงกลาววา ทา นพราหมณ อาตมายอมเหน็ พระพุทธเจาพระองค น้ันดว ยใจ เหมอื นเห็นดวยจกั ษุ อาตมาเปนผูไมป ระมาท
พระสตุ ตนั ตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 475 แลวตลอดคืนและวัน นมัสการอยูต ลอดคนื และวนั อาตมา ยอมสําคัญการไมอ ยปู ราศจากพระพุทธเจา น้ันนัน่ แหละ.[๖๒๙] ธรรมเหลา นี้ คือ ศรทั ธา ปต ิ มนะและสติ ยอม ไมห ายไปจากศาสนาของพระโคดม พระโคดมผูมพี ระ- ปญ ญากวา งขวางดังแผนดนิ ยอมเสด็จไปสทู ิศใด ๆ อาตมาน้นั เปนผูนอบนอมไปโดยทศิ นัน้ ๆ นนั่ แหละ. [๖๓๐] ความเช่อื ความเชอ่ื ถอื ความกําหนด ความเลอ่ื มใสยงิ่ศรัทธา สทั ธนิ ทรยี สทั ธาพละ ท่ีปรารภถึงพระผมู ีพระภาคเจา ช่อื วาศรัทธา ในอเุ ทศวา สทธฺ า จ ปต ิ จ มโน สติ จ ดังน้ี ความอิ่มใจความปราโมทย ความเบิกบานใจ ความยนิ ดี ความปลม้ื ใจ ความเปนผูม ีอารมณสงู ความเปน ผูมใี จสงู ความทจี่ ติ ผองใสยงิ่ ปรารภถึงพระผูมีพระภาคเจา ชื่อวา ปต ิ. จติ ใจ มนัส หทยั ปณ ฑระ มโนมนายตนะ มนินทรีย วญิ ญาณ วิญญาณขันธ มโนวิญญาณธาตอุ ันสมกนัปรารภถึงพระผมู พี ระภาคเจา ช่อื วา มโน. ความระลึกถงึ ฯ ล ฯ ความระลกึ ชอบ ปรารภถึงพระผูม พี ระภาคเจา ชอื่ วา สต.ิ เพราะฉะน้ันจึงชอื่ วา ศรทั ธา ปติ มนะและสต.ิ [๖๓๑] คาํ วา ธรรมเหลาน้ี ยอมไมหายไปจากศาสนาของพระ-โคดม ความวา ธรรม ๔ ประการนี้ ยอ มไมห ายไป ไมปราศไป ไมล ะไป ไมพนิ าศไป จากศาสนาของพระโคดม คอื จากศาสนาของพระพุทธ-เจา ศาสนาของพระชินเจา ศาสนาของพระตถาคต ศาสนาของพระ-
พระสุตตนั ตปฎ ก ขุททกนกิ าย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนา ท่ี 476อรหนั ต เพราะฉะน้ัน จึงชอื่ วา ธรรมเหลาน้นั ยอมไมห ายไปจากศาสนาของพระโคดม. [๖๓๒] คําวา สทู ศิ ใด ๆ ในอเุ ทศวา ย ย ทิส วชิ ฺวติ ภูร-ิปฺโ ดังน้ี ความวา พระโคดมเสดจ็ อยู คือ เสดจ็ ไป ทรงกาวไปเสดจ็ ดาํ เนนิ ไป สูท ิศตะวนั ออก ทิศตะวันตก ทิศใต หรือทิศเหนอื . คําวา ภูริปฺโ ความวา มปี ญ ญากวา งขวางดังแผน ดิน มปี ญญาใหญ มปี ญญาหลกั แหลม มปี ญญาหนา มปี ญญารา เริง มปี ญ ญาเร็วมปี ญ ญาทําลายกเิ ลส เพราะฉะนน้ั จงึ ชื่อวา พระโคดมมพี ระปญญากวา งขวางดังแผน ดิน เสดจ็ ไปสูทศิ ใด ๆ. [๖๓๓] คําวา อาตมาน้ันเปน ผนู อบนอ มไปโดยทิศนน้ั ๆ นน่ั -แหละ ความวา อาตมานัน้ เปนผูน อบนอ มไปโดยทศิ าภาคท่พี ระพุทธเจาประทับอยูน ั้นๆ คอื เปน ผมู ใี จเอนไปในทิศนั้น มใี จโอนไปในทศิ น้ันมใี จเงื้อมไปในทิศน้นั นอมใจไปในทศิ นนั้ มที ิศนั้นเปนใหญ เพราะ-ฉะนั้น จึงชือ่ วา อาตมานนั้ เปนผูน อบนอ มไปโดยทิศนั้น ๆ นนั่ แหละเพราะเหตุน้ัน พระปงคยิ เถระจึงกลาววา ธรรมเหลาน้ัน คือ ศรทั ธา ปติ มนะและสติ ยอ ม ไมห ายไปจากศาสนาของพระโคดม พระโคดมผมู ีปญ ญา กวา งขวางดงั แผน ดิน ยอ มเสด็จไปสทู ิศใด ๆ อาตมา นน้ั ยอ มเปน ผูนอบนอ มไปโดยทศิ น้ัน ๆ นน่ั แหละ. [๖๓๔] กายของอาตมาผูแ กแลว มเี ร่ียวแรงทรุ พล ไมไ ดไป ในสํานกั ทพี่ ระพุทธเจาประทบั น้นั นนั่ แล แตอ าตมายอม
พระสตุ ตันตปฎ ก ขทุ ทกนกิ าย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 477 ถงึ เปนนิตยดวยความดําริถึง ทานพราหมณ ใจของอาตมา น่ีแหละ ประกอบแลวดว ยทศิ าภาคทปี่ ระทับอยูน้นั . [๖๓๕] คําวา ผูแกแ ลว ในอเุ ทศวา ชณิ ฺณสสฺ เม ทพุ ฺพล-ถามกสสฺ ดงั น้ี ความวา ผแู ก ผูเฒา เปน ผูใ หญ ลว งกาล ผานวยั ไปโดยลําดบั เพราะฉะนั้น จงึ ช่อื วา ผูแ กแ ลว . คาํ วา มีเร่ียวแรงทรุ พล ความวา มเี รย่ี วแรงถอยกาํ ลงั มีเรี่ยวแรงนอ ย มเี รีย่ วแรงนิดหนอย เพราะฉะน้นั จึงชอื่ วา ของอาตมาผูแกแ ลวมีเร่ียวแรงทุรพล. [๖๓๖] คาํ วา กาย. . . ไมไดไปในสาํ นกั ท่พี ระพทุ ธเจาประทับนัน้ นัน่ แล ความวา กายไมไดไป คอื ไมไปขา งหนา ไมไปถึง ไมไ ดเ ขาไปใกลย ังสํานกั ที่พระพุทธเจาประทบั เพราะฉะนนั้ จงึ ชือ่ วา กาย . . .ไมไ ดไปในสาํ นักทีพ่ ระพุทธเจาประทบั น้ันน่ันแล. [๖๓๗] คําวา ยอมไปถึงเปนนติ ยด วยความดําริ ความวา ยอมไป ยอมถงึ ยอมเขา ไปใกล ดว ยการไปดว ยความดาํ รถิ ึง ดวยการไปดวยความตรึกถึง ดว ยการไปดว ยญาณ ดวยการไปดว ยปญ ญา ดว ยการไปดว ยความรู เพราะฉะนั้น จึงชื่อวา ยอ มไปถึงเปน นติ ยดว ยความดาํ ริ. [๖๓๘] จิต ใจ มนสั หทยั ปณ ฑระ มโน มนายตนะ มนนิ ทรียวญิ ญาณ วญิ ญาณขนั ธ มโนวิญญาณธาตอุ ันสมกนั ชื่อวา มนะ ในอเุ ทศวา มโน หิ เม พรฺ าหฺมณ เตน ยุตฺโต ดงั น.ี้ คาํ วา ทานพราหมณ. . .ประกอบแลวดวยทิศาภาคท่ปี ระทบั นนั้ความวา ใจของอาตมาประกอบ ประกอบดแี ลวดวยทศิ ทพี่ ระพทุ ธเจา
พระสุตตนั ตปฎก ขุททกนกิ าย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนา ท่ี 478ประทบั อยูนั้น เพราะฉะนัน้ จึงชื่อวา ทา นพราหมณ ใจของอาตมานแี่ หละประกอบแลวดว ยทศิ าภาคทป่ี ระทับน้นั เพราะเหตนุ ัน้ พระปงคยิ -เถระจึงกลา ววา กายของอาตมาผูแ กแ ลว มีเรี่ยวแรงทรุ พลยอมไมไ ด ไปในสํานักทีพ่ ระพุทธเจาประทบั นนั้ นน่ั แล แตอ าตมา ยอมถงึ เปน นติ ยดว ยความดาํ ริถึง ทา นพราหมณ ใจของ อาตมานแี่ หละ ประกอบแลวดว ยทิศาภาคที่ประทบั อยนู ้ัน. [๖๓๙ ] อาตมานอนในเปอกตมด้นิ รนอยู แลนไปแลวสทู ่ีพึง่ แตท พ่ี ึ่ง ภายหลงั ไดเ ห็นพระสมั พทุ ธเจาผขู ามโอฆะแลว มไิ ดม ีอาสวะ. [๖๔๐] คําวา นอนในเปอกตม ในอเุ ทศวา ปงฺเก สยาโนปริผนทฺ มาโน ดงั นี้ ความวา นอนอาศัยพลิกไปมาในเปอ กตมคอื กามในหลม คือกาม ในกเิ ลสคือกาม ในเบ็ดคอื กาม ในความเรา รอนเพราะกาม ในความกงั วลเพราะกาม เพราะฉะน้นั จงึ ช่ือวา นอนในเปอ กตม. คาํ วา ด้นิ รนอยู ความวา ดิน้ รนอยดู วยความด้ินรนเพราะตณั หาดวยความดิน้ รนเพราะทิฏฐิ ดว ยความดนิ้ รนเพราะกิเลส ดวยความดิ้นรนเพราะประโยค ดวยความดนิ้ รนเพราะวิบาก ดวยความด้นิ รนเพราะทจุ ริตกําหนดั แลว ดนิ้ รนเพราะราคะ ขดั เคืองแลว ด้ินรนเพราะโทสะ หลงแลวด้ินรนเพราะโมหะ มานะผกู พนั แลวด้นิ รนอยูเพราะมานะ ถอื มั่นแลวด้นิ รนเพราะทฏิ ฐิ ถงึ ความฟุงซานแลวดน้ิ รนเพราะอุทธัจจะ ถึงความไมตกลงแลว ด้ินรนเพราะวิจกิ จิ ฉา ไปโดยเรย่ี วแรงแลว ด้ินรนเพราะ
พระสุตตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนา ท่ี 479อนสุ ัย ดน้ิ รนเพราะลาภ เพราะความเส่ือมลาภ เพราะยศ เพราะความเส่ือมยศ เพราะนินทา เพราะสรรเสริญ เพราะสขุ เพราะทุกข ด้นิ รนอยูเพราะชาติ ชรา พยาธิ มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทกุ ข โทมนสั และอปุ ายาส ด้นิ รนเพราะทกุ ขใ นนรก ทุกขในกาํ เนดิ เดียรจั ฉาน ทุกขในเปรตวิสัย ดนิ้ รน กระเสอื กกระสน หวั่นไหว สะทกสะทา นเพราะทุกขในมนษุ ย ทุกขมคี วามกา วลงสูครรภเปน มูลเหตุ ทกุ ขม ีความตัง้ อยใู นครรภเ ปน มลู เหตุ ทุกขมคี วามออกจากครรภเปนมลู เหตุ ทุกขอนั เน่อื งดว ยสตั วผเู กดิ ทุกขอันเนอื่ งแตผูอ่ืนแหงสตั วผ ูเกิด ทกุ ขเ พราะความพยายามของตน ทุกขเ พราะความพยายามของผอู ืน่ ทกุ ขเ พราะทกุ ข ทกุ ขในสงสารทุกขเ พราะความแปรปรวน ทกุ ขเ พราะโรคในนัยนต า ทกุ ขเ พราะโรคในหูทกุ ขเพราะโรคในจมกู ทกุ ขเพราะโรคในลิน้ ทุกขเ พราะโรคในกาย ทุกขเพราะโรคในศีรษะ ทุกขเ พราะโรคที่หู ทกุ ขเพราะโรคในปาก ทุกขเ พราะโรคท่ีฟน เพราะโรคไอ เพราะโรคหดื เพราะโรคหวัด เพราะโรครอนใน เพราะโรคผอม เพราะโรคในทอง เพราะโรคสลบ เพราะโรคลงแดง เพราะโรคจุกเสียด เพราะโรคลงทอ ง เพราะโรคเร้อื น เพราะโรคฝเพราะโรคกลาก เพราะโรคมองครอ เพราะโรคลมบาหมู เพราะโรคหดิดา น เพราะโรคหิดเปอย เพราะโรคคัน เพราะโรคลาํ บาก เพราะโรคคุดทะราด เพราะโรคลักปด เพราะโรคดี เพราะโรคเบาหวาน เพราะโรคริดสดี วง เพราะโรคยอ ม เพราะโรคบานทะโรค เพราะอาพาธมีดเี ปนสมุฏฐาน เพราะอาพาธมีเสมหะเปนสมุฏฐาน เพราะอาพาธมีลมเปนสมุฏ-ฐาน เพราะอาพาธเกดิ แตด เี ปนตนประชมุ กัน เพราะอาพาธเกดิ แตฤดูแปรไป เพราะอาพาธเกิดแตก ารผลัดเปล่ยี นอิริยาบถไมสม่ําเสมอ เพราะ
พระสุตตันตปฎก ขุททกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 480อาพาธเกดิ แตค วามเพียรเกินไป เพราะอาพาธเกิดแกผลกรรม เพราะรอนเพราะหนาว เพราะหวิ เพราะระหาย เพราะอุจจาระ เพราะปส สาวะเพราะเหลือบ ยงุ ลม แดด และสัมผัสแหงสัตวเสอื กคลาน ทกุ ขเ พราะมารดาตาย ทกุ ขเ พราะบดิ าตาย ทุกขเพราะพี่นองชายตาย ทุกขเพราะพี่นองหญิงตาย ทุกขเ พราะบุตรตาย ทุกขเพราะธดิ าตาย ทกุ ขเ พราะญาตฉิ ิบหาย ทุกขเ พราะโภคทรัพยฉบิ หาย ทุกขเพราะความฉิบหายเพราะโรค ทกุ ขเพราะความฉบิ หายแหง ศลี ทุกขเ พราะความฉบิ หายแหงทิฏฐิเพราะฉะนัน้ จึงชอื่ วา นอนในเปอกตมดน้ิ รนอยู. [๖๔๑] คาํ วา แลน ไปแลว สูท ี่พึง่ แตทพ่ี ่งึ ความวา แลน ไปแลวคือเล่ือนไปแลว สศู าสดาแตศาสดา สูบ ุคคลผบู อกธรรมแตบ ุคคลผูบอกธรรม สหู มูแ ตหมู สทู ฏิ ฐิแตท ฏิ ฐิ สูปฏปิ ทาแตปฏิปทา สมู รรคแตมรรคเพราะฉะนน้ั จึงช่ือวา แลน ไปแลวสทู พ่ี ่งึ แตท พ่ี งึ่ . [๖๔๒] คําวา อถ ในอุเทศวา อถททฺ สาสึ สมพฺ ุทฺธ ดังนี้เปนบทสนธ.ิ คําวา อถ นี้ เปน ไปตามลาํ ดับบท. คาํ วา อททฺ สาสึความวา ไดป ระสบ พบ เหน็ แทงตลอดแลว . คาํ วา ซง่ึ พระสมั พุทธเจาความวา พระผมู ีพระภาคเจา นั้นใด ฯ ล ฯ คําวา พทุ โฺ ธ เปน สจั ฉิกา-บญั ญัติ เพราะฉะนัน้ จงึ ชอ่ื วา ในภายหลงั ไดเ หน็ พระสัมพทุ ธเจา . [๖๔๓] คาํ วา ผขู ามโอฆะแลว ความวา พระผูมีพระภาคเจาทรงขา ม ขา มขึน้ ขามพน กา วลว ง ลว งเลย เปนไปลว ง ซงึ่ กามโอฆะภวโอฆะ ทฏิ ฐโิ อฆะ อวชิ ชาโอฆะ พระผูมีพระภาคเจาน้นั มธี รรมเปนเคร่อื งอยูทรงอยจู บแลว มจี รณะทรงประพฤติแลว ฯ ล ฯ มสี งสาร คือ
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 481ชาติ ชราและมรณะหามไิ ด มไิ ดมีภพตอ ไป เพราะฉะนั้น จงึ ชือ่ วาผูขามโอฆะแลว. คําวา ไมมอี าสวะ ความวา อาสวะ ๔ คอื กามาสวะ ภวาสวะทิฏฐาสวะ อวชิ ชาสวะ อาสวะเหลาน้นั พระผูมพี ระภาคเจา ผูตรัสรูแลวทรงละไดเเลว ตัดรากขาดแลว ทําไมใหมที ่ีตั้งดังตาลยอดดว น ใหถงึความไมม ใี นภายหลัง ใหม ีความไมเ กิดขนึ้ ตอ ไปเปนธรรมดา เพราะเหตุน้นั พระพุทธเจาจึงชื่อวา ไมมีอาสวะ เพราะฉะน้ัน จงึ ช่อื วา ขามโอฆะแลว ไมมีอาสวะ เพราะเหตนุ ้นั พระปงคิยเถระจึงกลา ววา อาตมานอนในเปอ กตมดิ้นรนอยู แลน ไปแลวสทู พ่ี ่ึง แตท พ่ี ง่ึ ภายหลังไดเ หน็ พระสมั พุทธเจาผูขา มโอฆะแลว ไมม ีอาสวะ. [๖๔๔] พระวกั กลกิ ด็ ี พระภทั ราวุธะกด็ ี พระอาฬวโิ คตมะกด็ ี เปน ผมู ศี รัทธาอันปลอยแลวฉันใด แมท า นก็จงปลอย ศรัทธาฉันนัน้ เหมอื นกัน ดกู อนปง คยิ ะ ทา นจักถงึ ฝง แหงธรรมเปนท่ีต้งั แหง มัจจ.ุ [๖๔๕ ] คําวา พระวักกลิกด็ ี พระภทั ราวุธะกด็ ี พระอาฬว-ิโคตมะกด็ ี เปนผูมศี รทั ธาอนั ปลอ ยแลว ฉันใด ความวา พระวกั กลิมีศรัทธาอนั ปลอยไปแลว เปนผหู นักในศรทั ธา มศี รทั ธาเปน หวั หนานอ มใจไปดวยศรทั ธา มีศรัทธาเปนใหญ ไดบรรลอุ รหัตแลว ฉนั ใดพระภทั ราวธุ ะ . . . พระอาฬวโิ คตมะมศี รทั ธาอันปลอยไปแลว เปนผหู นักในศรทั ธา มศี รทั ธาเปนหัวหนา นอมใจไปดวยศรัทธา มศี รัทธาเปน
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนาที่ 482ใหญ ไดบรรลุอรหัตแลวฉันใด เพราะฉะน้นั จงึ ช่ือวา พระวกั กลกิ ด็ ีพระภทั ราวุธะก็ดี พระอาฬวิโคตมะกด็ ี เปนผมู ีศรทั ธาอันปลอยแลวฉนั ใด. [๖๔๖] คาํ วา แมทา นก็จงปลอยศรัทธาฉนั น้นั เหมอื นกัน ความวาทา นจงปลอยคือจงปลอยไปทว่ั จงปลอยไปพรอม จงนอ มลง จงกาํ หนดซ่งึ ศรทั ธาวา สังขารทั้งปวงไมเทยี่ ง ฯลฯ ส่ิงใดสงิ่ หน่งึ มีความเกิดข้นึเปนธรรมดา ส่ิงน้นั ท้งั มวลลว นมคี วามดบั ไปเปนธรรมดา ฉันน้ันเหมอื นกัน เพราะฉะนน้ั จงึ ชอ่ื วา แมทา นกจ็ งปลอยศรัทธาฉนั นัน้ เหมือนกัน. [๖๔๗] กเิ ลสก็ดี ขันธก ็ดี อภิสังขารก็ดี ตรัสวา ธรรมเปนที่ตั้งแหง มจั จุ ในอุเทศวา คมิสสฺ สิ (ตวฺ ) ปง คฺ ิย มจจฺ ุเธยยฺ สฺส ปารดงั น้ี อมตนิพพาน ความสงบสังขารทง้ั ปวง ความสละคนื อปุ ธทิ ง้ั ปวงความส้นิ ตณั หา ความคลายกาํ หนัด ความดับ ความออกจากตณั หาเปนเครื่องรอ ยรัด ตรสั วา ฝง แหง ธรรมเปน ที่ตัง้ แหงมัจจุ. คาํ วา ดูกอนปง คิยะ ทานจกั ถึงฝงแหงธรรมเปนทต่ี ้ังแหงมจั จุ ความวา ทา นจักถงึคือ จักลุถึง ถกู ตอง ทาํ ใหแจงซ่ึงฝง เพราะฉะน้นั จึงชอื่ วา ดูกอ นปง คิยะ ทา นจกั ถึงฝง แหง ธรรมเปนท่ีต้ังแหงมจั จุ เพราะเหตนุ ั้น พระ-ผมู พี ระภาคเจา จึงตรัสวา พระวกั กลกิ ็ดี พระภทั ธราวธุ ะก็ดี พระอาฬวิโคตมะ กด็ ี เปน ผูม ีศรทั ธาอนั ปลอ ยแลวฉนั ใด แมทา นกจ็ ง ปลอ ยศรทั ธาฉนั นน้ั เหมอื นกัน ดูกอ นปงคยิ ะ ทา นจักถึง ฝง แหง ธรรมเปน ทต่ี ้ังแหง มจั จุ.
พระสุตตนั ตปฎ ก ขุททกนกิ าย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 483[๖๔๘] ขา พระองคนี้ ไดฟงพระดาํ รัสของพระมุนแี ลว ยอ ม เส่ือมใสอยางยง่ิ พระสัมพทุ ธเจามเี ครอ่ื งมงุ อนั เปด แลว ไมม หี ลกั ตอ เปน ผมู ีปฏภิ าณ. [๖๔๙] คําวา ขาพระองคนี.้ . . ยอมเล่ือมใสอยา งยง่ิ ความวาขาพระองคนยี้ อ มเลื่อมใส ยอมเชอื่ นอ มใจเช่อื เปนอยางยิ่งวา สงั ขารท้ังปวงไมเทย่ี ง ฯ ล ฯ ส่ิงใดสิ่งหน่งึ มีความเกิดข้นึ เปนธรรมดา สง่ิ นนั้ทงั้ มวลลว นมีความดบั ไปเปน ธรรมดา เพราะฉะนน้ั จงึ ชือ่ วา ขาพระองคน.ี้ . . ยอมเลื่อมใสอยางย่ิง. [๖๕๐] ญาณ ปญญา ความรูท ั่ว ทา นกลาววา โมนะ ในคาํ วามนุ ี ในอุเทศวา สตุ ฺวาน มนุ โิ น วโจ ดงั นี้ ฯ ล ฯ พระผมู ีพระภาคเจาน้ันทรงลวงแลวซ่ึงธรรมเปนเครือ่ งของและตัณหาเปนดงั ขา ย จึงช่ือวาเปน มนุ .ี คําวา ไดฟ ง พระดาํ รสั ของพระมุนี ความวา ฟง สดับ ศกึ ษาทรงจาํ เขา ไปกาํ หนดแลว ซ่งึ พระดํารสั คาํ เปนทาง เทศนา อนุสนธิของพระองค เพราะฉะนัน้ จงึ ช่ือวา ไดฟง พระดาํ รัสของพระมุน.ี [๖๕๑] เคร่อื งมงุ ๕ อยาง คือ ตัณหา ทิฏฐิ กเิ ลส ทุจรติอวิชชา ชื่อวา เครอ่ื งมงุ ในอเุ ทศวา ววิ ฏจฺฉโท สนพฺ ุทฺโธ ดังนี้เคร่ืองมุงเหลานั้น อนั พระผูมพี ระภาคเจา ผตู รสั รูแลว ทรงเปดแลว คอืทรงรอื้ แลว ทรงถอนแลว ทรงละแลว ทรงตดั ขาดแลว สงบแลวระงับแลว ทําไมใ หอาจเกิดข้นึ เผาเสียแลว ดวยไฟคือญาณ เพราะเหตุนั้นพระพุทธเจา จึงช่ือวา มเี ครอ่ื งมุงอันเปด แลว. คาํ วา พระพุทธเจา ความวา พระผมู ีพระภาคเจา นน้ั ฯ ล ฯ
พระสุตตนั ตปฎ ก ขุททกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 484พระนามวา พุทโฺ ธ เปนสัจฉกิ าบัญญัติ เพราะฉะนนั้ จึงชอื่ วา พระ-สมั พุทธเจา มเี ครอื่ งมงุ อันเปดแลว . [๖๕๒] ราคะ โทสะ โมหะ ความโกรธ ความผูกโกรธ ฯ ล ฯอกสุ ลาภสิ งั ขารทัง้ ปวง เปน หลกั ตอ ในคาํ วา ไมม หี ลกั ตอ ในอุเทศวาอขโิ ล ปฏิภาณวา ดังนี้ หลกั ตอเหลานัน้ อนั พระผมู พี ระภาคเจาผูตรัสรแู ลว ทรงละไดแลว ตัดขาดแลว ทําไมใหมที ี่ต้ังดังตาลยอดดวนใหถึงความไมมใี นภายหลัง ใหม คี วามไมเ กิดขนึ้ ตอ ไปเปน ธรรมดา เพราะเหตนุ น้ั พระพุทธเจา จงึ ช่อื วา ไมมีหลกั ตอ. บคุ คลผมู ปี ฏภิ าณในคําวา ปฏิภาณวา ดงั นี้ มี ๓ จาํ พวก คอืผูมีปฏภิ าณในปริยัติ ๑ ผูมปี ฏภิ ายในปริปุจฉา ๑ ผมู ีปฏภิ าณในอธิคม ๑. ผมู ีปฏิภาณในปรยิ ัตเิ ปน ไฉน พทุ ธวจนะ คอื สุตตะ เคยยะเวยยากรณ คาถา อทุ าน อติ ิวตุ ตกะ ชาดก อพั ภูตธรรม เวทลั ละ.อันบคุ คลบางคนในศาสนาน้เี ลา เรยี นแลว ปฏภิ าณของบุคคลนั้น ยอ มแจม แจง เพราะอาศัยปรยิ ตั ิ บคุ คลนีช้ ื่อวา มีปฏิภาณในประยัต.ิ ผูมีปฏภิ าณในปรปิ จุ ฉาเปน ไฉน บุคคลบางคนในศาสนาน้เี ปนผูสอบถาม ในอรรถ ในมรรค ในลกั ขณะ ในเหตุ ในฐานะและอฐานะปฏภิ าณของบุคคลนน้ั ยอมแจมแจง เพราะอาศยั ปริปจุ ฉา บุคคลน้ีชือ่ วามีปฏิภาณในปริปจุ ฉา. ผมู ปี ฏภิ าณในอธคิ มเปน ไฉน บคุ คลบางคนไมศ าสนานเ้ี ปนผูบรรลุซึง่ สตปิ ฏ ฐาน ๔ สมั มปั ปธาน ๔ อิทธิบาท ๔ อนิ ทรยี ๕ พละ ๕โพชฌงค ๗ อริยมรรคมอี งค ๘ อรยิ มรรค ๔ สามญั ญผล ๔ ปฏ-ิสมั ภทิ า ๔ อภิญญา ๖ บุคคลนั้นรอู รรถแลว ธรรมกร็ แู ลว นิรตุ ติกร็ ู
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนิกาย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนา ที่ 485แลว เมอ่ื รูอ รรถ อรรถก็แจม แจง เมือ่ รูธรรม ธรรมกแ็ จม แจง เม่อืรนู ิรุตติ นริ ุตติกแ็ จมแจง ญาณในฐานะ ๓ นเ้ี ปนปฏิภาณปฏิสมั ภทิ า. พระผมู พี ระภาคเจาไปถงึ ไปถึงพรอ ม มาถงึ มาถงึ พรอ ม เขา ถึงเขา ถึงพรอ ม ทรงประกอบดว ยปฏสิ ัมภทิ าน้ี เพราะเหตุนนั้ พระพุทธเจาจึงชือ่ วา มปี ฏภิ าณ บุคคลใดไมมปี ริยัติ ปรปิ จุ ฉาก็ไมมี อธิคมก็ไมมีปฏิภาณของบุคคลนน้ั จักแจมแจงไดอ ยางไร เพราะฉะนน้ั พระสมั พุทธ-เจา จงึ ชื่อวา ไมม หี ลกั ตอ มปี ฏภิ าณ เพราะเหตนุ ัน้ พระปง คยิ เถระจงึกลาววา ขา พระองคน ี้ ไดฟง พระดาํ รสั ของพระมุนีแลว ยอ ม เลือ่ มใสอยางยง่ิ พระสัมพุทธเจา มีเคร่ืองมุงอันเปด แลว ไมม หี ลกั ตอ เปนผมู ีปฏิภาณ. [๖๕๓] พระผมู พี ระภาคเจา ทรงรูจ กั แลว ซงึ่ ธรรมอันทําให เปน อธิเทพ ทรงทราบซ่ึงธรรมทัง้ ปวงอนั ทาํ พระองค และผูอ ่ืนใหเ ปน ผปู ระเสริฐ พระศาสดาทรงทําซงึ่ สวนสดุ แหงปญ หาท้งั หลาย แกพวกทีม่ ีความสงสัยใหก ลบั รไู ด. [๖๕๔] คําวา เทพ ในอุเทศวา อธิเทเว อภิ ฺาย ดงั น้ีไดแกเ ทพ ๓ จําพวก คอื สมมติเทพ ๑ อปุ ปตติเทพ ๑ วสิ ุทธเิ ทพ ๑. สมมติเทพเปนไฉน พระราชากด็ ี พระราชกุมารกด็ ี พระเทวีกด็ ีเทพจําพวกน้ีทา นกลาววา สมมตเิ ทพ. อปุ ปตตเิ ทพเปน ไฉน เทวดาชาวจาตุมหาราชกิ ากด็ ี พวกเทวดา
พระสุตตนั ตปฎก ขุททกนิกาย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนาที่ 486ชาวดาวดงึ สก็ดี ฯ ล ฯ เทวดาท่ีนบั เนอื่ งในหมูพรหมก็ดี เทวดาสูงขึน้ ไปกวานัน้ ก็ดี เทพจาํ พวกนท้ี านกลาววา อปุ ปตตเิ ทพ. วสิ ุทธเิ ทพเปน ไฉน พระตถาคต พระอรหันตขีณาสพ และพระปจ เจกพทุ ธเจา เทพจาํ พวกนีท้ านกลา ววา วิสทุ ธเิ ทพ. พระผมู พี ระภาคเจาทรงรูจกั แลว คอื ทรงทราบแลว ทรงเทียบ-เคียงแลว ทรงพจิ ารณาแลว ทรงใหเเจมแจง แลว ทรงทาํ ใหปรากฏแลวซงึ่ สมมติเทพวา อธเิ ทพ ซงึ่ อปุ ปตติเทพวาอธิเทพ เพราะฉะนน้ั จึงช่ือวาทรงรูจกั แลวซงึ่ อธิเทพท้ังหลาย. [๖๕๕] คําวา ทรงทราบซ่ึงธรรมท้ังปวงอนั ทําพระองคและผูอ่นืใหเ ปนผปู ระเสริฐ ความวา พระผมู พี ระภาคเจาทรงทราบแลว คอื ทรงรูท ั่วถงึ แลว ไดท รงถูกตองแลว ทรงแทงตลอดแลว ซ่งึ ธรรมทงั้ หลายอันทําพระองคและผอู นื่ ใหเ ปน อธิเทพ. ธรรมท้ังปวงอันทาํ พระองคใหเ ปนอธิเทพเปน ไฉน ความปฏบิ ตั ิชอบ ความปฏบิ ตั ิสมควร ความปฏิบัติไมเ ปน ขา ศกึ ความปฏิบตั ิธรรมสมควรแกธ รรม ความเปนผูท ําใหบ ริบูรณในศลี ความเปนผคู มุ ครองทวารในอินทรยี ท้ังหลาย ความเปนผูรจู ักประมาณในโภชนะ ความประกอบความเพยี รในความเปน ผูต น่ื สตสิ มั ปชัญญะ สตปิ ฏฐาน ๔ ฯ ล ฯอรยิ มรรคมีองค ๘ เหลา น้ที านกลา ววา ธรรมทัง้ ปวงอนั ทาํ พระองคใหเปนอธิเทพ. ธรรมอันทําผอู ื่นใหเปน อธิเทพเปนไฉน ความปฏบิ ัตชิ อบ ฯ ล ฯอริยมรรคมอี งค ๘ เหลานีท้ านกลาววา ธรรมอนั ทําผอู ่นื ใหเ ปน อธิเทพ.พระผูมีพระภาคเจา ทรงทราบแลว คอื ทรงรูทัว่ แลว ไดท รงถูกตองแลว
พระสุตตันตปฎ ก ขุททกนิกาย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนา ท่ี 487ทรงแทงตลอดแลว ซึ่งธรรมทง้ั ปวงอนั ทาํ พระองคแ ละผูอื่นใหเ ปน อธิเทพดว ยประการอยางน้ี เพราะฉะนน้ั จึงชือ่ วา ทรงทรามซ่งึ ธรรมทง้ั ปวงอันทําพระองคแ ละผูอืน่ ใหเปนผูป ระเสรฐิ . [๖๕๖] คาํ วา พระศาสดาทรงทําสวนสดุ แหงปญหาทั้งหลายความวา พระผูมพี ระภาคเจา ทรงทําสวนสุด ทรงทําสว นสดุ รอบ ทรงทําความกําหนด ทรงทาํ ความจบ แหงปญ หาของพวกพราหมณผแู สวงหาธรรมเครอ่ื งถึงฝง ปญ หาของพวกพราหมณบริษัท ปญ หาของปง คิย-พราหมณ ปญ หาของทาวสกั กะ ปญหาของอมนุษย ปญหาของภกิ ษุปญ หาของภิกษณุ ี ปญ หาของอบุ าสก ปญ หาของอุบาสกิ า ปญหาของพระราชา ปญหาของกษตั รยิ ปญ หาของพราหมณ ปญ หาของแพศยปญหาของศูทร ปญหาของพรหม เพราะฉะนน้ั จงึ ช่ือวา ทรงทาํ สวนสดุแหง ปญ หาทง้ั หลาย. คําวา พระศาสดา คอื พระผมู พี ระภาคเจา ผูนาํ พวก นายหมูย อมพาพวกใหข ามกนั ดารคอื ใหข ามผา นพนกนั ดารคือโจร กันดารคอื สัตวรา ยกันดารคอื ทุพภกิ ขภยั กันดารคอื ท่ไี มม ีน้าํ ใหถึงภมู ิสถานปลอดภัยฉันใดพระผมู พี ระภาคเจา ผูน าํ พวก ยอ มนาํ สัตวท ั้งหลายใหขามกันดารคอื ใหขา มผานพนกันดารคอื ชาติ ชรา พยาธิ มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทกุ ขโทมนสั และอุปายาส และกนั ดารคอื ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทฏิ ฐิ กิเลสและทุจริต และทรี่ กชัฏคือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะ ทฏิ ฐิ กิเลส ทุจริตใหถ งึ อมตนิพพานอนั เปนภูมิสถานปลอดภัย ฉันนนั้ เหมือนกัน ดว ยเหตุอยา งนด้ี งั น้ี พระผมู พี ระภาคเจาจงึ ชอ่ื วา เปน ผูน าํ พวก.
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนาท่ี 488 อีกอยา งหน่งึ พระผมู พี ระภาคเจา เปน ผูนาํ แนะนํา นาํ เนอื ง ๆใหร ูชอบ คอยสอดสอ ง เพง ดู ใหเล่อื มใส แมด วยเหตอุ ยางนีด้ งั นี้พระผมู พี ระภาคเจา จึงช่ือวา เปนผูน ําพวก. อีกอยางหนงึ่ พระผมู ีพระภาคเจา ทรงยังมรรคท่ียังไมเกิดใหเกดิ ข้ึนยงั มรรคที่ยังไมเกิดดใี หเกิดดี ตรสั บอกมรรคทยี่ ังไมม ีใครบอก ทรงรจู ักมรรค ทรงทราบมรรค ทรงฉลาดในมรรค กแ็ หละในบัดนี้ พระสาวกท้ังหลายเปนผูดําเนินตามมรรค เปนผูประกอบในภายหลงั แมด วยเหตุอยา งน้ดี งั นี้ พระผมู พี ระภาคเจา จงึ ชอ่ื วา เปน ผนู าํ พวก เพราะฉะนน้ัจงึ ช่อื วา พระศาสดาผทู าํ สวนสดุ แหงปญหาทงั้ หลาย. [๖๕๗] คาํ วา แกพวกท่ีมีความสงสัยใหก ลับรไู ด ความวาบุคคลทง้ั หลายมีความสงสยั มาแลว เปนผหู ายความสงสัยไป มคี วามยงุ ใจมาแลว เปน ผหู ายความยุงใจไป มีใจสองมาแลว เปน ผูห ายความใจสองไป มคี วามเคลือบแคลงมาแลว เปน ผูหายความเคลือบแคลงไป มรี าคะมาแลว เปนผปู ราศจากราคะไป มโี ทสะมาแลว เปน ผปู ราศจากโทสะไปมีโมหะมาแลว เปนผปู ราศจากโมหะไป มกี เิ ลสมาแลว เปนผปู ราศจากกิเลสไป เพราะฉะนนั้ จงึ ชอื่ วา แกพวกทม่ี คี วามสงสยั ใหก ลบั รูไดเพราะเหตุนั้น พระปงคิยเถระจงึ กลา ววา พระผูมพี ระภาคเจา ทรงรูจ ักแลว ซงึ่ ธรรมอันทาํ ให เปน อธิเทพ ทรงทราบซ่ึงธรรมทงั้ ปวง อนั ทาํ พระองค และผอู ื่นใหเ ปน ผปู ระเสริฐ พระศาสดาทรงทาํ ซึ่งสิน้ สดุ แหง ปญ หาทัง้ หลาย แกพ วกทมี่ ีความสงสยั ใหกลับรไู ด.
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนิกาย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนา ท่ี 489[๖๕๘] นพิ พานอันอะไร ๆ นาํ ไปไมไ ด ไมก ําเริบ ไมม ี อปุ มาในทีไ่ หน ๆ ขา พระองคจ กั ถึง (อนุปาทิเสส- นิพพานธาต)ุ โดยแท ความสงสัยในนพิ พานนม้ี ิไดมีแก ขาพระองค ขอพระองคโปรดทรงจําขาพระองค วาเปน ผูมีจิตนอมไปแลวอยางน.ี้ [๖๕๙] อมตนิพพาน ความสงบสงั ขารทงั้ ปวง ความสละคืนอุปธิทงั้ ปวง ความสิน้ ตัณหา ความคลายกําหนัด ความดับ ความออกจากตณั หาเปน เคร่อื งรอยรัด ทานกลา ววา นิพพานอนั อะไร ๆ นาํ ไปไมไ ดในอเุ ทศวา อส หริ อสงฺกุปฺป ดังน้ี. คําวา อันอะไร ๆ นาํ ไปไมได ความวา อันราคะ โทสะ โมหะความโกรธ ความผกู โกรธ ความลบหลู ความตเี สมอ ความริษยา ความตระหน่ี ความลวง ความโออวด ความกระดาง ความแขงดี ความถือดว ยความดหู มิ่นทาน ความเมา ความประมาท กเิ ลสทง้ั ปวง ทุจรติ ทั้งปวงความกระวนกระวายทัง้ ปวง ความเรารอนทง้ั ปวง อกุสลาภสิ งั ขารทง้ั ปวงนําไปไมได เปนคณุ ชาติเที่ยง ยั่งยืน มั่นคง มีความไมแ ปรปรวนเปนธรรมดา เพราะฉะนน้ั จึงชอื่ วา อนั อะไร ๆ นําไปไมได. อมตนิพพาน ความสงบสังขารทัง้ ปวง ความสละคนื อปุ ธทิ ั้งปวงความส้ินตัณหา ความคลายกําหนัด ความดับ ความออกจากตัณหาเปนเครื่องรอยรัด ทา นกลา ววา นิพพาน อนั ไมก าํ เรบิ ในคําวา อสงฺกุปปฺ ดังน้.ี ความเกดิ ข้นึ แหง นพิ พานใด ยอ มปรากฏ ความเสือ่ มแหง นพิ พานน้นั มไิ ดมี ยอ มปรากฏอยโู ดยแท นิพพานเปน คณุ ชาตเิ ทย่ี ง ยัง่ ยืน
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 490ม่นั คง มไิ ดมีความแปรปรวนเปน ธรรมดา เพราะฉะนั้น จึงชือ่ วาอนั อะไร ๆ นาํ ไปไมไ ดไมก ําเรบิ . [๖๖๐] คําวา ยสฺส ในอเุ ทศวา ยสฺส นตฺถิ อุปมา กวฺ จิ ดงั น้ีไดแ ก นิพพาน. คําวา ไมม อี ปุ มา ความวา ไมมีอปุ มา ไมมขี อเปรยี บเทยี บ ไมม ีส่งิ เสมอ ไมม ีอะไรเปรยี บ ไมป รากฏ ไมประจกั ษเพราะฉะน้ัน จงึ ชือ่ วา ไมม ีอุปมา. คาํ วา ในทไี่ หน ๆ ความวา ในทไ่ี หน ๆ ในทีไ่ ร ๆ ในที่บางแหง ในภายใน ในภายนอก หรอื ทงั้ ภายในและภายนอก เพราะฉะน้นั จงึ ชอื่ วา นพิ พานไมม อี ุปมาในทไ่ี หน ๆ. [๖๖๑] คาํ วา จกั ถึงโดยแท ในอุเทศวา อทฺธา คมิสฺสามิ นเมตถฺ กงฺขา ดงั นี้ ความวา จักถึง คอื จกั บรรลุ ถกู ตอง ทําใหแ จงโดยแท เพราะฉะนน้ั จงึ ชอ่ื วา จกั ถึงโดยแท. คําวา ความสงสยั ในนพิ พานนน้ั มิไดมแี กขาพระองค ความวาความสงสยั ความลังเลใจ ความไมแ นใ จ ความเคลือบแคลง ในนิพพานน้นั มิไดมี คอื ไมป รากฏ ไมป ระจกั ษ ความสงสัยนั้นอนั ขาพระองคละไดแลว ตดั ขาดแลว ระงับแลว ทําไมใหอาจเกดิ ข้นึ เผาเสียแลวดว ยไฟคอื ญาณ เพราะฉะนนั้ จึงช่อื วา ขา พระองคจกั ถึงโดยแท ความสงสยัในนิพพานนัน้ มิไดมีแกข า พระองค. [๖๖๒] คําวา ขอพระองคโปรดทรงจาํ ขาพระองค วาเปนผมู ีจติ นอมไปอยา งน้ี ในอเุ ทศวา เอว ม ธาเรหิ อธิมตุ ฺตจติ ตฺ ดงั น้ีความวา ขอพระองคโ ปรดทรงกําหนดขา พระองคอยางน้.ี
พระสตุ ตันตปฎก ขุททกนิกาย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนา ท่ี 491 คําวา มจี ิตนอมไป ความวา เปน ผเู อนไปในนิพพาน โอนไปในนิพพาน เงื้อมไปในนิพพาน นอ มจิตไปในนพิ พาน เพราะฉะนั้นจงึ ช่ือวา ขอพระองคโ ปรดทรงจาํ ขา พระองคว ามีจติ นอมไปแลวอยา งน้ีเพราะฉะนน้ั พระปงคิยเถระจงึ กลาววา นพิ พานอันอะไร ๆ นําไปไมได ไมกําเรบิ ไมม ี อปุ มาในทีไ่ หน ๆ ขาพระองคจ กั ถึง (อนุปาทิเสส- นพิ พานธาตุ) โดยแท ความสงสัยในนพิ พานนี้มไิ ดม ีแก ขาพระองค ขอพระองคโปรดทรงจาํ ขาพระองค วา เปนผู มจี ติ นอ มไปแลวอยางนี้. จบปารายนวรรค อรรถกถาโสฬสมาณวกปญ หานิทเทส ตอแตนไ้ี ป พระสังคตี ิกาจารยเมื่อจะสรรเสรญิ เทศนา จงึ ไดกลา วคาํ มอี าทวิ า อทิ มโวจ ภควา พระผูมีพระภาคเจา ไดต รัสเชน นแ้ี ลว ดงั นี.้ ในบทเหลานั้น บทวา อิทมโวจ คอื พระผูมพี ระภาคเจา ไดตรัสปารายนสตู รนแี้ ลว. บทวา ปรจิ าริกโสฬสนนฺ คอื พราหมณ ๑๖ คนพรอ มกบั ทานปงคิยะผูเ ปนบรวิ ารของพาวรีพราหมณ. หรือพราหมณ๑๖ คนผเู ปน บรวิ ารของพระผมู พี ระภาคเจาผูเ ปนพทุ ธะ. คือพราหมณน นั้น่นั เอง. ณ ที่นัน้ บรษิ ัท ๑๖ น่ังขางหนา ขางหลงั ขางซาย และขา งขวา ๖ โยชน น่งั ตรงไป ๑๒ โยชน. บทวา อชฺฌิฏโ ทลู เช้ือเชญิ
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนา ท่ี 492คือทลู วงิ วอน. บทวา อตถฺ มฺ าย รูทัว่ ถงึ อรรถ คือรูทั่วถงึ อรรถแหง บาล.ี บทวา ธมฺมมฺาย รทู ั่วถงึ ธรรม คือรทู วั่ ถึงธรรมแหง บาลี.บทวา ปารายน เปน ชื่อของธรรมปริยายนี้. มาณพท้ังหลาย เมอื่ จะประกาศชื่อของพราหมณเหลานั้นไดก ลา ววา อชิโต ฯ ล ฯ พทุ ธฺ เสฏ-มุปาคมุ มาณพท้งั หลาย คอื อชิตะ ฯ ล ฯ ไดพากนั มาเฝา พระพทุ ธเจาผปู ระเสรฐิ ทสี่ ดุ . ในบทเหลาน้ัน บทวา สมฺปนฺนจรณ พระผมู ีพระภาคเจาผมู ีจรณะถงึ พรอมแลว คือผถู งึ พรอ มแลวดว ยปาติโมกขศ ีลเปน ตน อนั เปนปทัฏฐานแหง นพิ พาน. บทวา อสิ ึ คอื ผแู สวงหาคณุ อนั ย่งิ ใหญ. พึงทราบวนิ ิจฉยั ในนิเทศดังตอไปน้.ี บทวา อุปาคมสึ ุ มาเฝา คอื เขาไปใกล. บทวา อปุ สงกฺ มสึ ุเขามาเฝา คอื เขา ไปไมไ กล. บทวา ปยิรุปาสึสุ เขามาน่งั ใกล คอื นงั่ในท่ีใกล. บทวา ปริปจุ ฉฺ ึสุ คอื ทลู ถามแลว . บทวา ปริปหฺ ึสุ คือสอบถามแลว. อาจารยบางพวกกลา ววา โจทยสึ ุ คอื สอบถาม. บทวาสีลาจารนิปผฺ ตตฺ ิ คือ ความสําเร็จแหงศลี และอาจาระอนั สงู สุด. อธบิ ายวาศลี สําเรจ็ ดว ยมรรค. บทวา คมฺภีเร ทล่ี ึก เปนคาํ ตรงกนั ขา มกับความเปนธรรมงาย. บทวา ทุททฺ เส เหน็ ไดย าก คือชือ่ วาเหน็ ไดยากเพราะลึกไมส ามารถจะเหน็ ไดง าย. บทวา ทุรนโุ พเธ รูไ ดย าก คือชื่อวา รไู ดย ากเพราะเหน็ ไดยาก คอื ตรสั รูไดยาก ไมสามารถจะตรัสรไู ดง า ย. บทวาสนฺเต สงบ คือดับ. บทวา ปณีเต ประณตี คอื ถงึ ความเปนเลศิท้งั สองบทน้ีทานกลาวหมายถึงโลกุตรธรรมอยางเดยี ว. บทวา อตกฺกา-วจเร ไมพ งึ หยงั่ ลงไดด ว ยความตรึก คอื ไมพงึ หยง่ั ลงไดดว ยญาณเทานั้น
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนกิ าย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนาที่ 493บทวา นปิ เุ ณ คือ ละเอยี ดออ น. บทวา ปณฺฑิตเวทนีเย คอื อันบัณฑิตผปู ฏบิ ัติชอบพงึ รไู ด. บทวา โตเสสิ ทรงใหยนิ ดี คอื ใหถ ึงความยินด.ี บทวา วโิ ตเสสิใหย ินดยี ่งิ คอื ใหเ กดิ โสมนัสหลาย ๆ อยา ง. บทวา ปสาเทสิ ใหเล่อื มใส คอื ไดท าํ ใหพ ราหมณเ หลา นน้ั มีจิตเลอ่ื มใส. บทวา อาราเธสิใหพอใจ คอื ใหยินดี ใหถึงความสําเรจ็ . บทวา อตฺตมเน อกาสิ ทําใหพอใจ คือทําใหเ บกิ บานดว ยโสมนัส. ตอไป บทวา พฺรหมฺ จริยมจรึสุ คือ ไดป ระพฤตมิ รรคพรหมจรรย.เพราะฉะน้ัน บทวา ปารายน เปน อันทานกลาวถึงทางแหงนิพพานอันเปนฝง แหง มรรคพรหมจรรยน น้ั . พึงเชื่อมวา ปารายนมนภุ าสสิ ฺสเราจักกลา วปารายนสตู ร. เม่ือพระผมู ีพระภาคเจา ทรงแสดงปารายนสตู รแลว ชฎิล ๑๖,๐๐๐ คนไดบ รรลพุ ระอรหตั . เทวดาและมนษุ ยนับได๑๔ โกฏิ ท่ีเหลอื ไดต รัสรธู รรม. สมดงั ท่โี บราณาจารยก ลาวไวว า พระพทุ ธเจา ยงั เทวดาและมนษุ ย ๑๔ โกฏิ ใหบ รรลุ อมตธรรม ณ ปารายนสมาคม อันรนื่ รมยท ปี่ าสาณกเจดีย. เมอื่ จบพระธรรมเทศนา พวกมนษุ ยมาจากท่นี ้ัน ๆ ดวยอานุภาพของพระผมู ีพระภาคเจา ไดป รากฏในคามและนิคมเปน ตน ของตนๆ แมพระผูมีพระภาคเจา อันภกิ ษุ ๑๖,๐๐๐ รูปแวดลอ ม กไ็ ดเสดจ็ ไปยังกรงุ สาวตั ถ.ี ณ ทีน่ ั้น ทานปง คยิ ะถวายบงั คมพระผูมีพระภาคเจา แลวทูลวาขา แตพระองคผเู จริญ ขาพระองคจ ะไปบอกพาวรีพราหมณ ถึงการบังเกดิ ข้นึ แหง พระพทุ ธเจา เพราะขา พระองคป ฏิญาณไวแ กพ าวร-ีพราหมณนนั้ . ลาํ ดับนนั้ ทานปง คิยะไดร บั อนุญาตจากพระผูม พี ระภาคเจา
พระสตุ ตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนาท่ี 494แลว ไดไปถงึ ฝง โคธาวรดี ว ยยานพาหนะ แลวจึงเดินไปดว ยเทามงุ หนาไปยงั อาศรม. พาวรีพราหมณนง่ั แลดูตน ทาง เห็นทา นปงคิยะปราศจากหาบและชฎา เดนิ มาดวยเพศของภิกษุ ก็สันนษิ ฐานเอาวา พระพุทธเจาทรงอุบัตแิ ลว ในโลก จึงถามทานปง คยิ ะเมอื่ ไปถึงแลววา พระพุทธเจาทรงอบุ ัตแิ ลว ในโลกหรอื . ทานปง คยิ ะตอบวา ถูกแลว พราหมณ พระ-พุทธเจา ประทบั นง่ั ณ ปาสาณกเจดีย ทรงแสดงธรรมแกพ วกเรา. พาวร-ีพราหมณบอกวา ขาพเจาจกั ฟงธรรมของทา น. ลาํ ดบั น้นั พาวรพี ราหมณพรอ มดวยบรษิ ัท บชู าทา นปงคยิ ะดว ยสักการะเปน อันมาก แลวใหปอู าสนะ. ทา นปง คยิ ะนง่ั บนอาสนะน้นั แลวกลาวคําเปน อาทวิ า ปารายน-มนุคายสิ สฺ ขา พเจาจกั ขบั ตามเพลงขับ. ในบทเหลานน้ั บทวา อนคุ ายิสสฺ คอื ขาพเจาจกั ขับตามเพลงขับของพระผมู พี ระภาคเจา . บทวา ยถา อทฺทกขฺ ิ พระผมู พี ระภาคเจาทรงเหน็ อยา งใด คอื ทรงเห็นเองดวยการตรัสรจู รงิ และดวยญาณอนั ไมท่วั ไป. บทวา นกิ กฺ าโม มไิ ดมีกาม คือละกามไดแ ลว . ปาฐะวานิกฺกโม บาง. คือมีความเพยี ร. หรือออกจากธรรมท่เี ปน ฝา ยอกุศล.บทวา นิพฺพโน มไิ ดมปี า คอื ปราศจากปาคือกิเลส หรอื ปราศจากตณั หาน่ันเอง. บทวา กิสสฺ เหตุ มสุ า ภเณ บุคคลพงึ พูดเท็จเพราะเหตุอะไรทา นปง คิยะแสดงวา บคุ คลพึงพูดเทจ็ ดว ยกิเลสเหลา ใด บคุ คลน้นั ละกิเลสเหลา นนั้ เสยี . ทา นปง คยิ ะยงั ความอตุ สาหะในการฟง ใหเกิดแกพ ราหมณดว ยบทน้.ี บทวา อมโล ไมม ีมลทนิ คอื ปราศจากมลทินคอื กิเลส. บทวาวมิ โล หมดมลทนิ คอื มมี ลทินคือกเิ ลสหมดไป. บทวา นิมฺมโล ไรม ลทิน
พระสตุ ตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จูฬนเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 495คือบริสุทธิ์จากมลทินคือกเิ ลส. บทวา มลาปคโต ปราศจากมลทนิคอื เทย่ี วไปไกลจากมลทินคือกเิ ลส. บทวา มลวปิ ปฺ หีโน ละมลทนิ คือละมลทินคอื กิเลส. บทวา มลวปิ ปฺ มุตฺโต พน แลวจากมลทิน คือพนแลว จากกิเลส. บทวา สพพฺ มลวตี วิ ตฺโต ลว งมลทนิ ทงั้ ปวงไดแ ลว คอืลว งมลทินคือกเิ ลสท้ังปวงมีวาสนาเปน ตน. บทวา เต วนา ปา เหลา นัน้คอื กิเลสดงั ไดก ลา วแลวเหลา น้ัน. บทวา วณณฺ ูปสฺหติ คอื ประกอบดวยคุณ. บทวา สจจฺ วฺหโยมีพระนามจรงิ คือประกอบดวยพระนามจรงิ ที่เรียกกนั วา พุทโฺ ธ ดังน.้ีบทวา พฺรหฺเม คอื เรยี กพราหมณน ้นั . ในบทเหลา นน้ั บทวา โลโก ชื่อวา โลก เพราะอรรถวา สลายไป.บทวา เอโก โลโก ภวโลโก โลกหนึ่ง ไดแ กโลกคือภพ คือวิบากอันเปน ไปในภูมิ ๓. ช่ือวา ภพ เพราะมีวิบากน้ัน. โลกคอื ภพนั่นแลช่ือวา ภวโลก. ในบทวา ภวโลโก จ สมภฺ วโลโก จ น้ี โลกหนึ่งๆมอี ยางละสอง ๆ. ภวโลกมีสองอยา ง ดว ยอํานาจแหงสมั ปต ติภพและวปิ ต ติภพ. แมส ัมภวโลกก็มสี อง คือสัมปต ติสมภพและวปิ ตตสิ มภพ.ในโลกเหลา น้นั โลกคือสมั ปต ติภพ ไดแ ก สุคตโิ ลก. ชื่อวา สัมปตติเพราะโลกนนั้ ดี เพราะมผี ลท่นี าปรารถนา. ชือ่ วา ภพ เพราะมี เพราะเปน .ภพ คือสมั ปต ตนิ ่นั แล ชอื่ วา สมั ปต ตภิ พ. โลกนัน้ นนั่ แล ช่ือวา โลกคือสัมปต ตภิ พ. โลกคอื สมั ปตติสมภพ ไดแ ก กรรมทใ่ี หเ ขา ถงึ สุคต.ิช่ือวา สมภพ เพราะมผี ลเกดิ จากกรรมน้นั . การเกดิ ขน้ึ แหง สมบัติช่ือวา สมั ปต ติสมภพ. โลกคือสัมปต ติสมภพนนั่ แล ชอื่ วา โลกคือสมบตั สิ มภพ.
พระสุตตันตปฎก ขทุ ทกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 496 โลกคือวปิ ตติภพ ชอ่ื วา อบายโลก. จรงิ อยู อบายโลกน้นั ช่ือวาวปิ ตติ เพราะโลกนั้นนา เกลยี ด เพราะมีผลที่ไมน าปรารถนา. ชอ่ื วาภพเพราะมีเพราะเปน ภพคือวบิ ัตนิ ัน้ แล ชอ่ื วา วิปต ตภิ พ. โลกคือวปิ ตติภพน่นั แล ช่อื วา โลกคอื วปิ ตติภพ. โลกคอื วิปตตสิ มภพ ไดแก กรรมทใ่ี หเขา ถงึ อบาย. จริงอยู กรรมทใี่ หเขา ถึงอบายนน้ั ชอ่ื วา สมภพ เพราะมผี ลเกิดจากกรรมน้ัน. ความสมภพแหงวบิ ัติ ชอ่ื วา วปิ ตตสิ มภพ. โลกคอืวปิ ตติสมภพนน่ั แล ชอื่ วา โลกคือวิบตั ิสมภพ. บทวา ตสิ ฺโส เวทนาคือเวทนา ๓ ไดแ ก สขุ เวทนา ๑ ทุกขเวทนา ๑ อทกุ มสุขเวทนา ๑เปน โลกยิ ะเทาน้นั . บทวา อาหารา อาหารคือปจจัย. จรงิ อยู ปจจยั เรยี กวา อาหาร เพราะนาํ มาซึง่ ผลของตน. อาหารมี ๔ คอื กวฬิงการาหาร ๑ ผัสสาหาร ๑ มโนสญั เจตนาหาร ๑วญิ ญาณาหาร ๑. ชอื่ วา กวฬิงจการะ เพราะควรทําใหเ ปน คําดวยวัตถุ. ชอ่ื วา อาหารเพราะควรกลืนกนิ ได. บทน้ีเปน ชือ่ ของโอชะอนั เปนวัตถมุ ขี า วสกุ และขนมเปนตน . โอชานัน้ ชอ่ื วา อาหาร เพราะนาํ มาซ่งึ รปู ท้ังหลายอันมีโอชะเปนที่ ๘. ผสั สะ ๖ อยา ง มจี ักษสุ ัมผัสเปนตน ชื่อวา อาหาร เพราะนาํ มาซง่ึ เวทนา ๓. ช่อื วา มโนสัญเจตนา เพราะเปนสญั เจตนาของใจ ไมใ ชข องสัตว.เหมือนเอกคั คตาของจิต หรอื วาสัญเจตนาท่ีสัมปยตุ กบั ใจ ชื่อวามโนสญั เจตนา. เหมือนรถเทยี มดว ยมาอาชาไนย. คือกศุ ลเจตนาและอกุศลเจตนาอันเปนไปในภมู ิ ๓. ชอ่ื วา อาหาร เพราะนาํ มาซ่ึงภพ ๓.
พระสตุ ตันตปฎ ก ขุททกนกิ าย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนา ที่ 497 บทวา วิฺาณ คือ ปฏิสนธวิ ิญญาณ ๑๙ ประเภท. วญิ ญาณนน้ัชือ่ วา อาหาร เพราะนาํ มาซง่ึ นามรปู ในขณะปฏิสนธิ. บทวา อุปาทานกฺขนฺธา คือ ขันธอันเกดิ จากอุปาทาน ช่อื วาอปุ าทานขนั ธ. พงึ เห็นวา เปน ศพั ททล่ี บคําในทามกลางเสีย. หรือขันธทง้ั หลายมเี พราะอปุ าทาน ชอ่ื วา อปุ าทานขนั ธ. เหมือนไฟเกดิ แตห ญาไฟเกดิ แตแ กลบ. หรอื ขันธท ัง้ หลายที่เปน อารมณข องอุปาทาน ช่อื วาอุปาทานขันธ. เหมอื นบรุ ษุ ของพระราชา (ราชบุรษุ ). หรอื ขนั ธทั้งหลายมอี ปุ าทานเปน แดนเกิด ช่ือวา อปุ าทานขันธ. เหมอื นดอกของตนไมผลของตนไม. อนึ่ง อปุ าทานมี ๔ คอื กามุปาทาน ถือม่ันกาม ๑ ทิฏุปาทานถอื มน่ั ทิฏฐิ ๑ สลี ัพพตุปาทาน ถือมนั่ ศีลและพรต ๑ อัตตวาทปุ าทานถือมน่ั วาทะวาตน ๑. แตโดยอรรถ ชอ่ื วา อุปาทาน เพราะการถือไวอยา งม่นั คง. อปุ าทานขันธม ี ๕ คือ รปู ูปาทานขนั ธ เวทนูปาทานขันธ สัญู-ปาทานขนั ธ สังขารปู าทานขันธ วิญญาณปู าทานขันธ. บทวา ฉ อชฺฌตฺติกานิ อายตนานิ ไดแก อายตนะภายใน ๖ คือจักขวายตนะ โสดายตนะ ฆานายตนะ ชวิ หายตนะ กายายตนะ มนายตนะ.วิญญาณฐติ ิ ๗ มนี ัยดังกลา วแลวนั่นแล. โลกธรรม ๘ ก็เหมอื นกนั . โลกธรรม ๘ เหลา นี้ คือ ลาภ เสอื่ มลาภ ยศ เส่อื มยศ นนิ ทาสรรเสริญ สขุ ทุกข ชอื่ วา โลกธรรม เพราะเมอ่ื โลกยงั เปน ไปอยูธรรมเหลา นก้ี ห็ มนุ เวียนไปตามโลก. ธรรมดาสตั วทั้งหลายไมพน ไปจากโลกธรรมเหลา น้ันได. ดงั ท่พี ระพทุ ธเจา ตรัสไววา ดูกอนภิกษทุ ้งั หลาย
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนิกาย จูฬนิเทส เลม ๖ - หนา ที่ 498โลกธรรม ๘ เหลา น้ยี อ มเปนไปตามโลก และโลกกย็ อมเปนไปตามโลก.ธรรม ๘ เหลาน้ี โลกธรรม ๘ คอื อะไร คอื ลาภ เสอื่ มลาภ ฯ ล ฯ สุขและทกุ ข. ในบทเหลานั้น บทวา อนปุ รวิ ตฺตนฺติ คือ ยอมตดิ ตาม ไมล ะ.อธบิ ายวา ไมก ลบั ออกไปจากโลก. บทวา ลาโภ ลาภของบรรพชิตมจี วี รเปนตน ของคฤหสั ถมที รพั ยแ ละขา วเปลอื กเปนตน . เมอ่ื ไมไ ดลาภน้ัน ก็ชอ่ื วา เส่ือมลาภ. ทานกลาววาไมม ีลาภ ช่ือวา เสื่อมลาภ ไมพ ึงกําหนดเอาแคถงึ ความไมม ปี ระโยชน. บทวา ยโส คอื บริวารยศ.เมือ่ ไมไดบ ริวารยศนั้น ชอ่ื วา เสอ่ื มยศ. บทวา นินทฺ า คอื กลาวโทษ.บทวา ปส สา คอื กลา วถงึ คณุ . บทวา สขุ ไดแ ก กายิกสขุ คอื สุขทางกาย และเจตสิกสขุ คอื สขุ ทางใจ ของเหลา กามาวจรบุคคลท้ังหลาย.บทวา ทุกฺข ไดแก ทกุ ขทางกายและทกุ ขทางใจของปุถุชน พระโสดาบนัและพระสกทากามี. พระอนาคามีและพระอรหันต มที ุกขทางกายเทา นนั้ . บทวา สตฺตาวาสา คือ ทอี่ ยขู องสตั วทง้ั หลาย. อธิบายวาทเี่ ปน ทีอ่ ยู. ทีอ่ ยูเ หลานน้ั เหมอื นขนั ธทง้ั หลายทีป่ ระกาศไวแ ลว . ในวญิ ญาณฐิติ ๗ กบั ดว ยอสญั ญสตั ตภูมิ ๑ และเนวสญั ญานาสัญญายตนภูมิ ๑จงึ เปนสัตตาวาส ๙. บทวา ทสายตนานิ ไดแ ก อายตนะ ๑๐ คือจักขวายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ สัททายตนะ ฆานายตนะ คันธายตนะชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐพั พายตนะ. บทวา ทฺวาทสา-ยตนานิ ไดแ ก อายตนะ ๑๐ กบั ดว ยมนายตนะ ๑ และธรรมายตนะ ๑.บทวา อฏ ารส ธาตุโย ไดแ ก ธาตุ ๑๘ เพราะกระทําธาตุหน่งึ ๆ ใหเปน อยา งละ ๓ ๆ คอื จักขุธาตุ รปู ธาตุ จกั ขุวญิ ญาณธาตุ จนถงึ มโนธาตุธรรมธาตุ มโนวญิ ญาณธาต.ุ
พระสตุ ตนั ตปฎก ขุททกนิกาย จฬู นเิ ทส เลม ๖ - หนา ที่ 499 บทวา สาทนิ าโม คือ มีพระนามเชนเดียวกนั กับพระผมู ีพระภาคเจาเหลา นน้ั . บทวา สทิสนาโม คือ มีพระนามแสดงคณุ อยา งเดียวกนั . บทวาสทิสวฺหโย คอื มพี ระนามเรยี กชือ่ โดยคุณเปนอนั เดียวกัน. บทวาสจฺจสทสิ วฺหโย มพี ระนามเหมอื นนามจรงิ คือมีพระนามไมวิปริต แสดงถึงพระคุณเปน เอกแทจรงิ . บทวา อาสโิ ต น่งั คือเขา ไปหา. บทวาอปุ าสิโต เขาไปนั่ง คอื เขา ไปคบ. บทวา ปยริ ุปาสิโต นั่งใกล คือเขาไปหาดว ยความภักด.ี บทวา กุพฺพนก คือ ปาเลก็ . บทวา พหปุ ผฺ ล กานนมาวเสยฺยอาศัยปาใหญท ่มี ผี ลไมม าก คอื อยอู าศัยปา ท่เี ต็มไปดวยผลไมห ลายชนิด.บทวา อปฺปทเส คอื ผูมปี ญ ญานอ ยนบั ต้งั แตพ ราหมณพาวรี. บทวามโหทธึ มีนาํ้ มาก คอื สระใหญมสี ระอโนดาตเปนตน. บทวา อปฺปทสสฺ า คือ เปนผมู ีปญญาออน. บทวา ปรติ ฺตทสสฺ า คือเปน ผูมปี ญญาออนมาก. บทวา โถกทสฺสา มีปญญาเลก็ นอ ยคือมีปญญานอ ยยงิ่ กวานอย. บทวา โอมกทสสฺ า คอื มีปญญาตาํ่ ชา. บทวา ลามกทสฺสามปี ญ ญาลามก คือโงถ ึงที่สดุ . บทวา ชตุกกฺ ทสฺสา มีปญญาทรามคือมีปญญาต่ํา โงท่ีสุด. บทวา อปปฺ มาณทสสฺ ๑ เห็นพระนิพพานอนั เปนอปั ปมาณธรรม๒ เพราะกาวลวงปมาณธรรม.๓ บทวา อคคฺ ทสสฺมปี ญญาเลิศ คอื เห็นธรรมอันเลิศโดยนัยมีอาทวิ า อคคฺ โต ปสนนฺ านคอื เลอื่ มใสแลว โดยความเปน เลศิ . บทวา เสฏทสฺส มปี ญญาประเสรฐิคอื มีปญญาประเสริฐโดยนยั มอี าทิวา สมพฺ ทุ โฺ ธ ทิปท เสฏโ พระ-พทุ ธเจาประเสรฐิ กวาสัตวส องเทา. สี่บทมอี าทิวา วิเสฏทสสฺ มีปญ ญา๑. คาํ นี้ไมมีในบาลี ๒. ไดแกโ ลกุตรธรรม ๓. ไดแ กโ ลกยิ ธรรม.
พระสุตตันตปฎ ก ขทุ ทกนิกาย จฬู นิเทส เลม ๖ - หนา ท่ี 500วเิ ศษ เพิม่ อปุ สัคลงไป. บทวา อสม ไมม ผี เู สมอ คือเปนพระสัพพญั ูหาผูเสมอมไิ ด. บทวา อสมสม สมกบั ไมมีผเู สมอ คือสมกบั พระพุทธเจาในอดีตซงึ่ ไมม ีผูเสมอ. บทวา อปปฺ ฏสิ ม คอื ไมมผี เู สมอกบั พระองค.บทวา อปปฺ ฏิภาค ไมม ีผเู ปรียบเทียบ คือเวน จากรปู เปรียบของพระองค.บทวา อปปฺ ฏิปุคฺคล หาใครเปรียบมิได คอื ปราศจากบุคคลผเู ปรยี บกับพระองค. บทวา เทวาติเทว คือ เปน เทพย่ิงกวา แมวสิ ทุ ธิเทพ(คือพระอรหนั ต). ช่ือวา อุสภะ เปน ผอู งอาจ เพราะอรรถวา เห็นรว มกนัในอภมิ งคล. ชอ่ื วาเปน บรุ ษุ สีหะ เพราะอรรถวา ไมส ะดุงหวาดเสียว.ชอื่ วา บรุ ุษนาค เพราะอรรถวา ไมมโี ทษ. ชื่อวา บรุ ษุ อาชาไนย เพราะอรรถวา เปน ผสู ูงสุด. ชอื่ วา เปน บุรษุ แกลวกลา เพราะอรรถวา เหยียบแผนดินคอื บริษัท ๘ แลว ตั้งอยใู นฐานะเปน ผแู กลว กลา ไมห ว่ันไหวดว ยปจ จามติ รท่ีเปนศตั รูไร ๆ ในโลก พรอ มดวยเทวโลก. ชื่อวา เปนบุรษุ ผนู ําธุระไป เพราะอรรถวา นําธุระคอื พระธรรมเทศนาไป. บทวามานสกตสร สระที่มนุษยสรา งไว คือสระท่มี นุษยค ิดสรา งไวอ ันมีชื่ออยางน้นั . บทวา อโนตตฺตทห สระอโนดาต คอื พระจันทรแ ละพระอาทติ ยเดินไปทางทศิ ใตห รอื ทิศเหนือ ยอ มยงั ทิศนั้นใหสวางในระหวางภูเขา เดินไปตรงยอ มไมใ หแสงสวา ง. ดวยเหตนุ ั้นน่ันแลสระน้นั จงึ ชอื่ วา อโนดาต. สระอโนดาตเปนอยา งนี้. บทวา อกโฺ ขพภฺ อนโิ ตทก มหาสมทุ รท่ไี มกําเริบมีนํา้ นับไมถวนคอื ไมสามารถจะใหน า้ํ ซึ่งนบั ไมถ ว นหวัน่ ไหวได. บทวา เอวเมว เปน บทอุปมา. ใคร ๆ ไมสามารถใหพ ระผูมีพระภาคพทุ ธเจา หวนั่ ไหวไดโ ดยฐานะเปน ผอู งอาจ ดุจมหาสมทุ รทีไ่ มก าํ เรบิ ฉะนนั้ . บทวา อมิตเตช
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302
- 303
- 304
- 305
- 306
- 307
- 308
- 309
- 310
- 311
- 312
- 313
- 314
- 315
- 316
- 317
- 318
- 319
- 320
- 321
- 322
- 323
- 324
- 325
- 326
- 327
- 328
- 329
- 330
- 331
- 332
- 333
- 334
- 335
- 336
- 337
- 338
- 339
- 340
- 341
- 342
- 343
- 344
- 345
- 346
- 347
- 348
- 349
- 350
- 351
- 352
- 353
- 354
- 355
- 356
- 357
- 358
- 359
- 360
- 361
- 362
- 363
- 364
- 365
- 366
- 367
- 368
- 369
- 370
- 371
- 372
- 373
- 374
- 375
- 376
- 377
- 378
- 379
- 380
- 381
- 382
- 383
- 384
- 385
- 386
- 387
- 388
- 389
- 390
- 391
- 392
- 393
- 394
- 395
- 396
- 397
- 398
- 399
- 400
- 401
- 402
- 403
- 404
- 405
- 406
- 407
- 408
- 409
- 410
- 411
- 412
- 413
- 414
- 415
- 416
- 417
- 418
- 419
- 420
- 421
- 422
- 423
- 424
- 425
- 426
- 427
- 428
- 429
- 430
- 431
- 432
- 433
- 434
- 435
- 436
- 437
- 438
- 439
- 440
- 441
- 442
- 443
- 444
- 445
- 446
- 447
- 448
- 449
- 450
- 451
- 452
- 453
- 454
- 455
- 456
- 457
- 458
- 459
- 460
- 461
- 462
- 463
- 464
- 465
- 466
- 467
- 468
- 469
- 470
- 471
- 472
- 473
- 474
- 475
- 476
- 477
- 478
- 479
- 480
- 481
- 482
- 483
- 484
- 485
- 486
- 487
- 488
- 489
- 490
- 491
- 492
- 493
- 494
- 495
- 496
- 497
- 498
- 499
- 500
- 501
- 502
- 503
- 504
- 505
- 506
- 507
- 508
- 509
- 510
- 511
- 512
- 513
- 514
- 515
- 516
- 517
- 518
- 519
- 520
- 521
- 522
- 523
- 524
- 525
- 526
- 527
- 528
- 529
- 530
- 531
- 532
- 533
- 534
- 535
- 536
- 537
- 538
- 539
- 540
- 541
- 542
- 543
- 544
- 545
- 546
- 547
- 548
- 549
- 550
- 551
- 552
- 553
- 554
- 555
- 556
- 557
- 558
- 559
- 560
- 561
- 562
- 563
- 564
- 565
- 566
- 567
- 568
- 569
- 570
- 571
- 572
- 573
- 574
- 575
- 576
- 577
- 578
- 579
- 580
- 581
- 582
- 583
- 584
- 585
- 586
- 587
- 588
- 589
- 590
- 591
- 592
- 593
- 594
- 595
- 596
- 597
- 598
- 599
- 600
- 601
- 602
- 603
- 604
- 605
- 606
- 607
- 608
- 609
- 610
- 611
- 612
- 613
- 614
- 615
- 616
- 617
- 618
- 619
- 620
- 621
- 622
- 623
- 624
- 625
- 626
- 627
- 628
- 629
- 630
- 631
- 632
- 633
- 634
- 635
- 636
- 637
- 638
- 639
- 640
- 641
- 642
- 643
- 644
- 645
- 646
- 647
- 648
- 649
- 650
- 651
- 652
- 653
- 654
- 655
- 656
- 657
- 658
- 659
- 660
- 661
- 662
- 663
- 664
- 665
- 666
- 667
- 668
- 669
- 670
- 671
- 672
- 673
- 674
- 675
- 676
- 677
- 678
- 679
- 680
- 681
- 682
- 683
- 684
- 685
- 686
- 687
- 688
- 689
- 690
- 691
- 692
- 693
- 694
- 695
- 696
- 697
- 698
- 699
- 700
- 701
- 702
- 703
- 704
- 705
- 706
- 707
- 708
- 709
- 710
- 711
- 712
- 713
- 714
- 715
- 716
- 717
- 718
- 719
- 720
- 721
- 722
- 723
- 724
- 725
- 726
- 727
- 728
- 729
- 730
- 731
- 732
- 733
- 734
- 735
- 736
- 737
- 738
- 739
- 740
- 1 - 50
- 51 - 100
- 101 - 150
- 151 - 200
- 201 - 250
- 251 - 300
- 301 - 350
- 351 - 400
- 401 - 450
- 451 - 500
- 501 - 550
- 551 - 600
- 601 - 650
- 651 - 700
- 701 - 740
Pages: